รายงานการขบั เคลอ่ื นกระบวนการ PLC กลุ่มสาระภาษาไทย ปีการศึกษา 2565 เรื่อง การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ดิ า้ นการอา่ น การเขยี น โดยใช้กระบวนการ บนั ได 6 ขน้ั ของนกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 นางสาวกวีกานต์ สังขท์ อง ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการพิเศษ โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วัดตันตยาภริ ม) สงั กดั สำนกั การศกึ ษา เทศบาลนครตรงั จังหวดั ตรงั
คำนำ ก.ค.ศ. กำหนดชั่วโมงการปฏิบัติงานและการประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตาม หนงั สอื สำนักงาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ. ๐๒๐๖.๓/๐๖๓๕ ลว. ๑๐ ตลุ าคม ๒๕๖๐ ใหค้ รูที่จะเลอ่ื นวทิ ยฐานะชำนาญ การและชำนาญการพิเศษ มีชั่วโมงปฏิบัติการ ๘๐๐ ชั่วโมง และครูที่จะเลื่อนวิทยฐานะเชี่ยวชาญและ เชี่ยวชาญพิเศษ มีชั่วโมงปฏิบัติการ ๙๐๐ ชั่วโมง โดยในชั่วโมงปฏิบัติการต้องมีชั่วโมงการมีส่วนร่วม ใน ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในแต่ละปีไม่น้อยกว่า ๕๐ ชั่วโมง ทั้งนี้ ต้องมีชั่วโมงสอนขั้นต่ำตามท่ี ก.ค.ศ. กำหนดด้วย (๑๒ ชั่วโมง/สัปดาห)์ และหนงั สือสำนักงาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ. ๐๒๐๖.๓/ว๒๑ ลว. ๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องทุกปี ในแต่ละปี ไม่น้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมง แต่ไม่เกิน ๒๐ ชั่วโมง และภายในระยะเวลา ๕ ปี ต้องมีชั่วโมงการพัฒนา จำนวน ๑๐๐ ชั่วโมง หากภายในระยะเวลา ๕ ปี มจี ำนวนชว่ั โมงการพฒั นา ไมค่ รบ ๑๐๐ ชั่วโมง สามารถนำจำนวนชว่ั โมงการมีส่วนรว่ มในชุมชนการเรยี นร้ทู าง วิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ส่วนที่เกิน ๕๐ ชั่วโมงในแต่ละปี มานับรวมเป็น จำนวนชว่ั โมงการพัฒนาได้ จงึ แสดงไดว้ ่า กจิ กรรมการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นกิจกรรม ที่สำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และต้องบันทึกรายงานกิจกรรม PLC น้ี ลงใน Logbook ระบบบรหิ ารงานบุคคลมีผูบ้ รหิ ารลงนามรบั รองด้วย อีกประการหนึ่ง ในการพัฒนาห้องเรียนแห่งคุณภาพ โรงเรียนแห่งคุณภาพ ในฐานเป็น Professional Learning Community : PLC ครูผู้ปฏิบัติงานต้องมีหลายบทบาท อันได้แก่ บทบาท Model Teacher (ครผู ู้สอน) Buddy (ครรู ่วมการเรยี นร)ู้ Expert (ผูเ้ ชีย่ วชาญ) Mentor (ฝ่ายวชิ าการ/หัวหนา้ กลุ่ม สาระฯ) Administrator (ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา) เป็นตน้ ผลลัพธท์ ีเ่ กดิ ขนึ้ ในห้องเรยี นคณุ ภาพ คอื นกั เรียนแต่ ละคนและทุกคนจะได้รบั การส่งเสริมสนบั สนุนจากครูใหไ้ ดร้ ับการศึกษาท่ีดีทีส่ ุด ตรงความสนใจ เต็มศักยภาพ และครบตามมาตรฐานหลักสตู ร ฉะนั้นในการพัฒนาห้องเรียนแห่งคุณภาพสู่โรงเรียนแห่งคุณภาพ คือการบริหารการศึกษา รูปแบบ WT2S MODEL ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาล ๖ (วัดตันตยาภิรม) ครู และบุคลากรทางการศึกษา จึงได้จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการชั้นเรียนในการพัฒนาผู้เรียน การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในด้านการปฏิบัติงานในวิชาชีพครู การบริหารวิชาการ ครูจึงเป็นกัลยาณมิตร ของนักเรียน เพื่อนครู ผู้ปกครอง ชุมชน และนักวิชาการ เป็นต้นแบบของการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และ เปน็ ผนู้ ำการเปลี่ยนแปลงเพอื่ สรา้ งสรรค์ พัฒนาชีวิต สงั คม และส่ิงแวดล้อมใหเ้ กดิ สนั ติสุขและพัฒนาท่ยี ่ังยืน
สารบญั หน้า เรอ่ื ง ๑ ๑ ชอื่ เรอ่ื ง ๑ สมาชกิ ดำเนนิ การขบั เคลื่อนกระบวนการ ๒ ประเด็นปัญหาด้านการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาไทย ปีการศึกษา 2564 3 ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา 3 วตั ถปุ ระสงค์ 4 ข้ันตอนการดำเนินงาน ๔ ระยะเวลาดำเนนิ การ 4 เทคนิค/รูปแบบ/วธิ กี ารสอน 4 ส่อื /นวัตกรรม 7 ผลการพัฒนานักเรียน 8 ประโยชน์ทีไ่ ด้รบั เอกสารอา้ งองิ ภาคผนวก - ตวั อยา่ งภาพถา่ ยการขับเคลื่อนกระบวนการของสมาชกิ ในกลุ่มสาระ
รายงานการขับเคล่ือนกระบวนการ PLC กลุ่มสาระภาษาไทย ปีการศกึ ษา 2565 ช่ือเร่ือง : การพัฒนาผลสัมฤทธดิ์ ้านการอ่าน การเขียน โดยใชก้ ระบวนการบนั ได 6 ข้ัน ของนักเรยี นระดบั ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ 1 สมาชิกดำเนินการขบั เคลือ่ นกระบวนการ ช่ือ-นามสกุล บทบาทสมาชกิ ลายมือชือ่ Administrator 1. นางสาวกวกี านต์ สงั ขท์ อง Mentor Coaching 2. นางภัควลญั ชญ์ อุปฐาก Buddy Teacher 3. นางสาวจุทามาศ สขุ สนาน Buddy Teacher 4. นางณรชั ภรณ์ สดุ รกั ษ์ Buddy Teacher 5. นางสาวกรญาภทั ร หัสดี Buddy Teacher 6. นางวิมลรัตน์ ช่วยหนู Buddy Teacher 7. นางสาวศรญั ญา แสงวสิ ุทธ์ิ Model Teacher 8.นางสาววนารี จงรักษ์ Buddy Teacher 9.นางสาวพรสุดา จันตดุ Buddy Teacher 10.นางสาววรรณภา ขนุ เจริญ Buddy Teacher 11.นางสาวปิยะธิดา ไมหมาด Buddy Teacher 12.นางสาวกนกรดา ช่วยธรรม Buddy Teacher Expert ประเดน็ ปญั หาดา้ นการเรียนรู้กลุม่ สาระภาษาไทย ปีการศึกษา 2565 ลำดับที่ ชื่อสมาชกิ ประเด็นปัญหา 1. นางสาวกวีกานต์ สังขท์ อง นักเรียนขาดแรงจงู ใจในการสร้างผลงานจากการอา่ นเน้ือหาใน บทเรียน 2. นางภัควลัญชญ์ อุปฐาก นักเรียนอา่ น เขียนสะกดคำไมถ่ กู ต้อง 3. นางสาวจทุ ามาศ สขุ สนาน นกั เรยี นไดฝ้ ึกทกั ษะด้านการอ่าน การเขียน และคิดวเิ คราะห์ค่อนขา้ ง น้อย
ลำดบั ท่ี ช่ือสมาชกิ ประเด็นปัญหา 4. นางณรชั ภรณ์ สุดรักษ์ นกั เรียนขาดทักษะการฝึกฝนการอา่ นจับใจความ 5. นางสาวกรญาภัทร หสั ดี นักเรยี นขาดความร้เู รอ่ื งการอ่าน การเขียน 6. นางวิมลรตั น์ ช่วยหนู นักเรียนขาดสมาธิในการเรยี น ขาดทกั ษะการอ่านคำ ประโยค และ ขอ้ ความที่ถูกตอ้ ง 7. นางสาวศรัญญา แสงวิสุทธิ์ นักเรยี นมีผลสัมฤทธิก์ ารอา่ น การเขียน ไมเ่ ป็นไปตามเปา้ หมาย ส่งผล ตอ่ การสอบ RT 8. นางสาววนารี จงรกั ษ์ 9. นางสาวพรสุดา จันตุด นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี 10. นางสาววรรณภา ขนุ เจรญิ นกั ศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชพี 11. นางสาวปยิ ะธดิ า ไมหมาด นักศกึ ษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพ 12. นางสาวกนกรดา ช่วยธรรม นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพ ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา การศึกษาเป็นปจั จยั พ้นื ฐานสำคญั ในการพัฒนาประชากรของประเทศให้มีคุณภาพ ดงั นัน้ ผเู้ รยี นต้องมี ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องอ่านออก เขยี นได้ทกุ คน และตอ้ งมกี ารประเมนิ อยา่ งเปน็ รูปธรรม จงึ มคี วามจำเป็นที่ตอ้ งเน้นให้ผเู้ รยี นมีความสามารถใน การอ่านและการเขียนตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีการจัดการทดสอบเพื่อประเมินความสามารถในการอ่าน (Reading Test : RT) ให้สำหรับนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ทัว่ ประเทศเปน็ ประจำทุกปี ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาประจำชาติมีความสำคัญกับคนไทยเพราะภาษาไทยเป็นสัญลักษณ์แสดง ความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ การแสวงหาประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวต่อการ เปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน ดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี (2530: 9) พระราชทานเนอื่ งในงานสัมมนาวชิ าการเรื่องภาษาไทยกับการพัฒนาชาติท่หี อประชุมจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยดังความตอนหนึ่งวา่ “...ภาษาไทยมีความสำคัญอย่างมากในการถ่ายทอดวัฒนธรรมและส่งเสริม ความเป็นอันหนึ่งใจเดียวกันของชาติ ผู้รู้ภาษาดี การเรียนวิชาอื่นๆ ก็คงเข้าไปได้ด้วยดี หากอ่านเข้าใจรู้เรื่อง สามารถเรียนวชิ าอ่ืนไดร้ วมท้ังรู้จกั แสวงหาความรรู้ อบตวั ...” การอ่านเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสื่อสารซึ่งประกอบด้วย การฟัง การพูด และการเขียน ที่มีผู้ส่ง สารถ่ายทอดความรู้ ความคิดและประสบการณ์ต่างๆ ของผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารโดยผ่านการเขียนเป็นตัวสื่อ เมื่อผู้รับสารต้องการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ในสารก็ต้องอ่านสารนั้น การอ่านจึงเป็นกระบวนการรับสารผ่าน กระบวนการรับรู้ผ่านสายตา ส่วนการเขียนเป็นกระบวนการส่งผ่านอักษรในรูปแบบของภาษาทีท่ ำให้ผู้ส่งสาร และผู้รับสารเข้าใจตรงกัน (ประดับ จันทร์สุข, 2552, หน้า 11) ผู้เขียนจึงต้องเป็นนักอ่าน มิฉะนั้น ความรู้ และความคิดจะไมก่ วา้ งขวางลึกซงึ้ หรือไมถ่ กู ต้อง (ปรีชา ชา้ งขวญั ยนื , 2560, หนา้ 4-5) กลวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มคุณภาพการอ่านออก เขียนได้ ของนักเรียน คือ กระบวนการบันได 6 ขั้น ซึ่งมี จุดเดน่ คอื ในแต่ละข้ันจะซอยย่อยเนื้อหาออกเป็นขนั้ เริ่มจากง่ายไปหายากและซับซ้อนย่ิงข้ึน ทำให้ครูกำหนด เป้าหมายการพัฒนานกั เรียนตามข้ันตอนที่ละขั้นโดยไม่ขา้ มขน้ั เห็นความสำเรจ็ ง่าย นกั เรียนจะเกดิ แรงบนั ดาล
ใจในการเรียนเม่ือประสบผลสำเรจ็ นกั เรียนจะร้สู ึกภมู ิใจในตัวเองมีความมนั่ ใจวา่ ตัวเองกส็ ามารถเรียนรู้ได้ ครู สามารถวดั ผลประเมินผลความก้าวหน้าของนักเรยี นในแตล่ ะขนั้ อย่างชัดเจน และนกั เรียนกม็ แี รงบนั ดาลใจใน การเรียนขนั้ ตอ่ ไปด้วยความกระตือรือรน้ มีความสุข มคี วามคาดหวงั ไดอ้ ย่างม่นั ใจว่าตนเองจะต้องทำได้โดยไม่ รู้สึกว่ายากเกินไป นอกจากจะทำให้เด็กนักเรียนอ่านออก เขียนได้ อย่างได้ผลแล้ว ยังทำให้นักเรียนได้ฝึก ตัวเองในเรอ่ื งระเบียบวนิ ยั ความรับผิดชอบ ความขยนั ความภูมใิ จในความสำเรจ็ ของตนเอง การจดั การเรียนรู้ท่ีแทจ้ ริงจึงต้องมคี วามสัมพนั ธ์กันในทุกข้ันตอนของการจดั กิจกรรมและผู้สอนก็ต้อง จัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสามารถในการอ่านและความสามารถในการเ ขียน คือ ผู้เรียนต้องรูจ้ ักการฟัง การคิด การถาม การเขียน ทำให้ผู้เรียนสามารถถ่ายถอดความรู้ ความคิดจากการอ่าน และใช้กระบวนการอ่านในการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษา สภาพและบริบทปัญหาด้านการอ่าน การเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 6 (วัด ตันตยาภิรม) พบว่า ผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของโรงเรียน เนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ผู้ปกครองไม่เห็นความสำคัญในการส่งเสริมด้านการอ่าน การเขียน ให้แก่นักเรยี น การขาดแรงบนั ดาลใจในการเรยี น และความสามารถในการจัดการเรยี นรู้ของผสู้ อน เปน็ ต้น จากข้อมูลท่ีกลา่ วมาข้างต้น เป็นเหตผุ ลใหค้ รูกลมุ่ สาระภาษาไทยพัฒนาผลสมั ฤทธด์ิ ้านการอ่าน การ เขียน ของนักเรียนระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 โดยใช้กระบวนการบันได 6 ข้ัน เพื่อให้นักเรยี น มีทักษะ สมรรถนะและคุณลักษณะที่ประเทศต้องการ มผี ลสัมฤทธ์ิด้านการอ่าน การเขียน เปน็ ไปตามเปา้ หมายของ โรงเรยี น วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื พฒั นาผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่าน การเขยี น ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2. เพอื่ เปรยี บเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรยี นโดยใช้กระบวนการบนั ได 6 ขนั้ สำหรบั นกั เรียน ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 วธิ ีดำเนนิ การ ขน้ั ตอน กิจกรรมดำเนินการ ระยะเวลา สถานที่ ดำเนนิ การ ข้นั วางแผน (วนั เดอื น ปี) (Plan) หอ้ งสมุดพระเทพ ฯ 1. ประชมุ ครูในกลมุ่ สาระภาษาไทย พฤศจิกายน 256๕ โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภริ ม) สรุปปญั หา ออกแบบการสอน ทดสอบ นกั เรยี นแยกกลุ่มเรียน วางแผนการ ดำเนนิ งาน ขัน้ ดำเนินการ 2. การดำเนินงานตามแผนการ ธนั วาคม ๒๕๖๕ – อาคารเรยี น 8 (Do) โรงเรยี นเทศบาล 6 - เตรียมสอื่ เอกสาร ประกอบการสอน กมุ ภาพนั ธ์ 256๖ (วดั ตนั ตยาภริ ม) - ปฏบิ ัติการสอนตามตารางเวลาท่ี กำหนด
ขั้นตอน กจิ กรรมดำเนินการ ระยะเวลา สถานท่ี (วัน เดือน ปี) ดำเนินการ ข้นั กำกบั ติดตาม 3. ประเมินผล (Check) 20 กุมภาพนั ธ์ อาคารเรยี น 8 256๖ โรงเรยี นเทศบาล 6 (วัดตันตยาภริ ม) ข้ันนำข้อมลู ไปใช้ สรุปผลและรายงานผลการดำเนนิ งาน มนี าคม 256๖ โรงเรียนเทศบาล 6 (Action) เพ่อื เป็นขอ้ มลู นำไปใช้ในโอกาสตอ่ ไป (วดั ตนั ตยาภริ ม) ระยะเวลาดำเนนิ การ พฤศจิกายน 256๕ – มีนาคม 256๖ เทคนคิ /รูปแบบ/วิธกี ารสอน กระบวนการบนั ได 6 ขัน้ ขน้ั ท่ี 1 ฝึกอา่ นทกุ วัน ในชว่ งเชา้ และเย็น นอกเวลาปกติ เพือ่ ความตอ่ เน่ือง โดยใช้หนงั สอื เรียน หนังสอื อ่านนอกเวลา เอกสารประกอบการสอน หนังสอื นิทาน แลว้ ใหต้ อบคำถามจากการอา่ น ขนั้ ท่ี 2 ฝกึ การอา่ นควบคู่กับการเขียน โดยใชอ้ ักษรไทย คำ ประโยคจากนทิ าน เน้อื เร่ืองต่าง ๆ ขน้ั ที่ 3 การฝกึ คัดลายมอื นอกจากทำให้ลายมือสวยงามแล้วยังเป็นการชว่ ยในการจดจำรูปคำต่างๆ ไดม้ ากข้ึนดว้ ย ขั้นท่ี 4 การวาดรูป ประกอบคำ ดว้ ยความคดิ รเิ ริ่มสร้างสรรค์และสนุกไปกบั งาน โดยมีการจำแนกคำ ออกมาเพ่ือให้นักเรียนเข้าใจการผสมคำ เขา้ ใจความหมายของคำ มากขึน้ ข้ันที่ 5 การนำคำมาแต่งเป็นประโยคส่ือสาร เช่น ใคร + ทำอะไร , ใคร+ทำอะไร+กบั ใคร ขน้ั ท่ี 6 การเขยี นคำตามภาพวาด โดยให้นกั เรียนมีอิสระตามความคิดของนกั เรยี นเอง ส่อื /นวัตกรรม ประกอบการสอน 1. ขอ้ สอบ RT ของสำนักทดสอบทางการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ต้ังแตป่ ี 2559 – 2564 2. หนงั สอื นทิ าน หนงั สอื อา่ นนอกเวลา เร่อื งตา่ ง ๆ 3. เอกสารประกอบการสอนอ่าน การเขยี น สะกดคำ ประโยค 4. ส่อื เทคโนโลยี ยูทูป ประกอบการสอน การแจกลกู สะกดคำ ผลการพัฒนานักเรยี น ตาราง เปรียบเทียบผลต่างของคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ กระบวนการบนั ได 6 ขน้ั ของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จำนวน 74 คน
กลมุ่ คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน ที่ ช่อื – สกลุ กอ่ นเรยี น หลังเรียน ความกา้ ว ความกา้ วหน้า (5๐) (5๐) หน้า ยกกำลังสอง (X) (Y) (Y-X=D) (D) ๑ เด็กชาย กติ ตวิ ินท์ เก็งรมั ย์ A 35 42 7 49 C 25 35 10 100 ๒ เด็กชาย อดิศักด์ิ ชูสงั ราช C 20 28 8 64 C 25 35 10 100 ๓ เดก็ ชาย ณฐั พงษ์ หนเู มอื ง A 38 48 10 100 B 28 28 0 0 ๔ เดก็ ชาย รณกร หลงละเลงิ C 28 38 10 100 C 20 25 5 25 ๕ เด็กชาย อนวัช ยตะโคตร C 25 30 5 25 C 20 25 5 25 ๖ เดก็ ชาย รชั ชานนท์ จนั ทร์ทวิ านนท์ C 20 25 5 25 C 25 32 7 49 ๗ เด็กชาย ปริณฐั ศริ ิรักษ์ A 40 50 10 100 B 35 43 8 64 ๘ เดก็ ชาย จักรพล แดหวา B 30 28 -2 4 B 28 36 8 64 ๙ เดก็ ชาย กณั ฐพันธ์ สงิ หอ์ ินทร์ B 28 38 10 100 C 20 26 6 36 10 เด็กชาย วีระชน ชเู วทย์ C 25 32 7 49 B 30 40 10 100 11 เด็กชาย นนธวฒั น์ อัปญา C 20 30 10 100 A 40 46 6 36 12 เด็กชาย จติ รโสภณ ปานเนียม A 40 50 10 100 C 20 28 8 64 13 เดก็ หญิง วลั ลีกนก เหมสัน A 45 50 5 25 C 25 30 5 25 14 เดก็ หญิง ธัญญรตั น์ สงั ขะกูล A 40 48 8 64 C 25 30 5 25 15 เดก็ หญงิ กนกนุช ชัยเพชร C 20 25 5 25 C 20 30 10 100 16 เดก็ หญงิ กชกร หกสี B 28 38 10 C 20 25 5 100 17 เดก็ หญิง อาทิชา ชอบชูผล 25 18 เดก็ หญิง ปนสั ยา ประเสรฐิ 19 เดก็ หญงิ กัญญาภัทร เชื้อบา้ นเกาะ 20 เดก็ หญิง ณชิ นนั ท์ พรหมเทพ 21 เด็กหญิง กาญมณี ทันเกอื้ 22 เด็กหญงิ ณัฏฐณชิ า คงชยั 23 เด็กหญิง สมัชญา หาบหละ 24 เด็กหญงิ กันยารตั น์ พลบุญ 25 เด็กหญิง ณัฏฐ์ชญาดา องั กินนั ทน์ 26 เดก็ ชาย กฤษติกรรณ จนั เตม็ 27 เดก็ ชาย ชนกพล เพชรแก้ว 28 เดก็ ชาย ธนกร สนทิ 29 เด็กชาย ธนกฤต สนิท 30 เด็กชาย ยศพนธ์ แซ่ก่ัว 31 เด็กชาย ภคนิ เจือกโวน้ 32 เดก็ ชาย ปภังกร เหนียวย้อย
กลมุ่ คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน ที่ ช่อื – สกลุ ก่อนเรยี น หลงั เรยี น ความก้าว ความกา้ วหน้า (5๐) (5๐) หน้า ยกกำลังสอง (X) (Y) (Y-X=D) (D) 33 เดก็ ชาย ณฏั ฐนันท์ เลยื่ นยงค์ C 25 32 7 49 49 34 เดก็ ชาย อธวิ ัฒน์ เอียดยวง B 35 42 7 64 25 35 เดก็ ชาย จกั รภพ คงสงค์ B 30 38 8 100 64 36 เดก็ ชาย ภัทรเวช ผอมถงึ C 25 30 5 25 9 37 เด็กชาย อรณุ วิชญ์ ทพิ ยศ์ รี B 35 45 10 9 49 38 เด็กหญิง พชั รนิ ทร์ มณุ ยี ์ A 40 48 8 64 100 39 เดก็ หญงิ สิรนิ ภา เอปะกา A 45 50 5 100 100 40 เดก็ หญงิ กัญญาวีร์ แกว้ ลาย A 40 48 3 64 64 41 เดก็ หญิง ภาววี บุญเทียบ A 40 48 3 49 100 42 เด็กหญงิ หนงึ่ ฤทัย สมส่ง A 38 45 7 25 64 43 เด็กหญิง ณหทยั ศรีเรอื งรตั น์ C 20 28 8 49 100 44 เด็กหญิง ณฐั ชยา วรรณเดช B 28 38 10 64 100 45 เด็กหญงิ อมราวดี จงรกั วิทย์ C 20 28 8 100 64 46 เดก็ หญิง แพรรษา คมั ภีร์ทรพั ย์ C 25 35 10 49 49 47 เด็กหญงิ ชนิสรา แดงเรือง B 20 28 8 25 100 48 เดก็ หญิง แพรวา รอดไกร B 30 38 8 100 49 49 เดก็ หญงิ สุพิชชา วงชา B 25 32 7 50 เดก็ ชาย สธุ นิ นั ท์ สังขม์ ณี B 28 38 10 51 เด็กหญิง กฤตสุดา เลอ่ื นจนั ทร์ C 20 25 5 52 เดก็ ชาย รชานนท์ หนเู รือง A 40 48 8 53 เด็กชาย อรรถสินธิ์ ทองย้อย A 38 45 7 54 เด็กชาย ปรเมศร์ ทองพิทักษ์ B 25 35 10 55 เดก็ ชาย นนทพทั ธ์ เกาะพุ่ม A 40 48 8 56 เด็กชาย ธนวฒั น์ อนิ ทรอนนั ต์ B 25 35 10 57 เด็กชาย จิรภทั ร เอ่ยี มอกั ษร B 25 35 10 58 เด็กชาย คณนิ ธรี ะเมฆานนั ท์ B 30 38 8 59 เดก็ ชาย ธนภณ กิม้ เฉี้ยง B 25 32 7 60 เด็กชาย ธนกฤต ชื่นจิตร A 38 45 7 61 เดก็ ชาย ณฐั สิทธ์ิ กิตติสนุ ทราภรณ์ C 20 25 5 62 เด็กชาย พรรษา กีห้ ม้ัน A 30 40 10 63 เด็กชาย ชัยววิ ัฒน์ คงทพิ ย์ A 30 40 10 64 เดก็ หญงิ ธัญญามาศ มสุ ิพันธ์ B 35 42 7
กลมุ่ คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน ท่ี ชอ่ื – สกลุ ก่อนเรียน หลังเรียน ความก้าว ความกา้ วหนา้ (5๐) (5๐) หนา้ ยกกำลงั สอง (X) (Y) (Y-X=D) (D) 65 เด็กหญิง นันท์นภสั บษุ เสวก A 40 48 8 64 8 64 66 เด็กหญิง ณรี นุช ช่วยพนั ธ์ B 32 40 8 64 5 25 67 เด็กหญงิ ออมสุดา หลงละเลงิ C 20 28 5 25 5 25 68 เดก็ หญิง ธญั พร ฉิมเรือง A 45 50 8 64 10 100 69 เด็กหญิง เปมกิ า ห้องถนอม B 25 30 8 64 8 64 70 เด็กหญงิ พมิ พช์ นก พนั ทา้ ย A 45 50 543 4,449 7.33 71 เดก็ หญิง ธนั ยาภัทร์ จนั ทร์ผุด C 20 28 72 เดก็ หญงิ ณัฏฐ์ธดิ า สวุ รรณชาตรี B 35 45 73 เด็กหญิง กนกกาญจน์ ซ่นุ แซ่ลอ้ A 20 48 74 เด็กหญิง กนกพชิ ญ์ ครชาตรี C 20 28 คะแนนรวม 2,160 2,33 คะแนนเฉลีย่ 29.19 36.93 รอ้ ยละ 58.38 73.86 หมายเหตุ A หมายถึง นักเรยี นทีม่ ผี ลการคัดกรองอยใู่ นกลุม่ เก่ง B หมายถึง นกั เรียนทีม่ ีผลการคดั กรองอยใู่ นกลุ่มปานกลาง C หมายถึง นักเรียนท่มี ผี ลการคดั กรองอยใู่ นกลุม่ อ่อน จากตาราง นกั เรยี นระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนเทศบาล 6 (วดั ตนั ตยา ภิรม) จำนวน 74 คน ทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ที่ผู้สอนกำหนดขึ้นจำนวน 50 คะแนน มี คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน 29.19 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน 36.93 คะแนนความก้าวหน้าเฉลี่ย 7.33 สรุปได้ว่า กระบวนการบนั ได 6 ขนั้ สามารถนำมาพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิดา้ นการอา่ น การเขยี น ของนกั เรียนได้ ประโยชน์ทไี่ ดร้ ับ 1. นักเรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1 ได้พฒั นาทักษะการอ่าน การเขียน 2. นกั เรียนระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 ไดฝ้ ึกตัวเองในเรื่องระเบียบวนิ ยั ความรบั ผิดชอบ ความขยนั ความภมู ิใจในความสำเรจ็ ของตนเอง 3. ครูไดว้ ิธีการในการพัฒนาทักษะการอา่ น การเขียน ของนักเรียน
เอกสารอ้างองิ กระทรวงศกึ ษา. (2551). กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทยตามหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ: คุรสุ ภา. จริ นันท์ สุภาโท.้ (2555). การพัฒนาชุดฝึกการอา่ นภาษาไทยเพือ่ ความเขา้ ใจในการอ่านสำหรับ นกั เรยี นชาวเขาชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาตาก เขต 2. (สารนิพนธ์มหาบัณฑิต). กำแพงเพชร: มหาวทิ ยาลัยราชภฎั กำแพงเพชร. อัญชัญ พมิ ุ . (2552). การส่งเสริมการอ่านเพ่ือความเข้าใจโดยใช้กิจกรรมกลุ่มสำหรบั นักเรยี น ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นวดั ขุนคง จังหวดั เชียงใหม.่ (สารนพิ นธ์มหาบณั ฑิต). เชียงใหม่: มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่ http://www.digitalschool.club/digitalschool/m1/th1_1/lesson3/content3/content04.php https://serazu.com/web/news/620 https://www.scbfoundation.com/media_knowledge/document/1041
ภาคผนวก
ภาพประกอบการขับเคล่อื นกระบวนการ PLC ของสมาชกิ ในกล่มุ สาระ 1. ขั้นประชมุ สรปุ ปญั หา วางแผนการดำเนินงาน
2. ข้นั ดำเนนิ การสอนตามตาราง
3. ข้นั ประเมนิ ผล
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: