แนวคิดเชิงคำนวณ โดย ด.ญ. กวินธิดา อตุ ตะรตั น์ ม.2/6 เลขท่ี 29
บทท่ี1 แนวคิดเชิงคานวณ การใชช้ ีวิตประจาวนั นกั เรยี นอาจพบสถานการณท์ ่ซี บั ซอ้ นและเป็น ปัญหา ไมส่ ามารถคดิ หาวธิ ีการแกป้ ัญหาไดโ้ ดยง่าย หากนกั เรยี นแบง่ ปัญหาท่ซี บั ซอ้ นใหเ้ ป็นปัญหาย่อยอาจทาใหเ้ ขา้ ใจปัญหาและสามารถ ออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหาไดง้ ่ายขนึ้ เช่น นกั เรียนตอ้ งการจดั หอ้ งเรยี นท่มี ี ส่งิ ของรกและกระจดั กระจายอย่เู ป็นจานวนมากใหเ้ ป็นหอ้ งกิจกรรม และ บอกวิธีการจดั หอ้ งใหก้ บั เพ่ือนช่วยทางานตา่ งๆ ไปพรอ้ มกนั ใหส้ าเรจ็ อยา่ งรวดเรว็
แนวคิดเชิงคำนวณ มีนกั วิชาการไดก้ ลา่ วถึงนิยามของคาวา่ แนวคิดเชงิ คานวณไว้ มากมาย ดงั นนั้ ความหมายของคาวา่ แนวคดิ เชิงคานวณ ไดถ้ กู ถา่ ยทอดออกมาหลายรูปแบบ แตส่ ิ่งท่เี หมือนกนั คอื การนาแนวคิดเชิง คานวณมาใชใ้ นการแกป้ ัญหาเพ่ือใหเ้ กิดผลลพั ธข์ องการแกป้ ัญหาท่ีมี ประสทิ ธิภาพ แนวคิดเชงิ คานวณ (Computational Thinking) คอื แนวคดิ ในการแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ อย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการท่มี ี ลาดบั ขนั้ ตอนชดั เจน โดยกระบวนการแกป้ ัญหาดงั กลา่ วนีเ้ ป็น กระบวนการท่ีทงั้ มนษุ ยแ์ ละคอมพวิ เตอรส์ ามารถเขา้ ใจรว่ มกนั ได้ ซ่ึง แนวคิดเชงิ คานวณเป็นแนวคิดสาคญั สาหรบั การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ คอมพิวเตอร์ แตส่ ามารถนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ ในชีวติ ไดเ้ ชน่ กนั แนวคิดเชิงคานวณเป็นเคร่อื งมือในการแกป้ ัญหาท่ีมีวธิ ีแกไ้ ขท่ี เป็นลาดบั ขนั้ ตอนมากกวา่ เป็นการสรา้ งผลลพั ธ์ แนวคิดลกั ษณะนีไ้ ม่ เพยี งนาไปใชก้ บั คอมพวิ เตอรไ์ ดเ้ ท่านนั้ แต่สามารถนาไปปรบั ใชไ้ ดก้ บั ทกุ สถานการณ์ เม่ือมีกระบวนการท่ีเป็นลาดบั ขนั้ ตอนเกิดขนึ้ กบั คอมพิวเตอร์ สง่ิ ท่เี กิดขนึ้ นีเ้ รยี กว่า การเขียนโปรแกรม แตถ่ า้ กระบวนการ นนั้ ไมไ่ ดเ้ กิดขนึ้ จากแนวคิดเชงิ คานวณแลว้
ก็จะกลายเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอรท์ ่ีทางานชา้ และทาใหผ้ ใู้ ชง้ าน ผดิ หวงั เพาะทางานไม่ตรงตามท่ีตอ้ งการ หลายคนคิดระบบขนึ้ มาซง่ึ ใช้ เวลานานในการตอบสนอง น่นั เป็นเพราะวธิ ีการออกแบบในบางจดุ ไมม่ ี ประสิทธิภาพ หรอื ไม่ไดส้ รา้ งการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ซง่ึ รูว้ า่ อยจู่ ดุ ใดใหม้ ี ประสิทธิภาพ แนวคิดเชิงคานวณมอี งคป์ ระกอบท่ีสาคญั 4 สว่ น ไดแ้ ก่ 1. แนวคดิ การแยกยอ่ ย(Decomposition) การแตก ปัญหาใหญ่ออกเป็นปัญหายอ่ ย ใหป้ ัญหานนั้ มีขนาดเล็กลงเพ่อื ให้ สามารถจดั การปัญหาในแตล่ ะส่วนไดง้ ่ายขนึ้ 2. แนวคิดการหารูปแบบ(Pattern Recognition) การ กานดแบบแผนหรอื รูปแบบท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคลงึ กนั จากปัญหาแตล่ ะ ส่วนย่อยตา่ ง ๆ กล่าวคือ ปัญหายอ่ ยแตล่ ะปัญหานนั้ สามารถใชร้ ูปแบบ ในการแกป้ ัญหาท่คี ลา้ ยคลงึ กนั ได้ 3. แนวคิดเชิงนามธรรม(Abstraction) การหาแนวคดิ เชิง นามธรรมหรอื แนวคดิ รวบยอดของปัญหา ซง่ึ เป็นการกาหนดหลกั การ
ท่วั ไป ม่งุ เนน้ เฉพาะสว่ นท่ีสาคญั ของปัญหา โดยไม่สนใจรายละเอยี ดท่ี ไมจ่ าเป็น 4. แนวคดิ การออกแบบขนั้ ตอนวธิ ี(Algorithm Design) การออกแบบลาดบั ขนั้ ตอนการแกป้ ัญหาดว้ ยการใชแ้ นวคดิ การออกแบบ ขนั้ ตอนวิธี เป็นแนวคิดท่ีสามารถนาไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาท่ีมีลกั ษณะ แบบเดยี วกนั
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: