Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการบริหารงานพนักงานราชการ

คู่มือการบริหารงานพนักงานราชการ

Description: คู่มือการบริหารงานพนักงานราชการ

Search

Read the Text Version

๔๔ ๓) เม่ือไดภ้ ารกิจทีจ่ ะต้องดาํ เนนิ การต่อไปตามขอ้ ๒) แล้ว ให้แยกภารกิจดังกล่าวออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ ภารกิจหลัก ภารกิจสนับสนุนทางวิชาการ และภารกิจสนับสนุนทางการบริหารจดั การ ๔) แนวความคิดในการจัดอัตรากาํ ลังตามภารกิจทงั้ ๓ กลุ่มมีดงั นี้  ภารกิจหลัก (Core Function) หมายถึง งานตามกฎหมาย หรือนโยบาย หรืองานที่ทําเพ่ือความคงอยู่ขององค์กรตามบทบาทภารกิจของหน่วยงานที่จําเป็นต้องดําเนินการเพื่อให้สัมฤทธ์ิผลตามเป้าหมายที่กําหนด ผู้ปฏิบัติควรเป็นข้าราชการประมาณร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐ ท่ีเหลือเปน็ พนักงานราชการหรือจา้ งเหมา  ภารกิจสนับสนุนทางวิชาการ (Technical Support Function)หมายถึง งานท่ีทําเพื่อสนับสนุนให้การดําเนินการตามภารกิจหลักสัมฤทธ์ิผลตามเป้าหมายท่ีกําหนด หรือการนํานโยบายไปปฏิบัติ เป็นงานท่ีเกี่ยวข้องกับงานวิชาการ งานสนับสนุนการบริหารและการตัดสนิ ใจ ผู้ปฏบิ ัตคิ วรเป็นข้าราชการประมาณร้อยละ ๕๐ – ๗๕ ที่เหลือเป็นพนักงานราชการหรอื จา้ งเหมา  ภารกิจสนับสนุนทางการบริหารจัดการ (AdministrativeSupport Function) หมายถึง งานด้านอํานวยการ งานธุรการและงานด้านบริการ เพื่อให้การดําเนินการตามภารกิจหลักสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่กําหนด ผู้ปฏิบัติควรเป็นข้าราชการประมาณร้อยละ ๒๕ – ๕๐ ท่เี หลอื เป็นพนักงานราชการหรอื จา้ งเหมา ๕) จัดทําตารางแสดงภารกิจและจํานวนกําลังคนท่ีใช้ตามข้อ ๔)โดยแยกเปน็ ขา้ ราชการ ลกู จ้างประจํา พนักงานราชการและอน่ื ๆ ๖) แสดงจํานวนอัตรากําลังพนักงานราชการจากข้อ ๕ แยกตามกลุ่มลักษณะงาน เป็นกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการตามบัญชีแสดงกรอบอัตรากําลังพนกั งานราชการ ๗) เสนอกรอบอัตรากําลังที่จัดทําเสร็จแล้วต่อ อ.ก.พ. กระทรวงหรือคณะกรรมการท่ที าํ หน้าทคี่ ล้าย อ.ก.พ. กระทรวงพิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ ๘) เม่ือ อ.ก.พ. กระทรวงให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ส่งเร่ืองมาท่ีสาํ นักงาน ก.พ. เพ่อื เสนอตอ่ คพร. พจิ ารณาตอ่ ไป

๔๕ ๙) เมื่อส่วนราชการได้รับแจ้งมติ คพร. ท่ีเห็นชอบกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการแลว้ กส็ ามารถดาํ เนินการบรหิ ารอัตรากําลังพนักงานราชการได้ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการที่ คพร. กําหนด ทั้งน้ี ตามงบประมาณทไ่ี ด้รบั จดั สรร ๑๐) สรปุ ขั้นตอนการจัดทาํ กรอบอตั รากาํ ลังพนักงานราชการ ๔ พิจารณาอนมุ ตั ิคพร. กรอบ ๓ ให้คําปรกึ ษา วเิ คราะห์เสนอ แจง้ มติ คพร. คพร. ให้ส่วนราชการสํานักงาน ก.พ. ๒ พจิ ารณาให้ ความเห็นชอบอกพ. กระทรวง/ คกก. วเิ คราะห์ภารกิจ จัดทาํ กรอบ บริหารจดั การ อตั รากําลงั พรก. ๑ สว่ นราชการ • สว่ นราชการกําหนดชื่อตําแหน่ง • สรรหาและเลือกสรร คณุ สมบัตเิ ฉพาะสําหรับตาํ แหนง่ • ทําสญั ญาจา้ ง • ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงาน และคา่ ตอบแทน • วนิ ยั

ส่วนราชการ ............................ข้อมลู ทว่ั ไป โครงสร้างของสว่ นราชการ (ข้อมลู ระดับกรม) ขอ้ มูลสว่ นราชการ ภารกิจ ภารกจิ สนับสนุน กรม ภารกจิ ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ภารกิจ สนับสนุน ทาง หลัก ทาง การบรหิ าร แผนยทุ ธศาสตร์ประจําปีของส่วนราชการ วชิ าการ จัดการสํานกั /กอง..................... สาํ นัก/กอง..................... สํานกั /กอง..................... ............................................................................. ............................................................................. ................................................................. ๔๖ ข้าราชการ พนกั งานราชการ จํานวน จํานวน จาํ นวนตําแหน่ง คน ลกู จ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว จา้ งเหมาบริการ กรอบ ปี ๒๕..- ๒๕.. จาํ นวนการจา้ งปี งปม. จํานวนกลมุ่ ๒ จาํ นวน ข้อ ๑๗ จาํ นวนลูกจ้างประจํา ที่เปน็ ฐานกรอบ พ.ศ. ๒๕.. คงเหลือ พรก. คงเหลอื

แบบฟอร์มการวเิ คราะหค์ วามต้องการอัตรากําลงั ของส่วนราชการ ส่วนราชการ (กรม) ............................................................สํานัก/กอง................................................ ภารกจิ ของงาน ภารกจิ จํานวนอตั รากาํ ลงั ท่ใี ช*้ * ภารกิจของ (พิจารณาความจาํ เป็นของงาน โดยใช้ ) (โปรดเลือกโดยใช้ ) วธิ คี ํานวณ/เหตุผล (คน)กลมุ่ /ฝา่ ย/สว่ น ของความต้องการ ดาํ เนินการ ไดร้ ับ ยบุ เลิก/หมด หลกั สนบั สนนุ สนบั สนนุ ขรก. พรก. ลกู จ้าง ลูกจ้าง จา้ งเหมา ในปัจจุบนั มอบหมาย ความจาํ เป็น ทาง ทางการบรหิ าร อัตรากาํ ลงั * ประจํา ช่วั คราวตาม บรกิ าร เพิม่ ขน้ึ /ใหม่ วิชาการ จัดการ โครงการ ๔๗รวมหมายเหตุ : * กรณที ค่ี าํ นวณไมไ่ ด้ใหใ้ ส่เหตุผล

แบบฟอรม์ การวิเคราะหเ์ พื่อจดั ทํากรอบอตั รากําลังพนักงานราชการ รอบที่ .. (ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕.. – ๒๕.. ) สว่ นราชการ (กรม) ...................................................................................... สํานกั /กอง ลาํ ดบั ตาํ แหนง่ ทใี่ ชง้ าน/ภารกจิ จาํ แนกตามกลุม่ งาน (คน) กลมุ่ /ฝา่ ย ความสาํ คญั *(กรุณาใสช่ อ่ื เต็ม) ชอ่ื ตําแหนง่ จํานวน บริการ เทคนิค บรหิ ารทวั่ ไป วชิ าชพี เช่ยี วชาญ เชย่ี วชาญ รวม** ตําแหน่ง** เฉพาะ เฉพาะ พเิ ศษ(ชื่อสํานัก/กอง/กลุ่ม/ฝ่าย).................................................................................. ๔๘ รวมหมายเหตุ : * โปรดใสล่ าํ ดบั ความสาํ คญั จากมากไปหานอ้ ย (๑= สาํ คญั ที่สดุ , ๒= สาํ คัญรองลงมา, ......) ** จํานวนตําแหน่งและรวมของจําแนกตามกลุ่มงานตอ้ งมจี าํ นวนเทา่ กนั

๔๙ ๓. การรายงานผลการบริหารพนกั งานราชการ การรายงานผลการดําเนินการจ้างพนักงานราชการ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๒๑ เป็นการจัดทํารายงานข้อมูลมาตรฐานระบบสารสนเทศพนักงานราชการ รวมท้ังปัญหา อุปสรรค หรือข้อเสนอแนะเก่ียวกับระบบพนักงานราชการ โดยให้ส่วนราชการรายงานผลการดําเนินการบริหารงานพนักงานราชการดังกล่าวให้ คพร. ทราบภายในเดือนธันวาคมของทุกปี ท้ังน้ี เพ่ือจะได้เป็นข้อมูลประกอบการพจิ ารณาปรับปรุงระบบพนกั งานราชการให้มปี ระสิทธิภาพย่งิ ข้นึ ต่อไป หมายเหตุ รูปแบบมาตรฐานข้อมูลระบบสารสนเทศพนักงานราชการ ให้เป็นไปตามที่ คพร. กําหนด

๕๑ ประกาศคณะกรรมการบรหิ ารพนกั งานราชการเรอ่ื ง หลักเกณฑ์ วิธกี ารและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจา้ งของพนกั งานราชการ พ.ศ. ๒๕๕๒ ---------------------------------- โดยท่ีสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ เพ่ือให้ส่วนราชการสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว และยืดหยุ่น เป็นไปอย่างมีระบบและเกิดประสิทธิภาพแก่งานของทางราชการย่งิ ขน้ึ อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๑๐ วรรคหนึ่ง และข้อ ๑๑ วรรคสอง ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการจึงเห็นสมควรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการไว้ เพื่อเป็นมาตรฐานท่ัวไปใหส้ ว่ นราชการถอื ปฏิบัติดังต่อไปนี้ ขอ้ ๑ ประกาศนเี้ รียกวา่ “ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เร่ืองหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจา้ งของพนกั งานราชการ พ.ศ. ๒๕๕๒” ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ ลงวันที่ ๕ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๔๗

๕๒ ข้อ ๓ ในระเบยี บนี้ “การสรรหา” หมายความว่า การเสาะแสวงหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และคุณสมบัติอื่น ๆ ที่จําเป็นต่อการปฏิบัติงานในตําแหน่งที่ส่วนราชการกําหนดจาํ นวนหนึ่ง เพื่อท่ีจะทําการเลือกสรร “การเลือกสรร” หมายความว่า การพิจารณาบุคคลที่ได้ทําการสรรหาทงั้ หมดและทําการคดั เลอื กเพ่ือให้ได้บคุ คลท่เี หมาะสมที่สดุ “พนักงานราชการท่ัวไป” หมายความว่า พนักงานราชการในกลุ่มงานบริการกลุ่มงานเทคนคิ กลุ่มงานบริหารท่ัวไป กลุม่ งานวชิ าชพี เฉพาะ และกลมุ่ งานเชย่ี วชาญเฉพาะ “พนักงานราชการพิเศษ” หมายความว่า พนักงานราชการในกลุ่มงานเช่ียวชาญพิเศษ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการดําเนินการสรรหาและเลือกสรร ข้อ ๔ การสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพ่ือเป็นพนักงานราชการ ให้คํานึงถึงความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ความเท่าเทียมในโอกาส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสําคัญ และด้วยกระบวนการท่ีได้มาตรฐาน ยุติธรรม และโปร่งใสเพื่อรองรับการตรวจสอบตามแนวทางการบริหารกจิ การบ้านเมอื งทีด่ ี ขอ้ ๕ ในการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทัว่ ไป ใหห้ วั หน้าส่วนราชการแต่งต้ังคณะกรรมการ มีจาํ นวนไม่น้อยกว่า ๓ คน ประกอบด้วย (ก) หวั หนา้ ส่วนราชการหรือผ้ทู ไี่ ดร้ บั มอบหมาย เปน็ ประธาน (ข) ผแู้ ทนทรี่ ับผิดชอบงานหรอื โครงการ เป็นกรรมการ ทมี่ ตี ําแหนง่ ทีจ่ ะสรรหาและเลอื กสรร (ค) นกั ทรัพยากรบุคคล หรอื ผ้ปู ฏบิ ัติงาน เป็นกรรมการ ดา้ นการเจา้ หน้าที่ และเลขานุการ การเลือกสรรตําแหน่งใด ถ้าหัวหน้าส่วนราชการเห็นสมควรให้มีผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตําแหน่งนั้น ร่วมเป็นคณะกรรมการหัวหน้าส่วนราชการอาจแต่งตัง้ ผูท้ รงคณุ วฒุ ิ หรือผ้มู ีประสบการณเ์ ก่ยี วขอ้ งกบั ตําแหน่งน้ัน เป็นคณะกรรมการท้งั จากภายในหรือภายนอกสว่ นราชการกไ็ ด้

๕๓ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการสรรหาและเลือกสรรตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดในประกาศรับสมัคร การดําเนินการตามข้อนี้ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะกรรมการอื่นเพ่ือดาํ เนนิ การในเรอื่ งตา่ งๆ ได้ เช่น คณะกรรมการออกขอ้ สอบ คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ เป็นตน้ ข้อ ๖ การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการท่ัวไป ให้ดําเนินการตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการและเงอ่ื นไข ดงั น้ี (๑) ให้ส่วนราชการจัดทําประกาศรับสมัคร ซึ่งมีรายละเอียดเก่ียวกับลักษณะงาน กลุ่มงานตามลักษณะงาน ชื่อตําแหน่ง ความรับผิดชอบของตําแหน่ง ระยะเวลาการจ้าง ค่าตอบแทนที่จะได้รับ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาและเลือกสรร เกณฑ์การตัดสิน การข้ึนบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร และเงื่อนไขการจ้างอื่นๆตลอดจนกําหนดวันและเวลาของกิจกรรมต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง และเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพอ่ื ประกาศให้ผ้มู สี ทิ ธสิ มัครทราบ ประกาศรับสมัครนั้น ให้ปิดไว้ในที่เปิดเผยเป็นการท่ัวไป และให้แพร่ข่าวการรับสมัครในเว็บไซต์ของส่วนราชการ และเว็บไซต์ของสํานักงาน ก.พ. โดยใหม้ ีระยะเวลาแพร่ข่าวไม่น้อยกว่า ๕ วนั ทําการ กอ่ นกาํ หนดวนั รบั สมัคร (๒) ส่วนราชการอาจกําหนดค่าธรรมเนียมในการสอบได้ตามความจาํ เป็นและเหมาะสม (๓) ส่วนราชการอาจกําหนดระยะเวลาในการรับสมัครได้ตามความเหมาะสม แต่ทง้ั นี้ ต้องไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ วันทาํ การ (๔) ให้ส่วนราชการกําหนดหลักเกณฑ์การเลือกสรรบุคคลเพื่อปฏิบัติงานโดยยึดหลักความรู้ ความสามารถ ทกั ษะ และสมรรถนะ ทีจ่ ําเป็นสําหรับการปฏบิ ตั ิงานในตําแหน่ง (๕) ให้ส่วนราชการกําหนดคะแนนเต็มของความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะแต่ละเรื่องได้ตามความจําเป็นและสอดคล้องกับตําแหน่งงาน ทั้งนี้ ความรู้ความสามารถ ทกั ษะ และสมรรถนะเรอื่ งใด ทจี่ ําเป็นและสอดคล้องกบั ตําแหนง่ งานมากท่ีสุด ควรมีนาํ้ หนักของคะแนนเตม็ มากท่สี ุด (๖) ให้ส่วนราชการกําหนดวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะแต่ละเรื่อง ด้วยวิธีการหลายวิธี หรือความรู้ ความสามารถ ทักษะ

๕๔และสมรรถนะหลาย ๆ เร่ือง ประเมินได้ด้วยวิธีการประเมินวิธีเดียวกัน ตามท่ีเห็นว่าเหมาะสมและสอดคล้องกับความรู้ ความสามารถ ทกั ษะ และสมรรถนะทจ่ี ะประเมนิ ดังกล่าว (๗) ส่วนราชการจะกาํ หนดใหม้ ีการประเมนิ ความรู้ ความสามารถ ทกั ษะและสมรรถนะที่มีคะแนนเต็มมากท่ีสุด และประกาศรายช่ือผู้ผ่านการประเมินเฉพาะเรื่องน้ันเพื่อเข้ารับการประเมนิ ความรู้ ความสามารถ ทกั ษะ และสมรรถนะในเรื่องท่เี หลอื อย่ตู ่อไปก็ได้ (๘) ให้ส่วนราชการกําหนดเกณฑ์การตัดสินให้เป็นผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจา้ งเปน็ พนกั งานราชการไดต้ ามความเหมาะสม และสอดคล้องกบั ตําแหน่งงาน การดําเนินการตาม (๑) ถึง (๘) ส่วนราชการอาจให้คณะกรรมการพิจารณาก่อนเสนอหัวหน้าส่วนราชการลงนามในประกาศรับสมัครก็ได้ ข้อ ๗ เมื่อคณะกรรมการดําเนินการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการท่ัวไปเสร็จส้ินแล้ว ให้รายงานผลการดําเนินการต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพ่ือประกาศบัญชีรายชื่อผผู้ ่านการเลอื กสรรและดําเนินการจดั จ้างต่อไป ข้อ ๘ ให้บัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรมีอายุตามที่เห็นสมควร แต่ทั้งน้ีต้องไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร และการจัดจ้างพนักงานราชการต้องเรียกมารายงานตัวและทําสัญญาจ้างภายในอายุบัญชี ในกรณีมีเหตุผลความจําเป็นที่จะจัดจ้างพนักงานราชการภายหลังบัญชีหมดอายุ ต้องเป็นกรณีที่ส่วนราชการได้ดําเนินการเรียกผู้ผ่านการเลือกสรรมารายงานตัวภายในระยะเวลาของอายุบัญชี และต้องทําสัญญาจ้างให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับจากวันท่ีบญั ชีหมดอายุ ข้อ ๙ ในกรณีที่บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการยังไม่หมดอายุและส่วนราชการมีตําแหน่งว่างเพิ่ม หัวหน้าส่วนราชการอาจจัดจ้างผู้ผ่านการเลือกสรรจากบัญชีดังกล่าวก็ได้ โดยตําแหน่งว่างดังกล่าวต้องเป็นตําแหน่งว่างในงานลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันหากเป็นตําแหน่งว่างในช่ือตําแหน่งเดียวกัน ให้ส่วนราชการจัดจ้างเป็นพนักงานราชการตามลําดบั ที่ทสี่ อบได้ แตห่ ากเปน็ ตาํ แหน่งว่างในช่ือตําแหนง่ อน่ื ให้เป็นดุลพินิจของส่วนราชการที่จะจัดจ้างตามลําดับที่ หรือประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะเพ่ิมเติมก็ได้

๕๕ในกรณีที่มีการประเมินเพิ่มเติม ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อประเมินความรู้ ความสามารถทักษะ และสมรรถนะที่ส่วนราชการกําหนดเพม่ิ เตมิ ตามข้อ ๖ (๔) ถงึ (๘) ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ส่วนราชการมีตาํ แหน่งว่าง และไม่มีบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการ หัวหน้าส่วนราชการอาจใช้บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการของส่วนราชการอื่นได้ ซึ่งตําแหน่งท่ีจะขอใช้บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรกับตําแหน่งที่ขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือ ก ส ร ร ไ ว้ จะต้องมีลักษณะงานเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน โดยส่วนราชการผู้จะขอใช้บัญชีประสานกับส่วนราชการเจ้าของบัญชีโดยตรงในเรื่องจํานวนรายช่ือผู้ผ่านการเลือกสรร และให้แต่งต้ังคณะกรรมการ เพ่ือประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่ส่วนราชการกําหนดเพิ่มเติมตามข้อ ๖ (๔) ถึง (๘) โดยการข้ึนบัญชีผูผ้ า่ นการเลอื กสรรมีระยะเวลาหมดอายุบญั ชีเทา่ ระยะเวลาของอายบุ ญั ชีผผู้ ่านการเลือกสรรท่ีขอใช้ สําหรับผู้ผ่านการเลือกสรรท่ีไม่ประสงค์ไปรับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะเพิ่มเติมในส่วนราชการที่ขอใช้บัญชี หรือผู้ผ่านการเลือกสรรท่ีไปรับการประเมินในส่วนราชการที่ขอใช้บัญชีและไม่ผ่านการประเมินจะยังมีสิทธิท่ีจะได้รับการจัดจ้างในบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรของส่วนราชการเจ้าของบัญชีและกรณีท่ีสละสิทธิการจัดจ้างในบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรของส่วนราชการเจ้าของบัญชีจะไม่ถือวา่ สละสทิ ธิการจัดจา้ งในบญั ชีผูผ้ ่านการเลือกสรรของส่วนราชการผู้ขอใชบ้ ัญชี ข้อ ๑๑ การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการพิเศษ ให้ดําเนินการตามหลกั เกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไข ดงั นี้ (๑) ใหห้ ัวหน้าสว่ นราชการและผ้รู บั ผิดชอบงานหรือโครงการของตําแหน่งท่ีจะสรรหาและเลือกสรรกําหนดขอบข่ายงานของตําแหน่ง ช่ือตําแหน่ง คุณสมบัติของตําแหน่งระยะเวลาการจ้าง ค่าตอบแทนท่ีจะได้รับ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรรที่จําเป็นเหมาะสมและสอดคล้องกับตําแหน่ง เกณฑ์การตัดสิน และเง่ือนไขการจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแสดงแหล่งข้อมูลที่จะสรรหา ได้แก่ สถาบันการเงิน องค์การระหว่างประเทศ สมาคมอาชีพสถานทูต ศูนย์ที่ปรึกษากระทรวงการคลัง ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจต่างๆ ท่ีเคยจ้างบุคคลในงานประเภทเดยี วกัน หรอื แหลง่ ข้อมลู อน่ื ๆ ตามทเ่ี หน็ สมควร (๒) หัวหน้าส่วนราชการ หรือคณะกรรมการท่ีหัวหน้าส่วนราชการแต่งต้ังและผู้รับผิดชอบงานหรือโครงการ ดําเนินการสรรหารายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมจากแหล่งข้อมูล

๕๖ที่กําหนด และเลือกสรรพนักงานราชการพิเศษจากรายชื่อดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการเลอื กสรร และเกณฑ์การตัดสินท่กี าํ หนด (๓) เมื่อส่วนราชการได้ชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการพิเศษแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการดําเนินการจัดจ้างผู้นั้นต่อไป ข้อ ๑๒ ผู้ได้รับการสรรหาและเลือกสรรให้เป็นพนักงานราชการจะต้องทําสญั ญาจา้ งตามแบบท่คี ณะกรรมการบริหารพนักงานราชการกาํ หนดท้ายประกาศนี้ ข้อ ๑๓ ในกรณีท่ีมีการประกาศข้ึนบัญชีรายช่ือผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ ลงวันท่ี ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ แล้ว ให้อายุบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรนั้นมีระยะเวลาเท่าท่ีเหลืออยู่เดิมตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ ลงวนั ที่ ๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๔๗ ก า ร ใ ด ที ่อ ยู ่ร ะ ห ว ่า ง ดํ า เ น ิน ก า ร ต า ม ป ร ะ ก า ศ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า รบริหารพนักงานราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ ลงวันท่ี ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ก่อนวันท่ีประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการสรรหาและการเลอื กสรรพนกั งานราชการตามประกาศดงั กล่าวจนกวา่ จะแล้วเสรจ็ ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๑ กนั ยายน ๒๕๕๒ ลงชอื่ (นายวรี ะชัย วีระเมธกี ุล) รฐั มนตรปี ระจาํ สํานักนายกรฐั มนตรี ประธานกรรมการบริหารพนกั งานราชการ

๕๗ สัญญาเลขท่ี ……./…………. สัญญาจ้างพนกั งานราชการ กรม/สํานักงาน …………………………………………………….. สญั ญาจ้างพนกั งานราชการฉบบั นี้ ทําข้นึ ณ ………………………………………………เม่ือวนั ท่ี ……………………………. ระหวา่ งกรม/สํานักงาน ………………………………………………………โดย ………………………………………………. ตาํ แหนง่ …………………………………………….. ผแู้ ทน/ผู้รับมอบอาํ นาจตามคําส่งั กรม/สํานักงาน ………………………..……… ที่………./………..………………………ลงวันท่ี ……………………………….. ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “กรม/สํานักงาน” ฝ่ายหน่ึง กับนาย/นาง/นางสาว ……………………….………..……… อายุ …..… ปี หมายเลขประจําตัวของผู้ถือบัตรประจําตัวประชาชน ………………………………… อยู่บ้านเลขท่ี …… ถนน …………………..ซอย ………………… แขวง/ตําบล …………...……..……… เขต/อําเภอ ………………………….......จังหวดั ……………………….….…….. รหสั ไปรษณยี ์ ………………. โทรศัพท์ …………………………………ซ่ึงต่อไปในสัญญาน้ีเรียกว่า “พนักงานราชการ” อีกฝ่ายหน่ึง ทั้งสองฝ่ายต่างได้ตกลงร่วมกันทาํ สัญญาจา้ งไวต้ ่อกัน ดังต่อไปน้ี ข้อ ๑ กรม/สํานักงานตกลงจ้าง และพนักงานราชการตกลงรับจ้างทํางานให้แก่กรม/สํานักงานโดยเปน็ พนักงานราชการ ดงั ต่อไปนี้  พนกั งานราชการพเิ ศษ ลกั ษณะงาน ……………………………………………………………………………  พนกั งานราชการท่วั ไป กลมุ่ งาน ………………………………………………………………….……………. ตําแหน่ง ………………………………………………………………………………. ข้อ ๒ พนักงานราชการมีหน้าท่ีรับผิดชอบภาระงานตามรายละเอียดที่กรม/สํานักงานกําหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายสัญญาจ้าง และให้ถือว่าเอกสารแนบท้ายสัญญาจ้างดงั กล่าวเปน็ สว่ นหนึ่งของสัญญาจ้างนี้

๕๘ ในกรณีท่ีมีปัญหาว่างานใดเป็นหน้าที่การงานตามสัญญาจ้างนี้หรือไม่หรือกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อความของสัญญาจ้าง หรือข้อความในเอกสารแนบท้ายสัญญาจ้างให้กรม/สํานกั งานเปน็ ผู้วินจิ ฉัย และพนักงานราชการจะต้องปฏบิ ัติตามคาํ วนิ ิจฉัยนัน้ ข้อ ๓ กรม/สํานักงานตกลงจ้างพนักงานราชการมีกําหนด …. ปี …….. เดือนเรม่ิ ตง้ั แต่วันท่ี … เดอื น …………. พ.ศ. ……. และสน้ิ สดุ ในวนั ที่ …. เดอื น ……….…… พ.ศ. ……… กําหนดระยะเวลาการมาปฏิบัติงานท่ีกรม/สํานักงานให้เป็นไปตามรายละเอียดแนบท้ายสัญญาจ้าง และให้ถือว่าเอกสารแนบท้ายสัญญาจ้างดังกล่าวเป็นส่วนหน่ึงของสัญญาจา้ ง ขอ้ ๔ กรม/สํานักงานตกลงจา่ ย และพนักงานราชการตกลงรับคา่ ตอบแทน ดงั นี้……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ทั้งนี้ พนักงานราชการต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการเสียภาษีเงินได้โดยกรม/สาํ นกั งาน จะเปน็ ผู้หักไว้ ณ ท่ีจ่าย ข้อ ๕ พนักงานราชการอาจได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยพนกั งานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ หรอื ตามทีค่ ณะกรรมการ หรอื กรม/สํานักงานกาํ หนด ข้อ ๖ กรม/สํานักงานจะทําการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กรม/สํานักงานกาํ หนด ผลการประเมนิ ตามวรรคหน่งึ เปน็ ประการใด ใหถ้ อื เป็นท่ีสดุ ข้อ ๗ สัญญานส้ี นิ้ สดุ ลงเม่ือเข้ากรณใี ดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปน้ี (๑) เข้ากรณีใดกรณีหน่ึงตามท่ีกําหนดในข้อ ๒๘ ของระเบียบสาํ นักนายกรัฐมนตรีวา่ ด้วยพนกั งานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ (๒) พนักงานราชการลาออกจากการปฏิบัติงานตามข้อ ๒๙ของระเบียบสาํ นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗

๕๙ (๓) มีการเลิกสัญญาจ้างตามข้อ ๓๐ ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ (๔) เหตอุ ื่น ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี …………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………….. (๕) เหตอุ ืน่ ๆ ตามท่กี รม/สํานักงานประกาศกําหนด ข้อ ๘ พนักงานราชการมีหน้าที่ต้องรักษาวินัยและยอมรับการลงโทษทางวินัยตามท่ีกําหนดในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และ/หรือที่กรม/สํานักงานประกาศกาํ หนด ข้อ ๙ ในกรณีพนักงานราชการละทิ้งงานก่อนครบกําหนดเวลาตามข้อ ๓หรือปฏิบัติงานใดๆ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่กรม/สํานักงาน ในระหว่างอายุสัญญาพนักงานราชการยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กรม/สํานักงานทุกประการภายในกําหนดเวลาท่ีกรม/สํานักงานเรียกร้องให้ชดใช้ และยินยอมให้กรม/สํานักงานหักค่าจ้างหรือเงินอ่ืนใดท่ีพนักงานราชการมีสิทธิได้รับจากกรม/สํานักงานเป็นการชดใช้ค่าเสียหายได้ เว้นแต่ความเสยี หายนั้นเกดิ จากเหตสุ ุดวสิ ัย ข้อ ๑๐ พนักงานราชการจะต้องปฏิบัติตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกาศหรือมติของคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการประกาศหรือคําส่ังของกรม/สํานักงานที่ออกตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนกั งานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๑๑ พนักงานราชการจะต้องประพฤติ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และคําสั่งของทางราชการ ทั้งที่ได้ออกใช้บังคับแก่พนักงานราชการอยู่แล้วก่อนวันท่ีลงนามในสัญญาจ้างน้ี และที่จะออกใช้บังคับต่อไปในภายหลัง โดยพนักงานราชการยินยอมใหถ้ ือวา่ กฎหมาย ระเบยี บ หรือคําส่งั ต่าง ๆ ดังกล่าวเปน็ ส่วนหนึง่ ของสญั ญาจ้างนี้ ข้อ ๑๒ พนักงานราชการต้องปฏิบัติงานให้กับกรม/สํานักงานตามท่ีได้รับมอบหมายด้วยความซ่ือสัตย์ สุจริต และต้ังใจปฏิบัติงานอย่างเต็มกําลังความสามารถของตนโดยแสวงหาความรแู้ ละทกั ษะเพมิ่ เตมิ หรือกระทาํ การใดๆ เพอื่ ใหผ้ ลงานในหน้าที่มีคุณภาพดีข้ึน

๖๐ท้ังนี้ ต้องรักษาผลประโยชน์ และชื่อเสียงของราชการ และไม่เปิดเผยความลับหรือข้อมูลของทางราชการให้ผู้หนึ่งผู้ใดทราบ โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้รับผิดชอบงานนั้น ๆ ข้อ ๑๓ ในระหว่างอายุสัญญาจ้างน้ี หากพนักงานราชการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแล้ว ก่อให้เกิดผลงานสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ให้ลิขสิทธ์ิของผลงานดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของกรม/สํานกั งาน ข้อ ๑๔ พนักงานราชการจะต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือสิทธิใดๆ ในสิทธิบัตร หรือลิขสิทธ์ิของบุคคลท่ีสาม ซ่ึงพนักงานราชการนํามาใช้ในการปฏิบัติตามสญั ญาน้ี ข้อ ๑๕ สิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานราชการนอกเหนือจากท่ีกําหนดไว้ในสญั ญาจ้างน้ี ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคบั ทที่ างราชการกําหนดไว้ สัญญาน้ีทําขึ้นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาอ่านตรวจสอบและเข้าใจข้อความในสญั ญาโดยละเอยี ดแลว้ จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าพยานณ วัน เดือน ปี ดังกล่าวข้างต้น และต่างฝ่ายตา่ งเกบ็ รกั ษาไว้ฝ่ายละฉบับ (ลงช่ือ) ……………………………………….. กรม/สาํ นักงาน (……………………………………….) (ลงชอื่ ) ……………………………………….. พนักงานราชการ (……………………………………….) (ลงช่อื ) ……………………………………….. พยาน (……………………………………….) (ลงชื่อ …………………………………….….. พยาน (……………………………………….)

๖๑ เอกสารแนบท้ายสญั ญาจ้าง ผนวก ก. --------------------------หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบของพนักงานราชการ ๑. พนักงานราชการพิเศษ (ให้ระบุขอบเขตของลักษณะการปฏิบัติงาน ระยะเวลา ผลผลิตหรอื วิธีปฏบิ ัตงิ านกรณีอนื่ ทแี่ สดงใหเ้ ห็นผลสําเร็จของงาน) ……………………………………………………………………………………………………………………..………………….……………………………………………………………………………………….…………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………….………………….………………………………………………………………………………………………………………….………………….………………………………………………………………………………………………………………….………………….…………………………………………………………………………………………………………………. ๒. พนกั งานราชการท่ัวไป (ให้ระบหุ น้าทค่ี วามรบั ผิดชอบหรือผลผลิตตามระยะเวลา) ……………………………………………………………………………………………………………………..………………….……………………………………………………………………..…………………………………………..………………….………………………………………………………………………..………………………………………..………………….…………………………………………………………………………..……………………………………..………………….……………………………………………………………………………..…………………………………..………………….………………………………………………………………………………..………………………………..หมายเหตุ ๑. ในกรณีที่กรม/สํานักงานได้กําหนดรายละเอียดมาตรฐานทั่วไปของงานในตําแหน่งใดไว้แล้ว อาจกําหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานราชการให้ปฏิบัติตามที่กรม/สาํ นักงานกาํ หนดไว้ สําหรับตําแหน่งนั้นก็ได้ ๒. ในกรณีจําเป็นเพ่ือประโยชน์ของทางราชการ กรม/สํานักงาน อาจมีคําสั่งม อ บ ห ม า ย ง า น ใ ห้ พ นั ก ง า น ร า ช ก า ร ป ฏิ บั ติ เ ป็ น พิ เ ศ ษ น อ ก เ ห นื อ จ า ก ข อ บ เ ข ต ห น้ า ท่ีความรบั ผิดชอบท่กี าํ หนดไวไ้ ด้ โดยไมต่ อ้ งแก้ไขสญั ญา และพนักงานราชการยินยอมปฏบิ ตั ิตามคําสั่งของกรม/สาํ นักงาน โดยถอื เป็นการกาํ หนดหนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบตามสัญญาน้ี

๖๒ เอกสารแนบทา้ ยสัญญาจา้ ง ผนวก ข. --------------------------กาํ หนดระยะเวลาการมาปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ๑.พนกั งานราชการพิเศษ  ปฏิบัติงานตามเวลาการปฏบิ ัตริ าชการปกติ  ปฏบิ ัตงิ านตามระยะเวลา ดงั นี้ ………………….……………….……………………… …………………………………………………………………………..………………………….. …………………………………………………………………………………..…………………..  ปฏบิ ัตงิ านตามผลผลิตของงาน ดังน้ี ……………………………..…………………… …………………………………………………………….…………………..……………………. ………………………………………………………………………………..……………………..  อนื่ ๆ …………………………………………………………………………..……………….. ………………………………………………………………………………………..…………….. ………………………………………………………………………………………..…………….. ๒.พนกั งานราชการท่ัวไป  ปฏิบตั งิ านตามเวลาการปฏิบัติราชการปกติ  ปฏิบตั ิงานตามระยะเวลา ดงั นี้ ……………………………………..…………………… ………………………………………………………………………………………….…………… ………………………………………………………………………………………..……………..  อืน่ ๆ ……………………………………………………………………………..…………….. ………………………………………………………………………………………………….…… ……………………………………………………………………………………………..………..หมายเหตุ ในกรณีท่ีมีความจําเป็นเพ่ือประโยชน์ของทางราชการ กรม/สํานักงานอาจมีคําส่ังเปล่ยี นแปลงระยะเวลาการมาปฏิบตั ิหน้าทห่ี รือมคี ําสัง่ ให้ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่เป็นอยา่ งอนื่ ได้โดยไม่ต้องแก้ไขสัญญา และพนักงานราชการยินยอมปฏิบัติตามคําส่ังของกรม/สํานักงาน โดยถือเป็นการกําหนดระยะเวลาการมาปฏบิ ตั งิ านตามสญั ญาน้ี

๖๓ คําอธบิ าย ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เร่ือง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการและเงอ่ื นไขการสรรหาและการเลอื กสรรพนักงานราชการ และแบบสญั ญาจ้างของพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๕๒ ------------------------------- ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรอื่ ง หลักเกณฑ์ วธิ ีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการและแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการพ.ศ. ๒๕๕๒ กําหนดขึ้นตามความในหมวด ๑ ข้อ ๑๐ วรรคหน่ึง และข้อ ๑๑ วรรคสองแหง่ ระเบยี บสาํ นกั นายกรฐั มนตรีว่าดว้ ยพนกั งานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗แนวคดิ ประกาศคณะกรรมการบรหิ ารพนกั งานราชการ เรื่อง หลกั เกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการพ.ศ. ๒๕๕๒ ไดก้ ําหนดขึ้นจากพน้ื ฐานแนวความคดิ ดังต่อไปน้ี  ปรัชญาของระบบพนักงานราชการ ซ่ึงเน้นการจ้างงานที่ยืดหยุ่นและคล่องตัวตามภาระงาน มีกําหนดระยะเวลาการจ้างท่ีชัดเจน โดยคํานึงถึงความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ ความเท่าเทียมในโอกาส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสําคัญด้วยกระบวนการท่ีได้มาตรฐาน ยุติธรรม โปร่งใส เพ่ือรองรับการตรวจสอบตามแนวทางการบรหิ ารจดั การบ้านเมอื งทดี่ ี  ประกาศฯ กําหนดแนวทางเป็น “มาตรฐานท่ัวไป” เพ่ือให้ส่วนราชการนําไปปฏิบัติได้ตามสภาพความต้องการและความจําเปน็ ของสว่ นราชการแต่ละแหง่ ทอ่ี าจแตกต่างกัน  หลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติได้กําหนดแตกต่างกันตามกลุ่มลักษณะงานซึ่งจาํ แนกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ คือ กลุม่ พนักงานราชการท่วั ไป และกลุ่มพนกั งานราชการพิเศษ

๖๔สาระสําคญั ของประกาศ ฯ จากแนวคิดดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) จึงได้กําหนดแนวทางปฏิบัติให้ส่วนราชการดําเนินการให้เป็นไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตามประกาศ คพร. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลอื กสรร และแบบสัญญาจ้างของพนกั งานราชการ โดยมสี าระสําคัญดงั นี้ ๑. หลกั เกณฑก์ ารสรรหาและเลอื กสรรพนกั งานราชการทัว่ ไป ๒. หลักเกณฑ์การสรรหาและเลือกสรรพนกั งานราชการพเิ ศษ ๓. การทําสัญญาจ้างผผู้ า่ นการเลือกสรรหลักเกณฑ์การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทว่ั ไป ๑. การแตง่ ต้งั คณะกรรมการดําเนินการสรรหาและเลอื กสรร ประกาศฯ กําหนดให้ส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการดําเนินการสรรหาและเลอื กสรร โดยมแี นวทางปฏบิ ัติในการดาํ เนินการท่สี าํ คญั คอื ๑.๑ หัวหน้าส่วนราชการ เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการดําเนินการสรรหาและเลือกสรรโดยมีวัตถุประสงค์สําคัญเพ่ือให้เป็นกลุ่มบุคคลท่ีจะทําหน้าท่ีดําเนินการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการด้วยวิธีการท่ีกําหนดไว้ในประกาศรับสมัคร ดังนั้น ในการแต่งต้ังหัวหน้าส่วนราชการควรต้องพิจารณาเลือกบุคคลโดยคํานึงถึงความรู้ ความสามารถความเป็นธรรม และความเป็นกลาง องคป์ ระกอบของคณะกรรมการ มี ๓ สว่ น คือ (๑) ประธานกรรมการ : ได้แก่ หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ซึง่ ควรอยูใ่ นระดับสูงกวา่ ผู้บังคบั บัญชาระดับตน้ ของตําแหนง่ งาน (๒) กรรมการ : ได้แก่ ผู้รับผิดชอบดูแลงานหรือโครงการของตําแหน่งงานนั้นซ่ึงควรอยู่ในระดับผู้บังคับบัญชาระดับต้นของตําแหน่งงาน และในกรณีที่ส่วนราชการเหน็ สมควรใหม้ ผี ู้ทรงคุณวฒุ ิ หรือผมู้ ีประสบการณ์ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั งานในตาํ แหนง่ งานนั้นมารว่ มเป็นกรรมการ ก็สามารถแต่งต้ังผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีประสบการณ์นั้น ๆ ทั้งจากภายนอก

๖๕หรือภายในส่วนราชการเป็นกรรมการได้ ซ่ึงจํานวนกรรมการท้ังหมดให้เป็นดุลพินิจของสว่ นราชการแตม่ ขี ้อสงั เกตว่าไม่ควรมจี ํานวนมากหรือนอ้ ยเกนิ ไป (๓) กรรมการและเลขานุการ : ได้แก่ นักทรัพยากรบุคคล หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเจ้าหน้าที่ ซ่ึงควรต้องพิจารณาให้มีระดับตําแหน่งท่ีเหมาะสมสอดคล้องกับการดําเนินการสรรหาและเลือกสรรกับตําแหน่งงานในคร้ังนั้น ๆ ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานด้านการเจ้าหน้าท่ี หมายรวมถึง ผู้ที่ปฏิบัติงานเสมือนเป็นการเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน หรือปฏิบัติงานเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานนั้น ซ่ึงอาจมิใช่ตําแหน่งนักทรัพยากรบคุ คลก็ได้ ๑.๒ การออกคําส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการดําเนินการสรรหาและเลือกสรรควรระบุให้ดําเนินการโดยคํานึงถึง ความเป็นมาตรฐาน ความยุติธรรม และความโปร่งใสเพ่ือรองรับการตรวจสอบตามหลักการของการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี โดยให้เป็นดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะแต่งต้ังคณะกรรมการฯ ก่อนหรือหลังประกาศรับสมัครก็ได้โดยกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ก่อนประกาศรับสมัคร ส่วนราชการอาจให้คณะกรรมการฯ พิจารณาประกาศรับสมัครก่อนเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพอื่ ลงนามก็ได้ ๑.๓ แนวทางปฏิบตั ิของคณะกรรมการดาํ เนินการสรรหาและเลอื กสรร (๑) คณะกรรมการฯ ควรดําเนินการสรรหาและเลือกสรรบุคคลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ได้กําหนดไว้ในประกาศรับสมัคร โดยคํานึงถึงเป้าหมายของการสรรหาและเลือกสรรเพ่ือให้ได้บุคคลที่ตรงกับความต้องการของตําแหน่งงานมุ่งเน้นการดําเนินการที่เปิดโอกาสให้การสรรหาและเลือกสรรเป็นไปด้วยความยุติธรรมและมีมาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลให้เป็นไปตามสมมติฐานที่ว่าบุคคลท่ีได้รับการเลือกสรรจะตอ้ งสามารถปฏิบตั ิงานได้ดีกวา่ ผู้ทไี่ มไ่ ดร้ ับการเลือกสรร (๒) คณะกรรมการฯ อาจแต่งต้ังคณะกรรมการอื่น ๆ เพื่อดําเนินการในเร่ืองต่าง ๆ ได้ เช่น คณะกรรมการออกข้อสอบ คณะกรรมการสัมภาษณ์ เปน็ ตน้ (๓) เม่ือคณะกรรมการฯ ดําเนินการได้รายช่ือผู้ที่ผ่านการเลือกสรรแล้วให้รายงานหัวหนา้ สว่ นราชการเพอื่ ทราบ และประกาศรายชอื่ ผ้ผู า่ นการเลอื กสรร

๖๖ ๒. แนวปฏบิ ัตใิ นการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเป็นพนกั งานราชการ ๒.๑ การจัดทาํ ประกาศรับสมัคร ประกาศฯ กําหนดแนวทางปฏิบัติในการสรรหาและเลือกสรรบุคคลของส่วนราชการ โดยกําหนดผู้รับผิดชอบ คือ หน่วยงานการเจ้าหน้าท่ีร่วมกับผู้แทนของหน่วยงานที่รับผิดชอบงาน/โครงการของตําแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรรทั้งน้ี ผู้รับผิดชอบต้องจัดทําประกาศรับสมัคร ซ่ึงควรมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่สําคัญประกอบด้วย (๑) ลักษณะงานและหน้าท่ีความรับผิดชอบของตําแหน่งที่จะสรรหาและเลอื กสรร (๒) ชื่อกลุ่มงานของลักษณะงาน ซ่ึงเป็นกลุ่มงานใดกลุ่มงานหนึ่งใน ๕ กลุ่มงานได้แก่ กลุ่มงานบริการ กลุ่มงานเทคนิค (เทคนิคท่ัวไป/เทคนิคพิเศษ) กลุ่มงานบริหารทั่วไปกล่มุ งานวิชาชพี เฉพาะ และกลุ่มงานเชย่ี วชาญเฉพาะ (๓) ช่อื ตําแหน่ง กําหนดขนึ้ ตามความเหน็ ของส่วนราชการ (๔) ระยะเวลาการจ้างตามข้อเท็จจริงโดยประมาณ เป็นไปตามความจําเป็นของภาระงานทอี่ าจมรี ะยะเวลาเปน็ เดือน หรือเปน็ ปกี ็ได้ แตต่ ้องไมเ่ กนิ ๔ ปี (๕) ค่าตอบแทนที่จะได้รับตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศ คพร.เรอื่ งค่าตอบแทนของพนักงานราชการ (๖) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร นอกจากจะต้องกําหนดคุณสมบัติตามข้อ ๘ ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้วส่วนราชการยังสามารถกําหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมได้ตามความต้องการหรือความจําเป็นของงานเช่น กําหนดอายุข้ันสูงในงานที่จําเป็นต้องใช้ผู้ปฏิบัติงานท่ีมีอายุน้อยหรืออายุมากกําหนดประสบการณ์ กําหนดภูมิลําเนาในท้องถิ่นสําหรับตําแหน่งท่ีต้องปฏิบัติงานในท้องที่น้ัน ๆ และรวมถึงการกําหนดคุณสมบัติต้องห้ามด้วย เช่น กําหนดโรคติดต่อต้องห้ามนอกเหนือจากท่ีกําหนดตามข้อ ๘ ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการพ.ศ. ๒๕๔๗ ในกรณีทเี่ หน็ วา่ การปฏบิ ัตงิ านในตําแหนง่ นัน้ จาํ เปน็ ตอ้ งกําหนด เปน็ ตน้

๖๗ (๗) หลักเกณฑ์วิธีการสรรหาและเลือกสรรประกอบด้วย ความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จําเป็นสําหรับการปฏิบัติงานในตําแหน่ง ซ่ึงสามารถกาํ หนดได้หลายหัวขอ้ ตามความเหมาะสม โดยมแี นวทางในการกําหนดตามเอกสารแนบ ๑ (๘) เกณฑ์การตัดสินซ่ึงเป็นดุลพินิจของส่วนราชการที่จะกําหนดได้ตามความเหมาะสม เช่น ร้อยละของคะแนนเต็ม จํานวนเท่าของอัตราว่าง เป็นต้น โดยการกําหนดต้องคํานึงถึงความสอดคล้องกับภาระงาน งบประมาณ ระยะเวลาในการดําเนินการและบุคลากรที่รับผิดชอบในการดําเนินการสรรหาและเลือกสรร หรือพิจารณาจากการคาดการณ์จํานวนผู้ท่ีสนใจจะมาสมัครกับอัตราว่างท่ีมีการข้ึนบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรทั้งนี้ ส่วนราชการสามารถกาํ หนดอายุบัญชีได้ โดยต้องไมเ่ กิน ๒ ปี (๙) เง่ือนไขการจา้ งอืน่ ๆ ท่สี ว่ นราชการเหน็ ว่าผูส้ มคั รควรไดท้ ราบ เช่นขอ้ ตกลงเกย่ี วกบั การปฏิบัตงิ าน การหยดุ งาน เปน็ ต้น (๑๐) กําหนดวัน เวลา และสถานท่ีของการดําเนินการสรรหาและเลือกสรรท่ีผู้สมัครต้องทราบ เช่น กําหนดวัน เวลา และสถานที่รับสมัคร กําหนดวัน เวลาและสถานทใ่ี นการเลือกสรร กาํ หนดวัน เวลา และสถานทใ่ี นการประกาศผล เป็นต้น (๑๑) ค่าสมัครท่ีเหมาะสมสําหรับการดําเนินการ ซึ่งควรกําหนดขึ้นใหส้ อดคลอ้ งกับความจาํ เป็นของส่วนราชการทต่ี ้องมีคา่ ใช้จ่ายโดยประมาณต่อผสู้ มคั ร ๑ คน ๒.๒ การแพรข่ ่าวประกาศรับสมคั รและการรับสมคั ร (๑) ประกาศรับสมัครต้องปิดไว้ในท่ีเปิดเผยเป็นการทั่วไป โดยยึดหลักความโปร่งใส และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเสมอภาค ทั้งนี้ ให้แพร่ข่าวการรับสมัครในเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ของสํานักงาน ก.พ. โดยให้มีระยะเวลาแพร่ข่าวไมน่ ้อยกวา่ ๕ วันทําการ ก่อนกําหนดวนั รบั สมคั ร (๒) ในการแพร่ข่าวประกาศรับสมัคร ส่วนราชการต้องคํานึงถึงแหล่งผู้สมัครท่ีสอดคล้องกับกลุ่มผู้มีคุณสมบัติที่จะมีสิทธิสมัครได้ เช่น การรับสมัครในตําแหน่งที่มีลักษณะงานเก่ียวกับการเงินหรือบัญชี นอกจากการเผยแพร่ข่าวการรับสมัครตามส่ือทั่วไปแล้ว สามารถเผยแพรข่ า่ วผ่านทางวารสารการเงนิ การคลงั อีกทางหนึง่ เปน็ ต้น

๖๘ (๓) สําหรับระยะเวลารับสมัคร ส่วนราชการสามารถกําหนดระยะเวลาได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่น้อยกว่า ๕ วันทําการ โดยใบสมัครอาจพิจารณาใชแ้ บบฟอรม์ ในเอกสารแนบ ๒ (๔) การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครให้อยู่ในดุลพินิจของส่วนราชการทจี่ ะประกาศลว่ งหน้าหรือไม่ แตค่ วรมกี ารติดประกาศใหผ้ สู้ มคั รไดท้ ราบในวันสอบ ๒.๓ วธิ ีการประเมนิ ความรู้ ความสามารถ ทกั ษะและสมรรถนะ สว่ นราชการสามารถกําหนดวิธกี ารประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะด้วยวิธีการเดียว หรือหลายๆ วิธี เช่น การสอบข้อเขียน การกล่ันกรองเอกสารการสมคั ร การสัมภาษณ์ การใชแ้ ฟ้มผลงาน (Portfolio) เปน็ ตน้ ดงั มแี นวทางตามเอกสารแนบ ๓ ๒.๔ เกณฑ์การตดั สนิ (๑) ส่วนราชการสามารถกําหนดเกณฑ์การตัดสินตามความเหมาะสมเช่น ร้อยละของคะแนนเต็ม (เช่น ร้อยละ ๖๐) จํานวนเท่าของอัตราว่าง (เช่น ๓ เท่าของตําแหน่งว่าง)เป็นต้น โดยพิจารณาจากการคาดการณ์จํานวนผู้สมัคร จํานวนอัตราว่าง ภาระงาน งบประมาณระยะเวลาในการดําเนินการ และบคุ ลากรที่รบั ผดิ ชอบในการดาํ เนินการสรรหาและเลือกสรร (๒) ในกรณีท่ีส่วนราชการกําหนดส่ิงท่ีต้องการประเมินหลายหัวข้อส่วนราชการสามารถจัดลําดับสิ่งที่ต้องการประเมิน และให้นํ้าหนักคะแนนท่ีสอดคล้องกับความสําคัญของสิ่งที่จะประเมิน ซ่ึงสัมพันธ์กับความต้องการของตําแหน่งงาน เช่น ในบางหัวข้อท่ีมีความสําคัญมากกว่าหัวข้ออ่ืน ๆ อาจกําหนดจํานวนคะแนนเต็มที่มากกว่าหัวข้ออ่ืนๆหรือหากบางหัวข้อมีความสําคัญเท่ากับหัวข้ออ่ืน ๆ ก็สามารถกําหนดจํานวนคะแนนเต็มให้เท่ากับหัวข้ออื่นๆ ได้ ท้ังนี้ คะแนนเต็มรวมท้ังหมดของทุกหัวข้อจะเป็นเท่าไรก็ได้ตามท่ีส่วนราชการเห็นสมควร เช่น ๓๐๐ คะแนน ๔๐๐ คะแนน หรือ ๕๐๐ คะแนน ทั้งนี้ส่วนราชการสามารถเลือกประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ท่ีมีคะแนนเต็มมากท่ีสุดและประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินเพ่ือเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทกั ษะ และสมรรถนะในเรื่องที่เหลอื อยูต่ ่อไปได้ ดังมีตวั อย่างตามเอกสารแนบ ๔

๖๙ (๓) ในกรณีที่ส่วนราชการกําหนดวิธีการประเมินหลายๆ วิธี เช่นการสอบข้อเขียน การสัมภาษณ์ ฯลฯ ส่วนราชการสามารถกําหนดให้ผู้สมัครเข้ารับการประเมินวิธีใดวิธีหนึ่งก่อนเพ่ือกลั่นกรองผู้สมัครออกเป็นขั้นๆ ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วหากผู้สมัครมีจํานวนมาก มักใช้วิธีการสอบข้อเขียนในการกลั่นกรองผู้สมัครที่ไม่เหมาะสมออกไปขน้ั หน่งึ กอ่ น ๒.๕ การข้นึ บัญชี ส่วนราชการสามารถกําหนดอายุบัญชีได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่เกิน๒ ปี นับต้ังแต่วันขึ้นบัญชี โดยให้มีการทําสัญญาจ้างภายในอายุบัญชี แต่หากมีเหตุผลและความจําเป็น ก็อาจจะให้มีการเรียกผู้ผ่านการเลือกสรรมารายงานตัวได้ภายในระยะเวลาของอายุบัญชี โดยทําสัญญาจ้างภายหลังอายุบัญชี แต่ต้องไม่เกิน ๓๐ วัน นับจากวันท่ีบัญชหี มดอายแุ ลว้ ๒.๖ การนาํ รายชื่อ (๑) ในกรณีท่ีส่วนราชการมีตําแหน่งว่างและมีบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการท่ียังไม่หมดอายุ ส่วนราชการสามารถจัดจ้างผู้ผ่านการเลือกสรรจากบัญชีดังกลา่ วได้ โดยมแี นวทางดงั นี้ ◊ หากเป็นตําแหน่งว่างในชื่อตําแหน่งเดียวกันและกําหนดคุณสมบัติเฉพาะตําแหน่งอย่างเดียวกันกับบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรดังกล่าว ส่วนราชการสามารถจดั จา้ งเปน็ พนกั งานราชการตามลําดบั ทที่ สี่ อบได้ ◊ หากตําแหน่งว่างน้ันมีช่ือตําแหน่งที่ไม่ตรงกับบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรดังกล่าว แต่มีลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันอีกทั้งต้องการใช้บุคคลท่ีมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในเรื่องเดียวกันกับบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรดังกล่าว ให้เป็นดุลพินิจของส่วนราชการว่าจะจัดจ้างเป็นพนักงานราชการตามลําดับท่ีท่ีสอบได้ หรือจะประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะเพ่ิมเติม โดยใช้วิธีการต่างๆ เช่น การสอบข้อเขียนและ/หรือสัมภาษณ์ ท้ังนี้ในกรณที ีม่ ีการประเมินเพิ่มเตมิ ใหแ้ ต่งตงั้ คณะกรรมการเพื่อกําหนดเรอื่ งทจี่ ะประเมินเพ่ิมเติมวิธีการประเมนิ เพ่ิมเตมิ รวมทั้งเกณฑก์ ารตดั สนิ

๗๐ (๒) ในกรณีท่ีส่วนราชการมีตําแหน่งว่างและไม่มีบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการในส่วนราชการของตน หัวหน้าส่วนราชการสามารถขอใช้บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการของส่วนราชการอื่นได้ โดยให้ประสานกับส่วนราชการเจ้าของบัญชีโดยตรงซึ่งตําแหน่งที่จะขอใช้ต้องมีลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน ท้ังนี้ใหแ้ ตง่ ตัง้ คณะกรรมการเพ่อื กําหนดความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะทจ่ี ะประเมนิ เพ่มิ เตมิวธิ กี ารประเมนิ เพิ่มเตมิ รวมทง้ั เกณฑ์การตดั สนิ (๓) ส่วนราชการสามารถกําหนดจํานวนรายช่ือเพ่ือนํามาประเมินตามความเหมาะสม เช่น ๓ เท่าของตําแหน่งว่าง หรือ ๑๐ คน ต่อ ๑ ตําแหน่ง หรือขอใช้ทั้งบัญชีหากมีจํานวนน้อย เป็นต้น (๔) การข้ึนบัญชีผู้ผ่านการเลอื กสรรที่ไดจ้ ากการนํารายช่ือจะมีอายุบัญชีเทา่ กบั ระยะเวลาของอายุบัญชีผผู้ า่ นการเลือกสรรของส่วนราชการท่ไี ดข้ อใช้ (๕) การสละสทิ ธิ์ของผู้ขึน้ บญั ชี มแี นวทางพิจารณาดังนี้ ◊ ผู้ผ่านการเลือกสรรที่ไม่ประสงค์ไปรับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะเพ่ิมเติมในส่วนราชการท่ีขอใช้บัญชี ยังมีสิทธิที่จะได้รับการจดั จ้างในบัญชีผ้ผู ่านการเลือกสรรของสว่ นราชการเจา้ ของบัญชี ◊ ผู้ผ่านการเลือกสรรที่ไปรับการประเมินความรู้ ความสามารถทักษะและสมรรถนะเพ่ิมเติมในส่วนราชการที่ขอใช้บัญชีแต่ไม่ผ่านการประเมิน ยังมีสิทธิท่ีจะไดร้ ับการจัดจ้างในบัญชผี ู้ผ่านการเลอื กสรรของสว่ นราชการเจา้ ของบัญชี ◊ ผผู้ า่ นการเลอื กสรรทีส่ ละสิทธก์ิ ารจัดจ้างในบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรของส่วนราชการเจ้าของบัญชีตั้งแต่ต้น ไม่มีสิทธิท่ีจะเข้ารับการประเมินเพ่ิมเติมกับสว่ นราชการผขู้ อใช้บัญชี ◊ ผผู้ า่ นการเลอื กสรรท่ีสละสิทธิ์การจดั จ้างในบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรของส่วนราชการเจ้าของบัญชีในภายหลัง เน่ืองจากผ่านการประเมินกับส่วนราชการผู้ขอใช้บัญชีมีสทิ ธิท่ีจะไดร้ ับการจัดจา้ งในบญั ชผี ้ผู า่ นการเลือกสรรของสว่ นราชการผูข้ อใช้บญั ชี

๗๑ ◊ ผู้ผ่านการเลือกสรรท่ีไม่สละสิทธ์ิการจัดจ้างในบัญชีผู้ผ่านการเลอื กสรรของสว่ นราชการเจ้าของบญั ชี และได้รับการจัดจ้างเป็นพนักงานราชการในบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรของส่วนราชการผู้ขอใช้บัญชีนั้น หากผู้ผ่านการเลือกสรรดังกล่าวได้รับการเรยี กตัวเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการของส่วนราชการเจ้าของบัญชีเม่ือถึงลําดับที่ผู้ผ่านการเลือกสรรก็มีสิทธิจะลาออกเพื่อจะขอไปรับการจัดจ้างเป็นพนักงานราชการในบัญชีผูผ้ ่านการเลือกสรรของส่วนราชการเจา้ ของบัญชไี ด้หลกั เกณฑก์ ารสรรหาและเลอื กสรรพนกั งานราชการพเิ ศษ พนักงานราชการพิเศษเป็นกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิท่ีมีประสบการณ์สูง ซ่ึงส่วนราชการจ้างมาในลักษณะการจ้างแรงงาน เพื่อให้มาทํางานร่วมกับส่วนราชการ ในลักษณะเป็นผู้ให้คําปรึกษาแนะนําเป็นหลัก แต่ในงานบางลักษณะผู้ทรงคุณวุฒิอาจจําเป็นต้องปฏิบัติงานเองด้วยเพ่ือให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมายที่กําหนด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความจําเป็นของภาระงานท่สี ่วนราชการกาํ หนดขนึ้ เป็นสาํ คัญ ๑. การจดั ทาํ รายละเอยี ดการจ้างพนกั งานราชการพิเศษ ส่วนราชการไม่ต้องจัดทําประกาศรับสมัคร แต่ส่วนราชการโดยหัวหน้าส่วนราชการและผู้รับผิดชอบงานหรือโครงการของตําแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรรควรจัดทํารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับตําแหน่งงานในเบ้ืองต้นตามประกาศ คพร. เพ่ือเป็นขอ้ มลู ประกอบในการสรรหาและเลือกสรร ไดแ้ ก่ (๑) รายละเอียดขอบข่ายของงาน/โครงการ ซ่ึงมีขอบเขต/วัตถุประสงค์ท่ีบ่งชี้ประเด็น/ปัญหาที่ต้องศึกษาอย่างชัดเจน และมีเน้ือหาสาระเฉพาะสําหรับภาระงานโดยการดําเนินการอาจเป็นในรูปของคณะกรรมการกลุ่มย่อยเพื่อให้ได้มุมมองท่ีกว้างครบถว้ น และสมบูรณ์ (๒) เหตุผลความจําเป็นของการจ้างควรมีความชัดเจน และมีความสมเหตุสมผลกับการจ้าง โดยมีข้อพิจารณาที่ควรคํานึงถึง เช่น ภาระงานนั้นต้องการบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และความชํานาญเป็นพิเศษในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับงาน/โครงการ ซงึ่ ไมอ่ าจหาผู้ปฏบิ ตั งิ านท่เี หมาะสมในหน่วยงานได้

๗๒ (๓) ช่อื ตําแหนง่ ท่เี หมาะสม (๔) คุณสมบัติของตําแหน่งตามข้อ ๘ ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และตามแนวทางของประกาศ คพร. เรื่อง การกําหนดลักษณะงานและคุณสมบัตเิ ฉพาะของกลุ่มงานฯ ในกลุ่มงานเชย่ี วชาญพเิ ศษ (๕) ระยะเวลาการจา้ งตามภาระงาน (๖) ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับภาระงานตามหลักเกณฑ์ของประกาศ คพร.เรอื่ ง ค่าตอบแทนของพนักงานราชการ (๗) เง่ือนไขการจ้างอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อตกลงเกี่ยวกับวัน เวลา ในการปฏบิ ตั ิงาน เปน็ ต้น ๒. การสรรหาพนกั งานราชการพิเศษ ในการเสาะแสวงหาผ้ทู รงคุณวุฒิเพ่ือเป็นพนักงานราชการพิเศษ อาจพิจารณาจากแหล่งข้อมลู ต่าง ๆ เช่น ◊ ศูนย์ข้อมูลทีป่ รกึ ษากระทรวงการคลงั ◊ ธนาคารสมองของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเกิดข้ึนจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่มีรับสั่งเกี่ยวกับธนาคารสมองโดยการนําผู้ทรงคุณวุฒิที่เกษียณอายุแล้วจากภาครัฐและเอกชนที่มีความรู้ ประสบการณ์ และสมัครใจมาช่วยพัฒนาประเทศไทยโดยไม่หวังผลตอบแทนจากรฐั ◊ ส่วนราชการ / รัฐวิสาหกิจ ซ่ึงเคยจ้างผู้ทรงคุณวุฒิในงานประเภทเดยี วกัน ◊ ผู้รู้ / มีประสบการณ์ในงานประเภทนัน้ ๆ ◊ สมาคมอาชีพต่าง ๆ ◊ สถานทตู ของประเทศที่เก่ยี วขอ้ ง เปน็ ตน้

๗๓ ๓. การเลือกสรรพนักงานราชการพิเศษ ผู้รับผิดชอบในการดําเนินการเลือกสรร คือ หัวหน้าส่วนราชการหรือคณะกรรมการที่หัวหน้าส่วนราชการแต่งต้ัง และผู้รับผิดชอบงาน / โครงการ โดยมีแนวทางในการดาํ เนินการ ดังน้ี (๑) เลือกสรรพนักงานราชการพิเศษจากรายชื่อท่ีได้ดําเนินการสรรหามาทัง้ หมด ทัง้ นี้ อาจใชว้ ิธีการประเมินความสามารถด้านวชิ าการของผทู้ รงคุณวุฒิด้วยการสืบค้นข้อมูลโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรือหลายวิธีร่วมกัน เช่น การสนทนา การสัมภาษณ์การตรวจสอบจากหน่วยงานท่ีเคยว่าจ้างหรือบุคคลที่อ้างอิง หรือการพิจารณาจากแฟ้มผลงานท่ีเก่ียวข้อง เป็นต้น เพ่ือพิจารณาแนวทาง / วิธีดําเนินงาน / แผนการดําเนินงานตลอดจนแนวคดิ ในการดําเนินการเปน็ ขอ้ มลู ประกอบในการพิจารณาเลือกสรร (๒) ผู้รับผิดชอบควรดําเนินการเลือกสรร โดยคํานึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสําคัญ และต้องดําเนินการด้วยความโปร่งใสพร้อมรับการตรวจสอบตามหลักการของการบรหิ ารกิจการบ้านเมอื งท่ดี ีการทําสญั ญาจ้างผผู้ า่ นการเลอื กสรร ๑. เมื่อส่วนราชการสรรหาและเลือกสรรได้พนักงานราชการแล้ว ส่วนราชการจะตอ้ งจัดทําสัญญาจ้างผผู้ า่ นการเลือกสรรในแนวทางต่อไปนี้ ๑.๑ ส่วนราชการทําสัญญาจ้างผู้ผ่านการเลือกสรรด้วยแบบสัญญาจ้างตามที่กําหนด โดยมีระยะเวลาการจ้างตามความจําเป็นหรือความเหมาะสมกับภาระงาน เช่น๒ เดือน ๓ เดือน หรือ ๒ ปี ๓ ปี แต่ต้องไม่เกิน ๔ ปี สําหรับพนักงานราชการพิเศษ ต้องจ้างตามภาระของงานหรือโครงการ ท่ีมีระยะเวลาส้ินสุดซ่ึงแตกต่างจากการกําหนดระยะเวลาการจ้างของพนกั งานราชการท่ัวไป

๗๔ ๑.๒ จุดเน้นของการทําสัญญาจ้าง คือ การกรอกข้อความ หรือจัดทํารายละเอียดต่าง ๆ ในสัญญาจ้างให้มีความชัดเจน ครบถ้วน และสมบูรณ์ เช่น คู่สัญญาวันที่ทําสัญญา ชื่อตําแหน่ง ขอบข่ายงาน ระยะเวลาการจ้าง ค่าตอบแทน เหตุที่ทําให้สญั ญาจา้ งส้ินสดุ (เพ่ิมเตมิ ) เป็นต้น ทง้ั น้ี เพราะในระบบพนักงานราชการ สว่ นราชการต้องใช้สญั ญาจ้างในการบริหารจดั การพนกั งานราชการตลอดอายสุ ัญญา ๑.๓ หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นผลู้ งนามในสัญญาจา้ งในฐานะของส่วนราชการกบั คู่สัญญา คอื พนกั งานราชการ ๒. ส่วนราชการต้องควบคุม หรือดูแลให้มีการปฏิบัติตามสัญญาจ้างในระหว่างสัญญา เช่น การหักภาษีเงินได้ เป็นต้น หรือกรณีมีการฝ่าฝืนสัญญา เช่นการเปดิ เผยความลบั หรอื การละเมดิ ลขิ สิทธ์ิของทางราชการ เปน็ ตน้ ๓. กรณีที่สัญญาจ้างของพนักงานราชการสิ้นสุด และส่วนราชการมีภาระงานซึ่งจําเป็นต้องต่อสัญญาจ้างพนักงานราชการ ส่วนราชการต้องทําสัญญาจ้างใหม่ตามแนวทางปฏิบัติของการทําสัญญาจ้างในคร้ังแรก แต่ท้ังนี้ต้องเป็นไปตามข้อกําหนดเก่ียวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานตามประกาศ คพร. เร่ือง แนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการ แต่ในส่วนของพนักงานราชการพิเศษ สัญญาจ้างจะส้ินสุดลงตามระยะเวลาโครงการ แตต่ ้องไมเ่ กิน ๑ ปี ๔. กรณีที่ต่อสัญญาจ้างของพนักงานราชการรายเดิมในสัญญาจ้างฉบับใหม่จะต้องระบเุ งนิ เดือนทไ่ี ด้รบั เพ่ิมตามผลการประเมนิ การปฏบิ ัตงิ านในรอบทผี่ ่านมา

๗๕ เอกสารแนบ ๑นยิ าม๑. ความรคู้ วามสามารถ หมายถึง องค์ความรตู้ ่าง ๆ ทใ่ี ช้ในการปฏบิ ตั งิ านในตาํ แหน่ง เช่น ความรู้ความสามารถทใี่ ชใ้ นการปฏิบตั งิ าน ความรู้เร่ืองกฎหมายและกฎระเบยี บราชการ๒. ทักษะ หมายถึง การนําความรู้มาใช้ในการปฏิบัติงานจนเกิดความชํานาญและความคล่องตัวเชน่ ทักษะการใชค้ อมพวิ เตอร์ ทักษะการใชภ้ าษาอังกฤษ ทกั ษะการคาํ นวณ ทกั ษะการจัดการขอ้ มูล ฯลฯ๓. สมรรถนะ หมายถึง คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมทีเ่ ปน็ ผลมาจากความรู้ ความสามารถ ทักษะและคุณลักษณะอื่น ๆ ที่ทําให้บุคคลปฏิบัติงานได้โดดเด่นในองค์การ เช่น การมุ่งผลสัมฤทธิ์ บริการที่ดีการคิดวิเคราะห์ ความซ่อื สัตย์ ฯลฯการกําหนดหลักเกณฑก์ ารสรรหาและเลอื กสรร ในการกําหนดหลักเกณฑ์การสรรหาและเลือกสรร มีขั้นตอนการดําเนินการท่ีสําคัญดงั ต่อไปนี้ ๑. การวิเคราะห์งานหรือศกึ ษาตาํ แหน่งงาน ในกรณีที่ไม่ได้มีการจัดทํามาตรฐานกําหนดตําแหน่งมาก่อน จะต้องมีการวิเคราะห์งานเพื่อให้ทราบลักษณะงานท่ีจะต้องทําในตําแหน่งน้ัน ๆ ซึ่งสามารถดําเนินการได้หลายวิธี เช่นการใช้แบบสอบถาม การสังเกต การระดมสมองจากผู้เช่ียวชาญ การสัมภาษณ์ แต่ท่ีนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ เทคนิคการวิเคราะห์เหตุการณ์สําคัญ (Critical Incident Technique)ซึ่งกําหนดให้ผู้เกี่ยวข้องในตําแหน่งงานที่จะวิเคราะห์ เช่น หัวหน้างานผู้ปฏิบัติงานในตําแหน่งนั้นผู้รอบรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในตําแหน่งนั้นบรรยายถึงพฤติกรรมการทํางานที่ดีหรือไม่ดีของการปฏิบัติงานในตําแหน่งอย่างเฉพาะเจาะจง โดยเน้นถึงพฤติกรรมการทํางานและผลที่เกิดข้ึนจากพฤติกรรมการทํางานน้ันๆ อย่างไรก็ตาม ในกรณีท่ีได้มีการจัดทํามาตรฐานกําหนดตําแหน่งซึ่งระบุมาตรฐานความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จําเป็นสําหรับแต่ละตําแหน่งไว้แล้วใ ห้ ศึ ก ษ า จ า ก ลั ก ษ ณ ะ ง า น แ ล ะ คุ ณ ส ม บั ติ ข อ ง ผู้ ดํ า ร ง ตํ า แ ห น่ ง เ พื่ อ ท่ี จ ะ นํ า ไ ป กํ า ห น ด เ ป็ นหวั ขอ้ /องค์ประกอบท่ใี ช้เป็นเกณฑ์สําหรบั การสรรหาและเลอื กสรร ๒. การกาํ หนดน้ําหนักคะแนนของแต่ละหวั ขอ้ /องค์ประกอบท่ีจะประเมิน เม่ือได้กําหนดหัวข้อ/องค์ประกอบท่ีใช้เป็นเกณฑ์สําหรับการสรรหาและเลือกสรรแล้วจะต้องมีการกําหนดนิยามและรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ/องค์ประกอบ รวมท้ังมีการประเมิน

๗๖ว่าแต่ละหัวข้อ/องค์ประกอบมีความสําคัญต่อผลสําเร็จในการปฏิบัติงานมากน้อยเพียงใดเพื่อใชเ้ ป็นแนวทางในการกาํ หนดนํา้ หนักคะแนนในแต่ละหัวข้อ/องค์ประกอบตัวอย่างการกําหนดหวั ขอ้ /องคป์ ระกอบในการประเมิน นํ้าหนกั คะแนน หัวขอ้ /องคป์ ระกอบทจี่ ะประเมนิ ๓๐ คะแนน๑. ความรู้ ความสามารถเฉพาะตําแหน่ง: ความรเู้ กย่ี วกบั ๔๐ คะแนนการประชาสมั พนั ธ์ ๓๐ คะแนน๒. ทักษะ: การใชค้ อมพวิ เตอร์ การใชภ้ าษาอังกฤษ ๑๐๐ คะแนน๓. สมรรถนะ: การคดิ วเิ คราะห์ การทาํ งานเป็นทมีคะแนนรวมตวั อย่างการกาํ หนดนิยามในแต่และหวั ข้อ/องค์ประกอบ ๑. ความรู้เก่ียวกับการประชาสัมพันธ์ หมายถึง การมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบเทคนิคและวิธีการประชาสัมพันธ์ในระดับท่ีสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้ในการปฏิบัติงาน เพ่ือการเผยแพร่ความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั งาน/โครงการ ๒. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ หมายถึง สามารถใช้โปรแกรมข้ันพื้นฐาน ได้แก่ MicrosoftWord , Excel Powerpoint ได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่ ๓. ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ หมายถึง สามารถพูด เขียน อ่าน และฟังภาษาอังกฤษ และทําความเข้าใจสาระสําคัญของเนื้อหาเกยี่ วกบั ................... ได้ ๔. สมรรถนะการคิดวิเคราะห์ หมายถึง สามารถเข้าใจและวิเคราะห์สถานการณ์ ประเด็นปัญหาและแนวคิดโดยการแยกแยะประเด็นออกเป็นส่วนย่อย ๆ หรือทีละขั้นตอน รวมถึงการจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบระเบียบ เปรียบเทียบแง่มุมต่าง ๆ สามารถลําดับความสําคัญ ช่วงเวลาเหตุและผล และทีม่ าท่ีไปของกรณีตา่ งๆ ได้ ๕. สมรรถนะการทํางานเป็นทีม หมายถึง สามารถทํางานร่วมกับผู้อ่ืน เป็นส่วนหนึ่งของทีมหรอื หนว่ ยงานและสามารถสรา้ งและรกั ษาสมั พันธภาพกับสมาชิกในทมี --------------------------

๗๗ เอกสารแนบ ๒ ใบสมคั รเลขท่.ี .......................... ตวั อย่าง ใบสมัครสาํ หรบั พนกั งานราชการท่วั ไป ----------------------------๑. ขอ้ มลู ส่วนตวัช่ือและนามสกลุ สมคั รตาํ แหนง่(นาย / นาง / นางสาว)........................................................................................... .................................................................................................................ทอี่ ยทู่ ีต่ ดิ ต่อได้ วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………… ……………………………………………หมายเลขโทรศัพท์................................................. E-mail Address……………… สถานทีเ่ กิด เชือ้ ชาติ ........................................................ ....................................................เลขบัตรประจําตัวประชาชน………………………………………………………………………… สถานภาพสมรส สัญชาติออกให้ทอ่ี ําเภอ/เขต............................................... จงั หวดั ................................... ........................................................ ....................................................วัน เดอื น ปที ีอ่ อกบัตร............................................ บัตรหมดอาย.ุ ......................... การรับราชการทหาร ศาสนา ……………………………………………...... ....................................................อาชพี ปัจจบุ ัน.................................................................................................................................................................................................................................เหตุผลที่ (อยาก) ออกจากงาน.......................................................................................................................................................................................................๒. ข้อมลู การศกึ ษาและฝึกอบรม สถานศึกษา ประกาศนียบัตร / ปรญิ ญาบัตร / วชิ าเอก ปี พ.ศ.จาก ถงึหลกั สตู รเพม่ิ เตมิ การฝกึ อบรม๓. ข้อมูลการทํางานและประสบการณ์ทํางาน (โปรดให้รายละเอยี ดของงานทท่ี ําในชว่ ง ๓ ปหี ลัง) ปี พ.ศ. ชือ่ และท่ีอยู่ ตาํ แหนง่ งานและ เงินเดอื น สาเหตทุ ่ีออกจากงานจาก ถึง ของหน่วยงาน หน้าทีโ่ ดยย่อโปรดระบคุ วามสาํ เรจ็ ของงานทีท่ าํ ผ่านมาในชว่ ง ๓ ปหี ลงั (ถ้ามี)

๗๘โปรดให้ความเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์ทีไ่ ด้รับ และอธิบายว่าประสบการณ์นั้น ๆ เป็นประโยชน์ต่องานที่สมัครในคร้ังนี้ อยา่ งไรบา้ ง ๔. ข้อมูลความรคู้ วามสามารถพิเศษ (ถ้าม)ี๕. บุคคลอา้ งอิง (ขอให้ระบุชื่อบคุ คลที่คนุ้ เคยกับการทํางานของท่าน เช่น ผู้บงั คับบัญชาโดยตรง โปรดอยา่ ระบชุ ่อื บุคคลท่เี ปน็ ญาตหิ รอื เพื่อน)ชื่อและนามสกลุ ตาํ แหน่งปจั จุบัน ทที่ ํางานปจั จบุ นั และโทรศพั ท์ ระบคุ วามสมั พนั ธก์ ับท่าน๖. ข้าพเจา้ มีคณุ สมบตั ิครบถว้ นตามท่ีระบุไวใ้ น ขอ้ ๘ แหง่ ระเบยี บสํานกั นายกรฐั มนตรวี ่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอรับรองวา่ ข้อความที่กล่าวข้างตน้ เป็นความจริงทกุ ประการ หากขอ้ ความตอนใดเปน็ ความเท็จหรอื ไม่ ตรงกับความจริงให้ ถอื เปน็ หลกั ฐานเพ่อื เลกิ จ้างขา้ พเจา้ ได้ทันที (ลงชื่อ)...............................................................................ผู้สมคั ร (...........................................................................) ยื่นใบสมัครวันท่.ี .........เดือน.....................พ.ศ..............

๗๙ เอกสารแนบ ๓ วธิ ีการประเมนิ ความรู้ ความสามารถ ทกั ษะและสมรรถนะ สาํ หรับการสรรหาและเลอื กสรรพนกั งานราชการ ส่วนราชการสามารถกําหนดวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะด้วยวิธีการเดียว หรือหลาย ๆ วิธี โดยส่วนราชการจะต้องใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือให้สอดคล้องกบั ส่ิงทจ่ี ะประเมินและความสามารถในการดาํ เนินการของส่วนราชการตัวอย่างเครอื่ งมอื ในการประเมนิ เครอื่ งมือ จดุ มุ่งหมาย ความเหมาะสมในการใช้๑. แบบทดสอบ แบบทดสอบเป็นเครื่องมือชนิดหน่ึงท่ีสร้างขึ้น - เ น่ื อ ง จ า ก แ บ บ ท ด ส อ บ เ ป็ น๒. การสัมภาษณ์ อย่างเป็นระบบ เพ่ือให้ผู้สอบแสดงพฤติกรรม เครื่องมือที่ต้องจัดทําขึ้นอย่างเป็น อย่างใดอย่างหนึ่ง เพ่ือที่จะวัดว่าผู้สอบมีส่ิงท่ี ระบบ มีระเบียบวิธีการในการ ต้องการวัดหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด ดําเนินการที่ปฏิบัติต่อผู้สอบ ปัจจุบันมีแบบทดสอบท่ีใช้เพื่อเลือกสรรบุคคล อย่างเท่าเทียมกัน แบบทดสอบจึง หลายชนิด ตัวอยา่ งเชน่ เป็นเคร่ืองมือที่เหมาะสมที่จะช่วย ๑) แบบทดสอบที่แบ่งตามจุดมุ่งหมายของ สร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความ การวัด เชน่ แบบวัดความสามารถทวั่ ไป แบบวัด เป็นมาตรฐานหรือความโปร่งใส ความถนดั แบบวัดบุคลิกภาพ เป็นต้น ให้แก่ผสู้ อบได้ ๒) แบบทดสอบท่ีแบ่งตามวิธีการทดสอบ - นอกจากนี้ แบบทดสอบยั ง ได้แก่ แบบทดสอบข้อเขียน แบบทดสอบการ เหมาะสมใ น ก า ร นํ า ไ ป ใ ช้ กั บ ปฏิบัติ เป็นต้น แบบทดสอบประเภทต่าง ๆ ตําแหน่งที่มีผู้สอบเป็นจํานวนมาก เหล่านี้ มักจะมี ๒ รูปแบบ คือ แบบปรนัย และ เพราะจะช่วยประหยัดเวลาในการ แบบอัตนัย ซึ่งส่วนราชการควรเลือกรูปแบบให้ ดําเนินการและสามารถใช้ในการ เหมาะกับเนื้อหาและจุดมุ่งหมายท่ีต้องการวัด กลั่นกรองบุคคลในขั้นแรกได้ รวมทั้งความสามารถในการดําเนินการ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ตลอดจนความคุม้ คา่ ดว้ ย การสัมภาษณ์งานเป็นการสนทนากันระหว่าง - การสัมภาษณ์เหมาะสําหรับใช้ บุคคล ๒ ฝา่ ยคอื ระหว่างผู้สัมภาษณ์และผู้เข้ารับ ประกอบการตัดสินใจเลือกสรร การสัมภาษณ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้ได้ข้อมูล บุคคลในขั้นตอนสุดท้าย เพราะ เกี่ยวกับผู้เข้ารับการสัมภาษณ์มากที่สุด เพื่อใช้ เป็นการพบกันโดยตรงระหว่าง

๘๐เครอื่ งมือ จดุ มุ่งหมาย ความเหมาะสมในการใช้ ประกอบการตัดสินใจในการประเมินความ ส่วนราชการกับผู้สมัคร เหมาะสมของบุคคลกับตําแหน่งงาน โดยการ - ทั้งนี้ การสมั ภาษณเ์ หมาะสําหรับ สัมภาษณ์งานแบบมีโครงสร้างเป็นวิธีการที่ได้ การเลือกสรรบุคคลจํานวนน้อย มาตรฐานและเที่ยงตรงมากกว่าวิธีการสัมภาษณ์ เพราะการสัมภาษณ์ในแต่ละคร้ัง แบบอ่ืน ๆ เน่ืองจากมีการกําหนดหัวข้อและแนว ต้องใช้เวลานานพอสมควร และ ทางการสัมภาษณ์ไว้อย่างเป็นระบบ เริ่มต้ังแต่การ กรรมการสัมภาษณ์ควรเป็นผู้มี วางแผน การดําเนินการในแต่ละกิจกรรม ค ว า ม เ ชี่ ย ว ช า ญ มี ค ว า ม รู้ การวิเคราะห์งาน การกําหนดหัวข้อท่ีจะสัมภาษณ์ ความเข้าใจ ทั้งในเทคนิควิธีการ การสร้างข้อคําถามและแนวคําตอบ พร้อมทั้งมี สัมภาษณ์และเข้าใจสมรรถนะ การกําหนดมาตรการประเมินที่ใช้เป็นเกณฑ์การ ที่ต้องการประเมินเปน็ อยา่ งดี ตัดสินท่ีชัดเจน ตลอดจนจัดให้มีการอบรม กรรมการสมั ภาษณ์๓. การทดสอบการ การทดสอบการปฏิบัติงาน เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้ - การทดสอบการปฏิบัติงานปฏิบตั ิงาน สํ า ห รั บ ป ร ะ เ มิ น เ กี่ ย ว กั บ ทั ก ษ ะ ห รื อ เหมาะสําหรับการเลือกสรรบุคคล ความสามารถในการปฏิบัติงานของบุคคลที่ ในตําแหน่งท่ีต้องการทักษะในการ สามารถเห็นผลการปฏบิ ตั ิจริงได้ในชั่วระยะเวลา ปฏิบัติงานสูง เช่น ตําแหน่งงาน อันส้ัน เช่น การทดสอบทักษะการปฏิบัติงาน ด้านธุรการ งานบันทึกข้อมูล งาน คอมพิวเตอร์ การทดสอบความสามารถทาง ดา้ นศลิ ปะ เป็นต้น ซ่ึงเคร่ืองมือนี้มี ศิลปะ การทดสอบการปฏิบัติงานธุรการ การ ประสิทธิภาพในการเลือกสรรสูง ประกาศข่าว เป็นต้น ท้ังน้ี การทดสอบการ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สอบ ปฏิบัติงาน ควรดําเนินการทดสอบในรูปของ ได้แสดงความสามารถท่ีแท้จริง คณะกรรมการโดยมีอย่างน้อย ๒ คนข้ึนไป และสามารถให้ผลการตัดสินที่ และควรเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการ สร้างความยุติธรรมระหว่างผู้สอบ ปฏิบัติงานด้านนั้นๆ เป็นอย่างดี โดยในการ ดว้ ยกนั ได้เป็นอยา่ งดี ประเมนิ ควรกาํ หนดองค์ประกอบหรือเกณฑ์การ ตัดสินท้ังในด้านคุณภาพ และปริมาณ รวมท้ังมี การบันทึกผลการประเมินอย่างเป็นระบบ สามารถตรวจสอบได้

๘๑เคร่อื งมอื จดุ มงุ่ หมาย ความเหมาะสมในการใช้๔. การกล่ันกรอง การกล่ันกรองเอกสารการสมัครเป็นการ - เ ห ม า ะ สํ าห รั บ ตํ า แ ห น่ ง ที่ มีเอกสารการสมคั ร พิจารณาข้อมูลจากใบสมัครเกี่ยวกับความรู้ ผู้สมัครน้อยและในกลุ่มตําแหน่งที่ ความสามารถ ทักษะหรือสมรรถนะ โดยมีการ ใช้ ทั ก ษ ะ ห รื อมี ลั ก ษ ณ ะ ก า ร กําหนดหัวข้อและแนวทางการประเมินที่ชัดเจน ปฏิบัติงานที่ใช้เทคนิคเฉพาะตัว เช่น ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ หนังสือ หรือตําแหน่งผู้เชี่ยวชาญท่ีต้องการ รับรอง ผลงานทางวิชาการ ความสามารถ ผู้มีประสบการณ์สูง โดยมักใช้ใน พิเศษ หรือกิจกรรมระหว่างการศึกษา/การ การเลือกสรรบุคคลในขั้นตอนแรก ทาํ งาน เป็นต้น ทั้งนี้ จะต้องมีการออกแบบใบสมัครไว้ล่วงหน้า ท่ีสามารถครอบคลุมข้อมูลต่าง ๆ ท่ีต้องการจะ ประเมินผู้สมัคร และควรจะดําเนินการในรูป ของคณะกรรมการ โดยควรมีการประชุม กําหนดแนวทางการประเมินและเกณฑ์การให้ คะแนนทช่ี ัดเจน๕. การตรวจสอบกับ การตรวจสอบกับบุคคลอ้างอิงเป็นการ - มกั ใช้ในการตรวจสอบหรือยืนยันบคุ คลอ้างอิง ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นภูมิหลังของผู้สมัครจาก ระดับการศึกษา ประสบการณ์ บุคคลที่เก่ียวข้อง โดยอาจให้ระบุในใบสมัครว่า การทํางานและความสําเร็จของ ต้องการให้ติดต่อกับบุคคลใด ซ่ึงโดยมากมักเป็น บุคคลท่ีได้ให้ไว้เป็นหลักฐาน เช่น ผู้ร่วมงาน ผู้บังคับบัญชาท่ีผู้สมัครเคยร่วม ในระหว่างการสัมภาษณ์ หรือใน ทาํ งานด้วย หรือเพ่ือน คนรจู้ กั ใบสมัครงาน หนังสือรับรอง ทั้งนี้ การตรวจสอบกับบุคคลอ้างอิงมัก ใ ช้ กั บ ตํ า แ ห น่ ง วิ ช า ชี พ ห รื อ ผเู้ ชย่ี วชาญ๖ . ก า ร ใ ช้ แ ฟ้ ม การใช้แฟ้มผลงานเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมิน - การใช้แฟ้มผลงาน เหมาะสําหรับผลงาน (Portfolio) ความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ การเ ลื อ ก ส ร ร บุ ค ค ล ใ น ก ลุ่ ม ของผู้สมัคร โดยให้ผู้สมัครเก็บรวบรวมข้อมูล ตําแหน่งท่ีใช้ทักษะ หรือมีลักษณะ เกี่ยวกับผลงาน ผลสาํ เร็จทีผ่ สู้ มคั รได้รบั ซง่ึ เป็น การปฏิบัติงานด้านศิลปะ หรือต้อง สิ่งที่ผู้สมัครได้เรียนรู้ ฝึกฝน หรือส่ังสม ใชเ้ ทคนคิ เฉพาะตวั ในการปฏิบัติงาน ประสบการณ์มา โดยเสนอผลงานหรือแสดงให้ ท่ีสามารถนําผลงานมาแสดงให้ ปรากฏโดยอาศัยส่ือในรูปแบบต่างๆ ที่สะท้อน ป ร า ก ฏ เ ป็น รูป ธ ร ร ม ไ ด้ เช่น หรือบ่งบอกถึงความรู้ ความสามารถ ทักษะ ตําแหน่งจิตรกร ประติมากร

๘๒เครอ่ื งมอื จุดมุ่งหมาย ความเหมาะสมในการใช้ และสมรรถนะของผู้สมัคร โดยอาจจัดทําในรูป สถาปนิก เปน็ ต้น แฟ้ม เอกสาร การเสนอตัวอย่างผลงาน หรือ การใช้วัสดุชนิดต่าง ๆ ฯลฯ เพ่ือแสดงผลงาน และในการเสนอผลงานจะต้องเป็นไปตาม โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ก า ร เ ส น อ แ ฟ้ ม ผ ล ง า น ท่ี สว่ นราชการได้กาํ หนดข้นึ โครงสร้างของแฟ้มผลงานจะเป็นการ กํ า ห น ด ลั ก ษ ณ ะ หรื อขอบเขตการเสนอผลงาน โดยทั่วไปอาจประกอบด้วยส่วนประกอบสําคัญ ๓ สว่ น ไดแ้ ก่ ๑) ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของผู้สมัคร เช่น ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา กิจกรรม ตา่ ง ๆ ประสบการณก์ ารทํางาน เป็นตน้ ๒) การเสนอผลงานท่ีผู้สมัครได้คัดเลือก แล้วว่าเป็นผลงานดีเด่น หรือเป็นผลงานที่ได้รับ ความสําเร็จ ซึ่งจํานวนของผลงานเป็นไปตามท่ี ส่วนราชการกําหนด ๓) รายงานข้อมูลเก่ียวกับลักษณะที่แสดง ถึงความรู้ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะที่ ต้องใช้เพื่อการทํางานให้สําเร็จ เช่น รายการ วุฒิบัตร ประกาศนียบัตร รางวัลต่าง ๆ รวมท้ัง ข้อมูลเก่ียวกับขั้นตอนวิธีการจัดทําผลงาน สัดส่วนในการจัดทําผลงาน จุดเด่นของผลงาน เป็นตน้๗. การใชเ้ ทคนคิ การใช้เทคนิค Assessment Centers เป็นการ - ก า ร ใ ช้ เ ท ค นิ ค AssessmentAssessment ประเมินพฤติกรรมของบุคคลท่ีได้มาตรฐาน Centers เป็นเทคนิคท่ีมีประสิทธิภาพcenters โดยอาศัยแหลง่ ขอ้ มูลหลายทาง ใช้หลายเทคนิค ในการเลือกสรรบุคคลสูง โดยเฉพาะ วิธีใช้ผ้สู ังเกตทไี่ ด้รบั การฝึกอบรมหลายคน โดย ในด้านความเท่ียงตรง ความเชื่อถือได้ ส่วนใหญ่แล้วการตัดสิน/ประเมินเก่ียวกับ แต่เนื่องจากเป็นการใช้เคร่ืองมือชนิด

๘๓เคร่อื งมอื จุดมุ่งหมาย ความเหมาะสมในการใช้ พฤติกรรมจะประเมินจากสถานการณ์จําลอง ต่าง ๆ หลายชนิดประกอบกัน (Behavioral Simulation) ท่ีถูกสร้างขึ้นอย่าง การดําเนินการจึงต้องใช้เวลามาก เฉพาะเจาะจง กิจกรรมเหล่านีม้ ุง่ ใช้เพื่อประเมิน และมีค่าใช้จ่ายสูง จึงเหมาะกับ คุณลักษณะ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ตําแหน่งที่มีผู้สอบจํานวนน้อยหรือ สมรรถนะ อุปนิสัย บุคลิกภาพ หรือคุณลักษณะ ตํ า แ ห น่ ง ที่ มี ค ว า ม สํ า คั ญ / อ่ืนใดท่ีเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในหน้าท่ีให้ มีผลกระทบต่อส่วนราชการสงู สําเร็จ โดยข้อมูลเหล่าน้ีได้มาจากการสังเกต พฤติกรรม และการสรุปสันนิษฐานจาก เคร่ืองมือต่าง ๆ ทั้งนี้ ผลการตัดสินของ ผู้ประเมินแต่ละคนจะถูกนํามารวมกันและ อภิปรายหาข้อสรุป ทั้งนี้ กิจกรรมที่นิยมใช้ใน ก า ร ประเมิ น Assessment Centers ได้ แก่ แบบทดสอบ การสัมภาษณ์ การทดสอบ การปฏิบัติงาน การอภิปรายโดยไม่มีผู้นํากลุ่ม การนําเสนอรายงาน การเขียนรายงานเชิง วิเคราะห์ ฯลฯ โดยผู้ประเมินเป็นผู้ท่ีได้รับการ อ บ ร ม ห รื อ ฝึ ก ฝ น ทั ก ษ ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น มาเป็นอย่างดี การประเมินด้วยเทคนิค Assessment Centers เป็นการประเมินแบบ ค ร อ บ ค ลุ ม ทั้ ง ตั ว บุ ค ค ล (Whole–person Assessment) ซึ่งเป็นการพิจารณาโดยรวมว่า บุคคลมีความเหมาะสมกับตําแหน่งมากน้อย เพียงใด

๘๔ เอกสารแนบ ๔ ตวั อยา่ ง การกาํ หนดวธิ กี ารประเมินและเกณฑ์การตดั สนิลกั ษณะงาน๑. ดําเนินการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพ่ือเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดาํ เนินโครงการ.........................................................................ของหนว่ ยงาน๒. ตดิ ตามขา่ วสารทเ่ี กีย่ วข้องกบั โครงการ..............................................ของหนว่ ยงานระยะเวลาการจ้าง ๖ เดือนกลุ่มงาน กลมุ่ งานบริหารทัว่ ไปตําแหนง่ เจา้ หน้าทีป่ ระชาสัมพนั ธ์ องค์ประกอบในการประเมิน คะแนนเต็ม วธิ กี ารประมินความรู้ ๑๐๐ การสอบข้อเขยี น / การสอบสมั ภาษณ์ ความรเู้ กี่ยวกบั การประชาสัมพนั ธ์ความสามารถหรอื ทกั ษะเฉพาะ ๓๐ การทดสอบการปฏบิ ตั ิงาน ๘๐ การสอบขอ้ เขียนและการสอบสัมภาษณ์ ความสามารถในการใชค้ อมพิวเตอร์ ความสามารถในการส่อื สาร ๓๐ การทดสอบการปฏิบตั ิงานสมรรถนะ ๓๐ การสอบสัมภาษณ์ / การตรวจสอบกับบคุ คลอา้ งอิง การทาํ งานเป็นทมี มนษุ ยสัมพันธ์ การทดสอบการปฏิบตั งิ าน ๓๐ การสอบสัมภาษณ์ / การทดสอบการปฏิบัตงิ าน ความคดิ รเิ ริ่มสร้างสรรค์ ๓๐๐ วิธีการประเมนิ๑. การสอบข้อเขยี น ๑๕๐ คะแนน - ความรเู้ กีย่ วกับการประชาสัมพันธ์ ความสามารถในการสื่อสาร๒. การทดสอบการปฏบิ ัติงาน ๕๐ คะแนน - ความสามารถในการใชค้ อมพิวเตอร์ ความคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์๓. การสอบสัมภาษณ์ ๑๐๐ คะแนน - ความรเู้ กี่ยวกบั การประชาสัมพันธ์ ความสามารถในการส่อื สาร มนุษยสมั พนั ธ์ ความคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์๔. การตรวจสอบกบั บุคคลอา้ งองิ (เปน็ ขอ้ มูลประกอบการสมั ภาษณ์)เกณฑ์การตัดสิน๑) ผทู้ ผี่ ่านการประเมนิ จะตอ้ งได้คะแนนไมต่ ํา่ กว่าร้อยละ ๖๐ ในแต่ละวธิ ีการประเมิน๒) ผู้ท่ีได้รับการจัดจ้างจะต้องได้คะแนนการประเมินรวมสูงสุดเรียงลงมาเท่ากับจํานวนตําแหน่งว่าง

๘๕ เอกสารแนบ ๕สรุปข้ันตอนการสรรหาและเลือกสรรพนกั งาน พนักงานราชการทวั่ ไป พนกั งานราชการพิเศษ๑. ต้ังคณะกรรมการดาํ เนินการสรรหาและเลือกสรร ๑. กําหนดรายละเอียดต่าง ๆ ที่จําเป็นสําหรับการจ้าง เช่น(ก่อนหรือหลังประกาศรับสมัครก็ได้ แต่ควรก่อนประกาศรับสมัคร รายละเอียดขอบข่ายของงาน/โครงการ เหตุผลความจําเป็นของเพ่ือช่วยพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ ) คณะกรรมการดําเนินการฯ การจ้าง ช่ือตําแหน่ง คุณสมบัติของตําแหน่ง ระยะเวลาการจ้างสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการอ่ืน ๆ เช่น คณะกรรมการออกข้อสอบ ค่าตอบแทน เงื่อนไขการจ้างอ่ืน ๆ ฯลฯ (ไม่ต้องจัดทําประกาศคณะกรรมการสัมภาษณ์ เป็นตน้ รับสมคั ร) ๒. กาํ หนดรายละเอียดต่าง ๆ ท่ีจําเป็นสําหรับการจัดทําประกาศ ๒. สรรหาพนกั งานราชการพเิ ศษจากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ รับสมัคร เช่น ลักษณะงาน ช่ือกลุ่มงาน ช่ือตําแหน่ง ระยะเวลา การจ้าง ค่าตอบแทน คุณสมบัติ ผู้มีสิทธิสมัคร หลักเกณฑ์ วิธีการ ๓. หัวหน้าส่วนราชการ หรือคณะกรรมการที่หัวหน้า สรรหาและเลือกสรร เกณฑ์การตัดสิน เงื่อนไขการจ้างอื่น ๆ ส่วนราชการแต่งตั้ง และผู้รับผิดชอบโครงการกําหนด รวมท้ังวนั เวลาของกาํ หนดการต่าง ๆ ค่าสมคั ร ฯลฯ หลักเกณฑ์ วธิ ีการดาํ เนนิ การสรรหาพนกั งานราชการพิเศษ พร้อมท้ัง เกณฑก์ ารตัดสิน๓. แพรข่ ่าวประกาศรบั สมคั ร (ไมน่ ้อยกวา่ ๕ วนั ) และรับสมัคร(ไม่นอ้ ยกวา่ ๕ วัน) ๔. ประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ เช่น การสนทนา สัมภาษณ์ การตรวจสอบจากบุคคลอ้างอิง การใช้๔. ประเมนิ ความรู้ ความสามารถ ทกั ษะและสมรรถนะ เชน่ แฟม้ ผลงาน ฯลฯสอบขอ้ เขียน สัมภาษณ์ ฯลฯ๕. รายงานผลให้หวั หน้าสว่ นราชการทราบและประกาศรายชอ่ื ๕. เรียกผู้ผ่านการเลือกสรรมารายงานตัวและทําสัญญาจ้างผู้ผ่านการเลอื กสรร (ระบุอายุบัญชีไมเ่ กิน ๒ ปี) (การจ้างมรี ะยะเวลาสิ้นสุดแน่นอน)๖. เรียกผู้ผ่านการเลือกสรรมารายงานตัวและทําสัญญาจ้างภายในระยะเวลาของอายบุ ัญชี

เล่ม ๑๒๘ ตอนท่ี ๓๐ ก ๘๗ ส่ิงที่สง่ มาดว้ ย ๑ ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๔ กฎกระทรวง กําหนดจาํ นวนคนพกิ ารทนี่ ายจา้ งหรือเจ้าของสถานประกอบการและหนว่ ยงานของรฐั จะต้องรับเขา้ ทาํ งาน และจํานวนเงินทน่ี ายจา้ งหรือเจา้ ของสถานประกอบการ จะตอ้ งนาํ สง่ เข้ากองทนุ ส่งเสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ----------------------------- อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ วรรคหน่ึง และมาตรา ๔๕แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นกฎหมายท่ีมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ดังตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ กฎกระทรวงน้ีให้ใช้บังคับเม่ือพ้นกําหนดหน่ึงร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป ขอ้ ๒ ในกฎกระทรวงน้ี “ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน หรือผู้ปฏิบัติงานซ่ึงเรียกช่ืออย่างอ่ืนของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งปฏิบัติงานประจําในหน่วยงานของรัฐน้ันและให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในต่างประเทศ และผู้ซ่ึงอยู่ระหว่างการลาโดยได้รับเงินเดือนด้วยแต่ไม่หมายความรวมถึงลูกจ้างช่ัวคราว หรือพนักงานจ้างเหมาที่ปฏิบัติงานโดยมีกําหนดระยะเวลาตามสญั ญาจ้าง

๘๘ ข้อ ๓ ให้นายจา้ งหรือเจ้าของสถานประกอบการซงึ่ มีลกู จ้างตัง้ แต่หน่ึงร้อยคนข้ึนไปรบั คนพิการทีส่ ามารถทาํ งานได้ไม่วา่ จะอย่ใู นตําแหน่งใดในอัตราส่วนลูกจ้างท่ีมิใช่คนพิการทุกหนึ่งร้อยคนต่อคนพิการหน่ึงคน เศษของหนึ่งร้อยคนถ้าเกินห้าสิบคนต้องรับคนพิการเพ่ิมอีกหน่ึงคนการนับจํานวนลูกจ้างให้นับทุกวันท่ี ๑ ตุลาคม ของแต่ละปี และกรณีนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการผู้ใดมีหน่วยงานหรือสํานักงานสาขาในจังหวัดเดียวกันให้นับรวมลูกจ้างของหน่วยงานหรือสาํ นกั งานสาขาทุกแหง่ ในจงั หวดั นน้ั เข้าด้วยกัน ข้อ ๔ ให้หน่วยงานของรัฐซ่ึงมีผู้ปฏิบัติงานต้ังแต่หน่ึงร้อยคนข้ึนไปรับคนพิการที่สามารถทํางานได้ไม่ว่าจะอยู่ในตําแหน่งใดในอัตราส่วนผู้ปฏิบัติงานท่ีมิใช่คนพิการทุกหน่ึงร้อยต่อคนพิการหน่ึงคนเศษของหน่ึงร้อยคนถ้าเกินห้าสิบคนต้องรับคนพิการเพ่ิมอีกหนึ่งคนการนับจาํ นวนผปู้ ฏบิ ตั งิ านใหน้ บั ทุกวนั ท่ี ๑ ตุลาคม ของแต่ละปี และให้นบั โดยวิธี ดังตอ่ ไปนี้ (๑) กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรมให้นับจํานวนผู้ปฏิบัติงานรวมกันเป็นกระทรวง ท้ังนี้ เมื่อได้จํานวนคนพิการที่แต่ละกระทรวงจะต้องรับแล้วให้ปลัดกระทรวงดําเนินการจัดสรรให้หน่วยงานใดในสังกัดรับคนพิการเข้าทํางานโดยพจิ ารณาจากลักษณะงานทคี่ นพิการสามารถทําไดต้ ามความเหมาะสม (๒) ราชการส่วนท้องถ่ิน ให้นับจํานวนผู้ปฏิบัติงานของแต่ละองค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ อนื่ ท่มี ีกฎหมายจัดตัง้ (๓) รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา ให้นับจํานวนผปู้ ฏิบัติงานของแตล่ ะรฐั วสิ าหกจิ (๔) หน่วยงานอื่นของรัฐท่ีเป็นนิติบุคคล ให้นับจํานวนผู้ปฏิบัติงานของแต่ละหนว่ ยงานอืน่ ของรัฐ ข้อ ๕ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการผู้ใดที่มิได้รับคนพิการเข้าทํางานตามท่ีกําหนดในข้อ ๓ และมิได้ดําเนินการตามมาตรา ๓๕ ให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเป็นรายปี โดยคํานวณจากอัตราตํ่าสุดของอัตราค่าจ้างข้ันต่ําตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานที่ใช้บังคับคร้ังหลังสุดในปีก่อนปีท่ีมีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คูณด้วยสามร้อยหกสิบห้า และคูณด้วยจํานวนคนพิการท่ีไม่ไดร้ ับเขา้ ทาํ งาน

๘๙ การส่งเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเป็นเงินสด เช็คขีดคร่อมหรือธนาณัติสั่งจ่ายกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยส่งต่อสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตค น พิ ก า ร แ ห่ ง ช า ติ ห รื อ สํ า นั ก ง า น พั ฒ น า สั ง ค ม แ ล ะ ค ว า ม มั่ น ค ง ข อ ง ม นุ ษ ย์ จั ง ห วั ด ที่สถานประกอบการต้งั อยู่ ภายในวนั ที่ ๓๑ มกราคม ของแตล่ ะปี ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เฉลิมชัย ศรอี ่อน รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงแรงงานหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทํางานตามลักษณะของงานในอัตราส่วนท่ีเหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงกําหนดจํานวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทํางาน และมาตรา ๓๔ วรรคหน่ึงแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการท่ีมิได้รับคนพิการเข้าทํางานตามจํานวนท่ีกําหนดส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการโดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงกําหนดจํานวนเงินท่ีนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําส่งเขา้ กองทนุ จึงจาํ เปน็ ตอ้ งออกกฎกระทรวงน้ี

เล่ม ๑๒๖ ตอนพิเศษ ๗๗ ง ๙๑ ส่งิ ทสี่ ่งมาด้วย ๒ ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ เรือ่ ง ประเภทและหลกั เกณฑค์ วามพกิ าร ------------------------------- โดยท่ีเห็นเป็นการสมควรกําหนดประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการเพ่ือประโยชน์ในการสง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพกิ ารให้มีความเหมาะสมยิ่งข้นึ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นกฎหมายท่ีมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่อื ง ประเภทและหลักเกณฑค์ วามพิการ” ขอ้ ๒ ประกาศฉบบั นีใ้ หใ้ ชบ้ งั คบั ตง้ั แตว่ ันถัดจากวนั ท่ีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป ข้อ ๓ ให้กําหนดประเภทความพกิ าร ดงั นี้ (๑) ความพกิ ารทางการเห็น (๒) ความพิการทางการไดย้ ินหรือส่อื ความหมาย (๓) ความพิการทางการเคล่อื นไหวหรอื ทางรา่ งกาย (๔) ความพกิ ารทางจติ ใจหรอื พฤตกิ รรม หรือออทสิ ตกิ (๕) ความพกิ ารทางสตปิ ญั ญา (๖) ความพิการทางการเรียนรู้

๙๒ ข้อ ๔ หลักเกณฑ์กําหนดความพิการทางการเห็น ได้แก่ (๑) ตาบอด หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการเห็นเม่ือตรวจวัดการเห็นของสายตาข้างที่ดีกว่าเม่ือใช้แว่นสายตาธรรมดาแล้ว อยู่ในระดับแย่กว่า๓ ส่วน ๖๐ เมตร (๓/๖๐) หรือ ๒๐ ส่วน ๔๐๐ ฟุต (๒๐/๔๐๐) ลงมาจนกระทั่งมองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่าง หรือมลี านสายตาแคบกวา่ ๑๐ องศา (๒) ตาเห็นเลือนราง หมายถึง การท่ีบุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการเห็นเมื่อตรวจวัดการเห็นของสายตาข้างที่ดีกว่า เม่ือใช้แว่นสายตาธรรมดาแล้วอยู่ในระดับต้ังแต่ ๓ ส่วน ๖๐ เมตร (๓/๖๐) หรือ ๒๐ ส่วน ๔๐๐ ฟุต (๒๐/๔๐๐) ไปจนถึงแย่กว่า ๖ ส่วน๑๘ เมตร (๖/๑๘) หรอื ๒๐ สว่ น ๗๐ ฟตุ (๒๐/๗๐) หรือมลี านสายตาแคบกวา่ ๓๐ องศา ข้อ ๕ หลักเกณฑก์ าํ หนดความพกิ ารทางการไดย้ ินหรือส่อื ความหมาย ไดแ้ ก่ (๑) หหู นวก หมายถงึ การทบ่ี คุ คลมีข้อจาํ กดั ในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการได้ยินจนไม่สามารถรับข้อมูลผ่านทางการได้ยิน เมื่อตรวจการได้ยิน โดยใช้คลื่นความถี่ที่ ๕๐๐ เฮิรตซ์๑,๐๐๐ เฮิรตซ์ และ ๒,๐๐๐ เฮิรตซ์ ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่าจะสูญเสียการได้ยินที่ความดังของเสียง๙๐ เดซิเบลข้ึนไป (๒) หูตึง หมายถึง การท่ีบุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวติ ประจาํ วนั หรือการเข้าไปมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการได้ยิน เม่ือตรวจวัดการได้ยิน โดยใช้คล่ืนความถี่ท่ี ๕๐๐ เฮิรตซ์ ๑,๐๐๐ เฮิรตซ์ และ๒,๐๐๐ เฮริ ตซ์ ในหูข้างท่ีได้ยินดีกว่าจะสูญเสียการได้ยินที่ความดังของเสียงน้อยกว่า ๙๐ เดซิเบลลงมาจนถงึ ๔๐ เดซเิ บล (๓) ความพิการทางการสื่อความหมาย หมายถึง การท่ีบุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมคี วามบกพรอ่ งทางการส่ือความหมาย เชน่ พูดไม่ได้ พูดหรือฟังแลว้ ผ้อู นื่ ไมเ่ ข้าใจ เป็นตน้ ข้อ ๖ หลกั เกณฑก์ ําหนดความพิการทางการเคลอ่ื นไหวหรอื ทางร่างกาย ไดแ้ ก่ (๑) ความพิการทางการเคล่ือนไหว หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจาก

๙๓การมีความบกพร่องหรือการสูญเสียความสามารถของอวัยวะในการเคล่ือนไหว ได้แก่ มือ เท้าแขน ขา อาจมาจากสาเหตุอัมพาต แขน ขา อ่อนแรง แขน ขาขาด หรือภาวะเจ็บป่วยเร้ือรังจนมผี ลกระทบต่อการทํางานมือ เทา้ แขน ขา (๒) ความพิการทางรา่ งกาย หมายถงึ การที่บุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซ่ึงเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องหรือความผิดปกติของศีรษะ ใบหน้า ลําตัว และภาพลักษณ์ภายนอกของร่างกายทเ่ี หน็ ได้อยา่ งชัดเจน ข้อ ๗ หลักเกณฑก์ าํ หนดความพกิ ารทางจติ ใจหรอื พฤตกิ รรม หรือออทสิ ติก ไดแ้ ก่ (๑) ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม หมายถึง การท่ีบุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากความบกพร่องหรือความผิดปกตทิ างจิตใจหรอื สมองในสว่ นของการรับรู้ อารมณ์ หรอื ความคดิ (๒) ความพิการออทิสติก หมายถึง การท่ีบุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซ่ึงเป็นผลมาจากความบกพร่องทางพัฒนาการดา้ นสังคม ภาษาและการสือ่ ความหมาย พฤติกรรมและอารมณ์ โดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของสมอง และความผิดปกติน้ันแสดงก่อนอายุ ๒ ปีคร่ึง ทั้งน้ี ให้รวมถึงการวินิจฉัยกล่มุ ออทสิ ติกสเปกตรมั อื่น ๆ เช่น แอสเปอเกอร์ (Asperger) เป็นตน้ ข้อ ๘ หลักเกณฑ์กําหนดความพิการทางสติปัญญา ได้แก่ การที่บุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ หรือมีระดับเชาว์ปัญญาตํ่ากว่าบุคคลท่ัวไป โดยความผิดปกติน้นั แสดงกอ่ นอายุ ๑๘ ปี ข้อ ๙ หลักเกณฑ์กําหนดความพิการทางการเรียนรู้ ได้แก่ การท่ีบุคคลมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวัน หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมโดยเฉพาะด้านการเรียนรู้ ซึ่งเป็นผลมาจากความบกพร่องทางสมอง ทําให้เกิดความบกพร่องในด้านการอ่านการเขียน การคดิ คาํ นวณ หรอื กระบวนการเรียนรู้พื้นฐานอื่นในระดับความสามารถที่ต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐานตามชว่ งอายแุ ละระดับสติปัญญา

๙๔ ข้อ ๑๐ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นผู้ตรวจวินิจฉัยและออกใบรับรองความพิการที่ระบปุ ระเภทความพิการตามขอ้ ๔ ข้อ ๕ ขอ้ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ หรือขอ้ ๙ เพื่อประกอบคําขอมีบัตรประจําตัวคนพิการตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐เว้นแต่นายทะเบียนกลาง หรือนายทะเบียนจังหวัดแล้วแต่กรณี เห็นว่าบุคคลน้ันมีสภาพความพกิ ารทสี่ ามารถมองเห็นได้โดยประจกั ษ์จะไม่ต้องใหม้ กี ารตรวจวนิ จิ ฉัยกไ็ ด้ ข้อ ๑๑ ให้มีคณะทํางานเพ่ือทําหน้าที่กําหนดแบบเอกสาร คู่มือ แนวทางหลกั เกณฑก์ ารวนิ จิ ฉยั ความพกิ าร และวธิ ีปฏิบตั ิเพือ่ ให้เป็นไปตามขอ้ ๑๐ ตามประกาศน้ี ข้อ ๑๒ ให้เลขาธิการสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติรกั ษาการตามประกาศนี้ ประกาศ ณ วนั ที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ อิสสระ สมชยั รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์

๙๕ที่ นร ๑๐๐๔.๑/คพร./พิเศษ ๑๗๙๑ คณะกรรมการบรหิ ารพนักงานราชการ สาํ นักงาน ก.พ. ถนนพิษณุโลก กทม. ๑๐๓๐๐ ๑๗ สงิ หาคม ๒๕๕๔เรื่อง การสรรหาและเลอื กสรรคนพิการเปน็ พนักงานราชการเรียน สว่ นราชการ สถาบันการศึกษา จังหวดัอ้างถึง ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและ การเลอื กสรรพนกั งานราชการ และแบบสญั ญาจ้างของพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๕๒สง่ิ ทส่ี ง่ มาดว้ ย ๑. กฎกระทรวง กาํ หนดจาํ นวนคนพิการที่นายจา้ งหรือเจา้ ของสถานประกอบการและหน่วยงาน ของรฐั จะตอ้ งรับเข้าทํางาน และจํานวนเงินทนี่ ายจ้างหรือเจา้ ของสถานประกอบการจะตอ้ ง นาํ ส่งเขา้ กองทุนสง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒. ประกาศกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย์ เร่ือง ประเภทและหลักเกณฑ์ ความพกิ าร ลงวนั ท่ี ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒ ตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการได้กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลอื กสรรพนักงานราชการ ตามทอ่ี า้ งถึง มาเพือ่ ถือปฏบิ ตั ิ ความแจ้งแลว้ น้ัน โดยที่กฎกระทรวง กําหนดจํานวนคนพิการท่ีนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทํางาน และจํานวนเงินท่ีนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําส่งเขา้ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กําหนดให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีผู้ปฏิบัติงานต้งั แตห่ นงึ่ รอ้ ยคนขึ้นไปรบั คนพิการที่สามารถทํางานได้ไม่ว่าจะอยู่ในตําแหน่งใดในอัตราส่วนผู้ปฏิบัติงานที่มิใช่คนพิการทุกหนึ่งร้อยคนต่อคนพิการหนึ่งคน เศษของหนึ่งร้อยคนถ้าเกินห้าสิบคนต้องรับคนพิการเพิ่มอีกหนง่ึ คน ดงั มรี ายละเอยี ดตามสงิ่ ทส่ี ง่ มาด้วย ๑ คณะกรรมการบรหิ ารพนกั งานราชการจึงกําหนดแนวทางปฏิบัติในการสรรหาและเลอื กสรรคนพิการเป็นพนกั งานราชการ ดังน้ี ๑. ส่วนราชการกําหนดลักษณะงานที่ต้องการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการและกาํ หนดคณุ สมบัตขิ องบุคคลท่ีจะรับสมัคร ซึ่งจะต้องมีคณุ สมบตั ิทว่ั ไปและไม่มีลักษณะตอ้ งห้ามตามข้อ ๘ ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ รวมทั้งให้กําหนดคุณสมบัติอ่ืน ๆ เช่น

๙๖ความพิการทางการเห็น ความพิการทางการได้ยินหรือส่ือความหมาย ความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม หรือออทิสติก ความพิการทางสติปัญญา ความพิการทางการเรียนรู้ เป็นต้น รวมไปถึงคุณวุฒิการศึกษาตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการเรื่อง การกําหนดลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงานและการจัดทํากรอบอัตรากําลังพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒. ส่วนราชการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการ โดยอาจประกาศรับสมัครเฉพาะคนพิการเป็นการเฉพาะได้ เพื่อให้โอกาสคนพิการได้แข่งขันกันเฉพาะในกลุ่มคนพิการด้วยกัน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามลักษณะงานและคุณสมบัติของบุคคลท่ีส่วนราชการกาํ หนด ๓. ส่วนราชการดําเนินการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเพ่ือจัดจ้างเป็นพนักงานราชการตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและเลือกสรรตามที่กําหนดในประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการและแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่อี า้ งถงึ ท้ังนี้ ได้แนบประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ เร่ือง ประเภทและหลักเกณฑค์ วามพิการ รายละเอยี ดในส่งิ ทีส่ ง่ มาด้วย ๒ เพือ่ ประกอบการดําเนนิ การด้วยแล้ว จงึ เรียนมาเพือ่ โปรดทราบและถือปฏบิ ตั ิต่อไป ขอแสดงความนับถือ (นางสชุ าดา รงั สินันท)์ รองเลขาธิการ ก.พ. กรรมการและเลขานกุ าร คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการศูนยส์ รรหาและเลือกสรรฝา่ ยเลขานุการ คพร.โทร ๐ ๒๕๔๗ ๑๘๙๑โทรสาร ๐ ๒๕๔๗ ๑๙๕๔