CaravaggioCaravaggio
สารบัญ 3 4Biography 7น ชวี ิตเบือ้ งตน (ค.ศ. 1571–ค.ศ. 1592) 9 ชีวิต ณ กรงุ โรม (ค.ศ.1592-1600) 12Artwork in Early Life 16 Boy Peeling a Fruit 23 Boy with a Basket of Fruit 25 The Cardsharps 27 28Most Famous Painter in Rome 47 “จิตรกรผูม ีชอื่ เสียงท่ีสดุ ในโรม” (ค.ศ. 1600–1606) 51ArtwDeoartkh ionf tMheoVsitrgFinamous Life The Entombment Amor VictoriousMasterpieces of CaravaggioExile and Death “ลี้ภัยและความตาย” (ค.ศ. 1606–ค.ศ. 1610)บรรณานุกรม
บทนำ ผูเขียนตั้งใจและเรียบเรียงหนังสือเลมนี้มาเพื่อใหทราบถึงประวัติของศิลปนMichelangelo Merisi da Caravaggio หรอื ท่รี จู ักกันในนาม “Caravaggio” อีกทง้ั ผเู ขยี นยังไดรวบรวมผลงานเดนๆบางสวนของตัวศิลปนที่มีอิทธิพลตอศิลปะในยุคนั้นอยางมาก ในวัยหนุมของคาราวัจโจจัดไดวาเปนนักเลงผูมีอารมณรุนแรงเพราะมีเรื่องทะเลาะววิ าทกบั คนอน่ื ตลอดเวลา เมอ่ื อายุ 21 เขาไดฆาคนตายจากการดวลดาบทำใหต อ งยา ยถนิ่ ทีอ่ ยใู หม แตเมอื่ อายุ 25 คาราวจั โจไดว าดภาพ “Bacchus” เมือ่ ภาพน้ีถกู เผยแพรอ อกไปคาราวจั โจก็ไดม ชี ื่อเสียงโดง ดงั ภาพวาดสว นใหญข องคาราวจั โจมโี ทนสที ่รี ุนแรง ทารุณ เชนเดียวกบั นสิ ัยเลือดรอนของตัวศิลปนคาราวัจโจมักวาดภาพคนถือดาบเนื่องจากดาบแสดงถึงความมีสกุลที่คาราวัจโจวาดภาพคนถือดาบเปนสวนใหญอาจเพราะตองการลบปมดอยของตนเองที่ในสมัยเดก็ เตบิ โตในตระกูลยากจน เมื่อคาราวัจโจเสียชีวิตอยางนาเวทนาผลงานของเขาก็ถูกพบวาเปนศิลปะท่ียงิ่ ใหญ ในภาพมกี ารเลนแสง ใชแ สงในการเพิ่มอารมณใ นภาพ นอกจากนค้ี าราวจั โจยังวาดพ้ืนหลงั ใหม ืดเพือ่ เนนความรุนแรงอกี ทั้งภาพยังดสู มจรงิ มากกวาภาพวาดอีกดว ย พรรณนารายณ สบื เพ็ง พฤษภาคม 2560
Michelangelo Merisi da Caravaggio
Biographyชีวติ เบ้ืองตน (ค.ศ. 1571–ค.ศ. 1592) คาราวจั โจเกดิ ทีม่ ิลาน ท่ีพอแฟรโ ม เมรีชีเปน ผูบริหารกิจการภายในและสถาปนกินักตกแตงแกมารควิสแหงคาราวัจโจลูเชียอาราตอรีแมของการาวัจโจมาจากครอบครัวผูมีอนั จะกินในบริเวณเดยี วกันในปค.ศ.1576 ครอบครวั กย็ า ยไปคาราวจั โจในลอมบารด เี พื่อหนโี รคระบาดในมลิ าน พอของคาราวัจโจเสียชวี ิตท่นี น่ั ในปค.ศ.1577 และแมใ นปค.ศ.1584จึงสันนิษฐานวาการาวัจโจเติบโตที่หมูบานการาวัจโจแตครอบครัวยังรักษาความสัมพันธกับตระกลู สฟอรซ า (Sforza) และตระกลู โคโลนา (Colona) ท่ีเปน ครอบครัวท่มี อี ทิ ธพิ ลและเปนพันธมิตรกับตระกูลสฟอรซาจากการแตงงานครอบครัวนี้ตอมามีความสำคัญตอในชีวิตของการาวจั โจ ใน ค.ศ. 1584 การาวจั โจฝกงานเปน เวลาส่ีปก ับจิตรกรชาวลอมบารดช่อื ซโี มเนเปแตรซ าโน (Simone Peterzano) ผูท่บี รรยายตัวเองในสญั ญาการฝกงานวา เปนลูกศษิ ยของทเิ ชียน ดเู หมือนวา การาวจั โจจะพำนกั อยทู บ่ี ริเวณมลิ าน คาราวจั โจหลังจากฝก งานเสรจ็ แตก เ็ ปน ไปไดวาไดไ ปเวนิสและไดไปเห็นงานของ จอรโ จเนผูท เ่ี ฟเดอรโิ ค ซคู คารกิ ลาวหาวา เลยี นแบบ และของทิเชยี น นอกจากนั้นคาราวจั โจกย็ ังมคี วามคนุ เคยกับงานมคี า ตางๆของมลิ าน รวมทั้งงาน “พระกระยาหารคำ่ ม้ือสุดทา ย” โดยเลโอนารโด ดา วินชี และงานของลอมบารดีซึ่งมีจะไปทางที่เรียบงายและเปนธรรมชาติที่ใกลกับลักษณะธรรมชาตินิยมของเยอรมนั กวาลกั ษณะอนั หรูหราใหญโ ตแบบแมนเนอรสิ มข องโรม 3
ชวี ติ ณ กรุงโรม (ค.ศ.1592-1600) ในกลางป ค.ศ.1592 การาวจั โจหนีจากมลิ านหลังจากเหตกุ ารณบ างอยางทกี่ ารา วัจโจไปทำรายตำรวจ คาราวัจโจมาถงึ กรุงโรมอยาง“ตัวเปลาเลาเปลอื ยและมแี ตต อ งพึ่งพา อาศยั ผูอ ่ืน โดยไมม ที อ่ี ยูท ่ีถาวรและอาหารการกนิ ไมม ีเงินตดิ ตวั ” สองสามเดอื นตอมา คาราวัจโจก็ไดทำงาน “เขยี นดอกไมและผลไม” ใหกับจยุ เซป็ ปเซซารชิ างเขยี นคนโปรดของ สมเด็จพระสนั ตะปาปาคลีเมนตที่ 8 ผเู ปนชา งเขียนที่มีความสำเร็จดีในเวิรค ช็อพทค่ี ลายโรง งานงานเขียนจากชวงนี้ก็ไดแกงานเขียนชิ้นเล็ก“เด็กชายปอกผลไม”ซึ่งเปนงานเขียนเทาที่ ทราบวา เปน งานเขียนชนิ้ แรกเชน่ี เดยี วกบั “เด็กชายกับตะกรา ผลไม” และ “บาคคสั ไม สบาย”ซึ่งวากันวาเปนภาพเหมือนตนเองระหวางที่นอนปวยหนักอยูจนในที่สุดตองหยุดทำ งานใหกับเซซาริงานทั้งสามแสดงใหเห็นลักษณะการเขียนรางกายอยางหนึ่งที่เปนลักษณะ เหมือนจริงซึ่งกลายมาเปนลักษณะที่มีเดนของการเขียนภาพของคาราวัจโจศาสตราจารย ทางพืชสวนคนหนึ่งวิจัยตะกราผลไมในภาพพบวาสามารถบอกทุกสิ่งทุกอยางในภาพไดถูก ตอ งจนแมแ ต “... ใบฟกใหญท ีม่ ีรอยรา (cingulataanthracnose)ไหมอยบู นใบ” “หมอด”ู เปนภาพแรกท่เี ขยี นท่ีมตี วั แบบมากกวา หนึง่ ตวั ในภาพ เปน ภาพของมา ริโอถกู หลอกโดยหญงิ ยิปซี ซ่งึ เปนหวั เรื่องการเขยี นท่ยี งั ใหมสำหรบั โรมและเปน ภาพทีต่ อ มามอี ิทธิพลตอ มาตอนักเขียนผูอน่ื อีกกวารอยป แตในขณะนัน้ ยงั ไมเ ปนทร่ี จู กั และคาราวัจ โจขายไดเพยี งไมก่สี ตางค “คนโกงไพ” เปน ภาพเด็กทไ่ี มใ ชเดก็ จากครอบครัวชนชัน้ สูงท่ีตก เปนเหยือ่ ของการโกงไพ ซึ่งเปน ภาพที่เพ่ิมความซับซอ นทางจิตวทิ ยามากข้นึ และอาจจะถอื ไดว า เปนงานเขียนชิ้นเอกชิน้ แรกของคาราวจั โจทแี่ ทจริงกไ็ ด เชน เดียวกับภาพ “หมอดู” “คนโกงไพ” เปน ภาพท่เี ปน ท่ีนยิ มกนั มากและยังมีอีกกวา 50 ภาพท่ียงั คงอยู แตส งิ่ ทส่ี ำคัญ ย่ิงกวา น้ันคอื การท่ที ำใหคาราวัจโจเปน ทีส่ นใจของคารด ินัลฟรานเชสโค มาเรีย เดล มอนเต ผูเปนนักสะสมศิลปะคนสำคัญคนหนึ่งของโรมคาราวัจโจเขียนภาพชีวิตประจำวันแบบนี้ให กับเดล มอนเตและคนในวงการท่ีร่ำรวยหลายภาพเชน “นกั ดนตรี” “คนเลน ลูท” “บาคคัส”เมา และอปุ มานทิ ัศนแ ตเหมอื นจริงในภาพ “เด็กถกู จงิ้ เหลนกัด” ทใ่ี ชม นิ นิตแิ ละ เด็กผูชายคนอื่นๆเปนแบบบรรยากาศที่ดูเหมือนจะสื่อความสัมพันธระหวางเพศชายในภา พเหลานี้เปนหัวขอของการถกเถียงกันมากในหมูนักวิชาการและนักเขียนชีวประวัติตั้งแตมี ผูเ สนอความคดิ เมอ่ื หลงั คร่งึ ครสิ ตศตวรรษที่ 204
Artwork in Early Life
Boy Peeling a Fruitc. 1593Oil on canvas, 76 x 64 cmFondazione di Studi di Storia dell'Arte Roberto Longhi, Florence 7
งาน “เด็กชายปอกผลไม” เปนงานทีเ่ ขยี นสำหรับขายนอกเวิรค ชอ็ พแตเ ปน งานที่ยึดจากดารพ โิ นโดยคารด ินัลสคิปโอเน บอรเกเซ (Scipione Borghese) ในป ค.ศ. 1607พรอมกบั งานเขียนระยะแรกๆ ของคาราวัจโจอกี สองชนิ้ “บาคคัสไมสบาย” และ “เดก็ ชายกับตะกราผลไม”แตก็ไมเปนที่ทราบวามาอยูในความเปนเจาของโดยเซซาริไดอยางไรผลไมที่ปอกยังเปนปริศนาวากันวาอาจจะเปนลูกแพรหรืออาจจะเปนลูกเน็คตารีนหรือพลัมซึ่งกลิ้งอยูหลายลูกบนโตะแตผลไมพวกนี้ไมใชผลไมที่ตองปอกบางก็สันนิษฐานวาเปน สม เบอรกามอ็ ท ซึง่ เปนสมทมี่ รี ปู รา งเหมอื นลูกแพรทีป่ ลูกกนั ในอิตาลแี ตก ็ถูกคานวา สมเบอรกามอ็ ทเปร้ียวเกนิ กวาท่ีกนิ ไดภาพ “เด็กชายปอกผลไม” เปน ภาพเขยี นแบบทีเ่ รียกวาภาพชีวิตประจำวันงา ยๆ แตต า งจากภาพชนิดเดยี วกันภาพอนื่ ๆ ตรงท่ีเดก็ ผชู ายในภาพดไู มเปนเด็กพ้นื บา นแตแ ตง ตวั เรยี บรอยสะอาดและแทนที่จะเปน เดก็ ซนมอมแมมนารกั ภาพอาจจะเปนอุปมานิทัศนตรงการใชผลไมเปนสัญลักษณของภาพเขียนในสมัยเรอเนสซองซนกั วิชาการจอหน ที. สไปคตั้งขอเสนอเมื่อไมน านมาน้ีวาเดก็ ชายในภาพแสดงความยบั ย้ังตวั เองโดยไมเลอื กผลไมอ ื่นทหี่ วาน (ผลไมแหงความบาป) บนโตะแตเ ลือกสมเบอรกาม็อทแทนท่ี แตความคิดนไี้ มเ ปน ทีย่ อมรบั กันผูเ ปนแบบหนาตาคลา ยกบั เทวดาในภาพ“นกั บุญฟรานซสิ ปล้ืม”และเดก็ ผชู ายท่แี ตง ตัวเปน คิวปด ทางดา นซา ยสุดในภาพ “นักดนตร”ี ทัง้สองภาพเขียนราวระหวางป ค.ศ. 1595 ถึงป ค.ศ. 1597 ภาพนม้ี หี ลายกอ็ ปปในป ค.ศ.1996 จอหน ท.ี สไปคเปนผบู ง วาเปน งานตนฉบบั ของคาราวัจโจในการประมลู ภาพเขียนในปนน้ั8
Boy with a Basket of Fruitc. 1593Oil on canvas, 70 x 67 cmGalleria Borghese, Rome 9
“เด็กชายกบั ตะกรา ผลไม” เขยี นเสรจ็ ราวป ค.ศ. 1593 เปน ภาพทเี่ ขียนเมื่อคาราวัจโจเพิ่งมาถึงโรมจากมิลานและพยายามสรางชื่อเสียงในวงการศิลปะในกรุงโรมนายแบบเปนเพือ่ นศิลปนดวยกันจากซิซิลีมารโิ อมินนติ ิผขู ณะนัน้ มอี ายุราว 16 ปภ าพนี้เปน สว นหน่ึงของงานสะสมของจยุ เซป็ ป เซซาริ ทถ่ี ูกยกึ โดยคารด นิ ลั สคิปโ อเน บอรเ กเซ (ScipioneBorghese) ในป ค.ศ. 1607 ซึง่ อาจจะทำใหวนั วาดอาจจะเปน เวลาทีค่ าราวจั โจยงั ทำงานใหกับหองเขียนภาพของเซซาริที่คาราวัจโจไดเขียนแต“ผักและผลไม”แตอาจเปนไดวาเขียนหลังจากที่คาราวัจโจและมินนิติออกจากการเขียนภาพใหกับเซซาริในเดือนมกราคมค.ศ. 1594 แลวก็ไดก ารทีอ่ อกมาก็เพ่ือท่ีจะไปต้ังตวั และทำงานใหตนเองโดยการขายงานเขยี นผานนกั คาศลิ ปะคอนแสตนติโนแตไ มน า จะเปนไปไดว า เขียนกอ นป ค.ศ. 1593 ปท ่ีมินนิติถึงกรุงโรมนอกจากนั้นก็ยังเชื่อกันวาเปนภาพที่เขียนกอนภาพที่ซับซอนกวาภาพนี้ที่เขยี นในชวงระยะเวลาเดียวกนั ท่คี าราวัจโจใชมนิ นิติเปนแบบในภาพเชนภาพ “หมอดู” และภาพ “คนโกงไพ” ท้ังสองภาพเขยี นในป ค.ศ. 1594 ภาพหลงั เปนภาพทีท่ ำใหคาราวัจโจไดรับความสนใจจากคารดนิ ลั ฟรานเชสโค มาเรยี เดลมอนเต ผทู ี่กลายมาเปน ผูอปุ ถัมภคนสำคัญของคาราวัจโจตอ มา สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือเปนภาพชีวิตประจำวันที่แสดงใหเห็นความสามารถของจติ รกรในการเขยี นรายละเอยี ดตางๆ ทร่ี วมทงั้ ผิวตวั แบบไปจนถึงผิวของลูกพชี หรือต้ังแตรอบพบั ของเส้อื คลุมไปจนถงึ รายละเอยี ดการสานของตะกรา นอกจากน้ันก็ยังมีเงาทีท่ อดลงไปบนผนังหลงั คาราวัจโจอาจจะวาดเงาของตัวเองและขาหย่ังผาใบท่เี ขียนสง่ิ ที่เขยี นอยางมีฝม ือทส่ี ดุ ในภาพคือผลไมในตะกรา ศาสตราจารยจ ลู ส แจนิคจากแผนกสถาปต ยกรรมพืชพรรณและภูมิทัศนทมี่ หาวิทยาลยั เพอรดู ท่ีรัฐอินเดียนาวจิ ัยจากมุมมองของผเู ชยี่ วชาญทางพชื สวนบรรยายวา ตะกรา มผี ลไมห ลายชนดิ ทุก อยา งอยูใ นสภาพทเี่ กอื บสมบรู ณทสี่ ุดไดแ กผลพีชสองสีทอี่ อกสีแดงกำ่ องนุ มดี วยกันส่พี วง ดำสอง, แดงหนง่ึ , และ “ขาว” หนง่ึ ;ทับทิมสกุ ที่ปรจิ นเห็นเมลด็ แดงขางใน ผลฟก สผ่ี ล, สองผลสุกงอมสดี ำ, ทัง้ สองผลปรแิ ละอกี สองผลสีออนกวา ผลเม็ดลารสองผล แอปเปล สามผล สองผลสีแดง อกี ผลหนึ่งสีชมพูและอีกสองผลเปนลาย,และผลสีเหลืองที่มีสีแดงที่ฐานและตำหนิ;กิ่งสองกิ่งที่มีแพรผลเล็กๆก่งิ หนึง่ มหี า ผลสีเหลอื งเล็กๆ ทม่ี ีแตมสแี ดงและอกี ผลหนง่ึ ที่ซอ นอยูค รึง่ หนง่ึ เปนผลไมสี10
เหลอื งนอกจากนั้นก็มใี บไมท ีแ่ สดงวา มีเช้ือโรคบางอยา ง ใบองนุ ท่มี จี ุดรา และอีกใบหนึ่งมีไขแ มลงสขี าวเปนแผง และใบพีชทเี่ ปน จดุ การวิจัยแสดงใหเห็นความสามารถของคาราวัจโจในการเขียนภาพที่เหมือนจริงจนสามารถบอกไดวาอะไรเปนอะไรไดคาราวัจโจวาดสิ่งที่เปนจริงในตะกราและมิไดวาดอยางอุดมคติไมวาจะเปนความสุกของผลไมหรือการจัดแตงแตกระนั้นภาพที่ออกมาก็เปนภาพที่ชวนเชญิ ผูด ูใหเหน็ ความงามของสง่ิ ท่วี าด สิ่งที่สองในการพิจารณาภาพนี้คือความเห็นของผูออกความเห็นถึงความมีเสนหของมนิ นิตจิ ากการเขียนของคาราวัจโจ ทเ่ี ปลือยไหล คอยาวและสายตาท่ลี ะหอย เปนภาพที่สวยจนผูชมภาพบางคนใหความเห็นวาเปนสตรีเปนเวลาหลายรอยปแตถามีนัยถงึ ความรสู กึ ของคาราวัจโจตอ มินนิติในภาพ แตจากมนิ นติ ติ อ คาราวจั โจเปน เพียงแตการวางทา ใหเพอ่ื นเขียนภาพ ภาพน้ีเปนภาพแรกที่คาราวจั โจแสดงความซบั ซอนทางจติ วทิ ยาและทางกายท่ีกลายมาเปน ส่ิงสำคญั ในงานเขยี นของคาราวจั โจตอมา 11
The Cardsharps c. 1596 Oil on canvas, 92 x 129 cm Kimbell Art Museum, Fort Worth คนโกงไพ (ภาษาอังกฤษ: Cardsharps) เปน ภาพเขยี นสนี ำ้ มนั ท่ีปจจุบันต้งั แสดงอยูที่พพิ ธิ ภณั ฑศ ิลปะคมิ เบลล ฟอรทเวริ ธ ในสหรฐั อเมรกิ าภาพ “คนโกงไพ” เขยี นราวป ค.ศ. 1594 เปน ภาพทเ่ี ปน กา วสำคญั ของคาราวจั โจท่เี ขยี นเม่อื พยายามตง้ั ตวั ไปเปนชา งเขียนอสิ ระหลังจากท่ีทำงานอยกู บั จยุ เซป็ ป เซซาริทไ่ี ดเ ขียนแต “ผกั กับผลไม” อยรู ะยะหนึง่ คาราวัจโจออกจากหองเขียนภาพของจุยเซป็ ป เซซารใิ นเดอื นมกราคม ค.ศ. 1594และเริ่มขายงานเขียนผานนักคาศิลปะคอนแสตนติโนโดยมีโพรสเปโรออรซิจิตรกรแมนเนอรสิ มเ ปน ผชู วย ออรซิแนะนำคาราวัจโจในแวดวงคนทรี่ จู กั ทง้ั ผสู ะสมศิลปะและผอู ปุ ถัมภ12
ภาพเขียนแสดงเด็กหนุมทแ่ี ตงตัวอยางหรหู ราแตเ ปนเพยี งเด็กหนมุ ที่ยงั ไมป ระสีประสากบั โลกทกี่ ำลงั เลนไพกบั เดก็ ชายอกี คนหนึ่ง เดก็ คนที่สองคนทีโ่ กงไพมีไพอีกใบหนึ่งเหน็บไวทเ่ี ขม็ ขัดขางหลังเอว ซอนจากเดก็ ชายอกี คนหนึง่ แตไมไดซอ นจากผชู มภาพ และชายหนมุ ใหญท่ีแอบมองจากหลังผทู ่โี ดนโกงและสง สญั ญาณใหครู วมมือ นอกจากนัน้ เด็กคนทสี่ องก็ยงั มีมีดเหนบ็ อยูท ีเ่ อวสำหรับใชในโอกาสที่สถานะการณอ าจจะเปลยี่ นแปลง ภาพนเ้ี ปน ภาพทีส่ องในหวั ขอท่ีคลายคลึงกันทีค่ าราวจั โจเขยี น ภาพแรก “หมอดู” เปนภาพท่ีทำใหเ รม่ิ มีผูสนใจและเริ่มเปนที่รูจ กั ทงั้ “หมอด”ู และ “การโกงไพ” เปนหวั ขอ การเขยี นภาพท่ีใหมใ นขณะน้นั ท่ีใชฉากความเปน จริงของชีวติ ตามถนนในการเขยี นภาพ โดยเฉพาะการเขียนรายละเอียดเลก็ ๆ นอ ยๆ เชน ปลายนว้ิ ถงุ มือทีเ่ ปนรูของชายทมี่ ีอายมุ ากกวา หรอื สายตาของเดก็ คนท่ีสองทีม่ องไปยงั หนุม ใหญอยา งพะวกั พะวน รายละเอียดเลก็ ๆ นอยๆ เชน นท้ี เี่ ปนการแสดงความเขาใจอยางลกึ ซงึ้ ทางจิตวทิ ยา บคุ คลสามคนที่อยูในเหตุการณเดียวกันแตแตละคนตางก็มีบทบาทของตนเองภาพในเหตุการณที่รวมกัน เดก็ หนุมท่ียงั ไมม ีประสบการณที่ถูกหลอก, เดก็ อกี คนหนึ่งทอี่ ายุไลๆ กันทเี่ ปน เดก็ ท่ีถูกทำใหเ สยี คนโดยหนมุ ใหญ “คนโกงไพ” เปน ภาพทีว่ าดแบบที่แสดงความเปนจริงของความทารณุ ของชีวติคนช้นั ตำ่ แตข ณะเดยี วกนั กใ็ ชส เี รืองอยางการวาดภาพของเวนสิ “คนโกงไพ” กลายมาเปน ภาพที่เปน ทีน่ ิยมกนั มาก ออรซถิ ึงกับ“ไปเท่ยี วเปาประกาศถึงการวาดแบบใหมของคาราวจั โจและทำใหเพมิ่ ชอื่ เสยี งในการเปน จิตรกรมากขึ้น” ภาพน้ีมดี วยกันถึง 50 ก็อปปและจากจิตรกรคนอนื่ ๆ เชน ภาพ “คนโกงไพก ับเอโพดำ” โดยชอรช เดอ ลา ตูรที่ใชหัวขอ เดียวกัน ไมวา จะโดยคอนแสตนตโิ นหรอื ออรซิ คาราวัจโจก็ไดรับความสนใจจากคารด นิ ัลฟรานเชสโค มาเรีย เดล มอนเตผูซื้อภาพและกลายมาเปน ผอู ุปถมั ภคนสำคัญคนแรก โดยใหที่พำนักในวังมาดามาหลังจตุรัสนาวารโรจากนั้นภาพก็ตกไปเปนของคารดินัลอันโตนิโอบารแบรนิ ผิ เู ปน หลานของสมเด็จพระสันตะปาปาเออรบนั ที่ 8 ที่ตอ มาคาราวจั โจเขียนภาพเหมอื นให “ภาพเหมือนของมาฟเฟโอ บารเบอรนิ ”ิ ในป ค.ศ. 1598 ตอ มาเปล่ยี นมอื ไปเปนของตระกูลโคโลนนา สเคียรรา ละในทสี่ ดุ ก็หายไปในครสิ ตท ศวรร 1890 และ 13
มาพบอกี ครง้ั ในป ค.ศ. 1987 ในงานสะสมสวนบคุ คลในยุโรป นักสะสมและนกั ประวัติศาสตรช าวองั กฤษเซอรเ ด็นนสิ แมน (Denis Mahon)พบภาพ “คนโกงไพ” ภาพหน่งึ ในเดอื นธันวาคม ค.ศ. 2007 ที่เดิมเช่ือกนั วาเปนงานของจติ รกรคนอื่นแตอ ันทีจ่ รงิ แลวเปน งานของคาราวจั โจเอง เพราะการทรี่ ายละเอยี ดของใบหนาของผูที่โกงคนหนึ่งถูกรางแมวาจากถูกเขียนทับซึ่งทำใหเปนไปไดยากที่จะเปนงานก็อปป14
Most Famous Painter in Rome
“จติ รกรผูมชี ่อื เสียงท่สี ุดในโรม” (ค.ศ. 1600–1606) อาจจะดว ยอิทธิพลของคารด นิ ลั เดล มอนเตกเ็ ปน ไดท ่กี าราวจั โจไดรับสัญญาจางใหตกแตงชาเปลคอนทราเรลลใิ นซันลุยจเี ดยฟ รนั เชซี ในป ค.ศ. 1599 ที่เปน งานเขยี นภาพสองภาพ “การพลีชีพของนักบญุ แมท็ ธวิ ” และ “พระเยซเู รยี กนกั บุญแม็ทธิว”ท่ีเขยี นเสรจ็ ในป ค.ศ. 1600 ทเี่ ปนงานทเี่ ปนทต่ี อนรับเปนอยา งดี คาราวัจโจใชล กั ษณะการเขยี นทเ่ี รยี กวา ภาพสวา งในความมดื (tenebrism) (ลักษณะที่หนกั กวา การใช คา ตา งแสง(chiaroscuro) ทีช่ วยเพ่มิ ความเปน นาฏกรรมของภาพย่ิงขึ้น ขณะเดยี วกบั ท่ียังรกั ษารายละเอียดของความเปนจริงที่ทำใหการสื่อความหมายทางความรูสึกยิ่งรุนแรงหนักขึ้นแตค วามเหน็ ในบรรดาเพอ่ื นศิลปนดว ยกันแตกตา งกนั ไป บา งก็วิจารณจ ดุ ออนตา ง ๆ ท่เี ห็นเชนติการเนนการเขียนจากชีวิตจริงโดยไมไดรางแตสวนใหญแลวคาราวัจโจก็ไดรับการสรรเสริญวาเปนผมู าชว ยชบุ ชีวติ ศลิ ปะ “จิตรกรที่โรมตางก็ประทับใจในแนวการเขยี นใหมของจิตรกรหนุมและรุนเด็กลงไปตางก็มาลอมรอบตัวคาราวัจโจและสรรเสริญวาเปนมีเอกลักษณในการเขียนเลียนแบบธรรมชาติและมองงานของคาราวัจโจวาเปนงานปาฏหิ ารยิ ” หลังจากนั้นการาวัจโจก็ไดรับสัญญาจางเขียนภาพศาสนาอีกมากมายที่เปนภาพเก่ียวกบั การขดั แยง ทางใจ การทรมานทนี่ า สยดสยอง และการตายการทรมาน สว นใหญแลว งานทเี่ ขยี นก็เพม่ิ ความมีชือ่ เสียงของคาราวัจโจย่ิงขึ้น มีเพียงไมก ี่ภาพเทา นนั้ ทถ่ี กู ปฏเิ สธโดยผูจ า งทค่ี าราวจั โจตอ งนำกลบั มาเขียนใหมและขายใหล กู คาคนใหม หัวใจของปญ หาอยทู ี่ความรนุ แรงของความเปนนาฏกรรมของภาพและความเปนจริงของภาพท่ยี ังยากท่จี ะเปน ที่ยอมรบั ของผูจ า ง ผูท่ีบางคนทย่ี ังเหน็ วาเปนลักษณะการเขยี นภาพศาสนาทข่ี าดความเคารพเชนภาพฉบับแรกของ “นกั บุญแมท็ ธวิ และเทวดา” ท่เี ปน ภาพนักบุญแมท็ ธิวในลกั ษณะท่ีเปนชาวบานหวั ลา นแขงขาสกปรกกับผูน ่ังชืน่ ชมรอบๆ ขา งที่เปน ชายทีแ่ ตงกายหลวมๆหนาตาราวเทวดาท่ีคาราวัจโจชอบวาด แตภาพถูกผจู างไมยอมรบั งาน คาราวจั โจตองนำกลับไปเขยี นแตง ใหมเปน “แรงบนั ดาลใจของนักบญุ แม็ทธิว”หรืออีกภาพหนง่ึ “มโนทศั นของนักบญุ พอล” ทถ่ี ูกปฏเิ สธและขณะท่ีฉบับอื่นของหัวขอเดยี วกนั “มโนทัศนของนักบุญพอลบนถนนสูด ามาสคัส” ไดรับการยอมรบั ทเ่ี ปนภาพของมาทกี่ ม ลงมาดูนกั บุญพอลท่ีมาดูจะมี16
ความสำคัญในภาพมากกวาตัวนักบุญพอลเองความขัดแยงในการยอมรับหรือไมยอมรับทำใหคาราวัจโจหมดแรงกับเจาหนาที่ของซันตามาเรียเดลโปโปโล“ทำไมถึงเอามาไวกลางรปู และใหนกั บุญพอลนอนบนพนื้ ?” “เพราะ!” “มาเปนมาของพระเจาหรือ?” “เปลาแตมันยนื ขวางแสงของพระเจา !” งานอ่ืนๆ ก็ไดแ ก “ชะลอรา งจากกางเขน” “พระแมม ารโี ลเรต็ โต” (หรือทรี่ ูจกักนั ในชอื่ “พระแมม ารีแหง นักแสวงบุญ”) “พระแมม ารีและพระบตุ รกบั นักบุญอนั นา” และ“มรณกรรมของพระแมม ารี” ประวตั ิของสองภาพหลงั แสดงใหเหน็ ถงึ ปฏิกิรยิ าการรบั หรอืไมย อมรับงานบางช้นิ ของคาราวัจโจจากนายจางในชว งเวลาท่ยี ังมชี ีวิตอยู เชน ภาพ “พระแมมารแี ละพระบตุ รกบั นักบุญอันนา” หรอื ที่รจู ักกนั ในชื่อ พระแมม ารีพาลาเฟรนิเอริ เขียนสำหรับแทนบูชาขนาดยอมที่มหาวิหารเซนตปเตอรในกรุงโรมที่ตั้งแสดงอยูไดเพียงสองวันกถ็ กู นำลง คารดนิ ัลเขียนวา “ภาพเขยี นนีไ้ มมีอะไรนอกไปจากความหยายคาย ความลบหลูศาสนา ความขาดความเคารพ และความนาขยะแขยง...เรานาจะกลาวไดวาเปน งานทเี่ ขยี นโดยจติ รกรทเ่ี ขยี นไดด ี แตม ีจิตวญิ ญาณท่ีมดื และเปน ผูทหี่ า งเหนิ จากความนับถอื ในพระเจาจากความชืน่ ชมในตวั ของพระองค และจากความคิดอันดี...” “มรณกรรมของพระแมม าร”ี เปน ภาพทีค่ าราวจั โจไดร บั จางจากเลรซ ิโอ อัลเบรต ิ(Laerzio Alberti) ทนายความของพระสันตะปาปาในป ค.ศ. 1601 สำหรบั ชาเปลสวนตัวภายในซนั ตามาเรยี เดลลาสกาลาซงึ่ เปน อารามคณะคารเมไลทท ี่ ทรสั เตเวเร (Traste-vere) ในกรงุ โรมซ่ึงเปน อารามใหมของคณะคารเมไลทแ ตถกู ปฏิเสธโดยนักบวชในป ค.ศ.1606 จุยเลียโน มนั ชนิ ิ (Giulio Mancini) ผูร วมสมยั ของคาราวจั โจ บันทกึ วาสาเหตุที่ถูกปฏิเสธเปนเพราะการาวัจโจใชโสเภณีผูมีชื่อเสียงเปนแบบสำหรับพระแมมารียแตจ โิ อวานนิ บากลิโอเนจติ รกรรว มสมยั อกี คนหนงึ่ กลาววาเปนเพราะชว งขาท่อี อกจะเปดเผยของพระแมม ารี ท้งั สองกรณีอางมาตรฐานของสงั คมขณะน้นั แตนกั วิชาการการาวจั โจจอหน แกชตงั้ ขอเสนอวาปญ หาของนกั บวชคารเมไลทอาจจะไมใชความพอใจหรือไมพอใจในความสวยงามของภาพ แตข อขดั แยง มรี ากฐานมาจากความแตกตางทางมุมมองของปรชั -ญาทางศาสนา ทน่ี กั บวชคารเมไลทม คี วามเหน็ วาภาพของการาวัจโจละเลยความเชอ่ื ในเร่ืองแมพระรับเกียรติยกข้ึนสวรรค ภาพเขียนท่ีนำมาแทนเปนงานเขียนของผูติดตามของการาวจั โจเอง คารโล ซาราเชนิ (Carlo Saraceni) แสดงภาพพระแมม ารีทีม่ ไิ ดน อน 17
เสียชีวติ เชนในภาพของการาวัจโจ แตเปน ภาพท่ีทรงนง่ั เสยี ชีวิตกย็ งั ถูกปฏิเสธและแทนดว ยภาพที่พระแมมารีที่มิไดมรณะและขึ้นสวรรคพรอมกับหมูทูตสวรรคแตจะอยางไรก็ตามการปฏิเสธกไ็ มไ ดหมายความวางานของการาวจั โจไมเปน ทนี่ ิยมไมนานหลังจากที่ถกู ปฏิเสธดยุกแหงมานทวั กซ็ ้อื ภาพ “มรณกรรมของพระแมม ารี” ตามคำแนะนำของปเตอร พอล รเู บนสและตอ มาโดยพระเจา ชารล สท่ี 1 แหงอังกฤษ กอ นทจี่ ะตกไปเปน ของงานสะสมของหลวงในฝรงั่ เศสในป ค.ศ. 1671 งานชิ้นหนงึ่ ในชวงนีท้ ่มี ิใชง านศาสนาคอื “ชยั ชนะของความรัก” ที่เขยี นในปค.ศ. 1602 ใหวินเชน็ โซ จสุ ติเนียนิบคุ คลในวงเดล มอนเตตัวแบบบง ไวในบนั ทกึ ในตนคริสตศตวรรที่ 17 วา ช่ือ “เช็คโค” ซ่งึ เปนชื่อเลน สำหรับฟรานเชสโค ผอู าจจะเปน ฟรานเชสโคโบเนริทม่ี ชี ่ือเก่ียวพันกบั จิตรกรทท่ี ำงานระหวา ง ค.ศ. 1610 - ค.ศ. 1625 ท่รี จู กั กันในชื่อเช็คโค เดล คาราวจั โจ (Cecco del Caravaggio) คิวปด ถือคนั ธนูและศรยนื คร่งึ นงั่ คร่ึงยืนเปลอื ยเปลา อยูบนสญั ลกั ษณของศิลปะ วิทยาศาสตรของการสงคราม และความสงบแตเปน การยากที่จะยอมรับใบหนา ท่ยี ิม้ เยาะวาเปนใบหนา ของควิ ปด เทพโรมนั และยากทีจ่ ะยอมรับวาเปนใบหนาของชายหนุมตางๆที่แทบจะไมสวมอะไรบนรางกายของที่การาวัจโจเขียนเปนเทวดาที่สวมปกปลอมภาพอื่นๆการวาดลักษณะนี้แสดงความหมายของความกำกวมของงานของการาวัจโจที่ภาพเปนคิวปดหรือเทพโรมันแตในขณะเดียวกันก็เปนเช็คโคดวยหรือภาพพระแมมารีที่ขณะเดียวกับที่เปนพระมารดาของพระเยซูก็เปนสตรีในราชสำนกั ดวย18
Artwork in Most Famous Life
c. 1559-1600Oil on canvas, 340 x 322Contarelli Chapel, Church of San Luigi dei Francesi, Rome The Calling of Saint Matthew ภาพ “พระเยซูเรียกนกั บุญแมท็ ธิว” เขียนเสร็จระหวางป ค.ศ. 1599 ถงึ ป ค.ศ.1600 สำหรบั ชาเปลคอนทราเรลลิ (Contarelli Chapel) ภายในวดั ซานลยุ จิเดอิฟรานเชซิในกรุงโรม ในทศวรรษกอนหนา นั้น หลงั จากเสียชวี ิตไปแลว คารดนิ ัลชาวฝรัง่ เศสข่ือแม็ทธิวควงแทรล (Matthieu Cointrel) หรือ “มตั เตโอ คอนทราเรลลิ” ในภาษาอติ าลีก็ทงิ้ มรดกไวโดยระบวุ า ใหใชใ นการตกแตงชาเปลในหัวเร่ืองของชือ่ ของทาน (มัตเตโอแมท็ ธวิ )การตกแตง โดมเรม่ิ ดว ยจิตรกรรมฝาผนงั โดยคาวาลิเยร ดารปโน จติ รกรแมนเนอรสิ ตผ ูเปนทนี่ ิยมท่ีสดุ คนหนึ่งในกรงุ โรมและเดิมเปนนายจางของคาราวจั โจ แตค าวาลเิ ยรม ัวแตย งุ20
อยูกับงานของพระสันตะปาปาจนไมมีเวลาทำงานตกแตงชาเปลคารดินัลฟรานเชสโคมาเรียเดล มอนเต ผูอปุ ถัมภของคาราวจั โจและมีหนา ท่ีเปน เจา หนา ท่ีอาวโุ สของสำนกั งานทรพั ยสินของนครรัฐวาติกันจึงเขาชวยหาสัญญางานจางชิ้นใหญชิ้นแรกใหคาราวัจโจที่เปนภาพเขียนภาพแรกที่มีคนในภาพมากกวาสองสามคนท่ีคาราวจั โจเคยเขยี นมา งานเขียนสามชิ้นของคาราวัจโจภายในชาเปลคอนทาเรลลิเปนงานเขียนที่แสดงใหเห็นการแยกตัวอยางเด็ดขาดจากการเขียนแบบแมนเนอริสตที่คาวาลิเยรเปนศิลปนผูมีช่อื เสยี งคนสุดทายของลักษณะน้นั ใช และมาแทนดวยงานทเี่ ปนธรรมชาติเพ่มิ ขน้ึ และเปนงานหวั เรือ่ งมากกวา ของคาราวัจโจและอนั นบิ าเล คารคั ชี ทง้ั สองคนเปน ผูมอี ทิ ธพิ ลมากในสมยั นัน้ ภาพ “พระเยซูเรยี กนักบุญแม็ทธวิ ” แขวนตรงกันขามกับ “การพลชี พี ของนักบุญแม็ทธิว” ระหวางสองภาพนท้ี ี่แทนบูชาเปนภาพ “แรงบันดาลใจของนักบญุ แม็ทธิว”(ค.ศ. 1602) “การพลชี พี ” อาจจะเปนภาพแรกทเ่ี รม่ิ เขียนแตภาพ “พระเยซูเรียก”เปน ภาพแรกทีเ่ ขียนเสรจ็ คา จา งเขียนสำสองภาพน้ีลงวันทีใ่ นเดอื นกรกฎาคม ค.ศ. 1599และเงินคา จา งงวดสุดทายจายเมอ่ื เดอื นกรกฎาคม ค.ศ. 1600 บุคคลในภาพท่นี งั่ อยูรอบโตะ ในดา นภาษที าทางเปนคนช้นั ตำ่ ท่ีนาจะเคยเปน แบบในภาพเขียนอื่นๆของคาราวัจโจมากอนรวมทั้งภาพเขียนที่เปนภาพเขียนชีวิตประจำวันเชนภาพ “คนโกงไพ” ท่ีเขยี นในป ค.ศ. 1595 ในภาพนี้บรรยากาศที่ทึมและหนาตางทำใหเขาใจวาโตะตั้งอยูภายในที่อยูอาศัยเปนนัยยะวาพระเยซูทรงเปนผูนำแสงสวางมาสูความมืดของผูเก็บภาษีที่นั่งอยูในเงาซงึ่ เปนการแสดงความขดั แยงระหวา งโลกสองโลก อำนาจของความศรัทธาและอำนาจของโลก พระเยซูทรงชี้ไปยงั แมท็ ธิวดวยลำแสงเหมอื นไมท รงตอ งใชก ำลงั แตอยางใด การไมทรงรองพระบาทเปนการแสดงความสมถะที่ตรงกันขามกับบรรดาผูเก็บภาษีที่แตงตัวกันเตม็ ยศ การทไี่ มท รงรองพระบาทอาจจะเปน สญั ลักษณของการทที่ รงยนื บนผืนดินทศ่ี ักดิ์สทิ ธิ์ ซงึ่ คลา ยกับภาพ“มโนทัศนข องนักบญุ พอลบนถนนสูด ามาสคสั ภาพของคาราวัจโจเปนภาพที่แสดงวินาทีที่เหตุการณปกติถูกขัดจังหวะดวยปาฏิหาริยสวนผูนั่งรอบขางของแม็ทธิวดเู หมอื นจะไมรซู ึง้ ถงึ สิ่งทเี่ กดิ ขึน้ เทา ใดนักหรือเปน เพียงแตผ ูเห็นเหตุการณท่ีไมมีความสนใจตอสงิ่ ทีเ่ กดิ ขนึ้ รอบตวั 21
1602-06 Oil on canvas, 369 x 245 cm Musée du Louvre, Paris22
Death of the Virgin ภาพ “มรณกรรมของพระนางพรหมจารี” เขยี นราวระหวา งป ค.ศ. 1604 ถงึ ปค.ศ. 1606 เปนภาพที่การาวจั โจไดร บั จางใหเขียนโดยเลรซิโอ อัลเบรต ิ (Laerzio Alberti)ทนายความของพระสันตะปาปาสำหรับชาเปลสวนตัวภายในซันตามาเรียเดลลาสกาลาซึ่งเปนโบสถค ณะคารเมไลทใหมท ่ี ทรัสเตเวเร (Trastevere) ในกรงุ โรม “Renaissance”เปนภาพที่กอใหเกิดการตอตานอยางรุนแรงเมื่อเขียนเสร็จและถูกปฏิเสธจากนักบวชไมใหตั้งในชาเปลทตี่ ้ังใจไว เมอื่ เขียนเสร็จภาพเขียนถูกปฏิเสธไมใหต้งั ในวดั โดยนกั บวชผูกลา วหาวา เปน ภาพท่ีไมเหมาะกับการตง้ั ในชาเปล จลู ีโอ มันชีนี (Giulio Mancini) ผรู วมสมยั ของการาวัจโจบันทึกวาสาเหตุที่ถูกปฏิเสธเปนเพราะการาวัจโจใชโสเภณีมีชื่อเปนแบบสำหรับพระแมมารีแตโจวนั นี บากลโี อเน (Giovanni Baglione) ผรู ว มสมยั อีกคนหนึ่งกลา ววาเปนเพราะการาวจั โจแสดงชวงขาทีอ่ อกจะเปด เผยของพระแมมารยี ทง้ั สองกรณตี า งกอ็ า งมาตรฐานของสงั คมในขณะนั้น แตน กั วชิ าการคาราวจั โจ จอหน แกช ตง้ั ขอ เสนอวา ปญหาของนกั บวชคารเมไลทอ าจจะไมใชค วามพอใจหรือไมพอใจในความสวยงามของภาพ แตข อ ขดั แยงมรี ากฐานมาจากความแตกตา งทางมมุ มองของปรัชญาศาสนา ทนี่ ักบวชคารเ มไลทมคี วามเหน็ วาภาพของการาวัจโจละเลยความเช่อื ในเรือ่ งแมพ ระรบั เกยี รติยกขึ้นสวรรค ทีว่ าพระแมม ารยี มิไดถึงแกม รณกรรมอยา งธรรมดาแตถ กู ภาพเขียนท่ีนำมาแทนเปนงานเขียนของผตู ิดตามของการาวจั โจเอง คารโ ล ซาราเชนิ (Carlo Saraceni) ซ่ึงเปน ภาพพระแมม ารยี ท ่ีมิไดนอนเสียชีวิตเชนในภาพของการาวัจโจแตนั่งอยูแตภาพนี้ก็ยังถูกปฏิเสธและในที่สุดก็แทนดวยภาพที่พระแมมารียที่มิไดนอนหรือนั่งเสียชีวิตแตขึ้นสวรรคพรอมกับหมูทูตสวรรคแตจะอยางไรก็ตามการปฏิเสธก็ไมไดหมายความวางานของการาวัจโจไมเปนที่นิยมไมนานหลังจากที่ถูกปฏิเสธ ดยุกแหง มานทัวก็ซ้ือภาพตามคำแนะนำของปเ ตอร พอล รูเบนส และตอ มาพระเจาชารล สท่ี 1 แหง อังกฤษก็ทรงซ้อื ตอ กอนท่จี ะตกไปเปนของงานสะสมของหลวงในฝร่ังเศสในป ค.ศ. 1671 หลังจากท่ีถกู ปลงพระชนม 23
1602-1606 Oil on canvas, 369 x 245 cm Musée du Louvre, Paris24
The Entombment The Entombment “ชะลอรางจากกางเขน” เปน ภาพวาดทีไ่ ดรบั การยกยองอยางเปนเอกฉนั ทแ ละถูกคัดลอกไปไมน อ ยกวา 40 ภาพอีกทง้ั ยังแกะสลักอีกดวย TheEntombment เปน ภาพโศกนาฎกรรมเชน เดยี วกับ Pieta of Michelangelo ซ่งึ การาวจั โจตอ งมภี าพน้ันอยูในหวั ขณะทีเ่ ขาวาด กลุมที่แสดงทาทางเศราโศกสองกลุมกำลังอุมรางของพระเยซูเขาไปในหลุมศพที่ไมสามารถมองเห็นไดเพราะเกิดความไมชัดเจนขึ้นของพื้นหลังทางซายของภาพความเศราโศกไดส ง ผา นทา ทางทง้ั หมด Nicodemus กำลังกอดขาทง้ั สองขา งของรา งพระเยซูSt.John กำลังจับไปทีบ่ าดแผลของรา งสาวบรสิ ุทธิ์ทม่ี ีอายุกำลงั อวยพรและกางแขนออกทัง้สองขา งเพอื่ โอบกอดทกุ คนไวเธอเปนคนทีเ่ จ็บปวดมากท่สี ดุ Mary Cleophas ยกแขนระลึกถงึ ทาทางแสดงการยอมรบั ของ St.Pual ใบหนาของเธอยกโดนแสงสองผา นอยา งเหน็ไดชัดยกเวนใบหนาของพระเยซูเธอเงยหนาขึ้นไปมองแสงที่สองเขามาราวกับวากำลังขอพรวเิ ศษ การจดั กลมุ รวมกนั เปนเหมอื นประตมิ ากรรม คอื มนั ไมมีการเคลือ่ นไหว ขณะทีผ่ ทู ่รี ว มไวอ าลัยหยดุ พอดกี อนท่ีจะนำรางเขาหองเกบ็ ศพ การลดถอยของเสน ทแยงทางซายแสดงใหเห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของพวกเขาและปองกันไมใหมันเปนภาพนิ่งเชน เดียวกับจดุ ฝงศพท่ีเลอื นรางไมช ัดเจนนนั้ แผนหนิ นห้ี มายถงึ ศาสนาครสิ ตวา เปนรากฐานของโบสถ จุดทฉ่ี ายไปยังระนาบภาพพรอมกับสายตาทีเ่ หลือบไปมองโบสถของ Nico-demus เพื่อส่อื สารกบั ผทู ีเ่ คารพคริสต 25
1602-03 Oil on canvas, 156 x 113 cm Staatliche Museen, Berlin26
Amor Victorious ภาพวาดน้ีถือไดว าเปน งานช้ินเอกชิ้นหนึ่งของการาวัจโจ เขาวาดให MarcheseGiustiniani ภาพน้สี รา งความสมั พันธกับผูชมโดยภาพมีความนาสนใจในทนั ทที มี่ องและเปนภาพที่เหนือธรรมชาติอยางมากภาพนี้จัดไดวาเปนภาพที่เยาะเยยโลกดวยการไดรับการเวน โทษและความแนนอนในตวั เองทำใหเ กดิ ความประหลาดใจและอิจฉา ภาพวาดนี้อาจแสดงใหเห็นถึงชัยชนะของความรักที่มีตอโลกอยูเหนือคุณธรรมและวทิ ยาศาสตรซง่ึ สงเกตไดจ ากเครื่องดนตรี สมดุ ปากกา เขม็ ทิศ กรอบสเี่ หล่ียม คทาเกยี รตยิ ศ ชดุ เกราะ ทีอ่ ยูต รงเทาของกามเทพ ในภาพนกี้ ามเทพเปนเด็กที่มรี อยย้ิมท่ีละโมบ กามเทพวางเขา ไวบนสงิ่ ของทเ่ี คยกลาวมาในขณะทเ่ี ขาถอื ลกู ธนูไวกำหนึ่งอยูท่ีมือขวา เนื่องจากสิ่งท่แี สดงถงึ สงคราม ทหารวิทยาศาสตรท รี่ ุงเรืองและศลิ ปะถกู จดั วางใหก ระจดั กระจายทเี่ ทา ของกามเทพ เพ่ือเตอื นใจผูชมของ Vanitas ทย่ี ังมชี วี ติ อยู ดงั นั้นในภาพวาดนีเ้ ครอ่ื งดนตรีเปนตัวแทนของ Venus มากวา จะเปน ศลิ ปะโดยท่วั ไปหรอื ผา นทวงทำนองดนตรี เพราะความไมย ่งั ยนื ของมนุษย แนนอนวา ผชู มในศตวรรษที่สิบหกและสิบเจ็ดอาจเคยคิดถึงนัยยะกอนหนาทั้งหมดเชนกันเนื่องจากเขาใชความหมายหลายอยา งของสัญลักษณ 27
Masterpieces
of Caravaggio
Penitent Mary Magdalene 1596-1597 Oil on canvas, 123 x 99 cm Galleria Doria Pamphilj, Rome30
St John the Baptist c. 1604 Oil on canvas, 172.5 x 104.5 cm Nelson-Atkins Museum of Art, Kansas City 31
St John the Baptist (Youth with Ram) 1602 Oil on canvas, 129 x 94 cm Pinacoteca Capitolina, Rome32
Madonna dei Palafrenieri 1606 Oil on canvas, 292 x 211 cm Galleria Borghese, Rome 33
The Cruci xion of St Andrewc. 1607 Oil on canvas, 203 x 153 cm Museum of Art, Cleveland34
Flagellation c. 1607 Oil on canvas, 286 x 213 cm Museo Nazionale di Capodimonte, Naples 35
The Conversion of St. Paul c. 1600 Oil on cypress wood, 237 x 189 cm Odescalchi Balbi Collection, Rome36
David with the Head of Goliath 1609-1610 Oil on canvas, 125 x 101 cm Galleria Borghese, Rome 37
Rest on Flight to Egypt 1596-1597Oil on canvas, 133.5 x 166.5 cm Galleria Doria Pamphilj, Rome38
Taking of Christc. 1602 Oil on canvas, 134 x 170 cm National Gallery of Ireland, Dublin 39
The Martyrdom of St.Matthew 1599-1600 , 323 x 343 cm Contarelli Chapel, San Luigi dei Francesi, Rome40
The Sacri ce of Isaac 1601-1602 Oil on canvas, 104 x 135 cm Galleria degli U zi, Florence 41
Salome with the Head of St John the Baptist1609-1610 Oil on canvas, 91 x 167 cm National Gallery, London42
Judith Beheading Holofernes c. 1598 Oil on canvas, 145 x 195 cm Galleria Nazionale d'Arte Antica, Rome 43
The Incredulity of Saint Thomas 1601-02 Oil on canvas, 107 x 146 cm Schloss Sanssouci, Potsdam44
The Fortune Teller 1596-1597 Oil on canvas, 99 x 131 cm Musée du Louvre, Paris 40
Exile and Death
Search