Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือนักเรียนกว ปีการศึกษา 2566

คู่มือนักเรียนกว ปีการศึกษา 2566

Published by Suntareeya Laongpow, 2023-06-13 09:42:40

Description: คู่มือนักเรียนกว 66 เสร็จสมบูรณ์

Search

Read the Text Version

51 เวลาเรยี นท้งั วัน คาบเรียนระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนต้น คาบท่ี 1 08.40-09.30 น. คาบที่ 2 09.30-10.20 น. คาบท่ี 3 10.20-11.10 น. คาบที่ 4 11.10-12.00 น. (พักกลางวัน) คาบท่ี 5 12.00-12.50 น. คาบที่ 6 12.50-13.40 น. คาบท่ี 7 13.40-14.30 น. คาบท่ี 8 14.30-15.20 น. คาบเรยี นระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย คาบท่ี 1 08.40-09.30 น. คาบที่ 2 09.30-10.20 น. คาบที่ 3 10.20-11.10 น. คาบท่ี 4 11.10-12.00 น. คาบที่ 5 12.00-12.50 น. (พักกลางวัน) คาบที่ 6 12.50-13.40 น. คาบที่ 7 13.40-14.30 น. คาบท่ี 8 14.30-15.20 น.

52 ระเบียบโรงเรยี นกบนิ ทร์วทิ ยา ว่าด้วยการวัดและประเมินผลตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 1. การตดั สนิ ผลการเรยี น โรงเรยี นกบนิ ทร์วทิ ยาวดั และประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 กาหนดหลกั เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ เพื่อตัดสินผลการเรยี นของผู้เรียน ดงั น้ี 1) ตดั สินผลการเรียนเปน็ รายวชิ า ผู้เรียนต้องมเี วลาเรียนตลอดภาคเรีย ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนทงั้ หมดในรายวชิ าน้ัน ๆ 2) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษา กาหนด 3) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ ับการตดั สินผลการเรียนทกุ รายวชิ า 4) ผูเ้ รยี นต้องได้รับการประเมินและมผี ลการประเมิน “ผา่ น” ในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน 2. การให้ระดับผลการเรียน 1) การตัดสินเพ่ือใหร้ ะดับผลการเรียนรายวชิ าของกล่มุ สาระการเรียนรู้ ใหใ้ ช้ตวั เลขแสดงระดบั ผลการเรียนเปน็ 8 ระดบั ดังนี้ ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนนเปน็ ร้อยละ 4 ดีเยี่ยม 80 - 100 3.5 ดมี าก 75 - 79 3 ดี 70 - 74 2.5 คอ่ นข้างดี 65 - 69 2 ปานกลาง 60 - 64 1.5 พอใช้ 55 - 59 1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่า 50 - 54 0 ต่ากว่าเกณฑ์ 0 - 49 “มส” หมายถึง ผู้เรียนไม่มีสิทธิเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เน่ืองจากผู้เรียนมี เวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในแต่ละรายวิชา และไม่ได้รับการผ่อนผัน ให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน

53 “ร” หมายถึง รอการตัดสินและยังตดั สินผลการเรยี นไม่ได้ เน่ืองจากผ้เู รียน ไม่มขี อ้ มลู ผลการเรยี นรายวิชานั้นครบถ้วน ไดแ้ ก่ ไม่ได้วดั ผลระหว่างภาคเรยี น/ปลาย ภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่มอบหมายให้ทา ซึ่งงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผล การเรียน หรอื มีเหตสุ ุดวสิ ัยทที่ าใหป้ ระเมินผลการเรียนไม่ได้ 2) การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน นั้นให้ผลการประเมินเป็น ผ่านและไมผ่ ่าน กรณีท่ีผา่ นใหร้ ะดบั ผลการประเมนิ เป็นดเี ยี่ยม ดี และผา่ น 3) การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้นให้ผลการประเมินเป็นผ่าน และไม่ผา่ น กรณที ่ีผา่ นใหร้ ะดบั ผลการประเมินเป็นดีเย่ียม ดี และผ่าน 4) การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้าร่วม กิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรียนและให้ผลการประเมินเป็น “ผ่าน” และ “ไมผ่ ่าน” ใชต้ วั อักษรแสดงผลการประเมนิ ดงั นี้ “ผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมและ มีผลงานร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นท้งั หมด “มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมและ มผี ลงานไมถ่ ึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนท้ังหมด กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน มี 3 กิจกรรม คือ 1) กจิ กรรมแนะแนว 2) กจิ กรรมนกั เรียน ซ่งึ ประกอบดว้ ย (1) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และนักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เรยี นเลอื กอย่างใดอย่างหนง่ึ (2) กจิ กรรมชมุ นมุ ทั้งน้ี ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมทั้งข้อ (1) และ (2) สาหรับผ้เู รยี นระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลายสามารถเลือกเข้ารว่ มกิจกรรม ใดกจิ กรรมหน่งึ ในข้อ (1) หรอื (2) 3) กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์

54 4. การเปลย่ี นผลการเรยี น การเปลยี่ นผลการเรียน “0” โรงเรียนจัดให้มีการสอนซ่อมเสริมในมาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด ที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านก่อน แล้วจึงสอบแก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการ สอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่โรงเรียนกำหนด โรงเรียนจะพิจารณาขยายเวลาออกไป อีก 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนท่ี 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษา นนั้ การสอบแก้ตัวให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “1” ถ้าสอบแก้ตัว 2 คร้ังแล้ว ยังไดร้ ะดบั ผลการเรยี น “0” อีก โรงเรียนจะแตง่ ตั้งคณะกรรมการดำเนนิ การเกี่ยวกับ การเปล่ยี นผลการเรียนของผเู้ รยี น โดยปฏิบตั ิดงั น้ี 1) ถา้ เป็นรายวิชาพืน้ ฐาน ให้เรียนซ้ำรายวชิ าน้นั 2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ทั้งนี้ให้ อยู่ในดุลยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา การเปลีย่ นผลการเรียน “ร” การเปลยี่ นผลการเรียน “ร” ใหด้ ำเนนิ การดังน้ี ให้ผู้เรียนดำเนินการแก้ไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อผู้เรยี นแก้ไขปัญหาเสรจ็ แล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต่ 0 - 4) ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข “ร” กรณีที่ส่งงานไม่ครบ แต่มีผลการประเมินระหว่างภาคเรียนและปลายภาค ให้ผู้สอนนำข้อมูลที่มีอยู่ตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน สำหรับ ภาคเรยี นท่ี 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จส้นิ ภายในปีการศึกษาน้ัน เมอื่ พ้นกำหนดน้ีแล้ว ให้เรยี นซ้ำ หากผลการเรยี นเปน็ “0” ให้ดำเนนิ การแก้ไขตามหลักเกณฑ์ การเปลี่ยนผลการเรียน “มส” การเปล่ยี นผลการเรยี น “มส” มี 2 กรณี ดังนี้ 1) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 แต่มเี วลาเรียนไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 60 ของเวลาเรียนในรายวิชานัน้ ให้สถานศึกษาจัด ให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อมเสริม หรือใช้เวลาว่าง หรือใช้วันหยุด หรือ มอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามท่กี ำหนดไว้สำหรับรายวชิ าน้นั แลว้ จงึ ให้

55 วัดผลปลายภาคเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “1”การแก้ “มส” กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่มา ดำเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส”ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน แตเ่ มอื่ พ้นกำหนดน้แี ลว้ ให้ปฏิบัติดังนี้ (1) ถ้าเป็นรายวชิ าพนื้ ฐานให้เรียนซํา้ รายวิชานน้ั (2) ถา้ เปน็ รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของสถานศึกษา ให้เรียน ซ้ำหรอื เปลี่ยนรายวชิ าเรียนใหม่ 2) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนท้ังหมด ใหส้ ถานศึกษาดำเนนิ การดงั นี้ (1) ถ้าเปน็ รายวชิ าพ้ืนฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น (2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้ เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวชิ าเรียนใหม่ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุ ในระเบียนแสดงผลการเรยี นวา่ เรียนแทนรายวิชาใด การเรยี นซำ้ รายวิชา ผู้เรียนที่ได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ การประเมิน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการ จัดให้เรียนซ้ำในช่วงใดช่วงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงว่างหลังเลิกเรียนภาคฤดูร้อน เป็นต้น ในกรณีภาคเรียนที่ 2 หาก ผู้เรียนยังมีผลการเรียน “๐”“ร” “มส” ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดเรียน ปีการศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อนเพื่อแก้ไข ผลการเรียนของผเู้ รยี นได้ การเปลี่ยนผล “มผ” กรณีที่ผู้เรียนได้ผล “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำ กิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ท้ังน้ี ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนนั้น ๆ ยกเว้นมีเหตุ สุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาอ อกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนท่ี 2 ต้องดำเนนิ การให้เสรจ็ สนิ้ ภายในปกี ารศึกษาน้นั

56 5. การเล่อื นชน้ั การพิจารณาเลื่อนช้ัน ถ้าผู้เรียนมีขอ้ บกพร่องเพียงเล็กน้อยและสถานศกึ ษา พิจารณาเห็นว่าสามารถพฒั นาและสอนซ่อมเสริมได้จะพิจารณาให้เลือ่ นชั้นเมื่อสินปี การศกึ ษา ผู้เรียนจะไดร้ ับการเลื่อนชัน้ เม่ือมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ดังนี้ 1) รายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม ได้รับการตัดสินผลการเรียนใน ระดับผ่านตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด 2) ตอ้ งไดร้ ับการประเมินและมีผลการประเมินในระดับ “ผา่ น” ในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์เขยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น 6. การเรยี นซ้ำช้ัน ผู้เรียนที่มีผลการประเมินรายวิชาอยู่ในระดับไม่ผ่านเป็นจำนวนมาก และ มีแนวโน้มว่าจะเปน็ ปัญหาต่อการเรยี นในระดับที่สูงขึน้ โรงเรียนจัดตัง้ คณะกรรมการ พิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นโดยคำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียน เป็นสำคัญ โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1) ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 1.00 และ มแี นวโนม้ ว่าจะเปน็ ปญั หาต่อการเรียนในระดบั ทส่ี ูงขึ้น 2) ผู้เรียนมีผลการเรียน 0, ร, มส. เกินครึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียน ในปกี ารศกึ ษานนั้ 7. เกณฑ์การจบการศึกษา เกณฑก์ ารจบหลกั สูตรระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ 1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิตโดย เป็นรายวิชาพน้ื ฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวิชาเพิม่ เติมไม่นอ้ ยกวา่ 15 หนว่ ยกติ 2) ผู้เรียนตอ้ งไดห้ น่วยกติ ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิตโดยเป็น รายวิชาพนื้ ฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวิชาเพ่ิมเติมไมน่ อ้ ยกวา่ 11 หนว่ ยกติ 3) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นในระดับ “ผา่ น” ขึน้ ไป 4) ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นระดบั ระดบั “ผา่ น” ขนึ้ ไป 5) ผู้เรียนเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนและมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ทกุ กิจกรรม

57 เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิต โดย เปน็ รายวิชาพ้ืนฐาน 41 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพมิ่ เติมไม่นอ้ ยกวา่ 40 หนว่ ยกติ 2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็น รายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิตและรายวิชาเพิม่ เตมิ ไม่น้อยกวา่ 36 หนว่ ยกิต 3) ผเู้ รียนมผี ลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนในระดับ “ผ่าน” ข้ึนไป 4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงคใ์ นระดับระดับ “ผา่ น” ขึน้ ไป 5) ผู้เรียนเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนและมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ทุกกจิ กรรม ระเบยี บการตดิ ต่องานทะเบยี น–วดั ผล 1. การมอบตัวนกั เรียน ผู้ทำหน้าที่ต้องเป็นผู้ปกครองที่รับผิดชอบนักเรียนโดยต้องมีชื่ออยู่ในสำเนา ทะเบียนบา้ นร่วมกบั นกั เรียน และตอ้ งบรรลนุ ิตภิ าวะพร้อมท้ังนำเอกสารเหล่าน้ีมาใน วันมอบตวั 1) ทะเบยี นประวตั ิ ทางโรงเรยี นจะแจกแบบฟอร์มใหผ้ ูป้ กครองกรอก 2) หลกั ฐานแสดงผลการเรียน ใบ ปพ.1 ตวั จริงพร้อมสำเนาเอกสาร 3) ทะเบียนบ้านตัวจริงพร้อมสำเนาเอกสารของนักเรียน , ของบิดา , ของ มารดา , ของผ้ปู กครอง 4) หลกั ฐานการเปล่ยี นชอื่ (ช.3) หรอื เปล่ยี นนามสกุล (ช.5) (ถา้ มี) 2. การขอพกั การเรยี น กระทำได้ในกรณีที่นักเรียนไม่สามารถเรียนมาได้ตามปกติ เช่นประสบ อุบัติเหตุ ป่วยเรื้อรัง หรือนักเรียนไม่มีความพร้อมที่จะเรียนโดยให้ผู้ปกครองย่ืน คำรอ้ งขอหยุดพักการเรียน พร้อมหลักฐาน เชน่ ใบรบั รองแพทย์ ฯลฯ

58 3. การลาออกจากทางโรงเรียน ใหผ้ ูป้ กครองยน่ื ค�ำ ร้องขอลาออกเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรกบั ทางโรงเรียน พร้อมใบค�ำ รอ้ ง ขอย้ายนักเรยี นหากตอ้ งการไปศึกษาตอ่ ทอ่ี น่ื 4. รูปถ่ายท่ีใชต้ ดิ หลักฐานของโรงเรียน ต้องมลี กั ษณะดังนี้ 1) แตง่ เคร่ืองแบบนกั เรียนโรงเรยี นกบินทรว์ ิทยาที่ถกู ตอ้ งตามระเบียบ 2) รปู ถ่ายหนา้ ตรงขนาด 1.5 น้วิ ถ่ายไว้ไม่เกนิ 6 เดือน ไมย่ ิม้ ไมส่ วมแวน่ ตา ไมส่ วม เสื้อยดื ไว้ภายใน ซ่งึ จะทำ�ให้เห็นเสอ้ื ตวั ในปรากฏในรูปถ่าย และไม่ใส่เครื่องประดบั ใดๆ 5. การขอหลักฐานการศกึ ษา ปพ.1 (ระเบยี นแสดงผลการเรียน) ปพ.7 (ใบรับรองสภาพการ เป็นนกั เรียน)เพ่ือใชส้ มัครเรียนต่อย้ายสถานศกึ ษา ประกอบการขอรบั ทนุ หรือใชใ้ นกรณีอ่นื ๆ มขี น้ั ตอน ดังน้ี 1) ขอใบค�ำ ร้องที่งานทะเบยี นวัดผล กรอกขอ้ มลู ลงในใบคำ�ร้องขอเอกสารการศกึ ษาให้ ถกู ต้องและครบถ้วน 2) น�ำ ค�ำ รอ้ งไปช�ำ ระคา่ ธรรมเนยี มท่หี อ้ งการเงนิ ฉบับละ 5 บาท 3) น�ำ ค�ำ ร้องพรอ้ มรปู ถา่ ยขนาด 1.5 นวิ้ จำ�นวน 2 รปู ย่นื หอ้ งทะเบยี นวัดผล 4) ตรวจสอบและรับเอกสารทเี่ สร็จเรียบร้อยแลว้ ทต่ี ะกร้าใสเ่ อกสาร หน้าห้องทะเบยี นวัดผล 6. การขอหลกั ฐานการศกึ ษา กรณีชำ�รุด หรือ สญู หาย มขี ั้นตอนดังนี้ 1) กรอกขอ้ มลู ลงในใบค�ำ รอ้ งขอระเบียนแสดงผลการเรยี นให้ถกู ต้องและครบถ้วน แนบหลักฐานใบแจง้ ความวฒุ กิ ารศึกษาที่สูญหาย กรณชี �ำ รุดใหแ้ นบใบวุฒทิ ช่ี ำ�รุดมาด้วย 2) รูปถา่ ยจำ�นวน 2 รปู (ขอ รบ.1 ใชร้ ปู ถา่ ยขนาด 2 นิ้ว ขอ ปพ.1 ใช้รปู ถ่ายขนาด 1.5 น้วิ ) เป็นรปู ถ่ายปัจจบุ นั ถา่ ยไวไ้ มเ่ กิน 6 เดอื นหนา้ ตรง สวมเสือ้ เชติ้ สขี าว ไมส่ วมเสือ้ คอกลมด้านใน ไมส่ วมสายสร้อย หมวก แว่นตาด�ำ ทรงผมหวใี ห้สุภาพเรยี บรอ้ ย ผม ยาวต้องรวบผมใหเ้ รยี บร้อย ไมใ่ สเ่ ครอ่ื งประดบั ทกุ ประเภท 3) ช�ำ ระค่าธรรมเนียมทีห่ อ้ งการเงิน ฉบบั ละ 20 บาท 4) น�ำ เอกสารดังกล่าวติดตอ่ เจ้าหน้าท่ี ท่ีห้องทะเบยี นวดั ผล 5) รอรบั เอกสาร

59 7. การขอแกไ้ ข วนั เดอื น ปีเกดิ แจง้ ความจำนงขอแก้ไขทฝี่ ่ายทะเบยี นวดั ผล โดยแนบเอกสารดงั น้ี 1) สูตบิ ัตรตวั จรงิ พรอ้ มสำเนา 1 ฉบบั 2) สำเนาเอกสารทะเบยี นบ้านทแ่ี ก้ไข วัน เดือน ปีเกดิ ทถี่ ูกต้อง 8. การยา้ ยที่อยู่ 1) ให้นักเรียนนำหลักฐานการย้ายที่อยู่พร้อมถ่ายเอกสาร 1 ฉบับ แจ้งท่ี ฝา่ ยทะเบยี นวดั ผล หมายเหตุ การแตง่ กายมาติดตอ่ งานทะเบียนวัดผล 1) กรณนี ักเรยี นปจั จบุ นั ให้แตง่ กายด้วยชดุ นกั เรียนให้ถกู ต้อง ตามระเบยี บของโรงเรยี น 2) กรณนี ักเรียนที่จบการศึกษาแลว้ ให้แตง่ กายดว้ ยชดุ สภุ าพ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น กิจกรรมแนะแนว จุดหมายของการแนะแนว คือ กระบวนการที่มุ่งสร้างเสริมผู้เรียนให้มี คุณภาพเหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของ ตน มที ักษะการดำเนินชีวิต มีวฒุ ภิ าวะทางอารมณ์ ศลี ธรรม จริยธรรมรจู้ ัก การ เรยี นรใู้ นเชงิ พหปุ ัญญา รจู้ ักคิด ตดั สินใจ แกป้ ญั หาในชว่ งวกิ ฤตวางแผนการศึกษาต่อ การพัฒนาตนสู่โลกอาชีพ และการมีงานทำรวมทั้งดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมี ความสุข การแนะแนวจึงมีบทบาทสำคัญยิง่ ต่อการพัฒนาคนโดยองค์รวมท้ังทางด้าน สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ ให้เป็นบุคคลที่สามารถ บูรณาการความคิด ค่านยิ ม ประเพณี วัฒนธรรมและเทคโนโลยเี ขา้ สวู่ ถิ ชี ีวติ ไทยไดอ้ ย่างเหมาะสม ขอบข่ายการแนะแนว การแนะแนวมีขอบขา่ ยสาระสำคญั 3 ด้าน คอื การแนะแนวการศึกษามุ่งหวังให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนได้เต็มศักยภาพ รู้จักแสวงหาความรู้และวางแผนการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับตัว ดา้ นการเรียนและมีนิสัยใฝ่ร้ใู ฝ่เรียน

60 การแนะแนวอาชพี มงุ่ หวงั ให้ผเู้ รยี นไดร้ ู้จกั ตนเองและโลกของงานอยา่ งหลากหลาย มเี จตคตแิ ละนสิ ัยทีด่ ีในการท�ำ งาน มโี อกาสไดร้ บั ประสบการณ์และฝกึ งานตามความถนดั ความ สนใจ การแนะแนวเพื่อพัฒนาบคุ ลิกภาพ มุง่ หวังให้ผู้เรียนเขา้ ใจตนเอง รกั และเหน็ คุณคา่ ใน ตนเองและผอู้ นื่ มอี ารมณ์มั่นคง มมี นษุ ยสัมพันธ์ทด่ี ี เข้าใจส่งิ แวดลอ้ ม และสามารถปรับตัวให้ ด�ำ รงชวี ิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข บริการงานแนะแนว การจัดบรกิ ารแนะแนวเปน็ การจัดบรกิ ารทม่ี จี ุดมุง่ หมายเพอ่ื ปอ้ งกัน พฒั นาและแก้ไขให้ นกั เรียนในทุกๆ ดา้ นส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียน เรียนรู้ เข้าใจและค้นพบตนเองโดยยดึ หลกั ความแตกต่าง ของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะทมี่ ีความแตกตา่ งทางดา้ นศาสนาจงึ จะตอ้ งมีการจดั กจิ กรรมแนะแนว และโครงการให้มีความสอดคลอ้ งกับความเปน็ สงั คมพหวุ ัฒนธรรมโดยบรกิ ารงานแนะแนว มี ขอบขา่ ยและภาระงานดงั น้ี คือ 1. บรกิ ารดา้ นการจดั บรกิ ารแนะแนว 5 ด้าน 1.1 บรกิ ารศกึ ษารวบรวมข้อมูล ซึ่งเป็นการศกึ ษารวบรวมและ จด บันทึกข้อมลู ตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั ผ้เู รยี นโดยวธิ กี ารและแหลง่ ต่าง ๆ เชน่ การสังเกต สัมภาษณ์ แบบสอบถาม ฯลฯ เพ่ือให้รูจ้ กั และเขา้ ใจผู้เรยี นมากขึน้ 1.2 บริการสารสนเทศ เปน็ การให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้เทา่ ท่จี �ำ เป็นในการ ตัดสนิ ใจ เชน่ อาชีพ วัฒนธรรม ศีลธรรม จริยธรรม สุขภาพ โดยแบ่งเปน็ 3 กลุ่ม คือ ขอ้ สนเทศทางการศกึ ษา ข้อสนเทศทางอาชีพ ขอ้ สนเทศการปรับตัวทางสังคม 1.3 บรกิ ารใหก้ ารปรึกษา ช่วยผรู้ บั บริการให้เกิดการเรยี นรู้ เขา้ ใจตนเองรู้ ปญั หาหาวิธีไขปญั หา เลอื กวิธีแกป้ ญั หา รบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง 1.4 บรกิ ารจัดวางตัว เป็นบริการ ปอ้ งกัน สง่ เสรมิ พฒั นา ชว่ ยเหลอื โดย กิจกรรมด้วยรปู แบบทหี่ ลากหลายเช่นการคดั เลือกนักเรียนเขา้ สกู่ ารแข่งขันหรอื เข้าร่วม กจิ กรรมต่างๆบรกิ ารกองทนุ ให้กูย้ มื เพื่อการศกึ ษาพิจารณาและจัดสรรทนุ การศกึ ษา 1.5 งานตดิ ตามประเมนิ ผล มี 2 งาน คือ งานติดตามประเมินผลเพอื่ ศกึ ษาผล ท่ีเกดิ ข้นึ กบั ผู้เรยี น และงานติดตามและประเมนิ ผลโครงการแนะแนว

61 2. จดั กจิ กรรมแนะแนวโดยมีคาบกิจกรรมแนะแนว แต่ละห้อง 1 คาบต่อสัปดาห์ เพ่ือรู้จักผู้เรียนมากข้ึน ส่งเสริมป้องกัน ปัญหาผู้เรียนพัฒนาทักษะ การดาเนินชีวิต เช่น รู้จักรักและเป็นคุณค่า ในตนเองและผู้อน่ื มีทักษะการคดิ ตัดสินใจทกั ษะการปรับตวั การวางแผนชวี ิต สรา้ งคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ไดแ้ ก่ ความขยนั ซอ่ื สัตย์ ประหยดั อดทน อดกลัน้ นกั ศึกษาวิชาทหาร ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี จะมีการคัดเลือกนักเรียนนักศึกษา ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อเข้าเป็นนักศึกษาวิชาทหาร โดยจะต้องมีคุณลักษณะ ดังน้ี สาเร็จการศึกษาต้ังแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าข้ึนไป และมี ผลการเรยี นเฉลย่ี ไม่นอ้ ยกว่า 1.00 กาลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาท่ีหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเปิดทาการฝึก วชิ าทหารเปน็ บคุ คลชายหรอื หญิงและมีสัญชาตไิ ทย เป็นบุคคลผู้มีอายุไม่เกิน 22 ปี นับตามกฎหมายว่าดว้ ยการรับราชการทหาร และตอ้ งไดร้ บั คายินยอมจากบิดา มารดา หรือผปู้ กครอง

62 เป็นบุคคลที่ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรค ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการ ทหารได้ ตามกฎหมาย ว่าดว้ ยการรบั ราชการทหาร พ.ศ. 2497 เป็นบุคคลผู้มีน้ำหนัก ขนาดรอบตัว ขนาดส่วนสูง ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยผสู้ มัครต้องผ่านการทดสอบรา่ งกาย ตามเกณฑ์ท่กี ำหนด มีใบรับรองของสถานศึกษาว่ามีความประพฤติเรียบร้อย สมควรเข้ารับการ ฝกึ วชิ าทหาร ไม่เป็นทหารประจำการ , ทหารกองประจำการ , ผู้ที่ปลดประจำการ ภายหลังจากรับราชการในกองประจำการครบกำหนด แล้วปลดเป็นทหารกองหนุน ประเภทท่ี 1 แลว้ หรือ ถกู กำหนดตัวใหเ้ ข้ากองประจำการแลว้ เป็นบุคคลผู้มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI: Body Mass Index) อยู่ในเกณฑ์ปกติ และต้องไม่อยู่ในภาวะ โรคอ้วน ซึ่งมีดัชนีความหนาของร่างกาย ตั้งแต่ 30 กิโลกรัม ต่อตารางเมตรขนึ้ ไป (BMI = นำ้ หนักตัว (กก.) / สว่ นสงู ² (ม.²) หลกั สตู รและการเรียนการสอน ชั้นปีที่ 1 และ 2 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารเบื้องต้น เพื่อให้บังเกิดระเบียบวินัย ลักษณะทหาร การเชื่อฟังและการปฏิบัติตามคำส่ัง ผูบ้ งั คบั บัญชาโดยเคร่งครัด สามารถใช้อาวุธประจำกาย และทำการยงิ ปืนอย่างได้ผล ชั้นปีที่ 3 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารทั้งทางเทคนิคและ ยทุ ธวิธี ใหส้ ามารถทำหนา้ ทใี่ นตำแหน่งผบู้ งั คับหมู่ได้ นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 3, 4 และ 5 มีสิทธิได้รับการขึ้นทะเบียน กองประจำการและปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 (ได้รับยกเว้นการเข้ารับ ราชการทหารกองประจำการ)

63 กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี การจดั กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี ลกู เสอื สามญั รุ่นใหญ่ ม.1 – ม.3 กระบวนการลูกเสือ คือ กระบวนการพัฒนาเยาวชน มีวัตถุประสงค์เพ่ือ ฝึกอบรม ให้การศึกษาและพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดีโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา ซง่ึ มุ่งพฒั นาสมรรถภาพของบุคคลทั้งทางสมอง ร่างกาย จติ ใจ และศลี ธรรม เพื่อให้เป็นบุคคลที่มีความประพฤติดีงาม ไม่กระทำตนให้เป็นปัญหาต่อสังคม และ ดำรงชีวติ อย่างมคี วามหมายและสุขสบาย วัตถุประสงค์ ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความ สามัคคีและมีความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของ ประเทศชาติตามแนวทางดงั ตอ่ ไปนี้ 1. ใหม้ ีนิสยั ในการสังเกต จดจำ เช่อื ฟัง และพง่ึ ตนเอง 2. ให้มีความซ่อื สัตยส์ จุ รติ มรี ะเบียบวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่ืน 3. ใหร้ จู้ กั บำเพญ็ ตนเพอื่ สาธารณประโยชน์ 4. ใหร้ ูจ้ กั ทำการฝมี ือและฝึกฝนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. ใหร้ ู้จกั รักษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณีวัฒนธรรมและความมั่นคง ของชาติ กิจกรรมยุวกาชาด ยวุ กาชาด ระดับ 3 กจิ กรรมยุวกาชาดเป็นกจิ กรรมทม่ี ุ่งส่งเสริมและพัฒนาสมาชิกยุวกาชาดให้ สามารถพฒั นาตนเอง เพ่ือความเปน็ มนุษย์ทีส่ มบูรณ์มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม และมี มนุษยธรรม มอี ุดมคติในสนั ติสุข ร้จู ักการดูแลรักษาสขุ ภาพอนามัยของตนเอง และ สง่ เสรมิ อนามัยของผู้อน่ื มคี วามสง่างาม มีศักด์ิศรี ใช้เวลาวา่ งบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชนแ์ กส่ ังคม มีจติ สำนกึ ในการอนรุ ักษธ์ รรมชาติและส่ิงแวดล้อม พร้อมทง้ั ร้จู กั การสรา้ งสัมพันธภาพและความเขา้ ใจอันดี ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ และ มีความพร้อมในการปฏบิ ตั ิการด้านมนุษยธรรมเพื่อพลโลก

64 วัตถปุ ระสงค์ 1. มีความร้เู ขา้ ใจในอุดมการณข์ องการกาชาดและยุวกาชาด 2. มคี วามศรัทธาและมีความภาคภมู ิใจในความเปน็ สมาชิกยวุ กาชาด 3. มที กั ษะในการปอ้ งกนั ชีวิตและสขุ ภาพทั้งสว่ นตนและสว่ นรวม 4. บำเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่สว่ นรวมและเหน็ คุณค่าในการอนรุ ักษ์ธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม 5. มคี ุณธรรมจรยิ ธรรมเป็นมิตรกับเพ่ือนร่วมโลกและมีทักษะในการอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ืน่ ได้ อยา่ งสนั ติสขุ กจิ กรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุมจะจัดในทุกช่วงชั้น โดยจัดอย่างหลากหลาย เพื่อสนอง ความสนใจ ความถนัด เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะของนักเรียน ในช่วงชั้นที่ 1 นักเรียนยังมีความพร้อมในการเลือกน้อย เพื่อความเหมาะสมของวัย จึงจัดให้ นักเรียนเวียนเข้ากิจกรรมชุมนุม เป็นฐานกิจกรรม โรงเรียนได้เปิดโอกาสให้นักเรียน ในชว่ งชัน้ ที่ 2 – 4 ได้เลือกกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ โดยเลือกกิจกรรม ตามที่โรงเรียนได้จัดไว้ให้ หรือหากนักเรยี นมีความสนใจตรงกันรวมกลุม่ กัน สามารถ เสนอจดั ตงั้ ชุมนุมตามระเบียบการจดั ตง้ั ชุมนุมของโรงเรียน โดยมหี ลกั เกณฑ์ดังนี้ 1) ครู หรือนักเรียน ที่มีความประสงค์จัดตั้งชุมนุม เขียนโครงการเสนอต่อ หัวหนา้ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนเพือ่ พิจารณา 2) กิจกรรมชุมนุมท่ีขออนุญาตจัดตั้งนั้น ต้องมีครูที่ปรึกษาชุมนมุ อย่างนอ้ ย 1 คน แตไ่ มเ่ กิน 3 คน 3) ขนาดของชุมนุม ประกอบด้วยสมาชิกในอัตราส่วนนักเรียนต่อครู ทปี่ รกึ ษา 25 : 1 (ยืดหยุ่นไดท้ อ่ี ัตรา 20 – 30 : 1)

65 ระเบยี บการใชห้ อ้ งสมุดโรงเรียนกบินทร์วิทยา งานบริการของหอ้ งสมดุ 1. บรกิ ารการอา่ น 5. สอนวชิ าการใชห้ ้องสมดุ 2. บรกิ าร ยมื – คนื หนงั สือ 6. จัดนทิ รรศการต่างๆ 3. บรกิ ารตอบคำถาม 7. จดั สัปดาห์ห้องสมดุ 4. บรกิ าร Internet ระเบยี บการใช้ห้องสมดุ 1. เวลาทำการ - ตัง้ แตเ่ วลา 08.30 - 15.30 น. ทุกวันราชการ - หยุดวนั เสาร์ – อาทติ ย์ และวนั หยดุ นักขตั ฤกษ์ - นักเรียนทุกคนสามารถเขา้ มาศึกษาคน้ ควา้ และอา่ นหนงั สือไดใ้ นเวลาพกั กลางวันและคาบวา่ ง (นกั เรียนทแ่ี จง้ ว่าคาบวา่ งจะต้องแสดงตารางเรยี นแก่ บรรณารักษก์ อ่ นเขา้ ใชห้ ้องสมดุ ) 2. ผู้มสี ิทธ์ิในการใชห้ ้องสมดุ - นักเรียนโรงเรียนกบนิ ทรว์ ิทยา - ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาโรงเรียนกบนิ ทรว์ ทิ ยา 3. สิทธใิ์ นการยมื -คืนหนงั สอื การปรบั 3.1 เวลายมื -คืนหนังสือ - ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ยืมได้เวลาพกั กลางวัน เวลา 11.10 – 12.00 น. และหลังเลิกเรยี นก่อนกลับบา้ น - ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ยืมไดเ้ วลาพกั กลางวนั เวลา 12.00 – 12.50 น. และหลงั เลกิ เรยี นกอ่ นกลับบ้าน 3.2 สทิ ธ์ิในการยืมหนังสือห้องสมดุ - นักเรยี นมีสิทธิ์ยมื หนงั สอื ในห้องสมดุ ไดไ้ ม่เกิน 3 เลม่ (จะยมื กค่ี ร้ังกไ็ ด้แตไ่ มเ่ กนิ 3 เลม่ ) ระยะเวลาในการยืมนาน 7 วัน - ครแู ละบุคลากรยืมหนงั สือในหอ้ งสมุดไดไ้ มเ่ กนิ 10 เลม่ (จะยืมก่ีครั้งกไ็ ด้แตไ่ มเ่ กนิ 10 เลม่ ) ระยะเวลาในการยมื นาน 10 วนั

66 3.3 การปรับ หากคืนหนังสือชา้ กว่ากำหนด ต้องชำระค่าปรับหนังสือวันละ 1 บาท/เล่ม/ วัน ไม่นำโทรศัพท์เข้ามาเสียบตามปลั๊กต่างๆ ของห้องสมุด หากตรวจพบจะต้อง ชำระค่าปรับในการใช้ไฟห้องสมุดเป็นเงนิ ครงั้ ละ 30 บาท 3.4 การยา้ ยสถานศกึ ษาและการจบการศึกษา หากนักเรียนย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 จะต้องนำเอกสารจากงานทะเบียนวัดผลมาติดต่องานหอ้ งสมดุ ทุกครั้งที่มีการย้าย เพื่อตรวจสอบว่าได้นำหนังสือคืนห้องสมุดเรียบร้อยแล้ว หากหนังสือสูญหายจะต้องชำระค่าหนังสือเท่ากับราคาหนังสือเล่มที่หายรวมค่า ทำหนงั สอื ออกบริการอีก 30 บาท หากนำหนังสือมาคืนห้องสมดุ ก็จะคิดแค่ค่าปรับที่ ค้างส่งเท่านั้น และนำใบเอกสาร จากห้องสมุดไปชำระค่าปรับที่ฝ่ายการเงินของ โรงเรียนเพื่อรับใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานในการชำระค่าปรับด้วย และห้องสมุดจะลง ลายมือชื่อว่า ส่งคืนหนังสือห้องสมุดเรียบร้อยแล้วจึงนำหลักฐานไปรับใบ ปพ.1 ทฝ่ี ่ายทะเบยี นวดั ผล 4. หนังสอื ประเภทต่างๆในห้องสมุดทั้งท่ใี ห้ยืมได้และใหใ้ ชภ้ ายในห้องสมดุ - หนงั สือท่ียมื ได้คือหนังสือท่บี รรณารักษล์ งทะเบียนและมีบาร์โค้ดเรียบร้อย แล้ว ยกเว้นหนังสืออ้างอิง ห้ามยืมออกจากห้องสมุดให้ใช้ภายในห้องสมุดเท่านั้น (สามารถถ่ายเอกสารโดยการใชก้ ล้องถ่ายรูปได้) 5. มารยาทในการเข้าใชห้ อ้ งสมุด 5.1 ถอดร้องเท้าไว้ที่วางรองเท้าหน้าห้องสมุดให้เรียบร้อยและไม่หยิบ รองเทา้ ของผอู้ ่ืนไปเป็นของตน แต่งกายสภุ าพเรยี บร้อยเหมาะสมกับการเป็นนักเรียน ไม่นำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามารับประทานในห้องสมุดเด็ดขาด ขวดน้ำและอาหาร ใหว้ างไวห้ นา้ หอ้ งสมดุ ใหเ้ ปน็ ระเบียบ ห้ามทงิ้ ขยะบรเิ วณหอ้ งสมดุ เดด็ ขาด 5.2 นำบตั รนกั เรยี นสแกนทีเ่ ครือ่ งอา่ นบารโ์ คด้ ของหอ้ งสมุด (นกั เรยี นท่เี ข้า ห้องสมุดทุกคนจะต้องมีบัตรนักเรียน เพื่อเช็คสถิติการเข้าใช้ห้องสมุดและการยืม คืนหนังสือ) เพื่อเปน็ การนับสถิติในการเข้าใช้ห้องสมดุ และเป็นหลักฐานในการเข้าใช้ หอ้ งสมดุ ของนกั เรียนว่าเขา้ ใช้หอ้ งสมดุ เวลาเท่าใดและออกจากห้องสมุดเวลาเท่าใด

67 5.3 ใหน้ �ำ กระเปา๋ หนงั สอื วางเรยี งไว้บริเวณหนา้ เคาน์เตอร์ยืม-คนื หนังสอื ให้เป็นระเบยี บ เรียบร้อยใหน้ ำ�เฉพาะสมุดสำ�หรับจดรายงาน และปากกาเท่าน้ันเขา้ ไปในหอ้ งสมดุ ได้ (ไมอ่ นุญาต ใหน้ �ำ หนังสอื เรยี นหรือหนงั สืออนื่ ทไี่ มใ่ ชห่ นงั สือของห้องสมดุ เข้ามาในหอ้ งสมดุ ) 5.4 นกั เรยี นค้นหาหนงั สืออา่ นตามช้นั หนังสือทตี่ อ้ งการ แล้วน�ำ มานง่ั อ่านท่โี ตะ๊ อา่ น หนงั สือท่ีหอ้ งสมุดจดั ไว้ให้ เม่อื อ่านเสร็จเรยี บร้อยใหน้ ำ�เก็บขนึ้ ช้นั ตามแถบสีทช่ี ้นั หนงั สือให้ เรียบร้อยไม่วางทิ้งไว้ และจดั เกบ็ เกา้ อี้เข้าท่เี ดิมให้เรียบรอ้ ย ระหวา่ งเข้ามาในหอ้ งสมุดห้ามส่งเสยี ง ดงั รบกวนผอู้ นื่ หากเสียงดงั บรรณารกั ษ์จะตดั สทิ ธิใ์ นการเขา้ ใช้หอ้ งสมุดของนกั เรียนทันที 5.5 เมอ่ื นักเรยี นต้องการยืมหนังสอื เพ่อื ทำ�รายงานตอ้ งน�ำ บัตรนักเรียนมาใชใ้ นการยืม ห้องสมดุ ขอตัดสทิ ธิในการยมื หนังสือส�ำ หรับนกั เรียนท่ไี ม่พกบตั รนกั เรยี น หา้ มน�ำ บัตรคนอืน่ มายืม หนังสอื เด็ดขาด (ยกเวน้ นักเรยี นท่ีบตั รหาย หรอื ยงั ไม่ได้ รับบตั ร แต่จะตอ้ งมีหลักฐานมาแสดงให้ ห้องสมุดทราบดว้ ย ทางห้องสมดุ จะบรกิ ารยมื โดยใชเ้ ลขประจำ�ตัวนักเรยี นในการยมื แทนบตั รไป ก่อนจนกวา่ จะไดร้ ับบตั รนกั เรียน) 5.6 เม่อื นกั เรยี นยมื หนงั สือครบกำ�หนดเวลาให้นำ�มาคืนภายในเวลา 7 วัน หากชา้ กว่า ก�ำ หนดบรรณารกั ษ์ จะปรบั เล่มละ 1 บาท/เล่ม/วัน 5.7 ควรให้บรรณารักษ์ตรวจก่อนออกจากห้องสมดุ ทุกครัง้ วา่ ไมไ่ ด้นำ�สิ่งใดของห้องสมดุ ออกไป

68 กลุ่มบรหิ ารงานงบประมาณ และสินทรพั ย์

69 กลุ่มงานบริหารงบประมาณและสินทรพั ย์ หลกั การปฏิบตั งิ าน กลมุ่ งานบรหิ ารงบประมาณและสินทรัพย์ เปน็ หนว่ ยงานที่ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานให้กลุ่มงานต่างๆจัดการศึกษาเป็นไปตามนโยบายมาตรฐาน การศึกษา ม่งุ เนน้ ผลสมั ฤทธิ์ของงาน เกดิ ความคุม้ คา่ ในการจดั กิจกรรมการเรยี น การ สอน ใช้ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามกลยุทธ์ เน้นความโปร่งใส ความรับผิดชอบทตี่ รวจสอบได้ เกดิ ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ล เปา้ หมาย 1. ส่งเสรมิ การจัดการศึกษาให้บรรลุเปา้ หมายตามวิสยั ทศั น์ของโรงเรียน 2. สนบั สนนุ ใหก้ ลมุ่ งานตา่ งๆของโรงเรยี นในการดำเนนิ งานให้มีคณุ ภาพ และสอดคลอ้ งตามความต้องการจำเป็น การเงนิ และบญั ชี 1. การเก็บเงินบำรุงการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 เก็บเงินวันประชุมผู้ปกครองทุกระดับชั้น ภายในเดือน พฤษภาคม หรอื ตามท่ีโรงเรียนกำหนด ภาคเรียนที่ 2 เก็บเงินวันประชุมผู้ปกครองทุกระดับช้ัน ภายในเดือน พฤศจกิ ายน หรอื ตามท่ีโรงเรียนกำหนด 2. การจ่ายเงินโครงการสนบั สนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล จนจบการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน สพฐ.จดั สรรงบประมาณให้กบั นกั เรยี นยากจน ในรายการ ตอ่ ไปนี้ 2.1 ค่าหนังสือเรียน จัดสรรให้นักเรียนทุกคนมีหนังสือเรียนครบ โดยให้ยมื เรยี น 2.2 ค่าอปุ กรณก์ ารเรียน นักเรียนสามารถจดั ซอื้ ไดใ้ นอัตรา ดังนี้ ชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้ จำนวน 210 บาท/คน/ภาคเรยี น ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 230 บาท/คน/ภาคเรียน 2.3 ค่าเครอ่ื งแบบนักเรยี น นกั เรยี นสามารถจัดซื้อได้ในอัตรา ดังน้ี ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น จำนวน 450 บาท/คน/ปี ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 500 บาท/คน/ปี

70 2.4 คา่ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ประกอบด้วยกิจกรรมตอ่ ไปนี้ - กจิ กรรมวชิ าการ จัดเพิ่มเติมจากการเรียนปกติในชัน้ เรียน ดำเนินการอยา่ งนอ้ ยปีละ 1 ครงั้ - กจิ กรรมคณุ ธรรม/กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี-ยุวกาชาด ดำเนินการอย่างนอ้ ยปีละ 1 ครั้ง - ทัศนศกึ ษา ดำเนินการอย่างน้อยปีละ 1 ครง้ั 3. การรับเงินบรจิ าคโดยมวี ตั ถุประสงค์ ผู้บรจิ าคสามารถนำไปลดหยอ่ นภาษีได้ 3.1 เงินบรจิ าคเพื่อเป็นทุนการศกึ ษา 3.2 เงินบรจิ าคเพ่อื ซอ้ื วสั ดุอุปกรณ์ทางการศึกษา 4. หนังสือรับรองเพ่อื เบิกเงนิ บำรงุ การศกึ ษา กรณีที่ผู้ปกครองสามารถเบิกเงินบำรุงการศึกษาได้ ติดต่อขอรับหนังสือ รบั รองไดท้ ีง่ านการเงิน อาคาร 1

71 กล่มุ บรหิ ารงานบคุ คล

72 แผนผังกลุ่มงานบริหารงานบคุ คล ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี น หวั หนา้ กลุ่มบริหารงานบคุ คล งานสำนกั งานบรหิ ารงานบคุ คล งานวางแผน จัดสรร สรรหาและ งานการเปลย่ี นตำแหน่งใหส้ ูงขน้ึ กำหนดอัตรากำลัง (3.1-3.3) การยา้ ยข้าราชการและบุคลากร งานดำเนินการเกย่ี วกบั เลอ่ื น งานการลาทุกประเภท (3.6) ทางการศึกษา(3.4) ขนั้ เงนิ เดือน (3.5) งานประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน(3.7) งานดำเนนิ การทางวนิ ัย(3.8-3.12) ทะเบยี นประวัติ(3.13-3.14) และประกนั คุณภาพงานบุคคล การลงโทษ และออกจากราชการ และงานเคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์ และ งานสง่ เสริม พฒั นาข้าราชการครู งานการขอรบั ใบอนุญาตและ และบคุ ลากรทางการศึกษา(3.16-20) ขอมีบัตรประจำตัว(3.19) งานส่งเสรมิ การประเมินวิทยฐานะ (3.15) ข้าราชครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา งานสารสนเทศและระบบ อิเล็กทรอนิกส์

73 กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรยี น

74 กล่มุ บริหารงานกจิ การนกั เรียน วสิ ยั ทัศน์ มุ่งมั่นพัฒนาให้นักเรียนมีพฤติกรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ กล้าแสดงออกซึ่งศักยภาพของตนเองอย่างสร้างสรรค์และเป็น ประโยชน์อันจะส่งผลให้นักเรียนสามารถปฏิบัติตนบนพื้นฐานแห่งผู้มี ความรคู้ ู่คณุ ธรรมอย่างแท้จริง พนั ธกิจ 1. จดั กจิ กรรมเพ่อื ส่งเสริมให้นักเรยี นเป็นผมู้ คี วามรูค้ ู่คณุ ธรรม 2. จดั ประสบการณ์เพื่อให้นักเรียนไดพ้ ัฒนาความเป็นผูน้ ำและผู้ตามทีด่ ี 3. ปลูกฝงั ให้นกั เรียนเป็นผ้มู ีจติ อาสาพรอ้ มทัง้ มีความรับผิดชอบท้งั ต่อตนเอง และสงั คม 4. ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนไดแ้ สดงความคิดอยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ 5. ดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนให้เป็นไปตามระเบียบของโรงเรียน ตลอดจนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งป้องปรามไม่ให้ นกั เรียนมีพฤตกิ รรมทไี่ มพ่ ึงประสงค์ 6. ประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมและพัฒนา งานฝา่ ยกจิ การนักเรียน เปา้ ประสงค์ 1. นกั เรยี นเปน็ ผู้มรี ะเบียบวนิ ัย “มคี วามร้คู ู่คณุ ธรรม” และปฏิบัตติ นเป็นผู้มี พฤตกิ รรมและคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ 2. รักและภาคภูมิใจต่อสถาบันการศึกษาและมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ของตนเอง 3. มีจติ สำนกึ สาธารณะและปฏิบตั ิตนตามระบอบประชาธิปไตย

75 กลมุ่ บรหิ ารงานกิจการนกั เรยี น 1. รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานกจิ การนักเรียน 2. หัวหน้ากลมุ่ บริหารงานกจิ การนกั เรยี น 3. งานระดบั ช้ัน 4. งานระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น 5. งานส่งเสริมกิจกรรมคณะสี 6. งานทัศนศกึ ษา 7. งานสง่ เสรมิ ประชาธปิ ไตย สภานกั เรียน 8. งานรณรงค์ปอ้ งกันสารเสพติดในสถานศกึ ษา 9. งานจราจรภายในโรงเรยี น 10. งานสง่ เสริมคุณธรรมจรยิ ธรรมนกั เรียน 11. งานจดั ทำคู่มอื นักเรียน 12. งานจัดทำบตั รนกั เรียน 13. งานรักษาวนิ ัยและแกพ้ ฤติกรรมที่ไมพ่ งึ ประสงค์ของนักเรยี น 14. งานสารสนเทศ การลด-เพิ่มคะแนนความประพฤติ 15. งานสง่ เสรมิ ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมนักเรียน 16. งานชมรม TO BE NUMBER ONE โครงการรณรงค์และแก้ไข ปญั หายาเสพตดิ ภายในโรงเรียน 17. งานเครือขา่ ยผ้ปู กครองและชมุ ชนสัมพนั ธ์ 18. งานชมรมจิตอาสาปอ้ งกันเอดส์เทดิ พระเกียรติ 19. งานส่งเสริมกิจกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ /เศรษฐกิจ พอเพียง 20. งานเลขานุการฝ่ายบรหิ ารงานกิจการนกั เรยี น

76 อตั ลักษณ์ กิจการนกั เรียน จดุ เน้น : สร้างวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม 1. เน้นการปฏิบตั ติ นตามกฎระเบียบของโรงเรยี นอยา่ งเครง่ ครดั 2. เนน้ การปฏบิ ตั ติ นต่อครู – อาจารย์ ด้วยกิรยิ าวาจาท่สี ภุ าพ เรยี บร้อย 3. เนน้ ความรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ทไ่ี ด้รับมอบหมาย 4. เน้นการดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี นอยา่ งเป็นระบบ 5. เน้นการตรงต่อเวลา เรื่อง การเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมของ โรงเรียน การเข้าชั้นเรยี น 6. ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรม รักความเป็นไทย มีความกตัญญู และซอื่ สัตยส์ ุจริต 7. เน้นการปลูกฝังมารยาทไทย เรื่อง การแสดงความเคารพ (การไหว้ การกราบ การเดินผ่านผูใ้ หญ่) 8. ปลูกฝังการเปน็ พลเมอื งดีตามวถิ ีประชาธิปไตย 9. ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็น ประมขุ

77 แนวทางการปฏบิ ัติงานกลมุ่ บรหิ ารงานกจิ การนกั เรียน บทบาทหวั หน้าระดับช้นั 1. ดำเนนิ การควบคมุ นกั เรียนใหป้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามระเบียบของโรงเรียน 2. ชีแ้ จงแนวปฏิบตั ิเกี่ยวกบั ความประพฤติของนักเรยี นอย่างสมำ่ เสมอ 3. ประสานงานกับครหู วั หน้าคณะสี ครทู ่ปี รกึ ษา ครแู นะแนว เม่อื พบปัญหา เรื่องความประพฤติของนักเรียนอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงให้ตั้งคณะกรรมการระดับเพื่อหา แนวทางแกไ้ ขปญั หาโดยเร่งด่วน 4. ดำเนนิ การหกั คะแนนและเพมิ่ คะแนนความประพฤตินกั เรยี น 5. จดั ตง้ั คณะกรรมการในระดบั ดังต่อไปน้ี - หวั หน้าระดบั ช้นั - รองหวั หนา้ ระดบั ช้ัน - เลขานุการ 6. ประเมินกิจกรรมคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของนกั เรยี นในระดับช้ัน หาก นักเรียนมีผลไม่ผ่านเกณฑ์ หรือ ขาดกิจกรรมเกิน 5 ครั้ง ให้มีการทำกิจกรรมเพ่ือ เป็นการปรบั เปลีย่ นพฤตกิ รรม 7. รับมอบหมายแนวทางการปฏิบัติจากรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงาน กจิ การนกั เรียนและหวั หนา้ กลมุ่ บริหารงานกิจการนกั เรียน 8. สรุปผลการปฏบิ ตั ิงานระดบั ท่รี ับผดิ ชอบ สง่ สำนกั งานกลุ่มบรหิ ารงาน กิจการนักเรียน งานระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น 1. จัดเตรยี มขอ้ มูลเกีย่ วกบั ระบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน 2. เตรียมเอกสารคัดกรองนักเรียน การเยี่ยมบ้าน, Classroom Meeting, ทกั ษะการดำรงชวี ิต, การตดิ ตามนักเรยี น 3. ประสานงานติดตามนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง, มีปัญหา, และการส่งต่อ นกั เรยี น 4. รว่ มมอื กับครทู ป่ี รกึ ษาควบคุมดูแลพฤตกิ รรมนกั เรยี น

78 บทบาทหนา้ ที่ครูที่ปรึกษานกั เรียน และครูประจ�ำ รายวิชา 1. ควบคุมแถวหน้าเสาธง จดั แบง่ หน้าทีภ่ ายในห้องเรยี นตามก�ำ หนด ดงั น้ี - ประธาน - รองประธาน - เลขานุการ 2. ควบคมุ นักเรยี นในชั้นเรียนใหม้ ีระเบียบวินยั และจดั ท�ำ ข้อมลู นกั เรยี น ที่นำ�รถจักรยานยนตม์ าโรงเรยี น 3. จดั มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ ของนกั เรียนในหอ้ งเรยี น 4. ควบคมุ โทรศัพท์มือถอื ของนกั เรยี น ด�ำ เนินการกำ�หนดมาตรการการใช้โทรศพั ท์ 5. ตรวจสอบนกั เรยี นขาดเรียน ตง้ั แต่ 3 วัน 7 วนั โดยตดิ ตอ่ กับกลุ่มบริหารงานกิจการ นักเรียน 6. ควบคมุ นักเรยี นให้รกั ษามารยาทในการเดนิ เรยี นตามอาคาร ไมส่ ง่ เสยี งดงั ไม่ว่งิ บน อาคารเรียนและไม่ใส่รองเทา้ ขนึ้ อาคารเรียน 7. ประสานการดูแลพฤตกิ รรมนักเรียนกบั หวั หนา้ งานแกไ้ ขพฤตกิ รรม 8. ตรวจสอบดูแลการแตง่ กายเกยี่ วกับทรงผม ชดุ นกั เรยี น ชุดพละ ชุดคณะสี ชดุ ธรรมจารี ถุงเทา้ รองเท้า ตลอดจนการปกั ชอื่ และเครื่องหมายตา่ งๆใหถ้ กู ต้องตามระเบยี บของ โรงเรียน 9. ตดิ ตามการแก้ 0, ร, มส, มผ

79 บทบาทหน้าท่ีของคณะกรรมการนกั เรียน คณะกรรมการนกั เรยี นมบี ทบาทหนา้ ทีท่ ี่ส�ำ คญั ดงั ต่อไปน้ี 1. เป็นผนู้ ำ�ในการมสี ว่ นร่วมทีจ่ ะปกปอ้ งคุม้ ครองสิทธิเสรภี าพของตนและ เพ่อื น นักเรียนโดยไมข่ ัดกับระเบียบของโรงเรียน 2. เป็นผ้วู างแผนและด�ำ เนินกิจกรรมต่างๆในโรงเรียนท้งั ป้องกนั แกไ้ ข และ พัฒนา อยา่ งสรา้ งสรรค์ 3. เปน็ ผ้นู ำ�ในการชกั ชวนให้นกั เรยี นมีสว่ นรว่ มในการพฒั นาโรงเรียน 4. เป็นส่อื กลางประสานข้อมลู ขา่ วสารท่ีฝา่ ยตา่ งๆในโรงเรียนพึงรบั รู้เพ่ือความเข้าใจท่ี ตรงกัน 5. เปน็ ผู้ประสานกับฝ่ายตา่ งๆทเี่ กีย่ วข้องในโรงเรยี นเพือ่ ดำ�เนนิ กิจกรรมต่างๆตามแผน งาน/โครงการที่ก�ำ หนด 6. เปน็ ผรู้ บั ผิดชอบงานและกจิ กรรมตา่ งๆตามทีไ่ ด้รบั มอบหมายจากทางโรงเรียน 7. เป็นผู้นำ�นักเรียนในการสืบสานความรู้ภูมิปญั ญา วัฒนธรรม และ เอกลักษณ์ของชาติ 8. เปน็ ผู้น�ำ ในการร่วมพฒั นาคุณภาพชีวติ ของเพือ่ นนักเรียน 9. รว่ มแกไ้ ขปัญหาที่เกิดข้ึนในโรงเรยี นกับฝ่ายตา่ งๆทเ่ี กยี่ วขอ้ ง 10. เป็นผ้นู �ำ นักเรียนร่วมกับโรงเรยี นในการบริหารจัดการทรัพยากรในโรงเรียน อย่างค้มุ คา่ 11. ปฏบิ ตั งิ านอยา่ งมีความรับผดิ ชอบตรวจสอบได้ 12. มีส่วนรว่ มในการพฒั นาคณุ ภาพการจดั การศึกษาของโรงเรยี น 13. สานต่อโครงการท่ีเป็นประโยชน์ของคณะกรรมการนักเรยี นชุดกอ่ น 14. ปฏบิ ัติตามนโยบายท่ีไดก้ ลา่ วไวก้ อ่ นการได้รบั การเลอื กตงั้ เป็นคณะกรรมการ

80 แนวปฏบิ ัติของนกั เรยี นโรงเรยี นกบนิ ทรว์ ิทยา การมาโรงเรยี น 1. มาโรงเรยี นกอ่ นเวลา 07.50 น. เพอ่ื เขา้ แถวเคารพธงชาติ สวดมนต์และฟังประกาศ ทางโรงเรยี น 2. เม่อื มาถึงโรงเรียน จะต้องอยูใ่ นความดูแลของโรงเรียนและปฏบิ ัติตามระเบยี บของ โรงเรียน 3. ปฏิบตั ติ นใหถ้ กู ตอ้ งตามระเบียบของโรงเรยี น วา่ ด้วยการแตง่ กายเครือ่ งแบบและทรง ผมนักเรียน 4. นักเรยี นต้องมีความสภุ าพอ่อนนอ้ ม และมสี มั มาคารวะและปฏิบตั ิตนต่อบคุ คลโดย ทัว่ ไปอยา่ งเหมาะสม และมรี ะเบียบวนิ ยั ในตนเอง 5. การเข้าพบ ครู - อาจารย์ ให้ยนื หรือนั่งลกั ษณะส�ำ รวมและสภุ าพ 6. ช่วยกันดูแลทรพั ย์สมบตั ขิ องโรงเรยี นและช่วยกันประหยัด นำ�้ - ไฟ โรงเรยี น 7. เช่อื ฟังและอย่ใู นโอวาทของคร-ู อาจารย์ 8. ไม่สั่งของหรืออาหารบริเวณรมิ ร้ัว รวมถึงการสั่งซือ้ สินค้าและอาหารทางออนไลนเ์ ข้า มารบั ประทานหรอื มาสง่ ภายในโรงเรียน 9. การใช้โทรศพั ทม์ อื ถือ ไมอ่ นญุ าตใหใ้ ชเ้ มื่อเข้ามาในโรงเรยี นในเวลาเชา้ 08.00 น. จนถงึ เวลา 15.20 น. หลังเลิกเรยี นอนญุ าตให้ใชไ้ ด้ (หา้ มใชโ้ ทรศัพท์ในเวลาเรียน โดยท่ี ครผู สู้ อน ไมอ่ นญุ าต) 10. นักเรยี นทุกคนต้องพกบัตรประจำ�ตัวนกั เรียนทกุ ครง้ั ท่มี าโรงเรียนและ สามารถ แสดงบตั รเม่อื มกี ารตรวจสอบ 11. นักเรยี นที่สามารถโดยสารหรอื รถประจำ�ทางเดินเขา้ ประตู ด้านถนนสุวรรณศร (ประตู 1) 12. นักเรียนทีใ่ ชร้ ถจักรยานยนตเ์ ขา้ ทางประตดู ้านพระพรหม (ประตู 2) ให้หยุดและ จงู รถเข้ามาเพ่ือแสดงความเคารพครเู วรประจำ�วันให้ถกู ตอ้ งตามหลกั การของการทำ�ความเคารพ ในชว่ งเลกิ เรยี นตอนเยน็ ใหน้ �ำ รถจักรยานยนตอ์ อกทางประตูด้านพระพรหม (ประตู 2) โดยจงู จากลานจอดรถและหยดุ ท�ำ ความเคารพครเู วรประจ�ำ วัน แลว้ จงู ไปสตารท์ หลังจากพ้นประตู โรงเรยี น

ประตโู รงเรียน 14. นักเรียนทุกคนต้องเชื่อฟังคำแนะนำตักเตือนของเจ้าหน้าที่ควบค8ุม1 1ก3า.รนจกั รเราียจนรทใกุนคกนาตร้อขงเ้าชมอ่ื ฟถงันคนำ�แหนระือนขำ�ตึ้นกั รเถตือโดนขยอสงาเจร้าเหพนื่อ้าคที่คววาบมคปมุ ลกอารดจภราัยจขรใอนงกตาัวร ขา้ มถนนหนรอืกั ขเรึน้ ียรถนโเดอยงสารเพือ่ ความปลอดภัยของตวั นักเรียนเอง 15. 1น4ัก.เนรกัยี เนรียทนม่ี ทามี่ ราถรปถประระจจำำ�ตทอ้ างรตกั อ้ ษงราักคษวาาคมวสาะมอสะาอดาใดนใขนณขณะะททีร่ ี่รถถปประจำ�ำทจาองดจอดยอู่ ยู่ 16. 1ห5้า.มหซา้ ืม้อซอื้อาอหาาหราหรหรืรออื นนำ้ �ำ ด้ดื่มจากกภภาายยนนอกอเกขเา้ ขม้ามรบั าปรับระปทราะนทภายนใภนาโรยงใเรนยี โนรงใเหรน้ ียกั นเรยีใหน้ รับประทานนใักหเ้เรรยีียบนรร้อบั ยปกรอ่ ะนทเขา้านมใาหใน้เโรรยี งบเรรยี อ้นยก่อนเขา้ มาในโรงเรียน การนำยานพาหนะมาโรงเรียนของนกั เรยี น 1. ห้ามนักเรียนนำรถยนต์มาโรงเรียน ยกเว้นมีใบขับขี่และต้องมีหนังสือ รับรองการนำรถยนต์มาเรียนของนักเรียนที่ออกให้โดยทางโรงเรียนและมีผู้ปกครอง เซน็ อนุญาต 2. นักเรยี นท่ีนำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน ตอ้ งปฏิบตั ดิ ังน้ี 2.1 ต้องลงทะเบยี นกบั ทางโรงเรียน 2.2 มใี บอนุญาตขับขี่และรถตอ้ งมี พ.ร.บ. 2.3 สวมหมวกนิรภัยและเก็บไว้ในที่จอดรถ โดยนักเรียนต้องนำ กญุ แจมาล็อคเอง 2.4 นำรถไปจอดท่ีลานจอดรถท่ีโรงเรียนกำหนด 3. เมอ่ื เข้ามาในโรงเรียนแล้วจูงรถจักรยานยนต์ไปจอดท่จี อดรถใหเ้ รยี บร้อย 4. ในวันเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ ถ้านักเรยี นนำรถจักรยานยนต์ มาโรงเรียนใหน้ ำไปจอดยังทท่ี ่กี ำหนดไว้ หา้ มขับรถในโรงเรียน 5. ห้ามมิให้นกั เรียนเข้า – ออก ในทจี่ อดรถ นอกเวลาทโี่ รงเรียนกำหนด

82 การขอใบรับรองความประพฤติ 1. นักเรียนแจ้งความประสงคข์ อใบรับรองความประพฤติโดยกรอกราย ละเอยี ดในเอกสารตามท่ีก�ำ หนด สามารถติดตอ่ รบั ไดท้ ี่หอ้ งกิจการนกั เรยี น 2. ยน่ื ค�ำ ร้องขอใบรบั รองความประพฤติแก่คุณครทู รี่ ับผิดชอบ โดยคณุ ครจู ะ ดำ�เนนิ การเรอ่ื งเอกสารให้ภายใน 1-3 วนั การลาหยดุ เรยี น 1. ลาป่วย ใหเ้ ขียนใบลาป่วย สง่ ที่ครูที่ปรึกษาในวนั แรกของการมาเรยี น 2. ลากิจ นักเรียนจะตอ้ งสง่ ใบลาตามแบบฟอรม์ ของโรงเรียนทผ่ี ูป้ กครองได้ ลงชอ่ื รบั รองการลาลว่ งหน้า 1 วนั ก่อนจะหยดุ เรยี น ในกรณไี ม่สามารถส่งใบลา ไดท้ ันทีในวันน้นั ใหผ้ ้ปู กครองแจ้งสาเหตกุ ารลาทางโทรศัพท์ เมือ่ กลับมาใหร้ ีบส่ง ใบลาต่อครูประจำ�ชัน้ /วิชารบั ทราบทันที

83

84 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ วา่ ดว้ ย การลงโทษนกั เรยี นและนักศึกษา พ.ศ. 2548 .............................................................. อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหง่ พระราชบัญญตั ิ คุ้มครองเด็กพ.ศ. 2546 รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ จึงวางระเบยี บวา่ ด้วย การลงโทษนกั เรยี นและนักศกึ ษาไว้ ดังตอ่ ไปนี้ ขอ้ 1 ระเบียบนเ้ี รียกวา่ “ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ ว่าดว้ ย การลงโทษนักเรยี นและนักศกึ ษา พ.ศ. 2548” ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน หรอื นักศกึ ษาพ.ศ. 2543 ข้อ 4 ในระเบยี บนี้ “ผู้บรหิ ารโรงเรยี นหรือสถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ อธิการบดี หรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษาหรือตำแหน่ง ที่เรยี กช่ืออยา่ งอ่ืนของโรงเรียนหรอื สถานศึกษานนั้ “กระทำความผิด” หมายความว่า การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติ ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือ กฎกระทรวงวา่ ด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา “การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำ ความผิดโดยมีความม่งุ หมายเพื่อการอบรมสงั่ สอน ข้อ 5 โทษทจ่ี ะลงโทษแกน่ ักเรียนหรอื นักศึกษาที่กระทำความผิดมี 4 สถาน (1) ว่ากล่าวตักเตอื น

85 (2) ทำทัณฑ์บน (3) ตดั คะแนนความประพฤติ (4) ทำกจิ กรรมเพือ่ ใหป้ รับเปล่ียนพฤติกรรม ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาดว้ ยวิธีรุนแรง หรือแบบกล่ันแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือดว้ ยความพยาบาท โดยใหค้ ำนึงถึงอายุนักเรียนหรือ นกั ศกึ ษาและความรา้ ยแรงของพฤติการณป์ ระกอบการลงโทษด้วย การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสั ยและ ความประพฤติไมด่ ขี องนักเรยี นหรอื นักศึกษาใหร้ ู้สำนึกในความผิด และกลบั ประพฤติ ตนในทางทดี่ ีต่อไป ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือ สถานศกึ ษามอบหมายหรอื เป็นผ้มู ีอำนาจในการลงโทษนกั เรยี น นกั ศกึ ษา ข้อ 7 การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำ ความผิดไมร่ ้ายแรง ข้อ 8 การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตน ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรือนักศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติ นักเรียนและนักศึกษาหรือกรณีทำเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ข องสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่ เขด็ หลาบ การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมา บันทึกรับทราบความผิดและรบั รองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย ข้อ 9 การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วย การตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด และให้ทำบันทกึ ข้อมลู ไว้เป็นหลักฐาน

86 ข้อ 10 ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและ นักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรม ใหเ้ ปน็ ไปตามแนวทางทกี่ ระทรวงศึกษาธิการกำหนด ข้อ 11 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบน้ี และให้มีอำนาจตีความและวนิ จิ ฉัยปญั หาเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ติ ามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันท่ี 18 มกราคม พ.ศ. 2548 อดศิ ัย โพธารามิก รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร

87 ระเบยี บโรงเรียนกบนิ ทรว์ ทิ ยา ว่าด้วยการควบคุมความประพฤตินักเรียน พ.ศ. 2565 .............................................................. ด้วยโรงเรยี นกบินทรว์ ิทยาได้ปรบั ปรงุ ระเบยี บของโรงเรยี น ว่าด้วย การควบคุมความประพฤตินักเรียน เพื่อสง่ เสริมความมีระเบยี บวินัยและพฒั นาคุณธรรม จริยธรรมนักเรยี นใหส้ ามารถอย่รู ่วมในสังคมได้อย่างมีความสขุ โรงเรียน จงึ วางระเบยี บว่าดว้ ย การควบคมุ ความประพฤตินักเรียน ดังตอ่ ไปน้ี ขอ้ ที่ 1 ระเบยี บนเ้ี รียกว่า ระเบียบโรงเรียนกบินทร์วิทยา ว่าด้วย การควบคมุ ความประพฤตนิ ักเรียน พ.ศ. 2565 ขอ้ ที่ 2 ใหใ้ ช้ระเบียบน้ีต้ังแตภ่ าคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 เป็นต้นยกเลกิ ค�ำ สั่ง ระเบยี บใช้บงั คบั ของโรงเรยี นอน่ื ท่ขี ดั แย้งกันและใหใ้ ช้ระเบียบน้แี ทน ข้อท่ี 3 นักเรียนคนใดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามระเบียบขอ้ บงั คบั จะต้องถูกพิจารณาตัดคะแนน ความประพฤตหิ รือได้รับการลงโทษตามความเหมาะสม ข้อท่ี 4 คะแนนความประพฤตเิ ปน็ เครื่องวดั และติดตามพฤติกรรมนกั เรยี นไม่เกีย่ วขอ้ ง กบั การวดั ผลการเรียน ขอ้ ท่ี 5 นกั เรยี นแตล่ ะคนจะมีคะแนนความประพฤติ 100 คะแนน ตลอด 3 ปีการศกึ ษา ข้อท่ี 6 เกณฑก์ ารเพ่ิมและตัดคะแนนความประพฤตใิ หเ้ ปน็ ไปตามระเบียบบันทกึ พฤตกิ รรมนักเรยี น ข้อท่ี 7 ครผู ้ใู ดพบนักเรียนประพฤตผิ ดิ ให้แจ้งรายชอ่ื ทง่ี านกจิ การนักเรียนเพอื่ ดำ�เนิน การตดั คะแนนความประพฤตนิ กั เรยี นไปตามเกณฑ์ โดยใช้บตั รคะแนน ความประพฤตนิ ักเรยี น ให้ นักเรยี นลงช่อื รบั ทราบและนำ�ไปใหผ้ ู้ปกครอง ครูท่ปี รึกษาลงชอื่ รับทราบตามลำ�ดับและนำ�สง่ คืน งานกจิ การนักเรียน ข้อที่ 8 นกั เรยี นคนใดถูกตดั คะแนนใหด้ �ำ เนินการตามกติกาการปฏิบตั ิ และบทลงโทษ ส�ำ หรับนักเรยี นท่ีถูกตดั คะแนน

88 ขอ้ ที่ 9 เมือ่ นักเรยี นถกู ตัดคะแนน 30 คะแนน ท�ำ ทัณฑ์บนและให้นกั เรยี นทำ�กิจกรรม พัฒนาตนเองภายในสถานศกึ ษาตามท่โี รงเรยี นกำ�หนด และผู้ปกครองตอ้ งมารับทราบ ข้อที่ 10 ถกู ตัดคะแนน 60 คะแนน ทำ�กิจกรรมเพอื่ ปรับเปล่ยี นพฤติกรรม โดยใหอ้ ยู่ ภายใต้การควบคุมดแู ลของผปู้ กครองตามท่ีโรงเรียนเหน็ สมควร และผปู้ กครองตอ้ งมารบั ทราบ ขอ้ ท่ี 11 ถกู ตดั คะแนน 90 คะแนนขึ้นไป ถือว่านกั เรยี นคนนัน้ มคี วามประพฤติไม่ เหมาะสม คณะกรรมการกลุม่ บรหิ ารกิจการนักเรียนอาจขออนมุ ตั ิผู้อำ�นวยการโรงเรยี น เพื่อจัดหา ทเี่ รียนใหม่ ขอ้ ที่ 12 ถูกตดั คะแนน 90 คะแนนข้นึ ไป ถอื วา่ นกั เรยี นคนนน้ั มคี วามประพฤตไิ ม่ เหมาะสม คณะกรรมการกลุ่มบริหารกจิ การนักเรยี นหรอื ผูอ้ ำ�นวยการโรงเรยี น อาจพิจารณา อนมุ ตั เิ พอ่ื จดั หาท่ีเรียนใหม่ และผ้ปู กครองตอ้ งมารบั ทราบ ขอ้ ท่ี 13 เรื่องใดท่ไี มไ่ ด้ระบไุ วใ้ นระเบียบขอ้ บงั คับนี้ หรอื มีปัญหาใดๆ ขัดแย้งตอ่ กฎ ระเบยี บข้อบังคบั ให้คณะกรรมการกลมุ่ บริหารกิจการนกั เรียน เป็นผวู้ ินจิ ฉยั โดยความเหน็ ชอบ ของผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี น ข้อท่ี 14 ใหร้ องผ้อู �ำ นวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการและกจิ การนกั เรียน รกั ษาการให้ เป็นไปตามระเบยี บน้ี ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 (อภเิ ชษฐ์ ชมภ)ู ผู้อ�ำ นวยการโรงเรยี นกบนิ ทรว์ ิทยา

เกณเกฑณ์กฑาก์ ราเพรเ่ิมพโ่มิ–รงโต–รเัดรงตียเดคัรนียะกคแนบะนกินแนบนทคินนรวทว์คาริทวม์วยาปทิ มารยปะารพะฤพตฤินตกั ินเรกั ียเรนียน 89 ก1.า11กรน.1เ.าักพรนรเเิม่ระักพียคดเิ่มรนะับยีคแมชนะนีผ้นั แมนลมนีผกคัธนลายวคกรมาเวามศรราปยีกึ เมนษรรปยีะดาพรนปี ะดฤที พีต่ี 1ฤิใ,หต2ิใน้ ห,ัก3้นเรกั ียเรนียน 1.1 ร1ะ.1ด.ับ1ชผ้นั ลมคัธะยแมนศนกึ เษฉลาปยี่ สีทะ่ี 1ส,ม23, .300(ผ–ลก3า.3ร9เรไยี ดนค้ ระาแยนปนี) 14 คะแนน 1.11..21.ผ1ลคผะลแคนะนแเนฉนลเย่ี ฉสละย่ี สม 3.400 – 3.539 ไดค้ ไะดแค้ นะนแน16น ค1ะ4แนคนะแนน 1.11..31.ผ2ลคผะลแคนะนแเนฉนลเย่ี ฉสละี่ยสม 3.640 – 3.759 ไดค้ ไะดแ้คนะนแน18น ค1ะ6แนคนะแนน 1.11..41.ผ3ลคผะลแคนะนแเนฉนลเี่ยฉสละี่ยสม 3.860 – 43.0709 ได้คไะดแค้ นะนแน20น ค1ะ8แนคนะแนน 1.2 ระดบั 1ช.้ัน1.ม4ัธยผมลศคกึ ะษแานปนที เฉ่ี 4ล,ีย่ 5, 63.80 – 4.00 ไดค้ ะแนน 20 คะแนน 1.2 ร1ะ.2ด.บั1ชผั้นลมคธั ะยแมนศนกึ เษฉลาปี่ยสีทะี่ 4ส,ม53, .600(ผ–ลก3า.3ร9เรไยี ดน้คระาแยนภนาค1)4 คะแนน หมายเหต111ุ...:2221111พ.......3241111ิจ....ผผผา4312ลลลรณคคคผผผผะะะาลลลลแแแเคคคคพนนนะะะะม่ินนนแแแแคเเเนนนนฉฉฉะนนนนลลลแเเเเ่ยยี่่ยีีนฉฉฉฉสสสนลลลละะะย่ี่ยี่ียี่ยทสสสกุ มมมป3333333ีก.......า4680846ร0000000ศึก–––––––ษ3343433า.......70570539909909 ไไไดดดคค้้ค้ ไไไะะะดดดแแแ้ค้คค้ นนนะะะนนนแแแนนน211860นนน คคค111ะะะ864แแแนนนคคคนนนะะะแแแนนนนนน ได้คะแนน 20 คะแนน 2. นกั เรยี นทช่ี นะการแข่งขนั 2.1 ชนะรางวัลระดับประเทศ รางวัลที่ 1 ได้คะแนน 30 คะแนน รางวลั ท่ี 2 ได้คะแนน 28 คะแนน รางวลั ท่ี 3 ได้คะแนน 26 คะแนน รางวัลชมเชย ได้คะแนน 24 คะแนน 2.2 ชนะรางวลั ระดับเขต/ภาค รางวลั ที่ 1 ได้คะแนน 25 คะแนน รางวัลที่ 2 ได้คะแนน 23 คะแนน รางวัลท่ี 3 ได้คะแนน 21 คะแนน รางวลั ชมเชย ได้คะแนน 19 คะแนน

90 ไดค้ ะแนน 19 คะแนน รางวัลชมเชย 2.3 ชนะรางวลั ระดับจงั หวัด รางวัลท่ี 1 ไดค้ ะแนน 20 คะแนน รางวลั ที่ 2 ได้คะแนน 17 คะแนน รางวลั ท่ี 3 ไดค้ ะแนน 13 คะแนน รางวัลชมเชย ได้คะแนน 9 คะแนน 2.4 ชนะรางวลั ระดบั โรงเรียน รางวลั ที่ 1 ไดค้ ะแนน 10 คะแนน รางวลั ท่ี 2 ไดค้ ะแนน 9 คะแนน รางวลั ที่ 3 ไดค้ ะแนน 7 คะแนน รางวลั ชมเชย ได้คะแนน 5 คะแนน 2.5 เข้ารว่ มแข่งขนั ในและนอกโรงเรียน ไดค้ ะแนน 5 คะแนน แลว้ ไมไ่ ดร้ ับรางวัล 3. การรว่ มกิจกรรมนอกโรงเรยี น 3.1 สมคั รเขา้ รว่ มกิจกรรมท่ีโรงเรยี นขอความรว่ มมือ กิจกรรมภาคกลางคืน ได้คะแนน 10 คะแนน กิจกรรมภาคกลางวนั ไดค้ ะแนน 5 คะแนน 4. ความรับผิดชอบในโรงเรียน (คะแนนเป็นรายป)ี 4.1 ประธานนักเรยี น ได้คะแนน 20 คะแนน 4.2 ประธานคณะสี ไดค้ ะแนน 15 คะแนน 4.3 คณะกรรมการนักเรยี น ไดค้ ะแนน 10 คะแนน 4.4 คณะกรรมการสี ไดค้ ะแนน 5 คะแนน 4.5 หัวหนา้ หอ้ งเรียน ได้คะแนน 10 คะแนน 4.6 เจา้ หน้าทอี นื่ ๆ ได้คะแนน 5 คะแนน

91 5. การทำความดอี น่ื ๆทีไ่ ด้รับการยอมรับ เช่น เก็บเงินได้ เก็บของได้ ฯลฯ 5.1 ทำความดใี นหรอื นอกสถานศึกษา ไดค้ ะแนน 5 – 20 คะแนน รราางงววัลัลตตออบบแแททนนสส�ำ ำหหรรบั บั นนกั ักเเรรียยี นนทที่ไี่ไดดผ้ ้ผลลคคะะแแนนนนดดี ี––ดดีเีเยดีย่ ่นม นนักักเเรรียียนนททุกุกคคนนมมีคคี ะะแแนนนนเเรรม่ิ มิ่ ตต้นน้ 10100คคะแะแนนน 1. นกั1เ.รนยี กันเทรยี่ไดนค้ ทะไ่ี แดน้คนะรแวนมนเรมว่อื มสเิน้มป่อื สกี น้ิารปศกี ึกาษราศึกษไาดไ้คดะค้ แะนแนนน115500––116655คะแนน คะแนนไดไดร้ ับร้ ับเเกกยี ียรรตตบิ บิ ัตตั รรระดบั ดเี หรียญทองแดง 2. นัก2เ.รนียกันเทรยีไ่ ดนค้ ทะ่ไี แดนค้ นะรแวนมนเรมวอื่ มสเิน้มป่อื สกี ้ินารปศีกึกาษราศกึ ษไาดไ้คดะค้ แะนแนนน11666––117755คะแนน คะแนนไดไดร้ ับร้ ับเเกกยี ยี รรตตบิ ิบัตตั รรรระะดดบับั ดเีมหารกยี ญเงนิ ไ ค ดะ534้รแ...ับน5นเนนน.กไไ1ดดกักัักไีย354ดร้ร้เเเร...จรรรับับ้รตนนนยีียยีะบั บิ55กกัักันนนตเโ..ตัเเเเอ้12ทกททลรรรกรงยีจเ่่ียียยีี่ไ่ีไียีรจจกไดดระนนนะรมะะยี้คค้ตไตทททดตต่เดระะบิคิบับไ่ไีจ่ีี่้้ออตร้แแดดัตยะัตดงงยิับนนถ้คค้รไไไรเีศรมมนนดยกูะะรราถ่่เ้รีย่รรตแแะะงคับววูกมดนนัดวดยมมรตัลับคนนบัถาเเัดใะดรรมมูกงนเคแววีเ่ออื่ืวตหขดมมะนัลสสัดร้อน่แเเนใิน้้ินียมมคนนใ1ญปปะออืื่่ นขนแสสกกีีท–ฐ้อเน้นิน้ิาากาอ3รร1นปปินนงศศใกคกกีี–กึกึนวาาวษษฐ4รร่าาาาาศศม3นึึกกผคษษดิควสรไไาาาดด้งัถมไไค้ค้ าดดผะะน้คค้ ดิแแหะะตนนนแแงั้นนนนกัแนนต21ส่ 2107ถ7060า60น–คกค–ะ1ละแ19าแน99งนน9ขคนข้ึนะข้ึนไแ้นึปไปนไปน 5.2 จะต้องไมท่ ำความผดิ ถูกตัดคะแนนเกินกวา่ 3 ครั้ง การตัดคะแนนความประพฤตนิ ักเรียน 1. ความผิดสถานหนกั (ความผดิ ท่ีผิดกฎหมาย และทำใหโ้ รงเรยี นเสยี หายอยา่ ง ร้ายแรง พจิ ารณาตามเจตนาของผู้กระทำความผดิ ) 1.1 พกพาอาวธุ หกั คะแนน 30 คะแนน 1.2 ประพฤติตนไมเ่ หมาะสมดา้ นชู้สาว หกั คะแนน 30 คะแนน 1.3 ประพฤติตนสร้างความเสอื่ มเสยี หักคะแนน 30 คะแนน ชอื่ เสียงโรงเรียน 1.4 นำบุคคลภายนอกโรงเรียน หกั คะแนน 30 คะแนน มากอ่ การทะเลาะวิวาทในโรงเรยี น 1.5 กอ่ การววิ าทนอกโรงเรยี น / ในโรงเรยี น หักคะแนน 30 คะแนน

92 การตดั คะแนนความประพฤตนิ กั เรยี น 1. ความผดิ สถานหนัก (ความผดิ ท่ผี ิดกฎหมาย และทำ�ใหโ้ รงเรยี นเสยี หายอยา่ งร้าย แรง พจิ ารณาจากเจตนาของผกู้ ระทำ�ผิด) 1.1 พกพาอาวุธ หกั คะแนน 30 คะแนน 1.2 ประพฤตติ นไม่เหมาะสมดา้ นช้สู าว หักคะแนน 30 คะแนน 1.3 ประพฤตติ นสรา้ งความเสอ่ื มเสยี หกั คะแนน 30 คะแนน ชือ่ เสยี งโรงเรยี น 1.4 นำ�บคุ คลภายนอกโรงเรยี น หกั คะแนน 30 คะแนน มาก่อการทะเลาะววิ าทในโรงเรียน 1.5 กอ่ การวิวาทนอกโรงเรียน / ในโรงเรยี น หกั คะแนน 30 คะแนน 1.6 ลกั ขโมย หกั คะแนน 30 คะแนน 1.7 พกพา/จ�ำ หนา่ ยสิ่งเสพติดและของมนึ เมา หกั คะแนน 30 คะแนน ทุกชนดิ ท้งั ในและนอกสถานศกึ ษา 1.8 แสดงกริ ิยากา้ วรา้ วกับคร ู หกั คะแนน 30 คะแนน 1.9 ครอบครอง/จำ�หนา่ ย/สูบ/นำ�เข้าบุหร ่ี หกั คะแนน 30 คะแนน บุหรีไ่ ฟฟ้าเขา้ มาในสถานศึกษา/สูบบุหร่ีไฟฟ้า ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา 1.10 กลน่ั แกล้ง บงั คบั ขู่เขญ็ ลวนลาม หกั คะแนน 30 คะแนน กระท�ำ อนาจาร ผทู้ ี่อ่อนแอกว่า 1.11 ความผิดอ่นื ๆที่ใกลเ้ คียงกับความผิดใน หักคะแนน 30 คะแนน ข้อ 1-10 2. ความผดิ สถานกลาง (พจิ ารณาจากเจตนาของผกู้ ระทำ�ผิด) 2.1 หนีออกนอกโรงเรยี น หกั คะแนน 20 คะแนน 2.2 ทำ�ลายทรพั ย์สินของผ้อู น่ื หรือของโรงเรยี น หกั คะแนน 20 คะแนน 2.3 เขา้ ในสถานที่ ทไี่ มเ่ หมาะสม หักคะแนน 20 คะแนน แกก่ ารเปน็ นักเรียน 2.4 นำ�ประทัด ดอกไม้ไฟมาเล่นในโรงเรียน หกั คะแนน 20 คะแนน

93 2.5 ปลอมรายชอ่ื คร/ู ผู้ปกครอง หกั คะแนน 20 คะแนน 2.6 เล่นการพนนั ทุกชนิด หักคะแนน 20 คะแนน 2.7 แสดงกิรยิ าไมเ่ หมาะสมในท่ีสาธารณะ หักคะแนน 20 คะแนน 2.8 การแต่งกายผิดระเบยี บท้ังใน หกั คะแนน 20 คะแนน และนอกสถานศึกษา 2.9 ไม่เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่ทางโรงเรียนจัด หักคะแนน 20 คะแนน 2.10 ขาดเรียนโดยไม่แจ้งเหตเุ กนิ 3 วัน หักคะแนน 20 คะแนน 2.11 กระเป๋าผดิ ระเบยี บ หกั คะแนน 20 คะแนน 2.12 ใช้โทรศัพท์นอกเวลาท่กี �ำ หนด หกั คะแนน 20 คะแนน 2.13 การถา่ ยคลิป/โพสต/์ เผยแพรค่ ลปิ หักคะแนน 20 คะแนน หรอื ขอ้ ความที่สรา้ งความเส่ือมเสยี ต่อโรงเรยี น 2.14 ไมน่ �ำ ผู้ปกครองมาพบในวันประชุม หักคะแนน 20 คะแนน ผ้ปู กครอง/เมอ่ื ไดร้ บั หนังสอื แจ้งเชิญผปู้ กครอง/ เม่ือได้รบั การตดิ ต่อจากโรงเรยี น 2.15 มรี อยสกั บนส่วนต่างๆของรา่ งกาย หักคะแนน 20 คะแนน (นอกร่มผา้ ) เขียนควิ้ ถาวร เสริมจมูก ทำ�ลักยิม้ ระเบิดหู 2.16 ความผิดอ่ืนๆท่ใี กล้เคยี งกบั ความผดิ ใน หกั คะแนน 20 คะแนน ข้อ 1-15 3. ความผดิ สถานเบา (พิจารณาเจตนาของผู้กระท�ำ ผิด) 3.1 พูดเท็จและใช้ค�ำ ไมส่ ภุ าพ หกั คะแนน 5 คะแนน 3.2 ทรงผมผดิ ระเบียบท้ังหญิงและชาย หักคะแนน 5 คะแนน 3.3 ท�ำ ความสกปรกแกอ่ าคาร/ห้อง/โตะ๊ หักคะแนน 5 คะแนน 3.4 น�ำ อาหารข้ึนอาคารเรียนและนำ�อาหาร หักคะแนน 5 คะแนน ออกนอกโรงอาหาร

94 3.5 มาโรงเรียนสายโดยไมม่ ีเหตผุ ลอันควร หักคะแนน 5 คะแนน 3.6 ไมเ่ ขา้ โฮมรูม ประชมุ อบรม หักคะแนน 5 คะแนน 3.7 หนชี วั่ โมงเรยี น หกั คะแนน 5 คะแนน 3.8 รบกวนบรรยากาศการเรียนการสอน หกั คะแนน 5 คะแนน 3.9 เล่นฟตุ บอลบนในหอ้ งเรียนและอาคารเรยี น หกั คะแนน 5 คะแนน 3.10 ซ้อื ของจากร้านข้างนอกและในโรงเรียน หักคะแนน 5 คะแนน ในเวลาเรยี น 3.11 น�ำ เคร่ืองเลน่ ท่ไี ม่เหมาะสมมาโรงเรยี น หกั คะแนน 5 คะแนน 3.12 ใชโ้ ทรศัพทน์ อกเวลาทกี่ �ำ หนด หกั คะแนน 5 คะแนน 3.13 ไมแ่ ขวนบัตรนกั เรียน หักคะแนน 5 คะแนน 3.14 ไม่น�ำ บตั รนกั เรยี นมาแสดงตนในวนั สอบ หักคะแนน 5 คะแนน 3.15 สั่งซื้อสนิ ค้าจากบริษทั ขนสง่ สินคา้ หักคะแนน 5 คะแนน ทกุ ประเภทและนดั หมายรับสนิ คา้ ที่ โรงเรยี นในเวลาราชการ 3.16 ความผดิ อ่นื ๆทใี่ กล้เคยี งกับความผิดใน หกั คะแนน 5 คะแนน ข้อ 1- 15

95 ระเบยี บโรงเรียนกบินทร์วทิ ยา ว่าดว้ ย การแตง่ กาย เคร่ืองแบบและทรงผมนักเรียน พ.ศ. 2566 ........................................................... ดว้ ยโรงเรยี นกบนิ ทร์วิทยาไดป้ รบั ปรุงระเบยี บของโรงเรยี น วา่ ด้วยการ แต่งกาย เคร่ืองแบบและทรงผมนกั เรยี น เพื่อใหน้ กั เรยี นได้มกี ารแต่งกาย เครอื่ ง แบบและทรงผมที่เหมาะสม สภุ าพเหมาะสมกับสภาพความเป็นนกั เรียน โรงเรยี น จึงวางระเบยี บว่าดว้ ย การแตง่ กาย เคร่อื งแบบและทรงผมนกั เรียน ดังตอ่ ไปน้ี ข้อ 1. ระเบยี บนี้เรยี กว่า “ระเบยี บโรงเรยี นกบินทร์วิทยา ว่าด้วยการแต่ง กาย เครอื่ งแบบและ ทรงผมนักเรียน พ.ศ. 2566” ข้อ 2. ระเบยี บนใี้ ห้ใช้บงั คับต้ังแตภ่ าคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2566 เปน็ ตน้ ไป ให้ยกเลกิ ค�ำ สง่ั ระเบียบอน่ื ทข่ี ัดแยง้ กันและใช้ระเบียบนแี้ ทน ขอ้ 3. นกั เรยี นคนใดไม่ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บขอ้ บงั คบั จะตอ้ งถูกพจิ ารณา ตดั คะแนนความประพฤตหิ รือไดร้ บั การลงโทษตามความเหมาะสม ขอ้ 4. การแต่งกาย เคร่อื งแบบและทรงผมนักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 4.1 นักเรียนชาย ก. ทรงผม 1) ทรงนกั เรียนหรือทรงรองทรงสูง ความยาวด้านหนา้ ไม่เกิน 6 เซนติเมตร ดา้ นบนไมเ่ กิน 4 เซนตเิ มตร 2) ห้ามกันไรผม ไม่ใส่น้ำ�มัน เจล ครมี ไม่ฉีดพ่นสี หรือดดั เปน็ ลอน ห้ามตัดสกนิ เฮด หรือทรงผมแฟช่นั 3) หา้ มไว้หนวดเครา หรอื กระทำ�อน่ื ใดทไ่ี ม่เหมาะสมกับสภาพการเป็น นักเรยี น เช่น การตดั แต่งทรงผมเป็นสญั ลักษณ์หรือลวดลาย

96 ข. เส้ือ เสื้อเช้ิตคอตง้ั ผ้าขาวเกล้ียงไม่บางเกินสมควร ตดั ตวั ตรงไมร่ ัดรปู (ไมม่ ีเกล็ดด้านหลงั ) ผา่ อกตลอดและสาบทอี่ กตลบออกด้านนอกกวา้ ง 3 เซนติเมตร ใช้กระดุมขาวกลมแบน ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ย์กลางไมเ่ กนิ 1 เซนตเิ มตร แขนส้ันเพียง ขอ้ ศอก มีกระเป๋าทางอกซา้ ย 1 กระเป๋า และมสี าบไหล่ด้วย ไม่มีจบี หรือเกลด็ หลงั ไม่ อนุญาตใหใ้ ชผ้ ้าดิบหรอื ผ้าลินิน และตอ้ งสวมเสื้อท่มี ีขนาดพอเหมาะกับรา่ งกายตนเอง เทา่ นั้น ค. กางเกงสีกากี ขาส้นั เพียงวัดเหนอื เข่า หรอื จากกลางลูกสะบา้ ขึน้ มา ประมาณ 5 เซนตเิ มตร เม่อื ยืนตรงจีบข้างละ 2 จีบ ส่วนกลางของกางเกง ปลาย ขากางเกงกวา้ ง 8-12 เซนติเมตร ปลายขาพบั ชายเข้าในกว้าง 5 เซนตเิ มตร ห้ามมี กระเป๋าด้านหลงั ตอ้ งตดั ให้เปา้ ยาว เพื่อคาดเขม็ ขดั ไดต้ รงเอว หูเขม็ ขัดไมใ่ หญห่ รอื เลก็ เกินไป ไม่ใช้หูเขม็ ขดั คู่ ไมอ่ นญุ าตใหใ้ ช้ผ้าเวสปอยท์ ผา้ ลายสอง ผา้ เสริ ท์ ผา้ ยีนส์ และต้องสวมกางเกงทมี่ ีขนาดเหมาะสมโดยไม่หลวมหรือคับเกนิ ไป ง. เขม็ ขดั หนงั สีนำ�้ตาล (เขม็ ขดั ลูกเสือ) ขนาดกว้างต้งั แต่ 2.5 - 4 เซนตเิ มตร หวั เขม็ ขัดสีเงินสี่เหลยี่ มผืนผ้าให้มเี ขม็ สำ�หรับสอดรเู ข็มขัดเพียงเขม็ เดยี ว มปี ลอกหนัง สเี ดยี วกบั เข็มขัดส�ำ หรบั สอดปลายเข็มขัด และไมส่ ลกั ลวดลายใดๆ ท้ังส้ิน จ. รองเทา้ หมุ้ ส้นสนี �ำ ต้ าลชนดิ ผูก ท�ำ ด้วยผ้าใบและท่ีร้อยเชือกต้องให้เปน็ สี น�ำ ้ตาล มีรู รอ้ ยเชือก 4-6 คู่ หา้ มสวมรองเท้ามีลวดลาย หรอื หนงั กลับ รองเทา้ สีตก มากห้ามใช้ และตอ้ งผกู เชือกใหเ้ รียบร้อยตามสากลนยิ ม และหา้ มเหยยี บส้นรองเท้า ฉ. ถุงเท้า สนี ้�ำ ตาลแบบไม่พับขอบ ความยาวต้องเลยจากตาตมุ่ อยา่ งนอ้ ย 3 น้วิ แตไ่ มเ่ กินครึ่งแข้ง ห้ามใชถ้ ุงเทา้ ทที่ ำ�ดว้ ยผา้ ลูกฟกู ชนิดหนาหรือถุงเทา้ ท่มี ี ลวดลาย ห้ามพบั หรือมว้ นถุงเทา้ ช. การปัก - ปกั ช่ือ-สกลุ หนา้ อกด้านซ้ายเหนือกระเป๋าเสื้อนักเรยี นขน้ึ มา 2 เซนตเิ มตร ตัวอกั ษรสงู 1 เซนตเิ มตรดว้ ยไหมสีนำ�เ้ งนิ - เหนอื ชอื่ -สกุลขนึ้ ไปปกั สญั ลกั ษณข์ องคณะสีดว้ ยด้ายหรอื ไหมตามสขี อง คณะสเี ปน็ รปู สี่เหลีย่ มผนื ผ้ากว้าง 0.5 เซนติเมตร ยาว 2 เซนตเิ มตร

97 - เหนอื สัญลกั ษณ์ของคณะสปี กั สัญลักษณแ์ สดงระดบั ชั้น เปน็ ดาว 5 แฉก ★ ดว้ ยด้ายหรอื ไหมสีเขียว มเี สน้ ผา่ ศนู ย์กลาง 1 เซนติเมตร ระดบั ม.1 ปัก 1 ดาว ระดับ ม.2 ปกั 2 ดาว ระดบั ม.3 ปัก 3 ดาว - ปักอกั ษร ก.ว. สงู 1.5 เซนติเมตร หนา้ อกด้านขวาใหต้ รง กบั ช่อื -สกลุ ด้านซ้าย เลขประจ�ำ ตวั นกั เรียนเป็นเลขไทยสูง 1 เซนตเิ มตรดว้ ยไหม สีนำ�้เงนิ หา่ งจากอักษร ก.ว. ลงมา 0.5 เซนติเมตร 4.2 นกั เรยี นหญิง ก. ทรงผม 1) นกั เรยี นหญงิ ทตี่ อ้ งการไวผ้ มสั้น ให้ตดั ส้ันตรง เสมอกันทง้ั ด้านข้างและ ดา้ นหลงั ความยาวใหเ้ ปน็ ไปตามความเหมาะสมและมคี วามเรยี บรอ้ ย 2) นกั เรยี นหญิงท่ีต้องการไว้ผมยาว ต้องรวบผมตึงมดั กึ่งกลางศรี ษะ ใชย้ าง มัดผมสดี ำ�และผกู โบว์ให้เรียบร้อย ความยาวผมให้เป็นไปตามความเหมาะสมและรวบ ให้เรียบรอ้ ยโดยผูกโบว์ขนาดกวา้ ง 1 น้วิ ตามระดับชนั้ ดังน้ี ม.1 สีขาว ม. 2 สีนำ้�เงนิ และม.3 สนี ำ�ต้ าล 3) หา้ มกระท�ำ อนื่ ใดทไ่ี มเ่ หมาะสมกบั สภาพการเป็นนกั เรียน เชน่ การตดั แตง่ ทรงผมเปน็ สัญลักษณ์หรือลวดลาย ย้อมสีผม ดัดหรือซอยทง้ั ด้านในและด้านนอก 4) หา้ มใส่เจล น้�ำ มัน หรอื โฟมแต่งผม ห้ามใชท้ คี่ าดผม ก๊ิบโบว์สำ�เรจ็ รปู หาก จำ�เป็นต้องใช้ก๊ิบใหใ้ ชก้ ๊ิบสีด�ำ เทา่ นัน้ ข. เสอ้ื ใชผ้ ้าขาวเกลีย้ งไม่บางเกนิ ควร เสือ้ แบบคอพับในตัว (คอทหารเรือ) ลึกใหพ้ อสวมศรี ษะได้สะดวก ตลบเข้าขา้ งใน มีปกขนาด 10 เซนตเิ มตร แขนยาวเหนือ ข้อศอกปลายแขนตรงมจี ีบ ขอบแขนกว้าง 3 เซนติเมตร ขนาดของเส้ือต้งั แต่ใต้แขนถงึ ขอบลา่ งมีขอบกวา้ งพอเหมาะมีความกวา้ งพอเหมาะกบั ลำ�ตัวไมร่ ัดเอว ริมขอบล่าง ด้านหน้าขา้ งขวาตดิ กระเป๋าทบั ชายเสื้อกวา้ งไม่เกนิ 2 เซนติเมตร ชายเสื้อยาวเพียง ข้อมอื เมอื่ เหยยี ดตรง ผกู คอด้วยผ้าสีกรมทา่ ชายสามเหล่ียมตัง้ แต่ 10-15เซนติเมตร ยาวตงั้ แต่ 80-100 เซนติเมตร เงอื่ นกะลาสี ให้ผา้ ท่อี ยูค่ อหา่ งประมาณ 1 ฝ่ามอื และ ไมส่ วมเสือ้ ไหล่ตก ไมใ่ ช้ผา้ ดิบหรอื ผา้ ลินนิ นักเรยี นหญิงตอ้ งสวมเสอ้ื ซับในสีขาว ค. กระโปรง ใชผ้ า้ สีกรมท่าเนอ้ื ผ้าเรียบ ตดั แบบธรรมดาดา้ นหน้าและหลงั จีบ

98 เป็นจบี ขา้ งละ 3 จีบ จบี ลึกไมน่ ้อยกวา่ 1 นวิ้ หันจบี ออก ดา้ นนอกเย็บทบั บนจีบจาก ใตข้ อบกระโปรงระหว่าง 6-10 เซนตเิ มตร เวน้ ระยะความกว้างตรงกลางพองาม ให้ ชายกระโปรงคลุมเข่าเลยสะบ้า ลงมาไม่ต�ำ ก่ ว่า 10 เซนตเิ มตร ไม่ใช้ผ้าลินิน ผ้าเวส ปอยท์ ผ้าลายสอง หรือผา้ ฝ้าย ง. รองเทา้ ใชร้ องเท้านกั เรียนสดี �ำ หัวมน มสี ายรัดรองเท้า ไม่มลี วดลาย สน้ สงู ไม่เกิน 2 เซนติเมตร รองเท้าพละศึกษาใชแ้ บบสีขาวล้วนชนดิ ผูก ไม่มลี วดลาย และทรี่ ้อยเชอื กตอ้ งให้เปน็ สีขาว มีรูรอ้ ยเชอื ก 4-6 คู่ ฉ. ถงุ เท้า ใช้ถุงเทา้ สนั้ สขี าวแบบเรียบ ไม่มลี วดลาย จะพับหรือไม่พับก็ได้ แต่ ความยาววดั จากตาต่มุ จะตอ้ งไม่เกนิ และไม่น้อยกวา่ 3 นิ้ว หา้ มใชถ้ งุ เท้าท�ำ ด้วยผา้ ลูกฟกู ชนดิ หนาและใหพ้ บั ถงุ เทา้ ลงเหนือขอ้ เท้า ช. การปกั - ปกั ชอื่ –สกลุ หน้าอกดา้ นซา้ ยตรงกบั กระดุมเมด็ แรก ตัวอักษรสงู 1 เซนตเิ มตรด้วยไหมสนี �ำ เ้ งิน - เหนือช่ือ-สกุลขน้ึ ไปปักสัญลักษณ์ของคณะสีด้วยด้ายหรือไหมตามสขี อง คณะสีเป็นรูปสี่เหล่ยี มผนื ผ้ากวา้ ง 0.5 เซนตเิ มตร ยาว 2 เซนติเมตร - เหนือสญั ลกั ษณข์ องคณะสีปักสัญลักษณแ์ สดงระดบั ชน้ั เป็นดาว 5 แฉก ★ ดว้ ยดา้ ยหรอื ไหมสีเขียว มีเสน้ ผ่าศูนยก์ ลาง 1 เซนตเิ มตร ระดบั ม.1 ปกั 1 ดาว ระดับ ม.2 ปกั 2 ดาว ระดับ ม.3 ปกั 3 ดาว - ปกั อักษร ก.ว. สงู 1.5 เซนตเิ มตร หน้าอกดา้ นขวาใหต้ รง กบั ชอ่ื -สกลุ ด้านซา้ ย เลขประจำ�ตวั นักเรียนเปน็ เลขไทยสูง 1 เซนตเิ มตร ด้วยไหม สนี ้ำ�เงินหา่ งจากอักษร ก.ว. ลงมา 0.5 เซนตเิ มตร

99 ขอ้ 5. การแต่งกายและเครื่องแบบนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 5.1 นกั เรยี นชาย ก. ทรงผม 1) ทรงนกั เรยี น รองทรงสงู หรือรองทรงตำ�่ ความยาวดา้ นหน้าไมเ่ กิน 7 เซนติเมตร ด้านบนไมเ่ กนิ 5 เซนตเิ มตร 2) ห้ามกนั ไรผม ไม่ใสน่ �้ำ มนั เจล ครมี ไมฉ่ ดี พ่นสี หรือดัดเป็นลอน ห้ามตัด สกินเฮด หรอื ทรงผมแฟชั่น 3) ห้ามไวห้ นวดเคราหรอื กระทำ�อน่ื ใดทไี่ มเ่ หมาะสมกับสภาพการเป็น นักเรียนเชน่ การตดั แตง่ ทรงผมเปน็ สญั ลกั ษณห์ รือลวดลาย ข. เส้อื เส้ือเชิ้ตคอตงั้ ผ้าขาวเกล้ียงไมบ่ างเกนิ สมควร ตัดตวั ทรง ไม่ รดั รปู (ไม่มีเกล็ดดา้ นหลัง) ผา่ อกตลอด และสาบทอี่ ก ตลบออกดา้ นนอกกว้าง 3-5เซนติเมตร แขนสนั้ เพยี งขอ้ ศอก มกี ระเป๋าทางอกซ้าย 1 กระเปา๋ และมสี าบไหล่ ด้วย ไม่มจี ีบหรือเกลด็ หลัง ไม่อนุญาตใหใ้ ช้ผ้าดบิ หรอื ผา้ ลนิ ิน การสวมเส้อื ตอ้ งไม่ดึง ชายเสือ้ ออกนอกจากเอวกางเกงมากจนหอ้ ยปดิ ทับมองไมเ่ ห็นเขม็ ขดั ค. กางเกง ผ้าโทเรสีดำ� ขาส้ันเพยี งเหนอื เข่า พ้นกลางลกู สะบ้าขน้ึ มาประมาณ 5 เซนตเิ มตรเม่อื ยนื ตรง มจี บี ขา้ งหนา้ ข้างละ 2 จีบ สว่ นกว้างของขากางเกง เมอื่ ยืน ตรงหา่ งจากขาตั้งแต่ 8 เซนตเิ มตร ผ่าตรงหน้าส�ำ หรบั ตดิ ซปิ ซ่อนไว้ มกี ระเปา๋ ด้านขา้ ง แตห่ า้ มมกี ระเป๋าด้านหลัง ตอ้ งตัดให้เป้ายาวเพ่ือคาดเขม็ ขัดได้ตรงเอว หูเข็มขดั กวา้ ง 1 เซนตเิ มตร ไมใ่ ชห้ ูเข็มขัดคู่ ไม่อนุญาตให้ใชผ้ า้ เวสปอยท์ ผา้ ลายสอง ผ้าเสริ ์ท ผา้ ยนี ส์ ง. เขม็ ขัด หนังสีด�ำ ขนาดกว้างต้ังแต่ 3.5 – 4 เซนตเิ มตร หวั เข็มขัดเงินรูป ส่เี หล่ยี มผืนผา้ ใหม้ เี ข็มสำ�หรบั สอดรเู ข็มขดั เพยี งเข็มเดยี ว มปี ลอกหนงั สเี ดียวกบั เข็มขดั สำ�หรับสอดปลายเขม็ ขัด และไม่สลกั ลวดลายใด ๆ ท้ังท่ีสายเขม็ ขดั และหวั เข็มขดั จ. รองเทา้ หุ้มส้นสดี �ำ ชนิดผกู ท�ำ ดว้ ยผ้าใบขอบดำ� และทร่ี ้อยเชอื กตอ้ งให้ เปน็ สีดำ� มรี ูร้อยเชอื ก 4-6 คู่ ห้ามสวมรองเทา้ มีลวดลาย หรอื หนังกลับ รองเท้าผา้ ใบ ด�ำ ทีม่ ีสีตกมากหา้ มใช้ และต้องผูกเชอื กใหเ้ รียบรอ้ ย ห้ามเหยียบสน้ รองเทา้ ฉ. ถุงเทา้ สนี ำ�ข้ าวแบบไม่พบั ขอบ ความยาวตอ้ งเลยจากตาตุม่ อย่างน้อย

100 3 นิว้ แตไ่ มเ่ กนิ ครึ่งแข้ง ห้ามใชถ้ ุงเทา้ ท่ีท�ำ ดว้ ยผา้ ลูกฟูกชนิดหนาหรอื ถุงเทา้ ท่มี ี ลวดลาย หา้ มพับ หรือมว้ นถงุ เทา้ ช. การปัก - ปกั ชื่อ – สกุล หน้าอกด้านซ้ายเหนือกระเปา๋ เส้ือนักเรยี นขึน้ มา 2 เซนตเิ มตร ตัวอักษรสูง 1 เซนติเมตรด้วยไหมสีนำ�้ เงนิ - เหนือชือ่ – สกลุ ขึน้ ไปปกั สญั ลกั ษณ์ของคณะสดี ว้ ยดา้ ยหรือไหมตามสขี อง คณะสเี ป็นรปู ส่ีเหล่ียมผืนผา้ กวา้ ง 0.5 เซนติเมตร ยาว 2 เซนติเมตร - เหนือสญั ลกั ษณ์ของคณะสปี ักสญั ลกั ษณ์แสดงระดบั ชัน้ เป็นดาว 5 แฉก ★ ด้วยด้ายหรอื ไหมสนี ้ำ�เงิน มเี สน้ ผ่าศนู ยก์ ลาง 1 เซนตเิ มตร ระดับ ม.4 ปกั 1 ดาว ระดบั ม.5 ปัก 2 ดาว ระดับ ม.6 ปัก 3 ดาว - ปักอกั ษร ก.ว. สูง 1.5 เซนตเิ มตร หนา้ อกดา้ นขวาใหต้ รงกับ ชอื่ -สกลุ ด้านซา้ ย เลขประจำ�ตัวนักเรยี นเป็นเลขไทยสูง 1 เซนติเมตร ด้วยไหมสนี �ำ้ เงนิ ห่างจาก อักษร ก.ว. ลงมา 0.5 เซนตเิ มตร 5.2 นกั เรียนหญงิ ก. ทรงผม 1) นักเรยี นหญิงที่ตอ้ งการไวผ้ มสั้น ตดั สัน้ ตรง เสมอกนั ท้งั ดา้ นขา้ งและดา้ น หลงั ความยาวใหเ้ ป็นไปตามความ เหมาะสมและมคี วามเรยี บร้อย 2) นักเรียนหญงิ ทต่ี อ้ งการไว้ผมยาว ตอ้ งรวบผมตงึ มดั ก่งึ กลางศรี ษะ ใช้ยาง มัดผมสีดำ�และผูกโบวใ์ หเ้ รียบรอ้ ย ความยาวผมให้เปน็ ไปตามความเหมาะสมและรวบ ให้เรียบร้อยโดยผูกโบวข์ นาดกวา้ ง 1 นิ้ว ตามระดับชน้ั ดงั นี้ ม.4 สขี าว ม.5 สีน�ำ เ้ งิน และม.6 สนี �ำ ต้ าล 3) หา้ มกระท�ำ อืน่ ใดท่ไี มเ่ หมาะสมกบั สภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตดั แต่งทรงผมเป็นสัญลกั ษณ์หรือลวดลาย ยอ้ มสผี ม ดดั หรอื ซอยท้ังดา้ นในและดา้ นนอก 4) หา้ มใส่เจล นำ�้ มัน หรอื โฟมแตง่ ผม ห้ามใช้ทคี่ าดผม ก๊ิบโบว์ส�ำ เรจ็ รูป หาก จ�ำ เป็นตอ้ งใช้กิ๊บใหใ้ ช้ก๊บิ สีดำ�เทา่ น้นั ข. เส้อื แบบเช้ิตผา้ ขาวเกลี้ยง ใช้ผา้ หนาพอทีจ่ ะไมเ่ หน็ เส้อื ซบั ใน ทปี่ กเสื้อ ท�ำ เป็นสาบใหใ้ ช้ตลบเขา้ ข้างในกวา้ ง 3 เซนติเมตร ปลายแขนเสือ้ ยาวเหนือข้อศอก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook