โครงการศนู ยฝ์ กึ อาชพี ชมุ ชน กิจกรรมอาชีพระยะส้นั หลักสูตรอาชพี การแปรรูปสมุนไพรเพ่อื สขุ ภาพ ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอโนนสงู สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จังหวัดนครราชสมี า สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ เอกสารวิชาการเลขที่............/2562
1 การจดั การศกึ ษาต่อเนอื่ ง หลกั สตู รอาชพี การแปรรูปสมุนไพรเพอื่ สุขภาพ จานวน 60 ช่ัวโมง ความเป็นมา การจดั การศกึ ษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเปน็ การพฒั นาประชากรของประเทศให้ มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการวา่ งงานและส่งเสริมความ เข้มแข็งให้แกเ่ ศรษฐกิจชมุ ชน ซึ่งกระทรวงศกึ ษาธิการไดก้ าหนดยทุ ธศาสตร์ 2555 ภายใตก้ รอบเวลา 2 ปี ทีจ่ ะ พัฒนา 5 ศักยภาพของพ้นื ท่ีใน 5 กลุม่ อาชีพใหม่ ใหส้ ามารถแข่งขันได้ใน 5 ภมู ิภาคหลกั ของโลก ให้ประชาชน ได้มีอาชพี ทีส่ ามารถสร้างรายได้ที่มนั่ คง มง่ั คงั่ และมีงานทาอย่างยัง่ ยนื สภาพสังคมปจั จบุ ันไดร้ บั ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงในดา้ นต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและสิง่ แวดลอ้ มเปน็ อยา่ งมาก ประชากรมนุษยเ์ พิ่มขน้ึ เร่ือยๆ แตท่ รัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไปอย่าง รวดเรว็ และไม่เพียงพอกับจานวนประชากรที่เพ่ิมขึ้น มนษุ ย์จึงประสบปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะด้านการดารงชีพและชวี ติ ความเปน็ อยู่ของมนุษย์ ดงั นั้นจงึ จาเปน็ อยา่ งย่งิ ทมี่ นษุ ย์เราจะต้องสร้าง ส่ิงทดแทนเพ่ือการอยู่รอดโดยวธิ กี ารต่างๆ การแปรรูปสมุนไพร คือ การเปล่ียนแปลงสถานะของสมุนไพร ให้แตกต่างไปจากเดิม เพ่ือประโยชน์ ในการใช้งานท่ีหลากหลายมากข้ึน สมุนไพรมีหลายชนิด และมีสรรพคุณทางยาท่ีแตกต่างกัน ดังนั้นการศึกษา รูป รส กลิ่น สี และช่ือสมุนไพร จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสาคัญ เพื่อให้การแปรรูปสมุนไพรมีคุณภาพดี ตลอดจนการเกบ็ รกั ษาผลติ ภัณฑใ์ ห้มคี ณุ ภาพใกล้เคียงผลิตภัณฑ์เดมิ มากที่สุด เน่ืองจากผลิตภัณฑ์บางประเภท ไม่สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน การแปรรูป จึงเข้ามามีบทบาทสาคัญมากข้ึน เพื่อให้เกิดผลดีต่อการแปรรูป คงไวซ้ ง่ึ คุณคา่ และสรรพคณุ ทีด่ ีของพชื สมุนไพร อาชีพการแปรรูปสมุนไพร สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เสริมสร้าง ศักยภาพให้ผู้เรยี นมีความรู้ ทกั ษะในการประกอบอาชพี สามารถพัฒนาตนเอง หรือกลุม่ ไปสู่การบริหารจดั การ ท่มี มี าตรฐานเป็นไปตามหลักการของการประกอบอาชพี กลุ่มเป้าหมายทสี่ ามารถเข้าเรียนในหลักสูตร ไดแ้ ก่ ผู้ ทไ่ี มม่ ีอาชีพหรือมอี าชีพอย่แู ล้วแต่ต้องการพัฒนาเพอ่ื เพ่ิมรายได้ เมื่อจบหลักสูตรแล้วผู้เรียนสามารถนาความรู้ และประสบการณ์ไปประกอบอาชีพทส่ี อดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ชุมชน สงั คม และส่งิ แวดล้อม หลักการ 1. เป็นหลกั สูตรทเ่ี นน้ การจัดการศกึ ษาอาชีพเพ่ือการมีงานทา ที่เน้นการบรู ณาการเนื้อหาสาระ ภาคทฤษฎคี วบคูไ่ ปกบั การฝึกปฏิบตั ิจริง ผเู้ รียนสามารถนาความรแู้ ละทักษะไปประกอบอาชพี ได้ จริงอยา่ งมีคณุ ภาพและมีคุณธรรมจรยิ ธรรม 2. เปน็ หลกั สูตรทเ่ี นน้ การดาเนนิ งานรว่ มกบั เครือข่าย สถานประกอบการ เพื่อประโยชน์ในการ ประกอบอาชีพและการศึกษาดูงาน 3. เปน็ หลกั สูตรท่ผี ู้เรยี นสามารถนาผลการเรียนร้ไู ปเทียบโอนเข้าสูห่ ลกั สตู รการศึกษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ในรายวชิ าเลือกของสาระการประกอบอาชพี 4. เปน็ หลกั สตู รท่ีเนน้ การใช้ศักยภาพ 5 ดา้ นในการประกอบอาชพี ได้แก่ ศักยภาพด้านทรัพยากร ภูมิอากาศ ภมู ิประเทศและทาเลท่ีตง้ั ศลิ ปวฒั นธรรมประเพณีและวิถชี วี ติ และดา้ นทรัพยากร มนษุ ย์
2 จุดมงุ่ หมาย เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนมีคณุ ลักษณะดงั นี้ 1. มีความรู้และทกั ษะในการประกอบอาชีพ สามารถสรา้ งรายได้ท่ีมั่นคง มงั่ ค่งั 2. ตดั สนิ ใจประกอบอาชพี ใหส้ อดคลอ้ งกบั ศักยภาพของตนเอง ชุมชน สงั คม และส่ิงแวดลอ้ มอย่างมี คุณธรรมจรยิ ธรรม 3. มเี จตคติท่ีดีในการประกอบอาชีพ 4. มีความรคู้ วามเข้าใจและฝึกทักษะการบรหิ ารจัดการในอาชพี ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 5. มีโครงการประกอบอาชีพเพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางในการพัฒนาอาชพี ของตนเอง กลุ่มเปา้ หมาย มี 2 กลุ่มเปา้ หมาย คือ 1. ผทู้ ี่ไมม่ อี าชีพ 2. ผทู้ ่ีมอี าชีพและต้องการพัฒนาอาชพี ระยะเวลา จานวน 60 ช่ัวโมง - ทฤษฏี 20 ชัว่ โมง - ปฏบิ ัติ 40 ชวั่ โมง โครงสรา้ งหลักสูตร จานวน 4 ชั่วโมง 1. ช่องทางการประกอบอาชพี การแปรรปู สมนุ ไพรเพ่ือสุขภาพ 1.1 ความสาคญั ในการประกอบอาชพี 1.2 ความเปน็ ไปได้ในการประกอบอาชีพ 1.3 แหลง่ เรยี นรู้การประกอบอาชีพ 1.4 การตดั สินใจเลอื กประกอบอาชีพ 2. ทกั ษะการประกอบอาชพี การแปรรูปสมุนไพรเพื่อสุขภาพ จานวน 40 ช่ัวโมง 2.1 การเตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ 2.2 หลักสตู รอาชีพการแปรรปู สมุนไพรเพื่อสุขภาพ จานวน 4 ชนิด 2.3 บรรจภุ ัณฑ์ 3. การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการแปรรูปสมนุ ไพรเพื่อสขุ ภาพ จานวน 6 ช่ัวโมง 3.1 การเลอื กทาเลท่ีตงั้ ร้าน 3.2 การจัดและตกแต่งหน้าร้าน 3.3 การคิดราคาตน้ ทนุ และการวิเคราะหจ์ ดุ คมุ้ ทุน 3.4 การขาย 3.5 การสง่ เสริมการขาย 3.6 การทาบัญชรี า้ นค้าอย่างงา่ ย
3 4. โครงการประกอบอาชีพการแปรรปู สมนุ ไพรเพอื่ สุขภาพ จานวน 10 ช่ัวโมง 4.1 ความสาคัญของโครงการอาชีพ 4.2 ประโยชน์ของโครงการอาชีพ 4.3 องค์ประกอบของโครงการอาชีพ 4.4 การเขยี นโครงการอาชพี การจดั กระบวนการเรยี นรู้ 1. จดั กจิ กรรมสารวจและวเิ คราะหต์ นเอง ทรพั ยากร อาชีพ และความตอ้ งการของตลาด เพ่อื ให้ ผเู้ รียนเห็นชอ่ งทางการประกอบอาชีพ 2. จดั กิจกรรมวเิ คราะห์ข้อมลู โดยใชก้ ระบวนการคิดเปน็ และความเปน็ ไปได้ รวมทั้งการศึกษาดูงาน เพือ่ การตัดสนิ ใจเลือกประกอบอาชีพ 3. ฝกึ ทักษะการประกอบอาชีพ - เรียนรจู้ ากวทิ ยากร - เรียนรู้ดว้ ยตนเอง จากส่ือต่างๆ แหล่งเรยี นรู้ ผรู้ ู้ - เรียนร้จู ากการลงมือปฏบิ ตั จิ ริง - เรียนรจู้ ากกลมุ่ โดยการพบกลุ่มเพ่อื แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ 4. จดั กิจกรรมการเรียนร้เู กย่ี วกับ การบริหารจดั การในการประกอบอาชีพ การบริหารจดั การ การผลติ และการบรหิ ารจัดการทางการตลาด 5. จัดทาโครงการประกอบอาชีพ การเขียนโครงการ 6. ดาเนินการให้ผูเ้ รียนนาโครงการประกอบอาชีพ ไปสู่การปฏิบตั ิจริง 7. การนิเทศ ตดิ ตามประเมินโครงการของผ้เู รยี น และให้ข้อเสนอแนะในการปรบั ปรงุ พัฒนา สือ่ การเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการเรยี นรู้การทาขนมไทย 2. แหลง่ เรียนรู้/ อนิ เทอร์เน็ตในเว็ปไซตต์ า่ งๆ 3. วทิ ยากรผเู้ ช่ียวชาญ 4. พบกลุม่ การแลกเปลยี่ นเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล 1. การประเมนิ ความรู้ภาคทฤษฎรี ะหวา่ งเรยี นและจบหลักสูตร 2. การประเมนิ ผลระหวา่ งเรียนจากการปฏบิ ตั งิ านที่มีคุณภาพเพยี งพอ สามารถสรา้ งรายได้ให้กับตนเอง ความสาเร็จของการปฏบิ ตั แิ ละจบหลกั สูตร การจบหลักสูตร 1. มีเวลาเรยี นและฝึกปฏบิ ตั ิตามหลกั สูตรไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 80 2. มผี ลการประเมนิ ผา่ นตลอดหลกั สูตร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
4 เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา 1. หลักฐานการประเมินผล 2. วฒุ ิบตั รออกโดยสถานศึกษา 3. ทะเบยี นคมุ วฒุ บิ ตั ร การเทียบโอน ผเู้ รยี นท่ีจบหลักสูตรนี้สามารถนาไปเทยี บโอนผลการเรียนรูก้ ับหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพรายวชิ าเลอื กท่ีสถานศกึ ษาไดจ้ ัดทาขึ้นใน ระดับใดระดบั หนึ่ง
5 บรรณานกุ รม สืบคน้ จากเวบ็ ไซต์ - http://women.sanook.com/work/108jobs/108jobs_45544.php?page=100 - http://www.maeban.co.th/recipes/?module=recipes&action=detail&recipes _id=635&recipes_type_id=66 - http://www.slideshare.net/ak23/ss-3464975 - www.mcdang.com - การเลอื กทาเลที่ตงั้ ร้าน เขา้ ถึงไดจ้ าก http://www.mbalpru.com/article/article.pdf สบื ค้นเมื่อวนั ท่ี ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๔ - การจดั ตกแต่งร้านค้า เข้าถงึ ได้จาก http://www.dcharoenshop.com/index.php/article/๑-๒๐๑๐-๐๖-๐๖-๑๓-๔๒- ๒๐/๖๘-organized-shops-and-product-placement.html สืบคน้ เมอื่ วนั ท่ี ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ - ปจั จัยหลักของการประกอบอาชีพ เข้าถงึ ได้จาก http://www.ejobonline.com/ article/ importfreelance.php สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๔ - การบรรจแุ ละตกแต่ง เข้าถึงได้จาก http://student.nu.ac.th/thaidessert/ บรรจแุ ละตกแต่ง๒.asp สืบคน้ เม่อื วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
6 ภาคผนวก
7 ใบความรู้ เร่ืองที่ 1 ช่องทางการประกอบอาชพี การแปรรูปสมนุ ไพรเพือ่ สขุ ภาพ 1. ความสาคัญในการประกอบอาชีพ การประกอบอาชีพ หมายถงึ การทามาหากินทเี่ กิดจากกิจกรรมหรือบริการใดๆ ท่ีก่อให้เกิดผลผลติ และรายได้ ซ่ึงเปน็ งานประจาท่สี จุ รติ ไมผ่ ิดศลี ธรรม ลักษณะอาชีพ แบ่งออกเปน็ 1. อาชีพอิสระ มลี ักษณะเป็นเจ้าของกจิ การ บรหิ ารจัดการด้วยตนเอง อาจเปน็ กิจการขนาดเล็ก หรือเปน็ อตุ สาหกรรมในครวั เรอื น อาชีพอิสระแยกย่อยออกไปเป็น 2 ประเภท ดังน้ี - อาชีพอิสระด้านการผลติ การแปรรูปผลผลติ เป็นสนิ ค้า นาไปจาหน่ายในท้องตลาดเปน็ การขาย ปลีกและขายสง่ เชน่ อาหารไทย เบเกอรี่ ผกั ผลไม้ การแปรรูปสมุนไพร - อาชพี อิสระด้านการให้บริการ เป็นอาชีพทีน่ ิยมกนั แพรห่ ลาย เนอ่ื งจากมีความเสี่ยงน้อย การ ลงทุนต่า เช่น บริการทาความสะอาด ทานายโชคชะตา บริการซักรีดเสื้อผา้ ช่างซ่อมอนื่ ๆ 2. อาชีพรบั จ้าง เป็นการทางานทม่ี เี จ้านายมอบหมาย ได้รับค่าตอบแทนเปน็ เงิน เชน่ งานกอ่ สรา้ ง พนักงานในบริษัท หา้ งร้าน และโรงงาน 3. อาชพี งานฝีมือ เป็นอาชีพท่ปี ฏิบัติงานโดยใช้ประสบการณแ์ ละความชานาญเฉพาะด้าน เช่น งาน ศิลปะ งานหตั ถกรรม งานประตมิ ากรรม 4. อาชีพขา้ ราชการหรือเจ้าหนา้ ทข่ี องรฐั รวมทั้งพนักงานรัฐวสิ าหกจิ เปน็ อาชพี ท่ใี หบ้ ริการแก่ ประชาชน ประโยชนข์ องอาชพี มหี ลายดา้ น ดังน้ี 1. ด้านตนเอง เปน็ คนทร่ี ู้คุณค่าของเงิน ใช้จา่ ยเงินอย่างประหยัด วางแผนการใช้จ่ายเงนิ การเกบ็ ออมเงนิ เพ่ือความมนั่ คงของชีวิต 2. ดา้ นครอบครวั การมีอาชีพจะสร้างคุณค่าให้กับตนเองและสมาชกิ ในครอบครวั เปน็ ตัวอยา่ งแก่ คนในครอบครวั และบุคคลอ่ืนๆ 3. ด้านชมุ ชน เปน็ การสร้างรายได้ให้ชุมชน ทาให้เศรษฐกิจชมุ ชนดีขึน้ ทาใหช้ ุมชนเข้มแข็ง พง่ึ พา ตนเองได้ 4. ด้านประเทศชาติ เมื่อประชาชนมีอาชพี มีรายได้ รัฐสามารถเก็บภาษจี ากประชาชนได้ สามารถ นารายได้จากการเก็บภาษีไปพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ได้ 2. ความเป็นไปไดใ้ นการประกอบอาชีพ อาชพี มีหลายประเภท มลี ักษณะแตกต่างกนั การเลือกอาชีพต้องพิจารณาจากปจั จัยตา่ งๆ ดังนี้ 2.1 การวิเคราะหต์ นเอง 1. ความสนใจ สารวจความถนัด ความสนใจ ตลอดจนประสบการณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับ ตนเองมากที่สุด เพ่อื เปน็ แนวทางการเลือกอาชพี ทเี่ หมาะสม 2. วสิ ยั ทัศนก์ ารเป็นคนที่มคี วามคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์ และมองการณ์ไกล จะได้เปรียบในเชิงธรุ กิจ มากกวา่ คนอื่น
8 3. ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ หากไม่มคี วามร้เู พียงพอ ต้องศึกษาขวนขวายหาความรู้ เพม่ิ เติม อาจจะฝึกอบรมจากสถาบนั ที่ใหค้ วามร้ดู า้ นอาชีพ หรอื ทางานเปน็ ลกู จ้างคนอ่นื ๆ หรือทดลองปฏิบัติด้วย ตนเองเพอ่ื ให้มีความรู้ ความชานาญ และมีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพน้นั ๆ 2.2 การวเิ คราะห์ตลาด 1. การตลาด เปน็ ปจั จัยที่สาคัญมากทส่ี ุดปจั จยั หนึง่ เพราะหากสินคา้ และบริการท่ีผลติ ขึ้นไมเ่ ป็นที่ นิยมและไมส่ ามารถสรา้ งความพอใจใหแ้ กผ่ บู้ รโิ ภคได้ กถ็ ือวา่ กระบวนการท้งั ระบบไมป่ ระสบผลสาเร็จ ดังนั้น การวางแผนการตลาด ซ่ึงปัจจุบนั มกี ารแข่งขันสูง จงึ ควรไดร้ บั ความสนใจในการพัฒนา รวมทั้งต้องรู้และเข้าใจ ในเทคนิคการผลิต การบรรจุและการหีบห่อ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ เพอ่ื ใหส้ นิ ค้าและบริการของเราเปน็ ทนี่ ยิ มของลูกค้ากล่มุ เป้าหมาย ต่อไป 2. การจดั การ เป็นเร่ืองของเทคนคิ และวิธีการ จงึ ตอ้ งรู้จกั การวางแผนการทางานในเรื่องของตวั บุคคลท่จี ะรว่ มคดิ รว่ มทาและรว่ มทนุ ตลอดจนเครอื่ งมือ เครือ่ งใช้และกระบวนการทางาน 3. การเลอื กกลุม่ เป้าหมาย เราอาจแบ่งกลมุ่ ลูกค้า โดยแบ่งตามอายุ ความชอบ เพศ ระดับ การศกึ ษา การเลือกซ้ือสินค้า ราคา และรสชาติ เป็นตน้ 4. การวเิ คราะหล์ ูกคา้ 1) เราตอ้ งรคู้ วามต้องการของกล่มุ เปา้ หมาย 2) รู้วัตถุประสงคใ์ นการ บรโิ ภคสินค้า 3) รวู้ ธิ ีการตดั สนิ ใจซอ้ื ของลูกคา้ 2.3 การลงทนุ /แหล่งเงนิ ทุน 1. ทรัพยากรในท้องถ่ิน การสารวจทรัพยากรที่มใี นท้องถิ่นวา่ สามารถนามาใชใ้ นการผลิตสนิ ค้า ซ่ึงจะช่วยประหยดั ตน้ ทุน ค่าใช้จ่าย และเป็นการสรา้ งงานใหค้ นในท้องถน่ิ 2. ทนุ เป็นส่ิงทจ่ี าเป็นปจั จัยพน้ื ฐานของการประกอบอาชพี ใหม่ โดยจะต้องวางแผนและแนว ทางการดาเนนิ ธรุ กิจไว้ล่วงหนา้ เพ่ือทจ่ี ะทราบวา่ ตอ้ งใชเ้ งนิ ทนุ ประมาณเท่าไร บางอาชพี ใชเ้ งนิ ทนุ น้อยปัญหา ย่อมมนี ้อย แต่ถา้ เป็นอาชีพท่ีต้องใช้เงินทุนมากจะต้องพิจารณาวา่ มีทนุ เพียงพอหรือไม่ซงึ่ อาจ เปน็ ปญั หาใหญ่ ถา้ ไม่พอจะหาแหล่งเงินทนุ จากทใ่ี ด อาจจะได้จากเงินเกบ็ ออม หรือการกยู้ ืมจากธนาคาร หรอื สถาบันการเงิน อนื่ ๆ อยา่ งไรก็ตาม ในระยะแรกไม่ควรลงทนุ จนหมดเงนิ เก็บออมหรอื ลงทุนมากเกินไป 3. การประกอบอาชีพกาแฟโบราณ จะใชท้ ุนเร่ิมต้นประมาณ 3,000 - 4,000 บาท 3. แหลง่ เรียนรกู้ ารประกอบอาชพี แหลง่ เรียนรู้ หมายถงึ แหล่งข้อมลู ขา่ วสาร สารสนเทศ และประสบการณ์ ทีส่ นบั สนนุ สง่ เสรมิ ให้ ผู้เรยี นใฝเ่ รยี น ใฝร่ ู้ แสวงหาความรแู้ ละเรยี นรดู้ ้วยตนเองตามอัธยาศยั อย่างกว้างขวางและตอ่ เน่ือง เพ่ือเสริม สร้างให้ผู้เรียนเกดิ กระบวนการเรียนรู้ และเปน็ บคุ คลแห่งการเรียนรู้ สาหรบั แหล่งเรียนรู้การประกอบอาชีพการแปรรปู สมนุ ไพร มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อใหผ้ เู้ รยี นได้ศกึ ษา รูปแบบและวิธีการขายจากสถานทจี่ ริง ไดเ้ ห็นรปู แบบการดาเนินกิจกรรม ที่มขี ายในท้องตลาด นอกจากน้กี ารได้ศึกษาจากผู้ประกอบอาชีพการแปรรปู สมุนไพร ท่ีประสบความสาเร็จ จะทาใหผ้ เู้ รียน ไดร้ บั การถา่ ยทอดประสบการณ์ อนั จะสง่ ผลให้เกิดแนวคิด และแรงบันดาลใจในการสรา้ งอาชพี
9 4. ทศิ ทางพัฒนาการประกอบอาชพี ก่อนการกาหนดทิศทางพฒั นาการประกอบอาชีพใดๆ ก็ตาม ควรพิจารณาอยา่ งรอบคอบ ซึง่ มีข้อ แนะนาดงั นี้ ประการแรก ควรเลือกอาชีพที่ชอบหรือคิดว่าถนัด สารวจตัวเองว่าสนใจ อาชีพอะไร ชอบหรือถนัด ด้านไหน มีความสามารถอะไรบ้าง ท่ีสาคัญคือต้อง การหรืออยากจะประกอบอาชีพอะไร จึงจะเหมาะสมกับ ตัวเองและครอบครัว กล่าวคือ พิจารณาลักษณะงานอาชีพ และพิจารณาตัวเอง พร้อมท้ังบุคคลในครอบครัว ประกอบกันไปดว้ ย ประการที่สอง จะตอ้ งพัฒนาความสามารถของตัวเอง คือ ต้องศึกษารายละเอียดของอาชพี ที่จะเลือก ไปประกอบ ถ้าความรู้ความเข้าใจยังมีน้อย มีไม่เพียงพอก็ต้องทาการศึกษา ฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติเพ่ิมเติมจาก บคุ คล หรือหน่วยงานต่างๆ ให้มีพ้ืนฐานความรู้ความเข้าใจในการเริ่มประกอบอาชีพท่ีถูกต้อง เพ่ือจะได้เรียนรู้ จากประสบการณจ์ ริงของผ้มู ปี ระสบการณม์ าก่อน จักได้เพ่ิมโอกาสความสาเรจ็ สมหวงั ในการไปประกอบอาชีพ น้ันๆ ประการที่สาม พิจารณาองค์ประกอบอ่ืนทีเ่ กีย่ วขอ้ ง เช่น ทาเลที่ตั้งของอาชีพท่ีจะทาไม่ว่าจะเป็นการ ผลิต การจาหน่าย หรือการให้บริการก็ตาม สภาพ แวดล้อมผู้ร่วมงาน พ้ืนฐานในการเริ่มทาธุรกิจ เงินทุน โดยเฉพาะเงินทุนต้องพจิ ารณาว่ามีเพียงพอหรือไมถ่ า้ ไม่พอจะหาแหลง่ เงินทุนจากท่ีใด
10 ใบความรู้ เร่อื งที่ 2 ทกั ษะการประกอบอาชพี การแปรรปู สมุนไพรเพอื่ สขุ ภาพ 1.การเตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์ 1.1 วสั ดุอุปกรณ์ทีใ่ ช้ วสั ดอุ ุปกรณ์ที่ใช้ในการทาสบู่สมนุ ไพร ประกอบด้วย แม่พิมพ์ ไม้คน หม้อ ภาชนะ มีด เขียง วาสลีน ถงุ พลาสติกบรรจภุ ัณฑ์ วสั ดุอปุ กรณท์ ่ีใช้ในการทายาหม่องสมนุ ไพร ประกอบด้วย ไมค้ น หม้อ ภาชนะ มีด วาสลีน ขวด วสั ดุอุปกรณท์ ่ีใช้ในการทายาดมสมุนไพร ประกอบดว้ ย หลอดยาดม ไสย้ าดม ภาชนะ ไม้คน วัสดุอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นการทาลกู ประคบสมุนไพร แบบแห้ง ผ้าขา้ วม้า เชอื ก หรอื หนงั ยาง หม้อ จานหรือชามอลูมิเนียมเจาะรู วัสดอุ ปุ กรณท์ ี่ใช้ในการทาลูกประคบสมนุ ไพร แบบสด ประกอบดว้ ย ผ้าข้าวม้า เชือก หรอื หนังยาง หมอ้ จานหรือชามอลูมเิ นยี มเจาะรู 1.2 งบประมาณในการจัดซอื้ วัสดุอปุ กรณ์ วสั ดอุ ปุ กรณ์ท่ีใช้ในการแปรรปู สมุนไพร จานวน 5 ชนิด สว่ นใหญจ่ ะใช้อุปกรณ์รว่ มกัน โดย ราคาจะขนึ้ อยู่กบั คุณภาพของวสั ดุ งบประมาณในการจดั ซื้อวสั ดุอปุ กรณ์ ดังนี้ 1. เตา + แกส็ = 1,450 บาท 2. กะละมงั 5 ใบ = 500 บาท 3. ขนั น้าพลาสตกิ 1 ใบ =8 บาท 4. ไมพ้ าย 1 อนั = 80 บาท 5. มีดตดั 1 อนั = 20 บาท 6. กระทะกวน 1 ใบ = 350 บาท 7. กระทะทองเหลือง 1 ใบ = 300 บาท 8. กระชอน 1 อัน = 60 บาท 9. ชอ้ นคน 1 อัน = 20 บาท 10. เชือก = 190 บาท สรปุ ราคาอปุ กรณโ์ ดยประมาณ 2,978 บาท 1.3 สถานที่จาหน่ายวัสดุอุปกรณ์ ร้านอุปกรณเ์ ครื่องครัว , ตลาดสด ในการซ้อื วัสดุอุปกรณ์ควรพิจารณาสอบถามราคาจากรา้ นค้าต่างๆ เพอ่ื เปรียบเทยี บราคาของสินคา้ ซ่งึ จะได้ซื้อสนิ ค้าในราคาท่คี ุ้มทุน
11 2. การทาสบสู่ มนุ ไพร สบ่สู มุนไพร สว่ นผสม 1. กลเี ซอรีน 2. สมนุ ไพรท่เี ลือกเปน็ สว่ นผสม 3. หวั นา้ หอม 4. สี 5. นา้ ผง้ึ วธิ ที า 1 นากลเี ซอรนี มาหันเปน็ ชิน้ เลก็ ๆ 2 นาหมอ้ ใส่นา้ แลว้ ต้งั ไฟอ่อนๆตามด้วยภาชนะใส่ลงไป โดนจะไม่ละลายกรเี ซอรีนโดยตรงเพราะจะทาใหก้ รี เซอรนี นั้นไหม้เหลือง
12 3 ใส่กรีเซอรีนลงภาชนะคนเรื่อยๆใหก้ ลีเซอรีนคอ่ ยๆละลายตามดว้ ยสมุนไพรที่เตรียมไว้ สี หัวนา้ หอม น้าผึง้ ลงไป คนให้เข้ากัน 4 เม่อื สว่ นผสมเขา้ กันแลว้ นาแม่พิมพม์ าทาวาสลีนเพื่อใหส้ บู่นั้นแกะออกจากแม่พิมพ์ง่ายไม่ติด แล้วค่อยเทสบู่ ลงในแมพ่ ิมพเ์ บาๆ เทใหเ้ บาท่ีสุด เพื่อไม่ให้สบู่เกิดฟอง 5 จากนน้ั ทิง้ สบู่ไว้ใหแ้ ข็งตวั ประมาณ 30นาที 6 เมอื่ สบ่แู ข็งตวั แลว้ ค่อยๆแกะสบู่ออกจากแมพ่ ิมพ์ แล้วนาไปห่อพลาสติกแตง่ บรรจภุ ณั ฑต์ ามต้องการ แคน่ ี้ สบสู่ มุนไพรเปน็ อนั เสร็จ
13 ยาหม่องสมนุ ไพร สว่ นผสม 1. พาราฟินแข็ง วาสลนิ 30 กรัม 2. ลาโนลนิ 5 กรมั 3. นา้ มนั ระกา เมนทอล การบรู 70 กรัม 4. น้ามนั สะระแหน่ 2 กรัม 5. น้ามันไพล 10% w/w ของตารบั วิธที ายาหม่องสมุนไพร 1. นาพาราฟินขาว วาสลินแขง็ มาหลอมละลายใหเ้ ป็นเนื้อเดยี วกนั 2. ช่งั เมนทอล 20 กรัม การบูร 20 กรัม น้ามันระกา 30 กรัม นาเมนทอลและการบูรผสมรวมกนั รอจนละลาย เป็นเนือ้ เดียวกัน แล้วนามาผสมกับนา้ มนั ระกาทเี่ ตรียมไว้
14 3. จากนน้ั นาสว่ นผสมในขอ้ ที่ 2 ผสมลงไปในสว่ นผสมข้อที่ 1 จนเป็นเน้อื เดยี วกนั 4. เตมิ นา้ มันไพล นา้ มันสะระแหน่ คนใหเ้ ขา้ กนั แลว้ เทใสข่ วด
15 การทายาดมสมนุ ไพร ส่วนผสม 1. เมนทอล 2 ช้อนโตะ๊ 2. การบรู 2 ชอ้ นชา 3. พิมเสน 4 ชอ้ นชา 4. น้ามนั ยคู าลปิ ตสั 1 ชอ้ นชา 5. หลอดยาดม 6. ไสย้ าดม 7. รสกล่ิน วธิ ที า 1. นาพมิ เสน การบูร เมนทอล มาผสมกัน 2. คนให้เขา้ กนั จนกวา่ จะละลาย 3. เมอื่ ละลายแลว้ ให้ใส่นา้ มันยคู าลิปตัส
16 4. ใสก่ ลิ่นได้ตามใจชอบเลยค่ะ 5. นาไสย้ าดมไปแช่ในสว่ นผสม แชไ่ วป้ ระมาณ 1 คนื 6. นาไส้ยาดมใสบ่ รรจภุ ณั ฑ์
17 การทาลูกประคบสมนุ ไพร ส่วนผสม 1. ผา้ ขา้ วม้า สาหรับห่อลกู ประคบ 2 ผนื 2. เชอื ก หรือ หนังยาง 3. ตัวยาทใ่ี ช้ทาลกู ประคบ 4. หมอ้ สาหรบั น่งึ ลูกประคบ 5. จานหรอื ชามอลมู เิ นียมเจาะรู (เพ่ือให้ไอนา้ ผา่ นได)้ รองลกู ประคบ วิธที า 1.ลา้ งสมนุ ไพรให้สะอาด ห่นั เป็นชน้ิ เลก็ ๆโขลกพอเเหลกใส่เกลือ พิมเสน การบูร คลุกให้เข้ากนั เเบง่ เปน็ 2-3 ส่วน 2.นาส่วนทัง้ หมดมาวางตรงกลางของผา้ เริ่มตน้ จบั มมุ ผา้ ทีละ 2 มุม ขึ้นมาทบกนั จับจนครบท้งั 4 มมุ ใหร้ วบ มมุ ผ้าท่ีละมุม อีกคร้งั หนึ่งจนครบอกี ทั้ง 4 มุม
18 3. แตง่ ชายผ้าใหเ้ รียบรอ้ ย ซ้อนกันเป็นชายเดียวจากน้นั ค่อย ๆจดั แต่งลูกประคบให้เป็นรูปทรงกลมท่ีสวยงาม มดั ดว้ ยเชือกท่ีทาเปน็ หว่ งคล้อง แล้วมดั ปมให้แน่น 4. การทาด้ามจบั โดยการจบั ชายผา้ ท่เี หลอื มาซ้อนกันให้เรียบรอ้ ย เสร็จแล้วพับเข้าหากันเพ่อื เกบ็ ซ่อนชายผา้ ทัง้ สองดา้ น 5. การทาดา้ มจับ โดยการจับชายผ้าที่เหลือมาซ้อนกันใหเ้ รียบรอ้ ย เสรจ็ แล้วพับเข้าหากันเพอ่ื เกบ็ ซ่อนชายผ้า ทัง้ สองดา้ น
19 6. ซอ่ นปลายเชือกไว้ในซอกผ้าตรงรอยพับท่เี ปน็ ดา้ มจับ และเพ่ือให้ลกู ประคบมีความแขง็ แรงสวยงาม คงทน ต่อการใช้งาน การทาเช่นนี้จะทาใหเ้ ชอื กเรยี งกันดูสวยงามและเปน็ ระเบียบ
20 ใบความรู้ เร่อื งท่ี 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการแปรรปู สมนุ ไพรเพ่อื สุขภาพ 1. การเลือกทาเลท่ตี ง้ั ร้าน 1.1 ความสาคญั ของการเลือกท่ตี ้งั การตัดสินใจเลือกทาเลท่ีต้ังเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เนื่องจากมีผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อความได้เปรียบในเชิงแขง่ ขันทางธรุ กจิ และจะมผี ลต่อความสาเรจ็ ของธุรกจิ ซง่ึ ผู้ประกอบการตอ้ ง พจิ ารณาถงึ กลยุทธท์ ีต่ งั้ ของธรุ กิจท่ีมคี วามสาคัญต่อการดาเนนิ งาน 2 กลยุทธ์สาคญั ไดแ้ ก่ 1. กลยทุ ธ์ท่ีต้ังตามพ้ืนท่ี เป็นแนวทางในการกาหนดให้ ท่ีตัง้ แต่ละแห่งรับผิดชอบพื้นที่แต่ละส่วนโดย ต้องผลิตสินค้าและบริการทุกอย่างสาหรับพื้นท่ีนั้นๆ ซึ่งธุรกิจที่เลือกใช้กลยุทธ์ท่ีต้ังตามพ้ืนท่ีมักเป็นธุรกิจค้า ปลกี หรอื บริการ 2. กลยทุ ธ์ที่ตั้งตามผลิตภัณฑ์ เป็นแนวทางในการกาหนดให้ท่ีตง้ั หน่ึงแห่งทาการผลิตสินคา้ เพียงหน่ึง อย่าง โดยยึดหลักของความสาคัญของวัตถดุ บิ ท่ีมีในพืน้ ที่ 1.2 หลักเกณฑ์ในการเลอื กทาเลท่ตี ัง้ การตัดสินใจเลอื กทาเลท่ีตงั้ เป็นกระบวนการท่ีมีความสลับซับซ้อนมากขึน้ เม่ือโลกก้าวเข้าสูย่ ุคโลกาภิ วัตน์ อีกท้ังธุรกิจขนาดย่อมจานวนมากได้มีการเติบโตขึ้นและได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังน้ันผู้ประกอบการ ควรพจิ ารณาถึงความจาเปน็ ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงสาหรับกจิ การควบคกู่ นั ไปในแตล่ ะสถานการณ์ ดงั นี้ 1. ความพึงพอใจส่วนบุคคล โดยท่ีผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมักจะพิจารณาตั้งกิจการของตนเองใน ชุมชนท่ีตนอาศัยอยู่เป็นทาเลในการประกอบการ อย่างไรก็ตามในแง่ของการดาเนินธุรกิจไม่ได้หมายความว่า จะมีเพียงพ้ืนท่ีซึ่งตนเองมีความเคยชินเท่านั้นท่ีเหมาะสมต่อการตั้งกิจการ เพราะผู้ประกอบการธุรกิจสามารถ ใช้ประโยชน์ในด้านตา่ ง ๆ จากสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ส่วนตัว การได้รับความเชื่อถอื หรือ การยอมรับจากสังคม และอาศัยประโยชน์จากความคุ้นเคย ความสามารถในการอ้างอิงกับบุคคลต่าง ๆ ภายในชมุ ชนที่เกย่ี วข้องกับกิจการของตนมากขนึ้ 2. ความได้เปรียบด้านต้นทุน โดยเฉพาะค่าแรงหรอื ค่าวัตถุดิบในพื้นท่ี ที่มีต้นทุนในการดาเนินธุรกิจ ตา่ ซ่ึงสิ่งเหลา่ นีส้ ะทอ้ นถึงคา่ ใช้จ่ายในการลงทนุ ในชว่ งเริม่ ต้นของกจิ การ ทจ่ี ะช่วยลดตน้ ทุนการผลิตใหต้ า่ ลง 3. ความสามารถในการจัดการทรัพยากร เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงคา่ ใช้จ่ายในการดาเนินงานทั้งใน ระยะส้ันและระยะยาว เน่ืองจากทักษะ ประสบการณ์ของแรงงานจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับผลิตผลและ คุณภาพในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ ความยั่งยืนของแรงงานในท้องถ่ินมีผลกระทบต่ออัตราค่าจ้าง ซ่ึง ถือเป็นต้นทุนท่ีสาคัญ ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องคานึงถึงอยู่เสมอ อีกท้ังแหล่งที่ตงั้ ต้องมีความใกล้ชิดกับวัตถุดิบ และความสามารถในการขนส่งทธี่ ุรกิจต้องมกี ารบริหารจดั การอย่างมปี ระสิทธภิ าพ 4. การเข้าถงึ ลูกค้า ธุรกจิ ขนาดย่อมยุคปัจจบุ ันต้องให้ความสาคัญผันแปรแหล่งที่ต้ังของธุรกิจไปตาม ประเภทของกิจการ เช่น ธุรกิจค้าปลีกและบริการ ต้องมีรายละเอียดของสถานท่ีแสดงสินค้า บริการและ รูปแบบ ดังน้ัน การเลือกทาเลท่ีตั้งต้องใกล้ชิดกับลูกค้าและอานวยความสะดวกต่อการเข้ามาติดต่อ และถือ เป็นปัจจัยท่มี ผี ลตอ่ ความสาเรจ็ ของกจิ การ ดังนั้น ในขั้นตอนแรกของเกณฑ์การเลือกทาเลท่ีตั้ง ผู้ประกอบการต้องตดั สินใจก่อนว่าจะเลอื กดาเนิน ธุรกิจในชุมชน หมายถึง จังหวัดหรืออาเภอ แล้วจึงทาการตัดสินใจข้ันสุดท้าย คือ การเลือกบริเวณท่ีต้ังจาก หลาย ๆ พนื้ ท่ภี ายในชมุ ชน ซ่ึงเป็นการระบุถงึ ตาแหนง่ ของท่ีตัง้ อย่างละเอียด
21 2. การจดั และตกแต่งหน้าร้าน ส่วนใหญร่ ้านขายสนิ คา้ มักจะมผี ขู้ าย ซึง่ เปน็ เจา้ ของกจิ การเอง หรอื บางรา้ นอาจมีการจ้างพนักงาน ขายของโดยเฉพาะเพือ่ ทาหน้าท่เี อาใจใส่คอยแนะนาให้คาอธบิ ายต่างๆ แก่ลกู คา้ หากเป็นร้านขนาดใหญม่ ี สนิ ค้าหลายชนิดยอ่ มทาใหต้ ้องมพี นักงานขายจานวนมาก การจัดตกแต่งร้านคา้ มีความสาคญั ต้องคานงึ ถึงส่งิ ต่อไปน้ี 1. แสงสว่างภายในร้าน ควรจัดร้านให้มีความสว่างท่ัวทั้งร้านจากแสงไฟฟ้าที่ร้านได้ติดเอาไว้ แสง สว่างธรรมชาติมักไม่เพียงพอและแสงแดดมักทาความเสยี หายให้แก่สินคา้ การใช้แสงไฟฟ้าแมจ้ ะมีคา่ ใช้จ่ายสูง แต่ก็จูงใจลูกค้าให้เข้ามาซ้ือสินค้าได้มากกว่าร้านท่ีดูมืดสลัว มุมห้องมืดๆ ก่อนตัดสินใจเรื่องแสงสว่างควรรู้ว่า คา่ ไฟฟา้ จะเป็นสกั เทา่ ใด และใช้ไฟฟ้ากี่ดวงถงึ จะคุม้ คา่ กับการขายสินคา้ ดว้ ย 2. การตกแต่งสภี ายนอกและภายในร้าน นอกจากการทาสีรา้ นค้าให้สดใสสว่าง สวยงามแลว้ สีของ หบี ห่อและตัวสนิ ค้าก็สามารถนามาตกแต่งใหร้ ้านคา้ ดูดีขน้ึ จะต้องใหผ้ ูค้ นเหน็ สินคา้ ชดั เจนและสวยงาม 3. การจัดหมวดหมู่ของขนม ขนมที่มลี ักษณะใกล้เคยี งกันหรือขนมทีใ่ ชร้ ับประทานร่วมกันจะต้อง จัดวางไวด้ ้วยกัน เช่น ขนมหม้อแกงวางใกล้กับขนมตะโก้ ขา้ วเหนยี ววางใกล้กับสงั ขยา เป็นต้น 4. การตดิ ป้ายราคาสินคา้ การติดป้ายบอกราคาขนมใหช้ ัดเจนพอทีล่ กู คา้ จะอา่ นได้ เป็นการให้ ความสะดวกกับลูกค้าในการตัดสนิ ใจ การจัดวางสนิ ค้า มคี วามสาคัญต่อการจูงใจลูกค้าให้เลือกซือ้ สนิ คา้ เพ่ือใหส้ ะดวกและเกดิ ความพึง พอใจควรคานงึ ถงึ ส่งิ ต่อไปน้ี 1. ความพึงพอใจของลกู ค้า 2. จดั สินคา้ ไว้ในบริเวณทีเ่ ราจะขาย 3. จัดสินค้าไว้ในระดบั สายตาใหม้ ากทส่ี ดุ 4. จัดสินค้าดา้ นหน้าบนชั้นใหเ้ ตม็ อยู่เสมอ 5. ชนั้ ปรับระดับไดต้ ามขนาดของสินค้าจะเปน็ การดี 6. การใช้กล่องหนุนสนิ ค้าให้ดูงดงามแมจ้ ะมีสินค้าไม่มากนกั 7. ความเป็นระเบยี บเรียบร้อย 8. สนิ ค้ามากอ่ นต้องขายก่อน เราตอ้ งขายสินค้าเก่าก่อนสินคา้ ใหม่เสมอพยายามวางสินค้ามาก่อนไว้ แถวหน้าเสมอ ควรทาสินค้าท่ีมาก่อนใหด้ ูสดใสสะอาดเหมอื นสินคา้ ใหม่ 3. การคิดราคาต้นทุนและการวิเคราะห์จดุ คมุ้ ทุน 3.1 การคดิ ราคาตน้ ทุน 1. ราคาวตั ถดุ บิ ทัง้ หมด 2. 35 - 50 % ของราคาวตั ถุดบิ เปน็ คา่ แรงและเชื้อเพลิง (แลว้ แตค่ วามยากงา่ ย และข้ันตอนในการทา) 3. 10% ของราคาวัตถุดิบรวมกบั คา่ แรงและเชอ้ื เพลงิ เป็นคา่ เสยี หายอน่ื ๆ (ของเหลอื ของทิง้ ) นา 1 + 2 + 3 เทา่ กบั ต้นทนุ สทุ ธิ การคิดกาไร การคิดกาไรตามหลักการทาธุรกิจ สว่ นใหญ่ควรบวกกาไรที่ 30 - 40 % จากราคาตน้ ทนุ สุทธิ
22 3.2 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ในการประกอบธรุ กจิ จะต้องคานึงถึงระยะเวลาในการคนื ทนุ โดยสามารถคานวณไดจ้ าก ระยะเวลาคืนทุน = เงนิ ลงทนุ หาร กาไรสุทธิตอ่ เดือน = 5,000 / 1,000 = 5 เดือนจึงจะคืนทนุ 4. การขาย การขาย คอื กระบวนการท้ังทางตรงและทางอ้อมของการจูงใจให้ผู้ซ้อื สินค้า หรอื บรกิ ารยินยอม กระทาส่งิ ใดสงิ่ หน่ึงซ่ึงจะทาใหเ้ กิดประโยชน์ทางดา้ นการค้าแก่ผู้ขาย เมื่อผ้ผู ลติ สนิ ค้าไปสูผ่ ู้บริโภค มสี ิง่ ทค่ี วร พจิ ารณา ดังนี้ 1. การหาตลาด ควรคานึงถึงความต้องการของตลาดว่า มีมากน้อยเพียงใด โดยใช้วิธีสังเกต สอบถามกับคนรู้จัก เพ่ือนบ้าน และผู้ซ้ือ กระแสการบริโภคของลูกค้านิยมวุ้นรสชาติแบบไหน รูปแบบของวุ้น ให้มีลักษณะโดดเด่นอย่างไร ต้องการซื้อเป็นของขวัญของฝากหรือรับประทานในครอบครัว ตลาดควรเป็น ตลาดที่มีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เช่น ตลาดนัด ตลาดคลองถม เป็นต้น ทั้งนี้เพ่ือจะได้ตรงตามความ ต้องการของตลาด 2. วิธีการจาหน่าย เม่ือผู้ผลิตลงทุนผลิตสินค้าข้ึนมา ก็เพ่ือนาสินค้าออกสู่ตลาด ถ้าผู้ผลิต สามารถเลือกช่องทาง ลู่ทางจาหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้อง สินค้าก็จะเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ซ่ึงอาจเป็นการ จาหนา่ ยจากผผู้ ลิตถงึ ลูกค้าโดยตรงด้วยการจัดหาสถานที่สาหรับจาหนา่ ยสินค้า ท่ีเป็นหลกั แหล่ง มีการจัดวาง สินค้าท่ีสามารถนาเสนอสนิ ค้าให้ดูสวยงามหรือเป็นผู้ผลิตให้พ่อค้าคนกลางมารบั ซ้ือไปขายให้กับผบู้ รโิ ภคอีกต่อ หนึง่ เพอ่ื จาหนา่ ยสินคา้ ไดอ้ ยา่ งทั่วถงึ 3. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ถือเป็นส่ิงสาคัญท่ีจะทาให้ผู้ซ้ือหรือลูกค้ารู้จัก เกิดความต้องการ ท่จี ะซื้อ เป็นวิธกี ารโน้มน้าวผู้ซ้ือที่สาคัญ การโฆษณาประชาสัมพันธ์มีหลายวธิ ี เช่น ใช้วธิ ีบอกปากต่อปาก การ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้า การออกร้านตามงานเทศกาลต่าง ๆ ของอาเภอหรือจังหวัด การ ประชาสัมพันธ์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสิ่งที่เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อย่างหน่ึง ก็คือ คุณภาพสินค้า เม่ือผู้ซ้ือ หรือลูกค้าได้ซื้อสินค้าไปรบั ประทาน มีรสชาติดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ไป เอง 5. การส่งเสริมการขาย วัตถุประสงค์สาคัญในการจัดทาการส่งเสริมการขายนั้นก็เพ่ือ เป็นการกระตุ้นยอดขายของกิจการ และ การแนะนาสนิ ค้าส่ลู ูกค้า ทง้ั น้ียังสืบเนื่องกับ ความพึงพอใจที่ดขี องลูกค้า ในการบริโภคหรืออุปโภคสินค้า เพื่อการสร้างเครือข่ายความเป็นไปได้ ในการเลือกบริโภคหรืออุปโภคสินค้าน้ันๆ อย่างต่อเน่ือง ประกอบกับ การแนะนาสินค้าโดยอาศัยช่องทางแบบปากต่อปากหรือเพื่อนสู่เพื่อนต่อไป สรุป \"การส่งเสริมการขายคือการสนับสนุนการสร้างราคาสินค้าเฉพาะเจาะจง/การสร้างมูลค่าตรา สนิ ค้า กลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่นิยมนามาใช้ในการทาตลาดในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ข้ึนอยู่กับ วัตถุประสงค์ของผู้ประกอบการ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกนามาใช้ให้เหมาะกับสินค้า เช่น การส่งเสริม การขายท่ีมุ่งสู่ลูกค้าโดยตรง เพื่อต้องการให้ลูกค้าซ้ือสินค้ามากขึ้น ผู้ประกอบการก็อาจเลือกใช้วิธีการให้ชิม สินค้า การแจกของตัวอย่าง การให้คูปอง ฯลฯ แต่หากต้องการส่งเสริมการขายโดยมุ่งไปท่ีตัวแทนจาหน่ายท่ี
23 เป็นคนกลาง เพื่อให้บุคคลเหล่านี้กระจายสินค้าไปยังลูกค้าได้มากขึ้น ก็สามารถนาวิธีการส่งเสริมการขายใน ลักษณะให้ส่วนลดสินค้า การแถมสินค้า การกาหนดเป้าในการซื้อสินค้า การให้ของขวัญพิเศษ มาใช้เป็น แรงจงู ใจ การใช้คูปอง (Coupon) เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการขายท่ีนิยมใช้แพร่หลายวิธีหน่ึง เพราะวิธีนี้ ลูกค้าที่ได้รับจะถือว่าเป็นการให้ส่วนลดอย่างหน่ึง วิธีน้ีจะทาให้เกิดแรงจูงใจในการซื้อสินค้ามากข้ึน เพราะได้ ราคาถูก โดยอาจทาให้ลูกค้าที่เคยซ้ือสินค้าอยู่แล้ว มีความต้องการสินค้าเพิ่ม หรืออาจได้ลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามา เพราะมองวา่ เป็นราคาพเิ ศษได้ การใช้แสตมป์การค้า การส่งเสรมิ การขายวิธีนี้ จะกระตุ้นให้ลูกค้าเกดิ การซื้อซ้าได้ โดยลูกค้าอาจเกิด ความต้องการสะสมแสตมป์ไว้แลกของท่ีต้องการ ทาให้ผู้ประกอบการสามารถขายของได้มากข้ึน และอาจมี ลูกค้าประจากลุ่มหนึ่ง โดยผู้ประกอบการสามารถกาหนดเง่ือนไขสินค้าท่ีลูกค้าสามารถแลกซื้อได้ตามความ เหมาะสม การลดราคาสินค้า การส่งเสริมการขายด้วยการลดราคาสินค้า เพ่ือจูงใจให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าใน ช่วงเวลาน้ัน ซ่ึงผู้ประกอบการสามารถนาอาหารไทยท่ีต้องการมาจัดรายการพิเศษตามช่วงเวลา หรือวัน ให้ ลกู คา้ ได้เลอื กซ้อื ได้ อย่างไรก็ตามก่อนท่ีผู้ประกอบการจะเลือกใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายวิธีใด ต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อม หลายประการ เช่น ลักษณะของตลาด กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อายุ อาชีพ สถานะภาพของกลุ่มลูกค้า ลักษณะ ของผลิตภัณฑ์ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทจะมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน รวมท้ังวงจรชีวิตของ ผลิตภัณฑ์ ราคาจาหน่าย และส่ิงสาคัญคืองบประมาณ เพราะการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในแต่ละครั้ง ผปู้ ระกอบการต้องมีเงินทุนพอสมควร ซ่ึงผู้ประกอบการต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้เกิดประโยชน์ สงู สดุ 6. การทาบัญชรี า้ นคา้ อยา่ งงา่ ย การบัญชี คือ การจดบันทึกรายการค้าต่างๆ ท่ีเกยี่ วกับการรับ-จ่ายเงิน และส่ิงที่มีค่าเป็นเงนิ ไว้ใน สมุดบัญชีอย่างสม่าเสมอ เป็นระเบียบถูกต้องตามหลักการ และสามารถแสดงผลการดาเนินงานและฐานะ การเงนิ ของกจิ การในระยะเวลาหน่งึ ได้ การบันทึกรายการและตัวเลข ในรายรับ – รายจ่ายของร้านค้า ถือเป็นส่วนหนึ่งท่ีทาให้ ผู้ประกอบการค้าสามารถทราบสภาพการค้าของตนเอง ว่าผลการประกอบการน้ันได้กาไรหรือขาดทุน และ สามารถนารายการที่บันทึกมาพิจารณาได้ว่ามีจุดบกพร่องในส่วนใด และเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าควรจะ ปรบั ปรงุ ให้ดีข้ึนอยา่ งไร ประโยชน์ของการทาบัญชีร้านคา้ อย่างงา่ ย 1. ทาให้เจา้ ของกิจการสามารถควบคุมและดูแลรกั ษาทรพั ยากรของกิจการที่มีอยู่ไม่ใหเ้ กิดการ สูญหายได้ 2. ทาใหผ้ ู้เป็นเจ้าของกิจการสามารถท่จี ะได้รับข้อมลู ท่ีเพยี งพอเพ่ือนามาใชใ้ นการบริหารงานให้ มีประสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ข้นึ 3. ทาให้เจ้าของกจิ การไดท้ ราบถึงผลการดาเนินงาน ฐานะการเงิน และการเปลี่ยนแปลงฐานะ การเงนิ ของกจิ การได้เป็นระยะ ๆ
24 4. การทาบัญชีเปน็ การรวบรวมสถติ ิอยา่ งหน่ึงท่ีชว่ ยในการบริหารงาน และใหข้ ้อมลู อนั เปน็ ประโยชนใ์ นการวางแผนการดาเนนิ งาน และควบคมุ กิจการใหป้ ระสบผลสาเร็จตามความมุ่งหมาย 5. ทาใหบ้ ุคคลภายนอก เชน่ เจ้าหน้ี ผู้ลงทนุ เป็นตน้ มขี ้อมลู ทางการเงนิ เพ่อื นาไปใช้ในการ ตดั สินใจได้
25 ใบความรู้ เรือ่ งที่ 4 โครงการประกอบอาชพี การแปรรูปสมนุ ไพรเพื่อสขุ ภาพ โครงการอาชีพ เป็นแผนงานหรอื เคา้ โครงของกจิ กรรม งานอาชีพ โดยมกี ารกาหนดรายละเอียดที่ตอ้ ง ปฏบิ ัติอย่างมรี ะบบ มคี วามต่อเนือ่ งอยา่ งชดั เจนไวล้ ่วงหน้าวา่ จะทาอะไร อย่างไร เม่ือใด ทีใ่ ด และโดยใคร รวมทงั้ การพิจารณาการใช้ทรพั ยากรในการดาเนนิ งานอาชีพ ความคาดหวังท่จี ะได้ผลตอบแทนอยา่ งค้มุ ค่า การดาเนินงานอาชีพให้ประสบความสาเร็จ การเขียนโครงการอาชีพ จึงเป็นส่วนงานที่สาคัญ เพราะการเขียนโครงการอาชพี จะช่วยให้การดาเนนิ งานอาชพี สามารถดาเนนิ งานได้อย่างตอ่ เนื่องและเป็น ระบบ มีประสิทธภิ าพโดยใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจากัดให้คุ้มค่า สามารถควบคุม กากับ และตรวจสอบ ขั้นตอนการดาเนินงาน ผลการดาเนินงานอาชีพได้ ทาให้เกิดความม่ันใจในการบริหารงาน ช่วยให้ความ ผดิ พลาดในการทางานน้อยลง อกี ท้ังยังช่วยลดการทางานทซี่ า้ ซ้อน และช่วยควบคมุ สภาพแวดล้อมในการ ทางาน เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายท่ีกาหนดข้ึน ภายในระยะเวลาทกี่ าหนดและภายในทรัพยากร ทม่ี ี อยู่ นอกจากประโยชนข์ องโครงการอาชีพ ทม่ี ีผลต่อการบรหิ ารจัดการงานอาชีพด้งกล่าวแลว้ โครงการ อาชพี ยังมีประโยชน์ต่อการนาโครงการไปเสนอขอรับการสนับสนนุ งบประมาณจากหนว่ ยงาน สถานบนั การเงินที่ สง่ เสริมการดาเนนิ งานอาชีพอกี ด้วย ดงั น้ัน การเขียนโครงการอาชีพจงึ ต้องมีวธิ ี การเขียนโครงการทด่ี จี ะ ตอ้ ง บรรยายสภาพและความจาเป็น ของสถานการณ์ท่ที าให้เกิดโครงการอาชีพ มีการกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ท่ีชัดเจน ระบุรายการกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นไปได้ในการดาเนินงานอาชีพเพ่ือท่ีจะให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดไว้ มี แนวทางและวิธีการประเมินผล เพ่ือให้รู้ถึงความสาเรจ็ ของการดาเนนิ การอาชีพ ดงั น้นั การจดั ทาโครงการอาชีพ จึงมคี วามจาเปน็ ท่ี ผ้เู รยี นตามหลกั สตู รการจัดการศึกษาอาชีพ เพ่อื การมงี านทา ต้องศึกษาเรียนรู้และฝกึ ปฏิบัติในการเขยี นโครงการอาชพี ใหด้ ี เหมาะสม และถูกตอ้ ง ความสาคัญของโครงการอาชีพ โครงการอาชีพ (PROJECT) หมายถงึ แผนงานที่จดั ทาข้ึนอยา่ งเป็นระบบ ประกอบดว้ ยกิจกรรม ยอ่ ยๆ หลายกจิ กรรม ท่ตี อ้ งใชท้ รพั ยากรในการดาเนนิ งานโดยคาดหวงั ผลงานทค่ี มุ้ ค่า มีประโยชน์ แสดงถึง ความสามารถทางความคดิ รเิ ร่ิม และสร้างสรรค์ในศาสตร์ของตน มีข้ันตอนในการดาเนนิ งาน หรือจดุ มุ่งหมายใน การดาเนนิ งานอย่างชัดเจน และสามารถนาเสนอผลงานได้อย่างมีระบบ (วีรวุธ มาฆะศิรานนท์, 2542 : 26 – 27 ) โดยมีหลกั สาคญั คือ - เปน็ งานที่เปดิ โอกาสให้สมาชิกในทีมงานทุกคน ไดร้ ่วมกนั ศึกษาค้นคว้า และลงมือปฎบิ ตั ิดว้ ย ตนเอง โดยอาศัยความรู้ ความสามารถที่ได้ศึกษามาเป็นองคป์ ระกอบในการดาเนนิ งานภายใน ระยะเวลาท่ีกาหนด - งานที่ต้องใช้ความสามารถ ( Competence ) และภมู ิปัญญา ( Knowledge / Wisdom ) รวมถึงทักษะ ( Skills ) จากหลายๆ คน มารวมกนั เพื่อให้เกดิ การพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาท่ี เกดิ ขนึ้ รวมถึงสถานการณท์ ี่ไม่ได้คาดคดิ ไว้กอ่ น - งานทม่ี คี วามซบั ซ้อนและเกีย่ วข้องกบั บุคคลหลายๆ ฝ่าย ประกอบดว้ ยกจิ กรรมหลายๆ กิจกรรม มาประสานกนั
26 - เปน็ งานทีม่ วี ตั ถุประสงค์และขอบเขตของงานอยา่ งชดั เจน ทั้งน้ีต้องมีกาหนดวนั ทเ่ี ริม่ ต้นและวันที่ สิน้ สุด - เป็นงานหรือกิจกรรมท่ีทาขึน้ เพอื่ หวังผลประโยชนต์ อบแทนทง้ั ทางตรงและทางอ้อม ทั้งนผ้ี ู้เรียน เปน็ ผ้วู างแผนการดาเนินงานต้ังแต่การศึกษาค้นคว้า การออกแบบ การประดิษฐ์ การทดลอง การเก็บ ข้อมูล ตลอดจนการแปลผล สรุปผล และเสนอผลงานดว้ ยตนเองภายใตก้ ารดูแล และให้ คาปรึกษาของผสู้ อน หรือ ผ้เู ช่ยี วชาญในเรอ่ื งนน้ั โครงการอาชีพด้านธุรกจิ หรอื บริการ ( Entrepreneurship Project) เปน็ โครงการทเี่ ก่ียวกับการฝึก และสร้างประสบการณเ์ พ่อื เตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการณ์ในอนาคต โครงการประเภทน้ีเหมาะ สาหรบั ผเู้ รียนทม่ี ีความคดิ สร้างสรรค์ในการหาข้อมลู หรอื ช่องทางในการดาเนินธุรกจิ มีบคุ ลิกภาพและความรู้ ความสามารถ ชอบงานบรหิ าร ขยนั อดทนต่อปญั หาต่างๆ ความหมายของโครงการ พจนานกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคาโครงการวา่ หมายถงึ \"แผนหรือ เค้าโครงการตามท่ีกะกาหนดไว\"้ โครงการเปน็ ส่วนประกอบสว่ นหนึ่งในการวางแผนพัฒนาซงึ่ ชว่ ยให้เหน็ ภาพ และ ทศิ ทางการพัฒนา ขอบเขตของการทส่ี ามารถตดิ ตามและประเมนิ ผลได้ โครงการเกิดจากลกั ษณะความพยายามทจ่ี ะจัดกจิ กรรม หรือดาเนนิ การใหบ้ รรจุวตั ถปุ ระสงค์ เพื่อ บรรเทาหรือลดหรอื ขจัดปญั หา และความต้องการท้งั ในสภาวการณป์ จั จบุ ันและอนาคต โครงการโดยทั่วไป สามารถแยกไดห้ ลายประเภท เชน่ โครงการเพ่ือสนองความต้องการ โครงการพฒั นาท่วั ๆไป โครงการตาม นโยบายเร่งดว่ น เป็นตน้ องคป์ ระกอบของโครงการอาชพี การวางแผนการปฏิบตั งิ าน และประมาณการโครงการ จะต้องจดั ทา เคา้ โครงของโครงการ อยา่ งรัดกุม และให้สามารถปฏิบัติได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ มีองคป์ ระกอบดงั นี้ 1. ชือ่ โครงการ ควรเป็นข้อความทกี่ ะทัดรัด ชดั เจน สือ่ ความหมายตรงกัน 2. ผ้จู ัดทาโครงการ รายช่อื ผู้เรียนหรือกลุ่มผ้เู รยี นท่ีทาโครงการนร้ี ่วมกัน และชอ่ื ครูท่ีปรึกษา 3. หลักการและเหตผุ ล แสดงถงึ ความจาเป็นหรือเหตุผลท่ีเลือกทาโครงการน้ี โดยควรจะกลา่ วถงึ ประเดน็ ต่อไปน้ี 3.1 สภาพทีเ่ ปน็ จริง ปญั หา เหตุการณ์ 3.2 สิง่ ท่ีควรจะเป็น สภาพทตี่ ้องการ ความมุง่ หวัง 3.3 สาเหตทุ ที่ าให้ไมเ่ ป็นไปตามความมุ่งหวงั 3.4 ถ้าเปน็ ปญั หา ปัญหานี้มีความรุนแรงเพยี งใด ถ้าปล่อยไว้จะเกดิ ผลเสยี อยา่ งใด 3.5 มีวิธแี ก้ไขอะไร ควรจะมีหลายๆ วิธี ทาไมจงึ เลอื กวิธีนี้ 3.6 ถา้ แก้ไข หรอื ดาเนินการแลว้ จะสง่ ผลดีอย่างไร 3.7 ประโยชน์ท่ไี ดจ้ ะคุม้ ค่าเพียงใด ฯลฯ 4. วัตถุประสงค์ ควรเปน็ จดุ มงุ่ หมายทีส่ ามารถวดั ไดอ้ ยา่ งเป็นรูปธรรม หรือกล่าวถงึ สิ่งทีต่ ้องการให้ เกดิ ขึน้ หลงั จากทาโครงการน้ีแลว้ โดยไมจ่ ากัดวิธที า 5. เป้าหมาย ควรระบเุ ป้าหมายใหช้ ัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้น กบั ใคร จานวนเท่าไรและคุณภาพของ สง่ิ นั้นจะเปน็ อยา่ งไร
27 6. แนวความคดิ ในการออกแบบโครงการ เขียนในลักษณะแผนภาพประกอบคาบรรยายหรือบอก หลักการ / ทฤษฏีทีใ่ ชใ้ นการทาโครงการ หรอื ทเี่ กยี่ วข้องโดยยอ่ ควรมีเอกสารอา้ งอิง 7. แหลง่ ความรู้ อาจจะเปน็ เอกสาร ตารา บุคคล หรือสถานท่ที ผ่ี ูเ้ รียนจะสามารถศึกษาหาความรู้ เพื่อให้การปฏบิ ัติโครงการนั้นบรรลุจดุ ม่งุ หมาย 8. งบประมาณและทรพั ยากร ควรระบรุ ายช่ือวัสดุอุปกรณ์ทีส่ าคญั แหลง่ ท่จี ะหาได้ ราคาจาหนา่ ย ในปัจจบุ นั และ รวมงบประมาณค่าใชจ้ า่ ยทั้งหมดให้ดูด้วย 9. วิธีดาเนินงาน ควรจะมลี าดบั ข้ันตอนที่ถูกต้อง เหมาะสม สมเหตสุ มผล เป็นไปตามกระบวนการ ของการทางานนั้นๆ กจิ กรรมตามวิธีดาเนนิ การจะต้องสอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดไว้ และแต่ละ ขน้ั ตอนของการดาเนินงานให้ระบุ วนั เดอื น ปี ที่จะทางานในแต่ละขน้ั ตอนด้วย 10. การติดตามและประเมินผล ให้ผูเ้ รยี นเขยี นวา่ จะประเมินผลอย่างไร ทจี่ ะให้ครูทีป่ รึกษาทราบ ความกา้ วหนา้ ของงาน เพื่อการปรบั ปรงุ แก้ไข 11. ระยะเวลาและสถานท่ดี าเนินการ 12. ผลทค่ี าดว่าจะได้รับ ให้ระบุผลทจี่ ะเกิดขึน้ เมอื่ เสรจ็ ส้ินโครงการ เปน็ ทั้งผลที่ไดร้ ับโดยตรงและผล พลอยได้ หรือผลกระทบจากโครงการท่ีเป็นผลในดา้ นดี ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ ับนีจ้ ะตอ้ งสอดคล้องกับจดุ ประสงค์ และเปา้ หมาย 13. การประมาณการโครงการ ( Project Estimating )เป็นการกาหนดรายละเอยี ดสาคัญสาหรบั การใช้ทรพั ยากรอยา่ งมีประสิทธภิ าพและสอดคล้องกับการวางแผนดาเนนิ งานของโครงการ เช่น ประมาณการ ด้านกาลงั คน ด้านระยะเวลา ด้านเครอื่ งมอื วัสดุ – อปุ กรณ์ และเงินงบประมาณตลอดโครงการ การประมาณการ โครงการ สามารถใช้เปน็ ขอ้ มูลสาหรับการเตรียมหาเงินทุนในการดาเนินการโครงการได้ ซง่ึ แหลง่ เงนิ ทนุ ของ การทาโครงการโดยท่วั ไปได้มาจาก 2 แหล่ง คือ แหล่งเงินทุนภายใน เช่น จากกลุ่มผู้ทาโครงการ จาก สถานศึกษา และแหล่งเงินทุนภายนอก เช่น สถานประกอบการ และ บุคคลที่สนใจ หรอื ได้ประโยชนจ์ าก การทาโครงการน้นั โดยผู้วางแผนโครงการควรต้องคานงึ ถงึ หลักสาคัญ 4 ประการ ได้แก่ 13.1 ความประหยัด ( Economy ) : การเสนองบประมาณโครงการจะต้องเปน็ ไปโดยมีความ ประหยัดกล่าวคือ ใชท้ ุนหรือทรัพยากรทุกชนดิ ตามสมควร แต่ผลของการดาเนินโครงการเปน็ ไปด้วยดี และมี คณุ ภาพ 13.2 ความมีประสิทธภิ าพ (Efficiency) : โครงการทุกโครงการจะต้องมคี ุณคา่ เป็นที่ยอมรบั และทุกคนมีความพึงพอใจในผลงานทเี่ กดิ ขึ้น 13.3 ความมีประสิทธผิ ล (Effectiveness) : โครงการทกุ โครงการจะต้องดาเนนิ งานเป็นไป ตามวตั ถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายทกี่ าหนดไว้ 13.4 ความยุติธรรม (Equity) : การจัดสรรทรัพยากรทกุ ชนิด หรอื การใช้จ่ายทรัพยากรจะต้อง เป็นไปตามเกณฑท์ ่ีไดก้ าหนดไว้ทัง้ นี้เพื่อให้ทกุ ฝา่ ยปฏิบตั งิ านได้อย่างต่อเนื่อง คล่องตวั และมปี ระสิทธภิ าพ สงู สุด 14. เสนอโครงการเพ่อื ขออนุมัติ เมือ่ วางแผนและเขียนเค้าโครงของโครงการ ซึ่งแสดงถงึ ความพร้อมในการดาเนินโครงการแล้ว ผูเ้ รียน ต้องร่วมกนั นาข้อมลู หรือรายละเอียดท่ไี ด้ศกึ ษามา พร้อมแผนการดาเนนิ งานนาเสนอต่ออาจารยท์ ี่ปรึกษา / คณะกรรมการโครงการ เพอื่ พิจารณาขออนุมัติดาเนินงานโครงการ
28 15. วิธีการนาเสนอโครงการ 15.1 ควรนาเสนออย่างเปน็ ข้ันเปน็ ตอน เปน็ ลาดบั ไม่วกวน 15.2 ควรเรม่ิ ตน้ โดยกลา่ วสรปุ ภาพรวมของทงั้ โครงการ ว่าเกย่ี วกับเร่ืองอะไร ใชง้ บประมาณและ เวลา 15.3 อย่างไร และที่สาคัญประโยชนท์ จ่ี ะได้รับจากโครงการนั้นมีอะไรบ้าง 15.4 สอ่ื ประกอบในการนาเสนอจะต้องชัดเจนและชวนให้ตดิ ตาม ในระหวา่ งการนาเสนอ ควรใช้คาพูดทีผ่ ู้ฟงั สามารถจะเขา้ ใจได้งา่ ยๆ พูดชัดถ้อยชัดคา กิรยิ า ทา่ ทางประกอบทเ่ี หมาะสม 15.5 ควรสรุปในตอนท้ายการนาเสนออีกคร้งั ว่าโครงการนม้ี ีทางเลอื กดาเนินการแบบใด ความคุ้มค่า อยทู่ ไ่ี หน ทรพั ยากรตา่ งๆ ท่ีจาเป็นตอ้ งใชจ้ ะมีอะไรและประโยชน์ท่ีจะได้รับเปน็ อยา่ งไร ในการเขยี นโครงการ ควรจะมขี ้ันตอนในการเขียนอย่างน้อยประกอบไปดว้ ย 1. ชอ่ื โครงการ 2. หลักการและเหตผุ ล 3. วตั ถปุ ระสงค์ 4. เป้าหมาย 5. วธิ ีดาเนินการ 6. ระยะเวลาดาเนินการ 7. งบประมาณ 8. ผูร้ ับผดิ ชอบโครงการ 9. หน่วยงานทใี่ ห้การสนบั สนนุ 10. การประเมนิ ผล 11. ผลประโยชนท์ ี่คาดว่าจะได้รบั ลกั ษณะของโครงการทด่ี ี 1. มรี ายละเอยี ด วตั ถุประสงค์ และเปา้ หมายท่ชี ดั เจน สามารถดาเนนิ งานได้ หรือมคี วามเปน็ ไปได้ 2. รายละเอียดของโครงการต้องเกยี่ วเนื่องสัมพันธก์ ัน กล่าวคือ วตั ถุประสงคต์ ้องสอดคลอ้ งกับปัญหา หรือหลักการ และ เหตุผล วิธีการดาเนินงานต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป็นต้น สามารถตอบคาถาม ได้ว่าทาอะไร ทาเพื่ออะไร ทาที่ไหน ทาเมื่อไร ทาอย่างไร ทาเท่าไหร่ ใครรับผดิ ชอบ และทากับใคร ใคร เป็นผูท้ ไี่ ดร้ บั ประโยชน์ 3. รายละเอียดของโครงการสามารถเขา้ ใจได้ง่าย และสามารถดาเนินการตามโครงการได้ 4. โครงการต้องกาหนดขึ้นจากข้อมูลท่มี ีความเปน็ จรงิ และ เปน็ ข้อมลู ท่ีไดร้ บั การวิเคราะหอ์ ยา่ ง รอบคอบแลว้ 5. มีระยะเวลาในการดาเนนิ งาน กล่าวคือ จะต้องระบุถงึ วนั เวลาทเี่ รม่ิ ตน้ และ วนั เวลาแลว้ เสร็จที่ แนช่ ัด 6. เป็นโครงการท่ีปฏบิ ตั ิได้และสามารถติดตามและประเมินผลได้
29 การวางแผนและการเขยี นโครงการ ความหมายของการวางแผน มผี ้ใู หค้ าจากัดความของการวางแผนไวห้ ลายลักษณะ เชน่ การวางแผน คือ การมองอนาคต การเล็งเห็นจดุ หมายท่ีตอ้ งการ การคาดปญั หาเหลา่ น้ันไว้ล่วงหน้าไวอ้ ย่างถูกต้อง ตลอดจนการหาทางแก้ไข ปัญหาต่างๆ เหลา่ นัน้ การวางแผน เป็นการใชค้ วามคิดมองจินตนาการตระเตรียมวิธกี ารต่างๆ เพื่อคัดเลอื กทางท่ดี ีทีส่ ดุ ทาง หน่งึ กาหนดเปา้ หมายและวางหมายกาหนดการกระทานั้น เพอื่ ใหส้ าเร็จลลุ ว่ งไปตามจดุ ประสงคท์ ต่ี ้ังไว้ การวางแผน เปน็ กจิ กรรมอยา่ งหนึง่ ทเี่ กี่ยวกับการกาหนดสง่ิ ท่จี ะกระทาในอนาคต การประเมนิ ผลของสิ่งที่ กาหนดว่าจะกระทาและกาหนดวิธีการท่จี ะนาไปใช้ในการปฏิบัติ ถ้าจะกลา่ วโดยสรุป การวางแผนก็คือการคดิ การหรือกะการไวล้ ่วงหนา้ ว่าจะทาอะไร ทาไม ทาท่ีไหน เมอ่ื ไร อย่างไร และใครทา การวางแผนจงึ เปน็ เร่ืองทีเ่ กย่ี วกับอนาคต การตดั สนิ ใจและการปฏิบัติ ความสาคัญของการวางแผน ถ้าจะเปรียบเทยี บระบบการศึกษากับคน การวางแผนก็เปรียบเสมอื นสมองของคน ซึ่งถา้ มองใน ลักษณะน้แี ล้ว การวางแผนก็มคี วามสาคัญไม่น้อยทีเดียว เพราะถ้าสมองไม่ทางานสว่ นอ่ืนๆของรา่ งกาย เชน่ แขน ขา ก็จะทาอะไรไม่ได้ หรือถ้าคนทางานไม่ใชส้ มอง คือทางานแบบไม่มีหัวคดิ ลองนึกภาพดูกแ็ ลว้ กันว่าจะ เปน็ อยา่ งไร คนทุกคนต้องใช้สมองจึงจะทางานได้ ระบบการศึกษาหรือการจัดการศึกษาก่็เช่นเดียวกัน ต้องมี การวางแผน คือ อย่างน้อยตอ้ งมีความคิด การเตรียมการว่าจะจดั การศกึ ษาเพื่ออะไร เพื่อใคร อยา่ งไร ประโยชน์ของการวางแผน 1. การวางแผนเป็นเครื่องชว่ ยให้มกี ารตัดสินใจอยา่ งมหี ลักเกณฑ์ เพราะไดม้ ีการศึกษาสภาพเดิมใน ปจั จบุ ันแลว้ กาหนดสภาพใหม่ในอนาคต ซ่งึ ได้แก่การตัง้ วัตถุประสงค์ หรือเป้าหมาย แลว้ หาลทู่ างทีจ่ ะทาให้ สาเร็จตามท่มี ุ่งหวัง นกั วางแผนมหี น้าที่จัดทารายละเอยี ดของงานจดั ลาดับความสาคญั พร้อมทัง้ ข้อเสนอแนะ ท่คี วรจะเปน็ ตา่ งๆ เพ่ือให้ผ้มู ีหน้าทตี่ ัดสนิ ใจพจิ ารณา 2. การวางแผนเปน็ ศนู ยก์ ลางประสานงานเชน่ ในการจดั การศกึ ษาเราสามารถใช้การวางแผนเพ่ือ ประสานงานการศึกษาทุกระดับและทุกสาขาใหส้ อดคล้องกนั ได้ 3. การวางแผนทาให้การปฏบิ ตั งิ านต่างๆเปน็ ไปโดยประหยัดมีประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล เพราะ การวางแผนเป็นการคิดและคาดการณ์ไว้ลว่ งหน้าและเสนอทางเลือกท่ีจะก่อให้เกิดผลท่ีดีท่สี ุด 4. การวางแผนเปน็ เคร่อื งมือในการควบคุมงานของนักบริหารเพอ่ื ติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงาน ของฝ่ายต่างๆใหเ้ ป็นไปตามนโยบายและเปา้ หมายทตี่ ้องการ ประเภทของแผน แบ่งตามระยะเวลา แบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. แผนพัฒนาระยะยาว (10 - 20 ปี) กาหนดเค้าโครงกวา้ งๆ ว่าประเทศชาติของเราจะมีทศิ ทางพฒั นา ไปอยา่ งไร ถา้ จะดึงเอารัฐธรรมนูญ และ/หรือแผนการศกึ ษาแห่งชาตมิ าเป็นแผนประเภทน้กี พ็ อไปได้ แต่ความ จรงิ แผนพฒั นาระยะยาวของเราไมม่ ี 2. แผนพฒั นาระยะกลาง (4 - 6 ปี) แบง่ ชว่ งของการพัฒนาออกเปน็ 4 ปี หรอื 5 ปี หรอื 6 ปี โดย คาดคะเนวา่ ในชว่ ง 4 - 6 ปี น้ี จะทาอะไรกันบ้าง จะมีโครงการพฒั นาอะไร จะงบประมาณใชท้ รพั ยากรมากน้อย เพยี งไร แผนดังกลา่ วได้แก่แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาตินน่ั เองในส่วนของการศึกษาก็มีแผนพัฒนา การศกึ ษาแห่งชาติ(ไมใ่ ชแ่ ผนการศกึ ษาแห่งชาติ)ในเรื่องของการเกษตรก็มีแผนพฒั นาเกษตร เปน็ ต้น 3. แผนพฒั นาประจาปี (1 ป)ี ความจรงิ ในการจัดทาแผนพัฒนาระยะกลาง เชน่ แผนพฒั นาการศึกษา ไดม้ กี ารกาหนดรายละเอียดไวเ้ ป็นรายปีอย่แู ล้ว แตเ่ นอื่ งจากการจัดทาแผนพัฒนาระยะกลางไดจ้ ัดทาไว้
30 ลว่ งหน้า ข้อมูลหรือความต้องการที่เขียนไว้อาจไม่สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงในปัจจุบัน จึงต้องจัดทา แผนพัฒนาประจาปีข้ึน นอกจากนั้น วิธีการงบประมาณของเราไม่ใช้แผนพัฒนาระยะกลางขอต้ังงบประมาณ ประจาปี เพราะมีรายละเอียดน้อยไป แตจ่ ะต้องใช้แผนพัฒนาประจาปี เป็นแผนขอเงิน 4. แผนปฏิบัตกิ ารประจาปี (1 ป)ี ในการขอต้งั งบประมาณตามแผนพฒั นาประจาปีในขอ้ 3 ปกติมัก ไม่ได้ตามท่ีกระทรวง ทบวง กรมต่างๆขอไป สานักงบประมาณหรือคณะกรรมาธกิ ารของรฐั สภามักจะตัด ยอดเงินงบประมาณทสี่ ่วนราชการต่างๆขอไปตามความเหมาะสมและจาเปน็ และสภาวการณ์การเงินงบประมาณของ ประเทศที่จะพึงมภี ายหลงั ทสี ว่ นราชการตา่ งๆ ได้รับงบประมาณจริงๆแลว้ จาเป็นทจี่ ะต้องปรบั แผนพัฒนา ประจาปีที่จดั ทาขึ้นเพอ่ื ขอเงินให้สอดคล้องกบั เงนิ ท่ีไดร้ บั อนุมัติ ซ่งึ เรยี กวา่ แผนปฏบิ ัติการประจาปีข้ึน แผนท่กี ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ นัน้ เปน็ แผนทใ่ี ชใ้ นหน่วยงานราชการท่วั ไป สาหรบั แผนทใี่ ช้ในวงการธรุ กิจ เรยี กว่า แผนธรุ กจิ หรือ Business Plan ซ่ึงเปน็ แผนการดาเนินงานของธรุ กิจ หรอื โครงการหน่งึ ๆ ท่จี ดั ทาข้ึนเพื่อ เปน็ แนวทางในการดาเนนิ ธุรกจิ ทง้ั ในระยะสั้น 1–3 ปี และในระยะยาว 3–5 ปี อันประกอบไปดว้ ยการ วเิ คราะห์ถงึ ผลกระทบตอ่ ธุรกิจท้ังทางด้านมหภาค (Macro Analysis) และจุลภาค (Micro Analysis) การ วเิ คราะห์ธุรกจิ ของโครงการในแงม่ ุมตา่ งๆ ทั้งทางด้านการตลาด ทางดา้ นการดาเนินงาน ทีมผู้บริหาร และ ทางด้านการเงนิ เพื่อเปน็ การประเมนิ ความเปน็ ไปได้ของโครงการ และเปน็ กรอบในการดาเนินธรุ กจิ แนว ทางการพฒั นาธรุ กิจในอนาคต การเขยี นแผนธุรกจิ เปน็ สิง่ สาคัญอยา่ งหน่ึงและเปน็ มาตรฐานในการทาธุรกจิ สมัยใหม่ แม้กระทั่ง การขอกเู้ งินหรือการขอสนิ เชื่อจากธนาคารเพ่ือนาเงินมาลงทนุ การขอเงินจาก Venture Capital หรือการใช้ เงินลงทุนของตนเองก็ดี เน่ืองจากจะทาให้เจ้าของกิจการ ผู้ร่วมธุรกิจ หรือธนาคารไดเ้ หน็ ภาพรวมของ โครงการ รวมถงึ การประเมนิ ความเปน็ ไปได้ของโครงการต่างๆ วา่ มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด จะให้ผล คุ้มทุนเมื่อใด มีความสามารถในการชาระหน้ีหรือไม่ ก่อนที่จะเร่ิมต้นลงทุนในโครงการน้ันๆ จริง โดยแผน ธุรกิจนอกจากจะเป็นการประเมินความเปน็ ไปไดข้ องโครงการแลว้ ยังเปน็ แผนงานและแผนควบคมุ การ ดาเนินงานของธรุ กิจน้ันๆ ได้อกี ทางหนง่ึ ลกั ษณะของแผนธรุ กิจท่ีดี ต้องประกอบดว้ ยสว่ นสาคัญดงั น้ี 1. บทสรุปผ้บู รหิ าร (Executive Summary) เพื่อให้ผบู้ ริหารหรือผพู้ ิจารณาแผน ได้ทราบภาพรวม ทง้ั หมดของโครงการ และผลตอบแทนท่ไี ดร้ ับจากการลงทุน 2. โครงสร้างอตุ สาหกรรมของบริษัท (Industry Analysis) บอกถงึ ภาพรวมของอุตสาหกรรมของ โครงการ วสิ ยั ทัศน์ ภารกจิ และวัตถุประสงค์ของโครงการ 3. การวเิ คราะห์ตลาด (Marketing Analysis) เปน็ การวิเคราะหถ์ งึ ปัจจยั ภายนอก ปัจจัยภายใน สภาพ การแข่งขันในตลาด การกาหนดตลาดเปา้ หมาย การวางตาแหนง่ ผลิตภณั ฑ์ พฤตกิ รรมผู้บริโภค และการ ประมาณการยอดขายสินค้าและบริการ 4. แผนการตลาด (Marketing Plan) การกาหนดกลยทุ ธท์ างการตลาด ทงั้ ทางดา้ นสินค้าและบริการ ราคา ช่องทางการจดั จาหน่าย การส่อื สารทางการตลาด การบรหิ ารการขาย และการรบั ประกนั สนิ คา้ และบริการ 5. แผนการพัฒนาในอนาคต (Improvement Plan) แผนงานการพัฒนาสนิ ค้าและบริการของ บรษิ ทั ในอนาคต 6. แผนการปฏบิ ัติงาน (Operation Plan) กลยทุ ธก์ ารดาเนนิ งาน สถานท่ีต้ัง แผนการดาเนินงาน
31 7. โครงสร้างองค์กร (Organization Plan) แผนผงั องค์กร ทมี งานหลกั ในการบรหิ าร และหนา้ ท่ี ความรับผดิ ชอบของหนว่ ยงานตา่ งๆ 8. ความสามารถในการทากาไรของธุรกจิ (Business Profit) นโยบายทางการเงนิ สมมติฐาน การเงิน งบกาไรขาดทนุ งบดุล งบกระแสเงินสด เงินลงทนุ และผลตอบแทน อัตราสว่ นทางการเงนิ การ วเิ คราะห์ความอ่อนไหวของผลการดาเนนิ งาน การวเิ คราะห์จดุ คมุ้ ทุน นอกจากน้สี ถานประกอบการหรือผูท้ าธุรกจิ จะต้องจัดทาแผนธรุ กิจแล้ว ยงั จะตอ้ งมีแผนอ่นื ๆ ประกอบการดาเนนิ งานธุรกิจของตนเองอกี ดว้ ย เพื่อสร้างความมน่ั ใจใหก้ ับตนเอง และแหลง่ เงนิ ทนุ แผน เหล่านนั้ ได้แก่ 1. แผนการดาเนินงาน (Gantt Chart) แผนภาพระยะเวลาของการดาเนนิ งานในชว่ งเวลาตา่ งๆ (Time Frame) 2. แผนการควบคุม (Controlling Plan) แผนควบคมุ การดาเนินการเพ่ือใหเ้ ปน็ ไปตามแผนงานท่วี าง ไว้ 3. แผนฉุกเฉิน (Emergency Plan) แผนสารองหากการดาเนินงานไม่เปน็ ไปตามแผนที่ไดว้ างไว้ หรอื แผนการแก้ไขปัญหาท่ีอาจจะเกิดข้ึนได้ในอนาคต
32 ตวั อยา่ ง รา่ งโครงการอาชพี 1. ช่ือโครงการอาชีพ 2. ชอ่ื ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ (ลงชอื่ ) 3. ทป่ี รกึ ษา 1. 2. 4. หลักการและเหตผุ ล. 5. วัตถุประสงค์ 6. เป้าหมาย ลักษณะเด่น ดา้ นปรมิ าณ 1. ดา้ นคณุ ภาพ 2. 3. 7. ขนั้ ตอนและแผนการดาเนินงาน การเตรียมการ การเตรียมสถานที่ การดาเนินงาน 8. ระยะเวลาดาเนนิ โครงการ 9. สถานทป่ี ระกอบการ 10. รูปแบบผลิตภัณฑ/์ บริการ ผลติ ภณั ฑ/์ บริการ 1. 2. 3.
33 11. การวางแผนบริหารจดั การ แผนการตลาด แผนการผลติ แหลง่ วตั ถดุ ิบ แผนบริหารจัดการ 12. ประมาณการตน้ ทุนการผลิตและการกาหนดราคาจัดจาหนา่ ย ผลติ ภัณฑ/์ บรกิ าร ต้นทุน ราคาขาย ราคาขายของคู่แข่ง (ถ้าม)ี 1. 1. 1. 1. 2. 2. 2. 2. 3. 3. 3. 3. 13. ประมาณการรายรบั และรายจ่ายในการประกอบอาชีพต่อเดือน รายรบั บาท ราคาจ่าย บาท จากยอดขาย คา่ เช่าสถานที่ จากรายได้อืน่ คา่ วตั ถุดิบ/วสั ดุเพื่อผลิต คา่ แรงงาน ค่าสาธารณปู โภค (คา่ น้า ค่าไฟ ค่า โทรศัพท์) ค่าใชจ้ า่ ยอื่น .... 14. ทรพั ยากร/งบประมาณ ทรพั ยากร งบประมาณ
34 15. แผนการปฏิบัติงาน กิจกรรมดาเนินงาน มค. กพ. มคี . เมย. พค. ปี พ.ศ. สค. กย. ตค. พย. ธค. หมายเหตุ มยิ . กค. 16. ผลทค่ี าดวา่ จะได้รบั 1) 2) 3) 17. ปญั หา / อปุ สรรค /ข้อเสนอแนะ 18. การประเมนิ ผล (ตนเองของผูเ้ รยี น) (ลงช่อื ) ผ้เู สนอโครงการ ( ... ) วนั ท่ี เดอื น พ.ศ. ความเหน็ ของอาจารยท์ ่ีปรึกษา อาจารยท์ ีป่ รึกษา ) (ลงช่ือ) พ.ศ. ( วันที่ เดอื น
35 ความเหน็ ของการตรวจสอบโครงการ (ลงช่ือ) ผวู้ ิเคราะห์โครงการ ( ) เดือน พ.ศ. วนั ที่ ( ) อนมุ ตั ใิ นหลกั การ ผลการพิจารณาโครงการ ( ) อนมุ ตั ใิ ห้ดาเนนิ การได้ ลงชื่อ...........................................ผวู้ ิเคราะห์โครงการ ( .........................................) ผอู้ านวยการ กศน. อาเภอ.....................................
36 ตัวอยา่ ง ร่างโครงการอาชพี 1. ชือ่ โครงการอาชีพ จาหน่ายอาหารสาเร็จรูป 2. ชอ่ื ผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ นางสาวอารียา ศิริมาลา 3. ที่ปรึกษา 1. นายรอบรู้ สอนดี 2. นางสมศรี ดพี รอ้ มจรงิ 4. หลกั การและเหตุผล อาหารเป็นสิ่งจาเป็นสาหรับทุกคน คนทุกคนต้องรับประทานอาหารทุกวัน โดยคนในชุมชนของส่วน ใหญ่ประกอบอาชีพนอกบ้าน ไม่มีเวลาในการประกอบอาหารเอง นอกจากน้ันชุมชนใกล้เคียงมีสานักงานของ เอกชนซ่ึงมีพนักงานจานวนมาก แต่ในบริเวณชุมชนมีร้านจาหน่ายอาหารสาเร็จรูปน้อย ไม่เพียงพอต่อความ ต้องการของลูกคา้ และบางร้านมีคุณภาพอาหารและการบริการไม่ค่อยดี ราคาขายปานกลาง ดงั นั้น จากความรู้และทักษะการฝึกทักษะอาชีพ การบริหารจัดการในอาชีพจาหน่ายอาหารสาเร็จรูป และข้อมูลบริบทชุมชนดังกล่าว จึงได้มีความคิดเห็นว่า น่าจะมีส่วนแบ่งตลาดในการจาหน่ายอาหารสาเร็จรูป ได้อีก โดยมีความมัน่ ใจว่า จะประกอบอาชพี จาหน่ายอาหารสาเร็จรูปไดอ้ ย่างมีคุณภาพ และตอ่ เนอื่ ง 5. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื เปน็ ช่องทางในการประกอบอาชีพ 2. เพอื่ ประกอบอาชีพจาหน่ายอาหารสาเรจ็ รูปให้เกดิ รายได้ 3. เพ่อื ใหป้ ระชาชนในชมุ ชนไดร้ ับประทานอาหารสาเรจ็ รูปท่มี ีคุณภาพหลากหลายและราคย่อมเยาว์ 6. เป้าหมาย ดา้ นปรมิ าณ 1. ปรงุ และจาหนา่ ยอาหารสาเร็จรปู ทุกวัน วนั ละ 5 – 10 อย่าง 2. มรี ายไดห้ ลงั จากหกั คา่ ใช้จ่ายแล้ว ไม่น้อยกว่า 800 – 1,000 บาท ต่อวนั ดา้ นคณุ ภาพ - ดาเนนิ งานอาชีพจาหน่ายอาหารสาเร็จรปู ไดอ้ ยา่ งมคี ุณภาพ และต่อเนือ่ ง 7. ขน้ั ตอนและแผนการดาเนนิ งาน ข้ันตอนการดาเนินงาน 7.1 การเตรยี มการ - ศึกษาสารวจขอ้ มลู เชน่ แหลง่ และราคาวตั ถดุ บิ ประเภทต่างๆท่ีต้องใช้ รวมทงั้ ตรวจสอบ ความพร้อมของเครอ่ื งมอื อุปกรณ์ทีต่ ้องใช้ในการปรุงและจาหนา่ ยอาหารสาเรจ็ รปู - สารวจตลาด และความนิยมประเภทอาหารสาเรจ็ รูป - กาหนดรายการอาหารทจ่ี ะจาหนา่ ย - กาหนดวนั เร่มิ จาหนา่ ย - เขยี นโครงการ - ขออนุมตั โิ ครงการ - เตรียมหาทนุ
37 7.2 การเตรยี มสถานที่ - จดั ตกแต่งสถานที่ - เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์ 7.3 การดาเนนิ งาน - ประชาสมั พนั ธ์กลุ่มลกู คา้ เป้าหมาย - ดาเนินงานปรุงอาหารและจัดจาหนา่ ย - จดั ทาบญั ชี ประเมินการปฏิบัติงานเป็นรายวัน / รายสัปดาห์ /รายเดอื น - ประเมินสรปุ เม่อื ปฏิบัตงิ านเสร็จสิ้นตามระยะเวลาท่ีกาหนด - เสนอแนวทางการพัฒนาอาชพี 8. ระยะเวลาดาเนนิ โครงการ 1 มกราคม – 30 กนั ยายน 2555 9. สถานท่ปี ระกอบการ บ้านของนางสาวอารยี า ศิริมาลา เลขท่ี 99 ชมุ ชนบา้ นล่าง ตาบลบางพระ อาเภอเมอื ง จงั หวัดตราด 10. รูปแบบผลิตภัณฑ/์ บริการ ลักษณะเด่น ผลิตภณั ฑ/์ บริการ 1. สด ใหม่ สะอาด 2. ราคาไม่แพง 1. อาหารสาเรจ็ รปู 3. ทาจากวัตถดุ บิ ในท้องถนิ่ 2. อาหารป่ินโต 3. อาหารสาหรบั งานเลีย้ งเลก็ ๆ ตามเทศกาล 11. การวางแผนบริหารจดั การ 11.1 แผนการตลาด 1) ลูกคา้ กลมุ่ เป้าหมาย 1. ลกู ค้าในชมุ ชนที่ทางานนอกบ้าน ได้แก่ พนกั งานบรษิ ัท หา้ งรา้ น ข้าราชการ ประชาชนทวั่ ไป 2. กลุ่มจัดเลี้ยง เชน่ งานสงั สรรค์ งานวันเกิด วันสาคัญอ่นื ๆ 3. ลูกคา้ จากชมุ ชนอื่นๆ 2) การโฆษณา 1. แผน่ พบั ใบปลิว 2. ตดิ ปา้ ยโฆษณาตามสถานท่ีต่าง ๆ ในตวั เมือง ตลาด และชุมชนใกล้เคียง 3. การบอกต่อ 3) ประชาสัมพันธ์ - ในวนั เปดิ กิจการวนั แรก ทางรา้ นจะมีการแจกของชารว่ ยให้ลกู คา้ ที่มารบั ประทานอาหารในร้าน และซ้ือกลบั บา้ น 4) การส่งเสรมิ การขาย - ซ้อื อาหาร 5 อย่าง/ครง้ั แถม นา้ พรกิ 1 ถุง - บัตรสะสมแตม้ ซอื้ อาหารครบ 20 คร้งั แถม แกง 1 ถุง
38 11.2 แผนการผลติ 1. เนน้ ความหลากหลายของอาหาร 2. เนน้ คุณภาพ สด ใหม่ รสชาตดิ ี อรอ่ ยคงท่ีสม่าเสมอ 3. มีการบรกิ ารจัดเล้ยี งนอกสถานท่ี 11.3 แหล่งวตั ถดุ ิบ 1. วัตถุดิบในท้องถ่นิ 2. วตั ถุดบิ ตามฤดูกาล 3. วตั ถุดิบท่เี ปน็ อาหารสดต้องจดั การหมุนเวียนวันต่อวัน ส่วนอาหารแห้งสัปดาห์ละ 1 คร้ัง 11.4 แผนบริหารจัดการ 1. เป็นธรุ กจิ ในครวั เรือน 2. ลกู ค้าสะดวกสบาย มีท่ีจอดรถ 12. ประมาณการตน้ ทนุ การผลติ และการกาหนดราคาจัดจาหนา่ ย ผลิตภณั ฑ/์ บริการ ต้นทุน (บาท) ราคาขาย (บาท) ราคาขายของคู่แข่ง (ถ้าม)ี 1. แกง 20 บาท 25 บาท 30 บาท 2. ตม้ ยา 25 บาท 30 บาท 30 บาท 3. ผัดผักรวมมติ ร 20 บาท 25 บาท 30 บาท 4. ต้มจดื 20 บาท 25 บาท 30 บาท 5. นา้ พรกิ 20 บาท 25 บาท 25 บาท 13. ประมาณการรายรับและรายจ่ายในการประกอบอาชีพต่อเดือน รายรับ บาท ราคาจา่ ย บาท ไมม่ ี จากยอดขาย 30,000 - ค่าเช่าสถานที่ 15,000 - จากรายได้อืน่ 3,000 - ค่าวัตถุดบิ /วสั ดเุ พื่อผลติ 5,000 - ค่าแรงงาน 800 - ค่าสาธารณูปโภค (คา่ น้า ค่าไฟ 500 - ค่าโทรศัพท์) คา่ ใชจ้ า่ ยอ่ืน รวม 33,000- รวม 21,000 - 14. ทรัพยากร / งบประมาณ ทรพั ยากร - ใช้คนในครอบครัว - ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ เคร่ืองครัว ท่ีมอี ยแู่ ล้ว
39 งบประมาณ - จานวนเงนิ ทุนที่ขอรับการสนบั สนนุ เริ่มโครงการ 5,000 บาท 15. แผนการปฏิบตั งิ าน กิจกรรมดาเนินงาน มค. กพ. มคี . ปี พ.ศ. 2555 กย. ตค. พย. ธค. หมายเหตุ เมย. พค. มยิ . กค. สค. การเตรียมการ กาหนดทกุ วนั - สารวจตลาด และ เพ่อื ไม่ให้ รายการอาหาร ความนยิ มประเภท ช้า อาหารสาเรจ็ รูป - เขยี น - กาหนดรายการ อาหารทจ่ี ะจาหนา่ ย - เขียนโครงการ - ขออนุมัตโิ ครงการ - เตรียมหาทนุ การเตรยี มสถานที่ ประชาสมั พันธ์ - จดั ตกแต่งสถานที่ ไมใ่ ช้เวลานาน - เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์ เพือ่ ไมใ่ หล้ ูกคา้ ลมื การดาเนนิ งาน - ประชาสัมพันธ์ กลุ่มลูกคา้ เปา้ หมาย - ดาเนินงานปรุง อาหารและจัดจาหนา่ ย - จดั ทาบญั ชี ประเมินการ ปฏบิ ัติงานเป็นรายวนั / รายสัปดาห์ - ประเมนิ สรุปเมอ่ื ปฏบิ ตั ิงานเสรจ็ ส้ินตาม ระยะเวลาท่ีกาหนด - เสนอแนวทางการ พัฒนาอาชีพ
40 16. ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั 1. สามารถประกอบอาชพี จาหน่ายอาหารสาเรจ็ รปู ได้อย่างต่อเน่อื ง มีรายได้ทส่ี ามารถนาไปใช้ใน การดารงชวี ติ และนาไปใช้ในการพฒั นาอาชีพได้อยา่ งต่อเนื่อง 2. การดารงชีวติ มีความม่นั คงมากขึ้นเปน็ ลาดับ 17. ปัญหา / อุปสรรค /ขอ้ เสนอแนะ - การหาเงินทุนจากแหล่งอืน่ 18. การประเมินผล 1. ประเมินผลจากการจัดทาบัญชี 2. ประเมินผลจากข้อมลู สรุปผลเมอ่ื เสรจ็ ส้ินโครงการตามระยะเวลาที่กาหนด (ลงชือ่ ) อารียา ศิรมิ าลา ผเู้ สนอโครงการ ( นางสาวอารียา ศิรมิ าลา ) วันที่ 30 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2555
41 (ตวั อยา่ ง) แบบประเมนิ โครงการ โครงการ................................................................. ตามหลกั สูตรการจดั การศกึ ษาอาชีพเพื่อการมีงานทา คาชี้แจง ใหพ้ ิจารณาเอกสารโครงการ พร้อมวิเคราะห์ และประเมินตามประเดน็ ท่ีกาหนด โดยใหท้ าเครื่องหมาย / ลงใน ( ) หนา้ ขอ้ ความท่ีตรงกบั ความคิดเห็น ............................................................................................................................. ................................ 1. องค์ประกอบในโครงการ ( ) มีครบ ( ) มไี ม่ครบ ขาดหัวข้อ.............................. 2. ช่อื โครงการชดั เจน ครอบคลุมเน้ือหาสาระของโครงการ ( ) ชัดเจน ( ) ไม่ชัดเจน 3. ระบผุ รู้ บั ผิดชอบโครงการ ( ) ชดั เจน ( ) ไมช่ ดั เจน 4. ระบุท่ีปรกึ ษาโครงการ ( ) ชดั เจน ( ) ไม่ชดั เจน 5. หลักการและเหตผุ ล 5.1 ความสอดคล้องกบั ปัญหาและความต้องการ ( ) สอดคลอ้ ง ( ) ไม่สอดคล้อง 5.2 ความชัดเจนของปญั หาและความต้องการ ( ) ชัดเจน ( ) ไม่ชัดเจน 6. วตั ถปุ ระสงค์ 6.1 ความสอดคล้องกับหลกั การและเหตผุ ล ( ) สอดคล้อง ( ) ไมส่ อดคลอ้ ง 6.2 ความสอดคล้องกับเป้าหมาย ( ) สอดคล้อง ( ) ไม่สอดคลอ้ ง 6.3 ความสอดคล้องกบั ผลท่ีคาดวา่ จะได้รบั ( ) สอดคล้อง ( ) ไม่สอดคล้อง 6.4 ความเปน็ ไปได้ ( ) มคี วามเปน็ ไปได้ ( ) เป็นไปไม่ได้ 7. เปา้ หมาย 7.1 ความสอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์ ( ) สอดคล้อง ( ) ไม่สอดคล้อง 7.2 การระบหุ นว่ ยนับ ( ) วดั ได้ ( ) วดั ไม่ได้ 7.3 ความเปน็ ไปได้ ( ) เปน็ ไปได้ ( ) เป็นไปไม่ได
42 8. ขนั้ ตอนและแผนการดาเนินงาน 8.1 การกาหนดขัน้ ตอน ( ) ชดั เจน ( ) ไมช่ ดั เจน 8.2 การกาหนดระยะเวลาตามแผนการดาเนินงาน ( ) ชัดเจน ( ) ไมช่ ัดเจน 8.3 สอดคล้องกับวตั ถุประสงค์ ( ) สอดคลอ้ ง ( ) ไม่สอดคล้อง 8.4 ความเป็นไปได้ ( ) เป็นไปได้ ( ) เป็นไปไม่ได้ 9. ระยะเวลาดาเนินการ ( ) เป็นไปได้ ( ) เป็นไปไม่ได 10. สถานทป่ี ระกอบอาชพี ( ) ชดั เจน ( ) ไมช่ ัดเจน 11. รปู แบบผลิตภัณฑ/์ บรกิ าร ( ) เปน็ ไปได้ ( ) เปน็ ไปไม่ได้ 12. การวางแผนบรหิ ารจัดการ แผนการตลาด ( ) เปน็ ไปได้ ( ) เป็นไปไม่ได้ การผลติ ( ) เปน็ ไปได้ ( ) เป็นไปไม่ได้ แหลง่ วัตถุดบิ ( ) เพยี งพอความตอ้ งการ ( ) ไม่เพียงพอความต้องการ แผนการบรหิ ารจดั การ ( ) เปน็ ไปได้ ( ) เป็นไปไม่ได้ 13. ประมาณการต้นทนุ การผลติ และการกาหนดราคาจัดจาหน่าย ( ) เป็นไปได้ ( ) เปน็ ไปไม่ได้ 14. ประมาณการรายรับและรายจ่ายในการประกอบอาชีพตอ่ เดือน ( ) เป็นไปได้ ( ) เปน็ ไปไม่ได้ 15. ทรัพยากร / งบประมาณ 15.1 ความเปน็ ไปได้ของทรพั ยากรท่ีใช้ ( ) เปน็ ไปได้ ( ) เปน็ ไปไม่ได้ 15.2 เปรยี บเทียบงบประมาณกับเปา้ หมาย ( ) คมุ้ คา่ ( ) ไม่ค้มุ ค่า 15.3 ความเป็นไปได้ของงบประมาณกับงานอาชีพ ( ) เป็นไปได้ ( ) เป็นไปไม่ได้
43 16. ผลทีไ่ ดร้ บั จากโครงการ 16.1 สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล ( ) สอดคล้อง ( ) ไม่สอดคล้อง 16.2 ผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อม ทรพั ยากรธรรมชาติ วฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ีชวี ิต ( ) ไม่มี ( ) มี คือ................................................ 17. ปญั หา / อุปสรรค /ขอ้ เสนอแนะ ( ) มี ( ) ไม่ได้ 18. การประเมินผล 18.1 ระบุวิธกี ารประเมินผล ( ) ชดั เจน ( ) ไม่ชดั เจน 18.2 ระบเุ ครื่องมือหรือแหล่งขอ้ มูลท่ีใช้ในการประเมนิ ผล ( ) ชัดเจน ( ) ไม่ชดั เจน (ลงชอ่ื ) ผู้ประเมนิ โครงการ ( ) พ.ศ. วนั ที่ เดอื น ขอ้ คิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ สรปุ ผลการวเิ คราะห์โครงการ ( ) อนุมตั ใิ นหลักการ ( ) ปรบั ปรงุ ใหม่ ( ) อนุมัตใิ หด้ าเนนิ การได้ (ลงชอื่ ) ผู้วเิ คราะหโ์ ครงการ ( ) หวั หน้า กศน. ตาบล พ.ศ. วันที่ เดือน ผลการพิจารณาโครงการ ( ) อนุมตั ใิ นหลักการ ( ) อนมุ ตั ใิ หด้ าเนนิ การได้ (ลงชอ่ื ) ผู้อนุมัติโครงการ ( ) ผอู้ านวยการ กศน. อาเภอ พ.ศ. วันท่ี เดอื น
44 ใบงาน สาหรบั การศกึ ษาดูงาน สถานที่ วทิ ยากร อาชีพที่ศึกษาดูงาน ข้นั ตอนการประกอบอาชีพที่ศึกษาดูงาน 1) 2) 3) 4) 5) อุปกรณ์การประกอบอาชพี ท่ีศึกษาดงู าน ระยะเวลาของการผลิต/บรกิ าร เทคนิคการประกอบอาชีพ (เช่น เจียวไขฟ่ ู ตอ้ งใสน่ า้ มนั เยอะๆ ใส่มะนาวเลก็ น้อย) แนวทางและวธิ ีการแก้ปญั หา การจดั สถานท่ีของแหลง่ เรียนรู้ การจดั จาหน่าย/บรกิ าร
45 รายได้/คา่ ใช้จ่ายในการประกอบอาชีพ การหาแหล่งเงินทุน ความเปน็ ไปได้ท่ีจะประกอบอาชพี ทไี่ ด้ศกึ ษาดงู าน (เส้นทางความกา้ วหน้า หรือ ความเจริญเติบโต ของอาชพี ท่ศี ึกษาดูงาน) อาชพี ที่ศกึ ษาดูงานสอดคล้องกับความต้องการของทา่ น หรือ ไม่ (ลงช่อื ) ผู้เรยี น/ผูศ้ ึกษาดูงาน ( ) พ.ศ. วันที่ เดอื น
Search