ในปงี บประมาณ พ.ศ.2554 จ�ำนวน 766,590 กโิ ลกรมั ตารางท่ี 2 (ตอ่ ) และน�ำเขา้ นอ้ ยทส่ี ดุ ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2553 จ�ำนวน 495,140 กโิ ลกรมั โดยมกี ารน�ำเขา้ ปเู คม็ ผา่ นดา่ นอาหาร ปงี บประมาณ จ�ำนวนทสี่ ง่ จ�ำนวนทีพ่ บ ร้อยละ พ.ศ. การปนเปื้อน และยาระนองในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2551 – 2554 105 98 93.33 2555 จ�ำนวน 401 ครั้ง และด�ำเนนิ การส่มุ เกบ็ ตัวอย่าง 2555 86 81 94.19 ปเู คม็ ทน่ี �ำเขา้ ทกุ ครง้ั ทมี่ กี ารน�ำเขา้ จ�ำนวน 401 ตวั อยา่ ง รวม 401 362 90.27 คิดเป็นร้อยละ 100 ส่งตรวจวิเคราะห์หาปริมาณตะก่ัว เมื่อพิจารณาปริมาณตะกั่วในตัวอย่างปูเค็ม และแคดเมียม ณ ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ พบวา่ สว่ นใหญม่ ปี รมิ าณตะกว่ั อยใู่ นระดบั ท่ี 1 (นอ้ ยกวา่ การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี และศูนย์วิทยาศาสตร์ หรือเท่ากับ 0.500 มก./กก.) คิดเป็นร้อยละ 84.04 การแพทยท์ ี่ 12/1 ตรงั ดว้ ยวธิ ี In-house method SOP โดยปรมิ าณตะกัว่ เฉล่ีย 0.273 ± 0.109 มก./กก. และ 39-02-187 base on AOAC (2005) 999.10 มตี ัวอยา่ งปเู คม็ ที่ตรวจพบปริมาณตะก่วั อยู่ในระดบั ที่ 3 ซงึ่ ผลปรากฏดังน้ี (> 1.00 มก./กก.) ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่ก�ำหนดตาม 1. ตะก่วั ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบบั ที่ 98) พ.ศ. 2529 รายงานการ ิว ัจย จากการตรวจวเิ คราะหห์ าตะกว่ั ในตวั อยา่ งปเู คม็ เรอื่ ง มาตรฐานอาหารทม่ี สี ารปนเปอ้ื น (ก�ำหนดใหม้ ตี ะกว่ั ได้ พบว่า มีตัวอย่างปูเค็มน�ำเข้าท่ีปนเปื้อนตะก่ัว จ�ำนวน 1 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม) จ�ำนวน 3 ตัวอย่าง 362 ตัวอย่าง จากทัง้ หมด 401 ตัวอย่าง คดิ เปน็ ร้อยละ คิดเป็นรอ้ ยละ 0.75 ดงั ตารางที่ 3 90.27 เมื่อพิจารณาจ�ำแนกเป็นรายปีพบว่า มีอัตรา การปนเปอ้ื นตะกว่ั ในตวั อยา่ งปเู คม็ สงู ทส่ี ดุ ในปงี บประมาณ ตารางที่ 3 ระดบั ปริมาณตะก่วั ในตัวอย่างปูเคม็ ทน่ี �ำเขา้ พ.ศ. 2551 โดยตรวจพบการปนเปื้อนตะก่ัวในตัวอย่าง ในภาพรวม ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2551–2555 ปูเค็ม จ�ำนวน 49 ตัวอย่าง จากท้ังหมด 50 ตัวอย่าง ณ ด่านอาหารและยาระนอง คิดเป็นร้อยละ 98.00 รองลงมาคือ ปีงบประมาณ ระดบั จ�ำนวน รอ้ ยละ คา่ เฉล่ยี ค่าเบยี่ งเบน ตวั อย่าง (มก./กก.) มาตรฐาน พ.ศ. 2552 ตรวจพบการปนเปอ้ื นตะกัว่ ในตวั อย่างปูเค็ม จ�ำนวน 82 ตัวอยา่ ง จากทง้ั หมด 87 ตวั อย่าง คดิ เปน็ ระดบั ที่ 1 337 84.04 0.273 0.109 ร้อยละ 94.25 และ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตรวจพบ (≤ 0.500 มก./กก.) การปนเปื้อนตะก่วั ในตวั อยา่ งปูเคม็ จ�ำนวน 81 ตวั อยา่ ง ระดับที่ 2 61 15.21 0.661 0.117 จากทั้งหมด 86 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 94.19 (0.51–1.00 มก./กก.) 3 0.75 1.290 0.361 ดงั ตารางที่ 2 ระดบั ท่ี 3 (> 1.00 มก./กก.) ตารางที่ 2 ร้อยละของตัวอย่างปูเค็มน�ำเข้าที่ตรวจพบ เมื่อพิจารณาจ�ำแนกเป็นรายปี เพื่อดูแนวโน้ม การปนเปอ้ื นตะกว่ั ระหวา่ งปงี บประมาณ พ.ศ. 2551 – 2555 ปริมาณตะกั่วในตัวอย่างปูเค็มย้อนหลัง 5 ปี พบว่า ปริมาณตะก่ัวในตัวอย่างปูเค็มมีค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยมีการ ปีงบประมาณ จ�ำนวนทีส่ ง่ จ�ำนวนท่ีพบ รอ้ ยละ ตรวจพบปริมาณตะก่ัวในระดับ 2 เพ่ิมข้ึนจากร้อยละ พ.ศ. การปนเปื้อน 2551 50 49 98.00 0.00 ในปงี บประมาณ 2551 เปน็ รอ้ ยละ 32.38 (จ�ำนวน 2552 87 82 94.25 34 ตัวอยา่ ง จาก 105 ตัวอยา่ ง) ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2553 73 52 71.23 2554 นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบตัวอย่างปูเค็มที่มี วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นกนั ยายน-ธันวาคม 2557 51
ปรมิ าณตะกวั่ ในระดบั 3 (มากกวา่ 1.00 มก./กก.) ซงึ่ เกนิ คา่ มาตรฐาน โดยพบในตวั อยา่ งปเู คม็ จ�ำนวน 2 ตวั อยา่ ง จาก 105 ตัวอย่าง คิดเปน็ รอ้ ยละ 1.90 ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2554 และจ�ำนวน 1 ตัวอย่าง จาก 86 ตวั อยา่ ง คิดเปน็ ร้อยละ 1.16 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามล�ำดบั ดงั กราฟท่ี 1 กราฟที่ 1 ตวั อยา่ งปเู คม็ น�ำเขา้ ทตี่ รวจพบการปนเปอ้ื นตะกว่ั ในระดบั ตา่ งๆ ตงั้ แตป่ งี บประมาณ พ.ศ. 2551 – 2555 จ�ำแนก เปน็ รายปีงบประมาณ รายงานการ ิว ัจย และเมื่อพิจารณาค่าพิสัยปริมาณตะก่ัวในตัวอย่างปูเค็มท่ีน�ำเข้าต้ังแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2551–2555 พบว่า คา่ ปรมิ าณตะกว่ั สงู สดุ (คา่ max.) ทพี่ บในแตล่ ะปมี คี า่ เพมิ่ สงู ขนึ้ จาก 0.450 มก./กก. ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2551 เปน็ 1.059 มก./กก. ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2555 โดยพบวา่ มคี า่ ปรมิ าณตะกวั่ สงู สดุ ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2554 คือ 1.800 มก./กก. และเม่ือพิจารณาจากคา่ เฉลี่ยปรมิ าณตะกั่วทพี่ บในแต่ละปีพบวา่ มแี นวโนม้ เพ่มิ สูงขนึ้ จาก 0.228 ± 0.108 มก./กก. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 เป็น 0.314 ± 0.193 มก./กก. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ดังตารางที่ 4 และกราฟที่ 2 ตารางที่ 4 ปรมิ าณตะกวั่ ในตัวอย่างปูเคม็ ท่ีน�ำเขา้ ตง้ั แต่ กราฟที่ 2 ปรมิ าณตะกวั่ เฉลยี่ ทต่ี รวจพบในตวั อยา่ งปเู คม็ ปงี บประมาณ พ.ศ.2551–2555 ณ ดา่ นอาหารและยาระนอง น�ำเขา้ ต้ังแตป่ งี บประมาณ พ.ศ. 2551–2555 จ�ำแนก จ�ำแนกเป็นรายปี เปน็ รายปี ปงี บ จ�ำนวน คา่ พิสัย คา่ เฉลย่ี ค่า ประมาณ ตวั อยา่ ง (มก./กก.) (มก./กก.) เบยี่ งเบน มาตรฐาน 2551 50 0.000 – 0.450 0.228 0.108 2552 87 0.000 – 0.680 0.283 0.132 2553 73 0.000 – 0.750 0.238 0.229 2554 105 0.000 – 1.800 0.274 0.705 2555 86 0.000 – 1.059 0.314 0.193 52 FDA Journal : September-December 2014
2. แคดเมยี ม จากการตรวจวิเคราะห์หาแคดเมียมในตัวอย่างปูเค็มพบว่า มีตัวอย่างปูเค็มน�ำเข้าท่ีปนเปื้อนแคดเมียม จ�ำนวน 257 ตวั อยา่ ง จากทง้ั หมด 401 ตวั อยา่ ง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 64.09 เมอ่ื พจิ ารณาจ�ำแนกเปน็ รายปพี บวา่ มอี ตั รา การปนเป้อื นแคดเมยี มในตัวอยา่ งปเู คม็ สูงทีส่ ุด ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2555 โดยตรวจพบการปนเป้ือนแคดเมียม ในตัวอย่างปูเค็ม จ�ำนวน 70 ตัวอย่างจากทง้ั หมด 86 ตวั อยา่ ง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 81.40 รองลงมาคอื ปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ตรวจพบการปนเปอื้ นแคดเมียมในตัวอย่างปเู ค็มจ�ำนวน 69 ตัวอยา่ ง จากท้งั หมด 105 ตวั อย่าง คิดเปน็ รอ้ ยละ 65.71 และ ปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ตรวจพบการปนเปื้อนแคดเมยี มในตวั อยา่ งปูเคม็ จ�ำนวน 45 ตัวอย่าง จากท้ังหมด 73 ตวั อย่าง คิดเป็นร้อยละ 61.64 ดังตารางท่ี 5 และกราฟท่ี 3 ตารางที่ 5 รอ้ ยละของตวั อยา่ งปเู คม็ น�ำเขา้ ทต่ี รวจพบการ กราฟที่ 3 รอ้ ยละของตวั อยา่ งปเู คม็ น�ำเขา้ ทต่ี รวจพบการ ปนเปอ้ื นแคดเมยี ม ระหวา่ งปงี บประมาณ พ.ศ. 2551–2555 ปนเปอ้ื นแคดเมยี ม ระหวา่ งปงี บประมาณ พ.ศ. 2551–2555 ปงี บประมาณ จ�ำนวนท่สี ่ง จ�ำนวนทพ่ี บ รอ้ ยละ รายงานการ ิว ัจย พ.ศ. การปนเป้อื น 2551 50 30 60.00 2552 49.43 2553 87 43 61.64 2554 65.71 2555 73 45 81.40 รวม 64.09 105 69 86 70 401 257 เมอ่ื พจิ ารณาปรมิ าณแคดเมยี มในตวั อยา่ งปเู คม็ พบวา่ สว่ นใหญม่ ปี รมิ าณแคดเมยี มอยใู่ นระดบั ท่ี 1 (นอ้ ยกวา่ หรอื เทา่ กบั 0.500 มก./กก.) คดิ เปน็ รอ้ ยละ 98.00 โดยปรมิ าณแคดเมยี มเฉลย่ี 0.031 ± 0.059 มก./กก. และมีตัวอยา่ ง ปูเค็มท่ีตรวจพบปริมาณแคดเมียมอยู่ในระดับที่ 3 (> 1.00 มก./กก.) จ�ำนวน 2 ตัวอย่าง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0.50 ดงั ตารางท่ี 6 แตท่ งั้ น้ี ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 98) พ.ศ. 2529 เรอ่ื ง มาตรฐานอาหารทีม่ ีสารปนเปอ้ื น ยังไม่มีการก�ำหนดคา่ มาตรฐานปริมาณแคดเมยี ม ตารางท่ี 6 ปรมิ าณแคดเมยี มในตวั อยา่ งปเู คม็ ทน่ี �ำเขา้ ตง้ั แตป่ งี บประมาณ พ.ศ. 2551–2555 ณ ดา่ นอาหารและยาระนอง จ�ำแนกตามระดบั ปรมิ าณแคดเมยี ม ระดับ จ�ำนวน ร้อยละ ค่าเฉล่ีย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน ตัวอยา่ ง ระดบั ท่ี 1 393 98.00 0.031 0.059 (≤ 0.500 มก./กก.) ระดับท่ี 2 6 1.50 0.567 0.079 (0.51 – 1.00 มก./กก.) ระดับท่ี 3 2 0.50 1.610 0.500 (> 1.00 มก./กก.) วารสารอาหารและยา ฉบบั เดือนกันยายน-ธนั วาคม 2557 53
เมอ่ื พจิ ารณาจ�ำแนกเปน็ รายปี เพอ่ื ดแู นวโนม้ ปรมิ าณแคดเมยี มในตวั อยา่ งปเู คม็ ยอ้ นหลงั 5 ปพี บวา่ ปรมิ าณ แคดเมยี มในตวั อยา่ งปเู คม็ มแี นวโนม้ ลดลง โดยไมพ่ บตวั อยา่ งปเู คม็ ทม่ี กี ารปนเปอ้ื นแคดเมยี มในระดบั 2 และระดบั 3 ตงั้ แตป่ งี บประมาณ พ.ศ. 2552– 2555 ดังกราฟที่ 4 กราฟที่ 4 ตวั อยา่ งปเู คม็ น�ำเขา้ ทต่ี รวจพบการปนเปอ้ื นแคดเมยี มในระดบั ตา่ งๆ ตงั้ แตป่ งี บประมาณ พ.ศ. 2551– 2555 จ�ำแนกเป็นรายปงี บประมาณ รายงานการ ิว ัจย และเมื่อพิจารณาค่าพิสัยปริมาณแคดเมียม ตารางท่ี 7 ปริมาณแคดเมียมในตัวอย่างปูเค็มที่น�ำเข้า ในตัวอย่างปูเค็มที่น�ำเข้าตั้งแต่ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2551–2555 ณ ด่านอาหาร- พ.ศ. 2551–2555 พบว่า ค่าปริมาณแคดเมียมสูงสุด และยาจงั หวัดระนอง จ�ำแนกเป็นรายปี (คา่ max.) ทพี่ บในแตล่ ะปมี คี า่ ลดลงจาก 2.110 มก./กก. ในปีงบประมาณ พ.ศ.2551 เป็น 0.095 มก./กก. ในปงี บประมาณ พ.ศ.2555 และเมอ่ื พจิ ารณาจากคา่ เฉลย่ี ปงี บประมาณ จ�ำนวน คา่ พสิ ัย คา่ เฉล่ยี ค่าเบ่ียงเบน ปรมิ าณแคดเมยี ม ทพ่ี บในแตล่ ะปพี บวา่ มคี า่ ลดลงจาก พ.ศ. ตัวอยา่ ง (มก./กก.) (มก./กก.) มาตรฐาน 0.222 ± 0.360 มก./กก. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 เปน็ 0.029 ± 0.021 มก./กก. ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2555 2551 50 0.000 – 2.110 0.222 0.360 ดงั ตารางที่ 7 และกราฟท่ี 5 2552 87 0.000 – 0.100 0.018 0.035 2553 73 0.000 – 0.220 0.012 0.026 2554 105 0.000 – 0.083 0.028 0.025 2555 86 0.000 – 0.095 0.029 0.021 54 FDA Journal : September-December 2014
กราฟท่ี 5 ปริมาณแคดเมยี มเฉลยี่ ท่ีตรวจพบในตัวอย่างปูเคม็ น�ำเขา้ ตัง้ แตป่ งี บประมาณ พ.ศ. 2551–2555 สรปุ ผลการศกึ ษา โดยก�ำหนดใหม้ ตี ะกวั่ ได้ 1 มลิ ลกิ รมั ตอ่ อาหาร 1 กโิ ลกรมั รายงานการ ิว ัจย จากผลวิเคราะห์ปริมาณตะกั่วและแคดเมียม เว้นแต่อาหารที่มีสารตะก่ัวปนเปื้อนตามธรรมชาติใน ในตัวอย่างปูเค็มน�ำเข้าพบว่า ตัวอย่างปูเค็มท่ีน�ำเข้ามี ปริมาณสูง ให้มีได้ตามที่ได้รับความเห็นชอบจาก อัตราการปนเปื้อนตะกั่ว (ร้อยละ 90.27) สูงกว่า ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แต่ยังไม่มีการ แคดเมยี ม (รอ้ ยละ 64.09) และเมอื่ พจิ ารณาคา่ ยอ้ นหลงั ก�ำหนดปรมิ าณแคดเมยี มในประกาศฉบบั ดงั กลา่ ว ซงึ่ เมอ่ื 5 ปพี บวา่ อตั ราการปนเปอ้ื นตะกว่ั มคี า่ ลดลงเลก็ นอ้ ยจาก พิจารณาปริมาณตะกั่วที่พบในตัวอย่างปูเค็มที่น�ำเข้า รอ้ ยละ 98.00 ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2551 เปน็ รอ้ ยละ เปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานดังกล่าวพบว่า มีตัวอย่าง 94.19 ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2555 ในขณะทแี่ คดเมยี ม ปูเค็มท่ีน�ำเข้าจ�ำนวน 3 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 0.75 กลับมีอัตราการปนเปื้อนเพ่ิมสูงข้ึน จากร้อยละ 60.00 ทม่ี ีปริมาณตะกวั่ เกนิ คา่ มาตรฐาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 เป็นร้อยละ 81.40 ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 แต่เม่ือพิจารณาปริมาณตะก่ัว ขอ้ เสนอแนะ และแคดเมยี มทต่ี รวจพบในตวั อยา่ งปเู คม็ ทนี่ �ำเขา้ ยอ้ นหลงั 1. ควรมกี ารศกึ ษาเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั ปจั จยั ทม่ี ผี ลตอ่ 5 ปีกลับพบว่า ค่าเฉล่ียปริมาณตะกั่วที่ตรวจพบใน การปนเปอ้ื นโลหะหนกั ในปเู คม็ ทม่ี กี ารน�ำเขา้ เชน่ ภาชนะ ตวั อยา่ งปเู คม็ มคี า่ เพมิ่ สงู ขนึ้ จาก 0.228 ± 0.108 มก./กก. บรรจุ แหลง่ ทมี่ าของวตั ถดุ บิ กระบวนการผลติ และขนสง่ ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2551 เปน็ 0.314 ± 0.193 มก./กก. สภาพแวดลอ้ มทางทะเลเปน็ ตน้ เพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู ในการน�ำไปใช้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ในขณะทีค่ ่าเฉลีย่ ปริมาณ ก�ำหนดแนวทางปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาการปนเปอ้ื นโละหนกั แคดเมียมมีค่าลดลงจาก 0.220 ± 0.360 มก./กก. ในปเู คม็ ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2551 เปน็ 0.029 ± 0.021 มก./กก. 2. ส�ำหรับการก�ำหนดมาตรฐานอาหารท่ีมีสาร ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2555 ปนเปอ้ื นตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 98) เมื่อเปรียบเทียบปริมาณตะกั่วและแคดเมียม พ.ศ. 2529 ซงึ่ ยงั ไมม่ กี ารก�ำหนดปรมิ าณแคดเมยี มนนั้ ควรมี ท่ีพบในตัวอย่างปูเค็มท่ีน�ำเข้ากับค่ามาตรฐานในอาหาร การรวบรวมขอ้ มลู เพอื่ น�ำเสนอตอ่ ส�ำนกั งานคณะกรรมการ- ทีก่ �ำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 98) อาหารและยา และน�ำไปเปน็ ขอ้ มลู ประกอบการพจิ ารณา พ.ศ. 2529 เร่ือง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน ก�ำหนดคา่ มาตรฐานปรมิ าณแคดเมยี มในอาหารอน่ื ๆ ตอ่ ไป ซง่ึ มขี อ้ ก�ำหนดเกย่ี วกบั การปนเปอ้ื นโลหะหนกั ในอาหาร วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นกันยายน-ธนั วาคม 2557 55
บรรณานุกรม 6. ชุติมา ล้ิมมัทวาภิรัต์ิ และสนทยา ลิ้มมัทวาภิรัติ์. (2554). 1. กรมทรัพยากรธรณี. (2555). ตะก่ัว–สังกะสี. (ออนไลน์). บทความฟื้นฟูวิชาการส�ำหรับการศึกษาต่อเน่ืองทาง สืบค้นจาก: http://58.137.128.181/ ewtadmin/ewt/ เภสัชศาสตร์ (on-line) :สารพิษและโลหะหนักในอาหาร. dmr_web/ewt_news.php?nid=573. 18 กนั ยายน 2555 (ออนไลน์). สบื ค้นจาก: http://wisdom.pharm.su.ac.th/ 2. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย.์ (2556). ความร้เู กยี่ วกบั สง่ิ เป็น sites/defaultfiles/1-000-SPU-000-1105-01 บทความ- พษิ ตอนที่ 5. (ออนไลน)์ . สบื คน้ จาก: http://webdb.dmsc. สารพษิ และโลหะหนกั .pdf.18 กันยายน 2555 moph.go.th/ ifc_toxic/a_txR_search.asp?info_id=41. 7. ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล.(2556).พิษสารแคดเมียมต่อไต. 17 มกราคม 2556 (ออนไลน์).สืบค้นจาก: http://www.tistr.or.th/t/ 3. กรมส่งเสริมการเกษตร.(2556).ภาชนะบรรจุที่ท�ำด้วยโลหะ. publication/page_area_show_bc.asp?i1=66&i2=16. (ออนไลน)์ . สบื คน้ จาก: http://www.doae.go.th/library/ 1 กมุ ภาพันธ์ 2556 html/detail/big/big9.htm. 1 กมุ ภาพันธ์ 2556. 8. นิธิยา รัตนาปนนท์ และพิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์.(2555) 4. ขนษิ ฐา พานชูวงศ์. (2555). ปรอท ตะกัว่ สารหนู โลหะหนกั Heavy metal โลหะหนัก. (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http:// ภัยใกล้ตัว. (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://www.elib- www.foodnetworksolution.com/vocab/word/2080/ รายงานการ ิว ัจย online.com/doctors50/gen_danger001.html.18 heavy metal.18 กนั ยายน 2555 กนั ยายน 2555 9. Agency for Toxic Substances and Disease Registry. 5. เขมชิต ธนากิจชาญเจริญ, นงนาถ เมฆรังสิมันต์ และสุรชัย (1999). Top 20 Hazardous Substances. ATSDR/EPA ศิลามณีโชติ. (2551). ประโยชน์และความเป็นพิษของโลหะ Priority ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 98) เร่ือง หนักแคดเมียม โครงการเคมี กรมวิทยาศาสตร์บริการ. มาตรฐานอาหารท่ีมีสารปนเปอื้ น. (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://www.dss.go.th/dssweb/ 10. List for 1999. (Online). U.S. Department of Health sta-rticles/files/cp_4_2551_Cadmium.pdf.18 กนั ยายน and Human Services. Public Health Service. 2555 Available: http://library.uru.ac.th/ webdb/images/ charpa_cadmium.html. 2013, February 1 ❂❂❂❂❂❂ 56 FDA Journal : September-December 2014
รูปแบบการพฒั นารา้ นช�ำแบบชมุ ชนมสี ่วนร่วม รายงานการ ิว ัจย ต.โพนสงู จ.สกลนคร Groceries development model with community involvement in Phon Sung Subdistrict, Sakon Nakhon ธนพงศ์ ภผู าล1ี สมศักด์ิ อาภาศรที องสกลุ 1 วิษณุ ยง่ิ ยอด2 ตฤณ แสงสวุ รรณ2 ลัดดา อ�ำ มาตย3์ 1คณะเภสัชศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 2โรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชสวา่ งแดนดิน จงั หวดั สกลนคร 3โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำ�บลยางชุม ต.โพนสูง จ.สกลนคร บทคดั ยอ่ ในประเทศไทย ตามพระราชบญั ญตั ิยา พ.ศ. 2510 รา้ นช�ำจ�ำหน่ายยาไดเ้ ฉพาะยาสามญั ประจ�ำบา้ น จากการส�ำรวจการกระจายยาในหมบู่ า้ นของลอื ชยั ศรเี งนิ ยวง (2543) จ�ำนวน 195 หมบู่ า้ น พบมกี ารจ�ำหนา่ ย ยาอันตรายในทกุ หม่บู ้าน (100%) สว่ นใหญเ่ ป็นยาแกอ้ กั เสบทไ่ี ม่ใช่สเตยี รอยด์ (NSAIDs) และ ยาปฏชิ วี นะ (Antibiotics) ประชาชนเสย่ี งตอ่ อนั ตรายจากการใชย้ า ท�ำใหเ้ กดิ การดอื้ ยา เปน็ การใชย้ าอยา่ งไมส่ มเหตสุ มผล และเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ การศึกษาคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาและทดลองรูปแบบร้านช�ำ ปลอดยาอนั ตราย โดยความรว่ มมอื ระหวา่ งชมุ ชน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ สถานบรกิ ารสาธารณสขุ และสถาบนั การศึกษา รูปแบบวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในต�ำบลโพนสูง องค์การบริหาร สว่ นต�ำบลโพนสงู โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพต�ำบลยางชมุ โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชสว่างแดนดิน และ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมประชุมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาด้านยาและ แหลง่ กระจายยาในชมุ ชนการแกไ้ ขปญั หาเพอ่ื น�ำไปสแู่ นวทางในการพฒั นารปู แบบรา้ นช�ำปลอดยาอนั ตรายแบบชมุ ชน มสี ว่ นรว่ ม ระยะเวลา เมษายน–ธนั วาคม 2556 ผลการศกึ ษาพบวา่ สงิ่ ทชี่ มุ ชนมองวา่ เปน็ ปญั หา คอื การโฆษณา โอ้อวดสรรพคุณของน�้ำสมุนไพรและอาหาร การอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงของยา ไปร้านยาไม่พบเภสัชกร ความเข้าใจว่ายาโรงพยาบาลไม่ดีเท่ายาชุด ยาชุดในชุมชน ร้านช�ำจ�ำหน่ายยาอันตราย และความเข้าใจของ รถเรแ่ ละคนเดนิ เรข่ ายยา ชมุ ชนตอ้ งการไดร้ บั ความรเู้ รอ่ื งการใชย้ าอยา่ งถกู ตอ้ ง สมเหตสุ มผล อนั ตรายของยาชดุ ยาสเตยี รอยด์ ผลเสยี จากการซอื้ ยาอนั ตรายจากรา้ นช�ำ ขอ้ มลู ดา้ นผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทถี่ กู ตอ้ ง การใหค้ วามรแู้ ละ ขอความร่วมมือไม่จ�ำหน่ายยาอันตรายของร้านช�ำ และจัดกิจกรรมศึกษาดูงานกองทุนยาเพื่อน�ำมาใช้พัฒนา รปู แบบของรา้ นช�ำในชมุ ชน สรปุ ผลการศกึ ษา การใชร้ ปู แบบการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนท�ำใหเ้ กดิ การแกไ้ ขปญั หา ทม่ี าจากชุมชน และมีการพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาของชมุ ชน น�ำไปสกู่ ารเป็นร้านช�ำปลอดยาอันตราย ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข คือ การรณรงค์และให้ความรู้อย่างต่อเน่ือง พัฒนาผู้ประกอบการร้านช�ำ ไม่ใหจ้ �ำหน่ายยาอันตรายโดยการจดั ท�ำโครงการศึกษาดูงานจากกองทุนยา ค�ำส�ำคัญ ชุมชนมสี ่วนร่วม ยาอันตราย รา้ นช�ำ วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นกันยายน-ธนั วาคม 2557 57
รายงานการ ิว ัจย Abstract According to Drug Act BE 2510 local grocery stores can sell only over the counter drug, Leuchai Sringernyuang (2000) survey community drug distribution at 195 villages in 775 groceries and 96 “Kung Tun Ya” project. He found that they has sold hazardous drug in groceries at all villages. Most of them are NSAIDs and Antibiotics. Irrational use of medicines lead to ineffective therapy, health risks and hazards of diseases, drug tolerance, and wasteful spending. This study proposes to develop and examine “Groceries without Dangerous Drug with community involvement in Phon Sung Subdistrict, Sakon Nakhon”, cooperates with community, local authorized organization, health care unit, hospital, educational institute in Phon Sung subdistrict Sakon Nakorn province. Methods: Action research, cooperates with population in Phon Sung, Health Promotion Hospital, Sawang Daen Din Hospital and Faculty of pharmacy Maha Sarakham University, is discussed by each experience about drug problems and drug distribution in community for plan to deal with problem and lead to developmental “Groceries without Dangerous Drug with community involvement in Phon Sung Subdistrict, Sakon Nakhon” concept between April and December 2013. Results: Problems, in community view, are biological fermented extract, exaggerated claims, no pharmacist in drug stores, mistrust in hospitalized drugs; “Ya Chud” is more effective, “Ya Chud” problems in community, dangerous drugs in grocery stores, selling-drug car and drug peddler. Community expectation of project are Rational use of medicines information, hazard in “Ya Chud” and steroid, harm is caused by receiving hazardous drugs in grocery stores, health product information. Action plans are given information, cooperate with grocery store, and visit at drug cooperatives in order to develop grocery stores’ style in community. Conclusion : community involvement model related to community problem solving with community involvement conduce to grocery without dangerous drug. Solutions to solve problems are to campaign, give information continuously, and develop no dangerous drugs in grocery stores by visit at drug cooperatives Keywords: Community involvement, Dangerous drug, Grocery กบทน�ำ ารใชย้ าอยา่ งสมเหตุผล (rational use ทางวัฒนธรรมและภาวะเศรษฐกิจ การใช้ยาปฏิชีวนะ of medicine) หมายถึง การที่ผู้ป่วย ไมถ่ กู ตอ้ งเกดิ ขนึ้ บอ่ ย ผปู้ ว่ ยไมเ่ ขา้ ใจวา่ ท�ำไมตอ้ งใชย้ าจนครบ ไดร้ บั ยาเหมาะสมกบั ความจ�ำเปน็ ทางคลนิ กิ ในขนาดยา ระยะเวลา ไม่เข้าใจเหตุผลที่เจ้าหน้าที่ในระบบบริการ ตามขอ้ ก�ำหนด ระยะเวลาเพยี งพอ และต้นทนุ นอ้ ยที่สุด สขุ ภาพอธบิ ายใหฟ้ งั การซอ้ื ยากนิ เองเปน็ รปู แบบในการ ส�ำหรับผู้ป่วยและชุมชน (WHO, 1987) อย่างไรก็ตาม รักษาอาการเจ็บป่วยท่ีพบบ่อยในหมู่บ้าน การส�ำรวจ มุมมองของผู้บริโภคเรื่องความสมเหตุผลในการใช้ยา สวัสดิการและอนามัยโดยส�ำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า อาจแตกตา่ งจากนยิ ามดงั กลา่ ว ทง้ั นข้ี นึ้ อยกู่ บั การตคี วาม อตั ราการซอื้ ยากนิ เองเทา่ กบั 38.3%,37.9%ในปีพ.ศ.2534 คุณค่าในชีวิตประจ�ำวัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการรับรู้ และ 2539 แลว้ ลดลงเปน็ 24.2%, 21.5%, 20.9%, 25.1% 58 FDA Journal : September-December 2014
ในปี พ.ศ. 2544, 2546, 2547, 2549 ตามล�ำดับ (สุวิทย์ กลุ่มตัวอย่างทีศ่ ึกษา วิบุลผลประเสรฐิ , 2550) และการส�ำรวจการกระจายยา ประชาชน ผู้น�ำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข ในหมู่บ้าน โดยเกบ็ ข้อมูลจากทุกภูมิภาคยอ่ ย จ�ำนวน 8 ประจ�ำหมู่บ้าน (อสม.) ทุกหมู่บ้าน จ�ำนวน 9 แห่ง จังหวัด จังหวดั ละ 24-26 แห่ง รวม 195 แหง่ พบรา้ นช�ำ สมาชกิ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลโพนสงู ในต�ำบลโพนสงู 775 แหง่ กองทนุ ยาหมู่บา้ น 96 แหง่ พบยาอันตรายใน เจา้ หน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพต�ำบลยางชุม ทุกหมู่บ้าน (100%) ส่วนใหญ่เป็นยาแก้อักเสบท่ีไม่ใช่ สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาปฏชิ วี นะ (Antibiotics) รา้ นช�ำ ระยะเวลาท่ที �ำการศึกษา ในชุมชนส่วนใหญ่จ�ำหน่ายยาอนั ตราย ท�ำใหป้ ระชาชน เดือนเมษายน–ธนั วาคม พ.ศ. 2556 เสย่ี งตอ่ อนั ตรายทเี่ กดิ ขน้ึ จากยา การใชย้ าอยา่ งไม่สมเหตุ สถานท่ีท�ำการศึกษา สมผล ท�ำให้การรักษาไม่ได้ผลเส่ียงต่ออันตรายจาก พน้ื ทท่ี กุ หมบู่ า้ น จ�ำนวน 9 แหง่ ในต�ำบลโพนสงู ความรนุ แรงของโรค การดอ้ื ยากเ็ ปน็ ปญั หาส�ำคญั ทเ่ี กดิ ขน้ึ อ�ำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม ผลกระทบท่ี ส�ำคัญอีกประการหน่ึงคือ ประชาชนเสียเงินโดยเปล่า ขั้นตอนการปฏิบัตกิ าร รายงานการ ิว ัจย ประโยชน์ (ลือชัย ศรีเงินยวง, 2543) นอกจากนี้ตาม 1. ประชุมคร้ังที่ 1 ณ โรงพยาบาลสมเด็จ พระราชบญั ญตั ยิ า พ.ศ. 2510 รา้ นช�ำจ�ำหนา่ ยยาไดเ้ ฉพาะ พระยพุ ราชสวา่ งแดนดนิ เพอื่ ชแ้ี จงวตั ถปุ ระสงคโ์ ครงการ ยาสามญั ประจ�ำบา้ น (ส�ำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา, 2. ประชมุ เตรยี มความพรอ้ มในการจดั กจิ กรรม 2553) ซ่ึงเป็นยาจ�ำเป็นและปลอดภัยส�ำหรับการรักษา 3. ประชุมระดมความคิดเห็นในชุมชนจ�ำนวน อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยท่ัวไป ดังนั้น การจ�ำหน่ายยา 9 หมบู่ า้ น แบง่ เปน็ กลุ่มละ 1 – 2 แหง่ อันตรายในร้านช�ำ นอกจากท�ำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ 4. ประชุมระดมความคิดเห็นในสถานการณ์ยา เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย และแนวทางการจัดโครงการพัฒนารูปแบบร้านช�ำ การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นปัจจัยส�ำคัญส�ำหรับความ ปลอดยาอนั ตรายแบบชมุ ชนมีส่วนรว่ ม ส�ำเร็จของการท�ำโครงการพัฒนา/แก้ไขปัญหาในชุมชน 5. วเิ คราะห์และสรปุ ผล ผู้วิจัยจึงพัฒนารูปแบบความร่วมมือระหว่างชุมชน วิธกี ารวเิ คราะหข์ ้อมลู องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลโพนสงู โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ วิเคราะห์ข้อมูลและรายงานการประชุมจาก ต�ำบลยางชมุ โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชสวา่ งแดนดนิ การระดมความคดิ เหน็ น�ำมาแยกประเดน็ จดั ท�ำสรปุ ผล และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อ ของการประชุมเพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการประชุมระดม พัฒนาและทดลองรูปแบบการพัฒนาต�ำบลร้านช�ำ ความคดิ เหน็ และน�ำผลสรปุ ทไ่ี ดม้ าประชมุ เพอื่ หาแนวทาง ปลอดยาอันตราย เพ่ือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของ ในการแกไ้ ขปญั หารว่ มกนั และรว่ มกนั วางแผนกจิ กรรม ประชาชนในพ้นื ท่ี ในการพฒั นารปู แบบของการจดั ท�ำรา้ นช�ำปลอดยาอนั ตราย แบบชุมชนมสี ่วนร่วม วตั ถุประสงค์ของการวิจัย เพ่ือพัฒนาและทดลองรูปแบบร้านช�ำปลอดยา ผลการศกึ ษา อนั ตราย โดยความรว่ มมอื ระหวา่ งชมุ ชน องคก์ รปกครอง ผลการด�ำเนินการตามโครงการร้านช�ำ สว่ นทอ้ งถน่ิ สถานบรกิ ารสาธารณสขุ ต�ำบลโพนสงู จงั หวดั ปลอดยาอนั ตรายแบบชมุ ชนมสี ว่ นรว่ ม แบง่ เปน็ 4 สว่ น ดงั นี้ สกลนคร และสถาบันการศึกษาในพนื้ ที่ 1. ผลการประชุมคร้ังที่ 1 ณ โรงพยาบาล สมเดจ็ พระยุพราชสวา่ งแดนดิน วธิ กี ารด�ำเนนิ การวิจัย การประชุมร่วมของทุกฝ่าย คร้ังที่ 1 เป็น วจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร โดยการสรา้ งความมสี ว่ นรว่ ม วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นกนั ยายน-ธนั วาคม 2557 59
การประชุมเพื่อช้ีแจงถึงวัตถุประสงค์ในการจัดท�ำ 1) ประเด็นปัญหาท่ีพบ ได้แก่ ปัญหายาน�้ำ โครงการร้านช�ำปลอดยาอันตรายแบบชุมชนมีส่วนร่วม สมุนไพรโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณว่าสามารถรักษาโรค โดยมีการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพื้นที่ ชุมชน เรื้อรัง โฆษณาหลอกลวงในสรรพคุณของน้�ำผลไม้ เสนอต�ำบลที่ประสบปัญหาร้านช�ำจ�ำหน่ายยาอันตราย การอวดอา้ งสรรพคณุ เกนิ จรงิ ของยา ไปรา้ นยาไมพ่ บเภสชั กร และยังไม่มโี ครงการนเ้ี ข้าไป คอื ต�ำบลโพนสงู ผูว้ จิ ัยจึง ประชาชนเข้าใจว่ายาโรงพยาบาลไม่ดีเหมือนยาท่ีไดจ้ าก ก�ำหนดเปา้ หมายในการด�ำเนินโครงการที่ต�ำบลโพนสูง นอกโรงพยาบาลปญั หายาชดุ และรา้ นช�ำจ�ำหนา่ ยยาอนั ตราย 2. ผลการประชุมเตรียมความพร้อมในการ 2) ความรหู้ รอื ขอ้ มลู ทช่ี มุ ชนตอ้ งการไดแ้ ก่การแกไ้ ข จัดกิจกรรมชุมชน ปัญหาของการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโอ้อวด การประชุมร่วมกับผู้แทนโรงพยาบาลส่งเสริม เกนิ จรงิ และอันตรายของยาชดุ สุขภาพต�ำบลยางชุม ผู้แทนโรงพยาบาลสมเด็จพระ 3) การแกป้ ญั หา ไดแ้ ก่ การใหค้ วามรแู้ ละรณรงค์ ยุพราชสว่างแดนดิน และผู้แทนจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพ่ือวางแผนในการจัด ในประเดน็ ทเ่ี ป็นปญั หาในชมุ ชน คอยยำ�้ เตือนบ่อยครั้ง กิจกรรมระดมความคิดเห็นของประชาชนในชุมชน กลุ่มท่ี 2 ชมุ ชนบา้ นโพนสงู รายงานการ ิว ัจย แยกเปน็ 2 ส่วน คือ 1) ประเดน็ ปญั หาทพี่ บ ไดแ้ ก่ ปญั หาจากการใช้ 2.1 ข้อมูลของชุมชนประเด็นที่เป็นปัญหา ยาชดุ และยาแกป้ วดแลว้ เกดิ อาการเกย่ี วกบั โรคกระเพาะ ในชุมชนพบว่า ในเดือนมิถุนายน–ตุลาคม 2556 และล�ำไส้ ปัญหาการโฆษณาโอ้อวดของอาหาร และ เปน็ ฤดกู าลด�ำนา ผปู้ ระกอบการรา้ นช�ำจะน�ำยาเขา้ มาใน ปญั หายาชดุ ชุมชนมาก จากการส�ำรวจร้านช�ำในหมู่บ้าน พบปัญหา 2) ความรู้หรือข้อมูลที่ชุมชนต้องการ ได้แก่ ในชุมชนคือ การจ�ำหน่ายยาปฏิชีวนะ ยาชุด แม้ว่า ประเด็นของยาท่ใี ชท้ ดแทนยาชดุ ประชาชนมคี วามรู้ แตป่ ระชาชนมคี วามจ�ำเปน็ ทตี่ อ้ งใชย้ าชดุ 3) การแก้ปัญหา ได้แก่ ให้ความรู้และรณรงค์ เน่ืองจากยาชุดท�ำใหห้ ายจากอาการปวดเมือ่ ยได้เร็ว ในประเดน็ ทม่ี ปี ญั หาในชมุ ชนใหป้ ระชาชนทราบถงึ โทษภยั 2.2 รู ป แ บ บ ก า ร ร ะ ด ม ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ของยาชุด ยาสเตียรอยด์ และประชาชนในชุมชน ประชาชนต้องการให้มีรูปแบบการให้ความรู้ท่ีแตกต่าง ควรช่วยกนั สอดสอ่ งดแู ลรถเรท่ ี่จ�ำหนา่ ยยา จากเดมิ เชน่ การจดั กระบวนการใหค้ วามรใู้ นชมุ ชนเรอ่ื ง ยาชดุ โดยการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ด�ำเนนิ กจิ กรรมลกั ษณะ กลุ่มที่ 3 ชมุ ชนบา้ นโพนสวา่ งและบา้ นคำ� บก เป็นการถามให้ประชาชนตอบ สรุปค�ำตอบท่ีมาท้ังหมด 1) ประเดน็ ปญั หาทพ่ี บ ไดแ้ ก่ ปญั หายาชดุ รถเร่ ในตอนทา้ ย ใชเ้ วลาประมาณ 1½-2 ชวั่ โมง ประกอบดว้ ย และคนเดินเร่จ�ำหน่ายยา โฆษณาโอ้อวดเกินจริง 4 ประเดน็ หลัก คอื ของอาหาร การซอื้ ยาตามค�ำบอกเลา่ ของผอู้ นื่ และปญั หา 1) ปญั หาการใช้ยาในชมุ ชน 2) ความรู้หรอื ข้อมูลท่ชี มุ ชนต้องการ ร้านช�ำจ�ำหนา่ ยยาอนั ตราย 3) สาเหตแุ ละแนวทางการแก้ไข 2) ความรู้หรือข้อมูลท่ีชุมชนต้องการ ได้แก่ 4) สรปุ และประชมุ หารอื รว่ มกนั ทกุ หมบู่ า้ น ความร้ดู า้ นโทษและพิษภัยของสเตยี รอยด์ โทษของการ เพอื่ จัดท�ำแผนกิจกรรม ใช้ยาอันตรายอย่างไม่ถูกต้อง แนวทางการใช้ยา จากการประชมุ ระดมความคดิ เหน็ ผเู้ กยี่ วขอ้ ง อยา่ งถกู ต้องสมเหตสุ มผล ในชุมชนของหมู่บ้านท้ัง 9 แห่ง สามารถสรุปได้เป็น 3) การแก้ปัญหา ได้แก่ ให้ความรู้และรณรงค์ 5 กลมุ่ คอื ในประเดน็ ทม่ี ปี ญั หาในชมุ ชน ใชก้ ารรว่ มมอื รว่ มใจกนั ดแู ล ก ลุ ่ ม ท่ี 1 ชุ ม ช น บ ้ า น ด อ น เจ ริ ญ แ ล ะ ชุมชน ให้ความรู้ด้านกฎหมายยาแก่ร้านช�ำ เพื่อไม่ให้ จ�ำหน่ายยาอันตรายในรา้ นช�ำ บ้านดอนเชียงยืน 60 FDA Journal : September-December 2014
กลุ่มที่ 4 ชมุ ชนบา้ นยางชมุ และบา้ นค้อ 1.4) การโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณ 1) ประเดน็ ปญั หาทพี่ บ ไดแ้ ก่ ปญั หายาชดุ รถเร่ เกินจริงของยาน้�ำสมุนไพร การโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณ การแสดงลิงเร่จ�ำหน่ายยา และคนเดินเร่จ�ำหน่ายยา ของนำ้� ผลไม้ โฆษณาโอ้อวดเกินจริงของอาหาร และร้านช�ำจ�ำหน่าย 2) ความรูห้ รอื ข้อมลู ที่ชุมชนตอ้ งการ ยาอันตราย 2.1) โทษของยาชุด ยาสเตยี รอยด์ 2) ความรู้หรือข้อมูลท่ีชุมชนต้องการ ได้แก่ 2.2) การใชย้ าอยา่ งถกู ตอ้ ง สมเหตสุ มผล ความรเู้ รอื่ งการใชย้ า โทษภยั ของยาชดุ สเตยี รอยด์ นำ้� ผลไม้ 2.3) รายการยาท่ีร้านช�ำสามารถน�ำมา ยาอันตราย รายการยาที่ร้านช�ำสามารถจ�ำหนา่ ยได้ จ�ำหนา่ ยได้ รายงานการ ิว ัจย 3) การแก้ปัญหา ได้แก่ ประชาชนต้องการให้ 2.4) การไม่หลงชื่อโฆษณาโอ้อวด หน่วยงานเข้ามาดูแลปัญหาโฆษณา ยาชุด ร้านช�ำ สรรพคุณเกินจริงของยาและอาหาร จ�ำหนา่ ยยาอนั ตรายแบบเขม้ งวด หา้ มรา้ นช�ำจ�ำหนา่ ยยาชดุ 2.5) วธิ ใี ชช้ ดุ ทดสอบหาสารสเตยี รอยด์ ยาอนั ตรายและยาสเตยี รอยด์ และรณรงคห์ า้ มประชาชน ในผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ ในชมุ ชนกนิ ยาชดุ 3) วิธีการแกป้ ัญหา กลมุ่ ท่ี 5 ชุมชนบา้ นค�ำชนและบ้านดงตอ้ ง 3.1) ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม ใ ห ้ ค ว า ม รู ้ 1) ประเดน็ ปญั หาทพ่ี บไดแ้ ก่โฆษณาโออ้ วดเกนิ จรงิ ในประเด็นความรู้หรือข้อมูลที่ชุมชนต้องการ โดยใช้ส่ือ ของอาหาร ร้านช�ำจ�ำหน่ายยาอันตราย ปัญหาการใช้ ได้แก่ ป้ายโฆษณา แผ่นซีดีประชาสัมพันธ์ และการ ยาชุด ยาสเตียรอยด์ ปัญหารถเร่ และเดินเร่ ให้ความรู้ผ่านหอกระจายขา่ วชมุ ชน 2) ความรู้หรือข้อมูลที่ชุมชนต้องการ ได้แก่ 3.2) การแลกเปล่ียนเรียนรู้โทษภัยของ ความรเู้ รือ่ งพษิ ภยั ของสเตยี รอยด์ การใช้ยาอยา่ งถกู ต้อง การใช้ยาชุด ยาสเตียรอยด์ โดยยกตัวอยา่ งจาก ผู้ได้รับ 3) การแกป้ ญั หา ไดแ้ ก่ ปญั หาการใชย้ าอนั ตราย ผลเสียจากการใช้ยาชดุ ร้านช�ำในชุมชนจ�ำหน่ายยาอันตราย ควรจะต้องให้ 3.3) อบรมอาสาสมัครสาธารณสุข ความรแู้ ละแนะน�ำการปฏบิ ตั ติ วั ในการใชย้ าอยา่ งถกู ตอ้ ง ประจ�ำหมบู่ า้ น (อสม.) ใหค้ วามรใู้ นประเดน็ ทเี่ ปน็ ปญั หา ไม่ซ้ือยาอันตรายจากร้านช�ำ และห้ามร้านช�ำจ�ำหน่าย ในชมุ ชน เพอื่ เปน็ ผแู้ นะน�ำใหป้ ระชาชนใชย้ าอยา่ งถกู ตอ้ ง ยาอันตราย เหมาะสม 3. ผลจากการประชุมระดมความคิดเห็น 3.4) ให้ความรู้แก่ร้านช�ำเกี่ยวกับ ในสถานการณ์ยาและแนวทางการจัดโครงการพัฒนา รายการยาท่ีรา้ นช�ำสามารถจ�ำหนา่ ยได้ รปู แบบรา้ นช�ำปลอดยาอนั ตรายแบบชมุ ชนมสี ว่ นรว่ ม 3.5) จดั ใหม้ ชี ดุ ทดสอบหาสารสเตยี รอยด์ ทีมผู้วิจัยได้น�ำข้อมูลจากการประชุมในแต่ละ เพ่ือให้ประชาชนสามารถทดสอบหาสารสเตียรอยด์ ชมุ ชนมาวเิ คราะหแ์ ละประชมุ รว่ มกบั ผแู้ ทนจากองคก์ าร บริหารส่วนต�ำบลโพนสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ในผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพทพ่ี บในชมุ ชน ต�ำบลยางชุม โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช- 3.6) ใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดในการ สว่างแดนดิน และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย ด�ำเนนิ คดกี บั ผกู้ ระท�ำผดิ มหาสารคาม ไดผ้ ลการประชุมภาพรวม คือ 4. การพฒั นารปู แบบรา้ นช�ำปลอดยาอนั ตราย 1) ประเดน็ ทเ่ี ปน็ ปัญหา จากการประชมุ ระดมความคดิ เหน็ กบั ตวั แทน 1.1) การใชย้ าชุดในชมุ ชน ชุมชน ผู้แทนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล 1.2) ร้านช�ำจ�ำหนา่ ยยาอันตราย ผู้แทนองค์การบริหารส่วนต�ำบล และผู้แทนจาก 1.3) รถเร่ คนเดินเร่ขายยา และการ คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม มปี ระเดน็ การ แสดงละครลงิ ขายยาในชุมชน พฒั นารปู แบบรา้ นช�ำปลอดยาอันตราย คือ วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นกนั ยายน-ธนั วาคม 2557 61
1) การให้ความรู้แก่ชุมชนและผู้ประกอบ- ทจ่ี �ำเปน็ ใหช้ มุ ชนเปน็ ผจู้ �ำหนา่ ย โดยจดั ตงั้ ในรปู แบบกองทนุ การร้านช�ำถึงโทษของยาชุด การใช้ยาอันตราย ยาชุมชน เริ่มต้นจากการศึกษาดูงานจากกองทุนยา อย่างไมถ่ กู ตอ้ ง แนะน�ำรา้ นช�ำไมใ่ หจ้ �ำหนา่ ยยาอนั ตราย ในจังหวัดนครราชสีมาซ่ึงเป็นกองทุนยาท่ีมีความส�ำเร็จ รวมทง้ั ให้ความรู้เพื่อท�ำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่า ในการด�ำเนนิ กจิ กรรม เพอ่ื น�ำมาเปน็ แนวทางในการพฒั นา ยาของรัฐมีประสทิ ธภิ าพและคณุ ภาพ รูปแบบร้านช�ำปลอดยาอันตรายของชุมชน รูปแบบ 2) การจัดกิจกรรมแนะน�ำให้ความรู้ชุมชน โครงการนี้ จึงเป็นรูปแบบท่ีท�ำให้เกิดการแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย การใช้สื่อให้ความรู้ ได้แก่ ป้ายโฆษณา แท้จริงจากชุมชน และเกิดแนวทางการแก้ไขปัญหา แผน่ ซดี ปี ระชาสมั พนั ธ์ และการใหค้ วามรผู้ า่ นหอกระจายขา่ ว ทชี่ มุ ชนตอ้ งการ น�ำมาสกู่ ารเกดิ รา้ นช�ำปลอดยาอนั ตราย ชุมชน การให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน ในชุมชนต่อไป แนะน�ำประชาชนให้ใช้ยาอย่างถูกต้องเหมาะสม การแลกเปล่ียนเรียนรู้โทษภัยของสเตียรอยด์จาก อภิปรายผลการวจิ ัย ผไู้ ดร้ บั อนั ตรายจากยาชดุ เพอื่ ใหช้ มุ ชนเกดิ ความตระหนกั จากผลการศกึ ษาพบวา่ และเกดิ การเปล่ยี นแปลงพฤติกรรมการบรโิ ภคยา 1. การพัฒนาร้านช�ำที่ไม่จ�ำหน่ายยาอันตราย รายงานการ ิว ัจย 3) ตอ้ งการใหโ้ รงพยาบาลจดั หายาทจ่ี �ำเปน็ เนื่องจากท�ำให้ประชาชนในชุมชนได้รับยาท่ีมีความ ให้ชุมชนเป็นผจู้ �ำหนา่ ย โดยการจัดต้ังรปู แบบกองทนุ ยา เหมาะสมและปลอดภัย สามารถเข้าถึงยาได้ง่ายเมื่อ ชุมชน ชุมชนต้องการศึกษาดูงานจากกองทุนยาชุมชน มีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ โดยการไปศึกษาดูงาน ที่ประสบความส�ำเร็จ เพ่ือน�ำรูปแบบมาเป็นแนวทาง จากกองทุนยา สอดคล้องกับงานวิจัยของพิมลพรรณ การพฒั นากองทนุ ยาในชมุ ชน โดยการเขยี นโครงการศกึ ษา อิศรภักดี (2535) ท�ำการศึกษาประสิทธิภาพกองทุนยา ดูงาน มีจุดประสงค์เพ่ือจัดอบรมศึกษาดูงานกองทุนยา ใน 5 จงั หวดั พบวา่ อาการเจบ็ ปว่ ยมากทสี่ ดุ คอื อาการไข้ ที่ อ.สงู เนิน จ.นครราชสีมา เพ่อื น�ำข้อมลู ดังกล่าวมาเปน็ ปวดศีรษะ โดยกองทุนยาเป็นแหล่งพ่ึงพิงในการรักษา แนวทางในการจดั ท�ำกองทนุ ยาในชุมชนตอ่ ไป อาการเจบ็ ปว่ ยเลก็ ๆ นอ้ ยๆ ดว้ ยตนเอง และสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของกระทรวงสาธารณสขุ (2536) ท�ำการศกึ ษาถงึ สรุปผลการวจิ ยั การด�ำเนินการและความคิดเห็นของบุคคลกลุ่มต่างๆ การประชมุ ระดมความคดิ เหน็ จากประชาชนแบบ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั กองทนุ ยา รวมทง้ั พฤตกิ รรมของประชาชน มีส่วนร่วมในชุมชน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นใน 4 ในหมู่บ้านที่มีกองทุนยา โดยการสัมภาษณ์และ ประเดน็ หลกั คอื ปญั หาการใชย้ าในชมุ ชน ความรทู้ ช่ี มุ ชน สังเกตการณใ์ นกลมุ่ ตวั อยา่ ง 9 จงั หวดั พบว่า ประชาชน ตอ้ งการทราบ สาเหตแุ ละแนวทางการแกไ้ ข และขอ้ สรปุ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและวัตถุประสงค์ของการ จากแต่ละชมุ ชน จากน้ันน�ำขอ้ สรปุ จากการประชุมย่อย จดั ใหม้ กี องทนุ ยาขนึ้ โดยเฉพาะประเดน็ ทวี่ า่ ท�ำใหม้ ยี า ของแต่ละชุมชน มาสู่การประชุมระดมความคิดเห็น ทจี่ �ำเป็น คุณภาพดี และราคาถกู ไวใ้ ช้ในหมู่บา้ น สถานการณย์ าในชมุ ชนระดบั ต�ำบลพบวา่ ชมุ ชนตอ้ งการ 2. การใชย้ าในชมุ ชน สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ จัดกิจกรรมการให้ความรู้ในเร่ืองโทษของการใช้ยาชุด กาญจนพงษ์ เพ็ญทองดี (2553) เรื่อง โครงการพัฒนา และยาสเตยี รอยด์ อนั ตรายจากการซอื้ ยาอนั ตรายกนิ เอง ศักยภาพชุมชน ด้านพฤติกรรมการใช้ยาและความรู้ การโฆษณาโออ้ วดเกนิ จรงิ ผา่ นกจิ กรรมการใหค้ วามรใู้ น ดา้ นการใชย้ าปฏชิ วี นะแบบเรยี นรผู้ า่ นวถิ ชี มุ ชนจงั หวดั ยโสธร รูปแบบของป้ายโฆษณา แผ่นซีดีประชาสัมพันธ์ และ พบว่า ร้านช�ำส่วนใหญ่มียาปฏิชีวนะ ยาปฏิชีวนะที่พบ การใหค้ วามรผู้ า่ นหอกระจายขา่ วชมุ ชน การใหอ้ าสาสมคั ร ในร้านช�ำส่วนใหญ่ คือ Tetracycline ร้อยละ 65.38 สาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้านแนะน�ำประชาชนให้ใช้ยา Penicillin ร้อยละ 51.16 และ Co-trimoxazole อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม การแลกเปลย่ี นเรยี นรโู้ ทษภยั ของ ร้อยละ 28.00 ตามล�ำดับ ซึ่งร้านช�ำให้เหตุผลในการ สเตยี รอยดจ์ ากผไู้ ดร้ บั อนั ตรายจากยาชดุ ตอ้ งการใหร้ า้ นช�ำ น�ำเอายาอนั ตรายมาจ�ำหนา่ ยวา่ มเี หตผุ ลเนอื่ งจากประชาชน ไม่จ�ำหน่ายยาอันตราย และ ให้โรงพยาบาลจัดหายา เรียกหา ทุกการซื้อจึงต้องจัดหายาดังกล่าวตาม 62 FDA Journal : September-December 2014
ที่ประชาชนในชุมชนต้องการ สอดคล้องกบั งานวจิ ัยของ กิตตกิ รรมประกาศ พูลศักด์ิ วชิรตรีรัตน์ และ อุทิศ ปัญญาสิทธิ์ (2555) 1. ทุนสนับสนุนการด�ำเนินงานวิจัยนี้ได้รับจาก ศึกษาเชิงส�ำรวจเพ่ือหาปัจจัยในการจ�ำหน่ายยาชุด มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม ยาสเตยี รอยดใ์ นรา้ นคา้ ของช�ำในเขตรบั ผดิ ชอบโรงพยาบาล 2. ขอขอบคุณผู้อ�ำนวยการ เภสัชกร และ ส่งเสริมสุขภาพต�ำบลโคกเครือ อ�ำเภอหนองกุงศรี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุจ�ำนวน52แหง่ พบวา่ สาเหตใุ นการจ�ำหนา่ ย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลยางชุม ยาชุดของร้าน เนื่องมาจากมีชาวบ้านหรือลูกค้ามาถาม นายกและสมาชกิ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลโพนสงู ผใู้ หญบ่ า้ น ซื้อบ่อยๆ และชาวบ้านหรือลูกค้าแนะน�ำให้น�ำมา ผชู้ ่วยผใู้ หญบ่ ้าน และประชาชนในชุมชนโพนสูง จ�ำหน่าย คิดเป็นร้อยละ 85.71 มีวิธีเลือกซ้ือยาเข้ามา จ�ำหน่ายในร้านมี 2 ลักษณะคือ เลือกซื้อตามท่ีร้าน ขายยาแนะน�ำ จ�ำนวน 4 แหง่ และซอื้ ตามชอื่ ยาทล่ี กู คา้ และ เอกสารอา้ งองิ รายงานการ ิว ัจย ประชาชนมาถามหา และ/หรือแนะน�ำให้ซื้อมาขาย จ�ำนวน 3 แหง่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 57.14 และ 42.86 ตามล�ำดบั 1. กระทรวงสาธารณสขุ . (2536). การประเมนิ ผลการด�ำเนนิ งาน กองทุนยาและเวชภัณฑ์ ประจ�ำหมู่บ้าน ส�ำนักงานคณะ กรรมการการสาธารณสุขมูลฐาน กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พอ์ งค์การสงเคราะหท์ หารผา่ นศึก. ขอ้ เสนอแนะ กาญจนพงษ์ เพ็ญทองดี. (2553). โครงการพฒั นาศกั ยภาพ 1. ควรท�ำวิจัยในเรื่องการจัดท�ำร้านช�ำ ชมุ ชน ดา้ นพฤติกรรมการใช้ยาและความรู้ด้านการใช้ยา ปลอดยาอนั ตรายในชมุ ชนหลงั จากทช่ี มุ ชนไปศกึ ษาดงู าน ปฏชิ วี นะ แบบเรยี นรผู้ า่ นวถิ ชี มุ ชน จงั หวดั ยโสธร. กรงุ เทพฯ และพฒั นาโครงการในชุมชนโพนสูง : แผนงานพัฒนากลไกเฝา้ ระวงั ระบบยา. 2. ควรขยายผลการจัดท�ำโครงการรูปแบบ 2. พิมลพรรณ อิศรภักดี. (2535). การศึกษาประสิทธิภาพ การพฒั นารา้ นช�ำแบบชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในชมุ ชนอนื่ ๆ ตอ่ ไป ในรูปแบบการเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ ของกองทุนยาข้อมูลจากกองทุนยา5จังหวัด. กรุงเทพฯ : ก�ำหนดรปู แบบการประชมุ ขอ้ ค�ำถามในการเสนอปญั หา สถาบนั วจิ ัยประชากรและสงั คม มหาวิทยาลัยมหดิ ล. และข้อสรุปจากชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับยา 3. พลู ศักดิ์ วชิรตรรี ัตน์ และ อทุ ศิ ปญั ญาสทิ ธิ.์ (2535). ปจั จยั อย่างถกู ต้องและเหมาะสม ในการจ�ำหนา่ ย ยาชดุ ยาสเตยี รอยดใ์ นรา้ นคา้ ของช�ำ เขตรบั 3. การแก้ไขปัญหาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุ- ผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลโคกเครือ.วารสาร วิทยาลยั การสาธารณสุขสริ ินธรขอนแกน่ 4: 1-9. 4. ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า. (2553). พระราชบญั ญัติ สมผลในชมุ ชน โดยโรงพยาบาลและองคก์ ารปกครองสว่ น ยา พ.ศ. 2510 และฉบบั แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ออนไลน)์ . สบื คน้ จาก ท้องถิ่นจัดกิจกรรมให้ความรู้และรณรงค์อย่างต่อเน่ือง : http://web. krisdika.go.th/data/law/law2/%c04-20- เพ่อื ให้ประชาชนมคี วามรอู้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 9999-update.pdf [17 พ.ค. 2556] 4. การแก้ไขปัญหาโฆษณาโอ้อวดเกินจริง 5. สุนทรี สัมฤทธ์ิโชค. (2550). ประมวลกฎหมายส�ำหรับ ในชุมชน ท้งั ทางสอ่ื วิทยุ รถเร่และการเดินเรจ่ �ำหนา่ ยยา โดยโรงพยาบาลจัดกิจกรรมคุ้มครองผู้บริโภคอย่าง เภสชั กร. พมิ พค์ รงั้ ที่ 3. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . ตอ่ เนอื่ ง หนว่ ยงานของรฐั องคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ 6. สวุ ทิ ย์ วบิ ลุ ผลประเสริฐ. (2550). การสาธารณสุขไทย 2548 และชุมชนต้องช่วยกันสอดส่องดูแลและรัฐต้องมี มาตรการเข้มงวดด้านการควบคุมส่อื โฆษณา - 2550. กรุงเทพมหานคร : ส�ำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ . 7. World Health Organization. (1987). The Rational Use of Drugs – Report of The Conference of Experts, 5. การจดั การปญั หารา้ นช�ำจ�ำหนา่ ยยาอนั ตราย Nairobi 25 – 29 November 1985. Geneva : World โรงพยาบาลตอ้ งใหค้ วามรคู้ วามเขา้ ใจแกผ่ ปู้ ระกอบการรา้ นช�ำ Health Organization. เพอ่ื ใหต้ ระหนกั ถงึ โทษภยั ของการใชย้ าชดุ ยาสเตยี รอยด์ และยาอนั ตราย ความผดิ ตามกฎหมาย โดยเนน้ ความรว่ มมอื ของร้านช�ำมากกว่าการบงั คบั ใช้กฎหมาย ❂❂❂❂❂❂ วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นกันยายน-ธันวาคม 2557 63
รายงานการ ิว ัจย โครงการส�ำรวจการปนเปือ้ นสารสเตียรอยด์ ในยาแผนโบราณใน 9 จงั หวัด Survey of steroid adulteration in traditional medicines in 9 provinces จรยิ า อคั รวรณั ธร ศรัณยพร กจิ ไชยา ศนู ย์วิทยาศาสตร์การแพทยท์ ่ี 6 ชลบุรี บทคัดยอ่ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนสารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณที่ ไมม่ เี ลขทะเบยี นยาหรอื ไมท่ ราบแหลง่ ผลติ ใน 9 จงั หวดั ในเขตความรบั ผดิ ชอบของศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยท์ ี่ 6 ชลบรุ ี และวเิ คราะหป์ รมิ าณเดกซาเมทาโซนและเพรดนโิ ซโลนในยาแผนโบราณ ในระหวา่ งเดอื นตลุ าคม 2554 ถงึ กนั ยายน 2556 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยท์ ่ี 6 ชลบรุ ี ท�ำการเกบ็ ตวั อยา่ งยาแผนโบราณทไ่ี มม่ เี ลขทะเบยี นยา จ�ำนวน 67 ตัวอยา่ ง จากตลาดนดั แผงลอย ร้านคา้ ท่วั ไปในเขตรบั ผิดชอบ จ�ำนวน 9 จงั หวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จนั ทบุรี ตราด สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา สระแกว้ นครนายก และปราจนี บุรี รวมทัง้ ไดร้ บั ตัวอยา่ ง จ�ำนวน 32 ตวั อยา่ งจากหนว่ ยงานสาธารณสขุ เครอื ขา่ ย ผลการวเิ คราะหพ์ บยาแผนโบราณทมี่ เี ดกซาเมทาโซน ปนอยู่ 24 ตวั อยา่ ง และมยี าแผนโบราณทป่ี นเพรดนโิ ซโลน 12 ตวั อยา่ ง เมอ่ื น�ำตวั อยา่ งทตี่ รวจพบสารสเตยี รอยด์ ซึ่งมีปริมาณตัวอย่างมากพอจ�ำนวน 12 ตัวอย่าง มาตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารสเตียรอยด์ด้วยวิธี HPLC พบวา่ มปี รมิ าณเพรดนโิ ซโลน 0.10–2.58 มลิ ลกิ รมั ตอ่ มอื้ มปี รมิ าณเดกซาเมทาโซน 0.10–1.35 มลิ ลกิ รมั ตอ่ มอ้ื ซ่ึงเทียบใกล้เคียงกับการบริโภคยาเม็ดเดกซาเมทาโซน ม้ือละเศษหนึ่งส่วนส่ีเม็ด ถึง 3 เม็ด โดยมีตัวอย่าง ยาแผนโบราณ 8 ตัวอย่าง เม่ือค�ำนวณการบริโภคต่อวันแล้วจะมีปริมาณเดกซาเมทาโซนมากกว่า 0.75 มลิ ลกิ รมั ซง่ึ อาจท�ำใหเ้ กดิ อนั ตรายตอ่ รา่ งกายหากใชเ้ ปน็ ระยะเวลานานโดยไมม่ ขี อ้ บง่ ใชท้ างการแพทย์ โดยเฉพาะ อยา่ งยงิ่ ผทู้ มี่ ปี ญั หาทางสขุ ภาพอยกู่ อ่ นแลว้ อาจท�ำให้เกดิ ผลรุนแรง และอาจถึงข้ันเสียชีวติ ได้ ค�ำส�ำคญั ยาแผนโบราณ สารสเตียรอยด์ 64 FDA Journal : September-December 2014
Abstract รายงานการ ิว ัจย The objective of this study was to monitor the situation of steroid adulteration in traditional medicines having no registration number on labels or of unknown sources in 9 provinces and determine the amount of dexamethasone and prednisolone in samples. During October 2011 to September 2013, Regional Medical Sciences Center 6 Chonburi had collected 67 samples of traditional medicines with no registration number or of unknown sources from flea markets, kiosks and retail stores in 9 provinces namely, Chonburi, Rayong, Chanthaburi, Trat, Samut Prakarn, Chachoengsao, Sakaeo, Nakorn Na–Yok and Prachinburi. In addition, 32 samples were received from provincial health networks. These samples were identified and quantified for adulterations with synthetic corticosteroids. The results showed that 24 samples contained dexamethasone and 12 samples contained prednisolone. Twelve positive samples which had sufficient amount for quantitative analysis were further quantified for dexamethasone and prednisolone using the HPLC technique. It was found that the quantities of prednisolone were ranged from 0.1-2.58 mg per dose, while the quantities of dexamethasone were ranged from 0.1-1.35 mg per dose which were approximately equal to ¼ up to 3 dexamethasone tablets. Furthermore, there were 8 samples of which the calculated amount of daily dexamethasone consumption was more than 0.75 mg. Prolonged use of dexamethasone without medical indication especially in the unhealthy person may pose health risk which could be severe or even fatal. Keywords: Traditional herbal medicines, Steroids กบทน�ำ ารน�ำสารสเตียรอยด์ไปใช้ในทาง เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) และ เพรดนโิ ซโลน ทไี่ มเ่ หมาะสมโดยจงใจใสส่ ารสเตยี รอยด์ (Prednisolone)(1) ซง่ึ จดั เปน็ ยาควบคมุ พเิ ศษ ผลขา้ งเคยี ง ในยาแผนโบราณและยาสมนุ ไพร เพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลการรกั ษา จากการใชย้ าเหลา่ น้ี ท�ำใหเ้ กดิ การสะสมไขมนั โดยเฉพาะ แบบครอบจักรวาล ในช่วงแรกที่รับประทานยา ผู้ป่วย บริเวณล�ำตัว ล�ำคอดา้ นหลัง และเหนือกระดูกไหปลาร้า จะมคี วามรสู้ กึ วา่ ยาทร่ี บั ประทานนน้ั สามารถรกั ษาอาการ ผวิ หนงั บางลง มรี อยแตกสมี ว่ งแดงตามผวิ หนงั ทหี่ นา้ ทอ้ ง ได้ดี แต่เมื่อรับประทานเป็นระยะเวลานาน จะเกิด และต้นขา หนา้ กลม เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหติ สูง ผลข้างเคียงร้ายแรงจากสารสเตียรอยด์ สารสเตียรอยด์ หลอดเลือดแข็ง กระดูกพรุน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ท่ีพบในยาแผนโบราณและยาสมุนไพร มี 2 ชนิด ไดแ้ ก่ แผลในกระเพาะอาหาร ตับอ่อนอักเสบ ต้อกระจก วารสารอาหารและยา ฉบบั เดือนกนั ยายน-ธนั วาคม 2557 65
ภมู คิ มุ้ กนั ลดลงท�ำใหต้ ดิ เชอื้ ไดง้ า่ ยนอกจากนี้ยงั กดการท�ำงาน ของต่อมหมวกไต ซ่ึงในบางรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะ ผลการตรวจวิเคราะห์หาสารสเตียรอยด์ใน พร่องฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตเฉียบพลัน ท�ำให้เกิด ยาแผนโบราณของศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยท์ ี่ 6 ชลบรุ ี ภาวะชอ็ กไดง้ า่ ยเมอื่ รา่ งกายมภี าวะเครยี ดจากสาเหตอุ น่ื ในปี พ.ศ. 2550, 2551 และ 2552 พบว่า มีการปน เพียงเลก็ น้อย(2) สารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณคิดเป็นร้อยละ 39, 47 การปนสารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ และ 45 ตามล�ำดบั อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ มลู เหลา่ นี้ เปน็ ขอ้ มลู เปน็ ปญั หาทมี่ กี ารสง่ั สมมาอยา่ งยาวนาน ตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ จากการศึกษาเชิงคุณภาพ ไม่สามารถบอกถึงปริมาณ ปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการรณรงค์ ตรวจสอบ เฝ้าระวัง การได้รับสารสเตียรอยด์ของผู้บริโภค ท�ำให้ไม่สามารถ การใชส้ ารสเตยี รอยดใ์ นทางทผ่ี ดิ เชน่ นจ้ี ากหนว่ ยงานภาครฐั ประเมินผลเสียที่อาจเกิดข้ึนจากการบริโภคยาเหล่าน้ี เพยี งใดกต็ ามกย็ งั พบการปนสารสเตยี รอยดใ์ นยาแผนโบราณ อย่างตอ่ เนื่อง เป็นระยะเวลานานได้ จากข้อมูลการวิเคราะห์การปนยาแผนปัจจุบัน การส่ือสารความเส่ียงและแจ้งเตือนภัยสุขภาพ ในผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพรของกรมวิทยาศาสตร์ เป็นภารกิจหนึ่งของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 รายงานการ ิว ัจย การแพทย(์ 1) ต้ังแตป่ ี 2547–2551 จ�ำนวน 993 ตัวอย่าง ชลบรุ ี โดยการศกึ ษา ค้นควา้ หาขอ้ มลู ท่เี ปน็ ประโยชน์ พบการปนยาแผนปัจจุบันสูงถึง 253 ตัวอย่าง คิดเป็น ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพมาใช้ให้เกิด ร้อยละ 26.3 โดยตรวจพบยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่น ประโยชน์ต่อประชาชนในชุมชน การศึกษาครั้งน้ี เดกซาเมทาโซนรว่ มกบั เพรดนโิ ซโลนในตวั อยา่ งเดยี วกนั จึงต้องการหาปริมาณเดกซาเมทาโซนหรือเพรดนิโซโลน ถึง 105 ตัวอย่าง พบเดกซาเมทาโซนชนิดเดียว ที่ปนอยู่ในยาแผนโบราณ เพื่อน�ำมาใช้ประโยชน์ในการ 56 ตัวอย่าง และเพรดนิโซโลนชนิดเดียว 18 ตัวอย่าง ช่วยพัฒนาระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยจาก ในตวั อย่างยาแผนโบราณรปู แบบต่างๆ เช่น ยาลกู กลอน ยาแผนโบราณต่อไป ยาเมด็ ยาน้ำ� แคปซลู ยาผง เป็นตน้ วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือติดตามสถานการณ์การปนเปื้อน ยาแผนปัจจุบันในยาแผนโบราณท่ีฉลากไม่ระบุเลข ทะเบียนยาหรือไม่ทราบแหลง่ ผลิตใน 9 จงั หวดั 2. เพ่ือวิเคราะห์ปริมาณเดกซาเมทาโซนและ เพรดนิโซโลนในยาแผนโบราณ วสั ดแุ ละวธิ กี ารศึกษา 1. ตัวอยา่ ง แยกออกเปน็ 2 ประเภท คือ 1.1 ตัวอย่างยาแผนโบราณท่ีเก็บโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ท่ี 6 ชลบุรี จ�ำนวน 67 ภาพแสดงตัวอย่างยาชุดแผนโบราณท่มี สี เตยี รอยด์ ตัวอย่าง โดยเก็บตัวอย่างยาแผนโบราณที่ฉลากไม่ระบุ เลขทะเบยี นต�ำรบั ยา จากตลาดนดั แผงลอย และรา้ นคา้ ทวั่ ไปในจงั หวัดต่างๆ ในเขตรับผดิ ชอบของศนู ยฯ์ ไดแ้ ก่ ชลบรุ ี ระยอง จันทบุรี ตราด สมทุ รปราการ ฉะเชิงเทรา 66 FDA Journal : September-December 2014
สระแก้ว ปราจนี บุรี นครนายก มลิ ลลิ ติ ร ปรบั สารละลายใหเ้ ปน็ ดา่ งดว้ ย 1N โซเดยี มคลอไรด์ 1.2 ตัวอย่างยาแผนโบราณจากหน่วยงาน สกดั ดว้ ยคลอโรฟอรม์ น�ำไประเหยแหง้ ละลายดว้ ยเมทานอล สาธารณสขุ เครอื ขา่ ยในเขตรบั ผดิ ชอบของศนู ยฯ์ จ�ำนวน ก่อนน�ำไปวิเคราะห์เทียบกับสารละลายมาตรฐาน 32 ตัวอย่าง ได้แก่ ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี บนแผ่น TLC โรงพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โรงพยาบาล 3. วิเคราะห์ปริมาณเดกซาเมทาโซนและ ทา่ ใหม่ และโรงพยาบาลสอยดาว จงั หวดั จนั ทบรุ ี โดยเปน็ เพรดนิโซโลน โดยน�ำตัวอย่างท่ีพบว่ามีเดกซาเมทาโซน ตวั อย่างท่ีหนว่ ยงานข้างต้นได้รบั จากประชาชนผบู้ ริโภค หรือเพรดนิโซโลนปนอยู่ และมีปริมาณเหลือจากการ ยาแผนโบราณและสงสยั วา่ ยาทต่ี นบรโิ ภคอยนู่ นั้ ปนสาร ตรวจพสิ จู นเ์ อกลกั ษณอ์ ยา่ งนอ้ ย 1 กรมั ขนึ้ ไป ดว้ ยเครอ่ื งมอื สเตียรอยด์หรือไม่ ดังน้ันจึงไม่ทราบแหล่งผลิตและ HPLC Agilent 1260 series ท่ีสภาวะการทดสอบ ดังน้ี แหลง่ ซ้ือขาย และเมอ่ื ตรวจสอบเบ้ืองต้นแล้วใหผ้ ลบวก การตรวจวดั : ตรวจวัดสารด้วย Diode array ด้วยชุดทดสอบสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ พร้อมทั้ง detector ที่ความยาวคล่นื 240 นาโนเมตร รายละเอียดการบริโภคยาแผนโบราณของผู้ใช้ซ่ึง ตัวท�ำละลายเคล่ือนท่ี: น้�ำต่ออะซีโตไนไตรล์ ไดม้ าจากแบบเกบ็ ขอ้ มลู การใชย้ าของหนว่ ยงานสาธารณสขุ สดั สว่ น 70:30 (HPLC grade) เครอื ข่ายที่ส่งยาตรวจวเิ คราะหแ์ ละจากฉลากทร่ี ะบไุ ว้ คอลัมน:์ XBridgeTM C18 ขนาด 4.6 x 150 รายงานการ ิว ัจย มลิ ลิเมตร ขนาดอนภุ าค 5 ไมครอน อุณหภูมิคอลมั น:์ 35oC ระยะเวลาการฉีดสาร: 12 นาที 3.1 การเตรียมสารละลายมาตรฐาน เตรยี มสารละลายมาตรฐานเดกซาเมทาโซน และเพรดนิโซโลนแบบเดียวกบั ข้อ 2.1 3.2. การเตรยี มสารตัวอย่าง สกดั สารสเตยี รอยดอ์ อกจากตวั อยา่ ง โดยใช้ ตวั อยา่ งยาแผนโบราณ 1 กรมั ละลายใน 25% เมทานอล ปริมาตร 5 มิลลิลิตร เขย่าให้ละลายเข้ากันประมาณ 1 นาที sonicate อีก 5 นาที แล้วน�ำไปเข้าเครื่อง 2. ตรวจวิเคราะห์ว่ามีเดกซาเมทาโซนหรือ หมุนเหว่ยี งท่คี วามเร็วรอบ 5000 รอบต่อนาที เป็นเวลา เพรดนิโซโลนปนอยู่หรือไม่ โดยน�ำตัวอย่างมาทดสอบ 5 นาที จากนั้นน�ำไปสกัดโดยใช้ OASIS® HLB Solid ด้วยวธิ ี Thin–layer chromatography (TLC) โดยมีวิธี phase extraction ปรับปริมาตรให้ได้ 1 มิลลิลิตร การเตรยี มสารดงั นี้ สารเคมีท่ีใช้ในการเตรียมสารละลายตัวอย่างและ 2.1. การเตรียมสารละลายมาตรฐาน สารละลายมาตรฐาน ได้แก่ น้�ำ และเมทานอล เตรียมสารละลายมาตรฐานเพรดนิโซโลน (AR grade) และสารละลายมาตรฐานเดกซาเมทาโซนด้วยเมทานอล เมอ่ื น�ำสารละลายมาตรฐานและสารละลาย ให้สารละลายท้ัง 2 ชนิดมีความเข้มข้น 1 มิลลิกรัมต่อ ตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์จะได้โครมาโตแกรมดังแสดง มลิ ลิลิตร (มก./มล.) ในภาพแสดงท่ี 1 2.2. การเตรียมสารละลายตัวอยา่ ง น�ำตัวอย่างยาแผนโบราณ ปริมาณ 3 เท่า ของขนาดที่รับประทานมาละลายด้วยน�้ำประมาณ 5 วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นกันยายน-ธันวาคม 2557 67
รายงานการ ิว ัจย ภาพแสดงที่ 1 แสดงโครมาโตแกรมของสารละลายมาตรฐานเดกซาเมทาโซน และเพรดนิโซโลน (ด้านลา่ ง) และ สารละลายตวั อยา่ ง (ดา้ นบน) พรอ้ มทง้ั สเปคตรมั การดดู กลนื แสงของเพรดนโิ ซโลน (บนซา้ ย) และเดกซาเมทาโซน (บนขวา) 4. ค�ำนวณปรมิ าณเดกซาเมทาโซน และเพรดนโิ ซโลนตอ่ มอื้ หรอื ตอ่ วนั โดยค�ำนวณจากขอ้ มลู ปรมิ าณการ บรโิ ภคต่อมอ้ื (ขนาดยาทีใ่ ช้) และจ�ำนวนมื้อต่อวนั ของยาแผนโบราณแตล่ ะชนดิ 5. สรุปผลการศึกษา ผลการตรวจวิเคราะห์ ตัวอย่างยาแผนโบราณที่เก็บจาก ตวั อยา่ งยาแผนโบราณทไี่ ดร้ ับ (แยกตามรปู แบบยาแผนโบราณ) ตลาดนดั แผงลอย ร้านคา้ ทว่ั ไป จากหนว่ ยงานสาธารณสุขเครือข่าย พบ ไม่พบ พบ ไม่พบ ยาเม็ด/แคปซลู 3 51 11 6 ยานำ้� ไมไ่ ด้เก็บตวั อย่าง 5 4 ยาผง 2 11 6 0 รวมจ�ำนวนตวั อยา่ ง 5 62 22 10 (ร้อยละ 7.5) (รอ้ ยละ 68.8) ผลการจ�ำแนกสารสเตยี รอยด์ท่ีตรวจพบในตัวอย่างยาแผนโบราณท้งั 27 ตัวอย่างเปน็ ดงั น้ี - ตัวอย่างท่ีมีเดกซาเมทาโซนปนอยู่มีจ�ำนวน 24 ตัวอย่าง โดยตรวจพบเดกซาเมทาโซนเพียงชนิดเดียว 14 ตวั อย่าง และเดกซาเมทาโซนร่วมกับตวั ยาอืน่ 10 ตัวอยา่ ง - ตัวอยา่ งทีม่ เี พรดนิโซโลนปนอยู่มีจ�ำนวน 12 ตัวอย่าง ตรวจพบเพรดนโิ ซโลนเพยี งชนิดเดยี ว 3 ตวั อย่าง และเป็นเพรดนโิ ซโลนรว่ มกบั ตัวยาอ่นื 9 ตัวอย่าง ผลการตรวจพบการปนสารสเตยี รอยด์ในยาแผนโบราณ ดังแสดงตามตารางที่ 2 68 FDA Journal : September-December 2014
ตารางท่ี 2 แสดงจ�ำนวนตวั อยา่ ง แยกตามรูปแบบยาและชนดิ ตัวยาท่ตี รวจพบ จ�ำนวน จ�ำนวนตวั อย่างยา แยกตามชนดิ ตัวยาทต่ี รวจพบA รูปแบบยา D P D + P D + DZP D + P + CPM D + P + DZP ยาเม็ด 5 1 ยานำ้� 5 15 - 2 - ยาผง 4 - รวมจ�ำนวนตวั อยา่ ง (27) 14 --- - 1 211 - 361 2 หมายเหตุ: Aชนิดตัวยาที่ตรวจพบ ดังน้ี D = เดกซาเมทาโซน, P = เพรดนิโซโลน, D+P = เดกซาเมทาโซนและเพรดนิโซโลน, รายงานการ ิว ัจย D + DZP = เดกซาเมทาโซนและไดอะซีแพม, D + P + CPM = เดกซาเมทาโซน เพรดนิโซโลน และคลอเฟนิรามีน, D + P + DZP = เดกซาเมทาโซน เพรดนิโซโลน และไดอะซแี พม ยาแผนโบราณทต่ี รวจพบสารสเตยี รอยดข์ า้ งตน้ ทมี่ ปี รมิ าณตวั อยา่ งเหลอื มากพอ (มากกวา่ 1 กรมั ) มจี �ำนวน 12 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเดกซาเมทาโซนอยู่ระหว่าง 0.012–0.017 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ในยาน้�ำ และอยู่ระหว่าง 0.049–1.227 มิลลิกรัมต่อกรัมในยาเม็ดและยาผง มีปริมาณเพรดนิโซโลนอยู่ระหว่าง 0.10–2.58 มลิ ลิกรมั ต่อกรมั ในยาเม็ดและยาผง ดงั แสดงในตารางที่ 3 เม่ือค�ำนวณโดยเปรียบเทียบกับปริมาณการบริโภคยาแผนโบราณแต่ละชนิด ซึ่งเป็นข้อมูลจากแบบเก็บ- ตวั อยา่ งน�ำสง่ ยาของหนว่ ยงานสาธารณสขุ เครอื ขา่ ยทส่ี ง่ ตรวจ และจากฉลากยากรณศี นู ยฯ์ เกบ็ ตวั อยา่ งเอง ผลเปน็ ดงั น้ี - มีเดกซาเมทาโซนในตัวอย่างยาแผนโบราณในปริมาณ 0.14–1.35 มิลลกิ รัมตอ่ การบรโิ ภคหนงึ่ มือ้ เม่ือ เทยี บกับยาเม็ดเดกซาเมทาโซนทีน่ �ำมาใช้ในทางการแพทย์ขนาดความแรง 0.5 มิลลิกรัมตอ่ เม็ด พบว่าใกลเ้ คยี งกับ การบรโิ ภคยาเม็ดเดกซาเมทาโซนจ�ำนวนเศษหน่งึ สว่ นสเ่ี มด็ ถึง 3 เมด็ - มเี พรดนโิ ซโลนในตวั อยา่ งยาแผนโบราณในปรมิ าณ 0.10–2.58 มลิ ลกิ รมั ตอ่ การบรโิ ภคหนงึ่ มอ้ื ปรมิ าณ สูงสุดท่ีตรวจพบ เทียบได้กับยาเม็ดเพรดนิโซโลนที่น�ำมาใช้ในทางการแพทย์ขนาดความแรง 5 มิลลิกรัมต่อเม็ด ประมาณครึ่งเม็ด ตารางท่ี 3 แสดงผลการตรวจหาปรมิ าณสารสเตยี รอยดใ์ นตวั อยา่ งยาแผนโบราณจ�ำนวน 12 ตวั อยา่ ง และผลการค�ำนวณ เป็นปริมาณสารสเตยี รอยด์ตอ่ มื้อและต่อวัน ล�ำ ชอื่ ยา รปู แบบยา ปรมิ าณ ปริมาณ ปรมิ าณ ปริมาณ ปริมาณ จ�ำนวน ปรมิ าณ ดับ การบริโภคยา เดกซาเมทาโซน เพรดนโิ ซโลน เดกซาเมทาโซน เพรดนโิ ซโลน มื้อ เดกซาเมทาโซน ท่ี ตอ่ มื้อ ทีว่ ิเคราะหไ์ ด้ ทว่ี เิ คราะหไ์ ด้ ต่อมื้อ(มก.) ต่อม้ือ ต่อวัน ต่อวนั D (กรมั /มล.)B (มก.) (มก.) 1 ยาประดงน�้ำ ยาน้�ำ 45 มล. 0.014 มก./มล. - 0.64 - 3 1.92 หมายเลข 1 ยานำ้� 45 มล. 0.017 มก./มล. - 0.76 - 3–4 2.28-3.04 2 ยาประดงน้ำ� หมายเลข 2 วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนกันยายน-ธนั วาคม 2557 69
ตารางที่ 3 (ตอ่ ) ปรมิ าณ ปรมิ าณ ปรมิ าณ ปริมาณ ปรมิ าณ จ�ำนวน ปริมาณ การบรโิ ภคยา เดกซาเมทาโซน เพรดนโิ ซโลน เดกซาเมทาโซน เพรดนโิ ซโลน มือ้ เดกซาเมทาโซน ล�ำ ชอ่ื ยา รูปแบบยา ทวี่ ิเคราะห์ได้ ทว่ี เิ คราะหไ์ ด้ ตอ่ มอื้ (มก.) ตอ่ มอื้ ตอ่ วนั ต่อวันD ดบั ต่อมอ้ื ท่ี (กรมั /มล.)B (มก.) (มก.) 3 ยากษยั ชนดิ นำ้� ยานำ�้ 45 มล. 0.012 มก./มล. - 0.54 - 3 1.62 หมายเลข 3 4 ยาประดงผง ยาผง 3 กรมั 0.170 มก./กรมั - 0.51 - ไม่มี ไม่ทราบ 0.77 ข้อมูล 10 กรัม 0.077 มก./กรมั 0.035 มก./ 1.17 5 ผงยา ยาผง กรัม 0.28 0.35 1 0.77 สมนุ ไพรไทย 1 1.35 10 กรัม 0.117 มก./กรมั - 6 ผงยา ยาผง - 1 1.17 สมนุ ไพรไทย 2 0.38 กรมั 0.737 มก./กรัม 0.842 มก./ กรมั รายงานการ ิว ัจย 7 ยารวมหวา่ น ยาเมด็ 0.32 2 0.56 1.10 กรมั 1.227 มก./กรัม - 8 ยาประดง ยาเมด็ - 2 2.70 สมุนไพร ผสมหวา่ น 9 สมนุ ไพร ยาเมด็ 2.87 กรมั 0.049 มก./กรัม 0.129 มก./ 0.14 0.37 ไม่มี ไมท่ ราบ ลูกกลอน 2.84 กรัม กรัม 0.77 ข้อมลู 0.37 กรัม 0.10 10 ยาสมุนไพร ยาเมด็ 0.271 มก./กรัม 0.909 มก./ 2.58 1 – 2 0.77-1.54 นานาชนิด กรัม 0.10 1 – 2 0.34-0.68 11 ยาเมด็ สมนุ ไพร ยาเมด็ 0.270 มก./กรัม 0.270 มก./ จัดเป็นชุดC กรัม (เมด็ ทรงกระบอก สแี ดง) ยาเมด็ สมนุ ไพร ยาเมด็ 0.35 กรมั 0.686 มก./กรัม - 0.24 - จดั เปน็ ชุดC (เมด็ ทรงกระบอก สนี ำ้� ตาล) ยาเมด็ สมนุ ไพร ยาเม็ด 0.11 กรมั - -- - จัดเป็นชดุ C (เมด็ ลกู กลอน สดี �ำ) ปริมาณสาร - - 0.34 0.1 สเตียรอยด์ 1.26 กรัม 0.333 มก./กรมั 0.563 มก./ 0.42 0.71 2 ตอ่ ชดุ กรัม 12 ยาลกู กลอน ยาเมด็ 0.84 สมนุ ไพร Bปรมิ าณการบรโิ ภคตอ่ มอื้ ตามทร่ี ะบไุ วใ้ นฉลากยา ไดม้ าจากการชง่ั นำ้� หนกั หรอื ตวงตวั อยา่ งยาแผนโบราณ ส�ำหรบั ยาเมด็ หรอื ผง มีหนว่ ยเปน็ กรมั ส�ำหรับยาน�้ำมีหนว่ ยเปน็ มลิ ลลิ ิตร Cจัดเป็นยาชดุ เดยี วกัน รบั ประทานพรอ้ มกนั Dเลือกค�ำนวณเฉพาะปริมาณเดกซาเมทาโซนต่อวัน เน่ืองจากตัวอย่างยาแผนโบราณที่ตรวจวิเคราะห์ มีปริมาณเดกซา- เมทาโซนมากกวา่ 0.75 มลิ ลิกรัม และไมม่ ีตัวอย่างใดท่ีมีปริมาณเพรดนิโซโลนมากกวา่ 5 มิลลกิ รัม ซึ่งเป็นปริมาณท่สี ่งผลตอ่ รา่ งกาย 70 FDA Journal : September-December 2014
วจิ ารณ์ผลการศกึ ษา ไม่เพียงพอท่ีจะน�ำมาตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสาร จากผลการศึกษาพบว่า ยังคงมียาแผนโบราณ สเตียรอยด์ รวมท้งั บางตัวอย่างมสี ารรบกวนต่างๆ ท�ำให้ ทปี่ นสารสเตยี รอยดแ์ พรก่ ระจายอยตู่ ามชมุ ชน ดงั จะเหน็ ได้ ไมส่ ามารถตรวจหาปรมิ าณดว้ ยสภาวะการทดลองทใี่ ชใ้ น จากการตรวจพบสารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ การศึกษาคร้ังน้ี ท�ำให้ตัวอย่างที่สามารถหาปริมาณสาร ทฉี่ ลากไมร่ ะบเุ ลขทะเบยี นต�ำรบั ยาหรอื ไมท่ ราบแหลง่ ผลติ สเตียรอยด์ได้มีเพยี ง 12 ตวั อยา่ งเทา่ นน้ั ทงั้ จากตวั อย่างทเี่ กบ็ เองตามตลาดนัด แผงลอย ร้านคา้ ทวั่ ไป และจากตวั อยา่ งทหี่ นว่ ยงานสาธารณสขุ เครอื ขา่ ย สรปุ ผลการศึกษา ไดร้ บั จากประชาชนในพนื้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ โดยพบสารสเตยี รอยด์ การบริโภคยาแผนโบราณท่ีปนสารสเตียรอยด์ ในยาแผนโบราณ 27 ตวั อยา่ ง จากจ�ำนวนตวั อยา่ งทงั้ สนิ้ มีความเสี่ยงสูงที่จะท�ำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ท้ังน้ี 99 ตวั อยา่ ง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 27.3 โดยพบเดกซาเมทาโซน ผลกระทบทางสุขภาพจากการได้รับสารสเตียรอยด์ ถงึ 24 ตัวอย่าง ปริมาณเดกซาเมทาโซนทีพ่ บในตัวอยา่ ง นอกจากข้ึนอยู่กับปริมาณสารสเตียรอยด์ท่ีได้รับแล้ว เม่ือน�ำมาค�ำนวณเปรียบเทียบกับการบริโภคยาเม็ด ยงั ขน้ึ อยกู่ บั ระยะเวลาและความถข่ี องการใชย้ า ประชาชน เดกซาเมทาโซนขนาดความแรง 0.5 มิลลิกรัม คิดเป็น กลุ่มเสี่ยงท่ีจะได้รับยาแผนโบราณที่ปนสารสเตียรอยด์ จ�ำนวนเศษหนง่ึ สว่ นสเี่ มด็ จนถงึ 3 เมด็ ตอ่ มอ้ื การบรโิ ภค เหล่านี้ มักเป็นผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพ เป็นโรคเรื้อรัง รายงานการ ิว ัจย ยาแผนโบราณที่ปนสารสเตียรอยดเ์ หลา่ น้ี มีตั้งแต่ 1–3 มอี าการเจบ็ ปว่ ยทไ่ี มส่ ามารถรกั ษาใหห้ ายไดภ้ ายในระยะ มือ้ ตอ่ วนั เวลาอันส้ัน บางรายถูกชักจูงหรือถูกโฆษณาชวนเชื่อ มีข้อมูลทางวิชาการท่ีระบุไว้ว่า ปริมาณ ให้เกิดความเชื่อม่ันต่อยาสมุนไพรที่เป็นธรรมชาติ หรือ เดกซาเมทาโซนและเพรดนิโซโลนท่ีสามารถใช้ได้โดย เชอื่ วา่ เปน็ ยาศกั ดส์ิ ทิ ธเิ์ พราะท�ำจากพระ จากวดั หรอื กนิ ไม่ส่งผลต่อการท�ำงานของร่างกาย คือ 0.75 และ แลว้ หายจงึ บอกตอ่ (7, 8) ดังนั้นหากบรโิ ภคยาแผนโบราณ 5 มิลลิกรัมต่อวนั ตามล�ำดับ ทง้ั น้ี ขึน้ กบั สภาวะร่างกาย ท่ีมีการปนสารสเตียรอยด์เหล่านี้เป็นระยะเวลานาน ของผู้ท่ีได้รับยา(3, 4) จากผลการศึกษาน้ีพบว่า ตัวอย่าง จะท�ำใหเ้ กดิ อันตรายตอ่ สขุ ภาพ สูญเสยี คา่ ใชจ้ ่ายในการ ท่ีน�ำมาตรวจวิเคราะห์มีปริมาณสารสเตียรอยด์ต�่ำกว่า รกั ษาพยาบาล และอาจเปน็ อนั ตรายถึงชวี ิตได้ คา่ ขา้ งตน้ เพยี ง 2 ตวั อยา่ งและมยี าแผนโบราณทม่ี ปี รมิ าณ เดกซาเมทาโซนสงู กว่า 0.75 มลิ ลิกรมั ต่อวนั 8 ตวั อย่าง ขอ้ เสนอแนะ จากจ�ำนวน 12 ตัวอย่าง โดยมี 1 ตัวอย่างที่มีปริมาณ เน่ืองจากการศึกษานี้ยังมีข้อจ�ำกัดด้านปริมาณ เดกซาเมทาโซนตอ่ วันเปน็ 4 เท่าของคา่ ดงั กลา่ ว ของแตล่ ะตวั อยา่ งทไ่ี ด้รับ รวมทงั้ จ�ำนวนตัวอย่างในงาน จากผลการศึกษาพบว่า ตัวอย่างท่ีพบ วิจัยน้ีมีจ�ำนวนไม่มากนัก จึงควรปรับปรุงวิธีการ สารสเตยี รอยด์ 27 ตวั อย่าง เป็นตัวอยา่ งยาแผนโบราณ เกบ็ ตวั อยา่ งยาแผนโบราณในชมุ ชน โดยอาศยั การมสี ว่ นรว่ ม ท่ีศูนย์ฯ เก็บเองจากตลาดนัด แผงลอย ร้านค้าทั่วไป และประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน จ�ำนวน 5 ตวั อยา่ ง ในขณะทตี่ วั อยา่ งยาแผนโบราณทพี่ บ ในการศึกษาครั้งต่อไป เพ่ือให้มีจ�ำนวนตัวอย่าง สารสเตยี รอยดท์ ไี่ ดร้ บั จากหนว่ ยงานสาธารณสขุ เครอื ขา่ ย ยาแผนโบราณและปริมาณของแต่ละตัวอย่าง ส�ำหรับ ซง่ึ มาจากตวั อยา่ งทสี่ งสยั และไดร้ บั จากประชาชนผใู้ ชย้ า วิเคราะห์หาปริมาณสารสเตียรอยด์ในพ้ืนท่ีเพิ่มมากขึ้น ในพ้ืนท่ีมีจ�ำนวน 22 ตัวอย่าง สอดคล้องกับการท่ี ซ่ึงจะท�ำให้ได้ข้อมูลปริมาณการปนสารสเตียรอยด์ ยาแผนโบราณท่ีปนสารสเตียรอยด์ส่วนใหญ่ มักพบใน ครอบคลุมพื้นท่ีรับผิดชอบและใช้เป็นฐานข้อมูลปริมาณ แหล่งขายจ�ำพวกตลาดนัด แผงลอย หรือจากการ เดกซาเมทาโซนและเพรดนโิ ซโลนในยาแผนโบราณในเขต โฆษณาชวนเชื่อ บอกเล่าต่อๆ กันมา(5, 6) นอกจากนี้ ภาคตะวันออกต่อไป ท้ังนี้ ควรรณรงค์ให้ประชาชน ปริมาณตัวอยา่ งยาแผนโบราณทส่ี ่งตรวจสารสเตยี รอยด์ ท่ีต้องการบริโภคยาแผนโบราณ ตรวจสอบก่อนว่า วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนกันยายน-ธันวาคม 2557 71
ยาแผนโบราณนน้ั มกี ารขนึ้ ทะเบยี นต�ำรบั ยาหรอื ไม่ เชน่ 4. Axelrod L. Glucocorticoid therapy. Medicine ตรวจสอบรายละเอียดในฉลากยา ซึ่งต้องแสดงเลขที่ (Baltimore) 55: 1976: 39-65. ใบส�ำคัญการข้ึนทะเบียนต�ำรับยา ช่ือและที่อยู่ผู้ผลิต 5. ดวงทพิ ย์ อรญั ดรและคณะ. การศกึ ษาการปนปลอมของสาร ชื่อยา คร้ังท่ีผลิต วันเดือนปีที่ผลิต ขนาดบรรจุ และ สเตียรอยด์ เพรดนิโซโลน และเด็กซ่าเมทธาโซนในยาแผน โบราณในอ�ำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. วารสาร หากเปน็ ยาแผนโบราณ จะตอ้ งมคี �ำวา่ “ยาแผนโบราณ” ดว้ ย มหาวทิ ยาลัยทักษิณ 2553; 1: 20 – 30. หากผู้บริโภคสงสัยในผลิตภัณฑ์ยา สามารถสอบถามได้ 6. ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 ชลบุรี. สถานการณ์ ทสี่ �ำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา หมายเลขโทรศพั ท์ ยาแผนโบราณในเขตภาคตะวนั ออก. รายงานประจ�ำปี 2553; 0 2590 7439 ในวันและเวลาราชการ 40 – 41. 7. ศูนย์วิทยบริการ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. พิษร้ายของสเตยี รอยด.์ [Internet]. 2001[cited 2013 Dec รายงานการ ิว ัจย เอกสารอา้ งอิง 20]. Available from: http://elib.fda.moph.go.th/ library/default.asp?page2=subdetail&id_L1=27&id_ 1. ส�ำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, L2=15612&id_L3=491 กระทรวงสาธารณสุข, ผลการตรวจการปนปลอมยาแผน 8. อาภยั มาลนิ .ี พฤตกิ รรมการใชย้ าแผนโบราณในชมุ ชน อ�ำเภอ ปัจจุบันในผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพร, in DRUG QUALITY โคกโพธ์ิ จงั หวดั ปัตตานี. [Internet]. [cited 2013 Dec 20]. PROBLEMS REPORTING CENTER NEWSLETTER. 2551. Available from: http://www.pharmyaring.com/ download/research_apai_pdf.pdf 2. Stewart C. Harvey, C.Dean withrow. The Adrenal Hormones In : Remington’s Pharmaceutical Sciences 16th edition: P 899 – 900. 3. American Society of Health – System Pharmacists. Corticosteroids General Statement, AHFS Drug Information® 1999: p 2636 – 2645. ❂❂❂❂❂❂ 72 FDA Journal : September-December 2014
ระบบการคมุ้ ครองผู้บริโภค ดา้ นอาหารแนวใหม่ (Re-process) จารณุ ี อนิ ทรสขุ พรผกา สินวรี ุทัย จารณุ ี วงศ์เลก็ สำ�นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา สบทน�ำ ำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ปรับกระบวนการพิจารณาอนุญาตอาหาร มีนโยบายปรับเปล่ียนแนวทางคุ้มครอง ใหร้ วดเรว็ ขนึ้ จากเดมิ ภายใน 35 วนั ท�ำการ เปน็ ภายใน 20 ผู้บริโภคจากการควบคุมเป็นการก�ำกับดูแลเพื่อให้ วนั ท�ำการ ทง้ั น้ี ผปู้ ระกอบการทม่ี อี งคค์ วามรแู้ ละสามารถ สอดคลอ้ งตามหลกั การสากลทเ่ี นน้ ใหม้ กี ารบรหิ ารจดั การ ปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง จะได้รับ ท่ีรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เพ่ิมความรับผิดชอบในการ ความสะดวกในการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารภายใน ควบคมุ คณุ ภาพความปลอดภยั อาหารใหแ้ กผ่ ปู้ ระกอบการ 7 วนั ท�ำการ (Fast track) เ ิปดประตู ่สู อย. เพ่ือให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารท่ีมีคุณภาพมาตรฐานและ เนน้ ความเขม้ งวดในการก�ำกบั ดแู ลหลงั ออก ปลอดภยั ตอ่ การบรโิ ภค โดยระบบการก�ำกับดแู ลอาหาร สู่ตลาดโดยตรวจติดตามหลังการข้ึนทะเบียนภายใน แนวใหม่ หรือ Re-process น้ี จะตอบสนองการอ�ำนวย 6 เดือน–1 ปี ความสะดวกทางการค้าทั้งในและระหว่างประเทศ สนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมี โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง การเปน็ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน องค์ความรู้ในการจัดการความปลอดภัยอาหารเก่ียวกับ (ASEAN Economic Community: AEC) ในปี สถานที่ผลิต ผลิตภัณฑ์และฉลากอาหารให้เป็นไปตาม พ.ศ. 2558 น้ี โดยยังคงสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค กฎระเบยี บทเ่ี กีย่ วข้อง ในการเลือกซื้อสินค้าอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ตามมาตรฐานทก่ี �ำหนดไว้ ป ร ะ โ ย ช น ์ ข อ ง ก า ร ก�ำ กั บ ดู แ ล อ า ห า ร ตามแนวทาง Re-process หลักการส�ำคญั ของ Re-process เพ่มิ ประสิทธิภาพในการก�ำกบั ดูแลคุณภาพ หลักการส�ำคัญที่แตกต่างจากระบบการก�ำกับ และความปลอดภัยผลติ ภณั ฑ์อาหาร ดแู ลอาหารเดมิ ไดแ้ ก่ ผู้ประกอบการได้รับความสะดวก รวดเร็ว ผปู้ ระกอบการตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการประเมนิ ในการย่ืนขออนญุ าต ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองในขั้นต้น ช่วยให้การจัดท�ำแผนเฝ้าระวังเพ่ือแก้ไข (Self-assessment) ก่อนการผลิตหรือน�ำเข้า ปญั หาความไมป่ ลอดภยั ของอาหารทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ วารสารอาหารและยา ฉบบั เดือนกันยายน-ธนั วาคม 2557 73
กระบวนการขออนญุ าตตามหลกั การของ Re-process 1. เอกสารทีใ่ ช้ในการยืน่ ขออนญุ าตเลขสารบบอาหาร ผลิต น�ำเขา้ 1. แบบจดทะเบยี น (สบ.5) 1. แบบจดทะเบยี น (สบ.5) 2. เอกสารข้อมูลผู้ติดตอ่ และสถานประกอบการ 2. เอกสารขอ้ มูลผูต้ ดิ ต่อ และสถานประกอบการ 3. แบบประเมนิ ผลติ ภัณฑ์อาหารส�ำหรบั จดทะเบียน 3. แบบประเมินผลติ ภัณฑ์อาหารส�ำหรับจดทะเบยี น อาหาร (สบ.5-1) อาหาร (สบ.5-1) 4. แบบ สบ.5-2 ถงึ สบ.5-5 (ถ้ามี) 4. แบบ สบ.5-2 ถึง สบ.5-5 (ถา้ มี) 5. ส�ำเนาการไดร้ บั อนุญาตสถานท่ี (สบ.1/อ.2) 5. ส�ำเนาการไดร้ บั อนญุ าตสถานท่ี (อ.7) 6. ใบรับรองสถานท่ผี ลติ อาหารฯ (ฉบบั จรงิ พรอ้ มส�ำเนา) 7. รายงานผลการตรวจวเิ คราะหผ์ ลติ ภณั ฑอ์ าหาร/ภาชนะ บรรจุ (ฉบับจริง)* 8. หนงั สือแจ้งสตู รส่วนประกอบจากผ้ผู ลติ ** เ ิปดประตู ่สู อย. หมายเหตุ: * รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ของผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองตาม มาตรฐานสากล โดยสามารถศึกษารายการวิเคราะห์ด้านคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศ ได้ที่ http://iodinethailand.fda.moph.go.th/food_54/Rules/dataRules/1-Lab_Dmsc26-2-50.pdf ** ต้องมีการลงลายมือชื่อหรือประทับตราส�ำคัญของหน่วยงานผู้ผลิต กรณีเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ฉบบั ส�ำเนาใหผ้ ูร้ บั อนุญาตน�ำเขา้ รับรองว่าเป็นเอกสารแสดงสตู รและส่วนประกอบจากผผู้ ลติ 2. ขน้ั ตอนและแนวทางปฏิบัตสิ �ำคัญในระบบ โดยผู้ประกอบการจะตอ้ งด�ำเนนิ การ ดังนี้ Re-process 1. พัฒนาองค์ความรู้ โดย อย. สนับสนุน การพัฒนาหน่วยฝึกอบรมและหลักสูตรการอบรม เพ่ือ เพมิ่ ความรู้ความเขา้ ใจแกผ่ ู้ประกอบการในการปฏิบัตไิ ด้ ตามกฎระเบียบทเ่ี ก่ยี วข้อง 2. ประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เบื้องต้น รวมถึงพัฒนาและควบคุมสถานประกอบการ ด้วยระบบคุณภาพและความปลอดภยั อาหาร 3. เตรียมเอกสารหลักฐานและย่ืนขออนุญาต ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) หรือ ส�ำนกั งานสาธารณสุขจงั หวัด ณ สถานทผ่ี ลติ กรณีเปน็ ผลิตภัณฑ์อาหารที่มอบอ�ำนาจแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าท่ีจะ พิจารณาเอกสารหลักฐานตามกฎระเบียบที่เก่ียวข้อง หากถูกต้องครบถ้วนจะพิจารณาการออกเลขสารบบ อาหารใหภ้ ายใน 20 วันท�ำการ 74 FDA Journal : September-December 2014
กรณีท่ีผู้ประกอบการมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ทงั้ นี้ หากมกี ารใชภ้ าชนะพลาสตกิ มสี บี รรจแุ ละ ที่ก�ำหนด จัดกลุ่มอยู่ในกลุ่ม A จะได้รับสิทธิ์ในการ สัมผัสอาหาร ที่มีลักษณะเหลว กึ่งแข็งก่ึงเหลว ให้ส่ง พิจารณาอนญุ าตอย่างรวดเร็ว (Fast Track) ภายใน 7 รายงานผลการตรวจวเิ คราะหค์ ณุ ภาพหรอื มาตรฐานตาม วันท�ำการ โดยมหี ลักเกณฑ์ ดังน้ี ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบับที่ 295) พ.ศ. 2548 เกณฑท์ ี่ 1 มีผลการตรวจประเมินสถาน เกณฑท์ ่ี 4 มีผลการตรวจติดตามภายหลังจาก ประกอบการในการขอ/ต่ออายุเลขสถานท่ีผลิตตามท่ี ผลติ ภณั ฑอ์ าหารนนั้ จ�ำหนา่ ยในทอ้ งตลาด โดยเจา้ หนา้ ที่ ก�ำหนด คือ ส�ำนกั อาหารจะตรวจตดิ ตามสถานทผี่ ลติ กระบวนการผลติ 1) กรณีสถานที่ผลิตในประเทศ มีผล คุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์และฉลากอาหาร รวมถึง การตรวจสถานที่ (GMP กฎหมาย) คะแนนตั้งแต่ 85% สุ่มตัวอย่างอาหาร ณ สถานที่ผลิต/สถานท่ีน�ำเข้า ข้นึ ไป หรอื มีใบรบั รองระบบ HACCP หรือ ISO 22000 เพือ่ ตรวจวเิ คราะหค์ ุณภาพมาตรฐานอาหารน้ันๆ ซึ่งผล หรือ Codex GMP จากผลการตรวจประเมินครัง้ ลา่ สุด การตรวจตดิ ตามจะตอ้ งเปน็ ไปตามกฎระเบยี บทกี่ �ำหนด ทยี่ งั มีอายกุ ารรบั รองอยู่ และไม่เคยถูกด�ำเนินคดีภายใน 1 ปี หรือมีการแก้ไข 2) กรณีสถานที่ผลิตอยู่ต่างประเทศ ข้อบกพร่องเสร็จสิ้น และแจ้งกลับมาที่ส�ำนักอาหาร (อาหารน�ำเข้า) มีใบรับรองระบบ HACCP หรือ ISO ก่อนที่ส�ำนักอาหารจะมีการพิจารณาทบทวนคุณสมบัติ 22000 หรือ Codex GMP จากหน่วยงานรับรอง ผู้ประกอบการกล่มุ A ทุกปี ทกี่ �ำหนดทีย่ ังมอี ายกุ ารรบั รองอยู่ เกณฑท์ ่ี 2 ผู้ยื่นขออนุญาตต้องผ่านการอบรม กระบวนการก�ำกับดูแลหลังผลิตภัณฑ์ และสอบประเมินความรอู้ ยา่ งนอ้ ย 2 หลกั สตู รคือ อาหารไดร้ บั เลขสารบบอาหาร ตามหลกั การ เ ิปดประตู ่สู อย. 1) หลักสูตรกฎหมายอาหารและการ Re-process ขออนญุ าต และ เพอื่ สรา้ งความมนั่ ใจแกผ่ บู้ รโิ ภค และปรบั ระบบ 2) หลักสูตรเฉพาะแต่ละรายผลิตภัณฑ์ การก�ำกบั ดแู ลผลติ ภณั ฑห์ ลงั ออกสตู่ ลาดในเชงิ รกุ มากขน้ึ (สามารถเลอื กหลกั สตู รอบรมได)้ โดยตอ้ งผา่ นการอบรม เจ้าหน้าท่ีจะด�ำเนินการตรวจติดตามหลังผลิตภัณฑ์ หลักสูตรที่ 1) ก่อนท่ีจะอบรมหลักสูตรท่ี 2) และมีผล อาหารไดร้ บั เลขสารบบ ภายใน 1 ปี ดงั นนั้ ผปู้ ระกอบการ คะแนนการสอบประเมินความรู้ 80% ข้ึนไป ในแต่ละ ต้องมคี วามพรอ้ มส�ำหรับการตรวจตดิ ตามของเจ้าหน้าท่ี หลักสูตร และจัดเตรยี มเอกสาร ดงั นี้ เกณฑท์ ่ี 3 ส่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ 1. เอกสารการได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร ผลิตภัณฑ์ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย และหลกั ฐานที่อา้ งองิ ประกอบการขออนญุ าต อาหารนั้นๆ ภายในระยะเวลาที่ก�ำหนด 2. เอกสารบันทึกและรายงานท่ีเก่ียวข้องกับ 1) กรณีอาหารผลิตในประเทศ ให้ส่ง การผลิต ตามท่กี �ำหนดใน GMP กฎหมาย รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ฯ ของอาหารรุ่นแรก 3. ผลการตรวจวเิ คราะหค์ ณุ ภาพหรอื มาตรฐาน ทจี่ ะวางจ�ำหนา่ ยท้องตลาด ผลิตภัณฑ์ตามประกาศฯ ว่าด้วยอาหารน้ันๆ จาก 2) กรณีอาหารน�ำเข้า ให้ส่งรายงานผล หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานท่ีได้รับการรับรอง การตรวจวเิ คราะหฯ์ ของอาหารประกอบการ ยนื่ ขอรบั ตามมาตรฐานสากล เลขสารบบอาหาร 4. ฉลากอาหารของผลิตภัณฑ์น้ันๆ ทั้งนี้ เจ้าหน้าท่ีจะให้ความส�ำคัญในการตรวจประเมิน วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นกนั ยายน-ธันวาคม 2557 75
เ ิปดประตู ่สู อย. ความสอดคลอ้ งของข้อมลู ผลติ ภัณฑ์ สถานทผ่ี ลติ สถานท่เี กบ็ รกั ษาผลติ ภณั ฑ์ รวมถึงการสุ่มเก็บตวั อย่างเพื่อตรวจ วิเคราะหค์ ณุ ภาพอาหารตามกฎระเบยี บทเ่ี กยี่ วขอ้ ง บทลงโทษ หากการตรวจประเมนิ พบวา่ สถานทผ่ี ลติ กระบวนการควบคมุ การผลติ รวมถงึ คณุ ภาพหรอื มาตรฐานและ องคป์ ระกอบของผลิตภัณฑอ์ าหารไม่เปน็ ไปตามขอ้ มลู ท่แี จ้งขออนุญาต และเขา้ ข่ายหลอกลวงสร้างความเขา้ ใจผิด แก่ผู้บริโภค เจ้าหน้าท่จี ะพจิ ารณาด�ำเนินการยกเลกิ เลขสารบบอาหาร และหากพบว่า สถานทผี่ ลิต ผลิตภัณฑห์ รือ ฉลากอาหารไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องนั้นๆ ผู้ประกอบการจะถูกด�ำเนินคดีปรับหรือจ�ำคุก หรือทั้งจ�ำคุก และปรับตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ ง การน�ำรอ่ งระบบการก�ำกบั ดูแลตามหลักการ Re-process ส�ำนักอาหารได้เรม่ิ ด�ำเนินการก�ำกับดแู ลตามหลกั การ Re-process ตงั้ แตว่ ันท่ี 21 มกราคม 2557 โดย น�ำร่องกับผลิตภัณฑ์อาหาร 7 ประเภท ได้แก่ นมโค นมปรงุ แตง่ ผลติ ภณั ฑข์ องนม นมเปรย้ี ว ไอศกรมี เครอื่ งดม่ื ในภาชนะบรรจทุ ป่ี ดิ สนทิ และอาหารในภาชนะบรรจทุ ปี่ ดิ สนทิ เนอื่ งจากเปน็ กลมุ่ ผลติ ภณั ฑท์ ม่ี กี ารก�ำหนดหลกั เกณฑ์ วิธีการทีด่ ีในการผลิตอาหารและระบบประกนั คณุ ภาพการผลติ ตั้งแตข่ ั้นตอนการผลิตจนถึงมอื ผ้บู ริโภค ติดตอ่ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ ส�ำนกั อาหาร ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เว็บไซต์ : http://203.157.72.105/RP/index.php ไปรษณยี อ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ : [email protected] 76 FDA Journal : September-December 2014
ภญ. พรพรรณ สนุ ทรธรรม วฒุ กิ ารศกึ ษา ผลงานที่ท�ำแลว้ สุขใจ พ.ศ. 2554 หนังสืออนุมัติเป็นผู้มีความรู้ งานท่ี 1 ความฝันอยากเป็นครู มือถือไมค์ได้ ความช�ำนาญในการประกอบวชิ าชพี เภสชั กรรม สาขาการ บรรยายหนา้ หอ้ ง เรมิ่ ท�ำงานใน อย. ปี พ.ศ. 2525 ผา่ นไป คุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและสุขภาพ วิทยาลัยการ คุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและสุขภาพแห่งประเทศไทย 14 ปี เร่ิมทอ้ ปลายปี พ.ศ. 2539 ตดั สนิ ใจขอโอนไปเป็น สภาเภสชั กรรม อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2538 สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต ผ่านกระบวนการคัดเลือกทุกอย่างมีประกาศรับโอน คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิ ล เรียบร้อย แต่เปลี่ยนชีวิตตัวเองไม่ได้ เพราะท่าน พ.ศ. 2520 เภสัชศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม อันดบั สอง) คณะเภสชั ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลขาธิการฯ ขณะนั้นไม่อนุมัติให้โอน จึงมีโอกาสได้อยู่ มรดก ิวชาการ จาก ่รุนสู่ ่รุน อย.จนเกษียณ แต่ไม่ท้ิงงานที่รัก จึงรับงานบรรยาย ประวัตกิ ารท�ำงาน พ.ศ. 2520–2525 การตลาดด้านยา ฝ่ายผลิต ทั่วราชอาณาจักร ท้ังเป็นอาจารย์พิเศษบรรยาย ฝา่ ยควบคุมคุณภาพด้านยา ดา้ นเครอ่ื งส�ำอางนสิ ติ ระดบั ปรญิ ญาตรีนสิ ติ ระดบั ปรญิ ญาโท พ.ศ. 2525–2546 กองควบคุมเคร่ืองส�ำอาง วิทยากรบรรยาย/อภิปรายเรอื่ งเครอื่ งส�ำอาง การคมุ้ ครอง ส�ำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา ผบู้ ริโภคดา้ นผลติ ภัณฑ์สุขภาพ ปัญหาที่เกิดจากการใช้ พ.ศ. 2546–2554 กองส่งเสริมงานคุ้มครอง สเตยี รอยด์ไม่เหมาะสม และปญั หางานคุ้มครองผ้บู ริโภค ผบู้ รโิ ภคดา้ นผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพในสว่ นภมู ภิ าคและทอ้ งถนิ่ ด้านผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ พ.ศ. 2555 ผ้เู ช่ยี วชาญด้านความปลอดภัยของ เครื่องส�ำอางและวัตถอุ นั ตราย งานที่ 2 ปี พ.ศ. 2539 รบรากบั เครอ่ื งส�ำอางทาสวิ พ.ศ. 2557 ผอู้ �ำนวยการศนู ยข์ อ้ มลู และสารสนเทศ ทาฝ้า ท�ำให้หน้าขาว หน้าเด้ง ที่ลักลอบใส่สารท่ีห้ามใช้ ส�ำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา ยคุ แรกยงั เปน็ ไฮโดรควโิ นน เปน็ งานทหี่ นิ มาก เพราะทกุ คน พ.ศ. 2557 ผ้ตู รวจราชการกรม ส�ำนกั งานคณะ อยากหน้าขาว ไม่สนใจอันตรายหรือผลเสียที่จะตามมา กรรมการอาหารและยา เขตบริการสุขภาพท่ี 10 ประจ�ำ จึงได้น�ำเสนอการใช้บทบัญญัติมาตรา 41 แห่ง ปงี บประมาณ พ.ศ. 2557 พระราชบญั ญตั เิ ครอ่ื งส�ำอาง พ.ศ. 2535 ตอ่ คณะกรรมการ วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นกนั ยายน-ธนั วาคม 2557 77
เครื่องส�ำอางเพ่ือประกาศผลการตรวจสอบ หรือ จดุ ยืนและหลักยืน ผลวิเคราะห์เครื่องส�ำอางที่ตรวจพบสารท่ีห้ามใช้ ถ้าเป็นหนา้ ท่กี ต็ อ้ งท�ำ แต่วิธที �ำอาจแตกต่างกัน ใหป้ ระชาชนทราบ เปน็ การเตอื นประชาชน เพอื่ คมุ้ ครอง อาจท�ำทีละขั้นทีละตอน หลายครั้งเคยได้ยินเหตุผลว่า ผบู้ ริโภค ใชเ้ วลานานมากในคณะกรรมการเครอ่ื งส�ำอาง ไมอ่ ยากท�ำงาน Post-marketing เพราะรสู้ กึ บาปทไ่ี ปจบั ตอ้ งกราบขอบพระคณุ ผศ. ภญ. สนุ ทรี วทิ ยานารถไพศาล ยึด อายัด เปรียบเทียบปรับ ผู้ประกอบการ เร่ืองน้ี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเครื่องส�ำอาง มีตัวอย่างจริงเล่าให้ฟัง เป็นข้อคิดว่า ท�ำงาน Post- ท่ีช่วยดว้ ยค�ำพดู ท่ีว่า “ท�ำไมคะ ผดิ ซ�้ำซากขนาดน้ี ท�ำไม marketing จบั ยดึ อายดั เปรยี บเทยี บปรบั ผปู้ ระกอบการ ประกาศให้ประชาชนรู้ไม่ได้” ขอดวงวิญญาณอาจารย์ บาปหรอื ไม่ สุนทรีได้โปรดรับทราบด้วยว่า ลูกศิษย์คนนี้ยังร�ำลึกถึง ช่วงหนึ่งในอดีต อย.จัดทีมมีผู้บริหารน�ำทีม พระคุณอาจารย์เสมอ ไปจงั หวดั ตา่ งๆ และใหค้ วามส�ำคญั กบั ปญั หาเครอ่ื งส�ำอาง งานที่ 3 แผ่นพับเครื่องส�ำอางอันตราย ทมี่ สี ารทหี่ า้ มใช้ และเมอ่ื พบเครอ่ื งส�ำอางทม่ี สี ารทห่ี า้ มใช้ เมื่อคณะกรรมการเครื่องส�ำอางให้ความเห็นชอบในการ ก็ต้องด�ำเนินการตามข้ันตอน ในช่วงหน่ึงทีม อย. และ ประกาศผลวเิ คราะหแ์ ละผลการตรวจสอบใหป้ ระชาชนทราบ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สสจ.แห่งหน่ึงได้ไปกราบ เพ่ือคุ้มครองผู้บริโภค แต่การประกาศเป็นตัวอักษร นมัสการหลวงพ่อท่ีวัดแห่งหนึ่ง และมีบทสนทนาท่ีดี แถมอยภู่ ายใตร้ ปู แบบประกาศคณะกรรมการเครอ่ื งส�ำอาง เกดิ ขน้ึ ระหวา่ งหวั หนา้ กลมุ่ งานคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค หลวงพอ่ มันไม่น่าสนใจ ได้ปรึกษาหารือผู้อ�ำนวยการกองควบคุม และทีม อย. เครอื่ งส�ำอางขณะนน้ั คอื ภญ.พรพมิ ล ขตั ตนิ านนท์ (พเี่ ขง่ ) หน.กลมุ่ งานคมุ้ ครองฯ \"หลวงพ่อครบั ไปจบั แม่คา้ ให ้ อนุมัติให้ใช้เงินงบประมาณส่วนหน่ึงมาจัดท�ำแผ่นพับ เขาสง่ มอบ ยดึ อายัด เคร่อื ง เคร่ืองส�ำอางอันตราย มีภาพรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ส�ำอาง บาปไหมครบั \" อันตรายของสารที่ห้ามใช้ และข้อเตือนใจ version หลวงพ่อ \"ท�ำไมตอ้ งไปจับหรือยดึ แรกเป็นพื้นสีขาว มีภาพมีรายละเอียดเผยแพร่จนหมด ของๆ เขา\" สตอ็ ค มาถงึ version ทส่ี อง บรษิ ัทที่ท�ำแผน่ พบั ออกแบบ หน.กลุ่มงานคุ้มครองฯ \"มันมีสารห้ามใช้ครบั \" มรดก ิวชาการ จาก ่รุนสู่ ่รุน มาสวยงามมาก กลายเปน็ นา่ สนใจและชวนเชญิ ใหซ้ อ้ื ไปใช้ หลวงพ่อ \"มีสารห้ามใชแ้ ลว้ เปน็ ยังไง\" เถียงกันนาน เพราะบริษัทยืนยันว่าท่ีท�ำมาดีแล้ว ต้อง ทีม อย. \"ถ้ามกี รดวิตามินเอ อาจท�ำให้ อธบิ ายไปวา่ ไมไ่ ดเ้ ถยี งวา่ ไมด่ ี แต่ ทารกในครรภพ์ กิ าร มสี ารปรอท ผดิ วตั ถุประสงค์ ในที่สุดต้องขอ ท�ำให้ทางเดินปัสสาวะอกั เสบ เพ่ิมเครื่องหมายกากบาท ไตอักเสบ ไฮโดรควโิ นนท�ำให ้ ในแผน่ พบั เพอ่ื ใหร้ วู้ า่ เป็นของ เปน็ ฝา้ ถาวร\" ไม่ดี บริษัทจ�ำใจยอมใส่ หลวงพ่อ \"มันก็ท�ำร้ายประชาชนชัดๆ เครอ่ื งหมายกากบาท เพราะ อย่างนไี้ มบ่ าป เพราะจัดการคน ขู่ว่าถ้าไม่ใส่กากบาท จะไม่ เพ่ือช่วยให้คน อีกหลายๆ คน ตรวจรบั และไมจ่ า่ ยเงนิ ปลอดภยั \" ในการท�ำงาน Post-marketing ทผ่ี า่ นมา ไมไ่ ด้ ท�ำแบบบ้าดีเดือด ท�ำตามกติกา และไม่เคยท�ำให้คน จนตรอก เพราะมาจากครอบครวั คา้ ขายเขา้ ใจในเรอ่ื งของ ธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ฝังใจกับอดีต ท่ีบ้านเจอ 78 FDA Journal : September-December 2014
ประสบการณ์บางอย่างจากเจ้าหน้าท่ี ท�ำให้เตือนตนเอง มุมมองต่อสังคม ค�ำว่า “คุ้มครองผู้บริโภค” ตลอดเวลาว่า เราเคยไม่ชอบอะไร เราก็ไม่ควรจะท�ำ อาจท�ำให้เข้าใจว่าตอ้ งรอให้ อย.คุ้มครอง เราตอ้ งช่วยกนั อย่างนน้ั สรา้ งวธิ คี ดิ ใหเ้ ปน็ พน้ื ฐาน หรอื เปน็ มาตรฐาน คอื ใหท้ กุ คน ชว่ งแรกๆ ทเี่ รม่ิ ท�ำงาน Post-marketing ไปตรวจ ตอ้ งดแู ล ปกปอ้ ง คมุ้ ครองตวั เราเองและคนทเ่ี รารกั จะได้ เร่ืองร้องเรียน เข้าไปในร้านยกมือสวัสดีเจ้าของร้าน ผลทส่ี ดุ แต่ อย.จะดแู ลและคุ้มครองในภาพใหญ่ นอ้ งทไี่ ปดว้ ยถามวา่ ไปสวสั ดเี ขาท�ำไม บอกนอ้ งวา่ เปน็ การ ทักทายท�ำให้เขาวางใจ สองมือยกข้ึนสวัสดีไม่เสียหาย สิง่ ที่ประทับใจและอยากฝากไว้ แต่ได้รบั ความสะดวกในการปฏบิ ัตงิ าน ชว่ งทีเ่ ข้ามาท�ำงานใหม่ มพี ๆ่ี ทงั้ สอนงาน ดูแล ชมบ้าง และดุบา้ งบางคร้ัง แต่เปน็ ความประทบั ใจ และ ทัศนะต่อ อย. และต่อสงั คม คิดว่า ที่สามารถท�ำงานและเป็นตัวเป็นตนมาได้ทุกวันนี้ คิดแบบคนนอก รู้สึกเห็นใจว่างาน อย.ท�ำยาก จนเกษียณ กเ็ พราะความเมตตาจากพ่ีๆ อยู่ระหว่างผู้บริโภค และผู้ประกอบการ ซึ่งมีท้ังเด็กดี การท�ำงานที่กอง คบ. สนุกและสุขใจกับน้องๆ และเด็กไมด่ ี โอกาสที่ อย.จะท�ำใหถ้ ูกใจทกุ ฝ่ายไมม่ ที าง ในกอง รวมท้ังกัลยาณมิตรในส่วนภูมิภาค ทั้งกลุ่มงาน เป็นไปได้ เสยี งต�ำหนิตอ้ งมแี นน่ อน แต่ อย.ต้องมัน่ ใจวา่ คุ้มครองผู้บริโภค และ กลุ่มงานอ่ืนๆ ในส�ำนักงาน- ได้ท�ำเต็มทแี่ ละท�ำดีที่สดุ แล้ว อันนคี้ อื โจทยท์ ่ตี อบยาก สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกระดับ จากต่างกรม อสม. รวมทงั้ ทมี ตรวจราชการ และเปน็ ค�ำตอบวา่ เวลาไป ต่างจังหวัดหนา้ ตาจะสดใส สนกุ ลืมทุกข์ สงิ่ ทอี่ ยากฝาก ตน้ ทนุ ตอ้ งสะสมทกุ วนั ไมใ่ ชเ่ รง่ ท�ำ ในชว่ งทตี่ อ้ งใช้ แตถ่ า้ เราท�ำงานดว้ ยใจรกั และท�ำตามหนา้ ท่ี อยา่ งเตม็ ท่ี จะเปน็ ตน้ ทนุ ท่ดี ีมากและย่ังยนื ❂❂❂❂❂❂ มรดก ิวชาการ จาก ่รุนสู่ ่รุน วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นกันยายน-ธันวาคม 2557 79
อรเกตนเ์ ก้า พัฒนากุล สำ�นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา หลักการทส่ี �ำคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเร่อื ง \"ฉลากอาหารในภาชนะบรรจ\"ุ บอกกล่าวข่าวกฎหมายฉบับนี้จะขอน�ำเสนอ 3. ก�ำหนดค�ำนิยาม “อาหารในภาชนะบรรจ”ุ สาระส�ำคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี “หมดอาย”ุ “ควรบรโิ ภคกอ่ น”“แบง่ บรรจ”ุ “สารกอ่ ภมู แิ พ”้ 367) พ.ศ. 2557 ซงึ่ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ก�ำหนดแนวปฏบิ ตั ิ เพ่ือใช้เป็นเง่ือนไขในการควบคุมการจ�ำหน่ายอาหาร เกี่ยวกับการแสดงฉลากอาหารที่เหมาะสมแก่ผู้บริโภค ในภาชนะบรรจุโดยมคี วามหมาย ดงั นี้ โดยยดึ หลกั การตามมาตรฐานของโคเดก็ ซ์ เรอื่ ง มาตรฐาน บอกก ่ลาว ่ขาวกฎหมาย ท่ัวไปส�ำหรับการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ “อาหารในภาชนะบรรจุ” หมายถึง อาหารทมี่ ี (General standard for the labeling of prepackaged ภาชนะหุ้มหอ่ เพ่ือจ�ำหนา่ ย foods-CODEX STAN 1-1985 (Rev. 1-1991) เพื่อใช้ เปน็ มาตรการในการก�ำกับดูแลการแสดงฉลาก และการ “หมดอายุ” หมายความว่า วันท่ีซึ่งแสดง ให้ข้อมูลกับผู้บริโภคภายในประเทศ โดยมีสาระส�ำคัญ การสน้ิ สดุ ของคณุ ภาพของอาหารภายใตเ้ งอ่ื นไขการเกบ็ ดงั ต่อไปนี้ รักษาที่ระบุไว้ และหลังจากวันท่ีระบุไว้นั้น อาหารน้ัน วางจ�ำหนา่ ยไมไ่ ด้ 1. ยกเลกิ ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ จ�ำนวน 3 ฉบับ คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบบั ที่ 194) “ควรบรโิ ภคกอ่ น” หมายความวา่ วนั ทซี่ ง่ึ แสดง พ.ศ. 2543 เร่ือง ฉลาก ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ การสิ้นสุดของช่วงเวลาท่ีอาหารนั้นยังคงคุณภาพดี กระทรวงสาธารณสุข (ฉบับท่ี 252) พ.ศ. 2545 เรื่อง ภายใต้เงื่อนไขการเก็บรักษาที่ระบุไว้ และหลังจากวันที่ ฉลาก (ฉบับที่ 2) และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ระบุไวน้ น้ั อาหารน้ันวางจ�ำหนา่ ยไม่ได้ (ฉบบั ที่ 343) พ.ศ. 2555 เรอื่ ง ฉลาก (ฉบบั ท่ี 3) “แบง่ บรรจ”ุ หมายความวา่ การน�ำอาหารจาก 2. อาหารท่ีต้องแสดงฉลากตามประกาศ ภาชนะบรรจุเดิมมาแบ่งบรรจุในภาชนะบรรจุย่อย กระทรวงสาธารณสขุ (ฉบับท่ี 367) พ.ศ. 2557 ไดแ้ ก่ ซึง่ ไม่รวมการท�ำ ผสม ปรุงแต่งอาหารดังกล่าว อาหารในภาชนะบรรจุ (ซ่ึงมีหลักการต่างจากประกาศ กระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั เดมิ ทก่ี �ำหนดใหอ้ าหารทกุ ชนดิ “สารก่อภูมิแพ้” หมายถึง สารที่เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะมีภาชนะบรรจุหุ้มห่อหรือไม่ก็ตาม ต้องแสดง แล้วท�ำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาผิดปกติ ท้ังท่ีตามธรรมดา ฉลากอาหาร) สารนั้นเมื่อเข้าสู่ร่างกายคนท่ัวๆ ไปแล้วจะไม่มีอันตราย ใดๆ จะมีอันตรายก็เฉพาะในคนบางคนที่แพ้สารนั้น เทา่ นน้ั และใหห้ มายความรวมถงึ สารทกี่ อ่ ภาวะภมู ไิ วเกนิ 80 FDA Journal : September-December 2014
4. อาหารในภาชนะบรรจุที่ได้รับการยกเว้น ขอ้ ความเปน็ ภาษาไทย ตามขอ้ 4 ของประกาศกระทรวง ไม่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการแสดงฉลากตามประกาศ สาธารณสุข (ฉบบั ท่ี 367) พ.ศ. 2557 กระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี 367) พ.ศ. 2557 ได้แก่ (2) อาหารท่ีไม่ได้จ�ำหน่ายโดยตรงต่อ (1) อาหารท่ีผูผ้ ลติ สามารถให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับ ผบู้ รโิ ภค ผปู้ รงุ ผแู้ บง่ บรรจุ หรอื ผจู้ �ำหนา่ ยอาหาร อาจแสดง อาหารแก่ผู้บริโภคได้ในขณะจ�ำหน่าย เช่น หาบเร่ ข้อความเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้อย่างน้อย แผงลอย เปน็ ตน้ ตอ้ งแสดงเฉพาะ 6 รายการ ไดแ้ ก่ ชอื่ อาหาร เลขสารบบ (2) อาหารสด ท่ีมีลักษณะหน่ึงลักษณะใด อาหาร ชอ่ื และทตี่ ง้ั ของผผู้ ลติ หรอื ผแู้ บง่ บรรจหุ รอื ผนู้ �ำเขา้ ดงั ตอ่ ไปน้ี หรอื ส�ำนกั งานใหญ่ ปรมิ าณของอาหารเปน็ ระบบเมตริก (2.1) อาหารสดที่ไม่ผ่านกรรมวิธีใดๆ ส่วนประกอบที่ส�ำคัญเป็นร้อยละของน�้ำหนัก และวัน ซึ่งอาจแช่เย็นหรือไม่แช่เย็นก็ได้ และบรรจุในภาชนะท่ี เดอื นและปี หรอื เดอื นและปที คี่ วรบรโิ ภคกอ่ น แสดงขอ้ ความ สามารถมองเหน็ สภาพของอาหารสดได้ เชน่ ผลไมท้ ง้ั ผล ใหค้ รบถว้ นเปน็ ภาษาไทยตามขอ้ 4 ของประกาศกระทรวง หอยทั้งฝา เป็นต้น สาธารณสุข (ฉบับที่ 367) พ.ศ. 2557 หากไมส่ ามารถ (2.2) อาหารสดที่ผ่านกรรมวิธีการแกะ แสดงที่ฉลากได้ครบถ้วน ใหแ้ สดงไวใ้ นคมู่ อื หรอื เอกสาร ช�ำแหละ ตดั แต่ง หรอื วธิ ีการอ่นื ใดเพ่อื ลดขนาด ซงึ่ อาจ ประกอบการจ�ำหนา่ ยทกุ ครงั้ แชเ่ ยน็ หรือไม่แชเ่ ย็นก็ได้ และบรรจใุ นภาชนะทสี่ ามารถ (3) อาหารในภาชนะบรรจุทีผ่ ลิตเพือ่ ส่งออก มองเหน็ สภาพของอาหารนน้ั ทไ่ี มไ่ ดจ้ �ำหนา่ ยตอ่ ผบู้ รโิ ภค อาจแสดงขอ้ ความเป็นภาษาใดกไ็ ด้ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งแสดง เช่น ผัก ผลไมต้ ดั แตง่ หมูสับ กุ้งปอกเปลอื ก ปลาแล่ ไก่ เฉพาะ 2 รายการ คือ ประเทศผู้ผลิต และเลขสารบบ หมู เน้อื หน่ั เปน็ ชิน้ เนอ้ื ปลาบด เปน็ ตน้ อาหาร หรอื เลขสถานทผี่ ลติ อาหาร หรอื ชอ่ื และทตี่ งั้ ของ (3) อาหารในภาชนะบรรจุที่ผลิตและ สถานท่ีผลิตอย่างหนึ่งอย่างใด ตามข้อ 5 ของประกาศ จ�ำหนา่ ยเพอ่ื บรกิ ารภายในรา้ นอาหาร ภตั ตาคาร โรงแรม กระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 367) พ.ศ. 2557 โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สายการบิน 7. รายละเอียดของข้อความท่ีจะต้องแสดงบน สถานท่ีอื่นในลักษณะท�ำนองเดียวกัน และรวมถึงการ ฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ส�ำหรับอาหารที่ บริการจัดส่งอาหารให้กบั ผู้ซอื้ ด้วย จ�ำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค ผู้ปรุง ผู้แบ่งบรรจุหรือ อาหารทไี่ ดร้ บั การยกเวน้ ไมต่ อ้ งแสดงฉลากตาม ผู้จ�ำหน่ายอาหาร ตามข้อ 4 ของประกาศกระทรวง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี 367) พ.ศ. 2557 สาธารณสุข (ฉบับท่ี 367) พ.ศ. 2557 โดยต้องแสดง แต่หากได้รับเลขสารบบอาหารแล้ว จะต้องปฏิบัติตาม ข้อความ ดังนี้ บอกก ่ลาว ่ขาวกฎหมาย ประกาศฉบบั นดี้ ว้ ย (1) ชอ่ื อาหาร 5. อาหารในภาชนะบรรจุที่ได้มีประกาศ (2) เลขสารบบอาหาร กระทรวงสาธารณสุขก�ำหนดการแสดงฉลากไว้เป็นการ (3) ชื่อและท่ีตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ เฉพาะแล้ว นอกจากต้องแสดงฉลากตามประกาศ หรือผูน้ �ำเขา้ หรอื ส�ำนกั งานใหญ่ กระทรวงสาธารณสุขฉบบั นน้ั ๆ แล้ว ยังต้องแสดงฉลาก (4) ปรมิ าณของอาหารเปน็ ระบบเมตรกิ ใหเ้ ป็นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี 367) (5) ส่วนประกอบที่ส�ำคัญเป็นร้อยละของ พ.ศ. 2557 อีกด้วย นำ�้ หนกั โดยประมาณ เรยี งตามล�ำดบั ปรมิ าณจากมากไปนอ้ ย 6. การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ (6) แสดงข้อมูลส�ำหรับผู้แพ้อาหาร กรณีมี จ�ำแนกการแสดงไดต้ ามวตั ถปุ ระสงคข์ องการจ�ำหนา่ ย ดงั น้ี การใช้หรืออาจปนเปื้อนในกระบวนการผลิตของส่วน (1) อาหารที่จ�ำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค ประกอบตามขอ้ 4 (6) ของประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ผู้ปรุง ผ้แู บ่งบรรจุ หรอื ผู้จ�ำหน่ายอาหาร ตอ้ งแสดงด้วย (ฉบับที่ 367) พ.ศ. 2557 วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นกนั ยายน-ธันวาคม 2557 81
ต้องแสดงข้อความว่า “ข้อมูลส�ำหรับผู้แพ้ “ใชว้ ตั ถกุ นั เสยี ” เพมิ่ เตมิ อกี โดยถอื วา่ ไดแ้ สดงขอ้ มลู วตั ถุ อาหาร : มี ...” กรณมี กี ารใชเ้ ปน็ สว่ นประกอบของอาหาร เจือปนอาหารไว้ครบถ้วนตามข้อ 4(7) ของประกาศ หรอื “ข้อมลู ส�ำหรับผแู้ พอ้ าหาร : อาจมี ...” กรณมี ีการ กระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี 367) พ.ศ. 2557 ปนเปอ้ื นในกระบวนการผลติ แลว้ แตก่ รณี (ความทเ่ี วน้ ไว้ (8) แสดงข้อความว่า “ควรบริโภคก่อน” ให้ระบุประเภทหรือชนิดของสารก่อภูมิแพ้หรือสารท่ีก่อ พร้อมวัน เดือน และปี ส�ำหรับอาหารที่มีอายุการเก็บ ภาวะภมู ไิ วเกนิ ) โดยขนาดตวั อกั ษรตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามขอ้ 14 (3) ไม่เกิน 90 วัน หรือวัน เดือน และปี หรือเดือนและปี ของประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี 367) พ.ศ. 2557 ส�ำหรับอาหารที่มีอายุการเกบ็ เกิน 90 วนั บอกก ่ลาว ่ขาวกฎหมาย และสีของตวั อกั ษรตัดกบั สพี ืน้ ของฉลาก ขนาดตวั อักษร กรณที มี่ ปี ระกาศกระทรวงสาธารณสขุ วา่ ดว้ ย ต้องไม่เล็กกว่าขนาดตัวอักษรท่ีแสดงส่วนประกอบและ แสดงไวท้ ่ดี ้านลา่ งของการแสดงส่วนประกอบ เรื่องอาหารน้ันๆ ได้ก�ำหนดให้แสดงข้อความอ่ืน เช่น “ผลติ ” “หมดอาย”ุ หรอื “ผลติ และหมดอาย”ุ ไวเ้ ปน็ การ ทั้งนี้ การแสดงข้อมูลส�ำหรับผู้แพ้อาหาร เฉพาะแล้ว ให้ปฏิบัตติ ามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ตามขอ้ 4(6) ของประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 367) เฉพาะนน้ั พ.ศ. 2557 ไม่รวมถึงอาหารท่มี สี ารก่อภมู ิแพ้หรือสารท่ี ก่อภาวะภูมิไวเกินเป็นส่วนประกอบท่ีส�ำคัญ และมีการ (9) วิธีการใช้และข้อความท่ีจ�ำเป็นส�ำหรับ แสดงชอื่ อาหารทรี่ ะบชุ อ่ื สารกอ่ ภมู แิ พห้ รอื สารทก่ี อ่ ภาวะ อาหารทม่ี งุ่ หมายจะใชก้ บั ทารกหรอื เดก็ ออ่ น หรอื บคุ คล ภูมิไวเกินไว้ชัดเจนแล้ว เช่น ใช้ชื่ออาหารว่า “น�้ำนมโค กลมุ่ ใดโดยเฉพาะ พาสเจอรไ์ รส์” หรอื “ถ่ัวลสิ งอบกรอบ” (10) ข้อความอ่ืน (ถ้ามี) เช่น ค�ำเตือน (7) แสดงข้อความเกยี่ วกบั การใชว้ ัตถุเจือปน ขอ้ แนะน�ำในการเก็บรักษา วิธปี รงุ เพอื่ รบั ประทาน อาหาร หรือมีวัตถุเจือปนอาหารท่ีติดมากับวัตถุดิบท่ีใช้ ในการผลิตอาหารในปริมาณที่เกิดผลตามวัตถุประสงค์ (11) ข้อความท่ีก�ำหนดเพ่ิมเติมตามบัญชี ของการใชว้ ัตถุเจือปนอาหาร โดยใหแ้ สดงชื่อกลุม่ หน้าท่ี แนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 367) ของวัตถุเจือปนอาหารร่วมกับชื่อเฉพาะ หรือแสดงชื่อ พ.ศ. 2557 กลุ่มหน้าที่ของวัตถุเจือปนอาหารร่วมกับตัวเลขตาม International Numbering System : INS for Food 8. ก�ำหนดให้ผู้ประกอบการต้องส่งมอบฉลาก Additives ของอาหารควบคุมเฉพาะ และอาหารอ่ืนที่รัฐมนตรี ประกาศก�ำหนดให้ต้องส่งมอบฉลากให้ผู้อนุญาต ส�ำหรับวัตถุเจือปนอาหารที่มีหน้าท่ีเป็นสี พิจารณาอนุมัติก่อนการจัดท�ำฉลาก เช่น อาหารที่มี ใหร้ ะบุ “สธี รรมชาติ” หรือ “สสี งั เคราะห์” ที่ก�ำกบั กล่มุ วตั ถุประสงคพ์ ิเศษ เปน็ ตน้ หนา้ ทข่ี องวตั ถเุ จอื ปนอาหารดว้ ย และตามดว้ ยชอ่ื เฉพาะ 9. ข้อก�ำหนดอืน่ ๆ (1) ฉลากตอ้ งปดิ ตดิ หรอื แสดงไวใ้ นทเี่ ปดิ เผย ที่ภาชนะบรรจุและหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุอาหาร และมองเห็นไดช้ ัดเจน โดยมีขนาดของฉลากสมั พันธก์ บั หรอื ตัวเลขตาม International Numbering System : พื้นทข่ี องภาชนะบรรจุหรือหีบหอ่ นนั้ ๆ INS for Food Additives แต่ส�ำหรบั วัตถเุ จอื ปนอาหาร (2) ฉลากตอ้ งไมท่ �ำใหเ้ ขา้ ใจผดิ ไมว่ า่ โดยทาง ท่ีมีกลุ่มหน้าท่ีเป็นวัตถุปรุงแต่งรสอาหาร และวัตถุท่ี ตรงหรอื ทางออ้ มระหวา่ งอาหารกบั ขอ้ ความ รปู รปู ภาพ ใหค้ วามหวานแทนน�ำ้ ตาล ให้ตามด้วยชอื่ เฉพาะเท่านั้น รอยประดิษฐ์ เครื่องหมาย หรือเครื่องหมายการค้า อย่างไรก็ตาม หากมีประกาศกระทรวง ทแ่ี นะน�ำผลติ ภัณฑ์ชนิดอนื่ สาธารณสุขก�ำหนดการแสดงข้อความบนฉลากส�ำหรับ (3) มีข้อก�ำหนดเกี่ยวกับการแสดงข้อความ การใช้วัตถุเจือปนอาหารเป็นการเฉพาะ ไม่ต้องแสดง รูป รูปภาพ รอยประดิษฐ์ เคร่ืองหมาย ตรา หรือ ข้อความ “ใช้...เป็นวัตถุที่ให้ความหวานแทนน�้ำตาล” เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือ “เจือสีธรรมชาติ” หรือ “เจือสีสังเคราะห์” หรือ ไมว่ ่าจะเปน็ ภาษาใดท่ปี รากฏในฉลาก ดังนี้ 82 FDA Journal : September-December 2014
1) ไม่เป็นเท็จหรือหลอกลวงให้เกิดความ ทางอ้อมต่อสังคม วัฒนธรรม ศีลธรรม ประเพณี หรือ หลงเชื่อโดยไม่สมควร หรือไม่ท�ำให้เข้าใจผิดในสาระ พฤติกรรมท่ีเก่ียวกับเพศ ภาษา และความรนุ แรง ส�ำคัญ (4) การแสดงขอ้ ความกลา่ วอ้างเก่ียวกับสาร 2) ไมแ่ สดงถงึ ชอื่ อาหาร สว่ นประกอบของ หรอื สว่ นประกอบอน่ื ใดในอาหาร ต้องไมก่ อ่ ให้เกดิ ความ อาหาร อัตราส่วนของอาหาร ปริมาณของอาหาร หรือ เข้าใจผิดในผลิตภณั ฑ์ และห้ามใชก้ บั อาหารทมี่ ีประกาศ แสดงถึงสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการ กระทรวงสาธารณสุขก�ำหนดห้ามใช้ หรืออาหารท่ีโดย หลอกลวงให้เกิดความหลงเชอ่ื ธรรมชาติของอาหารน้ันไม่มีสารน้ัน หรืออาหารที่ใน 3) ไมท่ �ำใหเ้ ขา้ ใจวา่ มวี ตั ถตุ ามขอ้ ความ ชอื่ กระบวนการผลิตไม่มีสารนั้นเกิดข้ึน หรือเป็นวัตถุท่ี รูป รูปภาพ รอยประดิษฐ์ เคร่ืองหมายหรือ ห้ามใชใ้ นอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เครื่องหมายการค้าดังกล่าวผสมอยู่ในอาหารโดยท่ี (5) ฉลากทแี่ สดงเครอื่ งหมายการคา้ ตอ้ งระบุ ไม่มีวัตถุนั้นผสมอยู่ หรือมีผสมอยู่ในปริมาณท่ีไม่อาจ ค�ำว่า “ตรา” หรือ “เครื่องหมายการค้า” หรือ แสดงสรรพคุณ “เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน” ก�ำกับช่ือ 4) ไม่พ้องเสียง พ้องรูป กับค�ำหรือ เครื่องหมายการค้าน้ันด้วย โดยต้องมีลักษณะเห็นได้ ข้อความที่สื่อถึงคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ ชัดเจน อ่านได้ง่าย และขนาดของตัวอักษรต้องสัมพันธ์ อนั เปน็ การโออ้ วด หรอื เปน็ เทจ็ หรอื เกนิ จรงิ หรอื หลอกลวง กับขนาดพ้ืนที่ฉลาก ท�ำให้เกิดความหลงเชอื่ โดยไม่สมควร (6) ข้อความในฉลากต้องมีลักษณะเห็นได้ 5) ไมข่ ดั กบั วฒั นธรรมและศลี ธรรมอนั ดงี าม ชัดเจน อ่านได้ง่าย และขนาดของตัวอักษรต้องสัมพันธ์ ของไทยหรอื ส่อไปในทางท�ำลายคุณคา่ ของภาษาไทย กับขนาดของพื้นท่ีฉลาก ซ่ึงได้ก�ำหนดขนาดตัวอักษร 6) ไมส่ ง่ เสรมิ หรอื อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความขดั แยง้ ตามข้อ 14 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ความแตกแยก หรอื ผลกระทบในเชงิ ลบ ทงั้ ทางตรงหรือ 367) พ.ศ. 2557 สรปุ ไดด้ งั นี้ ตาราง แสดงขอ้ ก�ำหนด ขนาดพื้นทีข่ องฉลาก และขนาดตวั อกั ษร ข้อก�ำหนด ขนาดพื้นทีข่ องฉลาก ขนาดตัวอกั ษร หมายเหตุ บอกก ่ลาว ่ขาวกฎหมาย ชือ่ อาหาร ตั้งแต่ ไม่น้อยกวา่ แสดงท่ีส่วนส�ำคัญของฉลากเมื่อวางจ�ำหน่าย 2 มลิ ลเิ มตร และมีข้อความต่อเน่อื งกันในแนวนอน เลขสารบบอาหาร 35 ตารางเซนติเมตร ไม่นอ้ ยกวา่ น้อยกว่า 1 มิลลเิ มตร - ไมน่ อ้ ยกวา่ 35 ตารางเซนตเิ มตร 2 มลิ ลิเมตร 1) ฉลากอาหารที่มีพื้นท่ีท้ังแผ่นน้อยกว่า ทุกขนาด ไม่น้อยกว่า 35 ตารางเซนตเิ มตร การแสดงสว่ นประกอบ 1 มิลลิเมตร อาจแสดงไวบ้ นหบี หอ่ ของอาหารแทนได้ ชอ่ื และที่ตงั้ ของผผู้ ลิตหรอื ผ ู้ ไม่เกนิ ไมน่ อ้ ยกวา่ 1.5 มิลลเิ มตร 2) ให้แสดงข้อมูลส�ำหรับ ผู้แพ้อาหาร และ แบง่ บรรจุหรือผูน้ �ำเขา้ หรอื 100 ตารางเซนตเิ มตร ขอ้ ความ “ควรบรโิ ภคกอ่ น” และ วนั เดอื น ไมน่ อ้ ยกว่า และปี ที่ควรบริโภคก่อน รวมถึง “ผลิต” ส�ำนักงานใหญ่ มากกว่า 2 มิลลเิ มตร หรือ “หมดอายุ” (ถ้ามี) ไว้ในต�ำแหน่งที่ สามารถเห็นได้ชดั เจน ปริมาณของอาหารเปน็ 100 ตารางเซนตเิ มตร ระบบเมตรกิ และไม่เกนิ ส่วนประกอบทีส่ �ำคญั เปน็ 250 ตารางเซนติเมตร ร้อยละของน�ำ้ หนกั โดย มากกวา่ ประมาณเรยี งตามล�ำดับ 250 ตารางเซนตเิ มตร ปรมิ าณจากมากไปน้อย วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนกันยายน-ธนั วาคม 2557 83
ตาราง (ต่อ) ขอ้ ก�ำหนด ขนาดพ้ืนที่ของฉลาก ขนาดตวั อกั ษร หมายเหตุ ข้อมูลส�ำหรับผู้แพ้อาหาร 3) กรณีแสดง วนั เดือน และปี หรอื เดือน ปี การแสดงข้อความ “ควรบริโภคกอ่ น” ไว้ท่ีด้านล่างหรือส่วนอื่น ต้องมีข้อความท่ี และวัน เดือนและปี ฉลากส่ือได้ชัดเจนว่าจะดูข้อมูลดังกล่าว ทีค่ วรบริโภคก่อนรวมถงึ ได้ท่ีใด และอาจแสดงข้อความก�ำกับ “ผลิต” หรือ “หมดอาย”ุ วัน เดือนและปี หรือ เดือน และปีท่ีผลิต (ถ้าม)ี หรือหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน ไวด้ ้วย อีกหรือไมก่ ไ็ ด้ 10. วันบังคบั ใช้: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ข้อความบนฉลาก เป็นต้น ดังน้ันจึงขอให้ผู้ที่เก่ียวข้อง (ฉบับท่ี 367) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับต้ังแต่วันที่ ศกึ ษารายละเอยี ดของขอ้ ก�ำหนดตามประกาศกระทรวง 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เปน็ ตน้ ไป สาธารณสุขฉบับน้ีให้ถ่ีถ้วนเพ่ือจะได้มีความเข้าใจ 11. ผผู้ ลติ หรอื ผนู้ �ำเขา้ อาหารทไี่ ดจ้ ดั ท�ำฉลากไว้ เกี่ยวกับแนวทางในการปฏบิ ตั ิได้อย่างถกู ต้อง ก่อนวนั ท่ี 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ใหท้ �ำการแกไ้ ขฉลาก ใหถ้ กู ตอ้ งตามประกาศฉบบั น้ี และฉลากเดมิ ทเ่ี หลอื ใหใ้ ช้ เอกสารอา้ งองิ ตอ่ ไปได้ แต่ตอ้ งไม่เกินวนั ที่ 2 ธนั วาคม พ.ศ. 2559 1. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี 367) พ.ศ. 2557 เรอ่ื ง เนอ่ื งจากประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ลงวันที่ 367) พ.ศ. 2557 มีข้อก�ำหนดท่ีแตกต่างจากประกาศ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเร่ืองฉลากฉบับเดิม 2. ประกาศส�ำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา เรอื่ ง ค�ำชแี้ จง ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 367) พ.ศ. 2557 เรอ่ื ง หลายประการ เชน่ การแสดงขอ้ มลู สารกอ่ ภมู แิ พ้ การแสดง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ลงวันที่ การใช้วัตถุเจือปนอาหาร การก�ำหนดขนาดตัวอักษร 4 กันยายน พ.ศ. 2557 การแสดงส่วนประกอบของอาหาร เง่ือนไขการแสดง บอกก ่ลาว ่ขาวกฎหมาย ❂❂❂❂❂❂ 84 FDA Journal : September-December 2014
มุมหนงั สือ ช่ือหนงั สอื ถวั่ และธัญพืช เมล็ดพนั ธแ์ หง่ สขุ ภาพ ผเู้ ขยี น ทัทยา อนสุ สร จัดพมิ พโ์ ดย โรงพมิ พ์ มตชิ นปากเกร็ด หนังสือ “ถ่ัวและธัญพืช เมล็ดพันธ์แห่งสุขภาพ” ของทัทยา อนุสสร ได้เรียบเรียงความจริงท่ีต้องรู้ในเมล็ดพืชเหล่านี้ไว้อย่างครบถ้วนพร้อมท้ังมีข้อมูล ทส่ี �ำคัญทางโภชนาการอา้ งอิง เพ่ือเป็นประโยชน์ในการเลือกบรโิ ภคอยา่ งถูกต้อง พร้อมกันนั้น ในท้ายบทยังมีเมนูอาหารให้ผู้อ่านได้เข้าครัวประกอบอาหาร ม้ืองา่ ยๆ รับประทานกนั อกี ดว้ ย จ�ำหน่ายโดย บริษัท งานดี จ�ำกัด (ในเครือมตชิ น) www.se-ed.com โทร โทร 0 2739 8000 ชื่อหนงั สอื ครบเครอื่ งเรอ่ื งอายุยนื ผ้เู ขยี น ปภาดา ศกั ดินนท์ จัดพิมพโ์ ดย S.K.S INTEPRIENT หนงั สือ “ครบเครือ่ งเร่ืองอายยุ นื ” เล่มนี้ เปน็ สว่ นหนึ่งในการชว่ ยสง่ เสริม แนะ �นำห ันง ืสอ ให้ทกุ คนมีสขุ ภาพที่สมบรู ณ์ ตลอดจนมีคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ี มีอายยุ ืนยาว แมม้ ใิ ช่เป็น คู่มือหรือหนังสือในการรักษาพยาบาล หากแต่หนังสือน้ีเป็นเพียงผู้ชี้แนะน�ำทาง เก่ียวกับการเลือกรับประทานอาหารจ�ำพวก ผัก ผลไม้ และสารอาหารต่างๆ อยา่ งไรใหค้ มุ้ คา่ กบั เมด็ เงินท่ีสูญไป และทีส่ �ำคัญเพ่อื กอ่ ใหเ้ กิดประโยชนม์ คี ณุ ค่า ต่อรา่ งกายของผู้บริโภค และบคุ คลอันเปน็ ทร่ี กั ของทุกท่าน จ�ำหน่ายโดย บรษิ ทั อกั ษรเงนิ ดี จ�ำกดั www.aksorn-ngerndee.com โทร 0 2734 7720 วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นกันยายน-ธันวาคม 2557 85
แนะ �นำห ันง ืสอ ช่ือหนังสือ การจัดท�ำแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล ผู้เขยี น ดร.อาภรณ์ ภ่วู ทิ ยพันธุ์ จดั พมิ พโ์ ดย บริษัท พิมพด์ กี ารพิมพ์ จ�ำกดั หนงั สอื “การจดั ท�ำแผนพฒั นาบคุ ลากรรายบุคคล” จดุ เด่น คือ สามารถ จดุ ประกายใหผ้ บู้ รหิ ารและพนกั งานเขา้ ใจถงึ แนวคดิ ของการพฒั นาบคุ ลากร รวมถงึ การจดั ท�ำแผนการพัฒนาบุคลากร (Individual Development Plan ; IDP) อยา่ ง เป็นระบบ นอกจากนี้ ยังไขข้อข้องใจว่า เครื่องมือการฝึกอบรมในห้องเรียนไม่ใช่ เครอ่ื งมอื เดยี วเทา่ น้นั ในการพัฒนาบคุ ลากร หากทา่ นอยากทราบวา่ มีเครอ่ื งมอื ใด บ้างนั้น ท่านสามารถเปิดอ่านเน้ือหาในหนังสือเล่มน้ีได้ในบทที่ 4 ที่จะช่วยให้ ผู้บริหารมอี าวุธครบเครื่องในการพัฒนาพนักงานของตน จ�ำหน่ายโดย บริษัท เอช อาร์ เซน็ เตอร์ จ�ำกัด โทร 0 2736 2245 ช่อื หนังสือ หลกั การโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ ผู้เขยี น รองศาสตราจารยว์ มิ ลพรรณ อาภาเวท จัดพมิ พโ์ ดย ส�ำนกั พมิ พ์โอเดียนสโตร์ หนงั สอื เลม่ นจี้ ดั ท�ำขน้ึ เพอื่ ใชป้ ระกอบการเรยี นการสอนวชิ าหลกั การ โฆษณาและประชาสัมพันธ์ รหัสวิชา 08-112-101 สาขาวิชาเทคโนโลยี การโฆษณาและประชาสมั พนั ธ์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ซึ่งเนื้อหาวชิ า จะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นเร่ืองเก่ียวกับกระบวนการโฆษณา ในภาพรวม ซึ่งประกอบด้วยความรู้เบื้องต้น ประวัติ และพัฒนาการของ การโฆษณาและประชาสมั พนั ธ์ สว่ นทสี่ องเปน็ ความรทู้ เี่ กย่ี วกบั ความรพู้ น้ื ฐาน ทางด้านการประชาสัมพันธ์ ซ่ึงประกอบด้วยองค์ประกอบของการโฆษณา กระบวนการโฆษณา อุตสาหกรรมของการโฆษณากระบวนการด�ำเนินงาน ประชาสมั พนั ธ์ สอื่ การประชาสมั พนั ธ์ และขอ้ บงั คบั และจรรยาบรรณในการโฆษณา และประชาสัมพันธ์ และนอกจากนี้ยังเผยแพร่ให้ผู้ท่ีสนใจวิชาการทางด้าน การโฆษณาและประชาสมั พันธ์ไดศ้ ึกษา เพอ่ื ใหเ้ กิดความเข้าใจในวชิ าชพี ทางด้านน้ี จ�ำหนา่ ยโดย ส�ำนักพมิ พโ์ อเดียนสโตร์ โทร 0 2251 4476 86 FDA Journal : September-December 2014
คำ�แนะนำ�สำ�หรบั ผเู้ ขียน รายงานวิจัยที่จะพิจารณาให้ตีพิมพ์ในวารสารอาหาร (1) ตั้งค่าหน้ากระดาษ ด้านบน 1.5 ซม. และยา ประกอบด้วย บทนิพนธ์ต้นฉบับ นิพนธ์ปริทัศน์ ดา้ นลา่ ง 1.5 ซม. และดา้ นซา้ ย 3 ซม. ดา้ นขวา 2 ซม. ใชต้ วั อกั ษร กรณศี กึ ษาและบทความวชิ าการทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค Cordia UPC ขนาดของตัวอักษร 16 ทั้งภาษาไทยและ ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเรื่องที่ส่งจะต้องไม่เคยตีพิมพ์ ภาษาองั กฤษ และใสเ่ ลขหนา้ ดา้ นขวาลา่ ง รายงานวจิ ยั ความยาว ในวารสารฉบับอื่นมาก่อน และผลงานที่ส่งมาต้องสิ้นสุด ไมเ่ กิน 10 หน้า และบทความความยาวไมเ่ กิน 5 หน้า การด�ำ เนนิ การไมเ่ กนิ 5 ปี ทง้ั นค้ี ณะบรรณาธกิ ารฯ ขอสงวนสทิ ธ์ิ (2) ผนู้ พิ นธต์ อ้ งจดั สง่ ตน้ ฉบบั ภาพประกอบ ในการตรวจทาน แก้ไขเรื่องต้นฉบับ และพิจารณาตีพิมพ์ การศกึ ษาวจิ ยั พรอ้ มแบบฟอรม์ สง่ บทความลงวารสารอาหารและยา ตามความสำ�คญั กอ่ นหลงั ที่มีรายละเอียดครบถ้วน บันทึกข้อมูลต้นฉบับตามโปรแกรม 1. ชนดิ ของบทความ ท่ีก�ำ หนดลงแผ่น CD จำ�นวน 1 ชดุ พรอ้ มส่งหลักฐานทกุ อยา่ ง 1.1 นิพนธ์ต้นฉบับ (original research) มาพร้อมกันใหค้ รบท้ังหมดในคราวเดียว (ไม่ควรส่งแนบมาอีก เป็นรายงานผลงานวิจัยท่ีเป็นการประเมินองค์ความรู้ในสาขา ในภายหลัง) เชน่ แบบสอบถาม รปู ภาพ กราฟ ตาราง ฯลฯ ที่เก่ียวข้อง ประกอบด้วย บทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ 2.2 ชอ่ื เรอ่ื ง ตอ้ งมที งั้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ พร้อมทงั้ คำ�สำ�คญั บทน�ำ วัตถปุ ระสงค์ วิธีวจิ ัย ผลการวจิ ัย/ ควรต้ังใหค้ รอบคลมุ กระชับ และสอดคล้องกับเน้ือหา ทดลอง วจิ ารณผ์ ล/อภปิ รายผล สรปุ ผล ขอ้ เสนอแนะ กติ ตกิ รรม 2.3 ชอื่ ผนู้ พิ นธ์ (หลกั และร่วม) ประกาศ (ถ้าม)ี และบรรณานุกรม/เอกสารอ้างองิ (1) ใช้ช่ือจริง ไม่ใช้นามแฝง พร้อมทั้งระบุ 1.2 นิพนธ์ปริทัศน์ (review article) ที่อยู่ เบอร์โทรศพั ทม์ ือถือ และ email ของผู้นพิ นธ์ เปน็ รายงานการทบทวนบทความวชิ าการในการตพี มิ พใ์ นวารสาร (2) ในกรณที ผ่ี นู้ พิ นธม์ สี ถานทท่ี �ำ งานตา่ งกนั ทง้ั อดตี และปจั จบุ นั มกี ารวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ประเมนิ วจิ ารณ์ ใหก้ �ำ กบั ดว้ ยหมายเลข (ตวั เลขยกก�ำ ลงั ) ไวท้ า้ ยนามสกลุ ใหค้ รบ และแสดงความคิดเหน็ ประกอบดว้ ย 2 สว่ น ทุกคน และหากมผี นู้ ิพนธ์มากกว่า 2 ท่าน ให้ใส่ชอ่ื ผู้ที่นพิ นธ์ • สว่ นท่ี 1 (หน้าแรกของบทความปริทศั น์) รายงานวิจัยน้ันเป็นชื่อแรก และขีดเส้นใต้ชื่อ เพื่อระบุว่า ประกอบดว้ ย ชอ่ื เรอ่ื ง ชอ่ื และสถานทต่ี ดิ ตอ่ ผนู้ พิ นธ์ และบทสรปุ เป็นผู้นิพนธ์ (เป็นการสรุปเร่ืองโดยย่อให้เข้าใจว่าเร่ืองท่ีนำ�เสนอมีความ 2.4 เนือ้ หา นา่ สนใจ และมคี วามเปน็ มาอยา่ งไร) พรอ้ มระบคุ �ำ ส�ำ คญั ของเรอ่ื ง (1) บทคัดย่อ ควรเขียนสรุปสาระสำ�คัญ • สว่ นท่ี2 (เนอ้ื หาของบทความ) ประกอบดว้ ย ของเรื่อง โดยเกริ่นนำ�เรื่องก่อนแล้วจึงกล่าววัตถุประสงค์ ของงานวจิ ยั เพอ่ื ไมใ่ หเ้ นอ้ื หาดแู ขง็ เกนิ ไป ตามดว้ ยวธิ กี าร ระยะเวลา บทน�ำ เพอื่ กลา่ วถงึ ความนา่ สนใจของเรอื่ งทนี่ �ำ เสนอกอ่ นเขา้ สู่ ทด่ี ำ�เนนิ การ กลมุ่ เป้าหมาย และผลการวิจยั ความยาว 350– เนื้อหาในแต่ละประเด็น บทสรุป (ขมวดปมเรื่องที่นำ�เสนอ) 400 ค�ำ พรอ้ มท้ัง ระบุค�ำ สำ�คัญ (ห้ามใช้ประโยคเป็นค�ำ สำ�คัญ) และข้อเสนอแนะจากผู้นิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว สำ�หรับ จ�ำ นวน 3–4 คำ� เรียงตามพยญั ชนะ มีบทคดั ย่อภาษาองั กฤษ ผอู้ า่ นไดพ้ จิ ารณาประเดน็ ทนี่ า่ สนใจต่อไป แปลเนอ้ื หาใหต้ รงกบั บทคดั ยอ่ ภาษาไทย รวมทงั้ ค�ำ ส�ำ คญั (Key 1.3 กรณศี กึ ษา (case report) เปน็ การรายงาน word) ช่ือวิทยาศาสตร์ พิมพ์ด้วยตัวเอนตามหลักสัญลักษณ์ เหตกุ ารณท์ เ่ี กิดขึน้ ในช่วงขณะนนั้ เหตุการณเ์ ดยี ว กรณเี ดียว พมิ พด์ ว้ ยตวั อกั ษร Symbol ขนาดเทา่ ตวั อกั ษรอน่ื ในบรรทดั นน้ั ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ข้อมูลจากกรณีศึกษา ประเด็น (2) ตาราง/กราฟ ในรายงานวิจัยควรมี การวเิ คราะห์วตั ถปุ ระสงคป์ ญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ทางเลอื กตา่ งๆทเ่ี ปน็ ไปได้ 3 ตาราง 2 กราฟ มหี มายเลขก�ำ กบั พรอ้ มทง้ั อธบิ ายตาราง กราฟ การวเิ คราะหท์ างเลอื ก การตดั สนิ ใจเลอื กทางเลอื ก ขอ้ เสนอแนะ และสัญลกั ษณ์ (ถา้ ม)ี ทกุ คร้งั และทุกรูป หากน�ำ ตาราง/กราฟ ในการปฏบิ ตั ติ ามทางเลอื กทไ่ี ดเ้ ลอื กแลว้ คำ�ถามเกี่ยวกบั ปัญหา จากในเวบ็ ไซตห์ รอื แหลง่ อน่ื มาอา้ งองิ ตอ้ งบอกทม่ี าใหล้ ะเอยี ด ทีเ่ กดิ ขน้ึ บทสรปุ และบรรณานุกรม/เอกสารอ้างองิ และชดั เจนว่าน�ำ มาจากไหน ของใคร ปีอะไร แสดงถึงอะไร 1.4 บทความวชิ าการ เปน็ งานเขยี นทเ่ี สนอขอ้ มลู (3) รปู ภาพ ทรรศนะ ตลอดจนขอ้ เสนอแนะในเรอ่ื งวชิ าการ มกั เปน็ ขอ้ มลู – ควรเปน็ รปู ภาพทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เนอื้ หา หรือ ข้อค้นพบใหม่ๆ ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ โดยตรงและมีความชัดเจน พร้อมบรรยายว่ารูปภาพน้ีได้รับ ความเปน็ มาและความส�ำ คญั ของปญั หา ประเดน็ การศกึ ษา ขอบเขต อนุญาตให้ตีพิมพ์/เผยแพร่ได้ ในเนื้อหาทุกครั้ง ก่อนจะแสดง การศกึ ษา แนวทางและขอ้ เสนอแนวทางการพจิ ารณา สรปุ ผล รปู ภาพหรอื ใตร้ ปู ภาพนน้ั กไ็ ด้ หากมมี ากกวา่ 1 รปู ตอ้ งมหี มายเลข ข้อเสนอแนะ และบรรณานุกรม/เอกสารอา้ งอิง กำ�กับภาพตามลำ�ดบั ด้วย 2. รูปแบบที่สง่ ตีพิมพ์ – รปู ภาพในอนิ เทอรเ์ นต็ ไมค่ วรน�ำ มา 2.1 ต้นฉบับ จัดพิมพ์ด้วย Microsoft Word ใช้เน่ืองจากรูปภาพนั้นอาจจะมีลิขสิทธ์ิ เช่น รูปภาพใน blog ในกระดาษขนาด A4 ดังนี้ เปน็ ตน้ ควรเปน็ การถา่ ยภาพดว้ ยตวั ผนู้ พิ นธเ์ อง แตถ่ า้ จะน�ำ มาใช้
จะต้องอธิบายที่มาให้ละเอียดและชัดเจนว่านำ�มาจากไหน ถงึ ผอู้ �ำ นวยการกองแผนงานและวชิ าการ (วารสาร ของใคร ปีอะไร แสดงถึงอะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง ทุกรูป อาหารและยา) อาคาร 5 ชน้ั 4 ส�ำ นกั งานคณะกรรมการอาหาร- และทกุ คร้งั และหากเป็นรูปภาพบคุ คลไมค่ วรใหเ้ ห็นใบหนา้ และยา กระทรวงสาธารณสขุ ถ.ตวิ านนท์ อ.เมอื ง จ.นนทบรุ ี 11000 3. บรรณานุกรม (Bibliography)/เอกสารอ้างอิง 4.2 ส่งทาง email ส่งไฟล์บทความที่จัดพิมพ์ (Reference) ตามค�ำ ชแ้ี จงการสง่ เรอ่ื งตพี มิ พ์ ในขอ้ 1–3 (Microsoft Word 2003) การเขยี นเอกสารอา้ งองิ สามารถเขยี นได้ 2 ระบบ คอื พร้อมท้ังแนบแบบฟอร์มส่งบทความลงวารสารอาหารและยา 3.1 ระบบ นาม–ปี (Name–Year) ในงานด้าน มาท่ี [email protected] สังคมศาสตร์ 3.2 ระบบ Vancouver Style ในงานด้าน หมายเหตุ : วทิ ยาศาสตร์ หรอื งานทางการแพทย์ 1. กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์พิจารณาบทความ ทง้ั น้ี ในการเขยี นเอกสารอ้างองิ นั้น ผู้นพิ นธ์ ท่ีมีรูปแบบและคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามข้อกำ�หนดเท่านั้น ต้องเขียนมาในรูปแบบเดียวกันท้ังเรื่องเท่านั้น ไม่ควรใช้ท้ัง 2 หากบทความนน้ั ไมต่ รงตามขอ้ ก�ำ หนด กองบรรณาธกิ ารฯ มสี ทิ ธ์ิ ระบบในเรอื่ งเดยี วกนั โดยเขยี นแยกผลงานภาษาไทยและภาษา ในการปฏิเสธลงตีพิมพ์ อังกฤษเรียงตามลำ�ดับตัวอักษร ตามรูปแบบท่ีกำ�หนด และ 2. การขอหนงั สอื ตอบรบั การตพี มิ พ์ กองบรรณาธกิ ารฯ ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของการ จะออกใหใ้ นกรณที บ่ี ทความนนั้ พรอ้ มทจ่ี ะลงตพี มิ พแ์ ลว้ เทา่ นน้ั อา้ งองิ กอ่ นส่งต้นฉบบั มาตีพิมพ์ ทั้งน้สี ามารถดูตวั อย่างได้จาก 3. การพิจารณาบทความ (peer reviewer) ของ http://journal.fda.moph.go.th/journal/ วารสารอาหารและยา ถอื เปน็ ทส่ี ิน้ สุด 3.3 เลือกเอกสารอ้างอิงเล่มท่ที ันสมัยท่สี ุดมาใช้ 4. กำ�หนดการส่งผลงานวิชาการเพ่ือลงตีพิมพ์ใน อ้างอิง และไม่ควรนำ�เอกสารอ้างอิงท่ีมีชื่อผู้นิพนธ์มาอ้างอิง วารสารอาหารและยา ในรายงานวิจยั ของตวั เอง ไม่ว่าจะเปน็ ชื่อทส่ี องหรอื สามก็ตาม - เล่มท่ี 1 ส่งผลงานวิชาการไม่เกินวันท่ี 1 4. วธิ กี ารสง่ บทความ มกราคม ของทกุ ปี 4.1 ส่งทางไปรษณีย์ ส่งบันทึกข้อความ/หนังสือ - เล่มท่ี 2 ส่งผลงานวิชาการไม่เกินวันที่ 1 ราชการขอส่งบทความท่ีได้จัดพิมพ์ตามคำ�ช้ีแจงการส่งเรื่อง พฤษภาคม ของทกุ ปี ตีพิมพ์ในข้อ 1–3 พร้อมแบบฟอร์มส่งบทความลงวารสาร - เล่มที่ 3 ส่งผลงานวิชาการไม่เกินวันที่ 1 อาหารและยาทม่ี รี ายละเอยี ดครบถว้ น โดยสามารถดาวนโ์ หลด กันยายน ของทกุ ปี แบบฟอรม์ สง่ บทความไดท้ ี่ http://journal.fda.moph.go.th/ ทั้งนี้ ผลงานวิชาการอาจไม่ได้ลงตีพิมพ์ในเล่มที่ journal/ บันทึกข้อมูลต้นฉบับลงแผ่น CD จำ�นวน 1 ชุด ก�ำ หนดไว้ จนกวา่ จะผา่ นการพจิ ารณาบทความ (Peer Reviewer) พรอ้ มกบั หลกั ฐานทกุ อยา่ งมาพรอ้ มกนั ใหค้ รบทง้ั หมดในคราวเดยี ว พร้อมจะลงตพี มิ พ์แล้วเท่านั้น ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดขอ้ มลู วารสารอาหารและยาแบบ Full text ได้ท่ีเวบ็ ไซต์ http://journal.fda.moph.go.th/journal/ *กำ�หนดการออก 3 ฉบับตอ่ ปี ตัง้ แตเ่ ดอื นมกราคม–เดอื นเมษายน, เดอื นพฤษภาคม–เดอื นสิงหาคม, เดือนกนั ยายน–เดอื นธนั วาคมของทกุ ปี
Search