จากการใชย า โดยยาควบคมุ พเิ ศษเปน กลมุ ยาทม่ี คี วามเสยี่ ง http://www.clinicya.com) เปนเว็บไซตที่เจาของ จากการใชยาสูงสุด และตามมาตรา 88 ทวิ กําหนดวา เว็บไซตจัดทําขึ้น ขายสินคาเอง อาจเปดใหผูคาอ่ืน การโฆษณาขายยาตองไดรับอนุญาต และตองปฏิบัติ มาโพสตข อ ความโฆษณาขายสนิ คาไดดว ย (3) เว็บไซต ตามเง่ือนไขที่ผูอนุญาตกําหนด(1) กลุมยาที่โฆษณา social media (เชน https://www.facebook.com, ตอประชาชนทั่วไป คือ (1) ยาสามัญประจําบาน https://www.youtube.com เปนตน) เปน เวบ็ ไซต (2) ยาสามัญท่ีไมใชยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ ทเี่ ปด ใหบ คุ คลทวั่ ไปสมคั รเปน สมาชกิ เพอื่ ตดิ ตอ สนทนา หรอื ยาสามญั ประจําบาน ในลกั ษณะสงั คมออนไลน พบวา มกี ารโฆษณาขออนญุ าต โฆษณาทถ่ี กู ตอ ง และโฆษณาทผ่ี ดิ กฎหมาย โดยสมาชกิ จากการศึกษาพบวา มีการโฆษณาขายยา โพสตข อ ความโฆษณาและใชเ ปน ชอ งทางสาํ หรบั ขายสนิ คา อนั ตราย เชน Zithromax ทางเวบ็ ไซตร า นคา ออนไลน นอกจากนี้ พบวามีสมาชิกโพสตขอมูลการรักษาและ https://www.thai-manee.com/products/ ยาทาง https://www.facebook.com 3 รายการ 250-zithromax-1-3 Zithromax ตัวยาสําคัญคือ ลกั ษณะขอ ความทเี่ ผยแพรไ มพ บวา เปน ไปเพอ่ื ประโยชน azithromycin เปนยาปฏิชีวนะสําหรับโรคติดเช้ือ ทางการคา ทง้ั นผ้ี เู ผยแพรเ ปน ผรู บั ผดิ ชอบความถกู ตอ ง หลอดลมอกั เสบ ปอดอกั เสบ ทไี่ วตอ ตวั ยา azithromycin ของเนื้อหาตามหลักวิชาการ และมีการแสดงขอความ หากผูบริโภคไมไดรับการวินิจฉัยโรคจากแพทย ซื้อยา ตรวจสอบความถกู ตอ งโดยแพทยห วั หนา หนว ยศนู ยว จิ ยั ออนไลนต ามคาํ โฆษณา อาจเปน การใชย าอยา งไมส มเหตผุ ล โรคเอดส สภากาชาดไทย (4) เวบ็ ไซตท ว่ั ไป เปน เวบ็ ไซต ซงึ่ จะสง ผลเช้อื ดอื้ ยา และการโฆษณายาควบคมุ พเิ ศษ ในรูปแบบบล็อก หรือการเขียนบทความในเว็บแบบ เชน Cytotec ทางเว็บไซตรานคาออนไลน http:// จดบนั ทกึ ทเี่ นน การนาํ เสนอขอ มลู เฉพาะดา น เฉพาะทาง icytotec.com/ โฆษณาวา “เปน ยาทาํ แทง ยตุ กิ ารตง้ั ครรภ” หรือหลายทาง และเนนแสดงถึงความเปนตัวตนของ ซ่ึง Cytotec ตวั ยาสาํ คัญคือ misoprostol มีขอบงใช ผูจัดทํา (เชน https://www.rakluke.com, http:// ตามที่ข้ึนทะเบียนตํารับยาคือ ใชสําหรับปองกันแผล oknation.nationtv.tv เปนตน) มีท้ังท่ีเปนขอความ ในกระเพาะอาหารจากการใชยาแกปวดอักเสบที่มิใช โฆษณาในลักษณะแบนเนอร และในลักษณะเปน สเตยี รอยด และรกั ษาแผลในกระเพาะอาหารและลาํ ไส บทความรีวิวยา (5) เว็บไซตหลัก ซ่ึงบริษัทเจาของยา สว นตน ขอ หา มใช คอื การใชใ นหญงิ ตง้ั ครรภ เนอ่ื งจาก เปนผจู ดั ทําเว็บไซต (เชน www.sara.co.th, https:// อาจทาํ ใหแ ทง ลกู ได ซงึ่ การใชย าตามคาํ โฆษณาเปน เหตุ www.berocca.co.th/ เปน ตน ) พบวา เปน การโฆษณา ใหถ งึ แกชีวิตไดตามทีพ่ บในขา วหลายครัง้ ขายยาทไ่ี ดร บั อนญุ าตโฆษณาแลว และมเี ฉพาะขอ ความ โฆษณาเทาน้ัน ไมพบชองทางหรือวิธีการใหสั่งซื้อยา จากการเก็บตัวอยา งของการศึกษานี้ ออนไลน อยางไรก็ตามพบวามีการโฆษณาขายยา จําแนกรูปแบบของสื่อโฆษณาที่พบดังนี้ (1) เว็บไซต ในเว็บไซตหลักที่ไมไดขออนุญาตโฆษณาดวยเชนกัน e-marketplace (เชน เวบ็ ไซต https://www.lazada. (6) เว็บไซตสุขภาพซึ่งเปนเว็บไซตที่มีการใหขอมูลยา co.th/, https://shopee.co.th เปน ตน ) เปน เวบ็ ไซต และการรกั ษา และอาการของโรค อาจจดั เปน การโฆษณา ทเี่ ปด ใหผ คู า /สมาชกิ มาลงทะเบยี นขายสนิ คา บนเวบ็ ไซต ขายยาหรือไมข ึน้ กับลักษณะขอ ความทน่ี ําเสนอบงชีว้ า ของตน (2) เว็บไซตรานคาออนไลนหรือรานขายยา ออนไลน (เชน http://www.we-beautyshop.com, วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นมกราคม-เมษายน 2563 49
เปนไปเพ่ือประโยชนทางการคาหรือไม ขอความที่ แตการศึกษาที่ผูวิจัยดําเนินการนี้มีขอบเขตเฉพาะ บงชี้วาเพ่ือประโยชนทางการคา เชน การแสดงชื่อยา การโฆษณายาแผนปจจุบัน ไมรวมถึงการโฆษณายา การแสดงราคายา การลดราคา ขอดี/ขอสียของยา แผนโบราณ ซึ่งจัดเปนผลิตภัณฑสมุนไพรประเภท ซ่ึงพบวามีการโฆษณาขายยา 1 รายการ (เว็บไชต ยาแผนโบราณตามพระราชบญั ญตั ผิ ลติ ภณั ฑส มนุ ไพร https://medthai.com) รีวิวยาในบทความชื่อ พ.ศ. 2562 แลว “จัดเต็มผลลัพธรีวิวยา วิตามินบีรวม ชาวออฟฟศ ไมควรพลาด” และมีขอมูลเก่ียวกับยา ในสวนของ สรปุ ผล เว็บไซตสุขภาพอีก 1 รายการ (เว็บไชต http://ndi. จากการศกึ ษาสถานการณก ารโฆษณาขายยา fda.moph.go.th/drug) ซ่ึงเว็บไซตของราชการมี ขอมูลยาเพ่ือการสืบคนเก่ียวกับขอมูลบัญชียาหลัก ออนไลนใ นระหวา งวนั ที่ 15-22 พ.ย. 2562 ซง่ึ ครอบคลมุ แหงชาติ ไมมีวัตถุประสงคเพ่ือประโยชนทางการคา ทั้ง 7 วันของสัปดาห จํานวน 500 รายการ พบ และไมจัดเปนการโฆษณาขายยา รูปแบบเว็บไซตที่ การโฆษณาขายยารอยละ 90.2 และการโฆษณา (1)- (3) มีขอความโฆษณาขายยา เชน มีแบนเนอร ทอ่ี วดอา งทาํ ใหเ ขา ใจวา เปน ยารอ ยละ 9.8 เปน โฆษณา คลิปโฆษณา และพบชองทางหรือวิธีการใหสั่งซ้ือยา อาหาร เครื่องมือแพทย หรือเคร่อื งสาํ อางรอ ยละ 0.6, ออนไลน เชน ขอมูลราคายา การแสดงภาพรถเข็น 2.4, และ 3.2 ตามลาํ ดบั ลกั ษณะการโฆษณาดงั กลา ว พรอมขอความ “หยิบใสรถเข็น” การรีวิวสินคา อาจทาํ ใหผ บู รโิ ภคเขา ใจผดิ วา เปน ยา และทาํ ใหเ สยี โอกาส การใหคะแนน การลดราคา และรูปแบบเว็บไซตที่ ในการรักษา มีการโฆษณาขายยาที่ผิดกฎหมายสูงถึง (4)- (6) มขี อ ความโฆษณาขายยา ราคายา อาจมี หรอื รอยละ 83.37 ทั้งที่เปนยาควบคุมพิเศษ ยาอันตราย ไมมชี องทางการสําหรับสงั่ ซอ้ื ยา ยาสามญั ทไี่ มใ ชย าอนั ตรายฯ และยาสามญั ประจาํ บา น โดยเฉพาะการโฆษณาขายยาทาง e-marketplace ทงั้ นพี้ บวา มกี ารศกึ ษา เรอื่ ง การสาํ รวจขายยา รา นคา ออนไลน และเวบ็ ไซตท ว่ั ไป ซง่ึ การโฆษณาขายยา ผานเว็บไซตขายสินคาซ่ึงเปนท่ีนิยมในประเทศไทย ออนไลนท่ีผิดกฎหมายทั้งหมดจํานวน 376 รายการ โดย ประกาย หมายม่นั (7) ที่สอดคลองกบั การศึกษาน้ี (รอยละ 100) เปนความผิดตามมาตรา 88 ทวิ แหง โดยพบวา การขายยาและโฆษณาขายยาผา นทางเวบ็ ไซต พระราชบัญญัติยา มีโทษปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท และยาท่ีสงผลกระทบอยางมากคือ กลุมยาปฏิชีวนะ สวนการโฆษณาขายยาที่ถูกตองตามกฎหมายพบใน เน่ืองจากเปนสาเหตุใหเกิดการใชยาไมสมเหตุผลและ เวบ็ ไซตห ลกั ซง่ึ จดั ทาํ โดยเจา ของผลติ ภณั ฑ แสดงใหเ หน็ ปญหาเชื้อดื้อยา รายการยาท่ีพบโฆษณาสูงสุดคือ ถึงเจาของผลิตภัณฑทราบขอกฎหมาย สวนผูคาหรือ การโฆษณายาสามญั ทไ่ี มใ ชย าอนั ตรายฯ อยา งไรกต็ าม บุคคลท่ัวไปยังขาดความรูความในกฎหมาย การโพสต การศกึ ษาดงั กลา วเปน การศกึ ษาทเ่ี กบ็ ขอ มลู กลมุ ตวั อยา ง ขอ ความขายสนิ คา ออนไลนท าํ ไดง า ย มเี พยี งคอมพวิ เตอร ทั้งการโฆษณายาแผนปจจุบัน และยาแผนโบราณซึ่ง หรือโทรศัพทมือถือและอินเทอรเน็ตก็สามารถโพสต ขณะนน้ั ยาทงั้ 2 ประเภทจดั เปน ยาตามพระราชบญั ญตั ยิ า ขอ ความได และบทลงโทษทางกฎหมายไมร นุ แรง ทง้ั ท่ี พ.ศ. 2510 กอ นหนา พระราชบญั ญตั ผิ ลติ ภณั ฑส มนุ ไพร หนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ งไดบ รู ณาการการทาํ งานรว มกนั แลว พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใชเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2562 และพบขอ มลู ทบ่ี ง ชถี้ งึ การขายยาออนไลนท ผ่ี ดิ กฎหมายสงู 50 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
ขอ้ เสนอแนะ 2.2 เฝา ระวงั ตรวจสอบโฆษณาอยา งตอ เนอื่ ง ปจ จบุ นั แอปพลเิ คชนั ตา ง ๆ เชน Facebook, โดยจดั ตามความรนุ แรงของปญ หาหรอื ความเสย่ี งของ อันตรายจากการใชผ ลิตภัณฑ Line และ Youtube ไดพ ฒั นาชอ งทางการรบั โฆษณาสนิ คา นาจะสงผลใหมีการโฆษณาเพ่ิมมากขึ้น ดังนั้น เพ่ือเปน 2.3 ดาํ เนนิ การกบั ผกู ระทาํ ความผดิ อยา ง การคุมครองผูบริโภคโดยการลดปญหาการโฆษณา เครงครัด และเปรียบเทียบปรับการกระทําความผิด จงึ มขี อ เสนอแนะเพอื่ นาํ ไปใชป ระโยชน ควรเรง ดาํ เนนิ การ เปน รายครง้ั ทพี่ บความผดิ ประกาศหนงั สอื สง่ั ใหร ะงบั ทั้งภาครฐั ภาคเอกชน ผบู ริโภค ดังน้ี โฆษณาหรอื ผลการสงั่ ระงบั โฆษณาขายยาและขอ ความ โฆษณา รวมถึงจัดทํา Blacklist เว็บไซตท่ีผิดโฆษณา 1. ภาคเอกชนควรมรี ะบบการกาํ กบั ดแู ลตนเอง ผดิ กฎหมาย บนเวบ็ ไซตข อง อย. ตอ สาธารณะเชน เดยี ว เพอ่ื ใหก ารประกอบการพาณชิ ยอ เิ ลก็ ทรอนกิ สอ ยใู นกรอบ กบั ตางประเทศ ของกฎหมาย โดยเจา ของแพลตฟอรม e-marketplace, social media เจาของเว็บไซต ควรจัดทําระบบการ 2.5 พฒั นากฎหมายใหท นั กบั สถานการณ คดั กรองการโฆษณาขายยา เชน คดั กรองเบอ้ื งตน จาก ปจจุบัน ท้ังนิยาม บทลงโทษ การเยียวยาผูเสียหาย เลขทะเบียนตํารับยา เลขที่ใบอนุญาตโฆษณา และ การประกาศแกไ ขความเขา ใจผดิ การประกาศหนงั สอื การแสดงหมวดหมสู นิ คา เชน ยา อาหาร เครอ่ื งสาํ อาง ส่งั ใหระงับโฆษณาและขอความโฆษณา เครอ่ื งมอื แพทย ใหช ดั เจน จดั ทาํ ระบบสมาชกิ ใหส ามารถ บงชี้ตัวตนสมาชิกได จัดทําระบบตรวจสอบขอความ 2.6 พัฒนาศักยภาพเจาหนาที่สามารถ โฆษณาที่ไดรับอนุญาตตามใบอนุญาตโฆษณา และ ดาํ เนนิ การไดอ ยา งรวดเรว็ และเปน ไปในทศิ ทางเดยี วกนั ดําเนินการโฆษณารวมถึงการขายยาใหเปนไปตาม กฎหมาย 2.7 พัฒนาศักยภาพผูประกอบการใหมี ความรู และดาํ เนนิ การโฆษณาอยขู อบเขตของกฎหมาย 2. ภาครัฐ อย. โดยสํานัก/กองท่ีเก่ียวของ ควรดําเนินการ 2.8 พฒั นาศกั ยภาพผบู รโิ ภคใหม อี งคค วามรู ในการเลอื กบรโิ ภคผลติ ภณั ฑท ถ่ี กู ตอ งหรอื ผดิ กฎหมาย 2.1 ควรพัฒนาหลักเกณฑการโฆษณา รูเทาทันการโฆษณาหลอกลวง และรูวิธีตรวจสอบ ใหเ ทา ทนั กบั สถานการณป จ จบุ นั เชน กาํ หนดใหแ สดง ผลิตภัณฑและโฆษณาจากระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ เลขทะเบยี นตาํ รบั /เลขสารบบ/เลขจดแจง ตามแตก รณี และโฆษณา เพื่อใหผูบริโภคและเจาหนาที่สามารถสืบคนขอมูล เกี่ยวกับผลิตภัณฑจากฐานขอมูลตรวจสอบผลิตภัณฑ 2.9 พัฒนาฐานขอมูลผลิตภัณฑและฐาน ของอย.ไดสะดวก รวดเร็ว และประชาสัมพันธให ขอ มลู โฆษณาใหต อ เนอ่ื งและเปน ปจ จบุ นั และสบื คน งา ย ผูบริโภคสังเกตรหัสเลขดังกลาวในโฆษณา ซึ่งขณะน้ี สํานักยากําลังดําเนินการขออนุมัติแกไขหลักเกณฑ 3. ภาครัฐทั้งอย. กสทช. สตช. สคบ. และ การอนญุ าตโฆษณาขายยาโดยกาํ หนดใหแ สดงเลขรหสั หนว ยงานอน่ื ทเี่ กยี่ วขอ งจะตอ งบรู ณาการการดาํ เนนิ การ ทะเบียนตํารับในการโฆษณาขายยา โดยไดผาน ในการจัดการปญ หาโฆษณาอยางตอเนื่อง การพิจารณาโดยคณะทํางานพิจารณาโฆษณายา คร้ังที่ 23/2562 วันท่ี 2 ธ.ค. 2562 4. ขอเสนอแนะเพ่ือทําการวิจัยตอไป ควรมี การศึกษาวิจัยถึงประสิทธิผลของมาตรการแนวทาง การจัดการปญหาโฆษณาหลังจากทดลองทําแลว ระยะหนึ่ง วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนมกราคม-เมษายน 2563 51
เอกสารอา้ งองิ 4. เขมวดี ขนาบแกว . รายงานพเิ ศษเสน ทางความรว มมอื ระหวา ง สนง. สสจ.ท่วั ประเทศ กบั กสทช. ในการ 1. พระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2510, ราชกจิ จา- จดั การปญหาโฆษณาทางสื่อวทิ ยุ. ยาวิพากย 2562; นเุ บกษาเลมท่ี 96, ตอนที่ 79. (ลงวันที่ 20 ตลุ าคม 40:16-29. 2522). 5. อรกญั ญ ภมู โิ คกรกั ษ. การจดั การปญ หาการโฆษณา 2. ธนาคารกรงุ ศรอี ยธุ ยา. แนวโนม ธรุ กจิ /อตุ สาหกรรม ผลิตภัณฑสุขภาพที่ไมเหมาะสมในตางประเทศ. ป 2561-63 : อุตสาหกรรมยา. [อินเทอรเน็ต]. ยาวพิ ากย 2562;40:6-9 [เขาถึงเม่ือ 23 เมษายน 2561]. เขาถึงไดจาก https://www.krungsri.com/bank/getmedia/ 6. สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. รายงาน 2aaa5a05-86b2-4c9d-9314-5d59735da733/ ประจาํ ป 2561 สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. IO_Pharmaceutical_2018_TH.aspx [อนิ เทอรเ นต็ ]. 2562 [เขา ถงึ เมอื่ 1 ธนั วาคม 2562] เขา ถงึ ไดจ าก http://www.fda.moph.go.th/PLAN/ 3. สาํ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (องคก าร SitePages/Document/รายงานประจาํ ป 2561.pdf มหาชน). รายงานผลผลการสํารวจพฤติกรรมผูใช อินเตอรเน็ตในประเทศไทย ป 2561 Thailand 7. ประกาย หมายมั่น. การสํารวจขายยาผานเว็บไซต Internet User Profile 2018. [อนิ เทอรเ นต็ ]. 2562 ขายสินคาซึ่งเปนท่ีนิยมในประเทศไทย. วารสาร [เขา ถงึ เมอื่ 1 ธนั วาคม 2562] เขา ถงึ ไดจ าก https:// เภสชั กรรมไทย 2561;2;40:368-377. www.etda.or.th/publishing-detail/thailand- internet-user-profile-2018.html 52 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
บทความวจิ ยั สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Food and Drug Administration ปที่ 27 ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน 2563 Vol.27 No.1 January - April 2020 Journal homepage: https://www.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal สถานการณแ์ ละปจั จัยท่ีมีผลต่อการส่ือสารข้อมูลขา่ วสาร เกยี่ วกับกฎหมายวตั ถุอนั ตราย The Situation and Factors Affecting on Communication in Hazardous Substances Law สุนนั ทา พันธุวรรณ Sunantha Puntuwan วรรณพร ศรสี ุคนธรตั น Wannaporn Srisukontarat กองควบคุมเครอื่ งสาํ อางและวตั ถุอนั ตราย สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา Cosmetics and Hazardous Substances Division, Food and Drug Administration E-mail : [email protected] รบั ตน ฉบบั 11 ตลุ าคม 2562 ฉบับปรบั ปรงุ 25 พฤศจิกายน 2562 รับลงตพี มิ พ 2 ธนั วาคม 2562 บทคัดยอ่ การศึกษานี้มีวัตถุประสงคเพื่อ (1) ประเมินและวิเคราะหสถานการณการส่ือสารขอมูลขาวสารเกี่ยวกับ กฎหมายวตั ถอุ นั ตรายในปจ จบุ นั ระหวา งสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กบั ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตราย และพนักงานเจาหนาที่ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 (2) คนหาและวิเคราะหปจจัยที่มีผลตอการสื่อสาร และ (3) คนหาความตองการใหปรับปรงุ การเผยแพรข อมลู ขาวสาร ดาํ เนนิ การศกึ ษาระหวา งเดอื นธันวาคม 2561 ถึง กรกฎาคม 2562 โดยใชแบบสอบถามที่ใชกรอบแนวคิดตามทฤษฎีแบบจําลอง SMCR ของเบอรโล (Berlo’s SMCR Model) เกบ็ ขอ มลู ดว ยการสมุ ตวั อยา งแบบไมใ ชค วามนา จะเปน แบบจาํ เพาะเจาะจงในกลมุ ผปู ระกอบการ วัตถุอันตราย 315 คน และกลุมพนักงานเจาหนาที่ 93 คน วิเคราะหขอมูลดวยสถิติเชิงพรรณนา แจกแจงเปน คาความถ่ี รอยละ คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และทดสอบคาทีแบบกลุมเดียว (One Sample t-test) เพ่ือสรุปผลไปยังประชากรท่ีศึกษา ผลการศึกษาพบวา (1) กลุมตัวอยางมีศักยภาพสูงในการเขาถึงขอมูลขาวสาร เกี่ยวกับกฎหมายวัตถุอันตรายผานทางอินเทอรเน็ต โดยนิยมคนหาจากเว็บไซตของกลุมควบคุมวัตถุอันตราย อย. (2) ในชว งเดอื นกรกฎาคม ถงึ ธนั วาคม 2561 กลมุ ตวั อยา งไดร บั ขอ มลู ขา วสารจากเวบ็ ไซตด งั กลา ว หนงั สอื ราชการ จาก อย. และการอบรม ประชุม สัมมนาที่จัดโดยกลุมควบคุมวัตถุอันตรายเปนหลัก ซ่ึงขอมูลที่ไดรับสวนใหญ มคี วามยากงา ยตอ ความเขา ใจ และความเหมาะสมของรปู แบบการนาํ เสนอในระดบั ปานกลาง และระบวุ า มปี ระโยชน ตอ ผรู บั สารมาก (3) เมอ่ื แปลผลการสาํ รวจไปยงั ประชากร ตามองคป ระกอบการสอื่ สาร 4 ดา น พบวา (3.1) ผสู ง สาร: ตองปรับปรุงการสงขอมูลขาวสารใหรวดเร็วข้ึน วางแผนการสงขอมูลลวงหนา และประชาสัมพันธชองทาง การส่ือสารตาง ๆ ของ อย. (3.2) ขอมูลขาวสาร: ตองปรับปรุงเน้ือหาและเทคนิคการนําเสนอท่ีใชภาษาเขาใจงาย ไมซ บั ซอ น และจดจาํ งา ย (3.3) ชอ งทางการสอ่ื สาร: ตอ งเพมิ่ การสง ขอ มลู ขา วสารทางอเี มลใหม ากขน้ึ และรปู แบบ วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นมกราคม-เมษายน 2563 53
การสื่อสารใหม ๆ โดยเฉพาะ application LINE และ social media และ (3.4) ผูรับสาร: อย. ตองสงเสริม พฒั นาใหผ รู บั สารมคี วามรู ความเขา ใจพน้ื ฐานเกยี่ วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย และเสรมิ สรา งทศั นคตแิ ละพฤตกิ รรม ใหเห็นถึงความสําคัญของการรแู ละเขาใจกฎหมายวตั ถุอันตราย คาํ สําคญั : กฎหมายวัตถุอันตราย การส่ือสาร ผูประกอบการวัตถุอันตราย พนักงานเจาหนาที่ พระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 Abstract This study aimed to (1) evaluate and analyze the situations in communication of the hazardous substances rules and regulations information between Thai Food and Drug Administration (Thai FDA) and receivers: hazardous substances entrepreneurs and competent officials (2) find and analyze the factors affecting on the communication situations and (3) seek the groups’ expectation to improve Thai FDA’s communication process. The research was conducted from December 2018 to July 2019. A questionnaire content was created by using Berlo’s SMCR Model theory as the fundamental concept. The data were collected from 2 sample groups which were 315 entrepreneurs and 93 competent officials by using non-probability sampling purposive. Data were analyzed by using descriptive statistics to enumerate frequency, percentage, mean, standard deviation and using inferential statistics, one sample t-test, to infer the data from sampling groups to population. The results were found that (1) sampling groups had a high potential on internet using by searching the Hazardous Substances Control Group website as a main channel to access the rules and regulations information (2) during July to December 2018, the groups received messages from 3 main channels including website, official documents/letters disseminated, also training and meetings that arranged by the Hazardous Substances Control Group. The contents of the rules and regulations information and the presentation patterns were fairy difficult to understand, but these messages were very beneficial to them and (3) when the study was assumed to the population by using the Berlo’s SMCR in 4 dimensions, it was found that (3.1) Source: Thai FDA has to speed up the communication sending process by planning in advance and publicize Thai FDA’s channels to the receivers, (3.2) Message: Thai FDA has to adjust the contents to be more easily to understand and not complicated by using the easy presentation techniques for understanding and recognition, (3.3) Communication channel: using the e-mail as the main channel for sending the information and creating new channels of information communication, especially LINE application and other social media, and (3.4) Receiver: Thai FDA has to encourage the receivers about basic knowledge in rule and regulation of hazardous substances and adjust attitude and behavior in acquisition of hazardous substances legal knowledge. Key words: communication, competent officials, Hazardous Substances Act B.E. 2535, hazardous substances entrepreneurs, hazardous substances law 54 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
บทนาํ ซงึ่ ไดส ง หนงั สอื ทางไปรษณยี ถ งึ กลมุ เปา หมาย พรอ มกบั สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยแพรบนเว็บไซตกลุมควบคุมวัตถุอันตราย พบวา มอี ตั ราการไดร บั แบบเสนอขอ คดิ เหน็ กลบั คนื ตา่ํ กลา วคอื เปน หนว ยงานทมี่ ภี ารกจิ หลกั ในการปกปอ งและคมุ ครอง ในปง บประมาณ พ.ศ. 2560-2562 มคี า เฉลยี่ การไดร บั สขุ ภาพของประชาชนจากการบรโิ ภคผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ แบบเสนอขอคิดเห็นกลับคืนในแตละป (X¯) เทากับ โดยมอี าํ นาจหนา ทส่ี าํ คญั ประการหนง่ึ ในการดาํ เนนิ การ รอ ยละ 8.81, 5.46 และ 2.09 ตามลาํ ดบั นอกจากนน้ั ตาม พระราชบญั ญตั ิ (พ.ร.บ.) วตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. 2535 พบวามีบางความคิดเห็นที่ไมสอดคลองกับเน้ือหาที่ ซงึ่ เปน กฎหมายทค่ี รอบคลมุ ทง้ั การกาํ กบั ดแู ล ตรวจสอบ ตอ งการรบั ฟง ความคดิ เหน็ จากขอ มลู ดงั กลา ว จงึ ทาํ ให และเฝาระวังคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑและ เกดิ ขอ สงสยั วา ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตรายและพนกั งาน สถานประกอบการ รวมท้ังการโฆษณาวัตถุอันตราย เจาหนาที่มีความรูความเขาใจตามจุดมุงหมายของ ท่ีใชในบานเรือนและทางสาธารณสุข นอกจากนั้น การสอื่ สารทตี่ อ งการใหร บั ทราบหรอื แสดงความคดิ เหน็ ยังมหี นาท่ีสาํ คญั ในการ “พัฒนากฎหมาย หลักเกณฑ หรอื ไม ดงั นนั้ การทราบถงึ สถานการณแ ละปจ จยั ทมี่ ผี ล และกฎระเบยี บทสี่ อดคลอ งกบั สากล และเหมาะสมกบั ตอการสื่อสารขอมูลขาวสาร ตลอดจนความตองการ สถานการณ” (1) ดว ย แตเ นอ่ื งจาก พ.ร.บ.วตั ถอุ นั ตราย ของผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตรายและพนกั งานเจา หนา ที่ พ.ศ. 2535 มขี อบเขตการควบคมุ ทกี่ วา งขวางทง้ั ในดา น ในการให อย. ปรับปรุงการเผยแพรขอมูลขาวสาร หนว ยงานควบคมุ และวตั ถอุ นั ตรายทค่ี วบคมุ บทบญั ญตั ิ เก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตราย จึงเปนสิ่งสําคัญตอ ของกฎหมายจงึ มคี วามสลับซับซอ นและมีลักษณะทาง การดําเนินการของ อย. ในการนําขอมูลที่ไดไปใช เทคนคิ สงู ซึง่ อาจทาํ ใหผทู ีเ่ กี่ยวของ คือ ผูใ ชกฎหมาย ในการวางแผน กําหนดเนื้อหา รูปแบบการนําเสนอ และผอู ยูภ ายใตบ งั คับใชกฎหมายทมี่ เี ปน จาํ นวนมาก เพอ่ื พฒั นาวธิ กี ารเผยแพรข อ มลู ขา วสารใหม ปี ระสทิ ธภิ าพ มีขอจํากัดในการทําความเขาใจสาระสําคัญ และอาจ ชวยเสริมสรางความเขาใจท่ีถูกตองตรงกัน ระหวาง สงผลใหดําเนินการตามกฎหมายไดไมถูกตอง หรือ หนว ยงานผอู อกกฎหมาย ผใู ชก ฎหมาย และผอู ยภู ายใต เกดิ ความลาชา ได บงั คบั ใชก ฎหมาย อนั จะสง ผลใหเ กดิ ความรคู วามเขา ใจ และสามารถดําเนินการตามกฎหมายไดอยางถูกตอง ท่ีผานมา อย. ไดส่ือสารทําความเขาใจใน ตอ ไป สาระสําคัญของกฎหมาย โดยเผยแพรขอมูลขาวสาร เกี่ยวกับกฎหมายวัตถุอันตรายใหผูประกอบการวัตถุ ทฤษฎีทใ่ี ช้ในการศึกษาและวเิ คราะห์ อนั ตรายและพนกั งานเจา หนา ทตี่ าม พ.ร.บ.วตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. 2535 ไดรับทราบเปนระยะ เร่ิมตั้งแตการยกราง การศกึ ษาวจิ ยั ครง้ั น้ี ใช “แบบจาํ ลอง SMCR กฎหมาย จนถงึ การนาํ กฎหมายไปใชบ งั คบั ซงึ่ ประกอบดว ย ของเบอรโล (Berlo’s SMCR Model)” เปนฐานคิด ขั้นตอนการรับฟงความคิดเห็นจากผูมีสวนไดสวนเสีย ท่ีสําคัญ เนื่องจากเปนทฤษฎีการสื่อสาร (commu- การแจง ความคบื หนา ในการออกกฎหมาย และการแจง nication theory) ที่ไดถูกนํามาใชอธิบายการสื่อสาร แนวทางปฏิบัติตามกฎหมายใหม โดยผานชองทาง ทง้ั ดา นความหมาย กระบวนการ องคป ระกอบ วธิ กี าร การส่ือสารตาง ๆ ไดแก การสงหนังสือราชการทาง บทบาทหนา ที่ ผล อทิ ธพิ ล การใช การควบคมุ แนวคดิ ไปรษณีย การเผยแพรทางเว็บไซต ทางอีเมล และ ของศาสตรต า ง ๆ แนวโนม อนาคต ตลอดจนปรากฏการณ การจัดอบรม ประชุม หรือสัมมนา แตจากขอมูล ตา ง ๆ เกย่ี วกบั การสอื่ สารอยา งแพรห ลาย โดยเบอรโ ล ผลการรับฟงความคิดเห็นตอรางกฎหมายเก่ียวกับ วตั ถอุ นั ตรายทอี่ ยใู นความรบั ผดิ ชอบของ อย. ทผ่ี า นมา 55 วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นมกราคม-เมษายน 2563
ไดเ สนอแบบจาํ ลองการสอื่ สารเชงิ เสน ตรงทป่ี ระกอบดว ย การส่ือสารมาเปรียบเทียบกับกรณีการสื่อสารขอมูล องคป ระกอบพนื้ ฐานสําคัญของการสื่อสาร คือ “S คือ ขา วสารเกยี่ วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตรายของ อย. ในฐานะ ผูสงสาร (source) M คือ สาร (message) C คือ ท่ีเปนหนวยงานผูออกกฎหมาย ตอผูรับสาร ซ่ึงไดแก ชองทางการส่ือสาร (channel) และ R คือ ผูรับสาร ผูประกอบการวัตถุอันตราย และพนักงานเจาหนาท่ี (receiver)”(2) ซึ่งเม่ือไดนําเอาองคประกอบของ สามารถสรุปได ดงั รูปที่ 1 เขา รหัส ถอดรหัส ตคี วามหมาย ตคี วามหมาย ถอดรหสั เขา รหสั ผรู ับสาร ผูสง สาร กรณีเปน การสอ่ื สารแบบสองทาง การสื่อสารกลบั (Feedback) รูปที่ 1 องคประกอบในการสื่อสารขอมูลขาวสารเก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตรายของ อย. ตอผูประกอบการ วัตถุอันตราย และพนักงานเจาหนาที่ ตามแบบจําลอง SMCR ของเบอรโล วัตถุประสงค์ นิยามศัพทเ์ ฉพาะ 1. เพ่ือประเมินและวิเคราะหสถานการณ 1. วตั ถอุ นั ตราย หมายถงึ วตั ถอุ นั ตรายทใ่ี ช การสอ่ื สารขอ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย ในบานเรือนหรือทางสาธารณสุข ซึ่งเปนวัตถุอันตราย ระหวาง อย. กับผูประกอบการวัตถุอันตรายและ ท่ี อย. รบั ผดิ ชอบ ตามประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม พนักงานเจา หนา ท่ี ในปจ จุบนั เรอื่ ง บญั ชรี ายชอ่ื วตั ถอุ นั ตราย ออกตามความในมาตรา 18 วรรคสอง แหง พ.ร.บ.วตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. 2535 2. เพอ่ื คน หาและวเิ คราะหถ งึ ปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ การสอื่ สารขอ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย 2. ขอมูลขาวสาร หมายถึง ตัวขาวสาร ของ อย. ตอ ผปู ระกอบการวัตถุอันตรายและพนกั งาน เกยี่ วกบั พ.ร.บ.วตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. 2535 และกฎหมาย เจาหนา ท่ี ลําดับรองตาง ๆ ที่ออกตามความใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เฉพาะในสวนท่ีเกี่ยวของกับวัตถุอันตรายในความ 3. เพื่อคนหาและวิเคราะหหาความตองการ รบั ผิดชอบของ อย. ของผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตรายและพนกั งานเจา หนา ท่ี ตอการปรับปรุงการเผยแพรขอมูลขาวสารเกี่ยวกับ กฎหมายวตั ถอุ นั ตรายของ อย. 56 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
วิธกี ารศึกษา สังกัด อย. เฉพาะท่ีเกี่ยวของกับการกํากับดูแลวัตถุ การศึกษาวิจัยนี้ใชระเบียบวิธีการวิจัยในเชิง อนั ตราย เพอื่ เขา รว มโครงการพฒั นาสมรรถนะพนกั งาน เจา หนา ทส่ี าํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ดา นการกาํ กบั ดแู ล ปริมาณที่เนนการสํารวจ (Survey Research) และ วตั ถอุ นั ตราย ในวนั ท่ี 10 -11 มกราคม 2562 ณ โรงแรม ใชสถิติชวยในการวิเคราะหขอมูล โดยมีระเบียบ ริชมอนด จังหวัดนนทบุรี และเลือกกลุมตัวอยางจาก วธิ ีการวิจัย ดงั นี้ พนกั งานเจา หนา ทที่ เ่ี ขา รว มโครงการ จาํ นวน 130 คน ประชากร/กลมุ ตวั อยา งและวธิ กี ารคดั เลอื ก เครอื่ งมอื ทใี่ ช คอื แบบสอบถาม ซง่ึ แบง ออก กลุมตัวอยาง ใชวิธีการสุมตัวอยางแบบไมใชความ เปนสว นตา ง ๆ ท่สี ําคัญ 4 สว น ดงั นี้ นา จะเปน (non-probability sampling) โดยการเลอื ก กลมุ ตวั อยา งแบบจาํ เพาะเจาะจง (purposive sampling) สว นท่ี 1 เปน คาํ ถามเกยี่ วกบั ลกั ษณะสว นบคุ คล จากกลุมตวั อยา ง 2 กลุม โดยมีขน้ั ตอน ดังนี้ โดยทวั่ ไป ประสบการณใ นการทาํ งานดา นวตั ถอุ นั ตราย ของผูตอบแบบสอบถาม โดยเปนคําถามปลายปดท่ีมี กลมุ ท่ี 1 : ผปู ระกอบการวัตถุอันตราย คือ คาํ ตอบแบบเลือกตอบ ผูผลิต ผูนําเขา ผูสงออก หรือผูมีไวในครอบครอง เพอ่ื ใชร บั จา งซงึ่ วตั ถอุ นั ตรายในความรบั ผดิ ชอบของ อย. สวนท่ี 2 เปนคําถามเก่ียวกับสถานการณ ทว่ั ประเทศ ทอี่ ยใู นฐานขอ มลู ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตราย การสอ่ื สารขอ มลู ขา วสารเกยี่ วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย SKYNET สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ระหวาง อย. กับผูประกอบการวัตถุอันตรายและ สงหนังสือถึงผูประกอบการวัตถุอันตรายท่ัวประเทศ พนกั งานเจา หนา ท่ี ในชว งเดอื นกรกฎาคม ถงึ ธนั วาคม ท่ีมีรายช่ือในฐานขอมูลดังกลาว จํานวน 1,189 ราย พ.ศ. 2561 จาํ แนกตามชอ งทางการสอื่ สาร ประกอบดว ย (ขอ มูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2561) เพื่อเชิญเขารวม คาํ ถามปลายปด ทมี่ คี าํ ตอบแบบเลอื กตอบ และคาํ ถาม การประชมุ สมั มนาเพอื่ สง เสรมิ ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตราย ปลายปด ท่ีมคี ําตอบเปนมาตรวดั แบบ Likert’s scale ใหดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย ในประเด็นของความยากงายตอการทําความเขาใจ วัตถุอันตราย ปงบประมาณ พ.ศ. 2562 ในวันที่ 18 ความเหมาะสมของรปู แบบทใี่ ชน าํ เสนอ และประโยชน ธนั วาคม 2561 ณ โรงแรมอมารี ดอนเมอื ง แอรพ อรต ท่ีผูตอบแบบสอบถามไดรบั กรุงเทพฯ และเลือกกลุมตัวอยางจากผูประกอบการ วัตถุอันตรายที่เขารวมการประชุม จํานวน 366 คน สวนท่ี 3 เปนคาํ ถามความคิดเห็นของผูต อบ แบบสอบถามตอ ปจ จยั ทมี่ ผี ลตอ การสอื่ สารขอ มลู ขา วสาร กลมุ ที่ 2 : พนกั งานเจา หนา ท่ี คอื ขา ราชการ เกย่ี วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตรายของ อย. ตอ ผปู ระกอบการ พนักงานราชการ และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข วัตถุอันตรายและพนักงานเจาหนาที่ ประกอบดวย ตามทปี่ ระกาศกาํ หนดไวใ นประกาศกระทรวงสาธารณสขุ คาํ ถามปลายปด ทม่ี คี าํ ตอบเปน มาตรวดั แบบ Likert’s เร่ือง แตงต้ังพนักงานเจาหนาที่เพ่ือปฏิบัติการตาม scale แบง ประเดน็ ตามองคป ระกอบในการสอื่ สารตาม พ.ร.บ.วตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. 2535 และฉบบั ทแี่ กไ ขเพมิ่ เตมิ แบบจาํ ลอง SMCR ของเบอรโ ล คอื ผสู ง สาร สารหรอื ท่ีสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ขอมูลขาวสาร ชองทางการสื่อสาร และผูรับสาร พ.ศ. 2560 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561 โดยสงหนังสือ เชิญเจาหนาท่ีกลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัช สว นที่ 4 เปน คาํ ถามถงึ ความตอ งการในการให สาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อย. ปรบั ปรงุ การเผยแพรข อ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั กฎหมาย ท่ัวประเทศ และสงบันทึกเชิญพนักงานเจาหนาท่ี วตั ถุอนั ตราย โดยเปน คําถามปลายเปด วารสารอาหารและยา ฉบบั เดือนมกราคม-เมษายน 2563 57
การรวบรวมขอ มลู เกบ็ รวบรวมขอ มลู ดว ย ผลการศึกษา แบบสอบถามภายในชว งเวลาทมี่ กี ารจดั ประชมุ สมั มนา เพ่ือสงเสริมผูประกอบการวัตถุอันตรายฯ และในชวง แบง เปน 4 สว น คือ เวลาท่ีมีการจัดโครงการพัฒนาสมรรถนะพนักงาน สวนที่ 1 คณุ ลักษณะทั่วไปของผูตอบแบบ เจาหนาที่ฯ สอบถาม ในการวจิ ยั ครง้ั นี้ มผี ปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตราย การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ตอบกลบั 315 คน (รอ ยละ 86.1) และพนกั งานเจา หนา ท่ี ตอบกลบั 93 คน (รอ ยละ 71.5) ซงึ่ ผตู อบแบบสอบถาม ขอ มลู ทไี่ ดจ ากคาํ ถามปลายปด แบบเลอื กตอบ ทง้ั 2 กลมุ มคี ณุ ลกั ษณะบคุ คลใกลเ คยี งกนั คอื สว นใหญ และสวนท่ีเปนคําถามปลายเปด วิเคราะหโดยใชสถิติ เปน เพศหญงิ อายุ 25-39 ป มกี ารศกึ ษาสงู สดุ ในระดบั เชิงพรรณนา ประกอบดวย คาความถี่ และรอยละ ปรญิ ญาตรี ทาํ งานในระดบั ปฏบิ ตั งิ าน และมปี ระสบการณ ขอมูลที่ไดจากคําถามปลายปดแบบ Likert’s scale ในการทํางานดานวัตถอุ ันตรายนอ ยกวา 5 ป และเม่อื วิเคราะหโดย ศกึ ษาถงึ ลกั ษณะงานทกี่ ลมุ ตวั อยา งเคยทาํ เฉพาะทเี่ กยี่ วกบั วัตถุอันตราย พบวา กลุมผูประกอบการวัตถุอันตราย (1) ใชส ถติ เิ ชงิ พรรณนา ประกอบดว ย คา เฉลยี่ มปี ระสบการณใ นการขอขน้ึ ทะเบยี นวตั ถอุ นั ตรายสงู สดุ (X¯) และคาเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) แลวนําคา เฉลยี่ รอยละ 75.9 รองลงมา คือ การแจงขอเท็จจริงเพื่อ ไปแปลผล โดยการเปรยี บเทยี บกบั เกณฑใ นการแปลผล การผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 รอยละ 39.7 และ ขอ มลู เพอ่ื สรปุ ความคดิ เหน็ ของกลมุ ตวั อยา ง ซง่ึ การวจิ ยั การขออนญุ าตผลติ รอ ยละ 38.4 ตามลาํ ดบั สว นกลมุ ครงั้ นี้ ไดก าํ หนดเกณฑใ นการแปลผลขอ มลู เปน 5 ระดบั (3) พนักงานเจาหนาที่มีประสบการณในการตรวจสอบ ดงั น้ี ผลิตภัณฑวัตถุอันตรายสูงสุด รอยละ 50.5 รองลงมา คอื การพจิ ารณาคาํ ขอขน้ึ ทะเบยี นวตั ถอุ นั ตราย รอ ยละ คาเฉล่ีย ความหมาย 45.2 และการรบั แจง ขอ เทจ็ จรงิ เพอ่ื ผลติ วตั ถอุ นั ตราย 4.51 - 5.00 ชนดิ ท่ี 1 รอ ยละ 40.9 ตามลาํ ดบั นอกจากนน้ั ยงั พบวา 3.51 - 4.50 งายท่ีสุด มากที่สุด มากกวารอยละ 95 ของท้ังกลุมผูประกอบการวัตถุ- 2.51 - 3.50 อันตรายและกลุมพนักงานเจาหนาท่ีมีคอมพิวเตอร 1.51 - 2.50 งาย มาก และสมารทโฟนที่เช่ือมตอกับอินเทอรเน็ตไวสําหรับ 1.00 - 1.50 การรับขอมูลขาวสารเก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตราย ปานกลาง ปานกลาง ประมาณรอยละ 70-90 มีโทรศัพทต้ังโตะและเครื่อง โทรสาร และประมาณรอยละ 40 มีแท็บเล็ตพีซี ยาก นอย ตามลาํ ดบั (ดังรูปท่ี 2) ยากที่สุด นอยท่ีสุด (2) ใชสถิติเชิงอางอิง เพ่ือสรุปผลไปยัง ประชากรทศี่ กึ ษา โดยใชก ารทดสอบคา ทแี บบกลมุ เดยี ว (One Sample t-test)(4) ที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติ (α) เทากบั 0.05 58 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
รูปท่ี 2 อุปกรณท่ีใชในการรับขอมูลขาวสารเกี่ยวกับกฎหมายวัตถุอันตราย สวนท่ี 2 สถานการณการส่ือสารขอมูล ขอ มลู ขา วสาร รอ ยละ 7.6 และกลมุ พนกั งานเจา หนา ที่ ขาวสารเก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตรายในปจจุบัน เคยคนหาขอมูลขาวสาร รอยละ 87.1 ไมเคยคนหา แบงขอ มูลออกเปน 2 สว น คอื ขอมูลขาวสาร รอยละ 12.9 โดยผูตอบแบบสอบถาม ท้ัง 2 กลุม มีการคนหาขอมูลขาวสาร 3 ลําดับแรก 2.1 ขอมูลประสบการณการคนหาขอมูล คลา ยคลงึ กนั คอื คน หาขอ มลู ขา วสารจากเวบ็ ไซตข อง ขาวสารเก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตรายของผูตอบ กลมุ ควบคมุ วตั ถอุ นั ตรายมากทส่ี ดุ รองลงมา คอื เวบ็ ไซต แบบสอบถาม ในชวงเดือนกรกฎาคม ถึง ธันวาคม ของ อย. และสอบถามเจา หนา ทกี่ ลมุ ควบคมุ วตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. 2561 พบวา กลุมผูประกอบการวัตถุอันตราย ตามลําดับ (ดงั ตารางท่ี 1) เคยคนหาขอมูลขาวสาร รอยละ 92.4 ไมเคยคนหา ตารางที่ 1 จํานวน และรอยละของประสบการณการคนหาขอมูลขาวสารเก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตราย ในชวง เดือนกรกฎาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2561 ประสบการณในการคนหาขอมูลขาวสาร ผูประกอบการวัตถุอันตราย พนักงานเจาหนาที่ เกี่ยวกับวัตถุอันตราย (n = 315) (n = 93) เคย โดยเคยคนหาขอมูลจากแหลงขอมูล ดังตอไปน้ี* จํานวน รอยละ จํานวน รอยละ (1) เว็บไซตของกลุมควบคุมวัตถุอันตราย (2) เว็บไซตของ อย. 291 92.4 81 87.1 (3) สอบถามเจาหนาที่กลุมควบคุมวัตถุอันตราย (4) เว็บไซตท่ัวไปทางอินเทอรเน็ต 215 68.3 64 68.8 (5) เอกสารส่ิงพิมพท่ี อย. ทําแจก (6) แหลงขอมูลอื่น ๆ 123 39.0 31 33.3 ไมเคย 108 34.3 27 29.0 *ผูตอบแบบสอบถามสามารถเลือกตอบได > 1 คําตอบ 105 33.3 24 25.8 88 27.9 24 25.8 8 2.5 0 0.0 24 7.6 12 12.9 วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นมกราคม-เมษายน 2563 59
2.2 ขอมูลประสบการณการไดรับขอมูล พบวา ไดร บั ขอ มลู ขา วสารจากเวบ็ ไซตข องกลมุ ควบคมุ ขา วสารเกย่ี วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย จากชอ งทาง วัตถุอันตราย หนังสือราชการจาก อย. และการอบรม การสือ่ สารตา ง ๆ ของ อย. ในชวงเดือนกรกฎาคม ประชุม สัมมนาที่จัดโดยกลุมควบคุมวัตถุอันตราย ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2561 พบวา กลุมผูประกอบการ ใกลเคียงกัน ในขณะที่กลุมพนักงานเจาหนาท่ีไดรับ วัตถุอันตรายเคยไดรับขอมูลขาวสารจาก อย. รอยละ ขอ มลู ขา วสารจากเวบ็ ไซตข องกลมุ ควบคมุ วตั ถอุ นั ตราย และหนงั สอื ราชการจาก อย. ใกลเ คยี งกนั สว นชอ งทาง 80.3 ไมเ คยไดร บั ขอ มลู ขา วสารจาก อย. รอ ยละ 19.7 การส่ือสารดวยอีเมลจากกลุมควบคุมวัตถุอันตราย ทงั้ 2 กลมุ ไดร บั ขอ มลู ขา วสารจากชอ งทางนนี้ อ ยทสี่ ดุ และกลุมพนักงานเจาหนาที่เคยไดรับขอมูลขาวสาร (ดังตารางท่ี 2) จาก อย. รอยละ 79.6 ไมเคยไดรบั ขอมูลขาวสารจาก อย. รอ ยละ 20.4 โดยในกลมุ ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตราย ตารางที่ 2 จาํ นวน และรอ ยละของประสบการณก ารไดร บั ขอ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย จาก อย. ในชว งเดอื นกรกฎาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2561 ประสบการณใ นการไดรับขอ มลู ขาวสาร ผูประกอบการวัตถอุ ันตราย พนักงานเจา หนาท่ี เก่ียวกบั วัตถุอนั ตราย จาก อย. (n = 315) (n = 93) จํานวน รอยละ จํานวน รอยละ 74 79.6 เคย โดยเคยไดร ับขอมลู จากชองทางการสื่อสาร ดังตอไปน้ี* 253 80.3 66 71.0 64 68.8 (1) เว็บไซตข องกลมุ ควบคมุ วตั ถุอันตราย 216 68.6 56 60.2 27 29.0 (2) หนังสอื ราชการจาก อย. 211 67.0 19 20.4 (3) การอบรม ประชมุ สมั มนาทจ่ี ดั โดยกลมุ ควบคมุ วตั ถอุ นั ตราย 212 67.3 (4) อเี มลจากกลุมควบคมุ วตั ถุอนั ตราย 89 28.3 ไมเ คย 62 19.7 *ผูตอบแบบสอบถามสามารถเลอื กตอบได > 1 คําตอบ เมอ่ื สาํ รวจเฉพาะผูทเี่ คยไดรับขอมูลขาวสาร กลุมควบคุมวัตถุอันตรายมีระดับความยากงายตอ เกีย่ วกับกฎหมายวตั ถุอันตรายจากชองทางการสื่อสาร การทําความเขาใจอยูในระดับงาย สวนกลุมพนักงาน ของ อย. ในประเดน็ ความยากงา ยตอ การทาํ ความเขา ใจ เจาหนาท่ีมีความคิดเห็นวา ขอมูลขาวสารที่ไดรับจาก ความเหมาะสมของรูปแบบนําเสนอ และประโยชน อย. จากทงั้ 4 ชอ งทาง มรี ะดบั ความยากงา ยตอ การทาํ ทไ่ี ดร บั พบวา ความเขา ใจอยูใ นระดบั ปานกลาง ซึ่งเมื่อสรปุ ผลไปยัง ประชากรโดยการใช t-test แลว พบวา ประชากร 2.2.1 ระดับความยากงายตอการทําความ ทงั้ 2 กลมุ มคี วามคดิ เหน็ วา ขอ มลู ขา วสารทไ่ี ดร บั จาก เขา ใจ กลมุ ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตรายมคี วามคดิ เหน็ วา ทงั้ 4 ชอ งทาง มรี ะดบั ความยากงา ยตอ การทาํ ความเขา ใจ ขอมูลขาวสารที่ไดรับจากการอบรม ประชุม สัมมนา อยูในระดับปานกลาง (ดังตารางที่ 3) ที่จัดโดยกลุมควบคุมวัตถุอันตรายและอีเมลจาก 60 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
ตารางที่ 3 คาเฉลี่ย (X¯) คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสรุประดับความยากงายตอการทําความเขาใจขอมูล ขาวสารเก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตราย ที่ไดรับจาก อย. สรปุ ระดับความยากงา ย ตอ การทาํ ความเขาใจ ชองทางการส่ือสารของ อย. X¯ S.D. ของกลมุ ตวั อยาง ของประชากร* (1) เวบ็ ไซตของกลุมควบคุมวัตถุอันตราย ผปู ระกอบการวัตถอุ นั ตราย (n = 207) 3.34 0.69 ปานกลาง ปานกลาง พนักงานเจาหนาที่ (n = 66) 3.11 0.77 ปานกลาง ปานกลาง (2) หนงั สือราชการจาก อย. ผปู ระกอบการวตั ถุอนั ตราย (n = 202) 2.88 0.68 ปานกลาง ปานกลาง พนกั งานเจา หนา ที่ (n = 63) 2.70 0.82 ปานกลาง ปานกลาง (3) การอบรม ประชุม และสมั มนาท่จี ัดโดยกลุม ควบคมุ วัตถุอันตราย ผูประกอบการวตั ถอุ ันตราย (n = 206) 3.55 0.76 งาย ปานกลาง** พนกั งานเจาหนา ท่ี (n = 55) 3.38 0.78 ปานกลาง ปานกลาง (4) อีเมลจากกลุมควบคุมวตั ถุอันตราย ผปู ระกอบการวัตถุอนั ตราย (n = 85) 3.56 0.78 งา ย ปานกลาง** พนักงานเจา หนาที่ (n = 27) 3.15 0.86 ปานกลาง ปานกลาง *เปรียบเทียบคา t คํานวณกบั คาวิกฤตของ t ที่ระดับนัยสําคญั 0.05 เม่ือทดสอบดวย one sample t-test **t คาํ นวณ < t0.05,n-1 2.2.2 ระดับความเหมาะสมของรูปแบบท่ี สมั มนาทจ่ี ดั โดยกลมุ ควบคมุ วตั ถอุ นั ตรายทมี่ คี วามเหมาะสม นาํ เสนอ กลมุ ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตรายมคี วามคดิ เหน็ วา อยใู นระดบั มาก ซงึ่ เมอื่ สรปุ ผลไปยงั ประชากรโดยการใช รปู แบบการนาํ เสนอในเวบ็ ไซต การอบรม ประชมุ สมั มนา t-test แลว พบวา ประชากรทงั้ 2 กลมุ มคี วามคดิ เหน็ วา และอเี มลจากกลมุ ควบคมุ วตั ถอุ นั ตรายมคี วามเหมาะสม มีเพียงรูปแบบการนําเสนอในการอบรม ประชุม และ อยูในระดับมาก สวนกลุมพนักงานเจาหนาที่มีความ สัมมนาท่ีจัดโดยกลุมควบคุมวัตถุอันตรายเทาน้ัน คดิ เหน็ วา มเี พยี งรปู แบบการนาํ เสนอในการอบรม ประชมุ ท่ีมีความเหมาะสมอยูในระดับมาก (ดังตารางที่ 4) ตารางที่ 4 คาเฉล่ีย (X¯) คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสรุประดับความเหมาะสมของรูปแบบการนําเสนอ ขอมูลขาวสารเกี่ยวกับกฎหมายวัตถุอันตราย ที่ไดรับจาก อย. สรปุ ระดับความเหมาะสม ของรูปแบบท่ีนาํ เสนอ ชอ งทางการส่อื สารของ อย. X¯ S.D. ของกลมุ ตวั อยา ง ของประชากร* (1) เว็บไซตข องกลมุ ควบคุมวัตถอุ นั ตราย ผปู ระกอบการวัตถอุ นั ตราย (n = 207) 3.56 0.60 มาก ปานกลาง** พนกั งานเจา หนา ท่ี (n = 65) 3.46 0.77 ปานกลาง ปานกลาง (2) หนังสอื ราชการจาก อย. ผูประกอบการวัตถอุ ันตราย (n = 198) 3.24 0.69 ปานกลาง ปานกลาง พนกั งานเจาหนา ที่ (n = 63) 3.14 0.69 ปานกลาง ปานกลาง วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนมกราคม-เมษายน 2563 61
ตารางที่ 4 (ตอ) สรุประดับความเหมาะสม ของรูปแบบท่ีนาํ เสนอ ชองทางการสือ่ สารของ อย. X¯ S.D. ของกลุมตัวอยาง ของประชากร* (3) การอบรม ประชมุ และสัมมนาทจี่ ดั โดยกลุมควบคุมวัตถุอันตราย ผูป ระกอบการวัตถอุ นั ตราย (n = 204) 3.80 0.73 มาก มาก พนักงานเจา หนา ท่ี (n = 54) 3.85 0.63 มาก มาก (4) อเี มลจากกลมุ ควบคุมวตั ถุอันตราย ผปู ระกอบการวตั ถอุ ันตราย (n = 85) 3.65 0.78 มาก ปานกลาง** พนกั งานเจา หนา ท่ี (n = 26) 3.42 0.86 ปานกลาง ปานกลาง *เปรียบเทียบคา t คาํ นวณกับคาวกิ ฤตของ t ท่รี ะดับนัยสาํ คญั 0.05 เมอ่ื ทดสอบดวย one sample t-test **t คํานวณ < t0.05,n-1 2.2.3 ระดบั การไดร ับประโยชน ทง้ั กลมุ พนักงานเจาหนาท่ีมีขอสรุปวา ขอมูลขาวสารที่ไดรับ ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตรายและกลมุ พนกั งานเจา หนา ท่ี จากหนังสือราชการจาก อย. และอีเมลจากกลุม มคี วามคดิ เหน็ ตรงกนั วา ขอ มลู ขา วสารทไี่ ดร บั จาก อย. ควบคุมวัตถุอันตรายมีประโยชนในระดับปานกลาง จากท้ัง 4 ชองทาง มีประโยชนในระดับมาก แตเมื่อ (ดังตารางที่ 5) สรุปผลไปยังประชากรโดยการใช t-test แลว ในกลุม ตารางที่ 5 คาเฉลี่ย (X¯) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสรุประดับการไดรับประโยชนจากขอมูลขาวสาร เก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตราย ที่ไดรับจาก อย. ชองทางการสือ่ สารของ อย. X¯ S.D. สรปุ ระดับการไดร บั ประโยชน ของกลมุ ตวั อยาง ของประชากร* (1) เวบ็ ไซตข องกลุมควบคมุ วัตถุอันตราย ผปู ระกอบการวตั ถอุ ันตราย (n = 207) 3.86 0.59 มาก มาก พนกั งานเจา หนา ท่ี (n = 65) 3.83 0.63 มาก มาก (2) หนังสือราชการจาก อย. ผปู ระกอบการวตั ถุอันตราย (n = 200) 3.66 0.73 มาก มาก พนกั งานเจา หนา ที่ (n = 63) 3.57 0.78 มาก ปานกลาง** (3) การอบรม ประชมุ และสมั มนาท่ีจัดโดยกลุม ควบคมุ วตั ถุอันตราย ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตราย (n = 204) 3.98 0.72 มาก มาก พนกั งานเจาหนาที่ (n = 54) 3.96 0.58 มาก มาก (4) อีเมลจากกลุมควบคมุ วัตถอุ นั ตราย ผูประกอบการวัตถอุ ันตราย (n = 84) 3.86 0.79 มาก มาก พนักงานเจา หนา ท่ี (n = 26) 3.69 0.84 มาก ปานกลาง** *เปรียบเทยี บคา t คาํ นวณกับคา วิกฤตของ t ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 เมือ่ ทดสอบดว ย one sample t-test **t คาํ นวณ < t0.05,n-1 62 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
สว นที่ 3 ปจ จยั ทมี่ ีผลตอการสื่อสารขอมูล กฎหมายวัตถุอันตราย โดยแบงตามองคประกอบ ขาวสารเกีย่ วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย ในการส่ือสารตาม “แบบจําลอง SMCR ของเบอรโล” ไดผลการศึกษา (ดงั ตารางที่ 6-9) จากขอมูลความคิดเห็นของกลุมตัวอยาง ตอปจจัยที่มีผลตอการสื่อสารขอมูลขาวสารเก่ียวกับ ตารางที่ 6 คาเฉลย่ี (X¯) คาเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และสรปุ ระดับความคดิ เหน็ ตอปจจยั ทมี่ ีผลตอ การสื่อสาร ขอ มูลขาวสารเก่ยี วกับกฎหมายวตั ถุอันตราย ดา นผสู ง สาร (source) ปจ จยั ดา นผสู งสาร X¯ S.D. สรปุ ระดบั ความคิดเห็น ของกลมุ ตวั อยาง ของประชากร* (1) การสงขอมลู ขาวสารของ อย. มีความลา ชา ผูประกอบการวัตถอุ นั ตราย (n = 313) 3.15 0.85 เหน็ ดวยปานกลาง เห็นดว ยปานกลาง พนักงานเจาหนาท่ี (n = 92) 3.26 0.82 เหน็ ดว ยปานกลาง เหน็ ดวยปานกลาง (2) การสงขอมลู ขาวสารของ อย. ยังไมท ่ัวถงึ ผูประกอบการวตั ถุอันตราย (n = 312) 3.25 0.89 เหน็ ดว ยปานกลาง เหน็ ดวยปานกลาง พนกั งานเจาหนา ท่ี (n = 93) 3.43 1.03 เหน็ ดวยปานกลาง เห็นดวยปานกลาง (3) วิธีการสง ขอ มลู ขา วสารของ อย. ในบางครงั้ ไมเหมาะสมกับเร่อื งท่ีจะสื่อสาร หรอื ไมเ หมาะกับผูรับสาร ผปู ระกอบการวตั ถุอนั ตราย (n = 313) 2.88 0.90 เหน็ ดวยปานกลาง เห็นดว ยปานกลาง พนักงานเจา หนาที่ (n = 93) 3.18 0.93 เหน็ ดว ยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง (4) การสงขอมลู ขาวสารของ อย. กระทําไมสม่าํ เสมอ ผปู ระกอบการวตั ถุอันตราย (n = 314) 2.78 0.88 เหน็ ดว ยปานกลาง เหน็ ดวยปานกลาง พนักงานเจาหนาที่ (n = 93) 3.00 0.93 เห็นดว ยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง (5) การสง ขอ มูลขาวสารของ อย. กระช้ันชดิ เกินไป ทาํ ใหไมส ามารถดาํ เนินการไดท นั ตามทก่ี ฎหมายกําหนด ผปู ระกอบการวตั ถุอนั ตราย (n = 315) 2.97 0.94 เหน็ ดวยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง พนกั งานเจา หนาที่ (n = 93) 2.87 0.88 เหน็ ดวยปานกลาง เห็นดว ยปานกลาง *เปรียบเทยี บคา t คาํ นวณกบั คาวกิ ฤตของ t ท่ีระดับนัยสําคัญ 0.05 เมื่อทดสอบดวย one sample t-test ตารางที่ 7 คาเฉล่ีย (X¯) คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสรุประดับความคิดเห็นตอปจจัยท่ีมีผลตอการสื่อสาร ขอมูลขาวสารเกี่ยวกับกฎหมายวัตถุอันตราย ดานขอมูลขาวสาร (message) ปจ จยั ดานขอ มูลขาวสาร X¯ S.D. สรปุ ระดบั ความคดิ เหน็ ของกลมุ ตัวอยา ง ของประชากร* (1) ขอมลู ขาวสารจาก อย. มรี ายละเอียดครบถวนสมบรู ณดี 3.52 ผปู ระกอบการวัตถอุ ันตราย (n = 312) 3.57 0.68 เหน็ ดว ยมาก เห็นดวยปานกลาง** พนกั งานเจาหนา ที่ (n = 93) 0.67 เห็นดวยมาก เห็นดว ยปานกลาง** (2) ขอมลู ขา วสารจาก อย. ใชภาษาทีช่ ัดเจน เขาใจงา ย 3.27 ผปู ระกอบการวตั ถุอนั ตราย (n = 315) 3.14 0.79 เห็นดว ยปานกลาง เหน็ ดวยปานกลาง พนกั งานเจา หนา ท่ี (n = 93) 0.83 เห็นดว ยปานกลาง เหน็ ดวยปานกลาง วารสารอาหารและยา ฉบบั เดือนมกราคม-เมษายน 2563 63
ตารางที่ 7 (ตอ) ปจ จัยดา นขอ มูลขาวสาร X¯ S.D. สรุประดบั ความคิดเหน็ ของกลมุ ตวั อยาง ของประชากร* (3) ขอ มลู ขา วสารจาก อย. มคี วามยาวที่เหมาะสม ผปู ระกอบการวัตถอุ ันตราย (n = 314) 3.35 0.69 เหน็ ดว ยปานกลาง เหน็ ดวยปานกลาง พนักงานเจา หนา ที่ (n = 93) 3.24 0.71 เห็นดวยปานกลาง เห็นดว ยปานกลาง (4) ขอมลู ขา วสารจาก อย. มขี นาดตัวอกั ษรท่ีเหมาะสม ผปู ระกอบการวตั ถุอนั ตราย (n = 315) 3.65 0.66 เห็นดว ยมาก เห็นดว ยมาก พนักงานเจา หนาท่ี (n = 93) 3.48 0.73 เหน็ ดวยปานกลาง เห็นดวยปานกลาง (5) ขอมูลขา วสารจาก อย. มีความผิดพลาดในการพิมพ/เขยี นขา วสาร ผปู ระกอบการวัตถุอันตราย (n = 310) 2.43 0.96 เห็นดว ยนอย เห็นดวยนอย พนักงานเจาหนาที่ (n = 93) 2.51 1.00 เหน็ ดว ยปานกลาง เห็นดวยนอ ย** *เปรียบเทียบคา t คํานวณกบั คาวิกฤตของ t ท่ีระดับนัยสาํ คญั 0.05 เมอื่ ทดสอบดว ย one sample t-test **t คํานวณ < t0.05,n-1 ตารางที่ 8 คาเฉล่ีย (X¯) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสรุประดับความคิดเห็นตอปจจัยท่ีมีผลตอการสื่อสาร ขอมูลขาวสารเกี่ยวกับกฎหมายวัตถุอันตราย ดานชองทางการส่ือสาร (channel) ปจ จัยดา นชอ งทางการส่ือสาร X¯ S.D. สรุประดับความคดิ เห็น ของกลมุ ตัวอยา ง ของประชากร* (1) ชอ งทางการสื่อสารขอมูลขาวสารของ อย. ในปจจุบนั เพียงพอตอความตอ งการแลว ผูป ระกอบการวัตถอุ นั ตราย (n = 314) 3.05 0.80 เหน็ ดวยปานกลาง เหน็ ดวยปานกลาง พนักงานเจา หนา ที่ (n = 93) 2.89 0.85 เห็นดวยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง (2) ชองทางการสอื่ สารขอมูลขา วสารของ อย. ในปจ จุบนั งา ยตอการเขา ถึงขอ มลู ขาวสารท่ตี องการ ผูประกอบการวตั ถอุ ันตราย (n = 313) 3.29 0.75 เห็นดว ยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง พนกั งานเจาหนาท่ี (n = 93) 3.02 0.71 เหน็ ดว ยปานกลาง เห็นดว ยปานกลาง (3) ไมมอี ุปกรณทชี่ วยอาํ นวยความสะดวกในการติดตอสือ่ สาร หรอื รับขอ มลู ขา วสารจาก อย. ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตราย (n = 312) 2.30 0.99 เหน็ ดว ยนอย เห็นดว ยนอย พนักงานเจาหนาท่ี (n = 93) 1.98 1.00 เห็นดว ยนอย เหน็ ดว ยนอย (4) อุปกรณท่ีชวยอาํ นวยความสะดวกในการรบั ขอมลู ขาวสารจาก อย. ไมสามารถเชื่อมตอกบั อนิ เทอรเ นต็ ไดตลอดเวลา ผปู ระกอบการวัตถุอนั ตราย (n = 312) 2.41 1.05 เห็นดวยนอย เห็นดว ยนอย พนกั งานเจาหนาที่ (n = 93) 2.18 1.05 เห็นดว ยนอย เห็นดว ยนอย (5) ชอ งทางการตอบกลบั เมื่อไดร ับขอ มลู ขาวสารจาก อย. ไมสะดวก ยุงยาก ผูประกอบการวัตถอุ นั ตราย (n = 315) 2.82 0.96 เหน็ ดว ยปานกลาง เหน็ ดวยปานกลาง พนักงานเจา หนาท่ี (n = 93) 2.89 0.94 เหน็ ดว ยปานกลาง เห็นดวยปานกลาง *เปรียบเทียบคา t คํานวณกบั คาวกิ ฤตของ t ท่ีระดับนัยสําคัญ 0.05 เม่อื ทดสอบดวย one sample t-test 64 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
ตารางที่ 9 คาเฉล่ีย (X¯) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสรุประดับความคิดเห็นตอปจจัยท่ีมีผลตอการสื่อสาร ขอมูลขาวสารเก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตราย ดานผูรับสาร (receiver) ปจจยั ดานผูรบั สาร X¯ S.D. สรุประดบั ความคิดเห็น ของกลมุ ตวั อยา ง ของประชากร* (1) ขอมูลขาวสารจาก อย. ลาชา ไมถึงมือผูรับผิดชอบโดยตรงทันเวลาท่ีกําหนด เน่ืองจากโครงสรางของบริษัท/หนวยงาน มขี นาดใหญหรอื ซบั ซอน ผูประกอบการวัตถุอันตราย (n = 314) 2.79 0.92 เห็นดว ยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง พนกั งานเจา หนา ท่ี (n = 93) 3.05 0.88 เห็นดว ยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง (2) ผูรบั สารไมเขาใจเนือ้ ความในขอมลู ขาวสารท่ีไดร ับจาก อย. ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตราย (n = 315) 2.90 0.86 เหน็ ดวยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง พนกั งานเจา หนาที่ (n = 93) 3.28 0.84 เห็นดวยปานกลาง เห็นดวยปานกลาง (3) ผรู บั สารขาดทกั ษะในการสบื คน ขอ มลู ทางอนิ เทอรเ นต็ หรอื ขาดทกั ษะในการรบั ขอ มลู ขา วสารทเี่ ปน อเิ ลก็ ทรอนกิ ส เชน อเี มล ผปู ระกอบการวัตถุอันตราย (n = 315) 2.31 0.99 เห็นดวยนอย เหน็ ดวยนอย พนักงานเจา หนาที่ (n = 93) 2.41 1.00 เห็นดวยนอย เหน็ ดว ยนอย (4) ผรู ับสารไมส นใจตอบกลบั ขอมลู ขาวสารท่ไี ดร ับจาก อย. เน่อื งจากเปน เรอื่ งท่ีไมไดเ กย่ี วขอ งโดยตรงกบั ตน ผูประกอบการวตั ถอุ ันตราย (n = 314) 2.89 0.95 เหน็ ดว ยปานกลาง เห็นดวยปานกลาง พนักงานเจา หนา ท่ี (n = 93) 3.34 0.89 เห็นดว ยปานกลาง เห็นดวยปานกลาง (5) ผูรบั สารมพี ้ืนฐานความรู ความเขา ใจเก่ยี วกบั กฎหมายวตั ถุอันตรายไมเ พียงพอ ผูประกอบการวตั ถอุ ันตราย (n = 315) 3.21 0.83 เห็นดว ยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง พนักงานเจา หนา ท่ี (n = 93) 3.77 0.84 เหน็ ดว ยมาก เหน็ ดวยมาก (6) ผูรบั สารไมก ลาแสดงความคิดเหน็ หรือตอบกลบั เพราะกลัววาจะมีผลกระทบตอตนเอง ผปู ระกอบการวตั ถุอนั ตราย (n = 315) 2.92 1.01 เหน็ ดวยปานกลาง เหน็ ดว ยปานกลาง พนักงานเจา หนา ท่ี (n = 93) 2.82 1.05 เห็นดวยปานกลาง เห็นดวยปานกลาง (7) ผรู ับสารคดิ วา หากเห็นดวยกับขอ มูลขาวสารทีไ่ ดรับจาก อย. แลว ไมจาํ เปน ตองตอบกลับกไ็ ด ผปู ระกอบการวัตถุอนั ตราย (n = 315) 2.86 1.02 เห็นดวยปานกลาง เห็นดวยปานกลาง พนักงานเจาหนา ท่ี (n = 93) 3.11 1.07 เหน็ ดวยปานกลาง เห็นดว ยปานกลาง *เปรียบเทียบคา t คํานวณกบั คา วกิ ฤตของ t ท่ีระดับนยั สาํ คัญ 0.05 เม่ือทดสอบดว ย one sample t-test สว นที่ 4 ความตองการในการใหปรบั ปรุง 4.1 ความตอ งการ ในดา นผสู ง สาร (n = 56) การเผยแพรข อ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย (1) ปรับปรุงการสงขอมูลขาวสารให จากผลการสํารวจของกลุม ตัวอยา ง ตอความ รวดเร็วข้ึน ไมลาชา (รอยละ 25.0) ตอ งการในการให อย. ปรบั ปรงุ การเผยแพรข อ มลู ขา วสาร (2) ประชาสัมพันธชองทางการส่ือสาร เกยี่ วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตราย โดยแบง ตามองคป ระกอบ ในการส่ือสารตาม “แบบจําลอง SMCR ของเบอรโ ล” ตาง ๆ ของ อย. ใหผูรบั สารทราบ (รอ ยละ 19.6) สามารถสรปุ ความตองการหลัก ๆ ได ดังน้ี (3) วางแผนการสง ขอ มลู ขา วสารลว งหนา เพอ่ื ใหผ รู ับสารไดม ีเวลาเตรียมตัว (รอยละ 17.9) วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นมกราคม-เมษายน 2563 65
4.2 ความตองการ ในดานขอมูลขาวสาร สรุปและอภปิ รายผล (n = 144) 1. สถานการณการส่ือสารขอมูลขาวสาร (1) ใชภาษาท่ีเขาใจงาย ไมซับซอน เกย่ี วกับกฎหมายวัตถอุ นั ตรายในปจจุบนั ไมตองตีความมาก ไมใชภาษากฎหมาย ภาษาเทคนิค ขอมูลจากกลุมตัวอยางท้ัง 2 กลุม ใหภาพ หรือภาษาที่เปนทางการเกินไป (รอ ยละ 48.6) สะทอนขอมูลสถานการณการสื่อสารขอมูลขาวสาร (2) สรปุ เนอ้ื หาสาระสาํ คญั เปน ขอ ๆ ให เกย่ี วกบั กฎหมายวตั ถอุ นั ตรายระหวา ง อย. กบั ผรู บั สาร ชดั เจน สน้ั กระชบั ไดใ จความ ชจี้ ดุ ทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลง ที่สําคญั คอื (รอ ยละ 25.7) 1.1 ผรู บั สารจาก อย. เกนิ กวา ครงึ่ เปน วยั ทาํ งาน (3) จดั ทาํ เนอ้ื หาในรปู แบบ info graphic ท่ีมีอายุระหวาง 25-39 ป มีการศึกษาอยูในระดับ รูปภาพ การตูน หรือ animation (รอยละ 13.9) ปริญญาตรี มีประสบการณในการทํางานเก่ียวกับ วัตถุอันตรายนอย อยูในระดับที่เพ่ิงเริ่มทํางาน และ 4.3 ความตอ งการ ในดา นชอ งทางการสอ่ื สาร เปนบุคลากรในระดับปฏิบัติการเทาน้ัน แตผูรับสาร (n = 182) มศี กั ยภาพในการเขา ถงึ ขอ มลู ขา วสารทางอนิ เทอรเ นต็ สงู โดยพบวา มีกลุมตัวอยางเพียงแค 1 คนเทาน้ันท่ี (1) สง ขอ มลู ขาวสารทางอีเมล ไมมีอุปกรณรับขอมูลขาวสารที่สามารถเชื่อมตอกับ (รอยละ 47.3) อนิ เทอรเ นต็ ได และเมอ่ื พจิ ารณาจากขอ มลู ประสบการณ การคนหาขอมูลขาวสาร ในชวงเดือนกรกฎาคม ถึง (2) จดั อบรม ประชมุ และสัมมนา โดย ธันวาคม พ.ศ. 2561 พบวา เกือบรอยละ 70 ของ กลมุ ควบคมุ วัตถุอันตราย (รอ ยละ 24.7) กลมุ ตวั อยา งทเ่ี คยคน หาขอ มลู ขา วสารเลอื กทจ่ี ะคน หา จากเว็บไซตของกลุมควบคุมวัตถุอันตราย ในขณะที่ (3) สง ขอ มลู ขา วสารทาง application การคน หาจากแหลง ขอ มลู อนื่ ๆ มเี พยี งประมาณรอ ยละ LINE (รอยละ 24.2) 30 เทานั้น จากขอคนพบน้ี ช้ีใหเห็นวา อย. ควรให ความสําคัญในการพัฒนาการเผยแพรขอมูลขาวสาร (4) เผยแพรทางเวบ็ ไซตของกลมุ ควบคมุ ผานทางอินเทอรเน็ตเปนหลัก เนื่องจากเปนชองทาง วตั ถอุ นั ตราย หรือเวบ็ ไซตข อง อย. (รอ ยละ 21.4) การสื่อสารที่ผูรับสารสะดวกในการคนหา และเขาถึง ขอมลู ขา วสารมากทีส่ ุด (5) เผยแพรทาง social media เชน Facebook, Instagram, Twitter, YouTube 1.2 จากขอมลู ประสบการณก ารไดร บั ขอมูล (รอยละ 15.9) ขาวสารจาก อย. ในชวงเดือนกรกฎาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2561 พบวา กลุมตัวอยางไดรับขอมูลขาวสาร 4.4 ความตอ งการ ในดา นผรู บั สาร (n = 42) จากเวบ็ ไซตข องกลมุ ควบคมุ วตั ถอุ นั ตราย หนงั สอื ราชการ (1) สง เสรมิ พฒั นาใหผ รู บั สารมคี วามรู จาก อย. และการอบรม ประชมุ สมั มนาท่ีจัดโดยกลมุ ควบคุมวัตถุอันตรายเปนหลัก เน่ืองจากเปนชองทาง ความเขาใจพ้ืนฐานในขอกฎหมายและวัตถุอันตราย การสอ่ื สารหลกั ท่ี อย. เลอื กใชอ ยใู นปจ จบุ นั โดยจาํ นวน ท่ี อย. รบั ผดิ ชอบ เชน การจดั ฝก อบรมเกย่ี วกบั กฎหมาย การไดร บั ขอ มูลขา วสารผา นทางอีเมลจากกลมุ ควบคุม วัตถอุ ันตราย (รอยละ 47.6) (2) สงเสริมใหผูรับสารมีความตื่นตัว สนใจในการติดตามขอมูลขาวสารอยางสมํ่าเสมอ (รอยละ 35.7) 66 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
วตั ถอุ นั ตราย มจี าํ นวนนอ ยกวา ชอ งทางการสอ่ื สารหลกั กําหนด และวิธีการสงในบางคร้ังไมเหมาะสมกับเรื่อง ทง้ั 3 ชอ งทาง ถงึ 2 เทา และเมอื่ สรปุ ผลจากกลมุ ตวั อยา ง หรอื ผรู บั สาร ซงึ่ หากตอ งการใหก ารสอ่ื สารขอ มลู ขา วสาร ไปยงั ประชากรดว ยสถติ เิ ชงิ อา งองิ พบวา ขอ มลู ขา วสาร มีประสิทธิภาพย่ิงข้ึน อย. ตองปรับปรุงกระบวนการ ทไ่ี ดร บั จาก อย. จากทงั้ 4 ชอ งทาง มรี ะดบั ความยากงา ย สงขอมูลขาวสารใหรวดเร็วขึ้น วางแผนการสงขอมูล ตอการทําความเขาใจอยูในระดับเดียวกัน คือ ระดับ ขา วสารลว งหนา เพอ่ื ใหผ รู บั สารไดเ ตรยี มตวั พรอ มกบั ปานกลาง มีระดับความเหมาะสมของรูปแบบที่ใช ประชาสัมพันธชองทางการส่ือสารตาง ๆ ที่ อย. มีอยู นาํ เสนอขอ มูลขาวสารสวนใหญอยูใ นระดบั ปานกลาง ใหผูรับสารไดทราบเพื่อเพ่ิมโอกาสในการเขาถึงขอมูล ยกเวน รูปแบบที่ใชนําเสนอในการอบรม ประชุม และ ขาวสาร สัมมนาที่จัดโดยกลุมควบคุมวัตถุอันตรายเทาน้ันท่ีมี ระดับความเหมาะสมฯ อยูในระดับมาก สวนระดับ 2.2 ดานขอมูลขาวสาร พบวา ประชากร การไดร ับประโยชนนั้น สวนใหญเห็นวาขอมูลขาวสาร ทศ่ี กึ ษาเหน็ ดว ยในระดบั ปานกลางวา ขอ มลู ขา วสารจาก จาก อย. มีประโยชนในระดับมาก ซ่ึงจากขอคนพบ อย. มีรายละเอยี ดครบถวนสมบูรณดี ใชภาษาท่ชี ัดเจน ในประเดน็ นี้ สามารถกลา วโดยสรปุ ไดว า กลมุ ตวั อยา ง เขาใจงาย มีความยาวที่เหมาะสม ซึ่งในประเด็นน้ี ท้ัง 2 กลุม ตองการท่ีจะรับขอมูลขาวสารผานทาง หากตอ งการใหเ นอื้ หาขอ มลู ขา วสารมคี ณุ ภาพดขี น้ึ อย. การอบรม ประชุม และสัมมนาท่ีจัดโดยกลุมควบคุม ตอ งปรบั ปรงุ เนอ้ื หาโดยใชภ าษาทเี่ ขา ใจงา ย ไมซ บั ซอ น วตั ถอุ นั ตราย ซง่ึ อย. ควรจะตอ งคงการจดั การอบรม ไมตองตีความมาก ไมใชภาษากฎหมาย ภาษาเทคนิค ประชุม และสัมมนาดังกลาวนี้ตอไป และหากเพิ่ม หรอื ภาษาทเี่ ปน ทางการเกนิ ไป โดยอาจจะสรปุ เนอื้ หา ปริมาณการส่ือสารผานทางอีเมลจากกลุมควบคุม เฉพาะทสี่ าํ คญั เปน ขอ ๆ ใหก ระชบั ไดใ จความ ชจ้ี ดุ ทม่ี ี วัตถุอันตรายใหมากข้ึนอาจชวยเพ่ิมประสิทธิภาพ การเปลยี่ นแปลง หรือปรับเปล่ยี นรูปแบบทีใ่ ชนาํ เสนอ ในการสอื่ สาร และอาจเพม่ิ การตอบสนองของผรู บั สาร ใหอยูในรูปแบบ infographics รูปภาพ การตูน หรือ ไดมากข้ึน เน่ืองจากผูรับสารมีศักยภาพในการเขาถึง animation เพ่ือใหงายตอการทําความเขาใจ ซ่ึงขอ ขอ มูลขา วสารทางอินเทอรเ นต็ สงู คนพบน้ีสอดคลองกับแนวคิดของสุภัค ถาวรนิติกุล ทีก่ ลาววา ขอมลู ขา วสารควรใชสีสนั ท่ีสดใส ขอความ 2. ปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ การสอ่ื สารขอ มลู ขา วสาร ในสว นหวั เรอื่ งควรมคี วามโดดเดน สามารถอา นและเขา ใจ เก่ียวกับกฎหมายวัตถุอันตราย และความตองการ ไดในทันที ภาพประกอบมีความนาสนใจสอดคลองกบั ในการให อย. ปรับปรุงการเผยแพรขอมูลขาวสาร ขอ มลู ขา วสาร เพอ่ื ใหก ลมุ เปา หมายเกดิ ความสนใจและ เกย่ี วกบั กฎหมายวตั ถุอันตราย รบั รขู อ มลู ขา วสารไดเ ปน อยา งด(ี 5) และยงั สอดคลอ งกบั ขอคนพบของอนงควดี จีระบุตร ที่วาขอมูลขาวสาร เม่อื ไดท าํ การแปลผลการสํารวจปจ จัยท่ีมผี ล เปนปญหาสําคัญของกระบวนการส่ือสารที่ดี เพราะ ตอการส่ือสารขอมูลขาวสารและความตองการในการ ขอมูลขาวสารท่ีเขาใจยาก จะทําใหการสื่อสารไมมี ให อย. ปรับปรุงการเผยแพรขอมูลขาวสารของกลุม ประสิทธิภาพ(6) ตัวอยางไปยังประชากรโดยการใชสถิติเชิงอางอิง ไดนาํ ไปสขู อคนพบทนี่ า สนใจ ดงั นี้ 2.3 ดา นชอ งทางการสอ่ื สาร พบวา ประชากร ทศ่ี กึ ษาเหน็ ดว ยปานกลางวา ชอ งทางการสอ่ื สารของ อย. 2.1 ดานผูสงสาร ซึ่งหมายถึง อย. พบวา ในปจจบุ นั เพียงพอตอความตองการ งา ยตอการเขาถงึ ประชากรท่ีศึกษาเห็นดวยปานกลางวา การสงขอมูล แตชองทางในการตอบกลับไมสะดวก ยุงยาก และ ขา วสารของ อย. ลา ชา ไมท วั่ ถงึ ไมส มา่ํ เสมอ กระชนั้ ชดิ ไมเ หน็ ดว ยวา การไมม อี ปุ กรณท ช่ี ว ยอาํ นวยความสะดวก เกนิ ไปทาํ ใหไ มส ามารถดาํ เนนิ การไดท นั ตามทก่ี ฎหมาย วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนมกราคม-เมษายน 2563 67
ในการติดตอส่ือสาร หรืออุปกรณท่ีชวยอํานวยความ เจาหนาที่เห็นดวยมาก ในขณะท่ีประชากรท่ีเปน สะดวกฯ ไมเชื่อมตอกับอินเทอรเน็ตไดตลอดเวลานั้น ผปู ระกอบการวตั ถอุ นั ตรายเหน็ ดว ยในระดบั ปานกลาง สง ผลกระทบตอ ประสทิ ธภิ าพในการสอื่ สาร ซงึ่ หาก อย. อยางไรก็ตาม หาก อย. ตองการเพิ่มพูนประสิทธิภาพ ตองการปรบั ปรงุ ชอ งทางการส่ือสารทีม่ ีอยูใหเ หมาะสม ในการรับสารของผูรับสาร ก็ควรสงเสริมพัฒนาให กับผูรับสารมากขึ้น ก็ควรเพิ่มปริมาณการสงขอมูล ผูรับสารมีความรู ความเขาใจพื้นฐานในขอกฎหมาย ขาวสารผานทางอีเมลใหมากขึ้นเพ่ือใหเหมาะสมกับ และวัตถุอันตรายใหมากข้ึน เพื่อใหมีระดับความรู คณุ ลกั ษณะของผรู บั สาร อกี ทงั้ ยงั มตี น ทนุ ทต่ี าํ่ เมอื่ เทยี บ เทา เทยี มกนั กบั ผสู ง สาร จะทาํ ใหก ารสอื่ สารนนั้ ลลุ ว งไป กับประโยชนท่ีจะไดรับ ซึ่งขอคนพบนี้สอดคลองกับ ดวยดี อีกประการ คือ อย. ควรสงเสริมใหผูรับสาร จเรวฒั น เทวรตั น ทอ่ี ธบิ ายถงึ ขอ ดขี องชอ งทางการสอ่ื สาร เกิดความต่ืนตัวและสนใจที่จะติดตามขอมูลขาวสาร ผานทางอินเทอรเน็ตวาเปนชองทางการส่ือสารที่ใช ดว ยตนเองอยา งสมาํ่ เสมอเพอื่ ประโยชนใ นการดาํ เนนิ การ งบประมาณนอย และสามารถสื่อสารไดตลอดเวลา ตาง ๆ ของตวั ผรู ับสารเอง โดยไมมีขอจํากัดในเรื่อง เวลา สถานที่(7) ข้อเสนอแนะ นอกจากนั้น อย. ควรคงชองทางการสื่อสาร จากผลการวจิ ยั น้ี จงึ มขี อ เสนอแนะสาํ หรบั อย. ผานการอบรม ประชุม สัมมนา และทางเว็บไซตของ กลุมควบคุมวัตถุอันตรายเอาไว แตปรับปรุงเทคนิค ในฐานะผมู หี นา ทกี่ าํ กบั ดแู ลวตั ถอุ นั ตรายทใ่ี ชใ นบา นเรอื น การนาํ เสนอใหผ รู บั สารเขา ใจไดง า ยยงิ่ ขน้ึ พรอ มทง้ั เพมิ่ หรอื ทางสาธารณสขุ ตาม พ.ร.บ.วตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. 2535 ชอ งทางการสอ่ื สารใหม ๆ เชน application LINE หรอื ในการพฒั นาการสอ่ื สารขอ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั กฎหมาย social media ตาง ๆ เพ่ือเพ่ิมโอกาสในการส่ือสาร วตั ถอุ นั ตราย เพอื่ เสรมิ สรา งความเขา ใจทถ่ี กู ตอ งตรงกนั ซึ่งสอดคลองกับเขมณัฏฐ มิ่งศิริธรรม ท่ีพบวา social ระหวางหนวยงานผูออกกฎหมาย ผูใชกฎหมาย และ media เปนเครื่องมือสําคัญในการติดตอส่ือสาร และ ผอู ยภู ายใตบ งั คบั ใชก ฎหมาย ตามลาํ ดบั ความสาํ คญั ดงั น้ี เปนแหลงของขอมูลขาวสารตาง ๆ จนกลาวไดวาเปน เทคโนโลยที ่เี ปนสว นหนึง่ ในชีวิตประจําวนั (8) 1. เรง ปรบั ปรงุ การสอื่ สารขอ มลู ขา วสารทม่ี อี ยู ในปจจุบันของ อย. โดยใชเทคนิคการนําเสนอท่ีเขาใจ สวนในประเด็นชองทางในการตอบกลับ และจดจําไดงาย สอดแทรกเนื้อหาสาระที่จําเปนและ ไมสะดวก ยุงยากน้ัน อย. ควรปรับปรุงใหผูรับสาร เหมาะสมกบั กลมุ ผรู บั สารแตล ะกลมุ พรอ มกบั เพม่ิ ปรมิ าณ สามารถตอบกลบั online ผา นทางเวบ็ ไซตท ไ่ี ดเ ผยแพร การสอ่ื สารผา นทางอเี มลจากกลมุ ควบคมุ วตั ถอุ นั ตราย เนอื้ หานนั้ ได หรอื ใหต อบกลบั ในรปู แบบการใช Google ใหมากข้ึน และปรับปรุงชองทางการตอบกลับใหงาย form เพ่อื ชว ยเพมิ่ อัตราการตอบกลบั ของผูรบั สาร สะดวกตอการตอบกลับเพื่อเพิ่มอัตราการตอบกลับ ของผูรับสาร เชน การตอบกลับหรือเสนอขอคิดเห็น 2.4 ดา นผรู บั สาร ซง่ึ หมายถงึ ผปู ระกอบการ ผา นทาง online ได วตั ถอุ นั ตรายและพนกั งานเจา หนาที่ พบวา ประชากร ทศ่ี กึ ษาไมเ หน็ ดว ยวา ผรู บั สารขาดทกั ษะในการสบื คน 2. เพมิ่ ชอ งทางการสอื่ สารใหม ากขนึ้ เพอ่ื เพม่ิ ขอ มลู ทางอนิ เทอรเ นต็ หรอื ขาดทกั ษะในการรบั ขอ มลู โอกาสในการสอื่ สารใหต รงกบั ความตอ งการของผรู บั สาร ขาวสารอิเล็กทรอนิกส เชน อีเมล และสงผลกระทบ ซง่ึ มศี กั ยภาพในการเขา ถงึ ขอ มลู ขา วสารทางอนิ เทอรเ นต็ ตอประสิทธิภาพในการส่ือสาร สวนประเด็นในเร่ือง ไดแก การเพิ่มการสงขอมูลขาวสารทาง application ผูรบั สารมีพ้นื ฐานความรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั กฎหมาย LINE และทาง social media ตาง ๆ เชน Facebook วตั ถอุ นั ตรายไมเ พยี งพอ พบวา ประชากรทเี่ ปน พนกั งาน Instagram Twitter YouTube เปนตน 68 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
3. เสริมสรางทัศนคติและพฤติกรรมของ 3. บุญชม ศรีสะอาด. การแปลผลเมื่อใชเคร่ืองมือ ผูรับสาร โดยช้ีใหเห็นถึงความสําคัญของการรูและ รวบรวมขอ มลู แบบมาตราสว นประมาณคา . วารสาร เขา ใจกฎหมายวตั ถอุ นั ตรายวา กอ ใหเ กดิ ประโยชน และ การวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีความจําเปนตอการดําเนินงานตาง ๆ ของผูรับสาร 2539;2:64-70. อยางไร พรอมท้ังสงเสริมใหผูรับสารเกิดความตื่นตัว สนใจในการตดิ ตามขอ มลู ขา วสารจาก อย. เปน ประจาํ 4. บุญชม ศรีสะอาด, บุญสง นิลแกว. การอางอิง และสมาํ่ เสมอ ตลอดจนอาํ นวยความสะดวกใหผ รู บั สาร ประชากรเมอื่ ใชเ ครอื่ งมอื แบบมาตราสว นประมาณคา สามารถศึกษาคนควา ขอมูลเพ่ิมเตมิ ดวยตวั เองได กับกลุมตัวอยาง. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2535;3:22-25. 4. ประชาสัมพันธชองทางการสื่อสารตาง ๆ ของ อย. ใหแกผูรับสารไดทราบ ใหสามารถเลือก 5. สุภัค ถาวรนิติกุล. การศึกษาแนวทางเพ่ือพัฒนา รับขาวสารฯ ไดอยางเหมาะสมกับลักษณะและ ส่ือประชาสัมพันธของคณะเกษตร กําแพงแสน ความสะดวกของแตละบุคคล เพื่อเพ่ิมอัตราการรับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตกําแพงแสน. ขอ มูลขา วสารใหม ากขึน้ วารสารวชิ าการ Veridian E-Journal 2557;7:1137-48. เอกสารอา้ งอิง 6. อนงควดี จีระบุตร. การประชาสัมพันธเผยแพร 1. กระทรวงสาธารณสุข. กฎกระทรวง พ.ศ. 2552 ผลงานวจิ ยั ของสาํ นกั งานคณะกรรมการวจิ ยั แหง ชาต.ิ วารสารวิชาการศรปี ทุม ชลบุรี 2558;11:194-205. แบงสวนราชการสํานักงานคณะกรรมการอาหาร และยา กระทรวงสาธารณสุข. ราชกิจจานุเบกษา 7. จเรวฒั น เทวรตั น. พฤตกิ รรมและความตอ งการของ เลมที่ 126, ตอนที่ 98 ก (ลงวันท่ี 28 ธันวาคม ผูสมัครเรียนในการเปดรับสื่อประชาสัมพันธของ 2552). ศูนยวิทยพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2. Berlo DK. The Process of Communication: นครศรธี รรมราช [ประเภทการวจิ ยั ภาระงานประจาํ ]. An Introduction to Theory and Practice. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช; New York: Holt, Rinehart and Winston; 2555. 1960. 8. เขมณฏั ฐ มง่ิ ศริ ธิ รรม. Social Media สอื่ สรา งสรรค เพอ่ื การศกึ ษา. วารสารวชิ าการ Veridian E-Journal 2556;6:72-81. วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นมกราคม-เมษายน 2563 69
บทความวจิ ยั สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Food and Drug Administration ปที่ 27 ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน 2563 Vol.27 No.1 January - April 2020 Journal homepage: https://www.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal การเปรียบเทียบผลการประเมินอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ที่ป้องกันได้ของเคร่ืองมือ P Method และ Schumock and Thornton Criteria Comparison of Preventable Adverse Drug Reaction Evaluation Tools Between P Method and Schumock and Thornton Criteria ชลธชิ า สอนสุภาพ Cholticha Sonsupap กองยทุ ธศาสตรแ ละแผนงาน สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา Strategy and Planning Division, Food and Drug Administration ระพีพรรณ ฉลองสขุ Rapeepun Chalongsuk คณะเภสัชศาสตร มหาวิทยาลัยศลิ ปากร Faculty of Pharmacy, Silpakorn University E-mail : [email protected] รบั ตนฉบับ 10 พฤษภาคม 2562 ปรับปรุง 4 มิถุนายน 2562 รบั ลงตพี ิมพ 2 ธันวาคม 2562 บทคัดย่อ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินอาการไมพึงประสงคจากการใชยาที่ปองกันได (preventable adverse drug reactions; pADRs) ของเครอื่ งมอื P Method และ Schumock and Thornton criteria รวมถงึ คน หาสาเหตแุ ละลกั ษณะของรายงานดงั กลา ว โดยผปู ระเมนิ 3 คน ประเมนิ รายงาน ADRs ยากลมุ ระบบกลา มเนอื้ และโครงกระดกู จากโรงพยาบาลสงั กดั สาํ นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ตงั้ แต 1 ตลุ าคม 2557 - 30 กันยายน 2560 ที่มีระดับความสัมพันธใชแนนอน และเปนรายงานท่ีขอมูลครบถวนตามเกณฑการประเมิน คุณภาพรายงาน ในระดับ 3 ฐานขอมูลศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ (Thai Vigibase) วเิ คราะหข อ มลู โดยใชส ถติ เิ ชงิ พรรณนา ไดแ ก รอ ยละ ทดสอบความแตกตา งของสดั สว นรายงาน ดว ยสถติ ิ Fisher’s exact test และหาความเช่ือมั่นระหวางผูประเมิน ดวยสถิติ Fleiss’s Kappa ผลการวิจัยพบวารายงาน ADRs จาํ นวน 273 ฉบบั สว นใหญเ ปน เพศหญงิ (รอ ยละ 65.93) มอี ายรุ ะหวา ง 15-59 ป (รอ ยละ 56.04) และเปน ผปู ว ยนอก รอ ยละ 72.16 รายงาน pADRs ทผี่ ปู ระเมนิ มคี วามเหน็ ตรงกนั ของแตล ะเครอื่ งมอื พบวา เปน รายงานทผ่ี ปู ว ยไดร บั ยา กลมุ NSAIDs มากกวา 1 รายการ 2 ฉบบั และเปน รายงานทผี่ ปู ว ยไดร บั ยาทเ่ี คยมปี ระวตั กิ ารแพ 1 ฉบบั โดยสว นใหญเ ปน อาการทางระบบผวิ หนงั สดั สว นของจาํ นวนรายงานเมอื่ ประเมนิ ดว ยเครอื่ งมอื ทแ่ี ตกตา งกนั พบวา มผี ปู ระเมนิ 1 คน ทผี่ ลการประเมินมคี วามแตกตางกันอยา งมีนยั สาํ คัญทางสถิติ (P = 0.00) และเมอื่ วิเคราะหคา ความสอดคลอ งของ เครอ่ื งมอื พบวา เครอื่ งมอื Schumock and Thontron criteria มคี า ความสอดคลอ งมากกวา เครอื่ งมอื P Method โดยมคี า ความสอดคลอ งในระดบั ปานกลาง (Fleiss’s Kappa = 0.44) ในขณะที่ P Method มคี า ความสอดคลอ ง 70 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
อยูในระดบั เล็กนอย (Fleiss’s Kappa = 0.15) และพบวา สัดสวนรายงานทผี่ ูป ระเมนิ เหน็ ตรงกันเม่อื ประเมินดว ย Schumock and Thontron criteria มีจํานวนมากกวา P Method อยางไรก็ตามรายงานสวนใหญเปนรายงาน ทไ่ี มส ามารถประเมนิ ได อาจเนอื่ งมาจากขอ มลู รายงาน ADRs จากฐานขอ มลู Thai Vigivase มอี ยา งจาํ กดั จงึ เสนอ ใหม กี ารพฒั นาแบบรายงาน ADRs ใหผ รู ายงานระบขุ อ มลู ทจี่ าํ เปน สาํ หรบั การประเมนิ pADRs เพอ่ื ใหก ารประเมนิ ความเปนไปไดในการปองกันอาการไมพึงประสงคของรายงานแตละฉบับเปนไปอยางครอบคลุมและครบถวน สามารถนาํ ไปใชเ ปน ขอ มลู สาํ หรบั การกาํ หนดมาตรการการปอ งกนั และลดการเกดิ pADRs ในระดบั ประเทศตอ ไป คาํ สําคัญ: เครือ่ งมอื ประเมนิ อาการไมพึงประสงคท ี่ปอ งกนั ได อาการไมพ งึ ประสงคทปี่ องกันได Abstract The purposes of this research were to compare the preventable adverse drug reactions (pADRs) evaluation tools between P Method and Schumock and Thornton criteria and explore the characteristics of pADRs from musculoskeletal system drugs that had reported by hospitals where under the Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health from 1 October 2014 to 30 September 2017 with causality assessment as certain and completeness score of Thai HPVC at level 3. Data analysis using the percentage, the test of proportional differences in the number of adverse drug reactions (ADRs) reported by Fisher's exact test and finding inter-observer reliability of three observers by the Fleiss's Kappa Statistics. The results of this study showed that most of the reports were female (65.93%) and aged between 15 and 59 years (56.04%) and 72.16% were outpatients. All reviewers were the consensus for 3 reports that were scored as ‘preventable’ by using P Method and Schumock and Thornton criteria, two reports were related to therapeutic duplication and one report was related to documented hypersensitivity to the administered drug. The most common ADRs reported were from the skin and appendages disorders. The proportions of the report when using different tools showed that there were significant differences in one reviewer (P = 0.00). And when analyzing the inter-observer reliability by using Schumock and Thontron criteria, it was moderate with a Fleiss’s Kappa 0.44 and slight with a Fleiss’s Kappa 0.15 when using P Method. The results of this study showed that the number of reports that reviewers' consensus when using Schumock and Thornton criteria more than P Method. Moreover, most reports were not assessable because the reports from Thai Vigibase could not provide some of the related information. Therefore, the data in the ADRs reporting form should be containing much more information for pADRs evaluation. Key words: adverse drug reaction evaluation tools, preventable adverse drug reaction วารสารอาหารและยา ฉบบั เดือนมกราคม-เมษายน 2563 71
บทนาํ preventability scale โดยการใหค ะแนน หากคะแนน รวมเปน บวก จะจดั วา เปน อาการไมพ งึ ประสงคท ปี่ อ งกนั ได อาการไมพ ึงประสงคจากการใชยา (adverse แตมีความละเอียดและใชตองเวลามากในการประเมิน drug reactions; ADRs) สามารถแบงไดเปน 2 ชนิด จงึ ไมเ ปน ทนี่ ยิ มใชใ นปจ จบุ นั องคก ารอนามยั โลกมแี ผนงาน ตามความเปนไปไดในการปองกัน ไดแก อาการไมพึง ในการขยายบทบาทศนู ยเ ฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นยา ประสงคจากการใชยาชนิดปองกันได (preventable ท่ัวโลกในการวิเคราะหรายงานอาการไมพึงประสงค adverse drug reactions; pADRs) และอาการ ที่ปองกันไดจากรายงาน ADRs ท่ีสงมายังศูนยเฝาระวัง ไมพึงประสงคจากการใชยาชนิดปองกันไมได (Non- ความปลอดภัยดานยาระดับชาติ ซึ่งเปนฐานขอมูล preventable adverse drug reactions; Non- ขนาดใหญท ร่ี วบรวมรายงาน ADRs หากรายงานเหลา น้ี pADRs)(1) จากงานวจิ ยั ของตา งประเทศพบวา รายงาน ไดร บั การวเิ คราะหจ ะมปี ระโยชนใ นการกาํ หนดมาตรการ ADRs ที่สงไปยังศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานยา เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิด pADRs ซ้ํา ในป 2554 เปน อาการไมพ งึ ประสงคท ปี่ อ งกนั ได รอ ยละ 18.7- 80(2) องคก ารอนามยั โลกรว มกบั ศนู ยเ ฝา ระวงั ความปลอดภยั ซง่ึ ขอ มลู pADRs จะชว ยใหบ คุ ลากรทางการแพทยห รอื ดานยาประเทศโมร็อกโก ไดมีการพัฒนาเครื่องมือ ผูท่ีเกี่ยวของนําไปใชในการพัฒนาระบบเพื่อปองกัน ที่มีชื่อวา P Method ประกอบไปดวย 20 ขอคําถาม การเกิดเหตุการณดังกลาว อันจะสงผลใหเพิ่มความ โดยผปู ระเมนิ จะตอ งทาํ การคดั เลอื กคาํ ถาม และกาํ หนดวา ปลอดภัยจากการใชยาของผูปวย รวมถึงลดคาใชจาย คาํ ถามใดควรจะถกู กาํ หนดเปน เกณฑท ม่ี คี วามสาํ คญั มาก ทอี่ าจเกดิ ขน้ึ จากการรกั ษา ADRs การประเมนิ วา อาการ สําหรับการประเมินแตละรายงาน (critical criteria) ไมพึงประสงคท่ีเกิดขึ้นสามารถปองกันไดหรือไมนั้น โดยพจิ ารณาจากลกั ษณะของ ADRs และยาทผ่ี ปู ว ยใช ทําไดโดยการใชความเห็นของผูเชี่ยวชาญ หรือใช โดยในการประเมินรายงานหนึ่ง ๆ ผูประเมินสามารถ เคร่ืองมือชวยในการประเมิน(1) แตในปจจุบันพบวา กาํ หนดไดหลายขอ คาํ ถาม(2) ยงั ไมม เี ครอ่ื งมอื หรอื วธิ กี ารใดทพ่ี บวา ดที สี่ ดุ หรอื เปน วธิ ี มาตรฐานสาํ หรบั การประเมนิ อาการไมพ งึ ประสงคจ าก การมีเคร่ืองมือสําหรับชวยในการประเมิน การใชยาท่ีปองกันได(3, 4) โดยเคร่ืองมือท่ีชวยในการ รายงาน pADRs นน้ั จะทาํ ใหก ารประเมนิ เปน ไปอยา ง ประเมนิ รายงาน pADRs นน้ั ประกอบไปดว ยขอ คาํ ถาม มีระบบ ลดอคตขิ องผปู ระเมิน อยา งไรกต็ ามเคร่ืองมอื ในจาํ นวนขอ ทแ่ี ตกตา งกนั ซงึ่ ขอ คาํ ถามจะเกยี่ วขอ งกบั ทพี่ ฒั นาขนึ้ มาสาํ หรบั ประเมนิ รายงาน pADRs แมจ ะมี การปฏิบัติงานดานวิชาชีพ ความรวมมือในการใชยา วธิ กี ารประเมนิ ทหี่ ลากหลายดงั ทไี่ ดก ลา วขา งตน แตไ มพ บ ลกั ษณะหรอื ปจ จยั ของผปู ว ยแตล ะราย เชน Schumock วิธีใดท่ีเปนมาตรฐานท่ีเปนท่ียอมรับวาเปนวิธีที่ดีท่ีสุด and Thornton criteria(5) เปนเคร่ืองมือที่ประกอบ รวมถึงในประเทศไทยยังไมมีการศึกษาเปรียบเทียบ ไปดว ยคาํ ถาม 7 ขอ หากผลการประเมนิ พบวา มอี ยา งนอ ย ผลการประเมิน pADRs ของเครื่องมือท่ีใชประเมิน 1 ขอ ตอบวา “ใช” จะจดั เปน pADRs ซงึ่ เปน เกณฑท มี่ ี รายงานดงั กลา ว ดงั นนั้ งานวจิ ยั นต้ี อ งการเปรยี บเทยี บ การนยิ มใชอยางกวา งขวาง เนือ่ งจากใชงาย เขา ใจงาย ผลการประเมนิ pADRs ของเครอื่ งมอื P Method และ นอกจากน้ี Imbs และคณะ(6) ไดเสนอเกณฑ French 72 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
Schumock and Thornton criteria ในการคน หาและ 2. รายงานท่ีระบุระดับความสัมพันธของ ประเมนิ รายงาน ADRs ทไี่ ดร บั ในฐานขอ มลู ศนู ยเ ฝา ระวงั อาการไมพงึ ประสงคในระดบั ใชแ นน อน (certain) ความปลอดภยั ดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ (Thai Vigibase) เพ่ือเปรียบเทียบผลการประเมินอาการไมพึงประสงค 3. รายงานทขี่ อ มลู ครบถว นมากทส่ี ดุ ตามเกณฑ จากการใชย าทป่ี อ งกนั ไดข องเครอ่ื งมอื P Method และ การประเมนิ คณุ ภาพรายงานอาการไมพ งึ ประสงคข อง Schumock and Thornton criteria และคน หาสาเหตุ ศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ และลกั ษณะของการเกดิ pADRs ซงึ่ ผลการวจิ ยั จะเปน ไดแ ก ระดบั 3 (เปน รายงานทปี่ ระกอบดว ยขอ มลู ขนั้ ตาํ่ ประโยชนตอบุคลากรทางการแพทยในการเฝาระวัง ดังตอไปนี้ (1) ขอมูลที่บงช้ีเฉพาะรายงาน ไดแก ความปลอดภยั ดา นยาในการปอ งกนั การเกดิ pADRs ซาํ้ ช่ือสถานพยาบาลหรือแหลงที่สงรายงาน (2) ขอมูล รวมถึงมีเคร่ืองมือที่เหมาะสมในการประเมิน pADRs ผปู ว ย (3) ขอ มลู รายการยาทส่ี งสยั อยา งนอ ย 1 รายการ (4) ขอ มลู เหตกุ ารณไ มพ งึ ประสงคจ ากการใชย าอยา งนอ ย วัตถปุ ระสงค์ 1 อาการ (5) วนั ทเ่ี รม่ิ รกั ษาดว ยยาทส่ี งสยั (6) วนั ทเี่ กดิ อาการไมพึงประสงค (7) วิธีใชและขนาดที่ใชของยา 1. เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินอาการ ที่สงสัย (8) เหตุผลของการใชยาดังกลาว (9) ผลลัพธ ไมพึงประสงคจากการใชยาที่ปองกันไดข องเคร่ืองมือ ที่เกิดขึ้นขณะที่รายงาน (10) ผลของการไดรับยา P Method และ Schumock and Thornton criteria ท่ีสงสัยซ้ําและเกิดอาการขึ้นอีก) 2. เพอื่ คน หาสาเหตแุ ละลกั ษณะของการเกดิ เกณฑค ดั ออกการศกึ ษา ไดแ ก เปน รายงานซาํ้ อาการไมพึงประสงคจ ากการใชย าทป่ี องกนั ได ดงั นั้น ประชากรที่ใชในการศึกษาครงั้ นี้ ไดแ ก รายงาน ADRs จาํ นวน 273 ฉบับ วธิ กี ารศึกษา วธิ กี ารประเมนิ รายงาน pADRs การวิจัยน้ีเปนการวิจัยเชิงพรรณนา โดย 1. ผูประเมินซึ่งเปนเภสัชกรและปฏิบัติงาน การวิเคราะหขอมูลแบบยอนหลังจากรายงาน ADRs ในศูนยเฝาระวังความปลอดภัยดานผลิตภัณฑสุขภาพ ฐานขอ มลู Thai vigibase ประชากร คอื รายงานอาการ ทส่ี าํ เรจ็ การศกึ ษาดา นเภสชั กรรมคลนิ กิ หรอื การบรบิ าล ไมพ งึ ประสงคจ ากการใชย าในกลมุ ระบบกลา มเนอื้ และ ทางเภสชั กรรม และมปี ระสบการณก ารปฏบิ ตั งิ านทศ่ี นู ย โครงกระดูก ที่ไดรับในฐาน Thai Vigibase ระหวาง เฝา ระวงั ความปลอดภยั ดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ ไมต าํ่ กวา วนั ท่ี 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2557 ถงึ 30 กนั ยายน พ.ศ. 2560 1 ป จาํ นวน 3 คน แตล ะคนประเมนิ รายงานทคี่ ดั เลอื ก จากสถานพยาบาลในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวง จํานวน 273 ฉบับ ดวยเคร่ืองมือท้ัง 2 ชนิด คือ สาธารณสุข โดยมีเกณฑการคัดเขาศึกษาและคัดออก Schumock and Thornton criteria ประกอบดวย จากการศึกษาดงั นี้ คําถาม 7 ขอ และ P Method คําถาม 20 ขอ ผลการประเมินของแตละเคร่ืองมือของผูประเมิน เกณฑค ัดเขาการศกึ ษา ท้ังหมด 3 คน รวม 819 ฉบับ (ดังตารางที่ 1) 1. รายงานที่ประเมินรายงาน ADRs โดย เภสชั กรโรงพยาบาล วารสารอาหารและยา ฉบบั เดือนมกราคม-เมษายน 2563 73
ตารางที่ 1 คําถามทใี่ ชประเมนิ โดยเครื่องมือ Schumock and Thornton criteria และ P method Schumock and Thornton criteria P Method 1. Was there a history of allergy or previous reactions 11. Documented hypersensitivity to administered drug to the drug? or drug class? 2. Was the drug involved inappropriate for the patient’s 8. Wrong indication? clinical condition? 10. Inappropriate prescription for patient’s underlying medical condition (renal failure, hepatic failure, etc..) or underlying pathology? 14. Necessary medication not given? 3. Was the dose, route, or frequency of administration 1. Incorrect dose? inappropriate for the patient’s age, weight, or disease state? 2. Incorrect drug administration route? 3. Incorrect drug administration duration? 4. Incorrect drug dosage formulation administered? 7. Drug administration error (timing, rate, frequency, technique, preparation, manipulation, mixing)? 9. Inappropriate prescription according to the characteristics of the patient (age, sex, pregnancy, other)? 4. Was required therapeutic drug monitoring or other 16. Incorrect laboratory or clinical monitoring of medicine? necessary laboratory test not performed? 5. Was a drug interaction involved in the ADR? 12. Labeled drug–drug interaction? 13. Therapeutic duplication (prescription of two or more medicines with similar ingredients)? 6. Was poor compliance involved in the ADR? 19. Non-compliance? 7. Was a toxic serum drug concentration (or laboratory monitoring test) documented? 5. Expired drug administered? 6. Incorrect storage of drug? 15. Withdrawal syndrome (due to abrupt discontinuation of treatment)? 17. Poor-quality drug administered? 18. Counterfeit drug administered? 20. Self-medication with non-OTC drug? 74 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
2. ผูประเมินทําการประเมินรายงาน ADRs 2.1.1 การประเมนิ โดยใช P Method อยางเปนอสิ ระตอกนั ดงั นี้ 1) ผูป ระเมินคดั เลอื ก critical criteria 2.1 ผูประเมนิ 3 คน (รวมผวู ิจัย) ประชมุ ทนี่ า จะเปน สาเหตหุ รอื เกยี่ วขอ งกบั อาการไมพ งึ ประสงคน น้ั รว มกันเพื่อรบั ทราบแนวทางการประเมินรายงานจาก และประเมินรายงานแตละฉบับตาม critical criteria ผูวจิ ยั ดังน้ี ท่ีคัดเลือก โดยผูประเมินแตละคนคัดเลือกขอคําถาม ท่ีจะใชเ ปน เกณฑการพิจารณา (ดงั ตารางที่ 2) ตารางที่ 2 การคัดเลือกขอ คําถามสําหรับประเมินรายงานแตล ะฉบบั ของผูประเมินแตละคน ผูประเมิน ลักษณะรายงาน คําถามที่เลือก คําถามทไี่ มเลอื ก คนที่ 1 รายงานทกุ ฉบับ ขอ 1-13 และ 17-20 ขอ 14, 15 และ 16 คนท่ี 2 ADRs ที่เกดิ ขน้ึ กบั ระบบผิวหนังหรืออาการชนดิ ขอ 5, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 17, 18, ขอ 1-4, 6, 7 และ Type B ADRs 19 และ 20 14-16 คนท่ี 3 ADRs ท่สี มั พนั ธกับฤทธทิ์ างเภสชั วทิ ยาของยา ขอ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 9, 10, 11, 12, ขอ 6 และ 14-16 13, 17, 18, 19 และ 20 ADRs ทีม่ ีการระบุรายการยาซํ้าซอนหรือ ขอ 1, 2, 3, 4, 9, 10, 11, 12, 13 ขอ 5- 8, 14, 15 อันตรกิรยิ าระหวา งยา และ 16 และ 17-20 ไมมกี ารระบุรายการยาซ้ําซอ นหรอื อันตรกิริยา ขอ 9, 10, 11 ขอ 1-8 และ 12-20 ระหวา งยา 2) การประเมินผล 2.1.2 การประเมินโดยใช Schumock and - หากมี critical criteria อยา งนอ ย Thornton criteria 1 ขอ ที่ผูประเมินตอบวา “ใช” รายงานน้ันจะถูก 1) ผูประเมินทําการประเมินรายงาน พิจารณาวา เปนอาการไมพึงประสงคที่ปองกนั ได โดยตอบคําถามท้ังหมด 7 ขอ - หาก critical criteria ทุกขอ 2) การประเมินผล ผูประเมินตอบวา “ไมใช” รายงานน้ันจะถูกพิจารณา - หากมกี ารตอบวา “ใช” อยา งนอ ย วาเปน อาการไมพงึ ประสงคท ่ไี มส ามารถปอ งกันได 1 ขอ รายงานนั้นจะถูกพิจารณาวาเปนอาการไมพึง - หาก critical criteria ทุกขอ ประสงคทปี่ องกนั ได ผูประเมินไมสามารถตอบไดหรือมีขอมูลไมเพียงพอ ในการตอบขอคําถาม รายงานนั้นจะถูกพิจารณาวา - หากทุกขอ ผูประเมินตอบวา เปน รายงานทไี่ มสามารถประเมินได “ไมใช” รายงานนั้นจะถูกพิจารณาวาเปนอาการ ไมพึงประสงคท ่ไี มส ามารถปอ งกันได - หากขอมูลไมเพียงพอสําหรับ การประเมนิ รายงาน รายงานนั้นจะถกู พจิ ารณาวา เปน รายงานที่ไมส ามารถประเมินได วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นมกราคม-เมษายน 2563 75
การวเิ คราะห์ข้อมลู ตารางที่ 3 ขอมูลท่ัวไปของรายงาน ADRs ยาระบบ 1. วเิ คราะหล กั ษณะรายงานอาการไมพ งึ ประสงค กลา มเนอ้ื และโครงกระดกู (จาํ นวนรายงาน 273 ฉบบั ) จากการใชยาโดยใชสถิติเชิงพรรณนา ไดแก รอยละ ลกั ษณะของรายงาน จาํ นวน รอ ยละ 2. ทดสอบความแตกตา งของสดั สวนจํานวน เพศของผูป ว ย 65.93 รายงานอาการไมพ งึ ประสงค ของเครอื่ งมอื P Method 34.07 และ Schumock and Thornton criteria ดวยสถิติ - หญงิ 180 Fisher’s exact test กําหนดระดบั นยั สําคัญ ที่ 0.05 5.13 - ชาย 93 56.04 3. ประเมินความเชื่อม่ันระหวางผูประเมิน 19.78 (Inter-Rater Reliability) ดว ยสถติ ิ Fleiss’s Kappa(7) ชว งอายผุ ูป ว ย 19.05 โดยมีเกณฑในการพิจารณาระดับความ - แรกเกดิ – 14 ป 14 72.16 สอดคลองดังนี้ (8) 20.88 0.81 - 1.00 ความสอดคลองดมี าก (almost) - 15 – 59 ป 153 6.96 0.61 - 0.80 ความสอดคลองดี (substantial) 0.41 - 0.60 ความสอดคลอ งปานกลาง (moderate) - มากกวาหรือเทากบั 60 ป 54 51.65 0.21 - 0.40 ความสอดคลองพอใช (fair) 27.47 0.00 - 0.20 ความสอดคลอ งเล็กนอย (slight) - ไมระบุ 52 20.88 นอยกวา 0.00 ไมม ีความสอดคลอ ง (poor) ประเภทผูป ว ย 31.14 ผลการศึกษา 26.01 1. ขอมลู ท่วั ไปของรายงาน ADRs - ผูปว ยนอก 197 รายงาน ADRs ของยาในกลมุ ระบบกลา มเนอื้ 1.47 - ผปู ว ยใน 57 2.56 และโครงกระดูก ท่ีไดรับในฐานขอมลู Thai Vigibase 1.10 ในชว ง 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2557 - 30 กนั ยายน พ.ศ. 2560 - ไมร ะบุ 19 63.00 จากสถานพยาบาลในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวง 5.86 สาธารณสขุ ทมี่ รี ะดบั คณุ ภาพรายงานในระดบั 3 มรี ะดบั ประเภทสถานพยาบาล ความสมั พันธในระดับใชแนนอน และไมใ ชรายงานซํ้า 4.76 จํานวน 273 ฉบับ สวนใหญเปนรายงานของผูปวย - โรงพยาบาลชุมชน 141 91.58 เพศหญิง (รอยละ 65.93) เม่ือพิจารณาตามชวงอายุ 3.66 ของผูปวย พบวาสวนใหญมีอายุระหวาง 15 - 59 ป - โรงพยาบาลท่ัวไป 75 (รอยละ 56.04) เปนรายงานของผูปวยนอก รอยละ 72.16 รายงาน ADRs สวนใหญพบวาเปนรายงาน - โรงพยาบาลศูนย 57 ชนิดไมรายแรง (รอยละ 63) และเม่ือพิจารณาจาก ประเภทสถานพยาบาลทม่ี กี ารสง รายงาน พบสว นใหญ ความรา ยแรงของอาการไมพ งึ ประสงค มาจากสถานพยาบาลประเภทโรงพยาบาลชุมชน (รอยละ 51.65) (ดังตารางที่ 3) รายแรง 85 - ตอ งเขา รบั การรกั ษาในโรงพยาบาล 71 หรอื ทาํ ใหเ พมิ่ ระยะเวลาในการรกั ษา นานขึน้ - มีความสําคญั ทางคลินกิ 4 - อนั ตรายถึงชีวติ 7 - ไมร ะบุ 3 ไมร า ยแรง 172 ไมร ะบุ 16 ประเภท ADRs - Type A ADRs 13 - Type B ADRs 250 - Type A และ Type B ADRs 10 76 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
เมื่อพิจารณากลุมยายอยท่ีเปนสาเหตุของ (ดงั ตารางที่ 4) อาการไมพ งึ ประสงคส ว นใหญพ บวา เปน การเกดิ อาการไมพ งึ ประสงคพ บวา สว นใหญเ กดิ จากยา ความผดิ ปกตทิ างระบบผวิ หนงั (skin and appendages ในกลมุ แกอ กั เสบและยารกั ษาโรคขอ อกั เสบรมู าทอยด disorders) (ดงั ตารางที่ 5) (anti-inflammatory and antirheumatic products) ตารางที่ 4 รายการกลุมยาที่สงสัยวาทําใหเกิดอาการไมพ ึงประสงค (จาํ นวน 278 รายการ)* ชื่อยา จาํ นวน รอ ยละ anti-inflammatory and antirheumatic products 212 76.26 muscle relaxants 38 13.67 antigout preparation 23 8.27 topical products for joint and muscular pain 3 1.08 other drugs for disorders of the musculo-skeletal system 2 0.72 *รายงานอาการไมพึงประสงค 1 ฉบับอาจมียาที่สงสัยวาทําใหเกิดอาการไมพึงประสงคไดมากกวา 1 รายการ ตารางท่ี 5 อาการไมพึงประสงคจากการใชยากลุมระบบกลามเน้ือและโครงกระดูก จําแนกตามระบบอวัยวะ (จํานวน 407 รายการ)* ระบบอวัยวะ จํานวน รอ ยละ skin and appendages disorders 220 54.05 body as a whole - general disorders 66 16.22 cardiovascular disorders, general 29 7.13 metabolic and nutritional disorders 29 7.13 urinary system disorders 27 6.63 respiratory system disorders 11 2.70 gastro-intestinal system disorders 10 2.46 others 15 3.68 *รายงานอาการไมพึงประสงค 1 ฉบับ อาจมี ADRs ไดมากกวา 1 ระบบอวัยวะ วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นมกราคม-เมษายน 2563 77
2. ผลการประเมนิ รายงานและลกั ษณะของ มีสัดสวนของจํานวนรายงานท่ีแตกตางกันอยางมี รายงาน pADRs ท่ีผูประเมินมคี วามเห็นตรงกัน นัยสําคัญทางสถิติ (ดังตารางท่ี 6) และเม่ือพิจารณา รายงานทรี่ ะบผุ ลลพั ธว า เปน pADRs ทผี่ ปู ระเมนิ ทง้ั 3 คน จากการประเมินรายงาน ADRs จํานวน มคี วามเหน็ ตรงกนั พบวา มจี าํ นวน 3 ฉบบั ทง้ั 2 เครอ่ื งมอื 273 ฉบับ ของผูประเมินแตละคน ดวยเคร่ืองมือ เปนรายงานทีผ่ ูป ว ยไดร ับยาในกลุม NSAIDs มากกวา แตล ะชนดิ พบวา สดั สว นของจาํ นวนรายงานเมอ่ื ประเมนิ 1 รายการ จํานวน 2 ฉบับ และเปนรายงานท่ีผูปวย โดยใชเคร่ืองมือ P Method และ Schumock and ไดร บั ยาทีเ่ คยมีประวัตกิ ารแพ 1 ฉบบั (ดงั ตารางที่ 7) Thornton criteria ของผูประเมินคนที่ 1 และ 2 ไมมีความแตกตางกัน ในขณะที่ผูประเมินคนที่ 3 ตารางที่ 6 ผลการประเมนิ รายงานของเครื่องมอื P Method และ Schumock and Thornton criteria ผปู ระเมิน ผลการประเมิน จํานวนรายงาน (รอยละ) P value1 (N = 273) 0.297 0.091 P Method Schumock and Thornton 0.000 criteria คนที่ 1 pADRs 9 (3.30) 15 (5.49) Non-pADRs Not assessable 0 (0) 0 (0) คนที่ 2 pADRs 264 (96.70) 258 (94.51) Non-pADRs Not assessable 5 (1.83) 13 (4.76) คนที่ 3 pADRs 0 (0) 0 (0) Non-pADRs Not assessable 268 (98.17) 260 (95.24) 16 (5.86) 12 (4.40) 26 (9.52) 0 (0) 231 (84.62) 261 (95.60) หมายเหตุ: 1 = Fisher's Exact Test 78 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
ตารางที่ 7 ลักษณะของรายงาน pADRs ท่ีผูประเมินมีความเห็นตรงกัน เม่ือประเมินดวยเครื่องมือ P Method หรือ Schumock and Thornton criteria ลกั ษณะรายงาน การตดั สนิ วาเปน pADRs ในรายงานทผี่ ปู ระเมินมีความเห็นตรงกนั P Method Schumock and Thornton criteria ผูปวยหญิง อายุ 31 ป นํ้าหนัก 61 kg คนท่ี 1 และ 2 ตอบ “ใช” ในขอท่ี 12 ผปู ระเมนิ คนท่ี 1- 3 ตอบ “ใช” ในขอ ที่ 5 ไมมีประวัติแพยา ไมทราบโรคประจําตัว (Labeled drug-drug interaction?) และ (Was a drug interaction involved in ไดร ับยา diclofenac 50 mg, indomethacin ขอที่ 13 (Therapeutic duplication?) the ADR?) 10 mg และ piroxicam 10 mg หลังไดรับยา คนที่ 3 ตอบ “ใช” ในขอ ที่ 12 1 วัน เกิด Stevens-Johnson Syndrome และ fixed drug eruption ผูปวยหญิง อายุ 76 ป ไมทราบนํ้าหนัก คนท่ี 1 ตอบ “ใช” ในขอที่ 12 และ 13 ผปู ระเมนิ คนที่ 1- 3 ตอบ “ใช” ในขอ ท่ี 5 ไมมีประวัติแพยา ไมทราบโรคประจําตัว คนที่ 2 และ 3 ตอบ “ใช” ในขอ ท่ี 13 ไดรับยา piroxicam รับประทานทันที และ diclofenac รบั ประทานทนั ที ภายในวนั เดยี วกนั (ไมท ราบระยะเวลาทแี่ นช ดั ) เกดิ anaphylaxis ผูปวยชาย อายุ 9 ป น้ําหนัก 50 kg (มีประวัติ ผปู ระเมนิ คนที่ 1-3 ตอบ “ใช” ในขอ ท่ี 11 เปน รายงานทผี่ ปู ระเมนิ มคี วามเหน็ ไมต รงกนั เคยกินยา amoxicillin รวมกับ ibuprofen (Documented hypersensitivity to เมอ่ื ประเมนิ ดว ย Schumock and Thornton แลวเกิดผ่ืนชนิด MP Rash) แตผูปวยจําไมได administered drug or drug class?) criteria วาแพยาตัวใด ไมทราบโรคประจําตัว ไดรับยา ibuprofen 200 mg วนั ละ 3 ครง้ั หลงั ไดร บั ยา 2 วนั เกดิ urticaria ผูปวยหญิง อายุ 25 ป นํ้าหนัก 60 kg เปน รายงานทผี่ ปู ระเมนิ มคี วามเหน็ ไมต รงกนั ผปู ระเมนิ คนท่ี 1- 3 ตอบ “ใช” ในขอ ท่ี 1 เคยมปี ระวตั แิ พย าโดยผูป วยจาํ ไดเพยี งวาแพย า เมอื่ ประเมนิ ดว ย P Method (Was there a history of allergy or aspirin ไมทราบโรคประจําตัว ไดรับยา previous reactions to the drug?) ibuprofen 400 mg หลังไดรับยา 1 ชั่วโมง 30 นาที เกิด angioedema 3. รายงานที่ไมสามารถประเมนิ ได ประเมนิ ได โดยขอ คาํ ถามทผี่ ปู ระเมนิ มกี ารระบคุ าํ ตอบวา จากผลการประเมนิ รายงานพบวา รายงาน “ไมท ราบ” สงู สดุ 3 อนั ดบั แรก (ดงั ตารางที่ 8) สวนใหญมีผลการประเมินเปนรายงานที่ไมสามารถ วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นมกราคม-เมษายน 2563 79
ตารางที่ 8 ขอคาํ ถามท่ีการระบุคาํ ตอบวา ไมท ราบ สูงสดุ 3 อันดับแรก อนั ดับ ขอที่ ลกั ษณะคาํ ถาม จํานวน (รอยละ) 632 (77.17) P Method (N=819) 546 (66.67) 1 11 Documented hypersensitivity to administered drug or drug class? 545 (66.54) 819 (100) 2 18 Counterfeit drug administered? 798 (97.44) 19 Non-compliance? 643 (78.51) 20 Self-medication with non OTC drug? 3 5 Expired drug administered? Schumock and Thornton criteria (N=819) 1 4 Was required therapeutic drug monitoring or other necessary laboratory test not performed? 7 Was a toxic serum drug concentration (or laboratory monitoring test) documented? 2 6 Was poor compliance involved in the ADR? 3 1 Was there a history of allergy or previous reactions to the drug? 4. ผลการประเมินความเช่ือมั่นระหวาง อภปิ รายผล ผปู ระเมนิ ของเครอ่ื งมอื P Method และ Schumock and Thornton criteria จากผลการประเมินอาการไมพึงประสงค จากการใชยาที่ปองกันไดของเครื่องมือ P Method การประเมินความเช่ือมั่นของเครื่องมือ และ Schumock and Thornton criteria พบวา โดยใชความเห็นของผูประเมินจํานวน 3 คน ในการ เมื่อประเมินดวย P Method ผูป ระเมนิ มีการคดั เลือก ประเมนิ รายงาน ADRs จาํ นวน 273 ฉบบั โดยจาํ แนก critical criteria ท่ีแตกตางกัน โดยผูประเมินคนท่ี 3 ผลการประเมินออกเปน 3 ประเภท ไดแก pADRs, มกี ารคดั เลอื กจาํ นวนขอ คาํ ถามสาํ หรบั ประเมนิ รายงาน non-pADRs และ not assessable โดยใชสถิติ สวนใหญนอยกวาผูประเมินคนอ่ืน และเปนผูประเมิน Fleiss’s Kappa ผลการประเมนิ พบวา คา ความสอดคลอ ง เพียงคนเดียวที่พบรายงานที่เปน non-pADRs ของเครอื่ งมอื P Method อยใู นระดบั ความสอดคลอ ง ยกตวั อยา งเชน รายงานผปู ว ยหญงิ อายุ 44 ป นาํ้ หนกั เล็กนอย (slight) คา ความสอดคลอ งเทากบั 0.15 และ 53 กโิ ลกรมั ไมท ราบประวตั แิ พย า (ไมเ คยรบั ประทานยา ความสอดคลองของเคร่ืองมือ Schumock and allopurinol) ไมม โี รคประจาํ ตวั ไดร บั ยา allopurinol Thontron criteria อยใู นระดบั ปานกลาง (moderate) 100 มลิ ลกิ รมั ไมท ราบความถใี่ นการใหย า หลงั ไดร บั ยา คาความสอดคลอ งเทา กับ 0.44 6 วนั เกิด pruritus โดยการกําหนด critical criteria และผลการประเมิน พบวา 80 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
ผปู ระเมินคนที่ 1 คัดเลอื ก critical criteria ซง่ึ สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของ Benkirane และคณะ(2) ทุกขอ ยกเวน ขอ 14, 15 และ 16 ประเมินวาเปน ที่สรุปวาผลลัพธของการประเมินรายงานจําแนกตาม รายงาน not assessable จากการตอบ “ไมทราบ” ความเปนไปไดในการปอ งกนั อาการไมพึงประสงคน ้ัน ในขอ 5-7, 17-20 และตอบ “ไมใ ช” ในขอ 1-4, 8-13 ข้ึนอยูกับความครบถวนของขอมูลที่ระบุในรายงาน ADRs โดยการมีขอมูลที่เพียงพอจะทําใหการประเมิน ผูประเมินคนท่ี 2 คัดเลือก critical criteria ความเปนไปไดในการปองกันอาการไมพึงประสงค ในขอ 5, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 17, 18, 19 และ 20 ของรายงานแตละฉบับเปนไปไดงายข้ึน นอกจากน้ี โดยประเมินวาเปนรายงาน not assessable จาก การคัดเลือกขอคําถามที่เปน critical criteria การตอบ “ไมท ราบ” ในขอ 5, 17-20 และตอบ “ไมใ ช” ทแี่ ตกตา งกนั ของผปู ระเมนิ อาจเกยี่ วขอ งกบั ความรแู ละ ในขอ 8-13 ประสบการณใ นการปฏบิ ตั งิ านเฝา ระวงั ความปลอดภยั ดานยาของผูประเมินแตละคน โดยในการศึกษาคร้ังน้ี ผปู ระเมินคนท่ี 3 คดั เลอื ก critical criteria พบวาผูประเมินมีประสบการณในการปฏิบัติงาน ในขอ 9-11 ประเมนิ วา เปน รายงาน non-pADRs จาก เฝาระวังความปลอดภัยดานยาที่แตกตางกันต้ังแต การตอบ “ไมใช” ในขอ 9-11 1 – 8 ป จึงอาจทําใหการตีความขอคําถามและ การประเมินรายงานแตละฉบับมีความแตกตางกัน จากตัวอยางดังกลาวจะเห็นไดวาผูประเมิน คนที่ 3 ไมไดคัดเลือกขอถามที่เกี่ยวของกับการให สรุปและขอ้ เสนอแนะ ความรวมมือในการใชยาของผูปวย (คําถามขอที่ 19) การประเมินรายงาน pADRs จากรายงาน เปน critical criteria สําหรับประเมินรายงานฉบับน้ี ทําใหไมมีการพิจารณาขอมูลความรวมมือในการใชยา ADRs ท่ีไดรับในฐานขอมูล Thai Vigibase พบวา ของผปู ว ย และหากผปู ระเมนิ คนดงั กลา วคดั เลอื กขอ น้ี เครื่องมือ Schumock and Thontron criteria เปนหน่ึงใน critical criteria จะมีผลลัพธเปนรายงาน มีคาความสอดคลองมากกวาเครื่องมือ P Method ทไี่ มส ามารถประเมนิ ได เชน เดยี วกับผูป ระเมนิ คนที่ 1 แตเ มอื่ เปรยี บเทยี บผลการประเมนิ ของผปู ระเมนิ แตล ะคน และคนที่ 2 เนอ่ื งจากรายงานฉบับน้ไี มมีขอ มลู ในเรื่อง จากการใชเ ครอื่ งมอื แตล ะชนดิ พบวา มผี ปู ระเมนิ 1 คน ของความรวมมือในการใชยาของผปู วย ท่ีผลการประเมินมีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ ทางสถติ ิ อนงึ่ ผลการประเมนิ ทแ่ี ตกตา งกนั ของผปู ระเมนิ เม่ือเปรียบเทียบคาความสอดคลองพบวา รายดังกลาว ข้ึนกับการกําหนด critical criteria ของ เคร่ืองมือ Schumock and Thornton criteria เครื่องมือ P Method ทําใหจํานวนและลักษณะของ มีคาความสอดคลองมากกวาเครื่องมือ P Method ขอ คาํ ถามของแตล ะเครอ่ื งมอื มคี วามแตกตา งกนั สง ผลให อยางไรก็ตาม รายงานสวนใหญมีผลการประเมินเปน การระบุคําตอบมีความแตกตางกัน อยางไรก็ตาม รายงานทไี่ มส ามารถประเมนิ ได อาจเนอ่ื งมาจากขอ มลู ลักษณะของรายงาน pADRs ที่ผูประเมินมีความเห็น บางอยางไมไดกาํ หนดใหผ ูประเมินตองระบุมาในแบบ ตรงกันของเคร่ืองมือแตละชนิดพบวา มีลักษณะที่ รายงาน เชน ขอมูลดานคุณภาพยา ขอมูลเกี่ยวกับ ความรว มมอื ในการใชย าของผปู ว ย ทาํ ใหข อ มลู ไมเ พยี งพอ สาํ หรบั ใชต อบขอ คาํ ถามตามแบบประเมนิ ทงั้ 2 เครอื่ งมอื วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนมกราคม-เมษายน 2563 81
เหมือนกัน ไดแก การไดรับยาซํ้าซอนหรือการเกิด 2. Benkirane, R., et al. Assessment of a new อนั ตรกริ ยิ าระหวา งยา และการไดร บั ยาทเี่ คยมปี ระวตั ิ instrument for detecting preventable adverse การแพ โดย pADRs สวนใหญเปนอาการที่เกิดใน drug reactions. Drug Saf 2015;38:383-93. ระบบผิวหนัง 3. Aronson JK, Ferner RE. Preventability of จากการศึกษาพบวา รายงานสวนใหญเปน drug-related harms - part II: proposed criteria, รายงานท่ีไมสามารถประเมินไดไมวาจะประเมินดวย based on frameworks that classify adverse เคร่ืองมือ P Method หรือ Schumock and drug reactions. Drug Saf 2010;33:995-1002. Thontron criteria เนอื่ งจากขาดขอ มลู สาํ คญั สาํ หรบั ใชในการตอบขอคําถาม ดังน้ันหากจะนําเคร่ืองมือ 4. Ferner RE, Aronson JK. Preventability of ดังกลาวไปใชในการประเมินรายงาน pADRs จาก drug-related harms - part I: a systematic รายงาน ADRs ที่ไดรับในฐานขอมูล Thai Vigibase review. Drug Saf 2010;33:985-94. ควรมีการพัฒนาแบบรายงาน ADRs โดยใหผูรายงาน ระบุขอมูลท่ีจําเปนสําหรับการประเมิน pADRs 5. Schumock GT, Thornton JP. Focusing on the มาพรอมกับแบบรายงานดังกลาว เพื่อใหประเมิน preventability of adverse drug reactions. ความเปน ไปไดใ นการปอ งกนั อาการไมพ งึ ประสงคข อง Hosp Pharm 1992;27:538. รายงานแตล ะฉบบั เปน ไปอยา งครอบคลมุ และครบถว น สามารถนาํ ไปใชเ ปน ขอ มลู สาํ หรบั การกาํ หนดมาตรการ 6. Olivier P, Boulbés O, Tubery M, Lauque D, การปองกันและลดการเกดิ pADRs ในระดบั ประเทศ Montastruc JL, Lapeyre-Mestre M. Assessing ตอ ไป the feasibility of using an adverse drug reaction preventability scale in clinical เอกสารอ้างองิ practice: a study in a French emergency 1. ปราโมทย ตระกลู เพยี รกจิ . Model สาํ หรบั การปอ งกนั department. Drug Saf 2002;25:1035-44. อาการไมพงึ ประสงคจากการใชยาชนดิ ท่ีปอ งกนั ได. 7. Thomas R., et al. Putting the Kappa Statistic ใน: เฉลิมศรี ภุมมางกูร, บุษบา จินดาวิจักษณ, to Use. Qual Assur 2010;13:57-46. สวุ ฒั นา จฬุ าวฒั นทล, เนติ สขุ สมบรู ณ, บรรณาธกิ าร. A practical guide to pharmacovigilance. 8. ประสพชัย พสุนนท. การประเมินความเช่ือม่ัน กรุงเทพฯ: บริษัท ประชาชน จํากัด; 2547. หนา ระหวา งผปู ระเมนิ โดยใชส ถติ แิ คปปา. วารสารวชิ าการ 51-60. ศลิ ปศาสตรป ระยุกต 2558;8:2-20. 82 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
บทความวจิ ยั สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Food and Drug Administration ปที่ 27 ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน 2563 Vol.27 No.1 January - April 2020 Journal homepage: https://www.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal การประเมนิ ผลระบบการใหบ้ รกิ ารงานควบคมุ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพ ก่อนออกสู่ท้องตลาด สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชยั นาท Service Quality Evaluation on Pre-marketing Control of Health Products, Chai Nat Provincial Health Office อรุณรัตน อรุณเมอื ง Arunrut Arunmuang กลมุ งานคมุ ครองผบู รโิ ภคและเภสชั สาธารณสขุ สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ชยั นาท Consumer Protection and Pharmaceutical, Chai Nat Provincial Public Health Office E-mail : [email protected] รบั ตน ฉบบั 31 กรกฎาคม 2562 ฉบบั ปรบั ปรงุ 29 ตลุ าคม 2562 รบั ลงตพี มิ พ 2 ธนั วาคม 2562 บทคดั ยอ่ การศึกษาในคร้ังนี้ เปนการประเมินผล โดยใชการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงคเพ่ือประเมินผลสําเร็จ จากการนาํ รปู แบบการใหบ รกิ ารงานควบคมุ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพกอ นออกสทู อ งตลาดทไี่ ดพ ฒั นาไวเ มอื่ ป 2560- 2561 มาใช โดยมุงเนนความรวดเร็วและทันเวลาในการพิจารณาอนุญาตฯ เกิดคุณธรรมและความโปรงใส อีกท้ัง ผูรับบริการมีความพึงพอใจตอระบบประเมินความพึงพอใจแบบออนไลนสําหรับผูรับบริการหรือ e-satisfaction ทไ่ี ดพ ฒั นาไว ประชากรและกลมุ ตวั อยา งของการศกึ ษาคอื กลมุ ผรู บั บรกิ ารทเ่ี ขา รบั บรกิ าร ณ ศนู ยบ รกิ ารผลติ ภณั ฑ สขุ ภาพเบด็ เสรจ็ สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ชยั นาท ตงั้ แตเ ดอื นตลุ าคม 2561 ถงึ เดอื นมถิ นุ ายน 2562 เครอื่ งมอื ที่ใชในการศึกษา ไดแก แบบประเมินผลความรวดเร็วและทันเวลาในการพิจารณาอนุญาตฯ แบบประเมินคุณธรรม และความโปรง ใส และแบบประเมนิ ผลระบบประเมนิ ความพงึ พอใจแบบออนไลนส าํ หรบั ผรู บั บรกิ าร วเิ คราะหข อ มลู โดยใชความถ่ี รอยละ คาเฉล่ียและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบวา จากการนํารูปแบบการใหบริการ งานควบคมุ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพกอ นออกสทู อ งตลาดทไี่ ดพ ฒั นาไว มาใชใ นป 2562 ทาํ ใหก ารพจิ ารณาอนญุ าตฯ มีความรวดเร็วและทันเวลา (รอยละ 100) อีกทั้งเกิดการใหบริการท่ีโปรงใสและเปนธรรม (รอยละ 100) และ ผูรับบริการสวนใหญมีความพึงพอใจตอระบบประเมินความพึงพอใจแบบออนไลน ทั้งในดานคุณภาพของเนื้อหา (content) และดา นการออกแบบและการจดั รปู แบบ (design) อยใู นระดบั มากทสี่ ดุ (คะแนนเฉลยี่ =4.78, SD=0.21 และคะแนนเฉลยี่ =4.78, SD=0.21 ตามลาํ ดบั ) ซงึ่ ผลการวจิ ยั ครง้ั นี้ สะทอ นใหเ หน็ ถงึ ผลสาํ เรจ็ จากการนาํ รปู แบบ การใหบริการท่ีไดพัฒนาไวมาปรับใช ซ่ึงควรนํารูปแบบการใหบริการ จากการพัฒนาระบบงานดังกลาวไปเปน ตน แบบในการปฏบิ ตั งิ าน เกดิ คมู อื หรอื แนวทางการใหบ รกิ าร เพอื่ นาํ ไปประยกุ ตใ ชใ นสาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั อ่ืน ๆ อยา งกวา งขวางตอไป คําสําคัญ: การประเมนิ ผลระบบ ผลิตภณั ฑส ุขภาพ ระบบการใหบรกิ าร วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนมกราคม-เมษายน 2563 83
Abstract The research was to evaluate the successful implementation of the model of Pre- Marketing Control of Health Products that developed between 2017 and 2018 in order to achieve speed and timeliness in the approval process, integrity and transparency in the service, and enhance the clients’ satisfaction with the developed E-Satisfaction Survey. This study used a quantitative research as the research design based descriptive statistics. The population and sample was customers of the One Stop Service Center in Chai Nat Provincial Health Office from October 2018 to June 2019. The research instruments included the speed and timeliness scale in the approval process, the integrity and transparency scale, and e-satisfaction survey. Data was collected then analyzed by using frequency, percentage, average and standard deviation. The results of this study indicated that from the implementation the model of Pre-marketing Control of Health Products And Services (developed between 2017 and 2018) in 2019, the approval process could achieve speed and timeliness (100.0%), the service could achieve integrity and transparency in the service (100.0%). Most of the clients had the highest level of their satisfaction with e-satisfaction Survey in terms of content quality and design and layout (mean = 4.78, SD = 0.21, and mean = 4.78, SD = 0.21, respectively). The findings reflect the successful implementation of the developed model. The developed model could be applied as a prototype for service work and lead to the preparation of a handbook or guidelines for further applications in other types of service in the other Provincial Health Office scope. Key words: service quality evaluation, product, health service, service system บทนํา สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)(1) และ งานควบคุม กํากับผลิตภัณฑสุขภาพกอน สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ไดจัดใหมีศูนย ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพเบด็ เสรจ็ หรอื One Stop Service Center ออกสูทองตลาด เปนหน่ึงในภารกิจหลักของกลุมงาน นบั ตง้ั แตป 2549 เปน ตน มา เพอ่ื เปน ศนู ยร บั คาํ ขออนญุ าต คุมครองผูบริโภคฯ เพ่ือปกปองคุมครองสิทธิและ ทจี่ ดุ เดยี ว ลดความยงุ ยากของผปู ระกอบการในการยน่ื ความปลอดภัยประชาชน จากการบริโภคสินคาและ คาํ ขออนญุ าต ตามแนวทางของสาํ นกั งานคณะกรรมการ บริการและอํานวยความสะดวกตอผูประกอบการ อาหารและยา(2) โดยมกี ารดําเนนิ งานเปน ไปตามเกณฑ อนั ประกอบดว ยการพจิ ารณาออกใบอนญุ าตผลติ ขาย มาตรฐานของสํานักงานคณะกรรมการปองกันและ นาํ เขา มาในราชอาณาจกั ร ผลติ ภณั ฑป ระเภทยา อาหาร ปราบปรามการทจุ รติ แหง ชาติ (ป.ป.ช.) เพอื่ มงุ เนน ใหเ กดิ เคร่ืองสําอาง เคร่ืองมือแพทย วัตถุออกฤทธิ์ตอจิต คณุ ธรรมและความโปรง ใสในการพจิ ารณาอนญุ าต(3) และประสาท ยาเสพติดใหโทษที่ใชในทางการแพทย วตั ถอุ นั ตรายทใี่ ชใ นบา นเรอื น ตามทไี่ ดร บั มอบอาํ นาจจาก 84 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
ในป 2560 และ 2561 สาํ นกั งานสาธารณสขุ การใหบริการฯ เพ่ือนําไปประยุกตใชในสํานักงาน จังหวัดชัยนาท ไดพัฒนาระบบงานควบคุม กํากับ สาธารณสขุ จงั หวดั อื่น ๆ อยา งกวางขวางตอไป ผลิตภัณฑสุขภาพกอนออกสูทองตลาด โดยมีขั้นตอน การดําเนินงานเริ่มจากวิเคราะหสถานการณปญหา วัตถปุ ระสงค์ ในงานฯ เปนการวเิ คราะหท ง้ั ในมุมมองของผใู ชบรกิ าร 1. เพือ่ ประเมินผลความรวดเรว็ และทันเวลา และผูใหบริการ เพ่ือนําไปสูการกําหนดรูปแบบ การพฒั นาระบบบรกิ ารฯ เพอ่ื ใหก ารพจิ ารณาอนญุ าตฯ ในการพิจารณาอนุญาตฯ จากระบบงานฯ ท่ีพัฒนาไว มีความรวดเรว็ และทันเวลา โดยการออกแบบทะเบียน 2. เพอ่ื ประเมินผลคุณธรรมและความโปรง ใส รายงานและบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั งิ านพจิ ารณาอนญุ าตฯ อยางครบถวน สรางและพัฒนาคูมือประชาชนของ การพิจารณาอนุญาตฯ จากระบบงานฯ ท่ีพัฒนาไว สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาทอยางครบถวน 3. เพอ่ื ประเมนิ ผลระบบประเมนิ ความพงึ พอใจ และมีการเผยแพรผานชองทางตาง ๆ รวมถึงพัฒนา ระบบการใหบริการฯ ใหมีคุณธรรมและความโปรงใส ตอ การใหบ รกิ ารฯ ออนไลนจ ากระบบงานฯ ทพ่ี ฒั นาไว ตามเกณฑมาตรฐานของสํานักงานคณะกรรมการ ปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติครบถวน นยิ ามศัพท์เฉพาะ ในทุกขอ อีกทั้งมีการสรางและพัฒนาเคร่ืองมือที่ใช การประเมนิ ผลระบบ หมายถงึ กระบวนการ ประเมนิ ความพงึ พอใจแบบออนไลนส าํ หรบั ผรู บั บรกิ าร หรอื e-satisfaction ขึ้น(4) วิเคราะหผลจากระบบงานควบคุม กํากับผลิตภัณฑ สขุ ภาพกอนออกสทู องตลาดที่พัฒนาข้นึ จากการพัฒนาระบบฯ ดังกลาวขางตน ผูวิจัยจึงไดนํารูปแบบการใหบริการฯ ดังกลาวมาใช ผลิตภัณฑสุขภาพ หมายถึง ผลิตภัณฑ ในป 2562 ณ ศูนยบรกิ ารผลิตภัณฑส ุขภาพเบ็ดเสร็จ ประเภทยา อาหาร เครื่องสําอาง เคร่ืองมือแพทย สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาทในทุกประเด็น ยาเสพติดใหโทษที่ใชในทางการแพทย วัตถุออกฤทธิ์ ของการพัฒนาฯ และเพื่อเปนการประเมินผลสําเร็จ ตอจิตและประสาทและวัตถุอันตรายที่ใชในบานเรือน ของรูปแบบการใหบริการฯ ที่ไดจากการพัฒนาฯ ดังกลาว และมีการประเมินผล โดยมุงเนนประเด็น ระบบการใหบริการ หมายถึง ระบบตาง ๆ ทเี่ ปน หวั ใจสาํ คญั ของการใหบ รกิ าร ไดแ ก ความรวดเรว็ ที่เกี่ยวของในทุกกระบวนการใหบริการงานควบคุม และทันเวลาในการพิจารณาอนุญาตฯ เกิดคุณธรรม กํากบั ผลิตภณั ฑส ุขภาพกอนออกสูทองตลาด และความโปรงใส อีกทั้งผูรับบริการมีความพึงพอใจ ตอระบบประเมินความพึงพอใจแบบออนไลนสําหรับ วิธีการศึกษา ผูรับบริการท่ีไดพัฒนาไว เพ่ือสะทอนใหเห็นถึง 1. รปู แบบการศกึ ษา ผลสําเร็จจากการนํารูปแบบการใหบริการฯ ที่ได เปนการประเมินผล โดยใชการวิจัยเชิง พฒั นาไวม าปรบั ใช ซง่ึ ควรจะนาํ รปู แบบการใหบ รกิ ารฯ จากการพัฒนาระบบงานฯ ดังกลาวน้ี ไปเปนตนแบบ ปรมิ าณ เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ นการศกึ ษาไดแ ก แบบประเมนิ ผล ในการปฏิบัติงานใหบริการฯ เกิดคูมือหรือแนวทาง ความรวดเร็วและทันเวลาในการพิจารณาอนุญาตฯ แบบประเมินผลคุณธรรมและความโปรงใส และแบบ ประเมนิ ผลระบบประเมนิ ความพงึ พอใจตอ การใหบ รกิ ารฯ แบบออนไลนท ไี่ ดพ ฒั นาไวส าํ หรบั ผรู บั บรกิ ารเกบ็ รวบรวม ขอ มลู ตงั้ แตเ ดอื นตลุ าคม 2561 ถงึ เดอื นมถิ นุ ายน 2562 วิเคราะหขอมูลโดยใชความถ่ี คารอยละ คาเฉล่ียและ สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นมกราคม-เมษายน 2563 85
2. ประชากรและกลุมตัวอยาง โดยนําระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตฯ ท่ีบันทึกไว ประชากรและกลุมตัวอยางในการวิจัย ในทะเบยี นรายงานผลการปฏบิ ตั งิ านพจิ ารณาอนญุ าตฯ ทพ่ี ฒั นาขน้ึ มาเปรยี บเทยี บกบั ระยะเวลาการพจิ ารณา ครั้งน้ี คือ กลุมผูรับบริการ ณ ศูนยบริการผลิตภัณฑ อนุญาตฯ ในคมู อื ประชาชนของสํานกั งานสาธารณสขุ สขุ ภาพเบ็ดเสร็จ สาํ นักงานสาธารณสุขจงั หวดั ชัยนาท จังหวัดชัยนาทท่ีไดพัฒนาฯ ข้ึนไวอยางครบถวน จากการตอบแบบประเมินผลระบบประเมินความ ซึง่ ขั้นตอนน้ีไดด าํ เนินการในชว งเดือนตุลาคม 2561 - พงึ พอใจการรบั บรกิ ารออนไลนข องผรู บั บรกิ ารทงั้ หมด มิถนุ ายน 2562 ในชวงระยะเวลาที่ทําการศึกษาตั้งแตเดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนมิถุนายน 2562 รวมจํานวน 220 คน 3.3 ประเมินผลการพิจารณาอนุญาตฯ ใชระยะเวลาในการเก็บขอมูลรวม 8 เดอื น โดยสง ลงิ้ ค ใหมีคุณธรรมและความโปรงใส ตามมาตรฐานของ ของแบบประเมินออนไลนผานชองทางไลนของผูรับ สํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปราม บริการภายหลังจากเขารับบรกิ าร การทุจรติ แหง ชาติในดา นดชั นคี วามโปรง ใสและดัชนี คุณธรรมการทํางานในหนวยงาน โดยใชแบบประเมิน 3. การดาํ เนินการศึกษา คณุ ธรรมและความโปรง ใสของสาํ นกั งานคณะกรรมการ การประเมินผลระบบการใหบริการงาน ปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง ชาติ ซง่ึ ขน้ั ตอนน้ี ไดดาํ เนินการในชวงเดอื นมิถุนายน 2562 ควบคมุ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑแ ละบรกิ ารสขุ ภาพกอ นออกสู ทองตลาด สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท 3.4 ประเมนิ ผลระบบประเมนิ ความพงึ พอใจ มีขั้นตอนการดาํ เนนิ งาน ดังนี้ ตอการใหบริการฯ ออนไลนท่ีไดพัฒนาไวสําหรับ ผูรับบริการ โดยใชแบบประเมินความพึงพอใจตอ 3.1 นํารปู แบบการใหบ ริการงานควบคุม ระบบประเมินความพึงพอใจฯ ออนไลน ซึ่งขั้นตอนนี้ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑแ ละบรกิ ารสขุ ภาพกอ นออกสทู อ งตลาด ไดด ําเนินการในชว งเดือนมิถุนายน 2562 ท่ีไดพัฒนาไวเม่ือป 2560 - 2561 มาใช โดยมุงเนน การพจิ ารณาอนญุ าตฯ ใหเ กดิ ความรวดเรว็ และทนั เวลา 4. สถิตแิ ละการวิเคราะหขอมูล การใหบ รกิ ารมคี วามโปรง ใส เปน ธรรมและผรู บั บรกิ าร การวิจัยในครั้งนี้ ใชสถิติเชิงพรรณนา มีความพึงพอใจตอระบบประเมินความพึงพอใจแบบ ออนไลนท่ีไดพัฒนาไวสําหรับผูรับบริการ ซ่ึงการนํา ไดแ ก ความถ่ี รอ ยละ คา เฉลย่ี โดยอาศยั เกณฑก ารแปล รูปแบบฯ ดังกลาวมาใช ไดดําเนินการในชวงเดือน ความหมายคาเฉล่ียนา้ํ หนกั คาํ ถาม(5) ดงั น้ี มกราคม 2561 - กันยายน 2561 - คะแนนเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง 3.2 ประเมนิ ผลความรวดเรว็ และทนั เวลา พงึ พอใจมากที่สุด ในการพจิ ารณาอนญุ าตฯ จากการพฒั นาระบบบรกิ ารฯ ตามมาตรฐานของสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา - คะแนนเฉล่ีย 3.51 - 4.50 หมายถึง ซ่ึงประกอบดวย ดานสถานท่ี อุปกรณและสิ่งอํานวย พงึ พอใจมาก ความสะดวก ดานการแสดงขั้นตอนการบริการและ ระยะเวลาแตละข้ันตอน ดานผูจัดการศูนยบริการฯ - คะแนนเฉล่ีย 2.51 - 3.50 หมายถึง ดา นแผนพฒั นาคณุ ภาพงานบรกิ ารและดา นการแนะนาํ พึงพอใจปานกลาง การใหบริการและการประชาสัมพันธผานส่ือตาง ๆ - คะแนนเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง พึงพอใจนอ ย - คะแนนเฉล่ีย 1.00 - 1.50 หมายถึง พงึ พอใจนอ ยทีส่ ดุ 86 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
5. กรอบแนวคดิ ในการศึกษา เกิดระบบเพ่อื การอนญุ าตรวดเรว็ งานควบคุม กาํ กบั ทันเวลาที่ไดจากการพัฒนา ผลติ ภัณฑและ ในป 2560-2561 สุขภาพกอนออก สูทอ งตลาด ผลการศึกษา มกี ารพจิ ารณาอนญุ าตฯ รวดเรว็ และทนั เวลา (รอ ยละ 100) 1. ผลการประเมนิ ความรวดเร็วและทันเวลา จากจํานวนครั้งของระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตฯ 169 ครัง้ ในการพิจารณาอนุญาตฯ ป 2562 จากระบบงานฯ ที่พฒั นาไว 2. ผลการประเมนิ คณุ ธรรมและความโปรง ใส ในการพิจารณาอนุญาตฯ ป 2562 จากระบบงานฯ จากการนํารูปแบบระบบการใหบริการงาน ทพ่ี ัฒนาไว ควบคมุ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑแ ละบรกิ ารสขุ ภาพกอ นออกสู ทองตลาด สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาทท่ีได พัฒนาไวในป 2560 - 2561 มาใชในป 2562 พบวามี วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นมกราคม-เมษายน 2563 87
ตารางที่ 1 ผลการประเมินคณุ ธรรมและความโปรงใสในการพิจารณาอนุญาตฯ ในป 2562 ขอ คาํ ถาม ประเดน็ คําถาม คะแนนเต็ม ผลการประเมิน คะแนนทไี่ ด (รอ ยละ) ดานดัชนีความโปรงใส EB 5 หนวยงานของทานเปดโอกาสใหผูมีสวนไดสวนเสีย มีโอกาสเขามา 100 100 100 100 100 มีสวนรวมในการดําเนินงานตามภารกิจหลักของหนวยงานอยางไร 100 100 EB 6 ผูมีสวนไดสวนเสียเขามามีสวนรวมในการจัดทําแผนงาน/โครงการ 100 100 100 ตามภารกิจหลักของหนวยงาน หรือไม 100 100 EB 7 ผูมีสวนไดสวนเสียเขามามีสวนรวมในการดําเนินการโครงการตาม 100 500 100 ภารกิจหลักของหนวยงานหรือไม ดานดัชนีคุณธรรมการทํางานในหนวยงาน EB 25 หนวยงานมีการกําหนดมาตรการ กลไก หรือการวางระบบในการ 100 ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีตามคูมือหรือมาตรฐานฯ EB 26 หนวยงานมีการเผยแพรกระบวนการอํานวยความสะดวก หรือ 100 การใหบริการประชาชน ดวยการแสดงขั้นตอน ระยะเวลาท่ีใช รวม 500 จากตารางที่ 1 พบวา ผลการประเมิน 3.2 ความพึงพอใจตอระบบประเมิน คุณธรรมและความโปรงใสในการพิจารณาอนุญาตฯ ความพึงพอใจแบบออนไลนที่ไดพัฒนาไว จําแนก จากการตรวจประเมนิ โดยคณะกรรมการประเมนิ คณุ ธรรม รายดาน และความโปรงใสในการดําเนินงานของหนวยงาน ภาครัฐเขตสุขภาพที่ 3 ในป 2562 มีการดําเนินการ 4.84 ดานคณุ ภาพของเน้อื หา ครบถวนในทุกดาน ไดแก ดานดัชนีความโปรงใสและ 4.83 (content) ดชั นคี ณุ ธรรมการทาํ งานในหนว ยงานและในทกุ ประเดน็ 4.82 ตามมาตรฐานของสาํ นกั งานคณะกรรมการปอ งกนั และ 4.81 ปราบปรามการทุจริตแหง ชาติ (รอ ยละ 100) 4.80 4.79 3. ผลการประเมินระบบประเมินความ 4.78 พึงพอใจแบบออนไลนท่ีไดพัฒนาไว 4.77 4.76 3.1 คุณลักษณะทางประชากร 4.75 กลุมตวั อยา ง สว นใหญเ ปนเพศหญิง ดานการออกแบบและการจัดรูปแบบ (รอยละ 53.2) อายุ 30 - 49 ป (รอยละ 82.3) (design) จบการศกึ ษาปรญิ ญาตรี (รอ ยละ 43.6) ประกอบอาชพี ธรุ กิจสวนตวั (รอยละ 76.4) จากจํานวน 220 คน ภาพท่ี 1 คาเฉล่ียความพึงพอใจตอระบบประเมินความ พงึ พอใจแบบออนไลนท ไ่ี ดพ ฒั นาไว ในภาพรวม จาํ แนก รายดา น 88 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
จากภาพท่ี 1 พบวาผูรับบริการสวนใหญ มีความพึงพอใจในดานคุณภาพของเนื้อหา (content) และ ดานการออกแบบและการจัดรูปแบบ (design) ในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด (คะแนนเฉล่ีย = 4.84 และ คะแนนเฉลี่ย = 4.78 ตามลาํ ดับ) 4.95 4.90 4.85 4.80 4.75 4.70 4.65 4.ค6วา0มสวยงคาวมามคนวาาสมนทในั จสมกยั ารจดั รงปูา ยแตบอบกขาอรงอแา บนบแปลรสะะสใี ชเนัมง ใานิ นนฯการออกแบบมคี วามเหมาะสม เมนงู า ยตอ การใชง าน สมพีคี น้ืวาหมลเงัหกมบั าสะตีสวัมอตกัอ ษขกรนาราอดาตนวั ออกั า ษนรไดแงลาะยรแปู ลแะบสบวตยวังอามกั ษร ภาพท่ี 2 คาเฉล่ียระดับความพึงพอใจตอระบบประเมินความพึงพอใจแบบออนไลนท่ีไดพัฒนาไวดานการออกแบบ และการจัดรูปแบบ (design) จําแนกรายขอ 4.90 4.85 4.80 4.75 4.70 4.65 4เน.อ้ื6ห0าในแบบปรคะรเมบนิถฯว นออนไลนเน อื้ หาในแบบปรเะขเา มใจนิ งฯา ยออนไลเนนอ้ื หาในแบบปรเะหเมมานิ ะฯสมออนไลเนนอ้ื หาในแบชบดั ปเจรนะเตมรนิ งฯปรอะอเนดไน็ ลน แบบสปารมะาเรมถนิ เขฯา อถองึ นไดไลโ ดนย งา ย ภาพท่ี 3 คาเฉล่ียระดับความพึงพอใจตอระบบประเมินความพึงพอใจแบบออนไลนท่ีไดพัฒนาไวดานคุณภาพ ของเนื้อหา (content) จําแนกรายขอ วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นมกราคม-เมษายน 2563 89
จากภาพท่ี 2 และ 3 เมื่อพิจารณาความ 1.2 ผลการพิจารณาอนุญาตฯ รวดเร็ว พงึ พอใจตอระบบประเมนิ ความพงึ พอใจแบบออนไลน และทันเวลา ดังกลาว อาจเนื่องมาจากระบบการให ทไี่ ดพฒั นาไวรายขอในแตล ะดา น ผลเปน ดงั น้ี บริการฯ ที่ไดออกแบบไวน้ัน ทําใหเจาหนาท่ีสามารถ ควบคุม กํากับระยะเวลาการดําเนินงานในทุกข้ันตอน 1. ดานการออกแบบและการจัดรูปแบบ ของการพิจารณาอนุญาตฯ ไดจากแบบบันทึกผล (design) พบวา ผรู บั บรกิ ารสว นใหญ มคี วามพงึ พอใจฯ การปฏบิ ตั งิ านพจิ ารณาอนญุ าตในทะเบยี นรายงานผล ในประเดน็ สีพน้ื หลังกบั สีตัวอักษรมีความเหมาะสมตอ การปฏิบัติงานในรูปแบบสมุดบันทึกและในระบบ การอาน (คะแนนเฉล่ีย = 4.91) รองลงมาคือสีสัน ออนไลน เพ่ือใหเกิดระบบสํารองขอมูลผูรับอนุญาต ในการออกแบบมคี วามเหมาะสม (คะแนนเฉลย่ี = 4.80) ท้งั หมด ซ่ึงประกอบดว ย รายละเอยี ดของผูรบั บรกิ าร และความสวยงาม ความทันสมัย ความนาสนใจของ รวมถึงระยะเวลาการอนุญาตในแตละขั้นตอน โดย ระบบประเมินฯ ออนไลน (คะแนนเฉลี่ย = 4.76) เจา หนา ทตี่ อ งบนั ทกึ ขอ มลู การอนญุ าตของจงั หวดั ทเี่ ปน ตามลําดับ ปจจุบันในแตละขั้นตอนโดยละเอียดทุกครั้ง อีกทั้งมี การพัฒนาคูมือประชาชนของสํานักงานสาธารณสุข 2. ดา นคณุ ภาพของเนอื้ หา (Content) พบวา จงั หวดั ชยั นาททร่ี ะบถุ งึ ขน้ั ตอนการดาํ เนนิ งาน เอกสาร ผูรับบริการสวนใหญ มีความพึงพอใจฯ ในประเด็น ตาง ๆ ที่เก่ียวของท้ังหมด รวมถึงระยะเวลาในแตละ เนื้อหาในแบบประเมินฯ ออนไลน ครบถวน (คะแนน ขนั้ ตอนของการดาํ เนนิ งานพจิ ารณาอนญุ าตฯ เพอื่ นาํ มา เฉล่ีย = 4.89) และเน้ือหาในแบบประเมินฯ ออนไลน เปรียบเทียบระยะเวลาการดําเนินงานในแตละขั้นตอน ชดั เจน ตรงประเดน็ (คะแนนเฉลีย่ = 4.89) รองลงมา กับระยะเวลามาตรฐานตามที่ระบุไวในคูมือประชาชน คือ เนื้อหาในแบบประเมินฯ ออนไลน เหมาะสม ท่ีไดพัฒนาไวน้ัน ทําใหทราบผลของการประเมิน (คะแนนเฉล่ีย = 4.86) และเน้ือหาในแบบประเมินฯ ความรวดเร็วและทันเวลาในการพิจารณาอนุญาตฯ ออนไลน เขาใจงาย (คะแนนเฉลย่ี = 4.80) ตามลําดับ อีกทั้งระบบฯ ดังกลาวน้ี ยังทําใหเจาหนาท่ี สามารถ ทวนสอบข้ันตอนและระยะเวลาการพิจารณาอนุญาต สรปุ และอภปิ รายผล ในแตล ะขนั้ ตอนไดจ ากทะเบยี นรายงานการปฏบิ ตั งิ านฯ ทงั้ สองรปู แบบทไ่ี ดอ อกแบบและพฒั นาไวอ ยา งสมา่ํ เสมอ 1. ผลการประเมนิ ความรวดเรว็ และทันเวลา โดยยดึ เกณฑเปรยี บเทยี บระยะเวลาความรวดเร็วและ ในการพิจารณาอนญุ าตฯ ทนั เวลาจากท่รี ะบไุ วในคูมอื ประชาชนดังกลา วขา งตน 1.1 จากการนาํ รปู แบบระบบการใหบ รกิ าร 2. ผลการประเมนิ คณุ ธรรมและความโปรง ใส งานควบคมุ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพกอ นออกสทู อ งตลาด ในการพิจารณาอนญุ าตฯ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ที่ไดพัฒนาไว ในป 2560 -2561 มาใชในป 2562 นี้ พบวา มีการ 2.1 จากการนาํ รปู แบบระบบการใหบ รกิ าร พจิ ารณาอนญุ าตฯ รวดเรว็ และทนั เวลา (รอ ยละ 100) งานควบคมุ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพกอ นออกสทู อ งตลาด จากจํานวนครั้งของระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตฯ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ท่ีไดพัฒนาไว 169 ครัง้ ในป 2560-2561 มาใชใ นป 2562 นี้ พบวา การพจิ ารณา 90 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
อนญุ าตฯ มคี ณุ ธรรมและความโปรง ใสครบถว นในทกุ ดา น สีตัวอักษรมีความเหมาะสมตอการอาน สีสันในการ ซึ่งไดแกดานดัชนีความโปรงใสและดัชนีคุณธรรม ออกแบบมีความเหมาะสม และมีความสวยงาม การทาํ งานในหนว ยงาน และในทกุ ประเดน็ ตามมาตรฐาน ความทันสมัย ซึ่งระบบประเมินฯ ออนไลนมีความ ของสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปราม นา สนใจเพมิ่ ขนึ้ จากระบบการประเมนิ ในรปู แบบเอกสาร การทุจริตแหง ชาติ (รอยละ 100.0) นอกจากนี้แลวในประเด็นเน้ือหาในแบบประเมินฯ ออนไลน กม็ คี วามครบถว น ชดั เจน ตรงประเดน็ มเี นอื้ หา 2.2 ผลการประเมินคุณธรรมและความ เหมาะสมและเขาใจงาย จึงทําใหผูรับบริการสวนใหญ โปรง ใสในการพจิ ารณาอนญุ าตฯ ดงั กลา ว อาจเนอ่ื งจาก มคี วามพงึ พอใจในดา นการออกแบบและการจดั รปู แบบ ระบบฯ ทไ่ี ดพ ฒั นาไว ทาํ ใหเ จา หนา ทส่ี ามารถปฏบิ ตั งิ าน (design) และดานคุณภาพของเนื้อหา (content) ในการพิจารณาอนุญาตฯ ภายใตคุณธรรมและความ อยใู นระดบั มากท่สี ดุ โปรงใสตามมาตรฐานของสํานักงานคณะกรรมการ ปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง ชาติ ในทกุ ประเดน็ ขอ้ เสนอแนะ และทุกข้ันตอน เนื่องจากมีระบบการประเมินตนเอง 1. ควรนํารูปแบบการใหบริการฯ จากการ (self-assessment) เพ่ือควบคุม กํากับคุณธรรม และความโปรงใสในการดําเนนิ งานฯ อยางสม่ําเสมอ พัฒนาระบบงานฯ ดังกลาวน้ี ไปเปนตนแบบในการ จึงทําใหการพิจารณาอนุญาตฯ มีคุณธรรมและความ ปฏิบัติงานใหบริการฯ และสรางคูมือหรือแนวทาง โปรงใสครบถวนในทุกดานและทกุ ประเด็น การใหบริการท่ีเกี่ยวของกับระบบงานควบคุม กํากับ ผลิตภัณฑสุขภาพกอนออกสูทองตลาดของสํานักงาน 3. ผลการประเมนิ ระบบประเมนิ ความพงึ พอใจ สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท เพ่ือนําไปประยุกตใช แบบออนไลนท ี่ไดพ ัฒนาไว ในหนว ยงานใหค รอบคลมุ มากขนึ้ ตอ ไป หรอื อาจนาํ ไป ทดลองใชในระบบงานอื่นฯ โดยใชหลักการจากการ 3.1 จากการนาํ รปู แบบระบบการใหบ รกิ าร ศกึ ษาวิจยั นไี้ ปปรบั ใช กลาวคอื ควรคนหาหวั ใจสําคัญ งานควบคุม กํากับผลิตภัณฑและบริการสุขภาพกอน ของการใหบ รกิ ารงานนนั้ ๆ ภายใตเ กณฑม าตรฐานตา ง ๆ ออกสูทองตลาด สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ทเี่ กยี่ วขอ ง แลว นาํ มาพฒั นาระบบงานฯ ใหต อบโจทย ที่ไดพัฒนาไวในป 2560 - 2561 มาใชในป 2562 น้ี ในทกุ ประเดน็ อยา งครอบคลมุ อกี ทงั้ ควรนาํ ระบบงานฯ พบวาผูรับบริการสวนใหญมีความพึงพอใจในดาน ทพี่ ฒั นานนั้ ไปใชแ ละประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน รวมถงึ การออกแบบและการจัดรูปแบบ (design) และดาน ประเมินผลระบบงานฯ อยางตอเน่ือง โดยมุงเนน คุณภาพของเน้ือหา (content) อยูในระดับมากท่ีสุด ความรวดเร็วและทันเวลาในการพิจารณาอนุญาตฯ เกิดคุณธรรมและความโปรงใส อีกทั้งผูรับบริการ 3.2 ผลการประเมินระบบประเมิน มีความพึงพอใจตอ การใหบริการฯ และระบบประเมิน ความพึงพอใจแบบออนไลนท่ีไดพัฒนาไว ดังกลาว ความพึงพอใจแบบออนไลนสําหรับผูรับบริการท่ีได อาจเน่ืองมาจากเปนเครื่องมือสําหรับผูรับบริการ พัฒนาไว ซงึ่ เกดิ จากการนาํ เทคโนโลยเี ขา มาใชไ ดอ ยา งเหมาะสม ในยุคปจจุบัน ซ่ึงสามารถตอบคําถามแบบประเมินฯ ดังกลาวในมือถือของตนไดเลย อีกท้ังมีสีพ้ืนหลังกับ วารสารอาหารและยา ฉบบั เดือนมกราคม-เมษายน 2563 91
2. ควรมีการประเมนิ ผลสาํ เรจ็ และวิเคราะห 2. สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. การใหบ รกิ าร ระบบการใหบ รกิ ารงานควบคมุ กาํ กบั ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ ณ ศนู ยบ รกิ ารผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพเบด็ เสรจ็ (one stop กอ นออกสทู อ งตลาด สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ชยั นาท service center) [อนิ เทอรเ นต็ ]. 2562. [เขา ถงึ เมอ่ื ตอไปอยางตอเน่ือง รวมถึงศึกษาปญหา อุปสรรค 2 ก.ค. 2562]. เขาถึงไดจาก http://www.fda. ในการนาํ ระบบไปใช เพอ่ื นาํ ไปสกู ารปรบั ปรงุ และพฒั นา moph.go.th/sites/OSS/SitePages/introduce. ระบบงานตอไป aspx?IDitem=การใหบรกิ าร กติ ตกิ รรมประกาศ 3. สาํ นกั งานปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง ชาต.ิ ขอขอบพระคณุ เภสชั กรชยั วฒั น สงิ หห ริ ญั นสุ รณ การประเมินคุณธรรมและความโปรงใสในการ ดําเนินงานของหนวยงานภาครัฐ [อินเทอรเน็ต]. รองนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท สํานักงาน 2562. [เขาถึงเมื่อ 27 ก.ค. 2562]. เขาถึงไดจาก สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ที่กรุณาใหคําปรึกษา https://www.nacc.go.th/ewt_news.php? แนะนําและขอคิดเห็นตาง ๆ ท่ีเปนประโยชนอยางยิ่ง nid=12218 เพอ่ื การประเมนิ ผลระบบการใหบ รกิ ารงานควบคมุ กาํ กบั ผลิตภัณฑสุขภาพกอนออกสูทองตลาดที่ไดพัฒนาไว 4. อรุณรัตน อรุณเมือง. การพัฒนาคุณภาพการให ทาํ ใหง านวจิ ัยสาํ เร็จลุลวงไปดวยดี บริการงานควบคุม กํากับผลิตภัณฑและบริการ สขุ ภาพกอ นออกสทู อ งตลาด สาํ นกั งานสาธารณสขุ เอกสารอ้างองิ จงั หวดั ชยั นาท. วารสารอาหารและยา 2561;25:53-63. 1. ชัยวัฒน สิงหหิรัญนุสรณ. คูมือการวิเคราะหงาน 5. Rensis. The Method of Constructing and คมุ ครองผบู รโิ ภคดา นผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ. พมิ พค รงั้ ท่ี 1. Attitude Scale. In Reading in Fishbeic, ชยั นาท: สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ชยั นาท; 2558. M (Ed.), Attitude Theory and Measurement (pp. 90-95). New York: Wiley & Son; 1932. 92 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
บทความวจิ ยั สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา วารสารอาหารและยา THAI FOOD AND DRUG JOURNAL Food and Drug Administration ปที่ 27 ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน 2563 Vol.27 No.1 January - April 2020 Journal homepage: https://www.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal การศึกษาผลของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อการดําเนินงาน ด่านอาหารและยาหนองคาย A Study of ASEAN Economic Community Effect on the Nong Khai FDA Checkpoint Operation ไพรัตน ประทุมทอง Pairatana Pratumtong วิภาพร องคนุสสรณ Wipaporn Oungkanussorn เฉลิมรัช ประเสริฐสังข Chalermrat Prasertsang กลุมงานคุมครองผูบริโภคและเภสัชสาธารณสุข สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย Consumer Protection and Pharmaceutieal, Nong khai province, Public Health Office E-mail : [email protected] รับตนฉบับ 23 ธันวาคม 2562 ปรับปรุง 9 มกราคม 2563 รับลงตีพิมพ 15 มกราคม 2563 บทคดั ย่อ การศึกษาครั้งน้ี มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาขอมูลเชิงสถิติผลของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตอการ ดาํ เนนิ งานดา นอาหารและยาหนองคายในการตรวจสอบผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพนาํ เขา ในดา นจาํ นวนรายการและมลู คา การนําเขาผลิตภัณฑสุขภาพ และเตรียมความพรอมทรัพยากรตามองคประกอบ 4M (Man, Money, Material, Management) ของดานอาหารและยาหนองคายในการรองรับผลที่เกิดจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยศึกษาขอมูลผลการตรวจสอบผลิตภัณฑสุขภาพนําเขา และมูลคาการนําเขาผลิตภัณฑสุขภาพ ชวง 3 ปกอน (2556 - 2558) และ 3 ปหลังเปดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (2559 - 2561) รวม 6 ป โดยใชสถิตเชิงพรรณนา (รอยละ) และสถิติเชิงอนุมาน Paired t-test for Mean และ Pearson Correlation ซึ่งมีสมมุติฐานหลัก (H0) ท่ีวาผลการดําเนินงานดานอาหารและยาหนองคาย 3 ปกอนและหลังการเปดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แตกตางกันอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ จากการศึกษาพบวา หลังการเปดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีจํานวน cผoลeติ fภfiณัciฑenส tขุ ภ(r)าพ>ท0ตี่ .8รว) จแสลอะบมกคี าวรานมาํแเตขกา แตลา งะกมนัลู อคยา นา งาํ มเขนี า ยั เพสาํมิ่ คขญัน้ึ ใทนาทงสศิ ถทติางิ (เPด-ยี vวaกluนั eอย(αา ง)ม<าก0.(0P5e)aนrsอoกnจCากoนrrยี้eงัlaพtบioวnา มปี ระเภทผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพเพม่ิ ขน้ึ จากผลติ ภณั ฑอ าหาร ไดแ ก ผลติ ภณั ฑเ ครอื่ งสาํ อางและผลติ ภณั ฑเ ครอ่ื งมอื แพทย จะเห็นไดวา เจา หนา ท่ีตอ งตรวจสอบเพิ่มขนึ้ อยางมีนยั สําคัญ ในขณะทกี่ ารเตรียมความพรอมของทรัพยากรพบวา ไดเ พมิ่ ทงั้ เจา หนา ทป่ี ระจาํ ดา นอาหารและยา งบประมาณ พน้ื ทแ่ี ละวสั ดอุ ปุ กรณใ นการปฏบิ ตั งิ าน ตลอดจนประสาน ความรวมมือระดับหนวยงานท่ีปฏิบัติงาน ณ ดานพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แหงท่ี 1 ท้ังภายในประเทศ และสาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว ดงั นน้ั เพอื่ ใหด า นอาหารและยาหนองคายมศี กั ยภาพรองรบั ผลทเี่ กดิ จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจึงควรเพิ่มความพรอมทั้งดานทรัพยากรท่ีใชในการดําเนินงาน และยกระดับ ความรว มมอื ระดบั หนวยงานที่ปฏิบตั งิ านทง้ั ภายในประเทศและระหวางประเทศ คาํ สาํ คญั : ดา นอาหารและยา ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพนาํ เขา มลู คา ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพนาํ เขา ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น การบริหารทรัพยากร วารสารอาหารและยา ฉบับเดอื นมกราคม-เมษายน 2563 93
Abstract This study aimmed to determine statistical data on the effects of the ASEAN Economic Community (AEC) on the implementation of Nong Khai Thai FDA Checkpoint in inspecting imported health products in term of the number of health product items and the value of imported health products, also to provide resources according to 4M (Man, Money, Material, and Management). The research was collected data 6 years that between before and after opening the AEC 3 years (2013 - 2018). The data was described as descriptive statics by using percentage and inferential statistics by using Paired t-test for Mean and Pearson Correlation on a main hypothesis (H0) that the results of the Nong Khai Thai FDA Checkpoint before and after opening the AEC 3 years will not statistically significant difference. The results revealed that a large inspection of items and value of imported health products since before and after opening AEC (2013 – 2018) increased in the similar direction (Pearson Correlation coefficient (r) > 0.8) and statistically significant differences (P-value (α) < 0.05). Moreover, it was found that after 2017 there were food products and more health products: cosmetics and medical device products. It is clear that the government officers have to more a huge inspect the imported health products as statistically significant. Finally, a resource providing found that has increased both the FDA Checkpoint staff, budget, space and equipment in the operation. As well as coordinate with the department that works at the 1st Thai-Laos Friendship Bridge border checkpoint both in the country and the Lao People's Democratic Republic. Thus, to increase ability of Nong Khai Thai FDA Checkpoint to support the outcome of the AEC, it should be Increase readiness in terms of resources used in operations and enhance cooperation at the level of agencies that operate both domestically and internationally. Key words: Thai FDA Checkpoint, imported health product, imported health product value, ASEAN Economic Community, resource management บทนํา และความมนั่ คงอาเซยี น (ASEAN Political-Security “ประชาคมอาเซยี น” (ASEAN Community) Community: APSC) (2) ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (ASEAN Economics Community: AEC) และ คอื การรวมตวั กนั ของประเทศสมาชกิ อาเซยี น 10 ประเทศ (3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีจํานวนประชากร Socio-cultural Community: ASCC) ซ่ึงมีวิสัยทัศน รวมกันกวา 600 ลานคน สรางความเชื่อมโยงระหวาง รวมของผูนําอาเซียนคือ “การสรางประชาคมอาเซียน ประชาชนในภูมิภาค เปนหวงโซเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกัน ทม่ี ขี ดี ความสามารถในการแขง ขนั สงู มกี ฎเกณฑก ตกิ า และกนั การคมนาคมทเี่ ชอ่ื มตอ ถงึ กนั มากขนึ้ และยดึ ถอื ทช่ี ดั เจน และมีประชาชนเปน ศนู ยกลาง”(1) ประชาชนเปน ศนู ยก ลางอยา งแทจ รงิ โดยมปี ระชาคมยอ ย ประกอบดวยสามเสาหลักคือ (1) ประชาคมการเมือง 94 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เปน ผลิตภัณฑสุขภาพนําเขาของผูบริโภคภายในประเทศ เปาหมายการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน ทตี่ อ งมคี วามพรอ มในการตรวจสอบผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ เพอื่ เพม่ิ อาํ นาจตอ รองกบั คคู า และเพมิ่ ขดี ความสามารถ นําเขาใหมีคุณภาพไดมาตรฐานตามเกณฑท่ีกําหนด การแขง ขนั ทางดา นเศรษฐกจิ ระดบั โลก รวมถงึ การยกเวน จงึ ไดทําการศกึ ษาผลของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภาษีสินคาบางชนิดใหกับประเทศสมาชิก สงเสริมให ตอการดําเนินงานดานอาหารและยาหนองคาย เพื่อ ภูมิภาคมีความเจริญมั่งค่ัง ม่ันคง ประชาชนอยูดีกินดี การเตรยี มความพรอ มในการรบั ผลทเ่ี กดิ จากประชาคม โดยในมตกิ ารประชมุ สดุ ยอดอาเซยี น ASEAN Summit เศรษฐกิจอาเซียน และนําไปศึกษาเพื่อพัฒนาระดับ ครงั้ ท่ี 8 เมอื่ 4 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2545 ณ กรงุ พนมเปญ ประเทศตอไป โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาขอมูลเชิง ประเทศกัมพชู า ไดเหน็ ชอบใหอาเซยี นกําหนดทศิ ทาง สถติ ผิ ลของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นตอ การดาํ เนนิ งาน (AEC Blueprint 2015) และไดมีการดําเนินงานท่ี ดา นอาหารและยาหนองคายในการตรวจสอบผลติ ภณั ฑ ชัดเจนเพ่ือนําไปสูเปาหมาย ไดแก การเปนประชาคม สขุ ภาพนาํ เขา ในดา นจาํ นวนรายการและมลู คา การนาํ เขา เศรษฐกจิ อาเซยี น โดยจะมตี ลาดและฐานการผลติ รว มกนั ผลิตภัณฑสุขภาพ และเตรียมความพรอมทรัพยากร และจะมกี ารเคลอ่ื นยา ยสนิ คา บรกิ าร การลงทนุ เงนิ ทนุ ตามองคประกอบ 4M (Man, Money, Material, และแรงงานมีฝมืออยางเสรี สําหรับการตั้งประชาคม Management) ของดานอาหารและยาหนองคาย เศรษฐกิจอาเซียนไดกําหนดใหสําเร็จในป พ.ศ. 2558 ในการรองรบั ผลทเ่ี กดิ จากประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (ค.ศ. 2015) เปาหมายสําคัญของ AEC มี 4 ดา น คอื (1) เปนตลาดและฐานการผลิตรวมกัน (2) สรางขีด วธิ ีการวจิ ยั ความสามารถทางเศรษฐกิจ (3) สรางความเทาเทียม ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และ (4) การบูรณาการ เปนการวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวาง เขากบั เศรษฐกจิ โลก(2) (cross-sectional study) เปรยี บเทียบ 2 กลุม ไดแ ก กลุมตัวอยางกอนเปดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จังหวัดหนองคาย เปนหน่ึงในจังหวัดที่มี (ป 2556-2558) และกลมุ ตัวอยา งหลังเปดประชาคม การนําเขาผลิตภัณฑสุขภาพผานดานอาหารและยา เศรษฐกิจอาเซยี น (2559-2561) จํานวนมาก เนื่องจากมีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐ ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว เชอื่ มตอ ไดท งั้ ทางสะพาน แหลงขอมูล เก็บขอมูลปฐมภูมิ (primary มติ รภาพไทย-ลาว และทางนา้ํ กบั นครหลวงเวยี งจนั ทน data) จากการตรวจสอบการนําเขาผลิตภัณฑสุขภาพ มีการนําเขา-สงออกสินคาผานดานพรมแดน และ (license per invoice) และใบขนสนิ คา ขาเขา (Import จุดผอนปรน ซึ่งสินคาผลิตภัณฑสุขภาพท่ีหลากหลาย Declaration) ทดี่ า นอาหารและยาหนองคาย ณ ดา น อยใู นการดแู ลของสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา พรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แหงท่ี 1 จังหวัด (อย.) ไดแ ก ยา อาหาร เครือ่ งสําอาง เคร่ืองมือแพทย หนองคาย และเกบ็ ขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ (secondary data) วัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท ยาเสพติดใหโทษ จากการใชทรพั ยากรจริง เพ่อื เกบ็ ขอ มูล 4M วัตถุอันตรายที่ใชบานเรือนและสารระเหย จึงจําเปน ตองเตรียมพรอมตอผลการรวมตัวของ AEC ทั้ง ประชากร ศึกษาจากประชากรที่เปน ดานเศรษฐกิจ และดานความปลอดภัยในการบริโภค ใบนําเขาผลิตภัณฑสุขภาพ (license per invoice) ทมี่ กี ารนาํ เขา ณ ดา นพรมแดนสะพานมติ รภาพไทย-ลาว แหง ที่ 1 ต้งั แตป 2556 -2561 วารสารอาหารและยา ฉบับเดือนมกราคม-เมษายน 2563 95
วธิ กี ารเกบ็ ขอ มลู รวบรวมผลการดาํ เนนิ งาน ผลการวิจัย ดา นอาหารและยาหนองคายตงั้ แตป พ ทุ ธศกั ราช 2556 ถึงปพุทธศักราช 2561 โดยแยกขอมูลเปนรายป 1. ขอ มูลเชิงสถติ ผิ ลของประชาคมเศรษฐกจิ พุทธศักราช (เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม) เพื่อให อาเซยี นตอ การดาํ เนนิ งานดา นอาหารและยาหนองคาย สอดคลองกับการเปดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดา นพรมแดนสะพานมติ รภาพไทย-ลาว แหง ที่ 1 จงั หวดั เก็บขอมูลโดยใชใบ license per invoice และ หนองคาย ในการตรวจสอบผลิตภัณฑสุขภาพนําเขา ใบขนสินคาขาเขา (Import Declaration) ของ ที่อยูในการกํากับดูแลของสํานักงานคณะกรรมการ ผปู ระกอบการนาํ เขา สนิ คา ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพเปน เครอ่ื งมอื อาหารและยาในดา นจาํ นวนรายการ และมลู คา การนาํ เขา และเก็บขอมูลการใชทรัพยากรจริงแตละประเด็น ผลิตภณั ฑส ุขภาพ พบประเดน็ ทน่ี าสนใจดงั น้ี ตามหลักการบริหารทรัพยากรตามองคประกอบ 4M ประกอบดวย Man (ดานทรัพยากรบุคคล) Money การตรวจสอบผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพนาํ เขา พบวา (ดา นงบประมาณ) Material (ดา นปจ จยั การสนบั สนนุ มีจํานวนรายการสินคาที่ตรวจสอบการนําเขาเพิ่มข้ึน การปฏบิ ตั งิ าน) และ Management (ดา นการบรหิ าร ตอเนอ่ื งทกุ ปต ง้ั แตป 2556-2558 มกี ารนําเขา เฉพาะ จัดการ) ผลิตภัณฑอาหารจํานวน 23, 37 และ 40 รายการ ตามลาํ ดบั ซงึ่ เปน จาํ นวนไมม าก แตผ ลหลงั จากการเปด การวเิ คราะหข อ มลู ประมวลผลและวเิ คราะห ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเริ่มป 2559 พบวามี ขอ มลู โดย ใชส ถติ เิ ชงิ พรรณนา (descriptive statistics) ผลติ ภณั ฑเครอ่ื งสาํ อาง และผลติ ภัณฑเ ครือ่ งมือแพทย เพอ่ื อธบิ ายความสมั พนั ธข องขอ มลู ไดแ ก การแจกแจง ทเี่ พมิ่ การนาํ เขา มาในราชอาณาจกั รไทย และทส่ี าํ คญั คอื ความถ่ี และคารอยละ รวมท้ังใชสถิติเชิงอนุมาน พบวา มียอดการตรวจสอบการนําเขาเพ่ิมขึ้นอยาง (inferential statistics)(3) เพอื่ ทดสอบความสัมพันธ กา วกระโดดถงึ 443 รายการ หรอื คดิ เปน รอ ยละ 1,008 ของขอ มลู การดําเนินงานดา นอาหารและยาหนองคาย ในป 2559 โดยเพมิ่ ขน้ึ ตอ เนอ่ื งเมอื่ เปรยี บเทยี บกอ นเปด กอนและหลังการเปดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ดังตารางท่ี 1 ไดแก Paired t-test for Mean (p-value) และ Pearson Correlation (r) ซึ่งมีสมมุติฐานหลัก (H0) เมอ่ื ศกึ ษาถงึ ขอ มลู ของมลู คา ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ วาผลการดําเนินงานดานอาหารและยาหนองคาย นําเขา พบวา มูลคาการนําเขาผลิตภัณฑสุขภาพ 3 ปก อนและหลังการเปดประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น สอดคลองกับจํานวนการตรวจสอบรายการผลิตภัณฑ แตกตา งกนั อยางไมมนี ัยยะสาํ คญั ทางสถิติ กําหนดคา สขุ ภาพ โดยพบมลู การนาํ เขา ในป 2556 มมี ลู คา ประมาณ ระดับนยั สําคญั (α) เทา กับ 0.05 39 ลานบาท และเพ่ิมขึ้นในป 2558 ถึงประมาณ 74 ลานบาท คดิ เปนรอ ยละ 88.45 เมื่อเทียบกบั ป 2556 ระยะเวลาการวิจยั อยางไรก็ตาม หลังป 2558 พบประเด็นท่ีนาสนใจวา การมลู นาํ เขา ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพเพม่ิ ขนึ้ ถงึ 258 ลา นบาท ตั้งแต 1 มกราคม 2556 - 31 ธนั วาคม 2561 ในป 2559 และเพมิ่ ขน้ึ ลงในชว งป 2560 และ 2561 หรือเพ่ิมข้ึนตอปรอยละ 249.66, 56.32 และ 8.21 ตามลําดับ ซ่ึงลดลงเล็กนอยเม่ือส้ินสุดป 2561 (ดงั ตารางที่ 1) 96 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
ตารางที่ 1 การตรวจสอบและมูลคา ผลิตภัณฑส ุขภาพนาํ เขา ณ ดา นอาหารและยาหนองคายป 2556-2561 ป พ.ศ. อาหาร ยา เคร่อื งสําอาง เครอ่ื งมอื แพทย วตั ถุออกฤทธ์ิฯ วตั ถเุ สพตดิ วัตถุอันตราย สารระเหย รวม จาํ นวนการตรวจสอบ (รายการ) 2556 23 0 0 0 0 000 23 2557 37 0 0 0 0 000 37 2558 40 0 0 0 0 000 40 2559 442 0 0 0 0 0 0 0 443 2560 772 0 0 0 0 0 0 0 805 2561 519 0 0 0 0 0 0 0 584 มลู คา การนาํ เขา ผลติ ภณั ฑส ุขภาพ (บาท) 2556 39,265,950 0 0 0 0 0 0 0 39,265,950.45 2557 80,106,489.49 0 0 0 0 0 0 0 80,106,489.49 2558 73,997,980.95 0 0 0 0 0 0 0 73,997,980.95 2559 258,688,683.90 0 0 55263.1 0 0 0 0 258,743,947.00 2560 403,926,801.27 0 46,046 488,575.85 0 0 0 0 404,461,423.12 2561 348,543,926.07 0 3,883,781.70 18,824,700.74 0 0 0 0 371,252,408.51 และเมอื่ พจิ ารณาถงึ การศกึ ษาการดาํ เนนิ งาน ประชามคมเศรษฐกจิ อาเซยี น โดยเปรยี บเทยี บเปน รอ ยละ ดา นอาหารและยาหนองคายในแตล ะดา นมาเปรยี บเทยี บ ผลการเปรยี บเทยี บขอ มลู พบวา มรี อ ยละการเพม่ิ ขนึ้ มาก ปตอป (Year on Year : YoY) กอนและหลังการเปด ภายหลงั เปด ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (ดงั ตารางท่ี 2) ตารางที่ 2 รอ ยละขอ มลู การตรวจสอบและมลู คา ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพนาํ เขา กอ นและหลงั การเปด ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นเปรยี บเทียบแบบไขวป ห ัลง ACE ป พ.ศ. การตรวจสอบผลติ ภัณฑส ุขภาพ (รอยละ) มลู คา ผลิตภณั ฑสุขภาพนาํ เขา (รอ ยละ) กอน AEC กอ น AEC พ.ศ. 2559 พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2557 พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2557 พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2561 1,826 1,097 1,008 559 223 250 3,400 2,076 1,913 930 405 447 2,439 1,478 1,360 845 363 402 2. ผลการศึกษาความสัมพันธเชิงสถิติของ ของขอมูลโดยใชคา R Square การหาความสัมพันธ การดาํ เนนิ งานดา นอาหารและยาหนองคายในแตล ะดา น เชิงเสนและทศิ ทางของความสมั พนั ธโดยใช Pearson ปตอป (Year on Year : YoY) กอนและหลังการเปด Correlation และทดสอบขอมูลผลการดําเนินงาน ประชามคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยดูการกระจายตัว ดังกลาวคาเฉล่ีย 3 ปกอนและหลังการเปดประชาคม วารสารอาหารและยา ฉบบั เดอื นมกราคม-เมษายน 2563 97
เศรษฐกิจอาเซียนหาความแตกตางทางนัยสําคัญทาง ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพนาํ เขา และมลู คา ของผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ สถติ ิ (P-value (α)) โดยใช Paired t-test for Mean นําเขาหลังจากการเปดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งมีสมมุติฐานหลักวาผลการดําเนินงานดานอาหาร มจี าํ นวนรายการตรวจสอบเพม่ิ ขนึ้ และมมี ลู คา เพม่ิ ขน้ึ และยาหนองคายเฉล่ีย 3 ปกอน และหลังการเปด ไปในทศิ ทางเดยี วกนั อยา งมาก (Pearson Correlation ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแตกตางกันอยางไมมี coefficient (r) > 0.8) โดยมีความแตกตางกัน นัยสําคัญทางสถิติ กําหนดคาระดับนัยสําคัญ (α) อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (P-value (α) < 0.05) เทากับ 0.05 ผลการทดสอบพบวา การตรวจสอบ (ดังตารางที่ 3) ตารางท่ี 3 ความสัมพันธเชิงสถิติของผลการดําเนินงานดานอาหารและยาหนองคายกอนและหลังการเปด ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น รายการขอ มูล Mean Variance R Square Pearson P(T<=t) P(T<=t) Correlation one-tail two-tail coefficient (r) การตรวจสอบ กอนเปด AEC 33.33 82.33 0.8875 0.8849 0.0146 0.0291 หลงั เปด AEC 610.67 33,294.33 0.9840 มูลคา กอ นเปด AEC 64,456,806.96 485,262,908,052,325 0.8593 0.9968 0.0062 0.0123 หลงั เปด AEC 344,819,259.54 5,832,429,234,916,160 0.9102 3. ผลการศึกษาการเตรียมความพรอม เพ่ิมขึ้นจาก 1 ประเภท ไดแก ผลิตภัณฑอาหาร เปน ทรัพยากรตามองคประกอบ 4M (Man, Money, 3 ประเภท ไดแ ก ผลติ ภณั ฑอ าหาร ผลติ ภณั ฑเ ครอ่ื งสาํ อาง Material, Management) ของดานอาหารและยา และผลิตภัณฑเครื่องมือแพทย จะเห็นไดวาประเภท หนองคายในการรับผลท่ีเกิดจากประชาคมเศรษฐกิจ ของผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพนาํ เขา ทเี่ จา หนา ทต่ี อ งตรวจสอบ อาเซียน จากพบวา การตรวจสอบผลิตภัณฑสุขภาพ เพิ่มขึ้น ไดแก ผลิตภัณฑเครื่องสําอางและผลิตภัณฑ นําเขาและมูลคาผลิตภัณฑสุขภาพนําเขาเปรียบเทียบ เครอื่ งมอื แพทย ในการนจี้ งึ เปน ประโยชนต อ การเตรยี ม คาเฉลี่ย 3 ปกอน (ป 2556 - 2558) และคาเฉล่ีย ความพรอมทรัพยากรตามองคประกอบ 4M (Man, 3 ปหลัง (ป 2559 - 2561) ของการเปดประชาคม Money, Material, Management) ของดานอาหาร เศรษฐกจิ อาเซยี น มจี ํานวนรายการผลิตภณั ฑสุขภาพ และยาหนองคายดังน้ี ท่ีตรวจสอบการนําเขาและมูลคาผลิตภัณฑสุขภาพ นาํ เขา เพมิ่ ขนึ้ ไปในทศิ ทางเดยี วกนั อยา งมาก (Pearson 1) ดานทรัพยากรบุคคล (Man) ดานอาหาร Correlation coefficient (r) > 0.8) และการตรวจสอบ และยาหนองคาย ไดเพิ่มเจาหนาที่ประจําดานอาหาร ผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพนาํ เขา และมลู คา ของผลติ ภณั ฑส ขุ ภาพ และยา โดยแบง เปน เจา หนา ทปี่ ระจาํ ณ ดา นพรมแดน นําเขากอนและหลังจากการเปดประชาคมเศรษฐกิจ สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแหงท่ี 1 จํานวน 1 คน มคี วามแตกตา งกนั อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ (P-value เจาหนาท่ีประจําดานตรวจสินคา ดานตรวจรถไฟและ (α) < 0.05) และนอกจากนยี้ งั พบวา ประเภทผลติ ภณั ฑ ดา นพรมแดนทา เรอื หนองคาย จาํ นวน 1 คน เจา หนา ท่ี สขุ ภาพนาํ เขา หลงั จากเปด ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ประจําหองปฏิบัติการดานอาหารและยาหนองคาย จํานวน 1 คน รวมจํานวน 3 คน จากเดิม 2 คน และ 98 THAI FOOD AND DRUG JOURNAL : JANUARY-APRIL 2020
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108