วตั ถุประสงค์ ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ได้ก�ำหนดวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาไว้คือเสริมสรา้ งศกั ยภาพของเดก็ และเยาวชนในการเรยี นรู้ทางวิชาการ กจิ กรรมท่ีด�ำเนนิ การ กจิ กรรมทไี่ ดด้ �ำเนินการโดยครู ศนู ย์การเรียนชุมชนชาวไทยภเู ขา “แมฟ่ า้ หลวง” ไดแ้ ก่ ๑. จัดกจิ กรรมเตรียมความพร้อมเดก็ กอ่ นวัยเรียน ๓-๖ ปี ๒. จดั การศึกษาเดก็ ในวัยเรยี น อายุ ๗-๑๕ ปี ๓. จดั การศกึ ษาใหก้ บั ผใู้ หญข่ น้ั พนื้ ฐาน ระดบั ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ และมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย(หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑) ๔. จดั กจิ กรรมสง่ เสริมการรู้หนังสือ ๕. จัดการศกึ ษาตามอัธยาศัย 43
กจิ กรรมด้านการส่งเสรมิ อาชีพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงเห็นว่าการงานพื้นฐานอาชีพอื่น ๆเช่น การประกอบอาหาร การแปรรูปถนอมอาหาร การเพาะขยายพันธุ์ไม้ พันธุ์สัตว์ ศิลปหัตถกรรม การตัดเย็บเสื้อผา้ งานก่อสรา้ ง ช่างยนต์ ชา่ งไฟฟ้า งานซอ่ มแซมเคร่อื งใชอ้ ุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในครัวเรือน กเ็ ปน็ พน้ื ฐานทจ่ี ะเป็นประโยชน์ในการด�ำรงชวี ติ ประจำ� วนั ของเดก็ และเยาวชนดว้ ย และเป็นฐานสำ� หรับการพัฒนาเพือ่ เพม่ิ พูนทกั ษะตอ่ ไปในอนาคต นอกจากนย้ี งั ทรงเนน้ ถงึ การปลกู ฝงั ใหเ้ ดก็ และเยาวชนสามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้ รวมทง้ั ชว่ ยเหลอืซงึ่ กนั และกนั และรจู้ กั เสยี สละเพอ่ื สว่ นรวม โดยใชห้ ลกั การสหกรณ์ พรอ้ มทง้ั การฝกึ การทำ� งานรว่ มกนั อยา่ งมรี ะบบและแบบแผนการจดบนั ทึก การจดั ทำ� บัญชี เพ่ือใหเ้ กดิ ความโปรง่ ใส ตรวจสอบได้ วตั ถปุ ระสงค์ ตามแผนพฒั นาเดก็ และเยาวชนในถน่ิ ทรุ กนั ดาร (กพด.) ไดก้ ำ� หนดวตั ถปุ ระสงคด์ า้ นการสง่ เสรมิ อาชพี ไว้ คอืเสริมสรา้ งศักยภาพของเดก็ และเยาวชนทางการอาชพี กจิ กรรมท่ดี ำ� เนนิ การ กจิ กรรมดา้ นการสง่ เสริมอาชพี ที่ศนู ยก์ ารศึกษาเพือ่ ชมุ ชนในเขตภูเขา “แมฟ่ ้าหลวง” ดำ� เนินการ ได้แก่ ๑. กลมุ่ ทอผ้ากะเหรีย่ งย้อมสีธรรมชาติ ส่งไปจัดจำ� หนา่ ยทร่ี า้ นภฟู า้ ๒. สหกรณ์ร้านคา้ ชุมชน ๓. สง่ เสริมการรวมกลุ่มอาชีพในชมุ ชน เชน่ กลุ่มผลิตพริกกะเหรีย่ ง กลุม่ ผลิตข้าวกลอ้ ง ฯลฯ 44
กจิ กรรมดา้ นการอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรง ห่วงใยและทรงเห็นถึงความจ�ำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรง่ ฟื้นฟูและอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มให้คืนสูส่ มดลุ โดยเรว็ ทสี่ ุด โดยเฉพาะพ้นื ทีเ่ ป้าหมายในการพัฒนาสว่ นใหญเ่ ป็นพ้ืนที่ป่า พืน้ ทต่ี ้นนำ้� พนื้ ท่ชี ุม่ นำ้� พื้นท่ีเขตปา่ สงวน ดังนน้ั หากเดก็ และเยาวชนซ่งึ เปน็ พลงัส�ำคัญท่ีจะท�ำให้เกิดการเปล่ียนแปลงเพื่อไปสู่การใช้ทรัพยากรของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพได้มีประสบการณ์ตรงจากสภาพทเ่ี ปน็ จรงิ ของทอ้ งถน่ิ กจ็ ะชว่ ยในการฟน้ื ฟแู ละรกั ษาความสมบรู ณข์ องทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มซ่ึงถอื วา่ เปน็ รากฐานของประเทศใหม้ ัน่ คงและยงั่ ยืนตอ่ ไปได้ วัตถปุ ระสงค์ ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถ่ินทุรกันดาร (กพด.) ได้ก�ำหนดวัตถุประสงค์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ ปลูกฝังจิตส�ำนึกและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม กิจกรรมท่ีดำ� เนนิ การ กจิ กรรมทไ่ี ดด้ �ำเนินการโดยศูนย์การศกึ ษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ไดแ้ ก่ ๑. ให้ความรู้ และให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ๒. ร่วมกับชมุ ชนก�ำหนดเขตป่าชมุ ชน ๓. ทำ� ฝายชะลอความชมุ่ ช้นื ๔. ปลูกปา่ ทดแทน ๕. ปลกู หญา้ แฝก ๖. จดั กจิ กรรมการบวชป่าเพื่อรกั ษาต้นไม้ ๗. รณรงคก์ ารลดใช้พลงั งาน ๘. ทำ� แนวกันไฟ 45
กจิ กรรมด้านการอนรุ ักษ์สืบทอดวฒั นธรรมและภูมิปญั ญาท้องถ่ิน สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเหน็ ว่าพื้นทเี่ ปา้ หมายในการพัฒนามกั เป็นชุมชนที่กอ่ ตงั้ มาชา้ นาน มคี วามหลากหลายของเชอ้ื ชาตทิ ม่ี วี ฒั นธรรมประเพณี ตลอดจนภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ทแี่ ตกตา่ งกนั และเป็นเอกลกั ษณเ์ ฉพาะของตน จึงมีพระราชด�ำริทจี่ ะปลกู ฝงั เดก็ และเยาวชนใหร้ ้จู ักรักษาวฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณีที่ดีงาม และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่ินไว้ ป้องกันไม่ให้สิ่งท่ีดีงามเหล่านี้ถูกละเลยหรือถูกท�ำลายไปพร้อม ๆ กบั การพัฒนา และที่สำ� คัญคือจะนำ� มาซงึ่ ความภาคภมู ิใจ และด�ำรงไวซ้ ่งึ วัฒนธรรมทีด่ ีงาม วัตถุประสงค์ ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ได้ก�ำหนดวัตถุประสงค์ด้านการอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไว้ คือ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ กจิ กรรมท่ีดำ� เนินการ กิจกรรมด้านการอนรุ ักษส์ ืบทอดวัฒนธรรม และภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ท่ี ศูนยก์ ารศกึ ษาเพื่อชุมชนในเขตภเู ขา“แม่ฟา้ หลวง” ดำ� เนนิ การในภาพรวม ได้แก่ ๑. อนุรกั ษ์วัฒนธรรมการแตง่ กายของชนเผา่ โดยใหผ้ ู้เรียนแตง่ กายด้วยชุดประจ�ำเผา่ ทกุ วนั ศุกร์และในวนั ส�ำคญั ๆ ทางประเพณี ๒. ให้นกั เรียน เรียนรเู้ กี่ยวกบั ภูมิปัญญาในวถิ ชี ีวิตในสถานการณ์จริง ๓. อนุรกั ษแ์ ละฟน้ื ฟู ภาษา และวฒั นธรรมประจ�ำถน่ิ 46
บทท่ี ๔ แนวปฏิบัติทด่ี ีกองทนุ พัฒนาเดก็ และเยาวชน ในถ่นิ ทุรกนั ดาร ๕ ดา้ น 47
แนวปฏิบัติท่ดี ี กองทุนพฒั นาเด็กและเยาวชนในถนิ่ ทุรกนั ดาร ๕ ด้าน ด้วยตระหนักและส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงมีต่องาน กศน. บนพ้ืนท่ีสูงอย่างอเนกอนันต์มาเป็นเวลายาวนาน ผู้ปฏิบัติงานในชุมชนบนพื้นที่สูง จึงได้นอ้ มนำ� เอาพระปณธิ านและแนวพระราชดำ� รใิ นการพฒั นาเดก็ และเยาวชนดา้ นตา่ ง ๆ ไปดำ� เนนิ การในศนู ยก์ ารเรยี นชุมชนชาวไทยภูเขา “แมฟ่ า้ หลวง” ดังผลการด�ำเนนิ งานทเ่ี ปน็ การ สบื สานพระปณธิ านของพระองค์ ซ่งึ ถอื เป็นแนวปฏิบตั ทิ ี่ดีในกจิ กรรม กพด.ทั้ง ๕ ด้าน จากพ้นื ที่ดำ� เนนิ การ ๔ จงั หวดั ไดแ้ ก่ น่าน เชียงใหม่ ตาก และแมฮ่ ่องสอนระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๕๖–๒๕๕๗ ต่อไปน้ี 48
แนวปฏบิ ัตทิ ่ดี ีกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถ่ินทรุ กนั ดาร ปี ๒๕๕๖เสนอในการประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถนิ่ ทรุ กนั ดารฯ ณ มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ จงั หวัดเชยี งใหม่ วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๖ 49
โภชนาการเพ่ือนอ้ งแนวปฏิบัตทิ ่ดี ีดา้ นโภชนาการและสขุ ภาพอนามยั ปพี .ศ. ๒๕๕๖ บทคดั ย่อ แนวปฏิบัติท่ีดีด้านโภชนาการและสุขภาพ อนามัยเร่ืองโภชนาการเพื่อน้องของศูนย์การเรียนชุมชน ชาวไทยภเู ขา “แมฟ่ ้าหลวง” บา้ นห้วยเฮียะ ตำ� บลแม่คง อ�ำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีวัตถุประสงค์๑) เพื่อให้ผู้เรียนเด็กเยาวชนและชุมชนมีอาหารโปรตีน บริโภคตลอดปี ๒) เพ่ือส่งเสริมกิจกรรมอาหาร กลางวันและพัฒนาการด้านโภชนาการของผู้เรียน ๓) เพ่ือส่งเสริมโภชนาการและอาหารโปรตีนให้กับหญิง ต้ังครรภ์ ผู้สงู อายุ เเละเดก็ แรกเกิด ๔) เพอ่ื สง่ เสรมิ อาชพี และเพมิ่ รายไดใ้ หก้ บั คนในชมุ ชนจ�ำนวนกลมุ่ เปา้ หมาย คอื ผู้เรียนเด็ก จ�ำนวน ๗๑ คน เยาวชนหญิงต้ังครรภ์เเละ ผู้สูงอายุในชุมชน จ�ำนวน ๓๐ คน โดยการจัดกิจกรรม โภชนาการเพ่ือน้อง ณ ศูนย์การเรียนชุมชนบนพื้นท่ีสูง บ้านห้วยเฮียะ หมู่ที่ ๔ ต�ำบลแม่คง อ�ำเภอแม่สะเรียง ผู้ศึกษา นางสาวประทุมวดี กล่อมศรี และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซ่ึงมีขั้นตอนการด�ำเนินกิจกรรมนายชัยณรงค์ ค�ำอ้าย ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทย ท่ีส�ำคัญคือครูและชุมชนร่วมกันส�ำรวจวิเคราะห์สภาพภูเขา“แม่ฟ้าหลวง”บ้านห้วยเฮียะ ต�ำบลแม่คง ปัญหาและความต้องการของชุมชนบ้านห้วยเฮียะ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประชุมชี้แจงผู้เก่ียวข้องวิเคราะห์ชุมชนบ้านห้วยเฮียะอำ� เภอแมส่ ะเรยี ง สำ� นกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบ จดั ทำ� ผงั มโนทศั น์ จากนน้ั นำ� สภาพปญั หาและความตอ้ งการและการศึกษาตามอธั ยาศัยจงั หวัดแมฮ่ อ่ งสอน ของชุมชนมาวิเคราะห์เพ่ือน�ำไปสู่การจัดกระบวนการ จัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมพร้อมท้ังมีการวางแผนการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา และขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากภาคีเครือข่าย ผลจากการจัดกิจกรรมโภชนาการเพื่อนอ้ ง ทำ� ให้ ผู้เรียนเด็กเยาวชนและชุมชนมีอาหารโปรตีนบริโภค ตลอดปนี อกจากนเี้ ดก็ เยาวชนเเละชมุ ชนสามารถนำ� ความ รคู้ วามเข้าใจและทักษะจากการจัดกจิ กรรม การเลย้ี งไกไ่ ข่50
เพอ่ื เสรมิ อาหารโปรตนี ไปปฏบิ ตั จิ รงิ ในชวี ติ ประจำ� วนั ไดส้ ง่ ผลใหผ้ เู้ รยี นเดก็ เยาวชนหญงิ ตงั้ ครรภ์ ผสู้ งู อายุ เดก็ แรกเกดิมภี าวะดา้ นโภชนาการทดี่ ขี น้ึ เเละชมุ ชนมอี าชพี เสรมิ จากการเล้ยี งไก่พันธไุ์ ข่ส่งผลให้มีรายไดใ้ ห้กบั ครอบครัวเพิม่ ขน้ึความเปน็ มาและความส�ำคัญของปญั หา จากพระราชกระเเสรับส่ังของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องด�ำเนินการจัดกิจกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านโภชนาการที่ยังขาดความรู้เร่ืองการบริโภคอาหารที่ถูกต้องซึ่งจากสภาพปญั หาทพี่ บจากการสำ� รวจ เเละวเิ คราะหป์ ญั หาของผเู้ รยี นเดก็ เยาวชนและชมุ ชนบา้ นหว้ ยเฮยี ะ พบวา่ โดยสว่ นใหญแ่ ลว้ เดก็ ในพน้ื ทเ่ีขตบรกิ ารของศนู ยก์ ารศกึ ษาเพอ่ื ชมุ ชนในเขตภเูขา“แมฟ่ า้ หลวง“บา้ นหว้ ยเฮยี ะประสบปญั หาการขาดสารอาหารอกี ทง้ั ยงั ขาดความรเู้ รอื่ งการบรโิ ภคอาหารทถ่ี กู ตอ้ งตามหลกั โภชนาการ ทำ� ใหเ้ กดิ ปญั หาทพุ โภชนาการของผเู้ รยี นเดก็ เยาวชนและคนในชมุ ชนสง่ ผลตอ่ พฒั นาการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำ� เภอแมส่ ะเรยี ง โดยศนู ยก์ ารศกึ ษาเพอ่ื ชมุ ชนในเขตภเู ขา บา้ นหว้ ยเฮยี ะ ไดต้ ระหนกั ถงึ ความจำ� เปน็ จากปญั หาดังกล่าวและเพ่ือเป็นการสนองตอบกระเเสพระราชด�ำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจงึ ไดจ้ ดั กจิ กรรมเสรมิ การเรยี นการสอนการ เลยี้ งไกพ่ นั ธไ์ุ ข่ เพอื่ เพมิ่ อาหารโปรตนี ใหก้ บั ผเู้ รยี นเดก็ เยาวชนและคนในชมุ ชนขึ้น วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพ่อื ให้ผ้เู รียนเดก็ เยาวชนและชมุ ชนมอี าหารโปรตีนบริโภคตลอดปี ๒. เพื่อสง่ เสรมิ กิจกรรมอาหารกลางวนั และพฒั นาการด้านโภชนาการของผูเ้ รยี น ๓. เพื่อสง่ เสรมิ โภชนาการและอาหารโปรตีนใหก้ บั หญิงตั้งครรภ์และผสู้ ูงอายุ ๔. เพ่ือสง่ เสรมิ อาชพี และเพ่ิมรายได้ให้กับคนในชมุ ชนเปา้ หมาย เชิงปรมิ าณ ๑. ผเู้ รยี นเดก็ ๗๑ คน ๒. เยาวชนหญงิ ตง้ั ครรภ์ผูส้ งู อายใุ นชมุ ชน ๓๐ คน 51
เชงิ คณุ ภาพ อาหารเป็นอาหารเข้มข้นท่ีผสมจากวัตถุดิบพวกโปรตีน ผเู้ รยี น เดก็ เยาวชน หญงิ ตง้ั ครรภ์ ผสู้ งู อายุ และ จากพชื สตั ว์ ไวตามนิ แรธ่ าตุ และยาตา่ ง ๆ ยกเวน้ ธญั พชืเด็กแรกเกิดได้รับอาหารโปรตีนจากไข่ไก่ที่ช่วยให้ภาวะ หรอื วตั ถดุ บิ บางอยา่ ง ทง้ั นเี้ พอื่ ใหเ้ หมาะสมและลดตน้ ทนุโภชนาการดีข้นึ ค่าอาหารแต่ละท้องถ่ินที่มีวัตถุดิบอื่นบางอย่างราคาถูก หรือทีป่ ลูกเกบ็ เก่ยี วเอง เชน่ ขา้ วฟา่ ง ขา้ วโพด เม่อื ผสม กระบวนการดำ� เนนิ งาน กบั อาหารขน้ ตามอตั ราสว่ นทก่ี ำ� หนดกจ็ ะไดอ้ าหารสมดลุ ครบถว้ นตามความต้องการ ขั้นตอนการจดั กิจกรรม ครูชุมชนร่วมกันส�ำรวจ/วิเคราะห์สภาพ ๒.๒ อาหารเสรมิ คอื อาหารหรอื วตั ถดุ บิปัญหาความต้องการของชุมชนบ้านห้วยเฮียะ จัดท�ำผัง ทเี่ ตมิ ไปกบั สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ผสมเปน็ อาหารทใี่ ชเ้ ลย้ี งมโนทัศน์ ประชุมชี้แจงผู้เก่ียวข้องน�ำสภาพปัญหาและ ไกพ่ นั ธไ์ุ ข่ เพอ่ื ชว่ ยเสรมิ คณุ ภาพของอาหารใหด้ ขี น้ึ และให้ความต้องการของชุมชนมาวางแผน เพ่ือน�ำไปสู่การจัด เปน็ อาหารที่สมดลุ ตอ่ สภาพของการเล้ยี งไกพ่ นั ธ์ไุ ข่กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม วางแผนการจัด ๒.๓ เวลาในการให้อาหารไก่จะให้กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีสอดคล้องกับสภาพปัญหา ๒ เวลา คือ ตอนเชา้ เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. และและความต้องการและขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ตอนเย็นเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น.จากเครอื ข่าย วธิ ีการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. จัดกิจกรรมให้ความรู้ในเรื่องการเล้ียงไก่พันธุ์ไข่และบอกวิธีการเล้ียงไก่พันธุ์ไข่ให้กับนักเรียนได้เรียนรู้เเละเข้าใจเพื่อให้สามารถน�ำไปปฏิบัติจริงได้โดยไดเ้ ชญิ วิทยากรจากหน่วยงานปศุสัตว์ อำ� เภอแม่สะเรยี งมาให้ความรู้เรือ่ งการเลีย้ งไกพ่ ันธุ์ไข่ ๒. เนื้อหาในการจัดอบรมให้ความรู้เร่ืองการเลีย้ งไกพ่ นั ธุไ์ ขป่ ระกอบดว้ ย ๒.๑ การใหอ้ าหารไกอ่ าหารทใี่ ชเ้ ปน็ หวั 52
ผลการดำ� เนนิ งาน ผู้เรียนเด็กเยาวชนและชุมชนมีอาหารโปรตีนบริโภคตลอดปี นอกจากนี้เด็กเยาวชนและชุมชนสามารถน�ำความรู้ความเข้าใจและทักษะจากการจัดกิจกรรมการเล้ียงไก่พันธุ์ไข่ เพ่ือเสริมอาหารโปรตีนไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจ�ำวันได้ส่งผลให้ผเู้ รยี น เดก็ เยาวชน หญิงต้งั ครรภ์ ผู้สงู อายุ เดก็ แรกเกดิ มีภาวะดา้ นโภชนาการทดี่ ีข้ึน ชุมชนมีอาชพี เสริม เพม่ิ รายไดใ้ ห้กับครอบครัว ชงั่ น้ำ� หนกั และวัดส่วนสูง เพือ่ ดพู ฒั นาการของผ้เู รียน การบรหิ ารจดั การไกพ่ นั ธไ์ุ ขใ่ นโรงเรอื นของศนู ยก์ ารศกึ ษาเพอื่ ชมุ ชนในเขตภเู ขา บา้ นหว้ ยเฮยี ะ ระหวา่ งเดอื นมกราคม-พฤษภาคม (ไกพ่ นั ธ์ไุ ข่ ๑ รนุ่ มีการเจริญเตบิ โตและให้ไข่ ประมาณ ๕ เดอื น จากน้ันจะมกี ารจัดซื้อไก่พันธ์ุไขร่ ุ่นต่อไป) ๑. การบริหารจัดการด้านอาหารไก่งบประมาณท่ีซื้ออาหารไก่มาจากการจ�ำหน่ายไข่ให้ศูนย์การศึกษาเพื่อชมุ ชนในเขตภูเขา โดยศนู ยก์ ารศกึ ษาเพ่ือชมุ ชนในเขตภูเขา ได้รับซอ้ื โดยใชง้ บประมาณจากอาหารกลางวันและการจ�ำหนา่ ยไขใ่ ห้คนในชุมชน ๒. เม่อื ได้ไขไ่ กใ่ นโรงเรอื นไข่ไก่จะถูกแยกจัดเป็น ๕ กล่มุ ดังน้ี ๒.๑ กลุ่มท่ีหน่ึงน�ำไปประกอบเป็นอาหารกลางวันเสริมโปรตีนให้กับผู้เรียนจัดซ้ือโดยงบประมาณอาหารกลางวนั เป็นเวลา ๕ เดอื น เดอื นละ ๖๐๐ ฟอง รวมเป็นไข่ไก่ จำ� นวน ๓,๐๐๐ ฟอง คดิ เปน็ เงิน๑๔,๖๕๕ บาท ๒.๒ กลุ่มท่ีสองน�ำไปจ�ำหน่ายให้ชุมชนในราคาที่ถูก ราคาฟองละ ๓ บาท เป็นเวลา ๕ เดือนรวมเป็นไขไ่ ก่ จ�ำนวน ๑,๓๕๔ ฟอง คิดเปน็ เงนิ ๔,๐๖๒ บาท 53
๒.๓ กล่มุ ทีส่ ามนำ� ไปแจกจ่ายใหห้ ญิงต้ังครรภ์ จ�ำนวน ๓ คน สปั ดาหล์ ะ ๕ ฟอง/คน เปน็ เวลา ๕ เดอื นรวมเป็นไข่ไก่ จ�ำนวน ๓๐๐ ฟอง คดิ เป็นเงิน ๙๐๐ บาท ๒.๔ กลุ่มที่ส่ีแจกจ่ายใหผ้ สู้ ูงอายุ จำ� นวน ๕ คน เดือนละ ๑๐ ฟอง/คน เป็นเวลา ๕ เดอื น รวมเป็นไข่ไก่จำ� นวน ๒๕๐ ฟอง คดิ เปน็ เงิน ๗๕๐ บาท ๒.๕ กลุ่มที่หา้ แจกจา่ ยใหเ้ ดก็ แรกเกิด ช่วงอายุ ๖ เดอื น ถึง ๒ ปี จ�ำนวน ๑๕ คน เดือนละ ๒๐ ฟอง/คน เป็นเวลา ๕ เดอื น รวมเปน็ ไข่ไก่ จำ� นวน ๑,๕๐๐ ฟอง คิดเป็นเงิน ๔,๕๐๐ บาท จ�ำนวนไขไ่ กท่ ่ีได้รบั เป็นเวลา ๕ เดอื นรวมทัง้ หมด ๖,๔๐๔ ฟอง คดิ เปน็ เงนิ ๑๙,๒๑๒ บาท เพอ่ื ใหเ้ กิดความต่อเน่อื งของกจิ กรรมเงนิ ท่ไี ดจ้ ากการจ�ำหนา่ ยไขไ่ กแ่ ละจ�ำหนา่ ยไกเ่ มอื่ หมดอายุขัย นำ� มาจดั ซ้ือไกพ่ ันธุ์ไข่ชุดใหมต่ ่อไปการเผยแพร่ ๑. ใหค้ วามรกู้ บั ชมุ ชนโดยใชเ้ อกสารและแผน่ พับการเลย้ี งไก่พันธ์ุไข่ ๒. สรุปผลการจดั กจิ กรรมการเลย้ี งไก่พันธุ์ไขใ่ ห้หนว่ ยงานเครือข่ายและต้นสงั กัด ๓.เผยแพร่การจัดกิจกรรมการเล้ียงไก่พันธุ์ไข่ในการประชุมของ กศน.อ�ำเภอ และส�ำนักงานกศน.จังหวดั แม่ฮ่องสอนปญั หาอปุ สรรคและข้อเสนอแนะ ปัญหาอปุ สรรค ๑. การขนสง่ ไกพ่ นั ธุไ์ ขแ่ ละอาหารไกจ่ ากพื้นราบข้นึ ไปบนดอยสูงมคี วามยากล�ำบากมาก ๒. หากไกพ่ นั ธ์ุไข่ไม่ไดก้ ินอาหารตามสตู รจะออกไขไ่ ด้นอ้ ย ขอ้ เสนอแนะ ๑. ควรหาไกพ่ ันธ์ุไขท่ ่ีเหมาะสมกบั สภาพพื้นทบ่ี นดอยสงู หรอื นำ� ไกพ่ นั ธไ์ุ ขท่ อี่ ายุยังนอ้ ย (ประมาณ ๒-๓ วนั )ข้นึ ไปเลย้ี ง จะสามารถทนสภาพไดท้ กุ อย่างโดยให้ยาตามกำ� หนด ๒. ควรศกึ ษาวจิ ัยสตู รอาหารไก่ไข่ทีส่ ามารถหาได้ในพนื้ ท่ี จะทำ� ให้ไก่ไข่มากข้ึนและลดต้นทุนอาหารไก่ 54
นทิ านสอนอ่าน แนวปฏบิ ตั ทิ ด่ี ดี า้ นการศกึ ษา ปี ๒๕๕๖ผูศ้ กึ ษา นางสาวสรุ วี รรณ เสรมิ มตวิ งศ์ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยตองน้อย ต�ำบลยางเปียงศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำ� เภออมก๋อยส�ำนกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจงั หวดั เชยี งใหม่ 55
บทคดั ย่อ แนวปฏิบัติที่ดีด้านการศึกษา เร่ือง นิทานสอนอ่าน ของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”บ้านห้วยตองน้อย ต�ำบลยางเปียง อ�ำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ เพ่ือพัฒนาทักษะการอ่านของนกั เรยี นตามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ทักษะพื้นฐานภาษาไทย จ�ำนวน ๒๑ คน ให้สามารถอา่ นหนงั สอื ไทยได้ถกู ต้องด้วยการน�ำนิทานมาใช้ในการส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียน เพราะนิทานเป็นสื่อที่น่าสนใจของนักเรียนอยู่แล้วจงึ สามารถช่วยใหน้ กั เรยี นสนใจการอ่านมากยง่ิ ขึน้ โดยใชแ้ บบประเมนิ ทักษะการอ่านออกเสยี งนิทานกอ่ นและหลงั ผลการทดสอบนกั เรยี นศูนย์การเรยี นชุมชนชาวไทยภูเขา “แมฟ่ า้ หลวง” บ้านห้วยตองนอ้ ย ต�ำบลยางเปียงอำ� เภออมกอ๋ ย จงั หวดั เชยี งใหม ่ ดา้ นความสามารถในการอา่ นนทิ านและคำ� ศพั ทท์ คี่ วรรกู้ อ่ นการจดั กจิ กรรรมดว้ ยสอื่นทิ าน นกั เรียนมที กั ษะการอา่ นหนังสอื ไทยได้ถกู ต้อง รอ้ ยละ ๓๘.๐๙ การทดสอบความสามารถในการอ่านนทิ านและคำ� ศพั ทท์ ค่ี วรรหู้ ลงั การจดั กจิ กรรรมดว้ ยสอื่ นทิ าน นกั เรยี นมที กั ษะการอา่ นหนงั สอื ไทยไดถ้ กู ตอ้ ง รอ้ ยละ ๘๐.๙๕ ความเป็นมาและความสำ� คญั ของปญั หา พระราชด�ำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดการอบรม และพระราชทานปาฐกถา เรื่อง “การจัดการเรียนการสอนภาษาไทย” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติประจ�ำปี ๒๕๔๙ จดั โดยสมาคมครภู าษาไทยแหง่ ประเทศไทย ทโี่ รงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ เวลา ๐๙.๐๐ น. เมือ่ วันท่ี ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ความตอนหน่ึงว่า “...การเรียนภาษาไทยในระดับประถมศึกษา เป็นการเรียนข้ันต้นเพ่ือวางรากฐานการศึกษาไม่เฉพาะด้านความรู้ภาษาไทย แต่เป็นรากฐานการศึกษาความรู้วิชาอ่ืน ๆ เป็นรากฐานการคิด การรับคุณธรรม จริยธรรมการรู้จักระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์ของสังคม ตลอดจนการปลูกฝังวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยด้วย ส�ำหรับคนไทย ภาษาไทยจึงเปน็ ภาษาท่ีมีความส�ำคัญมากท่สี ุด การเรียนระดบั ประถมศกึ ษาหากเรยี นได้ถกู ต้องแมน่ ย�ำแล้วผู้เรียนจะสามารถยึดถือเป็นหลักตลอดไป ท�ำให้ภาษาไทยถูกต้องในการอ่าน การเขียน และการใช้ตามบริบทของสงั คม สว่ นครเู ปน็ บคุ คลส�ำคญั ในการจัดการเรียนการสอน ครูจงึ ต้องมีความรู้ มีความทนั สมัย ขา้ พเจา้ ขอให้ครูภาษาไทยทุกคน มีสขุ ภาพสมบูรณ์ มีกำ� ลังใจมุ่งมั่นในการสอนภาษาไทยให้เด็กไทยรกั และตง้ั ใจรกั ษาภาษาไทย ไว้ใหเ้ ปน็สมบตั ขิ องประเทศชาตติ ลอดไป...” ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยตองน้อย ต�ำบลยางเปียง อ�ำเภออมก๋อยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหน่วยจัดการเรียนการสอนย่อยของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ�ำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ในระดับก่อนวัยเรียนจ�ำนวน ๑๘ คน ระดับประถมศึกษา จ�ำนวน ๒๑ คน และผู้เรียนหลักสูตรส่งเสริมการรู้หนังสือ จ�ำนวน ๑๕ คนรวม ๕๔ คน จากการสังเกตพฤตกิ รรมของผู้เรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทักษะพื้นฐานภาษาไทยในระดับประถม 56
ศึกษาพบว่า ผู้เรียนยังมีทักษะการอ่านหนังสือไทยไม่ถูกต้องเน่ืองจากการส่ือสารในชีวิตประจ�ำวันของคนในชุมชนไมไ่ ดใ้ ชภ้ าษาไทยเปน็ หลัก รวมทงั้ การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน ในปัจจบุ ันไมไ่ ดจ้ ดั ท�ำสอ่ื ทกี่ ระตุ้นความสนใจในเร่ืองของการอ่านให้กับผู้เรียน แต่มักจะเน้นสื่อส�ำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นเนื้อหาสาระเป็นหลักทำ� ใหผ้ เู้ รียนขาดโอกาสในการสือ่ สารภาษาไทย สง่ ผลให้มีทกั ษะการอา่ นหนงั สือไทยทไี่ มถ่ กู ต้อง การใช้นิทานเป็นสื่อการเรียนรู้ เป็นอีกกิจกรรมหน่ึงที่จะช่วยให้ผู้เรียนสนใจต่อกิจกรรมการอ่านเพม่ิ ขึน้ นทิ านเปน็ ส่ิงทเี่ ด็ก ๆ รัก ผใู้ หญ่ชอบ (แม้นมาส เชาวลติ ๒๕๔๕ : ๔๕ อา้ งถงึ ใน อษุ า มะหะหมดั ๒๕๔๘ : ๑)นอกจากนนั้ เสาวลกั ษณ์ อนนั ตศานต์ (๒๕๔๐ : อา้ งถงึ ใน อษุ า มะหะหมดั ๒๕๔๘ : ๑) ยงั กลา่ ววา่ นทิ านยงั เปน็ เครอื่ งแสดงความรักความเอาใจใส่ของผ้ใู หญท่ ่มี ตี อ่ เดก็ ผลพลอยได้จากนทิ าน คือ หลักประพฤติปฏิบัติในชีวติ จรยิ ธรรมคุณธรรม ท่แี ทรกอยู่ในเน้อื หานิทานท่ผี ูอ้ ่านหรอื ผฟู้ งั ไดร้ ับโดยไม่ตอ้ งส่งั สอน 57
ผู้ศกึ ษาจึงไดศ้ ึกษา คน้ คว้า ความรู้ เทคนิค และวิธีการต่าง ๆ ในการอ่านนิทานเพอื่ เสรมิ สร้างแรงกระตุ้นความสนใจต่อการอ่านหนังสือของผู้เรียน โดยการน�ำนิทานมาเป็นสื่อการเรียนรู้ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนระดับประถมศึกษา จ�ำนวน ๒๑ คน เพื่อต้องการให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้จากการอ่านท่ีถูกต้อง เกิดความสุขความคิดริเริม่ สร้างสรรค์ ใฝ่รู้ และเรียนร้ดู ้วยตนเองอยา่ งตอ่ เนอ่ื งวตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทักษะพ้ืนฐานภาษาไทย ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟา้ หลวง” บ้านหว้ ยตองน้อย ต�ำบลยางเปียง อำ� เภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ให้สามารถอ่านหนงั สอื ไทยได้ถูกตอ้ งเปา้ หมาย เชิงปริมาณ นักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานภาษาไทยศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา“แม่ฟ้าหลวง”บ้านหว้ ยตองนอ้ ย ตำ� บลยางเปยี ง อำ� เภออมก๋อย จังหวัดเชยี งใหม่ ระดบั ประถมศึกษา จำ� นวน ๒๑ คน เชงิ คณุ ภาพ รอ้ ยละ ๘๐ ของกลุม่ เปา้ หมายสามารถอา่ นหนังสอื ไทยไดถ้ ูกต้องกระบวนการด�ำเนนิ งาน แนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถ่ินทุรกันดารตามพระราชด�ำริ ด้านการศึกษา เร่ืองนิทานสอนอ่าน ไดด้ �ำเนินการ ดงั นี้ ๑. ศกึ ษาค้นควา้ เพ่ิมเตมิ ในเรอื่ ง เทคนิคการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เทคนิคการอา่ น การส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยนิทาน และสรุปประมวลความรู้จากการศึกษาว่า การส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยนิทาน เป็นการกระตุ้นการเรียนรขู้ องนกั เรยี น ท�ำใหน้ กั เรียนเกิดการอยากรู้ และสามารถสง่ เสริมพัฒนาการการอา่ นของนกั เรยี นได้ จึงได้ออกแบบสร้างส่ือนิทานในการกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เพ่ือพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนให้สามารถอ่านหนังสือไทยไดถ้ กู ต้อง ๒. สรา้ งสอ่ื นทิ านจากนทิ านอสี ป นทิ านคำ� กลอน และนทิ านพน้ื บา้ น โดยมหี ลกั การสรา้ งสอื่ นทิ าน ทกี่ ระตนุ้ความสนใจของนักเรยี น ไดแ้ ก่ ๒.๑ เน้ือหาของหนังสือต้องมีความเหมาะสมกับวัย ระดับช้ัน และความสนใจของเด็กต้องมีความสนกุ สนาน มีการดำ� เนินเรื่องนา่ สนใจ ไมใ่ ช้การบรรยายมากเกนิ ไป ไมท่ �ำให้น่าเบ่ือ ตอ้ งมแี กน่ ของเร่อื งหรือวตั ถปุ ระสงคอ์ ยา่ งชดั เจน ควรมคี วามคดิ รวบยอดเพยี งอยา่ งเดยี ว เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจไดง้ า่ ย ไมส่ บั สนสำ� หรบั เดก็ ทก่ี ำ� ลงั ยา่ งเขา้ สวู่ ัยรนุ่ จะมคี วามคดิ รวบยอดมากกว่าหนึง่ ก็ได้ แต่ตอ้ งสอดคลอ้ งกันอย่างมีระบบและมคี วามเหมาะสมกลมกลนืไดเ้ ปน็ อยา่ งดอี กี ดว้ ย การเขยี นเนอ้ื หาของนทิ านใหเ้ ปน็ บทรอ้ ยแกว้ หรอื บทรอ้ ยกรอง ตอ้ งกำ� หนดใหช้ ดั เจนวา่ จะเขยี นในรูปแบบใด เชน่ นิทาน นทิ านพนื้ บา้ น เรื่องสัน้ บทละคร บันทึกเร่อื ง สารคดี เปน็ ต้น ส�ำนวนภาษา ตอ้ งเป็นภาษาง่าย ๆ อา่ นแลว้ เข้าใจได้โดยไมต่ ้องแปลอีกครัง้ และทุกค�ำต้องเขยี นใหถ้ ูกตอ้ งตามหลักเกณฑ์ทางภาษา 58
๒.๒ การใช้ภาพประกอบ มีหลายวิธี เช่น ภาพวาด ภาพถา่ ย ภาพตัดแปะ เปน็ ตน้ เดก็ เลก็ มีภาพประกอบ ๒ ใน ๓ ส่วน สำ� หรับเดก็ กอ่ นวยั รุ่น (อายุ ๑๒-๑๔ ขวบ) ไมจ่ �ำเปน็ ต้องมีภาพประกอบทกุ หน้า ๒.๓ ขนาดตวั อักษรที่ใช้ในเนอื้ เรือ่ ง ใช้ตัวอักษรโต ขนาดประมาณ ๒๐-๓๐ พอยท์ (ประมาณ๑/๒ ซม.) และเป็นตัวอักษรท่ีมีรูปแบบที่ชัดเจน อ่านง่าย การเขียนอักษรแต่ละตัวถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ไม่เป็นตัวอักษรลวดลาย ส�ำหรับเด็กวัยท่ีสูงขึ้น ตัวอักษรจะมีขนาดลดลงได้ตามความเหมาะสม จ�ำนวนหน้าประมาณ๑๖-๓๒ หน้า สำ� หรับเดก็ วยั ๖-๑๑ ขวบ ๒.๔ ขนาดรปู เลม่ ของหนงั สอื มหี ลายขนาด ไดแ้ ก่ ขนาด ๘ หน้ายก (๑๘.๕x๒๖ ซม.) ขนาด ๑๖หน้ายกเลก็ (๑๓x๑๘.๕ ซม.) ขนาด ๑๖ หนา้ ยกใหญ่ (๑๔.๘x๒๑ ซม.) เป็นตน้ รูปแบบหนงั สือจะเปน็ แนวนอนหรือแนวตัง้ ก็ได้ การเข้าเล่มควรใชก้ ระดาษหนาท�ำปกแขง็ เพ่ือความแข็งแรงและคงทน ในตอนทา้ ยสุดของหนังสืออาจมกี จิ กรรมตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั เนอ้ื หา และมคี วามสัมพนั ธก์ บั หนงั สอื ใหเ้ ด็ก ๆ ไดท้ �ำกจิ กรรมนน้ั ๆ หลงั จากอา่ นหนงั สือส�ำหรบั เด็กจบแล้ว เช่น ค�ำอธบิ ายศัพท์ คำ� ถาม แบบฝกึ หัด เกม หนงั สืออ้างอิง เปน็ ต้น ๓. สรา้ งเครื่องมือด้วยตนเอง เปน็ แบบประเมนิ ๓ รายการ ได้แก่ ทกั ษะการอ่านออกเสียง การแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั ตัวละคร ใจความสำ� คัญ และขอ้ คิดท่ไี ด้จากเร่อื งที่อ่าน โดยมเี กณฑก์ ารประเมินคณุ ภาพรายการละ๔ ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง และก�ำหนดการผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในระดับพอใชข้ นึ้ ไป ๔. เทคนิคการนำ� สื่อไปใชใ้ ห้สอดคล้องกบั พฒั นาการของเดก็ ในแตล่ ะวัย ด�ำเนินการ ดงั น ี้ ๔.๑ ผู้เรียนระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๒ อายุ ๗-๘ ปี จะสนใจภาพ ชอบเร่อื งงา่ ย ๆ ท่อี ่านเข้าใจดว้ ยตัวเอง ประเภท เทพนิยาย นยิ ายพน้ื บ้าน ถ้าโครงเรื่องซับซ้อนไม่มากนัก เด็กจะเขา้ ใจไดด้ ี 59
๔.๒ ผเู้ รยี นระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓-๔ อายุ ๘-๑๐ ปี ชอบนวนยิ าย สารคดี ชอบอ่านหนงั สอืดว้ ยตนเอง ชอบอา่ นหนงั สอื ทม่ี เี นอื้ หาสาระ เรอื่ งวทิ ยาศาสตร์ ธรรมชาติ เครอ่ื งยนตก์ ลไก ชวี ประวตั ขิ องบคุ คลสำ� คญัเด็กผูห้ ญงิ สนใจ โคลง กลอน ส่วนเดก็ ผ้ชู ายไมค่ อ่ ยชอบ ภาษาทีใ่ ช้เขยี นเรือ่ งให้เด็กวยั นอี้ า่ นควรใชภ้ าษาพูด เดก็ จะใหค้ วามสนใจติดตามอ่าน ๔.๓ ผู้เรียนระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕-๖ อายุ ๑๑ ปีขนึ้ ไป การเขยี นเรื่องให้เด็กวัยนอี้ า่ น จะต้องใช้เทคนิคและกรรมวิธี เช่นเดียวกับการเขียนเร่ืองส�ำหรับผู้ใหญ่ เด็กวัยน้ีชอบอ่านเรื่องยาว เร่ืองท่ีมีเน้ือหาสาระเรือ่ งสมจริง ๕. จดั กิจกรรมดว้ ยการนำ� สอ่ื นิทานไปใช้มี ๔ ขนั้ ตอน คือ ข้ันตอนท่ี ๑ การอ่านนำ� และอา่ นตาม ครูต้องเล่านิทานในเร่ืองที่จะให้นักเรียนฝึกอ่าน ๑ รอบ แล้วจึงน�ำเนื้อหาของนิทานมาให้นักเรียนฝึกอ่านทีละประโยค ประโยคละ ๒ รอบ ในขณะที่อ่านน�ำ และให้นักเรียนอ่านตาม ครูต้องคอยสังเกตการอ่านออกเสียงของนักเรยี นวา่ ถกู ตอ้ งหรอื ไม่ ถ้านักเรียนอา่ นผิดครูต้องย�ำ้ คำ� นน้ั ใหน้ กั เรยี นอา่ นใหถ้ ูกตอ้ งทนั ที คำ� พดู ของตวั ละครในนิทาน ต้องอ่านด้วยการแสดงอารมณ์ร่วมตามตัวละครน้ัน ๆ ครูต้องคอยสังเกตและก�ำชับให้นักเรียนมีการอ่านออกเสียงครบทุกคน ข้ันตอนท่ี ๒ นกั เรียนฝกึ อ่านรว่ มกบั เพอ่ื น ให้นกั เรียนจัดกลุ่มฝกึ การอ่านนิทานเรื่องเดยี วกัน นกั เรยี นท่ีมีทกั ษะการอา่ นดกี ว่าควรจบั คูร่ ่วมกับนักเรียนท่ีมีทักษะการอ่านทีด่ ้อยกวา่ ให้นกั เรียนอ่านออกเสยี งในนิทานเร่อื งนั้น ๆ พร้อมกนั เป็นกลุ่ม ขน้ั ตอนที่ ๓ ทดสอบการอ่านเปน็ รายบุคคล ให้นักเรียนน�ำนิทานเร่ืองท่ีได้ฝึกฝนมาอ่านให้ครูฟังทีละคนโดยครูต้องคอยสังเกตการอ่านของนักเรียนและแกไ้ ขค�ำท่ีอ่านผิดให้ถูกต้อง 60
ข้ันตอนท่ี ๔ การตอบค�ำถามจากนทิ าน ครตู อ้ งเตรยี มคำ� ถามจากนทิ านเรอื่ งทน่ี กั เรยี นฝกึ อา่ น และนทิ านเรอ่ื งทคี่ รกู ำ� หนดใหน้ กั เรยี นทดสอบการอา่ น หลงั จากทดสอบการอา่ นแล้วครถู าม ค�ำถามท่ีเก่ยี วข้องกับเนือ้ เร่ืองของนทิ าน เพอื่ ทดสอบความเข้าใจของนกั เรียนผลการดำ� เนินงาน แนวปฏิบัติท่ีดีด้านการศึกษาเร่ืองนิทานสอนอ่าน ได้ด�ำเนินการโดยให้ผู้เรียนทดสอบความสามารถในการอา่ นนทิ านและคำ� ศพั ทท์ ค่ี วรรกู้ อ่ นการจดั กจิ กรรรมและหลงั การจดั กจิ กรรรมดว้ ยสอื่ นทิ านทค่ี รสู รา้ งขนึ้ และประเมนิผลตามเกณฑ์ทคี่ รูกำ� หนด ผลการทดสอบความสามารถกอ่ นการจัดกจิ กรรม พบวา่ นักเรียนมที กั ษะการอ่านหนังสอืไทยได้ถูกต้อง ร้อยละ ๓๘.๐๙ และผลการทดสอบความสามารถหลังการจัดกิจกรรรมพบ ว่านักเรียนมีทักษะการอา่ นหนงั สอื ไทยไดถ้ กู ตอ้ ง ร้อยละ ๘๐.๙๕การเผยแพร่ มกี ารขยายผลการจดั กิจกรรมไปสชู่ ุมชนด้วยการใหน้ ักเรียนน�ำสอื่ นิทานน้ีไปอา่ นร่วมกบั ครอบครัว พอ่ แม่พี่ นอ้ ง และนำ� ไปจดั กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะการอา่ นใหก้ บั ผเู้ รยี นหลกั สตู รการสง่ เสรมิ การรหู้ นงั สอื ไทยของกลมุ่ ผเู้ รยี นผใู้ หญซ่ ึง่ ขณะน้ีอยใู่ นระหว่างเรม่ิ ตน้ การจดั กิจกรรมปญั หาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ ปญั หาและอุปสรรค ผู้เรียนไมเ่ ขา้ ใจความหมายค�ำราชาศพั ท์ และค�ำศัพท์ เช่น เสวยราชสีห์ เป็นต้นขอ้ เสนอแนะ ๑. ครูต้องสามารถอธิบายความหมายของคำ� ท่ีอ่านให้ผเู้ รียนเข้าใจได้ ๒. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ�ำเภอควรสนับสนุนให้ครูศูนย์การเรียนต่าง ๆน�ำรปู แบบนทิ านสอนอา่ นไปผลติ สือ่ ท่ีมเี นอ้ื หาเหมาะสมกับผูเ้ รยี น 61
หมูอินทรีย์ แนวปฏบิ ตั ิทีด่ ีด้านสง่ เสริมอาชพี ปี ๒๕๕๖ผ้ศู ึกษา นางสาวจอมขวัญ ตะ๊ ส ุ และนายนาค แก้วยา ศนู ย์การเรียนชมุ ชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บา้ นคอโซทะ ตำ� บลแม่จัน ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำ� เภออมุ้ ผางส�ำนกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดตาก 62
บทคัดยอ่ แนวปฏิบัติท่ีดีด้านส่งเสริมอาชีพ เรื่อง หมูอินทรีย์ มีวัตถุประสงค์ เพ่ือลดค่าใช้จ่ายในการซ้ืออาหารหมูส�ำเร็จรูป เพือ่ ให้นกั เรยี นสามารถเล้ียงหมแู บบอนิ ทรียไ์ ด้ และเพื่อถ่ายทอดความรกู้ ารเลี้ยงหมอู ินทรยี ไ์ ปยังชาวบ้านดำ� เนนิ งานดว้ ยการปฏบิ ตั จิ รงิ เรม่ิ จากครแู ละนกั เรยี นศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา “แมฟ่ า้ หลวง” บา้ นคอโซทะต�ำบลแม่จัน อำ� เภออุ้มผาง จงั หวดั ตาก เล้ียงหมแู บบอนิ ทรีย์เป็นตวั อย่างแลว้ ถ่ายทอดความรู้ไปยังชมุ ชน ผลการด�ำเนินงาน นกั เรียน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔-๖ จำ� นวน ๓๘ คน ที่เป็นกลมุ่ เป้าหมายสามารถใช้หยวกกลว้ ยทำ� อาหารหมกั ส�ำหรบั เลี้ยงหมไู ด้ผลในระดับดี ศนู ยก์ ารศกึ ษาเพอื่ ชุมชนในเขตภูเขา ไมเ่ สียเงินค่าใช้จ่ายในการซ้อื อาหารเสริมสำ� หรับหมสู �ำเร็จรปู ซ่งึ เคยใช้ ๒ กระสอบ/เดอื น (ราคากระสอบละ ๖๘๐ บาท) นกั เรียนสามารถนำ�ความรไู้ ปถา่ ยทอดใหก้ บั ผปู้ กครอง มชี าวบา้ นเลยี้ งหมแู บบหมอู นิ ทรยี ต์ ามแบบศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา “แม่ฟ้าหลวง” จำ� นวน ๕ หลงั คาเรือนความเป็นมาและความสำ� คัญของปัญหา ชมุ ชนบา้ นคอโซทะ หมูท่ ี่ ๒ ตำ� บลแมจ่ นั อ�ำเภออมุ้ ผาง จงั หวัดตาก เปน็ ชุมชนชาวไทยภเู ขาเผ่ากะเหรี่ยงอยูใ่ กล้ชายแดนสาธารณรฐั แหง่ สหภาพเมยี นมารม์ ี บ้านเรอื น จำ� นวน ๙๐ หลงั คาเรอื น ประชากร ๔๔๓ คน เปน็ผู้มีสัญชาติไทยและไม่มีสัญชาติอาศัยอยู่ปะปนกัน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จากหมู่บ้านไปยังตัวอ�ำเภออุ้มผางห่างกนั ๕๒ กิโลเมตร เดนิ ทางยากล�ำบากในชว่ งฤดฝู น สว่ นใหญม่ ฐี านะยากจน ทำ� มาหากินยังชพี ดว้ ยการทำ� การเกษตร เลย้ี งสตั ว์และหาของปา่ ชุมชนแห่งน้ีนิยมเลี้ยงหมู เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเช่ือกันเกือบทุกครัวเรือน มีการเล้ียงหมู ๒-๓ตัวตอ่ หนง่ึ หลังคาเรอื น คำ� นวณจากจ�ำนวนหลังคาเรอื นในมบู่ า้ นน้ี มปี ระชากรหมู ๑๘๐-๒๗๐ ตัว การเลี้ยงหมนู ิยมเลยี้ งปลอ่ ย ใหห้ มูกินอาหารผกั ต้มและรำ� ข้าวเป็นอาหารหลัก ศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านคอโซทะ ซึ่งตงั้ อย่ใู นชมุ ชนก็มีการเลย้ี งหมดู ้วยเช่นกันจ�ำนวน ๙ ตัว ตัง้ แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๕๔ แตจ่ ดุ ประสงค์การเล้ยี งอาจแตกตา่ งกัน กล่าวคอื ศนู ย์การศึกษาเพ่ือชมุ ชนในเขตภูเขา เลี้ยงหมูไว้เพื่อบริโภคเป็นอาหารโปรตีนเสริมตามโครงการอาหารกลางวันปัญหาในการเล้ียงหมูของศูนย์การศกึ ษาเพอ่ื ชมุ ชนในเขตภเู ขา คอื ตอ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยในการซอื้ อาหารหมสู ำ� เรจ็ เปน็ อาหารเสรมิ ใหก้ บั หมทู เ่ี ลย้ี งไวท้ กุ เดอื นคณะครจู งึ มคี วามคดิ เลย้ี งหมทู เ่ี รยี กวา่ หมอู นิ ทรยี ์ ซง่ึ ในทน่ี ห้ี มายถงึ การทำ� อาหารเสรมิ ใหห้ มดู ว้ ยการหมกั หยวกกลว้ ยแทนการใชอ้ าหารส�ำเร็จ หลังจากครูนาค แกว้ ยา ได้มโี อกาสไปอบรมความรเู้ รอ่ื งการเลย้ี งหมโู ดยใช้วัสดุธรรมชาติท่ีอำ� เภอแมส่ อด จัดโดยสำ� นักงานปศุสัตวจ์ งั หวัดตาก ในปี พ.ศ.๒๕๕๔ กลบั มาแล้วจึงทำ� กิจกรรมแนวปฏิบตั ิที่ดเี รือ่ งหมูอนิ ทรยี ์น้ีขน้ึ 63
วัตถุประสงค์ ๑. เพือ่ ลดค่าใช้จ่ายในการซ้ืออาหารหมูสำ� เร็จรปู ๒. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นสามารถเลย้ี งหมูแบบอนิ ทรยี ไ์ ด้ ๓. เพื่อถา่ ยทอดความร้กู ารเลีย้ งหมอู ินทรยี ไ์ ปยังชาวบา้ นในชุมชนเปา้ หมาย เชงิ ปรมิ าณ ๑. ค่าใชจ้ ่ายในการซื้ออาหารหมสู ำ� เรจ็ รปู ลดลง ร้อยละ ๕๐ ๒. นกั เรียนระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ - ๖ จำ� นวน ๓๘ คน เชิงคณุ ภาพ นกั เรยี นสามารถทำ� อาหารหมกั อนิ ทรีย์และเลย้ี งหมู ตน้ ทุนการเลี้ยงหมูลดลงสามารถขยายผลการเลี้ยงหมูอนิ ทรยี ไ์ ปยงั ชาวบ้านท่ีสนใจในชมุ ชนได้กระบวนการด�ำเนนิ งาน ๑. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ๑.๑ ประชมุ ชแ้ี จงและชกั ชวนชาวบา้ น ใหเ้ ขา้ มามสี ว่ นรว่ มเรยี นรใู้ นการทำ� อาหารหมู หมกั จากกลว้ ยกบั ครแู ละนกั เรียนศนู ย์การศึกษาเพอื่ ชมุ ชนในเขตภเู ขา ๑.๒ สรา้ งความเข้าใจ ทำ� แผน ร่วมกบั เด็กนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖ ที่เปน็ กล่มุ เปา้ หมายสาระสำ� คัญของแผนทด่ี �ำเนนิ การ ใน พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ มีดงั นี้ ๑.๒.๑ พ.ศ. ๒๕๕๔ ครใู หค้ วามรูเ้ กีย่ วกบั ความหมาย ความส�ำคญั วิธกี ารท�ำอาหารหมูหมกั จากหยวกกล้วย ๑.๒.๒ พ.ศ. ๒๕๕๔ จดั เตรยี มอปุ กรณ์ เชน่ ถงั พลาสตกิ ขนาดความจุ ๑๐๐ ลติ ร กะละมงัมีด และเครอื่ งชง่ั ๑.๒.๓ พ.ศ. ๒๕๕๔ ชว่ ยกันทำ� ครกกระเด่อื ง ๑.๒.๔ พ.ศ. ๒๕๕๔ เตรียมวัตถุดิบทีใ่ ช ้ เช่น หยวกกล้วย น�้ำตาลทรายแดง รำ� ละเอยี ดสัปดาห์ละ ๑ ครงั้ ๑.๒.๕ พ.ศ. ๒๕๕๔ ฝกึ ปฏิบัติเรียนรู้ เพื่อใหส้ ามารถทำ� ได้ ๑.๒.๖ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ปฏิบตั กิ ารเลย้ี งหมู ๑ รุ่น ใช้เวลา ๘ เดือน โดยท�ำงานเป็นกลมุ่ ๑.๒.๗ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ก�ำกบั ตดิ ตาม สรปุ รายงานผล เผยแพร่ 64
๒.ข้ันปฏิบตั ิ การหมักหยวกกลว้ ยทำ� เปน็ อาหารเสรมิ ส�ำหรับเล้ียงหมู ได้แบ่งกลมุ่ นักเรยี น ดงั น้ี กลมุ่ ใหญ่ นักเรียน ๓๘ คน มหี น้าที่ชว่ ยกนั ทำ� อาหารหมัก จดั ทำ� บัญชี และบนั ทึกการเรยี นรู้ ท่ีได้รับเปน็รายบุคคล สัปดาหล์ ะ ๑ คร้งั ปฏิบัตทิ ุกเชา้ วนั เสาร์ กลุ่มย่อย ๗ กลุ่ม ๆ ละ ๕-๗ คน ท�ำหน้าที่ต้มผักท่ีเป็นอาหารหลักให้อาหารหลัก และอาหารเสริมท�ำความสะอาดคอก บันทกึ การเรยี นรู้รายงาน โดยมีครเู ปน็ ที่ปรกึ ษาให้คำ� แนะนำ� หมนุ เวยี นปฏิบตั ติ ลอด ๘ เดอื น การทำ� งานกล่มุ ใหญ ่ ทำ� งานสปั ดาหล์ ะครง้ั ไดแ้ บง่ เปน็ กลมุ่ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ท�ำหนา้ ที่ ดังน้ี กลมุ่ ที่ ๑-๒ มีหน้าท่ีไปหาหยวกกลว้ ยเพือ่ ทำ� อาหารหมักใหไ้ ด้ ๑๐๐ กโิ ลกรมั (ประมาณ ๑๕ ตน้ ) กลมุ่ ท่ี ๓ มหี น้าท่ีทยอยหัน่ หยวกกล้วยท่ีกลมุ่ ท่ี ๑ และ ๒ หามาได้ กลมุ่ ท่ี ๔ มีหนา้ ที่ทยอยต�ำหยวกกล้วยที่ห่ันแลว้ โดยครกกระเดื่อง กลุ่มท่ี ๕ มหี นา้ ที่น�ำรำ� ละเอยี ด น้�ำตาลทรายแดง เกลือ -ผสมคลกุ เคล้ากับหยวกกลว้ ยในกะละมังใหเ้ ขา้ กันแลว้ นำ� ไปใสถ่ งั หมกั ปดิ ฝาถงั ท้งิ ไว้ กลมุ่ ที่ ๖ มหี นา้ ที่จดบันทึกการเรยี นรูแ้ ละจัดทำ� บญั ชีการใชว้ ัตถุดบิ 65
การทำ� งานกลมุ่ ยอ่ ยกลมุ่ ยอ่ ย ๗ กลมุ่ ทำ� งานทกุ วนั ตลอด ๘ เดอื น มหี นา้ ทหี่ าผกั มาตม้ เพอื่ ผสมหยวกกลว้ ยหมกั เปน็ อาหารหม ู ให้อาหารหมู ทำ� ความสะอาดคอกหม ู หมนุ เวียนกนั ไป โดยทุกบา่ ยวันเสาร์ ก�ำหนดให้นกั เรียนรวมกันเป็นกลมุ่ ใหญ่ เพอื่ ชว่ ยกนั วเิ คราะหค์ วามส�ำเรจ็ ปัญหา อุปสรรคและวางแผนการทำ� งานตอ่ ไป ๓. ขน้ั การประเมินผล ใช้วิธกี ารสังเกตดูจากผลงานการปฏิบัตจิ ริงตรวจบันทึกการเรยี นรแู้ ละการจดั ท�ำบญั ชี 66
ผลการดำ� เนินงาน ๑. นกั เรียนจำ� นวน ๓๘ คน สามารถท�ำอาหารหมกั หยวกกลว้ ยและเลยี้ งหมูได้ผลในระดับดี ๒. ไม่เสียเงินค่าใช้จ่ายในการซ้ืออาหารเสริมหมูส�ำเร็จรูปซ่ึงเคยใช้ ๒ กระสอบ/เดือน (ราคากระสอบละ๖๘๐ บาท) ๓. นักเรียนสามารถน�ำความรไู้ ปถา่ ยทอดให้กบั ผปู้ กครองทำ� ใหม้ ชี าวบ้านเลย้ี งหมแู บบหมูอนิ ทรีย์ตามแบบศูนย์การศกึ ษาเพอ่ื ชมุ ชนในเขตภเู ขา จ�ำนวน ๕ หลงั คาเรือน ๔. จดั สรา้ งอาคารโรงเรือนส�ำหรบั ใชท้ ำ� อาหารหมูหมักจากหยวกกล้วย จ�ำนวน ๑ อาคาร โดยครมู แี ผนท่จี ะท�ำให้เปน็ แหลง่ เรียนรู้เร่อื งการเลย้ี งหมูอินทรยี ์ในอนาคตการเผยแพร่ ๑. เผยแพร่ผลงานโดยนักเรียนศูนย์การศึกษาเพ่ือชุมชนในเขตภูเขา ไปถ่ายทอดชักชวนผู้ปกครองให้เล้ียงหมูแบบอนิ ทรยี ์ ๒. ท�ำเอกสารแผ่นพับเผยแพรว่ ธิ กี ารเลยี้ งหมูอนิ ทรีย์ใหก้ ับผทู้ ่สี นใจ ๓. เผยแพรผ่ ลงานให้กบั เพ่ือนครูศนู ย์การศกึ ษาเพอื่ ชุมชนในเขตภูเขา ภายในกลุม่ ๔. เผยแพร่ผลงานให้ครูศูนย์การศึกษาเพ่ือชุมชนในเขตภูเขา จังหวัดตากในการอบรมครูโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถ่ินทุรกันดารตามพระราชด�ำริฯ เม่ือวันท่ี ๑๕-๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ โรงแรมควีนพาเลสอำ� เภอแมส่ อด จงั หวดั ตากปญั หาอุปสรรคและข้อเสนอแนะปัญหาอปุ สรรค ๑. การขาดความต่อเน่ืองในการดูแลควบคุมการท�ำอาหารหมักการเลี้ยงหมูกรณีครูมีภารกิจต้องออกนอกพน้ื ท่ี ๒. ปัญหาการขยายผลสู่ชุมชน เน่ืองจากชาวบ้านมีฐานะยากจนท�ำให้ไม่สามารถซ้ือวัสดุอุปกรณ์ประกอบเช่นถงั พลาสตกิ ความจุ ๑๐๐ ลิตร จึงมีชาวบา้ นทำ� ตามไดน้ อ้ ยข้อเสนอแนะ ๑. การเลี้ยงหมอู นิ ทรียค์ รจู ะตอ้ งดแู ลเอาใจใสต่ ิดตามให้กำ� ลงั ใจอย่างใกลช้ ดิ ๒. หากชาวบา้ นขาดความพรอ้ มในการจดั ซอ้ื วสั ดอุ ปุ กรณใ์ นการทำ� อาหารหมกั จากหยวกกลว้ ย ครคู วรเขา้ ไปให้การแนะน�ำช่วยเหลือโดย อาจประสานหน่วยงานต้นสังกัดบุคคลองค์กรภาคีเครือข่ายท่ีมีศักยภาพสนับสนุนช่วยเหลอื เพอ่ื ช่วยให้ชาวบ้านสามารถดำ� เนนิ งานไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและยั่งยนื 67
นำ้� : พลงั งานทางเลอื กแนวปฏบิ ตั ทิ ดี่ ีดา้ นอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ปี ๒๕๕๖ ผศู้ ึกษา นางสาวสรุ ีย์ ยิง่ ตระกลู ไพร และนายวีระชัย พายุหมุนวน ศนู ย์การเรยี นชมุ ชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟา้ หลวง” บา้ นแม่ด๊ ึ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อ�ำเภอแม่สะเรียง ส�ำนกั งานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจังหวดั แมฮ่ ่องสอน 68
บทคดั ยอ่ แนวปฏิบัติท่ีดีด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมน้�ำ : พลังงานทางเลือก มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา มีระบบไฟฟ้าใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในตอนกลางวนั และตอนกลางคนื ชมุ ชนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ไฟฟา้ พลงั งานนำ�้ ขนาดเลก็ มแี หลง่ นำ้� สำ� หรบั นำ� ไปใชใ้ นการอปุ โภคบรโิ ภคและการทำ� เกษตรในศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา รวมทง้ั ใหช้ มุ ชนตระหนกั และเหน็ คณุ คา่ ของทรพั ยากรนำ้� มกี ารจดั การทรพั ยากรนำ้� อยา่ งเปน็ ระบบ กลมุ่ เปา้ หมายทเี่ ขา้ รว่ มกจิ กรรม คอื ผเู้ รยี นทง้ั เดก็ และผใู้ หญ่จ�ำนวน ๔๗ คน ชาวบ้าน จำ� นวน ๒๕ ครวั เรือน ท้งั นไี้ ด้ดำ� เนินการโดยเริ่มจากครูศึกษาขอ้ มูลประชุมชาวบ้านช้แี จงวตั ถปุ ระสงคว์ างแผนการดำ� เนนิ งานจัดท�ำโครงการ ขออนมุ ตั สิ นับสนุนงบประมาณจดั ซือ้ วสั ดุ-อปุ กรณ์ และด�ำเนินการก่อสร้างโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนชมรมอาสาพัฒนาแม่โจ้และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา รวมทั้งมีการส่งเสริมให้ผู้เรียนปลูกผักและเล้ียงสัตว์ในศนู ย์การเรยี นชุมชนชาวไทยภูเขา และสรุปผลการดำ� เนินงาน ผลจากการดำ� เนนิ งานพบวา่ ชมุ ชนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ไฟฟา้ พลงั งานนำ้� ขนาดเลก็ ครสู ามารถจดั การเรียนการสอนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายได้ท้ังในตอนกลางวันและกลางคืน มีระบบประปาเพื่อการเกษตรในศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา ชุมชนตระหนักและเห็นคุณค่าของทรัพยากรน้�ำรวมทั้งมีส่วนร่วมดูแลรับผิดชอบระบบไฟฟา้ พลงั งานน�้ำของศูนยก์ ารเรียนชมุ ชนชาวไทยภเู ขา อยา่ งเปน็ ระบบ 69
ความเปน็ มาและความสำ� คญั ของปญั หา สถานการณ์ความขาดแคลนและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากข้นึ ไมเ่ พียงสง่ ผลต่อสขุ ภาพและการด�ำรงชวี ิตของประชาชนเทา่ นนั้ แต่ยังทำ� ใหผ้ นื ปา่ ลดลงและเกิดน�ำ้ ปา่ ไหลหลากทว่ มบา้ นเรือนทอี่ ยู่อาศัยของประชาชนอย่างหลีกเล่ยี งไม่ได้ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงหว่ งใยและทรงเหน็ ถงึ ความจำ� เป็นอยา่ งย่งิ ที่จะตอ้ งเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คืนสู่สมดุลโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะพ้ืนท่ีเป้าหมายชุมชนบนพืน้ ที่สงู อนั เป็นพนื้ ท่ีห่างไกลเสน้ ทางการคมนาคมทรุ กนั ดารและขาดแคลนไฟฟ้า ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่ด๊ึ หมู่ท่ี ๕ ต�ำบลแม่คง อ�ำเภอแม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา ที่ต้ังอยู่ห่างไกลการคมนาคมยากล�ำบากและบริการจากภาครฐั เขา้ ไมถ่ งึ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ไฟฟา้ สง่ ผลให้ ศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนในภาคกลางคืน ส�ำหรบั ผใู้ หญ่โดยใช้วิธจี ดุ ตะเกียงหรือจดุ เทยี นสอนเทา่ น้ัน นอกจากน้ียงั ไม่สามารถใช้ส่อื เทคโนโลยที ่ีหลากหลายประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรไู้ ด้ดว้ ย เหตุผลดงั กลา่ วศูนย์การเรียนชมุ ชนชาวไทยภเู ขา บนพนื้ ท่ีสูงบ้านแมด่ ึ๊จงึ ด�ำเนนิ การสรา้ งระบบไฟฟา้ ดว้ ยพลังงานน�้ำวตั ถุประสงค์ ๑. เพอ่ื ให้ศูนย์การเรียนชมุ ชนชาวไทยภูเขา มีระบบไฟฟ้าใชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนทั้งในตอนกลางวนั และตอนกลางคนื ๒. เพื่อใหช้ ุมชนมีความร้คู วามเข้าใจเก่ยี วกับไฟฟา้ พลังงานน�้ำขนาดเล็ก ๓. เพ่ือใหม้ ีแหล่งน�้ำสำ� หรับใชใ้ นการอปุ โภคบรโิ ภคและการเกษตรในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภเู ขา ๔. เพอื่ ให้ชมุ ชนตระหนักเห็นคุณคา่ ของทรัพยากรน้�ำมีการจดั การทรัพยากรน�้ำอย่างมรี ะบบ 70
เปา้ หมาย เชงิ ปริมาณ ๑. ผ้เู รยี นทัง้ เด็กและผู้ใหญ่ของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บา้ นแมด่ ึ๊ จ�ำนวน ๔๗ คน ๒. ชาวบ้านบา้ นแม่ดึ๊ จ�ำนวน ๒๕ ครัวเรือน เชิงคุณภาพ ผู้เรียนและชุมชนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับไฟฟ้าพลังงานน�ำ้ ขนาดเล็กศนู ย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา มีระบบไฟฟา้ ใชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนในตอนกลางวนั และกลางคนื มแี หลง่ นำ้� สำ� หรบั นำ� ไปใชใ้ นการอปุ โภคบริโภคการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ ชุมชนตระหนักเห็นคุณค่าของทรัพยากรน�้ำมีการจัดการทรัพยากรน�้ำอย่างเป็นระบบกระบวนการดำ� เนนิ งาน ๑. ขั้นเตรยี มการ ครูศึกษาเรียนรู้จากภูมิปัญญา ซ่ึงได้แก่ พระสิริจันโท พระสงฆ์ประจ�ำหมู่บ้านแม่ด๊ึท่ีมีความรู้เรื่องระบบไฟฟ้าพลงั งานนำ�้ โดยทา่ นไดใ้ หค้ วามรแู้ นะนำ� เกย่ี วกบั วธิ กี ารทำ� ระบบไฟฟา้ พลงั งานนำ้� ขนาดเลก็ ศกึ ษาเรยี นรจู้ ากเครอื ขา่ ยชมรมอาสาพัฒนาแมโ่ จ้ มหาวิทยาลยั แมโ่ จ้ จังหวดั เชยี งใหม่ สืบค้นจากเวบ็ ไซต์ของกระทรวงพลงั งาน และศกึ ษาจากหนังสอื เทคโนโลยีพลงั งานหมนุ เวียน : การพัฒนาไฟฟา้ พลังน้ำ� ขนาดเล็ก ครูประชุมชาวบ้านชี้แจงวัตถุประสงค์วางแผนการด�ำเนินงานจัดท�ำโครงการ ขออนุมัติขอรับการสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อวสั ด-ุ อุปกรณจ์ ากชมรมอาสาพัฒนาแม่โจร้ ่วมกับการไฟฟ้าฝา่ ยผลติ แห่งประเทศไทย ๒. ขัน้ ตอนการจดั ทำ� ระบบไฟฟา้ พลังงานนำ้� ๒.๑ ครแู ละชมุ ชนร่วมกันจัดหาแหลง่ ต้นน้ำ� ท่ีอดุ มสมบูรณ์น้ำ� มปี ริมาณมากเพียงพอ ๒.๒ ครชู มุ ชนและเครือขา่ ยรว่ มกนั สร้างถงั พักน้�ำส�ำหรับส่งน�ำ้ ไปยงั เครอ่ื งไดนาโม ๒.๓ ครูชุมชนและเครือขา่ ยร่วมกนั ต่อท่อประปาจากต้นน�ำ้ สง่ ไปยงั ถงั พกั น�้ำ ๒.๔ ครชู ุมชนและเครอื ข่ายรว่ มกนั ตดิ ต้ังเครอ่ื งไดนาโม ๒.๕ ครูชมุ ชนและเครือข่ายร่วมกนั ต่อสายไฟจากเคร่ืองไดนาโมไปยัง ศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภูเขา ๒.๖ ครชู มุ ชนและเครือข่ายรว่ มกนั เดินสายไฟตามจดุ ตา่ ง ๆ บรเิ วณศนู ย์การเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา ๒.๗ ส่งน�้ำเขา้ เครื่องไดนาโมเพ่อื ปน่ั กระแสไฟฟ้าจ่ายไฟไปยงั ศนู ยก์ ารเรียนชุมชนชาวไทยภเู ขา 71
๓. การจดั กระบวนการเรยี นรู้ ๓.๑ ครูจัดกิจกรรมให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เรียนและชุมชนเกี่ยวกับไฟฟ้าพลังงานน�้ำขนาดเล็กทางเลอื กท่ีเป็นมติ รกับสิง่ แวดล้อมและความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับการใช้ไฟฟา้ พลงั งานน้�ำขนาดเล็กอย่างถูกวธิ ี ๓.๒ ครูมีการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนส�ำหรบั เด็กในตอนกลางวนั โดยการดโู ทรทศั นก์ ารใชส้ ่ือวีดิทศั น ์ การใช้สอ่ื คอมพวิ เตอรพ์ กพา ๓.๓ ครูจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนส�ำหรับผูเ้ รยี น ผู้ใหญ่และกล่มุ ผู้ไมร่ หู้ นังสอื ในตอนกลางคนื ๓.๔ ครจู ัดการศกึ ษาตามอัธยาศัย เช่น การศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม ๓.๕ ครูจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนและชุมชนในเรื่อง การใช้ประโยชน์จากน�้ำท่ีไหลท้ิงจากเครอื่ งไดนาโม โดยมกี ารขดุ บอ่ เลย้ี งปลาและปลูกผกั สวนครวั เพือ่ น�ำมาประกอบอาหารกลางวันการประเมินผล มีการประเมนิ ผลการด�ำเนินงานจากการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมของชมุ ชน พบว่า รอ้ ยละ ๘๐พงึ พอใจที่ ศนู ย์การเรียนชมุ ชนชาวไทยภเู ขา มรี ะบบไฟฟา้ พลังงานน้�ำผลการด�ำเนินงาน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา มีระบบไฟฟ้าใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืน ผู้เรียนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไฟฟ้าพลังงานน้�ำขนาดเล็ก มีแหล่งน�้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา มีการปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อประกอบอาหารกลางวันชุมชนสามารถดูแลเร่ืองการใช้ไฟฟ้า มีการจัดเวรดูแล ชุมชนตระหนักและเห็นคุณค่าของทรัพยากรน�้ำมีการจัดการทรัพยากรน้�ำอย่างมีระบบ ที่ส�ำคัญครูสามารถจัดกิจกรรม กศน. ทุกประเภทโดยใช้สื่อเทคโนโลยี หลากหลายรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เครือข่ายให้การสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพยี งพอ มกี ารตดิ ตามดูแลผลการดำ� เนนิ งานอยา่ งตอ่ เนอ่ื งการเผยแพร่ ๑. ใหค้ วามรู้ชุมชนเกยี่ วกบั ประโยชนข์ องระบบไฟฟ้าพลงั งานน�้ำทีม่ ตี อ่ การด�ำเนินชีวติ ประจำ� วนั ในชว่ งทม่ี ีการประชมุ ชาวบ้าน ๒. ท�ำแผ่นพบั ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้กบั ชมุ ชน องค์กรทอ้ งถน่ิ และหนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้อง ๓. แจ้งผลการด�ำเนินงานให้เครือข่ายทราบอย่างตอ่ เน่ือง 72
ปัญหาอปุ สรรคและขอ้ เสนอแนะ ปัญหาอุปสรรค ๑. ฤดูฝนมีปริมาณน้�ำท่วมหลาก ส่งผลท�ำให้มเี ศษกง่ิ ไม้ใบไมล้ งมาอุดตันบริเวณปากท่อสง่ น้�ำ และภายในเคร่ืองไดนาโม ท�ำให้เคร่ืองไม่สามารถท�ำงานได้จึงต้องมีการจัดเตรียมเวรดูแลประจ�ำวันให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดแู ลเพิ่มมากข้นึ ๒. กระแสไฟฟา้ มาไม่สมำ่� เสมอ ดงั นนั้ ต้องมกี ารตดิ ต้ังหมอ้ แปลงไฟฟา้ ทุกคร้งั ทมี่ ีการใช้งาน ข้อเสนอแนะ ๑. ควรสร้างไฟฟ้าพลังงานน้�ำขนาดเล็กเป็นพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมส�ำหรับชุมชนที่ยังไมม่ ไี ฟฟา้ และอยใู่ กลแ้ หล่งน�ำ้ ทมี่ นี �้ำอุดมสมบรู ณ์ตลอดปี เปน็ การจดั การทรพั ยากรน�ำ้ อย่างมีระบบและรูค้ ุณคา่ ๒. ฤดแู ลง้ หากมนี ำ้� นอ้ ยควรใช้เครือ่ งไดนาโม ขนาด ๑.๕ กิโลวตั ต์ เนอ่ื งจากเครอื่ งมขี นาดเล็กความต้องการใช้น้�ำในการปั่นกระแสไฟมีน้อยกว่า ส�ำหรับเคร่ืองขนาด ๓ กิโลวัตต์ ท่ีเคร่ืองมีขนาดใหญ่เหมาะส�ำหรับฤดูฝนที่มีปริมาณนำ้� มาก 73
วถิ มี ละบริแนวปฏิบตั ทิ ่ีดีดา้ นอนรุ กั ษส์ บื ทอดวฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ปี ๒๕๕๖ ผู้ศกึ ษา นางสภุ ารตั น์ ขนั หลวง ศนู ยก์ ารเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา“แม่ฟา้ หลวง”มละบรภิ ฟู า้ ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ�ำเภอบอ่ เกลือ ส�ำนักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จังหวัดนา่ น 74
บทคดั ย่อ แนวปฏิบัติบัติท่ีดีด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นเร่ือง “วิถีมละบริ” ของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” มละบริภูฟ้า อ�ำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มเยาวชนเผ่ามละบริ๑) มีความรูค้ วามเข้าใจและเห็นคุณค่าในวฒั นธรรมชนเผ่ามละบริ ๒) มีทกั ษะและวิธีการในการแสวงหาความรแู้ ละสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชนเผ่ามละบริโดยใช้กระบวนการสืบสวนคุณค่าทางวัฒนธรรม และ ๓) มีความสามารถในการเป็นวิทยากรการถ่ายทอดองค์ความรู้วัฒนธรรมชนเผ่ามละบริให้กับกลุ่มชนของตนเองจากรุ่นสู่รุ่นและผ้สู นใจทวั่ ไปกลุ่มเปา้ หมายที่ใชใ้ นการศึกษาครง้ั นเ้ี ปน็ กลมุ่ เยาวชนเผา่ มละบริ จำ� นวน ๒๐ คน วิธีด�ำเนินงานใช้รปู แบบ การอบรมโดยเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ มแบง่ ออกเปน็ ๒ กจิ กรรม คอื การอบรมสบื สานคณุ คา่ ทางวฒั นธรรมชนเผา่มละบรแิ ละการอบรมกระบวนการถา่ ยทอดองคค์ วามรทู้ างวฒั นธรรมชนเผา่ มละบรขิ น้ั ตอนในการดำ� เนนิ กจิ กรรมคอื๑) พัฒนาหลักสูตร ๒) การจัดกระบวนการเรียนรู้โดยน�ำกระบวนการวิจัยอย่างง่ายไปใช้ในการสืบค้นข้อมูลต้ังแต่การวางแผนการท�ำงานการสร้างเครื่องมือเพื่อใช้สัมภาษณ์ภูมิปัญญา การจดบันทึก การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปข้อมูลการเรียบเรียงและเขียนเรื่องราวของชนเผ่า รวมท้ังการน�ำเสนอส่ิงที่ได้เรียนรู้ส�ำหรับกระบวนการถ่ายทอดองคค์ วามรทู้ างวฒั นธรรมของชนเผา่ ไดจ้ ดั การอบรมดว้ ยการฝกึ เปน็ วทิ ยากรบอกเรอื่ งราวของตนเอง ๓) การวดั และประเมนิ ผล และ ๔) การสรุปและรายงานผลการดำ� เนินงาน ผลการด�ำเนินงานพบว่าเยาวชน เผ่ามละบริที่ผ่านการอบรมมีความรู้ความเข้าใจตระหนักถึงคุณค่าความส�ำคัญของวัฒนธรรมชนเผ่ามละบริโดยผลการประเมินระดับความรู้ความเข้าใจหลังเรียนทั้ง ๔ ด้าน มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ ๓.๒๓ อยู่ในระดับดี นอกจากนี้ยังมีความสามารถใช้กระบวนการสืบสวนคุณค่าทางวัฒนธรรมของตนเองเก่ียวกับวิถีการด�ำรงชีวิต ส่ิงดีงาม ข้อห้าม ความเช่ือภาษา วรรณกรรม และงานหัตถกรรมของชนเผ่ามละบริมาเรียบเรียงและเขียนเร่ืองราวของชนเผ่า รวมทั้งน�ำเสนอได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความภาคภูมิใจ ตลอดจนสามารถเปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอดองคค์ วามรวู้ ฒั นธรรมชนเผา่ มละบรใิ หก้ บั กลมุ่ ชนของตนเองจากรนุ่ สรู่ นุ่ โดยเฉพาะเดก็ๆ ทก่ี ำ� ลังเตบิ โต และผู้ทสี่ นใจทว่ั ไปไดอ้ ย่างเปน็ ระบบด้วยความมนั่ ใจมากขึ้น 75
ความเปน็ มาและความส�ำคญั ของปัญหา ชนเผ่ามละบริ หรือท่คี นส่วนใหญเ่ รียกขานกันวา่ “ตองเหลือง” เปน็ กลุม่ ชาตพิ ันธุห์ น่ึงในโลกทมี่ ีความสำ� คญั ทง้ั นเ้ี พราะเปน็ กลมุ่ ชาตพิ นั ธท์ุ จี่ ดั ไดว้ า่ ใกลเ้ คยี งกบั มนษุ ยย์ คุ กอ่ นประวตั ศิ าสตรเ์ ปน็ กลมุ่ สดุ ทา้ ย และมเี หลอื อยู่จำ� นวนนอ้ ยในประเทศไทย ซงึ่ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงหว่ งใยและมพี ระมหากรณุ าธคิ ณุพระราชทานความชว่ ยเหลอื โดยใหด้ ำ� เนนิ การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ควบคไู่ ปกบั การอนรุ กั ษว์ ถิ ชี วี ติ และเอกลกั ษณค์ วามเป็นชนเผ่า จากสภาพปจั จบุ นั ทเี่ ปน็ ยคุ ของการเปลยี่ นแปลงทางดา้ นเศรษฐกจิ การเมอื ง วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอยา่ งรวดเรว็ ทำ� ใหช้ นเผา่ มละบรใิ นปจั จบุ นั มกี ารตดิ ตอ่ ปฏสิ มั พนั ธก์ บั สงั คมภายนอกมากขน้ึ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งปรบั เปลย่ี นวถิ ชี วี ติ ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพการเปลย่ี นแปลงแตย่ งั คงตอ้ งดำ� รงรกั ษา และสบื ทอดวฒั นธรรมความดงี ามของชนเผา่เพอ่ื คงไว้ซ่งึ เอกลกั ษณ์ความเป็นชนเผ่ามละบริ จงึ เป็นเรอ่ื งส�ำคญั สำ� หรบั คนในชนเผา่ โดยเฉพาะในเรื่องการสบื สานถา่ ยทอดและการดำ� รงรกั ษาไว้ กระบวนการทางการศกึ ษาเพอื่ ใหช้ นเผา่ มละบรมิ ศี กั ยภาพเพยี งพอทจ่ี ะรว่ มกนั อนรุ กั ษ์วฒั นธรรมของชนเผา่ ตนเองได้ ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำ� เภอบอ่ เกลอื จงึ ไดร้ ว่ มดำ� เนนิการภายใตโ้ ครงการพฒั นาทกั ษะกระบวนการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมชนเผา่ มละบรโิ ดยครปู ระจำ� ศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา “แมฟ่ า้ หลวง” มละบรภิ ฟู า้ รว่ มกนั จดั กระบวนการเรยี นรเู้ พอ่ื อนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมชนเผา่ มละบรใิ หก้ บั เยาวชนมละบรภิ ายใตห้ ลกั การทสี่ �ำคญั คอื “การพฒั นาดว้ ยความเคารพในศกั ดศ์ิ รคี วามเปน็ มนษุ ยม์ เี สรภี าพทจ่ี ะมชี วี ติ อยา่ งมละบริอย่รู ่วมกบั สงั คมทั่วไปไดอ้ ย่างกลมกลืนและเทา่ ทนั ไมห่ ลงลมื รกรากของชนเผา่ ”วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพ่อื ให้กลมุ่ เยาวชนเผา่ มละบริมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจและเหน็ คุณค่าในวฒั นธรรมชนเผา่ มละบริ ๒. เพอ่ื ใหก้ ลมุ่ เยาวชนเผา่ มละบรมิ ที กั ษะและวธิ กี ารในการแสวงหาความรแู้ ละสรา้ งองคค์ วามรเู้ กยี่ วกบัวฒั นธรรมชนเผา่ มละบรโิ ดยใชก้ ระบวนการสืบสวนคุณคา่ ทางวฒั นธรรม ๓. เพ่อื ใหก้ ลุ่มเยาวชนเผ่ามละบรมิ ีความสามารถในการเป็นวิทยากรการถา่ ยทอดองคค์ วามรูว้ ัฒนธรรมชนเผ่ามละบริใหก้ ับกลมุ่ ชนของตนเองจากรนุ่ สู่ร่นุ และผู้สนใจทว่ั ไป 76
เปา้ หมาย เชงิ ปริมาณ กลมุ่ เยาวชนเผา่ มละบริ จ�ำนวน ๒๐ คน เชิงคณุ ภาพ กลุ่มเยาวชนมละบริท่ีผ่านการอบรมเพ่ือพัฒนาศักยภาพมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับวัฒนธรรมของชนเผา่ เห็นคณุ คา่ ทางวัฒนธรรม มีความสามารถใช้กระบวนการสืบสวนคณุ ค่าทางวฒั นธรรม และการถ่ายทอดองค์ความรขู้ องตนเอง ตลอดจนนำ� ความรมู้ าพฒั นาเปน็ สาระการเรยี นรมู้ ละบรวิ ทิ ยาเพอ่ื ใชใ้ นกจิ กรรมการเรยี นการสอนกระบวนการดำ� เนนิ งาน กระบวนการดำ� เนนิ งานจดั กระบวนการเรยี นรเู้ พอ่ื อนรุ กั ษแ์ ละสบื ทอดวฒั นธรรมชนเผา่ มละบริ มขี น้ั ตอนการดำ� เนนิ การดงั น้ี ๑. การพฒั นาหลกั สตู ร การพฒั นาหลกั สูตรอบรมการสืบสวนคณุ ค่าทางวฒั นธรรมของชนเผ่ามละบริเพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมชนเผ่ามละบริให้กับเยาวชนเผ่ามละบริ ประกอบด้วยการจัดกิจกรรมอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ ๒ กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมการอบรมสืบสวนคุณค่าทางวัฒนธรรมชนเผา่ มละบริ และกจิ กรรมการอบรมกระบวนการถา่ ยทอดองคค์ วามรทู้ างวฒั นธรรมชนเผา่ มละบริ โดยมขี นั้ ตอนดงั น้ี ๑.๑ ก�ำหนดวัตถุประสงค์หลักสูตรอบรมการสืบสวนคุณค่าทางวัฒนธรรมของชนเผ่ามละบริมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือให้เยาวชนชนเผ่ามละบริทีเ่ ข้ารับการอบรม ๑.๑.๑ มคี วามรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกับวฒั นธรรมของชนเผา่ มละบริ ๑.๑.๒ มีทักษะและวธิ กี ารในการแสวงหาความรู้เกยี่ วกบั วัฒนธรรมของชนเผา่ มละบริ ๑.๑.๓ เห็นคณุ คา่ ทางวัฒนธรรมของชนเผ่ามละบริ ๑.๑.๔ มีความสามารถในการถา่ ยทอดวัฒนธรรมของชนเผา่ มละบริ ๑.๒ ก�ำหนดขอบข่ายเนือ้ หาและจัดท�ำแผนการจดั กิจกรรมหลกั สตู รอบรมการสบื สวนคณุ คา่ ทางวัฒนธรรมของชนเผา่ มละบริ ประกอบด้วยเนอ้ื หาจ�ำนวน ๖ เรื่อง และแผนการจัดกิจกรรมจ�ำนวน ๙ แผน ดังน้ี ๑.๒.๑ การวางแผนสืบสวนข้อมูลทางวัฒนธรรมของชนเผ่ามละบริประกอบด้วยแผนจัดกจิ กรรม จ�ำนวน ๓ แผนคือ (๑) ร้เู ขารู้เรา (๒) ความคาดหวังและขอ้ ตกลงรว่ มกันในการเรยี นรแู้ ละ (๓) เตรียมความพรอ้ มก่อนเรียนรวู้ ัฒนธรรม ๑.๒.๒ การสร้างเครื่องมือสืบสวนข้อมูลทางวัฒนธรรมของชนเผ่ามละบริ ประกอบด้วยแผนจัดกิจกรรม จ�ำนวน ๑ แผน คือ ตดิ อาวธุ กอ่ นลงมอื ปฏบิ ัติ ๑.๒.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมของชนเผ่ามละบริ ประกอบด้วยแผนจัดกิจกรรมจ�ำนวน ๑ แผน คือ ปฏบิ ัตกิ ารจดั เกบ็ ขอ้ มูลในพ้นื ท่ี ๑.๒.๔ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ทางวฒั นธรรมของชนเผา่ มละบริ ประกอบดว้ ยแผนจดั กจิ กรรมจำ� นวน ๑ แผน คือ จ�ำแนกสงิ่ ทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรู้ 77
๑.๒.๕ การสรุปการเขียนรายงานและการน�ำเสนอวัฒนธรรมของชนเผ่ามละบริ ประกอบด้วยแผนจดั กจิ กรรม จ�ำนวน ๑ แผน คอื เขียนเร่อื งราวองค์ความรทู้ างวัฒนธรรมของชนเผ่า ๑.๒.๖ เทคนคิ การถา่ ยทอดความรทู้ างวฒั นธรรมของชนเผา่ มละบริ ประกอบดว้ ย แผนจดั กจิ กรรมจ�ำนวน ๒ แผน คอื (๑) เทคนิคการถ่ายทอดความรู้ทางวัฒนธรรมของชนเผา่ สู่การปฏิบตั ิ และ (๒) บทสะทอ้ นจากการเรียนรสู้ กู่ ารปฏิบตั ิ ๑.๓ ก�ำหนดระยะเวลาการอบรมกลุ่มเป้าหมายคุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรมและคุณสมบัติของวทิ ยากรดังน้ี ๑.๓.๑ ก�ำหนดระยะเวลาการอบรมเปน็ ๒ ระยะ ดงั นี้ ระยะที่ ๑ กจิ กรรมการอบรมการสบื สวนคณุ คา่ ทางวฒั นธรรมชนเผา่ มละบริ จำ� นวน ๕ วนัระหว่างวันท่ี ๙ – ๑๓ มกราคม ๒๕๕๕ ณ ศนู ย์ภูฟา้ พฒั นา อำ� เภอบ่อเกลอื จงั หวดั น่าน ระยะท่ี ๒ กิจกรรมการอบรมกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมชนเผ่ามละบริ จำ� นวน ๕ วนั ประกอบดว้ ยกจิ กรรมการอบรม ๓ วนั (วนั ที่ ๒๗ – ๒๙ มถิ นุ ายน ๒๕๕๕) กจิ กรรมการศกึ ษาดงู าน๑ วัน (วันที่ ๑๓ กนั ยายน ๒๕๕๕) และกจิ กรรมสะทอ้ นผลการเรยี นสู่การปฏิบัติ ๑ วัน (วนั ท่ี ๑๔กนั ยายน ๒๕๕๕) ๑.๓.๒ ก�ำหนดกล่มุ เป้าหมายคุณสมบตั ขิ องผู้เขา้ รับการอบรมและคุณสมบัตขิ องวทิ ยากร ดังน้ี ๑) กลุม่ เปา้ หมายเปน็ เยาวชนชนเผ่ามละบริ ๒) คุณสมบัติของผู้เขา้ ร่วมอบรมเปน็ เยาวชนชนเผา่ มละบรทิ ส่ี มคั รใจเข้ารว่ มอบรมพัฒนาศักยภาพในการถา่ ยทอดวฒั นธรรมของชนเผา่ มละบริ ๓) คุณสมบัติของวิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกิจกรรมและด้านการถ่ายทอดวฒั นธรรมของชนเผา่ มละบริ ๑.๔ ก�ำหนดรูปแบบและกิจกรรมการอบรม ในการอบรมครั้งน้ีเป็นการจัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมมกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นรรู้ ว่ มกนั และปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกุ กจิ กรรม โดยมงุ่ หวงั ใหส้ ามารถสรปุ ประเดน็ต่าง ๆ จากการกระท�ำของตนเองและกลุ่ม มีการแบ่งกลุ่มย่อยเพ่ืออภิปรายแลกเปล่ียนเรียนรู้การใช้กรณีศึกษาบทความและขา่ วเพื่อฝึกการแกป้ ญั หาและหาคำ� ตอบดว้ ยตนเอง การอบรมตามรายละเอียดแต่ละกจิ กรรมการเรียนร้มู ีขั้นตอนการด�ำเนินกจิ กรรมดังน้ี ๑.๔.๑ การแบ่งกลุ่มมีการแบ่งกลุ่มย่อย ๆ สมาชิกกลุ่มละ ๕ – ๗ คน เพื่อสืบสวนคุณค่าทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับ ๑) วิถีการด�ำรงชีวิต ๒) สิ่งดีงามข้อห้ามและความเช่ือ ๓) ภาษาและวรรณกรรมและ๔) งานหตั ถกรรมของชนเผา่ มละบริ ๑.๔.๒ การจัดสถานท่ีอบรมควรจัดให้มีบรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการแบ่งกลุ่มและการอภิปรายแลกเปล่ียนเรียนรภู้ ายในกล่มุ ๑.๔.๓ การด�ำเนินกิจกรรมการเรียนรู้มีการช้ีแจงวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรม มีใบความรู้ให้ผเู้ รยี นและวทิ ยากรไดศ้ กึ ษา มใี บงานใหท้ ำ� กจิ กรรม หลงั จากทำ� กจิ กรรมในแตล่ ะครงั้ วทิ ยากรจะใหผ้ เู้ รยี นรว่ มกนั สรปุ 78
องคค์ วามรู้ โดยมกี ารแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ สว่ นทบ่ี กพรอ่ งใหส้ มบรู ณย์ งิ่ ขน้ึ และเมอื่ เรม่ิ กจิ กรรมใหมจ่ ะมกี ารทบทวนกจิ กรรมเดิมท่ีได้ปฏิบัติไปแล้วมีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ เพ่ือเพ่ิมศักยภาพโดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงและศึกษาจากผูร้ ้โู ดยการศกึ ษาดงู าน ๑.๔.๔ การประเมนิ ผลการเรียนรูม้ กี ารประเมินผลการเรียนรู้ท่ีสอดคลอ้ งกบั วัตถุประสงค์ของแต่ละแผนการเรยี นรู้ ๑.๕ กำ� หนดสอ่ื อปุ กรณท์ ใ่ี ชใ้ นการอบรมครงั้ นป้ี ระกอบดว้ ยใบความรู้ ใบงาน กรณศี กึ ษา บทความรปู ภาพและข่าวคอมพวิ เตอร์ ปากกาเคมี กระดาษปรฟู๊ ปา้ ยชื่อ บัตรคำ� ฯลฯ ผู้รู้ภมู ปิ ญั ญาและแหล่งเรยี นรู้ ไดแ้ ก่มคั คุเทศก์ของเทศบาลเมอื งน่าน แหลง่ ทอ่ งเที่ยวในเทศบาลเมอื งนา่ น (วดั และพพิ ิธภัณฑ์) ๑.๖ กำ� หนดวธิ ีการวดั ผลและประเมินผล ๑.๖.๑ กอ่ นเรม่ิ กจิ กรรมใชแ้ บบทดสอบวดั ระดบั ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั วฒั นธรรมชนเผา่มละบริ จ�ำนวน ๕๕ ขอ้ ๑.๖.๒ ระหวา่ งการจดั กจิ กรรมประเมนิ จากการอภปิ รายการพดู คยุ ซกั ถามและความรว่ มมอืทำ� งานในกจิ กรรมกลุม่ /รายบุคคล โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรม และประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านตามใบงานทก่ี ำ� หนดแตล่ ะกจิ กรรม ๑.๖.๓ เมือ่ อบรมครบทกุ กจิ กรรมแล้วใช้แบบทดสอบวดั ระดับความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบัวัฒนธรรมชนเผา่ มละบริ จำ� นวน ๕๕ ขอ้ ๒. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๒.๑ ข้ันเตรียมการ ได้แก่การจัดสถานที่ ส่ืออุปกรณ์ในการอบรม ประสานความร่วมมือวิทยากร ผู้รสู้ ถานท่ศี ึกษาดูงาน ๒.๒ ดำ� เนนิ การจัดกิจกรรมตามแผนจดั กิจกรรม ๓. การวัดผลและประเมนิ ผล ด�ำเนนิ การวดั ผลและประเมนิ ผล ๓ ระยะ ได้แก่ กอ่ นเรม่ิ กิจกรรมโดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียน ระหว่างการจัดกิจกรรมโดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรม และประเมินผลการปฏิบัติงานและหลังการจดั กจิ กรรมโดยใช้แบบทดสอบหลังเรยี น ๔. การสรุปและรายงานผลการด�ำเนินงาน หลังสน้ิ สุดการด�ำเนินงาน ครูประจำ� ศนู ยก์ ารศึกษาเพ่ือชมุ ชนในเขตภเู ขา มละบริภฟู ้าด�ำเนนิ การสรุปผลการด�ำเนินงาน และจดั ท�ำเอกสารรายงานแผ่นพบั และวดี ทิ ศั น์เก่ยี วกับการฝึกประสบการณเ์ ป็นมัคคุเทศก์ผลการดำ� เนนิ งาน ๑. การพัฒนาศักยภาพของเยาวชนเผ่ามละบริในการสืบสวนคุณค่าทางวัฒนธรรมของชนเผ่ามละบริโดยผ่านกิจกรรมท่ีจัดขึ้นอย่างเหมาะสม มีหลักสูตรการอบรมซ่ึงเป็นกระบวนการวิจัยอย่างง่ายท่ีเน้นวิธีการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมโดยกลมุ่ เปา้ หมายเป็นเยาวชนเผ่ามละบริทผี่ า่ นการอบรม รวม ๒๐ คน 79
มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับวฒั นธรรมของชนเผ่าเหน็ คุณค่าทางวฒั นธรรมของตนเองเกี่ยวกบั ๑) วถิ ีการดำ� รงชีวิต๒) ส่ิงดีงามข้อหา้ มและความเชื่อ ๓) ภาษาและวรรณกรรม และ ๔) งานหัตถกรรมของชนเผ่ามละบริโดยมผี ลการประเมินระดบั ความรู้ความเข้าใจหลงั เรียนท้ัง ๔ ด้าน พบว่า ผเู้ รยี นมีผลการเรยี นร้ดู า้ นสง่ิ ดีงามข้อหา้ มและความเชือ่มากทส่ี ดุ มคี ่าเฉลยี่ เท่ากับ ๓.๔๙ อยใู่ นระดับดี รองลงมาคือ ด้านวถิ ีการด�ำรงชีวิต มคี า่ เฉลยี่ ๓.๔๓ อยใู่ นระดับดีดา้ นทน่ี ้อยทส่ี ุดคือ ด้านงานหตั ถกรรมของชนเผา่ มละบริ มคี า่ เฉล่ยี เทา่ กบั ๒.๘๙ อย่ใู นระดับดี เมื่อนำ� มาคิดคา่ เฉลยี่รวมทุกด้านพบวา่ มีคา่ เฉลี่ยเท่ากับ ๓.๒๓ อยูใ่ นระดบั ดี ๒. กลมุ่ เยาวชนเผา่ มละบรมิ ที กั ษะและวธิ กี ารในการแสวงหาความรแู้ ละสรา้ งองคค์ วามรเู้ กยี่ วกบั วฒั นธรรมชนเผา่ มละบริ โดยไดน้ ำ� กระบวนการวจิ ัยอยา่ งง่ายไปใช้ในการสบื คน้ ขอ้ มูล ตง้ั แตก่ ารวางแผนการทำ� งาน การสร้างเคร่ืองมือเพื่อใช้สัมภาษณ์ภูมิปัญญา การจดบันทึก การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปข้อมูล การเรียบเรียงและเขียนเรื่องราวของชนเผา่ รวมทั้งนำ� เสนอสิง่ ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและภาคภูมใิ จ 80
๓. จากการที่กลุ่มเยาวชนเผ่ามละบริได้ผ่านกระบวนการอบรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ จึงท�ำให้มีความสามารถในการเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้วัฒนธรรมชนเผ่ามละบริให้กับกลุ่มชนของตนเองจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะเดก็ ๆ ทีก่ �ำลงั เตบิ โต และผทู้ สี่ นใจทัว่ ไปไดอ้ ยา่ งเป็นระบบดว้ ยความมนั่ ใจมากขึ้น สง่ ผลให้สามารถทำ� หนา้ ท่ีเปน็ มคั คเุ ทศกป์ ระจำ� ศนู ยเ์ รยี นรวู้ ถิ ชี วี ติ และวฒั นธรรมชนเผา่ มละบรภิ ฟู า้ ซงึ่ เปน็ แหลง่ เรยี นรแู้ ละทอ่ งเทย่ี วทน่ี า่ สนใจของนกั ทอ่ งเท่ยี ว อกี ทัง้ ยงั เกดิ รายได้จากการเปน็ มคั คเุ ทศกอ์ กี ดว้ ย นอกจากผลการด�ำเนินงานท่กี ลา่ วมาข้างต้นแลว้ ยงั มผี ลที่เกิดจากการเรยี นรูเ้ กยี่ วกบั งานหัตถกรรมของชนเผา่ มละบริ ท�ำใหเ้ ยาวชนเผ่ามละบรทิ ีไ่ ดเ้ รยี นร้ใู นเรอ่ื งน้ี สามารถผลติ งานหตั กรรมของชนเผ่ามละบริ ไดแ้ ก่ ถงุ ย่ามจากเถาวัลย์ ไม้เทา้ แก้วน้�ำไมไ้ ผ่ กลอ้ งสบู ยา ก�ำไลและแหวนท�ำจากหวาย ปมู (ตะกร้าเก็บของมฝี าปิดท�ำจากหวาย)และเสอ่ื ไมไ้ ผ่ มาจ�ำหนา่ ยทีศ่ นู ย์จำ� หนา่ ยผลิตภณั ฑ์ภายในศนู ย์วัฒนธรรมภูฟ้า ทำ� ใหเ้ กิดการสรา้ งงาน สรา้ งรายได้เพ่มิ ขนึ้ 81
การเผยแพร่ ๑. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ�ำเภอบ่อเกลือ ได้จัดท�ำเอกสาร ประชาสัมพันธ์และนิทรรศการเผยแพร่ผลงานวัฒนธรรมชนเผ่ามละบริภูฟ้าไว้ที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนเผ่ามละบรภิ ูฟา้ เพ่ือใหน้ ักทอ่ งเท่ียวและผู้สนใจทั่วไปได้ศกึ ษา ๒. เยาวชนเผ่ามละบริที่ผ่านการอบรม ท�ำหน้าที่เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เก่ียวกับวัฒนธรรมชนเผา่ มละบรใิ ห้กับคณะครแู ละนักเรียนในโรงเรียนบา้ นสบมาง อ�ำเภอบอ่ เกลือ จงั หวดั น่าน จ�ำนวน ๖ คร้งั ๓. เผยแพรค่ วามรเู้ กย่ี วกบั วฒั นธรรมชนเผา่ มละบริ ผา่ นรายการโทรทศั นข์ องสถานชี อ่ ง ETV/ TRUE/ TNN24ปญั หาอุปสรรคและขอ้ เสนอแนะ สถานศึกษาควรนำ� องคค์ วามรู้ท่ไี ดจ้ ากการสบื สวนคุณค่าทางวฒั นธรรมชนเผ่ามละบริ ไปพฒั นาเปน็ เน้ือหาสาระส่วนหนึ่งของหลักสูตรสถานศึกษา ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (ประถมศึกษา) พุทธศักราช ๒๕๕๔ ส�ำหรับชนเผา่ มละบรติ ่อไป 82
แนวปฏบิ ตั ิท่ดี ี กองทุนพฒั นาเด็กและเยาวชน ในถ่นิ ทรุ กนั ดาร ปี ๒๕๕๗น�ำเสนอในการประชุมวิชาการการพฒั นาเด็กและเยาวชน ในถ่ินทุรกนั ดารฯ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จงั หวัดเชียงใหม่ วนั ท่ี ๒๐ มกราคม ๒๕๕๗ 83
ข้าวโพดเสริมโภชนาการแนวปฏบิ ัติทด่ี ดี า้ นโภชนาการและสุขภาพอนามยั ปี ๒๕๕๗ผู้ศกึ ษา นางสาวสมถวลิ คีรีธีรกุลศูนย์การเรียนชมุ ชนชาวไทยภูเขา“แมฟ่ า้ หลวง” บา้ นโปง่ ขนนุ ต�ำบลแม่ศกึศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อ�ำเภอแมแ่ จ่มสำ� นักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั จังหวดั เชยี งใหม่ 84
บทคัดย่อ แนวปฏิบัติที่ดีด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัย เรื่อง มหัศจรรย์ข้าวโพดเสริมโภชนาการ เป็นกิจกรรมตามโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชด�ำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านโป่งขนุน หมู่ท่ี ๑๕ ต�ำบลแม่ศึกอ�ำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพ่ือแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนเด็กที่ข้าวไม่พอกินในช่วงก่อนฤดูกาลเกบ็ เกย่ี วระหวา่ งเดอื นกรกฎาคมถงึ เดอื นกนั ยายน และเพอ่ื เสรมิ โภชนาการเพมิ่ คณุ คา่ ทางสารอาหาร โดยครรู ว่ มกบัผเู้ รยี นและผปู้ กครองดำ� เนนิ กจิ กรรมมหศั จรรยข์ า้ วโพดเสรมิ โภชนาการดว้ ยการหงุ ขา้ วผสมขา้ วโพด เพอ่ื เพม่ิ ปรมิ าณของข้าวให้พอกนิ พร้อมท้งั ให้ไดร้ บั สารอาหารอยา่ งครบถว้ น ผลการด�ำเนินงาน พบ ว่าสามารถแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนท่ีข้าวไม่พอกินได้และทางด้านโภชนาการพบว่าผู้เรยี นที่กนิ ขา้ วซง่ึ หุงเพียงขา้ วอยา่ งเดยี ว มีอตั รานำ้� หนกั เฉลี่ย ๒๘.๕๗ กิโลกรัม ส่วนสูงเฉล่ยี ๑๒๕.๒๘ เซนติเมตรสว่ นผเู้ รยี นท่ีกนิ ข้าวซง่ึ หุงผสมข้าวโพด มอี ตั รานำ้� หนักเฉลีย่ ๓๐.๒๕ กโิ ลกรมั สว่ นสูงเฉลย่ี ๑๓๑.๒๕ เซนติเมตรจากอตั ราเฉลยี่ นำ�้ หนกั และสว่ นสงู สรปุ ไดว้ า่ ผเู้ รยี นทก่ี นิ ขา้ วผสมขา้ วโพดจะมอี ตั ราเฉลยี่ นำ้� หนกั และสว่ นสงู มากกวา่กว่าเดก็ ทีก่ ินขา้ วซึ่งหงุ โดยไม่ผสมขา้ วโพดอย่างมนี ยั สำ� คญั 85
ความเปน็ มาและความส�ำคญั ของปัญหา หมบู่ า้ นโปง่ ขนนุ ตำ� บลแมศ่ กึ อำ� เภอแมแ่ จม่ จงั หวดั เชยี งใหม่ เปน็ ชมุ ชนชาวปกาเกอญอ ซง่ึ แตเ่ ดมิ มวี ถิ ชี วี ติในการทำ� การเกษตรเพอ่ื การยงั ชพี อยา่ งพออยพู่ อกนิ เชน่ ปลกู ขา้ วไวก้ นิ อยา่ งพอเพยี ง แตด่ ว้ ยภาวะเศรษฐกจิ และวถิ ีชวี ิตทเี่ ปลีย่ นไปในปจั จบุ นั ชาวบ้านไดล้ ดการปลกู ขา้ วลง เพ่ือน�ำพื้นที่ไปใช้ในการปลกู พืชเศรษฐกิจ คอื ขา้ วโพดเพ่ือการจำ� หน่ายมากขึ้น ทำ� ใหพ้ ืน้ ท่ใี นการปลกู ข้าวลดลง เกดิ ปญั หาขา้ วไม่พอกนิ ในชมุ ชน สง่ ผลต่อภาวะโภชนาการในผู้เรียนเน่ืองจากโภชนาการมีบทบาทส�ำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ดังพระราชด�ำริสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ าร ี ใหม้ กี ารสง่ เสรมิ โภชนาการและสขุ ภาพอนามยั แกเ่ ดก็ และเยาวชนในถนิ่ ทุรกนั ดาร เพื่อชว่ ยใหเ้ ดก็ มกี ารเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการเตม็ ศักยภาพ เปน็ คนท่มี คี ุณภาพชวี ิตทด่ี ี ซ่ึงจะเป็นทรัพยากรทีส่ �ำคัญในการพัฒนาประเทศชาตติ อ่ ไป ศูนย์การเรียนชมุ ชนชาวไทยภเู ขา “แมฟ่ า้ หลวง” (ศศช.) บา้ นโปง่ ขนุน ตระหนกั ในความส�ำคัญของภาวะโภชนาการและสขุ ภาพอนามยั ของเดก็ เยาวชนและคนในชมุ ชน จงึ ไดร้ ว่ มกนั ระหวา่ งครู ผเู้ รยี นและผปู้ กครอง วเิ คราะห์สภาพปัญหาขา้ วไม่พอกิน และร่วมกนั หาแนวทางแกไ้ ข โดยอาศัยทั้งองค์ความรู้ทีเ่ ป็นภมู ปิ ัญญาด้ังเดิมของชาวบา้ นและในส่วนของครูได้ท�ำการศึกษาข้อมลู ความรทู้ างวิชาการจากแหล่งตา่ ง ๆ มาประมวลเปน็ องค์ความรสู้ ู่การดำ� เนนิกจิ กรรมทส่ี อดคลอ้ งกบั บรบิ ทและสภาพปญั หาของชมุ ชนโดยไดด้ ำ� เนนิ กจิ กรรมทจ่ี ะทำ� ใหผ้ เู้ รยี นมขี า้ วทพี่ อกนิ ในชว่ งระหวา่ งเดอื นกรกฎาคมถงึ เดอื นกนั ยายน รวมทง้ั ใหไ้ ดส้ ารอาหารทคี่ รบถว้ นตามความจำ� เปน็ ของรา่ งกาย ดว้ ยการจดักระบวนเรียนรู้กิจกรรมมหศั จรรย์ขา้ วโพดเสริมโภชนาการ ด้วยการหงุ ข้าวผสมข้าวโพดขึ้นวตั ถุประสงค์ ๑. เพ่อื แกป้ ญั หาข้าวไมพ่ อกินด้วยการหุงขา้ วผสมข้าวโพด ๒. เพ่อื ส่งเสริมโภชนาการโดยเพม่ิ คุณค่าทางสารอาหารเป้าหมาย เชงิ ปรมิ าณ ผเู้ รยี นในศนู ยก์ ารเรยี นชุมชนชาวไทยภูเขา ท่มี ีภาวะขา้ วไมพ่ อกิน จ�ำนวน ๔ คน ผเู้ รยี นใน ศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา จำ� นวน ๑๑ คน ไดร้ บั ความรเู้ รอ่ื งคณุ คา่ สารอาหารของขา้ วโพด เชงิ คณุ ภาพ ผเู้ รยี นในศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา ไดร้ บั การแกป้ ญั หาเรอื่ งขา้ วไมพ่ อกนิ และไดร้ บั ความรเู้ รอ่ื งคณุ คา่สารอาหารทางโภชนาการจากขา้ วโพด และสามารถน�ำความรไู้ ปใชใ้ นวิถชี วี ิตจริงกระบวนการด�ำเนนิ งาน แนวปฏิบัติท่ีดีด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัย เรื่องมหัศจรรย์ข้าวโพดเสริมโภชนาการมีขั้นตอนการดำ� เนนิ การดังน้ี ๑. ครผู เู้ รยี นและผปู้ กครองประชมุ รว่ มกนั เกย่ี วกบั ปญั หาขา้ วไมพ่ อกนิ เพอื่ หาขอ้ สรปุ ของปญั หา และแนวทาง 86
แก้ไข ๒. ครูได้ศกึ ษาองค์ความร้ทู เ่ี ปน็ ภมู ิปัญญาชาวบ้าน ในกรณที ี่ข้าวไมพ่ อกนิ ชาวบ้านมีวิธีการแกป้ ัญหาแบบดั้งเดิมโดยการหาวัตถุดิบท่ีพอหาได้ในท้องถ่ิน เช่น หน่อไม้ พืชผักต่าง ๆ มาผสมในการหุงข้าวเพื่อให้ได้ปริมาณเพม่ิ ขนึ้ ๓. ครทู ำ� การศกึ ษา คน้ ควา้ ขอ้ มลู ทางวชิ าการเพม่ิ เตมิ จากแหลง่ ตา่ ง ๆ ทง้ั จากสอ่ื เอกสารและทางอนิ เทอรเ์ นต็เกย่ี วกบั สารอาหารจากขา้ วโพด ซง่ึ พบวา่ ขา้ วโพดใหค้ ณุ คา่ สารอาหารทางโภชนาการครบ ๕ หม ู่ ไดแ้ ก่ คารโ์ บไฮเดรตซึ่งเนื้อในเมล็ดข้าวโพดมีสารอาหารร้อยละ ๗๒ ท่ีให้พลังงานแก่ร่างกาย ไขมันในเมล็ดข้าวโพดที่แก่จัดมีร้อยละ ๔โปรตีนร้อยละ ๔ มสี ารไลซนี และทรปิ โตแฟนทช่ี ว่ ยเพ่มิ คุณคา่ ทางสารอาหาร วิตามนิ บี ๑ บี ๒ และเกลอื แร่ทม่ี ีส่วนชว่ ยในการเจริญเตบิ โต โดยเฉพาะแคลเซียมและธาตุเหล็ก ๔. ครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรู้การหุงขา้ วผสมขา้ วโพด แกผ่ เู้ รียนท้ังหมดในศูนยก์ ารเรยี นชุมชนชาวไทยภูเขา โดยครใู หค้ วามรแู้ กผ่ เู้ รยี นเกย่ี วกบั ปญั หาขา้ วไมพ่ อกนิ และวธิ กี ารแกป้ ญั หา รวมทง้ั เรอ่ื งสารอาหารทจี่ ำ� เปน็ แกร่ า่ งกายตลอดจนวธิ ีการขน้ั ตอนในการหุงข้าวผสมข้าวโพด ๕. ครูร่วมกบั ผูเ้ รยี น ปฏิบตั ิกิจกรรมหงุ ข้าวผสมข้าวโพด โดยวธิ กี ารดังน้ี ๕.๑ เตรียมวตั ถุดิบและอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ประกอบดว้ ยข้าว (ขา้ วจ้าว) ข้าวโพดพันธ์พุ น้ื เมืองฝักอ่อนหรอื ขา้ วโพดแห้งต�ำละเอยี ด หม้อหงุ ขา้ ว ไม้พาย นำ้� สะอาด เตาถ่านหรอื เตาสามขา ๕.๒ นำ� ข้าวจา้ วซาวนำ�้ สะอาด ประมาณ ๑ ถงึ ๒ ครั้ง และน�ำข้าวโพดฝักออ่ นปอกเปลือกออก 87
แกะเมล็ดหรือใชว้ ธิ ฝี านบาง ๆ บรเิ วณ เนื้อข้าวโพด (หรอื ขา้ วโพดแห้งต�ำละเอียด) แล้วน�ำผสมลงในหม้อหงุ ข้าวในอตั ราส่วน ๓ : ๑ (ข้าว ๓ สว่ น : ข้าวโพด ๑ ส่วน) เตมิ น�้ำสะอาดทว่ มขา้ วประมาณสองขอ้ น้วิ มือ ยกตง้ั บนเตาไฟรอนำ้�เดอื ด ใชไ้ มพ้ ายคนขา้ ว เพอื่ ใหข้ า้ วและขา้ วโพดผสมเขา้ กนั ลดไฟลงเมอ่ื ขา้ วใกลส้ กุ แลว้ ใหใ้ ชไ้ ฟออ่ น ๆ เพอ่ื ดงขา้ วใหส้ กุ ๖. ครแู ละผู้เรยี นสรปุ องคค์ วามร้รู ่วมกัน ๗. ครมู อบหมายให้ผู้เรยี นนำ� ความรแู้ ละทกั ษะทไ่ี ด้ไปทำ� ร่วมกับครอบครัว ๘. ครูทำ� การติดตามผล เก็บข้อมูลและบันทกึ ผลโดย ๘.๑ ติดตามผ้เู รยี นท่บี า้ นและให้ค�ำแนะน�ำเพ่ิมเติม พร้อมท้ังเสริมความรู้ใหแ้ ก่ผู้ปกครอง ๘.๒ ชงั่ นำ�้ หนกั และวดั สว่ นสงู บนั ทกึ ขอ้ มลู ของผเู้ รยี นใน ศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา ทง้ั หมดก่อนและหลงั การด�ำเนนิ กิจกรรม ๘.๓ น�ำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ผลท้ังข้อมูลก่อนและหลังการด�ำเนินกิจกรรมและข้อมลู ระหว่างผูเ้ รยี นท่กี นิ ข้าวท่หี งุ เพยี งขา้ วอย่างเดียวกบั ผูเ้ รียนที่กนิ ขา้ วซึง่ หุงข้าวผสมข้าวโพด 88
ตารางเปรยี บเทียบข้อมลู พฒั นาการของผเู้ รียนการ จำ� นวนนักเรียน น้�ำหนกั รวม คา่ เฉล่ยี น�้ำหนกั สว่ นสงู คา่ เฉล่ยี ส่วนสงูบริโภค (คน) (กโิ ลกรัม) (กิโลกรมั ) (เซนตเิ มตร) (เซนติเมตร)ข้าวไม่ผสม ๗ ๒๐๐ ๒๘.๕๗ ๘๗๗ ๑๒๕.๒๘ข้าวโพด ๔ ๑๒๑ ๓๐.๒๕ ๕๒๕ ๑๓๑.๒๕ข้าวผสมขา้ วโพด จากตารางเปรยี บเทยี บขอ้ มลู พฒั นาการของผเู้ รยี น ผลการดำ� เนนิ งานพบวา่ ผเู้ รยี นในศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนชาวไทยภเู ขา ทก่ี นิ ขา้ วซงึ่ หงุ เพยี งขา้ วอยา่ งเดยี ว มอี ตั รานำ�้ หนกั เฉลย่ี ๒๘.๕๗ กโิ ลกรมั สว่ นสงู เฉลย่ี ๑๒๕.๒๘ เซนตเิ มตรและผู้เรียนที่กินข้าวซึ่งหุงผสมข้าวโพด มีอัตราน�้ำหนักเฉลี่ย ๓๐.๒๕ กิโลกรัม ส่วนสูงเฉล่ีย ๑๓๑.๒๕ เซนติเมตรจากอตั ราเฉลย่ี นำ�้ หนกั และสว่ นสงู สรปุ ไดว้ า่ ผเู้ รยี นทก่ี นิ ขา้ วผสมขา้ วโพด จะมอี ตั ราเฉลย่ี นำ�้ หนกั และสว่ นสงู มากกวา่ผเู้ รียนทก่ี ินขา้ วท่หี งุ เพียงข้าวอยา่ งเดียวผลการดำ� เนนิ งาน จากการดำ� เนนิ กจิ กรรมมหศั จรรย์ข้าวโพดเสรมิ โภชนาการ ๑. สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนที่ข้าวไม่พอกินได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มคุณค่าด้านโภชนาการ เสริมสร้างพฒั นาการทางร่างกายให้เจริญเตบิ โตตามวัย 89
๒. ผเู้ รียนและผ้ปู กครอง มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ และตระหนักเกีย่ วกบั คณุ คา่ ทางโภชนาการดา้ นสารอาหารโดยได้น�ำความร้จู ากการหุงขา้ วผสมข้าวโพดไปใชใ้ นวถิ ชี วี ติ จรงิ ๓. ครู ไดอ้ งคค์ วามรใู้ หม่ ในการแกป้ ญั หาใหก้ บั ผเู้ รยี นและชมุ ชนแลว้ ยงั สามารถนำ� ไปเผยแพรแ่ กช่ มุ ชนและศูนย์การเรียนชมุ ชนชาวไทยภูเขาอ่ืน ๆการเผยแพร่ ๑. เผยแพรโ่ ดยผู้เรยี นไปถา่ ยทอดความรูแ้ ละวิธกี ารแก่ผู้ปกครองและคนในชุมชน ๒. ครไู ดจ้ ดั ทำ� เอกสารแผน่ พบั เผยแพร่ เรอื่ ง การหงุ ขา้ วผสมขา้ วโพดใหก้ บั ผสู้ นใจและเผยแพรผ่ ลงานใหก้ บัเพือ่ นครู ศูนย์การเรยี นชมุ ชนชาวไทยภูเขา ภายในกลมุ่ ๓. จัดท�ำเอกสารสรุปรายงานเสนอตน้ สงั กัดปัญหาอุปสรรคและขอ้ เสนอแนะ ปญั หาอุปสรรค ข้าวท่ีหุงผสมข้าวโพดจะเก็บไว้ได้ไม่นานบูดเสียงา่ ย ขอ้ เสนอแนะ ๑. ในการหงุ ขา้ วดว้ ยวธิ เี พม่ิ ปรมิ าณ โดยใชว้ ตั ถดุ บิจากขา้ วโพด ตอ้ งกะปรมิ าณใหพ้ อดกี บั ทจ่ี ะกนิ ในแตล่ ะมอื้ ๒. ครูศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา ที่ตา่ ง ๆ อาจศกึ ษาเกยี่ วกบั วตั ถดุ บิ อนื่ ๆ นอกจากขา้ วโพดท่ีจะนำ� มาเพมิ่ ปรมิ าณ เพอ่ื แกป้ ญั หาเรอื่ งขา้ วไมพ่ อกนิ ตอ่ ไป 90
เด็กนอ้ ยช่วยสอน แนวปฏิบัตทิ ด่ี ดี า้ นการศกึ ษา ปี ๒๕๕๗ผู้ศกึ ษา นางสาวประทุมวดี กล่อมศรีศูนย์การเรยี นชมุ ชนชาวไทยภูเขา “แมฟ่ ้าหลวง” บ้านหว้ ยเฮียะ ต�ำบลแม่คงศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำ� เภอแม่สะเรียงสำ� นักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จังหวัดแมฮ่ ่องสอน 91
บทคดั ย่อ แนวปฏิบตั ทิ ี่ดีดา้ นการศกึ ษา เร่ือง เดก็ นอ้ ยช่วยสอน เป็นกจิ กรรมตามโครงการพฒั นาเดก็ และเยาวชนในถ่ินทุรกันดารตามพระราชด�ำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แมฟ่ า้ หลวง” บา้ นห้วยเฮยี ะ หมทู่ ี่ ๔ ต�ำบลแม่คง อ�ำเภอแม่สะเรยี ง จังหวัดแมฮ่ ่องสอน มีวตั ถุประสงค์เพ่อืใหผ้ ้เู รียนสามารถน�ำความรแู้ ละทกั ษะภาษาไทย ไปถ่ายทอดให้กบั ผูอ้ นื่ ได้ และเพอ่ื ใหเ้ ยาวชน และผ้ใู หญ่ในชมุ ชนซึ่งเป็นกล่มุ เป้าหมาย สามารถส่อื สารภาษาไทยในระดบั เบ้ืองต้นได้ จ�ำนวนกล่มุ เป้าหมาย คอื ผเู้ รยี นเดก็ ๑๕ คนเยาวชน และผู้ใหญใ่ นชุมชนบา้ นหว้ ยเฮยี ะ ๓๐ คน โดยครู ผเู้ รยี น และชาวบ้านห้วยเฮยี ะ ร่วมกนั สำ� รวจวิเคราะห์สภาพปญั หา ความตอ้ งการของชมุ ชน เพอื่ นำ� ขอ้ มลู มาวางแผนการจดั กระบวนการเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งกบั สภาพปญั หาความต้องการและวิถีชวี ิตของชมุ ชน ผลการด�ำเนนิ งาน พบวา่ ผเู้ รยี นนำ� ความรู้และทักษะภาษาไทยไปถ่ายทอดใหก้ ับผู้อ่ืน และเยาวชนผู้ใหญ่ในชมุ ชนบา้ นห้วยเฮยี ะ สามารถเขยี นช่ือ สกลุ ของตนเองได้ แทนการพิมพล์ ายน้วิ มือ และสามารถส่ือสารภาษาไทยในชวี ิตประจำ� วันในระดับเบ้อื งตน้ ได้ความเป็นมาและความสำ� คญั ของปญั หา พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำ� หนดความมุ่งหมายและหลกั การในมาตรา ๖ ไวว้ า่การจดั การศกึ ษาตอ้ งเปน็ ไปเพอื่ พฒั นาคนไทยใหเ้ ปน็ มนษุ ยท์ สี่ มบรู ณท์ ง้ั รา่ งกายจติ ใจ สตปิ ญั ญา ความรแู้ ละคณุ ธรรมมีจริยธรรมและวฒั นธรรมในการด�ำรงชวี ิต สามารถอยูร่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้อย่างมีความสขุ และการจัดการศกึ ษาตอ้ งยดึหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนส�ำคัญท่ีสุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ และในมาตรา ๒๕ รัฐต้องส่งเสริมการด�ำเนินงานการจดั ตัง้ แหลง่ เรยี นรตู้ ลอดชีวิตทกุ รปู แบบ ได้แก่ ห้องสมดุ ประชาชน เปน็ ตน้ และแหล่งเรียนรูอ้ ่นื อย่างพอเพียงและมปี ระสิทธิภาพ การสง่ เสรมิ การรหู้ นงั สอื เปน็ การจดั การเพอ่ื มงุ่ สง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนทไี่ มร่ หู้ นงั สอื หรอื ลมื หนงั สอื ไดม้ โี อกาสเรียนรู้ภาษาไทย อ่านออก เขียนได้ และคิดเลขเป็นเพ่ือใช้ในชีวิตประจ�ำวันที่เป็นพื้นฐานจ�ำเป็นเพ่ือติดต่อหน่วยราชการ ติดตามข่าวสารต่าง ๆ และเปน็ เคร่อื งมือแสวงหาความรทู้ ีจ่ ำ� เปน็ ในการดำ� รงชวี ิตศนู ย์การเรยี นชุมชนชาวไทยภเู ขา “แมฟ่ า้ หลวง” บา้ นห้วยเฮยี ะ ใหค้ วามสำ� คญั ในการจัดการศกึ ษาแก่ชุมชนเพื่อ ส่งเสรมิ การรู้หนงั สอื จึงได้จัดท�ำโครงการ “เด็กน้อยช่วยสอน” โดยให้ผู้เรียนสวมบทบาทเป็นครูอาสาเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนการสอนภาษาไทย เพ่ือให้การเรียนรู้นั้นตอบสนองความต้องการและสอดคล้องกับบริบทของชุมชนและช่วยแกป้ ัญหาการไม่รหู้ นงั สอื ของชุมชนอีกทง้ั ยงั ชว่ ยสรา้ งความสมั พันธท์ ่ดี รี ะหว่างผู้เรียน และชมุ ชน กอ่ ให้เกดิ ความรักความสามัคคี และความอบอนุ่ ในครอบครัว และชมุ ชน 92
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144