Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา ปี 66

คู่มือชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา ปี 66

Published by boonkamon65, 2023-07-27 06:54:22

Description: คู่มือชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา ปี 66

Search

Read the Text Version

คู่มือ การดาเนนิ งานชมรมวฒั นธรรมไทย ในสถานศกึ ษาจงั หวัดนครสวรรค์ โดย สภาวฒั นธรรมจงั หวดั นครสวรรค์ ปีการศึกษา 256๖

๒ คำนำ ตามท่ีสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ ได้เร่ิมจัดต้ังโครงการชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา ต้ังแต่ปี 2546 เป็นต้นมา สถานศึกษาในจังหวัดนครสวรรค์ส่วนใหญ่ ได้ร่วมโครงการจัดตั้งชมรมวัฒนธรรม ไทยในโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษาอาชีวศึกษา ด้วยการจัดกิจกรรมของชมรมฯ ดาเนินไปด้วยดี มีสถานศึกษาร่วมโครงการจานวน ๒๕๗ แห่ง มีการประกาศเกียรติคุณมอบเกียรติบัตร ระดับดี ระดับดีเด่น และระดบั ยอดเยยี่ ม เปน็ ประจาทุกปี ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ กระทรวงวัฒนธรรมมีการปรบั เปลี่ยนค่านิยมและวฒั นธรรม ภายใต้ “คนไทย เปน็ มนษุ ย์ที่สมบูรณ์ มคี วามพร้อมในทุกมิติและสมดุลทงั้ ด้านสติปัญญา คณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีจิตวญิ ญาณท่ีดี ปรับตัวเข้าสภาพแวดล้อม” จะเน้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยวัฒนธรรม ๙ ดี สู่ก้ำวที่มั่นคงและย่ังยนื ได้แก่ ๑) กินดี ๒) อยู่ดี ๓) เรียนรู้ดี ๔) อารมณ์ดี ๕) มั่นคงดี ๖) พอดี ๗) ปรารถนาดี ๘) ชีวิตดี ๙) สงั คมดี รวมท้ังเนน้ ให้มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสังคมและมีวินัยการจราจรอกี ดว้ ย สภาวัฒนธรรมจังหวดั นครสวรรค์ ได้แก้ไขปรบั ปรุงคู่มอื การจัดต้ังชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศกึ ษา ให้เนน้ กจิ กรรมเพือ่ สอดคลอ้ งกับขอบขา่ ยของวัฒนธรรมทง้ั 9 ประการมากขึ้น รวมทั้งกจิ กรรมทเี่ กย่ี วกับมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอีกด้วย สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์หวังเป็นอย่างย่ิงว่าคู่มือการจัดต้ังชมรม วัฒนธรรมไทยในสถานศึกษาฉบับน้ี จะเป็นประโยชน์แก่สถานศึกษาทาให้สามารถดาเนินการจัดกิจกรรมได้ สะดวกมากยิ่งข้ึน ขอขอบคณุ คณะผจู้ ัดทาคมู่ ือ และขอขอบคุณท่านผอู้ านวยการเขตพนื้ ที่การศกึ ษาเขต 1, 2 และ 3 สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์ สานักงานศึกษาธิการจังหวัด สานักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวัด กองการศึกษาเทศบาลนครนครสวรรค์ กองการศึกษา องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั และสถาบนั อาชีวศึกษา ของจงั หวัดนครสวรรค์ทไ่ี ด้กรุณาสนับสนนุ การดาเนินงาน ของชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษาอย่างดียิ่ง และสถานศึกษาทุกแห่งท่ีร่วมโครงการไว้ ณ โอกาสนี้ ขอให้ ทุกท่านทีท่ างานวฒั นธรรมประสบความสาเร็จ และมีความสขุ ตลอดไป (นายพันศกั ดิ์ ศรีทอง) ประธานสภาวฒั นธรรมจังหวดั นครสวรรค์ ๒๗ กรกฎาคม 256๖

๓ สำรบญั เรอ่ื ง หน้ำ คานา 2 สารบัญ 3 4 ตอนท่ี ๑ 5 10 1. โครงการประชมุ สัมมนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารครูที่ปรกึ ษาชมรม วธ.ไทย ในสถานศกึ ษา 11 2. แผนภูมิ สายงานชมรมวฒั นธรรมไทยในสถานศึกษา 12 13 ตอนท่ี ๒ 15 17 ๑. แผนภมู ิ ขนั้ ตอนการดาเนนิ การจดั ตง้ั ชมรม 18 ๒. กาหนดการสถานศึกษารายงานผลการดาเนนิ งานชมรม 20 ๓. แบบสรปุ รายงานผลการจดั ต้งั และดาเนนิ การ 21 ๔. การจัดทารปู เล่ม 22 ๕. เกณฑ์คณุ ภาพชมรม 25 ๖. ตัวอยา่ งเกียรตบิ ตั ร 26 32 ตอนท่ี ๓ 37 38 1. ความหมายของวฒั นธรรม 39 2. ความเป็นชาตไิ ทย 40 3. ขอบข่ายการดาเนนิ งานของสภาวัฒนธรรม 41 4. ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมมรดกภมู ิปญั ญาทางวัฒนธรรม 42 ตอนที่ ๔ 48 49 1. วสิ ัยทัศน์ 61 2. ทศิ ทาง 62 3. ยทุ ธศาสตร์ในการจดั กจิ กรรมชมรม ตอนท่ี ๕ หลักการและแนวทางจดั ต้ังและดาเนินงานชมรม ตอนท่ี ๖ ตวั อยา่ ง ระเบยี บชมรม บรรณานกุ รม คณะผจู้ ัดทา

๔ ตอนท1ี่ โครงการและสายงานชมรม 1. โครงการประชุมครทู ีป่ รึกษาชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศกึ ษา 2. แผนภมู ิสายงานชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศกึ ษา

๕ โครงกำรประชุมสัมมนำเชิงปฏิบัติกำร ครูทีป่ รึกษำชมรมวัฒนธรรมไทยในสถำนศกึ ษำ จงั หวดั นครสวรรค์ ประจำปงี บประมำณ ๒๕๖๖ --------------------------- ๑ หลักกำรและเหตุผล กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกาหนดให้มีการจัดต้ังสภาวัฒนธรรมทุกระดับขึ้น เพ่ือให้เป็นองค์กรสาคัญที่มีบทบาทหน้าที่พิทักษ์รักษาวัฒนธรรมไทย ให้ดารงอยู่คู่ชาติได้อย่างย่ังยืนถาวร สถานศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ควรเป็นสถาบันหลกั ทช่ี ่วยให้เยาวชนไทย สนใจในการท่จี ะร่วมกันพิทักษ์ รักษาวัฒนธรรมของชาติไว้ได้ ดังนั้นสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ จึงได้ขอความร่วมมือสถานศึกษาทุก ระดับในจังหวัดนครสวรรค์ให้จัดต้ังชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษาโดยมีนักเรียนเป็นสมาชิกชมรม และมี ครูเป็นทป่ี รกึ ษา เพื่อให้การดาเนินงานกิจกรรมชมรมฯ เปน็ ไปในทิศทางเดยี วกัน จงึ จัดกจิ กรรมประชุมสมั มนา เชงิ ปฏิบัติการให้กบั ครทู ป่ี รกึ ษาชมรมของแต่ละสถานศกึ ษา จานวน ๕๑๑ โรงเรียน ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓ สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ จะเน้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยมิติทางวัฒนธรรม คือ ๑) คิดดี ๒) พูดดี ๓) ทาดี ๔) มีวินัย ๕) ใฝ่คุณธรรม ๖) ภาษาไทยดี ๗) มารยาทไทยดี ๘) การแต่งกายแบบไทยดี ๙) ประเพณีไทยดี ๑๐) กีฬา-การละเล่นของไทยดี รวมท้ังเน้นให้มคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคมและมีวินยั การจราจรอีกด้วย อีกประการหน่ึงเห็นว่าศิลปะการแสดงเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ได้รับการสืบทอดกันมาต้ังแต่บรรพบุรุษ จังหวัดนครสวรรค์ มีผู้คนจานวนมากท่ีอพยพมาจากหลายชนชาติ มีการมาต้ังบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่ม กระจาย อยู่ในหลายอาเภอ และแตล่ ะอาเภอนอกจากไทยแล้วมีอกี หลายเชอ้ื ชาติ เชน่ ๑)จนี ๒) มอญ ๓) ไทย ๔) ลาว (ลาวคร่ัง ลานโซ่ง ลาวพวน) ๕) มุสลิม ๖) ญวน เป็นต้น จึงเพิ่มกิจกรรมการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะทาง วัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชาติพันธ์เพื่อให้เยาวชนได้สืบสานวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชาติพันธ์ การเรียนรู้ภูมิ ปญั ญาชาติพนั ธท์ุ ้องถ่นิ นามาซง่ึ การอยรู่ ่วมกันเขา้ ใจวัฒนธรรมของแต่ท้องถ่ิน และความคงอยู่อย่างยัง่ ยนื ของ ศิลปวฒั นธรรมอนั ดงี ามของไทย ๒. วัตถุประสงค์ของกจิ กรรม ๒.๑ เพอ่ื ให้สถานศกึ ษาดาเนินกจิ กรรมชมรมวฒั นธรรมไทยในสถานศึกษา ทีน่ ักเรยี นเป็นสมาชกิ ของ ชมรม และรวบรวมผลงาน ประเมนิ ผล สรุปผล สอดคลอ้ งกับงานทางวัฒนธรรม ทั้ง ๙ ประการ คอื ๑.งานวิจัย วัฒนธรรม ๒. งานอนุรักษ์วัฒนธรรม ๓ งานฟ้ืนฟูวัฒนธรรม ๔. งานพัฒนาวัฒนธรรม ๕. งานถ่ายทอด วัฒนธรรม ๖. งานสง่ เสรมิ กิจกรรมทางวฒั นธรรม ๗. งานส่งเสรมิ เอตทคั คะทางวฒั นธรรม ๘.งาน แลกเปล่ียน วฒั นธรรม ๙.งานเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม รวมท้ังมรดกภมู ิปญั ญาทางวัฒนธรรมอีกด้วย ๒.๒ เพือ่ ให้สถานศกึ ษาดาเนินกิจกรรม วธิ ีการสร้างภูมคิ ้มุ กันทางสังคม ดว้ ยมติ ทิ างวัฒนธรรม คือ ๑) คดิ ดี ๒) พูดดี ๓) ทาดี ๔) มวี นิ ยั ๕) ใฝ่คณุ ธรรม ๖) ภาษาไทยดี ๗) มารยาทไทยดี ๘) การแต่งกายแบบ ไทยดี ๙) ประเพณีไทยดี ๑๐) กีฬา-การละเล่นของไทยดี โดยเน้นให้มีความรับผิดชอบตอ่ สังคมและมวี นิ ยั การจราจร และรวบรวมผลงาน ประเมินผล สรุปผล การดาเนินงานของชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา ประจาปกี ารศึกษา ๒๕๖๖

๖ ๒.๓ เพอ่ื ให้สถานศกึ ษาร่วมอนรุ กั ษ์ สบื สาน ศลิ ปะทางวัฒนธรรมของชาติพนั ธ์ ๑) ไทย ๒) จนี ๓) มอญ ๔) ลาว (ลาวครง่ั ลานโซง่ ลาวพวน) ๕) มสุ ลมิ ๖) ญวน ของแตล่ ะทอ้ งถนิ่ รอบสถานศกึ ษา โดยมี นกั เรียนรับการถ่ายทอดศิลปะทางวฒั นธรรมของชาตพิ ันธ์จากภูมิปัญญาชาติพนั ธ์ุท้องถิน่ ๓. วธิ ดี ำเนนิ งำน ๓.๑ ประสานงานกับผู้อานวยการเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑, ๒, ๓ ให้ สถานศกึ ษาส่งครูท่ปี รกึ ษาชมรมฯ โรงเรยี นละ ๑ คน คอื เขต ๑ จานวน ๑๖๕ โรงเรียน เขต ๒ จานวน ๑๔๕ โรงเรียน และเขต ๓ จานวน ๑๙๘ โรงเรียน (ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการท้ัง ๑๕ อาเภอ โดยการ ประสานงานของสภาวฒั นธรรมแต่ละอาเภอ) ๓.๒ แตล่ ะสถานศึกษา สง่ รายช่ือผ้เู ข้าอบรมมายังสภาวัฒนธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ ๓.๓ ดาเนนิ การประชุมสมั มนาเชงิ ปฏบิ ัติการ จานวน ๓ รุ่น รุ่นที่ ๑ โรงเรยี นในอาเภอเมอื ง ฯ อ.โกรกพระ อ.เกา้ เลยี้ ว อ.ชุมแสง อ.พยหุ ะคีรี รุ่นท่ี ๒ โรงเรยี นในอาเภอบรรพตพิสยั อ.ลาดยาว อ.ชุมตาบง อ.แมเ่ ปนิ อ.แมว่ งก์ ร่นุ ที่ ๓ โรงเรียนในอาเภอทา่ ตะโก อ.ไพศาลี อ.ตากฟา้ อ.ตาคลี อ.หนองบวั ๓.๔ ดาเนนิ การประชมุ เป็นเวลา ๑ วัน ต่อ ๑ รุน่ ๓.๕ วิธีการประชมุ บรรยาย อภิปราย แลกเปลีย่ นความรแู้ ละประสบการณ์ และปฏิบตั ิ ๔. เปำ้ หมำย ๔.๑ เชิงปรมิ ำณ ครทู ี่ปรึกษาชมรมวฒั นธรรมไทยในสถานศกึ ษาทัง้ ภาครัฐและเอกชนในจงั หวัดนครสวรรค์ ทุกแหง่ จานวน ๔๕๓ คน ร่วมกิจกรรมประชุมสมั มนาเชิงปฏบิ ัตกิ าร ๔.๒ เชงิ คุณภำพ ๑) ครูท่ีปรึกษาชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ สามารถขับเคลื่อน การดาเนินงานชมรมวัฒนธรรมไทย สามารถรวบรวมผลงาน ประเมินผล สรุปผล สอดคล้องกับขอบข่ายการ ดาเนนิ งานทางวฒั นธรรม ๙ ประการ รวมทั้งมรดกภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรม ๒) ครูท่ีปรึกษาชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา การดาเนินงานกิจกรรม วิธีการสร้าง ภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยมิติทางวัฒนธรรม คือ ๑) คิดดี ๒) พูดดี ๓) ทาดี ๔) มีวินัย ๕) ใฝ่คุณธรรม ๖) ภาษาไทยดี ๗) มารยาทไทยดี ๘) การแต่งกายแบบไทยดี ๙) ประเพณไี ทยดี ๑๐) กฬี า-การละเล่น ของไทยดี โดยเนน้ ให้มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและมวี ินัยการจราจร และรวบรวมผลงาน ประเมินผล สรุปผล การดาเนินงานของชมรมวฒั นธรรมไทยในสถานศึกษา ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ๓) สถานศึกษาร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ศิลปะทางวัฒนธรรมของชาติพันธ์ุ ๑) ไทย ๒)จีน ๓) มอญ ๔) ลาว (ลาวครั่ง ลานโซ่ง ลาวพวน) ๕) มุสลิม ๖) ญวน ของแต่ละท้องถิ่นรอบสถานศึกษา โดยมี นักเรียนรับการถ่ายทอดศิลปะทางวฒั นธรรมของชาตพิ ันธ์จากภูมิปัญญาชาตพิ ันธ์ุทอ้ งถิ่น สามารถแสดงบนเวทีได้

๗ ๕. สถำนทจ่ี ดั กจิ กรรม สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาจงั หวดั นครสวรรค์ ท้ัง ๓ เขต เขต ๑ ณ หอประชุมภทั รเฉลมิ ราชย์ โรงเรียนนวมนิ ทราชูทศิ มชั ฌิม อ.เมือง ฯ จ.นครสวรรค์ เขต ๒ ณ หอประชมุ สพป.นว. เขต ๒ อ.ลาดยาว เขต ๓ ณ ห้องประชุม สพป.นว. เขต ๓ อ.ไพศาลี ๖. วันเรมิ่ และสน้ิ สุดโครงกำร ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ – ๓๐ เมษายน ๒๕๖๗ รวมระยะเวลา ๑๒ เดือน ๗. แผนกำรดำเนนิ งำน ท่ี กิจกรรม ว.ด.ป. ผรู้ ับผิดชอบ หมายเหตุ ๑ จัดประชุมคณะกรรมการท่ีแตง่ ตงั้ เพื่อ วันอังคารที่ ฝา่ ยวิชาการสภา สภา วธ.จ.นว. ดาเนนิ การตามกจิ กรรม 18 พฤษภาคม วฒั นธรรมจงั หวัด สภา วธ.จ.นว. ๒๕๖๖ นครสวรรค์ สถานท่ี ศาลา ๒ จัดทาคมู่ ือการดาเนินงานวฒั นธรรมไทยใน วนั ศุกร์ที่ ฝ่ายวชิ าการสภา ประชาคม จ. วัฒนธรรมจงั หวัด นครสวรรค์ สถานศกึ ษาจังหวดั นครสวรรค์ ๒๕ พ.ค. ๒๕๖๖ นครสวรรค์ สถานท่ี ๓ ดาเนนิ การประชมุ สมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั ิการ วันองั คารที่ สพป.นว.เขต ๒ รนุ่ ท่ี ๑ และมอบเกยี รติบตั ร ปี ๒๕๖๕ 15 ม.ิ ย. ๒๕๖๖ ฝา่ ยวิชาการสภา อ.ลาดยาว วฒั นธรรมจงั หวดั ๔ ดาเนนิ การประชุมสัมมนาเชงิ ปฏิบัตกิ าร วนั พุธท่ี สถานท่ี รนุ่ ท่ี ๒ และมอบเกียรตบิ ัตร ปี ๒๕๖๕ 16 มิ.ย. 256๖ นครสวรรค์ สพป.นว. เขต ๓ อ.ไพศาลี ๕ ดาเนินการประชมุ สัมมนาเชงิ ปฏบิ ัติการ วนั พฤหสั บดีที่ ฝา่ ยวชิ าการสภา รุ่นท่ี ๓ และมอบเกยี รติบตั ร ปี ๒๕๖๕ 17 ม.ิ ย. 256๖ วฒั นธรรมจงั หวัด ส่งสภา วฒั นธรรม ๖ ประเมินผลการดาเนินงานสรุปและรายงาน 30 มิ.ย. ๒๕๖๖ นครสวรรค์ จงั หวัด การดาเนินงานจดั ทารปู เล่ม ฝา่ ยวิชาการสภา วัฒนธรรมจังหวดั นครสวรรค์ ฝา่ ยวชิ าการสภา วฒั นธรรมจงั หวัด นครสวรรค์ สถานศกึ ษาจัดทารายงานสรปุ ผลการ ๓๐ เม.ย.๒๕๖๗ สถานศึกษาทร่ี ว่ ม สถานศึกษา ๗ ดาเนนิ งานของชมรมวฒั นธรรมไทยใน ฝ่ายวิชาการ สถานศึกษาเสนอต่อสภาวฒั นธรรมจงั หวดั กิจกรรม คณะกรรมการฝา่ ยวิชาการตรวจรายงาน วันที่ 25 ฝา่ ยวชิ าการสภา วฒั นธรรมจงั หวดั ๘ และประเมินผลจัดระดับและมอบเกียรติ ดี มิ.ย. ๒๕๖๗ นครสวรรค์ ดเี ด่น และ ยอดเยีย่ ม ตอ่ ไป

๘ ๘. งบประมาณ ไดร้ บั การสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสรมิ วฒั นธรรม จานวน ๑๕๐,๐๐๐.-บาท (หน่ึงแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ครูที่ปรึกษาชมรมวัฒนธรรมไทยใน สถานศกึ ษา จานวน ๓ รุ่น จาแนกตามเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา เขต ๑, ๒, ๓ รวม ๔๕๕ แหง่ ทวั่ จังหวัดนครสวรรค์ ๘.1 แหล่งท่มี ำของงบประมำณ ขอรับกำรสนบั สนุนจำกกรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม ๘.๒ ผ้ใู หก้ ำรสนบั สนนุ ๑. สานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ –การประสานงาน ๒. สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครสวรรค์ เขต ๑, ๒, ๓ –ผเู้ ข้ารว่ มประชมุ ฯ ๓. สานกั งานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั นครสรรค์ - ผเู้ ข้าร่วมประชุม ๔. สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ -ผ้เู ข้ารว่ มประชมุ ฯ ๕. สานกั งานเทศบาลนครนครสวรรค์ - ผู้เขา้ รับร่วมประชุม ๖. สภาสถาบนั อาชีวศกึ ษา ภาพเหนอื ๒ - ผู้เขา้ รว่ มประชุม ๗. สานักงานศกึ ษาธิการจงั หวัด - ผู้เขา้ ร่วมประชุม ๘. สานกั งานองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด - ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ ๙. สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๒, ๓ -สถานท่ี ๑๐. โรงเรยี นนวมินทราชทู ิศ มชั ฌมิ –สถานที่ ๑๑. สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ - ผู้เขา้ รว่ มประชุม ๑๒. กลุ่มชาติพันธุท์ ้งั ๑๕ อาเภอ –วิทยากร ๙ ผู้รบั ผิดชอบโครงกำร สภาวัฒนธรรมจังหวดั นครสวรรค์ โดย นายพนั ศกั ด์ิ ศรที อง ประธานสภาวฒั นธรรมจังหวัด นครสวรรค์ ๑๐. ผลท่คี ำดว่ำจะไดร้ ับ ๑๐.๑ ตัวชว้ี ัดผลผลิต ครทู ีป่ รกึ ษาตัวแทนของสถานศกึ ษาทัง้ ภาครัฐและเอกชนเขา้ ร่วมประชุม สมั มนาเชิงปฏิบัตกิ าร จานวน ๕๑๑ คน มีความรู้ ความเข้าใจในการดาเนินงานกิจกรรมชมรม ประจาปี การศึกษา ๒๕๖5 ทง้ั รายงานและรวบรวมผลงาน ไดส้ อดคลอ้ งกับขอบข่ายการดาเนินงานทางวฒั นธรรม ท้งั ๙ ประการ ๑๐.๒ ตวั ชี้วัดผลลัพธ์ ๑) ครูที่ปรึกษาชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมชมรม วัฒนธรรมไทย สามารถรวบรวมผลงาน ประเมินผล สรุปผล สอดคล้องกับขอบข่ายการดาเนินงานทาง วัฒนธรรม ๙ ประการ รวมท้งั มรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรม ๒) ครทู ป่ี รึกษาชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา มีวธิ ีการสร้างภูมคิ ุ้มกันทางสงั คม ด้วยมิติทาง วัฒนธรรม คือ ๑) คิดดี ๒) พูดดี ๓) ทาดี ๔) มีวินัย ๕) ใฝ่คุณธรรมดี ๖) ภาษาไทยดี ๗) มารยาทไทยดี ๘) การแต่งกายแบบไทยดี ๙) ประเพณีไทยดี ๑๐) กีฬา-การละเล่นของไทยดี โดยเน้นให้มีความรับผิดชอบ

๙ ต่อสังคมและมีวินัยการจราจร และรวบรวมผลงาน ประเมินผล สรุปผล การดาเนินงานของชมรมวัฒนธรรม ไทยในสถานศกึ ษา ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๓ ๓) สถานศึกษาร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ศิลปะทางวัฒนธรรมของชาติพันธ์ ๑)ไทย ๒) จีน ๓) มอญ ๔) ลาว (ลาวคร่งั ลานโซ่ง ลาวพวน) ๕) มุสลมิ ๖) ญวน ของแตล่ ะทอ้ งถ่ินรอบสถานศึกษา โดยมี นักเรียนรับการถ่ายทอดศิลปะทางวัฒนธรรมของชาติพันธ์จากภูมิปัญญาชาตพิ นั ธท์ุ อ้ งถิ่น สามารถแสดงบนเวทีได้ ๑๑. กำรประเมินโครงกำร ตัวชวี้ ดั ควำมสำเรจ็ ๑ ครูที่ปรึกษาชมรมฯในสถานศึกษาสามารถดาเนินงานชมรมวัฒนธรรมไทย สอดคล้องกับขอบข่ายการ ดาเนินงานทางวัฒนธรรม รวมทั้งมรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรม ๒ ครูที่ปรึกษาชมรม ฯ ในสถานศึกษา สามารถรวบรวมผลงาน ประเมินผลสรุปผล การดาเนินงาน ของชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษาได้ครบถ้วน ๓ สถานศกึ ษารว่ มอนุรกั ษ์ สืบสาน ศลิ ปะการแสดงของชาติพนั ธ์ ของทอ้ งถ่ินรอบ ๆ สถานศกึ ษาโดย มนี ักเรียนรบั การถา่ ยทอดศิลปะการแสดงของชาตพิ นั ธจ์ ากภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ กำรวัดและประเมิน -ระหวา่ งประชมุ สัมมนา -รายงานการจัดกจิ กรรมชมรมวฒั นธรรมไทยในสถานศกึ ษา -รายงานการจัดกิจกรรมสืบสานศิลปะการแสดงของชาติพนั ธ์ุ ลงชือ่ ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ (นายพนั ศกั ด์ิ ศรที อง) ประธานสภาวฒั นธรรมจงั หวัดนครสวรรค์

๑๐ แผนภมู ิ สำยงำนชมรมวฒั นธรรมไทยในสถำนศกึ ษำ สภำวัฒนธรรมจังหวดั นครสวรรค์

๑๑ ตอนที่ 2 รูปแบบการดาเนนิ งานชมรม ๑. แผนภูมิ ขน้ั ตอนการดาเนินการจดั ต้ังชมรม ๒. กาหนดการสถานศึกษารายงานผลการดาเนินงานชมรม ๓. แบบสรุปรายงานผลการจดั ตง้ั และดาเนินการ การจดั ทารปู เล่ม ๔. เกณฑค์ ุณภาพชมรม ๕. ตัวอย่างเกียรติบัตร

๑๒ 1. แผนภูมิ ข้ันตอนกำรดำเนินกำรชมรมวฒั นธรรมไทยในสถำนศึกษำ สภำวฒั นธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ ระเบียบชมรม

๑๓ 2. กำหนดกำรสถำนศึกษำรำยงำนผลกำรดำเนนิ งำนชมรมวฒั นธรรมไทย ในสถำนศึกษำ สภำวฒั นธรรมจังหวดั นครสวรรค์ ขนั้ ตอนกำรดำเนินงำนของสถำนศกึ ษำ กำหนดกำรดำเนินงำน ข้ันท่ี 1 สถานศึกษาจัดประชมุ บคุ ลากร 1. วางแผนจัดต้งั ชมรม มิถนุ ายน 256๖ 2. กาหนดคณะทางาน แต่งต้ังคณะทางาน คณะผู้บริหารสถานศึกษา เป็นกรรมการที่ปรึกษาชมรม ครู อาจารย์เป็นครู อาจารย์ท่ีปรึกษา ชมรม ข้ันท่ี 2 ครู อาจารยท์ ป่ี รึกษาชมรม 1. จดั ทาโครงการจดั ต้ังชมรม 2. จดั ทาระเบียบชมรม เสนอสถานศกึ ษาอนุมัติ ขั้นที่ 3 ครู อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมประชาสัมพันธ์โครงการ ประกาศรับสมัคร สมาชกิ ปฐมนเิ ทศสมาชิก 1. นกั เรยี น นักศกึ ษาสมคั รเปน็ สมาชกิ สามญั 2. ผูป้ กครอง และชมุ ชนสมัครเป็นสมาชกิ วิสามญั ขั้นที่ 4 ครู อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม จัดเลือกต้ังคณะกรรมการสมาชิกสามัญ เลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารชมรม สมาชิกวิสามัญ เลือกต้ังเป็นอนุกรรมการที่ ปรกึ ษาชมรม สถานศึกษาประกาศแตง่ ตัง้ คณะทางาน 4 ชดุ 1. ครู อาจารยท์ ป่ี รึกษาชมรม 2. กรรมการทป่ี รกึ ษาชมรม 3. อนุกรรมการทีป่ รกึ ษาชมรม 4. กรรมการบรหิ ารชมรม ข้ันท่ี 5 สมาชิกชมรมร่วมกันเสนอและคัดเลือกกิจกรรม กาหนดกิจกรรม วางแผน กาหนดการ ปฏทิ ิน วดั ผล ฯลฯ ข้นั ท่ี 6 คณะทางานและสมาชกิ ดาเนนิ การจัดกิจกรรม/งาน/โครงงานต่างๆ ตาม พฤษภาคม 256๖ โครงการของชมรมและเผยแพร่ผลงาน ถงึ มีนาคม 256๗ ขนั้ ท่ี 7 1. กรรมการบรหิ ารชมรม ประเมินผล สรุปผล รายงานผลการ เมษายน 256๗ ดาเนนิ งานชมรมตลอดปีการศึกษา เสนอตอ่ ครู อาจารยท์ ่ปี รกึ ษาชมรม 2. ครู อาจารยท์ ี่ปรกึ ษาชมรมสรุปรูปเล่มรายงานผลต่อสถานศกึ ษา 3. สถานศึกษารายงานผลต่อสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ และ เผยแพรผ่ ลงาน ปรับปรงุ พัฒนาผลงาน เตรยี มงานในปีต่อไป -ขนั้ ท่ี ๘. สภาวฒั นธรรมจงั หวดั นครสวรรค์ประกาศเผยแพรผ่ ลงาน ปรับปรุง มถิ ุนายน 256๗ เตรียมพฒั นาผลงานให้ก้าวหน้ายงิ่ ข้นึ ไป และมอบเกียรตบิ ตั รสถานศกึ ษายอด เยย่ี ม

๑๔ หมำยเหตุ เพอื่ ให้ชือ่ ชมรมวฒั นธรรมไทยในสถานศึกษาของสภาวฒั นธรรมจงั หวัดนครสวรรค์เปน็ ไปในทาง เดยี วกัน ขอใหส้ ถานศึกษาใสช่ ่อื สถานศกึ ษาต่อท้ายดงั ตวั อยา่ ง - ชมรมวฒั นธรรมไทยโรงเรยี นสตรีนครสวรรค์ - ชมรมวัฒนธรรมไทยโรงเรียนนครสวรรค์ปญั ญานกุ ลู - ชมรมวัฒนธรรมไทยวิทยาลยั อาชีวศึกษานครสวรรค์ - ชมรมวฒั นธรรมไทยโรงเรยี นเทศบาลวดั วรนาถบรรพต

๑๕ 3. แบบสรุปรำยงำนผลกำรจัดตง้ั และดำเนนิ งำน ชมรมวฒั นธรรมไทยโรงเรยี น............................................ 1. สถำนทตี่ ัง้ เลขท.ี่ ..................หม.ู่ ........ถนน......................ตาบล..........................อาเภอ........................ จังหวัดนครสวรรค์ รหสั ไปรษณยี ์.................... สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษานครสวรรค์เขต................. โทรศัพท์.......................... โทรสาร........................ E-mail………………….…… Website…………………….. 2. จัดตั้งชมรม เมอ่ื วันท.่ี ......................... เดอื น ............................... พ.ศ. ................... 3. จำนวนสมำชกิ ทงั้ หมด....................คน สมาชกิ สามญั ……………คน สมาชิกวสิ ามญั ................คน 4. ครู อำจำรย์ท่ีปรึกษาชมรม ฯ ประกอบดว้ ย 4.1 ........................................ หวั หน้าครทู ีป่ รกึ ษา 5.๒ …………………………………ครูทป่ี รึกษา ๔.๓……………….……………………ครทู ่ีปรกึ ษา 5.4 …………………………………ครูท่ปี รึกษา 5.5……………………………………ครูทป่ี รกึ ษา 5.6…………………………………ครทู ่ปี รึกษ ๕. กรรมกำรบริหำรชมรม (นักเรียน) ประกอบด้วย ๕.1.........................................ประธาน 5.9 ………………………………….. ประชาสัมพันธ์ 5.2.....................................รองประธาน 5.10 ………………………… ผ้ชู ่วยประชาสัมพนั ธ์ 5.3.......................................เลขานุการ 5.11 ………………………………………สาราณียกร 5.4................................ผู้ช่วยเลขานุการ 5.12 ………………………………ผู้ชว่ ยสาราณียกร 5.5...........................................เหรัญญิก 5.13 …………………………………………สวัสดิการ 5.6..................................ผู้ช่วยเหรัญญิก 5.14 …………………………………ผชู้ ่วยสวัสดกิ าร 5.7................................................ปฏิคม 5.15 ………………………………….…นายทะเบียน 5.8......................................ผู้ช่วยปฏิคม 5.16 …………………………….ผ้ชู ่วยนายทะเบียน 6. กรรมกำรที่ปรกึ ษำชมรม (คณะผูบ้ รหิ าร) ประกอบด้วย 6.1............................................ ประธาน (ผูอ้ านวยการ) 6.2………………………………………. รองประธาน (รองผอู้ านวยการฝา่ ย.....) 6.3............................................. กรรมการ (รองผูอ้ านวยการฝา่ ย......) 6.4............................................. กรรมการ (หัวหน้างาน....) 6.5............................................. กรรมการและเลขานุการ (หวั หน้าครูที่ปรึกษา) 7. อนุกรรมกำรที่ปรกึ ษำชมรม (กรรมการสถานศกึ ษา และชุมชน) 7.1............................................. ประธาน 7.2............................................. รองประธาน 7.3............................................. กรรมการ 7.4............................................. กรรมการ 7.5............................................. กรรมการและเลขานุการ

๑๖ 8. ผลกำรดำเนนิ งำน ผลกำรจดั กิจกรรม ไม่ไดด้ ำเนินกำร ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรุง กจิ กรรม 8.1 กิจกรรมชมรม ฯ ไมน่ ้อยกวำ่ ๘ กิจกรรม ๑) ๒) ๓) ๔) ๕) ๖) จ) ๘) 8.2 กิจกรรมเผยแพร่ตอ่ สำธำรณชน (ขอ้ ๖) ๑) ๒) 8.๓ ส่งเสริมยกย่องผลงำนดีเด่น ทำงวัฒนธรรมของสมำชิก ชมรม ฯ (ขอ้ ๗) ๑) ๒) 9. สรุปผลกำรจัดกิจกรรมสำมำรถเปน็ โรงเรยี นตน้ แบบ หรอื แหลง่ เรยี นรู้ หรือแหลง่ ศกึ ษาดงู านของ ชมรมเครือขา่ ยและของสภาวฒั นธรรมจังหวดั นครสวรรค์ ได้ ไม่ได้ 10.ปัญหำและอปุ สรรค………………………………………………………………………………………………………………. ................................................................................................................................................................ 11.ข้อเสนอแนะ…………………………………………………………………………………………………………………. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 12.เอกสำรสรปุ รวมเล่มประกอบการรายงาน จานวน.......................เลม่ (ไม่เกนิ 50 หน้า) ลงชอ่ื ............................................ผู้รายงาน (................................................) ตาแหน่ง ผูอ้ านวยการโรงเรียน....................... รายงาน ณ วนั ท่.ี ...........................................

๑๗ การจดั ทาเลม่ รายงาน สง่ สภาวฒั นธรรมจงั หวดั นครสวรรค์ ประกอบดว้ ย ๑. ปกหน้า ปกหลัง ๒. คานา ๓. สารบญั ใส่เลขหนา้ ๔. แบบสรปุ รายงานผลการจัดต้ังชมรมและการดาเนินงาน (คมู่ อื ตอนท่ี ๒ ขอ้ ๓) ๕. รายงานกจิ กรรมต่าง ๆ (ไมน่ อ้ ยกวา่ ๘ กิจกรรม) ท่ี ชมรม วธ.ไทย ของแต่ละโรงเรยี นดาเนินการ ใน ๑ กิจกรรม ประกอบดว้ ย :- ๕.๑ สาระสาคญั ของการจัดกจิ กรรม ๕.๒ วตั ถปุ ระสงค์ของกจิ กรรม ๕.๓ เปา้ หมาย :- ทัง้ ดา้ นปริมาณ และ คุณภาพ ๕.๔ ผลท่ีได้จากการจัดกิจกรรม (เป็นไปตามวตั ถุประสงค์ และ เป้าหมาย มากนอ้ ยเพียงใด) ๕.๕ ภาพถา่ ยประกอบการจัดกจิ กรรม พร้อมคาบรรยาย หมายเหตุ ทงั้ เลม่ ไมเ่ กนิ ๕๐ หนา้ (รวมปก) พรอ้ มหนังสอื นาสง่ จากผบู ้ รหิ ารสถานศกึ ษา (ไมต่ อ้ งใสร่ ะเบยี บชมรม ฯ คาสง่ั โรงเรยี น ทะเบยี นสมาชกิ สง่ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ สานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ ๙๘ หมทู่ ่ี ๖ ต.นครสวรรคอ์ อก อ.เมอื งนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ๖๐๐๐๐ โทร. ๐๕๖-๒๕๗-๒๐๑-๒ ตอ่ ๑๗ ฝำ่ ยประสำนงำน : 083-979-8296 เล่มรำยงำนของสถำนศกึ ษำเกบ็ หลกั ฐำนไวท้ ี่โรงเรยี นของทำ่ น ๑. โครงการจัดต้งั ชมรมวัฒนธรรมไทย ฯ /ระเบยี บชมรม ๒. ใบสมัครสมาชกิ ชมรม ฯ ทาเนยี บคุมสมาชิกชมรม ฯ ๓. คาสัง่ โรงเรยี น เรอื่ ง แต่งตงั้ คณะกรรมการชมรม ฯ และระเบยี บชมรม ๔. แบบสรุปรายงานผลการจดั ต้ังและดาเนินงานชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศกึ ษา ๕. รายงานกิจกรรมตา่ ง ๆ ท่ี ชมรม วธ.ไทยในสถานศึกษาของแตล่ ะโรงเรียนดาเนนิ การ :- ๕.๑ สาระสาคญั ของการจัดกิจกรรม ๕.๒ วัตถปุ ระสงคข์ องกจิ กรรม ๕.๓ เป้าหมาย :- ทัง้ ด้านปรมิ าณ และ คุณภาพ ๕.๔ ผลท่ีได้จากการจัดกจิ กรรม (เปน็ ไปตามวัตถุประสงค์ และ เปา้ หมาย มากนอ้ ยเพยี งใด) ๕.๕ ภาพถา่ ยประกอบการจัดกจิ กรรม พร้อมคาบรรยาย ๖. แบบสรปุ รายงานแตล่ ะกจิ กรรมไม่น้อยกว่า ๘ กจิ กรรม (ขอ้ ๕.๑ - ๕.๕)

๑๘ 4. เกณฑ์คณุ ภำพชมรมวัฒนธรรมไทยในสถำนศกึ ษำ สภำวัฒนธรรมจังหวดั นครสวรรค์ ระดบั คณุ ภาพ ยอดเยีย่ ม ดีเด่น ดี พอใช้ ปรบั ปรุง 9 ขอ้ 7-8 ขอ้ 5-6 ขอ้ 3-4 ขอ้ 1-2 ขอ้ ระดบั คณุ ภำพ เกณฑป์ ระเมินคุณภำพ ยอดเยี่ยม 1. มีทั้งสมาชิกสามัญ และสมาชิกวิสามญั 2. นกั เรยี น นกั ศกึ ษา ในสถานศึกษาเปน็ สมาชกิ สามัญไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ดเี ด่น 3. มคี ณะทางานชมรมถกู ตอ้ งครบ 4 ชดุ 4. มีการจดั กิจกรรมชมรม ภายในสถานศกึ ษาตลอดปีการศกึ ษาโดยจัดตามหลักการ และแนว ปฏิบัติของสภาวฒั นธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ 5. มกี ารจัดกิจกรรมชมรมร่วมกบั ผปู้ กครอง และชุมชนท้องถิ่น 6. มีการจดั นทิ รรศการหรือกิจกรรมเผยแพรผ่ ลงานชมรมแสดงต่อสาธารณชน หรอื รว่ มจัดกบั สาธารณชน 7. มีการส่งเสรมิ ยกยอ่ งผลงานดีเดน่ ทางวฒั นธรรมของสมาชิกชมรม 8. สามารถเป็นสถานศึกษาต้นแบบ หรือแหล่งเรียนรูห้ รือแหลง่ ศึกษาดงู านดา้ นชมรม วัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา ของสภาวัฒนธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ 9. มกี ารลงนามในรายงานผลการดาเนนิ ชมรมฯตอ่ สภาวฒั นธรรมจงั หวดั นครสวรรค์ เม่อื สน้ิ สุดโครงการ 1. มที ้งั สมาชกิ สามัญ และสมาชกิ วิสามัญ 2. นักเรยี น นักศึกษา ในสถานศกึ ษาเป็นสมาชิกสามัญไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 3. มคี ณะทางานชมรมถูกตอ้ งครบ 4 ชดุ 4. มกี ารจัดกิจกรรมชมรมร่วมกบั ผู้ปกครอง และชมุ ชนทอ้ งถ่ิน 5. มกี ารจัดนทิ รรศการหรือกจิ กรรมเผยแพร่ผลงานชมรมแสดงต่อสาธารณชน หรือรว่ มจัดกับ สาธารณชน 6. การสง่ เสรมิ ยกย่องผลงานดเี ดน่ ทางวฒั นธรรมของสมาชกิ ชมรม 7. สามารถเปน็ สถานศกึ ษาตน้ แบบ หรอื แหลง่ เรียนรูห้ รอื แหลง่ ศกึ ษาดงู านดา้ นชมรม วฒั นธรรมไทยในสถานศึกษา ของสภาวฒั นธรรมจังหวัดนครสวรรค์ 8. มกี ารลงนามในรายงานผลการดาเนินชมรมฯต่อสภาวัฒนธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ เม่ือ สนิ้ สดุ โครงการ

๑๙ ดี 1. มที ั้งสมาชิกสามัญ และสมาชิกวิสามัญ 2. นกั เรียน นักศึกษา ในสถานศึกษาเป็นสมาชกิ สามัญไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 พอใช้ 3. มีคณะทางานชมรมถูกต้องครบ 4 ชดุ ปรับปรงุ 4. มกี ารจัดกิจกรรมชมรมรว่ มกับผปู้ กครอง และชมุ ชนทอ้ งถ่ิน 5. มกี ารจัดนิทรรศการหรือกจิ กรรมเผยแพรผ่ ลงานชมรมแสดงต่อสาธารณชน หรอื ร่วมจัดกับ สาธารณชน 6. มีการลงนามในรายงานผลการดาเนินชมรมฯตอ่ สภาวฒั นธรรมจงั หวดั นครสวรรค์ เมือ่ สนิ้ สุด โครงการ 1. มที งั้ สมาชิกสามญั และสมาชิกวสิ ามญั 2. นักเรียน นกั ศึกษา ในสถานศกึ ษาเป็นสมาชกิ สามัญไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 3. มีคณะทางานชมรมถูกตอ้ งครบ 4 ชดุ 4. มกี ารจดั กจิ กรรมชมรมรว่ มกับผ้ปู กครอง และชมุ ชนทอ้ งถ่นิ 1. มีสมาชิกสามญั 2. มีการจดั กจิ กรรมชมรม ภายในสถานศึกษาตลอดปกี ารศกึ ษา หมายเหตุ 1. การคัดกรองระดบั คณุ ภาพ แต่ละสถานศึกษาแข่งขันกบั ตนเอง โดยวธิ ีเปรียบเทยี บผลงานของ สถานศกึ ษากับเกณฑ์คุณภาพ ไม่เปรยี บเทยี บผลงานระหว่างสถานศึกษากบั สถานศกึ ษา 2. แตล่ ะระดบั คณุ ภาพไมจ่ ากัดจานวนสถานศกึ ษา

๒๐ 5. ตัวอย่ำงเกียรตบิ ตั รสภำวฒั นธรรมจงั หวดั นครสวรรค์ กระทรวงวฒั นธรรม กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม มอบเกียรตบิ ัตรฉบบั นไี้ วเ้ พ่อื แสดงวา่ นาย/นาง/นางสาว.............................................................. หวั หนา้ ครูทปี่ รึกษา/ครทู ป่ี รกึ ษา ชมรมวฒั นธรรมไทย โรงเรยี น.............................................................. ร่วมกบั สภาวฒั นธรรมจังหวดั นครสวรรค์ ดาเนินกิจกรรมได้มาตรฐานระดับ คณุ ภาพ......................ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ขอใหร้ ักษาคณุ ภาพมาตรฐานนไ้ี ว้ตลอดไป ให้ไว้ ณ วนั ที่ ..........เดือน .............................พ.ศ............. ..................................... (นายโกวทิ ย์ ผกามาศ) อธบิ ดีกรมสง่ เสรมิ วัฒนธรรม กระทรวงวฒั นธรรม กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม มอบเกียรติบตั รฉบับนี้ไวเ้ พื่อแสดงว่า นาย/นาง/นางสาว………………………………………………. ผอู้ านวยการโรงเรยี น.............................................................. ร่วมโครงการจดั ต้ังชมรมวฒั นธรรมไทย ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ ดาเนนิ กิจกรรมไดม้ าตรฐานระดับ คณุ ภาพ......................ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ขอใหร้ กั ษาคุณภาพมาตรฐานนีไ้ วต้ ลอดไป ให้ไว้ ณ วันท่ี ..........เดอื น .............................พ.ศ............. ..................................... (นายโกวทิ ย์ ผกามาศ) อธิบดีกรมส่งเสรมิ วฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม มอบเกยี รติบัตรฉบบั นี้ไว้เพื่อแสดงว่า โรงเรยี น.............................................................. ร่วมโครงการจัดตง้ั ชมรมวฒั นธรรมไทย รว่ มกับสภาวฒั นธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ ดาเนนิ กจิ กรรมได้มาตรฐานระดับ คณุ ภาพ......................ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ขอใหร้ กั ษาคุณภาพมาตรฐานนีไ้ วต้ ลอดไป ให้ไว้ ณ วนั ที่ ..........เดอื น .............................พ.ศ............. ..................................... (นายโกวทิ ย์ ผกามาศ) อธิบดกี รมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม

๒๑ ตอนท3ี่ 1. ความหมายของวัฒนธรรม 2. ความเปน็ ชาติไทย 3. ขอบข่ายการดาเนินงานของสภาวัฒนธรรม 4. ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมมรดกภมู ิปัญญาทางวฒั นธรรม

๒๒ ควำมหมำยของวัฒนธรรม มนุษย์สร้างวัฒนธรรมข้ึนมาเพื่อประโยชน์แห่งการดารงชีวิตและการสืบทอดเผ่าพันธ์ุ ในเม่ือการ ดารงชีวิตของมนุษย์เป็นเร่ืองที่กว้างใหญ่และมีแง่มุมต่างๆ ให้พิจารณาอย่างซับซ้อน เร่ืองของวัฒนธรรมจึง สามารถมองไดห้ ลายแงม่ มุ ไปดว้ ย มผี ู้ใหค้ วามหมายคาวา่ \"วฒั นธรรม\" ไปตา่ งๆ กัน เชน่ - วัฒนธรรมคอื ผลรวมของทกุ ส่ิงซ่งึ เปน็ ความเจรญิ งอกงามทีส่ ังคมนัน้ ๆได้ทาไว้ หรือไดส้ งั่ สมมาจนถึงบัดนี้ - วฒั นธรรม คือ ผลงานสร้างสรรค์ทางศิลปะและพุทธิปัญญาทุกแขนง - วัฒนธรรม คอื สง่ิ ทเ่ี ปน็ ขนบธรรมเนียมประเพณตี กทอดมาจากบรรพบุรุษ - วัฒนธรรม คือ สิง่ ทดี่ ีมีค่าแสดงรสนยิ มของผู้ดีหรือชนชน้ั สงู ท่ีมกี ารศึกษาและฐานะดี พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕4๕ ได้นิยามความหมายของวฒั นธรรมไว้เปน็ ๔ นยั ดงั นี้ ๑. สง่ิ ทีท่ าใหเ้ จรญิ งอกงามแกห่ มูค่ ณะ ๒. วถิ ชี ีวติ ของหมู่คณะ ๓. ลกั ษณะที่แสดงถึงความเจรญิ งอกงาม ความเป็นระเบยี บเรียบร้อย ความกลมเกลยี ว ก้าวหนา้ ของชาติ และศลี ธรรมอันดีของประชาชน ๔. พฤตกิ รรมและสงิ่ ทค่ี นในหมผู่ ลติ สร้างขนึ้ ดว้ ยการเรยี นรู้จากกนั และกัน และรว่ มใชอ้ ยู่ในหมู่พวกของตน พระรำชบญั ญัติวัฒนธรรมแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ให้นยิ ำมวำ่ “วัฒนธรรม” หมายความวา่ วถิ ีการดาเนนิ ชวี ิต ความคดิ ความเชื่อ ค่านิยม จารีต ประเพณีพธิ กี รรม และภมู ปิ ัญญา ซ่ึงกลุ่มชนและสังคมได้ร่วมสร้างสรรค์สั่งสม ปลูกฝัง สืบทอด เรียนรู้ ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลง เพ่ือให้เกิด ความเจริญงอกงาม ทั้งด้านจิตใจและวัตถุ อยา่ งสนั ตสิ ขุ และยั่งยนื ความหมายของวฒั นธรรมดงั ยกมาแสดงไวข้ ้างต้น แมจ้ ะดูแตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง กล็ ว้ นมคี ุณค่า ในตัวเอง การชีใ้ ห้เหน็ แง่มมุ ต่างๆ ของวัฒนธรรม จึงยังคงมีผใู้ ชอ้ ยทู่ ุกความหมาย ประเด็นสาคัญของเร่อื งน้ีจึง มิใช่อยู่ที่การหาข้อยุติเก่ียวกับความหมายของวัฒนธรรม เพราะเป็นเร่ืองท่ีไม่สามารถจะกระทาได้และไม่ จาเปน็ ตอ้ งกระทา ความแตกต่างระหว่างความหมายท่ัวไป และความหมายเชิงปฏิบัติการของวัฒนธรรมอยู่ตรงท่ี ความหมายทั่วไปจะบอกแต่เพยี งว่าวัฒนธรรมคอื อะไร และสาคญั อยา่ งไร แตค่ วามหมายเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารจะบอก เพิม่ อีกอย่างน้อย 5 เร่ือง คอื 1. วฒั นธรรมเกดิ ข้นึ มาไดอ้ ย่างไร 2. สาระสาคญั ของวฒั นธรรมคอื อะไร 3. ควรจะทางานวัฒนธรรมอยา่ งไร 4. ทางานวัฒนธรรมเพ่ืออะไร 5. วัฒนธรรมกับอารยธรรมสมั พนั ธ์กนั อย่างไร ท้งั 5 เร่ืองข้างต้นน้จี กั ต้องประสานสมั พนั ธ์สบื เนอื่ งถงึ กนั เป็นลูกโซ่ และมีความหมายต่อชีวติ ของ มนุษย์อย่างแทจ้ รงิ

๒๓ ควำมหมำยท่ัวไป วัฒนธรรม คือ วิถีชีวิตของคนในสังคม เป็นแบบแผนการประพฤติปฏิบัติ และการแสดงออกถึง ความรู้สึกนึกคิดในสถานการณ์ต่างๆ ที่สมาชิกในสังคมเดียวกันสามารถเข้าใจ ซาบซ้ึงยอมรับและใช้ปฏิบัติ ร่วมกัน อนั จะนาไปส่กู ารพฒั นาคุณภาพชวี ิตของคนในสงั คมนั้นๆ ควำมหมำยเชงิ ปฏบิ ัตกิ ำร วัฒนธรรม หมายถึง ความเจริญงอกงาม ซึ่งเป็นผลจากระบบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนษุ ย์กับสังคม และมนุษยก์ ับธรรมชาติ จาแนกออกเป็น 3 ด้าน คอื จติ ใจ สงั คม และวตั ถุ มกี ารสั่งสมและสืบ ทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหน่ึง จนกลายเป็นแบบแผนท่ีสามารถเรียนรู้และก่อให้เกิดผลิตกรรม และเป็น ผลิตผลท่ีเป็นรูปธรรมและนามธรรม อันควรค่าแก่การวิจัยอนุรักษ์ ฟื้นฟูพัฒนา ถ่ายทอด ส่งเสริม เสริมสร้าง เอตทคั คะ และแลกเปล่ียนและสร้างเสรมิ ดลุ ยภาพแหง่ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมนุษย์ สังคม และธรรมชาติ ซง่ึ จะ ช่วยใหม้ นุษยส์ ามารถดารงชีวติ อย่างมีความสขุ สนั ติภาพ สันตสิ ขุ และอสิ รภาพ อนั เปน็ พ้นื ฐานแห่งอารยธรรม ของมนุษย์ชาติ ควำมหมำยวฒั นธรรมแบบชำวบำ้ น 1. เอกลกั ษณข์ องท้องถ่นิ เชน่ ภาษาท้องถนิ่ เป็นวฒั นธรรมของทอ้ งถน่ิ ภาษาไทยคือวฒั นธรรมของ ประเทศไทยหรือคนไทย การแตง่ กาย อาหารการกิน ขนมพ้ืนบา้ น แบบบ้านที่อยู่อาศัย ล้วนเป็นวัฒนธรรมท้ังสิ้น 2. ประเพณี เปน็ วถิ ชี วี ติ ทีม่ ีวัฒนธรรมหลากหลาย เรม่ิ ตงั้ แต่การตง้ั ครรภ์ / การคลอดบตุ ร / การไว้ จกุ – ไวเ้ ปีย / การโกนจุก – ตดั เปยี / การบวชนาค / การแต่งงาน / งานบุญ (ตรษุ สงกรานต์ – สลากภัตร – กอ่ พระเจดยี ท์ ราย – ทาบญุ กระดูก) / การแหเ่ จา้ พ่อ – เจ้าแม่ / การแห่นางแมวขอฝน / งานบุญบัง้ ไฟ และงาน ศพ / ลอยกระทง / แข่งเรอื ยาว / เขา้ พรรษา – ออกพรรษา / มาฆะบชู า / วสิ าขบูชา เป็นต้น 3. ดำ้ นศลิ ปะ เปน็ ส่วนท่สี าคญั ย่ิงของวฒั นธรรม เช่น เครอ่ื งดนตรี / การเลน่ ดนตรี / ศิลปะการแสดง / การแต่งโคลง – ฉันท์ – กาพย์ – กลอน / บทประพันธ์ – นิยาย – นิทาน / งานแกะสลัก / งานป้ัน / สถาปัตยกรรม งานออกแบบ งานวาดภาพสตี ่างๆ / การละเล่นพ้ืนบ้าน / เพลงกล่อมลกู – เพลงไทย – เพลงพืน้ บา้ น ฯลฯ 4. ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถ่นิ หรือภมู ปิ ญั ญำชำวบ้ำน ได้แก่ ผลงานการค้นคดิ การประดษิ ฐ์ต่างๆ ท่ีไมม่ ี ใครเคยทามาก่อน หรือผลงานที่ทาแล้วพัฒนาใหเ้ กิดประโยชน์ในการดาเนนิ ชีวิตของคนในสังคมนัน้ ๆ เช่น ยา รักษาโรค สมุนไพร วิธีการรักษาโรคแบบต่างๆ เช่น การนวด การพ่นตาแดง การกวาดคอด้วยยาสมนุ ไพร การ ตม้ ยาหม้อไทย ภูมปิ ัญญาชาวบ้านในปัจจบุ นั สามารถนาไปจดทะเบียนสทิ ธิบัตรได้ 5. โบรำณสถำน – โบรำณวัตถุ เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมท้องถน่ิ ชนชาติ สาหรบั ให้คนร่นุ หลังได้ศกึ ษาหาความรู้ ถึงความหมาย ความสาคญั การใช้ประโยชน์ การพัฒนาแต่ละยุค จนถึงปัจจุบันสมควร ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ควรศึกษาให้เกิดความเข้าใจ สามารถนาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เพ่ือทาการวิจัย พฒั นา รวมท้ังเป็นแหลง่ ท่องเท่ยี วเชิงอนุรักษ์ซ่งึ เป็นการลงทุนนอ้ ยได้ประโยชนม์ ากอกี ด้วย

๒๔ ควำมสำคญั ของวัฒนธรรม วัฒนธรรมเป็นเรื่องท่ีสาคัญย่ิงในความเป็นชาติ ชาติใดท่ีไร้เสียซึ่งวัฒนธรรมอันเป็นของตนเองแล้ว ชาตนิ น้ั จะคงความเปน็ ชาตอิ ยู่ไมไ่ ด้ ชาติที่ไร้วฒั นธรรม แมจ้ ะเปน็ ผูพ้ ิชิตในการสงคราม แต่ในท่ีสุดก็จะเป็นผู้ถูก พิชิตในด้านวัฒนธรรม ซ่ึงนับว่าเป็นการถูกพิชิตอย่างราบคาบและส้ินเชิง ทั้งนี้เพราะผู้ที่ถูกพิชิตในทาง วฒั นธรรมนัน้ จะไมร่ ู้ตวั เลยวา่ ตนได้ถูกพชิ ิต เชน่ พวกตาดท่ีพชิ ติ จนี ได้ และตัง้ ราชวงศ์หงวนขึน้ ปกครองจีน แต่ ในที่สุดถูกชาวจีนซึ่งมีวัฒนธรรมสูงกว่ากลืนจนเป็นชาวจีนไปหมดสิ้น ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า วัฒนธรรมมี ความสาคัญดงั นี้ วัฒนธรรมเปน็ สิง่ ที่ช้ีแสดงใหเ้ หน็ ความแตกต่างของบุคคล กลุ่มคน หรือชมุ ชนเปน็ สงิ่ ที่ทาให้เห็นว่าตน มีความแตกต่างจากสัตว์ช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ท่ีเรามองเห็น การแปลความหมายของส่ิงท่ีเรามองเหน็ นนั้ ขน้ึ อยู่กบั วัฒนธรรมของกลุ่มชน ซง่ึ เกิดจากการเรียนรู้และถ่ายทอดวัฒนธรรม เช่น ชาวเกาะซามวั มองเห็นดวง จันทร์ว่ามีหญงิ กาลังทอผ้า ชาวออสเตรเลียเห็นเป็นตาแมวใหญก่ าลังมองหาเหยื่อ ชาวไทยมองเห็นเหมือนรปู กระตา่ ย วฒั นธรรมเป็นตวั กาหนดปัจจัย 4 เชน่ เครื่องนงุ่ หม่ อาหาร ที่อยอู่ าศยั การรกั ษาโรควฒั นธรรมเป็นตวั กาหนดการแสดงความร้สู กึ ทางอารมณ์ และการควบคมุ อารมณ์ เช่น ผู้ชายไทยจะไมป่ ลอ่ ยใหน้ า้ ตาไหลต่อหน้า สาธารณะชนเมื่อเสียใจเป็นตัวกาหนดการกระทาบางอย่าง ในชุมชนว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งการกระทา บางอย่างในสังคมหนึ่งเป็นท่ียอมรับว่าเหมาะสมแต่ไม่เป็นที่ยอมรับในอีกสังคมหน่ึง จะเห็นได้ว่าผู้สร้าง วัฒนธรรมคือมนษุ ย์ และสงั คมเกิดขึ้นก็เพราะ มนษุ ย์ วฒั นธรรมกบั สังคมจงึ เปน็ สิ่งค่กู นั โดยแตล่ ะสังคมย่อมมี วฒั นธรรมและหากสงั คมมขี นาดใหญ่หรือมีความซับซ้อน มากเพยี งใด ความหลากหลายทางวฒั นธรรมมักจะมี มากขึ้นเพียงใดน้ันวัฒนธรรมต่าง ๆ ของแต่ละสังคมอาจเหมือนหรือต่างกันสืบเนื่องมาจากความแตกต่าง ทางด้านความเชอื่ เชอื้ ชาติ ศาสนาและถ่ินทอี่ ยู่ เป็นตน้

2. ควำมเปน็ ชำตไิ ทย ด้วยความปรารถนาดจี าก นายนัทธี พคุ ยาภรณ์ ๒๕ ท่ีปรกึ ษา กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม ๐๘๑-๖๔๒-๕๑๙๑

๒๖ 3. ขอบขำ่ ยกำรดำเนินงำนของสภำวฒั นธรรม ๑.วิจัย ๙. เฝ้ำระวงั ๒. อนุรักษ์ ๘.แลกเปลี่ยน ขอบข่ำย ๓. ฟ้นื ฟู งำนวฒั นธรรม ๔. พัฒนำ ๗. สง่ เสริม ๖.ส่งเสริมกจิ กรรม ๕.ถำ่ ยทอด เอตทคั คะ

๒๗ 3. ขอบขำ่ ยกำรดำเนินงำนของสภำวฒั นธรรม ขอบข่ำยกำรดำเนินงำน ควำมหมำยตำมท่สี ำนักงำน กิจกรรมหลักที่ควรดำเนินกำร วัฒนธรรม คณะกรรมกำรวัฒนธรรมแหง่ ชำตกิ ำหนด (ตำม ข้อ ๑.-๘.) ๑. งานวิจัยวฒั นธรรม การสารวจ ศกึ ษา สังเคราะห์ และวเิ คราะห์ ๑. การศึกษาสารวจและรวบรวมขอ้ มูลทาง ข้อมูลต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ วฒั นธรรมของทอ้ งถ่ิน ฟื้นฟู พัฒนา ถ่ายทอด ส่งเสริม เสริมสร้าง ๒. การจดั ประชุมสมั มนา เอตทัคคะ และแลกเปล่ียนทางวัฒนธรรม ๓. การเลอื กสรร กาหนดหัวข้อและ ดาเนินงานในการศกึ ษาสารวจขอ้ มูล วัฒนธรรม ๔. การจดั หางบประมาณและการให้ ทนุ อดุ หนุนการศกึ ษาสารวจข้อมูล วฒั นธรรม ๕. การพฒั นานักวจิ ัยวฒั นธรรมทอ้ งถิ่น ๖. การยกยอ่ งเชดิ ชเู กียรตินกั วิจยั ดเี ด่น ๗. การจัดต้ังศนู ยข์ ้อมูลเพื่องานวจิ ัยทาง วฒั นธรรม ๘. การประชาสัมพนั ธ์เพือ่ การนาผลการวจิ ัย ไปใช้ ๙. การสร้างเครอื ขา่ ยงานวจิ ัยวัฒนธรรม ๑๐. การติดตามและประเมนิ ผล ๒. งานอนุรกั ษ์วฒั นธรรม การพิทักษ์รักษา และธารงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ๑. การศกึ ษาสภาพปัจจบุ นั และปัญหา ทั้งท่ีเป็นรูปธรรม และนามธรรม เพื่อ เกย่ี วกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมของท้องถนิ่ ก่อให้เกิดความรัก ความหวงแหน ความ ๒. การจัดทาทะเบยี นผลิตผลทาง เข้าใจ และความภาคภมู ิใจในความเป็นชาติ วฒั นธรรมเพือ่ งานอนุรักษ์ ตลอดจนเพื่อประโยชน์ในการศกึ ษาค้นคว้า ๓. การจัดหางบประมาณสนบั สนุนงาน ของคนร่นุ หลงั อนรุ ักษว์ ฒั นธรรม ๔. การรณรงค์ให้เกดิ ความต่นื ตัว ตระหนัก ในคุณค่าและใหค้ วามรว่ มมือในงานอนรุ ักษ์ วัฒนธรรม ๕. การจัดสรา้ งเครือข่ายเพอื่ สนับสนนุ งาน อนรุ กั ษว์ ฒั นธรรม ๖. การประชาสัมพนั ธ์งานอนรุ กั ษ์วฒั นธรรม ๗. การยกย่องและเชิดชูเกยี รตบิ ุคคลหรือ หนว่ ยงาน ทป่ี ระสบความสาเร็จในงานอนุรกั ษ์ วัฒนธรรม ๗. การติดตามและประเมนิ ผล

๒๘ ขอบขำ่ ยกำรดำเนินงำน ควำมหมำยตำมทสี่ ำนกั งำน กจิ กรรมหลกั ท่คี วรดำเนินกำร วัฒนธรรม คณะกรรมกำรวฒั นธรรมแห่งชำตกิ ำหนด (ตำม ข้อ ๑.-๘.) ๓. งานฟนื้ ฟวู ฒั นธรรม การเลือกสรรวฒั นธรรมทส่ี ญู หายหรือกาลัง ๑. การศกึ ษาสภาพปัจจุบันของผลติ ผลทาง เสื่อมสลาย มาทาให้มีความหมายและ วัฒนธรรมทีส่ ญู หายหรอื กาลังจะเส่อื ม ความสาคัญต่อการดาเนินชีวิตของคนใน สลายไปจากสงั คมไทย ชาติ ๒. การจัดทาทะเบยี นผลิตผลทาง วัฒนธรรมทค่ี วรค่าแก่การฟ้นื ฟู ๓. การรณรงคเ์ พื่อฟื้นฟูวฒั นธรรม ๔. การสนบั สนุนใหบ้ ุคคลและหนว่ ยงานได้ ดาเนินกิจกรรมฟ้นื ฟวู ฒั นธรรม ๕. การจดั หางบประมาณเพ่อื สนับสนนุ งาน ฟ้ืนฟูวฒั นธรรม ๖. การประชาสมั พนั ธง์ านฟืน้ ฟุวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ด้วยกระบวนการทาง การศกึ ษาทั้งท่ีเปน็ ทางการและไม่เป็นทางการ ๗. การสร้างเครอื ขา่ ยเพ่อื สนบั สนุนงาน ฟื้นฟูวฒั นธรรม ๘. การยกยอ่ งและเชดิ ชเู กยี รตบิ ุคคลและ หน่วยงานท่ปี ระสบผลสาเร็จในงานฟ้นื ฟู วฒั นธรรม ๙. การตดิ ตามและประเมนิ ผล ๔. งานพัฒนาวฒั นธรรม การริเร่ิม สร้างสรรค์ และการปรับปรุง ๑. การศกึ ษาสภาพความเหมาะสมของ เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมให้เหมาะสมกับยุค วฒั นธรรมและงานวฒั นธรรมในปจั จุบนั สมัย บังเกิดคุณประโยชน์แก่ชีวิต สังคม ๒. การเลอื กสรรวัฒนธรรมทคี่ วรไดร้ บั การพฒั นา และธรรมชาติ โดยที่ยังคงรักษาไว้ซ่ึง ๓. การสรา้ งเครือขา่ ยเพอ่ื สนับสนนุ งาน เอกลกั ษณ์แหง่ ความเป็นไทย พฒั นาวฒั นธรรม ๔. จดั หางบประมาณสนับสนุนงานพัฒนา วัฒนธรรม ๕. การประชาสัมพนั ธ์งานพฒั นาวัฒนธรรม ๖. การถ่ายทอดวัฒนธรรมทพี่ ฒั นาแลว้ เขา้ ไปในกระบวนการให้การศกึ ษา ทงั้ อย่าง เป็นทางการและไม่เปน็ ทางการ ตลอดจน เผยแพร่ทางสอ่ื มวลชน ๗. การยกย่องและเชิดชเู กียรตบิ ุคคลและ หน่วยงานทป่ี ระสบความสาเร็จในงาน พัฒนาวัฒนธรรม ๘. การจดั ประชมุ สมั มนาเพอ่ื แสวงหา แนวทางในการพัฒนางานวฒั นธรรม

๒๙ ขอบขำ่ ยกำรดำเนนิ งำน ควำมหมำยตำมท่ีสำนักงำน กิจกรรมหลักท่คี วรดำเนนิ กำร วฒั นธรรม คณะกรรมกำรวัฒนธรรมแหง่ ชำติกำหนด (ตำม ขอ้ ๑.-๘.) ๕. การถ่ายทอดวฒั นธรรม การนาวัฒนธรรมท่ีผ่านการเลือกสรร ๑. การศึกษาและกาหนดเนอ้ื หาสาระของ กลั่นกรองแล้วไปใช้ในกระบวนการให้ วัฒนธรรมทีม่ ีคณุ คา่ ควรแก่การถา่ ยทอด การศึกษา อันจะยังผลให้สมาชิกในสังคม ๒. การพฒั นาวิธกี ารถ่ายทอดและสอ่ื เพ่ือการ เกิดความเข้าใจ ตระหนักในคุณค่า และ ถา่ ยทอด นาไปปฏิบัติอย่างเหมาะสมและสอดคล้อง ๓. การรณรงค์ใหเ้ กดิ ความตระหนักและ กับยุคสมัย ความร่วมมือในการถา่ ยทอดวฒั นธรรม ๔. การสรา้ งเครือข่ายเพอื่ สนบั สนุ นงาน ถา่ ยทอดวฒั นธรรม ๕. การฝกึ อบรมครูและบุคลากรผู้เกีย่ วขอ้ ง ในการถ่ายทอดวฒั นธรรม ๖. การจัดหางบประมาณสนับสนุนงาน ถ่ายทอดวฒั นธรรม ๗. การยกยอ่ งและเชิดชเู กยี รตบิ ุคคลและ หน่วยงานทป่ี ระสบผลสาเรจ็ ในด้านการ ถ่ายทอดวฒั นธรรม ๘. การประชาสมั พนั ธ์งานถา่ ยทอด วฒั นธรรม ๙. การติดตามและประเมินผล ๖. งานสง่ เสรมิ กิจกรรม การสนับสนุนให้บุคคลหรือหน่วยงาน ๑. การศกึ ษาสภาพปัจจบุ ันและปัญหาของ วฒั นธรรม สามารถจัดกิจกรรมวัฒนธรรม ได้อย่างมี การจดั กจิ กรรมทางวัฒนธรรมของบคุ คล ประสิทธภิ าพและประสิทธิผล หรอื หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในระดับ ท้องถนิ่ ๒. การสรา้ งเครือข่ายเพื่อสนับสนนุ งาน ส่งเสรมิ กิจกรรมวฒั นธรรม ๓. การจัดทาแผนงานสนบั สนุนการจัด กิจกรรมวัฒนธรรมสาหรบั บคุ คลและ หนว่ ยงานต่าง ๆ ในระดบั ทอ้ งถิ่น ๔. การจดั หางบประมาณสนันสนนุ งาน ส่งเสริมกิจกรรมวัฒนธรรม ๕. การยกยอ่ งและเชดิ ชูเกียรตบิ ุคคลแล หน่วยงานท่ีประสบผลสาเรจ็ ในการจัด กจิ กรรมวัฒนธรรม ๖. การประชาสัมพนั ธ์งานสง่ เสรมิ กิจกรรม วฒั นธรรม ๗. การติดตามและประเมินผล

๓๐ ขอบขำ่ ยกำรดำเนินงำน ควำมหมำยตำมทส่ี ำนกั งำน กิจกรรมหลกั ท่คี วรดำเนินกำร วฒั นธรรม คณะกรรมกำรวัฒนธรรมแหง่ ชำตกิ ำหนด (ตำม ข้อ ๑.-๘.) ๗. งานเสริมสรา้ ง การส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลที่มี ๑. การสารวจ เลือกสรร และจัดทาทาเนยี บ เอตทคั คะทางวัฒนธรรม ความรคู้ วามสามารถพเิ ศษทางวฒั นธรรม ผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางวัฒนธรรมใน ได้มโี อกาสแสดงออก และพฒั นาความรู้ ท้องถนิ่ ความสามารถอย่างเตม็ ตามศักยภาพถงึ ข้นั ๒. การสนับสนนุ ใหผ้ ้มู ีความร้คู วามสามารถ ท่สี มควรไดร้ บั พิเศษทางวฒั นธรรมได้แสดงออก พฒั นา การยกยอ่ งวา่ เป็นเอตทัคคะทาง และถ่ายทอดความรูค้ วามสามารถอยา่ งเต็มตาม วัฒนธรรมของชาติในด้านน้ันๆ รวมถึงการ ศกั ยภาพ ส่ง เสริมและ สนับสนุนให้บุคคลและ ๓. การเชิดชูเกียรติผู้ท่ีมีความสามารถพิเศษ หน่ว ยง าน ทั้ ง ใน ร ะ ดับท้อ ง ถ่ิ น แ ล ะ ทางวัฒนธรรมขน้ึ เปน็ เอตทัคคะทางวัฒนธรรม ระดบั ชาติได้ทากจิ กรรมทางวฒั นธรรม เพือ่ ๔. การบันทึกความรู้ความสามารถและ ส่งเสริมผทู้ มี่ คี วามรู้ความสามารถพเิ ศษทาง ผลงานของเอตทัคคะทางวัฒนธรรมเพ่ือ วัฒนธรรมอันจะนาไปสู่การสร้างเอตทัคคะ การเผยแพรแ่ ละถา่ ยทอด ทางวฒั นธรรมในอนาคต ๕. การสรา้ งเครือขา่ ยเพือ่ สนับสนุนงาน เสรมิ สร้างเอตทัคคะทางวัฒนธรรม ๖. การจัดหางบประมาณเพื่อสนับสนุนงาน เสริมสรา้ งเอตทคั คะทางวัฒนธรรม ๗. การสง่ เสริมและสนบั สนนุ ใหม้ กี ารใช้สือ่ บนั ทกึ ความร้คู วามสามารถและผลงานของ เอตทัคคะทางวัฒนธรรม ๘. การประกวดความร้คู วามสามารถและ ผลงานด้านวัฒนธรรมของนักเรียน นักศึกษา และบคุ คลโดยท่ัวไปในระดับท้องถ่ิน ๙. การให้ทุนการศึกษาหรือทุนอุดหนุน เ พื่ อ พั ฒ น า ค ว า ม รู้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง วัฒนธรรมแก่เยาวชน และบุคคลทั่วไปของ ทอ้ งถ่นิ ๑๐. การสนับสนุนให้เยาวชนและบุคคล ทั่วไปท่ีมีความรู้ความสามารถพอเศษทาง วัฒนธรรม ได้ฝึกงานหรือร่วมทางานกับ เอตทัคคะทางวัฒนธรรม ๑๑. การประชาสัมพันธ์งานเสรมิ สรา้ ง เอตทัคคะทางวฒั นธรรม ๑๒. การตดิ ตามและประเมินผล ๘. งานแลกเปล่ียน การส่งเสรมิ และสนับสนุนใหบ้ ุคคลและ ๑. การสารวจและเลอื กสรรกจิ กรรมทาง วัฒนธรรม หน่วยงานต่างๆทงั้ ในระดับทอ้ งถนิ่ วฒั นธรรมท่ีควรคา่ แก่การแลกเปล่ียนในระดับ ระดับชาตแิ ละระดบั นานาชาติ ได้มโี อกาส ท้องถนิ่

๓๑ ขอบขำ่ ยกำรดำเนนิ งำน ควำมหมำยตำมทีส่ ำนักงำน กิจกรรมหลกั ทคี่ วรดำเนนิ กำร วฒั นธรรม คณะกรรมกำรวัฒนธรรมแหง่ ชำตกิ ำหนด (ตำม ขอ้ ๑.-๘.) แลกเปลย่ี นวฒั นธรรมเพอื่ สรา้ งเสรมิ ความ ๒. การสร้างเครอื ขา่ ยเพื่อสนับสนนุ งาน เขา้ ใจอนั ดีต่อกัน อันจะนาไปสู่สนั ตภิ าพ แลกเปล่ียนวัฒนธรรม และสันตสิ ุขแห่งการอยู่ร่วมกันของ ๓. การจัดหางบประมาณเพื่อสนบั สนุนงาน มนษุ ยชาติ แลกเปลยี่ นวัฒนธรรม ๔. การประชาสมั พนั ธ์งานแลกเปลีย่ น วัฒนธรรม ๕. การติดตามและประเมินผล ๙. งานเฝ้าระวังทาง เป็นกระบวนการดาเนินงานในการแก้ไข ๑. การสรา้ งเครือข่ายการเฝ้าระวังทาง วัฒนธรรม และป้องกันความเบ่ียงเบนทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมในพ้ืนที่ ซ่ึงมีผลกระทบโดยตรง กับวิถีการดาเนิน ๒. การจดั หางบประมาณเพอ่ื สนับสนนุ / ชีวิตท่ีถูกต้องและดีงาม โดยมีมาตรการ จัดต้ังกองทุนสนับสนุนงานเฝา้ ระวงั ทาง สร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมรวมอยู่ วฒั นธรรม ในกระบวนการดาเนินงานด้วย ๓. การประชาสมั พันธ์งาน/ถ่ายทอดความรู้ เนอ้ื หาสาระ และคุณคา่ ทางวัฒนธรรมที่เป็น จารตี ประเพณขี องท้องถ่ิน ๔. การตดิ ตามและประเมินผล

๓๒

๓๓

๓๔

๓๕

๓๖

๓๗ ตอนท4ี่ 1. วสิ ัยทัศน์ 2. ทศิ ทาง 3. ยทุ ธศาสตร์ในการจดั กิจกรรมชมรม

๓๘ 1. วิสยั ทัศน์ กำรจดั กจิ กรรมชมรมวฒั นธรรมไทยในสถำนศกึ ษำ ใหส้ ัมพันธ์กับควำมตอ้ งกำรของสงั คม

๓๙ 2. ทิศทำง กำรจัดกิจกรรมชมรมวัฒนธรรมไทย ในสถำนศกึ ษำให้สัมพันธ์กนั ท้งั 3 ดำ้ น

๔๐ 3. ยุทธศำสตร์ กำรจดั กิจกรรมชมรมวฒั นธรรมไทยในสถำนศกึ ษำ ใหส้ ำเร็จผล ยั่งยนื ถำวร

๔๑ ตอนท5ี่ หลักการและแนวทางจดั ตั้ง และดาเนนิ งานชมรม

๔๒ หลกั กำรและแนวทำงจัดต้ังและดำเนนิ งำนชมรมวฒั นธรรมไทย ในสถำนศกึ ษำ สภำวัฒนธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ สภาวฒั นธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ กาหนดหลักการและแนวทางจดั ตง้ั และดาเนนิ งานชมรมวฒั นธรรม ไทยในสถานศกึ ษา ตามแนวการจดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนของกรมวชิ าการซึง่ สอดคล้องกับหลกั สูตรขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของกระทรวงศึกษาธิการและสอดคล้องกับระเบียบกระทรวงวัฒนธรรม ว่าด้วยสภา วัฒนธรรม พ.ศ. 2546 ของกระทรวงวัฒนธรรม หลกั การและแนวทางการดาเนนิ งานต่อไปนี้ เปน็ หลกั การและแนวทางพืน้ ฐาน เพือ่ ใหส้ ถานศึกษาเห็น ตัวอย่างในการดาเนินงานจัดต้ังชมรม และจัดกิจกรรมให้แก่สมาชิกในชมรมได้ ทั้งน้ีสถานศึกษาสามารถ เพิ่มเติมหลักการและแนวทางการดาเนินงานชมรมวัฒนธรรมไทย ให้เหมาะสมกับวิสัยทัศน์ หรือสภาพความ ต้องการของสถานศึกษาและของท้องถิ่นได้ หลักการและแนวทางการดาเนินงาน ประกอบด้วยขอบข่าย วตั ถปุ ระสงค์ พฤติกรรมบ่งช้ี เปา้ หมาย และหลกั การบรหิ ารชมรม ดังน้ี 1. หลกั กำรจัดตง้ั ชมรม 1. เปน็ ชมรมทน่ี ักเรยี น นักศึกษา ผปู้ กครอง และชุมชน สมัครเปน็ สมาชกิ ตามความสมคั รใจ 2 สมาชิกร่วมกนั เสนอกิจกกรมและคดั เลือกกิจกรรมท่จี ะทาในแต่ละปกี ารศึกษาไดต้ ามความสนใจ โดยมีครอู าจารย์ท่ีปรกึ ษาชมรมเป็นท่ีปรกึ ษาและอยู่ในความเหน็ ชอบของสถานศกึ ษา 3. เปน็ ชมรมท่ีสมาชกิ ชว่ ยกันจดั ช่วยกนั ทา ช่วยกนั แก้ปญั หา ชว่ ยกนั บรหิ ารจัดการ 4. เป็นชมรมทส่ี ่งเสรมิ และพฒั นาศักยภาพของสมาชิก 5. เปน็ ชมรมที่เหมาะสมกับเพศ วัย ความสามารถของนกั เรียน นกั ศึกษา สภาพของสถานศกึ ษาและ สภาพของทอ้ งถ่ิน 2. ขอบข่ำยของชมรม 1. เปน็ ชมรมทจี่ ัดกิจกรรมเก่ียวกับศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี คา่ นยิ มทดี่ งี ามของทอ้ งถนิ่ และของชาติ 2. กิจกรรมทจ่ี ดั ต้องสนองนโยบายรัฐบาล กระทรวงวฒั นธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ 3. กิจกรรมท่จี ัดตอ้ งเน้นกลมุ่ สมั พันธ์ เชน่ การประชุม สมั มนา เขา้ คา่ ย ทศั นศกึ ษา อบรม นิทรรศการ สาธิต ฯลฯ 4. กจิ กรรมทีจ่ ดั ตอ้ งมหี ลากหลายรูปแบบ ท้ังดา้ นการอนุรักษ์ การสนับสนนุ การรณรงค์ การส่งเสริม การพฒั นา ซึ่งเปน็ กจิ กรรมทีเ่ น้นการฝกึ ปฏิบัตแิ ละประโยชนท์ ี่ได้รบั จากการฝกึ ปฏิบัติ 5. เป็นชมรมท่ีมีลักษณะเปิดกว้าง เน้นให้ทุกคนมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรม เน้นให้ทุกคน เกดิ การเรียนรดู้ ้วยตนเองทุกสถานที่ ตลอดเวลาและต่อเน่ืองตลอดชวี ิต

๔๓ 3. วตั ถุประสงคก์ ำรจัดกิจกรรมของชมรม 1. เพ่ือพัฒนาความรู้ ความสามารถ ด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เกิดทักษะ ความชานาญ มี ประสบการณ์ในการเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ พิทักษ์รักษา ส่งเสริมพัฒนา และ เผยแพรว่ ฒั นธรรมของทอ้ งถ่นิ และของชาติ 2. เพือ่ พัฒนาศีลธรรม คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทพี่ ึงประสงค์ 3. เพ่อื พัฒนาสขุ ภาพ และบคุ ลกิ ภาพทางร่างกายและจิตใจ 4. เพือ่ ใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ 5. เพอื่ ฝึกความสามคั คี มีมนษุ ยสัมพันธใ์ นการทางานร่วมกับผูอ้ นื่ ตามแบบเศรษฐกิจพอเพียง แบบวิถี ไทย วถิ พี ทุ ธ แบบธรรมาภิบาล ธรรมาธปิ ไตยและระบอบประชาธิปไตย 4. ตัวอยำ่ งวตั ถปุ ระสงค์ พฤติกรรมบ่งชแ้ี ละเป้ำหมำยกำรจดั กิจกรรมของชมรม วัตถุประสงค์ พฤตกิ รรมบ่งช/้ี ตัวช้วี ัด เปำ้ หมำย 1 . เ พื่ อ พั ฒ น า คว ามรู้ 1.1 มีการประชุมอบรมสัมมนา เข้า 1. สมาชิกได้พัฒนาความรู้และ ความสามารถ ด้านการคิด ค่าย ทัศนศกึ ษา นิทรรศการ ทกั ษะจนเกิดเป็นโครงงาน ผลงาน วิเคราะห์ สังเคราะห์ เกิด 1.2 มีการจัดทาโครงงาน ผลงาน ช้ินงาน ที่มีคุณภาพตามศักยภาพ ทักษะ ความชานาญ มี ช้นิ งาน งานวิจัย สาธิต เหมาะสมกับบุคคล สถานศึกษา ประสบการณ์ในการเรียนรู้ 1.3 มีทักษะการคิด การตัดสินใจ และ และท้องถ่ิน และการฝึกปฏิบัติ มีส่วน การแก้ปญั หา ร่วมในการอนุรักษ์ พิทักษ์ 1.4 มีทักษะการวางแผน การบรหิ ารจดั การ รักษา ส่งเสริมพัฒนา และ 1.5 ประยุกตเ์ ทคโนโลยีกับภมู ปิ ญั ญาไทย เผยแพร่วัฒนธรรมของ 1.6 ใชภ้ าษา และการส่อื สารไดถ้ ูกต้อง ท้องถิน่ และของชาติ 1.7 มีความสนใจใฝ่รู้ทางวิชาการและ วิชาชพี 1.8 มีความคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์ 2. เพื่อพัฒนาศีลธรรม 2.1 รักวัฒนธรรมไทย 2. สมาชิกมีศีลธรรม คุณธรรม คุณธรรม จริยธรรม และ 2.2 ใช้ของไทย จริยธรรม และค่านยิ มที่ดงี าม เป็น คา่ นยิ มท่ีพึงประสงค์ 2.3 มกี ริยามารยาททดี่ ี แ บ บ อ ย่ า ง ใ ห้ ผู้ อื่ น ไ ด้ แ ล ะ เ ป็ น 2.4 แตง่ กายถกู ระเบยี บ สมาชิกท่ดี ีของสังคม 2.5 มีความเอื้อเฟ่ือ เผือ่ แผ่ 2.6 มสี มั มาคารวะ อ่อนน้อมถอ่ มตน 2.7 มนี ้าใจต่อครู เพ่ือ และผ้อู นื่ 2.8 รบั ผิดชอบต่องานท่ีได้รบั มอบหมาย 2.9 มีความซ่ือสตั ย์ สุจริต มีสัจจะ 2.10 ตรงตอ่ เวลา 2.11 รจู้ ักกาละ เทศะ บคุ คล 2.12 รแู้ พ้ รชู้ นะ รู้อภัย 2.13 เขา้ แถว เข้าคิว

๔๔ วัตถุประสงค์ พฤตกิ รรมบง่ ช/้ี ตัวช้ีวัด เปำ้ หมำย 2.14 ข้ึน/ลงบันได รถ เรือ อย่างมี ระเบยี บ 2.15 รักษาความสะอาดตนเอง บ้าน สถานศกึ ษา และชมุ ชน 2.16 เสียสละ อทุ ิศตน 2.17 ประหยดั และอนรุ กั ษพ์ ลังงาน 2.18 ประหยัด อดออม เลือกใช้จ่าย อยา่ งเหมาะสม 2.19 ขยนั หมั่นเพยี ร 2.20 รกั การหารายได้ และการประกอบ อาชพี สจุ รติ 2.21 มีการประพฤติปฏิบัติตนตามหลัก ของศลี ธรรมและศาสนา 3. เพ่ือพฒั นาสขุ ภาพ และ 3.1 รู้จักเลือกรับประทานอาหารและ 3. สมาชิกเป็นผู้มีสุขภาพกาย บคุ ลกิ ภาพทางร่างกายและ ดารงชวี ิตตามวถิ ีไทย สขุ ภาพจติ ดี และดารงชีวิตตามวิถี จิตใจ 3.2 มีน้าหนัก ส่วนสูงตามมาตรฐาน มี ไทยและอยู่ในสังคมโลกได้อย่างมี ความแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วยง่าย ความสุข หรือเจบ็ ป่วยบ่อย 3.3 มีรูปร่างสมส่วน มีบุคลิกลักษณะ การนั่ง เดิน ยืน ถูกต้องตามหลักสุขภาพ อนามัย 3.4 ร่าเริง แจ่มใส มีความม่ันคงทาง อารมณ์ สุภาพ สุขมุ 3.5 รู้จกั การรอคอย รอโอกาส มีเหตุผล 3.6 อดทน อดกลนั้ ตอ่ ส่ิงยว่ั ยุ 3.7 พึ่งตนเองได้ 3.8 รกั และภมู ใิ จในตนเอง 3.9 ใช้เหตุผลในการเลือกตัดสินใจหรือ เลอื กวิธแี กป้ ญั หาไดเ้ หมาะสม 3.10 มีความสุข มีความสุภาพ ร่าเริง คล่องแคลว่ วอ่ งไว 4. เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิด 4.1 ใช้เวลาที่มีให้เกิดประโยชน์ เช่น 4. สมาชิกใช้เวลาว่างให้เกิ ด ประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชน ศกึ ษาหาความรู้ ค้นควา้ วจิ ยั ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสว่ นรวม สังคม และประเทศชาติ 4.2 ประดษิ ฐ์ คดิ ค้นผลงาน ชน้ิ งาน โครงงานท่ีเป็นประโยชน์เพือ่ ใช้สอยหรือ จาหน่าย เผยแพรข่ ยายผล

๔๕ วัตถุประสงค์ พฤตกิ รรมบง่ ช/้ี ตัวช้ีวดั เป้ำหมำย 4.3 มีจิตสาธารณะ มุ่งเน้นที่จะช่วยงาน หรือช่วยเหลือผู้อ่ืนอยู่เสมอ มุ่งเน้น ประโยชนส์ ว่ นรวม มากกว่าสว่ นตน 4.4 เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มบาเพ็ญ ประโยชน์ 5. เพ่ือฝึกความสามัคคี มี 5.1 รับฟังและเคารพความคิดเห็นของ 5. สมาชิกสามารถทางานและอยู่ ม นุ ษ ย สั ม พั น ธ์ ใ น ก า ร ผ้อู ื่น ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มี ทางานร่วมกับผู้อ่ืนตาม 5.2 มีความเป็นผนู้ าและผตู้ ามทดี่ ี ความภาคภูมิใจในตนเอง และ แบบเศรษฐกิจพอเพียง 5.3 เคารพในกฎกติกาของกลุ่มและ พอใจในสงั คม แบบวิถีไทย วิถีพุทธ แบบ สงั คม ธ ร ร ม า ภิ - บ า ล 5.4 มคี วามจรงิ ใจต่อผู้อ่นื ธรรมาธิปไตยและระบอบ 5.5 ไม่หวังแต่ประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ ประชาธปิ ไตย คานงึ ถึงประโยชนส์ ว่ นรวม 5.6 มีความรู้ ความคิด มีความตั้งใจและ มคี วามสามารถในการทางาน 5.7 ประกอบสัมมาชีพ ซ่อื สตั ย์ 5. หลักกำรจัดกจิ กรรมของชมรม การบริหารจัดการกิจกรรมชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา ให้มีประสิทธิภาพบรรลุตาม วัตถุประสงค์ และเปา้ หมายของชมรม สถานศึกษาควรเนน้ การประชาสมั พันธ์โครงการจัดต้ังชมรมอย่างถูกต้อง เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจ มีความ ตระหนักเหน็ ความสาคัญและสมัครใจเข้าร่วมกจิ กรรมทุกคน ทกุ กจิ กรรม กิจกรรมท่ีจะจัดในแต่ละปีการศึกษา ควรคานึงถึงความเหมาะสม กับความพร้อม ตรงตาม วัตถุประสงค์ ครอบคลุมเป้าหมาย และขอบข่ายของชมรม ดังนั้นจึงจาเป็นต้องจัดให้หลากหลายรูปแบบ หลากหลายวธิ ีการดาเนนิ การ ตามหลักการที่ดีสถานศึกษาต้องจัดโอกาสให้ทกุ คนช่วยกันเสนอกจิ กรรมที่คิดว่า น่าจะจดั ใหม้ ากๆ หลายๆ กจิ กรรม แลว้ นากจิ กรรมทม่ี ผี ู้เสนอทง้ั หมด มาช่วยกันคัดเลือกอีกครงั้ หน่งึ เม่ือชมรมตกลงร่วมกันว่าจะจัดกิจกรรมใดได้แล้ว ให้หมายความว่าทุกคนในชมรมต้องเข้าร่วมทุก กิจกรรม ดังนั้นทุกคนจึงควรร่วมมือกัน วางแผนการจัดกิจกรรม หรือวางแผนในการดาเนินงานจัดกิจกรรม ชมรมให้ชัดเจน มีแนวทางและรายละเอียดมากพอท่ีจะนาไปดาเนินการหรือปฏิบัติได้จริง ได้อย่างสะดวก รวดเรว็ งา่ ยดาย และต้องสามารถเหน็ ผลสมั ฤทธ์เิ ป็นรปู ธรรม นอกจากนค้ี วรวางแผนและกาหนดแผนในการที่จะฝึกให้สมาชิกในชมรมร้จู ักเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติ เอกสาร หลกั ฐานในการจัดกจิ กรรมไวใ้ หส้ มบูรณ์ครอบคลมุ ทุกกจิ กรรมและเป็นปัจจุบัน เพ่อื สะดวกในการทา สมุดประวตั ผิ ลงาน สะดวกในการทาวิจัย สะดวกในการจัดนทิ รรศการ เผยแพร่ผลงานหรอื สะดวกในการวัดผล ประเมินผล สรุปผล และรายงานผลท่ีชมรมจะต้องนาเสนอต่อสาธารณชน หรือต่อสภาวัฒนธรรมจังหวัด นครสวรรค์ หรือเพือ่ พฒั นาการจดั กจิ กรรมชมรมของสถานศกึ ษาให้ดยี ิ่งข้ึน

๔๖ 6. ขอ้ ควรระวงั ในกำรจัดกิจกรรมของชมรม 1. ชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา เป็นชมรมอิสระ ไม่มีการวัดผล ประเมินผล ตัดสินผลหรือ สรปุ ผลการเข้าร่วมเปน็ รายบุคคล ไม่ผกู พันหรอื เกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สินผลการเรยี น ระดับผลการเรียน การผา่ น หรอื ไม่ผ่านรายวิชา ตลอดจนไม่เกีย่ วข้องผกู พันกับการจบหลักสตู ร หรอื ไม่จบหลกั สูตรของนกั เรยี น นกั ศึกษา ในสถานศกึ ษาน้ันๆ 2. ชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา เหมาะสมกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ดังนั้นสถานศึกษาควรเนน้ ใหค้ รู อาจารย์ นกั เรียน นักศึกษา บคุ ลากร ของสถานศกึ ษาทุกคนเขา้ รว่ มกจิ กรรมทกุ กจิ กรรม 3. กิจกรรมของชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา เน้นการศึกษาทุกเวลาต่อเนื่องตลอดชีวิต ดังน้ัน สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมได้ทั้งกิจกรรมเฉพาะ และกิจกรรมสอดแทรกในกิจกรรมหลักอื่นๆ ของ สถานศึกษาได้ตลอดปีการศึกษา กิจกรรมเฉพาะหรือกิจกรรมสอดแทรก กิจกรรมหน่ึงๆ อาจสอดแทรก คณุ ลกั ษณะนสิ ัยหรือพฤติกรรมบง่ ชี้ หรือคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ให้แก่สมาชกิ ชมรมไดห้ ลายคณุ ลักษณะ 4. กิจกรรมของชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา สามารถบูรณาการปรับใช้ได้กับการศึกษาทุก สาขาวิชา ทุกระดับการศึกษา และทุกสถานศึกษา กิจกรรมชมรมควรมีมากพอท่ีจะจัดได้ตลอดปีการศึกษา หรือเป็นกิจกรรมท่ีเน้นการฝึกปฏิบัติต่อเนื่อง ตลอดปีการศึกษาเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณลักษณะนิสัยของ สมาชิกไดจ้ ริง และได้อยา่ งมคี ุณภาพ 7. จดุ เนน้ ในกำรจดั กิจกรรมชมรม ชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา เปน็ ชมรมท่ีจัดกจิ กรรมทางวัฒนธรรมไทย ที่มลี กั ษณะเด่น ดงั นี้ 1. ทาทกุ คน สถานศกึ ษา ครอู าจารย์ ผู้บริหาร นักเรยี น นักศึกษา ผปู้ กครอง และชมุ ชน 2. ทาทง้ั หมด 1 กิจกรรม ทาทงั้ สถานศึกษา และชมุ ชน 3. ทารวมกนั เด็กเลก็ เด็กโต ผู้ใหญ่ ผูเ้ ฒา่ ผู้แก่ 4. ทาทุกสถานท่ี บา้ น วัด สถานศกึ ษา ชมุ ชน สงั คม 5. ทาทกุ เวลา ทกุ วนั วนั สาคญั เทศกาล ตลอดปีต่อเนื่องตลอดชวี ติ 6. ทาสาเร็จ รจู้ ริง ทาได้จรงิ ทาอย่างมีรปู แบบ มคี ุณคา่ มีประโยชน์และมคี ณุ ภาพ 7. ทาการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงาน ในชมรม สถานศึกษา ชุมชน สังคม สมาชิกชมรม เครือข่าย 8. ทาการพัฒนา พัฒนาบุคลากร คณะทางาน สมาชิก งาน กิจกรรม โครงการ ชุมชน สังคม และ สมาชิกชมรมเครือข่ายอยู่เสมอ 8. บุคลำกรหลักของชมรม 1. ชมรมต้องประกอบด้วยบุคลากรหลัก 4 คน 1.1 คณะผบู้ รหิ ารสถานศึกษา 1.2 ครู อาจารย์ 1.3 นกั เรยี น นกั ศกึ ษา (สมาชกิ สามญั ) 1.4 ผ้ปู กครอง และชมุ ชน (สมาชกิ วิสามัญ)

๔๗ 2. ชมรมต้องประกอบด้วยคณะทางาน 4 ชุด 2.1 ครู อาจารย์ทีป่ รึกษาชมรม (ครู อาจารย)์ 2.2 กรรมการที่ปรึกษาชมรม (คณะผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา) 2.3 อนุกรรมการทป่ี รึกษาชมรม (สมาชิกวิสามญั ) 2.4 กรรมการบรหิ ารชมรม (สมาชิกสามญั ) สาหรับขอ้ 2.1-2.2 ครู อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาชมรม และกรรมการที่ปรึกษาชมรมเปน็ ไปตามตาแหนง่ หนา้ ทใี่ นสถานศกึ ษา ข้อ 2.3-2.4 อนกุ รรมการที่ปรกึ ษาชมรม และกรรมการบริหารชมรม ไดจ้ ากการเลือกตัง้ สมาชิก ดังนัน้ ครู อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมควรจัดกจิ กรรมสมั พนั ธ์ เพ่ือใหส้ มาชิกสามญั สมาชิกวิสามญั และ บคุ ลากรหลกั ของชมรมทงั้ 4 กลุ่ม ไดร้ จู้ ักคุ้นเคยกัน เพื่อนาไปสกู่ ารเลอื กตง้ั ท่ีถูกต้องเหมาะสม 9. ชอ่ื ของชมรม การต้ังชื่อชมรม เพ่ือให้ชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษาของสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ เปน็ ไปในแนวทางเดยี วกนั ทั้งจังหวัดนครสวรรค์ ให้ใส่ชื่อสถานศกึ ษาต่อทา้ ยชื่อชมรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 1.ชมรมวฒั นธรรมไทยโรงเรียนนครสวรรคป์ ญั ญานกุ ลู 2. ชมรมวัฒนธรรมไทยวิทยาลยั อาชวี ศกึ ษานครสวรรค์ 3. .ชมรมวัฒนธรรมไทยศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอเมืองนครสวรรค์

๔๘ ตอนท6ี่ ตวั อย่าง ระเบยี บชมรม

๔๙ ตวั อย่ำง ระเบยี บชมรมวฒั นธรรมไทยในสถำนศึกษำ ระเบียบชมรมวฒั นธรรมไทย (ช่อื สถำนศกึ ษำ) ............................................. วำ่ ด้วยกำรจดั ตง้ั และดำเนนิ งำนชมรมวฒั นธรรมไทยในสถำนศกึ ษำ สภำวัฒนธรรม จังหวดั นครสวรรค์ เพอ่ื ใหก้ ารจดั ตงั้ และดาเนินงานชมรมวฒั นธรรมไทยในสถานศกึ ษาดาเนินไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพและ บรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์ของสภาวฒั นธรรมจงั หวัดนครสวรรค์ จงึ กาหนดระเบยี บวา่ ดว้ ยการจัดตัง้ และ ดาเนนิ งานชมรมวัฒนธรรมไทย (ชอื่ สถานศกึ ษา) .................................. ดงั น้ี (ชอ่ื สถานศึกษา) .............................................. ข้อท่ี 1 ระเบยี บน้เี รยี กว่า “ระเบยี บชมรมวฒั นธรรมไทย (ชอ่ื สถานศึกษา)...................................” ว่า ดว้ ยการจดั ต้ังและดาเนินงานชมรมวัฒนธรรมไทยในสถานศึกษา ขอ้ ท่ี 2 ระเบยี บนใี้ ห้ใช้บังคับต้งั แต่วันท่ีประกาศใช้เปน็ ต้นไป บรรดาระเบียบ ข้อบงั คับ หรอื คาสั่งอ่ืน ใดท่ีเก่ียวข้องกับการจัดต้ังหรือดาเนนิ งานชมรมวัฒนธรรมไทยท่ีกาหนดไวเ้ ดิม ซึ่งขัดหรือแย้งกบั ระเบียบนใ้ี ห้ ใช้ระเบยี บนแ้ี ทน ข้อที่ 3 ในระเบยี บน้ี คาว่า “สถานศึกษา” หมายถงึ (ชื่อสถานศกึ ษา).................................. “สมาชิก” หมายถึง นักเรียน นกั ศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชนของ (ช่อื สถานศึกษา).................................. “สมาชกิ สามัญ” หมายถงึ นกั เรียน นักศกึ ษา “สมาชิกวิสามญั ” หมายถึง ผูป้ กครองและชมุ ชน “ครู อาจารย์” หมายถึง ครู อาจารย์ ผู้สอนใน (ช่อื สถานศึกษา).................................. “ครู อาจารย์ทีป่ รึกษาชมรม” หมายถงึ ครู อาจารย์ ผสู้ อนทท่ี าหนา้ ที่ใหค้ าปรกึ ษา “ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา” หมายถึง (ตาแหนง่ ผู้บริหาร).............................. “ชมรม” หมายถึง ชมรมวัฒนธรรมไทย (ชื่อสถานศกึ ษา).................................. ซง่ึ จัดตง้ั ระเบยี บน้ี ขอ้ ที่ 4 ให้ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา เป็นผู้รกั ษาการตามระเบยี บน้ี

๕๐ หมวดท่ี 1 วัตถปุ ระสงค์ของกำรจดั ตั้งชมรม ขอ้ ท่ี 5 ชมรมวัฒนธรรมไทยที่จดั ขน้ึ ต้องมีวตั ถปุ ระสงค์ ดงั น้ี 5.1 เพื่อใหส้ มาชกิ มีความซาบซงึ้ ในคุณค่า ดารงไวซ้ ง่ึ เอกลกั ษณ์และวฒั นธรรมอันดีงาม ของชาติไทย 5.2 เพอ่ื ให้สมาชิกมคี วามคดิ รเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ รจู้ ักค้นควา้ และแก้ปัญหาในการทางาน อย่างเปน็ ระเบยี บ 5.3 เพื่อให้สมาชิกเปน็ ผูม้ ศี ลี ธรรม คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมทด่ี ีงาม 5.4 เพ่ือให้สมาชกิ มคี วามเขา้ ใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข 5.5 เพอ่ื ใหส้ มาชกิ มคี วามรบั ผิดชอบต่อการปฏิบัตหิ น้าทแ่ี ละสิทธภิ ายในขอบเขตของ กฎหมาย 5.6 เพอื่ ใหส้ มาชกิ เกิดความรัก ความสามคั คีในหมูค่ ณะ สามารถทางานและอยูร่ ว่ มกับ ผ้อู ืน่ ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ตามวิถชี วี ิตอย่างไทย 5.7 เพอ่ื ใหส้ มาชิกได้รบั การสง่ เสริมพัฒนาใหเ้ ป็นมนษุ ยท์ ี่สมบรู ณท์ ้ังรา่ งกายและจติ ใจ 5.8 เพอ่ื ให้สมาชิกรู้จักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ 5.9 เพอ่ื ใหส้ มาชกิ ร้จู กั บาเพ็ญประโยชนต์ อ่ ตนเอง ครอบครวั สงั คม ประเทศชาติ 5.10 เพื่อใหส้ มาชิกพัฒนาตนเองให้เปน็ ผู้มีความสขุ ภมู ใิ จในตนเอง 5.11 เพื่อให้สมาชิกเป็นสมาชกิ ท่ดี ขี องสังคมประเทศชาติ หมวดท่ี 2 แนวทำงกำรจัดตั้งชมรม ข้อที่ 6 หลกั เกณฑก์ ารจดั ตงั้ ชมรมวฒั นธรรมไทยในสถานศกึ ษา 6.1 จะต้องมีการกาหนดวตั ถปุ ระสงคแ์ ละแนวปฏบิ ตั ทิ ีช่ ดั เจนเป็นรปู ธรรม 6.2 จะต้องเปน็ ไปเพอ่ื สง่ เสริมความสมั พันธอ์ ันดรี ะหวา่ งสมาชิก ครู อาจารย์ สถานศกึ ษา บ้าน และทอ้ งถ่นิ 6.3 จะต้องมเี วลากาหนดในการจดั กิจกรรมให้เหมาะสมสอดคล้องกบั วสิ ัยทัศน์และ เปา้ หมายของสถานศึกษา และของท้องถนิ่ 6.4 จะต้องใหเ้ หมาะสมกบั วัย วฒุ ภิ าวะ ความสนใจ ความถนดั ความสามารถ และ ศกั ยภาพของสมาชกิ สถานศึกษาและทอ้ งถ่นิ 6.5 จะต้องจัดให้เหมาะสมสอดคลอ้ งกบั สภาวฒั นธรรมจงั หวดั นครสวรรค์ สานัก วัฒนธรรมจังหวดั นครสวรรค์ กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงศกึ ษาธกิ าร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook