Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานวิจัย-สภาพปัญหาและลู่ทางสนับสนุนสิทธิในการรวมกลุ่มบนโลกไซเบอร์ฯ - อ.ทศพล

รายงานวิจัย-สภาพปัญหาและลู่ทางสนับสนุนสิทธิในการรวมกลุ่มบนโลกไซเบอร์ฯ - อ.ทศพล

Published by E-books, 2021-03-02 07:10:49

Description: รายงานวิจัย-สภาพปัญหาและลู่ทางสนับสนุนสิทธิในการรวมกลุ่มบนโลกไซเบอร์ฯ-ทศพล

Search

Read the Text Version

90 กิจกรรมติดตามผลได้ด้วยในโลกความจริง เน่ืองจากไม่มีการทาตามข้อตกลงที่เคยเจรจากันไปในคร้ังก่อน และ กระบวนการหลายอย่างมีความลา่ ช้ามาก อกี ท้งั ยงั มผี ู้ฝา่ ฝนื สัญญาอยา่ งตอ่ เนือ่ ง - การขับเคล่ือนขบวนการอย่างต่อเนื่องท้ังในโลกไซเบอรแ์ ละโลกจรงิ นาไปสู่ความเปล่ียนแปลงเชิงนโยบายได้ อาทิ การทาให้ที่ประชุมของรัฐมีมติแสวงหาทางเลอื กใหม่ในการทาโครงการที่มีผลกระทบน้อยกวา่ หรือหา แนวทางการพัฒนาทย่ี ัง่ ยืนกว่ามาเป็นโครงการเสริมหรอื แทนโครงการเดิม12 5) การเขา้ รว่ มของสังคม จากเดิมท่มี ีเพียงกลมุ่ เครือขา่ ยต่างๆ ท่อี ยูใ่ นพื้นทีโ่ ลกจรงิ แถบจังหวัดซ่ึงโครงการทข่ี ัดแย้งต้ังอยู่ และมี เพียงคนท้องถิ่นบางส่วนท่ีเข้าร่วมในขบวนการคัดค้านโครงการใช้ทรัพยากรร่วมอย่างไม่ยั่งยืนและขอให้ ปรับปรุงแนวทางการฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม แต่เม่ือมีการรณรงค์ท้ังในโลกจริงผสมผสานกับการสร้างพ้ืนท่ี ส่ือสารจนกลายเปน็ ชุมชนในโลกเสมอื น เชน่ สร้างเพจเฟสบคุ๊ กล่มุ ไลน์ เวบ็ ไซต์ และทาแคมเปญล่ารายชื่อผ่าน แพลตฟอร์มรณรงค์ระดับโลกอย่าง Change.org ขอให้หน่วยงานรัฐ/บรรษัทเอกชนยุติโครงการและคืน ทรัพยากรธรรมชาติ พบว่าไม่เพียงแค่คนท้องถิ่นสนใจ แต่ยังมีประชาชนจากจังหวัดอื่นๆ หรือคนที่อยู่ ต่างประเทศสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างตึกตัก อย่างเช่น เพจเฟสบุ๊คของกลุ่มขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพที่มีคน ติดตามมากถงึ 43,063 คน และรายชื่อจากแคมเปญขอคนื พน้ื ทีป่ า่ ดอยสเุ ทพผา่ นทาง Change.org ถงึ 60,772 คน การเขา้ รว่ มของภาคประชาชนยังมีอยา่ งต่อเนื่อง รวมถึงในสว่ นของสื่อกระแสหลักท้ังโทรทัศน์และวิทยุได้มี การนากจิ กรรมในโลกไซเบอรร์ วมถึงเนื้อหาท่ีผลิตในชุมชนออนไลน์ไปรายงานข่าวตอ่ 6) ปัญหาและอปุ สรรค - ปัญหาที่เกิดข้ึนคือ ตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนมักไม่มาเจรจาตามนัดกับกลุ่มเครือข่ายสิ่งแวดล้อม และเล่ือนกาหนดการออกไปอย่างไม่มีกาหนด อกี ท้ังยังเตรียมฟอ้ งผเู้ กย่ี วข้องทีเ่ ผยแพร่ข้อมูลในโซเชียล13 - รัฐบาลมักไม่เห็นด้วยหรือชะลอการตดั สินใจทีจ่ ะให้ยกเลิกโครงการที่ได้ใช้งบประมาณของรฐั เพราะเกรงว่า จะเกิดการฟ้องรอ้ งของผูร้ ับเหมาก่อสรา้ งเอกชนทไี่ ด้ทาสญั ญากับรฐั ไวแ้ ล้ว14 - กลุ่มทุนและหน่วยงานรัฐใช้วิธีการดาเนินคดีคดีกับกลุ่มคัดค้านและนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ว่า เข้าข่ายการดูหมิ่นศักดิ์ศรี ใช้ถ้อยคาหยาบคาย อันทาให้เกิดกระแสโจมตีทางโซเชียลท่ีรุนแรงสร้างความ 12 Thaipost. (2561). “หมู่บ้านป่าแหว่งจบ! ศาลขอใช้ท่ีเขียงราย.” สืบค้นเม่ือ 12 สิงหาคม 2561. จวกเว็บไซต์ ไทยโพสต์: https://www.thaipost.net/main/detail/15210 13 Thai PBS NEWS. 2561. “ขู่ฟ้องต้ังฉายา “หมู่บ้านป่าแหว่ง” เชิงดอยสุเทพ-ปุย.” สืบค้นเม่ือ 10 กรกฎาคม. 2561. จาก เวบ็ ไซต์ ThaiPBS: https://news.thaipbs.or.th/content/271396 14 BBC. (2561). “บ้านศาลในป่าแหว่ง บทสะท้อนความย้อนแย้ง นโยบายทวงคืนผืนป่า คสช.” สืบค้นเม่ือ 10 กรกฎาคม 2561. เว็บไซต์ BBC: https://www.bbc.com/thai/thailand-43708707

91 เสือ่ มเสยี ชื่อเสียงแก่หนว่ ยงานรัฐและเจา้ หนา้ ที่ของรฐั 15 เชน่ เดียวกับภาคเอกชน บรรษทั อตุ สาหกรรมท่ีมัก เลอื กยทุ ธวิธีฟอ้ งตบปากเพอ่ื สะกดการแสดงออกของประชาชนและภาคประชาสงั คมเช่นกัน 7) ผลสะเทือนของขบวนการเคลือ่ นไหว - รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ หรือภาคเอกชนยอมรับฟังข้อมูลและเสียงคัดค้านจากประชาชนท่ีเคล่ือนไหว ต่อต้านโครงการ โดยมีการพยายามหาแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการริเร่ิมโครงการพัฒนา ใหม่ที่มีความยั่งยืนกว่า โดยขบวนการมีโอกาสเข้าไปมีสว่ นรว่ มในการใหข้ ้อมูล แสดงความคิดเห็น และร่วม ตัดสนิ ใจในประเดน็ สาธารณะด้วย - มีการริเร่ิมสร้างสรรค์ท้ังในเชิงข้อมูลที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นโดยใช้ความเชื่อ จารีต วัฒนธรรม เป็นส่ิง กระตุ้นการชุมนุมคัดค้าน เช่น ผสานวัฒนธรรมท้องถ่ินท่ีถือเป็นว่าทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้า ป่า เขาเป็น แมแ่ ละมคี วามผกู พันกับวถิ ชี ีวิตชาวบ้านทั้งประเพณี วฒั นธรรมและความเชื่อ - ในเชงิ วธิ ีการส่ือสารสามารถเชื่อมโยงคนท่ีอยู่ต่างท่ตี ่างเวลาใหส้ ามารถเชื่อมต่อกันไดโ้ ดยปราศจากอปุ สรรค ด้วยอนิ เตอรเ์ น็ต สามารถแสดงความคดิ เห็น แลกเปลีย่ นขอ้ มูล แล้วนาข้อมูลไปขยายผลไดต้ ลอด 24 ชวั่ โมง จากทั่วทุกมุมโลกที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต และสามารถนาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตไปขยายผลในโลกจริงท้ังใน ตา่ งประเทศ และในทอ้ งถิ่นที่เขา้ ไม่ถึงอนิ เตอร์เน็ตได้อีกรอบ 8) ข้อพึงระวังในการใช้สิทธิเสรภี าพของขบวนการเคล่อื นไหว - หากในขบวนการเคลื่อนไหวมีบุคคลบางกลุ่มใช้วิธีการที่มีลักษณะละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่น การดูหมิ่น เหยียดหยาม ลดศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ยุยงป่าวประกาศให้มีการใช้ความรุนแรง หรือสนับสนุนการทาผิด กฎหมาย ไมว่ ่าจะเป็นการคุกคามความเป็นส่วนตวั ของฝ่ายตรงข้าม นาขอ้ มูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของปัจเจก ชนมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ หรือการทาลายเกียรติยศชื่อเสียงของผู้อ่ืนให้สังคมประณามและโจมตีบุคคล เหล่านั้นเป็นการเฉพาะตัว แล้วมีการนาข้อมูลส่วนบุคคลหรือชีวิตส่วนตัวของผู้อื่นไปเผยแพร่ต่อใน อินเตอร์เน็ตย่อมกระทบกระเทือนต่อสิทธิของปัจเจกชน16 ถือเป็นการใช้สิทธิท่ีทาให้ผู้อื่นเสียหายและมี ลักษณะผดิ กฎหมาย การกระทาเชน่ ว่าย่อมก่อใหเ้ กิดความรับผดิ ทางกฎหมายแก่บุคคลผมู้ ีสว่ นร่วมกระทา ผิด ย่ิงไปกว่าน้ันการดังกล่าวยงั กระทบกระเทือนต่อความชอบธรรมของขบวนการในภาพรวม รวมถึงทาให้ สงั คมถอยห่างจากขบวนการทม่ี กี ารใชค้ วามรนุ แรงละเมดิ สิทธผิ ู้อ่นื ดว้ ย 15 ไทยรัฐ. (2561). “ขรก. ด้านตุลาการ เล็งสวนกลับ กลุ่มต้านหมู่บ้านป่าแหว่งเชียงใหม่.” สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2561. จากเว็บไซต์ ไทยรฐั : https://www.thairath.co.th/content/1263457 16 ประชาไท. (2561). “แจ้งความผู้นาภาพ-ชื่อสกุล ผู้พิพากษาพักบ้านป่าแหว่งติดประกาศเผยแพร่.” สืบค้นเม่ือ 1 ธันวาคม 2561. เวบ็ ไซต์ Prachatai: https://prachatai.com/journal/2018/12/79874

92 4.2. การเผชิญกับมาตรการโต้กลบั ของขบวนการเคลือ่ นไหวทั้งในโลกจรงิ และโลกเสมือนในไทย ในหัวข้อนี้จะทาการวิเคราะห์กรณีศึกษาเก่ียวกับการเคล่ือนไหวของขบวนการสิ่งแวดล้อมจนต้องคา กล่าวหาทางกฎหมายและต้องคดคี วาม โดยจะทาการจาแนกแยกแยะให้เห็นถึงลกั ษณะของ คู่ความในคดี ข้อ กล่าวหา กระบวนการดาเนินคดี ผลท่ีเกิดข้ึนกับผู้ถูกฟ้อง บทวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของการขับเคลื่อน ขบวนการสิ่งแวดลอ้ มไซเบอรเ์ มอ่ื เผชิญกบั มาตรการทางกฎหมาย ดงั ต่อไปน้ี 1) คู่ความในคดี คคู่ วามในคดีประกอบไปดว้ ย 2 ฝ่าย หลักๆ คอื ฝา่ ยโจทก์ซ่ึงเปน็ หน่วยงานของรฐั และบรรษัทเอกชน กับ ฝ่ายจาเลยทเี่ ปน็ ประชาชนในท้องถิ่น นกั วชิ าการ นักข่าว หรอื เจา้ หน้าท่ีองค์กรพฒั นาเอกชน (NGOs) 2) ข้อกล่าวหา ข้อกล่าวที่จะเน้นในงานวิจัยนี้จะมุ่งไปสู่ข้อหาทางกฎหมายท่ีต้ังข้ึนเพ่ือปรับเข้ากับกิจกรรมในโลกไซ เบอร์ ดังน้ัน การฟ้องด้วยพระราชบัญญัติการชุมนุม หรือการจราจรทางบก หรือบทบัญญัติบางมาตราจาก ประมวลกฎหมายอาญาที่ปรับใชก้ ับกิจกรรมในโลกจรงิ จะมไิ ด้มุง่ เนน้ นัก ข้อกล่าวหาที่โจทก์กล่าวหาจาเลยจึงเป็นเรื่องหมิ่นประมาทหรือดูหม่ิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 329 รวมถงึ การละเมดิ โดยการกลา่ วหรือไขขา่ วอนั ฝ่าฝนื ต่อความจริงตามประมวลกฎหมาย แพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา 423 เปน็ พื้นฐาน ในยคุ ท่มี ีพระราชบัญญัติการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์บงั คับใช้ ก็มคี วามพยายามในการใช้ มาตรา 14 มาปรับใช้โดยกล่าวหาว่ามีการนาเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลปลอม โดยใช้ มาตรา 14 อนุ 1 เป็น หลัก แต่บางกรณีหน่วยงานรัฐและฝ่ายความมั่นคงอาจขยับไปใช้ มาตรา 14 อนุ 2 โดยอ้างว่าข้อมูลได้สร้าง ความตระหนกในหมู่ประชาชนกระทบความมั่นคง แต่หลังจากการปรับปรุงกฎหมายในปี พ.ศ.2560 การฟ้อง หม่ินประมาทท่ีเข้าลักษณะตามประมวลกฎหมายอาญาแล้วจะมาใช้ มาตรา 14 อนุ 1 อีกไม่ได้ แต่ก็ยังมีข้อ กงั วลในการใช้ความตามมาตรา 14 อนุ 2 อยู่เช่นเคย ซง่ึ ความผิดตามมาตรา 14 นมี้ ิอาจยอมความได้ 3) กระบวนการดาเนนิ คดี หลังจากมีกิจกรรมเคลื่อนไหวของขบวนการส่ิงแวดล้อม สถานการณ์ท่ีเกิดกับผู้ส่วนเกี่ยวข้องกับการ ขับเคลื่อนขบวนการในโลกไซเบอร์หรือนาข้อความหรือกิจกรรมในโลกจริงมาเผยแพร่ในโลกไซเบอร์ คือ ทาง เจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวผู้มีส่วนเก่ียวข้องเข้ามาท่ีสถานีตารวจเพ่ือรับทราบข้อกล่าวหา และบางกรณีมีการส่ง สานวนไปยังอัยการให้สง่ั ฟอ้ งต่อศาลยุติธรรม โดยกลุ่มทมี่ ักจะถูกดาเนินคดมี กั ประกอบไปดว้ ย 4 กลมุ่ หลัก คือ 1. กลุ่มของผู้จัดงานแสดงความคิดเห็น หรือผู้ริเริ่มขบวนการต่อต้านโครงการในโลกไซเบอร์ โดยหวัง ผลให้ยตุ ิการนาเสนอขอ้ มูล หรอื ไปถงึ ขน้ั ย่อยสลายใหเ้ ลกิ รวมกลมุ่ ชุมชนเสมือนไปเลย

93 2. กลุ่มของผู้คัดค้านในโลกจริง ซ่ึงใช้สิทธิและยืนยันวา่ มีหน้าที่ในการแสดงออกเพ่ือปกป้องทรัพยากร ตามสิทธิและหน้าที่ของประชาชนแต่ต้องเผชิญกับคดีความทั้งในแง่การชุมนุมสาธารณะและการแสดงออกจน ต้องยุติการแสดงความคิดเห็นหรือใหข้ ้อมลู หรือยตุ บิ ทบาทการเคลือ่ นไหว 3. นักวิชาการที่นาเสนอข้อมูลหรือให้ใช้ข้อมูลที่หน่วยงานรัฐและบรรษัทเอกชนคิดว่าทาให้เสื่อมเสีย ช่ือเสียง โดยหวังให้นักวิชาการยับย้ังการให้ข้อมูลสนับสนุนขบวนการ หรือออกมาปฏิเสธข้อเท็จจริงลดน้าหนัก ความนา่ เช่อื ถือของขอ้ มลู ทีเ่ ป็นผลเสยี ตอ่ หน่วยงานรัฐและบรรษัทเอกชน 4. สื่อมวลชนกระแสหลักที่นาข้อมูลในโลกไซเบอร์ไปเผยแพร่ต่อในส่ือกระแสหลักอ่ืนๆเพ่ือลดการ ขยายผลความเสียหายต่อภาพลกั ษณ์องค์กรทั้งภาครฐั และเอกชน โดยเฉพาะส่ือมวลชนท่ีไม่สามารถควบคุมได้ ดว้ ยงบประมาณการซ้ือพน้ื ท่ีโฆษณา 4) ผลที่เกดิ ขน้ึ กับผ้ถู กู ฟอ้ ง ขบวนการสิ่งแวดล้อมมักจะถูกดาเนินการแจ้งข้อกล่าวหา เข้าร่วมการชุมนุมในท่ีสาธารณะขัดขวาง การจราจร และร่วมกนั บุกรุกเป็นเบ้ืองตน้ และตามาด้วยข้อกล่าวหาหม่ินประมาทหรือนาเข้าข้อมลู อันเป็นเท็จ จริงสู่ระบบคอมพิวเตอร์แล้วต้องขอใช้สิทธิต่อสู้คดีในช้ันศาล17 เมื่อเสร็จกระบวนการของทางตารวจ ได้มีการ ปล่อยตัวผู้ต้องหาโดยไม่ต้องประกันตัว หรืออาจต้องประกันตัวเพื่อไปต่อสู้คดีในช้ันศาลต่อไปซึ่งจานวนเงินใน การใช้ประกันตัวสูง ในบางกรณีเป็นจานวนเงินถึง 1,350,000 บาท ซ่ึงทางทีมงานท่ีช่วยเหลือและชาวบ้านเอง ก็ไม่สามารถหาเงินจานวนมากได้ทัน ทาให้ผู้ชมุ นมุ ท้ังหมดถูกส่งตวั ไปควบคมุ ทเ่ี รือนจา18 ถ้าส่ือมวลชนเป็นจาเลยถูกฟ้องโดน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ จะทาให้เกิดการปิดก้ันการส่ือสารผา่ นทาง สื่อมวนชลกระแสหลักที่เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง ลิดรอนสิทธิการวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นสาธารณะ ผู้หากถูก ฟ้องขอต่อสู้คดีก็ต้องยืนยันว่าข้อมูลท่ีเขียนในบทความนั้นมาจากการสัมภาษณ์ชาวบ้านท่ีหมู่บ้านจริง และ ข้อมูลดังกล่าวมีการอ้างอิงจากนักวิชาการในมหาวิทยาลัยว่ามีมลพิษปนเป้ือนลงสู่แหล่งสาธารณะจริง หากผู้ ถูกฟ้องได้รับความช่วยเหลือจากทนายความของบริษัทและทนายความจากสภาทนายความ รวมถึงศูนย์ข้อมูล ชุมนุม (CRC) ที่เป็นผู้มีความเชียวชาญพิเศษทางด้านคดีสิ่งแวดล้อม19 ก็จะมีโอกาสในการชนะคดี แต่ในบาง กรณีหากต้องคาพิพากษากต็ อ้ งยตุ ิบทบาทเพราะหวาดกลัวหรอื สูญเสียเสรีภาพ หากเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่มูลค่ามหาศาล พบว่า ถูกทหารเข้ามาข่มขู่ รื้อค้นบ้าน ถ่ายรูปใน บ้านของชาวบ้าน และห้ามไม่ให้ชาวบ้านเคล่ือนไหวทากิจกรรม หรือ การรณรงค์เพ่ือคัดค้านโครงการอีก 17 ilaw. (2561). “ไกรวุฒ:ิ พ.ร.บ. ชุมนมุ จากการล้มเวทีรับฟงั ความเหน็ ท่าเรือปากบารา.” สบื คน้ เมอ่ื 10 กนั ยายน 2561. จาก เวบ็ ไซต์ ilaw: https://freedom.ilaw.or.th/th/case/809#progress_of_case 18 ข่าวสด. (2560). “15 แกนนาม๊อบโรงไฟฟ้าเทพาชวดประกัน-ส่งตัวนอนเรือนจาสงขลา ชาวบ้านแยกย้าย.” สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ ข่าวสด: https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_650243 19 iLaw. (2560). “คดีบริษัทเหมือง ฟ้องนักข่าวเนชั่น. ” สืบค้นเมื่อ 5 กันยายน 2561. จากเพจเฟสบุ๊ค iLaw: https://www.facebook.com/iLawClub/posts/คดีบริษัทเหมือง-ฟ้องนักข่าวเนชั่น-จาเลยไปศาลนัดไกล่เกลี่ยในวันน้ี- โจทกย์ นื ยันจะไ/10158677808840551/

94 เช่นเดียวกับการสื่อสารรณรงค์การเดินรณรงค์อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมที่เคยถูกจัดขึ้นตามปกติในหมู่บ้าน ถูกทหาร อ้างว่าเปน็ การชุมนมุ ทางการเมืองท่มี จี านวนตง้ั แต่ 5 คนขนึ้ ไป ไมอ่ นญุ าตใหจ้ ดั กจิ กรรมและใช้กฎอัยการศึกยึด เครอ่ื งเสียงหอกระจายข่าวหม่บู า้ นไว้20 นอกจากน้ีการถูกดาเนินคดี ส่งผลให้ต้องเสียเวลาในการทางาน ขาดรายได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ในระหวา่ งการดาเนินคด2ี 1 5) บทวเิ คราะห์จดุ เดน่ จุดด้อยของการขบั เคลือ่ นขบวนการส่ิงแวดลอ้ มไซเบอร์เม่ือเผชิญกับ มาตรการทางกฎหมาย คดีพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ถือเป็นกลยุทธ์หลักที่มีจานวนหลายคดีที่หน่วยงานรัฐและบรรษัทเอกชนใช้ แม้มาตรา 14 ของ พ.ร.บ. คอมฯ ฉบับแรก เป็นคดีท่ีไม่สามารถยอมความได้ ซ่ึงก็เป็นภาระผูกพันกับจาเลย ต่อไป ซ่ึงก็เข้าตามกระบวนการฟ้องตบปาก คือ เสียเวลา เสียเงิน ยืดระยะเวลาของคดีออกไป ต่อมา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) ถูกแกไ้ ขให้ความผิดในมาตรา 14(1) เปน็ ความผิดทีส่ ามารถยอมความได้ แต่ก็ยังส่งผล กระทบต่อผู้ถูกฟ้องตามเดิม แต่จากข้อเท็จจริงท่ีเกิดขึ้น ในตอนแรกทางโจทก์อาจจะต้องการกลั่นแกล้งจาเลย เพราะโจทก์มีความประสงค์อย่างชัดเจนว่า ไม่ขอไกล่เกล่ีย จึงทาให้ต้องดาเนินการต่อสู้กันในชั้นศาลต่อไป จาเลยจึงต้องรับภาระท้ังเรื่อง ค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง เวลาในการทางาน และการมาศาลในหลายๆคร้ัง แม้ สดุ ท้ายแล้ว โจทกจ์ ะยอมถอนฟอ้ คดีดงั กล่าวกต็ าม ต่อมาหลังจากท่ี พ.ร.บ. คอมฯ ถูกแก้ไข แม้ว่าผู้ร่างกฎหมายจะบอกว่า การแก้ไขกฎหมายในมาตรา ดังกล่าวนี้ เพอื่ เป็นการปกป้องการฟ้องหมนิ่ ประมาท หรือ การฟ้องตบปาก แตเ่ มื่อเหตุการณ์น้ีเกดิ ข้นึ กย็ ิง่ ตอก ย้าชัดเจนว่า กฎหมายฉบับนี้ แม้จะมีการแก้ไขแล้วก็ยังคงสามารถบังคับใช้ในเรื่องเดิมได้เช่นเดิม ถือว่าการ แกไ้ ขกฎหมายไม่ประสบความสาเร็จแตอ่ ย่างใด กรณีการถูกฟ้องเพ่ือตบปากมักใช้ควบคู่ไปกับคดีชุมนุมสาธารณะหรือบุกรุกและยังคงมีอีกหลายคดี เช่น คดีเหมืองแร่ทองคา จังหวัดเลย ทางบริษัททุ่งคาได้ฟ้อง ผู้ชุมนุม ซึ่งคดีดังกล่าวดาเนินมาตั้งแต่ปี 2550 โดนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 และการดาเนินคดีในศาลก็ดาเนินมาตลอด ชาวบ้านต้องไปศาลอยู่หลายครั้ง เม่ือเป็นกระแสสังคมถาโถมบรรษัทหนกั เข้าสุดท้ายแล้ว บริษัทฯ ได้ถอนฟ้อง จาเลยในทส่ี ุด22 การฟ้องร้องเชิงยุทธศาสตร์ต่อชาวบ้านนอกจากจะเป็นการฟ้องตบปากแล้ว ยังทาให้นามาเป็นข้อ ตอ่ รองเพอ่ื ผลประโยชน์ทางธรุ กิจหรือไม่ ซง่ึ ทางบรษิ ัทฯเองก็รู้ดีว่า ถา้ หากตนฟ้องชาวบ้าน ตวั ของชาวบ้านเอง 20 ประชาไท. (2555). “หว่ันประชาคมหมู่บ้านต้านเหมืองทองเลยถูกสกัด หลังเคยโดยทหารสั่งห้ามเคลื่อนไหว.” สืบค้นเมื่อ 12 กนั ยายน 2561. จากเวบ็ ไซต์ ประชาไท: https://prachatai.com/journal/2014/07/54633 21 มติชน. (2561). “หมอสุภัทร ชี้ คดีเทพาเร่ิมแล้ว ชาวบ้านต้องขั้นศาลต่อเน่ือง โอดแทบไม่ต้องทามาหากิน.” สืบค้นเมื่อ 7 กนั ยายน 2561. จากเว็บไซต์ มตชิ น: https://www.matichon.co.th/politics/news_996831 22 iLaw. (2560). “บริษัททุ่งคา VS พรทิพย์ ชาวบ้านเลยคัดค้านเหมืองทองคา.” สืบค้นเม่ือ 10 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ ilaw: https://freedom.ilaw.or.th/th/case/632#progress_of_case

95 ที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะทั้งค่าเสียหายท่ีทางบริษัท (โจทก์) เรียกให้ชาวบ้านชดใช้ ซึ่งข้อเท็จจริงคือ ชาวบ้านไม่มี ทางหาเงินมาจา่ ยใหไ้ ด้ การต้ังมูลค่าความเสียหายจากข้อเท็จจริงในคดีที่เกิดข้ึน บางคดีโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจาเลย สูงถึง 50 ล้านบาท23 หากมองย้อนมาที่กรอบการควบคุมการต้ังมูลค่าของคดี หรือ มูลค่าของความเสียหาย ก็ พบว่า ไม่มีกรอบหรือกฎหมายใดที่จะกาหนดไว้อย่างชัดเจน แม้ว่าตัวโจทก์อาจจะไม่ได้หวังชัยชนะในการต่อสู้ คดี แต่ถ้าหากศาลพิจารณาพิพากษาแล้ว โจทก์เป็นผู้ชนะ ประเด็นเกิดข้ึนว่า จะสามารถบังคับคดีให้จาเลย ชดใชค้ ่าเสยี หายอย่างไร หรืออกี กรณหี น่งึ การต้งั มลู ค่าความเสยี หายทีส่ ูงมากน้ัน เปน็ วธิ ีการขม่ ขตู่ วั จาเลย หรือ ชาวบ้านดว้ ย เพราะไม่มีใครสามารถชดใช้คา่ เสยี หายได้สงู เพียงนน้ั ผลกระทบท่เี กิดขน้ึ หลังจากการตกเปน็ จาเลย ซึง่ ชาวบ้านไมส่ ามารถหากินได้ และตอ้ งมรี ายจ่ายค่าคดี ค่าทนาย ค่าเอกสาร ค่าประกันตัว ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านและ ครอบครัวทอ่ี ยูเ่ บอ้ื งหลัง ยงั ไมร่ วมถึงเรือ่ งของการถกู ปิดกัน้ เสรีภาพในการดาเนนิ ชวี ติ ในระหว่างทมี่ ีคดคี วามอยู่ ทัง้ เร่ืองของหนา้ ท่ีการงาน ตาแหน่งตา่ งๆ จาเลยบางคนอาจจะถกู กลมุ่ ที่เหน็ ตา่ งเกลยี ดชังดว้ ย24 การเล่ือนนัดฟังคาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องของอัยการ หรือการเล่ือนนัดไปกรณีอ่ืนๆ ขากข้อเท็จจริงจะเห็น ว่า คดีเก่ียวกับเหมืองแร่ทองท่ีถูกฟ้องหลายคดีน้ี มีการถูกเล่ือนนัดหลายคร้ัง บางคดีถูกเล่ือนนัดไม่ต่ากว่า 3 คร้ัง เม่ือดูท่ีกฎหมายในปัจจุบันทั้งประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ25 ไม่ได้มีการกาหนดระยะเวลา ใหอ้ ยั การตอ้ งออกคาสง่ั ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในระยะเวลาเทา่ ใด26 เปน็ ที่นา่ สงั เกตไดว้ า่ การกระทาดังกล่าวน้ี จะ สามารถมองไดว้ ่าเป็นการกล่นั แกล้งจาเลยหรอื ผูต้ อ้ งหาหรือไม่ 4.3. การขบั เคลื่อนขบวนการสง่ิ แวดล้อมและทรัพยากรโดยอาศยั อนิ เตอร์เนต็ ในตา่ งประเทศ การวิเคราะห์ถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของขบวนการเคลอื่ นไหวไซเบอร์ด้านสิ่งแวดลอ้ มและทรัพยากรใน ต่างประเทศย่อมต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมออนไลน์และการขับเคล่ือนในโลกจริงด้วย เพ่ือ สะท้อนให้เห็นถึงความต่ืนตัวในการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อขับเคล่ือนขบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่าง กว้างขวาง และสะท้อนให้เห็นว่าหลักประกันในรัฐใดท่ีมีส่วนสนบั สนุนการพัฒนาอย่างย่ังยนื โดยในหัวข้อน้ีจะ 23 citizenthaipbs. (2560). “คดีซุ้มประตู 50 ล้าน คนรักษ์บ้านเกิดฯฟ้องกลับเหมืองทอง เรียกค่าเสียหาย 1.7 ล้านบาท.” จากเวบ็ ไซต์ citizenthaipbs: https://www.citizenthaipbs.net/node/19693 24 Greennews. (2559). “8 ปี ทุ่งคา ฟ้องชาวบ้าน 320 ล้าน 16 พ.ค.ช้ีชะตา คดีชายชุดดาทุบ คนรักษ์บ้านเกิด.” สืบคน้ เม่อื 10 กนั ยายน 2561. จากเว็บไซต์ กรนี นิวส์: https://greennews.agency/?p=7860 25 http://www.stat.ago.go.th/ระเบียบการดาเนินคดอี าญา.pdf 26 ilaw. (2561). “เล่ือนไม่เลิก: การเล่ือนคดีของอัยการสร้างภาระท่ีเพ่ิมขึ้นให้ผู้ต้องหา We Walk.” สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ ilaw: https://freedom.ilaw.or.th/blog/เลื่อนไม่เลิก-การเล่ือนคดีของอัยการสร้างภาระท่ีเพ่ิมข้ึนให้ ผตู้ อ้ งหา-we-walk

96 ดาเนินไปตามลาดับ คือข้อเท็จจริง ผลสะเทือนของขบวนการเคล่ือนไหว กลุ่มท่ีเคลื่อนไหว วิธีการเคลื่อนไหว ผลทเ่ี กดิ ขึ้น การเขา้ รว่ มของสังคม ปัญหาและอุปสรรค แลว้ สะทอ้ นให้เหน็ ผลสะเทือนจากขบวนการเคล่อื นไหว ดงั จะวเิ คราะหอ์ ยา่ งละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี 1) ข้อเทจ็ จริง ขอ้ เทจ็ จริงมกั เร่ิมต้นจากความขัดแย้งอนั เนื่องมาจากการใช้ทรพั ยากรที่แตกต่างกันของกลุ่ม ผลประโยชน์ทง้ั หลาย โดยฝ่ายรฐั และบรรษัทมักอ้างความชอบธรรมตามแนวทางการพัฒนาแบบเสรนี ิยมใหม่27 แตภ่ าคประชาชนอาจทวงถามความชอบธรรมในเชงิ ความยตุ ธิ รรมทางสังคมต่อการจดั สรรทรัพยากรและการ รกั ษาสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยเฉพาะชมุ ชนท้องถิ่นในพน้ื ที่พพิ าท28 โครงการท่ีสะท้อนความไม่เท่าเทียมในการดาเนินนโยบายของรัฐบาลที่มีลักษณะรุกไล่ประชาชนกลุ่ม เสี่ยงเช่น ชาวบ้านในท้องถิ่น ชนเผ่าชาติพันธ์ุในพื้นท่ีชนบทหรือป่า29 ในขณะที่ฟากประชาชนและภาคประชา สังคมมักเริ่มต้นด้วยการคัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐหรือเอกชน 30ท่ีมีผลกระทบต่อตนเองหรือไม่อยากให้ ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมถูกทาลายมากไปกว่านี้31 หรือการต่อสู้เพื่อสรา้ งบรรทัดฐานใหม่ว่าควรหลีกเลย่ี งการ ผลักดันโครงการพัฒนาท่ีทาลายความย่ังยืนท้ังต่อทรัพยากรส่ิงแวดล้อมและการดารงอยู่ของชุมชน32 หรือการ ต่อสู้เพื่อต่อต้านการก่อมลพิษและเรียกร้องให้ยุติการใช้สารพิษชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายท่ี เกดิ ข้ึนด้วย33 27 Salween Watch. (2014). “Hydropower Projects on the Salween River: An Update.” Retrieved August 14, 2018, from International Rivers: https://www.internationalrivers.org/resources/hydropower-projects-on- the-salween-river-an-update-8258 28 CBC. (2017). “Keystone XL would be exempt from needing U.S.-made steel, reports say.” Retrieved August 12, 2018, from CBC News: http://www.cbc.ca/news/business/transcanada-keystone-xl-1.4008897 29 National Geographic. (2017). “what is the Keystone XL Pipeline?.” Retrieved August 12, 2018, from YouTube: https://www.youtube.com/watch?v=cT9NH9I_DWE 30 EarthRights International. (2017). “Hongsa Power Plant and Mining Project.” Retrieved August 12, 2018, from EarthRights International: https://earthrights.org/what-we-do/extractives-industries/hongsa-power- plant-and-mining-project 31 Elise Labott and Jeremy Diamond (2017). “Trump administration approves Keystone XL pipeline.” Retrieved August 12, 2018, from CNN: https://edition.cnn.com/2017/03/23/politics/keystone-xl-pipeline- trump-approve/index.html 32 สานักข่าวพีพที วี .ี (2561). “สรปุ เหตกุ ารณ์ “เขอ่ื นแตก” ที่ สปป.ลาว.” สืบค้นเม่อื 13 สงิ หาคม 2561. จากเวบ็ ไซต์ พีพที ีวี: https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/86132 33 ประชาไท. (2558). “หน่วยงานส่ิงแวดล้อมรัฐแคลฟิ อร์เนียประกาศยาฆ่าวัชพืช 'ราวน์อัพ' มีสารก่อมะเรง็ .” สืบค้นเม่ือ 14 สงิ หาคม 2561. จากเวบ็ ไซต์ ประชาไท: https://prachatai.com/journal/2015/09/61379

97 2) กลุ่มท่ีเคลื่อนไหว ประชาชนในทอ้ งถิ่น และ เครอื ขา่ ยภาคประชาชน หรอื ขับเคลื่อนรว่ มกบั ภาคประชาสงั คม เช่น มูลนธิ ิ เกี่ยวกบั ทรพั ยากรส่งิ แวดล้อมและการพัฒนาท่ียัง่ ยนื 34 องคก์ รพฒั นาเอกชนระหว่างประเทศ35 เครือข่ายชมุ ชน คนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือวิถีชุมชนท้องถิ่น36 กลุ่มตระหนักรู้ด้านภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดจากน้ามือมนุษย์37 กลุ่มนิเวศน์ทรัพยากรร่วมระหว่างประเทศ38 กลุ่มเกษตรกร กลุ่มต่อต้านมลพิษ ไปจนถึงกลุ่มผู้บริโภคสีเขียว และกลมุ่ คนในเมืองผู้ตระหนักถึงปญั หาส่งิ แวดล้อม39 3) วธิ ีการเคล่อื นไหว - กลุ่มต่างๆสร้างเครือข่ายการรวมกลุ่มในโลกจริงก่อนโดยรวมตัวกันผ่านการมี “ประเด็นร่วม” ท้ังในเชิง ความคดิ และเปา้ หมาย40 - การทากิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพ่ือแสดงออกถึงจุดยืน โดยอาจทาร่วมกับกิจกรรมในลักษณะการเคลื่อนไหว ประเด็นไปกับการเคล่ือนที่ไปหาแนวร่วมหรือเป็นที่รับรู้ของประชาชนในพ้ืนที่ต่างๆ ท้ังในท้องถิ่นหรือใน ระดบั โลก41 34Earthrights. (2006). “Villagers in Burma Reject Plans to Dam the Salween River.” Retrieved August 14, 2018, from EarthRights International: https://earthrights.org/blog/villagers-in-burma-reject-plans-to-dam-the- salween-river 35 Greenpeace. (2018). “Search results for keystone XL.” Retrieved August 12, 2018, form Greenpeace: https://www.greenpeace.org/usa/?s=keystone+xl 36 Facebook Fan page “NoKXl” https://www.facebook.com/NoKXL 37 CorpWatch. (2018). “History and Mission.” Retrieved August 13, 2018, from CorpWatch: https://corpwatch.org/node/4 38 International Rivers. (2018). “About International Rivers.” Retrieved August 13, 2018, from International Rivers: https://www.internationalrivers.org/resources/about-international-rivers-3679 39 The Guardian. (2018). “Tens of thousands march worldwide against Monsanto and GM crops.” Retrieved August 14, 2018, from The Guardian: https://www.theguardian.com/environment/2015/may/24/tens-of- thousands-march-worldwide-against-monsanto-and-gm-crops 40 Rainforest Action Network. (2016). “#NoKXL Rejection Rally- SF.” Retrieved August 12, 2018, from Facebook: https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10153712135605960&type=1&l=e5e3da2e40 41 Facebook Fan page : “EarthRights International” https://www.facebook.com/EarthRightsIntl/

98 - อาจผลิตส่ือออนไลน์เพ่ือเป็นสารในการเช่ือมโยงทางความคิดและจัดตั้งขบวนการแนวร่วมให้เข้มแข็ง ดว้ ยกัน เชน่ เสวนา42 ศลิ ปะ บทความ บทกวี สารคดี หรอื บทเพลงทีส่ ะทอ้ นปญั หา ความต้องการ หรอื รว่ ม แสดงจุดยนื ในการคัดคา้ นโครงการทีไ่ มย่ ั่งยนื ทาลายทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม43 - สร้างแนวร่วมกับศิลปินและบุคคลผูม้ ีช่ือเสียงในสาขาต่างๆ44 เพ่ือทาโครงการเชิงสร้างสรรค์ท่ีผสมผสานวิถี การผลิต การแลกเปล่ียน เพ่ือกระจายข้อมูลข่าวสารไปให้ถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านระบบตลาดท่ีมากไป กว่าซื้อขายสินค้าท่ีเป็นมิตรตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม แต่ไปถึงข้ันแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดลอ้ ม หรือสร้าง ความคิดและจดุ ยืนที่ชดั เจนตอ่ ผู้ทาลายส่งิ แวดล้อม45 - การประกาศตัวผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบรวมถึงสื่อออนไลน์ ขยายเครือข่ายการส่ือสารและสร้างชุมชน เสมือนบนพ้ืนท่ีไซเบอร์ขึ้นมาเพ่ือกาหนดความถูกต้องแม่นยาของข้อมูลหรือจุดยืนในสถานการณ์ของ เครือขา่ ยผา่ นช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการ46 อันเป็นการขยายความสัมพันธ์จากโลกจรงิ ไปส่โู ลกเสมือน ในอินเตอรเ์ น็ตที่เปิดกวา้ งต่อพลเมืองเน็ตจานวนมหาศาล47 - เริ่มมีการใช้ชุมนุมไซเบอร์ในการติดต่อสื่อสารแลกเปล่ียนข้อมูลไปจนถึงการสร้างหมายกาหนดการจัด กิจกรรมร่วมกันในโลกจริง อันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างโลกไซเบอร์กับโลกจริงสะท้อนให้เห็นพลังของการ ชุมชนไซเบอร์วา่ สามารถขบั เคล่ือนขบวนการไปทากิจกรรมในโลกจริง หรืออาจทาให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ในโลกจรงิ เชน่ ปรบั โครงการ ปฏิรูประบบกฎหมาย หรอื เปล่ียนนโยบายของรัฐ48 หรือทาให้บรรษัทเอกชน ต้องสร้างภาพลักษณ์องค์กรใหม่ไปพร้อมกับการดาเนินกิจการให้สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน และสิง่ แวดล้อม49 42 ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่. (2561). “บันทึก เวทีนาเสนอผลการศกึ ษาวจิ ัย เรื่อง \"สุขภาพและสิ่งแวดล้อมชุมชนในความเสียงข้ามแดนจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ : ข้อกังวลและข้อเสนอแนะ (ศึกษา กรณีโรงไฟฟ้าหงสา). ” สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2561. จากเว็บไซต์เฟซบุ๊ค: https://www.facebook.com /LRDCLawCmu/ videos/1879489068967323/ 43 Skylar Lindsay. (2018). “Water is Life, But what’s in the Water?.” Retrieved August 12, 2018, from EarthRights International: https://earthrights.org/blog/water-is-life-but-whats-in-the-water/ 44 Amazon Defense Coalition. (2018). “Report Shows Chevron Lawyers at Gibson Dunn Falsified Evidence to Target Steven Donziger in Ecuador Pollution Case.” Retrieved September 12, 2018, from CSR wire: http://www.csrwire.com/press_releases/4 1 2 8 2 - Report-Shows-Chevron-Lawyers-at-Gibson-Dunn- Falsified-Evidence-to-Target-Steven-Donziger-in-Ecuador-Pollution-Case 45 Facebook Fan Page: “March Against Monsanto.” https://www.facebook.com/MarchAgainstMonstanto/ 46 Nokxldakota. (2014). “A shared vision to protect the land, water, and people.” Retrieved August 12, 2018, from No KXL Dakota: http://nokxldakota.org/ 47 Facebook Fan Page: “ Millions Against Monsanto by OrganicConsumers.org” https://www.facebook. com/millionsagainst/ 48 350.Org. (2015). “Tell President Obama: Stop Keystone XL!.” Retrieved August 12, 2018, from 350.org: https://act.350.org/letter/obama-keystone-frontpage/ 49 Rainforest Action Network. (2017). “Tell big banks: On December 15, say no to the Keystone XL pipeline!.” Retrieved August 12, 2018, from RAN: https://www.ran.org/chase_stop_kxl

99 - การทาแคมเปญรณรงค์ผ่านเว็บไซต์หรือพื้นท่ีส่ือสารอันเป็นที่นิยมในอินเตอร์เน็ตเพ่ือดึงดูดผู้ที่สนใจเรื่อง ส่ิงแวดล้อมมาจากผู้ที่สนใจในประเด็นสงั คมสาธารณะอ่นื ๆ50 มาเพม่ิ พลงั ขยายเครือข่ายออกไปให้กวา้ งและ ทรงอิทธิพลทางความคดิ และวฒั นธรรม รวมถึงเสริมภาพลักษณ์ว่ามีผู้เข้ารว่ มและเห็นด้วยกบั ขบวนการหรือ ข้อเสนอของเครือข่ายเปน็ จานวนมาก51 - จัดสร้างพื้นที่ส่ือสารให้เป็นชุมชนเสมือนระยะยาวเพ่ือสร้างฐานของมวลชนให้ม่ันคงถาวรขึ้น เช่น แอพพลิเคชั่นสื่อสารพูดคุย หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งทาให้เห็นปริมาณมวลชนท่ีสนับสนนุ ประเด็นและอาจ เป็นกลุ่มคนท่ีขอความร่วมมือได้เยอะขึ้น52 รวมถึงได้ความเช่ียวชาญชานาญท่ีสามารถเปลี่ยนเป็นกิจกรรม หนุนเสริมได้หลากหลายขึ้น ไปจนถงึ การจัดกาลังในการตรวจตราเฝ้าระวังสถานการณ์ที่ทันต่อความเปล่ียน ตามบรบิ ทได้รวดเร็วมาก53 - อาจมีเว็บไซต์ที่สามารถรวมรวมข้อมูลหลากหลายรปู แบบและมีพ้ืนที่ซึ่งเครือข่ายควบคุม จัดการ ออกแบบ ได้อย่างอิสระมากข้ึนในรูปแบบของเว็บไซต์ อันเป็นช่องทางท่ีค้นหาและเข้าถึงได้ง่าย ต่อเนื่อง และมีความ เป็นอสิ ระไม่ติดกบั นโยบายของเจ้าของแพลตฟอร์ม เช่น โซเชียลเนต็ เวริ ์ค หรือแอพลิเคช่นั พูดคยุ อ่นื ๆ54 4) ผลท่เี กิดขึ้น - นาความขัดแย้งเข้าสู่เวทีเจรจาระหว่างขบวนการกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนท่ีเก่ียวข้องเพื่อแสวงหา ทางออกและข้อสรุป อาทิ มาตรการบรรเทาผลกระทบจากโครงการ การเยียวยาความเสียหาย และเร่ือง ของการฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมนั้น55 โดยอาจมีการเจรจาและสร้างข้อตกลงต่อไปได้อีกหลายครั้งตาม สถานการณ์ สะทอ้ นใหเ้ หน็ การรวมกลุ่มอยา่ งเหนยี วแนน่ เพอ่ื จบั ตาความเคล่ือนไหวของประเด็นพิพาท 50 International Rivers. (2018). “Dam collapse in Laos displaces thousands, exposes dam safety risks.” Retrieved August 13, 2018, from International Rivers: https://www.internationalrivers.org/dam-collapse- in-laos-displaces-thousands-exposes-dam-safety-risks 51 Facebook Fan page “Occupy Keystone XL Pipeline Route” https://www.facebook.com/OccupyKeystoneX LPipelineRoute 52Facebook Fan page “Coalition Against Keystone XL Pipeline” https://www.facebook.com/coalitionagain stkeystonexlpipeline 53 Mike Ives. (2018). “Laos Dam Failure Exposes Cracks in a Secretive Government’s Agenda.” Retrieved August 13, 2018, from The New York Times: https://www.nytimes.com/2018/07/29/world/asia/laos- dam-response-government.html 54 Twitter: “GMWatch” https://twitter.com/GMWatch 55 No KXL Dakota. (2014). “Tell the South Dakota Public Utilities Commission: Say NO to Keystone XL.” Retrieved August 12, 2018, from No KXL Dakota: http://nokxldakota.org/

100 - กลุ่มเครือข่ายสามารถเฝ้าระวังและกดดันให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องดาเนินตามกฎหมาย56 เพ่ือการเยียวยา ความเสียหาย ฟ้ืนฟูคุณภาพส่ิงแวดล้อม ตามท่ีตกลงกันไว้ อันเป็นผลลพั ธ์ท่ีสืบเนื่องจากกิจกรรมในโลกจรงิ ไปสูก่ ารขับเคล่อื นในโลกเสมอื น หรือโลกเสมือนมาสูโ่ ลกจริง - การนาปัญหาการไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาในโลกจริงกลับมาเป็นประเด็นขับเคล่ือนในโลกไซเบอร์ว่า หนว่ ยงานรัฐหรือภาคเอกชนท่ีเกย่ี วข้องไม่ทาตามข้อเจรจา57 และมีกจิ กรรมติดตามทวงหน้ีตามคาพิพากษา หรอื สัญญาในโลกความจรงิ 58 หากไม่มกี ารทาตามข้อตกลงท่ีเคยเจรจากนั ไปในครง้ั ก่อน - การขบั เคล่อื นขบวนการอย่างต่อเนื่องท้ังในโลกไซเบอรแ์ ละโลกจรงิ นาไปสู่ความเปล่ียนแปลงเชิงนโยบายได้ อาทิ การทาให้ที่รัฐบาลมีมติแสวงหาทางเลือกใหม่ในการทาโครงการท่ีมีผลกระทบน้อยกว่า หรือหาแนว ทางการพฒั นาทีย่ ั่งยนื กวา่ มาเป็นโครงการเสรมิ หรือแทนโครงการเดมิ 59 หรือบรรษทั เอกชนต้องปรับตัว 5) การเข้าร่วมของสังคม จากเดิมมีเพยี งกลมุ่ เครอื ข่ายระดับท้องถิ่นต่างๆ ที่อยใู่ นพน้ื ท่ีโลกจรงิ ซงึ่ โครงการทีข่ ัดแย้งตั้งอยู่เข้าร่วม ในขบวนการเคล่ือนไหว หรือมีเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษท่ีบรรษัทก่อโดยตรง แต่เมื่อมีการ กิจกรรมทั้งในโลกจริงผสมผสานกับการสร้างชุมชนในโลกเสมือน60 เช่น สร้างเพจเฟสบุ๊ค กลุ่มไลน์ เว็บไซต์ และทาแคมเปญล่ารายช่ือผ่านพ้ืนที่สื่อสารและแพลตฟอร์มรณรงค์ระดับโลกเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐ/บรรษัท เอกชนยุติโครงการ เยียวยาความเสียหาย และปรับวิถีการทาธุรกิจ พบว่าไม่เพียงแค่คนท้องถ่ินสนใจ แต่ยังมี พลเมืองเน็ตจากท่ัวโลกสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก เกิดการเข้าร่วมของภาคประชาสังคมหรือประชาชน ทั่วไปอยา่ งต่อเนื่อง61 กลายเปน็ กระแสหลกั ของกจิ กรรมในโลกไซเบอร์ระดับโลก 56 เดลินิวส์. (2561). “ศาลฎีกาส่ัง'บ้านปู'จ่าย2.5พันล้าน เหมืองถ่านหิน'หงสา'.” สืบค้นเม่ือ 13 สิงหาคม 2561. จากเว็บไซต์ สานักขา่ วเดลินิวส์: https://www.dailynews.co.th/regional/630874. 57 Reuters Staff. (2018). “TransCanada to start work on Keystone XL in Montana in fall 2018: letter.” Retrieved August 12, 2018, from Reuters: https://www.reuters.com/article/us-transcanada-keystone/transcanada- to-start-work-on-keystone-xl-in-montana-in-fall-2018-letter-idUSKBN1I42DL 58 ประชาไท. (2561). “ยื่นฟ้อง 'ราวด์อ้ัพ' ก่อมะเร็ง ศาลแคลิฟอร์เนียตัดสินให้จ่ายค่าเสียหาย-ชดเชย.” สืบค้นเม่ือ 14 สิงหาคม 2561. จากเว็บไซต์ ประชาไท: https://prachatai.com/journal/2018/08/78267 (14 สงิ หาคม 2561). 59 The Guardian. (2015). “Obama rejects Keystone XL pipeline and hails US as leader on climate change.” Retrieved August 12, 2018, from The Guardian: https://www.theguardian.com/environment/2015/ nov/06/obama-rejects-keystone-xl-pipeline 60 Mark Hefflinger. (2017). “Legal Experts, Landowners, Tribal Organizations and Green Groups Vow To Stop KXL Again.” Retrieved August 12, 2018, from Bold Nebraska: http://boldnebraska.org/legal-experts- landowners-tribal-organizations-and-green-groups-vow-to-stop-kxl-again/ 61 PhiI Mckenna. ( 2018) . “ ‘ We Will Be Waiting’: Tribe Says Keystone XL Construction Is Not Welcome.” Retrieved August 12, 2018, from Inside climate news: https://insideclimatenews.org/news/ 13072018/keystone-xl-pipeline-native-american-resistance-oil-spill-cheyenne-river-sioux-dakota-access- transcanada

101 6) ปัญหาและอุปสรรค - ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนมักปฏิเสธการเจรจากับกลุ่มเครือข่ายส่ิงแวดล้อม และไม่มีแนวทางในการแสวงหาข้อยุติอย่างจริงจัง รวมถึงพยายามสยบขบวนการประชาชนด้วยการ ฟ้องรอ้ ง62 - รัฐบาลมักไม่ต้องการยกเลิกโครงการที่อนุมัติไปแล้วหรือชะลอการตัดสินใจท่ีจะให้ยกเลิกโครงการที่ได้ใช้ งบประมาณของรัฐ เพราะเกรงว่าจะเกิดการฟ้องร้องของผู้รับเหมาก่อสร้างเอกชนท่ีได้ทาสัญญากับรัฐไว้ แล้ว63 ส่วนบรรษัทเอกชนมักไม่ยอมรับผิดไม่เจรจาค่าเสียหาย จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนก็ต้องมีคา พพิ ากษา64 - กลุ่มทุนและหน่วยงานรัฐใช้วิธีการดาเนินคดีคดีกับกลุ่มคัดค้านและนักวิชาการท่ีออกมาที่มีการชุมนุม ต่อต้าน65 วิพากษ์วิจารณ์ ว่าทาให้เกิดกระแสโจมตีทางอินเตอร์เน็ตที่รนุ แรงสร้างความเสื่อมเสยี ชือ่ เสียงแก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคเอกชน บรรษัท อุตสาหกรรมก็ใช้ยุทธวิธีฟ้องตบปากเพื่อสกัดการแสดงออกของ ประชาชนและสลายการร่วมกลุ่มภาคประชาสังคม และบรรษัทอาจจ้างกลุ่มทหารรับจ้างเข้าปฏิบัติการ แทรกซมึ ภาคประชาชนเพอ่ื หาขอ้ มูลมาใชฟ้ ้องตบปากด้วย66 7) ผลสะเทือนของขบวนการเคลอ่ื นไหว - รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ หรือภาคเอกชนยอมรับฟังข้อมูลและเสียงคัดค้านจากประชาชนที่เคลื่อนไหว ต่อต้านโครงการ หรือที่มาของมลพิษและสาเหตุของความเสียหายจากมลภาวะ โดยมีการพยายามหา แนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการริเริ่มโครงการพัฒนาใหม่ที่มีความย่ังยืนกว่า โดยขบวนการมี 62 Molly Dorozenski. (2018). “The Truth About Energy Transfer Partners.” Retrieved September 12, 2018, from Greenpeace: https://www.greenpeace.org/usa/the-truth-about-energy-transfer-partners/ 63 Grant Gerlock. (2017). “Nebraska landowners revive fight against Keystone XL.” Retrieved August 12, 2018, from Inside energy: http://insideenergy.org/2 0 1 7 / 0 2 / 1 5 / nebraska-landowners-revive-fight-against- keystone-xl/ 64 Lori Pilger. (2018). “TransCanada wins court challenge to attorney fees, won’t have to pay $3 5 4 K.” Retrieved August 12, 2018, from Lincoln Journal Star: https://journalstar.com/business/local/ transcanada-wins-court-challenge-to-attorney-fees-won-t-have/article_ed72ae58-9240-5e59-a6d4- def1e29decfe.html 65 The Guardian. (2016). “North Dakota pipeline: 141 arrests as protesters pushed back from site.” Retrieved August 12, 2018, from The Guardian: https://www.theguardian.com/us-news/2016/oct/27/north-dakota- access-pipeline-protest-arrests-pepper-spray 66Greenpeace. (2017). “Corporate bullies can’t silence the resistance.” Retrieved September 12, 2018, from Greenpeace: https://act.greenpeace.org/page/16230/petition/1?_ga=2.100978945.1034032830.1536573 273-1610496510.1536573273

102 โอกาสเข้าไปมีสว่ นรว่ มในการใหข้ อ้ มลู แสดงความคิดเห็น และรว่ มตดั สนิ ใจในประเดน็ สาธารณะดว้ ย แมจ้ ะ เกดิ หลงั มีคาพิพากษาในคดยี ทุ ธศาสตรแ์ ล้วก็ตาม67 - มีการริเร่ิมสร้างสรรค์ทั้งในเชิงข้อมูลท่ีเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นโดยใช้กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม เป็นส่ิง กระตุ้นการชุมนุมคัดค้าน68 เช่น ผสานวัฒนธรรมท้องถ่ินที่ถือว่าทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้า ป่า เขาเป็น บรรพบรุ ุษและมีความผกู พันกบั วถิ ชี วี ิตชนเผา่ ท้งั ประเพณี วัฒนธรรมและความเช่อื 69 - เกิดการเรียนรู้กลยุทธ์ส่ือสารจัดต้ังพลเมืองเน็ตที่อยู่ต่างกาละต่างเทศะให้สามารถเชื่อมต่อกันในชุมชนไซ เบอร์ สามารถแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูล แล้วนาข้อมูลไปขยายผลได้ตลอดเวลา จากทั่วทุกมุม โลกผ่านอินเตอร์เน็ต และสามารถนาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตไปขยายผลในโลกจริงทั้งในต่างประเทศ เกิดเป็น กระแสรักษ์โลก70 8) ข้อพึงระวังในการใช้สทิ ธเิ สรีภาพของขบวนการเคลอื่ นไหว หากในขบวนการเคล่อื นไหวมีบคุ คลบางกลุ่มใช้วิธีการที่มลี ักษณะละเมดิ สิทธขิ องผอู้ ืน่ เช่น การดูหม่ิน เหยียดหยาม ลดศกั ด์ิศรคี วามเปน็ มนษุ ย์ ยยุ งป่าวประกาศให้มีการใชค้ วามรนุ แรง หรือสนบั สนุนการทาผดิ กฎหมาย ไม่วา่ จะเป็นการคุกคามความเป็นส่วนตวั ของฝ่ายตรงขา้ ม การทาลายเกียรติยศช่อื เสียงของผอู้ ื่นให้ สงั คมประณามและโจมตบี คุ คลเหล่านั้นเปน็ การเฉพาะตวั หรอื การนาขอ้ มลู สว่ นบุคคลหรอื ชวี ิตสว่ นตัวของผู้อื่น ไปเผยแพร่ต่อในอินเตอรเ์ นต็ ยอ่ มเปน็ การละเมิดสทิ ธิของผู้อ่ืนเสยี เอง ถอื เป็นการก่ออาชญากรรมต่อผูอ้ ่นื และ ทาลายโครงสรา้ งนิติรฐั ผู้ใชค้ วามรุนแรงยอ่ มต้องเผชญิ กับความรับผิดทางกฎหมายเช่นเดียวกบั ผู้มีส่วนรว่ ม กระทาผิด นอกจากนีย้ ังเปน็ ผลร้ายตอ่ ภาพลักษณ์ของขบวนการเคลือ่ นไหว ผลกั ไสพลเมืองอืน่ ใหล้ า่ ถอยจาก ขบวนการเพราะมีการใช้ความรนุ แรงละเมิดสิทธิผอู้ ่นื 71 หรืออาจเกิดกระแสตกี ลบั ถูกประณามจากสงั คมไซ เบอรท์ ่ัวโลก 67 Common Dreams. (2018). “'Guilty on All Counts!': In Historic Victory, Monsanto Ordered to Pay $289 Million in Roundup Cancer Lawsuit.” Retrieved August 14, 2018, from Common Dreams: https://www. commondreams.org/news/2018/ 08/ 10/ guilty-all-counts-historic-victory-monsanto-ordered-pay-289- million-roundup-cancer 68 Facebook Fan page: “Save the Salween Network” https://www.facebook.com/Save-the-Salween-Network- 1685498275073019/ 69 Facebook Fan page: “Karen Rivers Watch” https://www.facebook.com/SalweenAsia 70 Karen news. (2018). ““We Want Peace, Not Dams…” – 1000’s of Villagers Protest Proposed Salween Dams in Karen State.” Retrieved August 14, 2018, from Karen news: http://karennews.org/2018/03/we-want- peace-not-dams-1000s-of-villagers-protest-proposed-salween-dams-in-karen-state 71 Shaun Walker. (2013). “Greenpeace activists could be charged with terrorism after ship stormed.” Retrieved August 14, 2018, from The Guardian: https://www.theguardian.com/environment/2013/ sep/20/greenpeace-ship-stormed-russian-coastguard.

103 4.4. การเผชิญมาตรการโต้กลบั ของขบวนการเคลอื่ นไหวทัง้ ในโลกจรงิ และโลกเสมือนในตา่ งประเทศ ในหัวข้อนี้จะทาการวิเคราะห์กรณีศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของขบวนการส่ิงแวดล้อม ใน ต่างประเทศและคดีความทางกฎหมายและการต้องคดีความของประชาชน โดยจะทาการจาแนกแยกแยะให้ เห็นถึงลักษณะของ คู่ความในคดี ข้อกล่าวหา กระบวนการดาเนินคดีในบางประเทศ ผลที่เกิดขึ้นกับผู้ถูกฟ้อง บทวเิ คราะหจ์ ุดเด่นจดุ ด้อยของการขบั เคลอื่ นขบวนการส่ิงแวดล้อมไซเบอรเ์ ม่ือเผชิญกับมาตรการทางกฎหมาย ในประเทศต่างๆ ดงั ต่อไปน้ี 1) คคู่ วามในคดี คคู่ วามในคดีประกอบไปดว้ ย 2 ฝ่าย หลักๆ คอื ฝ่ายโจทก์ซ่ึงเปน็ บรรษทั เอกชน72 กบั ฝา่ ยจาเลยท่ี เป็นประชาชนในทอ้ งถิน่ นักวิชาการ นกั ข่าว หรอื เจา้ หนา้ ท่ีองค์กรพฒั นาเอกชน (NGOs) 73 แต่ไม่พบกรณีที่ หน่วยงานรฐั ฟอ้ งตบปากประชาชนโดยตรง 2) ข้อกล่าวหา ข้อกล่าวทางกฎหมายน้ันมีตั้งแต่ การฟ้องด้วยเร่ืองการชุมนุม ความผิดตามกฎหมายอาญาอาทิขู่ กรรโชกทรัพย์74และความผิดฐานสมคบกันเพ่ือร่วมกันกระทาการทุจริต (Civil Conspiracy) 75 และการฟ้อง เรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่ง76 ข้อกล่าวหาที่โจทก์กล่าวหาจาเลยจึงเป็นเรื่องหมิ่นประมาทหรือดูหม่ินทางอาญา รวมถึงการฟ้องให้ ชดใช้ค่าเสยี หายจากมูลละเมิดโดยการกล่าวหาหรือไขข่าวให้บรรษทั เส่อื มเสยี ช่ือเสียง77 72 Jon Hurdle. (2018). “Court rejects developer’s effort to block protest against town homes plan.” Retrieved September 12, 2018, from State Impact: https://stateimpact.npr.org/pennsylvania/2018/09/07/ court-rejects-developers-effort-to-block-protest-against-town-homes-plan/ 73 Amazon Watch. (n.d.). (2018). “Chevron's Chernobyl in the Amazon.” Retrieved September 12, 2018, from Amazon Watch: http://amazonwatch.org/work/chevron 74 Rex Weyler. (2017). “Chevron's Amazon Chernobyl Case moves to Canada.” Retrieved September 12, 2018, from Greenpeace: https://www.greenpeace.org/archive-international/en/news/Blogs/ makingwaves/chevron-amazon-indigenous-people-legal-case-canada/blog/60241/ 75Jon Hurdle. (2017). “Judge throws out developer’s ‘SLAPP suit’ against environmental group.” Retrieved September 12, 2018, from State Impact: https://stateimpact.npr.org/pennsylvania/2017/08/23/ judge-throws-out-developers-slapp-suit-against-environmental-group/ 76 Democracy Now. (2016). “Dakota Access Pipeline Company Attacks Native American Protesters with Dogs & Pepper Spray.” Retrieved September 12, 2018, from YouTube: https://www.youtube.com/watch? v=kuZcx2zEo4k 77 Greenpeace. (2017). “Greenpeace v. Energy Transfer Partners: The Facts.” Retrieved September 12, 2018, from Greenpeace: https://www.greenpeace.org/usa/global-warming/greenpeace-v-energy-transfer- partners-facts/

104 3) กระบวนการดาเนนิ คดี ในปฏิบัติการฟ้องตบปาก บรรษัทเอกชนได้จ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยท่ีไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัท รกั ษาความปลอดภัยเท่านัน้ แตแ่ ท้จริงแล้วยงั เป็นกลุ่มทหารรับจา้ งผู้ทาสงครามกบั ผู้ก่อการร้ายร่วมกับกองทัพ อเมริกันนาไปสู่การใช้กลยุทธ์ในลักษณะเดียวกับที่ใช้ในการต่อต้านผู้ก่อการร้ายต่อกลุ่มนักเคล่ือนไหว78 เพื่อ แทรกซึมเขา้ ไปแสวงหาขอ้ มูลมาใชเ้ ปน็ พยานหลกั ฐานในการปรกั ปราภาคประชาชนในคดฟี ้องตบปาก ในขณะเดียวกับบรรษัทก็สร้างแนวทางต่อสู้คดีด้วยการทากิจกรรมประชาสั มพันธ์ในลักษณะความ รับผิดชอบทางสังคมผ่านการช่วยเหลือหรอื มอบผลตอบแทนใหก้ ับชมุ ชนท้องถิ่น หรือการแบ่งปันผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจจากธุรกิจ เพ่ือเสริมน้าหนักในการตอบโต้ข้อกล่าวหาของภาคประชาชน และกล่าวหาว่าองค์กร ประชาสังคมได้ใช้พยานหลักฐานเท็จ รวมถึงรูปภาพท่ีถูกนาใช้โจมตีบริษัทก็เป็นรูปภาพความเสียหายในพื้นท่ี หวงหา้ มทง้ั ทีจ่ ริงแลว้ รปู ภาพดังกลา่ วเปน็ ภาพความเสียหายจากไฟปา่ ในพื้นท่ีสาธารณะ79 บริษัทที่ก่ออาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมและบริษัทท่ีปรึกษากฎหมายได้กระทาการปกปิดหลอกลวง ด้วยการอ้างพยานหลักฐานเท็จ และว่าจ้างพยานบุคคลเพ่ือมาปรักปราทนายสงิ่ แวดล้อม การกระทาเช่นนี้ของ บริษัทที่ปรึกษากฎหมายไม่ได้เป็นไปเพ่ือประโยชน์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นไปเพ่ือประโยชน์ของ บรรษทั ผูก้ ่ออาชญากรรมส่งิ แวดลอ้ มซง่ึ มเี รอ่ื งอือ้ ฉาวอีกจานวนมาก 80 เมื่อบรรษัทแพ้คดีหลักต้องคาพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการก่อมลพิษ มักจะใช้วิธีสยบการ เผยแพร่ข้อมูลด้วยการริเร่ิมคดีฟ้องปิดปากภาคประชาชน โดยว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ให้ฟ้องตบ ปากกลุ่มนักเคลื่อนไหว และบีบบังคับเหล่านักกฎหมายซึ่งเป็นนักปกป้องสิทธิให้ถอนตัวออกจากคดีท่ีบรรษัท เป็นผู้แพ้คดี โดยเฉพาะทนายความผู้ต่อสู้คดีให้กับชนพื้นเมืองผู้เสียหาย บรรษัทได้ใช้เงินจานวน 2 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ เพ่ือจัดตั้งบริษัทที่ปรึกษากฎหมายหลายสิบแห่งและนักกฎหมายนับพันคน เพื่อ “บดขยี้” ชีวิต ทนายและลูกความชนพืน้ เมืองท้องถ่ิน81 4) ผลที่เกดิ ขนึ้ กบั ผูถ้ ูกฟ้อง 78 Alleen Brown, Will Parrish and Alice Speri. (2017). “Leaked documents reveal security firms counterterrorism tactics at standing rock to defeat pipeline insurgencies.” Retrieved September 12, 2018, from The The Intercept: https://theintercept.com/2017/05/27/leaked-documents-reveal-security-firms- counterterrorism-tactics-at-standing-rock-to-defeat-pipeline-insurgencies/ 79 Michael J. Bowe. (2016). “Resolute v Greenpeace.” Retrieved September 12, 2018, from Resolute v Greenpeace: http://www.resolutevgreenpeace.com/ 80Amazon Defense Coalition. (2018). “Report Shows Chevron Lawyers at Gibson Dunn Falsified Evidence to Target Steven Donziger in Ecuador Pollution Case.” Retrieved September 12, 2018, from CSR wire: http://www.csrwire.com/press_releases/4 1 2 8 2 - Report-Shows-Chevron-Lawyers-at-Gibson-Dunn- Falsified-Evidence-to-Target-Steven-Donziger-in-Ecuador-Pollution-Case 81 Rex Weyler. (2017). “Chevron’s Amazon Chernobyl Case moves to Canada.” Retrieved September 12, 2018, from Intercontinental Cry: https://intercontinentalcry.org/chevrons-amazon-chernobyl-case- moves-canada/

105 ศาลประจาภาคของสหรัฐอเมริกามีคาพิพากษายกฟ้องข้อกล่าวหาท้ังหมดของบริษัทท่ีมีต่อจาเลยทุก คน รวมถึงข้อกล่าวหาอื่นๆ ศาลได้ให้เห็นผลว่า การโจมตีด้วยการฟ้องตบปากในลักษณะดังกล่าวของบริษัท เป็นการละเมิดต่อคุณค่าท่ีเป็นหลักการสาคัญของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่าง “เสรีภาพในการ แสดงออก” (Freedom of Expression) และการต่อสูท้ ีช่ อบธรรมเพื่อประโยชนส์ าธารณะจะต้องไม่ถูกจากัดไว้ ผู้พิพากษา Jon S. Tigar ได้เขียนเหตุผลลงไปในคาพิพากษายกฟ้องน้ันวา่ “การแสดงออกและคาพูดของเหลา่ จาเลย เป็นการแสดงออกที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ การแสดงความเห็นต่างเป็นองค์ประกอบสาคัญ ในการเมอื งระบอบประชาธิปไตยของพวกเรา ...หากจะกล่าวหาว่า การเผยแพร่ข้อมูลขององค์กรพฒั นาเอกชน เปน็ เท็จอย่างไร เปน็ ประเด็นทีต่ ้องอาศัยการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในการพสิ ูจน์ ซงึ่ ไมใ่ ช่หนา้ ท่ีของศาลทจ่ี ะเป็น ผู้แก้ไขขอ้ ขัดแย้งทางวิทยาศาสตรป์ ระเภทน้ี” 82 แม้ในท้ายที่สุดศาลจะยกฟ้องคดีฟ้องตบปากแต่ก็สร้างภาระต้นทุนจากการเป็นจาเลยไม่น้อย ทนาย สิ่งแวดล้อมและสมาชิกในครอบครัวได้ตกเป็นเป้าหมายหลักในการฟ้องตบปาก บริษัท Chevron ได้ฟ้องเรียก คา่ เสียหายจานวนเงิน 6 หม่ืนลา้ นดอลลาร์สหรัฐ และได้ฟ้องชนพ้ืนเมืองผู้ได้รับผลกระทบมลพิษจานวน 47 คน ในข้อหาขกู่ รรโชกทรพั ย์ หรือ“racketeering” ต่อศาลในสหรัฐอเมรกิ า อีกทง้ั หมายศาลของบรษิ ทั ยังถกู สง่ ไป ยังกลุ่มนักเคล่ือนไหวท่ีตั้งขึ้นเพื่อประณามการกระทาของบริษัทและองค์กรด้านส่ิงแวดล้อมอื่น ๆ รวมถึงผู้ที่ คอยสนับสนุนกลุ่มชนเผา่ พื้นเมืองในป่ามาตลอด อาทิ (1) ผู้ร่วมก่อต้ังองค์กรพัฒนาเอกชนส่งิ แวดล้อมระหว่าง ประเทศซ่ึงได้เขียนบทความโจมตีบรรษัทลงในบล็อกบนเว็บไซต์ (2) องค์กรด้านเสรีภาพในโลกไซเบอร์ (3) องค์กรจับตาสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (4) นักธุรกิจเพ่ือสังคมซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ชน พน้ื เมืองในการตอ่ สคู้ ดี และ (5) นกั กจิ กรรมผเู้ ป็นปากเสยี งให้กับชมุ ชนที่ไดร้ บั ผลกระทบ83 5) บทวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของการขับเคลื่อนขบวนการสิ่งแวดล้อมไซเบอร์เมื่อเผชิญกับ มาตรการทางกฎหมาย ศาลในประเทศพัฒนาแล้วเช่นศาลสหรัฐอเมริกามักตัดสินคดีฟ้องตบปากโดยให้น้าหนักไปที่การ ยอมรับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนหรือภาคประชาสังคมในการรวมกลุ่มกันแสดงออกและมีสิทธิท่ีในการยืน่ คาร้องต่อรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง เพ่ือเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพของ ประชาชนและเพื่อป้องกันส่ิงแวดล้อม โดยศาลรับรองว่า เป็นการปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญซึ่งได้ให้การ รับรองหลักเสรีภาพในการแสดงออก (Freedom of Expression) หรือเสรีภาพในการพูด (Free Speech) ภายใตบ้ ทบญั ญัตแิ กไ้ ขฉบับแรกแห่งรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา (First Amendment) 82 Greenpeace. (2017). “Federal Court Dismisses Resolute SLAPP Suit against Greenpeace.” Retrieved September 12, 2018, from Greenpeace: https://www.greenpeace.org/usa/news/federal-court-dismisses- racketeering-case-against-greenpeace 83 Rex Weyler. (2017). “Chevron's Amazon Chernobyl Case moves to Canada.” Retrieved September 12, 2018, from Greenpeace: https://www.greenpeace.org/archive-international/en/news/Blogs/ makingwaves/chevron-amazon-indigenous-people-legal-case-canada/blog/60241/

106 4.5. ข้อสงั เกตตอ่ ขบวนการชมุ นมุ ในโลกเสมอื นเพอื่ ขบั เคลอื่ นประเดน็ ฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การเคล่ือนไหวทางสังคมในประเด็นเก่ียวกับสิ่งแวดล้อม หากไม่ใช่เร่ืองที่ส่งผลกระทบในวงกว้างและ ไม่เกี่ยวข้องกับชีวติ ของคนช้ันกลางผู้ใช้อนิ เตอรเ์ น็ตเปน็ สว่ นใหญ่โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ (แมว้ า่ หากศกึ ษาอย่าง จริงจังจะพบว่ามีผลกระทบต่อทุกคนเพราะส่ิงแวดล้อมเป็นทรัพยากรร่วม) เช่น โครงการโรงไฟฟ้าในประเทศ ลาว โครงการสรา้ งเขื่อนในประเทศพม่า ที่อยู่นอกอาณาจักรไทยหรืออยู่ตามตะเข็บชายแดนห่างไกลเมือง กจ็ ะ มีเพียงกลุ่มบางกลุ่มเท่านั้นท่ีได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรม และไม่ได้สร้างแรงสะเทือนใดๆ ในเชิงข้อ กฎหมาย เว้นแต่เป็นผลกระทบตอ่ ชวี ิตตนเองโดยตรงหรอื มคี วามข้องเกย่ี วกับผลประโยชนข์ องตวั เอง หากเป็นปัญหาด้านส่ิงแวดล้อมที่ส่งผลกระทบในสังคมของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น การต่อต้าน โครงการวางท่อน้ามันในสหรัฐอเมริกา การต่อต้านผลิตภัณฑ์อันตรายในยุโรป จะได้รับความสนใจจากผู้คนทั่ว โลกเป็นอย่างมาก เพราะศักยภาพในการผลิตเนื้อหาข้อมูลโดยไม่ถูกควบคุมการผลิตและไม่จากัดการเข้าถึง และอยู่ในรูปแบบภาษาที่คนทั่วโลกสามารถสามารถสืบค้นเพ่ือ ติดตามความคืบได้อย่างง่ายดาย และขยายวง กว้างไปทั่วทุกมุมโลกหากผูใ้ ชส้ ามารถเข้าถึงระบบอินเตอรเ์ นต็ ได้ หากเป็นผลกระทบในระดับท้องถิ่นโดยเฉพาะภูมภิ าคเอเชีย แมจ้ ะมีการใช้สื่อออนไลน์ แต่การเข้าร่วม ของคนในสังคมก็ไม่ได้มีมากเท่าท่ีควร อันอาจสืบเน่ืองจากความกังวลเร่ืองการเขา้ ร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวหรอื แสดงออกแล้วต้องเผชิญกับการโดนดาเนินคดีก็ยังเป็นประเด็นสาคัญในภูมิ ภาคเอเชียหรือกลุ่มประเทศกาลัง พฒั นา ในสถานการณ์ปัจจุบัน การใช้สื่อออนไลน์สามารถช่วยให้มีการเข้าร่วมของคนในสังคมจานวนมากข้ึน เนือ่ งจากสือ่ หลกั ชอ่ื ดังหลายสานักไดใ้ ห้ความสนใจนาเน้ือหาไปขยายความต่อ หรอื นาไปรายงานขา่ ว กลายเป็น สารคดี สามารถส่ือสารไปยังมวลชนในวงกว้าง จนผู้ตระหนักถึงปัญหาส่ิงแวดล้อมหลากหลายกลุ่มรับร้แู ล้วลุก ขน้ึ มาทาแคมเปญอย่างย่ิงใหญ่ในหลายกรณี ท่ามกลางบริบทของเศรษฐกิจการเมืองโลกที่ลัทธิเสรีนิยมใหม่ทรงอิทธิพล ฐานทรัพยากรและ ส่ิงแวดล้อมถูกแปลงให้กลายเป็นสินทรัพย์เพื่อการผลิตและซื้อขายแลกเปล่ียนในระบบตลาด ความสามารถ ของรัฐ ประชาชนหรือภาคประชาสังคมในประเทศต่างๆย่อมมีอานาจต่อรองที่แตกต่างกัน แต่ความสามารถ ของรัฐและบรรษัทเอกชนท่ีมีงบประมาณในการซื้อพ้ืนท่ีโฆษณาประชาสัมพันธ์อาจเบียดขับเน้ือหาของ ขบวนการสิ่งแวดล้อม แต่การเกิดขึ้นของพ้ืนท่ีไซเบอร์ได้สร้างทางเลือกให้ทั้งผู้ผลิตเน้ือหา และผู้เสพข้อมูล สามารถเช่ือมความสมั พันธ์เข้าหากัน แลกเปลี่ยนความคดิ เห็นกนั อนั เปน็ การเปิดพนื้ ท่ีให้กับการสร้างชุมชนใน โลกเสมอื นและแสดงออกเพอ่ื มสี ว่ นรว่ มในประเด็นสาธารณะ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดข้ึนในประเทศโลกที่สามกับประเทศพัฒนาแล้วย่อมมีความแตกต่าง กัน พลเมืองในประเทศทั้งสองกลุ่มมีการให้ความสนใจในประเด็นสิ่งแวดล้อมในน้าหนักท่ีไม่เท่ากัน ย่ิงไปกว่า น้ันขบวนการเคล่ือนไหวบนพื้นที่ออนไลน์ปัจจุบันอาจเป็นประโยชน์ต่อคนบางกลุ่มที่มีความสามารถในการใช้ เคร่ืองมือดิจิทัลหรือเข้าถึงข้อมูลในโลกออนไลน์เท่านั้น การส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

107 สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และมีความรู้ความสามารถในการใช้อุปกรณ์ส่ือสารได้ จะเป็นการเสริมสร้างพลัง ของภาคประชาชนให้เข้มแข็งขึน้ การใช้มาตรการทางกฎหมายเพ่ือย่อยสลายการรวมกลุ่มของประชาชนและการดาเนินคดีเพื่อ ตบปาก พลเมืองผู้ตื่นตัว เป็นยุทธศาสตร์สาคัญท่ีหน่วยงานรัฐและบรรษัทเลือกใช้เพ่ือสยบการขยายตัวของแนวร่วม ขบวนการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ทั้งยังสกัดการไหลเวียนของข้อมูลและการถกเถียงในสังคม ท่ามกลาง บริบทการเมืองการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดอย่างแพร่หลาย ย่อมทาใหก้ ารมีสว่ นร่วมของประชาชนตามแนวทางการพฒั นาอยา่ งย่งั ยนื เปน็ ไปได้ยาก การประกันสทิ ธใิ นการ รวมกลุม่ และเสรภี าพในการแสดงออกจงึ เป็นส่ิงทต่ี ้องรกั ษาไว้ไม่ว่ารฐั จะอยู่ในชว่ งเวลาใดกต็ าม ดังนั้นการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานในการรวมกลุ่ม ชุมนุม และเสรีภาพในการแสดงออก ย่อมประกัน คุณภาพของข้อมูลข่าวสารในพ้ืนที่ไซเบอร์ให้ถูกตรวจสอบ ถ่วงดุล มิให้ผู้ทรงอิทธิพลด้านสื่อบางกลุ่มครอบงา บบี ขบั พลงั ของกล่มุ เสี่ยง อย่างไรก็ดีส่ิงท่ีขบวนการเคล่ือนไหวด้านส่ิงแวดล้อมต้องระมัดระวังมากท่ีสุด คือ การใช้สิทธิเสรีภาพ ของตนเกินขอบเขตจนถึงขั้นละเมิดศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ในกรณีการรวมกลุ่มเพื่อแสดงออกในโลก ไซเบอร์ การสร้างกลุ่มเพ่ือสอดส่องการใช้ชีวิตส่วนตัวของบุคคลอื่นไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือปัจเจกชนท่ี เกี่ยวข้องกับเอกชนท่ีเป็นคู่พิพาทกับขบวนการส่ิงแวดล้อม จนถึงข้ันเข้าแทรกแซงความเป็นอยู่ตามธรรมดาใน ชีวิตส่วนตัว หรือนาข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวมาเปิดเผยในพ้ืนที่สาธารณะ ไปจนถึงการดูหม่ินเหยียดหยามเขา เหล่าน้ันในประเด็นที่ไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ ย่อมส่งผลกระทบต่อขบวนการเคล่ือนไหวเอง มิใช่เพียงการ ทาลายความชอบธรรมทางการเมืองของขบวนการแต่ยังเป็นการกระทาผิดกฎหมายด้วยการละเมิดสิทธิผู้อ่ืน ร่วมกันจนต้องเผชิญกับความรับผิดทางกฎหมายอันเน่ืองมาจากการกระทาผิด ดังน้ีการใช้สิทธิจึงต้องอยู่ใน กรอบของการเคารพสิทธิเสรภี าพของผู้อ่นื เสมอ ในบทถัดไปจะไดว้ ิเคราะหล์ งรายละเอยี ดของข้อถกเถยี งเก่ยี วกบั กระบวนการยุตธิ รรมและข้อกฎหมาย ท่ีเกี่ยวข้องกับการจากัดและสนับสนุนเสรีภาพในการรวมกลุ่มในโลกไซเบอร์เพ่ือแสดงออก ในประ เด็น ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม

108 แผนภาพท่ี 1 ผังสรปุ กระบวนการเคลือ่ นไหวทางสังคมในคดีส่งิ แวดลอ้ มบนพนื้ ท่ีออนไลน์ เริม่ ต้น ภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน ประชาชนหรอื ผู้ไดร้ ับผลกระทบเกิด - ดาเนนิ โครงการ ความไมเ่ ห็นด้วย - ทากจิ กรรมบางอยา่ ง ภาครัฐ หรอื เอกชน ดาเนนิ การคัดคา้ น ไมฟ่ งั เสียงคดั ค้าน หรือ ความคดิ เห็น - การคดั คา้ นบนพื้นที่สื่อออนไลน์ ของประชาชน - การคดั ค้านโดยการประทว้ ง ชมุ นมุ การอด (เดนิ หน้าดาเนินการต่อ) อาหาร กระบวนการเคลือ่ นไหว ภาครัฐ หรอื เอกชน ตกลงยตุ กิ ารดาเนินโครงการ 1. รฐั หรอื หน่วยงานเอกชน จดั ทาโครงการหรือกระทา กิจกรรมบางอย่างท่ีประชาชนหรือสังคมได้รับ ไม่ทาตามข้อตกลงใน ทาตามขอ้ ตกลงใน ผลกระทบ การยตุ โิ ครงการ การยตุ ิโครงการ 2. ประชาชนหรือผู้ได้รับผลกระทบเกิดความไม่เห็น จบกระบวนการ ดว้ ยกบั กจิ กรรมหรอื โครงการท่ีดาเนนิ อยู่ 3. ผู้ไม่เห็นด้วย จะใช้สิทธิคัดค้านดังกล่าวอาจจะอยู่ ในรูปแบบของการเดินประท้วง การชุมนุม รวมถึง การเคลือ่ นไหวบนพื้นทอี่ อนไลน์ดว้ ย 4. รฐั หรอื เอกชนรับทราบการเคลอ่ื นไหวของสงั คม 4.1 รัฐหรือเอกชน ยุติการดาเนินโครงการ และ ทาตามขอ้ ตกลง จะถือว่าสนิ้ สดุ กระบวนการ 4.2 รัฐหรือเอกชน ยุติโครงการ แต่ไม่ทาตาม ข้อตกลงที่ให้ไว้ ประชาชนจะดาเนินการ เรียกร้องและคัดค้านต่อไป 5. กรณีที่รัฐไม่รับฟังความเห็นของประชาชนหรือไม่ รับฟังการคัดค้านของประชาชน ประชาชนจะ ดาเนนิ การคัดค้านตอ่ ไป

109 บทท่ี 5 การศึกษากฎหมายเปรียบเทียบ และมาตรการสนบั สนุนหรืออุปสรรคตอ่ การมีสว่ นร่วมของประชาชน ในบทนีจ้ ะวเิ คราะหก์ ารขดั ขวางการมสี ว่ นร่วมของประชาชนด้วยมาตรการทางกฎหมายรูปแบบต่างๆ ไม่ ว่าจะเปน็ การรเิ ริม่ โดยหนว่ ยงานรัฐ หรือภาคเอกชน โดยจะครอบคลุมทง้ั ประเดน็ การสอดส่อง การควบคมุ และ จากัดสิทธิในการรวมกลุ่มด้วยการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือข้อมูลส่วนบุคคล การเซ็นเซอร์ข้อมูลเพื่อสกัด การเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ ไปจนถึงการดาเนินคดีฟ้องเชิงยุทธศาสตร์เพ่ือจากัดเสรีภาพในการแสดงออกของ ประชาชน 5.1. การดาเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพ่ือขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชน (การฟ้องตบปาก) [Strategic Lawsuit Against Public Participation – SLAPP] คาว่า “SLAPP” ยอ่ มาจากคาเตม็ ว่า Strategic Lawsuit Against Public Participation ซ่งึ หมายถึง การดาเนนิ คดีเชิงยุทธศาสตร์เพ่ือระงับการมสี ว่ นร่วมของประชาชนในกจิ การสาธารณะ หรอื อาจเรียกง่ายๆ ว่า “การฟ้องตบปาก” หรือการฟ้องคดีเพื่อกล่ันแกล้ง คดีประเภทน้ีจะแตกต่างจากคดีท่ัวๆ ไปตรงท่ีผู้ฟ้องได้ฟ้อง คดีเพียงเพื่อขู่อีกฝ่ายให้กลัว หรือทาให้เกิดภาระมากมายจนหยุดการกระทา หรือแกล้งขัดขวางยับย้ังการใช้ สทิ ธเิ สรีภาพของอกี ฝา่ ย โดยถ้อยคาข้างต้นพอ้ งกับคาว่า slap ในภาษาอังกฤษ ซง่ึ มคี วามหมายว่า “ตบ” ทาให้ เห็นไดว้ ่าการฟ้องคดที ม่ี ีลักษณะเป็น SLAPP ก็เหมือนเป็นการตบคนด้วยกฎหมายนนั่ เอง1 กล่าวในอีกนัยหนึ่ง คือ โดยปกติ การฟ้องคดีมีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ หรือเรียกร้อง ความเปน็ ธรรม และประชาชนทกุ คนมสี ิทธิในกระบวนการยุตธิ รรมที่จะฟ้องรอ้ งผู้ท่ที าให้เราเสียหายได้ แตท่ ว่า ปฏิบัติการตบปากด้วยกฎหมาย กลับมีจุดมุ่งหมายที่ต่างออกไป โดยการฟ้องคนในลักษณะที่เป็นฟ้องตบปาก ไม่ได้ต้องการความเป็นธรรม แต่ต้องการใช้กระบวนการยุตธิ รรมเป็นเครือ่ งมือหยุดกลุ่มคนหรอื บุคคลที่ออกมา เคล่ือนไหวต่อต้านหรือวิพากษ์วิจารณ์ให้มีภาระทางกฎหมาย ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายจานวนพอสมควรในการต่อสู้ คดี ทงั้ นี้ ฐานความผดิ ทนี่ ยิ มใช้สว่ นมากก็คอื การฟอ้ งหม่ินฐานประมาท แต่ในบางประเทศกอ็ าจจะนากฎหมาย อื่นๆ อยา่ งเช่น กฎหมายเกยี่ วกบั ความมน่ั คงมาใช้ด้วย2 ยกตวั อย่างเชน่ ในปี 2534 คดบี ริษัท McDonald ฟ้องหมิ่นประมาทกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่มีช่ือเสียงอย่างองค์กรกรีนพีช (Greenpeace) ในประเทศอังกฤษ เนื่องจากตีพิมพ์แผ่นพับว่า แมคโดนัลด์ผลิตอาหารโดยใช้แรงงานไม่เหมาะสม ขายอาหารท่ีทาให้สุขภาพแย่ลง 1 ธรี วฒั น์ ขวญั ใจ และอลิสา บนิ ดสุ ะ๊ . (2561) “SLAPP: ปฏิบัตกิ ารปดิ ปากคนดว้ ยกฎหมาย” สบื ค้นเม่อื 12 กนั ยายน 2561. จากเวบ็ ไซต์ ประชาไท: https://prachatai.com/journal/2018/04/76554 2 ไอลอว์ (2559). ““ปฏิบัติการตบปากด้วยกฎหมาย” เพ่ือหลีกเล่ียงการตรวจสอบ” สืบค้นเม่ือ 12 กันยายน 2561. จาก เวบ็ ไซต์ ไอลอว:์ https://ilaw.or.th/node/4244

110 สนับสนุนการทาลายป่า รวมทั้งใช้การโฆษณาเจาะจงเพื่อจูงใจเด็กๆ ซึ่งการฟ้องคดีในคร้ังนั้น นักเคลื่อนไหว ของกรีนพชี ต้องใช้เวลาถงึ 7 ปี และสูญเสยี เงนิ ไปกวา่ 481.5 ล้านบาท เพื่อตอ่ สู้ในชนั้ ศาล ตวั อย่างคดีความในตา่ งประเทศท่มี ีฝา่ ยบรรษัทหรือฝ่ายรัฐเป็นผู้ฟ้องคดี โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพอ่ื ปิด/ตบ ปากอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มเคล่ือนไหวที่ได้อาศัยพ้ืนท่ีโลกเสมือนหรือพ้ืนที่ของโลกไซเบอร์ในการเคลื่อนไหว ต่อต้าน และต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ในประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบด้านส่ิงแวดล้อมซ่ึงมีผลจากการ กระทาของฝา่ ยบรรษทั หรอื ฝ่ายเจ้าหน้าท่รี ฐั ความเป็นมา การฟ้องตบปาก “SLAPP” ซึ่งย่อมาจาก “Strategic Lawsuit against Public Participation” หมายถึง การฟ้องคดีเชงิ ยทุ ธศาสตร์เพอ่ื ตอ่ สู้กับการมีส่วนรวมของประชาชน ซ่งึ มีลักษณะเปน็ การฟ้องคดีโดยมี จุดมุ่งหมายให้เสียงของการเรียกร้องสิทธิและการเผยแพร่ข้อมูลท่ีเป็นจริงต่อสาธารณะอ่อนแรงและเงียบลงไป ด้วยการเพ่ิมภาระให้แก่ประชาชน ข่มขู่ และกรณีนี้ ผู้ฟ้องคดีไม่ได้มีจุดมุ่งหมายหรือความคาดหวงั ท่ีจะชนะคดี หรืออาจจะเปรียบเปรยให้เห็นภาพว่า แสลป ก็คือ \"ปฏิบัติการตบปากด้วยกฎหมาย\" เพื่อหลีกเล่ียงการ ตรวจสอบโดยสาธารณะ 3 หากพจิ ารณาในเบ้ืองต้น จะพบว่า การฟอ้ งตบปาก ถือเปน็ ภยั อย่างหนึง่ ตอ่ บรรยากาศทางการเมืองใน ระบอบประชาธิปไตยซ่ึงได้ให้ความสาคัญกับ “เสรีภาพในการแสดงออก” หรือ “เสรีภาพในการพูด” (Freedom of Expression/Free speech) ในฐานะท่ีเป็นสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รัฐมีหน้าท่ีท่ี จะตอ้ งสร้างมาตรการคุ้มครอง ปอ้ งกนั และเยยี วยาสทิ ธิดงั กล่าวของประชาชนของตน เมื่อปี 1989 หลาย ๆ รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มมีคาอธิบายเก่ียวกับปัญหาการฟ้องตบปาก ซ่ึงผู้ ฟ้องคดีได้มุ่งโจมตปี ระชาชนท่ีได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดย George W. Pring และ Penelope Canan ซง่ึ ทั้งสองคน เป็นนกั วชิ าการผู้เช่ยี วชาญในประเด็นเกี่ยวกบั การฟอ้ งตบปาก ไดใ้ ห้ข้อสังเกตว่าการฟอ้ งตบปากเป็น การฟ้องคดีที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้ผิดกฎหมายแต่อย่างใด (ในบริบทของสังคมก่อนออกกฎหมาย Anti-SLAPPs) แตก่ ารฟอ้ งคดดี งั กลา่ วน้ัน เป็นไปเพือ่ คกุ คามและทาให้อีกผา่ ยหนง่ึ ท่ีไดใ้ ช้ “สทิ ธิในการรอ้ งเรยี น ต่อหน่วยงานรัฐ” (Right to Petition the Government) หรือเสรีภาพในการพูด (free speech) ตาม บทบัญญัติใน First Amendment ต้องแบกรับภาระเพ่ิมมากข้ึน หรือทาให้รู้สึกท้อแท้ เหน็ดเหน่ือยกับการ ตอ่ สู้/ตรวจสอบ4 กลุ่มที่มักตกเป็นผู้ถูกฟ้องหรือจาเลยในคดีฟ้องตบปาก คือ ปัจเจกบุคคลท่ัวไป ภาคประชาสังคม องค์กรหรือหน่วยงานอื่น ๆ ท่ีไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ซ่ึงได้ปฏิบัติการเคล่ือนไหวคัดค้านการดาเนิน กิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มบรรษัทหรือผู้มีอานาจรัฐ โดยกิจกรรมดังกล่าวได้ส่งผลกระทบตอ่ ประโยชน์สาธารณะ 3 ธีรวฒั น์ ขวัญใจ และอลิสา บินดุสะ๊ . (2561) “SLAPP: ปฏบิ ัติการปดิ ปากคนดว้ ยกฎหมาย” สบื คน้ เมือ่ 25 กนั ยายน 2561. จากเวบ็ ไซต์ ประชาไท: https://prachatai.com/journal/2018/04/76554 4 Hartzler, S. (2007). Protecting Informed Public Participation: Anti-Slapp Law and the Media Defendant. Valparaiso University Law Review. 41(3), p. 1240

111 (Public Interest) และในการฟ้องตบปากก็ทาให้ผู้ตกเป็นเหยื่อต้องเสียทั้งเวลาท้ังทรัพยากรต่าง ๆ ไปจานวน มากในระหว่างการต่อสู้ในชั้นศาล การฟ้องตบปากจึงกลายเป็นอุปสรรคสาคัญอย่างหนึ่งในการจะดาเนิน กิจกรรมเคลื่อนไหวคัดคา้ นของผู้ถูกฟ้อง5 ในส่วนของประเด็นทางกฎหมายที่ถูกนามาใช้ในการฟ้องตบปากน้ัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการกระทาของ ฝ่ายผู้ถูกฟ้อง ไม่ว่าจะเป็น ข้อหาหมิ่นประมาททาให้เส่ือมเสียช่ือเสียง (Defamation) ข้อหาบุกรุกความเป็น ส่วนตัว (Invasion of Privacy) การใช้กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบ (Abuse of Process), การ ฟ้องเท็จ (Malicious Prosecution) ความผิดฐานสมคบกันเพื่อร่วมกันกระทาการทุจริต (Civil Conspiracy) และการแทรกแซงการทาสัญญาหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจอันมีลักษณะเป็นการละเมิด (tortious interference with contract or business relationships) เปน็ ต้น6 ลักษณะทั่วไปของคดีฟ้องตบปาก อาจมีดังต่อไปน้ี คือ (1) คดีท่ีบรรษัทผู้เป็นเจ้าของโครงการพัฒนา ต่าง ๆ ซ่ึงรับผิดชอบโครงการหรือได้รับเหมาจากรัฐ ได้ฟ้องคนในพ้ืนท่ี (Homeowners) ที่ได้รับผลกระทบ โดยตรงจากการดาเนินการของบรรษัท ซึ่งอาจได้ย่ืนคาร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐเพื่อคัดค้านโครงการพัฒนา เหล่านั้นแล้ว หรือ (2) การฟ้องตบปากอาจเป็นกรณีเจ้าหน้าที่รัฐท่ีได้ฟ้องพลเมืองของตนซึ่งได้วิพากษ์วิจารณ์ พฤติกรรมหรือการปฏิบัติหน้าท่ีของพวกเขา หรือ (3) อาจเป็นกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการได้ฟ้ององค์กร ส่ิงแวดล้อมที่ได้ออกมาต่อต้านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ (4) อาจเป็นท่ีกลุ่มบริษัทได้ ฟ้องลูกค้าหรือคนงานของตนซ่ึงได้แจ้งหรือรายงาน เก่ียวกับความไม่ถูกต้องหรือการกระทาท่ีผิดกฎหมายของ บริษทั 7 ในสหรัฐอเมริกา การฟ้องตบปากถือเป็นปัญหาระดับชาติปัญหาหนึ่ง เนื่องจากมันส่งผลได้อย่างมี ประสิทธิภาพ แม้คู่ความในคดีและเป็นเป้าหมายของการฟ้องตบปากได้รับชัยชนะโดยเด็ดขาดในคาพิพากษา ของศาล แตพ่ วกเขาอาจต้องเสียเวลาหลายเดือนหลายปีในการต่อสู้คดี รวมถงึ อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ อีกจานวนมาก เทา่ น้ีก็มากเพยี งพอแล้วทีจ่ ะปิดปากหรอื ตบปากพวกเขาให้เงียบได้8 ดังนั้น รัฐต่าง ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา จานวน 29 รัฐจึงออกกฎหมายต้านตบหรือ “Anti-SLAPP Law” เพ่อื เปน็ มาตรการป้องกนั และกลไกทางกฎหมายท่ีใชร้ ับมือกับการฟ้องตบปาก อีกทง้ั กฎหมายฉบบั นี้ยัง เป็นส่งิ ทีม่ าชว่ ยเสริมเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนท่ีถูกรบั รองไวต้ ามรฐั ธรรมนญู ของประเทศ รวมถึง เป็นการยับยง้ั การใชส้ ิทธิทางศาลอยา่ งช่ัวร้ายของกลุม่ ผ้มู อี านาจ9 ลกั ษณะทวั่ ไปของกฎหมาย Anti-SLAPP คอื กลไกทางกฎหมายก่อนชัน้ พิจารณา และหากศาลมองว่า การฟ้องคดีเหล่านั้นเป็นการฟ้องตบปาก ก็จะถือเป็นการมอบรางวัลหรือของขวัญ ให้กับฝ่ายท่ีเป็นเหยื่อของ การฟ้องตบปาก ดว้ ยการขอให้ผฟู้ ้องคดชี ดใช้ค่าใช้จ่ายตา่ ง ๆ ของผู้ถกู ฟอ้ งในการต่อสู้คดี รวมถงึ ค่าทนายความ 5 Ibid. 6 Ibid. 7 Ibid. p. 1241. 8 Ibid. 9 Ibid.

112 แต่อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่รัฐต่าง ๆ จะต้องพบในกระบวนการตรากฎหมาย Anti-SLAPP คือ การรักษาสมดุลแห่งสิทธิของท้ังผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้อง โดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในการย่ืนคา ร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐ เพราะไม่อาจปฏิเสธได้ว่า บางคร้ัง ฝ่ายผู้ฟ้องคดีอาจได้รับความเสียหายจริง ๆ และมสี ทิ ธิในการฟ้อง หรอื เสรีภาพในการแสดงออกว่า การกระทาของผู้ถูกฟ้องเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความ เสียหาย สุดท้ายการบังคับกฎหมาย Anti-SLAPP อย่างไร้ขอบเขต ถูกนามาใช้เป็นเคร่ืองมือในการละเมิดเสรี ภายในการแสดงออกและสทิ ธิในการยื่นหนังสอื ร้องเรียนต่อหนว่ ยงานรัฐ10 ด้วยเหตุน้ี แต่ละรัฐจึงตรากฎหมาย Anti-SLAPP ในลักษณะท่ีเป็นการปกป้องสิทธิของคู่ความทุกฝ่าย หรือบางรัฐอาจเลือกที่จะออกบัญญัติกฎหมายท่ีให้ศาลสามารถจากัดความของบทบัญญัติได้เอง ด้วยวิธีการ ตีความอย่างแคบ (Narrow Interpretations) ขณะเดียวกัน รัฐบางรัฐอาจออกบทบัญญัติทางกฎหมายท่ีมี ความหมายโดยแคบมาต้ังแต่ต้น เพ่ือบังคับใช้กับสถานการณ์เฉพาะเท่าน้ัน นอกจากนี้ รัฐส่วนใหญ่ยังพยายาม ถ่ ว ง ดุ ล สิ ท ธิ์ ข อ ง คู่ ค ว า ม ทั้ งส อ ง ฝ่ า ย ใ น ค ดี ฟ้ อ ง ต บ ป า ก ด้ ว ย ก า ร ด า เ นิ น ก ร ะ บ ว น ก า ร พิ จ า ร ณ า เ ชิ ง ป้ องกัน (Procedural Safeguard) เช่น การกาหนดมาตรฐานภาระการพิสูจน์ และแต่ละฝ่า ยจะต้องแสดง พยานหลกั ฐานถึงความชอบธรรม (หรือไมช่ อบธรรม) ของการฟ้องคดี หรอื การฟ้องคดีดังกล่าวเปน็ การฟ้องตบ ปากหรือไม่ กอ่ นทศ่ี าลจะมีคาพิพากษาให้ยกฟ้องหรือรบั ฟ้องไว้พจิ ารณาตอ่ ไป11 คาอธบิ ายกฎหมาย Anti-SLAPP Law ในเบื้องต้น ผู้เขียนขอยกข้อถกเถียงหลักในประเด็นเกี่ยวกับการกาหนดองค์ประกอบของบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย Anti-SLAPP โดยท่ี Pring และ Canan ได้พยายามอธิบายว่าร่างกฎหมาย Anti-SLAPP ควร จะต้อง (1) ครอบคลุมประเด็นเก่ียวกับประโยชน์สาธารณะ และการติดต่อส่ือสารกับหน่วยงานรัฐ; (2) ครอบคลมุ องค์กรและหน่วยงานรัฐทุกภาคส่วน; และ (3) กาหนดใหม้ กี ารทบทวนกระบวนการฟ้องตบปากก่อน เริ่มกระบวนพิจารณาในเน้ือหาคาฟ้อง และกาหนดให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีภาระการพิสูจน์ในกระบวนการน้ี ด้วย การพิสูจน์วา่ คาฟอ้ งของตนมีความชอบธรรมและมีความเสียหายเกดิ ขนึ้ กับตนจริง มิใช่การฟอ้ งตบปาก12 อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายท่ัวไปยอมรับว่าการร่างกฎหมาย Anti-SLAPP น้ีเป็นเร่ืองละเอียดอ่อน เพราะทางหนึ่ง กฎหมายนี้จะต้องช่วยพิทักษ์เสรีภาพในการแสดงออกของคนถูกฟ้อง แต่อีกทางหนึ่ง กฎหมาย ก็ต้องไม่ละเลยท่ีจะให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายผู้ฟ้องคดีเช่นเดียวกัน เพราะปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีหลายกรณี ด้วยกันท่ี บุคคลหรือองค์กรท่ีถูกฟ้องตบปากก็เพราะได้กระทาการจงใจสร้างความเสียหายให้กับคนอ่ืนอย่าง แท้จริง ไม่ใช่เร่ืองเกี่ยวกับประเด็นด้านประโยชน์สาธารณะ ดังนั้น กฎหมาย Anti-SLAPP จึงมักไม่ใช่การตัด สิทธกิ ารฟ้องคดีของโจทก์ แต่จะเป็นสรา้ งกระบวนการพเิ ศษเพื่อทาให้คดีดาเนนิ ไปได้อย่างสะดวกและประหยัด ท้ังเวลาและค่าใช้จ่ายสาหรับผู้ถูกฟ้องที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการกระทาของตนเป็นไปเพ่ือประโยชน์สาธารณะ มากกวา่ ประโยชน์สว่ นตวั 10 Ibid. p. 1243. 11 Ibid. p. 1244. 12 Ibid. p.1241

113 กฎหมาย Anti-SLAPP ท่ีจะยกมาเป็นตัวอย่างเพ่ือเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเปรียบเทียบครั้งน้ี คือ กฎหมาย Anti-SLAPP ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งถือเป็นมาตรการทางกฎหมายท่ีเข้ามาจัดการกับการฟ้อง คดีฟ้องตบปากฉบับแรก ๆ ของโลก การเกิดกฎหมายดังกล่าว มาจากการท่ีธรรมนูญของมลรัฐแคลิฟอร์เนียได้ รับรองสิทธิให้บุคคลทุกคนสามารถยื่นคาร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐและใช้เสรภี าพในการแสดงออกเพื่อเข้าไปมี ส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของรัฐและกิจกรรมที่เก่ียวข้องกับผลประโยชนข์ องพลเมือง กล่าวคือ ประชาชนทกุ คนในรัฐ สามารถแสดงความเห็นหรือแสดงออกได้อย่างอิสระ ในประเด็นทางการเมืองหรือประเด็นท่ีเก่ียวกับ ประโยชน์สาธารณะ นอกจากนี้ ประชาชนยังมีสิทธิยื่นคาร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐเพ่ือให้รัฐเข้ามาจัดการดูแล ปัญหาท่ีที่ผลกระทบกับชีวิตและความเป็นอยู่หรือสิทธิด้าน อ่ืน ๆ ของประชาชน และในทุก ๆ ปี พบว่า มี ปัจเจกบุคคล กลมุ่ ชมุ ชน และองค์กรดา้ นสทิ ธิยงั คงถกู ฟ้องเนื่องจากการใชส้ ทิ ธิตามรฐั ธรรมนูญเหล่านีห้ ลายพัน คดีด้วยกนั ต่อมาในปี 1992 มลรัฐแคลิฟอร์เนียจึงได้เพ่ิมบทบัญญัติกฎหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งมาตรา 425.16 (Code of Civil Procedure § 425.16) ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่พูดถึงประบวนการ ป้องกันการฟ้องตบปากท่ีรวดเร็วและมีต้นทุนต่า13 เป็นกระบวนการพิเศษที่ฝ่ายผู้ถูกฟ้องสามารถฟ้องคดีกลับ ได้ หากลกั ษณะของการฟ้องคดีของคดแี รกนั้นได้เกดิ จากการทผ่ี ู้ถูกฟ้องคดีได้ใช้สิทธิในการยืน่ คาร้องเรียนและ เสรภี าพในการแสดงออก บทบญั ญัติดงั กลา่ วจะถูกนาไปปรับใช้กับการเขียนข้อความหรอื การแสดงออกใด ๆ ท่ี มีความยึดโยงกับประเด็นต่าง ๆ ในทางนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ รวมถึงหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ที่ได้รับมอบ อานาจตามกฎหมาย โดยไม่คานึงว่าข้อความหรือคาพูดเหล่านั้นจะถูกประกาศหรือเผยแพร่สู่สาธารณะอย่าง เปน็ ทางการหรือไม่กต็ าม นอกจากนี้ ยังปรับใชก้ ับข้อความหรือการแสดงออกในพื้นท่ีสาธารณะซ่ึงเก่ียวข้องกับ ประเด็นประโยชน์สาธารณะอีกดว้ ย เพื่อท่ีจะชนะคดีภายใต้บทบญั ญัติกฎหมาย Anti-SLAPP ฝ่ายผู้ถูกฟ้องจะต้องแสดงให้ศาลเห็นก่อนว่า คดีที่โจทก์ฟ้องเป็นการคุกคามกลุ่มเคลื่อนไหว ที่ได้รับการคุ้มครองสิทธติ ามรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดยทั่วไปมักจะอ้าง ถึงบทบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมฉบับท่ี 1 (First Amendment) ท่ีมีหลักเสรีภาพในการแสดงออกเป็นหัวใจสาคัญ และตอ้ งแสดงใหเ้ ห็นว่าการฟ้องคดีขาดตกบกพร่องเรื่องสาระสาคญั รากฐานทางกฎหมาย พยานหลักฐาน หรอื โอกาสความเป็นไปได้ในการชนะคดีของผู้ฟ้องคดี หากสามารถพิสูจน์ได้ตามที่กล่าวมา ภาระการพิสูจน์จะถูก ผลักกลับไปยังผู้ฟ้องคดีท่ีจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า คดีของตนน้ันมีมูลอย่างไร และข้อแก้ตัวของอีกฝ่ายหนึ่งฟังไม่ ขน้ึ อยา่ งไร หากไมส่ ามารถพิสจู นไ์ ด้คดีของผฟู้ อ้ งคดีกจ็ ะต้องถูกตดั จบเสยี ต้ังแตต่ อนนี้ การพิจารณาคดี Anti-SLAPP จะต้องทาโดยเปิดเผยอยู่ตลอด และลักษณะเช่นน้ีของกฎหมาย Anti- SLAPP จะช่วยลดตน้ ทุนฝ่ายผูถ้ กู ฟอ้ งในการต่อส้คู ดี เนือ่ งจากใชเ้ วลาเรว็ กว่าและสะดวกสบายกว่า อกี ทั้งยังทา ให้ฝ่ายผู้ฟ้องคดีท่ีอาจมีเจตนากลั่นแกล้งอีกฝ่ายหนึ่งต้องแบกรับภาระมากย่ิงขึ้นแทน เน่ืองจากอย่างน้อยพวก 13 Code of Civil Procedure – Section 425.16. “ California Anti-SLAPP Project. 2009 [Ratified 1992, last amended 2009]. The Legislature finds and declares that it is in the public interest to encourage continued participation in matters of public significance, and that this participation should not be chilled through abuse of the judicial process.

114 เขาตอ้ งพิสูจน์ใหไ้ ดว้ ่าคดคี วามของตนมคี วามชอบธรรมในและมีมลู หรือเกดิ ความเสยี หายทางกฎหมายจรงิ และ ตอ้ งทาให้ศาลเห็นวา่ การฟอ้ งคดีคร้ังน้ี ไม่ใชก่ ารกล่ันแกลง้ แตอ่ ย่างใด ถ้าหากคาขอของฝ่ายผู้ถูกฟ้องท่ีขอให้ศาลดาเนินกระบวนการพิเศษตามกฎหมาย Anti-Slapp ได้ถูก ศาลปฏิเสธ ฝา่ ยที่เสียประโยชน์กส็ ามารถอทุ ธรณ์คาสั่งดังกล่าวได้โดยทนั ที นอกจากน้ี ฝ่ายผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ไี ด้อ้าง กฎหมาย Anti-SLAPP ในการต่อสู้คดี (รวมถึงกรณีอุทธรณ์) มีสิทธิท่ีจะขอให้ศาลส่งั ให้ผู้ฟ้องคดชี าระค่าใช้จ่าย และค่าทนายความแทนผู้ถูกฟ้องคดีได้ตามสมควร อีกท้ัง หลังจากเข้าสู่กระบวนการพิเศษตามกฎหมาย Anti- SLAPP และศาลได้ตัดสินว่า การฟ้องคดีของฝ่ายผู้ฟ้องคดีเป็นการฟ้องตบปากจริง ผู้ฟ้องคดีก็ไม่สามารถหลัก เลีย่ งการจ่ายใช้จ่ายเหลา่ นัน้ แทนผ้ถู ูกฟ้องได้14 บทบัญญัติกฎหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 425.17 ของมลรัฐแคลิฟอร์เนยี (Code of Civil Procedure § 425.17) ที่ในปี 2003 ได้เข้ามาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย Anti-SLAPP ซ่ึงก่อน หน้านี้ มีปัญหาว่า กฎหมายดังกล่าวได้ถูกใช้เป็นเครือ่ งมือละเมิดสิทธ์ิเชน่ เดียวกัน การแก้ไขเพ่ิมเติมดังกล่าวได้ บัญญัติถึงข้อกาหนด “ห้าม” ใช้กฎหมาย Anti-SLAPP กับกรณีท่ีมีการฟ้องคดีเพ่ือรักษาประโยชน์สาธารณะ หรือในประเด็นเรื่องของชนชั้น (Class Issue) รวมถึงการฟ้องคัดค้านการกระทาต่าง ๆ ของบรรษัทที่ส่งผล กระทบต่อสิทธิของประชาชน15 ขณะเดียวกัน บทบัญญัติมาตรา 425.18 ซึ่งเพ่ิมเติมเข้ามาเมื่อปี 2005 และ เป็นบทบัญญัติท่ีอานวยความสะดวกให้กับเหย่ือจากการฟ้องตบปากในการขอให้อีกฝ่ายหน่ึงปฏิบัติการฟื้นฟู เยยี วยาความเสยี หายของเหย่อื ซึ่งอาจเรียกอกี อยา่ งวา่ เปน็ การ “สแลปกลบั /ตบปากกลบั ” (SLAPPback) จาก การฟอ้ งตบปากของฝ่ายผฟู้ ้องคดี หลังจากทศี่ าลไดพ้ พิ ากษาใหย้ กฟ้อง.16 นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติกฎหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1987.1 และ 1987.2 (Code of Civil Procedure sections 1987.1 and 1987.2) การแก้ไขเพ่ิมเติมในปี 2008 มาตรา 1987.1 ได้อนุญาตให้บุคคลใดก็ตามที่ได้รับหมายศาลในฐานะจาเลยในคดีฟ้องตบปาก สามารถแจ้งข้อมูลของ ตนไปยงั ศาล เพ่ือประกาศตามหาบคุ คลอ่นื ๆ ที่ถกู ฟ้องในลักษณะเดียวกัน อันนาไปส่กู ารรวมกลมุ่ กนั ของเหล่า ปัจเจกบุคคลท่ีถูกฟ้องตบปาก เมื่อคร้ังได้ทาการเคล่ือนไหวคัดค้านการกระทาของผู้ฟ้องคดี อีกท้ัง กรณีที่การ ฟ้องตบปากนั้นมีสาเหตุมาจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกบนพ้ืนท่ีออนไลน์ของผู้ถูกฟ้องและการฟ้อง ตบ 14 CASP. (no date). “Cases Involving the California Anti-SLAPP Law” Retrieved September 26, 2018 from California Anti-SLAPP Project: http://www.casp.net/california-anti-slapp-first-amendment-law-resources/ caselaw/ 15 CASP. (no date). “Code of Civil Procedure – Section 425.17 Exemptions to California’s Anti-SLAPP Law” Retrieved September 26, 2018 from California Anti-SLAPP Project: http://www.casp.net/california- anti-slapp-first-amendment-law-resources/statutes/c-c-p-section-425-17/ 16 CASP. (no date). “Code of Civil Procedure – Section 425.18 SLAPPback Claims in California” Retrieved September 26, 2018 from California Anti-SLAPP Project: http://www.casp.net/california-anti-slapp-first- amendment-law-resources/statutes/c-c-p-section-425-18/

115 ปากดังกล่าวเกิดขึ้นในรัฐอื่น บทบัญญัติมาตรา 1987.2 (b) ได้กาหนดให้ผู้ถูกฟ้องดังกล่าว สามารถย่ืนขอให้ ศาลแคลฟิ อรเ์ นียมีคาสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใชค้ ่าใช้จา่ ยตา่ ง ๆ แทนตนในการต่อสคู้ ดไี ด้17 กฎหมายแพ่งของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย มาตรา 47 ยังได้ให้เอกสิทธ์ิกับ ผู้ประกาศหรือเผยแพร่ข้อมูล และใหค้ วามคมุ้ กนั กับผู้มีส่วนร่วมในประเดน็ เก่ียวกบั การดาเนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ของหน่วยงานรฐั รวมถงึ ในการ กระบวนการฟ้องคดีละเมิดทุกประเภท แต่ความคุ้มกันจะถูกยกเว้นในกรณีที่การฟ้องคดีน้ัน เป็นการฟ้องเพ่ือ กลัน่ แกล้งหรือมเี จตนาร้าย18 เพื่อให้เข้าใจถึงสาระสาคญั ของกฎหมาย Anti-SLAPP ได้งา่ ยขึ้น ต้องเขา้ ใจเสยี กอ่ นว่า การใชส้ ทิ ธิทาง ศาลของทุกคนน้ันไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องของการฟ้องตบปากไปทุกกรณี ดังนั้น จึงต้องแบ่งข้ันตอนกลไกการ ทางานของกฎหมาย Anti-SLAPP เปน็ 2 ขั้นตอน ดังตอ่ ไปน้ี19 กล่าวคือ ในขั้นแรก คนที่ถูกฟ้องหรือจาเลยจะต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ก่อนเลยว่าสิ่งท่ีตนได้พูดหรือทาไป จนถูกฟ้องนั้นเป็นการสื่อสารในประเด็นประโยชน์สาธารณะ โดยหากผู้ถูกฟ้องไม่สามารถพิสูจน์ในประเด็น ดังกล่าวนี้ได้ ศาลจะถือว่า คาฟ้องของผู้ฟ้องคดีไม่ใช่การฟ้องตบปาก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุให้ต้องใช้กระบวนการ พิเศษของกฎหมาย Anti-SLAPP คดีความนก้ี ด็ าเนนิ กระบวนพจิ ารณาตอ่ ไปตามปกติ แต่ในทางกลับกัน หากผู้ถูกฟ้องสามารถพิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่ตนพูดไปนั้นเป็นไปเพ่ือประโยชน์สาธารณะ จริง ภาระการพิสูจน์จะถกู ผลักไปยังผู้ฟ้องคดีแทน โดยจะต้องเป็นฝ่ายพิสจู น์ให้ได้ว่าคดีของตนนั้นมีมลู อย่างไร และข้อแก้ตัวของผู้ถูกฟ้องคดีที่อ้างว่าได้กระทาไปเพ่ือประโยชน์สาธารณะน้ันฟังไม่ข้ึนอย่างไร หากไม่สามารถ พิสูจนใ์ ห้ศาลพอใจ ศาลก็จะพพิ ากษายกฟอ้ งไปตง้ั แต่กระบวนการดงั กลา่ วน้ี ในส่วนขั้นตอนท่ีสองของกระบวนการพิเศษในกฎหมาย Anti-SLAPP ในกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีชนะคดี ภายใต้กฎหมาย Anti-SLAPP แลว้ ศาลจะมคี าส่ังใหผ้ ู้ฟ้องคดีต้องเปน็ คนออกค่าใช้จ่ายท้ังหมดท่ีเกิดขึน้ ให้กับผู้ ถูกฟ้องคดี โดยเฉพาะอย่างย่ิง ถ้ามีกรณีที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า ผู้ฟ้องคดีจงใจฟ้องคดีเพ่ือกลั่นแกล้งคนอ่ืน จริง ศาลอาจพิพากษากาหนดค่าปรับเข้าไปอีกได้ตามแต่จะเห็นสมควร มิหนาซ้า ในคดีเช่นนี้ ศาลอาจอนุญาต ให้ทนายความของผู้ถูกฟ้องคดสี ามารถคดิ คา่ จ้างเปน็ เปอร์เซ็นต์จากเงินทผ่ี ู้ถูกฟ้องคดีไดร้ ับอีกด้วย ในส่วนน้ีเอง ก็จะเปน็ การชว่ ยใหผ้ ู้ถูกฟ้องคดีมีทนายความเขา้ มาเสนอตัวเพื่อช่วยต่อส้คู ดีมากขึน้ อีกท้ัง ในระหว่างดาเนินกระบวนการพิเศษภายใต้กฎหมาย Anti-SLAPP ฝ่ายผู้ฟ้องคดีกาลัง ดาเนินการหรือขออนุญาตในการกระทาสง่ิ ใดสงิ่ หน่ึงต่อทางการอยู่ และการดาเนนิ การนั้นๆ เกี่ยวขอ้ งกับเร่ืองท่ี ผู้ถูกฟ้องคดีได้พูดคัดค้านหรือเคล่ือนไหวต่อต้าน การดาเนินการน้ันจะต้องถูกระงับไว้ก่อน จนกว่าคดีจะจบลง ทาให้การฟ้องของผู้ฟ้องคดีส่งผลให้เป็นการถ่วงเวลาการดาเนินการเรื่องอื่น ๆ ของเขาเสียเอง นาไปสู่การเป็น หลักประกันอีกประการหนงึ่ ว่า ผฟู้ ้องคดีจะต้องตัดสนิ ใจฟ้องก็ต่อเมือ่ มีความจาเป็นจรงิ ๆ เทา่ นน้ั 17 CASP. (no date). “California’s Anti-SLAPP Law and Related State Statutes” Retrieved September 26, 2018 from California Anti-SLAPP Project: http://www.casp.net/california-anti-slapp-first-amendment-law- resources/statutes/ 18 Ibid. 19 หางกระดิกหมา. (2013). “SLAPP…ตบปากให้หยุดพูด (2)” ” สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2561 จากเว็บไซต์ ไทยพับลิก้า: https://thaipublica.org/2013/10/slapp-2/

116 ท้ังนี้ มีข้อควรสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ แม้ผู้ถูกฟ้องคดีจะได้รับประโยชน์จากกฎหมาย Anti-SLAPP น้ี ไมไ่ ดห้ มายความว่าผู้ถกู ฟ้องคดจี ะบริสุทธ์ผิ ุดผอ่ งไม่ผิดกฎหมายเสมอไป เพราะ ในความเปน็ จรงิ หากมกี ารฟ้อง คดีข้ึน ซ่ึงแม้จะเป็นคดีฟ้องตบปากก็ตาม ข้อเท็จจริงอาจปรากฏให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้ถูกฟ้องคดีท่ีอาจ กระทาการผิดกฎหมายอยู่แล้วบางส่วน หรืออาจเป็นในทางเทคนิค เพียงแต่กฎหมายน้ี ได้อนุญาตให้ศาลใช้ ดุลยพินิจท่ีจะช่ังน้าหนักดูอีกทีว่าความเสียหายของผู้ฟ้องคดีที่เกิดจากความผิดของผู้ถูกฟ้องคดีในกรณีใดกรณี หนึ่งนนั้ คมุ้ กับประโยชน์สาธารณะที่จะตอ้ งเสยี ไปหากปล่อยใหม้ ีการดาเนนิ คดกี ับผู้ถูกฟ้องคดีหรือไม่ CyberSLAPPs: เมื่อถูกฟ้องตบปากในกรณีท่ีไดแ้ สดงออกบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันมีการฟ้องเชิงยุทธศาสตร์เพ่ือตบปากผู้แสดงออกบนโลกออนไลน์ (CyberSLAPPs)20 ใน สหรัฐอเมริกามีคดีความที่ผู้ประกอบการและฝ่ายรัฐบาลได้ฟ้องปัจเจกบุคคลท่ีได้ใช้สิทธิเสรีภาพตาม First Amendment เพ่ิมมากขึ้น ทั้งน้ี เนื่องจากความก้าวทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ทาให้การแสดงออกต่าง ๆ สามารถกระทาได้โดยงา่ ย ผ่านการโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ในรูปแบบอื่น ๆ ลงบนพ้ืนท่ี โลกไซเบอร์ ท้ังนี้ การฟ้องคดีดังกล่าวก็มีลักษณะเป็นการฟ้องตบปากเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นความพยายามของผู้ ฟ้องคดที ่ตี อ้ งการตบปากผู้ การคุกคาม และขม่ ขู่ ผ้ใู ช้อนิ เตอรเ์ นต็ ท่ไี ด้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทาของพวกเขา บนพืน้ ที่โลกไซเบอร์ ลักษณะของการฟ้องตบปากจากการส่งข้อความหรือการแสดงออกบนพื้นที่ไซเบอร์ มีความคล้ายคลึง กับการฟ้องตบปากท่ัวไป กล่าวคือ กรณีท่ีผู้ถูกฟ้องตบปากจานวนมาก ด้วยสาเหตุจากการดาเนินกิจกรรม เคลือ่ นไหวบนพน้ื ทโ่ี ลกไซเบอร์ การฟ้องคดีท่ีไม่ชอบธรรมดังกล่าวนั้นอยู่ภายใต้หนา้ กากของการฟอ้ งคดคี วามอนั ชอบธรรมท่ัวไป โดย ท่ีฝ่ายผู้ฟ้องคดีได้นาคดีเข้าสู่ศาล ด้วยประเด็นทางกฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีหมิ่นประมาท คดีความกรณี ผิดสัญญาตามกฎหมายแพ่ง (Breach of Contract) กรณีการแลกเปล่ียนความลับทางการค้าโดยการละเมิด (Trade Secret Violations) ส่ิงที่ได้กล่าวมาข้างต้น ทาให้เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า “Chilling Effect” ซ่ึงหมายถึงสถานการณ์ที่ ผู้ถูกแทนท่ีจะต่อสู้คดีความในชั้นศาลที่อาจเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่ผู้ถูกฟ้องมีทางออกที่ง่ายกว่านั้นคือ การลบ โพสต์ที่เป็นปัญหานี้ออกไปจากระบบเสีย และปิดปากเงียบ แน่นอนว่าเป็นการย่ืนหมูยื่นแมวกันระหว่างฝ่ายท่ี อ้างตนเองว่าเป็นผู้เสียหายกับฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตท่ีอาจรู้สึกกลัว ถ้าพวกเข้า วพิ ากษว์ ิจารณอ์ อกไป พวกเขากอ็ าจถูกฟอ้ งได้ ดงั นัน้ ผ้ใู ช้อนิ เตอรเ์ นต็ จึงเลอื กท่จี ะเงยี บแทน แต่ลักษณะของการฟ้องตบปากทางไซเบอร์ที่แตกต่างไปกับการฟ้องคดีฟ้องตบปากโดยท่ัวไป คือ ผู้ ฟ้องคดีจะต้องทาลายภาวะนิรนาม “Destroying Anonymity” ของผู้ถูกฟ้องก่อนอดันดับแรก กล่าวคือ 20 CASP. (no date). “CyberSLAPPs: Being Sued for Speech Online” Retrieved September 26, 2018 from California Anti-SLAPP Project: http://www.casp.net/sued-for-freedom-of-speech-california/slapp-being- sued-for-first-amendment-online/

117 จะต้องระบตุ ัวตนท่ีแท้จรงิ ของผใู้ ช้อินเตอรเ์ น็ตทีเ่ ป็นเปา้ หมายในการฟ้องตบปาก บางครั้งการทาเชน่ นี้ อาจเปน็ การกระทาเดียวผู้ฟ้องคดีจะทาได้ และบ่อยครั้งท่ีข้อกล่าวหาในคดีฟ้องตบปากอาจมีลกั ษณะคลุมเครอื หรือไม่ ก็เป็นกรณีท่ีผู้ฟ้องคดีไมอ่ าจกลา่ วอ้างถึงข้อความบนพื้นที่ออนไลนเ์ จ้าปัญหานั้นได้ เน่ืองจากไม่สามารถระบุวนั เวลาหรือหมายเลขของโพสต์น้นั ได้ โดยทั่วไป ผู้ฟ้องคดีจึงพยายามฟ้องผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP: Internet Service Provider) ISP หลายคนจึงกาหนดนโยบายท่ีตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครใช้บริการของ ตน โดยการส่งอีเมล์แจ้งไปยังผู้ใช้บริการว่ากาลังมีบางคนสอดส่องเขาหรือเธออยู่ หากบุคคลใดต้องการทราบ ตัวตนท่ีแท้จริงของผู้ใช้บริการคนใดคนหน่ึงต้องผ่านกระบวนการทางศาลแล้วเท่านั้น ISP จะไม่ปฏิบัติการใน ช่วงเวลาใดเวลาหน่ึงเป็นการเฉพาะเจาะจง เพื่อให้ระหว่างนั้นผู้ใช้บริการอาจดาเนินการตามกฎหมายเพื่อเป็น การรกั ษาสภาวะนิรนามของตนต่อไป แตอ่ ย่างไรก็ตาม ผใู้ ห้บรกิ ารท่ีมนี โยบายดังกล่าวปรากฏอยูเ่ พียงบางส่วน เทา่ น้นั มีหลายคดีความด้วยกันท่ีบรรษัทได้ฟ้อง “คนในบรรษัท” (Insiders) “ลูกจ้าง” (Employees) “อดีต ลกู จา้ ง” (Former Employees) ผูซ้ งึ่ ถูกกล่าวหาวา่ ไดก้ ระทาละเมดิ ข้อมลู ลบั ของบรรษัทหรือข้อตกลงเก่ียวกับ ความลับทางการคา้ หรือ กรณบี คุ คลภายในที่เปิดเผยข้อมูลของบรรษัททีเ่ ป็นความลบั (บนพืน้ ทไี่ ซเบอร์) ดังนั้น แทนที่จะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาททั่วไป บรรษัทอาจฟ้องคดีว่าผู้ถูกฟ้อง กระทาการผิดสัญญาจ้าง ฝ่าฝืนไม่ ปฏิบัติหน้าที่ตามท่ีได้รับมอบหมาย หรือทาการแลกเปลี่ยนความลับทางการค้าโดยละเมิด แต่อย่างไรก็ดี ไม่ อาจเช่ือได้โดยทันทีว่า ผู้ที่ถูกกล่าวจะเป็นลูกจ้างหรือคนในบรรษัทจรงิ เนื่องจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ตา่ ง อยู่ในภาวะนิรนาม บริษัทได้ใช้วิธีการฟ้องคดีเพ่ือพยายามเปิดเผยตัวตนว่าผู้โพสต์ข้อความที่ส่งผลให้พวกเขา ไดร้ บั ความเสียหายน้นั เปน็ ลกู จ้างหรอื ไม่ เพยี งเทา่ นั้น “Your Right to Speak Anonymously” พื้นที่อินเตอร์เน็ตเป็นพื้นท่ีท่ีเยี่ยมยอดของเหล่าผู้พูดนิรนาม ภาวะนิรนามช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความเห็นหรือข้อมูลได้อย่างอิสระ ดังน้ัน บรรษัทอาจพยายามฟ้องตบปากเพื่อคุกคามเหล่าผู้ใชอ้ ินเตอร์เน็ตให้ ต้องปิดปากและเงียบลง จนนาไปสกู่ ารแสดงความเหน็ ผดิ ฝ่ายเดยี วและปิดก้ันการวพิ ากษ์วจิ ารณ์ไปเสีย สิทธิในการพูดภายใต้ภาวะนิรนาม อาจได้รับการคุ้มครอง เน่ืองจากเป็นสิทธิในการแสดงออกตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น First Amendment ในรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐเมริกา หรือ ธรรมนูญ แห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย การคุ้มครองตามบทบัญญัติใน First Amendment อาจไม่ได้เป็นการคุ้มครองโดย เด็ดขาด แต่ศาลสูงของประเทศสหรัฐฯ ได้ยอมรับว่า การตัดสินใจที่จะอยู่ในภาวะนิรนามต่อไป เป็นส่วนหน่ึง ของเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งได้รับการคุ้มครองตาม First Amendment (McIntyre v. Ohio Elections Comm’n. (1995) 514 U.S. 334, 342) และการแสดงออกบนพื้นท่ีออนไลน์ ย่อมได้รับการคุ้มครอง เชน่ เดยี วกับการแสดงออกในโลกทางกายภาพ (Reno v. ACLU (1997) 521 U.S. 844, 868) ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สิทธิในการพูดภายใต้ภาวะนิรนาม มีจุดกาเนิดมากจากทั้ง First Amendment และสิทธิในความเป็นส่วนตัวภายใต้ธรรมนูญของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย (See, e.g., Rancho Publications v. Superior Court (1999) 68 Cal.App.4th 1538, 1541, ซึ่งศาลได้ตัดสินว่า โจทก์ไม่สามารถอาศัยกระบวน

118 พิจารณาของศาล เพ่ือหาตัวตนของบุคคลซึ่งอยู่ในภาวะนิรนามที่ได้จ่ายเงินให้กับโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ท่ีได้ โจมตี หรอื วิพากษว์ จิ ารณ์โจทก์) 5.2. การฟอ้ งคดียุทธศาสตรเ์ พือ่ ตบปากในประเทศไทย การดาเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพ่ือขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือ SLAPPs (Strategic Lawsuit Against Public Participation) มคี วามหมายคลา้ ยๆกัน ยุทธวิธี SLAPP กลายเปน็ วธิ ีการทใี่ ครหลาย คนในยุคสมัยนรี้ จู้ ักดี ทั้งประชาชนท่ัวไป นักเคลอ่ื นไหวในประเดน็ ตา่ งๆ นกั สิทธมิ นุษยชน ยังรวมถึงส่อื มวลชน ดว้ ย ทถ่ี ูกการฟอ้ งตบปากน้ี การตรวจสอบการทางานของรัฐบาล หรอื เอกชนเป็นส่งิ ที่สามารถพ่ึงกระทาได้ตาม สิทธิพื้นฐานของประชาชนคนท่ัวไป แต่หากว่าเมื่อฝ่ายท่ีถูกตรวจสอบไม่พอใจ หรือไม่อยากให้คนอ่ืน หรือ ประชาชนกลุ่มอ่ืนๆรับรู้ การฟ้องคดีตบปากจึงเป็นทางเลือกหน่ึงที่เขาจะกระทา การฟ้องตบปาก มีการให้ ความหมายไวใ้ นหลายภาคส่วน ทงั้ ภาครัฐเอง นกั วิชาการ รวมถึงองค์กรเอกชน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) หรือ ACT ได้อธิบายความหมายของคาว่า SLAPP ไว้ว่า ในภาษาอังกฤษมีคาบางคาที่ออกเสียงเหมืองกัน อย่างเช่น คาว่า Slap กับ SLAPP ซ่ึงคาแรกมีความหมายว่า “การตบ” แต่คาหลังเป็นคาท่ีย่อมาจากคาวา่ Strategic Lawsuit Against Public Participation ท่ีแปลได้วา่ “การดาเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพ่ือระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน” สองคาน้ีมีความเก่ียวโยงกันมากกว่า แค่เสียงท่ีเหมือนกัน กล่าวคือ SLAPP เป็นการฟ้องคดีโดยมีจุดมุ่งหมายให้เสียงของการเรียกร้องสิทธิและการ เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริงต่อสาธารณะอ่อนแรง จนกระท่ังหยุดหรือเงียบลงไป หรืออาจจะเปรียบเปรยให้เห็น ภาพ คอื การตบปากคนด้วยกฎหมาย เม่ือผู้มีอานาจไม่อยากฟงั หรือไมอ่ ยากใหค้ นอืน่ ได้ฟัง21 ดังน้ันจึงมีคนนิยามคาว่า SLAPP คือ การฟ้องคนหรือกลุ่มคนท่ีพูดหรือแสดงความคิดเห็นในประเด็น อนั เปน็ ประโยชนส์ าธารณะโดยใช้กระบวนการทางศาลขัดขวางคาพูด หรือ การกระทาของบุคคลเหล่าน้ันไม่ให้ ราบรื่น ซ่ึงก็เป็นการข่มขวัญกลุ่มคนหรือประชาชนได้อีกทางหนึ่ง ไม่เพียงเท่าน้ันยังเป็นการสร้างภาระเรื่อง ค่าใช้จ่ายให้กับบุคคลเหล่าน้ันอีกด้วย การชุมนุมหรือการถกเถียงสาธารณะเป็นส่ิงท่ีต้องใช้กาลังกายและ กาลังใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นแล้วการทาร้ายหรือต่อสู้กันด้วยการฟ้องร้องดาเนินจึงเป็นวิธีการท่ีถือว่าร้ายที่สุด บางครั้งอาจจะต้องมีการฟ้องร้องดาเนินคดีจนถึงท่ีสุด เพื่อเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การมีปากเสียงหรือ ขดั ขวางโครงการหรอื นโยบายนัน้ ๆ จะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ซง่ึ ก็ถอื เปน็ การข่มขวญั คตู่ อ่ สูไ้ ด้เปน็ อยา่ งดี โดยปกติแล้ว การฟ้องคดีมีจุดมุ่งหมายเพ่ือคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ หรือ เรียกร้องความเป็นธรรมและ ประชาชนทุกคนมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่จะฟ้องร้องให้ผู้ที่ทาให้เราเสียหายได้ แต่การฟ้องร้องเพื่อปิด ปากหรือตบปากประชาชนดว้ ยกฎหมายน้ัน กลบั มีจดุ มงุ่ หมายทแี่ ตกต่างกันออกไป เพราะการฟ้องในลกั ษณะท่ี เป็นฟ้องตบปาก เป็นการฟ้องที่ไม่ต้องการได้ความเป็นธรรม หรือการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นการใช้ กระบวนการยุติธรรมเป็นเคร่ืองมือหยุดกลุ่มคนหรือบุคคลที่ออกมาเคล่ือนไหต่อต้านหรือวิพากษ์วิจารณ์ให้มี 21 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย). 2560. Anti-SLAPP Law. สืบค้นเมื่อ 23 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ anticorruption: http://www.anticorruption.in.th/2016/th/detail/152/5/Anti-SLAPP%20Law

119 ภาระทางกฎหมาย22 ซึง่ ต้องมีคา่ ใช้จา่ ยที่สูงพอสมควรในการต่อสูค้ ดี และฐานความผิดท่ีนยิ มใช้กันสว่ นมาก คอื การฟอ้ งฐานหมิ่นประมาท แตใ่ นบางคร้ังอาจจะนากฎหมายอนื่ ๆเข้ามาดว้ ย อย่างเชน่ กฎหมายเกีย่ วกับความ มนั่ คง หรอื พระราชบญั ญตั ิว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยองค์กร ThaiLaw Watch ก็ให้ความหมายของคาว่า SLAPP ในทานองเดียวกันว่า “เป็นการ ดาเนินคดีเพื่อยับย้ังการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีหรือการโต้เถียงโดยมีจุดหมายเพ่ือต่อสู้กับบุคคลที่พูดหรือ แสดงความเห็นต่อรัฐบาลหรือเร่ืองประโยชน์สาธารณะ” 23 โดย SLAPP ถูกนามาใช้เพื่อตบปากและข่มขู่การ วิพากษ์วิจารณ์โดยการบังคับให้คนที่พูดหรือแสดงความเห็นในเรื่องสาธารณะจะต้องใช้เงนิ มหาศาลในการตอ่ สู้ กับข้อกล่าวหา โดยผู้ท่ีดาเนินคดีไม่ได้มีเจตนาที่จะร้องขอความยุติธรรม แต่ดาเนินคดีเพียงเพ่ือข่มขู่บุคคลท่ีไม่ เห็นด้วยกับตนหรือกิจการท่ีตนได้กระทา ทาให้ผู้ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นท่ีถูกดาเนินคดีจะต้อง สูญเสียเงินในการต่อสู้คดี24 คนท่ีใช้เทคนิคการดาเนินคดีเพ่ือตบปากการถูกตรวจสอบ เช่น บริษัทใหญ่ หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐท่ีถูกตรวจสอบร้องเรียน การ SLAPP จึงเป็นเคร่ืองมือที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก ท่ีจะใช้ต่อสู้ กบั ฝา่ ยตรงขา้ ม เพราะการต่อสคู้ ดใี นลกั ษณะ SLAPP ตอ้ งใช้เวลานานและสูญเสียเป็นเงนิ จานวนมาก ทาใหค้ น ที่ถูกดาเนินคดี มีภาระเพ่ิมมากข้ึน จนทาให้ต้องล้มเลิก หรือ พ่ายแพ้ต่อการแสดงความคิดเห็นในเรื่อง สาธารณะหรือตรวจสอบการดาเนินกิจกรรมสาธารณะไป ไม่ว่าจะโดยการถูกฟ้องดาเนินคดี หรอื การถูกข่มขู่ก็ ตาม ดังน้ันแลว้ ฝา่ ยบรษิ ทั ใหญ่ หรอื ฝ่ายของหนว่ ยงานรฐั กย็ ่อมเป็นผไู้ ด้เปรียบในการฟ้องคดีมากกวา่ ไม่ว่าจะ เรอื่ งค่าใชจ้ ่าย เรอื่ งเวลาในการดาเนนิ คดี หรอื เรือ่ งอืน่ ๆทีต่ ามมาดว้ ย อาจารยว์ ีระ สมบูรณ์ อาจารยค์ ณะรฐั ศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั เป็นอกี คนทีใ่ หค้ วามหมายของ SLAPP ว่า เปน็ การใช้คดีความเปน็ กลยุทธค์ ุกคามการมสี ่วนร่วมสาธารณะ ซ่ึงเปน็ เหตทุ ่สี ามารถเกดิ ขึ้นได้ทั่วไป และเป็นกลยุทธ์ท่ีสาคัญ และการ SLAPP เป็นการฟ้องร้องโดยไม่จาเป็นต้องเป็นหน่วยงานรัฐ อาจจะเป็น เอกชน เจ้าหน้าที่รัฐหรือส่วนตัวก็ได้ เม่ือมีข้อสงสัยข้อขัดแย้ง การชิงฟ้องก่อน หรือมีการหยิบยกมาฟ้อง เพื่อ ปิดไม่ให้ประเด็นท่ีเกิดขึ้นไปสู่พื้นที่ของสาธารณะ แม้จะมีการอ้างเรื่องการเสียชื่อเสียง หรือหม่ินประมาท แต่ วัตถุประสงค์ท่ีแท้จริงคือ การเซ็นเซอร์ คุกคามไม่ให้มีการนาเสนอ โดยผลลัพธ์ไม่อยู่ท่ีการชนะคดี แต่คือ มีผล ต่อบรรยากาศการโต้แย้ง และวัฒนธรรมการเขา้ มสี ่วนร่วมในเร่ืองสาธารณะที่จะถูกทาใหห้ ายไป รวมถึงทาให้ผู้ ท่ีเสนอข้อมูลความคิดเห็นต่างๆ ต้องมีต้นทุนสูงมาก เพราะ การถูกฟ้องร้อง นามาซึ่งการเสียขวัญ ไม่มั่นใจ มี ปัญหาเรื่องเงิน เวลา ทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะหากฟ้องกับประชาชนทั่วไป ก็จะรู้สึกว่าไม่คุ้มที่จะต่อสู้คดี ด้วย25 22 thaipublica. 2556. SLAPP…ตบปากให้หยุดพูด. สืบค้นเมื่อ 23 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ thaipublica: https://thaipublica.org/2013/10/strategic-litigation-against-public-participation/ 23 ปกป้อง ศรสี นิท. 2557. กฎหมายต่อตา้ นการดาเนนิ คดเี พ่ือยับยัง้ การมีส่วนรว่ มในกิจการสาธารณะ (Anti-SLAPP Law). โ ค ร งกา ร วิเ ค ร า ะห์ แ ละ ติด ตา ม ร่า งกฎห ม าย . ThaiLawWatch. ห น้า 2. URL: http://thailawwatch.org/wp- content/uploads/2014/11/TLW_AntiSLAPP_Web.pdf 24 Public Participation Project. SLAPP STORIES. สืบคน้ เม่ือ 23 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ anti-slapp: https://anti- slapp.org/slapp-stories 25 สยามธุรกิจ. 2556. “จุฬา” เปิดโต๊ะฉะ “กสทช.” มัดมือสื่อ-ปิดตาปชช. สืบค้นเม่ือ 23 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ siamturakij: https://www.siamturakij.com/index.php/news/479-จฬุ า-เปดิ โตะ๊ ฉะ-กสทช-มัดมอื สือ่ -ปิดตาปชช-

120 กระนั้นปัญหาอย่างหนึง่ ที่ทาให้การแก้ปัญหา SLAPP เป็นไปอย่างยากลาบากก็เน่ืองมาจาก “ช่องโหว่ ในกระบวนการยุติธรรม” ที่ไม่สามารถกลั่นกรองคดีก่อนเข้าสู่กระบวนการศาลได้ แม้ว่าในบางประเทศจะมี กฎหมายชว่ ยเหลอื เชน่ การขอยุติการดาเนินคดีอย่างรวดเร็ว การกาหนดให้โจทก์ต้องรบั ผิดชอบคา่ ใช้จ่ายและ ค่าทนายให้กับจาเลย แต่วิธีการดังกล่าวน้ันก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหรือช่องโหว่ได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างของ ประเทศไทยท่ีจะมีการบวนการไต่สวนมูลฟ้อง ก่อนท่ีศาลจะรับฟ้อง และกาหนดให้บางกรณีท่ีฝ่ายท่ีแพ้คดตี ้อง จ่ายคา่ ทนายความ แตใ่ นทางปฏิบตั ศิ าลกาหนดให้จ่ายค่าทนายในจานวนท่ีนอ้ ยมาก26 การเกิดขึ้นของคดีในลักษณะ SLAPP มีจานวนมากเพิ่มขึ้น จนทาให้กลายเป็นประเด็นที่สาธารณะให้ ความสนใจเป็นอย่างมาก และเป็นเร่ืองที่สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้เคลื่อนไหว หรือนักสิทธิมนุษยชนที่ ช่วยเหลือประชาชนในประเด็นต่างๆ เช่น ผู้เคล่ือนไหวเก่ียวกับคดีสิ่งแวดล้อม, ผู้เคลื่อนไหวในประเด็นทาง การเมือง เป็นต้น จึงทาให้เกิดเวทีเสวนา, เวทีการรับฟังความคิดเห็น ท่ีมีหัวข้อท่ีเกี่ยวกับการฟ้องตบปาก หรือ SLAPP เกิดขึน้ มากมาย อยา่ งเช่น สถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และสานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดเสวนา “การฟ้องหมิ่นประมาท: จุดสมดุลระหว่างประโยชน์ส่วนตัวและประโยชน์ส่วนรวม”, โครงการ อบรม/สัมมนาวิชาการ: เร่ือง คดีเพ่ือประโยชน์สาธารณะและการฟ้องคดีเพ่ือปิดปาก (Anti-SLAPP Laes)27, การจัดเสวนาเร่ือง การพัฒนากฎหมายและกลไกป้องกันการ “ฟ้องคดีปิดปาก” เพ่ือปิดก้ันการมีส่วนร่วม สาธารณะ28 และ งานเสวนาวิชาการ “คดีฟ้องร้องนักวิชาการกับบทบาทหน้าที่สาธารณะ” ที่จัดโดยคณะ เศรษฐศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั 29 โดยในการเสวนาหลายโครงการเห็นรว่ มกนั วา่ การฟ้องตบปาก จะมลี กั ษณะของการฟ้องหมิ่นประมาท เป็นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ328 และยังมักพ่วงความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี ซึ่งการฟ้องลักษณะนี้ เป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้กระบวนการทางศาล เพื่อยับย้ัง ขัดขวาง ข่มขู่การวิพากษ์วิจารณ์และการแสดง ความคิดเห็น หรือเสรีภาพในการแสดงออกของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับประโยชน์ สาธารณะ ซึ่งคดีหม่ินประมาทถ้าเอกชนเป็นผู้ฟ้องร้องคดีต่อศาลก็จะไม่มีการฝากขัง30 แต่ถ้าหากผู้ฟ้องเป็น เอกชนและไปแจ้งความให้ตารวจดาเนินคดี ผู้ต้องหาหรือจาเลยจะถูกนามาฝากขังได้ผัดละ 12 วัน รวมแล้วไม่ 26 องค์กรต่อต้านคอร์รัปช่ัน(ประเทศไทย). 2560. Anti-SLAPP Law. สืบค้นเม่ือ 23 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ anticorruption: http://www.anticorruption.in.th/2016/th/detail/152/5/Anti-SLAPP%20Law 27 ผู้จดั การออนไลน์. 2561. การฟ้องคดปี ิดปาก เพื่อหยดุ การมีส่วนร่วมในกจิ การสาธารณะ: ถึงเวลาทป่ี ระเทศไทยควรออก กฎหมาย Anti- SLAPP Law หรือยัง?. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ mgronline: https://mgronline. com/south/detail/9610000005321 28 https://ilaw.or.th/node/4824 29 สยามธุรกิจ. 2556. “จุฬา” เปิดโต๊ะฉะ “กสทช.” มัดมือสื่อ-ปิดตาปชช. สืบค้นเม่ือ 23 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ siamturakij: https://www.siamturakij.com/index.php/news/479-จฬุ า-เปิดโตะ๊ ฉะ-กสทช-มดั มือสอ่ื -ปิดตาปชช- 30 ประชาไท. 2560. ชี้ผล ฟ้องหมิ่นประมาท ไม่ใช่แค่เซ็นเซอร์ตัวเอง แต่เซ็นเซอร์การรับรู้สาธารณะด้วย. สืบค้นเมื่อ 23 กันยายน 2561. จากเวบ็ ไซต์ prachatai: https://prachatai.com/journal/2016/06/66382

121 เกิน 48 วัน ซึ่งจะเห็นว่าแม้จะไม่ต้องติดคุก แต่มีขั้นตอนในระหว่างที่จะไปสู่กระบวนการศาล ก็มีความเส่ียงที่ จะถูกควบคมุ ตวั ได้ เท่ากับวา่ เราต้องสญู เสียอิสรภาพไปในชว่ งขณะนนั้ แม้ว่าตอ่ มาจะไดป้ ระกันตวั กต็ าม ความเสี่ยงต่อการถูกควบคุมตัวไม่ใช่ปัญหาเดียวท่ีเกิดขึ้น ยังมีปัญหาอ่ืนๆท่ีตามมาอีกมากมาย เช่น การต่อสู้คดีหม่ินประมาท ท่ีต้องมีการพิสูจน์ตัวเองค่อนข้างมาก เพราะศาลต้องการพิสูจน์เจตนา แล้วดูว่าเป็น ประเด็นสาธารณะหรือไม่ ไม่ได้ดูหรือโต้เถียงกันว่าถูกหรือผิด ซ่ึงเม่ือถูกฟ้องแล้วจะต้องลงทุนมหาศาลในการ พิสูจน์ว่าตนเองไม่ได้มีผลประโยชน์ หรือไม่ได้ขัดแย้งกับผู้ฟ้อง และประวัติชีวิตไม่ได้มีปัญหา ซึ่งเป็นคาถามว่า หลังจากมีการแสดงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแล้วต้องพิสูจน์ทั้งชีวิตเลยหรือ ท้ังท่ีส่ิงที่พูดน้ันเป็น ประเด็นสาธารณะ ซึ่งทาให้ต้องตัดสินใจในคร้ังต่อไปว่าจะพูดหรือไม่พูดในประเด็นสาธารณะต่างๆ เพราะเมื่อ พูดแล้ว จะต้องเตรียมรับผลที่ตามมา ซึ่งก็เป็นอย่างแน่นอนว่า ตนเองต้องระวังการพูดมากข้ึน ระวังการใช้ คาพูดมากกว่าแต่ก่อน รวมถึงการสิ้นสุดของความผิดบนโลกออนไลน์ เมื่อมีใครโพสต์ข้อความหรืออะไรสัก อย่างบนส่ือออนไลน์ หากมีความผิดเกิดขึ้น การสิ้นสุดของความผิดนั้นอยู่ตรงไหน หากเป็นความเข้าใจ โดยท่ัวไป คือ ทาความผิดตรงไหน การกระทาก็จบลงตรงนั้น แต่ในโลกออนไลน์ท่ีมีการเคล่ือนไหวทุกวินาที ส่งผา่ นขอ้ มลู กนั ตลอด 24 ช่วั โมง ผูค้ นสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆไดภ้ ายในไมก่ ว่ี ินาที อย่างเช่น การกระทาของ คสช. ที่เรียกพลเรือนขึ้นศาลทหาร เนื่องจากโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค ซึ่งข้อความนั้นมีการโพสต์ก่อนที่ รฐั ประหาร ก็ยงั ถูกเรียกใหร้ ับผดิ เพราะอยู่บนโลกออนไลน์ และยังมคี นสามารถเข้าถงึ ขอ้ ความนั้นได้ ส่วนกฎหมายของประเทศไทย การฟ้องตบปากมักจะฟ้องหม่ินประมาททางอาญาและพ่วงความผิด ตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซ่ึงพระราชบัญญัติ ดังกล่าวได้สร้างภาระและความผดิ ทวีคณู ต่อผู้ถูกฟ้องเปน็ อย่างมาก อีกท้ังยังเป็นเร่ืองท่ีไม่สามารถยอมความได้ ด้วย บางกรณีที่สื่อมวลชนถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท จะใช้มาตรา 16 ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทาความผิด เก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ด้วย ซ่ึงในมาตราดังกล่าวมีถ้อยคาคล้ายคลึงกับมาตรา 326 ของประมวล กฎหมายอาญา ซ่ึงทาให้โทษที่ได้รับหลักกว่าเดิม หากพิจารณาถึงความผิดฐานหม่ินประมาทแล้ว กฎหมายมี ชัดเจนอยูแ่ ล้วท้ังในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 รวมถึงขอ้ ยกเว้น ซึ่งเป็นคดยี อมความได้ แต่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14 เป็นคดีท่ียอมความไม่ได้ ซ่ึง เกิดจากการดึงกรอบแนวคิดของตา่ งประเทศเรอื่ งอาชญากรรมไซเบอร์มาใช้ ทาให้สุดท้ายกลายเป็นบทบัญญัติ ที่คลมุ เครือ31 ยังมีประเด็นการพูดถึงกรณีที่รัฐฟ้องหม่ินประมาทประชาชน เพ่ือเลี่ยงการถูกตรวจสอบ โดย เปรียบเทียบกับในต่างประเทศ เม่ือมีการดาเนินคดีเพื่อยับย้ังการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ (SLAPP) ตวั อยา่ งเชน่ กฎหมาย Anti-SLAPP ของมลรฐั แคลฟิ อร์เนีย อเมรกิ าไม่ได้ห้ามโจทก์ฟ้องคดเี พ่ือยับย้งั การมีส่วน ร่วมในกิจกรรมสาธารณะ แต่กฎหมายได้กาหนดมาตรฐานพิเศษเพ่ือรักษาไว้ซ่ึงประโยชน์สาธารณะ (special motion to strike) คือ การเปิดช่องให้จาเลยขอยุติการดาเนินคดีอย่างรวดเร็วและกาหนดภาระให้โจทก์ต้อง 31 iLaw. 2557. พ.ร.บ.คอมพิวเตอรฯ์ มาตรา 14(1) ยาแรงผดิ ขนานสาหรับหมน่ิ ประมาทออนไลน.์ สืบค้นเม่อื 24 กนั ยายน 2561. จากเว็บไซต์ ilaw: https://freedom.ilaw.or.th/blog/พรบคอมพิวเตอร์ฯ-มาตรา-141-ยาแรงผิดขนานสาหรับการ หมิ่นประมาทออนไลน์

122 จ่ายค่าใช้จ่ายและค่าทนายให้กับจาเลย32 แต่เมื่อดูคดีที่เกิดข้ึนในประเทศไทย การบังคับใช้กฎหมายคลุมเครือ และจากัดการใช้สิทธิเสรีภาพมาก ตัวอย่างเช่น กรณีของสานักข่าวภูเก็ตหวาน ซ่ึงถูกฟ้องความผิดฐานหม่ิน ประมาทและ นาเข้าข้อมูลเท็จ ตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งผลกระทบรุนแรงถึงขั้นยึด พาสปอร์ตของบรรณาธิการสานักข่าวภูเก็ตหวานชาวออสเตรเลีย ทาให้ไม่สามารถเดินทางไปหาพ่อที่ป่วยอยู่ ต่างประเทศได3้ 3 แม้ประเทศไทยจะไม่มีกฎหมายต่อต้านการดาเนินคดียุทธศาสตร์เพื่อขัดขวางการมีส่วนร่วมของ ประชาชน หรือกฎหมายต้านฟ้องตบปากโดยตรง แต่ก็มีความก้าวหน้าในลดปัญหาดังกล่าวในระบบกฎหมาย ไทยในช่วงต้นปี พ.ศ.2562 เม่ือได้มีการปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 และ 165/2 ให้ศาลมบี ทบาทในการคัดกรองคดีท่ีมีลักษณะต่อตา้ นการมสี ่วนรว่ มของประชาชนไดม้ ากขน้ึ บทบัญญัติมาตรา 161/1 เพ่ิมโอกาสให้ผู้พิพากษาสั่งยกฟ้อง “ในคดีท่ีราษฎรเป็นโจทก์ หากความ ปรากฏต่อศาลเองหรือมีพยานหลักฐานที่ศาลเรียกมาว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง เพ่ือกล่ันแกล้งหรือเอาเปรยี บจาเลยหรือโดยมุ่งหวงั ผลอย่างอื่นย่ิงกว่าประโยชน์ที่พึงได้โดยชอบ ให้ศาลยกฟ้อง และห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันน้ันอีก” อย่างไรก็ดีบทบัญญัตินี้ไม่ครอบคลุมถึงกรณีที่พนักงาน อยั การเป็นผู้ส่ังฟอ้ งคดี ยง่ิ ไปกวา่ นน้ั ศาลยงั คงเป็นผูใ้ ชด้ ุลยพนิ ิจในการพจิ ารณาเองว่าจะส่งั ยกฟ้องหรือไม่แต่ก็ ยังต้องอาศัยพยานหลักฐานจากคู่ความอยู่เช่นเคยในการตรวจดูข้อเท็จจริงว่าเป็นการฟ้องกลั่นแกล้งโดยไม่ สุจริตหรือไม่เน่ืองจากขนบธรรมเนียมของศาลยุติธรรมไทยอยู่วัฒนธรรมของระบบกล่าวหาแม้ประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะให้อานาจศาลในการไต่สวนข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาก็ยังต้องรักษาความ เป็นกลางควบคุมบทบาทของตนมิให้เป็นท่ีกังขาต่อคู่ความเช่นปฏิบัติสืบต่อกันมา จาเลยก็ยังต้องนาเสนอ พยานหลักฐานให้เปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ต่อศาลจงึ จานาไปสู่การใช้ดลุ ยพินิจของศาลในการยกฟ้องเช่นเดิม ความน่ากงั วลใจอกี ประการ คอื วรรคสอง ของมาตรา 161/1 ยงั ตัดสิทธิการฟ้องร้องต่อศาลของบุคคล หากปรากฏว่า “โจทก์จงใจฝ่าฝืนคาสั่งหรือคาพิพากษาของศาลในคดีอาญาอื่นซึ่งถึงท่ีสุดแล้วโดยปราศจาก เหตุผลอันสมควรด้วย” อันอาจตัดสิทธิของประชาชนผู้ต้องการมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมท่ีฝ่าฝืนหรือขัดคาส่ังคาพิพากษาศาลในคดีอ่ืนๆท่ีเก่ียวข้องกับคดีท่ีตนโดนฟ้องตบปากอยู่ หาก ประชาชนต้องการฟ้องกลบั บรรษทั หรอื รัฐทไี่ ด้ฟ้องตบปากตนกอ่ น เมอื่ พิเคราะห์ถึงบทบัญญัติของมาตรา 165/2 ท่ีใหส้ ทิ ธแิ กจ่ าเลยในการนาเสนอพยานหลักฐานต่อศาล ในชน้ั ไตส่ วนมูลฟอ้ งโดย “จาเลยอาจแถลงให้ศาลทราบถึงขอ้ เท็จจริง หรอื ขอ้ กฎหมายอันสาคญั ทศี่ าลควรส่ังว่า คดีไม่มีมูล และจะระบุในคาแถลงถึงตัวบุคคล เอกสาร หรือวัตถุท่ีจะสนับสนุนข้อเท็จจริงตามคาแถลงของ จาเลยด้วยก็ได้ ซ่ึงในกรณีน้ี ศาลอาจเรียกบุคคล เอกสาร หรือวัตถุดังกล่าวมาเป็นพยานศาลเพ่ือประกอบการ วินิจฉยั สัง่ คดีไดต้ ามท่ีจาเปน็ และสมควร โดยโจทก์และจาเลยอาจถามพยานศาลได้ เมื่อได้รบั อนุญาตจากศาล” 32 TDRI. 2560. การฟอ้ งหมิน่ ประมาท: จุดสมดุลระหว่างประโยชนส์ ่วนตวั และประโยชน์ส่วนรวม. สบื ค้นเม่ือ 24 กันยายน 2561. จากเวบ็ ไซต์ TDRI: https://tdri.or.th/2016/06/trf-antislapplaw/ 33 iLaw. 2557. ภูเก็ตหวาน คดีบรรทัดฐานของเสรีภาพส่ือกับมาตรา 14(1). สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2561. จากเว็บไซต์ iLaw: https://freedom.ilaw.or.th/computerrelatedcrimechargeonphuketwan

123 ซง่ึ เปน็ ความกา้ วหนา้ ในการเปิดโอกาสให้แก่จาเลยนาเสนอข้อเท็จจริงให้ศาลตั้งแต่ชัน้ ไต่สวนมูลฟ้องเพ่ือให้ศาล สง่ั วา่ คดีไม่มมี ลู และยตุ ิกระบวนการที่สร้างภาระปัญหาใหจ้ าเลยจากการฟ้องตบปาก อย่างไรกต็ ามบทบัญญัติ นี้ใช้เฉพาะกับคดีทร่ี าษฎรเปน็ โจทก์ ไม่รวมถงึ คดที พ่ี นกั งานอยั การเปน็ โจทก์ จากบทบัญญัติท้ังสองปรากฏให้เห็นบทบาทสาคัญของพนักงานอัยการที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายทั้งสอง มาตรา แต่พนักงานอัยการอาจใช้ดุลยพินิจได้ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงาน อัยการ พ.ศ.2553 เสนอให้อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง “ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าการฟ้องคดีอาญาจะไม่เป็น ประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความม่ันคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์ อนั สาคญั ของประเทศ ใหเ้ สนอต่ออัยการสงู สุด และอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง” ซง่ึ โดยสภาพแล้วจะเหน็ ว่าข้ันตอน ยื่นเรื่องตอ่ อยั การสูงสุดและระยะเวลาในการพิจารณานั้นย่อมสร้างภาระให้แกจ่ าเลยเป็นอนั มากไม่ตา่ งจากเดิม จึงเป็นการง่ายกว่าหากพนักงานอัยการใช้ดุลยพินิจของตนวินิจฉัยในเบ้ืองต้นว่าการฟ้องตบปากนั้นควร ส่ังไม่ ฟอ้ งคดดี งั กล่าวต้งั แต่ตน้ เน่อื งจากการแสดงความคดิ เห็นหรือข้อเทจ็ จรงิ โดยสุจรติ ในประเดน็ สาธารณะน้ัน ถือ เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมอันอยู่ในวิสัยที่ประชาชนย่อมกระทาได้ตามมาตรา 329 (3) แห่งประมวล กฎหมายอาญา อนั เปน็ กรณีทกี่ ฎหมายยกเว้นความผดิ ไว้แล้ว ความก้าวหน้าทั้งปวงท่ีกล่าวมาไม่เกี่ยวข้องกับการฟ้องตบปากด้วยคดีละเมิดในทางแพ่งแต่อย่างใด หากตกเป็นจาเลยในคดีฟ้องตบปาก ประชาชนหรอื นักกจิ กรรมต้องย่ืนคาขอต่อศาลให้วินจิ ฉัยชชี้ าดในประเด็น กฎหมายเบอื้ งต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 25 โดยไมต่ ้องพิจารณาสบื พยาน เพื่อให้ คดีเสร็จส้ินไปจากศาลโดยไม่เนิ่นช้าและสร้างภาระให้กับจาเลยผู้เป็นประชาชนท่ีตื่นตัวต้องการมีส่วนร่วมใน ประเด็นสาธารณะ

124 แผนภาพท่ี 2 กระบวนการดาเนนิ การฟ้องตบปาก(SLAPPs)คดีสิง่ แวดลอ้ ม

แผนภาพที่ 3 ผังสรปุ กระบวนการปฏิบัตกิ ารตบปากด้วยกฎหมาย (SLAPP) พอสงั เ • เกดิ ปญั หา: บรรษัทฟ้องคดตี ่อศาล • บรรษัทแสวง ชาวบ้าน หรือผู้มี พยานหลกั ฐา ไดร้ ับผลกระทบ • ฝ่ายบรรษทั ไมพ่ อใจ คุกคามกล่มุ น รวมถึงกลมุ่ นกั และเหน็ วา่ เนือ้ หาท่ี เคลือ่ นด้าน กลา่ วหรือกระทาโดย • มกั ฟ้องเป็นข สงิ่ แวดลอ้ ม กลมุ่ เคล่ือนไหว เป็น ประมาท (De เหตใุ หต้ นได้รับความ และการขู่กร ออกมาเคลอื่ นไหว เสยี หาย (Rackeeter • ฟอ้ งท้ังทนาย นัก เรยี กคา่ เส เคลื่อนไหว และชุมชน ในพืน้ ทที่ ี่ไดร้ บั ผลกระทบ

125 เขป งหา ในชนั้ พจิ ารณา • พพิ ากษา าน ข่มข่ใู ช้กาลงั • ศาลมองวา่ การฟ้องคดีของ ยกฟ้อง นกั เคล่ือนไหว บรรษทั ข้อหาหมนิ่ บรรษทั ถือเป็นการละเมดิ พิพากษา efamation) เสรีภาพในการแสดงออก รรโชกทรัพย์ (Freedom of ring) และ Expression/Free Speech) ของกลุม่ เคลือ่ นไหวและ สยี หายในจานวนมาก ชมุ ชน 125

126 5.3. กฎหมายไทยที่ใช้สอดส่องกิจกรรมของพลเมอื งในโลกไซเบอร์ หัวข้อน้ีจะทาการวิเคราะห์บทบัญญัติของกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์ท่ีให้อานาจรัฐในการ สอดส่องหรือตรวจสอบกิจกรรมของพลเมืองบนพ้ืนท่ีไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอาจจากัดเสรีภาพในการ รวมกลุม่ และแสดงออกของประชาชนในประเดน็ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยจะได้ไล่เรยี งลาดับไป ตามกฎหมายทม่ี ีความสาคัญพ้นื ฐานในการรับรองสทิ ธิความเปน็ สว่ นตวั การคมุ้ ครองข้อมลู สว่ นบคุ คล ไปจนถึง กฎหมายที่ให้อานาจรัฐในการเก็บข้อมูลการใช้อินเตอร์เน็ต ตรวจดักข้อมูลในการส่ือสาร สอดส่องและควบคุม การกระทาของบุคคลทง้ั หลาย ไปจนถงึ การกาหนดโทษหากมีการฝา่ ฝนื กฎหมาย 1) พระราชบญั ญัติ คุม้ ครองขอ้ มูลสว่ นบคุ คล พ.ศ. 2562 ในเบ้ืองต้นจาต้องกล่าวถึงกฎหมายพื้นฐานที่ให้การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในโลกไซเบอร์และการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล นั่นคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลท่ีประกาศใช้เม่ือวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และจะมีผลบังคับหลังจากนั้นไปหนึ่งปีเพื่อให้องค์กรต่างๆได้เตรียมตัวปรับ มาตรการต่างๆให้สอดคล้องกับมาตรฐานท่ีกฎหมายนี้กาหนดไว้ พระราชบัญญัติน้ีมีบทบัญญัติบางประการ เกี่ยวกับการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 32 มาตรา 33 และ มาตรา 37 ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทบ่ี ญั ญตั ใิ ห้กระทาได้โดยอาศยั อานาจตามบทบัญญัติแห่ง กฎหมาย พระราชบญั ญัตนิ ี้ให้ใชบ้ งั คับแก่การเก็บรวบรวม ใช้ หรอื เปดิ เผยขอ้ มูลส่วนบคุ คลโดยผ้คู วบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ไม่ว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย น้ันได้กระทาในหรือนอกราชอาณาจักรก็ตาม ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 5 ในกรณีท่ีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรอื ผู้ประมวลผลข้อมลู ส่วนบุคคลอยู่นอกราชอาณาจักร พระราชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคบั แก่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซ่ึงอยู่ในราชอาณาจักรโดยการดาเนินกิจกรรมของผู้ ควบคมุ ขอ้ มลู สว่ นบุคคลหรือผู้ประมวลผลขอ้ มลู สว่ นบุคคลดังกลา่ ว เม่อื เปน็ กจิ กรรม ......... (2) การเฝ้าติดตามพฤตกิ รรมของเจ้าของขอ้ มลู สว่ นบคุ คลที่เกิดข้นึ ในราชอาณาจักร อันหมายความว่าจะตอ้ งมหี ลกั ประกนั สิทธใิ ห้กับเจ้าของข้อมลู สว่ นบุคคลท่ีถูกเฝ้าติดตามพฤติกรรมไม่ว่าจะเป็น การดาเนนิ การโดยหน่วยงานรัฐหรอื ภาคเอกชน มาตรา 24 ไดห้ า้ มมิใหผ้ คู้ วบคุมข้อมูลสว่ นบุคคลทาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบคุ คลโดยไมไ่ ด้รบั ความ ยนิ ยอมจากเจ้าของขอ้ มลู สว่ นบคุ คล เวน้ แต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เก่ียวกับการจัดทาเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อ ประโยชน์สาธารณะ หรือท่ีเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่

127 เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท้ังน้ีตามที่คณะกรรมการ ประกาศกาหนด (2) เพือ่ ป้องกนั หรือระงับอันตรายต่อชีวติ รา่ งกาย หรือสุขภาพของบคุ คล (3) เป็นการจาเป็นเพ่ือการปฏิบัติตามสัญญาซ่ึงเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ ในการดาเนินการตามคาขอของเจ้าของข้อมลู ส่วนบุคคลก่อนเข้าทาสญั ญานัน้ (4) เปน็ การจาเป็นเพื่อการปฏบิ ัติหนา้ ท่ีในการดาเนนิ ภารกิจเพ่ือประโยชนส์ าธารณะของผู้ควบคุม ข้อมลู สว่ นบคุ คล หรือปฏิบตั หิ น้าท่ีในการใชอ้ านาจรัฐที่ไดม้ อบให้แกผ่ ้คู วบคุมขอ้ มลู สว่ นบุคคล (5) เป็นการจาเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของ บุคคลหรือนิติบุคคลอ่ืนที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสาคัญ นอ้ ยกวา่ สิทธิขั้นพ้นื ฐานในขอ้ มลู สว่ นบคุ คลของเจา้ ของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เปน็ การปฏิบตั ติ ามกฎหมายของผู้ควบคมุ ขอ้ มูลสว่ นบคุ คล ดังนั้นมาตรการของหนว่ ยงานภาครัฐทมี่ กี ฎหมายอื่นรองรบั เช่น พระราชบัญญัติขา่ วกรอง พระราชบญั ญตั ิสภา ความมั่นคงแหง่ ชาติ หรือชุดกฎหมายความม่ันคง 3 ฉบบั (กฎอัยการศึก พระราชกาหนดการบริหารราชการใน ยามฉุกเฉนิ พระราชบญั ญัติการรักษาความมนั่ คงภายใน) ก็เขา้ ตามลักษณะอนุ (4) หรือ (6) ทาใหห้ น่วยงานรัฐ สามารถสง่ั ใหผ้ ้คู วบคมุ ระบบรวบรวมข้อมลู มาให้โดยไม่ต้องมีความยินยอมจากเจา้ ของข้อมลู นอกจากนม้ี าตรา 25 ยังไดห้ ้ามมใิ หผ้ ู้ควบคุมขอ้ มลู ส่วนบุคคลทาการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู สว่ นบุคคลจาก แหลง่ อ่ืนท่ีไม่ใชจ่ ากเจ้าของขอ้ มูลส่วนบุคคลโดยตรง เว้นแต่ (1) ได้แจ้งถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่เก็บรวบรวมและได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ขอ้ มลู ส่วนบุคคล (2) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 ความเสี่ยงที่เกิดข้ึนกับเจ้าของข้อมูลผู้ถูกรวบรวมข้อมูลมาสร้างเป็นเหมืองข้อมูลก็ยังคงเป็นไปในลักษณะ เดียวกับข้อกังวลท่ีเกิดจากนัยแห่งมาตรา 24 และยังเพิ่มความไม่ม่ันคงให้กับบุคคลผู้ตกเป็นเป้าหมายในการ รวบรวมข้อมูลออ่ นไหวจากข้อยกเวน้ ทจี่ ะกล่าวถงึ ในมาตรา 26 มาตรา 26 มีหลักห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธ์ุ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤตกิ รรมทางเพศ ประวตั อิ าชญากรรม ขอ้ มลู สุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอ่ืนใด ซ่ึงกระทบต่อเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลในทานองเดียวกันตามท่ีคณะกรรมการประกาศกาหนดโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง จากเจ้าของขอ้ มลู ส่วนบคุ คล เวน้ แต่

128 …………… (3) เป็นข้อมูลที่เปดิ เผยต่อสาธารณะดว้ ยความยินยอมโดยชดั แจ้งของเจา้ ของข้อมลู ส่วนบคุ คล (5) เปน็ การจาเป็นในการปฏบิ ัติตามกฎหมายเพอื่ ใหบ้ รรลวุ ตั ถุประสงคเ์ ก่ียวกับ …………… (จ) ประโยชน์สาธารณะท่ีสาคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการท่ีเหมาะสมเพ่ือคุ้มครองสิทธิ ขนั้ พนื้ ฐานและประโยชนข์ องเจา้ ของข้อมูลสว่ นบคุ คล อันเปน็ การเปิดโอกาสให้รวบรวมข้อมลู ออ่ นไหวของเป้าหมายในการสอดส่องได้หากเป็นไปตามเงื่อนไขท่ี มาตรา 26 กาหนดไว้ ย่ิงไปกว่านั้นยังมีบทนิรโทษกรรมความรับผิดในทางแพ่งให้กับ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเมิดสิทธิเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในมาตรา 77 หากผู้ควบคุมข้อมูลส่วน บุคคลหรือผปู้ ระมวลผลข้อมูลสว่ นบคุ คลน้นั จะพสิ ูจน์ได้วา่ (2) เป็นการปฏิบตั ิตามคาสง่ั ของเจา้ หน้าท่ซี ึ่งปฏิบตั ิการตามหนา้ ที่และอานาจตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดาเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ทาให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล ต้องชดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทนเพื่อการน้ันแก่เจ้าของข้อมลู ส่วนบุคคล ไมว่ า่ การดาเนินการน้ันจะเกิด จากการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลนิ เลอ่ หรอื ไม่ก็ตาม มาตรา 80 ได้กาหนดความรับผิดทางอาญาไว้หากผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นเนื่องจากการ ปฏิบัติหน้าท่ีตามพระราชบัญญัตินี้แล้วผู้นั้นนาไปเปิดเผยแก่ผู้อ่ืน ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไมเ่ กนิ ห้าแสนบาท หรือทัง้ จาทง้ั ปรับ อยา่ งไรก็ตามมาตราน้ีได้สร้างข้อยกเว้นความรับผิดจากการเปิดเผย ในกรณดี ังตอ่ ไปน้ี (1) การเปิดเผยตามหนา้ ที่ (2) การเปิดเผยเพือ่ ประโยชน์แก่การสอบสวน หรือการพิจารณาคดี (3) การเปิดเผยแก่หนว่ ยงานของรัฐในประเทศหรือต่างประเทศท่ีมอี านาจหน้าทตี่ ามกฎหมาย (4) การเปิดเผยทไี่ ดร้ บั ความยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะคร้ังจากเจา้ ของข้อมูลสว่ นบุคคล (5) การเปิดเผยขอ้ มลู สว่ นบุคคลท่ีเกย่ี วกบั การฟ้องรอ้ งคดตี า่ ง ๆ ทีเ่ ปดิ เผยตอ่ สาธารณะ

129 อันเป็นการย้าเตือนให้ประชาชนตระหนักว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนอาจเป็นเป้าหมายในการเก็บรวบรวมเพ่ือ ประโยชน์ในการบงั คบั ใช้กฎหมายทัง้ ในกระบวนการยุติธรรมและการกระทาทางปกครองที่เขา้ ตามลักษณะของ มาตรา 80 ในท้ายที่สุดมาตรา 4 ได้กาหนดขอบเขตการบังคับตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่เป็นหลักประกันสิทธิส่วนบุคคลในยุคดิจิทัลของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ จะไม่ใช้ บงั คบั แก่ ... …………. (๒) การดาเนนิ การของหนว่ ยงานของรัฐทมี่ หี น้าท่ีในการรักษาความมน่ั คงของรฐั ซ่งึ รวมถงึ ความ มั่นคงทางการคลังของรัฐ หรือการรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมท้ังหน้าท่ีเกี่ยวกับ การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นิติวทิ ยาศาสตร์ หรอื การรกั ษาความมนั่ คงปลอดภัยไซ เบอร์ ดังนั้นการศึกษาเพียงรัฐธรรมนูญที่ให้หลักประกันสิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลจึงไม่เป็นการเพียงพอท่ีจะเข้าใจอานาจรัฐในการสอดส่องและรวบรวมข้อมูลของประชาชนใน ประเทศไทย แตต่ ้องศกึ ษากฎหมายอน่ื ๆทใ่ี หอ้ านาจรฐั เป็นการเฉพาะด้วย ซ่งึ จะได้กลา่ วถึงในหัวข้อถัดไป 2) พระราชบัญญัติ การสอบสวนคดพี ิเศษ พ.ศ. 2547 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษซ่ึงได้รับอนุมัติจากอธิบดีเป็นหนังสือสามารถย่ืนคาขอฝ่ายเดียวต่ออธิบดีผู้ พิพากษาศาลอาญาเพื่อมีคาส่ังอนุญาตให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มาซ่ึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวก็ได้มาตรา 25 ในกรณีที่มีเหตุอันควรเช่ือได้ว่า เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอ่ืนใดซ่ึงส่งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เคร่อื งมือ หรอื อุปกรณ์ในการส่ือสาร สื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ หรอื ส่อื ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ใด ถกู ใชห้ รอื อาจถูกใช้เพอ่ื ประโยชนใ์ นการกระทาความผิดที่เปน็ คดพี ิเศษ โดยในวรรคสองกาหนดเง่ือนไขว่าการอนุญาตน้ันให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิทธิ ส่วนบคุ คลหรอื สทิ ธิอืน่ ใดประกอบกับเหตผุ ลและความจาเปน็ ดงั ต่อไปน้ี (1) มีเหตอุ นั ควรเช่อื วา่ มีการกระทาความผดิ หรอื จะมีการกระทาความผดิ ทเ่ี ปน็ คดีพิเศษ (2) มีเหตุอันควรเช่ือว่าจะได้ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับการกระทาความผิดท่ีเป็นคดีพิเศษจากการ เข้าถงึ ขอ้ มูลข่าวสารดงั กล่าว (3) ไมอ่ าจใชว้ ธิ กี ารอืน่ ใดทเี่ หมาะสมหรือมปี ระสทิ ธิภาพมากกวา่ ได้ โดยการอนุญาตดังกล่าวให้อธบิ ดีผพู้ ิพากษาศาลอาญาสั่งอนุญาตได้คราวละไม่เกินเก้าสบิ วันโดยกาหนด เงื่อนไขใดๆ ก็ได้ และให้ผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารในส่ิงสื่อสารตามคาส่ังดังกล่าวจะต้องให้ความร่วมมือ เพ่ือให้เป็นไปตามความในมาตรานี้ ภายหลังท่ีมีคาส่ังอนุญาต หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าเหตุผลความจาเป็นไม่

130 เป็นไปตามท่ีระบุหรือพฤติการณ์เปล่ียนแปลงไป อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาอาจเปล่ียนแปลงคาส่ังอนุญาตได้ ตามท่ีเหน็ สมควร เม่ือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดาเนินการตามท่ีได้รับอนุญาตแล้ว ก็ให้รายงานการดาเนินการให้ อธิบดผี ู้พิพากษาศาลอาญาทราบดว้ ย ท้ังน้ีบรรดาข้อมูลข่าวสารท่ีได้มาเจ้าพนักงานต้องเก็บรักษาเฉพาะข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกระทา ความผิดท่ีเป็นคดีพิเศษซึ่งได้รับอนุญาต และให้ใช้ประโยชน์ในการสืบสวนหรือใช้เป็นพยานหลักฐานเฉพาะใน การดาเนินคดีพิเศษดังกล่าวเท่านั้น ส่วนข้อมูลข่าวสารอ่ืนให้ทาลายเสียท้ังสิ้น ท้ังน้ี ตามข้อบังคับที่ กคพ. กาหนด มาตรา 26 ได้วางมาตรการป้องกันข้อมูลเพ่ิมเติมโดยห้ามมิให้บุคคลใดเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ได้มา เนื่องจากการดาเนนิ การตาม มาตรา 25 เว้นแต่เปน็ ข้อมูลขา่ วสารเกยี่ วกับการกระทาความผิดที่เป็นคดีพเิ ศษซึ่ง ไดร้ บั อนญุ าตตามมาตรา 25 และเป็นการปฏิบตั ิตามอานาจหน้าทห่ี รอื ตามกฎหมายหรือตามคาส่ังศาล ในกรณจี าเปน็ และเพ่ือประโยชนใ์ นการดาเนินการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี มาตรา 27 ให้อธิบดหี รอื ผู้ได้รับ มอบหมายมอี านาจใหบ้ ุคคลใดตามข้อบังคับท่ีอธิบดีกาหนด จดั ทาเอกสารหรือหลกั ฐานใดข้ึนหรือเขา้ ไปแฝงตัว ในองค์กรหรอื กลมุ่ คนใด เพอื่ ประโยชนใ์ นการสืบสวนสอบสวน มาตรา 27 วรรคสองได้ให้ความคุ้มกันแก่เจ้าพนักงานผู้จัดทาเอกสารหรือหลักฐานใดหรือการเข้าไปแฝง ตัวในองค์กร หรือกลุ่มคนใดเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนตามวรรคหน่ึง โดยให้ถือว่าเป็นการกระทา โดยชอบ ไม่มีความผิดตามกฎหมาย 3) พระราชบญั ญตั ิ ว่าด้วยการกระทาความผดิ เกย่ี วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 การทากิจกรรมของพลเมืองในอินเตอร์เนต็ บางประเภทอาจเข้าลักษณะความผดิ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็จะถูกสอดส่องควบคุมโดยรัฐ ดังมาตรา18 ท่ีกาหนดว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีอานาจเข้าถึงข้อมูลอะไรบ้าง เม่ือเกิด กรณีท่ีมีเหตุอันควรเช่ือได้ว่ามีการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีมีอานาจอย่าง หนง่ึ อยา่ งใดดงั ต่อไปนี้ (1) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีมา เพ่ือใหถ้ ้อยคา สง่ คาชี้แจงเปน็ หนงั สือ หรอื สง่ เอกสาร ข้อมูล หรอื หลักฐานอื่นใดท่ีอยู่ในรูปแบบท่ี สามารถเขา้ ใจได้ (2) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อส่ือสารผ่านระบบ คอมพวิ เตอร์ หรอื จากบุคคลอน่ื ท่เี กีย่ วข้อง (3) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการท่ีต้องเก็บตามมาตรา 26 หรือท่ีอยู่ในความ ครอบครองหรือควบคุมของผใู้ หบ้ รกิ าร ใหแ้ ก่พนกั งานเจา้ หนา้ ที่

131 (4) ทาสาเนาขอ้ มลู คอมพวิ เตอร์ ข้อมลู จราจรทางคอมพวิ เตอร์ จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอัน ควรเชื่อได้ว่ามีการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์น้ันยังมิได้ อยู่ในความครอบครองของพนักงานเจา้ หนา้ ที่ (5) สั่งให้บุคคลซึ่งครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ท่ีใช้เก็บ ข้อมูลคอมพวิ เตอร์ สง่ มอบข้อมลู คอมพิวเตอรห์ รอื อปุ กรณด์ งั กลา่ วให้แก่พนกั งานเจ้าหน้าท่ี (6) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐาน เก่ียวกับการกระทาความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทาความผิด และสั่งให้บุคคลน้ันส่ง ข้อมลู คอมพวิ เตอร์ ขอ้ มูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ท่เี กี่ยวข้อง เท่าทจ่ี าเป็นให้ด้วยกไ็ ด้ (7) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด หรือสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัส ลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทาการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าท่ีในการ ถอดรหัสลับดังกลา่ ว (8) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าท่ีจาเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียด แห่งความผดิ และผู้กระทาความผิดตามพระราชบญั ญตั ินี้ พนักงานเจ้าหน้าท่ีสามารถใช้อานาจขอกระทาการตามมาตรา 18 (1), (2) และ (3) ได้เอง แต่มาตรา 19 ไดก้ าหนดกระบวนการตรวจสอบถว่ งดลุ โดยศาลว่า การขอดูข้อมูลตามมาตรา 18 (4), (5), (6), (7), (8) นัน้ พนักงานเจ้าหน้าท่ีต้องย่ืนคาร้องต่อศาลท่ีมีเขตอานาจเพ่ือออกคาสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อานาจ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวน เฉพาะที่จาเป็น เพ่ือประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเก่ียวกับการ กระทาความผิด และหาตัวผู้กระทาความผิดเท่านั้น และภายในเวลา 48 ชั่วโมงต้องส่งบันทึกการดาเนินการ และเหตุผลแห่งการดาเนินการให้แก่ศาล การยึดหรืออายัดตามมาตรา 18 (8) จะต้องส่งมอบหนังสือสาเนา การยึดและอายัดให้แก่เจ้าของระบบคอมพิวเตอร์และกระทาได้ไม่เกิน 30 วันโดยอาจขอศาลให้อายัดเพ่ิมเติม ได้อีกรวมแล้วไม่เกิน 60 วัน เมื่อหมดเหตุจาเป็นแห่งการยึดอายัดแล้วพนักงานเจ้าหน้าท่ีต้องคืนระบบให้แก่ เจา้ ของหรอื ถอนการอายัดโดยพลัน การกระทาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีได้ให้อานาจแก่เจ้าพนักงานในการรวบรวมพยานหลักฐาน จากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใชอ้ ินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐานในการดาเนินคดีท้ังหลายซง่ึ มี มาตรา 26 ท่ีบังคับผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน โดยในมาตรา 29 มอบหมาย การปฏิบัติหน้าท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจชั้นผู้ใหญ่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอานาจรับคาร้องทุกข์หรือรับคากล่าวโทษ และมีอานาจในการ สบื สวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญตั ินี้

132 4) พระราชบญั ญตั ิ การรักษาความม่ันคงปลอดภยั ไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ประเทศไทยได้ประกาศใช้กฎหมายฉบับสาคัญเกี่ยวกับการ รักษาความม่ังคงไซเบอร์ข้ึนเป็นการเฉพาะ โดยในมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติน้ีได้ให้นิยามของ “การรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” ว่าคือ มาตรการหรือการดาเนินการที่กาหนดข้ึน เพื่อป้องกัน รับมือ และลดความเส่ียงจากภัยคุกคาม ทางไซเบอร์ท้งั จากภายในและภายนอกประเทศ อันกระทบต่อความม่ันคงของรัฐ ความมั่นคงทาง เศรษฐกจิ ความม่นั คงทางทหาร และความสงบเรียบรอ้ ย ภายในประเทศ “ภยั คกุ คามทางไซเบอร์” หมายความว่า การกระทาหรือการดาเนินการใด ๆ โดยมิชอบ โดยใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือ โปรแกรมไม่พึงประสงค์โดยมุ่งหมายให้เกิดการประทุษร้าย ต่อระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมลู คอมพิวเตอร์ หรือข้อมลู อน่ื ทีเ่ กยี่ วข้อง และเปน็ ภยันตรายที่ใกล้จะถึง ท่ีจะก่อให้เกิดความ เสียหายหรือส่งผลกระทบต่อการท างานของคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ ข้อมูลอื่นที่ เกี่ยวขอ้ ง “มาตรการทใี่ ช้แก้ปญั หาเพอื่ รกั ษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” หมายถึง การแก้ไขปัญหาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์โดยใชบ้ ุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยี โดย ผ่านคอมพวิ เตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือบรกิ ารทเ่ี ก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ ใด ๆ เพื่อสร้างความม่ันใจ และเสริมสร้างความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์ของคอมพิวเตอร์ ขอ้ มูลคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพวิ เตอร์ หรือข้อมลู อน่ื ท่เี ก่ยี วข้องกบั ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมาตรา 5 ออกแบบโครงสร้างองค์กรรักษาความมั่นคงไซเบอร์โดยให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการการรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ” เรียกโดยย่อว่า “กมช.” และให้ใช้ช่ือเป็น ภาษาอังกฤษวา่ “National Cyber Security Committee” เรยี กโดยยอ่ ว่า “NCSC” ประกอบด้วย (1) นายกรฐั มนตรี เปน็ ประธานกรรมการ (2) กรรมการโดยตาแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการ ตารวจแหง่ ชาติ และเลขาธกิ ารสภาความมนั่ คงแห่งชาติ (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จานวนไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ ความ เชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นท่ีประจักษ์ในด้านการรกั ษาความมั่นคงปลอดภยั ไซเบอร์ ด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ด้านกฎหมาย ด้านการเงิน หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ ต่อการรกั ษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

133 โดยในมาตรา 12 ยังกาหนดเพิ่มเติมให้มีคณะกรรมการกากับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เรียกโดย ย่อว่า “กกม.” ประกอบด้วย (1) รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงดิจทิ ลั เพอื่ เศรษฐกจิ และสังคม เปน็ ประธานกรรมการ (2) กรรมการโดยตาแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารสงู สุด เลขาธิการสภา ความมั่นคง แห่งชาติ ผู้อานวยการสานักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการสานักงาน คณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และเลขาธิการ คณะกรรมการกจิ การกระจายเสียง กจิ การโทรทัศน์ และกจิ การโทรคมนาคมแหง่ ชาติ (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จานวนไม่เกินสี่คน ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความ เช่ียวชาญ และประสบการณ์เป็นท่ีประจักษ์และเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความม่ันคงปลอดภยั ไซเบอร์ คณะกรรมการกากบั ดูแลดา้ นความมน่ั คงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) มีอานาจหน้าที่ตามมาตรา 13 ดังต่อไปน้ี … (2) ดูแลและดาเนินการเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง ตามมาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 65 และมาตรา 66 ในการดาเนินการตามมาตรา 13 วรรคหน่ึง (2) เพ่ือรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ทันท่วงที มาตรา 14 บัญญัติว่า กกม. อาจมอบอานาจให้รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บัญชาการทหาร สูงสุด และกรรมการอ่ืนซึ่ง กกม. กาหนดร่วมกันปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าวได้ และจะกาหนดให้หน่วยงาน ควบคุมหรือกากับดูแลและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศที่ถูกคุกคามเข้าร่วมดาเนินการ ประสานงาน และให้การสนับสนนุ ด้วยกไ็ ด้ สานักงานคณะกรรมการการรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ถือเป็นหน่วยงานของรัฐ มี ฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน หรือ รฐั วิสาหกิจตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวธิ ีการงบประมาณหรือกฎหมายอน่ื ตามท่กี าหนดไวใ้ นมาตรา 20 สานักงานมคี วามรับผดิ ชอบตามทมี่ าตรา 22 ให้ ………………. (3) ประสานงานการดาเนินการเพ่ือรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานโครงสร้าง พ้นื ฐานสาคญั ทางสารสนเทศตามมาตรา 53 และมาตรา 54 โดยมาตรา 23 ไดใ้ หอ้ านาจหนา้ ทแ่ี ก่สานกั งานในการดาเนินการดังต่อไปนีด้ ว้ ย (1) ถือกรรมสิทธิ์ มสี ิทธคิ รอบครอง และมีทรพั ยสทิ ธติ ่าง ๆ

134 (2) ก่อต้ังสิทธิ หรือทานิติกรรมทุกประเภทผูกพันทรัพย์สิน ตลอดจนทานิติกรรมอื่นใดเพ่ือ ประโยชนใ์ นการดาเนนิ กจิ การของสานกั งาน (3) จดั ใหม้ ีและให้ทนุ เพ่อื สนับสนนุ การดาเนนิ กิจการของสานักงาน มาตรการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนได้ปรากฏอยู่ในมาตรา 41 ท่ีมุ่งหวังให้การรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์คานึงถึงความเป็นเอกภาพและการบูรณาการงานของหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชน และตอ้ งสอดคล้องกบั นโยบายและแผนระดบั ชาติว่าดว้ ยการพัฒนาดิจิทลั เพ่ือเศรษฐกิจและสังคมตามกฎหมาย ว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม และนโยบายและแผนแม่บทที่เก่ียวกับการรักษาความม่ันคง ของสภาความมน่ั คงแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้ยังให้ความสาคัญกับโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศว่าเป็นกิจการที่มีความสาคัญต่อ ความม่ันคงของรัฐ ความม่ันคงทางทหาร ความม่ันคงทางเศรษฐกิจ และความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และมาตรา 48 สร้างหนา้ ท่ขี องสานักงานในการสนบั สนุนและให้ความช่วยเหลอื ในการป้องกนั รบั มือ และลด ความเส่ียงจากภยั คุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กระทบหรือเกิดแก่โครงสร้างพื้นฐาน สาคัญทางสารสนเทศ รายชือ่ หน่วยงานโครงสร้างพ้นื ฐานสาคญั ทางสารสนเทศถูกกาหนดไว้ในมาตรา 49 ทใี่ ห้คณะกรรมการ มีอานาจประกาศกาหนดลักษณะหนว่ ยงานท่ีมีภารกจิ หรอื ให้บริการในด้านดังตอ่ ไปนี้ (1) ด้านความมั่นคงของรัฐ (2) ด้านบริการภาครฐั ท่ีสาคญั (3) ดา้ นการเงนิ การธนาคาร (4) ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม (5) ดา้ นการขนส่งและโลจสิ ตกิ ส์ (6) ดา้ นพลังงานและสาธารณปู โภค (7) ด้านสาธารณสุข (8) ด้านอ่ืนตามทค่ี ณะกรรมการประกาศกาหนดเพม่ิ เตมิ กระบวนการท่ีใช้ในการเฝ้าระวังภัยความมั่นคงไซเบอร์ตามพระราชบัญญัตินี้อยู่ในมาตรา 60 โดยให้ คณะกรรมการฯ กาหนดลักษณะของภัยคุกคามทางไซเบอร์การพิจารณาเพ่ือใชอ้ านาจในการป้องกันภยั คุกคาม ทางไซเบอร์ โดยแบ่งออกเป็นสามระดบั ดงั ตอ่ ไปนี้ (1) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง หมายถึง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความเสี่ยง อย่างมีนัยสาคัญถึงระดับท่ีทาให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสาคัญของ ประเทศ หรือการให้บริการของรฐั ดอ้ ยประสิทธิภาพลง

135 (2) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง หมายถึง ภัยคุกคามที่มีลักษณะการเพิ่มข้ึนอย่างมี นัยสาคัญของการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยมุ่งหมาย เพ่ือโจมตโี ครงสร้างพื้นฐานสาคัญของประเทศและการโจมตดี ังกล่าวมผี ลทาใหร้ ะบบคอมพิวเตอร์ หรือ โครงสรา้ งสาคญั ทางสารสนเทศที่เกย่ี วข้องกับการใหบ้ รกิ ารของโครงสรา้ งพื้นฐานสาคัญของ ประเทศ ความม่ันคงของรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การป้องกันประเทศ เศรษฐกิจ การสาธารณสุข ความปลอดภัยสาธารณะ หรือความสงบเรียบรอ้ ยของประชาชนเสยี หาย จนไม่ สามารถทางานหรือให้บริการได้ (3) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ หมายถึง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ ท่ีมี ลักษณะ ดงั ตอ่ ไปนี้ (ก) เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ท่ีเกิดจากการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในระดับที่สูงขึ้นกว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง โดยส่งผลกระทบ รุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศของประเทศในลักษณะท่ีเป็นวงกว้าง จนทาให้ การทางานของ หน่วยงานรัฐหรือการให้บริการของโครงสร้างพ้ืนฐานสาคัญของประเทศท่ีให้กับ ประชาชนลม้ เหลวทั้งระบบ จนรฐั ไม่สามารถควบคุมการทางานส่วนกลางของระบบคอมพิวเตอร์ ของรัฐได้ หรือการใช้มาตรการเยียวยา ตามปกติในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามไม่สามารถแก้ไข ปญั หาได้และมีความเส่ียงที่จะลุกลามไปยัง โครงสร้างพ้นื ฐานสาคญั อืน่ ๆ ของประเทศ ซ่ึงอาจมี ผลทาให้บุคคลจานวนมากเสียชีวิตหรือระบบ คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ จานวนมากถูกทาลายเป็นวงกว้างในระดับประเทศ (ข) เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์อันกระทบหรืออาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของ ประชาชนหรือเป็นภัยต่อความม่ันคงของรัฐหรืออาจทาให้ประเทศหรือส่วนใดส่วนหน่ึงของ ประเทศตกอยู่ ในภาวะคับขันหรือมีการกระทาความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวล กฎหมายอาญา การรบหรือ การสงคราม ซึ่งจาเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาไว้ซ่ึงการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย เอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต ผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติตาม กฎหมาย ความปลอดภัยของประชาชน การดารงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน การคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพ ความสงบเรียบร้อยหรือประโยชน์ส่วนรวม หรือการป้องปัด หรือแก้ไขเยียวยา ความเสียหายจากภัยพบิ ัตสิ าธารณะอันมีมาอยา่ งฉกุ เฉินและร้ายแรง คณะกรรมการฯ มีอานาจเป็นผู้ประกาศกาหนด รายละเอียดของลักษณะภัยคุกคามทางไซเบอร์ มาตรการ ป้องกัน รบั มือ ประเมนิ ปราบปราม และระงบั ภยั คุกคามทางไซเบอรแ์ ตล่ ะระดบั ตามมาตรา 61 เม่อื ปรากฏแก่ กกม. วา่ เกิดหรือคาดว่าจะเกดิ ภยั คุกคามทางไซเบอรใ์ นระดับรา้ ยแรง ให้ กกม. ออกคาสั่งให้สานกั งานดาเนินการ ดังตอ่ ไปนี้ (1) รวบรวมข้อมูล หรือพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุที่เก่ียวข้องเพื่อวิเคราะห์ สถานการณ์ และประเมินผลกระทบจากภยั คุกคามทางไซเบอร์

136 (2) สนับสนนุ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื และเข้าร่วมในการป้องกัน รบั มอื และลดความเส่ียงจาก ภยั คุกคามทางไซเบอรท์ เี่ กดิ ขนึ้ (3) ดาเนินการป้องกันเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดจากภัยคุกคาม ทางไซเบอร์ เสนอแนะหรือสั่งการใหใ้ ชร้ ะบบที่ใช้แกป้ ัญหาเพอื่ รักษาความมั่นคงปลอดภยั ไซเบอร์ รวมถึงการหาแนวทางตอบโต้หรือการแกไ้ ขปญั หาเก่ียวกับความมั่นคงปลอดภยั ไซเบอร์ (4) สนับสนุนให้สานักงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องท้ังภาครัฐและเอกชน ให้ความช่วยเหลือ และเข้าร่วมในการปอ้ งกัน รบั มือ และลดความเสย่ี งจากภยั คกุ คามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้น (5) แจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งน้ี ตามความจาเป็นและเหมาะสม โดยคานึงถึงสถานการณ์ ความร้ายแรงและผลกระทบจากภัยคกุ คามทางไซเบอรน์ นั้ (6) ให้ความสะดวกในการประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้องและหน่วยงาน เอกชน เพอื่ จดั การความเส่ยี งและเหตกุ ารณ์ทเ่ี ก่ยี วกบั ความมนั่ คงปลอดภยั ไซเบอร์ ยิ่งไปกว่าน้ันมาตรา 62 ยังสนับสนุนการดาเนินการตามมาตรา 61 ในลักษณะการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง หนว่ ยงาน รัฐ-เอกชน เพือ่ ประโยชน์ในการวเิ คราะห์สถานการณ์ และประเมนิ ผลกระทบจากภยั คุกคามทางไซ เบอร์ โดยให้เลขาธิการฯสัง่ ให้พนักงานเจา้ หน้าที่ดาเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) มีหนังสือขอความร่วมมือจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อมาให้ข้อมูลภายในระยะเวลาท่ีเหมาะสม และตามสถานท่ที ี่กาหนด หรอื ให้ขอ้ มลู เป็นหนังสอื เก่ยี วกบั ภยั คกุ คามทางไซเบอร์ (2) มีหนงั สือขอข้อมูล เอกสาร หรอื สาเนาข้อมลู หรือเอกสารซ่ึงอยู่ในความครอบครองของ ผูอ้ ื่น อันเปน็ ประโยชน์แก่การดาเนินการ (3) สอบถามบคุ คลผมู้ ีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั ข้อเท็จจรงิ และสถานการณ์ที่มีความเกีย่ วพัน กับ ภยั คกุ คามทางไซเบอร์ (4) เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์หรือสถานประกอบการที่เก่ียวข้องหรือคาดว่ามีส่วนเก่ียวข้องกับภัย คุกคามทางไซเบอร์ของบุคคลหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้อง โดยได้รับความยินยอมจากผู้ครอบครอง สถานท่ีนั้น ผู้ให้ข้อมูลตามวรรคหนึ่งซึ่งกระทาโดยสุจริตย่อมได้รับการคุ้มครองและไม่ถือว่าเป็น การละเมิดหรือผิดสญั ญา เชน่ เดยี วกบั มาตรา 63 ในกรณีทีม่ ีความจาเปน็ เพ่ือการปอ้ งกนั รบั มอื และลดความเสยี่ งจากภัยคกุ คามทางไซ เบอร์ ให้ กกม. มีคาส่ังให้หน่วยงานของรัฐให้ข้อมูล สนับสนุนบุคลากรในสังกัด หรือใช้เครื่องมือ ทาง อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในความครอบครองทเี่ กี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกาหนดให้ กกม. ต้องดูแลมิให้มีการใช้ข้อมูลที่ได้มาตามวรรคหนึ่งในลักษณะท่ีอาจก่อให้เกิดความเสียหาย และให้ กกม. รับผิดชอบในค่าตอบแทนบุคลากร คา่ ใชจ้ ่ายหรือความเสียหายที่เกดิ ข้ึนจากการใชเ้ ครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ ดังกลา่ วมาใช้บังคับในการรอ้ งขอต่อเอกชนโดยความยินยอมของเอกชนน้นั ด้วย

137 ในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ซ่ึงอยู่ในระดับร้ายแรง มาตรา 64 ให้ กกม. ดาเนินการป้องกัน รับมือ และลดความเส่ียงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์และดาเนินมาตรการที่จาเป็น โดยให้ กกม. มีหนังสือถึงหน่วยงานของรัฐท่ีเก่ียวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กระทาการหรือ ระงับการดาเนินการใด ๆ เพื่อป้องกัน รับมือ และลดความเส่ียงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างเหมาะสม และมปี ระสทิ ธิภาพตามแนวทางท่ี กกม. กาหนด รวมทัง้ ร่วมกันบรู ณาการในการดาเนนิ การเพ่ือควบคุม ระงับ หรอื บรรเทาผลทเ่ี กิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์น้นั ได้อย่างทันท่วงที ท้งั นใ้ี หเ้ ลขาธิการรายงานการดาเนินการ ตามมาตราน้ีต่อ กกม. อย่างต่อเนื่อง และเมื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ดังกล่าวส้ินสุดลง ให้รายงานผลการ ดาเนินการต่อ กกม. โดยเร็ว การรับมือและบรรเทาความเสียหายจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง กกม. มีอานาจตาม มาตรา 65 ในการออกคาส่ังเฉพาะเท่าที่จาเป็นเพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้บุคคลผู้เป็นเจ้าของ กรรมสิทธ์ิ ผ้คู รอบครอง ผใู้ ช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพวิ เตอร์ หรือผู้ดแู ลระบบคอมพวิ เตอร์ ซึ่งมีเหตุอัน เช่ือได้ว่าเป็นผู้เก่ียวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ดาเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) เฝา้ ระวังคอมพวิ เตอรห์ รือระบบคอมพวิ เตอร์ในชว่ งระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง (2) ตรวจสอบคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพวิ เตอร์เพ่ือหาข้อบกพร่องท่ีกระทบต่อการรกั ษา ความ มน่ั คงปลอดภัยไซเบอร์ วิเคราะหส์ ถานการณ์ และประเมนิ ผลกระทบจากภยั คุกคามทางไซเบอร์ (3) ดาเนินมาตรการแก้ไขภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อจัดการข้อบกพร่องหรือกาจัดชุดคาส่ัง ไม่พึง ประสงค์ หรอื ระงับบรรเทาภัยคุกคามทางไซเบอร์ทด่ี าเนินการอยู่ (4) รักษาสถานะของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีการใด ๆ เพ่ือดาเนินการ ทางนติ ิวทิ ยาศาสตร์ทางคอมพวิ เตอร์ (5) เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องกับระบบ คอมพวิ เตอร์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งเฉพาะเท่าท่ีจาเป็น เพอ่ื ป้องกันภยั คุกคามทางไซเบอร์ ในกรณีมีเหตุจาเป็นท่ีต้องเข้าถึงข้อมูลตาม (5) ให้ กกม. มอบหมายให้เลขาธิการย่ืนคาร้องต่อศาลท่ีมีเขต อานาจเพ่ือมีคาสั่งให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้ครอบครอง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ หรือผู้ดูแล ระบบคอมพิวเตอร์ตามวรรคหน่ึงดาเนินการตามคาร้อง ทั้งนี้คาร้องที่ยื่นต่อศาลต้องระบุเหตุอันควรเช่ือไดว้ ่า บุคคลใดบุคคลหนึ่งกาลังกระทาหรือจะกระทาการอย่างใดอย่างหน่ึงท่ีก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ใน ระดับรา้ ยแรง ในการพจิ ารณาคาร้องใหย้ ืน่ เปน็ คารอ้ งไต่สวนคาร้องฉุกเฉนิ และให้ศาลพิจารณาไตส่ วนโดยเรว็ การป้องกัน รบั มือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง กกม. มีอานาจตาม มาตรา 66 ที่จะปฏิบตั ิการหรือส่งั ให้พนักงานเจา้ หนา้ ทีป่ ฏิบัติการเฉพาะเท่าที่จาเป็นเพื่อป้องกันภยั คุกคามทาง ไซเบอร์ในเรื่องดังตอ่ ไปนี้ (1) เข้าตรวจสอบสถานท่ี โดยมีหนังสือแจ้งถึงเหตุอันสมควรไปยังเจ้าของหรือผู้ครอบครอง สถานที่เพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่น้ัน หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีคอมพิวเตอร์หรือระบบ

138 คอมพิวเตอร์ ท่ีเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซ เบอร์ (2) เขา้ ถงึ ข้อมลู คอมพวิ เตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรอื ขอ้ มลู อ่นื ทีเ่ กีย่ วข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ ทาสาเนา หรือสกัดคัดกรองข้อมูลสารสนเทศหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซ่ึงมีเหตุอันควรเช่ือได้ ว่าเกี่ยวข้อง หรอื ไดร้ บั ผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (3) ทดสอบการทางานของคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้อง หรือได้รบั ผลกระทบจากภยั คกุ คามทางไซเบอร์ หรอื ถูกใช้เพ่ือค้นหาข้อมลู ใด ๆ ท่ีอยู่ภายในหรือ ใช้ประโยชนจ์ ากคอมพวิ เตอร์หรอื ระบบคอมพิวเตอรน์ ้ัน (4) ยึดหรืออายัดคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ใด ๆ เฉพาะเท่าที่จาเป็น ซึ่งมี เหตุอันควรเชือ่ ไดว้ า่ เกี่ยวข้องกบั ภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพือ่ การตรวจสอบหรือวเิ คราะห์ ท้ังนี้ ไม่ เกินสามสิบวันเม่ือครบกาหนดเวลาดังกล่าวให้ส่งคืนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ใด ๆ แก่เจ้าของ กรรมสิทธ์ิ หรอื ผคู้ รอบครองโดยทันทีหลังจากเสรจ็ สนิ้ การตรวจสอบหรือวเิ คราะห์ โดยในการดาเนินการตาม (2) (3) และ (4) ให้ กกม. ยื่นคาร้องต่อศาลที่มีเขตอานาจเพื่อมีคาส่ังให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ดาเนินการตามคาร้อง ทั้งนี้ คาร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งกาลัง กระทาหรือจะกระทาการอย่างใดอย่างหนง่ึ ที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดบั ร้ายแรง ในการพิจารณา คาร้องใหย้ ื่นเปน็ คาร้องไต่สวนคาร้องฉุกเฉนิ และให้ศาลพจิ ารณาไต่สวนโดยเรว็ ในกรณีที่เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ มาตรา 67 กาหนดให้เป็นหน้าท่ีและอานาจของ สภาความม่ันคงแห่งชาติในการดาเนินการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามกฎหมายว่าด้วยสภาความ ม่ันคงแห่งชาตแิ ละกฎหมายอน่ื ทีเ่ กยี่ วข้อง ในกรณีท่ีเป็นเหตุจาเป็นเร่งด่วน และเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ มาตรา 68 บัญญัติว่า คณะกรรมการอาจมอบหมายให้เลขาธิการมีอานาจดาเนินการได้ทันทีเท่าท่ีจาเป็นเพื่อป้องกันและเยียวยา ความเสียหายก่อนล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องย่ืนคาร้องต่อศาล แต่หลังจากการดาเนินการดังกล่าวให้แจ้ง รายละเอยี ดการดาเนนิ การดงั กลา่ วตอ่ ศาลที่มเี ขตอานาจทราบโดยเร็ว ทั้งนี้มาตรา 69 ได้เปิดโอกาสให้ผู้ท่ีได้รับคาสั่งอันเก่ียวกับการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์อุทธรณ์ คาสงั่ ไดเ้ ฉพาะทเ่ี ปน็ ภยั คกุ คามทางไซเบอรใ์ นระดับไม่ร้ายแรงเท่านั้น พระราชบัญญัติฉบับน้ีสร้างมาตรการบีบบังคับให้หน่วยงานต่าง ๆ ท้ังภาครัฐและเอกชนต้องทาตาม คาสั่งของเจ้าพนักงานรักษาการตามกฎหมายนี้ โดยสร้างบทกาหนดโทษไว้ในมาตรา 70 – 77 ต้ังแต่เจ้า พนักงาน ผูล้ ่วงรู้ นติ ิบุคคล ผู้ขัดขวาง ผู้ไมใ่ หค้ วามร่วมมอื โดยมาตรา 77 สรา้ งความรบั ผิดกรณีทน่ี ิติบุคคลเป็น ผู้กระทาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ถ้าการกระทาความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการ กระทาของกรรมการหรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซ่งึ รับผิดชอบในการดาเนินงานของนิติบุคคลนน้ั หรือในกรณี ที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องส่ังการหรือกระทาการและละเว้นไม่ส่ังการหรือไม่กระทาการจนเป็นเหตุให้นิติ บคุ คลนั้นกระทาความผิด ผู้น้ันตอ้ งรบั โทษตามทบี่ ญั ญตั ไิ ว้สาหรับความผดิ นัน้ ๆ ดว้ ย