Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงาน-ข้อมูลกฎหมายของประเทศเวียดนาม (ด้านเศรษฐกิจ) - อ.อุษณีย์

รายงาน-ข้อมูลกฎหมายของประเทศเวียดนาม (ด้านเศรษฐกิจ) - อ.อุษณีย์

Published by E-books, 2021-03-01 07:30:12

Description: รายงาน-ข้อมูลกฎหมายของประเทศเวียดนาม (ด้านเศรษฐกิจ)-อุษณีย์

Search

Read the Text Version

101 4. กฎหมายธรุ กจิ ภายใน 4.1 กฎหมายเกี่ยวกับวิสาหกจิ 4.1.1 กฎหมายวสิ าหกจิ กอ น ค.ศ. 2005 ในชวงกอน ค.ศ. 1986 การใชแผนการกําหนดตลาดแบบเบ็ดเสร็จจากสวนกลางสงผลให ภาคเอกชนไมมีบทบาทในการทําธุรกิจ หลังการปฏิรูปดอยเหมย ค.ศ. 1986 ซ่ึงเปนชวงท่ีประเทศ เวียดนามไดเปลี่ยนไปสูระบบเศรษฐกิจแบบอางอิงตลาดภายใตระบบสังคมนิยม จึงไดมีการเปดทาง สําหรบั การจัดตงั้ ภาคเอกชน มีการตรารัฐบัญญตั ิวิสาหกิจเอกชนและรฐั บัญญัติบริษัทขึ้นใน ค.ศ. 1990 และมีผลใชบังคับในค.ศ. 1991 และรัฐบัญญัติรัฐวิสาหกิจใน ค.ศ. 1995 ซึ่งกฎหมายเหลาน้ีถือเปน กฎหมายฉบับแรกๆ ท่ีสนับสนุนธุรกิจในประเทศเวียดนาม รูปแบบของวิสาหกิจในชวงเวลาดังกลาว ไดแก วิสาหกิจเอกชน (ตกอยูภายใตรัฐบัญญัติวิสาหกิจเอกชน ค.ศ. 1990) บริษัทจํากัดและบริษัท มหาชน (ตกอยูภายใตรัฐบัญญัตบิ ริษัท ค.ศ. 1990) และรัฐวิสาหกิจ (ตกอยูภายใตรัฐบัญญัติรัฐวิสาหกจิ ค.ศ.1995) รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 ยกเลิกรัฐบัญญัติวิสาหกิจเอกชน ค.ศ. 1990 และรัฐบัญญัติ บริษทั ค.ศ. 1990 และรวบรวมกฎหมายตา งๆเกี่ยวกับธุรกิจเอกชนไวอยใู นกฎหมายฉบับเดยี ว (ในขณะ ที่หนวยงานรัฐวสิ าหกิจอยูภายใตกฎหมายอีกฉบับหน่ึง กลาวคือ รัฐบัญญัติรัฐวิสาหกิจ ค.ศ. 1995)345 รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 ไดกําหนดประเภทของวิสาหกิจขึ้นอีกประเภทหน่ึงคือหางหุนสวน รัฐ บัญญัติฉบับนี้เอื้อตอการพัฒนาของธุรกิจเอกชนโดยรับรองเสรภี าพของเอกชนในการประกอบธุรกิจทุก ประเภท ยกเวนธุรกิจที่ถูกจํากัดโดยบทบัญญัตขิ องกฎหมาย ขณะที่กอนหนานี้เอกชนสามารถประกอบ ธุรกิจเฉพาะประเภทท่ีกฎหมายอนุญาต นอกจากน้ี รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 ไดขจัดอุปสรรคที่ เกีย่ วขอ งกับการประกอบธรุ กิจ เชน ใบอนุญาต กระบวนการและคาธรรมเนยี ม ทง้ั นี้ คณะกรรมการราง กฎหมายไดท าํ การสาํ รวจทว่ั ประเทศและพบวา การประกอบธรุ กิจกวา 300 ประเภทยังอยภู ายใตเง่อื นไข ที่ตองขอใบอนุญาตจากหนวยงานภาครัฐ รัฐบาลจึงไดยกเลิกใบอนุญาตท่ีไมจําเปนออกไปตาม ขอ กําหนด 19/2000/ QD-TTg ของประธานาธิบดี วันท่ี 3 กมุ ภาพันธ ค.ศ. 2000 ซึ่งนําไปสูก ารยกเลิก ใบอนุญาต 84 ชนิดเนื่องจากไมมีความจําเปนและขัดแยงกับรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999346 ภายใต สภาพแวดลอมใหมของกฎหมายใหมเก่ียวกับธุรกิจวิสาหกิจเอกชนไดมีการพัฒนาอยางรวดเรว็ โดยใน 345 กฎหมายรฐั วสิ าหกจิ ค.ศ. 1995 ไดถ กู ยกเลิกโดยกฎหมายรฐั วิสาหกิจ ค.ศ. 2003 346 รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 59/2002/NĐ-CP ของรัฐบาล ลงวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 2002 ดําเนินการตามกลยุทธนี้ตอไป และยกเลกิ ใบอนุญาตเพิ่มเตมิ 4 ประเภท รวมทง้ั ใชเ ง่อื นไขทางธรุ กจิ แทนใบอนญุ าต 10 ประเภท

102 ระหวางค.ศ. 2000-2004 ธุรกิจ 73,000 แหงไดกอตั้งข้ึน ซ่ึงถือเปน 3.75 เทาของจํานวนการกอตั้ง ธรุ กิจเอกชนระหวา ง ค.ศ.1991-1999347 และใน ค.ศ. 2004 มธี รุ กจิ เอกชน 150,000 แหงกอตั้งขน้ึ 348 4.1.2 กฎหมายวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 กฎหมายวิสาหกิจที่ใชบังคับในปจจุบันก็คือรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 ฉบับที่ 60-2005- QH11 ซึ่งมีผลใชบังคับต้ังแตวันท่ี 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 รัฐบัญญัติฉบับนี้ยกเลิกรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 รัฐบัญญัติรัฐวิสาหกิจ ค.ศ. 2003 ยกเลิกหลักเกณฑท่เี ก่ียวกับวิสาหกิจและการจัดโครงสราง และการจัดการธุรกิจในรัฐบญั ญตั ิการลงทนุ ของชาวตา งชาติ ค.ศ. 1996 และรัฐบัญญัติทแ่ี กไ ขรัฐบัญญัติ การลงทนุ ของชาวตางชาติ ค.ศ. 2000 รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 ไดจัดตั้งขอกําหนดทางกฎหมายโดยทั่วไปสําหรับกิจการ ภายในประเทศเวียดนาม โดยกําหนดกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเปนบริษัทจํากัด (Limited Liability company) หรือบริษัทมหาชน (Shareholding company) (มาตรา166) โดยภายในวันท่ี 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2010 รัฐวิสาหกิจจะตองแปรรูปแบบไปเปนบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนและอยูใต บังคับของรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 ท้ังน้ี กอนการใชกฎหมายฉบับน้ี วิสาหกิจของชาวเวียดนาม และของชาวตา งชาติอยูภายใตกฎหมาย 2 ฉบับ หากแตว า ภายใตร ัฐบัญญตั ิวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 องคก ร ทางเศรษฐกิจทุกองคกรไมวาจะเปนองคกรภายในประเทศหรือองคกรของตางชาติ ไมวาจะรัฐหรือ เอกชนเปน เจา ของ จะไดร บั การปฏบิ ัตอิ ยา งเทาเทยี ม (มาตรา 3.1) ถึงแมวารัฐบาลจะพยายามอยางมากที่จะลดจํานวนใบอนุญาตประกอบกิจการมาตั้งแต ค.ศ. 2000 แตในความเปนจริงแลวคณะรัฐมนตรีและองคกรอื่นๆ ยังคงมีอํานาจในการออกใบอนุญาต ประกอบกิจการที่ไมสมเหตุสมผล เพ่ือแกปญหาดังกลาว รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 จึงกําหนดให รัฐบาลเปนผมู ีสิทธิออกใบอนุญาตประกอบกิจการแตเ พียงผเู ดียวหากมีความจําเปน โดยกระทรวงและ หนวยงานระดับกระทรวง สภาประชาชนและคณะกรรมการประชาชนทกุ ระดับไมสามารถที่จะกําหนด กฎเกณฑในการดาํ เนินธุรกิจได (มาตรา 7.5) ตามรัฐบัญญตั ิวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 (มาตรา 7) เชนเดยี วกับรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 ทุก องคกรทางเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามจะตองปฏิบัติตามขอกําหนดเก่ียวกับการประกอบกิจการใน เรื่องขอจํากัดประเภทของกิจการและเงื่อนไขการประกอบกิจการตามท่ีกฎหมายกําหนดซ่ึงมี รายละเอียดดงั ตอ ไปนี้ 1) วิสาหกจิ เอกชนทกุ ประเภทมสี ทิ ธิทจ่ี ะประกอบกจิ การทกุ ชนิดท่ไี มต อ งหา มตามกฎหมาย กิจการทตี่ องหา มตามกฎหมายไดแ ก กจิ การท่กี ระทบตอ การปองกันประเทศ ความมัน่ คง 347 Bo Ngoai Giao Viet Nam [Vietnam's Ministry of Foreign Affairs], 'Mot So Net Kinh Te Viet Nam [Some Characteristics of Vietnam Economy]', above n 27 348 ในเรื่องเดียวกนั

103 ของประเทศ ความสงบเรียบรอยของสังคม ความปลอดภยั ของสังคม ประวตั ศิ าสตร วฒั นธรรม จรยิ ธรรม ศลี ธรรม และจารีตประเพณีอันดงี ามของเวยี ดนาม และกระทบตอ สขุ ภาพของประชาชนในประเทศ หรือทาํ ใหทรพั ยากรทางธรรมชาติเสอ่ื มโทรมลง ซึ่ง เปน ไปตามรายชื่อกจิ การท่ีตองหา มตามที่รัฐบาลกาํ หนด 2) ในสวนของกิจการท่ีอยูภายใตเงื่อนไขพิเศษ เอกชนจะไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการก็ ตอเม่ือไดปฏบิ ตั ติ ามเง่อื นไขทางธุรกจิ ท่ีกฎหมายกาํ หนดทุกประการเทานั้น349 เง่ือนไขทางธุรกิจ หมายถึง ขอกําหนดท่ีวิสาหกิจจะตองปฏิบัติตามเม่ือวิสาหกิจประกอบ กิจการตามลักษณะที่กําหนดไว เชน การไดรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ใบรับรองการ ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางธุรกิจ ใบรับรองการประกันภัยวิชาชีพ การมีเงินทุนตามที่กฎหมาย กําหนด หรือการปฏิบัติตามขอกําหนดอื่นๆ 3) วิสาหกจิ เอกชนจะตองประกอบกิจการตรงตามวัตถปุ ระสงคของกจิ การทไ่ี ดจ ดทะเบียนไว (มาตรา 9.1 ของรฐั บญั ญตั ิวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005) ตวั อยา งเชน การประกอบกจิ การของ แฟรนไชส เพื่อการขยายกิจการนั้น ผูซอ้ื แฟรนไชสจะตองประกอบกิจการนั้นภายใตกรอบ ของกิจการนนั้ มาตรา 1 ของรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 กําหนดธุรกิจไว 4 ประเภท คือ บริษัทจํากัด บรษิ ัทมหาชน หางหุนสว น วิสาหกิจเอกชน (องคก รของผปู ระกอบการรายเดยี ว) ก. บริษทั จํากัด (Limited Liability Company) ภายใตร ัฐบัญญตั ิวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 บริษทั จาํ กัดคือบรษิ ัทที่มคี ณุ สมบัตดิ ังตอ ไปน3ี้ 50 - สมาชิกอาจจะเปนองคก รหรือบุคคลท่ัวไปก็ได - จาํ นวนสมาชิกตองไมเ กิน 50 คน - ผถู ือหุนจะรับผดิ ตอหนา ที่และหน้ีสนิ ของบรษิ ทั ภายใตจ ํานวนทนุ ที่ไดล งกับบริษัท - บริษทั จาํ กัดไมสามารถออกขายหนุ สูสาธารณะได รัฐบัญญัติวิสาหกิจแบงบริษัทจํากัดออกเปน 2 ประเภทตามจํานวนสมาชิกของบริษัท โดยมี บริษัทจํากัดที่มีจํานวนสมาชกิ มากกวา 2 คนขน้ึ ไป351 และบรษิ ัทจาํ กดั ท่ีมจี าํ นวนสมาชกิ เพียง 1 คน352 ข. บริษทั มหาชน (Shareholding company) บริษทั มหาชนคือบริษทั ทมี่ ีคณุ สมบตั ิดังตอไปน3ี้ 53 349 มาตรา 7.2 กฎหมายรัฐวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 350 กฎหมายวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 มาตรา 38 และ 63 351 กฎหมายวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 มาตรา 38 352 กฎหมายวิสาหกจิ ค.ศ. 2005 มาตรา 63 353 กฎหมายวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 มาตรา 77

104 - เงนิ ทุนของบริษัทจะถูกแบงเปนสดั สว นเทา ๆ กันเรยี กวาหนุ - ผูถือหุนอาจจะเปนองคกรหรือปจเจกชน จํานวนข้ันตํ่าของสมาชิกในบริษัทคือ 3 คน และไมม ีขอจํากัดวาตอ งมผี ูถือหนุ มากทส่ี ดุ จํานวนเทา ใด - ผถู ือหุนจะตองรับผดิ สําหรบั หนขี้ ององคก รเพยี งเทา มูลคา หนุ ท่ตี นไดช าํ ระไป - ผถู ือหุนสามารถท่จี ะโอนหุน ของตนใหกับผูอ ่ืนไดโ ดยไมตองอาศยั ความยนิ ยอม เวน แต ในกรณที ี่ขัดแยงตอรัฐบญั ญัตวิ ิสาหกิจ - บรษิ ัทมหาชนสามารถออกเอกสารตราสารหลกั ทรพั ยไดทุกประเภท ค. หางหนุ สว น (Partnership) หางหนุ สวนเปน รปู แบบหน่งึ ขององคก รทางธรุ กจิ ที่ไดรับการรบั รองเปนครัง้ แรกโดยรฐั บัญญตั ิ วสิ าหกจิ ค.ศ. 1999 และปจจุบนั อยภู ายใตร ฐั บัญญตั วิ สิ าหกจิ ค.ศ. 2005 ภายใตร ัฐบัญญตั วิ ิสาหกจิ ค.ศ. 2005 หางหนุ สวนหมายถงึ วิสาหกจิ 354ทม่ี ีคณุ สมบัติ ดงั ตอ ไปน้ี355 - มสี มาชกิ 2 คนเปนอยางนอยรวมกันเปน เจา ของกิจการและรวมประกอบกิจการภายใต ชอื่ เดยี วกนั (ซึ่งตอไปจะเรยี กวาหุนสวนแบบไมจ ํากดั ความรบั ผิด) - นอกจากหา งหนุ สวนไมจาํ กัดความรับผิดยังอาจจะมหี ุนสวนแบบจํากัดความรับผดิ - หางหุนสวนไมจํากัดความรับผิดจะตองเปนบุคคลท่ีรับผิดตอหน้ีสินของหางหุนสวน ครอบคลมุ ทรพั ยสนิ ท้งั หมดของบคุ คลนนั้ - หุนสวนแบบจํากัดความรับผดิ จะรวมรบั ผิดชอบจาํ นวนหน้ที ่ีเกิดข้ึนไมเกินจาํ นวนเงินที่ ตนไดล งทุนและหนุ สว นจาํ กัดไมสามารถออกเอกสารตราสารหลักทรัพยได ง. วิสาหกิจเอกชน/องคก รของผูประกอบการรายเดียว (Private Enterprises/Sole Proprietorship) วสิ าหกิจเอกชนเปนองคก รทีซ่ บั ซอนนอยที่สุดจากทางธรุ กิจท้ังหมด เปนธุรกิจที่มีเจาของเพียง คนเดียวซึ่งเปนผูไดรับผลกําไรและรับผิดอยางไมจํากัดตอธุรกิจ วิสาหกิจเอกชนไมสามารถออก หลกั ทรพั ยค าํ้ ประกนั ได และแตละบุคคลสามารถจัดต้ังองคกรเอกชนไดเพยี งแหง เดียวเทา น้ัน356 ภายใตร ฐั บญั ญัติวสิ าหกิจ ค.ศ. 1999 ถาบุคคลใดตอ งการทีจ่ ะจัดตงั้ วสิ าหกิจเอกชนที่เปนอิสระ ไมเชื่อมโยงกับองคกรอ่ืนๆหรือเอกชนรายอื่น บุคคลนั้นจะตองเลือกจัดต้ังองคกรประเภทองคกรของ ผูประกอบการรายเดียว อยางไรก็ตามรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 อนุญาตใหบุคคลผูซึ่งตองการจะ 354 ในประเทศเวียดนาม หา งหนุ สวน หมายความถึง บรษิ ัท 355 กฎหมายวสิ าหกจิ ค.ศ. 2005 มาตรา 130 356 กฎหมายวิสาหกจิ ค.ศ. 2005 มาตรา 141

105 ประกอบกิจการแบบวิสาหกิจเอกชนกอตงั้ บริษัทจํากัดความรับผดิ ท่ปี จ เจกชนเพียงผูเ ดยี วเปนเจาของได (มาตรา 63.1) ทง้ั นี้ภายใตกฎหมายเดมิ เฉพาะองคกรเทา นนั้ สามารถกอ ตัง้ บรษิ ัทจาํ กัดความรับผดิ 4.1.3 การจดทะเบยี นจดั ตงั้ ธรุ กจิ วิสาหกิจทกุ ประเภทตามรัฐบัญญัติวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 ตามที่ระบุไวขางตนจะตองดาํ เนินการ จดทะเบียนจัดต้ังธุรกิจเพื่อใหวิสาหกิจมีสถานะเปนนิติบุคคลตามกฎหมาย ผูกอต้ังวิสาหกิจจะตอง ดําเนินการย่ืนเอกสารและคําขอจัดตั้งธุรกิจกับหนวยงานที่มีอํานาจในการจดทะเบียนวิสาหกิจ และ หนวยงานที่มีอํานาจดังกลาวจะพิจารณาคําขอและเอกสารและออกใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจ ภายใน 10 วันทาํ การนบั จากไดรบั เอกสารทั้งหมด (มาตรา 15 ของรฐั บัญญัตวิ สิ าหกจิ ค.ศ. 2005)357 วิสาหกิจทกุ ประเภทจะมีสถานะเปนนิตบิ ุคคลที่สามารถสรางนิตสิ ัมพันธและมีภาระหนาที่ตาม นิตสิ มั พันธด งั กลาวไดนบั ต้ังแตวนั ที่ไดรับใบรบั รองการจดทะเบียนจากหนว ยงานผรู ับผดิ ชอบ หนว ยงานผรู บั ผิดชอบการจดทะเบยี นธุรกจิ หนวยงานผูดําเนินการจดทะเบียนธุรกิจทุกประเภทและควบคุมการดําเนินธุรกิจรวมถึง ดําเนนิ การออกใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจไดแก กรมการวางแผนและการลงทุน (Department of Planning and Investment) วิสาหกิจจะตองติดตอและดําเนินการจดทะเบียนธุรกิจกับหนวยงานจด ทะเบียนธรุ กิจสงั กดั กรมการวางแผนและการลงทนุ ทองถิน่ ในจงั หวดั ที่สาํ นักงานใหญต ้งั อยู ขนั้ ตอนการดําเนินการจดทะเบยี นธุรกิจ - ตรวจสอบและจองชื่อนิตบิ คุ คล - จัดเตรียมคาํ ขอจดทะเบียน (สามารถดาวนโหลดไดท่ี www.business.gov.vn หรือขอรับ ไดท ่สี ํานกั งานจดทะเบียนธุรกิจทอ งถิ่น พรอ มเอกสารอนื่ ๆ ท่ีเก่ียวขอ ง - ย่ืนคําขอจดทะเบียนพรอมเอกสารที่เกี่ยวของท่ีสํานักงานจดทะเบียนธุรกิจของจังหวัดที่ สาํ นกั งานใหญต ัง้ อยู - นายทะเบียนตรวจพิจารณาคําขอจดทะเบียนและเอกสาร หากไดรับการอนุมัตินาย ทะเบียนจะออกใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจใหแกวิสาหกิจ หากไมอ นุมัติ นายทะเบยี น 357 ตัวอยางเชน ตามมาตรา 18 ของรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 เอกสารประกอบการขอจดทะเบียนจัดต้ังบริษัท จํากัดมีดังน้ี (1) คาํ ขอจดทะเบยี นตามแบบทีก่ ําหนดโดยสาํ นกั งานจดทะเบยี นธุรกิจผรู ับผิดชอบ (2) รางหนงั สอื สัญญาการจัดตั้งบรษิ ัท (3) รายช่อื สมาชกิ (4) หนงั สอื รบั รองทุนจดทะเบยี นขัน้ ตํา่ ทีอ่ อกโดยหนวยงานหรือองคกรผรู บั ผิดชอบ กรณที ี่บริษทั ประกอบกิจการ ซงึ่ กฎหมายกําหนดใหตอ งมีทุนจดทะเบยี นขัน้ ต่าํ (5) ใบรับรองการปฏิบัติงานของกรรมการหรือกรรมการบริหารทั่วไปและบุคคลอื่น ๆ กรณีที่บริษัทประกอบ กจิ การซง่ึ กฎหมายกาํ หนดใหต องมีใบรับรองการปฏิบัติงาน

106 จะแจงวิสาหกิจเปนลายลักษณอักษรพรอมช้ีแจงเหตุผลและรายละเอียดท่ีตองแกไขหรือ เพิม่ เตมิ อยางไรก็ตาม สําหรับการจดทะเบียนธุรกิจตางชาติ โครงการลงทุนตางชาติและการจัดตั้ง วิสาหกิจท่ีไดรับการลงทุนจากตางชาติจะตองไดรบั การอนุมัติจากหนว ยงานท่ีมีอํานาจ โดยจะตองไดรบั ใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน ซ่ึงเสมือนเปนใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจของวิสาหกิจทว่ั ไป ใน การขออนุมตั ิจดั ต้ังบริษทั ที่มีการลงทนุ จากตางชาติ บรษิ ทั จะตอ งดําเนนิ การดงั น้ี 1) สําหรับธุรกิจตางชาติที่มีมูลคาการลงทุนนอยกวา 3 แสนลานดองและไมไดอยูในรายชื่อ ประเภทการลงทุนทมี่ ีเงื่อนไข ใหนักลงทุนดําเนนิ การจดทะเบียนการลงทุนที่หนวยงานการ ลงทุนในแตละจังหวัดเพ่ือขอรับใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน (มาตรา 46 ของรัฐ บญั ญตั กิ ารลงทนุ ค.ศ. 2005) 2) สําหรับธรุ กิจทีม่ ีมูลคา การลงทุน 3 แสนลานดองหรือมากกวา และอยูในรายชื่อประเภทการ ลงทุนที่มีเง่ือนไข ใหดําเนินการจดทะเบียนการลงทุนที่หนว ยงานการลงทุนในแตละจังหวัด อยางไรก็ตามการขอรับใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน จะตองผานการประเมินการ ลงทุนโดยหนว ยงานดงั กลาวกอน ในกรณที ี่เปนโครงการสําคญั ระดับประเทศ สภาแหงชาติ จะกําหนดนโยบายและหลักเกณฑสําหรับโครงการลงทุนดังกลาว และรัฐบาลจะออก กฎระเบียบเก่ียวกับคําส่ังและขั้นตอนการประเมินการลงทุนและการออกใบรับรองการจด ทะเบยี นการลงทนุ (มาตรา 47 ของรัฐบญั ญตั กิ ารลงทนุ ค.ศ. 2005) 4.2 กฎหมายพาณิชย รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 ฉบับท่ี 36/2005/QH11X ไดรับความเห็นชอบจากวาระการ ประชมุ คร้ังท่ี 7 ของสภาแหงชาตชิ ุดที่ 11 เมื่อวนั ที่ 14 มิถนุ ายน ค.ศ. 2005 และมีผลบงั คบั ใชในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2006 โดยยกเลิกรัฐบัญญตั พิ าณิชย ค.ศ. 1997 รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 มีขอบเขตการใชบังคับกวางกวารัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 1997 และสอดคลอ งกับแนวทางปฏิบัติสากล รัฐบัญญตั ิพาณชิ ยฉบับน้ีใหนิยามใหมแกกิจกรรมเชิงพาณชิ ยซ ึง่ ครอบคลุมกิจกรรมเชิงพาณิชยท้ังหมด กลาวคือ การซ้ือขายสินคาหรือการใหบริการ การลงทุน การ สงเสริมทางการคา และกิจกรรมอื่นที่มีวัตถุประสงคเพ่ือแสวงหากําไร นอกจากน้ีรฐั บญั ญตั พิ าณิชย ค.ศ. 2005 ยังรับรองการทําธุรกรรมโดยองคกรไมแสวงหาผลกําไรกับผูประกอบการคาอ่ืน หากองคกรไม แสวงหาผลกาํ ไรเลือกที่จะนํารัฐบญั ญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 มาใชบ ังคบั กบั ธุรกรรมดังกลา ว รฐั บัญญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005 ไดกําหนดหลักการพ้ืนฐานในการทํากิจกรรมเชิงพาณชิ ยไวเพื่อ เปนการประกันสิทธิของผูประกอบการคาและคุมครองสิทธิของผูบริโภค กฎหมายฉบับน้ีวางหลักวา ผูประกอบการคามีความเสมอภาคกันภายใตกฎหมาย358 และมีเสรีภาพในการทําขอตกลงท่ีเกี่ยวกับ 358 มาตรา 10 รฐั บญั ญัตพิ าณิชย ค.ศ. 2005

107 กิจกรรมเชงิ พาณชิ ยไดเ ทาที่ไมข ัดตอกฎหมาย ขัดตอ ประเพณี ศลี ธรรมอันดีและหลกั จริยธรรมของสงั คม คูสัญญาจะตองเขาทําสัญญาดว ยความสมัครใจ และหามมิใหคสู ญั ญาฝายใดยัดเยียด บังคับ ขมขู หรือ ขดั ขวางคสู ัญญาอีกฝา ยในการเขาทาํ สญั ญาระหวางกนั 359 4.2.1 ผปู ระกอบการคา ตา งประเทศซง่ึ ดําเนินกิจกรรมเชิงพาณชิ ยในประเทศเวียดนาม ผูป ระกอบการคา ตา งประเทศซึ่งดาํ เนนิ กิจกรรมเชิงพาณิชยใ นประเทศเวยี ดนาม 1. ผูประกอบการคาตางประเทศ หมายถึง ผูประกอบการคาที่จัดต้ังและจดทะเบียนธรุ กิจตาม ขอกาํ หนดกฎหมายตางประเทศหรอื เปนท่ียอมรับตามกฎหมายตา งประเทศ 2. ผูประกอบการคาตางประเทศมีสิทธิจัดต้ังสาํ นักงานผแู ทนหรือสาขาในเวียดนาม และจดั ต้ัง วิสาหกิจท่ีไดรับการลงทุนจากตางชาติในประเทศเวียดนามตามรูปแบบที่กําหนดไวใน กฎหมายของประเทศเวียดนาม 3. สํานักงานผูแทนและสาขาของผูประกอบการคาตางประเทศท่ีจัดตั้งในประเทศเวยี ดนามมี สิทธิและหนาท่ีตามที่กําหนดไวในกฎหมายของประเทศเวียดนาม ทั้งน้ีผูประกอบการคา ตางประเทศจะตองรับผิดชอบการดําเนินงานของสํานักงานผูแทนและสาขาท่ีจัดต้ังใน ประเทศเวียดนาม ตามกฎหมายของประเทศเวยี ดนาม 4. วิสาหกิจที่ไดรับการลงทุนจากตางชาติซ่ึงจัดตั้งในประเทศเวียดนามโดยผูประกอบการคา ตางประเทศตามบทบัญญัติกฎหมายของประเทศเวียดนามหรือสนธิสัญญาท่ีสาธารณรัฐ สงั คมนยิ มเวยี ดนามเปน ภาคี ถอื วาเปน ผปู ระกอบการคา ของประเทศเวียดนาม สทิ ธิของสาํ นักงานผูแ ทน 1. ดําเนินงานตามวัตถปุ ระสงคภายในขอบเขตและระยะเวลาตามท่ีกําหนดไวในใบอนญุ าตการ จัดตั้ง 2. เชาสํานกั งาน เชาและจัดซอ้ื เคร่อื งมอื และส่งิ อาํ นวยความสะดวกท่ีจําเปน ในการดาํ เนินงาน 3. วาจางพนักงานชาวเวียดนามและชาวตางชาติเขาทํางาน ตามบทบัญญัติกฎหมายของ ประเทศเวยี ดนาม 4. เปดบัญชเี งินฝากเปนเงินตราตา งประเทศหรือเงินดองเวียดนามทอี่ ิงเงินตราตางประเทศกับ ธนาคารทไ่ี ดรบั อนุญาตใหด าํ เนนิ กิจการในประเทศเวียดนาม และอนญุ าตใหใ ชบัญชดี ังกลา ว เพ่อื การดาํ เนินกิจการเทานน้ั 5. ใชต ราประทบั ท่ีมชี ่ือสาํ นักงานตามบทบัญญตั ิกฎหมายของประเทศเวยี ดนาม 6. มีสิทธอิ ืน่ ๆ ตามทีก่ ฎหมายบญั ญัติ 359 มาตรา 11 รัฐบญั ญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005

108 หนา ที่ของสาํ นกั งานผูแทน 1. ไมด ําเนินกจิ กรรมทกี่ อใหเกิดผลกําไรโดยตรงในประเทศเวยี ดนาม 2. ดาํ เนินกจิ กรรมสง เสรมิ ทางการคา ภายในขอบเขตทกี่ ฎหมายอนญุ าต 3. ไมเขา ทําสัญญา แกไขหรือเพ่ิมเติมสัญญาซ่ึงผูประกอบการคา ตา งประเทศทําเสร็จส้ินแลว เวนแตห วั หนาสํานกั งานผแู ทนจะไดร ับหนังสือมอบอํานาจจากผูป ระกอบการคา ตางประเทศ หรอื กรณอี ่นื ๆ ตามท่ีระบุในมาตรา 17 วรรคสอง สามและสขี่ องกฎหมายฉบับนี้ 4. จายภาษี คาธรรมเนยี ม คาใชจ ายตา งๆ และปฏบิ ัตติ ามพันธะทางการเงนิ อื่นๆ ตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม 5. รายงานการดําเนินงานตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม 6. มีพนั ธะหนาที่อน่ื ๆ ตามทบี่ ัญญตั ิไวในกฎหมายของประเทศเวียดนาม สิทธิของสาํ นกั งานสาขา 1. เชาสํานกั งาน เชา และจัดซ้อื เครอื่ งมือและส่งิ อํานวยความสะดวกทจี่ ําเปน ในการดําเนินงาน 2. วา จางพนักงานชาวเวยี ดนามและชาวตา งชาติเขา ทาํ งานตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม 3. เขาทาํ สัญญาในประเทศเวยี ดนามตามท่รี ะบใุ นใบอนุญาตการจดั ตัง้ และบทบญั ญตั ิของ กฎหมาย 4. เปดบญั ชเี งินฝากเปน เงนิ ดองเวียดนามและเงินตราตางประเทศกบั ธนาคารทไ่ี ดร ับอนุญาตให ดําเนินกจิ การในประเทศเวียดนาม 5. โอนผลกําไรไปตางประเทศตามบทบญั ญัติกฎหมายของประเทศเวยี ดนาม 6. ใชต ราประทับท่มี ชี ือ่ สาํ นักงานตามบทบญั ญตั กิ ฎหมายของประเทศเวียดนาม 7. ดาํ เนนิ การซื้อขายสินคา รวมท้งั กจิ กรรมเชงิ พาณชิ ยอ ื่นๆ ตามใบอนญุ าตการจดั ต้งั และตาม บทบัญญัติกฎหมายของประเทศเวียดนามและสนธสิ ัญญาท่ีสาธารณรฐั สงั คมนยิ มเวยี ดนาม เปนภาคี 8. มีสิทธิอน่ื ๆ ตามท่กี ฎหมายบัญญัติ หนาทขี่ องสํานกั งานสาขา 1. ปฏิบัตติ ามระบบบัญชีท่ีกําหนดไวในกฎหมายของประเทศเวียดนาม ในกรณีท่ีจําเปนตอ งใช ระบบบัญชอี น่ื น้ันจะตองขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง 2. รายงานการดาํ เนนิ งานตามบทบญั ญตั ิกฎหมายของประเทศเวียดนาม 3. มพี ันธะหนา ที่อ่นื ๆ ตามทกี่ ฎหมายบญั ญัติ สิทธแิ ละหนาที่ของวสิ าหกจิ ท่ีลงทนุ โดยตา งชาติ สิทธิและหนาท่ีของวิสาหกิจท่ีลงทุนโดยตา งชาติจะเปน ไปตามบทบัญญัตกิ ฎหมายของประเทศ เวียดนามหรอื สนธสิ ญั ญาที่สาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวยี ดนามเปนภาคี

109 อาํ นาจในการใหอนญุ าตผปู ระกอบการคา ตางประเทศดาํ เนนิ กจิ กรรมเชิงพาณชิ ยใ นประเทศ เวียดนาม 1. รัฐบาลจะบริหารจัดการอนุญาตดําเนินกิจกรรมเชิงพาณิชยของผูประกอบการคา ตา งประเทศในประเทศเวียดนามโดยรปู แบบเดยี วกนั 2. กระทรวงแผนงานและการลงทุนจะแจง ตอรัฐบาลเก่ียวกับการบริหารจัดการออกใบอนุญาต ใหแกผูประกอบการคาตางประเทศซึ่งลงทุนในประเทศเวียดนามตามบทบัญญัติกฎหมาย ของประเทศเวียดนาม 3. กระทรวงการคาจะแจงตอรัฐบาลเกี่ยวกับการบริหารจัดการออกใบอนุญาตการจัดต้ัง สํานักงานผูแทนของผูประกอบการคาตางประเทศในประเทศเวยี ดนาม หรือใบอนุญาตการ จัดต้ังสํานักงานสาขา วิสาหกิจรวมทุน หรือวิสาหกิจท่ีลงทุนในประเทศเวียดนามโดยเงินทนุ ตางชาติรอยละ 100 ในกรณีที่ผูประกอบการคานั้นมีความเช่ียวชาญในการดําเนินการซ้ือ ขายสนิ คา หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เก่ียวของโดยตรงกับการซื้อขายสินคาตามกฎหมายประเทศ เวยี ดนามและสนธิสญั ญาท่ีสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวยี ดนามเปนภาคี 4. ในกรณีท่ีกฎหมายเฉพาะมีบทบัญญัติเฉพาะเกี่ยวกับอํานาจหนาท่ีของกระทรวงหรือ หนวยงานระดับกระทรวงซ่ึงดูแลรับผิดชอบในการบริหารจัดการออกใบอนุญาตใหแก ผูประกอบการคาตางประเทศเพื่อดําเนินกิจกรรมเชิงพาณิชยในประเทศเวียดนาม บทบัญญัติของกฎหมายเฉพาะดังกลา วจะนํามาใชบ ังคบั การยุติการดาํ เนนิ งานในประเทศเวียดนามของผปู ระกอบการคา ตา งประเทศ 1. ผูประกอบการคาตางประเทศจะตองยุติการดําเนินงานในประเทศเวียดนามในกรณี ดงั ตอไปนี้ ก. เมอื่ ครบกําหนดระยะเวลาการดําเนินงานตามทีร่ ะบุในใบอนุญาต ข. เม่ือไดรบั คํารองของผปู ระกอบการซ่ึงไดรับอนุมัติจากหนวยงานบริหารจัดการ ทม่ี ีอาํ นาจของรัฐ ค. ตามคําตดั สินของหนวยงานบริหารจัดการที่มีอํานาจของรัฐ โดยเปนบทลงโทษ จากการละเมิดกฎหมายและฝา ฝนใบอนญุ าต ง. ในกรณที ่ีผปู ระกอบการคา เปน บคุ คลลม ละลาย จ. ในกรณีที่ผูประกอบการคาตางประเทศยุติการดําเนินงานตามกฎหมาย ตางประเทศของสํานกั งานผแู ทน สํานักงานสาขา หรือฝายตางประเทศตามสญั ญา ความรว มมอื ธรุ กจิ กับฝายประเทศเวียดนาม ฉ. กรณอี ่นื ๆ ตามทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ 2. กอนยุติการดําเนินงานในประเทศเวียดนาม ผูประกอบการคาตางประเทศจะตองชําระ หน้ีสนิ และปฏบิ ัตพิ นั ธะหนาทอ่ี ืน่ ๆ ตอ รัฐ องคก รและบคุ คลท่ีเกีย่ วขอ งในประเทศเวยี ดนาม

110 4.2.2 การซอ้ื และการขายสินคา โดยหลักการท่ัวไป สัญญาซ้ือขายสินคา สามารถทําข้ึนดวยวาจาหรอื เปนลายลักษณอักษร หรือ อาจทําขึ้นดวยการกระทําอยางใดอยางหนึ่งเปนการเฉพาะ อยางไรก็ตาม การทําสัญญาซื้อขายสินคา บางประเภท กฎหมายกาํ หนดใหทาํ ข้ึนเปน ลายลกั ษณอ ักษร สาํ หรบั การซอ้ื ขายสนิ คา ตอ งหาม สนิ คา ที่มี ขอจํากัด และสินคาท่ีมีเง่อื นไขธุรกิจ ผูข ายและผูซื้อจะตองปฏิบัติตามเงอ่ื นไขของกฎหมายโดยสมบูรณ มิเชนนั้นการซื้อขายสินคาดงั กลาวจะไมมีผลบังคับใช360 สําหรับการซื้อขายสินคาระหวางประเทศ (ซึ่ง เปนการซื้อขายในรูปแบบการสง ออก การนําเขาสินคา การนําเขาชั่วคราวเพื่อสงออกอีกคร้ัง หรือการ สงออกชั่วคราวเพื่อนําเขาอีกครั้ง และการสงสินคา ผานดานตามชายแดนประเทศ สญั ญาซ้ือขายสินคา ระหวางประเทศจะตองจัดทําข้ึนเปนลายลกั ษณอักษร หรือในรูปแบบอื่นที่มีความสมบูรณตามกฎหมาย ในลักษณะเดียวกัน361 คูสัญญามีเสรีภาพในการทําขอตกลงเก่ียวกับสิทธิและหนาท่ีภายใตส ัญญาซื้อขาย เชน การสง มอบสินคา การเยยี วยาในกรณีที่สงมอบสินคาขาดตกบกพรอง หรือสนิ คาชํารุดบกพรองไมเหมาะสมแก ประโยชนอันมุงจะใชตามปกติ การกําหนดราคาสินคา และการชําระเงิน ในกรณีที่ไมมีขอตกลง ระหวางคูสัญญา ใหนําบทบัญญัติวาดวยสิทธิและหนาที่ของคูสัญญาภายใตสัญญาซื้อขายสินคาตามท่ี กําหนดในสว นที่ 2 รัฐบญั ญตั พิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 มาใชบ งั คับ รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 ยังไดกําหนดใหการแลกเปลี่ยนสินคาเปนการซื้อขายสินคา ประเภทหนึ่ง การแลกเปลยี่ นสินคา ในที่นหี้ มายถึงกิจกรรมเชิงพาณิชยท ี่คูสัญญาตกลงซื้อและขายสินคา ประเภทที่คูส ัญญากําหนดซอ้ื ขายสินคาจํานวนหนง่ึ โดยการแลกเปลย่ี นสนิ คาตามราคาทต่ี กลงกนั ในเวลา ทเ่ี ขาทาํ สัญญา และคสู ัญญากําหนดเวลาการสงมอบสินคา เปน เวลาเฉพาะเจาะจงในอนาคต ซง่ึ กจิ กรรม ท่ีสามารถซือ้ ขายสินคา โดยการแลกเปลย่ี นสนิ คา ใหเ ปนไปตามท่ีรัฐบาลกําหนด 4.2.3 การใหบ รกิ าร โดยหลักการทั่วไป สัญญาบริการสามารถทําขึ้นดวยวาจา หรือเปนลายลักษณอักษร หรืออาจ ทําข้ึนดวยการกระทําอยางใดอยางหน่ึงเปนการเฉพาะ อยางไรก็ตาม ในการทําสัญญาบริการบาง ประเภท กฎหมายอาจกําหนดใหทําข้ึนเปนลายลักษณอักษร362 สําหรับการบริการที่มีลักษณะตองหาม บริการท่ีมีขอจํากัด และบริการท่ีมีเงื่อนไขธุรกิจ คูสัญญาที่เก่ียวของจะตองปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กฎหมายโดยสมบูรณ มเิ ชนนนั้ สญั ญาบรกิ ารดงั กลาวจะไมมผี ลบงั คบั ใช คสู ัญญามเี สรภี าพในการทําขอตกลงเกี่ยวกับสทิ ธิและหนาทภี่ ายใตสัญญาบริการ ในกรณีที่ไมมี ขอ ตกลงระหวางคูสัญญา ใหนาํ หลกั เกณฑว า ดวยสิทธิและหนาท่ีของคูสัญญาภายใตสัญญาบริการตามที่ 360 มาตรา 24 รัฐบัญญัตพิ าณิชย ค.ศ. 2005 361 มาตรา 27 รฐั บญั ญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 362 มาตรา 74 รัฐบัญญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005

111 กําหนดในสวนท่ี 3 รัฐบัญญตั ิพาณิชย ค.ศ. 2005 มาใชบังคับ ตัวอยางเชน ผใู หบริการจะตองใชความ พยายามอยางถึงท่ีสุดในการใหบริการใหไดผลตามความตองการของผูรับบริการและจะตองใหบริการ อยางสุดความสามารถของตน ผูใหบริการจะตองรักษาขอมูลอันเปน ความลับซ่ึงไดรับมาในระหวา งการ ใหบริการตามท่ีคูสัญญาตกลงกันหรือตามท่ีกฎหมายกําหนด และผูใหบริการจะตองทํางานใหเสร็จ ภายในระยะเวลาทก่ี าํ หนด เปนตน 4.2.4 การสงเสริมการคา ตามรัฐบญั ญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 รปู แบบการสง เสริมการคา ทีก่ ฎหมายรองรบั มดี ังตอ ไปนี้ 1) การสง เสรมิ การขาย การสง เสริมการขาย คอื การท่ผี ปู ระกอบการคาสงเสรมิ การซอื้ ขายสนิ คาหรือบริการโดยการ เสนอผลประโยชนบางอยา งใหแ กลูกคา ซ่งึ ผปู ระกอบการคาสามารถทาํ การสงเสริมการขาย สินคาและบริการของตนเอง หรือทําการสงเสริมการขายสินคาและบริการของ ผูประกอบการอื่นตามขอตกลงระหวางผูประกอบการคาก็ได363 การสงเสริมการขาย สามารถทําข้ึนในรูปแบบและตามวิธีการที่กําหนดในมาตรา 92 รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 เชน การใหลูกคาทดลองใชตวั อยางสินคา หรือบริการฟรี หรือการขายสนิ คาในราคาท่ี ต่ํากวาราคาสินคา ตามปกติ เปน ตน สัญญาการสงเสริมการขายจะตองทําเปนลายลักษณอักษรเทานั้น ซ่ึงผูป ระกอบการคาชาว เวียดนาม และสาขาของผูประกอบการตางชาติในเวียดนามสามารถทําการสงเสริมการขาย ไดดวยตนเอง หรือวาจางผูประกอบการอ่ืนใหทําการสงเสริมการขายก็ได อยางไรก็ตาม กฎหมายไมอนุญาตใหสํานักงานผูแทนทําการสงเสริมการขายไมวาจะทําดวยตนเองหรือ วา จางผปู ระกอบการอนื่ ก็ตาม 2) การโฆษณา การโฆษณา คอื การแนะนําสินคา หรือบริการใหล กู คารูจ กั ซง่ึ ผปู ระกอบการคาชาวเวียดนาม และสาขาของผูประกอบการตางชาติในเวียดนามที่ไดรับอนุญาตใหประกอบธุรกิจใน ประเทศเวียดนามสามารถทําการสงเสริมการโฆษณาสนิ คา และ/หรอื บริการดว ยตนเอง หรือ วาจางผูประกอบการอ่ืนใหทําการโฆษณาสินคาก็ได สวนสํานักงานผูแทนไมสามารถทําการ โฆษณาไดดวยตนเองแตสามารถวาจางบริษัทโฆษณาเมื่อไดรับมอบหมายจากบริษัท ผูประกอบการคาซึ่งจัดตั้งสํานักงานผูแทนดังกลาว สวนผูประกอบการตางชาติที่ตองการ โฆษณาสินคาในเวียดนามจะตองวาจางผูป ระกอบการคาชาวเวียดนามซึ่งทําธรุ กิจใหบริการ โฆษณาทําการโฆษณาสินคาของตนเทา นั้น364 363 มาตรา 88 รัฐบญั ญัตพิ าณิชย ค.ศ. 2005 364 มาตรา 103 รัฐบญั ญตั พิ าณชิ ย ค.ศ. 2005

112 สญั ญาใหบ ริการโฆษณาจะตองทําเปน ลายลกั ษณอักษร นอกจากน้ีการโฆษณาจะตองไมเ ปน การโฆษณาทต่ี อ งหามตามมาตรา 109 รัฐบัญญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 เชน การโฆษณาที่เปน การเปดเผยความลับของรัฐ การโฆษณาท่ีใชวิธีการเปรียบเทียบสินคากับสินคาของ ผูประกอบการคาอื่นทท่ี ําธุรกิจในลักษณะเดียวกัน หรือการโฆษณาที่มีวัตถุประสงคเพ่ือการ แขงขนั ทางการคาทไ่ี มเปน ธรรม 3) การแสดงสินคา และการแนะนําสนิ คาและบริการ ผูประกอบการคาชาวเวียดนามและสาขาของผูประกอบการคาตางประเทศมีสทิ ธิวางแสดง สินคาและแนะนําสินคาหรือบริการดวยตนเอง หรือวาจางผูประกอบการคาเพ่ือใหบริการ แสดงสินคาและแนะนําสินคา ก็ได กฎหมายไมอนุญาตใหสํานักงานผูแทนทําการแสดงสินคา หรือแนะนําสินคาได เวนแตเปนการวางสินคาและแนะนําสินคาภายในสํานักงานของ สํานักงานผูแทน สวนผูประกอบการตางชาติซ่ึงยังไมไดรับใบอนุญาตใหประกอบธุรกิจใน เวียดนาม จะตองวาจางบริษัทเวยี ดนามท่ีประกอบธรุ กิจใหบริการโฆษณาเพ่ือทําการแสดง สินคาและแนะนําสินคาของตนเทานั้น365 ท้ังน้ี สัญญาใหบริการแสดงสินคาและแนะนํา สินคาและ/หรอื บรกิ ารจะตองทาํ เปน ลายลักษณอักษร 4) การจัดงานแสดงสนิ คาและนทิ รรศการแสดงสนิ คา การจัดงานแสดงสินคาและนิทรรศการแสดงสินคาเปนกิจกรรมการสงเสริมการคาทําข้ึนใน สถานที่เฉพาะเจาะจงและภายในระยะเวลาที่กําหนด เพ่ือใหผูประกอบการคาไดจัดแสดง สินคาและแนะนําสินคาหรือบริการของตนเพื่อแสวงหาโอกาสในการเขาทําสัญญาซ้ือขาย สนิ คาหรอื สัญญาบรกิ ารตอไป ผูป ระกอบการคา ชาวเวียดนามและสาขาของผปู ระกอบการคา ตางชาติมีสิทธิจัดงานหรือเขารวมงานแสดงสินคาและนิทรรศการแสดงสนิ คาไดดวยตนเอง หรอื วาจางใหผูประกอบการอ่ืนซึ่งประกอบธุรกิจใหบริการโฆษณาเปนผูจัดงานหรือเขารวม แทนตนก็ได ในกรณีของสํานักงานผูแทน กฎหมายไมอนุญาตใหสํานักงานผูแทนจัดงาน หรือเขารวมงานแสดงสินคา หรือนิทรรศการตางๆ ไดดวยตนเองแตสามารถวาจาง ผูประกอบการอ่ืนหากไดรับมอบหมายจากบริษัทท่ีจัดตั้งสํานักงานผูแทนดังกลาว สวน ผู ป ร ะ ก อ บ ก า ร ต า ง ช า ติ มี สิ ท ธิ เ ข า ร ว ม ง า น แ ส ด ง สิ น ค า ไ ด ด ว ย ต น เ อ ง ห รื อ จ ะ ว า จ า ง ผูประกอบการชาวเวียดนามใหเ ขารว มงานแสดงสนิ คาแทนก็ได แตผูประกอบการตางชาตไิ ม สามารถจัดงานแสดงสินคาไดเ อง ซึ่งจะตองจางบริษัทเวียดนามที่ใหท ําธรุ กิจใหบริการจัดงาน แสดงสินคา เปนผดู าํ เนนิ การแทน 365 มาตรา 118 รัฐบญั ญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005

113 4.2.5 กจิ กรรมเชงิ พาณชิ ยโดยอาศัยคนกลาง ตามรัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 กิจกรรมเชิงพาณิชยโดยอาศัยคนกลางที่กฎหมายรองรับมี ดงั ตอไปน้ี 1) การเปน ผแู ทนของผูประกอบการคา การเปนผูแทนของผูประกอบการคาเปนกรณีท่ีผูประกอบการรายหนึ่ง (ซ่ึงเรียกวา “ผูแทน”) ไดรับการมอบอํานาจจากผูประกอบการคาอีกฝายหน่ึง (ซ่ึงเรียกวา “ผูมอบ อํานาจ”) ใหดําเนินกิจกรรมเชิงพาณิชยในนามของผูมอบอํานาจและภายใตคําส่ังของผู มอบอํานาจ โดยไดรับเงินตอบแทนเพ่ือการเปนผูแทนดําเนินการดังกลาว สัญญาแตงตั้ง ผูแทนผูประกอบการคาจะตองทําขึ้นเปนลายลักษณอักษรหรือในรูปแบบอ่ืนๆ ที่มีผล สมบูรณตามกฎหมายในลักษณะเดียวกัน366 ซ่ึงคูสัญญาอาจตกลงและกําหนดใหผูแทน สามารถดําเนินกิจกรรมเชิงพาณิชยทั้งหมดหรือบางสวนก็ไดโดยตองอยูภายใตขอบเขต การมอบอาํ นาจดังกลา ว 2) การเปน นายหนา การเปนนายหนาคือกิจกรรมเชิงพาณิชยท ี่ผูประกอบการคา (ซ่ึงเรียกวา“นายหนา ”) ทํา หนาที่เปนคนกลาง ระหวางคูสัญญาผูตองการซ้ือขายสินคา หรือใหบริการ (ซึ่งเรียกวา “ตัวการ”) ในการเจรจาตอรอง และการเขาทําสัญญาซื้อขายหรือสัญญาบริการระหวาง คูส ญั ญา โดยไดร บั คา นายหนาตามทก่ี าํ หนดในสัญญาแตง ต้ังนายหนา 3) การซ้ือขายสินคา ผา นตวั แทนจาํ หนายสินคา การซ้ือขายสินคาผานตัวแทนจําหนายสินคา หมายถึง กิจกรรมเชิงพาณิชยท่ีตัวแทน จําหนายสินคาไดทําการซอ้ื ขายสินคาในนามของตนเองภายใตเง่ือนไขขอตกลงที่ไดทํากับ บริษัทผูแตงต้ังตัวแทนจําหนายโดยไดรับคาบําเหน็จหรือคาคอมมิชชั่น (commission) เปนการตอบแทน สินคาท่ีจะทําการซ้ือขายผานตัวแทนจําหนายสินคา จะตองเปนสินคาท่ี หมุนเวียนในตลาดอยางถูกตองตามกฎหมาย ในการแตงตั้งตัวแทนจําหนาย คูสัญญา จะตองทําสัญญาแตงต้ังตวั แทนจําหนายข้ึนเปนลายลักษณอักษร หรือในรูปแบบอ่ืนทีม่ ผี ล สมบรู ณต ามกฎหมายในลกั ษณะเดียวกัน367 4) ตัวแทนทางการคา ตวั แทนทางการคา คือ การท่ตี ัวการและตัวแทนตกลงใหตัวแทนขายสินคาหรือใหบริกาฃ ของตัวการใหแกลูกคาโดยกระทําในนามของตัวแทน โดยตัวการจะจายคา ตอบแทนใหแก ตัวแทนเพ่ือการน้ัน ในการเปนตัวแทนการคาน้ี ตัวการ คือ ผูประกอบการคาท่ีสงสินคา ใหกับตัวแทนเพ่ือทําการขายสินคา หรือใหเงินแกตัวแทนเพื่อทําการซ้ือสินคา หรือเปน 366 มาตรา 142 รัฐบัญญตั พิ าณิชย ค.ศ. 2005 367 มาตรา 159 รฐั บญั ญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005

114 ผูประกอบการคา ทมี่ อบหมายใหต ัวแทนใหบ ริการแกลูกคา สว นตวั แทน คือ ผปู ระกอบการ คาท่ีไดรับสินคาและทําหนาท่ีเปนตัวแทนในการขาย หรือรับเงินจากตัวการเพื่อเปน ตัวแทนในการซือ้ สินคา หรือไดรบั มอบหมายใหบรกิ ารแกลูกคา ประเภทของตวั แทนตาม กฎหมาย ไดแก ตัวแทนเฉพาะการ ตัวแทนการคาแบบผูกขาด และตัวแทนซื้อขายและ ใหบรกิ ารทวั่ ไป ท้ังนี้ สัญญาแตง ตงั้ ตวั แทนการคา ตามขอนจ้ี ะตอ งทําเปน ลายลักษณอักษร เทานัน้ 368 4.2.6 กิจกรรมเชงิ พาณิชยทม่ี ีลกั ษณะเฉพาะอ่ืนๆ นอกเหนือจากกิจกรรมเชิงพาณิชยที่ไดกลาวมาในขางตน รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 ยัง รองรบั กจิ กรรมเชงิ พาณิชยที่มลี กั ษณะเฉพาะอนื่ ๆ ดงั นี้ 1) การดาํ เนินการผลิต การดาํ เนินการผลิตเปน กจิ กรรมเชิงพาณิชยซ ง่ึ ผูรับจางใชว ัตถุดบิ ท่ีผูวา จางผลิตไดจ ดั หาให ทง้ั หมดหรอื บางสว น เพือ่ ดาํ เนินการการผลิตขนั้ ตอนใดข้นั ตอนหน่งึ หรอื หลายขั้นตอนตาม คาํ สงั่ ของผวู าจาง โดยผูรับจางไดรับคาตอบแทนในการดําเนนิ การดังกลา ว สัญญาวาจา ง ผลิตจะตอ งทาํ ข้นึ เปน ลายลักษณอ ักษร369 2) การขายทอดตลาด การขายทอดตลาดเปนกิจกรรมเชิงพาณิชยท่ีผูขายทําการขายทอดตลาดดวยตนเองหรือ วาจางผูจัดการขายทอดตลาด (ซึ่งตอ งเปนผูประกอบการคาที่ไดจดทะเบียนประกอบธุรกิจ ใหบริการการขายทอดตลาด) ใหดําเนินการขายทอดตลาดสินคาใหกับผูซ้ือที่เสนอราคา สูงสุด กฎหมายยังกําหนดใหการขายทอดตลาดตองทําขึ้นโดยมีลักษณะเปดเผยและเปนไป อยางเท่ียงธรรม และจะตอ งคํานงึ สิทธิและผลประโยชนข องผูเขารว มการขายทอดตลาด370 นอกเหนือจากน้ี กฎหมายยังกําหนดขั้นตอนการดําเนินการขายทอดตลาดซ่ึงผูทอดตลาด และผูเขา รว มการขายทอดตลาดจะตองปฏิบตั ิตามโดยเครง ครดั 3) การประมูลราคาสนิ คา หรอื บริการ การประมูลราคาสินคาหรือบริการเปนกิจกรรมเชิงพาณิชยท่ีผูซ้ือไดซื้อสินคาโดยวิธีการ ประมูล (ซึ่งเรียกวา “ผูจัดการประมูล”) โดยเชิญชวนใหผูประกอบการคาท่ีเขารวมในการ ประมูลเสนอราคา (ซึ่งเรียกวา “ผูเขารวมการประมูล”) ภายหลังการประมูลส้ินสุดลง ผจู ัดการประมลู จะคดั เลือกผคู าท่มี ีคุณสมบตั ิตามท่ผี ูจัดการประมลู กาํ หนดและไดรบั เลือกให เขาทําสัญญากับผูจัดการประมูล (ซ่ึงเรียกวา “ผูชนะการประมูล”) การประมูลสินคา 368 มาตรา 168 รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 369 มาตรา 179 รัฐบญั ญตั ิพาณิชย ค.ศ. 2005 370 มาตรา 188 รัฐบัญญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005

115 สามารถจัดขึ้นในรปู แบบการประมลู แบบเปด และการประมูลแบบจํากัด ซึ่งผจู ัดการประมูล จะเปนผูกําหนดรูปแบบการประมูล กฎหมายยังไดกําหนดหลักเกณฑและขั้นตอนในการ ประมูล เชน การเปดประมลู และการจัดทํารายงานการเปดประมูล เปนตน นอกจากนี้ยังให สิทธิคูสัญญาสามารถตกลงกําหนดใหผูชนะการประมูลวางเงินมัดจํา หรือวางหลักประกัน เพ่ือเปนการประกันการปฏิบัติตามสัญญาภายหลังการประมูลสิ้นสุดลง จํานวนเงินมัดจํา ดังกลาวใหเปนไปตามที่ผูจัดการประมูลกําหนดแตจะตองไมเกินรอยละ 10 มูลคาซื้อขาย ตามสญั ญา371 ผูจัดการประมูลสามารถยกเลกิ และจัดการประมูลขึ้นใหมอีกคร้ังหนึ่งไดหาก 1) มีการฝาฝน หลักเกณฑก ารประมลู และ 2) ผเู ขา รวมประมูลท้งั หมดไมมคี ณุ สมบัตติ ามทก่ี ําหนด372 4) การบรกิ ารดา นโลจสิ ติกส การบรกิ ารดานโลจิสติกสเปนกรณีท่ีผูประกอบการดําเนินการอยา งใดอยา งหนึ่งหรือหลาย อยางซ่ึงรวมถึงการรับ การขนสง บริการคลังสินคา ลานจัดเก็บสินคา การดําเนินพิธีการ ศุลกากรและขั้นตอนอื่นๆ และการจัดเตรียมเอกสาร การใหคําปรึกษาแกลูกคา การบริการ บรรจุหีบหอ ติดฉลาก การจัดสงสินคา หรือบริการอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวของกับสินคาตามขอตกลง กบั ลกู คา โดยไดรบั คา บริการเปน คาตอบแทนในการดาํ เนนิ การดงั กลาว ในการขนสงสินคา ผูป ระกอบการคา ท่ใี หบ ริการดานโลจิสติกสจ ะตองปฏิบตั ิตามกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติ ในการขนสงอยางเครงครัด สําหรับความรับผิดของผูบริการดานโลจิสติกส ผูบริการดานโลจิสติกสมีหนาที่ชดใชคาเสียหายไมเกินจํานวนท่ีตองรับผิดในความสูญหาย ของสนิ คา เต็มจํานวน373 5) การขนถายสนิ คาผา นเขตประเทศเวยี ดนามและการใหบ รกิ ารขนถายสนิ คา การขนถายสินคา ผานเขตประเทศเวียดนาม หมายถงึ การขนสง สนิ คา ขององคก รหรอื บุคคล ตางชาติผานเขตประเทศเวียดนาม รวมถึงการขนถายทางเรือ การขนสงสนิ คา การบริการ คลังสินคา การแยกสงสินคาทางเรือ หรือการเปลี่ยนแปลงวิธีการขนสง หรืองานอ่ืนๆ ทไ่ี ด ทําข้ึนในการขนถายสินคา ซ่ึงกฎหมายกําหนดใหสินคาที่ขนถายจะตองขนถายผานดาน ชายแดนระหวา งประเทศและการขนถายสนิ คา จะตองใชเสน ทางในเขตเวียดนามที่กําหนดไว เทาน้ัน การเปล่ียนแปลงเสนทางในการขนถายสินคาจะตองไดรับการอนุญาตจาก รฐั มนตรวี า การกระทรวงการขนสง กอ น374 6) การใหบ ริการการประเมินสินคาและบรกิ าร 371 มาตรา 231 รฐั บญั ญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005 372 มาตรา 232 รฐั บญั ญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005 373 มาตรา 238 รัฐบญั ญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 374 มาตรา 243 รัฐบัญญตั ิพาณิชย ค.ศ. 2005

116 การใหบริการการประเมินสินคาและบริการ คือ การท่ีผูประกอบการคาดาํ เนนิ การตางๆ ที่ จําเปนเพือ่ กําหนดสภาพของสินคาท่ีแทจ รงิ ประเมนิ ผลการใหบริการ และการประเมินอื่นๆ ตามท่ีลูกคารองขอ ผปู ระกอบการคา ผูใ หบริการการประเมินดังกลาวจะตองมีคณุ สมบัตคิ อื 1) เปนบริษัทท่ีจัดต้ังขึ้นตามขอกําหนดของกฎหมาย และ 2) จะตองมีผูประเมินท่ีมี คุณสมบัตคิ รบถว นตามท่ีกฎหมายกําหนด375 7) การเชา ทรัพย การเชาทรัพย หมายถึง กิจกรรมเชิงพาณิชยที่คูสัญญาฝายหน่ึงโอนสิทธิครอบครองและ สิทธิในการใชทรพั ย (ซึ่งเรยี กวา “ผใู หเ ชา ”) ไปยังคูสัญญาอีกฝา ยหนึง่ (ซง่ึ เรียกวา “ผูเชา ”) เปนระยะเวลาหนึ่งเวลาใด โดยไดรับคาเชาเปนผลตอบแทนการใหเชาทรัพยดังกลาว กฎหมายอนุญาตผูเชาทําการเชาชวงทรัพยไดหากไดรับความยินยอมจากผูใหเชาซ่ึงผูเชา จะตองรบั ผิดในทรัพยท่เี ชาชวงเวนแตจะตกลงเปนอยางอ่ืนกับผูใหเชา นอกจากน้ีกฎหมาย ยังระบุวาการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธ์ิในทรัพยท่ีเชาจะไมสงผลใหสัญญาเชาส้ินสุดลงแต ประการใด 8) การใหใชสิทธิ์ในเครื่องหมายการคาในการดําเนินธุรกิจหรือธุรกิจแฟรนไชส (franchise) การใหใ ชส ทิ ธิ์ในเครอ่ื งหมายการคา ในการประกอบธรุ กิจหรอื ธรุ กจิ แฟรนไชส (franchise) คือการท่ผี ปู ระกอบการคาซึ่งเปน เจาของเครื่องหมายการคาหรอื บริการซึ่งก็คือผขู ายแฟรน ไชส (franchisor) อนุญาตและเรียกรองใหผูซื้อแฟรนไชส (franchisee) ซือ้ และขายสนิ คา หรือใหบ ริการภายใตช่ือของผูขายแฟรนไชสและตามวิธกี ารดาํ เนินธุรกจิ และจดั การองคก ร ตามทก่ี ําหนดโดยผขู ายแฟรนไชส ซึง่ รวมถึงการดําเนนิ การภายใตเ คร่อื งหมายการคา การ โฆษณา และความรคู วามชาํ นาญทางธรุ กจิ ของผขู ายแฟรนไชส และภายใตการควบคมุ และ ความชว ยเหลอื ของผขู ายแฟรนไชส ซงึ่ สัญญาแฟรนไชสจะตองทําข้นึ เปน ลายลกั ษณ อกั ษร376 นอกจากน้ีผทู ่ีประสงคจะขายแฟรนไชสจ ะตอ งทาํ การจดทะเบียนธรุ กิจแฟรนไชส กบั กระทรวงการคา กอนท่ีจะทําการใหส ิทธิ์ในเครอื่ งหมายการคาในการดาํ เนินธุรกิจ หรือ กอนทําการขายธุรกจิ แฟรนไชสใ หกบั ผปู ระกอบการคา อ่นื ๆ377 375 มาตรา 257 รัฐบญั ญตั พิ าณิชย ค.ศ. 2005 376 มาตรา 285 รัฐบัญญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005 377 มาตรา 291 รฐั บัญญตั พิ าณิชย ค.ศ. 2005

117 4.2.7 การเยียวยาความเสียหายทางการคา และการระงบั ขอ พิพาททางการคา 4.2.7.1 การเยยี วยาความเสียหายทางการคา ในกรณีท่ีคูสัญญาฝายหนึ่งฝายใดฝาฝนขอสัญญาเปนเหตุใหคูสัญญาอีกฝายหนึ่งไดรับความ เสียหายอนั เนอื่ งมาจากการผิดสญั ญาดังกลาว คสู ัญญาฝายท่ผี ิดสญั ญาจะตองรับผดิ ชอบตอการกระทําท่ี เปนการผิดสัญญาดงั กลาว ยกเวน ในกรณดี ังตอ ไปน3้ี 78 ก) มีขอ ตกลงระหวางคสู ญั ญาในการยกเวน ความรับผดิ ข) เม่อื มเี หตุสดุ วสิ ยั ค) การผิดสัญญาของคสู ญั ญาเกิดจากความผดิ ของคสู ญั ญาอกี ฝายหน่ึงโดยสน้ิ เชิง ง) การผิดสัญญาของคสู ัญญาเปนผลมาจากคําส่ังของหนว ยงานรัฐซ่ึงคสู ญั ญาไมส ามารถทราบ ถงึ คาํ สง่ั นั้นในขณะท่ีทําสญั ญา กฎหมายไดกําหนดมาตรการการเยยี วยาทางการคา ที่บังคบั ใชในประเทศเวียดนามซ่ึงคูสัญญา ฝา ยทีผ่ ิดสัญญาจะตอ งกระทําเพอื่ ชดใชค วามเสียหายใหแกคูสัญญาอีกฝา ยหนง่ึ ไวดงั น3ี้ 79 1) การเรยี กรองใหป ฏิบัติตามสญั ญา การเรียกรองใหป ฏบิ ัติตามสัญญาเปนวธิ ีการเยยี วยาท่ีคสู ญั ญาฝา ยท่ีไมไดผ ิดสัญญาเรียกรอง ใหคสู ญั ญาฝายท่ีผิดสัญญาปฏิบัติตามสัญญาอยางถูกตองเหมาะสม หรือใชวธิ ีการอ่ืนใดเพ่อื ปฏิบัติตามสัญญา โดยคูสัญญาฝายที่ผิดสัญญาจะตองเปนผูรับผิดชอบคาใชจายที่เกิดขึ้น จากการปฏบิ ัตติ ามสัญญาดังกลาว 2) เบยี้ ปรบั กรณีผดิ สญั ญา คูสัญญาอาจตกลงกําหนดเบี้ยปรับในสัญญา โดยจํานวนเบี้ยปรับหรือจํานวนเบ้ยี ปรับรวม ท้ังหมดในกรณีที่ผิดสัญญามากกวาหนึ่งครั้งจะตองไมเกินรอยละ 8 ของจํานวนเงินหรือ ความเสียหายในสวนที่ผิดสัญญา380 3) การชดใชคาเสียหายทเ่ี รียกรองไดตามกฎหมาย จํานวนคา เสียหายท่ีคูสัญญาฝายหนึ่งฝา ยใดสามารถเรียกรองได ไดแกมูลคาของตัวทรัพย และความเสียหายทางตรงท่ีคสู ัญญาฝายที่ไมไดผิดสัญญาไดรับเนื่องจากการผิดสัญญาของ อีกฝาย และผลกําไรทางตรงซ่ึงคูสัญญาฝายท่ีไมไดผิดสัญญาพึงจะไดรับหากไมมีการผิด สัญญาดงั กลาว381 4) การหยุดชาํ ระหนี้ตามสญั ญาชว่ั คราว 378 มาตรา 294 รฐั บญั ญัตพิ าณิชย ค.ศ. 2005 379 มาตรา 292 รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 380 มาตรา 301 รฐั บัญญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005 381 มาตรา 302 รฐั บัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005

118 สัญญาท่ีคูสัญญาไดหยุดปฏิบัติชําระหน้ีตามสัญญาเปนการชั่วคราวน้ันยังคงมีผลบังคับใช โดยสมบูรณ และคูสัญญาฝายท่ีผิดสัญญาสามารถเรียกรองคาเสียหายในระหวางที่มีการ หยดุ ชําระหน้ชี ว่ั คราวได 5) การบอกเลกิ สญั ญา เมื่อมีการบอกเลิกสัญญา สัญญาดงั กลาวมีผลส้ินสุดลงนับจากวันท่ีคูสัญญาฝา ยหนงึ่ ฝายใด ไดร ับคาํ บอกกลาวใหเลิกสญั ญาและระงับการปฏบิ ัตชิ ําระหนี้ตามสัญญา 6) การเพกิ ถอนสญั ญา เมื่อสัญญาถูกเพิกถอน สญั ญาน้ันตกเปนโมฆะนับต้ังแตวันที่ทําสัญญา และคูสัญญาไมตอง ปฏบิ ตั ิชําระหนต้ี ามสญั ญาอกี ตอไป 7) มาตรการเยียวยาอ่ืนๆ ตามท่ีคูสัญญาตกลงกัน ซึ่งจะตองไมขัดกับหลักกฎหมาย เวยี ดนามหรอื หลักปฏบิ ตั หิ รอื ขอตกลงระหวางประเทศทปี่ ระเทศเวยี ดนามเปนสมาชกิ ท้ังนี้ คูสัญญาฝายท่ีไมผิดสัญญายังมสี ิทธเิ รียกรองคาเสียหายเพ่ือความสูญเสียอันเกิดจากการ ผดิ สญั ญาของคสู ัญญาอีกฝายหน่งึ แมว าจะไดใ ชม าตรการเยยี วยาอื่นๆ ดังกลา วขางตน ไปแลวก็ตาม382 4.2.7.2 การระงับขอ พพิ าททางการคา รปู แบบของการระงับขอพิพาททางการคาทีบ่ ังคบั ใชในประเทศเวียดนามมีดังตอ ไปน้ี 1) การเจรจาตอรองระหวา งคูก รณี 2) การไกลเ กลย่ี ขอพพิ าทระหวางคกู รณโี ดยหนว ยงาน องคก ร หรอื บคุ คลทค่ี ูกรณไี ด ตกลงเลือกใหทาํ หนาที่เปน คนกลางในการไกลเ กล่ยี ขอพพิ าท 3) การระงบั ขอพิพาทโดยอนุญาโตตลุ าการ หรอื ศาล ท้งั นี้ สําหรับอายคุ วามในการฟองคดี คูกรณจี ะตองดําเนินการทางกฎหมายภายในระยะเวลา 2 ป นับจากวนั ทไ่ี ดม ีการละเมดิ สทิ ธแิ ละผลประโยชนต ามกฎหมาย383 4.3 กฎหมายภาษอี ากร 4.3.1. ภาษีเงนิ ไดบุคคลธรรมดา สภาแหงชาติเวียดนามไดต รารัฐบัญญัติ ฉบับท่ี 04/2007/QH1 วาดว ยภาษีเงินไดบ ุคคลธรรมดา เมื่อวันท่ี 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ซงึ่ มีผลบังคบั ใชเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2009 รฐั บัญญัติวาดวย ภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 ใชบังคับกับบุคคลธรรมดาที่มีรายไดที่ตองเสียภาษี โดยกําหนด กฎเกณฑเกี่ยวกับผูมีหนาท่ีเสียภาษี เงินไดที่ตองเสียภาษี เงินไดที่ไดรับการยกเวน เงื่อนไขการใชสิทธิ ลดหยอ น และวิธกี ารคาํ นวณภาษี 382 มาตรา 316 รฐั บญั ญตั ิพาณิชย ค.ศ. 2005 383 มาตรา 319 รัฐบญั ญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005

119 นอกจากน้ี กฎหมายอ่ืนๆท่ีเกยี่ วของกบั ภาษเี งนิ ไดบ ุคคลธรรมดา ไดแก - รัฐกฤษฎีกา ฉบับท่ี 65/2013/ND-CP ของรัฐบาล ลงวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ซึ่ง กําหนดรายละเอียดของบทบัญญัติของรัฐบัญญัติวาดวยภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาและรัฐ บัญญัติท่แี กไขเพม่ิ เตมิ บางบทบญั ญตั ขิ องรัฐบญั ญัตวิ าดว ยภาษีเงนิ ไดบ ุคคลธรรมดา - หนังสือเวียนฉบับที่ 111/2013/TT-BTC ของรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง ลงวนั ท่ี 15 สิงหาคม ค.ศ. 2013 ซ่ึงกําหนดแนวทางการบังคับใชรัฐบัญญัติวาดวยภาษีเงินไดบุคคล ธรรมดา รัฐบัญญัติที่แกไขเพ่ิมเติมบางบทบัญญัติของรัฐบัญญัติวาดวยภาษีเงินไดบุคคล ธรรมดา และรัฐกฤษฎีกาของรฐั บาล ฉบับที่ 65/2013/ND-CP 4.3.1.1 เงินไดท ต่ี องเสียภาษบี ุคคลธรรมดา ตามมาตรา 3 รฐั บัญญัติภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 เงนิ ไดท ่ีตองเสียภาษีเงนิ ไดบุคคล ธรรมดา หมายถงึ - รายไดจากธรุ กิจ - รายไดจากเงินเดือนและคา จา ง - รายไดจ ากการลงทุน - รายไดจากการโอนเงินทนุ - รายไดจ ากการโอนทรพั ยสิน - รายไดจ ากเงินรางวัล - รายไดจ ากคา สิทธิทรพั ยสนิ ทางปญ ญา - รายไดจากสญั ญาแฟรนไชส - รายไดจ ากกองมรดก - รายไดจ ากการไดรบั ของขวัญ 4.3.1.2 ผูมหี นา ท่ีเสียภาษเี งินไดบคุ คลธรรมดา การมีถ่ินท่อี ยูในเวียดนามเปนหลักเกณฑในการจําแนกผูมีหนา ที่เสียภาษีเงินไดบ ุคคลธรรมดา ตามมาตรา 2.1 ของรัฐบัญญัติภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 ผูมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคล ธรรมดา หมายถงึ - ผูท่มี ีถนิ่ ทีอ่ ยใู นเวยี ดนามท่ีมีเงินไดต ามท่บี ัญญตั ิไวต ามมาตรา 3 ของรฐั บญั ญัติฉบบั น้ี ทั้งท่ี ไดรับท้ังจากภายในและภายนอกประเทศ - ผูท ่ีไมม ีถนิ่ ที่อยูในเวยี ดนามที่มเี งินไดต ามทีบ่ ัญญตั ิไวต ามมาตรา 3 ของรัฐบัญญตั ฉิ บับน้ี ทมี่ าจากในประเทศเวียดนาม

120 ดงั นน้ั ผูท ี่มถี น่ิ ที่อยูในเวยี ดนามจะตองเสยี ภาษีเงินไดบ ุคคลธรรมดาสําหรับเงินไดท ่ีไดรบั ทั้งจาก ภายในและภายนอกประเทศ สําหรับผูที่ไมมีถ่ินท่ีอยูในประเทศเวียดนามจะตองเสียภาษีเงินไดบุคคล ธรรมดาเฉพาะเงนิ ไดท ี่มาจากในประเทศเวียดนามเทา น้นั มาตรา 2.2 ของรัฐบัญญัติภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 กําหนดใหผูที่มีคุณสมบัติ ดังตอไปนีเ้ ปนผมู ถี ่ินที่อยูใ นประเทศเวยี ดนาม - พํานักในเวียดนามเปนระยะเวลา 183 วันหรอื มากกวา ภายใน 1 ปปฏทิ ินหรือภายใน ชว งระยะเวลา 12 เดอื นตดิ ตอ กนั นับจากวนั ท่ีเขา ประเทศเวียดนาม - มีถ่ินท่ีอยูเปนหลักแหลงในเวียดนาม ไดแก มีใบรับรองวามีถิ่นท่ีอยูถาวรหรือเชาบานใน ประเทศเวียดนามโดยมหี ลักฐานตามสัญญาเชา 4.3.1.3 การคํานวณภาษีเงนิ ไดบ คุ คลธรรมดา เงนิ ไดพ ึงประเมนิ = เงินไดท ี่ตองเสียภาษี – คา ลดหยอน ภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา = เงนิ ไดพึงประเมิน x อัตราภาษี 1. ผมู ีถิ่นทีอ่ ยูในประเทศเวยี ดนาม มาตรา 10 - 18 ของรัฐบญั ญตั ภิ าษีเงินไดบ คุ คลธรรมดา ค.ศ. 2007 ระบุหลกั การกาํ หนดรายได ทตี่ อ งชาํ ระภาษจี ากแหลง รายไดต า งๆ ตามทีร่ ะบุไวใ นมาตรา 3 ของรฐั บัญญตั ิฉบบั เดยี วกัน ตามมาตรา 21 ของรฐั บัญญัติภาษีเงนิ ไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 เงินไดพึงประเมิน คอื เงิน ไดท่ีตองเสียภาษีท้ังหมดหักดวยคาลดหยอน ทงั้ นี้ รฐั บาลไดกําหนดคาลดหยอนภาษีจากตนทุนในการ ประกอบกจิ การ คา ประกันสงั คม คาประกันสุขภาพ คาลดหยอ นสําหรบั ครอบครวั โดยคา ลดหยอนสาํ หรบั ครอบครวั ประกอบดว ยสองสว นคือ384 - คา ลดหยอนท่ใี ชกบั ผเู สียภาษีทกุ คนคดิ เปน 9 ลา นดองตอเดือน (108 ลานดองตอป) - คา ลดหยอนสาํ หรบั แตละบคุ คลในอุปถัมภคิดเปน 3.6 ลานดองตอ เดอื น ท้ังนี้ คาลดหยอนสําหรับครอบครัวสามารถนํามาหักลดหยอนสําหรับเงินไดจากเงินเดือน คา จางและธรุ กจิ ของผูทีพ่ ํานักอาศยั ในประเทศกอนจะนําไปคํานวณภาษี แตไมสามารถนําไปหักจากเงนิ ไดที่เกิดจากเงนิ ไดป ระเภทอ่ืน เชนรายไดจ ากการชิงรางวัล มรดก เงินบริจาค เงนิ ปนผลจากเงินลงทุน หรอื หนุ เปน ตน 384 มาตรา 12 รฐั กฤษฎกี า ฉบับท่ี 65/2013/ND-CP ของรฐั บาล ลงวันท่ี 27 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ซ่งึ กาํ หนด รายละเอียดของบทบัญญตั ิของรฐั บญั ญัติวาดวยภาษเี งนิ ไดบคุ คลธรรมดาและรัฐบญั ญัตทิ ่ีแกไ ขเพม่ิ เตมิ บางบทบญั ญัติ ของรัฐบัญญัตวิ าดวยภาษเี งนิ ไดบ คุ คลธรรมดา

121 ในกรณีท่ีดัชนีราคาผูบริโภค (CPI) ผันผวนมากกวารอยละ 20 เทียบกับการปรับอัตราคา ลดหยอนสําหรับครอบครัว รัฐบาลจะรองขอตอ คณะกรรมการของสภาแหงชาติในการท่ีจะทาํ การปรับ อัตราคา ลดหยอนสําหรบั ครอบครวั สําหรับการกําหนดอตั ราภาษีครัง้ ตอไปเพื่อใหเหมาะสมกับดัชนีราคา ผบู รโิ ภค (CPI) ตาราง 4 อัตราภาษเี งินไดบ คุ คลธรรมดาแบบกา วหนาสําหรบั เงนิ ไดจ ากธรุ กิจและเงนิ เดือนที่ไดรับโดยผมู ี ถิ่นทอ่ี ยใู นเวียดนาม ลําดบั รายไดพ ึงประเมนิ ตอป รายไดพ ึงประเมินตอเดือน อัตราภาษี ภาษี (ลานดอง) (ลา นดอง) (รอ ยละ) 1 ไมเกิน 60 2 จาก 60 ถึง 120 ไมเกิน 5 5 3 จาก 120 ถึง 216 จาก 5 ถึง 10 10 4 จาก 216 ถึง 384 ลาน จาก 11 ถึง 18 15 5 จาก 384 ถงึ 624 ลาน จาก 19 ถงึ 32 20 6 จาก 624 ถึง 960 ลาน จาก 33 ถึง 52 25 7 มากกวา 960 ลาน จาก 53 ถงึ 80 30 มากกวา 80 35 ตาราง 5 อัตราภาษสี าํ หรบั บุคคลธรรมดาผมู ถี ิน่ ท่ีอยูในเวียดนามสาํ หรับเงินไดอ่ืนๆ แหลงที่มาของเงินได อตั ราภาษี (รอยละ) เงินไดจากเงนิ ลงทุน (เชน เงนิ ปน ผลและ 5 ดอกเบ้ีย) เงินไดจากคา ลิขสิทธ์ิ สัญญาแฟรนไชส 5 เงนิ ไดจ ากการแขงขนั และของรางวลั 10 เงินไดจ ากการไดรับมรดกและของขวญั 10 เงินไดจากการโอนเงนิ ทุน 20 เงินไดจ ากการโอนหลกั ทรัพย 0.1 ของราคาโอนหรือ 20 ของกําไรจากการโอน เงินไดจ ากการโอนทรพั ยส นิ 2 ของราคาทรัพยสินหรอื 25 ของกาํ ไรจากการ โอน 2. ผทู ไ่ี มม ีถิน่ ท่อี ยใู นประเทศเวียดนาม รัฐบัญญัติภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 กําหนดอัตราภาษีของเงินไดแตละประเภท ดังตอ ไปน้ี

122 อัตราภาษจี ากรายไดจากการประกอบธุรกจิ ในเวยี ดนามสําหรับผูที่ไมมถี น่ิ ทอ่ี ยใู นเวยี ดนาม ประเภทของเงินได แหลงที่มาของรายได อตั ราภาษี (รอยละ) รายได : เงนิ ไดที่เกิดจากการขายสินคาและบริการ รวมท้งั คาใชจายที่ เกดิ จากการซ้อื สินคา และบรกิ ารในนามของผูท่ไี มมี เงินไดจากการประกอบ ถน่ิ ท่อี ยู แตไ มไดคนื เงนิ แบง ออกเปน 3 กลมุ ธรุ กจิ รายไดจ ากการขายสนิ คา รายไดจ ากการใหบรกิ าร 1 5 รายไดจากการประกอบการอตุ สาหกรรม การกอสราง การ 2 ขนสง และ ธุรกจิ อืน่ ๆที่มลี ักษณะเดียวกนั เงนิ ไดจ ากคา จา ง รายไดจากคา จา งหรือคา ตอบแทนทีผ่ ูท ่ไี มมถี ิน่ ที่อยใู นประเทศ 20 คา ตอบแทน เวียดนามไดร ับจากการทํางานในประเทศเวียดนาม ไมวา จะ ไดรับเงินภายในประเทศหรือภายนอกประเทศ จาํ นวนทงั้ หมดของรายไดผ ทู ี่ไมมีถ่ินท่ีอยูในประเทศเวียดนามได เงินไดจากเงนิ ลงทุน จากการ โอนเงนิ ทนุ ไปยังคนเวียดนาม, องคก รของประเทศ 0.1 เวียดนาม ไมว า การโอนเงนิ นั้นจะไดกระทําขน้ึ ภายในหรือ ภายนอกประเทศ เงินไดจากการโอน ราคาทรพั ยสนิ 2 ทรพั ยส นิ รายไดท่มี ากกวา 10 ลา นดอง คา ลิขสิทธิ์ จากการโอนลิขสิทธใ์ิ นการใชทรพั ยส นิ ทางปญญา สญั ญาแฟรนไชส จากการโอนสิทธิในการใชเ ทคโนโลยีหรือ 5 จากสัญญาแฟรนไชสใ นประเทศเวียดนาม ของรางวัล การไดรบั เงินไดข องรางวัล การไดรับมรดกและของขวญั ท่มี ูลคามากกวา 10 มรดกและของขวญั 10 ลานดองในแตละครัง้ ในประเทศเวยี ดนาม 4.3.2 ภาษีเงนิ ไดน ติ ิบคุ คล ในชวงตน ทศวรรษที่ 20 ภาษีเงินไดนิตบิ ุคคลเก่ียวของกับหนวยการผลิตของรัฐ (ระบบการหัก กําไร) ตอมาสภาแหงชาติไดตรารัฐบัญญัติภาษีเงินได ค.ศ. 1990 และนํามาปรับใชกับทุกองคกรและ บุคคลที่ประกอบธุรกิจในทุกภาคสวนของเศรษฐกิจ โดยภาษีเงินไดจะจัดเก็บจากกําไรท่ีไดจากการทํา ธรุ กิจ เพ่ือแกไขปญหาขอจํากัดในภาษีดานตางๆ สภาแหงชาติไดออกรัฐบัญญัติภาษีเงนิ ไดนิติบุคคล ค.ศ. 1997 ซึ่งมีผลบังคับใชวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1999 (แกไขเพ่ิมเติมใน ค.ศ. 2003) ใน ค.ศ. 2008

123 สภาแหงชาตไิ ดบัญญัติรัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิตบิ ุคคลข้ึนใหม มีผลบังคับใชวันท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 2009 (รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิตบิ ุคคล ค.ศ. 2008) 385 และในวันที่ 19 มถิ ุนายน ค.ศ. 2013 สภาแหงชาติตรา รัฐบัญญัติเพื่อแกไขบางมาตราในรัฐบัญญตั ิภาษีเงินไดนิตบิ ุคคล ซ่ึงมผี ลบังคับใชตัง้ แต 1 มกราคม ค.ศ. 2014 (รฐั บญั ญัติภาษเี งินไดน ิติบุคคล ค.ศ. 2013)386 4.3.2.1 บทนาํ เกีย่ วกบั ภาษีเงินไดน ติ ิบคุ คล ภาษีเงนิ ไดน ิติบคุ คลเปนภาษีท่เี รียกเกบ็ จากรายไดของหนวยธรุ กิจ ปจจุบันภาษีเงินไดน ิติบุคคล ถกู กาํ หนดโดยกฎหมายดงั น้ีคอื 1) รฐั บญั ญัติภาษเี งินไดน ิตบิ ุคคล ค.ศ. 2008 2) รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติบุคคล ค.ศ. 2013 ซึ่งไดแกไขบางมาตรารัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติ บุคคล ค.ศ. 2008 3) รัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 218/2013/ND-CP ของรัฐบาล ลงวันท่ี 26 ธันวาคม ค.ศ. 2013 ซ่ึง กําหนดรายละเอยี ดและแนวทางการบังคับใชรฐั บัญญตั ิภาษเี งนิ ไดน ติ ิบคุ คล ตามรัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติบุคคล ค.ศ. 2008 ภาษีเงินไดนิติบุคคลใหจัดเก็บจากเงินไดของ องคกรท่ีไดจากการผลิตสินคาและบริการ ภาษีเงินไดนิติบุคคลไมร วมถึงเงินรายไดข องบุคคลธรรมดาที่ ไดจ ากการผลติ สินคาและการใหบ ริการ (ซง่ึ ระบุเปนฐานภาษเี งนิ ไดบคุ คลธรรมดา) 4.3.2.2 หนวยธรุ กจิ ที่มหี นา ทีต่ อ งเสียภาษเี งนิ ไดนติ ิบคุ คล หนวยธุรกิจที่มีหนาท่ีตองเสยี ภาษีเงินไดนิตบิ ุคคล คือ ธุรกิจและองคก รอ่ืนๆท่ีเก่ียวของกับการ ผลติ สินคาและบริการซ่งึ มีเงนิ ไดท ต่ี อ งนาํ มาเสียภาษีตามกฎหมาย หนวยธรุ กจิ ทีม่ หี นาที่ตอ งเสยี ภาษเี งนิ ไดน ติ ิบคุ คลสามารถแบงออกเปน 2 กลมุ ดังตอ ไปนี้ ก.) องคกรซงึ่ เปน วสิ าหกิจ สหกรณการผลิตและการคาสนิ คา และบรกิ าร รวมถงึ - วิสาหกิจที่จัดต้ังขึ้นตามกฎหมายเวียดนาม เชน บริษัทเอกชน บริษัทจํากัด บริษัทรวม ทุน หา งหนุ สวน กลมุ บริษัท - วิสาหกิจท่ีจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายตางประเทศ (ตอไปในที่น้ีจะเรียกวาวสิ าหกิจตางชาติ) โดยมีหรอื ไมม สี ถานประกอบการในประเทศเวียดนาม ตามมาตรา 1 รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติบุคคลฉบับแกไขเพิ่มเติม ค.ศ. 2013 สถาน ประกอบการของวสิ าหกิจตา งชาติในประเทศเวียดนาม คอื สถานประกอบการซ่ึงบริษัท 385 รฐั บญั ญตั ิ ฉบบั ที่ 14-2008-QH12 ลงวันที่ 3 มถิ นุ ายน ค.ศ. 2008 วาดวยภาษีเงนิ ไดนติ ิบคุ คล 386 รัฐบญั ญตั ิ ฉบับที่ 32/2013/QH13 ลงวนั ท่ี 19 มิถนุ ายน ค.ศ. 2013 แกไ ขเพม่ิ เตมิ บทบญั ญัติบางประการของรัฐ บญั ญัติวา ดว ยภาษีเงนิ ไดน ติ ิบุคคล

124 ต า ง ช า ติ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร ผ ลิ ต แ ล ะ ข า ย สิ น ค า แ ล ะ บ ริ ก า ร ส ว น ห นึ่ ง ห รื อ ท้ั ง ห ม ด ภายในประเทศเวยี ดนาม ซงึ่ รวมถงึ o สาขา สํานักงานธุรการ โรงงาน หองปฏิบัติการ อุปกรณท่ีใชในการขนสง บอ น้ํามัน แหลงกาซธรรมชาติ เหมืองแร หรือเหมืองทรัพยากรธรรมชาติอื่นใน ประเทศเวียดนาม o สถานทีก่ อ สราง ตกึ ที่ติดตั้งและ/หรอื ทปี่ ระกอบช้นิ สว น o สถานทใี่ หบริการ รวมถึง การใหคําปรึกษาผานทางลูกจางหรือบคุ คลหรือองคกร อนื่ o ตัวแทนของวสิ าหกจิ ตางชาติ o ตัวแทนในประเทศเวียดนาม (ในกรณีท่ีตัวแทนท่ีไดรับอนุญาตอยางเปนทางการ และไมเปนทางการใหทําสัญญาในนามของตัวแทนวิสาหกิจตางชาติ) ที่มีการสง มอบสินคา และใหบ รกิ ารในประเทศเวยี ดนามอยา งสมา่ํ เสมอ - องคก รที่กอ ตัง้ โดยกฎหมายสหกรณ อนั ไดแก สหกรณ สมาพันธส หกรณ และสหการ ข.) องคก รทไี่ มใชสหกรณ วสิ าหกจิ ท่ที ําการผลติ และธุรกิจโดยมีรายได รวมถงึ - หนวยทางธุรกิจทกี่ อตั้งตามกฎหมายเวียดนาม ไดแก องคก รทางเศรษฐกิจขององคกร ทางการเมือง ทางสังคม และหนวยทางการทหาร; ตัวแทน หนวยทางธุรกิจท่เี ก่ียวของ กบั การผลติ และการขายสินคา และบริการ - องคก รอน่ื ทปี่ ระกอบกิจกรรมการผลิตหรอื ประกอบธุรกจิ ทก่ี อใหเกดิ รายได 4.3.2.3 เงนิ ไดท ่ตี องเสยี ภาษีเงินไดนติ บิ คุ คล ตามมาตรา 3 รัฐบัญญตั วิ า ดว ยภาษีเงนิ ไดนิติบคุ คล ค.ศ. 2008 เงินไดท ่ีตองเสยี ภาษี คอื เงนิ ได ท่ไี ดรบั จากการผลติ และการขายสินคา บรกิ ารและเงินไดอน่ื ๆ ตามมาตรา 3 วรรคสอง รัฐบัญญัติวาดวยภาษีเงินไดน ิติบุคคล ค.ศ. 2008 ฉบับแกไขเพ่ิมเติม ค.ศ. 2013 เงินไดอ ื่นๆ ไดแ ก - เงนิ ไดจ ากการโอนเงนิ ทุน การโอนสทิ ธิในการรวมทุน - เงินไดจากการโอนอสังหาริมทรัพย การโอนโครงการลงทุน การโอนสิทธิการเขารวมใน โครงการลงทุน การโอนสิทธใิ นการสํารวจและใชป ระโยชนเ หมืองแร - เงินไดจากการใชประโยชนอ สังหาริมทรัพย การเปนเจาของอสังหาริมทรัพย รวมถึงรายได จากสิทธทิ างทรัพยส นิ ทางปญ ญา - เงินไดจ ากการโอนสทิ ธิการเชา จากดอกเบีย้ เงินฝาก เงนิ กู การขายเงนิ ตราตา งประเทศ - เงนิ ไดค ืนจากหนส้ี ูญ - เงนิ ไดทีเ่ กดิ จากหนท้ี ่จี ายแกเ จาหนท้ี ไ่ี มส ามารถระบุได

125 - เงนิ ไดจ ากธุรกจิ ทไ่ี มไดม ีการรายงานในปท ่ีผา นมา และ - เงินไดอ ่ืนๆ ซงึ่ รวมถึงเงนิ ไดจากการผลติ และธุรกจิ นอกประเทศเวียดนาม 4.3.2.4 วธิ ีการคํานวณภาษีเงนิ ไดน ิติบุคคล มาตรา 6 รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนติ ิบุคคล ค.ศ. 2008 บัญญัติวิธีการคํานวณภาษีเงินไดนติ ิบุคคล จากเงนิ รายไดพ งึ ประเมนิ และอัตราภาษีดงั น้ี ภาษเี งนิ ไดนติ ิบุคคล = เงนิ ไดพงึ ประเมนิ × อตั ราภาษี ก. เงินไดพงึ ประเมิน ตามมาตรา 7 รฐั บญั ญตั ภิ าษีเงนิ ไดนิติบคุ คล ค.ศ. 2008 เงนิ ไดพงึ ประเมิน หรอื เงินไดสุทธทิ ่จี ะ นําไปคํานวณภาษีเงินไดนิติบคุ คล คือ เงินไดที่ตองเสียภาษี หักลบดวยเงินไดท่ีไดรับยกเวนภาษี และผล ขาดทุนทย่ี กยอดจากรอบปภาษีท่ผี า นมา เงินไดพ งึ ประเมิน = เงนิ ไดท ต่ี องเสียภาษี – เงนิ ไดทไ่ี ดรับยกเวนภาษี – ผลขาดทุนสะสม สว นเงนิ ไดที่ตองเสียภาษี เงนิ ไดท ่ีตอ งเสียภาษี = เงินไดทัง้ หมด – คาใชจ า ยทีใ่ ชลดหยอ นภาษีได + รายไดอน่ื ๆ - เงินไดท้งั หมด (revenue) คอื จํานวนเงินไดทัง้ หมดท่ีนิติบุคคลไดรับจากการขาย การผลติ การบรกิ าร เงินไดท่ไี ดร ับจะตองเปนจาํ นวนเงนิ ในหนว ยเงินดองเวียดนาม หรือหากไดร บั ใน หนวยเงินตราตางชาติจะตองเปลี่ยนเปนหนวยเงินดอง โดยใชอัตราแลกเปล่ียนท่ี ประกาศใชโ ดยธนาคารแหง ประเทศเวียดนามในเวลาที่ไดรบั เงินตราตางประเทศน้นั - คา ใชจา ยท่ใี ชล ดหยอ นภาษี (Deductible expenses) จะตอ งเขา เง่ือนไขสองประการดังน้ี o คาใชจายท่แี ทจริงท่เี กิดขึ้นโดยตรงจากการผลิตและการประกอบกจิ การ o คา ใชจ ายท่ีมใี บกํากับภาษีเต็มรูปแบบและใบสาํ คัญจาย (vouchers) ตามทีร่ ะบุใน กฎหมาย สําหรับการซอ้ื สินคาและบริการท่ีมีมูลคาอยางนอย 20 ลานดองจะตอง ใชใบสาํ คญั จา ย - เงินไดอ ื่น ไดแ ก o เงนิ ไดจ ากการโอนเงนิ ทนุ การโอนสิทธใิ นการรวมทนุ o เงินไดจากการโอนอสังหาริมทรัพย การโอนโครงการลงทุน การโอนสิทธิการเขา รวมในโครงการลงทนุ การโอนสิทธใิ นการสาํ รวจและใชประโยชนเหมอื งแร o เงินไดจากการใชประโยชนอสังหาริมทรัพย การเปนเจาของอสังหาริมทรัพย รวมถึงรายไดจากสิทธทิ างทรัพยสินทางปญ ญา

126 o เงินไดจากการโอนสิทธิการเชา จากดอกเบ้ียเงินฝาก เงินกู การขายเงินตรา ตางประเทศ o เงนิ ไดคนื จากหนส้ี ูญ o เงนิ ไดท ่ีเกดิ จากหน้ที ่จี ายแกเ จา หนีท้ ไี่ มสามารถระบุได o เงินไดจ ากธรุ กจิ ทไี่ มไดมกี ารรายงานในปท่ีผา นมา o เงนิ ไดอ ื่นๆ ซง่ึ รวมถึงเงินไดจ ากการผลิตและธรุ กิจนอกประเทศเวียดนาม ข. อัตราภาษี นับแต 1 มกราคม ค.ศ. 2014 อัตราภาษีเงินไดน ิติบุคคลลดลงจากรอยละ 25 เปนรอยละ 22 และหลังจาก 1 มกราคม ค.ศ. 2016 อัตราภาษีเงินไดนิติบุคคลจะอยูที่รอยละ 20 สวนวิสาหกิจที่มี รายไดไ มเ กนิ กวาสองพนั ลานดองจะใชอัตราภาษีรอยละ 20 อัตราภาษีเงินไดนิติบุคคลสําหรับธุรกิจเก่ียวกับการคนหา สํารวจ ใชประโยชนจากน้ํามันและ แหลง กาซหรือทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีคาอ่ืนๆในประเทศเวียดนาม จะเสยี ภาษีเงินไดนิติบุคคลระหวาง รอยละ 32 - 50 ขึ้นอยกู ับประเภทของโครงการ 4.3.2.5 ภาษีเงนิ ไดบ คุ คลอตั ราพิเศษ ก. เงื่อนไขของภาษีเงินไดนติ บิ คุ คลอตั ราพเิ ศษ ตามมาตรา 18 รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติบุคคล ค.ศ. 2008 วิสาหกิจท่มี ีสิทธิชําระภาษีเงินไดน ิติ บุคคลอัตราพเิ ศษ ตองเคารพเงอื่ นไขสองประการดังน้ี - ปฏบิ ตั ิตามระบบบัญชที ่กี าํ หนดไวตามกฎหมาย เก็บรักษาใบกาํ กับภาษีและใบสําคญั จา ย - ชาํ ระภาษีตามทีแ่ จง ข. รายละเอยี ดเกีย่ วกับสทิ ธิประโยชนเกี่ยวกับอตั ราภาษี 1) อตั ราภาษีพิเศษ 1.1 อตั ราภาษีเงนิ ไดน ิติบคุ คลรอ ยละ 10 เปน ระยะเวลา 15 ป สาํ หรบั - เงินไดจ ากวสิ าหกจิ ท่มี ีโครงการลงทนุ ในพนื้ ที่ทม่ี ีสภาพสงั คมและเศรษฐกิจทขี่ ัดสน ใน เขตเศรษฐกิจ หรือเขตไฮเทค โดยโครงการนนั้ จะตอ งเปนโครงการลงทนุ ทีเ่ กย่ี วกับ การใชเทคโนโลยีข้ันสูง - การประกอบการเกษตรภายใตบ ทบัญญัตขิ องกฎหมายเกยี่ วกับเทคโนโลยขี นั้ สงู - เงินไดจากโครงการการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิต (ยกเวนธุรกิจท่ีอยูภายใต ภาษีสรรพสามิตและโครงการเหมืองแร) และเปนโครงการที่มีคุณสมบัติประการใด ประการหนึง่ คือ o เปนโครงการท่มี ีการลงทุนอยางนอย 6 ลานลานดอง มีการเบกิ จา ย 3 ปนับต้ังแต วันที่ไดรับใบรับรองการลงทุนและมีเงินรายไดอยางนอย 10 ลานลานดองตอป ภายใน 3 ปหลงั จากปท่ไี ดรบั ผลกําไร

127 o หรือเปนโครงการที่มีการลงทุนอยางนอย 6 ลานลานดอง มีการเบิกจาย 3 ป หลงั จากวนั ทไี่ ดร บั ใบรับรองการลงทนุ และมีแรงงานมากกวา 3,000 คน 1.2 อตั ราภาษีเงนิ ไดนติ ิบคุ คลรอยละ 10 ตลอดระยะเวลาดําเนินการ สาํ หรบั - เงินไดของนิติบุคคลที่ประกอบกิจกรรมทางสังคมในดานการศึกษา การฝกอบรม การ ฝกอาชีพ การดูแลสุขภาพ วฒั นธรรม กฬี า และสง่ิ แวดลอม - เงินไดจากโครงการลงทุนเก่ียวกบั ธรุ กิจท่ีอยูอาศยั สวัสดิการ ตามทบ่ี ญั ญตั ใิ นมาตรา 53 ของกฎหมายทีอ่ ยอู าศยั - เงินไดจากการพิมพ ไดแก โฆษณาในหนังสือพิมพตามกฎหมายการพมิ พ - เงนิ ไดจ ากการเปนตวั แทนส่อื ภายใตกฎหมายสอ่ื มวลชน - เงินไดนติ ิบุคคลทม่ี าจากการปลกู ปาและอนุรกั ษปา ไม - เกษตรกรรมและการประมงในพืน้ ที่ทีม่ ีสภาพสงั คมและเศรษฐกจิ ทีข่ ดั สน - การผสมพนั ธสุ ัตวแ ละปศุสตั ว - การทาํ เหมืองเกลอื และกล่ันเกลือ 1.3 อัตราภาษีเงินไดนติ บิ ุคคลรอยละ 20 (รอ ยละ 17 ใน ค.ศ. 2016) ตลอดระยะเวลา 10 ป สําหรับ - เงนิ ไดจ ากโครงการการลงทนุ ใหมในพนื้ ท่ีท่มี สี ภาพสังคมและเศรษฐกิจที่ขัดสน - เงินไดจากโครงการการลงทุนใหมในอุตสาหกรรมการผลิตเหล็ก การผลิตอุปกรณ ประหยัดพลงั งาน การผลติ อุปกรณสาํ หรับการเกษตร ปาไม ประมง เกลือ - การผลติ เคร่ืองมือเก่ยี วกับการชลประทาน - การผลิตอาหารสตั ว ผลิตภัณฑจากเน้อื สตั ว ผลิตภณั ฑจากสตั วน า้ํ - การพฒั นาอตุ สาหกรรมดง้ั เดิม 1.4 อตั ราภาษีเงนิ ไดนติ ิบคุ คลรอยละ 20 ตลอดระยะเวลาดําเนินการ (รอยละ 17 หลงั จาก วนั ท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 2016) สําหรับ - เงินไดของกองทุนการใหสินเช่ือแกประชาชนและสถาบันการเงินระดับฐานราก (microfinance institution) 2.) การยกเวนภาษีและลดภาษี 2.1 เงินไดท่ีไดรับยกเวนภาษีเปนเวลา 4 ป และลดภาษีรอยละ 50 ของภาษีที่จะตองจาย สําหรบั 9 ปถัดไป - เงนิ ไดของนิตบิ คุ คลจากการลงทนุ ในโครงการใหม - เงินไดของนิติบุคคลจากการลงทุนโครงการใหมทางดานสังคมในพ้ืนที่ที่มีสภาพ เศรษฐกจิ และสังคมขัดสนหรอื ขัดสนมาก - วสิ าหกจิ ท่ีใชเ ทคโนโลยขี ั้นสงู วสิ าหกิจการเกษตรทีใ่ ชเทคโนโลยขี น้ั สงู

128 2.2 เงินไดที่ไดรับยกเวนภาษีเปนเวลา 4 ป และลดภาษีรอยละ 50 ของภาษีท่ีจะตองจาย สาํ หรับ 5 ปถ ดั ไป - เงนิ ไดน ติ บิ ุคคลท่ีมโี ครงการลงทนุ เกย่ี วกบั สงั คมอื่นๆนอกจากขางตน ในพ้ืนทท่ี ี่มีสภาพ เศรษฐกจิ ขัดสนหรอื ขดั สนมาก 2.3 เงินไดที่ไดรับยกเวนภาษีเปนเวลา 2 ป และลดภาษีรอยละ 50 ของภาษีท่ีจะตองจาย สําหรับ 4 ปถ ัดไป - เงินไดนิติบุคคลจากโครงการลงทุนใหมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็ก อุปกรณประหยัด พลังงาน อุปกรณเกี่ยวกับการทําเกษตรกรรม ปาไม ประมง เกลือ เคร่ืองมือเกี่ยวกับ การชลประทาน อาหารสัตว ผลิตภณั ฑจ ากเนอื้ สตั ว และ พัฒนาอุตสาหกรรมดัง้ เดิม - เงินไดนิติบุคคลจากโครงการลงทุนใหมในนิคมอุตสาหกรรม (ยกเวน โครงการทตี่ ้ังอยู ในโซนอุตสาหกรรมทม่ี คี วามเจรญิ ทางสังคมและเศรษฐกิจ) ระยะเวลาการยกเวนภาษีหรือลดภาษีสําหรับนิติบุคคลจากการลงทุนในโครงการใหม จะ นับต้ังแตปแรกที่เร่ิมมีรายไดจากการลงทุนท่ีตองเสียภาษี หากไมมีรายไดท่ีตองเสียภาษีในสามปแรก การยกเวนภาษแี ละการลดภาษจี ะเร่มิ นบั ต้ังแตปท ่ี 4 4.3.2.6 การยกยอดผลขาดทุน นติ บิ ุคคลทีข่ าดทุนมสี ทิ ธิท่ีจะยกยอดผลขาดทุนดงั กลา วมาหักลางเงินไดพึงประเมินในปตอๆ ไป ผลขาดทนุ ดังกลา วสามารถนํามาใชส ะสมได 5 ปนับจากปท่เี กิดผลขาดทุนน้นั 4.3.3 ขอตกลงการยกเวนการเกบ็ ภาษซี อนและการปองกนั การเลย่ี งภาษี 4.3.3.1 บทนาํ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 ประเทศเวียดนามไดทําขอตกลงการเวนการเก็บภาษีซอน และการปองกันการเลย่ี งภาษกี ับ 69 ประเทศ จุดประสงคของขอตกลงการเวนการเก็บภาษีซอนและการปองกันการเลี่ยงภาษี คือเพื่อท่ีจะ เล่ียงการเก็บภาษซี อ น โดยการ ก. ยกเวนหรือลดภาษีในประเทศเวียดนามสําหรับผูมีถิ่นที่อยูในประเทศที่เปนภาคีของ ขอตกลงดังกลาว หรือ ข. ระงบั การจา ยภาษีในประเทศเวยี ดนาม หากไดชําระจาํ นวนภาษีเทา กับท่ีควรจะตอ งจาย ใหก ับประเทศเวยี ดนามแลวในประเทศท่เี ปนสมาชกิ ของขอตกลงน้ี นอกจากนี้ขอตกลงดังกลาวยังไดวางกรอบกฎหมายสําหรับความรวมมือระหวางหนวยงาน ผูรับผิดชอบดานภาษีในประเทศเวียดนามและหนวยงานของตางประเทศในการบริหารจัดการภาษี ระหวางประเทศเพ่อื ปองกันการหลบเล่ียงภาษเี งนิ ไดและภาษที รัพยสนิ

129 ตาราง 6 ขอ ตกลงการเวนการเกบ็ ภาษซี อ นและการปอ งกนั การเลยี่ งภาษีทเี่ วียดนามเปน ภาคี ลาํ ดับ ชื่อประเทศ วนั ท่ที ําขอตกลง วันทมี่ ผี ลใชบ งั คบั 1 เครือรัฐออสเตรเลีย 30 ธนั วาคม ค.ศ. 1992 2 สาธารณรัฐฝรง่ั เศส 13 ตุลาคม ค.ศ. 1992 ณ กรงุ ฮานอย 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 10 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 1993 ณ 3 ราชอาณาจักรไทย กรุงฮานอย 29 ธนั วาคม ค.ศ. 1992 4 สหพันธรฐั รสั เซยี 23 ธนั วาคม ค.ศ. 1992 ณ กรงุ ฮานอย 21 มีนาคม ค.ศ. 1996 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1993 ณ 5 ราชอาณาจักรสวีเดน กรุงฮานอย 8 สิงหาคม ค.ศ. 1994 6 สาธารณรัฐเกาหลี 24 มีนาคม ค.ศ. 1994 ณ สตอกโฮลม 11 กนั ยายน ค.ศ. 1994 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1994 ณ (เกาหลใี ต) กรงุ ฮานอย 15 ธันวาคม ค.ศ. 1994 7 สหราชอาณาจักร 9 เมษายน ค.ศ. 1994 ณ กรุงฮานอย ขอ ตกลง: 9 กนั ยายน 8 สาธารณรฐั สิงคโปร ขอตกลง 2 มนี าคม ค.ศ. 1994 ณ ค.ศ. 1994 กรุงฮานอย พิธีสาร: 11 มกราคม 9 สาธารณรัฐอนิ เดีย พิธสี ารแกไขเพิ่มเตมิ ขอ ตกลง ค.ศ. 2013 10 ฮังการี 12 กันยายน ค.ศ. 2012 ณ สิงคโปร 2 กมุ ภาพนั ธ ค.ศ. 1995 11 สาธารณรัฐโปแลนด 7 กันยายน ค.ศ. 1994 ณ กรงุ ฮานอย 30 มิถุนายน ค.ศ. 1995 12 ราชอาณาจักร 26 สงิ หาคม ค.ศ. 1994 ณ บูดาเปสต 28 มกราคม ค.ศ. 1995 31 สงิ หาคม ค.ศ. 1994 ณ วอรซ อ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1995 เนเธอรแลนด 24 มกราคม ค.ศ. 1995 ณ กรงุ เฮก 13 สาธารณรัฐประชาชนจนี 14 ราชอาณาจักรเดนมารก 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 ณ ปกกิ่ง 18 ตลุ าคม ค.ศ. 1996 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 ณ 24 เมษายน ค.ศ. 1996 15 ราชอาณาจักรนอรเวย โคเปนเฮเกน 16 ญีป่ ุน 14 เมษายน ค.ศ. 1996 17 สหพันธสาธารณรัฐ 1 มถิ ุนายน ค.ศ. 1995 ณ ออสโล 31 ธันวาคม ค.ศ. 1995 27 ธนั วาคม ค.ศ. 1996 เยอรมนี 24 ตุลาคม ค.ศ. 1995 ณ กรุงฮานอย 18 โรมาเนีย 24 เมษายน ค.ศ. 1996 19 มาเลเซยี , สาธารณรฐั 16 พฤศจิกายน ค.ศ.1995 ณ กรงุ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1996 ฮานอย อินโดนีเซีย 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1995 ณ กรงุ ฮานอย 7 กนั ยายน ค.ศ. 1995 ณ กัวลาลัมเปอร

130 ลําดับ ชอื่ ประเทศ วันทีท่ ําขอตกลง วนั ทม่ี ีผลใชบังคับ 20 สาธารณรฐั ประชาธิปไตย ประชาชนลาว 14 มกราคม ค.ศ. 1996 ณ เวียงจนั ทร 30 กนั ยายน ค.ศ. 1996 21 ราชอาณาจักรเบลเยียม 28 กุมภาพันธ ค.ศ. 1996 ณ กรงุ ขอตกลง: 25 มิถนุ ายน 22 ราชรัฐลกั เซมเบริ ก ฮานอย ค.ศ. 1999 23 สาธารณรัฐอซุ เบกสิ ถาน พธิ ีสารแกไ ขเพ่ิมเติมขอ ตกลง: 12 พิธีสาร: ไมมีผล 24 ยูเครน มีนาคม ค.ศ. 2012 ณ กรงุ ฮานอย 25 สมาพันธรฐั สวิส 26 มองโกเลีย 14 มนี าคม ค.ศ. 1996 ณ กรงุ ฮานอย 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 27 สาธารณรัฐบัลแกเรยี 28 มนี าคม ค.ศ. 1996 ณ กรงุ ฮานอย 16 สงิ หาคม ค.ศ. 1996 28 สาธารณรฐั อติ าลี 8 เมษายน ค.ศ. 1996 ณ กรุงฮานอย 22 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 29 สาธารณรัฐเบลารุส 30 สาธารณรัฐเช็ก 1996 31 แคนาดา 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1996 ณ กรงุ ฮานอย 12 ตลุ าคม ค.ศ. 1997 32 สาธารณรัฐอินโดนเี ซยี 9 พฤษภาคม ค.ศ. 1996 ณ 11 ตุลาคม ค.ศ. 1996 33 มหานครไทเป อลู านบาตอร 34 สาธารณรฐั ประชาธิปไตย ประชาชนแอลจเี รีย 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1996 ณ กรุง 4 ตุลาคม ค.ศ. 1996 ฮานอย 35 สาธารณรฐั แหง สหภาพ เมียนมา 26 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 1996 ณ กรุง 20 กมุ ภาพันธ ค.ศ. 36 สาธารณรัฐฟน แลนด ฮานอย 1999 24 เมษายน ค.ศ. 1997 ณ กรงุ ฮานอย 26 ธันวาคม ค.ศ. 1997 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 ณ ปราก 3 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 1998 14 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 1997 ณ กรุง 16 ธันวาคม ค.ศ. 1998 ฮานอย 22 ธันวาคม ค.ศ. 1997 ณ กรุงฮานอย 10 กมุ ภาพันธ ค.ศ. 1999 6 เมษายน ค.ศ. 1998 ณ กรุงฮานอย 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 6 ธันวาคม ค.ศ. 1999 ณ แอลเจยี ร ไมมีผล 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 ณ ยา งกงุ 12 สงิ หาคม ค.ศ. 2003 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 ณ เฮลซิงกิ 26 ธนั วาคม ค.ศ. 2002

131 ลําดบั ชอ่ื ประเทศ วนั ท่ีทาํ ขอตกลง วนั ทม่ี ผี ลใชบ ังคบั 37 สาธารณรัฐฟล ปิ ปน ส 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 ณ มะนลิ า 29 กันยายน ค.ศ. 2003 38 สาธารณรัฐไอซแ ลนด 3 เมษายน ค.ศ. 2002 ณ กรงุ ฮานอย 27 ธนั วาคม ค.ศ. 2002 39 สาธารณรัฐประชาธิปไตย 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 ณ เปยงยาง 12 สงิ หาคม ค.ศ. 2007 ประชาชนเกาหลี 26 ตุลาคม ค.ศ. 2002 ณ ลาอาบานา 26 มิถนุ ายน ค.ศ. 2003 40 สาธารณรัฐควิ บา 25 มีนาคม ค.ศ. 2004 ณ อิสลามาบัด 4 กุมภาพันธ ค.ศ. 2005 41 สาธารณรฐั อิสลาม 22 มนี าคม ค.ศ. 2004 ณ ธากา 19 สิงหาคม ค.ศ. 2005 ปากีสถาน 42 สาธารณรัฐประชาชน 7 มีนาคม ค.ศ. 2005 ณ กรุงฮานอย 22 ธันวาคม ค.ศ. 2005 4 ตุลาคม ค.ศ. 2005 ณ กรงุ ฮานอย 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 บังกลาเทศ 26 ตุลาคม ค.ศ. 2005 ณ กรุงฮานอย 28 กันยายน ค.ศ. 2006 43 ราชอาณาจักรสเปน 44 สาธารณรัฐเซเชลส 6 มนี าคม ค.ศ. 2006 ณ ไคโร ไมมีผล 45 สาธารณรัฐสังคมนิยม 1 มกราคม ค.ศ. 2009 16 สงิ หาคม ค.ศ. 2007 ณ บันดารเ ซอ ประชาธปิ ไตยศรีลังกา รีเบอกาวัน (บรูไน) 1 มกราคม ค.ศ. 2009 46 สาธารณรัฐอาหรบั อยี ปิ ต 10 มีนาคม ค.ศ. 2008 ณ ดบั ลนิ 1 มกราคม ค.ศ. 2009 47 บรูไนดารสุ ซาลาม 1 มกราคม ค.ศ. 2010 18 เมษายน ค.ศ. 2008 ณ กรงุ ฮานอย 29 กรกฎาคม ค.ศ. 48 สาธารณรฐั ไอรแลนด 2009 49 รฐั สลุ ตานโอมาน 2 มถิ ุนายน ค.ศ. 2008 ณ เวยี นนา 50 สาธารณรฐั ออสเตรีย 51 สาธารณรฐั สโลวกั 27 ตุลาคม ค.ศ. 2008 ณ กรุงฮานอย 52 สาธารณรฐั โบลีวารแหง 20 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2008 ณ ซานเตยี 26 พฤษภาคม ค.ศ. เวเนซเุ อลา โกเดเลออนเดการากัส 2009 53 ราชอาณาจักรโมรอ็ กโก 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 ณ กรุง 12 กนั ยายน ค.ศ. 2012 ฮานอย 54 เขตบริหารพเิ ศษฮอ งกง 16 ธันวาคม ค.ศ. 2008 ณ กรุงฮานอย 12 สิงหาคม ค.ศ. 2009 แหงสาธารณรัฐประชาชน พิธีสาร: 13 มกราคม ค.ศ. 2014 ณ พิธีสาร: ไมมผี ล จีน ฮองกง 55 สหรัฐอาหรับเอมเิ รตส 16 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 2009 ณ ดไู บ 12 เมษายน ค.ศ. 2010 56 รัฐกาตาร 8 มีนาคม ค.ศ. 2009 ณ โดฮา 16 มนี าคม ค.ศ. 2011

132 ลาํ ดับ ช่ือประเทศ วนั ทท่ี าํ ขอตกลง วันทีม่ ีผลใชบงั คบั 57 รฐั คูเวต 10 มนี าคม ค.ศ. 2009 ณ คูเวต 11 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 2011 58 รัฐอสิ ราเอล 4 สิงหาคม ค.ศ. 2009 ณ กรุงฮานอย 24 ธนั วาคม ค.ศ. 2009 59 ราชอาณาจักร 10 เมษายน ค.ศ. 2010 ณ รยิ าด 1 กมุ ภาพนั ธ ค.ศ. 2011 ซาอดุ ีอาระเบีย 13 เมษายน ค.ศ. 2010 ณ ตนู สิ 6 มีนาคม ค.ศ. 2013 60 สาธารณรัฐตูนิเซยี 3 กันยายน ค.ศ. 2010 ณ กรงุ ฮานอย ไมม ผี ล 61 สาธารณรฐั โมซัมบิก 31 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ณ กรุงฮานอย ไมม ีผล 62 สาธารณรฐั คาซัคสถาน 14 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 2013 ณ กรงุ โรม ไมม ีผล 63 สาธารณรัฐซานมารโี น 1 มนี าคม ค.ศ. 2013 ณ กรงุ ฮานอย ไมมผี ล 64 สาธารณรฐั เซอรเ บีย 5 สิงหาคม ค.ศ. 2013 ณ กรงุ ฮานอย 5 พฤษภาคม ค.ศ. 65 นิวซแี ลนด 2014 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ณ กรงุ 2 เมษายน ค.ศ. 2014 66 ปาเลสไตน ฮานอย 10 ธันวาคม ค.ศ. 2013 ณ ไมมผี ล 67 สาธารณรฐั บูรพาอุรุกวัย มอนเตวิเดโอ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ณ กรงุ ไมม ีผล 68 สาธารณรัฐอาเซอรไ บจาน ฮานอย 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 ณ อังการา ไมมผี ล 69 สาธารณรัฐอสิ ลามตุรกี 4.3.3.2 ขอบเขตของขอ ตกลงการเวนการเกบ็ ภาษซี อนและการปอ งกันการเล่ยี งภาษี ขอตกลงการเวนการเกบ็ ภาษีซอนและการปองกนั การเล่ยี งภาษีใชบังคับกับ - ผมู ีถ่นิ ที่อยใู นประเทศเวียดนาม หรือ - ผูมถี ิ่นทอี่ ยใู นประเทศทีเ่ ปนภาคีขอ ตกลงกบั ประเทศเวยี ดนาม หรอื - ผูมีถิ่นท่ีอยูในประเทศเวียดนามและประเทศท่ีเปนภาคีขอตกลงกับประเทศเวียดนามใน ขณะเดียวกัน ภาษที ่อี ยูภ ายใตข อตกลงการเวน การเกบ็ ภาษีซอนและการปองกันการเลี่ยงภาษี คือ ภาษเี งนิ ได และภาษจี ากทรพั ยส ินตามท่รี ะบุในขอตกลง สําหรับประเทศเวียดนามภาษีที่อยูภายใตขอตกลงมีดว ยกันสองประเภท ไดแก ภาษีเงินไดนิติ บคุ คล และ ภาษีเงินไดบ คุ คลธรรมดา

133 4.3.3.3 การนาํ หลกั การของขอ ตกลงมาปรับใช ขอตกลงระหวางประเทศเพื่อการเวนการเก็บภาษีซอนและการปองกันการเล่ียงภาษีไมได กอใหเกิดภาระทางภาษีเพ่ิมเติมที่กําหนดไวโดยกฎหมายภาษีของประเทศเวียดนาม ในกรณีที่ บทบัญญัติของขอตกลงใหสิทธิท่ีจะจัดเก็บภาษีกับเงินไดบางประเภท แตกฎหมายภายในประเทศ เวียดนามไมไดบัญญัติใหเก็บภาษีเกี่ยวกับรายไดนั้นหรือเรียกเก็บในอัตราที่ตํ่ากวาอัตราภาษีตาม ขอ ตกลง ในกรณนี ใี้ หเ ลอื กใชกฎหมายภายในของประเทศเวียดนามในการเรยี กเกบ็ ภาษี 4.3.4 ภาษีสรรพสามิต รัฐบญั ญตั วิ า ดวยภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ 27/2008/QH12 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 ซงึ่ มีผลใชบ งั คบั ตั้งแตวันท่ี 1 เมษายน ค.ศ. 2009387 กําหนดหลักเกณฑเกี่ยวกบั ภาษีสรรพสามิต ซง่ึ เปน ภาษีท่ีเก็บจากการผลิตหรือการนําเขาสินคาและธุรกิจบริการบางประเภทท่ีถูกมองวาเปนสินคาหรือ บรกิ ารฟุมเฟอย ประเภทสนิ คา และธุรกจิ บรกิ ารทตี่ อ งเสยี ภาษสี รรพสามติ รัฐบัญญัติวาดว ยภาษีสรรพสามิต ค.ศ. 2008 กําหนดประเภทสินคาและธุรกิจบริการท่ีตอ งเสีย ภาษสี รรพสามิตไวด ังนี้ 1) สินคา ไดแ ก o บุหรี่ ซิการ และผลิตภณั ฑอ ืน่ ๆ แปรรูปจากยาสูบ o สุราและเบยี ร o พาหนะขนสง ผโู ดยสารทมี่ ีนอยกวา 24 ท่ีนั่ง o พาหนะมอเตอรส องลอที่มคี วามจุกระบอกสูบสูงกวา 125 ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร o เครือ่ งบินและเรอื ยอชต o นํ้ามันเช้ือเพลงิ ชนิดตา งๆ o เครื่องปรบั อากาศขนาดไมเกนิ กวา 90,000 BTU o ไพ o กระดาษเงินกระดาษทอง 2) ธุรกจิ บรกิ าร ไดแก o สถานบนั เทงิ อาบอบนวด คาราโอเกะ o เครอ่ื งสลอตแมชชนี และอน่ื ๆ ทม่ี ีลกั ษณะคลา ยกัน o ธุรกิจการพนนั o กอลฟ o สลากกนิ แบง388 387 บทบัญญตั ทิ ี่เกยี่ วกบั เหลา และเบยี รมีผลใชบงั คับตัง้ แตวนั ท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 2010 388 มาตรา 2 รัฐบญั ญัตวิ าดวยภาษีสรรพสามิต ค.ศ. 2008

134 สนิ คา ท่ไี ดร บั การยกเวน ภาษสี รรพสามิต ตามมาตรา 3 ของรัฐบัญญัติวาดวยภาษีสรรพสามิต ค.ศ. 2008 สินคาท่ีไมตองเสียภาษี สรรพสามิตมดี ังน้ี 1. สนิ คา ทผ่ี ผู ลติ หรือผปู ระกอบสนิ คาสงออกโดยตรง หรือสนิ คาท่ผี ูผ ลติ หรอื ผปู ระกอบสนิ คาได ขาย หรอื มอบหมายใหผ ปู ระกอบการธุรกจิ อน่ื ทาํ การสง ออก 2. สินคา นาํ เขา ซ่งึ รวมถึง ก) สินคาที่เปนการชวยเหลือทางดานมนุษยธรรมหรือการชวยเหลือโดยไมมี ผลตอบแทน ของขวัญสําหรับหนวยงานรฐั องคก รทางการเมือง องคก รทางสังคม- การเมือง องคก รวิชาชีพทางสังคม-การเมือง องคกรทางสังคม หรือหนวยกองกําลัง ติดอาวุธ รวมทั้งของบริจาคหรือของขวัญสาํ หรับบุคคลในประเทศเวียดนามโดยไม เกินสว นทีร่ ัฐบาลกาํ หนดไว ข) สินคาท่ีไดมีการสงผานหรือขนสงผานชายแดนหรือประตูชายแดนของประเทศ เวียดนาม และสินคาท่ีขนสงไปท่ีหรือจากประตูชายแดนภายใตกฎระเบียบของ รัฐบาล ค) สินคาท่ีนําเขามาชั่วคราวเพ่ือสงกลับออกไป และสินคาท่ีสงออกไปช่ัวคราวเพื่อ นํากลับเขามา ซึ่งไมตอ งเสียภาษีนําเขาหรือภาษีสงออกภายในระยะเวลาท่ีกําหนด ตามกฎหมายเก่ียวกับภาษีนําเขาและภาษีสง ออก ง) ของใชสว นตวั ขององคก ารตางประเทศและชาวตา งชาตใิ นปริมาณท่กี ําหนดไวในเอก สิทธิและความคุมกันทางการทูต ของใชสวนตัวภายในปริมาณที่กําหนดไวสําหรับ การนําเขาโดยปลอดภาษี และสินคา นําเขา เพ่ือการขายโดยปลอดภาษตี ามกฎหมาย 3. เคร่อื งบนิ และเรือยอชตท ใี่ ชเ พื่อการขนสงสนิ คา เชิงพาณิชย เพือ่ ผูโดยสารและนกั ทองเทยี่ ว 4. รถพยาบาล รถขนสงนักโทษ ยานพาหนะบรรทุกศพ รถท่ีออกแบบใหมีทั้งท่ีนั่งและพื้นที่ยืน เพ่ือขนสงผูโดยสารจํานวน 24 คนหรือมากกวานั้น รถที่ใชในการสันทนาการ การบันเทิง ซง่ึ ไมไดม กี ารจดทะเบียนเพ่อื ใชใ นการจราจรหรอื เคล่อื นท่ีบนถนน 5. สินคานําเขาจากตางประเทศเพื่อนําเขามาในเขตปลอดภาษีศุลกากร สินคาท่ีขายใน ประเทศนําเขาไปยังเขตปลอดภาษีศุลกากรเพ่ือใชในเขตปลอดภาษีศุลกากรเทาน้ัน และ สินคาที่แลกเปล่ียนกันในระหวางเขตปลอดภาษีศุลกากร ยกเวนรถยนตที่มีที่นั่งนอยกวา 24 ที่น่ัง ผเู สียภาษี ผูเ สียภาษี รวมถึง ผผู ลติ และผูนําเขา สนิ คา และผใู หบ รกิ ารทตี่ อ งเสียภาษสี รรพสามิต389 389 มาตรา 4 รฐั บญั ญตั ิวาดว ยภาษสี รรพสามติ ค.ศ. 2008

135 การคํานวณภาษี ภาษสี รรพสามิตคํานวณจากราคาทตี่ องเสยี ภาษีของสนิ คาและบริการและอตั ราภาษ3ี 90 ภาษีสรรพสามิต = ราคาที่ตอ งเสยี ภาษีของสินคา และบริการ x อตั ราภาษี ราคาที่ตองเสียภาษีของสินคาและบริการ/ราคาที่ตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาขายสินคา หรือคา บรกิ าร ทไ่ี มรวมภาษสี รรพสามติ และภาษมี ูลคา เพมิ่ 1) สําหรับสินคาที่ผลิตในประเทศ ราคาท่ีตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาขายท่ีกําหนดโดย ผูผลิต 2) สําหรับสินคา นําเขา ราคาท่ีตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาท่ีใชคํานวณภาษีศุลกากรจาก การนําเขา บวกกบั ภาษศี ุลกากร สําหรับสินคา นําเขาที่ไดรับการยกเวนหรือลดภาษีศลุ กากรขาเขา ราคาท่ีตองนํามาคํานวณ ภาษี คอื ราคาที่ใชคาํ นวณภาษีศลุ กากรจากการนําเขา 3) สําหรับสินคาแปรรปู ราคาที่ตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาขายของสินคาท่ีแปรรูปแลว หรือ ราคาขายของสินคาชนิดเดียวกันหรือคลายกัน ในเวลาเดียวกันกับเวลาของการขาย สินคา น้ัน 4) สําหรับสินคา ขายผอนหรือจายเงินในภายหลัง ราคาที่ตองนาํ มาคํานวณภาษี คือ ราคาขาย ของสินคา ดงั กลาวท่ีไมร วมดอกเบยี้ 5) สาํ หรับการใหบรกิ าร ราคาท่ีตองนํามาคํานวณภาษี คือ คา บรกิ ารทีก่ ําหนดโดยผูใหบ รกิ าร ก. สําหรับธุรกิจกอลฟ ราคาที่ตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาขายของบัตรสมาชิกหรือ ตว๋ั รวมทง้ั คา บรกิ ารตางๆ และคา มดั จํา (ถาม)ี ข. สําหรับ คาสิโน วิดีโอเกมทมี่ ีรางวัลและธุรกิจการพนัน คอื ผลประกอบการจากธุรกิจ ดงั กลาว หลังหักลบเงนิ รางวัลที่จา ยใหก ับลูกคา แลว ค. สําหรับสถานบันเทิง อาบอบนวด คาราโอเกะ ราคาท่ีตองนํามาคํานวณภาษี คือ ผล ประกอบการจากธรุ กิจดงั กลาว 6) สําหรับสินคาและบริการท่ีใชสําหรับการแลกเปลี่ยน การบริโภคภายในหรือการบริจาค ราคาที่ตองนํามาคาํ นวณภาษี คอื ราคาทต่ี องนํามาคํานวณภาษีของสินคา หรือบริการชนิด เดยี วกันหรอื คลายกัน ณ เวลาท่ีมกี ารแลกเปลย่ี น การบริโภคภายในหรอื การบริจาค391 ราคาที่นํามาคํานวณภาษีขายพิเศษจะตองคํานวณเปนเงินดอง ผูมีหนา ท่ีจายภาษีที่มียอดขาย อยูในรูปเงินตราตางประเทศจะตองแปลงเปนเงินดอง โดยใชอัตราขายเฉล่ียของตลาดเงินตรา ตางประเทศระหวา งธนาคารทป่ี ระกาศโดยธนาคารแหงรฐั เวียดนาม ณ วันท่ียอดขายนัน้ เกดิ ข้ึน 390 มาตรา 5 รฐั บญั ญตั ิวา ดวยภาษีสรรพสามิต ค.ศ. 2008 391 มาตรา 6 รฐั บัญญัตฉิ บบั ท่ี 27/2008/QH12 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 วา ดวยภาษีสรรพสามติ

136 กฎหมายกาํ หนดอตั ราภาษสี รรพสามิตตามตารางขางลางน3้ี 92 ลาํ ดบั สนิ คา และบริการที่ตองเสยี ภาษสี รรพสามติ อตั ราภาษี สินคา 1 บุหร่ี ซกิ าร และผลติ ภัณฑอ่ืนๆ แปรรปู จากยาสูบ 65 2 สรุ า ก) ความแรงแอลกอฮอลม ากกวา 20 ดกี รี 50 ข) ความแรงแอลกอฮอลต ่าํ กวา 20 ดีกรี 25 3 เบียร 50 4 พาหนะขนสงผโู ดยสารทีม่ นี อ ยกวา 24 ทนี่ ่ัง ก) พาหนะขนสงผโู ดยสารที่มีนอยกวา 9 ที่น่ัง - ทมี่ ีความจุกระบอกสูบไมเ กนิ 2,000 ลกู บาศกเ ซนติเมตร 45 - ท่มี คี วามจุกระบอกสูบ 2,000-3,000 ลูกบาศกเ ซนติเมตร 50 - ที่มคี วามจกุ ระบอกสูบสูงกวา 3,000 ลกู บาศกเ ซนติเมตร 60 ข) พาหนะขนสงผโู ดยสารที่มี 10-15 ที่นง่ั 30 ค) พาหนะขนสง ผูโ ดยสารที่มี 16-23 ทีน่ ง่ั 15 ง) พาหนะขนสงผูโดยสารและสินคา 15 จ) พาหนะขนสงผูโดยสารที่ใชน้ํามันและพลังงานไฟฟาหรือ รอ ยละ 70 ของอัตรา เชือ้ เพลงิ ชวี ภาพ โดยใชน ้าํ มนั ไมเ กินรอยละ 70 ภาษขี องรถชนดิ เดยี วกนั ตามทกี่ ําหนดไวท ี่ขอ 4 ก), 4ข), 4ค) และ 4ง) ฉ) พาหนะขนสงผโู ดยสารทใี่ ชเชอ้ื เพลงิ ชวี ภาพ รอ ยละ 50 ของอัตรา ภาษขี องรถชนิดเดยี วกัน ตามทก่ี ําหนดไวที่ขอ 4 ก) 4ข) 4ค) และ 4ง) ช) พาหนะขนสง ผโู ดยสารทใี่ ชพ ลังงานไฟฟา - พาหนะขนสง ผูโ ดยสารท่มี ีนอ ยกวา 9 ท่ีนง่ั 25 - พาหนะขนสง ผโู ดยสารท่ีมี 10-15 ทน่ี ั่ง 15 - พาหนะขนสงผูโดยสารที่มี 16-23 ที่นงั่ 10 - พาหนะขนสงผูโดยสารและสนิ คา 10 392 มาตรา 7 รัฐบญั ญัตฉิ บับที่ 27/2008/QH12 ลงวนั ท่ี 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 วาดว ยภาษสี รรพสามติ

137 ลาํ ดับ สนิ คาและบรกิ ารทตี่ อ งเสียภาษสี รรพสามิต อัตราภาษี 5 พาหนะมอเตอรสองลอหรือสามลอท่ีมีความจุกระบอกสูบสูง 20 กวา 125 ลูกบาศกเ ซนติเมตร 6 เคร่ืองบนิ 30 7 เรือยอชต 30 8 น้ํามนั เชอื้ เพลิงชนิดตางๆ 10 9 เครอื่ งปรบั อากาศขนาดไมเกนิ กวา 90,000 BTU 10 10 ไพ 40 ธุรกิจบริการ 1 สถานบันเทงิ 40 2 อาบอบนวด คาราโอเกะ 30 3 คาสิโน เครื่องสลอ็ ตแมชชนี และอน่ื ๆ 30 4 ธุรกิจการพนนั 30 5 กอลฟ 20 6 สลากกินแบง 15 การขอคนื เงินภาษี ผูผลิตสินคา ทีต่ องเสยี ภาษีสรรพสามติ สาํ หรับวัตถุดิบ ที่ไดชําระภาษีสรรพสามิตสําหรบั วัตถดุ ิบ ดังกลา วไปแลว สามารถอางหลักฐานเพ่ือนําภาษีสรรพสามิตในสวนของวัตถุดบิ มาหักภาษีสรรพสามิตท่ี จะตองจาย393 4.4 กฎหมายการเงินและการธนาคาร 4.4.1 รัฐบญั ญตั หิ ลกั ทรัพยฉ บบั แกไ ข ค.ศ. 2012 ราคาหุนที่ขึ้นและลงเปนตวั วัดการเติบโตของเศรษฐกิจในแตละประเทศ กฎหมายของประเทศ เวียดนามจงึ คอ นขางจะเขมงวดกับธุรกรรมการเสนอขายหุน การจดทะเบยี น การแลกเปลยี่ น การคา หุน การลงทนุ หุน การบริการซือ้ ขายหนุ และตลาดหลักทรพั ย กฎหมายหลักที่กํากับธุรกรรมท่ีเก่ียวกับหลักทรัพยในประเทศเวียดนาม ไดแก รัฐบัญญัติ หลักทรัพย ค.ศ. 2006394 ซึ่งไดรับการแกไขเพ่ิมเติมโดยรัฐบัญญัติ ค.ศ. 2010395 และใหรายละเอียด 393 มาตรา 8 รัฐบญั ญัตฉิ บบั ท่ี 27/2008/QH12 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 วาดวยภาษสี รรพสามิต 394 รัฐบัญญตั ิ ฉบบั ท่ี 70/2006/QH11 ลงวนั ท่ี 29 มิถนุ ายน ค.ศ. 2006 วา ดว ยหลกั ทรพั ย 395 รฐั บัญญตั ิ ฉบบั ท่ี 62/2010/QH12 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 แกไ ขและเพิ่มเตมิ บทบญั ญตั ิแหงรัฐ บัญญัตหิ ลักทรพั ย

138 เก่ียวกับการบังคับใชโดยรัฐกฤษฎีกาของรัฐบาลฉบับท่ี 58/2012/ND-CP ลงวันท่ี 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2012396 (โดยตอ ไปนี้จะอางองิ ถึงกฎหมายชดุ น้ีวารัฐบัญญัติหลกั ทรัพยฉ บบั แกไข ค.ศ. 2012) ตามมาตรา 1 วรรคหน่ึง รัฐบัญญัติหลักทรัพยฉบับแกไข ค.ศ. 2012 “หลักทรัพย” เปน หลักประกันสําคัญในการยืนยันสิทธิและผลประโยชนโดยชอบดวยกฎหมายของเจาของกรรมสิทธิ์ใน ทรัพยส ินหรือเงนิ ทุน หลักทรัพยนั้นอยูในรปู แบบของใบหุน สมุดบัญชี หรือขอมูลอิเล็กทรอนิกส รวมถึง อยูใ นรปู แบบดงั ตอ ไปน้ี - หนุ พนั ธบตั ร ตวั๋ เงนิ คลงั - สิทธใิ นการซื้อหนุ ใบสําคญั แสดงสทิ ธหิ นุ ขอ เสนอซื้อและขายหุน สญั ญาซื้อขายหนุ ลว งหนา กลมุ หุน หรือดัชนรี าคาหุน - สัญญารวมทนุ - หุนทุนอืน่ ๆ ตามทีก่ ระทรวงการคลงั กําหนด ในตลาดหลักทรัพย นกั ลงทุนสามารถ - ซือ้ หนุ จากผอู อกหุน - แลกเปลี่ยนซ้ือขายหนุ ในตลาดหลักทรัพย หลักทรัพยจดทะเบียน (Listed stocks) สามารถนําไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพยได ซ่ึง หลักทรัพยจดทะเบียนสวนใหญเปนหุนที่ออกโดยบริษัทผปู ระกอบการคาท่ีไดรับการตรวจสอบสถานะ ทางการเงินและมีการเผยแพรขอมูลเก่ียวกับบริษัทตอสาธารณะเรียบรอยแลว นักลงทนุ สามารถตกลง ซื้อขายหลักทรัพยผานบริษัทหลักทรัพย นายหนา โดยนักลงทุนไมสามารถตกลงซ้ือขายกันโดยตรงใน ตลาดหลักทรัพย หรือทําการซื้อขายกันเองโดยตรง กฎหมายเวียดนามไดกําหนดหลักเกณฑของตลาด หลักทรัพยมีความสําคัญตอบริษัทหลักทรัพยเปนอยางมาก บริษัทหลักทรัพยจะตองปฏิบัติตามเม่ือทํา ธุรกรรมเก่ียวกับหลักทรัพยในตลาดหลักทรพั ยโดยเครงครัด โดยหนังสือเวียนกระทรวงการคลังฉบับท่ี 210/2012/TT-BTC ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ไดกําหนดแนวทางการจัดต้ังและการดําเนิน กิจการของบริษทั หลักทรัพย (ซงึ่ ตอ ไปนี้เรยี กวา หนังสือเวียนฉบับท่ี 210/2012/TT-BTC) ตามหนังสือเวียนฉบับท่ี 210/2012/TT-BTC บริษัทหลักทรัพย หมายถึง บริษัทท่ีประกอบ ธุรกจิ หลกั ทรัพยซ ่งึ ดาํ เนินกิจการบางประเภทหรอื ทุกประเภทดงั น้ี - การเปนตวั แทนซ้อื ขายหลักทรัพย - การตกลงทําการซอื้ ขายหลกั ทรัพย - การจัดทาํ ประกนั หลกั ทรัพย - การใหคาํ ปรึกษาเกย่ี วกบั การลงทุนในหลักทรพั ย 396 รฐั กฤษฎกี าของรัฐบาลฉบับท่ี 58/2012/ND-CP ลงวนั ท่ี 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 กาํ หนดรายละเอยี ดและแนว ทางการบังคบั ใชบ ทบญั ญตั ิแหง รฐั บัญญัตหิ ลักทรพั ยแ ละรัฐบัญญัติฉบับแกไขและเพม่ิ เตมิ บทบัญญัติแหงรัฐบญั ญัติ หลักทรัพย

139 ตามบทบัญญัติกฎหมายของประเทศเวียดนาม ชาวตางชาติไมสามารถจัดตั้งหรือเปนเจาของ บริษัทหลักทรัพย ธุรกิจหลักทรัพยเปนธุรกิจภายใตเง่ือนไขที่จะตองมีเงินทุนจดทะเบียนข้ันตํ่าเพื่อ ประกอบธรุ กจิ ในประเทศเวยี ดนามดงั น้ี ก. การเปน ตัวแทนซื้อขายหลกั ทรัพย ทนุ จดทะเบียน 25 พันลา นดองเวยี ดนาม ข. การตกลงทาํ การซือ้ ขายหลกั ทรพั ย ทุนจดทะเบียน 100 พันลา นดองเวียดนาม ค. การจัดทําประกนั หลักทรัพย ทุนจดทะเบียน 165 พนั ลานดองเวยี ดนาม ง. การใหคําปรึกษาเก่ยี วกับการลงทนุ ในหลกั ทรัพย ทนุ จดทะเบยี น 10 พันลา นดองเวียดนาม ในกรณีท่ีบริษัทตองการของอนุญาตประกอบหลายธุรกิจ บริษัทจะตองมีเงินทุนจดทะเบียน ตามทก่ี ฎหมายกาํ หนดในแตล ะธุรกจิ ทที่ าํ การขออนุญาต ในกรณีที่เปนบริษัทจัดการกองทุนในเวียดนาม และสาขาของบริษัทจัดการเงินทุนตา งประเทศ บรษิ ทั หรอื สาขาดังกลา วจะตองมีเงินทนุ จดทะเบียนข้นั ตํ่าเปน จํานวน 25 พนั ลา นลานดองเวียดนาม สําหรบั ขนั้ ตอนการจดั ตงั้ บริษทั หลักทรัพยเ ปน ไปตามรายละเอยี ดทกี่ ําหนดในหนังสือเวียนฉบับ ท่ี 210/2012/TT-BTC โดยมีคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยแหงชาติเปนหนวยงานดูแลการประกอบ ธุรกิจของบรษิ ัทหลักทรัพยและเปน ผใู หอ นญุ าตในการดําเนินธุรกจิ ตางๆ เกยี่ วกับหลักทรัพย ตามมาตรา 5 ของหนังสือเวียนฉบับที่ 210/2012/TTBTC กระบวนการออกใบอนุญาตจัดต้ัง และประกอบธรุ กิจหลักทรัพยมดี งั น้ี 1. คณะกรรมการกํากับหลักทรัพยแหงชาติมสี ทิ ธริ อ งขอใหผ ูแทนของผูถือหุนซง่ึ เปนผูเริม่ กอ ตัง้ บริษัทหรือสมาชิกหรอื บคุ คลทีถ่ ูกเสนอชื่อใหท าํ หนา ทเ่ี ปน กรรมการ (กรรมการ บริหารท่วั ไป) ช้ีแจงรายละเอยี ดตางๆ ตอ คณะกรรมการโดยตรง (ดว ยตนเอง) หรอื เปน ลายลักษณอักษร 2. ผูถ ือหุนซ่งึ เปนผูเ ร่มิ กอ ต้ังบริษทั หรือสมาชิกจะตองยื่นคาํ ขอรบั ใบอนญุ าตจัดตั้งและ ประกอบธุรกจิ หลักทรัพย 3. ผถู อื หุนซ่ึงเปน ผเู ร่มิ กอ ตั้งบริษทั หรอื สมาชิกจะตองยน่ื สรุปรายการทรัพยส นิ และนําเงินทุน ตามสวนของตนฝากเขา บญั ชดี ูแลผลประโยชนข องคสู ัญญา (escrow account) 4. คณะกรรมการกํากับหลักทรัพยแ หงชาติจะตรวจสอบทรัพยส นิ ณ สํานักงานใหญของ บริษัทหลกั ทรพั ยกอนจะทําการออกใบอนุญาตจดั ตงั้ และประกอบธรุ กิจหลักทรัพยอ ยาง เปน ทางการ ตามมาตรา 4 ของหนังสือเวียนฉบับท่ี 210/2012/TTBTC เอกสารการย่ืนคําขอรับใบอนุญาต จัดตง้ั และประกอบธรุ กิจหลกั ทรัพยม ดี ังนี้ 1. คําขอรบั ใบอนญุ าตจดั ตงั้ และประกอบธรุ กจิ หลกั ทรัพย 2. หนังสือชี้แจงรายงานการเงินเก่ียวกับทรัพยสิน ซ่ึงแสดงวาบริษัทมีทรัพยสินเพียงพอที่จะ ประกอบธุรกิจหลักทรพั ยและเอกสารแสดงสทิ ธใิ นการใชส ํานักงานใหญ

140 3. รายงานการประชุมและมติที่ประชุมเรื่องการจัดตั้งบริษัทหลักทรัพยของผูเริ่มกอต้ังบริษัท หรือสมาชกิ 4. รายชื่อของบุคคลท่ีถูกเสนอชื่อใหทําหนาที่เปนกรรมการ (กรรมการบริหารทั่วไป) และผู ประกอบวิชาชีพธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย พรอมท้ังใบอนุญาตผูขายหลักทรัพยที่ยังมีผลใช บังคบั และประวตั สิ วนตัวโดยสงั เขปของกรรมการ เนื่องจากตลาดหลักทรัพยแปรปรวนตามปจจัยอื่นๆ ไดงาย กฎหมายเวียดนามจึงกําหนด ขอจํากัดของบริษัทหลักทรัพย นายหนาซ้ือขายหลักทรัพยเก่ียวกับการยืมเงิน การใหยืมเงินและการ ลงทุนในหลักทรัพย (ขอ 42-44 ในหนังสือเวียนฉบับที่ 210/2012/TT-BTC) เพ่ือใหการดําเนินตลาด หลักทรัพยเปนไปอยางมั่นคงและมเี สถียรภาพและเพ่ือคุมครองผลประโยชนของบรรดาผูเขารวมตลาด หลักทรัพย ซึ่งกําหนดใหสัดสวนของหนี้ท้ังหมดตอผูถือหุนของบริษัทหลักทรัพยจะตองไมเกิน 3 เทา และบริษัทหลักทรัพยจะตองไมใหบุคคลหรือองคกรใดยืมเงินและหลักทรัพย เวนแตกรณีที่บริษัท หลักทรัพยใ หล กู คายืมเพอื่ ซื้อหลักทรัพยตามหลกั เกณฑการซื้อขายโดยใหส นิ เชอื่ ตามท่ีกระทรวงการคลงั กําหนด นอกจากน้นั ตามหนงั สอื เวียนฉบับที่ 210/2012/TT-BTC บริษทั หลกั ทรัพยไมสามารถ - ซ้ือหรือรวบรวมเงินเพ่ือจะซ้ือทรัพยสินใดๆ เวนแตเปนการซื้อเพ่ือจัดต้ังสํานักงานใหญ สํานักงานสาขา และสํานักงานทําธุรกรรมเพ่ือดําเนินการกิจการของบริษัทหลักทรัพย โดยตรง - ซ้ือหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพยโดยไมเกินรอยละ 50 ของสินทรัพยท้ังหมดของบริษัท หลกั ทรพั ย - ใชเงินทุนรอยละ 70 ของจํานวนทุนทั้งหมดไปใชในการออกหุนกู หรือ ใชเงนิ ทุนรอยละ 20 ของจาํ นวนทนุ ท้งั หมดในการลงทุนซือ้ หุนในบรษิ ทั ท่ีไมไดจ ดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย นอกจากนี้ ขอกําหนดนายกรัฐมนตรีฉบับท่ี 55/2009/ QD-TTg ลงวันท่ี 15 เมษายน ค.ศ. 2009 ยังกําหนดสัดสวนของการลงทุนจากตา งชาติ ซ่ึงนักลงทุนตางชาตทิ ่ีซ้ือขายหุนในตลาดหลักทรพั ย เวยี ดนามสามารถถือหลักทรพั ยไดต ามสัดสว นดังนี้ - หนุ : นักลงทนุ ตางชาตสิ ามารถถือหุน ไดไ มเกินรอยละ 49 ของหนุ ทง้ั หมดของบรษิ ัทมหาชน ในกรณีท่ีกฎหมายพิเศษกําหนดเปนอยางอื่น ใหใชกฎหมายพิเศษนั้นบังคับ ในกรณที ี่มกี าร กําหนดสัดสวนสําหรับการถือหุนของชาวตางชาติตามรายการประเภทธุรกิจโดยเฉพาะ ให นาํ รายการดังกลา วมาใชบ ังคับ - ใบรับรองการลงทุนสาธารณะ : นักลงทุนตางชาติลงทุนไดไมเกินรอยละ 49 ของกองทุน เพือ่ การลงทนุ กจิ การสาธารณะ - หุนในบริษัทหลักทรัพยมหาชน : นักลงทุนตางชาติสามารถถือหุนไดไมเกินรอยละ 49 ของ หนุ ท้งั หมดในบริษัทหลักทรัพยมหาชน

141 - พันธบัตร : ผูออกพันธบัตรอาจจะกําหนดสัดสวนการถือครองพันธบัตรของนักลงทุน ตา งชาติสาํ หรับพนั ธบัตรสว นเกินในตลาดพนั ธบตั ร 4.4.2 กฎหมายสถาบันการเงนิ การจัดตง้ั การดําเนนิ การ และจัดโครงสรา งองคกรของสถาบันการเงินนั้นอยูภายใตรัฐบัญญัติ สถาบันการเงิน ค.ศ. 2010397 สถาบันการเงินเปนวิสาหกิจท่ีดําเนินกิจการเกี่ยวกับการธนาคารทั้งท่ีเปนการทําธุรกรรมบาง ประเภทหรือทุกประเภท ซ่ึงประกอบไปดวยธนาคาร สถาบันการเงินท่ีไมใชธนาคาร สถาบันการเงิน ระดบั ฐานรากและกองทนุ เพือ่ ประชาชน - ธนาคาร เปนสถาบันการเงินที่สามารถดําเนินธุรกรรมทางการเงินไดทุกประเภทตามรัฐ บัญญัติสถาบันการเงิน ค.ศ. 2010 ทั้งน้ีข้ึนอยูกับลักษณะ วัตถุประสงคและประเภทของ ธนาคารนั้นๆ เชน ธนาคารพาณิชย ธนาคารท่ีจัดตง้ั ตามนโยบาย ธนาคารสหกรณ เปนตน ธนาคารพาณิชยเปนธนาคารที่ดําเนินธุรกรรมทางการเงินไดทุกประเภทรวมถึงดําเนิน ธรุ กรรมอน่ื ๆ เพอื่ แสวงหาผลกาํ ไร - สถาบันการเงินที่ไมใชธนาคาร เปนสถาบันการเงินที่สามารถดําเนินธุรกรรมดานการ ธนาคารตงั้ แตหน่ึงประเภทข้ึนไป แตไมสามารถรบั เงินฝากประเภทเผ่ือเรียกและการชําระ คา สินคาและบรกิ ารผานบญั ชขี องลกู คา สถาบันการเงินในเวียดนามประกอบไปดวยบรษิ ัทเงนิ ทุน บริษัทลิสซิ่ง และสถาบันการเงิน ท่ไี มใชธนาคารอื่นๆ บริษัทลิสซิ่งเปนสถาบันการเงินท่ีทําการใหสินเชื่อในการเชาซื้อหรือลิสซิ่งเปนธุรกิจหลัก โดยเง่อื นไขการดาํ เนินธรุ กจิ ใหเ ปนไปตามรฐั บัญญัติสถาบนั การเงนิ ค.ศ. 2010 - สถาบันการเงินระดับฐานราก เปนสถาบันการเงินประเภทท่ีดําเนินธุรกรรมทางการเงิน บางประเภทเพื่อตอบสนองความตองการของบุคคลหรือครอบครัวที่มีรายไดต ่ําหรือเปนผู ประกอบธรุ กิจขนาดยอม - กองทุนกูยืมเพ่ือประชาชน เปนสถาบันทางการเงินที่จัดต้ังโดยนิติบุคคล บุคคลและ ครัวเรือนดวยความสมัครใจในรูปแบบของสหกรณเ พื่อดําเนินธรุ กรรมดา นการธนาคารตาม ขอกําหนดแหงรฐั บัญญัติสถาบันการเงนิ และกฎหมายสหกรณโดยมีวตั ถุประสงคเพื่อชวย สนับสนุนพัฒนาการผลิต พฒั นาธุรกจิ และคุณภาพชวี ิตใหกบั สมาชิก 397 รฐั บญั ญตั ิ ฉบับที่ 47/2010/QH12 ลงวนั ท่ี 29 มิถุนายน ค.ศ. 2010 วาดวยสถาบนั การเงนิ

142 4.4.2.1 เงอ่ื นไขในการจัดตง้ั สถาบันการเงนิ รัฐบัญญตั ิสถาบันการเงิน ค.ศ. 2010 กําหนดเง่ือนไขในการจัดต้ังธนาคารพาณิชยและสถาบัน การเงนิ อ่นื ๆ เชน การกําหนดเงนิ ทุนขนั้ ตํ่าของสถาบันการเงนิ กรรมการและผูบริหาร กฎหมายเวียดนามยังไดอนญุ าตใหสถาบนั การเงนิ ตางประเทศเขามาลงทุนในประเทศเวยี ดนาม ไดร อ ยละ 100 หากไดท ําตามเงือ่ นไขการจัดต้ังตามที่กฎหมายกําหนด สําหรับการควบคมุ ดแู ลระบบสถาบนั การเงินในประเทศเวยี ดนาม ธนาคารแหงรฐั เวียดนามเปน หนว ยงานท่มี ีอํานาจในการออกใบอนุญาตจัดต้งั สถาบันการเงิน ออกใบอนุญาตอ่ืนเพ่ิมเติม รวมถึงการ เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันการเงิน เมื่อสถาบันการเงินไดรับใบอนุญาตจากธนาคารแหงรัฐ เวียดนามแลว สถาบันการเงินจะตองดําเนินการจดทะเบียนธุรกิจกับสํานักงานกรมการลงทุนและการ วางแผนในพนื้ ท่ที ส่ี าํ นกั งานใหญของสถาบนั การเงนิ น้นั ตั้งอยู 1. สถาบันการเงินทต่ี างชาติเปน เจาของทัง้ หมด ตามมาตรา 20 วรรคหน่ึงและวรรคสอง รัฐบัญญัติสถาบันการเงิน ค.ศ. 2010 เง่ือนไขในการ ขอรบั ใบอนญุ าตจดั ตง้ั สถาบันการเงินทต่ี า งชาตเิ ปนเจา ของท้ังหมดรอยละ 100 มดี งั น้ี ก. มีทนุ กอ ต้ัง-ทุนอดั ฉดี ขัน้ ตาํ่ ตามทีก่ ําหนดในกฎหมาย ข. เปนเจาของสถาบันการเงินประเภทจํากัดความรับผดิ ซ่ึงมีสมาชิกคนเดยี ว หรือ เปนผูถือหุน ที่เปนผเู ริ่มกอต้ังหรือสมาชิกผเู ร่ิมกอตั้งซ่ึงเปน นติ ิบุคคลที่ประกอบกิจการตามกฎหมายและ มีความสามารถทางการเงินเพียงพอที่จะรวมทุน หรือ เปนผูถือหุนที่เปนผูเริ่มกอต้ังหรือ สมาชิกผเู ร่ิมกอต้งั ซ่ึงเปนบุคคลธรรมดาและมีความสามารถในการทํานิติกรรมทางแพง และ มคี วามสามารถทางการเงนิ เพียงพอที่จะรว มทุน ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะกําหนดเง่ือนไขรายละเอียดใบอนุญาตที่ใชบังคับกับเจาของ สถาบันการเงินจํากัดความรับผดิ ทม่ี ีสมาชิกคนเดียว ผูถือหุนที่เปนผเู รม่ิ กอตง้ั และสมาชิกผู เร่ิมกอต้งั ค. ผูบริหาร ผูจัดการ สมาชิกคณะกรรมการควบคุมจะตองเปนไปตามเกณฑและเง่ือนไขที่ กําหนดในมาตรา 50 ของกฎหมายนี้ ง. มีขอ บงั คบั ที่สอดคลอ งกบั บทบญั ญตั ิกฎหมายน้ีและกฎหมายอ่ืนๆ ทีเ่ กี่ยวขอ ง จ. มีโครงการจัดต้ังหรือแผนธุรกิจที่เปนไปไดในทางปฏิบัติที่ไมกระทบตอความปลอดภัยและ มั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ไมก อ ใหเกดิ การผูกขาดทางการคา ขอ จาํ กัดการแขงขันทาง การคา หรือการแขงขนั อนั ไมเ ปนธรรมในระบบสถาบันการเงนิ ฉ. สถาบันการเงนิ ตา งประเทศไดร ับอนุญาตใหป ระกอบกจิ การธนาคารตามบทบญั ญัติกฎหมาย ของประเทศตน ทางทสี่ าํ นกั งานใหญต ้งั อยู ช. กิจกรรมตางๆ ท่ีสถาบันการเงินตางประเทศยื่นขอดําเนินการในประเทศเวียดนามจะตอง เปนสิ่งที่ไดรับอนญุ าตใหดาํ เนินการในประเทศตน ทางทีส่ ํานักงานใหญต ้งั อยเู ชนกัน

143 ซ. สถาบันการเงินตางประเทศจะตองมีผลประกอบการที่ดีและเปนไปตามเง่ือนไขที่ธนาคาร แหงรัฐเวียดนามกําหนดไวเก่ียวกับมูลคาสินทรัพย สถานะทางการเงิน และอัตราสวนพรู เดนทเ ชยี ล (prudential ratio) ฌ. สถาบันการเงนิ ตางประเทศจะตองรับรองเปน ลายลักษณอ ักษรซึ่งจะจดั สงใหแ กธนาคารแหง รัฐเวียดนามวาจะใหการสนับสนุนดานการเงิน เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการ ปฏิบัติการแกสถาบันการเงินรวมทุน สถาบันการเงินท่ีตางชาติเปนเจาของท้ังหมดรอยละ 100 และสาขาธนาคารตางประเทศ เพื่อรับรองวาสถาบันตางๆ เหลานี้สามารถดํารงมูลคา ทุนกอตั้ง/ทุนอัดฉีดจริง โดยไมตํ่ากวาทุนท่ีกฎหมายกําหนด และปฏิบัติตามขอกําหนดใน การรับรองใหร ะบบการเงินมคี วามมัน่ คงตามท่กี ฎหมายกําหนด ญ. หนวยงานกาํ กบั ดูแลท่ีเก่ยี วของในประเทศตนทางไดล งชื่อในบนั ทึกขอตกลงกับธนาคารแหง รัฐเวียดนามดานความรวมมือในการกํากับดแู ลกิจการธนาคารและการแลกเปลี่ยนขอมูลใน การกํากับดูแลใหระบบการเงินมีความม่ันคง หนวยงานกํากับดแู ลท่เี ก่ียวของในประเทศตน ทางจะตองแจงเปนลายลักษณอักษรโดยรับรองวาจะกํากับดูแลการดาํ เนินงานของสถาบัน การเงินตา งประเทศโดยรวมตามแนวทางปฏิบัตสิ ากลระดับสงู สุด 2. ธนาคารพาณิชย เอกสารในการขออนญุ าตจัดต้งั และประกอบกิจการธนาคารพาณิชยป ระกอบดว ย 1. คําขออนญุ าตจัดต้ังและประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย ลงชอื่ โดยผูถือหุน ท่ีเปนผูเร่ิมกอต้ัง เจาของ และสมาชิกกอ ตัง้ 2. รา งขอบงั คบั 3. แผนการจัดต้งั ธนาคารพาณิชย ซง่ึ มีรายละเอยี ดข้นั ต่าํ ดงั นี้ ก. ความจาํ เปน ในการจัดตง้ั ธนาคารพาณชิ ย ข. ชื่อธนาคารพาณิชย ช่ือจังหวัด/เมืองภายใตการจัดการโดยสวนกลางท่ีสํานักงานใหญ ตัง้ อยู เวลาดําเนินการ ทุนกอ ตั้ง รายละเอยี ดการดาํ เนนิ งาน ค. ความสามารถทางการเงนิ ของผูถือหนุ ในการจัดตงั้ การรว มทุน การเปน หุนสวนจาํ กัด ง. แผนผงั องคก รและเครือขายการดําเนินงานของธนาคารท่ีคาดการณในชวง 3 ปแ รก จ. รายชื่อบุคลากรพรอมระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคุณวุฒิ ประสบการณทํางานในภาค การเงิน การธนาคาร และการบริหารจัดการความเสี่ยงตามขอกําหนดของทุกตําแหนง งาน (1) ประธาน สมาชิก กรรมการบริหารอิสระ สมาชิกสภา หัวหนาคณะกรรมการ บริหาร สมาชิกสภา (2) หัวหนา สมาชิก สมาชกิ ผเู ชี่ยวชาญและรบั ผิดชอบตอ คณะกรรมการตรวจสอบ (3) ผูอํานวยการทั่วไป (ผูอํานวยการ) รองผูอํานวยการท่ัวไป (รองผูอํานวยการ) สมหุ บ ัญชี และหัวหนาหนวยยอยในโครงสรางองคก ร

144 ฉ. นโยบายการบรหิ ารจัดการความเสี่ยง ไดแก การกําหนด การวัด การปอ งกนั การบริหาร จัดการ และควบคุมความเสี่ยงดานเครดิต ความเสี่ยงดานปฏิบัติการ ความเสี่ยงจาก ภาวะตลาด ความเส่ยี งดานสภาพคลอ ง และความเสีย่ งอน่ื ๆ ในการดําเนนิ งาน ช. เทคโนโลยสี ารสนเทศ (1) การคาดการณเกยี่ วกับการลงทนุ ทางการเงนิ ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ (2) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะตองเปนไปตามขอกําหนดในการบริหาร การ จัดการความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย และกฎระเบียบขอบังคับของธนาคาร แหงรัฐเวยี ดนาม (3) ความสามารถในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศซ่ึงตองระบุอยางชัดแจง ไดแก ระยะเวลาในการลงทุนดานเทคโนโลยี ประเภทเทคโนโลยีทีค่ าดวาจะใช ความ คาดหวังตอผูบริหารและความสามารถของผูบริหารในการใชเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อรับรองวาจะผสานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเชื่อมตอกับ ระบบการบริหารจัดการของธนาคารแหงรัฐเวียดนามในการใหขอมูลตามขอ กําหนดการบรหิ ารจดั การของธนาคารแหงรฐั เวยี ดนาม (4) เอกสารเก่ียวกับโครงสรางเทคโนโลยีสารสนเทศในการดําเนินกิจการธนาคาร พาณิชย (5) มาตรการเพอ่ื รับรองความปลอดภัยและความมัน่ คงตามประเภทของการบริการ ที่คาดวา จะดาํ เนนิ งาน (6) แผนบริหารจัดการความเสี่ยงดานเทคโนโลยีท่ีคาดวา จะใชใ นการดําเนินกิจการ ธนาคารพาณิชย (7) การคาดการณในการมอบหมายความรบั ผิดชอบเพื่อรายงานและควบคุมระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ ซ. ความสามารถดานการดาํ รงอยูและพฒั นาของธนาคารในตลาดการธนาคาร (1) การวิเคราะหตลาดการธนาคาร โดยระบุสถานะตามความเปนจริง อุปสรรค และโอกาส (2) ความสามารถในการเขาแขงขันในตลาดการธนาคาร โดยแสดงใหเห็นขอ ไดเ ปรียบของธนาคารเมอ่ื เขา รวมในตลาดการธนาคาร (3) กลยุทธการพัฒนา การขยายเครือขายดาํ เนินงาน และรายละเอียดการดําเนิน กิจการธนาคาร ประเภทและจาํ นวนลกู คา พรอมท้ังระบรุ ายละเอียดการปฏิบัติ ตามเงอ่ื นไขการดาํ เนนิ กิจการ ฌ. ระบบการตรวจสอบภายในและการตรวจสอบบัญชี (1) หลักการดาํ เนินการระบบตรวจสอบภายใน

145 (2) รางกฎขอ บังคับภายในพื้นฐานขององคกรและการดําเนนิ กจิ การธนาคาร รวมทัง้ กฎขอบังคับภายในตามที่ระบุในวรรคสอง ของมาตรา 93 ของกฎหมายสถาบัน การเงินและขอกําหนดดงั ตอไปน้ี - กฎขอ บังคบั องคกรและการดําเนินการของคณะกรรมการบรหิ าร สมาชกิ สภา คณะกรรมการตรวจสอบ ฝา ยบริหาร - กฎขอบงั คบั องคก รและการดําเนินการของสํานักงานใหญ สํานักงานสาขา และหนว ยยอยอ่ืน ๆ (3) รายละเอียดและกระบวนการดําเนินการตรวจสอบภายใน ฌ. แผนธุรกิจท่ีคาดการณในชวง 3 ปแรกซ่ึงประกอบดวยการวิเคราะหตลาด กลยุทธ วัตถุประสงคและแผนปฏิบัติการ งบการเงินของแตละป (งบดุลและรายงานผล ประกอบการธุรกิจ รายงานกระแสเงนิ สด มาตรฐานความปลอดภยั ของเงนิ ทนุ ข้ันตํ่า เกณฑ สําหรับผลการดําเนินงาน และคําอธิบายความสามารถดําเนินงานตามเปาหมายทางการเงิน ในแตละป) 4. เอกสารที่แสดงความสามารถของเครื่องมือบริหารจัดการ การตรวจสอบ และการบริหารที่ คาดการณม ดี ังน้ี ก. ประวตั ิสว นตัวโดยสงั เขป ประวตั อิ าชญากร (หรือเอกสารเทยี บเทา ) ข. สาํ เนาเอกสารแสดงคณุ วุฒิทร่ี บั รองวาถกู ตอง ค. เอกสารอื่นๆ อันเปนหลักฐานวาไดปฏิบัติครบตามเงื่อนไขและมาตรฐานที่กําหนดไวใน กฎหมายสถาบันการเงินและบทบัญญัติกฎหมายทเี่ กี่ยวขอ ง ง. ในกรณีที่บุคคลท่ีไดรับเลือกใหเปนคณะกรรมการบริหาร สมาชิกสภา คณะกรรมการ ตรวจสอบหรือผูอํานวยการทว่ั ไปไมไดถือสัญชาติเวียดนาม นอกจากเอกสารขางตนแลว จะตองแจงเปนลายลักษณอักษรวามีคุณสมบัติครบถวนในการพํานักและทํางานใน ประเทศเวียดนาม 5. รายงานการประชุมของผูถือหุนที่เปนผูเร่ิมกอต้ัง สมาชิกผูเ รมิ่ กอตั้ง หรือเอกสารของเจาของใน การคดั เลอื กคณะกรรมการเตรียมการ หัวหนาคณะกรรมการเตรียมการ การอนุมัตริ างขอบังคบั แผนการจัดต้งั ธนาคารและรายละเอียดตาํ แหนง ฝา ยบริหาร ตามที่ระบุในขอ 5 ของหนังสือเวียนเกี่ยวกับการใหอนุญาตและรายละเอียดองคกรและการ ดําเนินกิจการธนาคารพาณิชย สาขาธนาคารตางประเทศ และสํานักงานผูแทนของสถาบันการเงิน ตา งประเทศ สถาบนั ตา งประเทศท่ีมีการดําเนินกิจการธนาคารในประเทศเวยี ดนาม (หนงั สือเวยี นฉบับท่ี 40/2011/TT-NHNN) คําสั่งและขั้นตอนการใหอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการธนาคารพาณิชย ใบอนุญาตจัดตั้งสาขาธนาคารตางประเทศมรี ายละเอยี ดดังตอ ไปนี้ ก. คณะกรรมการเตรียมการจัดทําเอกสารเพื่อย่ืนคํารองขอใบอนุญาตและสงทางไปรษณีย หรอื ยืน่ โดยตรงตอธนาคารแหง รฐั เวยี ดนาม ภายใน 60 วันหลังจากไดรบั เอกสารคํารอ งขอ

146 ใบอนุญาต ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะตอบรับเปนลายลักษณอักษรตอคณะกรรมการ เตรียมการเพ่ือยืนยันวาไดรับเอกสารสําหรับการพิจารณาและอนุมัติในหลักการแลว ใน กรณีท่ีเอกสารคํารองขอใบอนุญาตไมสมบูรณ ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะแจงเปนลาย ลกั ษณอักษรตอ คณะกรรมการเตรียมการเพ่ือขอเอกสารเพมิ่ เติม ข. ภายใน 90 วันหลังจากสงเอกสารยืนยันวาไดรับเอกสารครบถวน ธนาคารแหงรัฐเวียดนาม จะสงเอกสารอนุมัติเปนลายลกั ษณใหจ ัดต้ังธนาคารพาณชิ ยหรือสาขาธนาคารตางประเทศ ได ในกรณีที่ไมไดรับอนุมัติ ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะแจงเปนลายลักษณอักษรตอ คณะกรรมการเตรยี มการโดยระบุเหตุผลท่ีไมอ นุมตั อิ ยา งชัดแจง ค. ภายใน 60 วันหลังจากไดรบั อนุมัติเปนลายลกั ษณอ ักษรใหจดั ต้ังธนาคารพาณชิ ยห รอื สาขา ธนาคารตางประเทศ คณะกรรมการเตรียมการจะตองจัดทําเอกสารเพ่ิมเติมและสงทาง ไปรษณยี ห รอื ยื่นโดยตรงตอธนาคารแหงรัฐเวยี ดนาม หากธนาคารแหงรัฐเวยี ดนามไมไดรับ เอกสารหรือไดรับเอกสารดังกลาวไมครบถวนภายในระยะเวลาขางตน การอนุมัติโดย หลักการจะถือเปนอันยกเลิกภายใน 2 วันหลังจากไดรับเอกสารเพ่ิมเติมครบถวนแลว ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะแจงเปนลายลักษณอักษรวา ไดรบั เอกสารครบถวน และภายใน 30 วันหลังจากไดรับเอกสารครบถวน ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะออกใบอนุญาตตาม ขอกําหนด ในกรณีที่ไมอนุญาต ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะแจงเปนลายลักษณอักษรตอ คณะกรรมการเตรยี มการโดยระบเุ หตผุ ลท่ีไมอ นุญาตอยางชดั แจง 4.4.2.2 เงนิ ทุนจดั ตั้งสถาบนั การเงนิ ตามรัฐกฤษฎกี าฉบับที่ 141/2006/ND-CP ลงวันท่ี 22 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2006 สถาบันการเงิน จะตองมีเงินทนุ ขั้นตาํ่ ตามกฎหมายดงั ตอไปนี้ ลาํ ดับ ประเภทของสถาบนั การเงนิ เงินทนุ ข้นั ตํา่ ตามกฎหมาย จนถงึ ค.ศ. 2008 จนถงึ ค.ศ. 2010 1 ธนาคาร 1.1 ธนาคารพาณชิ ย - ธนาคารพาณชิ ยข องรฐั 3 ลา นลานดอง 3 ลา นลานดอง เวียดนาม เวียดนาม - ธนาคารพาณชิ ยรว มหุน (Joint Stock 1 ลา นลา นดอง 1 ลา นลา นดอง Bank) เวยี ดนาม เวียดนาม - ธนาคารรวมทุน (Joint Venture Bank) 1 ลานลา นดอง 3 ลา นลา นดอง เวียดนาม เวยี ดนาม - ธนาคารพาณชิ ยตางประเทศท่ีเขา มาลงทนุ 1 ลานลานดอง 3 ลา นลานดอง ในเวียดนามรอ ยละ 100 (Bank with 100% เวยี ดนาม เวยี ดนาม foreign capital)

147 ลําดับ ประเภทของสถาบันการเงิน เงินทนุ ขน้ั ต่ําตามกฎหมาย จนถึง ค.ศ. 2008 จนถงึ ค.ศ. 2010 - สาขาของธนาคารพาณชิ ยตางประเทศ 15 ลานดอลลาร 15 ลา นดอลลา ร สหรฐั สหรัฐ 1.2 ธนาคารทจ่ี ัดต้ังขน้ึ ตามนโยบาย(Policy 5 ลานลานดอง 5 ลานลานดอง Bank) เวยี ดนาม เวยี ดนาม 1.3 ธนาคารเพื่อการลงทุน(Investment Bank) 3 ลา นลานดอง 3 ลา นลานดอง เวียดนาม เวียดนาม 1.4 ธนาคารเพ่ือการพัฒนา (Development 5 ลา นลานดอง 5 ลา นลา นดอง Bank) เวียดนาม เวยี ดนาม 1.5 ธนาคารสหกรณ (Cooperative banks) 1 ลานลา นดอง 3 ลา นลานดอง เวียดนาม เวยี ดนาม 1.6 กองทนุ เพื่อประชาชน (People's Credit Fund) - กองทุนเพอ่ื ประชาชนกลาง (the Central 1 ลานลา นดอง 3 ลานลา นดอง People's Credit Funds) เวยี ดนาม เวียดนาม - กองทนุ เพ่ือประชาชนทัว่ ไป (Basic 1 พนั ลา นดอง 1 พนั ลา นดอง People's Credit Fund) เวียดนาม เวยี ดนาม 2. สถาบนั การเงนิ อน่ื ท่ีไมใชธ นาคาร 2.1 บริษัทเงนิ ทุน 3 แสนลานดอง 5 แสนลานดอง เวยี ดนาม เวยี ดนาม 2.2 บรษิ ัทลสิ ซ่งิ 1 แสนลา นดอง 1.5 แสนลา นดอง เวียดนาม เวียดนาม สําหรับนักลงทุนตางชาติ รัฐบาลไดออกรัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 01/2014/ND-CP ลงวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 2014 วาดวยการซ้ือหุนของสถาบันการเงินในเวียดนามของชาวตางชาติ (ซ่ึงตอไปนี้ เรียกวารัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 01/2014/ND-CP) ซึ่งกฎหมายดังกลาวไดกําหนดขอจํากัดของนักลงทุน ตา งชาตใิ นการลงทนุ ในสถาบันการเงนิ ที่จดั ตง้ั ขนึ้ ในประเทศเวยี ดนามดงั ตอไปนี้

148 1. นักลงทุนตางชาติจะตอ งซ้ือหนุ ของสถาบันการเงินในประเทศเวียดนามโดยรูปแบบ 1) ซ้ือ หุนโดยตรงจากผถู ือหุน 2) ซ้อื จากสถาบันการเงินที่เสนอขายหุน 3) แปลงสภาพวิสาหกิจ ใหเปนสถาบนั การเงินที่ถอื หุนในบริษทั อ่นื 398 2. นักลงทุนตา งชาตจิ ะตอ งถือหนุ ไมเ กนิ สัดสวนตามที่กฎหมายกาํ หนด ซ่งึ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี ลําดบั ผูถอื หุน สดั สวนขนั้ สงู สดุ ที่ชาวตางชาติ สามารถถอื หุนในสถาบนั การเงนิ ของ 1 ชาวตางชาติ เวียดนาม (คิดเปน รอ ยละของจํานวน 2 องคก รตา งประเทศ 3 นกั ลงทนุ ตา งชาตติ ามแผนกลยุทธของรฐั หนุ ทง้ั หมด) 4 นักลงทนุ ตา งชาติและบรษิ ัทในเครอื 5 การถือหุน รวมกนั ทัง้ หมดของนกั ลงทุน 5 ตางชาตแิ ละบริษัทในเครอื 15 20 20 30 สัดสวนการถือหุนของสถาบันการเงินโดยนักลงทุนตางชาติดังกลาวมาในขางตนใหบังคบั ใชกับ กรณที น่ี ักลงทุนตางชาติไดมอบหมายใหบ คุ คลอื่นหรอื บริษทั อนื่ ๆ ซือ้ หนุ นอกจากน้ี ในกรณีท่ีนักลงทุนตา งชาตแิ ปลงพนั ธบตั รแปลงสภาพของสถาบันการเงินในประเทศ เวียดนามเปน หนุ จะตอ งคํานงึ ถงึ สัดสว นการถอื หนุ ตามทก่ี ลา วมาในขางตนดวยเชนกัน 3. เงือ่ นไขขอจาํ กัด กฎหมายเวยี ดนามไมไดก ําหนดขอจํากัดสําหรบั ชาวตางชาติหรือองคก รตางชาติ (รวมถงึ สถาบัน การเงนิ ตา งชาติ) ทถ่ี ือหุนเปนสดั สว นนอ ยกวารอยละ 10 ในสถาบันการเงนิ เวยี ดนาม อยางไรก็ตามกฎหมายไดกําหนดเง่ือนไขขอกําหนดสําหรับองคก รตางชาติที่ประสงคจะถือหุน มากกวา รอ ยละ 10 ในสถาบันการเงนิ เวียดนาม ซ่ึงองคกรตางชาตจิ ะตองมีคณุ สมบัตดิ ังตอไปน้ี - ไดรับการจัดลําดับความนาเช่ือถือใหอยูในระดับมีความมั่นคง ในระดับเทียบเทา หรือใน ระดับทส่ี งู กวา โดยสถาบันการเงินตางประเทศ - มีทรัพยากรดานการเงินที่เพียงพอตามงบการเงินที่ไดรับการตรวจสอบจากหนวยงานสอบ บญั ชอี สิ ระ 398 ตามมาตรา 6.3 รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 01/2014/ND-CP นักลงทุนตางชาติจะตองซ้ือหุนในกรณีที่สถาบันการเงินได เปลีย่ นรูปแบบตามกฎหมายไปเปนสถาบนั การเงนิ รวมทุน

149 - การซ้ือหุนจะไมเปนการผูกขาด และไมกระทบตอเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินใน ประเทศเวยี ดนาม - ไมเคยกระทําการฝาฝนกฎหมายวา ดว ยการแลกเปลี่ยนเงนิ ตรา การธนาคาร หลกั ทรัพยและ ตลาดหลกั ทรพั ยใ นประเทศเวียดนาม - มีสินทรัพยเปนมูลคาอยางนอย 10 พันลานดอลลารสหรัฐในกรณีที่นักลงทุนตางชาติเปน ธนาคาร บริษัทเงนิ ทุน บริษัทลิสซ่งิ หรือมีสินทรพั ยเ ปนมูลคาอยา งนอ ย 1 พันลานดอลลาร สหรฐั ในกรณีท่ีนกั ลงทุนเปน องคก รประเภทอ่นื สําหรับนักลงทุนตางชาตติ ามแผนกลยุทธของรัฐที่ตอ งการถือหุนในสถาบันการเงินมากกวารอย ละ 10 ของหุนท้ังหมด (นักลงทุนตางชาติตามแผนกลยุทธของรัฐ หมายถึง “สถาบันตางประเทศท่ีมี ความสามารถทางการเงินและไดเขาทําสัญญาเปนลายลักษณอักษรโดยตัวแทนผูมีอํานาจกระทําแทน เก่ียวกับผลประโยชนระยะยาวในสถาบันการเงินในเวียดนามและสถาบันการเงินในเวียดนามไดใหการ สนับสนุนเพ่ือการถายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม การพัฒนาสินคาและบริการเกี่ยวกับการธนาคาร พัฒนา ความสามารถทางการเงนิ การบรหิ ารจดั การ และการดาํ เนนิ ธุรกจิ ”) จะตองมีคณุ สมบัติดงั ตอ ไปน้ี - นักลงทุนเชิงกลยุทธตางชาติจะตองเปนสถาบันการเงิน เชน ธนาคารตางประเทศ บริษัท เงินทุนตา งประเทศ บรษิ ัทลสิ ซ่งิ - ตอ งมปี ระสบการณในการดําเนินธรุ กิจการธนาคารระหวางประเทศอยา งนอย 5 ป - มสี ินทรัพยเ ปน มูลคา อยางนอย 20 พนั ลานดอลลารสหรฐั - ตอ งไมถือหุนรอยละ 10 ของหุนท้ังหมดในสถาบันการเงินอืน่ ๆ ในประเทศเวยี ดนาม นอกจากน้ี กฎหมายเวียดนามยังไดก าํ หนดเงอ่ื นไขในการขายหุนของสถาบันการเงนิ ใหน ักลงทนุ ตางชาติ ตามมาตรา 11 รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 01/2014/ND-CP โดยเงื่อนไขในการขายหุนใหนักลงทุน ตางชาติมดี งั นี้ 1) สถาบันการเงินที่จะแปลงสภาพเปนสถาบันการเงินรวมทุน (joint-stock credit institutions) จะตองมีแผนการจัดสรรหุน แผนการแปลงสภาพบริษัท ซ่ึงรวมถึงแผนการ ขายหนุ ใหน กั ลงทนุ ตา งชาติที่ไดรับการอนุมตั ิ 2) สถาบันการเงินรวมทุน (joint-stock credit institutions) จะตองมีแผนการเพ่ิมทุน แผนการขายหุนที่บริษัทถือไวเองหรือหุนทุนซื้อคืน (treasury stocks) ซึ่งรวมถึงแผนการ ขายหนุ ใหน ักลงทุนตา งชาตทิ ่ไี ดร ับการอนมุ ัตจิ ากทีป่ ระชุมสามญั ผูถือหนุ ราคาขายหนุ ของสถาบันการเงนิ 1) สําหรับหุนของสถาบันการเงินไมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย ใหกําหนดราคาขายดวย การประมลู หรอื การตกลงระหวางกัน 2) สําหรับหุนของสถาบันการเงินจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย การกําหนดราคาขายให เปน ไปตามกฎหมายหลกั ทรัพยแ ละตลาดหลกั ทรพั ย

150 กลาวโดยสรุปการกําหนดหลักเกณฑสําหรับการซือ้ หุน ของสถาบันการเงนิ ในประเทศเวียดนาม ของนักลงทุนตางชาติเปน การสรางความปลอดภยั และเสริมสรางเสถยี รภาพของระบบสถาบันการเงนิ ใน ประเทศเวยี ดนาม และยังเปน การสรางความมั่นคงใหกับตลาดการเงนิ และการแลกเปล่ยี นเงนิ ตรา 4.4.3 กฎหมายตอ ตานการฟอกเงนิ กฎหมายวา ดว ยการตอตานการฟอกเงนิ ของเวยี ดนามประกอบไปดว ย - รฐั บญั ญตั ิ ฉบับท่ี 07/2012/QH13 ลงวนั ที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 2012 วา ดวยการตอ ตา นการ ฟอกเงนิ - รัฐกฤษฎีกาของรัฐบาล ฉบับท่ี 116/2013/ND-CP ลงวันท่ี 4 ตุลาคม ค.ศ. 2013 กําหนด รายละเอียดของการปรับใชกฎหมายตอ ตานการฟอกเงนิ - หนังสอื เวยี นของธนาคารแหงรฐั เวียดนาม ฉบับท่ี 35/2013/TT-NHNN ลงวนั ที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2013 กาํ หนดแนวทางของการปรบั ใชกฎหมายตอตา นการฟอกเงิน รัฐบญั ญตั ติ อ ตา นการฟอกเงิน ค.ศ. 2012 มาตรา 1 ของรัฐบัญญัติตอตา นการฟอกเงนิ ค.ศ. 2012 ไดก ําหนดวัตถุประสงคของกฎหมายนี้ ไววา - เพื่อท่ีจะเปนมาตรการในการปองกัน ตรวจสอบ ปราบปราม ยับย้ัง และจัดการองคกรและ บคุ คลในการกระทําผดิ ฐานฟอกเงนิ - บัญญัติเกี่ยวกับหนาที่และความรับผิดของหนวยงาน องคกร และบุคคลในการปองกันการ ฟอกเงิน รวมไปถึงความรวมมือระหวา งประเทศเก่ยี วกับการตอตานการฟอกเงิน การปองกันการฟอกเงินท่ีสนับสนุนการกอการรายเปนไปตามกฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งประมวล กฎหมายอาญาและกฎหมายการตอตา นการกอการรา ย มาตรา 21 และ 22 รัฐบัญญัติตอตานการฟอกเงิน ค.ศ. 2012 กําหนดใหสถาบันทางการเงิน สถาบันอ่ืนและบุคคลที่เกี่ยวของกับการเงิน (ไดแก ประกอบกิจการเกี่ยวกับเกมท่เี ลน เพ่ือหวังผลรางวลั บอนการพนัน แลกเปลี่ยนอสังหารมิ ทรัพย องคกรขายตรง) ตองรายงานธรุ กรรมท่ตี อ งสงสัยตอธนาคาร แหงรัฐเวียดนาม เม่ือปรากฏวาธุรกรรมดังกลาวเปนธุรกรรมท่ีเก่ียวพันกับทรัพยสินท่ีมีมูลคาสูง โดย มูลคา ธุรกรรมถกู กําหนดโดยนายกรฐั มนตรีภายใตข อ เสนอของกฎระเบยี บของธนาคารแหง รฐั เวียดนาม ตัวอยางของธุรกรรมท่ีตองสงสัยตามมาตรา 22 รัฐบัญญัติตอตานการฟอกเงิน ค.ศ. 2012 ไดแ ก - เม่ือลกู คาแจง ขอมูลท่ีไมถ กู ตองหรือไมค รบถวน - เม่ือลกู คาชักจงู ใหสถาบนั การเงินไมรายงานธรุ กรรมตอ หนวยงานของรฐั - ไมส ามารถระบุตวั ลกู คา ไดจ ากขอมูลทีล่ ูกคาแจงใหท ราบ - เบอรต ิดตอ ของบคุ คลหรือตัวแทนท่แี จงไวไ มสามารถติดตอได