101 4. กฎหมายธรุ กจิ ภายใน 4.1 กฎหมายเกี่ยวกับวิสาหกจิ 4.1.1 กฎหมายวสิ าหกจิ กอ น ค.ศ. 2005 ในชวงกอน ค.ศ. 1986 การใชแผนการกําหนดตลาดแบบเบ็ดเสร็จจากสวนกลางสงผลให ภาคเอกชนไมมีบทบาทในการทําธุรกิจ หลังการปฏิรูปดอยเหมย ค.ศ. 1986 ซ่ึงเปนชวงท่ีประเทศ เวียดนามไดเปลี่ยนไปสูระบบเศรษฐกิจแบบอางอิงตลาดภายใตระบบสังคมนิยม จึงไดมีการเปดทาง สําหรบั การจัดตงั้ ภาคเอกชน มีการตรารัฐบัญญตั ิวิสาหกิจเอกชนและรฐั บัญญัติบริษัทขึ้นใน ค.ศ. 1990 และมีผลใชบังคับในค.ศ. 1991 และรัฐบัญญัติรัฐวิสาหกิจใน ค.ศ. 1995 ซึ่งกฎหมายเหลาน้ีถือเปน กฎหมายฉบับแรกๆ ท่ีสนับสนุนธุรกิจในประเทศเวียดนาม รูปแบบของวิสาหกิจในชวงเวลาดังกลาว ไดแก วิสาหกิจเอกชน (ตกอยูภายใตรัฐบัญญัติวิสาหกิจเอกชน ค.ศ. 1990) บริษัทจํากัดและบริษัท มหาชน (ตกอยูภายใตรัฐบัญญัตบิ ริษัท ค.ศ. 1990) และรัฐวิสาหกิจ (ตกอยูภายใตรัฐบัญญัติรัฐวิสาหกจิ ค.ศ.1995) รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 ยกเลิกรัฐบัญญัติวิสาหกิจเอกชน ค.ศ. 1990 และรัฐบัญญัติ บริษทั ค.ศ. 1990 และรวบรวมกฎหมายตา งๆเกี่ยวกับธุรกิจเอกชนไวอยใู นกฎหมายฉบับเดยี ว (ในขณะ ที่หนวยงานรัฐวสิ าหกิจอยูภายใตกฎหมายอีกฉบับหน่ึง กลาวคือ รัฐบัญญัติรัฐวิสาหกิจ ค.ศ. 1995)345 รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 ไดกําหนดประเภทของวิสาหกิจขึ้นอีกประเภทหน่ึงคือหางหุนสวน รัฐ บัญญัติฉบับนี้เอื้อตอการพัฒนาของธุรกิจเอกชนโดยรับรองเสรภี าพของเอกชนในการประกอบธุรกิจทุก ประเภท ยกเวนธุรกิจที่ถูกจํากัดโดยบทบัญญัตขิ องกฎหมาย ขณะที่กอนหนานี้เอกชนสามารถประกอบ ธุรกิจเฉพาะประเภทท่ีกฎหมายอนุญาต นอกจากน้ี รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 ไดขจัดอุปสรรคที่ เกีย่ วขอ งกับการประกอบธรุ กิจ เชน ใบอนุญาต กระบวนการและคาธรรมเนยี ม ทง้ั นี้ คณะกรรมการราง กฎหมายไดท าํ การสาํ รวจทว่ั ประเทศและพบวา การประกอบธรุ กิจกวา 300 ประเภทยังอยภู ายใตเง่อื นไข ที่ตองขอใบอนุญาตจากหนวยงานภาครัฐ รัฐบาลจึงไดยกเลิกใบอนุญาตท่ีไมจําเปนออกไปตาม ขอ กําหนด 19/2000/ QD-TTg ของประธานาธิบดี วันท่ี 3 กมุ ภาพันธ ค.ศ. 2000 ซึ่งนําไปสูก ารยกเลิก ใบอนุญาต 84 ชนิดเนื่องจากไมมีความจําเปนและขัดแยงกับรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999346 ภายใต สภาพแวดลอมใหมของกฎหมายใหมเก่ียวกับธุรกิจวิสาหกิจเอกชนไดมีการพัฒนาอยางรวดเรว็ โดยใน 345 กฎหมายรฐั วสิ าหกจิ ค.ศ. 1995 ไดถ กู ยกเลิกโดยกฎหมายรฐั วิสาหกิจ ค.ศ. 2003 346 รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 59/2002/NĐ-CP ของรัฐบาล ลงวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 2002 ดําเนินการตามกลยุทธนี้ตอไป และยกเลกิ ใบอนุญาตเพิ่มเตมิ 4 ประเภท รวมทง้ั ใชเ ง่อื นไขทางธรุ กจิ แทนใบอนญุ าต 10 ประเภท
102 ระหวางค.ศ. 2000-2004 ธุรกิจ 73,000 แหงไดกอตั้งข้ึน ซ่ึงถือเปน 3.75 เทาของจํานวนการกอตั้ง ธรุ กิจเอกชนระหวา ง ค.ศ.1991-1999347 และใน ค.ศ. 2004 มธี รุ กจิ เอกชน 150,000 แหงกอตั้งขน้ึ 348 4.1.2 กฎหมายวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 กฎหมายวิสาหกิจที่ใชบังคับในปจจุบันก็คือรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 ฉบับที่ 60-2005- QH11 ซึ่งมีผลใชบังคับต้ังแตวันท่ี 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 รัฐบัญญัติฉบับนี้ยกเลิกรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 รัฐบัญญัติรัฐวิสาหกิจ ค.ศ. 2003 ยกเลิกหลักเกณฑท่เี ก่ียวกับวิสาหกิจและการจัดโครงสราง และการจัดการธุรกิจในรัฐบญั ญตั ิการลงทนุ ของชาวตา งชาติ ค.ศ. 1996 และรัฐบัญญัติทแ่ี กไ ขรัฐบัญญัติ การลงทนุ ของชาวตางชาติ ค.ศ. 2000 รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 ไดจัดตั้งขอกําหนดทางกฎหมายโดยทั่วไปสําหรับกิจการ ภายในประเทศเวียดนาม โดยกําหนดกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเปนบริษัทจํากัด (Limited Liability company) หรือบริษัทมหาชน (Shareholding company) (มาตรา166) โดยภายในวันท่ี 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2010 รัฐวิสาหกิจจะตองแปรรูปแบบไปเปนบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนและอยูใต บังคับของรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 ท้ังน้ี กอนการใชกฎหมายฉบับน้ี วิสาหกิจของชาวเวียดนาม และของชาวตา งชาติอยูภายใตกฎหมาย 2 ฉบับ หากแตว า ภายใตร ัฐบัญญตั ิวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 องคก ร ทางเศรษฐกิจทุกองคกรไมวาจะเปนองคกรภายในประเทศหรือองคกรของตางชาติ ไมวาจะรัฐหรือ เอกชนเปน เจา ของ จะไดร บั การปฏบิ ัตอิ ยา งเทาเทยี ม (มาตรา 3.1) ถึงแมวารัฐบาลจะพยายามอยางมากที่จะลดจํานวนใบอนุญาตประกอบกิจการมาตั้งแต ค.ศ. 2000 แตในความเปนจริงแลวคณะรัฐมนตรีและองคกรอื่นๆ ยังคงมีอํานาจในการออกใบอนุญาต ประกอบกิจการที่ไมสมเหตุสมผล เพ่ือแกปญหาดังกลาว รัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 จึงกําหนดให รัฐบาลเปนผมู ีสิทธิออกใบอนุญาตประกอบกิจการแตเ พียงผเู ดียวหากมีความจําเปน โดยกระทรวงและ หนวยงานระดับกระทรวง สภาประชาชนและคณะกรรมการประชาชนทกุ ระดับไมสามารถที่จะกําหนด กฎเกณฑในการดาํ เนินธุรกิจได (มาตรา 7.5) ตามรัฐบัญญตั ิวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 (มาตรา 7) เชนเดยี วกับรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 1999 ทุก องคกรทางเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามจะตองปฏิบัติตามขอกําหนดเก่ียวกับการประกอบกิจการใน เรื่องขอจํากัดประเภทของกิจการและเงื่อนไขการประกอบกิจการตามท่ีกฎหมายกําหนดซ่ึงมี รายละเอียดดงั ตอ ไปนี้ 1) วิสาหกจิ เอกชนทกุ ประเภทมสี ทิ ธิทจ่ี ะประกอบกจิ การทกุ ชนิดท่ไี มต อ งหา มตามกฎหมาย กิจการทตี่ องหา มตามกฎหมายไดแ ก กจิ การท่กี ระทบตอ การปองกันประเทศ ความมัน่ คง 347 Bo Ngoai Giao Viet Nam [Vietnam's Ministry of Foreign Affairs], 'Mot So Net Kinh Te Viet Nam [Some Characteristics of Vietnam Economy]', above n 27 348 ในเรื่องเดียวกนั
103 ของประเทศ ความสงบเรียบรอยของสังคม ความปลอดภยั ของสังคม ประวตั ศิ าสตร วฒั นธรรม จรยิ ธรรม ศลี ธรรม และจารีตประเพณีอันดงี ามของเวยี ดนาม และกระทบตอ สขุ ภาพของประชาชนในประเทศ หรือทาํ ใหทรพั ยากรทางธรรมชาติเสอ่ื มโทรมลง ซึ่ง เปน ไปตามรายชื่อกจิ การท่ีตองหา มตามที่รัฐบาลกาํ หนด 2) ในสวนของกิจการท่ีอยูภายใตเงื่อนไขพิเศษ เอกชนจะไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการก็ ตอเม่ือไดปฏบิ ตั ติ ามเง่อื นไขทางธุรกจิ ท่ีกฎหมายกาํ หนดทุกประการเทานั้น349 เง่ือนไขทางธุรกิจ หมายถึง ขอกําหนดท่ีวิสาหกิจจะตองปฏิบัติตามเม่ือวิสาหกิจประกอบ กิจการตามลักษณะที่กําหนดไว เชน การไดรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ใบรับรองการ ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางธุรกิจ ใบรับรองการประกันภัยวิชาชีพ การมีเงินทุนตามที่กฎหมาย กําหนด หรือการปฏิบัติตามขอกําหนดอื่นๆ 3) วิสาหกจิ เอกชนจะตองประกอบกิจการตรงตามวัตถปุ ระสงคของกจิ การทไ่ี ดจ ดทะเบียนไว (มาตรา 9.1 ของรฐั บญั ญตั ิวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005) ตวั อยา งเชน การประกอบกจิ การของ แฟรนไชส เพื่อการขยายกิจการนั้น ผูซอ้ื แฟรนไชสจะตองประกอบกิจการนั้นภายใตกรอบ ของกิจการนนั้ มาตรา 1 ของรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 กําหนดธุรกิจไว 4 ประเภท คือ บริษัทจํากัด บรษิ ัทมหาชน หางหุนสว น วิสาหกิจเอกชน (องคก รของผปู ระกอบการรายเดยี ว) ก. บริษทั จํากัด (Limited Liability Company) ภายใตร ัฐบัญญตั ิวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 บริษทั จาํ กัดคือบรษิ ัทที่มคี ณุ สมบัตดิ ังตอ ไปน3ี้ 50 - สมาชิกอาจจะเปนองคก รหรือบุคคลท่ัวไปก็ได - จาํ นวนสมาชิกตองไมเ กิน 50 คน - ผถู ือหุนจะรับผดิ ตอหนา ที่และหน้ีสนิ ของบรษิ ทั ภายใตจ ํานวนทนุ ที่ไดล งกับบริษัท - บริษทั จาํ กัดไมสามารถออกขายหนุ สูสาธารณะได รัฐบัญญัติวิสาหกิจแบงบริษัทจํากัดออกเปน 2 ประเภทตามจํานวนสมาชิกของบริษัท โดยมี บริษัทจํากัดที่มีจํานวนสมาชกิ มากกวา 2 คนขน้ึ ไป351 และบรษิ ัทจาํ กดั ท่ีมจี าํ นวนสมาชกิ เพียง 1 คน352 ข. บริษทั มหาชน (Shareholding company) บริษทั มหาชนคือบริษทั ทมี่ ีคณุ สมบตั ิดังตอไปน3ี้ 53 349 มาตรา 7.2 กฎหมายรัฐวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 350 กฎหมายวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 มาตรา 38 และ 63 351 กฎหมายวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 มาตรา 38 352 กฎหมายวิสาหกจิ ค.ศ. 2005 มาตรา 63 353 กฎหมายวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 มาตรา 77
104 - เงนิ ทุนของบริษัทจะถูกแบงเปนสดั สว นเทา ๆ กันเรยี กวาหนุ - ผูถือหุนอาจจะเปนองคกรหรือปจเจกชน จํานวนข้ันตํ่าของสมาชิกในบริษัทคือ 3 คน และไมม ีขอจํากัดวาตอ งมผี ูถือหนุ มากทส่ี ดุ จํานวนเทา ใด - ผถู ือหุนจะตองรับผดิ สําหรบั หนขี้ ององคก รเพยี งเทา มูลคา หนุ ท่ตี นไดช าํ ระไป - ผถู ือหุนสามารถท่จี ะโอนหุน ของตนใหกับผูอ ่ืนไดโ ดยไมตองอาศยั ความยนิ ยอม เวน แต ในกรณที ี่ขัดแยงตอรัฐบญั ญัตวิ ิสาหกิจ - บรษิ ัทมหาชนสามารถออกเอกสารตราสารหลกั ทรพั ยไดทุกประเภท ค. หางหนุ สว น (Partnership) หางหนุ สวนเปน รปู แบบหน่งึ ขององคก รทางธรุ กจิ ที่ไดรับการรบั รองเปนครัง้ แรกโดยรฐั บัญญตั ิ วสิ าหกจิ ค.ศ. 1999 และปจจุบนั อยภู ายใตร ฐั บัญญตั วิ สิ าหกจิ ค.ศ. 2005 ภายใตร ัฐบัญญตั วิ ิสาหกจิ ค.ศ. 2005 หางหนุ สวนหมายถงึ วิสาหกจิ 354ทม่ี ีคณุ สมบัติ ดงั ตอ ไปน้ี355 - มสี มาชกิ 2 คนเปนอยางนอยรวมกันเปน เจา ของกิจการและรวมประกอบกิจการภายใต ชอื่ เดยี วกนั (ซึ่งตอไปจะเรยี กวาหุนสวนแบบไมจ ํากดั ความรบั ผิด) - นอกจากหา งหนุ สวนไมจาํ กัดความรับผิดยังอาจจะมหี ุนสวนแบบจํากัดความรับผดิ - หางหุนสวนไมจํากัดความรับผิดจะตองเปนบุคคลท่ีรับผิดตอหน้ีสินของหางหุนสวน ครอบคลมุ ทรพั ยสนิ ท้งั หมดของบคุ คลนนั้ - หุนสวนแบบจํากัดความรับผดิ จะรวมรบั ผิดชอบจาํ นวนหน้ที ่ีเกิดข้ึนไมเกินจาํ นวนเงินที่ ตนไดล งทุนและหนุ สว นจาํ กัดไมสามารถออกเอกสารตราสารหลักทรัพยได ง. วิสาหกิจเอกชน/องคก รของผูประกอบการรายเดียว (Private Enterprises/Sole Proprietorship) วสิ าหกิจเอกชนเปนองคก รทีซ่ บั ซอนนอยที่สุดจากทางธรุ กิจท้ังหมด เปนธุรกิจที่มีเจาของเพียง คนเดียวซึ่งเปนผูไดรับผลกําไรและรับผิดอยางไมจํากัดตอธุรกิจ วิสาหกิจเอกชนไมสามารถออก หลกั ทรพั ยค าํ้ ประกนั ได และแตละบุคคลสามารถจัดต้ังองคกรเอกชนไดเพยี งแหง เดียวเทา น้ัน356 ภายใตร ฐั บญั ญัติวสิ าหกิจ ค.ศ. 1999 ถาบุคคลใดตอ งการทีจ่ ะจัดตงั้ วสิ าหกิจเอกชนที่เปนอิสระ ไมเชื่อมโยงกับองคกรอ่ืนๆหรือเอกชนรายอื่น บุคคลนั้นจะตองเลือกจัดต้ังองคกรประเภทองคกรของ ผูประกอบการรายเดียว อยางไรก็ตามรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 อนุญาตใหบุคคลผูซึ่งตองการจะ 354 ในประเทศเวียดนาม หา งหนุ สวน หมายความถึง บรษิ ัท 355 กฎหมายวสิ าหกจิ ค.ศ. 2005 มาตรา 130 356 กฎหมายวิสาหกจิ ค.ศ. 2005 มาตรา 141
105 ประกอบกิจการแบบวิสาหกิจเอกชนกอตงั้ บริษัทจํากัดความรับผดิ ท่ปี จ เจกชนเพียงผูเ ดยี วเปนเจาของได (มาตรา 63.1) ทง้ั นี้ภายใตกฎหมายเดมิ เฉพาะองคกรเทา นนั้ สามารถกอ ตัง้ บรษิ ัทจาํ กัดความรับผดิ 4.1.3 การจดทะเบยี นจดั ตงั้ ธรุ กจิ วิสาหกิจทกุ ประเภทตามรัฐบัญญัติวสิ าหกิจ ค.ศ. 2005 ตามที่ระบุไวขางตนจะตองดาํ เนินการ จดทะเบียนจัดต้ังธุรกิจเพื่อใหวิสาหกิจมีสถานะเปนนิติบุคคลตามกฎหมาย ผูกอต้ังวิสาหกิจจะตอง ดําเนินการย่ืนเอกสารและคําขอจัดตั้งธุรกิจกับหนวยงานที่มีอํานาจในการจดทะเบียนวิสาหกิจ และ หนวยงานที่มีอํานาจดังกลาวจะพิจารณาคําขอและเอกสารและออกใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจ ภายใน 10 วันทาํ การนบั จากไดรบั เอกสารทั้งหมด (มาตรา 15 ของรฐั บัญญัตวิ สิ าหกจิ ค.ศ. 2005)357 วิสาหกิจทกุ ประเภทจะมีสถานะเปนนิตบิ ุคคลที่สามารถสรางนิตสิ ัมพันธและมีภาระหนาที่ตาม นิตสิ มั พันธด งั กลาวไดนบั ต้ังแตวนั ที่ไดรับใบรบั รองการจดทะเบียนจากหนว ยงานผรู ับผดิ ชอบ หนว ยงานผรู บั ผิดชอบการจดทะเบยี นธุรกจิ หนวยงานผูดําเนินการจดทะเบียนธุรกิจทุกประเภทและควบคุมการดําเนินธุรกิจรวมถึง ดําเนนิ การออกใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจไดแก กรมการวางแผนและการลงทุน (Department of Planning and Investment) วิสาหกิจจะตองติดตอและดําเนินการจดทะเบียนธุรกิจกับหนวยงานจด ทะเบียนธรุ กิจสงั กดั กรมการวางแผนและการลงทนุ ทองถิน่ ในจงั หวดั ที่สาํ นักงานใหญต ้งั อยู ขนั้ ตอนการดําเนินการจดทะเบยี นธุรกิจ - ตรวจสอบและจองชื่อนิตบิ คุ คล - จัดเตรียมคาํ ขอจดทะเบียน (สามารถดาวนโหลดไดท่ี www.business.gov.vn หรือขอรับ ไดท ่สี ํานกั งานจดทะเบียนธุรกิจทอ งถิ่น พรอ มเอกสารอนื่ ๆ ท่ีเก่ียวขอ ง - ย่ืนคําขอจดทะเบียนพรอมเอกสารที่เกี่ยวของท่ีสํานักงานจดทะเบียนธุรกิจของจังหวัดที่ สาํ นกั งานใหญต ัง้ อยู - นายทะเบียนตรวจพิจารณาคําขอจดทะเบียนและเอกสาร หากไดรับการอนุมัตินาย ทะเบียนจะออกใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจใหแกวิสาหกิจ หากไมอ นุมัติ นายทะเบยี น 357 ตัวอยางเชน ตามมาตรา 18 ของรัฐบัญญัติวิสาหกิจ ค.ศ. 2005 เอกสารประกอบการขอจดทะเบียนจัดต้ังบริษัท จํากัดมีดังน้ี (1) คาํ ขอจดทะเบยี นตามแบบทีก่ ําหนดโดยสาํ นกั งานจดทะเบยี นธุรกิจผรู ับผิดชอบ (2) รางหนงั สอื สัญญาการจัดตั้งบรษิ ัท (3) รายช่อื สมาชกิ (4) หนงั สอื รบั รองทุนจดทะเบยี นขัน้ ตํา่ ทีอ่ อกโดยหนวยงานหรือองคกรผรู บั ผิดชอบ กรณที ี่บริษทั ประกอบกิจการ ซงึ่ กฎหมายกําหนดใหตอ งมีทุนจดทะเบยี นขัน้ ต่าํ (5) ใบรับรองการปฏิบัติงานของกรรมการหรือกรรมการบริหารทั่วไปและบุคคลอื่น ๆ กรณีที่บริษัทประกอบ กจิ การซง่ึ กฎหมายกาํ หนดใหต องมีใบรับรองการปฏิบัติงาน
106 จะแจงวิสาหกิจเปนลายลักษณอักษรพรอมช้ีแจงเหตุผลและรายละเอียดท่ีตองแกไขหรือ เพิม่ เตมิ อยางไรก็ตาม สําหรับการจดทะเบียนธุรกิจตางชาติ โครงการลงทุนตางชาติและการจัดตั้ง วิสาหกิจท่ีไดรับการลงทุนจากตางชาติจะตองไดรบั การอนุมัติจากหนว ยงานท่ีมีอํานาจ โดยจะตองไดรบั ใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน ซ่ึงเสมือนเปนใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจของวิสาหกิจทว่ั ไป ใน การขออนุมตั ิจดั ต้ังบริษทั ที่มีการลงทนุ จากตางชาติ บรษิ ทั จะตอ งดําเนนิ การดงั น้ี 1) สําหรับธุรกิจตางชาติที่มีมูลคาการลงทุนนอยกวา 3 แสนลานดองและไมไดอยูในรายชื่อ ประเภทการลงทุนทมี่ ีเงื่อนไข ใหนักลงทุนดําเนนิ การจดทะเบียนการลงทุนที่หนวยงานการ ลงทุนในแตละจังหวัดเพ่ือขอรับใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน (มาตรา 46 ของรัฐ บญั ญตั กิ ารลงทนุ ค.ศ. 2005) 2) สําหรับธรุ กิจทีม่ ีมูลคา การลงทุน 3 แสนลานดองหรือมากกวา และอยูในรายชื่อประเภทการ ลงทุนที่มีเง่ือนไข ใหดําเนินการจดทะเบียนการลงทุนที่หนว ยงานการลงทุนในแตละจังหวัด อยางไรก็ตามการขอรับใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน จะตองผานการประเมินการ ลงทุนโดยหนว ยงานดงั กลาวกอน ในกรณที ี่เปนโครงการสําคญั ระดับประเทศ สภาแหงชาติ จะกําหนดนโยบายและหลักเกณฑสําหรับโครงการลงทุนดังกลาว และรัฐบาลจะออก กฎระเบียบเก่ียวกับคําส่ังและขั้นตอนการประเมินการลงทุนและการออกใบรับรองการจด ทะเบยี นการลงทนุ (มาตรา 47 ของรัฐบญั ญตั กิ ารลงทนุ ค.ศ. 2005) 4.2 กฎหมายพาณิชย รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 ฉบับท่ี 36/2005/QH11X ไดรับความเห็นชอบจากวาระการ ประชมุ คร้ังท่ี 7 ของสภาแหงชาตชิ ุดที่ 11 เมื่อวนั ที่ 14 มิถนุ ายน ค.ศ. 2005 และมีผลบงั คบั ใชในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2006 โดยยกเลิกรัฐบัญญตั พิ าณิชย ค.ศ. 1997 รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 มีขอบเขตการใชบังคับกวางกวารัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 1997 และสอดคลอ งกับแนวทางปฏิบัติสากล รัฐบัญญตั ิพาณชิ ยฉบับน้ีใหนิยามใหมแกกิจกรรมเชิงพาณชิ ยซ ึง่ ครอบคลุมกิจกรรมเชิงพาณิชยท้ังหมด กลาวคือ การซ้ือขายสินคาหรือการใหบริการ การลงทุน การ สงเสริมทางการคา และกิจกรรมอื่นที่มีวัตถุประสงคเพ่ือแสวงหากําไร นอกจากน้ีรฐั บญั ญตั พิ าณิชย ค.ศ. 2005 ยังรับรองการทําธุรกรรมโดยองคกรไมแสวงหาผลกําไรกับผูประกอบการคาอ่ืน หากองคกรไม แสวงหาผลกาํ ไรเลือกที่จะนํารัฐบญั ญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 มาใชบ ังคบั กบั ธุรกรรมดังกลา ว รฐั บัญญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005 ไดกําหนดหลักการพ้ืนฐานในการทํากิจกรรมเชิงพาณชิ ยไวเพื่อ เปนการประกันสิทธิของผูประกอบการคาและคุมครองสิทธิของผูบริโภค กฎหมายฉบับน้ีวางหลักวา ผูประกอบการคามีความเสมอภาคกันภายใตกฎหมาย358 และมีเสรีภาพในการทําขอตกลงท่ีเกี่ยวกับ 358 มาตรา 10 รฐั บญั ญัตพิ าณิชย ค.ศ. 2005
107 กิจกรรมเชงิ พาณชิ ยไดเ ทาที่ไมข ัดตอกฎหมาย ขัดตอ ประเพณี ศลี ธรรมอันดีและหลกั จริยธรรมของสงั คม คูสัญญาจะตองเขาทําสัญญาดว ยความสมัครใจ และหามมิใหคสู ญั ญาฝายใดยัดเยียด บังคับ ขมขู หรือ ขดั ขวางคสู ัญญาอีกฝา ยในการเขาทาํ สญั ญาระหวางกนั 359 4.2.1 ผปู ระกอบการคา ตา งประเทศซง่ึ ดําเนินกิจกรรมเชิงพาณชิ ยในประเทศเวียดนาม ผูป ระกอบการคา ตา งประเทศซึ่งดาํ เนนิ กิจกรรมเชิงพาณิชยใ นประเทศเวยี ดนาม 1. ผูประกอบการคาตางประเทศ หมายถึง ผูประกอบการคาที่จัดต้ังและจดทะเบียนธรุ กิจตาม ขอกาํ หนดกฎหมายตางประเทศหรอื เปนท่ียอมรับตามกฎหมายตา งประเทศ 2. ผูประกอบการคาตางประเทศมีสิทธิจัดต้ังสาํ นักงานผแู ทนหรือสาขาในเวียดนาม และจดั ต้ัง วิสาหกิจท่ีไดรับการลงทุนจากตางชาติในประเทศเวียดนามตามรูปแบบที่กําหนดไวใน กฎหมายของประเทศเวียดนาม 3. สํานักงานผูแทนและสาขาของผูประกอบการคาตางประเทศท่ีจัดตั้งในประเทศเวยี ดนามมี สิทธิและหนาท่ีตามที่กําหนดไวในกฎหมายของประเทศเวียดนาม ทั้งน้ีผูประกอบการคา ตางประเทศจะตองรับผิดชอบการดําเนินงานของสํานักงานผูแทนและสาขาท่ีจัดต้ังใน ประเทศเวียดนาม ตามกฎหมายของประเทศเวยี ดนาม 4. วิสาหกิจที่ไดรับการลงทุนจากตางชาติซ่ึงจัดตั้งในประเทศเวียดนามโดยผูประกอบการคา ตางประเทศตามบทบัญญัติกฎหมายของประเทศเวียดนามหรือสนธิสัญญาท่ีสาธารณรัฐ สงั คมนยิ มเวยี ดนามเปน ภาคี ถอื วาเปน ผปู ระกอบการคา ของประเทศเวียดนาม สทิ ธิของสาํ นักงานผูแ ทน 1. ดําเนินงานตามวัตถปุ ระสงคภายในขอบเขตและระยะเวลาตามท่ีกําหนดไวในใบอนญุ าตการ จัดตั้ง 2. เชาสํานกั งาน เชาและจัดซอ้ื เคร่อื งมอื และส่งิ อาํ นวยความสะดวกท่ีจําเปน ในการดาํ เนินงาน 3. วาจางพนักงานชาวเวียดนามและชาวตางชาติเขาทํางาน ตามบทบัญญัติกฎหมายของ ประเทศเวยี ดนาม 4. เปดบัญชเี งินฝากเปนเงินตราตา งประเทศหรือเงินดองเวียดนามทอี่ ิงเงินตราตางประเทศกับ ธนาคารทไ่ี ดรบั อนุญาตใหด าํ เนนิ กิจการในประเทศเวียดนาม และอนญุ าตใหใ ชบัญชดี ังกลา ว เพ่อื การดาํ เนินกิจการเทานน้ั 5. ใชต ราประทบั ท่ีมชี ่ือสาํ นักงานตามบทบัญญตั ิกฎหมายของประเทศเวยี ดนาม 6. มีสิทธอิ ืน่ ๆ ตามทีก่ ฎหมายบญั ญัติ 359 มาตรา 11 รัฐบญั ญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005
108 หนา ที่ของสาํ นกั งานผูแทน 1. ไมด ําเนินกจิ กรรมทกี่ อใหเกิดผลกําไรโดยตรงในประเทศเวยี ดนาม 2. ดาํ เนินกจิ กรรมสง เสรมิ ทางการคา ภายในขอบเขตทกี่ ฎหมายอนญุ าต 3. ไมเขา ทําสัญญา แกไขหรือเพ่ิมเติมสัญญาซ่ึงผูประกอบการคา ตา งประเทศทําเสร็จส้ินแลว เวนแตห วั หนาสํานกั งานผแู ทนจะไดร ับหนังสือมอบอํานาจจากผูป ระกอบการคา ตางประเทศ หรอื กรณอี ่นื ๆ ตามท่ีระบุในมาตรา 17 วรรคสอง สามและสขี่ องกฎหมายฉบับนี้ 4. จายภาษี คาธรรมเนยี ม คาใชจ ายตา งๆ และปฏบิ ัตติ ามพันธะทางการเงนิ อื่นๆ ตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม 5. รายงานการดําเนินงานตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม 6. มีพนั ธะหนาที่อน่ื ๆ ตามทบี่ ัญญตั ิไวในกฎหมายของประเทศเวียดนาม สิทธิของสาํ นกั งานสาขา 1. เชาสํานกั งาน เชา และจัดซ้อื เครอื่ งมือและส่งิ อํานวยความสะดวกทจี่ ําเปน ในการดําเนินงาน 2. วา จางพนักงานชาวเวยี ดนามและชาวตา งชาติเขา ทาํ งานตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม 3. เขาทาํ สัญญาในประเทศเวยี ดนามตามท่รี ะบใุ นใบอนุญาตการจดั ตัง้ และบทบญั ญตั ิของ กฎหมาย 4. เปดบญั ชเี งินฝากเปน เงนิ ดองเวียดนามและเงินตราตางประเทศกบั ธนาคารทไ่ี ดร ับอนุญาตให ดําเนินกจิ การในประเทศเวียดนาม 5. โอนผลกําไรไปตางประเทศตามบทบญั ญัติกฎหมายของประเทศเวยี ดนาม 6. ใชต ราประทับท่มี ชี ือ่ สาํ นักงานตามบทบญั ญตั กิ ฎหมายของประเทศเวียดนาม 7. ดาํ เนนิ การซื้อขายสินคา รวมท้งั กจิ กรรมเชงิ พาณชิ ยอ ื่นๆ ตามใบอนญุ าตการจดั ต้งั และตาม บทบัญญัติกฎหมายของประเทศเวียดนามและสนธสิ ัญญาท่ีสาธารณรฐั สงั คมนยิ มเวยี ดนาม เปนภาคี 8. มีสิทธิอน่ื ๆ ตามท่กี ฎหมายบัญญัติ หนาทขี่ องสํานกั งานสาขา 1. ปฏิบัตติ ามระบบบัญชีท่ีกําหนดไวในกฎหมายของประเทศเวียดนาม ในกรณีท่ีจําเปนตอ งใช ระบบบัญชอี น่ื น้ันจะตองขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง 2. รายงานการดาํ เนนิ งานตามบทบญั ญตั ิกฎหมายของประเทศเวียดนาม 3. มพี ันธะหนา ที่อ่นื ๆ ตามทกี่ ฎหมายบญั ญัติ สิทธแิ ละหนาที่ของวสิ าหกจิ ท่ีลงทนุ โดยตา งชาติ สิทธิและหนาท่ีของวิสาหกิจท่ีลงทุนโดยตา งชาติจะเปน ไปตามบทบัญญัตกิ ฎหมายของประเทศ เวียดนามหรอื สนธสิ ญั ญาที่สาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวยี ดนามเปนภาคี
109 อาํ นาจในการใหอนญุ าตผปู ระกอบการคา ตางประเทศดาํ เนนิ กจิ กรรมเชิงพาณชิ ยใ นประเทศ เวียดนาม 1. รัฐบาลจะบริหารจัดการอนุญาตดําเนินกิจกรรมเชิงพาณิชยของผูประกอบการคา ตา งประเทศในประเทศเวียดนามโดยรปู แบบเดยี วกนั 2. กระทรวงแผนงานและการลงทุนจะแจง ตอรัฐบาลเก่ียวกับการบริหารจัดการออกใบอนุญาต ใหแกผูประกอบการคาตางประเทศซึ่งลงทุนในประเทศเวียดนามตามบทบัญญัติกฎหมาย ของประเทศเวียดนาม 3. กระทรวงการคาจะแจงตอรัฐบาลเกี่ยวกับการบริหารจัดการออกใบอนุญาตการจัดต้ัง สํานักงานผูแทนของผูประกอบการคาตางประเทศในประเทศเวยี ดนาม หรือใบอนุญาตการ จัดต้ังสํานักงานสาขา วิสาหกิจรวมทุน หรือวิสาหกิจท่ีลงทุนในประเทศเวียดนามโดยเงินทนุ ตางชาติรอยละ 100 ในกรณีที่ผูประกอบการคานั้นมีความเช่ียวชาญในการดําเนินการซ้ือ ขายสนิ คา หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เก่ียวของโดยตรงกับการซื้อขายสินคาตามกฎหมายประเทศ เวยี ดนามและสนธิสญั ญาท่ีสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวยี ดนามเปนภาคี 4. ในกรณีท่ีกฎหมายเฉพาะมีบทบัญญัติเฉพาะเกี่ยวกับอํานาจหนาท่ีของกระทรวงหรือ หนวยงานระดับกระทรวงซ่ึงดูแลรับผิดชอบในการบริหารจัดการออกใบอนุญาตใหแก ผูประกอบการคาตางประเทศเพื่อดําเนินกิจกรรมเชิงพาณิชยในประเทศเวียดนาม บทบัญญัติของกฎหมายเฉพาะดังกลา วจะนํามาใชบ ังคบั การยุติการดาํ เนนิ งานในประเทศเวียดนามของผปู ระกอบการคา ตา งประเทศ 1. ผูประกอบการคาตางประเทศจะตองยุติการดําเนินงานในประเทศเวียดนามในกรณี ดงั ตอไปนี้ ก. เมอื่ ครบกําหนดระยะเวลาการดําเนินงานตามทีร่ ะบุในใบอนุญาต ข. เม่ือไดรบั คํารองของผปู ระกอบการซ่ึงไดรับอนุมัติจากหนวยงานบริหารจัดการ ทม่ี ีอาํ นาจของรัฐ ค. ตามคําตดั สินของหนวยงานบริหารจัดการที่มีอํานาจของรัฐ โดยเปนบทลงโทษ จากการละเมิดกฎหมายและฝา ฝนใบอนญุ าต ง. ในกรณที ่ีผปู ระกอบการคา เปน บคุ คลลม ละลาย จ. ในกรณีที่ผูประกอบการคาตางประเทศยุติการดําเนินงานตามกฎหมาย ตางประเทศของสํานกั งานผแู ทน สํานักงานสาขา หรือฝายตางประเทศตามสญั ญา ความรว มมอื ธรุ กจิ กับฝายประเทศเวียดนาม ฉ. กรณอี ่นื ๆ ตามทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ 2. กอนยุติการดําเนินงานในประเทศเวียดนาม ผูประกอบการคาตางประเทศจะตองชําระ หน้ีสนิ และปฏบิ ัตพิ นั ธะหนาทอ่ี ืน่ ๆ ตอ รัฐ องคก รและบคุ คลท่ีเกีย่ วขอ งในประเทศเวยี ดนาม
110 4.2.2 การซอ้ื และการขายสินคา โดยหลักการท่ัวไป สัญญาซ้ือขายสินคา สามารถทําข้ึนดวยวาจาหรอื เปนลายลักษณอักษร หรือ อาจทําขึ้นดวยการกระทําอยางใดอยางหนึ่งเปนการเฉพาะ อยางไรก็ตาม การทําสัญญาซื้อขายสินคา บางประเภท กฎหมายกาํ หนดใหทาํ ข้ึนเปน ลายลกั ษณอ ักษร สาํ หรบั การซอ้ื ขายสนิ คา ตอ งหาม สนิ คา ที่มี ขอจํากัด และสินคาท่ีมีเง่อื นไขธุรกิจ ผูข ายและผูซื้อจะตองปฏิบัติตามเงอ่ื นไขของกฎหมายโดยสมบูรณ มิเชนนั้นการซื้อขายสินคาดงั กลาวจะไมมีผลบังคับใช360 สําหรับการซื้อขายสินคาระหวางประเทศ (ซึ่ง เปนการซื้อขายในรูปแบบการสง ออก การนําเขาสินคา การนําเขาชั่วคราวเพื่อสงออกอีกคร้ัง หรือการ สงออกชั่วคราวเพื่อนําเขาอีกครั้ง และการสงสินคา ผานดานตามชายแดนประเทศ สญั ญาซ้ือขายสินคา ระหวางประเทศจะตองจัดทําข้ึนเปนลายลกั ษณอักษร หรือในรูปแบบอื่นที่มีความสมบูรณตามกฎหมาย ในลักษณะเดียวกัน361 คูสัญญามีเสรีภาพในการทําขอตกลงเก่ียวกับสิทธิและหนาท่ีภายใตส ัญญาซื้อขาย เชน การสง มอบสินคา การเยยี วยาในกรณีที่สงมอบสินคาขาดตกบกพรอง หรือสนิ คาชํารุดบกพรองไมเหมาะสมแก ประโยชนอันมุงจะใชตามปกติ การกําหนดราคาสินคา และการชําระเงิน ในกรณีที่ไมมีขอตกลง ระหวางคูสัญญา ใหนําบทบัญญัติวาดวยสิทธิและหนาที่ของคูสัญญาภายใตสัญญาซื้อขายสินคาตามท่ี กําหนดในสว นที่ 2 รัฐบญั ญตั พิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 มาใชบ งั คับ รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 ยังไดกําหนดใหการแลกเปลี่ยนสินคาเปนการซื้อขายสินคา ประเภทหนึ่ง การแลกเปลยี่ นสินคา ในที่นหี้ มายถึงกิจกรรมเชิงพาณิชยท ี่คูสัญญาตกลงซื้อและขายสินคา ประเภทที่คูส ัญญากําหนดซอ้ื ขายสินคาจํานวนหนง่ึ โดยการแลกเปลย่ี นสนิ คาตามราคาทต่ี กลงกนั ในเวลา ทเ่ี ขาทาํ สัญญา และคสู ัญญากําหนดเวลาการสงมอบสินคา เปน เวลาเฉพาะเจาะจงในอนาคต ซง่ึ กจิ กรรม ท่ีสามารถซือ้ ขายสินคา โดยการแลกเปลย่ี นสนิ คา ใหเ ปนไปตามท่ีรัฐบาลกําหนด 4.2.3 การใหบ รกิ าร โดยหลักการทั่วไป สัญญาบริการสามารถทําขึ้นดวยวาจา หรือเปนลายลักษณอักษร หรืออาจ ทําข้ึนดวยการกระทําอยางใดอยางหน่ึงเปนการเฉพาะ อยางไรก็ตาม ในการทําสัญญาบริการบาง ประเภท กฎหมายอาจกําหนดใหทําข้ึนเปนลายลักษณอักษร362 สําหรับการบริการที่มีลักษณะตองหาม บริการท่ีมีขอจํากัด และบริการท่ีมีเงื่อนไขธุรกิจ คูสัญญาที่เก่ียวของจะตองปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กฎหมายโดยสมบูรณ มเิ ชนนนั้ สญั ญาบรกิ ารดงั กลาวจะไมมผี ลบงั คบั ใช คสู ัญญามเี สรภี าพในการทําขอตกลงเกี่ยวกับสทิ ธิและหนาทภี่ ายใตสัญญาบริการ ในกรณีที่ไมมี ขอ ตกลงระหวางคูสัญญา ใหนาํ หลกั เกณฑว า ดวยสิทธิและหนาท่ีของคูสัญญาภายใตสัญญาบริการตามที่ 360 มาตรา 24 รัฐบัญญัตพิ าณิชย ค.ศ. 2005 361 มาตรา 27 รฐั บญั ญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 362 มาตรา 74 รัฐบัญญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005
111 กําหนดในสวนท่ี 3 รัฐบัญญตั ิพาณิชย ค.ศ. 2005 มาใชบังคับ ตัวอยางเชน ผใู หบริการจะตองใชความ พยายามอยางถึงท่ีสุดในการใหบริการใหไดผลตามความตองการของผูรับบริการและจะตองใหบริการ อยางสุดความสามารถของตน ผูใหบริการจะตองรักษาขอมูลอันเปน ความลับซ่ึงไดรับมาในระหวา งการ ใหบริการตามท่ีคูสัญญาตกลงกันหรือตามท่ีกฎหมายกําหนด และผูใหบริการจะตองทํางานใหเสร็จ ภายในระยะเวลาทก่ี าํ หนด เปนตน 4.2.4 การสงเสริมการคา ตามรัฐบญั ญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 รปู แบบการสง เสริมการคา ทีก่ ฎหมายรองรบั มดี ังตอ ไปนี้ 1) การสง เสรมิ การขาย การสง เสริมการขาย คอื การท่ผี ปู ระกอบการคาสงเสรมิ การซอื้ ขายสนิ คาหรือบริการโดยการ เสนอผลประโยชนบางอยา งใหแ กลูกคา ซ่งึ ผปู ระกอบการคาสามารถทาํ การสงเสริมการขาย สินคาและบริการของตนเอง หรือทําการสงเสริมการขายสินคาและบริการของ ผูประกอบการอื่นตามขอตกลงระหวางผูประกอบการคาก็ได363 การสงเสริมการขาย สามารถทําข้ึนในรูปแบบและตามวิธีการที่กําหนดในมาตรา 92 รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 เชน การใหลูกคาทดลองใชตวั อยางสินคา หรือบริการฟรี หรือการขายสนิ คาในราคาท่ี ต่ํากวาราคาสินคา ตามปกติ เปน ตน สัญญาการสงเสริมการขายจะตองทําเปนลายลักษณอักษรเทานั้น ซ่ึงผูป ระกอบการคาชาว เวียดนาม และสาขาของผูประกอบการตางชาติในเวียดนามสามารถทําการสงเสริมการขาย ไดดวยตนเอง หรือวาจางผูประกอบการอ่ืนใหทําการสงเสริมการขายก็ได อยางไรก็ตาม กฎหมายไมอนุญาตใหสํานักงานผูแทนทําการสงเสริมการขายไมวาจะทําดวยตนเองหรือ วา จางผปู ระกอบการอนื่ ก็ตาม 2) การโฆษณา การโฆษณา คอื การแนะนําสินคา หรือบริการใหล กู คารูจ กั ซง่ึ ผปู ระกอบการคาชาวเวียดนาม และสาขาของผูประกอบการตางชาติในเวียดนามที่ไดรับอนุญาตใหประกอบธุรกิจใน ประเทศเวียดนามสามารถทําการสงเสริมการโฆษณาสนิ คา และ/หรอื บริการดว ยตนเอง หรือ วาจางผูประกอบการอ่ืนใหทําการโฆษณาสินคาก็ได สวนสํานักงานผูแทนไมสามารถทําการ โฆษณาไดดวยตนเองแตสามารถวาจางบริษัทโฆษณาเมื่อไดรับมอบหมายจากบริษัท ผูประกอบการคาซึ่งจัดตั้งสํานักงานผูแทนดังกลาว สวนผูประกอบการตางชาติที่ตองการ โฆษณาสินคาในเวียดนามจะตองวาจางผูป ระกอบการคาชาวเวียดนามซึ่งทําธรุ กิจใหบริการ โฆษณาทําการโฆษณาสินคาของตนเทา นั้น364 363 มาตรา 88 รัฐบญั ญัตพิ าณิชย ค.ศ. 2005 364 มาตรา 103 รัฐบญั ญตั พิ าณชิ ย ค.ศ. 2005
112 สญั ญาใหบ ริการโฆษณาจะตองทําเปน ลายลกั ษณอักษร นอกจากน้ีการโฆษณาจะตองไมเ ปน การโฆษณาทต่ี อ งหามตามมาตรา 109 รัฐบัญญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 เชน การโฆษณาที่เปน การเปดเผยความลับของรัฐ การโฆษณาท่ีใชวิธีการเปรียบเทียบสินคากับสินคาของ ผูประกอบการคาอื่นทท่ี ําธุรกิจในลักษณะเดียวกัน หรือการโฆษณาที่มีวัตถุประสงคเพ่ือการ แขงขนั ทางการคาทไ่ี มเปน ธรรม 3) การแสดงสินคา และการแนะนําสนิ คาและบริการ ผูประกอบการคาชาวเวียดนามและสาขาของผูประกอบการคาตางประเทศมีสทิ ธิวางแสดง สินคาและแนะนําสินคาหรือบริการดวยตนเอง หรือวาจางผูประกอบการคาเพ่ือใหบริการ แสดงสินคาและแนะนําสินคา ก็ได กฎหมายไมอนุญาตใหสํานักงานผูแทนทําการแสดงสินคา หรือแนะนําสินคาได เวนแตเปนการวางสินคาและแนะนําสินคาภายในสํานักงานของ สํานักงานผูแทน สวนผูประกอบการตางชาติซ่ึงยังไมไดรับใบอนุญาตใหประกอบธุรกิจใน เวียดนาม จะตองวาจางบริษัทเวยี ดนามท่ีประกอบธรุ กิจใหบริการโฆษณาเพ่ือทําการแสดง สินคาและแนะนําสินคาของตนเทานั้น365 ท้ังน้ี สัญญาใหบริการแสดงสินคาและแนะนํา สินคาและ/หรอื บรกิ ารจะตองทาํ เปน ลายลักษณอักษร 4) การจัดงานแสดงสนิ คาและนทิ รรศการแสดงสนิ คา การจัดงานแสดงสินคาและนิทรรศการแสดงสินคาเปนกิจกรรมการสงเสริมการคาทําข้ึนใน สถานที่เฉพาะเจาะจงและภายในระยะเวลาที่กําหนด เพ่ือใหผูประกอบการคาไดจัดแสดง สินคาและแนะนําสินคาหรือบริการของตนเพื่อแสวงหาโอกาสในการเขาทําสัญญาซ้ือขาย สนิ คาหรอื สัญญาบรกิ ารตอไป ผูป ระกอบการคา ชาวเวียดนามและสาขาของผปู ระกอบการคา ตางชาติมีสิทธิจัดงานหรือเขารวมงานแสดงสินคาและนิทรรศการแสดงสนิ คาไดดวยตนเอง หรอื วาจางใหผูประกอบการอ่ืนซึ่งประกอบธุรกิจใหบริการโฆษณาเปนผูจัดงานหรือเขารวม แทนตนก็ได ในกรณีของสํานักงานผูแทน กฎหมายไมอนุญาตใหสํานักงานผูแทนจัดงาน หรือเขารวมงานแสดงสินคา หรือนิทรรศการตางๆ ไดดวยตนเองแตสามารถวาจาง ผูประกอบการอ่ืนหากไดรับมอบหมายจากบริษัทท่ีจัดตั้งสํานักงานผูแทนดังกลาว สวน ผู ป ร ะ ก อ บ ก า ร ต า ง ช า ติ มี สิ ท ธิ เ ข า ร ว ม ง า น แ ส ด ง สิ น ค า ไ ด ด ว ย ต น เ อ ง ห รื อ จ ะ ว า จ า ง ผูประกอบการชาวเวียดนามใหเ ขารว มงานแสดงสนิ คาแทนก็ได แตผูประกอบการตางชาตไิ ม สามารถจัดงานแสดงสินคาไดเ อง ซึ่งจะตองจางบริษัทเวียดนามที่ใหท ําธรุ กิจใหบริการจัดงาน แสดงสินคา เปนผดู าํ เนนิ การแทน 365 มาตรา 118 รัฐบญั ญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005
113 4.2.5 กจิ กรรมเชงิ พาณชิ ยโดยอาศัยคนกลาง ตามรัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 กิจกรรมเชิงพาณิชยโดยอาศัยคนกลางที่กฎหมายรองรับมี ดงั ตอไปน้ี 1) การเปน ผแู ทนของผูประกอบการคา การเปนผูแทนของผูประกอบการคาเปนกรณีท่ีผูประกอบการรายหนึ่ง (ซ่ึงเรียกวา “ผูแทน”) ไดรับการมอบอํานาจจากผูประกอบการคาอีกฝายหน่ึง (ซ่ึงเรียกวา “ผูมอบ อํานาจ”) ใหดําเนินกิจกรรมเชิงพาณิชยในนามของผูมอบอํานาจและภายใตคําส่ังของผู มอบอํานาจ โดยไดรับเงินตอบแทนเพ่ือการเปนผูแทนดําเนินการดังกลาว สัญญาแตงตั้ง ผูแทนผูประกอบการคาจะตองทําขึ้นเปนลายลักษณอักษรหรือในรูปแบบอ่ืนๆ ที่มีผล สมบูรณตามกฎหมายในลักษณะเดียวกัน366 ซ่ึงคูสัญญาอาจตกลงและกําหนดใหผูแทน สามารถดําเนินกิจกรรมเชิงพาณิชยทั้งหมดหรือบางสวนก็ไดโดยตองอยูภายใตขอบเขต การมอบอาํ นาจดังกลา ว 2) การเปน นายหนา การเปนนายหนาคือกิจกรรมเชิงพาณิชยท ี่ผูประกอบการคา (ซ่ึงเรียกวา“นายหนา ”) ทํา หนาที่เปนคนกลาง ระหวางคูสัญญาผูตองการซ้ือขายสินคา หรือใหบริการ (ซึ่งเรียกวา “ตัวการ”) ในการเจรจาตอรอง และการเขาทําสัญญาซื้อขายหรือสัญญาบริการระหวาง คูส ญั ญา โดยไดร บั คา นายหนาตามทก่ี าํ หนดในสัญญาแตง ต้ังนายหนา 3) การซ้ือขายสินคา ผา นตวั แทนจาํ หนายสินคา การซ้ือขายสินคาผานตัวแทนจําหนายสินคา หมายถึง กิจกรรมเชิงพาณิชยท่ีตัวแทน จําหนายสินคาไดทําการซอ้ื ขายสินคาในนามของตนเองภายใตเง่ือนไขขอตกลงที่ไดทํากับ บริษัทผูแตงต้ังตัวแทนจําหนายโดยไดรับคาบําเหน็จหรือคาคอมมิชชั่น (commission) เปนการตอบแทน สินคาท่ีจะทําการซ้ือขายผานตัวแทนจําหนายสินคา จะตองเปนสินคาท่ี หมุนเวียนในตลาดอยางถูกตองตามกฎหมาย ในการแตงตั้งตัวแทนจําหนาย คูสัญญา จะตองทําสัญญาแตงต้ังตวั แทนจําหนายข้ึนเปนลายลักษณอักษร หรือในรูปแบบอ่ืนทีม่ ผี ล สมบรู ณต ามกฎหมายในลกั ษณะเดียวกัน367 4) ตัวแทนทางการคา ตวั แทนทางการคา คือ การท่ตี ัวการและตัวแทนตกลงใหตัวแทนขายสินคาหรือใหบริกาฃ ของตัวการใหแกลูกคาโดยกระทําในนามของตัวแทน โดยตัวการจะจายคา ตอบแทนใหแก ตัวแทนเพ่ือการน้ัน ในการเปนตัวแทนการคาน้ี ตัวการ คือ ผูประกอบการคาท่ีสงสินคา ใหกับตัวแทนเพ่ือทําการขายสินคา หรือใหเงินแกตัวแทนเพื่อทําการซ้ือสินคา หรือเปน 366 มาตรา 142 รัฐบัญญตั พิ าณิชย ค.ศ. 2005 367 มาตรา 159 รฐั บญั ญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005
114 ผูประกอบการคา ทมี่ อบหมายใหต ัวแทนใหบ ริการแกลูกคา สว นตวั แทน คือ ผปู ระกอบการ คาท่ีไดรับสินคาและทําหนาท่ีเปนตัวแทนในการขาย หรือรับเงินจากตัวการเพื่อเปน ตัวแทนในการซือ้ สินคา หรือไดรบั มอบหมายใหบรกิ ารแกลูกคา ประเภทของตวั แทนตาม กฎหมาย ไดแก ตัวแทนเฉพาะการ ตัวแทนการคาแบบผูกขาด และตัวแทนซื้อขายและ ใหบรกิ ารทวั่ ไป ท้ังนี้ สัญญาแตง ตงั้ ตวั แทนการคา ตามขอนจ้ี ะตอ งทําเปน ลายลักษณอักษร เทานัน้ 368 4.2.6 กิจกรรมเชงิ พาณิชยทม่ี ีลกั ษณะเฉพาะอ่ืนๆ นอกเหนือจากกิจกรรมเชิงพาณิชยที่ไดกลาวมาในขางตน รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 ยัง รองรบั กจิ กรรมเชงิ พาณิชยที่มลี กั ษณะเฉพาะอนื่ ๆ ดงั นี้ 1) การดาํ เนินการผลิต การดาํ เนินการผลิตเปน กจิ กรรมเชิงพาณิชยซ ง่ึ ผูรับจางใชว ัตถุดบิ ท่ีผูวา จางผลิตไดจ ดั หาให ทง้ั หมดหรอื บางสว น เพือ่ ดาํ เนินการการผลิตขนั้ ตอนใดข้นั ตอนหน่งึ หรอื หลายขั้นตอนตาม คาํ สงั่ ของผวู าจาง โดยผูรับจางไดรับคาตอบแทนในการดําเนนิ การดังกลา ว สัญญาวาจา ง ผลิตจะตอ งทาํ ข้นึ เปน ลายลักษณอ ักษร369 2) การขายทอดตลาด การขายทอดตลาดเปนกิจกรรมเชิงพาณิชยท่ีผูขายทําการขายทอดตลาดดวยตนเองหรือ วาจางผูจัดการขายทอดตลาด (ซึ่งตอ งเปนผูประกอบการคาที่ไดจดทะเบียนประกอบธุรกิจ ใหบริการการขายทอดตลาด) ใหดําเนินการขายทอดตลาดสินคาใหกับผูซ้ือที่เสนอราคา สูงสุด กฎหมายยังกําหนดใหการขายทอดตลาดตองทําขึ้นโดยมีลักษณะเปดเผยและเปนไป อยางเท่ียงธรรม และจะตอ งคํานงึ สิทธิและผลประโยชนข องผูเขารว มการขายทอดตลาด370 นอกเหนือจากน้ี กฎหมายยังกําหนดขั้นตอนการดําเนินการขายทอดตลาดซ่ึงผูทอดตลาด และผูเขา รว มการขายทอดตลาดจะตองปฏิบตั ิตามโดยเครง ครดั 3) การประมูลราคาสนิ คา หรอื บริการ การประมูลราคาสินคาหรือบริการเปนกิจกรรมเชิงพาณิชยท่ีผูซ้ือไดซื้อสินคาโดยวิธีการ ประมูล (ซึ่งเรียกวา “ผูจัดการประมูล”) โดยเชิญชวนใหผูประกอบการคาท่ีเขารวมในการ ประมูลเสนอราคา (ซึ่งเรียกวา “ผูเขารวมการประมูล”) ภายหลังการประมูลส้ินสุดลง ผจู ัดการประมลู จะคดั เลือกผคู าท่มี ีคุณสมบตั ิตามท่ผี ูจัดการประมลู กาํ หนดและไดรบั เลือกให เขาทําสัญญากับผูจัดการประมูล (ซ่ึงเรียกวา “ผูชนะการประมูล”) การประมูลสินคา 368 มาตรา 168 รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 369 มาตรา 179 รัฐบญั ญตั ิพาณิชย ค.ศ. 2005 370 มาตรา 188 รัฐบัญญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005
115 สามารถจัดขึ้นในรปู แบบการประมลู แบบเปด และการประมูลแบบจํากัด ซึ่งผจู ัดการประมูล จะเปนผูกําหนดรูปแบบการประมูล กฎหมายยังไดกําหนดหลักเกณฑและขั้นตอนในการ ประมูล เชน การเปดประมลู และการจัดทํารายงานการเปดประมูล เปนตน นอกจากนี้ยังให สิทธิคูสัญญาสามารถตกลงกําหนดใหผูชนะการประมูลวางเงินมัดจํา หรือวางหลักประกัน เพ่ือเปนการประกันการปฏิบัติตามสัญญาภายหลังการประมูลสิ้นสุดลง จํานวนเงินมัดจํา ดังกลาวใหเปนไปตามที่ผูจัดการประมูลกําหนดแตจะตองไมเกินรอยละ 10 มูลคาซื้อขาย ตามสญั ญา371 ผูจัดการประมูลสามารถยกเลกิ และจัดการประมูลขึ้นใหมอีกคร้ังหนึ่งไดหาก 1) มีการฝาฝน หลักเกณฑก ารประมลู และ 2) ผเู ขา รวมประมูลท้งั หมดไมมคี ณุ สมบัตติ ามทก่ี ําหนด372 4) การบรกิ ารดา นโลจสิ ติกส การบรกิ ารดานโลจิสติกสเปนกรณีท่ีผูประกอบการดําเนินการอยา งใดอยา งหนึ่งหรือหลาย อยางซ่ึงรวมถึงการรับ การขนสง บริการคลังสินคา ลานจัดเก็บสินคา การดําเนินพิธีการ ศุลกากรและขั้นตอนอื่นๆ และการจัดเตรียมเอกสาร การใหคําปรึกษาแกลูกคา การบริการ บรรจุหีบหอ ติดฉลาก การจัดสงสินคา หรือบริการอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวของกับสินคาตามขอตกลง กบั ลกู คา โดยไดรบั คา บริการเปน คาตอบแทนในการดาํ เนนิ การดงั กลาว ในการขนสงสินคา ผูป ระกอบการคา ท่ใี หบ ริการดานโลจิสติกสจ ะตองปฏิบตั ิตามกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติ ในการขนสงอยางเครงครัด สําหรับความรับผิดของผูบริการดานโลจิสติกส ผูบริการดานโลจิสติกสมีหนาที่ชดใชคาเสียหายไมเกินจํานวนท่ีตองรับผิดในความสูญหาย ของสนิ คา เต็มจํานวน373 5) การขนถายสนิ คาผา นเขตประเทศเวยี ดนามและการใหบ รกิ ารขนถายสนิ คา การขนถายสินคา ผานเขตประเทศเวียดนาม หมายถงึ การขนสง สนิ คา ขององคก รหรอื บุคคล ตางชาติผานเขตประเทศเวียดนาม รวมถึงการขนถายทางเรือ การขนสงสนิ คา การบริการ คลังสินคา การแยกสงสินคาทางเรือ หรือการเปลี่ยนแปลงวิธีการขนสง หรืองานอ่ืนๆ ทไ่ี ด ทําข้ึนในการขนถายสินคา ซ่ึงกฎหมายกําหนดใหสินคาที่ขนถายจะตองขนถายผานดาน ชายแดนระหวา งประเทศและการขนถายสนิ คา จะตองใชเสน ทางในเขตเวียดนามที่กําหนดไว เทาน้ัน การเปล่ียนแปลงเสนทางในการขนถายสินคาจะตองไดรับการอนุญาตจาก รฐั มนตรวี า การกระทรวงการขนสง กอ น374 6) การใหบ ริการการประเมินสินคาและบรกิ าร 371 มาตรา 231 รฐั บญั ญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005 372 มาตรา 232 รฐั บญั ญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005 373 มาตรา 238 รัฐบญั ญัตพิ าณชิ ย ค.ศ. 2005 374 มาตรา 243 รัฐบัญญตั ิพาณิชย ค.ศ. 2005
116 การใหบริการการประเมินสินคาและบริการ คือ การท่ีผูประกอบการคาดาํ เนนิ การตางๆ ที่ จําเปนเพือ่ กําหนดสภาพของสินคาท่ีแทจ รงิ ประเมนิ ผลการใหบริการ และการประเมินอื่นๆ ตามท่ีลูกคารองขอ ผปู ระกอบการคา ผูใ หบริการการประเมินดังกลาวจะตองมีคณุ สมบัตคิ อื 1) เปนบริษัทท่ีจัดต้ังขึ้นตามขอกําหนดของกฎหมาย และ 2) จะตองมีผูประเมินท่ีมี คุณสมบัตคิ รบถว นตามท่ีกฎหมายกําหนด375 7) การเชา ทรัพย การเชาทรัพย หมายถึง กิจกรรมเชิงพาณิชยที่คูสัญญาฝายหน่ึงโอนสิทธิครอบครองและ สิทธิในการใชทรพั ย (ซึ่งเรยี กวา “ผใู หเ ชา ”) ไปยังคูสัญญาอีกฝา ยหนึง่ (ซง่ึ เรียกวา “ผูเชา ”) เปนระยะเวลาหนึ่งเวลาใด โดยไดรับคาเชาเปนผลตอบแทนการใหเชาทรัพยดังกลาว กฎหมายอนุญาตผูเชาทําการเชาชวงทรัพยไดหากไดรับความยินยอมจากผูใหเชาซ่ึงผูเชา จะตองรบั ผิดในทรัพยท่เี ชาชวงเวนแตจะตกลงเปนอยางอ่ืนกับผูใหเชา นอกจากน้ีกฎหมาย ยังระบุวาการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธ์ิในทรัพยท่ีเชาจะไมสงผลใหสัญญาเชาส้ินสุดลงแต ประการใด 8) การใหใชสิทธิ์ในเครื่องหมายการคาในการดําเนินธุรกิจหรือธุรกิจแฟรนไชส (franchise) การใหใ ชส ทิ ธิ์ในเครอ่ื งหมายการคา ในการประกอบธรุ กิจหรอื ธรุ กจิ แฟรนไชส (franchise) คือการท่ผี ปู ระกอบการคาซึ่งเปน เจาของเครื่องหมายการคาหรอื บริการซึ่งก็คือผขู ายแฟรน ไชส (franchisor) อนุญาตและเรียกรองใหผูซื้อแฟรนไชส (franchisee) ซือ้ และขายสนิ คา หรือใหบ ริการภายใตช่ือของผูขายแฟรนไชสและตามวิธกี ารดาํ เนินธุรกจิ และจดั การองคก ร ตามทก่ี ําหนดโดยผขู ายแฟรนไชส ซึง่ รวมถึงการดําเนนิ การภายใตเ คร่อื งหมายการคา การ โฆษณา และความรคู วามชาํ นาญทางธรุ กจิ ของผขู ายแฟรนไชส และภายใตการควบคมุ และ ความชว ยเหลอื ของผขู ายแฟรนไชส ซงึ่ สัญญาแฟรนไชสจะตองทําข้นึ เปน ลายลกั ษณ อกั ษร376 นอกจากน้ีผทู ่ีประสงคจะขายแฟรนไชสจ ะตอ งทาํ การจดทะเบียนธรุ กิจแฟรนไชส กบั กระทรวงการคา กอนท่ีจะทําการใหส ิทธิ์ในเครอื่ งหมายการคาในการดาํ เนินธุรกิจ หรือ กอนทําการขายธุรกจิ แฟรนไชสใ หกบั ผปู ระกอบการคา อ่นื ๆ377 375 มาตรา 257 รัฐบญั ญตั พิ าณิชย ค.ศ. 2005 376 มาตรา 285 รัฐบัญญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005 377 มาตรา 291 รฐั บัญญตั พิ าณิชย ค.ศ. 2005
117 4.2.7 การเยียวยาความเสียหายทางการคา และการระงบั ขอ พิพาททางการคา 4.2.7.1 การเยยี วยาความเสียหายทางการคา ในกรณีท่ีคูสัญญาฝายหนึ่งฝายใดฝาฝนขอสัญญาเปนเหตุใหคูสัญญาอีกฝายหนึ่งไดรับความ เสียหายอนั เนอื่ งมาจากการผิดสญั ญาดังกลาว คสู ัญญาฝายท่ผี ิดสญั ญาจะตองรับผดิ ชอบตอการกระทําท่ี เปนการผิดสัญญาดงั กลาว ยกเวน ในกรณดี ังตอ ไปน3้ี 78 ก) มีขอ ตกลงระหวางคสู ญั ญาในการยกเวน ความรับผดิ ข) เม่อื มเี หตุสดุ วสิ ยั ค) การผิดสัญญาของคสู ญั ญาเกิดจากความผดิ ของคสู ญั ญาอกี ฝายหน่ึงโดยสน้ิ เชิง ง) การผิดสัญญาของคสู ัญญาเปนผลมาจากคําส่ังของหนว ยงานรัฐซ่ึงคสู ญั ญาไมส ามารถทราบ ถงึ คาํ สง่ั นั้นในขณะท่ีทําสญั ญา กฎหมายไดกําหนดมาตรการการเยยี วยาทางการคา ที่บังคบั ใชในประเทศเวียดนามซ่ึงคูสัญญา ฝา ยทีผ่ ิดสัญญาจะตอ งกระทําเพอื่ ชดใชค วามเสียหายใหแกคูสัญญาอีกฝา ยหนง่ึ ไวดงั น3ี้ 79 1) การเรยี กรองใหป ฏิบัติตามสญั ญา การเรียกรองใหป ฏบิ ัติตามสัญญาเปนวธิ ีการเยยี วยาท่ีคสู ญั ญาฝา ยท่ีไมไดผ ิดสัญญาเรียกรอง ใหคสู ญั ญาฝายท่ีผิดสัญญาปฏิบัติตามสัญญาอยางถูกตองเหมาะสม หรือใชวธิ ีการอ่ืนใดเพ่อื ปฏิบัติตามสัญญา โดยคูสัญญาฝายที่ผิดสัญญาจะตองเปนผูรับผิดชอบคาใชจายที่เกิดขึ้น จากการปฏบิ ัตติ ามสัญญาดังกลาว 2) เบยี้ ปรบั กรณีผดิ สญั ญา คูสัญญาอาจตกลงกําหนดเบี้ยปรับในสัญญา โดยจํานวนเบี้ยปรับหรือจํานวนเบ้ยี ปรับรวม ท้ังหมดในกรณีที่ผิดสัญญามากกวาหนึ่งครั้งจะตองไมเกินรอยละ 8 ของจํานวนเงินหรือ ความเสียหายในสวนที่ผิดสัญญา380 3) การชดใชคาเสียหายทเ่ี รียกรองไดตามกฎหมาย จํานวนคา เสียหายท่ีคูสัญญาฝายหนึ่งฝา ยใดสามารถเรียกรองได ไดแกมูลคาของตัวทรัพย และความเสียหายทางตรงท่ีคสู ัญญาฝายที่ไมไดผิดสัญญาไดรับเนื่องจากการผิดสัญญาของ อีกฝาย และผลกําไรทางตรงซ่ึงคูสัญญาฝายท่ีไมไดผิดสัญญาพึงจะไดรับหากไมมีการผิด สัญญาดงั กลาว381 4) การหยุดชาํ ระหนี้ตามสญั ญาชว่ั คราว 378 มาตรา 294 รฐั บญั ญัตพิ าณิชย ค.ศ. 2005 379 มาตรา 292 รัฐบัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005 380 มาตรา 301 รฐั บัญญตั ิพาณชิ ย ค.ศ. 2005 381 มาตรา 302 รฐั บัญญัติพาณิชย ค.ศ. 2005
118 สัญญาท่ีคูสัญญาไดหยุดปฏิบัติชําระหน้ีตามสัญญาเปนการชั่วคราวน้ันยังคงมีผลบังคับใช โดยสมบูรณ และคูสัญญาฝายท่ีผิดสัญญาสามารถเรียกรองคาเสียหายในระหวางที่มีการ หยดุ ชําระหน้ชี ว่ั คราวได 5) การบอกเลกิ สญั ญา เมื่อมีการบอกเลิกสัญญา สัญญาดงั กลาวมีผลส้ินสุดลงนับจากวันท่ีคูสัญญาฝา ยหนงึ่ ฝายใด ไดร ับคาํ บอกกลาวใหเลิกสญั ญาและระงับการปฏบิ ัตชิ ําระหนี้ตามสัญญา 6) การเพกิ ถอนสญั ญา เมื่อสัญญาถูกเพิกถอน สญั ญาน้ันตกเปนโมฆะนับต้ังแตวันที่ทําสัญญา และคูสัญญาไมตอง ปฏบิ ตั ิชําระหนต้ี ามสญั ญาอกี ตอไป 7) มาตรการเยียวยาอ่ืนๆ ตามท่ีคูสัญญาตกลงกัน ซึ่งจะตองไมขัดกับหลักกฎหมาย เวยี ดนามหรอื หลักปฏบิ ตั หิ รอื ขอตกลงระหวางประเทศทปี่ ระเทศเวยี ดนามเปนสมาชกิ ท้ังนี้ คูสัญญาฝายท่ีไมผิดสัญญายังมสี ิทธเิ รียกรองคาเสียหายเพ่ือความสูญเสียอันเกิดจากการ ผดิ สญั ญาของคสู ัญญาอีกฝายหน่งึ แมว าจะไดใ ชม าตรการเยยี วยาอื่นๆ ดังกลา วขางตน ไปแลวก็ตาม382 4.2.7.2 การระงับขอ พพิ าททางการคา รปู แบบของการระงับขอพิพาททางการคาทีบ่ ังคบั ใชในประเทศเวียดนามมีดังตอ ไปน้ี 1) การเจรจาตอรองระหวา งคูก รณี 2) การไกลเ กลย่ี ขอพพิ าทระหวางคกู รณโี ดยหนว ยงาน องคก ร หรอื บคุ คลทค่ี ูกรณไี ด ตกลงเลือกใหทาํ หนาที่เปน คนกลางในการไกลเ กล่ยี ขอพพิ าท 3) การระงบั ขอพิพาทโดยอนุญาโตตลุ าการ หรอื ศาล ท้งั นี้ สําหรับอายคุ วามในการฟองคดี คูกรณจี ะตองดําเนินการทางกฎหมายภายในระยะเวลา 2 ป นับจากวนั ทไ่ี ดม ีการละเมดิ สทิ ธแิ ละผลประโยชนต ามกฎหมาย383 4.3 กฎหมายภาษอี ากร 4.3.1. ภาษีเงนิ ไดบุคคลธรรมดา สภาแหงชาติเวียดนามไดต รารัฐบัญญัติ ฉบับท่ี 04/2007/QH1 วาดว ยภาษีเงินไดบ ุคคลธรรมดา เมื่อวันท่ี 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ซงึ่ มีผลบังคบั ใชเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2009 รฐั บัญญัติวาดวย ภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 ใชบังคับกับบุคคลธรรมดาที่มีรายไดที่ตองเสียภาษี โดยกําหนด กฎเกณฑเกี่ยวกับผูมีหนาท่ีเสียภาษี เงินไดที่ตองเสียภาษี เงินไดที่ไดรับการยกเวน เงื่อนไขการใชสิทธิ ลดหยอ น และวิธกี ารคาํ นวณภาษี 382 มาตรา 316 รฐั บญั ญตั ิพาณิชย ค.ศ. 2005 383 มาตรา 319 รัฐบญั ญัติพาณชิ ย ค.ศ. 2005
119 นอกจากน้ี กฎหมายอ่ืนๆท่ีเกยี่ วของกบั ภาษเี งนิ ไดบ ุคคลธรรมดา ไดแก - รัฐกฤษฎีกา ฉบับท่ี 65/2013/ND-CP ของรัฐบาล ลงวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ซึ่ง กําหนดรายละเอียดของบทบัญญัติของรัฐบัญญัติวาดวยภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาและรัฐ บัญญัติท่แี กไขเพม่ิ เตมิ บางบทบญั ญตั ขิ องรัฐบญั ญัตวิ าดว ยภาษีเงนิ ไดบ ุคคลธรรมดา - หนังสือเวียนฉบับที่ 111/2013/TT-BTC ของรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง ลงวนั ท่ี 15 สิงหาคม ค.ศ. 2013 ซ่ึงกําหนดแนวทางการบังคับใชรัฐบัญญัติวาดวยภาษีเงินไดบุคคล ธรรมดา รัฐบัญญัติที่แกไขเพ่ิมเติมบางบทบัญญัติของรัฐบัญญัติวาดวยภาษีเงินไดบุคคล ธรรมดา และรัฐกฤษฎีกาของรฐั บาล ฉบับที่ 65/2013/ND-CP 4.3.1.1 เงินไดท ต่ี องเสียภาษบี ุคคลธรรมดา ตามมาตรา 3 รฐั บัญญัติภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 เงนิ ไดท ่ีตองเสียภาษีเงนิ ไดบุคคล ธรรมดา หมายถงึ - รายไดจากธรุ กิจ - รายไดจากเงินเดือนและคา จา ง - รายไดจ ากการลงทุน - รายไดจากการโอนเงินทนุ - รายไดจ ากการโอนทรพั ยสิน - รายไดจ ากเงินรางวัล - รายไดจ ากคา สิทธิทรพั ยสนิ ทางปญ ญา - รายไดจากสญั ญาแฟรนไชส - รายไดจ ากกองมรดก - รายไดจ ากการไดรบั ของขวัญ 4.3.1.2 ผูมหี นา ท่ีเสียภาษเี งินไดบคุ คลธรรมดา การมีถ่ินท่อี ยูในเวียดนามเปนหลักเกณฑในการจําแนกผูมีหนา ที่เสียภาษีเงินไดบ ุคคลธรรมดา ตามมาตรา 2.1 ของรัฐบัญญัติภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 ผูมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคล ธรรมดา หมายถงึ - ผูท่มี ีถนิ่ ทีอ่ ยใู นเวยี ดนามท่ีมีเงินไดต ามท่บี ัญญตั ิไวต ามมาตรา 3 ของรฐั บญั ญัติฉบบั น้ี ทั้งท่ี ไดรับท้ังจากภายในและภายนอกประเทศ - ผูท ่ีไมม ีถนิ่ ที่อยูในเวยี ดนามที่มเี งินไดต ามทีบ่ ัญญตั ิไวต ามมาตรา 3 ของรัฐบัญญตั ฉิ บับน้ี ทมี่ าจากในประเทศเวียดนาม
120 ดงั นน้ั ผูท ี่มถี น่ิ ที่อยูในเวยี ดนามจะตองเสยี ภาษีเงินไดบ ุคคลธรรมดาสําหรับเงินไดท ่ีไดรบั ทั้งจาก ภายในและภายนอกประเทศ สําหรับผูที่ไมมีถ่ินท่ีอยูในประเทศเวียดนามจะตองเสียภาษีเงินไดบุคคล ธรรมดาเฉพาะเงนิ ไดท ี่มาจากในประเทศเวียดนามเทา น้นั มาตรา 2.2 ของรัฐบัญญัติภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 กําหนดใหผูที่มีคุณสมบัติ ดังตอไปนีเ้ ปนผมู ถี ่ินที่อยูใ นประเทศเวยี ดนาม - พํานักในเวียดนามเปนระยะเวลา 183 วันหรอื มากกวา ภายใน 1 ปปฏทิ ินหรือภายใน ชว งระยะเวลา 12 เดอื นตดิ ตอ กนั นับจากวนั ท่ีเขา ประเทศเวียดนาม - มีถ่ินท่ีอยูเปนหลักแหลงในเวียดนาม ไดแก มีใบรับรองวามีถิ่นท่ีอยูถาวรหรือเชาบานใน ประเทศเวียดนามโดยมหี ลักฐานตามสัญญาเชา 4.3.1.3 การคํานวณภาษีเงนิ ไดบ คุ คลธรรมดา เงนิ ไดพ ึงประเมนิ = เงินไดท ี่ตองเสียภาษี – คา ลดหยอน ภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา = เงนิ ไดพึงประเมิน x อัตราภาษี 1. ผมู ีถิ่นทีอ่ ยูในประเทศเวยี ดนาม มาตรา 10 - 18 ของรัฐบญั ญตั ภิ าษีเงินไดบ คุ คลธรรมดา ค.ศ. 2007 ระบุหลกั การกาํ หนดรายได ทตี่ อ งชาํ ระภาษจี ากแหลง รายไดต า งๆ ตามทีร่ ะบุไวใ นมาตรา 3 ของรฐั บัญญตั ิฉบบั เดยี วกัน ตามมาตรา 21 ของรฐั บัญญัติภาษีเงนิ ไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 เงินไดพึงประเมิน คอื เงิน ไดท่ีตองเสียภาษีท้ังหมดหักดวยคาลดหยอน ทงั้ นี้ รฐั บาลไดกําหนดคาลดหยอนภาษีจากตนทุนในการ ประกอบกจิ การ คา ประกันสงั คม คาประกันสุขภาพ คาลดหยอ นสําหรบั ครอบครวั โดยคา ลดหยอนสาํ หรบั ครอบครวั ประกอบดว ยสองสว นคือ384 - คา ลดหยอนท่ใี ชกบั ผเู สียภาษีทกุ คนคดิ เปน 9 ลา นดองตอเดือน (108 ลานดองตอป) - คา ลดหยอนสาํ หรบั แตละบคุ คลในอุปถัมภคิดเปน 3.6 ลานดองตอ เดอื น ท้ังนี้ คาลดหยอนสําหรับครอบครัวสามารถนํามาหักลดหยอนสําหรับเงินไดจากเงินเดือน คา จางและธรุ กจิ ของผูทีพ่ ํานักอาศยั ในประเทศกอนจะนําไปคํานวณภาษี แตไมสามารถนําไปหักจากเงนิ ไดที่เกิดจากเงนิ ไดป ระเภทอ่ืน เชนรายไดจ ากการชิงรางวัล มรดก เงินบริจาค เงนิ ปนผลจากเงินลงทุน หรอื หนุ เปน ตน 384 มาตรา 12 รฐั กฤษฎกี า ฉบับท่ี 65/2013/ND-CP ของรฐั บาล ลงวันท่ี 27 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ซ่งึ กาํ หนด รายละเอียดของบทบัญญตั ิของรฐั บญั ญัติวาดวยภาษเี งนิ ไดบคุ คลธรรมดาและรัฐบญั ญัตทิ ่ีแกไ ขเพม่ิ เตมิ บางบทบญั ญัติ ของรัฐบัญญัตวิ าดวยภาษเี งนิ ไดบ คุ คลธรรมดา
121 ในกรณีท่ีดัชนีราคาผูบริโภค (CPI) ผันผวนมากกวารอยละ 20 เทียบกับการปรับอัตราคา ลดหยอนสําหรับครอบครัว รัฐบาลจะรองขอตอ คณะกรรมการของสภาแหงชาติในการท่ีจะทาํ การปรับ อัตราคา ลดหยอนสําหรบั ครอบครวั สําหรับการกําหนดอตั ราภาษีครัง้ ตอไปเพื่อใหเหมาะสมกับดัชนีราคา ผบู รโิ ภค (CPI) ตาราง 4 อัตราภาษเี งินไดบ คุ คลธรรมดาแบบกา วหนาสําหรบั เงนิ ไดจ ากธรุ กิจและเงนิ เดือนที่ไดรับโดยผมู ี ถิ่นทอ่ี ยใู นเวียดนาม ลําดบั รายไดพ ึงประเมนิ ตอป รายไดพ ึงประเมินตอเดือน อัตราภาษี ภาษี (ลานดอง) (ลา นดอง) (รอ ยละ) 1 ไมเกิน 60 2 จาก 60 ถึง 120 ไมเกิน 5 5 3 จาก 120 ถึง 216 จาก 5 ถึง 10 10 4 จาก 216 ถึง 384 ลาน จาก 11 ถึง 18 15 5 จาก 384 ถงึ 624 ลาน จาก 19 ถงึ 32 20 6 จาก 624 ถึง 960 ลาน จาก 33 ถึง 52 25 7 มากกวา 960 ลาน จาก 53 ถงึ 80 30 มากกวา 80 35 ตาราง 5 อัตราภาษสี าํ หรบั บุคคลธรรมดาผมู ถี ิน่ ท่ีอยูในเวียดนามสาํ หรับเงินไดอ่ืนๆ แหลงที่มาของเงินได อตั ราภาษี (รอยละ) เงินไดจากเงนิ ลงทุน (เชน เงนิ ปน ผลและ 5 ดอกเบ้ีย) เงินไดจากคา ลิขสิทธ์ิ สัญญาแฟรนไชส 5 เงนิ ไดจ ากการแขงขนั และของรางวลั 10 เงินไดจ ากการไดรับมรดกและของขวญั 10 เงินไดจากการโอนเงนิ ทุน 20 เงินไดจ ากการโอนหลกั ทรัพย 0.1 ของราคาโอนหรือ 20 ของกําไรจากการโอน เงินไดจ ากการโอนทรพั ยส นิ 2 ของราคาทรัพยสินหรอื 25 ของกาํ ไรจากการ โอน 2. ผทู ไ่ี มม ีถิน่ ท่อี ยใู นประเทศเวียดนาม รัฐบัญญัติภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ค.ศ. 2007 กําหนดอัตราภาษีของเงินไดแตละประเภท ดังตอ ไปน้ี
122 อัตราภาษจี ากรายไดจากการประกอบธุรกจิ ในเวยี ดนามสําหรับผูที่ไมมถี น่ิ ทอ่ี ยใู นเวยี ดนาม ประเภทของเงินได แหลงที่มาของรายได อตั ราภาษี (รอยละ) รายได : เงนิ ไดที่เกิดจากการขายสินคาและบริการ รวมท้งั คาใชจายที่ เกดิ จากการซ้อื สินคา และบรกิ ารในนามของผูท่ไี มมี เงินไดจากการประกอบ ถน่ิ ท่อี ยู แตไ มไดคนื เงนิ แบง ออกเปน 3 กลมุ ธรุ กจิ รายไดจ ากการขายสนิ คา รายไดจ ากการใหบรกิ าร 1 5 รายไดจากการประกอบการอตุ สาหกรรม การกอสราง การ 2 ขนสง และ ธุรกจิ อืน่ ๆที่มลี ักษณะเดียวกนั เงนิ ไดจ ากคา จา ง รายไดจากคา จา งหรือคา ตอบแทนทีผ่ ูท ่ไี มมถี ิน่ ที่อยใู นประเทศ 20 คา ตอบแทน เวียดนามไดร ับจากการทํางานในประเทศเวียดนาม ไมวา จะ ไดรับเงินภายในประเทศหรือภายนอกประเทศ จาํ นวนทงั้ หมดของรายไดผ ทู ี่ไมมีถ่ินท่ีอยูในประเทศเวียดนามได เงินไดจากเงนิ ลงทุน จากการ โอนเงนิ ทนุ ไปยังคนเวียดนาม, องคก รของประเทศ 0.1 เวียดนาม ไมว า การโอนเงนิ นั้นจะไดกระทําขน้ึ ภายในหรือ ภายนอกประเทศ เงินไดจากการโอน ราคาทรพั ยสนิ 2 ทรพั ยส นิ รายไดท่มี ากกวา 10 ลา นดอง คา ลิขสิทธิ์ จากการโอนลิขสิทธใ์ิ นการใชทรพั ยส นิ ทางปญญา สญั ญาแฟรนไชส จากการโอนสิทธิในการใชเ ทคโนโลยีหรือ 5 จากสัญญาแฟรนไชสใ นประเทศเวียดนาม ของรางวัล การไดรบั เงินไดข องรางวัล การไดรับมรดกและของขวญั ท่มี ูลคามากกวา 10 มรดกและของขวญั 10 ลานดองในแตละครัง้ ในประเทศเวยี ดนาม 4.3.2 ภาษีเงนิ ไดน ติ ิบคุ คล ในชวงตน ทศวรรษที่ 20 ภาษีเงินไดนิตบิ ุคคลเก่ียวของกับหนวยการผลิตของรัฐ (ระบบการหัก กําไร) ตอมาสภาแหงชาติไดตรารัฐบัญญัติภาษีเงินได ค.ศ. 1990 และนํามาปรับใชกับทุกองคกรและ บุคคลที่ประกอบธุรกิจในทุกภาคสวนของเศรษฐกิจ โดยภาษีเงินไดจะจัดเก็บจากกําไรท่ีไดจากการทํา ธรุ กิจ เพ่ือแกไขปญหาขอจํากัดในภาษีดานตางๆ สภาแหงชาติไดออกรัฐบัญญัติภาษีเงนิ ไดนิติบุคคล ค.ศ. 1997 ซึ่งมีผลบังคับใชวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1999 (แกไขเพ่ิมเติมใน ค.ศ. 2003) ใน ค.ศ. 2008
123 สภาแหงชาตไิ ดบัญญัติรัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิตบิ ุคคลข้ึนใหม มีผลบังคับใชวันท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 2009 (รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิตบิ ุคคล ค.ศ. 2008) 385 และในวันที่ 19 มถิ ุนายน ค.ศ. 2013 สภาแหงชาติตรา รัฐบัญญัติเพื่อแกไขบางมาตราในรัฐบัญญตั ิภาษีเงินไดนิตบิ ุคคล ซ่ึงมผี ลบังคับใชตัง้ แต 1 มกราคม ค.ศ. 2014 (รฐั บญั ญัติภาษเี งินไดน ิติบุคคล ค.ศ. 2013)386 4.3.2.1 บทนาํ เกีย่ วกบั ภาษีเงินไดน ติ ิบคุ คล ภาษีเงนิ ไดน ิติบคุ คลเปนภาษีท่เี รียกเกบ็ จากรายไดของหนวยธรุ กิจ ปจจุบันภาษีเงินไดน ิติบุคคล ถกู กาํ หนดโดยกฎหมายดงั น้ีคอื 1) รฐั บญั ญัติภาษเี งินไดน ิตบิ ุคคล ค.ศ. 2008 2) รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติบุคคล ค.ศ. 2013 ซึ่งไดแกไขบางมาตรารัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติ บุคคล ค.ศ. 2008 3) รัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 218/2013/ND-CP ของรัฐบาล ลงวันท่ี 26 ธันวาคม ค.ศ. 2013 ซ่ึง กําหนดรายละเอยี ดและแนวทางการบังคับใชรฐั บัญญตั ิภาษเี งนิ ไดน ติ ิบคุ คล ตามรัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติบุคคล ค.ศ. 2008 ภาษีเงินไดนิติบุคคลใหจัดเก็บจากเงินไดของ องคกรท่ีไดจากการผลิตสินคาและบริการ ภาษีเงินไดนิติบุคคลไมร วมถึงเงินรายไดข องบุคคลธรรมดาที่ ไดจ ากการผลติ สินคาและการใหบ ริการ (ซง่ึ ระบุเปนฐานภาษเี งนิ ไดบคุ คลธรรมดา) 4.3.2.2 หนวยธรุ กจิ ที่มหี นา ทีต่ อ งเสียภาษเี งนิ ไดนติ ิบคุ คล หนวยธุรกิจที่มีหนาท่ีตองเสยี ภาษีเงินไดนิตบิ ุคคล คือ ธุรกิจและองคก รอ่ืนๆท่ีเก่ียวของกับการ ผลติ สินคาและบริการซ่งึ มีเงนิ ไดท ต่ี อ งนาํ มาเสียภาษีตามกฎหมาย หนวยธรุ กจิ ทีม่ หี นาที่ตอ งเสยี ภาษเี งนิ ไดน ติ ิบคุ คลสามารถแบงออกเปน 2 กลมุ ดังตอ ไปนี้ ก.) องคกรซงึ่ เปน วสิ าหกิจ สหกรณการผลิตและการคาสนิ คา และบรกิ าร รวมถงึ - วิสาหกิจที่จัดต้ังขึ้นตามกฎหมายเวียดนาม เชน บริษัทเอกชน บริษัทจํากัด บริษัทรวม ทุน หา งหนุ สวน กลมุ บริษัท - วิสาหกิจท่ีจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายตางประเทศ (ตอไปในที่น้ีจะเรียกวาวสิ าหกิจตางชาติ) โดยมีหรอื ไมม สี ถานประกอบการในประเทศเวียดนาม ตามมาตรา 1 รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติบุคคลฉบับแกไขเพิ่มเติม ค.ศ. 2013 สถาน ประกอบการของวสิ าหกิจตา งชาติในประเทศเวียดนาม คอื สถานประกอบการซ่ึงบริษัท 385 รฐั บญั ญตั ิ ฉบบั ที่ 14-2008-QH12 ลงวันที่ 3 มถิ นุ ายน ค.ศ. 2008 วาดวยภาษีเงนิ ไดนติ ิบคุ คล 386 รัฐบญั ญตั ิ ฉบับที่ 32/2013/QH13 ลงวนั ท่ี 19 มิถนุ ายน ค.ศ. 2013 แกไ ขเพม่ิ เตมิ บทบญั ญัติบางประการของรัฐ บญั ญัติวา ดว ยภาษีเงนิ ไดน ติ ิบุคคล
124 ต า ง ช า ติ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร ผ ลิ ต แ ล ะ ข า ย สิ น ค า แ ล ะ บ ริ ก า ร ส ว น ห นึ่ ง ห รื อ ท้ั ง ห ม ด ภายในประเทศเวยี ดนาม ซงึ่ รวมถงึ o สาขา สํานักงานธุรการ โรงงาน หองปฏิบัติการ อุปกรณท่ีใชในการขนสง บอ น้ํามัน แหลงกาซธรรมชาติ เหมืองแร หรือเหมืองทรัพยากรธรรมชาติอื่นใน ประเทศเวียดนาม o สถานทีก่ อ สราง ตกึ ที่ติดตั้งและ/หรอื ทปี่ ระกอบช้นิ สว น o สถานทใี่ หบริการ รวมถึง การใหคําปรึกษาผานทางลูกจางหรือบคุ คลหรือองคกร อนื่ o ตัวแทนของวสิ าหกจิ ตางชาติ o ตัวแทนในประเทศเวียดนาม (ในกรณีท่ีตัวแทนท่ีไดรับอนุญาตอยางเปนทางการ และไมเปนทางการใหทําสัญญาในนามของตัวแทนวิสาหกิจตางชาติ) ที่มีการสง มอบสินคา และใหบ รกิ ารในประเทศเวยี ดนามอยา งสมา่ํ เสมอ - องคก รที่กอ ตัง้ โดยกฎหมายสหกรณ อนั ไดแก สหกรณ สมาพันธส หกรณ และสหการ ข.) องคก รทไี่ มใชสหกรณ วสิ าหกจิ ท่ที ําการผลติ และธุรกิจโดยมีรายได รวมถงึ - หนวยทางธุรกิจทกี่ อตั้งตามกฎหมายเวียดนาม ไดแก องคก รทางเศรษฐกิจขององคกร ทางการเมือง ทางสังคม และหนวยทางการทหาร; ตัวแทน หนวยทางธุรกิจท่เี ก่ียวของ กบั การผลติ และการขายสินคา และบริการ - องคก รอน่ื ทปี่ ระกอบกิจกรรมการผลิตหรอื ประกอบธุรกจิ ทก่ี อใหเกดิ รายได 4.3.2.3 เงนิ ไดท ่ตี องเสยี ภาษีเงินไดนติ บิ คุ คล ตามมาตรา 3 รัฐบัญญตั วิ า ดว ยภาษีเงนิ ไดนิติบคุ คล ค.ศ. 2008 เงินไดท ่ีตองเสยี ภาษี คอื เงนิ ได ท่ไี ดรบั จากการผลติ และการขายสินคา บรกิ ารและเงินไดอน่ื ๆ ตามมาตรา 3 วรรคสอง รัฐบัญญัติวาดวยภาษีเงินไดน ิติบุคคล ค.ศ. 2008 ฉบับแกไขเพ่ิมเติม ค.ศ. 2013 เงินไดอ ื่นๆ ไดแ ก - เงนิ ไดจ ากการโอนเงนิ ทุน การโอนสทิ ธิในการรวมทุน - เงินไดจากการโอนอสังหาริมทรัพย การโอนโครงการลงทุน การโอนสิทธิการเขารวมใน โครงการลงทุน การโอนสิทธใิ นการสํารวจและใชป ระโยชนเ หมืองแร - เงินไดจากการใชประโยชนอ สังหาริมทรัพย การเปนเจาของอสังหาริมทรัพย รวมถึงรายได จากสิทธทิ างทรัพยส นิ ทางปญ ญา - เงินไดจ ากการโอนสทิ ธิการเชา จากดอกเบีย้ เงินฝาก เงนิ กู การขายเงนิ ตราตา งประเทศ - เงนิ ไดค ืนจากหนส้ี ูญ - เงนิ ไดทีเ่ กดิ จากหนท้ี ่จี ายแกเ จาหนท้ี ไ่ี มส ามารถระบุได
125 - เงนิ ไดจ ากธุรกจิ ทไ่ี มไดม ีการรายงานในปท ่ีผา นมา และ - เงินไดอ ่ืนๆ ซงึ่ รวมถึงเงนิ ไดจากการผลติ และธุรกจิ นอกประเทศเวียดนาม 4.3.2.4 วธิ ีการคํานวณภาษีเงนิ ไดน ิติบุคคล มาตรา 6 รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนติ ิบุคคล ค.ศ. 2008 บัญญัติวิธีการคํานวณภาษีเงินไดนติ ิบุคคล จากเงนิ รายไดพ งึ ประเมนิ และอัตราภาษีดงั น้ี ภาษเี งนิ ไดนติ ิบุคคล = เงนิ ไดพงึ ประเมนิ × อตั ราภาษี ก. เงินไดพงึ ประเมิน ตามมาตรา 7 รฐั บญั ญตั ภิ าษีเงนิ ไดนิติบคุ คล ค.ศ. 2008 เงนิ ไดพงึ ประเมิน หรอื เงินไดสุทธทิ ่จี ะ นําไปคํานวณภาษีเงินไดนิติบคุ คล คือ เงินไดที่ตองเสียภาษี หักลบดวยเงินไดท่ีไดรับยกเวนภาษี และผล ขาดทุนทย่ี กยอดจากรอบปภาษีท่ผี า นมา เงินไดพ งึ ประเมิน = เงนิ ไดท ต่ี องเสียภาษี – เงนิ ไดทไ่ี ดรับยกเวนภาษี – ผลขาดทุนสะสม สว นเงนิ ไดที่ตองเสียภาษี เงนิ ไดท ่ีตอ งเสียภาษี = เงินไดทัง้ หมด – คาใชจ า ยทีใ่ ชลดหยอ นภาษีได + รายไดอน่ื ๆ - เงินไดท้งั หมด (revenue) คอื จํานวนเงินไดทัง้ หมดท่ีนิติบุคคลไดรับจากการขาย การผลติ การบรกิ าร เงินไดท่ไี ดร ับจะตองเปนจาํ นวนเงนิ ในหนว ยเงินดองเวียดนาม หรือหากไดร บั ใน หนวยเงินตราตางชาติจะตองเปลี่ยนเปนหนวยเงินดอง โดยใชอัตราแลกเปล่ียนท่ี ประกาศใชโ ดยธนาคารแหง ประเทศเวียดนามในเวลาที่ไดรบั เงินตราตางประเทศน้นั - คา ใชจา ยท่ใี ชล ดหยอ นภาษี (Deductible expenses) จะตอ งเขา เง่ือนไขสองประการดังน้ี o คาใชจายท่แี ทจริงท่เี กิดขึ้นโดยตรงจากการผลิตและการประกอบกจิ การ o คา ใชจ ายท่ีมใี บกํากับภาษีเต็มรูปแบบและใบสาํ คัญจาย (vouchers) ตามทีร่ ะบุใน กฎหมาย สําหรับการซอ้ื สินคาและบริการท่ีมีมูลคาอยางนอย 20 ลานดองจะตอง ใชใบสาํ คญั จา ย - เงินไดอ ื่น ไดแ ก o เงนิ ไดจ ากการโอนเงนิ ทนุ การโอนสิทธใิ นการรวมทนุ o เงินไดจากการโอนอสังหาริมทรัพย การโอนโครงการลงทุน การโอนสิทธิการเขา รวมในโครงการลงทนุ การโอนสิทธใิ นการสาํ รวจและใชประโยชนเหมอื งแร o เงินไดจากการใชประโยชนอสังหาริมทรัพย การเปนเจาของอสังหาริมทรัพย รวมถึงรายไดจากสิทธทิ างทรัพยสินทางปญ ญา
126 o เงินไดจากการโอนสิทธิการเชา จากดอกเบ้ียเงินฝาก เงินกู การขายเงินตรา ตางประเทศ o เงนิ ไดคนื จากหนส้ี ูญ o เงนิ ไดท ่ีเกดิ จากหน้ที ่จี ายแกเ จา หนีท้ ไี่ มสามารถระบุได o เงินไดจ ากธรุ กจิ ทไี่ มไดมกี ารรายงานในปท่ีผา นมา o เงนิ ไดอ ื่นๆ ซง่ึ รวมถึงเงินไดจ ากการผลิตและธรุ กิจนอกประเทศเวียดนาม ข. อัตราภาษี นับแต 1 มกราคม ค.ศ. 2014 อัตราภาษีเงินไดน ิติบุคคลลดลงจากรอยละ 25 เปนรอยละ 22 และหลังจาก 1 มกราคม ค.ศ. 2016 อัตราภาษีเงินไดนิติบุคคลจะอยูที่รอยละ 20 สวนวิสาหกิจที่มี รายไดไ มเ กนิ กวาสองพนั ลานดองจะใชอัตราภาษีรอยละ 20 อัตราภาษีเงินไดนิติบุคคลสําหรับธุรกิจเก่ียวกับการคนหา สํารวจ ใชประโยชนจากน้ํามันและ แหลง กาซหรือทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีคาอ่ืนๆในประเทศเวียดนาม จะเสยี ภาษีเงินไดนิติบุคคลระหวาง รอยละ 32 - 50 ขึ้นอยกู ับประเภทของโครงการ 4.3.2.5 ภาษีเงนิ ไดบ คุ คลอตั ราพิเศษ ก. เงื่อนไขของภาษีเงินไดนติ บิ คุ คลอตั ราพเิ ศษ ตามมาตรา 18 รัฐบัญญัติภาษีเงินไดนิติบุคคล ค.ศ. 2008 วิสาหกิจท่มี ีสิทธิชําระภาษีเงินไดน ิติ บุคคลอัตราพเิ ศษ ตองเคารพเงอื่ นไขสองประการดังน้ี - ปฏบิ ตั ิตามระบบบัญชที ่กี าํ หนดไวตามกฎหมาย เก็บรักษาใบกาํ กับภาษีและใบสําคญั จา ย - ชาํ ระภาษีตามทีแ่ จง ข. รายละเอยี ดเกีย่ วกับสทิ ธิประโยชนเกี่ยวกับอตั ราภาษี 1) อตั ราภาษีพิเศษ 1.1 อตั ราภาษีเงนิ ไดน ิติบคุ คลรอ ยละ 10 เปน ระยะเวลา 15 ป สาํ หรบั - เงินไดจ ากวสิ าหกจิ ท่มี ีโครงการลงทนุ ในพนื้ ที่ทม่ี ีสภาพสงั คมและเศรษฐกิจทขี่ ัดสน ใน เขตเศรษฐกิจ หรือเขตไฮเทค โดยโครงการนนั้ จะตอ งเปนโครงการลงทนุ ทีเ่ กย่ี วกับ การใชเทคโนโลยีข้ันสูง - การประกอบการเกษตรภายใตบ ทบัญญัตขิ องกฎหมายเกยี่ วกับเทคโนโลยขี นั้ สงู - เงินไดจากโครงการการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิต (ยกเวนธุรกิจท่ีอยูภายใต ภาษีสรรพสามิตและโครงการเหมืองแร) และเปนโครงการที่มีคุณสมบัติประการใด ประการหนึง่ คือ o เปนโครงการท่มี ีการลงทุนอยางนอย 6 ลานลานดอง มีการเบกิ จา ย 3 ปนับต้ังแต วันที่ไดรับใบรับรองการลงทุนและมีเงินรายไดอยางนอย 10 ลานลานดองตอป ภายใน 3 ปหลงั จากปท่ไี ดรบั ผลกําไร
127 o หรือเปนโครงการที่มีการลงทุนอยางนอย 6 ลานลานดอง มีการเบิกจาย 3 ป หลงั จากวนั ทไี่ ดร บั ใบรับรองการลงทนุ และมีแรงงานมากกวา 3,000 คน 1.2 อตั ราภาษีเงนิ ไดนติ ิบคุ คลรอยละ 10 ตลอดระยะเวลาดําเนินการ สาํ หรบั - เงินไดของนิติบุคคลที่ประกอบกิจกรรมทางสังคมในดานการศึกษา การฝกอบรม การ ฝกอาชีพ การดูแลสุขภาพ วฒั นธรรม กฬี า และสง่ิ แวดลอม - เงินไดจากโครงการลงทุนเก่ียวกบั ธรุ กิจท่ีอยูอาศยั สวัสดิการ ตามทบ่ี ญั ญตั ใิ นมาตรา 53 ของกฎหมายทีอ่ ยอู าศยั - เงินไดจากการพิมพ ไดแก โฆษณาในหนังสือพิมพตามกฎหมายการพมิ พ - เงนิ ไดจ ากการเปนตวั แทนส่อื ภายใตกฎหมายสอ่ื มวลชน - เงินไดนติ ิบุคคลทม่ี าจากการปลกู ปาและอนุรกั ษปา ไม - เกษตรกรรมและการประมงในพืน้ ที่ทีม่ ีสภาพสงั คมและเศรษฐกจิ ทีข่ ดั สน - การผสมพนั ธสุ ัตวแ ละปศุสตั ว - การทาํ เหมืองเกลอื และกล่ันเกลือ 1.3 อัตราภาษีเงินไดนติ บิ ุคคลรอยละ 20 (รอ ยละ 17 ใน ค.ศ. 2016) ตลอดระยะเวลา 10 ป สําหรับ - เงนิ ไดจ ากโครงการการลงทนุ ใหมในพนื้ ท่ีท่มี สี ภาพสังคมและเศรษฐกิจที่ขัดสน - เงินไดจากโครงการการลงทุนใหมในอุตสาหกรรมการผลิตเหล็ก การผลิตอุปกรณ ประหยัดพลงั งาน การผลติ อุปกรณสาํ หรับการเกษตร ปาไม ประมง เกลือ - การผลติ เคร่ืองมือเก่ยี วกับการชลประทาน - การผลิตอาหารสตั ว ผลิตภัณฑจากเน้อื สตั ว ผลิตภณั ฑจากสตั วน า้ํ - การพฒั นาอตุ สาหกรรมดง้ั เดิม 1.4 อตั ราภาษีเงนิ ไดนติ ิบคุ คลรอยละ 20 ตลอดระยะเวลาดําเนินการ (รอยละ 17 หลงั จาก วนั ท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 2016) สําหรับ - เงินไดของกองทุนการใหสินเช่ือแกประชาชนและสถาบันการเงินระดับฐานราก (microfinance institution) 2.) การยกเวนภาษีและลดภาษี 2.1 เงินไดท่ีไดรับยกเวนภาษีเปนเวลา 4 ป และลดภาษีรอยละ 50 ของภาษีที่จะตองจาย สําหรบั 9 ปถัดไป - เงนิ ไดของนิตบิ คุ คลจากการลงทนุ ในโครงการใหม - เงินไดของนิติบุคคลจากการลงทุนโครงการใหมทางดานสังคมในพ้ืนที่ที่มีสภาพ เศรษฐกจิ และสังคมขัดสนหรอื ขัดสนมาก - วสิ าหกจิ ท่ีใชเ ทคโนโลยขี ั้นสงู วสิ าหกิจการเกษตรทีใ่ ชเทคโนโลยขี น้ั สงู
128 2.2 เงินไดที่ไดรับยกเวนภาษีเปนเวลา 4 ป และลดภาษีรอยละ 50 ของภาษีท่ีจะตองจาย สาํ หรับ 5 ปถ ดั ไป - เงนิ ไดน ติ บิ ุคคลท่ีมโี ครงการลงทนุ เกย่ี วกบั สงั คมอื่นๆนอกจากขางตน ในพ้ืนทท่ี ี่มีสภาพ เศรษฐกจิ ขัดสนหรอื ขดั สนมาก 2.3 เงินไดที่ไดรับยกเวนภาษีเปนเวลา 2 ป และลดภาษีรอยละ 50 ของภาษีท่ีจะตองจาย สําหรับ 4 ปถ ัดไป - เงินไดนิติบุคคลจากโครงการลงทุนใหมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็ก อุปกรณประหยัด พลังงาน อุปกรณเกี่ยวกับการทําเกษตรกรรม ปาไม ประมง เกลือ เคร่ืองมือเกี่ยวกับ การชลประทาน อาหารสัตว ผลิตภณั ฑจ ากเนอื้ สตั ว และ พัฒนาอุตสาหกรรมดัง้ เดิม - เงินไดนิติบุคคลจากโครงการลงทุนใหมในนิคมอุตสาหกรรม (ยกเวน โครงการทตี่ ้ังอยู ในโซนอุตสาหกรรมทม่ี คี วามเจรญิ ทางสังคมและเศรษฐกิจ) ระยะเวลาการยกเวนภาษีหรือลดภาษีสําหรับนิติบุคคลจากการลงทุนในโครงการใหม จะ นับต้ังแตปแรกที่เร่ิมมีรายไดจากการลงทุนท่ีตองเสียภาษี หากไมมีรายไดท่ีตองเสียภาษีในสามปแรก การยกเวนภาษแี ละการลดภาษจี ะเร่มิ นบั ต้ังแตปท ่ี 4 4.3.2.6 การยกยอดผลขาดทุน นติ บิ ุคคลทีข่ าดทุนมสี ทิ ธิท่ีจะยกยอดผลขาดทุนดงั กลา วมาหักลางเงินไดพึงประเมินในปตอๆ ไป ผลขาดทนุ ดังกลา วสามารถนํามาใชส ะสมได 5 ปนับจากปท่เี กิดผลขาดทุนน้นั 4.3.3 ขอตกลงการยกเวนการเกบ็ ภาษซี อนและการปองกนั การเลย่ี งภาษี 4.3.3.1 บทนาํ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 ประเทศเวียดนามไดทําขอตกลงการเวนการเก็บภาษีซอน และการปองกันการเลย่ี งภาษกี ับ 69 ประเทศ จุดประสงคของขอตกลงการเวนการเก็บภาษีซอนและการปองกันการเลี่ยงภาษี คือเพื่อท่ีจะ เล่ียงการเก็บภาษซี อ น โดยการ ก. ยกเวนหรือลดภาษีในประเทศเวียดนามสําหรับผูมีถิ่นที่อยูในประเทศที่เปนภาคีของ ขอตกลงดังกลาว หรือ ข. ระงบั การจา ยภาษีในประเทศเวยี ดนาม หากไดชําระจาํ นวนภาษีเทา กับท่ีควรจะตอ งจาย ใหก ับประเทศเวยี ดนามแลวในประเทศท่เี ปนสมาชกิ ของขอตกลงน้ี นอกจากนี้ขอตกลงดังกลาวยังไดวางกรอบกฎหมายสําหรับความรวมมือระหวางหนวยงาน ผูรับผิดชอบดานภาษีในประเทศเวียดนามและหนวยงานของตางประเทศในการบริหารจัดการภาษี ระหวางประเทศเพ่อื ปองกันการหลบเล่ียงภาษเี งนิ ไดและภาษที รัพยสนิ
129 ตาราง 6 ขอ ตกลงการเวนการเกบ็ ภาษซี อ นและการปอ งกนั การเลยี่ งภาษีทเี่ วียดนามเปน ภาคี ลาํ ดับ ชื่อประเทศ วนั ท่ที ําขอตกลง วันทมี่ ผี ลใชบ งั คบั 1 เครือรัฐออสเตรเลีย 30 ธนั วาคม ค.ศ. 1992 2 สาธารณรัฐฝรง่ั เศส 13 ตุลาคม ค.ศ. 1992 ณ กรงุ ฮานอย 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 10 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 1993 ณ 3 ราชอาณาจักรไทย กรุงฮานอย 29 ธนั วาคม ค.ศ. 1992 4 สหพันธรฐั รสั เซยี 23 ธนั วาคม ค.ศ. 1992 ณ กรงุ ฮานอย 21 มีนาคม ค.ศ. 1996 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1993 ณ 5 ราชอาณาจักรสวีเดน กรุงฮานอย 8 สิงหาคม ค.ศ. 1994 6 สาธารณรัฐเกาหลี 24 มีนาคม ค.ศ. 1994 ณ สตอกโฮลม 11 กนั ยายน ค.ศ. 1994 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1994 ณ (เกาหลใี ต) กรงุ ฮานอย 15 ธันวาคม ค.ศ. 1994 7 สหราชอาณาจักร 9 เมษายน ค.ศ. 1994 ณ กรุงฮานอย ขอ ตกลง: 9 กนั ยายน 8 สาธารณรฐั สิงคโปร ขอตกลง 2 มนี าคม ค.ศ. 1994 ณ ค.ศ. 1994 กรุงฮานอย พิธีสาร: 11 มกราคม 9 สาธารณรัฐอนิ เดีย พิธสี ารแกไขเพิ่มเตมิ ขอ ตกลง ค.ศ. 2013 10 ฮังการี 12 กันยายน ค.ศ. 2012 ณ สิงคโปร 2 กมุ ภาพนั ธ ค.ศ. 1995 11 สาธารณรัฐโปแลนด 7 กันยายน ค.ศ. 1994 ณ กรงุ ฮานอย 30 มิถุนายน ค.ศ. 1995 12 ราชอาณาจักร 26 สงิ หาคม ค.ศ. 1994 ณ บูดาเปสต 28 มกราคม ค.ศ. 1995 31 สงิ หาคม ค.ศ. 1994 ณ วอรซ อ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1995 เนเธอรแลนด 24 มกราคม ค.ศ. 1995 ณ กรงุ เฮก 13 สาธารณรัฐประชาชนจนี 14 ราชอาณาจักรเดนมารก 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 ณ ปกกิ่ง 18 ตลุ าคม ค.ศ. 1996 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 ณ 24 เมษายน ค.ศ. 1996 15 ราชอาณาจักรนอรเวย โคเปนเฮเกน 16 ญีป่ ุน 14 เมษายน ค.ศ. 1996 17 สหพันธสาธารณรัฐ 1 มถิ ุนายน ค.ศ. 1995 ณ ออสโล 31 ธันวาคม ค.ศ. 1995 27 ธนั วาคม ค.ศ. 1996 เยอรมนี 24 ตุลาคม ค.ศ. 1995 ณ กรุงฮานอย 18 โรมาเนีย 24 เมษายน ค.ศ. 1996 19 มาเลเซยี , สาธารณรฐั 16 พฤศจิกายน ค.ศ.1995 ณ กรงุ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1996 ฮานอย อินโดนีเซีย 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1995 ณ กรงุ ฮานอย 7 กนั ยายน ค.ศ. 1995 ณ กัวลาลัมเปอร
130 ลําดับ ชอื่ ประเทศ วันทีท่ ําขอตกลง วนั ทม่ี ีผลใชบังคับ 20 สาธารณรฐั ประชาธิปไตย ประชาชนลาว 14 มกราคม ค.ศ. 1996 ณ เวียงจนั ทร 30 กนั ยายน ค.ศ. 1996 21 ราชอาณาจักรเบลเยียม 28 กุมภาพันธ ค.ศ. 1996 ณ กรงุ ขอตกลง: 25 มิถนุ ายน 22 ราชรัฐลกั เซมเบริ ก ฮานอย ค.ศ. 1999 23 สาธารณรัฐอซุ เบกสิ ถาน พธิ ีสารแกไ ขเพ่ิมเติมขอ ตกลง: 12 พิธีสาร: ไมมีผล 24 ยูเครน มีนาคม ค.ศ. 2012 ณ กรงุ ฮานอย 25 สมาพันธรฐั สวิส 26 มองโกเลีย 14 มนี าคม ค.ศ. 1996 ณ กรงุ ฮานอย 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 27 สาธารณรัฐบัลแกเรยี 28 มนี าคม ค.ศ. 1996 ณ กรงุ ฮานอย 16 สงิ หาคม ค.ศ. 1996 28 สาธารณรฐั อติ าลี 8 เมษายน ค.ศ. 1996 ณ กรุงฮานอย 22 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 29 สาธารณรัฐเบลารุส 30 สาธารณรัฐเช็ก 1996 31 แคนาดา 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1996 ณ กรงุ ฮานอย 12 ตลุ าคม ค.ศ. 1997 32 สาธารณรัฐอินโดนเี ซยี 9 พฤษภาคม ค.ศ. 1996 ณ 11 ตุลาคม ค.ศ. 1996 33 มหานครไทเป อลู านบาตอร 34 สาธารณรฐั ประชาธิปไตย ประชาชนแอลจเี รีย 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1996 ณ กรุง 4 ตุลาคม ค.ศ. 1996 ฮานอย 35 สาธารณรฐั แหง สหภาพ เมียนมา 26 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 1996 ณ กรุง 20 กมุ ภาพันธ ค.ศ. 36 สาธารณรัฐฟน แลนด ฮานอย 1999 24 เมษายน ค.ศ. 1997 ณ กรงุ ฮานอย 26 ธันวาคม ค.ศ. 1997 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 ณ ปราก 3 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 1998 14 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 1997 ณ กรุง 16 ธันวาคม ค.ศ. 1998 ฮานอย 22 ธันวาคม ค.ศ. 1997 ณ กรุงฮานอย 10 กมุ ภาพันธ ค.ศ. 1999 6 เมษายน ค.ศ. 1998 ณ กรุงฮานอย 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 6 ธันวาคม ค.ศ. 1999 ณ แอลเจยี ร ไมมีผล 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 ณ ยา งกงุ 12 สงิ หาคม ค.ศ. 2003 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 ณ เฮลซิงกิ 26 ธนั วาคม ค.ศ. 2002
131 ลําดบั ชอ่ื ประเทศ วนั ท่ีทาํ ขอตกลง วนั ทม่ี ผี ลใชบ ังคบั 37 สาธารณรัฐฟล ปิ ปน ส 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 ณ มะนลิ า 29 กันยายน ค.ศ. 2003 38 สาธารณรัฐไอซแ ลนด 3 เมษายน ค.ศ. 2002 ณ กรงุ ฮานอย 27 ธนั วาคม ค.ศ. 2002 39 สาธารณรัฐประชาธิปไตย 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 ณ เปยงยาง 12 สงิ หาคม ค.ศ. 2007 ประชาชนเกาหลี 26 ตุลาคม ค.ศ. 2002 ณ ลาอาบานา 26 มิถนุ ายน ค.ศ. 2003 40 สาธารณรัฐควิ บา 25 มีนาคม ค.ศ. 2004 ณ อิสลามาบัด 4 กุมภาพันธ ค.ศ. 2005 41 สาธารณรฐั อิสลาม 22 มนี าคม ค.ศ. 2004 ณ ธากา 19 สิงหาคม ค.ศ. 2005 ปากีสถาน 42 สาธารณรัฐประชาชน 7 มีนาคม ค.ศ. 2005 ณ กรุงฮานอย 22 ธันวาคม ค.ศ. 2005 4 ตุลาคม ค.ศ. 2005 ณ กรงุ ฮานอย 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 บังกลาเทศ 26 ตุลาคม ค.ศ. 2005 ณ กรุงฮานอย 28 กันยายน ค.ศ. 2006 43 ราชอาณาจักรสเปน 44 สาธารณรัฐเซเชลส 6 มนี าคม ค.ศ. 2006 ณ ไคโร ไมมีผล 45 สาธารณรัฐสังคมนิยม 1 มกราคม ค.ศ. 2009 16 สงิ หาคม ค.ศ. 2007 ณ บันดารเ ซอ ประชาธปิ ไตยศรีลังกา รีเบอกาวัน (บรูไน) 1 มกราคม ค.ศ. 2009 46 สาธารณรัฐอาหรบั อยี ปิ ต 10 มีนาคม ค.ศ. 2008 ณ ดบั ลนิ 1 มกราคม ค.ศ. 2009 47 บรูไนดารสุ ซาลาม 1 มกราคม ค.ศ. 2010 18 เมษายน ค.ศ. 2008 ณ กรงุ ฮานอย 29 กรกฎาคม ค.ศ. 48 สาธารณรฐั ไอรแลนด 2009 49 รฐั สลุ ตานโอมาน 2 มถิ ุนายน ค.ศ. 2008 ณ เวยี นนา 50 สาธารณรฐั ออสเตรีย 51 สาธารณรฐั สโลวกั 27 ตุลาคม ค.ศ. 2008 ณ กรุงฮานอย 52 สาธารณรฐั โบลีวารแหง 20 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2008 ณ ซานเตยี 26 พฤษภาคม ค.ศ. เวเนซเุ อลา โกเดเลออนเดการากัส 2009 53 ราชอาณาจักรโมรอ็ กโก 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 ณ กรุง 12 กนั ยายน ค.ศ. 2012 ฮานอย 54 เขตบริหารพเิ ศษฮอ งกง 16 ธันวาคม ค.ศ. 2008 ณ กรุงฮานอย 12 สิงหาคม ค.ศ. 2009 แหงสาธารณรัฐประชาชน พิธีสาร: 13 มกราคม ค.ศ. 2014 ณ พิธีสาร: ไมมผี ล จีน ฮองกง 55 สหรัฐอาหรับเอมเิ รตส 16 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 2009 ณ ดไู บ 12 เมษายน ค.ศ. 2010 56 รัฐกาตาร 8 มีนาคม ค.ศ. 2009 ณ โดฮา 16 มนี าคม ค.ศ. 2011
132 ลาํ ดับ ช่ือประเทศ วนั ทท่ี าํ ขอตกลง วันทีม่ ีผลใชบงั คบั 57 รฐั คูเวต 10 มนี าคม ค.ศ. 2009 ณ คูเวต 11 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 2011 58 รัฐอสิ ราเอล 4 สิงหาคม ค.ศ. 2009 ณ กรุงฮานอย 24 ธนั วาคม ค.ศ. 2009 59 ราชอาณาจักร 10 เมษายน ค.ศ. 2010 ณ รยิ าด 1 กมุ ภาพนั ธ ค.ศ. 2011 ซาอดุ ีอาระเบีย 13 เมษายน ค.ศ. 2010 ณ ตนู สิ 6 มีนาคม ค.ศ. 2013 60 สาธารณรัฐตูนิเซยี 3 กันยายน ค.ศ. 2010 ณ กรงุ ฮานอย ไมม ผี ล 61 สาธารณรฐั โมซัมบิก 31 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ณ กรุงฮานอย ไมม ีผล 62 สาธารณรฐั คาซัคสถาน 14 กุมภาพนั ธ ค.ศ. 2013 ณ กรงุ โรม ไมม ีผล 63 สาธารณรัฐซานมารโี น 1 มนี าคม ค.ศ. 2013 ณ กรงุ ฮานอย ไมมผี ล 64 สาธารณรฐั เซอรเ บีย 5 สิงหาคม ค.ศ. 2013 ณ กรงุ ฮานอย 5 พฤษภาคม ค.ศ. 65 นิวซแี ลนด 2014 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ณ กรงุ 2 เมษายน ค.ศ. 2014 66 ปาเลสไตน ฮานอย 10 ธันวาคม ค.ศ. 2013 ณ ไมมผี ล 67 สาธารณรฐั บูรพาอุรุกวัย มอนเตวิเดโอ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ณ กรงุ ไมม ีผล 68 สาธารณรัฐอาเซอรไ บจาน ฮานอย 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 ณ อังการา ไมมผี ล 69 สาธารณรัฐอสิ ลามตุรกี 4.3.3.2 ขอบเขตของขอ ตกลงการเวนการเกบ็ ภาษซี อนและการปอ งกันการเล่ยี งภาษี ขอตกลงการเวนการเกบ็ ภาษีซอนและการปองกนั การเล่ยี งภาษีใชบังคับกับ - ผมู ีถ่นิ ที่อยใู นประเทศเวียดนาม หรือ - ผูมถี ิ่นทอี่ ยใู นประเทศทีเ่ ปนภาคีขอ ตกลงกบั ประเทศเวยี ดนาม หรอื - ผูมีถิ่นท่ีอยูในประเทศเวียดนามและประเทศท่ีเปนภาคีขอตกลงกับประเทศเวียดนามใน ขณะเดียวกัน ภาษที ่อี ยูภ ายใตข อตกลงการเวน การเกบ็ ภาษีซอนและการปองกันการเลี่ยงภาษี คือ ภาษเี งนิ ได และภาษจี ากทรพั ยส ินตามท่รี ะบุในขอตกลง สําหรับประเทศเวียดนามภาษีที่อยูภายใตขอตกลงมีดว ยกันสองประเภท ไดแก ภาษีเงินไดนิติ บคุ คล และ ภาษีเงินไดบ คุ คลธรรมดา
133 4.3.3.3 การนาํ หลกั การของขอ ตกลงมาปรับใช ขอตกลงระหวางประเทศเพื่อการเวนการเก็บภาษีซอนและการปองกันการเล่ียงภาษีไมได กอใหเกิดภาระทางภาษีเพ่ิมเติมที่กําหนดไวโดยกฎหมายภาษีของประเทศเวียดนาม ในกรณีที่ บทบัญญัติของขอตกลงใหสิทธิท่ีจะจัดเก็บภาษีกับเงินไดบางประเภท แตกฎหมายภายในประเทศ เวียดนามไมไดบัญญัติใหเก็บภาษีเกี่ยวกับรายไดนั้นหรือเรียกเก็บในอัตราที่ตํ่ากวาอัตราภาษีตาม ขอ ตกลง ในกรณนี ใี้ หเ ลอื กใชกฎหมายภายในของประเทศเวียดนามในการเรยี กเกบ็ ภาษี 4.3.4 ภาษีสรรพสามิต รัฐบญั ญตั วิ า ดวยภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ 27/2008/QH12 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 ซงึ่ มีผลใชบ งั คบั ตั้งแตวันท่ี 1 เมษายน ค.ศ. 2009387 กําหนดหลักเกณฑเกี่ยวกบั ภาษีสรรพสามิต ซง่ึ เปน ภาษีท่ีเก็บจากการผลิตหรือการนําเขาสินคาและธุรกิจบริการบางประเภทท่ีถูกมองวาเปนสินคาหรือ บรกิ ารฟุมเฟอย ประเภทสนิ คา และธุรกจิ บรกิ ารทตี่ อ งเสยี ภาษสี รรพสามติ รัฐบัญญัติวาดว ยภาษีสรรพสามิต ค.ศ. 2008 กําหนดประเภทสินคาและธุรกิจบริการท่ีตอ งเสีย ภาษสี รรพสามิตไวด ังนี้ 1) สินคา ไดแ ก o บุหรี่ ซิการ และผลิตภณั ฑอ ืน่ ๆ แปรรูปจากยาสูบ o สุราและเบยี ร o พาหนะขนสง ผโู ดยสารทมี่ ีนอยกวา 24 ท่ีนั่ง o พาหนะมอเตอรส องลอที่มคี วามจุกระบอกสูบสูงกวา 125 ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร o เครือ่ งบินและเรอื ยอชต o นํ้ามันเช้ือเพลงิ ชนิดตา งๆ o เครื่องปรบั อากาศขนาดไมเกนิ กวา 90,000 BTU o ไพ o กระดาษเงินกระดาษทอง 2) ธุรกจิ บรกิ าร ไดแก o สถานบนั เทงิ อาบอบนวด คาราโอเกะ o เครอ่ื งสลอตแมชชนี และอน่ื ๆ ทม่ี ีลกั ษณะคลา ยกัน o ธุรกิจการพนนั o กอลฟ o สลากกนิ แบง388 387 บทบัญญตั ทิ ี่เกยี่ วกบั เหลา และเบยี รมีผลใชบงั คับตัง้ แตวนั ท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 2010 388 มาตรา 2 รัฐบญั ญัตวิ าดวยภาษีสรรพสามิต ค.ศ. 2008
134 สนิ คา ท่ไี ดร บั การยกเวน ภาษสี รรพสามิต ตามมาตรา 3 ของรัฐบัญญัติวาดวยภาษีสรรพสามิต ค.ศ. 2008 สินคาท่ีไมตองเสียภาษี สรรพสามิตมดี ังน้ี 1. สนิ คา ทผ่ี ผู ลติ หรือผปู ระกอบสนิ คาสงออกโดยตรง หรือสนิ คาท่ผี ูผ ลติ หรอื ผปู ระกอบสนิ คาได ขาย หรอื มอบหมายใหผ ปู ระกอบการธุรกจิ อน่ื ทาํ การสง ออก 2. สินคา นาํ เขา ซ่งึ รวมถึง ก) สินคาที่เปนการชวยเหลือทางดานมนุษยธรรมหรือการชวยเหลือโดยไมมี ผลตอบแทน ของขวัญสําหรับหนวยงานรฐั องคก รทางการเมือง องคก รทางสังคม- การเมือง องคก รวิชาชีพทางสังคม-การเมือง องคกรทางสังคม หรือหนวยกองกําลัง ติดอาวุธ รวมทั้งของบริจาคหรือของขวัญสาํ หรับบุคคลในประเทศเวียดนามโดยไม เกินสว นทีร่ ัฐบาลกาํ หนดไว ข) สินคาท่ีไดมีการสงผานหรือขนสงผานชายแดนหรือประตูชายแดนของประเทศ เวียดนาม และสินคาท่ีขนสงไปท่ีหรือจากประตูชายแดนภายใตกฎระเบียบของ รัฐบาล ค) สินคาท่ีนําเขามาชั่วคราวเพ่ือสงกลับออกไป และสินคาท่ีสงออกไปช่ัวคราวเพื่อ นํากลับเขามา ซึ่งไมตอ งเสียภาษีนําเขาหรือภาษีสงออกภายในระยะเวลาท่ีกําหนด ตามกฎหมายเก่ียวกับภาษีนําเขาและภาษีสง ออก ง) ของใชสว นตวั ขององคก ารตางประเทศและชาวตา งชาตใิ นปริมาณท่กี ําหนดไวในเอก สิทธิและความคุมกันทางการทูต ของใชสวนตัวภายในปริมาณที่กําหนดไวสําหรับ การนําเขาโดยปลอดภาษี และสินคา นําเขา เพ่ือการขายโดยปลอดภาษตี ามกฎหมาย 3. เคร่อื งบนิ และเรือยอชตท ใี่ ชเ พื่อการขนสงสนิ คา เชิงพาณิชย เพือ่ ผูโดยสารและนกั ทองเทยี่ ว 4. รถพยาบาล รถขนสงนักโทษ ยานพาหนะบรรทุกศพ รถท่ีออกแบบใหมีทั้งท่ีนั่งและพื้นที่ยืน เพ่ือขนสงผูโดยสารจํานวน 24 คนหรือมากกวานั้น รถที่ใชในการสันทนาการ การบันเทิง ซง่ึ ไมไดม กี ารจดทะเบียนเพ่อื ใชใ นการจราจรหรอื เคล่อื นท่ีบนถนน 5. สินคานําเขาจากตางประเทศเพื่อนําเขามาในเขตปลอดภาษีศุลกากร สินคาท่ีขายใน ประเทศนําเขาไปยังเขตปลอดภาษีศุลกากรเพ่ือใชในเขตปลอดภาษีศุลกากรเทาน้ัน และ สินคาที่แลกเปล่ียนกันในระหวางเขตปลอดภาษีศุลกากร ยกเวนรถยนตที่มีที่นั่งนอยกวา 24 ที่น่ัง ผเู สียภาษี ผูเ สียภาษี รวมถึง ผผู ลติ และผูนําเขา สนิ คา และผใู หบ รกิ ารทตี่ อ งเสียภาษสี รรพสามิต389 389 มาตรา 4 รฐั บญั ญตั ิวาดว ยภาษสี รรพสามติ ค.ศ. 2008
135 การคํานวณภาษี ภาษสี รรพสามิตคํานวณจากราคาทตี่ องเสยี ภาษีของสนิ คาและบริการและอตั ราภาษ3ี 90 ภาษีสรรพสามิต = ราคาที่ตอ งเสยี ภาษีของสินคา และบริการ x อตั ราภาษี ราคาที่ตองเสียภาษีของสินคาและบริการ/ราคาที่ตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาขายสินคา หรือคา บรกิ าร ทไ่ี มรวมภาษสี รรพสามติ และภาษมี ูลคา เพมิ่ 1) สําหรับสินคาที่ผลิตในประเทศ ราคาท่ีตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาขายท่ีกําหนดโดย ผูผลิต 2) สําหรับสินคา นําเขา ราคาท่ีตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาท่ีใชคํานวณภาษีศุลกากรจาก การนําเขา บวกกบั ภาษศี ุลกากร สําหรับสินคา นําเขาที่ไดรับการยกเวนหรือลดภาษีศลุ กากรขาเขา ราคาท่ีตองนํามาคํานวณ ภาษี คอื ราคาที่ใชคาํ นวณภาษีศลุ กากรจากการนําเขา 3) สําหรับสินคาแปรรปู ราคาที่ตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาขายของสินคาท่ีแปรรูปแลว หรือ ราคาขายของสินคาชนิดเดียวกันหรือคลายกัน ในเวลาเดียวกันกับเวลาของการขาย สินคา น้ัน 4) สําหรับสินคา ขายผอนหรือจายเงินในภายหลัง ราคาที่ตองนาํ มาคํานวณภาษี คือ ราคาขาย ของสินคา ดงั กลาวท่ีไมร วมดอกเบยี้ 5) สาํ หรับการใหบรกิ าร ราคาท่ีตองนํามาคํานวณภาษี คือ คา บรกิ ารทีก่ ําหนดโดยผูใหบ รกิ าร ก. สําหรับธุรกิจกอลฟ ราคาที่ตองนํามาคํานวณภาษี คือ ราคาขายของบัตรสมาชิกหรือ ตว๋ั รวมทง้ั คา บรกิ ารตางๆ และคา มดั จํา (ถาม)ี ข. สําหรับ คาสิโน วิดีโอเกมทมี่ ีรางวัลและธุรกิจการพนัน คอื ผลประกอบการจากธุรกิจ ดงั กลาว หลังหักลบเงนิ รางวัลที่จา ยใหก ับลูกคา แลว ค. สําหรับสถานบันเทิง อาบอบนวด คาราโอเกะ ราคาท่ีตองนํามาคํานวณภาษี คือ ผล ประกอบการจากธรุ กิจดงั กลาว 6) สําหรับสินคาและบริการท่ีใชสําหรับการแลกเปลี่ยน การบริโภคภายในหรือการบริจาค ราคาที่ตองนํามาคาํ นวณภาษี คอื ราคาทต่ี องนํามาคํานวณภาษีของสินคา หรือบริการชนิด เดยี วกันหรอื คลายกัน ณ เวลาท่ีมกี ารแลกเปลย่ี น การบริโภคภายในหรอื การบริจาค391 ราคาที่นํามาคํานวณภาษีขายพิเศษจะตองคํานวณเปนเงินดอง ผูมีหนา ท่ีจายภาษีที่มียอดขาย อยูในรูปเงินตราตางประเทศจะตองแปลงเปนเงินดอง โดยใชอัตราขายเฉล่ียของตลาดเงินตรา ตางประเทศระหวา งธนาคารทป่ี ระกาศโดยธนาคารแหงรฐั เวียดนาม ณ วันท่ียอดขายนัน้ เกดิ ข้ึน 390 มาตรา 5 รฐั บญั ญตั ิวา ดวยภาษีสรรพสามิต ค.ศ. 2008 391 มาตรา 6 รฐั บัญญัตฉิ บบั ท่ี 27/2008/QH12 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 วา ดวยภาษีสรรพสามติ
136 กฎหมายกาํ หนดอตั ราภาษสี รรพสามิตตามตารางขางลางน3้ี 92 ลาํ ดบั สนิ คา และบริการที่ตองเสยี ภาษสี รรพสามติ อตั ราภาษี สินคา 1 บุหร่ี ซกิ าร และผลติ ภัณฑอ่ืนๆ แปรรปู จากยาสูบ 65 2 สรุ า ก) ความแรงแอลกอฮอลม ากกวา 20 ดกี รี 50 ข) ความแรงแอลกอฮอลต ่าํ กวา 20 ดีกรี 25 3 เบียร 50 4 พาหนะขนสงผโู ดยสารทีม่ นี อ ยกวา 24 ทนี่ ่ัง ก) พาหนะขนสงผโู ดยสารที่มีนอยกวา 9 ที่น่ัง - ทมี่ ีความจุกระบอกสูบไมเ กนิ 2,000 ลกู บาศกเ ซนติเมตร 45 - ท่มี คี วามจุกระบอกสูบ 2,000-3,000 ลูกบาศกเ ซนติเมตร 50 - ที่มคี วามจกุ ระบอกสูบสูงกวา 3,000 ลกู บาศกเ ซนติเมตร 60 ข) พาหนะขนสงผโู ดยสารที่มี 10-15 ที่นง่ั 30 ค) พาหนะขนสง ผูโ ดยสารที่มี 16-23 ทีน่ ง่ั 15 ง) พาหนะขนสงผูโดยสารและสินคา 15 จ) พาหนะขนสงผูโดยสารที่ใชน้ํามันและพลังงานไฟฟาหรือ รอ ยละ 70 ของอัตรา เชือ้ เพลงิ ชวี ภาพ โดยใชน ้าํ มนั ไมเ กินรอยละ 70 ภาษขี องรถชนดิ เดยี วกนั ตามทกี่ ําหนดไวท ี่ขอ 4 ก), 4ข), 4ค) และ 4ง) ฉ) พาหนะขนสงผโู ดยสารทใี่ ชเชอ้ื เพลงิ ชวี ภาพ รอ ยละ 50 ของอัตรา ภาษขี องรถชนิดเดยี วกัน ตามทก่ี ําหนดไวที่ขอ 4 ก) 4ข) 4ค) และ 4ง) ช) พาหนะขนสง ผโู ดยสารทใี่ ชพ ลังงานไฟฟา - พาหนะขนสง ผูโ ดยสารท่มี ีนอ ยกวา 9 ท่ีนง่ั 25 - พาหนะขนสง ผโู ดยสารท่ีมี 10-15 ทน่ี ั่ง 15 - พาหนะขนสงผูโดยสารที่มี 16-23 ที่นงั่ 10 - พาหนะขนสงผูโดยสารและสนิ คา 10 392 มาตรา 7 รัฐบญั ญัตฉิ บับที่ 27/2008/QH12 ลงวนั ท่ี 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 วาดว ยภาษสี รรพสามติ
137 ลาํ ดับ สนิ คาและบรกิ ารทตี่ อ งเสียภาษสี รรพสามิต อัตราภาษี 5 พาหนะมอเตอรสองลอหรือสามลอท่ีมีความจุกระบอกสูบสูง 20 กวา 125 ลูกบาศกเ ซนติเมตร 6 เคร่ืองบนิ 30 7 เรือยอชต 30 8 น้ํามนั เชอื้ เพลิงชนิดตางๆ 10 9 เครอื่ งปรบั อากาศขนาดไมเกนิ กวา 90,000 BTU 10 10 ไพ 40 ธุรกิจบริการ 1 สถานบันเทงิ 40 2 อาบอบนวด คาราโอเกะ 30 3 คาสิโน เครื่องสลอ็ ตแมชชนี และอน่ื ๆ 30 4 ธุรกิจการพนนั 30 5 กอลฟ 20 6 สลากกินแบง 15 การขอคนื เงินภาษี ผูผลิตสินคา ทีต่ องเสยี ภาษีสรรพสามติ สาํ หรับวัตถุดิบ ที่ไดชําระภาษีสรรพสามิตสําหรบั วัตถดุ ิบ ดังกลา วไปแลว สามารถอางหลักฐานเพ่ือนําภาษีสรรพสามิตในสวนของวัตถุดบิ มาหักภาษีสรรพสามิตท่ี จะตองจาย393 4.4 กฎหมายการเงินและการธนาคาร 4.4.1 รัฐบญั ญตั หิ ลกั ทรัพยฉ บบั แกไ ข ค.ศ. 2012 ราคาหุนที่ขึ้นและลงเปนตวั วัดการเติบโตของเศรษฐกิจในแตละประเทศ กฎหมายของประเทศ เวียดนามจงึ คอ นขางจะเขมงวดกับธุรกรรมการเสนอขายหุน การจดทะเบยี น การแลกเปลยี่ น การคา หุน การลงทนุ หุน การบริการซือ้ ขายหนุ และตลาดหลักทรพั ย กฎหมายหลักที่กํากับธุรกรรมท่ีเก่ียวกับหลักทรัพยในประเทศเวียดนาม ไดแก รัฐบัญญัติ หลักทรัพย ค.ศ. 2006394 ซึ่งไดรับการแกไขเพ่ิมเติมโดยรัฐบัญญัติ ค.ศ. 2010395 และใหรายละเอียด 393 มาตรา 8 รัฐบญั ญัตฉิ บบั ท่ี 27/2008/QH12 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 วาดวยภาษสี รรพสามิต 394 รัฐบัญญตั ิ ฉบบั ท่ี 70/2006/QH11 ลงวนั ท่ี 29 มิถนุ ายน ค.ศ. 2006 วา ดว ยหลกั ทรพั ย 395 รฐั บัญญตั ิ ฉบบั ท่ี 62/2010/QH12 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 แกไ ขและเพิ่มเตมิ บทบญั ญตั ิแหงรัฐ บัญญัตหิ ลักทรพั ย
138 เก่ียวกับการบังคับใชโดยรัฐกฤษฎีกาของรัฐบาลฉบับท่ี 58/2012/ND-CP ลงวันท่ี 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2012396 (โดยตอ ไปนี้จะอางองิ ถึงกฎหมายชดุ น้ีวารัฐบัญญัติหลกั ทรัพยฉ บบั แกไข ค.ศ. 2012) ตามมาตรา 1 วรรคหน่ึง รัฐบัญญัติหลักทรัพยฉบับแกไข ค.ศ. 2012 “หลักทรัพย” เปน หลักประกันสําคัญในการยืนยันสิทธิและผลประโยชนโดยชอบดวยกฎหมายของเจาของกรรมสิทธิ์ใน ทรัพยส ินหรือเงนิ ทุน หลักทรัพยนั้นอยูในรปู แบบของใบหุน สมุดบัญชี หรือขอมูลอิเล็กทรอนิกส รวมถึง อยูใ นรปู แบบดงั ตอ ไปน้ี - หนุ พนั ธบตั ร ตวั๋ เงนิ คลงั - สิทธใิ นการซื้อหนุ ใบสําคญั แสดงสทิ ธหิ นุ ขอ เสนอซื้อและขายหุน สญั ญาซื้อขายหนุ ลว งหนา กลมุ หุน หรือดัชนรี าคาหุน - สัญญารวมทนุ - หุนทุนอืน่ ๆ ตามทีก่ ระทรวงการคลงั กําหนด ในตลาดหลักทรัพย นกั ลงทุนสามารถ - ซือ้ หนุ จากผอู อกหุน - แลกเปลี่ยนซ้ือขายหนุ ในตลาดหลักทรัพย หลักทรัพยจดทะเบียน (Listed stocks) สามารถนําไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพยได ซ่ึง หลักทรัพยจดทะเบียนสวนใหญเปนหุนที่ออกโดยบริษัทผปู ระกอบการคาท่ีไดรับการตรวจสอบสถานะ ทางการเงินและมีการเผยแพรขอมูลเก่ียวกับบริษัทตอสาธารณะเรียบรอยแลว นักลงทนุ สามารถตกลง ซื้อขายหลักทรัพยผานบริษัทหลักทรัพย นายหนา โดยนักลงทุนไมสามารถตกลงซ้ือขายกันโดยตรงใน ตลาดหลักทรัพย หรือทําการซื้อขายกันเองโดยตรง กฎหมายเวียดนามไดกําหนดหลักเกณฑของตลาด หลักทรัพยมีความสําคัญตอบริษัทหลักทรัพยเปนอยางมาก บริษัทหลักทรัพยจะตองปฏิบัติตามเม่ือทํา ธุรกรรมเก่ียวกับหลักทรัพยในตลาดหลักทรพั ยโดยเครงครัด โดยหนังสือเวียนกระทรวงการคลังฉบับท่ี 210/2012/TT-BTC ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ไดกําหนดแนวทางการจัดต้ังและการดําเนิน กิจการของบริษทั หลักทรัพย (ซงึ่ ตอ ไปนี้เรยี กวา หนังสือเวียนฉบับท่ี 210/2012/TT-BTC) ตามหนังสือเวียนฉบับท่ี 210/2012/TT-BTC บริษัทหลักทรัพย หมายถึง บริษัทท่ีประกอบ ธุรกจิ หลกั ทรัพยซ ่งึ ดาํ เนินกิจการบางประเภทหรอื ทุกประเภทดงั น้ี - การเปนตวั แทนซ้อื ขายหลักทรัพย - การตกลงทําการซอื้ ขายหลกั ทรัพย - การจัดทาํ ประกนั หลกั ทรัพย - การใหคาํ ปรึกษาเกย่ี วกบั การลงทุนในหลักทรพั ย 396 รฐั กฤษฎกี าของรัฐบาลฉบับท่ี 58/2012/ND-CP ลงวนั ท่ี 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 กาํ หนดรายละเอยี ดและแนว ทางการบังคบั ใชบ ทบญั ญตั ิแหง รฐั บัญญัตหิ ลักทรพั ยแ ละรัฐบัญญัติฉบับแกไขและเพม่ิ เตมิ บทบัญญัติแหงรัฐบญั ญัติ หลักทรัพย
139 ตามบทบัญญัติกฎหมายของประเทศเวียดนาม ชาวตางชาติไมสามารถจัดตั้งหรือเปนเจาของ บริษัทหลักทรัพย ธุรกิจหลักทรัพยเปนธุรกิจภายใตเง่ือนไขที่จะตองมีเงินทุนจดทะเบียนข้ันตํ่าเพื่อ ประกอบธรุ กจิ ในประเทศเวยี ดนามดงั น้ี ก. การเปน ตัวแทนซื้อขายหลกั ทรัพย ทนุ จดทะเบียน 25 พันลา นดองเวยี ดนาม ข. การตกลงทาํ การซือ้ ขายหลกั ทรพั ย ทุนจดทะเบียน 100 พันลา นดองเวียดนาม ค. การจัดทําประกนั หลักทรัพย ทุนจดทะเบียน 165 พนั ลานดองเวยี ดนาม ง. การใหคําปรึกษาเก่ยี วกับการลงทนุ ในหลกั ทรัพย ทนุ จดทะเบยี น 10 พันลา นดองเวียดนาม ในกรณีท่ีบริษัทตองการของอนุญาตประกอบหลายธุรกิจ บริษัทจะตองมีเงินทุนจดทะเบียน ตามทก่ี ฎหมายกาํ หนดในแตล ะธุรกจิ ทที่ าํ การขออนุญาต ในกรณีที่เปนบริษัทจัดการกองทุนในเวียดนาม และสาขาของบริษัทจัดการเงินทุนตา งประเทศ บรษิ ทั หรอื สาขาดังกลา วจะตองมีเงินทนุ จดทะเบียนข้นั ตํ่าเปน จํานวน 25 พนั ลา นลานดองเวียดนาม สําหรบั ขนั้ ตอนการจดั ตงั้ บริษทั หลักทรัพยเ ปน ไปตามรายละเอยี ดทกี่ ําหนดในหนังสือเวียนฉบับ ท่ี 210/2012/TT-BTC โดยมีคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยแหงชาติเปนหนวยงานดูแลการประกอบ ธุรกิจของบรษิ ัทหลักทรัพยและเปน ผใู หอ นญุ าตในการดําเนินธุรกจิ ตางๆ เกยี่ วกับหลักทรัพย ตามมาตรา 5 ของหนังสือเวียนฉบับที่ 210/2012/TTBTC กระบวนการออกใบอนุญาตจัดต้ัง และประกอบธรุ กิจหลักทรัพยมดี งั น้ี 1. คณะกรรมการกํากับหลักทรัพยแหงชาติมสี ทิ ธริ อ งขอใหผ ูแทนของผูถือหุนซง่ึ เปนผูเริม่ กอ ตัง้ บริษัทหรือสมาชิกหรอื บคุ คลทีถ่ ูกเสนอชื่อใหท าํ หนา ทเ่ี ปน กรรมการ (กรรมการ บริหารท่วั ไป) ช้ีแจงรายละเอยี ดตางๆ ตอ คณะกรรมการโดยตรง (ดว ยตนเอง) หรอื เปน ลายลักษณอักษร 2. ผูถ ือหุนซ่งึ เปนผูเ ร่มิ กอ ต้ังบริษทั หรือสมาชิกจะตองยื่นคาํ ขอรบั ใบอนญุ าตจัดตั้งและ ประกอบธุรกจิ หลักทรัพย 3. ผถู อื หุนซ่ึงเปน ผเู ร่มิ กอ ตั้งบริษทั หรอื สมาชิกจะตองยน่ื สรุปรายการทรัพยส นิ และนําเงินทุน ตามสวนของตนฝากเขา บญั ชดี ูแลผลประโยชนข องคสู ัญญา (escrow account) 4. คณะกรรมการกํากับหลักทรัพยแ หงชาติจะตรวจสอบทรัพยส นิ ณ สํานักงานใหญของ บริษัทหลกั ทรพั ยกอนจะทําการออกใบอนุญาตจดั ตงั้ และประกอบธรุ กิจหลักทรัพยอ ยาง เปน ทางการ ตามมาตรา 4 ของหนังสือเวียนฉบับท่ี 210/2012/TTBTC เอกสารการย่ืนคําขอรับใบอนุญาต จัดตง้ั และประกอบธรุ กิจหลกั ทรัพยม ดี ังนี้ 1. คําขอรบั ใบอนญุ าตจดั ตงั้ และประกอบธรุ กจิ หลกั ทรัพย 2. หนังสือชี้แจงรายงานการเงินเก่ียวกับทรัพยสิน ซ่ึงแสดงวาบริษัทมีทรัพยสินเพียงพอที่จะ ประกอบธุรกิจหลักทรพั ยและเอกสารแสดงสทิ ธใิ นการใชส ํานักงานใหญ
140 3. รายงานการประชุมและมติที่ประชุมเรื่องการจัดตั้งบริษัทหลักทรัพยของผูเริ่มกอต้ังบริษัท หรือสมาชกิ 4. รายชื่อของบุคคลท่ีถูกเสนอชื่อใหทําหนาที่เปนกรรมการ (กรรมการบริหารทั่วไป) และผู ประกอบวิชาชีพธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย พรอมท้ังใบอนุญาตผูขายหลักทรัพยที่ยังมีผลใช บังคบั และประวตั สิ วนตัวโดยสงั เขปของกรรมการ เนื่องจากตลาดหลักทรัพยแปรปรวนตามปจจัยอื่นๆ ไดงาย กฎหมายเวียดนามจึงกําหนด ขอจํากัดของบริษัทหลักทรัพย นายหนาซ้ือขายหลักทรัพยเก่ียวกับการยืมเงิน การใหยืมเงินและการ ลงทุนในหลักทรัพย (ขอ 42-44 ในหนังสือเวียนฉบับที่ 210/2012/TT-BTC) เพ่ือใหการดําเนินตลาด หลักทรัพยเปนไปอยางมั่นคงและมเี สถียรภาพและเพ่ือคุมครองผลประโยชนของบรรดาผูเขารวมตลาด หลักทรัพย ซึ่งกําหนดใหสัดสวนของหนี้ท้ังหมดตอผูถือหุนของบริษัทหลักทรัพยจะตองไมเกิน 3 เทา และบริษัทหลักทรัพยจะตองไมใหบุคคลหรือองคกรใดยืมเงินและหลักทรัพย เวนแตกรณีที่บริษัท หลักทรัพยใ หล กู คายืมเพอื่ ซื้อหลักทรัพยตามหลกั เกณฑการซื้อขายโดยใหส นิ เชอื่ ตามท่ีกระทรวงการคลงั กําหนด นอกจากน้นั ตามหนงั สอื เวียนฉบับที่ 210/2012/TT-BTC บริษทั หลกั ทรัพยไมสามารถ - ซ้ือหรือรวบรวมเงินเพ่ือจะซ้ือทรัพยสินใดๆ เวนแตเปนการซื้อเพ่ือจัดต้ังสํานักงานใหญ สํานักงานสาขา และสํานักงานทําธุรกรรมเพ่ือดําเนินการกิจการของบริษัทหลักทรัพย โดยตรง - ซ้ือหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพยโดยไมเกินรอยละ 50 ของสินทรัพยท้ังหมดของบริษัท หลกั ทรพั ย - ใชเงินทุนรอยละ 70 ของจํานวนทุนทั้งหมดไปใชในการออกหุนกู หรือ ใชเงนิ ทุนรอยละ 20 ของจาํ นวนทนุ ท้งั หมดในการลงทุนซือ้ หุนในบรษิ ทั ท่ีไมไดจ ดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย นอกจากนี้ ขอกําหนดนายกรัฐมนตรีฉบับท่ี 55/2009/ QD-TTg ลงวันท่ี 15 เมษายน ค.ศ. 2009 ยังกําหนดสัดสวนของการลงทุนจากตา งชาติ ซ่ึงนักลงทุนตางชาตทิ ่ีซ้ือขายหุนในตลาดหลักทรพั ย เวยี ดนามสามารถถือหลักทรพั ยไดต ามสัดสว นดังนี้ - หนุ : นักลงทนุ ตางชาตสิ ามารถถือหุน ไดไ มเกินรอยละ 49 ของหนุ ทง้ั หมดของบรษิ ัทมหาชน ในกรณีท่ีกฎหมายพิเศษกําหนดเปนอยางอื่น ใหใชกฎหมายพิเศษนั้นบังคับ ในกรณที ี่มกี าร กําหนดสัดสวนสําหรับการถือหุนของชาวตางชาติตามรายการประเภทธุรกิจโดยเฉพาะ ให นาํ รายการดังกลา วมาใชบ ังคับ - ใบรับรองการลงทุนสาธารณะ : นักลงทุนตางชาติลงทุนไดไมเกินรอยละ 49 ของกองทุน เพือ่ การลงทนุ กจิ การสาธารณะ - หุนในบริษัทหลักทรัพยมหาชน : นักลงทุนตางชาติสามารถถือหุนไดไมเกินรอยละ 49 ของ หนุ ท้งั หมดในบริษัทหลักทรัพยมหาชน
141 - พันธบัตร : ผูออกพันธบัตรอาจจะกําหนดสัดสวนการถือครองพันธบัตรของนักลงทุน ตา งชาติสาํ หรับพนั ธบัตรสว นเกินในตลาดพนั ธบตั ร 4.4.2 กฎหมายสถาบันการเงนิ การจัดตง้ั การดําเนนิ การ และจัดโครงสรา งองคกรของสถาบันการเงินนั้นอยูภายใตรัฐบัญญัติ สถาบันการเงิน ค.ศ. 2010397 สถาบันการเงินเปนวิสาหกิจท่ีดําเนินกิจการเกี่ยวกับการธนาคารทั้งท่ีเปนการทําธุรกรรมบาง ประเภทหรือทุกประเภท ซ่ึงประกอบไปดวยธนาคาร สถาบันการเงินท่ีไมใชธนาคาร สถาบันการเงิน ระดบั ฐานรากและกองทนุ เพือ่ ประชาชน - ธนาคาร เปนสถาบันการเงินที่สามารถดําเนินธุรกรรมทางการเงินไดทุกประเภทตามรัฐ บัญญัติสถาบันการเงิน ค.ศ. 2010 ทั้งน้ีข้ึนอยูกับลักษณะ วัตถุประสงคและประเภทของ ธนาคารนั้นๆ เชน ธนาคารพาณิชย ธนาคารท่ีจัดตง้ั ตามนโยบาย ธนาคารสหกรณ เปนตน ธนาคารพาณิชยเปนธนาคารที่ดําเนินธุรกรรมทางการเงินไดทุกประเภทรวมถึงดําเนิน ธรุ กรรมอน่ื ๆ เพอื่ แสวงหาผลกาํ ไร - สถาบันการเงินที่ไมใชธนาคาร เปนสถาบันการเงินที่สามารถดําเนินธุรกรรมดานการ ธนาคารตงั้ แตหน่ึงประเภทข้ึนไป แตไมสามารถรบั เงินฝากประเภทเผ่ือเรียกและการชําระ คา สินคาและบรกิ ารผานบญั ชขี องลกู คา สถาบันการเงินในเวียดนามประกอบไปดวยบรษิ ัทเงนิ ทุน บริษัทลิสซิ่ง และสถาบันการเงิน ท่ไี มใชธนาคารอื่นๆ บริษัทลิสซิ่งเปนสถาบันการเงินท่ีทําการใหสินเชื่อในการเชาซื้อหรือลิสซิ่งเปนธุรกิจหลัก โดยเง่อื นไขการดาํ เนินธรุ กจิ ใหเ ปนไปตามรฐั บัญญัติสถาบนั การเงนิ ค.ศ. 2010 - สถาบันการเงินระดับฐานราก เปนสถาบันการเงินประเภทท่ีดําเนินธุรกรรมทางการเงิน บางประเภทเพื่อตอบสนองความตองการของบุคคลหรือครอบครัวที่มีรายไดต ่ําหรือเปนผู ประกอบธรุ กิจขนาดยอม - กองทุนกูยืมเพ่ือประชาชน เปนสถาบันทางการเงินที่จัดต้ังโดยนิติบุคคล บุคคลและ ครัวเรือนดวยความสมัครใจในรูปแบบของสหกรณเ พื่อดําเนินธรุ กรรมดา นการธนาคารตาม ขอกําหนดแหงรฐั บัญญัติสถาบันการเงนิ และกฎหมายสหกรณโดยมีวตั ถุประสงคเพื่อชวย สนับสนุนพัฒนาการผลิต พฒั นาธุรกจิ และคุณภาพชวี ิตใหกบั สมาชิก 397 รฐั บญั ญตั ิ ฉบับที่ 47/2010/QH12 ลงวนั ท่ี 29 มิถุนายน ค.ศ. 2010 วาดวยสถาบนั การเงนิ
142 4.4.2.1 เงอ่ื นไขในการจัดตง้ั สถาบันการเงนิ รัฐบัญญตั ิสถาบันการเงิน ค.ศ. 2010 กําหนดเง่ือนไขในการจัดต้ังธนาคารพาณิชยและสถาบัน การเงนิ อ่นื ๆ เชน การกําหนดเงนิ ทุนขนั้ ตํ่าของสถาบันการเงนิ กรรมการและผูบริหาร กฎหมายเวียดนามยังไดอนญุ าตใหสถาบนั การเงนิ ตางประเทศเขามาลงทุนในประเทศเวยี ดนาม ไดร อ ยละ 100 หากไดท ําตามเงือ่ นไขการจัดต้ังตามที่กฎหมายกําหนด สําหรับการควบคมุ ดแู ลระบบสถาบนั การเงินในประเทศเวยี ดนาม ธนาคารแหงรฐั เวียดนามเปน หนว ยงานท่มี ีอํานาจในการออกใบอนุญาตจัดต้งั สถาบันการเงิน ออกใบอนุญาตอ่ืนเพ่ิมเติม รวมถึงการ เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันการเงิน เมื่อสถาบันการเงินไดรับใบอนุญาตจากธนาคารแหงรัฐ เวียดนามแลว สถาบันการเงินจะตองดําเนินการจดทะเบียนธุรกิจกับสํานักงานกรมการลงทุนและการ วางแผนในพนื้ ท่ที ส่ี าํ นกั งานใหญของสถาบนั การเงนิ น้นั ตั้งอยู 1. สถาบันการเงินทต่ี างชาติเปน เจาของทัง้ หมด ตามมาตรา 20 วรรคหน่ึงและวรรคสอง รัฐบัญญัติสถาบันการเงิน ค.ศ. 2010 เง่ือนไขในการ ขอรบั ใบอนญุ าตจดั ตง้ั สถาบันการเงินทต่ี า งชาตเิ ปนเจา ของท้ังหมดรอยละ 100 มดี งั น้ี ก. มีทนุ กอ ต้ัง-ทุนอดั ฉดี ขัน้ ตาํ่ ตามทีก่ ําหนดในกฎหมาย ข. เปนเจาของสถาบันการเงินประเภทจํากัดความรับผดิ ซ่ึงมีสมาชิกคนเดยี ว หรือ เปนผูถือหุน ที่เปนผเู ริ่มกอต้ังหรือสมาชิกผเู ร่ิมกอตั้งซ่ึงเปน นติ ิบุคคลที่ประกอบกิจการตามกฎหมายและ มีความสามารถทางการเงินเพียงพอที่จะรวมทุน หรือ เปนผูถือหุนที่เปนผูเริ่มกอต้ังหรือ สมาชิกผเู ร่ิมกอต้งั ซ่ึงเปนบุคคลธรรมดาและมีความสามารถในการทํานิติกรรมทางแพง และ มคี วามสามารถทางการเงนิ เพียงพอที่จะรว มทุน ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะกําหนดเง่ือนไขรายละเอียดใบอนุญาตที่ใชบังคับกับเจาของ สถาบันการเงินจํากัดความรับผดิ ทม่ี ีสมาชิกคนเดียว ผูถือหุนที่เปนผเู รม่ิ กอตง้ั และสมาชิกผู เร่ิมกอต้งั ค. ผูบริหาร ผูจัดการ สมาชิกคณะกรรมการควบคุมจะตองเปนไปตามเกณฑและเง่ือนไขที่ กําหนดในมาตรา 50 ของกฎหมายนี้ ง. มีขอ บงั คบั ที่สอดคลอ งกบั บทบญั ญตั ิกฎหมายน้ีและกฎหมายอ่ืนๆ ทีเ่ กี่ยวขอ ง จ. มีโครงการจัดต้ังหรือแผนธุรกิจที่เปนไปไดในทางปฏิบัติที่ไมกระทบตอความปลอดภัยและ มั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ไมก อ ใหเกดิ การผูกขาดทางการคา ขอ จาํ กัดการแขงขันทาง การคา หรือการแขงขนั อนั ไมเ ปนธรรมในระบบสถาบันการเงนิ ฉ. สถาบันการเงนิ ตา งประเทศไดร ับอนุญาตใหป ระกอบกจิ การธนาคารตามบทบญั ญัติกฎหมาย ของประเทศตน ทางทสี่ าํ นกั งานใหญต ้งั อยู ช. กิจกรรมตางๆ ท่ีสถาบันการเงินตางประเทศยื่นขอดําเนินการในประเทศเวียดนามจะตอง เปนสิ่งที่ไดรับอนญุ าตใหดาํ เนินการในประเทศตน ทางทีส่ ํานักงานใหญต ้งั อยเู ชนกัน
143 ซ. สถาบันการเงินตางประเทศจะตองมีผลประกอบการที่ดีและเปนไปตามเง่ือนไขที่ธนาคาร แหงรัฐเวียดนามกําหนดไวเก่ียวกับมูลคาสินทรัพย สถานะทางการเงิน และอัตราสวนพรู เดนทเ ชยี ล (prudential ratio) ฌ. สถาบันการเงนิ ตางประเทศจะตองรับรองเปน ลายลักษณอ ักษรซึ่งจะจดั สงใหแ กธนาคารแหง รัฐเวียดนามวาจะใหการสนับสนุนดานการเงิน เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการ ปฏิบัติการแกสถาบันการเงินรวมทุน สถาบันการเงินท่ีตางชาติเปนเจาของท้ังหมดรอยละ 100 และสาขาธนาคารตางประเทศ เพื่อรับรองวาสถาบันตางๆ เหลานี้สามารถดํารงมูลคา ทุนกอตั้ง/ทุนอัดฉีดจริง โดยไมตํ่ากวาทุนท่ีกฎหมายกําหนด และปฏิบัติตามขอกําหนดใน การรับรองใหร ะบบการเงินมคี วามมัน่ คงตามท่กี ฎหมายกําหนด ญ. หนวยงานกาํ กบั ดูแลท่ีเก่ยี วของในประเทศตนทางไดล งชื่อในบนั ทึกขอตกลงกับธนาคารแหง รัฐเวียดนามดานความรวมมือในการกํากับดแู ลกิจการธนาคารและการแลกเปลี่ยนขอมูลใน การกํากับดูแลใหระบบการเงินมีความม่ันคง หนวยงานกํากับดแู ลท่เี ก่ียวของในประเทศตน ทางจะตองแจงเปนลายลักษณอักษรโดยรับรองวาจะกํากับดูแลการดาํ เนินงานของสถาบัน การเงินตา งประเทศโดยรวมตามแนวทางปฏิบัตสิ ากลระดับสงู สุด 2. ธนาคารพาณิชย เอกสารในการขออนญุ าตจัดต้งั และประกอบกิจการธนาคารพาณิชยป ระกอบดว ย 1. คําขออนญุ าตจัดต้ังและประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย ลงชอื่ โดยผูถือหุน ท่ีเปนผูเร่ิมกอต้ัง เจาของ และสมาชิกกอ ตัง้ 2. รา งขอบงั คบั 3. แผนการจัดต้งั ธนาคารพาณิชย ซง่ึ มีรายละเอยี ดข้นั ต่าํ ดงั นี้ ก. ความจาํ เปน ในการจัดตง้ั ธนาคารพาณชิ ย ข. ชื่อธนาคารพาณิชย ช่ือจังหวัด/เมืองภายใตการจัดการโดยสวนกลางท่ีสํานักงานใหญ ตัง้ อยู เวลาดําเนินการ ทุนกอ ตั้ง รายละเอยี ดการดาํ เนนิ งาน ค. ความสามารถทางการเงนิ ของผูถือหนุ ในการจัดตงั้ การรว มทุน การเปน หุนสวนจาํ กัด ง. แผนผงั องคก รและเครือขายการดําเนินงานของธนาคารท่ีคาดการณในชวง 3 ปแ รก จ. รายชื่อบุคลากรพรอมระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคุณวุฒิ ประสบการณทํางานในภาค การเงิน การธนาคาร และการบริหารจัดการความเสี่ยงตามขอกําหนดของทุกตําแหนง งาน (1) ประธาน สมาชิก กรรมการบริหารอิสระ สมาชิกสภา หัวหนาคณะกรรมการ บริหาร สมาชิกสภา (2) หัวหนา สมาชิก สมาชกิ ผเู ชี่ยวชาญและรบั ผิดชอบตอ คณะกรรมการตรวจสอบ (3) ผูอํานวยการทั่วไป (ผูอํานวยการ) รองผูอํานวยการท่ัวไป (รองผูอํานวยการ) สมหุ บ ัญชี และหัวหนาหนวยยอยในโครงสรางองคก ร
144 ฉ. นโยบายการบรหิ ารจัดการความเสี่ยง ไดแก การกําหนด การวัด การปอ งกนั การบริหาร จัดการ และควบคุมความเสี่ยงดานเครดิต ความเสี่ยงดานปฏิบัติการ ความเสี่ยงจาก ภาวะตลาด ความเส่ยี งดานสภาพคลอ ง และความเสีย่ งอน่ื ๆ ในการดําเนนิ งาน ช. เทคโนโลยสี ารสนเทศ (1) การคาดการณเกยี่ วกับการลงทนุ ทางการเงนิ ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ (2) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะตองเปนไปตามขอกําหนดในการบริหาร การ จัดการความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย และกฎระเบียบขอบังคับของธนาคาร แหงรัฐเวยี ดนาม (3) ความสามารถในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศซ่ึงตองระบุอยางชัดแจง ไดแก ระยะเวลาในการลงทุนดานเทคโนโลยี ประเภทเทคโนโลยีทีค่ าดวาจะใช ความ คาดหวังตอผูบริหารและความสามารถของผูบริหารในการใชเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อรับรองวาจะผสานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเชื่อมตอกับ ระบบการบริหารจัดการของธนาคารแหงรัฐเวียดนามในการใหขอมูลตามขอ กําหนดการบรหิ ารจดั การของธนาคารแหงรฐั เวยี ดนาม (4) เอกสารเก่ียวกับโครงสรางเทคโนโลยีสารสนเทศในการดําเนินกิจการธนาคาร พาณิชย (5) มาตรการเพอ่ื รับรองความปลอดภัยและความมัน่ คงตามประเภทของการบริการ ที่คาดวา จะดาํ เนนิ งาน (6) แผนบริหารจัดการความเสี่ยงดานเทคโนโลยีท่ีคาดวา จะใชใ นการดําเนินกิจการ ธนาคารพาณิชย (7) การคาดการณในการมอบหมายความรบั ผิดชอบเพื่อรายงานและควบคุมระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ ซ. ความสามารถดานการดาํ รงอยูและพฒั นาของธนาคารในตลาดการธนาคาร (1) การวิเคราะหตลาดการธนาคาร โดยระบุสถานะตามความเปนจริง อุปสรรค และโอกาส (2) ความสามารถในการเขาแขงขันในตลาดการธนาคาร โดยแสดงใหเห็นขอ ไดเ ปรียบของธนาคารเมอ่ื เขา รวมในตลาดการธนาคาร (3) กลยุทธการพัฒนา การขยายเครือขายดาํ เนินงาน และรายละเอียดการดําเนิน กิจการธนาคาร ประเภทและจาํ นวนลกู คา พรอมท้ังระบรุ ายละเอียดการปฏิบัติ ตามเงอ่ื นไขการดาํ เนนิ กิจการ ฌ. ระบบการตรวจสอบภายในและการตรวจสอบบัญชี (1) หลักการดาํ เนินการระบบตรวจสอบภายใน
145 (2) รางกฎขอ บังคับภายในพื้นฐานขององคกรและการดําเนนิ กจิ การธนาคาร รวมทัง้ กฎขอบังคับภายในตามที่ระบุในวรรคสอง ของมาตรา 93 ของกฎหมายสถาบัน การเงินและขอกําหนดดงั ตอไปน้ี - กฎขอ บังคบั องคกรและการดําเนินการของคณะกรรมการบรหิ าร สมาชกิ สภา คณะกรรมการตรวจสอบ ฝา ยบริหาร - กฎขอบงั คบั องคก รและการดําเนินการของสํานักงานใหญ สํานักงานสาขา และหนว ยยอยอ่ืน ๆ (3) รายละเอียดและกระบวนการดําเนินการตรวจสอบภายใน ฌ. แผนธุรกิจท่ีคาดการณในชวง 3 ปแรกซ่ึงประกอบดวยการวิเคราะหตลาด กลยุทธ วัตถุประสงคและแผนปฏิบัติการ งบการเงินของแตละป (งบดุลและรายงานผล ประกอบการธุรกิจ รายงานกระแสเงนิ สด มาตรฐานความปลอดภยั ของเงนิ ทนุ ข้ันตํ่า เกณฑ สําหรับผลการดําเนินงาน และคําอธิบายความสามารถดําเนินงานตามเปาหมายทางการเงิน ในแตละป) 4. เอกสารที่แสดงความสามารถของเครื่องมือบริหารจัดการ การตรวจสอบ และการบริหารที่ คาดการณม ดี ังน้ี ก. ประวตั ิสว นตัวโดยสงั เขป ประวตั อิ าชญากร (หรือเอกสารเทยี บเทา ) ข. สาํ เนาเอกสารแสดงคณุ วุฒิทร่ี บั รองวาถกู ตอง ค. เอกสารอื่นๆ อันเปนหลักฐานวาไดปฏิบัติครบตามเงื่อนไขและมาตรฐานที่กําหนดไวใน กฎหมายสถาบันการเงินและบทบัญญัติกฎหมายทเี่ กี่ยวขอ ง ง. ในกรณีที่บุคคลท่ีไดรับเลือกใหเปนคณะกรรมการบริหาร สมาชิกสภา คณะกรรมการ ตรวจสอบหรือผูอํานวยการทว่ั ไปไมไดถือสัญชาติเวียดนาม นอกจากเอกสารขางตนแลว จะตองแจงเปนลายลักษณอักษรวามีคุณสมบัติครบถวนในการพํานักและทํางานใน ประเทศเวียดนาม 5. รายงานการประชุมของผูถือหุนที่เปนผูเร่ิมกอต้ัง สมาชิกผูเ รมิ่ กอตั้ง หรือเอกสารของเจาของใน การคดั เลอื กคณะกรรมการเตรียมการ หัวหนาคณะกรรมการเตรียมการ การอนุมัตริ างขอบังคบั แผนการจัดต้งั ธนาคารและรายละเอียดตาํ แหนง ฝา ยบริหาร ตามที่ระบุในขอ 5 ของหนังสือเวียนเกี่ยวกับการใหอนุญาตและรายละเอียดองคกรและการ ดําเนินกิจการธนาคารพาณิชย สาขาธนาคารตางประเทศ และสํานักงานผูแทนของสถาบันการเงิน ตา งประเทศ สถาบนั ตา งประเทศท่ีมีการดําเนินกิจการธนาคารในประเทศเวยี ดนาม (หนงั สือเวยี นฉบับท่ี 40/2011/TT-NHNN) คําสั่งและขั้นตอนการใหอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการธนาคารพาณิชย ใบอนุญาตจัดตั้งสาขาธนาคารตางประเทศมรี ายละเอยี ดดังตอ ไปนี้ ก. คณะกรรมการเตรียมการจัดทําเอกสารเพื่อย่ืนคํารองขอใบอนุญาตและสงทางไปรษณีย หรอื ยืน่ โดยตรงตอธนาคารแหง รฐั เวยี ดนาม ภายใน 60 วันหลังจากไดรบั เอกสารคํารอ งขอ
146 ใบอนุญาต ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะตอบรับเปนลายลักษณอักษรตอคณะกรรมการ เตรียมการเพ่ือยืนยันวาไดรับเอกสารสําหรับการพิจารณาและอนุมัติในหลักการแลว ใน กรณีท่ีเอกสารคํารองขอใบอนุญาตไมสมบูรณ ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะแจงเปนลาย ลกั ษณอักษรตอ คณะกรรมการเตรียมการเพ่ือขอเอกสารเพมิ่ เติม ข. ภายใน 90 วันหลังจากสงเอกสารยืนยันวาไดรับเอกสารครบถวน ธนาคารแหงรัฐเวียดนาม จะสงเอกสารอนุมัติเปนลายลกั ษณใหจ ัดต้ังธนาคารพาณชิ ยหรือสาขาธนาคารตางประเทศ ได ในกรณีที่ไมไดรับอนุมัติ ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะแจงเปนลายลักษณอักษรตอ คณะกรรมการเตรยี มการโดยระบุเหตุผลท่ีไมอ นุมตั อิ ยา งชัดแจง ค. ภายใน 60 วันหลังจากไดรบั อนุมัติเปนลายลกั ษณอ ักษรใหจดั ต้ังธนาคารพาณชิ ยห รอื สาขา ธนาคารตางประเทศ คณะกรรมการเตรียมการจะตองจัดทําเอกสารเพ่ิมเติมและสงทาง ไปรษณยี ห รอื ยื่นโดยตรงตอธนาคารแหงรัฐเวยี ดนาม หากธนาคารแหงรัฐเวยี ดนามไมไดรับ เอกสารหรือไดรับเอกสารดังกลาวไมครบถวนภายในระยะเวลาขางตน การอนุมัติโดย หลักการจะถือเปนอันยกเลิกภายใน 2 วันหลังจากไดรับเอกสารเพ่ิมเติมครบถวนแลว ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะแจงเปนลายลักษณอักษรวา ไดรบั เอกสารครบถวน และภายใน 30 วันหลังจากไดรับเอกสารครบถวน ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะออกใบอนุญาตตาม ขอกําหนด ในกรณีที่ไมอนุญาต ธนาคารแหงรัฐเวียดนามจะแจงเปนลายลักษณอักษรตอ คณะกรรมการเตรยี มการโดยระบเุ หตผุ ลท่ีไมอ นุญาตอยางชดั แจง 4.4.2.2 เงนิ ทุนจดั ตั้งสถาบนั การเงนิ ตามรัฐกฤษฎกี าฉบับที่ 141/2006/ND-CP ลงวันท่ี 22 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2006 สถาบันการเงิน จะตองมีเงินทนุ ขั้นตาํ่ ตามกฎหมายดงั ตอไปนี้ ลาํ ดับ ประเภทของสถาบนั การเงนิ เงินทนุ ข้นั ตํา่ ตามกฎหมาย จนถงึ ค.ศ. 2008 จนถงึ ค.ศ. 2010 1 ธนาคาร 1.1 ธนาคารพาณชิ ย - ธนาคารพาณชิ ยข องรฐั 3 ลา นลานดอง 3 ลา นลานดอง เวียดนาม เวียดนาม - ธนาคารพาณชิ ยรว มหุน (Joint Stock 1 ลา นลา นดอง 1 ลา นลา นดอง Bank) เวยี ดนาม เวียดนาม - ธนาคารรวมทุน (Joint Venture Bank) 1 ลานลา นดอง 3 ลา นลา นดอง เวียดนาม เวยี ดนาม - ธนาคารพาณชิ ยตางประเทศท่ีเขา มาลงทนุ 1 ลานลานดอง 3 ลา นลานดอง ในเวียดนามรอ ยละ 100 (Bank with 100% เวยี ดนาม เวยี ดนาม foreign capital)
147 ลําดับ ประเภทของสถาบันการเงิน เงินทนุ ขน้ั ต่ําตามกฎหมาย จนถึง ค.ศ. 2008 จนถงึ ค.ศ. 2010 - สาขาของธนาคารพาณชิ ยตางประเทศ 15 ลานดอลลาร 15 ลา นดอลลา ร สหรฐั สหรัฐ 1.2 ธนาคารทจ่ี ัดต้ังขน้ึ ตามนโยบาย(Policy 5 ลานลานดอง 5 ลานลานดอง Bank) เวยี ดนาม เวยี ดนาม 1.3 ธนาคารเพื่อการลงทุน(Investment Bank) 3 ลา นลานดอง 3 ลา นลานดอง เวียดนาม เวียดนาม 1.4 ธนาคารเพ่ือการพัฒนา (Development 5 ลา นลานดอง 5 ลา นลา นดอง Bank) เวียดนาม เวยี ดนาม 1.5 ธนาคารสหกรณ (Cooperative banks) 1 ลานลา นดอง 3 ลา นลานดอง เวียดนาม เวยี ดนาม 1.6 กองทนุ เพื่อประชาชน (People's Credit Fund) - กองทุนเพอ่ื ประชาชนกลาง (the Central 1 ลานลา นดอง 3 ลานลา นดอง People's Credit Funds) เวยี ดนาม เวียดนาม - กองทนุ เพ่ือประชาชนทัว่ ไป (Basic 1 พนั ลา นดอง 1 พนั ลา นดอง People's Credit Fund) เวียดนาม เวยี ดนาม 2. สถาบนั การเงนิ อน่ื ท่ีไมใชธ นาคาร 2.1 บริษัทเงนิ ทุน 3 แสนลานดอง 5 แสนลานดอง เวยี ดนาม เวยี ดนาม 2.2 บรษิ ัทลสิ ซ่งิ 1 แสนลา นดอง 1.5 แสนลา นดอง เวียดนาม เวียดนาม สําหรับนักลงทุนตางชาติ รัฐบาลไดออกรัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 01/2014/ND-CP ลงวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 2014 วาดวยการซ้ือหุนของสถาบันการเงินในเวียดนามของชาวตางชาติ (ซ่ึงตอไปนี้ เรียกวารัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 01/2014/ND-CP) ซึ่งกฎหมายดังกลาวไดกําหนดขอจํากัดของนักลงทุน ตา งชาตใิ นการลงทนุ ในสถาบันการเงนิ ที่จดั ตง้ั ขนึ้ ในประเทศเวยี ดนามดงั ตอไปนี้
148 1. นักลงทุนตางชาติจะตอ งซ้ือหนุ ของสถาบันการเงินในประเทศเวียดนามโดยรูปแบบ 1) ซ้ือ หุนโดยตรงจากผถู ือหุน 2) ซ้อื จากสถาบันการเงินที่เสนอขายหุน 3) แปลงสภาพวิสาหกิจ ใหเปนสถาบนั การเงินที่ถอื หุนในบริษทั อ่นื 398 2. นักลงทุนตา งชาตจิ ะตอ งถือหนุ ไมเ กนิ สัดสวนตามที่กฎหมายกาํ หนด ซ่งึ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี ลําดบั ผูถอื หุน สดั สวนขนั้ สงู สดุ ที่ชาวตางชาติ สามารถถอื หุนในสถาบนั การเงนิ ของ 1 ชาวตางชาติ เวียดนาม (คิดเปน รอ ยละของจํานวน 2 องคก รตา งประเทศ 3 นกั ลงทนุ ตา งชาตติ ามแผนกลยุทธของรฐั หนุ ทง้ั หมด) 4 นักลงทนุ ตา งชาติและบรษิ ัทในเครอื 5 การถือหุน รวมกนั ทัง้ หมดของนกั ลงทุน 5 ตางชาตแิ ละบริษัทในเครอื 15 20 20 30 สัดสวนการถือหุนของสถาบันการเงินโดยนักลงทุนตางชาติดังกลาวมาในขางตนใหบังคบั ใชกับ กรณที น่ี ักลงทุนตางชาติไดมอบหมายใหบ คุ คลอื่นหรอื บริษทั อนื่ ๆ ซือ้ หนุ นอกจากน้ี ในกรณีท่ีนักลงทุนตา งชาตแิ ปลงพนั ธบตั รแปลงสภาพของสถาบันการเงินในประเทศ เวียดนามเปน หนุ จะตอ งคํานงึ ถงึ สัดสว นการถอื หนุ ตามทก่ี ลา วมาในขางตนดวยเชนกัน 3. เงือ่ นไขขอจาํ กัด กฎหมายเวยี ดนามไมไดก ําหนดขอจํากัดสําหรบั ชาวตางชาติหรือองคก รตางชาติ (รวมถงึ สถาบัน การเงนิ ตา งชาติ) ทถ่ี ือหุนเปนสดั สว นนอ ยกวารอยละ 10 ในสถาบันการเงนิ เวยี ดนาม อยางไรก็ตามกฎหมายไดกําหนดเง่ือนไขขอกําหนดสําหรับองคก รตางชาติที่ประสงคจะถือหุน มากกวา รอ ยละ 10 ในสถาบันการเงนิ เวียดนาม ซ่ึงองคกรตางชาตจิ ะตองมีคณุ สมบัตดิ ังตอไปน้ี - ไดรับการจัดลําดับความนาเช่ือถือใหอยูในระดับมีความมั่นคง ในระดับเทียบเทา หรือใน ระดับทส่ี งู กวา โดยสถาบันการเงินตางประเทศ - มีทรัพยากรดานการเงินที่เพียงพอตามงบการเงินที่ไดรับการตรวจสอบจากหนวยงานสอบ บญั ชอี สิ ระ 398 ตามมาตรา 6.3 รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 01/2014/ND-CP นักลงทุนตางชาติจะตองซ้ือหุนในกรณีที่สถาบันการเงินได เปลีย่ นรูปแบบตามกฎหมายไปเปนสถาบนั การเงนิ รวมทุน
149 - การซ้ือหุนจะไมเปนการผูกขาด และไมกระทบตอเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินใน ประเทศเวยี ดนาม - ไมเคยกระทําการฝาฝนกฎหมายวา ดว ยการแลกเปลี่ยนเงนิ ตรา การธนาคาร หลกั ทรัพยและ ตลาดหลกั ทรพั ยใ นประเทศเวียดนาม - มีสินทรัพยเปนมูลคาอยางนอย 10 พันลานดอลลารสหรัฐในกรณีที่นักลงทุนตางชาติเปน ธนาคาร บริษัทเงนิ ทุน บริษัทลิสซ่งิ หรือมีสินทรพั ยเ ปนมูลคาอยา งนอ ย 1 พันลานดอลลาร สหรฐั ในกรณีท่ีนกั ลงทุนเปน องคก รประเภทอ่นื สําหรับนักลงทุนตางชาตติ ามแผนกลยุทธของรัฐที่ตอ งการถือหุนในสถาบันการเงินมากกวารอย ละ 10 ของหุนท้ังหมด (นักลงทุนตางชาติตามแผนกลยุทธของรัฐ หมายถึง “สถาบันตางประเทศท่ีมี ความสามารถทางการเงินและไดเขาทําสัญญาเปนลายลักษณอักษรโดยตัวแทนผูมีอํานาจกระทําแทน เก่ียวกับผลประโยชนระยะยาวในสถาบันการเงินในเวียดนามและสถาบันการเงินในเวียดนามไดใหการ สนับสนุนเพ่ือการถายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม การพัฒนาสินคาและบริการเกี่ยวกับการธนาคาร พัฒนา ความสามารถทางการเงนิ การบรหิ ารจดั การ และการดาํ เนนิ ธุรกจิ ”) จะตองมีคณุ สมบัติดงั ตอ ไปน้ี - นักลงทุนเชิงกลยุทธตางชาติจะตองเปนสถาบันการเงิน เชน ธนาคารตางประเทศ บริษัท เงินทุนตา งประเทศ บรษิ ัทลสิ ซ่งิ - ตอ งมปี ระสบการณในการดําเนินธรุ กิจการธนาคารระหวางประเทศอยา งนอย 5 ป - มสี ินทรัพยเ ปน มูลคา อยางนอย 20 พนั ลานดอลลารสหรฐั - ตอ งไมถือหุนรอยละ 10 ของหุนท้ังหมดในสถาบันการเงินอืน่ ๆ ในประเทศเวยี ดนาม นอกจากน้ี กฎหมายเวียดนามยังไดก าํ หนดเงอ่ื นไขในการขายหุนของสถาบันการเงนิ ใหน ักลงทนุ ตางชาติ ตามมาตรา 11 รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 01/2014/ND-CP โดยเงื่อนไขในการขายหุนใหนักลงทุน ตางชาติมดี งั นี้ 1) สถาบันการเงินที่จะแปลงสภาพเปนสถาบันการเงินรวมทุน (joint-stock credit institutions) จะตองมีแผนการจัดสรรหุน แผนการแปลงสภาพบริษัท ซ่ึงรวมถึงแผนการ ขายหนุ ใหน กั ลงทนุ ตา งชาติที่ไดรับการอนุมตั ิ 2) สถาบันการเงินรวมทุน (joint-stock credit institutions) จะตองมีแผนการเพ่ิมทุน แผนการขายหุนที่บริษัทถือไวเองหรือหุนทุนซื้อคืน (treasury stocks) ซึ่งรวมถึงแผนการ ขายหนุ ใหน ักลงทุนตา งชาตทิ ่ไี ดร ับการอนมุ ัตจิ ากทีป่ ระชุมสามญั ผูถือหนุ ราคาขายหนุ ของสถาบันการเงนิ 1) สําหรับหุนของสถาบันการเงินไมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย ใหกําหนดราคาขายดวย การประมลู หรอื การตกลงระหวางกัน 2) สําหรับหุนของสถาบันการเงินจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย การกําหนดราคาขายให เปน ไปตามกฎหมายหลกั ทรัพยแ ละตลาดหลกั ทรพั ย
150 กลาวโดยสรุปการกําหนดหลักเกณฑสําหรับการซือ้ หุน ของสถาบันการเงนิ ในประเทศเวียดนาม ของนักลงทุนตางชาติเปน การสรางความปลอดภยั และเสริมสรางเสถยี รภาพของระบบสถาบันการเงนิ ใน ประเทศเวยี ดนาม และยังเปน การสรางความมั่นคงใหกับตลาดการเงนิ และการแลกเปล่ยี นเงนิ ตรา 4.4.3 กฎหมายตอ ตานการฟอกเงนิ กฎหมายวา ดว ยการตอตานการฟอกเงนิ ของเวยี ดนามประกอบไปดว ย - รฐั บญั ญตั ิ ฉบับท่ี 07/2012/QH13 ลงวนั ที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 2012 วา ดวยการตอ ตา นการ ฟอกเงนิ - รัฐกฤษฎีกาของรัฐบาล ฉบับท่ี 116/2013/ND-CP ลงวันท่ี 4 ตุลาคม ค.ศ. 2013 กําหนด รายละเอียดของการปรับใชกฎหมายตอ ตานการฟอกเงนิ - หนังสอื เวยี นของธนาคารแหงรฐั เวียดนาม ฉบับท่ี 35/2013/TT-NHNN ลงวนั ที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2013 กาํ หนดแนวทางของการปรบั ใชกฎหมายตอตา นการฟอกเงิน รัฐบญั ญตั ติ อ ตา นการฟอกเงิน ค.ศ. 2012 มาตรา 1 ของรัฐบัญญัติตอตา นการฟอกเงนิ ค.ศ. 2012 ไดก ําหนดวัตถุประสงคของกฎหมายนี้ ไววา - เพื่อท่ีจะเปนมาตรการในการปองกัน ตรวจสอบ ปราบปราม ยับย้ัง และจัดการองคกรและ บคุ คลในการกระทําผดิ ฐานฟอกเงนิ - บัญญัติเกี่ยวกับหนาที่และความรับผิดของหนวยงาน องคกร และบุคคลในการปองกันการ ฟอกเงิน รวมไปถึงความรวมมือระหวา งประเทศเก่ยี วกับการตอตานการฟอกเงิน การปองกันการฟอกเงินท่ีสนับสนุนการกอการรายเปนไปตามกฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งประมวล กฎหมายอาญาและกฎหมายการตอตา นการกอการรา ย มาตรา 21 และ 22 รัฐบัญญัติตอตานการฟอกเงิน ค.ศ. 2012 กําหนดใหสถาบันทางการเงิน สถาบันอ่ืนและบุคคลที่เกี่ยวของกับการเงิน (ไดแก ประกอบกิจการเกี่ยวกับเกมท่เี ลน เพ่ือหวังผลรางวลั บอนการพนัน แลกเปลี่ยนอสังหารมิ ทรัพย องคกรขายตรง) ตองรายงานธรุ กรรมท่ตี อ งสงสัยตอธนาคาร แหงรัฐเวียดนาม เม่ือปรากฏวาธุรกรรมดังกลาวเปนธุรกรรมท่ีเก่ียวพันกับทรัพยสินท่ีมีมูลคาสูง โดย มูลคา ธุรกรรมถกู กําหนดโดยนายกรฐั มนตรีภายใตข อ เสนอของกฎระเบยี บของธนาคารแหง รฐั เวียดนาม ตัวอยางของธุรกรรมท่ีตองสงสัยตามมาตรา 22 รัฐบัญญัติตอตานการฟอกเงิน ค.ศ. 2012 ไดแ ก - เม่ือลกู คาแจง ขอมูลท่ีไมถ กู ตองหรือไมค รบถวน - เม่ือลกู คาชักจงู ใหสถาบนั การเงินไมรายงานธรุ กรรมตอ หนวยงานของรฐั - ไมส ามารถระบุตวั ลกู คา ไดจ ากขอมูลทีล่ ูกคาแจงใหท ราบ - เบอรต ิดตอ ของบคุ คลหรือตัวแทนท่แี จงไวไ มสามารถติดตอได
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225