151 - ธรุ กรรมไดก ระทาํ ขึ้นโดยองคก รหรอื บคุ คลท่ีมีรายชื่อปรากฏอยูในบัญชรี ายชือ่ ทตี่ องระวงั - ธรุ กรรมบง ชวี้ าเปนธรุ กรรมที่เกยี่ วของกบั ผรู วมกระทําความผดิ ทางอาญา - องคกรหรือบุคคลที่มีสวนรวมกับธุรกรรมท่ีมีมูลคามาก ที่ไมสอดคลองกับรายไดของ องคก รหรือบุคคล - ธุรกรรมของลกู คาทไ่ี มไ ดก ระทําตามขั้นตอนหรอื กระบวนการทบ่ี ัญญตั ไิ วต ามกฎหมาย รฐั กฤษฎีกาฉบบั ที่ 116/2013/ND -CP รัฐกฤษฎกี าฉบับที่ 116/2013/ND-CP ลงวนั ท่ี 4 ตุลาคม ค.ศ. 2013 บัญญัตเิ ก่ยี วกบั การบังคับ ใชกฎหมายตอตานการฟอกเงิน (ในที่นี้จะเรียกวารัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 116/2013/ND-CP) รัฐกฤษฎีกา ไดบัญญัติมาตรการเฉพาะในการปองกันและปราบปรามการฟอกเงนิ ไดแ ก - การระบุ จดั ทํารายงาน และจดั เกบ็ ขอมูลของลกู คา - การรวบรวม ประมวลผล และโอนยายขอมลู เกีย่ วกบั การปอ งกันการฟอกเงนิ - การปรับใชม าตรการชัว่ คราว - ความรับผิดชอบของธนาคารแหงรัฐเวียดนาม กระทรวงความม่ังคงสาธารณะและ กระทรวงอ่ืนๆ - ความรวมมือระหวางประเทศเก่ยี วกบั การปอ งกนั การฟอกเงิน ภายใตรัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 116/2013/ND-CP สถาบันทางการเงินจะตองจัดใหมีมาตรการ ตรวจสอบลกู คาดงั น้ี - เมื่อลกู คา เปดบญั ชใี หม - เม่ือลกู คา เริ่มมีความสมั พันธกับสถาบันทางการเงนิ ในการท่จี ะใชผ ลิตภณั ฑและบรกิ ารทาง การเงนิ ของสถาบันทางการเงนิ - เม่ือลูกคามีการทําธุรกรรมที่มีมูลคาสูงผิดปกติ (มูลคา 300 ลานลานดองหรือมากกวา ภายใน 1 วัน) - เมือ่ มีการทาํ ธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส แตข าดขอมูลเกยี่ วกับชอ่ื ทอ่ี ยูห รือเลขท่ีบญั ชี - เม่ือมีธรุ กรรมทต่ี องสงสยั หรอื เกย่ี วของกบั ธรุ กรรมท่ตี องสงสัยเกีย่ วกับการฟอกเงนิ - เม่ือมีปญหาเก่ียวกับความถูกตองหรือความสมบูรณของการระบุขอมลู ของลูกคาท่ีไดเคย รวบรวมไวแลว รัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 116/2013/ND-CP ยังกําหนดใหสถาบันทางการเงินจัดทําระเบียบภายในท่ี เกยี่ วกบั การปองกันและปราบปรามการฟอกเงนิ ตัวอยา งกฎหมายภายในไดแก - นโยบายการรบั ลูกคา - ขัน้ ตอนและกระบวนการในการระบุตวั ลกู คา - การตรวจสอบและปรับปรงุ ขอมูลของลกู คา ใหทนั สมยั - แนวทางการรายงานธรุ กรรม
152 - กระบวนการตรวจสอบและการจดั การกบั ธุรกรรมทต่ี องสงสยั - การจดั เกบ็ และการรกั ษาความลบั ของขอมลู - การกาํ หนดมาตรการชวั่ คราวและหลกั การในการจดั การธรุ กรรมลาชา - การรายงานและการใหขอ มลู แกธนาคารแหงรัฐเวยี ดนามและหนวยงานทเี่ กยี่ วของ - การจัดการอบรมเกี่ยวกบั การตอ ตานการฟอกเงิน - การควบคุมและการตรวจสอบบัญชีภายในเพื่อใหเปนไปตามนโยบายและกฎหมาย ดาน ระบบและกระบวนการตอตานการฟอกเงนิ หนงั สอื เวยี นของธนาคารแหง รฐั เวยี ดนาม ฉบบั ท่ี 35/2013/TT-NHNN หนงั สือเวียนของธนาคารแหง รัฐเวยี ดนาม ฉบับที่ 35/2013/TT-NHNN ใชบ งั คบั กับสถาบนั ทาง การเงิน องคกรและบุคคลท่ีไมเกี่ยวของกับสถาบันทางการเงิน นอกจากน้ีหนังสือเวียนยังครอบคลุม องคก รและบุคคล องคกรตางชาติที่มีการประกอบกิจการท้ังในและนอกประเทศเวยี ดนามแตมีธุรกรรม ทางการเงนิ ในประเทศเวียดนาม โดยหนังสือเวียนของธนาคารแหงรัฐเวียดนามไดบัญญัติหนาที่ในการ ตอตา นการฟอกเงินดงั นี้ - หนังสือเวียนกําหนดใหมีการจัดทํารายงานตอธนาคารแหงรัฐเวียดนามเม่ือมีธุรกรรมที่ เช่ือมโยงกับลูกคาชาวตางชาติมีอิทธิพลทางการเมืองซึ่งถือเปนกลุมที่มีความเสี่ยงสูง นอกจากน้ีหนวยงานทีร่ ายงานธุรกรรมจะตองดูแลและตรวจสอบธรุ กรรมของกลุมลูกคาที่มี ความเสี่ยงสงู อยางใกลช ดิ โดยปรบั ปรุงขอมูลลกู คาใหท ันสมยั สองครง้ั ตอป - เม่ือสถาบันการเงินพบธุรกรรมที่มีมูลคาสูง ธุรกรรมที่ตองสงสัย การโอนเงินทาง อิเล็กทรอนิกสเกินวงเงินที่กฎหมายกําหนด หรือ การฟอกเงินเพ่ือสนับสนุนการกอการราย สถาบันการเงินจะตองรายงานตอธนาคารแหงรัฐเวียดนามเปนลายลักษณอักษร ทั้งน้ี ธุรกรรมที่มีมูลคาสูง เม่ือมูลคาเงินตราตางประเทศหรือเงินเวียดนาม อัญมณี โลหะมีคา (ยกเวน ทองคํา) สูงกวา 300 ลา นดอง หนวยงานในการบังคับใชกฎหมายตอ ตา นการฟอกเงนิ ตามรฐั บัญญัติตอตานการฟอกเงิน ค.ศ. 2012 หนวยงานที่รับผิดชอบในการบังคับใชกฎหมาย ปองกนั การฟอกเงนิ โดยมหี นา ทรี่ ายงาน ปองกันและตอตา นการฟอกเงนิ ไดแ ก - สํานักงานตอตานการฟอกเงินภายใตแผนกตรวจสอบและกํากับของธนาคารแหงรัฐ เวียดนาม สาํ นักงานตอตานการฟอกเงินจะสนับสนุนหัวหนาแผนกตรวจสอบของธนาคาร แหงรัฐเวียดนามในการบังคับใชกฎระเบียบเก่ียวกับการตอตานการฟอกเงินและพันธกรณี ระหวางประเทศเกี่ยวกับการตอตานฟอกเงินท่ีประเทศเวียดนามลงนาม โดยอํานาจและ หนาท่ีของสํานักงานตอตานการฟอกเงินบัญญัติเปนไปตามคําส่ังฉบับที่ 1654/QD-NHNN ของธนาคารแหงรัฐเวียดนามลงวันท่ี 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 - ธนาคารแหงรัฐเวียดนาม มีบทบาทสาํ คญั ในการควบคุมและกํากับดูแลการดําเนนิ การตาม กฎระเบยี บเก่ยี วกับการตอตา นการฟอกเงนิ
153 - กระทรวงความม่ันคงสาธารณะ มีหนาท่ีสืบสวนและสอบสวนเก่ียวกับอาชญากรรมการ ฟอกเงนิ - กระทรวงการคลัง มีหนาที่บังคับใชม าตรการตอตานการฟอกเงินในสวนท่ีเก่ียวของกับการ ประกนั ภัย การดําเนินธรุ กิจ การลงทุน และเกมท่เี ลนเพ่อื หวงั ผลรางวลั และบอ นการพนัน - กระทรวงโยธาธิการ มีหนาท่ีบังคับใชม าตรการตอตานการฟอกเงินในสวนท่ีเก่ียวกับธุรกิจ อสังหาริมทรพั ย - กระทรวงยตุ ธิ รรม มหี นาท่ีบังคบั ใชม าตรการตอตานการฟอกเงนิ กบั ทนายความ องคก รทาง กฎหมาย ทนายโนตารพี ับลิค (Notary public) 5. กฎหมายที่ดิน 5.1 กฎระเบียบเก่ียวกับการใชที่ดิน การเวนคืนท่ีดิน และการใหเชาที่อยูอาศัยสําหรับผูลงทุน ชาวตา งชาติ วันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 สภาแหงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวยี ดนามชุดท่ี 13 ได ตรารัฐบัญญัติที่ดิน ฉบับที่ 45/2013QH13 (ในท่ีน่ีจะเรียกวารัฐบัญญัติท่ีดิน ค.ศ. 2013) เพ่ือกําหนด หลักเกณฑเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในท่ีดิน สิทธิหนาท่ีของรัฐในการเปนตัวแทนถือกรรมสิทธิ์ท่ีดินแทน ประชาชน การบริหารจดั การที่ดิน รวมถงึ สิทธิและหนาท่ีของผใู ชท่ดี นิ 5.1.1 สิทธิการใชทีด่ ินและเอกสารสิทธิการใชท ่ีดนิ ในประเทศเวียดนามเอกชนไมม ีกรรมสิทธ์ิในทดี่ ิน รฐั เปนผดู ูแลและจดั การกรรมสทิ ธิ์ในทด่ี นิ รฐั เปนผูจัดสรรที่ดินใหแกเอกชนซงึ่ ไดรับสิทธิในการใชทดี่ ิน โดยรัฐจะออกเอกสารสทิ ธิการใชที่ดิน (Land use rights certificate) ใหแกผูใชท่ีดินที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกําหนด ผูเปนเจาของสิทธิการใช ทด่ี ินมสี ทิ ธิเหนือที่ดินนัน้ เชน การปรับเปลยี่ นทีด่ ิน โอน มอบเปน มรดก มอบเปนของขวัญ หรอื จํานอง กฎหมายที่ดนิ อนุญาตใหบริษัททองถิ่นสามารถรับโอนสิทธิการใชที่ดินจากผถู ือหุนอื่นได แตไม อนุญาตใหนักลงทุนชาวตางชาติรับโอนสิทธิการใชท่ีดินจากผูถือหุนคนอื่นได นักลงทุนชาวตางชาติใน ประเทศเวียดนามจะไดรับเพียงสิทธิการใชท่ีดินผานการรวมลงทุนกับหุนสวนเวียดนาม โดยมีสิทธิเทา เทียมกับผูเปนเจาของสิทธิการใชที่ดิน (ในการใหเชา บริจาค จํานอง นําไปรวมทุน) หากแหลงเงินทุน หรอื การเชาของผรู วมลงทุนไมไดม าจากงบประมาณของรฐั ในกรณีที่นักลงทุนชาวตางชาติรวมลงทุนกับรัฐวิสาหกิจซ่ึงเชาท่ีดินจากรัฐบาลกอนวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2004 รัฐวิสาหกิจสามารถนํามูลคาของสิทธิการใชที่ดินมาคิดเสมือนเปนงบประมาณ จากรัฐ ท้ังน้ีรัฐวิสาหกิจไมถือวาเปนหนี้ตอรัฐและไมตองจายคาเชาท่ีดินเมื่อรว มทุนกับองคกรตางชาติ โดยมูลคา ของสิทธกิ ารใชท่ีดินถอื เปนสว นของการรว มลงทนุ โดยรฐั
154 5.1.2 การเชาทดี่ ิน นอกเหนือจากการรวมทุนกับหุนสวนเวียดนามเพ่ือจัดต้ังวิสาหกิจรวมทุน (joint venture enterprises) นักลงทุนตางชาติสามารถเชาท่ีดินในประเทศเวียดนามไดภายหลังการจัดต้ังวิสาหกิจ ตางชาติในประเทศเวียดนาม ตามมาตรา 153 วรรคสาม ของรัฐบัญญัติท่ีดิน ค.ศ. 2013 วิสาหกิจที่ ลงทนุ โดยชาวตางชาติ มสี ทิ ธใิ ชทดี่ นิ ในลักษณะดงั น้ี - ท่ดี นิ ท่ีใหเ ชาโดยรฐั บาล - ท่ีดินท่ีใหเชา หรือใหเชาชวงโดยองคกรทางเศรษฐกิจ399 หรือโดยประชาชนชาวเวยี ดนามที่ อาศัยอยูตา งประเทศ - ท่ีดนิ ท่ใี หเ ชา สาํ หรบั โครงสรา งพน้ื ฐานของวิสาหกิจท่ีมีการรว มลงทุนของชาวตา งชาติ กําหนดเวลาการใหเชาท่ีดินสําหรับวิสาหกิจที่มีการรวมลงทุนของชาวตางชาติท่ีลงทุนใน โครงการในประเทศเวียดนามจะไดรับการพิจารณาตามลักษณะโครงการลงทุนหรือคําขอสําหรับการ จัดสรรที่ดิน โดยปกติกรอบระยะเวลาการใหเชาทดี่ ินคือไมเ กินกวา 50 ป แตใ นกรณีพิเศษ สามารถขอ ขยายระยะเวลาการใหเชา ที่ดนิ ได แตทั้งนี้ตองไมเกิน 70 ป เมื่อกําหนดเวลาเชาท่ีดินสนิ้ สุดลง ผูใชท ่ีดนิ ประสงคท่ีจะใชที่ดินตอไปจะตองยื่นคําขอตอรัฐในการพิจารณาขยายระยะเวลาสิทธิการใชท่ีดินตอไป โดยท่ัวไปรัฐบาลจะพจิ ารณาขยายระยะเวลาการใชทด่ี นิ จากหลักเกณฑตอ ไปน้ี - ผูเชา ทีด่ นิ ปฏิบัตติ ามรฐั บัญญตั ทิ ดี่ นิ - การใชท่ดี นิ เปนไปตามแผนการใชท ด่ี ินที่ไดร บั การอนุมตั ิ - สทิ ธขิ องผลู งทุนชาวตางชาตใิ นการใชท ด่ี นิ ที่ใหเชา สิทธิการใชที่ดินของผูลงทุนชาวตางชาติอาจแตกตางกัน โดยขึ้นอยูกับรูปแบบวิธีการชําระคา เชา ภายใตบทบัญญัติของรัฐบัญญตั ิทด่ี ิน ค.ศ. 2013 ผูลงทุนชาวตางชาติท่ีเชา ทดี่ นิ ของรัฐบาลเวยี ดนาม มสี ทิ ธิในการเลอื กวิธกี ารชาํ ระคา เชา 2 วธิ ดี ังน้ี - การเชาทดี่ นิ โดยการชําระคา เชาเปน รายป - การเชาท่ดี ินโดยการชําระคาเชา เพียงคร้ังเดยี วครอบคลุมตลอดระยะเวลาการเชา สําหรับกรณีการเชาที่ดินโดย การชําระคาเชาเปนรายป นอกจากสิทธิท่ัวไปของผูใชที่ดินแลว วสิ าหกิจตางชาติจะไดร ับสทิ ธิ ดังน้ี - ใชสทิ ธกิ ารใชทีด่ นิ หรือสนิ ทรัพยบ นทดี่ นิ เปนหลกั ประกันกรรมสิทธิก์ บั สถาบันหลักทรัพย - การรวมทุนโดยการใชส ินทรัพยเหนือท่ดี ิน - การจาํ หนา ยอสังหาริมทรัพยเ หนือท่ดี นิ แตท วาวสิ าหกิจตา งชาตไิ มมีสิทธทิ ีจ่ ะโอนสิทธิการใชท่ีดิน ใหเชา ใหเชา ชว งหรอื จํานองสิทธิการ ใชท่ีดิน 399 องคก รทางเศรษฐกิจ หมายรวมถึง วิสาหกจิ และสหกรณ
155 ในกรณีท่ีผูลงทุนตางชาติเลือกการเชาท่ีดินโดยชําระคาเชาเพียงครั้งเดียวครอบคลุมตลอด ระยะเวลาการเชา ผูล งทุนชาวตา งชาติจะมสี ิทธเิ ทาเทยี มกับผูเปน เจาของสทิ ธกิ ารใชท ี่ดนิ ดังกลาว ดังน้ี - โอนสิทธกิ ารใชท่ีดินและอสังหาริมทรัพยท่ีตนมีกรรมสิทธิ์ที่ติดกับที่ดนิ ในระยะเวลาการเชา ทดี่ นิ - ใหเชาหรอื ใหเชาชวงสิทธิการใชท่ีดิน รวมถึงอสังหาริมทรัพยทีต่ นมีกรรมสิทธ์ิที่ติดกับที่ดิน ในระยะเวลาการเชาทดี่ นิ - จํานองสิทธิการใชที่ดินและสินทรัพยที่ติดกับท่ีดินกับสถาบันหลักทรัพยระหวางระยะเวลา การเชา ที่ดิน - การรวมทุนโดยใชสิทธิการใชท่ีดินและสินทรัพยซึ่งติดกับท่ีดิน สําหรับการผลิตและการ จาํ หนา ยในระยะเวลาการเชา ทีด่ ิน 5.1.3 ราคาทดี่ ิน การกาํ หนดราคาทด่ี นิ ทาํ ไดดว ยกันสามวธิ ี 1) โดยคณะกรรมการประชาชนระดับจงั หวัด 2) โดยการประมลู 3) โดยผใู ชที่ดนิ ในสัญญาการโอน สัญญาเชา /เชา ชวง หรือ การรว มทนุ โดยใชส ิทธิการใชท ด่ี นิ รัฐบาลจะประเมินราคากลางที่ดินจากวัตถุประสงคการใชท ่ีดิน โดยรัฐบาลจะออกอัตราราคา ที่ดินทุกๆ 5 ป ตามประเภทของท่ีดินและตามที่ตั้ง ในวันท่ี 1 มกราคมของปที่ประกาศใช ทั้งนี้การ กําหนดราคาทดี่ ินจะอยบู นฐานของ - การใชท ีด่ นิ สําหรับครอบครวั หรือบุคคลในเขตทรี่ ฐั กาํ หนดเพ่ือการเกษตรกรรมหรือการอ่ืน - อตั ราการใชทดี่ ิน - คา ใชจา ยและคาธรรมเนยี มในการจดั การการใชทดี่ นิ - คาปรบั ในกรณีละเมิดขอ บังคับเก่ียวกับท่ีดิน - เงินชดเชยตอรฐั กรณีเกิดความเสยี หายตอท่ดี นิ จากการจัดการหรอื จากการใชท ่ดี นิ - การประเมินราคาสทิ ธิการใชที่ดินเพื่อจายคนื ในกรณกี ารสมัครใจคืนทีด่ นิ แกรฐั ในกรณีท่ีรฐั ไดจ ดั สรรสทิ ธกิ ารใชทดี่ นิ ให - การรับรองเอกสารของสัญญาท่ีเก่ียวของกับสิทธิการใชที่ดิน โดยสัญญาที่เกี่ยวกับการใช ที่ดินทกุ ประเภทจะตอ งไดรบั การรับรองตามกฎหมาย 5.1.4 การเวนคนื ท่ีดนิ รัฐบัญญัติท่ีดิน ค.ศ. 2013 อนุญาตใหรัฐบาลเวนคืนท่ีดินจากผูท่ีไดท่ีดินจากการจัดสรรที่ดิน หรือการเชาที่ดิน ที่ดินของนักลงทุนชาวตางชาติจะถูกเวนคืนในกรณีที่มีการละเมิดรัฐบัญญัติท่ีดิน ดังตอ ไปนี้
156 - นักลงทุนชาวตางชาติใชท ่ีดินโดยมีจุดประสงคท่ีไมเหมาะสมและไดถูกลงโทษทางปกครอง จากการกระทาํ ทไี่ มเหมาะสมนน้ั และทาํ การละเมิดซํา้ - จงใจทจ่ี ะทาํ ลายที่ดนิ - ไมปฏิบัตติ ามขอบงั คบั ของรฐั บาลและไมดําเนนิ การตามมาตรการบังคับทางปกครอง - ไมใ ชท่ีดินเพ่อื ดําเนนิ การตามโครงการลงทุนเปนเวลา 12 เดือนตอ เนอ่ื งกนั นอกจากนร้ี ฐั บาลยังอาจจะเวนคืนที่ดินดวยสาเหตเุ พ่ือความม่ันคงและการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมสาํ หรับประโยชนสาธารณะของประชาชน ในกรณีทมี่ ีการเวนคืนท่ีดนิ กลับคืนผูใชท ี่ดินจะไดรับเงนิ ชดเชย 5.1.5 การใหเชา ทีอ่ ยอู าศยั ภายในประเทศสาํ หรบั ผลู งทุนชาวตา งชาติ ดังทบี่ ัญญัติในมาตรา 131 รัฐบัญญัติเกี่ยวกับท่ีอยูอาศยั ค.ศ. 2005400 เฉพาะบุคคลดังตอไปน้ี ทไี่ ดรับอนุญาตท่จี ะสามารถเชาทอ่ี ยอู าศัยในประเทศเวียดนามได - องคก รและบุคคลที่ไดร ับอนุญาตใหเ ขาประเทศเวียดนามไดเ ปนระยะเวลา 3 เดอื นตดิ ตอกัน หรือมากกวา - ประชาชนชาวเวียดนามทีอ่ าศัยอยตู า งประเทศทไ่ี ดรับอนญุ าตใหเ ชาท่ีอยูอาศัยในเวยี ดนาม ได โดยทอี่ ยูอาศยั ที่ใหเ ชา จะตอ งมคี ณุ สมบัตดิ ังนี้ - มที ะเบียนกรรมสทิ ธิอ์ อกตามกฎหมาย - เปนบา นพกั อาศยั หรอื หองชดุ ท่เี ปนเอกเทศ - มีการรับประกนั ความปลอดภยั สาํ หรับผเู ชา - มกี ารรบั ประกนั วามกี ารวางระบบไฟฟา ประปา สขุ อนามยั และสง่ิ จาํ เปนอื่นๆ - ไมม ีปญหาขอพพิ าทเกย่ี วกับกรรมสทิ ธิ์และสทิ ธกิ ารใช สัญญาเชาท่ีอยูอาศัยจะตองไดรับการรับรองโดยทนาย (notary public) หรือรับรองความ ถูกตองโดยคณะกรรมการประชาชนของอําเภอสําหรับที่อยูอาศัยท่ีอยูในเขตเมืองและรับรองโดย คณะกรรมการประชาชนของชุมชนสําหรับท่ีอยูอาศัยในชนบท อยางไรก็ตาม สัญญาเชาท่ีอยูอาศัย สําหรับระยะเวลานอยกวา 6 เดือนไมจําเปนตองไดรับการรับรองหรือยืนยันความถูกตองโดย คณะกรรมการประชาชนของชุมชน ในกรณีดังกลาว ผูใหเชาจะตองสงสําเนาสัญญาเชาใหแก คณะกรรมการประชาชนของชมุ ชน 400 รัฐบัญญตั ิ ฉบับท่ี 56/2005/QH11 ลงวนั ท่ี 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 วา ดว ยที่อยอู าศยั
157 5.2 บทบัญญตั เิ กยี่ วกบั การวางแผนการใชท ่ีดนิ สําหรับพ้นื ท่ชี มุ ชนเมืองและชนบท บทท่ี 4 ของรัฐบญั ญัตทิ ด่ี ิน ค.ศ. 2013 กาํ หนดหลกั เกณฑเกี่ยวกับการวางแผนการใชท ีด่ ิน ท้งั น้ี การวางแผนการใชท่ีดินในประเทศเวียดนามไมไดแบงตามเกณฑพื้นท่ีเขตเมืองและเขตชนบท แตแบง ตามระดบั การปกครองและวัตถุประสงคการใชทด่ี นิ บทบัญญัตขิ องมาตรา 36 ของรัฐบัญญัติท่ีดนิ ค.ศ. 2013 ไดกาํ หนดระบบการวางแผนการใชที่ดนิ ในประเทศเวยี ดนามดังน้ี - การวางแผนการใชท ด่ี นิ ระดบั ชาติ - การวางแผนการใชท ด่ี นิ ระดับจงั หวัด - การวางแผนการใชท ี่ดินระดบั อาํ เภอ - การวางแผนการใชท ีด่ ินสําหรับการปองกนั รัฐ - การวางแผนการใชท ่ดี ินความมั่นคงของรัฐ การวางแผนการใชท่ีดินจะตองเปนไปตามกฎระเบยี บและสอดคลองกับยุทธศาสตร แผนแมบท แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงนโยบายการปองกันรัฐและความม่ันคง นอกจากนั้นการวาง แผนการใชทด่ี ินจะตองไดรบั ความเหน็ ชอบจากหนวยงานรัฐที่มอี าํ นาจ โดยคํานึงถึงตัวแปรที่สําคญั คือ - การใชท ่ดี ินอยางคุมคา และมีประสทิ ธภิ าพ - การใชทรัพยากรธรรมชาติอยา งสมเหตสุ มผลและการคมุ ครองสิง่ แวดลอม - ความสอดคลอ งกบั ความเปล่ียนแปลงของสภาพภมู อิ ากาศ - การปกปอ งและฟนฟูพ้ืนทีท่ างประวตั ิศาสตรแ ละวฒั นธรรม - ประชาธิปไตยและการเปด โอกาสใหมสี วนรวม - วตั ถปุ ระสงคก ารปอ งกนั และความมน่ั คงของรัฐ 5.2.1 วัตถปุ ระสงคข องการวางแผนการใชท ่ีดิน โดยทั่วไป หลักเกณฑเกย่ี วกับการวางแผนการใชท ดี่ นิ เปนไปตาม - ยทุ ธศาสตรเกยี่ วกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจสงั คม การปองกันและความมน่ั คงของรัฐ - สภาพทางเศรษฐกจิ และสงั คมโดยท่ัวไป - สถานการณปจ จุบนั ของการใชทดี่ ินและผลจากการปรบั ใชแผนการใชทดี่ นิ ฉบับกอ น - ความตอ งการใชท ด่ี ิน - ความกาวหนา ทางดา นวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยเี กี่ยวกบั การใชทด่ี นิ - การวางแผนการใชทด่ี ินในระดับประเทศ - แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมสาํ หรบั ระยะ 5 ปแ ละแผนรายป - ความตองการการใชที่ดินในระยะ 5 ป - ผลของการนําแผนการใชที่ดนิ ฉบบั กอ นหนา ไปปรับใช - ความเปนไปไดใ นการลงทนุ และการเคล่ือนยายทรัพยากรเพื่อการนําแผนการใชที่ดนิ ไปปรับ ใช
158 5.2.2 เน้อื หาของการวางแผนการใชท ดี่ นิ เน้อื หาของการวางแผนการใชทด่ี นิ - แนวทางการใชท ่ีดนิ ในระยะเวลา 10 ป - การกําหนดเง่อื นไขการใชท ีด่ ิน - การกําหนดประเภทของทดี่ นิ สําหรบั การบริหารจัดการพื้นท่ีเขตเศรษฐกิจและสงั คมของ จังหวดั - การจดั ทาํ แผนทก่ี ารใชท ่ดี นิ สาํ หรับพนื้ ท่เี ศรษฐกจิ และสังคมระดบั ประเทศ - การนําการวางแผนการใชทดี่ นิ ไปปรบั ใช เนือ้ หาของแผนการใชท ่ดี นิ - การวิเคราะหแ ละประเมนิ การนาํ แผนการใชทด่ี ินไปปรับใชในชวงทีผ่ านมา - การกําหนดเขตพน้ื ท่ขี องท่ีดนิ แตละประเภทสาํ หรับระยะ 5 ป - การวางแผนการใชท ดี่ นิ ในระยะเวลา 5 ปใ นแตละเขตการปกครอง - แนวทางการนําแผนการใชทีด่ ินไปปรับใช 5.2.3 กระบวนการจัดทาํ แผนการใชท ่ดี นิ หนว ยงานที่รับผิดชอบการวางแผนการใชท่ีดิน ไดแก - รัฐบาลกลางจัดทําแผนการใชท่ีดินในระดับชาติ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดลอมทําหนา ท่ีสนับสนนุ การจดั ทําแผนใหแ กร ฐั บาล - คณะกรรมการประชาชนระดับจงั หวัดเปน ผูวางแผนการใชท ด่ี นิ ในระดบั จังหวัด - คณะกรรมการประชาชนระดบั อาํ เภอเปน ผูวางแผนการใชท ่ดี นิ ในระดบั อําเภอ - กระทรวงกลาโหมเปนผูวางแผนการใชท่ีดินสาํ หรับการปอ งกนั รัฐ - กระทรวงความมน่ั คงสาธารณะเปนผวู างแผนการใชท ่ดี ินเพือ่ ความมั่นคงของชาติ ขน้ั ตอนการจัดทําแผนการใชท ่ดี นิ ข้นั ตอนท่ี 1 การขอคาํ ปรกึ ษาเกยี่ วกับแผนการใชท ีด่ นิ หนวยงานของรัฐรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแผนการใชท่ีดิน และเผยแพร เนื้อหาของแผนการใชท่ีดินในเว็บไซตของแตละหนวยงาน ระยะเวลาในการดําเนินการรวบรวมความ คดิ เหน็ เกย่ี วกับการวางแผนการใชท่ดี นิ คอื 30 วนั ขัน้ ตอนท่ี 2 การประเมินแผนการใชท่ีดิน นายกรัฐมนตรีจัดตั้งคณะกรรมการประเมินแผนการใชที่ดินระดับชาติ ตามคําแนะนําของ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมจัดตั้งคณะกรรมการประเมิน เพ่ือจัดทําแผนการ ใชท่ดี ินสําหรบั การปอ งกันและความมน่ั คงของชาติในระดบั จังหวัด
159 หนวยงานจัดการท่ีดนิ ของสวนกลางใหคาํ แนะนําและสนับสนุนคณะกรรมการในการประเมิน แผนการใชท ี่ดิน ประธานคณะกรรมการประชาชนระดับจังหวัดเปนผูจัดต้ังคณะกรรมการประเมินแผนการใช ท่ีดินระดับอําเภอ โดยใหห นว ยงานจัดการทดี่ ินระดบั จงั หวัดและระดับอาํ เภอทาํ หนาทสี่ นับสนุนงานของ คณะกรรมการประเมินแผนการใชทีด่ นิ ระดับอาํ เภอ เน้อื หาของการประเมนิ แผนการใชทดี่ นิ ประกอบไปดว ย - ขอกฎหมาย หลกั เกณฑทางวิทยาศาสตรที่เก่ียวกบั การวางแผนการใชท่ดี นิ - ความสอดคลองของแผนการใชที่ดินกับยุทธศาสตรดานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ดานการปองกันรัฐ ดานความมั่นคงระดับชาติและทองถิ่น รวมถึงการพัฒนาของแตละ ทอ งท่ี - ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ สงั คม และสง่ิ แวดลอม - ความเปนไปไดข องแผนการใชท ี่ดิน - ระดบั ท่ีเหมาะสมของโครงการการใชทดี่ นิ - ความสอดคลองของการวางแผนการใชที่ดินกับแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคม ขัน้ ตอนที่ 3 การอนุมตั แิ ผนการใชท ่ีดิน หนวยงานทม่ี อี าํ นาจอนมุ ัตแิ ผนการใชท ี่ดนิ ไดแก - สภาแหงชาตมิ อี าํ นาจอนุมัติแผนการใชที่ดินระดบั ชาติ - คณะกรรมการประชาชนระดบั จังหวัดมีอํานาจอนุมัติแผนการใชทดี่ ินระดับจงั หวัด แตต อง สง แผนดังกลา วใหร ัฐบาลกลางใหค วามเหน็ ชอบกอน - คณะกรรมการประชาชนระดับจงั หวดั มอี าํ นาจอนุมตั ิการวางแผนการใชท ่ีดนิ ระดบั อาํ เภอ หลังจากที่แผนการใชท่ีดินไดรับการอนุมัติโดยหนวยงานของรัฐท่ีมีอํานาจ จะตองมีการ เผยแพรแ ผนการใชทีด่ นิ สูสาธารณะ 6. กฎหมายแรงงาน ประมวลกฎหมายแรงงานฉบับแรกไดรับการอนุมัติในการประชุมของสภาแหงชาติในวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1994 โดยมผี ลบังคบั ใชใ นวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1995 หลงั การใชบังคับเปนระยะเวลา 15 ป เวียดนามไดม ีการแกไ ขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแรงงาน ใหสอดคลองกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ สภาพตลาดแรงงาน และแรงงานสัมพันธที่ เปล่ียนแปลงตามยุคสมัย สภาแหงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวยี ดนามชุดที่ 13 ในการประชุมครง้ั ที่ 3 ซ่ึงจัดข้ึนในวันท่ี 18 มิถุนายน ค.ศ. 2012 ไดอนุมัติประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 (ฉบับท่ี 10/2012/QH13) ซ่งึ ประธานาธิบดไี ดลงนามในวนั ที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 และมีผลใชบังคบั ในวนั ท่ี 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2013
160 ประมวลกฎหมายแรงงานฉบับนเี้ ปนกฎหมายหลักในการควบคมุ ความสัมพันธในการจางงานใน ประเทศเวยี ดนาม ซง่ึ บงั คับใชก ับบุคคลดงั ตอ ไปนี้ - ลกู จางชาวเวียดนามและลกู จา งชาวตา งชาติ ผูฝก งานและลกู จางฝกหัดที่ทาํ งานในประเทศ เวียดนาม - นายจา งซ่งึ ประกอบการในประเทศเวยี ดนาม (ไมว าจะเปน วิสาหกิจเวียดนามหรือวิสาหกิจ ตางชาต)ิ - หนว ยงาน องคกร และบคุ คลอน่ื ๆ ท่มี ีความเก่ยี วขอ งกบั ความสมั พนั ธทางแรงงานโดยตรง สาระสาํ คญั ซ่ึงจะกลาวในบทนีเ้ ปน บทบัญญัติพื้นฐานของประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 ซึ่งควบคุมจัดการความสัมพันธทางแรงงานเพ่ือสงเสริมใหเกิดความสัมพันธทางแรงงานที่ดี และเพื่อ คุมครองสิทธิและผลประโยชนของทุกฝาย และที่สําคัญองคประกอบพ้ืนฐานเหลานี้ยังมีสวนสําคัญใน การชวยพัฒนากําลงั การผลติ และพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศเวยี ดนามในปจจุบัน 6.1 การจดั หาแรงงาน วิสาหกิจท่ีมีการลงทุนของตางชาติสามารถจางแรงงานชาวเวียดนามไดโดยตรงหรือจัดหา แรงงานผานศนู ยจ ดั หางานหรือผรู บั เหมาแรงงาน วิสาหกิจท่ีมีการลงทนุ ของตางชาตจิ ะตองประกาศการ จัดหาแรงงานทสี่ ถานทที่ ําการของบริษทั เปน ระยะเวลา 7 วันลวงหนา โดยตอ งระบตุ ําแหนง งานทเ่ี ปดรับ ลักษณะงาน จํานวนพนกั งานทตี่ อ งการรับ เง่ือนไขสัญญาจาง คา จาง และเงอ่ื นไขการทํางาน สวนองคกรระหวางประเทศและบริษัทตางชาติรวมถึงสํานักงานผูแทนและสาขาในเวียดนาม สามารถจางแรงงานผา นศนู ยจ ัดหางานหรอื ผูร บั เหมาแรงงาน ชาวตา งชาติสามารถทํางานในประเทศเวยี ดนามในลักษณะงานดังตอไปน4ี้ 01 - ทํางานภายใตสญั ญาจางแรงงาน - ยา ยงานภายในบรษิ ทั - ปฏิบัติตามสัญญาหรือขอตกลงเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การคา การเงิน การธนาคาร การ ประกันภัย วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี วัฒนธรรม กีฬา การศึกษา การฝกวิชาชีพ และ ดา นสขุ ภาพ - เปน ผูใหบ รกิ ารภายใตสญั ญาจาง - ทํางานใหกับองคกรเอกชนตางชาติ และองคกรระหวางประเทศในเวียดนามซึ่งไดรับ อนุญาตใหประกอบกจิ การภายใตกฎหมายประเทศเวียดนาม - เปน อาสาสมคั ร - เปน ผูมหี นา ที่ในการจัดตงั้ หนวยธรุ กจิ เพื่อใหบรกิ ารในประเทศเวยี ดนาม 401 มาตรา 2 รฐั กฤษฎีกา ฉบับท่ี 102/2013/ND-CP วาดว ยการบงั คบั ใชบ ทบัญญัติบางประการของประมวลกฎหมาย แรงงานเก่ียวกบั แรงงานตางชาตทิ ่ที ํางานในเวยี ดนาม
161 - เปน ผจู ัดการ ผบู รหิ าร ผูเช่ยี วชาญ หรอื แรงงานระดับเทคนิค - เขา รว มในการประมลู และเขารวมโครงการในประเทศเวียดนาม แรงงานตางชาตทิ ี่จะสามารถทํางานในประเทศเวียดนามจะตองมีคุณสมบัติดังตอ ไปน4้ี 02 - มีความประพฤติเปนพลเมอื งดี - มีคุณสมบตั ิ ทกั ษะ และสุขภาพท่ีดตี ามลกั ษณะงาน - ไมกระทําความผิดอาญา หรือถูกดําเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายเวียดนามและกฎหมาย ตา งประเทศ - มใี บอนญุ าตทํางานซ่ึงออกโดยหนวยงานราชการของเวียดนาม (ยกเวน ในกรณีท่กี ฎหมาย กําหนด) ชาวตางชาตทิ ่ีไดร ับการยกเวน ใบอนญุ าตทาํ งานในประเทศเวียดนาม403 ไดแ ก - ผรู ว มลงทนุ หรอื เจาของบริษทั จํากดั - คณะกรรมการบริษัทหุนสว น - หัวหนาของสํานักงานตัวแทนและผูอํานวยการโครงการขององคการระหวา งประเทศหรือ องคก ารนอกภาครัฐในประเทศเวียดนาม - บุคคลทีพ่ าํ นักในประเทศเวยี ดนามไมเ กิน 3 เดอื น เพื่อเสนอบริการทางการขาย - บุคคลท่ีพํานักในประเทศเวียดนามไมเกิน 3 เดือน เพื่อจัดการปญหาซับซอนทางเทคนิค และเทคโนโลยีท่ีสงผลหรือเส่ียงตอการสงผลกระทบอันไมพึงประสงคตอการผลิตและ กิจกรรมทางธรุ กจิ อีกทัง้ ปญหาดังกลาวยงั ไมอ าจจัดการโดยชาวเวียดนามหรือชาวตา งชาติ ทพ่ี าํ นักอยใู นประเทศเวียดนาม - ทนายความตางชาติผูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวาความในประเทศเวียดนามตาม กฎหมายวา ดวยวิชาชพี ทนายความ - ชาวตา งชาตทิ ่ีไดรับยกเวนจากใบอนุญาตทํางานตามท่ีกําหนดไวในสนธิสัญญาซ่ึงประเทศ เวยี ดนามเปนภาคี - บุคคลที่กําลังศกึ ษาหรือทํางานในประเทศเวียดนาม ท้ังนี้นายจางตองแจงการจางงานตอ หนว ยงานบรหิ ารจดั การแรงงานของรัฐในระดบั จงั หวัดเปนเวลาลว งหนากอ น 7 วัน 6.2 สัญญาจา งแรงงาน สญั ญาจา งแรงงานตองทาํ ข้ึนเปนลายลักษณอักษร และจะตอ งลงลายมอื ชื่อของตัวแทนนายจาง และลูกจาง และตองทําขึ้นเปน 2 ฉบับโดยคูสัญญาตางถือไวคนละฉบับ กฎหมายยังกําหนดใหสัญญา จางดังตอ ไปน้ีตองทาํ เปน ลายลกั ษณอักษรเทา น้ันจงึ จะบงั คับใชไ ด 402 มาตรา 169 ของประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 403 มาตรา 172 ของประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012
162 - สัญญาจางแรงงานท่ีไมมีกําหนดระยะเวลาการจาง (มาตรา 16 ของประมวลกฎหมาย แรงงาน ค.ศ. 2012) - สัญญาจางแรงงานที่มีกําหนดระยะเวลาต้ังแต 3 เดือนข้ึนไป (มาตรา 16 ของประมวล กฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012) - สัญญาจางแรงงานคนใชในครัวเรือน (มาตรา 180 ของประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012) - สัญญาจางแรงงานสําหรับนักเตน พนักงานตอนรับ พนักงานในกิจการงานบริการ เชน โรงแรม รานอาหาร ผับบาร โดยไมคํานึงถึงระยะเวลาการจางงาน (รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 87/CP ลงวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1995) ในกรณีของสัญญาจางช่ัวคราวที่มรี ะยะเวลานอยกวา สามเดือน หรือการจางเพ่ือชวยเหลืองาน ภายในองคก รสามารถทําขน้ึ โดยวาจาได ประมวลกฎหมายแรงงานกําหนดใหสัญญาจางแรงงานจะตองมีขอตกลงในสาระสําคัญ ดังตอไปนี้ 1) งานทวี่ า จางใหล ูกจางปฏบิ ัติงาน 2) เวลาทาํ งานและเวลาพกั 3) คา จาง 4) สถานทีท่ าํ งาน 5) ระยะเวลาของสัญญา 6) เง่อื นไขเก่ียวกบั ความปลอดภยั ในการทาํ งานและสุขชีวอนามัย 7) การทาํ ประกนั สังคมใหล กู จาง ในทางปฏบิ ตั ลิ ูกจา งและนายจา งอาจกําหนดขอตกลงเพิ่มเตมิ ในสญั ญาได แตไมส ามารถกําหนด ขอตกลงใดที่ใหสิทธิลูกจางตาํ่ กวาสิทธิตามกฎหมายแรงงานของประเทศเวียดนาม เน้อื หาของสัญญาทุก ขอจะตองสอดคลองกฎหมายของประเทศเวียดนามและขอตกลงรวมกันระหวางบริษัทและสหภาพ แรงงาน 6.2.1 ประเภทของสัญญาจา งแรงงาน ตามที่ระบุในมาตรา 22 ของประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 สัญญาจางแรงงานแบง ออกเปน 3 ประเภทดงั น้ี 1. สัญญาจางแรงงานที่ไมกําหนดระยะเวลาการจาง หมายถึง สัญญาท่คี ูสัญญาไมไดกําหนด ระยะเวลาการจางและไมไ ดกําหนดวันเลกิ สัญญา 2. สัญญาจางแรงงานมีกําหนดระยะเวลาการจาง หมายถึง สัญญาท่ีคูสัญญาทั้งสองฝาย กําหนดระยะเวลาการจางและกําหนดวันเลิกสัญญา โดยมีระยะเวลา 12 เดือนถึง 36 เดอื น
163 3. สญั ญาจางตามฤดูกาล (นอ ยกวา 12 เดอื น) ตามประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 บริษัทสามารถทําสัญญาที่มีกําหนดระยะเวลาการ จางตดิ ตอกันได 2 ครั้ง แตสําหรับครั้งที่ 3 สัญญาที่ทําจะตองเปนสัญญาจางที่ไมกําหนดระยะเวลาการ จาง โดยมีหลักเกณฑด ังตอ ไปน้ี - เมื่อสัญญาจางท่ีมีกําหนดระยะเวลาการจางไดครบกําหนดอายุสัญญา หากพนักงานยังคง ทํางานตอไป คูสัญญาจะตองทําสัญญาจางแรงงานฉบับใหม ภายใน 30 วันนับจากวันที่ สญั ญาจางส้ินสดุ ลง - หากไมไดมกี ารทําสัญญาจางแรงงานฉบับใหมขึ้นภายใน 30 วนั นับจากวันทสี่ ัญญาส้ินสุด ลง ใหถือวาสัญญาจางที่ถึงกําหนดระยะเวลาเปนสัญญาจางฉบับใหมท่ีไมมีกําหนด ระยะเวลาการจาง - ในกรณีท่ีคูสัญญาทําสัญญาจางใหมซ่ึงเปนสัญญาที่มีกําหนดระยะเวลาการจางและเปน การลงนามเพียงครั้งเดียวโดยมีระยะเวลาการจางไมเกิน 36 เดือน หากตอจากน้ันลูกจาง ไดทํางานตอไป คูส ัญญาจะตองทําสัญญาและลงนามโดยเปล่ียนเปนสัญญาท่ีไมม ีกําหนด ระยะเวลาการจา ง นอกเหนือจากน้ี เพือ่ ประกนั สทิ ธแิ ละผลประโยชนของลูกจา ง รวมท้ังความมั่นคงในการจางงาน มาตรา 22 วรรคสาม ประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 ไดบ ญั ญตั หิ ามมิใหทําสัญญาจา งตามฤดูกาล ซึ่งมีระยะเวลานอยกวา 12 เดือนเพื่อจางลูกจางใหทํางานปกติ (งานที่ไมใชงานตามฤดูกาลหรืองาน เฉพาะกิจ) เปนระยะเวลามากกวา 12 เดอื นขึ้นไป เวน แตเปนการจางพนักงานช่ัวคราวเพื่อเขาทํางาน แทนลูกจางที่ตองไปรับราชการทหาร ลาคลอดบุตร เจ็บปวย ประสบอุบัติเหตุจากการทํางาน หรือหยดุ งานในลกั ษณะชวั่ คราวอนื่ ๆ 6.2.2 ระยะเวลาการทดลองงาน ระยะเวลาการทดลองงานเปนไปตามลักษณะงาน และความซับซอนของงาน แตในงานแตละ งานจะมีการทดลองงานเพยี งหนึง่ ครง้ั เทานั้น และจะตอ งเปนไปตามหลักเกณฑดังตอ ไปนี้ - ไมเ กิน 60 วัน สาํ หรบั งานในตาํ แหนงท่ตี อ งใชค วามรรู ะดับวทิ ยาลยั หรือระดบั ท่ีสงู กวา - ไมเกิน 30 วัน สําหรับงานในตําแหนงท่ีตองใชความรูทางวิชาชีพระดับปานกลาง หรือ วิชาชพี เฉพาะ พนกั งานระดบั เทคนคิ และพนักงานชํานาญการ - ไมเกนิ 6 วนั สําหรับงานอนื่ ๆ 6.3. การบอกเลิกสัญญาจา งแรงงาน ประมวลกฎหมายแรงงานกาํ หนดใหส ญั ญาจางแรงงานสิน้ สดุ ลงในกรณดี ังตอไปน้ี - การบอกเลิกสัญญาโดยเจตนาของคสู ัญญา ซ่ึงรวมถึงการส้ินสุดระยะเวลาของสัญญา เปน กรณที คี่ ูสัญญาตกลงเลกิ สัญญา หรือคสู ญั ญาไดป ฏิบตั ิตามสัญญาโดยสมบรู ณ
164 - การบอกเลิกสัญญาโดยเจตนาของบุคคลภายนอก ซ่ึงรวมถึงกรณีท่ีสัญญาจางส้ินสดุ ลงดวย เหตุท่ีพนกั งานถูกลงโทษจําคุก เสียชีวิตหรือถูกศาลส่ังใหเปนคนไรความสามารถ (มาตรา 36 วรรคหา หกและเจด็ แหง ประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012) - การบอกเลกิ สญั ญาจางฝายเดยี ว 6.3.1 การบอกเลิกสญั ญาจางฝา ยเดยี ว ประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 ไดกําหนดสิทธิในการบอกเลิกสัญญาจางแรงงานฝาย เดียวโดยฝายนายจางหรือโดยฝายลูกจาง โดยมีขอจํากัดตามแตกรณี โดยฝายที่จะบอกเลิกสญั ญาจางมี หนา ที่แจง ใหอกี ฝา ยหนึ่งทราบถงึ การบอกเลกิ สญั ญาจางแรงงานดงั กลาว 1. การบอกเลกิ สัญญาจางแรงงานโดยลูกจา ง การบอกเลิกสัญญาจางแรงงานโดยลูกจางเปนไปตามมาตรา 37 ของประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 สําหรับการบอกเลิกสัญญาจางแรงงานท่ีมีกําหนดระยะเวลาการจาง ลูกจางตองมีเหตุตาม มาตรา 37 วรรคหนึ่ง ของประมวลกฎหมายแรงงาน เชน ลูกจางไดรับมอบหมายใหไปทํางานอื่นที่ไม เปนไปตามสัญญาจาง ลูกจางไมไดรับคาจางเต็มจํานวน ลูกจางถูกทําราย ถูกลวงละเมิดทางเพศ ถูก เลือกใหทํางานพิเศษในหนว ยงานท่ีนายจางกําหนด สาํ หรับสัญญาจา งที่ไมม ีกําหนดระยะเวลาการจาง ลูกจางสามารถบอกเลิกสัญญาจางไดโดยไมจําเปนตองมีเหตุตามกฎหมาย (มาตรา 37 วรรคสาม) ซึ่ง ลกู จางจะตองแจง ใหน ายจางทราบกอนเลิกสญั ญาลว งหนาเปนระยะเวลาตามท่ีกฎหมายกําหนด (มาตรา 37 วรรคสอง (3) 2. การบอกเลกิ สญั ญาจา งแรงงานโดยนายจาง นายจางมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจางแรงงานไดเฉพาะในกรณีท่ีกําหนดในประมวลกฎหมาย แรงงาน ค.ศ. 2012 ดังน้ี - ลูกจา งไมส ามารถปฏบิ ตั งิ านตามสัญญาจา งหลายคร้งั - ลูกจางไมสามารถปฏิบัติงานเนื่องจากเจ็บปวย หรือไดรับการบาดเจ็บและตองไดรับการ รักษาตวั เปนระยะเวลาตดิ ตอกัน 12 เดือน (สําหรับกรณสี ญั ญาจางไมมีกําหนดระยะเวลา การจาง) หรือตองไดรับการรักษาตัวเปนระยะเวลาติดตอกัน 6 เดอื น (สําหรับกรณสี ัญญา จางท่ีมีกําหนดระยะเวลาการจาง) หรือเปนระยะเวลามากกวาครึ่งของระยะเวลาของ สัญญา (สําหรับกรณีสัญญาจางตามฤดูกาลหรืองานเฉพาะกิจท่ีมีระยะเวลานอยกวา 12 เดือน) - นายจางมีความจําเปนตองลดการผลิตและลดจํานวนพนักงานลงอันเนื่องมาจากภัย ธรรมชาติ หรอื เหตุสุดวสิ ยั - ลูกจางไมกลับเขาทํางานในวันที่ 15 นับจากวนั ท่ีส้ินสุดระยะเวลาการพักงานช่วั คราวตาม สัญญาจาง
165 - นายจา งลดจํานวนพนักงานเนือ่ งจากการปรบั เปลยี่ นโครงสราง เปล่ียนเทคโนโลยีการผลิต หรือดวยเหตผุ ลทางเศรษฐกจิ หรอื เนอ่ื งจากการควบรวมบรษิ ทั หรือการแยกบรษิ ทั นายจางท่ีตอ งการบอกเลิกสัญญาจางจะตองสงคําบอกกลาวการบอกเลิกสญั ญาจา งลวงหนา ไปยังลูกจางตามระยะเวลาท่กี ฎหมายกําหนด 6.3.2 การเลกิ จา ง การเลิกจางเปนการลงโทษทางวินัยขั้นรุนแรงท่ีสุดและจะตองมีเหตุเลิกจางตามที่กฎหมาย กําหนดดงั น้ี (มาตรา 126 ของประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012) - กรณีลูกจางกระทําความผิดตอนายจาง ลักขโมย ยักยอก เลนการพนัน จงใจกอความ เสียหาย เสพยาเสพติดในสถานที่ทํางาน เปดเผยความลับทางการคา ละเมิดสิทธิใน ทรัพยสินทางปญญาของนายจาง กระทําการใดที่เปนภัยอันตราย หรือขูวาจะสรางความ เสียหายอยางรา ยแรงตอ ทรัพยส ินและผลประโยชนของนายจาง - กรณที ี่ลูกจางซึ่งตองโทษทางวินัยใหยืดระยะเวลาการข้ึนคา จางออกไปได กระทําความผิด ซ้าํ เดิม หรือกรณที ่ลี กู จางถูกลดตําแหนงเพ่ือเปนการลงโทษทางวนิ ัยและไดก ระทาํ ความผดิ ซ้ําเดิม (การกระทําความผดิ ซํ้าเดมิ คือการที่ลูกจางกระทาํ ความผิดทางวินยั ในความผิดเดิม อีกครั้งในขณะท่ียังไมไดมีการเพิกถอนโทษทางวินัยตามมาตรา 127 ประมวลกฎหมาย แรงงาน ค.ศ. 2012) - กรณีที่ลูกจา งขาดงานเปน ระยะเวลารวมกัน 5 วันในหน่ึงเดอื น หรอื ขาดงานรวมกัน 20 วนั ภายในหนึ่งปโดยไมมเี หตุผลอนั สมควร กรณีท่ีถือวาเปนการขาดงานโดยมีเหตุผลอันสมควร ไดแกกรณีเกิดภัยธรรมชาติ อัคคีภัย พนกั งานปวย หรือญาตขิ องพนักงานปวยซึ่งตองไดร บั การรับรองจากแพทย และกรณีอื่นๆ ท่ีกําหนดในขอ บังคบั การทาํ งาน ขน้ั ตอนการเลกิ จา งในกรณที ล่ี กู จางกระทาํ ความผดิ ทางวินยั เปนเหตุใหเลกิ จาง นายจางจะเลิกจางลูกจางในกรณีที่ลูกจางกระทําความผิดทางวินัยไดตอเมื่อไดปฏิบัติตาม ขั้นตอนดังตอไปนี้ - ตองมีการประชุมระหวางบุคคลผูเก่ียวของรวมไปถึงผูแทนของคณะกรรมการสหภาพ แรงงาน (ถา ม)ี - บรษิ ัทจะตองแสดงหลักฐานพิสูจนการกระทําความผิดของพนักงานและพนักงานมีสทิ ธิตอสู และปกปองตนเอง - บุคคลผูเกี่ยวขอ งจะตอ งแสดงรายงานเหตุการณดังกลาว หากไมมีรายงานพนกั งาน บุคคลผู มีหนา ที่ตองแสดงรายงานของแผนก หรือรายงานการตรวจสอบโดยแผนก (ตองระบุเหตุผล หากไมมรี ายงานมาแสดง)
166 - บริษัทตอ งหารือกบั คณะกรรมการสหภาพแรงงานถึงการเลิกจางพนักงานดว ยเหตุกระทําผดิ ทางวินัย ในกรณที ่ีคณะกรรมการสหภาพแรงงานไมเหน็ ดวยกับการลงโทษทางวนิ ัยดวยการ เลิกจา งพนักงาน บริษัทจะตองรายงานกระทรวงแรงงาน ทหารผานศึก และสวสั ดิการสังคม ถึงการพิจารณาเลิกจางพนักงานภายใน 30 วนั หลงั จากท่ไี ดมกี ารพิจารณาดงั กลา ว - การพิจารณาตัดสินเลิกจางพนักงานจะตองกระทําภายใน 3 เดือน (หรือ 6 เดือนในกรณี พิเศษ) นับจากวันที่มีการกระทาํ ความผดิ ทางวนิ ัย 6.3.3 การเลิกจางเนื่องจากเปล่ียนโครงสรางองคกรของบริษัทหรือทางเทคโนโลยีหรือดวยเหตุผล ทางเศรษฐกิจหรอื นายจางอาจมีความจําเปนตองลดจํานวนพนักงานเนื่องดวยเหตผุ ลเชิงองคกรหรือเหตุผลทาง เศรษฐกจิ ซึ่งรวมถงึ - การเปลยี่ นแปลงทางโครงสรางองคก รหรอื เทคโนโลยีของบรษิ ทั 404 - เหตุผลทางเศรษฐกิจ - การควบกิจการและการยบุ หนว ยงานตางๆ ของบรษิ ทั ในกรณีท่ีมีการเปล่ียนแปลงทางโครงสรางองคกรหรือเทคโนโลยีของบริษัทซ่ึงกระทบตองาน ของลูกจางจํานวนมาก นายจางมีหนาที่ตองพัฒนาและวางแผนการใชแรงงาน หากมีงานใหม บริษัท จะตองใหการฝกอบรมแกพ นักงานกอนทีจ่ ะใหพนักงานทาํ งานในงานดงั กลา ว ในกรณีท่ีนายจางไมสามารถใหงานใหมแกลูกจางได และนายจางจําเปนตองปลดลูกจาง นายจางจะตองจายคาชดเชยใหแกลูกจางในอัตราเดียวกับคาจางรายเดือนท่ีนายจางจาย ซ่ึงนายจาง จะตอ งจา ยคาชดเชยใหก ับลูกจางอยา งนอยเปนจาํ นวนเทากบั คาจาง 2 เดือน 6.3.4 การเลิกจา งท่ไี มช อบดว ยกฎหมาย นายจางมีความผิดในกรณีท่ีเลิกจางลูกจางโดยไมชอบดว ยกฎหมาย (มาตรา 41 ของประมวล กฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012) และจะตองปฏิบตั ิดงั นี้ - นายจางตอ งรบั ลกู จา งเขา ทํางานตามงานที่กาํ หนดในสัญญาจางแรงงาน และตอ งจายคา จาง ประกันสังคม และประกันสุขภาพ ในชวงท่ีลูกจางไมไดทํางานเปนจํานวนเทากับ คาจาง อยา งนอ ย 2 เดอื นตามสญั ญาจา งแรงงาน - หากลูกจางไมประสงคกลับเขาทํางาน นอกเหนือจากเงินชดเชยตามขอแรกท่ีกฎหมาย กําหนดใหจายใหแกลูกจางแลว นายจางตองจายเงินชวยเหลือใหลูกจางในแตละปที่ทํางาน เปน จํานวนคา จางคร่งึ เดอื น 404 ตวั อยา งเชน การที่บริษัทตัดสนิ ใจลดขนาดบางแผนก เชน แผนกกฎหมาย
167 - ในกรณีท่ีนายจางไมไดรับลูกจางเขาทํางานตอและลูกจางก็ตกลง นอกเหนือจากการเงิน ชดเชยและเงินชวยเหลือดังกลาวแลว นายจางและลูกจางตกลงใหมีการชดเชยคาเสียหาย เพ่มิ เตมิ ไดโ ดยตอ งมจี ํานวนอยา งนอยคิดเปน คา จา ง 2 เดือนตามสัญญาจา งแรงงาน - ในกรณีทไี่ มมีตําแหนง หรืองานตามสัญญาจางแรงงานแตลูกจางประสงคจะกลับไปทํางาน นอกเหนือจากการจา ยเงินชดเชยแลว ใหคสู ัญญาเจรจาตอรองเพ่ือแกไขและเพิ่มเติมสัญญา จางแรงงาน - ในกรณีที่ไมไดแจงการบอกเลิกสัญญาใหลูกจางทราบลวงหนาตามระยะเวลาที่กฎหมาย กําหนด นายจางจะตองชดใชคาเสียหายลูกจางเปนจํานวนเทากับคาจางของพนักงานใน วันท่ไี มไดบ อกกลา วลว งหนา 6.4 คาจา งและการจายคา ลว งเวลา 1) คาจางข้ันตา่ํ ตามรัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 182/2013/ND-CP405 วาดวยคาจางขั้นต่ําสําหรับลูกจางท่ีทํางานใน บรษิ ัท สหกรณ กลุมสหกรณ ในฟารม ไรนา ในครัวเรือน หรือทํางานใหบุคคล หนวยงาน และองคกร ใดๆ ท่ีไดวาจางลูกจาง นับแตวันท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 2014 กฎหมายกําหนดคาจางขั้นต่ําท่ีตั้งแต 1,900,000 ดองตอ เดอื น จนถึง 2,700,000 ดองตอเดอื นขนึ้ อยูกับพ้นื ท่ีทีก่ าํ หนด 2) เวลาทํางานปกติ เวลาทํางานปกติของลูกจางจะตองไมเกิน 8 ชั่วโมงตอวัน และไมเกิน 48 ชั่วโมงตอสัปดาห นายจางมีสิทธิกําหนดเวลาทํางานเปน รายชั่วโมง รายวัน หรือรายสัปดาหก็ได ในกรณที ี่กําหนดเปนราย สัปดาห เวลาการทํางานปกติจะตองไมเกิน 10 ช่ัวโมงตอวนั และเมื่อรวมกันแลว ตองไมเกิน 48 ชั่วโมง ตอสปั ดาห ซึ่งรฐั บาลเวียดนามสนบั สนนุ ใหม ีการทํางานเปนระยะเวลา 40 ช่วั โมงตอสปั ดาห 3) วนั หยุดและวนั หยดุ พักผอ นประจําป ลูกจางซ่ึงทํางานใหกับนายจางเปนระยะเวลา 12 เดือนมีสิทธิไดล าหยุดพักผอนประจําป และมี สิทธไิ ดรับคา จางตามสัญญาจางแรงงานดังนี้ - 12 วันทาํ งานสําหรับลูกจางในกรณีทวั่ ไป - 14 วันทํางานสําหรับลกู จางที่ทํางานทม่ี ีลักษณะอันตราย หรือทํางานในพื้นที่ที่ความเปนอยู ยากลําบากตามรายชื่องานที่ประกาศโดยกระทรวงแรงงาน ทหารผานศึก และสวัสดิการ สังคมรว มกบั กระทรวงสาธารณสขุ หรอื ลกู จางทีเ่ ปน ผูเยาว หรือลูกจา งผมู ีความพิการ 405 รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 182/2013/ND-CP ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2013 กําหนดระดับคาจางข้ันต่ําตามภูมิภาค สําหรับแรงงานที่ทํางานใหกับบริษัท วิสาหกิจ สหกรณ กลุมสหกรณ สถานเกษตรกรรม ครัวเรือน ปจเจกบุคคล และหนว ยงาน องคกรท่ีจา งแรงงาน
168 - 16 วันทํางานสําหรับลูกจางที่ทํางานท่ีมีลักษณะอันตรายมาก หรือทํางานในพ้ืนที่ที่ความ เปนอยูยากลําบากเปนพิเศษตามรายช่ืองานท่ีประกาศโดยกระทรวงแรงงาน ทหารผานศึก และสวัสดกิ ารสงั คมรว มกบั กระทรวงสาธารณสขุ ลูกจางมสี ทิ ธิไดร ับคา จา งในวันหยุดดังตอ ไปน้ี ก. วนั ข้นึ ปใหม 1 วนั (วันท่ี 1 มกราคม ตามปฏิทนิ สุรยิ คติ) ข. วันตรษุ จีน 5 วนั ค. วันแหงชยั ชนะ 1 วัน (วันท่ี 30 เมษายน ตามปฏิทนิ สรุ ิยคต)ิ ง. วนั แรงงานสากล 1 วนั (วันท่ี 1 พฤษภาคม ตามปฏทิ ินสรุ ิยคต)ิ จ. วนั ชาติ 1 วัน (วันท่ี 2 กนั ยายน ตามปฏิทนิ สรุ ยิ คต)ิ ฉ. วนั ราํ ลึกบรรพกษัตริยห ุง (Hung Kings Commemoration Day) 1 วนั (วนั ท่ี 10 ของเดอื น 3 ตามปฏทิ นิ จันทรคต)ิ สําหรับลูกจางชาวตางชาติ นอกเหนือจากวนั หยุดราชการที่กําหนดไวข างตน ลูกจางตางชาติมี สิทธหิ ยดุ ตามเทศกาลตามประเพณขี องตนได 1 วัน และหยุดตามวันชาตขิ องประเทศของลกู จางอีก 1 วัน 6.5 การจางเหมาแรงงาน เนื่องจากความตองการแรงงานในตลาดเพิ่มข้ึนอยางรวดเร็ว ประมวลกฎหมายแรงงาน ค.ศ. 2012 จึงไดระบุหลักเกณฑเก่ียวกับการจางเหมาแรงงาน การจางเหมาแรงงานคือ การที่ลูกจางไดรับ วาจางจากบริษัทท่ไี ดรับอนุญาตใหสง พนักงานไปทํางานในบริษัทอื่น โดยท่ีลูกจางอยภู ายใตการควบคุม ของนายจางที่ถูกสง ไปใหทํางานแตก็ยังคงเปนพนักงานของบริษัททจ่ี ัดสงตนไป บริษัทจางเหมาแรงงาน จะตองวางเงินมัดจําเปน 2 พันลานดอง และเจาของบริษัทจะตองมีประสบการณในการรับจางเหมา แรงงานเปนระยะเวลาอยางนอย 3 ป สําหรับเงื่อนไขการประกอบธุรกิจการรับเหมาแรงงานเปนไปตาม หลกั เกณฑของรัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 55/2013/ND-CP406 6.6 ใบอนญุ าตทาํ งาน กฎหมายเวียดนามสง เสริมใหนายจา งจัดหาแรงงานในเวียดนาม นายจา งจะจา งแรงงานตางชาติ ไดต อเม่ือแรงงานชาวเวียดนามไมส ามารถตอบสนองความตอ งการของนายจาง และการจางงานน้ันตอง ไดรับการอนุมัติโดยนโยบายวาดวยการจางแรงงานตางชาติของประธานคณะกรรมการประชาชนใน ระดบั จังหวัด ชาวตา งชาตทิ ีต่ องการทาํ งานเปน ลูกจางในเวยี ดนามจะตองไดรับใบอนญุ าตทํางาน 406 รัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 55/2013/ND-CP ลงวันท่ี 22 พฤษภาคม 2013 กําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับบทบัญญัติของ ประมวลกฎหมายแรงงานวาดวยการจดั จางแรงงานภายนอก
169 ลกู จา งตางชาติตองมีคุณสมบตั ดิ ังน้ี มีลักษณะเปนพลเมืองดี มคี วามรู ความสามารถในระดับดี และมีสุขภาพท่ีแข็งแรงเหมาะสมตามลักษณะงาน ไมเปนผูกระทําความผิดทางอาญา หรือถูกดําเนิน คดอี าญาตามกฎหมายเวียดนามหรือกฎหมายประเทศอื่นๆ โดยใบอนุญาตทาํ งานมีอายไุ มเกิน 2 ป อยา งไรก็ตาม กฎหมายเวียดนามไดกาํ หนดกรณีทลี่ ูกจางตา งชาติสามารถทํางานไดโดยไมตองมี ใบอนุญาตทํางาน (มาตรา 172 ของประมวลกฎหมายแรงงาน) ซึง่ ไดแกกรณขี องหุนสว นจํากัดความรบั ผิด หรอื เจาของบริษัทจํากัด สมาชกิ คณะกรรมการของบริษัทรวมทุน หัวหนาสาํ นักงานผูแทน หัวหนา โครงการขององคกรระหวางประเทศ หรือองคกรท่ีไมใชองคกรของรัฐที่พํานักอยูในเวียดนามเปน ระยะเวลานอยกวา 3 เดือนเพ่ือดําเนนิ การตามหนา ที่ หรือทพี่ กั อยใู นเวียดนามเปนระยะเวลานอยกวา 3 เดือนเพ่ือดาํ เนินการแกไขความบกพรอง หรือปญหาทางเทคนิค และเทคโนโลยีข้ันสูง ซ่ึงสงผลกระทบ ตอธุรกิจและผูเช่ียวชาญชาวเวียดนาม หรือผูเช่ียวชาญตางชาติท่ีอยูในประเทศเวียดนามไมสามารถ จัดการปญ หาดงั กลาวได และกรณีทนายความตางชาติซ่ึงไดรบั อนุญาตใหประกอบวิชาชีพในเวียดนาม ภายใตข อ กาํ หนดของกฎหมายวา ดว ยวชิ าชพี ทนายความ สวนรายละเอียดขั้นตอนและเง่ือนไขการออกใบอนุญาตทํางานเปนไปตามรัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 102/2013/ND-CP ประกาศวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2013 ซ่ึงระบุหลักเกณฑการบังคับใชหลักเกณฑ บางสวนในประมวลกฎหมายแรงงานเกี่ยวกับแรงงานตางชาติที่ทํางานในเวียดนาม และหนังสือเวียน ฉบับที่ 03/2014/TT-BLDTBXH ของกระทรวงแรงงาน ทหารผานศึกและสวัสดิการสังคม ลงวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2013 ซึ่งเปนแนวทางในการบังคับใชหลักเกณฑบางขอในรัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 102/2013/ND-CP เอกสารทจี่ าํ เปน สําหรับการขอรับใบอนุญาตทํางาน มีดังนี้ - ใบคํารอ งเพอ่ื ขอรบั ใบอนญุ าตทํางาน - ใบรับรองแพทย - เอกสารยนื ยนั วาแรงงานตา งชาตไิ มไ ดก ระทําผดิ กฎหมาย - เอกสารยืนยังวาแรงงานตางชาติทํางานในตําแหนงผูบริหาร ประธานบริหาร ผูเชี่ยวชาญ หรอื แรงงานทางเทคนิค - เอกสารอนมุ ัติจากประธานจงั หวัดวาใหแ รงงานตา งชาติทาํ งาน - รูปถา ยจาํ นวน 2 ใบ (ขนาด 4×6 เซนตเิ มตร) - สําเนาหนังสือเดนิ ทางหรือเอกสารเทียบเทา รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 102/2013/ND-CP มาตรา 17 กําหนดถึงเหตุในการเพิกถอนใบอนุญาต ทาํ งานดังนี้ - เน้อื หาของเอกสารที่ยื่นเพ่อื ขอรับใบอนุญาตทํางานเปนเท็จ - ใบอนุญาตทํางานสนิ้ อายุ - แรงงานตางชาติไมปฏิบตั ิตามเนือ้ หาที่กาํ หนดในใบอนุญาตทาํ งาน
170 - สญั ญาจางแรงงานถูกยกเลิก - เนอ้ื หาในสัญญาจา งแรงงานไมส อดคลอ งกบั เน้ือหาในใบอนญุ าตทํางาน - สัญญาหรือขอตกลงทางการคา การพาณิชย การเงิน การธนาคาร การประกันภัย วิทยาการทางเทคโนโลยี วัฒนธรรม การกีฬา การศกึ ษา การฝก อบรมวชิ าชีพ และ/หรือ การสาธารณสุข สน้ิ สุดหรือถูกยกเลิก - หนวยงานตา งชาตทิ ีม่ ีอาํ นาจไดแจงใหแรงงานตา งชาติหยุดทาํ งานในประเทศเวยี ดนาม - นายจา งหยดุ กจิ การหรือการดําเนินงาน - ศาลพพิ ากษาจําคุกแรงงานตางชาติ ใหส้ินสดุ สภาพบคุ คล หรือเปน บุคคลสญู หาย - หนวยงานที่มีอํานาจไดเสนอเปนลายลักษณอักษรใหเพิกถอนใบอนุญาตทํางานของ แรงงานตางชาติดวยเหตุที่ละเมิดกฎหมายของประเทศเวียดนาม 6.7 ขอตกลงรว มกันระหวางบริษัทและสหภาพแรงงานเกยี่ วกบั สภาพการจาง บริษัทที่มีการลงทุนจากตางชาติตองเจรจาตอรองจัดทําขอตกลงเก่ียวกับสภาพการจางตามที่ คณะกรรมการสหภาพแรงงานรองขอ ขอตกลงใดๆ จะมีผลบังคับใชตอเม่ือไดรับจํานวนเสียงมากกวา รอยละ 50 ของสหภาพแรงงานซึ่งใหความเห็นชอบกับขอตกลงที่ไดทําการเจรจาตอรองกับนายจาง เกี่ยวกบั สภาพการจาง ขอตกลงเก่ียวกับสภาพการจางกําหนดขอตกลงตา งๆ ระหวางนายจางและลูกจางอันเกี่ยวกับ สภาพการจาง สําเนาขอตกลงสภาพการจางจะตองยื่นเสนอตอกระทรวงแรงงาน ทหารผานศึก และ สวัสดิการสงั คมภายใน 10 วนั นบั จากวนั ท่ไี ดม ีการลงนาม 6.8 ขอบงั คับการทํางาน บริษัทที่มีการลงทุนจากตางชาติที่มีลูกจางมากกวา 10 คนข้ึนไป จะตองจัดทําขอบังคับการ ทํางาน ขอบงั คบั การทาํ งานจะตองประกอบดว ยหลกั เกณฑด ังตอไปน้ี ก. เวลาทํางาน และเวลาพัก ข. ระเบียบปฏิบัติในสถานท่ที ํางาน ค. ความปลอดภัยและอาชวี อนามยั ในทท่ี าํ งาน ง. การคุมครองทรัพยสินและความลับทางการคา ความลับทางเทคโนโลยี ทรัพยสินทาง ปญญาของนายจา ง จ. วินัย โทษทางวนิ ัย และความรับผดิ นายจางจะตองย่ืนจดทะเบียนขอบังคับการทํางานตอกระทรวงแรงงาน ทหารผานศึก และ สวสั ดกิ ารสงั คมภายใน 10 วนั นบั จากวันท่ไี ดจัดทาํ ขอ บังคบั การทาํ งาน
171 7. กฎหมายทรพั ยสินทางปญ ญา กฎหมายทรัพยส ินทางปญญาของประเทศเวียดนามเริ่มปรากฏชัดเจนในศตวรรษท่ี 1980 เม่ือ รัฐบาลไดตรารัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 31/CP ลงวนั ที่ 23 มกราคม ค.ศ. 1981 วาดว ยนวัตกรรม การพัฒนา ทางเทคโนโลยี การพัฒนาทางอุตสาหกรรม และการประดิษฐ407 ซ่ึงรัฐกฤษฎีกาดังกลาวเปนกฎหมาย ฉบบั แรกเกี่ยวกับทรพั ยสินทางปญ ญาในประเทศเวียดนาม โดยมีการบัญญัติใหออกใบรับรองผูประดษิ ฐ (Inventor's certificates) และผทู รงสิทธบิ ัตร (Exclusive patents) เพอ่ื คุมครองสิทธใิ นสทิ ธบิ ัตร ท้งั น้ี รัฐมีฐานะเปนเจาของใบรับรองผูประดิษฐในขณะท่ีสวนใหญแลวผูทรงสิทธิบัตรตกเปนของผูประดิษฐ ตา งชาติ408 ตอมาใน ค.ศ. 1982 มีการตรารัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 125/HDBT ลงวันท่ี 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1982 วาดวยการปรับโครงสรางองคกรของคณะกรรมการวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีของรัฐ จัดตั้ง สํานักงานการประดิษฐข้ึน (ปจจุบัน คือ สํานักงานทรัพยสินทางปญญาแหงชาติ) และเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1982 รัฐบาลประกาศใชรัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 197/HDBT วาดวยเครือ่ งหมายการคา เพื่อ รวบรวมการจัดการตางๆ เก่ียวกับเครื่องหมายการคาใหเปนอันหน่ึงอันเดียวกันและเพื่อปกปองรักษา ประโยชนของผูบริโภค ตอ มาในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1983 ประธานคณะกรรมการวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยีของรัฐ (ปจจุบัน คือ กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี) ไดออกหนังสือเวียนฉบับที่ 125/SC เพ่ือเปน แนวทางการนาํ กฎระเบียบวา ดว ยเครื่องหมายการคา ไปปฏบิ ตั ิ แมวาจะมีการออกกฎหมายหรอื กฎเกณฑเพ่ือการคุมครองสิทธิบตั รและเครื่องหมายการคา แต สิ่งเหลานั้นไมเกิดประสิทธิผลที่แทจริงในทางปฏิบัติภายใตระบบรวมศูนยทางเศรษฐกิจของประเทศ เวียดนามท่ีเปน ปฏิปกษตอการถือครองทรัพยสินของเอกชน รวมถึงทรพั ยสินทางปญญา ทั้งนี้ ตั้งแตได เริ่มนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของเวียดนาม (Doi Moi) มีการตรากฎหมายลําดับรองจํานวนมากเพื่อสราง ระบบคุมครองทรัพยส ินทางปญญาประเภทตางๆ เชน การออกแบบผลิตภณั ฑและแบบอรรถประโยชน (อาจเทยี บเคยี งไดก บั อนุสิทธิบัตรของประเทศไทย)409 จุดเปลย่ี นท่ีสาํ คัญของกฎหมายทรพั ยสินทางปญญาในประเทศเวยี ดนาม เกิดข้ึนใน ค.ศ. 1989 เม่ือคณะมนตรีแหงรัฐประกาศใชกฎวาดว ยการคุมครองทรัพยส นิ ทางอุตสาหกรรม ซ่ึงนับเปนคร้ังแรกท่ี 407 Sesto E. Vecchi and Michael J. Scrown, 'Intellectual Property Rights in Vietnam' (1992) 11 Pacific Basin Law Journal 67. 408 ใบรับรองการประดิษฐแ รกของประเทศเวียดนามออกใหเมอื่ วนั ท่ี 11 เมษายน ค.ศ. 1984 409 รวมถึงรัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 85/HDBT ลงวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1988 วา ดวยกฎขอบังคับเก่ียวกับการออกแบบ อุตสาหกรรม รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 200/HDBT ลงวันท่ี 28 ธันวาคม ค.ศ. 1988 วาดวยกฎขอบังคับแบบ อรรถประโยชน (อนุสทิ ธิบัตร) รัฐกฤษฎีกาฉบบั ที่ 201/HDBT ลงวันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 1988 วาดวยกฎขอบงั คับ การจดทะเบียน) รัฐกําหนด ลงวันท่ี 11 กุมภาพันธ ค.ศ. 1989 วาดวยการคุมครองทรัพยสินทางอุตสาหกรรม ค.ศ. 1988 และวาดวยการอนุญาตใหใชสทิ ธิ
172 มีการรองรับแนวคิดเกี่ยวกับทรัพยสินทางอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนาม กฎดังกลาวกําหนดใหสิทธิ ในสิทธิบัตรเปนสิทธิเฉพาะตวั โดยการออกผูทรงสิทธิบัตรใหแทนการออกใบรับรองแกผูประดิษฐเ หมอื น เชน ในอดีต นอกจากน้กี ฎหมายดังกลา วไดก าํ หนดรบั รองถึงแหลงกําเนดิ สนิ คา และมลู เหตุทางกฎหมาย ทเ่ี พ่ิมข้ึนเพื่อใหศาลไดท ําหนาทคี่ ุมครองสทิ ธิในทรัพยสินทางอุตสาหกรรมตา งๆ ตั้งแต ค.ศ. 1995 เพอื่ จุดมงุ หมายในการเขารว มประชาคมระหวางประเทศและดึงดูดการลงทนุ จากตางประเทศ ประเทศเวียดนามริเร่ิมดําเนินกฎเกณฑตางๆ เพ่ือสรางระบบทางกฎหมายเก่ียวกับ ทรพั ยสินทางปญญาซง่ึ สอดคลองกับขอตกลงวาดว ยสิทธิในทรัพยสินทางปญญาท่ีเกี่ยวกับการคา หรือ ขอตกลงทริปส (Agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights, TRIPS Agreement) เหตุการณท่ีสําคัญจากความพยายามน้ีคือการบังคับใชประมวลกฎหมายแพงใน ค.ศ. 1995 ซึ่งกลาวถึงทรัพยสินทางปญญาและการถายทอดทางเทคโนโลยีตามที่บัญญัติไวในสวนที่ 6 (มาตรา 745-825) และยังบัญญัติถึงโครงสรางการควบคมุ ลิขสิทธิ์และสิทธิเกี่ยวเน่ือง (Copyright and related rights) สิ ทธิบัตร (Patents) แบ บอร รถป ระโ ยช น (Utility solutions) การออ ก แ บ บ อุตสาหกรรม (Industrial designs) เครื่องหมายการคา (Trademarks) และแหลงกําเนิดสินคา (Appellations of origin) อยางไรกด็ ีประมวลกฎหมายแพง ฉบับดังกลาวไมไดครอบคลมุ ถงึ การคุมครอง ทรัพยสินทางปญญาประเภทอ่ืนๆ อาทิ ความลับทางการคา (Trade secrets) ชื่อทางธุรกิจ (Trade names) และแบบผงั ภมู ิของวงจรรวม (Layout-designs of integrated circuits) ระหวาง ค.ศ. 1996-2003 มีการตรากฎหมายลําดับรองจํานวนมากเพ่ืออนุวัติการตาม บทบญั ญัติวา ดว ยทรัพยสนิ ทางปญญาในประมวลกฎหมายแพง ค.ศ. 1995 และเม่ือรวมกบั บทบญั ญัติใน สวนที่ 6 ของประมวลกฎหมายแพง ค.ศ. 1995 แลว ทําใหมีความครอบคลุมทั้งสิทธิบัตร เครื่องหมาย การคา ช่ือทางการคา การออกแบบอุตสาหกรรม ความลับทางการคา ส่ิงบงชี้ทางภูมิศาสตร (Geographical Indications, GIs) แบบผังภูมิของวงจรรวม ลิขสิทธิ์และสิทธิเก่ียวเนื่อง พันธุพืชใหม (Plant varieties) และสิทธิปองกันการแขงขันอันไมเปนธรรม ภายในป ค.ศ. 2003 ระบบกฎเกณฑ เกี่ยวกับทรพั ยส นิ ทางปญญาประเทศเวยี ดนามจึงเปน ไปตามเงอ่ื นไขขอตกลงทรปิ ส4 10 ใน ค.ศ. 2005 สืบเน่ืองจากกระบวนการเตรยี มปรับปรุงกฎหมายใหทันสมัยพรอมเขารวมเปน สมาชกิ ขององคการการคา โลก ประเทศเวยี ดนามประกาศบงั คบั ใชรัฐบญั ญตั ิวาดว ยทรัพยส ินทางปญญา มีผลตั้งแตวันท่ี 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2006411 ซึ่งตอมามีการแกไขเพิ่มเติมใน ค.ศ. 2009 นับวาเปน 410 คณะมนตรีการคาวาดวยสิทธิในทรัพยสินทางปญญา องคการการคาโลก “Review of Legislation: Vietnam” (2010) ที่มา: www.wtocenter.org.tw/SmartKMS/fileviewer?id=111987 วันทสี่ ืบคน: 20 สิงหาคม ค.ศ. 2012 411 รัฐบัญญัติวาดวยทรัพยสินทางปญญา ฉบับท่ี 50/2005/QH11 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 ไดรับการ ประกาศใชโดยคําส่ังของประธานสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามฉบับที่ 28/2005/L-CTN ลงวันท่ี 12 ธันวาคม ค.ศ.2005 และเพื่อพัฒนาระบบคุมครองทรัพยสินทางปญญาใหดีย่ิงข้ึน ประเทศเวียดนามยังไดประกาศบังคับใช ประมวลกฎหมายแพง ค.ศ. 2005 ซึ่งรองรับเพิ่มเติมหลักเกณฑทางแพงเก่ียวกับทรัพยสินทางปญญาในสวนท่ี 6 ของประมวลกฎหมายดงั กลาว
173 กฎหมายฉบับแรกท่ีรวบรวมสิทธิในทรัพยสินทางปญญาทั้งหมดไวในที่เดียวกัน รัฐบัญญัติวาดวย ทรพั ยสนิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มที ัง้ หมด 6 สวน 18 บท และ 222 มาตรา ซ่ึงครอบคลุมทรพั ยสนิ ทาง ปญญาทัง้ 3 ประเภท กลา วคอื (1) ลิขสทิ ธ์ิและสทิ ธเิ ก่ยี วเน่อื ง (2) สิทธิในทรพั ยส นิ ทางอุตสาหกรรม (3) สิทธใิ นพันธพุ ชื นอกจากน้ีกฎหมายฉบบั ดงั กลา วไดบัญญตั ิถึงมาตรการควบคุมทางชายแดนเพอ่ื รบั มือกับปญหา การละเมดิ สทิ ธิในทรัพยส ินทางปญญาตางๆ จึงอาจกลา วไดว ากฎหมายวาดวยทรัพยสนิ ทางปญญาและ กฎเกณฑตามกฎหมายแพงวา ดวยสิทธิในทรัพยสินทางปญญาตามที่บัญญัติไวในสว นที่ 6 (มาตรา 736- 757) ของประมวลกฎหมายแพง รวมทงั้ กฎระเบียบรองตาง ๆ412 กอใหเกดิ ระบบโครงสรางทางกฎหมาย เก่ียวกบั สทิ ธิในทรัพยสนิ ทางปญ ญาท่ีมีเนือ้ หาครบถวนและสอดคลองกนั ในประเทศเวียดนาม413 นอกจากกฎหมายภายในแลว ประเทศเวียดนามไดเขารวมเปนสมาชิกสนธิสัญญาระหวาง ประเทศวา ดว ยทรัพยส ินทางปญ ญาจํานวนมาก อาทิ 1) ขอตกลงมาดริดวาดวยการขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการคาระหวางประเทศ (Madrid Agreement on International Registration of Marks) ใน ค.ศ. 1939 2) อนุสัญญาปารีสวาดวยการคุมครองทรัพยสินทางอุตสาหกรรม (Paris Convention for the Protection of Industrial Property) ใน ค.ศ. 1949 3) อนุสัญญาจัดตั้งองคการทรัพยสินทางปญญาโลก (World Intellectual Property Organisation) ใน ค.ศ. 1976 4) สนธิสญั ญาความรว มมือทางสิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty) ใน ค.ศ. 1993 5) อนุสัญญากรุงเบอรนเพื่อการคุมครองวรรณกรรมและศิลปกรรม (Berne Convention for the Protection of Literary and Artistic Works) ใน ค.ศ. 2004 412 รฐั บาลไดตรารัฐกฤษฎกี าและออกประกาศตา งๆ เพือ่ อนุวตั ิการรฐั บญั ญัตวิ าดวยทรัพยสนิ ทางปญ ญา ไดแ ก (1) รัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 100/2006/ND-CP ลงวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2006 วาดวยแนวทางการใชบังคับมาตรา ตางๆ ของประมวลกฎหมายแพง ค.ศ. 2005 และกฎหมายวาดวยทรัพยสินทางปญญาเก่ียวกับลขิ สิทธิ์และสิทธิ เกย่ี วเนื่อง (2) รัฐกฤษฎีกาฉบับท่ี 103/2006/ND-CP, ฉบับที่ 104/2006/ND-CP, ฉบับที่ 105/2006/ND-CP และ ฉบับที่ 106/2006/ND-CP ลงวันท่ี 22 กันยายน ค.ศ. 2006 ซึ่งไดกําหนดรายละเอียดของบทบัญญัติและแนวทางการใช บังคับมาตราตางๆ ของรัฐบัญญัติวาดวยทรัพยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 เก่ียวกับสิทธิทางอุตสาหกรรม สิทธิใน พันธุพืช การคุมครองสิทธิทรัพยสินทางปญญา และการบริหารจัดการของรัฐดานทรัพยสินทางปญญา และการ จัดการปญหาละเมิดทรพั ยสินทางปญ ญา ตามลาํ ดบั (3) ขอกําหนดฉบับท่ี 69/2006/QD-BNN ของกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท ลงวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2006 วา ดว ยความลับของขอมูลเก่ียวกบั การทดสอบสนิ คา เกษตรและเคมภี ัณฑ (4) ขอกําหนดฉบับที่ 30/2006/QD-BYT ของกระทรวงสาธารณสุข ลงวันท่ี 30 กันยายน ค.ศ. 2006 วาดวยการ ประกาศใชกฎระเบียบเก่ยี วกบั การคมุ ครองขอมูลทีใ่ ชเปน เอกสารประกอบการจดทะเบยี นยา 413 คณะมนตรีการคาวาดวยสทิ ธใิ นทรพั ยสนิ ทางปญ ญา
174 6) อนสุ ญั ญาเจนีวาเพื่อการคุมครองผูผลิตตัวหนงั สือแสดงเสียง (Geneva Convention for the Protection of Producers of Phonograms Against Unauthorized Duplication of Their Phonograms) ใน ค.ศ. 2005 7) อนุสัญญาบรัสเซลเกี่ยวกับการแพรภาพรายการโดยสัญญาณที่สงมาจากดาวเทียม (Brussels Convention Relating to the Distribution of Programme-Carrying Signals Transmitted by Satellite) ใน ค.ศ. 2006 8) พิธีสารที่เกี่ยวของกับขอตกลงมาดริดวาดวยการขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการคาระหวาง ป ร ะ เ ท ศ (Protocol Relating to the Madrid Agreement Concerning the International Registration of Marks) ใน ค.ศ. 2006 9) อนสุ ัญญาระหวางประเทศเพื่อการคมุ ครองพนั ธุพืชใหม (International Convention for the Protection of New Varieties of Plants) ใน ค.ศ. 2006 ทั้งนี้ หลังจากการเปนสมาชิกองคการการคาโลก (WTO) ประเทศเวียดนามยังตองปฏิบัติตาม ความตกลงวาดวยสิทธใิ นทรพั ยสินทางปญญาท่ีเกี่ยวกับการคา หรือ TRIPS414 ซ่งึ กําหนดหลักเกณฑข ้ัน ต่าํ เกีย่ วกบั กฎหมายทรัพยสินทางปญญา นอกจากนี้ ประเทศเวียดนามไดทําขอตกลงแบบทวิภาคีท่ีเก่ียวของกับการคุมครองทรัพยสิน ทางปญ ญากับประเทศอืน่ ๆ ท่สี าํ คญั เชน 1) ประเทศสหรฐั อเมรกิ า (มขี อตกลงวาดวยลิขสิทธิ์ ค.ศ. 1997 และขอ ตกลงทางการคาแบบ ทวภิ าคี ค.ศ. 2000 บทที่ 2 เกย่ี วกบั ประเดน็ เร่อื งทรพั ยสินทางปญญา) 2) ประเทศสวิตเซอรแลนด (มีขอตกลงวาดวยการคุมครองทรัพยสินทางปญญาและความ รวมมือในดา นทรพั ยสนิ ทางปญ ญา ค.ศ. 1999) และ 3) ประเทศญี่ปุน (มีขอตกลงเก่ียวกับความรวมมือทางเศรษฐกิจในค.ศ. 2008 บทที่ 9 ซ่ึง เกย่ี วกบั ประเด็นเรือ่ งทรัพยสนิ ทางปญ ญา) รัฐบัญญัติวาดวยทรัพยสินทางปญญาของประเทศเวียดนาม ไดจําแนกทรัพยสินทางปญญา ออกเปน 3 ประเภทหลัก415 ดังน้ี 1) ลิขสิทธ์ิและสทิ ธเิ ก่ียวเน่ือง 414 ขอตกลงทริปสเกิดขึ้นจากการเจรจารอบอุรุกวัยใน ค.ศ. 1986 - 1994 โดยในวันท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 1995 ขอตกลงขององคการการคาโลกซึ่งรวมถึงขอตกลงทริปสมีผลบังคับใช อันเปนเหตุใหสมาชิกองคการการคาโลก ตองปรับปรุงกฎหมายภายในเพ่ือใหสอดคลองกับขอตกลงทริปสต ามเวลาที่กําหนด กลาวคือ 1 ป สําหรับประเทศ พัฒนาแลว และ 5 ป (จนถึง ค.ศ. 2000) สําหรับประเทศกําลังพัฒนาและประเทศในระยะเปล่ียนผาน (ภายใต เง่อื นไขบางประการ) และ 11 ป (จนถึง ค.ศ. 2006) สําหรับประเทศพัฒนานอยที่สุด อยางไรก็ดีมีการขยายเวลา สําหรบั ประเทศพัฒนานอ ยทส่ี ุดจากที่ตอ งครบกําหนดใน ค.ศ. 2013 เปน ค.ศ. 2016 ในสวนเฉพาะเรือ่ งสิทธบิ ัตร ยาและขอ มลู ทีไ่ มอาจเปดเผยได 415 รฐั บญั ญตั วิ าดว ยทรัพยสินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 1
175 2) สิทธใิ นทรพั ยส ินทางอุตสาหกรรม 3) สทิ ธิในพนั ธุพ ชื 7.1 ลขิ สทิ ธิ์และสิทธิเกี่ยวเนอ่ื ง (Copyright and related rights) รัฐบัญญัติวาดวยทรัพยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 3 วรรคหนึ่ง บัญญัติถึงงานอันมี ลิขสิทธ4ิ์ 16 (Copyright) วา หมายความรวมถึงงานวรรณกรรม ศลิ ปกรรมและวทิ ยาศาสตร ในขณะทีส่ ิทธิ เก่ยี วเน่อื ง (Related rights) มีอยใู นงานสรางสรรคป ระเภทนาฏกรรม สิง่ บันทกึ เสียง โสตทศั นวัสดุ งาน แพรเสียงแพรภ าพ และสญั ญาณรายการเขารหสั ท่ีถายทอดผานดาวเทยี ม สวนสง่ิ ที่ไมถ อื วาเปน งานอนั มีลิขสทิ ธ4์ิ 17 ไดแก 1) ขา วประจําวัน 2) ขอ มูล แนวความคดิ หลักการ ระบบ กรรมวธิ ี และขั้นตอนตางๆ 3) เอกสารทางปกครอง เชน ระเบียบ ขอบังคับ เอกสารทางตุลาการ เชน คําพิพากษา คําส่ัง ของศาล และคาํ แปลฉบบั ทางการของเอกสารดังกลา ว เปน ตน ลิขสิทธ์มิ อบสิทธิแตผูเดียว (Exclusive rights) ใหกับบุคคลหรือองคก รที่ไดสรางสรรคหรือเปน เจา ของผลงานอันไดรับความคุม ครองลิขสิทธ์ิ และเปน สิทธิทเ่ี กิดขึน้ ทันทีท่ีงานตนฉบับนั้นถูกสรางสรรค ขึ้นอยา งเปนรูปธรรมไมวา จะอยูในแบบใด418 ประเทศเวียดนามนอกจากใหความคมุ ครองงานของบุคคลผูมสี ัญชาตเิ วียดนามแลว ยังใหความ คมุ ครองงานของชาวตางประเทศหรอื องคกรตา งประเทศภายใตเง่อื นไข419 ดังน้ี 1) มีการเผยแพรง านสรา งสรรคตอสาธารณชนเปน ครง้ั แรกในประเทศเวียดนาม หรือ 2) มีการโฆษณางานสรา งสรรคนั้นภายใน 30 วันหลังจากท่ไี ดมีการโฆษณางานเปนครั้งแรก หรือ 3) งานน้ันเขา คุณสมบัตขิ องงานท่ไี ดรบั ความคุมครองภายใตสนธิสัญญาระหวางประเทศเก่ียว ดวยลขิ สทิ ธ์ิซ่งึ ประเทศเวียดนามเปนสมาชกิ อน่ึง แมว าการจดทะเบียนไมใชเงื่อนไขความคุม ครองลขิ สิทธิ์ แตสามารถใชเปนพยานหลกั ฐาน เบ้ืองตนในการพสิ ูจนความเปนเจา ของสทิ ธิได ในกรณดี ังกลาวผูสรา งสรรคหรือเจา ของงานอนั มีลิขสิทธ์ิ สามารถยื่นคําขอจดทะเบียนเพ่ือใบรับรองลิขสิทธิ์ไดกับสํานักงานลิขสิทธิ์แหงประเทศเวียดนาม (The Copyright Office of Vietnam, COV) ซึ่งอยูภายใตการบริหารงานของกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬา และการทองเทยี่ ว 416 รัฐบัญญัติวาดวยทรัพยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 14 กําหนดตัวอยางงานอันมีลิขสิทธ์ิวาหมายความ รวมถึง ตํารา งานภาพถา ย งานภาพยนตร งานสถาปตยกรรม โปรแกรมคอมพิวเตอรแ ละการรวบรวมขอ มลู 417 รัฐบญั ญตั วิ า ดวยทรพั ยส ินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 15 418 รฐั บัญญัตวิ า ดว ยทรัพยส ินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 4 วรรคสอง และ 6 วรรคหน่งึ 419 รฐั บัญญัติวา ดว ยทรพั ยสินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 13
176 นอกจากน้ี รัฐบัญญัติวา ดวยทรัพยสนิ ทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 18 ไดบัญญตั ิถึงลิขสิทธ์ิวา ประกอบดวยสิทธิโดยธรรม (Moral rights) และสิทธิทางเศรษฐกิจ (Economic rights) สําหรับสิทธิ โดยธรรมนั้น คือ สิทธิที่ผูสรางสรรคสามารถต้ังชื่อเปนเจาของผลงานของตน ไมวาจะใชชื่อจริงหรือ นามแฝง สิทธิในการหามมิใหบุคคลอื่นบิดเบือน ดัดแปลงผลงาน หรือทําโดยประการอื่น สิทธิในการ กระทําการเพอื่ รกั ษาเกียรตคิ ุณของงานอนั มลี ิขสิทธิ์420 สาํ หรบั สิทธทิ างเศรษฐกิจน้นั รวมถงึ สิทธิในการ เผยแพรตอสาธารณชนหรือเผยแพรงานตอสาธารณชนโดยวิธผี านทางสายหรือไรส ายหรือผานทางขอมูล อิเล็กทรอนิกส สิทธิในการทําซํ้า แจกจาย หรือนําเขางานอันมีลิขสิทธิ์และสําเนางานดังกลาว สทิ ธิใน การใหเชาโปรแกรมคอมพิวเตอรและงานภาพยนตรรวมถึงสําเนางานดังกลาว และสิทธิในการทํางาน สรา งสรรคต อ เน่อื ง421 การเขารวมเปนสมาชิกอนุสัญญากรุงเบิรนวาดวยการคุมครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม (Berne Convention for the Protection of Literary and Artistic Works) ทําใหประเทศเวียดนาม ตองกําหนดมาตรฐานความคุมครองขั้นตํ่าเพื่อใหสอดคลองกับอนุสัญญาดังกลาว ดังจะเห็นไดจากรัฐ บัญญัติวาดวยทรัพยสนิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 27 ซ่ึงกําหนดถึงอายุแหงการคุมครองลิขสิทธิ์ใน งานภาพถาย ภาพยนตร ศิลปกรรมประยุกต และงานซึง่ ไมปรากฏช่ือผูสรางสรรค ใหลิขสิทธ์ินั้นมีอายุ 50 ป นับแตไดมีการโฆษณาเปนครั้งแรก หรือ 50 ป นับแตไดสรางสรรคงานน้ันข้ึนสําหรับงาน ภาพยนตรหรือนาฏกรรมซึ่งไมเคยมีการโฆษณา สวนงานอ่ืนๆ มีอายุแหงการคุมครองลิขสิทธ์ิเปนเวลา ตลอดอายขุ องผสู รางสรรค และมีอยูตอ ไปอีกเปนเวลา 50 ป นับแตผูสรางสรรคถึงแกความตายหรือผู สรางสรรครวมคนสุดทายถึงแกความตาย ท้ังน้ี อายุแหงการคุมครองลิขสิทธิ์จะส้ินสุดลงเวลา 24.00 นาฬิกาของวันที่ 31 ธันวาคมของปท่ีครบกําหนดอายุความคุมครอง อยางไรก็ตาม สําหรับสิทธิโดย ธรรมน้ันมีอายุแหงการคุมครองลิขสิทธ์ิตลอดไป ยกเวนสิทธิในการโฆษณางานหรือการอนุญาตใหผูอ่ืน โฆษณางานซ่ึงมีอายแุ หงการคมุ ครองลขิ สิทธ์เิ ชน เดยี วกับสิทธทิ างเศรษฐกิจตามทีก่ ลาวขางตน 7.2 สิทธิในทรัพยส ินทางอตุ สาหกรรม (Industrial property rights) งานอนั มีสิทธิในทรัพยสนิ ทางอุตสาหกรรม ไดแ ก การประดิษฐ การออกแบบอตุ สาหกรรมแบบ ผงั ภมู ขิ องวงจรรวม ความลับทางการคา เครื่องหมายการคา ช่ือทางการคา และสง่ิ บง ชี้ทางภูมิศาสตร422 ประเทศเวียดนามใหความคุมครองสิทธิในทรัพยสินทางอุตสาหกรรมตามรัฐบัญญัติวาดวยทรพั ยสนิ ทาง ปญญา ค.ศ. 2005 ดงั ตอ ไปนี้ 420 รัฐบัญญตั วิ าดวยทรพั ยสินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 19 421 รัฐบัญญัติวาดวยทรพั ยสนิ ทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 20 วรรคหนงึ่ 422 รัฐบัญญัติวา ดว ยทรพั ยส ินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 3 วรรคสอง
177 7.2.1 สทิ ธิบตั ร (Patents) ประเทศเวียดนามใหความคุมครองสิทธิบัตร 3 ประเภทหลัก ภายใตรัฐบัญญัติวาดวยทรัพยสิน ทางปญญา ค.ศ. 2005 อนั ไดแก 1) สทิ ธบิ ตั รการประดษิ ฐ 2) สทิ ธิบัตรแบบอรรถประโยชน 3) สทิ ธิบตั รการออกแบบผลติ ภณั ฑ สําหรับสิทธิบัตรการประดิษฐนั้น “การประดิษฐ” หมายถงึ การคิดคนหรือทําข้ึนอันเปนผลให ไดม าซงึ่ ผลติ ภณั ฑห รอื กรรมวิธโี ดยมุงแกไ ขปญ หาอนั เกดิ จากกฎเกณฑต ามธรรมชาติ423 สวนส่ิงทีไ่ มถ อื วา เปน การประดษิ ฐนน้ั มีตวั อยางเชน 1) ทฤษฎีตางๆ กฎเกณฑท างคณติ ศาสตร และการคน พบทางวิทยาศาสตร 2) การนาํ เสนอขอมลู 3) การสรางสนุ ทรียศาสตร 4) พันธพุ ชื และพันธุสัตว 5) การดําเนินธุรกิจ โปรแกรมคอมพิวเตอร แผนการ กฎเกณฑและขั้นตอนอันเปนการ แสดงออกทางสติปญญา และการเลน เกม 6) การปอ งกันโรคของมนษุ ยแ ละสัตว รวมถึงขนั้ ตอนการวินจิ ฉัยโรคและการรักษาโรค การออกสิทธิบัตรการประดิษฐเกิดขึ้นในกรณีท่ีการประดิษฐนั้นมีลักษณะครบตามเง่ือนไข ทงั้ หมด ดังน4้ี 24 1) เปน การประดษิ ฐใ หม 2) มขี ั้นการประดิษฐท ี่สูงขึน้ และ 3) เปนการประดิษฐท ่ีสามารถประยกุ ตในทางอตุ สาหกรรม อยางไรก็ดีสําหรับการออกสิทธิบัตรแบบอรรถประโยชน (Utility solutions) อันเปนสิทธิบตั ร อีกประเภทซ่ึงประเทศเวียดนามรับรองคุมครองน้ัน มีเง่ือนไขเพียงแตวาการประดิษฐนั้นตองเปนการ ประดิษฐใหมและเปนการประดิษฐท่ีสามารถประยุกตในทางอุตสาหกรรม รวมท้ังตองไมใชสิ่งท่ีเปน ความรูทั่วไป425 ดังน้ันหากเง่ือนไขเพื่อการขอจดสิทธิบัตรครบตามท่ีบัญญัติไวในกฎหมายแลว ผู ประดิษฐหรือผูเปน เจาของไมวา จะเปนบุคคลหรือองคกรจะไดรับสิทธิบตั รไป โดยสิทธิบัตรการประดิษฐ มอี ายุแหงสิทธิเปนเวลา 20 ป นบั แตวันขอรบั สทิ ธิบตั ร ในขณะทสี่ ทิ ธบิ ัตรแบบอรรถประโยชนมีอายุแหง สิทธิเปนเวลา 10 ป นบั แตว ันขอรับสิทธิบัตร426 ท้ังนี้ ผูทรงสิทธิบัตรตองชําระคาธรรมเนียมเพื่อรักษา 423 รฐั บญั ญตั ิวา ดวยทรพั ยส ินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 4 วรรคสิบสอง 424 รัฐบญั ญตั วิ า ดวยทรัพยส ินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง 425 รฐั บญั ญตั วิ า ดว ยทรพั ยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 58 วรรคสอง 426 รัฐบญั ญตั วิ า ดว ยทรัพยส ินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 93 วรรคสอง และ วรรคสาม
178 สิทธิในสิทธิบัตรท่ีไดรบั จดทะเบียนแลว 427 เพราะการไมชาํ ระคาธรรมเนียมดงั กลาวเปน เหตุแหงการเพิก ถอนสิทธบิ ัตรได428 นอกจากสิทธิบัตรการประดิษฐแ ละสทิ ธิบัตรแบบอรรถประโยชนแลว ประเทศเวียดนามยังให ความคุมครองสิทธิบตั รการออกแบบผลิตภัณฑ (Industrial designs) ซ่ึง “แบบผลิตภัณฑ” หมายถึง รูปทรงภายนอกที่มีลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑอันประกอบดวยโครงแบบสามมิติ (Three- dimensional configurations) เสน ลวดลาย สี หรอื สง่ิ ตา งๆ ดังกลา วรวมกนั 429 สว นส่ิงท่ไี มถือเปนแบบผลิตภณั ฑอนั ไดรับความคุมครองสทิ ธบิ ตั ร430 ไดแก 1) รปู รา งของผลิตภัณฑท ไี่ มสามารถมองเหน็ ไดร ะหวา งการใชง านผลิตภัณฑน ้ัน 2) ลักษณะภายนอกของงานกอสรา งทางโยธาหรืออุตสาหกรรม 3) ลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑซึ่งเกิดขึ้นจากลักษณะเฉพาะทางเทคนิคของผลติ ภัณฑน น้ั ทั้งนี้ การคุมครองแบบผลิตภัณฑเกิดข้ึนภายใตเงื่อนไขที่วา ตองเปนการออกแบบ ผลิตภัณฑใ หม มคี วามสรา งสรรค และสามารถประยุกตใ นทางอุตสาหกรรม ท้ังน้ี สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑมีอายุแหงสิทธิเปนเวลา 5 ป นับแตวันขอรับสิทธิบัตร โดยสามารถตออายุไดอ ีก 2 คร้งั แตละคร้ังเปนเวลา 5 ป431 สิ่งสําคัญท่ีตางจากความคุมครองลิขสิทธิ์ คือ การไดรับความคุมครองสิทธิบัตรตองมีการจด ทะเบียนกับสํานักงานทรัพยสินทางปญญาแหงชาติ (National Office of Intellectual Property, NOIP) ซึ่งอยูภายใตการบริหารงานของกระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี นอกจากน้ียังสามารถ ดําเนินการยื่นคําขอจดสทิ ธิบัตร (ยกเวนการออกแบบผลิตภัณฑ) ภายใตเงื่อนไขตามสนธิสัญญาความ รวมมอื แหงสิทธบิ ัตร (Patent Cooperation Treaty, PCT) ซ่ึงประเทศเวยี ดนามเปน ภาคีไดอีกดวย ซง่ึ จะมผี ลใหไ ดรบั ความคุมครองสิทธิบัตรครอบคลมุ ไปยังประเทศสมาชกิ ตางๆ อนึง่ ประเทศเวียดนามใชระบบผูใดย่ืนคาํ ขอรับสิทธิบัตรกอนมีสิทธิดีกวา (First to file) ซึ่งให สิทธิแกบุคคลหรือองคกรแรกท่ีมาขอย่ืนจดสิทธิบัตรโดยไมคํานึงวาจะเปนผูประดิษฐแรกหรือไม ทั้งนี้ ระบบผูใดย่ืนคําขอรับสิทธิบัตรกอนมีสิทธิดีกวาใชสําหรับการจดทะเบียนสิทธิในทรัพยสินทางปญญา อ่ืนๆ ดว ย อาทิ การออกแบบผลิตภณั ฑและเคร่ืองหมายการคา 427 รฐั บญั ญตั ิวา ดว ยทรัพยส ินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 94 วรรคหน่ึง 428 รัฐบญั ญตั วิ าดวยทรัพยส ินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 95 วรรคหนง่ึ 429 รฐั บัญญตั วิ าดวยทรัพยส นิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 4 วรรคสิบสาม 430 รฐั บญั ญตั ิวาดว ยทรพั ยส นิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 64 431 รัฐบัญญัตวิ าดว ยทรพั ยสนิ ทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 93 วรรคสี่
179 7.2.2 เคร่ืองหมายการคา (Trademarks) เคร่ืองหมาย หมายถึง เคร่ืองหมายใดๆ ซึ่งแสดงใหเห็นความแตกตางของสินคาและ/หรือ บริการนน้ั วา มที ี่มาจากบคุ คลหรือองคก รทตี่ า งกัน432 ประเทศเวียดนามยังใหความคุมครองเครื่องหมาย รวม ซ่ึงหมายถึง เคร่ืองหมายการคาท่ีใชรวมกันโดยกลุมบุคคลหรือองคกร เพ่ือแสดงความแตกตาง ระหวางสนิ คา และบริการอนั มีท่ีมาจากสมาชิกกลุมบุคคลหรือองคก รในกลุมนั้นกับสินคา และบรกิ ารอันมี ท่ีมาจากบุคคลหรือองคกรนอกกลุม สวนเครื่องหมายรับรองน้ัน หมายถึง เคร่ืองหมายท่ีใชรับรอง มาตรฐานเกี่ยวกับแหลงกําเนิด วัตถุดิบ คุณภาพ ความปลอดภัย เปนตน433 เปนท่ีนาสังเกตวาการจด ทะเบียนไมไดเปนเง่ือนไขความคุมครองเครื่องหมายการคา โดยผูเปนเจาของเคร่ืองหมายการคาท่ีมี ช่ือเสียงแมยังไมจดทะเบียน มีสิทธิดําเนินคดีสําหรับการกระทําที่เขาลักษณะการแขงขันอันไมเปน ธรรม และมีสิทธิย่ืนคํารองขอเพิกถอนการจดทะเบียนเคร่ืองหมายการคาที่เหมือนและสรางความสับสนแก สาธารณชนได ทั้งนี้ เครื่องหมายการคาน้ันตองมีชอ่ื เสยี งเปนท่ีรจู ักแพรหลายทั่วไปในแวดวงที่เก่ียวของ ในประเทศเวยี ดนาม434 รัฐบัญญัติวาดวยทรพั ยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 72 บัญญัติถึงหลักเกณฑก ารใหความ คุมครองเครอ่ื งหมายการคาอนั พงึ รับจดทะเบยี นไดว าตอ งประกอบดวยลกั ษณะท้ังสองประการ ดังน้ี 1) สามารถมองเห็นไดในรูปแบบของถอยคํา ตัวอักษร ภาพถาย ภาพสามมิติ หรือส่ิงตางๆ ดังกลาวรวมกนั ซ่งึ แสดงออกทางสไี ดอยา งนอ ยหนึง่ สหี รอื หลายสี และ 2) เปนเครื่องหมายการคาท่ีมีลักษณะบงเฉพาะ ซ่ึงทําใหสามารถแยกแยะความแตกตาง ระหวางสินคาหรือบริการอันมีที่มาจากเจา ของสินคา หรือผูใ หบรกิ ารนั้นๆ กับสินคาหรอื บริการ อันมที ีม่ าจากเจา ของสินคาหรือผูใหบริการอืน่ ดวยเหตุนี้ลักษณะบงชี้เฉพาะจึงเปนเง่ือนไขที่สําคัญสําหรับการคุมครองเคร่ืองหมายการคา อน่ึง เครื่องหมายการคามีลักษณะบงช้ีเฉพาะเม่ือมีสวนประกอบอยางใดอยางหน่ึงหรือหลายอยาง สามารถสงั เกตเห็นไดโ ดยงายหรือเปนท่ีนาจดจํา และที่สําคัญคอื ตองไมมีลักษณะตามบทบัญญัติมาตรา 74 วรรคสอง435 432 รฐั บญั ญตั วิ าดวยทรัพยสนิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 4 วรรคสิบหก 433 รฐั บญั ญตั ิวา ดวยทรพั ยสินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 4 วรรคสบิ เจด็ และสิบแปด 434 รัฐบัญญัติวาดว ยทรพั ยสนิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 75 บัญญัติถึงหลักเกณฑก ารประเมินความมีช่อื เสียงของ เครื่องหมายการคาเอาไว เชน 1) บริเวณอาณาเขตท่ีสินคาหรือบริการหมุนเวียนอยู 2) ช่ือเสียงที่กวางขวางของ สินคาหรือบริการ 3) ระยะเวลาการใชเคร่ืองหมายการคา 4) จํานวนประเทศท่ีใหความคุมครองเคร่ืองหมายการคา น้นั และ 5) จาํ นวนประเทศที่ตระหนกั ถึงความมชี อื่ เสียงของเครื่องหมายการคา น้ัน 435 ตัวอยางของเครื่องหมายที่ไมถือวามีลักษณะบงเฉพาะ มีดังน้ี 1) หมายเลข ตัวหนังสือ รูปทรงเลขาคณิต รูปทรง งาย ๆ และ/หรือ ตัวเขียนภาษาที่ไมใชตามปกติ ยกเวนเครื่องหมายท่ีใชอยางกวางขวางและเปนท่ีเขาใจวาเปน เคร่อื งหมายการคา และ 2) เครื่องหมายที่เหมือนหรือคลา ยคลงึ กับส่ิงบงช้ีทางภูมิศาสตรท ไ่ี ดรับความคุมครอง ถา การใชส ัญลกั ษณนน้ั ทาํ ใหส าธารณชนสบั สนหลงผดิ ถึงแหลง ที่มาของสินคา น้ัน
180 เคร่ืองหมายอันไมสามารถขอจดทะเบียนเพ่ือรับความคุมครองเครื่องหมายการคาได436 หมายความรวมถึง 1) เครื่องหมายท่ีขัดตอกฎหมาย ความสงบเรียบรอยของประชาชน สาธารณประโยชน และ มนษุ ยธรรม 2) เครอื่ งหมายทเี่ หมอื นหรือคลายคลึงอยางนาสับสนกบั สัญลักษณต างๆ ของชาตแิ ละธงชาติ 3) เคร่ืองหมายท่ีเหมือนหรือคลายคลึงกับเคร่ืองหมายรับรองทางการ เครื่องหมายควบคุม เครอื่ งหมายรับประกัน 4) เคร่ืองหมายท่ีกอใหเกิดความสับสน หลงผิด หรือหลอกหลวงประชาชนถึงแหลงท่ีมาของ สินคา หรอื บริการ นอกจากนี้ประเทศเวียดนามไมไดบังคับวาจะตองมีการใชเครื่องหมายการคานั้นในขณะนั้น จริงๆ จึงจะขอจดทะเบยี นเคร่ืองหมายการคา ได ดังนัน้ การจดทะเบยี นเพอื่ การใชเคร่อื งหมายการคานั้น ในอนาคตจึงไดรับอนุญาตดวย อยางไรก็ดี เครื่องหมายการคา ท่ีไมไดใชเปนเวลาตอเนื่องกันนาน 5 ป หรือนานกวาน้ัน อาจถูกเพกิ ถอนการจดทะเบียนเคร่ืองหมายการคาได437 ทั้งน้ี บุคคลหรือองคกรมีสิทธิย่ืนคําขอจดทะเบียนเครื่องหมายการคาเพ่ือใชกับสินคาและ บริการของตน438 ตอสาํ นักงานทรัพยสินทางปญญาแหงชาตซิ ่งึ เปนหนวยงานทมี่ ีอํานาจ โดยใบอนุญาต จดทะเบียนเคร่อื งหมายการคา มีอายุ 10 ป นบั แตว ันยนื่ ขอจดทะเบียน ซ่งึ สามารถตออายุไดคราวละ 10 ป โดยไมจ ํากัดจาํ นวนครั้ง439 7.2.3 ส่ิงบง ช้ที างภมู ิศาสตร (Geographical Indications, GIs) รัฐบัญญัติวาดวยทรัพยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 ใหคํานิยามของคําวาสิ่งบงช้ีทางภูมิศาสตร อยางกวางมากข้ึน โดยไมจํากัดอยูเพียงถอยคํา เคร่ืองหมาย สัญลักษณ หรือภาพตางๆ อีกท้ังกฎหมาย ฉบับดังกลาวยังไดขยายขอบเขตการคุมครองใหครอบคลุมถึงสินคาเกษตรและอาหาร เหมือนเชนท่ีได บัญญัติคุมครองไวในรัฐบัญญัติ ฉบับที่ 54/2000/ND-C และกฎระเบียบท่ีออกโดยคณะมนตรีแหง สหภาพยุโรป (European Council) ฉบับท่ี 510/2006 ลงวันท่ี 20 มีนาคม ค.ศ. 2006 วาดวยการ คุมครองส่งิ บงชท้ี างภูมศิ าสตรและแหลง กําเนดิ ของสนิ คาเกษตรและอาหาร 436 รฐั บญั ญัติวาดวยทรพั ยสนิ ทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 73 437 รัฐบญั ญัตวิ า ดวยทรัพยสินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 136 วรรคสอง 438 รัฐบัญญัตวิ า ดวยทรพั ยสนิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 87 วรรคหน่ึง 439 รฐั บัญญัตวิ าดวยทรัพยสินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 93 วรรคหก
181 สิ่งบงช้ีทางภูมิศาสตรมีคํานิยามตามกฎหมายวา หมายถึง สัญลักษณใดๆ ที่บงชี้วาสินคานัน้ มี ท่ีมาจากพื้นท่ีเฉพาะ ภูมิภาค ทองถิ่นหรือประเทศ440 ท้ังนี้ สิ่งบงชีท้ างภมู ิศาสตรท ่ีไดรับความคุมครอง ตอ งมีลักษณะครบตามเงอื่ นไขทงั้ สองประการ441 ดงั น้ี 1) สินคา ทีใ่ ชสง่ิ บงชี้ทางภูมิศาสตรติดเปนฉลากอยูตองมีแหลงกําเนิดจากพื้นที่หรือประเทศ ถูกตองตามส่ิงบง ชท้ี างภมู ิศาสตรนน้ั จริง และ 2) สินคาท่ีใชสิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตรติดเปนฉลากอยูตองมีคุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะ เฉพาะของแหลง ภมู ิศาสตรดังกลา วจรงิ อน่ึง ช่ือเสียงของสินคาท่ีใชสิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตรนั้นสามารถพิจารณาจากระดับความเช่ือถือ หรือการรับรูของผูบริโภคที่มีตอสินคาดังกลาว ในขณะท่ีคุณภาพและลักษณะเฉพาะของสินคาที่ใชส่ิง บงช้ีทางภูมิศาสตรน้ันพิจารณาจากหลกั เกณฑเ ชิงคุณภาพหรือปรมิ าณ เกณฑท างกายภาพหรอื ทางเคมี และ/หรือทางจุลชีววิทยา ซ่ึงสามารถตรวจสอบโดยใชวิธีการทางเทคนิคหรือโดยผูเช่ียวชาญใชวธิ ีการ ทดสอบท่ีเหมาะสม442 อยางไรก็ดี มาตรา 80 รัฐบัญญตั วิ าดวยทรัพยส ินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 บัญญตั ถิ งึ ส่ิงที่ไมไดรับ ความคุม ครองสิ่งบงชีท้ างภมู ิศาสตรไวโดยละเอียด เชน 1) ชอ่ื หรือสิง่ บงช้ที กี่ ลายเปนชอ่ื สามญั ในประเทศเวยี ดนาม 2) ส่ิงบงชี้ทางภูมิศาสตรท ี่เหมือนหรือคลายคลึงกับเคร่ืองหมายการคาท่ีไดรับความคุมครอง ถาการใชส ิ่งบงชที้ างภูมศิ าสตรน นั้ นา จะกอใหเ กดิ ความสับสนถึงแหลงทมี่ าของสนิ คาน้ัน 3) สิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตรที่ทําใหผูบริโภคสับสนหลงผิดเก่ียวกับแหลงกําเนิดทางภูมิศาสตรท่ี แทจรงิ ของสนิ คา ท่ีใชส่ิงบง ชท้ี างภูมิศาสตรน้ัน 4) สิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตรจ ากตางประเทศซึ่งไมไดรบั ความคุม ครองหรือไมไดถูกใชในประเทศ น้ันอีกตอไป เปนท่ีนาสังเกตวาสิทธิจดทะเบียนสิ่งบงช้ีทางภูมิศาสตรเปนของรัฐ ซ่ึงรัฐจะอนุญาตใหบุคคล หรือองคกรผลิตสินคาที่ใชส่ิงบงช้ีทางภูมิศาสตรได ทั้งน้ี หนวยงานบริหารทองถิ่นท่ีมีอํานาจหรือคณะ กลุมองคกรทําหนาท่ีเปนตวั แทนในการใชส ิทธิย่ืนคําขอจดทะเบียนสิ่งบงช้ีทางภมู ิศาสตรตอสํานักงาน ทรพั ยสินทางปญญาแหงชาติ แตอยา งไรก็ตามผูใชสิทธิย่ืนคําขอจดทะเบียนส่ิงบงช้ีทางภูมิศาสตรไมมี สถานะเปนเจาของสิ่งบงชท้ี างภูมิศาสตรน น้ั 443 อีกท้ังสิ่งบงช้ีทางภูมิศาสตรมีความแตกตางทสี่ าํ คัญจาก สิทธิในทรัพยสินทางปญญาอื่นๆ ในเร่ืองของอายุแหงสทิ ธิ เพราะความคุมครองส่ิงบงชี้ทางภูมิศาสตรไม มกี ําหนดระยะเวลาสนิ้ สดุ นับแตว นั ทอี่ อกใบรับรองการจดทะเบียนส่ิงบงช้ที างภมู ศิ าสตรน ั้น 440 รัฐบัญญัตวิ า ดว ยทรัพยสินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 4 วรรคยีส่ ิบสอง 441 รฐั บญั ญตั ิวาดว ยทรพั ยส นิ ทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 79 442 รฐั บญั ญตั ิวาดวยทรพั ยสนิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 81 443 รัฐบัญญตั ิวาดว ยทรพั ยส ินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 88
182 จนถึง ค.ศ. 2014 ประเทศเวียดนามมีส่ิงบงชี้ทางภูมิศาสตรที่ไดรับความคุมครองจากการจด ทะเบียนทงั้ หมดประมาณ 38 สงิ่ บง ชี้ทางภูมิศาสตร และเปนประเทศซ่งึ มีจํานวนสิง่ บงช้ีทางภมู ิศาสตรท่ี จดทะเบียนมากเปน อนั ดบั ที่สองของภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต4 44 7.3 สทิ ธิในพันธุพชื (Plant variety rights) สิ่งทไ่ี ดรับความคุมครองตามสิทธิในทรพั ยส ินทางปญญาประเภทน้ี คือ พันธุพืชตางๆ และสวน ขยายพันธุของพันธุพชื 445 ซึ่งมีกฎหมายท่เี กยี่ วของ คอื รัฐบัญญตั ิวา ดวยทรัพยส ินทางปญญา ค.ศ. 2005 และรัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 104/2006/ND-CP ลงวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2006 วาดวยรายละเอียด กฎระเบียบการนําบทบัญญัติรัฐบัญญัตวิ าดวยทรัพยสินทางปญญาในสวนของสิทธิในพันธุพืชไปปฏิบัติ ประเทศเวียดนามเปน ภาคแี หงสหภาพระหวา งประเทศวาดวยการคมุ ครองพันธุพืชใหม (International Union for the New Varieties of Plants, UPOV) ใน ค.ศ. 2006 ดวยเหตุน้ีสภาแหงชาติจึงได ปรบั ปรุงแกไขเพิ่มเติมรัฐบัญญัติวา ดวยทรัพยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 และกฎหมายลําดับรองเพ่ือทํา ใหการคุมครองพันธุพืชใหมส อดคลองกับมาตรฐานระดับสากล เปนผลใหผูที่มีสิทธยิ ่ืนคาํ ขอจดทะเบยี น สิทธิในพันธุพืชครอบคลุมถึงองคกรตางประเทศและชาวตางชาติซึ่งมีภูมิลําเนาถาวร หรือมีสํานักงาน หรือประกอบกจิ การผลิตหรือคาขายพันธุพชื ในประเทศซ่ึงเปนภาคีแหง ขอตกลงวา ดว ยการคมุ ครองพันธุ พืชใหมซง่ึ ประเทศเวยี ดนามเปนภาคดี วยเชน กนั 446 นอกจากนบี้ คุ คลหรือองคก รที่มีสิทธยิ น่ื คาํ ขอจดทะเบียนคมุ ครองพันธพุ ชื ใหม ไดแ ก447 1) นักปรบั ปรงุ พันธุพชื ผปู รบั ปรุงและพัฒนาพันธุพ ชื 2) บุคคลหรอื องคก รทไ่ี ดร ับโอนสทิ ธิย่นื คาํ ขอจดทะเบยี นคุมครองพันธุพืชใหม 3) บคุ คลหรือองคก รทีไ่ ดออกเงินทุนสนบั สนุนนักปรบั ปรุงพันธพุ ชื โดยการมอบหมายงาน หรือตามสญั ญาจาง ตามมาตรา 4 วรรคหา ของรัฐบญั ญตั ิวา ดว ยทรัพยสนิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 “สิทธใิ นพันธพุ ืช” หมายถึง สิทธิในพันธุพืชของบุคคลหรือองคกรท่ีไดคิดคน คนพบ คัดเลือก ปรับปรุงพัฒนา หรือเปน เจาของพันธุพ ืชนั้น อน่ึง มาตรา 4 วรรคยสี่ ิบส่ี ใหคํานิยามของคําวา “พันธุพืช” วาหมายถึง กลุมของ พืชที่มีพันธุกรรมและลักษณะทางพฤกษศาสตรเหมือนหรือคลายคลึงกัน มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ สมํ่าเสมอ คงตัว ซง่ึ สามารถบง ชี้ไดจากการแสดงออกทางลักษณะที่เกิดจากพนั ธุกรรมเฉพาะของกลุมพืช นั้นๆ และมีความแตกตางจากกลุมอ่ืนในพืชชนิดเดียวกันดวยการแสดงออกทางลักษณะที่เกิดจาก พันธุกรรมอยา งนอ ยหน่งึ อยา ง 444 ตวั อยางของสิง่ บงชีท้ างภมู ิศาสตรท่มี ีช่ือเสียงของประเทศเวยี ดนาม คือ นํ้าปลา Phu Quoc และชา Tan Cuong 445 รฐั บญั ญตั ิวา ดว ยทรพั ยสนิ ทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 3 วรรคสาม 446 รฐั บญั ญตั วิ าดวยทรัพยส นิ ทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 157 447 รฐั บัญญตั ิวาดว ยทรัพยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 164 วรรคสอง
183 ตามมาตรา 159 - 163 ของรัฐบัญญัติวาดวยทรัพยสินทางปญญา ค.ศ. 2005 พันธุพืชที่อาจ ไดร ับความคุมครองตองมีคณุ สมบัตทิ งั้ หมด ดังนี้ 1) เปนพนั ธุพืชใหม (Novelty) 2) เปนพนั ธพุ ืชท่ีมีความคงตวั (Stability) 3) เปนพนั ธุพชื ทม่ี ีลกั ษณะประจําพนั ธทุ ่ีสม่ําเสมอ (Uniformity) 4) เปนพนั ธุพ ืชท่มี คี วามแตกตางจากกลมุ อนื่ ในพืชชนิดเดยี วกนั (Distinctness) 5) มชี ื่อพันธุพชื ทเ่ี หมาะสม (Proper denominations)448 นอกจากนี้พันธุพืชนั้นตองอยูในบัญชีรายช่ือชนิดพันธุที่ไดรับความคุมครองซึ่งออกโดย หนวยงานทมี่ ีอํานาจของประเทศเวียดนาม449 ส่งิ ท่สี ําคัญ คอื การจดทะเบยี นเปนเงื่อนไขความคุมครอง ของสิทธิในพันธุพืชใหม450 โดยสํานกั งานคุมครองพันธุพืชใหม (The New Plant Variety Protection Office, PVPO) ซึ่งอยูภายใตการบริหารจัดการของกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท มีอํานาจ หนาที่พิจารณาคําขอจดทะเบียนคุมครองพันธุพืชใหมน้ัน ทง้ั นี้ เอกสารคําขอจดทะเบียนประกอบดวย คําขอจดทะเบียน ภาพถายตัวอยางของพันธุพืช เอกสารท่ีบรรยายลักษณะของพันธุพืช และเอกสาร อ่ืนๆ ที่เกี่ยวของ ในการน้ีศูนยทดสอบของเอกชน หรือบุคคลซ่ึงไดรับมอบหมายจากกระทรวงเกษตร และการพัฒนาชนบท จะเปนผูทําการทดสอบทางเทคนิค ทั้งนี้ ผูยน่ื คําขอสามารถนําสงผลการทดสอบ ซ่ึงเกิดจากการดําเนินการในประเทศที่เปนภาคีแหงขอตกลงแบบทวิภาคีเกี่ยวกับการคุมครองพันธุพืช ใหมกับประเทศเวียดนามได หากพันธุพืชใหมไ ดรับการจดทะเบียนแลว ใบรับรองการจดทะเบียนนน้ั จะ มีอายุการคุมครองเปนเวลา 25 ป นบั แตวันท่ีไดรับจดทะเบียนสําหรับพันธุพืชประเภทไมตน และไมเถา แตสาํ หรบั พนั ธุพ ืชอื่นนนั้ ใหม อี ายกุ ารคุม ครอง 20 ป 7.4 การจดทะเบยี นสิทธิในทรัพยสินทางปญ ญา 7.4.1 การแจง ขอ มูลลิขสิทธิ์ 1. ระยะเวลา กระบวนการยนื่ คําขอแจงขอ มูลลขิ สทิ ธ์ิมีระยะเวลาประมาณ 20 - 30 วันทําการ 2. เอกสารหลกั ฐานและขอมูลท่ีจาํ เปน 1) สาํ เนาหนังสือสําคัญแสดงความเปน เจา ของธรุ กิจพรอมรับรองสาํ เนาถูกตอง 448 ตัวอยางของช่ือพันธุพืชที่ไมเหมาะสม คือ (1) ช่ือท่ีละเมิดตอจริยธรรมทางสังคม (2) ช่ือที่อาจกอใหเกิดความ สับสนไดงายเกี่ยวกับนักปรับปรุงพันธุพืช (3) ชื่อที่มีแตตัวเลขเพียงอยางเดียว ยกเวนกรณีที่ตวั เลขน้ันเกีย่ วของกบั ลักษณะของพันธพุ ืชนั้น 449 รฐั บญั ญตั วิ าดว ยทรัพยสินทางปญ ญา ค.ศ. 2005 มาตรา 158 450 รัฐบญั ญตั วิ า ดว ยทรพั ยสนิ ทางปญญา ค.ศ. 2005 มาตรา 164 วรรคหน่งึ
184 2) สาํ เนาบตั รประจาํ ตวั ประชาชนหรอื หนังสอื เดนิ ทางของผูส รางสรรค 3) หนังสือมอบอํานาจ 4) หนงั สือสาํ คญั แสดงความเปนเจาของงานลิขสทิ ธ์ติ ามกฎหมาย 5) แบบแสดงรายละเอียดเกี่ยวกบั การสรา งสรรคผลงาน (ประทับตราบรษิ ทั ) 6) เอกสารอยา งใดอยางหนงึ่ ดงั นี้ - หนังสอื รับรองความเปน เจา ของงานลขิ สิทธ์ิ (กรณที ผี่ สู รางสรรคเ ปนเจาของสิทธิ) - คําส่ังโอนสิทธิ (กรณีท่ีลูกจางหรือนายจางไดรับการมอบหมายงานใหสรางสรรคงาน นนั้ ) - สัญญาวาจางทําของ (กรณีเจาของงานอันมีลิขสิทธ์ิจางบุคคลท่ีสามใหสรางสรรคงาน นั้น) 3. คาธรรมเนยี มการแจงขอมลู ลขิ สทิ ธ์ิ คาธรรมเนียม ลาํ ดบั รายการ (ดอง) 100,000 1 การแจง ขอ มูลสิทธิของผูสรา งสรรค 1.1 ก) งานแผนกวรรณกรรม แผนกวิทยาศาสตร ตาํ รา หลกั สตู ร และงาน 300,000 400,000 อื่นๆ ทีน่ ําเสนอในรปู ตัวหนงั สือหรือตัวอักษรอืน่ ๆ (โดยทั่วไปเปน งาน 500,000 วรรณกรรม) 600,000 ข) การบรรยาย, สนุ ทรพจน, การเทศนา ค) งานทางวารสารศาสตร ง) ดนตรีกรรม จ) ภาพถาย 1.2 ก) งานทางสถาปตยกรรม ข) ภาพราง, แผนภาพ, แผนท,ี่ ภาพวาดเสน แสดงภูมลิ กั ษณะ, งานทาง วิทยาศาสตร 1.3 ก) งานศลิ ปะทรงรูป ข) งานศลิ ปะประยกุ ต 1.4 ก) ภาพยนตร ข) งานนาฏกรรมทน่ี าํ เสนอในรปู แถบบันทึกหรือจานบนั ทกึ 1.5 โปรแกรมคอมพวิ เตอร, การรวบรวมขอมูล หรอื โปรแกรมที่ทาํ งานบน คอมพิวเตอร 2 การแจง ขอ มูลลิขสิทธ์ิของสิทธิเก่ยี วเนือ่ ง 2.1 งานแสดงท่ีอยใู นรูป
185 ลําดบั รายการ คา ธรรมเนยี ม (ดอง) ก) สิง่ บนั ทกึ เสยี ง ข) สิ่งบันทึกภาพและเสยี ง 200,000 ค) งานแพรเสียงแพรภ าพ 300,000 2.2 สง่ิ บนั ทึกเสียง 500,000 2.3 สง่ิ บนั ทึกภาพและเสียง 2.4 งานแพรเสยี งแพรภาพ 200,000 300,000 500,000 7.4.2. การจดทะเบยี นสทิ ธิบัตร 1. ระยะเวลาการดําเนนิ การ กระบวนการตรวจสอบคําขอรบั สทิ ธบิ ตั ร มดี ังน้ี กระบวนการ ระยะเวลาดําเนนิ การ รายละเอียดการ ตรวจสอบ การเริ่มขน้ั ตอนใน 31 เดือน นับแตว นั ยนื่ คําขอครัง้ แรก เพื่อการ ย่นื เอกสารทจี่ าํ เปน ประเทศ ขอใหถอื สทิ ธยิ อ นหลังใหวันยื่นในตางประเทศ ทั้งหมด เปน วันยื่นในประเทศเวียดนาม การตรวจสอบ 1 ถึง 3 เดอื น นับแตวนั ยื่นคาํ ขอรับสิทธิบตั ร ตรวจสอบความถูกตอ ง เบอื้ งตน (กรณยี ่นื เอกสารที่จาํ เปนครบถว น) หรือนบั แตวนั ในรูปแบบของคําขอรับ ยื่นเอกสารเพมิ่ เติมครบถว น สิทธบิ ัตร การประกาศโฆษณา 19 เดอื น นบั แตวนั ที่ยนื่ คาํ ขอรับสิทธิบตั ร ประกาศโฆษณาคาํ ขอรับ หลังจากไดรบั คําขอนั้น (กรณีทไี่ มมกี ารรองขอให สิทธบิ ตั รในหนังสือ ประกาศโฆษณากอนระยะเวลา) ประกาศโฆษณา ทรัพยส ินทาง อุตสาหกรรม การตรวจสอบ 18 เดอื น นบั แตวนั ย่นื คําขอใหต รวจสอบเน้อื หา ตรวจสอบเง่ือนไขตาม เน้ือหา (กรณยี นื่ ขอหลงั จากวันประกาศโฆษณา) หรือนบั กฎหมายเพื่อความ แตว ันประกาศโฆษณา (กรณีย่ืนขอใหต รวจสอบ คุมครองตามสทิ ธิบตั ร เนือ้ หากอนวันประกาศโฆษณา) การออกสิทธิบตั ร 1 ถงึ 3 เดือน นับแตวนั ประกาศผลอนมุ ตั ิการ - ผูขอรับสิทธบิ ัตร ออกสทิ ธิบัตรการประดิษฐหรือสทิ ธิบัตรแบบ ชําระคาธรรมเนยี ม อรรถประโยชน การจดทะเบียนและ
186 กระบวนการ ระยะเวลาดาํ เนินการ รายละเอียดการ ตรวจสอบ การประกาศโฆษณา ในหนังสือประกาศ โฆษณาทรพั ยสนิ ทางอุตสาหกรรม - ประกาศโฆษณา สิทธบิ ัตรในหนงั สอื ประกาศโฆษณา ทรพั ยส ินทาง อตุ สาหกรรม อนึ่ง ในทางปฏิบัติตามปกติระยะเวลาขั้นตอนการจดทะเบียนอาจมากกวาท่ีระบุขางตนอีก หลายเดือน ดวยเหตุภาระงานของสํานักงานทรัพยสินทางปญญาแหงชาติและความลาชาของ กระบวนการตรวจสอบโดยผูตรวจสอบของสาํ นักงานทรัพยส นิ ทางปญญาแหง ชาติ 2. เอกสารหลกั ฐานและขอ มลู ทจ่ี ําเปน คําขอรบั สิทธบิ ัตรการประดษิ ฐตอ งประกอบดว ยเอกสารหลกั ฐานและขอมลู ดังน้ี 1) หนังสือมอบอํานาจซึ่งมีเพียงลายมือช่ือผูขอรับสิทธิบัตรโดยไมจําตองมีการรับรองหรือให อํานาจตามแบบกฎหมาย 2) หนังสือโอนสิทธิใหยื่นคําขอรับสิทธิบัตรสําหรับข้ันตอนในประเทศ (ถาม)ี ภายใน 34 เดือน นับแตวันยืน่ คาํ ขอครั้งแรก เพ่อื การขอใหถือสทิ ธิยอนหลังใหว ันยนื่ ในตางประเทศเปน วันย่ืน ในประเทศเวียดนาม 3) สําเนาการยื่นคําขอรับสิทธิบัตรระหวางประเทศ (กรณีผขู อยนื่ คําขอเร่ิมข้ันตอนในประเทศ กอนวนั ประกาศโฆษณาในขัน้ ตอนระหวา งประเทศ) 4) ชือ่ และท่อี ยู - ผขู อรบั สทิ ธบิ ตั ร - ผูประดิษฐสง่ิ ประดษิ ฐหรือแบบอรรถประโยชน 5) สําเนาอิเล็กทรอนิกสรายละเอียดคาํ ขอเปนภาษาอังกฤษสาํ หรับกรณีมกี ารรอ งขอใหแปลเปน ภาษาเวยี ดนาม โดยสงทางอีเมลในรูปแบบไฟล word 3. คาธรรมเนยี มการจดสทิ ธบิ ตั ร คา ธรรมเนียม (ดอง) เลขท่ี รายการ 1 คาธรรมเนียมการยนื่ คาํ ขอ
187 เลขท่ี รายการ คา ธรรมเนยี ม (ดอง) 1.1 การย่ืนคําขอรับสิทธิบัตร (พรอมขอถือสิทธิหลักหนึ่งขอและ 180,000 รายละเอียดการประดิษฐจ าํ นวนไมเ กิน 5 หนา) คาธรรมเนียมเพิ่มเติมสําหรับขอถือสิทธิหลักตั้งแตขอที่สองขึ้น 180,000 ไป ขอละ คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับหนารายละเอียดการประดิษฐ 12,000 ต้ังแตหนาทหี่ กขึ้นไป หนาละ 1.2 การขอใหประกาศโฆษณาคําขอรบั สิทธบิ ตั ร 120,000 1.3 การรองขอใหตรวจสอบเนื้อหาของขอ ถือสิทธิหลักขอแรก 540,000 คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับขอถือสิทธิหลักตั้งแตขอท่ีสองขึ้น 540,000 ไป ขอ ละ 1.4 การขอถือสิทธิยอนหลังใหวันย่ืนในตางประเทศเปนวันยื่นใน 600,000 ประเทศเวยี ดนาม (สาํ หรับแตล ะคาํ ขอที่ไดยื่นไวก อ นหนา ) 1.5 คาธรรมเนยี มการแปลจากภาษาองั กฤษเปนภาษาเวียดนาม - 1.6 การขอใหประกาศโฆษณากอนระยะเวลา (หลังจากย่ืนคําขอรับ - สิทธบิ ตั รแลว ) 1.7 การยื่นคําขอแยกสวน ดาํ เนินการเชนอยา งคาํ ขอใหม 2 คาธรรมเนียมการออกสิทธิบตั ร 2.1 การออกสิทธิบัตร (รวมการจดทะเบียน การประกาศโฆษณา) 360,000 สาํ หรบั ขอถอื สิทธหิ ลักขอ แรก คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับขอถือสิทธิหลักตั้งแตขอท่ีสองขึ้น 120,000 ไป ขอ ละ 2.2 คาธรรมเนียมรายปใ นปแรกสําหรับการประดิษฐแ รก 300,000 คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับขอถือสิทธิหลักตั้งแตสองขอข้ึนไป 300,000 ขอ ละ 3 คา ธรรมเนยี มรายป (ตอป สาํ หรบั แตล ะการประดษิ ฐ) ปที่ 1 และ 2 300,000 ปท่ี 3 และ 4 480,000 ปที่ 5 และ 6 780,000 ปท่ี 7 และ 8 1,200,000 ปท ่ี 9 และ 10 1,800,000
188 เลขท่ี รายการ คา ธรรมเนยี ม (ดอง) ปท่ี 11 ถึง 13 2,520,000 ปท่ี 14 ถงึ 16 3,300,000 ปท ่ี 17 และ 20 4,200,000 4 คา ธรรมเนียมอน่ื ๆ 4.1 การขอจดทะเบียนแกไขเปล่ียนแปลงชื่อและท่ีอยขู องผูประดษิ ฐ 360,000 ผูข อรบั สิทธบิ ัตรและผูท รงสทิ ธิบตั ร ตวั แทนสิทธิบัตร 4.2 การขอจดทะเบียนโอนคําขอรับสิทธิบัตรซึ่งอยูระหวางการ 120,000 ตรวจสอบ 4.3 การขอจดทะเบยี นโอนสทิ ธิในสิทธิบตั ร 690,000 4.4 การขอแกไ ขเปลย่ี นแปลงรายละเอยี ด ขอ ถอื สิทธิ และรูปเขยี น - 4.5 การขอใหความเห็นและตั้งขอสังเกตตอการกระทําและคํา - ประกาศของสํานกั งาน 4.6 การขอสัมภาษณผตู รวจสอบ - 4.7 การยื่นคํารองขอขยายระยะเวลาเพ่ือปฏิบัติตามการกระทํา 120,000 คาํ สั่ง หรือคําประกาศของสาํ นกั งาน 120,000 4.8 การย่ืนคํารองขอคัดสําเนาเอกสาร (รวมสําเนาเอกสารเพื่อการ - ขอใหถือสิทธิยอนหลัง สําเนาหนังสือรับรองการออกสิทธิบัตร และสําเนาทะเบียนสทิ ธบิ ตั ร) 4.9 การขอเพิกถอนคาํ ขอรบั สิทธบิ ัตร 7.4.3. การจดทะเบยี นเครื่องหมายการคา 1. ระยะเวลาและข้นั ตอนการดําเนนิ การ การตรวจคนเครื่องหมายการคาใชเวลา 10 ถึง 15 วันทําการ การจดทะเบียนเคร่ืองหมาย การคา ใชเ วลาประมาณ 14 ถงึ 18 เดือน นบั แตวนั ทย่ี ื่นคาํ ขอจนถงึ วันรับจดทะเบียน โดยมกี ระบวนการ ที่เกีย่ วขอ งดงั น้ี 1) การตรวจสอบเบื้องตนและการประกาศโฆษณาในหนังสือประกาศโฆษณาทรัพยสินทาง อตุ สาหกรรม (3 เดอื น) 2) การตรวจสอบเน้ือหา (9 เดอื น) 3) การออกหนังสือสําคัญการจดทะเบยี นเคร่ืองหมายการคา (2 เดือน)
189 อน่ึง ในทางปฏิบัติตามปกติระยะเวลาข้ันตอนการจดทะเบียนอาจมากกวาท่ีระบุขางตนอีก หลายเดือน ดวยเหตุภาระงานของสํานักงานทรัพยสินทางปญญาแหงชาติและความลาชาของ กระบวนการตรวจสอบโดยผตู รวจสอบของสาํ นักงานทรพั ยส นิ ทางปญ ญาแหง ชาติ 2. เอกสารหลักฐานและขอมลู ท่จี าํ เปน - ชื่อและทอี่ ยขู องผูย ื่นคาํ ขอ - รายการสินคา หรือบรกิ าร - ตวั อยางเครือ่ งหมายการคา (สาํ เนาอเิ ล็กทรอนกิ ส) - หนังสอื มอบอํานาจตน ฉบับทลี่ งนามโดยผูย่นื คําขอ 3. คา ธรรมเนียมการจดทะเบียนเคร่อื งหมายการคา รายการ คาธรรมเนียม (ดอง) 1. การขอจดทะเบียนเคร่ืองหมายการคาสําหรับจําพวกสินคาหรือบริการ 660,000 จําพวกแรก (สินคาหรือบริการสูงสุดไมเกิน 6 รายการ) (รวมคาธรรมเนียม การย่นื คําขอรับเครอ่ื งหมายการคา การตรวจสอบเนื้อหา และการประกาศ โฆษณา) - คาธรรมเนียมเพิ่มเติมสําหรับจําพวกสินคาหรือบริการต้ังแตจําพวกท่ีสอง 540,000 ขึ้นไป (สินคาหรอื บรกิ ารสงู สดุ ไมเกิน 6 รายการ) จาํ พวกละ - คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับรายการสินคาหรือบริการต้ังแตรายการที่ 7 114,000 ขนึ้ ไป จําพวกละ 2. การขอถือสิทธิยอนหลังใหวันยื่นในตางประเทศเปนวันย่ืนในประเทศ 600,000 เวียดนาม (สาํ หรับแตล ะคาํ ขอที่ไดย่ืนไวกอนหนา) 3. การขอคาํ แนะนาํ เก่ียวกบั การกาํ หนดจําพวกสนิ คา หรอื บริการ 0.00 4. การขอแกไ ขเปลีย่ นแปลงการกาํ หนดจาํ พวกสนิ คา หรอื บริการ 120,000 5. การขอแกไ ขเปลีย่ นแปลงคําขอจดทะเบียน (รวมการประกาศโฆษณา) 240,000 6. การขอโอนสิทธใิ นคําขอที่ย่ืนจดทะเบียน (รวมการประกาศโฆษณา) 240,000 7. การขอออกหนงั สือสําคัญการจดทะเบียนเครอ่ื งหมายการคา (รวมการจด 360,000 ทะเบยี นและการประกาศโฆษณา) - คาธรรมเนียมเพิ่มเติมสําหรับจําพวกสินคา หรือบริการตั้งแตจ ําพวกท่ีสอง 100,000 ขึ้นไป จาํ พวกละ 8. การขอแกไขเปล่ียนแปลงหนังสือสําคัญการจดทะเบียนเคร่ืองหมาย 360,000 การคา (รวมการประกาศโฆษณาคําวินิจฉัยเก่ียวกับการแกไขเปลี่ยนแปลง และการจดทะเบยี นเครอ่ื งหมายการคา ที่มีการแกไขเปลย่ี นแปลงแลว)
190 รายการ คาธรรมเนียม (ดอง) 9. การขอโอนหนังสือสําคัญการจดทะเบยี นเคร่ืองหมายการคา (ตอ หนังสือ 750,000 สําคัญการจดทะเบียนหน่งึ ฉบับ รวมการยื่นคาํ ขอ การตรวจสอบ การตรวจ คนเคร่ืองหมายการคา ท่ีเกี่ยวของ การออกหนังสือสําคัญแสดงสิทธิ การจด ทะเบียนหนังสือสําคัญแสดงสิทธิ และการประกาศโฆษณาคําวินิจฉัย เกยี่ วกบั หนงั สอื สาํ คญั แสดงสิทธ)ิ 10. การขอตออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการคาสําหรับจําพวกสินคา 660,000 หรือบริการจําพวกแรก (รวมการประกาศโฆษณาคําวินิจฉัยเก่ียวกับการตอ อายุ) - คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับจําพวกสินคาหรือบริการต้ังแตจําพวกที่สอง 540,000 ขน้ึ ไป จําพวกละ 11. การขอตออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการคาเกินระยะเวลาที่ครบ 10% กําหนด สําหรับทกุ ๆ หนง่ึ เดอื นหลงั จากครบกําหนด 12. การตรวจคน เครือ่ งหมายการคาสําหรบั แตละจําพวกเคร่ืองหมายการคา ระหวางประเทศ (รวมการคนหาขอมูลและการตรวจสอบทางกฎหมาย โดย จํานวนสินคา หรอื บริการไมเ กิน 6 รายการ) 12.1. การตรวจสอบความคลา ยคลึง - กรณีปกติ (ภายใน 4 – 10 วันทําการ) - กรณเี รง ดวน (ภายใน 2 – 3 วนั ทาํ การ) 13. การอุทธรณ การคดั คาน การขอใหสิ้นผลบังคับทางกฎหมาย การขอให 360,000 ยกเลิกหนังสือสําคัญการจดทะเบียนเคร่ืองหมายการคา (สําหรับแตละ จําพวกของสนิ คา หรอื บรกิ ารไมเ กิน 6 รายการ รวมการคน หาขอมลู และการ ตรวจสอบทางกฎหมาย) - คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับแตละรายการของสินคาหรือบริการตั้งแต 60,000 รายการท่ี 7 ขึ้นไป จําพวกละ คา ธรรมเนยี มอ่ืนๆ 1. การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตใหใชเ ครอ่ื งหมายการคา (สําหรับแตละ 690,000 ทรัพยสินทางปญญา) (รวมการยื่นคําขอหนังสือสําคัญแสดงสิทธิ การ ตรวจสอบการออกหนังสือสําคัญแสดงสิทธิ การจดทะเบียนหนังสือสําคัญ แสดงสิทธิ การประกาศโฆษณาและจดทะเบียนหนังสอื สาํ คัญแสดงสิทธ)ิ 2. การขอคัดสําเนาหนังสือสําคญั การจดทะเบยี นเครอ่ื งหมายการคา 120,000 3. การขอใหรับรองสําเนาเอกสาร (สําหรบั หนึ่งหนา) 10,000
191 รายการ คาธรรมเนยี ม (ดอง) - คาธรรมเนียมเพมิ่ เตมิ ต้ังแตห นา ที่สองขน้ึ ไป หนาละ 5,000 4. การขอใหรับรองสําเนาเอกสารการขอถือสิทธิยอนหลังใหวันย่ืนใน 60,000 ตา งประเทศเปนวนั ยืน่ ในประเทศเวยี ดนาม (สาํ หรบั แตล ะเอกสาร) - คา ธรรมเนียมเพิ่มเติมตัง้ แตห นา ที่สองขึ้นไป 5,000 5. การขอขยายระยะเวลาการยื่นเอกสาร (ตอครั้ง) 12,000 6. การขอใหรับรองสําเนาการจดทะเบียนเครื่องหมายการคาระหวาง 60,000 ประเทศแทนการจดทะเบยี นในประเทศเวยี ดนาม (แตละการจดทะเบยี น) 7.4.4. การจดทะเบยี นสทิ ธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ 1. ระยะเวลาและขน้ั ตอนการดาํ เนนิ การ กระบวนการตรวจสอบเพ่ือออกสิทธบิ ัตรการออกแบบผลิตภัณฑม ีดังนี้ กระบวนการ ระยะเวลาดาํ เนนิ การ รายละเอยี ดการตรวจสอบ การตรวจสอบเบ้อื งตน 1 - 2 เดือน นับแตวนั ยน่ื คาํ ขอรับ สาํ นกั งานสทิ ธิบัตรการออกแบบ สิทธิบัตรการออกแบบผลติ ภัณฑ ผลิตภัณฑจะตรวจสอบความ (กรณยี ่นื เอกสารที่จาํ เปน ครบถว น) ถูกตองครบถวนของคาํ ขอรบั หรือนับแตวันยื่นเอกสารเพ่ิมเตมิ สทิ ธิบัตรการออกแบบผลติ ภณั ฑ ครบถวน รวมทัง้ เอกสารประกอบ และจะมี คาํ สง่ั เห็นชอบกรณีเอกสารดังกลาว ถกู ตองครบถว นตามที่กําหนด การประกาศโฆษณา 2 เดอื น นับแตวันท่ีรบั คาํ ขอรับ ประกาศโฆษณาคําขอรับสทิ ธิบัตร สิทธบิ ัตร (กรณีท่ีไมม กี ารรอ งขอให ในหนงั สือประกาศโฆษณา ประกาศโฆษณากอนระยะเวลา) ทรัพยสินทางอุตสาหกรรม การตรวจสอบเน้ือหา 9 - 12 เดือน นบั แตว ันท่ีขอให ตรวจสอบเง่ือนไขตามกฎหมายเพอื่ ตรวจสอบเนอื้ หา (กรณยี ืน่ ขอ ความคมุ ครองการออกแบบ หลงั จากวันประกาศโฆษณา) หรือ ผลิตภัณฑ นับแตว นั ประกาศโฆษณา (กรณยี ื่น ขอใหต รวจสอบเน้ือหากอ นวัน ประกาศโฆษณา การออกสทิ ธบิ ตั ร 1 - 3 เดอื น นบั แตว ันประกาศแจง - ผูขอรบั สิทธบิ ัตรชําระ ผลอนุมัตกิ ารออกสิทธบิ ตั รการ คาธรรมเนยี มการจดทะเบยี นและ ออกแบบผลิตภัณฑ การประกาศโฆษณา
192 กระบวนการ ระยะเวลาดาํ เนนิ การ รายละเอยี ดการตรวจสอบ - ประกาศโฆษณาการออกแบบ ผลิตภัณฑในหนังสอื ประกาศ โฆษณาทรัพยสินทางอุตสาหกรรม อนึง่ ในทางปฏิบัติตามปกติแลวระยะเวลาข้ันตอนการจดทะเบียนอาจมากกวาท่ีระบุขางตน อกี หลายเดือน ดวยเหตุภาระงานของสํานักงานทรัพยสินทางปญญาแหงชาติและความลาชาของ กระบวนการตรวจสอบโดยผตู รวจสอบของสํานักงานทรพั ยสินทางปญญาแหงชาติ 2. เอกสารหลกั ฐานและขอ มลู ทจี่ าํ เปน คาํ ขอรบั สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑตองประกอบดวยเอกสารหลักฐานและขอ มลู ดังน้ี 1) หนังสือมอบอํานาจซ่ึงมีเพียงลายมือชื่อผูขอรับสิทธิบัตรโดยไมจําตองมีการรับรองหรือให อํานาจถูกตองตามแบบกฎหมาย 2) ชือ่ และทอ่ี ยู - ผขู อรับสิทธบิ ตั ร - ผอู อกแบบผลิตภัณฑ 3) ชอ่ื ท่ีแสดงถึงการออกแบบผลติ ภณั ฑ ระบุถงึ ประเภทผลติ ภัณฑเ พ่ือใชก บั แบบผลติ ภณั ฑซ่งึ ขอรับสิทธิบัตร 4) เอกสารคําขอถือสิทธใิ หว ันย่ืนในตางประเทศเปน วันยืน่ ในประเทศเวียดนาม (ถาม)ี 5) ชุดภาพแสดงแบบผลติ ภัณฑ 3. คา ธรรมเนยี มการจดทะเบยี นสทิ ธิบัตรการออกแบบผลิตภณั ฑ คาธรรมเนยี ม (ดอง) รายการ 720,000 1. การยน่ื ขอรบั สิทธิบัตรการออกแบบผลติ ภัณฑ (สําหรับแบบผลติ ภณั ฑ 600,000 อยา งเดยี วกัน รวมคา ย่นื คาํ ขอ การตรวจสอบเน้ือหาและตรวจคนขอ มูล) - คา ธรรมเนียมเพิม่ เตมิ สาํ หรับแบบผลิตภณั ฑต ง้ั แตแ บบท่ีสองข้นึ ไป แบบ 600,000 ละ 2. การขอถอื สิทธใิ หว นั ยน่ื ในตา งประเทศเปน วันยืน่ ในประเทศเวียดนาม 120,000 (สําหรบั แตละคําขอ) 60,000 3. การขอใหป ระกาศโฆษณาคําขอรบั สทิ ธบิ ตั รการออกแบบผลติ ภัณฑ - คาธรรมเนยี มเพม่ิ เติมสําหรับแบบผลิตภัณฑต ง้ั แตแบบท่ีสองขน้ึ ไป แบบ ละ
193 รายการ คาธรรมเนยี ม (ดอง) 4. การขอแกไ ขเปลี่ยนแปลง (รวมการประกาศโฆษณาคําขอที่แกไข 240,000 เปล่ียนแปลงแลว ) 240,000 5. การขอโอนสิทธิในคาํ ขอรับสิทธบิ ตั รการออกแบบผลติ ภณั ฑและการ 360,000 ประกาศโฆษณา 120,000 6. การขอใหออกสิทธิบตั รการออกแบบผลติ ภัณฑ (รวมถงึ การจดทะเบียน 360,000 และการประกาศโฆษณา) - คา ธรรมเนียมเพิม่ เติมสาํ หรับแบบผลิตภณั ฑต ้งั แตแบบท่ีสองขนึ้ ไป แบบ 60,000 ละ 360,000 7. การขอแกไขเปล่ียนแปลงช่ือและท่ีอยขู องผูออกแบบผลิตภัณฑ (รวม การประกาศโฆษณาคําวนิ จิ ฉัยเกีย่ วกบั การแกไขเปลี่ยนแปลงและการจด 60,000 ทะเบยี นสทิ ธบิ ัตรที่ไดแ กไขเปลีย่ นแปลงแลว ) 750,000 - คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับแบบผลิตภัณฑตั้งแตแบบทีส่ องขึ้นไป แบบ ละ 690,000 8. การขอจํากัดประเภทแบบผลิตภัณฑ (สําหรับแตละประเภท รวมการ 0.00 ประกาศโฆษณาคําวินิจฉัยขอแกไขเปลี่ยนแปลงและจดทะเบยี นสิทธิบัตรท่ี ไดแ กไ ขเปล่ยี นแปลงแลว) 420,000 - คาธรรมเนียมเพ่ิมเติมสําหรับแบบผลิตภัณฑต้ังแตแบบทีส่ องขึ้นไป แบบ ละ 9. การโอนสิทธใิ นสทิ ธบิ ตั รการออกแบบผลิตภัณฑ (สาํ หรบั แตละสทิ ธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ รวมการย่ืนคํารองขอ การตรวจสอบ การออก หนังสือสําคัญแสดงสิทธิ การจดทะเบียนหนังสือสาํ คญั แสดงสิทธิ และการ ประกาศโฆษณา) 10. การขอตออายุสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ (สําหรบั แตล ะประเภท แบบผลิตภณั ฑต อ ครง้ั ) 11. การจัดเตรยี มคาํ พรรณนาแบบผลติ ภณั ฑ 12. การอทุ ธรณ การคดั คา น การขอใหส ิ้นผลบงั คับทางกฎหมาย การขอให ยกเลิกสิทธบิ ัตรการออกแบบผลติ ภัณฑ (สําหรับแตล ะแบบผลิตภัณฑ รวม การตรวจคน ขอมูลและการตรวจสอบตามกฎหมาย)
194 8. กลไกระงับขอ พพิ าททางการคา การระงับขอพิพาททางการคา ในเวียดนาม สามารถทําไดโดยการดําเนินคดี หรือ การใชกลไก ระงบั ขอพิพาททางเลือก ซึง่ รวมถงึ การเจรจาตอ รอง การไกลเกล่ียและอนุญาโตตุลาการ 8.1 การดําเนนิ คดีทางศาลและความเปนอสิ ระของผพู พิ ากษา โดยพ้นื ฐาน การดําเนินคดีทางศาลไมไดเปนทางเลือกแรกๆ ของการแกไขความขัดแยง ในสังคม เวยี ดนาม451 สังคมเวยี ดนามเปนสังคมที่ใหค วามสาํ คญั กับชุมชนและศลี ธรรม คนเวียดนามมกั จะจัดการ กับความขัดแยงโดยกลไกภายนอกแบบไมเปนทางการ452 มีคํากลาวในเวียดนามวา \"กฎหมายของ จักรพรรดสิ ้ินสุดที่ประตูหมูบาน \" (‘Phep Vua Thua Le Lang’) หรือ \"กฎหมายหลายรอยฉบับไมมี ประสิทธิภาพเทาความสัมพันธเพียงเล็กนอย” (‘Hang Tram Cai Ly Khong Bang Mot Ty Cai Tinh’) อยางไรก็ตาม ในชวงหลายปทผี่ า นมา การดําเนินคดีทางศาลมจี ํานวนเพ่ิมมากขึ้นในเวียดนาม อยางตอเน่ือง (ประมาณรอยละ 7 ตอป) กลาวคือ 169,379 คดีใน ค.ศ. 2002, 181,339 คดี ใน ค.ศ. 2003 และ 194,652 คดีใน ค.ศ. 2004453 ผลการสํารวจความเห็นของบริษัทและนักธุรกิจจํานวน 237 ราย โดยกระทรวงยุตธิ รรม ใน ค.ศ. 2003 ช้ีใหเหน็ วา กลไกระงบั ขอพิพาทที่ไดร ับความนยิ มมากท่ีสุดคือ การเจรจา ดงั จะเหน็ ไดจ ากรูปดานลางน้ี454 451 Nguyen Hung Quang, 'Lawyers and Prosecutors under Legal Reform in Vietnam: The Problem of Equality' in Stephanie Balm and Mark Sidel (eds), Vietnam's New Order: International Perspectives on the State and Reform in Vietnam (2007) 164.; Luu, above n 216. 452 Minh, above n 24 , p. 19; Quinn, above n 164, p. 258. 453 To Van Hoa, Judicial Independence: A Legal Research on Its Theoretical Aspects, Practices from Germany, the United States of America, France, Vietnam, and Recommendations for Vietnam (2006)., p. 381. 454 Hoi Luat Gia Viet Nam [Vietnam Jurist Association], Bao Cao Tong Ket Thi Hanh Phap Lenh Trong Tai Thuong Mai 2003 (Trinh Quoc Hoi Nuoc Cong Hoa Xa Hoi Chu Nghia Viet Nam Khoa XII) [The Summary Report of the Implementation of the 2003 Ordinance on Commercial Arbitration (a Submission to the 12th Parliament of the Socialist Republic of Vietnam)] (30 April 2009).
195 รปู ที่ 10 ความพึงใจในการใชกลไกระงบั ขอพิพาทประเภทตาง ๆ 70.00% 60.00% 50.00% 40.00% 30.00% 20.00% 10.00% 0.00% รัฐธรรมนญู ค.ศ. 1992 บญั ญตั ิรับรองความเปนอิสระของตลุ าการ \"ในการพิพากษาอรรถคดี ผู พิพากษาและผูพิพากษากิตติมศักด์ิมีความเปนอิสระและปฏิบัติหนาที่โดยสอดคลองกับกฎหมาย เทานั้น\"455 หลักการน้ียังไดรับการรับรองในกฎหมายฉบับตางๆ ที่เก่ียวของกับระบบศาล ไมวาจะเปน กฎหมายวาดวยการจัดองคกรของศาลประชาชน ค.ศ. 2002, รัฐกําหนดวาดวยผูพิพากษาและผู พิพากษากิตติมศักดิ์ ค.ศ. 2002, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ค.ศ. 2003 และประมวล กฎหมายวิธีพจิ ารณาความแพง ค.ศ. 2004456 นับตั้งแตการปฏริ ูปดอยเหมยและโดยเฉพาะอยางยิง่ หลังรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1992 กระบวนการ ยุตธิ รรมไดรบั การพฒั นาปรับปรุงอยางตอเนื่อง มีความพยายามในการแกไขปญหาความเปนอิสระของผู พิพากษา กอน ค.ศ. 1993 ผูพิพากษาไดรับการแตงตั้งโดยองคกรระดับทองถิ่น แตระบบน้ีทําใหเกิด ปญหาเพราะเปนการเปดโอกาสใหผูบริหารทองถิ่นมีอิทธิพลในการคัดเลือกผูพิพากษา ซ่ึงมผี ลกระทบ ตอหลักความเปนอิสระของผพู ิพากษา ใน ค.ศ. 1993 การแตงตั้งและการเล่ือนข้ันของผูพิพากษากลาย มาเปนอาํ นาจของประธานาธบิ ดี457 ใน ค.ศ. 2002 มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอยางมีนัยสําคัญในเวียดนาม ขอมติ 8 - NQ/TW ของกรมการเมืองของพรรคคอมมวิ นสิ ตเวียดนาม (Politburo) วาดว ยภารกจิ หลักของงานตุลา การในชวงระยะเวลาอันใกล มุงลดอุปสรรคของกระบวนการทํางานและแกปญหาความเปนอิสระจาก 455 มาตรา 130 รัฐธรรมนูญของประเทศเวียดนาม ค.ศ. 1992 456 Hoa, above n 453, p. 411. 457 Hoa, above n 453, p. 362.
196 ฝายบริหาร458 กอน ค.ศ. 2002 ฝายบริหารมีอิทธิพลอยา งมากตอฝายตุลาการ459 รัฐบาลเปนผูกําหนด งบประมาณของศาลและบคุ ลากร460 และกระทรวงยุตธิ รรมและสาํ นกั งานกระทรวงยุติธรรมในภูมิภาคมี บทบาทสําคญั ในการแตง ต้งั ผพู พิ ากษาศาลในภูมิภาค461 หลงั การปฏริ ูปกระบวนการยตุ ธิ รรม ค.ศ. 2002 การประเมินงบประมาณและการจัดระบบศาลอยใู นความรับผดิ ชอบของศาลสูงของประชาชน และศาล ในภูมภิ าคมีความเปนอสิ ระมากข้ึนจากกระทรวงยตุ ิธรรมและสาํ นักงานกระทรวงยุติธรรม462 อยางไรก็ตาม ปญ หาความเปนอสิ ระของฝายตุลาการทั้งในทางโครงสรางและสวนบุคคลยังคงมี อยู ประการที่ 1 ศาลสูงมีอํานาจเหนือศาลลางท้ังในดานกระบวนการอุทธรณ คําแนะนําและการจัด โครงสราง463 ประการที่ 2 ผูพิพากษาสูงสุดของศาลฎีกาประชาชนและศาลในภูมิภาคมีอิทธิพลมากตอ การเลอื กผูพ ิพากษาของศาลฎกี าประชาชนและศาลในภูมภิ าคตามลําดับ464 ประการที่ 3 การที่วาระการ ดํารงตาํ แหนงของผูพ ิพากษาจาํ กัดอยทู ี่ 5 ปทาํ ใหผ ูพ พิ ากษารสู กึ ไมป ลอดภัยและอาจถูกชกั จูงได465 อยางไรกต็ าม รฐั บาลและพรรคคอมมวิ นสิ ตเวยี ดนามมีความพยายามในการปฏิรปู กระบวนการ ยุติธรรมอยางตอเน่ือง ดังจะเห็นไดจาก ขอมติ 48-NQ/TW ค.ศ. 2005 ของกรมการเมืองของพรรค คอมมิวนิสตเก่ียวกับกลยุทธในการสรางและปรับปรุงระบบกฎหมายของเวียดนามจนถึง ค.ศ. 2010 และขอมติ 49-NQ/TW ของกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสตวาดวยยุทธศาสตรการปฏิรูป กระบวนการยุตธิ รรมจนถงึ ค.ศ. 2020 ซึ่งมงุ เนนแกไขปญหาความเปน อสิ ระของศาล 458 To Van Hoa, Tinh Doc Lap Cua Toa An: Nghien Cuu Phap Ly Ve Cac Khia Canh Ly Luan, Thuc Tien O Duc, My, Phap, Viet Nam Va Cac Kien Nghi Doi Voi Viet Nam [Judicial Independence: a Legal Research on Its Theoretical Aspects, Practices from Germany, the United States of America,France, Vietnam, and Recommendations for Vietnam] (Nha Xuat Ban Lao Dong [Labour Publishing House], 2007)., p. 471. 459 Ibid., p. 470. 460 มาตรา 43-44 กฎหมายวาดว ยการจัดโครงสรา งศาลประชาชน ฉบับแกไข ค.ศ. 1994 และ 1995 461 Hoa, Tinh Doc Lap Cua Toa An: Nghien Cuu Phap Ly Ve Cac Khia Canh Ly Luan, Thuc Tien O Duc, My, Phap, Viet Nam Va Cac Kien Nghi Doi Voi Viet Nam [Judicial Independence: a Legal Research on Its Theoretical Aspects, Practices from Germany, the United States of America, France, Vietnam, and Recommendations for Vietnam], above n 458 , p. 414. 462 มาตรา 45-46 กฎหมายวาดว ยการจดั โครงสรา งศาลประชาชน ค.ศ. 2002 463 Hoa, Tinh Doc Lap Cua Toa An: Nghien Cuu Phap Ly Ve Cac Khia Canh Ly Luan, Thuc Tien O Duc, My, Phap, Viet Nam Va Cac Kien Nghi Doi Voi Viet Nam [Judicial Independence: a Legal Research on Its Theoretical Aspects, Practices from Germany, the United States of America, France, Vietnam, and Recommendations for Vietnam], above n 458 , p. 422. 464 Ibid., p. 427-428. 465 Minh, above n 24, p. 130; Quinn, above n 164.
197 8.2 อนญุ าโตตลุ าการ ใน ค.ศ. 1960 ภายใตรัฐกฤษฎีกา 20/TTG ของนายกรัฐมนตรี มีการจัดตั้งศูน ย อนุญาโตตุลาการทางเศรษฐกิจซ่ึงเปนองคกรของรัฐเปนครั้งแรกในเวียดนาม ศูนยอนุญาโตตุลาการ เหลานี้รบั ผิดชอบการละเมิดสัญญาทางเศรษฐกิจระหวา ง ค.ศ. 1960-1975 466 และจัดการสัญญาทาง เศรษฐกิจระหวา ง ค.ศ. 1975-1993 467 นอกจากนีย้ งั มีอนุญาโตตุลาการของภาคเอกชนเชน กนั สภาหอการคาและอุตสาหกรรมของเวยี ดนามจัดตั้งคณะกรรมาธิการอนุญาโตตุลาการการคา ตางประเทศและคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการการเดินเรือข้ึนใน ค.ศ. 1963 และ ค.ศ. 1964 ตามลําดับ468 คณะกรรมาธกิ ารอนุญาโตตุลาการการคาตางประเทศมีอํานาจหนา ทีใ่ นการดูแลขอ พิพาท เก่ียวกับสัญญาทคี่ กู รณีฝายหน่ึงเปน บรษิ ัทหรอื เอกชนตา งชาติ สว นคณะกรรมการอนุญาโตตลุ าการการ เดินเรือมีอํานาจหนาท่ีในการดูแลขอพิพาทเก่ียวกับการขนสงทางทะเลระหวา งประเทศซ่ึงฝายหนึง่ เปน ชาวตางชาติ469 ใน ค.ศ. 1993 ความตองการจัดตั้งระบบเศรษฐกิจตลาดและการเปดประเทศผลักดันใหรฐั บาล เวียดนามยกเลิกระบบอนุญาโตตุลาการของรัฐที่ขาดความยดื หยนุ และจัดตั้งศูนยอนุญาโตตุลาการทาง เศรษฐกิจข้ึน470 ในปเดียวกันนั้น คณะกรรมาธิการอนุญาโตตุลาการการคาตางประเทศและ คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการการเดินเรือยังรวมกันจัดต้ังศนู ยอนุญาโตตุลาการตางประเทศของสภา หอการคา และ อุตสาหกรรมเวียดนาม471 ศนู ยอนุญาโตตุลาการทางเศรษฐกิจมีอํานาจในการพิจารณา ขอ พพิ าทท่ีเกยี่ วของกับความสมั พนั ธทางการคาระหวางประเทศ472 อยางไรกต็ ามในชวงเวลานีก้ ฎเกณฑ ทางกฎหมายเก่ียวกับอนุญาโตตุลาการยังไมเพียงพอและบทบาทของหนวยงานอนุญาโตตุลาการในทาง ปฏบิ ัติมคี อนขางจํากดั 473 466 Hoi Luat Gia Viet Nam [Vietnam Jurist Association], above n 454, p. 16. 467 Hoi Luat Gia Viet Nam [Vietnam Jurist Association], above n 454, p. 16. 468 Hoi Luat Gia Viet Nam [Vietnam Jurist Association], above n 454, p. 16. 469 Hoi Luat Gia Viet Nam [Vietnam Jurist Association], above n 454, p. 6-17 470 รัฐกฤษฎีกาฉบับที่ 116/CP ของรัฐบาล ลงวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1994 วาดวยโครงสรางและการดําเนินงานของ อนุญาโตตลุ าการทางเศรษฐกิจ 471 ตามขอกาํ หนดฉบับท่ี 204/TTg ของนายกรฐั มนตรี ลงวนั ที่ 28 มนี าคม ค.ศ. 1993 472 Ibid, p.17 473 Ibid, p.18. Vu Anh Duong, 'Thuc Tien Ap Dung Phap Lenh Trong Tai Thuong Mai Tai Trung Tam Trong Tai Thuong Mai Quoc Te Viet Nam [The Practice of Applying the Ordinance on Commercial Arbitration at the Vietnam International Arbitration Centre]' (2008)(3) Tap Chi Khoa Hoc Phap Ly [Journal of Legal Science] 5.
198 เพ่ือชวยสงเสริมอนุญาโตตลุ าการในเวยี ดนาม คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาแหงชาตติ รา รัฐกําหนดวา ดว ยอนญุ าโตตุลาการทางการคา ค.ศ. 2003 ขน้ึ โดยกฎหมายฉบับน้ยี อมรับหลักเกณฑแ ละ กฎระเบียบในระดับสากลเกี่ยวกับการอนุญาโตตุลาการตามแนวทางของกฎหมายแมแบบ UNCITRAL วาดวยอนุญาโตตุลาการพาณิชยระหวางประเทศ (UNCITRAL Model Law on International Commercial Arbitration ค.ศ. 1985) และกําหนดกรอบกฎหมายสําหรับอนุญาโตตุลาการใน เวียดนาม474 อยางไรก็ตามจํานวนของกรณีพิพาทท่ีตัดสินโดยอนุญาโตตุลาการมีจํานวนจํากัดมาก475 ดังทีแ่ สดงในตารางดานลาง ระหวา ง ค.ศ. 2004-2006476 ตาราง 7 จํานวนคดีที่สถาบันอนญุ าโตตุลาการทางการคา ของเวียดนามพิจารณา สถาบันอนุญาโตตุลาการ ค.ศ. 2004 2005 2006 ศนู ยอนญุ าโตตลุ าการพาณิชยระหวางประเทศเอเชยี 657 ศTนู hยeอ นAุญsาiaโตnตลุ InากteาrรnพaาtณioิชnยaรlะหCวoาmงปmระeเrทciศal Arbitration 26 17 31 ศูนยอ นญุ าโตตุลาการพาณชิ ย ณ กรงุ โฮจมิ นิ ส 035 ศนู ยอ นุญาโตตุลาการพาณิชย ณ กรงุ ฮานอย 593 ศนู ยอนุญาโตตุลาการพาณชิ ย ณ Cantho 000 ศูนยอนุญาโตตุลาการพาณชิ ยร ะหวา งประเทศแปซิฟก 000 ศนู ยอนญุ าโตตลุ าการพาณิชยระหวางประเทศตะวันออกไกล 0 0 0 รวม 37 34 46 เพื่อแกไขขอบกพรองเก่ียวกับการใชบังคับรัฐกําหนด ค.ศ. 2003 ใน ค.ศ. 2010 รัฐสภาผาน กฎหมายวาดวยการอนุญาโตตุลาการพาณิชยซ ่ึงมีผลบังคบั ใชเ ม่ือวนั ที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2011 กฎหมาย ฉบับนี้ไดรับการยอมรับวาเปนอีกขั้นหนึ่งในการปรับปรุงกรอบกฎหมายเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการของ เวยี ดนาม ในสวนของการยอมรับและบังคบั ตามคําชขี้ าดของอนุญาโตตลุ าการตางประเทศ เวียดนามเปน สมาชิกของอนุสัญญาสหประชาชาติวาดวยการยอมรับและการบังคบั ตามคาํ ช้ีขาดของอนุญาโตตุลาการ ตางประเทศ หรือท่ีรูจักกันในนามอนุสัญญานิวยอรก ค.ศ. 1958 (United Nations Convention on 474 Pham Duy Nghia, 'Law on Arbitration in Vietnam: Development and Issues' (2008) Law & Development.. 475 Hoi Luat Gia Viet Nam [Vietnam Jurist Association], above n 454, p.19 476 Hoi Luat Gia Viet Nam [Vietnam Jurist Association], above n 454, p. 16.
199 the Recognition and Enforcement of Foreign Arbitral Awards) ต้ัง แ ต ค . ศ . 1995 ภ า ย ใ ต อนุสัญญานี้ศาลเวียดนามยอมรับและบังคับคําช้ีขาดของอนุญาโตตุลาการที่เกิดขึ้นในรัฐภาคีของ อนุสญั ญานิวยอรก นอกจากน้ี ภายใตป ระมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความแพง ค.ศ. 2004 ศาลเวียดนาม ยงั ยอมรับและบังคับใชค าํ ชี้ขาดของอนญุ าโตตุลาการตางประเทศบนหลักการตางตอบแทน (principle of reciprocity) ถึงแมรัฐดังกลาวจะไมไดเปนภาคีของอนุสัญญาอนุญาโตตลุ าการระหวางประเทศฉบับ เดียวกัน
บทที่ 3 หนว ยงานภาครัฐที่เกย่ี วของกบั กฎหมายการคา และการลงทุน ของเวยี ดนาม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225