47 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”ู ชัน้ ปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3
48 ตัวอย่างกิจกรรมที่ 2 1. ช่อื กิจกรรม สนุกคดิ กบั วทิ ยาศาสตร์ 2. เวลาทใ่ี ช้ 1 ชว่ั โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือฝกึ ทักษะการสืบเสาะหาความรู โดยวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตรแ 2. เพ่ือใหนกั เรยี นเกดิ จติ วิทยาศาสตรแ (Scientific mind) 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. แบงนักเรยี นออกเปน็ กลมุ ๆละ 3 - 4 คน (ตามความสมัครใจของนักเรียน) 2. นักเรียนแตละกลุมรวบรวมวัตถุตาง ๆ ที่อยูใกลตัว หรอื รอบ ๆ โรงเรียน เชน ยางลบ กอนหิน หลอดกาแฟ ชอน ขวดนา้ ดนิ นา้ มัน ฯลฯ 3. ครูตง้ั คาถามชวนคดิ 1. ถา นักเรียนอยากรวู าวตั ถุใดจมน้า และวัตถุใดลอยน้า นักเรียนจะมีวธิ ีการทดลองอยางไร 2. ถาจะทาใหวตั ถุทลี่ อยน้า จมลงในน้า นักเรยี นจะมีวธิ ีการอยางไร 4. นักเรียนแตละกลุมรวมกันคิด นาเสนอวิธีการทดลองและลงมือปฏิบัติการทดลอง ซ่ึงจะไดแนวทาง การตอบคาถาม 1. นาวัตถุหลาย ๆ ชนดิ ทีเ่ ตรยี มไวใ สล งในอา งทม่ี นี ้า สงั เกตวา วัตถุใดลอยน้าไดแ ละวัตถใุ ดจมนา้ ได 2. ถาจะใหวัตถุท่ีลอยน้าจมลงในน้าก็ตองใชวัตถุที่หนักกวาถวงลงไป (นักเรียนไดฝึกทักษะ การคิดสรา งสรรคแ คดิ นอกกรอบ คิดแกป ใญหา 5. นกั เรียนแตละกลุมสรุปผลท่ีไดจ ากการเรียนรู หลังจากท่ีไดปฏบิ ตั ิกิจกรรม 5. สือ่ การเรียนรู้ วตั ถชุ นิดตาง ๆ เชน ยางลบ กอนหิน หลอดกาแฟ ชอ น ขวดน้า ดนิ นา้ มนั อา งน้า ฯลฯ 6. การวัดและประเมนิ ผล ประเมนิ ตามสภาพจรงิ จากการปฏิบตั กิ ารทดลองของนกั เรยี น แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร”ู ช้ันปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
49 ตัวอย่างกิจกรรมที่ 3 1. ชอื่ กิจกรรม Domino (โดมโิ น) คาศัพทห์ รรษา 2. เวลาท่ีใช้ 1 ชวั่ โมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. นักเรยี นไดทบทวนคาศพั ทแของบทเรียน 2. นักเรยี นสามารถจดจาคาศัพทไแ ด 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ใหนกั เรียนแบงกลุม ๆ ละ 2 - 5 คน 2. ใหนกั เรียนสมุ เลือกตัวโดมิโน คนละ 6 ชนิ้ 3. ครูสุม ตวั โดมโิ นตวั แรก แลวใหนกั เรยี นนาตวั โดมิโนมาเรียงตอ ๆ กนั ใหความหมายตรงกนั 5. สื่อการเรยี นรู้ ตัวโดมโิ นคาศพั ทภแ าษาอังกฤษ 6. การวดั และประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการทากจิ กรรมของนักเรยี น 2. การซักถาม 7. ภาพประกอบ CARROT APPLE CAT TOMATO แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู ชน้ั ปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3
50 ตัวอยา่ งกิจกรรมที่ 4 ๑. ชื่อกิจกรรม จิก๊ ซอวส์ ัมพนั ธ์ ๒. เวลาที่ใช้ ๑ ชวั่ โมง ๓. วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพอื่ ใหนักเรียนรูจักการคดิ วางแผนในการทางานรวมกนั ๒. เพ่อื สงเสรมิ ใหนักเรยี นรจู ักการลาดบั ความสาคัญตาง ๆ ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ครูแบง กลุมนกั เรียนตามความสมัครใจของนักเรยี น กลุมละประมาณ 3 - 5 คน 2. มอบตัวตอจ๊ิกซอวแ ขนาด 50 - 100 ชนิ้ ใหกลุมละ ๑ ชุด (หรอื ใหเหมาะสมกับจานวนนักเรียน ท่แี บง กลมุ ) 3. ครูอธบิ ายการตอ จ๊ิกซอวแ โดยเนน เรื่องการวางแผนและการทางานเป็นทีม 4. ใหแตละกลุมวางแผนในการตอจ๊ิกซอวแใหเสร็จสมบูรณแภายในเวลา 10 - 20 นาที (ขึ้นอยูกับ ขนาดของจิก๊ ซอวแ) 5. เมอ่ื กลมุ ใดตอเสรจ็ ใหป รบมือพรอมกนั 6. ครสู อบถามนกั เรยี นในกลุมท่ีตอจิ๊กซอวแเสร็จสมบูรณแแลว วาทาอยางไร ถานักเรียนทาเพียงคนเดียว จะสาเร็จหรือไม เสร็จทนั ตามเวลาหรือไม 7. ครสู รุปความสาคญั ของกระบวนการทางานเป็นทีมและการวางแผน ๕. สื่อการเรยี นรู้ จ๊กิ ซอวแ ขนาด 50 - 100 ชนิ้ (หรือใหเ หมาะสมกบั จานวนนักเรียนท่ีแบงกลุม) จานวนเทากับกลุม ของนกั เรยี น ๖. การวดั และประเมนิ ผล สังเกตพฤตกิ รรมการทางานเปน็ ทีม แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”ู ชน้ั ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
51 ตวั อยา่ งกิจกรรมที่ 5 1. ช่อื กจิ กรรม บงิ โกจานวนนบั 2. เวลาท่ีใช้ ๑ ชัว่ โมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือพัฒนาทกั ษะในการคดิ คานวณของนกั เรียน 2. จดั กจิ กรรมเชิงสรา งสรรคเแ พ่ือสง เสริมการเรียนรูในวชิ าคณิตศาสตรขแ องนักเรียน 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูแบง กลมุ นักเรยี นออกเป็นกลุม ๆ ละเทา ๆ กัน 2. ครูจัดกิจกรรมโดยการแจกแผนเกมบิงโกจานวนนับใหกับนักเรียนแตละกลุม โดยใหแตละกลุม หาคาตอบจากโจทยกแ ารบวกเลข ลบเลข 3. ครแู ละนักเรียนรวมกนั ตรวจคาตอบท่ีถกู ตอง กลุมท่ีหาคาตอบไดในแนวเดยี วกนั กอน ถอื วาเป็น ผูชนะและเร่ิมตนเกมใหม 5. สื่อการเรยี นรู้ 1. เกมบงิ โกจานวนนบั 6. การวดั และประเมนิ ผล ตรวจคาตอบจากการจดั กิจกรรมเชิงสรางสรรคแท่คี รูจัดข้นึ 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร”ู ชัน้ ปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3
52 ตัวอยา่ งกจิ กรรมที่ 6 1. ชอ่ื กจิ กรรม เซยี นคณติ …คิดเลขเรว็ 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ชว่ั โมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อพฒั นาทกั ษะการคดิ คานวณใหก บั นักเรียน 2. เพ่ือแกปใญหาดา นการคิดคานวณสาหรับนกั เรยี นท่ีมีปใญหา 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูเตรียมบัตรประโยคสัญลักษณแการบวก การลบ ท่ีตรงตามบทเรียนเพ่ือฝึกทักษะการคิดคานวณ โดยเร่มิ ตน จากงา ยไปหายาก 2. นักเรียนรวมเลนเกม เซียนคณิต...คิดเลขเร็ว โดยใหนักเรียนสงตัวแทนท่ีคิดเลขไดเร็วและถูกตอง ที่สุดในหองออกมาทาหนาท่ีเป็นคุณครู แลวนักเรียนคนอ่ืนเขาแถวและออกมาคิดคาตอบจากบัตรประโยค สญั ลักษณแการบวก การลบ ท้ังหมด 10 ชุด ๆ ละ 5 ขอ โดย จะมีทั้งหมด 2 รอบ คอื รอบที่ 1 คิดคานวณคาตอบจากบัตรประโยคสัญลักษณแ การบวก การลบ 5 ขอ ไมมีการจับเวลา (อาจจะแขงกนั ระหวางหญงิ กบั ชาย) รอบที่ 2 คิดคานวณคาตอบจากบัตรประโยคสัญลักษณแการบวก การลบ 5 ขอ โดยจับเวลา 1 นาที (แขงกับเวลา) 3. เม่ือนกั เรยี นคานวณคาตอบถกู ทัง้ หมด 5 ขอ ภายในเวลา 1 นาที นกั เรยี นจะไดปใ้มแสตมป เซียนคณิต คดิ เลขเร็ว เพื่อเป็นการสะสมเมอ่ื ส้นิ สุดใหนามาแลกของรางวลั กบั ครผู สู อน 4. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปถงึ เกมเซยี นคณิต...คิดเลขเร็ว 5. ในคร้งั ตอ ไปจะเพม่ิ ความยากของประโยคสัญลักษณโแ ดยทากิจกรรมตามขอ 2 - 3 5. สอื่ การเรยี นรู้ 1. บัตรประโยคสัญลักษณแการบวก การลบ (ขึ้นอยูกับครูผูสอนกาหนดใหตรงกับเนื้อหาสาระท่ีเรียน ในขณะน้ัน) 6. การวัดและประเมินผล 1. ตรวจความถูกตองและความรวดเร็วในการคิดคานวณ 2. สงั เกตพฤติกรรมในการทากจิ กรรมของนักเรียน แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู ชั้นปะถมศึกษาปีท่ี 1 - 3
53 7. ภาพประกอบ ตวั อย่างชุดกิจกรรมที่ 1 การบวก 1) 7 + 3 = 2) 6 + 4 = 3) 1 + 9 = 4) 5 + 5 = 5) 2 + 8 = ตัวอย่างชดุ กิจกรรมที่ 1 การลบ 1) 7 - 3 = 2) 6 - 4 = 3) 9 - 1 = 4) 5 - 5 = 5) 8 - 2 = 8. อา้ งอิงแหลง่ ที่มาของขอ้ มูล โจทยจแ ากหนังสือเรยี นคณติ ศาสตรแพนื้ ฐานช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 (หนงั สอื เสรมิ อนื่ ก็ไดตาม ครูผสู อนเห็นสมควร) แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”ู ชน้ั ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3
54 ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 7 1. ชอ่ื กจิ กรรม ปริศนาท้าทาย 2. เวลาท่ใี ช้ 1 ชัว่ โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อใหน ักเรียนอานออกสียงคาคลองจองได 2. เพ่ือใหน กั เรียนบอกความหมายของคาคลอ งจองได 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูนาบตั รปรศิ นาคาคลองจองที่เป็นบทรอยกรองขนึ้ มาอานใหนกั เรยี นฟงใ ใหนักเรยี นอา นตาม เชน ตวั ฉันคอื ใคร วิง่ ไวแปดขา มีกา มคหู นา เดนิ ขาไมต รง 2. ครูใหนกั เรยี นลองทายคาตอบ แลว นาบตั รภาพชูใหนกั เรียนดูเปน็ การเฉลย 3. ครใู หนักเรียนนาบตั รปรศิ นาคาทายและบัตรภาพไปติดวางคูกัน ตัวฉันคอื ใคร วงิ่ ไวแปดขา มีกา มคูห นา เดนิ ขาไมตรง 4. แบงกลุมนักเรียนออกเป็นกลุม ๆ ละ 5 - 6 คน ใหสงตัวแทนมารับซองบัตรภาพ แลวอธิบาย วิธีการเลนกับนักเรียนวาเม่ืออานปริศนาคาทายจบ ใหนักเรียนแตละกลุมชูบัตรภาพท่ีเป็นคาตอบ กลุมใด ตอบถกู ตองกอนจะไดรบั คะแนน 5. ครูนาแถบปรศิ นาคาทายชดุ ใหมต ิดบนกระดาน แลวใหนักเรียนอานพรอมกัน เม่ืออานจบครูทา สัญญาณใหนักเรียนชูบัตรภาพทายปริศนา แลวบันทึกคะแนนใหนักเรียนแตละกลุม ทาเชนนี้ไปจนกวาจะ จบกิจกรรม 5. ส่อื การเรียนรู้ 1. แถบปรศิ นาคาทายบทรอยกรอง 2. บัตรภาพ แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู ชนั้ ปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3
55 6. การวดั และประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมีสว นรวมในการทากจิ กรรมของนักเรยี น 2. ประเมินความรคู วามเขา ใจจากความถูกตองในการทายปรศิ นา 7. ภาพประกอบ ตวั ฉนั คอื ใคร สอนใหค วามรู ลกู ศษิ ยกแ ตัญโู ความรมู ากมี ฉันคอื อะไร ไวใสอ าหาร ทงั้ คาวและหวาน เรยี กขานเปน็ เถา ฉันคอื อะไร บา งใชผ ูกผม ของขวัญนาชม นิยมพอใจ ฉนั คอื ดอกไม ปลูกไวหลายท่ี กลิน่ หอมมากมี มีหนามแหลมคม ฉันคอื อะไร ลอยไปบนฟาู สีขาวงามตา ตกมาเปน็ ฝน ฉนั เป็นดอกไม ใชไ หวบูชา แทนคณุ มารดา ชอ่ื วา อะไร ฉันเป็นของใช เอาไวสางผม ใครใครนิยม ทาผมเรยี บดี 8. อา้ งอิงแหล่งท่ีมาของข้อมลู เอกสารชุดแนวทางการพัฒนาการเรียนรูสาหรับนักเรียนท่ีมีความบกพรองทางการเรียนรู ชุดท่ี 2 เลม ที่ 4 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”ู ช้นั ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3
56 ตัวอยา่ งกจิ กรรมท่ี 8 1. ชอื่ กจิ กรรม เครือ่ งบนิ กระดาษ 2. เวลาที่ใช้ 1 ชั่วโมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือใหนักเรยี นสามารถสรุปวธิ กี ารพับเครื่องบนิ กระดาษไดอ ยา งถูกตอง 2. เพ่ือใหนักเรียนมีการทางานเป็นขั้นตอนและมีกระบวนการทางานท่ีถูกตอง 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. แจกกระดาษ A4 ใหนักเรยี นคนละ 1 แผน 2. ครูสาธิตวธิ กี ารพับท่ีถูกตองพรอมมีแผนตวั อยา งเพือ่ ใหนักเรยี นไดศึกษาวธิ กี ารพบั ที่ถกู ตอ ง 3. ครูใหค าแนะนาพรอมอธิบายและสาธติ ตัวอยางเพ่ือใหน ักเรียนไดศึกษาวิธีการพบั ที่ถกู ตอ ง 4. นักเรยี นทดลองการรอนเคร่ืองบนิ กระดาษ 5. ครสู รุปการทดลองการรอ นเคร่ืองบนิ กระดาษโดยใชแ รงและการเคลือ่ นท่ี 5. สอ่ื การเรยี นรู้ 1. ทาแผนตัวอยางขนาด 1x1 เมตร 2. กระดาษ A4 6. การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารว มกิจกรรม 2. ความถูกตองในการพบั กระดาษ 7. ภาพประกอบ 8. อา้ งอิงแหลง่ ที่มาของข้อมลู http://www.unigang.com/Article/364 แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”ู ชน้ั ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
57 ตวั อย่างกิจกรรมที่ 9 1. ชอื่ กจิ กรรม ต้นอะไรเอ่ย 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ช่วั โมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือสง เสรมิ ใหนกั เรียนไดรูจักตนไมชนิดตาง ๆ 2. เพื่อกระตนุ ใหนกั เรียนเกิดความสนใจในการเรียนมากข้ึนโดยเรียนรจู ากประสบการณแตรง 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. สนทนาถึงพชื ตนไมช นดิ ตาง ๆ และใหน กั เรยี นเลาประสบการณแท่เี คยพบ 2. ใหน กั เรยี นเดนิ สารวจพืชชนดิ ตาง ๆ ในบริเวณโรงเรียน และเกบ็ ขอมูล 3. แบงชนิดของพืชท่ีสารวจพบ เชน ไมด อก ไมประดับ ไมผล ผกั เป็นตน 4. ครูบอกประเภท และใหนักเรยี นตอบวามีพืชชนิดใดบา ง เชน ผัก ไมผ ล เป็นตน 5. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรุปความรูท่ไี ด 5. สื่อการเรยี นรู้ ตนไมภ ายในโรงเรยี น 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. สังเกตการรวมกิจกรรม 2. สังเกตการตอบคาถาม แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู ชน้ั ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
58 ตัวอย่างกิจกรรมที่ 10 1. ช่อื กจิ กรรม ระบบสรุ ยิ ะ 2. เวลาท่ีใช้ 3 ช่ัวโมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือใหน ักเรียนเรียนรเู ก่ียวกับดวงดาวในระบบสุริยะ 2. เพ่ือใหนกั เรยี นสนุกสนานกับการเรียน 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชวั่ โมงท่ี 1 1. ครสู นทนาเกี่ยวกบั ดวงดาวบนทองฟูา และระบบสุริยะจกั รวาล 2. ครใู หนกั เรียนดสู ารคดี เรอื่ งระบบสุรยิ ะจักรวาลในหองโสตฯ/หองคอมพวิ เตอรแ เป็นตน 3. ครซู ักถามวานักเรยี นชอบดาวดวงใดในระบบสุรยิ ะจกั รวาล เพราะเหตุใด ชว่ั โมงท่ี 2 1. ครใู หน ักเรยี นดภู าพของระบบสรุ ยิ ะจกั รวาล และรวมกนั ทบทวนความรเู ดมิ 2. ครแู จกบัตรภาพสวมศีรษะรปู ดวงอาทิตยแ และดาวเคราะหใแ นระบบสรุ ิยะ ไดแกดาวพุธ ดาวศุกรแ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัส ดาวเสารแ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน และดาวพลูโตโดยใหนักเรียนสวมศีรษะบัตรภาพ เปน็ ดวงดาว และใชค าถามใหป ฏิบัติ เชน 1. เรยี งจากวงโคจรรอบดวงอาทิตยแ 2. เรียงตามขนาดของดวงดาว 3. เรยี งตามพยัญชนะตนของดวงดาว 3. ครูใหนกั เรียนวาดภาพ และระบายสดี วงดาว ทีต่ นเองชอบ ชัว่ โมงท่ี 3 1. ครทู บทวนเร่อื งดวงดาวในระบบสุรยิ ะจกั รวาล 2. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี นสวมศรี ษะบัตรภาพดวงอาทติ ยแ และดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาล 3. ครูตั้งคาถาม และใหเพื่อน ๆ บอกวาหมายถึงใคร เชน ดาวที่มีลักษณะคลายโลก ดาวท่ีอยูใกล ดวงอาทติ ยแท่ีสดุ ดาวท่อี ยูหา งจากดวงอาทติ ยทแ ่ีสดุ ดาวที่มีขนาดเลก็ ท่ีสุด ดาวทีส่ วยทีส่ ุด ฯ แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลาร”ู ช้ันปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
59 5. สอ่ื การเรยี นรู้ บัตรภาพสวมศรี ษะรปู ดวงอาทติ ยแ และดาวเคราะหแในระบบสรุ ิยะ 6. การวดั และประเมนิ ผล สงั เกตการรว มกจิ กรรม 7. ภาพประกอบ ตวั อยางบัตรภาพสวมศรี ษะ 8. อ้างอิงแหลง่ ท่มี าของข้อมลู https://sites.google.com/site/rabbsuriyacakrwal99/daw-kheraah-ni-rabb-suriy- cakrwal แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”ู ชัน้ ปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
60 ตัวอยา่ งกจิ กรรมที่ 11 1. ช่อื กิจกรรม วิทยาศาสตรแ์ สนสนุก.....ขวดเปา่ ลูกโป่ง 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ช่ัวโมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. นกั เรยี นสารวจ ทดลองเกี่ยวกับสมบตั ิของอากาศ ๒. เพอ่ื ใหน ักเรียนเกดิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. แบงนกั เรยี นออกเปน็ กลุม ๆ ละ 4 - 5 คน 2. นกั เรียนแตละกลมุ ทาการทดลองเรื่อง ขวดเปาุ ลกู โปงุ ตามวิธีทดลอง ดงั นี้ - เปาุ ลกู โปงุ ใหยดื ตวั กอนทดลองสัก 2 รอบ ใสเ บกกิ้งโซดาลงในขวดแกว เตมิ น้าสมสายชลู งไป ครอบลกู โปุงลงบนปากขวด พรอ มสังเกตผลการทดลอง 3. นักเรียนรวมกันอภิปรายวาทาไมลูกโปุงจึงพองออกได (ลูกโปุงพองออกได เพราะเม่ือเบกก้ิงโซดา ทาปฏกิ ริ ิยากับนา้ สมสายชูจะเกิดก฿าซคารแบอนไดออกไซดแขึ้นก฿าซเบากวาอากาศ จึงลอยสูงข้ึน เมื่อมีก฿าซใน ปรมิ าณมาก ก็จะดนั ลูกโปงุ ใหพองออกได เบกก้ิงโซดา (Baking Soda) มีชื่อทางวิทยาศาสตรแวา โซเดียมไบ คารบแ อเนต (Sodium Bicarbonate) หรือท่เี รียกวา ผงฟู นน่ั เอง 5. สอื่ การเรยี นรู้ 1. ขวดแกวเตย้ี 1 ขวด 2. ลกู โปงุ 1 ใบ 3. ผงฟู (เบกกิ้งโซดา) 5 ชอนโต฿ะ 4. นา้ สมสายชู 6. การวัดและประเมินผล สังเกตการรวมกจิ กรรม 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู ชน้ั ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
61 ตวั อย่างกจิ กรรมท่ี 12 1. ชอื่ กิจกรรม วทิ ยาศาสตรแ์ สนสนุก.....ความลับของสี 2. เวลาท่ีใช้ 1 ชั่วโมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือใหนักเรียนสารวจ ทดลองเกี่ยวกบั ความสามารถในการละลายของสาร 2. เพื่อสงเสรมิ ใหน กั เรียนมเี จตคติทดี่ ีตอการเรียนวิทยาศาสตรแ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. แบง นกั เรียนออกเป็นกลมุ ๆ ละ 4 - 5 คน ทาการทดลองเร่ือง ความลบั ของสี 2. ตัดกระดาษกรองเป็นแถบยาว ๆ ระบายสีเมจิกที่ตองการทดสอบใหเป็นแถบหนา โดยหางจาก ปลายกระดาษประมาณ 1 ซม. 3. จุมปลายกระดาษในชวงท่ีเวนไว 1 ซม. ลงในน้า *ระวังอยาใหเสนสีที่ขีดไวจมน้า เพราะสีจะ ละลายลงนา้ รอดแู ละสงั เกตแถบสีท่ีเรม่ิ ไตส งู ข้นึ ไปบนกระดาษกรอง 4. นากระดาษไปหนบี ผง่ึ ไว แลวทดลองสีตอ ไป 5. นกั เรียนรวมกันอภิปรายวา สที ีเ่ รานามาทดลองเป็นสีสังเคราะหแที่เกิดจากการผสมของแมสี คือ แดง เหลือง น้าเงนิ ในอตั ราสว นไมเ ทา กนั ทาใหเกิดสีตา ง ๆ มากมาย การแยกสีดวยกระดาษกรองนี้ เราเรยี กวา \"เปเปอรแโครมาโทกราฟ\"ี (Paper Chromatography) ซึง่ เป็นการแยกสารที่ผสมกันในปรมิ าณ นอยใหแ ยกออกมาเปน็ แถบเสนสีหรอื แถบสี อาศัยสมบตั ิ 2 ประการ คือ 1. สารตางชนดิ กนั มคี วามสามารถในการละลายในตัวทาละลาย (นา้ ) ไดต างกัน 2. สารตา งชนิดกันมีความสามารถในการถูกดูดซับดวยตัวดูดซับ (กระดาษกรอง) ไดตางกัน สารท่ี ละลายในตัวทาละลายไดดีสวนมากจะถูกดูดซับไมดี จึงเคลื่อนท่ีไปไดไกล สวนสารท่ีละลายใน ตัวทาละลายไดไ มดี สว นมากจะถูกดูดซบั ไดด จี งึ อยูใกลจดุ เริม่ ตน 5. สื่อการเรียนรู้ 1. สเี มจิก สีดา น้าเงนิ น้าตาล (สเี ขม ๆ จะใหผลการทดลองทน่ี าตื่นเตน ) 2. กระดาษกรองกาแฟ 3. แกวใสน ้า 6. การวดั และประเมินผล สังเกตพฤติกรรมการทากจิ กรรมของนักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู ชัน้ ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
62 ตัวอยา่ งกิจกรรมท่ี 13 1. ชือ่ กจิ กรรม เท่ากันนะจ๊ะ (หาแกนสมมาตรจากส่ิงรอบตัว) 2. เวลาท่ใี ช้ 1 ช่วั โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ และส่ือความหมายไดถ กู ตอ ง 2. นกั เรยี นสามารถเชื่อมโยงความรทู างคณติ ศาสตรแกบั ส่ิงรอบตัวได 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนศึกษาส่ิงแวดลอมรอบตัวภายในโรงเรียน เชน รูปลักษณะ ส่ิงของ เคร่ืองใช ใบไม วาส่ิงใด มีลักษณะเปน็ รูปสมมาตร 2. นกั เรียนนาส่ิงที่ไดศ ึกษามาพิจารณารวมกนั วาถูกตองหรอื ไมร วมกันสรปุ วา สิง่ ทพ่ี บเหน็ ท่ีเป็น รปู สมมาตรน้นั เมื่อนามาทับกันแลวสองขา งจะทับกันสนทิ 5. ส่อื การเรียนรู้ 1. สิ่งแวดลอมภายในโรงเรียน ใบไม 2. รูปรางลกั ษณะของส่งิ ของ เครอื่ งใช 6. การวดั และประเมินผล 1. สงั เกตการรวมกิจกรรม 2. สังเกตการปฏิบตั กิ ิจกรรม แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร”ู ชั้นปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3
63 ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 14 1. ช่ือกิจกรรม ไกก่ ะต๊าก 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ชว่ั โมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อใหนกั เรียนสามารถนาเศษวสั ดมุ าประดิษฐแเป็นของเลนอยา งงา ยได 2. เพื่อใหนักเรยี นเกิดเจตคติทด่ี ีตอ การเรยี นวิชาวิทยาศาสตรแ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูนาแกวกระดาษหรือแกวพลาสติกท่ีประดิษฐแเป็นไกกะต฿ากสาเร็จแลวมาดึงดายใหเกิดเสียง เพือ่ เป็นการเราความสนใจของนักเรียน แลวถามนักเรียนวาเสียงไกท่ีนักเรียนไดยินน้ันมาจากไหน อะไรทา ใหเกิดเสียง นักเรยี นอยากรหู รอื ไม ถา อยากรูวนั นเ้ี ราจะมาหาคาตอบกัน 2. ครสู าธิตวธิ กี ารประดิษฐแของเลนจากแกวกระดาษหรือแกวพลาสติกและเชือกดายดิบ ใหนกั เรียนดู 3. นักเรยี นประดิษฐแของเลน จากแกวกระดาษหรือแกวพลาสติกและเชอื กดา ยดบิ ดังภาพ 4. นักเรียนทดลองดงึ ดายเพอ่ื ใหเ กดิ เสยี ง สงั เกตและอภปิ รายปใจจัยตาง ๆ ท่ีทาใหเ กิดเสยี งแตกตางกนั 5. สื่อการเรียนรู้ 1. แกว กระดาษหรือพลาสติกทใี่ ชแ ลว 2. เชอื กดายดิบ 3. น้า 6. การวัดและประเมินผล สังเกตจากความสนใจความรวมมอื ในการทากิจกรรม 7. ภาพประกอบ 8. อ้างอิงแหลง่ ทม่ี าของขอ้ มลู http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000004280 แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”ู ชนั้ ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
64 ตวั อยา่ งกจิ กรรมที่ 15 1. ชอ่ื กจิ กรรม Fun with the words 2. เวลาทใ่ี ช้ 1 ชั่วโมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ฝึกทกั ษะการอานคาศัพทแสระเสียงส้นั แอะ/a/ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. นกั เรยี นรองเพลง Alphabet Song 2. นักเรียนดูบัตรตัวอักษร Aa-Zz พรอมท้ังบอกช่ือและเสียงของตัวอักษร 3. นักเรียนแบงกลุมฝึกอา นคาศัพทแสระเสียงส้ัน แอะ/a/ จากชดุ แบบฝึกการอานคาศัพทแ สระเสียงสัน้ แอะ/a/ ทคี่ รแู จกให 4. นกั เรียนอานคาศัพทแและสะกดพรอ มกนั 5. นักเรียนแบง กลมุ หญิงชาย แขงขันเขยี นคาศพั ทแตามที่ครูบอกบนกระดานดา 6. นกั เรียนอา นคาศัพทแสระเสียงสั้น แอะ /a/ จากคาทค่ี รูกาหนดให 5. ส่ือการเรียนรู้ 1. เพลง Alphabet Song 2. บัตรตวั อักษร Aa-Zz 3. ชดุ แบบฝกึ การอา นคาศัพทสแ ระเสียงส้ัน แอะ/a/ 6. การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตพฤติกรรมในการทากิจกรรมของนักเรยี น 2. ความถูกตองในการอานคาศัพทแ แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”ู ช้นั ปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3
65 แบบฝึกทักษะการอา นท่ี 1 การอา นสระเสยี งสน้ั (แอะ) /a/ คาศัพทแ (หลักการอาน) คาสะกด ความหมาย ความหมาย fan f – a - n (แฟ็น) เฟอะ - แอะ - เนอะ Pan p–a-n (แพน็ ) เพอะ – แอะ – เนอะ cat c–a-t (แค็ท) เคอะ – แอะ – เทอะ bat b–a-t (แบ็ท) เพอะ – แอะ – เทอะ cap c–a-p (แค็พ) เคอะ – แอะ – เพอะ แบบฝกึ ทกั ษะการอา นท่ี 2 /a/ คาศัพทแ (หลักการอาน) คาสะกด can c – a - n (แค็น) เคอะ - แอะ - เนอะ map m–a-p (แม็พ) เมอะ – แอะ – เพอะ rat r–a-t (แรท็ ) เรอะ – แอะ – เทอะ jam j–a-m (แจ็ม) เจอะ – แอะ – เมอะ bag b–a-g (แบ็ก) เบอะ – แอะ – เกอะ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”ู ชัน้ ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3
66 ตัวอย่างกิจกรรมท่ี 16 1. ชอ่ื กจิ กรรม The Animal Sounds Song for Children 2. เวลาท่ีใช้ 1 ชัว่ โมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อทบทวนคาศัพทแและเสียงรองของสตั วแ 2. เพ่ือความสนุกสนานในการเรียนรู 3. เพ่ือเปน็ การกระตุนใหน กั เรยี นกลา แสดงออก 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูทบทวนคาศัพทแหมวดสัตวแ (Animal) โดยใชบตั รคาและบตั รภาพ คาศพั ทดแ งั นี้ duck pig cow dog cat chick donkey 2. ใหนกั เรยี นฟใงเพลง Old MacDonald had a Farm 3. แบง กลมุ นักเรียนโดยใหนักเรยี นออกมาเลอื กหมวกรูปสัตวแตาง ๆ เพอ่ื นาไปใส 4. ใหนกั เรียนนง่ั ตามกลุม ตางๆ ตามประเภทของสตั วแ 5. ใหนกั เรียนฝกึ ออกเสยี งสตั วแแ ตล ะชนดิ ดงั นี้ duck = Quack Quack pig = Oink Oink cow = Moo Moo dog = Woof Woof cat = Meow Meow chick = Chic donkey= Hee-Haw 6. ครูเดนิ รอบหองแลว สนทนากับนกั เรยี นแตล ะคน/แตละกลมุ โดยใหน ักเรยี นตอบเปน็ เสียงสัตวแ ตามหมวกทต่ี นเองใสออยู ตามตัวอยา งดังนี้ Teacher : Hello, Jirayu. How are you? Student : Moo Moo. Teacher : Hello, Sitanun. How are you? Student : Meow Meow. etc. แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู ช้นั ปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3
67 5. สอื่ การเรียนรู้ 1. หมวกรปู สตั วแตาง ๆ 2. บัตรคา 3. วดี ิโอเพลง Old Mc Donald Had a Farm (https://www.youtube.com/watch?v=nFX98pqzb3o) 4. เน้อื เพลง Old Mc Donald Had a Farm (https://www.youtube.com/watch?v=nFX98pqzb3o) 6. การวดั และประเมนิ ผล 1. สังเกตการรวมกิจกรรม 2. สังเกตการทางานกลุม 7. ภาพประกอบ 1. บตั รภาพประกอบกิจกรรม Duck-Quack Quack Pig- Oink Oink Cow - Moo Moo Chick - Chic Donkey – Hee Haw Dog - Woof Woof Cat- Meow Meow แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู ชั้นปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3
68 ๒. เน้อื เพลง Old MacDonald had a farm. Lyrics of the song: \"Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some chic E-I-E-I-O With a chic-chic here And a chic-chic there Here a chic there a chic. Everywhere a chic-chic. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some ducks E-I-E-I-O With a quack-quack here. And a quack-quack there Here a quack there a quack. Everywhere a quack-quack.. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O.\" Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some pigs E-I-E-I-O With an oink-oink here. And an oink-oink there Here an oink there an oink. Everywhere an oink-oink. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some cows E-I-E-I-O With a moo-moo here. And a moo-moo there Here a moo there a moo. Everywhere a moo-moo. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some dogs E-I-E-I-O With an baoo-waoo here. And an baoo-waoo there Here an baoo there an baoo. Everywhere an baoo-waoo. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some donkeys E-I-E-I-O With a hee-haw here. And a hee-haw there Here a hee there a haw. Everywhere a hee-haw . Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O. 8. อา้ งอิงแหลง่ ที่มาของขอ้ มลู https://www.youtube.com/watch?v=nFX98pqzb3o แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร”ู ช้ันปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
69 ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 17 1. ชอื่ กจิ กรรม หนงั สอื พูดได้ 2. เวลาท่ีใช้ 2 ช่วั โมง 3. วัตถุประสงค์ 1. ใหน กั เรยี นเขียน จานวน ประโยคสัญลักษณแ รูปเรขาคณิต 2. ใหน กั เรยี นตกแตง ใหสวยงาม 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครอู ธบิ ายขนั้ ตอนการทาหนังสือพูดได 2. ครูสาธติ การทาหนังสอื พดู ไดใหนักเรยี นดู 3. นกั เรียนลงมือปฏิบตั ิ โดยมคี รใู หคาปรึกษาช้ีแนะ 5. สอื่ การเรียนรู้ 1. ตัวอยางหนงั สือพดู ได 2. กระดาษ A4 3. กรรไกร 4. ดนิ สอสี 5. ดนิ สอ ยางลบ ไมบ รรทดั 6. การวดั และประเมนิ ผล สงั เกตการทากิจกรรม 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู ช้ันปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3
70 วธิ ที าหนังสือพดู ได้ 1. นากระดาษ A4 แบง เป็น 12 ชอง ชอ งละเทา ๆ กนั 2. ตดั กระดาษตามเสนประ 3. พับกระดาษตามรอยที่พับ พับตามรอยไปเร่ือย ๆ จนถงึ หมายเลข 12 แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”ู ชั้นปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
วธิ ีการจัดทารปู เลม่ 2. 71 1. คาถามขอ 1 (พลกิ เพอ่ื ดคู าตอบ) 3. คาตอบขอ 1 คาถามขอ 2 (พลกิ เพือ่ ดูคาตอบ) 4. คาตอบขอ 1 คาตอบขอ 2 คาถามขอ 3 (พลกิ เพือ่ ดคู าตอบ) 5. คาตอบขอ 1 คาตอบขอ 2 คาตอบขอ 3 คาถามขอ 5 คาตอบขอ 4 (พลิกเพ่อื ดูคาตอบ) 6. ใสค าถามและคาตอบจนครบทุกหนา จะได 10 คาถาม ตกแตง รูปเลมใหส วยงาม แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู ชนั้ ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3
72 ตวั อยา่ งกิจกรรมที่ 18 1. ชอ่ื กจิ กรรม หมอภาษา...เสริมทักษะการอ่าน 2. เวลาที่ใช้ 1 ช่ัวโมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือพฒั นาทักษะการอา นใหก ับนกั เรยี น 2. เพ่ือแกปใญหาดา นการอา นใหก ับนักเรียนทอ่ี านไมได 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูรวบรวมคาตาง ๆ เชนคาท่ีมีปใญหา คาออกเสียง ร ล คาควบกล้า คาอักษรนา มาตราตัวสะกด คาประสมสระตา ง ๆ ฯลฯ มาทาใบงานเพ่ือฝึกทักษะการอาน โดยใบงานแตล ะใบทาเรียงลาดับงายไปหายาก 2. คัดเลือกนักเรียนท่ีอานเกงมาเป็นพ่ีเล้ียงใหนักเรียนฝึกอานคาจากใบงาน โดยการสะกดคาและ อานเปน็ คา 3. เม่ือนักเรียนอานคลองแลว นักเรียนนาใบงานนั้นไปอานกับครูหรือพ่ีนักเรียนอีกชุดที่ครูแตงต้ัง เป็นหมอภาษา โดยนักเรียนตองอานคา 2 รอบ คือ รอบท่ี 1 อานตามใบงาน รอบท่ี 2 อานคาตามท่ีหมอ ภาษาเปน็ ผชู ้จี ากใบงาน เมือ่ อา นครบแลวหมอจะพิมพแรูปดาวใหในสมุดสะสมดาวที่ครูทาแจก 4. เม่ือนักเรียนอานใบงานและทากิจกรรมครบแลว ใหนักเรียนเขียนคาตามคาบอกจากใบงาน ทีอ่ า นโดยพ่ที เ่ี ป็นหมอเปน็ ผูบอก ประมาณ 5 – 10 คา เพอื่ นาไปฝึกอานท่ีบา น 5. ในครั้งตอไปนักเรยี นก็จะเลอื กใบงานชดุ อน่ื มาทากจิ กรรมตามขอ 2 - 4 เชนเดียวกัน 5. ส่ือการเรียนรู้ สอ่ื การเรยี นรูข นึ้ อยกู บั คาที่ครูกาหนด จากเนื้อหาที่เรียนในกลุมสาระภาษาไทยและสาระอื่น ๆ 6. การวดั และประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมในการรว มกิจกรรมของนักเรยี น 2. สงั เกตจากการฟงใ ความถกู ตอ งในการอานคา 3. ตรวจสอบความถูกตองจากการเขยี นคา แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”ู ช้ันปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3
73 7. ภาพประกอบ ตวั อย่างใบงานสาหรบั ให้เดก็ อ่าน ใบงานท่ี 1 (สระ อะ) ใบงานที่ 2 (สระ อา) กะปิ กะทิ กระทะ ชะนี มะระ อะไร ดารา ตาโต ทายา กระบะ ตะโก มะละกอ สาเก เวลา พายุ ตะโกน ยะลา สะดอื กาดา ทานา ปลาทู ใบงานท.ี่ ....... (คาควบกลา้ ) พระสงฆแ ประตู กลับบาน ท่านา้ ขากา แม่ค้า ความรู กลางวนั ตะกรา ตีกลอง ใครมา เขากวาง ใบงานท่ี........ (คา ห นา) นาเกลือ ในครัว ใบพลู ปหี นา ตวั ใหญ ผูหญิง จดหมาย ตวั หมี หนีหนา ลมหนาว ทศิ เหนือ ไปไหน หยดุ เรียน ลูกหยี อย่า แหย่ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร”ู ชัน้ ปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3
74 หมวด 3 สรา้ งเสรมิ คุณลักษณะ และค่านิยม กลมุ่ กิจกรรมที่ 9 ปลูกฝังคา่ นยิ มและจิตสานกึ การทาประโยชน์ต่อสงั คม มจี ิตสาธารณะ และการให้บรกิ ารด้านตา่ ง ๆ ทั้งทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อตนเอง และตอ่ สว่ นรวม ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 1 ๑. ชอ่ื กจิ กรรม วา่ งเม่ือไร กแ็ วะมา 2. เวลาที่ใช้ 1 ชัว่ โมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือสง เสรมิ ใหนักเรยี นทางาน/การบานท่ีไดรับมอบหมายใหเสรจ็ ที่โรงเรียน 2. จดั กจิ กรรมเชิงสรางสรรคเแ พอื่ สงเสรมิ การเรยี นรูทางดา นวิชาการของนักเรียน 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นรวมกนั สรปุ งาน/การบา นทไ่ี ดร บั มอบหมายประจาวัน 2. นักเรยี นเลอื กทางาน/การบา นในรายวิชาทไี่ ดร ับมอบหมายตามความตองการของตนเอง 3. นักเรียนทาการบา นโดยมีครู เพ่ือน และรนุ พี่คอยชว ยสอนการบา นให 5. ส่ือการเรียนรู้ ส่อื การเรียนรูข้ึนอยกู ับกจิ กรรมเชงิ สรางสรรคทแ ่ีครูจดั ขึน้ 6. การวดั และประเมนิ ผล 1. สงั เกตพฤติกรรมในการทากจิ กรรมของนักเรยี น 2. สารวจความพึงพอใจของนักเรยี นทม่ี ีตอกจิ กรรม 7. อา้ งอิงแหลง่ ทีม่ าของข้อมลู ที่มาของภาพประกอบในตวั อยา งหนังสือเล็มเล็ก : ภาพแมว : http://www.drawingteachers.com/how-to-draw-a-cat.html ภาพปลา : http://www.how-to-draw-cartoons-online.com/cartoon- clownfish.html ภาพมด : http://www.art4apps.org/images/ แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู ชนั้ ปะถมศึกษาปีท่ี 1 - 3
75 ภาพกระต่าย : http://www.yes-wedo.com/showcat.php?m_id=20 ภาพนก : http://twitter.kapook.com/ ตวั อยา่ งสถานการณแ์ ละกจิ กรรมเชงิ สร้างสรรค์ สถานการณแตัวอยาง : วันน้ีนักเรียนไดรับมอบหมายใหทางาน/การบานในรายวิชาคณิตศาสตรแ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซงึ่ นกั เรียนในหองตกลงกันวาชั่วโมงนเ้ี ลือกทาการบานในรายวชิ าภาษาอังกฤษ ตวั อยางการบานวิชาภาษาองั กฤษ : A_ _ a_ _ มด _I_D _i_d นก _A_ _a_ แมว F_ _H f_ _h ปลา R_ _ _IT r_ _ _it กระตา ย 1. ครูใหนักเรยี นคน คาศพั ทภแ าษาองั กฤษจากพจนานุกรม หรอื Internet 2. ครูใหพ ี่ ชว ยสอนการบา นใหนอ ง ๆ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู ชน้ั ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
76 ตวั อยา่ งกจิ กรรมท่ี 2 1. ช่ือกิจกรรม จับคู่ รู้คา 2. เวลาทใ่ี ช้ ๑ ชัว่ โมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อใหนักเรียนรูคา และจับคูความหมายของคาได 2. เพื่อใหนักเรยี น จบั คูคา และความหมายไดถ ูกตอง 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. นักเรยี นจัดกลมุ กลมุ ละ 5 – ๖ คน เขามารวบรวมบัตรคา บัตรความหมายของคา 2. ครอู ธบิ ายวิธีการจับคู โดยวางคาศัพทแ ไวด า นซาย และความหมายไวทางดานขวา ดังภาพ 3. นกั เรียนหยบิ บัตรคาศัพทแ จากกลองคาศพั ทแ วางทางดานซา ย และนักเรียนภายในกลุม หยิบบัตร ความหมายของคา วางทางดานขวา ตามภาพ ปฏิบัตดิ ังนี้ ไปเร่ือย ๆ จนหมดบตั รคา แลว ตรวจสอบความถูกตอง 4. ครูและนักเรียนชวยกันตรวจคาตอบ เมื่อเสร็จจากกลุมของตัวเองแลว เก็บบัตรคาใสกลอง เปลี่ยน กับกลุมอืน่ หมนุ เวียนกนั ไป 5. ครกู ระตนุ ใหนกั เรียนไดม ีสวนรวมในกิจกรรมและสนุกสนานกับการรวมกจิ กรรมอยางสรางสรรคแทกุ คน 6. สรุปการรว มกจิ กรรม เสนอแนะแกไข เพือ่ เปน็ แนวทางในการจัดกิจกรรมในคร้ังตอไป 5. ส่ือการเรียนรู้ 1. บัตรคา 2. บตั รความหมายของคา 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรรมการเขารวมกจิ กรรม 2. การสัมภาษณแความรูสึกของนักเรยี นมีตอกจิ กรรม แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”ู ชั้นปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
77 ตวั อยา่ งกจิ กรรมที่ 3 1. ช่ือกิจกรรม ลกู เต๋ามหัศจรรย์ 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ชวั่ โมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือพฒั นาทักษะการบวกและลบเลขของนักเรยี น 2. เพ่ือพฒั นาความสามารถของนกั เรียนในการเปรียบเทยี บคา ของจานวน 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครแู จกใบกจิ กรรม “ลูกเตเามหศั จรรยแ” ใหแกน กั เรียน 2. ครใู หน ักเรียนนง่ั เป็นวงกลม แลว แบงนักเรยี นใหนั่งตดิ กนั กลมุ ละ 3 คน ใหนักเรียนสองคนทอย ลกู เตาเ ตัวเลขคนละ 1 ลกู แลว กรอกตัวเลขลงไปในใบกิจกรรม โดยนาตัวเลขทมี่ ากกวาใสไวในชอ งแรก และ ตวั เลขทนี่ อยกวาใสไวในชองดานหลัง แลวใหนักเรียนอีก 1 คน ทอยลูกเตเาบวกและลบ แลวกรอกลงไปใน ใบกิจกรรมตรงกลางระหวางตัวเลขทั้งสอง นักเรียนแตละกลุมหาคาตอบท่ีไดโดยกลุมไหนหาคาตอบได ถูกตอ งและรวดเรว็ ทส่ี ุดกลุมน้ันจะไดร บั ดาวไป 1 ดวง 3. นักเรียนกลุม แรกสง ลูกเตาเ ทัง้ 3 ลูก ไปยงั กลมุ ถดั ไป แลวทากจิ กรรมตามขอ 2 ไปเรื่อย ๆ จนรอบวง 4. นักเรียนสรปุ สิ่งทไ่ี ดเรียนรูจากการทากจิ กรรม 5. สอ่ื การเรียนรู้ 1. ลกู เตเาตวั เลข 2. ลูกเตเาบวกและลบ 3. ใบกจิ กรรมลกู เตเามหัศจรรยแ 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. การมีสวนรว มในการทากจิ กรรม 2. ประเมินความถูกตอ งในการบวกลบเลขของนกั เรียน แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู ชน้ั ปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
78 7. ภาพประกอบ ตัวอยา งการจดั ทน่ี ั่ง ตวั อยา งลูกเตเาทใี่ ชในการทากิจกรรม 3 + 9 58 +- 74 - ตัวเลขบนหนา ลูกเตาเ สามารถปรับไดตามระดบั ชั้นของนักเรยี น เชน ป.2 ป.3 อาจจะเปน็ เลข 2 หลัก ตวั อยางใบกิจกรรมลูกเตาเ มหัศจรรยแ ช่อื __________________________ชน้ั ป.__/____เลขท_ี่ ____ ใบกิจกรรม “ลกู เตาเ มหศั จรรยแ” ขอ ตวั เลขทไ่ี ด เครื่องหมาย ตัวเลขทีไ่ ด ผลลพั ธแ (ตัวเลขที่ (ตัวเลขท่ีนอยกวา) มากกวา 1 2 3 4 5 6 8. อ้างอิงแหลง่ ทีม่ าของข้อมลู http://p-ject.com/ แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลาร”ู ชัน้ ปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3
79 ตวั อย่างกิจกรรมที่ 4 1. ชื่อกจิ กรรม ภาษาพาสนกุ 2. เวลาที่ใช้ 1 ชั่วโมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อใหนักเรียนสามารถอานคา ขอ ความได 2. เพื่อใหนกั เรียนสามารถอา นออกเสยี งไดตามหลักภาษาไทย 3. เพื่อใหนักเรียนมีสว นรว มกบั กจิ กรรมอยางสนุกสนาน 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครนู าบัตรคา บตั รภาพ ใหนกั เรยี นดแู ลว อา นออกเสยี งทีละคา และใหนักเรียนอานตาม จากน้ัน นาบัตรคา บัตรภาพ มาเรยี งตอ กนั พรอมอานออกเสยี งเป็นขอความใหนักเรียนอานตาม 2. ครูแจกบัตรคา บัตรภาพใหนักเรียนคนละใบ ครูพูดขอความ หรือประโยคใหนักเรียนนาบัตร บัตรภาพเรยี งตอคา ตามทคี่ รพู ดู แลว ใหนกั เรียนทัง้ หมดอานตามที่เพอื่ นวางเรยี งไว 3. ครูนาบัตรคา มาวางใตบัตรภาพใหนักเรียนอานออกเสียงจนครบทุกภาพ และใหนักเรียนอาน ออกเสียงตามทว่ี างไว 4. ครเู ปล่ยี นบัตรคา และบตั รภาพ ในสวนประธาน และใหนักเรียนอา น แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู ชนั้ ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3
80 5. ครูเปลย่ี นบตั รคา/บัตรภาพ ในสว นท่เี ปน็ กรรม แลว ใหนกั เรียนอา นออกเสียง 6. ใหนักเรียนเลน เกม “เรยี งคา” ครแู จกบัตรคา/บัตรภาพ/แถบประโยค ใหนักเรยี นคนละแผน แลวนามาเรียงเปน็ ประโยค 7. ครูและนักเรียนสรปุ เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมรวมกนั 5. สอ่ื การเรยี นรู้ 1. บัตรคา 2. บัตรภาพ 3. แถบประโยค 6. การวดั และประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมีสวนรว มในการทากจิ กรรมของนักเรยี น 2. สังเกตการเรยี งประโยคของนักเรียน 7. อ้างอิงแหล่งท่มี าของขอ้ มูล เอกสารชดุ แนวทางพัฒนาการเรียนรสู าหรบั นักเรยี นทม่ี ีความบกพรองทางการเรยี นรู ชดุ ที่ 2 แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู ช้ันปะถมศึกษาปีท่ี 1 - 3
81 ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 5 1. ชอื่ กจิ กรรม บิงโกตวั สะกด 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ชั่วโมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือฝึกทักษะการสะกดคาทมี่ ีมาตราสะกด 2. เพ่ือใหนักเรียนเกดิ ความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ ในการเรียนรู 3. เพ่ือฝึกการยอมรบั และปฏิบตั ติ นตามกติกา 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครแู จกตารางบงิ โก 9 ชอง ทม่ี ตี วั พยญั ชนะไทยใหแ กนักเรียนทุกคน 2. ครสู ุม คาจากฉลากคาทีเ่ ตรียมไวในกลอง คร้ังละ 1 คา อานใหนักเรยี นฟใง แลวใหนกั เรียนดใู น ตารางบิงโกของตนเองวา มีพยัญชนะทเ่ี ปน็ ตัวสะกดตรงกบั คาหรือไม ถามใี หทาเคร่ืองหมายกากบาททบั ตัว พยญั ชนะทเ่ี ปน็ ตัวสะกด 3. สมุ หยิบคาตอไปจนกวาจะมีนักเรียนท่ีไดเ คร่ืองหมายกากบาท ครบทั้ง 3 ครง้ั เรียงตอกนั ใน แนวใดก็ตามซง่ึ เรยี กวา บิงโก ถอื วาไดผ ูชนะ 4. ครูตรวจสอบความถูกตองอีกคร้ัง 5. ส่อื การเรยี นรู้ 1. ตารางบิงโก 2. บัตรคาท่ีมีตวั สะกด 6. การวัดและประเมินผล 1. ประเมินจากความสนใจในการรว มกจิ กรรมของนักเรียน 2. ประเมนิ จากพฤติกรรมในการเรียนรขู องนกั เรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู ชัน้ ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
82 7. ภาพประกอบ ตวั อยางตารางบิงโก ดกม ย Bingo น กมย มกย วบง ง Bingo น น Bingo ว บวด บด ง ดมก บ Bingo น กงด มกง วยง ว Bingo น ย Bingo ว บมย บดน ตัวอยางคาทมี่ ีตัวสะกดในมาตราตาง ๆ หมวดสตั วแ หมวดอาหาร นก กลว ย เป็ด ขาว ลิง ผัก กบ ขนุน แมว สม ควาย ฝรงั่ แตน พลับ แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู ช้นั ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
83 ตวั อยา่ งกิจกรรมท่ี 6 1. ช่อื กจิ กรรม นิทานหรรษา 2. เวลาที่ใช้ 1 ช่วั โมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสรางสรรคแ และการใชภ าษาในการสอื่ สารของนักเรียน 2. เพ่ือใหน กั เรียนไดเรียนรคู ุณธรรมจากตวั ละครในนทิ าน 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. จัดกลุมนกั เรียนตามความสมคั รใจจานวน 5 - 6 คน นง่ั ลอ มวง 2. ครูเลา นทิ านทน่ี ักเรียนคนุ เคยและใหน ักเรียนมสี ว นรว มในการเลานิทานเร่ืองนน้ั เชน กระตายกับเตา สุนขั กบั เงา ฯลฯ 3. ใหนักเรยี นแตละกลุมสรา งนทิ านข้ึนมากลุม ละ 1 เร่ืองตามจนิ ตนาการ โดยกาหนดใหม ีการสอดแทรก คณุ ธรรมเขา ไปในตัวละคร 4. ใหแ ตละกลุมออกมาเลานิทานใหเ พื่อนฟงใ ประกอบการแสดงบทบาทสมมตติ ามเร่ืองทเ่ี ลา 5. รวมกันสรุปขอคิดที่ไดจากนิทาน เสนอแนะแนวทางในการจัดกิจกรรม เก็บอุปกรณแ ดูแลรักษา ความสะอาดบริเวณจัดกิจกรรม 5. สื่อการเรียนรู้ 1. นิทานตัวอยาง 2. วัสดุอปุ กรณแในการแสดงบทบาทสมมติของนกั เรียนแตล ะกลุม 6. การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตการสนทนาและตอบคาถาม 2. สงั เกตการรว มกจิ กรรม แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”ู ชน้ั ปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
84 ตวั อย่างกิจกรรมที่ 7 1. ชื่อกจิ กรรม อา่ นแลว้ วาด ฉลาดอยา่ งสร้างสรรค์ 2. เวลาที่ใช้ 2 ชัว่ โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือใหส งเสรมิ ใหน ักเรียนมีนสิ ยั รกั การอา น 2. เพ่ือใหน กั เรยี นมีทกั ษะในการคดิ วเิ คราะหจแ ากเรื่องที่อา น 3. เพื่อใหน ักเรยี นสามารถวาดภาพตามจินตนาการของตนจากเรือ่ งที่อา นได 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูใหนักเรียนเลือกอานหนังสือนิทานสงเสริมคุณธรรมจากหองสมุด เชน เร่ืองผีเส้ือกับผ้ึงนอย ลูกโปงุ สวรรคแ ลูกหมเี รยี นรู เปน็ ตน 2. นักเรียนพิจารณาเร่ืองท่ีชอบมากที่สุด 1 เร่ือง และวาดภาพตัวละครท่ีตนเองประทับใจจากเร่ืองท่ี อานใหส วยงาม พรอ มเขยี นเลาความประทับใจใหครูและเพ่ือน ๆ ฟงใ 5. สอ่ื การเรยี นรู้ 1. หนังสอื นิทานสง เสริมคณุ ธรรมสาหรบั เดก็ 2. ศกึ ษาจากแหลงเรยี นรูในหองสมดุ โรงเรยี น 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. การสังเกตพฤตกิ รรมในการทากจิ กรรมของนักเรียน 2. สอบถามความพึงพอใจในการเขารว มกจิ กรรม 3. ครแู ละนักเรยี นประเมินผลงานรว มกนั 7. ภาพประกอบ นิทานเร่อื ง ลกู หมีเรียนรู้ ลูกหมีเขามาในเมือง เห็นหลายส่ิงหลายอยางไมมีท่ีบาน จึงอยากรูวาส่ิงนั้น ส่ิงน้ีมีไวทาไม เชน ทางมาลายมีไวทาไม สะพานลอยมีไวทาไม แมจึงบอกลูกหมีวาทางมาลายมีไวใชในการเดินขามถนน การขามถนนตองมองซาย มองขวาใหดี ถาไมระวังอาจเกิดอุบัติเหตุไดและลูกหมีตองเขาแถวเพื่อไมให เดินชนกนั สวนสะพานลอยปลอดภัยกวาทางมา ลาย ลูกหมีไดเห็นเหลก็ ขั้นรางรถไฟท่ีมีกีดขวางอยูตรง กลางถนนก็ถามแม แมก็บอกวาเป็นสัญญาณเตือนใหรถหยุดชวยใหปลอดภัย แมหมีปลูกฝใงใหลูกหมี เปน็ คนดีมีระเบียบวนิ ัย แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู ชนั้ ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
85 นิทานเร่ือง ลูกโป่งสวรรค์ ลูกเหมียวน่งั ในตะกรา ลกู โปงุ สวรรคแลอยไปบนทองฟูา ลกู เหมียวตามหานางฟาู เพื่อขอใหนางฟูา ชว ยใหต นเรียนเกง ลูกเหมียวถามหานางฟาู จากนก ดวงจันทรแ หมูด าว และดวงอาทติ ยแ แตไมมใี คร เคยเห็นนางฟูาเลย ดวงอาทติ ยแแ นะนาใหล กู เหมียวลองไปดูคนทเ่ี รียนเกง วา เขาทาอยา งไรแลวปฏบิ ตั ิ ตาม ลกู เหมยี วไดไปเหน็ ลูกหมากาลงั ทาการบา น และลูกหมีกาลังอา นหนังสอื ลูกหมีจงึ คิดไดวาตน เปน็ ที่พึ่งแหง ตนและไมคิดพึง่ นางฟูาอีก 8. อา้ งอิงแหลง่ ทมี่ าของข้อมูล http://www.tup.ac.th/virtue/tale2.html แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู ช้ันปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3
86 กลมุ่ กิจกรรมท่ี 10 ปลกู ฝังความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษตั รยิ ์ ตัวอยา่ งกจิ กรรมท่ี 1 ๑. ช่ือกิจกรรม หนึง่ ใจ รอ้ ยมือ ลา้ นความดี ๒. เวลาทใ่ี ช้ 1 ช่ัวโมง ๓. วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพื่อใหนกั เรียนไดร ูจักการคิดวางแผนในการทางานรวมกัน ๒. เพื่อใหนักเรยี น เกิดความตระหนัก ในการรกั ชาติ ศาสนแ กษัตริยแ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครใู หนกั เรยี นรว มกนั รอ งเพลงชาต/ิ เพลงสดุดมี หาราชา 2. ครูแบงกลมุ นกั เรียนออกเปน็ ๒ กลมุ โดยใหน ักเรยี นคัดเลือกหวั หนา กลุม 3. นกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดและเสนอความคดิ เป็น Mind Mapping ในหวั ขอ ชาติ ศาสนแ กษตั รยิ แ 4. ครูใหน กั เรยี นแตละกลมุ วาดภาพระบายสที ่ีกลุมรบั ผดิ ชอบ เชน กลมุ ๑ ชาติ วาดภาพ ธงชาติ แบงเป็น ๓ สี และใหความหมาย กลุม ๒ ศาสนา วาดภาพพระในทัศนคตขิ องนกั เรียน กลุม ๓ พระมหากษตั รยิ แ วาดภาพพระมหากษัตริยแ 5. ครแู ละนกั เรยี นรว มกันสรุปอภปิ รายภาพท่ตี นเองวาด เพอื่ แสดงความรูสกึ ๕. ส่อื การเรียนรู้ ๑. กระดาษ ๒. อุปกรณวแ าดภาพ ๖. การวดั ผลและประเมินผล ๑. สงั เกตพฤติกรรมการทางาน ๒. ประเมินผลงาน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู ชั้นปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
87 ตัวอยา่ งกิจกรรมที่ 2 1. ชอื่ กจิ กรรม รกั เธอประเทศไทย 2. เวลาท่ีใช้ ๘ ชว่ั โมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อปลกู ฝใงใหนักเรียนเกดิ ความรกั และภาคภูมใิ จในประเทศไทย 2. เพื่อใหนักเรยี นมที ักษะดา นการรองเพลงปลุกใจ 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครูเขยี นเน้ือเพลงบนกระดาน ใหนกั เรยี นฝึกอาน 2. ครูเปดิ เพลงใหนักเรยี นฟงใ และรองตาม 3. ครใู หน ักเรียนฝึกรองเอง โดยไมเปดิ เพลงประกอบ 4. เมื่อนักเรยี นรองไดคลองแลว ครูอธิบายความหมายของเน้ือเพลงใหนักเรียนไดเ ขา ใจ 5. ส่อื การเรยี นรู้ 1. เนอ้ื เพลง 2. เครื่องเลน ซดี ี/ คอมพวิ เตอรแ/ คอมพิวเตอรแพกพา เปน็ ตน 3. แผน เพลง 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมีสว นรว มในการทากิจกรรมของนักเรียน 2. สงั เกตความตั้งใจในการรอ งเพลงของนักเรียน 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”ู ช้ันปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
88 เพลง รักเธอประเทศไทย เป็นตัวเป็นตน รวมเป็นคนข้ึนมาได จะโตจะตาย ไมแนนอน จะตึงจะตัง ขึงขัง หรือโอนออน แลวแตท าเพือ่ ใคร จะดีจะเลว เธอก็ยืนเคียงขาง จะจาไมจาง ยังซ้ึงใจ จะเป็นจะตาย ดีรายสักเพียงใด ฉันทาได เพื่อเธอ สาบาน วาไมเสียใจ เสยี ใคร ไมเทา เสียเธอ จะยอมใหใคร มาทารา ยเธอ เปน็ ไปไดไง แมต าย กต็ อ งยอม จะดีจะเลว เธอก็ยืนเคียงขาง จะจาไมจาง ยังซ้ึงใจ จะเป็นจะตาย ดีรายสักเพียงใด ฉันทาไดเพ่ือเธอ ของใคร ใครก็หวง หวงเธอ ดังดวงใจ ขอเธอ ไมตองหวั่นไหว หลับเถิด หลับใหสบาย สาบาน วาไมเสียใจ เสียใคร ไมเทาเสียเธอจะยอมใหใคร มาทารายเธอ เป็นไปไดไง แมตายก็ตองยอม สาบาน วาไมเสียใจ เสียใคร ไมเทาเสียเธอ จะยอมใหใคร มาทารายเธอ เป็นไปไดไง แมตายก็ตองยอม สาบาน วาไมเสียใจ เสยี ใคร ไมเ ทาเสียเธอ จะยอมใหใคร มาทารายเธอ เป็นไปไดไง รกั เธอประเทศไทย เพลง รักเมืองไทย (สรอย) รกั เมืองไทย ชูชาตไิ ทย ทานบุ ารุงใหร งุ เรือง สมเปน็ เมืองของไทย เราชาวไทยเกิดเปน็ ไทยตายเพอ่ื ไทย ไมเ คยออนนอมเราไมยอมแพใ คร ศตั รใู จกลามาแตท ิศใด ถา ขม เหงไทย คงจะไดเ หน็ ดี (สรอ ย) รักเมอื งไทย ชชู าติไทย ทานบุ ารุงใหรงุ เรือง สมเป็นเมืองของไทย เราชาวไทยเกิดเปน็ ไทยตายเพอื่ ไทย เรารักเพ่ือนบา นเราไมร านรุกใคร แตร กั ษาสิทธิ์อิสระของไทย ใครทาชา้ ใจเราจะไมถอยเลย (สรอย) รกั เมืองไทย ชชู าติไทย ทานบุ ารงุ ใหร ุงเรือง สมเป็นเมืองของไทย เราชาวไทยเกดิ เปน็ ไทยตายเพื่อไทย ถาถูกขมเหงแลวไมเกรงผใู ด ดงั งตู ัวนดิ มีพิษเหลือใจ เรารกั เมืองไทยย่ิงชีพเราเอย เพลง รักกันไว้เถิด (สรอย) รักกันไวเถิด เราเกิดรวมแดนไทย จะเกิดภาคไหน ๆ ก็ไทยดวยกัน เชื้อสาย ประเพณีไมมีขีดขั้น เกิดใตธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย ทองถ่ินแหลมทอง เหมือนทองของแม เกิดถ่ินเดียวแท เหมือนแมเดียวกันใชไหม ยามฉันมองตาคุณ อบอุนดวงใจ เห็นสายเลือดไทยใน สายตา บอกสายสมั พนั ธแ (สรอย) ทะเลแสนงามในน้ามีปลา พืชพันธแุด่ืนตา ไรนารวงทองไสว สินทรัพยแมีเกลื่อนกลน บรรพชนใหไว เราลกู หลานไทยจะรวมใจรักษาใหม น่ั (สรอย) แหลมทองโสภาดวยบารมี ปกเกลาเหลาไทยนี้รมเย็นเป็นศรีผองใส ใครคิดบังอาจหมิ่น ถ่ินทององคไแ ท เราพรอมพลใี จ ปูองถิ่นไทยและองคแราชนั ยแ (สรอ ย) แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู ช้ันปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3
89 เพลง เราสู้ บรรพบุรุษของไทยแตโบราณ ปกบานปูองเมืองคุมเหยา เสียเลือดเสียเนื้อมิใชเบา หนาท่ีเรารักษาสืบไป ลูกหลานเหลนโหลนภายหนา จะไดมีพสุธาอาศัย อนาคตจะตองมีประเทศไทย มยิ อมให ผูใ ดมาทาลาย ถงึ ขูฆาลางโคตรก็ไมหวัน่ จะสูกนั ไมห ลบหนหี าย สตู รงน้ี สูทน่ี ่ี สูจนตาย เป็นคนสุดทา ยก็ลองดู บานเมืองเราเราตองรักษา อยากทาลายเชิญมาเราสู เกยี รติศักด์ิของเราเราเชดิ ชู เราสูไมถอยจนกาวเดยี ว เพลง ไทยรวมกาลัง พระราชนิพนธใแ นพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา ฯ อยาเห็นแกตัวมัวพะวง ลมุ หลงริษยาไมควรท่ี อยา ตางคนตางแขง กันแยงดี อยา ใหชอ งไพรที ่ีมงุ ราย แมเ ราริษยากนั และกนั ไมชา พลนั จะพากนั ฉิบหาย ระวังการยยุ งสงรา ย นัน้ แหละเคร่ืองทาลายสามัคคี คณะใดศัตรูผฉู ลาด หมายมาดทาลายใหเ รว็ ร่ี ก็ยแุ ยกใหแ ตกสามคั คี เชน กษตั รยิ แลจิ ฉวีวงศแโบราณ พราหมณผแ ูเดียวรับใชไปยุแหย สาระแนยญุ าติใหแตกฉาน จนเวลาศัตรจู ูไปราญ มวั เกยี่ งกันเสยี การ เสียนคร ฉะนน้ั ไซรข อไทยจงรวมรัก จงรว มสมัครสโมสร เอาไวเผื่อเมื่อมีไพรีรอน จะไดสูดัสกรดว ยเต็มแรง ไทยรวมกาลงั ตง้ั มั่น จะสามารถปูองกนั ขนั แขง็ ถงึ แมวาศัตรูผมู แี รง มายุทธแยง กจ็ ะปลาศไป ขอแตเพียงไทยเราอยาผลาญญาติ รวมชาตริ วมจิตเป็นขอ ใหญ ไทยอยามงุ รายทาลายไทย จงพรอ มใจพรอมกาลังระวังเมือง ใหน านาภาษาเขานิยม ชมเกียรตยิ ศ ฟเู ฟ่ือง ชวยกันบารงุ ความรงุ เรอื ง ใหชอื่ ไทยกระเดื่องท่ัวโลกา ชว ยกันเตม็ ใจใฝผุ ดุง บารุงทง้ั ชาติศาสนา ใหอยูจนสิน้ ดนิ ฟูา วัฒนาเถิดไทยไชโย 8. อ้างอิงแหล่งท่มี าของข้อมลู www.baanjomyut.com pairach.com meemodel.com boxza.com แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลาร”ู ชัน้ ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
90 ตัวอยา่ งกิจกรรมที่ 3 1. ช่อื กิจกรรม สมาธเิ สรมิ ปัญญา 2. เวลาที่ใช้ ๑ ช่ัวโมง 3. วัตถุประสงค์ 1. รูและเขาใจวิธกี ารนงั่ สมาธิไดอ ยา งถกู ตอ ง 2. เพ่ือใหน ักเรยี นนาการนั่งสมาธิไปประยกุ ตแใชในชวี ิต 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. นักเรียนสวดมนตแแ ละแปลความหมาย 2. นกั เรียนทาสมาธิในอิรยิ าบถตา ง ๆ เชน ยนื เดิน น่งั เปน็ ตน 3. นักเรยี น แผเมตตาและอทุ ศิ สว นกุศล 5. ส่อื การเรียนรู้ 1. หนงั สอื สวดมนตแ 2. รปู การฝึกสมาธิเบ้ืองตน 6. การวัดผลและประเมินผล สงั เกตพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรม 7. ภาพประกอบ 8. อ้างอิงแหล่งที่มาข้อมลู http://www.rimphaka.ac.th/index.php/2015-07-15-14-33-04/2015-07-17-02-38-36 หมายเหตุ อาจจดั กิจกรรมน้ีในวันทม่ี ีครพู ระสอนศีลธรรมท่ีโรงเรียน แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู ชนั้ ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
91 ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 4 1. ช่ือกิจกรรม เรอ่ื งเลา่ จากลกู ของพ่อ 2. เวลาที่ใช้ 1 ชวั่ โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือปลูกฝงใ ใหน ักเรียนมคี วามจงรกั ภักดตี อสถาบันพระมหากษตั ริยแ 2. เพื่อปลูกฝงใ คุณธรรมสาหรับนกั เรียน 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. นักเรยี นอานบทพระราชนิพนธแ เรอื่ ง เดนิ ตามรอยเทาพอ ของสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ๒. ครูถามนักเรยี นโดยใชคาถามดังนี้ 1. ฉนั ในบทพระราชนิพนธนแ ห้ี มายถงึ ใคร 2. พอ ในบทพระราชนิพนธแน้หี มายถงึ ใคร 3. สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ เสดจ็ ตามพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห ัวฯไปทใี่ ด 4. ในปาุ ใหญน ั้นมสี ภาพแวดลอ มเป็นอยางไร 5. สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ ตรัสกับพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั ฯวา อยางไร 6. พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหวั ฯทรงสอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯวาอยางไร ๓. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อกระตุนใหนักเรียนสานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ท้ังพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูห วั ฯ และสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ ทรงมตี อประชาชนชาวไทย โดยใชคาถามดังนี้ 1. จากบทพระราชนิพนธแถาพระบาทสมเด็จพระเจาอยูฯและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ไมเ สดจ็ ไปในทีล่ าบาก นากลัว และทรุ กันดารไดหรือไม 2. ทาไมท้ังสองพระองคแจงึ ตองเสดจ็ ไป 3. จากการอา นบทพระราชนพิ นธแเรอ่ื งนี้แสดงใหเหน็ ถึงคุณธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ในเรอื่ งใดบา ง 4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขอคิดที่ไดจากการอานบทพระราชนิพนธแและถามนักเรียนวาในฐานะ ทนี่ กั เรียนเปน็ ประชาชนชาวไทยนกั เรียนควรจะประพฤติปฏิบัติตนอยา งไรเพ่ือใหสมกับพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทั้งสองพระองคทแ รงมตี อเราชาวไทย 5. ส่อื การเรียนรู้ บทพระราชนิพนธแ เรื่อง เดินตามรอยเทาพอ แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลาร”ู ช้ันปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3
92 6. การวดั และประเมนิ ผล ประเมินจากการแสดงความคิดเห็นของนักเรยี นที่ไดจากการอานบทพระราชนิพนธแ 7. ภาพประกอบ 8. อา้ งอิงแหลง่ ทีม่ าของขอ้ มลู ทมี่ าของภาพประกอบ http://www.love4home.com แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”ู ช้นั ปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3
93 ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 5 1. ช่อื กจิ กรรม ตน้ ไม้ของพ่อ 2. เวลาท่ีใช้ 1 ช่ัวโมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพอ่ื ปลกู ฝใงความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริยแ 2. เพื่อสรางจิตสานกึ ในการทาความดี 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครนู าวดี ทิ ัศนแเก่ียวกับพระราชกรณียกจิ ในพระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวมาเปดิ ใหน ักเรียนชม 2. แบง กลุมนักเรียนออกเป็นกลมุ ๆ ละ 5 - 6 คน เลอื กประธาน เลขา แลว ใหนักเรียนอภิปราย กลุม ตามหวั ขอตอไปนี้ 1. จากวีดิทศั นแ นักเรยี นชมแลวรูสึกอยา งไร 2. นกั เรียนคดิ วา ในหลวงทาประโยชนอแ ะไรแกคนไทยบาง 3. นักเรียนคิดวา จะทาอะไรเป็นการทาดีตอบแทนไดบาง 3. ใหนักเรียนแตล ะกลมุ สง ตัวแทนออกมานาเสนอหนา ช้นั เรยี น 4. แจกกระดาษรูปใบไมใหนักเรียนคนละ 1 ใบ ใหนักเรียนเขียนความดีคนละ 3 ประการ เพื่อ ถวายแดใ นหลวง พรอ มตกแตงใหส วยงาม 5. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวบรวมกระดาษรปู ใบไมทท่ี าเสร็จแลว มาเจาะรู รอยเชอื ก นาไปติดประดับ บนกงิ่ ไมท ่คี รูเตรียมไวให ชว ยกันตกแตงใหส วยงาม 5. ส่อื การเรียนรู้ 1. วดี ิทศั นแเกีย่ วกับพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจา อยหู วั ฯ 2. กระดาษตดั เป็นรูปใบไมต ามจานวนนกั เรียน 3. เชอื ก ท่เี จาะรกู ระดาษ 4. กระถาง กิ่งไมที่จะนามาตกแตงเปน็ ตน ไมของพอ 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. สงั เกตการมสี ว นรวมในการอภปิ รายกลุม 2. ประเมนิ ช้ินงาน แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”ู ช้ันปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
94 กลุ่มกจิ กรรมที่ 11 ปลกู ฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม ตัวอย่างกจิ กรรมที่ 1 ๑. ช่ือกิจกรรม รักษ์ส่งิ แวดล้อม (หนูนอ้ ยรกั ความสะอาด) ๒. เวลาท่ใี ช้ 1 ชวั่ โมง ๓. วตั ถุประสงค์ ๑. เพอื่ ใหนักเรียนรจู ักเก็บ และท้ิงขยะใหถกู ที่ ๒. เพอ่ื ใหนกั เรยี นรจู ักรักษาสง่ิ แวดลอ ม ๓. เพ่ือใหนักเรียนรจู ักใชเวลาวางใหเ กดิ ประโยชนแ ๔. เพ่อื ใหนักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบ และมวี นิ ัยในตนเอง ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครสู นทนากับนักเรียนเร่ืองการทาความสะอาดบรเิ วณที่รับผดิ ชอบ และแบง กลมุ ในการทากิจกรรม 2. ครูและนักเรยี นชวยกนั สารวจบริเวณโรงเรียนในเร่ืองความสะอาดและปรมิ าณขยะ 3. ใหแ ตล ะกลมุ ชวยกันวาดภาพขยะท่พี บมากท่สี ดุ วาเปน็ ขยะชนิดใด หรอื อุปกรณแอะไรทไี่ มไดเก็บเขาท่ี โดยใหต ัวแทนแตล ะกลมุ ออกมาบอกวามสี ภาพเชน ไร ไปพบทไ่ี หน จะตอ งปรบั ปรงุ แกไขอยางไร 4. ครูพานักเรียนเก็บและแยกขยะ เป็นการฝึกนักเรียนใหรูจักขยะแตละชนิด ชนิดใดที่สามารถนามา แปรรูป ชนดิ ใดสามารถนาไปเป็นรายได หรอื ชนิดใดนาไปเป็นผลติ ภัณฑแ 5. ใหนักเรียนบอกวิธีการกาจัดขยะในความคิดของนักเรียนวาควรใชวิธีใด ท่ีจะทาใหไมกอใหเกิด มลภาวะเปน็ พิษ เชน กระดาษหรือถุงพลาสติกควรทาอยางไร และสามารถบอกประโยชนแและโทษของการมีขยะ 6. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวาขยะมีกี่ประเภท ชนิดใดท่ีนามาใชประโยชนแและไมเป็นอันตราย ตอส่ิงแวดลอ ม ๕. สอ่ื การเรียนรู้ ๑. กระดาษปร฿ูฟ จานวน ๕ แผน ๒. สีไม เทากบั จานวนกลุม ๖. การวดั และประเมนิ ผล ๑. ชิ้นงาน ๒. การสังเกตพฤตกิ รรม แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร”ู ชัน้ ปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3
95 ตัวอย่างกิจกรรมที่ 2 ๑. ช่ือกิจกรรม รกั ษส์ ่ิงแวดล้อม (ทรพั ยากรในโรงเรียน) ๒. เวลาท่ใี ช้ 1 ช่ัวโมง ๓. วัตถุประสงค์ ๑. เพอ่ื ใหนักเรยี นไดต ระหนักและใชทรัพยากรของตนเองและสว นรวมอยางประหยัดและคมุ คา ๒. เพื่อใหนักเรียนสามารถประยกุ ตนแ าแนวคดิ ความพอเพียงไปใชในชีวติ ประจาวันได ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. แบงนักเรียนออกเปน็ ๕ กลมุ คละชาย - หญงิ โดยตงั้ หวั หนา กลุมในการทากิจกรรม 2. ใหนักเรียนออกไปสารวจอุปกรณแหรือทรัพยากรภายในโรงเรียนท่ีมีการใชอยางฟุมเฟือยส้ินเปลือง ไมเ หน็ คณุ คา และไมร บั ผิดชอบตอ สวนรวม ภายใน ๑๐ นาที 3. ใหแ ตล ะกลุมวาดภาพอุปกรณทแ ่ไี ปสารวจและใหตัวแทนแตละกลุมออกมาบอกวามีสภาพเชนไร ไปพบท่ไี หน จะตอ งปรบั ปรงุ แกไขอยางไร 4. ครูยกตัวอยางภายในหองเรียน วาถาไมมีนักเรียนภายในหองแตเปิดพัดลมไวจะทาใหเสียคาไฟฟูา โดยไมจ าเป็น 5. นกั เรยี นและครูชวยกนั สรปุ วาของทุกอยางทั้งของสวนตัวและสวนรวม ทุกคนควรใชอยางประหยัด เพ่ือใหเ กิดประโยชนแและคุม คา มากที่สดุ ๕. สอื่ การเรยี นรู้ ๑. กระดาษปร฿ูฟ จานวน ๕ แผน ๒. สไี ม เทากบั จานวนกลมุ ๖. การวัดและประเมินผล สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานเปน็ กลุม แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู ชั้นปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3
96 ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 3 ๑. กจิ กรรม รกั ษ์สิง่ แวดล้อม (บ้านน้อยหลังที่สอง) ๒. เวลาที่ใช้ 1 ชั่วโมง ๓. วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อสรา งจิตสานึกใหนกั เรียนรูคุณคาของการใชท รัพยากรอยา งพอเพยี ง มีระเบียบวนิ ยั และ ความรับผดิ ชอบตอสงั คม ๒. เพื่อใหนักเรียนตระหนักถึงหนาที่และความรบั ผดิ ชอบตอสว นรวม ๔. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. แบง นักเรียนออกเปน็ ๕ กลมุ คละชาย – หญงิ โดยต้ังหวั หนากลมุ ในการทากิจกรรม 2. ใหนักเรียนออกไปสารวจภายในโรงเรียน (มีอาคารเรียน โรงอาหาร หองพิเศษตาง ๆ หองสวม เป็นตน ) โดยสงั เกตวา สถานท่ีใด มอี ะไรใหพบเห็น มคี วามสะอาดเป็นระเบียบ หรือเสี่ยงตอการเกิดอุบัติเหตุ โดยใหแตละกลมุ ใหคะแนนสี ดังน้ี ก. สีแดง หมายถึง พ้ืนท่เี สยี่ ง ตอโรคภยั ไขเ จ็บ ดแู ลว ไมสบายตา มีขยะมาก ข. สีสม หมายถงึ พื้นท่ีเรม่ิ มีความเสี่ยง ตองชว ยกนั ดูแล ค. สเี ขียว หมายถงึ เป็นพนื้ ทท่ี ป่ี ลอดโรค สะอาดสามารถเปน็ แบบอยา งได 3. หลงั จากเสร็จการสารวจใหแตละกลมุ แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ ดงั นี้ ก. สถานที่ ทสี่ ารวจมสี ภาพเปน็ อยา งไร ข. นักเรยี นเคยใชส ถานท่นี ้ันหรือไม และเคยเขา มาดแู ลสถานทีน่ ี้บางหรอื ไม ค. ถา โรงเรียนมสี ถานทเ่ี ป็นสีแดง นักเรยี นจะรสู ึกอยา งไร และจะแกไ ขอยางไรใหเ ป็นสีเขียว 4. ครูใหน ักเรยี นแตล ะกลุมนาเสนอผลงาน 5. นกั เรยี นและครูชวยกนั สรปุ กิจกรรม ๕. ส่อื การเรยี นรู้ ๑. กระดาษโปสเตอรแ จานวน ๕ แผน ๒. สีเมจกิ สีแดง สสี ม สเี ขยี ว เทากบั จานวนกลุม 3. ใบความรู ๖. การวัดและประเมนิ ผล สงั เกตพฤติกรรมการทางานเปน็ กลุม แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”ู ชนั้ ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184