Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore edu-class-reduce02

edu-class-reduce02

Published by Phrapradaeng District Public Library, 2019-05-14 10:32:57

Description: edu-class-reduce02

Search

Read the Text Version

47 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”฾ู ชัน้ ปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3

48 ตัวอย่างกิจกรรมที่ 2 1. ช่อื กิจกรรม สนุกคดิ กบั วทิ ยาศาสตร์ 2. เวลาทใ่ี ช้ 1 ชว่ั โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือฝกึ ทักษะการสืบเสาะหาความรู฾ โดยวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตรแ 2. เพ่ือให฾นกั เรยี นเกดิ จติ วิทยาศาสตรแ (Scientific mind) 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. แบ฽งนักเรยี นออกเปน็ กลมุ฽ ๆละ 3 - 4 คน (ตามความสมัครใจของนักเรียน) 2. นักเรียนแต฽ละกล฽ุมรวบรวมวัตถุต฽าง ๆ ที่อย฽ูใกล฾ตัว หรอื รอบ ๆ โรงเรียน เช฽น ยางลบ ก฾อนหิน หลอดกาแฟ ช฾อน ขวดนา้ ดนิ นา้ มัน ฯลฯ 3. ครูตง้ั คาถามชวนคดิ 1. ถา฾ นักเรียนอยากรว฾ู ฽าวตั ถุใดจมน้า และวัตถุใดลอยน้า นักเรียนจะมีวธิ ีการทดลองอย฽างไร 2. ถ฾าจะทาให฾วตั ถุทลี่ อยน้า จมลงในน้า นักเรยี นจะมีวธิ ีการอย฽างไร 4. นักเรียนแต฽ละกลุ฽มร฽วมกันคิด นาเสนอวิธีการทดลองและลงมือปฏิบัติการทดลอง ซ่ึงจะได฾แนวทาง การตอบคาถาม 1. นาวัตถุหลาย ๆ ชนดิ ทีเ่ ตรยี มไวใ฾ สล฽ งในอา฽ งทม่ี นี ้า สงั เกตวา฽ วัตถุใดลอยน้าไดแ฾ ละวัตถใุ ดจมนา้ ได฾ 2. ถ฾าจะให฾วัตถุท่ีลอยน้าจมลงในน้าก็ต฾องใช฾วัตถุที่หนักกว฽าถ฽วงลงไป (นักเรียนได฾ฝึกทักษะ การคิดสรา฾ งสรรคแ คดิ นอกกรอบ คิดแกป฾ ใญหา 5. นกั เรียนแต฽ละกลุ฽มสรุปผลท่ีไดจ฾ ากการเรียนรู฾ หลังจากท่ีได฾ปฏบิ ตั ิกิจกรรม 5. สือ่ การเรียนรู้ วตั ถชุ นิดต฽าง ๆ เช฽น ยางลบ ก฾อนหิน หลอดกาแฟ ชอ฾ น ขวดน้า ดนิ นา้ มนั อา฽ งน้า ฯลฯ 6. การวัดและประเมนิ ผล ประเมนิ ตามสภาพจรงิ จากการปฏิบตั กิ ารทดลองของนกั เรยี น แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร”฾ู ช้ันปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3

49 ตัวอย่างกิจกรรมที่ 3 1. ชอื่ กิจกรรม Domino (โดมโิ น) คาศัพทห์ รรษา 2. เวลาท่ีใช้ 1 ชวั่ โมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. นักเรยี นได฾ทบทวนคาศพั ทแของบทเรียน 2. นักเรยี นสามารถจดจาคาศัพทไแ ด฾ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ให฾นกั เรียนแบ฽งกลุม฽ ๆ ละ 2 - 5 คน 2. ให฾นกั เรียนสมุ฽ เลือกตัวโดมิโน คนละ 6 ชนิ้ 3. ครูสุม฽ ตวั โดมโิ นตวั แรก แล฾วให฾นกั เรยี นนาตวั โดมิโนมาเรียงตอ฽ ๆ กนั ให฾ความหมายตรงกนั 5. สื่อการเรยี นรู้ ตัวโดมโิ นคาศพั ทภแ าษาอังกฤษ 6. การวดั และประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการทากจิ กรรมของนักเรยี น 2. การซักถาม 7. ภาพประกอบ CARROT APPLE CAT TOMATO แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู฾ ชน้ั ปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3

50 ตัวอยา่ งกิจกรรมที่ 4 ๑. ชื่อกิจกรรม จิก๊ ซอวส์ ัมพนั ธ์ ๒. เวลาที่ใช้ ๑ ชวั่ โมง ๓. วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพอื่ ให฾นักเรียนรู฾จักการคดิ วางแผนในการทางานร฽วมกนั ๒. เพ่อื ส฽งเสรมิ ให฾นักเรยี นรจู฾ ักการลาดบั ความสาคัญต฽าง ๆ ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ครูแบง฽ กลุ฽มนกั เรียนตามความสมัครใจของนักเรยี น กลุ฽มละประมาณ 3 - 5 คน 2. มอบตัวต฽อจ๊ิกซอวแ ขนาด 50 - 100 ชนิ้ ให฾กลุ฽มละ ๑ ชุด (หรอื ให฾เหมาะสมกับจานวนนักเรียน ท่แี บง฽ กลม฽ุ ) 3. ครูอธบิ ายการตอ฽ จ๊ิกซอวแ โดยเนน฾ เรื่องการวางแผนและการทางานเป็นทีม 4. ให฾แต฽ละกล฽ุมวางแผนในการต฽อจ๊ิกซอวแให฾เสร็จสมบูรณแภายในเวลา 10 - 20 นาที (ขึ้นอยู฽กับ ขนาดของจิก๊ ซอวแ) 5. เมอ่ื กล฽มุ ใดต฽อเสรจ็ ใหป฾ รบมือพร฾อมกนั 6. ครสู อบถามนกั เรยี นในกลุ฽มท่ีต฽อจิ๊กซอวแเสร็จสมบูรณแแล฾ว ว฽าทาอย฽างไร ถ฾านักเรียนทาเพียงคนเดียว จะสาเร็จหรือไม฽ เสร็จทนั ตามเวลาหรือไม฽ 7. ครสู รุปความสาคญั ของกระบวนการทางานเป็นทีมและการวางแผน ๕. สื่อการเรยี นรู้ จ๊กิ ซอวแ ขนาด 50 - 100 ชนิ้ (หรือใหเ฾ หมาะสมกบั จานวนนักเรียนท่ีแบ฽งกลุ฽ม) จานวนเท฽ากับกลุ฽ม ของนกั เรยี น ๖. การวดั และประเมนิ ผล สังเกตพฤตกิ รรมการทางานเปน็ ทีม แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”฾ู ชน้ั ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

51 ตวั อยา่ งกิจกรรมที่ 5 1. ช่อื กจิ กรรม บงิ โกจานวนนบั 2. เวลาท่ีใช้ ๑ ชัว่ โมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือพัฒนาทกั ษะในการคดิ คานวณของนกั เรียน 2. จดั กจิ กรรมเชิงสรา฾ งสรรคเแ พ่ือสง฽ เสริมการเรียนรู฾ในวชิ าคณิตศาสตรขแ องนักเรียน 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูแบง฽ กลมุ฽ นักเรยี นออกเป็นกลุ฽ม ๆ ละเทา฽ ๆ กัน 2. ครูจัดกิจกรรมโดยการแจกแผ฽นเกมบิงโกจานวนนับให฾กับนักเรียนแต฽ละกลุ฽ม โดยให฾แต฽ละกลุ฽ม หาคาตอบจากโจทยกแ ารบวกเลข ลบเลข 3. ครแู ละนักเรียนร฽วมกนั ตรวจคาตอบท่ีถกู ต฾อง กลุ฽มท่ีหาคาตอบได฾ในแนวเดยี วกนั ก฽อน ถอื ว฽าเป็น ผ฾ูชนะและเร่ิมต฾นเกมใหม฽ 5. สื่อการเรยี นรู้ 1. เกมบงิ โกจานวนนบั 6. การวดั และประเมนิ ผล ตรวจคาตอบจากการจดั กิจกรรมเชิงสร฾างสรรคแท่คี รูจัดข้นึ 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร”฾ู ชัน้ ปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3

52 ตัวอยา่ งกจิ กรรมที่ 6 1. ชอ่ื กจิ กรรม เซยี นคณติ …คิดเลขเรว็ 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ชว่ั โมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อพฒั นาทกั ษะการคดิ คานวณใหก฾ บั นักเรียน 2. เพ่ือแก฾ปใญหาดา฾ นการคิดคานวณสาหรับนกั เรยี นท่ีมีปใญหา 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูเตรียมบัตรประโยคสัญลักษณแการบวก การลบ ท่ีตรงตามบทเรียนเพ่ือฝึกทักษะการคิดคานวณ โดยเร่มิ ตน฾ จากงา฽ ยไปหายาก 2. นักเรียนร฽วมเล฽นเกม เซียนคณิต...คิดเลขเร็ว โดยให฾นักเรียนส฽งตัวแทนท่ีคิดเลขได฾เร็วและถูกต฾อง ที่สุดในห฾องออกมาทาหน฾าท่ีเป็นคุณครู แล฾วนักเรียนคนอ่ืนเข฾าแถวและออกมาคิดคาตอบจากบัตรประโยค สญั ลักษณแการบวก การลบ ท้ังหมด 10 ชุด ๆ ละ 5 ขอ฾ โดย จะมีทั้งหมด 2 รอบ คอื รอบที่ 1 คิดคานวณคาตอบจากบัตรประโยคสัญลักษณแ การบวก การลบ 5 ข฾อ ไม฽มีการจับเวลา (อาจจะแข฽งกนั ระหว฽างหญงิ กบั ชาย) รอบที่ 2 คิดคานวณคาตอบจากบัตรประโยคสัญลักษณแการบวก การลบ 5 ข฾อ โดยจับเวลา 1 นาที (แข฽งกับเวลา) 3. เม่ือนกั เรยี นคานวณคาตอบถกู ทัง้ หมด 5 ข฾อ ภายในเวลา 1 นาที นกั เรยี นจะได฾ปใ้มแสตมป฼ เซียนคณิต คดิ เลขเร็ว เพื่อเป็นการสะสมเมอ่ื ส้นิ สุดให฾นามาแลกของรางวลั กบั ครผู สู฾ อน 4. ครูและนักเรยี นรว฽ มกนั สรุปถงึ เกมเซยี นคณิต...คิดเลขเร็ว 5. ในคร้งั ตอ฽ ไปจะเพม่ิ ความยากของประโยคสัญลักษณโแ ดยทากิจกรรมตามขอ฾ 2 - 3 5. สอื่ การเรยี นรู้ 1. บัตรประโยคสัญลักษณแการบวก การลบ (ขึ้นอยู฽กับครูผู฾สอนกาหนดให฾ตรงกับเนื้อหาสาระท่ีเรียน ในขณะน้ัน) 6. การวัดและประเมินผล 1. ตรวจความถูกต฾องและความรวดเร็วในการคิดคานวณ 2. สงั เกตพฤติกรรมในการทากจิ กรรมของนักเรียน แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”฾ู ชั้นปะถมศึกษาปีท่ี 1 - 3

53 7. ภาพประกอบ ตวั อย่างชุดกิจกรรมที่ 1 การบวก 1) 7 + 3 = 2) 6 + 4 = 3) 1 + 9 = 4) 5 + 5 = 5) 2 + 8 =   ตัวอย่างชดุ กิจกรรมที่ 1 การลบ 1) 7 - 3 = 2) 6 - 4 = 3) 9 - 1 = 4) 5 - 5 = 5) 8 - 2 =   8. อา้ งอิงแหลง่ ที่มาของขอ้ มูล โจทยจแ ากหนังสือเรยี นคณติ ศาสตรแพนื้ ฐานช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 (หนงั สอื เสรมิ อนื่ ก็ได฾ตาม ครูผส฾ู อนเห็นสมควร) แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”ู฾ ชน้ั ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3

54 ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 7 1. ชอ่ื กจิ กรรม ปริศนาท้าทาย 2. เวลาท่ใี ช้ 1 ชัว่ โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อใหน฾ ักเรียนอ฽านออกสียงคาคล฾องจองได฾ 2. เพ่ือใหน฾ กั เรียนบอกความหมายของคาคลอ฾ งจองได฾ 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูนาบตั รปรศิ นาคาคล฾องจองที่เป็นบทร฾อยกรองขนึ้ มาอ฽านให฾นกั เรยี นฟงใ ให฾นักเรยี นอา฽ นตาม เช฽น ตวั ฉันคอื ใคร วิง่ ไวแปดขา มีกา฾ มคหู฽ น฾า เดนิ ขาไมต฽ รง 2. ครูให฾นกั เรยี นลองทายคาตอบ แลว฾ นาบตั รภาพชูให฾นกั เรียนดูเปน็ การเฉลย 3. ครใู ห฾นักเรียนนาบตั รปรศิ นาคาทายและบัตรภาพไปติดวางค฽ูกัน ตัวฉันคอื ใคร วงิ่ ไวแปดขา มีกา฾ มคูห฽ นา฾ เดนิ ขาไม฽ตรง 4. แบ฽งกล฽ุมนักเรียนออกเป็นกลุ฽ม ๆ ละ 5 - 6 คน ให฾ส฽งตัวแทนมารับซองบัตรภาพ แล฾วอธิบาย วิธีการเล฽นกับนักเรียนว฽าเม่ืออ฽านปริศนาคาทายจบ ให฾นักเรียนแต฽ละกลุ฽มชูบัตรภาพท่ีเป็นคาตอบ กลุ฽มใด ตอบถกู ต฾องก฽อนจะได฾รบั คะแนน 5. ครูนาแถบปรศิ นาคาทายชดุ ใหมต฽ ิดบนกระดาน แล฾วให฾นักเรียนอ฽านพร฾อมกัน เม่ืออ฽านจบครูทา สัญญาณให฾นักเรียนชูบัตรภาพทายปริศนา แล฾วบันทึกคะแนนให฾นักเรียนแต฽ละกลุ฽ม ทาเช฽นนี้ไปจนกว฽าจะ จบกิจกรรม 5. ส่อื การเรียนรู้ 1. แถบปรศิ นาคาทายบทร฾อยกรอง 2. บัตรภาพ แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”฾ู ชนั้ ปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3

55 6. การวดั และประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมีสว฽ นร฽วมในการทากจิ กรรมของนักเรยี น 2. ประเมินความร฾คู วามเขา฾ ใจจากความถูกต฾องในการทายปรศิ นา 7. ภาพประกอบ ตวั ฉนั คอื ใคร สอนใหค฾ วามรู฾ ลกู ศษิ ยกแ ตัญโู ความรมู฾ ากมี ฉันคอื อะไร ไว฾ใสอ฽ าหาร ทงั้ คาวและหวาน เรยี กขานเปน็ เถา ฉันคอื อะไร บา฾ งใชผ฾ ูกผม ของขวัญน฽าชม นิยมพอใจ ฉนั คอื ดอกไม฾ ปลูกไว฾หลายท่ี กลิน่ หอมมากมี มีหนามแหลมคม ฉันคอื อะไร ลอยไปบนฟาู สีขาวงามตา ตกมาเปน็ ฝน ฉนั เป็นดอกไม฾ ใชไ฾ หว฾บูชา แทนคณุ มารดา ชอ่ื วา฽ อะไร ฉันเป็นของใช฾ เอาไว฾สางผม ใครใครนิยม ทาผมเรยี บดี 8. อา้ งอิงแหล่งท่ีมาของข้อมลู เอกสารชุดแนวทางการพัฒนาการเรียนร฾ูสาหรับนักเรียนท่ีมีความบกพร฽องทางการเรียนรู฾ ชุดท่ี 2 เลม฽ ที่ 4 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”฾ู ช้นั ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3

56 ตัวอยา่ งกจิ กรรมท่ี 8 1. ชอื่ กจิ กรรม เครือ่ งบนิ กระดาษ 2. เวลาที่ใช้ 1 ชั่วโมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือให฾นักเรยี นสามารถสรุปวธิ กี ารพับเครื่องบนิ กระดาษไดอ฾ ยา฽ งถูกต฾อง 2. เพ่ือให฾นักเรียนมีการทางานเป็นขั้นตอนและมีกระบวนการทางานท่ีถูกต฾อง 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. แจกกระดาษ A4 ให฾นักเรยี นคนละ 1 แผน฽ 2. ครูสาธิตวธิ กี ารพับท่ีถูกต฾องพร฾อมมีแผ฽นตวั อยา฽ งเพือ่ ให฾นักเรยี นได฾ศึกษาวธิ กี ารพบั ที่ถกู ตอ฾ ง 3. ครูใหค฾ าแนะนาพร฾อมอธิบายและสาธติ ตัวอย฽างเพ่ือใหน฾ ักเรียนได฾ศึกษาวิธีการพบั ที่ถกู ตอ฾ ง 4. นักเรยี นทดลองการร฽อนเคร่ืองบนิ กระดาษ 5. ครสู รุปการทดลองการรอ฽ นเคร่ืองบนิ กระดาษโดยใชแ฾ รงและการเคลือ่ นท่ี 5. สอ่ื การเรยี นรู้ 1. ทาแผ฽นตัวอย฽างขนาด 1x1 เมตร 2. กระดาษ A4 6. การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข฾ารว฽ มกิจกรรม 2. ความถูกต฾องในการพบั กระดาษ 7. ภาพประกอบ 8. อา้ งอิงแหลง่ ที่มาของข้อมลู http://www.unigang.com/Article/364 แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”ู฾ ชน้ั ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

57 ตวั อย่างกิจกรรมที่ 9 1. ชอื่ กจิ กรรม ต้นอะไรเอ่ย 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ช่วั โมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือสง฽ เสรมิ ให฾นกั เรียนได฾ร฾ูจักต฾นไม฾ชนิดต฽าง ๆ 2. เพื่อกระตนุ฾ ให฾นกั เรียนเกิดความสนใจในการเรียนมากข้ึนโดยเรียนรจ฾ู ากประสบการณแตรง 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. สนทนาถึงพชื ต฾นไมช฾ นดิ ต฽าง ๆ และใหน฾ กั เรยี นเล฽าประสบการณแท่เี คยพบ 2. ใหน฾ กั เรยี นเดนิ สารวจพืชชนดิ ต฽าง ๆ ในบริเวณโรงเรียน และเกบ็ ข฾อมูล 3. แบ฽งชนิดของพืชท่ีสารวจพบ เชน฽ ไมด฾ อก ไม฾ประดับ ไม฾ผล ผกั เป็นตน฾ 4. ครูบอกประเภท และให฾นักเรยี นตอบว฽ามีพืชชนิดใดบา฾ ง เชน฽ ผัก ไมผ฾ ล เป็นต฾น 5. ครแู ละนักเรียนร฽วมกนั สรุปความรู฾ท่ไี ด฾ 5. สื่อการเรยี นรู้ ต฾นไมภ฾ ายในโรงเรยี น 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. สังเกตการร฽วมกิจกรรม 2. สังเกตการตอบคาถาม แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”฾ู ชน้ั ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3

58 ตัวอย่างกิจกรรมที่ 10 1. ช่อื กจิ กรรม ระบบสรุ ยิ ะ 2. เวลาท่ีใช้ 3 ช่ัวโมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือใหน฾ ักเรียนเรียนรเ฾ู ก่ียวกับดวงดาวในระบบสุริยะ 2. เพ่ือให฾นกั เรยี นสนุกสนานกับการเรียน 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชวั่ โมงท่ี 1 1. ครสู นทนาเกี่ยวกบั ดวงดาวบนท฾องฟูา และระบบสุริยะจกั รวาล 2. ครใู ห฾นกั เรียนดสู ารคดี เรอื่ งระบบสุรยิ ะจักรวาลในห฾องโสตฯ/ห฾องคอมพวิ เตอรแ เป็นต฾น 3. ครซู ักถามว฽านักเรยี นชอบดาวดวงใดในระบบสุรยิ ะจกั รวาล เพราะเหตุใด ชว่ั โมงท่ี 2 1. ครใู หน฾ ักเรยี นดภู าพของระบบสรุ ยิ ะจกั รวาล และร฽วมกนั ทบทวนความร฾เู ดมิ 2. ครแู จกบัตรภาพสวมศีรษะรปู ดวงอาทิตยแ และดาวเคราะหใแ นระบบสรุ ิยะ ได฾แก฽ดาวพุธ ดาวศุกรแ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัส ดาวเสารแ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน และดาวพลูโตโดยให฾นักเรียนสวมศีรษะบัตรภาพ เปน็ ดวงดาว และใชค฾ าถามใหป฾ ฏิบัติ เชน฽ 1. เรยี งจากวงโคจรรอบดวงอาทิตยแ 2. เรียงตามขนาดของดวงดาว 3. เรยี งตามพยัญชนะต฾นของดวงดาว 3. ครูให฾นกั เรียนวาดภาพ และระบายสดี วงดาว ทีต่ นเองชอบ ชัว่ โมงท่ี 3 1. ครทู บทวนเร่อื งดวงดาวในระบบสุรยิ ะจกั รวาล 2. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี นสวมศรี ษะบัตรภาพดวงอาทติ ยแ และดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาล 3. ครูตั้งคาถาม และให฾เพื่อน ๆ บอกว฽าหมายถึงใคร เช฽น ดาวที่มีลักษณะคล฾ายโลก ดาวท่ีอย฽ูใกล฾ ดวงอาทติ ยแท่ีสดุ ดาวท่อี ย฽ูหา฽ งจากดวงอาทติ ยทแ ่ีสดุ ดาวที่มีขนาดเลก็ ท่ีสุด ดาวทีส่ วยทีส่ ุด ฯ แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3

59 5. สอ่ื การเรยี นรู้ บัตรภาพสวมศรี ษะรปู ดวงอาทติ ยแ และดาวเคราะหแในระบบสรุ ิยะ 6. การวดั และประเมนิ ผล สงั เกตการรว฽ มกจิ กรรม 7. ภาพประกอบ ตวั อย฽างบัตรภาพสวมศรี ษะ 8. อ้างอิงแหลง่ ท่มี าของข้อมลู https://sites.google.com/site/rabbsuriyacakrwal99/daw-kheraah-ni-rabb-suriy- cakrwal แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”฾ู ชัน้ ปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3

60 ตัวอยา่ งกจิ กรรมที่ 11 1. ช่อื กิจกรรม วิทยาศาสตรแ์ สนสนุก.....ขวดเปา่ ลูกโป่ง 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ช่ัวโมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. นกั เรยี นสารวจ ทดลองเกี่ยวกับสมบตั ิของอากาศ ๒. เพอ่ื ใหน฾ ักเรียนเกดิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. แบ฽งนกั เรยี นออกเปน็ กล฽ุม ๆ ละ 4 - 5 คน 2. นกั เรียนแต฽ละกล฽มุ ทาการทดลองเรื่อง ขวดเปาุ ลกู โปงุ ตามวิธีทดลอง ดงั นี้ - เปาุ ลกู โปงุ ให฾ยดื ตวั ก฽อนทดลองสัก 2 รอบ ใสเ฽ บกกิ้งโซดาลงในขวดแกว฾ เตมิ น้าส฾มสายชลู งไป ครอบลกู โปุงลงบนปากขวด พรอ฾ มสังเกตผลการทดลอง 3. นักเรียนร฽วมกันอภิปรายว฽าทาไมลูกโปุงจึงพองออกได฾ (ลูกโปุงพองออกได฾ เพราะเม่ือเบกก้ิงโซดา ทาปฏกิ ริ ิยากับนา้ ส฾มสายชูจะเกิดก฿าซคารแบอนไดออกไซดแขึ้นก฿าซเบากว฽าอากาศ จึงลอยสูงข้ึน เมื่อมีก฿าซใน ปรมิ าณมาก ก็จะดนั ลูกโปงุ ให฾พองออกได฾ เบกก้ิงโซดา (Baking Soda) มีชื่อทางวิทยาศาสตรแว฽า โซเดียมไบ คารบแ อเนต (Sodium Bicarbonate) หรือท่เี รียกวา฽ ผงฟู นน่ั เอง 5. สอื่ การเรยี นรู้ 1. ขวดแก฾วเตย้ี 1 ขวด 2. ลกู โปงุ 1 ใบ 3. ผงฟู (เบกกิ้งโซดา) 5 ช฾อนโต฿ะ 4. นา้ ส฾มสายชู 6. การวัดและประเมินผล สังเกตการร฽วมกจิ กรรม 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”฾ู ชน้ั ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

61 ตวั อย่างกจิ กรรมท่ี 12 1. ชอื่ กิจกรรม วทิ ยาศาสตรแ์ สนสนุก.....ความลับของสี 2. เวลาท่ีใช้ 1 ชั่วโมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือให฾นักเรียนสารวจ ทดลองเกี่ยวกบั ความสามารถในการละลายของสาร 2. เพื่อส฽งเสรมิ ใหน฾ กั เรียนมเี จตคติทดี่ ีต฽อการเรียนวิทยาศาสตรแ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. แบง฽ นกั เรียนออกเป็นกลมุ฽ ๆ ละ 4 - 5 คน ทาการทดลองเร่ือง ความลบั ของสี 2. ตัดกระดาษกรองเป็นแถบยาว ๆ ระบายสีเมจิกที่ต฾องการทดสอบให฾เป็นแถบหนา โดยห฽างจาก ปลายกระดาษประมาณ 1 ซม. 3. จุ฽มปลายกระดาษในช฽วงท่ีเว฾นไว฾ 1 ซม. ลงในน้า *ระวังอย฽าให฾เส฾นสีที่ขีดไว฾จมน้า เพราะสีจะ ละลายลงนา้ รอดแู ละสงั เกตแถบสีท่ีเรม่ิ ไตส฽ งู ข้นึ ไปบนกระดาษกรอง 4. นากระดาษไปหนบี ผง่ึ ไว฾ แล฾วทดลองสีตอ฽ ไป 5. นกั เรียนร฽วมกันอภิปรายวา฽ สที ีเ่ รานามาทดลองเป็นสีสังเคราะหแที่เกิดจากการผสมของแม฽สี คือ แดง เหลือง น้าเงนิ ในอตั ราสว฽ นไมเ฽ ทา฽ กนั ทาให฾เกิดสีตา฽ ง ๆ มากมาย การแยกสีด฾วยกระดาษกรองนี้ เราเรยี กว฽า \"เปเปอรแโครมาโทกราฟ\"ี (Paper Chromatography) ซึง่ เป็นการแยกสารที่ผสมกันในปรมิ าณ น฾อยใหแ฾ ยกออกมาเปน็ แถบเส฾นสีหรอื แถบสี อาศัยสมบตั ิ 2 ประการ คือ 1. สารต฽างชนดิ กนั มคี วามสามารถในการละลายในตัวทาละลาย (นา้ ) ไดต฾ ฽างกัน 2. สารตา฽ งชนิดกันมีความสามารถในการถูกดูดซับด฾วยตัวดูดซับ (กระดาษกรอง) ได฾ต฽างกัน สารท่ี ละลายในตัวทาละลายได฾ดีส฽วนมากจะถูกดูดซับไม฽ดี จึงเคลื่อนท่ีไปได฾ไกล ส฽วนสารท่ีละลายใน ตัวทาละลายไดไ฾ ม฽ดี สว฽ นมากจะถูกดูดซบั ไดด฾ จี งึ อย฽ูใกล฾จดุ เริม่ ตน฾ 5. สื่อการเรียนรู้ 1. สเี มจิก สีดา น้าเงนิ น้าตาล (สเี ขม฾ ๆ จะให฾ผลการทดลองทน่ี ฽าตื่นเตน฾ ) 2. กระดาษกรองกาแฟ 3. แก฾วใสน฽ ้า 6. การวดั และประเมินผล สังเกตพฤติกรรมการทากจิ กรรมของนักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”฾ู ชัน้ ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3

62 ตัวอยา่ งกิจกรรมท่ี 13 1. ชือ่ กจิ กรรม เท่ากันนะจ๊ะ (หาแกนสมมาตรจากส่ิงรอบตัว) 2. เวลาท่ใี ช้ 1 ช่วั โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ และส่ือความหมายไดถ฾ กู ตอ฾ ง 2. นกั เรยี นสามารถเชื่อมโยงความรทู฾ างคณติ ศาสตรแกบั ส่ิงรอบตัวได฾ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนศึกษาส่ิงแวดล฾อมรอบตัวภายในโรงเรียน เช฽น รูปลักษณะ ส่ิงของ เคร่ืองใช฾ ใบไม฾ ว฽าส่ิงใด มีลักษณะเปน็ รูปสมมาตร 2. นกั เรียนนาส่ิงที่ไดศ฾ ึกษามาพิจารณาร฽วมกนั ว฽าถูกต฾องหรอื ไมร฽ ฽วมกันสรปุ วา฽ สิง่ ทพ่ี บเหน็ ท่ีเป็น รปู สมมาตรน้นั เมื่อนามาทับกันแล฾วสองขา฾ งจะทับกันสนทิ 5. ส่อื การเรียนรู้ 1. สิ่งแวดล฾อมภายในโรงเรียน ใบไม฾ 2. รูปร฽างลกั ษณะของส่งิ ของ เครอื่ งใช฾ 6. การวดั และประเมินผล 1. สงั เกตการร฽วมกิจกรรม 2. สังเกตการปฏิบตั กิ ิจกรรม แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร”฾ู ชั้นปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3

63 ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 14 1. ช่ือกิจกรรม ไกก่ ะต๊าก 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ชว่ั โมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อให฾นกั เรียนสามารถนาเศษวสั ดมุ าประดิษฐแเป็นของเล฽นอยา฽ งงา฽ ยได฾ 2. เพื่อให฾นักเรยี นเกิดเจตคติทด่ี ีตอ฽ การเรยี นวิชาวิทยาศาสตรแ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูนาแก฾วกระดาษหรือแก฾วพลาสติกท่ีประดิษฐแเป็นไก฽กะต฿ากสาเร็จแล฾วมาดึงด฾ายให฾เกิดเสียง เพือ่ เป็นการเร฾าความสนใจของนักเรียน แล฾วถามนักเรียนว฽าเสียงไก฽ท่ีนักเรียนได฾ยินน้ันมาจากไหน อะไรทา ให฾เกิดเสียง นักเรยี นอยากรห฾ู รอื ไม฽ ถา฾ อยากร฾ูวนั นเ้ี ราจะมาหาคาตอบกัน 2. ครสู าธิตวธิ กี ารประดิษฐแของเล฽นจากแก฾วกระดาษหรือแก฾วพลาสติกและเชือกด฾ายดิบ ให฾นกั เรียนดู 3. นักเรยี นประดิษฐแของเลน฽ จากแก฾วกระดาษหรือแก฾วพลาสติกและเชอื กดา฾ ยดบิ ดังภาพ 4. นักเรียนทดลองดงึ ด฾ายเพอ่ื ใหเ฾ กดิ เสยี ง สงั เกตและอภปิ รายปใจจัยต฽าง ๆ ท่ีทาใหเ฾ กิดเสยี งแตกต฽างกนั 5. สื่อการเรียนรู้ 1. แกว฾ กระดาษหรือพลาสติกทใี่ ชแ฾ ลว฾ 2. เชอื กด฾ายดิบ 3. น้า 6. การวัดและประเมินผล สังเกตจากความสนใจความร฽วมมอื ในการทากิจกรรม 7. ภาพประกอบ 8. อ้างอิงแหลง่ ทม่ี าของขอ้ มลู http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000004280 แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”฾ู ชนั้ ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

64 ตวั อยา่ งกจิ กรรมที่ 15 1. ชอ่ื กจิ กรรม Fun with the words 2. เวลาทใ่ี ช้ 1 ชั่วโมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ฝึกทกั ษะการอ฽านคาศัพทแสระเสียงส้นั แอะ/a/ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. นกั เรยี นร฾องเพลง Alphabet Song 2. นักเรียนดูบัตรตัวอักษร Aa-Zz พร฾อมท้ังบอกช่ือและเสียงของตัวอักษร 3. นักเรียนแบ฽งกลุ฽มฝึกอา฽ นคาศัพทแสระเสียงส้ัน แอะ/a/ จากชดุ แบบฝึกการอ฽านคาศัพทแ สระเสียงสัน้ แอะ/a/ ทคี่ รแู จกให฾ 4. นกั เรียนอ฽านคาศัพทแและสะกดพรอ฾ มกนั 5. นักเรียนแบง฽ กลม฽ุ หญิงชาย แข฽งขันเขยี นคาศพั ทแตามที่ครูบอกบนกระดานดา 6. นกั เรียนอา฽ นคาศัพทแสระเสียงสั้น แอะ /a/ จากคาทค่ี รูกาหนดให฾ 5. ส่ือการเรียนรู้ 1. เพลง Alphabet Song 2. บัตรตวั อักษร Aa-Zz 3. ชดุ แบบฝกึ การอา฽ นคาศัพทสแ ระเสียงส้ัน แอะ/a/ 6. การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตพฤติกรรมในการทากิจกรรมของนักเรยี น 2. ความถูกต฾องในการอ฽านคาศัพทแ แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”฾ู ช้นั ปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3

65 แบบฝึกทักษะการอา฽ นท่ี 1 การอา฽ นสระเสยี งสน้ั (แอะ) /a/ คาศัพทแ (หลักการอ฽าน) คาสะกด ความหมาย ความหมาย fan f – a - n (แฟ็น) เฟอะ - แอะ - เนอะ Pan p–a-n (แพน็ ) เพอะ – แอะ – เนอะ cat c–a-t (แค็ท) เคอะ – แอะ – เทอะ bat b–a-t (แบ็ท) เพอะ – แอะ – เทอะ cap c–a-p (แค็พ) เคอะ – แอะ – เพอะ แบบฝกึ ทกั ษะการอา฽ นท่ี 2 /a/ คาศัพทแ (หลักการอ฽าน) คาสะกด can c – a - n (แค็น) เคอะ - แอะ - เนอะ map m–a-p (แม็พ) เมอะ – แอะ – เพอะ rat r–a-t (แรท็ ) เรอะ – แอะ – เทอะ jam j–a-m (แจ็ม) เจอะ – แอะ – เมอะ bag b–a-g (แบ็ก) เบอะ – แอะ – เกอะ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”฾ู ชัน้ ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3

66 ตัวอย่างกิจกรรมท่ี 16 1. ชอ่ื กจิ กรรม The Animal Sounds Song for Children 2. เวลาท่ีใช้ 1 ชัว่ โมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อทบทวนคาศัพทแและเสียงร฾องของสตั วแ 2. เพ่ือความสนุกสนานในการเรียนร฾ู 3. เพ่ือเปน็ การกระต฾ุนใหน฾ กั เรยี นกลา฾ แสดงออก 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูทบทวนคาศัพทแหมวดสัตวแ (Animal) โดยใช฾บตั รคาและบตั รภาพ คาศพั ทดแ งั นี้ duck pig cow dog cat chick donkey 2. ให฾นกั เรยี นฟใงเพลง Old MacDonald had a Farm 3. แบง฽ กลม฽ุ นักเรียนโดยให฾นักเรยี นออกมาเลอื กหมวกรูปสัตวแต฽าง ๆ เพอ่ื นาไปใส฽ 4. ให฾นกั เรียนนง่ั ตามกลุม฽ ต฽างๆ ตามประเภทของสตั วแ 5. ให฾นกั เรียนฝกึ ออกเสยี งสตั วแแ ตล฽ ะชนดิ ดงั นี้ duck = Quack Quack pig = Oink Oink cow = Moo Moo dog = Woof Woof cat = Meow Meow chick = Chic donkey= Hee-Haw 6. ครูเดนิ รอบห฾องแลว฾ สนทนากับนกั เรยี นแตล฽ ะคน/แต฽ละกล฽มุ โดยใหน฾ ักเรยี นตอบเปน็ เสียงสัตวแ ตามหมวกทต่ี นเองใส฽ออยู฽ ตามตัวอยา฽ งดังนี้ Teacher : Hello, Jirayu. How are you? Student : Moo Moo. Teacher : Hello, Sitanun. How are you? Student : Meow Meow. etc. แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”฾ู ช้นั ปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3

67 5. สอื่ การเรียนรู้ 1. หมวกรปู สตั วแต฽าง ๆ 2. บัตรคา 3. วดี ิโอเพลง Old Mc Donald Had a Farm (https://www.youtube.com/watch?v=nFX98pqzb3o) 4. เน้อื เพลง Old Mc Donald Had a Farm (https://www.youtube.com/watch?v=nFX98pqzb3o) 6. การวดั และประเมนิ ผล 1. สังเกตการร฽วมกิจกรรม 2. สังเกตการทางานกลุม฽ 7. ภาพประกอบ 1. บตั รภาพประกอบกิจกรรม Duck-Quack Quack Pig- Oink Oink Cow - Moo Moo Chick - Chic Donkey – Hee Haw Dog - Woof Woof Cat- Meow Meow แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู฾ ชั้นปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3

68 ๒. เน้อื เพลง Old MacDonald had a farm. Lyrics of the song: \"Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some chic E-I-E-I-O With a chic-chic here And a chic-chic there Here a chic there a chic. Everywhere a chic-chic. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some ducks E-I-E-I-O With a quack-quack here. And a quack-quack there Here a quack there a quack. Everywhere a quack-quack.. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O.\" Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some pigs E-I-E-I-O With an oink-oink here. And an oink-oink there Here an oink there an oink. Everywhere an oink-oink. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some cows E-I-E-I-O With a moo-moo here. And a moo-moo there Here a moo there a moo. Everywhere a moo-moo. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some dogs E-I-E-I-O With an baoo-waoo here. And an baoo-waoo there Here an baoo there an baoo. Everywhere an baoo-waoo. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O. Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O And on his farm he had some donkeys E-I-E-I-O With a hee-haw here. And a hee-haw there Here a hee there a haw. Everywhere a hee-haw . Old MacDonald had a farm E-I-E-I-O. 8. อา้ งอิงแหลง่ ที่มาของขอ้ มลู https://www.youtube.com/watch?v=nFX98pqzb3o แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร”฾ู ช้ันปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3

69 ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 17 1. ชอื่ กจิ กรรม หนงั สอื พูดได้ 2. เวลาท่ีใช้ 2 ช่วั โมง 3. วัตถุประสงค์ 1. ใหน฾ กั เรยี นเขียน จานวน ประโยคสัญลักษณแ รูปเรขาคณิต 2. ใหน฾ กั เรยี นตกแตง฽ ให฾สวยงาม 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครอู ธบิ ายขนั้ ตอนการทาหนังสือพูดได฾ 2. ครูสาธติ การทาหนังสอื พดู ได฾ให฾นักเรยี นดู 3. นกั เรียนลงมือปฏิบตั ิ โดยมคี รใู ห฾คาปรึกษาช้ีแนะ 5. สอื่ การเรียนรู้ 1. ตัวอย฽างหนงั สือพดู ได฾ 2. กระดาษ A4 3. กรรไกร 4. ดนิ สอสี 5. ดนิ สอ ยางลบ ไมบ฾ รรทดั 6. การวดั และประเมนิ ผล สงั เกตการทากิจกรรม 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3

70 วธิ ที าหนังสือพดู ได้ 1. นากระดาษ A4 แบง฽ เป็น 12 ช฽อง ชอ฽ งละเทา฽ ๆ กนั 2. ตดั กระดาษตามเส฾นประ 3. พับกระดาษตามรอยที่พับ พับตามรอยไปเร่ือย ๆ จนถงึ หมายเลข 12 แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”฾ู ชั้นปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3

วธิ ีการจัดทารปู เลม่ 2. 71 1. คาถามขอ฾ 1 (พลกิ เพอ่ื ดคู าตอบ) 3. คาตอบขอ฾ 1 คาถามข฾อ 2 (พลกิ เพือ่ ดูคาตอบ) 4. คาตอบขอ฾ 1 คาตอบขอ฾ 2 คาถามขอ฾ 3 (พลกิ เพือ่ ดคู าตอบ) 5. คาตอบข฾อ 1 คาตอบขอ฾ 2 คาตอบข฾อ 3 คาถามขอ฾ 5 คาตอบขอ฾ 4 (พลิกเพ่อื ดูคาตอบ) 6. ใสค฽ าถามและคาตอบจนครบทุกหนา฾ จะได฾ 10 คาถาม ตกแตง฽ รูปเล฽มใหส฾ วยงาม แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู฾ ชนั้ ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3

72 ตวั อยา่ งกิจกรรมที่ 18 1. ชอ่ื กจิ กรรม หมอภาษา...เสริมทักษะการอ่าน 2. เวลาที่ใช้ 1 ช่ัวโมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือพฒั นาทักษะการอา฽ นใหก฾ ับนกั เรยี น 2. เพ่ือแก฾ปใญหาดา฾ นการอา฽ นใหก฾ ับนักเรียนทอ่ี ฽านไม฽ได฾ 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูรวบรวมคาต฽าง ๆ เช฽นคาท่ีมีปใญหา คาออกเสียง ร ล คาควบกล้า คาอักษรนา มาตราตัวสะกด คาประสมสระตา฽ ง ๆ ฯลฯ มาทาใบงานเพ่ือฝึกทักษะการอ฽าน โดยใบงานแตล฽ ะใบทาเรียงลาดับง฽ายไปหายาก 2. คัดเลือกนักเรียนท่ีอ฽านเก฽งมาเป็นพ่ีเล้ียงให฾นักเรียนฝึกอ฽านคาจากใบงาน โดยการสะกดคาและ อ฽านเปน็ คา 3. เม่ือนักเรียนอ฽านคล฽องแล฾ว นักเรียนนาใบงานนั้นไปอ฽านกับครูหรือพ่ีนักเรียนอีกชุดที่ครูแต฽งต้ัง เป็นหมอภาษา โดยนักเรียนต฾องอ฽านคา 2 รอบ คือ รอบท่ี 1 อ฽านตามใบงาน รอบท่ี 2 อ฽านคาตามท่ีหมอ ภาษาเปน็ ผช฾ู ้จี ากใบงาน เมือ่ อา฽ นครบแล฾วหมอจะพิมพแรูปดาวให฾ในสมุดสะสมดาวที่ครูทาแจก 4. เม่ือนักเรียนอ฽านใบงานและทากิจกรรมครบแล฾ว ให฾นักเรียนเขียนคาตามคาบอกจากใบงาน ทีอ่ า฽ นโดยพ่ที เ่ี ป็นหมอเปน็ ผู฾บอก ประมาณ 5 – 10 คา เพอื่ นาไปฝึกอ฽านท่ีบา฾ น 5. ในครั้งต฽อไปนักเรยี นก็จะเลอื กใบงานชดุ อน่ื มาทากจิ กรรมตามข฾อ 2 - 4 เช฽นเดียวกัน 5. ส่ือการเรียนรู้ สอ่ื การเรยี นรูข฾ นึ้ อยก฽ู บั คาที่ครูกาหนด จากเนื้อหาที่เรียนในกล฽ุมสาระภาษาไทยและสาระอื่น ๆ 6. การวดั และประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมในการรว฽ มกิจกรรมของนักเรยี น 2. สงั เกตจากการฟงใ ความถกู ตอ฾ งในการอ฽านคา 3. ตรวจสอบความถูกต฾องจากการเขยี นคา แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3

73 7. ภาพประกอบ ตวั อย่างใบงานสาหรบั ให้เดก็ อ่าน ใบงานท่ี 1 (สระ อะ) ใบงานที่ 2 (สระ อา) กะปิ กะทิ กระทะ ชะนี มะระ อะไร ดารา ตาโต ทายา กระบะ ตะโก มะละกอ สาเก เวลา พายุ ตะโกน ยะลา สะดอื กาดา ทานา ปลาทู ใบงานท.ี่ ....... (คาควบกลา้ ) พระสงฆแ ประตู กลับบ฾าน ท่านา้ ขากา แม่ค้า ความรู฾ กลางวนั ตะกร฾า ตีกลอง ใครมา เขากวาง ใบงานท่ี........ (คา ห นา) นาเกลือ ในครัว ใบพลู ปหี นา฾ ตวั ใหญ฽ ผู฾หญิง จดหมาย ตวั หมี หนีหนา฾ ลมหนาว ทศิ เหนือ ไปไหน หยดุ เรียน ลูกหยี อย่า แหย่ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลาร”฾ู ชัน้ ปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3

74 หมวด 3 สรา้ งเสรมิ คุณลักษณะ และค่านิยม กลมุ่ กิจกรรมที่ 9 ปลูกฝังคา่ นยิ มและจิตสานกึ การทาประโยชน์ต่อสงั คม มจี ิตสาธารณะ และการให้บรกิ ารด้านตา่ ง ๆ ทั้งทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อตนเอง และตอ่ สว่ นรวม ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 1 ๑. ชอ่ื กจิ กรรม วา่ งเม่ือไร กแ็ วะมา 2. เวลาที่ใช้ 1 ชัว่ โมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือสง฽ เสรมิ ให฾นักเรยี นทางาน/การบ฾านท่ีได฾รับมอบหมายให฾เสรจ็ ที่โรงเรียน 2. จดั กจิ กรรมเชิงสร฾างสรรคเแ พอื่ ส฽งเสรมิ การเรยี นร฾ูทางดา฾ นวิชาการของนักเรียน 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นร฽วมกนั สรปุ งาน/การบา฾ นทไ่ี ดร฾ บั มอบหมายประจาวัน 2. นักเรยี นเลอื กทางาน/การบา฾ นในรายวิชาทไี่ ดร฾ ับมอบหมายตามความต฾องการของตนเอง 3. นักเรียนทาการบา฾ นโดยมีครู เพ่ือน และรนุ฽ พี่คอยชว฽ ยสอนการบา฾ นให฾ 5. ส่ือการเรียนรู้ ส่อื การเรียนร฾ูข้ึนอยกู฽ ับกจิ กรรมเชงิ สร฾างสรรคทแ ่ีครูจดั ขึน้ 6. การวดั และประเมนิ ผล 1. สงั เกตพฤติกรรมในการทากจิ กรรมของนักเรยี น 2. สารวจความพึงพอใจของนักเรยี นทม่ี ีต฽อกจิ กรรม 7. อา้ งอิงแหลง่ ทีม่ าของข้อมลู ที่มาของภาพประกอบในตวั อยา฽ งหนังสือเล็มเล็ก : ภาพแมว : http://www.drawingteachers.com/how-to-draw-a-cat.html ภาพปลา : http://www.how-to-draw-cartoons-online.com/cartoon- clownfish.html ภาพมด : http://www.art4apps.org/images/ แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”฾ู ชนั้ ปะถมศึกษาปีท่ี 1 - 3

75 ภาพกระต่าย : http://www.yes-wedo.com/showcat.php?m_id=20 ภาพนก : http://twitter.kapook.com/ ตวั อยา่ งสถานการณแ์ ละกจิ กรรมเชงิ สร้างสรรค์ สถานการณแตัวอย฽าง : วันน้ีนักเรียนได฾รับมอบหมายให฾ทางาน/การบ฾านในรายวิชาคณิตศาสตรแ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซงึ่ นกั เรียนในห฾องตกลงกันว฽าชั่วโมงนเ้ี ลือกทาการบ฾านในรายวชิ าภาษาอังกฤษ ตวั อย฽างการบ฾านวิชาภาษาองั กฤษ : A_ _ a_ _ มด _I_D _i_d นก _A_ _a_ แมว F_ _H f_ _h ปลา R_ _ _IT r_ _ _it กระตา฽ ย 1. ครูให฾นักเรยี นคน฾ คาศพั ทภแ าษาองั กฤษจากพจนานุกรม หรอื Internet 2. ครูใหพ฾ ี่ ชว฽ ยสอนการบา฾ นให฾นอ฾ ง ๆ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”฾ู ชน้ั ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

76 ตวั อยา่ งกจิ กรรมท่ี 2 1. ช่ือกิจกรรม จับคู่ รู้คา 2. เวลาทใ่ี ช้ ๑ ชัว่ โมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให฾นักเรียนรู฾คา และจับค฽ูความหมายของคาได฾ 2. เพื่อให฾นักเรยี น จบั ค฽ูคา และความหมายไดถ฾ ูกต฾อง 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. นักเรยี นจัดกลมุ฽ กลม฽ุ ละ 5 – ๖ คน เข฾ามารวบรวมบัตรคา บัตรความหมายของคา 2. ครอู ธบิ ายวิธีการจับค฽ู โดยวางคาศัพทแ ไวด฾ า฾ นซ฾าย และความหมายไว฾ทางด฾านขวา ดังภาพ 3. นกั เรียนหยบิ บัตรคาศัพทแ จากกล฽องคาศพั ทแ วางทางด฾านซา฾ ย และนักเรียนภายในกลุ฽ม หยิบบัตร ความหมายของคา วางทางด฾านขวา ตามภาพ ปฏิบัตดิ ังนี้ ไปเร่ือย ๆ จนหมดบตั รคา แลว฾ ตรวจสอบความถูกต฾อง 4. ครูและนักเรียนช฽วยกันตรวจคาตอบ เมื่อเสร็จจากกลุ฽มของตัวเองแล฾ว เก็บบัตรคาใส฽กล฽อง เปลี่ยน กับกล฽ุมอืน่ หมนุ เวียนกนั ไป 5. ครกู ระตนุ฾ ให฾นกั เรียนไดม฾ ีส฽วนร฽วมในกิจกรรมและสนุกสนานกับการร฽วมกจิ กรรมอย฽างสร฾างสรรคแทกุ คน 6. สรุปการรว฽ มกจิ กรรม เสนอแนะแก฾ไข เพือ่ เปน็ แนวทางในการจัดกิจกรรมในคร้ังต฽อไป 5. ส่ือการเรียนรู้ 1. บัตรคา 2. บตั รความหมายของคา 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรรมการเข฾าร฽วมกจิ กรรม 2. การสัมภาษณแความรู฾สึกของนักเรยี นมีต฽อกจิ กรรม แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”ู฾ ชั้นปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

77 ตวั อยา่ งกจิ กรรมที่ 3 1. ช่ือกิจกรรม ลกู เต๋ามหัศจรรย์ 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ชวั่ โมง 3. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือพฒั นาทักษะการบวกและลบเลขของนักเรยี น 2. เพ่ือพฒั นาความสามารถของนกั เรียนในการเปรียบเทยี บคา฽ ของจานวน 4. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครแู จกใบกจิ กรรม “ลูกเตเามหศั จรรยแ” ให฾แกน฽ กั เรียน 2. ครใู หน฾ ักเรียนนง่ั เป็นวงกลม แลว฾ แบ฽งนักเรยี นให฾นั่งตดิ กนั กลมุ฽ ละ 3 คน ให฾นักเรียนสองคนทอย ลกู เตาเ ตัวเลขคนละ 1 ลกู แลว฾ กรอกตัวเลขลงไปในใบกิจกรรม โดยนาตัวเลขทมี่ ากกว฽าใส฽ไว฾ในชอ฽ งแรก และ ตวั เลขทนี่ ฾อยกว฽าใส฽ไว฾ในช฽องด฾านหลัง แล฾วให฾นักเรียนอีก 1 คน ทอยลูกเตเาบวกและลบ แล฾วกรอกลงไปใน ใบกิจกรรมตรงกลางระหว฽างตัวเลขทั้งสอง นักเรียนแต฽ละกลุ฽มหาคาตอบท่ีได฾โดยกลุ฽มไหนหาคาตอบได฾ ถูกตอ฾ งและรวดเรว็ ทส่ี ุดกลุ฽มน้ันจะไดร฾ บั ดาวไป 1 ดวง 3. นักเรียนกลุม฽ แรกสง฽ ลูกเตาเ ทัง้ 3 ลูก ไปยงั กลม฽ุ ถดั ไป แล฾วทากจิ กรรมตามข฾อ 2 ไปเรื่อย ๆ จนรอบวง 4. นักเรียนสรปุ สิ่งทไ่ี ด฾เรียนร฾ูจากการทากจิ กรรม 5. สอ่ื การเรียนรู้ 1. ลกู เตเาตวั เลข 2. ลูกเตเาบวกและลบ 3. ใบกจิ กรรมลกู เตเามหัศจรรยแ 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. การมีส฽วนรว฽ มในการทากจิ กรรม 2. ประเมินความถูกตอ฾ งในการบวกลบเลขของนกั เรียน แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู฾ ชน้ั ปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3

78 7. ภาพประกอบ ตัวอยา฽ งการจดั ทน่ี ั่ง ตวั อยา฽ งลูกเตเาทใี่ ช฾ในการทากิจกรรม 3 + 9 58 +- 74 - ตัวเลขบนหนา฾ ลูกเตาเ สามารถปรับได฾ตามระดบั ชั้นของนักเรยี น เช฽น ป.2 ป.3 อาจจะเปน็ เลข 2 หลัก ตวั อย฽างใบกิจกรรมลูกเตาเ มหัศจรรยแ ช่อื __________________________ชน้ั ป.__/____เลขท_ี่ ____ ใบกิจกรรม “ลกู เตาเ มหศั จรรยแ” ข฾อ ตวั เลขทไ่ี ด฾ เครื่องหมาย ตัวเลขทีไ่ ด฾ ผลลพั ธแ (ตัวเลขที่ (ตัวเลขท่ีน฾อยกว฽า) มากกวา฽ 1 2 3 4 5 6 8. อ้างอิงแหลง่ ทีม่ าของข้อมลู http://p-ject.com/ แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลาร”ู฾ ชัน้ ปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3

79 ตวั อย่างกิจกรรมที่ 4 1. ชื่อกจิ กรรม ภาษาพาสนกุ 2. เวลาที่ใช้ 1 ชั่วโมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให฾นักเรียนสามารถอ฽านคา ขอ฾ ความได฾ 2. เพื่อให฾นกั เรียนสามารถอา฽ นออกเสยี งได฾ตามหลักภาษาไทย 3. เพื่อให฾นักเรียนมีสว฽ นรว฽ มกบั กจิ กรรมอย฽างสนุกสนาน 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครนู าบัตรคา บตั รภาพ ให฾นกั เรยี นดแู ลว฾ อา฽ นออกเสยี งทีละคา และให฾นักเรียนอ฽านตาม จากน้ัน นาบัตรคา บัตรภาพ มาเรยี งตอ฽ กนั พร฾อมอ฽านออกเสยี งเป็นข฾อความให฾นักเรียนอ฽านตาม 2. ครูแจกบัตรคา บัตรภาพให฾นักเรียนคนละใบ ครูพูดข฾อความ หรือประโยคให฾นักเรียนนาบัตร บัตรภาพเรยี งต฽อคา ตามทคี่ รพู ดู แลว฾ ให฾นกั เรียนทัง้ หมดอ฽านตามที่เพอื่ นวางเรยี งไว฾ 3. ครูนาบัตรคา มาวางใต฾บัตรภาพให฾นักเรียนอ฽านออกเสียงจนครบทุกภาพ และให฾นักเรียนอ฽าน ออกเสียงตามทว่ี างไว฾ 4. ครเู ปล่ยี นบัตรคา และบตั รภาพ ในส฽วนประธาน และให฾นักเรียนอา฽ น แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”฾ู ชนั้ ปะถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3

80 5. ครูเปลย่ี นบตั รคา/บัตรภาพ ในสว฽ นท่เี ปน็ กรรม แลว฾ ให฾นกั เรียนอา฽ นออกเสียง 6. ให฾นักเรียนเลน฽ เกม “เรยี งคา” ครแู จกบัตรคา/บัตรภาพ/แถบประโยค ให฾นักเรยี นคนละแผ฽น แล฾วนามาเรียงเปน็ ประโยค 7. ครูและนักเรียนสรปุ เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมร฽วมกนั 5. สอ่ื การเรยี นรู้ 1. บัตรคา 2. บัตรภาพ 3. แถบประโยค 6. การวดั และประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมีส฽วนรว฽ มในการทากจิ กรรมของนักเรยี น 2. สังเกตการเรยี งประโยคของนักเรียน 7. อ้างอิงแหล่งท่มี าของขอ้ มูล เอกสารชดุ แนวทางพัฒนาการเรียนรสู฾ าหรบั นักเรยี นทม่ี ีความบกพร฽องทางการเรยี นร฾ู ชดุ ที่ 2 แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศึกษาปีท่ี 1 - 3

81 ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 5 1. ชอื่ กจิ กรรม บิงโกตวั สะกด 2. เวลาทใี่ ช้ 1 ชั่วโมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือฝึกทักษะการสะกดคาทมี่ ีมาตราสะกด 2. เพ่ือให฾นักเรียนเกดิ ความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ ในการเรียนร฾ู 3. เพ่ือฝึกการยอมรบั และปฏิบตั ติ นตามกติกา 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครแู จกตารางบงิ โก 9 ช฽อง ทม่ี ตี วั พยญั ชนะไทยใหแ฾ ก฽นักเรียนทุกคน 2. ครสู ุม฽ คาจากฉลากคาทีเ่ ตรียมไว฾ในกล฽อง คร้ังละ 1 คา อ฽านให฾นักเรยี นฟใง แล฾วให฾นกั เรียนดใู น ตารางบิงโกของตนเองวา฽ มีพยัญชนะทเ่ี ปน็ ตัวสะกดตรงกบั คาหรือไม฽ ถ฾ามใี ห฾ทาเคร่ืองหมายกากบาททบั ตัว พยญั ชนะทเ่ี ปน็ ตัวสะกด 3. ส฽มุ หยิบคาต฽อไปจนกว฽าจะมีนักเรียนท่ีไดเ฾ คร่ืองหมายกากบาท ครบทั้ง 3 ครง้ั เรียงต฽อกนั ใน แนวใดก็ตามซง่ึ เรยี กว฽า บิงโก ถอื ว฽าไดผ฾ ฾ูชนะ 4. ครูตรวจสอบความถูกต฾องอีกคร้ัง 5. ส่อื การเรยี นรู้ 1. ตารางบิงโก 2. บัตรคาท่ีมีตวั สะกด 6. การวัดและประเมินผล 1. ประเมินจากความสนใจในการรว฽ มกจิ กรรมของนักเรียน 2. ประเมนิ จากพฤติกรรมในการเรียนร฾ขู องนกั เรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู฾ ชัน้ ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

82 7. ภาพประกอบ ตวั อย฽างตารางบิงโก ดกม ย Bingo น กมย มกย วบง ง Bingo น น Bingo ว บวด บด ง ดมก บ Bingo น กงด มกง วยง ว Bingo น ย Bingo ว บมย บดน ตัวอย฽างคาทมี่ ีตัวสะกดในมาตราต฽าง ๆ หมวดสตั วแ หมวดอาหาร นก กลว฾ ย เป็ด ข฾าว ลิง ผัก กบ ขนุน แมว สม฾ ควาย ฝรงั่ แตน พลับ แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู฾ ช้นั ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3

83 ตวั อยา่ งกิจกรรมท่ี 6 1. ช่อื กจิ กรรม นิทานหรรษา 2. เวลาที่ใช้ 1 ช่วั โมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสร฾างสรรคแ และการใชภ฾ าษาในการสอื่ สารของนักเรียน 2. เพ่ือใหน฾ กั เรียนได฾เรียนร฾คู ุณธรรมจากตวั ละครในนทิ าน 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. จัดกล฽ุมนกั เรียนตามความสมคั รใจจานวน 5 - 6 คน นง่ั ลอ฾ มวง 2. ครูเลา฽ นทิ านทน่ี ักเรียนคนุ฾ เคยและใหน฾ ักเรียนมสี ว฽ นรว฽ มในการเล฽านิทานเร่ืองนน้ั เช฽น กระต฽ายกับเต฽า สุนขั กบั เงา ฯลฯ 3. ให฾นักเรยี นแต฽ละกลุ฽มสรา฾ งนทิ านข้ึนมากลุม฽ ละ 1 เร่ืองตามจนิ ตนาการ โดยกาหนดใหม฾ ีการสอดแทรก คณุ ธรรมเขา฾ ไปในตัวละคร 4. ใหแ฾ ต฽ละกลุ฽มออกมาเล฽านิทานใหเ฾ พื่อนฟงใ ประกอบการแสดงบทบาทสมมตติ ามเร่ืองทเ่ี ล฽า 5. ร฽วมกันสรุปข฾อคิดที่ได฾จากนิทาน เสนอแนะแนวทางในการจัดกิจกรรม เก็บอุปกรณแ ดูแลรักษา ความสะอาดบริเวณจัดกิจกรรม 5. สื่อการเรียนรู้ 1. นิทานตัวอย฽าง 2. วัสดุอปุ กรณแในการแสดงบทบาทสมมติของนกั เรียนแตล฽ ะกล฽ุม 6. การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตการสนทนาและตอบคาถาม 2. สงั เกตการรว฽ มกจิ กรรม แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร”ู฾ ชน้ั ปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3

84 ตวั อย่างกิจกรรมที่ 7 1. ชื่อกจิ กรรม อา่ นแลว้ วาด ฉลาดอยา่ งสร้างสรรค์ 2. เวลาที่ใช้ 2 ชัว่ โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือใหส฾ ฽งเสรมิ ใหน฾ ักเรียนมีนสิ ยั รกั การอา฽ น 2. เพ่ือใหน฾ กั เรยี นมีทกั ษะในการคดิ วเิ คราะหจแ ากเรื่องที่อา฽ น 3. เพื่อใหน฾ ักเรยี นสามารถวาดภาพตามจินตนาการของตนจากเรือ่ งที่อา฽ นได฾ 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูให฾นักเรียนเลือกอ฽านหนังสือนิทานส฽งเสริมคุณธรรมจากห฾องสมุด เช฽น เร่ืองผีเส้ือกับผ้ึงน฾อย ลูกโปงุ สวรรคแ ลูกหมเี รยี นร฾ู เปน็ ต฾น 2. นักเรียนพิจารณาเร่ืองท่ีชอบมากที่สุด 1 เร่ือง และวาดภาพตัวละครท่ีตนเองประทับใจจากเร่ืองท่ี อ฽านใหส฾ วยงาม พรอ฾ มเขยี นเล฽าความประทับใจให฾ครูและเพ่ือน ๆ ฟงใ 5. สอ่ื การเรยี นรู้ 1. หนังสอื นิทานสง฽ เสริมคณุ ธรรมสาหรบั เดก็ 2. ศกึ ษาจากแหล฽งเรยี นรู฾ในห฾องสมดุ โรงเรยี น 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. การสังเกตพฤตกิ รรมในการทากจิ กรรมของนักเรียน 2. สอบถามความพึงพอใจในการเข฾ารว฽ มกจิ กรรม 3. ครแู ละนักเรยี นประเมินผลงานรว฽ มกนั 7. ภาพประกอบ นิทานเร่อื ง ลกู หมีเรียนรู้ ลูกหมีเข฾ามาในเมือง เห็นหลายส่ิงหลายอย฽างไม฽มีท่ีบ฾าน จึงอยากรู฾ว฽าส่ิงนั้น ส่ิงน้ีมีไว฾ทาไม เช฽น ทางม฾าลายมีไว฾ทาไม สะพานลอยมีไว฾ทาไม แม฽จึงบอกลูกหมีว฽าทางม฾าลายมีไว฾ใช฾ในการเดินข฾ามถนน การข฾ามถนนต฾องมองซ฾าย มองขวาให฾ดี ถ฾าไม฽ระวังอาจเกิดอุบัติเหตุได฾และลูกหมีต฾องเข฾าแถวเพื่อไม฽ให฾ เดินชนกนั ส฽วนสะพานลอยปลอดภัยกว฽าทางมา฾ ลาย ลูกหมีได฾เห็นเหลก็ ขั้นรางรถไฟท่ีมีกีดขวางอยู฽ตรง กลางถนนก็ถามแม฽ แม฽ก็บอกว฽าเป็นสัญญาณเตือนให฾รถหยุดช฽วยให฾ปลอดภัย แม฽หมีปลูกฝใงให฾ลูกหมี เปน็ คนดีมีระเบียบวนิ ัย แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”฾ู ชนั้ ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3

85 นิทานเร่ือง ลูกโป่งสวรรค์ ลูกเหมียวน่งั ในตะกรา฾ ลกู โปงุ สวรรคแลอยไปบนท฾องฟูา ลกู เหมียวตามหานางฟาู เพื่อขอให฾นางฟูา ชว฽ ยใหต฾ นเรียนเกง฽ ลูกเหมียวถามหานางฟาู จากนก ดวงจันทรแ หมูด฽ าว และดวงอาทติ ยแ แต฽ไม฽มใี คร เคยเห็นนางฟูาเลย ดวงอาทติ ยแแ นะนาใหล฾ กู เหมียวลองไปดูคนทเ่ี รียนเกง฽ วา฽ เขาทาอยา฽ งไรแล฾วปฏบิ ตั ิ ตาม ลกู เหมยี วได฾ไปเหน็ ลูกหมากาลงั ทาการบา฾ น และลูกหมีกาลังอา฽ นหนังสอื ลูกหมีจงึ คิดได฾ว฽าตน เปน็ ที่พึ่งแหง฽ ตนและไม฽คิดพึง่ นางฟูาอีก 8. อา้ งอิงแหลง่ ทมี่ าของข้อมูล http://www.tup.ac.th/virtue/tale2.html แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศึกษาปีที่ 1 - 3

86 กลมุ่ กิจกรรมท่ี 10 ปลกู ฝังความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษตั รยิ ์ ตัวอยา่ งกจิ กรรมท่ี 1 ๑. ช่ือกิจกรรม หนึง่ ใจ รอ้ ยมือ ลา้ นความดี ๒. เวลาทใ่ี ช้ 1 ช่ัวโมง ๓. วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพื่อให฾นกั เรียนไดร฾ ฾ูจักการคิดวางแผนในการทางานร฽วมกัน ๒. เพื่อให฾นักเรยี น เกิดความตระหนัก ในการรกั ชาติ ศาสนแ กษัตริยแ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครใู ห฾นกั เรยี นรว฽ มกนั รอ฾ งเพลงชาต/ิ เพลงสดุดมี หาราชา 2. ครูแบ฽งกล฽มุ นกั เรียนออกเปน็ ๒ กล฽มุ โดยใหน฾ ักเรยี นคัดเลือกหวั หนา฾ กลุ฽ม 3. นกั เรียนรว฽ มกนั แสดงความคิดและเสนอความคดิ เป็น Mind Mapping ในหวั ขอ฾ ชาติ ศาสนแ กษตั รยิ แ 4. ครูใหน฾ กั เรยี นแต฽ละกลมุ฽ วาดภาพระบายสที ่ีกล฽ุมรบั ผดิ ชอบ เช฽น กลม฽ุ ๑ ชาติ วาดภาพ ธงชาติ แบ฽งเป็น ๓ สี และให฾ความหมาย กลุ฽ม ๒ ศาสนา วาดภาพพระในทัศนคตขิ องนกั เรียน กล฽ุม ๓ พระมหากษตั รยิ แ วาดภาพพระมหากษัตริยแ 5. ครแู ละนกั เรยี นรว฽ มกันสรุปอภปิ รายภาพท่ตี นเองวาด เพอื่ แสดงความรู฾สกึ ๕. ส่อื การเรียนรู้ ๑. กระดาษ ๒. อุปกรณวแ าดภาพ ๖. การวดั ผลและประเมินผล ๑. สงั เกตพฤติกรรมการทางาน ๒. ประเมินผลงาน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”฾ู ชั้นปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

87 ตัวอยา่ งกิจกรรมที่ 2 1. ชอื่ กจิ กรรม รกั เธอประเทศไทย 2. เวลาท่ีใช้ ๘ ชว่ั โมง 3. วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อปลกู ฝใงให฾นักเรียนเกดิ ความรกั และภาคภูมใิ จในประเทศไทย 2. เพื่อให฾นักเรยี นมที ักษะดา฾ นการร฾องเพลงปลุกใจ 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครูเขยี นเน้ือเพลงบนกระดาน ให฾นกั เรยี นฝึกอ฽าน 2. ครูเปดิ เพลงให฾นักเรยี นฟงใ และร฾องตาม 3. ครใู หน฾ ักเรียนฝึกร฾องเอง โดยไม฽เปดิ เพลงประกอบ 4. เมื่อนักเรยี นร฾องได฾คล฽องแล฾ว ครูอธิบายความหมายของเน้ือเพลงให฾นักเรียนไดเ฾ ขา฾ ใจ 5. ส่อื การเรยี นรู้ 1. เนอ้ื เพลง 2. เครื่องเลน฽ ซดี ี/ คอมพวิ เตอรแ/ คอมพิวเตอรแพกพา เปน็ ต฾น 3. แผน฽ เพลง 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมีสว฽ นรว฽ มในการทากิจกรรมของนักเรียน 2. สงั เกตความตั้งใจในการรอ฾ งเพลงของนักเรียน 7. ภาพประกอบ แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3

88 เพลง รักเธอประเทศไทย เป็นตัวเป็นตน รวมเป็นคนข้ึนมาได฾ จะโตจะตาย ไม฽แน฽นอน จะตึงจะตัง ขึงขัง หรือโอนอ฽อน แล฾วแตท฽ าเพือ่ ใคร จะดีจะเลว เธอก็ยืนเคียงข฾าง จะจาไม฽จาง ยังซ้ึงใจ จะเป็นจะตาย ดีร฾ายสักเพียงใด ฉันทาได฾ เพื่อเธอ สาบาน ว฽าไม฽เสียใจ เสยี ใคร ไม฽เทา฽ เสียเธอ จะยอมให฾ใคร มาทารา฾ ยเธอ เปน็ ไปได฾ไง แมต฾ าย กต็ อ฾ งยอม จะดีจะเลว เธอก็ยืนเคียงข฾าง จะจาไม฽จาง ยังซ้ึงใจ จะเป็นจะตาย ดีร฾ายสักเพียงใด ฉันทาได฾เพ่ือเธอ ของใคร ใครก็หวง หวงเธอ ดังดวงใจ ขอเธอ ไม฽ต฾องหวั่นไหว หลับเถิด หลับให฾สบาย สาบาน ว฽าไม฽เสียใจ เสียใคร ไม฽เท฽าเสียเธอจะยอมให฾ใคร มาทาร฾ายเธอ เป็นไปได฾ไง แม฾ตายก็ต฾องยอม สาบาน ว฽าไม฽เสียใจ เสียใคร ไม฽เท฽าเสียเธอ จะยอมให฾ใคร มาทาร฾ายเธอ เป็นไปได฾ไง แม฾ตายก็ต฾องยอม สาบาน ว฽าไม฽เสียใจ เสยี ใคร ไมเ฽ ท฽าเสียเธอ จะยอมให฾ใคร มาทาร฾ายเธอ เป็นไปได฾ไง รกั เธอประเทศไทย เพลง รักเมืองไทย (สร฾อย) รกั เมืองไทย ชูชาตไิ ทย ทานบุ ารุงใหร฾ ฽งุ เรือง สมเปน็ เมืองของไทย เราชาวไทยเกิดเปน็ ไทยตายเพอ่ื ไทย ไมเ฽ คยอ฽อนน฾อมเราไม฽ยอมแพใ฾ คร ศตั รใู จกล฾ามาแตท฽ ิศใด ถา฾ ขม฽ เหงไทย คงจะไดเ฾ หน็ ดี (สรอ฾ ย) รักเมอื งไทย ชชู าติไทย ทานบุ ารุงให฾รงุ฽ เรือง สมเป็นเมืองของไทย เราชาวไทยเกิดเปน็ ไทยตายเพอื่ ไทย เรารักเพ่ือนบา฾ นเราไมร฽ านรุกใคร แตร฽ กั ษาสิทธิ์อิสระของไทย ใครทาชา้ ใจเราจะไม฽ถอยเลย (สร฾อย) รกั เมืองไทย ชชู าติไทย ทานบุ ารงุ ใหร฾ ุ฽งเรือง สมเป็นเมืองของไทย เราชาวไทยเกดิ เปน็ ไทยตายเพื่อไทย ถ฾าถูกข฽มเหงแล฾วไม฽เกรงผใู฾ ด ดงั งตู ัวนดิ มีพิษเหลือใจ เรารกั เมืองไทยย่ิงชีพเราเอย เพลง รักกันไว้เถิด (สร฾อย) รักกันไว฾เถิด เราเกิดร฽วมแดนไทย จะเกิดภาคไหน ๆ ก็ไทยด฾วยกัน เชื้อสาย ประเพณีไม฽มีขีดขั้น เกิดใต฾ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย ท฾องถ่ินแหลมทอง เหมือนท฾องของแม฽ เกิดถ่ินเดียวแท฾ เหมือนแม฽เดียวกันใช฽ไหม ยามฉันมองตาคุณ อบอ฽ุนดวงใจ เห็นสายเลือดไทยใน สายตา บอกสายสมั พนั ธแ (สร฾อย) ทะเลแสนงามในน้ามีปลา พืชพันธแุด่ืนตา ไร฽นารวงทองไสว สินทรัพยแมีเกลื่อนกล฽น บรรพชนให฾ไว฾ เราลกู หลานไทยจะร฽วมใจรักษาใหม฾ น่ั (สร฾อย) แหลมทองโสภาด฾วยบารมี ปกเกล฾าเหล฽าไทยนี้ร฽มเย็นเป็นศรีผ฽องใส ใครคิดบังอาจหมิ่น ถ่ินทององคไแ ท฾ เราพร฾อมพลใี จ ปูองถิ่นไทยและองคแราชนั ยแ (สรอ฾ ย) แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3

89 เพลง เราสู้ บรรพบุรุษของไทยแต฽โบราณ ปกบ฾านปูองเมืองค฾ุมเหย฾า เสียเลือดเสียเนื้อมิใช฽เบา หน฾าท่ีเรารักษาสืบไป ลูกหลานเหลนโหลนภายหน฾า จะได฾มีพสุธาอาศัย อนาคตจะต฾องมีประเทศไทย มยิ อมให฾ ผูใ฾ ดมาทาลาย ถงึ ขู฽ฆ฽าล฾างโคตรก็ไม฽หวัน่ จะสู฾กนั ไมห฽ ลบหนหี าย สตู฾ รงน้ี ส฾ูทน่ี ่ี ส฾ูจนตาย เป็นคนสุดทา฾ ยก็ลองดู บ฾านเมืองเราเราต฾องรักษา อยากทาลายเชิญมาเราสู฾ เกยี รติศักด์ิของเราเราเชดิ ชู เราสู฾ไม฽ถอยจนก฾าวเดยี ว เพลง ไทยรวมกาลัง พระราชนิพนธใแ นพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล฾า ฯ อย฽าเห็นแก฽ตัวมัวพะวง ลมุ฽ หลงริษยาไม฽ควรท่ี อยา฽ ต฽างคนต฽างแขง฽ กันแย฽งดี อยา฽ ให฾ชอ฽ งไพรที ่ีมง฽ุ ร฾าย แมเ฾ ราริษยากนั และกนั ไม฽ชา฾ พลนั จะพากนั ฉิบหาย ระวังการยยุ งส฽งรา฾ ย นัน้ แหละเคร่ืองทาลายสามัคคี คณะใดศัตรูผ฾ฉู ลาด หมายมาดทาลายใหเ฾ รว็ ร่ี ก็ยแุ ยกใหแ฾ ตกสามคั คี เช฽น กษตั รยิ แลจิ ฉวีวงศแโบราณ พราหมณผแ ฾ูเดียวรับใช฾ไปยุแหย฽ สาระแนยญุ าติให฾แตกฉาน จนเวลาศัตรจู ฽ูไปราญ มวั เกยี่ งกันเสยี การ เสียนคร ฉะนน้ั ไซรข฾ อไทยจงร฽วมรัก จงรว฽ มสมัครสโมสร เอาไว฾เผื่อเมื่อมีไพรีรอน จะได฾สู฾ดัสกรดว฾ ยเต็มแรง ไทยรวมกาลงั ตง้ั มั่น จะสามารถปูองกนั ขนั แขง็ ถงึ แม฾ว฽าศัตรูผมู฾ แี รง มายุทธแยง฾ กจ็ ะปลาศไป ขอแต฽เพียงไทยเราอย฽าผลาญญาติ ร฽วมชาตริ ฽วมจิตเป็นขอ฾ ใหญ฽ ไทยอย฽ามง฽ุ ร฾ายทาลายไทย จงพรอ฾ มใจพร฾อมกาลังระวังเมือง ใหน฾ านาภาษาเขานิยม ชมเกียรตยิ ศ ฟเู ฟ่ือง ช฽วยกันบารงุ ความรง฽ุ เรอื ง ให฾ชอื่ ไทยกระเดื่องท่ัวโลกา ชว฽ ยกันเตม็ ใจใฝผุ ดุง บารุงทง้ั ชาติศาสนา ให฾อย฽ูจนสิน้ ดนิ ฟูา วัฒนาเถิดไทยไชโย 8. อ้างอิงแหล่งท่มี าของข้อมลู www.baanjomyut.com pairach.com meemodel.com boxza.com แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลาร”ู฾ ชัน้ ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3

90 ตัวอยา่ งกิจกรรมที่ 3 1. ช่อื กิจกรรม สมาธเิ สรมิ ปัญญา 2. เวลาที่ใช้ ๑ ช่ัวโมง 3. วัตถุประสงค์ 1. ร฾ูและเข฾าใจวิธกี ารนงั่ สมาธิไดอ฾ ยา฽ งถกู ตอ฾ ง 2. เพ่ือใหน฾ ักเรยี นนาการนั่งสมาธิไปประยกุ ตแใช฾ในชวี ิต 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. นักเรียนสวดมนตแแ ละแปลความหมาย 2. นกั เรียนทาสมาธิในอิรยิ าบถตา฽ ง ๆ เช฽น ยนื เดิน น่งั เปน็ ตน฾ 3. นักเรยี น แผ฽เมตตาและอทุ ศิ สว฽ นกุศล 5. ส่อื การเรียนรู้ 1. หนงั สอื สวดมนตแ 2. รปู การฝึกสมาธิเบ้ืองต฾น 6. การวัดผลและประเมินผล สงั เกตพฤตกิ รรมการเข฾ารว฽ มกิจกรรม 7. ภาพประกอบ 8. อ้างอิงแหล่งที่มาข้อมลู http://www.rimphaka.ac.th/index.php/2015-07-15-14-33-04/2015-07-17-02-38-36 หมายเหตุ อาจจดั กิจกรรมน้ีในวันทม่ี ีครพู ระสอนศีลธรรมท่ีโรงเรียน แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร”ู฾ ชนั้ ปะถมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3

91 ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 4 1. ช่ือกิจกรรม เรอ่ื งเลา่ จากลกู ของพ่อ 2. เวลาที่ใช้ 1 ชวั่ โมง 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือปลูกฝงใ ใหน฾ ักเรียนมคี วามจงรกั ภักดตี ฽อสถาบันพระมหากษตั ริยแ 2. เพื่อปลูกฝงใ คุณธรรมสาหรับนกั เรียน 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. นักเรยี นอ฽านบทพระราชนิพนธแ เรอื่ ง เดนิ ตามรอยเท฾าพ฽อ ของสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ๒. ครูถามนักเรยี นโดยใช฾คาถามดังนี้ 1. ฉนั ในบทพระราชนิพนธนแ ห้ี มายถงึ ใคร 2. พอ฽ ในบทพระราชนิพนธแน้หี มายถงึ ใคร 3. สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ เสดจ็ ตามพระบาทสมเด็จพระเจ฾าอยูห฽ ัวฯไปทใี่ ด 4. ในปาุ ใหญน฽ ั้นมสี ภาพแวดลอ฾ มเป็นอย฽างไร 5. สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ ตรัสกับพระบาทสมเด็จพระเจ฾าอยูห฽ วั ฯวา฽ อย฽างไร 6. พระบาทสมเด็จพระเจ฾าอย฽ูหวั ฯทรงสอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯว฽าอย฽างไร ๓. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อกระต฾ุนให฾นักเรียนสานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ท้ังพระบาทสมเด็จ พระเจ฾าอยูห฽ วั ฯ และสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ ทรงมตี ฽อประชาชนชาวไทย โดยใช฾คาถามดังนี้ 1. จากบทพระราชนิพนธแถ฾าพระบาทสมเด็จพระเจ฾าอยู฽ฯและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ไมเ฽ สดจ็ ไปในทีล่ าบาก น฽ากลัว และทรุ กันดารได฾หรือไม฽ 2. ทาไมท้ังสองพระองคแจงึ ต฾องเสดจ็ ไป 3. จากการอา฽ นบทพระราชนพิ นธแเรอ่ื งนี้แสดงให฾เหน็ ถึงคุณธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ฾าอย฽ูหัวฯ ในเรอื่ งใดบา฾ ง 4. ครูและนักเรียนร฽วมกันสรุปข฾อคิดที่ได฾จากการอ฽านบทพระราชนิพนธแและถามนักเรียนว฽าในฐานะ ทนี่ กั เรียนเปน็ ประชาชนชาวไทยนกั เรียนควรจะประพฤติปฏิบัติตนอยา฽ งไรเพ่ือให฾สมกับพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทั้งสองพระองคทแ รงมตี ฽อเราชาวไทย 5. ส่อื การเรียนรู้ บทพระราชนิพนธแ เรื่อง เดินตามรอยเท฾าพ฽อ แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3

92 6. การวดั และประเมนิ ผล ประเมินจากการแสดงความคิดเห็นของนักเรยี นที่ได฾จากการอ฽านบทพระราชนิพนธแ 7. ภาพประกอบ 8. อา้ งอิงแหลง่ ทีม่ าของขอ้ มลู ทมี่ าของภาพประกอบ http://www.love4home.com แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นรู฾ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาร”฾ู ช้นั ปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3

93 ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 5 1. ช่อื กจิ กรรม ตน้ ไม้ของพ่อ 2. เวลาท่ีใช้ 1 ช่ัวโมง 3. วัตถุประสงค์ 1. เพอ่ื ปลกู ฝใงความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริยแ 2. เพื่อสร฾างจิตสานกึ ในการทาความดี 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครนู าวดี ทิ ัศนแเก่ียวกับพระราชกรณียกจิ ในพระบาทสมเด็จพระเจา฾ อย฽หู ัวมาเปดิ ใหน฾ ักเรียนชม 2. แบง฽ กลุ฽มนักเรียนออกเป็นกล฽มุ ๆ ละ 5 - 6 คน เลอื กประธาน เลขา แลว฾ ให฾นักเรียนอภิปราย กลุม฽ ตามหวั ข฾อต฽อไปนี้ 1. จากวีดิทศั นแ นักเรยี นชมแล฾วร฾ูสึกอยา฽ งไร 2. นกั เรียนคดิ วา฽ ในหลวงทาประโยชนอแ ะไรแก฽คนไทยบ฾าง 3. นักเรียนคิดวา฽ จะทาอะไรเป็นการทาดีตอบแทนได฾บ฾าง 3. ให฾นักเรียนแตล฽ ะกลมุ฽ สง฽ ตัวแทนออกมานาเสนอหนา฾ ช้นั เรยี น 4. แจกกระดาษรูปใบไม฾ให฾นักเรียนคนละ 1 ใบ ให฾นักเรียนเขียนความดีคนละ 3 ประการ เพื่อ ถวายแดใ฽ นหลวง พรอ฾ มตกแต฽งใหส฾ วยงาม 5. นกั เรยี นแตล฽ ะกลมุ฽ รวบรวมกระดาษรปู ใบไม฾ทท่ี าเสร็จแลว฾ มาเจาะรู ร฾อยเชอื ก นาไปติดประดับ บนกงิ่ ไมท฾ ่คี รูเตรียมไว฾ให฾ ชว฽ ยกันตกแต฽งใหส฾ วยงาม 5. ส่อื การเรียนรู้ 1. วดี ิทศั นแเกีย่ วกับพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจา฾ อย฽หู วั ฯ 2. กระดาษตดั เป็นรูปใบไมต฾ ามจานวนนกั เรียน 3. เชอื ก ท่เี จาะรกู ระดาษ 4. กระถาง กิ่งไม฾ที่จะนามาตกแต฽งเปน็ ตน฾ ไม฾ของพ฽อ 6. การวัดและประเมนิ ผล 1. สงั เกตการมสี ว฽ นร฽วมในการอภปิ รายกลุ฽ม 2. ประเมนิ ช้ินงาน แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”ู฾ ช้ันปะถมศกึ ษาปีที่ 1 - 3

94 กลุ่มกจิ กรรมที่ 11 ปลกู ฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม ตัวอย่างกจิ กรรมที่ 1 ๑. ช่ือกิจกรรม รักษ์ส่งิ แวดล้อม (หนูนอ้ ยรกั ความสะอาด) ๒. เวลาท่ใี ช้ 1 ชวั่ โมง ๓. วตั ถุประสงค์ ๑. เพอื่ ให฾นักเรียนรจ฾ู ักเก็บ และท้ิงขยะให฾ถกู ที่ ๒. เพอ่ื ให฾นกั เรยี นร฾จู ักรักษาสง่ิ แวดลอ฾ ม ๓. เพ่ือให฾นักเรียนร฾จู ักใช฾เวลาว฽างใหเ฾ กดิ ประโยชนแ ๔. เพ่อื ให฾นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบ และมวี นิ ัยในตนเอง ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครสู นทนากับนักเรียนเร่ืองการทาความสะอาดบรเิ วณที่รับผดิ ชอบ และแบง฽ กลมุ฽ ในการทากิจกรรม 2. ครูและนักเรยี นช฽วยกนั สารวจบริเวณโรงเรียนในเร่ืองความสะอาดและปรมิ าณขยะ 3. ใหแ฾ ตล฽ ะกลม฽ุ ช฽วยกันวาดภาพขยะท่พี บมากท่สี ดุ ว฽าเปน็ ขยะชนิดใด หรอื อุปกรณแอะไรทไี่ ม฽ได฾เก็บเข฾าท่ี โดยใหต฾ ัวแทนแตล฽ ะกลม฽ุ ออกมาบอกว฽ามสี ภาพเชน฽ ไร ไปพบทไ่ี หน จะตอ฾ งปรบั ปรงุ แก฾ไขอย฽างไร 4. ครูพานักเรียนเก็บและแยกขยะ เป็นการฝึกนักเรียนให฾ร฾ูจักขยะแต฽ละชนิด ชนิดใดที่สามารถนามา แปรรูป ชนดิ ใดสามารถนาไปเป็นรายได฾ หรอื ชนิดใดนาไปเป็นผลติ ภัณฑแ 5. ให฾นักเรียนบอกวิธีการกาจัดขยะในความคิดของนักเรียนว฽าควรใช฾วิธีใด ท่ีจะทาให฾ไม฽ก฽อให฾เกิด มลภาวะเปน็ พิษ เชน฽ กระดาษหรือถุงพลาสติกควรทาอย฽างไร และสามารถบอกประโยชนแและโทษของการมีขยะ 6. ครูและนักเรียนร฽วมกันสรุปว฽าขยะมีกี่ประเภท ชนิดใดท่ีนามาใช฾ประโยชนแและไม฽เป็นอันตราย ต฽อส่ิงแวดลอ฾ ม ๕. สอ่ื การเรียนรู้ ๑. กระดาษปร฿ูฟ จานวน ๕ แผน฽ ๒. สีไม฾ เท฽ากบั จานวนกล฽ุม ๖. การวดั และประเมนิ ผล ๑. ชิ้นงาน ๒. การสังเกตพฤตกิ รรม แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนร฾ู “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร”฾ู ชัน้ ปะถมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3

95 ตัวอย่างกิจกรรมที่ 2 ๑. ช่ือกิจกรรม รกั ษส์ ่ิงแวดล้อม (ทรพั ยากรในโรงเรียน) ๒. เวลาท่ใี ช้ 1 ช่ัวโมง ๓. วัตถุประสงค์ ๑. เพอ่ื ให฾นักเรยี นไดต฾ ระหนักและใช฾ทรัพยากรของตนเองและสว฽ นรวมอย฽างประหยัดและคม฾ุ ค฽า ๒. เพื่อให฾นักเรียนสามารถประยกุ ตนแ าแนวคดิ ความพอเพียงไปใช฾ในชีวติ ประจาวันได฾ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. แบ฽งนักเรียนออกเปน็ ๕ กลมุ฽ คละชาย - หญงิ โดยตงั้ หวั หนา฾ กลุ฽มในการทากิจกรรม 2. ให฾นักเรียนออกไปสารวจอุปกรณแหรือทรัพยากรภายในโรงเรียนท่ีมีการใช฾อย฽างฟุมเฟือยส้ินเปลือง ไมเ฽ หน็ คณุ คา฽ และไมร฽ บั ผิดชอบตอ฽ ส฽วนรวม ภายใน ๑๐ นาที 3. ใหแ฾ ตล฽ ะกลุ฽มวาดภาพอุปกรณทแ ่ไี ปสารวจและให฾ตัวแทนแต฽ละกลุ฽มออกมาบอกว฽ามีสภาพเช฽นไร ไปพบท่ไี หน จะตอ฾ งปรบั ปรงุ แก฾ไขอย฽างไร 4. ครูยกตัวอย฽างภายในห฾องเรียน ว฽าถ฾าไม฽มีนักเรียนภายในห฾องแต฽เปิดพัดลมไว฾จะทาให฾เสียค฽าไฟฟูา โดยไมจ฽ าเป็น 5. นกั เรยี นและครูช฽วยกนั สรปุ ว฽าของทุกอย฽างทั้งของส฽วนตัวและส฽วนรวม ทุกคนควรใช฾อย฽างประหยัด เพ่ือใหเ฾ กิดประโยชนแและคุม฾ คา฽ มากที่สดุ ๕. สอื่ การเรยี นรู้ ๑. กระดาษปร฿ูฟ จานวน ๕ แผ฽น ๒. สไี ม฾ เท฽ากบั จานวนกล฽มุ ๖. การวัดและประเมินผล สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานเปน็ กล฽ุม แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นร฾ู “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลาร”฾ู ชั้นปะถมศึกษาปที ่ี 1 - 3

96 ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 3 ๑. กจิ กรรม รกั ษ์สิง่ แวดล้อม (บ้านน้อยหลังที่สอง) ๒. เวลาที่ใช้ 1 ชั่วโมง ๓. วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อสรา฾ งจิตสานึกให฾นกั เรียนร฾ูคุณค฽าของการใชท฾ รัพยากรอยา฽ งพอเพยี ง มีระเบียบวนิ ยั และ ความรับผดิ ชอบต฽อสงั คม ๒. เพื่อให฾นักเรียนตระหนักถึงหน฾าที่และความรบั ผดิ ชอบต฽อสว฽ นร฽วม ๔. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. แบง฽ นักเรียนออกเปน็ ๕ กลมุ฽ คละชาย – หญงิ โดยต้ังหวั หน฾ากล฽มุ ในการทากิจกรรม 2. ให฾นักเรียนออกไปสารวจภายในโรงเรียน (มีอาคารเรียน โรงอาหาร ห฾องพิเศษต฽าง ๆ ห฾องส฾วม เป็นตน฾ ) โดยสงั เกตวา฽ สถานท่ีใด มอี ะไรให฾พบเห็น มคี วามสะอาดเป็นระเบียบ หรือเสี่ยงต฽อการเกิดอุบัติเหตุ โดยให฾แต฽ละกลมุ฽ ให฾คะแนนสี ดังน้ี ก. สีแดง หมายถึง พ้ืนท่เี สยี่ ง ต฽อโรคภยั ไขเ฾ จ็บ ดแู ลว฾ ไม฽สบายตา มีขยะมาก ข. สีส฾ม หมายถงึ พื้นท่ีเรม่ิ มีความเสี่ยง ต฾องชว฽ ยกนั ดูแล ค. สเี ขียว หมายถงึ เป็นพนื้ ทท่ี ป่ี ลอดโรค สะอาดสามารถเปน็ แบบอยา฽ งได฾ 3. หลงั จากเสร็จการสารวจให฾แต฽ละกลมุ฽ แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ ดงั นี้ ก. สถานที่ ทสี่ ารวจมสี ภาพเปน็ อยา฽ งไร ข. นักเรยี นเคยใชส฾ ถานท่นี ้ันหรือไม฽ และเคยเขา฾ มาดแู ลสถานทีน่ ี้บ฾างหรอื ไม฽ ค. ถา฾ โรงเรียนมสี ถานทเ่ี ป็นสีแดง นักเรยี นจะร฾สู ึกอยา฽ งไร และจะแกไ฾ ขอย฽างไรใหเ฾ ป็นสีเขียว 4. ครูใหน฾ ักเรยี นแตล฽ ะกลุ฽มนาเสนอผลงาน 5. นกั เรยี นและครูช฽วยกนั สรปุ กิจกรรม ๕. ส่อื การเรยี นรู้ ๑. กระดาษโปสเตอรแ จานวน ๕ แผ฽น ๒. สีเมจกิ สีแดง สสี ม฾ สเี ขยี ว เท฽ากบั จานวนกลุ฽ม 3. ใบความรู฾ ๖. การวัดและประเมนิ ผล สงั เกตพฤติกรรมการทางานเปน็ กล฽ุม แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนรู฾ “ลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลาร”฾ู ชนั้ ปะถมศึกษาปที ี่ 1 - 3


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook