Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน การแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้การจัดการเรียนรู้เทคนิคเพื่อนคู่คิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร

รายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน การแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้การจัดการเรียนรู้เทคนิคเพื่อนคู่คิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร

Published by Kunasin Chutinun, 2023-06-07 09:19:31

Description: รายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน เรื่อง การแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
โดยใช้การจัดการเรียนรู้เทคนิคเพื่อนคู่คิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร
เป็นการวิจัยในชั้นเรียนขณะ ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ปีการศึกษา 2565

Keywords: Think Pair Share

Search

Read the Text Version

88 - เหตุการณ์ไม่คาดคิด 2) อธิบายเงือ่ นไขตา่ ง ๆ หรอื คำทีไ่ ม่คุ้นเคยเพ่อื ให้นักเรยี นดำเนนิ การแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งราบรนื่ 3) ดำเนนิ การแก้ปญั หาตามเงอ่ื นไขทไ่ี ด้รับ 4) นำเสนอผลลัพธ์ที่จากกิจกรรม 5) สรุปผลกจิ กรรม ตัวอยา่ งอาชพี หลกั 1) ครู รายได้/เดือน มากกวา่ 15,050 บาท แตน่ อ้ ยกวา่ 37,200 บาท 2) ค้าขาย รายได/้ เดือน มากกว่า 20,000 บาท 3) วศิ วกร รายได้/เดือน มากกวา่ 20,000 บาท แตน่ ้อยกวา่ 35,000 บาท 4) พนักงานบรษิ ัท รายได้/เดอื น มากกวา่ 14,000 บาท แตน่ ้อยกว่าหรอื เทา่ กับ 24,000 บาท 5) พนกั งานไปษณีย์ รายได/้ เดือน มากกวา่ 17,830 บาท แตน่ ้อยกวา่ 36,000 บาท 6) นกั บัญชี รายได้/เดือน มากกวา่ 15,000 บาท แต่น้อยกว่า 25,000 บาท 7) ทหาร รายได/้ เดือน มากกว่า 10,190 บาท แตน่ อ้ ยกวา่ 38,750 บาท 8) ทนายความ รายได้/เดือน มากกว่า 15,000 บาท แต่นอ้ ยกวา่ 30,000 บาท ตวั อยา่ งอาชพี เสรมิ 1) สตรมี เมอร์ รายได้/เดือน มากกว่า 5,000 บาท 2) ขายของออนไลน์ รายได/้ เดือน มากกว่า 7,000 บาท 3) พนกั งานพารไ์ ทม์ รายได้/เดอื น มากกวา่ 6,200 บาท แตไ่ มเ่ กนิ 8,000 บาท 4) รบั จ้างสอนพิเศษ รายได้/เดอื น มากกวา่ 4,900 บาท 5) รบั จ้างถา่ ยรูป รายได้/เดอื น มากกวา่ 6,000 บาท 6) นกั เขยี นนยิ าย รายได้/เดือน มากกวา่ 4,000 บาท การดำเนนิ การกจิ กรรมตามเทคนิคเพ่อื นคู่คิด 1) อธบิ ายข้นั ตอนกจิ กรรมและกตกิ าต่าง ๆ แก่นักเรียน 2) อธิบายเงือ่ นไขตา่ ง ๆ หรอื คำทีไ่ ม่คุ้นเคยเพ่ือให้นักเรยี นดำเนนิ การแก้ปญั หาไดอ้ ยา่ งราบรน่ื 3) ดำเนนิ การแก้ปญั หาตามเงอ่ื นไขทไี่ ดร้ บั 3.1) การเขียนอสมการจากรายไดท้ ไี่ ด้รับ ขัน้ ตอน Think : ครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรียนแปลประโยคความสมั พนั ธข์ องจำนวนเงินรายไดเ้ ปน็ ประโยค สัญลักษณ์ท่ีเป็นอสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดยี วให้เห็นถึงคำทแ่ี สดงถึงเครือ่ งหมายทำให้นักเรียนละลกึ ความรู้และ เกดิ ความคิด

89 ขน้ั ตอน Pair : นกั เรียนปรกึ ษาและอภปิ รายกนั เองในควู่ า่ เขยี นอสมการได้ถูกต้องหรอื ไม่ และลงมอื ทำใบกิจกรรม 3.2) การคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ท่เี กิดขน้ึ ในชีวติ จรงิ - ค่าอาหาร ขั้นตอน Think : ครูกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นตะหนักถงึ คา่ ใช้จา่ ยในเรื่องค่าอาหารว่าควรเป็นเท่าไรเพ่ือตก ลงร่วมกนั ทง้ั หอ้ งให้เปน็ ค่าครองชพี ท่ตี รงกบั สภาพสงั คมและสงิ่ แวดลอ้ ม แล้วจึงสรา้ งขอ้ สงั เกตว่าควรนำ จำนวนนี้ไปทำอะไรในอสมการ ขั้นตอน Pair : นกั เรียนปรกึ ษาและอภิปรายกนั เองในคแู่ ลว้ ทำการใช้สมบัตกิ ารไมเ่ ทา่ กนั แล้วเพื่อ คำนวณเงนิ ที่เหลือจากคา่ ใช้จ่าย - ค่าบำรงุ รกั ษา / จปิ าถะในชีวิต ขั้นตอน Think : ครูกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนตะหนักถงึ ความหมายของค่าบำรุงรักษาหรอื จิปาถะในชีวิต ค่าใช้จ่ายในเรือ่ งค่าบำรงุ รกั ษาหรือจปิ าถะในชีวิตวา่ ควรเปน็ เทา่ ไรเพ่ือตกลงร่วมกันท้ังหอ้ งใหเ้ ป็นค่าครองชีพที่ ตรงกบั สภาพสังคมและส่งิ แวดล้อม แลว้ จงึ สรา้ งขอ้ สงั เกตว่าควรนำจำนวนน้ไี ปทำอะไรในอสมการ ข้นั ตอน Pair : นกั เรยี นปรึกษาและอภปิ รายกันเองในคแู่ ลว้ ทำการใช้สมบัติการไม่เทา่ กันแล้วเพือ่ คำนวณเงนิ ที่เหลือจากค่าใช้จ่าย - คา่ งวดรถยนต์ / การเดนิ ทาง ขนั้ ตอน Think : ครูกระตนุ้ ให้นกั เรียนตะหนักถงึ คา่ ใช้จ่ายในเรอื่ งค่างวดรถยนต์ หรอื การเดนิ ทางวา่ ควรเป็นเทา่ ไรเพ่อื ตกลงรว่ มกันทง้ั หอ้ งให้เป็นค่าครองชีพทต่ี รงกับสภาพสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม แลว้ จึงสรา้ ง ข้อสงั เกตวา่ ควรนำจำนวนนีไ้ ปทำอะไรในอสมการ ขั้นตอน Pair : นักเรยี นปรกึ ษาและอภิปรายกนั เองในคู่แลว้ ทำการใช้สมบัติการไม่เท่ากันแล้วเพื่อ คำนวณเงนิ ท่ีเหลอื จากคา่ ใช้จา่ ย - คา่ ท่องเที่ยว ขน้ั ตอน Think : ครูกระตนุ้ ให้นักเรียนตะหนกั ถงึ ความสำคัญของรายจา่ ยน้ีและค่าใช้จ่ายในเรอ่ื งค่า ทอ่ งเที่ยวว่าควรเปน็ เทา่ ไรเพือ่ ตกลงรว่ มกันท้ังห้องให้เปน็ คา่ ครองชพี ทต่ี รงกับสภาพสงั คมและสิ่งแวดล้อม แล้วจึงสร้างข้อสงั เกตวา่ ควรนำจำนวนน้ีไปทำอะไรในอสมการ ขั้นตอน Pair : นักเรียนปรึกษาและอภปิ รายกันเองในคแู่ ลว้ ทำการใช้สมบัตกิ ารไม่เท่ากันแล้วเพ่อื คำนวณเงนิ ที่เหลือจากค่าใช้จา่ ย - เหตุการณ์ไม่คาดคดิ (ครูทำการสุม่ เหตกุ ารณใ์ ห้ในแตล่ ะคู่ว่าจะเกิดเหตกุ ารณอ์ ะไรขึน้ แลว้ อธบิ ายว่าเหตกุ ารณไ์ ม่คาดคิดสามารถเกิดท้งั ในแง่ดีและร้าย และมักจะเกิดขน้ึ แบบไมท่ ันต้ังตัว) 1. ทำเงนิ หายไปครึง่ หน่ึงจากทีเ่ หลอื ตอนนี้

90 2. ได้เงินมาเพ่ิม 3 เท่าจากทมี่ าอยู่เพราะแมใ่ ห้เป็นของขวญั 3. ถูกสลากกนิ แบ่งรัฐบาลรางวลั ท่ี 3 4. ปว่ ยเข้าโรงพยายาลเสยี คา่ รกั ษา 5,000 บาท 5. เพือ่ นแต่งงานตอ้ งใส่ซอง 1,000 บาท 6. โดนโจรขนึ้ บา้ นขโมยเงินไป 4,000 บาท ขน้ั ตอน Think : ครูกระตนุ้ ให้นกั เรยี นตะหนักถงึ ความสำคญั ของรายจ่ายนแี้ ละคา่ ใช้จา่ ยในเรอ่ื ง เหตุการณ์ไม่คาดคิด ว่าควรนำจำนวนนไ้ี ปทำอะไรในอสมการ ข้ันตอน Pair : นกั เรียนปรกึ ษาและอภิปรายกันเองในคแู่ ลว้ ทำการใช้สมบัตกิ ารไม่เทา่ กนั แล้วเพอ่ื คำนวณเงนิ ทเ่ี หลอื จากคา่ ใช้จา่ ย 3.3) การเลือกอาชพี เสรมิ ขน้ั ตอน Think : ครผู สู้ อนกระตุ้นการคิดดว้ ยการเลา่ ถึงปัจจุบันวา่ บางครั้ง การเงนิ ของเราติดลบ เพราะไม่เพยี งพอกับคา่ ใช้จ่ายจึงต้องมีอาชีพเสรมิ แล้วเราก็ควรเลอื กอาชพี เสรมิ ใหเ้ หมาะกับเราทงั้ การทำงาน และค่าใชจ้ ่าย และคำนวณถึงเพื่อทำรายไดเ้ พ่ิมจะตอ้ งทำอย่างไร ขนั้ ตอน Pair : นกั เรียนปรึกษาและอภปิ รายกันเองในคู่แล้วทำการใช้สมบัตกิ ารไมเ่ ท่ากันแลว้ เพ่อื คำนวณเงินที่เหลือเมอ่ื ทำอาชีพเสริม 4) นำเสนอผลลพั ธ์ท่จี ากกิจกรรม ขน้ั ตอน Share : ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะค่อู อกมานำเสนอ เก่ยี วหับการเลือกอาชพี วา่ เหตุผลทำไมถงึ ทำ อาชพี นน้ั จำนวนเงนิ ทเี่ หลือในเดือนน้ันวา่ คดิ ไดอ้ ยา่ งไร และเม่อื การเงนิ เป็นแบบน้นั แลว้ ควรเลือกอาชีพเสริม อะไรและเหตุผลทีเ่ ลอื กอาชพี เสริมน้คี ืออะไร 5) สรุปผลกจิ กรรม ครูผู้สอนและนกั เรยี นสรุปผลร่วมกนั ถงึ สิง่ ท่ไี ดร้ ับจากกจิ กรรมและแนวทางการนำ ความรู้เก่วี กบั การแกอ้ สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี วไปใช้ในชีวติ จริง ขัน้ สรปุ 8.8 สรุปองค์ความร้ทู ไี่ ด้จากการจัดกิจกรรม“ถา้ เลือกงานไมย่ ากจน” วา่ ใช้สมบตั ิการไม่เทา่ กันในการ บวกคดิ เกย่ี วกบั เง่ือนไขท่มี ีในกจิ กรรมชมเชยพฤติกรรมเชงิ บวกตา่ ง ๆ ของนกั เรียน ชีใ้ ห้เหน็ ขอ้ จำกัดและ ขอ้ คิดเกีย่ วกับการเงินและการเลือกอาชีพ และให้กำลงั ใจสำหรับนกั เรียนทีย่ งั มปี ัญหา 9. ส่ือการเรยี นรู้/อปุ กรณ์/แหล่งการเรยี นรู้ 9.1 หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 เลม่ 1 9.2 ใบกจิ กรรมที่ 3 การแก้อสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดยี ว 9.3 ใบกิจกรรมท่ี 4 “ถ้าเลอื กงานไม่ยากจน” 9.4 หอ้ งสมดุ โรงเรยี นวมิ ุตยารามพทิ ยากร

91 10. บันทกึ หลงั แผนการจัดการเรยี นรู้ 1) ผลการจดั การเรียนรู้ 1.1) นักเรียนไดร้ บั ความรู้ (K) นกั เรียน ม.3/1 ทั้งหมด 12 คน มีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั การแกอ้ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว และ ผ่านใบกิจกรรมท่ี 3 - 4 1.2) นักเรยี นเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรยี น ม.3/1 ทงั้ หมด 12 คน สามารถเขียนแสดงวิธีทำการแก้อสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดียว และมีสมรรถนะการสื่อสาร มีความกล้าแสดงออกมากยงิ่ ขน้ึ 1.3) นกั เรียนมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม (A) นักเรียน ม.3/1 ทง้ั หมด 12 คน มคี วามมงุ่ มั่นในการทำงาน และให้ความร่วมมือดำเนนิ กจิ กรรมไป อย่างราบรน่ื 2) ปัญหา /อปุ สรรค เวลาไม่เพียงพอในการดำเนินกิจกรรม เพราะใช้เวลาในการอภปิ รายมากเกนิ ไป จำนวนขอ้ เยอะเกนิ ไป 3) ขอ้ เสนอแนะแนวทางแกไ้ ข ครผู ูส้ อนพยายามหาข้อสรปุ เรว็ ขึน้ ช้ีประเดน็ ให้ชัดขึน้ ลงชอ่ื ..............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ..............................................ครพู ี่เลย้ี ง (นายคุณาสนิ ชุตินันท์) (นางสาวจภิ ทั ร บุญครอบ) ครพู เ่ี ล้ียง นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู ความคดิ เห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระ ……………………………………….…………………………………………………………………...................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………............................................ ลงช่ือ .................................................................... ( นางสาวจิภัทร บญุ ครอบ) หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์

92 ความคดิ เห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น ……………………………………….………………………………………………………………………................................................ ………………………………………………………………………………………….......................................................……………… ลงชื่อ ................................................................... (ดร.สุประวีณ์ ทพิ ย์โพธ์ิ ) ผชู้ ่วยผอู้ ำนวยการกล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

93 แบบประเมนิ การจดั การเรียนรตู้ ามจุดประสงค์การเรยี นร้ดู ้านพทุ ธพิ สิ ัย ด้านทกั ษะพสิ ยั และสมรรถนะสำคัญ การจัดการเรียนรเู้ รื่องการแกอ้ สมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดยี ว นกั เรยี นระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ปีการศกึ ษา2565/1 วิชา ค23111 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 5 แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 3 คนที่ จำนวนขอ้ สรปุ ผล ตอบถูก ตอบผิด ผ่าน ไมผ่ ่าน 1 7-  2 7-  3 7-  4 7-  5 7-  6 7-  7 7-  8 7-  9 7-  10 7 -  11 7 -  12 7 -  หมายเหตุ เกณฑ์การผา่ น ตอบคำถามถูกตอ้ งมากกว่ารอ้ ยละ 50

94 แบบสังเกตพฤติกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้สมรรถนะสำคญั ของนกั เรยี น การจดั การเรยี นรู้เรือ่ งการแกอ้ สมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดยี ว นักเรียนระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ปกี ารศกึ ษา2565/1 วชิ า ค23111 คณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน 5 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 คนที่ ส่ือสารได้ตรงกบั ใจความ ความสมเหตุผลและความถูกตอ้ งของ สรปุ ผล ของสารทตี่ ้องการส่ือสาร การสือ่ สาร ระดบั คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ดี พอใช้ ปรับปรุง ผา่ น ไมผ่ า่ น (3) (2) (1) (3) (2) (1) 1   2   3   4   5   6   7   8   9   10    11    12    รวม 36 36 เฉลยี่ 3 สรุปผล ระดับดี หมายเหตุ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดับดี = 3 คะแนน ระดับพอใช้ = 2 คะแนน ระดับปรบั ปรงุ = 1 คะแนน เกณฑ์การผ่าน ระดับคุณภาพของพฤติกรรมตัง้ แต่ 2 คะแนนขนึ้ ไป (อยใู่ นระดับพอใช้)

95 เกณฑก์ ารแปลผลของคณุ ลักษณะระดับพฤตกิ รรมโดยรวมใช้เกณฑ์ดงั นี้ ชว่ งคะแนน แปลความหมาย 2.01 – 3.00 ระดับดี 1.01 – 2.00 ระดับพอใช้ 0.00 – 1.00 ระดบั ปรบั ปรุง เกณฑผ์ า่ น การแปลผลของคุณลกั ษณะระดับคุณภาพตง้ั แต่ 1.00 ขน้ึ ไป (อยู่ในระดับพอใช)้ เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพแบบสังเกตพฤตกิ รรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นพุทธิพิสัยและสมรรถนะสำคญั ของนกั เรียน ระดับคณุ ภาพ ระดับดี ระดบั พอใช้ ระดับปรับปรุง เกณฑ์ ส่ือสารได้ตรงกับ 1. ใจความของสารทีจ่ ะ 1. ใจความของสารท่จี ะ 1. ใจความของสารทจี่ ะ ใจความของสารท่ี สื่อสารครบถว้ น ส่อื สารครบถว้ น สื่อสารไมค่ รบถ้วน ตอ้ งการสื่อสาร 2. สอื่ สารด้วยความ 2. มคี วามประหมา่ ใน 2. มีความประหม่าในการ ม่ันใจ การสือ่ สาร สอ่ื สาร ความสมเหตผุ ลและ 1. สารทใ่ี ชใ้ นการสอ่ื สาร 1. สารทีใ่ ชใ้ นการสื่อสาร 1. สารท่ใี ชใ้ นการส่ือสาร ความถูกตอ้ งของการ มคี วามถูกตอ้ ง มคี วามถูกต้อง มคี วามไมถ่ กู ต้อง 2. สารท่ใี ช้ส่อื สารมี 2. สารที่ใชส้ ่อื สารไมม่ ี 2. สารท่ีใชส้ ื่อสารไมม่ ี สื่อสาร ความสมเหตูสมผลผา่ น ความสมเหตสู มผลไมใ่ ช้ ความสมเหตูสมผลไมใ่ ช้ การใช้ตรรกะ ตรรกะ ตรรกะ

96 แบบสังเกตพฤติกรรมความมุ่งม่ันในการทำงาน การจดั การเรยี นรู้เร่อื งการแก้อสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดยี ว นกั เรียนระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ปกี ารศึกษา2565/1 วชิ า ค23111 คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน 5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 คนท่ี ระดับคณุ ภาพ สรุปผล ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผา่ น ไมผ่ ่าน (3) (2) (1) 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10   11   12   รวม 36 เฉล่ีย 3 สรุปผล ระดบั ดี หมายเหตุ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดับดี = 3 คะแนน ระดับพอใช้ = 2 คะแนน ระดับปรบั ปรุง = 1 คะแนน เกณฑ์การผา่ น ระดบั คณุ ภาพของพฤตกิ รรมต้งั แต่ 2 คะแนนขึน้ ไป (อยู่ในระดับพอใช)้

97 เกณฑก์ ารแปลผลของคณุ ลกั ษณะระดบั พฤตกิ รรมโดยรวมใชเ้ กณฑ์ดงั น้ี ชว่ งคะแนน แปลความหมาย 2.01 – 3.00 ระดบั ดี 1.01 – 2.00 ระดบั พอใช้ 0.00 – 1.00 ระดบั ปรบั ปรงุ เกณฑผ์ ่าน การแปลผลของคุณลกั ษณะระดบั คุณภาพตง้ั แต่ 1.00 ข้ึนไป (อยใู่ นระดบั พอใช)้ เกณฑ์การใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพแบบสงั เกตพฤตกิ รรมความมุ่งมัน่ ในการทำงาน ระดบั ดี ระดับพอใช้ ระดับปรบั ปรงุ 1. มสี ่วนรว่ มในการทำงานกลมุ่ 1. มีส่วนรว่ มในการทำงานกลุ่ม 1. ไมม่ สี ่วนรว่ มในการทำงานกล่มุ 2. ทำภาระงานทไี่ ดร้ ับ 2. ทำภาระงานทไ่ี ด้รบั 2. ทำภาระงานที่ไดร้ ับมอบหมาย มอบหมายให้สำเรจ็ และสง่ ตรง มอบหมายให้สำเร็จแต่สง่ ไม่ตรง ไม่สำเร็จและไม่สง่ ภาระงาน เวลา เวลา 3. ไม่มกี ารตอบสนองในเชิงบวก 3. มีการตอบสนองในเชิงบวก 3. ไมม่ กี ารตอบสนองในเชิงบวก กับครูผสู้ อน กับครผู สู้ อน กับครูผสู้ อน

98 ใบกจิ กรรมที่ 3 การแก้อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดยี ว คำชแ้ี จง ให้นักเรียนแกอ้ สมการและหาคำตอบของอสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดยี วตอ่ ไปน้ี 1) 2 − 2x  4x +14 2) 8y −10  2 y + 8 ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… 3) 2 y +10  4 y +10 4) 8x − 6  6 ……………………………………………………… 3 ……………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………………………

5) 10  2x +1  20 99 ……………………………………………………… ……………………………………………………… 6) −2  −4x + 6  10 ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………… …………………………………………………………………… …………………………………………………………………… ……………………………………………………………………

100 ใบกจิ กรรมที่ 4 “ถา้ เลอื กงานไมย่ ากจน” เรอื่ ง กสนแก้อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดียว คำชแี้ จง นี่เป็นโอกาสท่นี ักเรยี นจะไดล้ องเลอื กอาชพี ใหน้ กั เรยี นเลือกอาชีพอยา่ งมเี หตุผลตาม เงือ่ นไขทใ่ี หม้ าเพอ่ื หาจำนวนเงนิ ทีเ่ หลอื จากรายได้ ตวั อยา่ งอาชีพ 1) ครู รายได้/เดือน มากกว่า 15,050 บาท แต่น้อยกวา่ 37,200 บาท 2) ค้าขาย รายได้/เดือน มากกวา่ 20,000 บาท 3) วิศวกร รายได/้ เดอื น มากกว่า 20,000 บาท แต่น้อยกวา่ 35,000 บาท 4) พนกั งานบรษิ ทั รายได/้ เดือน มากกวา่ 14,000 บาท แต่นอ้ ยกวา่ หรือเท่ากับ 24,000 บาท 5) พนักงานไปษณีย์ รายได้/เดือน มากกวา่ 17,830 บาท แต่น้อยกวา่ 36,000 บาท 6) นักบญั ชี รายได/้ เดอื น มากกว่า 15,000 บาท แต่นอ้ ยกว่า 25,000 บาท 7) ทหาร รายได/้ เดอื น มากกวา่ 10,190 บาท แตน่ อ้ ยกวา่ 38,750 บาท 8) ทนายความ รายได้/เดือน มากกว่า 15,000 บาท แตน่ ้อยกว่า 30,000 บาท

101 แผนการจัดการเรียนรู้โดยเทคนิคเพื่อนคูค่ ิดท่ี 4 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 อสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียว เร่อื ง การนำความรู้เกี่ยวกับอสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียวไปใชใ้ นการแก้ปัญหา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน 5 รหสั วิชา ค23111 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 เวลา 1 คาบ ครผู สู้ อน นายคณุ าสนิ ชตุ ินนั ท์ โรงเรียนวิมุตยารามพทิ ยากร 1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้ีวดั ค 1.3 ม.3/1 เข้าใจและใช้สมบตั ิของการไมเ่ ท่ากันเพอ่ื วเิ คราะหแ์ ละแกป้ ญั หา โดยใชอ้ สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี ว 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 นกั เรียนสามารถอธบิ ายการนำความรู้เกีย่ วกบั อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวมาช่วยในการพิจารณา แก้โจทย์ปญั หาเกี่ยวกับอสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียวที่กำหนดให้ได(้ K) 2.2 นกั เรียนสามารถเขียนแสดงวิธที ำเพอ่ื หาคำตอบโดยใชก้ ระบวนการแกป้ ญั หาได้อย่างถกู ต้อง (P) 2.3 นักเรยี นรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ีท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A) 3. สาระสำคัญ 3.1 การแก้โจทยป์ ญั หาอสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียวมขี ้ันตอนคล้ายกบั การแกโ้ จทย์ปญั หาเกี่ยวกบั เรอ่ื งอื่น ๆ แตใ่ ชค้ วามรเู้ กย่ี วกับอสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี วโดยมีขนั้ ตอนดังน้ี ขั้นท่ี 1 วิเคราะหโ์ จทย์ป ญหาเพือ่ พจิ ารณาว า โจทยก์ ำหนดอะไรมาให้ และตอ้ งการหาอะไร ขัน้ ที่ 2 กำหนดตัวแปรแทนส่ิงท่ีโจทยต์ อ้ งการให้หาหรือแทนสิง่ ท่ีสัมพนั ธ์กับสงิ่ ท่ีโจทยต์ ้องการให้หา ขั้นที่ 3 พจิ ารณาเงอ่ื นไขที่แสดงการไม่เทา่ กันตามที่โจทย์กำหนด แลว้ นำมาเขียนเปน็ อสมการ ข้นั ท่ี 4 แกอ้ สมการเพ่ือหาคําตอบของส่ิงท่ีโจทยต์ ้องการ ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบท่ีไดก้ บั เงือ่ นไขที่โจทย์กำหนด 4. สมรรถนะสำคญั ของนกั เรียน 4.1 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 5.1 มุง่ มนั่ ในการทำงาน

102 6. ภาระงาน /ชิ้นงาน 6.1 ใบกจิ กรรมท่ี 5 เร่ืองโจทย์ปญั หาอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว 7. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียนร/ู้ ภาระงาน การประเมนิ ระหวา่ งเรียน - ปฏสิ ัมพันธ์ระหว่างครผู ู้สอนกบั นกั เรียนขณะข้ันสอน - การตอบคำถามและความร่วมมอื ของนักเรยี นท่ีมตี ่อตวั อย่างและคำถามท่ีครูผ้สู อนกล่าว เปา้ หมาย หลกั ฐาน วิธีวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารวัด - ตรวจใบกิจกรรม ตวั ช้วี ัด (วิชาพนื้ ฐาน) เขา้ ใจและใช้สมบตั ิของการ - ใบกิจกรรมท่ี 5 - ใบกิจกรรมที่ 5 - นักเรยี นทาใบ เรือ่ งโจทยป์ ญั หา กจิ กรรมถกู ตอ้ ง ไมเ่ ทา่ กันเพอื่ วิเคราะหแ์ ละ เร่ืองโจทยป์ ัญหา อสมการเชงิ เส้นตวั มากกว่ารอ้ ยละ 50 แปรเดียว ผ่านเกณฑ์ แก้ปญั หา โดยใช้อสมการเชงิ อสมการเชิงเสน้ ตวั เสน้ ตวั แปรเดยี ว แปรเดยี ว จุดประสงค์การเรยี นรู้ - นกั เรยี นสามารถอธบิ าย - ใบกจิ กรรมท่ี 5 - ตรวจใบงาน - ใบกิจกรรมที่ 5 - นักเรยี นทาใบ กิจกรรม เรอ่ื งโจทยป์ ัญหา กจิ กรรมถกู ตอ้ ง การนำความรเู้ กีย่ วกบั เรือ่ งโจทยป์ ญั หา อสมการเชิงเส้นตวั มากกวา่ รอ้ ยละ 50 - สงั เกตพฤติกรรม แปรเดียว ผ่านเกณฑ์ อสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว อสมการเชิงเสน้ ตวั การตอบสนองของ นักเรยี นและการ - แบบสงั เกต - ระดบั คณุ ภาพของ มาชว่ ยในการพจิ ารณาแก้ แปรเดยี ว พฤตกิ รรม พฤติกรรมตั้งแต่ 2 โจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั อสมการ เชิงเส้นตัวแปรเดยี วท่ี กำหนดใหไ้ ด(้ K) - นกั เรยี นสามารถเขยี น แสดงวิธที ำเพื่อหาคำตอบ โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (P) สมรรถนะสำคญั - นักเรียนมีความสามารถใน - แบบสังเกต การส่ือสาร (สมรรถนะ) พฤติกรรม

103 เปา้ หมาย หลักฐาน วธิ ีวัด เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารวัด คะแนนขนึ้ ไป (อยู่ ตอบสนองตอ่ ในระดบั พอใช้) คาถามของ นกั เรยี นในขนั้ สอน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบสังเกต - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต - ระดบั คุณภาพ - นกั เรยี นรับผิดชอบตอ่ พฤตกิ รรม การตอบสนองของ พฤตกิ รรม พฤตกิ รรมตงั้ แต่ หนา้ ทท่ี ไ่ี ด้รบั มอบหมาย (A) นกั เรียนและการ ระดบั ท่ี 2 ขน้ึ ไป ตอบสนองตอ่ ผ่านเกณฑ์ คาถามของ นกั เรยี นในขนั้ สอน การประเมนิ ม้อื สิ้นสุดกิจกรรมการเรยี นรู้ - ตรวจใบกิจกรรมที่ 5 เรอ่ื งโจทย์ปัญหาอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว 8. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น 8.1 ครผู ู้สอนชีแ้ จงข้ันตอนการจดั การเรยี นรโู้ ดยเทคนิคเพื่อนคู่คิดและกจิ กรรมท่ีจดั ขึน้ และแจ้ง จุดประสงค์การเรียรู้ 8.2 ครูผู้สอนสอนเก่ียวกบั ขั้นตอนการแกโ้ จทย์ปัญหาเกยี่ วกบั อสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียวผ่านการทำ ตัวอย่างโจทย์ปัญหาอสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี วเกีย่ วกบั สถานการณต์ ่าง ๆ พรอ้ ม ๆ กนั และครผู ู้สอนคอย เนน้ ย้ำข้นั ตอนต่าง ๆ และขอ้ ควรระวังในข้นั ตอนน้ัน ๆ โดยขน้ั ตอนมดี งั ตอ่ ไปน้ี ขน้ั ท่ี 1 วิเคราะหโ์ จทย์ปญั หาเพ่อื พิจารณาว า โจทยก์ ำหนดอะไรมาให้ และตอ้ งการหาอะไร ข้ันที่ 2 กำหนดตัวแปรแทนสงิ่ ท่ีโจทย์ตอ้ งการให้หาหรือแทนสง่ิ ที่สัมพันธ์กับสิ่งท่โี จทย์ตอ้ งการให้หา ขน้ั ท่ี 3 พจิ ารณาเงื่อนไขทีแ่ สดงการไมเ่ ท่ากันตามที่โจทย์กำหนด แลว้ นำมาเขยี นเป็นอสมการ ขัน้ ท่ี 4 แกอ้ สมการเพ่อื หาคาํ ตอบของสงิ่ ท่โี จทยต์ ้องการ ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบท่ไี ด้กบั เง่ือนไขท่ีโจทย์กำหนด ข้นั สอน 8.3 ครูผู้สอนยกตวั อยา่ งการแก้โจทย์ปัญหาของอสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดยี วเพื่อให้นักเรียนเข้าใจ ขน้ั ตอนในการแกโ้ จทยป์ ญั หา มุ่งเนน้ สรา้ งมโนทัศน์และขอ้ ควรระวงั ในการแก้โจทย์ปญั หา

104 ตวั อยา่ งท่ี 4 1) รา้ นลา้ งรถแหง่ หน่ึง คดิ ราคาค่าล้างรถยนต์ไวค้ นั ละ 450 บาท หากรา้ นต้งั เป้าหมายว่า ในหนง่ึ เดอื นตอ้ งได้ ค่าลา้ งรถไมน่ ้อยกวา่ 60,000 บาท โดยยังไม่หกั คา่ ใชจ้ ่าย รา้ นจะต้องลา้ งรถยนต์ใหไ้ ดอ้ ย่างน้อยก่ีคัน ขัน้ ที่ 1 โจทยก์ ำหนดอะไรมาให้ และต้องการหาอะไร โจทย์กำหนด ร้านล้างรถคิดราคาล้าง 450 ตงั้ เปา้ ไดค้ ่าลา้ งรถ 60000 บาท โจทยต์ อ้ งการ ตอ้ งล้างอยา่ งนอ้ ยก่ีคนั ขน้ั ที่ 2 กำหนดตวั แปร x แทน จำนวนรถยนตร์ทล่ี ้างโดยรา้ นลา้ งรถ ขั้นท่ี 3 เขียนอสมการ 450x  60, 000 f ขนั้ ท่ี 4 แกอ้ สมการ 450x  60, 000 450x  1   60, 000  1   450  450  x  133.3333 ขัน้ ที่ 5 ตรวจความสมเหตสมผลกบั เงือ่ นทโี่ จทยก์ ำหนด แทน x ด้วย 134 ; 450(134)  60,000 60,300  60,000 เปน็ จริง ดงั นัน้ รา้ นลา้ งรถยนตต์ อ้ งลา้ งรถยนต์อย่างนอ้ ย 134 คัน ครูชี้ใหเ้ หน็ ว่าทำไมต้องตอบ 134 คันเพราะ โจทยถ์ ามวา่ ต้องล้างอย่างน้อยกคี่ นั และ 134 เปน็ จำนวนทส่ี อดคลอ้ งกับเงื่อนไขเม่ือดูในขนั้ ท่ี 5 2) รูปส่ีเหล่ียมมมุ ฉากรูปหนึ่งมีด้านยาวยาวกวา่ ด้านกวา้ ง 6 เซนติเมตร ถ้าความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหลี่ยมมมุ ฉากรปู น้ไี ม่มากกว่า 48 เซนติเมตร รูปส่เี หล่ียมมุมฉากรูปนจ้ี ะมดี ้านกว้างมากท่ีสุดกเ่ี ซนติเมตร ขน้ั ที่ 1 โจทยก์ ำหนดอะไรมาให้ และตอ้ งการหาอะไร โจทยก์ ำหนด รปู สี่เหลยี่ มมมุ ฉากรูปหนง่ึ มดี า้ นยาวยาวกวา่ ดา้ นกวา้ ง 6 เซนติเมตร ถ้าความ ยาวรอบรปู ของรูปสี่เหล่ียมมมุ ฉากรปู นไ้ี มม่ ากกวา่ 48 เซนตเิ มตร โจทยต์ ้องการ หาว่าดา้ นกว้างสามารถยาวได้มากทสี่ ดุ ก่เี ซนติเมตร ขน้ั ที่ 2 กำหนดตัวแปร x แทน ความยาวของด้านกว้าง ขนั้ ท่ี 3 เขียนอสมการ

105 x + x + (x + 6) + (x + 6)  46 d ขนั้ ที่ 4 แก้อสมการ x + x + (x + 6) + (x + 6)  46 d 4x +12  46 d 4x +12 −12  46 −12 d 4x  34 d x  8.5 ก ขน้ั ท่ี 5 ตรวจความสมเหตสมผลกบั เงือ่ นท่ีโจทย์กำหนด แทน x ด้วย 8.5 ; 8.5 + 8.5 + (8.5 + 6) + (8.5 + 6)  46 46  46 เปน็ จริง ดังนัน้ ความยาวด้านทย่ี าวทส่ี ุดทีเ่ ป็นไปไดค้ ือ 8.5 เซนตเิ มตร 3) สมมุติวา่ นกั เรยี นเปดิ ร้านขายนำ้ ผลไม้และลกู ชิ้นปิ้ง โดยน้ำผลไม้ราคา 25 บาทตอ่ แก้ว และลกู ช้ินปงิ้ ราคา ไม้ละ10 บาท ถา้ มีลูกค้าคนหนงึ่ มเี งินอยู่ 460 บาท ตอ้ งการซอ้ื น้ำผลไม้ 9 แก้ว และนำเงนิ สว่ นทเี่ หลอื ไปซ้ือ ลูกช้นิ ป้ิงนักเรยี นจะขายลกู ช้นิ ปิ้งใหล้ ูกค้าคนน้ไี ด้อย่างมากทส่ี ุดก่ไี ม้ ขั้นที่ 1 โจทยก์ ำหนดอะไรมาให้ และต้องการหาอะไร โจทยก์ ำหนด ราคาขายของน้ำผลไม้ และลูกช้ินและเงอื่ นไขการซือ้ ของลูกค้าคนหนง่ึ มเี งนิ อยู่ 460 บาท ตอ้ งการซ้อื นำ้ ผลไม้ 9 แกว้ และนำเงนิ สว่ นท่ีเหลอื ไปซ้อื ลูกช้นิ ปง้ิ โจทย์ตอ้ งการ นักเรียนจะขายลูกชิน้ ปง้ิ ใหล้ กู ค้าคนนไี้ ด้อยา่ งมากทีส่ ดุ ก่ีไม้ ข้ันที่ 2 กำหนดตวั แปร x แทนจำนวนไมข้ องลูกช้ิน ขนั้ ที่ 3 เขยี นอสมการ 9(25) +10x  460 d ขั้นที่ 4 แกอ้ สมการ 9(25) +10x  460 ก 225 +10x  460 d 225 +10x − 225  460 − 225 ก 10x  235 ก x  23.5 ก ข้นั ที่ 5 ตรวจความสมเหตสมผลกับเง่ือนทโี่ จทยก์ ำหนด แทน x ดว้ ย 23 ; 9(25) +10(23)  460

106 455  460 เป็นจริง ดังนั้น นักเรยี นสามารถขายลกู ชิน้ ไดม้ ากท่ีสดุ 23 ไม้ 8.4 ครูผูส้ อนให้ใบกิจกรรมท่ี 5 เรื่องโจทยป์ ญั หาอสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว และดำเนนิ ตามขัน้ ตอน ตอ่ ไปน้ี ครูผู้สอนจัดกิจกรรมตามขั้นตอนการจดั การเรียนรโู้ ดยเทคนิคเพ่ือนคู่คิด ครผู ู้สอนให้นกั เรียนจับคู่ เพอ่ื นโดยสมคั รใจแต่หา้ มซ้ำคูเ่ ดิม ข้ันที่ 1 Think ครผู สู้ อนกระตนุ้ ให้นกั เรียนเก่ยี วกับการแก้และข้อสังเกตของโจทยป์ ัญหาเพ่ือให้ นกั เรียนวิเคราะห์โจทย์ปัญหาและสรา้ งขั้นตอนในการแก้ปญั หาทอ่ี ยู่ในใบกิจกรรม และความหมายของศัพท์ ต่าง ๆ ทนี่ กั เรยี นไม่คนุ้ เคย ให้นกั เรียนทกุ คนเกิดการคดิ ขน้ั ท่ี 2 Pair ครูผูส้ อนใหน้ ักเรียนเขา้ คกู่ ันทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมายและอภิปรายข้อมลู ตา่ ง ๆ เพอ่ื สรปุ คำตอบของภาระงานที่ไดร้ บั มอบหมายรว่ มกันในแตล่ ะคู่ ขนั้ ท่ี 3 Share ครูผ้สู อนให้ค่นู ักเรียนในแต่ละคู่ออกมานำเสนอคำตอบของภาระงานทไี่ ด้รับ มอบหมายเพ่อื ใหนกั เรียนทั้งห้องอภปิ ราย ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ความสมเหตสุ มผล เพอ่ื หาขอ้ สรุปรว่ มกัน ทง้ั หอ้ งเรียน ขัน้ สรุป 8.5 ครูผู้สอนสรุปองค์ความรู้ทไ่ี ดส้ อนภายในคาบเกยี่ วกับขน้ั ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาอสมการเชงิ เส้น ตัวแปรเดียวโดยสรปุ ความสำคัญในแต่ละขั้นพร้อมข้อควรระวงั ต่าง ๆ เกี่ยวกับสมบัติการไมเ่ ท่ากนั 9. สอ่ื การเรยี นรู้/อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้ 9.1 หนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เลม่ 1 9.2 ใบกจิ กรรมท่ี 5 เร่ืองการแกโ้ จทยป์ ญั หาอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว 9.3 หอ้ งสมดุ โรงเรยี นวมิ ุตยารามพทิ ยากร

107 10. บนั ทึกหลังแผนการจัดการเรยี นรู้ 1) ผลการจดั การเรยี นรู้ 1) ผลการจดั การเรียนรู้ 1.1) นกั เรยี นได้รบั ความรู้ (K) นกั เรยี น ม.3/1 ท้งั หมด 12 คน มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั การแก้โจทย์ปัญหาอสมการเชงิ เส้นตัว แปรเดียว และผ่านใบกจิ กรรมที่ 5 1.2) นกั เรียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรยี น ม.3/1 ท้ังหมด 12 คน สามารถเขยี นแสดงวิธีทำการแกอ้ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว และมสี มรรถนะความสามารถในการแก้ปัญหา มีความกล้าแสดงออกมากย่ิงข้ึน 1.3) นกั เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม (A) นักเรยี น ม.3/1 ท้ังหมด 12 คน มีความม่งุ มั่นในการทำงาน และให้ความร่วมมือดำเนนิ กิจกรรมไป อยา่ งราบร่นื 2) ปัญหา /อปุ สรรค เวลาไม่เพียงพอในการดำเนนิ กจิ กรรม เพราะใช้เวลาในการอภิปรายมากเกินไป จำนวนข้อ เยอะเกินไป 3) ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข ครผู ู้สอนพยายามหาข้อสรุปเร็วข้ึน ชี้ประเดน็ ให้ชัดข้ึน ลงชอ่ื ..............................................ครผู ู้สอน ลงชอื่ ..............................................ครพู ่ีเลี้ยง (นายคุณาสนิ ชตุ ินันท)์ (นางสาวจภิ ทั ร บุญครอบ) ครพู ่เี ลี้ยง นกั ศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู ความคิดเหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระ ……………………………………….…………………………………………………………………...................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………............................................ ลงชื่อ .................................................................... ( นางสาวจภิ ทั ร บุญครอบ) หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์

108 ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน ……………………………………….………………………………………………………………………................................................ ………………………………………………………………………………………….......................................................……………… ลงชอ่ื ................................................................... (ดร.สุประวีณ์ ทพิ ย์โพธ์ิ ) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

109 แบบประเมนิ การจัดการเรียนรตู้ ามจดุ ประสงค์การเรยี นรดู้ า้ นพุทธพิ สิ ยั ดา้ นทกั ษะพิสยั และสมรรถนะสำคญั การจัดการเรียนรู้เรื่องการนำความรูเ้ กย่ี วกบั อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว ไปใช้ในการแก้ปัญหาของนกั เรียนระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ปกี ารศกึ ษา2565/1 วิชา ค23111 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 คนที่ จำนวนขอ้ สรุปผล ตอบถกู ตอบผดิ ผา่ น ไม่ผา่ น 1 9-  2 9-  3 9-  4 9-  5 9-  6 9-  7 9-  8 9-  9 9-  10 9 -  11 9 -  12 9 -  หมายเหตุ เกณฑก์ ารผ่าน ตอบคำถามถูกตอ้ งมากกว่าร้อยละ 50

110 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมตามจุดประสงค์การเรยี นรู้สมรรถนะสำคัญของนักเรียน การจัดการเรียนร้เู รอื่ งการนำความรเู้ กี่ยวกับอสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดยี วไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา นกั เรียนระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ปีการศกึ ษา2565/1 วิชา ค23111 คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน 5 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 คนที่ ความถกู ต้องของ ความสมเหตุผลและความถกู ตอ้ งของ สรุปผล กระบวนการแกป้ ญั หา ผลลพั ธ์ ระดบั คณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ดี พอใช้ ปรับปรุง ดี พอใช้ ปรับปรงุ ผา่ น ไมผ่ า่ น (3) (2) (1) (3) (2) (1) 1   2   3   4   5   6   7   8   9   10    11    12    รวม 36 36 เฉล่ยี 3 สรปุ ผล ระดบั ดี หมายเหตุ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดับดี = 3 คะแนน ระดับพอใช้ = 2 คะแนน ระดบั ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน เกณฑ์การผ่าน ระดับคณุ ภาพของพฤติกรรมตง้ั แต่ 2 คะแนนขึ้นไป (อย่ใู นระดับพอใช้)

111 เกณฑก์ ารแปลผลของคุณลักษณะระดับพฤตกิ รรมโดยรวมใช้เกณฑ์ดงั น้ี ชว่ งคะแนน แปลความหมาย 2.01 – 3.00 ระดับดี 1.01 – 2.00 ระดบั พอใช้ 0.00 – 1.00 ระดับปรับปรุง เกณฑ์ผ่าน การแปลผลของคณุ ลักษณะระดบั คุณภาพตงั้ แต่ 1.00 ขึ้นไป (อยู่ในระดบั พอใช้) เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพแบบสงั เกตพฤติกรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา้ นพุทธิพิสยั และสมรรถนะสำคญั ของนักเรียน ระดับคุณภาพ ระดับดี ระดับพอใช้ ระดับปรบั ปรุง เกณฑ์ ความถูกตอ้ งของ 1. มกี ารวางแผนแกไ้ ข 1. มกี ารวางแผนแก้ไข 1. มกี ารวางแผนแกไ้ ข กระบวนการแกป้ ญั หา ปัญหา ปญั หา ปญั หา 2. ดำเนนิ การแก้ปัญหา 2. ดำเนินการแก้ปัญหา 2. ไม่ดำเนนิ การแก้ปญั หา ตามแผนท่ีวางไว้ ตามแผนที่วางไว้ ตามแผนท่ีวางไว้ 3. ดำเนินการแกป้ ญั หา 3. ไมด่ ำเนินการ 3. ไม่ดำเนนิ การแก้ปญั หา ถูกตอ้ งตามหลกั แก้ปญั หาถูกต้องตาม ถกู ต้องตามหลกั คณิตศาสตร์ หลกั คณิตศาสตร์ คณติ ศาสตร์ ความสมเหตผุ ลและ 1. ผลลพั ธท์ ่ีได้จากการ 1. ผลลัพธ์ทไี่ ด้จากการ 1. ผลลัพธท์ ่ีได้จากการ ความถูกต้องของ แกป้ ญั หาถกู ต้อง แก้ปญั หาถูกตอ้ ง แก้ปัญหาไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ 2. มกี ารตรวจสอบความ 2. ไม่มกี ารตรวจสอบ 2. ไม่มีการตรวจสอบ สมเหตสุ มผลของ ความสมเหตุสมผล ความสมเหตสุ มผลของ ผลลัพธท์ ีไ่ ด้จากการ ของผลลัพธท์ ีไ่ ด้จาก ผลลพั ธท์ ีไ่ ด้จากการ แก้ปัญหา การแก้ปัญหา แก้ปัญหา

112 แบบสังเกตพฤติกรรมความมุ่งมัน่ ในการทำงาน การจดั การเรียนรเู้ รือ่ งการนำความร้เู กี่ยวกบั อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี วไปใช้ในการแกป้ ัญหา ของนกั เรียนระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ปกี ารศึกษา2565/1 วชิ า ค23111 คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน 5 แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 4 คนที่ ระดบั คณุ ภาพ สรุปผล ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ผ่าน ไม่ผา่ น (3) (2) (1) 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10   11   12   รวม 36 เฉลย่ี 3 สรปุ ผล ระดบั ดี หมายเหตุ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดบั ดี = 3 คะแนน ระดับพอใช้ = 2 คะแนน ระดบั ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั คุณภาพของพฤตกิ รรมต้งั แต่ 2 คะแนนขน้ึ ไป (อย่ใู นระดับพอใช)้

113 เกณฑ์การแปลผลของคณุ ลักษณะระดับพฤติกรรมโดยรวมใช้เกณฑ์ดงั น้ี ช่วงคะแนน แปลความหมาย 2.01 – 3.00 ระดบั ดี 1.01 – 2.00 ระดบั พอใช้ 0.00 – 1.00 ระดับปรบั ปรุง เกณฑผ์ ่าน การแปลผลของคณุ ลักษณะระดับคุณภาพตง้ั แต่ 1.00 ข้ึนไป (อยใู่ นระดับพอใช้) เกณฑ์การให้คะแนนระดบั คณุ ภาพแบบสังเกตพฤตกิ รรมความมุ่งมน่ั ในการทำงาน ระดบั ดี ระดับพอใช้ ระดับปรบั ปรุง 1. มีสว่ นร่วมในการทำงานกล่มุ 1. มสี ่วนร่วมในการทำงานกล่มุ 1. ไมม่ สี ่วนรว่ มในการทำงานกล่มุ 2. ทำภาระงานทีไ่ ดร้ บั 2. ทำภาระงานทไี่ ดร้ บั 2. ทำภาระงานที่ไดร้ ับมอบหมาย มอบหมายให้สำเร็จและส่งตรง มอบหมายให้สำเร็จแต่ส่งไม่ตรง ไม่สำเรจ็ และไม่สง่ ภาระงาน เวลา เวลา 3. ไมม่ กี ารตอบสนองในเชงิ บวก 3. มกี ารตอบสนองในเชิงบวก 3. ไม่มกี ารตอบสนองในเชิงบวก กบั ครผู สู้ อน กับครผู ู้สอน กับครูผ้สู อน

114 ใบกจิ กรรมท่ี 5 โจทย์ปัญหาอสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ อสมการ สว่ นท่ี 1 การเขียนอสมการจากประโยคแสดงความสัมพนั ธ์ ประโยคแสดงความสมั พนั ธ์ สามในหา้ ของจำนวนจำนวนหนงึ่ มากกวา่ ผลบวก กำหนดให้ x แทน ของสองเทา่ ของจำนวนจำนวนน้ันกบั 10 จำนวนท่ี นอ้ ยท่สี ุดที่สามารถเป็นไปไดค้ ือ ฝนมีเงนิ จำนวนหนงึ่ ซ้อื นำ้ เปล่า 3 ขวนเปน็ เงนิ 21 กำหนดให้ x แทน บาทแลว้ ยังเหลือเงนิ มากกวา่ ครึ่งหน่งึ ของเงนิ ทมี่ ี ตอนแรก ตอนแรกฝนมีเงินเท่าไร นำ้ ขงิ เปดิ ฟารม์ แมวเลย้ี งแมวจำนวนหนึ่ง รับเล้ียง กำหนดให้ x แทน เพิ่ม 30 ตวั เม่อื สำรวจดูแล้วมแี มวมากกวา่ 100 ตัว มีแมวอย่างนอ้ ยกีต่ วั เท่ทำขนมขายช้นิ ละ 10 บาท เมื่อขายทัง้ หมดแล้วมี กำหนดให้ x แทน เงินมากกวา่ 200 เทข่ ายขนมอย่างน้อยก่ีชิ้น ลกู หยีทำการบ้านไปหลายขอ้ เมอื่ ทำเพ่มิ ไปอีก 20 กำหนดให้ x แทน ขอ้ แตล่ กู หยียงั ทำนอ้ ยกว่า 60 ขอ้ ลูกหยีทำการบ้าน มากทส่ี ุดกขี่ อ้ แอเรียลทำงานปกติและยังทำงานล่วงเวลาเปน็ เวลา กำหนดให้ x แทน 4 ชัว่ โมงเมื่อรวมเวลาทำงานแล้วนับมากกวา่ 8 ชวั่ โมง แต่ไมเ่ กิน 10 ชั่วโมง สว่ นที่ 2 การแก้โจทย์ปัญหาอสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียว 1) นนท์ตอ้ งการออมเงนิ ไว้สำหรับค่าเทอมในการศกึ ษาตอ่ โดยตอ้ งเตรียมเงนิ ไวม้ ากกวา่ 10,000 บาท จึงจะ เพยี งพอเขาจึงตดั สนิ ใจสมคั รเปน็ พนกั งานลา้ งจานทร่ี ้านอาหารแห่งหนงึ่ โดยไดร้ ับคา่ จา้ งวันละ 240 บาท นนท์ตอ้ งทำงานอยา่ งน้อยกว่ี ันจึงจะมีเงนิ เพยี งพอสำหรับค่าเทอม โจทย์กำหนด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... โจทย์ตอ้ งการ

115 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… กำหนดตวั แปร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เขยี นอสมการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แกอ้ สมการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………d ตรวจความสมเหตสมผลกับเงอื่ นท่ีโจทยก์ ำหนด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ดังน้นั ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) สายยางรดน้ำต้นไม้เส้นหนึ่งยาวอย่างน้อย 23 เมตร ถ้าตอ้ งการตดั สายยางเสน้ น้ีออกเปน็ สามสว่ น โดยที่ สายยางสว่ นแรกยาวเป็นครึ่งหนงึ่ ของส่วนทสี่ อง และสายยางสว่ นสุดทา้ ยยาวกวา่ ส่วนแรก 1 เมตร สายยาง ส่วนแรกจะยาวอยา่ งน้อยก่เี มตร โจทย์กำหนด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... โจทย์ต้องการ

116 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… กำหนดตวั แปร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เขียนอสมการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แก้อสมการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………d ตรวจความสมเหตสมผลกับเง่ือนที่โจทยก์ ำหนด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ดงั น้ัน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3) ฟ้าทำขนมพายขายถาดละ 325 บาท โดยลงทุนไป 25,000 บาท ฟ้าจะตอ้ งขายขนมพายอยา่ งน้อยกถี่ าด เพือ่ ใหเ้ ริ่มไดก้ ำไรจากเงนิ ลงทุน โจทย์กำหนด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... โจทย์ตอ้ งการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

117 กำหนดตวั แปร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เขียนอสมการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แกอ้ สมการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………d ตรวจความสมเหตสมผลกับเงอื่ นทโี่ จทย์กำหนด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ดังนน้ั ………………………………………………………………………………………………………………………………………………

118 แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรูอ้ สมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดียว สว่ นท่ี 1 คำชแี้ จง ให้นักเรยี นเลอื กตวั เลือกท่ีถูกตอ้ งทส่ี ุดเพียง 1 ตัวเลือก 1) ข้อใด เปน็ อสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดยี ว ก. 3x + 1 < 2 ข. 4y – x < 3 ค. z2 + z > 0 ง. 3a2 = 0 2) ข้อใด ไม่ใช่ อสมการเชิงเส้นตวั แปรเดียว ก. x > 10 ข. 2y + 2 ≠ y + 1 ค. x2 + 2 >1 ง. z + 3 ≤ 2 3) อสมการในขอ้ ใดสอดคลอ้ งกับขอ้ ความตอ่ ไปนี้ “ 3 เท่าของผลต่างของจำนวนหนงึ่ กับ 5 มากกวา่ 10 ” ก. 3(x + 5)  10 ข. 3(x − 5)  10 ค. 3x + 5  10 ง. 3x − 5  10 4) อสมการในข้อใดสอดคลอ้ งกบั ข้อความต่อไปนี้ “ ต้นไม้เปิดฟารม์ แมว เลย้ี งแมวจำนวนหน่ึงขายไป 20 ตัวแตก่ ย็ งั มแี มวมากกวา่ 100 ตัว ” ก. 20x − 20  100 ข. x + 20  100 ค. 20x + 20  100 ง. x − 20  100 5) อสมการในขอ้ ใดสอดคล้องกบั ขอ้ ความตอ่ ไปน้ี “ 4 เทา่ ของจำนวนหน่ึงเมอื่ ลบออกไป 10 มคี ่าต้ังแต่ 15 ขึ้นไป ” ก. 4x −10  15 ข. 4(x −10)  15 ค. 4x −10  15 ง. 4(x −10)  15 6) จากกราฟแสดงคำตอบทีก่ ำหนดเปน็ ของอสมการในข้อใด ก. x  1 ข. x  1 ค. x  1 ง. x  1

119 7) จากกราฟแสดงคำตอบทกี่ ำหนดเปน็ ของอสมการในข้อใด ก. x  3 ข. x  3 ค. x  3 ง. x  3 8) จากกราฟแสดงคำตอบท่กี ำหนดเปน็ ของอสมการในขอ้ ใด ก. 1  x  5 ข. 1  x  5 ค.1  x  5 ง. 1  x  5 9) ขอ้ ใดเปน็ การสรปุ คำตอบของอสมการต่อไปน้ีได้ถูกตอ้ ง x  3 ก. จำนวนจรงิ ท่ี มากกวา่ 3 ข. จำนวนจริงที่ มากกว่าหรอื เทา่ กับ 3 ค. จำนวนจรงิ ท่ี นอ้ ยกวา่ 3 ง. จำนวนจริงท่ี ไมเ่ กิน 3 10) ข้อใดคอื คำตอบของอสมการต่อไปน้ี x + 5  7 ก. x  12 ข. x  2 ค. x  35 ง. x  2 11) ขอ้ ใดคอื คำตอบของอสมการต่อไปน้ี 2x  18 ก. x  16 ข. x  20 ค. x  36 ง. x  9 12) ขอ้ ใดคอื คำตอบของอสมการตอ่ ไปนี้ 3x +1  5 − x ก. x  3 ข. x  12 ง. x  24 4 ค. x  1 13) ข้อใดคือคำตอบของอสมการตอ่ ไปน้ี −4x − 5 15 ก. x  −5 ข. x  −5 ค. x  −5 ง. x  −5 2 2 14) ขอ้ ใดคือคำตอบของอสมการ −x +1  5 2 ก. จำนวนจรงิ ท่มี ากกวา่ -8 ข. จำนวนจรงิ ท่ีน้อยกวา่ -8 ค. จำนวนจรงิ ที่มากกว่า 8 ง. จำนวนจรงิ ที่นอ้ ยกวา่ 8

120 15) ระยะทางจากโรงเรียนถึงบ้านของนนท์ ระยะทางไมเ่ กนิ 1,000 เมตร วนั น้นี นท์เดนิ ทางไปโรงเรยี น เดินทางไปแลว้ เป็นระยะทางหนึ่งเจอป้ายบอกวา่ อกี 400 เมตรจะถึงโรงเรยี น ในตอนแรกนนทเ์ ดินทางไปถงึ ป้ายบอกทางเป็นระยะทางไกลทีส่ ุดกี่เมตร ก. 400 เมตร ข. 500 เมตร ค. 600 เมตร ง. 700 เมตร

121 สว่ นที่ 2 คำชี้แจง ให้นกั เรียนเขียนแสดงวิธที ำ 1) นำ้ ฝนประดิษฐโ์ คมไฟขายโดยขายอันละ 200 บาท โดยจะต้องขายใหไ้ ดเ้ งนิ มากกวา่ 2,300 บาท นำ้ ฝน จะต้องประดิษฐโ์ คมไฟอย่างน้อยกีอ่ นั โจทย์กำหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… โจทยต์ ้องการ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… กำหนดตัวแปร ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… เขียนอสมการ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… แก้อสมการ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ตรวจสอบความสมเหตุสมผล ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ดงั นน้ั ……………………………………………………………………………………………………………………………….................

122 แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรู้อสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดียว ส่วนท่ี 1 คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นเลือกตัวเลอื กที่ถูกตอ้ งทีส่ ุดเพียง 1 ตวั เลอื ก 1) ขอ้ ใด เป็น อสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดยี ว ก. x2 + y = 0 ข. 3y – x < 3 ค. 2z2 + 4z > 0 ง. 2a + 1 > 0 2) ข้อใด ไมใ่ ช่ อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว ก. 3x > 1 ข. y - 3 ≠ x + 1 ค. x2 + 2 >1 ง. x - 7 ≤ 2 3) อสมการในข้อใดสอดคล้องกบั ขอ้ ความตอ่ ไปนี้ “ ครึ่งเทา่ ของผลรวมของจำนวนหน่งึ กับ 3 ไม่เกิน 10 ” ก. 1 (x + 3)  10 ข. 1 (x + 3)  10 2 2 ค. 1 (x + 3)  10 ง. 1 (x + 3)  10 22 4) อสมการในขอ้ ใดสอดคล้องกบั ข้อความตอ่ ไปนี้ “รวิ เป็นวศิ วกรสร้างบา้ นมาจำนวนหนง่ึ สรา้ งเพมิ่ อกี 5 หลังแตย่ งั มจี ำนวนน้อยกวา่ 10 หลัง” ก. x + 5  10 ข. x + 5  10 ค. x − 5  10 ง. x − 5  10 5) อสมการในขอ้ ใดสอดคลอ้ งกบั ข้อความต่อไปน้ี “ 5 เท่าของจำนวนหน่ึงเมอ่ื รวมกับ 7 มีค่าต้งั แต่ 10 ขน้ึ ไป ” ก. 5x + 7  10 ข. 5x + 7  10 ค. 5x + 7  10 ง. 5x + 7  10 6) จากกราฟแสดงคำตอบทีก่ ำหนดเปน็ ของอสมการในขอ้ ใด ก. x  1 ข. x  1 ค. x  1 ง. x  1

123 7) จากกราฟแสดงคำตอบทีก่ ำหนดเปน็ ของอสมการในข้อใด ก. x  4 ข. x  4 ค. x  4 ง. x  4 8) จากกราฟแสดงคำตอบทก่ี ำหนดเปน็ ของอสมการในข้อใด ก. 2  x  4 ข. 2  x  4 ค. 2  x  4 ง. 2  x  4 9) ข้อใดเปน็ การสรุปคำตอบของอสมการตอ่ ไปน้ีได้ถูกต้อง 1  x  4 ก. จำนวนจรงิ ที่ มากกว่า 1 แต่ ไมเ่ กนิ 4 ข. จำนวนจริงท่ี มากกวา่ 1 แต่ นอ้ ยกว่า 4 ค. จำนวนจรงิ ที่ นอ้ ยกว่า 1 แต่ มากกว่าหรือเท่ากบั 4 ง. จำนวนจริงที่ นอ้ ยกวา่ 1 แต่ มากกวา่ 4 10) ข้อใดเป็นการสรุปคำตอบของอสมการต่อไปนี้ไดถ้ ูกต้อง x  6 ก. จำนวนจริงที่ มากกว่า 6 ข. จำนวนจรงิ ท่ี มากกว่าหรอื เทา่ กับ 6 ค. จำนวนจริงที่ น้อยกว่า 6 ง. จำนวนจรงิ ท่ี ไมเ่ กิน 6 11) ข้อใดคอื คำตอบของอสมการตอ่ ไปนี้ x − 7  3 ก. x  10 ข. x  −4 ค. x  10 ง. x  −4 12) ขอ้ ใดคอื คำตอบของอสมการต่อไปนี้ 3x  15 ก. x  18 ข. x  5 ค. x  45 ง. x  12 13) ข้อใดคอื คำตอบของอสมการตอ่ ไปน้ี 2x +117 ก. x  8 ข. x  9 ค. x  32 ง. x  38 14) ขอ้ ใดคือคำตอบของอสมการตอ่ ไปน้ี 5x − 7  5 − x

124 ก. x  2 ข. x  3 ค. x  48 ง. x  −8 15) รูปสเ่ี หลีย่ มผื่นผ้ารปู หนงึ่ ด้านยาวยาวกวา่ ดา้ นกวา่ 5 เซนตเิ มตร และมีความยาวของเสน้ รอบรปู ยาวไม่ เกนิ 50 เซนตเิ มตร ด้านกว้างของรูปส่ีเหล่ยี มผนื ผ้ายาวมากที่สุดเท่าไร ก. 10 เซนตเิ มตร ข. 8 เซนตเิ มตร ค. 6 เซนตเิ มตร ง. 12 เซนติเมตร

125 ส่วนท่ี 2 คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นแสดงวธิ ที ำ 1) มายดไ์ ด้รบั เงนิ สำหรับใช้จ่ายเปน็ รายเดอื นเปน็ เงนิ จำนวนหนงึ่ แตเ่ ดอื นนม้ี ายด์ไดเ้ งนิ เพิ่มเปน็ 2 เทา่ จาก เดิม เมอื่ ส้นิ เดอื นคดิ ค่าใช้จ่ายแล้วมายด์ใช้ไป 2,000 บาทแลว้ เงินทีเ่ หลือกไ็ มเ่ กิน 1,000 บาท อยากทราบว่า ตามปกติแลว้ มายดไ์ ด้เงนิ สำหรบั ใชจ้ ่ายมากท่สี ุดก่ีบาทตอ่ เดอื น โจทยก์ ำหนด ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… โจทย์ตอ้ งการ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… กำหนดตัวแปร ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… เขยี นอสมการ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… แกอ้ สมการ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ตรวจสอบความสมเหตุสมผล ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ดังนน้ั ……………………………………………………………………………………………………………………………….................

126 กระดาษคำตอบการสอบกอ่ นเรยี น เรอ่ื งอสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ชอื่ ............................................................................................................ชนั้ ม....../........ เลขที่............ ตอนท่ี 1 ให้นกั เรียนทำเครอ่ื งหมาย X ลงใน ด้วยคำตอบทถ่ี กู ต้องท่ีสดุ เพยี ง 1 ตวั เลอื ก ข้อ a b c d ขอ้ a b c d ข้อ a b c d ขอ้ a b c d ก. ข. ค. ง. ก. ข. ค. ง. ก. ข. ค. ง. ก. ข. ค. ง. 1 6 11 16 2 7 12 17 3 8 13 18 4 9 14 19 5 10 15 20 กระดาษคำตอบการสอบหลงั เรียน เร่อื งอสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี ว ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ช่อื ............................................................................................................ชน้ั ม....../........ เลขท.ี่ ........... ตอนท่ี 1 ใหน้ ักเรียนทำเคร่อื งหมาย X ลงใน ดว้ ยคำตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุดเพียง 1 ตวั เลือก ข้อ a b c d ข้อ a b c d ข้อ a b c d ข้อ a b c d ก. ข. ค. ง. ก. ข. ค. ง. ก. ข. ค. ง. ก. ข. ค. ง. 1 6 11 16 2 7 12 17 3 8 13 18 4 9 14 19 5 10 15 20

127 แบบสอบถามความคดิ เหน็ ที่มตี ่อการจดั กิจกรรมการเรียนรโู้ ดยเทคนิคเพ่อื นค่คู ิด เรอื่ ง อสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 คำชี้แจง : แบบสอบถามฉบบั นี้ใชส้ ำหรบั สอบถามความคิดเหน็ ของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยเทคนคิ เพ่ือนคู่คดิ เร่อื ง อสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว แบง่ ออกเป็น 2 ตอน ดงั นี้ ตอนที่ 1 เป็นข้อคำถาม จำนวน 10 ข้อ โดยใหน้ ักเรียนพิจารณาขอ้ ความแต่ละขอ้ โดยละเอยี ด แล้ว ทำเครอ่ื งหมาย  ลงใน  ท่นี กั เรียนเหน็ วา่ ตรงกบั ระดบั ความคดิ เห็นของนกั เรยี น ดังนี้ 5 หมายถึง เหน็ ดว้ ยอยา่ งย่ิง 4 หมายถงึ เหน็ ด้วย 3 หมายถงึ ไมแ่ น่ใจ 2 หมายถงึ ไม่เห็นดว้ ย 1 หมายถงึ ไม่เห็นด้วยอย่างยงิ่ ตอนที่ 2 เป็นข้อคำถาม จำนวน 2 ขอ้ โดยใหน้ ักเรยี นเขียนแสดงความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ เกีย่ วกับการจัดกจิ กรรมการเรียนร้โู ดยโดยเทคนคิ เพอ่ื นคคู่ ิด เรือ่ ง อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว ตอนท่ี 1 ให้นักเรียนพิจารณาขอ้ ความแตล่ ะข้อโดยละเอยี ด แลว้ ทำ เคร่ืองหมาย  ลงใน  ทนี่ ักเรยี นเหน็ ว่าตรงกบั ระดับความคิดเหน็ ของนกั เรยี น ดังนี้ รายการประเมนิ ระดบั ความคดิ เห็น 54321 1) การจัดการเรยี นรู้โดยเทคนคิ เพอื่ นคคู่ ิดช่วยเสริมสร้างให้ นักเรียนมคี วามมัน่ ใจและความกลา้ แสดงออกของตนเองในการ อภปิ รายหนา้ ชน้ั เรียน 2) การจดั การเรียนรู้โดยเทคนิคเพ่อื นคคู่ ดิ ทำใหน้ ักเรียนได้ แลกเปลีย่ นความคิดเห็นกับเพ่ือน (คไู่ ม่ซำ้ เดมิ ) เพ่อื ให้ได้ แนวคดิ และวิธีการขนั้ ตอนตา่ ง ๆ ทีห่ ลากหลาย 3) การจัดการเรียนรูโ้ ดยเทคนิคเพ่ือนคคู่ ิด ทำใหน้ กั เรยี นมีการ ทำงานร่วมกับเพ่อื น (ค่ไู ม่ซ้ำ) ชว่ ยสร้างมนุษยสัมพนั ธ์ การ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ และการรับฟังความเหน็ ของผู้อ่ืนไดด้ ขี ้นึ

รายการประเมิน 5 ระดับความคิดเห็น 128 432 1 4) การจดั การเรียนรูโ้ ดยเทคนคิ เพื่อนคูค่ ิดช่วยให้นักเรียนมกี าร แลกเปลี่ยนการเรยี นรู้ เสรมิ สรา้ งทักษะการส่อื สารเพ่อื สร้าง คำตอบทสี่ มบรู ณแ์ บบยิง่ ขน้ึ 5) การจดั การเรียนรู้โดยเทคนิคเพ่ือนคู่คดิ พฒั นาความสามารถ ในการคิด (การคิดวเิ คราะห์ การคดิ รเิ รม่ิ การคิดสร้างสรรค)์ ระหว่างการรว่ มกจิ กรรม 6) การจดั การเรยี นรูโ้ ดยเทคนคิ เพือ่ นคู่คิดทำให้นักเรียนเข้าใจ แนวคดิ ต่าง ๆ ขั้นตอนและวธิ กี ารแกป้ ญั หา เร่ืองอสมการเชิง เสน้ ตวั แปรเดียวได้ดีข้ึน 7) การจัดการเรยี นรโู้ ดยเทคนคิ เพ่ือนคู่คดิ สง่ ผลให้นกั เรยี นนำ องค์ความรตู้ ่าง ๆ เกย่ี วกบั อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียวไปใช้ แกป้ ัญหาในชวี ติ จริงมากย่งิ ข้ึน 8) การจัดการเรียนรโู้ ดยเทคนคิ เพ่อื นคู่คดิ ส่งผลใหน้ กั เรียนมี เจตคติท่ดี ีต่อวชิ าคณติ ศาสตร์ ตอนที่ 2 ให้นกั เรยี นเขียนแสดงความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะต่อคำถามต่อไปน้ี 1) นักเรียนคดิ วา่ กจิ กรรมการจดั การเรียนรโู้ ดยเทคนคิ เพือ่ นคคู่ ิด ช่วยเสริมสร้างให้นกั เรยี นมคี วามม่ันใจใน ตนเอง และกล้าแสดงออก เพม่ิ ข้ึนหรอื ไม่ อย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) นกั เรยี นคดิ วา่ กจิ กรรมการจดั การเรยี นรูโ้ ดยเทคนิคเพอ่ื นคคู่ ดิ ชว่ ยใหน้ ักเรยี นเข้าใจแนวคติด ขน้ั ตอนการ แกป้ ญั หา เร่อื งอสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดยี ว เพ่มิ ขึ้นหรอื ไม่ อยา่ งไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

129 3) นักเรียนมคี วามรู้สกึ ตอ่ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยเทคนิคเพ่อื นคู่คิด เรอ่ื งอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดียว และมคี วามคดิ เหน็ หรอื ขอ้ เสนอแนะอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก ค การประเมนิ คุณภาพของเครื่องมอื

131 การประเมินคุณภาพของเครอื่ งมือ ผู้วจิ ัยวิเคราะห์ผลของการประเมินคุณภาพของเครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ในการวจิ ยั ดงั น้ี ตารางท่ี 13 สรุปผลการประเมนิ ดชั นคี วามสอดคลอ้ ง (IOC) ระหวา่ งแบบทดสอบกับจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เร่ือง อสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดยี ว สำหรบั นกั เรียนมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โดยผ้เู ชย่ี วชาญ ขอ้ สอบ คะแนนความคดิ เหน็ ของผู้เชีย่ วชาญ ผลรวม IOC ผลพจิ ารณา ขอ้ ท่ี คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3 คะแนน 1 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 2 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 3 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 4 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 5 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 6 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 7 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 8 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 9 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 10 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 11 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 12 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 13 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 14 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 15 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 16 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 17 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 18 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 19 0 1 1 2 0.67 สอดคลอ้ ง 20 0 1 1 2 0.67 สอดคลอ้ ง 21 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 22 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 23 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 24 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 25 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง

132 ข้อสอบ คะแนนความคิดเหน็ ของผู้เชี่ยวชาญ ผลรวม IOC ผลพิจารณา ข้อท่ี คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 คะแนน 26 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 27 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 28 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 29 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 30 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 31 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 32 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 33 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 34 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 35 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 36 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 37 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 38 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 39 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 40 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 41 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 42 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง

133 ตารางท่ี 14 แสดงผลการวิเคราะหแ์ บบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนร้โู ดยเทคนคิ เพ่ือน คคู่ ดิ ท่ี 1 เรือ่ ง อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว สำหรบั นักเรียนมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โดยผู้เช่ียวชาญ ขอ้ ท่ี รายการพิจารณา ความคิดเห็นผเู้ ชี่ยวชาญ คา่ เฉลย่ี ระดบั ความ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3 เหมาะสม ดา้ นเน้ือหา 1 มีความถูกต้อง 5 5 5 5.00 มากที่สดุ 2 สอดคลอ้ งกับผลการเรียนร้แู ละ 5 5 5 5.00 มากที่สดุ จดุ ประสงค์ยอ่ ย 3 เหมาะสมกบั เวลาทใ่ี ช้สอน 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 4 ภาษาทีใ่ ช้มคี วามชดั เจน เขา้ ใจงา่ ย 4 5 5 4.67 มากทส่ี ุด ด้านกจิ กรรมการเรียนการสอน 5 ถูกตอ้ งตามรูปแบบการสอน 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 6 เรียงลำดับกจิ กรรมได้เหมาะสม 4 5 4 4.33 มาก 7 สอดคล้องกับเน้อื หาและผลการ 5 5 4 4.67 มากทส่ี ุด เรยี นร้ทู ่คี าดหวงั 8 เหมาะสมกับเวลาทใี่ ช้สอน 4 5 4 4.33 มาก 9 เปิดโอกาสให้นกั เรยี นแลกเปลี่ยน 5 5 5 5.00 มากที่สดุ เรยี นรูร้ ว่ มกนั 10 ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนอภปิ รายและ 5 5 5 5.00 มากที่สุด ซกั ถาม ดา้ นสื่อการเรยี นรู้ 11 สอดคล้องกบั เน้อื หา 5 5 5 5.00 มากที่สุด 12 เหมาะสมกับนกั เรียน 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 13 สง่ เสริมการคิดและสร้างความสนใจ 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด ใหก้ บั นกั เรยี น 14 กระตนุ้ ให้นักเรยี นสรา้ งความรู้ด้วย 5 5 5 5.00 มากทส่ี ดุ ตนเอง ด้านการวัดและประเมนิ ผล 15 สอดคล้องกบั ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวัง 4 5 4 4.33 มากที่สดุ 16 วดั ไดค้ รอบคลุมเน้อื หา 4 5 4 4.33 มากที่สดุ คา่ เฉลีย่ 4.69 5.00 4.69 4.79 มากท่สี ุด

134 ตารางท่ี 15 แสดงผลการวิเคราะหแ์ บบประเมินความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นรโู้ ดยเทคนคิ เพื่อน คคู่ ิดที่ 2 เรื่อง อสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว สำหรับนักเรยี นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โดยผ้เู ช่ียวชาญ ข้อท่ี รายการพิจารณา ความคิดเหน็ ผู้เชยี่ วชาญ คา่ เฉลีย่ ระดับความ คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 เหมาะสม ด้านเนอ้ื หา 1 มคี วามถูกต้อง 4 5 5 4.67 มากที่สดุ 2 สอดคลอ้ งกับผลการเรยี นรแู้ ละ 5 5 5 5.00 มากที่สดุ จุดประสงคย์ อ่ ย 3 เหมาะสมกบั เวลาทใ่ี ชส้ อน 4 5 4 4.33 มาก 4 ภาษาท่ีใชม้ ีความชดั เจน เขา้ ใจง่าย 4 4 5 4.33 มาก ดา้ นกิจกรรมการเรยี นการสอน 5 ถูกตอ้ งตามรูปแบบการสอน 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 6 เรยี งลำดับกิจกรรมได้เหมาะสม 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 7 สอดคล้องกับเน้อื หาและผลการ 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด เรียนรทู้ คี่ าดหวงั 8 เหมาะสมกับเวลาทใ่ี ชส้ อน 5 5 5 5.00 มากที่สดุ 9 เปิดโอกาสให้นักเรียนแลกเปลี่ยน 5 5 5 5.00 มากที่สดุ เรียนรรู้ ่วมกนั 10 ส่งเสรมิ ให้นักเรียนอภิปรายและ 5 5 5 5.00 มากที่สุด ซกั ถาม ดา้ นส่ือการเรียนรู้ 11 สอดคลอ้ งกับเนือ้ หา 5 5 5 5.00 มากทสี่ ุด 12 เหมาะสมกบั นกั เรียน 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 13 ส่งเสริมการคดิ และสร้างความสนใจ 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด ให้กบั นกั เรยี น 14 กระตุน้ ให้นักเรียนสร้างความรู้ด้วย 5 5 5 5.00 มาก ตนเอง ด้านการวดั และประเมนิ ผล 15 สอดคล้องกับผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวัง 5 4 4 4.33 มาก 16 วัดไดค้ รอบคลมุ เนอ้ื หา 4 5 4 4.33 มาก คา่ เฉลย่ี 4.75 4.88 4.81 4.81 มากท่สี ุด

135 ตารางที่ 16 แสดงผลการวเิ คราะห์แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรู้โดยเทคนคิ เพอ่ื น ค่คู ิดท่ี 3 เร่ือง อสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดียว สำหรับนักเรยี นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โดยผู้เชยี่ วชาญ ข้อที่ รายการพจิ ารณา ความคดิ เห็นผ้เู ชย่ี วชาญ ค่าเฉล่ยี ระดับความ คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 เหมาะสม ดา้ นเน้อื หา 1 มีความถูกตอ้ ง 5 5 5 5.00 มากที่สดุ 2 สอดคลอ้ งกับผลการเรยี นรู้และ 5 5 5 5.00 มากทส่ี ดุ จดุ ประสงคย์ ่อย 3 เหมาะสมกบั เวลาที่ใช้สอน 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 4 ภาษาท่ีใช้มคี วามชัดเจน เขา้ ใจง่าย 5 4 5 4.67 มาก ดา้ นกิจกรรมการเรยี นการสอน 5 ถูกตอ้ งตามรูปแบบการสอน 5 5 5 5.00 มากที่สดุ 6 เรียงลำดับกิจกรรมได้เหมาะสม 5 5 5 5.00 มาก 7 สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาและผลการ 4 5 5 4.67 มาก เรยี นรู้ทค่ี าดหวัง 8 เหมาะสมกบั เวลาที่ใช้สอน 5 4 5 4.67 มาก 9 เปดิ โอกาสให้นักเรียนแลกเปลีย่ น 5 5 5 5.00 มาก เรียนรรู้ ว่ มกนั 10 สง่ เสรมิ ให้นกั เรียนอภปิ รายและ 5 4 5 4.67 มาก ซกั ถาม ด้านสอื่ การเรียนรู้ 11 สอดคล้องกับเนอื้ หา 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 12 เหมาะสมกบั นักเรียน 4 5 4 4.33 มาก 13 ส่งเสริมการคิดและสรา้ งความสนใจ 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด ให้กับนักเรยี น 14 กระตุ้นให้นักเรียนสรา้ งความร้ดู ้วย 5 5 5 5.00 มาก ตนเอง ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล 15 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนร้ทู ่คี าดหวัง 5 5 5 5.00 มากทีส่ ุด 16 วดั ไดค้ รอบคลุมเนอ้ื หา 4 5 5 4.67 มากที่สดุ ค่าเฉลยี่ 4.81 4.81 4.94 4.85 มากท่สี ุด

136 ตารางท่ี 17 แสดงผลการวิเคราะหแ์ บบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นรโู้ ดยเทคนิคเพือ่ น คคู่ ดิ ท่ี 4 เร่ือง อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว สำหรบั นกั เรยี นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยผู้เชยี่ วชาญ ขอ้ ที่ รายการพจิ ารณา ความคดิ เหน็ ผเู้ ชี่ยวชาญ ค่าเฉล่ีย ระดับความ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 เหมาะสม ดา้ นเน้อื หา 1 มคี วามถกู ตอ้ ง 5 5 5 5.00 มากที่สดุ 2 สอดคล้องกบั ผลการเรียนรู้และ 4 5 5 4.67 มากที่สดุ จดุ ประสงค์ย่อย 3 เหมาะสมกบั เวลาที่ใช้สอน 5 5 4 4.67 มากทส่ี ดุ 4 ภาษาที่ใช้มคี วามชัดเจน เข้าใจง่าย 4 5 4 4.33 มาก ดา้ นกจิ กรรมการเรยี นการสอน 5 ถูกตอ้ งตามรูปแบบการสอน 5 5 5 5.00 มากทส่ี ุด 6 เรยี งลำดบั กจิ กรรมไดเ้ หมาะสม 4 5 5 4.67 มากทส่ี ุด 7 สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาและผลการ 5 5 5 5.00 มากทส่ี ดุ เรียนรทู้ ค่ี าดหวงั 8 เหมาะสมกบั เวลาทใี่ ช้สอน 5 5 5 5.00 มากท่ีสุด 9 เปิดโอกาสให้นักเรียนแลกเปลยี่ น 5 5 5 5.00 มากทสี่ ุด เรยี นรู้ร่วมกนั 10 สง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นอภปิ รายและ 5 5 4 4.67 มากที่สุด ซกั ถาม ด้านสือ่ การเรียนรู้ 11 สอดคลอ้ งกับเนอ้ื หา 5 5 5 5.00 มากที่สุด 12 เหมาะสมกบั นกั เรียน 4 5 5 4.67 มากที่สุด 13 สง่ เสรมิ การคิดและสรา้ งความสนใจ 4 5 5 4.67 มากที่สุด ใหก้ บั นกั เรยี น 14 กระตุน้ ให้นักเรียนสรา้ งความรดู้ ว้ ย 5 5 5 5.00 มากที่สุด ตนเอง ด้านการวัดและประเมนิ ผล 15 สอดคล้องกับผลการเรียนร้ทู คี่ าดหวงั 5 5 4 4.67 มากที่สดุ 16 วัดไดค้ รอบคลมุ เน้ือหา 5 5 4 4.67 มากทสี่ ดุ ค่าเฉล่ยี 4.75 5.00 4.81 4.85 มากทส่ี ุด

137 ตารางที่ 18 แสดงผลการวเิ คราะห์แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรูโ้ ดยเทคนิคเพอ่ื น คู่คิดท้ัง 3 แผน เร่อื ง อสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โดยผู้เช่ียวชาญ แผนการจัดการเรียนรู้ ค่าเฉล่ยี ระดบั ความเหมาะสม โดยเทคนคิ เพ่อื นค่คู ดิ ที่ 1 4.79 มากทสี่ ดุ 2 4.81 มากทส่ี ุด 3 4.85 มากทีส่ ดุ 4 4.85 มากทสี่ ดุ ค่าเฉลย่ี 4.83 มากท่สี ดุ ตารางท่ี 19 สรปุ ผลการประเมนิ ดัชนคี วามสอดคล้อง (IOC) ระหว่างคำถามในแบบสัมภาษณก์ บั จุดประสงค์ เร่ือง อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดยี ว สำหรับนักเรียนมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โดยผเู้ ช่ียวชาญ คำถาม คะแนนความคดิ เห็นของผเู้ ช่ยี วชาญ ผลรวม IOC ผลพิจารณา ขอ้ ที่ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คะแนน 1 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 2 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 3 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 4 1 1 0 2 0.67 สอดคลอ้ ง 5 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 6 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 7 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 8 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 9 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง 10 1 1 1 3 1.00 สอดคลอ้ ง 11 1 1 1 3 1.00 สอดคล้อง