Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การดูแลทันตสุขภาพเด็ก 3-5 ปี

การดูแลทันตสุขภาพเด็ก 3-5 ปี

Description: ดร.อุกฤษฏ์ อําไพพันธุ์

Search

Read the Text Version

การดูแลทันตสุขภาพเด็ก 3-5 ปี Dr.Ukrit Ampiphan ทันตสาธารณสุข Dental Public Health

การส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัย การดูแลสุขภาพ ทันตสุขภาพ โภชนาการ การดูแลสุขภาพ ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพดี 1. ปัจจัยทางด้านสุขภาพ 2. ปัจจัยทางด้านสุขภาพจิต 3. ปัจจัยทางสภาพแวดล้อม การสร้างเสริมสุขนิสัย 1. การรักษาความสะอาด 2. การบริโภค 3. การขับถ่าย 4. การนอน

การดูแลสุขภาพ ปัญหาสุขภาพ โรคที่พบบ่อย - ไข้หวัด - ปอดบวม - อุจจาระร่วง - มือ เท้า ปาก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อย แรกเกิด-2 เดือน - หายใจไม่ออก เพราะหน้าจมไปในที่นอน - จมน้ำในอ่างขณะอาบน้ำ/เล่นน้ำ 3-8 เดือน - พลิกคว่ำ/คืบคลานตกลงจากที่สูง - คอ แขน/ขา ติดอยู่กับซี่กรง 9-18 เดือน - หยิบของชิ้นเล็กเข้าปาก สำลักติดคอ - นิ้วแหย่เข้าปลั๊กไฟ หรือท่อน้ำ

การดูแลสุขภาพ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อย 1-3 ปี - พลัดตกบันได หรือตกจากโต๊ะ พลัดตกท่อ - เล่นของมีคม หรือสารมีพิษ - น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ - สำลักเศษอาหาร 4-5 ปี - อุบัติเหตุบนถนน - ของแหลมทิ่มตาและร่างกาย - กระโดดจากที่สูง - จมน้ำ

ทันตสุขภาพ พัฒนาการของฟัน ความสำคัญของฟันน้ำนม 1. ช่วยให้เด็กออกสียงให้ชัดเจน 2. ใช้บดเคี้ยวอาหาร 3.การใช้บดเคี้ยวอาหารเป็นประจำ จะทำให้กล้ามเนื้อ ใบหน้าและขากรรไกรของเด็กเติบโตสมส่วน มีใบหน้า สวยงาม 4.สามารถกินอาหารได้ทุกประเภท ทำให้ได้รับสารอาหาร ครบถ้วน เกิดผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ

ทันตสุขภาพ สถานการณ์สุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัย 1.จากการสำรวจของกองทันตสาธารณสุข ปี 2543-2544 พบ ว่า - เด็กไทยเริ่มมีฟันผุตั้งแต่อายุ 9 เดือน - เด็กอายุ 3 ปี (ฟันน้ำนมครบ 20 ซี่) มีฟันผุร้อยละ 65.7 และเป็นฟันผุที่ต้องถอน ร้อยละ 12.2 แสดงให้เห็นถึงการผุที่รุนแรงตั้งแต่อายุยังน้อยซึ่งกำลัง เป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุขไทย สาเหตุหลักของปัญหา 1.ผู้ปกครอง /พี่เลี้ยงเด็ก 2. ครูผู้ดูแลเด็ก ขาดความรู้ ความเข้าใจถึงสาเหตุ ปัจจัยกระบวนการใน การเกิดโรคฟันในช่องปาก การดูแลสภาพช่องปากที่ถูก วิธี และ ขาดความตระหนักถึงความสำคัญของฟันน้ำนม การป้องกันปัญหาฟันน้ำนมผุ 1.ต้องมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องตั้งแต่ ระยะ ที่แม่ตั้งครรภ์ ช่วงของการเลี้ยงดูที่บ้าน และในศูนย์เด็ก 2.โดยต้องได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก และ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้คำแนะนำ สนับสนุน ช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข

ทันตสุขภาพ บทบาทในการดำเนินการ 1. เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานสุขภาพที่ดีให้กับเด็ก ในด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก 2.มีบทบาทในการดำเนินการ ดังนี้ - ให้คำแนะนำการปฏิบัติแก่พ่อแม่เด็ก ตั้งแต่ระยะแม่ตั้งครรภ์ และให้แม่ตั้งครรภ์ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากจากทันตบุคลากร - ให้คำแนะนำ พ่อแม่ และผู้ดูแลเด็ก ให้รู้วิธีดูแลสุขภาพช่องปาก เด็ก และใส่ใจต่อการดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก - นิเทศติดตาม ฝึกอบรม ให้คำแนะนำ สนับสนุนครูผู้ดูแลเด็กใน ศูนย์เด็กเล็ก และ อสม. ให้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปาก เด็ก ข้อแนะนำการปฏิบัติตัวแม่ในช่วงตั้งครรภ์ 1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 2. ดูแลทำความสะอาดช่องปากให้มากกว่าปกติ 3.ควรแปรงฟันหลังอาหาร /อาเจียน ทุกครั้ง 4.ควรได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากจากทันตบุคลากร หากมี ความจำเป็นต้องรักษา สามารถทำได้ในช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน ข้อแนะนำสำหรับแม่ และผู้เลี้ยงดูเด็ก 1.การสร้างนิสัยการกินที่ดี 2.การดูแลความสะอาดช่องปากเด็ก 3.การตรวจดูฟันเด็ก

ทันตสุขภาพ การสร้างนิสัยการกินที่ดี 1.เด็กแรกเกิด – 6 เดือน ให้กินนมแม่อย่างเดียว ไม่ต้องให้ อาหารอื่นแม้แต่น้ำ 2.เด็กอายุ 6 เดือน ฟันเริ่มขึ้น ควรเลิกนมมื้อดึก และให้อาหาร ตามวัยควบคู่กับนมแม่ รวมทั้งควรเริ่มฝึกให้เด็กดื่มนมจากถ้วย 3.เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ให้อาหารหลัก 3 มื้อ และเลิกดูดนมจาก ขวด อาหารว่างระหว่างมื้อไม่เกิน 2 ครั้ง/วัน (เป็นอาหารที่มี ประโยชน์) 4.ควรมีรสจืด หลีกเลี่ยงสารปรุงแต่งรส และอาหารหวานจัด มัน จัด เค็มจัด 5.ไม่ใช่ช้อน ถ้วยน้ำร่วมกัน หรือเคี้ยวอาหารป้อนเด็ก ป้องกันการ แพร่เชื้อโรค การดูแลความสะอาดช่องปากเด็ก 1.ทำความสะอาดช่องปากในเด็กที่ฟันยังไม่ขึ้น 2.การแปรงฟัน เลือกแปรงให้เหมาะกับขนาดช่องปากและวัยของ เด็ก (ครอบคลุมฟันประมาณ 3 ซี่) 3.แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (เช้า และก่อนนอน) การตรวจดูฟันเด็ก 1. ควรตรวจดูฟันเด็กเดือนละครั้ง 2. ทาฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุโดยทันตบุคลากร

ทันตสุขภาพ ข้อแนะนำการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กในศูนย์เด็กเล็ก 1. การจัดให้เด็กแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน 2. จัดอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ 3.การตรวจฟันเด็ก ทุก 6 เดือน 4. จัดการเรียนรู้เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก ให้กับเด็ก