133 3) ครูจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเน่ือง แม้ช่วงที่เปิดเรียนปกติแล้ว ซงึ่ เปน็ ผลจากการไดพ้ ฒั นาความรูค้ วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยชี ว่ งที่ผ่านมา 4) ครูได้พัฒนาตนเองผ่านระบบออนไลน์ที่ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายท้ังเร่ือง คา่ ลงทะเบียน ค่าที่พัก และคา่ เดินทาง 5) ครูมีเวลาในการส่งผลงานทางวิชาการมากข้ึน เน่ืองจากหน่วยงานที่รับ ประเมินผลงานทางวชิ าการขยายเวลาใหม้ ากขนึ้ 6) ครูได้ออกเย่ียมบ้านนักเรียนมากข้ึน เน่ืองจากสถานการณ์โควิดทาให้ครูต้อง ออกไปพบนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อแจกใบงาน ช่วยผู้ปกครองปรับเครื่องรับโทรทัศน์/ปรับสมาร์ตโฟน และเพ่อื สารวจขอ้ มูลต่างๆ 7) ครูได้รับความช่ืนชมจากผู้ปกครองมากขึ้น เน่ืองจากผู้ปกครองรับรู้ถึง ความยากลาบาก และความวิรยิ ะอตุ สาหะในการทางานของครู 8) ครูมีความสามัคคี ร่วมมือและช่วยเหลือกันมากขึ้น เน่ืองจากครูต้องช่วยเหลือ พ่งึ พากนั ในชว่ งวิกฤติท่ีมงี านมากข้นึ ต้องเหนอ่ื ยยากลาบากร่วมกัน ทาให้เหน็ อกเห็นใจและสามัคคีกนั มากขึ้น 1.2.1.3 ผลกระทบทางบวกต่อผเู้ รยี น จากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่าผลทางบวกท่ีเกิดขึ้นกับผู้เรียนในระดับมาก ได้แก่ 1) ครูและผู้ปกครองมีโอกาสได้ร่วมกันดูแลการเรียนรู้ของนักเรียนมากขึ้น 2) นักเรียนสามารถใช้เวลาอยู่กับ ผู้ปกครองและครอบครัวได้มากขึ้น 3) นักเรียนมีความกระตือรือร้นต่อการเรียนรู้ในสถานการณ์ โควิด -19 มากข้ึน 4) นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อการเรยี นร้ใู นสถานการณ์โควดิ -19 มากขึ้น 5) นักเรียน มีโอกาสในการเรียนรู้เมื่อต้องการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี 6) นักเรียนมีพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้มากขึ้น และ 7) นักเรียนเปล่ียนพฤติกรรมการเรียนเป็นการเรียนรู้จากออนไลน์และแหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ มากข้ึน และผลกระทบทางบวกในระดับปานกลาง ได้แก่ นักเรียนสามารถลดเวลา ความเส่ียง และค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปโรงเรยี น ขอ้ มลู เชิงปรมิ าณขา้ งตน้ สอดคล้องกับข้อมูลเชงิ คุณภาพ ทพี่ บว่า 1) นักเรียนมีโอกาสในการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมากข้ึน โดยการที่โรงเรียน ใช้รูปแบบการสอน Online สง่ ผลใหน้ ักเรยี นไดพ้ ฒั นาความสามารถในการเรยี นรผู้ า่ นเทคโนโลยีไดม้ ากข้ึน 2) การเรียนในสถานการณ์โควิดทาให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น มีความ รับผิดชอบกับตัวเองเพ่ิมข้ึน เน่ืองจากการเรียนอยู่ที่บ้านไม่มีผู้ควบคุม ทาให้ต้องมีวินัยและรับผิดชอบ ต่อการเรียนมากขึ้น 3) นักเรียนมีวินัย สงบและมีสมาธิในการเรียนมากข้ึน เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทาให้ต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการติดโรค ท้ังการเว้นระยะห่าง การทาความสะอาดก่อนเข้า โรงเรียน/ก่อนและหลงั ทานอาหาร ทาให้นักเรียนมีวินัย สงบ และมีสมาธใิ นการเรียนมากขึน้ 4) การเรียน Online หรือผ่านทีวีสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ โดยนักเรียนจานวนหนึ่ง มีค่าใช้จ่ายเก่ียวอินเทอร์เน็ตและสมาร์ตโฟนเป็นปกติอยู่แล้ว การเรียนออนไลน์ไม่ได้ทาให้เสียค่าใช้จ่าย เพ่ิมแต่กลบั ชว่ ยลดคา่ ใช้จา่ ยในการเดนิ ทางไปเรยี นท่ีโรงเรยี น 1.2.1.4 ผลกระทบทางบวกต่อผู้ปกครอง ชุมชนและสงั คม จากข้อมูลเชิงปริมาณท่ีพบว่า สถานการณ์โควิดมีผลกระทบทางบวกในระดับมาก คือ ผู้ปกครองต้องติดต่อสื่อสารเพื่อรับข่าวสารจากทางโรงเรียนมากข้ึน และผลกระทบในระดับปานกลาง
134 คือ ชุมชนและท้องถิ่น สนับสนุนงบประมาณเพ่ือการจัดการศึกษาของสถานศึกษามาขึ้น ซ่ึงสอดคล้องกับ ขอ้ มูลเชงิ คุณภาพท่พี บว่า สถานการณโ์ ควดิ ส่งผลทางบวกเก่ียวกับผปู้ กครอง ชมุ ชน และสังคม ดังนี้ 1) ชมุ ชนใหค้ วามรว่ มมอื และให้ความชว่ ยเหลือสถานศกึ ษามากขน้ึ โดยสถานการณ์ โควดิ ทาให้ผู้ปกครอง ชุมชน สังคม และหน่วยงานต่างๆ เขา้ มาให้ความชว่ ยเหลือสนบั สนุนแกโ่ รงเรียนมากขึ้น กวา่ สถานการณป์ กติ 2) ผู้ปกครองเข้าใจและมีความสัมพันธ์อันดีกับสถานศึกษาดีข้ึน ทั้งนี้เป็นเพราะ ผ้ปู กครองเข้ามาตดิ ต่อส่ือสารกบั ทางโรงเรียนมากข้ึน ทาใหเ้ ห็นสภาพการทางานของโรงเรียนที่ต้องทางาน ดว้ ยความลาบาก เหนอื่ ยยาก ทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ มที ัศนคตแิ ละความสมั พนั ธ์ท่ีดีกบั สถานมากขึน้ 1.2.2 ผลกระทบทางลบของสถานการณ์โควิด-19 ตอ่ การจดั การเรยี นรขู้ อง สถานศกึ ษา ในส่วนของผลกระทบทางลบต่อการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษานี้ จาแนก การนาเสนอออกเป็น 1) ผลกระทบทางลบต่อระบบการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา 2) ผลกระทบทางลบ ต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารและครู 3) ผลกระทบทางลบต่อผู้เรียน และ 4) ผลกระทบทางลบต่อ ผู้ปกครอง ชุมชนและสังคม ดงั สรปุ สาระสาคัญตอ่ ไปนี้ 1.2.2.1 ผลกระทบทางลบต่อระบบการจัดการเรยี นรูใ้ นสถานศึกษา จากข้อมูลเชิงปริมาณ พบผลกระทบทางลบในระดับปานกลางในเร่ือง 1) คุณภาพ การจัดการเรียนรู้ของครูลดลง 2) การจัดสรรงบประมาณเพื่อการบริหารสถานศึกษาล่าช้า และไม่เพียงพอ 3) อาคารสถานที่ ทใี่ ชเ้ พอื่ การจัดการเรียนรู้ไมเ่ พียงพอ 4) เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการจัดการเรียนรู้และ การส่ือสารไม่เพียงพอและสัญญาณไม่เสถียร และ 5) วัสดุอุปกรณ์เพื่อป้องกันการแพร่เช้ือโรคไม่เพียงพอ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเชิงคุณภาพ ดงั น้ี 1) นักเรียนหายไปจากการเรียนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด โดยสถานศกึ ษาหลายแหง่ ให้ข้อมูลว่าชว่ งสถานการณโ์ ควิดระบาดนกั เรียนอยเู่ รยี นไม่ครบ ซึ่งเกดิ จากหลายสาเหตุ เช่น ติดตามผู้ปกครองไปอยู่ต่างจังหวัดเนื่องจากผู้ปกครองตกงาน ไม่มีอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ และ เม่ือเปิดเรยี นก็ยังมีนกั เรยี นมาเรยี นไมค่ รบเนื่องจากไมส่ ะดวกหรือไม่พึงพอใจกับการสลบั วันเรยี น 2) สถานศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด โดยช่วงโควิดสถานศึกษามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบนักเรียน ค่าอินเทอร์เน็ต ค่ากล่องทีวี ค่าซื้อวัสดุอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายเพ่ือป้องกันการติดโรค ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณเพิม่ จากตน้ สังกดั 3) หน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานอื่นๆ ขอข้อมูลจานวนมากจากสถานศึกษา ทาให้เป็นภาระและกระทบตอ่ เวลาในการจัดการเรยี นการสอนขณะที่โรงเรยี นเองต้องปรบั ตวั อย่างมากและ มภี าระมากขึ้นอยแู่ ล้ว 4) คุณภาพของการจัดการเรียนการสอนโดยรวมลดลง โดยท้ังผู้บริหารและครู เห็นตรงกันว่าช่วงสถานการณ์โควิด คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาลดลงเม่ือเทียบกับสถานการณ์ปกติ ซึง่ เป็นผลจากความไม่พรอ้ มในหลาย ๆ ดา้ น
135 1.2.2.2 ผลกระทบทางลบต่อการปฏิบัติงานของผบู้ รหิ ารและครู จากข้อมูลเชิงปริมาณพบว่าสถานการณ์โควิด ส่งผลทางลบในระดับมากต่อการ ปฏิบัติงานของผู้บริหารและครู ในเร่ือง 1) ครูมีภาระงานในการจัดการเรียนรู้และการดูแลนักเรียนมากข้ึน 2) ครูมีความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน 3) ครูต้องให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาการเรียนรู้ให้นักเรียนและ ผู้ปกครองมากข้นึ 4) ครมู เี วลาในการพกั ผ่อน/ดูแลครอบครวั ของตนเองน้อยลง 5) ครูวิตกกังวลว่าผลการเรียน ของนกั เรียนจะตกตา่ ลง ประเด็นที่ส่งผลทางลบในระดับปานกลาง ได้แก่ 1) คุณภาพการจัดการเรียนรู้ของ ครูลดลง 2) ครูขาดขวัญกาลังใจในการจัดการเรียนรู้ 3)ครูมีความท้อแท้ในการจัดการเรียนรู้และ การปฏิบัติงาน และ 4) ครวู ิตกกังวลเรอ่ื งสถานศกึ ษาขาดความพร้อมในการจดั การเรียนรู้ ในส่วนของข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่ามีผลกระทบทางลบสอดคล้องกับข้อมูล เชงิ ปรมิ าณ สรุปได้ดังนี้ 1) ภาระงานของผู้บริหารและครูมีมากข้ึน เน่ืองจากต้องปรับหลักสูตรการสอนใหม่ การแบ่งซอยห้องเรียน การสลับวันมาเรียน การสอน Online, On-air, On hand และผสมวิธี รวมท้ังการ จัดระบบต่าง ๆ เพ่อื ปอ้ งกันการติดเชอ้ื ล้วนแตท่ าใหภ้ าระงานของผู้บริหารและครูมมี ากขน้ึ 2) ครูบางส่วนเครียด มีความกังวลกับการสอนรูปแบบใหม่และไม่ถนัดกับการสอน โดยต้องใส่แมสก์ โดยครูส่วนใหญ่ไม่มีทักษะในการใช้รูปแบบการสอนแบบใหม่ ไม่คุ้นเคยกับการใช้ เทคโนโลยี เปน็ สง่ิ ท่ีทาใหก้ ังวลและเหนื่อยกว่าปกติ 3) ครูขาดขวัญกาลังใจในการทางาน เนื่องจากภาระงานมีมากขึ้น ขณะที่ทรัพยากร ไม่เพียงพอและบุคคลภายนอกไม่เข้าใจถึงภาระงานของครู ส่งผลให้ครูรู้สึกว่าขาดขวัญกาลังใจ ในการทางาน 4) คุณภาพการจัดการเรียนการสอนลดลง โดยท้ังผู้บริหารและครูยอมรับว่า ช่วงสถานการณ์โควิด คุณภาพการจัดการเรียนการสอนลดลง ท้ังน้ีเพราะภาระงานที่มากข้ึน ครูเหน่ือยล้า มากข้ึน สถานศกึ ษาขาดแคลนทรพั ยากรในการปฏิบตั ิงาน ผ้เู รยี นขาดความพร้อมในการเรยี น ฯลฯ ทงั้ หมด ล้วนส่งผลให้คณุ ภาพการเรียนการสอนลดลง 1.2.2.3 ผลกระทบทางลบต่อผ้เู รียน จากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า ผลกระทบทางลบที่เกิดกับผู้เรียนในระดับมาก คือ 1) นักเรียนต้องปรับเวลา สถานทแ่ี ละวิธกี ารในการเรียนใหม่ 2) นักเรียนมีความวติ กกังวลเก่ียวกับผลการเรียน สาหรับผลกระทบทางลบในระดับปานกลาง ได้แก่ 1) นักเรียนไม่สามารถใช้อาคาร สถานท่ี เช่น อาคารเรยี น หอ้ งเรยี น โต๊ะเรยี น โรงอาหาร หอ้ งพยาบาล สนามฯ ไดส้ ะดวก 2) นักเรียนไดร้ ับ การฝึกทักษะการปฏิบัติในรายวิชาน้อยลง 3) นักเรียนไม่สามารถทากิจกรรมการเรียนร่วมกับเพ่ือน ในห้องเรียน 4) นักเรียนและผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเตรียมจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ สื่อ เทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตเพ่ือการเรียนรู้ 5) นักเรียนเสียโอกาสในการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ภายนอก และ 6) โรงเรียนขาดแคลนวสั ดอุ ปุ กรณ์เพื่อการป้องกนั การแพร่เชอ้ื โรค ในส่วนของข้อมูลเชิงคุณภาพ มีข้อค้นพบที่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงปริมาณ ดงั สาระสาคญั ตอ่ ไปนี้
136 1) นักเรียนเสียโอกาสในการเรียนจากการปฏิบัติจริง โดยการเรียน Online หรือ On air ได้เรียนเพียงทฤษฎีหรือได้เห็นเพียงการสาธิต แต่ไม่ได้ทดลอง หรือฝึกปฏิบัติจริง ทาให้ขาดทักษะ และเขา้ ใจไดย้ ากกวา่ การปฏบิ ตั จิ ริง 2) การไม่มีโอกาสใช้ห้องปฏิบัติการ หรือพ้ืนที่อื่น ๆ ในการเรียนรู้ ทาให้เสียโอกาส ในการเรียนรู้ 3) การเรียน Online ทาให้เสียค่าใช้จ่ายในการเรียนเพิ่มข้ึน เน่ืองจากต้องเสีย ค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อหา อปุ กรณ์เพ่ือใชใ้ นการเรียน Online 4) นักเรียนต้องปรับตัวท้ังในเรื่องเวลาเรียน การใช้สถานที่ และวิธีการเรียน เนือ่ งจากมกี ารปรบั ตารางเรียน สถานทเ่ี รยี น วธิ กี ารเรยี น วิธีการวัดผลประเมินผลใหม่ 5) การเรียน Online ทาให้นักเรียนขาดความกระตือรือร้น ขาดความรับผิดชอบ และมีความกังวลต่อผลการเรียน เน่ืองจากนักเรียนเบ่ือหน่ายกับการน่ังอยู่หน้าจอตลอดเวลา ไม่มีเพ่ือน ใหพ้ ดู คยุ และสง่ ผลใหข้ าดความกระตอื รอื ร้น 6) นักเรียนเหน่ือยล้าและเบื่อหน่ายกับการเรียน เนื่องต้องมีการเรียนชดเชยเวลา ที่ขาดหายไป ทาให้ต้องเรียนนานข้ึนในแต่ละวัน ทาให้เหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายต่อการเรียน และการสลับ วันมาเรียนทาให้ต้องเรียนท้ัง Onsite ,On air, และOn hand ซึ่งทาให้มีการบ้านมากข้ึน ทาให้เหน่ือยล้า และเบอ่ื หนา่ ย 1.2.2.4 ผลกระทบทางลบต่อผปู้ กครอง ชมุ ชนและสังคม จากข้อมลู เชงิ ปริมาณพบผลกระทบทางลบตอ่ ผู้ปกครองในระดบั มาก หลายประการ ได้แก่ 1) ผู้ปกครองต้องจัดเวลาเพ่ือช่วยเหลือการเรียนรู้ของบุตรหลานเพ่ิมขึ้น 2) ผู้ปกครองต้องเสีย ค่าใช้จ่ายเพ่ิมข้ึนเพื่อสร้างความพร้อมในการเรียนให้กับบุตรหลาน 3) ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มข้ึน เพื่อป้องกันการติดโรคให้กับบุตรหลาน 4) ผู้ปกครองต้องหาความรู้เพ่ิมเติมในบทเรียนเพ่ือให้สามารถ ช่วยเหลือส่งเสริมการเรียนรู้ของบุตรหลาน 5) ผู้ปกครองต้องหาความรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกับการใช้เทคโนโลยี เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้ของบุตรหลานมากขึ้น 6) ผู้ปกครองต้องจัดสถานที่/บ้านให้เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ของบุตรหลาน 7) ผู้ปกครองมีภาระในการชว่ ยเหลือการเรียนรู้ของบุตรหลานเพ่ิมขึ้น 8) ผู้ปกครองมีภาวะ ตึงเครียดที่ต้องดูแลบุตรหลานเพิ่มขึ้น 9) ผู้ปกครองมีความวิตกกังวลว่าบุตรหลานจะเรียนรู้ได้ไม่ดี และ 10) ผู้ปกครองมีความวิตกกังวลว่าตนเองจะดูแลและสนับสนุนการเรียนรู้ของบุตรหลานได้ไม่ดี นอกจากนี้ ยังมผี ลกระทบทางลบต่อผู้ปกครองในระดบั ปานกลางอีกหน่ึงประเด็น คอื ผู้ปกครองรสู้ กึ วา่ ตนเองเสยี เวลา และเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ สาหรบั ข้อมลู เชิงคุณภาพ พบว่ามีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงปริมาณ สรปุ ไดด้ งั น้ี คือ 1) ผู้ปกครองเสียคา่ ใชจ้ า่ ยเพ่มิ เพื่อสนับสนนุ การเรยี นของบุตรหลาน เนือ่ งจากการเรยี น Online, On air ลว้ นต้องใช้อปุ กรณแ์ ละค่าใช้จา่ ยในการเรียน 2) ผปู้ กครองไม่มีเวลาดูแลนักเรียนระหว่างหยดุ เรียนท่บี ้าน และมผี ลกระทบต่อ การจัดเวลา และการดูแลเรอ่ื งการเรียนของนักเรยี น 3) ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผู้ปกครองและสถานศึกษาเอกชนบางแห่งลดลง เนื่องจาก มาตรการป้องกันโรคทาให้ผู้ปกครองกบั คร/ู โรงเรียนห่างเหินกันมากกวา่ สถานการณป์ กติ
137 ตอนท่ี 1.3 ผลการสังเคราะห์ผลการศึกษาความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์ โควิด-19 ของผูบ้ รหิ าร ครู นกั เรยี น ผปู้ กครอง และกรรมการสถานศกึ ษา 1.3.1 ความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 ของผู้บริหาร สถานศกึ ษา จากผลการศกึ ษาเชิงปริมาณ พบวา่ โดยภาพรวมผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็น ต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด–19 อยู่ในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด 3 รายการ คือ ผู้บริหารสถานศึกษาส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้เรียนรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ ในสถานการณ์โควิด–19 ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถบริหารจัดการครูและบุคลากรในสถานศึกษา ให้สามารถปฏิบัติการจัดการเรียนรู้ตามนโยบายได้ และผู้บริหารสถานศึกษาสามารถจัดอาคารสถานท่ี/ การจัดการชั้นเรียนให้มีความพร้อมต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 นอกนั้นอยู่ในระดับมาก คือ ผู้บริหารสถานศึกษาให้การนิเทศ ความช่วยเหลือ และสร้างขวัญกาลังใจแก่ครูในการจัดการเรียนรู้ ในสถานการณ์โควิด-19 ครูมีความเข้าใจในวิธีการและสามารถจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 ได้ หน่วยงานต้นสังกัดมีการกากับ ติดตาม การจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามนโยบาย นักเรียนปฏิบัติตน ตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารจดั การเรียนรใู้ นสถานการณโ์ ควดิ -19 รฐั /หนว่ ยงานตน้ สงั กดั มีนโยบายและมีการ ส่ือสารสร้างความเข้าใจเก่ียวกบั การจดั การเรยี นรู้ท่ีชัดเจนตรงกนั ผู้ปกครองให้ความร่วมมือ เอาใจใส่ ดแู ล นักเรยี น สนับสนุนการจัดการเรยี นรใู้ นสถานการณ์โควิด-19 สอดคล้องกับผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูส่วนใหญ่ มีการปรับตัวและสามารถจัดการเรียนรู้ได้ แม้นโยบายของรัฐบาลและต้นสังกัดอาจไม่เหมาะกับทุกบริบท ของโรงเรียนกต็ าม แตโ่ รงเรียนบางแหง่ จัดการเรียนรู้ได้ดี เขา้ ถึงผเู้ รียนและผปู้ กครอง โดยผบู้ ริหารจะมีการ ปรับประยุกต์การดาเนินงานของตนเองด้านความร่วมมือจากผู้ปกครอง ผู้ปกครองเข้าใจสถานศึกษาและ มีความสมั พนั ธ์อนั ดใี ห้ความร่วมมอื และความช่วยเหลอื สนับสนุนกบั สถานศึกษามากข้ึนรวมทัง้ ความร่วมมือ จากหน่วยงานต่าง ๆ และบางครั้งก็ได้รับความสนับสนุนบทเรียนสาเร็จรูปจากสถานศึกษาขนาดใหญ่ที่มี ความพร้อม แต่อย่างไรก็ตามมีประเด็นเพิ่มเติมเชิงคุณภาพในความเห็นของผ้บู ริหาร พบว่า 1) ผู้บริหาร สถานศึกษาสังกัด สพฐ. เห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่มีการจัดสรรครุภัณฑ์ หรืองบประมาณสนับสนุน ในการจัดการเรยี นร้ใู นชว่ งสถานการณโ์ ควดิ อย่างจรงิ จงั 2) สาหรับคุณภาพการจัดการเรยี นการสอนของครู ในช่วงโควิดจะลดลง จากเร่ืองความไม่พร้อมของบุคลากร 3) ความไม่พร้อมของนักเรียนและผู้ปกครอง การขาดแคลนเคร่ืองมือ อปุ กรณ์ งบประมาณและนักเรียนที่อยู่ในพ้นื ท่หี ่างไกลได้รับผลกระทบต่อคุณภาพ การศึกษามากกว่านักเรียนในเมอื งท่ีมีความพรอ้ ม 1.3.2 ความคดิ เห็นตอ่ การจัดการเรียนร้ใู นสถานการณ์โควิด-19 ของครู จากผลการศึกษาเชิงปริมาณพบว่า โดยภาพรวมครูมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ ในสถานการณโ์ ควิด–19 อยู่ในระดบั มาก โดยมีความคดิ เห็นอยู่ในระดับมากทุกรายการ คอื ซึ่งรายการที่มี ค่าเฉล่ียสูงสุด 5 ลาดับแรกคือ ผู้บริหารสถานศึกษากากับ ติดตามและสนับสนุนให้ครูจัดการเรียนรู้เป็นไป ตามนโยบาย ครูมีการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 ครูจัดการ ช้ันเรียนให้มีความพร้อมและเหมาะสมต่อการจัดการเรียนรู้สถานการณ์โควิด-19 ผู้บริหารสถานศึกษา สื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย/แนวทางการจัดการเรียนรู้กับผู้เก่ียวข้องอย่างชัดเจน ผู้บริหาร
138 สถานศึกษาให้การนิเทศ ช่วยเหลือ และสร้างขวัญกาลังใจแก่ครูในการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 และครูมคี วามเข้าใจวิธกี ารและสามารถจัดการเรียนร้ใู นสถานการณโ์ ควดิ -19 ได้ สอดคล้องกับผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า คุณภาพการศึกษาในช่วงโควิดอาจลดลงบ้าง แตค่ รมู กี ารเรียนรู้เพิม่ เติมเกี่ยวกับวธิ ีการจัดการเรียนรู้ ครจู ัดการชั้นเรยี นให้มีความพร้อมและเหมาะสมต่อ การจัดการเรียนรู้สถานการณ์โควิด-19 ได้และผู้ปกครองเข้าใจสถานศึกษาและมีความสัมพันธ์อันดีกับ สถานศึกษามากขึ้น ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องมากข้ึนด้วย ส่งผล ต่อพฤติกรรมของผู้เรียนระยะแรกเด็กต่ืนเต้นและสนใจการเรียนออนไลน์ มีวินัย มีสมาธิ และตั้งใจเรียน มากขึ้น แต่มีประเดน็ เพมิ่ เตมิ จากข้อมลู เชิงคุณภาพในความเห็นของครูพบวา่ 1) นโยบายของรฐั /หน่วยงาน ต้นสังกัดไม่น่ิงมีการเปล่ียนแปลงบ่อยและนโยบายอาจไม่เหมาะกับทุกบริบท เน่ืองจากสถานการณ์โควิด เป็นเรื่องใหม่ และบางหน่วยงานก็ออกนโยบายค่อนข้างล่าช้า 2) สถานศึกษาที่อยู่ห่างไกลคุณภาพ การศึกษาจะตกต่ากว่าสถานศึกษาที่มีความพร้อมในการใช้ไอที 3) กลุ่มเด็กท่ีมีความพร้อมและผู้ปกครอง มีความพรอ้ มสูงจะมคี ณุ ภาพการศึกษาดีกวา่ กลมุ่ เด็กท่ีขาดความพร้อม 1.3.3 ความคิดเห็นตอ่ การจดั การเรยี นรู้ในสถานการณโ์ ควดิ -19 ของนักเรยี น จากผลการศึกษาเชิงปริมาณ พบว่า โดยภาพรวมนักเรียนมีความคิดเห็นต่อการ จัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด–19 อยู่ในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกรายการ รายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 5 ลาดับแรก คือ โรงเรียนมีการชี้แจงให้ทราบถึงแนวทางการจัดการเรียนรู้ของ โรงเรียนในสถานการณ์โควิด–19 โรงเรยี นมกี ารเตรียมความพร้อมให้นักเรียนในชว่ งก่อนการเรยี นการสอน ในสถานการณ์โควิด-19 ครูมกี ารให้คาปรึกษาแนะนาในการปฏบิ ัติตนของนักเรียนในสถานการณ์โควิด–19 ครูให้การช่วยเหลือแนะนาเป็นอย่างดีกรณีพบปัญหาในการเรียนรู้ของนักเรียน และครูจัดช้ันเรียน ได้อยา่ งเหมาะสมตอ่ การจดั การเรยี นรู้สถานการณ์โควิด–19 สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาเชิงคุณภาพ พบว่า 1) สถานศกึ ษาส่วนใหญเ่ ตรยี มความพร้อม ให้นักเรียนในช่วงก่อนการเรียน โดยแจ้งนกั เรยี นว่าใช้รูปแบบการสอน Online มกี ารแจง้ ให้เตรียมอุปกรณ์ ต่าง ๆ ผ่าน Facebook, ไลน์กลุ่มของผู้ปกครอง และครูท่ีปรึกษาเพื่อแจ้งผ่านไลน์กลุ่มของห้อง 2) ความคิดเห็นท่ีมีต่อครู นักเรียนเห็นว่าครูมีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือ ติดตามการเรียนรู้และให้ กาลังใจนักเรียนในระหว่างการเรยี นรู้ในชว่ งสถานการณ์โควิดอย่างเหมาะสม มีการสอบถามเกี่ยวกับความ พร้อมในการเรียนของนักเรียน ให้คาปรึกษาและแนะนาในการปฏิบัติตัวของนักเรียน และ ให้คาแนะนาเม่ือนักเรียนพบปัญหาในการเรียนรู้ 3) ความคิดเห็นที่มีต่อการจัดชั้นเรียนและเวลาเรียน ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่วนใหญ่มีความเหมาะสม มีเพียงส่วนน้อยท่ีมีความเห็นว่าไม่เหมาะสม 4) นักเรียนปฏิบัติตนเพ่ือดูแลสุขภาพของตน ติดตามข่าวสารและศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองมากข้ึน เช่น การใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่าเสมอ กินร้อนช้อนกลาง การ เว้นระยะห่าง และติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขประกาศอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามมีประเด็น เพิ่มเติม คือ สถานศึกษาสนับสนุนอปุ กรณ์ สื่อ และเทคโนโลยีสาหรับนกั เรียนท่ไี ม่มคี วามพร้อมค่อนข้างน้อย ทาให้นักเรียนขาดอปุ กรณ์ในการเข้าถึง จงึ ไม่สามารถเรียนรู้ได้
139 1.3.4 ความคิดเห็นต่อการจดั การเรียนรใู้ นสถานการณ์โควดิ -19 ของผู้ปกครอง จากผลการศึกษาเชิงปริมาณ พบว่า โดยภาพรวมผู้ปกครองมีความคิดเห็นต่อการ จัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด–19 อยู่ในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกรายการ รายการที่มีค่าเฉล่ียสูงสุด 5 ลาดับแรก คือ โรงเรียนมีการช้ีแจงให้ทราบถึงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับ ความจาเป็นในการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 ผู้ปกครองให้ความร่วมมือและสนับสนุน การจัดการเรียนรขู้ องครู โรงเรียนมชี อ่ งทางการตดิ ต่อส่อื สารระหวา่ งโรงเรยี น ครูและผ้ปู กครองทีเ่ หมาะสม โรงเรียนมีการประชาสัมพันธ์ ชี้แจงให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบรูปแบบหรือวิธีการจัดการเรียนรู้ และ ครูใหก้ ารดูแล เอาใจใส่การเรียนของนักเรยี นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า 1) สถานศึกษาส่ือสารช้ีแจงนโยบาย และแนวทางในการจัดการเรียนการสอนสถานการณ์โควิด-19 โดยมีการแจ้งมาด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย โ ดย ส่ว นใหญ่แจ้งผ่านนักเรียน มีเพียงบาง ส่ว น แจ้งผู้ปกครอ งโ ดยตร ง 2) สถานศึก ษ า จัดอาคารสถานที่ในการเรียนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมมีการจัดโต๊ะเรียนแบบเว้น ระยะห่าง และการดาเนินการที่เหมาะสมตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข จากที่นั่งปกติที่เคยนั่ง เป็นแถวติดกันก็มีการแบ่งแยกให้นั่งเป็นโต๊ะเด่ียว อาคารและสถานที่มีการฉีดยาฆ่าเชื้อทั้งในห้องและ บริเวณโดยรอบของสถานศึกษาทุกอาทิตย์ มีอ่างล้างมือ และแอลกอฮอล์ไว้บริการนักเรียนตามอาคารต่าง ๆ อย่างทั่วถึง มีการคัดกรองและตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของนักเรียนก่อนเข้าสถานศึกษาทุกวัน ความคิดเห็นที่มีต่อครูโดยเห็นว่า ครูมีการให้คาปรึกษากับผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลาน ติดตาม การเรียนรู้ และให้กาลังใจนักเรียน นักเรียนปฏิบัติตัวในการเรียนรู้ในช่วงสถานการณ์โควิดอย่างเคร่งครัด ผ้ปู กครองให้ความรว่ มมอื ในการจัดการเรียนรู้ของบุตรหลานตามกาลังทรัพย์และตามสภาพเศรษฐกิจ 1.3.5 ความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 ของคณะกรรมการ สถานศึกษา จากผลการศึกษาเชิงปริมาณ พบว่า โดยภาพรวมกรรมการสถานศึกษามีความ คิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด–19 อยู่ในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ท่สี ุด 2 รายการ คือ โรงเรยี นดาเนนิ การจัดการเรียนรโู้ ดยคานงึ ถงึ คุณภาพของนักเรียน และ โรงเรียนมีการ เร่งดาเนินการการจัดการเรียนรู้ตามมาตรการอย่างทันท่วงที มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก โดยรายการ ท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุด 5 ลาดับแรก คือ โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชนในการสนับสนุน การจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนรายงานและประสานงานกับกรรมการสถานศึกษา เกี่ยวกับการเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง กรรมการสถานศึกษาได้รับรู้นโยบายและแผนการดาเนินงานการจัดการ เรียนรู้ของโรงเรียนในสถานการณ์โควิด-19 กรรมการสถานศึกษาได้ร่วมพิจารณาอนุมัติแผนและ งบประมาณการดาเนินงานการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 กรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วม ในการสร้างเครอื ข่ายความรว่ มมือระหว่างชุมชน โรงเรียน และหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วข้อง หนว่ ยงานภาครัฐและ หน่วยงานอ่ืน ๆ ให้ความร่วมมือและสนับสนุนด้านสาธารณสุข (เช่น การทาความสะอาด รักษาความสะอาด อุปกรณ์ การป้องกนั โรค การตรวจสขุ ภาพ เปน็ ตน้ ) สอดคล้องกับ ผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า 1) คณะกรรมการสถานศึกษารับรู้ น โ ย บ า ย แ ล ะ แ ผ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น ก า รจั ด ก า ร เ รีย น ก า ร ส อ น ข อ ง ส ถ า น ศึ ก ษ า ใ น ส ถ า น ก า ร ณ์ โ ค วิดว่า สถานศึกษาจะดาเนินการจัดการเรียนการสอนในทิศทางใด ซึ่งทางคณะกรรมการสถานศึกษาเชื่อม่ันว่า แนวทางในการดาเนินการของสถานศึกษานา่ จะผ่านการพจิ ารณาไตร่ตรองจากฝ่ายบรหิ ารและคณะครูของ
140 สถานศึกษามาเป็นอย่างดีแล้ว และร่วมกันวางแผนกับผู้บริหารและคณะครูในการจัดทามาตรการดูแล นักเรียนในสถานการณ์โควิด ขณะที่บางแห่งสนับสนุนเพียงการประสานงาน รวมท้ังมีส่วนร่วมในการสรา้ ง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2) สถานศึกษาส่วนใหญ่ รายงานให้กรรมการสถานศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง มีส่วนน้อยอาจไม่ได้ประสานงาน เน่ืองจากเป็นการดาเนินการในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ 3) สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนโดยคานึงถึง คุณภาพของนักเรียน แม้นักเรียนบางกลุ่มมีความไม่พร้อมทาให้คุณภาพการสอนไม่เต็มท่ี 4) หน่วยงาน ต้นสังกัดเข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการ มีการสร้างช่องทางในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและการนิเทศติดตาม 5) การได้รับความร่วมมือและสนับสนุนส่ือ อุปกรณ์ และเครื่องมือจากหน่วยงานอ่ืน ๆ เช่น อาสาสมัคร สาธารณสุขประจาหมูบ่ ้าน (อสม.) ไปใหค้ วามรูแ้ ละวิธกี ารป้องกันกับนักเรียนที่บา้ น พร้อมทัง้ กากับติดตาม นักเรียนทอ่ี ยใู่ นพ้นื ทเ่ี สีย่ งอย่างต่อเนือ่ ง ตอนที่ 1.4 ผลการสังเคราะห์ผลการศึกษาความต้องการการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์ วกิ ฤติของผู้บริหาร ครู นักเรยี น ผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษา ผลการสังเคราะหข์ ้อมลู เชิงปรมิ าณและเชิงคณุ ภาพ ปรากฏผลดงั น้ี 1.4.1 ความต้องการของผู้บริหารสถานศึกษาต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์ วิกฤติ จากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษามีความต้องการให้รัฐและหน่วยงาน ต้นสังกัดดาเนินการในหลาย ๆ ด้านในระดบั มากทส่ี ุดเกอื บทุกข้อ โดยสามารถสรปุ ประเดน็ ตา่ ง ๆ ได้ดงั นี้ 1) รัฐควรมีนโยบาย แผนและมาตรการรองรับการจัดการศึกษาในสถานการณ์วิกฤติ ทีช่ ดั เจน โดยควรมแี ผนในการจดั การเรยี นรใู้ นวถิ ีใหม่ (New Normal Learning) และสนบั สนนุ ในดา้ นการ พฒั นาเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต และสอื่ อุปกรณใ์ นการจัดการเรียนรู้ 2) หน่วยงานต้นสังกัดควรประกาศนโยบายท่ีเรง่ ดว่ นและแจ้งข้อมูลขา่ วสารใหผ้ เู้ กี่ยวข้อง ทราบอย่างถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ ซึ่งในระดับพื้นที่ควรมีการจัดตั้งหน่วยงานกลางเพ่ือสื่อสาร ประสานงานกับสถานศกึ ษา 3) หน่วยงานตน้ สงั กัดในระดบั พน้ื ที่ควรมบี ทบาทในการสนบั สนุนช่วยเหลือในการจัดการ เรียนรู้และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการ ในสถานการณว์ กิ ฤติในบริบทของตนเอง 4) ครูควรได้รับการพัฒนาครูให้สามารถใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ มีการนิเทศ ช่วยเหลือในการจัดการเรียนรู้ของครูในสถานการณ์วิกฤติ และสนับสนุนสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับครูในการ ปฏบิ ตั งิ าน 5) สถานศึกษาควรมีความร่วมมือกันระหว่างครู และผู้ปกครองในการเสริมสร้างนิสัย ใฝเ่ รียนรดู้ ว้ ยตนเองของนกั เรียน และรว่ มมอื ในการจดั การเรียนรูข้ องครูและสถานศกึ ษาอย่างต่อเน่ือง เม่ือพิจารณาข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า มีหลายประเด็นท่ีสอดคล้องกับข้อมูลเชิงปริมาณ ท่ีสรุปไว้ข้างต้น ดังน้ี 1) ต้องการให้รัฐบาลให้ความสาคัญและติดต้ังเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุม ทั่วถึง และการสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และ 2) ต้องการการส่งเสริมและพัฒนาครู เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์วิกฤติได้ ในประเด็นน้ี คือ ความต้องการให้หน่วยงาน
141 ต้นสังกัดพัฒนาครูด้าน ICT อย่างไรก็ตาม ในด้านการพัฒนาครูนี้ ข้อมูลเชิงคุณภาพมีประเด็นที่เพิ่มเติม ในรายละเอียดมากขนึ้ คือ การถอดบทเรียนจากโรงเรียนทีม่ ีการสอนดีในสถานการณโ์ ควิด สาหรับประเด็นความต้องการเพิ่มเติมท่ีได้จากข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นประเด็น ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน โดยผู้บริหารมีความต้องการให้มีการพัฒนาหลักสูตรและ สร้างโมเดลการสอนท่ีรองรับสถานการณ์วิกฤติ พัฒนาชุดการสอน ส่ือการสอนออนไลน์ ส่งเสริมการใช้ Classroom online 1.4.2 ความต้องการของครูต่อการจดั การเรียนรใู้ นสถานการณว์ ิกฤติ จากข้อมูลเชงิ ปริมาณ พบว่า ครมู คี วามตอ้ งการใหร้ ัฐ/หน่วยงานต้นสังกดั และสถานศึกษา ดาเนินการในหลาย ๆ ด้านในภาพรวมอยู่ในระดับมาก หากพิจารณารายข้ออยู่ในระดับมากถึงระดับมาก ท่ีสดุ โดยสามารถสรปุ ประเด็นต่าง ๆ ได้ดงั นี้ 1) รัฐ/หน่วยงานต้นสังกัดควรมีนโยบาย และมาตรการรองรับการจัดการศึกษา ในสถานการณ์วิกฤติที่ชัดเจน และประกาศนโยบายการจัดการเรียนรู้ให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมท้ัง สนับสนนุ สื่อ เทคโนโลยกี ารจดั การเรียนร้ตู ามความต้องการจาเป็นของสถานศึกษา 2) สถานศึกษาควรมีแผน/แนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาในสถานการณ์วิกฤติ อย่างชัดเจน มีข้อมูลพ้ืนฐานของผู้เรียนเพ่ือใช้ในการจัดการเรียนรแู้ ละการติดตามผู้เรียน มีการเตรียมความพรอ้ ม ใหแ้ กค่ รู นกั เรียนและผู้ปกครอง สนบั สนนุ ปัจจยั ตา่ ง ๆ ทจี่ าเปน็ ตอ่ การจดั การเรียนรใู้ นสถานการณ์วิกฤติ 3) สถานศึกษาควรมีความร่วมมือกันระหว่างครู และผู้ปกครองในการเสริมสร้างนิสัย ใฝ่เรยี นรู้ด้วยตนเองของนกั เรียน และร่วมมอื ในการจัดการเรยี นร้ขู องครแู ละสถานศกึ ษาอยา่ งต่อเน่อื ง 4) ควรพัฒนาครูให้สามารถในการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ ได้รับการนิเทศ ชว่ ยเหลือในการจัดการเรียนรูใ้ นสถานการณ์วกิ ฤติ 5) ครูควรเสริมสร้างเจตคติต่อการเรียนรู้แบบพ่ึงพาตนเองให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง และเรียนร้เู พ่มิ เตมิ เกี่ยวกับวิธกี ารจดั การเรียนรใู้ นสถานการณ์วกิ ฤติ เมื่อพิจารณาข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า มีบางประเด็นท่ีสอดคล้องกับข้อมูลเชิงปริมาณ ที่สรุปไว้ข้างต้น ดังน้ี 1) ต้องการรับทราบนโยบาย ข้อมูลเชิงคุณภาพระบุว่า ครูต้องการให้มีการส่ือสาร นโยบายสผู่ ู้ปฏิบัตแิ ละประชาสัมพนั ธข์ ่าวสารข้อมูลให้รวดเร็ว และ 2) ตอ้ งการการสนับสนุนส่ือ เทคโนโลยี การจัดการเรียนรู้ ข้อมูลเชิงคุณภาพเสนอเฉพาะเจาะจงเลยว่า ต้องการให้จัดทีวีเพื่อการศึกษาเป็นฟรีทีวี จัดการ Free WiFi อปุ กรณก์ ารสอนผ่านออนไลน์ และควรมีหน่วยงานสนับสนุนการใช้ ICT สาหรับประเด็นความต้องการเพ่ิมเติมท่ีได้จากข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ ควรมีศูนย์ ประสานงานสถานการณใ์ นสถานการณ์วิกฤติ 1.4.3 ความต้องการของนักเรยี นตอ่ การจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วกิ ฤติ จากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า นักเรียนมีความต้องการให้ครูและสถานศึกษาดาเนินการ ในหลาย ๆ ด้าน ในภาพรวมและทกุ ข้ออยู่ในระดับมาก โดยสามารถสรปุ ประเด็นต่าง ๆ ได้ดังน้ี 1) ครูควรมกี ารจัดการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นสอดคล้องกบั ความต้องการของนักเรียน โดยปรับ เน้ือหาและเวลาในการเรียนท่ีเหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤติ เพิ่มช่องทางและวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีวิธีการจัดการเรียนรู้ท่ีช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดี และสร้างขวัญและกาลังใจให้นักเรียนในระหว่างการ จัดการเรยี นรใู้ นสถานการณ์วกิ ฤติ
142 2) ครูควรกาหนดช่องทางและวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียนท่ีหลากหลาย ติดตามให้นกั เรยี นได้รับการเรียนรู้อยา่ งเหมาะสม และให้คาปรกึ ษาแนะนาการปฏบิ ตั ติ นในสถานการณ์วกิ ฤติ 3) โรงเรียนควรมีการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนในช่วงก่อนและระหว่างการเรียนรู้ ในสถานการณ์วิกฤติ จัดทาคู่มือสาหรับนักเรียนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ สนับสนุนสื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยี ท่ีจาเป็น และจดั อาคารสถานทแี่ ละสิง่ แวดลอ้ มภายในโรงเรียนให้เหมาะสม เม่ือพิจารณาข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า ในทุกประเด็นมีความสอดคล้องกับข้อมูล เชิงปริมาณที่สรุปไว้ข้างต้น ดังน้ี 1) ต้องการให้มีการปรับเนื้อหาการเรียนให้เหมาะสมกับเวลาเรียน ที่เปล่ียนแปลง พร้อมท้ังปรับวิธีการเรียนให้มีความหลากหลาย 2) ต้องการการสนับสนุนส่ือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีในการเรียนรู้ท่ีมีความหลากหลาย ให้คาปรึกษาแนะนาการปฏิบัติตัวท่ีถูกต้องและจัดทาคู่มือ การปฏิบตั ติ น 3) ควรมกี ารสรา้ งความตระหนัก และเตรยี มความพร้อมให้นกั เรยี นในสถานการณว์ ิกฤติ 1.4.4 ความตอ้ งการของผปู้ กครองต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณว์ กิ ฤติ จากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า ผู้ปกครองมีความต้องการให้ครูและสถานศึกษาดาเนินการ ในหลาย ๆ ด้าน ในภาพรวมและทกุ ข้ออยู่ในระดับมาก โดยสามารถสรุปประเด็นตา่ งๆ ได้ดังนี้ 1) ครูควรจัดเวลาเรียนรู้เหมาะสมต่อการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติ จัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยคานึงถึงโอกาสในการเรียนรู้ของนักเรียน และดูแลเอาใจใส่และให้คาปรึกษาแนะนาการเรียน ใหก้ ับนกั เรียนและผ้ปู กครอง 2) โรงเรียนควรชี้แจงให้ทราบถึงนโยบายของรัฐบาลในการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์ วิกฤติท่ีชัดเจนทันต่อสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ในสถานการณ์วิกฤติท่ีชัดเจน ทันต่อสถานการณ์ จัดทาคู่มือสาหรับผู้ปกครอง และกาหนดช่องทาง การติดตอ่ ส่อื สารกบั ผู้ปกครองและนักเรยี น 3) โรงเรียน/ครูควรเตรียมความพร้อมของนักเรียนในช่วงก่อนการเรียนรู้ในสถานการณ์ วิกฤติ อานวยความสะดวกในการติดต่อ ประสานงานและการเข้ารับการบริการต่าง ๆ และควรติดตาม การเรียนของนักเรียนในระหวา่ งการจดั การเรยี นรู้ 4) โรงเรียนควรกาหนดวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม ควรสนับสนุนสื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยีท่ีจาเป็นในระหว่างการจัดการเรียนรู้ และควรจัดอาคารสถานท่ีให้เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ในสถานการณ์วกิ ฤติ เม่ือพิจารณาข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า ประเด็นท่ีมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงปริมาณ ท่ีสรุปไว้ข้างต้น ดังนี้ 1) ควรส่ือสารนโยบาย/แนวทางในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์วิกฤติ ในหลายชอ่ งทางและรวดเร็ว 2) ควรสนับสนุนช่วยเหลือด้านส่ือการเรยี นการสอน 3) ควรจดั ทาขอ้ แนะนา หรอื คมู่ อื ในการปฏบิ ัติของผปู้ กครองและแนวทางการดูแลสนับสนุนการเรียนรู้ของบตุ รหลาน สาหรับประเด็นความต้องการเพิ่มเติมท่ีได้จากข้อมูลเชิงคุณภาพ คอื ผู้ปกครองต้องการ ให้สถานศึกษาติดต่อส่ือสารกับนักเรียนทุกคนให้เข้าเรียนผ่านช่องทาง Online เข้าสอนตรงเวลา จดั กิจกรรมการเรียนการสอนเพิ่มเติมผา่ นระบบ Online
143 1.4.5 ความต้องการของกรรมการสถานศึกษาตอ่ การจัดการเรยี นรู้ในสถานการณ์วิกฤติ จากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า กรรมการสถานศึกษามีความต้องการให้มีการดาเนินการ ในหลาย ๆ ด้าน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก หากพิจารณารายข้ออยู่ในระดับมากถึงระดับมากที่สุด โดยสามารถสรปุ ประเด็นตา่ งๆ ไดด้ ังนี้ 1) รัฐหรือหน่วยงานต้นสังกัดควรกาหนดกรอบนโยบาย แผน มาตรการในการบริหาร การศึกษาและการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติท่ีชัดเจน ประกาศนโยบายการจัดการเรียนรู้เร่งด่วน ให้ทันต่อในการปอ้ งกนั /การแก้ปญั หา 2) หน่วยงานต้นสังกัดในระดับพื้นท่ีต้องให้การสนับสนุนส่ือ เทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ ตามความต้องการจาเป็น สนับสนุนงบประมาณในการจัดการเรียนรู้ มีการนิเทศ แนะนา และช่วยเหลือ เก่ียวกับการจัดการเรียนรู้ของครูในสถานการณ์วิกฤติ มีศูนย์สื่อสารให้เป็นเอกภาพระหว่างหน่วยงาน นโยบายและหนว่ ยงานปฏบิ ตั ิ 3) หน่วยงานต้นสังกัดควรมีนโยบายเสริมสร้างความเข้มแข็งให้โรงเรียนสามารถบริหาร จัดการศึกษาในสถานการณ์วิกฤติได้ตามบริบทของตนเอง โดยต้องให้การสนับสนุนด้านวิชาการ (เชน่ วิทยากร การนเิ ทศ สื่อ อปุ กรณ์ในการเรียนรู้ เปน็ ต้น) 4) หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดการ เรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติ 5) โรงเรียนต้องสื่อสารสร้างความเข้าใจนโยบายการจัดการเรียนรู้ต่อผู้เกี่ยวข้องที่ให้ทัน ต่อสถานการณ์ โรงเรียนต้องมีแผนและมาตรการดาเนินงานจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติท่ีชัดเจน รายงานความก้าวหนา้ และปญั หาอุปสรรคเกย่ี วกับการจัดการเรียนรตู้ ่อกรรมการสถานศึกษาอยา่ งต่อเนื่อง 6) กรรมการสถานศึกษาต้องพิจารณาแผน/งบประมาณ/มาตรการให้ทนั ตอ่ สถานการณ์ เมื่อพิจารณาข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า ประเด็นที่มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงปริมาณ ที่สรุปไว้ข้างต้น ดังนี้ 1) รัฐบาลและหน่วยงานต้นสังกัดควรกาหนดกรอบนโยบาย/แผน/มาตรการในการ บริหารการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์วิกฤติท่ีชัดเจนไว้ล่วงหน้า 2) หน่วยงานต้น สังกดั ควรมีการประกาศนโยบายการจัดการเรียนการสอนเรง่ ด่วนให้ทนั ตอ่ ในการป้องกนั /การแกป้ ัญหาจาก ภาครัฐ 3) หน่วยงานต้นสังกัดควรมีการสนับสนุนส่ือ งบประมาณ การนิเทศ และควรลดให้สถานศึกษา รายงานเอกสาร และ 4) สถานศึกษาควรบริหารจัดการในการป้องกันการระบาดของโรค และสร้างวินัย ให้เกิดกับบุคลากรและนักเรียน สาหรับประเด็นความต้องการเพ่ิมเติมท่ีได้จากข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ ครูควรมีความพร้อม ในการจดั การเรยี นการสอน Online มีการส่ือสาร รายงานและการสรา้ งเครือขา่ ยความร่วมมือ
144 ตอนท่ี 2 ข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษา ข้ันพนื้ ฐานในสถานการณว์ กิ ฤติ ตอนท่ี 2.1 (ร่าง) ข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับ การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐานในสถานการณ์วกิ ฤติ จากผลการวิจัยดังกล่าว คณะผู้วิจัยได้ใช้เป็นสารสนเทศและฐานความคิดสาคัญในการกาหนด เป็น (ร่าง) ข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ในสถานการณ์วกิ ฤติ ดังนี้ 2.1 จากผลการวิจัยที่บ่งช้ีว่า การกาหนดนโยบายการจัดการเรียนรู้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ชัดเจน ไม่ทันต่อสถานการณ์ และขาดความยืดหยุ่นในการนาไปใช้ตามบริบทของโรงเรียน รวมท้ัง การส่ือสารนโยบายสู่การปฏิบัติยังมีปัญหา ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยความต้องการ ควรมีนโยบาย แผนและมาตรการรองรับการจัดการศึกษาในสถานการณ์วิกฤติท่ีชัดเจน และมีการส่ือสารนโยบายที่ เรง่ ด่วนทนั ต่อสถานการณ์ จึงมีข้อเส น อเชิ งนโ ยบ าย กา รส่ งเส ริม ก ารจั ด กา รเรี ยน รู้ข อ งส ถ า น ศึ กษ า ในร ะ ดับ ก าร ศึ ก ษ า ข้นั พื้นฐานในสถานการณว์ กิ ฤติ โดยกาหนดนโยบายและการสื่อสารนโยบาย ดังน้ี 2.1.1 รัฐ/กระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานต้นสังกัดควรกาหนดนโยบาย แผน มาตรการ ส่งเสริมการจัดการเรียนรูอ้ ย่างเปน็ ระบบ มีความชัดเจน ทันต่อสถานการณ์วิกฤติ และควรเป็นนโยบายท่มี ี ความหลากหลาย ยืดหยุ่นทีเ่ อ้อื ใหส้ ถานศกึ ษาสามารถปรบั ดาเนนิ การได้ตามบรบิ ทของสถานศึกษา 2.1.2 กระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานต้นสังกัดควรมีการส่ือสารนโยบายและแนวทางการ ปฏิบัติในส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ท่ีชัดเจนด้วยวิธีการและช่องทาง ท่ีหลากหลายเพ่ือสร้างความเข้าใจ ในการปฏบิ ัติแกส่ ถานศกึ ษา 2.1.3 หน่วยงานต้นสังกัดควรมีศูนย์สื่อสารให้เป็นเอกภาพระหว่างหน่วยงานนโยบายและ หนว่ ยงานปฏิบตั ิ โดยโรงเรยี นตอ้ งสือ่ สารสรา้ งความเขา้ ใจนโยบายการจัดการเรียนรตู้ ่อผ้เู กยี่ วข้องให้ทันต่อ สถานการณ์ 2.1.4 หน่วยงานต้นสังกัดควรมีการจัดทาแผนและมาตรการเชิงอนาคตเพื่อรับมือกับการจัด การศึกษาในสถานการณ์วิกฤติท่ีอาจเกิดขึ้นในอนาคตและควรส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาเตรียม ดาเนนิ การตามแผนและมาตรการดงั กลา่ วให้มคี วามพร้อมตามบริบทของตนเอง 2.1.5 หน่วยงานต้นสังกัดควรมีนโยบายเสริมสร้างความเข้มแข็งให้โรงเรียนสามารถบริหาร จัดการศกึ ษาในสถานการณว์ กิ ฤตไิ ด้ตามบริบทของตนเอง 2.1.6 หน่วยงานต้นสังกัดควรมีการศึกษาและวางแผนการจัดการเรียนรู้วิถีใหม่ (New Normal Learning) ทีเ่ หมาะสมกับสถานการณว์ กิ ฤติ 2.2 จากผลการวิจัยท่ีบ่งชี้ว่า คุณภาพการจัดการเรียนรู้ในช่วงสถานการณ์โควิดลดลง ซึ่งเป็นผล จากความไม่พร้อมของโรงเรียน ครูมีภาระงานเพ่ิมขึ้น ขาดแคลนอุปกรณ์ ส่ือ ฯลฯ ซ่ึงเป็นการขาดระบบ และกลไกในการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพ และจากผลการวิจัยในด้านความ ต้องการ พบวา่ ควรมกี ารติดตงั้ /พัฒนาเครือข่าย อินเทอร์เนต็ ใหค้ รอบคลุมทั่วถึง สนบั สนุนการจดั ตงั้ หน่วย ICT ควรจัดทีวเี พื่อการศึกษาเปน็ ฟรีทีวี จัด Free wifi ควรมีศูนย์ประสานงานสถานการณว์ กิ ฤติ
145 จึ งมี ข้อเ ส น อเ ชิ งน โ ย บ าย กา ร ส่ งเ ส ริ ม ก าร จั ด กา ร เ รี ย น รู้ ข อ งส ถ าน ศึ กษ า ใน ร ะ ดั บ ก าร ศึ ก ษ า ขั้นพ้ืนฐานในสถานการณ์วิกฤติ โดยการสร้างระบบและกลไกส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ของ สถานศกึ ษา ดังน้ี 2.2.1 รัฐควรติดต้ัง/พัฒนาเครือข่าย อินเทอร์เน็ต (Internet) ให้ครอบคลุมท่ัวถึงเพ่ือให้ สถานศกึ ษาและครมู ีความพร้อมในการจัดการเรยี นรแู้ ละนกั เรยี นสามารถเรยี นรู้ไดใ้ นสถานการณว์ ิกฤติ 2.2.2 รัฐ/หน่วยงานต้นสังกัดควรจัดทีวีเพ่ือการศึกษาเป็นฟรีทีวีเพราะในสถานการณ์โควิดครั้งนี้ ครตู ้องพ่ึงพา DLTV อย่างมาก แตม่ ปี ัญหาท่ที ีวปี กติไมส่ ามารถรับ DLTV ได้ 2.2.3 รัฐ/หน่วยงานต้นสังกัดควรจัดให้มี Free wifi และ อุปกรณ์การเรียนผ่านระบบ Online เพราะความเหล่อื มลา้ ทีท่ าใหน้ ักเรียนทดี่ อ้ ยโอกาสเสียเปรียบในการเรียนรู้ 2.2.4 หน่วยงานต้นสังกัดควรสนับสนุนให้มีการจัดต้ังหน่วยงานเทคโนโลยีทางการเรียนการสอน (ICT) ในระดับเขตพืน้ ท่ี เพ่อื สนับสนนุ และชว่ ยเหลอื การจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี น 2.3.5 หน่วยงานต้นสังกัดควรจัดระบบการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ ในสถานการณ์วกิ ฤติ 2.2.6 หน่วยงานต้นสังกัด/หน่วยงานระดับเขตพ้ืนที่ควรจัดระบบและกระบวนการในการนิเทศ สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาให้สามารถปฏิบัติงานตามนโยบายการจัดการเรียนรู้ ในสถานการณ์วิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ังมีวิธีการติดตามผลการดาเนินงานของโรงเรียนเท่าที่ จาเปน็ โดยไม่กระทบตอ่ การดาเนินงานของสถานศึกษาทเี่ รง่ ด่วน 2.2.7 หน่วยงานต้นสังกัดควรจัดให้มีศูนย์ประสานงานสถานการณ์วิกฤติ จากสถานการณ์โควิด ให้บทเรียนว่ายังขาดศูนย์ประสานงานเกี่ยวกับข้อมูลและการส่ือสารท่ีมีประสิทธิภาพสาหรับ การจัดการ เรยี นรู้ในสถานการณ์วกิ ฤติ 2.2.8 ต้นสังกัดควรจัดทาแผนกลยุทธ์การจัดการศึกษาในสถานการณ์วิกฤติเพ่ือสร้างความพร้อมท้ัง ในดา้ นระบบบรหิ ารจดั การ งบประมาณ บคุ ลากร ขอ้ มลู วสั ดอุ ปุ กรณ์ เมอื่ ต้องเผชญิ กบั สถานการณว์ กิ ฤติ 2.3 จากผลการวิจัยท่ีบ่งชี้ว่า สถานศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมในสถานการณ์ โควิด ทาให้เป็นปัญหาในการปฏิบัติงาน ส่งผลทางลบต่อคุณภาพการศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดและ หน่วยงานอื่น ๆ ขอขอ้ มลู จานวนมากจากสถานศึกษา โดยมลี ักษณะต่างคนต่างสารวจ ทาให้เป็นภาระและ กระทบต่อการจัดการเรียนการสอน โดยส่วนใหญ่สารวจข้อมูลแล้วแต่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ สถานศึกษา ไม่ได้รับวัสดุอุปกรณ์ท่ีเคยได้รับแจ้งว่าจะจัดสรรให้ ซึ่งสอดคล้องผลการวิจัยด้านความต้องการซึ่งพบ ว่า ควรมีการสนับสนุนงบประมาณ ส่ือ เทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ตามความต้องการจาเป็นของโรงเรียน มีการพัฒนาหลักสูตรรองรับสถานการณ์วิกฤติให้มีความยืดหยุ่นสามารถจัดการเรียนรู้ได้ มีการสนับสนุน อานวยความสะดวก นิเทศ แนะนา และช่วยเหลือสถานศึกษาและครู ควรมีการถอดบทเรียน จากสถานการณโ์ ควิดเพอ่ื พัฒนาเปน็ COVID Model สาหรับการจดั การเรยี นร้ใู นสถานการณว์ ิกฤตอิ ื่น ๆ
146 จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษา ข้ันพ้ืนฐานในสถานการณ์วิกฤติ โดยการสนับสนุนช่วยเหลือสถานศึกษาให้สามารถดาเนินการจัดการ เรียนรใู้ นสถานการณ์วกิ ฤตไิ ด้ ดังนี้ 2.3.1 หน่วยงานต้นสังกัด ควรจัดเตรียมงบประมาณและให้การสนับสนุนทรัพยากรการจัดการ เรียนรู้ให้เพียงพอ เหมาะสมกับลักษณะ/ขนาดของสถานศึกษา โดยคานึงถึงความเป็นไปได้และโอกาสของ ความสาเร็จในการจัดการเรยี นรู้ตามนโยบายในถานการณ์วกิ ฤติ 2.3.2 หน่วยงานต้นสังกัดควรสนับสนุนให้หน่วยระดับพื้นที่/สถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตร รองรับสถานการณ์วิกฤติ ให้มีความยืดหยุ่น ปรับลดเนื้อหาบางส่วนให้กระชับ หรือสามารถบูรณาการ ในการจัดการเรียนรูไ้ ด้เหมาะสมกับสถานการณว์ กิ ฤติ 2.3.3 หน่วยงานต้นสังกัดควรเน้นบทบาทให้การสนับสนุนส่งเสริม และให้หน่วยงานระดับพื้นที่ มีบทบาทในการอานวยความสะดวก นิเทศ แนะนา และชว่ ยเหลือสถานศึกษาและเป็นผู้ดาเนินการร่วมกับ สถานศกึ ษาเพอ่ื ใหค้ รสู ามารถจัดการเรยี นรูแ้ ละผู้เรียนสามารถเรียนรูไ้ ดใ้ นสถานการณว์ ิกฤติ 2.3.4 หน่วยงานต้นสังกัดในระดับพื้นที่ควรส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ (Online) ให้มากข้ึน โดยให้ส่งเสริมให้ครูที่มีความสามารถร่วมกันพัฒนาหน่วยการเรียนให้ครอบคลุม เนื้อหาสาระของหลักสูตรการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน และ Upload ข้นึ ไวใ้ น YouTube 2.3.5 หน่วยงานต้นสังกัดควรให้การสนับสนุนเคร่ืองมือหรือปัจจัยท่ีช่วยให้ครูสามารถเย่ียมบ้าน นักเรียนได้เพื่อการจัดการเรียนรู้และดูแลเอาใจใส่ผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง รวมท้ังควรสนับสนุนเกี่ยวกับ สวัสดิการในการปฏบิ ัติงานของครูในสถานการณ์วิกฤติด้วย 2.3.6 หน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ควรมีการประสานงานและบูรณาการข้อมูล ทตี่ อ้ งการเข้าดว้ ยกัน และดาเนินการสารวจข้อมูลเพยี งคร้ังเดียวจัดทาเป็นฐานข้อมูลกลางให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้งาน เพอื่ ลดภาระของสถานศึกษาทมี่ ภี าระงานเพิ่มมากข้นึ อยแู่ ล้วในสถานการณว์ กิ ฤติ 2.3.7 หน่วยงานต้นสังกัดในระดับพื้นท่ีควรมีการถอดบทเรียนจากโรงเรียนท่ีสามารถจัดการเรียนรู้ ได้ดใี นชว่ งสถานการณโ์ ควิดเพ่ือสร้างเป็น COVID Model แลว้ พฒั นาเปน็ รูปแบบการจัดการเรียนรู้สาหรับ การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานในสถานการณ์วิกฤติอืน่ ๆ 2.3.7 หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ในสถานการณ์วกิ ฤติ (เช่น ด้านสาธารณสุขตรวจสุขภาพ ป้องกัน รักษาโรค และให้ความร้ใู นการปฏบิ ัติตน เป็นต้น) 2.3.8 กรรมการสถานศึกษาควรมีบทบาทส่งเสริมสนับสนุนการดาเนินงานของสถานศึกษาและครู ใหส้ ามารถจัดการเรียนรใู้ นสถานการณ์วกิ ฤตไิ ดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพโดยต้องพจิ ารณาแผน งบประมาณและ มาตรการให้ทันต่อสถานการณ์ 2.4 จากผลการวิจัยท่ีบ่งชี้ว่า ช่วงสถานการณ์โควิด ครูต้องออกพบนักเรียนในพื้นที่ทาให้มี ความเสย่ี งในการออกปฏิบัติงาน มภี าระงานมากข้ึน และขาดขวญั กาลังใจในการปฏิบัตงิ านอนั เนื่องมาจาก การขาดแคลนทรัพยากร ความเส่ียงในการออกปฏิบัติงาน ความเหน่ือยล้าจากภาระงานที่มากขึ้น และ ผลการวิจัยความต้องการพบว่า ควรมีการบริหารจัดการสถานศึกษาในเชิงการป้องกัน โดยมีแผนและ มาตรการดาเนินงานจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติที่ชัดเจนไว้ล่วงหน้า มีการสร้างเครือข่าย ความร่วมมือเพ่ือการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ มีการจัดเวลาเรียนรู้และจัดอาคารสถานที่ใหเ้ หมาะสมตอ่
147 จดั การเรียนรู้ มกี ารเตรียมความพร้อมของนักเรียนในช่วงก่อนการเรียนรู้ สนบั สนนุ สอ่ื อปุ กรณ์ เทคโนโลยี จัดทาคู่มือสาหรับผู้ปกครองเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ ครูดูแลเอาใจใส่และให้คาปรึกษาแนะนาการเรียน ให้กับนักเรียนและผู้ปกครองอย่างต่อเน่ือง กาหนดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองและนักเรียน อย่างเหมาะสม ติดตามการเรียนของนกั เรียนในระหวา่ งการจดั การเรียนรู้ จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษา ขั้นพ้ืนฐานในสถานการณ์วิกฤติ โดยการดาเนินการของสถานศึกษาและครูเก่ียวกับการจัดการเรียนรู้ ในสถานการณ์วกิ ฤติ ดังนี้ 2.4.1 หน่วยงานต้นสังกัด/สถานศึกษาควรจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอเหมาะสมกับ การปฏิบัติงานและจัดให้มีมีระบบการเสริมสร้างขวัญกาลังใจให้กับบุคลากรทางการศึกษาตามความ เหมาะสม และให้มีระบบประกันความปลอดภัยท้ังจากการติดเช้ือโรคและอุบัติเหตุให้กับครู ทอี่ อกปฏบิ ตั งิ านนอกพน้ื ท่ี 2.4.2 โรงเรียนต้องมีแผนและมาตรการดาเนินงานจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติท่ีชัดเจน ไวล้ ่วงหนา้ และควรสร้างเครือขา่ ยความรว่ มมือเพือ่ การสนับสนุนการจดั การเรียนรู้ 2.4.3 โรงเรียน/ครูควรจัดเวลาเรียนรู้ท่ีเหมาะสมต่อการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติ ในการ จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ควรคานึงถงึ โอกาสในการเรียนรู้ของนักเรียน 2.4.4 โรงเรียน/ครูควรปรับเนื้อหาสาระการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสมกับเวลาเรียนท่ีเปลี่ยนแปลง และสามารถนามาปฏบิ ัติได้ ใชไ้ ดจ้ รงิ 2.4.5 โรงเรียนควรจัดอาคารสถานท่ีให้เหมาะสมต่อจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติ เตรียมความพร้อมของนักเรียนในช่วงก่อนการเรียนรู้ และควรสนับสนุนสื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยีท่ีจาเป็น ในระหว่างการจัดการเรียนรู้และควรจัดทาคู่มือสาหรับผู้ปกครองเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของบุตรหลาน ในสถานการณ์วิกฤติ และครูควรดูแลเอาใจใส่และให้คาปรึกษาแนะนาการเรียนให้กับนักเรียนและ ผูป้ กครองอย่างต่อเนอ่ื ง 2.4.6 โรงเรียนควรกาหนดช่องทางการติดต่อส่ือสารกับผู้ปกครองและนักเรียนอย่างเหมาะสม รวมทงั้ ควรอานวยความสะดวกในการติดต่อ ประสานงานและการเขา้ รับการบรกิ ารต่าง ๆ จากโรงเรียน 2.4.7 โรงเรียนควรบริหารจัดการในเชิงการป้องกันในสถานการณ์วิกฤติ (เช่น การระบาดของโรค) และควรเสริมสร้างความวนิ ยั ใหแ้ กค่ รู บุคลากรและนกั เรียนด้วย 2.4.8 โรงเรียน/ครูควรติดตามการเรียนของนักเรียนในระหว่างการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์ วิกฤติโดยครูควรติดต่อส่ือสารกับนักเรียนทุกคนให้เข้าเรียนผ่านช่องทาง Online เข้าสอนตรงเวลา และ จัดใหก้ จิ กรรมการสอนเพิ่มเตมิ ผา่ นระบบ Online 2.4.9 ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีการเตรียมความพร้อมให้แก่ครู นักเรียนและผู้ปกครองสาหรับ การเรียนรใู้ นสถานการณว์ กิ ฤติ 2.4.10 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องให้การสนับสนุนปัจจัยต่าง ๆ ที่จาเป็นต่อการจัดการเรียนรู้ ในสถานการณว์ ิกฤติ 2.5 จากผลการวิจัยที่บ่งช้ีว่า โดยสถานการณ์โควิดเปรียบเสมือนตัวเร่งให้ครูต้องพัฒนาตนเอง ครูจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงที่เปิดเรียนปกติแล้ว ซึ่งเป็นผลจากการได้พัฒนา ความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีช่วงที่ผ่านมา ครูได้พัฒนาตนเองผ่านระบบออนไลน์ที่ช่วยให้
148 ประหยัดค่าใช้จ่ายท้ังเร่ืองค่าลงทะเบียน ค่าที่พัก และค่าเดินทาง และในสถานการณ์วิกฤติต้องจาเป็นตอ้ ง พัฒนาครูให้สามารถใช้ส่ือเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูควรพัฒนาตนเอง โดยการเรียนรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติ และต้องเสริมสร้างเจตคติต่อ การเรียนรแู้ บบพ่ึงพาตนเองใหแ้ กน่ ักเรียนและผู้ปกครองดว้ ย จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษา ขัน้ พ้ืนฐานในสถานการณว์ ิกฤติ โดยการพัฒนาครใู ห้มีศักยภาพสาหรับการจดั การเรยี นรู้ ดังนี้ 2.5.1 หน่วยงานต้นสังกัด/สถานศึกษาต้องพัฒนาครูให้สามารถใช้ส่ือเทคโนโลยีในการจัดการ เรียนรูใ้ นยคุ ดิจิทลั ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพในทุกสถานการณ์วกิ ฤติทีอ่ าจเกดิ ขน้ึ ในอนาคต 2.5.2 สถานศึกษาควรส่งเสริมให้ครูพัฒนาตนเองเก่ียวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติ และต้องเสรมิ สรา้ งเจตคตติ อ่ การเรียนร้แู บบพง่ึ พาตนเองให้แกน่ ักเรยี นและผู้ปกครอง 2.5.3 สถานศกึ ษาควรส่งเสริมสนับสนนุ ให้ครูไดร้ ว่ มกันแลกเปล่ยี นเรียนรูจ้ ากประสบการณจ์ ัดการ เรียนรู้ในสถานการณ์โควิดเพ่ือให้เป็นแนวทางพัฒนาทักษะและคุณลักษณะในการจัดการเรียนรู้ ในสถานการณ์วิกฤติ 2.6 จากผลการวิจัยท่ีบ่งชี้ว่า การเรียนออนแอร์ผ่าน DLTV มีปัญหาเร่ืองผู้ปกครองไม่มีกล่อง รับสัญญาณทีวี หรือมีแต่จูนรับสัญญาณไม่ได้ ทาให้โรงเรียนต้องส่งครูไปชว่ ยจนู กล่องรับสัญญาณตามบ้าน ให้กับผู้ปกครอง นักเรียนขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์และออนแอร์ เน่ืองจากขาดอุปกรณ์ในการ เรยี นออนไลน์ ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไม่มกี ล่องรับทีวี ฯลฯ ส่งผลใหน้ ักเรยี นกลมุ่ ด้อยโอกาส กลมุ่ ชายขอบ ห่างไกล และขาดความพร้อมเชิงเศรษฐกิจได้รับผลกระทบทางลบมากกว่ากลุ่มอื่น ซ่ึงสอดคล้องกับ ผลการวิจัยความต้องการพบว่า ควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนหรือให้การสนับสนุน สื่อ อุปกรณ์ และ เทคโนโลยีการจัดการเรียนการสอน Online On-air ท่ีช่วยให้นักเรยี นได้เข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียม กัน ควรเตรียมตัวให้นักเรียนมีความพร้อมในช่วงก่อน และระหว่างการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤติ ใหค้ าปรกึ ษาแนะนาการปฏิบัติตัวท่ีถูกต้องเหมาะสมใหแ้ ก่นกั เรียน จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษา ขั้นพ้ืนฐานในสถานการณ์วิกฤติ โดยการสนับสนุนช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครองเพ่ือการเรียนรู้ของ นักเรียนในสถานการณ์วกิ ฤติ ดังน้ี 2.6.1 กระทรวงศึกษาธิการ ควรจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ทางการศึกษาให้เป็นฟรีทีวี เพื่อให้ ประชาชนท่ัวไปสามารถเข้าถึงได้ และสามารถปรับการถ่ายทอดรายการได้อย่างเหมาะสมในช่วง สถานการณ์วกิ ฤติ 2.6.2 รัฐ/หน่วยงานต้นสังกัดควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนส่ือ วัสดุอุปกรณ์ในการจัดการ เรยี นการสอนแบบ Online On-air หรอื ใหก้ ารสนับสนุน สอื่ อปุ กรณ์ สัญญาณอนิ เทอร์เน็ต และเทคโนโลยี ที่ช่วยให้นักเรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งงบประมาณเกี่ยวกับการจัดซ้ืออุปกรณ์ ปอ้ งกันการตดิ เชอ้ื ให้สถานศกึ ษา 2.6.3 หน่วยงานต้นสังกัด/สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทีมงานช่วยเหลือเชิงเทคนิคให้กับ สถานศึกษา เพอ่ื ชว่ ยให้นักเรยี นทกุ คนสามารถเขา้ ถึงการเรยี นรู้ได้อย่างเทา่ เทียมกนั 2.6.4 โรงเรียนควรให้การสนับสนุนส่ือ เทคโนโลยี อุปกรณ์ที่นักเรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้สะดวก เพ่ือเพิ่มโอกาสในการเรียนร้ทู ีเ่ ท่าเทียมกนั และควรให้การสนบั สนนุ คา่ ใช้จา่ ยในเรื่องอินเทอรเ์ น็ตดว้ ย
149 2.6.5 โรงเรียน/ครูควรเตรียมตัวให้นักเรียนมีความพร้อมในช่วงก่อน และระหว่างการเรียนรู้ ในสถานการณว์ ิกฤติ 2.6.6 โรงเรียน/ครูควรให้คาปรึกษาแนะนาการปฏบิ ัติตัวท่ีถูกต้องเหมาะสมในสถานการณว์ ิกฤติ และ แจกคูม่ ือการปฏิบตั ิตนให้นักเรียน 2.7 จากผลการวิจัยท่ีบ่งชี้ว่า ช่วงก่อนเปิดเรียนโรงเรียนส่วนใหญ่ใช้รูปแบบการสอนแบบ On hand โดยการเย่ียมบ้าน มีเอกสารใบงานและให้คาแนะนา และในการจัดสอน online และ การบริหารจัดการ โรงเรียนแต่ละแห่งมีการใช้แอพพลิเคชั่นที่แตกต่างกัน ทั้ง Google Meet, Google classroom, Class start, Zoom, Microsoft Teams, Line, Face book ฯลฯ และผลการวิจัยในด้าน ความต้องการการจัดการเรยี นรูใ้ นสถานการณ์วิกฤติว่าพบวา่ สถานศึกษา ครู ผู้ปกครองและชุมชนท้องถ่นิ ควรร่วมมือกันสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และเสริมสร้างนิสัยใฝ่เรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน สถานศึกษา/ครูควรมีวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนมีการเรียนรู้ได้ดี และมีความยืดหยุ่นสอดคล้อง กับความต้องการของนักเรียนโดยอาจจัดให้มาเรียนท่ีโรงเรียนและเรียนที่บ้านอย่างละครึ่ง และใช้ระบบ การเรยี นท่ีสามารถสื่อสารสองทางโดยต้องให้การสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ใหห้ ลากหลายมากข้นึ จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษา ข้ันพื้นฐานในสถานการณ์วิกฤติ โดยการกาหนดแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสม ในสถานการณ์วิกฤติ ดงั นี้ 2.7.1 หน่วยงานต้นสังกัดควรกาหนดแนวทาง/รูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้มีความหลากหลาย ท่ีสถานศึกษาสามารถปรับประยุกต์ใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ผเู้ รียนและบริบทของสถานศกึ ษา 2.7.2 สถานศึกษา ครู ผู้ปกครองและชุมชนท้องถิ่นควรร่วมมือกันสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และเสริมสรา้ งนสิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ด้วยตนเองของนกั เรียน 2.7.3 สถานศึกษา/ครูควรมีวิธีการจัดการเรียนรู้ท่ีช่วยให้นักเรียนมีการเรียนรู้ได้ดี และมีความ ยดื หยุน่ สอดคล้องกบั ความต้องการของนักเรียน โดยอาจจดั ให้มาเรียนท่ีโรงเรียนและเรยี นที่บ้านอย่างละคร่ึง และใช้ระบบการเรียนที่สามารถส่ือสารสองทางโดยต้องให้การสนบั สนุนส่ือการเรียนรู้ใหห้ ลากหลายมากข้นึ 2.7.4 หน่วยงานต้นสังกัดและสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ร่วมกันจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา กลางสาหรับสถานการณ์วิกฤติ โดยจาแนกเนื้อหาของแต่ละกลุ่มสาระหลักให้ครอบคลุมตลอดปีการศึกษา และจัดทาใบงานท่ีประกอบเน้ือหาท่ีต้องศึกษา กิจกรรมที่นักเรียนต้องทา ฯลฯ โดยจัดทาเป็นฐานข้อมูล กลางใหโ้ รงเรยี น download ไปปรบั ใชไ้ ดต้ ามบริบทของโรงเรียน 2.7.5 หน่วยงานต้นสังกัดหรือแต่ละสานักงานเขตพ้ืนที่ควรประกาศสนับสนุนการใช้เพียงบาง แอปพลิเคชัน เพ่ือประโยชน์ในการฝึกอบรม ช่วยเหลือสนับสนุน ให้โรงเรียนสามารถดาเนินการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
ตอนที่ 2.2 ผลการวิพากษ์เชิงประเมิน (ร่าง) ข้อเสนอเชิงนโยบา สถานการณ์วิกฤติ ในการประเมิน (ร่าง) ข้อเสนอเชิงนโยบายการส่งเสริมการจัดการเร ใช้การวิพากษ์เชิงประเมิน โดยผู้เชี่ยวชาญจานวน 12 คน โดยประยุกต์ใช้เกณฑ ทางการศึกษา (Joint Committee on Standards for Educational Evalua ความเป็นไปได้ ความถูกตอ้ ง และความเหมาะสม นาเสนอผลการประเมนิ เชิงวิพ ตารางที่ 5.1 ผลการประเมินรา่ งข้อเสนอเชิงนโยบายการสง่ เสริมการจดั การเรยี น ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย ความเปน็ ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ 1. การกาหนดนโยบายและการส่ือสารนโยบาย M SD 1.1 รัฐ/กระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานตน้ สังกดั MS ควรกาหนดนโยบาย แผน มาตรการสง่ เสรมิ การจดั การ 4.00 .00 เรียนร้อู ยา่ งเป็นระบบ มีความชดั เจน ทนั ตอ่ สถานการณ์ 3.81 .4 วกิ ฤติ และควรเป็นนโยบายที่มคี วามหลากหลาย ยดื หยนุ่ ทเี่ อ้ือให้สถานศกึ ษาสามารถปรบั ดาเนนิ การได้ ตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา
ายการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานใ น รียนรู้ของสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานในสถานการณ์วิกฤติ คณะผู้วิจัย ฑ์มาตรฐานการประเมินตามที่คณะกรรมการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานสาหรับการประเมิน ations, 1994) ประกอบด้วยเกณฑ์มาตรฐาน 4 ด้าน คือ ความเป็นประโยชน์ พากษ์ดงั ตารางที่ 5.1 นรู้ของสถานศกึ ษาในระดับการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานในสถานการณ์วิกฤติ น ความถกู ต้อง ความ ขอ้ เสนอแนะ เหมาะสม SD M SD M SD 40 3.81 .40 3.81 .40 - มีหลายประเด็นอย่ใู นข้อเดยี วกนั เชน่ ชัดเจน ยืดหยนุ่ หลากหลาย - นโยบายท่ีมีความหลากหลาย อาจไม่ไป ด้วยกนั กับการมคี วามชดั เจน - คาว่าวิกฤติของแต่ละโรงเรียนก็แตกต่างกัน ควรนิยามให้ชัดเจน - หน่วยงานต้นสงั กัดควรกาหนดนโยบาย แผน มาตรการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้และแนว ปฏิบัติในสถานการณ์วิกฤติ อย่างชัดเจน เป็นระบบ มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น ให้สถานศึกษาสามารถปรับดาเนินการได้ ตามบริบท
ข้อเสนอเชงิ นโยบาย ความเปน็ ความเปน็ ประโยชน์ ไปได้ 1.2 กระทรวงศกึ ษาธกิ ารหรือหน่วยงานตน้ สงั กดั ควรมี M SD การสอ่ื สารนโยบายและแนวทางการปฏิบัตใิ นสง่ เสรมิ 3.90 .30 MS การจัดการเรียนร้ทู ชี่ ัดเจนด้วยวธิ ีการและชอ่ งทางท่ี 3.90 .3 หลากหลายเพ่ือสรา้ งความเขา้ ใจในการปฏบิ ตั ิแก่ 3.90 .30 สถานศกึ ษา 3.36 1. 1.3 หนว่ ยงานตน้ สงั กดั ควรมศี นู ย์ส่อื สารใหเ้ ป็นเอกภาพ ระหวา่ งหนว่ ยงานนโยบายและหน่วยงานปฏิบตั ิ โดยสถานศึกษาตอ้ งสื่อสารสร้างความเขา้ ใจนโยบาย การจัดการเรียนรูต้ ่อผเู้ กยี่ วขอ้ งให้ทันตอ่ สถานการณ์ 1.4 หนว่ ยงานต้นสังกัดควรมีการจดั ทาแผนและ 4.00 .00 3.72 .4 มาตรการเชงิ อนาคตเพอ่ื รบั มือกับการจัดการศกึ ษา ในสถานการณ์วกิ ฤติท่อี าจเกดิ ขน้ึ ในอนาคตและ
151 น ความถกู ต้อง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD 30 4.00 .00 4.00 .00 - หน่วยงานต้นสังกัดควรมีการส่ือสารนโยบาย และแนวทางการปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้าใจ ในการปฏิบัติแก่สถานศึกษาด้วยวิธีการและ ชอ่ งทางที่หลากหลาย .02 3.45 .93 3.36 1.02 - ควรเป็นศูนย์ท่ีทาหน้าท่ีเบ็ดเสร็จหลายด้าน ไมค่ วรมีหลายศูนย์ - ควรแยกหน่วยงานกลางท่ีทาหน้าที่เป็นศูนย์ การสอ่ื สารกลาง - ศูนย์ส่ือสารมีความเป็นเอกภา พและ ดาเนนิ การเบด็ เสรจ็ เพื่อลดการทางานซา้ ซอ้ น - ควรแยกข้อใหม่ในประเด็นสถานศึกษาต้อง สื่อสารสร้างความเข้าใจนโยบายการจัดการ เรยี นรู้ตอ่ ผู้เกีย่ วข้องใหท้ นั ตอ่ สถานการณ์ - หน่วยงานต้นสังกัดควรมีนโยบายการจัดต้ัง ศูนย์เทคโนโลยีการส่ือสารระหว่างหน่วยงาน นโยบายและหน่วยงานปฏิบัติ เพ่ือสร้างความ เ ข้ า ใ จ แ ล ะ ค ว า ม เ ป็ น เ อ ก ภ า พ ทั น ต่ อ สถานการณ์ 46 3.90 .30 3.81 .06 - หน่วยงานต้นสังกัดควรมีการจัดทาแผน ดาเนินการในระยะยา วเพื่ อเต รี ย ม รั บ สถานการณ์วิกฤติท่ีอาจเกิดขึ้นในอนาคตเพ่ือ
ข้อเสนอเชงิ นโยบาย ความเป็น ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ ควรสง่ เสรมิ สนับสนนุ ให้สถานศกึ ษาเตรียมดาเนินการ ตามแผนและมาตรการดงั กล่าวให้มีความพร้อมตาม M SD MS บริบทของตนเอง 1.5 หน่วยงานตน้ สงั กดั ควรมนี โยบายเสรมิ สรา้ งความ 4.00 .00 3.90 .3 เขม้ แข็งใหส้ ถานศึกษาสามารถบริหารจดั การศึกษา ในสถานการณ์วกิ ฤตไิ ดต้ ามบรบิ ทของตนเอง 1.6 หน่วยงานตน้ สังกัดควรมกี ารศึกษาและวางแผนการ 4.00 .00 3.81 .4 จดั การเรยี นรวู้ ถิ ใี หม่ (New Normal Learning) ทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณ์วิกฤติ
152 น ความถูกตอ้ ง ความ เหมาะสม ขอ้ เสนอแนะ SD M SD M SD ทาความเข้าใจกับระดับปฏิบัติล่วงหน้าเพื่อ เตรียมความพร้อมในการปรับใช้ตามบริบท ของตนเอง -ควรวางแผนการพัฒนาครูและการผลิตครู ใหม้ คี วามสามารถในการผลิต การใช้สอ่ื และ การเทา่ ทันเทคโนโลยใี นการสอนออนไลน์ 30 4.00 .00 4.00 .00 - ควรทากอ่ นขอ้ 1.4 - ควรมีนโยบายส่งเสริมความเข้มแข็งของ ระบบการนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบและ ประเมินผลเพื่อให้สามารถสนับสนุนส่งเสริม สถานศึกษาให้บริหารจัดการศึ ก ษ า ใ น ส ถ า น ก า ร ณ์ วิ ก ฤ ติ ต า ม บ ริ บ ท ข อ ง ต น เ อ ง ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ - ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการ เข้ามามีส่วนร่วมให้สถานศึกษามีความพร้อม และเขม้ แข็ง 40 3.90 .30 4.00 .00 - ควรยอ้ นกลบั ไปพจิ ารณาหลักสตู รและวิธีการ ประเมินผลใหม่ แล้วสกัดตัวช้ีวัดที่สาคัญ ออกมาเพื่อใหเ้ กิดการจดั การเรยี นรทู้ ่มี คี ณุ ภาพ - ควรทาก่อนขอ้ 1.4 หรือรวมการวางแผนการ รวมอยูใ่ นข้อ 1.4
ขอ้ เสนอเชงิ นโยบาย ความเป็น ความเปน็ ประโยชน์ ไปได้ M SD MS 2. การสรา้ งระบบและกลไกส่งเสรมิ สนับสนนุ การ จัดการเรยี นรขู้ องสถานศึกษา 2.1 รฐั ควรตดิ ตง้ั /พฒั นาเครือข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต 3.90 .30 3.27 1. (Internet) ใหค้ รอบคลุมทัว่ ถึงเพอื่ ให้สถานศกึ ษาและครู มคี วามพรอ้ มในการจัดการเรียนร้แู ละนักเรยี นสามารถ เรียนรไู้ ด้ในสถานการณ์วิกฤติ 2.2 รัฐ/หนว่ ยงานตน้ สงั กดั ควรจดั ทวี เี พ่อื การศึกษา 3.72 .64 2.27 .9 เป็นฟรที ีวีเพราะในสถานการณโ์ ควิดครั้งนี้ครูตอ้ งพงึ่ พา DLTV อย่างมาก แต่มีปญั หาทีท่ วี ีปกติไม่สามารถรับ DLTV ได้
153 น ความถกู ตอ้ ง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD - ควรมีการถอดบทเรียนโรงเรียนที่ประสบ ความสาเร็จหรือเกิดปัญหาน้อยท่ีสุดเพ่ือเป็น แนวทางในการวางแผนการจัดการเรียนรู้วิถี ใหม่ (New Normal Learning) .01 3.90 .30 3.72 .46 - ควรขยายเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ตให้ครอบคลุม พื้ น ที่ ส ถ า น ศึ ก ษ า ทุ ก แ ห่ ง อย่ า ง ท่ั ว ถึ งมี ประสิทธิภาพและไม่เสียค่าใช้จ่ายเพ่ือการ จัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเรียนรู้เต็ม ศกั ยภาพ - ควรแยกประเด็น “ครูมีความพร้อมในการ จัดการเรียนรู้และนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ ในสถานการณ์วิกฤติ” เป็นประเด็นใหม่ หรือ นาไปบูรณาการกับข้อเสนอ ด้านที่ 5 การ พัฒนาครูฯ 90 3.54 .68 3.72 .64 - สถานศึกษาบางแห่งไม่ต้องการทวี ี ควรเขียน ข้อเสนอให้กว้าง เป็นวัสดุอุปกรณ์ท่ีตรงกับ บริบทของสถานศึกษา - ควรเปล่ียนการพ่ึง DLTV เน่ืองจากเน้ือหาบาง เรือ่ งเกา่ ควรส่งเสริมให้ครูมีการสรา้ งเน้ือหาการ
ข้อเสนอเชงิ นโยบาย ความเป็น ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ M SD MS 2.3 รฐั /หน่วยงานตน้ สังกัดควรจดั ให้มี Free Wifi และ 3.90 .30 3.00 1. อุปกรณ์การเรยี นผ่านระบบออนไลน์ เพราะความ เหล่อื มลา้ ท่ีทาใหน้ กั เรียนทด่ี ้อยโอกาสเสียเปรียบในการ เรยี นรู้ 2.4 หนว่ ยงานตน้ สังกดั ควรสนบั สนนุ ใหม้ กี ารจดั ตัง้ 3.72 .64 3.36 1. หน่วยงานเทคโนโลยีทางการเรยี นการสอนในระดบั เขต พนื้ ที่ เพ่อื สนบั สนนุ และชว่ ยเหลือการจดั การเรยี น การสอนของโรงเรยี น
154 น ความถูกต้อง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD เรียนท่ีสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาเอง และสามารถทารว่ มกับศกึ ษานิเทศก์ - ส พ ท . มี ก า ร ท า warehouse โ ด ย ใ ห้ สถานศึกษาทาส่ือส่งเข้ามาและแบง่ ปนั กนั ใช้ - ควรเขยี นในลักษณะวสั ดอุ ปุ กรณท์ มี่ ีความ เหมาะสมในแตล่ ะบริบท ครูหรอื สถานศึกษา ควรแกไ้ ขไดด้ ว้ ยตนเอง - DLTV ยงั เปน็ สือ่ ทปี่ ระหยดั กวา่ Tablet เพราะเป็นรายครวั เรือน .00 3.63 .67 3.63 .50 - ควรมีมาตรการช่วยเหลือครอบครัวที่ขาด แคลนเพ่ือลดความเหลื่อมล้าในการเข้าถึง ระบบการเรียนรู้ .02 3.54 .82 3.54 .68 - ควรมีการส่งเสริมครูด้วย เช่น การใช้ระบบ พ่ีเลี้ยงของมหาวิทยาลัย สถานศึกษาท่ีมีความ พร้อมมากกว่า การทาวิจัย และส่งเสริม ความร่วมมอื ของคนในชมุ ชน - ทุกเขตพ้ืนที่ มีกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารซ่ึงสามารถ เสนอโครงการจัดกิจกรรมสนับสนุนดงั กล่าวไดแ้ ละ ในทางปฏิบัติได้มีการดาเนินการอยู่ แต่จะมี ขอ้ จากดั ในดา้ นจานวนบคุ ลากร
ขอ้ เสนอเชงิ นโยบาย ความเปน็ ความเปน็ ประโยชน์ ไปได้ 2.5 หน่วยงานตน้ สงั กดั ควรจัดระบบการให้ข้อมูลขา่ วสาร ทีถ่ กู ต้องและทันตอ่ สถานการณใ์ นสถานการณว์ ิกฤติ M SD MS 3.90 .30 3.09 0. 2.6 หนว่ ยงานตน้ สงั กัด/หนว่ ยงานระดบั เขตพืน้ ท่คี วร 3.90 .30 3.45 .8 จัดระบบและกระบวนการในการนิเทศ สนับสนนุ และ ใหค้ วามชว่ ยเหลือสถานศึกษาให้สามารถปฏบิ ตั งิ านตาม นโยบายการจัดการเรียนร้ใู นสถานการณ์วกิ ฤติได้อยา่ งมี ประสิทธิภาพ รวมทั้งมวี ิธกี ารตดิ ตามผลการดาเนนิ งาน ของสถานศกึ ษาเท่าทจ่ี าเปน็ โดยไม่กระทบต่อการ ดาเนนิ งานของสถานศกึ ษาทเ่ี รง่ ดว่ น 2.7 หนว่ ยงานต้นสงั กดั ควรจัดให้มศี ูนย์ประสานงาน 4.00 .00 3.54 .8 สถานการณว์ กิ ฤติ จากสถานการณ์โควิดให้บทเรียนว่า ยงั ขาดศนู ยป์ ระสานงานเกย่ี วกบั ขอ้ มลู และการส่อื สาร ทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพสาหรบั การจัดการเรียนรใู้ นสถานการณ์ วิกฤติ
155 น ความถกู ต้อง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD .94 3.63 .80 3.63 .67 - ปัจจุบันการรายงานข้อมูลในวงผู้บริหาร มกั จะรายงานเฉพาะข้อมูลทางบวก - หน่วยงานต้นสังกัดควรส่งเสริมจัดระบบการ ให้ข้อมูลข่าวสารท่ีถูกต้องเป็นจริงและทันต่อ สถานการณใ์ นสถานการณว์ กิ ฤติ 82 3.63 .50 3.81 .40 - ปัจจุบันสานักงานเขตพ้ืนท่ีมีการดาเนินการ อยแู่ ล้ว อาจใช้คาวา่ “สง่ เสรมิ ” - มีการดาเนินการอยู่ผ่านกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา และการ ติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัด ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ติ ด ต า ม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา ดาเนินการทุกภาคเรียนและกาลังปรับปรุง วธิ กี ารเสริมการนิเทศผ่านระบบอยู่แล้ว 82 3.63 .50 3.81 .40 - ควรมีศูนย์เดียวผนวกกับข้ออ่ืน ๆ เช่น ขอ้ 1.3 - หน่วยงานต้นสังกัดควรมีระบบการติดตาม รายงานการจัดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤติ เป็นรายวัน ให้ทราบแนวโน้มของสถานการณ์ ท้งั การแพร่กระจาย(แพร่ระบาด) และดา้ นการ เ รี ย น ก า ร ส อ น เ พื่ อ จั ด ก า ร ช่ ว ย เ ห ลื อ ห รื อ
ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย ความเปน็ ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ M SD MS 2.8 ตน้ สังกัดควรจดั ทาแผนกลยทุ ธ์การจดั การศกึ ษา 3.81 .40 3.72 .6 ในสถานการณ์วกิ ฤติเพอ่ื สรา้ งความพร้อมทัง้ ในด้าน ระบบบริหารจดั การ งบประมาณ บคุ ลากร ข้อมลู วัสดุ อุปกรณ์ เม่ือตอ้ งเผชญิ กับสถานการณ์วิกฤติ 3. การสนับสนนุ ช่วยเหลอื สถานศกึ ษาใหส้ ามารถ ดาเนินการจัดการเรียนรใู้ นสถานการณ์วิกฤตไิ ด้ 3.1 หนว่ ยงานต้นสังกัด ควรจดั เตรยี มงบประมาณและให้ 3.90 .30 3.36 .6 การสนบั สนนุ ทรพั ยากรการจัดการเรยี นรู้ให้เพยี งพอ เหมาะสมกบั ลักษณะ/ขนาดของสถานศึกษา โดยคานึง ความเป็นไปได้และโอกาสของความสาเร็จในการจัดการ เรียนรู้ตามนโยบายในถานการณว์ กิ ฤติ 3.2 หน่วยงานต้นสังกดั ควรสนบั สนนุ ให้หน่วยระดับ 3.45 .93 3.09 .8 พน้ื ท่ี/สถานศึกษาร่วมกนั พฒั นาหลักสูตรรองรบั สถานการณว์ กิ ฤติ ให้มีความยืดหยุน่ ปรับลดเนือ้ หา บางส่วนใหก้ ระชบั หรือสามารถบูรณาการในการจดั การ เรยี นรู้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์วกิ ฤติ
156 น ความถกู ตอ้ ง ความ เหมาะสม ขอ้ เสนอแนะ SD M SD M SD ปรับปรุงวิธีการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ได้ เหมาะสมทันเวลา 67 3.72 .64 3.90 .30 - ควรผนวกในแผนกบั ขอ้ 1.4 67 3.72 .46 3.81 .40 - ขณะนี้อยู่ระหว่างนโยบายเร่งด่วนเกี่ยวกับ โรงเรียนคุณภาพของชุมชนและการจัดสรร งบประมาณโรงเรยี นดีสม่ี มุ เมืองโดยม่งุ กระจาย นักเรียนจากโรงเรียนยอดนิยมและยุบรวม โรงเรียนเลก็ ความเปน็ ไปไดน้ า่ จะเป็นไปได้นอ้ ย เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติใช้เงินพัฒนา ผู้เรียนเป็นค่าใช้จ่ายท่ีเพิ่มขึ้น เช่น ค่าพาหนะ ของครู 83 3.65 .67 3.72 .46 - การพัฒนาหลกั สูตรรองรับสถานการณว์ กิ ฤติ ให้มีความยืดหยุ่น เน้นตัวชี้วัดท่ีต้องรู้ ในการ จดั การเรียนการสอนในสถานการณ์วกิ ฤติ
ข้อเสนอเชิงนโยบาย ความเปน็ ความเปน็ ประโยชน์ ไปได้ 3.3 หน่วยงานต้นสงั กดั ควรเนน้ บทบาทให้การสนบั สนุน M SD ส่งเสริม และใหห้ น่วยงานระดบั พ้นื ท่ีมบี ทบาทในการ 3.81 .40 MS อานวยความสะดวก นเิ ทศ แนะนา และช่วยเหลอื 3.72 .4 สถานศึกษาและเปน็ ผดู้ าเนินการร่วมดาเนินการกับ 3.90 .30 สถานศึกษาให้ครสู ามารถจดั การเรียนร้แู ละผู้เรียน 3.63 .5 สามารถเรียนรูไ้ ดใ้ นสถานการณว์ กิ ฤติ 3.4 หนว่ ยงานตน้ สงั กดั ในระดบั พน้ื ที่ควรสง่ เสริมและ เพิ่มศกั ยภาพการจดั การเรียนรู้แบบออนไลน์ (Online) ให้มากข้นึ โดยให้ส่งเสริมใหค้ รูท่มี ีความสามารถรว่ มกัน พฒั นาหนว่ ยการเรยี นให้ครอบคลมุ เนอ้ื หาสาระของ หลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และ Upload ขึ้นไว้ใน YouTube 3.5 หนว่ ยงานต้นสงั กดั ควรใหก้ ารสนบั สนนุ เครอื่ งมือ 3.90 .30 3.36 .5 หรือปจั จัยท่ีชว่ ยให้ครูสามารถเยีย่ มบา้ นนกั เรียนไดเ้ พ่ือ การจดั การเรียนร้แู ละดแู ลเอาใจใสผ่ เู้ รยี นไดอ้ ยา่ งทว่ั ถึง รวมทัง้ ควรสนับสนนุ เกย่ี วกบั สวสั ดกิ ารในการปฏบิ ัตงิ าน ของครใู นสถานการณ์วกิ ฤติดว้ ย
157 น ความถูกต้อง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD 46 3.81 .40 3.81 .40 - เปน็ บทบาทหน้าทีท่ ี่มีกาหนดอย่แู ล้ว - การวัดผลประเมินผล มุ่งเน้นเพ่ือการ พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน มากกว่าการ ประเมินเพื่อตัดสิน เน่ืองจากความพร้อม ในการเรียนรูข้ องนกั เรยี นทแี่ ตกต่างกัน 50 3.54 .92 3.72 .46 -การท่ีสถานศึกษามีการปรับรูปแบบการจัดการ เรียนรู้โดยจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนผสมกัน ออนไลน์อยู่แล้ว เม่ือเกิดสถานการณ์วิกฤติ ก็ สามารถปรบั เป็น Remote online ได้เลย ครูตอ้ ง ปรับการเรียนการสอน การเรียนการสอนไม่ จาเป็นตอ้ งพึ่ง online เสมอ - น่าจะเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม ในแต่ละบริบท สาหรับนักเรียนในแต่ละระดับ ชว่ งวยั - สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามีการทา Banner ไว้ upload สือ่ การเรียนทค่ี รูสง่ มา 50 3.72 .46 3.45 .93 - การสนับสนุนปัจจัยควรไปรวมกันและ สนับสนุนปัจจัยทุกด้าน - ควรแยกเร่ืองสวัสดิการเปน็ อกี ประเด็นหนึง่ - ในภาวะท่ีมีการแพร่ระบาดสูงควรคานึงถึง ความปลอดภัยของครู ไม่ควรไปเย่ียมบ้าน โดยเฉพาะในชมุ ชนแออัด
ขอ้ เสนอเชงิ นโยบาย ความเปน็ ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ 3.6 ให้หน่วยงานตน้ สงั กัดและหนว่ ยงานท่เี กี่ยวขอ้ ง ควรมกี ารประสานงานและบูรณาการข้อมูลที่ต้องการ M SD MS เข้าด้วยกัน และดาเนนิ การสารวจขอ้ มลู เพียงครั้งเดยี ว 3.63 .67 3.45 .6 จัดทาเปน็ ฐานข้อมูลกลางให้หนว่ ยงานต่าง ๆ ใชง้ าน เพ่ือลดภาระของสถานศึกษาทมี่ ภี าระงานเพ่ิมมากขึน้ อยู่แลว้ ในสถานการณว์ ิกฤติ 3.7 หน่วยงานตน้ สงั กดั ในระดบั พน้ื ท่ีควรมีการถอด 3.90 .30 3.90 .3 บทเรยี นจากโรงเรยี นท่สี ามารถจัดการเรยี นรู้ได้ดใี นชว่ ง สถานการณโ์ ควดิ เพือ่ สรา้ งเปน็ COVID Model แล้วพฒั นาเปน็ รูปแบบการจดั การเรียนรู้สาหรบั การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานในสถานการณ์วกิ ฤติอืน่ ๆ 3.8 หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนต้องให้ 3.90 .30 3.72 .4 ค ว า ม ร่ ว ม มื อแ ล ะ ส นั บ ส นุนก า ร จั ด ก าร เรี ยนรู้ ในสถานการณ์วกิ ฤติ (เช่น ด้านสาธารณสุขตรวจสขุ ภาพ ป้องกัน รักษาโรค และให้ความรู้ในการปฏิบัติตน เป็นต้น 3.9 กรรมการสถานศึกษาควรมบี ทบาทสง่ เสรมิ 3.90 .30 3.63 .6 สนบั สนนุ การดาเนนิ งานของสถานศึกษาและครู ให้สามารถจัดการเรยี นรใู้ นสถานการณว์ ิกฤติได้อย่างมี
158 น ความถกู ตอ้ ง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD 68 3.54 .82 3.90 .30 - ส่วนกลางมกี ารดาเนินการทา Big Data แต่ ยังขาดการประสานความเขา้ ใจในการประสาน ขอ้ มลู ทาให้ผปู้ ฏบิ ัติงานในสว่ นกลางเองยงั ขอ ขอ้ มลู อยเู่ นอื ง ๆ - ควรมแี พลตฟอรม์ ในการจัดเกบ็ ขอ้ มูลของ นักเรียนในแต่ละสถานศกึ ษา ทคี่ รอบคลมุ รายละเอยี ด เพอ่ื เตรยี มการรองรบั สถานการณ์ วกิ ฤติทอี่ าจจะเกดิ ขึ้นในอนาคต 30 4.00 .00 3.81 .60 - ควรทาการวิจัยทุกระดบั ตง้ั แตร่ ะดบั ชนั้ เรยี น ถงึ ระดบั ชาติ 46 3.81 .40 3.90 .30 - ควรมีมาตรการสง่ เสรมิ ความรว่ มมือระหวา่ ง ภาครฐั และเอกชนในการสนบั สนนุ การจัดการ เรียนรู้ 67 3.90 .40 3.90 .30 - ควรเนน้ บทบาท/ความร่วมมือของกรรมการ สถานศกึ ษาและกรรมเครือขา่ ยผู้ปกครอง - สถานศึกษาควรส่งเสรมิ ให้สถานศกึ ษามี บทบาท
ข้อเสนอเชิงนโยบาย ความเปน็ ความเปน็ ประโยชน์ ไปได้ ประสทิ ธิภาพโดยต้องพจิ ารณาแผน งบประมาณและ M SD มาตรการใหท้ ันต่อสถานการณ์ MS 4. การดาเนินการของสถานศึกษาและครเู กยี่ วกับ 4.00 .00 การจดั การเรียนรใู้ นสถานการณว์ ิกฤติ 3.45 .6 4.1 หนว่ ยงานต้นสังกดั /สถานศกึ ษาควรจัดสรร 4.00 .00 ทรพั ยากรให้เพียงพอเหมาะสมกบั การปฏบิ ตั ิงานและ 3.63 .6 จัดใหม้ ีมีระบบการเสริมสร้างขวญั กาลงั ใจใหก้ บั บคุ ลากร 4.00 .00 ทางการศึกษาตามความเหมาะสม และให้มรี ะบบการ 4.00 .00 3.72 .6 ประกนั ความปลอดภัยทง้ั จากการตดิ เชือ้ โรคและ 3.90 .30 3.72 .4 อบุ ัติเหตุใหก้ บั ครทู อ่ี อกปฏบิ ตั ิงานนอกพน้ื ที่ 3.63 .6 4.2 สถานศึกษาต้องมีแผนและมาตรการดาเนนิ งาน จัดการเรยี นรใู้ นสถานการณว์ ิกฤติทช่ี ัดเจนไว้ล่วงหนา้ และควรสร้างเครือข่ายความร่วมมอื เพอ่ื การสนบั สนนุ การจัดการเรยี นรู้ 4.3 สถานศึกษา/ครคู วรจดั เวลาเรียนร้ทู ่เี หมาะสมต่อ การเรียนร้ใู นสถานการณ์วิกฤติ ในการจดั กิจกรรมการ เรยี นรคู้ วรคานงึ ถึงโอกาสในการเรยี นร้ขู องนกั เรียน 4.4 สถานศกึ ษา/ครคู วรปรับเนื้อหาสาระการเรียนรู้ให้มี ความเหมาะสมกับเวลาเรียนที่เปล่ียนแปลง และสามารถ นามาปฏบิ ตั ไิ ด้ ใช้ได้จรงิ 4.5 สถานศึกษาควรจดั อาคารสถานท่ใี หเ้ หมาะสมตอ่ จดั การเรยี นรู้ในสถานการณ์วกิ ฤติ เตรียมความพร้อม
159 ข้อเสนอแนะ น ความถกู ตอ้ ง ความ เหมาะสม SD M SD M SD 68 3.72 .46 3.81 .40 - ควรเสริมขวญั กาลังใจผ้ปู กครองดว้ ย 67 3.72 .64 3.81 .40 64 3.72 .46 3.81 .40 ควรคานึงถงึ วัยของนักเรยี นดว้ ย 46 3.81 .40 3.72 .46 ควรเพิม่ เรื่องเทคนคิ การจดั การเรยี นรู้ การวดั ประเมนิ ผลด้วย 67 3.81 .40 3.72 .46 - มหี ลายประเดน็ ในข้อเดยี วกนั เช่น การเตรยี มความพรอ้ มผปู้ กครอง การเตรียม
ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย ความเป็น ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ ของนักเรยี นในชว่ งก่อนการเรยี นรู้ และควรสนบั สนุนส่ือ M SD อปุ กรณ์ เทคโนโลยที จี่ าเปน็ ในระหวา่ งการจดั การเรียนรู้ MS และควรจัดทาคมู่ อื สาหรับผู้ปกครองเพือ่ สนับสนนุ 4.00 .00 การเรียนรู้ของบุตรหลานในสถานการณ์วิกฤติ และครู 3.81 .4 ควรดูแลเอาใจใสแ่ ละให้คาปรึกษาแนะนาการเรียน 4.00 .00 ให้กับนกั เรยี นและผูป้ กครองอย่างต่อเนอ่ื ง 3.81 .60 3.90 .3 4.6 สถานศกึ ษาควรกาหนดชอ่ งทางการตดิ ตอ่ ส่ือสาร 3.63 .6 กับผูป้ กครองและนกั เรยี นอยา่ งเหมาะสม รวมทั้งควร อานวยความสะดวกในการติดตอ่ ประสานงานและการ เข้ารับการบรกิ ารตา่ ง ๆ จากโรงเรียน 4.7 สถานศกึ ษาควรบริหารจดั การในเชงิ การปอ้ งกนั ในสถานการณว์ กิ ฤติ (เชน่ การระบาดของโรค) และ ควรเสริมสรา้ งความวนิ ยั ให้แก่ครู บุคลากรและนกั เรยี นดว้ ย 4.8 สถานศกึ ษา/ครูควรตดิ ตามการเรียนของนักเรียน ในระหวา่ งการจดั การเรียนรใู้ นสถานการณ์วิกฤติโดยครู ควรติดต่อสอ่ื สารกับนกั เรยี นทกุ คนให้เข้าเรียนผ่าน ชอ่ งทางออนไลน์ เข้าสอนตรงเวลา จดั ให้กิจกรรมการ สอนเพิม่ เตมิ ในการสอนผา่ นออนไลน์
160 น ความถกู ต้อง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD อาคารสถานท่ี ควรแยกเป็นอกี ขอ้ - ควรแยกประเดน็ ครคู วรดแู ลเอาใจใสแ่ ละให้ คาปรกึ ษาแนะนาการเรียนใหก้ บั นกั เรยี นและ ผปู้ กครองอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง 40 3.81 .40 3.72 .46 30 3.81 .40 3.81 .40 67 3.90 .30 3.90 .30 - แก้คาเปน็ เข้าเรยี นตรงเวลา - ความพร้อมในการเรียนรขู้ องนกั เรียน แตกต่างกันโดยเฉพาะ นักเรียนท่อี าศยั อยู่ ในชุมชนเมือง และขาดแคลนทนุ ทรัพย์ - สถานศกึ ษา/ครู ควรศกึ ษาความพร้อมในการ เรยี นรู้ของนกั เรียนเป็นรายบคุ คล และ อยา่ งต่อเน่ืองระหวา่ งการจัดการเรยี นการสอน ออนไลน์
ข้อเสนอเชิงนโยบาย ความเป็น ความเปน็ ประโยชน์ ไปได้ 4.9 ผบู้ รหิ ารสถานศึกษาควรมีการเตรียมความพร้อม M SD ให้แก่ครู นกั เรยี นและผปู้ กครองสาหรบั การเรียนรู้ใน 4.00 .00 MS สถานการณ์วิกฤติ 3.81 .4 4.10 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องให้การสนับสนุนปัจจัย 3.90 .30 ต่าง ๆท่จี าเป็นตอ่ การจดั การเรยี นรู้ในสถานการณว์ กิ ฤติ 3.54 .6 5. การพฒั นาครูใหม้ ศี ักยภาพสาหรับการจัดการ เรียนรู้ 5.1 หนว่ ยงานต้นสงั กดั /สถานศกึ ษาตอ้ งพัฒนาครู 4.00 .00 3.63 .6 ให้สามารถใชส้ ื่อเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ใน ยคุ ดิจทิ ลั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพในทกุ สถานการณ์วกิ ฤติ ทอี่ าจเกิดขนึ้ ในอนาคต
161 น ความถูกต้อง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD 40 3.81 .40 4.00 .00 - ต้องใหค้ วามรผู้ ้ปู กครอง ควรเน้นเรือ่ งนี้ใหช้ ดั - ขอ้ เสนอกวา้ งเกนิ ไป ควรใหม้ คี วามเจาะจง ชดั เจน 68 3.90 .30 3.72 .46 - ควรเปลยี่ นคาวา่ “ตอ้ ง” เปน็ “ควร” - ควรเรียงลาดบั ข้อใหม่ ตาม timeline - ประเด็นกวา้ งเกินไปและซ้ากบั ขอ้ อน่ื ๆ ที่มี อยู่แลว้ และเปน็ หนา้ ท่ีของผบู้ รหิ ารอยแู่ ลว้ แม้ ในสถานการณ์ปกติ 67 4.00 .00 3.90 .30 - ครใู ชส้ ่อื ออนไลน์แตใ่ ช้รูปแบบการสอนแบบ บรรยายอย่างเดยี ว - ควรส่งเสรมิ ให้ครแู ละนักเรียนมีปฏสิ ัมพนั ธ์ กนั - ควรเพมิ่ การใช้แอปพลเิ คชัน - เพิม่ การพัฒนาการวัดและประเมนิ ทาง ออนไลน์ บุคลกิ ภาพการสอนออนไลน์ เทคนคิ การจัดการเรียนรู้ - ผบู้ ริหารสถานศึกษา จะตอ้ งพฒั นาภาวะผนู้ า เก่ียวกับเทคโนโลยแี ละการบรหิ ารจดั การ นวัตกรรมในองค์การเพอ่ื ให้เกดิ ความย่งั ยนื
ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย ความเปน็ ความเปน็ ประโยชน์ ไปได้ 5.2 สถานศึกษาควรส่งเสริมให้ครูการพฒั นาตนเอง เกย่ี วกบั วธิ กี ารจดั การเรยี นรใู้ นสถานการณ์วิกฤติ และ M SD MS ตอ้ งเสรมิ สร้างเจตคติต่อการเรยี นรู้แบบพ่งึ พาตนเอง 4.00 .00 3.90 .3 ใหแ้ ก่นักเรยี นและผู้ปกครอง 5.3 สถานศึกษาควรส่งเสริมสนบั สนนุ ให้ครูไดร้ ่วมกัน 4.00 .00 3.63 .6 แลกเปลีย่ นเรยี นรู้จากประสบการณจ์ ดั การเรียนร้ใู น สถานการณโ์ ควดิ เพื่อใหเ้ ป็นแนวทางพฒั นาทักษะและ คณุ ลักษณะในการจัดการเรียนรใู้ นสถานการณว์ กิ ฤติ 6. การสนบั สนุนชว่ ยเหลือนกั เรียนและผปู้ กครอง 3.90 .30 3.00 1. เพื่อการเรียนรขู้ องนักเรยี นในสถานการณว์ ิกฤติ 6.1 กระทรวงศึกษาธิการ ควรจัดต้งั สถานโี ทรทศั น์ ทางการศึกษาให้เป็นฟรที วี ี เพือ่ ให้ประชาชนท่วั ไป
162 น ความถูกต้อง ความ เหมาะสม ขอ้ เสนอแนะ SD M SD M SD 30 3.81 .40 3.72 .46 - ควรแยกเป็นประเดน็ ของผู้ปกครองอกี 1 ขอ้ - ควรเพ่ิมเร่ืองเทคนิคการจัดการเรียนรู้ และ การวัดผลประเมนิ ผลการเรียน 67 3.81 .40 3.81 .40 - ควรเพ่ิมการแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างครู ผู้ปกครอง และนกั วิชาการ - สถาบันการผลิตครูควรเพิ่มสาระเรียนรู้ เกี่ยวกับศาสตร์การสอนทางไกล และหา ต้นแบบที่ประสบความสาเร็จให้สถานศึกษา นาไปใช้ - ค ว ร ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ มี ก า ร แ ล ก เ ป ล่ี ย น เ รี ย น รู้ ระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครอง นักวิชาการ และชมุ ชน) - หน่วยงานต้นสังกัดควรส่งเสริมสนับสนุนให้ ครูและผู้บริหารทาวิจัยเพ่ือพัฒนาต่อยอดการ จัดการเรียนรู้ในสถานการณ์แพร่กระจายของ COVID-19 .00 3.63 .50 3.63 .67 - การจัดตั้งทีวีการศึกษาควรเป็นบทบาทของ หนว่ ยงานภาครฐั ไมใ่ ช่กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ข้อเสนอเชงิ นโยบาย ความเป็น ความเปน็ ประโยชน์ ไปได้ สามารถเข้าถึงได้ และสามารถปรับการถ่ายทอดรายการ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมในช่วงสถานการณว์ กิ ฤติ M SD MS 6.2 รฐั /หน่วยงานตน้ สังกัดควรจัดสรรงบประมาณ 4.00 .00 3.45 .8 สนับสนนุ สื่อ วสั ดุอุปกรณใ์ นการจดั การเรยี นการสอน แบบออนไลน์ ออนแอร์ หรือให้การสนับสนนุ ส่อื อุปกรณ์ สัญญาณอินเทอร์เนต็ และเทคโนโลยที ช่ี ่วยให้ นักเรยี นได้เขา้ ถงึ การเรยี นรู้ไดอ้ ย่างเท่าเทยี มกนั รวมท้ัง งบประมาณเกยี่ วกับการจัดซือ้ อุปกรณป์ อ้ งกนั การตดิ เชอ้ื ใหส้ ถานศกึ ษา 6.3 หน่วยงานตน้ สงั กดั /สานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา 4.00 .00 3.27 1. จดั ทมี งานชว่ ยเหลอื เชงิ เทคนคิ ให้กับสถานศึกษา เพื่อ ช่วยใหน้ ักเรยี นทกุ คนสามารถเข้าถงึ การเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ ง เท่าเทยี มกนั 6.4 สถานศึกษาโรงเรียนควรใหก้ ารสนบั สนนุ ส่ือ 3.90 .30 3.00 1. เทคโนโลยี อปุ กรณท์ นี่ กั เรียนเขา้ ถึงการเรียนรไู้ ด้สะดวก เพือ่ เพ่มิ โอกาสในการเรียนรทู้ เ่ี ทา่ เทียมกนั และควรให้การ สนับสนนุ คา่ ใชจ้ า่ ยในเรื่องอนิ เทอร์เน็ตดว้ ย
163 น ความถูกตอ้ ง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD - เป็นการลงทุนสูง รัฐจัดสู้เอกชนไม่ได้ สื่อ online กส็ ามารถใช้ได้ รฐั อาจจดั หลกั สตู รโดย ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ ท่ที าการสอน online 82 3.81 .40 3.81 .40 - ควรพิจารณาว่า เร่ืองงบประมาณ วัสดุ อาจซ้าซ้อนกับข้ออ่นื - ควรมีการแนะนาส่ือเพื่อสนองการเรียนรู้ on demand ด้วยนอกเหนือจาก on air และ online - ประเด็น งบประมาณเกี่ยวกับการจัดซื้อ อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้สถานศึกษาควร ไปอยูใ่ นขอ้ เสนอ ขอ้ 3 การสนบั สนนุ ชว่ ยเหลอื สถานศึกษาให้สามารถฯ เนื่องจาก ข้อ 6 นั้น มงุ่ เนน้ การเรยี นรขู้ องนักเรียน .01 3.72 .46 3.90 .30 - ข้อน้ีไม่สอดคล้องกับหัวข้อหลัก 6.การ สนับสนนุ ชว่ ยเหลือนกั เรยี นและผปู้ กครองเพอื่ การเรียนร้ขู องนักเรียนในสถานการณ์วิกฤติ .00 3.72 .46 4.00 .00 - ควรเพ่ิมการยกย่อง ให้ขวัญและกาลังใจ ผู้ปกครอง หรือบุคคล กลุ่มบุคคลที่เข้ามาช่วย จดั การศกึ ษาระหว่างวิกฤติ
ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย ความเป็น ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ 6.5 สถานศกึ ษา/ครูควรเตรียมตัวใหน้ กั เรยี นมคี วาม พร้อมในชว่ งก่อน และระหวา่ งการเรียนรใู้ นสถานการณ์ M SD MS วิกฤติ 3.90 .30 3.63 .6 6.6 โรงเรยี น/ครูควรให้คาปรึกษาแนะนาการปฏิบัตติ ัวที่ 4.00 .00 3.81 .4 ถูกต้องเหมาะสมในสถานการณว์ ิกฤติ และแจกคมู่ ือ การปฏิบัติตนใหน้ ักเรยี น 7. การกาหนดแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้มีความ เหมาะสมในสถานการณ์วิกฤติ 7.1 หนว่ ยงานต้นสังกัดควรกาหนดแนวทาง/รปู แบบการ 4.00 .00 3.63 .6 จดั การเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทสี่ ถานศึกษา สามารถปรบั ประยกุ ตใ์ ช้ใหเ้ หมาะสมกับผเู้ รยี นและ บรบิ ทของสถานศกึ ษา 7.2 สถานศึกษา ครู ผู้ปกครองและชมุ ชนทอ้ งถิ่นควร 4.00 .00 3.36 .9 รว่ มมือกนั สนบั สนนุ การจดั การเรยี นรูแ้ ละเสรมิ สรา้ ง นิสยั ใฝเ่ รียนร้ดู ว้ ยตนเองของนกั เรียน
164 น ความถกู ต้อง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD 67 3.72 .46 3.81 .40 - หลงั เรียนควรต้องมกี ารติดตามด้วย และควร เตรยี มความพร้อมผูป้ กครอง - ควรเตรยี มครู ผ้ปู กครอง และผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ ง เรอ่ื งลิขสทิ ธ์ิ สิทธิของนักเรยี น - ควรเพ่ิมรายละเอยี ดวา่ เตรยี มอะไรบ้าง และ เตรียมอย่างไร 40 3.90 .30 3.81 .40 - ควรมคี ู่มอื สาหรับผูป้ กครองดว้ ย - ควรระบวุ ่า การปฏิบตั ติ วั ท่ีถูกต้องเหมาะสม ดา้ นอะไรให้ชัดเจน เช่น ดา้ นสขุ ภาพอนามัย หรือด้านความพรอ้ มในการเรยี น - คูม่ อื การปฏบิ ัตติ นของผปู้ กครองในการดูแล บุตรหลานเพอ่ื ใหเ้ กิดการเรียนรู้ทางไกลอยา่ งมี ประสทิ ธภิ าพ 67 3.81 .40 3.90 .30 - ควรทาเป็นแหล่งเรียนรใู้ ห้ครูได้ฝกึ และ นาไปใชไ้ ด้อย่างเปน็ รูปธรรม 92 3.81 .40 3.90 .30 - ควรมีการสร้างความเข้าใจเก่ียวกับความ จาเป็นของการเรียนที่บ้าน ประโยชน์ การ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ การแนะนา
ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย ความเปน็ ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ M SD MS 7.3 สถานศึกษา/ครคู วรมวี ธิ ีการจัดการเรียนรู้ทช่ี ่วยให้ 3.90 .30 3.54 .6 นกั เรียนมกี ารเรยี นรไู้ ด้ดี และมคี วามยืดหยุ่นสอดคล้อง กับความต้องการของนกั เรยี น โดยอาจจดั ใหม้ าเรยี นท่ี สถานศึกษาและเรียนท่บี า้ นอย่างละครึ่ง และใช้ระบบการ เรียนท่สี ามารถสื่อสารสองทางโดยต้องให้การสนับสนุนส่ือ การเรยี นรู้ให้หลากหลายมากข้ึน 7.4 หน่วยงานต้นสังกัดและสานกั งานเขตพื้นที่ 4.00 .00 3.90 .3 การศึกษา ร่วมกันจดั ทาหลักสูตรสถานศึกษากลาง สาหรับสถานการณ์วกิ ฤติ โดยจาแนกเนอื้ หาของแต่ละ กลุม่ สาระหลักให้ครอบคลมุ ตลอดปกี ารศกึ ษา และ จดั ทาใบงานที่ประกอบเนอื้ หาทตี่ อ้ งศึกษา กิจกรรมท่ี นักเรียนตอ้ งทา ฯลฯ โดยจดั ทาเปน็ ฐานข้อมลู กลางให้
165 น ความถูกตอ้ ง ความ เหมาะสม ข้อเสนอแนะ SD M SD M SD ท า ง เ ลื อ ก ใ น ก ร ณี ค ร อ บ ค รั ว ไ ม่ ส า ม า ร ถ สนับสนุนการเรยี นร้ขู องบุตรหลานได้ - ความมีวินัยในการเข้าเรียนขณะเรียน และ การส่งงานตามกาหนดเวลา 68 3.72 .46 3.81 .40 - ควรปรับการเขียนให้กว้าง ว่าเพื่อให้ เหมาะสมกบั สถานการณห์ รือบรบิ ท - ควรพจิ ารณาในเร่อื งความยืดหยนุ่ เรือ่ งเวลา เรยี น - วิธกี ารจัดการเรียนรทู้ ี่ชว่ ยใหน้ กั เรยี นเรียนรู้ ไดด้ ีนา่ จะเปน็ คนละเร่อื งกบั รปู แบบการจัด นักเรียนเข้าเรยี น - ส่งเสริมการจดั กิจกรรมการเรียนร้หู อ้ งเรียน กลบั ดา้ น เพ่อื ให้ระหว่างการจดั การเรยี นการ สอนออนไลน์ เนน้ การแลกเปลยี่ นเรียนร้ขู อง นกั เรยี น 30 3.81 .40 3.90 .30 - เรื่ อ ง หลั ก สู ต ร ค ว ร เป็ น บท บาทของ สถานศึกษาหรือไม่ ซ้าและย้อนแย้งกับข้อ 3.2 สนบั สนนุ ใหส้ ถานศกึ ษาทาหลกั สตู ร - การมีหลักสูตรกลางอาจเป็นการ block ค ว า ม คิ ด ค รู จึ ง ค ว ร ส่ ง เ ส ริ ม ส นั บ ส นุ น ใ ห้ สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้
ข้อเสนอเชิงนโยบาย ความเป็น ความเป็น ประโยชน์ ไปได้ โรงเรียน download ไปปรับใชไ้ ด้ตามบรบิ ทของ สถานศกึ ษา M SD MS 7.5 หน่วยงานต้นสังกัดหรือแตล่ ะสานักงานเขตพน้ื ท่ีควร 3.63 .80 3.00 1. ประกาศสนับสนุนการใช้เพยี งบางแอปพลิเคชัน เพ่ือประโยชน์ในการฝึกอบรม ชว่ ยเหลือสนับสนนุ ให้สถานศึกษาสามารถดาเนินการไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282