Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2565_อารยธรรมล้านนา เชียงราย-เชียงใหม่

2565_อารยธรรมล้านนา เชียงราย-เชียงใหม่

Published by Thanarat MCU Surin, 2023-06-12 10:41:55

Description: 2565_อารยธรรมล้านนา เชียงราย-เชียงใหม่

Search

Read the Text Version

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ | ๒ คำนำ “สิกขาจาริกโสเหล่เสวนาอารยธรรมล้านนา” เป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนานิสิตท่ีรวมเอา กิจกรรมโสเหลเ่ สวนาและสิกขาจารกิ เข้าด้วยกัน ในปนี ้ีคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตร ไดก้ ำหนดสถานท่ีสิกขา จาริกอารยธรรมล้านนา จึงผูกสามคำเข้าด้วยกัน โดยคาดว่าจะพัฒนาองค์ความรู้และประสบการณ์ในด้าน ประวัติศาสตร์ อารยธรรม บทบาทของพระสงฆ์ในด้านสังคมสงเคราะห์ การบริหารจัดการวัดเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนาธรรม รูปแบบสำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่มีมาตรฐาน ตลอดถึงการ ประยุกต์พุทธธรรมให้เกิดผลและเหมาะสมกับยุคปัจจุบัน โดยจุดสำคัญสูงสุดอยู่ที่การโสเหล่เสวนาท่ี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ภายใต้หัวข้อ “ จากเดินสู่อิสรภาพถึงขันธวิมตุ ิสะมังคีธรรมะ” ที่มีอาจารย์ประมวลเพง็ จันทร์เปน็ วทิ ยากรหลัก หลังจากกิจกรรมโสเหล่เสวนาสิกขาจาริกอารยธรรมล้านนาเสร็จสิ้นลง ทางหลักสูตรสาขาวิชา พระพุทธศาสนา ได้รวบรวมประมวลข้อสรุปและความคิดเห็นของผู้ร่วมกิจกรรมฯ จัดทำเป็นอีบุ๊คตามชั้นปี ของนสิ ิต จำนวน ๔ เลม่ เพอื่ ขยายผลในวงกวา้ งออกไป ในเอกสารนม้ี ีเนอื้ สาระแบ่งเปน็ ๓ ส่วน ๓ ป. คอื ปฐม บท ประสบการณ์ และปัจฉิมบท ซึ่งเป็นการสะท้อนข้อคิดความเห็นหลากหลายมิติ ในมุมมองของผู้เข้าร่วม กิจกรรมสิกขาจาริกตั้งแต่คณาจารย์ บัณฑิต นิสิต ผู้ร่วม ตลอดถึงประมวลภาพถ่ายและข้อสังเกตในสถานท่ี สำคัญๆ อรรถรสจะเข้มขน้ เพยี งใด ขอเชญิ ชวนตามดรู ายละเอยี ดภายในเลม่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบันทึกสิกขาจาริกอารยธรรมล้านนาเล่มนี้ จักเป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อผู้ใฝ่รู้ ใฝ่คดิ ใฝ่ศกึ ษาสืบไปในอนาคต

๓ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ หนา้ สารบัญ ๒ เร่อื ง ๓ ๔ คำนำ ๔ สารบญั ๕ ปฐมบท : สกิ ขาจารกิ โสเหล่เสวนา อารายธรรมลา้ นนา ๖ ๗ โสเหลเ่ สวนา คอื อะไร... ? ๘ สิกขาจารกิ …ทำไม...? ๑๕ สกิ ขาจาริกดำเนนิ การอย่างไร...? ๑๖ ทำไม…อารยธรรมล้านนา...? ๒๐ จาริกไมห่ ลงทาง... ๒๔ ประสบการณ์ : สิกขาจาริก โสเหลเ่ สวนา อารายธรรมล้านนา ๒๘ การเดินทางภายนอกสูค่ วามหมายแหง่ ภายใน ๓๒ จากเดนิ ส่อู สิ รภาพถงึ ขันธวมิ ุตสิ ะมังคีธรรมะ ๓๓ คณุ ค่าและความหมายสิกขาจาริก ๓๓ อกี ครัง้ กบั สิกขาจารกิ ๓๗ ประสบการณร์ ว่ มเดินทาง ๓๙ ปัจฉิมบท : สกิ ขาจารกิ โสเหลเ่ สวนา อารายธรรมลา้ นนา ๔๑ กลมุ่ เครือขา่ ยวิทยาเขตสุรนิ ทร์ ๔๕ กลมุ่ เครือขา่ ยจังหวัดเชียงราย ศูนยก์ ลางอาณาจกั รล้านนา กลมุ่ เครือข่ายจงั หวดั เชียงใหม่ กลุ่มผใู้ หค้ วามอปุ ถมั ภ์

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ | ๔ ปฐมบท : โสเหลเ่ สวนา…คอื อไร... ? พระครปู ริยตั ิวสิ ุทธิคณุ ,รศ.ดร.๑ โสเหลเ่ สวนา…คืออไร... ? ในการกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้เขียนคุน้ เคยกับการใช้รูปแบบโสเหล่เสวนาเชิงวิชาการ เพื่อเป็น แนวทางส่งเสริมและพัฒนานิสิตควบคู่กับกิจกรรมสิกขาจาริกต่อเนื่องมาหลายปี ลักษณะกิจกรรมเป็นแบบ ชวนคิดชวนคุยชวนทดลองปฏิบัติ ตัดส่วนพิธีกรรมพิธีการออกไม่เน้นความเข้มขรึมเชิงวิชาการจนเกินไป แต่ เน้น...“สนกุ เรียบง่าย ได้แง่คิด” เชื้อเชิญวิทยากรที่เป็นกันเองมีแนวคดิ ทนั สมยั ตรงกับเนือ้ หาสาระที่กำหนด และสามารถกระตุ้นใหน้ ิสิตเกิดการเรียนรู้เป็นสำคัญ ในระยะหลังวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเน้นคณาจารย์ภายใน แต่ละสาขาวิชา เป็นการสร้างเวทีให้คณาจารย์ได้ฝึกฝนการนำเสนอไปในตัว...ปีการศึกษา ๒๕๖๕ พิเศษกว่า ทุกปี เพราะเป็นการรวมเอากิจกรรมโสเหลา่ เสวนากับสิกขาจาริกเข้าด้วยกัน จึงเป็นที่มาของกจิ กรรมคร้งั นีว้ า่ “สิกขาจาริกโสเหล่เสวนาอารยธรรมล้านนา” ๑ อาจารย์ประจำหลักสูตรพทุ ธศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์

๕ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ ปฐมบท : สิกขาจารกิ …ทำไม...? พระปลดั วชั ร วชิรญาโณ,ผศ.ดร.๒ สิกขาจารกิ …ทำไม...? ถ้าสถาบันการศึกษาคือเบ้าหลอมทำให้ผู้เข้าฝึกฝนแล้วเปลี่ยนแปลงพัฒนาการที่ดี...กิจกรรมสิกขา จาริกคือเครื่องมือที่ดีที่สมสมัย ถ้าหากว่าเป้าหมายสำคัญของการศึกษาคือพัฒนาคนให้มีความคิดอ่าน โดยเฉพาะกลุ่มพระนิสิตได้รับการสนับสนุนจากทางคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ภายใต้ “โครงการศาสนทายาท” ท่านเหลา่ น้ีจึงไม่เพียงแตม่ าแสวงหาความรู้ใส่ตัวเท่านั้น หากแต่ยังต้องรับผดิ ชอบในการพัฒนาวัดวาอารามให้ เจรญิ มั่นคงเข้าแขง็ การไปทอ่ งดโู ลกกว้างดคู นอนื่ เพอื่ นำมาปรบั ปรุงพระศาสนาในจังหวดั จึงเปน็ ความจำเป็น สิกขาจาริก มิใช่สิ่งใหม่หากแต่เป็นกิจกรรมเก่าที่เคยทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และเป็นกิจกรรมที่ สาขาวิชามัน่ ใจวา่ สามารถเปลย่ี นแปลงแนวคิด และพัฒนาต่อยอดสำหรับผู้เรียนไดเ้ ป็นอยา่ งดี ๒ อาจารย์ประจำหลกั สตู รพุทธศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา วทิ ยาเขตสรุ ินทร์

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๔ | ๖ ปฐมบท : สกิ ขาจาริกดำเนนิ การอย่างไร...? พระมหาสมพงษ์ ฐติ จิตโฺ ต๓ สิกขาจารกิ ดำเนินการอย่างไร...? เคลด็ ลับแห่งความสำเรจ็ อยา่ งหนงึ่ ของกิจกรรมนี้...๑) ใชเ้ วทกี ารประชุม: การประชมุ สรา้ งความเข้าใจ ถือเป็นหวั ใจสำคัญของการดำเนินกิจกรรม เริม่ ตงั้ แตก่ ารวางแผน ออกแบบกิจกรรม จนถึงแบง่ หนา้ ท่ีกันปฏิบัติ รับผิดชอบร่วมกัน...กว่าจะคิดการใหญ่เช่นนี้ได้อาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมา และทีมงานที่มีแนวคิดเป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน... ๒) คู่มือสิกขาจาริก: คู่มือถือเป็นลายแทงสำคัญที่จะทำให้กิจกรรมดำเนินไปสู่ความสำเร็จ เพราะในคู่มือจะบอกจุดหมายปลายทาง กำหนดการ กิจกรรมต่างๆ ผู้ร่วมเดินทาง สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม คำสั่ง โครงการ เนื้อหาสาระของสถานที่ ฯลฯ ทุกอย่างรวมอยู่ในคู่มือ... ๓) แบ่งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ: กำหนดบทบาทหน้าที่นิสิตเป็นกลุ่ม แบ่งภาระงานรับผิดชอบร่วมกันใน กระจายงาน เป็นการฝึกฝน ทำงาน เป็นทีม สร้างความสัมพันธ์เพือ่ นพ้องนอ้ งพ่ี...๔) บูรณาการรายวิชา: คณาจารย์บูรณาการรายวิชาทีร่ ับผิดชอบ โดยปรับหัวข้อแผนการสอนใน มคอ.๓ แล้วออกแบบกำหนดประเด็น ให้สอดคล้องกับกิจกรรม...คณาจารย์ ประจำรายวิชาที่รับผิดชอบ นอกจากกำหนดกิจกรรมบูรณาการเชื่อมโยงไว้ใน มคอ. ๓ ของรายวิชาแล้ว อาจ กำหนดประเด็นหลกั ๓ ประเดน็ ไวใ้ นคูม่ อื ไดแ้ ก่ ประเด็นศึกษา วธิ ศี กึ ษา และการสรปุ สง่ งาน... ๓ อาจารยป์ ระจำหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์

๗ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ ปฐมบท : ทำไม…อารยธรรมล้านนา...? ผศ.บรรจง โสดาด๔ี ทำไม…อารยธรรมล้านนา...? ...กิจกรรมสิกขาจาริกและโสเหล่เสวนาวิชาการ เป็นกิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมนิสิตที่มีพัฒนาการ ควบคู่กันมาอย่างต่อเนื่องกินระยะเวลามากกว่าหนึ่งทศวรรษ แต่ขอบเขตการจาริกจำกัดในภูมิภาคอีสานเป็น ส่วนใหญ่ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาพระพุทธศาสนา จึงกำหนดแนวทางสร้างโลกทัศน์ชีวทัศน์ สำหรบั นสิ ิตให้กว้างไกลออกไป หลังจากมีการสำรวจและประสานงานเบื้องต้น พบว่านิสิตมีฉันทามติจาริกไปภาคเหนือของประเทศ ไทย และเงื่อนไขปัจจัยต่างๆ มีความพร้อมมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สอดคล้องกับแนวทางที่สาขาวิชา พระพุทธศาสนากำหนดเอาไว้ ดังนั้น อารยธรรมล้านนาจึงเป็นจุดหมายปลายทางของการสิกขาจาริก และ กิจกรรมโสเหล่เสวนาภายใต้หัวข้อ “จากเดินสู่อิสรภาพถึงขันธวิมุติสะมังคี” โดย ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ ณ หอ้ งประชมุ ๕๐ ปี คณะมนษุ ยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ จึงเปน็ จุดสุดยอดของกิจกรรม ครัง้ น.ี้ .. ศษิ ย์มีคร.ู .. ๔ อาจารยป์ ระจำหลกั สูตรพทุ ธศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา วทิ ยาเขตสรุ ินทร์

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ | ๘ จาริกไม่หลงทาง (Don’t Lost Your Way) อาจารย์ธนรัฐ สะอาดเอยี่ ม๕ เมือ่ ล้อรถเร่ิมหมุน ในระหว่างวันที่ ๒๓-๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๖ ผมได้มี โอกาสเข้าร่วมกิจกรรมสิกขาจาริกในฐานะของผู้บรรยายประกอบ เส้นทาง ประจำรถบัสคันที่ ๒ ในเส้นทาง “อารยธรรมล้านนา” เส้นทางเชียงราย-เชียงใหม่ของหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา วิทยาเขตสุรินทร์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ ประกอบการศึกษาในหลักสูตร และฝึกทักษะการใช้ชีวิตในสภาพ บรบิ ทที่เปน็ จริงของนิสติ ในหลกั สูตร หากถามผมว่า บรรยากาศเป็นอย่างไรบา้ ง พระนิสิตเป็น อย่างไรบ้างในกิจกรรมสิกขาจาริกในครั้งนี้ ผมขอนำเสนอในสาระ บางประการเท่านั้น ในมุมมองที่ผ่านแว่น ความคิดของผมเท่านั้น อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่ ควรจะเป็น แตก่ เ็ ปน็ เพยี งสิ่งหน่ึงที่ชวนใหผ้ มได้ หวนระลึกถึงบรรยากาศ และสีสันการเดินทาง ในคร้งั น้นั ไดเ้ ปน็ อย่างดี ผมขอนำเสนอเป็นเรื่องเล่า แบบไม่ ต ้ อ ง อ ้ า ง อ ิ ง ว ิ ช า ก า ร อ ะ ไ ร ม า ก ใ ห ้ ร ก ร ุ ่ ง รั ง หน้ากระดาษ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้อ่านได้เสพ อรรถรสจากตวั อักษรทผี่ มพมิ พ์จากบรรทัดแรก กระทั่งถึงบรรทัดสุดท้าย และหากว่า อ่านแล้ว มีข้ออะไรบางอย่างส่งกลับมาให้ผมในฐานะ ผู้เขยี นบ้าง กจ็ ะเปน็ การดีอย่างมาก ๕ ผู้บรรยายประกอบเส้นทาง ประจำรถบสั คันที่ ๒

๙ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ รูปแบบและสาระ...คือ...ชัยชนะของนกั เดินทาง บรรยากาศในระหว่างทางนั้น กิจกรรมหนึ่งที่ผม ได้นำพาพระนิสิตในรถบัสคันที่ ๒ ปฏิบัติ คือ การตั้งสติ ก่อน Start นั่น คือ การสวดมนต์ระหว่างทาง เพื่อนำพา พระนิสิต และผู้ร่วมเดินทางทุกท่านได้มีโอกาสบูชาพระ รัตนตรัยทั้งภาคเช้า และภาคค่ำ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการปรบั จติ ปรบั ใจ และสร้างความเป็นเอกภาพของนิสิตรว่ มทั้งผู้ ร่วมเดินทางได้แสดงออกทั้งกายภาพ วจีภาพ และมโน ภาพ ซึ่งผู้ร่วมเดินทาง และพระนิสิตต่างก็ได้แสดงข้อ วัตรอนั น้ี และให้ความร่วมมือเป็นอยา่ งดี ผมขอกราบอนโุ มทนาสาธกุ ารตอ่ ทุกๆ ทา่ น ในการสาธยายมนต์ ซึ่งเปน็ บทพุทธมนต์น้ัน ทำใหผ้ มไดม้ โี อกาสทวนความจำ คือ สัญญาในมนต์ที่เคย ท่องจำเมื่อครั้งดำรงสมณเพศ และผมเฝ้าสังเกตตัวเองว่า สัญญาคือความจำในพุทธมนต์น้ัน ยังคงมีอยู่หรือไม่ หรอื จำได้เพยี งใด นอกจากนี้ กจิ กรรมในระหว่างทางผมได้มโี อกาสบรรยายประกอบการเดินทาง ต้งั แต่ล้อรถเริ่มเคล่ือน กระทั่งล้อรถหยุด พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือธรรมสากัจฉากับพระนิสิตในระหว่างการเดินทาง ตลอดเวลา ในกิจกรรมนี้ เราได้สมมติของรถบัส ให้เป็นทั้ง “ธรรมศาลาเคล่อื นที”่ สำหรับประกอบศาสนพิธีทำวตั รเช้า- เย็น และยังใช้เป็น “ห้องเรียนเคลื่อนที่” ในการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทั้งวิชาการ และบันเทิงคดี ที่สอดแทรกเพื่อสร้าง บรรยากาศแหง่ การตืน่ รไู้ ดเ้ ป็นอย่างดี ในกิจกรรมการบรรยายนั้น เป็นบรรยากาศที่ทำให้ ผมได้นึกถึงบรรยากาศของการได้เป็นพระวิทยากรบรรยาย ประกอบเส้นทางการเดินทางในเส้นทางพุทธภูมิตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่ ๖ ปี เมื่อครั้งครองสมณเพศ ช่าง เป็นบรรยากาศที่น่าจดใจ และผมก็มีความสุขทุกครั้ง เมื่อได้รับการมอบหมายหน้าที่ให้ปฏิบัติในหน้าท่ี ผู้บรรยายประกอบเสน้ ทาง

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ | ๑๐ มรรคมอี งค์ ๘ ของนกั เดนิ ทาง บทบาทและลลี าของนกั เดนิ ทาง ขน้ึ อย่กู ับว่า เราเอาอะไรมาใชเ้ ป็นเครื่องนำ สายตาของเราในการเดินทาง หรือการดำเนินชีวิต ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสใน การเดินทาง และนำบรรยายประกอบเส้นทางของกิจกรรมสิกขาจาริกของ หลักสูตรในสาขาวิชาพระพุทธศาสนา ทั้งในระดับปริญญาตรี และปริญญา โท-เอก ผมมักจะยก “มรรคมีองค์ ๘ ของนักเดินทาง” ซึ่งเป็นวาทะธรรม ของหลวงพ่อใหญ่ “พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรม ทูตไทยสายอินเดยี -เนปาล มาประกอบการบรรยายทกุ ครงั้ ทง้ั นก้ี ็ “เพื่อบูชา ครูผู้เป็นต้นแบบ” ของการบรรยาย และปรับจิตปรับใจนักเดินทาง ผู้ร่วม เดินทางทกุ ครั้ง ทั้งในและนอกประเทศ เอาหละเพื่อให้เห็นว่า มรรคมีองค์ ๘ ของนักเดินทางน้ัน มีอย่างไรบ้าง ผมขอคัดเอาจากหนังสือ “สู่แดนพุทธองค์อินเดีย- เนปาล” มานำเสนอพอเปน็ เส้นนำสายตาให้ท่านผอู้ า่ นดังน้ี “...มีความกล่าวว่า ชีวิต คือ การเดินทาง เห็นจะจริง แต่ การเดินทางจะมชี วี ติ ได้ ลองนำสูตร มรรค ๘ ของนักท่องเทยี่ ว มา ประกอบการเดินทางดูบา้ ง ดังนี้...” ๑) ไปอย่างฝรั่ง...รูจ้ ักวางแผน ๒) ใช้สตังคแ์ บบญ่ีปนุ่ ...รู้จกั การวางแผนการใชจ้ ่าย ๓) มที นุ แบบไทย ๆ ....รู้จักหาทนุ ใหพ้ อเพยี ง ๔) ทำใจแบบธเิ บต...รจู้ กั ขม่ ใจใหด้ ี ๕) หมน่ั สังเกตแบบชาวจนี ...รู้จักการจดั บนั ทึก ๖) กนิ แบบแขก...รจู้ ักประมาณในการบริโภค ๗) บกุ แหลกแบบพระธดุ งค์...ร้จู กั จดั สรรภาระใหน้ อ้ ย ๘) มั่นคงดจุ องค์อรหันต์....รจู้ ักบากบั่นสูเ่ ป้าหมาย (ท่มี า: สูแ่ ดนพระพุทธองค์อินเดยี -เนปาล หน้า ๑๙๒) อรรถรสแห่งการบรรยายในส่วนของรายละเอียดนั้นเป็นเช่นไร ให้ท่านผู้อ่านได้ไปพินิจพิเคราะห์ดว้ ย ตัวของทา่ นผอู้ ่านเอง ผมขออนญุ าตไมอ่ ธิบายในรายละเอียดเอาไว้ในหน้ากระดาษนี้

๑๑ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ ถงึ เมื่อ....มันถึง... อนั ธรรมดาการเดินทางตลอดระยะเวลาทีย่ าวไกล เส้นทางจังหวัดสรุ ินทร์-จังหวัดเชยี งราย (จากใต้สุด แดนอีสาน สู่เหนอื สดุ แดนสยาม) คงไมใ่ ช่เรื่องงา่ ย แต่เปน็ สิ่งทีท่ ้าทายใหก้ บั เรานักเดนิ ทางสิกจารกิ สิ่งหนึ่งที่ผมได้นำมาช่วยเป็นเครื่องประคับประคองใจของนิสิตและผู้ร่วมเดินทาง คือ ประโยควรรค ทองที่วา่ “ถงึ เมื่อ...มนั ถงึ ..” ความหมาย คอื ทุกครงั้ ท่ีเราตัดสินใจในการเดนิ ทางไปไหนสักแหง่ หนึ่ง สิ่งหน่ึงที่ คนเราสว่ นมากจะคร่นุ คิดกัน สงิ่ นั้น คอื “เป้าหมาย” หรือ “ปลายทาง” ของการเดนิ ทาง ยิง่ ปลายทางไกลแค่ นนั้ เรากย็ งิ่ ปรงุ แต่ง แตง่ เติมความทกุ ข์ให้กับชวี ติ เรามากเทา่ นั้น โดยปราศจากความสนใจในสิ่งทอี่ ย่รู อบตวั ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่ผู้เดินทางควรนำมาปรับจิตปรบั ใจของเราในระหว่างการเดินทาง คือ การเดินทาง ให้คิด ว่า “...ถึงเมื่อ..มันถึง...” คือ ถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น สีสัน และบรรยายกาศระหว่างทาง ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ และมีสาระที่ผู้ร่วมจาริกควรนำไปปรับใช้ในการเดินทาง ส้ันๆ ง่ายๆ คือ ....อยู่กับปัจจุบันขณะ...เท่านั้นเอง เพราะการเดินทาง...เปา้ หมายอยูท่ ป่ี ลายเท้า... อ.ดร.ประมวล เพ็งจนั ทร.์ ..เมธชี น ผไู้ มต่ ้องปรงุ แตง่ มาก สิง่ ทีเ่ ป็นเหมือนกับแมเ่ หล็กที่คอยดึงดูดสรรพสงิ่ ให้เขา้ หากัน และการตัดสินใจของผู้ร่วมเดินทางท่ี อยู่นอกหลักสูตรฯ และคงเป็นเงื่อนไขสำคัญของผู้ตัดสินใจร่วมเดินทางในครั้งนี้ คือ การเข้าร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และฟังธรรมบรรยายจากผู้รู้ท่านหนึ่ง ที่หลายๆ ท่านเคยติดตามผลงาน และเคยเป็นศิษย์ที่ไม่เคยเห็น อาจารย์ ท่านผ้นู คี้ อื “อ.ดร.ประมวล เพ็งจนั ทร์” โดยส่วนตัวผมไม่เคยได้เรียนหนังสือ และเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ใน ห้องเรยี น ผมเปน็ เพยี งแคศ่ ษิ ย์ผ้ไู ม่เคยเห็นอาจารย์ในเชิงกายภาพ แต่ผมไดเ้ คยเปน็ ศษิ ย์ผ่านลิขติ ภาพ คอื ผ่าน ตัวหนงั สือ และผา่ นโสตภาพ (ห)ู คือ การฟงั การบรรยายจากทา่ นอาจารย์ ผมขอนำเสนอแบบนี้ว่า ในช่วงเวลาที่ผมได้มีโอกาสอยู่กับตัวเองมากที่สุด คือ ช่วงเวลาที่ผมไป เรียนหนังสือปริญญาเอก ที่ภาควิชาพุทธศาสน์ศึกษา (Buddhist Studies) มหาวิทยาลัยจัมมู (University of Jammu) ในครงั้ น้ัน ในระหว่างการเดินทางบินไปเรยี นหนงั สือ ผมได้มีโอกาสเดนิ ทางไปรา้ นหนังสือนายอินทร์

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๔ | ๑๒ แล้วสายตามองไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “เดินสู่อิสรภาพ” ภาคภาษาไทย ปกสีเหลือง ความหนาประมาณ ๔๐๐ ถึง ๕๐๐ ร้อยหน้าได้ ส่วนภาพปกนั้นเป็นรูปชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง สวม หมวกกำลังสะพายเปเ้ ดินไปทีไ่ หนสักแห่งหนึง่ แค่หน้าปกหนังสอื และชื่อหนังสือก็สรา้ งความน่าสนใจให้กับผมแล้ว ผมก็เหมือนกับ ผู้คอยเสพสิ่งที่ผู้อื่นสร้าง ผมจึงตัดสินใจได้ไม่ยากในการเลือกซื้อ หนงั สอื เล่มน้นั คอื หนงั สือ “เดนิ สอู่ ิสรภาพ” ของเจ้าของผลงาน เขียนนามว่า “อ.ดร.ประมวล เพ็งจันทร”์ ถือตดิ มือบนิ ขา้ มฟ้าไป เรยี นหนังสอื ถึงเดนิ ภารตะในครง้ั กระโนน้ ในระหว่างท่ผี มเรียนหนังสืออยู่น่ัน มีชว่ งเวลาที่ผมได้ มโี อกาสไปรว่ มเดินทางขา้ มเมืองต่าง ๆ ในชว่ งหนง่ึ ผมได้เดินทาง ภาพจาก https://m.se-ed.com/ ด้วยเครื่องบินจากเมืองเดลี เพื่อไปร่วมประชุมวิชาการระดับ นานาชาติที่เมืองสิกขิม (Sikkim) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ผมได้เอาหนังสือเล่มนี้ใส่กระเป๋า เดนิ ทางไปด้วย แล้วหยิบมาอา่ นตลอดระยะเวลาท่ีเดนิ ทาง และคร้ังหนึ่ง ในขณะท่ผี มนั่งบนเครอ่ื งบินนั่น ผมได้ หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน แบบไม่เว้นเลยสักบรรทัดและหน้า หากว่าไปแล้วในการเสพตัวหนังสือ หรืออ่าน หนังสืออืน่ ใด ผมคงไมม่ ีความสนใจในการอา่ นตั้งแต่บรรทดั แรก ถึงบรรทดั สุดท้าย...แต่ผมต้องยอมรับโดยดุษฎี ภาพว่า หนังสือเล่มนีเ้ ป็นหนังสือที่ผมอ่านทุกบรรทดั จรงิ ๆ อ่านแบบไม่ได้รู้สกึ วา่ ต้องอ่านเพื่อหาข้อสรุป หรือ เพื่ออะไรบางอย่าง แต่ผมมีความสุขในการอ่าน และได้บันเทิงในอรรถรสของชีวิตอาจารย์ผู้หนึ่งที่ได้ตัดสินใจ ลาออกจากความสมมติของคำวา่ “อาจารย์มหาวทิ ยาลัย” แต่ออกเดินทางไปสู่โลกกว้าง เพอื่ คน้ หาความหมาย อะไรบางอย่างให้กับชีวิต และตลอดระยะเวลาและตลอดเส้นทางของการเดินทางจากเชียงใหม่ไปถึงบ้านเกิด เมืองนอนของท่านอาจารย์ที่สุราษฎร์ธานี ก้าวต่อก้าวของท่านอาจารย์นั้น ช่างเป็นบรรยากาศที่งดงาม เบิก บานไปในทางธรรม แบบกลมกลนื ไปกับธรรมชาติ ผมได้ข้อสรุปของความหมายแห่งชีวิตที่งดงาม เพราะผมเสพด้วยการอ่านผ่านตัวหนังสอื ที่ท่านผู้รู้ “อ.ดร.ประมวล เพง็ จนั ทร์” ไดข้ ีดเขียนเล่าเรอ่ื งเอาไวต้ ลอดเส้นทางทผี่ ่านมา เมื่อกาลเวลาอันสำคัญมาถึง เราชาวคณะสิกขาจาริกจากเมืองสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ก็ได้โอกาส เดินทางไปที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาเชียงใหม่ เพื่อพบปะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทางภาควิชาศาสนา และปรัชญาในคร้ังน้ัน ภาคเช้าผมได้ทำหน้าท่ีนำพาคณะพระนิสิต ในรถบัสคันที่ ๒ เดินทางไปโดยไม่รูว้ ่า โชคชะตาหรอื ฟ้าลิขิตอะไร รถบัสคันที่ผมนำพาไปในครั้งกระนั้น ดันหยุดและจอดติดไฟแดง ทำให้ตามคันหน้าอีก ๒ คนั หน้าไม่ทนั ทำให้เราหลงทางกัน วนรถ อยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่หลายรอบ เหมือนวนอยู่ในเขาวงกต ในระหว่างที่รถกำลังหลงทางนั้น ผมก็ได้แต่คิดว่า ...หากมีบุญ วาสนาต่อกนั กค็ งได้พบท่านอาจารย์ประมวล... และแล้ว เราก็หา

๑๓ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ ทางเขา้ คณะมนุษยศาสตรเ์ จอ และเข้าไปรว่ มประชุมเปน็ คันสุดท้าย ผมได้เดินปิดท้ายไปส่งพระคุณเจ้าเข้าห้อง ประชมุ ในระหว่างที่รอความพร้อมนั้น เราได้มีโอกาสดี ได้รับฟังการพูดต้อนรบั ของท่าน “ผศ.ดร.สมหวัง แก้วสุฟอง” อดีตสามเณรนาคหลวง ผู้สำเร็จดุษฎีบัณฑิตด้านปรัชญา จากมหาวิทยาลัยบาณารัส ฮินดู เมือง พาราณสี ท่านอาจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญในการแปลหนังสือภาษาอังกฤษด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญา เป็น ภาคภาษาไทยจำนวนมาก และท่านอาจารย์เป็นตน้ แบบการเรียนให้กบั ผู้เรียนในสายนี้หลายๆ ทา่ น รวมท้ังผม ด้วย ท่านอาจารย์ได้ทำหน้าที่ของการเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” กล่าวต้อนรับด้วยอัธยาศัยโอบอ้อมอารีอย่างไมตรี จิตที่สื่อสารผ่านวจีอันไพเราะ สุขุมคัมภีรภาพของท่านอาจารย์ และนอกจากนี้ก็มีคณาจารย์ภาควิชาปรัชญา และศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาเชียงใหม่ ที่คอยให้การต้อนรับดว้ ยไมตรีจิตที่งดงาม ผมขออภัยที่ไม่ สามารถเอ๋ยนามทา่ นไดค้ รบทง้ั หมด เมื่อช่วงเวลาสำคญั มาถึง.. เมื่อฝ่ายประสานงานไดแ้ จง้ ว่า “อ.ดร.ประมวล เพ็งจันทร์” ได้เดินทางมาถึงงานแล้ว ภาพที่ ปรากฏต่อหน้าผม คือ....ชายสูงอายุ ผมสีขาว สัดส่วนไม่สูง ไม่ต่ำ มาก สีผิวคล่ำออกไปทางภาคใต้ แต่งตัวธรรมดาๆ....เดินทางเข้า ห้องประชุม ที่เต็มไปด้วยพระนิสิต และคณาจารย์ แต่ภาพที่เห็น คือ ทั้งพระนิสิต และคณาจารย์ทั้งหลายต่างพากันลุกขึ้นยืนรับ เพอ่ื แสดงความเคารพท่านอาจารย์... ผมได้แต่ครุ่นคิดว่า ทำไมหนอ ท่าน “อ.ดร.ประมวล เพ็งจันทร์” เป็นเพียงอาจารย์วัยกลางคน ท่านหนึ่ง ไม่ได้มีตำแหน่งทางวิชาการใด ๆ หรือตำแหน่งใดๆ ท่ียาวเป็นหางว่าว แต่ทำไม? ท่านอาจารย์จึง ได้รับการต้อนรับ และได้รับเกียรติจากบรรดามวลพระนิสิต ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ และคณาจารย์ในที่นั้นเป็น อย่างดี และบรรยากาศแบบนี้ก็อบอุ่นไปด้วยไมตรีจิต คำตอบ...ผมว่า เราคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะ เราท่านทั้งหลาย คงได้รับรู้แก่ใจเราว่า “...เรานับถือ และชื่นชม ท่านอาจารยด์ ร.ประมวล เพ็งจันทร์ ด้วยเหตุผลอะไร...” ก่อนที่ผมจะออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมไดเ้ ขา้ ไปจับมือท่าน “อ.ประมวล เพ็งจนั ทร์” และกล่าวว่า ท่าน อาจารย์ครับ ผมขอจับ “มือครู” หน่อยครับ มือของท่านนีแ้ หละท่ี ทำให้ผมได้เข้าใจและสัมผัสกับ “...อรรถรสของความหมายแห่ง ชีวิตที่แท้จริงว่า...ความเป็นครู” นั่นควรเป็นอย่างไร และผม ขอบคณุ ในไมตรจี ิตท่ที ่านอาจารย์ได้มอบให้ และขอถ่ายภาพเป็นท่ี ระลึกถึง “ครูผู้ไม่เคยสอนศิษย์ในห้องเรียน” เลยสักครั้ง ด้วยจิต น้อมคารวะ...

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ | ๑๔ ในพระพุทธศาสนาไม่มีเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างมีที่มาและที่ไปเสมอ....ดังนั้น สิ่งที่ผมได้กล่าวมา คง ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากผมไม่เคยมีวาสนาในการร่วมสร้างมาก่อน ผมคงไม่ได้สัมผัสกับ บรรยากาศแบบนั้น และเพราะท่าน “อาจารย์ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์” ก็ส่งผลให้การตัดสินใจในการร่วม เดินทางในครั้งนี้ มีความง่ายขึ้น และเมื่อผมได้รับคำเชิญชวนจาก ท่าน “ผศ.บรรจง โสดาดี” กัลยาณมิตรทางวิชาการ ผู้ เปรียบเสมือนผู้ไขกุญแจให้ขบวนรถแห่งสิกขาริกปีนี้ ได้ออก เดินทางโลดแล่นไปถึงภาคเหนือ ผมก็รับการเชิญนั้นด้วยไมตรีจิต กระทั่ง ผมและหลายๆ ท่านได้พบกับท่าน “อ.ดร.ประมวล เพ็ง จันทร”์ ในครงั้ นี้ ขอสว่ นแหง่ ความดีอนั จะพึงมี ในการร่วมเดนิ ทางสิกขาจาริกในครั้งน้ี ผมขอนอ้ มยกถวายเป็นพุทธ บูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และอาจาริยบูชาแด่ท่าน “อ.ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ ครูผู้ไม่เคยสอนศิษย์ใน ห้องเรียน” เลย แต่เป็นครูตลอดชีวิต... สุดท้าย ผมขอกราบขอบคุณ พระมหาปุรวัฒน์ พุทฺธรกฺขิโต นิสิต มจร วิทยาเขตเชยี งใหม่ ท่ีกรุณาตรวจทานงานเขยี นฉบบั นี้ ดว้ ยจติ น้อมคารวะ อาจารย์ธนรัฐ สะอาดเอย่ี ม ผู้สมมติแตเ่ พียงใหเ้ ปน็ ผ้บู รรยายประกอบเส้นทางรถบัสคันท่ี ๒ บนั ทึก ณ วนั ท่ี ๙ มิถนุ ายน ๒๕๖๖ E-mail: [email protected]

๑๕ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ การเดินทางภายนอกสคู่ วามหมายแห่งภายใน พระพิธวิ ฒั น์ ปญุ ญฺ กสุ โล (หลวงพ่ีโอโม่)๖ กอ่ นการเดินทาง หลังจากผมเขา้ ร่วมพธิ ีประสาทปรญิ ญาบตั ร ในระดบั ปรญิ ญาตรี หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ด้วยเกยี รตินิยมอันดับ ๑ เพียงผู้เดยี วในวทิ ยาเขต (ไมไ่ ด้ข้ีอวดนะครับ แต่ขอ อนญุ าตอวดหนอ่ ย ฮ่า ๆ ) ผมเพียงต้องการแสดงให้เหน็ ถึงความพากเพยี รในการศกึ ษาความรจู้ ากทาง มหาวิทยาลัย วา่ ผมได้ตง้ั ใจศึกษามันเป็นอย่างดแี ล้วเท่านั้นครับ \"คณาจารย์ได้มมี ตเิ ห็นชอบวา่ ตอ้ งการร่วมแสดงความยนิ ดีกับบัณฑิตใหม่ ด้วยการถวายที่นั่งแก่ บณั ฑติ ท่านละ ๑ ทีน่ งั่ ในการร่วมเดนิ ทางสิกขาจาริกอารยธรรมลา้ นนา เชยี งราย-เชยี งใหม่\" ข้อความจาก อาจารย์บรรจง ท่ีปรากฏผา่ นกล่มุ ไลนบ์ ัณฑติ คณะพทุ ธศาสตรร์ ุ่นที่ ๖๗ ซึง่ มีจำนวนมากถึง ๓... ใช่ครบั ๓ ที่ ไม่ใช่ ๓๐ หรอื ๓๐๐ นี่อาจจะเป็นจำนวนทน่ี า่ ตกใจ สำหรบั นสิ ติ รนุ่ ใหม่ แตเ่ ป็นเรื่องธรรมดาสำหรับร่นุ เก่า อยา่ งผม คณะพทุ ธมีไมเ่ คยเกิน ๑๐ ครบั แตป่ ัจจุบนั มีรวมมากถึงหลกั ร้อย ผมก็รู้สกึ ยนิ ดีมากครบั เมือ่ ผมไดเ้ ห็นข้อความกร็ ูส้ ึกดี และขอบคณุ คณาจารย์ แต่บอกตามตรงในใจผมไม่คอ่ ยอยากจะ เดนิ ทางเท่าใดนัก เพราะทั้งไกลและเดนิ ทางหลายวัน ด้วยทั้งความต้ังใจหลงั จบการศึกษาทหี่ มุดหมายไว้ว่า ขอ ภาวนาดูแต่ใจของตนอยา่ งเงียบ ๆ งดการดสู ง่ิ ภายนอกเสียที แตส่ ิ่งทีท่ ำให้ใจของผมเกิดการสน่ั สะเทอื นทางอารมณ์ เกิดความลังเล เกดิ กระบวนการทางความคดิ ใครค่ รวญเสียใหม่ เมื่อไดพ้ บกับชอ่ื ของฆราวาสทา่ นหน่ึงทปี่ รากฏอยูใ่ นกำหนดการเดินทางครงั้ นี้ พร้อมหวั ข้อ เสวนาทว่ี ่า \"จากเดินสู่อิสรภาพถงึ ขันธวมิ ุตตสิ ะมังคธี รรมะ\" โดย อาจารย์ประมวล เพง็ จันทร์ เพราะช่ือนท้ี ำให้ ผมตดั สินใจรว่ มเดนิ ทางไปกบั คณาจารยแ์ ละนิสติ รนุ่ นอ้ งคณะพุทธศาสตร์ในครั้งน้ี ยอ้ นกลบั ไปกบั คำท่วี ่า ผมตอ้ งการท่ีจะภาวนาดใู จตนเงยี บ ๆ ไฉนจึงเปลี่ยนใจยอมเดนิ ทางเลา่ น่นั ก็ เพราะวา่ อาจารยป์ ระมวล เพ็งจนั ทร์ ผมได้ร้จู กั ท่านผา่ นส่ือมานานแลว้ ถ้าใครไดเ้ คยรู้จักท่าน จะไมส่ งสัยเลย ว่าทำไมผมจึงเปลยี่ นใจ เพราะนี่คือบรมครูยอดนักเดนิ ทางภายในท่ีดีทส่ี ดุ คนหน่งึ เลยล่ะ ผมจงึ ไม่อยากพลาด โอกาสท่จี ะได้เจอบุคคลเชน่ ท่าน แม้จะไม่ชอบการเดินทางแสนไกล เวลาทย่ี าวนาน และเจอผู้คนท่มี ากมาย จนเกินไปกต็ าม ๖ บณั ฑิตหลกั สตู รพทุ ธศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, รนุ่ ท่ี ๖๗

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๔ | ๑๖ พบกัลยาณมติ รคร้งั แรก ก่อนการเดินทาง ผมไดแ้ จ้งขา่ วไปยังกัลยาณมิตรทา่ นหนึ่ง ซ่ึงผมรู้จักเธอมาสกั ระยะแล้ว เธอเปน็ อุบาสกิ าคนหน่ึงทีม่ ีความสนใจในปรัชญา ข้อคิด ธรรมะ ไม่เพยี งแต่มีความร้ทู างธรรมในระดับตรรกะความคิด เชิงเหตผุ ลเทา่ น้นั แต่ยังเปน็ อุบาสกิ านกั ภาวนาทด่ี ีคนหนง่ึ ด้วย และเธอยังทำหนา้ ทถ่ี า่ ยทอดสง่ิ ทเี่ ธอรู้ แบ่งปัน ให้กับผู้คนในการนำไปพฒั นาชีวติ ของตนเอง ทง้ั ยังสามารถถ่ายทอดไดด้ ีผ่านส่ือสงั คมออนไลน์ จนมีผู้ติดตาม กว่าครึ่งล้าน ฟังจากทีผ่ มกลา่ วมาท่านคงคิดว่าเธอคนนีค้ งเปน็ ผู้ใหญ่ทม่ี ากประสบการณ์ แต่เปล่าเลย เธออายุเท่า ผม คือสาววัยร่นุ ในวยั ๒๕ ปี เธอเปน็ คนจงั หวัดเชยี งราย เมื่อผมแจ้งขา่ วไป เพราะก็หวงั ว่าจะมโี อกาสได้พบ เจอกนั คร้ังแรก เธอกร็ ูส้ กึ ยนิ ดีและอยากพบผมเช่นกนั รวมถึงเมื่อเหน็ กำหนดการสกิ ขาจาริก เธอกเ็ กิดความ สนใจ อยากรว่ มเดนิ ทางศึกษาด้วยเชน่ กัน นี่จึงเป็นจดุ เรม่ิ ต้นของการพบกัลยาณมติ รครั้งแรก ขออธิบายเพิม่ เตมิ สำหรบั ผทู้ ี่สงสยั เหตุท่ผี มรจู้ กั กันมาจากที่ผมตดิ ตามเพจของเธอ คือเพจ Mytime kanapos และรสู้ ึกว่าคน ๆ น้ีไม่ธรรมดา จงึ อยากรจู้ ัก เผอื่ จะได้อะไรดี ๆ จากเธอคนน้ี เพราะผมเองกเ็ ผยแผ่ ธรรมผ่านส่อื ความร้ตู า่ ง ๆ เทคนิคเคลด็ ลบั วิธีการบางสว่ นผมก็ศกึ ษาและไดร้ ับความรู้จากเธอ สว่ นเธอเองก็ ไดผ้ มเปน็ ที่ปรึกษาในการช่วยดูเนอ้ื หาคอนเทนตว์ ิดีโอทจ่ี ะลงบางวิดีโอ และรว่ มตรวจเนื้อความหนงั สอื ที่เธอ เขยี นดว้ ย รวมถงึ การแลกเปลี่ยนสนทนาธรรมในประเด็นต่าง ๆ บ้าง ทส่ี ำคญั เราเป็นศิษย์ทีม่ คี รูบาอาจารย์ผชู้ ้ี ทางสวา่ งของการภาวนาเดียวกนั คอื หลวงพ่อ ปราโมทย์ ปาโมชโฺ ช เราทงั้ สองตา่ งเปน็ กลั ยาณมติ รที่ ดตี อ่ กนั เร่มิ การเดนิ ทาง การเริม่ เดินทางในวันแรก สิง่ ที่ผมรสู้ กึ ยนิ ดกี ็ คอื การได้ชมงานพุทธศลิ ป์ของวัดร่องขนุ่ ผลงานชิ้น เอกของอาจารย์เฉลิมชยั ทีท่ า่ นต้องการทำภาพ จติ รกรรมลายไทยรว่ มสมัยที่อ่อนช้อยงดงามของท่าน ใหอ้ อกมาเป็นงานประตมิ ากรรมและสถาปัตยกรรม ช่วงแรกก็มีคนปรามาสทา่ นวา่ จะทำไดห้ รอ มนั ดผู ดิ หลักการทางวิศวกรรมดา้ นสถาปัตยกรรม แต่ทา่ นก็ พิสูจนใ์ ห้เหน็ ผา่ นสายตาของคนทัง้ โลก ท่ีต่างเดนิ ทางเขา้ มาชมจากทัว่ ทกุ มุมโลก และสงิ่ ทน่ี ่าสนใจ ซึง่ ถอดบทเรียนไดจ้ ากงาน ของอาจารยเ์ ฉลิมชัยคือ วัดร่องขนุ่ แนน่ อนวา่ สะท้อน ความเป็นพุทธศาสนาโดยตรง แต่ผทู้ เ่ี ขา้ มาชมนั้น ล้วนต่างศาสนา ต่างวฒั นธรรม เพราะอะไรจึงเปน็ เชน่ นั้น คำตอบของเร่อื งน้ีผมจะบอกใหฟ้ งั ...

๑๗ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ \"ส่งิ ทส่ี ามารถเข้าถงึ คนทกุ ชนชาติได้ โดยขา้ มพน้ เรื่องของภาษา ศาสนา และวฒั นธรรม ผมคดิ วา่ สิ่งน้ันคือ ศลิ ปะ\" อีกหนึ่งความประทบั ใจในวันน้ี ก็คอื การได้พบ กัลยาณมิตร ใช่ครบั เธอคนน้นั ท่ีผมกล่าวถึง ถ้าใคร สงั เกตเห็นผม อาจจะเห็นวา่ ผมเดนิ กับใครคนหนึง่ ซง่ึ ดแู ตกตา่ งจากคนสรุ นิ ทร์ ต่างจากคณะของเรา เพราะผิวของเธอขาวผ่องจนผมเทียบไมต่ ดิ หน้าตาหมวย ๆ ออกไปทางจีน เกาหลี ผมส้ัน ใส่ หมวก แตโ่ ชคดีท่เี ธอผมสน้ั เพราะพ่ึงไปบวชชีมาที่ อินเดยี ถา้ เธอผมยาวทา่ นคงคิดว่า สาวที่ไหนมาเดนิ ตามผมเปน็ แน่ ในวนั นัน้ ผมกไ็ ดส้ นทนาพดู คยุ ในประเดน็ ต่าง ๆ มากมาย ทง้ั การเดนิ ทางมาสกิ ขาจารกิ ธรรมะ ครู บาอาจารย์ทางธรรม และการภาวนา เป็นตน้ แต่ เปน็ ท่นี า่ เสียดายเธอสะดวกร่วมเดนิ ทางกบั ทาง คณะเราเพยี งแคช่ ่วงเวลาของวันที่ ๒๔ เพียงครงึ่ วัน เท่าน้นั และยงั ไมม่ ีโอกาสไดเ้ สวนาแลกเปลยี่ น เรียนรู้กับเหล่าคณาจารย์ นสิ ิตหมู่ใหญ่ หากได้มี โอกาส พวกเราอาจได้รบั อะไรดี ๆ จากเธอเป็นแน่ การเดินทางครงั้ น้ี ไปค่อนข้างหลากหลายสถานท่ี ไมว่ ่าโบราณสถาน พระเจดียม์ ากมายท่ีบรรจพุ ระ บรมสารรี ิกธาตุ การได้มาพบ มานอบน้อมสกั การะ กเ็ ปรยี บเสมอื นเราไดเ้ คารพองคแ์ ทนของสมเด็จพระ สมั มาสมั พุทธเจา้ ซึง่ ปรินิพพานนานแลว้ การไดเ้ หน็ รูปแบบการบริหารจัดการ การพฒั นาวดั วาอาราม ท่ี แตกต่างกนั ในรปู แบบและวธิ ีการของแต่ละวดั แตม่ ีจุดหมายเดยี ว คอื เพ่ือสืบทอดพระพุทธศาสนา ทัง้ ความ ประทับใจ องค์ความรู้ สงิ่ ท่ีพบ รวมถึงความรู้สกึ มากมาย ผมไม่อาจจะพรรณนาได้ทงั้ หมด จงึ ขอยกมา ถ่ายทอดเฉพาะชว่ งเวลาท่ผี มประทับใจมากท่สี ุดแทนนะครับ พบครผู ู้เปน็ ยอดของการเดนิ ทางภายใน วันน้ีผมตื่นเตน้ เปน็ พิเศษ และรอคอยมากที่สดุ ในบรรดาหมุดหมายของการเดินทางทง้ั หมด นั่นคอื การ ไดพ้ บกับอาจารยป์ ระมวล เพ็งจนั ทร์ ทีผ่ มทนกับการน่ังเดินทางกว่า ๒๐ ชม. ในรถบสั จากสุรนิ ทรถ์ งึ เชียงราย และเชยี งใหม่ ก็ถือเปน็ การเดินทางทีค่ ุ้มค่า

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ | ๑๘ เมื่อเดินเข้าไปในห้องของการฟัง บรรยาย ผมเดนิ ด่ิงม่งุ ตรงไปยัง โต๊ะตวั แรกท่ใี กลก้ ับผู้บรรยาย มากทีส่ ดุ เพ่อื หวังจะเหน็ หนา้ อาจารย์ประมวลได้ชัดท่ีสุด คง อารมณเ์ ดยี วกับเหล่าแฟนคลับที่ วง่ิ ไปจองพืน้ ท่หี น้าเวทีของนักร้อง ศิลปินทคี่ ลง่ั ไคลช้ ื่นชอบ เวลาท่รี อคอยกม็ าถงึ ผมได้นง่ั ฟังอาจารยป์ ระมวล บรรยายอยตู่ รงหน้า ย่งิ ในระหว่างท่านสนทนาบรรยาย หันมามองเราบอ่ ย ๆ ในขณะสนทนา ช่ังเปน็ ช่วงเวลาท่ี อิ่มเอม ปีตยิ ินดีเปน็ ท่สี ดุ รวมถึงชว่ งเวลาท่ไี ดร้ ับโอกาสในการสนทนากับอาจารย์ ผมพดู ไปดว้ ยเสียงทส่ี ั่นเครือ ถ่ายทอดความร้สู กึ ออกมา ทำเอาน้ำตาปร่ิมในดวงตา ความปตี เิ ออ่ ล้นจากภายใน รวมถงึ ได้ขอให้อาจารยเ์ มตตาแนะนำชี้ทางให้กบั มิตรต่างวัยของอาจารย์ ท่ีกำลังเดินทางภายในตาม รอยของอาจารย์ ทา่ นอาจารยก์ ็ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรทีม่ ากมายในเชงิ ตรรกะความคิด เพราะทา่ นทราบดวี ่า เรานน้ั มอี ย่แู ล้ว แต่พยายามชี้เนน้ ให้เราเข้าไปสัมผสั มันด้วยจติ ภายใน คือการเดินทางภายในท่ผี มปรารถนา จำเป็นต้องขา้ มพ้นเร่ืองความคดิ ทะลวงความคดิ ซึง่ เปน็ บ่อเกิดของการตดั สนิ สิ่งตา่ ง ๆ ตามทิฏฐิของตน แต่ หากเราขา้ มพ้นมันไปได้ เราจะได้พบกบั ความเปน็ จริงของสัจธรรมที่ประจักษ์แจง้ จากภายใน จนไม่อาจอธิบาย มันออกมาให้ผอู้ ืน่ เข้าใจได้ชดั จนกวา่ เราจะเขา้ ไปเห็นมันด้วยตวั ของเราเอง การได้มาเจออาจารยป์ ระมวลในครัง้ นี้ ถือว่าทำให้ผมได้รบั แรงบันดาลใจ ได้รับคำแนะนำ ไดเ้ ห็น ตน้ แบบของครทู างจติ วิญญาณ ผเู้ ดินทางภายในทีเ่ ราควรเดนิ รอยตาม ในแบบของเราเองเพ่อื พบกบั สิง่ เดียวกนั น้นั คือส่งิ ท่อี งค์สมเด็จพระสัมมาสมั พุทธเจ้า และส่ิงทพ่ี ระอรยิ สงฆส์ าวกทา่ นเข้าไปถงึ นั่นเอง ทา้ ยทส่ี ุดนี้ขอขอบคุณ ผศ.บรรจง โสดาดี ทน่ี ิมนต์มร่วมเดนิ ทางในคร้งั นี้ ขอบคุณนายเกยี รตศิ ักด์ิ ตะเคยี นจนั ทร์ (ทดิ ภูมิ) ท่ีรับหน้าทเ่ี ปน็ กปั ปิยการกหรือไวยาวัจกร ทำให้สามารถรักษาธรรมวนิ ยั ได้สะดวก ยิง่ ข้นึ ขอบคุณมายทามกลั ยาณมติ รท่สี ละเวลาสว่ นตวั มาพบกนั ขอบคุณครบู าอาจารย์ นิสิต และผู้ร่วมเดินทางทุก ๆ ท่านที่มสี ่วนรว่ มในการเดินทางครั้งน้ี

๑๙ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ พระพธิ วิ ัฒน์ ปญุ ญฺ กสุ โล (หลวงพี่โอโม่) ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖ บณั ฑิตหลกั สูตรพทุ ธศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ รุน่ ท่ี ๖๗ สถานะ : ผรู้ ว่ มเดนิ ทางสกิ ขาจารกิ

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ | ๒๐ อยา่ งไร...? : จากเดนิ สอู่ ิสรภาพถงึ ขนั ธวิมุตสิ ะมงั คีธรรมะ พระวิดล คณุ ยตุ ฺโต๗ บทนำ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ มีปรัชญาของมหาวิทยาลัยว่า “ศูนย์กลางการศกึ ษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสงั คม” มพี ันธกิจในการ ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และวัฒนธรรม ในด้านการจัดการศึกษา ตามหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มี วัตถุประสงค์เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญในพระพุทธศาสนา สามารถวิเคราะห์ วิพากษ์และ วิจัยวิชาการด้านพระพุทธศาสนาไดอ้ ย่างแตกฉาน เพื่อผลิตบัณฑิตให้มคี ุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้นำสังคมด้าน จิตใจและปัญญา และเพื่อผลิตบัณฑิตให้สามารถนำพุทธธรรม ไปประยุกต์ใช้ ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และพัฒนาชีวิตและสังคม นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนานิสิตให้มีคณุ สมบัติที่พึงประสงค์ ๙ ประการ ได้แก่มีปฏิปทา น่าเลื่อมใส รู้เท่าทันความเปล่ียนแปลงทางสังคม มีศรัทธาอุทศิ ตนเพื่อพระพุทธศาสนา มีความสามารถในการ แก้ปัญหา มีความใฝ่รู้ ใฝ่คิด มีน้ำใจเสียสละเพื่อส่วนรวม มีโลกทัศน์กว้างไกล มีความเป็นผู้นำด้านจิตใจและ ปัญญา และมคี วามมุ่งมั่นพัฒนาตนให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจรยิ ธรรม วตั ถุประสงค์ ๑. เพื่อให้นสิ ติ ไดศ้ ึกษาวฒั นธรรมพุทธในอารยธรรมล้านนา ๒. เพือ่ ให้นิสติ ไดร้ ับประสบการณต์ รงเก่ยี วกบั พัฒนาการของพระพุทธศาสนาในยคุ ต่างๆ ๓. เพือ่ ใหน้ ิสิตตระหนกั รู้คณุ ค่าและความหมายของพระพุทธศาสนาในอดีตเช่อื มโยงถึงปจั จุบัน ๔. เพื่อบูรณาการรายวิชาและการส่งเสริมพัฒนานิสิตให้บรรลุวัตถุประสงค์การเรียนการสอนท่ี หลักสูตรไดก้ ำหนด ก่อนอื่นพระนิสิตขอชี้แจงในหลักประเด็นต่าง ๆ ว่า การที่นิสติ ได้สกิ ขาจาริกในทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมาได้ ประโยชน์หลายอยา่ งหลายประการดว้ ยกนั ประการแรกได้ทราบถงึ ความเป็นมาในยุคของความเจริญรุ่งเรืองใน แต่ละยุคแต่ละสมัย เช่น พุทธศิลปะ ความมีศิลปะในพระพุทธศาสนา ในยุคที่เจริญรุ่งเรื่องที่สุดเมื่อสมัยพระ เจ้าวรมัน ที่ ๗ ทรงสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นพุทธบูชามากมายมหาศาล และครั้งนี้นิสิตได้สิกขาจาริกโสเหล่ เสวนาอารยธรรมล้านนา (เชียงราย - เชียงใหม่) ไปครั้งเดียวได้เที่ยวหลายที่ ดีกว่าไปเป็นปีได้เที่ยวอยู่ที่เดียว ตลอดเสน้ ทางที่ไดเ้ ดินทาง นิสติ มีความดีอกดีใจปลาบปล้ืมยินดีอย่างยิง่ ที่มีคณาจารย์นำพาไปถงึ ภาคเหนือและ กลับมาโดยสวัสดิภาพ ตลอดการเดินทางมีคณาจารย์วิทยากรประจำบนรถ ได้พูดถวายความรู้ตลอดเส้นทาง อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อสิกขาจาริกคราใดกไ็ ม่ลืมสรรเสริญบทพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ คือสวดสาธยายทำ วัตรเย็นเมื่อเวลาพลบค่ำให้นิสิตได้สวดมนต์เจรญิ จิตภาวนาไปในรถด้วย เมื่อไปถึงที่พักแรมอำเภอพุทธมณฑล ๗นิสติ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ชั้นปีที่ ๔

๒๑ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ ของจังหวัดเชยี งราย รุ่งเช้าตืน่ ขึ้นมาได้ระลึกถึงการเดินทางว่า ทางที่พาคณะนสิ ิตมา ณ ครั้งนี้ มีเสียวอย่างแน่ แท้เพราะทางโค้งมีประมาณพันกว่าโคง้ ตลอดเส้นทางไม่ควรส่งกระแสจิตไป ณ ที่ใด ๆ ควรภาวนาระลึกร้ลู ม หายใจตลอดเสน้ ทางจะดีกว่า และถ้าหาก ว่าเกิดอุบัติเหตุข้ึนมาแล้วเสยี ชีวติ เราจะไม่เสียชาตเิ กิดอยา่ งแน่แท้ เมื่อเราส่งกระแสจิตออกไปนอกกายนั่นคือสถานที่เกิด คือ ภพชาติชรา มรณะ แต่ถ้าได้กระทำตามพระพุทธ องค์ทรงวางหลกั สตปิ ัฏฐานไว้แล้วอย่างไร อันคือความไม่ประมาทตลอดเส้นทางทุกย่างก้าว คือได้เจริญมรณา นุสสติไปดว้ ย ประโยคที่ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ภัตร ตาหารช่วงเช้าที่ได้รับถวายมีหลากหลายให้ได้ขบฉัน แต่สิ่งหนึ่งที่พระนิสติ เองไม่เคยได้ลิม้ ลองมาก่อนก็คือ ขนมจีนน้ำเงี้ยวซึ่งถ้าหากว่าพลาดโอกาสสิกขาจาริก ครง้ั น้ถี ือไดว้ ่าไม่ร้จู ักขนมจีนน้ำเงี้ยวตลอดชีพเลยก็ว่า ได้ซึ่งเป็นอาหารของชาวภาคเหนือทานกัน จากน้ัน เข้าสู่โหมดการเรียนรู้อารยธรรมแห่งวัดรองขุ่นซึ่ง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้ลงทุนสร้างโบสถ์ ถวายแก่วัดแห่งนี้ด้วยมูลค่าสองพันกว่าล้านบาท แสดงถึงความเสียสละแก่ประเทศชาติบ้านเมืองอย่าง มากโดยไม่หวังสิ่งผลตอบแทน แต่ละอย่างมีปรัชญา ธรรมแฝงอยู่ เพื่อให้ผู้คนต่าง ๆ นานาอารย ได้เท่ียว ชมผลงานของท่านได้ระลึกนึกถึงว่าบาปบุญนั้นมีจรงิ ไมอ่ งิ นิยาย ไม่ได้แต่งเร่ืองราว ทส่ี รา้ งขึ้นเป็นรปู เปน็ รา่ งข้นึ มานัน้ ไม่ได้สร้างมาเพ่ือให้ใคร ๆ หลงเชื่อ ไม่ได้วาด ภาพเพื่อให้ใครๆ กลัว แต่สิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริงของมันอย่างนั้นเองผู้เขียนนำมาไตร่ตรองพิจารณาดูแล้วว่าสิ่ง เหล่านั้นเกดิ ขึ้นได้เพราะเหตุใด พระพุทธศาสนาได้สอนให้เชือ่ กรรม คือการกระทำ สรรพสัตว์ที่มธี ลุ ีในดวงตา (คือจิตใจ) ก็มีอยู่ เพราะเกิดจากการกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจทั้งสิ้น พัฒนาการของ พระพทุ ธศาสนาในยุคต่างๆ เราไมอ่ าจรู้ได้ทงั้ หมดท้งั มวล แต่สิง่ ทคี่ วรกำหนดรู้ก็เพ่ือนำมาเป็นแบบแผนในการ ดำรงชวี ิตให้ดีงาม แตล่ ะยุคมีการใช้วาจาเป็นหลักในการสอื่ สาร และการสื่อสารน้นั จำเป็นต้องระมัดระวังอย่าง ย่งิ ประโยคท่วี ่าอยู่คนเดยี วใหร้ ะวังความคิด อยู่กบั มิตรใหร้ ะวงั คำพูด เมือ่ พูดไม่คิดชีวิตย่อมเปล่ียนไปในทางท่ี ไม่ดี เช่นเดียวกันกับสิกขาจาริกในครั้งน้ี ไปโดยเป็นหมู่เป็นคณะเป็นคนหมู่มากการใช้วาจาในการสื่อสารย่อม ตอ้ งคดิ ใหร้ อบคอบเสยี กอ่ น ความผดิ พลาดจักได้มีนอ้ ยลง

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ | ๒๒ อาจารย์ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ คอื ไอดอลในการสิกขอจารกิ คร้ังน้ี ที่สำคัญคือได้ไอดอล เป็นเครื่องมือ เป็นแรงจูงใจ ผลกั ดนั ให้นิสิตไดด้ ำเนนิ รอยตาม นำมาเป็นเยี่ยงอย่าง ซึ่งก็คือ อาจารย์ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ ทา่ นเปน็ ฆราวาสญาติโยม เพราะ ท่านคิดว่าการเรียนรู้อย่างเดียว นั้นคงยังไม่ใช่การบรรลุธรรม อย่างแน่นอน ทั้งที่ท่านทำงาน ทำการอย่างนี้เรื่อยมาจวบจน ครงึ่ อายุ คงไม่มีโอกาสได้อะไรไป มากกว่านี้ คงจักต้องทำอะไร บางอย่างให้ได้ และคงเสียชาติ เกิดอย่างแน่แท้หากไม่ได้บรรลุ คุณธรรมในชาตินี้ คณะนั้นจึง ตัดสินใจโดยที่ท่านเลือกลาออก จากงานประจำ แลว้ ตัดสินใจเตรียมตวั เดนิ ดว้ ยเท้าจากจังหวัดเชียงใหม่ ไปสู่เกาะสมุย จงั หวดั สุราษธานี อย่าง ที่ไม่มีใครท่านใดทำมาก่อน อีกทั้งไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาดเดียว ไม่ใช้เงินสักบาทเดียวในการเดินทางไปเกาะ สมยุ ซงึ่ นสิ ิตเองก็ยังมคี วามน่าท่งึ วา่ ทำไดอ้ ย่างไร อุปสรรคทอ่ี ยู่ข้างหน้าตลอด ๖๖ วนั ในการเดินทาง มนั ไม่ใช่ เรื่องง่าย หากเป็นพระภิกษุยังพอมีความไปมาเป็นไป ยังอาตภาพตนด้วยการถือบิณฑบาต ก็คงได้ภัตาตาหาร มาฉันโดยไมล่ ำบาก แต่อาจารยป์ ระมวล เพ็งจนั ทร์ ทา่ นนค้ี งมีความไม่ธรรมดาในตัวเอง มั่นใจเต็มเป่ียมเม่ือได้ ศกึ ษาธรรมท่หี ลวงปมู่ ่นั ทา่ นไดเ้ ขียนงานชิน้ หน่ึงไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา ผลงานของท่านมชี อ่ื ว่า มุตโตทัย หรือ (ขันธวิมุติสะมังคีธรรมะ) ท่านยิ่งมีความมั่นใจยิ่งขึ้นที่จะเดินเท้าจากภาคเหนือจนถึงภาคใต้ จนในสุดท้ายได้ ประสบผลสำเร็จ สิ่งที่เริ่มต้นและปลายทางอาจไม่ใช่อุปสรรค แต่สิ่งที่สำคัญคือระหว่างทางของการเดินทาง ภายหลังท่านได้เขียนลงหนังสือ เป็นผลงานชิ้นหนึ่งของท่าน ออกมาให้นักอ่านได้รับรู้เรื่องราวของท่านเมื่อ สิกขาจาริกในครั้งน้ัน หนังสือเล่มนี้มชี ื่อว่า “จากเดินสู่อิสรภาพถึงขนั ธวิมตุ ิสะมังคธี รรมะ” ความคิดนัน้ สำคัญ หากแต่ไมล่ งมอื ทำก็ย่อมไม่มีวนั สำเร็จ ดว้ ยเหตนุ ผ้ี เู้ ขยี นจงึ นำมาเปน็ ข้อคิดวเิ คราะหว์ ่าการเดินทางของอาจารย์ ประมวล เพ็งจนั ทร์ เช่นนักปราชญ์ทา่ นหน่ึงได้กล่าวไวว้ ่า หนทางหมืน่ ลี้ “ยอ่ มจะเร่มิ จากกา้ วแรกเสมอ” นิสิต ผู้เขียนเป็นกลุ่มผู้สร้างคู่มือ (กลุ่มที่ ๒) และเป็นกลุ่มแรกที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของการตอบคำถามเกี่ยวกับ อาจารย์ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ หัวข้อจากเดินสู่อิสรภาพถึงขันธวิมตุ สิ ะมังคีธรรมะ ของการแข่งขนั ตอบคำถาม ในจำนวน ๙ กลุ่ม ซึ่งผู้สร้างคู่มือเป็นผู้ชนะเลิศได้อันดับที่หนึ่งในการแข่งขันในครั้งนี้ก่อนออกเดินทางไปพบ ท่านท่มี หาวิทยาลยั เชียงใหม่ เมือ่ วันท่ี ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖

๒๓ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ สรุป การสิกขาจากริกครั้งนี้พระนิสิตพูดได้ว่าคุ้มค่าต่อการเดินทางอย่างมาก ด้วยการได้แสวงหาครูบา อาจารย์ผู้มีประสบการณ์ ดั่งคำโบราณท่านว่า น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ต้องอาศัยครูผู้มีความรู้และยอมลดตนเอง เพื่อเป็นลูกศิษย์เพื่อให้อาจารย์ได้เป็นผู้สอน การเป็นลูกศิษย์ไม่ควรทำให้ครูเศร้า เป็นลูกเต้าไม่ควรทำให้พ่อ แม่น้ำตาตก เป็นสามีภรรยาไม่ควรทำให้ช้ำชก เป็นพระไม่ควรทำให้วัดรก เกิดเป็นนกไม่ควรทำให้ต้นไม้โกรน เกิดเป็นคนอย่าลืมการศึกษาเป็นอันขาด ฉะนั้นการแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้มีประสบการณ์ ตลอดทั้ง คณุ ธรรมจรยิ ธรรมนน้ั หาไดย้ ากแลว้ แต่การนำส่ิงเหลา่ น้นั มาประพฤตปิ ฏบิ ัตติ ามใหเ้ กิดผลย่อมยากยง่ิ กว่า

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ | ๒๔ คุณค่าสกิ ขาจารกิ อารายธรรมล้านนา... ประสิทธ์ิ มากวงศ๘์ เกริ่นนำ การมาเยี่ยมเยือนของกัลยามิตร อาจารย์บรรจง โสดาดี และมากางเต็นท์นอนคืนที่ทุ่งนา ช่วงปลาย เดือนธันวาคม ๒๕๖๕ และชักชวนเข้าร่วมสิกขาจาริก ในการเดินทางครั้งนี้ เรามีเรื่องสนทนากันมากมาย โดยเฉพาะประสบการณ์ การร่วมทุกข์ ร่วมสุขใน ๓-๔ ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเดินธุดงค์ทางเท้าจากต้น ทาง มจร.วิทยาเขตสุรินทร์ ถึงปลายทาง ศูนย์ปฏิบัตธิ รรมโมลี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (ครั้งที่ ๑) และปลายทางไปศนู ยป์ ฏิบัติธรรมวดั สิรนิ ธร อำเภอช่องเม็ก จงั หวดั อบุ ลราชธานี (ครั้งที่ ๒) ทเ่ี ดินเท้ากว่า ๒๐ วัน และปฏิบัติธรรมอีกราว ๑ สัปดาห์ เป็นประสบการณ์การเดินทางไกลด้วยเท้าที่ยาวนานที่สุด ลำบากกาย มากที่สุด แต่กลับมีความประทับใจซาบซึ้งมากที่สุด ที่ยังจดจำได้ดีไม่รู้ลืม ถึงการสิกขาจาริก การศึกษาและ ฝกึ ฝนจติ ใจภายใน อารายธรรมลา้ นนา คุณค่าความหมาย ความดีงามท่ีควรศึกษาและตอ่ ยอด เป็นอีกครั้งของการเดินทางไกลกว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร ด้วยรถบัสใหญ่ เช่นเดียวกับในคราวที่สิกขา จาริกไปเมืองคุณหมิง สิบสองปันนา ประเทศจีน เพื่อศึกษาพระพุทธศาสนามหายานที่ต่างแดน และในครั้งน้ี เรามุ่งสู่ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ เพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา ในอารายธรรมล้านนา นับต้งั แต่อดตี ถงึ ปัจจบุ ัน ด้วยความมั่นคงของอาณาจักรล้านนา ของราชวงศ์มังราย นับตั้งแต่พญามังราย ปฐมกษัตริย์ปกครอง ในปี พ.ศ.๑๘๓๙ กว่า ๗๐๐ ปี ที่ชุมชนได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ผืนป่า แม่น้ำ และขุนเขา อันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งผู้คนได้อาศัยอยู่กินโดยไม่ขาดแคลน และมีพระสงฆ์เป็นผู้สาธยายธรรมให้กับ ผู้คนในชุมชนสังคมล้านนา สร้างความคดิ ความเช่อื ในการอย่รู ว่ มกันอยา่ งสงบสุขตลอดมา ดังน้ัน ด้วยการทีอ่ ่ิมพอ และจติ ใจท่ปี รารถนาความสงบสุข เจา้ ผูค้ รองนครกส็ รา้ งวัดและศาสนสถานท่ี ยิ่งใหญ่งดงามหลายสิบแห่ง ส่วนชุมชนก็สร้างวัดนับกว่าพันวัดในเขตเมืองล้านนา เราจึงพบเห็นวัดและศาสน สถานมากมายในเขตเมืองเก่า ไดแ้ ก่ เมอื งเชยี งแสน เมอื งกุมกาม และเมืองเชยี งใหม่ วัดและศาสนสถานเหล่านั้น ล้วนมีความเกี่ยวเนื่องด้วยกับพระพุทธศาสนา ที่เจ้าเมืองและประชา ราษฎรมีความศรัทธาร่วมกัน งานศิลปะล้านนาทุกด้าน งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม รวมทั้งงานจิต กรรม จึงยิ่งใหญง่ ดงามและดีงาม การพฒั นาต่อยอดหรอื การขยายผล กำลังดำเนนิ การอยแู่ ละเดนิ ต่อไปเชน่ ๑) การสงเคราะหผ์ ู้ยากลำบากทางกาย ก็มีโรงพยาบาลวัดหว้ ยปลากั้งเพ่ือสังคม และการมีงานทำท่ี มรี ายได้ในพื้นที่ใกลเ้ คยี งกบั วัด รวมทง้ั มีการร่วมมอื กบั ต่างศาสนาเป็นสหธรรมิกสงเคราะห์ชุมชนสังคม ๒) การอนุเคราะห์ให้ใช้สถานที่ที่พร้อมให้บริการแก่ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ทั้งที่พัก ที่ประชุม ท่ี สักการะบูชา ที่ปฏิบัติธรรม และธรรมชาติที่ร่มรื่น งดงาม เช่น ที่พุทธมลฑลเชียงราย เนื้อที่ราว ๑๕๐ ไร่ วัด พระธาตุผาเงา จงั หวดั เชียงราย วดั รำ่ เปิง จังหวดั เชยี งใหม่ รวมทงั้ เครอื ข่าย มจร. วทิ ยาเขตต่างๆ ๘ ผ้รู ่วมสกิ ขาจาริก

๒๕ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ ๓) สถานที่อันสวยงาม วิจิตรพิสดารที่วัดร่องขุ่น ที่สร้างสรรค์งานศิลป์ อันเกี่ยวเนื่องด้วย พุทธ ศาสนาให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาเยี่ยมชม งานก่อสร้างสถาปัตยกรรม งานหล่อ งานปั้นพระพุทธรูปที่เป็น ปฏิมากรรมที่งดงาม งานจติ รกรรมบนกระดาษโปสการ์ด บนฝาผนงั ท่ดี งึ ดูดอารยชนไดเ้ ข้ามาสมั ผสั ความที่เป็น รูปธรรม และเข้าถึงความดี ความงามทางจติ ใจดว้ ยนามธรรมตามลำดับ ซึ่งอาจารยเ์ ฉลิมชยั ได้ประกาศตนจะ รับใช้ ชาติ พุทธศาสนา นับตั้งแต่อายุ ๔๕ ปี ในปัจจุบันช่วงใกล้วัย ๗๐ ปี ก็ออกไปขับมอเตอร์ไซต์ท่องเที่ยง และระดมทนุ สนับสนุน งานมลู นธิ วิ ดั รอ่ งข่นุ ให้ย่ังยนื ต่อไป ๔) สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพทุ ธ และทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติ ผสมกับความตื่นเตน้ ตื่นกลัวกับ Sky Walk นวัตกรรมทันสมัยของวัดพระธาตุผาเงา อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ก็ดึงดูดท้ัง ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้เข้าวัดสักการะ และชื่นชมกับความงามของลำน้ำโขงและทิวทัศน์ของดินแดน ไทย-ลาว เป็นงานและรายได้ที่ท้าทายการบริหารจัดการในยุคสมัย การเปลี่ยนแปลงที่ต้องหาความรู้ หาวิธี จดั การท่ถี กู ตอ้ งเหมาะสมต่อไป ๕) การศึกษาและการท่องเที่ยวของผู้คน ต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรมของชาวตะวันตกและ ชาวเอเชีย ในพื้นที่อารยธรรมล้านนา เช่น วัดป่าสัก จังหวัดเชียงราย วัดสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ วัดสวนดอก จังหวัดลำพูน และวัดเจดีย์หลวง จังหวัดลำปาง เป็นที่ศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนา ที่ผ่านมาแล้วกว่า ๗๐๐ ปี กับศิลปะ ความงดงามในด้านต่างๆท่เี หลา่ บรรพชนผู้มบี ุญคุณไดส้ รา้ สมบญุ อันดงี ามมา ต้นทนุ เดิมอันยิ่งใหญ่ไว้ ใหแ้ ล้ว เราจะยกระดับการศึกษาเชงิ ประวัติศาสตร์ในท้องถน่ิ และชาติอยา่ งไร และการพฒั นาเศรษฐกิจเชิงท่อง เที่ยง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทั้ง ๔ จังหวัด ให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน อยา่ งย่งั ยนื ต่อไปไดอ้ ย่างไร

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ | ๒๖ สาระธรรมและวิธีการเข้าถึงธรรมทีค่ วรแบ่งปนั การส่งเสริมมนุษย์ให้มีสติ มีปัญญา ตามหลักไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญา ในกิจกรรมโสเหล่ เสวนา “การเดินทางสู่อสิ ระภาพถึงขันธวิมุติสะมังคี” โดยอาจารยป์ ระมวล และคณาจารย์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ และการฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ที่วดั รำ่ เปงิ ดอยสุเทพ จงั หวัดเชียงใหม่ คอื การถงึ ปัญญา ๓ ระดับในพระพุทธศาสนา คือ สุตะมยปัญญา จิตนมยปัญญา และภาวนามยปญั ญา ด้วยการศกึ ษาธรรมจาก ธรรมชาติรอบตวั เรา และธรรมชาติของจิตภายในตวั เรา ด้วยความมสี ติ ระลึกรู้ในความร้สู ึกตวั และความหมาย ในใจเรา (จิตต้น) เหล่านี้คือ “กระบวนการปรับจิตใจใหม่” หรือ “จิตตื่นรู้” และการเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ใน ครรลองแห่ง “ศลี สมาธิ ปัญญา” ที่จัดปรบั กระบวนทศั น์ใหม่ เปลย่ี นเป้าหมายชีวติ จากเงนิ หรือมลู ค่าทางวัตถุ เป็นการเข้าถึงสิ่งที่สูงสุดคือ คุณค่าความมายทางจิตใจ ที่สังคมไทยควรได้แบ่งปันต่อกัน ทั้งชาวไทยและชาว ตา่ งประเทศ เพราะมนุษยท์ ัง้ ผองคือพน่ี อ้ งกันโดยแท้ ข้อเสนอแนะ สง่ิ ที่ควรทำตอ่ ไป ๑) ใช้ประสบการณ์การเรยี นรู้รว่ มกันครั้งนีเ้ ป็นฐานการเรียนรู้ต่อเนื่องต่อไป เพื่อลงเนื้อหาประเดน็ อันลึกซึ้ง ตามสนใจของพระนิสิต เพราะประสบการณ์ตรงหรือความรู้ในครั้งนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้พระนิสิต ตื่นตัวกับประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกันต่อ อันเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนา ตนเอง ทง้ั ทางโลกและทางธรรมอันดีต่อไป ๒) บทบาทใหม่ของครูอาจารย์ในฐานะวิทยากรกระบวน ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสาร สมัยใหม่ ทำให้คนยุคนี้มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนเพื่อเรียนรู้เรื่องราวสาระ หรือคอนเท็นต์ใหม่ๆ ได้มากมายอย่างง่ายดาย ประเด็นท้าทายคือ การเลือกเรียนรู้ประเด็นทั้งสาระและอสาระ (ไร้สาระ) จะเลือก อย่างไร จึงเป็นโอกาสและบทบาทของครูอาจารย์สถานศึกษา ที่จะช่วยแนะนำหวั ข้อประเด็นแกพระนิสิตหรือ คนหนุ่มสาว ในการศึกษาและจัดกลุ่มศึกษา ซึ่งครูอาจารย์ก็สามารถทำหน้าที่ทั้งเป็น “วิทยากรผู้รู้” และเป็น “วทิ ยากรกระบวนการ” ไปพร้อมกนั ด้วย

๒๗ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ ๓) การขยายขอบขา่ ยการสิกขาจาริกในอารยธรรมอื่นๆ ได้แก่ อารยธรรมทราวดี อารยธรรมศรีวิชัย หรอื อารยธรรมลา้ นชา้ ง เป็นตน้ และการเดินทางสิกขาจาริก พร้อมการฝกึ วิปัสสนากรรมฐานในปลายทาง ก็ยัง เปน็ เรื่องสำคญั ท่ที ้าทายให้พทุ ธบรษิ ัท ๔ ได้ศกึ ษาและฝึกฝนทุกรปู นามตลอดมา

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ | ๒๘ ...อีกครงั้ กบั สกิ ขาจาริก ยุพดี มากวงศ์๙ เปน็ อกี ครั้งหนึง่ ทมี่ ีโอกาสสิกขาจาริกกบั พระคุณเจา้ ร้อยกว่าชวี ติ ประกอบดว้ ย พระอาจารย์ พระนสิ ิต คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ จากจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ในโครงการ สิกขาจาริก โสเหล่ เสวนา อารายธรรมล้านนา ในลักษณะหอ้ งเรยี นเคลอ่ื นท่ี ระหวา่ งอยูบ่ นรถบัส ตามธรรมเนียมปฏบิ ัติ คือ การ ทำวัตรเช้าบนรถ หลังจากรถเคลื่อนที่จากวัดศาลาลอย จังหวัดสุรินทร์ ตามด้วย แนะนำตัวผู้ร่วมเดินทาง ต่อ ด้วย ความคาดหวังของแต่ละรูปต่อคน และแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกันตลอดเส้นทาง โดยมีอาจารย์ ผูท้ รงคุณวุฒิทางดา้ นประวัติศาสตร์ คอื อาจารย์สุทัศน์ กองทรัพ ใหข้ อ้ มูลความรู้เป็นช่วงๆ จนกระท่ังถึงพุทธ มณฑล จงั หวดั เชยี งราย เวลาประมาณตสี อง พกั ผ่อนตามอัธยาศัย เช้า ๒๔ มกราคม ๒๕๖๖ ออกเดินทางไปวัดร่องขุ่น ระหว่างเดินทาง ได้รับเกียรติจาก ดร.กฤษชัย เป็นมัคคุเทศพิเศษ ให้ข้อมูลกายภาพของจังหวัดเชียงรายพอสงั เขป จนกระทั่งถึงวัดร่องขุ่น ได้คารวะอาจารย์ เฉลิมชยั โฆษติ พพิ ฒั น์ ประติมากรรมสีขาวที่โดดเด่น เป็นวัดที่โด่งดังด้วยศิลปกรรมที่งดงามติดอันดับของจังหวัดเชียงรายที่ ดึงดูดนักท่องเที่ยงจากต่างประเทศและในประเทศ ให้มาชมได้อย่างมากมาย อาจาร์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรผู้มีชื่อเสียงระดับชาติ เป็นผู้สร้างถวายวัด ด้วยทุนส่วนตัว ความงดงามของศิลปะหลากหลายแขนง แลว้ แตพ่ ้นื ฐานความสนใจของแตล่ ะคนจะเลือกชม เรยี กว่าครบวงจรชม ชิม ชอ็ ป แชะ ต่อดว้ ยวัดห้วยปลากงั้ ซ่ึงบริหารงานโดย หลวงพอ่ พบโชค ทโ่ี ดดเด่นหลายดา้ น ศิลปกรรมงดงามท้ังใน แบบพุทธศิลปข์ องมหายาน เจดีย์เจ้าแม่กวนอิม บันไดนาค มีโรงพยาบาลรักษาฟรี มีโรงเรียนส่งเสรมิ อาชีพ ที่ ๙ ผู้รว่ มสกิ ขาจาริก

๒๙ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๔ สำคญั คอื การทม่ี ศี าสนาหลากหลายมาทำกจิ กรรมร่วมกนั ไดแ้ ก่ ศาสนาพุทธ ครสิ ต์ อสิ ลาม ฮินดู ซิค ณ ท่ีนี้ ได้มีโอกาสพบคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ใจในทางธรรม ศึกษา ฝึกฝน และเผยแพร่หลักธรรม คำสอนของพระสัมมาสัม พุทธเจ้า กัลยาณมิตร หลวงพี่โอโม่ ที่เป็นสะพานบุญให้รู้จัก น้องมายทาม รู้สึกยินดีกับน้องมายทามและ ครอบครัว ท่นี ้องคน้ พบเป้าหมายชีวติ ของตนเองได้เรว็ ทางที่ใช่และชอบ ด้วยวัยเบญจเพศเท่านั้น ลำดับต่อมาเดินทางเข้าสู่เมืองเชียงแสน โดย ดร.เศรษฐบัณฑิต มัคคุเทศกิตติมาศักดิ์ เรื่องราว หลากหลาย พรั่งพรูออกมาให้คณะเราได้เรียนรู้ ทั้งทางด้านภูมิประเทศ ด้านประวตั ิศาสตร์และอื่นๆ ได้สัมผัส เชียงแสน เมืองสามแผ่นดิน (ไทย ลาว พม่า) ความงดงามของธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ล้านนาที่ยาวนาน เกือบ ๗๐๐ ปี สามเหลี่ยมทองคำ ที่เป็นเขตแบ่งการปกครองสามประเทศ จึงเข้าสู่การศึกษาวัดโบราณ ซึ่งมี กระจายอยู่ทั่วเมือง คณะเราเข้าสักการะ วัดป่าสักและวัดเจดีย์หลวง ที่เก่าแก่ยาวนาน มาพร้อมกับการ ปกครองของพระมหากษัตริย์ที่มเี รื่องราวเกี่ยวข้องกันมายาวนาน เพราะกษัตริย์เปน็ องค์อุปถัมภ์ให้มีการสร้าง วัดต่างๆ ตามโอกาสสำคัญที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดปูชนียสถานใหค้ นรุ่นหลังได้สืบค้น ศึกษาหาความรู้ได้ง่ายข้นึ เพ่ือรู้จกั รากเหง้าของบรรพบรุ ุษตนเอง และเชอื่ มโยงกบั เพื่อนบ้านใกล้เคียงท่ีอยู่ในยคุ สมยั เดียวกนั ช่วงเย็น (๒๔ มกราคม ๒๕๖๖) ได้มีโอกาสมาพักที่วัดพระธาตุผาเงา ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นวัดของหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ท่านได้เมตตาค่อคณะสิกขาจาริก เข้าพบ ในช่วงค่ำและมีการปฏิสันถารพอสมควร เช้ามืด (๒๕ มกราคม ๒๕๖๖) ได้เดินขึ้นบนเขา เพื่อทำวัตรเช้าที่ อโุ บสถบนเขาแสนชมสกายวอร์ค ไดช้ มภาพ สามแผ่นดินในมุมสูง ทง้ั ธรรมชาติ ดนิ นำ้ ปา่ ภเู ขา และสิง่ ปลูกสรา้ งล้วนกลมกลืนกนั ดงั คำท่หี ลวงพ่อกลา่ ววา่ เพราะวัดมี สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงสามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับวัด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครๆก็ อยากจะมาให้ไดค้ รง้ั หนงึ่ ในชีวติ เดนิ ทางตอ่ มาท่ีเชียงใหม่ ไดไ้ ปสักการะวัดหลายวัด เชน่ วดั เจ็ดยอด วัดพระสงิ ห์ วัดสวนดอก และวัด เจดีย์หลวงที่หลวงปู่มั่นเคยมาจำพรรษา แต่ละวัดมีศิลปะแบบล้านนาที่งดงาม เป็นเอกลักษณ์ มีพระพุทธรูป

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ | ๓๐ สำคัญประดษิ ฐานอยู่ นอกจากความงดงามของศลิ ปะทีผ่ า่ นทางสายตา และหทู ไี่ ดร้ ับฟังเร่อื งราวความเป็นมาท่ี เนิ่นนานหลายชั่วอายุคน การปกครองของกษัตริย์ที่อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและเห็นภาพการปกครอง ประชาชนในยคุ ประวัติศาสตร์ ความอดุ ดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ บรรยากาศท่เี ย็นสบาย ผ่อนคลาย แต่ละวัดมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศที่มาชมมากมาย ล้วนมีใบหน้าเบิกบาน แจ่มใส สงบ แต่ง กายถูกกาละเทศะ นี่คอื การดำเนินชวี ติ แบบสโลว์ ไลฟ์ จรงิ ๆ เมื่อเราได้เรียนรู้ทางสัมผัสภายนอกต่างๆมาแล้ว วันนี้ (๒๖ มกราคม ๒๕๖๖) เป็นโอกาสดีที่ได้มาฟัง อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ของอาจารย์บรรจง โสดาดี ที่ท่านเป็นสะพานบุญให้คณะสิกขา จาริกของเราได้มาฟัง อาจารย์ประมวล บรรยายสดที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการคืนสู่ เยา้ ของอาจารย์บรรจง ท่ีย่ิงใหญ่ ดว้ ยคณธพระสงฆห์ มู่ใหญ่จาก มจร.วข.สุรินทร์ เบกิ บานกันถว้ นหนา้ อาจารย์ประมวล ที่รู้จักท่านผา่ นทางอาจารย์บรรจง รวมทั้งอ่านหนังสือ เดินสู่อิสรภาพ และช่องทาง อื่นๆ เมื่อได้มาฟังท่านบรรยายสด รู้สึกได้ถึงพลังความรัก ความเมตตา ซาบซึ้งในแต่ละคำพูดที่อาจารย์กล่าว ออกมาอย่างปาฏิหารย์ที่คนธรรมดาคนหนึ่งได้แบ่งปันพลังนี้อย่างมีอานุภาพเช่นนี้ เป็นความรู้สึกที่บรรยาย ยากมาก เพราะเคารพศรัทธา ในสิ่งที่ท่านเดินหาความหมายของชีวิต เพื่อการหลุดพ้นและแบ่งปัน ประสบการณ์สู่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างแก่คฤหัสถ์ที่กำลังแสวงหา ได้ศึกษาทางลัดเพื่อเข้าถึงสัทธรรม ของชีวติ ได้ง่ายข้ึน โดยการภาวนาตามแนวทางทอ่ี าจารยไ์ ดแ้ นะนำ การค้นหาจากจติ ภายในของตนเองตอ่ ไป มาเชียงใหม่ก็ต้องไปดอยสุเทพ เป็นโอกาสดีของเราที่ได้ไปดอยปุยด้วย โดยได้อาศัยบารมีของพระ อาจารย์วัชะ พระอาจารย์สมพงษ์ หลวงพี่โอโม่ พระนิสิตอีก ๒ รูป และคุณประสิทธิ์ โดยมีศรัทธาญาติโยม ผู้หญิง ๒ คน ได้ถวายค่ารถในครั้งนี้ เพราะศรัทธาในพระภิกษุสงฆ์ ส่วนคนขับรถก็ปลื้ม เล่าทั้งขาไป-ขากลับ ว่าโชคดีว่ารถคนอนื่ ที่มพี ระคุณเจา้ มาขน้ึ รถของตนเอง อานสิ งสเ์ กิดข้ึนไดท้ ันที ปล้ืมกนั ถ้วนหน้า

๓๑ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๔ การสิกขาจาริกครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ อารยธรรมล้านนาที่ยาวนาน สืบเนื่องมา จนถึงปัจจุบัน มีพุทธศิลป์ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ และอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุไว้ และมีสิ่วใหม่ๆเกิดขึ้น มาอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว ให้ผู้ที่แสวงหาทั้งหลาย ได้เป็นที่พักกาย พักใจ สุขกาย สุขใจ หายเหนอื่ ยลา้ มพี ลงั กา้ วเดนิ ตอ่ ไป ขอขอบคุณอาจารย์บรรจง โสดาดี และมจร.วข.สุรินทร์ เป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสได้มาสิกขาจาริก โส เหล่ เสวนา อารายธรรมลา้ นนาในคร้ังน้ี หลายคร้ังทม่ี ีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกับอาจารย์บรรจง ที่เลี่ยงไม่ได้คือ การถูกกระทบกระทั่งจากผู้ร่วมคณะ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี จนอยากรู้ว่า จิตใจของอาจารย์ทำด้วยอะไร มีเทคนิค วิธีการจัดการสภาวะนี้ได้อย่างไร จึงมีความอดทนสูงมาก มาก มาก อดทนต่อไปนะครับอาจารย์ “ถ้าไม่ใช่ อาจารยบ์ รรจง กจิ กรรมแบบนี้ทำไมไ่ ด้หรอก”

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๔ | ๓๒ ประสบการณร์ ่วมเดนิ ทาง มายทาม คณพศ๑๐ การสิกขาจาริกในครง้ั นี้ ข้าพเจา้ ได้รว่ มเดนิ ทางดว้ ยในชว่ งระยะเวลาสนั้ ๆ แต่ก็ได้สมั ผัสประสบการณ์ ท่ีมคี วามหมายและไดร้ บั ความรู้มากมาย จากพระวทิ ยากรผูท้ รงคณุ วุฒิอยา่ งพระอาจารย์พบโชค และความรู้ จากคณาจารยท์ ้ังหลาย การที่ มจร. วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ ได้พาพระนิสิตมาจาริกในคร้ังนนี้ ับวา่ เป็นประโยชนย์ ง่ิ โดยเฉพาะใน เรือ่ งของงานพทุ ธศลิ ป์ซ่ึงเปน็ การสัมผสั ประสบการณ์ท่จี ะทำใหท้ า่ นทั้งหลายเหลา่ นนั้ นำส่ิงทไี่ ด้พบเหน็ ไป พัฒนาวดั ของตัวเองใหม้ ีความเจริญย่งิ ข้นึ เพื่อดงึ ดดู พุทธศาสนกิ ชนมาเขา้ วัดทำบุญ ซงึ่ เป็นบุญขัน้ ตน้ เพื่อที่ พวกเขาจะไดอ้ ัพเกรดตวั เอง ในการรักษาศลี ที่เป็นบญุ ในระดบั กลางและต่อยอดไปจนถึงการภาวนาซึ่งเป็นบุญ ขัน้ สูง ข้าพเจ้าเหน็ วา่ การจารกิ ในครั้งน้ีทรงประโยชน์และทรงคุณคา่ เปน็ การเดินทางภายนอกสูค่ วามหมาย ภายในอย่างแท้จรงิ ๑๐ ผู้รว่ มสิกขาจารกิ

๓๓ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ ปจั ฉิมบท : บุคคล เครอื ข่าย สถานท่ี ความสำเรจ็ ... บรรจง โสดาด๑ี ๑ กลุ่ม มจร วิทยาเขตสรุ ินทร์... อาจารยผ์ รู้ บั ผิดชอบหลกั สูตร : พระครปู รยิ ตั ิวิสุทธิคุณ,รศ.ดร. แม้จะมีภารกิจมากมาย มีเวลาไม่มาก แต่ก็ดั้นด้นเดินทางตามคณะไปทีหลังโดยใช้พาหนะส่วนตัว ทันเข้าร่วมช่วงเวลาจุดสำคัญสูงสุด(climax) ของ กิจกรรมสิกขาจาริกโสเหลเ่ สวนาท่ีมหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ พระปลดั วชั ระ วชริ ญาโณ, ผศ.ดร. ประธานหลกั สูตร แม้จะติดภารกิจสำคัญเช่นกันแต่ก็ตามมาทันทีเชียงแสนด้วยพาหนะส่วนตัวและนำพาหนะไปใช้สนับสนุน กิจกรรม พระมหาสมพงษ์ ฐิตจิตฺโต อ.ธีรทิพย์ พวงจันทร์(ที่มิได้เดนิ ทางร่วมในครัง้ นี้) รวมทั้งผู้เขียน เป็นกลุ่ม มดงานในการทำงานให้แล้วเสร็จ คณาจารย์ทั้งห้าท่านเป็นเจ้าภาพหลัก รับผิดชอบตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ภารกิจ ทุม่ เทเสยี สละอทุ ิศตนอย่างมาก เป็นทกุ อยา่ งใหก้ บั กิจกรรมคร้ังนี้... ๑๑ อาจารย์ประจำหลกั สตู รพทุ ธศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๔ | ๓๔ กลมุ่ วิทยากร : พระมหายุทธพิชาญ โยธศาสโน พระมหาโชตนพิ ฐิ พนธ์ สุทธฺ จิตโฺ ต,ผศ. ผศ.สุทัศน์ กองทรัพย์ และ ดร.ธนรัฐ สะอาดเอี่ยม ทั้งสี่ท่านเป็นแนวร่วมสำคญั ในการกำกับดูแลคณะสิกขาจาริกให้ อยใู่ นระเบยี บแบบแผนดีงาม เป็นวทิ ยากรบนรถ และเป็นท่ปี รกึ ษารว่ มตดั สินใจ...

๓๕ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ กลุ่มเจ้าหน้าท่ีประสานงาน : นส.จิรารัตน์ พิมพ์ประเสริฐ นส.ณัตพร บุญปก รับภาระเป็นผู้ช่วยใน ดา้ นธรุ การ เอกสาร การเงิน...

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๔ | ๓๖ กลุ่มบัณฑิตศิษย์รุ่นพี่ : พระพิธิวัฒน์ ปุญฺญกุสโล เป็นศิษย์พี่ท่ีมีต้นทุนด้านความรู้สูง ความคิดสุขุม ลุ่มลึก มีความอาจหาญในที่ชุมชน สามารถถอดบทเรียน ให้ข้อคิด และสรุปประเด็นการเรียนรู้ที่กระชับและ ชดั เจน สว่ นนายเกียรติศักด์ิ ตะเคยี นจันทร์ เป็นศษิ ย์พท่ี ีค่ ่อยชว่ ยเหลือกิจกรรมในทุกๆ เร่อื ง เชน่ เป็นตากล้อง ประสานงานสถานที่ ฯลฯ และพระธเนศ ฐานิโย ไมไ่ ดเ้ ดนิ ทางดว้ ยแตช่ ่วยสนบั สนนุ ค่าพาหนะกจิ กรรม ท้งั สาม ท่านเปน็ บัณฑิตใหมใ่ นปีการศึกษา ๒๕๖๕

๓๗ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ กลุ่มเครอื ข่ายจังหวัดเชียงราย : กลุ่มแนวร่วมเชียงราย : คณะผู้บริหาร คณาจารย์จากวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย จำนวนหลายท่าน ประกอบดว้ ย พระครสู ธุ สี ตุ สนุ ทร,ดร. พระมหาธีรวัฒน์ เสสปฺญโญ,ผศ.,ดร. พระครสู งั ฆรักษเ์ รวฒั น์ เรวโต ดร. กฤษชัย ดร.เศรษฐบัณฑติ เป็นตน้ ประสานงานเชื่อมโยงรว่ มกับคณะสงฆจ์ ังหวัดเชยี งราย ตลอดถงึ พระไพศาล ประชาทร วิ. ให้การต้อนรับและอุปถัมภ์ ทั้งสถานที่พักค้างแรม ภัตตาหาร และวิทยากร ช่วงที่สิกขาจาริกใน จังหวัดเชยี งราย จุดสำคญั … - พุทธมณฑล/ - วัดรอ่ งขุน่ - วัดหว้ ยปลากั้ง/พระไพศาลประชาทร ว.ิ - วดั พระธาตุผาเงา/

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๔ | ๓๘ กลุ่มแนวร่วมเชียงแสน : มีคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย ทำหน้าที่เป็น วิทยากรนำสิกขาจาริกทั้งบนรถและตามโบราณสถานต่างๆ ช่วงสิกขาจาริกที่เชียงแสน ได้รับการต้อนรับจาก คณะสงฆ์ พระมหาธีรวัฒน์ เสสปฺญโญ,ผศ.ดร. แม่ชีศศิภา ท่านท็อป คณะศิษย์ภายในวัดพระธาตุผาเงา เป็น อย่างดีเชน่ เดียวกบั ในตวั จงั หวดั เชียงราย โดยเฉพาะพระพทุ ธญิ าณมุนี เจา้ คณะจังหวัดเชยี งราย นอกเหนอื จาก จะมีบัญชาบุคลากรภายในวัดอำนวยความสะดวกอย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังเมตตาบรรยายให้ความรู้แก่คณะสิกขา จาริกจากแดนไกลในครั้งน้ี ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง และตลอดระยะเวลาที่สิกขาจาริกในจังหวัด เชยี งรายหากมีข้อผดิ พลาดประการใด กราบขออภยั มา ณ โอกาสน้ี...

๓๙ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๔ ศนู ยก์ ลางอาณาจักรลา้ นนา : แหลง่ อารยธรรมสำคัญ ในศูนย์กลางอาณาจักรลา้ นนา ไดแ้ ก่ วัดเจด็ ยอด วดั เจดียห์ ลวง วัดพระสิงห์ วดั สวนดอก ซง่ึ ในแตล่ ะสถานทไ่ี ดร้ ับความอนเุ คราะห์จากกลุ่มเครือขา่ ยแนวร่วมจังหวดั เชยี งใหม่ เชน่ พระเทพ สิงหวราจารย์ พระอาจารย์ที่วัดเจดีย์หลวง พระอาจารย์ที่วัดสวนดอก และอาจารย์สกุณา คงจันทร์ จาก มจร วทิ ยาเขตเชยี งใหม่ เปน็ วทิ ยากร แมก้ าลเวลาลว่ งเลยถงึ คำ่ มดื ...

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๔ | ๔๐ กล่มุ เครอื ข่ายจงั หวดั เชียงใหม่ สำนกั ปฏิบัติวัดร่ำเปิง(ตะโปทาราม) : คณะสิกขาจารกิ มาอาศยั ใบบุญพักพิงถึง ๒ คนื อีกทง้ั ยังเป็น แหล่งฝึกฝนปฏิบัตวิ ิปัสสนากัมมัฏฐาน แม้ว่าช่วงเวลาทีไ่ ปพักนั้นท่านเจ้าอาวาสมีภารกิจไปต่างประเทศก็ตาม การต้อนรับของคณะสงฆ์ภายในวัดก็ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่ง ...วัดร่ำเปิงจึงถือเป็น จุดสำคัญ(highlights) อกี แห่งหนึง่ ในการสกิ ขาจาริกในครงั้ น้.ี ..

๔๑ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ กลุ่มเครือข่ายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : จุดสำคัญสูงสุด(climax) ของกิจกรรม คือ กิจกรรมโสเหล่ เสวนาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหัวข้อ “จากจาริกสู่อิสรภาพถึงขันธวิมุตมังสธรรม” โดย ดร.ประมวล เพ็ง จันทร์ ถือเป็นเป้าหมายหลักในกิจกรรมสิกขาจาริกโสเหล่เสวนาในครั้งน้ี ซึ่งได้รับการต้อนรับและเกื้อกูลทุก ดา้ นจากคณาจารย์บุคลากร ภาควชิ าปรชั ญาและศาสนา คณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ นำโดย รศ. ดร.บุณย์ นลิ เกษ ผศ.ดร.สมหวัง แก้วสฟุ อง ผศ.ดร.ปยิ ะมาศ ใจใฝ่ รศ.ดร.ปรตุ ม์ บุญศรตี ัน ผศ.ดร. สยาม ราช วัตร ผศ.ระพี แสงสาคร เป็นต้น โดยคณบดีให้เกียรติมาเปิดกิจกรรมโสเหล่... สำหรับผู้เขียนเองรู้สึกอบอุ่นใจ และสำนกึ ในพระคณุ ต่อคณาจารย์ในการกลบั มามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คร้งั น.ี้ ..

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ | ๔๒ บรรยากาศมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : ห้องประชุม ๕๐ ปี อาคาร HB6 คณะมนุษยศาสตร์ ... อ่างแกว้ หนา้ ตกึ ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่...

๔๓ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ สถานที่สำคัญ : ช่วงเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา...แวะสักการะพระธาตุหริภุญชัย วัดหริภุญชัย จังหวัด ลำพูน และวดั พระธาตหุ ลวงลำปาง จงั หวัดลำปาง...

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๔ | ๔๔ กลุ่มผู้ให้ความอุถัมภ์ : พระครูสุวรรณโพธิคุณ พระวรรณชัย อภินนฺโท อาจารย์แม่สุพิชฌาย์ทัวร์ พระอาจารย์ อัมพร พระครูสุคนธ์สีลากร พระธเนศ ฐานิโย พระครูวินัยธรเขตโสภณ พระพัชรพล ปญฺญาธโร พระใบฎีกา รัตนะ รตนโชโต ฯลฯ ยังมีอีกท่านอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยนาม..เครือข่ายกลุ่มบุคลลเหล่านนี้ล้วนมีคุณค่าและ ความหมายต่อการสิกขาจาริกในครั้งนี้อย่างยิ่ง อีกทั้งมีจำนวนมากที่สุด กว้างไกลที่สุดเท่าที่เคยดำเนินการมา ขอกราบขอบพระคุณเปน็ อย่างสงู

๔๕ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๔ สำเรจ็ แคไ่ หน/ได้ผลอย่างไร... เมื่อนำกระบวนการวัดค่าด้วย KPI (ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ) กิจกรรมสิกขาจาริกโสเหล่เสวนา...เน้น สร้างโลกทรรศน์ กระต้นุ ให้เกดิ ความคิด โดยกระจายงานร่วมรับผดิ ชอบ(K) ดำเนนิ ภารกิจตรงตามคู่มือ ส่งผล การประเมนิ ที่สงู และผู้เข้าร่วมกจิ กรรมได้รับเรียนรู้อย่างกว้างขวาง(P) โดยวดั ผลประเมนิ จากแบบสอบถามทั้ง เอกสาร วาจา และการสงั เกต จดั เป็นรายงานผลประเมินตามระบบทีไ่ ด้มาตรฐาน(I)

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๔ | ๔๖ การเปลี่ยนผ่านจากกระบวนการเรียนรู้ในปัจจุบันสู่กระบวนการเรียนรู้ในอนาคต ห้องเรียนใน รปู แบบหอ้ ง ๔ เหลย่ี ม จะมคี วามหมายนอ้ ยลง ครูอาจารยท์ ่ียนื บรรยายหน้าชั้นเรยี นก็จะมีความจำเป็นน้อยลง เช่นเดียวกัน โดยจะมีห้องเรียนสำเร็จรูปเข้ามาแทนที่ ผู้ที่สนใจจะเรียนรู้อย่างจริงจังในศาสตร์ที่ตนสนใจก็ สามารถเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ โดยไม่ต้องผ่านสถาบันการศึกษา ภารกิจอะไรที่เหลืออยู่ในความรับผิดชอบ ของคณาจารย์ สิ่งหน่ึงทีผ่ ูเ้ ขียนเหน็ ว่ายังมีความจำเปน็ คอื การสรา้ งสมั มาทฏิ ฐิ สร้างจิตสำนกึ แก่ผู้เรียนในการ รบั ผดิ ชอบต่อตนเองและสังคม ตลอดถงึ สรา้ งแรงบนั ดาลใจสำหรับผเู้ รยี นในการสรรสรา้ งสิ่งดงี าม... การจาริกเพ่ือเรยี นรู้ครงั้ น้ี นอกเหนือจากสร้างความคิด ผกู มิตรไมตรี สรา้ งเครือขา่ ยได้กว้างไกลแล้ว วาดหวงั ว่า จะสง่ ผลเป็นแนวทางการดำเนนิ งานสง่ เสริมและพฒั นานสิ ติ จากรุน่ สู่รุน่ สืบไปในอนาคต... ศิษยม์ ีครู...

๔๗ | บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๔ เตรียมการก่อนสิกขาจารกิ

บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก โ ส เ ห ล่ เ ส ว น า อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๔ | ๔๘


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook