Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2560_ระดับชาติ-ม เทตโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์

2560_ระดับชาติ-ม เทตโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์

Published by Thanarat MCU Surin, 2023-06-14 02:38:32

Description: 2560_ระดับชาติ-ม เทตโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์

Search

Read the Text Version

การประชุมวชิ าการระดับชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองค์ความรสู้ กู่ ารพัฒนาอย่างยงั่ ยนื ” รายงาCนoสnบื feเนreอื่ nงcจeากPกrาoรcปeรeะdชinมุ gวsชิ าการ การประชมุ วชิ าการและนาเสนอผลงานวจิ ยั ระดบั ชาติ นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017 “วจิ ยั จากองค์ความรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยืน” จดั โดย คณะเกษตรศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี คณะเทคโนโลยกี ารจดั การ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ คณะเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั อดุ รธานี ก

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยวี ิชาการ 2017” “วิจยั จากองค์ความรู้สกู่ ารพัฒนาอยา่ งยง่ั ยนื ” คณะกรรมการฝา่ ยจัดประชมุ วิชาการ คณะทป่ี รกึ ษา ลิม้ ไขแสง อธกิ ารบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผศ.ดร.วโิ รจน์ ผลวงษ์ ผศ.ณรงค์ รองอธกิ ารบดี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน ฉิมพลี ประจาวิทยาเขตสรุ ินทร์ ผศ.ดร.วิชชา คณบดคี ณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เปรือ่ งคา้ มหาวิทยาลยั สวนดุสติ ผศ.ดร.สทุ ธพิ งศ์ ฟอสเตอร์ คณบดคี ณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี ดร.ศิรริ ักษ์ ธติ ติ ตัง คณบดคี ณะเทคโนโลยกี ารจัดการ ประธานกรรมการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ ผศ.ดร.สาเนาว์ เสาวกูล คณบดคี ณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรินทร์ รองประธาน ผศ.ดร.นพรัตน์ ธรรมวงษา ผศ.ปรญิ ญพนั ธ์ เพชรจรสั ผศ.นสพ.ชลวชิ ชุ์ ยวุ ชติ ผศ.อริยพงษ์ พล่วั พนั ธ์ ผศ.ดร.ฐติ นิ าถ สคุ นเขตร์ ผศ.ดร.ณัฐบดี ผศ.ชัยพร วิรยิ าวฒั น์ อาจารยท์ รงยศ อาจารย์อธปิ ตั ย์ ตรกี ่งิ ดร.ชตุ ิกร อาจารย์ประวทิ ย์ กิตตชิ นมธ์ วัช ผศ.รุ่งทิพย์ ดร.พิสทุ ธ์ิพงศ์ ฤทธิรณ ปรงุ เกยี รติ เลขานกุ าร ผศ.ดร.วฒุ ชิ ยั โยธาศิริ อาจารย์ธนกร เกษตรสงิ ห์ ดร.วภิ าสิทธ์ เอน็ ดู ดร.ทองมี อาจารย์ดนยั สทิ ธวิ งษ์ นางจุรีรัตน์ หอมจาปา นางสาวสุเนตรา หริ ญั รตั น์ ละครพล ศิรบิ ุรี สละทองอนิ ทร์ ทองจันทร์ ข

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017” “วิจยั จากองค์ความรู้สกู่ ารพัฒนาอย่างยงั่ ยนื ” นางสาวธนั ยกานต์ คณู สิน นางสาวจามรี กลางคา นางสาวแกว้ วารี ดุมนลิ นางสาวศศิชา คงราศรี คณะกรรมการพจิ ารณาบทความวิจยั ผศ.ดร.สาเนาว์ เสาวกลู ผศ.ดร.วุฒชิ ยั สิทธิวงษ์ ดร.พสิ ุทธิพ์ งศ์ เอ็นดู ดร.ชุตกิ ร ปรุงเกียรติ คณะกรรมการจัดกาหนดการนาเสนอ ผศ.จันทร์เฉดิ ฉาย สงั เกตุกจิ ผศ.ดร.นิภาวรรณ์ จติ โสภากลุ ดร.พงศ์ภัทร เกยี รตปิ ระเสริฐ ดร.ปวีณา สาลีทอง คณะกรรมการจัดทาเอกสาร กลมุ่ เกษตรศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ ผศ.ดร.สาเนาว์ เสาวกลู ผศ.ดร.นภิ าวรรณ์ จิตโสภากลุ ดร.พงศ์ภทั ร เกยี รตปิ ระเสริฐ ดร.ชุตมิ า ถนอมสทิ ธิ์ ดร.อดุ มศักดิ์ นพพิบลู ย์ ดร.อุไรลกั ษณ์ พงษ์เกษ ดร.นิรตั ิศกั ด์ิ คงทน ดร.เรวฒั น์ เติมกลา้ ดร.นอิ ร งามฮยุ ดร.รตั นจริ า รัตนประเสริฐ ดร.ลัดดาวัลย์ คามะปะนา กล่มุ วศิ วกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.ทองมี ละครพล อาจารยธ์ นกร หอมจาปา ดร.วภิ าสิทธ์ิ หิรัญรตั น์ อาจารย์คมเพ็ชร อินลา อาจารย์สยมพล ศรหี นา อาจารยป์ ระพันธ์พงษ์ สมศลิ า อาจารย์นิพนธ์ พิมพเ์ บ้าธรรม อาจารย์อัญวีณ์ ไชยวชิระกมั พล อาจารยบ์ ญุ เหลือ นาบารุง ค

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017” “วจิ ัยจากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” นางสาวบษุ ญารตั น์ บวั สาย กลมุ่ สงั คมศาสตรแ์ ละมนษุ ยศาสตร์ เอน็ ดู ดร.พสิ ทุ ธพ์ิ งศ์ ระยบั ศรี อาจารย์กันทนา นันต๊ะภมู ิ อาจารย์ ดร.สรพันธ์ สายสิงห์ อาจารย์นวพร วัลกานนท์ ดร.ศภุ รัตน์ นามปญั ญา อาจารยร์ ตั นา ยงิ่ หาญ อาจารย์นภาพฒั น์ สวสั ดิโ์ ยธิน อาจารย์สภุ ชั ญา ใหมช่ มุ ดร.กมลทิพย์ วาหมงคล อาจารย์ภัทรยิ า สมุ ขุนทด อาจารย์ธีรนชุ บวั หอม นางสาวอจั ฉรา ทองจันทร์ นางสาวสเุ นตรา วงศว์ รรณ อาจารยณ์ ฐั พงษ์ บวั หอม นางสาวจนั ทร์นภา ประสานสขุ นางสาวศิริลกั ษณ์ กลุ่มบริหารธรุ กจิ ศาลาผาย อาจารยท์ ัศวรรณ โคตรทศั น์ อาจารยท์ ฆิ มั พร ลตี้ ระกูล อาจารยด์ ลใจ คุ้มวงษ์ อาจารยส์ ุชาดา ชอบเสร็จ ดร.สภุ าวดี คุมโสระ อาจารย์สาเรียม ฉลาดรอบ อาจารย์วนดิ า ชนะภยั อาจารยอ์ นงค์รกั ษ์ มีพร้อม อาจารย์ศนั สนยี ์ สขุ สมยั อาจารยว์ ภิ าวรรณ ชมพูราษฎร์ อาจารย์กรวชิ ญ์ อมรสนิ อาจารยก์ ิตติธรา กจิ สัมพนั ธว์ งศ์ อาจารยม์ ณฑริ า เลิศศรี นายรงั สรรค์ ง

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองค์ความรู้สกู่ ารพัฒนาอยา่ งยงั่ ยืน” ฝ่ายจดั การและธรุ การ หอมจาปา มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ ศรีสขุ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ อาจารยธ์ นกร คูณสนิ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ นายศภุ กร ดมุ นลิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ นางสาวธันยกานต์ คงราศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ นางสาวแก้ววารี นางสาวศศชิ า รายชอื่ ผู้ทรงคณุ วุฒพิ ิจารณาบทความ (Peer Review) กล่มุ เกษตรศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ บุคคลภายนอก 1. ผศ.ดร.เอนก เจรญิ ภักดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน 2. ผศ.สมศักดิ์ ระยัน มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสกลนคร 3. ผศ.น.สพ.ชเวง สารคล่อง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร 4. ผศ.น.สพ.ดร.ชานาญวิทย์ พรมโคตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร 5. ผศ.ดร.อัจฉรา จุฑาเกตุ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี 6. รศ.ดร.ปราณตี งามเสนห่ ์ มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี 7. ผศ.ดร.วรี เวทย์ อทุ โธ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี 8. ผศ.ดร.เอกสิทธิ์ อ่อนสอาด มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานี 9. ผศ.ดร.สรุ ชัย สวุ รรณลี มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานี 10. ดร.เรวตั ิ ชัยราช มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธานี 11. ผศ.ดร.ศิรภิ าวี เจรญิ วฒั นศกั ด์ิ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ 12. ผศ.ดร.บัณฑิต ยวงสร้อย มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น 13. ผศ.ดร.เบญจมาศ ไพบูลยก์ จิ กลุ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 14. ผศ.ดร.ชลี ไพบูลย์กิจกลุ มหาวิทยาลัยบรู พา 15. ผศ.มาโนช ขาเจรญิ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชัย วทิ ยาเขตตรงั 16. ผศ.ดร.ประจวบ ฉายบุ มหาวิทยาลยั แมโ่ จ้ 17. รศ.เดชา นาวานเุ คราะห์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา พิษณโุ ลก 18. ดร.กัญชลกิ า รตั นเชดิ ฉาย มหาวิทยาลยั ราชภัฏมหาสารคาม บุคคลภายใน 1. ผศ.ดร.สาเนาว์ เสาวกลู มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ 2. ผศ.ดร.กฤติมา เสาวกลู มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 3. ดร.ชุติมา ถนอมสิทธิ์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรินทร์ จ

การประชุมวิชาการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วิจยั จากองคค์ วามร้สู กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” 4. ผศ.ดร.สภุ าวดี ต้งั ธรี ะวัฒนะ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ 5. ดร.รัตนจิรา รัตนประเสริฐ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 6. ดร.ลัดดาวลั ย์ คามะปะนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ 7. ดร.นอิ ร งามฮุย มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรินทร์ 8. ผศ.ทนนท์ รัตนรวมการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ 9. ผศ.ดร.วิรัช อนุชานุรักษ์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ 10. ผศ.ภูวพิ ฒั น์ เกยี รติส์ าคเรศ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 11. ผศ.พิสิฐ เรอื งผลววิ ัฒน์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 12. ดร.จีรภทั ร์ จอดนอก มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 13. ดร.สภุ ัทรา ขบวนฉลาด มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 14. ดร.จณุ จะรา ทยุ ไธสง มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 15. ผศ.จนั ทรเ์ ฉดิ ฉาย สงั เกตกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 16. ดร.กรณุ รัตน์ สกลุ นามรตั น์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 17. ผศ.ดร.นิภาวรรณ์ จิตโสภากลุ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 18. ดร.นุจรี สอนสะอาด มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 19. ดร.พวงเพชร พิมพ์จนั ทร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 20. ผศ.ณัฐสนิ ีย์ บุญสทิ ธพิ งษ์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ 21. ดร.อานาจ เรืองชัยวฒั น์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 22. ผศ.ณรงค์ ผลวงษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 23. ผศ.วิระ ศรีธญั รตั น์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 24.ดร.เทียมมะณยี ์ วรี ะศกั ด์ิ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 25. ผศ.สมชญา ศรีธรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ 26. ผศ.ชัยพร ตรีกิง่ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ 27. ดร.พงษภ์ ทั ร เกียรติประเสรฐิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 28. ผศ.น.สพ. สทุ ธิดล ปยิ ะเดชสุนทร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 29. ดร.ปวีณา สาลีทอง มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ 30. ดร.วไิ ลพร อนิ สุวรรณ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 31. ผศ.รงุ่ ทิพย์ เกษตรสงิ ห์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 32. ดร.ชุติกร ปรุงเกียรติ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 33. ผศ.พชั ราภรณ์ แสงโยจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ ฉ

การประชุมวชิ าการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองค์ความรสู้ กู่ ารพัฒนาอยา่ งยงั่ ยืน” 34. ผศ.ดร.วุฒชิ ัย สิทธิวงษ์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 35. ดร.ทองมี ละครพล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรินทร์ 36. ดร.วภิ าสทิ ธิ์ หริ ัญรตั น์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 37. ดร.วิทวัส ไตรรตั นาภิกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ 38. ดร.อุดมศกั ดิ์ นพพิบลู ย์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรินทร์ 41. ผศ.น.สพ.ชลวิชชุ์ ยวุ ชติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี 42. ผศ.ดร.สทุ ธิพงศ์ เปร่ืองคา้ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอดุ รธานี 43. ดร.อรรจนา ด้วงแพง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอดุ รธานี 44. ผศ.ดร.สทุ ัศน์ จันบวั ลา มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต 45. รศ.ธานนิ ทร์ สทิ ธิวิรชั ธรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต 46. ผศ.ดร.อรรถศาสน์ นิมติ พนั ธ์ มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต 47. ผศ.ดร.อุดมศกั ดิ์ กจิ ทวี มหาวิทยาลยั สวนดุสิต ผู้ทรงคณุ วุฒิผปู้ ระเมนิ บทความ (Peer Review) กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี บคุ คลภายนอก 1. รศ.ดร.ณรงศ์ศักดิ์ ธรรมโชติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสมี า 2. รศ.ดร.บัณฑติ 3. ผศ.ดร.อทิ ธพิ ล กฤตาคม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน นครราชสมี า 4. ผศ.ดร วรี วตั ร 5. ผศ.สุทศั น์ วรพันธ์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน นครราชสีมา 6. ผศ.ดร.วชิ ชุพงษ์ 7. ผศ.ดร.จิตตวิ ัฒน์ นามานศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน นครราชสีมา 8. ดร. พลเทพ 9. ดร.ชญานนท์ ยอดเพช็ ร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน นครราชสมี า 10. ดร.เฉลิมชัย 11. ดร.สุจติ รา วบิ ูลเจริญ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน นครราชสมี า 12. ดร.จารณิ ี 13. ผศ.ดร.สณั หวัจน์ นธิ ิกาญจนาธาร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน นครราชสมี า 14. ผศ.ดร.สุรยิ า 15. ดร.นริ ตุ เวงสงู เนนิ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน นครราชสีมา 16. ดร.นาพน แสงมณี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน นครราชสมี า หล่อวงศ์ตระกูล มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา อนุ่ เรือน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน นครราชสีมา จงปลืม้ ปิติ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน นครราชสีมา ทองแดง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน สกลนคร แกว้ อาษา มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน สกลนคร ออ่ นสลงุ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน สกลนคร พพิ ัฒนไ์ พบูลย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน สกลนคร ช

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื ” 17. ดร.สรุ ยิ า โชคเพิ่มพูน มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน สกลนคร 18. รศ.ดร.กลุ เชษฐ์ เพียรทอง มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี 19. ผศ.ดร.อาไพศกั ด์ิ ทบี ญุ มา มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี 20. ผศ.ดร.ประชาสันติ ไตรยสุทธิ์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี 21. ผศ.ดร.วริ ะพนั ธ์ สหี านาม มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี 22. ผศ.ดร.อภนิ นั ต์ นามเขต มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี 23. ดร.ไพชยนต์ คงไชย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 24. ดร.สรุ สิงห์ อารยางกูร มหาวิทยาลัยราชภฏั สุรินทร์ 25. ผศ.ดร.อานวย วฒั นกรสริ ิ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สรุ นิ ทร์ 26. รศ.ดร.สุพรรณ สดุ สนธ์ิ มหาวิทยาลัยกาฬสนิ ธ์ุ 27. ดร. วริ ยิ ะ แดงทน มหาวทิ ยาลยั กาฬสินธ์ุ 28. ดร.พเิ ชฐ นลิ ดวงดี มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรุ ี 29. ดร.ปรัชญา มุขดา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบุรี 30. รศ.ดร.จิระพล ศรีเสริฐผล มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยสี รุ นารี 31. ดร.พชิ ญสินี กิจวฒั นาถาวร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยสี ุรนารี 32. ดร.ธวชั พงษ์ พิทกั ษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสรุ นารี 33. ดร.เอกชัย แน่นอดุ ร มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 34. ผศ.สุวชิ ถริ ะโคตร มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 35. ผศ.ดร.โอฬารกิ สุรนิ ตะ๊ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 36. ดร.สันทฏิ ฐ์ นรบนิ 37. ดร.วรี ะยุทธ สุดสมบรู ณ์ สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลา้ เจ้าคณุ ทหารลาดกระบัง 38. ผศ.ดร.นนทพงศ์ พลพวก มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช 39. ดร.วทิ ยา อินทร์สอน มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏมหาสารคาม 40. ผศ.ดร.สจุ นิ ต์ จิระชวี นนั ท์ วิทยาลัยเทคนิค สรุ ินทร์ 41. ดร.ภาสพิชญ์ ชูใจ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบรุ ี 42. ผศ.ดร.วไิ ลรัตน์ ยาทองไชย มหาวิทยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบรุ ี 43. ดร.ศภุ ชานันท์ วนภู มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบุรรี ัมย์ 44. ดร.ร่งุ กานต์ มสู โกภาส มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสีมา 45. ดร.นโรดม กิตติเดชานุภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสมี า บคุ คลภายใน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 1. รศ.ดร.อลงกรณ์ พรมที มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซ

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพัฒนาอยา่ งยงั่ ยนื ” 2. ผศ.ปรญิ ญาพนั ธ์ เพชรจรัส มหาวิทยาลยั ราชภัฏอุดรธานี 3. ผศ.จไุ รรตั น์จินดา อรรคนติ ย์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี 4. ผศ.ไพบูลย์ บบุ ผา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อดุ รธานี 5. ผศ.ดร.อนันต์ นิ่มทวัฒน์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี 6. ผศ.นราธปิ ภาวะรี มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี 7. ผศ.อริยพงษ์ พล่วั พันธ์ มหาวิทยาลัยราชภฏั อุดรธานี 8. ผศ.อดิศักดิ์ บตุ รวงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 9. ดร.อภัยภักดิ์ ประทมุ ทิพย์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏอดุ รธานี 10. ดร.กษมา ชารโี คตร มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุดรธานี 11. ดร.สนุ นั ท์ นวลเพ็ง มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อุดรธานี 12. ผศ.ดร.สุระสิทธ์ิ ทรงม้า มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต 13. ผศ.ดร.ศริ พิ ร ฉมิ พลี มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต 14. ผศ.ดร.วชิ ชา ฉมิ พลี มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต 15. ดร.ศริ ิลกั ษณ์ หล่อพนั ธ์มณี มหาวิทยาลยั สวนดุสติ 16. ผศ.ดร.วฒุ ิชัย สทิ ธิวงษ์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ 17. ผศ.ทนนท์ รตั นรวมการ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรินทร์ 18. ผศ.วิรชั อนุชานุรกั ษ์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 19. ดร.นริ ตั ศิ กั ด์ิ คงทน มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 20. ดร.เรวฒั น์ เติมกลา้ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 21. ดร.วิภาสิทธ์ิ หิรญั รตั น์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ 22. ดร.ทองมี ละครพล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ รายช่อื ผ้ทู รงคณุ วฒุ พิ จิ ารณาบทความ (Peer Review) กลุม่ สงั คมศาสตรแ์ ละมนุษย์ศาสตร์ บุคคลภายนอก 1. ผศ.ดร. ธนู ศรีทอง มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตสุรินทร์ 2. ผศ.กฤษนันท์ แสงมาศ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ 3. ผศ. ดร.ฤทยั น่ิมนอ้ ย มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 4. ดร.ภาธร นิลอาธิ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 5. ดร.วนั ชยั สุขตาม มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสุรนิ ทร์ 6. ดร.ชยั สมรภมู ิ มหาวิทยาลัยราชภฏั สรุ ินทร์ 7. ผศ.ดร.สาคร พรหมโคตร มหาวิทยาลยั ราชภฏั เลย ฌ

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ิชาการ 2017” “วิจยั จากองค์ความรู้สกู่ ารพัฒนาอย่างยงั่ ยืน” 8. ดร.อุเทน ลาพิงค์ มหาวิทยาลยั มหามงกฎุ ราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตลา้ นนา 9. ดร.ณรงคศ์ กั ดิ์ ลนุ สาโรง มหาวิทยาลยั มหามงกฎุ ราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตล้านนา 10. ดร.ประดิษฐ์ คามุงคุณ มหาวิทยาลยั มหามงกฎุ ราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตล้านนา 11. ดร.สงัด เชียนจันทึก มหาวทิ ยาลัยมหามงกฎุ ราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตล้านนา 12. ดร. มนตรี วิชยั วงษ์ มหาวทิ ยาลัยมหามงกฎุ ราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตล้านนา 13. ดร.ประสิทธิ์ ชาระ มหาวทิ ยาลัยราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสกลนคร 14. ดร.อังคว์ รา ณ สนุ ทร มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ วทิ ยาเขตหนองคาย 15. ดร.พรหมพสิ ฐิ พันธ์จันทร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร 16. ดร.สาคร มหาหงิ ค์ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน่ 17. ดร.กาพล นะวัน มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตหนองคาย 18. ดร.วิวฒั น์ ทองวาด มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตหนองคาย 19. ดร.สมศักดิ์ พนั ธศ์ ริ ิ มหาวิทยาลยั ราชภฏั บรุ ีรัมย์ 20. ดร. จาเนยี ร ราชแพทยาคม มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช 21. ดร.อุดมกฤษฎ์ิ ศรีนนท์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ กาแพงแสน 22. ผศ.ดร.ธงชยั พาบุ ข้าราชการบานาญ บุคคลภายใน 1. ดร.ศภุ รตั น์ วลั กานนท์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 2. ดร.สรพนั ธ์ นันต๊ะภูมิ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 3. ผศ.นุชสรา บุญแสน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรินทร์ 4. ผศ.ชยั พร ตรกี ่งิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 5. ผศ.ฉลอง จะระ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ 6. ผศ.สนั ติ ครองยุทธ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ 7. ดร.เฉลมิ พล คงจันทร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรินทร์ 8. ผศ.โกเมท จันทรสมโภชน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ 9. ดร.ศิรริ ักษธ์ จิ ิตตงั ฟอสเตอร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 10. ดร.พสิ ทุ ธิ์พงศ์ เอ็นดู มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรินทร์ รายชอื่ ผู้ทรงคุณวฒุ พิ ิจารณาบทความ (Peer Review)กลุ่มบรหิ ารธรุ กิจ บคุ คลภายนอก 1. ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ จนั ทีนอก มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 2. ดร.พันคม ศรบี ญุ ลือ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 3. ดร.จุฬารตั น์ ขันแก้ว มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ญ

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วิจัยจากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยง่ั ยนื ” 4. ดร.รจุ ริ า เหลอื งศกั ดาพิชญ์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 5. ดร.นภาพร 6. ดร.กนิษฐา วงษว์ ชิ ิต มหาวิทยาลัยกาฬสนิ ธุ์ 7. ดร.รตั นภรณ์ 8. ดร.จารวุ รรณ ศรีภิรมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกาแพงเพชร 9. ดร.ศภุ นารี แซ่ลี้ มหาวิทยาลัยราชภอั ุบลราชธานี 10. ดร.กรกนก พนมจีระสวัสด์ิ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสมี า 11. ดร.ภทั รยิ า 12. ดร.จริ ฐั ติกาล พริ ส มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พบิ ูลสงคราม 13. ดร.อัจฉรา 14. ดร.ธนภณ ดลโสภณ มหาวทิ ยาลยั กาฬสินธุ์ บุคคลภายใน พรหมราษฎร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอด็ 1. ผศ.ดร.ปรมาพร 2. ผศ.ลภวนั วฒุ พิ นั ธ์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตขอนแกน่ 3. ผศ.อัมพร 4. ผศ.รุง่ ทิพย์ ชนากลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแกน่ 5. ผศ.สภุ าพรรณ 6. ดร.ชตุ ิกร วิมลู อาจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตขอนแกน่ 7. ดร.โชติกา 8. ดร.ภรณี ออ่ นจันทร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ 9. ดร.สุภาวดี ทองนา มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ 10. ดร.เสกสรรค์ พร้อมจติ ร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ 11. ดร.พรหมจริ า เกษตรสงิ ห์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 12. ดร.สุรเกยี รติ พาบุ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ 13. ดร.กมลทพิ ย์ ปรุงเกยี รติ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสุรนิ ทร์ ฉมิ งามเสรฐิ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ หลาวทอง มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ ชอบเสรจ็ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ นิสยั กล้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ ินทร์ เจาลา มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ ปริชาตนิ นท์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ ใหมช่ มุ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ ลขิ สิทธิ์ บทความที่ได้รับตีพิมพ์ในรายงานสืบเน่ืองจากการประชุมวิชาการและนาเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017 (Conference Proceedings) ถือเป็นกรรมสิทธ์ิของ คณะเกษตรศาสตร์และ เทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสุรินทร์ห้ามนาข้อความทั้งหมดไปตีพิมพ์ซ้า ยกเว้นได้รับ อนุญาตจากคณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ฎ

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วิจยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอยา่ งยงั่ ยืน” ความรบั ผิดชอบ เน้ือหาและข้อคิดเห็นใดๆที่ตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการและนาเสนอ ผลงานวิจยั ระดบั ชาติ นวัตกรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017 ถอื เปน็ ความรบั ผิดชอบของผู้เขยี นเทา่ น้ัน สานักงานกองบรรณาธิการ กองบรรณาธิการรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวชิ าการและนาเสนอผลงานวจิ ยั ระดบั ชาติ นวัตกรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017 คณะเกษตรศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี านวทิ ยาเขตสุรินทร์ 145 หมู่ 15 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สรุ นิ ทร์ 320000 โทรศัพท์/โทรสาร 044-153093 http://www.fat.surin.rmuti.ac.th, E-mail:[email protected]

การประชุมวชิ าการระดับชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ิชาการ 2017” “วิจัยจากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพัฒนาอย่างยง่ั ยนื ” สารจากอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคมและระบบการศึกษาของประเทศ มี ภารกิจในการพัฒนาขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพและมีคุณสมบัติท่ีพึงประสงค์ ตอบสนอง ความต้องการของการพัฒนาประเทศรวมทั้งสร้างงานวิจัย สร้างองค์ความรู้ สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม เพ่ือการพึ่งพา ตนเองได้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยขี องประเทศ การพัฒนาบุคลากรและการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สาขาวิชาต่าง ๆ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสาคัญของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานเพื่อท่ีจะได้สร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการผลิตกาลังคนท่ีมี คุณภาพ การวิจัยและพัฒนา และการให้บริการทางวิชาการ การจัดประชุมวิชาการและนาเสนอผลงาน วิจัย ระดับชาติ นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017 ในหัวข้อ “วิจัยจากองค์ความรู้สู่การพัฒนาอย่างย่ังยืน” ระหว่างวันท่ี 25 – 26 ธันวาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ โดยความ ร่วมมือของ 4 หน่วยงาน ได้แก่คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และคณะ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือเปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา รวมทง้ั ผูท้ ่สี นใจ ได้นาเสนอผลงานทางวชิ าการ และเผยแพรผ่ ลงานวจิ ยั สูส่ าธารณชน ขอขอบคุณ บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คณะวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานีทุกคนท่ีได้ร่วมมือร่วมใจกัน เปน็ สว่ นหนึ่งของการพัฒนานักวิจัย และสร้างเวทีท่ีมีคุณภาพให้นักวิจัย แลกเปล่ียนเรียนรู้ และเพ่ือพัฒนาประเทศ ใหพ้ ัฒนาต่อไป (ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วโิ รจน์ ล้ิมไขแสง) อธิการบดมี หาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน ประธานกรรมการ ฐ

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ิชาการ 2017” “วิจัยจากองค์ความรสู้ กู่ ารพัฒนาอยา่ งยง่ั ยนื ” สารจากรองอธิการบดี ด้วย คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อีสาน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต และคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย ราชภัฎอดุ รธานีกาหนดการจัดประชุมวิชาการและนาเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017 ในหัวข้อ“วิจัยจากองค์ความรู้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”ระหว่างวันที่ 25 -26ธันวาคม 2560ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ คณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา รวมทั้งผู้ท่ีสนใจ ได้นาเสนอผลงานทางวิชาการ และเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่ สาธารณชน อันเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการวิจัยสู่การนาไปใช้ประโยชน์ นอกจากน้ีเพ่ือเป็นเวทีในการ แลกเปล่ียนองค์ความรู้ทางวิชาการ การจัดการประชุมดังกล่าวประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ การนาเสนอ ผลงานวิจัยภาคบรรยาย (Oral presentation) จานวน 214 เรื่องภาคโปสเตอร์ (Poster presentation) จานวน 200 เร่อื ง และการจัดทาเอกสารสืบเน่ืองการประชุมวิชาการ (Proceedings) ในนามของคณะกรรมการดาเนินงาน คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ขอขอบพระคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้เสียสละเวลา พจิ ารณาผลงานวจิ ยั รวมถงึ นกั วจิ ยั ทุกทา่ นท่ใี ห้เกยี รติสง่ ผลงานมานาเสนอในการประชมุ วชิ าการครงั้ น้ี และหวังว่า ท่านจะไดร้ ับความรู้และประสบการณ์เพ่ือประโยชนต์ ่อการพฒั นาประเทศชาติต่อไป (ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ณรงค์ ผลวงษ์) รองอธกิ ารบดปี ระจาวิทยาเขตสรุ นิ ทร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสรุ ินทร์ ประธานกรรมการ ฑ

การประชุมวชิ าการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วิจัยจากองค์ความรู้สกู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” สารจากคณบดี คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี การประชมุ วิชาการและนาเสนอผลงานวิจัยระดับชาตินวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017(ITC2017)“ วจิ ัยจากองค์ความรู้สกู่ ารพัฒนาอย่างย่ังยืน” จัดข้ึนโดยคณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเทคโนโลยีการ จัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สวนดสุ ติ และคณะเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั อุดรธานีโดยกาหนดการประชมุ นาเสนอผลงานวจิ ัยในวันที่25-26 ธนั วาคม 2560 การจัดประชุมวิชาการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีให้คณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษาได้เผยแพร่ ผลงานวิจัยสู่สาธารณชนและเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนผลงานและข้อมูลการวิจัยพร้อมท้ังพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานสู่การวิจัยท่ีสามารถนาไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชนสังคมและประเทศชาติต่อไปโดยมีกิจกรรมทางวิชาการท่ี หลากหลายไดแ้ ก่การบรรยายพเิ ศษจากวิทยากรผู้ทรงคณุ วุฒิการนาเสนอบทความทั้งในภาคบรรยายและโปสเตอร์ มากกวา่ 400 บทความจากมหาวทิ ยาลัยต่างๆท่ัวประเทศ ในนามของคณะกรรมการฝ่ายจัดงาน ขอขอบคุณบุคลากรคณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี คณะ เทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั สวนดุสิต และคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภัฎอุดรธานี คณะกรรมการทุกฝ่าย และคณะทางานทุก ทา่ น ทีม่ ีสว่ นช่วยขับเคลือ่ นการประชุม และขอขอบคณุ วทิ ยากร ผนู้ าเสนอผลงานวจิ ัย และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ทที่ าให้การประชุมวชิ าการครั้งน้ีประสบความสาเร็จ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาเนาวเ์ สาวกลู ) คณบดีคณะเกษตรศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ ประธานกรรมการดาเนินงาน ฒ

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยวี ิชาการ 2017” “วิจยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพัฒนาอย่างยงั่ ยนื ” สารจากคณบดี คณะเทคโนโลยีการจดั การ การประชุมวิชาการและนาเสนอผลงานวิจัยระดับชาตินวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017(ICT 2017) ในหวั ข้อ “วจิ ัยจากองค์ความรู้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” จัดข้ึนระหว่างวันที่ 25-26 ธันวาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ โดยมุ่งหวังเป็นเวทีให้ นิสิตนักศึกษานักวิจัยนักวิชาการคณาจารย์ใน มหาวทิ ยาลัยได้นาเสนอผลงานวจิ ยั ในกลุม่ เกษตรศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์กลุม่ วิศวกรรมศาสตร์อุตสาหกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีกลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์และกลุ่มบริหารธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ในการทางาน นาผลงานวิจัยและความรู้ท่ีได้จากการประชุมวิชาการไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ การพฒั นาสังคมสู่การพัฒนา อยา่ งยง่ั ยืน ในการน้ีคณะเทคโนโลยีการจัดการได้ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ คณะเกษตรศาสตร์และ เทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คณะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภัฎอดุ รธานี จงึ ไดจ้ ดั ให้มกี ารประชมุ วชิ าการและเสนอผลงานวจิ ยั ระดับชาติในครง้ั นีใ้ นนามคณะกรรมการการจัดงานขอขอบคุณคณะกรรมการและคณะทางานทุกท่านท่ีตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิในการ พิจารณาบทความทุกท่านที่ได้ช่วยกันขับเคล่ือนการจัดประชุมวิชาการในคร้ังน้ีให้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดีขอขอบคุณ วทิ ยากรผเู้ ขา้ รว่ มประชุมทุกทา่ นทีม่ ีส่วนสาคัญทีท่ าให้การประชมุ วิชาการITC 2017 ประสบความสาเร็จ (ดร.ศิรริ ักษ์ ธิจติ ตงั ฟอสเตอร์) คณบดีคณะเทคโนโลยกี ารจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรินทร์ ประธานกรรมการรว่ มดาเนินงาน ณ

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วิจัยจากองค์ความร้สู กู่ ารพัฒนาอยา่ งยง่ั ยนื ” สารจากคณบดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต การต่อยอดองค์ความรู้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการวิชาการ เป็นหัวใจสาคัญของการพัฒนาองค์ ความรู้ การที่จะทาให้การต่อยอดองค์ความร้นู ัน้ มีแนวทางทชี่ ดั เจนและเกดิ ประโยชนอ์ ย่างแทจ้ รงิ ตอ้ งอยู่บนฐานของ การศึกษาคน้ ควา้ ด้วยการวเิ คราะห์ สังเคราะห์ และตคี วาม ซึ่งกค็ อื การวิจัยอนั ทาให้พบกบั ความซ้า ความต่าง สิ่งที่ ขาดหาย และเกิดจากการพัฒนา การจัดประชุมวิชาการระดับชาติ นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017 ซึ่งจัดงานระหว่างวันท่ี 25-26 ธนั วาคม พ.ศ. 2560 ณ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยอี สี าน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ นัน้ เป็นส่วนหน่ึงของการพัฒนาวิชาการใน ประเทศ ทาให้ยกระดบั การศึกษาทักษะทางวิชาการท้ังนักศึกษา นักวิชาการได้เป็นอย่างดี มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ทาให้มีความหลากหลายทางด้านวิชาการได้มากยิ่งข้ึนการดาเนินการจัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ นวัตกรรม และเทคโนโลยีวิชาการ 2017 ในคร้ังนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย และผู้สนใจท่ัวไป ที่ เก่ยี วขอ้ งกบั การดาเนินงานการจัดงานประชุมในครั้งน้ี (ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.วิชชาฉมิ พล)ี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ ประธานกรรมการรว่ มดาเนนิ งาน ด

การประชมุ วิชาการระดับชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วิจัยจากองค์ความรสู้ กู่ ารพัฒนาอย่างยง่ั ยนื ” สารจากคณบดี คณะเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎอดุ รธานี กระบวนทัศน์ในการพัฒนาประเทศภายใต้ “ประเทศไทย 4.0” เป็นอีกนโยบายหน่ึงท่ีเป็นการวางรากฐาน การพัฒนาประเทศในระยะยาว เป็นจุดเร่ิมต้นในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นประเทศที่ม่ันคง ม่ันค่ัง และยั่งยืน ตาม วิสัยทัศน์รัฐบาล เป็นรูปแบบท่ีมีการผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนา และ การปฏริ ปู การศึกษาไปพร้อมๆ กัน การดาเนินงานจัดประชุมวิชาการระดับชาติ นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017 “วิจัยจากองค์ ความรู้ส่กู ารพัฒนาอย่างยั่งยืน” ระหว่างวนั ที่ 25 – 26 ธันวาคม พ.ศ.2560 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ น้ันจัดได้ว่าเป็นการพัฒนาและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ ทาให้มีการพัฒนาอง ความรู้ และสอดคล้องกับยคุ เทคโนโลยใี นสมัยปจั จบุ ัน ตามนโยบายของรฐั บาล ทางคณะผู้จัดงานหวังเป็นอย่างย่ิงว่า การจัดประชุมวิชาการระดับชาติในคร้ังน้ี จะเป็นประโยชน์ แก่ นักศึกษา นักวิชาการและผู้สนใจท่ัวไป เพ่ือนาไปประยุกต์ใช้ และต่อยอดทางวิชาการให้เกิดประโยชน์ในตนเอง ครอบครวั และประเทศชาติตอ่ ไป (ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สทุ ธพิ งศ์ เปร่ืองคา้ ) คณบดีคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภฎั อดุ รธานี ประธานกรรมการร่วมดาเนินงาน ต

การประชุมวชิ าการระดับชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017” “วจิ ยั จากองค์ความรู้สกู่ ารพัฒนาอย่างยงั่ ยนื ” คานา คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎ อดุ รธานี ไดด้ าเนินโครงการ จัดประชมุ วชิ าการและนาเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017 หัวขอ้ “วิจยั จากองค์ความรู้สกู่ ารพัฒนาอยา่ งยั่งยืน”ระหวา่ งวันที่ 25 - 26 ธนั วาคม 2560 ณ มหาวทิ ยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ อ.เมอื ง จ.สรุ นิ ทร์ ซึ่งมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สวนดุสิต และคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการ ฯ โดยมี วัตถุประสงค์เพ่ือให้นักวิจัยได้รับองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มีการแลกเปลี่ยน ความรู้ และประสบการณ์ และท่ีสาคัญคือเป็นเวทีให้คณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา รวมทั้งผู้ท่ีสนใจ ได้นาเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัย สง่ิ ประดิษฐ์ และนวัตกรรมส่สู าธารณชน ซง่ึ จะทาใหเ้ กิดเครอื ข่ายวิชาการท่กี วา้ งขวางและเหนียวแน่นยิง่ ขึน้ การจดั การประชมุ วิชาการดังกล่าว ประกอบดว้ ย บรรยายพิเศษ เรื่อง “แนวโน้มงานวจิ ยั ทางด้านเกษตรศาสตร์ เพื่อพฒั นาประเทศไทยในยคุ Thailand 4.0 ให้ยง่ั ยนื ” โดย ศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ พลธานี บรรยายพิเศษ เร่อื ง “แนวโน้มงานวจิ ัยทางด้านเทคโนโลยี เพ่ือพฒั นาประเทศไทยในยุค Thailand 4.0 ให้ย่ังยืน” โดย ศาสตราจารย์ ดร.โกสนิ ทร์ จานงไทย บรรยายพเิ ศษ เร่ือง “แนวโนม้ การทาวจิ ยั ทางด้านบริหารธรุ กิจเพื่อพฒั นาประเทศไทยในยุค Thailand 4.0 ใหย้ ัง่ ยนื ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กรไชย พรลภสั รชกร กลุม่ การนาเสนอ ภาคบรรยาย: ประกอบดว้ ยกลุ่มการนาเสนอผลงาน ดังนี้  เกษตรศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์  วศิ วกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี  สังคมศาสตรแ์ ละมนษุ ยศาสตร์  บริหารธุรกจิ ภาคโปสเตอร์ : ประกอบด้วยกลมุ่ การนาเสนอผลงาน ดังนี้  เกษตรศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์  วศิ วกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี  สงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์  บริหารธรุ กจิ ถ

การประชมุ วิชาการระดับชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ิชาการ 2017” “วิจัยจากองคค์ วามร้สู กู่ ารพัฒนาอย่างยง่ั ยืน” สง่ิ ประดษิ ฐ์และนวตั กรรมประกอบดว้ ย  ตะแกรงทรงกระบอกแนวนอนคดั แยกเมลด็ ดอกหญา้ ออกจากข้าวเปลอื ก  การชบุ แขง็ มดี โตใ้ หม้ โี ครงสรา้ งเหมือนดาบซามไู รด้วยกระบวนการแพ็กคาร์เบอไรซงิ โดยใชส้ าร เรง่ ปฏกิ ริ ยิ าธรรมชาติ  เทคนิคการสร้างแผนท่ีด้วยอากาศยานไรค้ นขบั กง่ึ อตั โนมัตชิ นิด 6 ใบพัด  เครือ่ งควบคมุ อุณหภมู ิสาหรบั การฟักไข่แสดงผลผ่านแผงควบคมุ สาเร็จรปู บนโทรศัพทม์ อื ถือ  หัวพรวนดินและกาจัดวชั พชื  โครงรองรบั เบาะแบบแยกสว่ นสาหรับเตยี งผูป้ ่วย  เบาะน่งั รถเข็นสาหรับผพู้ ิการทอ่ นล่างปรบั ขนึ้ ลงแนวดงิ่  ใบมีดคมคสู่ องด้านทใ่ี ชพ้ รวนดินกาจดั วัชพชื สาหรบั ตดิ ตั้งกบั เครอ่ื งตัดหญ้าสะพายบา่  เคร่ืองสูบน้าพลังงานโซลา่ เซลล์ควบคมุ แรงดนั ไฟฟา้ ดว้ ยไมโครคอนโทรลเลอร์ ในนามคณะกรรมการดาเนินการจัดการประชุมวิชาการในครั้งน้ี ขอขอบคุณสถาบันการศึกษาผู้ร่วม เป็นเจ้าภาพจัดงาน หน่วยงานต่างๆ ท้ังจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยท่ีให้การสนับสนุน วิทยากร บรรยายพิเศษกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกสาขา ขอขอบคุณและช่ืนชมนักวิจัยทุกท่านท่ีได้ร่วมนาเสนอ ผลงานวิจยั ทา้ ยนี้คณะกรรมการดาเนินการจัดการประชุมวิชาการ ฯ ขอน้อมรับทุกความคิดเห็น คาติชม และ ขออภัยในความบกพรอ่ งที่อาจเกดิ ข้ึนมา ณ โอกาสนี้ ท

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วิจัยจากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยัง่ ยนื ” สารบัญ กลุ่มสงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Oral Presentation) หน้า AO3040 ปัญหาและแนวทางการเพิ่มประสทิ ธิภาพการเรียนการสอนโครงการวจิ ยั ระดบั ปริญญาตรี C-1 AO3043 C-9 อุมาพร ไชยสงู รตั นา สมุ ขนุ ทดวราลกั ษณ์ มาประสม และจันทร์ดารา สขุ สาม AO3060 C-13 AO3061 การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยรี ปู แบบการจดั เลม่ รายงานโครงการดว้ ยโปรแกรม C-27 AO3215 ไมโครซอฟทเ์ วริ ด์ C-42 AO3295 อุมาพร ไชยสงู และวินติ ยืนย่ิง C-52 AO3297 C-59 AO3299 การวิเคราะห์การใชน้ ้าเสียงของพลัง เพยี งพิรฬุ หใ์ นกวนี พิ นธ์เรอื่ งนครคนนอก C-65 AO3308 พสิ ุทธิ์พงศ์ เอ็นดู C-77 AO3315 C-83 AO3326 การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนในเขตอสี านใต้ประเทศไทยในยคุ 4.0 C-90 AO3334 วาสนา แกว้ หลา้ หทัยชนก รตั นถาวรกิติ คเชนทร์ วฒั นะโกศล ฐานิดา สิทธิเสือ และธญั เทพ สทิ ธิเสอื C-99 AO3336 การพัฒนาหลักสตู รภาษาองั กฤษส้าหรับผ้ปู ระกอบการธรุ กจิ ทอ่ งเท่ียว หมบู่ ้านโฮมเสตย์ C-108 ในระดับท้องถิน่ จงั หวดั สรุ นิ ทร์ AO3337 C-115 พสิ ทุ ธพ์ิ งศ์ เอ็นดู นุชสรา บญุ แสน และสภุ าวดี ชอบเสรจ็ เรียนรู้สา้ นวนจากเนอ้ื เพลง กนั ทนา ระยับศรี และNamgay Wangmo การพัฒนาเว็บการเรยี นรูอ้ อนไลน์ รายวิชาคณติ ศาสตรข์ องนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 สพุ ัตรา โสรยิ าท วิภาสทิ ธิ์ หิรัญรัตน์ อธิปัตย์ ฤทธิรณ และอลงกรณ์ อัมพุช การพัฒนาแบบฝกึ ทกั ษะการอ่านจบั ใจความส้าคัญภาษาอังกฤษของนักศกึ ษา คณะเทคโนโลยกี ารจดั การ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ สรพนั ธ์ นันตะ๊ ภูมิ การพัฒนาพฤตกิ รรมผู้เรยี นส้าหรับรายวชิ าการใชโ้ ปรแกรมกราฟกิ ในศตวรรษท2ี่ 1 วราลักษณ์ มาประสม นวฒั กร โพธิสาร และจันทร์ดารา สุขสาม ปญั หาการสื่อสารภาษาองั กฤษของบคุ คลากรโรงแรมในจงั หวัดสุรินทร์ พสิ ทุ ธพ์ิ งศ์ เอ็นดู นชุ สรา บญุ แสน สรพนั ธ์ นนั ตะ๊ ภมู ิ และคมกรชิ พยคั ฆนนั ท์ ความคิดเหน็ ของนกั ศกึ ษาตอ่ การใชส้ ื่อสงั คมออนไลน์ เพอ่ื สนับสนนุ การเรยี นการสอนใน วชิ าระบบสารสนเทศในองค์กร วราลักษณ์ มาประสม ประวิทย์ โยธาศริ ิ และสหเทพ ค่าสรุ ยิ า วิเคราะหห์ ลกั พทุ ธธรรมบนลวดลายของประเกอื มที่เปน็ เอกลกั ษณภ์ มู ปิ ญั ญา ท้องถ่นิ ด้งั เดิมกลมุ่ ชาติพนั ธ์เุ ขมรในจงั หวัดสุรนิ ทร์ พสิ ทุ ธ์ิพงศ์ เอ็นดู การศึกษาแรงจงู ใจในการเรียนภาษาองั กฤษของนกั ศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี มหาวทิ ยาลยั เทคโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ ศภุ รตั น์ วัลกานนท์ และรตั นา นามปญั ญา การศกึ ษาเรอื่ งเสียงและระบบเสียงในภาษา พสิ ทุ ธิ์พงศ์ เอน็ ดู

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื ” สารบัญ (ต่อ) กลุ่มสงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Oral Presentation) หนา้ AO3338 คณุ ลักษณะเด่นหมอพื้นบ้านของกลุม่ ชาติพันธอ์ อสโตรเอเชยี ตกิ ในลมุ่ น้าแมโ่ ขงตอนล่าง C-126 AO3366 C-134 ทิตยาวดี อนิ ทรางกรู AO3430 C-143 AO3431 การวางแผนพลงั งานระดับชมุ ชนขององคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นในจงั หวดั สรุ ินทร์ : C-146 BO3068 กรณศี ึกษาบา้ นหนองบงึ หมู่ 12 ต้าบล กระโพ อา้ เภอทา่ ตมู จงั หวัดสุรนิ ทร์ C-149 BO3069 C-160 BO3071 ทิฆมั พร โคตรทัศน์ เฉลมิ พล คงจันทร์ จนั ทิมา คงจนั ทร์ ทัศวรรณ ศาลาผาย สา่ เรยี ม คุมโสระทารกิ า C-172 BO3075 รัตนโสภา และอารยา องึ ไพบูลย์กิจ C-182 BO3091 C-192 BO3119 คุณคา่ ของเกษตรอนิ ทรยี ต์ ่อความพอเพยี ง C-198 BO3153 C-204 BO3170 วรี ะวรรณ ศรีตะลานุกค์ วราลักษณ์ มาประสม และจนั ทรด์ ารา สุขสาม C-211 BO3189 C-221 คุณคา่ ของเกษตรอนิ ทรยี ต์ ่อวฒั นธรรมประชาธปิ ไตย วีระวรรณ ศรตี ะลานุคค์ สหเทพ คา่ สุรยิ า และนวัฒกร โพธสิ าร ปจั จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ ประสิทธิผลของการน้านโยบายการบรหิ ารจดั การพ้ืนทีเ่ กษตรกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณไ์ ปปฏิบตั ิในจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี ปวณี า คุตชนม์ และเทพศักด์ิ บณุ ยรตั พันธุ์ การพฒั นาคุณภาพชวี ิตคนพกิ ารภายใต้นโยบายการจ้างงานคนพิการทา้ งานในชมุ ชน และองคก์ รสาธารณะประโยชน์ เอื้องฟา้ ขนอม และเทพศกั ดิ์ บณุ ยรตั พนั ธ์ุ ปัจจยั ทมี่ ีอทิ ธพิ ลต่อการมสี ว่ นรว่ มในการบริหารโครงการนาแปลงใหญ่ : กรณีศึกษากลุม่ เกษตรกรนาแปลงใหญจ่ ังหวัดชยั นาท ธนกร กล่นิ นาค และเทพศกั ดิ์ บณุ ยรัตพันธ์ุ การประเมนิ ผลการดา้ เนินงานขององค์การบริหารส่วนต้าบลโพพระ อา้ เภอเมอื งเพชรบรุ ี จงั หวัดเพชรบรุ ี ชมพนู ุท ดวงโต และ จีระ ประทปี ปญั หาการขาดแคลนนา้ อันเนือ่ งมาจากขอ้ จา้ กดั ทางกายภาพของลมุ่ น้า และการผลติ ลา้ ไยแบบเข้มขน้ กรณศี กึ ษา : บ้านห้วยม่วงฝัง่ ซ้าย อา้ เภอจอมทอง จงั หวัดเชียงใหม่ ภัฑณเชษฐ์ วิชติ สโร นวัตกรรมหนุ่ โมเดลเสน้ ประธานสบิ เพ่อื พฒั นารูปแบบการศกึ ษาไทย กาญจนา คิดดีจรงิ เพญ็ ศิริ จนั ทร์แอ สพุ ตั รา มนอน่ิ จุฑาทพิ ย์ ศิรศิ ลิ ป์ นครนิ ทร์ ศรปี ญั ญา และทณั ฑิกา แกว้ สูงเนนิ การพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วเชิงวฒั นธรรม ชมุ ชนบางนา้ ผง้ึ จงั หวดั สมทุ รปราการ ทศพร มติ รวงศ์ และสมศกั ด์ิ สามัคคธี รรม การพัฒนาองค์การสู่ความเปน็ เลศิ ของมหาวทิ ยาลัยราชภฏั ในเขตพื้นทภ่ี าค ตะวนั ออกเฉียงเหนอื วาสนา เลศิ มะเลา และเทพศกั ด์ิ บณุ ยรตั พันธุ์ การบริโภคนิยมกบั การเปล่ียนแปลงชวี ิตทางเศรษฐกิจของชาวสวนยางในจังหวัดสตลู ธนวดี ยาหมนิ สมศกั ดิ์ สามัคคธี รรม และรตพิ ร ถึงฝัง่

การประชุมวชิ าการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วจิ ัยจากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอยา่ งยั่งยืน” สารบัญ(ต่อ) กล่มุ สงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Oral Presentation) หน้า BO3219 รปู แบบการจัดท้าบญั ชีครวั เรือนเพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของเกษตรกร บ้านโกรกประดู่ C-229 BO3223 ตา้ บลโคกกลาง อ้าเภอลา้ ปลายมาศ จงั หวัดบรุ รี มั ย์ C-235 BO3227 C-243 BO3229 จรุ ีพร เภสัชชา ธณัชชา กองแกว้ วรัญญา บรุ ีนันท์ อภิญญา บญุ เจริญ และผกามาศ มลู วันดี C-251 BO3251 C-261 BO3263 การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนจากการทอผา้ ไหมของกลมุ่ ทอผ้าไหมพื้นเมือง C-270 BO3345 บา้ นสนวนนอก ต้าบลสนวน อ้าเภอหว้ ยราช จงั หวัดบรุ ีรมั ย์ C-279 CO3007 C-289 CO3012 ภัสส์พชิ ชญาณ์ พริ มั ย์ กัญญารัตน์ ราชสภี มู ิ นันทกิ า พลิ าดรัมย์ สทุ ธิดา ภาพยนตร์ และผกามาศ มูลวนั ดี C-297 CO3013 C-304 การศกึ ษาองค์ความรจู้ ากภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่ินของกลมุ่ ทอผ้าภอู คั นีบ้านเจรญิ สุข CO3030 ต้าบลเจรญิ สขุ อ้าเภอเฉลิมพระเกยี รติ จงั หวดั บรุ รี ัมย์ C-319 สมฤทยั ราชสกล จริ นันท์ กรงกระโทก สุภาวรรณ ขันศรีอรวรรณ มปี ระโคน และผกามาศ มูลวนั ดี การลดความเสย่ี งภยั พบิ ัตขิ องโรงเรยี นในพ้นื ทเ่ี ส่ยี งภัย : กรณีศกึ ษาโรงเรยี นเสนพงศ์ อา้ เภอสะเดา จงั หวดั สงขลา นพรตั น์ วชิ ิสโร และสมพร คณุ วชิ ติ การศกึ ษาอตั ลกั ษณผ์ า้ ไหมลายสับปะรดเล็กของชมุ ชนบ้านหนองตาไกน้ อ้ ย ตา้ บลหนอง กง อา้ เภอนางรอง จงั หวัดบุรรี ัมย์ ประภัสสร ภิรมยน์ าค บรุ ฑรกิ า ช่อมะลิ ดวงดาว นัยพรม สมฤทัย จกู ูล และผกามาศ มูลวันดี รปู แบบการบรหิ ารจัดการกองทนุ หมบู่ ้านบา้ นนาตากลม ต้าบลโกรกแก้ว อ้าเภอโนน สวุ รรณ จงั หวดั บุรรี ัมย์ สุนสิ า น่งิ กระโทก อรวรรณ ชนิ เวียง อนิ ทุอร เศตพันธ์ ถนิมสรอ้ ย คุน้ กระโทก และผกามาศ มูลวนั ดี การพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ องเดก็ ปฐมวัย โดยใช้กิจกรรม กระบวนการกล่มุ ศริ มิ งคล ทนทอง เพญ็ สดุ า ฤทธิ์มนตรี และพิมชนก บุญชู การประเมนิ โครงการในรายวิชา POL7096 การค้นคว้าอสิ ระทางรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั รามคา้ แหง อุไร ทองหัวไผ่ คณุ ค่าทางคา้ สอนในพธิ กี รรมแซนกะโมย๊ ของกลุ่มชาวไทยกวย- ส่วย บ้านศาลาสามัคคี ต้าบลบ้านชบ อ้าเภอสังขะ จังหวัดสุรนิ ทร์ ยโสธารา ศิรภิ าประภากร สทุ ศั น์ ประทมุ แก้ว สรุ ยิ า คลงั ฤทธ์ิ พระมหาขนุ ทอง เขมสริ ิ และส่าเริง อนิ ทยุง \"เกรืองแซน\" เครอ่ื งบูชาเพ่ือเสรมิ สรา้ งความมง่ั คงในการดา้ เนนิ ชวี ติ ตอ่ หน้าอนุสาวรยี ์ พระยาสุรินทรภ์ ักดศี รีณรงคจ์ างวาง : กรณพี ิธจี นู โฎนตาของชาวไทยเขมรสุรนิ ทร์ ประจ้าปี 2560 ยโสธารา ศริ ภิ าประภากร พระกญั จน์ กนฺตธมฺโม สา่ เริง อนิ ทยงุ และสุริยา คลงั ฤทธ์ิ ความเช่ือในฮีตสิบสองต่อการสรา้ งความม่ันคงทางสงั คมวฒั นธรรมในจังหวดั ศรสี ะเกษ สทุ ศั น์ ประทมุ แกว้ อิสรพงษ์ ไกรสินธ์ุ และสมคดิ สขุ จิต

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วจิ ัยจากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพัฒนาอยา่ งยั่งยนื ” สารบัญ (ตอ่ ) หน้า กลมุ่ สงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Oral Presentation) C-329 C-341 CO3047 พระพุทธสหิ งิ ค์ถงึ พระแกว้ มรกต : ลกั ษณะร่วมและการเสริมสรา้ งแนวคิดเพ่อื เพม่ิ C-353 C-369 พลานภุ าพแหง่ พระปฏมิ าผา่ นวรรณกรรมต้านาน C-380 C-395 ก่อพงศ์ นามวัฒน์ C-405 CO3051 การพฒั นารปู แบบการจัดการเรยี นรเู้ ชิงรุกทางเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจดั การ C-419 C-429 อาชพี ส้าหรับหลกั สตู รประกาศนียบตั รวชิ าชพี ช้นั สูงทางการบญั ชี C-441 C-448 ดวงใจ สมภักดี C-455 C-464 CO3062 ความเทา่ ทนั และความตอ้ งการตอ่ การเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 ของกลม่ ผเู้ รยี นระดบั C-474 ปรญิ ญาตรี อา่ นวย พริ ณุ สาร และประดับเดือน ทองเชอื้ เชิญ CO3151 ปัจจยั ทีส่ ง่ ผลตอ่ พฤติกรรมการด้าเนนิ ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งของ นักศึกษามหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ กฤตกนก พาบุ ธงชยั วงศพ์ าบุ สุภาพรรณ พาบุ และโชตกิ า ฉิมงามเสรฐิ CO3169 วัดหนองป่าพง: ตน้ แบบการบรหิ ารองค์กรตามแนววิถีพทุ ธ พระมหาธนรัฐ รฏฺฐเมโธ (สะอาดเอี่ยม) CO3173 การพฒั นาศักยภาพของชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ในเขตเทศบาลตา้ บลเสลภูมิ อ้าเภอเสลภมู ิ จังหวดั รอ้ ยเอด็ CO3253 เสกสรรค์ สนวา สพุ ฒั นา ศรบี ุตรดี ก้องเกยี รติ สุขเกษม ปรมตั ถ์ โพดาพล สมใจ ภูมพิ นั ธุ์ ธนาภรณ์ พันทวี ยทุ ธพนั ธ์ุ ค่าวนั ดวงเดอื น เภตรา และศกั ด์สิ ิทธิ์ ฆารเลิศ การพัฒนาสมรรถนะในการท้างานของพระสังฆาธกิ าร อา้ เภอประโคนชยั จงั หวดั บุรีรัมย์ พระสเุ ชษฐ์ จนฺทธมฺโม (สะอาดเอ่ียม) และพระมหาธนรัฐ รฏฺฐเมโธ (สะอาดเอ่ยี ม) CO3255 การบริการระบบสารสนเทศของส้านักวิทยบริการ มหาวทิ ยาลยั นครพนม จริยา นครวงค์ CO3298 การสอนสังคมศกึ ษา พระเอกรัตน์ มหามงฺคโล และพระปรชั ญา ชยวุฑโฒ CO3309 สทิ ธิมนุษยชนตามแนวพระพุทธศาสนา CO3390 พระเรอื งเดช โชติธมโฺ ม พระครูสุธรรมกิจโกศล พระปลัดสรุ ะ ญาณธโร และพระมหาโชตินพิ ิฐพนธ์ สุทธฺ จติ ฺโต ศกึ ษาการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ยด์ ว้ ยหลกั ศลี 5 ในสงั คมไทย สุทศั น์ ประทมุ แกว้ พระราชธรรมสารสุธี พระกญั จน์ กนตฺ ธมฺโม และสมคดิ สขุ จิต CO3391 แนวทางการพฒั นาหลกั สูตรนิเทศศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชาการสือ่ สารมวลชนท่ี สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน สายใจ ทนั การ จงกล ศริ ปิ ระภา ภคั ณิษา อภิศภุ กรกุล ปัทมาวดี วงศเ์ กิด และวทิ วสั สหวงษ์ CO3410 เสน้ ทางท่องเท่ยี วจงั หวดั บุรีรมั ยข์ องกลมุ่ เยาวชนเพอื่ การเรียนรแู้ บบบูรณาการอย่าง ยง่ั ยืนในการเขา้ สู่ประชาคมอาเซยี น รงุ่ รัตน์ หตั ถกรรม นรนิ ทร์ เจตธ่ารงค์ วรี ากร รัตกลู และราเมศร์ พรหมชาติ AP3105 แนวทางการพัฒนาแหล่งทอ่ งเทยี่ วหมบู่ า้ นวฒั นธรรมจงั หวดั สุรนิ ทร์ วรี ยา มีสวสั ดกุลปนิ่ ฤทยั คงทอง และเยาวภา นยี ากร

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยีวชิ าการ 2017” “วจิ ัยจากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพัฒนาอยา่ งยั่งยืน” สารบญั (ตอ่ ) กลุม่ สังคมศาสตรแ์ ละมนุษยศาสตร์ (Poster Presentation) หนา้ AP3204 การพัฒนาสมรรถนะผนู้ า้ ชุมชนในการบรหิ ารจดั การเศรษฐกจิ ชมุ ชน ในจังหวัดสรุ ินทร์ C-482 AP3226 ตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง C-494 AP3317 C-500 สภุ ารดี สวนโสกเชอื กภรณี หลาวทอง โกเมศ จันทรสมโภชน์ และทพิ เนตร คงมี AP3362 C-514 AP3365 การศึกษาประสทิ ธผิ ลผา่ นวิธีการสอนแบบเน้นทักษะปฏบิ ตั ใิ นวชิ าโครงสร้าง C-524 สถาปัตยกรรมภายใน 3 BP3033 C-530 BP3056 ปานพจน์ บุญลี และชิดชนก สมบรู ณ์ C-540 BP3193 การพัฒนาความสามารถดา้ นการพูดภาษาอังกฤษในโอกาสต่างๆ โดย ใช้การสอนแบบ C-565 BP3207 บทบาทสมมุติ วชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สาร ของนกั ศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ C-572 CP3046 ช้ันสงู มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ C-580 นภาพัฒน์ ยิง่ หาญ อมั พกิ า พรหมลิ และสภุ ชั ญา สวัสดโิ์ ยธนิ CP3107 C-587 การพฒั นาพ้ืนผิวผ้าไหมดว้ ยกราฟเพ่อื เพิม่ มลู คา่ ผลิตภัณฑ์ CP3142 C-599 ทัศนียา นิลฤทธิ์ รตั นเรขา มีพรอ้ ม และวนั เฉลิม จันทร์ชว่ งโชติ ผลการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน โดยใช้ระบบการจัดการเรยี น การสอนออนไลน์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน รายวชิ าเทคโนโลยี คอมพวิ เตอร์ นพิ นธ์ พิมพ์เบา้ ธรรม การสรา้ งกระบวนการเรียนร้อู ย่างมีสว่ นรว่ มของหลกั สตู รเทคโนโลยีลา้ ไยและ ผลิตภัณฑ์ในโรงเรียนนา้ ดิบวิทยาคม อ้าเภอปา่ ซาง จังหวัดลา้ พนู ชนินทร ตยี วรณุ กรณ์1 อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ วรทศั น์ อนิ ทรคัมพร และนทัต อศั ภาภรณ์ ความคิดเหน็ พนักงานสว่ นต้าบลตอ่ การบริหารงานตามหลกั ธรรมาภิบาล ขององค์การ บริหารส่วนต้าบลในเขตอ้าเภอเฝ้าไร่ จงั หวัดหนองคาย ประนอม แสนบุญศริ ิ เสาวลักษณ์ โกศลกิตตอิ มั พร และสญั ญา เคณาภมู ิ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความเช่ือ เจตคตทิ างคณติ ศาสตร์ และความสามารถทาง คณติ ศาสตร์ของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 วรรณภา เขตประทมุ การศึกษาวิธหี าผลบวกและผลลบของจ้านวนนับของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาตอนตน้ จุลจรัญ จิตวงค์ ศักยภาพทางเศรษฐกิจของชมุ ชนรอบปา่ บนพื้นฐานทรัพยากรสงิ่ แวดล้อม ตา้ บลโคกกลาง อ้าเภอลา้ ปลายมาศ จงั หวดั บรุ รี ัมย์ ผกามาศ มลู วันดี อุดมพงษ์ เกศศรีพงษศ์ า ธัญรัศม์ ยุทธสารเสนยี ์ จาริณี ม้าแกว้ และสรรเพชร เพยี รจัด การจดั การนวตั กรรมท้องถิน่ ของเทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธ์สุ ู่ความเปน็ เลศิ : บทสะท้อน จากโครงการลดความขัดแยง้ สร้างบา้ นเมืองม่ันคง เพ่ือคนไร้บา้ น และโครงการลด ความเหลอื่ มลา้ ทางสังคมใหผ้ ดู้ อ้ ยโอกาส สรุ ศักดิ์ ชะมารมั ย์ พระมหาโชตนพิ ฐิ พนธ์ ผลเจริญ และวนั ชัย สขุ ตาม ปจั จยั ทีส่ ง่ ผลตอ่ ผลการเรียนร้โู ปรแกรม GeoGebra ของนักศึกษาสาขาวชิ าคณิตศาสตร์ โกสุมภ์ จันทรแ์ สงกระจา่ ง จรุ ี สุวรรณศรี พนิดา เวชพนั ธ์ และธีระพนั ธ์ จอดนอก

การประชุมวชิ าการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017” “วจิ ัยจากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพัฒนาอย่างย่ังยนื ” สารบัญ (ต่อ) กลมุ่ สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Poster Presentation) หน้า CP3147 การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานในรายวิชา การสอนการแปลภาษาจีนเป็น C-606 C-613 ไทย สา้ หรับนกั ศกึ ษาวิชาเอกภาษาจนี คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั รามค้าแหง C-620 ธนัชพร นามวฒั น์ C-632 CP3167 การพัฒนารูปแบบพานขันหมากโดยการใชผ้ า้ C-642 กฤษณา ชูโชนาคลัดดาวัลย์ สขุ ศาลา และสชุ ญา ฉตั รวชิ ญะ C-651 CP3175 การพฒั นานวัตกรรมในการเพมิ่ มูลค่าสนิ ค้าทางการเกษตรเชิงพาณชิ ย์ ของชมุ ชนใน C-660 C-669 เขตพนื้ ทตี่ ้าบลหูทา้ นบ อ้าเภอปะค้า จงั หวัดบรุ ีรมั ย์ C-698 แกว้ มณี อุทริ มั ย์ สพุ ตั รา รกั การศลิ ป์ สายฝน อไุ ร และธญั รัศม์ ยุทธสารเสนีย์ C-712 CP3266 การเสรมิ สรา้ งเครอื ขา่ ยเศรษฐกจิ พอเพียงของชุมชนในจงั หวัดศรสี ะเกษตามแนว C-720 พระพุทธศาสนา พระครูไพโรจนว์ ฒั นาทร และพระพรสวรรค์ ฐติ ิญาโณ CP3267 การศกึ ษาพฤติกรรมและแรงจูงใจในการดา้ เนนิ ชวี ิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ของชมุ ชนในจงั หวดั ศรีสะเกษ เกษม ประอาง พระพรสวรรค์ ฐิติญาโณ และพระมหาธงชยั ฐติ โสภโณ CP3270 การเสรมิ สรา้ งความม่ันคงในการด้าเนินชวี ติ ของเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงใน จังหวดั ศรสี ะเกษ พระพรสวรรค์ ฐติ ิญาโณ (ใจตรง) และพระกญั จน์ กนฺตธมฺโม (แสงรงุ่ ) CP3272 การเสริมสร้างเครอื ขา่ ยเศรษฐกจิ พอเพียงของชมุ ชนในจงั หวดั ศรสี ะเกษ ประสิทธ์ิ ศรสี มทุ ร และพระพรสวรรค์ ฐิติญาโณ (ใจตรง) CP3284 การจดั การทีด่ ินราชพัสดุเพอ่ื ความเปน็ ธรรมและความเหมาะสมในการใชป้ ระโยชน์ ไอศรู ย์ สธุ รรมเทวกลุ CP3409 การจดั การโปรแกรมการท่องเทย่ี วของจงั หวัดบรุ รี มั ย์ เพือ่ การเรียนรู้แบบบูรณาการ อย่างยั่งยืนในการเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซียน รงุ่ รัตน์ หตั ถกรรม นรนิ ทร์ เจตธา่ รงค์ วรี ากร รตั กูล และราเมศร์ พรหมชาติ CP3414 การเรียนรู้และการผสมกลมกลนื ทางวฒั นธรรมของของกลุ่มชาตพิ นั ธุ์ชมุ ชนบริเวณ อทุ ยานภเู ขาไฟเขากระโดง ในจงั หวดั บรุ ีรมั ย์ CP3419 อิสรพงษ์ ไกรสินธ์ุ มณทิรา สะแกทอง และสมคิด สุขจิต แนวทางการบรหิ ารงานกองทนุ หมู่บ้านและชมุ ชนเมืองอยา่ งยัง่ ยนื :กรณีศึกษาจังหวัดชัยภมู ิ นิตพิ นั ธ์ อนิ ทโชติ

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” วดั หนองป่ าพง: ต้นแบบการบริหารองคก์ รตามแนววิถพี ทุ ธ Wat Nong Pah Pong: The Model of Organization Administration According to the Buddhist Way พระมหาธนรฐั รฏฺฐเมโธ (สะอาดเอ่ยี ม)1* Phramaha Thanarat Ratthamedho (Sa-Ard-Iam)1* 1ภาควชิ าพระพทุ ธศาสนา มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ [email protected]* บทคดั ย่อ วตั ถุประสงคข์ องบทความชน้ิ น้ี คอื เพ่อื นาเสนอภูมหิ ลงั และพฒั นาการของวดั หนองป่าพง และเพ่อื นาเสนอ รปู แบบวถิ ีการบรหิ ารองคก์ รของวดั หนองป่าพง ซ่งึ เป็นต้นแบบของการบรหิ ารองค์กรในแบบวถิ พี ุทธ วดั หนองป่าพง จงั หวดั อุบลราชธานี สงั กดั มหานิกายของคณะสงฆ์ประเทศไทย ภายใต้การนาของพระโพธญิ าณเถระ (หลวงพ่อชา สุภทฺโท) เป็ นวัดท่ีมีระบบการบริหารงานท่ีมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว และประสบความสาเร็จในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาทงั้ ในและต่างประเทศเป็นอย่างดี โดยมกี ารวางระบบการบรหิ ารไวอ้ ย่างเป็นระบบทช่ี ดั เจน และมกี าร จดั การอย่างพิถีพิถัน โดยสรุปได้ดงั น้ี ด้านการวางแผน (Planning) มีการกาหนดเป้าหมายของวัดไว้ชัดเจนคือ เป้าหมายสูงสุดหรอื พนั ธกจิ (Mission) ไดแ้ ก่การทาพระนิพพานใหแ้ จง้ ส่วนเป้าหมายในระดบั บรหิ ารได้แก่การธารง รกั ษาไวซ้ ง่ึ พระพุทธศาสนาแบบดงั้ เดมิ และเน้นการปฏบิ ตั ติ ามแนวไตรสกิ ขา แลว้ ยงั มกี ารสรา้ งเครอ่ื งมอื ทเ่ี ออ้ื ต่อการ บรหิ ารวดั คอื การคงไว้ซง่ึ หลกั ธรรมวนิ ัยเป็นหวั ใจหลกั มกี ารทาหลกั ธุดงคว์ ตั รมาเป็นเคร่อื งช่วยคดั เกลากเิ ลสของผู้ ประพฤตวิ ตั รปฏบิ ตั ิ และหลกั วตั รทงั้ 14 ข้อเพ่อื การอย่อู ยา่ งผาสุกของผมู้ าปฏิบตั ิธรรม และกฎระเบยี บทค่ี ณะสงฆไ์ ด้ ตงั้ ข้นึ เองโดยแยก 2 ส่วนคอื กฎสาหรบั พระภิกษุและกฎสาหรบั แม่ชไี ว้อย่างชดั เจน และได้กจิ วตั รประจาวนั ท่เี น้น กจิ กรรมทเ่ี อ้อื ต่อการประพฤตวิ ตั รปฏบิ ตั ธิ รรม ในเร่อื งการจดั การองค์กร (Organizing) นนั้ มกี ารแบ่งงานกนั ทาในรปู ของคณะกรรมการและมกี ารมอบหมายงานท่ชี ดั เจน ดา้ นการบรหิ ารบุคคล (Staffing) มกี ารแบ่งและปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี าม กรอบกตกิ าทห่ี ม่คู ณะตงั้ เอาไว้ สว่ นการวนิ ิจฉยั สงั่ การ (Directing) นนั้ มกี ารมอบหมายใหพ้ ระมหาเถระจานวน 10 รปู และยงั มตี วั แทนพระมหาเถระทงั้ ในประเทศโดยแบ่งตามภาค และต่างประเทศ คอยทาหน้าทใ่ี นการวนิ ิจฉยั และสงั่ การ ดา้ นการประสานงาน (Co-originating) นนั้ มกี องงานเลขานุการทาหน้าท่ี การเสนอรายงาน (Reporting) นมั้ กี ารเสนอ รายงานทงั้ ในระดบั บุคคล และ ระดบั องค์กร ในรปู แบบคณะกรรมการ และประการสุดทา้ ย คอื ดา้ นการบรหิ ารของ กลางสงฆ์ (Budgeting) เพอ่ื ป้องกนั ปลโิ พธของผมู้ าปฏบิ ตั ธิ รรม ซง่ึ วถิ กี ารทงั้ หมดนนั้ เออ้ื ต่อการบรรลุถงึ พระนพิ พาน คำสำคญั : วดั หนองป่าพง การบรหิ ารองคก์ ร วถิ พี ุทธ Abstract The purposes of this article are to present the background and development of Wat Nong Pah Pong, and to present the Organization Administration in the way of Wat Nong Pah pong, which is the model of Organization Administration in the Buddhist way. Wat Nong Pah Pong, Ubon Ratchathani, belongs to the Mahanikaya Sect of Thai Sangha and under the guidance of Phra Bodhiyanthera (Ajahn Chah) has a unique management system, and successful in spreading Buddhism both in the country and abroad as well, by systematic management system, and meticulous management. The finding is summed up as follows. In C-380

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” Planning, the ultimate goal or mission is set to attain the Nibbana. The administrative goal is set to preserve original traditional Buddhism and emphasize the practice of the Threefold Training (Ti-sikkha). There is also the creation of a tool to facilitate the management or to maintain the principle of discipline. There is a principle of pilgrimage to help subdue the passion of the practitioners including the 14 monastic custom (Vatta) principles for the well-being of the meditator. There are two separate rules for monks and rules for nuns, as well as the daily religious observances (Kiccavatta) that focus on activities conducive to the practice. In organization management, the division is done in the form of a commission and has a clear assignment. Staffing is divided and performed according to the framework set by the group. Directing has been assigned to 10 monks and there are representatives of Phra Maha Thera in the country divided by the regions, and abroad to perform the function of judgment and command. In Co-originating, there is a secretariat function. Reporting offers both individual and organizational reporting in the form of a commission, and finally, the budget is the management of the central monastic consistory. Obviously, all ways are conducive to the attainment of the ultimate Goal is Nibbana. Keywords: Wat Nong Pah Pong, Organization Administration, Buddhist Way บทนา หมายถึง “บุคคล คณะบุคคล หรือสถาบันซ่ึงเป็ น ส่วนประกอบของหน่วยงานใหญ่ทท่ี าหน้าทส่ี มั พนั ธก์ นั ค าว่ า “บ ริห าร ” ต รง กับ ค าศัพ ท์ ท า ง หรอื ข้นึ ต่อกนั (พระมหาโพธวิ งศาจารย์, 783) ดงั นัน้ ภาษาองั กฤษว่า “Administration” และตรงภาษาบาลี ถึงแม้ว่าพระพุทธศาสนาเกิดข้ึนในสงั คมเกษตรใน ว่า “ปรหิ าร, ปริหรณ, ปสาสน, วจิ ารณ, ปาลน, (พระ อนิ เดยี แต่หลกั ธรรมของพระพุทธองคน์ นั้ มหี ลกั ธรรม มหาโพธิวงศาจารย์, 2559) ดังนัน้ คาว่า ปรหิ ารใน ท่สี อนในทุกมติ ิของสงั คม และคาสอนของพระพุทธ ภาษาบาลแี ละบรหิ ารในภาษาไทย หมายถึง การนา องคน์ นั้ ยงั คงทนั สมยั ในทุกยุคสมยั (Timeless) และใน องคาพยพทัง้ หมดขององค์กรให้ดาเนินไปอย่างมี ส่วนของพระพทุ ธเจา้ นนั้ พระองค์“ทรงเป็นนกั บรหิ ารท่ี ประสทิ ธภิ าพ นกั คดิ ดา้ นบรหิ ารยุคใหม่ใหค้ านิยามไว้ ประสบความสาเร็จ วางต้นแบบด้านการบริหารไว้ ว่า “บรหิ าร หมายถงึ การจดั การให้คนตงั้ แต่ 2 คนขน้ึ (Best Practice)ซ่ึงนักบรหิ ารในปัจจุบันได้นามาเป็น ไปทางานในองค์กรอย่างสามคั คีและมีประสทิ ธภิ าพ” หลักในการบรหิ ารงานทวั่ ไป” (พระศรคี มั ภีรญาณ, (พ ระศรีคัมภีรญ าณ , 2559) ซ่ึงคาน้ีแสดงความ 2559) และ“พระพุทธศาสนามหี ลกั ธรรมเก่ยี วกบั การ หมายถงึ ลกั ษณะของการปกครองว่าเป็นการนาสงั คม บรหิ ารจดั การทุกมติ ิ โดยเน้นท่กี ารพฒั นามนุษย์ให้มี หรอื หมู่คณะไปดาเนินไปโดยสมบูรณ์ นาหมู่คณะให้ ความงอกงามทงั้ ทางรา่ งกายและจติ ใจเป็นเบอ้ื งต้น ให้ พฒั นาไปพรอ้ มกนั “ปรหิ าร” อาจบ่งถงึ ความหมายทว่ี า่ เป็นผู้มคี ุณธรรมจรยิ ธรรมท่สี มบูรณ์ จากนนั้ มนุษย์จงึ ดว้ ยการแบ่งงาน การกระจายงานหรอื การทส่ี มาชกิ ใน ทาการบรหิ าร” (พระศรคี มั ภีรญาณ, 2559) ซ่ึงหลกั สังคมมีส่วนร่วมในการปกครองหมู่คณ ะก็ได้ ใน พุทธธรรมนนั้ “ชว่ ยสนบั สนุนการบรหิ ารหรอื เสรมิ พลงั พระไตรปิฎกมกั จะใช้คาว่า “ปรหิ ร” กบั กลุ่มสงั คม เช่น ในการบรหิ าร (Empowerment) เป็นวธิ กี ารอย่างหน่ึง “อห ภิกฺขุสงฆ ปรหิ รสิ ฺสามิ เราจกั ปกครองภิกษุสงฆ์”, ท่ีทุกองค์กรพยายามพัฒ นาข้ึนมา โดยมองด้าน หรอื กับการบรหิ ารงาน เช่น กมฺมนฺต ปรหิ รติ ตีเรติ, จิต วิท ย า ท่ีท า ให้ ค ว า ม ส น ใจ อ ย่ า ง ส่ ง เ ส ริม ให้ เกิ ด วจิ าเรติ เป็นต้น (พระมหาโพธวิ งศาจารย,์ 2559) ส่วน แรงจงู ใจภายใน (Intrinsic motivation) ทาใหเ้ กดิ ความ คาว่า องค์กร ตรงกับภาษอังกฤษว่า Organization เช่ือมนั่ ในตนเองว่ามีความสามารถเพียงพอ (Self- และตรงกับภาษาบาลีว่า องฺค, สมฺภาร, กลา ซ่ึง C-381

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ ่กู ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” efficacy) ท่จี ะทางานนัน้ สาเร็จ” (พระศรีคมั ภีรญาณ, เดนิ ทางมารูปแรกคอื พระโลกนาถ (Salvatoer Cioffi) 2559) ชาวอิตาลี ซ่ึงท่านได้เดินทางมาในประเทศไทยเม่ือ ถงึ แมว้ ่าพุทธศาสนาไดม้ ปี รากฏข้นึ ในอนิ เดยี กลางปี พ.ศ.2476 (พระอนิลมาน ธมฺมสากโิ ย, 2548) ตงั้ แต่กอ่ น และมกี ารเผยแผ่ออกจากอนิ เดยี ไปยงั นานา แต่พระต่างชาติท่อี ุปสมบทในประเทศไทยรูปคือ คอื อารยประเทศในยุคของพระเจ้าอโศกมหาราช ดงั มี ท่าน Dr.William August Purfust ซ่ึงเป็นชาวอังกฤษ ปรากฏในหลกั ฐานทางอรรถกถาพระวนิ ยั ปิฎก สมนั ต ซ่ึ ง บ ร ร พ ช าเป็ น ส า ม เณ ร ม าก่ อ น ได้ ช่ื อ ท า ง ปาสาทกิ า (อรรถกถาภาษาไทย พระวนิ ัยปิฎก สมนั ต พระพุทธศาสนาวา่ สามเณรธมั มานนั ทะ และไดเ้ ขา้ พธิ ี ปาสาทิกา ฉบับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช อุปสมบทท่ีวดั ปากน้า ภาษีเจรญิ โดยมพี ระภาวนา วทิ ยาลยั ภาค 1,2560) แต่ “คาว่า พระพุทธศาสนา โกศล หรอื หลวงพ่อสด วดั ปากน้าเป็นพระอุปัชฌาย์ “Buddhism” ในภาษาอังกฤษเร่มิ ใช้ครงั้ แรกในช่วงปี (พระอนิลมาน ธมฺมสากโิ ย, 2548) และหลงั จากนนั้ กม็ ี พ .ศ .2473 (ค .ศ .1830) เท่ านั้น ก่ อ น ห น้ านั้น ชาวต่างชาติเดินทางเขา้ มาอุปสมบทในประเทศไทย ชาวตะวนั ตกร้จู กั พระพุทธศาสนาน้อยมาก” (พระอนิล อย่างต่อเน่อื ง มาน ธมฺมสากิโย, 2548) จากหลกั ฐานทางวรรณคดี แ ต่ วิ ถี แ ห่ ง ส ม ณ ะ ข อ ง พ ร ะ ฝ รั่ง ใ น ทางพระพุทธศาสนาได้ปรากฏว่าหลกั ฐานว่า พระเจ้า พระพุทธศาสนาเรมิ่ เด่นชดั และเป็นท่รี จู้ กั มากขน้ึ ในวง อโศกมหาราชได้ส่งสมณทูตออกไปเผยแผ่ยงั นานา กว้าง เม่ือพระสุเมโธ (Robert Jackman) ชาวเมือง อารยประเทศจานวน 9 สายดว้ ยกนั และหน่งึ ใน 9 สาย ซีแอตเต้ิล กรุงวอชิงตนั สหรฐั อเมรกิ า ซ่งึ ในปี พ.ศ. นนั้ ในสายท่ี 6 คณะพระมหารกั ขิตไปโยนกประเทศ 2506 ได้มาอุปสมบทท่ีจงั หวดั หนองคาย มพี ระราช ซ่งึ ได้แก่แควน้ กรกี ในเอเซยี กลาง อิหร่าน และเตอร์กิ ปรญี าณมุนีเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้ไปกราบคราวะ สถานนนั่ เอง ในส่วนของประเทศไทยนนั้ จากหลกั ฐาน พระโพธญิ าณเถร เจา้ อาวาสวดั หนองป่ าพง และเกดิ ทางวรรณคดีปรากฏว่า มพี ระธรรมทูตท่ีส่งออกมา จติ ศรทั ธาเล่อื มใส่ในวตั รปฏิบัติและคาสอนของพระ ประเทศพระพุทธศาสนาในยุคสมยั พระเจ้าอโศกนัน้ โพธญิ าณเถระ จงึ ไดพ้ านกั ประพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรมอยกู่ บั ปรากฏอย่ใู นสายท่ี 8 คอื คณะพระโสภณะและอุตตระ ท่านเป็นเวลาถึง 10 ปี ก่อนเดนิ ทางไปแสวงหาความ ทเ่ี ดนิ ทางไปยงั ดนิ แดนทเ่ี รยี กวา่ สุวรรณภูมิ คอื เอเชยี สงบทป่ี ระเทศอินเดยี ในปี พ.ศ.2515 แลว้ กลบั มาช่วย อาคเนย์ (อรรถกถาภาษาไทย พระวนิ ยั ปิฎก สมนั ตปา พระโพธิญาณ เถระตัง้ วัดป่ านานาชาติ ท่ีจังหวัด สาทิกา ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราช อุบลราชธานี ในปี พ.ศ.2518 และท่านพระสุเมโธ ก็ วทิ ยาลยั ภาค 1,2560) และในส่วนของประเทศไทย เป็นเจ้าอาวาสรปู แรก และท่านพระสุเมโธน้ีเป็นพระ นนั้ ได้นาหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการ ฝรงั่ ท่ีบวชในประเทศไทยและได้ทาคุณประโยชน์ต่อ ดาเนินชวี ติ โดยมพี ระสงฆ์ทาหน้าทเ่ี ผยแผ่พุทธธรรม พระพุทธอย่างมากจนกระทงั่ ได้รับพระราชทานตัง้ อย่างต่อเน่ืองจนถึงปัจจุบัน และในปัจจุบันน้ีได้มี สมณศกั ดเิ์ ป็นพระราชาคณะท่ี พระสเุ มธาจารย์ (พ.ศ. ชาวต่างชาติ ผู้มีจิตศรทั ธาเล่ือมใส่ในวิถีปฏิบัติของ 2535) และเป็นพระราชาคณะชนั้ ราชท่ี พระราชสเุ มธา พระสงฆ์ไทย และอุทิศตนบวชเป็ นพระภิกษุใน จารย์ (2547) ตามลาดบั (Wikipedia, 2560) พ ร ะ พุ ทธศ าส น าอ ย่ างท่ีคน ไท ย เร าเรีย กติ ดป าก ว่ า “พ ระฝรัง่ ” หรือ “พระต่างประเทศ” นั้นเอง จาก จ า ก ผ ล ค ว า ม ส า เร็จ ท่ี เกิด จ า ก ก า ร มี พ ร ะ หลกั ฐานทางต่างๆ ท่ีพบ พระฝรงั่ รูปแรกท่ีบวชใน ต่างชาตเิ ข้ามาบวชและศกึ ษาปฏิบตั ธิ รรมเป็นจานวน พ ระพุ ท ธศาส นา คือ Gordon Douglas เป็ น ชาว มากในประเทศไทยนัน้ ย่อมมีนัยความสาคญั ต่อการ อังกฤษและได้รับการอุปสมบท ณ เมืองโคลัมโบ เผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวดั ประเทศศรลี งั กาในปี พ.ศ.1899 (พ.ศ.2444) ซง่ึ ไดร้ บั หนองป่ าพงท่ีเป็นต้นสงั กดั ของพระต่างชาติจานวน ฉายาว่า ภกิ ขอุ โศก (พระอนิลมาน ธมฺมสากโิ ย, 2548) มากนนั้ ซ่งึ ก่อตงั้ โดยพระโพธญิ าณเถร (หลวงพ่อชา แ ต่ ใน ส่ ว น ข อ ง ป ร ะ เท ศ ไท ย นั้น ได้ มี พ ร ะ ต่ า ง ช า ติ สุภทฺโท พ.ศ.2464–2535) เม่อื วนั ท่ี 8 มนี าคม พ.ศ. C-382

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” 2497 เป็นวดั ท่ีเน้นการปฏิบัติวิปัสสนาธุระและคง นาเสนอโดยไดแ้ บ่งไว้ 2 ประเดน็ คอื ประเดน็ ท่ี 1 เร่อื ง รปู แบบวตั รปฏบิ ตั ติ ามวถิ พี ระป่าในสายของหลวงป่มู นั่ ภูมหิ ลงั และพฒั นาการของวดั หนองป่าพง และประเดน็ ภูรทิ ตฺโต แม่ทพั ธรรมสายวปิ ัสสนาแห่งคณะสงฆไ์ ทย ท่ี 2 รปู แบบการบรหิ ารองค์กรของวดั หนองป่าพง ดงั และถึงแม้ว่าพระโพธญิ าณเถร อดีตเจ้าอาวาสและผู้ จะนาเสนอตามลาดบั ต่อไป กอ่ ตงั้ วดั ได้มรณภาพตงั้ แต่ปี 2535 แต่วดั หนองป่าพง นั้น มีก าร พั ฒ น าแ ล ะ เป็ น ศู น ย์ ร ว ม จิต ใจ ข อ ง ภมู ิหลงั และพฒั นาการของวดั หนองป่ าพง พุทธศาสนิกชนทงั้ ภายในและต่างประเทศ และมกี าร ขยายวัดสาขาทัง้ ในและต่างประเทศทัว่ โลกอย่าง วดั หนองป่าพง ตงั้ อยทู่ บ่ี ้านพงสว่าง หมทู่ ่ี 10 ต่ อ เน่ื อ ง โดย มีคณ ะส งฆ์ทั้งพ ระไท ย และพ ระ ตาบลโนนผง้ึ อาเภอวารนิ ชาราบ จงั หวดั อุบลราชธานี ต่างป ระเทศออกไป เผยแผ่ พ ระพุทธศาสนายัง ตั้งเม่ือ วัน ท่ี 8 มีน าค ม พ .ศ .2497 แล ะได้รับ ต่างประเทศ ซ่งึ แรงจงู ใจสาคญั ทท่ี าให้พระฝรงั่ เข้ามา พระราชทานวสิ ุงคามสมี า เม่อื วนั ท่ี 5 เมษายน พ.ศ. บ ว ช ใ น พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น าคื อ เห็ น ทุ ก ข์ ข อ ง ชี วิต แ ล ะ 2517 โดยมีพระโพธิญาณเถร หรือ หลวงพ่อชา ตอ้ งการพน้ ทกุ ข์ ทงั้ น้ีเพราะชวี ติ แบบตะวนั ตก ซง่ึ เต็ม สุภทฺโท เป็นผู้ก่อตัง้ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ช่ือ ไปด้วยเร่อื งของวตั ถุและศาสนาปรัชญาท่ใี ห้คาตอบ “วดั หนองป่ าพง” น้ี เป็ นช่ือท่ีหลวงพ่อชาตัง้ ข้ึนเอง อะไรแก่ชวี ติ ไม่ได้ ทาใหบ้ ุคคลเหล่าน้พี ยายามแสวงหา ชาวบา้ นรกั เรยี กตดิ ปากวา่ “วดั ป่าพง” ทานท่จี ะพ้นไปจากความทุกข์หรอื ทางท่ีจะให้ความ สงบแก่ชวี ิต และเหน็ ว่าพระพุทธศาสนาซ่งึ หมายถึง พฒั นาการของวัดหนองป่ าพงนั้น แบ่ง พระพุทธศาสนาแบบเถรวาทเท่านนั้ คอื ทางทจ่ี ะทาให้ ออกเป็น 4 ช่วง ดงั นี้ พ้นทุกข์หรอื ให้ความสุขความสงบแก่ชีวติ ได้ บุคคล เหล่าน้ีจงึ เลอื กทจ่ี ะมาบวชในประเทศไทย เพราะเป็นท่ี ช่วงเร่ิมต้นของวดั หนองป่ าพง คือตงั้ แต่ เหน็ วา่ มพี ระพทุ ธศาสนาเถรวาททด่ี บี รบิ รู ณ์กวา่ ทใ่ี ด ๆ เร่ิมสร้างวัดเม่ือวันท่ี 8 มีนาคม พ.ศ.2497 พระ มวี ัดป่ าท่ีรกั ษาพระวนิ ัยเคร่งครดั มคี รูอาจารย์สอน โพธญิ าณเถร ท่านได้ธุดงค์เดินทางมาถึงจุดบรเิ วณ สมาธกิ รรมฐานดี มสี ภาพแวดล้อมทเ่ี อ้อื อานวยต่อการ ทต่ี งั้ วดั ในปัจจุบนั เหน็ เป็นการเหมาะสมทจ่ี ะตงั้ วดั เพ่อื ปฏบิ ตั ิสมาธกิ รรมฐานเป็นอย่างดี (พระอนิลมาน ธมฺม เป็นจุดศูนยร์ วมศรทั ธาของผู้สนใจในการปฏิบตั ิธรรม สากโิ ย, 2548) ซง่ึ ในช่วงเรม่ิ ต้นน้ีพระโพธิญาณเถระท่านทาลูกศษิ ย์ ทาความเพียรอย่างหนักไม่ค่อยสนใจกบั การพฒั นา ดงั นนั้ เพ่อื ใหร้ ปู แบบหรอื วถิ วี ตั รปฏิบตั ขิ อง วตั ถุเท่าใดนัก จนกระทงั่ เม่ือมีผู้สนใจเข้ามาเป็นลูก พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ในสาย ศษิ ยเ์ ป็นจานวนมาก ลกู ศษิ ยท์ งั้ พระและฆราวาสจงึ ขอ วปิ ัสสนาธุระ โดยเฉพาะในวดั หนองป่ าพงให้เด่นชดั อนุญาตตงั้ วดั เพ่อื ใหถ้ กู ต้องตามระเบยี บของคณะสงฆ์ และประจกั ษ์ทงั้ ในเชงิ การปฏิบัติและในเชิงงานทาง ในปี พ.ศ.2513 โดยมพี ระโพธญิ าณเถรเป็นเจ้าอาวาส วชิ าการ และเพ่ือให้เป็นวดั ต้นแบบในการจดั การวดั รปู แรก และไดร้ บั พระราชทานสมณศกั ดเิ์ ป็นพระราชา หรอื การบรหิ ารองคก์ รตามแนวทางพระพทุ ธศาสนาใน คณะท่ี “พระโพธญิ าณเถร” เม่อื วนั ท่ี 5 ธนั วาคม พ.ศ. ยุคโลกาภิวตั น์ ท่ีมีรูปแบบท่ีเด่นชัดและยงั คงมงั่ คง 2516 หยงั่ ยนื เจรญิ รุ่งเรอื งอยา่ งต่อเน่ือง ทงั้ น้ีเพ่อื เป็นพุทธ สถานอนั สปั ปายะทร่ี องรบั ผใู้ ครใ่ นการปฏบิ ตั ธิ รรมตาม ช่วงมนั่ คงของวดั หนองป่ าพง: วดั หนองป่า วถิ ีแห่งพระป่ า คณะผูเ้ ขยี นจงึ ได้ทาการศกึ ษาคน้ คว้า พงนัน้ เรม่ิ จากท่ีเป็นวดั ปฏิบัติเลก็ ๆ ท่ีมบี รรณศาลา จ า ก เอ ก ส า ร ท่ี เก่ี ย ว ข้ อ ง แ ล้ว ม า ส รุ ป ผ ล โด ย ใ ช้ วิธี (กระท่อม) ไม่กห่ี ลงั กม็ สี ง่ิ ก่อสร้างอนั พอควรแก่สมณ พรรณนา (Description) เป็นเคร่อื งมอื ในการนาเสนอ วิสยั ท่ีเพียงพอแด่พระภิกษุ สามเณร แม่ชี อุบาสก แล้วนามากาหนดเป็ นวัตถุประสงค์เพ่ือใช้ในการ อุบาสิกาท่มี าค้างแรมปฏิบตั ิธรรม เสนาสนะท่มี นั่ คง ถาวรเรม่ิ มขี ้นึ เช่นศาลาและโรงฉัน, หอระฆงั , กาแพง วดั ไดเ้ พิม่ ข้นึ จากแรงศรทั ธา การดาเนินชวี ติ ของวดั หนองป่าพง ยดึ หลกั พระธรรมวนิ ัยเป็นทต่ี งั้ เรยี บง่าย C-383

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ ่กู ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” และกลมกลนื กับธรรมชาติ เน้นการศึกษาประพฤติ ออสเตรเลีย จานวน 3 วดั ประเทศแคนาดา 3 วัด ปฏิบตั ใิ หบ้ รสิ ุทธใิ ์ นศลี สมาธิ และปัญญา พรอ้ มนาเอา ประเทศฝรงั่ เศส 1 วดั ประเทศเยอรมนั 1 วดั ประเทศ ธุดงควตั ร 13 และวตั ร 14 และกฎท่ตี งั้ ข้นึ เองภายใน อิตาลี 1 วัด ประเทศมาเลเซีย 1 วัด ประเทศ วดั มาผสมผสานเป็นแนวทางปฏิบตั ิเพ่อื ส่งเสรมิ การ นิวซีแลนด์ 1 วัด ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 1 วัด ปฏบิ ตั สิ มณธรรมใหด้ าเนินไปดว้ ยดี สหราชอาณาจกั ร 5 วดั ประเทศสหรฐั อเมรกิ า 2 วดั และประเทศไทย 1 วดั (ubu.ac.th, 2011) ช่วงขยายสาขาของวดั หนองป่ าพง: วดั วัดหนองป่ าพงในปัจจุบัน : แม้ว่าพ ระ หนองป่ าพงนั้นมีสาขาอยู่ทัง้ ภายในประเทศและ โพ ธิญาณ เถระได้มรณ ภ าพ ไป นานแล้ว แต่การ ต่างประเทศ แต่การขยายสาขาของวดั หนองป่ าพง ประพฤติวตั รปฏิบตั ิธรรมของพระสงฆ์ในวดั หนองป่ า ไม่ ได้ เกิด จ าก พ ร ะ ส ง ฆ์ ท่ีอ ยู่ ภ าย ใน ว ัด แ ต่ เกิด จ า ก พ ง ย ัง ถื อ ว ัต ร ป ฏิ บัติ ต า ม ห ล ัก พ ร ะ ธ ร ร ม วินั ย อ ย่ า ง ศรทั ธาญาติโยมทม่ี ีจติ ศรทั ธา ซง่ึ การขยายสาขาของ เคร่งครดั โดยภายในวดั หนองป่ าพงได้แบ่งเขตแดน วัด ห น อ ง ป่ าพ ง มี ดัง น้ี (1 ) ก าร ข ย าย ส าข า เป็น 5 ส่วน คอื เขตพพิ ิธภณั ฑ์ เขตสระน้า เขตเจดีย์ ภายในประเทศ : เรมิ่ มวี ดั สาขาครงั้ แรกใน พ.ศ.2501 เขตสงั ฆาวาส และเขตแม่ชซี ง่ึ ปัจจบุ นั ยงั คงมคี วามสงบ รมร่ืน กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น พิพิธภัณฑ์พระ โดยชาวบ้านเก่าน้อย ตาบลธาตุ อาเภอวารนิ ชาราบ โพธิญาณเถระ ศูนย์มรดกธรรม โรงทาน ศาลานอก จงั หวดั อุบลราชธานี ท่เี คยมาจาศลี ท่วี ดั หนองป่ าพง กุฎพิ ยาบาล โรงยอ้ ม เจดยี ์พระโพธญิ าณ ศาลาธรรม แล้วเกดิ จิตศรทั ธา และพระโพธญิ าณเถร ได้ส่งพระ โรงฉนั พระอุโบสถ หอระฆงั กุฏหิ ลวงพอ่ กฎุ พิ ระภกิ ษุ อาจารยเ์ ทย่ี งไปเป็นเจา้ อาวาสวดั สาขาแห่งแรกช่อื วดั กฏุ สิ าหรบั แม่ช้ี เป็นตน้ ซง่ึ สงิ่ ปลกู สร้างเหล่าน้ีมคี วาม ว่าวัด อรัญ ญ ว าสี ซ่ึง ลัก ษ ณ ะการข ย าย สาข า เรยี บง่าย แข็งแรง ประหยดั (บรรจง โสดาดี, 2555) ภายในประเทศนัน้ จะมที ่ีมา 2 ประเภทคอื ประเภท และมคี วามสปั ปายะแก่การปฏบิ ตั ิธรรมเพ่อื ความหลุด แรกคอื เป็นวดั ทเ่ี กดิ จากพระโพธญิ าณเถร ไดเ้ ดนิ ธุดงค์ พน้ และเพอ่ื บุคลากรของวดั ทเ่ี พมิ่ มากขน้ึ ไปพบสถานท่ีสปั ปายะเหมาะสมในการปฏิบัติธรรม ท่านกจ็ ะปักใจอยทู่ น่ี นั้ จนกลายเป็นสานกั สงฆ์ ประเภท รปู แบบการบริหารองคก์ รของวดั หนองป่ าพง ท่ี 2 คอื วดั ท่เี กดิ ข้นึ จากมพี ุทธศาสนิกชนมจี ิตศรทั ธา มานมิ นตพ์ ระไปจาพรรษาและสรา้ งวดั ขน้ึ ซ่งึ ทกุ สาขา ตามนัยของการทางาน “งานทุกชนิดนัน้ ถูก ต้องนาเอาวตั รปฏบิ ัตจิ ากวดั หนองป่ าพงไปประพฤติ สถาปนาข้นึ มาเพ่อื ความสาเรจ็ และความสาเรจ็ ไม่ใช่ ปฏิบัติอย่างเคร่งครดั โดยมีพระโพธญิ าณเถรกากับ สงิ่ ท่มี อี ย่เู ดมิ แต่เป็นสงิ่ ท่ตี ้องสรา้ งข้นึ ด้วยเหตุปัจจยั ท่ี ดูแ ล อ ย่ างใก ล้ชิซ่ึ ง ส าข าข อ ง วัด ห น อ ง ป่ าพ ง มอี ย่.ู ..ดงั นนั้ เหตุปัจจยั ท่มี เี พลมิ่ พลงั ศกั ยภาพในทุกๆ ภายในประเทศนนั้ จากขอ้ มลู เวบ็ ไซดข์ องวดั ระบุว่า ใน ด้านทั้งในระบบ ระเบียบ กลยุทธ์ เทคโนโลยี ” ปัจจุบัน (พ.ศ.2560) มสี าขาภายในประเทศท่เี ป็นวดั (อัคร ศุภเศรษฐ์, 2558) ในประเดน็ การบรหิ ารงานน้ี สาขา 241 สาขา, ท่เี ป็นสาขาสารองจานวน 35 สาขา วดั หนองป่ าพงซ่งึ เป็นวดั ในพระพุทธศาสนาแบบเถร และท่ียงั เป็ นสาขาสารวจ อีก 15 สาขา (ubu.ac.th, วาทในคณะสงฆไ์ ทย แต่เป็นวดั ท่มี พี ระชาวนานาชาติ 2011) (2) การขยายสาขาภายนอกประเทศ: ในปี พ.ศ. เข้ามาอุปสมบท เพ่ือศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่าง 2520 พระอาจารยส์ ุเมโธ เจา้ อาวาสวดั ป่านานาชาตใิ น เคร่งครดั เป็นจานวนมาก ดงั นัน้ การบรหิ ารองค์กร ขณ ะนั้นได้รับนิมนต์จากมูลนิธิกิจการคณ ะสงฆ์ แบบวดั หนองป่ าพงจงึ มีรูปแบบการบริหารวัดท่ีไม่ ประเทศองั กฤษ ไปเผยแผ่พุทธศาสนาท่นี นั่ และในปี เหมือนกบั สานักปฏิบตั ิสายอ่ืนๆ ท่ีเป็นสานักปฏิบัติ พ.ศ.2521 พระโพธญิ าณเถระไดไ้ ปเปิดวดั ป่าจติ ตวเิ วก ดว้ ยกนั และมลี กั ษณะเฉพาะทค่ี วรเป็นต้นแบบใหก้ บั ในรฐั ซสั เซกต์ ภาคใต้ของอังกฤษ นับเป็นสาขาท่ี 1 สานกั อ่นื ๆ ดงั ท่ี บรรจง โสดาดี ได้ให้ทศั นะไวว้ ่า “การ ของวดั หนองป่ าพงในต่างประเทศ จากขอ้ มลู เวบ็ ไซด์ ของวดั ระบุว่า ในปัจจบุ นั (พ.ศ.2560) วดั สาขาของวดั หนองป่ าพงในต่างประเทศ ประกอบด้วย ประเทศ C-384

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” ขยายตวั ของสานักหลวงป่ชู า มแี ผนการ เป็นระบบ มี โพธญิ าณเถร ท่านได้มกี ารวางแผนงานการบริหาร การกลนั่ กรอง คดั สรร และสร้างกรอบกติกาในการ วดั หนองป่าพงไว้ชดั เจน ซง่ึ แบ่งได้ 2 ประเดน็ คอื (1) กากบั ควบคุม ท่านพถิ พี ถิ นั เป็นพเิ ศษในการเลอื กสรร มีเป้าหมายท่ีชดั เจน (2) วตั รปฏิบัติท่ีเอ้ือต่อการ หรอื สร้างให้เป็นสานักสาขา โดยพจิ ารณาถึงเง่อื นไข บรรลเุ ป้าหมาย ดงั มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี ความพรอ้ ม ความเป็นไปไดข้ องสาขา มกี ระบวนการ มีเป้าหมายที่ชดั เจน ในนัยแห่งเป้าหมายน้ี ติดตามกากับดูแลในรูปแบบคณะกรรมการ เป็ น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดบั อีกคือ (1) เป้าหมาย เครอื ข่ายท่มี นั่ คง เช่อื มโยงถึงกนั กลายเป็นรูปแบบ สงู สุดขององค์กร อันหมายถึงวิสยั ทศั น์ (Vision) ของ องค์กรท่มี ีความเข้มแขง็ มนั่ คง ศษิ ย์ต่างพ่งึ พากนั ไม่ องคก์ รวา่ มที ศิ ทางในการขบั เคลอ่ื นไปในทศิ ทางใด ซง่ึ ต่างคนต่างอยู่ แม้ว่าหลวงป่ชู าจะจากไปแล้ว แต่การ เป้ าหมายสูงสุดนั้นเป้ าหมายสูงสุดหรือพันธกิจ ขยายตวั ของสาขาวดั หนองป่าพงยงั คงดาเนินแผ่ขยาย (Mission) หลกั ของพระพุทธศาสนาได้การการบรรลุ ออกไปเร่ือย ๆ อย่างมัน่ คงเข้มแข็ง นอกจากน้ียัง พระอรหันต์คือการเข้าถึงพระนิพพาน ดงั นัน้ การ พบว่าสาขาวดั หนองป่ าพงยงั ก้าวล้าออกไปเติบโตยงั บรหิ ารองคก์ รของวดั หนองป่าพง ซง่ึ เป็นองคก์ รทเ่ี ป็น ต่างประเทศตงั้ แต่ช่วงหลวงป่ชู ายงั บรหิ ารจดั การ และ วดั ในพระพุทธศาสนานนั้ พระโพธญิ าณเถรได้กาหนด มแี นวโน้มทจ่ี ะขยายตวั เพม่ิ ขน้ึ เรอ่ื ยๆ” (บรรจง โสดาด,ี เป้ าหมายไว้ชัดเจนเป็ นไปตามคาขอบรรพชาใน 2555) พระพุทธศาสนา คือ “นิพฺพาน สจฺฉิกรณตฺถาย” ซ่ึง ดังนัน้ จากผลสาเร็จของการบริหารวัดใน หมายถงึ การทาใหแ้ จ้งซ่งึ พระนิพพาน คอื ผู้ทม่ี าบวช รปู แบบของคณะกรรมการของวดั หนองป่ าพงน้ี เม่อื และมาประพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรมในวดั หนองป่าพง ทกุ ทา่ น นาเอาทฤษฎกี ารบรหิ ารองคก์ รสมยั ใหม่ตาม “แนวคดิ มีเป้าหมายสูงสุดอันเดียวกนั ก็คอื การเอาชนะกเิ ลส ของกลู คิ และเออรว์ กิ ค์ โดยทงั้ 2 ทา่ นไดเ้ สนอประเดน็ ต้องการหลดั พ้นจากวฎั ฎสงสารเขา้ ถงึ ซง่ึ พระนิพพาน น้ี ไ ว้ ใ น ห นั ง สื อ ช่ื อ ‘Paper on the Science of และเป้าหมายในการบรหิ าร ในส่วนของเป้าหมายใน Administration’ (Bovisual, 2013) (บทความว่าด้วย ระดับของการบริหาร หรือพันธกิจ (Mission) หรือ ศาสตร์แห่งการบริหาร) ซ่ึงในบทความน้ี กล่าวถึง เป้าหมายหลกั ของการบรหิ ารศาสนกจิ ของวดั หนองป่า กระบวนการบรหิ ารท่เี รยี กช่อื ย่อเป็นภาษาองั กฤษว่า พงนัน้ คือมีเป้าหมายหลกั หรือพุทธกิจหลักอยู่ท่กี าร “POSDCoRB” (พระศรีคัมภีรญาณ, 2559) มาเป็ น บรหิ ารปกครองวดั ซ่งึ ปรากฏตามเอกสารพอทม่ี ีการ กรอบหลกั ในการวเิ คราะห์ ซ่ึงเราสามารถวเิ คราะห์ ประมวลได้นั้น คือ “(1) เพ่ือธารงไว้ซ่ึงหลักแห่ง รปู แบบการบรหิ ารวดั ท่เี ป็นแบบฉบับเฉพาะตนของ พระพุทธศาสนาแบบดงั้ เดมิ (2) เพ่อื เป็นแบบอย่างแก่ วดั หนองป่ าพง เพ่ือให้มองเป็ นรูปธรรมในการจัด อนุชนร่นุ หลงั ได้ดาเนินตาม (3) เพ่อื สร้างบุคลากรทาง องคก์ ร ดงั มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี พระพุทธศาสนาให้สมบูรณ์ดว้ ยศลี สมาธิ ปัญญา (4) เพ่อื สร้างสงั คมทเ่ี ก้อื กูลต่อการพฒั นาตนเอง และ (5) 1. การวางแผน (Planning) การกระทาการ เพ่อื ดารงตนเป็นแบบอย่างแก่ประชาชน” (คณะศษิ ย์, 2535). ส่งิ ใด จะมีทิศทางหรือนโยบายไปทิศทางไหนนั้น ข้ึนอยู่กับการวางแผนประการสาคญั ซ่ึงเป็ นการ วตั รปฏิ บตั ิท่ีเอื้อต่อการบรรลุเป้าหมาย กาหนดลาดบั กจิ กรรมท่จี ะต้องกระทาเพ่ือให้บรรลุ เป้าหมายตามท่ตี ้องการ การวางแผนท่ดี ยี ่อมทาให้ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ของแผนดังกล่าว พระ ประสบความสาเรจ็ ถึงคร่งึ หน่ึง ซ่ึงการวางแผนน้ีก็ โพธญิ าณเถร ไดใ้ ชว้ ตั รปฏิบตั ทิ างพระพุทธศาสนาเป็น เพ่อื ให้สมาชกิ หรือบุคลากรท่อี ยู่ในองค์กรเดียวกนั แกนกลางท่ีเอ้ือต่อการบริหาร ทงั้ น้ีกเ็ พ่ืออาศัยเป็น ทราบหรอื มีทิศทางในการปฏิบัติงานหรือทางาน เคร่อื งมอื ในการบรหิ ารใหบ้ รรลุตามแผนท่วี างไว้ และ ร่วมกนั อย่างกลมกลนื ไปในทศิ ทางเดยี วกนั ดงั นัน้ อ า น ว ย ป ร ะ โย ช น์ ให้ กับ ก า ร ป ฏิ บั ติ ข อ ง พ ร ะ ภิ ก ษุ ในประเด็นน้ี วัดหนองป่ าพง โดยการนาของพระ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาท่ีมาประพฤติวัตรปฏิบัติ ธรรมในวดั หนองป่ าพง อันประกอบไปด้วย (1) หลกั C-385

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ ่กู ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” พระธรรมวนิ ยั พระโพธญิ าณเถรมคี วามหนักแน่นและ เคารพพระพุทธเจา้ เพราะทา่ นเป็นผบู้ ญั ญตั ิวนิ ยั ขน้ึ มา มนั่ คนในพระธรรมวนิ ัยมาก ท่านจงึ ให้ความสาคญั ฉะนัน้ ถ้าไม่รักษาวินัย ไม่เคารพวินัย ก็เท่ากับไม่ หลกั หลกั ธรรมวนิ ยั ทพ่ี ระพุทธเจา้ ทรงบัญญตั ิข้นึ เป็น เคารพพระพทุ ธเจา้ ถ้าเราเคารพพระพุทธเจา้ เราต้อง อย่างยงิ่ ซง่ึ หลกั แห่งธรรมวนิ ยั น้ีพระพุทธเจา้ พระองค์ เคารพพระวนิ ัยดว้ ยการรกั ษาพระวนิ ัยอย่างเคร่งครดั ได้ทรงตรสั ว่าจะเป็นศาสดาแทนพระองค์หลงั จากท่ี ถา้ ไม่ทาเช่นน้ีกไ็ ม่รจู้ ะมาบวชทาไม ถ้าไม่รกั ษา ทง้ิ ๆ พระองคเ์ สรจ็ ดบั ขนั ธปรนิ ิพพานไปแล้ว ดงั พุทธดารสั ขวา้ ง ๆ กเ็ ป็นโจรเหยยี บพระศาสนาเท่านนั้ เอง...ยอม ทว่ี ่า “ธรรมและวนิ ยั ท่เี ราแสดงแล้วบญั ญตั ิแล้วแก่เธอ ตายก่อนท่ีจะละเมิดพระวินัย ไม่เสียดายชีวิตเท่า ทงั้ หลาย หลงั จากเราล่วงลบั ไป ก็จะเป็นศาสดาแทน เสยี ดายพระวนิ ยั ... (คณะศษิ ย,์ 2535) “บางสานกั สอน เธอทงั้ หลาย” (พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบบั มหาจุฬา วา่ ไม่ตอ้ งไปจุกจกิ จู้จเ้ี ร่อื งสกิ ขาบทต่าง ๆ มากเกนิ ไป ลงกรณราชวิทยาลยั เล่ม 10,2539) ดังนัน้ เพ่ือให้ ใหม้ สี ตติ วั เดยี วกพ็ อแลว้ ครงั้ หน่ึงพระถามหลวงพ่อว่า เป็นไปตามพุทธประสงค์ พระโพธญิ าณเถรได้นาพา ทา่ นเหน็ อย่างไรต่อทศั นะน้ี หลวงพ่อตอบวา่ ...จรงิ แต่ พระภกิ ษุสามเณร ในวดั หนองป่าพงยดึ พระธรรมวนิ ยั ไม่ถูก ถูกแต่ไม่จรงิ ...” (คณะศษิ ย,์ 2535) “ตงั้ แต่พระ เป็นหลกั ในการดารงตนในสมณเพศ ดงั ท่ี...ได้กล่าว โพธญิ าณเถร เรม่ิ บรหิ ารวดั หนองป่าพง ท่านพจิ ารณา เอาไวว้ า่ ...ทว่ี ดั หนองป่าพงมกี ารอบรมพระวนิ ยั ในตอน ถงึ ความเจรญิ และความเส่อื มของพระสงอยตู่ ลอดเวลา เยน็ หลงั ทาวตั รเสรจ็ ตลอดทงั้ พรรษา ตาราทห่ี ลวงพ่อ จนท่านตระหนักในพุทธพจน์ท่ีว่า..วินัยได้ช่อื ว่าเป็น ใชเ้ ป็นหลกั คอื หนงั สอื บุพพสกิ ขาวณั ณนา แต่งโดยพระ อายุของพระพุทธศาสนา เม่อื วนิ ยั ตงั้ มนั่ พระศาสนาก็ อมราภริ กั ขติ วดั บรมนิวาส พ.ศ.2403 ในสมยั รชั กาลท่ี เป็นอันตัง้ มนั่ อยู่ได้ (อรรถกถาภาษาไทย พระวินัย 5 ซ่งึ เป็นหนังสอื ท่มี คี วามละเอียดในสิกขาบทต่าง ๆ ปิฎก สมนั ตปาสาทกิ า ฉบบั มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลง อย่างมาก มที งั้ สกิ ขาบทท่มี ีมาในพระปาติโมกข์ และ กรณราชวทิ ยาลยั ภาค 1,2560) คอื เหน็ ว่าตราบใดท่ี นอกปาฏิโมกข์ ข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ อธิบายอย่าง คณะสงฆ์มีความเอ้ือเฟ้ือต่อพระวินัย ความสามัคคี พสิ ดาร เรยี กกนั สนั้ ๆ ติดปากว่าหนังสือบุพพสิกขา ย่อมไม่แตก การปฏิบัติธรรมกร็ าบร่นื ...” (คณะศษิ ย์, อนั เป็นหนังสอื ท่หี ลวงพ่อได้ใช้ศกึ ษาหาความรู้เร่อื ง 2535) พระวนิ ยั มาตงั้ แต่ท่านเป็นพระบวชใหม่ เม่อื มาเป็นครู บาอาจารย์ ท่านก็ยงั ถือเอาหนังสอื บุพพสกิ ขาน้ีเป็น 2) หลกั ธดุ งค์ 13 ธุดงควตั รไม่ใช่ข้อบงั คบั บรรทดั ฐานของพระวนิ ัยประจาวดั หนองป่าพง ตลอด ระยะเวลาหลายปี พระโพธญิ าณเถรเป็นผู้อ่านและ ตามพระวนิ ยั บญั ญตั ิ แต่พระโพธญิ าณเถร ไดก้ าหนด อธิบายสานวนเพ่ิมเติมด้วยตัวท่านเอง ต่อมาก็ได้ บางข้อไว้ในกฎระเบียบประจาสานัก ซ่ึงพระภิกษุ มอบหมายให้พระรูปอ่นื ทาหน้าทแ่ี ทนบ้าง ท่านเล่าให้ สามเณรทุกรูปต้องปฏิบตั ิอย่างเคร่งครดั โดยท่านได้ ฟังว่า...การท่มี าอบรมพระเณรน้ี ผมกย็ งั เอาบุพพสิก อธบิ ายถงึ ความสาคญั ของธุดงควตั รไวว้ ่า ...ธุดงควตั ร ขาน้ีเป็นหลกั ฐาน ได้อ่านบุพพสิกขาเวลาศึกษาพระ ทงั้ หลายล้วนเป็นเคร่อื งช่วยเราให้ทาลายกเิ ลสเคร่อื ง วนิ ัยใหพ้ ระฟังอย่หู ลายปี อย่วู ดั ป่าพงน้ีผมทงั้ นนั้ ละท่ี เศรา้ หมอง เป็นวธิ กี ารทท่ี าใหก้ ารปฏบิ ตั ขิ องเราเป็นไป อ่านให้ฟัง สมยั ข้นึ ธรรมาสน์เทศน์อย่างน้อยกต็ ้อง 5 อย่างเรยี บง่าย พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงบัญญัติธุดงค ทุ่มหรอื 6 ทุ่ม บางทกี ต็ ีหน่ึงตีสองนะ สนใจแล้วก็ฝึก วตั รไวว้ ่าเป็นสง่ิ ทจ่ี าเป็น แต่สาหรบั พระภกิ ษุผปู้ ระสงค์ ฟัง แลว้ กไ็ ปดูไปพจิ ารณา ถ้าเรามาฟังเฉย ๆ น้ี ผมว่า จะปฏบิ ตั อิ ยา่ งเขม้ งวด ธดุ งควตั รจะเพมิ่ ความเคร่งครดั ไม่เข้าใจแยกคาย ออกจากการฟังแล้ว เราก็ต้องไปดู ในการรกั ษาศลี บางทเี อาศลี เอาสมาธมิ นั ไม่พอนะ ฆ่า ไปวนิ จิ ฉยั ถงึ จะเขา้ ใจ.. (คณะศษิ ยานุศษิ ย,์ 2537) พระ กเิ ลสไม่ได้ ฆ่าไม่เป็น ต้องเอาธุดงคว์ ตั รเขา้ ชว่ ย ธดุ งค โพธิญาณเถร ท่านจงึ เน้นและให้ความสาคญั กบั พระ วตั รน้ีของสาคญั ... (คณะศิษยานุศษิ ย์, 2537) บรขิ าร ธรรมวินัยอย่างมาก ซ่ึงสงั เกตได้จากคาพูดของท่าน ต้องทาเองทงั้ หมด ถึงแม้จะไม่สวยงาม เราก็ภูมิใจ เอ ง ท่ีส อ น พ ร ะ ว่ า...ถ้ าเร าไม่ ร ัก ษ าวินั ย ..เท่ ากับ ไม่ เพราะไดม้ าจากฝีมอื เราเอง ได้มาจากการงานของเรา อยา่ งการเยบ็ จวี รกใ็ ชเ้ ขม็ เยบ็ ดว้ ยมอื กวา่ จะเสรจ็ แต่ละ ตวั หวั แม่มอื ปวดบวมไปหมด ด้ายกไ็ ม่มี มแี ต่ฝ่ายจงู ผี C-386

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ ่กู ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” กไ็ ปบงั สุกลุ เอาตามป่าชา้ ...ส่วนมากจะใหผ้ า้ บงั สุกลุ คอื เสนาสนะให้มันสะอาด ถ้าเราทาเช่นนัน้ เพราะเรา ผา้ ท่หี ่อศพทเ่ี ขาท้งิ ตามป่ าช้า มีทงั้ คราบเลือด คราบ ปฏิบัติ อันน้ีทาให้มีอยู่ในใจของเราทุกคน ความ น้าเหลอื งเหมน็ คลุ้งไปหมด นามาซกั ให้สะอาด เวลา สามคั คนี ัน้ ไม่ต้องเรียกร้องหรอก เป็นเลยให้มนั เป็น เอามานุ่งรสู้ กึ ว่ามอี าสสิ งสม์ าก คอื เกดิ อาหารขนลุกขน ธรรมะ สงบระงบั พยายามทาใจให้เป็นอย่างนนั้ ไม่มี พองหวาดสะดงุ้ อยตู่ ลอดเวลา ทาใหข้ ยนั ทาความเพยี ร อะไร อะไรมนั จะขดั แย้งเรา อะไรเป็นงานหนักหนา ..มนั ขดู เกลากเิ ลสสอยา่ งน้.ี ..(คณะศษิ ยานุศษิ ย,์ 2537) ช่วยกนั ทา ไมน่ านกเ็ สรจ็ ช่วยกนั ง่าย ๆ แล้วกแ็ ลว้ กนั ในส่วนของการถือธุดงค์ด้วยการเทย่ี วบิณฑบาตเป็น ไปมนั ดที ส่ี ุด.(พระโพธญิ าณเถร,2535) วัตรนั้น มีคาพูดท่ีเข้าใจกันง่ายๆ ระหว่างพ ระ กรรมฐานในวดั หนองป่ าพงคอื “ไม่บิณฑ์ ไม่ฉัน” คอื 4) กฎระเบียบของวดั หนองป่ าพง แยก พระภกิ ษุหรอื สามเณรรปู ใดขาดการบณิ ฑบาต จะดว้ ย ต่นื สายหรอื ข้เี กยี จกต็ าม ยกเว้นอาพาธ วนั นัน้ กต็ ้อง ออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนทห่ี น่งึ คอื กฎระเบยี บสงฆ์ อดอาหารไปตามธรรมเนียมการถอื ธุดงคข์ ้อทว่ี ่า ถอื ว่า การบณิ ฑบาตเป็นวตั ร ซง่ึ ท่านพระโพธญิ าณเถร ท่าน ในวดั หนองป่ าพง มี 15 ข้อ ดงั ต่อไปน้ี (1) พระเณร ถอื เร่อื งการบณิ ฑบาตเป็นเร่อื งทส่ี าคญั มาก เพราะเป็น หา้ มขอของแต่คนท่ไี ม่ใช่ญาติมใิ ช่ปวารณา และห้าม การสร้างความสมั พนั ธ์อนั ดรี ะหว่างพระกบั ชาวบ้าน ติดต่อกบั คฤหสั ถ์ และนกั บวชอนั เป็นวสิ ภาคกบั พุทธ คราวทท่ี ่านรบั นิมนต์ไปต่างประเทศซง่ึ ไม่ใช่เมอื งพุทธ ศาสนา (2) ห้ามบอกและเรยี นเดรจั ฉานวชิ า บอกเลข ท่านยงั ออกไปบิณฑบาตรเป็นประจาโดยให้เหตุผลว่า ทาน้ามนต์ หมอยา หมอดู ทาและแจกวตั ถุมงคลต่าง “ไม่ใช่ไปเอาข้าว แต่ไปเอาคน” (คณะศิษยานุศิษย์, ๆ (3) พระผมู้ ีพรรษาหย่อน 5 หา้ มไม่ใหเ้ ท่ยี วไปแต่ 2537) “ขอ้ ทเ่ี ราจะต้องไปอย่กู ุฏใิ ดกต็ าม ตามท่กี าหนด ลาพังตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจาเป็ นหรือมีอาจารย์ผู้ ไว้ให้เรา เป็นข้อวตั รท่มี ปี ระโยชน์เช่นเดียวกนั ช่วย สมควรติดตามไปด้วย (4) เม่ือจะทาอะไรให้ปรกึ ษา ไม่ใหพ้ ระติดท่อี ยู่ ถ้าผ้ใู ดจากไปแลว้ กลบั มาใหม่ กห็ า สงฆ์ หรือผู้เป็นประธานในสงฆ์เสียก่อน เม่อื เห็นว่า ทอ่ี ยกู่ นั ใหม่ การปฏิบตั ขิ องพวกเราเป็นเช่นนนั้ คอื ไม่ เป็นธรรม เป็นวนิ ยั และจงึ ทาอยา่ ทาตามอานาจตวั เอง ยดึ ถอื มนั่ สงิ่ ใด..” (คณะศษิ ยานุศษิ ย,์ 2537) (5) ให้ยนิ ดีในเสนาสนะท่ีสงฆ์จดั ให้ และให้ทาความ สะอาดเกบ็ กวาดกุฏิ ถนนเขา้ ออกใหส้ ะอาด (6) เม่อื มี 3) หลกั วัตร 14 คือระเบียบวิธีการปฏิบัติ กจิ ของสงฆ์เกดิ ข้นึ ใหพ้ รอ้ มกนั ทา เม่อื เลกิ ใหพ้ รอ้ มกนั เลกิ อย่าทาตนใหเ้ ป็นทน่ี ่ารงั เกียจของหมคู่ ณะ คอื เป็น ต่างๆ ในสงั คมความเป็นอยู่ของภิกษุ อนั ส่งเสรมิ ให้ ผู้มีมาย าส าไถ ย ห ลีกเล่ีย ง แก้ตัว (7) เม่ือฉัน การบาเพญ็ สมณธรรม ดาเนินไปด้วยดีและเรยี บรอ้ ย บณิ ฑบาต เกบ็ บาตร ล้างบาตร กวาดวดั ตักน้า สรง เน่ืองจากมุ่งไปส่เู ป้าหมายของพระพุทธศาสนา ต้องมี น้า จดั โรงฉัน ยอ้ มผา้ ฟังเทศน์เหล่าน้ี หา้ มมใิ หค้ ุยกนั วิธีการท่ีถู กต้อง พ ระโพ ธิญ าณ เถ รได้กล่าวถึง พงึ ตงั้ ใจทากจิ นนั้ จรงิ ๆ (8) เมอ่ื ฉนั เสรจ็ แล้ว ใหพ้ รอ้ ม ความสาคญั ของวตั ร 14 ขอ้ ไวว้ า่ “...ขอ้ วตั รปฏบิ ตั ิ กฎ กนั เกบ็ กวาดโรงฉนั ให้เรยี บรอ้ ยเสยี ก่อน แลว้ จงึ กราบ กติกาท่ีวางไวค้ อื หนทางแห่งมรรคผลนิพพาน ถ้าใคร พระพร้อมกนั และนาบรขิ ารของตนกลบั กุฏิโดยสงบฯ ไปฝ่ าฝืนข้อกติกานนั้ แล้ว กไ็ ม่ใช่พระ ไม่ใช่คนท่ตี งั้ ใจ (9) ให้ทาตนเป็นผู้มกั น้อยในการพูด กนิ นอน ร่าเริง มาปฏิบตั ิ เข้าจะไมไ่ ดพ้ บเหน็ อะไรเลย ถงึ แมจ้ ะอย่กู บั จงเป็นผู้ต่ืนอยู่ด้วยความเพียร และจงช่วยพยาบาล ผมทุกคนื ทุกวนั กไ็ ม่เหน็ ผม จะอยกู่ บั พระพทุ ธเจา้ กไ็ ม่ ภิกษุ สามเณรอาพาธด้วยความเมตตา (10) ห้ามรบั เห็นพระพุทธเจา้ ...” (คณะศิษยานุศษิ ย์, 2537) และ เงนิ และทอง และหา้ มผู้อ่นื เกบ็ ไวเ้ พ่อื ตน ห้ามซ่อื ขาย พระโพธญิ าณท่านใหค้ วามสาคญั กบั วตั รทงั้ 14 อย่างน้ี แลกเปล่ยี นฯ (11) เม่อื เอกลาภเกดิ ขน้ึ ในสงฆห์ ม่นู ้ี ให้ เพราะทา่ นเหน็ วา่ ...ขอ้ วตั รทงั้ หลายมกี าลงั มาก ทไ่ี หน เกบ็ เป็นของกองกลาง เม่อื ท่านองคใ์ ดต้องการ ใหส้ งฆ์ ในวดั ท่จี ะทาได้ ไม่ว่าจะเป็นในกุฏิเรากุฏิคนอ่นื กด็ ี ท่ี อนุมตั แิ ก่ท่านองค์นนั้ โดยสมควร (12) หา้ มพูดคุยกนั สกปรกรงุ รงั ทาเลย ไม่ตอ้ งใหใ้ ครสงั่ ไม่ตอ้ งทาเอาหน้า เป็นกลุ่มกอ้ นทงั้ กลางวนั และกลางคนื ในท่ที วั่ ไป หรือ เอาตากบั ใคร ทาเพ่อื ขอ้ ปฏบิ ตั ิของเรา กวาดกุฏิ กวาด ในกุฏิ เว้นไว้แต่มเี หตุจาเป็น ถึงกระนัน้ ก็อย่าเป็นผู้ คลุกคลีและเอิกเกรกิ เฮฮา ห้ามสูบบุหร่ี กินหมากฯ C-387

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ ่กู ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” (13) การรบั การส่งจดหมาย เอกสารหรอื วตั ถุต่าง ๆ สามเณร แม่ชี และคฤหสั ถ์ ทงั้ ในและนอกวดั เวน้ ไวแ้ ต่ ภายนอกห้องแจ้งต่อสงฆ์ หรือผู้ประสานงานสงฆ์ มเี หตุจาเป็นทเ่ี ป็นธรรม (19) ห้ามสญั จรไปมา เท่ยี ว รบั ทราบทุกคราวไป เม่อื สงฆห์ รอื ผเู้ ป็นประธานสงฆ์ เร่ยี ไรต่าง ๆ (20) หา้ มชายทม่ี อี ายุตงั้ แต่ 12 ปีข้นึ ไป เหน็ สมควรแลว้ จงึ รบั สง่ ไดฯ้ (14) พระเณรทม่ี ุ่งเข้ามา ค้างคืนท่ีน้ี เว้นไว้แต่มีเหตุจาเป็นจรงิ ๆ และ (21) ผู้ ปฏบิ ตั ใิ นสานกั น้ี เบ้อื งต้นต้องได้รบั ฝากจากอุปัชฌาย์ ประสงค์จะเข้ามาบวชหรือมาอยู่ในสานักน้ี ต้องมี อาจารย์ของตน และย้ายสุทธมิ าใหถ้ ูกต้องเสยี ก่อนจงึ ผู้ปกครองนามาฝากเป็นหลกั ฐาน และมีผู้อุปัฏฐาก จะใช้ได้ และ (15) พระเณรท่ีเป็ นอาคันตุกะมาพัก พอสมควร ถ้าผ้ใู ดฝ่าฝืน ไม่ปฏบิ ตั ติ ามกติกาน้ี สงฆ์มี อาศยั ต้องนาสุทธแิ จง้ สงฆ์ หรอื ผเู้ ป็นประธานสงฆใ์ น อานาจบรหิ ารได้เต็มท่ี ประกาศ ณ วนั ท่ี 1 มกราคม คนื แรก และมกี าหนดใหพ้ กั ได้ไม่เกนิ 3 คนื เวน้ แต่มี 2520 เหตุจาเป็น ฯ ขอ้ กตกิ าสงฆเ์ หล่าน้ี เม่อื ผใู้ ดฝ่ าฝืนสงฆ์ มีอานาจเต็มท่ีท่ีจะบริหาร ประกาศ ณ วันท่ี 1 5) กิจวตั รประจาวันของวดั หนองป่ าพง มกราคม 2520 และส่วนท่สี องคอื กฎขอ้ ปฏิบตั ขิ องแม่ ชวี ดั หนองป่าพง มี 21 ขอ้ ดงั ต่อไปน้ี (1) ห้ามคลุกคลี นอกเหนอื จากกฎพระวนิ ยั และกฎระเบยี บทเ่ี ออ้ื ต่อการ หรอื คุยกนั เป็นกลุ่มก้อน ทงั้ กลางวนั และกลางคนื (2) ประพฤตวิ ตั รปฏบิ ตั ิธรรม และสร้างจรติ นิสยั อนั ดงี าม เวลาฉนั ลา้ งภาชนะ กวาด สรงน้า ใหพ้ รอ้ มเพรยี ง ทา ของพระเณรแล้ว พระโพธิญาณเถร ได้วางกิจวตั ร ด้วยความสงบเรยี บร้อยและมีสติ (3) ให้รกั ษาความ ประจาวันให้กับพระภิกษุสามเณ ร แม่ชีและผู้มา สะอาดบรเิ วณกุฏิ เช่นเกบ็ กวาด ไล่ปลวก ไล่มด เป็น ประพฤติวตั รปฏบิ ตั ธิ รรมไดย้ ดึ เป็นแนวปฏบิ ตั ิในแต่ละ ต้น (4) เป็นผู้มคี วามสนั โดษ มกั น้อย ในการกนิ การ ช่วงเวลาของแต่ละวนั ไวด้ งั น้ี เวลา 03.00 รวมท่ศี าลา นอน การพูด การร่าเริง เอกเกริกเฮฮา (5) เม่อื เวลา นงั่ สมาธิ ทาวตั รเช้า เวลา 05.00 น. ทาความสะอาด เอกลาภเกิดข้นึ ให้แบ่งกันบรโิ ภคใช้สอยพอสมควร โรงฉัน จดั อาสนะ ออกบิณฑบาต เวลา 08.00 น.รบั และเป็นธรรม (6) เม่อื การเจ็บป่วยเกดิ ข้นึ ให้ช่วยกนั แจกอาหาร ฉันบิณฑบาต เวลา 10.00 น. ทาความ รกั ษาพยาบาลด้วยความเมตตาจรงิ ๆ (7) เข้าไปตงั้ สะอาดโรงฉัน ฟังโอวาท กราบพระพร้อมกนั กลบั กุฏิ กายกรรม วจกี รรม มโนกรรม ประกอบด้วยเมตตา ของตน ทาความเพียร เดินจงกรม นัง่ สมาธิ เวลา ธรรมในเพ่อื นชดี ว้ ยกนั ทงั้ ต่อหน้าและลบั หลงั (8) ต้อง 14.00 น. ทากจิ สว่ นรวมพรอ้ มกนั เชน่ ทาความสะอาด เคารพนับถือซ่ึงกนั และกนั ตามวัยวุฒิ (9) รกั ษาศีล อุโบสถ ลานวดั ถนน และปฏสิ งั ขรณ์ ซอ่ มแซมสถานท่ี บรสิ ุทธเิ ์ สมอ อย่าให้เป็นท่ีรงั เกยี จของหมู่คณะ (10) ต่าง ๆ เวลา 16.00 น. ฉันน้าปานะ สรงน้า เดนิ จงกรม ห้ามไม่ให้ชีคนใดคนหน่ึงมีอานาจปกครองหรอื ตัง้ เวลา 18.00 น. นงั่ สมาธิ ทาวตั รเยน็ ฟังพระธรรมวนิ ยั กติกาใดๆ ด้วยอานาจตน (11) เม่อื เกดิ ความขดั ข้อง ประการใด ๆ รบี แจ้งให้ประธานสงฆ์ทราบเพ่อื จะได้ 2. การจดั องคก์ ร (Organizing) ในด้านการ แก้ไข (12) เม่อื มาอย่ใู นสานกั น้แี ล้ว จะไปไหนมาไหน จัด ก ารอ งค์ ก รนั้น พ ระ โพ ธิญ าณ เถ ร ท่ าน ได้ ต้องบอกลาประธานสงฆท์ ุกครงั้ (13) กฏุ ิทต่ี นสรา้ งข้นึ ป ระยุกต์ ใช้ห ลักการจัดก ารอ งค์กร ใน รูป ข อ ง เม่อื จากไปห้ามไม่ให้ถือสทิ ธิ ์ ต้องเป็นหน้าทข่ี องสงฆ์ คณะกรรมการสงฆ์ โดยมกี ารแบ่งโครงสรา้ งองคก์ รท่ี (14) ห้ามไม่ให้รบั แขกท่ีเป็นเพศชายบนกุฏิของตน ยึดตามหลกั สมัยพุทธกาลเป็นหลกั คือ หลกั การแบ่ง เว้นไวแ้ ต่อาพาธเป็นบางครงั้ (15) ห้ามแสดงโฆษณา งาน : การแบ่งงานในวดั หนองป่าพงนนั้ พระโพธญิ าณ สง่ิ อนั ไม่เป็นธรรมเป็นวนิ ัย เพ่อื เหน็ แก่อามสิ ซ่งึ เป็น ได้มอบหมายงานและมอบหน้าท่ใี ห้พระสงฆแ์ ต่ละรูป มจิ ฉาชพี เป็นเหตุนาความเส่อื มเสียมาสู่พระศาสนา ตามความถนัด ความรูค้ วามสามารถของแต่ละรูป ซ่งึ (16) ห้ามทาตนเป็ นผู้รบั ใช้คฤหัสถ์ ซ่ึงจะเป็นการ ลกั ษณะงานภายในวดั หนองป่าพงนนั้ แบ่งออกเป็น 3 ประทุษรา้ ยตระกลู (17) มคี วามเหน็ รว่ มกนั อย่าววิ าท ลกั ษณะ คือ (1) งานท่ีเป็นหลัก ประกอบด้วย งาน กบั ใคร ๆ เพราะความเหน็ ผดิ (18) หา้ มตดิ ต่อกบั ภกิ ษุ ปกครอง งานดา้ นการศกึ ษา งานด้านการเผยแผ่ และ งานด้านสาธารณูปการ เพ่ือให้เป็นไปตามศาสนกิจ หลกั ของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน (2) งานท่ีจดั เป็น C-388

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” แผนก หรอื เจา้ อธกิ ารผ้ทู าการสงฆ์ เพ่อื ให้เป็นไปตาม หน้าทด่ี ูแลงานทงั้ 6 ประการดงั กลา่ วมาใหเ้ ป็นไปด้วย การแบ่ งเจ้าหน้าท่ีทาการสงฆ์ในสมัยพุทธกาล ความเรยี บรอ้ ย ประกอบดว้ ย เจา้ อธกิ ารแห่งจวี ร เจา้ อธกิ ารแหง่ อาหาร เจ้าอธกิ ารแห่งเสนาสนะ (3)ลกั ษณะงานเฉพาะด้าน มี 3. การบริหารงานบุคคล (Staffing) การ การมอบถวายงานแดพ่ ระผูม้ คี วามเป็นเลศิ เฉพาะทาง ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารทรพั ยากรมนุษย์ใน เป็นต้น และหลกั การมอบหมายหน้าท่ี เน่ืองจากวัด องคก์ ร เพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารจดั การองค์ หนองป่ าพง เร่มิ มวี ดั สาขาครงั้ แรกใน พ.ศ.2503 คือ ในประเด็นน้ีคณะสงฆ์วดั หนองป่ าพง ได้บริหารงาน วดั ป่าอรญั ญวาสี บ้านเก่าน้อย ตาบลธาตุ อาเภอวารนิ บุคคลหรือบุคลากรภายในวัดท่ีมีทัง้ บรรพชิตและ ชาราบ จงั หวัดอุบลราชธานี...ต่อมาสาขาอ่ืนๆ ได้ คฤหสั ถ์ ทงั้ คนไทยและต่างประเทศ ออกเป็น 5 กลุ่ม เกดิ ข้นึ ตามลาดบั ในลกั ษณะชาวบ้านมานิมนต์ไปอยู่ ภ าย ใน วัด คือ (1)ก ลุ่ม พ ระ ส งฆ์ เป็ น ก ลุ่ม ท่ีมี แต่ในบางกรณีหลวงพ่อออกธุดงค์พบท่สี ปั ปายะ และ ความสาคญั ระดับต้น ๆ เพราะเป็นกลุ่มท่ีเป็นกาลงั ตดั สนิ ใจปักหลกั อย่ทู ่นี นั้ จนกลายเป็นสานักสงฆ.์ .. แต่ หลกั ในการปกครอง การศกึ ษา และการเผยแผ่ของวดั การจะเป็นวดั สาขาไดก้ ไ็ ม่ใช่เร่อื งง่าย..หลวงพ่อไม่ได้ หนองป่ าพง (2) กลุ่มสามเณร ต้องรกั ษาศีล 10 และ รบั ทกุ ราย..ถา้ ท่านเหน็ วา่ ทกุ สง่ิ ทุกอย่างพอสมควรแลว้ ปฏิบตั ติ ามเสขยิ วตั รอย่างเคร่งครดั (3) กลุ่มอุบาสก มี ท่านจงึ จะรบั เป็นสาขา เม่อื รบั เป็นวดั สาขาแล้ว หลวง หน้าท่มี าฟังธรรมเป็นครงั้ คราวและถวายการอุปถมั ภ์ พอ่ ท่านจะเมตตายง่ิ นกั สงเคราะหท์ งั้ กาลงั กายกาลงั ใจ ปัจจัย 4 แด่พระภิกษุสามเณร (4) กลุ่มอุบาสิกา มี และวัตถุภายนอก..ในสมยั ท่ีสาขายงั มีจานวนน้อย หน้าท่เี หมือนกลุ่มอุบาสก เพียงแต่มีสานักชที ่ตี ัง้ อยู่ หลวงพ่อดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการย้ายสาขา ภายในวดั ท่แี ยกเป็นสดั ส่วน (5) กลุ่มแม่ชี หลวงพ่อ ของพระภิกษุสามเณร ต้องผ่านท่านก่อนทุกราย แต่ มอบหมายใหป้ กครองกนั เองในรูปของคณะกรรมการ เมอ่ื ขยายสาขาไดม้ ากแล้ว คณะสงฆก์ ใ็ หญ่ขน้ึ ...หลวง โดยมแี ม่ชอี าวุโส 5 ท่านเป็นผดู้ าเนินการ แต่ทงั้ น้ีต้อง พ่อ จึงอนุ ญ าตให้เจ้าสานักพิจารณ าคาข อย้าย สานัก อย่ภู ายใตก้ ารดแู ลและควบคมุ ของคณะสงฆอ์ กี ต่อหน่ึง ของลกู ศษิ ย์และถ้าท่านเจ้าสานกั เหน็ สมควรให้เขียน ดว้ ย แต่สง่ิ ทเ่ี ป็นจดุ เดน่ หรอื จุดแขง็ ของวดั หนองป่าพง จดหมายรบั รองแทนดว้ ย เม่อื สาขามมี ากขน้ึ หลวงพ่อ คอื การมพี ระต่างประเทศเขา้ มาบวชและปฏิบตั ิธรรม ให้มกี ารประชุมเจ้าสานักสาขาประจาปี ประชุมเพ่ือ เป็นจานวนมาก และท่านเหลา่ น้ียงั ปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ ปรกึ ษาเร่อื งต่าง ๆ และปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ ระหว่างปีนนั้ ๆ กระทงั่ ได้รบั ความไว้วางใจจากคณะสงฆ์วดั หนองป่ า การบรหิ ารในรูปแบบน้ี ได้ดาเนินมาตลอดจนกระทงั่ พงให้มีมติออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายงั นานา ทุกวนั น้ี (คณะศษิ ยานุศษิ ย,์ 2537) และในปัจจบุ นั น้วี ดั อารยประเทศดงั สถิติของวดั สาขาในต่างประเทศ “ซ่งึ หนองป่ าพ ง ได้มีการจัดองค์กรโดยแบ่งงานกัน พ ร ะ ต่ าง ป ร ะ เท ศ ได้ ท า ห น้ าท่ี ใน ก า ร เผ ย แ ผ่ รบั ผิดชอบเพ่อื บรหิ ารวดั หนองป่ าพงและวดั สาขาให้ พระพุทธศาสนาไดด้ กี ว่าพระสงฆใ์ นประเทศไทย อัน เป็นไปในทศิ ทางเดยี วกนั โดยคณะสงฆว์ ดั หนองป่าพง เน่ืองจากมพี ้นื ฐานความรสู้ มยั ใหม่ดกี ว่าและไดเ้ ปรยี บ ไดป้ ระชุมและมมี ตมิ อบใหพ้ ระเถระ 10 รปู เป็นผกู้ ากบั ในทางภาษา” (พระอนลิ มาน ธมฺมสากโิ ย, 2548) ดแู ลงานดา้ นต่าง ๆ ของวดั หนองป่าพงและวดั สาขาซง่ึ ประกอบด้วย 1) การแสดงธรรมในโอกาสต่าง ๆ 2) 4. การวินิ จฉัยสัง่ การ (Directing) องค์กร การพจิ ารณาอธกิ รณ์ต่าง ๆ 3) การพจิ ารณาพระภกิ ษุ- ต้องมีการวินิจฉัยสงั่ การท่ีรวดเร็วแม่นตรง รวมทัง้ สามเณ รไป จาพ รรษ าต่างประเทศ 4) พิจารณ า ขอ้ มลู ขา่ วสารทท่ี นั สมยั เพ่อื เป็นขอ้ มลู ในการตดั สนิ ใจ สงเคราะหพ์ ระภกิ ษุ-สามเณรในสาขาเม่อื มเี หตุอนั ควร ข อ งผู้บ ริห าร และเพ่ือ เพิ่ม ป ระสิ ท ธิภ าพ แล ะ 5) ดูแล-รกั ษามูลนิธิมรดกธรรมโพธิญาณ 6) อบรม ประสิทธิผลขององคกร ซ่ึงในวัดหนองป่ าพงนัน้ ใน พระภิกษุ-สามเณรในโอกาสต่าง ๆ ซง่ึ พระเถระทงั้ 10 ปัจจุบันคณ ะสงฆ์ได้แบ่งสายบังคับบัญชาเพ่ือให้ รปู ดงั กล่าวไดร้ บั มติจากคณะสงฆ์แต่งตงั้ ให้เป็นผู้ทา สะดวกในการวินิจฉันสัง่ การของวัด ทัง้ วัดสาขา C-389

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” ภายในประเทศและและต่างประเทศ โดยมสี ายบังคบั อยา่ ทาตามอานาจตวั เอง กฎของพระสงฆข์ อ้ ท่ี 13 การ บญั ชาเพ่อื สงั่ การแบ่งเป็นภาคได้ดงั น้ี “ภาคเหนอื พระ รบั และส่งจดหมาย เอกสารหรอื วตั ถุต่าง ๆ ภายนอก ครูอุดมวรี วฒั น์ (คูณ ติกฺขวีโร) วดั อุดมวารี พระครู หอ้ ง ต้องแจง้ ต่อสงฆ์ หรอื ผ้เู ป็นประธานสงฆร์ บั ทราบ วิจารย์ศุภวัตร (บัณ ฑิต เตชปญฺโญ) วัดแม่ใจใต้ ทุ ก ค ราว ไป เม่ือ ส งฆ์ ห รือ ผู้เป็ น ป ระธาน ส ง ฆ์ ภาคใต้ พระครภู าวนาชยั มงคล (สนุ ทร ทนฺตจติ ฺโต) วดั เหน็ สมควรแลว้ จงึ รบั ส่งได้ และกฎของแม่ชี ข้อท่ี 11 ป่ าชยั มงคล ภาคกลาง พระครูโอภาสวุฒิกร (โสภณ เม่อื เกิดความขดั ขอ้ งประการใด ๆ รบี แจง้ ใหป้ ระธาน โอภาโส) วดั บงึ ลฏั ฐวิ นั ภาคอสี าน หลวงป่สู ี สริ ญิ าโณ สงฆ์ทราบเพ่อื จะได้แกไ้ ข ขอ้ ท่ี 12 เม่อื มาอย่ใู นสานัก วดั ป่าศรมี งคล พระครูสริ ภิ าวนาพธิ าน (สุพงษ์ ธตู ธมฺ น้ีแล้ว จะไปไหนมาไหนต้องบอกลาประธานสงฆ์ทุก โม) ในส่วนต่างประเทศนั้น มีพระราชสุเมธาจารย์ ครงั้ และกฎขอ้ ท่ี 21 ผปู้ ระสงคจ์ ะเขา้ มาบวชหรอื มาอยู่ (หลวงพอ่ โรเบริ ต์ สเุ มโธ) ในสานักน้ี ต้องมีผู้ปกครองนามาฝากเป็ นหลักฐาน และมอี ุปัฏฐากพอสมควร ถ้าผใู้ ดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบตั ิตาม 5. การประสานงาน (Co-originating) การ กฎน้ี สงฆ์มีอานาจบริหารได้เต็มท่ี และการเสนอ ประสานงานเชงิ เชิงระบบขององค์กรหรอื นอกระบบ รายงานในระดบั องค์กรสงั ฆะ (Sangha Organization องค์กร เพ่ือให้องค์กรสามารถดาเนินกิจการอย่างมี Reporting) ในส่วนการเสนอรายงานระดบั องค์กรนัน้ ประสิทธภิ าพ ตรงตามนโยบายและวตั ถุประสงค์ของ คณะสงฆ์วดั หนองป่ าพงมธี รรมเนียมปฏิบัตทิ ่เี อ้อื ต่อ องคก์ ร เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ทงั้ ในองคก์ รและ พระธรรมวนิ ัยเป็นท่ตี งั้ คอื หากต้องมกี จิ อนั ใดเกดิ ข้นึ นอกองคก์ ร ในการประสานงานนนั้ วดั หนองป่าพงใน ภายในวดั ต้องอาศยั มตคิ ณะสงฆเ์ ป็นสาคญั ดงั ปรากฏ ปัจจุบนั ได้มกี ารตงั้ กองงานเลขานุการเพ่อื ทาหน้าทใ่ี น ในกฎของพระสงฆข์ ้อท่ี 11 เม่อื เอกลาภเกดิ ขน้ึ ในสงฆ์ การประสานงานในดา้ นต่าง ๆ ทงั้ ในส่วนวดั หนองป่ า หม่นู ้ี ใหเ้ กบ็ เป็นกองกลาง เม่อื ท่านองคใดต้องการ ให้ พง วดั สาขาทงั้ ในประเทศและต่างประเทศ สงฆ์อนุมตั ิแก่ท่านองค์นั้นโดยสมควร ข้อท่ี 15 ว่า “พระเณรทเ่ี ป็นอาคนั ตุกะมาพกั อาศยั ต้องนาหนังสอื 6. การเสนอรายงาน (Reporting) การเป็น สทุ ธมิ าแจ้งสงฆ์ หรอื ผเู้ ป็นประธานสงฆใ์ นคนื แรก และ องค์กรท่ปี ระสบความสาเรจ็ นัน้ จะต้องเป็นองคก์ รท่มี ี กาหนดให้พักได้ไม่เกิน 3 คืน” และหรือ หากมี ระบบการตรวจสอบข้อมลู ผลการปฏิบตั งิ านของแต่ละ ศาสนกจิ อันใดท่ตี ้องอาศยั มติคณะสงฆ์เป็นสาคญั นัน้ แผนกหรอื บุคคลอย่างมีประสทิ ธภิ าพ ทงั้ มเี พ่ือให้มี วดั หนองป่าพง ไดม้ ธี รรมเนยี มปฏบิ ตั กิ นั อย่างต่อเน่อื ง ขอ้ มูลท่เี ป็นมาตรฐาน เทย่ี งตรง รวดเรว็ เพ่อื ช่วยให้ คือ “ทุกวันท่ี 16-17 มิถุนายน ของทุกปี จะมีการ ผู้บริหารใช้เป็ นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจ ประชุมของคณะสงฆ์วดั หนองป่ าพง และวดั สาขาทงั้ ในประเดน็ น้ี คณะสงฆว์ ดั หนองป่าพง ไดว้ างกรอบการ ภายในประเทศและนอกประเทศ” “โดยปัจจุบันนัน้ มี ประสานงานภายในและนอกวดั เพอ่ื เป็นกลไกลในการ พระมหาเถระ 10 รูปท่ไี ดร้ บั มอบหมายให้กากบั ดูแล บรหิ ารวดั ไว้ 2 ระดบั คอื การเสนอรายงานในระดับ กจิ กรรมต่าง ๆ ของวดั หนองป่าพงและวดั สาขาทงั้ ใน บุคคล (Personal Reporting) ในประเดน็ ของการเสนอ และต่างประเทศ ซ่ึงการดาเนินงานต่าง ๆ ของวดั รายงานในระดับบุคคลนั้น วัดหนองป่ าพงได้มีกฎ หนองป่าพงและวดั สาขาทงั้ ในประเทศและต่างประเทศ สาหรบั พระสงฆแ์ ละกฎสาหรบั แมช่ ไี วส้ าหรบั ถอื ปฏบิ ตั ิ ในปัจจุบันน้ีพระเถระทัง้ 10 รูปจะเป็นผู้กากบั ดูแล อย่างเคร่งครัด ซ่ึงมีการประกาศใช้ตัง้ แต่วันท่ี 1 ตดั สนิ ใจให้เป็นตามมติของคณะสงฆ์ ซ่งึ จะมรี ะเบยี บ มกราคม 2520 จนถึงปัจจุบนั ซง่ึ นบั ล่วงไปแลว้ 40 ปี วาระประชุมเพ่อื พจิ ารณาประเดน็ ต่างๆ” ดงั ทท่ี ่านพระ ซ่งึ กฎดงั กล่าวนัน้ มีบางข้อท่ีเก่ียวข้องกบั เร่อื งการ อาจารย์สุพร เจ้าอาวาสวดั ป่ าไตรสรณคมน์ จงั หวัด รายงานในระดบั บุคคล อาทเิ ช่น กฎของพระสงฆ์ขอ้ ท่ี กระบ่ี เล่าถึงว่า “กว่าจะเป็นสาขา...ในสมยั ท่สี าขามี 4 เม่อื จะทาอะไรให้ปรกึ ษาสงฆ์ หรอื ผ้เู ป็นประธานใน จานวนน้อยท่านดูแลอย่างใกล้ชิด เม่ือสาขาเพิ่ม สงฆเ์ สยี ก่อน เม่อื เหน็ ว่าเป็นธรรม เป็นวนิ ยั และจงึ ทา จานวนมากข้ึนท่านให้เจ้าสานักพิจารณาและเขียน C-390

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ ่กู ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” จดหมายรบั รองแทน และมกี ารบรหิ ารสาขาในรปู แบบ วตั ถุมงคลต่าง ๆ และกฎข้อท่ี 10 คอื หา้ มรบั เงนิ และ คณะกรรมการ โดยมกี ารประชุมใหญ่ของสาขาวนั ท่ี ทอง และห้ามผู้อ่ืนเก็บ ไว้เพ่ือต น ห้ามซ้ือขาย 16-17 มถิ ุนายน ประจาทุกปี” ซง่ึ ธรรมเนียมปฏบิ ตั อิ นั แลกเปลย่ี น และกฎของสาหรบั แม่ชกี เ็ หมอื นกนั ดงั เช่น ดงี ามของคณะสงฆว์ ดั หนองป่าพงน้เี อง จงึ เป็นประการ กฎข้อท่ี 15 ห้ามแสดงโฆษณาส่ิงอนั ไม่เป็นธรรมไม่ สาคญั ทาให้มีวดั สาขาเพ่ิมข้นึ ทงั้ ในและต่างประเทศ เป็นวนิ ัย เพ่อื เหน็ แก่อามิส ซง่ึ เป็นมจิ ฉาชพี เป็นเหตุ เป็นจานวนมาก ดงั มีปรากฏจานวนจากการสารวจ นามาความเส่อื เสยี มาสู่พระพุทธศาสนา กฎข้อท่ี 16 สานักสาขาของวดั หนองป่าพงในปี พ.ศ.2535 พบว่า ห้ามทาตนเป็นผรู้ บั ใช้คฤหสั ถ์ ซง่ึ เป็นการประทุษรา้ ย “มวี ัดสาขาในประเทศ 82 แห่ง ต่างประเทศ 8 แห่ง ตระกลู และกฎขอ้ ท่ี 19 หา้ มสญั จรไปมา เท่ยี วเรย่ี ไร สานกั สงฆ์ 51 แห่งเป็นสาขาสารอง รวมทงั้ หมด 141 ต่าง ๆ ประเดน็ ท่ี 2 เร่อื งการดูแลและรกั ษาของกลาง แห่ง กระจ่ายทวั่ ประเทศและต่างประเทศ” (คณะศษิ ย์ สงฆ์เป็นท่ที ราบกนั ดวี ่าพระสายปฏบิ ตั ิวดั หนองป่าพง ,2537) มคี วามเคร่งครดั ในสกิ ขาบททเ่ี กย่ี วกบั เงนิ ทองดว้ ยวธิ ี ใด ๆ ทงั้ ส้นิ ซ่งึ เป็นไปตามพระวนิ ัยบัญญตั ิว่า “ภิกษุ 7. งานบริหารของกลางสงฆ์ (Budgeting) ทาการซ้ือขายด้วยรูปิยะ คือของใช้เป็นทองและเงนิ ตอ้ งนิสสคั คยี ปาจติ ตยี ์” (พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบบั ในประเด็นน้ีนั้นเก่ียวกับทรพั ย์หรือเงิน ท่าทีของ มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั เล่มท่ี 2, 2539) ดงั มี พระพุทธศาสนาต่อทรพั ย์นัน้ ดงั พระพุทธองค์ได้ทรง ปรากฏชดั เจนในกฎข้อท่ี 11 ของพระสงฆ์วดั หนองป่า ตรสั เรยี กเงนิ วา่ เป็นอสรพษิ (อรรถกถาภาษาไทย พระ พงเร่อื งการเกบ็ รกั ษาเงนิ หรอื งบประมาณวา่ “เม่อื เอก สตุ ตนั ตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ภาค 1 ฉบบั มหา ลาภเกดิ ขน้ึ ในสงฆห์ ม่นู ้ี ใหเ้ กบ็ เป็นกองกลาง เมอ่ื ท่าน จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั , 2556) ซง่ึ หากบุคคลผเู้ ขา้ ไป องค์ใดต้องการ ให้สงฆ์อนุมัติแก่ท่านองค์นัน้ โดย เกย่ี วขอ้ งมปี ัญญาและรวู้ ธิ กี ารในการจบั อสรพษิ บุคคล สมควร” กฎข้อท่ี 10 คอื หา้ มรบั เงนิ และทอง และห้าม นนั้ ย่อมไมถ่ ูกอสรพษิ ทารา้ ยได้ ดงั นนั้ ประเดน็ ท่สี าคญั ผอู้ ่นื เกบ็ ไวเ้ พ่อื ตน ห้ามซอ้ื ขายแลกเปลย่ี น ประเดน็ ท่ี คือการได้มาซ่ึงทรพั ย์และการใช้จ่ายทรพั ย์นัน่ เอง 3 เรอ่ื งการใชจ้ ่ายของกลางสงฆ:์ พระโพธญิ าณท่านยดึ ดัง นั้น แ ล้ ว ถึ ง แ ม้ ว่ า พ ร ะ พุ ท ธ อ ง ค์ ท ร ง บั ญ ญั ติ ใ ห้ ตามพระวินัยคอื ให้มีไวยาวจั กรเป็นผู้จดั เก็บ เม่ือมี พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาอาศยั ปัจจยั 4 คือ จีวร, ศรทั ธาเขานามาถวาย แต่ถ้าไวยาวจั กรไม่อยู่ เขากจ็ ะ อาหารบัณฑิตบาต,เสนานะ,และยารกั ษาโรคเท่านัน้ สอดไว้ในสมุด เม่อื มกี ารสูญหายท่านก็ไม่ติดใจอะไร ซง่ึ การได้มาซง่ึ ปัจจยั ส่เี หล่าน้ีนัน้ ต้องขน้ึ อยู่กบั ทายก และพระโพธิญาณท่านเคยอบรมพระเร่อื งการนาของ ทายกิ าผมู้ จี ติ ศรทั ธานามาถวาย ซง่ึ ในประเดน็ ของการ กลางสงฆอ์ อกมาใชเ้ อาไวว้ ่า “อย่างยาสฟี ันน่ะ ไปหยบิ บรหิ ารดา้ นงานงบประมาณหรอื การดูแลของกลางสงฆ์ มาสกั กล่องหน่ึงกลวั คนจะเห็นน้ีมันเป็นอาการของ น้ี วดั หนองป่าพง โดยการนาของพระโพธญิ าณเถร ได้ อาบตั ปิ าราชกิ ของในศาลาหรอื ท่ไี หนก็แล้วแต่ ต้อง วางกรอบ กฎเรยี บ สาหรบั ใหพ้ ระภกิ ษุสามเณร และ บอกครอู าจารยใ์ หท้ ราบก่อน งา่ ย ๆ อาบตั ิปาราชกิ ไม่ แม่ชี ทั้งในวัดและวัดสาขาได้ยึดเป็ นหลักในการ ยากเป็นอาการของขโมย มจี ติ มวั หมองเป็นขโมยแลว้ ประพฤติ ดงั น้ี ประเดน็ ท่ี 1 เร่อื งการไดม้ าซง่ึ ของกลาง หยิบของส่ิงนัน้ ข้ึนมา” (คณะศิษย์, 2537) และพระ สงฆ์: ในวัดหนองป่ าพง จีวรและบริขารอ่านๆ ของ โพธญิ าณเถร ไดต้ งั้ กฎของพระสงฆ์วดั หนองป่าพงอนั พระภิกษุมอี ยู่อย่างจากดั ซ่งึ รวบรวมไวเ้ ป็นของสงฆ์ เน่อื งด้วยการใชง้ บประมาณกลางดงั มรี ะบุชดั เจนในขอ้ หรอื เป็นของส่วนกลาง มีภิกษุผู้รกั ษาเรือนคลังสงฆ์ ท่ี 11 ว่า “เม่อื เอกลาภเกดิ ข้นึ ในสงฆ์หม่นู ้ี ใหเ้ กบ็ เป็น เป็นผูแ้ จกในกาลทเ่ี หมาะสม ดงั นนั้ พระภกิ ษุสามเณร กองกลาง เม่อื ท่านองค์ใดต้องการ ให้สงฆ์อนุมตั ิแก่ ในวดั หนองป่ าพงต้องปฏิบัติตามกฎข้อท่ี 1 คอื พระ ท่านองคน์ นั้ โดยสมควร” เณรห้ามขอของแต่คนท่ีมิใช่ญาติมใิ ช่ปวารณา และ หา้ มติดต่อกบั คฤหสั ถ์ และนกั บวชอนั เป็นวสิ ภาคกบั การอภิปรายผล พุทธศาสนา กฎขอ้ ท่ี 2 คอื หา้ มบอกและเรยี นตริ จั ฉาน วชิ า บอกเลข ทาน้ามนต์ หมอยา หมอดู ทาและแจก C-391

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” การจดั องค์กรคณะสงฆ์ของพระพุทธเจ้าใน ต้องมกี ารกลนั่ กรองให้ถูกต้องตามหลกั ธรรมวนิ ัย การ สมัยพุทธกาล (Early Buddhism) คอื การท่พี ระพุทธ อบรมด้วยการฝึกจิต การทากิจวตั รต่าง ๆ เป็ นไป องค์ทรงบัญญัติพระวินัย เพ่ือใช้เป็ นเคร่ืองในการ อย่างเข้มข้น ซ่ึงเม่อื พระสงฆ์ท่ีได้รบั การอบรมจาก ปกครองและใหก้ ารศกึ ษาพฒั นาตนเองของสมาชกิ ใน สานกั วดั หนองป่าพงมจี านวนมาก พระโพธญิ าณเถรก็ องค์กรคณะสงฆ์ ให้ได้บรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดของ ส่งพระเหล่าน้ีไปอยู่ตามวัดสาขาต่าง ๆ เพ่ือเผยแผ่ พระพทุ ธศาสนา โดยพระธรรมวนิ ัยจะครอบคลมุ ระบบ พระพุทธศาสนาใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื งสบื ไป จงึ เหน็ ไดว้ ่าการ การดาเนินชวี ติ ทุกอย่าง เรมิ่ ตงั้ แต่กาหนดคุณสมบัติ การจดั การองค์กรของคณะสงฆ์วัดหนองป่ าพง มี สทิ ธิ หน้าท่ี และวธิ กี ารรบั สมาชกิ ใหม่ เข้าส่ชู ุมชนคือ รปู แบบท่สี มั พนั ธ์กบั วถิ ีการจดั การองค์แบบพุทธเถร สงฆ์ การดูแลสมาชิกใหม่ การแต่งตัง้ เจ้าหน้าท่ีทา วาท ซ่งึ เป็นแบบดงั้ เดมิ มาตงั้ แต่สมยั พุทธกาล ตราบ กิจการสงฆ์ พร้อมด้วยคุณสมบัติและหน้าท่ีตามท่ี เท่าถึงปัจจุบันน้ี และควรเป็ นวัดต้นแบบด้านการ กาหนดให้ และรวมถึงระเบียบเก่ยี วกบั การแสวงหา จดั การองค์กรแบบวิถีพุทธท่ีเน้นหลกั การพฒั นาคน การจดั ทา การเก็บรกั ษา และการแบ่งสรรปัจจยั ๔ ตามหลกั ไตรสกิ ขา คอื ศลี สมาธิ และปัญญา นนั่ เอง (พระธรรมปิฎก, 2546) โดยเป็นระเบียบปฏบิ ตั เิ พ่อื ให้ พระสงฆไ์ ดห้ มายรูร้ ่วมกนั ในสงั คมสงฆ์ เช่น ระเบียบ บทสรปุ การรบั และจัดแบ่งส่วนอาหาร การทาจีวร และข้อ ปฏิบัติเก่ียวกับจีวร การจัดสรรท่ีอยู่อาศัย ระเบียบ วดั หนองป่ าพง ในสงั กดั มหานิกายของคณะ วธิ ดี าเนินการประชุม การโจทยห์ รอื ฟ้องคดี ขอ้ ปฏิบตั ิ สงฆป์ ระเทศไทย ภายใต้การนาของพระโพธญิ าณเถระ ของการโจทย์ จาเลย และผวู้ นิ ิจฉัยคดี วธิ ดี าเนินการ (หลวงพ่อชา สภุ ทฺโท) เป็นวดั ท่มี รี ะบบการบรหิ ารงาน และตัดสินการลงโทษแบบต่าง ๆ (พระไตรปิ ฎก ท่ีมีลักษณ ะเด่นเฉพ าะตัว และเป็ นวัดท่ีป ระสบ ภาษาไทย ฉบบั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั เลม่ ท่ี 5, ความสาเรจ็ ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทงั้ ในและ 2539) เป็นต้น ต่างประเทศเป็นอย่างดยี งิ่ ดงั จานวนการเพม่ิ ขน้ึ อย่าง ต่อเน่อื งของวดั สาขาทงั้ ในและต่างประเทศ และจานวน ในส่วนของวัดหนองป่ าพงนั้น ได้กาหนด พระภกิ ษุทงั้ ชาวไทยและต่างชาตทิ ่เี ขา้ มาบวชและเป็น รปู แบบการจดั การองคก์ รขน้ึ มาใหม่ โดยใชร้ ปู แบบการ สทั ธวิ หิ ารกิ ของพระโพธญิ าณเถร ซง่ึ วดั หนองป่าพงมี ปกครอง การบรหิ ารตามทค่ี ณะสงฆไ์ ทยกาหนดไว้ คอื รปู แบบหรอื วถิ กี ารบรหิ ารวดั หนองป่าพง ตามแนวคา มีการสร้างวดั ท่ีถูกต้องตามกฎหมาย มีการตัง้ เจ้า สอนและวตั รปฏิบัติของพระโพธิญาณเถร ท่ีได้วาง อาวาสเพ่ือให้เป็ นไปตามกฎมหาเถรสมาคม ซ่ึง ระบบการบรหิ ารเอาไว้อยา่ งเป็นระบบท่ชี ดั เจน โดยมี เปรยี บเสมอื นรปู ลกั ษณ์ภายนอก แต่ภายในสานกั ของ การกลนั่ กรอง คัดสรร และสร้างกรอบกติกาในการ วัดหนองป่ าพงนั้น พระโพธิญาณเถรได้ประยุกต์ กากบั ควบคุมดูแล บรหิ ารจดั การอย่างพถิ ีพถิ นั โดย หลกั การจดั องค์กรสงฆ์ในสมยั พุทธกาลมาใช้ในการ สรุปแยกประเดน็ ไดด้ งั น้ี ดา้ นการวางแผน (Planning) บริหารวัดหนองป่ าพงและวัด คือ มีการกาหนด นั้น มีการกาหนดเป้ าหมายของวัดไว้ชัดเจนคือ วตั ถุประสงค์ไว้ท่ชี ัดเจน มีการแบ่งงานกนั ทา มีการ เป้าหมายสูงสุดหรือพันธกิจ (Mission) ได้แก่การทา มอบหมายหน้าท่ี มกี ารแบ่งสายงานบงั คบั บญั ชา การ พระนิพพานให้แจ้ง ส่วนเป้าหมายในระดบั บริหาร ดแู ลของกลางสงฆ์ และการประสานงาน ได้แก่การธารงรกั ษาไว้ซง่ึ พระพุทธศาสนาแบบดงั้ เดมิ และเน้นการปฏิบัติตามแนวไตรสิกขา แล้วยงั มีการ ดงั นัน้ จะเหน็ ไดว้ ่าวดั หนองป่ าพงมรี ูปแบบ สรา้ งเคร่อื งมอื เพ่อื เป็นกรอบในการบรหิ ารเอาไว้อนั การจัดการวดั หรือการจัดการองค์กรท่ีใช้หลักการ ประกอบด้วย การคงไว้ซ่ึงหลกั ธรรมวินัย ซ่ึงเป็ น จดั การองค์กรแบบตัง้ เดิมตัง้ แต่สมยั พุทธกาล ตาม ศ า ส ด า แ ท น พ ร ะ พุ ท ธ อ ง ค์ ดัง พุ ท ธ ป ร ะ ส ง ค์ ท่ี ท ร ง พุทธวถิ ที ่พี ระพุทธเจ้าทรงวางเอาไว้ เรมิ่ ตงั้ แต่การรบั ประกาศอย่างชัดเจนในท่ามกลางส่งก่อนเสด็จดับ สมาชกิ ใหมค่ อื พระสงฆ์ทจ่ี ะเขา้ มาอยใู่ นวดั หนองป่าพง ขนั ธปรนิ ิพพาน แลว้ ยงั มกี ารทาหลกั ธุดงคว์ ตั รมาเป็น C-392

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” เคร่อื งช่วยคดั เกลากเิ ลสของผปู้ ระพฤตวิ ตั รปฏบิ ตั ิ และ เป็ น วิ ถี ท่ี เน้ น ไ ป ท่ี แ ก่ น ค า ส อ น ดั่ง เดิ ม ข อ ง หลกั วัตรทงั้ 14 ข้อเพ่ือการอยู่อย่างผาสุกของผู้มา พระพุทธศาสนา โดยอาศัยรูปแบบหรือวิถีท่ีอยู่ ปฏิบัติธรรม และกฎระเบียบท่คี ณะสงฆ์ได้ตงั้ ข้นึ เอง กลมกลนื กบั ธรรมชาติ เรยี บงา่ ย สมถะ ปราศจากการ โดยแยก 2 ส่วนคอื กฎสาหรบั พระภิกษุและกฎสาหรบั ครอบงาดว้ ยวตั ถุนิยมอย่างสน้ิ เชงิ และมุ่งแสวงหาทาง แม่ชีไว้อย่างชัดเจน และได้กิจวตั รประจาวันท่ีเน้ น หลุดพน้ อนั เป็นบรมสขุ นนั้ คอื พระนพิ พานนนั้ เอง กจิ กรรมทเ่ี ออ้ื ต่อการประพฤตวิ ตั รปฏบิ ตั ธิ รรม ในเร่อื ง การจัดการองค์กร (Organizing) นั้น คณ ะสงฆ์วัด กิตติกรรมประกาศ หนองป่าพง ไดก้ าหนดใหก้ ารแบ่งงานกนั ทาในรูปของ ผเู้ ขยี นขออนุโมทนาขอบคุณเจา้ ของผลงานท่ี ค ณ ะก รร ม ก าร แล ะ มีก าร ม อ บ ห ม าย งาน เป็ น กิจจะลักษ ณ ะท่ีชัดเจน เร่ือ งการบ ริห ารบุ คคล อ้างองิ ในเอกสารอา้ งองิ ทกุ ท่าน ทไ่ี ดส้ รรสรา้ งหนงั สอื ท่ี (Staffing) มีกลุ่มคนแบ่งออกเป็ น 5 กลุ่มคือ กลุ่ม เกย่ี วขอ้ งกบั งานเขยี นชน้ิ น้ี และขอน้อมถวายเป็นอาจา พระสงฆ์, กลุ่มสามเณร, กลุ่มแม่ช,ี กลุ่มอุบาสก และ ริยบูชาต่อพระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท) กลุ่มอุบาสกิ า ซ่งึ ต่างกม็ หี น้าท่ที ่ตี ้องปฏิบตั ิตามกรอบ ผกู้ อ่ ตงั้ และเจา้ อาวาสวดั หนองป่าพง ทไ่ี ดเ้ ป็นต้นธรรม กติกาท่ีหมู่คณะตัง้ เอาไว้ เร่ืองการวินิจฉัยสัง่ การ ของพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายรูป และช่วยให้ (Directing) นั้น มีการมอบหมายให้พระมหาเถระ ผูเ้ ขยี นเกดิ แรงบนั ดาลใจในการไปศกึ ษาและรวบรวม จานวน 10 รูปและยังมีตัวแทนพระมหาเถระทงั้ ใน ขอ้ มูลท่เี กย่ี วกบั ประวตั ิ ปฏปิ ทา และผลงานของท่าน ประเทศโดยแบ่งตามภาค และต่างประเทศ คอยทา เพ่อื นาเสนอให้แด่ผู้สนใจทวั่ ไป อนั จะก่อให้เกดิ พลงั หน้ าท่ีในการวินิจฉัย และสัง่ การ ส่วน ด้านการ แห่งกุศลศรัทธาแด่ผู้ได้ศึกษา และเป็ นผลดีต่ อ ประสานงาน (Co-originating) นนั้ มกี องงานเลขานุการ พระพุทธศาสนาสบื ต่อไป เป็นผู้ทาหน้าท่ี การเสนอรายงาน (Reporting) นัน้ มี การเส น อ ราย งานทั้งในระดับ บุ ค คล (Personal เอกสารอ้างอิง Reporting) โดยต้องปฏบิ ตั ติ ามกรอบของกฎกตกิ าของ วัด อ ย่ า ง เค ร่ ง ค รัด ใน ร ะ ดับ อ ง ค์ ก ร (Sangha คณะศษิ ย,์ (2535). ตามรอยพระโพธิญาณ, Organization Reporting) เน้ น ก าร บ ริห าร ง าน ใน กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พค์ รุ ุสภา. รปู แบบของคณะกรรมการ และประการสุดท้าย คือ การบรหิ ารของกลางสงฆ์ (Budgeting) ซ่งึ เป็นท่ที ราบ คณะศษิ ยานุศษิ ย.์ (2537). อปุ ลมณี, กนั ดวี ่า เอกลาภท่เี กดิ ข้นึ ในหมู่คณะของวดั หนองป่ า กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พค์ ุรสุ ภา. พง ต้องเป็นของกลางสงฆ์ หากมีพระรูปใดประสงค์ ต้องการใช้ก็ต้องถามเจ้าหน้าท่ีผู้ดูแล หรือต้องผ่าน บรรจง โสดาด,ี ทวศี กั ดิ์ทองทพิ ยแ์ ละ พระครปู รยิ ตั วิ ิ ไวยาวจั กรของวดั ในการจดั การและเป็นธุระให้เท่านัน้ สุทธิคุณ. (2555). การศึกษารปู แบบและ ซ่ึงเป็ นวิธีการท่ีเอ้ือประโยชน์ให้พระสงฆ์และผู้มา คุณค่าของเหตุผลในการสอนธรรมของ ประพฤติวตั รปฏิบตั ิธรรมไม่ต้องไปกงั วลต่อปัจจยั 4 พระสงฆ์ภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อที่มี และมุ่งเพ่ือประพฤติวตั รปฏิบัติธรรมเพ่ือบรรลุตาม อิทธิพลต่อศรทั ธาประชาชน. รายงานการ จุดประสงค์ขนั้ สูงสุดคือ การทาพระนิพพานให้แจ้ง วิจยั , กรุงเทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั มหา นนั้ เอง ซง่ึ รปู แบบการบรหิ ารวดั ตามวถิ วี ตั รปฏบิ ตั ขิ อง จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั . วดั หนองป่าพงน้ี ควรอยา่ งยงิ่ ในการเป็นต้นแบบใหก้ บั วดั หรอื หน่วยงานอ่นื ๆ ไดน้ าไปเป็นตน้ แบบการบรหิ าร พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.2544. ตามแนวพทุ ธวถิ ี ทไ่ี มเ่ น้นการสรา้ งเพยี งแคศ่ าสนวตั ถุ (2560). พิมพ์ครงั้ ท่ี 2, กรุงเทพมหานคร: หรอื เป็นแค่เพียงรูปแบบและกระบวนการเท่านัน้ แต่ ราชบณั ฑติ ยสถาน. พระไตรปิ ฎกภาษาไทย ฉบบั มหาจฬุ าลงกรณราช C-393

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ “นวตั กรรมและเทคโนโลยวี ชิ าการ 2017” “วจิ ยั จากองคค์ วามรสู้ กู่ ารพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ” วิทยาลยั เล่มท่ี 2. (2539).กรุงเทพมหานคร: อรรถกถาภาษาไทย พระสตุ ตนั ตปิ ฎก ขทุ ทกนิกาย มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั . ธรรมบท ภาค 1 ฉบบั มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย. (2556).กรุงเทพมหานคร: พระไตรปิ ฎกภาษาไทย ฉบบั มหาจฬุ าลงกรณราช มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั . วิทยาลยั เล่มท่ี 5. (2539).กรุงเทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . อรรถกถาภาษาไทย พระวินัยปิ ฎก สมนั ตปาสา ทิกา ฉบบั มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ พระไตรปิ ฎกภาษาไทย ฉบบั มหาจฬุ าลงกรณราช ร า ช วิ ท ย า ลั ย ภ า ค 1 . (2 5 6 0 ) . วิทยาลยั เล่มท่ี 10. 2539).กรงุ เทพมหานคร: กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลง มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . กรณราชวทิ ยาลยั . พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2546), พทุ ธธรรม Bovisual. (2013). แหล่งขอ้ มลู : ฉบบั ปรงุ ปรงุ และขยายความ, พมิ พ์ครงั้ ท่ี https://bovisualize.wordpress.com/2013/0 10, กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ บริษัท 1/29/ทฤษฎ-ี กระบวนการบรหิ าร-posdcorb. สหธรรม จากดั . 30 พฤศจกิ ายน 2560. พระอนลิ มาน ธมฺมสากโิ ย. (2548). พระฝรงั่ ใน วกิ พิ เี ดยี สารานุกรมเสรี (2017). แหลง่ ขอ้ มลู : ป ร ะ เท ศ ไ ท ย . ร า ย ก า ร ก า ร วิ จัย . https://th.wikipedia.org/wiki/พระราชสุเมธา กรุงเทพมหานคร: ศูนย์พุทธศาสนศึกษา จารย์_(โรเบิร์ต_สุเมโธ). 30 พฤศจิกายน จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาชยั . 2560 พระโพธญิ าณเถร. (2535). รวมพระธรรมเทศนา วดั หนองป่าพง. (2011). แหล่งขอ้ มลู หลวงพ่อชา สุภทฺโท, กรุงเทพมหานคร: http://www.ubu.ac.th/wat/index.php?page ธรรมสภา, 2535. =sakha.30 พฤศจกิ ายน 2560. พระมหาโพธวิ งศาจารย.์ (2559). พจนานุกรม ไทย- บาลี, กรงเทพมหานคร: บจก. ปัญญมิตร การพมิ พ.์ พระศรคี มั ภรี ญาณ. (2559). บรู ณาการพทุ ธธรรม เพื่อเสริมสร้างพลงั บริหาร, พิมพ์ครงั้ ท่ี 2, กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลง กรณราชวทิ ยาลยั . อคั ร ศภุ เศรษฐ.์ (2558). พทุ ธวิธี การบาบดั ความ ผิดปกติของชีวิต. กรุงเทพมหานคร: เคล็ด ไทย. C-394

ภาคผนวก