Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

Published by Pawinee Keawsangin, 2020-09-30 09:10:08

Description: หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 2563

Search

Read the Text Version

48 โครงสรา้ งรายวชิ า หน่วย ช่ือหน่วย มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา น้าหนัก ท่ี การเรยี นรู้ การเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั (ช่วั โมง) คะแนน (100) 1 ศลิ ปะกับ ศ1.1 - ศัพทท์ างทัศนศิลป์ (20) ชวี ติ ประจาวนั ม. 4-6/2,ม. 4-6/3 - การเลอื กใชว้ สั ดุอุปกรณ์ใน 4 20 และการวิจารณ์ ม. 4-6/5,ม. 4-6/6 การสร้างงานทัศนศลิ ปข์ อง ศิลปะ ม. 4-6/7,ม. 4-6/8 ศิลปนิ 2 10 - การออกแบบและ 6 30 สร้างสรรค์งานทศั นศลิ ป์โดย 8 40 ใช้เทคโนโลยใี หเ้ หมาะสมกบั 20 100 โอกาสและสถานท่ี - การวเิ คราะหแ์ ละอธบิ าย การใชว้ สั ดุอปุ กรณใ์ นงาน ทศั นศลิ ป์ -การประเมินและวจิ ารณง์ าน ทัศนศิลป์ 2. การวเิ คราะห์ ศ1.2 - การวเิ คราะหแ์ ละ และ ม.4-6/1 เปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ เปรยี บเทยี บ ม.4-6/3 ตะวันออกตะวนั ตก - อภปิ รายอิทธิพลทาง วฒั นธรรมทีม่ ตี ่องาน ทัศนศิลป์ 3 การอา่ นโน้ต ศ 2.1 - เครอ่ื งหมายกาหนดจงั หวะ การเขียนโน้ต ม.4-6/1,ม.4-6/2 - เครื่องหมายกาหนดบันได ม.4-6/3,ม.4-6/4 เสยี ง ศ 2.1 - การเขียนโนต้ สากลและโน้ต ม.4-6/1,ม.4-6/2 ไทย ม.4-6/3ม.4-6/5 4 วิวฒั นาการ ศ 3.1 - การประดษิ ฐท์ ่าราท่เี ป็นคู่ นาฏศิลป์ ม.4-6/1,ม.4-6/2 และหมู่ , ความหมาย , ม.4-6/3,ม.4-6/5 ประวัตคิ วามเป็นมา , ทา่ การ ศ 3.2 ประดษิ ฐท์ ่ารา ม.4-6/3 - วิวฒั นาการนาฏศลิ ปแ์ ละ การละครไทยตง้ั แต่อดีตจนถงึ ปจั จบุ ัน รวมจานวนช่ัวโมงต่อภาคเรียน อัตราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นขนุ ตาลวทิ ยาคม

49 ลาดับที่ 10 วิชา ศ32102 ศลิ ปะ ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง /ภาคเรียน จานวน 0.5 หน่วยกิต คาอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาการจัดกลุ่มงานทัศนศิลป์เพื่อสะท้อนพัฒนาการการสร้างสรรค์ผลงานความก้าวหน้าของ ตนเอง และสังคม โดยใช้ทักษะการปฏิบัติการร้องเพลงหรือเล่นดนตรีเดี่ยว และรวมวง โดยเน้นเทคนิค การ แสดงออก และคุณภาพของการแสดง อธิบายบทบาท ของดนตรี ในการสะท้อน แนวความคิด และ ค่านิยม ที่เปลี่ยนไป ของคนในสังคม เห็นคุณค่าและวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และละครสามารถวิเคราะห์ท่าทางการเคล่ือนไหว ของผู้คนใน ชีวิตประจาวันและนามาประยุกตใ์ ชใ้ นการแสดง ตัวชีว้ ดั ศ 1.1สร้างสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ สาระ วิพากษ์ วิจารณ์คณุ ค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรสู้ กึ ความคดิ ต่องานศิลปะอยา่ ง ทัศนศลิ ป์ อสิ ระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั ม. 4-6/1 วเิ คราะห์ และเปรียบเทียบงานทัศนศลิ ป์ในรปู แบบตะวนั ออกและรปู แบบ ตะวนั ตก ม. 4-6/4มีทักษะและเทคนคิ ในการใช้วัสดอุ ุปกรณ์และกระบวนการท่สี งู ข้นึ ในการสรา้ ง งานทัศนศิลป์ ม. 4-6/5 สร้างสรรคง์ านทัศนศิลปด์ ว้ ยเทคโนโลยตี า่ ง ๆ โดยเน้นหลักการออกแบบและ การจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ม. 4-6/6ออกแบบงานทัศนศิลป์ได้เหมาะกับโอกาสและสถานท่ี ม. 4-6/7วเิ คราะห์และอธิบายจุดมงุ่ หมายของศลิ ปนิ ในการเลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์เทคนิค และเนือ้ หา เพือ่ สร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ ม. 4-6/8ประเมินและวจิ ารณ์งานทัศนศลิ ปโ์ ดยใชท้ ฤษฎีการวจิ ารณศ์ ลิ ปะ ม. 4-6/9จดั กลมุ่ งานทศั นศลิ ป์เพ่ือสะท้อนพฒั นาการและความกา้ วหน้าของตนเอง ม. 4-6/10สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลปไ์ ทย สากล โดยศึกษาจากแนวคดิ และวธิ ีการสร้างงาน ของศลิ ปินทีต่ นช่นื ชอบ ม. 4-6/11วาดภาพ ระบายสีเป็นภาพลอ้ เลียน หรือภาพการต์ ูนเพอื่ แสดงความคิดเห็น เก่ียวกับสภาพสงั คมในปัจจุบัน มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสมั พันธ์ระหว่างทัศนศลิ ป์ ประวัติศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ ค่างานทศั นศลิ ปท์ ี่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทย และสากล ม. 4-6/2 ระบุงานทัศนศิลป์ของศิลปินท่ีมีชอ่ื เสียง และบรรยายผลตอบรบั ของสังคม เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

50 สาระดนตรี ศ 2.1เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ ิจารณ์คุณค่า ดนตรี ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคิดต่อดนตรีอยา่ งอสิ ระ ช่นื ชมและประยุกต์ใชใ้ น ชีวิตประจาวัน ม.4-6/4อา่ น เขียน โนต้ ดนตรีไทยและสากลในอตั ราจงั หวะต่าง ๆ ม.4-6/5รอ้ งเพลง หรือเลน่ ดนตรีเดี่ยวและ รวมวงโดยเนน้ เทคนคิ การแสดงออก และคณุ ภาพของการแสดง ม.4-6/6สร้างเกณฑส์ าหรับประเมนิ คุณภาพการประพันธ์และการเล่นดนตรีของตนเอง และผอู้ ื่นได้อย่างเหมาะสม ม.4-6/7เปรียบเทยี บอารมณ์ และความรู้สึก ท่ีได้รบั จากงานดนตรที ่มี าจากวัฒนธรรม ตา่ งกัน ม.4-6/8นาดนตรีไปประยุกต์ใชใ้ นงานอ่นื ๆ ศ 2.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ งดนตรี ประวัติศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่ ของดนตรีทีเ่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ภมู ิปญั ญาไทยและสากล ม.4-6/3เปรยี บเทยี บลักษณะเด่นของดนตรใี นวัฒนธรรมต่างๆ ม.4-6/4อธบิ ายบทบาทของดนตรใี นการสะท้อนแนวความคิดและคา่ นิยมที่เปลย่ี นไปของ คนในสังคม สาระนาฏศิลป์ ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ป์อยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์ คุณค่านาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ อยา่ งอสิ ระ ชื่นชมและประยุกตใ์ ชใ้ น ชวี ิตประจาวัน ม.4-6/4วจิ ารณก์ ารแสดงตามหลกั นาฏศิลป์ และการละคร ม.4-6/6บรรยาย และวเิ คราะห์ อทิ ธิพลของเคร่ืองแตง่ กาย แสง สี เสียง ฉากอปุ กรณ์ และสถานท่ีที่มีผลตอ่ การแสดง ม.4-6/7พัฒนาและใช้เกณฑ์การประเมินในการประเมนิ การแสดง ม.4-6/8วเิ คราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผูค้ นในชวี ิตประจาวันและนามา ศ 3.2 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่ ของนาฏศิลป์ทเี่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ภูมิปัญญาไทยและ สากล ม.4-6/1เปรยี บเทยี บการนาการแสดงไปใชใ้ นโอกาสตา่ ง ๆ ม.4-6/2อภิปรายบทบาทของบุคคลสาคญั ในวงการนาฏศลิ ป์และการละคร ของประเทศ ไทยในยุคสมัยตา่ งๆ ม.4-6/4นาเสนอแนวคดิ ในการอนรุ ักษ์ นาฏศลิ ป์ไทย รวม 24 ตัวชี้วัด เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนขนุ ตาลวทิ ยาคม

51 โครงสร้างรายวชิ า หน่วยที่ ช่อื หน่วย มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั การเรียนรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน (100) 1 การออกแบบ ศ1.1 - วเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บ (20) 6 30 ม.4-6/1,ม.4-6/4 งานทัศนศลิ ป์ 7 35 ม.4-6/5,ม.4-6/6 - ใชเ้ ทคโนโลยีและวสั ดุ 7 35 ม.4-6/7,ม.4-6/8 อุปกรณ์ในการสร้างงาน 20 100 ม.4-6/9,ม.4-6/10 ทศั นศิลป์ ม.4-6/11 - จดั กลุ่มงานทศั นศิลป์ ศ1.2 เพือ่ วจิ ารณ์อย่าง ม.4-6/2 สร้างสรรค์ - สรา้ งงานทัศนศลิ ป์ท่ี จากศิลปนิ ทีต่ นเองช่ืน ชอบ 2 การรอ้ งเพลง ศ 2.1 - เทคนิคการถา่ ยทอด ส่อื อารมณ์ ม.4-6/4,ม.4-6/5 อารมณเ์ พลง ม.4-6/6,ม.4-6/7 - บรรเลงดนตรเี ดี่ยวและ ม.4-6/8 รวมวง ศ 2.2 -ลกั ษณะเด่นดนตรีใน ม.4-6/3,ม.4-6/4 วัฒนธรรม 3 หลักการสร้างสรรค์ ศ 3.1 - หลักการสรา้ งสรรค์ ละคร ม.4-6/4,ม.4-6/6 และการวจิ ารณ์ ม.4-6/7,ม.4-6/8 - หลักการชมการแสดง ศ 3.2 นาฏศิลป์และละคร ม.4-6/1 - การสรา้ งสรรค์ผลงาน ม.4-6/2 * การจดั การแสดงใน ม.4-6/4 วนั สาคัญของโรงเรยี น * ชุดการแสดงประจา โรงเรียน รวมจานวนช่ัวโมงตอ่ ภาคเรียน อัตราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนขุนตาลวทิ ยาคม

52 ลาดบั ที่ 11 วชิ า ศ33101 ศิลปะ ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง /ภาคเรียน จานวน 0.5 หนว่ ยกิต คาอธิบายรายวิชา ศึกษาการสรา้ งสรรคผ์ ลงานทัศนศิลป์ไทย สากล โดยศกึ ษาจากแนวคิด และวิธกี ารสร้างงาน ของ ศิลปินที่ตนชื่นชอบ นาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ สร้างเกณฑ์สาหรับประเมินคุณภาพการประพันธ์ และ การเล่นดนตรีของตนเองและผู้อ่ืนได้อย่างเหมาะสมเปรียบเทียบอารมณ์ และความรู้สึก ที่ได้รับจากงาน ดนตรี ที่มาจากวัฒนธรรมต่าง กันอธิบายบทบาทของดนตรี ในการสะท้อนแนวความคิด และค่านิยมท่ี เปล่ียนไป ของคนในสังคม เห็นคุณค่าและสามารถวิเคราะห์แก่นของการแสดงนาฏศิลป์และละครท่ี ต้องการสอื่ ความหมายในการแสดงและนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวนั ตัวชวี้ ัด สาระ ศ 1.1สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ ทัศนศิลป์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คณุ ค่างานทัศนศลิ ป์ ถา่ ยทอดความร้สู ึก ความคดิ ต่องานศลิ ปะอย่าง อสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวัน ม. 4-6/1วเิ คราะห์การใชท้ ศั นธาตุ และหลกั การออกแบบในการส่ือความหมายใน รูปแบบต่าง ๆ ม. 4-6/2บรรยายจุดประสงค์และเน้ือหาของงานทัศนศลิ ป์โดยใช้ศพั ท์ทางทัศนศลิ ป์ ม. 4-6/3วิเคราะห์การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ และเทคนิคของศิลปนิ ในการแสดงออกทาง ทศั นศลิ ป์ ม. 4-6/4มที ักษะและเทคนิคในการใชว้ สั ดอุ ปุ กรณแ์ ละกระบวนการที่สูงขึ้น ในการสร้าง งานทัศนศลิ ป์ ม. 4-6/5 สร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ดว้ ยเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเน้นหลักการออกแบบและ การจดั องค์ประกอบศลิ ป์ ม. 4-6/9 จดั กลุม่ งานทัศนศิลป์เพ่อื สะท้อนพฒั นาการและความก้าวหน้าของตนเอง ม. 4-6/10สรา้ งสรรคง์ านทัศนศิลปไ์ ทย สากลโดยศึกษาจากแนวคิดและวิธกี าร สรา้ งงาน ของศลิ ปินท่ีตนชืน่ ชอบ มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหว่างทัศนศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณคา่ งานทัศนศลิ ปท์ เ่ี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ภมู ิปัญญาไทย และสากล ม. 4-6/2.ระบงุ านทัศนศิลป์ของศลิ ปินที่มชี ่อื เสียง และบรรยายผลตอบรับของสงั คม ม. 4-6/3 อภปิ รายเกีย่ วกับอิทธิพลของวัฒนธรรมระหว่างประเทศทม่ี ผี ลตอ่ งาน ทัศนศิลป์ในสงั คม สาระดนตรี ศ 2.1เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณคา่ ดนตรี ถ่ายทอดความรสู้ กึ ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชืน่ ชมและประยุกตใ์ ชใ้ น ชีวิตประจาวัน ม.4-6/1 เปรียบเทียบรปู แบบของบทเพลงและ วงดนตรแี ต่ละประเภท เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

53 ม.4-6/2จาแนกประเภทและรูปแบบของ วงดนตรที งั้ ไทยและสากล ม.4-6/5 ร้องเพลง หรอื เล่นดนตรเี ดยี่ วและ รวมวงโดยเนน้ เทคนคิ การแสดงออก และคณุ ภาพของการแสดง ม.4-6/6 สรา้ งเกณฑส์ าหรบั ประเมินคุณภาพการประพันธแ์ ละการเล่นดนตรี ของตนเองและผ้อู นื่ ได้อย่างเหมาะสม ม.4-6/7เปรยี บเทยี บอารมณ์ และความรู้สกึ ที่ได้รบั จากงานดนตรีท่มี าจากวัฒนธรรม ตา่ งกัน ศ 2.2 เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ คา่ ของดนตรีท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน ภมู ิปญั ญาไทยและสากล ม.4-6/1วเิ คราะห์รูปแบบของดนตรไี ทยและดนตรีสากลในยคุ สมยั ต่าง ๆ ม.4-6/2วเิ คราะหส์ ถานะทางสงั คมของ นักดนตรใี นวัฒนธรรมต่าง ๆ ม.4-6/4อธิบายบทบาทของดนตรใี นการสะท้อนแนวความคิดและค่านิยมที่เปล่ยี นไปของ คนในสงั คม สาระนาฏศิลป์ ศ 3.1 เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์ คุณคา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคดิ อยา่ งอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใชใ้ น ชวี ิตประจาวนั ม.4-6/1 มที ักษะในการแสดงหลากหลายรปู แบบ ม.4-6/2สรา้ งสรรค์ละครสนั้ ในรูปแบบ ทช่ี ่นื ชอบ ม.4-6/3ใช้ความคิดริเรมิ่ ในการแสดงนาฏศลิ ปเ์ ป็นคู่ และหมู่ ม.4-6/4 วเิ คราะห์แก่นของการแสดงนาฏศิลปแ์ ละการละครทตี่ อ้ งการสือ่ ความหมาย ใน การแสดง ศ 3.2เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศิลป์ ประวตั ิศาสตรแ์ ละวัฒนธรรมหน็ คุณค่าของ นาฏศิลปท์ ่เี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่นิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล ม.4-6/1เปรียบเทียบการนาการแสดงไปใช้ในโอกาสตา่ ง ๆ ม.4-6/2อภิปรายบทบาทของบคุ คลสาคัญ ในวงการนาฏศิลปแ์ ละการละคร ของ ประเทศไทยในยุคสมัยตา่ งๆ ม.4-6/3 บรรยายวิวัฒนาการของนาฏศลิ ป์และการละครไทย ตั้งแต่อดีตจนถงึ ปัจจุบนั รวม 24 ตัวช้ีวดั เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนขนุ ตาลวิทยาคม

54 โครงสรา้ งรายวิชา หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา น้าหนกั ที่ การเรยี นรู้ การเรียนร้/ู (ชั่วโมง) คะแนน ตัวชว้ี ัด (20) (100) 1 การศกึ ษาวธิ ี ศ 1.1 - ลัทธิทางศิลปะไทย 8 40 สร้างสรรคง์ านของ ม.4-6/1,ม.4-6/2 - การสรา้ งสรรค์ศลิ ปะไทย ศิลปนิ ไทย-สากล ม.4-6/3,ม.4-6/4 - ลัทธิทางศลิ ปะสากล ม.4-6/5,ม.4-6/9 - การสรา้ งสรรคศ์ ิลปะ ม.4-6/10 สากล ศ1.2 ม.4-6/2,ม.4-6/3 2 วิจารณผ์ ลงานดนตรี ศ 2.1 - เกณฑค์ ุณภาพผลงานทาง 6 30 คา่ นยิ มทางดนตรี ม.4-6/1,ม.4-6/2 ดนตรี ม.4-6/5,ม.4-6/6 - คุณค่าของผลงานดนตรี ม.4-6/7 ทางวัฒนธรรม ศ 2.2 - คา่ นิยมของสังคมในผลงาน ม.4-6/1,ม.4-6/2 ดนตรี ม.4-6/4 - ความเช่อื ของสังคมใน ผลงานทางดนตรี 3 นาฏศิลป์และการ ศ 3.1 - รปู แบบการแสดงท่ี 6 30 100 ละคร ม.4-6/1 หลากหลาย ม.4-6/2  ละครส้นั ,การแสดง ม.4-6/3 นาฏศลิ ป์เป็นคเู่ ปน็ ม.4-6/4 หมู่ ศ 3.2 - การส่ือความหมายของ ม.4-6/1 ละคร ม.4-6/2 - บคุ คลสาคญั ในการ ม.4-6/3 ละครไทย - ววิ ัฒนาการการละคร ไทยอดตี จนถงึ ปัจจุบนั รวมจานวนชว่ั โมงต่อภาคเรยี น 20 อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นขนุ ตาลวทิ ยาคม

55 ลาดับที่ 12 ภาคเรียนที่ 2 วิชา ศ33102 ศลิ ปะ จานวน 0.5 หน่วยกติ ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 20 ชว่ั โมง /ภาคเรียน คาอธบิ ายรายวิชา ศกึ ษาการวาดภาพระบายสี ภาพล้อเลยี น หรือภาพการ์ตูน เพ่ือแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั สภาพ สังคมในปัจจุบัน นาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ โดยใช้ทักษะทางดนตรีประยุกต์ ใช้ในงานอ่ืน ๆ นาเสนอ แนวทางในการสง่ เสริม และอนุรักษ์ดนตรี ในฐานะมรดกของชาติ เห็นคุณค่าในการของเครื่องแต่งกาย แสง สี เสียง ฉาก อุปกรณ์ และสถานที่ มีผลต่อการแสดง พัฒนาและใชเ้ กณฑ์การประเมิน ในการประเมนิ การแสดง และ เสนอแนวคดิ ในการอนุรักษ์ นาฏศิลปไ์ ทย ท่ีเปน็ มรดกของชาติ ตวั ชว้ี ดั สาระ ศ 1.1สร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ ทศั นศิลป์ วิพากษ์ วจิ ารณ์คณุ ค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่องานศลิ ปะอยา่ ง อิสระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั ม. 4-6/5 สรา้ งสรรคง์ านทัศนศิลปด์ ้วยเทคโนโลยตี า่ ง ๆ โดยเนน้ หลกั การออกแบบและ การจดั องคป์ ระกอบศิลป์ ม. 4-6/6ออกแบบงานทัศนศิลปไ์ ด้เหมาะกับโอกาสและสถานที่ ม. 4-6/7วิเคราะหแ์ ละอธิบายจดุ มุ่งหมายของศิลปินในการเลอื กใช้วสั ดุ อุปกรณ์เทคนิค และเน้ือหา เพือ่ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ ม. 4-6/8ประเมินและวิจารณ์งานทัศนศิลปโ์ ดยใช้ทฤษฎีการวจิ ารณ์ศิลปะ ม. 4-6/9 จัดกล่มุ งานทศั นศิลป์เพ่ือสะท้อนพฒั นาการและความก้าวหนา้ ของตนเอง ม. 4-6/10สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ป์ไทย สากลโดยศึกษาจากแนวคดิ และวิธีการสรา้ งงาน ของศลิ ปินทตี่ นชน่ื ชอบ ม. 4-6/11วาดภาพ ระบายสีเป็นภาพลอ้ เลยี น หรือภาพการต์ นู เพื่อแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั สภาพสังคมในปัจจุบัน มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างทัศนศิลป์ ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่ งานทศั นศลิ ป์ทเ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ภูมิปญั ญาไทย และสากล ม. 4-6/1 วิเคราะห์ และเปรยี บเทยี บงานทัศนศลิ ปใ์ นรูปแบบตะวนั ออกและรปู แบบ ตะวนั ตก สาระดนตรี ศ 2.1เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์คุณคา่ ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอสิ ระ ชนื่ ชมและประยุกต์ใช้ใน ชวี ติ ประจาวัน ม.4-6/3อธบิ ายเหตผุ ลที่คนต่างวัฒนธรรมสร้างสรรค์งานดนตรีแตกต่างกนั ม.4-6/4อ่าน เขียน โนต้ ดนตรไี ทยและสากลในอตั ราจังหวะตา่ ง ๆ เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนขนุ ตาลวิทยาคม

56 ม.4-6/5 ร้องเพลง หรอื เล่นดนตรีเดยี่ วและ รวมวงโดยเนน้ เทคนคิ การแสดงออก และคุณภาพของการแสดง ม.4-6/8นาดนตรไี ปประยุกตใ์ ชใ้ นงานอ่นื ๆ ศ 2.2 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่า ของดนตรีท่เี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน ภมู ิปญั ญาไทยและสากล ม.4-6/3เปรียบเทียบลกั ษณะเด่นของดนตรใี นวัฒนธรรมต่างๆ ม.4-6/4อธิบายบทบาทของดนตรใี นการสะท้อนแนวความคดิ และค่านยิ มที่เปล่ียนไปของ คนในสงั คม ม.4-6/5 นาเสนอแนวทางในการส่งเสริมและอนรุ กั ษ์ดนตรีในฐานะมรดกของชาติ สาระนาฏศิลป์ ศ 3.1 เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ คณุ ค่านาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความร้สู ึก ความคิดอยา่ งอสิ ระ ช่ืนชมและประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวนั ม.4-6/5 วิเคราะหแ์ ก่นของการแสดงนาฏศิลปแ์ ละการละครที่ต้องการส่อื ความหมาย ใน การแสดง ม.4-6/6 บรรยาย และวิเคราะห์ อทิ ธิพลของเครื่องแตง่ กาย แสง สี เสียง ฉากอปุ กรณ์ และสถานท่ีทม่ี ผี ลตอ่ การแสดง ม.4-6/7พฒั นาและใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ในการประเมนิ การแสดง ม.4-6/8วเิ คราะห์ท่าทาง และการเคลอ่ื นไหวของผู้คนในชีวิตประจาวันและนามา ประยุกตใ์ ช้ในการแสดง ศ 3.2เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์และวัฒนธรรมหน็ คุณค่าของ นาฏศลิ ปท์ ่เี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ ภูมิปัญญาไทยและสากล ม.4-6/4นาเสนอแนวคิดในการอนุรักษ์ นาฏศิลป์ไทย รวม 20 ตัวช้ีวัด เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวิทยาคม

57 โครงสร้างรายวิชา หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา น้าหนัก ที่ การเรยี นรู้ การเรยี นร/ู้ (ช่ัวโมง) คะแนน (100) ตัวชวี้ ัด (20) 6 30 1 การวาดภาพการ์ตูน ศ 1.1 - หลกั การวาดภาพการ์ตูน 8 40 ประกอบเรือ่ งราว ม.4-6/5,ม.4- - การวาดภาพการ์ตูน 6 30 6/6 - หลักการวาดภาพประกอบ 20 100 ม.4-6/7,ม.4- เร่อื งราว 6/8 ม.4-6/9,ม.4- 6/10 ม.4-6/11 ศ1.2 ม.4-6/1 2 การประยุกตใ์ ช้ ศ 2.1 - ดนตรกี ับการผอ่ นคลายการ ดนตรี ม.4-6/3,ม.4- พฒั นามนุษย์ การ การอนรุ ักษ์ดนตรี 6/4 ประชาสัมพันธ์ การ ไทย ม.4-6/5,ม.4- บาบัดรักษา กบั ธรุ กิจ และ 6/8 การศึกษา ศ 2.2 - แนวทางในการอนุรักษ์ ม.4-6/3,ม.4- สง่ เสริมดนตรไี ทย 6/4 ม.4-6/5 3 เทคนคิ การแสดง ศ 3.1 - เทคนิคการจดั การแสดง ม.4-6/5 * แสง สี เสยี ง ม.4-6/6 * ฉาก ม.4-6/7 * อปุ กรณ์ ม.4-6/8 * สถานท่ี ศ 3.2 * เครือ่ งแตง่ กาย ม.4-6/4 - การอนุรกั ษ์นาฏศลิ ปภ์ มู ิ ปญั ญาไทย รวมจานวนชว่ั โมงต่อภาคเรียน อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

58 คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ลาดับท่ี 1 วิชา ศ 30201 นาฏศลิ ป์พนื้ เมือง 1 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง /ภาคเรยี น จานวน 1.0 หนว่ ยกติ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษานาฏศิลป์พ้ืนเมืองในเรื่อง ความเป็นมา การแต่งกาย ลีล่าท่ารา เพลงประกอบการฝึกแสดง นาฏศลิ ป์พื้นเมือง เพื่อให้มีความเข้าใจ เห็นคุณคา่ สามารถแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง และมีส่วนร่วมในการ อนรุ กั ษน์ าฏศลิ ปพ์ ืน้ เมืองดว้ ยความภาคภมู ิใจและเห็นคณุ คา่ ผลการเรียนรู้ 1. สามารถบอกความสาคญั และจดุ มงุ่ หมายนาฏศิลป์ได้ 2. มีความรูค้ วามเขา้ ใจ รูปแบบการแสดงนาฏศลิ ป์พนื้ เมือง 4 ภาค 3. สามารถอธบิ ายวธิ กี ารสรา้ งสรรคน์ าฏศิลปร์ ปู แบบต่างๆได้ 4. สามารถปฏิบตั ทิ า่ นรานาฏศลิ ป์พน้ื เมืองภาคเหนือ ชดุ ฟ้อนเงยี้ ว 5. สามารถปฏิบตั ทิ า่ นาฏยศัพท์พืน้ ฐานได้ 6. สามารถปฏบิ ัตทิ า่ รานาฏศิลป์ล้านนาสร้างสรรคช์ ุดฟอ้ นม่ิงขวัญคีรีศรขี นุ ตาลได้ 7. สามารถปฏบิ ตั ิทา่ รานาฏศิลป์ตามความถนัดได้ 8. เข้าใจวิธกี ารอนุรักษแ์ ละสืบสานนาฏศิลป์ล้านนาไดด้ ว้ ยความภาคภูมิใจ รวม 8 ผลการเรยี นรู้ เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

59 โครงสรา้ งรายวชิ า หนว่ ย ช่ือหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก ที่ การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน ความสาคัญและ (100) 1 คุณคา่ นาฏศิลป์ สามารถบอกความสาคัญ จดุ มุ่งหมายนาฏศลิ ป์ (40) 2 6 พ้นื เมือง และจดุ มงุ่ หมายนาฏศลิ ป์ รปู แบบการสแดง นาฏศลิ ปพ์ ้ืนเมือง4 3 8 ได้ ภาค 3 8 2 นาฏศลิ ปพ์ ้ืนเมือง 4 มีความรู้ความเข้าใจ วิธกี ารสรา้ งสรรค์ นาฏศิลป์รปู แบบ 3 8 ภาค รปู แบบ ต่างๆ 12 30 ท่านาฏยศัพท์พ้ืนฐาน การแสดงนาฏศลิ ป์ 8 20 ปฏบิ ัตทิ ่ารานาฏศิลป์ พน้ื เมือง4ภาค ล้านนาสร้างสรรค์ ชุด 4 10 ฟอ้ นม่ิงขวัญครี ีศรีขุน 3 การสร้างสรรค์ชุด สามารถอธบิ ายวิธกี าร ตาล 5 10 ปฏบิ ัติท่านรา การแสดง สรา้ งสรรคน์ าฏศลิ ป์ นาฏศิลป์พืน้ เมือง 40 100 ภาคเหนอื ชดุ ฟ้อน รูปแบบต่างๆได้ เง้ียว ปฏิบตั ทิ ่ารานาฏศลิ ป์ 4 การฝึกหดั ท่ารา สามารถปฏิบัตทิ า่ นาฏย ตามความถนัด เบื้องต้น ศพั ท์พืน้ ฐานได้ วธิ ีการอนุรกั ษ์และสืบ สานนาฏศลิ ป์ลา้ นนา 5 การสรา้ งสรรค์ สามารถปฏบิ ตั ทิ ่ารา นาฏศิลป์ล้านนา นาฏศิลป์ลา้ นนาสร้างสรรค์ ชดุ ฟอ้ นมิ่งขวญั ครี ีศรีขุน ตาลได้ 6 นาฏศลิ ป์พนื้ เมือง สามารถปฏบิ ตั ิท่านรา ดั้งเดมิ นาฏศลิ ปพ์ ้ืนเมือง ภาคเหนือ ชุด ฟอ้ นเงีย้ ว ได้ 7 การประดิษฐท์ า่ รา สามารถปฏิบัตทิ ่ารา นาฏศิลปต์ ามความ นาฏศิลปต์ ามความถนัดได้ ถนัด 8 สืบสานอนรุ ักษ์ เขา้ ใจวธิ กี ารอนุรักษ์และ วฒั นธรรมลา้ นนา สืบสานนาฏศิลปล์ า้ นนาได้ ดว้ ยความภาคภูมิใจ รวมจานวนช่ัวโมงตอ่ ภาคเรียน อัตราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

60 ลาดับที่ 2 วิชา ศ 30202 ดนตรลี า้ นนา 1 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง /ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกิต คาอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาเพลงพื้นเมืองในเร่ืองความเป็นมา โอกาสที่ใช้ บทบาทของเคร่ืองดนตรีล้านนาแต่ละชนิด โครงสร้างของเพลงและวงดนตรพี ้ืนเมืองล้านนา ฝึกบรรเลงและขับร้องเพลงพ้ืนเมอื ง เพ่ือให้มีความเขา้ ใจ เห็นคุณค่า สามารถบรรเลงและขับร้องเพลงพ้ืนเมือง ได้ท้ังแบบเด่ียวและแบบร่วมวงในการอนุรักษ์ ดนตรีพืน้ เมอื งล้านนา ผลการเรยี นรู้ 1. ศึกษาประวัติความเปน็ มาของเพลงพ้นื เมือง 2. บอกบทบาทของเครื่องดนตรลี ้านนาแตล่ ะชนิดได้ 3. สามารถบอกโครงสรา้ งของวงดนตรีพ้นื เมืองล้านนาได้ 4. สามารถฝกึ และบรรเลงวงดนตรพี น้ื เมืองล้านนาได้ 5. สามารถบรรเลงเคร่อื งดนตรพี ้ืนเมืองล้านนาทงั้ เดี่ยวและกล่มุ ได้ รวม 5 ผลการเรยี นรู้ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

61 โครงสรา้ งรายวิชา หนว่ ย ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั ที่ การเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน 1 ใสใ่ จแหลง่ ทม่ี า 1.ศึกษาประวตั คิ วามเป็นมา -ประวตั ดิ นตรี (40) (100) 4 10 ของเพลงพืน้ เมอื ง พื้นเมือง 10 40 2 โครงสร้างวง 2.บอกบทบาทของเครอ่ื ง -หนา้ ทแี่ ละประเภท 26 50 ดนตรี ดนตรีลา้ นนาแตล่ ะชนดิ ได้ ดนตรพี น้ื เมือง 40 100 3.สามารถบอกโครงสรา้ ง -โครงสร้างดนตรี ของวงดนตรีพน้ื เมือง พ้นื เมือง ล้านนาได้ 3 เสียงสวรรค์ 4.สามารถฝึกและบรรเลงวง -หลักการฝกึ ทักษะ ล้านนา ดนตรพี ื้นเมืองลา้ นนาได้ ดนตรพี น้ื เมือง 4.สามารถบรรเลงเครื่อง เบื้องตน้ ดนตรพี ้ืนเมืองล้านนาท้ัง -ฝกึ ปฏบิ ตั ิดนตรี เด่ยี วและกลุ่มได้ พ้นื เมือง -บรรเลงดนตรี พนื้ เมืองเดี่ยวและ กลุ่ม รวมจานวนชว่ั โมงตอ่ ภาคเรียน อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

62 ลาดบั ที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 - 2 วิชา ศ 30203 นาฏศลิ ป์พื้นเมอื ง 2 จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6 เวลา 40 ชว่ั โมง /ภาคเรียน คาอธบิ ายรายวชิ า ศึกษานาฏศิลป์พื้นเมืองประยุกต์ในท้องถ่ินในเรื่อง ความเป็นมา การแต่งกาย ลีล่าท่ารา เพลง ประกอบการฝึกการแสดงนาฏศิลป์พ้ืนเมืองประยุกต์ในท้องถิ่น เพ่ือให้มีความเข้าใจ เห็นคุณค่า และสืบ สานความเป็นท้องถ่ินและสามารถแสดงนาฏศิลป์พ้ืนเมืองต่อหน้าชุมชน และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ นาฏศิลป์พื้นเมืองดว้ ยความภาคภูมิใจและเหน็ คณุ ค่า ผลการเรยี นรู้ 1. มคี วามรคู้ วามเข้าใจและเห็นคุณคา่ ของนาฏศิลปพ์ น้ื เมือง 2. ประเภทนาฏศลิ ปพ์ น้ื เมือง 4ภาค 3. เขา้ ใจพื้นฐานการราเบื้องต้นและการแสดงออกตามลกั ษณะแบบแผนของนาฏศลิ ปเ์ บื้องตน้ 4. สามารถแสดงนาฏศิลป์พืน้ เมืองชุดฟ้อนบายศรีสขู่ วัญได้ 5. เข้าใจวธิ ีการสร้างสรรคช์ ุดการแสดงนาฏศลิ ป์พ้นื เมืองในรปู แบบตา่ งๆ 6. การสร้างสรรคช์ ดุ การแสดงนาฏศิลป์ตามความสนใจของนกั เรยี น 7. ร่วมกจิ กรรมการแสดงนาฏศิลป์ 8. แนวทางในการอนรุ กั ษ์นาฏศลิ ป์และภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ รวม 8 ผลการเรยี นรู้ เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนขนุ ตาลวทิ ยาคม

63 โครงสรา้ งรายวชิ า หนว่ ย ชอื่ หน่วย เวลา น้าหนัก ที่ การเรียนรู้ 1 ใสใ่ จ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั (ช่วั โมง) คะแนน แหลง่ ท่มี า (40) (100) 2 รปู แบบการ แสดง 1.มคี วามรคู้ วามเข้าใจและ -ความหมายนาฏศิลป์ 8 20 3 การ เห็นคณุ คา่ ของนาฏศลิ ป์ -คุณคา่ นาฏศลิ ป์ สร้างสรรค์ นาฏศลิ ป์ พ้นื เมือง - ประเภทนาฏศิลป์ 4 สบื สาน 2.ประเภทนาฏศิลปพ์ ้ืนเมอื ง พนื้ เมือง 4 ภาค วัฒนธรรม 4ภาค -ปฏิบตั ิท่านาฏยศพั ท์ 3.เขา้ ใจพื้นฐานการรา เบ้อื งต้น เบือ้ งตน้ และการแสดงออก -ปฏบิ ัติฝึกท่าเบอื้ งต้น ตามลักษณะแบบแผนของ นาฏศิลป์เบอื้ งตน้ 4.สามารถแสดงนาฏศิลป์ ประวตั กิ ารแสดงนาฏศลิ ป์ 12 30 พน้ื เมืองชุดฟ้อนบายศรีสู่ขวญั ฟ้อนบายศรสี ่ขู วัญ -ฝึกรอ้ งเพลงฟ้อนบายศรี สขู่ วัญ -ปฏิบตั ิท่าราฟอ้ นบายศรี สขู่ วัญ 4.เขา้ ใจวิธกี ารสรา้ งสรรคช์ ุด -วิธกี ารสรา้ งสรรคช์ ุดการ 12 30 การแสดงนาฏศลิ ป์พนื้ เมืองใน แสดงนาฏศลิ ปร์ ปู แบบ รูปแบบตา่ งๆ ตา่ งๆ 6.การสร้างสรรคช์ ุดการแสดง -ปฏิบตั กิ ารสร้างสรรค์การ นาฏศลิ ปต์ ามความสนใจของ แสดงนาฏศิลปต์ ามความ นักเรยี น สนใจ 7.รว่ มกิจกรรมการแสดง -เขา้ ร่วมกจิ กรรม 8 20 นาฏศลิ ป์ นาฏศิลป์ในงานประเพณี 8.แนวทางในการอนุรกั ษ์ ต่างๆ นาฏศลิ ป์และภูมิปัญญา -แนวความคิด กจิ กรรม ท้องถิน่ ในการอนุรักษน์ าฏศลิ ป์ และภมู ิปญั ญาไทย รวมจานวนชั่วโมงต่อภาคเรยี น 40 100 อัตราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นขนุ ตาลวิทยาคม

64 ลาดับท่ี 4 วิชา ศ 30204 ดนตรีล้านนา 2 ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6 ภาคเรยี นท่ี 1 – 2 เวลา 40 ชั่วโมง /ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกิต คาอธิบายรายวชิ า ศกึ ษาเพลงพ้ืนเมืองในเรื่องความเป็นมา โอกาสที่ใช้ บทบาทของเคร่ืองดนตรีล้านนาแต่ละชนิด โครงสร้างของเพลงและวงดนตรีพ้ืนเมืองล้านนา ฝึกบรรเลงและขับร้องเพลงพ้ืนเมือง เพ่ือให้มีความเขา้ ใจ เห็นคุณค่า สามารถบรรเลงและขับร้องเพลงพื้นเมือง ได้ท้ังแบบเด่ียวและแบบร่วมวงในการอนุรักษ์ ดนตรีพื้นเมอื งลา้ นนา ผลการเรยี นรู้ 1. บรรเลงเด่ยี วและกลุ่มได้ 2. สามารถแสดงการบรรเลงเดี่ยวและกลมุ่ ต่อหน้าชมุ ชนได้ 3. ร่วมอนุรักษว์ งดนตรีพ้ืนเมืองเพ่ือสืบสานศลิ ปวฒั นธรรมไทย รวม 3 ผลการเรยี นรู้ โครงสรา้ งรายวิชา ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก หน่วย ชื่อหน่วย (ชวั่ โมง) คะแนน 1.บรรเลงเดยี่ วและกลุ่มได้ -ฝึกบรรเลงดนตรี (100) ที่ การเรียนรู้ พื้นเมืองเด่ยี วและ (40) 1 ทกั ษะความ 2.สามารถแสดงการ กลมุ่ ให้เกดิ ความ 20 50 บรรเลงเดย่ี วและกลุม่ ต่อ ชานาญและถูกต้อง ชานาญ หน้าชุมชนได้ ตามหลกั ดนตรี 10 25 3.รว่ มอนุรักษ์วงดนตรี -แสดงตอ่ หน้าชุมชน 2 แสดงตอ่ หน้า พื้นเมืองเพื่อสืบสาน ได้ 10 25 ชุมชน ศลิ ปวฒั นธรรมไทย -ร่วมอนรุ กั ษส์ บื สาน 3 สืบสานดนตรี ดนตรีพนื้ เมืองในงาน ประเพณีตา่ งๆ รวมจานวนช่วั โมงต่อภาคเรยี น 40 100 อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนขนุ ตาลวทิ ยาคม

65 ลาดบั ท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 วชิ า ศ 30204 ผา้ บาติก จานวน 1.0 หน่วยกิต ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 เวลา 40 ช่วั โมง /ภาคเรยี น คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาความเป็นมาและคุณสมบัติผ้าบาติก หลักการออกแบบ ลวดลายวิธีการทาผ้าบาติก หลักการออกแบบลวดลายวิธีการทาผ้าบาติก เครื่องมือวัสดุในการย้อมผ้า ความปลอดภัยในการ ปฏิบัติการออกแบบ การเขียนลวดลาย การย้อม การใช้สารเคมีให้คงทน ปฏิบัติงานออกแบบลวดลาย เตรียมวัสดุเลือกผ้า เขียนลาย ก้ันลาย ย้อมสี และการใช้สารเคมีตกแต่งจนสาเร็จ สารวจข้อมูลการตลาด จดั ทาบัญชีรายรับรายจา่ ยกาหนดราคาและจัดจาหน่าย เพื่อความรู้ความเข้าใจและทักษะในการออกแบบ ลวดลายเลอื กผ้าและสามารถยอ้ มผ้าบาตกิ ตามขัน้ ตอนสามารถบริการและจาหนา่ ยได้ ผลการเรียนรู้ 1. ศึกษาความเปน็ มาและคุณสมบัติของผ้าบาติกได้ 2. สามารถออกแบบลวดลายการทาผา้ บาติกได้ 3. บอกชื่อเคร่ืองมือวัสดอุ ุปกรณ์ ในการทาผ้าบาตกิ ได้ 4. สามารถทาผา้ บาติกไดห้ ลายรูปแบบ 5. สามารถเลือกใช้สารเคมีที่มคี วามคงทนต่อการใชง้ านในการทาผ้าบาติกได้ 6. สามารถเขียนเทียนลวดลายผ้าไดอ้ ย่างมคี ุณภาพ 7. สามารถตกแต่งชน้ิ งานแต่ละชิ้นงานให้สาเร็จและสวยงามได้ รวม 7 ผลการเรียนรู้ เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นขนุ ตาลวทิ ยาคม

66 โครงสร้างรายวิชา ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา คะแนน หนว่ ย ชือ่ หน่วย (ชวั่ โมง) (100) ท่ี การเรยี นรู้ (40) 1 ใสใ่ จแหล่งทม่ี า 1.ศึกษาความเปน็ มาและ -ประวัตผิ า้ บาตกิ 8 20 2 วสั ดอุ ุปกรณ์ และการ คณุ สมบตั ิของผา้ บาตกิ ได้ -คณุ สมบตั ขิ องผ้า ออกแบบ บาติก 3 ตกแต่งช้ินงาน 2.สามารถออกแบบลวดลาย -การออกแบบลวดลาย 24 60 การทาผ้าบาติกได้ ผ้าบาติก 3.บอกชอ่ื เครอ่ื งมือวสั ดุ -วสั ดอุ ุปกรณก์ ารทาผ้า อปุ กรณ์ ในการทาผ้าบาติกได้ บาตกิ 4.สามารถทาผา้ บาติกได้ -เลอื กใช้สสี ารเคมใี น หลายรปู แบบ การทาผ้าบาติก 4.สามารถเลือกใชส้ ารเคมีทมี่ ี -ผ้าบาติกชนดิ ต่างๆ ความคงทนตอ่ การใช้งานใน การทาผา้ บาติกได้ 7.สามารถตกแต่งชนิ้ งานแต่ -การตกแต่งชิน้ งานผา้ 8 20 ละชิ้นงานใหส้ าเรจ็ และ บาตกิ ใหเ้ หมาะสมกับ สวยงามได้ การใช้งาน รวมจานวนชัว่ โมงต่อภาคเรยี น 40 100 อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นขนุ ตาลวทิ ยาคม

67 ลาดบั ที่ 6 วชิ า ศ 30206 ประติมากรรม ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง /ภาคเรยี น จานวน 1.0 หน่วยกิต คาอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาการปั้นในเร่ืองการออกแบบ เทคนิคการป้ัน คุณลักษณะของวัสดุที่ใช้ ศึกษาการหล่อใน เรื่องรูปแบบ การทาแม่พิมพ์ การหล่อรูปลอยตัว และรูปนูน คุณลักษณะของวัสดทุ ่ีใช้ ฝึกปฏิบัติงานป้ัน และงานหล่อ เพ่ือให้มีความเข้าใจเห็นคุณค่า และสามารถออกแบบสร้างสรรค์งานปั้นและงานหล่อได้ด้วย ความภาคภูมใิ จและเหน็ คุณคา่ ในผลงาน ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายความรเู้ บ้ืองต้นในงานประติมากรรมได้ 2. สามารถออกแบบงานเกี่ยวกับประติมากรรมได้ 3. สามารถเลือกใชว้ สั ดุอุปกรณ์ ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั งานประตมิ ากรรมได้ 4. สามารถใชเ้ ครอ่ื งมือการทางานได้ 5. สามารถปนั้ งานประตมิ ากรรมนูนต่าได้ 6. สามารถปั้นงานประติมากรรมนูนสูงได้ 7. สามารถปน้ั งานประติมากรรมแบบลอยตัวได้ 8. สามารถปน้ั งานประติมากรรมตามรูปแบบท่กี าหนดได้ รวม 8 ผลการเรยี นรู้ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นขนุ ตาลวทิ ยาคม

68 โครงสร้างรายวชิ า หน่วย ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั ที่ การเรียนรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน - ความหมายงาน 1 ความรู้ 1.อธิบายความรู้เบ้ืองต้นในงาน ประติมากรรม (40) (100) -การออกแบบ 4 20 เบือ้ งต้นงาน ประติมากรรมได้ งาน ประตมิ ากรรม 4 20 ประติมากรรม 2.สามารถออกแบบงานเกีย่ วกบั -วสั ดอุ ปุ กรณใ์ น 32 60 การใช้ในงานประ ประตมิ ากรรมได้ ตมิ า- 40 100 กรรรม 2 การเลือกใช้ 3.สามารถเลือกใช้วสั ดุอุปกรณ์ ได้ -ข้นั ตอนการใช้ วัสดอุ ุปกรณ์ อยา่ งเหมาะสมกับงานประติมากรรม เคร่ืองมือในงาน ได้ ประตมิ ากรรม -ปฏบิ ตั ิงาน 3 การปฏิบัติ 4.สามารถใชเ้ คร่ืองมือการทางานได้ ประติมากรรมแต่ ละประเภทได้ 5.สามารถป้นั งานประตมิ ากรรมนูน ตา่ ได้ 6.สามารถป้นั งานประติมากรรมนูน สงู ได้ 7.สามารถปน้ั งานประติมากรรมแบบ ลอยตวั ได้ 8.สามารถปน้ั งานประติมากรรมตาม รูปแบบที่กาหนดได้ รวมจานวนชั่วโมงตอ่ ภาคเรียน อตั ราสว่ นคะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวิทยาคม

69 ลาดับที่ 7 วิชา ศ 30207 มดั ย้อม ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6 ภาคเรยี นที่ 1 - 2 เวลา 40 ชว่ั โมง /ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกติ คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาลักษณะงานมัดย้อม มัดเพ้นท์ และ เตรียมวัสดุอุปกรณ์ เช่นผ้าชนิดต่างๆ สีขาวผ้าคัตต้อน 100 % สียอ้ มผ้าสีสารเคมี หรือสีธรรมชาติ สารวจแหล่งบริการกาหนดราคาค่าบรกิ ารและเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการมัดย้อมหรือมัดเพ้นท์อย่างรอบคอบและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทางาน อยา่ งรอบคอบและปลอดภัยและสามารถนามาประยุกตใ์ ช้ชีวติ ประจาวนั และใหบ้ ริการได้ ผลการเรยี นรู้ 1. ศึกษาความเป็นมาและคุณสมบัตขิ องผ้ามัดย้อมได้ 2. สามารถออกแบบลวดลายการทาผา้ มดั ย้อมได้ 3. บอกชื่อเครื่องมอื วสั ดอุ ุปกรณ์ ในการทาผา้ มดั ย้อมได้ 4. สามารถทาผา้ มดั ย้อมไดห้ ลายรูปแบบ 5. สามารถเลือกใช้สีเคมแี ละสธี รรมชาติที่มคี วามคงทนต่อการใชง้ านในการทาผ้ามัดยอ้ มได้ 7. สามารถตกแต่งชน้ิ งานแต่ละชิ้นงานใหส้ าเรจ็ และสวยงามได้ 8. สามารถเขียนอธบิ ายขนั้ ตอนการทาผา้ มัดย้อมไดถ้ ูกต้อ 9. สามารถต้งั ราคาส้นิ คา้ เพ่ือขายบรกิ ารได้ รวม 9 ผลการเรียนรู้ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

70 โครงสรา้ งรายวชิ า หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั ที่ การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน 1 ใสใ่ จแหล่งท่มี า 1.ศึกษาความเปน็ มาและ -ความเปน็ มาและ (100) คุณสมบตั ิของผ้ามัดยอ้ มได้ คุณสมบตั ผิ า้ มัด (40) 2 การออกแบบ ย้อม 4 10 และวสั ดอุ ุปกรณ์ 2.สามารถออกแบบลวดลายการ -การออกแบบ 22 55 ทาผ้ามัดย้อมได้ ลวดลายผ้ามดั ยอ้ ม 3 การตกแตง่ 3.บอกชือ่ เครือ่ งมอื วัสดุอุปกรณ์ -วสั ดุอปุ กรณ์ในการ 14 35 ช้นิ งานและการ ในการทาผา้ มดั ยอ้ มได้ ทาผา้ มดั ย้อม บริการ 4.สามารถทาผ้ามัดย้อมได้หลาย -รปู แบบการทาผ้า รูปแบบ มัดย้อม 4.สามารถเลอื กใช้สีเคมแี ละสี -สใี นการใช้ทาผ้า ธรรมชาตทิ มี่ ีความคงทนต่อการ มัดย้อม ใชง้ านในการทาผ้ามัดย้อมได้ 7.สามารถตกแตง่ ช้ินงานแต่ละ -การตกแต่งชิน้ งาน ชนิ้ งานใหส้ าเรจ็ และสวยงามได้ ผ้ามดั ยอ้ ม 8.สามารถเขยี นอธบิ ายขนั้ ตอน -ขนั้ ตอนการทาผ้า การทาผา้ มัดย้อมได้ถูกต้อ มดั ยอ้ ม 9.สามารถตั้งราคาสิ้นค้าเพอ่ื -การตง้ั ราคาสิ้นค้า ขายบรกิ ารได้ เพอื่ บริการ รวมจานวนชว่ั โมงตอ่ ภาคเรยี น 40 100 เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นขนุ ตาลวทิ ยาคม

71 ลาดับท่ี 8 วชิ า ศ 30208 ขับร้องเพลงไทย 1 ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง /ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกิต คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาการขับร้องเพลงไทยในเร่ืองหลักปฏิบัติ วิธีการ ศัพท์สังคีต ประกอบของเพลงและการขับ ร้อง และการใสอารมณม์ นเพลง เพ่ือให้มคี วามเขา้ ใจเห็นคณุ ค่าและสามารถขับร้องได้ ผลการเรยี นรู้ 1. ศกึ ษาหลักการปฏิบตั ิในการขบั รอ้ งเพลงได้ 2. ศกึ ษาศัพท์สังคีตได้ 3. สามารถบอกองค์ประกอบของเพลงและการขบั รอ้ งได้ 4. ฝึกขับร้องเพลงได้ รวม 4 ผลการเรยี นรู้ โครงสร้างรายวิชา หนว่ ย ชอื่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา คะแนน ที่ การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) (100) 15 1 ทฤษฎีเบ้ืองต้น 1.ศกึ ษาหลกั การปฏบิ ัตใิ นการ -การขบั รอ้ งเพลง (40) 6 25 ขับร้องเพลงได้ 60 12 2 ศัพท์สังคีต 2.ศกึ ษาศัพทส์ งั คีตได้ -ศัพท์สงั คีต 22 100 3 การขบั ร้องเพลง 3.สามารถบอกองคป์ ระกอบ -องคป์ ระกอบของ 40 ของเพลงและการขับรอ้ งได้ เพลงและการขบั 4.ฝึกขับร้องเพลงได้ รอ้ ง -การขับรอ้ งเพลง รวมจานวนชัว่ โมงต่อภาคเรียน อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนขุนตาลวทิ ยาคม

72 ลาดับท่ี 9 วชิ า ศ 30209 นาฏศลิ ปไ์ ทย 1 ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง /ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกติ คาอธิบายรายวิชา ศึกษาราไทย โขนและละครในเร่ือง ความเป็นมา การแต่งกายลีลาท่ารา เพลงประกอบการรา และนาฏยศัพท์ ฝึกราไทยมาตรฐาน ราชุดต่างๆ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และสามารถรา ไทยไดถ้ ูกต้องสวยงามและภาคภมู ใิ จ ผลการเรียนรู้ 1. เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าของนาฏศลิ ป์ไทย 2. อธบิ ายความหมายและบอกประเภทของนาฏศิลปไ์ ทยได้ 3. อธิบายประวตั ิความเปน็ มาชุดการแสดงราไทยมาตรฐานและราไทยเบ็ดเตลด็ ได้ 4. อธบิ ายนาฏยศัพท์ทใ่ี ชใ้ นการราได้ 4. ปฏิบัติท่าราไทยมาตรฐานและราไทยเบ็ดเตลด็ ได้ รวม 4 ผลการเรยี นรู้ โครงสร้างรายวชิ า ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก หนว่ ย ชอ่ื หน่วย (ชวั่ โมง) คะแนน 1.เข้าใจและเห็นคณุ คา่ ของ -คณุ ค่านาฏศลิ ป์ ท่ี การเรียนรู้ (40) (100) 1 คุณค่า นาฏศิลป์ไทย 4 15 10 25 นาฏศิลป์ไทย 2.อธบิ ายความหมายและ -ความหมายนาฏศิลป์ 2 ใส่ใจ 26 60 บอกประเภทของนาฏศลิ ป์ -ประเภทนาฏศิลปไ์ ทย แหลง่ ท่ีมา 40 100 ไทยได้ -ประวัติความเป็นมาชดุ 3 ปฏิบตั ิ 3.อธิบายประวัตคิ วามเป็นมา การแสดงนาฏศลิ ป์ชดุ รา ชุดการแสดงราไทยมาตรฐาน มาตรฐานและรา และราไทยเบด็ เตลด็ ได้ เบ็ดเตลด็ 4.อธิบายนาฏยศัพท์ท่ีใชใ้ น -นาฏยศพั ทใ์ นการแสดง การราได้ นาฏศลิ ป์ไทย 5.ปฏิบัติทา่ ราไทยมาตรฐาน -ปฏิบัติท่าราไทย และราไทยเบ็ดเตลด็ ได้ มาตรฐานและราไทย เบ็ดเตล็ดได้อย่างถูกต้อง และสวยงาม รวมจานวนชว่ั โมงตอ่ ภาคเรยี น อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นขนุ ตาลวิทยาคม

73 ลาดบั ท่ี 10 วิชา ศ 30210 นาฏศิลปไ์ ทย 2 ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4-6 ภาคเรยี นที่ 1–2 เวลา 40 ชั่วโมง /ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกติ คาอธิบายรายวิชา ศึกษาราไทยมาตรฐานและราไทยชุดเบ็ดเตล็ดในเรื่องประวัติความเป็นมา การแต่งกายลีลาท่ารา เพลงประกอบการรา และนาฏยศัพท์ ฝึกราไทยมาตรฐาน ราชุดต่างๆ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็น คุณคา่ และสามารถราไทยได้ถูกตอ้ งสวยงามและภาคภมู ิใจในความเป็นไทย ผลการเรยี นรู้ 1. อธบิ ายประวัตคิ วามเปน็ มาชุดการแสดงราไทยมาตรฐาน 2. อธบิ ายประวตั คิ วามเป็นมาชุดการแสดงราไทยเบ็ดเตลด็ ได้ 3. ปฏิบตั ิทา่ ราไทยมาตรฐานชดุ ระบาเทพบันเทงิ ได้ 4. ปฏิบัตทิ า่ ราไทยเบด็ เตลด็ ชดุ ระบาเงือก , ระบาโบราณคดี ชดุ ระบาเชยี งแสนได้ 5. แสดงออกนาฏศิลป์ไทยมาตรฐานและนาฏศลิ ป์ไทยเบด็ เตลด็ ต่อหนา้ ชุมชนได้ รวม 5 ผลการเรียนรู้ โครงสร้างรายวิชา หน่วย ชอื่ หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั ท่ี การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน (40) (100) 1 คุณคา่ นาฏศลิ ป์ 1.เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ของ -คุณคา่ นาฏศลิ ป์ 4 10 ไทย นาฏศลิ ป์ไทย 2 ใสใ่ จแหลง่ ท่ีมา 2.อธิบายความหมายและ -ความหมายนาฏศิลป์ 12 30 บอกประเภทของนาฏศิลป์ -ประเภทนาฏศลิ ป์ไทย ไทยได้ -ประวตั คิ วามเปน็ มาชดุ 3.อธิบายประวตั คิ วาม การแสดงนาฏศิลปช์ ุด เป็นมาชุดการแสดงราไทย รามาตรฐานและรา มาตรฐานและราไทย เบ็ดเตล็ด เบ็ดเตลด็ ได้ 3 ปฏบิ ัติ 4.ปฏบิ ตั ิท่าราไทยมาตรฐาน -นาฏยศพั ทใ์ นการ 24 60 และราไทยเบ็ดเตลด็ ได้ แสดงนาฏศิลป์ไทย 4.แสดงออกนาฏศลิ ปต์ ่อ -ปฏบิ ตั ทิ า่ ราไทย หน้าชุมชนได้ มาตรฐานและราไทย เบ็ดเตลด็ ได้อย่าง ถูกต้องและสวยงาม รวมจานวนช่วั โมงต่อภาคเรยี น 40 100 อัตราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

74 ลาดบั ท่ี 11 ภาคเรียนที่ 1-2 วิชา ศ 30211 ขับรอ้ งเพลงไทย 2 จานวน 1.0 หน่วยกติ ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6 เวลา 40 ช่ัวโมง /ภาคเรียน ศึกษาการขับร้องเพลงไทยในเรื่องหลักปฏิบัติ วิธีการ ศัพท์สังคีต ประกอบของเพลงและการขับ รอ้ ง และการใสอารมณม์ นเพลง เพ่อื ใหม้ ีความเขา้ ใจเห็นคณุ คา่ และสามารถขับร้องได้ ผลการเรียนรู้ 1. ศกึ ษาหลักการปฏิบตั ใิ นการขบั ร้องเพลงได้ 2. ศึกษาศัพทส์ ังคตี ได้ 3. สามารถบอกองคป์ ระกอบของเพลงและการขับรอ้ งได้ 4. ฝกึ ขับร้องเพลงได้ รวม 4 ผลการเรยี นรู้ โครงสรา้ งรายวชิ า ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั หน่วย ชอ่ื หน่วย (ชวั่ โมง) คะแนน 1.ศกึ ษาหลกั การปฏบิ ตั ิใน -การขับรอ้ งเพลง (100) ที่ การเรยี นรู้ การขบั ร้องเพลงได้ (40) 1 ทฤษฎเี บื้องต้น 2.ศึกษาศัพทส์ ังคตี ได้ -ศพั ทส์ งั คีต 4 10 3.สามารถบอกองค์ประกอบ -องค์ประกอบของ 2 ศัพท์สังคตี ของเพลงและการขับรอ้ งได้ เพลงและการขบั 10 30 3 การขบั ร้องเพลง 4.ฝึกขับรอ้ งเพลงได้ ร้อง 26 60 -การขบั รอ้ งเพลง 40 100 รวมจานวนชั่วโมงต่อภาคเรยี น อตั ราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

75 ลาดบั ท่ี 12 ภาคเรยี นท่ี 1-2 วิชา ศ 30212 การเขียนภาพการต์ ูน จานวน 1.0 หน่วยกติ ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4-6 เวลา 40 ชั่วโมง /ภาคเรียน ศึกษา ความหมาย ประเภทการ์ตูนสร้างสรรค์ วิธีการเขียนภาพการ์ตูนแบบต่างๆ อย่าง สร้างสรรค์ วัสดอุ ุปกรณ์ในการเขียนภาพการ์ตูนสรา้ งสรรค์ การใช้เส้น รูปร่าง รปู ทรง ขนาด สีและสดั สว่ น ผลงานการเขียนภาพการ์ตูนอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้เข้าใจสื่อความหมาย ความคิด ความรสู้ ึก จินตนาการ เห็นคุณคา่ ชื่นชม มุ่งมนั่ ในการทางาน ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง และนาความร้งู านทัศนศิลป์ประยุกตใ์ ช้ ในชีวิตประจาวันโดยปฏิบัติเขียนภาพการ์ตูนแบบต่างๆ ที่ตนเองถนัดและสนใจอย่างสร้างสรรค์ เลือกใช้ วัสดุอุปกรณ์ ได้อย่างเหมาะสม วิเคราะห์ วิจารณ์ผลงานการเขียนภาพการ์ตูนของตนเอง และของผู้อ่ืน อย่างสรา้ งสรรค์การประเมินผล แบบทดสอบ การสังเกต การท างานกลุ่ม ตรวจใบงาน ตรวจผลงาน การ อภปิ ราย ผลการเรยี นรู้ 1. อภิปราย สรปุ หลกั การ วธิ กี ารเขียนภาพการ์ตนู แบบตา่ ง ๆ อยา่ งสร้างสรรค์ 2. อภปิ ราย สรปุ วธิ กี ารเขยี นภาพการ์ตนู แบบตา่ ง ๆ อย่างสรา้ งสรรค์ 3. เลอื กใช้วัสดอุ ุปกรณใ์ หเ้ หมาะสมกบั การเขียนภาพการ์ตูนแบบต่างๆ การใช้เสน้ รูปรา่ ง รปู ทรง ขนาดสีและสดั ส่วน 4. ปฏิบตั งิ านเขียนภาพการ์ตูนอย่างสรา้ งสรรค์ได้ 2 เร่อื ง 5. วิเคราะห์ วิจารณ์ผลงานเขียนภาพการต์ ูนแบบตา่ งๆ และชื่นชมผลงานเขียนการต์ ูน รวม 5 ผลการเรียนรู้ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนขนุ ตาลวทิ ยาคม

76 โครงสร้างรายวชิ า หน่วย ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั ที่ การเรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน (100) 1 หลกั การเขยี น 1. อภิปราย สรปุ - หลักการ วิธกี ารเขียน (40) 2 10 ภาพการต์ นู หลกั การ วธิ กี ารเขียนภาพ ภาพการต์ ูนแบบต่าง ๆ 3 15 8 20 การ์ตนู แบบตา่ ง ๆ อย่าง 24 40 สรา้ งสรรค์ 3 15 2 เขียนภาพอย่าง 2. อภิปราย สรุป วธิ ีการ - วิธีการเขียนภาพการต์ นู 40 100 สรา้ งสรรค์ เขียนภาพการ์ตนู แบบต่าง แบบตา่ ง ๆ อย่าง ๆ อย่างสรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ 3 วัสดุอุปกรณ์ 3. เลือกใชว้ สั ดุอปุ กรณ์ให้ - เทคนิคการเลือกใช้วสั ดุ การเขียนภาพ เหมาะสมกบั การเขยี น อปุ กรณ์ใหเ้ หมาะสมกับ การต์ นู ภาพการ์ตนู แบบตา่ งๆ การเขยี นภาพการต์ ูน การใชเ้ ส้น รูปรา่ ง รปู ทรง แบบต่างๆ การใชเ้ ส้น ขนาดสแี ละสดั ส่วน รูปรา่ ง รูปทรง ขนาดสี และสัดส่วน 4 นาสกู่ ารปฏิบัติ 4. ปฏบิ ตั งิ านเขียนภาพ - เขียนภาพการ์ตูน การ์ตนู อยา่ งสร้างสรรคไ์ ด้ เกย่ี วกบั นิทานพ้นื บา้ น 2 เรื่อง ไทยอย่างสรา้ งสรรค์ 1 เร่อื ง - เขยี นภาพการ์ตนู เก่ียวกับสงิ่ แวดลอ้ มอย่าง สร้างสรรค์ 1เรื่อง 5 วิเคราะห์ 5. วิเคราะห์ วิจารณ์ -หลักการวิเคราะห์ วจิ ารณอ์ ยา่ ง ผลงานเขียนภาพการ์ตูน วจิ ารณ์ผลงานเขยี นภาพ สรา้ งสรรค์ แบบตา่ งๆ และชื่นชม การ์ตนู แบบตา่ งๆ ผลงานเขยี นการต์ นู -ชนื่ ชมผลงานเขยี น การต์ นู รวมจานวนช่วั โมงตอ่ ภาคเรียน อัตราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

ลาดับที่ 13 77 วชิ า ศ 30213 การเขียนภาพลายไทย ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6 ภาคเรยี นท่ี 1-2 เวลา 40 ชั่วโมง /ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ศึกษาลักษณะทั่วไปของศิลปะไทย ฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับเขียนภาพ การเขียนลวดลายเบื้องต้น การ ร่างด้วยวิธีกระทบเส้น และวิธีใช้สีแบบลายไทย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและเห็นคุณค่าของศิลปะไทย สามารถเขียนภาพและลวดลายไทย และนาไปใชใ้ นการสร้างงานศลิ ปะอ่ืนๆได้ ผลการเรยี นรู้ 1. อธบิ ายรปู แบบ ลักษณะทัว่ ไปของศิลปะไทย การใช้สแี บบไทย 2. บรรยายความแตกตา่ งและความคลา้ ยคลึงกันของงานศิลปะไทย และงานศลิ ปะของชาติ ตะวันออกและชาติตะวันตก 3. วาดภาพลายไทยเบ้อื งตน้ 4. วาดภาพลายไทยด้วยดนิ สอหรือปากกา 5. วาดภาพเลา่ เรอื่ งราวในชีวิตประจาวนั หรอื ขนบธรรมเนียมประเพณโี ดยการใช้เสน้ สี และรูปแบบของภาพลายไทย รวม 5 ผลการเรียนรู้ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นขนุ ตาลวิทยาคม

78 โครงสร้างรายวิชา หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก ที่ การเรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน (100) 1 รปู แบบศลิ ปะ 1. อธิบายรูปแบบ ลกั ษณะ - รูปแบบ ลักษณะ (40) 4 10 ไทย ท่ัวไปของศิลปะไทย การใช้ ทว่ั ไปของศลิ ปะไทย 4 10 สแี บบไทย การใชส้ แี บบไทย 8 20 8 20 2 ศลิ ปะไทยกบั 2. บรรยายความแตกต่าง - ความแตกตา่ งและ 16 40 ตา่ งชาติ และความคล้ายคลึงกันของ ความคลา้ ยคลงึ กนั 40 100 งานศิลปะไทย และงาน ของงานศลิ ปะไทย ศิลปะของชาตติ ะวันออกและ และงานศลิ ปะของ ชาติตะวันตก ชาติตะวนั ออกและ ชาตติ ะวันตก 3 ลายไทย 3. วาดภาพลายไทยเบอ้ื งต้น - ปฏิบตั กิ ารวาดภาพ ลายไทยเบ้ืองตน้ 4 สรา้ งสรรค์วาด 4. วาดภาพลายไทยดว้ ย - ปฏบิ ัติการวาดภาพ ภาพลายไทย ดินสอหรือปากกา ลายไทยด้วยดินสอ หรือปากกา 5 วาด 5. วาดภาพเลา่ เร่อื งราวใน -ปฏิบัติวาดภาพเล่า ภาพประกอบ ชวี ิตประจาวันหรือ เร่ืองราวใน เร่ือง ขนบธรรมเนยี มประเพณโี ดย ชีวติ ประจาวันหรือ การใช้เสน้ สี และรูปแบบ ขนบธรรมเนยี ม ของภาพลายไทย ประเพณีโดยการใช้ เสน้ สี และรูปแบบ ของภาพลายไทย รวมจานวนช่วั โมงต่อภาคเรียน อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 80/20 เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นขุนตาลวิทยาคม

79 แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1. กาหนดสัดส่วนคะแนน ระหว่างเรียน:ปลายภาค สัดส่วนคะแนนระหว่างปี/ระหว่างภาค : ปลายปี/ปลายภาค 80 : 20 สัดส่วนของวิธีการ ประเมินผลทางโรงเรียนกาหนดใหม้ ีวิธีการประเมินดังนี้ 80% เป็นการวัดที่หลากหลาย 20% เป็นการวัด โดยใชแ้ บบทดสอบโดยจะแยกเป็น2ประเด็นคือสอบโดยข้อสอบปรนัยได้ไม่เกิน 20% ของการประเมินโดย ใช้แบบทดสอบและอีกไม่ต่ากว่า 80% เป็นแบบทดสอบอื่นๆ เวลาเรียนผู้เรียนต้องเข้าเรียนอย่างน้อย 80%ของเวลาเรียนท้งั หมดจึงจะได้รบั การตัดสนิ ผลการเรียนสาหรับผเู้ รียนท่มี ีเวลาเรียนไม่ถึง80% จะไม่มี สทิ ธ์ิเข้ารบั การประเมนิ ผลปลายปี/ปลายภาค การตัดสนิ ผลการเรียนกาหนดเกณฑ์การตดั สิน8ระดบั คือ 2. กาหนดวธิ ีการวดั ผล การวดั และประเมินผลการเรียนกล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ เป็นการวัดประเมินผลที่ครอบคลมุ ท้ัง ด้านความรู้ ด้านทักษะ กระบวนการ ด้านคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ และสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ คาดหวังรายปี และมาตรฐานการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในหลักสูตร สถานศึกษา มุ่งเน้นการวัดสมรรถภาพ โดยรวมเป็นหลัก โดยมีจุดประสงค์ของการวัดและประเมินผลเพ่ือนาผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงการ เรียนการสอน เพ่ือช่วยพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ศิลปะได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มตามศักยภาพ และตดั สนิ ผลการเรียนของผเู้ รยี น คณุ ภาพของผ้เู รียนทตี่ ้องประเมนิ 1. ดา้ นความรู้ ในการวดั และประเมินผลดา้ นความรู้ ตอ้ งสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้ ท้งั 3 สาระดังน้ี 1.1 ทศั นศลิ ป์ 1.2 ดนตรี 1.3 นาฏศิลป์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ ในการวัดผลและประเมินผลด้านทกั ษะกระบวนการเปน็ การวัดความสามารถของนักเรยี น ครอบคลุมประเด็นตอ่ ไปนี้ 2.1ทักษะการฝึกปฏิบัติ 2.2 การวัดกระบวนการกลมุ่ /สังเกต 2.3ความคดิ รเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ 3. คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ หลกั สตู รแกนกลางกลางศึกษาข้นั พ้นื ฐาน มุ่งพัฒนาผูเ้ รยี นให้มคี ณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เพอ่ื ใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกับสงั คมได้อยา่ งมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมอื งไทย พลเมืองโลก ดงั น้ี เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนขนุ ตาลวทิ ยาคม

80 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. มีวนิ ยั 3. ใฝ่เรยี นรู้ 4. รักความเป็นไทย 5. มจี ติ สาธารณะ เกณฑ์การประเมินดา้ นความรู้ 1. การใหค้ ะแนนผลการเรียนรโู้ ดยการสอบ 1.1 สาหรบั แบบทดสอบที่เป็นแบบปรนยั เลือกตอบ สามารถกาหนดเกณฑก์ ารให้คะแนน คือ ตอบ ถกู ได้ 1 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 1.2 สาหรบั แบบทดสอบที่เป็นอตั นัย มีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ คะแนน/ความหมาย ผลการทาข้อสอบท่ีปรากฏ 4= ดมี าก การแสดงคาตอบ ถกู ต้อง ครบถ้วน 3 = ดี การแสดงคาตอบยังชัดเจนแต่อยูใ่ นแนวทางท่ีถูกตอ้ ง คาตอบ ถกู ต้อง ครบถ้วน 2 = พอใช้ การแสดงคาตอบไม่ชดั เจน คาตอบ ถูกต้องขาดการตรวจสอบ 1 = ควรแกไ้ ข การแสดงคาตอบไมช่ ดั เจนแต่อย่ใู นแนวทางท่ถี ูกต้อง 0= ต้องปรบั ปรงุ ทาไม่ไดต้ ามเกณฑ์ข้างต้น เกณฑ์การประเมินดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ 1. ทกั ษะการฝกึ ปฏบิ ตั ิ คะแนน/ความหมาย ผลปรากฏจากการฝึกทกั ษะปฏบิ ัติ 4= ดีมาก ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ตอ้ ง ครบถว้ นตามขั้นตอนการฝึกทักษะ 3 = ดี ปฏบิ ัตไิ ด้ถูกต้องเป็นส่วนมาก ตามขั้นตอนการฝึกทักษะ 2 = พอใช้ ปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ งเป็นบางส่วนตามข้ันตอนการฝึกทกั ษะ 1 = ควรแก้ไข ปฏบิ ัตไิ ด้ไม่ถูกต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ไม่ตามขั้นตอนการฝึกทกั ษะ 0= ตอ้ งปรบั ปรงุ ปฏิบตั ิไดไ้ ม่ถกู ต้อง 2. การวดั กระบวนการกล่มุ /สังเกต คะแนน/ความหมาย ผลทีป่ รากฏ 4= ดมี าก ทางานอย่างเต็มความสามารถตามท่ีไดร้ บั มอบหมายจากกลุ่มเสรจ็ สมบูรณต์ ามกาหนดและตรงต่อเวลา 3 = ดี ทางานตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมายจากกลุม่ และให้ความรว่ มมอื เสรจ็ ตาม เวลาที่กาหนด 2 = พอใช้ ทางานตามที่ได้รับมอบหมายจากกลุม่ และให้ความรว่ มมือบางส่วน เสร็จตามเวลาท่ีกาหนด 1 = ควรแก้ไข ทางานตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมายจากกลุ่มไมเ่ สร็จตามเวลาที่กาหนด 0= ตอ้ งปรับปรงุ ไม่พยายามทางานตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนขนุ ตาลวิทยาคม

3.ความคิดริเริม่ สร้างสรรค์ 81 คะแนน/ความหมาย 4= ดมี าก ความคดิ สร้างสรรค์ทีป่ รากฏ มีผลงาน/มีแนวคิดท่ีแปลกใหมห่ ลากหลายสามารถนาไป 3 = ดี ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวันได้ถกู ต้อง มผี ลงาน/มแี นวคดิ ที่แปลกใหม่สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ 2 = พอใช้ ได้เป็นส่วนใหญ่ มีผลงาน/มีแนวคดิ ที่แปลกใหม่สามารถนาไปประยุกต์ใช้ 1 = ควรแก้ไข ได้เปน็ บางสว่ น 0= ตอ้ งปรบั ปรุง มีผลงาน/มีแนวคดิ ที่พัฒนาจากเดมิ ได้เลก็ น้อย ไม่มีผลงาน การประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ข้อท่ี ตัวชว้ี ัด 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 1. เปน็ พลเมืองดีของชาติ 2. ซ่ือสตั ย์สุจรติ 2. ธารงไวซ้ ง่ึ ความเปน็ ชาตไิ ทย 3. มวี นิ ยั 3. ศรัทธา ยดึ มั่น ปฏิบตั ติ นตามหลกั ศาสนา 4. ใฝห่ าความรู้ 4. เคารพเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ 5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 1. ประพฤติตรงตามความเปน็ จริงต่อตนเอง ทงั้ ทางกาย วาจา ใจ 6. มงุ่ มัน่ ในการทางาน 2. ประพฤตติ รงตามความเป็นจรงิ ต่อผอู้ ่ืน ทั้งทางกาย วาจา ใจ 7.รกั ความเปน็ ไทย 1.ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน 8. มีจิตสาธารณะ และสงั คม 1. ตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรยี น และเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ 2. แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้ และสามารถ นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ 1. ดาเนนิ ชวี ิตอยา่ งพอประมาณ มเี หตผุ ล รอบคอบ มคี ณุ ธรรม 2. มีภมู ิค้มุ กันในตวั ที่ดี ปรับตัวเพอ่ื อยู่ในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสุข 1. ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบในการปฏิบัติหน้าทก่ี ารงาน 2. ทางานด้วยความเพยี รพยาม อดทนเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็ ตาม เป้าหมาย 1. ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย และมี ความกตัญญูกตเวที 2. เห็นคุณคาและใช้ภาษาไทยในการสอ่ื สารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 3. อนรุ ักษ์สืบทอดภูมปิ ัญญาไทย 1. ช่วยเหลือผอู้ ่ืนด้วยความเตม็ ใจโดยไมห่ วังผลตอบแทน 2. เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ โรงเรียน ชุมชน สังคม เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นขนุ ตาลวิทยาคม

82 เกณฑก์ ารให้คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ขอ้ ที่ 1 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตวั ช้ีวดั ระดบั คณุ ภาพ 1. เปน็ พลเมือง ไม่ผา่ น ( 0 ) ผ่าน ( 1 ) ดี ( 2 ) ดีเยย่ี ม ( 3 ) ดขี องชาติ ยืนตรงเมื่อไดย้ ินเพลงชาติ ไม่ยนื ตรง ยนื ตรงเมื่อได้ยนิ ยนื ตรงเม่ือได้ยินเพลง เข้าใจความหมายและร้อง เคารพธงชาติ เพลงชาตไิ ด้ถกู ตอ้ ง ปฏบิ ตั ิ เพลงชาติเข้าใจ ชาติ เขา้ ใจความหมาย ตนตามสทิ ธิและหน้าที่ ของนกั เรียน ใหค้ วาม ความหมายและร้อง และรอ้ งเพลงชาติได้ รว่ มมอื ในการทากิจกรรม ของโรงเรียน ชุมชนและ เพลงชาตไิ ด้ถูกต้อง ถูกตอ้ ง ปฏบิ ตั ติ นตาม สังคม ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธิ สิทธิและหนา้ ทีข่ อง เป็นผนู้ าหรอื เป็น แบบอย่างในการจดั และหน้าทขี่ อง นกั เรยี น ให้ความ กิจกรรมท่เี สริมสร้างความ สามัคคี ปรองดองและเปน็ นักเรียนให้ความ ร่วมมอื ในการทา ประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชมุ ชนและสงั คม ชน่ื ชม ร่วมมือในการทา กิจกรรมของโรงเรียน ปกป้องความเปน็ ชาตไิ ทย เขา้ รว่ มกิจกรรมทาง กจิ กรรมของโรงเรียน และชุมชน ศาสนาท่ีตนนบั ถือ ปฏบิ ตั ิ ตนตามหลักศาสนาอยา่ ง 2. ธารงไว้ซึ่ง ไม่เข้ารว่ ม เข้าร่วมกจิ กรรม เขา้ ร่วมกิจกรรม สมา่ เสมอและเปน็ ความเป็นไทย กิจกรรม แบบอยา่ งแก่ผอู้ ่นื สว่ นรวมที่ ส่วนรวมทีเ่ สรมิ สร้าง สว่ นรวมทีเ่ สรมิ สร้าง เข้าร่วมและมสี ว่ นร่วมใน เสริมสรา้ ง การจดั กจิ กรรมทีเ่ กย่ี วกบั ความสามัคคี ความสามคั คี ความสามัคคี สถาบนั พระมหากษตั ริย์ ตามท่ีโรงเรยี นและชมุ ชน ปรองดองและเปน็ ปรองดองและเปน็ จดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระปรชี า สามารถของ ประโยชนต์ ่อ ประโยชนต์ อ่ โรงเรยี น พระมหากษัตริย์และพระ ราชวงศ์ โรงเรียนและชมุ ชน ชุมชนและสงั คม ชน่ื ชมความเปน็ ชาตไิ ทย 3. ศรทั รา ยดึ ไม่เข้าร่วม เขา้ ร่วมกจิ กรรมทาง เข้ารว่ มกจิ กรรมทาง มน่ั และปฏบิ ตั ิ กิจกรรมทาง ตามหลกั ศาสนา ศาสนาทตี่ น ศาสนาทต่ี นนบั ถอื ศาสนาที่ตนนบั ถือ นับถอื ปฏิบตั ติ นตามหลัก ปฏิบัติตนตามหลกั 4. เคารพ ไม่เขา้ รว่ ม ศาสนาตามโอกาส ศาสนาอยา่ งสมา่ เสมอ เทิดทนู สถาบัน กิจกรรมที่ พระมหากษตั รยิ ์ เกี่ยวกบั เข้าร่วมกิจกรรมที่ เขา้ รว่ มและมีสว่ นรว่ ม เกี่ยวกบั สถาบัน ในการจัดกิจกรรมที่ สถาบนั พระมหากษัตริย์ เก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษตั ตามที่โรงเรียนและ พระมหากษตั ริย์ตามที่ ริย์ ชุมชนจัดข้ึน โรงเรยี นและชมุ ชนจัด ขนึ้ เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นขนุ ตาลวิทยาคม

83 ขอ้ ท่ี 2 ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ ระดับคณุ ภาพ ตวั ชีว้ ดั ไมผ่ า่ น ( 0 ผา่ น ( 1 ) ดี ( 2 ) ดเี ย่ยี ม ( 3 ) ) 1.ประพฤตติ รง ใหข้ ้อมูลทถ่ี ูกต้องและ ความเปน็ จรงิ ไมใ่ หข้ ้อมลู ท่ี นาส่งิ ของของผอู้ น่ื ใหข้ ้อมลู ทถ่ี ูกต้อง เป็นจริงของตนเอง ต่อตนเองทง้ั ละอายและเกรงกลวั ท่ีจะ รา่ งกาย วาจา ถกู ต้องและ มาเป็นของตนโดย และเป็นจริงของ กระทาผิด ทาตามสญั ญา ใจ ท่ีใหไ้ ว้กับทกุ คน และ เปน็ จริง ไมไ่ ด้รับ ตนเอง ละอายและ เป็นแบบอยา่ งที่ดีดา้ น ความซอื่ สัตย์ เกยี่ วกบั เกรงกลัวทจี่ ะกระทา ไม่นาสิ่งของหรือผลงาน ของผู้อน่ื มาเป็นของตน ตนเอง ผดิ ทาตามสัญญาที่ ปฏบิ ัตติ ่อผูอ้ ่ืนด้วยความ ซอื่ ตรง ไม่หา ให้ไวก้ ับทุกคน ผลประโยชนใ์ นทางทไ่ี ม่ ถกู ต้องและเปน็ 2.ประพฤติตรง ชอบนา ไมน่ าสิง่ ของหรือ ไมน่ าสิง่ ของหรือ แบบอย่างทด่ี ีดา้ นความ ความเปน็ จริง ส่ิงของของ ผลงานของผู้อน่ื มา ผลงานของผู้อ่นื มา ซ่อื สัตย์ ตอ่ ผูอ้ น่ื ทั้ง ผ้อู น่ื มาเปน็ เป็นของตน ปฏบิ ัติ เปน็ ของตน ปฏบิ ัติ รา่ งกาย วาจา ของตนโดย ตอ่ ผู้อืน่ ดว้ ยความ ต่อผ้อู ่นื ด้วยความ ใจ ไม่ได้รบั ซอื่ ตรง ซื่อตรง ไม่หา อนญุ าต ประโยชน์ในทางท่ีไม่ ถูกต้อง ข้อที่ 3 มีวินัย ตัวชวี้ ัด ระดบั คุณภาพ 1.ปฏบิ ตั ิตน ไม่ผ่าน ( 0 ) ผา่ น ( 1 ) ดี ( 2 ) ดเี ยยี่ ม ( 3 ) ตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ไมป่ ฏบิ ัตติ น ปฏิบัตติ นตาม ปฏบิ ัตติ นตาม ปฏบิ ตั ติ นตามข้อตกลง ระเบียบ ขอ้ บังคบั ของ ตามข้อตกลง ข้อตกลง กฎเกณฑ์ ข้อตกลง กฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ครอบครวั โรงเรียนและ กฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบังคับ ระเบยี บข้อบงั คับของ ขอ้ บงั คับของครอบครัว สังคม ระเบียบ ของครอบครัวและ ครอบครวั และ และโรงเรยี น และ ข้อบังคับของ โรงเรยี น ตรงต่อ โรงเรยี น และสังคม สังคม ไมล่ ะเมินสิทธิ ครอบครวั และ เวลาในการปฏิบัติ ไมล่ ะเมินสทิ ธิของ ของผู้อ่ืน ตรงตอ่ เวลา โรงเรยี น กิจกรรมตา่ งๆ ใน ผอู้ น่ื ตรงตอ่ เวลาใน ในการปฏิบัตกิ ิจกรรม ชวี ติ ประจาวนั และ การปฏบิ ตั ิกิจกรรม ตา่ งๆ ในชีวิตประจาวนั รบั ผิดชอบในการ ต่างๆ ใน และรับผิดชอบในการ ทางาน ชวี ิตประจาวนั และ ทางาน เป็นแบบอย่าง รบั ผิดชอบในการ ทด่ี ีแกผ่ ู้อน่ื ทางาน เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

84 ขอ้ ที่ 4 ใฝเ่ รยี นรู้ ตัวชี้วัด ระดับคณุ ภาพ 1.ต้งั ใจ เพียร ไม่ผ่าน ( 0 ) ผ่าน ( 1 ) ดี ( 2 ) ดีเยย่ี ม ( 3 ) พยายามในการ เรยี นและเข้า ไมต่ งั้ ใจเรยี น เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา รว่ มกิจกรรม เข้าเรยี นสาย เป็นประจา ตงั้ ใจเรียน เอาใจใส่ ต้งั ใจเรียน เอาใจใส่ ตั้งใจเรียน และเพยี รพยายามใน และเพยี รพยายามใน เอาใจใส่และเพียร การเรียนรู้ มีสว่ น การเรยี นรู้ มสี ว่ นร่วม พยายามในการ ร่วมในกจิ กรรมการ ในกิจกรรมการเรียนรู้ เรียนรู้ เรียนรู้ตา่ งเปน็ ต่างๆ ทัง้ ในและนอก มสี ว่ นร่วมใน บางคร้งั โรงเรียนบ่อยครั้ง กจิ กรรมการเรยี นรู้ ต่างๆ ทง้ั ในและ นอกโรงเรยี นเปน็ ประจาและเป็น แบบอย่างท่ีดี 2.แสวงหา ไม่ศึกษาหา ศึกษา คน้ ควา้ หา ศึกษา คน้ คว้าหา ศกึ ษา คน้ คว้าหา ความรจู้ าก ความรู้ แหล่งเรียนรู้ ความร้จู ากหนงั สือ ความรจู้ ากหนังสือ ความรู้จากหนงั สือ ต่างๆทงั้ ภายใน และภายนอก เอกสาร สิง่ พิมพ์ ส่ือ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ สื่อ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ โรงเรยี นดว้ ย การเลอื กใชส้ ือ่ เทคโนโลยี แหล่ง เทคโนโลยี แหลง่ ส่ือเทคโนโลยี อยา่ งเหมาะสม เรียนรู้ทง้ั ภายในและ เรยี นรู้ทั้งภายในและ แหลง่ เรียนร้ทู ้ัง ภายนอกโรงเรียน ภายนอกโรงเรยี น ภายในและ เลอื กใช้สอ่ื ได้อย่าง เลอื กใชส้ ื่อได้อยา่ ง ภายนอกโรงเรียน เหมาะสม มีบันทึก เหมาะสม มบี นั ทึก เลือกใช้สอ่ื ได้อยา่ ง องค์ความรเู้ ป็นลาย ความรู้ วเิ คราะห์ เหมาะสม ลักษณ์อกั ษร ขอ้ มูลสรปุ เปน็ องค์ มีบันทึกความรู้ ความรู้ แลกเปล่ียน วเิ คราะหข์ ้อมลู สรุป เรียนรู้กบั ผู้อื่นและ เป็นองค์ความรู้ นาไปใชใ้ น แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ชีวิตประจาวันได้ เผยแพรแ่ ก่บุคคล ทั่วไปและนาไปใช้ ในชวี ติ ประจาวันได้ เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

85 ขอ้ ท่ี 5 อยู่อย่างพอเพียง ตวั ช้วี ัด ระดับคุณภาพ 1.ดาเนนิ ชวี ิตอย่าง พอประมาณ มเี หตผุ ล ไมผ่ ่าน ( 0 ) ผา่ น ( 1 ) ดี ( 2 ) ดเี ยีย่ ม ( 3 ) รอบคอบ มีคุณธรรม ใชจ่ า่ ยเงิน และข้องใช้ ใช้ทรัพยส์ ินของ ใชท้ รัพย์สนิ ของ ใชท้ รัพย์สนิ ของ 2.มภี มู ิคมุ้ กนั ในตวั ท่ดี ี ส่วนตัวอยา่ ง ตนเองและ ปรบั ตวั เพือ่ อยู่ในสังคมได้ ฟุ่มเฟือย ตนเองและ ตนเองและ ทรพั ยากรของ อย่างมีความสุข ส่วนรวมอยา่ ง ไม่วางแผนใน ทรพั ยากรของ ทรัพยากรของ ประหยดั คุ้มคา่ การเรียนและ เก็บรักษาและดูแล การใช้ ส่วนรวมอย่าง สว่ นรวมอยา่ ง อยา่ งดี ตัดสินใจ ชวี ิตประจาวัน อย่างรอบคอบ มี ประหยัดคุม้ ค่า ประหยดั คมุ้ ค่า เหตผุ ลไมเ่ อา เปรียบผ้อู นื่ หรือ เก็บรักษาและ เกบ็ รักษาและดูแล ทาใหผ้ ูอ้ ื่นเดือน รอ้ นและให้อภยั ดแู ลอยา่ งดี อย่างดี ตดั สินใจ เมอื่ ผูอ้ ่ืนทา ผิดพลาด และเปน็ ตดั สินใจอยา่ ง อยา่ งรอบคอบ มี แบบอยา่ งท่ดี ี รอบคอบ มี เหตุผลไม่เอา ใชค้ วามร้ขู อ้ มูล ข่าวสารในการวาง เหตผุ ลไมเ่ อา เปรยี บผอู้ ืน่ หรือ แผนการเรยี น การ ทางานและการใช้ เปรียบผ้อู น่ื หรือ ทาให้ผู้อ่ืนเดือน ชีวติ ประจาวัน ยอมรับการ ทาให้ผอู้ ่ืนเดือน ร้อนและให้อภยั เปลี่ยนแปลงของ ครอบครัว ชมุ ชน รอ้ น เม่ือผ้อู นื่ ทา สงั คม และ สภาพแวดลอ้ ม ผดิ พลาด ปรับตัวอยูร่ ่วมกบั สงั คมได้ ใช้ความรู้ขอ้ มลู ใช้ความรู้ข้อมูล ขา่ วสารในการ ข่าวสารในการวาง วางแผนการ แผนการเรยี น การ เรียน การทางาน ทางานและการใช้ และการใช้ ชีวิตประจาวัน ชวี ติ ประจาวัน ยอมรบั การ ยอมรับการ เปลี่ยนแปลงของ เปล่ียนแปลงของ ครอบครวั ชมุ ชน ครอบครัว ชุมชน สังคม และ สงั คม และ สภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อม ปรับตวั อยูร่ ว่ มกบั ผู้อืน่ ได้ เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวิทยาคม

86 ขอ้ ท่ี 6 ม่งุ มัน่ ในการทางาน ตัวชีว้ ัด ระดบั คณุ ภาพ 1.ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน หนา้ ทกี่ ารงาน ไมผ่ า่ น ( 0 ) ผา่ น ( 1 ) ดี ( 2 ) ดเี ยีย่ ม ( 3 ) 2.ทางานด้วยความเพียร ไม่ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิ ตั้งใจและ ตง้ั ใจและ ตัง้ ใจและ พยายามและอดทนเพื่อให้ งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย หนา้ ท่กี ารงาน รับผิดชอบใน รับผดิ ชอบในการ รับผิดชอบในการ ทร่ี ับผิดชอบ การปฏบิ ตั งิ าน ปฏิบัตงิ านที่ ปฏิบตั ิงานท่ี ทไ่ี ดร้ ับ ได้รบั มอบหมาย ไดร้ บั มอบหมาย มอบหมายให้ ให้สาเรจ็ มกี าร ใหส้ าเรจ็ มกี าร สาเร็จ มีการ ปรับปรุงและ ปรบั ปรุงและ ปรบั ปรุงและ พฒั นาการ พัฒนาการ พัฒนาการ ทางานใหด้ ีข้ึน ทางานใหด้ ีข้ึน ทางานให้ดีขึน้ ด้วยตนเอง ดว้ ยตนเองและ เป็นแบบอย่างที่ ดี ไมข่ ยนั ไม่มี ทางานดว้ ย ทางานดว้ ยความ ทางานด้วยความ ความอดทนใน ความขยัน ขยนั อดทน ไม่ ขยัน อดทน ไม่ การทางาน อดทน ไม่ยอ่ ท้อ ย่อท้อต่อปัญหา ยอ่ ท้อตอ่ ปัญหา ทางานไม่สาเร็จ ตอ่ ปญั หาใน ในการทางาน ในการทางาน การทางาน พยายามให้งาน พยายามให้งาน พยายามให้งาน สาเรจ็ ตาม สาเรจ็ ตาม สาเร็จตาม เป้าหมายในเวลา เปา้ หมายก่อน เป้าหมาย ช่นื ทีก่ าหนด ช่ืนชม เวลาที่กาหนด ชมผลงานด้วย ผลงานด้วยความ ชน่ื ชมผลงาน ความภาคภมู ิใจ ภาคภมู ิใจ ดว้ ยความ ภาคภูมใิ จ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นขนุ ตาลวิทยาคม

87 ข้อท่ี 7 รกั ความเปน็ ไทย ตัวชว้ี ัด ระดับคุณภาพ ไมผ่ า่ น(0 ) ผ่าน (1 ) ดี ( 2 ) ดเี ยยี่ ม ( 3 ) 1.ภาคภมู ิใจใน ไม่มสี มั มาคารวะ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้ที่มี ปฏิบตั ิตนเปน็ ผูท้ มี่ ี ขนบธรรมเนยี ม ตอ่ ผู้ใหญ่ ไม่มี ทม่ี มี ารยาทแบบ มารยาทแบบไทย มารยาทแบบไทย ประเพณี ศลิ ปะ มารยาทท่ี ไทย มีสัมมา มีสัมมาคารวะ มสี ัมมาคารวะ กตัญญู วฒั นธรรมไทยและ เหมาะสม คารวะ กตัญญู กตญั ญูกตเวทีตอ่ ผู้ กตเวทีตอ่ ผ้มู ี มีความกตัญญู กตเวทีตอ่ ผ้มู ี มีพระคุณและแตง่ พระคณุ และแต่งกาย กตเวที พระคณุ และแต่ง กายเรียบร้อยเข้า เรียบรอ้ ยเขา้ รว่ ม กายเรียบรอ้ ย ร่วมและมีส่วนใน และมสี ว่ นในการจดั เข้ารว่ มกิจกรรม การจัดกจิ กรรมที่ กิจกรรมที่เกีย่ วขอ้ ง ท่เี กีย่ วข้องกับ เกี่ยวข้องกับ กบั ประเพณี ศลิ ปะ ประเพณี ศลิ ปะ ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมอยา่ งสม่าเสมอ วฒั นธรรมตาม วฒั นธรรมอย่าง ชกั ชวน แนะนาผูอ้ ืน่ หรอื โอกาส สมา่ เสมอ เปน็ ผูน้ าในการปฏบิ ตั ติ าม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะและวฒั นธรรมไทย 2.เหน็ คณุ ค่าและใช้ ไม่สนใจในการ ใช้ภาษาไทย ใชภ้ าษาไทยและ ใช้ภาษาไทยและเลขไทย ภาษาไทยในการ ใชภ้ าษาไทยท่ี เลขไทย ในการ เลขไทยในการ ในการส่ือสารไดถ้ กู ต้อง ส่อื สารได้อยา่ ง ถูกต้อง สื่อสารได้ถูกต้อง ส่อื สารได้ถูกต้อง เหมาะสม แนะนาชกั ชวน ถูกต้องและ เหมาะสม เหมาะสม แนะนา ใหผ้ อู้ ่ืนเห็นคณุ คา่ ในการ เหมาะสม แนะนาชกั ชวน ชกั ชวนใหผ้ อู้ ่นื ใชภ้ าษาไทยท่ถี ูกตอ้ งเป็น ให้ผูอ้ ื่นใช้ เหน็ คณุ ค่าในการ ประจาและเปน็ แบบอย่าง ภาษาไทยที่ ใช้ภาษาไทยที่ ท่ีดีดา้ นการใช้ภาษาไทย ถกู ตอ้ ง ถกู ต้อง 3.อนรุ ักษ์และสืบ ไมส่ นใจภูมิ สบื ค้นและเขา้ สืบคน้ เข้ารว่ ม สืบคน้ เข้าร่วมและ ทอดภมู ปิ ัญญาไทย ปัญญาไทย ร่วมกจิ กรรมที่ และชกั ชวนคนใน ชักชวนคนในครอบครัว เกีย่ วขอ้ งกบั ภมู ิ ครอบครวั เข้ารว่ ม เข้ารว่ มกจิ กรรมที่ ปัญญาไทย กิจกรรมท่ี เกีย่ วขอ้ งกับภูมปิ ัญญา เกี่ยวขอ้ งกบั ภมู ิ ไทย และแนะนาใหผ้ ูอ้ น่ื ปัญญาไทยและมี และมสี ่วนร่วมในการสบื ส่วนรว่ มในการสืบ ทอดและเผยแพร่ภมู ิ ทอดภมู ปิ ัญญา ปญั ญาไทย ไทย เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

88 ข้อท่ี 8 มีจิตสาธารณะ ตัวชี้วดั ระดับคุณภาพ ไมผ่ า่ น ( 0 ) ผ่าน ( 1 ) ดี ( 2 ) ดีเยย่ี ม ( 3 ) 1.ชว่ ยเหลอื ผ้อู นื่ ด้วย ไมช่ ว่ ยเหลือพ่อ ช่วยพอ่ แม่ ช่วยพ่อแม่ ชว่ ยพ่อแม่ ความเตม็ ใจโดยไมห่ วัง แม่ ผปู้ กครอง ผู้ปกครองและครู ผูป้ กครองและครู ผปู้ กครองและครู ผลตอบแทน และครู ทางาน อาสา ทางาน อาสา ทางาน อาสาทางาน ทางาน ช่วยคิด ทางาน ช่วยคิด ช่วยคดิ ช่วยทาและ ชว่ ยทาและ ช่วยทาและ แบ่งปนั สิ่งของและ แบง่ ปนั ส่ิงของให้ แบ่งปันสิ่งของ ทรพั ย์สินอนื่ ๆและ ผู้อ่นื ดว้ ยความ และทรัพย์สนิ ช่วยแก้ปญั หาหรอื เตม็ ใจ อื่นๆและช่วย สรา้ งความสขุ ให้ แกป้ ัญหาให้ผู้อ่ืน ผู้อ่ืนโดยไมห่ วัง ดว้ ยความเต็มใจ ผลตอบแทนและ เปน็ แบบอย่างที่ดี 2.เข้าร่วมกิจกรรมทีเ่ ป็น ไม่สนใจดแู ล ดูแลรักษาทรัพย์ ดูแลรักษาทรัพย์ ดแู ลรักษาทรัพย์ ประโยชนต์ ่อโรงเรียน รักษาทรัพย์ สมบตั ิ สมบตั ิ สมบตั สิ ่งิ แวดลอ้ ม ชมุ ชนและสังคม สมบัติและ สิง่ แวดล้อมของ สง่ิ แวดลอ้ มของ ของ โรงเรยี นและ สง่ิ แวดล้อมของ โรงเรยี นและ โรงเรยี นและ ชุมชน เข้าร่วม โรงเรยี น ชุมชน เขา้ ร่วม ชมุ ชน เข้าร่วม กจิ กรรมเพอ่ื สังคม กจิ กรรมเพ่ือ กจิ กรรมเพอ่ื และสาธารณะ สงั คมและ สังคมและ ประโยชน์ของ สาธารณะ สาธารณะ โรงเรียนและชุมชน ประโยชน์ของ ประโยชน์ของ ด้วยความเตม็ ใจ โรงเรยี นดว้ ย โรงเรียนและ และร่วมแกป้ ัญหา ความเต็มใจ ชมุ ชนดว้ ยความ ตามสถานการณท์ ี่ เต็มใจ เกดิ ข้ึน เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นขุนตาลวิทยาคม

89 เกณฑพ์ จิ ารณาสรปุ ผลการประเมินรวมทุกคณุ ลักษณะอันพึงประสงคร์ ายป/ี รายภาค ผู้เรียนรายบคุ คล ดีเย่ยี ม (3) 1. ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเยยี่ ม จานวน 5 - 8 คุณลักษณะ และ ดี (2) ไม่มีคณุ ลกั ษณะใดได้ผลการประเมนิ ตา่ กว่าระดับดี ผา่ น (1) 1. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ดีเย่ียม จานวน 1 - 4 คุณลักษณะ และ ไม่ผ่าน (0) บางคุณลักษณะใดได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี หรอื 2. ได้ผลการประเมินระดบั ดี ท้ัง 8 คณุ ลกั ษณะ หรอื 3. ได้ผลการประเมนิ ระดับดีขึ้นไป จานวน 5 - 8 คณุ ลักษณะ และ มีบางคุณลักษณะได้ผลการประเมนิ ระดับผ่าน 1. ได้ผลการประเมนิ ระดบั ผา่ น ทงั้ 8 คณุ ลกั ษณะ หรอื 2. ได้ผลการประเมินตั้งแต่ระดบั ดี จานวน 1 - 4 คณุ ลักษณะ และคณุ ลักษณะทีเ่ หลอื ได้ผลการประเมนิ ระดับผา่ น ได้ผลการประเมนิ ระดบั ไม่ผา่ น ตัง้ แต่ 1 คุณลักษณะข้ึนไป การประเมนิ ตวั ชวี้ ัดความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น ตวั ชีว้ ดั ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี นระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3 1. สามารถคดั สรรส่ือ ที่ต้องการอ่านเพื่อหาขอ้ มูลสารสนเทศไดต้ ามวตั ถปุ ระสงค์ สามารถสรา้ ง ความเข้าใจและประยุกต์ใช้ความรู้จากการอา่ น 2. สามารถจับประเดน็ สาคญั และประเดน็ สนบั สนนุ โต้แย้ง 3. สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ ความสมเหตุสมผล ความน่าเชื่อถือ ลาดับความและความเป็นไป ได้ของเรอ่ื งทอี่ า่ น 4. สามารถสรปุ คณุ คา่ แนวคิด แงค่ ดิ ท่ีไดจ้ ากการอ่าน 5. สามารถสรุป อภิปราย ขยายความแสดงความคิดเห็น โต้แย้ง สนับสนุน โน้มน้าว โดยการ เขยี นส่อื สารในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ ผังความคดิ เปน็ ต้น ตัวชว้ี ัดความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขียนระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4-6 1. สามารถอ่านเพื่อการศึกษา ค้นคว้า เพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์และการประยุกต์ใช้ ใน ชีวติ ประจาวนั 2. สามารถจับประเดน็ สาคัญลาดบั เหตุการณจ์ ากการอา่ นส่ือที่มคี วามซับซ้อน 3. สามารถวิเคราะห์สิ่งที่ผู้เขียนต้องการส่ือสารกับผู้อ่าน และสามารถวิพากษ์ ให้ข้อเสนอแนะใน แง่มุมตา่ ง ๆ 4. สามารถประเมนิ ความนา่ เช่ือถอื คุณค่า แนวคดิ ที่ไดจ้ ากสงิ่ ทอ่ี ่านอย่างหลากหลาย 5. สามารถเขียนแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง สรุป โดยมีข้อมูลอธิบายสนับสนุนอย่างเพียงพอและ สมเหตุสมผล เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นขนุ ตาลวทิ ยาคม

90 เกณฑก์ ารประเมินความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ระดบั เกณฑ์การพจิ ารณา ดีเยยี่ ม (3) มีผลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนทม่ี ีคุณภาพดเี ลิศอยูเ่ สมอ ดี (2) มีผลงานทแี่ สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นทม่ี คี ณุ ภาพเปน็ ท่ียอมรับ ผ่าน (1) มผี ลงานทีแ่ สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นทม่ี ีขอ้ บกพร่องบางประการ ไม่ผ่าน (0) ไมม่ ีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น หรือถา้ มผี ลงาน ผลงานนัน้ ยังมขี อ้ บกพร่องทตี่ ้องได้รบั การปรับปรงุ แกไ้ ขหลายประการ เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนขุนตาลวทิ ยาคม

91 เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสาคัญด้านความสามารถในการส่ือสาร ตวั ช้ีวดั ที่ 1 ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ ความรู้สกึ และทศั นะของตนเองด้วยการพูดและการเขียน พฤตกิ รรมบ่งชี้ ระดบั คณุ ภาพ ดเี ย่ยี ม ดี พอใช้/ผ่าน ปรับปรุง (3) (2) เกณฑข์ น้ั ตา่ (1) (0) 1. พูดถ่ายทอด พดู ถ่ายทอดความรู้ พูดถา่ ยทอดความรู้ พูดถ่ายทอด พูดถ่ายทอด ความรคู้ วามเขา้ ใจ ความเข้าใจจากสารท่ี ความเขา้ ใจจากสารท่ี ความรู้ ความ ความรคู้ วาม จากสารทอ่ี ่าน อา่ น ฟงั หรือดดู ว้ ย อ่าน ฟัง หรือดู ดว้ ย เขา้ ใจจากสารท่ี เขา้ ใจจากสารที่ ฟงั หรือดู ด้วย ภาษาของตนเอง พรอ้ ม ภาษาของตนเอง พรอ้ ม อา่ น ฟงั หรือดู อ่าน ฟัง หรอื ดู ภาษาของตนเอง ยกตัวอยา่ งประกอบ ยกตวั อย่างประกอบ แต่ ด้วยภาษาของ ตามแบบ พร้อมยกตวั อย่าง สอดคลอ้ งกับเร่อื งท่ี ไม่สอดคล้องกับเร่อื ง ตนเอง ประกอบได้ ถา่ ยทอด ทถี่ า่ ยทอด 2. พดู ถา่ ยทอด พดู ถ่ายทอดความคิด พดู ถา่ ยทอดความคดิ พูดถ่ายทอด พูดถา่ ยทอด ความคดิ ความร้สู ึก ความรู้สกึ และทัศนะ ความรสู้ ึกและทัศนะ ความคดิ ความคดิ และทศั นะของ จากสารทอี่ ่านฟัง หรอื จากสารทอี่ า่ น ฟงั หรอื ดู ความรู้สกึ และ ความรู้สกึ และ ตนเองจากสารที่ ดดู ้วยภาษาของตนเอง ด้วยภาษาของตนเอง ทัศนะจากสารท่ี ทัศนะจากสารท่ี อ่าน ฟังหรือดดู ว้ ย พร้อมยกตวั อย่า พรอ้ มยกตัวอย่าง อา่ น ฟัง หรอื ดู อ่าน ฟัง หรือดู ดว้ ยภาษาของ ตามแบบ ภาษาของตนเอง ประกอบสอดคล้องกบั ประกอบแต่ไม่ ตนเอง และไม่มี พร้อมยกตัวอย่าง เรอ่ื งทีถ่ ่ายทอด สอดคล้องกบั เรื่องที่ ประกอบได้ ถ่ายทอด ตวั อย่างประกอบ 3. เขียนถ่ายทอด เขยี นถา่ ยทอดความรู้ เขียนถา่ ยทอดความรู้ เขยี นถา่ ยทอด เขียนถา่ ยทอด ความรู้ความเขา้ ใจ ความเข้าใจจากสารที่ ความเขา้ ใจจากสารท่ี ความรู้ ความ ความรูค้ วาม จากสารทีอ่ ่าน อ่าน ฟงั หรอื ดดู ว้ ย อ่าน ฟังหรือดดู ้วย เขา้ ใจจากสารที่ เขา้ ใจจากสารที่ ฟังหรือดูด้วยภาษา ภาษาของตนเอง พรอ้ ม ภาษาของตนเอง พรอ้ ม อ่าน ฟังหรือดดู ้วย อ่าน ฟงั หรือดู ของตนเองพร้อม ยกตวั อย่างประกอบ ยก ตัวอยา่ งประกอบแต่ ภาษาของตนเอง ตามแบบ ยกตวั อยา่ ง สอดคล้องกับเร่อื งที่ ไมส่ อดคล้องกับเรื่อง และไมม่ ตี วั อยา่ ง ประกอบได้ ถา่ ยทอด ที่ถ่ายทอด ประกอบ 4. เขียนถา่ ยทอด เขยี นถ่ายทอดความคิด เขียนถ่ายทอดความคิด เขียนถ่ายทอด เขยี นถ่ายทอด ความคดิ ความรู้สกึ ความรู้สึกและทศั นะ ความรู้สึกและทัศนะ ความคดิ ความคิด และทัศนะของ ของตนเองจากสารที่ ของตนเองจากสารที่ ตนเองจากสารท่ี อา่ น ฟงั หรอื ดู ด้วย อ่าน ฟงั หรอื ดูดว้ ย ความรู้สึกและ ความรูส้ ึกและ ทศั นะของตนเอง ทัศนะขอตนเอง อา่ น ฟงั หรอื ดูดว้ ย ภาษาของตนเอง พร้อม ภาษา ของตนเองพร้อม จากสารที่อ่าน ฟงั จากสารทอ่ี ่าน ภาษาของ ตนเอง พรอ้ มยกตวั อยา่ ง ยกตัวอยา่ ง ประกอบ ยกตวั อยา่ งประกอบ แต่ หรอื ดู ด้วยภาษา ฟงั หรอื ดู ประกอบได้ สอดคลอ้ งกบั เรือ่ งท่ี ไมส่ อดคล้องกบั เรอ่ื ง ของตนเอง และไม่ ตามแบบ ถา่ ยทอด ที่ถ่ายทอด มีตัวอยา่ ง ประกอบ เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนขนุ ตาลวิทยาคม

92 ตัวชี้วัดที่ 2 พูดเจรจาตอ่ รอง พฤตกิ รรมบ่งช้ี ระดบั คุณภาพ ดเี ยยี่ ม ดี พอใช้/ผ่านเกณฑ์ ปรับปรงุ (3) (2) ขน้ั ตา่ (1) (0) 1. พดู เจรจา พูดเจรจา โน้มน้าว พูดเจรจา โนม้ นา้ ว พดู เจรจา โนม้ นา้ ว พดู เจรจา โน้มนา้ ว โนม้ นา้ ว ต่อรอง ตอ่ รองเพื่อให้เกิด ตอ่ รองเพ่ือใหเ้ กิด ต่อรองเพื่อใหเ้ กิด ตอ่ รองเพ่ือให้ผอู้ น่ื เพื่อให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ประโยชน์ต่อตนเอง คลอ้ ยตามหรือ ประโยชนต์ ่อตนเอง และสังคมโดยใช้ และสังคมโดยใช้ โดยใชภ้ าษาหรอื ปฏิบตั ติ ามไม่ได้ และสงั คม ภาษาหรือถ้อยคาที่ ภาษาหรือถ้อยคาท่ี ถ้อยคาทท่ี าใหผ้ ูอ้ น่ื หรอื พูดเจรจา สุภาพถกู ต้องทาให้ สภุ าพถูกต้องทาให้ คลอ้ ยตามหรือปฏิบตั ิ ต่อรองดว้ ยภาษาท่ี ผูอ้ ื่นคลอ้ ยตามทุก ผู้อ่นื คลอ้ ยตามหรือ ตาม ไมส่ ภุ าพ สถานการณ์ ปฏิบัติตามได้บาง สถานการณ์ 2. พูดเจรจา พูดเจรจา เพื่อขจัด พดู เจรจา เพ่อื ขจัด พดู เจรจา เพื่อขจัด พดู เจรจา เพอื่ ขจัด โนม้ นา้ วต่อรอง และลดปญั หา และลดปญั หาความ และลดปัญหาความ และลดปญั หาความ เพื่อขจดั และลด ความขัดแย้งตา่ ง ๆ ขดั แย้งต่าง ๆทม่ี ตี ่อ ขดั แย้งที่มีต่อตนเอง ขดั แย้งตา่ ง ๆ ไม่ได้ ปัญหาความขัดแยง้ ทม่ี ตี อ่ ตนเองและ ตนเองและสงั คมได้ หรอื สังคมได้สาเรจ็ หรอื พูดเจรจา ตา่ ง ๆ ที่มตี ่อ สังคมได้ทุกคร้ังโดย บางสถานการณ์ โดยใชภ้ าษาหรอื ตอ่ รองดว้ ยภาษา ตนเองและสงั คม ใช้ภาษาหรือ โดยใชภ้ าษาหรอื ถอ้ ยคาท่ีสภุ าพ ทไี่ ม่สภุ าพ ถ้อยคาทส่ี ภุ าพ ถ้อยคาท่ีสภุ าพ ตัวชี้วดั ที่ 3 เลอื กรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสาร พฤตกิ รรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ ดีเย่ยี ม ดี พอใช้/ผา่ นเกณฑ์ ปรบั ปรุง (0) (3) (2) ขั้นตา่ (1) รับร้ขู อ้ มูลข่าวสาร 1. รบั ร้ขู ้อมูล รบั รู้ขอ้ มลู ข่าวสาร รับรูข้ ้อมูลข่าวสาร รับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยไม่ใช้ วจิ ารณญาณ ข่าวสารอย่าง โดยใชว้ จิ ารณญาณ โดยใช้วิจารณญาณ โดยใช้ ไตร่ตรองความ ถกู ต้องและ มวี ิจารณญาณ ไตรต่ รองถงึ ความ ไตร่ตรองถึงความ วิจารณญาณ น่าเช่อื ถอื ถูกต้องและ ถูกต้องและ ไตรต่ รองถงึ ตัดสินใจเลอื กรบั หรือไมร่ บั ข้อมลู น่าเชอ่ื ถือ โดย น่าเช่ือถือโดย ความถกู ต้องและ คานงึ ถึงประโยชน์ คานงึ ถงึ ประโยชน์ นา่ เชื่อถอื ตอ่ ตนเองและ ต่อตนเองและสงั คม สงั คม และสามารถ แนะนาแหล่งขอ้ มูล ข่าวสารแกผ่ อู้ ่นื ได้ 2. ตัดสนิ ใจเลอื กรบั ตัดสินใจเลอื กรบั ตดั สนิ ใจเลือกรับ ตดั สนิ ใจเลือกรบั หรือไม่รับขอ้ มูล หรอื ไมร่ บั ขอ้ มูล หรอื ไมร่ บั ขอ้ มูล หรอื ไมร่ บั รู้ขอ้ มูล เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม

93 พฤติกรรมบ่งช้ี ระดับคุณภาพ ขา่ วสารไดอ้ ยา่ ง ดีเยย่ี ม ดี พอใช้/ผา่ นเกณฑ์ ปรบั ปรุง มีเหตุผล (3) (0) (2) ข้นั ตา่ (1) ข่าวสารอย่างมี ข่าวสารโดย เหตผุ ลโดย ข่าวสารอยา่ งมี ข่าวสารได้อย่างมี ไมม่ เี หตผุ ล พจิ ารณาถงึ คณุ ภาพ เหตผุ ล โดย เหตุผล ประโยชนแ์ ละ ความเหมาะสม พจิ ารณาถงึ รวมทัง้ แนะนา แหลง่ ข้อมลู คุณภาพ ประโยชน์ ข่าวสารทมี่ ี คุณภาพใหผ้ ู้อ่นื ใช้ และความเหมาะสม บริการได้ ตวั ช้วี ัดท่ี 4 เลือกใช้วธิ กี ารส่ือสาร พฤตกิ รรมบ่งช้ี ระดับคุณภาพ ดเี ย่ยี ม ดีเย่ียม ดีเยีย่ ม ดเี ยย่ี ม (3) (3) (3) (3) 1. เลอื กใชว้ ธิ ีการ เลอื กใชว้ ธิ ีการ เลือกใช้วิธกี าร เลือกใชว้ ิธีการสื่อสาร ไม่สามารถเลือกใช้ ส่อื สารที่มี สื่อสารที่ สอ่ื สารท่เี หมาะสม ทเี่ หมาะสม กบั วธิ กี ารส่อื สารให้ ประสทิ ธภิ าพ เหมาะสมกับ กบั ลักษณะของ ลักษณะของข้อมลู เหมาะสมกับ โดยคานึงถงึ ลักษณะของข้อมูล ข้อมูลขา่ วสาร โดย ขา่ วสาร ลักษณะของข้อมลู ผลกระทบ ขา่ วสาร โดย คานงึ ถงึ ข่าวสาร ท่ีมีต่อตนเองและ คานงึ ถงึ คุณภาพ ความสาเร็จ สงั คม และความสาเรจ็ ของการสอื่ สารท่ีมี ของการสอื่ สารที่มี ต่อตนเองสังคม ตอ่ ตนเองสงั คม และประเทศชาติ และประเทศชาติ เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนขนุ ตาลวิทยาคม

94 เกณฑ์การประเมินสมรรถนะสาคัญความสามารถในการคดิ ตวั ชี้วดั ท่ี 1 คดิ พ้นื ฐาน (การคิดวิเคราะห์) ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรุง (0) พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดี พอใช้/ผา่ นเกณฑ์ (2) ข้นั ตา่ (1) มพี ฤติกรรมบ่งชี้ ดเี ย่ียม พฤติกรรมใด (3) พฤติกรรมหนงึ่ หรือไมป่ รากฏ 1. จาแนก จัด มีพฤติกรรมบง่ ชี้ มพี ฤติกรรมบ่งช้ี 3 มีพฤติกรรมบง่ ชี้ 2 พฤติกรรม หมวดหมู่จดั ลาดบั ใดเลย ความสาคญั และ ดังนี้ พฤติกรรมในบรบิ ท พฤติกรรม ใน เปรียบเทียบข้อมูล ระบหุ ลักการหรือ ในบริบทตา่ ง ๆ 1. จาแนกขอ้ มลู ได้ ต่างๆได้อย่าง บริบทต่างๆ ได้ แนวคิดที่มีอยู่ใน เนือ้ หาความรหู้ รือ 2. เชอ่ื มโยงความ 2. จัดหมวดหมู่ เหมาะสมสอดคล้อง อยา่ งเหมาะสม ข้อมูลต่าง ๆ ท่ีพบ สัมพันธ์ ของ เห็นในบรบิ ทต่างๆ ส่วนประกอบของ ข้อมูลได้ กับความ สอดคลอ้ งกบั ความ ไดถ้ ูกต้องเป็น ข้อมลู ในบรบิ ท บางส่วนและไม่ ตา่ ง ๆ 3. จัดลาดบั เปน็ จรงิ เป็นจรงิ ครบถ้วน ระบหุ ลักการสาคัญ 3. ระบหุ ลกั การ ความสาคญั ของ หรอื แนวคิดใน สาคัญหรือแนวคิด เนอื้ หาความรหู้ รือ ในเน้ือหาความรู้ ข้อมูลได้ ขอ้ มลู ต่าง ๆ ทีพ่ บ ข้อมูลท่ีพบเห็นใน เหน็ ในบริบทต่างๆ บรบิ ทต่าง ๆ 4. เปรยี บเทยี บ ไม่ถูกตอ้ ง ข้อมลู ไดใ้ นบริบท ตา่ งๆ อย่าง เหมาะสม สอดคลอ้ งกับความ เป็นจรงิ ระบคุ วามสัมพันธ์ ระบคุ วามสัมพนั ธ์ ระบุความสัมพันธ์ ของส่วนประกอบ ของสว่ นประกอบ ของส่วนประกอบ ตา่ งๆ ของข้อมูล ตา่ งๆ ของข้อมลู และ ต่างๆ ของข้อมลู ได้ และสามารถ สามารถเชอ่ื มโยงกบั ถกู ต้อง แตไ่ ม่ เชื่อมโยงกบั เหตกุ ารณ์ท่ีพบเหน็ สามารถเชอื่ มโยง เหตกุ ารณท์ ี่พบเหน็ ในบรบิ ท กับ เหตกุ ารณ์ท่พี บ ในในบริบทตา่ งๆได้ ต่างๆ ได้ เห็น อยา่ งสมเหตุสมผล ในบรบิ ทต่างๆ ได้ ระบหุ ลักการสาคัญ ระบหุ ลกั การสาคญั ระบหุ ลักการหรือ หรอื แนวคิดใน หรอื แนวคดิ ที่มีอยูใ่ น เนื้อหาความรหู้ รือ แนวคิดในเนือ้ หา เน้ือหาความร้หู รือ ข้อมลู ต่าง ๆท่ีพบ ความรู้หรอื ข้อมูลต่าง ขอ้ มลู ต่าง ๆ ท่พี บ เหน็ ในบริบทตา่ งๆ ๆ ทีพ่ บเห็นในบรบิ ท เหน็ ในบริบทต่างๆ ไดอ้ ย่างถูกต้องและ ตา่ งๆ ได้ถกู ต้องแต่ไม่ ไดถ้ ูกต้องเปน็ ครบถ้วน ครบถ้วน บางสว่ นและไม่ ครบถ้วน เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นขุนตาลวทิ ยาคม

95 ตวั ชว้ี ัดท่ี 2 คิดขน้ั สงู (การคดิ สงั เคราะห์ คดิ สร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ) พฤติกรรมบ่งชี้ ระดบั คุณภาพ ดเี ยี่ยม ดี พอใช้/ผ่าน ปรบั ปรงุ (3) (2) เกณฑข์ ั้นตา่ (1) (0) 1. คิดสงั เคราะห์ รวบรวม จัดกระทา รวบรวม จัดกระทา รวบรวม จัด รวบรวม เพื่อประกอบการ ประมวลผลขอ้ มูล ประมวลผลข้อมลู กระทา จดั กระทา วางแผนออกแบบ วางแผน ออกแบบ วางแผนออกแบบ ประมวลผลขอ้ มลู ประมวลผล ข้อมลู ปรบั ปรุงคาดการณ์ ปรับปรุง คาดการณ์ ปรับปรุงคาดการณ์ วางแผน วางแผน ประเมินผล ข้อสรปุ และประเมนิ ลง และประเมนิ ผล ออกแบบปรบั ปรงุ ออกแบบ ปรับปรงุ และตรวจสอบ ข้อสรุปได้ถูกต้อง ขอ้ สรุปได้ถกู ต้อง คาดการณ์ และ คาดการณ์ และ ความเหมาะสมของ ตลอดจนนาผลทไี่ ด้ ตลอดจนนาผล ประเมนิ ลง ประเมินลง ข้อมูลที่พบเห็นใน ไปสรา้ งผลงานทีม่ ี ที่ได้ไปสรา้ งผลงานได้ ข้อสรปุ ได้ถูกต้อง ข้อสรุปไมไ่ ด้ บรบิ ทตา่ งๆ คณุ ภาพ ตัวช้ีวัดที่ 2 คิดขน้ั สูง (การคดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ) (ตอ่ ) พฤติกรรมบ่งช้ี ระดับคณุ ภาพ ดีเย่ียม ดี พอใช้/ผ่าน ปรับปรุง (3) (2) เกณฑ์ขั้นต่า (1) (0) 2. คิดอย่าง คดิ คล่อง คิด คิดคล่อง คดิ คิดคล่อง คดิ คิดคล่อง คิด สรา้ งสรรค์ เพ่อื นา หลากหลาย หลากหลาย หลากหลายคิดใน หลากหลาย ไปสู่การประยุกต์ คิดรเิ ร่มิ แปลกใหม่ คิดรเิ ร่ิม แปลกใหม่ ทางบวกและ คิดในทางบวกและ สรา้ งส่ิงใหม่ใน คดิ ในทางบวกและ คดิ ในทางบวก และ ประยกุ ต์สรา้ งสิง่ ประยุกต์ ทางบวกเกยี่ วกบั ประยกุ ต์สร้างส่งิ ใหม่ ประยกุ ต์สร้างสง่ิ ใหม่ ใหมไ่ ด้ สรา้ งในสิ่งใหมไ่ ม่ได้ ตนเองและสังคมได้ เกีย่ วกบั ตนเองและ เกี่ยวกับตนเองหรอื อย่างเหมาะสม สังคม สงั คม 3. คดิ อย่างมี คดิ แบบองคร์ วม รอบ คดิ แบบองค์รวม รอบ คิดแบบองคร์ วม คดิ แบบองคร์ วม วจิ ารญาณเพื่อ ด้านมีเหตุผลเชิง ด้านมเี หตุผลเชิง รอบดา้ นมเี หตผุ ล รอบด้านหรือ มี ตดั สนิ ใจเลอื กทาง ตรรกะตัดสินใจเลือก ตรรกะ และตัดสินใจ เชิงตรรกะและ เหตุผลเชิงตรรกะ เลอื กทห่ี ลากหลาย ทางเลอื กที่ เลือกทางเลือกโดยใช้ ตัดสนิ ใจเลือก และตัดสินใจเลอื ก โดยใช้เกณฑท์ ี่ หลากหลายโดยใช้ เกณฑ์ท่ีเหมาะสม ทางเลอื กโดยใช้ ทางเลอื กโดยใช้ เหมาะสม เกณฑ์ท่เี หมาะสม เกีย่ ว เกณฑ์ทเี่ หมาะสม เกณฑ์ทเ่ี หมาะสม เกี่ยวกับตนเองและ กบั ตนเองหรือสังคม ได้ ไม่ได้ สังคม เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนขนุ ตาลวิทยาคม

96 เกณฑ์การประเมินสมรรถนะสาคัญดา้ นความสามารถในการแกป้ ญั หา ตัวชวี้ ัดที่ 1 ใชก้ ระบวนการแก้ปัญหาโดยวเิ คราะห์ปัญหา วางแผนในการแก้ปัญหา ดาเนนิ การ แกป้ ญั หา ตรวจสอบและสรุปผล พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ ดเี ยีย่ ม ดี พอใช้/ผ่านเกณฑ์ ปรบั ปรงุ (3) (2) ขนั้ ตา่ (1) (0) 1. การวเิ คราะห์ ระบุปัญหาต่าง ๆ ท่ี ระบปุ ญั หาตา่ ง ๆ ที่ ระบุปญั หาตา่ ง ๆ ท่ี ระบุปัญหาตา่ ง ๆ ท่ี ปญั หา เกดิ ขน้ึ กับตนเองที่ เกิดขึ้นกบั ตนเองท่ี เกดิ ขนึ้ กบั ตนเองท่ี เกิดขึ้นกบั ตนเองท่ี 1.1 ระบปุ ญั หาที่ ตรงกับสภาพปัญหา ตรงกับสภาพปัญหา ตรงกบั สภาพปญั หา ตรงตามสภาพปัญหา เกิดขนึ้ กบั ตนเอง ไดม้ ากกว่า 3 ได้ 3 ปัญหา ได้ 2 ปญั หา ได้ 1 ปัญหา ปญั หา 1.2 ระบุปญั หาท่ี ระบปุ ัญหาต่าง ๆ ที่ ระบปุ ัญหาต่าง ๆ ท่ี ระบปุ ญั หาต่าง ๆ ที่ ระบปุ ัญหาตา่ ง ๆ ที่ เกดิ ขึ้นกบั บคุ คล เกดิ ขึ้นกับบุคคล เกดิ ขน้ึ กับบคุ คล เกดิ ข้นึ กบั บุคคล เกิดข้ึนกับบคุ คลใกล้ ใกลต้ วั ใกล้ตวั ท่ตี รงกับ ใกลต้ วั ท่ตี รงกับ ใกลต้ วั ท่ตี รงกับ ตวั ท่ตี รงตามสภาพ สภาพปญั หาได้ สภาพปญั หา ได้ 3 สภาพปญั หา ได้ 2 ปญั หาได้ 1 ปัญหา มากกว่า 3 ปัญหา ปัญหา ปัญหา 1.3 ระบุสาเหตขุ อง ระบุสาเหตขุ อง ระบสุ าเหตุของ ระบุสาเหตุของ ระบสุ าเหตุของ ปัญหา ปญั หาตา่ ง ๆ ท่ี ปญั หาต่าง ๆที่ ปัญหาตา่ ง ๆที่ ปญั หาต่างๆ ท่ีเกดิ ข้ึน เกดิ ข้ึนได้สอดคลอ้ ง เกดิ ขนึ้ ได้สอดคลอ้ ง เกดิ ข้นึ ไดส้ อดคลอ้ ง ได้ 1 สาเหตหุ รือระบุ กบั ปญั หามากกว่า กบั ปญั หา 3 กบั ปญั หา 2 สาเหตุ สาเหตุไดแ้ ต่ไม่ 3 สาเหตุ สาเหตุ สอดคลอ้ งกับปญั หา 1.4 จดั ระบบข้อมูล จาแนกและจัด จาแนกและจัด จาแนกและจัด จาแนกและจัด 1.4.1 จาแนก หมวดหมสู่ าเหตุ หมวดหมู่ หมวดหมู่ หมวดหมู่ สาเหตุ และจดั หมวดหมู่ ของปญั หาได้ สาเหตุของปัญหา สาเหตุของปัญหา ของปัญหาไม่ได้ ถูกต้องทุกสาเหตุ ได้ถูกตอ้ ง 2 ใน 3 ได้ถูกตอ้ ง 1 ใน 3 หรอื ไม่มกี ารจัด สาเหตุ สาเหตุ หมวดหมู่ 1.4.2 จัดลาดับ มกี ารจัดลาดับ มกี ารจดั ลาดบั มีการจัดลาดับ ไมม่ ีการจดั ลาดบั ความสาคัญ ความสาคญั ของ ความ สาคญั ของ ความสาคัญของ ความสาคัญของ สาเหตุของปัญหา สาเหตขุ องปัญหา สาเหตุของปัญหา สาเหตุของปัญหา ไดอ้ ย่าง ได้อยา่ งสมเหตุ ไดอ้ ยา่ ง หรอื จดั ได้ไม่ สมเหตุสมผลทุก สมผล 2 ใน 3 สมเหตุสมผล 1 ใน สมเหตุสมผล สาเหตุ สาเหตุ 3 สาเหตุ 1.4.3 เชื่อมโยง แสดงการเชอ่ื มโยง แสดงการเชื่อมโยง แสดงการเช่อื มโยง ไมม่ ีการแสดงการ ความสมั พนั ธ์ ความสัมพันธ์ ความสมั พันธ์ ความสัมพันธ์ เชอ่ื มโยง ระหว่างสาเหตขุ อง ระหวา่ งสาเหตขุ อง ระหวา่ งสาเหตุของ ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัญหาและผลท่ีจะ ปญั หาและผลทีจ่ ะ ปัญหาและผลท่ีจะ สาเหตุ ของปญั หา เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นขนุ ตาลวิทยาคม

97 พฤตกิ รรมบ่งชี้ ระดับคุณภาพ 1.5 ต้ังสมมุตฐิ าน ดีเย่ียม ดี พอใช้/ผ่านเกณฑ์ ปรบั ปรุง 1.6 กาหนด (3) (2) ขั้นตา่ (1) (0) ทางเลอื ก เกิดข้ึนไดโ้ ดยมี เกิดขึ้นได้โดยมี เกดิ ขนึ้ ไดโ้ ดยมี และผลทีจ่ ะเกิดขน้ึ 1.7 ตัดสนิ ใจ เลอื กวธิ ีการ ขอ้ มูลสนับสนนุ ขอ้ มลู สนบั สนนุ ข้อมูลสนบั สนุน 2. การวางแผนใน อยา่ งสมเหตสุ มผล อยา่ งสมเหตุสมผล อยา่ งสมเหตสุ มผล การแก้ปัญหา 2.1 วางแผน ทกุ สาเหตุ 2 ใน 3 สาเหตุ 1 ใน 3 สาเหตุ บอกแนวโน้มของ บอกแนวโน้มของ บอกแนวโนม้ ของ บอกแนวโน้มของ สถานการณ์ที่จะ สถานการณ์ทจ่ี ะ สถานการณ์ สถานการณ์ที่จะ เกดิ ขึ้นได้มากว่า 3 เกิดขน้ึ ได้ 3 ที่จะเกิดขึ้นได้ 2 เกิดขน้ึ ได้ 1 สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์ หรอื บอกไม่ได้ กาหนดทางเลือกใน กาหนดทางเลือกใน กาหนดทางเลือกใน กาหนดทางเลือกใน การแก้ปัญหาท่ีมี การแกป้ ัญหาท่มี ี การแก้ปัญหาท่มี ี การแก้ปัญหา มี ความเปน็ ไปได้ ความเป็นไปได้ 3 ความเปน็ ไปได้ 2 ความเปน็ ไปได้ 1 วิธี มากกวา่ 3 วธิ ี วธิ ี วธิ ี หรือกาหนดทางเลือก ทีเ่ ปน็ ไปไม่ได้ ตัดสนิ ใจเลอื ก ตัดสนิ ใจเลือก ตัดสินใจเลือก ตดั สินใจเลือกวิธกี าร วิธีการแกป้ ัญหา วิธีการแก้ปญั หา วธิ ีการแก้ปัญหา แก้ปญั หาโดยไม่ โดยพจิ ารณาข้อดี โดยพจิ ารณาข้อดี โดยพจิ ารณาข้อดี พจิ ารณาขอ้ ดีและ และข้อจากดั ซง่ึ ไม่ และข้อจากดั และข้อจากัด ขอ้ จากัดทาให้เกิดผล เกดิ ผลกระทบ และมีผลกระทบ และมผี ลกระทบใน กระทบในทางลบแก่ ในทางลบ ในทางลบแก่ตนเอง ทางลบแก่ตนเอง ตนเองและผอู้ ่ืน แกต่ นเองและผู้อน่ื และ ผอู้ ่ืนไมเ่ กนิ 1 และผอู้ นื่ 2 มากกว่า 2 ประเด็น ประเด็น ประเดน็ มีการวางแผนงาน มีการวางแผนงาน มกี ารวางแผนงาน ไม่มีการวางแผนและ และออกแบบ และออกแบบวธิ กี า และออกแบบ ออกแบบวิธีการ วิธกี ารแกป้ ญั หาที่มี แก้ปัญหาโดยใช้ วธิ กี ารแกป้ ญั หา แกป้ ญั หา ความเปน็ ไปได้ ขอ้ มลู และ โดยใชข้ อ้ มูลและ อย่างสมเหตสุ มผล รายละเอยี ด รายละเอียด โดยใช้ข้อมูลและ ประกอบ การ ประกอบการ รายละเอยี ด วางแผนมีขัน้ ตอน วางแผน มีขน้ั ตอน ประกอบการ ของแผนงานอยา่ ง ของแผนงานชดั เจน วางแผนมขี น้ั ตอน ชดั เจน และมขี ้อมลู ของแผนงาน เพยี งพอ อย่างชัดเจน และมี ขอ้ มูลเพยี งพอ เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนขนุ ตาลวิทยาคม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook