คำนำ เอกสารประกอบการเรียน วิชา การงานอาชพี 5 (ง33101) เรื่อง สร้างสรรค์โครงงานอาชีพ ระดับช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 6 เล่มน้ีจัดทำข้ึนโดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพื่อใช้เป็นส่ือประกอบการเรียนของผู้เรียน ตามหลักสูตร มธั ยมศึกษาตอนปลาย พทุ ธศักราช 2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยนำมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วัด มา วิเคราะห์จัดทำคำอธิบายรายวิชา จุดประสงค์การเรียนรู้และขอบข่ายเนื้อหา เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ ได้เรียงลำดับเนื้อหาไปตามลำดับขั้นตอนการเรียนรู้จากง่ายไปหายาก นำภาพมาประกอบให้ผู้เรยี นเกิดความ สนใจ เข้าใจเนือ้ หาไดง้ ่ายขึ้น เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั การเรียนรู้ของผู้เรียน ในขณะเดียวกนั ยังสามารถนำความรู้ที่ ได้รบั จากเอกสารประกอบการเรยี นเลม่ นีไ้ ปใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชพี ตอ่ ไปในอนาคต เอกสารประกอบการเรียน วิชา การงานอาชีพ5 (ง 33101) เรื่อง สร้างสรรค์โครงงานอาชีพ เล่มน้ี ประกอบด้วยเนอื้ หา จำนวน 5 เรอ่ื ง ดังนี้ 1. สำรวจวิเคราะหพ์ ืชพรรณในทอ้ งถน่ิ 2. สืบเสาะแสวงหาข้อมลู 3. ปฏิบัติการทำโครงงานอาชพี 4. การจำหน่ายผลิตภณั ฑ์ 5. การรายงานโครงงานอาชีพ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิง่ ว่าเอกสารประกอบการเรียนฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ตอ่ ผู้สนใจ ในการศึกษา ค้นคว้าเป็นอย่างดี ดวงรัตน์ กวดกิจการ ครู โรงเรียนสตรพี ังงา
สารบัญ หน้า 1 เรื่อง 2 คำช้ีแจงการใช้เอกสารประกอบการเรยี น……………………………………………………………… 3 Flowchart การเรยี นรู้ด้วยเอกสารประกอบการเรยี น เรอื่ งโครงงานอาชพี ………………. 4 การจัดช้นั เรียน ………………………………………………………………………………………………… 4 มาตรฐานการเรยี นรู้ …………………………………………………………………………………………. 5 ตัวชว้ี ัด ……………………………………………………………………………………………………………. 7 สาระการเรียน ………………………………………………………………………………………………….. 9 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ……………………………………………………………………………………….. 71 ประเมนิ กอ่ นเรียน …………………………………………………………………….………………………. 75 ใบกจิ กรรมท่ี 5 เร่อื งการวางแผนการทำโครงงานอาชีพ …………………………..……….…… 77 ใบกิจกรรมที่ 6 เรอ่ื งการบนั ทึกผลการปฏบิ ตั งิ าน ………………………………….………….…… 78 ใบกิจกรรมที่ 7 เรอ่ื งการบรรจุภัณฑ์ ………………………………………..…………………….…… 79 ใบกจิ กรรมท่ี 8 เรอ่ื งการออกแบบฉลาก ………………………………………………………….…… 83 ใบกจิ กรรมที่ 9 เร่อื งการกำหนดราคาจำหนา่ ย ………………………………………….,…….…… 102 ประเมินหลังเรียน……………………………………………..……………………………………………….. เอกสารอ้างองิ …………………………………………………………………………………………………..
1 คำชแ้ี จงการใช้ เอกสารประกอบการเรียน เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาการงานอาชีพ (ง33101) เรื่อง สร้างสรรค์โครงงานอาชีพ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 จดั ทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน นกั เรยี นเป็นผู้มีบทบาทท่สี ำคญั ฉะนั้นนกั เรยี น ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จึงทำให้กระบวนการเรียนรู้เป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ และนักเรยี นปฏิบตั ิ ตามขัน้ ตอน ดงั น้ี 1. นักเรยี นอ่านคำชีแ้ จงใหเ้ ข้าใจ 2. นกั เรียนต้องมีความรับผิดชอบ ตรงตอ่ เวลาในการเรยี น และการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ 3. ศึกษาเอกสารประกอบการเรียนแต่ละเรอ่ื งตามลำดับข้นั ตอน 4. นักเรียนสามารถปรกึ ษาหารือ และช่วยเหลือเพือ่ นซึ่งกันและกันไดต้ ลอดเวลาที่ศึกษา และการทำ กิจกรรม 5. ขณะเรยี นหรือทำกจิ กรรมหากนกั เรียนเม่อื ยล้า ใหน้ กั เรียนหยุดพักแล้วค่อยศึกษา หรอื ทำกิจกรรม ต่าง ๆ 6. นักเรียนเลอื กกลุ่มปฏบิ ัตกิ จิ กรรมด้วยความอิสระ กล่มุ ละ 3-5 คน 7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเตรียมวัสดอุ ปุ กรณ์ตา่ งๆ ก่อนปฏิบตั กิ จิ กรรมตามคำชแี้ จง ด้วยตนเองให้พร้อม ก่อนปฏิบตั ิกิจกรรมทกุ คร้ัง 8. นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมด้วยตนเอง ด้วยความตัง้ ใจ ระมัดระวัง และรอบคอบ 9. หลังปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เสร็จแล้ว นักเรียนต้องทำความสะอาดเครื่องมืออุปกรณ์ ให้สะอาด เรยี บร้อยกอ่ นเกบ็ เขา้ ที่ทกุ คร้ัง 10. เมื่อนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมฝึกปฏิบัติเสร็จแล้ว ให้นักเรียนบันทึกผลการปฏิบัติงานตามลำดับ ขัน้ ตอน วิเคราะหผ์ ลท่ีไดจ้ ากการศึกษา และเสนอปัญหาแนวทางการแก้ปัญหาทกุ ครัง้ 11. ให้นักเรียนประเมินคุณภาพผลงานของนักเรียนด้วยตนเองด้วยความถูกต้อง และยุติธรรม เมื่อ นกั เรียนประเมินตนเองเสรจ็ แลว้ ให้นกั เรยี นนำผลงานของนักเรยี นใหเ้ พื่อน และครูร่วมประเมินนักเรยี นทกุ คร้ัง
2 Flowchart การเรยี นรู้เอกสารประกอบการเรยี น ศกึ ษาบทบาท หน้าทขี่ องครู และนักเรียน/ ต้ังจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้รว่ มกัน วิเคราะหผ์ ูเ้ รยี นเป็นรายบุคคล ออกแบบชัน้ เรียน ( Classroom Layout ) ประเมนิ กอ่ นเรียน ศึกษา เอกสารประกอบการเรยี น เรือ่ ง สรา้ งสรรค์โครงงานอาชพี ปฏบิ ัติกิจกรรม สรปุ ผลการปฏบิ ตั งิ าน ปรบั ปรุง/ พัฒนา ประเมนิ คณุ ภาพผลงานโดยตวั นกั เรียน เพอื่ น และครู ไม่ผา่ น ประเมนิ หลงั เรียน ผ่าน สรปุ ผลการเรยี น
3 การจัดช้ันเรียน การจัดกระบวนการเรียนรู้ มุ่งให้นักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ตามความแตกต่างของแต่ละ บุคคลนั้น การจัดชั้นเรียนเป็นสว่ นสำคัญอีกประการหนึง่ ที่ทำให้กระบวนการเรียนรู้บรรลุผลตามจุดประสงค์ ซ่ึงหลกั ในการจดั ชัน้ เรียน มดี ังน้ี 1. จดั ชนั้ เรียนในหอ้ งเรียนให้นักเรียนน่งั เปน็ กลุ่ม ๆ ละ 3–5 คน 2. แต่ละกลุ่มจะต้องคละนกั เรียน โดยใหม้ นี ักเรยี นเกง่ 1-2 คน ปานกลาง 1-3 คน และออ่ น 1-2 คน เพื่อต้องการให้นักเรยี นมีปฏิสัมพันธ์ร่วมปรึกษาหารือ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในกลุ่มที่นัง่ ในขณะเรียน หรือทำกิจกรรม 3. การจดั กลุ่มใหน้ ักเรยี นน่ังทุกกลุ่ม ครผู ู้สอนจะต้องมองเห็นพฤตกิ รรมนักเรยี นได้ทุกคน 4. การจดั ชั้นเรยี น ต้องมแี สงสวา่ งอย่างเพียงพอ 5. การจัดชั้นเรียนต้องมีบรรยากาศที่ดี ไม่มีเสียงรบกวน ไม่อบอ้าวหรือร้อน รบกวนสมาธิของ นกั เรยี น
4 มาตรฐานและตัวชว้ี ดั มาตรฐานการเรียนรู้ ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจัดการทักษะ กระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน และทกั ษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลกั ษณะนิสัยใน การทำงาน มจี ิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม เพ่อื การดำรงชีวติ และครอบครัว ง 2.1 เขา้ ใจ มที กั ษะทีจ่ ำเป็น มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยเี พื่อพัฒนาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมเี จตคตทิ ีด่ ีต่ออาชีพ ตัวชวี้ ัด ง 1.1 ม.4-6/2 สร้างผลงานอยา่ งมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ และมที กั ษะในการทำงานรว่ มกนั ง 1.1 ม.4-6/3 มีทกั ษะการจัดการในการทำงาน ง 1.1 ม.4-6/4 มีทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทำงาน ง 1.1 ม.4-6/5 มที กั ษะในการแสวงหาความรเู้ พ่ือการดำรงชีวติ ง 1.1 ม.4-6/6 มีคณุ ธรรมและลกั ษณะนสิ ยั ในการทำงาน ง 2.1 ม.4-6/1 อภปิ รายแนวทางเข้าส่อู าชีพที่สนใจ ง 2.1 ม.4-6/3 มีประสบการณ์ในอาชพี ทถ่ี นัดและสนใจ ง 2.1 ม.4-6/4 มีคณุ ลกั ษณะทด่ี ีต่ออาชีพ
5 สาระการเรยี นรู้ 1. การวางแผนการทำโครงงานอาชพี 1.1 ความหมายของการวางแผน 1.2 ความสำคญั ของการวางแผน 1.3 ข้นั ตอนการวางแผน 1.4 การเขยี นโครงงานอาชีพ 1.5 ส่วนประกอบของการเขียนโครงงานอาชีพ 2. การลงมอื ปฏบิ ัติโครงงานอาชพี 2.1 ข้นั ตอนการดำเนนิ งาน 2.2 การบันทกึ การปฏิบัติงาน 3. บรรจภุ ัณฑ์ 3.1 ประเภทของบรรจภุ ัณฑ์ 3.2 ลกั ษณะของบรรจภุ ณั ฑ์ 3.3 ประโยชน์ของบรรจภุ ณั ฑ์ . 3.4 หลักการเลือกบรรจภุ ัณฑ์ 4. ฉลากสินค้า 4.1 ความสำคัญของฉลากสินค้า 4.2 ส่วนประกอบของฉลาก 4.3 เทคนคิ การออกแบบฉลากสินค้า 5. การคำนวณ ตน้ ทนุ กำไร 6. การกำหนดราคา
6 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1 บอกความหมายของการวางแผนได้ 2 อธิบายความสำคญั ของการวางแผนได้ 3 อธิบายข้ันตอนการวางแผนได้ 4 ปฏบิ ตั ิการเขียนโครงงานอาชีพได้ 5 บอกสว่ นประกอบของการเขียนโครงงานอาชพี ได้ 6 อธิบายขั้นตอนการดำเนนิ งานได้ 7 ปฏิบตั ิการบันทึกการปฏบิ ัติงานได้ 8 บอกประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์ได้ 9 อธิบายลกั ษณะของบรรจภุ ัณฑ์ได้ 10 บอกประโยชนข์ องบรรจุภณั ฑ์ได้ 11 เลือกบรรจภุ ณั ฑ์ไดเ้ หมาะสม 12 อธบิ ายความสำคญั ของฉลากสนิ ค้าได้ 13 บอกส่วนประกอบของฉลากได้ 14 รจู้ ักเทคนิคการออกแบบฉลากสินคา้ ได้ 15 ทำฉลากสนิ ค้าได้เหมาะสม 16 คำนวณ ต้นทนุ กำไรได้ 17 กำหนดราคาได้
7 ประเมนิ ก่อนเรียน เรื่องการปฏิบัติโครงงานอาชีพ ใหน้ ักเรียนทำเครือ่ งหมาย หน้าขอ้ ทีถ่ ูกที่สุดเพยี งข้อเดยี ว 1. ข้อใดหมายถึงการวางแผน ก. การกำหนดวธิ ีการ ข้นั ตอน และเปา้ หมาย ข. กระบวนการคดิ ภาพสำเร็จในการทำงาน ค. การคิดกอ่ นลงมือทำ ง. ถูกทุกข้อ 2. การวางแผนทีป่ ระกอบดว้ ยสงิ่ ใดบ้าง ก. สถานที่ ข. สมาชกิ ค. ขอ้ มลู ง. เวลา 3. การวางแผนอย่างมปี ระสิทธิภาพ หัวหนา้ กลมุ่ ควรมคี ุณลกั ษณะอย่างไร ก. มีความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ ข. มีความขยัน รอบคอบ ค. มีความรบั ผดิ ชอบ ง. มีความเสยี สละ 4. ข้อใดไมค่ วรกำหนดในข้ันตอนการวางแผน ก. บทบาทของสมาชิก ข. ปัญหาอปุ สรรค ค. วสั ดุ อปุ กรณ์ ง. เงนิ ทนุ
8 5. การตง้ั ชอ่ื โครงงานอาชพี ควรยึดหลักอย่างไรให้นา่ สนใจ ก. ควรระบุรายละเอียดของวธิ กี ารทำเพอื่ ให้เหน็ วา่ โครงงานนั้นทำอะไร ข. ควรเปน็ ประโยคท่ีสมบรู ณ์ มปี ระธาน กริยา กรรม ค. เปน็ ประโยคคำถาม เพ่ือเพิม่ ความสนใจ ง. ควรเป็นปญั หาทนี่ ่าสนใจ 6. การเขยี น “หลกั การและเหตุผล” ควรระบุสิง่ ใดบ้าง ก. ประโยชน์ ข. ปญั หา ค. วธิ กี าร ง. ถูกทุกข้อ 7. การเขยี น “วตั ถปุ ระสงค”์ ควรเขียนอย่างไร ก. เขียนในรูปประโยคคำถาม ข. เขียนเป็นความเรียง ค. ใชภ้ าษาที่วยั ร่นุ ชอบ ง. เขยี นในส่ิงที่วัดได้ 8. การเขยี น “ผลท่ีคาดว่าจะได้รบั ”ต้องสอดคลอ้ งกับขอ้ ใด ก. หลักการและเหตุผล ข. วิธีการดำเนนิ งาน ค. วตั ถุประสงค์ ง. สมมุตฐิ าน 9. นกั เรียนควร “ประเมินโครงงาน” ในชว่ งใดของการทำโครงงานอาชพี ก. ระหวา่ งการทำโครงงานอาชพี ข. กอ่ นการทำโครงงานอาชพี ค. หลงั การทำโครงงานอาชพี ง. ถูกทกุ ข้อ
10. ข้อใดไมค่ วรปฏบิ ตั ิในการทำงานโครงานอาชีพ 9 ก. การจดบันทึกการปฏิบัตโิ ครงงานอาชพี ข. การมสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็น ค. การแบง่ งานปฏบิ ตั เิ ป็นรายบคุ คล ง. การรบั ฟังความคิดเหน็ ของกลมุ่ 11. การบนั ทึกการปฏิบตั ิโครงงานอาชีพ ควรบนั ทกึ สิ่งใดบา้ ง ก. จำนวนสมาชิกทีร่ ่วมปฏิบัตกิ ิจกรรม ขั้นตอนการปฏบิ ัติ และค่าใช้จา่ ย ข. ขน้ั ตอนการปฏิบัติ ปัญหาท่ีพบ จำนวนสมาชกิ ท่ีรว่ มปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ค. ขน้ั ตอนการปฏบิ ัติ ปญั หาที่พบ ชอ่ื สมาชกิ ท่ีไม่รว่ มกิจกรรม ง. ขนั้ ตอนการปฏิบัติ ปัญหาท่พี บ การแก้ปญั หา 12. บรรจุภัณฑ์ มปี ระโยชน์อย่างไร ก. เพอื่ เพมิ่ มลู ค่าของสนิ ค้า เพ่ือประหยดั เวลา และเพ่อื สะดวกในการขนสง่ ข. เพื่อเพิ่มมลู ค่าของสนิ คา้ เพ่ือสะดวกในการขนสง่ และประหยัดคา่ ใช้จ่าย ค. เพ่อื สะดวกในการขนสง่ เพ่อื เพม่ิ มลู ค่าของสินคา้ และใชห้ ่อหุ้มสนิ ค้า ง. เพือ่ ประหยัดเวลา เพื่อเพ่มิ มลู ค่าของสินค้า และใชห้ ่อหุ้มสินคา้ 13. ถ้าผลิตภัณฑ์ของนกั เรียนเป็น “ของเหลวสำหรับบริโภค” นกั เรยี นควรเลือกบรรจุภณั ฑ์ในลักษณะใด ก. ถุงกระดาษฟรอยด์ ข. ขวดพลาสติก ค. ถงุ พลาสติก ง. ขวดแกว้ 14. การออกแบบบรรจุภัณฑ์ควรมีลักษณะอย่างไร ก. การปดิ -เปิดหลายขั้นตอน เพอื่ ไมใ่ หส้ ินคา้ เปดิ ไดง้ ่าย ข. รปู ร่างหนา แข็งแรง ค. รปู รา่ งบาง แตกง่าย ง. เหมาะกบั ลกู คา้ 15. บรรจุภณั ฑป์ ระเภทแก้วมีข้อดีอยา่ งไร ก. เป็นมติ รตอ่ ส่ิงแวดล้อม ข. ทนทานแรงดนั ได้สูง ค. ราคาถกู ง. แข็งแรง
10 16. ขอ้ ใดไมใ่ ชข่ ้อมลู ในฉลากสนิ คา้ ก. แนะนำเจา้ ของกจิ การ วันเดือนปีผลิต สว่ นประกอบ ข. สว่ นประกอบ วันหมดอายุ การเกบ็ รักษา ค. การแนะนำการใช้ ส่วนประกอบ ปริมาณ ง. ขอ้ มลู ทางโภชนาการ ปรมิ าณ ราคา 17. ข้อมูลทางกฎหมายของสนิ ค้า จะพบในสินค้าประเภทใด ก. เคร่ืองสำอาง ข. นำผลไมป้ นั่ ค. ไตปลาแหง้ ง. น้ำพริก 18. “ขอ้ มลู ทางโภชนาการ” ประกอบด้วยส่งิ ใดบ้าง ก. วันเดือนปีผลติ วันหมดอายุ สารอาหารทเ่ี ป็นประโยชน์ ข. สารอาหารท่เี ป็นประโยชน์ พลังงาน วิตามนิ เกลอื แร่ ค. วนั หมดอายุ พลังงานทไ่ี ด้รับ โปรตีน วติ ามนิ เกลือแร่ ง. ปริมาณ วันหมดอายุ สารอาหารท่ีเปน็ ประโยชน์ 19. “บาร์โคต์” ใช้ขอ้ มลู เกย่ี วกับสิ่งใดของสินค้า ก. ข้อมลู บอกถงึ ชนดิ ประเภทของสินคา้ ข. ขอ้ มลู ความปลอดภัยของผ้บู ริโภค ค. ข้อมลู การบรกิ ารหลังการขาย ง. ข้อมูลทางการขายสนิ คา้ 20. การออกแบบฉลากสนิ ค้าท่ีดีควรมีลักษณะอย่างไร ก. ใชก้ ราฟิกชว่ ย ใช้สีสดใส ใชข้ ้อความทใ่ี ห้ชวนหาคำตอบติดตาม ข. ใชภ้ าพประกอบ ใช้สี ออกแบบใหแ้ ตกตา่ งจากสินค้าท่มี อี ยู่ ค. ใช้สี ใช้ภาพการ์ตูน ใชข้ อ้ ความทห่ี ลากหลาย ง. ใช้ภาพประกอบ ใช้กราฟกิ ชว่ ย 21. การออกแบบฉลากเพ่ือใหล้ ูกคา้ มีความรู้สึกไว้วางใจ ควรเลอื กใชส้ ีใด ก. นำ้ เงนิ ข. เหลอื ง ค. เขยี ว ง. แดง
11 22. ขอ้ ใดไมใ่ ชต่ น้ ทนุ ก. คา่ วสั ดุ ค่าอุปกรณ์ ค่าความคดิ ข. ค่าวัตถุดิบ คา่ แรง คา่ ขนสง่ ค. ค่าวัสดุ คา่ แรง ค่าขนสง่ ง. คา่ วัสดุ คา่ อปุ กรณ์ กำไร 23. ต้นทนุ เพม่ิ ขน้ึ หรือลดลงข้นึ อย่กู ับปัจจัยใด ก. ความตอ้ งการของตลาด ข. ความตอ้ งการของลูกค้า ค. ค่าเสอื่ มของอุปกรณ์ ง. วตั ถดุ ิบ 24. ขอ้ ใดคำนวณตน้ ทนุ ต่อช้นิ ได้ถูกตอ้ ง ค่าวตั ถุดิบ + คา่ แรง + กำไร ก. ค่าใชจ้ ่ายทั้งหมดในการผลิต ข. ค่าวัตถดุ ิบ + คา่ แรง + ค่าใชจ้ ่ายในการผลติ เปอรเ์ ซน็ ต์กำไรทตี่ ้องการ ค. ค่าวตั ถดุ บิ + ค่าแรง + ค่าใช้จ่ายในการผลติ จำนวนชิน้ ของสนิ ค้าท่ผี ลติ ได้ ง. ค่าวตั ถดุ บิ + ค่าแรง + ค่าความคิดสร้างสรรค์ คา่ ใช้จ่ายท้งั หมดในการผลติ
12 ใบความรูท้ ี่ 1 เร่ือง การวางแผนการทำโครงงานอาชพี ความหมายของการวางแผน วิกพิ เี ดีย สารารกุ รมเสรี https://th.wikipedia.org/ กลา่ วว่า การวางแผนเปน็ กระบวนการคดิ เกย่ี วกบั การปฏิบัติต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมาย เป็นสิ่งแรกท่ีต้องทำเพ่ือให้เกิดผลทีต่ ้องการ เป็นกระบวนการท่ีอาศยั การสร้างและรักษาแผนการ เป็นการเตรียมขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย และเป็นเทคนิคหนึ่งที่มี ความสำคัญที่สุดต่อการจัดการโครงการและเวลา ดังนั้น คนวางแผนดีจะสามารถลดเวลาและพลังงานในการ บรรลุเป้าหมาย ในจิตวิทยา การวางแผนถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของพฤติกรรมอัจฉริยะ เป็นกระบวนการท่ี อาศยั ทกั ษะเชิงมโนทัศน์ สรปุ วา่ การวางแผน คือ กระบวนการคิดกอ่ นลงมือทำ เพอื่ กำหนดแผนงานไวเ้ ป็นการล่วงหนา้ ว่าทำ อะไรกอ่ น ทำอะไรหลงั ใช้เครอื่ งมอื อปุ กรณอ์ ะไรบ้าง วิธีการทำอยา่ งไร เพ่อื ผลสำเร็จทต่ี รงตามเปา้ หมาย ความสำคัญของการวางแผน 1. ช่วยลดการสญู เสียจากการทำงานซ้ำซอ้ น 2. ทำใหม้ ีการกำหนดขอบเขตในการทำงานที่แนน่ อน 3. การวางแผนเปน็ เครอ่ื งมือในการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานประสบ ผลสำเร็จ อย่างมี ประสทิ ธิภาพ รวดเรว็ ประหยดั เวลา และทรพั ยากร 4. การวางแผนจะช่วยให้เกิดการประสานสัมพันธภ์ ายในกลุม่ ทำให้การปฏิบตั ิเปน็ ไปดว้ ยความราบรืน่ และสามารถตรวจสอบความสำเร็จของเป้าหมายได้ ขอ้ จำกัดของการวางแผน การวางแผนที่ดีย่อมนำไปสู่เป้าหมายที่คาดหวังของงาน แต่ในทางปฏิบัตินั้น มักจะมีข้อจำกัดหรือ อปุ สรรคในการวางแผนอยู่บ้างดังนี้
13 1. การวางแผนจำเปน็ ต้องมีข้อมูลทีเ่ ชือ่ ถอื ได้ ข้อมูลต่าง ๆ จะถูกนำมาวิเคราะห์และพิจารณากำหนด จดุ มุ่งหมาย และกิจกรรมทต่ี ้องดำเนนิ งาน ถา้ ในขณะทท่ี ำการวางแผนน้ันได้รับข้อมูลที่มาจากแหล่งที่เชื่อถือ ไม่ได้ ก็จะส่งผลให้การวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ผิดพลาดการกำหนดเป้าหมายและวิธีการทำงานก็จะ ผิดพลาดไปด้วย ข้อมูลจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการวางแผน การวางแผนเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและ ส้ินเปลืองคา่ ใชจ้ า่ ย 2. การวางแผนเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าถ้าหัวหน้ากลุ่ม ขาดความเป็นผู้นำ ขาดความคิดริเร่ิม สรา้ งสรรค์ กจ็ ะไมส่ ามารถวางแผนท่ดี ีได้ ผทู้ จ่ี ะวางแผนได้ดตี อ้ งเปน็ บคุ คลท่ีมีวิสัยทัศน์ จึงจะสามารถมองหา เป้าหมายและมาตรการประเมินและตดิ ตามแผนทีไ่ ด้วางไว้น้ันอย่างเหมาะสมและมีความเขา้ ใจการดำเนินงาน ตามแผนไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง 3. ขาดปัจจัยทเี่ ปน็ องคป์ ระกอบหลักในการวางแผน เช่น ขาดความรู้ในการวางแผน ขาดข้อมูลตา่ ง ๆ ท่ีจะนำมาใชป้ ระกอบในการตัดสนิ ใจ ฯลฯ 4. ผู้ปฏิบัติงานและผู้รับผิดชอบแผนอาจไม่เข้าใจส่วนใดส่วนหนึ่งของแผน ทำให้การสื่อสารการ มอบหมายการดำเนินงาน ฯลฯ ไมส่ อดคลอ้ งหรอื ตอบสนองตอ่ จุดประสงคท์ ีแ่ ท้จรงิ 5. การปฏิบตั ิงานตามแผนตอ้ งมีการประเมนิ ผลเปน็ ระยะ ๆ และปรบั ปรุงแกไ้ ขและขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ขน้ั ตอนการวางแผน จุลจกั ร โนพันธุ์ และ วิทยา สริ อิ นวุ ฒั น์ (2540 : 20) กลา่ ววา่ การวางแผนโครงงาน เป็นการกำหนด ไวล้ ว่ งหนา้ วา่ จะทำอะไรบ้าง ซ่งึ เปน็ ข้ันตอนในโครงงานท่เี ลอื กดังน้ี 1. การเตรียมงานด้านการศึกษาและสำรวจข้อมูลต่างๆ ต้องกำหนดว่าจะศึกษาจากเอกสาร หนังสอื สง่ิ พิมพ์ และสถานทป่ี ฏบิ ตั ิโครงงานแหลง่ วิทยาการ บคุ ลากรที่สำคญั ฯลฯ ซงึ่ จะตอ้ งไดข้ ้อมลู ที่ถูกต้อง เพ่อื ช่วย ใหก้ ารดำเนินงานเปน็ ไปด้วยดี 2. การเริ่มงาน ควรจะเริ่มงานอย่างไร มีงานใดที่จะต้องเริ่มก่อนหรือหลังตามลำดับขั้นตอน จะ ปรับปรุงพนื้ ทีป่ ฏิบัตงิ านหรอื ไม่ จะตดิ ตอ่ หาตลาดจำหนา่ ยผลผลิตได้หรือไม่ วิทยากรที่จะให้คำแนะนำปรึกษามี หรือไม่ จะต้องจัดซอื้ จัดหาวสั ดุอปุ กรณ์ เครอื่ งมือเครอื่ งใช้หรือไม่ ฯลฯ 3. การปฏิบัติงาน โครงงานที่เลือกควรจะมีข้ันตอนการปฏิบตั ิงานอย่างไรใช้ระยะเวลาใด อย่างไร มี ผรู้ ับผิดชอบหรอื ไม่ จะมกี ารประเมนิ ผลระหวา่ งการปฏบิ ัติงานหรือไม่ อย่างไร 4. ค่าใช้จ่าย ควรกำหนดว่าโครงงานมีค่าใช้จา่ ยอะไรบา้ ง จำนวนเงินมากน้อยเท่าใด หรืองบลงทุนมี เพยี งพอหรอื ไม่ ถา้ ไม่พอจะมีวธิ ีการเพมิ่ ทุนหรือหาทุนอย่างไร ถ้าจำเป็นตอ้ งขอยืมมีกำหนดจะใช้คนื เมอ่ื ใด
14 5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ควรกำหนดไว้ว่าโครงงานนีจ้ ะได้รบั อะไรบ้าง เช่น ความรู้ ทกั ษะความชำนาญ รายได้ ผทู้ ี่ไดร้ บั ประโยชน์จากโครงงานได้แก่ผู้ใด และจะมกี ารขยายผลต่อไปหรอื ไม่ ฯลฯ 6. ปัญหาและอุปสรรคที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ควรจะคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะมีปัญหาและอุปสรรค อะไรบ้างที่จะทำใหก้ ารดำเนนิ งานไมส่ ะดวกหรือไมไ่ ด้ผลตามจุดประสงค์ เชน่ สภาพดินฟา้ อากาศ ภยั ธรรมชาติ ตลาดจำหน่าย ความทอ้ แท้เบอ่ื หน่ายในการปฏิบัตงิ านของผู้ร่วมงาน ซึ่งควรจะคิดหาแนวทางแก้ไข ปัญหาและ อุปสรรคดังกลา่ วไว้ดว้ ย สรุปว่าการตดั สนิ ใจเลือกทำโครงงานใด นกั เรียนตอ้ งสำรวจขอ้ มูลที่เก่ยี วขอ้ งในการทำโครงงานให้มาก ที่สุด นักเรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทำงานอันเป็นพื้นฐานสำคัญในการ ดำเนินงาน ตอ้ งรจู้ ักวางแผนการทำงานจงึ จะทำให้การทำโครงงานประสบความสำเร็จ การเขียนโครงงานอาชพี หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับตนเอง สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมท่ีเป็นองค์ประกอบของ โครงงานจนสามารถตัดสินใจเลือกโครงงานและฝึกวางแผนโครงงานกันบ้างแล้ว กิจกรรมต่อไปที่นับว่ามี ความสำคัญมาก คือ การเขียนโครงงาน เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม นักเรียนสามารถเขียนโครงงานตาม รูปแบบท่ีสนใจเสนออาจารยท์ ป่ี รึกษาให้ความเห็นชอบและอนุมตั ใิ ห้ดำเนินการได้ บางครง้ั อาจารย์ทป่ี รึกษาอาจ ใหข้ อ้ เสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อใหน้ ักเรียนมคี วามคิดและแนวทางในการปฏบิ ัติเพิ่มข้ึน สว่ นประกอบของการเขยี นโครงงานอาชีพ การเขียนโครงงานท่ีกะทดั รดั ชดั เจน เหมาะสมจะประกอบดว้ ยหัวขอ้ ต่อไปน้ี 1. ชื่อโครงงาน ควรเขียนให้ตรงกับเรื่องทีจ่ ะทำ เขียนให้สั้น กะทัดรัด ชัดเจน กระชับ ไม่ควรยาว เกินไป และใช้ข้อความท่ีมีความหมายเฉพาะเจาะจงว่าจะศกึ ษาอะไร ระบใุ ห้ชดั เจน สอ่ื ความหมาย ได้ใจความ ตรงกับเร่ือง ตรงกับงานที่นักเรียนกำลังศึกษา เมื่ออ่านช่ือเรื่องแล้ว สามารถบอกได้ว่า เรื่องน้ันมีลักษณะ อยา่ งไร เป็นประโยคท่ีสมบูรณ์ มปี ระธาน กรยิ า กรรม และไม่ควรเปน็ ประโยคคำถาม เพราะไมใ่ ช่คำถามหรือ ปัญหา ชื่อควรเรา้ ความสนใจ แต่ตอ้ งไม่ผิดเพีย้ นไปจากเนื้อเรอื่ งของโครงงาน 2. ผูจ้ ดั ทำโครงงาน ใหเ้ ขยี นชอื่ นักเรยี นทีท่ ำโครงงาน ถ้าจัดทำเปน็ กลมุ่ ใหร้ ะบุช่ือทกุ คน 3. ชื่อครูอาจารย์ที่ปรึกษา ให้ระบุชื่อครูอาจารย์ที่ปรึกษาหรือให้คำแนะนำ ซึ่งอาจเป็นครูประจำ รายวชิ าหรอื ครอู าจารยอ์ ่ืน ทใ่ี หค้ วามร่วมมอื ก็ได้ 4. หลักการและเหตุผล/แนวคิด/ที่มา/ความสำคัญของโครงงาน เขียนอธิบายถึงความเป็นมา เกี่ยวกับปัญหาที่สนใจจะศึกษานี้ว่ามีหลักการความเป็นมา มีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร แรงบันดาลใจหรือ แรงจงู ใจ เหตใุ ดจึงไดเ้ ลือกทำโครงงานนี้มเี หตุจงู ใจอะไร โครงงานนีม้ ีคุณค่า มคี วามสำคัญอยา่ งไร ประโยชน์
15 ที่จะได้จากการจัดทำโครงงานนี้ ดีอย่างไร ทำไมจึงต้องทำ มีข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีหรือหลักวิชาการที่มีความ เกีย่ วข้องปรากฏเดน่ ชัด เพอ่ื แสดงวา่ โครงงานนมี้ คี วามสำคญั เปน็ เรอ่ื งใหม่หรอื มีผู้อน่ื ไดศ้ กึ ษาค้นคว้าไวบ้ า้ ง 5. วตั ถปุ ระสงค์ เปน็ การระบคุ วามต้องการในการทำโครงงาน เขยี นเป็นข้อๆ โดยเขียนใหท้ ราบวา่ จะ ทำอะไร อย่างไร ไม่ใช่นำเอาประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการทำโครงงานมาเขียนเป็นจดุ มุ่งหมาย วัตถุประสงคท์ ีด่ ี ควรมีความเฉพาะเจาะจง เปน็ สง่ิ ที่สามารถวัดได้ บอกขอบเขตของงานท่ีจะทำได้ชัดเจน และไม่เขียนอยู่ในรูป ของประโยคคำถาม ท่ีสำคญั คอื ต้องสอดคลอ้ งกับชือ่ ของโครงงาน หรือเพือ่ ให้มีคณุ ภาพและประสิทธิภาพหรือ ประสิทธิผลอย่างไร และเพ่อื ใหป้ ระโยชน์แกใ่ คร เป็นต้น มหี ลกั การเขยี นดังน้ี 5.1 มีความสำคญั หรอื มคี ณุ คา่ เพียงพอ 5.2 ควรเขียนเปน็ ขอ้ ๆเพอ่ื ให้มองเป็นแนวทางในการเก็บข้อมูล 5.3 สามารถหาข้อมลู ได้หรือทดสอบได้ 5.4 ตอ้ งมีแนวทางในการสร้างสมมตุ ิฐานจากวตั ถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา 5.5 ใชภ้ าษาชัดเจน เข้าใจง่าย 6. สมมุติฐานของการศึกษา (กรณีโครงงานประเภททดลอง) สมมุติฐานเป็นคำตอบหรือคำอธิบายที่ คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเก่ียวกับเร่ืองที่จะศกึ ษาค้นคว้า ซึ่งอาจจะถูกหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องคำนึงไว้ด้วยวา่ การเขยี น สมมุติฐานนั้นควรมีเหตุผล คือมีทฤษฎีหรือหลักทางวิทยาศาสตร์มารองรับ มักเขียนเป็นข้อความที่สามารถ มองเห็นแนวทางในการดำเนนิ งานทดลอง ทดสอบหรือตรวจสอบได้ 7. การศกึ ษาขอ้ มูลของโครงงาน ใหเ้ ขียนข้อความทีม่ องเห็นแนวการดำเนนิ งาน เปน็ หลักทฤษฎี หรือ หลักการวชิ าการ หรอื ประสบการณ์ที่เกิดข้นึ ในเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ 8. วิธีการดำเนินงาน ให้ระบุขั้นตอนสำคัญ ๆ ตั้งแต่วันที่เร่ิมทำโครงงาน รวมระยะเวลาดำเนินงาน ขั้นตอนการปฏิบัติ ค่าใช้จ่าย ผู้รับผิดชอบ หรืออธิบายการเริ่มงาน การจัดทำ การจัดรูปแบบ ออกแบบ ทดลองอะไร เก็บขอ้ มลู อะไรบา้ ง อย่างไร และเม่อื ใด ขน้ั ตอนการดำเนนิ งานเป็นอย่างไร 8.1 วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ระบุว่าอุปกรณ์ที่ใช้มีอะไรบ้าง มีขนาดเท่าใด วัสดุอุปกรณ์มาจาก ไหน สงิ่ ใดทต่ี อ้ งซือ้ และสิง่ ใดทต่ี ้องขอยืม ส่งิ ที่ตอ้ งจดั ทำเองมอี ะไรบา้ ง 8.2 แนวการศึกษาคน้ คว้า ให้อธิบายว่าทำอะไร อย่างไร จะดำเนินการทำอะไร อยา่ งไร จะเก็บ ขอ้ มลู อะไรบา้ ง ศกึ ษาคน้ ควา้ อะไรบา้ ง อยา่ งไร 9. แผนการปฏิบัติ อธิบายเกี่ยวกับกิจกรรม และกำหนดเวลาตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติ ทำโครงงาน จน เสรจ็ ส้ินการดำเนินในแตล่ ะขน้ั ตอน เปน็ การกำหนดโครงงานแต่ละขนั้ ตอนอยา่ งละเอียดตงั้ แตต่ น้ จนจบ
ตวั อยา่ งการเขียนแผนปฏบิ ัตงิ าน 16 ลำดบั กจิ กรรม ระยะเวลา สถานที่ ทรพั ยากร/ปัจจยั ผรู้ บั ผดิ ชอบ บ้าน 1 จัดเตรียมวัสดอุ ุปกรณ์ 7 พ.ค. 2563 บ้าน ไม้ ตะปู เคร่อื งมอื ชา่ ง สมาชกิ กลุ่ม บา้ น 2 การปฏิบัติงาน 8-9 พ.ค. 2563 ไม/้ เครอื่ งมอื สมาชิกกลมุ่ บ้าน 3 การตรวจสอบผลงาน 8-9 พ.ค. 2563 ทำการทดลองใช้ สมาชิกกล่มุ 4 การปรับปรงุ แกไ้ ข 8-9 พ.ค. 2563 ผลงานทีบ่ กพร่อง สมาชกิ กลุ่ม 10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ เป็นการกล่าวถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำโครงงาน ระบุความ คาดหวงั ไวว้ า่ จะเกิดอะไรขนึ้ อยา่ งไร คุณภาพและปริมาณมากน้อยเพียงใดในด้านความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ รายได้ที่คาดว่าจะได้รบั สิ่งของ ความแปลกใหม่ ความคิดริเร่ิม หรือผลประโยชน์ท่ีจะไดร้ ับจากการปฏิบตั ิงาน ซง่ึ จะต้องสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์ท่กี ำหนดไวด้ ้วย 11. การประเมินผล ให้ระบุผลการปฏบิ ัติงานตามที่ระบุไว้ในแผนปฏิบัติงานว่าทำไดห้ รอื ทำไม่ได้ มี ปัญหาอุปสรรคหรือข้อบกพร่องในเรื่องใด และควรมีแนวทางปรับปรุงแก้ไขโดยวิธีใด หรือจะพัฒนาต่อไป อย่างไร ตามปกติการประเมนิ ผลควรดำเนินการทัง้ ในขณะปฏิบัตงิ าน และเมื่อเสร็จสิ้นโครงงาน ซง่ึ นกั เรียนแต่ ละคนหรอื แต่ละกลุ่มควรดำเนินการประเมนิ ผลเอง สว่ นการประเมนิ ผลเพอื่ ใหร้ ะดบั คะแนนข้ันสดุ ท้ายนัน้ ควร ให้ครูประจำวิชา หรือครูที่ปรึกษาของโครงงานนั้น เป็นผู้ดำเนินการโดยตรง ตามหลักการและหลักเกณฑ์ที่ กำหนดไว้ 12. เอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม เป็นการอ้างอิงถึงหนงั สือและเอกสารต่าง ๆ ที่ผู้ทำโครงงานใช้ คน้ คว้าหรืออ่านเพื่อศกึ ษาหาขอ้ มูลหรือรายละเอียดตา่ ง ๆ ทีน่ ำมาใชเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ การทำโครงงาน เป็นการ บอกให้ผู้อื่นทราบว่า นักเรียนได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลมาจากแหล่งใดบ้าง การเขียนต้องระบุ หนังสอื เอกสารทเี่ ก่ียวข้องเพื่อใชอ้ ้างองิ ทางวชิ าการ 13. ความเห็นของครูอาจารย์ที่ปรึกษา อาจเป็นข้อเสนอแนะเพิ่มเติมก่อนเห็นชอบและอนุมัติให้ ดำเนินการได้ สรุปว่าการเขียนโครงงานควรเขียนให้ชัดเจนข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสมในแต่ละหัวข้อเพื่อให้ ผอู้ ่านเข้าใจไดง้ ่าย โดยมีครูที่ปรกึ ษาคอยตรวจสอบ ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเก่ียวกับ การเขยี นโครงงานเพื่อให้ โครงงานมีความสมบรู ณม์ ากย่งิ ขึน้
17 ใบความรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง การปฏิบัติโครงงานอาชีพ เมื่อโครงงานผ่านความเห็นชอบจากครูที่ปรึกษาโครงงานแล้ว ต่อไปก็เป็นขั้นลงมือปฏิบัติงานตาม ข้ันตอนทร่ี ะบไุ ว้ โดยปฏบิ ัติตามแผนการดำเนนิ งาน อาจเปล่ยี นแปลงหรอื เพิ่มเตมิ จากแผนงานท่วี างไว้ในตอน แรกบ้างก็ได้ อยู่ภายใต้การดแู ล กำกับ ติดตาม และแนะนำอย่างใกล้ชิดของครทู ีป่ รึกษา ควรปฏิบัติงานด้วย ความรอบคอบ คำนึงถึงความ ปลอดภัย ในการทำงาน ตลอดจนคำนึงถึงสภาพแวดล้อม มีการบันทึกผลการ ปฏิบัติเป็นระยะ ๆ เพื่อรายงานความก้าวหน้าของโครงงานต่อผู้สอน จำนวนครัง้ ของการรายงานนั้น ผู้สอน ควรกำหนดโดยทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้เรียน โดยผู้สอนต้องลงลายมอื ช่ือตรวจสอบ และให้ข้อคิดเหน็ ใน แบบบันทึกผลการปฏิบัติงานไว้เป็นหลักฐาน มีการจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ไว้อย่างละเอียดว่าทำอย่างไร ได้ผล อย่างไร มีปัญหาอุปสรรคและมีแนวทางแก้ไขอย่างไร และการบันทึกข้อมูลควรจัดทำอย่างมีระบบ ระเบียบ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงและพัฒนาต่อไป เมื่อดำเนินโครงงานครบถ้วนตามขั้นตอนได้ ขอ้ มูลแลว้ หลังจากน้นั ทำการวิเคราะห์ข้อมูล ทำการแปลผล สรุปผลพรอ้ มทัง้ อภปิ รายผลการศึกษา ข้ันตอนการดำเนินงาน 1. เตรียมวสั ดุอุปกรณ์และสถานทใ่ี ห้พรอ้ มกอ่ นลงมือปฏบิ ัติ 2. มีสมดุ บันทึกกิจกรรมประจำวันว่าไดท้ ำอะไรไป ไดผ้ ลอยา่ งไร มีปัญหาและขอ้ คดิ เหน็ อย่างไร 3. ปฏิบตั กิ จิ กรรมด้วยความรอบคอบ และบันทึกขอ้ มลู ไว้ให้เป็นระเบยี บและครบถว้ น 4. คำนงึ ถงึ ความประหยดั และความปลอดภัยในการทำงาน 5. พยายามทำตามแผนงานท่วี างไว้ในตอนแรก แต่อาจเปล่ียนแปลงหรือเพมิ่ เติมบา้ งหลังจากทีไ่ ด้ เร่มิ ต้นทำงานไปแลว้ ถ้าคิดว่าจะทำใหผ้ ลดีขึ้น 6. ถ้าเปน็ โครงงานพัฒนา ควรปฏบิ ัติการทดลองซ้ำเพ่ือให้ได้ข้อมูลที่นา่ เช่ือถอื 7. ควรแบ่งงานเป็นส่วนย่อย ๆ และทำแต่ละสว่ นให้สำเรจ็ ก่อนทำสว่ นอืน่ ต่อไป 8. ควรทำงานสว่ นที่เป็นหลกั สำคญั ๆ ใหเ้ สร็จจึงทำสว่ นทีเ่ ปน็ สว่ นประกอบหรอื สว่ นเสริมเพื่อตกแตง่ 9. อย่าทำงานต่อเนื่องจนเม่อื ยล้า จะทำให้ขาดความระมดั ระวงั 10. ถา้ เป็นโครงงานประเภทสง่ิ ประดิษฐ์ ควรคำนงึ ถงึ ความคงทนแขง็ แรง และขนาดทเี่ หมาะสม
18 การบนั ทกึ การปฏบิ ัตงิ าน การบันทึกการปฏิบัติงาน หมายถึง การบันทึกรายละเอียดต่างๆ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการ ประเมินผลงาน และปรับปรุงแกไ้ ขในการทำงานครง้ั ต่อไป การปฏิบัติงานสิ่งสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ คือการบันทึกการปฏิบัติงาน จะต้องบันทึกการทำงาน โดย บันทึกเป็นข้นั ตอนต่าง ๆ อย่างละเอยี ดตา่ งๆ เกย่ี วกบั การปฏบิ ัตงิ าน ปัญหาที่พบ และวธิ กี ารแกป้ ัญหาเพื่อใช้ เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินงาน ในขณะที่มีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างดำเนินงาน สามารถนำ บันทึกการปฏิบัติงานมาพิจารณาประกอบการแก้ปัญหาได้ ซึ่งขั้นตอนและรายละเอียดต่าง ๆ ที่จะต้อง ดำเนนิ การจดบนั ทึกน้ัน ควรมีดงั น้ี 1. การเตรยี มเครอ่ื งมอื อปุ กรณก์ ารทำโครงงานต่าง ๆ 2. การระดมทนุ แหล่งเงนิ ทุน 3. ขั้นตอนการปฏบิ ตั ิ 4. การจดั การหลังการปฏิบตั ิ ได้แก่ ปญั หา อปุ สรรค แนวทางการแกป้ ัญหา 5. การจัดจำหนา่ ย ไดแ้ ก่ การคำนวณตน้ ทนุ กำไร ราคาจำหน่าย 6. การทำบัญชีรายรบั – รายจ่าย 7. สรุปผลการดำเนินงาน และประเมินผล ประโยชนข์ องการบันทึกผลการปฏบิ ตั งิ าน 1. ช่วยบันทกึ ความทรงจำวา่ มเี หตุการณอ์ ะไรเกดิ ข้นึ บา้ งระหว่างการปฏบิ ัติงาน 2. เพื่อใช้เป็นขอ้ มลู พื้นฐานในการวางแผนการทำโครงงาน 3. เพ่อื ใชเ้ ป็นขอ้ มูลในการประเมินผลการดำเนนิ งาน 4. ชว่ ยพัฒนานสิ ยั ในการทำงานอยา่ งเป็นระบบและมีระเบียบแบบแผน
19 การบรรจุภณั ฑ์ ความหมายของบรรจภุ ณั ฑ์ (Packing) หมายถงึ วตั ถุหรอื วัสดุท่ีใชใ่ ส่ หอ่ หุม้ สินคา้ หรือผลติ ภัณฑ์ โดย ที่วัตถุหรือวัสดุนัน้ ต้องป้องกนั คุ้มครองสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ท่ีอยูภ่ ายในให้มคี วามปลอดภัย สะดวกต่อการใช้ งาน การขนส่ง การเคลือ่ นย้าย และช่วยส่งเสริมการจำหนา่ ยสนิ คา้ หรอื ผลติ ภณั ฑท์ ี่อยภู่ ายใน ประเภทของบรรจุภัณฑ์ 1. บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย บรรจุภัณฑ์จะห่อหุ้มและสัมผัสกับผลิตภัณฑ์โดยตรง บรรจุภัณฑ์ ชั้นในจะทำหน้าที่หลักในการป้องกันสินค้าจากความชื้นและอากาศ ที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์เสียคุณภาพ คุณลักษณะมีรูปร่างลักษณะต่าง ๆ เช่น เป็นขวด กระป๋อง หลอด ถุง กล่อง การออกแบบสามารถทำให้มี ลักษณะพิเศษเฉพาะหรือทำให้มีรูปร่างที่เหมาะแก่การจับถือ และอำนวยความสะดวกต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ ภายใน พร้อมทง้ั ทำหนา้ ท่ีใหค้ วามปกป้องแก่ผลติ ภัณฑโ์ ดยตรง ภาพ ภาชนะบรรจุ 2. บรรจุภณั ฑช์ ้ันใน ทำหนา้ ท่ใี นการหอ่ หุ้มบรรจุภัณฑ์ชั้นในไม่ใหไ้ ด้รับแรงกระแทกจากภายนอก บรรจุภัณฑ์ชั้นที่สองมีหนา้ ทีร่ วบรวมบรรจุภัณฑ์ช้ันแรกไว้ด้วยกัน หรือเป็นชุดในการจำหน่ายรวมตัง้ แต่ 2–24 ชิ้นขึ้นไปโดยมีวัตถุประสงค์ขั้นแรกคือ ป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์จากน้ำ ความชื้น ความร้อน แสง แรง กระทบกระเทอื น และอำนวยความสะดวกแก่การขายปลกี ยอ่ ย เพอื่ ความสะดวกในการป้องกนั และขนส่ง และ ทำหนา้ ทข่ี ายด้วยจึงตอ้ งทำการออกแบบให้สวยงามดึงดูดใจผู้บริโภค เช่น กลอ่ งบรรจเุ ครอ่ื งดื่มกระป๋องชนิด 6 กระปอ๋ ง กลอ่ งกาแฟชนิด 50 ซองหรือกลอ่ งบรรจุหลอดยาสีฟัน
20 3. บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด บรรจุภัณฑ์ที่เป็นหน่วยรวมขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ในการป้องกัน ผลิตภัณฑ์ การขนถ่ายสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วในระหว่างการขนส่ง ลักษณะของบรรจุ ภณั ฑ์นี้ ได้แก่ หบี ไม้ลงั กลอ่ งกระดาษค่อนข้างขนาดใหญท่ บี่ รรจสุ นิ คา้ ไว้ภายใน ภาพ การบรรจุภณั ฑ์ภายนอก ลกั ษณะของบรรจภุ ณั ฑ์ 1.บรรจุภัณฑ์กระดาษ บรรจุภัณฑ์จากกระดาษ นิยมใช้กันมากและยงั มีหลายชนดิ วัสดุที่นำมาผลิต ไดแ้ กเ่ ย่ือกระดาษซ่งึ มีทัง้ เย่ือกระดาษคุณภาพ สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารและเคร่ืองดม่ื เชน่ แก้วกระดาษ ถ้วย กระดาษ กล่องข้าวที่สามารถย่อยสลายได้ ส่วนเยื่อกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ประเภท กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรอื ถาดรองแกว้ กาแฟ ภาพ บรรจุภณั ฑ์กระดาษ
21 2.บรรจุภัณฑ์พลาสติก บรรจุภัณฑ์พลาสติก จะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ พลาสติกคงรูป และ พลาสติกอ่อนตัว ทั้ง 2 ประเภทมีการนำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆมากมาย เช่น ขวดพลาสติก ถ้วยและ ถาดพลาสติก ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังใช้ประโยชน์ได้เอนกประสงค์สามารถบรรจุอาหารร้อน อาหาร สด และอาหารแชแ่ ข็งได้ ภาพ บรรจุภณั ฑพ์ ลาสติก 3.บรรจุภัณฑ์โลหะ บรรจุภัณฑ์ประเภทโลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ ชนิดเก่าแก่ แต่ยังคงได้รับความนยิ ม ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ ที่ทำมาจากโลหะนั้นมีมากมายหลายรูปแบบ เช่น กระป๋องเครื่องดื่ม หรืออาหาร สำเร็จรปู ถังหูห้ิว หลอดเคร่อื งสำอาง อลมู เิ นียมฟอยล์ หรืออลูมิเนียมแผ่นเปลว และกระปอ๋ งฉดี พ่นตา่ งๆ ภาพบรรจุภัณฑ์โลหะ จากhttps://www.google.com/
22 4.บรรจุภัณฑ์แก้ว บรรจุภัณฑ์แก้วนิยมใช้กนั ทัว่ ไป เนื่องจากมีความสวยงาม มีความใสและทำเป็นสี ตา่ งๆไดง้ ่ายมาก ขอ้ ด้อยของแกว้ กค็ อื แตกหกั ง่าย บรรจภุ ัณฑ์ประเภทนี้ จึงตอ้ งใช้คู่กบั เย่ือกระดาษขึ้นรูป หรือ กระดาษรงั ไข่ (pulp mold) เพื่อป้องกนั การแตกร้าว บรรจภุ ณั ฑ์แกว้ ที่นิยมผลติ และใช้กนั มอี ยู่ 3 สี คอื 1.สีใส นิยมใชก้ ันมากและใชก้ นั ทั่วไป เช่น ขวดแก้ว ขวดนำ้ หอม ขวดน้ำพริก ขวดแยม และอ่นื ๆ 2.สอี ำพัน นิยมใช้ทำขวดยา และขวดเบยี ร์ ซึง่ เป็นสีที่สามารถป้องกนั การเกิดปฏิกริ ิยาเวลาถูกแสงแดด หรือความรอ้ นได้ 3.สีเขยี ว ลกั ษณะจะคลา้ ยกับสีอำพัน แต่บรรจุภัณฑส์ ีนีน้ ยิ มใช้กบั พวกเครอ่ื งดม่ื ภาพ บรรจภุ ณั ฑแ์ กว้ 5.บรรจุภณั ฑ์ไม้ ไมเ้ ปน็ วสั ดุจากธรรมชาติ ใชท้ ำเปน็ บรรจภุ ัณฑไ์ ดห้ ลากหลายรูปแบบ ลักษณะของไม้ ทใ่ี ช้ทำบรรจุภัณฑ์ ไดแ้ ก่ 1.ไม้จริง เชน่ ไม้ยางพาราหรือไม้เนอ้ื แขง็ 2.ไม้อัด เป็นแผน่ บาง ๆ จากไมซ้ งุ แลว้ นำมาติดกาวใหเ้ ป็นเสน้ ใย จากนัน้ อดั ดว้ ยความร้อน 3.แผน่ ชน้ิ ไมอ้ ัด ทำมาจากเศษชนิ้ ไมม้ าสับอัดติดกันให้เป็นแผ่นดว้ ยกาว 4.แผ่นใยไม้อดั นำเศษไม้มาย่อยเปน็ เส้นใยแลว้ นำมาทำแผน่ ใหม่ ภาพ บรรจภุ ัณฑไ์ ม้ จาก https://www.google.com/
23 ประโยชน์ของบรรจภุ ณั ฑ์ 1. ปกป้องคุ้มครองสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ โดยบรรจุภัณฑ์ต้องได้รับการออกแบบให้สามารถปกป้อง คุ้มครองสินคา้ หรือผลิตภณั ฑ์ภายในให้ปลอดภัย ไม่เสียหายเนื่องจากการขนส่ง แมลหรือสัตว์กัดแทะ แตกหัก หรอื เสอ่ื สภาพ 2. อำนวยความสะดวกต่อการขนส่ง การเคลื่อนย้ายและการเก็บรักษา โดยบรรจุภัณฑ์ต้องมีความ มั่นคงแข็งแรง สามารถวางซ้อนทับกันได้หลายชั้น มีรูปร่างที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย เช่น ลังพลาสติกที่ สามารถพับเก็บได้ เมอื ใชส้ ามารถซอ้ นได้หลายชน้ั 3. ใหข้ อ้ มลู เก่ียวกับสนิ ค้าหรือผลติ ภณั ฑ์ บรรจุภณั ฑ์ควรแสดงให้เห็นตวั สินค้าหรือผลติ ภัณฑ์ หรือบ่ง บอกว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในคืออะไร ใครเป็นผู้ผลิต มีวิธีการใช้และเก็บรักษาอย่างไร ผลิตและ หมดอายเุ มื่อใด โดยเฉพาะสินค้าหรอื ผลติ ภณั ฑ์ประเภทอาหาร 4. ส่งเสรมิ การขายสนิ คา้ หรอื ผลิตภณั ฑ์ บรรจภุ ัณฑ์ตอ้ งมรี ปู แบบ สีสนั สวยงาม สะดดุ ตา ดึงดูดใจผู้ ซื้อ แตกต่างจากสินค้าหรอื ผลิตภัณฑ์ของคนอื่นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและช่วยลดความผดิ พลาดในการหยิบ สินค้า 5. เพอ่ื มลู คา่ ของสนิ ค้าหรือผลิตภัณฑ์ เม่ือบรรจภุ ัณฑม์ ีความสวยงามหรือดงึ ดูดใจผู้ซื้อจะสร้างความ นิยมในสินค้าหรือผลติ ภัณฑ์ ส่งผลให้ขายสนิ ค้าหรอื ผลิตภัณฑไ์ ด้ในราคาที่สูงขึ้น 6. ส่งเสริมและรณรงค์ในเรื่องต่าง ๆ บรรจุภัณฑ์จะต้องมีสัญลักษณ์ ภาพ ฉลาก หรือข้อความโน้ม น้าวให้ผูซ้ ือ้ ตอ้ งการมสี ่วนรว่ มในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสว่ นรวม เช่น สัญลักษณ์รีไซเคิล ฉลาก เขียว หรือขอ้ ความเชญิ ชวนรักษาสิง่ แวดลอ้ ม เปน็ ต้น ภาพ บรรจภุ ณั ฑ์ จาก https://www.google.com
24 หลักการเลือกบรรจภุ ัณฑ์ 1. กลุ่มเป้าหมาย และภาพลักษณ์ของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อดึงดูดให้ กล่มุ เป้าหมายมาซ้ือสนิ ค้า ต้องศึกษาถึงความต้องการของกลุ่มลกู ค้าเป้าหมาย เชน่ รสนยิ ม พฤติกรรมการซื้อ ปริมาณการซื้อ วิธีการนำไปใช้ วิธีเก็บรักษา เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องคำนึงของภาพลักษณ์ของสินค้าหรอื ผลติ ภณั ฑ์ด้วยวา่ ต้องการไปในทศิ ทางใด เพอ่ื ออกแบบใหต้ รงจุดประสงค์ของสินค้าหรือผลิตภณั ฑม์ ากที่สดุ 2. ลักษณะของสินค้า ก่อนที่จะเลือกบรรจุภัณฑ์ จะต้องทราบลักษณะของสินค้า ว่ามีทางด้าน กายภาพ และทางด้านเคมีมีลักษณะเป็นเช่นไร เช่น ถ้าสินค้าเป็นของเหลว ต้องบรรจุในหีบห่อลักษณะขวด เป็นต้น 3. ลักษณะการนำไปใช้งาน บรรจภุ ัณฑ์ทดี่ นี อกจากมีรปู ลกั ษณก์ ารออกแบบที่สวยงามน่าใช้แล้ว ตอ้ ง ใช้งานไม่ยุ่งยาก ดังนั้นบรรจุภัณฑ์จะต้องออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกและง่ายต่อการใช้ เช่น การเปิด-ปิด การจดั เกบ็ การหยิบจบั ขณะใช้งาน เป็นตน้ 4. วัสดุทจี่ ะนำมาใชส้ ำหรับภาชนะบรรจุ การเลือกวสั ดบุ รรจุใหเ้ หมาะกบั สนิ คา้ หรอื ผลิตภัณฑ์ โดย หลัก ๆ แลว้ แบ่งออกเปน็ 5 ประเภท ดงั น้ี 4.1 แก้ว เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีทั้งชนิดโปร่งใสและโปร่งแสง ซึ่งสามารถป้องกันการซึมผ่านของก๊าซ น้ำกลิน่ ได้ สามารถทนแรงอัดอากาศได้ และไมท่ ำปฏกิ ริ ยิ ากับสินค้าทีบ่ รรจุอยู่ภายใน สามารถทำความสะอาด ไดง้ ่าย ไมม่ ีกลน่ิ และสามารถนำกลับมาใชใ้ หม่ เปน็ วสั ดุที่ค่อนขา้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่มขี อ้ เสยี คือ มคี วาม เปราะบางและแตกหกั งา่ ยและมนี ้ำหนักค่อนข้างมากเมอ่ื เทยี บกบั บรรจภุ ัณฑ์ชนิดอน่ื ๆ 4.2 กระดาษ เปน็ บรรจุภณั ฑ์ที่มีนำ้ หนักเบา ราคาถกู สามารถใชง้ านได้สะดวกเนอ่ื งจากสามารถพับ เกบ็ ได้ทำใหป้ ระหยดั เนื้อท่ีในการจดั เก็บ สาามารถใช้กับสินค้าไดห้ ลายประเภท อีกท้ังยงั สามารถนำกลับมาใช้ ใหม่ เป็นวสั ดุท่ีเปน็ มติ รกับธรรมชาติ แตม่ ีข้อเสียคอื ไมท่ นความช้ืนและแมลงกดั แทะ 4.3 โลหะ เปน็ บรรจุภัณฑ์ทมี่ คี วามแขง็ แรง ทนความรอ้ นและแรงดนั ไดส้ งู สามารถนำกลบั มาใชใ้ หม่ ได้ แตม่ ีข้อเสยี คอื อาจเกดิ ปฏกิ ริ ิยากบั สนิ ค้าท่ีบรรจุได้ กดั กร่อนไดง้ ่าย และใชพ้ น้ื ที่ในการจดั เก็บมาก 4.4 พลาสตกิ เปน็ บรรจภุ ัณฑ์ทม่ี หี ลายชนิด สามารถใช้งานไดห้ ลากหลาย มรี าคาถูก สามารถขึ้นรูป ได้ง่ายและขึน้ รปู ได้หลายรปู แบบ แตม่ ีข้อเสียคือไม่ค่อยเปน็ มติ รกบั สิ่งแวดลอ้ มเพราะย่อยสลายได้ยาก 4.5 วัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ใบไม้ ต้นไม้ หาง่าย ราคาไม่แพง ย่อยสลายได้ง่าย ข้อเสีย ไม่ แขง็ แรง ขนย้ายไมส่ ะดวก
25 5. ความคงทนของบรรจุภณั ฑ์ หน้าที่หลักของบรรจภุ ณั ฑ์ที่จะต้องปกป้องสินคา้ ให้ปลอดภัย ไม่เกดิ ความเสียหาย หากบรรจุภณั ฑข์ องเราไมม่ ีความแข็งแรงคงทน อาจเกดิ ความเสยี หายระหว่างขนสง่ การใช้วัสดุ ที่ไม่คงทน ไม่มีคุณภาพยังลดความน่าเชื่อถือของสินค้าลงไปด้วย ทำให้โอกาสที่ลูกค้าจะตัดสินใจกลับมาซื้อ ใหมน่ ้อยลงไปด้วยน่ันเอง 6. การเกบ็ รกั ษาสนิ คา้ นอกจากสินค้าจะตอ้ งมีความคงทนแล้วยังต้องเก็บรกั ษาสินค้าให้อยใู่ นสภาพดี และคงคุณภาพไว้ด้วย ในส่วนน้ีอาจจะต้องคำนึงถึง อุณหภูมิ ความชื้น หรือปัจจยั อืน่ ๆ ที่อาจมีผลต่อการเกบ็ รักษา ทั้งนี้รวมไปถึงระยะเวลาในการเก็บรักษา ที่จะต้องนำมาพิจารณาว่าควรจะเลือกบรรจุภัณฑ์และการ จัดเก็บประเภทในทจ่ี ะรักษาและคงคุณภาพสินคา้ ไว้ให้นานทส่ี ุด หรือตามระยะเวลาทีก่ ำหนด 7. ราคาของบรรจภุ ัณฑ์ เป็นปจั จยั ท่สี ำคัญ เพราะราคาของบรรณจุภัณฑ์น้ันรวมเข้าไปในตน้ ทนุ ยิ่ง ต้นทุนสูง กำไลยิ่งน้อย แต่ถ้าหากต้องการลดต้นทุนในส่วนนี้มากเกินไป ก็อาจส่งผลตอ่ สินค้าและยอดขายได้ ดังนั้นจงึ ควรเลอื กบรรจุภัณฑท์ ี่มีคุณสมบัติครอบคลุม สวยงาม และเหมาะสม รวมไปถงึ มรี าคาที่สมเหตุสมผลไม่ แพงจนเกนิ ไปด้วย ฉลากสนิ คา้ ฉลากสินคา้ คือ ขอ้ มูลทแ่ี สดงรายละเอียดเก่ียวกับสนิ คา้ เพอื่ ใหข้ ้อมลู แก่ผูบ้ รโิ ภค โดยจะมขี อ้ มูลสำคัญ ตา่ ง ๆ ไม่วา่ จะเป็น ปรมิ าณ ข้อมลู โภชนาการ หมายเลขทางการคา้ เครอ่ื งหมายรบั รองต่าง ๆ เปน็ ต้น ซงึ่ ฉลาก หรือป้ายสินค้า มักนิยมใชก้ ันมากกับสินค้าประเภทเคร่ืองใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม การติด ฉลากไว้ทบี่ รรจภุ ณั ฑ์อาหาร หรือเคร่ืองดื่ม จะทำใหล้ ูกค้าเห็นฉลากได้อย่างชดั เจน ความสำคญั ของฉลากสินค้า 1.ขอ้ มลู สินค้า บนฉลากสนิ คา้ จะแสดงข้อมลู สำคญั ต่าง ๆ เชน่ ปริมาณ ส่วนประกอบ วนั เดือนปีท่ีผลิต วันหมดอายุ คำแนะนำการใช้งาน การเกบ็ รกั ษา ฯลฯ โดยสินค้าที่บอกรายละเอียดชัดเจน จะเปน็ สนิ ค้าจำพวก อาหารและเครอ่ื งด่ืม จะติดไว้บนกล่องข้าว หรือขวดเครื่องดื่ม เปน็ ต้น 2. แสดงส่วนประกอบสำคัญของสินค้า บนฉลากสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนมากจะ แสดงข้อมูลเกีย่ วกบั สว่ นประกอบสารอาหาร เชน่ ปรมิ าณไขมนั ปรมิ าณแคลเซียม คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และ แร่ธาตุต่าง ๆ ท้ังน้ียังบอกอัตราสว่ นทีใ่ ช้เป็นสว่ นประกอบในสินคา้ อีกด้วย
26 3. การให้ข้อมูลทางกฎหมายของสนิ ค้า บนฉลากสนิ ค้าประเภทเคร่อื งสำอางต่าง ๆ จะตอ้ งได้รับการ รับรองจาก อย. ตามกฎหมายของสินค้าประเภทนี้ รวมไปถึงบอกส่วนผสม หรือบอกสารสกัดที่ใช้เป็น สว่ นประกอบในเครื่องสำอางนัน้ ๆ เพอื่ เป็นการสรา้ งความมนั่ ใจใหก้ บั ผู้ใชส้ นิ ค้า 4. บ่งบอกชนิดสินค้าของแบรนด์ ฉลากสินค้า สามารถบอกชนิดสินค้าของแบรนด์ที่แตกต่างกันได้ เพราะ ฉลากสินค้า คือองค์ประกอบสำคัญในการจัดหมวดหมู่สินค้าให้เป็นแบรนด์เดียวกัน อย่างเช่น ชามี 3 รสชาติ ชาเขียว แถบสีเขยี ว ชาแดง แถบสแี ดง ชานม แถบสีขาว แต่สพี น้ื หลงั ของฉลากเปน็ สเี ดยี วกนั เป็นต้น 5. การโปรโมทสนิ คา้ ฉลากสนิ คา้ สามารถท่ีจะชว่ ยโปรโมทสินค้า ทำให้สนิ ค้าเป็นทร่ี ู้จักและทำให้เป็น ที่จดจำ ท้ังนยี้ งั สามารถเพมิ่ ยอดขายให้กับสินค้าได้อกี ดว้ ย อย่างเช่นสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดมื่ การติด ฉลากไว้ที่กล่องใสอ่ าหาร หรือแก้วท่ใี ส่เครื่องด่ืม กส็ ามารถดงึ ดูดลกู คา้ ใหส้ นใจสินคา้ ภาพ ฉลากสินค้า จาก https://www.google.com/
27 สว่ นประกอบฉลากสินคา้ 1.ตราสนิ ค้า (Brand) คือ ข้อความ สญั ลกั ษณ์ รปู แบบ หรอื นำสิ่งเหลา่ นี้มารวมกนั เพือ่ บง่ บอกให้เห็น ถึงสนิ ค้าหรอื บริการของผขู้ าย 2.ช่ือผลิตภณั ฑ์ (Product name) ชือ่ ของสนิ คา้ บ่งบอกถึงลักษณะของสินค้า วา่ สนิ คา้ เปน็ อะไร จัด อยู่ในประเภทไหน ควรต้ังชื่อไมย่ าวและมคี วามเก่ยี วขอ้ งกบั สินค้า เพ่อื ให้ลูกคา้ จดจำได้และรบั รไู้ ดท้ ันที 3.รายละเอียดของสินค้า เป็นข้อมูลต่าง ๆ ในเชิงประชาสัมพันธ์ บรรยายสรรพคุณของสินค้า และ รายละเอยี ดต่าง ๆ ที่เก่ียวกับสินคา้ เชน่ ทม่ี าและความหมายของสินคา้ , ราคา, สโลแกนของสินค้า เปน็ ตน้ 4.รปู ภาพและส่วนประกอบสนิ คา้ เปน็ รปู ภาพของสนิ ค้าทีใ่ ช้แสดงใหล้ ูกคา้ เข้าใจในตัวสนิ คา้ มากข้ึน 5.ขนาดและการบรรจุ เป็นตัวเลขที่บอกถึงปริมาณสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ ว่ามีขนาดและปริมาณ เท่าไหร่ เพื่อให้ผ้บู รโิ ภคใชใ้ นการตัดสนิ ซือ้ 6.ข้อมูลทางโภชนาการ เป็นข้อมูลที่บ่งบอกถึงชนิดสารอาหาร และปริมาณสารอาหาร มักจะพบใน อาหารที่มีการกล่าวอ้างทางโภชนาการ อาหารทม่ี กี ารใช้คุณค่าทางโภชนาการอาหารระบบกลุม่ ผ้บู ริโภค โดยมี ข้อมูลที่บังคับให้มีบนบรรจุภัณฑ์ได้แก่ สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ปริมาณพลังงาน ทง้ั หมด โปรตนี วติ ามิน คารโ์ บไฮเดรต เกลือแร่ เป็นต้น 7.ช่ือผผู้ ลิตและจดั จำหน่าย เปน็ การบง่ บอกถงึ บรษิ ัทผู้ผลติ สินค้า ผนู้ ำเข้าเพอ่ื จำหนา่ ย ว่ามีท่มี าจาก ไหน บรษิ ทั ไหน และสถานทต่ี ั้งโรงงานผลติ หรอื โรงงานทน่ี ำเขา้ เบอรโ์ ทรตดิ ตอ่ ทางบรษิ ัท 8.บารโ์ คด้ รหสั ท่ใี ชใ้ นการซ้อื ขาย สนิ ค้า ซ่ึงเป็นเคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการ คดิ ราคาสินคา้ 8.เครื่องหมาย อ.ย. ย่อมาจาก “สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา”เป็นสงิ่ ท่ีตอ้ งมีบนบรรจุภัณฑ์ เพ่ือแสดงว่าสนิ คา้ ของผู้ผลติ มีความปลอดภยั เพราะไดร้ ับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา ช่วยสร้างความน่าเช่อื ถอื ให้กบั ผู้บรโิ ภค 9.วนั ทผ่ี ลติ และวันหมดอายุ หรอื วันท่ีควรบริโภคกอ่ น เปน็ ขอ้ มูลทสี่ ำคญั มาก ช่วยเพิม่ ความปลอดภัย ใหผ้ ู้บริโภค ในการซือ้ สนิ ค้าก่อนและหลงั จากท่ซี ื้อสนิ คา้ วา่ ควรบริโภคก่อนวันไหน และหมดอายวุ ันทีเ่ ทา่ ไหร่ 10.ศูนย์ร้องเรียนผู้บริโภค คือ รายละเอียดทีใ่ ช้ติดต่อกบั ผูบ้ ริโภคของผู้จำหน่าย เพื่อให้บรกิ ารข้อมลู ต่าง ๆ กบั ผ้บู รโิ ภคท่ีได้ทำการซือ้ สนิ คา้ และบรโิ ภค บรรจุภัณฑ์ที่ดีนอกจากจะสวยงาม โดดเด่น และดึงดูดสายตาลูกค้า บรรจุภัณฑ์ที่ดีต้องระบุข้อมูลท่ี สำคญั ลงไปให้ครบถ้วน ซง่ึ จะชว่ ยใหผ้ ู้บริโภคสามารถตัดสินใจซอื้ สนิ คา้ ได้เรว็ ข้นึ ด้วย
28 เทคนิคการออกแบบฉลากสินค้า 1. ภาพลักษณ์ดี การออกแบบฉลากสินค้า ให้รู้ว่าสินค้ามีจุดขายคืออะไร และแตกต่างจากคู่แข่ง อย่างไร เวลาออกแบบตอ้ งให้ภาพลกั ษณ์ไปทางเดยี วกับจุดขายดว้ ย เชน่ ออกแบบให้รูส้ ึกถงึ ความเป็นธรรมชาติ ใชร้ ปู ใบไม้ ปา่ มาเป็นส่วนประกอบบนฉลากสินคา้ เพ่อื ให้ลูกคา้ เชอื่ วา่ สนิ ค้าออแกนิกและปลอดภัย 2. การใช้ภาพให้สวยและดึงดูดใจ การออกแบบฉลาก ควรจะมีสัญลักษณ์หรือรูปภาพเพื่อแสดงถึง สินค้า การเลือกรูปภาพมาใช้ในการออกแบบ ควรเลือกจากรูปที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโดยตรง นักออกแบบส่วน ใหญ่ ไม่ใช้รูปภาพที่หามาได้ 100% แต่จะลดทอนบางส่วนในรูปภาพเพื่อมาออกแบบ จนเกิดเป็นตราสินค้าท่ี เกือบมีความสมบรู ณ์ และเมอื่ ใส่ช่อื แบรนด์ลงไปจดั วางในรูปภาพ กจ็ ะได้ฉลากสนิ คา้ ทส่ี วยและดงึ ดูดใจ 3. การเลือกสี การเลือกใช้สีเพื่อออกแบบฉลากสินค้า เป็นการบอกความเป็นตัวตนของแบรนด์มาก ท่ีสุด ยิ่งใชส้ ีให้ตรงกบั แบรนด์ ยง่ิ ทำให้ดูมพี ลงั มากข้นึ เพราะสมี ผี ลตอ่ ความรสู้ กึ ลกู คา้ สามารถส่อื อารมณ์ ไปยงั ลูกคา้ ให้คล้อยตามไดง้ ่าย การเลอื กสีมาใช้ออกแบบ ต้องดภู าพรวมของแบรนด์ เพราะจะทำให้เกิดพลังท่ีส่งไป ถึงลูกค้า ถ้าต้องการให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจ ต้องใช้สีน้ำเงิน ส่วนสีแดงสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ สีส้มสร้างความ สนุกและสร้างสรรค์ ความมน่ั ใจ สีเหลืองช่วยให้เรามองโลกในแง่บวก สดใสร่าเริง สีเขียวรักษธ์ รรมชาตแิ ละ เพ่ิม ความสดชื่น สีม่วงแสดงพลงั ลึกลบั ของจิตวิญญาณและความยิ่งใหญ่ ส่วนสีน้ำตาล แสดงถึงความแข็งแกร่งดจุ แผ่นดิน และสีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความสะอาด หากใช้สีดำก็แสดงถึงอำนาจ ความมั่นคง และสีเทาสื่อถงึ ความเปน็ นิรันดร์ ความว่างเปลา่ 4. สื่อสารด้วยภาพ ภาพสามารถดึงดูดสายตามากกว่าตัวอักษรได้จริง เพราะภาพสื่อถึงความรู้สึก สามารถรับรูไ้ ด้ เกิดภาพจำมากกว่าตัวอักษรได้ นกั ออกแบบหลายคน มกั จะใช้สญั ลกั ษณ์ทเี่ ป็นภาพ โดยการใช้ ลายเส้นหรือภาพจริง เพื่อสื่อถึงข้อมูลทีต่ ้องการจะส่ือ เช่น ภาพคอหมูย่างที่มาจากสินค้าจริง ลูกค้าจะรับรูไ้ ด้ ทันทีว่าสินค้าคืออะไร เพื่อให้ลูกค้าสะดุดตา และสะดวกต่อการค้นหา จนกลับมาซื้อซ้ำในครั้งถัดไป และการ ออกแบบท่เี รยี บงา่ ยสง่ ผลไปยงั การสอ่ื สารท่ดี นี ้ันเอง 5. ใชก้ ราฟกิ งานกราฟิกทสี่ วยชว่ ยให้เกิดแรงดงึ ดูดตอ่ ลูกค้ากจ็ รงิ แต่ความสำคญั ของกราฟิกต้องช่วย เรือ่ งการสอ่ื สารเพอ่ื ลดทอนการใชต้ วั หนังสือทีม่ ากเกนิ ไป 6. ความแตกต่างอย่างโดดเด่น สินค้าหลายแบรนด์ นำจุดเด่นสินค้ามาใช้ร่วมกับการออกแบบ เพ่ือ ดึงดดู ลูกค้า ความแตกต่างจุดนีถ้ ือเปน็ จดุ เดน่ ทสี่ ามารถทำกำไรใหก้ ับผูผ้ ลติ ได้ 7. ฉลากสินค้า เมื่อเริ่มทำธุรกิจ และมีสินค้าเป็นของตัวเอง ฉลากสินค้าเป็นองค์ประกอบหน่ึงในการ ออกแบบ เพื่อให้เกิดความสวยงาม เพราะจะทำให้สนิ ค้าดูมีราคาและคุณค่ามากขึ้น ผู้ผลิตควรเลือกโรงพมิ พ์ที่ ไว้ใจได้ เพราะฉลากสนิ คา้ ช่วยส่งเสริมไดจ้ ริงเปน็ หลายเทา่
29 การคำนวณต้นทุน กำไร การคำนวณต้นทุน เป็นการบันทึกการวัดผลและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการ โดยทั่วไปการคำนวณต้นทุนจะใช้เวลา และลงรายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่า กจิ การประเภทอนื่ เช่นกิจการขายส่ง ขายปลกี ร้านอาหารหรอื บรกิ ารต่างๆไม่มีความสำคญั ในการทต่ี ้องคำนวณ ต้นทนุ เลย การคำนวณต้นทนุ สามารถนำไปใชไ้ ด้ในทุกกจิ การเพราะมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการดังน้ี 1. เพ่ือให้ทราบถึงตน้ ทุนการผลติ และต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพ่ือสามารถนำตน้ ทุนทง้ั หมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขายเพ่ือจะได้ทราบว่ามี กำไรหรอื ขาดทุนในการขายสนิ คา้ 3. เพอ่ื คำนวณหรอื ตีราคาสนิ ค้าคงเหลือทข่ี ายไดไ้ ม่หมดวา่ มมี ูลค่าเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้าและจัดทำงบประมาณในการซื้อสินค้า รวมท้ัง ตอ่ รองราคากับผู้ขายวตั ถุดิบ 5. เพอ่ื ใช้ในการตดั สนิ ใจว่าสินคา้ ใดควรขายตอ่ ไปและสินค้าใดควรเลิกขาย ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดงั นี้ 1. ต้นทุนคงท่ี คือ ตน้ ทนุ ท่ีเกิดขน้ึ ไม่ว่ากิจการจะได้ขายสนิ ค้าหรอื ไม่ ตน้ ทนุ น้ีจะไม่เปล่ียนแปลง ตามจำนวนหน่วยที่ผลติ หรือขาย เช่น เงนิ เดอื นพนกั งานหนา้ รา้ น คา่ เช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา เป็นตน้ 2. ต้นทุนผันแปร คือ ตน้ ทนุ ท่ผี นั แปรตามจำนวนหนว่ ยที่ผลติ หรือขาย เชน่ วัตถดุ บิ ค่าแรงทางตรง ค่าใชจ้ ่ายในการผลิต เปน็ ต้น ตวั อยา่ งการคิดคำนวณตน้ ทุนในการผลติ แยมสับปะรด 1.ตน้ ทุนคงที่ ได้แก่ - กระทะ 150 บาท - มดี 40 บาท - เตาไฟฟา้ 350 บาท รวมตน้ ทุนคงท่ี 540 บาท
30 2.ตน้ ทนุ ผันแปร - สับปะรด 50 บาท - นำ้ ตาลทราย 22 บาท - ขวด 35 บาท - ค่าแรง 250 บาท - คา่ แก๊ส 30 บาท รวมต้นทุนผนั แปร 387 บาท รวมคา่ ใชจ้ ่ายท้งั หมด = ตน้ ทุนคงท่ี+ตน้ ทุนผนั แปร = 540 + 387 = 927 บาท การกำหนดราคา พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้จำกัดความหมายของคำว่า ราคา หมายถึง มูลค่า ของสงิ่ ของท่คี ดิ เปน็ เงนิ ตรา จำนวนเงินซ่ึงไดม้ กี ารชำระหรือตกลงจะชำระในการซอื้ ขายทรัพยส์ ิน ราคา คือ สิ่งที่กำหนดมูลค่าของสิ่งของผลิตภัณฑ์ และผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจในรูปของ เงนิ ตรา ท่ใี ช้ในการแลกเปลยี่ นซื้อขายผลติ ภัณฑ์ เปน็ จำนวนเงินทผ่ี ้ซู อ้ื เต็มใจท่ชี ำระ และผ้ขู ายเตม็ ใจที่จะขาย การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ต้องเหมาะสมกับราคาที่จำหน่าย คือเป็นราคาที่สอดคล้องกับมูลค่าของ ผลิตภัณฑ์ในสายตาของผู้ซื้อ ซึ่งถ้าหากผลิตภัณฑ์มีราคาต่ำเกินไป ก็จะทำให้กิจการมีรายได้จากการขาย ผลิตภัณฑ์น้อย แต่ถ้าราคาสูงเกินไปผู้ซ้ือ ก็อาจจะไม่ซ้ือมูลค่าของผลิตภัณฑท์ ี่ส่งมอบให้กับผู้ซื้อ ต้องสูงเกิน กว่าตน้ ทนุ ผ้ซู ้ือซึง่ ต้นทุนผู้ซื้อก็คอื ราคาสินค้าน้ันเอง การกำหนดราคาท่ีสำคญั มีดังน้ี 1. กำหนดโดยอปุ สงคแ์ ละอุปทาน ราคาของสนิ ค้ากำหนดตามความต้องการของผู้บรโิ ภค และปริมาร สนิ คา้ ท่มี ีจำหนา่ ยในท้องตลาด คือ ถ้าอุปสงค์ในสินค้ามีมากกว่าอุปทาน (ความตอ้ งการซอื้ มากแต่สินค้ามีน้อย) สินค้าจะมีราคาสงู แต่ถ้าอุปทานสินคา้ มีมากกว่าอุปสงค์ (สินค้ามีมากความต้องการซื้อน้อย) ราคาสินค้าจะตำ่ และเมอ่ื ใดที่อุปสงคแ์ ละอปุ ทานเทา่ ๆกัน ราคาสินค้าจะอยู่ในระดับพอดีหรอื สมดุล 2. ผขู้ ายเป็นผ้กู ำหนดโดยใช้ต้นทนุ เปน็ เกณฑ์ ผขู้ ายจะกำหนดราคาโดยพจิ ารณาจากต้นทุนผลิต รวม กำไร หากสนิ ค้าหลงั การผลิตต้องผ่านมอื พอ่ ค้าหลายมอื ราคาสินคา้ จะสูงถ้าสนิ คา้ ผลิตเปน็ จำนวนมาก ราคา สินคา้ ก็จะถกู ลงเนอื่ งจากต้นทนุ ลดลง
31 3. รฐั บาลเปน็ ผกู้ ำหนดราคา รัฐบาลเป็นผู้กำหนดราคาสนิ คา้ หรือบริการ โดยกำหนดราคาสูงสุดและ ราคาต่ำสดุ ของสนิ ค้าหรอื บริการที่มีความจำเปน็ บางชนดิ เช่นราคาคา่ แรงขัน้ ตำ่ ค่าน้ำประปา เปน็ ตน้ ปจั จัยในการกำหนดราคาขาย ปัจจัยทม่ี ผี ลตอ่ ราคาจำหน่าย การกำหนดราคาขายควรคำนึงถงึ ปัจจัย 3 ดังน้ี 1. ตน้ ทนุ คงท่ี ได้แก่ เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ใี ช้ในการผลิตสนิ ค้า คา่ เชา่ เป็นตน้ 2. ต้นทนุ ผันแปร ได้แก่ ค่าใช้จ่ายท่เี ก่ียวกบั ผลิตสินค้า ค่าแรง และอื่น ๆ ท่ซี ื้อมาแลว้ หมดไป 3. ส่วนเพ่มิ ทีต่ ้องการ คือกำไรที่ตอ้ งการโดยคิดเปน็ รอ้ ยละของตน้ ทนุ ท่ีลงไป วิธีการกำหนดราคาขาย ที่เป็นที่นิยมเพราะไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย และไม่เสียเวลามากนัก คือผู้ขาย กำหนดราคาเองโดยใช้ตน้ ทนุ เปน็ เกณฑ์บวกดว้ ยส่วนท่ีเปน็ กำไรเข้าไป ซ่งึ การจัดสินใจเก่ียวกับการกำหนดราคา สินค้าต้องวิเคราะหจ์ ุดคุม้ ทนุ ก่อนเพือ่ ให้ทราบว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นมานัน้ จะได้กำไรในระดับราคานั้น ๆ ในแต่ละ จำนวนยอดขายเทา่ ใด ตัวอย่างการกำหนดราคาขาย ตน้ ทนุ รวม = ต้นทนุ คงที่ + ตน้ ทนุ ผนั แปร = 540 + 387 = 927 บาท ต้องการกำไร 45 % = ต้นทุนรวม X 45 100 = 927 X 45 = 417.15 บาท 100 ราคาขาย = ตน้ ทุนรวม + กำไร = 927+417.15 = 1344.15 บาท ราคาขายต่อชิ้น(ผลติ ได้28ช้นิ ) = ราคาขาย จำนวนชนิ้ ทผ่ี ลติ = 1344.15 28 = 48 บาท เพราะฉะนัน้ ราคาขายแยมสับปะรดขวดละ 48 บาท
32 กจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง การวางแผนการทำโครงงานอาชีพ คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนเขียนโครงงานอาชพี ตามแบบการเขยี นโครงงานอาชีพ ชื่อโครงงานอาชีพ ............................................................................................................................................... สมาชกิ ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ครทู ่ีปรึกษา ......................................................................................................................................................... หลักการและเหตุผล ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. วตั ถปุ ระสงค์ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................
เปา้ หมาย 33 เปา้ หมายเชงิ ปริมาณ ............................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. เปา้ หมายเชงิ คณุ ภาพ.............................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. วิธกี ารดำเนนิ งาน ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. วัสดุ อุปกรณ์ทใ่ี ช้ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. แผนการปฏบิ ตั งิ าน ลำดับ กิจกรรม ระยะเวลา สถานที่ วสั ดุ/อปุ กรณ์ ผ้รู ับผดิ ชอบ
ขอ้ มลู ท่เี กย่ี วขอ้ งกับการทำโครงงาน 34 ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................
เอกสารอ้างอิง 35 ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ..........................................หวั หน้ากลุ่ม ความคดิ เหน็ ของครูที่ปรึกษาโครงงาน ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ...................................ครูทปี่ รึกษา
36 กิจกรรมที่ 2 เร่ือง บนั ทึกผลการปฏบิ ัตงิ าน คำสง่ั ให้นกั เรียนบันทกึ ผลการปฏิบัติงานหลังปฏิบัติงานเสร็จทกุ ครง้ั บนั ทกึ การปฏบิ ัตโิ ครงงานอาชพี เรือ่ ง........................................................ วนั ท.ี่ .....................เดือน ................................พ.ศ............................... บนั ทึกการปฏิบัตงิ าน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ผลท่ไี ดจ้ ากการปฏิบตั ิงาน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปัญหาทีพ่ บ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แนวทางการแก้ปัญหา/ข้อเสนอแนะ .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................
37 การประเมินผลการปฏิบัติงาน ระดบั ความพงึ พอใจ ความคดิ เหน็ มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย ท่ีสดุ กลาง ท่ีสุด 1. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์การปฏบิ ตั ิงานครบถ้วน 2. ปฏิบัติงานตามขั้นตอน/วธิ ีการทวี่ างแผนไว้ 3. ทำงานทไี่ ด้มอบหมายอยา่ งเต็มความสามารถ 4. สมาชกิ ในกล่มุ ช่วยเหลือกันในการปฏิบัตงิ าน 5. ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น ขอ้ เสนอแนะในการปฏบิ ัติงาน 6. ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความระมัดระวัง 7. ทำงานเสรจ็ ตามแผนทีว่ างไว้ 8. เปน็ ผูน้ ำและผู้ตามในการปฏิบัตงิ าน 9. ยอมรบั ข้อผิดพลาดในการทำงานรว่ มกนั 10. ภูมิใจในผลงาน/ผลการปฏบิ ัติ อื่น ๆ เพิ่มเตมิ ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ...............................................................................................................................................................................
กิจกรรมที่ 3 38 เร่อื ง การบรรจภุ ณั ฑ์ ลกั ษณะบรรจุภณั ฑ์ ลกั ษณะบรรจภุ ณั ฑ์ คำส่งั ใหน้ ักเรียนเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของนกั เรยี น ลกั ษณะบรรจุภัณฑ์ ช่ือผลิตภณั ฑ์ ลักษณะผลิตภัณฑ์ ..................................... .............................................. .............................................. .............................................. .............................................. .............................................. ชอ่ื ผลติ ภณั ฑ์ ลักษณะผลติ ภัณฑ์ ..................................... .............................................. .............................................. .............................................. .............................................. .............................................. ชอ่ื ผลิตภณั ฑ์ ลกั ษณะผลิตภณั ฑ์ ..................................... .............................................. .............................................. .............................................. .............................................. ..............................................
39 กจิ กรรมที่ 4 เรือ่ ง การออกแบบฉลาก คำชี้แจง ให้นักเรียนออกแบบฉลากผลิตภัณฑข์ องนักเรยี นโดยมอี งคป์ ระกอบและสวยงาม
40 กิจกรรมที่ 5 เร่อื ง การคำนวณราคาจำหน่าย คำสง่ั ให้นกั เรียนคำนวณราคาจำหน่าย ตามหลักการคำนวณราคาทเี่ หมาะสม ช่อื ผลิตภัณฑ.์ ............................................................... ทนุ ค่า = บาท บาท คา่ = บาท บาท คา่ = ค่า = รวมต้นทุน..................................บาท สตู รคำนวณกำไรทีต่ อ้ งการ จำนวนต้นทนุ Xกำไรทตี่ ้องการ 100 ต้องการกำไร..........................เปอรเ์ ซ็นต์ = บาท สูตรคำนวณราคาขายตอ่ ชิน้ จำนวนตน้ ทุนXกำไรที่ต้องการ จำนวนชิ้นท่ผี ลิตได้ = ราคาจำหนา่ ยตอ่ ชน้ิ ..................................บาท
41 ประเมนิ หลังเรียน เรอ่ื งการปฏิบัติโครงงานอาชพี ให้นักเรยี นทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ถกู ที่สดุ เพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดหมายถงึ การวางแผน ก. การกำหนดวธิ กี าร ข้นั ตอน และเปา้ หมาย ข. กระบวนการคดิ ภาพสำเรจ็ ในการทำงาน ค. การคดิ กอ่ นลงมือทำ ง. ถกู ทกุ ข้อ 2. การวางแผนท่ดี ปี ระกอบดว้ ยสิ่งใดบ้าง ก. สถานท่ี ข. สมาชกิ ค. ขอ้ มูล ง. เวลา 3. การวางแผนอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ หัวหน้ากล่มุ ควรมคี ณุ ลกั ษณะอยา่ งไร ก. มคี วามคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ ข. มีความขยัน รอบคอบ ค. มีความรบั ผิดชอบ ง. มคี วามเสียสละ 4. ข้อใดไมค่ วรกำหนดในขน้ั ตอนการวางแผน ก. บทบาทของสมาชิก ข. ปัญหาอปุ สรรค ค. วัสดุ อปุ กรณ์ ง. เงนิ ทุน
42 5. การตัง้ ชอ่ื โครงงานอาชีพควรยึดหลกั อย่างไรใหน้ า่ สนใจ ก. ควรระบรุ ายละเอียดของวิธกี ารทำเพือ่ ให้เห็นวา่ โครงงานน้ันทำอะไร ข. ควรเป็นประโยคทีส่ มบูรณ์ มปี ระธาน กรยิ า กรรม ค. เป็นประโยคคำถาม เพอื่ เพ่ิมความสนใจ ง. ควรเป็นปญั หาท่ีน่าสนใจ 6. การเขยี น “หลักการและเหตุผล” ควรระบสุ ่งิ ใดบา้ ง ก. ประโยชน์ ข. ปญั หา ค. วธิ ีการ ง. ถูกทุกข้อ 7. การเขยี น “วัตถุประสงค์” ควรเขยี นอยา่ งไร ก. เขยี นในรปู ประโยคคำถาม ข. เขยี นเปน็ ความเรียง ค. ใชภ้ าษาท่ีวยั รนุ่ ชอบ ง. เขยี นในสงิ่ ที่วัดได้ 8. การเขียน “ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ”ตอ้ งสอดคลอ้ งกับขอ้ ใด ก. หลักการและเหตุผล ข. วิธกี ารดำเนนิ งาน ค. วตั ถุประสงค์ ง. สมมุติฐาน 9. นกั เรยี นควร “ประเมนิ โครงงาน” ในชว่ งใดของการทำโครงงานอาชพี ก. ระหวา่ งการทำโครงงานอาชพี ข. ก่อนการทำโครงงานอาชพี ค. หลังการทำโครงงานอาชพี ง. ถูกทกุ ขอ้
10. ข้อใดไมค่ วรปฏบิ ตั ิในการทำงานโครงานอาชพี 43 ก. การจดบันทึกการปฏิบัติโครงงานอาชพี ข. การมีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็น ค. การแบ่งงานปฏบิ ตั เิ ป็นรายบคุ คล ง. การรบั ฟังความคิดเหน็ ของกลมุ่ 11. การบันทกึ การปฏิบตั ิโครงงานอาชีพ ควรบันทกึ สงิ่ ใดบา้ ง ก. จำนวนสมาชิกทีร่ ่วมปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ และค่าใช้จา่ ย ข. ขน้ั ตอนการปฏิบัติ ปัญหาท่ีพบ จำนวนสมาชกิ ที่รว่ มปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ค. ข้ันตอนการปฏบิ ัติ ปญั หาที่พบ ชอ่ื สมาชิกที่ไม่รว่ มกจิ กรรม ง. ขั้นตอนการปฏิบัติ ปัญหาท่พี บ การแก้ปญั หา 12. บรรจภุ ณั ฑ์ มปี ระโยชน์อย่างไร ก. เพือ่ เพ่ิมมูลค่าของสนิ ค้า เพ่ือประหยัดเวลา และเพื่อสะดวกในการขนสง่ ข. เพ่อื เพ่มิ มลู ค่าของสนิ คา้ เพ่ือสะดวกในการขนสง่ และประหยดั คา่ ใช้จ่าย ค. เพอื่ สะดวกในการขนสง่ เพ่อื เพม่ิ มลู ค่าของสนิ ค้า และใชห้ อ่ หมุ้ สินค้า ง. เพ่อื ประหยัดเวลา เพื่อเพ่มิ มลู ค่าของสนิ ค้า และใชห้ อ่ หมุ้ สนิ คา้ 13. ถ้าผลติ ภัณฑ์ของนกั เรียนเป็น “ของเหลวสำหรับบรโิ ภค” นักเรียนควรเลอื กบรรจุภณั ฑ์ในลักษณะใด ก. ถุงกระดาษฟรอยด์ ข. ขวดพลาสติก ค. ถงุ พลาสติก ง. ขวดแกว้ 14. การออกแบบบรรจุภัณฑ์ควรมีลักษณะอย่างไร ก. การปดิ -เปิดหลายขั้นตอน เพอื่ ไมใ่ ห้สนิ คา้ เปดิ ได้ง่าย ข. รูปรา่ งหนา แข็งแรง ค. รปู รา่ งบาง แตกง่าย ง. เหมาะกับลกู ค้า 15. บรรจุภัณฑ์ประเภทแก้วมีข้อดอี ย่างไร ก. เปน็ มติ รตอ่ สงิ่ แวดล้อม ข. ทนทานแรงดนั ได้สูง ค. ราคาถูก ง. แข็งแรง
44 16. ขอ้ ใดไม่ใชข่ อ้ มลู ในฉลากสนิ คา้ ก. แนะนำเจา้ ของกจิ การ วนั เดอื นปผี ลติ สว่ นประกอบ ข. ส่วนประกอบ วนั หมดอายุ การเก็บรักษา ค. การแนะนำการใช้ ส่วนประกอบ ปรมิ าณ ง. ขอ้ มูลทางโภชนาการ ปริมาณ ราคา 17. ข้อมูลทางกฎหมายของสินค้า จะพบในสนิ ค้าประเภทใด ก. เคร่ืองสำอาง ข. นำผลไมป้ ัน่ ค. ไตปลาแห้ง ง. น้ำพรกิ 18. “ขอ้ มลู ทางโภชนาการ” ประกอบดว้ ยส่งิ ใดบ้าง ก. วันเดือนปีผลติ วันหมดอายุ สารอาหารทเ่ี ป็นประโยชน์ ข. สารอาหารที่เปน็ ประโยชน์ พลงั งาน วติ ามิน เกลือแร่ ค. วนั หมดอายุ พลงั งานทไี่ ดร้ ับ โปรตนี วติ ามนิ เกลอื แร่ ง. ปริมาณ วันหมดอายุ สารอาหารท่ีเป็นประโยชน์ 19. “บารโ์ คต”์ ใช้ขอ้ มลู เกีย่ วกับส่งิ ใดของสนิ คา้ ก. ข้อมลู บอกถึงชนดิ ประเภทของสนิ คา้ ข. ข้อมูลความปลอดภัยของผบู้ รโิ ภค ค. ขอ้ มูลการบรกิ ารหลงั การขาย ง. ข้อมลู ทางการขายสนิ ค้า 20. การออกแบบฉลากสนิ คา้ ทดี่ คี วรมีลักษณะอยา่ งไร ก. ใช้กราฟกิ ช่วย ใชส้ ีสดใส ใชข้ อ้ ความทใี่ ห้ชวนหาคำตอบตดิ ตาม ข. ใช้ภาพประกอบ ใช้สี ออกแบบใหแ้ ตกตา่ งจากสินค้าที่มอี ยู่ ค. ใช้สี ใช้ภาพการต์ นู ใชข้ อ้ ความท่หี ลากหลาย ง. ใชภ้ าพประกอบ ใชก้ ราฟกิ ชว่ ย 21. การออกแบบฉลากเพอ่ื ใหล้ กู คา้ มีความรู้สกึ ไว้วางใจ ควรเลอื กใชส้ ีใด ก. น้ำเงนิ ข. เหลอื ง ค. เขียว ง. แดง
45 22. ขอ้ ใดไม่ใชต่ น้ ทุน ก. ค่าวสั ดุ ค่าอุปกรณ์ ค่าความคดิ ข. ค่าวตั ถุดิบ คา่ แรง ค่าขนส่ง ค. คา่ วัสดุ ค่าแรง ค่าขนสง่ ง. ค่าวสั ดุ ค่าอปุ กรณ์ กำไร 23. ต้นทนุ เพิม่ ขนึ้ หรือลดลงข้นึ อยู่กบั ปจั จัยใด ก. ความตอ้ งการของตลาด ข. ความต้องการของลกู คา้ ค. ค่าเสอ่ื มของอปุ กรณ์ ง. วตั ถุดิบ 24. ขอ้ ใดคำนวณตน้ ทนุ ตอ่ ชนิ้ ไดถ้ กู ต้อง คา่ วัตถุดบิ + คา่ แรง + กำไร ก. คา่ ใช้จา่ ยท้ังหมดในการผลติ ข. ค่าวัตถดุ บิ + คา่ แรง + ค่าใชจ้ ่ายในการผลติ เปอรเ์ ซ็นตก์ ำไรทตี่ อ้ งการ ค. ค่าวัตถุดิบ + คา่ แรง + ค่าใช้จ่ายในการผลติ จำนวนชิน้ ของสนิ ค้าที่ผลิตได้ ง. คา่ วัตถดุ บิ + ค่าแรง + คา่ ความคิดสร้างสรรค์ ค่าใชจ้ า่ ยทั้งหมดในการผลติ
46 คำเฉลย การปฏิบัติโครงงานอาชีพ ขอ้ ท่ี 1 ง. ถกู ทกุ ข้อ ข้อที่ 2 ค. ขอ้ มูล ข้อท่ี 3 ก. มีความคดิ ริเร่มิ สร้างสรรค์ ข้อที่ 4 ข. ปญั หาอปุ สรรค ขอ้ ท่ี 5 ข. ควรเปน็ ประโยคที่สมบรู ณ์ มีประธาน กริยา กรรม ขอ้ ที่ 6 ง. ถกู ทกุ ข้อ ข้อท่ี 7 ง. เขียนในสิง่ ทว่ี ัดได้ ข้อท่ี 8 ค. วตั ถุประสงค์ ข้อท่ี 9 ง. ถกู ทุกขอ้ ข้อที่ 10 ค. การแบ่งงานปฏบิ ตั ิเป็นรายบคุ คล ขอ้ ที่ 11 ง. ข้ันตอนการปฏบิ ตั ิ ปญั หาทพ่ี บ การแกป้ ญั หา ข้อท่ี 12 ค. เพ่อื สะดวกในการขนส่ง เพอื่ เพ่มิ มลู คา่ ของสนิ คา้ และใช้หอ่ หมุ้ สนิ ค้า ขอ้ ท่ี 13 ง. ขวดแกว้ ขอ้ ที่ 14 ง. เหมาะกบั ลูกค้า ข้อที่ 15 ก. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ข้อท่ี 16 ก. แนะนำเจ้าของกจิ การ วันเดือนปผี ลิต ส่วนประกอบ ข้อท่ี 17 ก. เครือ่ งสำอาง ขอ้ ที่ 18 ข. สารอาหารทเ่ี ปน็ ประโยชน์ พลงั งาน วติ ามิน เกลือแร่ ขอ้ ที่ 19 ง. ข้อมูลทางการขายสนิ คา้ ขอ้ ที่ 20 ข. ใชภ้ าพประกอบ ใช้สี ออกแบบใหแ้ ตกตา่ งจากสนิ ค้าทีม่ ีอยู่ ข้อท่ี 21 ก. นำ้ เงิน ข้อท่ี 22 ง. ค่าวสั ดุ ค่าอปุ กรณ์ กำไร ข้อที่ 23 ง. วัตถุดิบ ขอ้ ที่ 24 ค. คา่ วัตถุดิบ + ค่าแรง + คา่ ใช้จ่ายในการผลิต จำนวนชิ้นของสนิ ค้าที่ผลิตได้
47 เอกสารอา้ งองิ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน (ออนไลน)์ จาก https://www.trueplookpanya.com/ เข้าถงึ ขอ้ มลู เม่ือวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2564. สาระนา่ รู้ทางสถิติ (ออนไลน์) จาก http://service.nso.go.th/ เขา้ ถึงขอ้ มูลเม่อื วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2564. บงกชษกรณ์ แชมสีม่วง เทคนิคการทำงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ (ออนไลน)์ จาก https://bongkotsakorn.wordpress.com สบื ค้นข้อมลู เมือ่ วันท่ี 3 สงิ หาคม พ.ศ. 2564. การปฏบิ ัตโิ ครงงาน. (ออนไ์ ลน์) จาก https://sites.google.com/ สืบคน้ ข้อมลู เม่ือวันท่ี 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564. การจำหนา่ ย (ออน์ไลน)์ จาก https://bsc.dip.go.th/ สบื ค้นขอ้ มลู เมอื่ วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564. การคำนวณตน้ ทุน (ออน์ไลน์) จาก https://sites.google.com/ สบื คน้ ข้อมูลเม่อื วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564. การคำนวณต้นทุนราคาจำหนา่ ย (ออน์ไลน์) จาก http://marketing3200-1003.blogspot.com/ สืบค้น ขอ้ มลู เมือ่ วันท่ี 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564. การขายสนิ คา้ ออนไลน์ (ออนไลน)์ จาก http://manasanakin.blogspot.com/p/5.html สืบค้นขอ้ มูลเม่อื วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2564. รปู แบบและการขายสินค้าออนไลน์ (ออนไลน)์ จาก https://slideplayer.in.th/ สบื ค้นข้อมูลเมื่อวันท่ี 28 กรกฎาคม พ.ศ.2564. ข้อดขี ้อเสียของการสนิ ค้าออนไลน์ (ออนไลน)์ จาก https://www.chinagrooves.com/ สืบคน้ ข้อมูลเม่ือวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2564. บรรจุภณั ฑ์ (ออนไลน)์ จาก https://sites.google.com/ สืบค้นขอ้ มูลเมอื่ วนั ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2564. 5 ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ควรรู้ (ออนไลน์) จาก https://www.hongthai.co.th/ สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2562. ขอ้ มลู ทฉ่ี ลากสนิ ค้าต้องมี (ออนไลน์) จาก https://www.opp.co.th สืบคน้ ขอ้ มูลเมอื่ วนั ท่ี 28 กรกฎาคม พ.ศ.2564.
Search