วันคล้ายวันประสูติของ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสั งฆราช สกลมหาสั งฆปริณายก (อัมพร อัมพโร)” องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง ครบรอบ 96
พระประวัติ สมเด็จพระสั งฆราช ทรงเป็นบุตรคนโตในจำนวน บุตรธิดา 9 คน ของ นายนับ กับ นางตาล ประสั ตถพงศ์ ประสูติที่บ้านตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ทรงศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินที่ 4 ตำบล โคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี จนทรงจบประถม ศึกษาปีที่ 1 และทรงศึกษาต่อ ณ โรงเรียนประชาบาลวัดพเนินพลู ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรีจนทรงสำเร็จชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2480
การบรรพชาอุปสมบท เมื่อมีพระชนมายุ 13 พรรษา จึงได้ทรงบรรพชา ณ วัดสัตตนารถปริวัตร ตำบลหน้าเมือง อำเภอ เมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เมื่อทรงเป็นสามเณร ได้เสด็จไปทรงเล่าเรียนพระปริยัติธรรมใน สำนักของ พระอธิการโสตถิ์ สุมิตฺโตซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่พระศรีธรรมานุศาสน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองบางแพ (ธรรมยุต) ณ วัดตรีญาติ ตำบลพงสวาย อำเภอเมือง ราชบุรี จังหวัด ราชบุรี ทรงสอบนักธรรมและบาลี ประโยคต่างๆ ในสำนักเรียนวัดตรีญาติ ได้นักธรรม ชั้นเอก และเปรียบ ธรรม 4 ประโยค เมื่อ พ.ศ.2490 ได้ทรงพบกับพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทาน สถาปนาชั้นเป็น สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ชักชวนให้ทรงเข้ามาพำนักเพื่อทรงศึกษาเล่าเรียน พระปริยัติธรรม ในสำนักเรียนวัดราชบพิธ สถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ครั้นวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ได้ทรงอุปสมบทเป็น พระภิกษุ ณ มหาพันธสีมาวัดราชบพิธสถิต มหา สีมาราม เขตพระนครกรุงเทพมหานคร ทรงได้รับพระสมณฉายาว่า “อมฺพโร” มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ขณะทรงสมณศักดิ์ ที่พระเทพโมลีเป็น พระอุปัชฌาย์ ได้ทรงศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีในสำนักเรียนวัดราชบพิธ จนทรง สำเร็จเปรียญธรรม 6 ประโยค หลังเป็นเปรียญ 5 ประโยค พระองค์ได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นนักศึกษารุ่นที่ 5 จบศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. 2500 และทรงเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัย พาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2512 ด้าน ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ปี พ.ศ. 2552 สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ถวายศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขา วิชาพุทธศาสตร์ ปี พ.ศ. 2553 สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ
สมเด็จพระสั งฆราช พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระ สั งฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสิ นทร์ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ณ วัดพระ ศรีรัตนศาสดาราม โดยพระนามเต็มของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสั งฆราช สกลมหาสั งฆ ปริณายก ที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ คือ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกธราจารย อัม พราภิธานสั งฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศรปสั นนาภิสิ ต ประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสี ลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสั งฆราช”
สมเด็จพระสั งฆราช ในหนังสือพระประวัติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกล มหาสังฆปริณายก ระบุความหมายไว้ว่า “สมเด็จพระผู้มีญาณสื บมาแต่วงศ์พระอริยเจ้า ทรงเป็นผู้มีธรรมวิธีอันละเอียดอ่อน ทรงเป็น ผู้นำพระสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งปวง ทรงเป็นอาจารย์ผู้ทรงไว้ซึ่งพระปริยัติธรรม คือ พระไตรปิฎก ปรากฏพระนามฉายาในทางสงฆ์ว่า อมฺพโร ทรงงดงามในพระศาสนาด้วยทรงพระปรีชากว้าง ขวางในพระอุดมปาพจน์ คือพระธรรมวินัย ทรงดำรงพระเกียรติโดยปราศจากมลทิน และทรง เป็นครู สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาด้วยเหตุที่ทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใส ทรงเป็นที่พึ่ง ผู้แกล้วกล้าและมีพระปรีชาฉลาดเฉลียว ทรงเป็นผู้ยังความเจริญแก่กิจการพระธรรมทูต ทรงเป็นใหญ่ในสงฆ์ทั้งปวง (คือทรงเป็นสมเด็จพระสั งฆราช) พระองค์แรกที่ได้รับ พระราชทานสถาปนาในรัชกาลที่ 10 ทรงยังแสงสว่างแห่งแบบอย่างอันดีงามให้บังเกิด โดย เจริญรอยตามสมเด็จพระอุปัชฌาย์ คือ สมเด็จพระสั งฆราช (วาสนมหาเถร) ทรงเป็นที่ตั้ง แห่งความเคารพของพุทธบริษัท ทรงงดงามในพระวิปัสสนาธุระ ทรงพระศีลาจารวัตรอัน ไพบูลย์ ทรงเป็นอนุศิษย์ผู้สื บวงศ์สมณะมาแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิ ริวัฒน์ สมเด็จพระสั งฆราชเจ้า ทรงเป็นเจ้าผู้เจริญในทางธรรม ทรงเป็นราชาแห่งหมู่สงฆ์” ทั้งนี้เครื่องยศสมณศักดิ์ของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประกอบด้วย พระตรา ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช, พัดยศ, ไตรแพร, บาตรพร้อมด้วยฝาและเชิงบาตรถมปัด, พานพระ ศรี (มังสี 2 ตลับพู่ 1 จอก 1 ซองพลู 1 พร้อมพลู), ขันน้ำพานรองมีจอก, ถาดสรงพระพักตร์, ขันน้ำพานรองมีจอก คลุมตาดรูปฝาชี, หีบตราจักรี (หีบหลังเจียด), หีบพระโอสถหลังนูน, คนโท, กาทรงกระบอก, หม้อลักจั่น, ปิ่ นโตกลม 4 ชั้น, สุพรรณราช และ สุพรรณศรี
พระกรณียกิจ ด้านการปกครอง พ.ศ. 2531 - พ.ศ. 2550 เจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) พ.ศ. 2539 - ปัจจุบัน กรรมการมหาเถรสมาคมคณะธรรมยุต พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ด้านการศึกษา พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัย พระกรณียกิจด้านการเผยแพร่ พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน แม่กองงานพระธรรมทูต
Search
Read the Text Version
- 1 - 7
Pages: