EX. กระบวนการจัดการเรยี นรูใชเทคนคิ โครงงาน(PBL:Project BaseLearning)ดงั น้ี 1)ข้นั นํา (Introduction)นกั เรียนและครูสนทนากนั เรือ่ งการมเี พศสัมพันธก อ นวยั อันควร มผี ลตอสังคมอยา งไร(C5:Communication)สภาพสงั คมวัฒนธรรมการยอมรบั ในเร่อื งเพศของแตล ะประเทศ(C3:Cross- cultural)เรยี นรเู ร่ืองระบบการสบื พนั ธุ สิง่ มีชวี ติ และเซลล (S:Science)จากนนั้ วเิ คราะหส าเหตขุ องการมีเพศสัมพันธก อ นวยั อนั ควร(C2:CriticalThinking)ความสญู เสยี ทางรางกายจติ ใจการเรยี นสังคมเศรษฐกจิ
2)ขน้ั แบงกลุม (Grouping)นกั เรยี นแบงกลมุ ทํางานตามบทบาทหรอื ความถนดั อาจประกอบดว ยนักเขยี นนกั ขา ว- ประชาสัมพนั ธ ชา งภาพคอมพวิ เตอรกราฟก(C4:Colaboration) 3)ขน้ั กาํ หนดปญหา(Identifyingtheproblem)นกั เรยี นตง้ั ปญหารว มกนั เชน ทาํ อยางไรจะลดการมี เพศสัมพันธก อ นวยั อันควร ตง้ั สมมุตฐิ านแนวทางการแกป ญ ญาหาอาจนาํ หลักจรยิ ธรรมหรอื ศาสนาทต่ี นนับถอื เชน ศีล 5 (C8:Compassion) 4)ข้นั วางแผน(Planning)จากนนั้ รวมกนั ออกแบบแนวทางในการแกปญหาฝก ความเปน ผนู าํ และผูต ามทด่ี ี ยอมรบั ฟงความคดิ เห็นผอู ่นื ฝกความมปี ระชาธปิ ไตยนักเรียนออกแบบชิ้นงาน (T:Technology)ดว ยการสืบคน ขอ มลู จากอินเตอรเ น็ต(C6:Computing) ออกแบบกาํ หนดโครงสราง(E:Engineering)สอ่ื โปสเตอรป ระชาสมั พันธ การคาํ นวณมาตราสวนResolutionการจัดวางผังและตําแหนงภาพคาํ อธิบาย (M:Mathematics)หรอื ช้นิ งานอื่นตามความถนดั และสนใจ(C7:Career)ใหสามารถตอบปญหาทต่ี ัง้ ไว สวยงามเปน ประโยชน( C2:Creativity) 5)ขั้นใหคาํ ปรึกษา(Coaching)ครูอํานวยความสะดวกใหคาํ ปรึกษาสอบถามปญ หาอปุ สรรคแนวทางการ แกไ ขไมเ นนผลงานแตเ นนกระบวนการคดิ และเหตผุ ลท่ีเลือกเทคนิควิธกี ารในการแกปญ หา(C1:CriticalThinking) 6)ข้ันนําเสนอผลงาน(Communicating)นกั เรียนแตล ะกลมุ สลบั กันออกมานําเสนอผลงานโดยเนน การระบุ ปญ หาวิธีการแกไ ขผลงานชิน้ งานแนวคดิ เหตุผลเพอ่ื นๆซกั ถามใหคําแนะนาํ (C5:Communication) 7)ขั้นสรุป (Conclusion)นักเรียนรวมกนั สรุปองคค วามรู แลกเปลีย่ นเรยี นรสู ิ่งทไี่ ด จากการเรยี นโดยนําเทคนคิ วิธกี ารตา งๆ จากแตละกลมุ มาสรปุ เปน ความรอู ภปิ รายผลรว มกนั ครใู ชคําถามสรา งกระบวนการคดิ และสนบั สนุนชว ยเหลอื ใหขอ มลู เพม่ิ เตมิ เพอื่ นําไปปรับใชในชวี ิตประจาํ วัน/ การศกึ ษาตอ/ประกอบอาชีพ(C1:CriticalThinking)
หรือกําหนดข้ันตอนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม(กรณี STEM ศึกษา) 1.ระบปุ ญหา (ProblemIdentification)เปนการทําความเขา ใจปญ หาหรอื ความทาทายวเิ คราะหเง่อื นไขหรอื ขอจํากัดของสถานการณปญ หาเพือ่ กําหนดขอบเขตของปญ หาซง่ึ จะนาํ ไปสูการสรา งชิน้ งานหรือวธิ กี ารในการ แกปญ หา 2.รวบรวมขอมลู และแนวคดิ ที่เกี่ยวขอ งกับปญ หา (Related InformationSearch) เปน การรวบรวมขอ มูลและแนวคิดทางวทิ ยาศาสตรคณิตศาสตรแ ละเทคโนโลยที เี่ ก่ยี วขอ งกบั แนวทางการแกป ญ หาและ ประเมนิ ความเปน ไปไดขอดแี ละขอ จาํ กดั 3.ออกแบบวธิ ีการแกป ญ หา(SolutionDesign)เปน การประยุกตใ ชขอมลู และแนวคดิ ท่เี กยี่ วของเพ่ือการ ออกแบบชนิ้ งานหรอื วธิ กี ารในการแกป ญหาโดยคํานึงถงึ ทรัพยากรขอ จํากัดและเงอื่ นไขตามสถานการณทก่ี าํ หนด 4.วางแผนและดําเนินการแกป ญ หา (Planning and Development)เปน การกาํ หนดลาํ ดบั ข้ันตอนของการ สรา งชิ้นงานหรอื วิธกี ารแลว ลงมอื สรา งช้ินงานหรอื พัฒนาวธิ กี ารเพ่อื ใชใ นการแกป ญ หา 5.ทดสอบประเมินผลและปรบั ปรงุ แกไ ขวิธกี ารแกปญหาหรอื ชิน้ งาน (Testing,Evaluation and Design Improvement)เปน การทดสอบและประเมนิ การใชง านของชิน้ งานหรือวิธีการโดยผลทไ่ี ดอ าจนํามาใชในการ ปรับปรุงและพัฒนาใหม ีประสทิ ธภิ าพในการแกป ญหาไดอ ยางเหมาะสมท่สี ดุ 6.นาํ เสนอวิธกี ารแกป ญหาผลการแกป ญ หาหรือช้นิ งาน (Presentation)เปนการนาํ เสนอแนวคิดและ ขัน้ ตอนการแกปญ หาของการสรา งช้นิ งานหรอื การพัฒนาวิธกี ารใหผ ูอ่ืนเขา ใจและไดขอ เสนอแนะเพ่ือการพฒั นาตอไป -46-
Search