การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขนั ทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 นางสาวธิติวรรณ นันตอ้ื สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
(1) บทคดั ยอ ชอ่ื ผลงาน : การประเมนิ โครงการพฒั นาคุณภาพการเรยี นรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการ ระดบั นานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 42 ผูว ิจยั : นางสาวธติ วิ รรณ นนั ต้อื ปท ีจ่ ัดทํา : 2563 การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงคของการวิจัยเพื่อ 1) เพ่ือประเมินสภาวะแวดลอม (Context Evaluation : C) ของโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรสู ูสากล “การแขง ขนั ทางวิชาการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 2) เพื่อ ประเมินปจจัยนําเขา (Input Evaluation : I) ของโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 3) เพ่ือประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : P) ของโครงการพัฒนาคุณภาพการ เรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 และ 4) เพ่ือประเมินผลผลิต (Product Evaluation : P) ของ โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 42 กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัย คือ ผูบริหารสถานศึกษา ครูผูสอน เจาหนาท่ี ผูเกี่ยวของ ผูปกครองและนักเรียน ในโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จํานวน 120 คน เคร่ืองมือท่ีใชในการวิจัยคือ แบบสอบถามเปนมาตราสวน 5 ระดับ ประมาณคา (Rating Scale) ประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับ นานาชาติประจาํ ป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีคาความเชื่อม่ัน เทากับ 0.92 สถติ ิท่ีใชในการวิเคราะหขอมูลท่ีใชในการวิจัยคร้ังน้ี คือ คารอยละ (Percentage), คา เฉล่ีย ( X ) และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) วิเคราะหขอมูล ดวยการใชโ ปรแกรมสาํ เรจ็ รูป ผลการวิจัยพบวา ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณา เปนรายดาน พบวา คาเฉล่ียมากท่ีสุดคือ ดานสภาวะแวดลอม รองลงมือคือดานกระบวนการ ดานผลผลิต และดานท่ีมีคาเฉล่ียนอยท่ีสุดคือ ดา นปจจัยนาํ เขา
(2) กติ ตกิ รรมประกาศ การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563” ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 สําเร็จลุลวงไปดวยดี ไดความกรุณา จากผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 รองผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 และผูอํานวยการกลุม สงเสริมการจัดการศึกษา สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ท่ีไดใหคําชี้แนะและ แกไขขอ บกพรอ งตา ง ๆ จนบรบิ ูรณ ผจู ดั ทําขอขอบพระคณุ ไว ณ โอกาสน้ี ขอขอบพระคุณผูเช่ียวชาญท้ัง 5 ทาน ไดแก นางเพ็ญจันทร บัวแกว นางวิระดา แกนกระโทก นางวสุ เกษสําโรง นางสาวปวีณนุช จันทรนวล และนายคมกฤช แผนเสอื ท่ีไดก รณุ าตรวจสอบเครอื่ งมือทใี่ ชในการวจิ ยั ขอขอบพระคุณ ผูอํานวยการโรงเรียนและคณะครู ผูปกครองและนักเรียน โรงเรียนสังกัดสํานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 ท่ีใหความรวมมือในการสง นักเรยี น เขารวมโครงการสอบแขงขัน และตอบแบบสอบถาม และขอขอบคุณเพ่ือนรวมงานในสังกัด สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ทุกคน ท่ีไดใหความชวยเหลือในการดําเนินการ ตามโครงการดว ยดีเสมอมา
สารบัญ (3) บทคัดยอ หนา กติ ตกิ รรมประกาศ (1) สารบญั (2) สารบญั ตาราง (3) สารบญั ภาพ (4) บทที่ 1 บทนํา (5) 1 ความเปนมาและความสําคัญของปญหา 3 วตั ถปุ ระสงคข องการวิจยั 3 ขอบเขตในการวจิ ยั 4 นยิ ามศัพทเฉพาะ 6 ประโยชนท คี่ าดวาจะไดร ับ 7 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ ง 8 แนวคดิ หลักการและความสําคัญเกี่ยวกบั การประเมินโครงการ 9 ความหมายของการประเมินโครงการ 11 ความสําคญั ของการประเมินโครงการ 13 วตั ถุประสงคในการประเมินโครงการ 15 ขน้ั ตอนหรอื กระบวนการประเมนิ โครงการ 19 ประเภทของการประเมนิ โครงการ 21 ประโยชนข องการประเมนิ โครงการ 22 รปู แบบการประเมนิ โครงการ 25 รปู แบบการประเมนิ โครงการแบบจาํ ลองซิปป (CIPP Model) 30 โครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรสู สู ากลฯ 34 งานวิจัยท่เี กยี่ วขอ ง 34 บทที่ 3 วิธดี าํ เนินงานวิจัย 34 ระเบยี บวิธีการวจิ ยั 35 ขั้นตอนการดําเนินการวจิ ยั 36 ประชากรและกลมุ ตวั อยาง 38 เคร่ืองมือท่ีใชใ นการวจิ ัย การสรางเครือ่ งมือทีใ่ ชใ นการวจิ ยั การเกบ็ รวบรวมขอมูล
สารบญั (ตอ ) การวเิ คราะหข อมลู และการแปลผล หนา สถิติทใี่ ชใ นการวิเคราะหข อมลู 38 บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหข อมลู 39 สญั ลกั ษณท ่ใี ชใ นการวิเคราะหข อมลู 41 ผลการวเิ คราะหข อมูล ดานสภาวะแวดลอ ม ดา นปจจยั นําเขา 41 ดา นกระบวนการ และดานผลิต ของโครงการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรสู ูสากล “การแขง ขนั ทางวชิ าการระดบั นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” 49 สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 42 50 บทที่ 5 สรปุ ผลการวิจยั อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ 52 สรปุ ผลการวจิ ัย 53 อภปิ รายผลการวิจัย 55 ขอเสนอแนะการวจิ ัย 56 บรรณานกุ รม 58 ภาคผนวก 64 ภาคผนวก ก รายนามผูท รงคุณวุฒิตรวจสอบรายชือ่ 70 ภาคผนวก ข การตรวจสอบคุณภาพเครือ่ งมือวิจยั 75 ภาคผนวก ค สําเนาแบบตอบรบั ผูเ ชีย่ วชาญ ภาคผนวก ง แบบสอบถามเพื่อการวิจยั ประวัตผิ ูวจิ ยั
(4) สารบัญตาราง ตารางท่ี หนา 3.1 ประชากรและกลุม ตัวอยาง 35 3.2 แนวทางในการประเมินโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรสู ูส ากล “การแขงขัน 40 ทางวิชาการระดบั นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สาํ นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 4.1 จาํ นวนและรอ ยละของผูตอบแบบสอบถามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรูสูสากล 42 “การแขง ขันทางวชิ าการระดับนานาชาติประจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพน้ื ท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 4.2 คา เฉล่ีย X คา เบ่ียงเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเหน็ ของประเมิน 43 โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรสู สู ากล“การแขง ขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 42 4.3 คาเฉล่ีย X คา เบีย่ งเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคดิ เห็นของประเมิน 43 ดานสภาวะแวดลอ มโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรสู สู ากล“การแขงขันทางวิชาการ ระดบั นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 4.4 คา เฉล่ีย X คา เบีย่ งเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเหน็ ของประเมิน 44 ดานปจ จัยนําเขา โครงการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรสู ูส ากล“การแขงขนั ทางวชิ าการ ระดับนานาชาตปิ ระจําป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 4.5 คา เฉลีย่ X คาเบย่ี งเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเห็นของประเมิน 45 ดานกระบวนการโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรสู สู ากล“การแขง ขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 4.6 คาเฉลย่ี X คา เบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเห็นของประเมนิ 47 ดา นผลผลิตโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรสู สู ากล“การแขง ขันทางวชิ าการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42
สารบัญภาพ (5) ภาพที่ หนา 2.1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั 33
บทท่ี 1 บทนาํ ความเปนมาและความสําคัญของปญหา “การศึกษา” มีบทบาทสําคัญอันเปนรากฐานการพัฒนาสังคมและมนุษยในยุค โลกาภิวัตนท่ีเทคโนโลยีขอมูลขาวสารมีความกาวหนาทันสมัย ทําใหโลกเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็ว จึงจําเปนท่ีจะตองมีการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา เพ่ือการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูให เทียบเทามาตรฐานสากลโดยวิธีการสงเสริมความรวมมือทางปญญา เพื่อใหเกิดความเขาใจอันดี ระหวางนานาประเทศ และเพ่ือสงเสริมการพัฒนาจิตสํานึกยอมรับในความแตกตางระหวาง วฒั นธรรม ดังน้ัน การจดั การเรียนรูโดยผานทางหลักสูตรและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางชาญ ฉลาดเพ่ือเปดโลกทัศนใหม ๆ ใหกับผูเรียนจึงเปนส่ิงจําเปนในยุคปจจุบัน (สํานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน. 2563: 2) สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ไดมอบใหสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (ตามหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ดวนท่ีสุด ท่ี ศธ 04008/ว 2351 ลงวันท่ี 15 ตุลาคม 2562 และตามคําส่ังสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพ้ืนฐานท่ี 1833/2562 เร่ืองแตงต้ังคณะกรรมการการดําเนินงานโครงการพัฒนาความสามารถ ทางวิชาการผูเรียนผานกระบวนการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 ส่ัง ณ วันท่ี 11 ตุลาคม 2562) เปนผูรับผิดชอบดําเนินการตามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู สูสากล การพัฒนาความสามารถทางวิชาการ ผูเรียนผานกระบวนการแขงขันทางวิชาการระดับ นานาชาติ ประจําป พ.ศ.2563 สืบเน่ืองมาจากกระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดรับเชิญจากกระทรวงและหนวยงานทางการศึกษาตางประเทศ ในการ คัดเลือกผูแทนไทยไปแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 จึงไดจัดโครงการ สอบวิชาการระดับนานาชาติขึ้น เพ่ือเปดโอกาสใหนักเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 ไดพัฒนาความสามารถทางวิชาการ ดานคณิตศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนตน อยา งเตม็ ความสามารถ ไดแ ลกเปลย่ี นเรียนรสู ูเวทโี ลก และเปนการสรา งแรงบันดาลใจใหก ับ นักเรียนมีเจตคติท่ีดีและมีความสนใจในวิชาคณิตศาสตร มากย่ิงข้ึน โดยแบงกิจกรรมการพัฒนา ความสามารถทางวิชาการผานกระบวนการแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติออกเปน 3 รอบ รอบแรก ระดับเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา รอบสอง ระดับประเทศ (ศูนยส อบ) และรอบสาม คายวชิ าการ
2 โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับ นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีสวนสําคัญใน การพัฒนาคุณภาพนักเรียน สงเสริมอัจฉริยภาพนักเรียน ใหนักเรยี นมีความรูประสบการณ เพ่ิมมาก ขึ้น มีแหลง เรียนรแู หง ใหม ผูบรหิ าร ครู โรงเรยี น ผปู กครอง เปน ผูมสี ว นรว มสนบั สนนุ ใหน กั เรยี นได เขารวมกิจกรรม โดยสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เปนผูรับผิดชอบในการ ดําเนินการ จัดสอบแขงขันประจําปพ.ศ. 2563” จํานวน 2 รอบ คือ รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษา และรอบสอง ระดบั ประเทศ (ศนู ยส อบ) จากผลการดําเนินงานในปงบประมาณท่ีผานมา ป พ.ศ. 2561 – 2562 พบวา ป พ.ศ. 2561 รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มีนักเรียนสมัครสอบ จํานวน 145 คน และสอบ ผานจํานวน 53 คน รอบสอง ระดับประเทศ มีนักเรียนสมัครสอบ จํานวน 86 คน และสอบผาน จํานวน 6 คน รอบสาม คายวิชาการ มีจํานวน 2 คน ป พ.ศ. 2562 รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ี การศึกษา มีนักเรียนสมัครสอบ จํานวน 214 คน และสอบผานจํานวน 62 คน รอบสอง ระดับประเทศ มีนักเรียนสมัครสอบ จํานวน 73 คน และสอบผาน จํานวน 11 คน รอบสาม คาย วิชาการ มีจํานวน 2 คน สําหรับป พ.ศ. 2563 รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มีนักเรียนสมัคร สอบ จํานวน 154 คน และสอบผานจํานวน 46 คน รอบสอง ระดับประเทศ มีนักเรียนสมัครสอบ จาํ นวน 62 คน และสอบผา น จาํ นวน 8 คน รอบสาม คา ยวิชาการ มีจํานวน 2 คน จากท่ีไดศึกษา และรวบรวมขอมูล ผูวิจัยในฐานะเจาหนาท่ีผูรับผิดชอบโครงการ พัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 และไดดําเนินการมาแลวในปงบประมาณ พ.ศ.2561 และปงบประมาณ พ.ศ.2562 เห็นควรมีการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานของ โครงการ ซึ่งยังไมเคยมีการประเมินมากอนนบั ต้งั แตดําเนินโครงการดงั กลาว เพือ่ เปนแนวทางในการ พัฒนางานตลอดจนการปฏิบัติงานใหมีประสิทธิภาพ และจะเปนประโยชนแกผูบริหารและ ผูท่ีเกี่ยวขอ งทุกระดับ ในการนํามาประกอบการพิจารณาทบทวนและปรับปรงุ การดําเนนิ การแขงขัน ทางวชิ าการระดับนานาชาตใิ นปต อ ไป ผูวิจัยจึงไดทําการศึกษาคนควารูปแบบการประเมินโครงการจากนักวิชาการ ตลอดจนศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของ และพบวา รูปแบบการประเมิน CIPP Model ของ stufflebeam หรือแบบจําลอง CIPP Model มาใชในการประเมิน ซ่ึงรูปแบบการประเมินน้ีมี รูปแบบการประเมินทั้ง 4 ดาน คือ การประเมินสภาวะแวดลอม (Context Evaluation: C) การ ประเมินปจจัยนําเขา (Input Evaluation: I) การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation: P) และการประเมินผลผลิต (Product Evaluation: P) เปนรูปแบบการประเมินท่ีครอบคลุม กระบวนการดําเนินงานตั้งแตเริ่มตนจนจบอยางละเอียด และเห็นภาพการดําเนินงานไดอยางชัดเจน (ชลธิชา เเพงบรรเทา. 2557: 71) (ศิริรัตน นิลนาก. 2562: บทคัดยอ) เปนกิจกรรมท่ีมีความสําคัญ ในวงจรการวางแผนและบริหารจัดการโครงการ เปนประโยชนตอการประเมินโครงการ ชวยใหมี ขอมูลสารสนเทศ ชวยใหกําหนดวัตถุประสงค จัดหาขอมูลเก่ียวกับความกาวหนา เปนขอมูลในการ ตดั สินใจ จะยกเลกิ หรือขยายการดําเนินการโครงการ (วรี ะยทุ ธ ชาตะกาญจน. 2557: 265-266)
3 และเห็นวาการประเมิน CIPP Model เหมาะกับการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู สูสากล “การแขง ขนั ทางวชิ าการระดับนานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สาํ นักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา มธั ยมศึกษา เขต 42 วัตถุประสงคของการวจิ ัย 1. เพ่ือประเมินสภาวะแวดลอม (Context Evaluation : C) ของโครงการพัฒนาคุณภาพ การเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขต พ้นื ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 2. เพอ่ื ประเมินปจจัยนําเขา (Input Evaluation : I) ของโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู สูส ากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษา มธั ยมศึกษา เขต 42 3. เพ่ือประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : C) ของโครงการพัฒนาคุณภาพ การเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขต พ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 4. เพ่ือประเมินผลผลิต (Product Evaluation : C) ของโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู สูส ากล “การแขง ขันทางวชิ าการระดบั นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษา มธั ยมศึกษา เขต 42 ขอบเขตในการวจิ ัย ขอบเขตดา นเนอ้ื หา การวิจยั น้ีมุงประเมินการดาํ เนินงานโครงการพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นรูสูสากล “การแขงขัน ทางวชิ าการระดับนานาชาติประจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยใชรูปแบบการประเมิน CIPP Model ของ stufflebeam เปน แนวทางการประเมิน 4 ดาน ดังน้ีคือ คือการประเมินสภาพแวดลอม (Context Evaluation: C) การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation: I) การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation: P) และการประเมินผล ผลิต (Product Evaluation: P) (วีระยทุ ธ ชาตะกาญจน. 2556: 287-290) ขอบเขตดา นประชากรและกลมุ ตวั อยา ง ประชากร ท่ีใชในการวิจัยในคร้ังน้ี ไดแก ผูบริหารสถานศึกษา จํานวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน ครูผรู ับผิดชอบ จํานวน 4 โรงเรยี น โรงเรยี นละ 1 คน เจาหนาท่ีผเู ก่ียวของ จํานวน 15 คน นกั เรียน ผเู ขาสอบ จํานวน 137 คน ผูปกครองนักเรียน จํานวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน ของโรงเรียน ในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (จํานวนโรงเรียนท่ีนักเรียนรวมเขารวม แขงขนั มจี าํ นวน 4 โรง) รวมประชากรทั้งสิ้น 164 คน
4 กลุม ตวั อยา ง การเลือกกลุมตัวอยางผูบริหารสถานศึกษาโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน ครูผูสอน โรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน ผูปกครองโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน โดยการเลือกแบบ เจาะจง (สุรศักด์ิ อมรรัตนศักด์ิ. 2557 : 96) เจาหนาที่ผูเกี่ยวของและนักเรียน ไดจากการเลือก อยางงายโดยใชตารางการสุมตัวอยางของเครจซ่ีและมอรแกน Krejecie & Morgan (สุรศักด์ิ อมรรัตนศักด์ิ. 2557 : 101 ) ประกอบดวยเจาหนาท่ีผูเก่ียวของ จํานวน 10 คน นักเรียน จํานวน 98 คน ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จํานวน 4 โรงเรียน ทาํ ใหไ ดก ลมุ ตัวอยา งทใ่ี ชในการศกึ ษาวจิ ยั จํานวนท้ังสิ้น 120 คน ขอบเขตดานตัวแปร ตัวแปรท่ีศึกษาไดแก ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ดานสภาวะแวดลอม (Context Evaluation: C) ดานปจจัยนําเขา (Input Evaluation: I) ดา นกระบวนการ (Process Evaluation: P) และดานผลผลติ (Product Evaluation: P) นิยามศัพทเฉพาะ โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563” หมายถึง โครงการที่สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เขต 42 ไดรับมอบหมาย จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ใหเปนผูดําเนินการจัดสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ.2563 ซ่ึงการจัดสอบการแขงขัน จํานวน 2 รอบ คือ รอบแรก ระดับ เขตพ้ืนท่ีการศึกษา และรอบสอง ระดับประเทศ (ศูนยสอบ) เพ่ือพัฒนาคุณภาพนักเรียน สงเสริม อัจฉรยิ ภาพนกั เรียน ใหน ักเรียนมีความรูประสบการณการเรยี นรู เพิม่ มากขึน้ รอบแรก ระดับเขตพื้นที่การศึกษา หมายถึง สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา จัดกิจกรรม พัฒนาความสามารถทางวิชาการของผูเรียนผานการสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ และ ตอ ยอดคัดเลอื กนักเรียนเขา รวมกจิ กรรม รอบสอง ระดบั ประเทศ รอบสอง ระดับประเทศ หมายถึง สาํ นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาท่ีเปนศูนยสอบ จัดกิจกรรม พัฒนาความสามารถทางวิชาการของผูเรียนผานการสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ และ ตอยอดคัดเลือกนกั เรยี นเขารว มกจิ กรรม รอบสาม คา ยวชิ าการ รอบสาม คายวิชาการ หมายถึง สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จัดคายวิชาการอบรมเขมเพ่ิมพูนประสบการณการเรียนรู และ ตอยอดคัดเลือกผแู ทนนกั เรยี นไทยไปแขง ขันทางวชิ าการ ระดับนานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563 การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการเก็บรวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล เพื่อให ไดมาซ่ึงขอมูลหรือสารสนเทศตาง ๆ ขอเท็จจริงเพ่ือนํามาเปนแนวทาง ในการตัดสินใจเก่ียวกับการ ดําเนินงาน การปรับปรุง การแกไข เพ่ือใหโครงการมีประสิทธิภาพ หรือนําไปพิจารณาตัดสิน ผลสําเร็จของโครงการวาตรงตามวัตถุประสงค เปาหมาย ท่ีกําหนดไวหรือไม หรือเพ่ือพัฒนา โครงการในปต อ ไป โดยมรี ปู แบบการประเมนิ CIPP Model ของ stufflebeam
5 การประเมินสภาวะแวดลอม (context evaluation: C) หมายถึง สภาพการณท่ีเปนพ้ืนฐาน อันจะนําไปสูหลักการท่ีสงผลตอการดําเนินงานตามโครงการแขงขัน ซึ่งประกอบดวย วัตถุประสงค และหลกั การของโครงการ นโยบาย ความตอ งการจําเปน ของผูเขา รวมโครงการ การประเมินปจจัยนําเขา (input evaluation:I) หมายถึง ส่ิงท่ีสงผลตอโครงการพัฒนา คุณภาพการเรียนรูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” ไดแก ความรูความเขาใจในการปฏิบัติงานของผูเก่ียวของ ความเหมาะสมของหลักเกณฑเง่ือนไข ความ เหมาะสมในการจัดงานอาคารสถานท่ี ความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ ระยะเวลาในการ ดาํ เนนิ งานตามโครงการ ความพรอมของส่อื วสั ดุ-อุปกรณ-เครอ่ื งมือในการดําเนนิ การ การประเมินกระบวนการ (process evaluation: P) หมายถึง การดําเนินงานของ หนวยงานที่เก่ียวของ ความเหมาะสมของข้ันตอนการแขงขัน และความชัดเจนในหลักเกณฑการ ตัดสิน ความเหมาะสมของการบริหารจัดการโครงการ เชน การวางแผน การดําเนินกิจกรรม การ ประชาสัมพันธ การใชส่ือและเทคโนโลยีตาง ๆ การแกปญหาและอุปสรรคท่ีพบระหวางการ ดาํ เนนิ การ การประเมินผลผลิต (product evaluation: P) หมายถึง ผลท่ีคาดวาจะไดรับ ของโครงการ ความพึงพอใจในดา นการจัดกจิ กรรมตามโครงการและใหบรกิ าร และความคดิ เห็น ผูบริหารสถานศึกษา หมายถึง บุคคลท่ีทําหนาท่ีบริหารงานในสถานศึกษาประกอบดวย ผูอํานวยการสถานศึกษา และรองผูอํานวยการสถานศึกษา ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (โรงเรยี นนครสวรรค โรงเรยี นอุทยั วิทยาคม โรงเรยี นหนองฉางวทิ ยา และโรงเรียนบานทุงนาวทิ ยา) ครู หมายถึง ครูผูสอนที่ปฏิบัติการสอนหนังสือของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (โรงเรียนนครสวรรค โรงเรียนอุทัยวทิ ยาคม โรงเรียนหนองฉางวิทยา และโรงเรียนบานทงุ นาวิทยา) นักเรียน หมายถึง นักเรียนโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (โรงเรียนนครสวรรค โรงเรียนอุทัยวิทยาคม โรงเรียนหนองฉางวิทยา และโรงเรียน บา นทุงนาวิทยา) ผูปกครอง หมายถึง บิดา มารดา รวมถึงบุคคลที่ใหการเล้ียงดเู ด็กนักเรียน ทเ่ี ขารวมแขงขัน โครงการแขงขันวิชาการระดับนานาชาติ โรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เจาหนาท่ีผูเกี่ยวของ หมายถึง เจาหนาท่ีตามคําส่ัง สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษาเขต 42 ท่ี 422/2562 เร่ืองแตงต้ังคณะกรรมการดําเนินการสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 (รอบแรก ระดับเขตพื้นที่การศึกษา) และคําส่ังสํานักงาน เขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ท่ี 50/2563 เร่ืองแตงตั้งคณะกรรมการดําเนินการ สอบแขงขนั ทางวิชาการ ระดบั นานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 (รอบสอง ระดบั ประเทศ)
6 ประโยชนท่คี าดวา จะไดรับ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีขอมูลการดําเนินงานตามโครงการ พัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” ทจี่ ะเปนประโยชนเปน แนวทางในการปรบั ปรงุ พัฒนาโครงการการแขงขนั ทางวิชาการระดบั นานาชาติ ในปต อ ไป และพฒั นา สง เสรมิ สนับสนุนใหนกั เรยี นสนใจเขารว มกจิ กรรมการแขงขันเพ่ิมมากขึ้น
บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ ก่ียวขอ ง โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563” สังกดั สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ผูวิจยั ไดเ สนอแนวคิด หรอื เอกสารงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วของดงั รายละเอียดตอไปน้ี 1. แนวคดิ หลักการและความสําคญั เกยี่ วกบั การประเมนิ โครงการ 1.1 ความหมายของการประเมนิ โครงการ 1.2 ความสาํ คญั ของการประเมนิ โครงการ 1.3 วตั ถุประสงคใ นการประเมินโครงการ 1.4 ขน้ั ตอนหรือกระบวนการประเมนิ โครงการ 1.5 ประเภทของการประเมนิ โครงการ 1.6 ประโยชนข องการประเมินโครงการ 2. แนวคดิ เกย่ี วกับรปู แบบการประเมนิ โครงการ 2.1 รปู แบบการประเมนิ โครงการ 2.2 รปู แบบการประเมนิ โครงการแบบจาํ ลองซปิ ป ( CIPP Model) 3. รายละเอียดโครงการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรสู สู ากล “การแขงขันทางวิชาการ ระดบั นานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” 4. งานวจิ ัยท่ีเกยี่ วของ 1. แนวคิดหลกั การและความสาํ คญั เก่ียวกับการประเมนิ โครงการ การดําเนินโครงการใด ๆ ก็ตาม จะประสบความสําเร็จอยางมีประสิทธิผลและ ประสิทธิภาพ ยอมตองอาศัยองคประกอบพ้ืนฐานเชิงระบบ องคประกอบ คือ 1) การวางแผน (Planning) เปนการคิด ลวงหนาวาจะทําอะไร ทําอยางไรและใครเปนผูกระทํา เพ่ือกําหนดความ เปนไปท่ีพึงประสงคของโครงการในอนาคตในรูปของจุดมุงหมาย (Goal) วัตถุประสงค (Objective) เปา หมาย (Target) และ วธิ ีการหรือกจิ กรรม (Activity) 2) การดาํ เนนิ งาน (Implementation) โดย การจัดสรรทรพั ยากรและ จดั กิจกรรมตามแผนตาง ๆ ทไ่ี ดกาํ หนดไว และ 3) การตดิ ตาม กํากบั และ การประเมินผล (Evaluation) ซ่ึงจะเขามามีบทบาทสําคัญตอการตัดสินคุณคาของการพัฒนา โครงการ และชวยใหทราบวาแผนท่ีวางไวเม่ือนําไปสูการปฏิบัติแลว สามารถทําไดตามแผนหรือไม มีปญหา อุปสรรคดานใดบาง ดําเนินการไดบรรลุตามวัตถุประสงคเพียงใด ผลท่ีเกิดข้ึนเปนอยางไร บาง และควรตองพัฒนา ปรับปรุงอยางไร เพื่อใหบรรลุผลตามตองการ (วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 264)
8 1.1 ความหมายของการประเมนิ โครงการ การประเมินโครงการ (Project or Program Evaluation) ซ่ึงมีผูใหความหมายไว ดงั น้ี (ศิริรัตน นิลนาก. 2562: 21) การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการเก็บ รวบรวมขอมลู และวเิ คราะหข อมูล เพ่ือใหไ ดมาซึง่ ขอมูลหรอื สารสนเทศตาง ๆ มาใชเ ปนแนวทางการ พัฒนา หรือปรับปรุงคุณภาพของการดําเนินงาน หรือนําไปประกอบการพิจารณาตัดสิน ผลสําเร็จ ของโครงการวาตรงตามวัตถุประสงค เปาหมาย หรือสอดคลองกับมาตรฐานตามท่ีหนวยงาน ตน สังกัดไดก าํ หนดไวห รือไมม ีคณุ ภาพหรือประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลมากนอยเพียงใด (กมลานันท บุญกลา. 2559: 45) การประเมินโครงการ คือ การเก็บรวบรวมขอมูล เพ่ือใหไดสารสนเทศตาง ๆ แลวนํามาพิจารณาตัดสินโครงการในแตละระยะ โดยนําสารสนเทศท่ีได ไปเปรียบเทียบกับเกณฑท่ีกําหนดไว เพ่ือประกอบการตัดสินใจวาควรจะดําเนินการตอ หรือ ปรบั เปลย่ี น ปรบั ปรงุ ขยายผล ระงบั หรอื ยกเลกิ โครงการ เปน ตน (วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 264-265) กลาววา หากพิจารณาความหมายท่ีเปน แนวคิดพื้นฐานของการประเมิน จะพบวามีแนวคิด ใน 2 ลักษณะ คือ การประเมินในเชิงการวัด (Measurement) เปนลักษณะของการประเมิน ตามหลักการทางวิทยาศาสตร เปนความเปนปรนัย ในเชิงประจักษ ความนาเชื่อถือของการวัด ความเปนมาตรฐานของเครื่องมือท่ีใชวัด การใชสถิติ วิเคราะหในเชิงปรมิ าณเพ่ือหาขอสรุป รวมท้ังการคนหาเกณฑมาตรฐานเพ่ือการเปรียบเทียบกับการ ประเมนิ ในเชิงของการวจิ ัยประยกุ ต (Applied Research) ทเ่ี ปน กระบวนการเกบ็ รวบรวมขอ มลู และ วิเคราะหขอมูลเพ่ือ เสนอเปนทางเลือกในการตัดสินใจทางการบริหารจัดการโครงการ มากกวาใช สาํ หรบั การตัดสนิ คาของโครงการ (สุชาติ ประสทิ ธริ ัฐสินธุ. 2547: 2 อา งถึงใน กมลานันท บุญกลา . 2559: 45) กลาวถึง การประเมินผลโครงการวา เปนกระบวนการศึกษาหาความรู เก่ียวกับการดําเนนิ โครงการวา เปนไป ตามหลักเกณฑ และขั้นตอนท่ีกําหนดไวหรือไม มีปญหาและผลกระทบอะไร และบรรลุผลตาม เปา หมายหรอื ไม (นิศา ชูโต. 2538: 8-9 อางถึงใน กมลานันท บุญกลา. 2559: 45) สรุปความหมาย ของการประเมินโครงการวา เปนการเก็บรวบรวมขอมูลท่ีเปนระบบ มีการวิเคราะหขอมูล เพ่ือหา วธิ ีการในการปรับปรุงการดําเนนิ โครงการ ใหมคี ุณภาพยง่ิ ขึน้ (Alkin. 1987) กลาววา การประเมนิ โครงการ หมายถึง กระบวนการกําหนดขอบเขต การตัดสินใจ การเลือกขอมูลที่เหมาะสม การเก็บรวบรวมขอมูลตลอดจนการเขียนรายงานสรุป เพ่อื ใหผ ูม อี ํานาจในการตดั สินใจไดใ ชเ ปนแนวทางในการเลอื กวธิ กี ารปฏบิ ัติ
9 (Rossi and Freeman. 1982 อางถึงใน ปุระชัย เปยมสมบูรณ. 2542: 45) ไดให ความหมายของการประเมินผล ไววา เปนการประยกุ ตใ ชกระบวนการวิจัยทางสังคมศาสตรอยางเปน ระบบ เพ่ือประเมินกรอบ ความคิด รูปแบบการดําเนินงาน และประโยชนของแผนงานในการ เขาแทรกแซงทางสังคม กลาวคือ การวิจัยประเมินผลเก่ียวของกับการใชระเบียบวิธีวิจัยทาง สังคมศาสตร เพือ่ วนิ จิ ฉยั และ ปรบั ปรงุ การวางแผนประสทิ ธผิ ล และประสทิ ธภิ าพของแผนงาน จากขอมูลขางตนสรุปไดวา การประเมินโครงการหมายถึง กระบวนการเก็บรวบรวม ขอมลู วเิ คราะหข อมูล เพื่อใหไ ดมาซ่ึงขอมูลหรือสารสนเทศตาง ๆ ขอเท็จจริงเพ่ือนํามาเปนแนวทาง ในการตัดสินใจเก่ียวกับการดําเนินงาน การปรับปรุง การแกไข เพ่ือใหโครงการมีประสิทธิภาพ หรือ นาํ ไปพิจารณาตดั สนิ ผลสาํ เร็จของโครงการวาตรงตามวัตถุประสงค เปา หมาย ที่กําหนดไวหรือไม 1.2 ความสําคญั ของการประเมนิ โครงการ (สุวิมล ติรกานันท. 2543: 8-9) ไดกลาววา การประเมินโครงการทางการศึกษา มคี วามสําคัญดงั ตอ ไปนี้ 1. ชวยช้ีใหเห็นวาจุดประสงคของการดําเนินงานน้ันเหมาะสม และเปนไปได เพียงใดการดําเนินงานหรือโครงการใด ๆ จะตองมีการกําหนดจุดประสงคของการดําเนินงาน การ ประเมินจะเปนตัวชวยช้ีใหเห็นถึงความจําเปนท่ีจะตองดําเนินโครงการน้ี และการดําเนินงานน้ันมี ความเปนไปไดเ พียงใด 2. ทาํ ใหท ราบวา การดาํ เนนิ งานนน้ั บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคห รือไมการประเมินโครงการ น้ันนอกจากประเมินสวนอ่ืน ๆ แลวจะตองประเมินวาการประเมินงานน้ันบรรลุตามวัตถุประสงค หรอื ไม เพื่อเปนการตรวจสอบวาไดดําเนนิ การไปแลว ไดผลตามจดุ ประสงคทต่ี งั้ ไวหรอื ไม ซง่ึ เปน การ ประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ิของโครงการ 3. กระตุนใหมีการเรงรัดปรับปรุงการดําเนินงาน การประเมินจะเปนตัวกระตนุ ให ผูดําเนินงาน ใหม ีการเรง รดั และปรับปรุงการดาํ เนินงานเมอ่ื พบขอ บกพรองในการดําเนินงาน 4. ชวยใหมองเห็นขอบกพรองในการดําเนินงานแตละข้ันตอน ซ่ึงใชเปนหลักใน การปรบั ปรงุ การดําเนนิ งาน การประเมินการดาํ เนินงานทกุ ขนั้ ตอนจะทาํ ใหพบขอบกพรอง 5. ชวยควบคุมการดําเนินงานใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ซ่ึงจะเปนการ ลดความสูญเปลาในการใชทรัพยากร ผูดําเนินงานบางคนบางคร้ังมักไมปฏิบัติหนาท่ีใหดีและเต็ม ความสามารถซึ่งการประเมินจะชวยควบคุมการดาํ เนนิ งานใหมีคณุ ภาพได 6. ชวยใหม ขี อมูลสนเทศแกผ บู ริหารในดานการดําเนินงาน ผบู ริหารตองการทราบ ขอมูลทุกแงทุกมุมของผลจากการประเมิน ซ่ึงผูบริหารจะไดนําไปพิจารณาวินิจฉัยและตัดสินใจส่ัง การไดถ กู ตอ ง 7. ใชเ ปน แนวทางในการกําหนดวธิ กี ารดาํ เนินงานท่ีเหมาะสมในครั้งตอ ๆ ไป
10 (เยาวดี รางชัยกุล วิบูลยศรี. 2542: 31) กลาววา การประเมินโครงการมีความมุงหมาย 3 ประการ 1. เพอื่ แสดงผลการพิจารณาถงึ คุณคาของโครงการ 2. เพ่ือชว ยใหผตู ัดสนิ ใจมกี ารตัดสนิ ใจท่ถี กู ตอง 3. เพ่อื การบริการขอมลู แกฝ ายการเมอื ง เพอื่ ใชในการกําหนดนโยบาย (ประชุม รอดประเสริฐ. 2539: 74-75) กลาววา การประเมินโครงการมีความมุงหมาย เฉพาะ ดงั ตอไปน้ี 1. เพ่ือแสดงใหเห็นถึงเหตุผลท่ีชัดเจนของโครงการอันเปนพ้ืนฐานท่ีสําคัญของการ ตัดสินใจวาลักษณะใดของโครงการมีความสําคัญมากที่สุด ซ่ึงจะตองทําการประเมินเพื่อการหา ประสิทธิภาพ และขอมลู ชนิดใดที่จะตอ งเก็บรวบรวมไวเ พือ่ การวเิ คราะห 2. เพ่ือรวบรวมหลักฐานความเปนจริง และขอมูลท่ีจําเปนเพ่ือนําไปสูการพิจารณา ถึงประสิทธิผลของโครงการ 3. เพ่ือการวิเคราะหขอมูลและขอเท็จจริงตาง ๆ เพ่ือนําไปสูการสรุปผลของ โครงการ 4. การตัดสินใจวา ขอ มูลหรอื ขอเท็จจรงิ ใดทีส่ ามารถนําเอาไปใชได จากขอมลู ขางตนสรุปไดว า การประเมนิ โครงการมีความสาํ คัญ ดังน้ี 1. การประเมินจะชวยใหการกําหนดวัตถุประสงค และมาตรฐานของการ ดําเนินงานมีความชัดเจนข้ึน กลาวคือ กอนท่ีจะนําโครงการไปใชยอมจะไดรับการตรวจสอบอยาง ละเอียดจากผูบริหารและผูประเมิน สวนใดท่ีไมชัดเจนเชนวัตถุประสงค หรือมาตรฐานในการ ดําเนินงาน หากขาดความแนนอนท่ีแจมชัดจะตองไดรับการปรับปรุงแกไขใหมีความถูกตองชัดเจน เสยี กอน 2. ประโยชนเต็มท่ีท้ังน้ีเพราะการประเมินโครงการจะตองวิเคราะหทุกสวนของ โครงการ ขอมูลใดหรือปจจัยใดท่ีเปนปญหาจะไดรับการปรับปรุงแกไขเพ่ือใหสามารถปฏิบัติงาน หรือใชในการปฏิบตั ิงานอยา งเหมาะสมคุมคา ทรัพยากรทุกชนิดจะไดรบั การจัดสรรใหอยูในจาํ นวน หรือปริมาณท่ีเหมาะสมเพียงพอแกการดําเนินงาน ทรัพยากรท่ีไมจําเปนหรือมีมากเกินไปจะไดรับ การตัดทอนและทรัพยากรใดทีข่ าดจะไดรับการจดั หาเพม่ิ เติม 3. การประเมินโครงการชวยใหแผนงานบรรลุวัตถุประสงค เพราะโครงการเปน สวนหน่ึงของแผน ดังน้ันเม่ือโครงการไดรับการตรวจสอบวเิ คราะหปรับปรงุ แกไข เพ่ือใหดําเนินการ ไปดว ยดี 4. การประเมินโครงการ มีสวนชว ยในการแกปญหาอนั เกิดจากผลกระทบ (impact) ของโครงการ และทําใหโครงการมีขอทที่ ําใหค วามเสียหายลดนอ ยลง 5. การประเมนิ โครงการมสี วนชว ยสาํ คญั ในการควบคุมคุณภาพของงานเพราะการ ประเมนิ โครงการเปน การตรวจสอบและควบคุมชนดิ หนงึ่
11 6. การประเมินโครงการมีสวนในการสรางขวัญและกําลังใจใหผูปฏิบัติงานตาม โครงการ เพราะการประเมนิ โครงการมิใชเปนการควบคุมบังคับบัญชาหรือส่ังการ แตเปนการศึกษา วิเคราะหเพ่ือการปรับปรุงแกไขและเสนอแนะวิธีการใหมๆ เพ่ือใชในการปฏิบัติโครงการอันยอมจะ นํามาซ่ึงผลงานทีด่ ีเปน ทยี่ อมรบั ของผูเ กย่ี วขอ งท้ังปวง 7. ผลของการประเมินโครงการอาจเปนขอมูลสําคัญในการวางแผน หรือการ กาํ หนดนโยบายของผูบริหารและฝา ยการเมือง 8. การประเมินโครงการชวยในการตัดสินใจในการบริหารโครงการ กลาวคือการ ประเมินโครงการจะทําใหผูบริหารไดทราบถึงอุปสรรคปญหา ขอดี ขอเสีย ความเปนไปได และ แนวทางในการปรับปรุงแกไขการดําเนินงานโครงการ โดยขอมูลดังกลาวแลวจะชวยทําใหผูบริหาร ตัดสนิ ใจวา จะดาํ เนนิ โครงการนน้ั ตอไป หรอื จะยุตโิ ครงการน้นั เสีย 1.3 วัตถุประสงคใ นการประเมนิ โครงการ (ชลธิชา แพงบรรเทา. 2557: 17-18) สําหรับการประเมินผลโครงการโดยทั่วไปมี วัตถุประสงค หรือจุดมุงหมาย คือ เพ่ือศึกษาวา วัตถุประสงคท่ีตองการบรรลนุ ้ันยงั เปนวัตถุประสงค ท่ียังมีความ เหมาะสม และมีความสอดคลองกับสถานการณอยูหรือไม นอกจากน้ียังเปนการคนหา วัตถุประสงคท่ีกําหนดเพ่ือพิจารณาหลักการและ เหตุผลของแผนงานท่ีตองการบรรลุผลสําเร็จ และ กําหนดแนวทางการแกไขความลมเหลวของ การปฏิบตั ิ รวมทง้ั เพื่ออํานวยการโดยใชเทคนิค สําหรบั การเพ่ิมประสิทธิผลและเพ่ือเปนพ้ืนฐาน ในการวิจัยเพ่ือแสวงหาขอมูล สําหรับผูบริหารใช ประกอบการตัดสินใจอยางเหมาะสมในการดําเนินโครงการย่ิงข้ึนในอนาคต ในดานประโยชนของ การประเมินผลโครงการน้ันมีอยูดวยกันหลายประการ เชน เพ่ือใช ผลจากการประเมินผลโครงการ เพ่ือการวางแผนอยางตอเน่ือง ท้ังในดานการจัดสรรทรัพยากรท่ีมีอยู อยางจํากัดเพ่ือท่ีจะกอใหเกิด ผลประโยชนสูงสุดตอองคการ เพื่อใหผูบริหารสามารถใชขอมูลสารสนเทศ จากผลการประเมิน โครงการในการวางแผนและตัดสินใจดําเนินโครงการในอนาคต และสามารถเพ่ิมความรอบคอบ ใน การตดั สินใจดาํ เนินโครงการในอนาคตไดอกี ดวย ซง่ึ ผลการประเมนิ โครงการสามารถนําผลสาํ เร็จมาสู องคการ และลดอุปสรรคจากการดําเนินโครงการนําไปปรับปรุงใหเกิดประสิทธิภาพ ตอไป นอกจากน้ีการประเมินผลโครงการยังสามารถสรางขวัญกําลังใจใหแกผูปฏิบัติ เน่ืองจากการ ประเมินผลโครงการจะทําใหผบู รหิ ารสามารถศึกษาและวิเคราะหเพ่ือการปรบั ปรงุ งาน และแสวงหา แนวทางทีเ่ หมาะสมและวธิ ีการปฏบิ ตั ใิ หมๆ มาใชปฏิบัตใิ นครั้งตอไปเพ่ือ 1. เพือ่ สนับสนนุ หรือยกเลิก การประเมนิ ผลจะเปน เครื่องมือชว ยตัดสินใจวา ควรจะ ยกเลิก โครงการหรือสนับสนุนใหมีการขยายผลตอไป โดยเฉพาะการมีโครงการใหม ๆ ยังมิไดจัดทํา ในรูปของโครงการทดลอง (Experimental) มีโอกาสจะผิดพลาดหรือลมเหลวไดงาย ความลมเหลว ของโครงการจึงมิใชความลมเหลวของผูบริหารเสมอไป ดังน้ัน ถาเราประเมินผลแลวโครงการน้ัน สําเร็จตามท่ีกําหนดวัตถุประสงค และเปาหมายไวก็ควรดําเนินการตอไป แตถาประเมินผลแลว โครงการน้ันมปี ญหาหรอื มผี ลกระทบเชงิ ลบมากกวา เรากค็ วรยกเลกิ ไป
12 2. เพ่ือทราบถึงความกาวหนาของการปฏิบัติงานตามโครงการ วาเปนไปตามที่ กาํ หนดวัตถุประสงคแ ละเปา หมาย หรือกฎเกณฑ หรือมาตรฐานท่ีกาํ หนดไวเพียงใด 3. เพ่ือปรับปรุงงาน ถาเรานําโครงการไปปฏิบัติแลว พบวาบางโครงการไมไดเสีย ท้ังหมด แตก็ไมบรรลุวัตถุประสงคท่ีกําหนดไวท ุกขอ เราควรนําโครงการน้ันมาปรับปรุงแกไขใหดขี ้นึ โดย พิจารณาวาโครงการน้ันบกพรองในเร่ืองใด เชน ขาดความรวมมือของประชาชน ขัดตอคานิยม ของประชาชน ขาดการประชาสัมพันธ หรือสมรรถนะขององคการท่ีรบั ผิดชอบ เม่ือเราทราบผลของ การประเมนิ ผล เรากจ็ ะไดป รับปรงุ แกไ ขใหต รงประเด็น 4. เพ่ือศึกษาทางเลือก (Alternative) โดยปกติในการนําโครงการไปปฏิบัตินั้น ผูบริหาร โครงการจะพยายามแสวงหาทางเลอื กท่ีดีท่ีสุด จากทางเลือกอยางนอย 2 ทางเลือก ดังน้ัน การประเมินผลจะเปน การเปรียบเทยี บทางเลือก กอ นท่จี ะตดั สินใจเลือกทางเลือกใดปฏิบัติ ทง้ั น้ีเพ่ือ ลดความเส่ยี งใหน อ ยลง 5. เพือ่ ขยายผล ในการนาํ โครงการไปปฏบิ ัติ ถา เราไมมีการติดตามและประเมินผล อยางตอเน่ือง อาจจะไมทราบถึงความสําเร็จของโครงการ แตถาเราประเมินผลโครงการเปนระยะ สม่ําเสมอ ผลปรากฏวาโครงการนน้ั บรรลุผลสําเร็จตามท่ีกําหนดวตั ถุประสงค เราก็ควรจะขยายผล โครงการน้ันตอไป แตการขยายผลนั้นมิไดหมายความวาจะขยายไปไดทุกพ้ืนท่ี การขยายผลตอง คํานึงถึงมิติของประชากร เวลา สถานท่ี สถานการณตาง ๆ เชน โครงการปลูกพืชเมืองหนาวจะ ประสบความสําเร็จดีในพื้นที่ภาคเหนือ แตถาขยายผลไปยังภูมิภาคอ่ืนอาจจะไมไดผลดีเสมอไป เพราะตองคํานึงถึงลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เช้ือชาติ คานิยม ฯลฯ ดังน้ันส่ิงท่ีตองคํานึงถึงคือ ส่งิ ที่นําไปในพน้ื ท่หี น่งึ อาจไดผลดี แตนาํ ไปขยายผลในพ้ืนทหี่ นึง่ อาจไมไดผ ลหรอื ส่งิ ทเี่ คยทําไดผลดีใน ชว งเวลาหน่งึ อาจจะไมไ ดผ ลดใี นอีกชว งเวลาหน่ึง (รัตนะ บวั สนธ. 2540 : 90 - 91) ไดกลา วถงึ วตั ถปุ ระสงคของการประเมินโครงการ มดี ังนี้ ประการแรก เพ่ือท่ีจะรูวาการดําเนินงานของโครงการท่ีผานมาท้ังหมดไดผล เปนไปตามท่ีกําหนดไวในวัตถุประสงคของโครงการต้ังแตในข้ันการออกแบบวางแผนเรม่ิ แรกหรือไม เพียงไร ประการท่ีสอง เพ่ือท่ีจะรูวาผลท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินงานของโครงการน้ันเปน ผลท่ีแทจริงจากการดําเนินโครงการโดยตรงหรือไม และมีผลอ่ืนใดท่ีเกิดข้ึนอันเน่ืองมาจากโครงการ ไปทาํ ใหเกดิ ข้ึนโดยมิไดมุงหวงั หรือตอ งการที่ใหเ กดิ ขึน้ ซงึ่ เรยี กกันวา ผลกระทบหรือผลขางเคียง ประการท่ีสาม เพ่ือท่ีจะรูวาผลท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินงานของโครงการน้ันใช ทรัพยากรในการดําเนินงานไปมากนอยเพียงไร คุมคาหรือไมกับทรัพยากรท่ีสูญเสียไปและผลท่ีได จากโครงการเพยี งพอกบั ความตอ งการของผูรบั บรกิ ารจากโครงการหรอื ไม (ประชุม รอดประเสริฐ. 2539: 74) ไดกลาวถึงวัตถุประสงคของการประเมินโครงการ มดี ังน้ี 1. เพอื่ การหาขอมูลสารสนเทศตา ง ๆ ท่ีนํามาใชในการวางแผนโครงการ 2. เพ่ือการหาขอมูลสารสนเทศตาง ๆ ท่ีนํามาใชในการปรับปรุงการดําเนินงาน โครงการ 3. เพื่อการหาขอมูลสารสนเทศตาง ๆ ที่แสดงใหเห็นถึงประสิทธิภาพของ โครงการ
13 จากขอ มูลขา งตนสรุปไดวา การประเมนิ โครงการมีวัตถุประสงคสาํ คัญ คอื เพือ่ ชวยปรับปรุง การบรหิ ารงานหรือโครงการ ตลอดจนการดําเนินงานตา ง ๆ ใหม ปี ระสิทธภิ าพสงู สุด และเพ่ือชวยให ผบู รหิ ารหรือผูรับผดิ ชอบโครงการตัดสนิ ใจเก่ียวกับโครงการหรือกิจกรรมท่ีรับผิดชอบไดอยางถูกตอง มีประสทิ ธิภาพสงู สุด 1.4 ขน้ั ตอนหรอื กระบวนการประเมนิ โครงการ ในการประเมินโครงการแตละคร้ัง ผูประเมินจําเปนจะตองมองเห็นภาพรวมของ กระบวนการดําเนินงานการประเมินโครงการใน 10 ข้ันตอน (วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 268- 271) ซ่งึ จะมีรายละเอียดของแตละข้ันตอนดังตอไปน้ี 1. การวเิ คราะหโครงการท่ีจะประเมนิ เปนการศึกษารายละเอียดและความสัมพันธ ระหวางสวนตาง ๆ ของโครงการท่ีจะประเมิน เพ่ือใหผูประเมินเกิดความรูและความเขาใจโครงการ อยางลึกซ้ึง ต้ังแตหลักการและเหตุผลของโครงการ วัตถุประสงค วิธีดําเนินการ การเก็บขอมูลการ วิเคราะหขอมูล จนถึงผลของโครงการ การวิเคราะหโครงการอยางละเอียดรอบคอบจะเปนสวน สําคัญท่ีผูประเมินเกิดแนวคิดตาง ๆ ท่ีจะนําไปสูการกําหนดประเด็นของการประเมิน ดังน้ัน การ วิเคราะหโครงการท่ีจะประเมินจึงเปนข้ันตอนการประเมินท่ีสําคัญอยางย่ิงของข้ันตอนแรกในการ ประเมนิ โครงการ 2. การศึกษารูปแบบของการประเมิน (Model) ผูประเมินจําเปนตองมีความรู เกี่ยวกบั รูปแบบของการประเมนิ แบบตา ง ๆ อยา งกวางขวาง รปู แบบของการประเมนิ แตล ะแบบ จะ ไดมาจากแนวคิดท่ีแตกตางกันไปตามแนวคิดของผูพัฒนารูปแบบแตละทาน การศึกษารูปแบบของ การประเมินหลาย ๆ รูปแบบ จะทําใหผูประเมินไดเห็นทางเลือกท่ีหลากหลายท่ีจะนําไปสูการ เลอื กใชรปู แบบที่เหมาะสมท่ีสดุ กับโครงการที่จะประเมิน แตโ ดยสวนใหญโครงการแตละโครงการไม สามารถประเมินโดยใชรูปแบบใดรูปแบบหน่ึงอยางเดียวเสมอไป ผูประเมินจึงตองใชการผสมผสาน หลาย ๆ รปู แบบการประเมนิ เพื่อใหไดผลการประเมนิ สมบูรณทสี่ ุดเทาท่จี ะทาํ ได 3. การกําหนดประเด็นของการประเมิน ผูประเมินจําเปนตองกําหนดประเด็นการ ประเมิน อยางเหมาะสม เพ่ือจะนําไปสูการกําหนดรายละเอียดของข้ันตอนตอไปไดอยางสมบูรณ ตามประเด็นท่ีกําหนด โดยผูประเมินสามารถกําหนดประเด็นของการประเมินไดจากการวิเคราะห โครงการท่ีจะประเมิน ผสมผสานกับการศึกษารูปแบบของการประเมิน ท้ังน้ีผูประเมินจะตอง คํานึงถึงความตองการ ของผูใชผลการประเมิน อาจจะเปนผูใหทุน ผูบริหาร ผูมีอํานาจตัดสินใจ เจาหนาท่ีระดับปฏบิ ัตกิ าร ฯลฯ เพ่ือใหผลจากการประเมินเปนประโยชนต อบุคคลและองคกรตาง ๆ อยางแทจ รงิ
14 4. การพัฒนาตัวช้ีวัดและกําหนดเกณฑ ในการประเมินใด ๆ ส่ิงสําคัญท่ีจะทําให เกิดความนาเชื่อถือในผลการประเมินยอมขึ้นอยูกับคุณภาพของตัวช้ีวัด (Indicator) และเกณฑ (Criteria) ดังน้ันข้ันตอนสําคัญของการประเมินอีกข้ันตอนหน่ึงก็คือ การพัฒนาตัวช้ีวัดและการ กําหนดเกณฑท่ีเหมาะสม ตัวช้ีวัดแตละตัวจะไดมาจากประเด็นการประเมินท่ีกําหนดไว ผูประเมิน ตองพยายามคนหา ตัวช้ีวัดท่ีสามารถแสดงประสิทธิภาพของแตละประเด็นไดชัดเจนท่ีสุด สามารถ สังเกตหรือวัดไดเม่ือไดตัวช้ีวัดท่ีเหมาะสมแลว ผูประเมินจําเปนตองกําหนดเกณฑท่ีเหมาะสมใหกับ ตัวชี้วัดแตละตัว เพ่ือเปนเกณฑตัดสินวาผลการดําเนินงานของโครงการประสบความสําเร็จเปนไป ตามเกณฑม ากนอยเพียงใด 5. การออกแบบการประเมิน หลังจากท่ีผูประเมินกําหนดประเด็นการประเมิน พัฒนาตัวช้ีวัดและเกณฑท่ีเหมาะสมไดแลว ผูประเมินสามารถเร่ิมออกแบบการประเมินไดโดยการ ผสมผสานความคิดทง้ั หมดใหเ ปน รปู แบบการประเมินท่ีเหมาะสมกับโครงการท่ีประเมิน การกําหนด วิธีการประเมิน การสุมตัวอยาง ตัวช้ีวัดและเกณฑท่ีจะใชแหลงขอมูลท่ีตองการ เคร่ืองมือท่ีใช และ การวิเคราะหขอมูล การออกแบบการประเมินจึงเสมือนแนวทางการประเมินท่ีไดเตรียมไวสําหรับ การประเมินโครงการทั้งหมด 6. สรางและพัฒนาเครื่องมือ ผูประเมินจําเปนตองมีความรูความเขาใจเร่ือง กระบวนการสรา งและพัฒนาเคร่ืองมือการประเมนิ ท่ีมคี ุณภาพ เพราะผลการประเมนิ จะนาเช่ือถือได มากนอยเพยี งใด ยอ มขนึ้ อยูก บั คุณภาพของเครอื่ งมือทีใ่ ชใ นการเกบ็ รวบรวมขอมูลเปนสําคัญ 7. การเก็บรวบรวมขอมูล หลังจากท่ีผูประเมินไดออกแบบการประเมินและสราง เคร่ืองมือเก็บรวบรวมขอมูลท่ีมีคุณภาพไวแลว ผูประเมินตองลงมือเก็บรวบรวมขอมูลตามท่ีตองการ โดยจะใชวิธีการหลาย ๆ อยางตามความเหมาะสม ซ่ึงข้ึนอยูกับวัตถุประสงคของการประเมินและ ลักษณะของขอ มูลท่ตี อ งการเปน สําคัญ 8. การวิเคราะหขอมูล เม่ือผูประเมินเก็บรวบรวมขอมูลท่ีตองการไดแลว ก็จะทํา การวิเคราะหขอมูลโดยตองเลือกใชวิธีการทางสถิติท่ีเหมาะสม เพ่ือใหไดผลการวิเคราะหตาม วัตถปุ ระสงคข องการประเมนิ 9. การตัดสิน สรุป และอภปิ รายผลการประเมนิ หลังจากไดผ ลการวิเคราะหคา สถิติ ผูประเมินจําเปนตองตัดสินผลวา โครงการดังกลาวดําเนินการอยางมีคุณภาพมากนอยเพียงใด อาจจะพจิ ารณารวมไปถงึ ผลผลิต ผลลัพธ และผลกระทบที่เกดิ ขึน้ จากโครงการ โดยผปู ระเมนิ จะตอง สรุปผล การประเมินใหเห็นภาพรวมท้ังหมด และเพ่ือใหเกิดแนวความคิดท่ีสรางสรรค ผูประเมิน จําเปนตองทําการอภิปรายผลเพ่ือจะไดทําใหผูท่ีเก่ียวของทราบถึงเหตุผลตาง ๆท่ีทําใหผลการ ประเมนิ เปน ไปในลกั ษณะนน้ั ๆ 10. การเขียนรายงานการประเมิน เม่ือการประเมินไดเสร็จส้ิน ผูประเมินตองเขยี น รายงานการประเมิน โดยเปนการนําเสนอการดําเนินงานการประเมินโครงการในทุกข้ันตอน เพ่ือให ผูอ่ืนไดรบั ทราบ และเขา ใจกระบวนการ และผลของการประเมิน โดยเฉพาะอยางยง่ิ ผูบริหารและผูมี อํานาจในการตัดสินใจ
15 (สุชาติ ประสิทธ์ิรัฐสินธุ. 2541: 13) ไดเสนอข้ันตอนในกระบวนการของการประเมิน โครงการไวดังนี้ 1. การกําหนดวัตถุประสงคที่จะประเมิน ซ่ึงอาจจะไมเหมือนวัตถุประสงคของ โครงการก็ได แตผูประเมินจะเปล่ียนแปลงเปาหมายของโครงการใหเปนวัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม เปน ตน 2. การเลือกวัตถุประสงคท่ีตองการจะวัด ซ่ึงประเมินจะตองคํานึงถึง เพราะบาง วัตถปุ ระสงคอาจวดั ไมไดใ นชว งเวลาทที่ าํ การประเมิน 3. การเลือกอุปกรณ เคร่ืองมือ และกระบวนการ ใหเหมาะสมกับรายละเอียดของ วัตถุประสงคท จ่ี ะประเมนิ 4. การเลือกตัวอยาง ตอ งคํานึงถงึ กลุมตวั อยา งทสี่ ามารถเปนตัวแทนของประชากร ไดด ี 5. การกําหนดการวัดและตารางเวลาการสังเกต ตอ งเลือกเวลาใหเหมาะสม ตอ งวัด ผลบอ ย แคไหน เมือ่ ใดจงึ จะไดข อสรปุ ท่ถี กู ตอง 6. การเลือกเทคนคิ วิเคราะห ตองหาเทคนิคท่เี หมาะสมกับสภาพความเปนจริงของ ขอมูล 7. การหาขอสรุปและขอ เสนอแนะ จากขอมูลขางตนสรุปไดวา ข้ันตอนการประเมินโครงการน้ัน จะเร่ิมต้ังแตการศึกษา โครงการท่ีจะทําการประเมินอยางละเอียดลึกซ้ึง กําหนดวัตถุประสงคของการประเมินเลือกอุปกรณ เครือ่ งมอื และกระบวนการตาง ๆ ในการเก็บรวบรวมขอมลู รวมทงั้ เลอื กเทคนคิ ท่ีจะวเิ คราะหขอมูล เพอื่ หาขอสรปุ และขอ เสนอแนะ ตาง ๆ รวมไปถึงการเขยี นรายการในการประเมนิ ดว ย 1.5 ประเภทของการประเมินโครงการ การประเมินโครงการแบงไดเปนหลายประเภทตามแตจะใชเกณฑใดเปนหลัก ในท่ีนี้จะ นําเสนอประเภทของการประเมินโครงการเปน 3 ลักษณะ คือ แบงตามจุดหมายของการประเมิน หลักยึดในการประเมิน และลําดับเวลาในการประเมิน (สมคิด พรมจุย. 2550: 38-40 อางถึงใน วรี ะยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 266-268) ไดเสนอไวโ ดยมีรายละเอียดดังตอ ไปนี้ 1. แบงตามจุดมุง หมายของการประเมนิ โดยแบงเปน 2 ประเภทคอื 1.1 การประเมินเพ่ือพัฒนาปรับปรุง หรือบางคร้ังเรียกวาการประเมิน ความกาวหนา(Formative Evaluation) 1.2 การประเมนิ เพอ่ื สรปุ ผล หรอื การประเมนิ ผลรวมสรปุ (Summative Evaluation)
16 2. แบงตามหลกั ยดึ ในการประเมนิ สามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภท คือ 2.1 การประเมินโดยยึดหลักวัตถุประสงคเปนหลัก (Goal Based Evaluation) เปน การประเมินความสามารถในการบรรลุวตั ถปุ ระสงคของโครงการท่ีไดกาํ หนดไว 2.2 การประเมินท่ีอิสระไมยึดติดกับวัตถุประสงคของโครงการ (Goal Free Evaluation) เปนการประเมินผลท่ีเกิดข้ึนทง้ั หมดของโครงการ ไมมุงเฉพาะผลตามวตั ถุประสงคของ โครงการเทานั้น 3. แบง ตามลําดบั เวลาท่ีประเมิน โดยแบงออกเปน 3 ประเภท คือ 3.1 การประเมินกอนเร่ิมโครงการ (Pre Evaluation) เปนการประเมินท่ีมี จุดมุงหมายเพ่ือตัดสินใจเลือกโครงการ ตรวจสอบความเหมาะสม ความสมเหตุสมผลของการ วางแผน ดําเนินโครงการ ความเปนไปไดของการนําโครงการไปสูการปฏิบัติ คุณภาพของโครงการ รวมท้ัง ตรวจสอบโอกาสท่ีโครงการจะประสบความสําเร็จตามเปาหมาย ซ่ึงการประเมินกอนเริ่ม โครงการมี ความเช่ือพ้ืนฐานท่ีวา ถาตัวโครงการน้ันไดรับการประเมินวามีความเหมาะสม สมเหตุสมผล มีความจําเปน คุณภาพดี มีความเปนไปไดโอกาสที่โครงการจะประสบความสําเร็จ กย็ อ มสงู 3.2 ความเหมาะสมของโครงการ เปนการประเมินเพ่ือวิเคราะหปญหาและความ ตองการจําเปนของการจัดทําโครงการ (Need Assessment) จะเปนการตรวจสอบขึ้นตนเพื่อ กําหนดปญหา กําหนดความจําเปน และเหตุสําคัญของการริเร่ิมโครงการน้ัน ๆ รวมถึงการศึกษา ความเปนไปไดในการดําเนินโครงการ (Feasibility Studies) มักจะพิจารณาในประเด็นตอไปน้ีคือ 1) ความเปนไปไดทางเทคนิควิชาการ 2) ความพรอมทางการบริหารจัดการโครงการใหสําเร็จตาม เปาหมาย 3) ความพรอมในการสนับสนุนดานทรัพยากรของหนวยงาน และ 4) ความสอดคลองกับ นโยบายและสภาพปญ หา 3.3 การวิเคราะหผ ลตอบแทนจากการดําเนนิ โครงการ(Return of Investment) โดยท่ัวไปจะพิจารณาจากอัตราผลไดผลเสีย (Benefit Cost Ratio) การวิเคราะหจุดคุมทุน (Break Even Analysis) อัตราผลตอบแทนตอบแทนจากการลงทุน (Rate of Return) การวิเคราะหตนทุน และประสทิ ธภิ าพในการดําเนนิ งาน (Cost Effectiveness Analysis) การวเิ คราะหคา ใชจ ายและ ผล กาํ ไร (Cost Benefit Analysis) หรือการวิเคราะหอ รรถประโยชน (Cost utility Analysis) 3.3.1 การศึกษาและการคาดคะเนถึงผลประโยชน หรือส่ิงท่ีอาจจะเกิด ตามมา จากการดาํ เนินโครงการ (Consequence Analysis) เปนการคาดคะเนถงึ ผลทจ่ี ะตามมาจาก การดําเนินงาน ตามโครงการ ในปจจุบันยังไมคอยแพรหลายมากนัก แตจะเปนส่ิงท่ีมีบทบาทเพ่ิม มากข้ึนในอนาคต สวนใหญจะพิจารณาเพ่ือคนหาการตอตานการดําเนินงานตามโครงการ การ คาดการณเก่ียวกับผลท่ีอาจกอใหเกิดการเปล่ียนแปลง กระทบตอสภาพแวดลอม ตลอดจนเปนการ รวบรวมขอมูลเพ่ือวิเคราะหและกําหนดนโยบายสําคัญ ๆ เพ่ือนําไปสูการดําเนินงานที่บรรลุ วัตถปุ ระสงคท ีก่ ําหนดไว
17 3.3.2 การดําเนินในระหวางการดําเนินงาน (Implementation Evaluation or Process Evaluation) เปนการประเมินการดําเนินงานเม่ือนําโครงการท่ีไดวางแผน ไวใปสูการปฏิบัติ ท้ังน้ีเพ่ือศึกษาถึงผลการปฏิบัติงานวาเปนไปตามแผนท่ีกําหนดไวหรือไม กิจกรรม ใดทําได หรือไมไดเพราะเหตุใด จุดเดน จุดดอย มีปญหาอุปสรรคอยางไรบาง การประเมินในขณะท่ี ดาํ เนนิ โครงการจึงมีบทบาทสาํ คัญในการพฒั นาปรับปรุง แกไข การดําเนนิ งานของโครงการโดยตรง 3.3.3 การประเมินหลังการดําเนินงาน (Summative Evaluation) เปน การประเมินเพ่อื ตอบคาํ ถามวา โครงการประสบผลสาํ เร็จตามแผนทวี่ างไวหรือไม ผลจากโครงการได บรรลุตามวัตถุประสงคของโครงการหรือไม ผลการดําเนินงานคุมคาหรือไม ตองเก็บรวบรวมขอมูล ตา ง ๆ ตั้งแตเรมิ่ ดาํ เนินโครงการจนถึงการสนิ้ สดุ ของโครงการ (รัตนะ บัวสนธ. 2540: 91) กลา ววา การแบงประเภทของการประเมนิ โครงการ สามารถ แบงไดหลายวธิ ี ข้นึ อยูกับวา จะยึดอะไรเปน ตัวแบง ไดแก 1. แบงตามหลักยดึ แบงได 2 ลักษณะ คือ 1.1 การประเมินโดยยึดวัตถุประสงค คือ ประเมินวาบรรลุวัตถุประสงคข อง โครงการหรอื ไม โดยตองทราบวตั ถุประสงคของโครงการมากอ น 1.2 การประเมินโดยไมยึดวัตถุประสงค คือ ผูประเมินมีอิสระในการเลือก ประเดน็ ในการประเมนิ 2. แบง ตามลาํ ดับเวลาการบรหิ ารโครงการ แบงได 3 ประเภท คอื 2.1 การประเมินกอนเรมิ่ โครงการ หรอื กอ นนาํ โครงการไปปฏบิ ัตเิ ปนการ ประเมินท่ีอยูในข้ันตอนของการวางแผนโครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการวิเคราะหขอมูล ตาง ๆ กอ นลงมอื ดําเนนิ การจดั ทําโครงการ ซงึ่ อาจทาํ ไดใน 2 ลักษณะ คือ 2.1.1 การศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยการพิจารณาปญหา และความจําเปนในการจัดทําโครงการอาจใชเทคนิคของการสํารวจความตองการ หรอื อาจใชเ ทคนิค ของการศึกษาความเปนไปได ซ่ึงเปนการพิจารณาสภาพความพรอมของการจัดทําโครงการในดาน ตา ง ๆ 2.2.2 การวิเคราะหโครงการหรือการประเมินรางโครงการเปนการ พิจารณาเอกสารโครงการ เพ่ือตรวจสอบความเหมาะสมของส่ิงท่ีกําหนดความสอดคลองระหวาง หัวขอตาง ๆ ต้ังแตหลักการและเหตุผล วัตถุประสงค เปาหมาย วิธีดําเนินการ ฯลฯ เพ่ือใหโครงการ ที่เสนอมคี วามสมบูรณมากย่งิ ขึน้ 2.2 การประเมินขณะดําเนินงาน เปนการประเมินท่ีจัดทําในระหวางการ ดําเนินโครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการศึกษาความกาวหนาของโครงการเปนชวง ๆ และเพ่ือดูวา การดําเนินโครงการไดเปน ไปตามแผนท่ีกําหนดไวห รอื ไม มีปญหาหรืออุปสรรคอยางไร ในแตละชว ง ของการดําเนินงาน ขอมูลสารสนเทศท่ีไดจะนํามาใชเพ่ือการปรับปรุงการดําเนินโครงการเพ่ือใหมี ความเหมาะสมมากย่ิงข้ึนในชวงตอไป การประเมินขณะดําเนินงานน้ีตองอาศัยกลไกของระบบการ กํากับติดตามงานมาชวย จึงจะทําใหการประเมินผลเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ
18 2.3 การประเมินหลังการดําเนินงาน เปนการประเมินท่ีจัดทําข้ึนเม่ือการ ดําเนินโครงการเสร็จส้ินลงแลวโดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการตรวจสอบดูวา เม่ือไดดําเนินโครงการจน ส้ินสุดแลวไดรับความสําเร็จตามวัตถุประสงคและเปาหมายท่ีกําหนดไวมากนอยเพียงใด ตลอดจน การติดตามตรวจสอบผลกระทบหรือผลขางเคียงวา มีอะไรเกิดข้ึนตามมาอีกบาง กลาวโดยสรุป การประเมินหลังการดาํ เนินงานมจี ดุ เนน ดังนี้ 2.3.1 เปน การประเมินผลทเี่ กิดขึน้ และผลกระทบโครงการ 2.3.2 เปนการประเมินผลรวมสรุปของโครงการท้ังหมด คือการประเมิน ต้ังแตการวางแผนการปฏิบตั งิ าน คา ใชจาย และผลผลิตของโครงการ 3. แบง ตามวตั ถุประสงคของการประเมนิ แบงไดเ ปน 2 ประเภท คอื 3.1 การประเมินความกาวหนาของโครงการ เปนการประเมินขณะที่โครงการ กําลังดําเนินอยู โดยมุงตรวจสอบควบคุม กํากับ ดูแลการดําเนินงาน ตลอดจนการศึกษา ความกาวหนา ปญหาขอบกพรองตาง ๆ ในระหวางการดําเนินโครงการ เพ่ือนําผลการประเมินมาใช ในการปรับปรงุ แกไ ขการดําเนนิ งานใหเปน ไปดวยความราบร่นื บรรลุตามเปาหมายของโครงการ 3.2 การประเมินผลรวมสรุปหรือประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการเปนการ ประเมินหลังจากเสร็จส้ินโครงการแลว เพ่ือมุงตรวจสอบวาโครงการประสบผลสําเร็จตาม วัตถุประสงค หรือเปาหมายตามท่ีกําหนดไวห รอื ไม ผลการประเมินจะเปนประโยชนตอการตัดสนิ ใจ วาควรจะยุติโครงการหรอื ดําเนินโครงการตอไป โดยไมตองปรับขยายหรือปรับขยายโครงการในชว ง ตอไป 4. แบงตามส่งิ ทีถ่ ูกประเมนิ แบง ไดเ ปน 4 ประเภท คือ 4.1 การประเมินบริบทหรือสภาพแวดลอม (context evaluation) เปนการ ประเมินเก่ียวกับนโยบาย เปาหมาย สภาพเศรษฐกิจและสังคม ปญหาและความตองการของบุคคล และหนวยงานทีเ่ ก่ยี วขอ งกับโครงการ ตลอดจนทรพั ยากรและขอจํากัดตาง ๆ ในการดาํ เนินโครงการ สารสนเทศทไ่ี ด นํามาใชในการตัดสนิ ใจเก่ยี วกับวัตถปุ ระสงคและเปาหมายของโครงการ 4.2 การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (input evaluation) เปนการประเมินความ พรอมของทรัพยากรตาง ๆ กอนเร่ิมโครงการวา มีทรัพยากรพรอมท่ีจะดําเนินโครงการหรือไม สารสนเทศท่ีไดนํามาใชในการตัดสินใจเก่ียวกับวิธกี ารของการใชทรัพยากรตาง ๆ เพ่ือใหการดําเนิน โครงการสามารถบรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคทก่ี ําหนดไว 4.3 การประเมินกระบวนการ (process evaluation) เปนการประเมินขณะ ดําเนินงาน หรือประเมินความกาวหนาของโครงการ สารสนเทศท่ีไดนํามาใชในการตัดสินใจเพ่ือการ ปรบั ปรงุ การดาํ เนนิ โครงการ 4.4 การประเมินผลผลิตหรือผลงาน (product evaluation) เปนการประเมิน หลังจากการดําเนินโครงการส้ินสุดแลว ประกอบดวยการประเมินผลลัพธ โดยพิจารณาจากปริมาณ และคุณภาพผลผลิต เปรียบเทียบกับวัตถุประสงคของโครงการ และการประเมินผลกระทบโดย เปรียบเทียบกับวัตถุประสงคของแผนงานหรือปริมาณและคุณภาพ เพ่ือการตัดสินใจวาควรจะคงไว ปรบั ขยาย หรือ ลมเลกิ โครงการ
19 จากขอมูลขางตนสรุปไดวาประเภทของการประเมินผลโครงการสามารถแบงไดหลาย รูปแบบข้ึนอยูกับวัตถุประสงคของผูประเมิน ซ่ึงสรุปไดคือ 1) แบงโดยยึดหลักของวัตถุประสงค 2) แบงตามลําดับเวลาการบรหิ ารโครงการ 3) แบงตามรูปแบบการประเมิน 4) แบง ตามการออกแบบ การประเมิน และ 5) แบงตามความแทจริงของการประเมิน 1.6 ประโยชนข องการประเมนิ โครงการ การประเมินโครงการเปนกิจกรรมท่ีมีความสําคัญในวงจรการวางแผน และบริหาร จัดการโครงการ (วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 265-266) สามารถสรุปประโยชนของการประเมนิ โครงการไดด ังตอ ไปนี้ 1. ชวยใหขอมูลและสารสนเทศตาง ๆ เพ่ือนําไปใชในการตัดสินใจเก่ียวกับการ วางแผนงานและโครงการ ตรวจสอบความพรอมของทรัพยากรตาง ๆ ท่ีจําเปนในการดําเนินงาน โครงการ ตลอดจนเปน การตรวจสอบความเปน ไปไดของการจัดกจิ กรรมตาง ๆ 2. ชวยทําใหก ารกําหนดวตั ถปุ ระสงคข องโครงการมคี วามชัดเจน 3. ชวยในการจัดหาขอมูลเก่ียวกับความกาวหนา ปญหาและอุปสรรคในการ ดาํ เนนิ งานตามโครงการ 4. ชวยใหขอ มลู เก่ียวกับความสําเรจ็ และความลมเหลวของโครงการ เพอื่ นําไปใชใน การตัดสินใจและวินิจฉัยวาจะดําเนินโครงการในชวงตอไปหรือไม จะยกเลิกหรือขยายการดําเนิน โครงการตอไปอยางไร 5. ชวยใหไดขอมูลท่ีบงบอกถึงประสิทธิภาพของการดําเนินงานตามโครงการ วาเปน อยางไร คมุ คา กบั การลงทุนหรือไม 6. เปนแรงจูงใจใหกับผูปฏิบัติงานตามโครงการ เพราะการประเมินโครงการดวย ตนเอง จะทาํ ใหผ ูปฏบิ ตั ิงานไดรับทราบผลการปฏบิ ัติงาน จุดเดน จุดดอย และนําผลไปใชใน การปรับปรุง พฒั นาโครงการใหมีประสิทธผิ ลและประสทิ ธิภาพดียง่ิ ขนึ้ (เยาวดี รางชัยกุล วิบูลยศรี. 2551: 93-95) ไดกลาวถึง ประโยชนของการประเมิน โครงการไว ดงั นี้ 1. การประเมินเปนเคร่ืองมือของการรับรองคุณภาพในการใหบริการ ถึงแมจะไม สามารถประกันผลสมั ฤทธข์ิ ั้นสงู สุดของโครงการได แตก็สามารถจะรบั รองคณุ ภาพของการใหบริการ ในระดับหน่ึงได ดวยเหตุน้ี องคกรท่ีเปนเจาของโครงการตาง ๆ จํานวนมาก จึงเห็นความจําเปนตอ ง ใชวิธีประเมินโครงการเพ่ือใหเปนท่ียอมรับและเปนท่ีนาเช่ือถือจากบุคคล ท่ีเก่ียวของ รวมท้ังจาก ประชาชนทัว่ ไปดวย 2. การประเมินชวยใหผูสนับสนุนดานเงินทุนไดรับทราบปญหาหรืออุปสรรคใน การดําเนินงานของโครงการ โดยอาศัยหลักฐานเชิงประจักษจากสภาพการณท่ีเปนจริง โดยเฉพาะ อยางย่ิงโครงการท่ีจัดข้ึนเพ่ือการกุศล เชน โครงการอาหารกลางวันสําหรับเด็กนักเรยี นผดู อยโอกาส จากการประเมินโครงการดังกลา ว ยอมทําใหทราบวา ทนุ ทไ่ี ดร ับการสนบั สนุนจากโครงการ ประเภท น้ีมีความรูสึกพึงพอใจหรือไมพึงพอใจในดานใดบาง ท้ังน้ีเพ่ือจะไดหาทางปรับปรุงหรือแกไขให เหมาะสมย่งิ ข้ึนในโอกาสตอ ๆ ไป
20 3. การประเมินชวยใหไดขอมูลซ่ึงเปนสารสนเทศท่ีมีคุณคาสําหรับหนวยงานท่ี เกี่ยวของ อาทิ หนวยงานท่ีตองพิจารณาจัดสรรเงินทุนเพื่อใหการสนับสนุนโครงการ เชน สํานัก งบประมาณแผนดิน เปนตน จะเห็นไดวา กอนท่ีจะมีการอนุมัติงบประมาณใหแกโครงการใด ๆ ทาง สํานักงบประมาณแผนดินก็มักจะขอขอมูลสารสนเทศท่ีเปนผลการประเมินหนวยงานซ่ึงจัดทํา โครงการ เหลาน้ันไปประกอบการพิจารณาดวยเสมอ ท้ังน้ีเพ่ือใหการจัดสรรเงินงบประมาณเปนไป อยางมปี ระสิทธภิ าพ ลดคาํ วิพากษวิจารณ และสอดคลองกับความตองการท่ีเปน จริง 4. การประเมนิ ชว ยช้ใี หเ ห็นความสาํ คญั ของแตล ะโครงการตามลําดับกอนหลัง โดย สามารถจะทราบไดวา โครงการใดมีความจําเปนเรงดวนกวากัน ท้ังน้ีเพ่ือชวยแกปญหาในการ คัดเลือกโครงการ ตลอดจนชวยลดความกดดันจากอํานาจทางการเมือง อันเน่ืองจากโครงการ มีจํานวนมาก (ท้ังจากขยายโครงการและโครงการที่ตอเน่ือง) แตเงินทุนสนับสนุนมีจํานวนจํากัด ดังน้ัน การประเมินโครงการตาง ๆ อยางมีระบบและครบทุกข้ันตอนจะทําใหไดขอมูลเชิงประจักษ ท่ีนาเช่ือถือ ซ่ึงจะชวยช้ีแนะไดวาโครงการใดควรจะใหการพิจารณาใหการสนับสนุนกอน และ โครงการใดควรจะใหก ารสนบั สนนุ ในลาํ ดบั ถดั ไป เปนตน 5. การประเมินชวยใหไดขอมูลปอนกลับจากผูรับบริการ ขอมูลประเภทนี้ทําให ทราบถึง ขอจํากัดและปญหาตาง ๆ ในการปฏิบัติงาน เพ่ือนํามาปรับปรุงโครงการตลอดจนเพ่ือให เกดิ ความสัมพนั ธท ดี่ ีระหวางผูใ หและผูรบั บริการ 6. การประเมินชวยใหทราบถึงผลผลิตของโครงการท้ังในดานท่ีพึงประสงคและไม พึงประสงคควบคูกันไป ถึงแมวาการดําเนินโครงการตาง ๆ ลวนแตมีจุดมุงหมายเพ่ือใหไดผลผลิตท่ี พงึ ประสงคเ ปนหลกั แตในความเปนจรงิ แลว ก็อาจมผี ลผลติ บางสว นทไี่ มพ ึงประสงค เกิดตามมาดว ย (นวรัตน สุวรรณผอง. 2542) ไดทําการสรุปถึงประโยชนของการประเมินผล โครงการ สามารถกลาวไดโดยสรปุ 3 ประการคอื 1. เพ่ือชวยการตัดสินใจเชิงนโยบาย โครงการท่ีเปนโครงการนํารองหลายโครงการ ที่ไดรบั การประเมินวา มปี ระโยชน หลงั จากนน้ั อาจถูกเสนอเขา มาเปนนโยบายขององคกร/หนว ยงาน ได 2. เพ่ือชวยในการบริหารงาน ตองใชการตัดสินใจเลือกทางเลือกท่ีดีท่ีสุดจาก ทางเลือก หลายทาง การประเมินผลจะชว ยใหทราบถึงจดุ แข็ง จุดออน ของการดําเนินงาน เพ่ือชวย ในการตัดสนิ ในการบรหิ ารงานตอ ไป 3. เพ่ือชวยในการปฏิบัติงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานจะชวยใหผูปฏิบัติเกิด การเรียนรู ในกระบวนการทํางาน ตลอดจนกิจกรรมท่ีดําเนินการวาไดผลดี ผลเสียอยางไร ชวยทําให เกิดการ พัฒนาการทํางาน
21 จากขอมูลขางตนสรุปไดวา การประเมินผลโครงการกอใหเกิดประโยชนดังตอไปนี้ การประเมินจะชว ยทําใหการกาํ หนดวัตถปุ ระสงค และมาตรฐานของการดําเนินงาน มีความชัดเจนขึ้น กลา วคือ กอนทีโ่ ครงการจะไดรับการสนับสนนุ ใหน าํ ไปใชยอ มจะไดร บั การตรวจสอบอยา งละเอยี ดจาก ผูบริหาร และผูประเมิน สวนใดท่ีไมชัดเจน เชน วัตถุประสงค หรือ มาตรฐานในการดําเนินงานหาก ขาดความแนนอนแจมชัดจะตองไดรับการปรับปรุงแกไขใหมีความถูกตองชัดเจนเสียกอน ฉะน้ันจึง กลาวไดวาการประเมินโครงการมีสวนชวยทําใหโ ครงการมีความชัดเจน และสามารถท่ีจะนําไปปฏิบัติ ไดอยา งไดผ ลมากกวา โครงการทไ่ี มไ ดรบั การประเมนิ 2. แนวคิดเก่ยี วกบั รูปแบบการประเมินโครงการ 2.1 รปู แบบการประเมนิ โครงการ รปู แบบการประเมนิ โครงการของสตัฟเฟล บีม (Stufflebeam) แดเนียล แอล สตัฟเฟลบีม และคนอ่ืน ๆ ไดเสนอแนวคิดเก่ียวกับรูปแบบการประเมิน เรียกวา ซิปปโมเดล (CIPP Model) เปนการประเมินที่เปนกระบวนการตอเน่ือง โดยมีจุดเนนท่ี สําคัญ คือ ใชควบคูกับการบริหารโครงการ เพ่ือหาขอมูลประกอบการตัดสินใจ ตอเน่ือง ตลอดเวลา วัตถุประสงค การประเมินคือ การใหสารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจ คําวา CIPP เปนคํายอมาจากคาํ วา Context, Input, Process, และ Product โดยท่ีสตัฟเฟลบีม ไดใหความหมายวา การประเมินเปน กระบวนการ ของการบรรยาย การเก็บขอมูล การวิเคราะหขอมูลขาวสาร เพ่ือนําขอมูลไปใช ประโยชนใ นการตดั สนิ ใจ เลือกทางเลอื กทีเ่ หมาะสม การประเมนิ จะตอ งเปน การดําเนนิ การเพื่อใหได สารสนเทศท่ีสําคัญ โดยมุงประเมินใน 4 ดาน คือ การประเมินสภาพแวดลอม (Context Evaluation) การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation) การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมินผลผลิต (Product Evaluation) รูปแบบการประเมินน้ีมีวตั ถุประสงค สําคัญเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง ไมใชเพ่ือการตรวจสอบ (Daneil L. Stufflebeam. 2003: 4 อางถึงใน วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2556: 287-290) แนวทางการประเมินในดา นตาง ๆ มีรายละเอยี ดดังนี้ 1. การประเมินสภาพแวดลอม (Context Evaluation : C) เปนการประเมนิ เพ่ือใหไดขอมูล สําคัญ เพ่ือชวยในการกําหนดวัตถุประสงคของโครงการ ความเปนไปไดของโครงการเปนการ ตรวจสอบเพ่ือตอบคําถามตา ง ๆ เชน เปนโครงการที่สนองปญหา หรอื ความตองการจาํ เปนทแ่ี ทจริง หรือไม วัตถุประสงคมีความชัดเจน เหมาะสม สอดคลองกับนโยบายขององคกร หรือนโยบายหนวย เหนือหรอื ไม เปน โครงการทีเ่ ปน ไปไดในแงข องโอกาส ทีไ่ ดร บั การสนับสนนุ ขององคกรตาง ๆ หรือไม 2. การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation : I) เปนการประเมินเพ่ือใชขอมูล ตัดสินใจปจจัยตาง ๆ ท่ีเก่ียวของกับโครงการวาเหมาะสมหรือไม โดยดูวาปจจัยท่ีใชจะมีสวนชวยให บรรลุจุดมุงหมายของโครงการหรือไม เปนการตรวจสอบเพ่ือตอบคําถามท่ีสําคัญ เชน ปจจัยท่ี กําหนดไวในโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอหรือไม กิจกรรม/แบบ/ทางเลือกท่ีไดเลือกสรรแลว ทีก่ ําหนดไวในโครงการ มคี วามเปน ไปไดแ ละเหมาะสมเพียงใด ฯลฯ
22 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation: P) เปนการประเมินระหวางการ ดําเนินงานโครงการ เพ่ือหาขอดีและขอบกพรองของการดําเนินงานตามข้ันตอนตาง ๆ ท่ีกําหนดไว และเปนการรายงานผลการปฏิบัติงานของโครงการนั้นดวย เปนการตรวจสอบเพื่อตอบคําถามท่ี สําคัญ เชน การปฏิบัติงานเปนไปตามแผนที่กําหนดไวหรือไม กิจกรรมใดท่ีทําไดหรือไมไดเพราะ เหตใุ ด เกดิ ปญหา อุปสรรคอะไรบาง มีการแกป ญ หาอยางไร ฯลฯ 4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation: P) เปนการประเมินเพ่ือดูวาผลที่เกิดข้ึน เม่ือส้ินสุดโครงการเปนไปตามวัตถุประสงค หรือตามท่ีคาดหวังไวหรือไม โดยอาศัยขอมูลจากการ รายงานผลท่ีไดจากการรายงานผลท่ีเกิดจากการประเมินสภาพแวดลอม ปจจัยเบ้ืองตน และ กระบวนการรวมดวย เปนการตรวจสอบเพ่ือตอบคําถามที่สําคัญ ๆ เชน เกิดผล/ไดผลลัพธตาม วตั ถปุ ระสงคข องโครงการหรอื ไม คณุ ภาพของผลลพั ธเ ปนอยางไร เกิดผลกระทบอ่ืนใดบางหรือไม รูปแบบการประเมินหรือแบบจําลองของการประเมิน หมายถึง กรอบความคิดหรือแบบ แผนท่ีเปนระบบซ่ึงแสดงใหเห็นข้ันตอนหรือกระบวนการของการประเมินซ่ึงมีประโยชนอยางมาก ในการใชเปนแนวทางหรือขอช้ีแนะตอ การวางแผนและการปฏิบัติงานการประเมิน รูปแบบการ ประเมนิ จงึ เปรยี บเสมอื นพิมพเขยี วของสถาปนิกนั่นเอง รูปแบบการประเมินโครงการทางการศึกษาท่ีสําคัญ และไดรับความนิยมกันมาก สามารถ แบงออกไดเ ปน 3 กลุม คอื 1. รูปแบบการประเมินท่ีเนนการตัดสินใจ เปนรูปแบบการประเมินท่ีมีจุดมุงหมาย เพ่ือให ไดมาซึ่งขอมูลสารสนเทศ ตาง ๆ สําหรับใชในการตัดสินใจเกี่ยวคับโครงการของผูบริหาร ไดแก รปู แบบการประเมนิ ของสตฟั เฟลบีม (Stuffelbeam) และอัลคิน (Alkin) 2. รูปแบบการประเมินท่ีเนนการวินิจฉัย หรือการตัดสินคุณคา เปนรูปแบบการ ประเมินท่ี เปนกระบวนการของการกําหนด และวินิจฉัยคุณคาของโครงการ โดยเทียบกับเกณฑ ภายใน และ เกณฑจากภายนอก ไดแ กรูปแบบของสครฟิ เวน (Scriven) สเตก ( Stake) และโพรวสั (Provas) 3. รูปแบบการประเมนิ ทเ่ี นนจดุ มุงหมาย เปนการประเมนิ ทเ่ี นน การตรวจสอบท่ี เกิดขึ้นจาก โครงการวา สามารถบรรลุจุดมุงหมายท่ีกําหนดไวมากนอยเพียงใด ไดแก รูปแบบ การประเมินของ ไทเลอร ( Tyler) และครอนบัค (Cronbach) 2.2 รปู แบบการประเมนิ โครงการแบบจาํ ลองซปิ ป (CIPP Model) รูปแบบการประเมินของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam: CIPP Model) ดาเนียล แอล สตัฟเฟล บีม (Danial L.Stufflebeam) และคณะไดเสนอแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบการประเมินท่ี เรียกวา ซิปปโมเดล (CIPP Model ) เปนรูปแบบ การประเมินท่ีรูจกั กันอยางแพรหลาย เปนรูปแบบ การประเมินท่ีมีระบบแบบแผนอยางชัดเจนและสามารถนําไปใชในการประเมินโครงการไดอยาง กวางขวาง
23 (ชลธิชา แพงบรรเทา. 2557: 29-30) การประเมินตามทัศนะของ สตัฟเฟลบีมมีลักษณะท่ี สําคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. จุดมุงหมายท่ีสําคัญของการประเมิน คือการจัดหาขอมูลสารสนเทศ เพ่ือนํามาใชในการ ตดั สนิ ใจ คุณคา ของการประเมินจะมากนอยเพียงใดจึงขน้ึ อยูกับขอมูลสารสนเทศที่ไดมานัน้ สามารถ ทจ่ี ะนาํ ไปใชป ระโยชนในการตัดสินใจมากนอ ยเพยี งใด 2. การประเมินเปนกระบวนการท่ีเปนวัฏจักร กลาวคือ เปนกระบวนการท่ีมีความตอเน่ือง ครบวงจรของการดาํ เนินงานโครงการ ตัง้ แตเริม่ จนกระทั่งสน้ิ สุดโครงการ 3. กระบวนการประเมนิ ประกอบดว ยขน้ั ตอนที่สําคญั 3 ขัน้ ตอน คอื 3.1 การระบบุ รรยายขอ มูล การเกบ็ รวบรวมขอมูล 3.2 การวิเคราะหข อมลู 3.3 การจดั เตรยี มขอ มูลสารสนเทศใหกบั ผูมีอํานาจในการตัดสนิ ใจนาํ ไปใช (สมหวัง พิธิยานุวัฒน. 2545: 184 - 194) กลาววา การประเมินแบบ CIPP Model ไมใช เปน การประเมินแตเพียงแตใหบรรลุวัตถุประสงคเทานั้น แตยงั เปน การประเมินเพื่อใหไดรายละเอียด เพ่ือชวยในการตัดสินใจเก่ียวกับโครงการ โดยเฉพาะการประเมินผลโครงการประชุม ซ่ึงมีลักษณะ เปนการประเมินความกาวหนาเพ่ือบงช้ี จุดเดน จุดดอย ของการประชุมเพ่ือนําผลไปปรับปรุง กิจกรรม แผนการประชุมไดทันทวงที และมีการประเมินรวมสรุป หลังโครงการประเมินส้ินสุดลง แลวบงช้ีผลสัมฤทธ์ิของโครงการประชุมท่ีเหมาะสม กรอบความคิดการประเมินแบบ CIPP Model จงึ เปนท่นี ยิ มใชเพราะนกั ประเมินจะไดขอ ดี ขอบกพรอง และประสทิ ธภิ าพของโครงการทจี่ ะประเมิน ไดเปนอยางดี ชวยในการตัดสินใจของผูบริหารไดเปนอยางมาก ท้ังยังเปนแบบจําลองท่ีเขาใจงาย สะดวกในการปฏบิ ตั ิ จงึ เปนทนี่ ิยมอยางกวา งขวาง มโนทัศนเบื้องตนของรูปแบบ CIPP Model น้ันประเภทของการตัดสินใจท่ีแตกตางกัน จําเปนตองใชสารสนเทศในการตัดสินใจท่ีแตกตางกัน สตัฟเฟลบีม ไดจําแนกการตัดสินใจและการ ประเมินเพ่ือการบริหารและการวางแผนไว 4 ประเภท ดงั รายละเอยี ดตอไปน้ี 1. การประเมินสภาวะแวดลอมหรือบริบท (Contex Evaluation : C) เปนการประเมิน สภาพเศรษฐกจิ สงั คม นโยบายทางการศกึ ษา นโยบายทางการเมือง ความตองการของสังคม ปญหา อุปสรรคตาง ๆ ตลอดจนปรัชญาทางการศึกษา ซึ่งจะนําไปใชประโยชนในการตัดสินใจ วางแผน กําหนดนโยบาย กําหนดเปา หมาย และจุดมงุ หมายท่ีเหมาะสมกับโครงการ 2. การประเมินตัวปอ น หรือปจจัยนําเขา (Input Evaluation : I) เปนการตรวจสอบ ความ พรอมของปจจัยเบ้ืองตนตาง ๆ เชน บุคลากร อาคารสถานท่ี งบประมาณหรืออ่ืน ๆ โดยจะนําไปใช ประโยชนในการตัดสนิ ใจวางโครงการ หรือหาวิธีการท่ีจะดําเนนิ โครงการใหบรรลุจุดมุงหมายทีต่ ั้งไว ซงึ่ เปนวธิ ีการหรอื ยทุ ธวธิ ที เ่ี ปน ไปไดก ับทรพั ยากรดา นตาง ๆ ท่ีมีอยู 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : P) เปนการประเมินขณะดําเนินงาน เพ่ือระบุจุดเดนจุดดอยของแนวทางท่ีเลือกใช โดยเฉพาะอยางย่ิง กระบวนการบริหาร กระบวนการ จัดกิจกรรมตาง ๆ หลังจากนําแผนไปปฏิบัติจริง เพื่อจะไดปรับปรุงแกไขกระบวนการตาง ๆ ให เหมาะสมไดทันทวงทีขณะที่ดําเนินงานนั้นกําลงั กระทําอยูเพื่อใหส ามารถดําเนินการตามจุดมุงหมาย ทีก่ ําหนดไวดวยดี
24 4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation : P) เปนการประเมินหลังจากการดําเนิน โครงการส้ินสดุ ลงแลว เพ่ือเปนการตัดสินคุณคา ผลผลิตของโครงการท้ังในดานปรมิ าณและคุณภาพ ซึ่งเปนเคร่ืองบงช้ีวาในการดําเนินงานนไ้ี ดบรรลผุ ลตามวัตถุประสงคท่ีกําหนดไวมากนอยเพียงใด ซ่ึง จะชวยใหผูบริหารนําไปใชประกอบการตัดสินใจวา จะปรับปรงุ โครงการ หรือให ดําเนินการโครงการ ตอ ไปหรือยุบเลิกโครงการนน้ั ๆ ไปเลย จากท่ีกลาวมาสรุปไดวา แบบจําลอง CIPP Model คือ การประเมินสภาวะแวดลอม หรือ หมายถึง การประเมินเก่ียวกับส่ิงท่ีจะเปนสวนสําคัญในการชวยกําหนด วัตถุประสงคของโครงการ เปนสง่ิ ทอี่ ยภู ายนอกโครงการ แตมีผลตอ ความสาํ เรจ็ หรอื ลม เหลวของ โครงการ ไดแก ความตองการ ของชุมชน และกลุมเปาหมายท่ีจะรับบริการจากโครงการ จํานวน ประชากร กระแสทิศทางของ สงั คมและการเมือง สภาพเศรษฐกจิ และปญ หาของชมุ ชน ตลอดจน นโยบายของหนวยงานระดบั บน และหนวยงานท่ีเก่ียวของ การประเมินปจจัยนําเขาของโครงการ หมายถึง การประเมินทรัพยากรท่ี จําเปนสําหรับการนํามาใชในการดําเนินโครงการกําลังคนหรือ จํานวนบุคคลท่ีตองใชงบประมาณ แหลงเงินทุนสนับสนุน วัสดุอุปกรณตาง ๆ อาคารสถานท่ี เคร่ืองมือและครุภัณฑการประเมินปจจัย นําเขาจะชวยในการพิจารณาตัดสินใจวา โครงการนน้ั ๆ มีความเหมาะสมและเปนไปไดในทางปฏบิ ตั ิ ที่จะทําใหวัตถุประสงคของโครงการบรรลุผลสําเร็จ หรือไม และชวยใหเกิดการวางแผนการจัด กิจกรรมของโครงการไดอยางเหมาะสม การประเมินกระบวนการดําเนินงานของโครงการ เปนการ ประเมินเก่ียวกับวิธีการจัดกิจกรรมของโครงการ การนําปจจัยเขามาใหเหมาะสมมากนอยเพียงไร เปนไปตามลําดับข้ันตอนหรือไม กิจกรรมท่ีจัดข้ึนจะกอใหเกิดการบรรลุวัตถุประสงคของโครงการ หรือมีอุปสรรคใด ๆ เกิดข้ึนเพ่ือจะไดนําผลการประเมินมาปรับปรุงกระบวนการดําเนินงานใหรัดกุม มีประสิทธิภาพมากขนึ้ การประเมนิ ผลผลิตของโครงการ เปน การประเมนิ เกยี่ วกับวิธีการจดั กจิ กรรม ของโครงการการนําปจจัยเขามาใชเหมาะสมมากนอยเพียงไร เปนไปตามลําดับข้ันตอนหรือไม กิจกรรมท่ีจัดข้ึนจะกอใหเกิดการบรรลุวัตถุประสงคของโครงการหรือมีอุปสรรคใด ๆ เกิดข้ึน ผลท่ี ไดรับท้ังหมดจากการดําเนินโครงการไดผลมากนอยเพียงใดเปนไปตามวัตถุประสงคของโครงการท่ี กําหนดไว หรอื ไม การประเมินผลผลติ จะมีการนําไปเปรียบเทียบกับเกณฑมาตรฐานที่กาํ หนดไวท่ีจะ เปนตัวบงช้ีความสําเร็จหรอื ลมเหลวของโครงการ เพ่ือท่ีจะไดนําผลประเมินมาปรบั ปรงุ กระบวนการ ดําเนินงานใหรัดกุมมีประสิทธิภาพมากข้ึนหรือเพ่ือการตัดสินใจปรับปรุงขยายโครงการนําไปใช ตอ เน่ืองตอไป หรือเพ่อื ลม เลกิ โครงการ
25 3. รายละเอียดโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรูสสู ากล “การแขง ขนั ทางวชิ าการระดบั นานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” โครงการ พฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรสู สู ากล : การพฒั นาความสามารถทางวชิ าการ ผเู รยี นผานกระบวนการแขง ขันทางวชิ าการ นานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563 แผนงาน พน้ื ฐานดานการพัฒนาและเสรมิ สรา งศักยภาพคน ลักษณะโครงการ โครงการงานประจาํ โครงการตอบสนองตัวชว้ี ัดตามยุทธศาสตร /โครงการตอเนื่อง ผูรบั ผิดชอบโครงการ กลมุ สงเสริมการจดั การศกึ ษา สอดคลองกบั นโยบาย ดา นท่ี 2 การจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขนั ของ ประเทศ สอดคลอ งจดุ เนน สพม. SMART STUDENT/ SMART SCHOOL/ SMART PRINCIPAL ระยะเวลาดาํ เนนิ การ พฤศจิกายน 2562 – พฤษภาคม 2563 ...................................................................................................................................................................................................................... 1. หลกั การและเหตผุ ล ดวยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดรับเชิญจากกระทรวงและหนวยงาน ทางการศึกษาตางประเทศ ในการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนเขารวมการแขงขันทางวิชาการ ระดับ นานาชาติ (โอลิมปกวิชาการดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร) และมอบใหสํานักพัฒนานวัตกรรม การจัดการศึกษาดําเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล โดยบูรณาการกิจกรรมผาน กระบวนการแขงขันทางวชิ าการ ระดบั นานาชาติ การพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนรูของผูเรียนดาน คณติ ศาสตรและวิทยาศาสตร เปน การสงเสรมิ วฒั นธรรมการเรยี นรขู องผูเ รยี นสคู วามเปน เลิศ โดยใช เวทีแขงขันทางวิชาการท้ังในประเทศและตางประเทศ เปนแรงจูงใจและส่ือกลางสรา งแรงขับเคลอ่ื น การพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนอยางตอ เน่ือง ใหมีความทันสมัยและการพัฒนาประสิทธภิ าพ ครูผูสอนเพ่ือยกระดับคุณภาพสูมาตรฐานสากลและยกระดับความสามารถของผูเรียนใหกาวไกลสู เวทีโลก เวทีการแขงขนั ทางวิชาการ ระดบั นานาชาติ ภายในประเทศไทย ดงั นี้ 1.1 PMWC 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรโลก ระดับประถมศึกษา : Po Leung Kuk Primary Mathematics World Contest 2020 1.2 IMC :EMIC 2020 คอื การแขงขนั คณติ ศาสตรร ะหวางประเทศ ระดับประถมศกึ ษา : International Mathematics Competition : Elementary Mathematics International Competition 2020 1.3 IMC :WYMIC 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรระหวางประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ต อ น ต น : International Mathematics Competition : World Youth Mathematics Inter- cities Competition 2020
26 1.4 SMO 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรโ อลมิ ปกเอเชีย ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4) Southeast Mathematics Olympiad 2020 1.5 IMSO 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรและวิทยาศาสตรโอลิมปก ระหวางประเทศ ระดับประถมศึกษา :International Mathematics and Science Olympiad for Primary School 2020 1.6 ITMO 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรโอลิมปก ระดับมัธยมศึกษาตอนตน International Teenagers Mathematics Olympiad 2020 1.7 IESO 2020 คือ การแขงขันวิทยาศาสตรโลกและอวกาศโอลิมปก ระหวางประเทศ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย :International Earth Science Olympiad 2020 1.8 IJSO 2020 คือ การแขงขันวิทยาศาสตรโอลิมปกระหวางประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ตอนตน International Junior Science Olympiad 2020 ดังน้ัน เพ่ือเปนการสงเสริมและสนับสนุนความสามารถของนักเรียนในสังกัดใหไดรับโอกาส และไดแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง ในการแขงขันทางวิชาการท้ังในประเทศและ ตางประเทศ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จึงสงเสริมและสนับสนุนกิจกรรม/ โครงการพัฒนาความสามารถทางวิชาการนักเรียนผานกระบวนการแขงขันทางวิชาการ ระดับ นานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 โดยแบง การสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ รอบแรก ดังนี้ 1) ITMO 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรโอลิมปก ระดับมัธยมศึกษาตอนตน International Teenagers Mathematics Olympiad 2020 2) IJSO 2020 คือ การแขง ขนั วทิ ยาศาสตรโอลมิ ปกระหวา งประเทศ ระดับมธั ยมศึกษา ตอนตน International Junior Science Olympiad 2020 3) IESO 2020 คอื การแขงขนั วิทยาศาสตรโลกและอวกาศโอลิมปก ระหวา งประเทศ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย :International Earth Science Olympiad 2020 รอบแรกเปนการแขงขันระดับสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ณ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา (เดือนมกราคม 2563) และเม่ือนักเรียนสอบผา นในรอบแรกแลว ใหนักเรียนท่ีมีช่ือตามประกาศของ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เตรียมตัวสอบในรอบท่ี 2 ซ่ึงเปนรอบระดับประเทศ (เดือนมีนาคม 2563) เม่ือส้ินสุดการสอบแขงขันในรอบน้ีแลว สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพ้ืนฐาน จะประกาศผลสอบแขงขันทางวิชาการสําหรับนักเรียนท่ีผานการสอบแขงขันไดระดับ เหรียญรางวัล ไดแก เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง และรางวัลชมเชย ตามลําดับ และให ผูท่ีผานการสอบไดรับเหรียญทองเตรียมตัวเขาคายอบรมเขมทางวิชาการ (รอบท่ีสาม คายวิชาการ) เพ่ือเพ่ิมพูนประสบการณการเรียนรูดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร และตอยอดคัดเลือกผูแทน นกั เรยี นไทยไปแขง ขันทางวิชาการ ระดบั นานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563
27 2. วัตถปุ ระสงค 2.1 เพ่ือสงเสริมอัจฉริยภาพผูเรียนดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตรควบคูกับการพัฒนา ดา นคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม 2.2 เพื่อเปดโอกาสใหผูเรียนไดพัฒนาทักษะดานการคิดวิเคราะหและความสามารถทาง วชิ าการอยา งเตม็ ตามศักยภาพ ไดแ ลกเปลยี่ นเรียนรสู ูเวทโี ลกและเปน การสรางเจตคติทีด่ ีใหนักเรียน มีความสนใจในการเปน นักคณิตศาสตรและนักวิทยาศาสตร 2.3 เพ่ือใชกระบวนการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ เปนส่ือกลางสรางบรรยากาศ ทางวิชาการ ขับเคล่ือนผูเก่ียวของมีสวนรวมพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนอยางตอเน่ือง และ พัฒนาเนอ้ื หาสาระใหมคี วามทนั สมยั ทัดเทยี มมาตรฐานสากล 2.4 เพ่ือสรางบรรยากาศทางวิชาการในการสงเสริมการวิจัยท่ีพัฒนาความกาวหนาทาง วิชาการของประเทศ 2.5 เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพครูผูสอนคณิตศาสตรและวิทยาศาสตรและสรางความเช่ือม่ันใน การจดั การเรียนรูตามแนวทางปฏิรปู การเรยี นรู 2.6 เพอ่ื สงเสริมใหสถานศึกษามีความเขมแขง็ ทางวิชาการและเปนแหลงเรียนรูในระดับเขต พืน้ ทก่ี ารศกึ ษา 3. เปาหมาย 3.1 เพื่อยกระดับความสามารถผูเรียนดานทักษะการคิดวิเคราะหและพัฒนา ขีดความสามารถผูเรยี นใหก าวทนั โลกกา วทนั การเปลี่ยนแปลงและอยใู นสงั คมอยางมีความสขุ 3.2 เพ่อื ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร เทยี บเทามาตรฐานสากล 3.3 นักเรียนระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 ไดรับการพัฒนาความสามารถทางวิชาการ (คณิตศาสตรและวิทยาศาสตร) ควบคูกับการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม และนักเรียนท่ีสอบผานในรอบแรกไดรับการพัฒนาตอ ยอดไปถงึ รอบระดบั ประเทศตอ ไป 3.4 นักเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ไดรับการพัฒนา ตอยอดของผูเรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ (คณิตศาสตรและวิทยาศาสตร) ท่ีสอบผานรอบสอง ระดับประเทศ เขา คา ยทางวิชาการควบคูกับการพฒั นาดา นคุณธรรมและจริยธรรมของผเู รียนและตอ ยอดคัดเลือกผูแทนนักเรียนไทยไปแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ (คณิตศาสตรและ วทิ ยาศาสตร) 3.5 สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา มีส่ือและแหลงเรียนรูคณิตศาสตรและ วิทยาศาสตรเปนเครอื ขายในการพัฒนาโรงเรียนระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ดวยเทคนิคและวิทยาการ ใหม ๆ
28 3.6 โรงเรียน และครูผูสอนมีนวัตกรรมการเรียนการสอนดานเทคนคิ วิธีการสอนท่ีสงผลตอ การพัฒนาท่ีเนนทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร การคิดวิเคราะหของผูเรียน และโรงเรียนมนี วัตกรรมการบรหิ ารจดั การทสี่ งผลตอ การพัฒนาความสามารถผเู รียนสคู วามเปน เลิศ 3.7 สํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน สาํ นกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีแหลงรวมนวัตกรรมการศึกษา และคลังขอสอบท่ีใชในการแขงขันทางวิชาการ ระดับ นานาชาติ (คณิตศาสตรและวิทยาศาสตร) เพ่ือนําไปพัฒนาความสามารถและศักยภาพการเรียนรู ของผเู รียน 4. กจิ กรรม / วิธดี ําเนนิ การ / ตวั ชวี้ ัดความสาํ เรจ็ แบง เปน 3 รอบ ดงั นี้ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ไดประชาสัมพันธโครงการสอบแขงขัน ทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 รอบแรก ระดับสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ให นักเรียนในสังกัดทราบ และสมัครไดทางออนไลนท่ี www.obecimso.net และนักเรียนท่ีผานรอบ แรกแลวใหเตรียมตัวเขาสอบในรอบสอง ระดับประเทศ นักเรียนท่ีผานในรอบสอง (เหรียญทอง) ให เตรียมตัวเขาคายวิชาการอบรมเขมฯ เพ่ือคัดเลือกตัวแทนนักเรียนไปแขงขันทางวิชาการ ระดับ นานาชาติ (6 เวท)ี 4.1 รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เดือน มกราคม 2563 สถานท่ีจัดสอบสํานักงาน เขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 42 4.2 รอบสอง ระดับประเทศ 38 ศูนยสอบ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เปนศนู ยส อบที่ 23 จดั สอบแขงขนั ทางวชิ าการ ชว งเดอื น มนี าคม 2563 4.3 รอบสาม คายวิชาการอบรมเขมเพ่ิมพูนประสบการณการเรียนรู เดือนเมษายน – พฤษภาคม 2563 สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานจะกาํ หนดวนั เวลา สถานท่ี อกี ครั้ง 5. ระยะเวลาดาํ เนินการ รอบแรก ระดบั เขตพ้ืนท่กี ารศึกษา ระหวา งเดอื น พฤศจิกายน 2562 – มกราคม 2563 รอบสอง ระดบั ประเทศ ระหวางเดือน มกราคม 2563 – มีนาคม 2563 รอบสาม คายวิชาการอบรมเขมเพ่ิมพูนประสบการณ ระหวางเดือน เมษายน – มิถุนายน 2563 6. สถานทด่ี ําเนนิ การ 6.1 จัดสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 รอบแรก ระดับเขต พื้นทีก่ ารศึกษา เดือนมกราคม 2563 ณ สาํ นักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 6.2 จัดสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 รอบสอง ระดับประเทศเดือนมีนาคม 2563 ณ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (ศูนยสอบ ที่ 23) 6.3 จดั สอบแขง ขนั ทางวิชาการ ระดบั นานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 รอบสาม คา ยวชิ าการ ชวงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2563 จัดโดยสํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
29 7. งบประมาณ 7.1 วันท่ี 12 มกราคม 2563 แขงขันทางวชิ าการนานาชาติ รอบแรก ระดบั เขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา ดงั นี้ -คา อาหารวา งและเคร่อื งด่มื จํานวน 200 คน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เปน เงนิ 5,000 บาท รวมเปน เงนิ 5,000 บาท 7.2 วันที่ 19 มกราคม 2563 แขงขนั ทางวิชาการนานาชาติ รอบแรก ระดบั เขตพืน้ ท่ีการศึกษา IJSO ดังนี้ 1) คาอาหารกลางวัน นักเรียน จํานวน 300 คน ๆ ละ 80 บาท เปน เงิน 24,000 บาท 2) คาอาหารวาง และเคร่ืองดมื่ จาํ นวน 300 คน 2 มอ้ื ๆ ละ 25 บาท เปนเงิน 15,000 บาท รวมเปนเงิน 39,000 บาท 7.3 วนั ที่ 1 มีนาคม 2563 แขงขนั ทางวชิ าการนานาชาติ รอบสอง ระดับประเทศ ดังน้ี - คาอาหารวาง และเครอื่ งด่ืม จาํ นวน 100 คน ๆ ละ 25 บาท เปนเงิน 2,500 บาท รวมเปนเงิน 2,500 บาท 7.4 คาตอบแทนคณะกรรมการคุมสอบ และคณะกรรมการอื่น ๆ ดังนี้ 1) วันท่ี 9 มกราคม 2563 จาํ นวน 20 คน ๆ ละ 300 บาท เปนเงิน 6,000 บาท 2) วันท่ี 19 มกราคม 2563 จํานวน 20 คน ๆ ละ 300 บาท เปนเงิน 6,000 บาท 3) วนั ท่ี 1 มีนาคม 2563 จาํ นวน 10 คน ๆ ละ 300 บาท เปนเงิน 3,000 บาท รวมเปน เงนิ 15,000 บาท 7.5 คมู ือปฏบิ ตั ิงานจดั สอบแขงขันของคณะกรรมการ จาํ นวน 2,000 บาท 7.6 คาวัสดุสาํ หรบั จัดสอบแขงขัน จํานวน 4,000 บาท รวมทงั้ สนิ้ จาํ นวน 67,500 .บาท (-หกหมน่ื เจ็ดพันหารอยบาทถวน-) **หมายเหต*ุ * คา อาหารกลางวัน อาหารวา งและเคร่ืองดืม่ คาใชจ ายอนื่ ถัวเฉลีย่ จา ยไดท กุ รายการ 8. ผลที่คาดวา จะไดร บั 8.1 ยกระดบั ความสามารถของนักเรยี นไทยในการแขงขันทางวิชาการสูระดับประเทศ 8.2 นกั เรยี นไดรับการพฒั นาความสามารถทางวชิ าการอยา งเต็มตามศักยภาพ 8.3 นักเรยี นไดร ับความรูทางวชิ าการนอกหองเรียน และไดร บั ประสบการณจากการแขงขัน ทักษะทางวิชาการระดับนานาชาติ 8.4 นักเรียนไดรับการแลกเปล่ียนเรียนรูทักษะทางวิชาการและภาษาจากเพ่ือนตางสถาบัน ท้ังภายในประเทศและนานาชาติ รวมถึงวฒั นธรรมของชาตติ า ง ๆ 8.5 นักเรียนท่ีสอบผานเกณฑการแขงขันทักษะทางวิชาการระดับนานาชาติ ไดเปนตัวแทน ระดับสํานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษา ระดบั ประเทศ ระดบั ชาติ 8.6 ครูมีนวตั กรรมการเรยี นการสอนคณติ ศาสตรและวิทยาศาสตร 8.7 สถานศึกษามีแนวทางการพัฒนาหลกั สูตรคณิตศาสตรแ ละวทิ ยาศาสตรส ูความเปน เลิศ 8.8 ยกระดบั คณุ ภาพและมาตรฐานการจดั การเรยี นรทู างคณิตศาสตรแ ละวิทยาศาสตร
30 4. งานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วของ (ศิริรัตน นิลนาก. 2562: บทคัดยอ) ไดทําการวิจัยเร่ืองการประเมินโครงการบริหารโดยใช โรงเรียนเปนฐานการพัฒนาทองถ่ินของโรงเรียน ในสังกัดองคกรปกครองสวนทองถ่ิน จังหวัดพิจิตร พบวา 1) ดานสภาพแวดลอม (Context Evaluation: 0) โดยภาพรวมพบวามีความสอดคลองอยูใน ระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายขอพบวา ขอที่มีผลการประเมินสูงสุดคือขอ 6 กิจกรรมและการ ดาํ เนนิ โครงการมีความชัดเจนสามารถพฒั นาศักยภาพของผเู รียน สูความเปน เลศิ ตามอจั ฉรยิ ภาพของ แตละบุคคล จนสามารถนําความเปนเลิศน้ันไปใชในการประกอบอาชีพได อยูในระดับมากท่ีสุด รองลงมาคือขอท่ี 4 วัตถุประสงคของโครงการบริหารโดยใชโรงเรียนเปนฐานในการพัฒนาทองถ่ิน มี ความชัดเจน สามารถนําไปปฏิบัติไดจริง อยูในระดับมากท่ีสุด สวนขอท่ีมีคะแนนตํ่าสุดคือ ขอท่ี 12 กิจกรรมและการดําเนินโครงการตรงกับความตองการของเด็กเยาวชน และประชาชนในทองถ่ิน อยู ในระดับมาก 2) ดานปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation: I) โดยภาพรวมพบวามีความเพียงพอ/ เหมาะสม อยูใน ระดับมากท่ีสุด เม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอท่ีมีผลการประเมินสูงสุดคือขอท่ี 10 สถานท่ีท่ีใชดําเนินงานโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอ อยูในระดับมากท่ีสุด รองลงมาคือขอท่ี 13 มีงบประมาณหรือทรัพยากรสนับสนุนท่ีเหมาะสม อยูในระดับมากท่ีสุด สวนขอท่ีมีคะแนนตํ่าสุดคือ ขอท่ี 3 ครูผูรับผิดชอบกิจกรรมในแตละโครงการเปนผูมีความรู ความสามารถ ความสนใจ และมี ความสามารถเหมาะสม, ขอ 4 จํานวนบุคลากรท่ีดําเนินโครงการมีความเหมาะสม เพียงพอ สําหรับ การดําเนินโครงการ, ขอ 6 ระยะเวลาท่ีใชในการจัดกิจกรรมตามโครงการมีความเหมาะสม เพียงพอ และ ขอ 7 กิจกรรมท่ีจัดข้ึนใหกับผูเรียนมีความหลากหลายและเพียงพอตอความตองการของผูเรยี น เด็ก เยาวชน และประชาชนในทองถ่ิน อยูในระดับมากท่ีสุด 3) ดานกระบวนการ (Process Evaluation: P) โดยภาพรวมพบวามีประสิทธิภาพอยูในระดับมากท่ีสุดเม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอ ท่มี ีผลการประเมนิ สูงสดุ คือขอที่ 9 มกี ารวัดและประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านของทุกกจิ กรรมในแตละ โครงการอยางเปนระบบ และตอเน่ืองดวยวิธีการท่ีหลากหลาย โดยยึดหลักความแตกตางระหวาง บุคคลของผูเขารวมโครงการ และ ขอ 12 มีการสรรหาคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานครบ จํานวนตามองคประกอบกฎหมาย/ระเบียบท่ีเก่ียวของ ใหดํารงตําแหนงท่ีปรึกษา และหรือ อนุกรรมการเพ่ือดําเนินการตามระเบียบ และใหผูบริหารสถานศึกษาดํารงตําแหนงเลขานกุ าร อยูใน ระดับมากที่สุด รองลงมาคือขอที่ 3 เนอื้ หาสาระตามองคประกอบของโครงการบรหิ ารโดยใชโรงเรียน เปน ฐานในการพัฒนาทองถนิ่ มีความชดั เจน และสามารถนาํ มาปฏบิ ตั ไิ ด อยูใ นระดับมากทส่ี ุด สว นขอ ทีม่ คี ะแนนตา่ํ สุดคือขอที่ 14 หลงั เสร็จสนิ้ การดาํ เนินงานตามโครงการการบริหารโดยใชโ รงเรยี นเปน ฐานในการพัฒนาทองถ่ิน มีการรายงานผลตอผูบริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาในท่ีประชุม และ ตนสังกัดใหทราบอยางตอเน่ือง อยูในระดับมาก 4) ดานผลผลิต (Product Evaluation: P) โดย ภาพรวมพบวามีประสิทธิผลอยูในระดับมากท่ีสุด เม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอท่ีมีผลการประเมิน สูงสุดคือขอท่ี 15 สถานศึกษานําหลักการบริหารโดยใชโรงเรียนเปนฐานในการพัฒนาทองถ่ิน ตาม นโยบายของกรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถิ่น มาใชเปนแนวทางในการบรหิ ารสถานศกึ ษา ดว ยการจดั การศึกษาตลอดชีวิต อยูในระดับมากท่ีสุด รองลงมาคือขอท่ี 1 สถานศึกษานําหลักการบริหารโดยใช โรงเรยี นเปนฐานในการพัฒนาทองถน่ิ ตามนโยบายของกรมสงเสรมิ การปกครองสว นทอ งถ่ิน มาใช เปนแนวทางในการบริหารสถานศึกษาอยูในระดับมากที่สุด สวนขอท่ีมีคะแนนตํ่าสุด คือขอท่ี 8
31 ผเู ขารว มโครงการฝกอบรมมีความรู ทักษะและเจตคติท่ีดตี อเรื่องท่ีไดรับการอบรม รอ ยละ 80 ข้นึ ไป และขอ 9 สถานศึกษามีสาระการเรียนรูเพ่ิมเติมท่ีหลากหลายตามความตองการของผูเรียนแตละคน ท่ีนําไปสูการพัฒนาศักยภาพของผูเรียนสูความเปนเลิศตามอัจฉริยภาพของผูเรียนแตละคน อยูใน ระดับมากทส่ี ุด (ชลธิชา แพงบรรเทา. 2557: บทคัดยอ) ไดทําการวิจัยเร่ืองการประเมินโครงการแขงขัน ความเปนเลิศทางวิชาการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พบวา ผลการประเมินโครงการ แขงขนั ความเปนเลิศทางวิชาการ โรงเรยี นในสังกัดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดยภาพรวมอยูในระดับ มาก เม่ือพิจารณารายดาน พบวา ดานบริบท ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต อยูใ นระดบั มาก (มัทวะ ฉัตรทอง. 2551: บทคดั ยอ ) พบวา การประเมนิ โครงการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมท่ีพึงประสงคของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ” เทศบาลเมืองสุรินทร จังหวัดสุรินทร พบวา 1) ผลการประเมินบริบทหรือสภาพแวดลอม (Context) พบวา มีระดับความ คิดเห็นอยูในระดับมากท่ีสุด 2) ผลการประเมินปจจัยนําเขา (Input) พบวา มีระดับความคิดเห็นอยู ในระดับมากที่สุด 3) ผลการประเมินกระบวนการ (Process) 3.1) นักเรียนมีระดับความคิดเห็น เก่ียวกับการดําเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงค โดย ภาพรวมพบวา อยูใ นระดับมากท่ีสดุ 3.2) ครูมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกบั การดาํ เนินงานตามโครงการ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงค โดยภาพรวมพบวา อยูในระดับมากท่ีสุด 3.3) ผูปกครองนักเรียนมีระดับความคิดเห็นเก่ียวกับการดําเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรมและคานิยมที่พึงประสงคโ ดยภาพรวมพบวาอยใู นระดับมากทีส่ ุด 4) ผลการประเมนิ ผลผลิต โดยภาพรวม พบวาอยูในระดับมาก ซึ่งผลสัมฤทธิ์ของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และ คา นิยมท่ีพึงประสงคของนักเรยี น นักเรียนมีระดบั ความคดิ เหน็ เก่ียวกบั พฤติกรรมการแสดงออก ดาน คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงคของนักเรยี นกอนการพฒั นา โดยภาพรวม พบวาอยู ในระดบั มาก สว นหลังการพัฒนาอยูในระดบั มากทีส่ ุด 5) ผลการประเมินผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการ ดําเนินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมทีพ่ ึงประสงคของนักเรียน 5.1) ระดับความพึง พอใจของนักเรียนท่ีมีตอการดาํ เนนิ โครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงคของ นักเรียนกอนและหลังการพัฒนา โดยภาพรวมพบวา กอนการพัฒนาอยูในระดับปานกลาง สวนหลงั การพัฒนาอยูในระดับมากท่ีสุด 5.2) ระดับความพึงพอใจของครูท่ีมีตอการดําเนินโครงการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงคของนักเรียน กอนการพัฒนา โดยภาพรวมพบวา อยูใน ระดับปานกลาง สวนหลังการพัฒนาอยูในระดับมากท่ีสุด 5.3) ระดับความพึงพอใจของผูปกครอง นักเรียนท่ีมีตอการดําเนินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงคของนักเรียน กอนการพัฒนาโดยภาพรวมพบวา อยูในระดับมากสวนหลังการพัฒนาอยูในระดับมากท่ีสุด 6) รอย ละของผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียนปการศึกษา กอนการพัฒนา (ปการศึกษา 2549) และปการศึกษาหลังการพัฒนา (ปการศึกษา 2550) โดยภาพรวม ปการศึกษา หลัง การพัฒนาจํานวนนักเรียนท่ีมีผลการประเมินระดับดีเย่ียมและดี มีจํานวนมากกวาปการศึกษา กอ นการพัฒนา
32 กลาวโดยสรุปวาจากการศึกษาแนวคิดทฤษฎี หลักการ และผลงานวิจัยท่ีเก่ียวของ เร่ือง การประเมินผลโครงการโดยใชรูปแบบจําลองซิปป (CIPP Model) เพ่ือตองการทราบวาผลท่ีไดรับ จากการดําเนินโครงการไปแลวน้ันประสบความสําเร็จตามท่ีมุงหวังหรือไม มีปญหาอุปสรรคอะไร ตอบสนองความตองการไดเ พียงใด ควรปรับปรุงแลว ดาํ เนนิ การตอไปหรือควรยุตโิ ครงการ ซง่ึ เทากับ เปนการตดั สินคณุ คาของส่ิงที่ดําเนินการไปแลว วัตถุประสงคของการประเมินผล ไดแก เพือ่ ศกึ ษาวา วัตถุประสงคท่ีตองการบรรลุน้ัน ยังเปนวัตถุประสงคท่ียังมีความเหมาะสมและสอดคลองกับ สถานการณอยูหรือไม เพ่ือการคนพบวัตถุประสงคท่ีกําหนด เพ่ือพิจารณาหาเหตผุ ลของความสาํ เรจ็ และความลมเหลวของการปฏิบัติ เปนตน เพ่ือนําไปใชแกไขตอไป เพ่ือหาขอมูลท่ีเปนจริงเก่ียวกับ โครงการโดยทําการเก็บรวบรวมขอมูลเก่ียวกับวัตถุประสงคมีการ วางแผน แนวทางการดําเนินการ และผลกระทบที่เกิดขึน้ เพื่อเปน การกาํ หนดคุณคาหรือขอดีของโครงการ ดังกลาววาดีหรือไมอยางไร สามารถบรรลุวตั ถุประสงคท ีต่ องการ การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับ นานาชาตปิ ระจําป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ผูวจิ ัยใชรูปแบบ การประเมินผลซิปป (CIPP Model) เปนกรอบใน การประเมินดานสภาวะแวดลอม (Context : C) ไดแก วัตถุประสงคและหลักการของโครงการ นโยบาย ความตองการจําเปนของผูเขารวมโครงการ ปจจัยนําเขา (Input : I) ไดแก ความรูความเขาใจในการปฏิบัติงานของผูเก่ียวของ ความเหมาะสม ของหลักเกณฑเง่ือนไข ความเหมาะสมในการจัดงาน ดานกระบวนการ ( Process : P) ไดแก ความ เหมาะสมของข้ันตอนการแขงขัน และความชัดเจน ในหลักเกณฑการตัดสิน ผลผลิต (Product : P) ไดแก ผลท่ีคาดวาจะไดรับของโครงการ ความพึง พอใจในดานการจัดกิจกรรมและใหบริการ และ ความคิดเห็น ซึ่งความรูเก่ียวกับการประเมินโครงการและผลการวิจัยท่ีเก่ียวของจะเปนแนวทาง (Guidelines) ในการสรปุ อภปิ รายผลเก่ียวกับขอคน พบในการศกึ ษาวจิ ัย
33 ภาพที่ 2.1 กรอบแนวคิดในการวจิ ัย
บทท่ี 3 วิธดี าํ เนนิ งานวิจัย การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ผูวิจัย ไดดาํ เนินตามขั้นตอนดงั น้ี ระเบยี บวธิ ีการวจิ ยั เพ่ือใหการวิจัยคร้ังน้ีเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเปนไปตามวัตถุประสงคของการ วจิ ัย ผูวิจัยจงึ ไดก าํ หนดรายละเอียดตา ง ๆ เกยี่ วกับระเบียบวิธวี ิจยั ประกอบดวย 1. ประชากรและกลุมตัวอยา ง 2. เครื่องมือทใี่ ชใ นวิจัย 3. การสรางเครอ่ื งมอื 4. การเกบ็ รวบรวมขอมูล 5. การวิเคราะหขอมลู และการแปลผลขอมลู 6. สถิตทิ ีใ่ ชใ นการวเิ คราะหขอมูล ขั้นตอนการดําเนนิ การวิจยั เพื่อเปนแนวทางในการทําวิจัยใหบรรลุวัตถุประสงคและเพ่ือใหการดําเนินงาน เปนไปอยางมีระบบและระเบียบ ผูวิจัยจึงไดกําหนดขั้นตอนของการวิจัยออกเปน 3 ขั้นตอน คือ 1) จัดเตรียม ขอมูลจากเอกสาร ตํารา วารสาร บทความ ตลอดจนผลงานการวิจยั ท่ีเก่ียวของกับการ ประเมินโครงการ สรุปหัวขอท่ีทําการประเมิน กําหนดวัตถุประสงคเลือกรูปแบบการประเมิน 2) ข้ันดําเนนิ การวิจัย 3) รายงานผลการวิจัย ประชากรและกลุมตัวอยาง ประชากร ท่ีใชในการวิจัยในคร้ังน้ี ไดแก ผูบริหารสถานศึกษา จํานวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน ครูผูรับผิดชอบ จํานวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน เจาหนาท่ีผูเก่ียวของ จาํ นวน 15 คน นักเรียนผูเขา สอบ จาํ นวน 137 คน ผปู กครองนกั เรยี น จาํ นวน 4 โรงเรยี น โรงเรยี น ละ 1 คนของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (จํานวนโรงเรียนท่ี นกั เรยี นรว มเขารวมแขงขัน มีจาํ นวน 4 โรงเรยี น) รวมประชากรท้งั สนิ้ 164 คน
35 กลมุ ตวั อยา ง การเลือกกลุมตัวอยางผูบริหารสถานศึกษาโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน ครูผูสอนโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน ผูปกครองโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน โดยการเลือก แบบเจาะจง (สุรศักด์ิ อมรรัตนศักด์ิ. 2557: 96) เจาหนาท่ีผูเก่ียวของและนักเรียน ไดจากการเลือก อยางงายโดยใชตารางการสุมตัวอยางของเครจซ่ีและมอรแกน Krejecie&Morgan (สุรศักดิ์ อมรรัตนศักด์ิ. 2557: 101) ประกอบดวยเจาหนาที่ผูเก่ียวของ จํานวน 10 คน นักเรียน จํานวน 98 คน ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จํานวน 4 โรงเรียน ทําใหไ ดกลมุ ตวั อยา งท่ใี ชใ นการศกึ ษาวิจยั จํานวนทั้งสนิ้ 120 คน ตารางท่ี 3.1 ประชากรและกลุมตวั อยาง จาํ นวนประชากร กลมุ ตัวอยา ง เขตพ้ืนที่ ผูบริหาร การศึกษา ครู ผูปกครอง เจาหนาท่ีผูเ ี่กยว ของ นักเรียน รวม ผูบริหาร ครู ผูปกครอง เจาหนาที่ผูเ ี่กยว ของ นักเรียน รวม สํานกั งาน 4 4 4 15 137 164 4 4 4 10 98 120 เขตพืน้ ที่ การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 รวม 4 4 4 15 137 164 4 4 4 10 98 120 เคร่ืองมือทใี่ ชใ นการวิจัย เปน แบบสอบถาม ซง่ึ มี 2 ตอน ไดแก ตอนท่ี 1 รายละเอียดผูตอบแบบสอบถามเปนขอมูลท่ัวไป ซ่ึงเปนแบบตรวจสอบ รายการ (checklist) 1) เพศ, 2) สถานภาพผูตอบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วชิ าการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สาํ นักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 42 เครื่องมือท่ีใชในการวิจัยไดสรางแบบสอบถามสําหรับประเมินโครงการเพื่อเก็บ รวบรวมขอ มลู เปน แบบสอบถาม แบบมาตราสว นประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ เก่ยี วกบั ความ คิดเห็น จากสภาพการดําเนินงาน ผูบริหารสถานศึกษา ครูผูสอน นักเรียน ผูมีสวนเก่ียวของและ ผูปกครองนักเรียนของการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ท่ี ดําเนิน โครงการใน 4 ดาน คือ ดานสภาวะแวดลอ ม ดา นปจ จัยนาํ เขา ดา นกระบวนการ และดา นผลผลิตของ โครงการโดยสอบถามผบู ริหารสถานศึกษา ครผู ูสอน นักเรียน ผูมสี วนเกี่ยวขอ ง และผูปกครอง คือ
36 ผลและสภาพการดําเนินงานตามโครงการเปนแบบสอบถามมาตราสวนประมานคา 5 ระดับ สําหรับผูบริหารสถานศึกษา ครูผูสอน นักเรียน ผูมีสวนเก่ียวของ และผูปกครองจากการ ดําเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 42 ใน 4 ดา นคอื 1. ดา นสภาวะแวดลอ ม (Context : C) 2. ดานปจจัยนําเขา (Input : I) 3. ดา นกระบวนการ ( Process : C) 4. ดานผลผลติ (Product : C) การสรางเคร่อื งมือทใ่ี ชใ นการวจิ ัย การสรางแบบสอบถามสําหรับใชในการเกบ็ ขอมลู เพ่อื ใชใ นการประเมนิ โครงการ พัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงาน เขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ผูวิจัยไดดําเนินการสรางเคร่ืองมือท่ีใชประเมินโครงการตาม ขนั้ ตอนดงั นี้ 1. ศึกษาหาความหมาย หลักการ วัตถุประสงคทฤษฎีและงานวิจัยท่ีเก่ียวของเพ่ือ นําขอมูล ตาง ๆ มาวิเคราะหในการสรางแบบสอบถามใหครอบคลุมเน้ือหาสาระท่ีเก่ียวกับการ ประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยใชรูปแบบจําลองซิปป (CIPP Model) 2. ศึกษาโครงการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรสู สู ากล “การแขงขันทางวชิ าการระดับ นานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 3. นําขอมูลท่ีไดจากการศึกษาขอมูล จากขอท่ี 1 และ ขอท่ี 2 นํามาสรุปและต้ัง เปนขอคําถาม ความคิดเห็นเก่ียวกับสภาพการดําเนินงาน และความพึงพอใจ ของผูบริหาร สถานศึกษา ครผู สู อน นักเรียน ผมู สี วนเกยี่ วของ และผูปกครอง ทีม่ ีตอโครงการพัฒนาคุณภาพการ เรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 โดยใชมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ คือ ดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัย นําเขา ดานกระบวนการ และดา นผลผลติ 4. กําหนดกรอบและแนวคิดการสรา งเคร่อื งมือที่ใชใ นการวจิ ยั 5. สรา งเครอ่ื งมอื ที่ใชในการวิจยั คือแบบสอบถาม แบงออกเปน 2 ตอน ตอนท่ี 1 ขอมูลทัว่ ไปของผตู อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 แบบสอบถามการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลติ ของโครงการโดย ใชม าตราสวนประมาณคา 5 ระดับ จาํ นวน 25 ขอ
37 6. นําแบบสอบถามท่ีสรางข้ึน ไปใหผูทรงคุณวุฒิ ท่ีมีประสบการณดานการ ประเมนิ ผล จาํ นวน 5 ทาน ดงั นี้ 1) นางเพ็ญจันทร บัวแกว ตําแหนงผูอํานวยการกลุมอํานวยการ สํานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 42 2) นางวิระดา แกนกระโทก ตําแหนงศึกษานิเทศก สํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 3) นายคมกฤช แผนเสือ ตําแหนงศึกษานิเทศก สํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 4) นางวสุ เกษสําโรง ตาํ แหนง นักวเิ คราะหนโยบายและแผน สาํ นกั งาน เขตพน้ื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 5) นางสาวปวีณน ชุ จันทรนวล ตาํ แหนงนกั วชิ าการศึกษา สํานักงานเขต พน้ื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 42 ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมอื คือการตรวจสอบความเท่ยี งตรงเน้ือหา (Content Validity) ความ เหมาะสมดานภาษาและความชัดเจนของคําถาม และนํามาหาคาดัชนีความสอดคลองของเน้ือหา (Index of Item- Objective Congruence : IOC) โดยกําหนดเกณฑการ ประเมินดังน้ี (พวงรัตน ทวีรัตน. 2543: 117) เห็นวาสอดคลอ ง ใหคะแนน +1 ไมแนใจ ใหคะแนน 0 เหน็ วาไมสอดคลอ ง ใหคะแนน -1 ทั้งน้ีเม่ือคา IOC ไมต่ํากวา 0.50 จึงจะใชได หากไดคา IOC ตํ่ากวาน้ีจะตองนําขอคําถาม ไปปรับปรุงใหม (ตามคําแนะนําของผูเช่ียวชาญ) หรือแมขอท่ีมีคา IOC สูงกวา 0.50 แตหาก ผูเช่ียวชาญใหขอสังเกตท่ีเปนประโยชนก็นําไปปรับปรุง โดยคา IOC จากผูเช่ียวชาญจํานวน 5 ทาน ไดค า เฉลี่ย 1 จาํ นวน 20 ขอ และคา เฉลยี่ 0.8 จํานวน 5 ขอ IOC = Σ R N เมอื่ IOC หมายถึง ดชั นคี วามสอดคลองระหวางขอ คําถามกบั เนือ้ หาหรอื ลักษณะพฤติกรรม Σ R หมายถงึ ผลรวมของคะแนนความคดิ เหน็ ของผเู ชยี่ วชาญเนอื้ หาทั้งหมด N หมายถงึ จาํ นวนผูเช่ยี วชาญ 5 คน
38 7. เม่ือไดคา IOC แลวนําเคร่ืองมือกลับมาปรับปรุงแกไขโดยปรับขอคําถามให สอดคลอ ง กับวตั ถปุ ระสงคกบั การวิจยั และรวมขอคําถามทม่ี เี นือ้ หาเหมอื นกนั ใหอยูขอเดียวกนั 8. นําเครื่องมือที่ไดปรับปรุงจากผเู ช่ยี วชาญแลว ไปทดลองใช (Try out) กับ ประชากรท่ี ไมใ ชกลมุ ตัวอยา งในการวจิ ัยจํานวน 30 คน ∑α 1 S 2 = n − i n −1 S 2 t เมอ่ื α หมายถงึ สมั ประสิทธข์ิ องความเชื่อม่นั n หมายถงึ จาํ นวนขอ ของแบบสอบถาม หมายถงึ คะแนนความแปรปรวนแตล ะขอ S 2 i St2 หมายถงึ คะแนนความแปรปรวนของแบบสอบถามท้ังฉบบั 9. คา ความเช่อื ม่ัน (Reliability) ของแบบสอบถาม ดว ยสัมประสิทธแิ์ อลฟา (α-Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ไดคา ความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เทากับ 0.92 10. จดั ทําเครอ่ื งมอื ฉบับสมบรู ณ ใหค รบตามเกณฑท ่ีวางแผนการเกบ็ ขอ มูล การเก็บรวบรวมขอมูล ในการเกบ็ รวบรวมขอ มลู ผูวิจัยดาํ เนินการตามข้ันตอน ดงั น้ี 1. ขอหนังสือจากสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เพื่อติดตอ โรงเรยี นทเ่ี ปนกลุม ตัวอยางเพอ่ื เก็บขอ มูล 2. สงแบบสอบถามไปยังผตู อบแบบสอบถามท่ีเปน กลุมตัวอยาง จาํ นวน 120 ฉบบั 3. ตรวจสอบ ความถกู ตอง ความสมบรู ณข องแบบสอบถาม 4. นาํ ขอ มลู ที่ไดว เิ คราะหขอ มลู ดว ยโปรแกรมสาํ เรจ็ รปู การวิเคราะหข อ มูล และการแปลผลขอ มูล ในการวิเคราะหขอมูลโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563” คร้ังน้ี ผูวิจัยวิเคราะหขอมูลและใชสถิติ วิเคราะห ขอ มูล ดว ยเครอ่ื งคอมพวิ เตอร โดยใชโปรแกรมสําเรจ็ รูป ดงั นี้ 1. ขอ มูลเชิงปรมิ าณจากการสอบถามความคดิ เหน็ ดานสภาวะแวดลอ ม ดา นปจ จัย นําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต ของผูตอบแบบสอบถาม ผูวิจัยใชโปรแกรมสําเร็จรูป วเิ คราะหขอ มลู ทั่วไป หาคา รอยละ คา เฉล่ีย และคา เบีย่ งเบนมาตรฐาน 2. การแปลผลของความคิดเหน็ พจิ ารณาจากคา เฉล่ียโดยใชเกณฑของเบสท (Best. 1981: 82) มรี ายละเอียดดังนี้
39 คาเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง เห็นดวยมากท่สี ดุ คา เฉล่ยี 3.50 - 4.49 หมายถึง เหน็ ดวยมาก คาเฉล่ยี 2.50 - 3.49 หมายถึง เหน็ ดว ยปานกลาง คา เฉลยี่ 1.50 - 2.49 หมายถึง เห็นดวยนอย คา เฉล่ีย 1.00 - 1.49 หมายถงึ เห็นดว ยนอ ยที่สุด การศึกษากรอบสาระของแตละดาน ไดแก ดานบริบท ดานปจจัยนําเขา ดาน กระบวนการ และดานผลผลิต แลวประมวลสรางเปนคําถามแตละดาน และใชแบบมาตราสวน ประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ ตามวิธีของลิเคิรท (Likert) (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ. 2541: 167) เปน ระดบั การประเมนิ ดังน้ี 5 หมายถึง มรี ะดับความคดิ เห็นอยใู นระดับ มากทสี่ ุด 4 หมายถึง มีระดบั ความคดิ เหน็ อยูในระดับ มาก 3 หมายถึง มีระดับความคดิ เห็นอยใู นระดับ ปานกลาง 2 หมายถึง มีระดบั ความคิดเหน็ อยูในระดบั นอ ย 1 หมายถึง มีระดบั ความคิดเหน็ อยูในระดับ นอยทส่ี ุด สถิตทิ ใ่ี ชใ นการวิเคราะหข อ มลู ในการวิเคราะหขอมูลทางสถิติในการประเมินโครงการแขงขันความเปนเลิศทางวิชาการ แบบสอบถามที่สมบรู ณไปวิเคราะหขอ มลู ดวยการใชโ ปรแกรมสําเร็จรปู ใชสถิติดงั ตอ ไปน้ี 1. คารอ ยละ (Percentage) 2. คา เฉลี่ย (Arithmetic Mean) 3. คา เบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
40 ตารางท่ี 3.2 แนวทางในการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วชิ าการระดบั นานาชาตปิ ระจําป พ.ศ. 2563” วัตถุประสงค ตัวบง ช้ี วธิ ีการ/ แหลง ขอมูล การ เกณฑ 1. เพอื่ ความ เคร่ืองมือ -ผบู รหิ าร วิเคราะห X ≥3.50 ประเมินดา น เหมาะสม/ แบบสอบถาม -ครู - คาเฉล่ีย จากมาตรา สภาวะ สอดคลอ ง แบบสอบถาม -ผมู สี ว น -สว น สว น แวดลอมของ ระหวา ง แบบสอบถาม เกย่ี วของ เบ่ยี งเบน ประมาณคา โครงการ วัตถปุ ระสงค แบบสอบถาม -นกั เรียน มาตรฐาน 5 ระดบั (Context : C) ของโครงการ -ผูปกครอง - คาเฉลีย่ X ≥3.50 2.เพ่อื ประเมิน ความพรอม -ผูบรหิ าร -สว น จากมาตรา ดา นปจจยั ของบุคลากร/ -ครู เบย่ี งเบน สว น นําเขา งบประมาณ/ -ผมู ีสว น มาตรฐาน ประมาณคา (Input : P) วัสดอุ ปุ กรณ/ เกย่ี วของ - คาเฉลย่ี 5 ระดับ -นกั เรียน -สว น X ≥3.50 อาคารสถานที่ -ผูปกครอง เบย่ี งเบน จากมาตรา 3. เพอ่ื - การจัด -ผบู รหิ าร มาตรฐาน สว น ประเมินดาน กระบวนงาน/ -ครู ประมาณคา กระบวนการ ทํางานอยางมี -ผูม ีสว น - คา เฉลย่ี 5 ระดบั (Process : P) ระบบ เกยี่ วของ -สว น -นกั เรยี น เบ่ียงเบน X ≥3.50 - สงเสริมและ -ผูปกครอง มาตรฐาน จากมาตรา สนบั สนนุ งาน -ผบู รหิ าร สว น ดา นวิชาการ -ครู ประมาณคา 4.เพอ่ื ประเมนิ -นกั เรยี นมี -ผมู สี วน 5 ระดบั ดา นผลผลิต พฒั นาการท่ดี ี เกยี่ วของ (Product : P) ขน้ึ -นกั เรยี น - นกั เรยี นมี -ผูปกครอง ทักษะทาง วชิ าการ
บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข อมูล การวิจัยคร้ังน้ี เปนการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ในดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต ของโครงการ ผูวิจัยไดทําการเก็บขอมูลนํามาวิเคราะหขอมูลโดยใชโปรแกรมสําเร็จรูป ปรากฏผลการวิเคราะห ขอ มลู นาํ เสนอในรปู แบบของตารางประกอบดว ยคาํ บรรยาย โดยแบง ออกเปน 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ขอ มลู ท่ัวไปของผตู อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดับนานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพนื้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 สญั ลกั ษณทีใ่ ชใ นการวเิ คราะหขอ มูล ผูวิจัยได กําหนดความหมายสัญลักษณท่ีใชในการวิเคราะหขอมูลและแปล ความหมายของขอมูลดังนี้ 1. คารอยละ (%) 2. คา เฉลี่ย คือ X 3. คาเบยี่ งเบนมาตรฐาน คือ S.D. ผลการวเิ คราะหขอมลู ผูวิจัยไดดําเนินการวิเคราะหขอมูล การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรสู สู ากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 ท้ัง 4 ดาน คือดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และ ดา นผลผลิต ไดผ ลการวเิ คราะหข อ มูลดงั น้ี ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหข อ มูลโดยภาพรวม แสดงในตารางที่ 4.1 - 4.2 ผลการวิเคราะหขอมูลทั่วไป สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม จําแนก เพศ ตําแหนง จํานวนผตู อบแบบสอบถาม แสดงในตารางที่ 4.1 ผลการวิเคราะหขอมูลขอมูลโดยภาพรวม ทง้ั 4 ดาน แสดงในตารางที่ 4.2 ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะหการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ทั้ง 4 ดาน ดังตารางท่ี 4.3 – 4.6
42 ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหขอ มลู โดยภาพรวม ดังตารางท่ี 4.1- 4.2 ตารางที่ 4.1 แสดงจาํ นวนและรอ ยละของผตู อบแบบสอบถามโครงการพัฒนาคุณภาพการ เรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 สถานภาพของผตู อบ จํานวน รอ ยละ แบบสอบถาม 68 56.67 1. สถานภาพผูตอบ 52 43.33 ชาย 120 100.00 หญิง 4 3.33 รวม 4 3.33 4 3.33 2. ตาํ แหนง 10 8.34 ผบู ริหารสถานศกึ ษา 98 81.67 ครผู สู อน 120 100.00 ผูปกครอง ผูม ีสวนเกีย่ วขอ ง นักเรยี น รวม จากตารางท่ี 4.1 สามารถวิเคราะหขอมูลสภาพท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถามการประเมนิ โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563”สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 42 ไดดังนี้ เพศ จากประชากรกลุมตัวอยาง จํานวน 120 คน เปนกลุมตัวอยาง เพศชาย จํานวน 68 คน คดิ เปนรอ ยระ 56.67 และเปน กลุมตวั อยาง เพศหญิง จํานวน 52 คน คิดเปนรอยละ 43.33 ตําแหนง จากประชากรกลุมตัวอยาง จํานวน 120 คน เปนผูบริหารสถานศึกษา จํานวน 4 คน คิดเปนรอยละ 3.33 ครูผูสอน จํานวน 4 คน คิดเปนรอยละ 3.33 ผูปกครอง จํานวน 4 คน คิดเปน รอ ยละ 3.33 ผูมสี วนเกยี่ วขอ ง จาํ นวน 10 คน คิดเปน รอยละ 8.34 คน และนกั เรยี น จาํ นวน 98 คน คิดเปนรอยละ 81.67
43 ตารางที่ 4.2 คาเฉล่ีย X คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเหน็ ของ ประเมิน โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจาํ ปพ .ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 42 รายการประเมนิ X S.D. แปลผล 1. ดา นสภาวะแวดลอ ม 4.44 0.56 มาก 2. ดา นปจ จัยนาํ เขา 4.23 0.63 มาก 3. ดานกระบวนการ 4.43 0.62 มาก 4. ดา นผลผลติ 4.36 0.64 มาก 4.36 0.61 มาก รวม จากตารางที่ 4.2 ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรสู ูสากล “การ แขง ขนั ทางวชิ าการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สาํ นักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยภาพรวมอยูในระดับ มาก ( X = 4.36, S.D.= 0.61) เมื่อพิจารณา รายดาน พบวา คาเฉลีย่ ท่ีมากทีส่ ดุ คือดานสภาวะแวดลอ ม ( X = 4.44 , S.D.= 0.56) รองลงมาคอื ดานกระบวนการ ( X = 4.43, S.D.= 0.62) และดานผลผลิต ( X = 4.36, S.D.= 0.64) คาเฉล่ียท่ีนอยที่สุดคือ ดาน ปจจยั นาํ เขา ( X =4.23, S.D.= 0.63) ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 ท้ัง 4 ดาน คือ ดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต ของ ผูบริหารสถานศึกษา ครูผูสอน ผูปกครอง ผูมีสวนเก่ียวของ และนักเรียน ปรากฏผลดังตารางที่ 4.3 - 4.6 ตารางที่ 4.3 คาเฉล่ีย X คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเห็น ดานสภาวะแวดลอมของประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดบั นานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 42 รายการประเมนิ X S.D. แปลผล ดา นสภาวะแวดลอม 0.54 มากท่สี ุด 1. หลักการและวัตถุประสงคของ 4.59 โครงการแขงขันมีความสอดคลอง เหมาะสม กับการสนบั สนนุ นโยบายดา น การจดั การศกึ ษา
Search