Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้สู้สากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจํา ป พ.ศ. 2563”สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42

การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้สู้สากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจํา ป พ.ศ. 2563”สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42

Published by thammadej, 2020-09-09 01:09:46

Description: การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้สู้สากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจํา ป พ.ศ. 2563”สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42

Search

Read the Text Version

การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขนั ทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 นางสาวธิติวรรณ นันตอ้ื สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

(1) บทคดั ยอ ชอ่ื ผลงาน : การประเมนิ โครงการพฒั นาคุณภาพการเรยี นรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการ ระดบั นานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 42 ผูว ิจยั : นางสาวธติ วิ รรณ นนั ต้อื ปท ีจ่ ัดทํา : 2563 การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงคของการวิจัยเพื่อ 1) เพ่ือประเมินสภาวะแวดลอม (Context Evaluation : C) ของโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรสู ูสากล “การแขง ขนั ทางวิชาการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 2) เพื่อ ประเมินปจจัยนําเขา (Input Evaluation : I) ของโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 3) เพ่ือประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : P) ของโครงการพัฒนาคุณภาพการ เรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 และ 4) เพ่ือประเมินผลผลิต (Product Evaluation : P) ของ โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 42 กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัย คือ ผูบริหารสถานศึกษา ครูผูสอน เจาหนาท่ี ผูเกี่ยวของ ผูปกครองและนักเรียน ในโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จํานวน 120 คน เคร่ืองมือท่ีใชในการวิจัยคือ แบบสอบถามเปนมาตราสวน 5 ระดับ ประมาณคา (Rating Scale) ประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับ นานาชาติประจาํ ป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีคาความเชื่อม่ัน เทากับ 0.92 สถติ ิท่ีใชในการวิเคราะหขอมูลท่ีใชในการวิจัยคร้ังน้ี คือ คารอยละ (Percentage), คา เฉล่ีย ( X ) และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) วิเคราะหขอมูล ดวยการใชโ ปรแกรมสาํ เรจ็ รูป ผลการวิจัยพบวา ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณา เปนรายดาน พบวา คาเฉล่ียมากท่ีสุดคือ ดานสภาวะแวดลอม รองลงมือคือดานกระบวนการ ดานผลผลิต และดานท่ีมีคาเฉล่ียนอยท่ีสุดคือ ดา นปจจัยนาํ เขา

(2) กติ ตกิ รรมประกาศ การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563” ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 สําเร็จลุลวงไปดวยดี ไดความกรุณา จากผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 รองผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 และผูอํานวยการกลุม สงเสริมการจัดการศึกษา สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ท่ีไดใหคําชี้แนะและ แกไขขอ บกพรอ งตา ง ๆ จนบรบิ ูรณ ผจู ดั ทําขอขอบพระคณุ ไว ณ โอกาสน้ี ขอขอบพระคุณผูเช่ียวชาญท้ัง 5 ทาน ไดแก นางเพ็ญจันทร บัวแกว นางวิระดา แกนกระโทก นางวสุ เกษสําโรง นางสาวปวีณนุช จันทรนวล และนายคมกฤช แผนเสอื ท่ีไดก รณุ าตรวจสอบเครอื่ งมือทใี่ ชในการวจิ ยั ขอขอบพระคุณ ผูอํานวยการโรงเรียนและคณะครู ผูปกครองและนักเรียน โรงเรียนสังกัดสํานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 ท่ีใหความรวมมือในการสง นักเรยี น เขารวมโครงการสอบแขงขัน และตอบแบบสอบถาม และขอขอบคุณเพ่ือนรวมงานในสังกัด สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ทุกคน ท่ีไดใหความชวยเหลือในการดําเนินการ ตามโครงการดว ยดีเสมอมา

สารบัญ (3) บทคัดยอ หนา กติ ตกิ รรมประกาศ (1) สารบญั (2) สารบญั ตาราง (3) สารบญั ภาพ (4) บทที่ 1 บทนํา (5) 1 ความเปนมาและความสําคัญของปญหา 3 วตั ถปุ ระสงคข องการวิจยั 3 ขอบเขตในการวจิ ยั 4 นยิ ามศัพทเฉพาะ 6 ประโยชนท คี่ าดวาจะไดร ับ 7 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ ง 8 แนวคดิ หลักการและความสําคัญเกี่ยวกบั การประเมินโครงการ 9 ความหมายของการประเมินโครงการ 11 ความสําคญั ของการประเมินโครงการ 13 วตั ถุประสงคในการประเมินโครงการ 15 ขน้ั ตอนหรอื กระบวนการประเมนิ โครงการ 19 ประเภทของการประเมนิ โครงการ 21 ประโยชนข องการประเมนิ โครงการ 22 รปู แบบการประเมนิ โครงการ 25 รปู แบบการประเมนิ โครงการแบบจาํ ลองซิปป (CIPP Model) 30 โครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรสู สู ากลฯ 34 งานวิจัยท่เี กยี่ วขอ ง 34 บทที่ 3 วิธดี าํ เนินงานวิจัย 34 ระเบยี บวิธีการวจิ ยั 35 ขั้นตอนการดําเนินการวจิ ยั 36 ประชากรและกลมุ ตวั อยาง 38 เคร่ืองมือท่ีใชใ นการวจิ ัย การสรางเครือ่ งมือทีใ่ ชใ นการวจิ ยั การเกบ็ รวบรวมขอมูล

สารบญั (ตอ ) การวเิ คราะหข อมลู และการแปลผล หนา สถิติทใี่ ชใ นการวิเคราะหข อมลู 38 บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหข อมลู 39 สญั ลกั ษณท ่ใี ชใ นการวิเคราะหข อมลู 41 ผลการวเิ คราะหข อมูล ดานสภาวะแวดลอ ม ดา นปจจยั นําเขา 41 ดา นกระบวนการ และดานผลิต ของโครงการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรสู ูสากล “การแขง ขนั ทางวชิ าการระดบั นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” 49 สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 42 50 บทที่ 5 สรปุ ผลการวิจยั อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ 52 สรปุ ผลการวจิ ัย 53 อภปิ รายผลการวิจัย 55 ขอเสนอแนะการวจิ ัย 56 บรรณานกุ รม 58 ภาคผนวก 64 ภาคผนวก ก รายนามผูท รงคุณวุฒิตรวจสอบรายชือ่ 70 ภาคผนวก ข การตรวจสอบคุณภาพเครือ่ งมือวิจยั 75 ภาคผนวก ค สําเนาแบบตอบรบั ผูเ ชีย่ วชาญ ภาคผนวก ง แบบสอบถามเพื่อการวิจยั ประวัตผิ ูวจิ ยั

(4) สารบัญตาราง ตารางท่ี หนา 3.1 ประชากรและกลุม ตัวอยาง 35 3.2 แนวทางในการประเมินโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรสู ูส ากล “การแขงขัน 40 ทางวิชาการระดบั นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สาํ นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 4.1 จาํ นวนและรอ ยละของผูตอบแบบสอบถามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรูสูสากล 42 “การแขง ขันทางวชิ าการระดับนานาชาติประจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพน้ื ท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 4.2 คา เฉล่ีย X คา เบ่ียงเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเหน็ ของประเมิน 43 โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรสู สู ากล“การแขง ขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 42 4.3 คาเฉล่ีย X คา เบีย่ งเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคดิ เห็นของประเมิน 43 ดานสภาวะแวดลอ มโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรสู สู ากล“การแขงขันทางวิชาการ ระดบั นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 4.4 คา เฉล่ีย X คา เบีย่ งเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเหน็ ของประเมิน 44 ดานปจ จัยนําเขา โครงการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรสู ูส ากล“การแขงขนั ทางวชิ าการ ระดับนานาชาตปิ ระจําป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 4.5 คา เฉลีย่ X คาเบย่ี งเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเห็นของประเมิน 45 ดานกระบวนการโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรสู สู ากล“การแขง ขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 4.6 คาเฉลย่ี X คา เบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเห็นของประเมนิ 47 ดา นผลผลิตโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรสู สู ากล“การแขง ขันทางวชิ าการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42

สารบัญภาพ (5) ภาพที่ หนา 2.1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั 33

บทท่ี 1 บทนาํ ความเปนมาและความสําคัญของปญหา “การศึกษา” มีบทบาทสําคัญอันเปนรากฐานการพัฒนาสังคมและมนุษยในยุค โลกาภิวัตนท่ีเทคโนโลยีขอมูลขาวสารมีความกาวหนาทันสมัย ทําใหโลกเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็ว จึงจําเปนท่ีจะตองมีการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา เพ่ือการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูให เทียบเทามาตรฐานสากลโดยวิธีการสงเสริมความรวมมือทางปญญา เพื่อใหเกิดความเขาใจอันดี ระหวางนานาประเทศ และเพ่ือสงเสริมการพัฒนาจิตสํานึกยอมรับในความแตกตางระหวาง วฒั นธรรม ดังน้ัน การจดั การเรียนรูโดยผานทางหลักสูตรและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางชาญ ฉลาดเพ่ือเปดโลกทัศนใหม ๆ ใหกับผูเรียนจึงเปนส่ิงจําเปนในยุคปจจุบัน (สํานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน. 2563: 2) สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ไดมอบใหสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (ตามหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ดวนท่ีสุด ท่ี ศธ 04008/ว 2351 ลงวันท่ี 15 ตุลาคม 2562 และตามคําส่ังสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพ้ืนฐานท่ี 1833/2562 เร่ืองแตงต้ังคณะกรรมการการดําเนินงานโครงการพัฒนาความสามารถ ทางวิชาการผูเรียนผานกระบวนการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 ส่ัง ณ วันท่ี 11 ตุลาคม 2562) เปนผูรับผิดชอบดําเนินการตามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู สูสากล การพัฒนาความสามารถทางวิชาการ ผูเรียนผานกระบวนการแขงขันทางวิชาการระดับ นานาชาติ ประจําป พ.ศ.2563 สืบเน่ืองมาจากกระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดรับเชิญจากกระทรวงและหนวยงานทางการศึกษาตางประเทศ ในการ คัดเลือกผูแทนไทยไปแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 จึงไดจัดโครงการ สอบวิชาการระดับนานาชาติขึ้น เพ่ือเปดโอกาสใหนักเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 ไดพัฒนาความสามารถทางวิชาการ ดานคณิตศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนตน อยา งเตม็ ความสามารถ ไดแ ลกเปลย่ี นเรียนรสู ูเวทโี ลก และเปนการสรา งแรงบันดาลใจใหก ับ นักเรียนมีเจตคติท่ีดีและมีความสนใจในวิชาคณิตศาสตร มากย่ิงข้ึน โดยแบงกิจกรรมการพัฒนา ความสามารถทางวิชาการผานกระบวนการแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติออกเปน 3 รอบ รอบแรก ระดับเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา รอบสอง ระดับประเทศ (ศูนยส อบ) และรอบสาม คายวชิ าการ

2 โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับ นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีสวนสําคัญใน การพัฒนาคุณภาพนักเรียน สงเสริมอัจฉริยภาพนักเรียน ใหนักเรยี นมีความรูประสบการณ เพ่ิมมาก ขึ้น มีแหลง เรียนรแู หง ใหม ผูบรหิ าร ครู โรงเรยี น ผปู กครอง เปน ผูมสี ว นรว มสนบั สนนุ ใหน กั เรยี นได เขารวมกิจกรรม โดยสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เปนผูรับผิดชอบในการ ดําเนินการ จัดสอบแขงขันประจําปพ.ศ. 2563” จํานวน 2 รอบ คือ รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษา และรอบสอง ระดบั ประเทศ (ศนู ยส อบ) จากผลการดําเนินงานในปงบประมาณท่ีผานมา ป พ.ศ. 2561 – 2562 พบวา ป พ.ศ. 2561 รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มีนักเรียนสมัครสอบ จํานวน 145 คน และสอบ ผานจํานวน 53 คน รอบสอง ระดับประเทศ มีนักเรียนสมัครสอบ จํานวน 86 คน และสอบผาน จํานวน 6 คน รอบสาม คายวิชาการ มีจํานวน 2 คน ป พ.ศ. 2562 รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ี การศึกษา มีนักเรียนสมัครสอบ จํานวน 214 คน และสอบผานจํานวน 62 คน รอบสอง ระดับประเทศ มีนักเรียนสมัครสอบ จํานวน 73 คน และสอบผาน จํานวน 11 คน รอบสาม คาย วิชาการ มีจํานวน 2 คน สําหรับป พ.ศ. 2563 รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มีนักเรียนสมัคร สอบ จํานวน 154 คน และสอบผานจํานวน 46 คน รอบสอง ระดับประเทศ มีนักเรียนสมัครสอบ จาํ นวน 62 คน และสอบผา น จาํ นวน 8 คน รอบสาม คา ยวิชาการ มีจํานวน 2 คน จากท่ีไดศึกษา และรวบรวมขอมูล ผูวิจัยในฐานะเจาหนาท่ีผูรับผิดชอบโครงการ พัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 และไดดําเนินการมาแลวในปงบประมาณ พ.ศ.2561 และปงบประมาณ พ.ศ.2562 เห็นควรมีการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานของ โครงการ ซึ่งยังไมเคยมีการประเมินมากอนนบั ต้งั แตดําเนินโครงการดงั กลาว เพือ่ เปนแนวทางในการ พัฒนางานตลอดจนการปฏิบัติงานใหมีประสิทธิภาพ และจะเปนประโยชนแกผูบริหารและ ผูท่ีเกี่ยวขอ งทุกระดับ ในการนํามาประกอบการพิจารณาทบทวนและปรับปรงุ การดําเนนิ การแขงขัน ทางวชิ าการระดับนานาชาตใิ นปต อ ไป ผูวิจัยจึงไดทําการศึกษาคนควารูปแบบการประเมินโครงการจากนักวิชาการ ตลอดจนศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของ และพบวา รูปแบบการประเมิน CIPP Model ของ stufflebeam หรือแบบจําลอง CIPP Model มาใชในการประเมิน ซ่ึงรูปแบบการประเมินน้ีมี รูปแบบการประเมินทั้ง 4 ดาน คือ การประเมินสภาวะแวดลอม (Context Evaluation: C) การ ประเมินปจจัยนําเขา (Input Evaluation: I) การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation: P) และการประเมินผลผลิต (Product Evaluation: P) เปนรูปแบบการประเมินท่ีครอบคลุม กระบวนการดําเนินงานตั้งแตเริ่มตนจนจบอยางละเอียด และเห็นภาพการดําเนินงานไดอยางชัดเจน (ชลธิชา เเพงบรรเทา. 2557: 71) (ศิริรัตน นิลนาก. 2562: บทคัดยอ) เปนกิจกรรมท่ีมีความสําคัญ ในวงจรการวางแผนและบริหารจัดการโครงการ เปนประโยชนตอการประเมินโครงการ ชวยใหมี ขอมูลสารสนเทศ ชวยใหกําหนดวัตถุประสงค จัดหาขอมูลเก่ียวกับความกาวหนา เปนขอมูลในการ ตดั สินใจ จะยกเลกิ หรือขยายการดําเนินการโครงการ (วรี ะยทุ ธ ชาตะกาญจน. 2557: 265-266)

3 และเห็นวาการประเมิน CIPP Model เหมาะกับการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู สูสากล “การแขง ขนั ทางวชิ าการระดับนานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สาํ นักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา มธั ยมศึกษา เขต 42 วัตถุประสงคของการวจิ ัย 1. เพ่ือประเมินสภาวะแวดลอม (Context Evaluation : C) ของโครงการพัฒนาคุณภาพ การเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขต พ้นื ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 2. เพอ่ื ประเมินปจจัยนําเขา (Input Evaluation : I) ของโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู สูส ากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษา มธั ยมศึกษา เขต 42 3. เพ่ือประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : C) ของโครงการพัฒนาคุณภาพ การเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขต พ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 4. เพ่ือประเมินผลผลิต (Product Evaluation : C) ของโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู สูส ากล “การแขง ขันทางวชิ าการระดบั นานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษา มธั ยมศึกษา เขต 42 ขอบเขตในการวจิ ัย ขอบเขตดา นเนอ้ื หา การวิจยั น้ีมุงประเมินการดาํ เนินงานโครงการพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นรูสูสากล “การแขงขัน ทางวชิ าการระดับนานาชาติประจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยใชรูปแบบการประเมิน CIPP Model ของ stufflebeam เปน แนวทางการประเมิน 4 ดาน ดังน้ีคือ คือการประเมินสภาพแวดลอม (Context Evaluation: C) การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation: I) การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation: P) และการประเมินผล ผลิต (Product Evaluation: P) (วีระยทุ ธ ชาตะกาญจน. 2556: 287-290) ขอบเขตดา นประชากรและกลมุ ตวั อยา ง ประชากร ท่ีใชในการวิจัยในคร้ังน้ี ไดแก ผูบริหารสถานศึกษา จํานวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน ครูผรู ับผิดชอบ จํานวน 4 โรงเรยี น โรงเรยี นละ 1 คน เจาหนาท่ีผเู ก่ียวของ จํานวน 15 คน นกั เรียน ผเู ขาสอบ จํานวน 137 คน ผูปกครองนักเรียน จํานวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน ของโรงเรียน ในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (จํานวนโรงเรียนท่ีนักเรียนรวมเขารวม แขงขนั มจี าํ นวน 4 โรง) รวมประชากรทั้งสิ้น 164 คน

4 กลุม ตวั อยา ง การเลือกกลุมตัวอยางผูบริหารสถานศึกษาโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน ครูผูสอน โรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน ผูปกครองโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน โดยการเลือกแบบ เจาะจง (สุรศักด์ิ อมรรัตนศักด์ิ. 2557 : 96) เจาหนาที่ผูเกี่ยวของและนักเรียน ไดจากการเลือก อยางงายโดยใชตารางการสุมตัวอยางของเครจซ่ีและมอรแกน Krejecie & Morgan (สุรศักด์ิ อมรรัตนศักด์ิ. 2557 : 101 ) ประกอบดวยเจาหนาท่ีผูเก่ียวของ จํานวน 10 คน นักเรียน จํานวน 98 คน ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จํานวน 4 โรงเรียน ทาํ ใหไ ดก ลมุ ตัวอยา งทใ่ี ชในการศกึ ษาวจิ ยั จํานวนท้ังสิ้น 120 คน ขอบเขตดานตัวแปร ตัวแปรท่ีศึกษาไดแก ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ดานสภาวะแวดลอม (Context Evaluation: C) ดานปจจัยนําเขา (Input Evaluation: I) ดา นกระบวนการ (Process Evaluation: P) และดานผลผลติ (Product Evaluation: P) นิยามศัพทเฉพาะ โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563” หมายถึง โครงการที่สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เขต 42 ไดรับมอบหมาย จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ใหเปนผูดําเนินการจัดสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ.2563 ซ่ึงการจัดสอบการแขงขัน จํานวน 2 รอบ คือ รอบแรก ระดับ เขตพ้ืนท่ีการศึกษา และรอบสอง ระดับประเทศ (ศูนยสอบ) เพ่ือพัฒนาคุณภาพนักเรียน สงเสริม อัจฉรยิ ภาพนกั เรียน ใหน ักเรียนมีความรูประสบการณการเรยี นรู เพิม่ มากขึน้ รอบแรก ระดับเขตพื้นที่การศึกษา หมายถึง สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา จัดกิจกรรม พัฒนาความสามารถทางวิชาการของผูเรียนผานการสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ และ ตอ ยอดคัดเลอื กนักเรียนเขา รวมกจิ กรรม รอบสอง ระดบั ประเทศ รอบสอง ระดับประเทศ หมายถึง สาํ นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาท่ีเปนศูนยสอบ จัดกิจกรรม พัฒนาความสามารถทางวิชาการของผูเรียนผานการสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ และ ตอยอดคัดเลือกนกั เรยี นเขารว มกจิ กรรม รอบสาม คา ยวชิ าการ รอบสาม คายวิชาการ หมายถึง สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จัดคายวิชาการอบรมเขมเพ่ิมพูนประสบการณการเรียนรู และ ตอยอดคัดเลือกผแู ทนนกั เรยี นไทยไปแขง ขันทางวชิ าการ ระดับนานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563 การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการเก็บรวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล เพื่อให ไดมาซ่ึงขอมูลหรือสารสนเทศตาง ๆ ขอเท็จจริงเพ่ือนํามาเปนแนวทาง ในการตัดสินใจเก่ียวกับการ ดําเนินงาน การปรับปรุง การแกไข เพ่ือใหโครงการมีประสิทธิภาพ หรือนําไปพิจารณาตัดสิน ผลสําเร็จของโครงการวาตรงตามวัตถุประสงค เปาหมาย ท่ีกําหนดไวหรือไม หรือเพ่ือพัฒนา โครงการในปต อ ไป โดยมรี ปู แบบการประเมนิ CIPP Model ของ stufflebeam

5 การประเมินสภาวะแวดลอม (context evaluation: C) หมายถึง สภาพการณท่ีเปนพ้ืนฐาน อันจะนําไปสูหลักการท่ีสงผลตอการดําเนินงานตามโครงการแขงขัน ซึ่งประกอบดวย วัตถุประสงค และหลกั การของโครงการ นโยบาย ความตอ งการจําเปน ของผูเขา รวมโครงการ การประเมินปจจัยนําเขา (input evaluation:I) หมายถึง ส่ิงท่ีสงผลตอโครงการพัฒนา คุณภาพการเรียนรูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” ไดแก ความรูความเขาใจในการปฏิบัติงานของผูเก่ียวของ ความเหมาะสมของหลักเกณฑเง่ือนไข ความ เหมาะสมในการจัดงานอาคารสถานท่ี ความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ ระยะเวลาในการ ดาํ เนนิ งานตามโครงการ ความพรอมของส่อื วสั ดุ-อุปกรณ-เครอ่ื งมือในการดําเนนิ การ การประเมินกระบวนการ (process evaluation: P) หมายถึง การดําเนินงานของ หนวยงานที่เก่ียวของ ความเหมาะสมของข้ันตอนการแขงขัน และความชัดเจนในหลักเกณฑการ ตัดสิน ความเหมาะสมของการบริหารจัดการโครงการ เชน การวางแผน การดําเนินกิจกรรม การ ประชาสัมพันธ การใชส่ือและเทคโนโลยีตาง ๆ การแกปญหาและอุปสรรคท่ีพบระหวางการ ดาํ เนนิ การ การประเมินผลผลิต (product evaluation: P) หมายถึง ผลท่ีคาดวาจะไดรับ ของโครงการ ความพึงพอใจในดา นการจัดกจิ กรรมตามโครงการและใหบรกิ าร และความคดิ เห็น ผูบริหารสถานศึกษา หมายถึง บุคคลท่ีทําหนาท่ีบริหารงานในสถานศึกษาประกอบดวย ผูอํานวยการสถานศึกษา และรองผูอํานวยการสถานศึกษา ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (โรงเรยี นนครสวรรค โรงเรยี นอุทยั วิทยาคม โรงเรยี นหนองฉางวทิ ยา และโรงเรียนบานทุงนาวทิ ยา) ครู หมายถึง ครูผูสอนที่ปฏิบัติการสอนหนังสือของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (โรงเรียนนครสวรรค โรงเรียนอุทัยวทิ ยาคม โรงเรียนหนองฉางวิทยา และโรงเรียนบานทงุ นาวิทยา) นักเรียน หมายถึง นักเรียนโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (โรงเรียนนครสวรรค โรงเรียนอุทัยวิทยาคม โรงเรียนหนองฉางวิทยา และโรงเรียน บา นทุงนาวิทยา) ผูปกครอง หมายถึง บิดา มารดา รวมถึงบุคคลที่ใหการเล้ียงดเู ด็กนักเรียน ทเ่ี ขารวมแขงขัน โครงการแขงขันวิชาการระดับนานาชาติ โรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เจาหนาท่ีผูเกี่ยวของ หมายถึง เจาหนาท่ีตามคําส่ัง สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษาเขต 42 ท่ี 422/2562 เร่ืองแตงต้ังคณะกรรมการดําเนินการสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 (รอบแรก ระดับเขตพื้นที่การศึกษา) และคําส่ังสํานักงาน เขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ท่ี 50/2563 เร่ืองแตงตั้งคณะกรรมการดําเนินการ สอบแขงขนั ทางวิชาการ ระดบั นานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 (รอบสอง ระดบั ประเทศ)

6 ประโยชนท่คี าดวา จะไดรับ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีขอมูลการดําเนินงานตามโครงการ พัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” ทจี่ ะเปนประโยชนเปน แนวทางในการปรบั ปรงุ พัฒนาโครงการการแขงขนั ทางวิชาการระดบั นานาชาติ ในปต อ ไป และพฒั นา สง เสรมิ สนับสนุนใหนกั เรยี นสนใจเขารว มกจิ กรรมการแขงขันเพ่ิมมากขึ้น

บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ ก่ียวขอ ง โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563” สังกดั สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ผูวิจยั ไดเ สนอแนวคิด หรอื เอกสารงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วของดงั รายละเอียดตอไปน้ี 1. แนวคดิ หลักการและความสําคญั เกยี่ วกบั การประเมนิ โครงการ 1.1 ความหมายของการประเมนิ โครงการ 1.2 ความสาํ คญั ของการประเมนิ โครงการ 1.3 วตั ถุประสงคใ นการประเมินโครงการ 1.4 ขน้ั ตอนหรือกระบวนการประเมนิ โครงการ 1.5 ประเภทของการประเมนิ โครงการ 1.6 ประโยชนข องการประเมินโครงการ 2. แนวคดิ เกย่ี วกับรปู แบบการประเมนิ โครงการ 2.1 รปู แบบการประเมนิ โครงการ 2.2 รปู แบบการประเมนิ โครงการแบบจาํ ลองซปิ ป ( CIPP Model) 3. รายละเอียดโครงการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรสู สู ากล “การแขงขันทางวิชาการ ระดบั นานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” 4. งานวจิ ัยท่ีเกยี่ วของ 1. แนวคิดหลกั การและความสาํ คญั เก่ียวกับการประเมนิ โครงการ การดําเนินโครงการใด ๆ ก็ตาม จะประสบความสําเร็จอยางมีประสิทธิผลและ ประสิทธิภาพ ยอมตองอาศัยองคประกอบพ้ืนฐานเชิงระบบ องคประกอบ คือ 1) การวางแผน (Planning) เปนการคิด ลวงหนาวาจะทําอะไร ทําอยางไรและใครเปนผูกระทํา เพ่ือกําหนดความ เปนไปท่ีพึงประสงคของโครงการในอนาคตในรูปของจุดมุงหมาย (Goal) วัตถุประสงค (Objective) เปา หมาย (Target) และ วธิ ีการหรือกจิ กรรม (Activity) 2) การดาํ เนนิ งาน (Implementation) โดย การจัดสรรทรพั ยากรและ จดั กิจกรรมตามแผนตาง ๆ ทไ่ี ดกาํ หนดไว และ 3) การตดิ ตาม กํากบั และ การประเมินผล (Evaluation) ซ่ึงจะเขามามีบทบาทสําคัญตอการตัดสินคุณคาของการพัฒนา โครงการ และชวยใหทราบวาแผนท่ีวางไวเม่ือนําไปสูการปฏิบัติแลว สามารถทําไดตามแผนหรือไม มีปญหา อุปสรรคดานใดบาง ดําเนินการไดบรรลุตามวัตถุประสงคเพียงใด ผลท่ีเกิดข้ึนเปนอยางไร บาง และควรตองพัฒนา ปรับปรุงอยางไร เพื่อใหบรรลุผลตามตองการ (วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 264)

8 1.1 ความหมายของการประเมนิ โครงการ การประเมินโครงการ (Project or Program Evaluation) ซ่ึงมีผูใหความหมายไว ดงั น้ี (ศิริรัตน นิลนาก. 2562: 21) การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการเก็บ รวบรวมขอมลู และวเิ คราะหข อมูล เพ่ือใหไ ดมาซึง่ ขอมูลหรอื สารสนเทศตาง ๆ มาใชเ ปนแนวทางการ พัฒนา หรือปรับปรุงคุณภาพของการดําเนินงาน หรือนําไปประกอบการพิจารณาตัดสิน ผลสําเร็จ ของโครงการวาตรงตามวัตถุประสงค เปาหมาย หรือสอดคลองกับมาตรฐานตามท่ีหนวยงาน ตน สังกัดไดก าํ หนดไวห รือไมม ีคณุ ภาพหรือประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลมากนอยเพียงใด (กมลานันท บุญกลา. 2559: 45) การประเมินโครงการ คือ การเก็บรวบรวมขอมูล เพ่ือใหไดสารสนเทศตาง ๆ แลวนํามาพิจารณาตัดสินโครงการในแตละระยะ โดยนําสารสนเทศท่ีได ไปเปรียบเทียบกับเกณฑท่ีกําหนดไว เพ่ือประกอบการตัดสินใจวาควรจะดําเนินการตอ หรือ ปรบั เปลย่ี น ปรบั ปรงุ ขยายผล ระงบั หรอื ยกเลกิ โครงการ เปน ตน (วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 264-265) กลาววา หากพิจารณาความหมายท่ีเปน แนวคิดพื้นฐานของการประเมิน จะพบวามีแนวคิด ใน 2 ลักษณะ คือ การประเมินในเชิงการวัด (Measurement) เปนลักษณะของการประเมิน ตามหลักการทางวิทยาศาสตร เปนความเปนปรนัย ในเชิงประจักษ ความนาเชื่อถือของการวัด ความเปนมาตรฐานของเครื่องมือท่ีใชวัด การใชสถิติ วิเคราะหในเชิงปรมิ าณเพ่ือหาขอสรุป รวมท้ังการคนหาเกณฑมาตรฐานเพ่ือการเปรียบเทียบกับการ ประเมนิ ในเชิงของการวจิ ัยประยกุ ต (Applied Research) ทเ่ี ปน กระบวนการเกบ็ รวบรวมขอ มลู และ วิเคราะหขอมูลเพ่ือ เสนอเปนทางเลือกในการตัดสินใจทางการบริหารจัดการโครงการ มากกวาใช สาํ หรบั การตัดสนิ คาของโครงการ (สุชาติ ประสทิ ธริ ัฐสินธุ. 2547: 2 อา งถึงใน กมลานันท บุญกลา . 2559: 45) กลาวถึง การประเมินผลโครงการวา เปนกระบวนการศึกษาหาความรู เก่ียวกับการดําเนนิ โครงการวา เปนไป ตามหลักเกณฑ และขั้นตอนท่ีกําหนดไวหรือไม มีปญหาและผลกระทบอะไร และบรรลุผลตาม เปา หมายหรอื ไม (นิศา ชูโต. 2538: 8-9 อางถึงใน กมลานันท บุญกลา. 2559: 45) สรุปความหมาย ของการประเมินโครงการวา เปนการเก็บรวบรวมขอมูลท่ีเปนระบบ มีการวิเคราะหขอมูล เพ่ือหา วธิ ีการในการปรับปรุงการดําเนนิ โครงการ ใหมคี ุณภาพยง่ิ ขึน้ (Alkin. 1987) กลาววา การประเมนิ โครงการ หมายถึง กระบวนการกําหนดขอบเขต การตัดสินใจ การเลือกขอมูลที่เหมาะสม การเก็บรวบรวมขอมูลตลอดจนการเขียนรายงานสรุป เพ่อื ใหผ ูม อี ํานาจในการตดั สินใจไดใ ชเ ปนแนวทางในการเลอื กวธิ กี ารปฏบิ ัติ

9 (Rossi and Freeman. 1982 อางถึงใน ปุระชัย เปยมสมบูรณ. 2542: 45) ไดให ความหมายของการประเมินผล ไววา เปนการประยกุ ตใ ชกระบวนการวิจัยทางสังคมศาสตรอยางเปน ระบบ เพ่ือประเมินกรอบ ความคิด รูปแบบการดําเนินงาน และประโยชนของแผนงานในการ เขาแทรกแซงทางสังคม กลาวคือ การวิจัยประเมินผลเก่ียวของกับการใชระเบียบวิธีวิจัยทาง สังคมศาสตร เพือ่ วนิ จิ ฉยั และ ปรบั ปรงุ การวางแผนประสทิ ธผิ ล และประสทิ ธภิ าพของแผนงาน จากขอมูลขางตนสรุปไดวา การประเมินโครงการหมายถึง กระบวนการเก็บรวบรวม ขอมลู วเิ คราะหข อมูล เพื่อใหไ ดมาซ่ึงขอมูลหรือสารสนเทศตาง ๆ ขอเท็จจริงเพ่ือนํามาเปนแนวทาง ในการตัดสินใจเก่ียวกับการดําเนินงาน การปรับปรุง การแกไข เพ่ือใหโครงการมีประสิทธิภาพ หรือ นาํ ไปพิจารณาตดั สนิ ผลสาํ เร็จของโครงการวาตรงตามวัตถุประสงค เปา หมาย ที่กําหนดไวหรือไม 1.2 ความสําคญั ของการประเมนิ โครงการ (สุวิมล ติรกานันท. 2543: 8-9) ไดกลาววา การประเมินโครงการทางการศึกษา มคี วามสําคัญดงั ตอ ไปนี้ 1. ชวยช้ีใหเห็นวาจุดประสงคของการดําเนินงานน้ันเหมาะสม และเปนไปได เพียงใดการดําเนินงานหรือโครงการใด ๆ จะตองมีการกําหนดจุดประสงคของการดําเนินงาน การ ประเมินจะเปนตัวชวยช้ีใหเห็นถึงความจําเปนท่ีจะตองดําเนินโครงการน้ี และการดําเนินงานน้ันมี ความเปนไปไดเ พียงใด 2. ทาํ ใหท ราบวา การดาํ เนนิ งานนน้ั บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคห รือไมการประเมินโครงการ น้ันนอกจากประเมินสวนอ่ืน ๆ แลวจะตองประเมินวาการประเมินงานน้ันบรรลุตามวัตถุประสงค หรอื ไม เพื่อเปนการตรวจสอบวาไดดําเนนิ การไปแลว ไดผลตามจดุ ประสงคทต่ี งั้ ไวหรอื ไม ซง่ึ เปน การ ประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ิของโครงการ 3. กระตุนใหมีการเรงรัดปรับปรุงการดําเนินงาน การประเมินจะเปนตัวกระตนุ ให ผูดําเนินงาน ใหม ีการเรง รดั และปรับปรุงการดาํ เนินงานเมอ่ื พบขอ บกพรองในการดําเนินงาน 4. ชวยใหมองเห็นขอบกพรองในการดําเนินงานแตละข้ันตอน ซ่ึงใชเปนหลักใน การปรบั ปรงุ การดําเนนิ งาน การประเมินการดาํ เนินงานทกุ ขนั้ ตอนจะทาํ ใหพบขอบกพรอง 5. ชวยควบคุมการดําเนินงานใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ซ่ึงจะเปนการ ลดความสูญเปลาในการใชทรัพยากร ผูดําเนินงานบางคนบางคร้ังมักไมปฏิบัติหนาท่ีใหดีและเต็ม ความสามารถซึ่งการประเมินจะชวยควบคุมการดาํ เนนิ งานใหมีคณุ ภาพได 6. ชวยใหม ขี อมูลสนเทศแกผ บู ริหารในดานการดําเนินงาน ผบู ริหารตองการทราบ ขอมูลทุกแงทุกมุมของผลจากการประเมิน ซ่ึงผูบริหารจะไดนําไปพิจารณาวินิจฉัยและตัดสินใจส่ัง การไดถ กู ตอ ง 7. ใชเ ปน แนวทางในการกําหนดวธิ กี ารดาํ เนินงานท่ีเหมาะสมในครั้งตอ ๆ ไป

10 (เยาวดี รางชัยกุล วิบูลยศรี. 2542: 31) กลาววา การประเมินโครงการมีความมุงหมาย 3 ประการ 1. เพอื่ แสดงผลการพิจารณาถงึ คุณคาของโครงการ 2. เพ่ือชว ยใหผตู ัดสนิ ใจมกี ารตัดสนิ ใจท่ถี กู ตอง 3. เพ่อื การบริการขอมลู แกฝ ายการเมอื ง เพอื่ ใชในการกําหนดนโยบาย (ประชุม รอดประเสริฐ. 2539: 74-75) กลาววา การประเมินโครงการมีความมุงหมาย เฉพาะ ดงั ตอไปน้ี 1. เพ่ือแสดงใหเห็นถึงเหตุผลท่ีชัดเจนของโครงการอันเปนพ้ืนฐานท่ีสําคัญของการ ตัดสินใจวาลักษณะใดของโครงการมีความสําคัญมากที่สุด ซ่ึงจะตองทําการประเมินเพื่อการหา ประสิทธิภาพ และขอมลู ชนิดใดที่จะตอ งเก็บรวบรวมไวเ พือ่ การวเิ คราะห 2. เพ่ือรวบรวมหลักฐานความเปนจริง และขอมูลท่ีจําเปนเพ่ือนําไปสูการพิจารณา ถึงประสิทธิผลของโครงการ 3. เพ่ือการวิเคราะหขอมูลและขอเท็จจริงตาง ๆ เพ่ือนําไปสูการสรุปผลของ โครงการ 4. การตัดสินใจวา ขอ มูลหรอื ขอเท็จจรงิ ใดทีส่ ามารถนําเอาไปใชได จากขอมลู ขางตนสรุปไดว า การประเมนิ โครงการมีความสาํ คัญ ดังน้ี 1. การประเมินจะชวยใหการกําหนดวัตถุประสงค และมาตรฐานของการ ดําเนินงานมีความชัดเจนข้ึน กลาวคือ กอนท่ีจะนําโครงการไปใชยอมจะไดรับการตรวจสอบอยาง ละเอียดจากผูบริหารและผูประเมิน สวนใดท่ีไมชัดเจนเชนวัตถุประสงค หรือมาตรฐานในการ ดําเนินงาน หากขาดความแนนอนท่ีแจมชัดจะตองไดรับการปรับปรุงแกไขใหมีความถูกตองชัดเจน เสยี กอน 2. ประโยชนเต็มท่ีท้ังน้ีเพราะการประเมินโครงการจะตองวิเคราะหทุกสวนของ โครงการ ขอมูลใดหรือปจจัยใดท่ีเปนปญหาจะไดรับการปรับปรุงแกไขเพ่ือใหสามารถปฏิบัติงาน หรือใชในการปฏิบตั ิงานอยา งเหมาะสมคุมคา ทรัพยากรทุกชนิดจะไดรบั การจัดสรรใหอยูในจาํ นวน หรือปริมาณท่ีเหมาะสมเพียงพอแกการดําเนินงาน ทรัพยากรท่ีไมจําเปนหรือมีมากเกินไปจะไดรับ การตัดทอนและทรัพยากรใดทีข่ าดจะไดรับการจดั หาเพม่ิ เติม 3. การประเมินโครงการชวยใหแผนงานบรรลุวัตถุประสงค เพราะโครงการเปน สวนหน่ึงของแผน ดังน้ันเม่ือโครงการไดรับการตรวจสอบวเิ คราะหปรับปรงุ แกไข เพ่ือใหดําเนินการ ไปดว ยดี 4. การประเมินโครงการ มีสวนชว ยในการแกปญหาอนั เกิดจากผลกระทบ (impact) ของโครงการ และทําใหโครงการมีขอทที่ ําใหค วามเสียหายลดนอ ยลง 5. การประเมนิ โครงการมสี วนชว ยสาํ คญั ในการควบคุมคุณภาพของงานเพราะการ ประเมนิ โครงการเปน การตรวจสอบและควบคุมชนดิ หนงึ่

11 6. การประเมินโครงการมีสวนในการสรางขวัญและกําลังใจใหผูปฏิบัติงานตาม โครงการ เพราะการประเมนิ โครงการมิใชเปนการควบคุมบังคับบัญชาหรือส่ังการ แตเปนการศึกษา วิเคราะหเพ่ือการปรับปรุงแกไขและเสนอแนะวิธีการใหมๆ เพ่ือใชในการปฏิบัติโครงการอันยอมจะ นํามาซ่ึงผลงานทีด่ ีเปน ทยี่ อมรบั ของผูเ กย่ี วขอ งท้ังปวง 7. ผลของการประเมินโครงการอาจเปนขอมูลสําคัญในการวางแผน หรือการ กาํ หนดนโยบายของผูบริหารและฝา ยการเมือง 8. การประเมินโครงการชวยในการตัดสินใจในการบริหารโครงการ กลาวคือการ ประเมินโครงการจะทําใหผูบริหารไดทราบถึงอุปสรรคปญหา ขอดี ขอเสีย ความเปนไปได และ แนวทางในการปรับปรุงแกไขการดําเนินงานโครงการ โดยขอมูลดังกลาวแลวจะชวยทําใหผูบริหาร ตัดสนิ ใจวา จะดาํ เนนิ โครงการนน้ั ตอไป หรอื จะยุตโิ ครงการน้นั เสีย 1.3 วัตถุประสงคใ นการประเมนิ โครงการ (ชลธิชา แพงบรรเทา. 2557: 17-18) สําหรับการประเมินผลโครงการโดยทั่วไปมี วัตถุประสงค หรือจุดมุงหมาย คือ เพ่ือศึกษาวา วัตถุประสงคท่ีตองการบรรลนุ ้ันยงั เปนวัตถุประสงค ท่ียังมีความ เหมาะสม และมีความสอดคลองกับสถานการณอยูหรือไม นอกจากน้ียังเปนการคนหา วัตถุประสงคท่ีกําหนดเพ่ือพิจารณาหลักการและ เหตุผลของแผนงานท่ีตองการบรรลุผลสําเร็จ และ กําหนดแนวทางการแกไขความลมเหลวของ การปฏิบตั ิ รวมทง้ั เพื่ออํานวยการโดยใชเทคนิค สําหรบั การเพ่ิมประสิทธิผลและเพ่ือเปนพ้ืนฐาน ในการวิจัยเพ่ือแสวงหาขอมูล สําหรับผูบริหารใช ประกอบการตัดสินใจอยางเหมาะสมในการดําเนินโครงการย่ิงข้ึนในอนาคต ในดานประโยชนของ การประเมินผลโครงการน้ันมีอยูดวยกันหลายประการ เชน เพ่ือใช ผลจากการประเมินผลโครงการ เพ่ือการวางแผนอยางตอเน่ือง ท้ังในดานการจัดสรรทรัพยากรท่ีมีอยู อยางจํากัดเพ่ือท่ีจะกอใหเกิด ผลประโยชนสูงสุดตอองคการ เพื่อใหผูบริหารสามารถใชขอมูลสารสนเทศ จากผลการประเมิน โครงการในการวางแผนและตัดสินใจดําเนินโครงการในอนาคต และสามารถเพ่ิมความรอบคอบ ใน การตดั สินใจดาํ เนินโครงการในอนาคตไดอกี ดวย ซง่ึ ผลการประเมนิ โครงการสามารถนําผลสาํ เร็จมาสู องคการ และลดอุปสรรคจากการดําเนินโครงการนําไปปรับปรุงใหเกิดประสิทธิภาพ ตอไป นอกจากน้ีการประเมินผลโครงการยังสามารถสรางขวัญกําลังใจใหแกผูปฏิบัติ เน่ืองจากการ ประเมินผลโครงการจะทําใหผบู รหิ ารสามารถศึกษาและวิเคราะหเพ่ือการปรบั ปรงุ งาน และแสวงหา แนวทางทีเ่ หมาะสมและวธิ ีการปฏบิ ตั ใิ หมๆ มาใชปฏิบัตใิ นครั้งตอไปเพ่ือ 1. เพือ่ สนับสนนุ หรือยกเลิก การประเมนิ ผลจะเปน เครื่องมือชว ยตัดสินใจวา ควรจะ ยกเลิก โครงการหรือสนับสนุนใหมีการขยายผลตอไป โดยเฉพาะการมีโครงการใหม ๆ ยังมิไดจัดทํา ในรูปของโครงการทดลอง (Experimental) มีโอกาสจะผิดพลาดหรือลมเหลวไดงาย ความลมเหลว ของโครงการจึงมิใชความลมเหลวของผูบริหารเสมอไป ดังน้ัน ถาเราประเมินผลแลวโครงการน้ัน สําเร็จตามท่ีกําหนดวัตถุประสงค และเปาหมายไวก็ควรดําเนินการตอไป แตถาประเมินผลแลว โครงการน้ันมปี ญหาหรอื มผี ลกระทบเชงิ ลบมากกวา เรากค็ วรยกเลกิ ไป

12 2. เพ่ือทราบถึงความกาวหนาของการปฏิบัติงานตามโครงการ วาเปนไปตามที่ กาํ หนดวัตถุประสงคแ ละเปา หมาย หรือกฎเกณฑ หรือมาตรฐานท่ีกาํ หนดไวเพียงใด 3. เพ่ือปรับปรุงงาน ถาเรานําโครงการไปปฏิบัติแลว พบวาบางโครงการไมไดเสีย ท้ังหมด แตก็ไมบรรลุวัตถุประสงคท่ีกําหนดไวท ุกขอ เราควรนําโครงการน้ันมาปรับปรุงแกไขใหดขี ้นึ โดย พิจารณาวาโครงการน้ันบกพรองในเร่ืองใด เชน ขาดความรวมมือของประชาชน ขัดตอคานิยม ของประชาชน ขาดการประชาสัมพันธ หรือสมรรถนะขององคการท่ีรบั ผิดชอบ เม่ือเราทราบผลของ การประเมนิ ผล เรากจ็ ะไดป รับปรงุ แกไ ขใหต รงประเด็น 4. เพ่ือศึกษาทางเลือก (Alternative) โดยปกติในการนําโครงการไปปฏิบัตินั้น ผูบริหาร โครงการจะพยายามแสวงหาทางเลอื กท่ีดีท่ีสุด จากทางเลือกอยางนอย 2 ทางเลือก ดังน้ัน การประเมินผลจะเปน การเปรียบเทยี บทางเลือก กอ นท่จี ะตดั สินใจเลือกทางเลือกใดปฏิบัติ ทง้ั น้ีเพ่ือ ลดความเส่ยี งใหน อ ยลง 5. เพือ่ ขยายผล ในการนาํ โครงการไปปฏบิ ัติ ถา เราไมมีการติดตามและประเมินผล อยางตอเน่ือง อาจจะไมทราบถึงความสําเร็จของโครงการ แตถาเราประเมินผลโครงการเปนระยะ สม่ําเสมอ ผลปรากฏวาโครงการนน้ั บรรลุผลสําเร็จตามท่ีกําหนดวตั ถุประสงค เราก็ควรจะขยายผล โครงการน้ันตอไป แตการขยายผลนั้นมิไดหมายความวาจะขยายไปไดทุกพ้ืนท่ี การขยายผลตอง คํานึงถึงมิติของประชากร เวลา สถานท่ี สถานการณตาง ๆ เชน โครงการปลูกพืชเมืองหนาวจะ ประสบความสําเร็จดีในพื้นที่ภาคเหนือ แตถาขยายผลไปยังภูมิภาคอ่ืนอาจจะไมไดผลดีเสมอไป เพราะตองคํานึงถึงลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เช้ือชาติ คานิยม ฯลฯ ดังน้ันส่ิงท่ีตองคํานึงถึงคือ ส่งิ ที่นําไปในพน้ื ท่หี น่งึ อาจไดผลดี แตนาํ ไปขยายผลในพ้ืนทหี่ นึง่ อาจไมไดผ ลหรอื ส่งิ ทเี่ คยทําไดผลดีใน ชว งเวลาหน่งึ อาจจะไมไ ดผ ลดใี นอีกชว งเวลาหน่ึง (รัตนะ บวั สนธ. 2540 : 90 - 91) ไดกลา วถงึ วตั ถปุ ระสงคของการประเมินโครงการ มดี ังนี้ ประการแรก เพ่ือท่ีจะรูวาการดําเนินงานของโครงการท่ีผานมาท้ังหมดไดผล เปนไปตามท่ีกําหนดไวในวัตถุประสงคของโครงการต้ังแตในข้ันการออกแบบวางแผนเรม่ิ แรกหรือไม เพียงไร ประการท่ีสอง เพ่ือท่ีจะรูวาผลท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินงานของโครงการน้ันเปน ผลท่ีแทจริงจากการดําเนินโครงการโดยตรงหรือไม และมีผลอ่ืนใดท่ีเกิดข้ึนอันเน่ืองมาจากโครงการ ไปทาํ ใหเกดิ ข้ึนโดยมิไดมุงหวงั หรือตอ งการที่ใหเ กดิ ขึน้ ซงึ่ เรยี กกันวา ผลกระทบหรือผลขางเคียง ประการท่ีสาม เพ่ือท่ีจะรูวาผลท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินงานของโครงการน้ันใช ทรัพยากรในการดําเนินงานไปมากนอยเพียงไร คุมคาหรือไมกับทรัพยากรท่ีสูญเสียไปและผลท่ีได จากโครงการเพยี งพอกบั ความตอ งการของผูรบั บรกิ ารจากโครงการหรอื ไม (ประชุม รอดประเสริฐ. 2539: 74) ไดกลาวถึงวัตถุประสงคของการประเมินโครงการ มดี ังน้ี 1. เพอื่ การหาขอมูลสารสนเทศตา ง ๆ ท่ีนํามาใชในการวางแผนโครงการ 2. เพ่ือการหาขอมูลสารสนเทศตาง ๆ ท่ีนํามาใชในการปรับปรุงการดําเนินงาน โครงการ 3. เพื่อการหาขอมูลสารสนเทศตาง ๆ ที่แสดงใหเห็นถึงประสิทธิภาพของ โครงการ

13 จากขอ มูลขา งตนสรุปไดวา การประเมนิ โครงการมีวัตถุประสงคสาํ คัญ คอื เพือ่ ชวยปรับปรุง การบรหิ ารงานหรือโครงการ ตลอดจนการดําเนินงานตา ง ๆ ใหม ปี ระสิทธภิ าพสงู สุด และเพ่ือชวยให ผบู รหิ ารหรือผูรับผดิ ชอบโครงการตัดสนิ ใจเก่ียวกับโครงการหรือกิจกรรมท่ีรับผิดชอบไดอยางถูกตอง มีประสทิ ธิภาพสงู สุด 1.4 ขน้ั ตอนหรอื กระบวนการประเมนิ โครงการ ในการประเมินโครงการแตละคร้ัง ผูประเมินจําเปนจะตองมองเห็นภาพรวมของ กระบวนการดําเนินงานการประเมินโครงการใน 10 ข้ันตอน (วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 268- 271) ซ่งึ จะมีรายละเอียดของแตละข้ันตอนดังตอไปน้ี 1. การวเิ คราะหโครงการท่ีจะประเมนิ เปนการศึกษารายละเอียดและความสัมพันธ ระหวางสวนตาง ๆ ของโครงการท่ีจะประเมิน เพ่ือใหผูประเมินเกิดความรูและความเขาใจโครงการ อยางลึกซ้ึง ต้ังแตหลักการและเหตุผลของโครงการ วัตถุประสงค วิธีดําเนินการ การเก็บขอมูลการ วิเคราะหขอมูล จนถึงผลของโครงการ การวิเคราะหโครงการอยางละเอียดรอบคอบจะเปนสวน สําคัญท่ีผูประเมินเกิดแนวคิดตาง ๆ ท่ีจะนําไปสูการกําหนดประเด็นของการประเมิน ดังน้ัน การ วิเคราะหโครงการท่ีจะประเมินจึงเปนข้ันตอนการประเมินท่ีสําคัญอยางย่ิงของข้ันตอนแรกในการ ประเมนิ โครงการ 2. การศึกษารูปแบบของการประเมิน (Model) ผูประเมินจําเปนตองมีความรู เกี่ยวกบั รูปแบบของการประเมนิ แบบตา ง ๆ อยา งกวางขวาง รปู แบบของการประเมนิ แตล ะแบบ จะ ไดมาจากแนวคิดท่ีแตกตางกันไปตามแนวคิดของผูพัฒนารูปแบบแตละทาน การศึกษารูปแบบของ การประเมินหลาย ๆ รูปแบบ จะทําใหผูประเมินไดเห็นทางเลือกท่ีหลากหลายท่ีจะนําไปสูการ เลอื กใชรปู แบบที่เหมาะสมท่ีสดุ กับโครงการที่จะประเมิน แตโ ดยสวนใหญโครงการแตละโครงการไม สามารถประเมินโดยใชรูปแบบใดรูปแบบหน่ึงอยางเดียวเสมอไป ผูประเมินจึงตองใชการผสมผสาน หลาย ๆ รปู แบบการประเมนิ เพื่อใหไดผลการประเมนิ สมบูรณทสี่ ุดเทาท่จี ะทาํ ได 3. การกําหนดประเด็นของการประเมิน ผูประเมินจําเปนตองกําหนดประเด็นการ ประเมิน อยางเหมาะสม เพ่ือจะนําไปสูการกําหนดรายละเอียดของข้ันตอนตอไปไดอยางสมบูรณ ตามประเด็นท่ีกําหนด โดยผูประเมินสามารถกําหนดประเด็นของการประเมินไดจากการวิเคราะห โครงการท่ีจะประเมิน ผสมผสานกับการศึกษารูปแบบของการประเมิน ท้ังน้ีผูประเมินจะตอง คํานึงถึงความตองการ ของผูใชผลการประเมิน อาจจะเปนผูใหทุน ผูบริหาร ผูมีอํานาจตัดสินใจ เจาหนาท่ีระดับปฏบิ ัตกิ าร ฯลฯ เพ่ือใหผลจากการประเมินเปนประโยชนต อบุคคลและองคกรตาง ๆ อยางแทจ รงิ

14 4. การพัฒนาตัวช้ีวัดและกําหนดเกณฑ ในการประเมินใด ๆ ส่ิงสําคัญท่ีจะทําให เกิดความนาเชื่อถือในผลการประเมินยอมขึ้นอยูกับคุณภาพของตัวช้ีวัด (Indicator) และเกณฑ (Criteria) ดังน้ันข้ันตอนสําคัญของการประเมินอีกข้ันตอนหน่ึงก็คือ การพัฒนาตัวช้ีวัดและการ กําหนดเกณฑท่ีเหมาะสม ตัวช้ีวัดแตละตัวจะไดมาจากประเด็นการประเมินท่ีกําหนดไว ผูประเมิน ตองพยายามคนหา ตัวช้ีวัดท่ีสามารถแสดงประสิทธิภาพของแตละประเด็นไดชัดเจนท่ีสุด สามารถ สังเกตหรือวัดไดเม่ือไดตัวช้ีวัดท่ีเหมาะสมแลว ผูประเมินจําเปนตองกําหนดเกณฑท่ีเหมาะสมใหกับ ตัวชี้วัดแตละตัว เพ่ือเปนเกณฑตัดสินวาผลการดําเนินงานของโครงการประสบความสําเร็จเปนไป ตามเกณฑม ากนอยเพียงใด 5. การออกแบบการประเมิน หลังจากท่ีผูประเมินกําหนดประเด็นการประเมิน พัฒนาตัวช้ีวัดและเกณฑท่ีเหมาะสมไดแลว ผูประเมินสามารถเร่ิมออกแบบการประเมินไดโดยการ ผสมผสานความคิดทง้ั หมดใหเ ปน รปู แบบการประเมินท่ีเหมาะสมกับโครงการท่ีประเมิน การกําหนด วิธีการประเมิน การสุมตัวอยาง ตัวช้ีวัดและเกณฑท่ีจะใชแหลงขอมูลท่ีตองการ เคร่ืองมือท่ีใช และ การวิเคราะหขอมูล การออกแบบการประเมินจึงเสมือนแนวทางการประเมินท่ีไดเตรียมไวสําหรับ การประเมินโครงการทั้งหมด 6. สรางและพัฒนาเครื่องมือ ผูประเมินจําเปนตองมีความรูความเขาใจเร่ือง กระบวนการสรา งและพัฒนาเคร่ืองมือการประเมนิ ท่ีมคี ุณภาพ เพราะผลการประเมนิ จะนาเช่ือถือได มากนอยเพยี งใด ยอ มขนึ้ อยูก บั คุณภาพของเครอื่ งมือทีใ่ ชใ นการเกบ็ รวบรวมขอมูลเปนสําคัญ 7. การเก็บรวบรวมขอมูล หลังจากท่ีผูประเมินไดออกแบบการประเมินและสราง เคร่ืองมือเก็บรวบรวมขอมูลท่ีมีคุณภาพไวแลว ผูประเมินตองลงมือเก็บรวบรวมขอมูลตามท่ีตองการ โดยจะใชวิธีการหลาย ๆ อยางตามความเหมาะสม ซ่ึงข้ึนอยูกับวัตถุประสงคของการประเมินและ ลักษณะของขอ มูลท่ตี อ งการเปน สําคัญ 8. การวิเคราะหขอมูล เม่ือผูประเมินเก็บรวบรวมขอมูลท่ีตองการไดแลว ก็จะทํา การวิเคราะหขอมูลโดยตองเลือกใชวิธีการทางสถิติท่ีเหมาะสม เพ่ือใหไดผลการวิเคราะหตาม วัตถปุ ระสงคข องการประเมนิ 9. การตัดสิน สรุป และอภปิ รายผลการประเมนิ หลังจากไดผ ลการวิเคราะหคา สถิติ ผูประเมินจําเปนตองตัดสินผลวา โครงการดังกลาวดําเนินการอยางมีคุณภาพมากนอยเพียงใด อาจจะพจิ ารณารวมไปถงึ ผลผลิต ผลลัพธ และผลกระทบที่เกดิ ขึน้ จากโครงการ โดยผปู ระเมนิ จะตอง สรุปผล การประเมินใหเห็นภาพรวมท้ังหมด และเพ่ือใหเกิดแนวความคิดท่ีสรางสรรค ผูประเมิน จําเปนตองทําการอภิปรายผลเพ่ือจะไดทําใหผูท่ีเก่ียวของทราบถึงเหตุผลตาง ๆท่ีทําใหผลการ ประเมนิ เปน ไปในลกั ษณะนน้ั ๆ 10. การเขียนรายงานการประเมิน เม่ือการประเมินไดเสร็จส้ิน ผูประเมินตองเขยี น รายงานการประเมิน โดยเปนการนําเสนอการดําเนินงานการประเมินโครงการในทุกข้ันตอน เพ่ือให ผูอ่ืนไดรบั ทราบ และเขา ใจกระบวนการ และผลของการประเมิน โดยเฉพาะอยางยง่ิ ผูบริหารและผูมี อํานาจในการตัดสินใจ

15 (สุชาติ ประสิทธ์ิรัฐสินธุ. 2541: 13) ไดเสนอข้ันตอนในกระบวนการของการประเมิน โครงการไวดังนี้ 1. การกําหนดวัตถุประสงคที่จะประเมิน ซ่ึงอาจจะไมเหมือนวัตถุประสงคของ โครงการก็ได แตผูประเมินจะเปล่ียนแปลงเปาหมายของโครงการใหเปนวัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม เปน ตน 2. การเลือกวัตถุประสงคท่ีตองการจะวัด ซ่ึงประเมินจะตองคํานึงถึง เพราะบาง วัตถปุ ระสงคอาจวดั ไมไดใ นชว งเวลาทที่ าํ การประเมิน 3. การเลือกอุปกรณ เคร่ืองมือ และกระบวนการ ใหเหมาะสมกับรายละเอียดของ วัตถุประสงคท จ่ี ะประเมนิ 4. การเลือกตัวอยาง ตอ งคํานึงถงึ กลุมตวั อยา งทสี่ ามารถเปนตัวแทนของประชากร ไดด ี 5. การกําหนดการวัดและตารางเวลาการสังเกต ตอ งเลือกเวลาใหเหมาะสม ตอ งวัด ผลบอ ย แคไหน เมือ่ ใดจงึ จะไดข อสรปุ ท่ถี กู ตอง 6. การเลือกเทคนคิ วิเคราะห ตองหาเทคนิคท่เี หมาะสมกับสภาพความเปนจริงของ ขอมูล 7. การหาขอสรุปและขอ เสนอแนะ จากขอมูลขางตนสรุปไดวา ข้ันตอนการประเมินโครงการน้ัน จะเร่ิมต้ังแตการศึกษา โครงการท่ีจะทําการประเมินอยางละเอียดลึกซ้ึง กําหนดวัตถุประสงคของการประเมินเลือกอุปกรณ เครือ่ งมอื และกระบวนการตาง ๆ ในการเก็บรวบรวมขอมลู รวมทงั้ เลอื กเทคนคิ ท่ีจะวเิ คราะหขอมูล เพอื่ หาขอสรปุ และขอ เสนอแนะ ตาง ๆ รวมไปถึงการเขยี นรายการในการประเมนิ ดว ย 1.5 ประเภทของการประเมินโครงการ การประเมินโครงการแบงไดเปนหลายประเภทตามแตจะใชเกณฑใดเปนหลัก ในท่ีนี้จะ นําเสนอประเภทของการประเมินโครงการเปน 3 ลักษณะ คือ แบงตามจุดหมายของการประเมิน หลักยึดในการประเมิน และลําดับเวลาในการประเมิน (สมคิด พรมจุย. 2550: 38-40 อางถึงใน วรี ะยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 266-268) ไดเสนอไวโ ดยมีรายละเอียดดังตอ ไปนี้ 1. แบงตามจุดมุง หมายของการประเมนิ โดยแบงเปน 2 ประเภทคอื 1.1 การประเมินเพ่ือพัฒนาปรับปรุง หรือบางคร้ังเรียกวาการประเมิน ความกาวหนา(Formative Evaluation) 1.2 การประเมนิ เพอ่ื สรปุ ผล หรอื การประเมนิ ผลรวมสรปุ (Summative Evaluation)

16 2. แบงตามหลกั ยดึ ในการประเมนิ สามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภท คือ 2.1 การประเมินโดยยึดหลักวัตถุประสงคเปนหลัก (Goal Based Evaluation) เปน การประเมินความสามารถในการบรรลุวตั ถปุ ระสงคของโครงการท่ีไดกาํ หนดไว 2.2 การประเมินท่ีอิสระไมยึดติดกับวัตถุประสงคของโครงการ (Goal Free Evaluation) เปนการประเมินผลท่ีเกิดข้ึนทง้ั หมดของโครงการ ไมมุงเฉพาะผลตามวตั ถุประสงคของ โครงการเทานั้น 3. แบง ตามลําดบั เวลาท่ีประเมิน โดยแบงออกเปน 3 ประเภท คือ 3.1 การประเมินกอนเร่ิมโครงการ (Pre Evaluation) เปนการประเมินท่ีมี จุดมุงหมายเพ่ือตัดสินใจเลือกโครงการ ตรวจสอบความเหมาะสม ความสมเหตุสมผลของการ วางแผน ดําเนินโครงการ ความเปนไปไดของการนําโครงการไปสูการปฏิบัติ คุณภาพของโครงการ รวมท้ัง ตรวจสอบโอกาสท่ีโครงการจะประสบความสําเร็จตามเปาหมาย ซ่ึงการประเมินกอนเริ่ม โครงการมี ความเช่ือพ้ืนฐานท่ีวา ถาตัวโครงการน้ันไดรับการประเมินวามีความเหมาะสม สมเหตุสมผล มีความจําเปน คุณภาพดี มีความเปนไปไดโอกาสที่โครงการจะประสบความสําเร็จ กย็ อ มสงู 3.2 ความเหมาะสมของโครงการ เปนการประเมินเพ่ือวิเคราะหปญหาและความ ตองการจําเปนของการจัดทําโครงการ (Need Assessment) จะเปนการตรวจสอบขึ้นตนเพื่อ กําหนดปญหา กําหนดความจําเปน และเหตุสําคัญของการริเร่ิมโครงการน้ัน ๆ รวมถึงการศึกษา ความเปนไปไดในการดําเนินโครงการ (Feasibility Studies) มักจะพิจารณาในประเด็นตอไปน้ีคือ 1) ความเปนไปไดทางเทคนิควิชาการ 2) ความพรอมทางการบริหารจัดการโครงการใหสําเร็จตาม เปาหมาย 3) ความพรอมในการสนับสนุนดานทรัพยากรของหนวยงาน และ 4) ความสอดคลองกับ นโยบายและสภาพปญ หา 3.3 การวิเคราะหผ ลตอบแทนจากการดําเนนิ โครงการ(Return of Investment) โดยท่ัวไปจะพิจารณาจากอัตราผลไดผลเสีย (Benefit Cost Ratio) การวิเคราะหจุดคุมทุน (Break Even Analysis) อัตราผลตอบแทนตอบแทนจากการลงทุน (Rate of Return) การวิเคราะหตนทุน และประสทิ ธภิ าพในการดําเนนิ งาน (Cost Effectiveness Analysis) การวเิ คราะหคา ใชจ ายและ ผล กาํ ไร (Cost Benefit Analysis) หรือการวิเคราะหอ รรถประโยชน (Cost utility Analysis) 3.3.1 การศึกษาและการคาดคะเนถึงผลประโยชน หรือส่ิงท่ีอาจจะเกิด ตามมา จากการดาํ เนินโครงการ (Consequence Analysis) เปนการคาดคะเนถงึ ผลทจ่ี ะตามมาจาก การดําเนินงาน ตามโครงการ ในปจจุบันยังไมคอยแพรหลายมากนัก แตจะเปนส่ิงท่ีมีบทบาทเพ่ิม มากข้ึนในอนาคต สวนใหญจะพิจารณาเพ่ือคนหาการตอตานการดําเนินงานตามโครงการ การ คาดการณเก่ียวกับผลท่ีอาจกอใหเกิดการเปล่ียนแปลง กระทบตอสภาพแวดลอม ตลอดจนเปนการ รวบรวมขอมูลเพ่ือวิเคราะหและกําหนดนโยบายสําคัญ ๆ เพ่ือนําไปสูการดําเนินงานที่บรรลุ วัตถปุ ระสงคท ีก่ ําหนดไว

17 3.3.2 การดําเนินในระหวางการดําเนินงาน (Implementation Evaluation or Process Evaluation) เปนการประเมินการดําเนินงานเม่ือนําโครงการท่ีไดวางแผน ไวใปสูการปฏิบัติ ท้ังน้ีเพ่ือศึกษาถึงผลการปฏิบัติงานวาเปนไปตามแผนท่ีกําหนดไวหรือไม กิจกรรม ใดทําได หรือไมไดเพราะเหตุใด จุดเดน จุดดอย มีปญหาอุปสรรคอยางไรบาง การประเมินในขณะท่ี ดาํ เนนิ โครงการจึงมีบทบาทสาํ คัญในการพฒั นาปรับปรุง แกไข การดําเนนิ งานของโครงการโดยตรง 3.3.3 การประเมินหลังการดําเนินงาน (Summative Evaluation) เปน การประเมินเพ่อื ตอบคาํ ถามวา โครงการประสบผลสาํ เร็จตามแผนทวี่ างไวหรือไม ผลจากโครงการได บรรลุตามวัตถุประสงคของโครงการหรือไม ผลการดําเนินงานคุมคาหรือไม ตองเก็บรวบรวมขอมูล ตา ง ๆ ตั้งแตเรมิ่ ดาํ เนินโครงการจนถึงการสนิ้ สดุ ของโครงการ (รัตนะ บัวสนธ. 2540: 91) กลา ววา การแบงประเภทของการประเมนิ โครงการ สามารถ แบงไดหลายวธิ ี ข้นึ อยูกับวา จะยึดอะไรเปน ตัวแบง ไดแก 1. แบงตามหลักยดึ แบงได 2 ลักษณะ คือ 1.1 การประเมินโดยยึดวัตถุประสงค คือ ประเมินวาบรรลุวัตถุประสงคข อง โครงการหรอื ไม โดยตองทราบวตั ถุประสงคของโครงการมากอ น 1.2 การประเมินโดยไมยึดวัตถุประสงค คือ ผูประเมินมีอิสระในการเลือก ประเดน็ ในการประเมนิ 2. แบง ตามลาํ ดับเวลาการบรหิ ารโครงการ แบงได 3 ประเภท คอื 2.1 การประเมินกอนเรมิ่ โครงการ หรอื กอ นนาํ โครงการไปปฏบิ ัตเิ ปนการ ประเมินท่ีอยูในข้ันตอนของการวางแผนโครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการวิเคราะหขอมูล ตาง ๆ กอ นลงมอื ดําเนนิ การจดั ทําโครงการ ซงึ่ อาจทาํ ไดใน 2 ลักษณะ คือ 2.1.1 การศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยการพิจารณาปญหา และความจําเปนในการจัดทําโครงการอาจใชเทคนิคของการสํารวจความตองการ หรอื อาจใชเ ทคนิค ของการศึกษาความเปนไปได ซ่ึงเปนการพิจารณาสภาพความพรอมของการจัดทําโครงการในดาน ตา ง ๆ 2.2.2 การวิเคราะหโครงการหรือการประเมินรางโครงการเปนการ พิจารณาเอกสารโครงการ เพ่ือตรวจสอบความเหมาะสมของส่ิงท่ีกําหนดความสอดคลองระหวาง หัวขอตาง ๆ ต้ังแตหลักการและเหตุผล วัตถุประสงค เปาหมาย วิธีดําเนินการ ฯลฯ เพ่ือใหโครงการ ที่เสนอมคี วามสมบูรณมากย่งิ ขึน้ 2.2 การประเมินขณะดําเนินงาน เปนการประเมินท่ีจัดทําในระหวางการ ดําเนินโครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการศึกษาความกาวหนาของโครงการเปนชวง ๆ และเพ่ือดูวา การดําเนินโครงการไดเปน ไปตามแผนท่ีกําหนดไวห รอื ไม มีปญหาหรืออุปสรรคอยางไร ในแตละชว ง ของการดําเนินงาน ขอมูลสารสนเทศท่ีไดจะนํามาใชเพ่ือการปรับปรุงการดําเนินโครงการเพ่ือใหมี ความเหมาะสมมากย่ิงข้ึนในชวงตอไป การประเมินขณะดําเนินงานน้ีตองอาศัยกลไกของระบบการ กํากับติดตามงานมาชวย จึงจะทําใหการประเมินผลเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ

18 2.3 การประเมินหลังการดําเนินงาน เปนการประเมินท่ีจัดทําข้ึนเม่ือการ ดําเนินโครงการเสร็จส้ินลงแลวโดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการตรวจสอบดูวา เม่ือไดดําเนินโครงการจน ส้ินสุดแลวไดรับความสําเร็จตามวัตถุประสงคและเปาหมายท่ีกําหนดไวมากนอยเพียงใด ตลอดจน การติดตามตรวจสอบผลกระทบหรือผลขางเคียงวา มีอะไรเกิดข้ึนตามมาอีกบาง กลาวโดยสรุป การประเมินหลังการดาํ เนินงานมจี ดุ เนน ดังนี้ 2.3.1 เปน การประเมินผลทเี่ กิดขึน้ และผลกระทบโครงการ 2.3.2 เปนการประเมินผลรวมสรุปของโครงการท้ังหมด คือการประเมิน ต้ังแตการวางแผนการปฏิบตั งิ าน คา ใชจาย และผลผลิตของโครงการ 3. แบง ตามวตั ถุประสงคของการประเมนิ แบงไดเ ปน 2 ประเภท คอื 3.1 การประเมินความกาวหนาของโครงการ เปนการประเมินขณะที่โครงการ กําลังดําเนินอยู โดยมุงตรวจสอบควบคุม กํากับ ดูแลการดําเนินงาน ตลอดจนการศึกษา ความกาวหนา ปญหาขอบกพรองตาง ๆ ในระหวางการดําเนินโครงการ เพ่ือนําผลการประเมินมาใช ในการปรับปรงุ แกไ ขการดําเนนิ งานใหเปน ไปดวยความราบร่นื บรรลุตามเปาหมายของโครงการ 3.2 การประเมินผลรวมสรุปหรือประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการเปนการ ประเมินหลังจากเสร็จส้ินโครงการแลว เพ่ือมุงตรวจสอบวาโครงการประสบผลสําเร็จตาม วัตถุประสงค หรือเปาหมายตามท่ีกําหนดไวห รอื ไม ผลการประเมินจะเปนประโยชนตอการตัดสนิ ใจ วาควรจะยุติโครงการหรอื ดําเนินโครงการตอไป โดยไมตองปรับขยายหรือปรับขยายโครงการในชว ง ตอไป 4. แบงตามส่งิ ทีถ่ ูกประเมนิ แบง ไดเ ปน 4 ประเภท คือ 4.1 การประเมินบริบทหรือสภาพแวดลอม (context evaluation) เปนการ ประเมินเก่ียวกับนโยบาย เปาหมาย สภาพเศรษฐกิจและสังคม ปญหาและความตองการของบุคคล และหนวยงานทีเ่ ก่ยี วขอ งกับโครงการ ตลอดจนทรพั ยากรและขอจํากัดตาง ๆ ในการดาํ เนินโครงการ สารสนเทศทไ่ี ด นํามาใชในการตัดสนิ ใจเก่ยี วกับวัตถปุ ระสงคและเปาหมายของโครงการ 4.2 การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (input evaluation) เปนการประเมินความ พรอมของทรัพยากรตาง ๆ กอนเร่ิมโครงการวา มีทรัพยากรพรอมท่ีจะดําเนินโครงการหรือไม สารสนเทศท่ีไดนํามาใชในการตัดสินใจเก่ียวกับวิธกี ารของการใชทรัพยากรตาง ๆ เพ่ือใหการดําเนิน โครงการสามารถบรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคทก่ี ําหนดไว 4.3 การประเมินกระบวนการ (process evaluation) เปนการประเมินขณะ ดําเนินงาน หรือประเมินความกาวหนาของโครงการ สารสนเทศท่ีไดนํามาใชในการตัดสินใจเพ่ือการ ปรบั ปรงุ การดาํ เนนิ โครงการ 4.4 การประเมินผลผลิตหรือผลงาน (product evaluation) เปนการประเมิน หลังจากการดําเนินโครงการส้ินสุดแลว ประกอบดวยการประเมินผลลัพธ โดยพิจารณาจากปริมาณ และคุณภาพผลผลิต เปรียบเทียบกับวัตถุประสงคของโครงการ และการประเมินผลกระทบโดย เปรียบเทียบกับวัตถุประสงคของแผนงานหรือปริมาณและคุณภาพ เพ่ือการตัดสินใจวาควรจะคงไว ปรบั ขยาย หรือ ลมเลกิ โครงการ

19 จากขอมูลขางตนสรุปไดวาประเภทของการประเมินผลโครงการสามารถแบงไดหลาย รูปแบบข้ึนอยูกับวัตถุประสงคของผูประเมิน ซ่ึงสรุปไดคือ 1) แบงโดยยึดหลักของวัตถุประสงค 2) แบงตามลําดับเวลาการบรหิ ารโครงการ 3) แบงตามรูปแบบการประเมิน 4) แบง ตามการออกแบบ การประเมิน และ 5) แบงตามความแทจริงของการประเมิน 1.6 ประโยชนข องการประเมนิ โครงการ การประเมินโครงการเปนกิจกรรมท่ีมีความสําคัญในวงจรการวางแผน และบริหาร จัดการโครงการ (วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2557: 265-266) สามารถสรุปประโยชนของการประเมนิ โครงการไดด ังตอ ไปนี้ 1. ชวยใหขอมูลและสารสนเทศตาง ๆ เพ่ือนําไปใชในการตัดสินใจเก่ียวกับการ วางแผนงานและโครงการ ตรวจสอบความพรอมของทรัพยากรตาง ๆ ท่ีจําเปนในการดําเนินงาน โครงการ ตลอดจนเปน การตรวจสอบความเปน ไปไดของการจัดกจิ กรรมตาง ๆ 2. ชวยทําใหก ารกําหนดวตั ถปุ ระสงคข องโครงการมคี วามชัดเจน 3. ชวยในการจัดหาขอมูลเก่ียวกับความกาวหนา ปญหาและอุปสรรคในการ ดาํ เนนิ งานตามโครงการ 4. ชวยใหขอ มลู เก่ียวกับความสําเรจ็ และความลมเหลวของโครงการ เพอื่ นําไปใชใน การตัดสินใจและวินิจฉัยวาจะดําเนินโครงการในชวงตอไปหรือไม จะยกเลิกหรือขยายการดําเนิน โครงการตอไปอยางไร 5. ชวยใหไดขอมูลท่ีบงบอกถึงประสิทธิภาพของการดําเนินงานตามโครงการ วาเปน อยางไร คมุ คา กบั การลงทุนหรือไม 6. เปนแรงจูงใจใหกับผูปฏิบัติงานตามโครงการ เพราะการประเมินโครงการดวย ตนเอง จะทาํ ใหผ ูปฏบิ ตั ิงานไดรับทราบผลการปฏบิ ัติงาน จุดเดน จุดดอย และนําผลไปใชใน การปรับปรุง พฒั นาโครงการใหมีประสิทธผิ ลและประสทิ ธิภาพดียง่ิ ขนึ้ (เยาวดี รางชัยกุล วิบูลยศรี. 2551: 93-95) ไดกลาวถึง ประโยชนของการประเมิน โครงการไว ดงั นี้ 1. การประเมินเปนเคร่ืองมือของการรับรองคุณภาพในการใหบริการ ถึงแมจะไม สามารถประกันผลสมั ฤทธข์ิ ั้นสงู สุดของโครงการได แตก็สามารถจะรบั รองคณุ ภาพของการใหบริการ ในระดับหน่ึงได ดวยเหตุน้ี องคกรท่ีเปนเจาของโครงการตาง ๆ จํานวนมาก จึงเห็นความจําเปนตอ ง ใชวิธีประเมินโครงการเพ่ือใหเปนท่ียอมรับและเปนท่ีนาเช่ือถือจากบุคคล ท่ีเก่ียวของ รวมท้ังจาก ประชาชนทัว่ ไปดวย 2. การประเมินชวยใหผูสนับสนุนดานเงินทุนไดรับทราบปญหาหรืออุปสรรคใน การดําเนินงานของโครงการ โดยอาศัยหลักฐานเชิงประจักษจากสภาพการณท่ีเปนจริง โดยเฉพาะ อยางย่ิงโครงการท่ีจัดข้ึนเพ่ือการกุศล เชน โครงการอาหารกลางวันสําหรับเด็กนักเรยี นผดู อยโอกาส จากการประเมินโครงการดังกลา ว ยอมทําใหทราบวา ทนุ ทไ่ี ดร ับการสนบั สนุนจากโครงการ ประเภท น้ีมีความรูสึกพึงพอใจหรือไมพึงพอใจในดานใดบาง ท้ังน้ีเพ่ือจะไดหาทางปรับปรุงหรือแกไขให เหมาะสมย่งิ ข้ึนในโอกาสตอ ๆ ไป

20 3. การประเมินชวยใหไดขอมูลซ่ึงเปนสารสนเทศท่ีมีคุณคาสําหรับหนวยงานท่ี เกี่ยวของ อาทิ หนวยงานท่ีตองพิจารณาจัดสรรเงินทุนเพื่อใหการสนับสนุนโครงการ เชน สํานัก งบประมาณแผนดิน เปนตน จะเห็นไดวา กอนท่ีจะมีการอนุมัติงบประมาณใหแกโครงการใด ๆ ทาง สํานักงบประมาณแผนดินก็มักจะขอขอมูลสารสนเทศท่ีเปนผลการประเมินหนวยงานซ่ึงจัดทํา โครงการ เหลาน้ันไปประกอบการพิจารณาดวยเสมอ ท้ังน้ีเพ่ือใหการจัดสรรเงินงบประมาณเปนไป อยางมปี ระสิทธภิ าพ ลดคาํ วิพากษวิจารณ และสอดคลองกับความตองการท่ีเปน จริง 4. การประเมนิ ชว ยช้ใี หเ ห็นความสาํ คญั ของแตล ะโครงการตามลําดับกอนหลัง โดย สามารถจะทราบไดวา โครงการใดมีความจําเปนเรงดวนกวากัน ท้ังน้ีเพ่ือชวยแกปญหาในการ คัดเลือกโครงการ ตลอดจนชวยลดความกดดันจากอํานาจทางการเมือง อันเน่ืองจากโครงการ มีจํานวนมาก (ท้ังจากขยายโครงการและโครงการที่ตอเน่ือง) แตเงินทุนสนับสนุนมีจํานวนจํากัด ดังน้ัน การประเมินโครงการตาง ๆ อยางมีระบบและครบทุกข้ันตอนจะทําใหไดขอมูลเชิงประจักษ ท่ีนาเช่ือถือ ซ่ึงจะชวยช้ีแนะไดวาโครงการใดควรจะใหการพิจารณาใหการสนับสนุนกอน และ โครงการใดควรจะใหก ารสนบั สนนุ ในลาํ ดบั ถดั ไป เปนตน 5. การประเมินชวยใหไดขอมูลปอนกลับจากผูรับบริการ ขอมูลประเภทนี้ทําให ทราบถึง ขอจํากัดและปญหาตาง ๆ ในการปฏิบัติงาน เพ่ือนํามาปรับปรุงโครงการตลอดจนเพ่ือให เกดิ ความสัมพนั ธท ดี่ ีระหวางผูใ หและผูรบั บริการ 6. การประเมินชวยใหทราบถึงผลผลิตของโครงการท้ังในดานท่ีพึงประสงคและไม พึงประสงคควบคูกันไป ถึงแมวาการดําเนินโครงการตาง ๆ ลวนแตมีจุดมุงหมายเพ่ือใหไดผลผลิตท่ี พงึ ประสงคเ ปนหลกั แตในความเปนจรงิ แลว ก็อาจมผี ลผลติ บางสว นทไี่ มพ ึงประสงค เกิดตามมาดว ย (นวรัตน สุวรรณผอง. 2542) ไดทําการสรุปถึงประโยชนของการประเมินผล โครงการ สามารถกลาวไดโดยสรปุ 3 ประการคอื 1. เพ่ือชวยการตัดสินใจเชิงนโยบาย โครงการท่ีเปนโครงการนํารองหลายโครงการ ที่ไดรบั การประเมินวา มปี ระโยชน หลงั จากนน้ั อาจถูกเสนอเขา มาเปนนโยบายขององคกร/หนว ยงาน ได 2. เพ่ือชวยในการบริหารงาน ตองใชการตัดสินใจเลือกทางเลือกท่ีดีท่ีสุดจาก ทางเลือก หลายทาง การประเมินผลจะชว ยใหทราบถึงจดุ แข็ง จุดออน ของการดําเนินงาน เพ่ือชวย ในการตัดสนิ ในการบรหิ ารงานตอ ไป 3. เพ่ือชวยในการปฏิบัติงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานจะชวยใหผูปฏิบัติเกิด การเรียนรู ในกระบวนการทํางาน ตลอดจนกิจกรรมท่ีดําเนินการวาไดผลดี ผลเสียอยางไร ชวยทําให เกิดการ พัฒนาการทํางาน

21 จากขอมูลขางตนสรุปไดวา การประเมินผลโครงการกอใหเกิดประโยชนดังตอไปนี้ การประเมินจะชว ยทําใหการกาํ หนดวัตถปุ ระสงค และมาตรฐานของการดําเนินงาน มีความชัดเจนขึ้น กลา วคือ กอนทีโ่ ครงการจะไดรับการสนับสนนุ ใหน าํ ไปใชยอ มจะไดร บั การตรวจสอบอยา งละเอยี ดจาก ผูบริหาร และผูประเมิน สวนใดท่ีไมชัดเจน เชน วัตถุประสงค หรือ มาตรฐานในการดําเนินงานหาก ขาดความแนนอนแจมชัดจะตองไดรับการปรับปรุงแกไขใหมีความถูกตองชัดเจนเสียกอน ฉะน้ันจึง กลาวไดวาการประเมินโครงการมีสวนชวยทําใหโ ครงการมีความชัดเจน และสามารถท่ีจะนําไปปฏิบัติ ไดอยา งไดผ ลมากกวา โครงการทไ่ี มไ ดรบั การประเมนิ 2. แนวคิดเก่ยี วกบั รูปแบบการประเมินโครงการ 2.1 รปู แบบการประเมนิ โครงการ รปู แบบการประเมนิ โครงการของสตัฟเฟล บีม (Stufflebeam) แดเนียล แอล สตัฟเฟลบีม และคนอ่ืน ๆ ไดเสนอแนวคิดเก่ียวกับรูปแบบการประเมิน เรียกวา ซิปปโมเดล (CIPP Model) เปนการประเมินที่เปนกระบวนการตอเน่ือง โดยมีจุดเนนท่ี สําคัญ คือ ใชควบคูกับการบริหารโครงการ เพ่ือหาขอมูลประกอบการตัดสินใจ ตอเน่ือง ตลอดเวลา วัตถุประสงค การประเมินคือ การใหสารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจ คําวา CIPP เปนคํายอมาจากคาํ วา Context, Input, Process, และ Product โดยท่ีสตัฟเฟลบีม ไดใหความหมายวา การประเมินเปน กระบวนการ ของการบรรยาย การเก็บขอมูล การวิเคราะหขอมูลขาวสาร เพ่ือนําขอมูลไปใช ประโยชนใ นการตดั สนิ ใจ เลือกทางเลอื กทีเ่ หมาะสม การประเมนิ จะตอ งเปน การดําเนนิ การเพื่อใหได สารสนเทศท่ีสําคัญ โดยมุงประเมินใน 4 ดาน คือ การประเมินสภาพแวดลอม (Context Evaluation) การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation) การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมินผลผลิต (Product Evaluation) รูปแบบการประเมินน้ีมีวตั ถุประสงค สําคัญเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง ไมใชเพ่ือการตรวจสอบ (Daneil L. Stufflebeam. 2003: 4 อางถึงใน วีระยุทธ ชาตะกาญจน. 2556: 287-290) แนวทางการประเมินในดา นตาง ๆ มีรายละเอยี ดดังนี้ 1. การประเมินสภาพแวดลอม (Context Evaluation : C) เปนการประเมนิ เพ่ือใหไดขอมูล สําคัญ เพ่ือชวยในการกําหนดวัตถุประสงคของโครงการ ความเปนไปไดของโครงการเปนการ ตรวจสอบเพ่ือตอบคําถามตา ง ๆ เชน เปนโครงการที่สนองปญหา หรอื ความตองการจาํ เปนทแ่ี ทจริง หรือไม วัตถุประสงคมีความชัดเจน เหมาะสม สอดคลองกับนโยบายขององคกร หรือนโยบายหนวย เหนือหรอื ไม เปน โครงการทีเ่ ปน ไปไดในแงข องโอกาส ทีไ่ ดร บั การสนับสนนุ ขององคกรตาง ๆ หรือไม 2. การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation : I) เปนการประเมินเพ่ือใชขอมูล ตัดสินใจปจจัยตาง ๆ ท่ีเก่ียวของกับโครงการวาเหมาะสมหรือไม โดยดูวาปจจัยท่ีใชจะมีสวนชวยให บรรลุจุดมุงหมายของโครงการหรือไม เปนการตรวจสอบเพ่ือตอบคําถามท่ีสําคัญ เชน ปจจัยท่ี กําหนดไวในโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอหรือไม กิจกรรม/แบบ/ทางเลือกท่ีไดเลือกสรรแลว ทีก่ ําหนดไวในโครงการ มคี วามเปน ไปไดแ ละเหมาะสมเพียงใด ฯลฯ

22 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation: P) เปนการประเมินระหวางการ ดําเนินงานโครงการ เพ่ือหาขอดีและขอบกพรองของการดําเนินงานตามข้ันตอนตาง ๆ ท่ีกําหนดไว และเปนการรายงานผลการปฏิบัติงานของโครงการนั้นดวย เปนการตรวจสอบเพื่อตอบคําถามท่ี สําคัญ เชน การปฏิบัติงานเปนไปตามแผนที่กําหนดไวหรือไม กิจกรรมใดท่ีทําไดหรือไมไดเพราะ เหตใุ ด เกดิ ปญหา อุปสรรคอะไรบาง มีการแกป ญ หาอยางไร ฯลฯ 4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation: P) เปนการประเมินเพ่ือดูวาผลที่เกิดข้ึน เม่ือส้ินสุดโครงการเปนไปตามวัตถุประสงค หรือตามท่ีคาดหวังไวหรือไม โดยอาศัยขอมูลจากการ รายงานผลท่ีไดจากการรายงานผลท่ีเกิดจากการประเมินสภาพแวดลอม ปจจัยเบ้ืองตน และ กระบวนการรวมดวย เปนการตรวจสอบเพ่ือตอบคําถามที่สําคัญ ๆ เชน เกิดผล/ไดผลลัพธตาม วตั ถปุ ระสงคข องโครงการหรอื ไม คณุ ภาพของผลลพั ธเ ปนอยางไร เกิดผลกระทบอ่ืนใดบางหรือไม รูปแบบการประเมินหรือแบบจําลองของการประเมิน หมายถึง กรอบความคิดหรือแบบ แผนท่ีเปนระบบซ่ึงแสดงใหเห็นข้ันตอนหรือกระบวนการของการประเมินซ่ึงมีประโยชนอยางมาก ในการใชเปนแนวทางหรือขอช้ีแนะตอ การวางแผนและการปฏิบัติงานการประเมิน รูปแบบการ ประเมนิ จงึ เปรยี บเสมอื นพิมพเขยี วของสถาปนิกนั่นเอง รูปแบบการประเมินโครงการทางการศึกษาท่ีสําคัญ และไดรับความนิยมกันมาก สามารถ แบงออกไดเ ปน 3 กลุม คอื 1. รูปแบบการประเมินท่ีเนนการตัดสินใจ เปนรูปแบบการประเมินท่ีมีจุดมุงหมาย เพ่ือให ไดมาซึ่งขอมูลสารสนเทศ ตาง ๆ สําหรับใชในการตัดสินใจเกี่ยวคับโครงการของผูบริหาร ไดแก รปู แบบการประเมนิ ของสตฟั เฟลบีม (Stuffelbeam) และอัลคิน (Alkin) 2. รูปแบบการประเมินท่ีเนนการวินิจฉัย หรือการตัดสินคุณคา เปนรูปแบบการ ประเมินท่ี เปนกระบวนการของการกําหนด และวินิจฉัยคุณคาของโครงการ โดยเทียบกับเกณฑ ภายใน และ เกณฑจากภายนอก ไดแ กรูปแบบของสครฟิ เวน (Scriven) สเตก ( Stake) และโพรวสั (Provas) 3. รูปแบบการประเมนิ ทเ่ี นนจดุ มุงหมาย เปนการประเมนิ ทเ่ี นน การตรวจสอบท่ี เกิดขึ้นจาก โครงการวา สามารถบรรลุจุดมุงหมายท่ีกําหนดไวมากนอยเพียงใด ไดแก รูปแบบ การประเมินของ ไทเลอร ( Tyler) และครอนบัค (Cronbach) 2.2 รปู แบบการประเมนิ โครงการแบบจาํ ลองซปิ ป (CIPP Model) รูปแบบการประเมินของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam: CIPP Model) ดาเนียล แอล สตัฟเฟล บีม (Danial L.Stufflebeam) และคณะไดเสนอแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบการประเมินท่ี เรียกวา ซิปปโมเดล (CIPP Model ) เปนรูปแบบ การประเมินท่ีรูจกั กันอยางแพรหลาย เปนรูปแบบ การประเมินท่ีมีระบบแบบแผนอยางชัดเจนและสามารถนําไปใชในการประเมินโครงการไดอยาง กวางขวาง

23 (ชลธิชา แพงบรรเทา. 2557: 29-30) การประเมินตามทัศนะของ สตัฟเฟลบีมมีลักษณะท่ี สําคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. จุดมุงหมายท่ีสําคัญของการประเมิน คือการจัดหาขอมูลสารสนเทศ เพ่ือนํามาใชในการ ตดั สนิ ใจ คุณคา ของการประเมินจะมากนอยเพียงใดจึงขน้ึ อยูกับขอมูลสารสนเทศที่ไดมานัน้ สามารถ ทจ่ี ะนาํ ไปใชป ระโยชนในการตัดสินใจมากนอ ยเพยี งใด 2. การประเมินเปนกระบวนการท่ีเปนวัฏจักร กลาวคือ เปนกระบวนการท่ีมีความตอเน่ือง ครบวงจรของการดาํ เนินงานโครงการ ตัง้ แตเริม่ จนกระทั่งสน้ิ สุดโครงการ 3. กระบวนการประเมนิ ประกอบดว ยขน้ั ตอนที่สําคญั 3 ขัน้ ตอน คอื 3.1 การระบบุ รรยายขอ มูล การเกบ็ รวบรวมขอมูล 3.2 การวิเคราะหข อมลู 3.3 การจดั เตรยี มขอ มูลสารสนเทศใหกบั ผูมีอํานาจในการตัดสนิ ใจนาํ ไปใช (สมหวัง พิธิยานุวัฒน. 2545: 184 - 194) กลาววา การประเมินแบบ CIPP Model ไมใช เปน การประเมินแตเพียงแตใหบรรลุวัตถุประสงคเทานั้น แตยงั เปน การประเมินเพื่อใหไดรายละเอียด เพ่ือชวยในการตัดสินใจเก่ียวกับโครงการ โดยเฉพาะการประเมินผลโครงการประชุม ซ่ึงมีลักษณะ เปนการประเมินความกาวหนาเพ่ือบงช้ี จุดเดน จุดดอย ของการประชุมเพ่ือนําผลไปปรับปรุง กิจกรรม แผนการประชุมไดทันทวงที และมีการประเมินรวมสรุป หลังโครงการประเมินส้ินสุดลง แลวบงช้ีผลสัมฤทธ์ิของโครงการประชุมท่ีเหมาะสม กรอบความคิดการประเมินแบบ CIPP Model จงึ เปนท่นี ยิ มใชเพราะนกั ประเมินจะไดขอ ดี ขอบกพรอง และประสทิ ธภิ าพของโครงการทจี่ ะประเมิน ไดเปนอยางดี ชวยในการตัดสินใจของผูบริหารไดเปนอยางมาก ท้ังยังเปนแบบจําลองท่ีเขาใจงาย สะดวกในการปฏบิ ตั ิ จงึ เปนทนี่ ิยมอยางกวา งขวาง มโนทัศนเบื้องตนของรูปแบบ CIPP Model น้ันประเภทของการตัดสินใจท่ีแตกตางกัน จําเปนตองใชสารสนเทศในการตัดสินใจท่ีแตกตางกัน สตัฟเฟลบีม ไดจําแนกการตัดสินใจและการ ประเมินเพ่ือการบริหารและการวางแผนไว 4 ประเภท ดงั รายละเอยี ดตอไปน้ี 1. การประเมินสภาวะแวดลอมหรือบริบท (Contex Evaluation : C) เปนการประเมิน สภาพเศรษฐกจิ สงั คม นโยบายทางการศกึ ษา นโยบายทางการเมือง ความตองการของสังคม ปญหา อุปสรรคตาง ๆ ตลอดจนปรัชญาทางการศึกษา ซึ่งจะนําไปใชประโยชนในการตัดสินใจ วางแผน กําหนดนโยบาย กําหนดเปา หมาย และจุดมงุ หมายท่ีเหมาะสมกับโครงการ 2. การประเมินตัวปอ น หรือปจจัยนําเขา (Input Evaluation : I) เปนการตรวจสอบ ความ พรอมของปจจัยเบ้ืองตนตาง ๆ เชน บุคลากร อาคารสถานท่ี งบประมาณหรืออ่ืน ๆ โดยจะนําไปใช ประโยชนในการตัดสนิ ใจวางโครงการ หรือหาวิธีการท่ีจะดําเนนิ โครงการใหบรรลุจุดมุงหมายทีต่ ั้งไว ซงึ่ เปนวธิ ีการหรอื ยทุ ธวธิ ที เ่ี ปน ไปไดก ับทรพั ยากรดา นตาง ๆ ท่ีมีอยู 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : P) เปนการประเมินขณะดําเนินงาน เพ่ือระบุจุดเดนจุดดอยของแนวทางท่ีเลือกใช โดยเฉพาะอยางย่ิง กระบวนการบริหาร กระบวนการ จัดกิจกรรมตาง ๆ หลังจากนําแผนไปปฏิบัติจริง เพื่อจะไดปรับปรุงแกไขกระบวนการตาง ๆ ให เหมาะสมไดทันทวงทีขณะที่ดําเนินงานนั้นกําลงั กระทําอยูเพื่อใหส ามารถดําเนินการตามจุดมุงหมาย ทีก่ ําหนดไวดวยดี

24 4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation : P) เปนการประเมินหลังจากการดําเนิน โครงการส้ินสดุ ลงแลว เพ่ือเปนการตัดสินคุณคา ผลผลิตของโครงการท้ังในดานปรมิ าณและคุณภาพ ซึ่งเปนเคร่ืองบงช้ีวาในการดําเนินงานนไ้ี ดบรรลผุ ลตามวัตถุประสงคท่ีกําหนดไวมากนอยเพียงใด ซ่ึง จะชวยใหผูบริหารนําไปใชประกอบการตัดสินใจวา จะปรับปรงุ โครงการ หรือให ดําเนินการโครงการ ตอ ไปหรือยุบเลิกโครงการนน้ั ๆ ไปเลย จากท่ีกลาวมาสรุปไดวา แบบจําลอง CIPP Model คือ การประเมินสภาวะแวดลอม หรือ หมายถึง การประเมินเก่ียวกับส่ิงท่ีจะเปนสวนสําคัญในการชวยกําหนด วัตถุประสงคของโครงการ เปนสง่ิ ทอี่ ยภู ายนอกโครงการ แตมีผลตอ ความสาํ เรจ็ หรอื ลม เหลวของ โครงการ ไดแก ความตองการ ของชุมชน และกลุมเปาหมายท่ีจะรับบริการจากโครงการ จํานวน ประชากร กระแสทิศทางของ สงั คมและการเมือง สภาพเศรษฐกจิ และปญ หาของชมุ ชน ตลอดจน นโยบายของหนวยงานระดบั บน และหนวยงานท่ีเก่ียวของ การประเมินปจจัยนําเขาของโครงการ หมายถึง การประเมินทรัพยากรท่ี จําเปนสําหรับการนํามาใชในการดําเนินโครงการกําลังคนหรือ จํานวนบุคคลท่ีตองใชงบประมาณ แหลงเงินทุนสนับสนุน วัสดุอุปกรณตาง ๆ อาคารสถานท่ี เคร่ืองมือและครุภัณฑการประเมินปจจัย นําเขาจะชวยในการพิจารณาตัดสินใจวา โครงการนน้ั ๆ มีความเหมาะสมและเปนไปไดในทางปฏบิ ตั ิ ที่จะทําใหวัตถุประสงคของโครงการบรรลุผลสําเร็จ หรือไม และชวยใหเกิดการวางแผนการจัด กิจกรรมของโครงการไดอยางเหมาะสม การประเมินกระบวนการดําเนินงานของโครงการ เปนการ ประเมินเก่ียวกับวิธีการจัดกิจกรรมของโครงการ การนําปจจัยเขามาใหเหมาะสมมากนอยเพียงไร เปนไปตามลําดับข้ันตอนหรือไม กิจกรรมท่ีจัดข้ึนจะกอใหเกิดการบรรลุวัตถุประสงคของโครงการ หรือมีอุปสรรคใด ๆ เกิดข้ึนเพ่ือจะไดนําผลการประเมินมาปรับปรุงกระบวนการดําเนินงานใหรัดกุม มีประสิทธิภาพมากขนึ้ การประเมนิ ผลผลิตของโครงการ เปน การประเมนิ เกยี่ วกับวิธีการจดั กจิ กรรม ของโครงการการนําปจจัยเขามาใชเหมาะสมมากนอยเพียงไร เปนไปตามลําดับข้ันตอนหรือไม กิจกรรมท่ีจัดข้ึนจะกอใหเกิดการบรรลุวัตถุประสงคของโครงการหรือมีอุปสรรคใด ๆ เกิดข้ึน ผลท่ี ไดรับท้ังหมดจากการดําเนินโครงการไดผลมากนอยเพียงใดเปนไปตามวัตถุประสงคของโครงการท่ี กําหนดไว หรอื ไม การประเมินผลผลติ จะมีการนําไปเปรียบเทียบกับเกณฑมาตรฐานที่กาํ หนดไวท่ีจะ เปนตัวบงช้ีความสําเร็จหรอื ลมเหลวของโครงการ เพ่ือท่ีจะไดนําผลประเมินมาปรบั ปรงุ กระบวนการ ดําเนินงานใหรัดกุมมีประสิทธิภาพมากข้ึนหรือเพ่ือการตัดสินใจปรับปรุงขยายโครงการนําไปใช ตอ เน่ืองตอไป หรือเพ่อื ลม เลกิ โครงการ

25 3. รายละเอียดโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนรูสสู ากล “การแขง ขนั ทางวชิ าการระดบั นานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” โครงการ พฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรสู สู ากล : การพฒั นาความสามารถทางวชิ าการ ผเู รยี นผานกระบวนการแขง ขันทางวชิ าการ นานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563 แผนงาน พน้ื ฐานดานการพัฒนาและเสรมิ สรา งศักยภาพคน ลักษณะโครงการ  โครงการงานประจาํ  โครงการตอบสนองตัวชว้ี ัดตามยุทธศาสตร /โครงการตอเนื่อง ผูรบั ผิดชอบโครงการ กลมุ สงเสริมการจดั การศกึ ษา สอดคลองกบั นโยบาย ดา นท่ี 2 การจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแขงขนั ของ ประเทศ สอดคลอ งจดุ เนน สพม. SMART STUDENT/ SMART SCHOOL/ SMART PRINCIPAL ระยะเวลาดาํ เนนิ การ พฤศจิกายน 2562 – พฤษภาคม 2563 ...................................................................................................................................................................................................................... 1. หลกั การและเหตผุ ล ดวยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดรับเชิญจากกระทรวงและหนวยงาน ทางการศึกษาตางประเทศ ในการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนเขารวมการแขงขันทางวิชาการ ระดับ นานาชาติ (โอลิมปกวิชาการดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร) และมอบใหสํานักพัฒนานวัตกรรม การจัดการศึกษาดําเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล โดยบูรณาการกิจกรรมผาน กระบวนการแขงขันทางวชิ าการ ระดบั นานาชาติ การพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนรูของผูเรียนดาน คณติ ศาสตรและวิทยาศาสตร เปน การสงเสรมิ วฒั นธรรมการเรยี นรขู องผูเ รยี นสคู วามเปน เลิศ โดยใช เวทีแขงขันทางวิชาการท้ังในประเทศและตางประเทศ เปนแรงจูงใจและส่ือกลางสรา งแรงขับเคลอ่ื น การพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนอยางตอ เน่ือง ใหมีความทันสมัยและการพัฒนาประสิทธภิ าพ ครูผูสอนเพ่ือยกระดับคุณภาพสูมาตรฐานสากลและยกระดับความสามารถของผูเรียนใหกาวไกลสู เวทีโลก เวทีการแขงขนั ทางวิชาการ ระดบั นานาชาติ ภายในประเทศไทย ดงั นี้ 1.1 PMWC 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรโลก ระดับประถมศึกษา : Po Leung Kuk Primary Mathematics World Contest 2020 1.2 IMC :EMIC 2020 คอื การแขงขนั คณติ ศาสตรร ะหวางประเทศ ระดับประถมศกึ ษา : International Mathematics Competition : Elementary Mathematics International Competition 2020 1.3 IMC :WYMIC 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรระหวางประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ต อ น ต น : International Mathematics Competition : World Youth Mathematics Inter- cities Competition 2020

26 1.4 SMO 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรโ อลมิ ปกเอเชีย ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4) Southeast Mathematics Olympiad 2020 1.5 IMSO 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรและวิทยาศาสตรโอลิมปก ระหวางประเทศ ระดับประถมศึกษา :International Mathematics and Science Olympiad for Primary School 2020 1.6 ITMO 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรโอลิมปก ระดับมัธยมศึกษาตอนตน International Teenagers Mathematics Olympiad 2020 1.7 IESO 2020 คือ การแขงขันวิทยาศาสตรโลกและอวกาศโอลิมปก ระหวางประเทศ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย :International Earth Science Olympiad 2020 1.8 IJSO 2020 คือ การแขงขันวิทยาศาสตรโอลิมปกระหวางประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ตอนตน International Junior Science Olympiad 2020 ดังน้ัน เพ่ือเปนการสงเสริมและสนับสนุนความสามารถของนักเรียนในสังกัดใหไดรับโอกาส และไดแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง ในการแขงขันทางวิชาการท้ังในประเทศและ ตางประเทศ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จึงสงเสริมและสนับสนุนกิจกรรม/ โครงการพัฒนาความสามารถทางวิชาการนักเรียนผานกระบวนการแขงขันทางวิชาการ ระดับ นานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 โดยแบง การสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ รอบแรก ดังนี้ 1) ITMO 2020 คือ การแขงขันคณิตศาสตรโอลิมปก ระดับมัธยมศึกษาตอนตน International Teenagers Mathematics Olympiad 2020 2) IJSO 2020 คือ การแขง ขนั วทิ ยาศาสตรโอลมิ ปกระหวา งประเทศ ระดับมธั ยมศึกษา ตอนตน International Junior Science Olympiad 2020 3) IESO 2020 คอื การแขงขนั วิทยาศาสตรโลกและอวกาศโอลิมปก ระหวา งประเทศ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย :International Earth Science Olympiad 2020 รอบแรกเปนการแขงขันระดับสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ณ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา (เดือนมกราคม 2563) และเม่ือนักเรียนสอบผา นในรอบแรกแลว ใหนักเรียนท่ีมีช่ือตามประกาศของ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เตรียมตัวสอบในรอบท่ี 2 ซ่ึงเปนรอบระดับประเทศ (เดือนมีนาคม 2563) เม่ือส้ินสุดการสอบแขงขันในรอบน้ีแลว สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพ้ืนฐาน จะประกาศผลสอบแขงขันทางวิชาการสําหรับนักเรียนท่ีผานการสอบแขงขันไดระดับ เหรียญรางวัล ไดแก เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง และรางวัลชมเชย ตามลําดับ และให ผูท่ีผานการสอบไดรับเหรียญทองเตรียมตัวเขาคายอบรมเขมทางวิชาการ (รอบท่ีสาม คายวิชาการ) เพ่ือเพ่ิมพูนประสบการณการเรียนรูดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร และตอยอดคัดเลือกผูแทน นกั เรยี นไทยไปแขง ขันทางวิชาการ ระดบั นานาชาติ ประจาํ ป พ.ศ. 2563

27 2. วัตถปุ ระสงค 2.1 เพ่ือสงเสริมอัจฉริยภาพผูเรียนดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตรควบคูกับการพัฒนา ดา นคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม 2.2 เพื่อเปดโอกาสใหผูเรียนไดพัฒนาทักษะดานการคิดวิเคราะหและความสามารถทาง วชิ าการอยา งเตม็ ตามศักยภาพ ไดแ ลกเปลยี่ นเรียนรสู ูเวทโี ลกและเปน การสรางเจตคติทีด่ ีใหนักเรียน มีความสนใจในการเปน นักคณิตศาสตรและนักวิทยาศาสตร 2.3 เพ่ือใชกระบวนการแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ เปนส่ือกลางสรางบรรยากาศ ทางวิชาการ ขับเคล่ือนผูเก่ียวของมีสวนรวมพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนอยางตอเน่ือง และ พัฒนาเนอ้ื หาสาระใหมคี วามทนั สมยั ทัดเทยี มมาตรฐานสากล 2.4 เพ่ือสรางบรรยากาศทางวิชาการในการสงเสริมการวิจัยท่ีพัฒนาความกาวหนาทาง วิชาการของประเทศ 2.5 เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพครูผูสอนคณิตศาสตรและวิทยาศาสตรและสรางความเช่ือม่ันใน การจดั การเรียนรูตามแนวทางปฏิรปู การเรยี นรู 2.6 เพอ่ื สงเสริมใหสถานศึกษามีความเขมแขง็ ทางวิชาการและเปนแหลงเรียนรูในระดับเขต พืน้ ทก่ี ารศกึ ษา 3. เปาหมาย 3.1 เพื่อยกระดับความสามารถผูเรียนดานทักษะการคิดวิเคราะหและพัฒนา ขีดความสามารถผูเรยี นใหก าวทนั โลกกา วทนั การเปลี่ยนแปลงและอยใู นสงั คมอยางมีความสขุ 3.2 เพ่อื ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร เทยี บเทามาตรฐานสากล 3.3 นักเรียนระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 ไดรับการพัฒนาความสามารถทางวิชาการ (คณิตศาสตรและวิทยาศาสตร) ควบคูกับการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม และนักเรียนท่ีสอบผานในรอบแรกไดรับการพัฒนาตอ ยอดไปถงึ รอบระดบั ประเทศตอ ไป 3.4 นักเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ไดรับการพัฒนา ตอยอดของผูเรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ (คณิตศาสตรและวิทยาศาสตร) ท่ีสอบผานรอบสอง ระดับประเทศ เขา คา ยทางวิชาการควบคูกับการพฒั นาดา นคุณธรรมและจริยธรรมของผเู รียนและตอ ยอดคัดเลือกผูแทนนักเรียนไทยไปแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ (คณิตศาสตรและ วทิ ยาศาสตร) 3.5 สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา มีส่ือและแหลงเรียนรูคณิตศาสตรและ วิทยาศาสตรเปนเครอื ขายในการพัฒนาโรงเรียนระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ดวยเทคนิคและวิทยาการ ใหม ๆ

28 3.6 โรงเรียน และครูผูสอนมีนวัตกรรมการเรียนการสอนดานเทคนคิ วิธีการสอนท่ีสงผลตอ การพัฒนาท่ีเนนทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร การคิดวิเคราะหของผูเรียน และโรงเรียนมนี วัตกรรมการบรหิ ารจดั การทสี่ งผลตอ การพัฒนาความสามารถผเู รียนสคู วามเปน เลิศ 3.7 สํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน สาํ นกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีแหลงรวมนวัตกรรมการศึกษา และคลังขอสอบท่ีใชในการแขงขันทางวิชาการ ระดับ นานาชาติ (คณิตศาสตรและวิทยาศาสตร) เพ่ือนําไปพัฒนาความสามารถและศักยภาพการเรียนรู ของผเู รียน 4. กจิ กรรม / วิธดี ําเนนิ การ / ตวั ชวี้ ัดความสาํ เรจ็ แบง เปน 3 รอบ ดงั นี้ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ไดประชาสัมพันธโครงการสอบแขงขัน ทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 รอบแรก ระดับสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ให นักเรียนในสังกัดทราบ และสมัครไดทางออนไลนท่ี www.obecimso.net และนักเรียนท่ีผานรอบ แรกแลวใหเตรียมตัวเขาสอบในรอบสอง ระดับประเทศ นักเรียนท่ีผานในรอบสอง (เหรียญทอง) ให เตรียมตัวเขาคายวิชาการอบรมเขมฯ เพ่ือคัดเลือกตัวแทนนักเรียนไปแขงขันทางวิชาการ ระดับ นานาชาติ (6 เวท)ี 4.1 รอบแรก ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เดือน มกราคม 2563 สถานท่ีจัดสอบสํานักงาน เขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 42 4.2 รอบสอง ระดับประเทศ 38 ศูนยสอบ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เปนศนู ยส อบที่ 23 จดั สอบแขงขนั ทางวชิ าการ ชว งเดอื น มนี าคม 2563 4.3 รอบสาม คายวิชาการอบรมเขมเพ่ิมพูนประสบการณการเรียนรู เดือนเมษายน – พฤษภาคม 2563 สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานจะกาํ หนดวนั เวลา สถานท่ี อกี ครั้ง 5. ระยะเวลาดาํ เนินการ รอบแรก ระดบั เขตพ้ืนท่กี ารศึกษา ระหวา งเดอื น พฤศจิกายน 2562 – มกราคม 2563 รอบสอง ระดบั ประเทศ ระหวางเดือน มกราคม 2563 – มีนาคม 2563 รอบสาม คายวิชาการอบรมเขมเพ่ิมพูนประสบการณ ระหวางเดือน เมษายน – มิถุนายน 2563 6. สถานทด่ี ําเนนิ การ 6.1 จัดสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 รอบแรก ระดับเขต พื้นทีก่ ารศึกษา เดือนมกราคม 2563 ณ สาํ นักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 6.2 จัดสอบแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 รอบสอง ระดับประเทศเดือนมีนาคม 2563 ณ สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (ศูนยสอบ ที่ 23) 6.3 จดั สอบแขง ขนั ทางวิชาการ ระดบั นานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563 รอบสาม คา ยวชิ าการ ชวงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2563 จัดโดยสํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

29 7. งบประมาณ 7.1 วันท่ี 12 มกราคม 2563 แขงขันทางวชิ าการนานาชาติ รอบแรก ระดบั เขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา ดงั นี้ -คา อาหารวา งและเคร่อื งด่มื จํานวน 200 คน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เปน เงนิ 5,000 บาท รวมเปน เงนิ 5,000 บาท 7.2 วันที่ 19 มกราคม 2563 แขงขนั ทางวิชาการนานาชาติ รอบแรก ระดบั เขตพืน้ ท่ีการศึกษา IJSO ดังนี้ 1) คาอาหารกลางวัน นักเรียน จํานวน 300 คน ๆ ละ 80 บาท เปน เงิน 24,000 บาท 2) คาอาหารวาง และเคร่ืองดมื่ จาํ นวน 300 คน 2 มอ้ื ๆ ละ 25 บาท เปนเงิน 15,000 บาท รวมเปนเงิน 39,000 บาท 7.3 วนั ที่ 1 มีนาคม 2563 แขงขนั ทางวชิ าการนานาชาติ รอบสอง ระดับประเทศ ดังน้ี - คาอาหารวาง และเครอื่ งด่ืม จาํ นวน 100 คน ๆ ละ 25 บาท เปนเงิน 2,500 บาท รวมเปนเงิน 2,500 บาท 7.4 คาตอบแทนคณะกรรมการคุมสอบ และคณะกรรมการอื่น ๆ ดังนี้ 1) วันท่ี 9 มกราคม 2563 จาํ นวน 20 คน ๆ ละ 300 บาท เปนเงิน 6,000 บาท 2) วันท่ี 19 มกราคม 2563 จํานวน 20 คน ๆ ละ 300 บาท เปนเงิน 6,000 บาท 3) วนั ท่ี 1 มีนาคม 2563 จาํ นวน 10 คน ๆ ละ 300 บาท เปนเงิน 3,000 บาท รวมเปน เงนิ 15,000 บาท 7.5 คมู ือปฏบิ ตั ิงานจดั สอบแขงขันของคณะกรรมการ จาํ นวน 2,000 บาท 7.6 คาวัสดุสาํ หรบั จัดสอบแขงขัน จํานวน 4,000 บาท รวมทงั้ สนิ้ จาํ นวน 67,500 .บาท (-หกหมน่ื เจ็ดพันหารอยบาทถวน-) **หมายเหต*ุ * คา อาหารกลางวัน อาหารวา งและเคร่ืองดืม่ คาใชจ ายอนื่ ถัวเฉลีย่ จา ยไดท กุ รายการ 8. ผลที่คาดวา จะไดร บั 8.1 ยกระดบั ความสามารถของนักเรยี นไทยในการแขงขันทางวิชาการสูระดับประเทศ 8.2 นกั เรยี นไดรับการพฒั นาความสามารถทางวชิ าการอยา งเต็มตามศักยภาพ 8.3 นักเรยี นไดร ับความรูทางวชิ าการนอกหองเรียน และไดร บั ประสบการณจากการแขงขัน ทักษะทางวิชาการระดับนานาชาติ 8.4 นักเรียนไดรับการแลกเปล่ียนเรียนรูทักษะทางวิชาการและภาษาจากเพ่ือนตางสถาบัน ท้ังภายในประเทศและนานาชาติ รวมถึงวฒั นธรรมของชาตติ า ง ๆ 8.5 นักเรียนท่ีสอบผานเกณฑการแขงขันทักษะทางวิชาการระดับนานาชาติ ไดเปนตัวแทน ระดับสํานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษา ระดบั ประเทศ ระดบั ชาติ 8.6 ครูมีนวตั กรรมการเรยี นการสอนคณติ ศาสตรและวิทยาศาสตร 8.7 สถานศึกษามีแนวทางการพัฒนาหลกั สูตรคณิตศาสตรแ ละวทิ ยาศาสตรส ูความเปน เลิศ 8.8 ยกระดบั คณุ ภาพและมาตรฐานการจดั การเรยี นรทู างคณิตศาสตรแ ละวิทยาศาสตร

30 4. งานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วของ (ศิริรัตน นิลนาก. 2562: บทคัดยอ) ไดทําการวิจัยเร่ืองการประเมินโครงการบริหารโดยใช โรงเรียนเปนฐานการพัฒนาทองถ่ินของโรงเรียน ในสังกัดองคกรปกครองสวนทองถ่ิน จังหวัดพิจิตร พบวา 1) ดานสภาพแวดลอม (Context Evaluation: 0) โดยภาพรวมพบวามีความสอดคลองอยูใน ระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายขอพบวา ขอที่มีผลการประเมินสูงสุดคือขอ 6 กิจกรรมและการ ดาํ เนนิ โครงการมีความชัดเจนสามารถพฒั นาศักยภาพของผเู รียน สูความเปน เลศิ ตามอจั ฉรยิ ภาพของ แตละบุคคล จนสามารถนําความเปนเลิศน้ันไปใชในการประกอบอาชีพได อยูในระดับมากท่ีสุด รองลงมาคือขอท่ี 4 วัตถุประสงคของโครงการบริหารโดยใชโรงเรียนเปนฐานในการพัฒนาทองถ่ิน มี ความชัดเจน สามารถนําไปปฏิบัติไดจริง อยูในระดับมากท่ีสุด สวนขอท่ีมีคะแนนตํ่าสุดคือ ขอท่ี 12 กิจกรรมและการดําเนินโครงการตรงกับความตองการของเด็กเยาวชน และประชาชนในทองถ่ิน อยู ในระดับมาก 2) ดานปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation: I) โดยภาพรวมพบวามีความเพียงพอ/ เหมาะสม อยูใน ระดับมากท่ีสุด เม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอท่ีมีผลการประเมินสูงสุดคือขอท่ี 10 สถานท่ีท่ีใชดําเนินงานโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอ อยูในระดับมากท่ีสุด รองลงมาคือขอท่ี 13 มีงบประมาณหรือทรัพยากรสนับสนุนท่ีเหมาะสม อยูในระดับมากท่ีสุด สวนขอท่ีมีคะแนนตํ่าสุดคือ ขอท่ี 3 ครูผูรับผิดชอบกิจกรรมในแตละโครงการเปนผูมีความรู ความสามารถ ความสนใจ และมี ความสามารถเหมาะสม, ขอ 4 จํานวนบุคลากรท่ีดําเนินโครงการมีความเหมาะสม เพียงพอ สําหรับ การดําเนินโครงการ, ขอ 6 ระยะเวลาท่ีใชในการจัดกิจกรรมตามโครงการมีความเหมาะสม เพียงพอ และ ขอ 7 กิจกรรมท่ีจัดข้ึนใหกับผูเรียนมีความหลากหลายและเพียงพอตอความตองการของผูเรยี น เด็ก เยาวชน และประชาชนในทองถ่ิน อยูในระดับมากท่ีสุด 3) ดานกระบวนการ (Process Evaluation: P) โดยภาพรวมพบวามีประสิทธิภาพอยูในระดับมากท่ีสุดเม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอ ท่มี ีผลการประเมนิ สูงสดุ คือขอที่ 9 มกี ารวัดและประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านของทุกกจิ กรรมในแตละ โครงการอยางเปนระบบ และตอเน่ืองดวยวิธีการท่ีหลากหลาย โดยยึดหลักความแตกตางระหวาง บุคคลของผูเขารวมโครงการ และ ขอ 12 มีการสรรหาคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานครบ จํานวนตามองคประกอบกฎหมาย/ระเบียบท่ีเก่ียวของ ใหดํารงตําแหนงท่ีปรึกษา และหรือ อนุกรรมการเพ่ือดําเนินการตามระเบียบ และใหผูบริหารสถานศึกษาดํารงตําแหนงเลขานกุ าร อยูใน ระดับมากที่สุด รองลงมาคือขอที่ 3 เนอื้ หาสาระตามองคประกอบของโครงการบรหิ ารโดยใชโรงเรียน เปน ฐานในการพัฒนาทองถนิ่ มีความชดั เจน และสามารถนาํ มาปฏบิ ตั ไิ ด อยูใ นระดับมากทส่ี ุด สว นขอ ทีม่ คี ะแนนตา่ํ สุดคือขอที่ 14 หลงั เสร็จสนิ้ การดาํ เนินงานตามโครงการการบริหารโดยใชโ รงเรยี นเปน ฐานในการพัฒนาทองถ่ิน มีการรายงานผลตอผูบริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาในท่ีประชุม และ ตนสังกัดใหทราบอยางตอเน่ือง อยูในระดับมาก 4) ดานผลผลิต (Product Evaluation: P) โดย ภาพรวมพบวามีประสิทธิผลอยูในระดับมากท่ีสุด เม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอท่ีมีผลการประเมิน สูงสุดคือขอท่ี 15 สถานศึกษานําหลักการบริหารโดยใชโรงเรียนเปนฐานในการพัฒนาทองถ่ิน ตาม นโยบายของกรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถิ่น มาใชเปนแนวทางในการบรหิ ารสถานศกึ ษา ดว ยการจดั การศึกษาตลอดชีวิต อยูในระดับมากท่ีสุด รองลงมาคือขอท่ี 1 สถานศึกษานําหลักการบริหารโดยใช โรงเรยี นเปนฐานในการพัฒนาทองถน่ิ ตามนโยบายของกรมสงเสรมิ การปกครองสว นทอ งถ่ิน มาใช เปนแนวทางในการบริหารสถานศึกษาอยูในระดับมากที่สุด สวนขอท่ีมีคะแนนตํ่าสุด คือขอท่ี 8

31 ผเู ขารว มโครงการฝกอบรมมีความรู ทักษะและเจตคติท่ีดตี อเรื่องท่ีไดรับการอบรม รอ ยละ 80 ข้นึ ไป และขอ 9 สถานศึกษามีสาระการเรียนรูเพ่ิมเติมท่ีหลากหลายตามความตองการของผูเรียนแตละคน ท่ีนําไปสูการพัฒนาศักยภาพของผูเรียนสูความเปนเลิศตามอัจฉริยภาพของผูเรียนแตละคน อยูใน ระดับมากทส่ี ุด (ชลธิชา แพงบรรเทา. 2557: บทคัดยอ) ไดทําการวิจัยเร่ืองการประเมินโครงการแขงขัน ความเปนเลิศทางวิชาการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พบวา ผลการประเมินโครงการ แขงขนั ความเปนเลิศทางวิชาการ โรงเรยี นในสังกัดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดยภาพรวมอยูในระดับ มาก เม่ือพิจารณารายดาน พบวา ดานบริบท ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต อยูใ นระดบั มาก (มัทวะ ฉัตรทอง. 2551: บทคดั ยอ ) พบวา การประเมนิ โครงการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมท่ีพึงประสงคของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ” เทศบาลเมืองสุรินทร จังหวัดสุรินทร พบวา 1) ผลการประเมินบริบทหรือสภาพแวดลอม (Context) พบวา มีระดับความ คิดเห็นอยูในระดับมากท่ีสุด 2) ผลการประเมินปจจัยนําเขา (Input) พบวา มีระดับความคิดเห็นอยู ในระดับมากที่สุด 3) ผลการประเมินกระบวนการ (Process) 3.1) นักเรียนมีระดับความคิดเห็น เก่ียวกับการดําเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงค โดย ภาพรวมพบวา อยูใ นระดับมากท่ีสดุ 3.2) ครูมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกบั การดาํ เนินงานตามโครงการ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงค โดยภาพรวมพบวา อยูในระดับมากท่ีสุด 3.3) ผูปกครองนักเรียนมีระดับความคิดเห็นเก่ียวกับการดําเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรมและคานิยมที่พึงประสงคโ ดยภาพรวมพบวาอยใู นระดับมากทีส่ ุด 4) ผลการประเมนิ ผลผลิต โดยภาพรวม พบวาอยูในระดับมาก ซึ่งผลสัมฤทธิ์ของโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และ คา นิยมท่ีพึงประสงคของนักเรยี น นักเรียนมีระดบั ความคดิ เหน็ เก่ียวกบั พฤติกรรมการแสดงออก ดาน คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงคของนักเรยี นกอนการพฒั นา โดยภาพรวม พบวาอยู ในระดบั มาก สว นหลังการพัฒนาอยูในระดบั มากทีส่ ุด 5) ผลการประเมินผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการ ดําเนินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมทีพ่ ึงประสงคของนักเรียน 5.1) ระดับความพึง พอใจของนักเรียนท่ีมีตอการดาํ เนนิ โครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงคของ นักเรียนกอนและหลังการพัฒนา โดยภาพรวมพบวา กอนการพัฒนาอยูในระดับปานกลาง สวนหลงั การพัฒนาอยูในระดับมากท่ีสุด 5.2) ระดับความพึงพอใจของครูท่ีมีตอการดําเนินโครงการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงคของนักเรียน กอนการพัฒนา โดยภาพรวมพบวา อยูใน ระดับปานกลาง สวนหลังการพัฒนาอยูในระดับมากท่ีสุด 5.3) ระดับความพึงพอใจของผูปกครอง นักเรียนท่ีมีตอการดําเนินโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมท่ีพึงประสงคของนักเรียน กอนการพัฒนาโดยภาพรวมพบวา อยูในระดับมากสวนหลังการพัฒนาอยูในระดับมากท่ีสุด 6) รอย ละของผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียนปการศึกษา กอนการพัฒนา (ปการศึกษา 2549) และปการศึกษาหลังการพัฒนา (ปการศึกษา 2550) โดยภาพรวม ปการศึกษา หลัง การพัฒนาจํานวนนักเรียนท่ีมีผลการประเมินระดับดีเย่ียมและดี มีจํานวนมากกวาปการศึกษา กอ นการพัฒนา

32 กลาวโดยสรุปวาจากการศึกษาแนวคิดทฤษฎี หลักการ และผลงานวิจัยท่ีเก่ียวของ เร่ือง การประเมินผลโครงการโดยใชรูปแบบจําลองซิปป (CIPP Model) เพ่ือตองการทราบวาผลท่ีไดรับ จากการดําเนินโครงการไปแลวน้ันประสบความสําเร็จตามท่ีมุงหวังหรือไม มีปญหาอุปสรรคอะไร ตอบสนองความตองการไดเ พียงใด ควรปรับปรุงแลว ดาํ เนนิ การตอไปหรือควรยุตโิ ครงการ ซง่ึ เทากับ เปนการตดั สินคณุ คาของส่ิงที่ดําเนินการไปแลว วัตถุประสงคของการประเมินผล ไดแก เพือ่ ศกึ ษาวา วัตถุประสงคท่ีตองการบรรลุน้ัน ยังเปนวัตถุประสงคท่ียังมีความเหมาะสมและสอดคลองกับ สถานการณอยูหรือไม เพ่ือการคนพบวัตถุประสงคท่ีกําหนด เพ่ือพิจารณาหาเหตผุ ลของความสาํ เรจ็ และความลมเหลวของการปฏิบัติ เปนตน เพ่ือนําไปใชแกไขตอไป เพ่ือหาขอมูลท่ีเปนจริงเก่ียวกับ โครงการโดยทําการเก็บรวบรวมขอมูลเก่ียวกับวัตถุประสงคมีการ วางแผน แนวทางการดําเนินการ และผลกระทบที่เกิดขึน้ เพื่อเปน การกาํ หนดคุณคาหรือขอดีของโครงการ ดังกลาววาดีหรือไมอยางไร สามารถบรรลุวตั ถุประสงคท ีต่ องการ การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับ นานาชาตปิ ระจําป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ผูวจิ ัยใชรูปแบบ การประเมินผลซิปป (CIPP Model) เปนกรอบใน การประเมินดานสภาวะแวดลอม (Context : C) ไดแก วัตถุประสงคและหลักการของโครงการ นโยบาย ความตองการจําเปนของผูเขารวมโครงการ ปจจัยนําเขา (Input : I) ไดแก ความรูความเขาใจในการปฏิบัติงานของผูเก่ียวของ ความเหมาะสม ของหลักเกณฑเง่ือนไข ความเหมาะสมในการจัดงาน ดานกระบวนการ ( Process : P) ไดแก ความ เหมาะสมของข้ันตอนการแขงขัน และความชัดเจน ในหลักเกณฑการตัดสิน ผลผลิต (Product : P) ไดแก ผลท่ีคาดวาจะไดรับของโครงการ ความพึง พอใจในดานการจัดกิจกรรมและใหบริการ และ ความคิดเห็น ซึ่งความรูเก่ียวกับการประเมินโครงการและผลการวิจัยท่ีเก่ียวของจะเปนแนวทาง (Guidelines) ในการสรปุ อภปิ รายผลเก่ียวกับขอคน พบในการศกึ ษาวจิ ัย

33 ภาพที่ 2.1 กรอบแนวคิดในการวจิ ัย

บทท่ี 3 วิธดี าํ เนนิ งานวิจัย การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ผูวิจัย ไดดาํ เนินตามขั้นตอนดงั น้ี ระเบยี บวธิ ีการวจิ ยั เพ่ือใหการวิจัยคร้ังน้ีเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเปนไปตามวัตถุประสงคของการ วจิ ัย ผูวิจัยจงึ ไดก าํ หนดรายละเอียดตา ง ๆ เกยี่ วกับระเบียบวิธวี ิจยั ประกอบดวย 1. ประชากรและกลุมตัวอยา ง 2. เครื่องมือทใี่ ชใ นวิจัย 3. การสรางเครอ่ื งมอื 4. การเกบ็ รวบรวมขอมูล 5. การวิเคราะหขอมลู และการแปลผลขอมลู 6. สถิตทิ ีใ่ ชใ นการวเิ คราะหขอมูล ขั้นตอนการดําเนนิ การวิจยั เพื่อเปนแนวทางในการทําวิจัยใหบรรลุวัตถุประสงคและเพ่ือใหการดําเนินงาน เปนไปอยางมีระบบและระเบียบ ผูวิจัยจึงไดกําหนดขั้นตอนของการวิจัยออกเปน 3 ขั้นตอน คือ 1) จัดเตรียม ขอมูลจากเอกสาร ตํารา วารสาร บทความ ตลอดจนผลงานการวิจยั ท่ีเก่ียวของกับการ ประเมินโครงการ สรุปหัวขอท่ีทําการประเมิน กําหนดวัตถุประสงคเลือกรูปแบบการประเมิน 2) ข้ันดําเนนิ การวิจัย 3) รายงานผลการวิจัย ประชากรและกลุมตัวอยาง ประชากร ท่ีใชในการวิจัยในคร้ังน้ี ไดแก ผูบริหารสถานศึกษา จํานวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน ครูผูรับผิดชอบ จํานวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน เจาหนาท่ีผูเก่ียวของ จาํ นวน 15 คน นักเรียนผูเขา สอบ จาํ นวน 137 คน ผปู กครองนกั เรยี น จาํ นวน 4 โรงเรยี น โรงเรยี น ละ 1 คนของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 (จํานวนโรงเรียนท่ี นกั เรยี นรว มเขารวมแขงขัน มีจาํ นวน 4 โรงเรยี น) รวมประชากรท้งั สนิ้ 164 คน

35 กลมุ ตวั อยา ง การเลือกกลุมตัวอยางผูบริหารสถานศึกษาโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน ครูผูสอนโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน ผูปกครองโรงเรียนละ 1 คน จํานวน 4 คน โดยการเลือก แบบเจาะจง (สุรศักด์ิ อมรรัตนศักด์ิ. 2557: 96) เจาหนาท่ีผูเก่ียวของและนักเรียน ไดจากการเลือก อยางงายโดยใชตารางการสุมตัวอยางของเครจซ่ีและมอรแกน Krejecie&Morgan (สุรศักดิ์ อมรรัตนศักด์ิ. 2557: 101) ประกอบดวยเจาหนาที่ผูเก่ียวของ จํานวน 10 คน นักเรียน จํานวน 98 คน ของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จํานวน 4 โรงเรียน ทําใหไ ดกลมุ ตวั อยา งท่ใี ชใ นการศกึ ษาวิจยั จํานวนทั้งสนิ้ 120 คน ตารางท่ี 3.1 ประชากรและกลุมตวั อยาง จาํ นวนประชากร กลมุ ตัวอยา ง เขตพ้ืนที่ ผูบริหาร การศึกษา ครู ผูปกครอง เจาหนาท่ีผูเ ี่กยว ของ นักเรียน รวม ผูบริหาร ครู ผูปกครอง เจาหนาที่ผูเ ี่กยว ของ นักเรียน รวม สํานกั งาน 4 4 4 15 137 164 4 4 4 10 98 120 เขตพืน้ ที่ การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 รวม 4 4 4 15 137 164 4 4 4 10 98 120 เคร่ืองมือทใี่ ชใ นการวิจัย เปน แบบสอบถาม ซง่ึ มี 2 ตอน ไดแก ตอนท่ี 1 รายละเอียดผูตอบแบบสอบถามเปนขอมูลท่ัวไป ซ่ึงเปนแบบตรวจสอบ รายการ (checklist) 1) เพศ, 2) สถานภาพผูตอบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วชิ าการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สาํ นักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 42 เครื่องมือท่ีใชในการวิจัยไดสรางแบบสอบถามสําหรับประเมินโครงการเพื่อเก็บ รวบรวมขอ มลู เปน แบบสอบถาม แบบมาตราสว นประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ เก่ยี วกบั ความ คิดเห็น จากสภาพการดําเนินงาน ผูบริหารสถานศึกษา ครูผูสอน นักเรียน ผูมีสวนเก่ียวของและ ผูปกครองนักเรียนของการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ท่ี ดําเนิน โครงการใน 4 ดาน คือ ดานสภาวะแวดลอ ม ดา นปจ จัยนาํ เขา ดา นกระบวนการ และดา นผลผลิตของ โครงการโดยสอบถามผบู ริหารสถานศึกษา ครผู ูสอน นักเรียน ผูมสี วนเกี่ยวขอ ง และผูปกครอง คือ

36 ผลและสภาพการดําเนินงานตามโครงการเปนแบบสอบถามมาตราสวนประมานคา 5 ระดับ สําหรับผูบริหารสถานศึกษา ครูผูสอน นักเรียน ผูมีสวนเก่ียวของ และผูปกครองจากการ ดําเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 42 ใน 4 ดา นคอื 1. ดา นสภาวะแวดลอ ม (Context : C) 2. ดานปจจัยนําเขา (Input : I) 3. ดา นกระบวนการ ( Process : C) 4. ดานผลผลติ (Product : C) การสรางเคร่อื งมือทใ่ี ชใ นการวจิ ัย การสรางแบบสอบถามสําหรับใชในการเกบ็ ขอมลู เพ่อื ใชใ นการประเมนิ โครงการ พัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงาน เขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ผูวิจัยไดดําเนินการสรางเคร่ืองมือท่ีใชประเมินโครงการตาม ขนั้ ตอนดงั นี้ 1. ศึกษาหาความหมาย หลักการ วัตถุประสงคทฤษฎีและงานวิจัยท่ีเก่ียวของเพ่ือ นําขอมูล ตาง ๆ มาวิเคราะหในการสรางแบบสอบถามใหครอบคลุมเน้ือหาสาระท่ีเก่ียวกับการ ประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยใชรูปแบบจําลองซิปป (CIPP Model) 2. ศึกษาโครงการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรสู สู ากล “การแขงขันทางวชิ าการระดับ นานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 3. นําขอมูลท่ีไดจากการศึกษาขอมูล จากขอท่ี 1 และ ขอท่ี 2 นํามาสรุปและต้ัง เปนขอคําถาม ความคิดเห็นเก่ียวกับสภาพการดําเนินงาน และความพึงพอใจ ของผูบริหาร สถานศึกษา ครผู สู อน นักเรียน ผมู สี วนเกยี่ วของ และผูปกครอง ทีม่ ีตอโครงการพัฒนาคุณภาพการ เรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 โดยใชมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ คือ ดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัย นําเขา ดานกระบวนการ และดา นผลผลติ 4. กําหนดกรอบและแนวคิดการสรา งเคร่อื งมือที่ใชใ นการวจิ ยั 5. สรา งเครอ่ื งมอื ที่ใชในการวิจยั คือแบบสอบถาม แบงออกเปน 2 ตอน ตอนท่ี 1 ขอมูลทัว่ ไปของผตู อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 แบบสอบถามการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลติ ของโครงการโดย ใชม าตราสวนประมาณคา 5 ระดับ จาํ นวน 25 ขอ

37 6. นําแบบสอบถามท่ีสรางข้ึน ไปใหผูทรงคุณวุฒิ ท่ีมีประสบการณดานการ ประเมนิ ผล จาํ นวน 5 ทาน ดงั นี้ 1) นางเพ็ญจันทร บัวแกว ตําแหนงผูอํานวยการกลุมอํานวยการ สํานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 42 2) นางวิระดา แกนกระโทก ตําแหนงศึกษานิเทศก สํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 3) นายคมกฤช แผนเสือ ตําแหนงศึกษานิเทศก สํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 4) นางวสุ เกษสําโรง ตาํ แหนง นักวเิ คราะหนโยบายและแผน สาํ นกั งาน เขตพน้ื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 5) นางสาวปวีณน ชุ จันทรนวล ตาํ แหนงนกั วชิ าการศึกษา สํานักงานเขต พน้ื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 42 ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมอื คือการตรวจสอบความเท่ยี งตรงเน้ือหา (Content Validity) ความ เหมาะสมดานภาษาและความชัดเจนของคําถาม และนํามาหาคาดัชนีความสอดคลองของเน้ือหา (Index of Item- Objective Congruence : IOC) โดยกําหนดเกณฑการ ประเมินดังน้ี (พวงรัตน ทวีรัตน. 2543: 117) เห็นวาสอดคลอ ง ใหคะแนน +1 ไมแนใจ ใหคะแนน 0 เหน็ วาไมสอดคลอ ง ใหคะแนน -1 ทั้งน้ีเม่ือคา IOC ไมต่ํากวา 0.50 จึงจะใชได หากไดคา IOC ตํ่ากวาน้ีจะตองนําขอคําถาม ไปปรับปรุงใหม (ตามคําแนะนําของผูเช่ียวชาญ) หรือแมขอท่ีมีคา IOC สูงกวา 0.50 แตหาก ผูเช่ียวชาญใหขอสังเกตท่ีเปนประโยชนก็นําไปปรับปรุง โดยคา IOC จากผูเช่ียวชาญจํานวน 5 ทาน ไดค า เฉลี่ย 1 จาํ นวน 20 ขอ และคา เฉลยี่ 0.8 จํานวน 5 ขอ IOC = Σ R N เมอื่ IOC หมายถึง ดชั นคี วามสอดคลองระหวางขอ คําถามกบั เนือ้ หาหรอื ลักษณะพฤติกรรม Σ R หมายถงึ ผลรวมของคะแนนความคดิ เหน็ ของผเู ชยี่ วชาญเนอื้ หาทั้งหมด N หมายถงึ จาํ นวนผูเช่ยี วชาญ 5 คน

38 7. เม่ือไดคา IOC แลวนําเคร่ืองมือกลับมาปรับปรุงแกไขโดยปรับขอคําถามให สอดคลอ ง กับวตั ถปุ ระสงคกบั การวิจยั และรวมขอคําถามทม่ี เี นือ้ หาเหมอื นกนั ใหอยูขอเดียวกนั 8. นําเครื่องมือที่ไดปรับปรุงจากผเู ช่ยี วชาญแลว ไปทดลองใช (Try out) กับ ประชากรท่ี ไมใ ชกลมุ ตัวอยา งในการวจิ ัยจํานวน 30 คน ∑α 1 S 2  = n  − i  n −1  S 2 t เมอ่ื α หมายถงึ สมั ประสิทธข์ิ องความเชื่อม่นั n หมายถงึ จาํ นวนขอ ของแบบสอบถาม หมายถงึ คะแนนความแปรปรวนแตล ะขอ S 2 i St2 หมายถงึ คะแนนความแปรปรวนของแบบสอบถามท้ังฉบบั 9. คา ความเช่อื ม่ัน (Reliability) ของแบบสอบถาม ดว ยสัมประสิทธแิ์ อลฟา (α-Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ไดคา ความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เทากับ 0.92 10. จดั ทําเครอ่ื งมอื ฉบับสมบรู ณ ใหค รบตามเกณฑท ่ีวางแผนการเกบ็ ขอ มูล การเก็บรวบรวมขอมูล ในการเกบ็ รวบรวมขอ มลู ผูวิจัยดาํ เนินการตามข้ันตอน ดงั น้ี 1. ขอหนังสือจากสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เพื่อติดตอ โรงเรยี นทเ่ี ปนกลุม ตัวอยางเพอ่ื เก็บขอ มูล 2. สงแบบสอบถามไปยังผตู อบแบบสอบถามท่ีเปน กลุมตัวอยาง จาํ นวน 120 ฉบบั 3. ตรวจสอบ ความถกู ตอง ความสมบรู ณข องแบบสอบถาม 4. นาํ ขอ มลู ที่ไดว เิ คราะหขอ มลู ดว ยโปรแกรมสาํ เรจ็ รปู การวิเคราะหข อ มูล และการแปลผลขอ มูล ในการวิเคราะหขอมูลโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดับนานาชาติ ประจําป พ.ศ. 2563” คร้ังน้ี ผูวิจัยวิเคราะหขอมูลและใชสถิติ วิเคราะห ขอ มูล ดว ยเครอ่ื งคอมพวิ เตอร โดยใชโปรแกรมสําเรจ็ รูป ดงั นี้ 1. ขอ มูลเชิงปรมิ าณจากการสอบถามความคดิ เหน็ ดานสภาวะแวดลอ ม ดา นปจ จัย นําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต ของผูตอบแบบสอบถาม ผูวิจัยใชโปรแกรมสําเร็จรูป วเิ คราะหขอ มลู ทั่วไป หาคา รอยละ คา เฉล่ีย และคา เบีย่ งเบนมาตรฐาน 2. การแปลผลของความคิดเหน็ พจิ ารณาจากคา เฉล่ียโดยใชเกณฑของเบสท (Best. 1981: 82) มรี ายละเอียดดังนี้

39 คาเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง เห็นดวยมากท่สี ดุ คา เฉล่ยี 3.50 - 4.49 หมายถึง เหน็ ดวยมาก คาเฉล่ยี 2.50 - 3.49 หมายถึง เหน็ ดว ยปานกลาง คา เฉลยี่ 1.50 - 2.49 หมายถึง เห็นดวยนอย คา เฉล่ีย 1.00 - 1.49 หมายถงึ เห็นดว ยนอ ยที่สุด การศึกษากรอบสาระของแตละดาน ไดแก ดานบริบท ดานปจจัยนําเขา ดาน กระบวนการ และดานผลผลิต แลวประมวลสรางเปนคําถามแตละดาน และใชแบบมาตราสวน ประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ ตามวิธีของลิเคิรท (Likert) (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ. 2541: 167) เปน ระดบั การประเมนิ ดังน้ี 5 หมายถึง มรี ะดับความคดิ เห็นอยใู นระดับ มากทสี่ ุด 4 หมายถึง มีระดบั ความคดิ เหน็ อยูในระดับ มาก 3 หมายถึง มีระดับความคดิ เห็นอยใู นระดับ ปานกลาง 2 หมายถึง มีระดบั ความคิดเหน็ อยูในระดบั นอ ย 1 หมายถึง มีระดบั ความคิดเหน็ อยูในระดับ นอยทส่ี ุด สถิตทิ ใ่ี ชใ นการวิเคราะหข อ มลู ในการวิเคราะหขอมูลทางสถิติในการประเมินโครงการแขงขันความเปนเลิศทางวิชาการ แบบสอบถามที่สมบรู ณไปวิเคราะหขอ มลู ดวยการใชโ ปรแกรมสําเร็จรปู ใชสถิติดงั ตอ ไปน้ี 1. คารอ ยละ (Percentage) 2. คา เฉลี่ย (Arithmetic Mean) 3. คา เบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

40 ตารางท่ี 3.2 แนวทางในการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วชิ าการระดบั นานาชาตปิ ระจําป พ.ศ. 2563” วัตถุประสงค ตัวบง ช้ี วธิ ีการ/ แหลง ขอมูล การ เกณฑ 1. เพอื่ ความ เคร่ืองมือ -ผบู รหิ าร วิเคราะห X ≥3.50 ประเมินดา น เหมาะสม/ แบบสอบถาม -ครู - คาเฉล่ีย จากมาตรา สภาวะ สอดคลอ ง แบบสอบถาม -ผมู สี ว น -สว น สว น แวดลอมของ ระหวา ง แบบสอบถาม เกย่ี วของ เบ่ยี งเบน ประมาณคา โครงการ วัตถปุ ระสงค แบบสอบถาม -นกั เรียน มาตรฐาน 5 ระดบั (Context : C) ของโครงการ -ผูปกครอง - คาเฉลีย่ X ≥3.50 2.เพ่อื ประเมิน ความพรอม -ผูบรหิ าร -สว น จากมาตรา ดา นปจจยั ของบุคลากร/ -ครู เบย่ี งเบน สว น นําเขา งบประมาณ/ -ผมู ีสว น มาตรฐาน ประมาณคา (Input : P) วัสดอุ ปุ กรณ/ เกย่ี วของ - คาเฉลย่ี 5 ระดับ -นกั เรียน -สว น X ≥3.50 อาคารสถานที่ -ผูปกครอง เบย่ี งเบน จากมาตรา 3. เพอ่ื - การจัด -ผบู รหิ าร มาตรฐาน สว น ประเมินดาน กระบวนงาน/ -ครู ประมาณคา กระบวนการ ทํางานอยางมี -ผูม ีสว น - คา เฉลย่ี 5 ระดบั (Process : P) ระบบ เกยี่ วของ -สว น -นกั เรยี น เบ่ียงเบน X ≥3.50 - สงเสริมและ -ผูปกครอง มาตรฐาน จากมาตรา สนบั สนนุ งาน -ผบู รหิ าร สว น ดา นวิชาการ -ครู ประมาณคา 4.เพอ่ื ประเมนิ -นกั เรยี นมี -ผมู สี วน 5 ระดบั ดา นผลผลิต พฒั นาการท่ดี ี เกยี่ วของ (Product : P) ขน้ึ -นกั เรยี น - นกั เรยี นมี -ผูปกครอง ทักษะทาง วชิ าการ

บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข อมูล การวิจัยคร้ังน้ี เปนการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ในดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต ของโครงการ ผูวิจัยไดทําการเก็บขอมูลนํามาวิเคราะหขอมูลโดยใชโปรแกรมสําเร็จรูป ปรากฏผลการวิเคราะห ขอ มลู นาํ เสนอในรปู แบบของตารางประกอบดว ยคาํ บรรยาย โดยแบง ออกเปน 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ขอ มลู ท่ัวไปของผตู อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดับนานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพนื้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 สญั ลกั ษณทีใ่ ชใ นการวเิ คราะหขอ มูล ผูวิจัยได กําหนดความหมายสัญลักษณท่ีใชในการวิเคราะหขอมูลและแปล ความหมายของขอมูลดังนี้ 1. คารอยละ (%) 2. คา เฉลี่ย คือ X 3. คาเบยี่ งเบนมาตรฐาน คือ S.D. ผลการวเิ คราะหขอมลู ผูวิจัยไดดําเนินการวิเคราะหขอมูล การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรสู สู ากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 ท้ัง 4 ดาน คือดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และ ดา นผลผลิต ไดผ ลการวเิ คราะหข อ มูลดงั น้ี ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหข อ มูลโดยภาพรวม แสดงในตารางที่ 4.1 - 4.2 ผลการวิเคราะหขอมูลทั่วไป สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม จําแนก เพศ ตําแหนง จํานวนผตู อบแบบสอบถาม แสดงในตารางที่ 4.1 ผลการวิเคราะหขอมูลขอมูลโดยภาพรวม ทง้ั 4 ดาน แสดงในตารางที่ 4.2 ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะหการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ทั้ง 4 ดาน ดังตารางท่ี 4.3 – 4.6

42 ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหขอ มลู โดยภาพรวม ดังตารางท่ี 4.1- 4.2 ตารางที่ 4.1 แสดงจาํ นวนและรอ ยละของผตู อบแบบสอบถามโครงการพัฒนาคุณภาพการ เรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 สถานภาพของผตู อบ จํานวน รอ ยละ แบบสอบถาม 68 56.67 1. สถานภาพผูตอบ 52 43.33 ชาย 120 100.00 หญิง 4 3.33 รวม 4 3.33 4 3.33 2. ตาํ แหนง 10 8.34 ผบู ริหารสถานศกึ ษา 98 81.67 ครผู สู อน 120 100.00 ผูปกครอง ผูม ีสวนเกีย่ วขอ ง นักเรยี น รวม จากตารางท่ี 4.1 สามารถวิเคราะหขอมูลสภาพท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถามการประเมนิ โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563”สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 42 ไดดังนี้ เพศ จากประชากรกลุมตัวอยาง จํานวน 120 คน เปนกลุมตัวอยาง เพศชาย จํานวน 68 คน คดิ เปนรอ ยระ 56.67 และเปน กลุมตวั อยาง เพศหญิง จํานวน 52 คน คิดเปนรอยละ 43.33 ตําแหนง จากประชากรกลุมตัวอยาง จํานวน 120 คน เปนผูบริหารสถานศึกษา จํานวน 4 คน คิดเปนรอยละ 3.33 ครูผูสอน จํานวน 4 คน คิดเปนรอยละ 3.33 ผูปกครอง จํานวน 4 คน คิดเปน รอ ยละ 3.33 ผูมสี วนเกยี่ วขอ ง จาํ นวน 10 คน คิดเปน รอยละ 8.34 คน และนกั เรยี น จาํ นวน 98 คน คิดเปนรอยละ 81.67

43 ตารางที่ 4.2 คาเฉล่ีย X คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเหน็ ของ ประเมิน โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติ ประจาํ ปพ .ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 42 รายการประเมนิ X S.D. แปลผล 1. ดา นสภาวะแวดลอ ม 4.44 0.56 มาก 2. ดา นปจ จัยนาํ เขา 4.23 0.63 มาก 3. ดานกระบวนการ 4.43 0.62 มาก 4. ดา นผลผลติ 4.36 0.64 มาก 4.36 0.61 มาก รวม จากตารางที่ 4.2 ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรสู ูสากล “การ แขง ขนั ทางวชิ าการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สาํ นักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยภาพรวมอยูในระดับ มาก ( X = 4.36, S.D.= 0.61) เมื่อพิจารณา รายดาน พบวา คาเฉลีย่ ท่ีมากทีส่ ดุ คือดานสภาวะแวดลอ ม ( X = 4.44 , S.D.= 0.56) รองลงมาคอื ดานกระบวนการ ( X = 4.43, S.D.= 0.62) และดานผลผลิต ( X = 4.36, S.D.= 0.64) คาเฉล่ียท่ีนอยที่สุดคือ ดาน ปจจยั นาํ เขา ( X =4.23, S.D.= 0.63) ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การ แขงขันทางวิชาการระดับนานาชาติประจําป พ.ศ. 2563” สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 ท้ัง 4 ดาน คือ ดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต ของ ผูบริหารสถานศึกษา ครูผูสอน ผูปกครอง ผูมีสวนเก่ียวของ และนักเรียน ปรากฏผลดังตารางที่ 4.3 - 4.6 ตารางที่ 4.3 คาเฉล่ีย X คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน S.D. และการแปลผลของความคิดเห็น ดานสภาวะแวดลอมของประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูสูสากล “การแขงขันทาง วิชาการระดบั นานาชาตปิ ระจาํ ป พ.ศ. 2563” สาํ นกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 42 รายการประเมนิ X S.D. แปลผล ดา นสภาวะแวดลอม 0.54 มากท่สี ุด 1. หลักการและวัตถุประสงคของ 4.59 โครงการแขงขันมีความสอดคลอง เหมาะสม กับการสนบั สนนุ นโยบายดา น การจดั การศกึ ษา