45 แมลงหางหนีบ (Earwig) แมลงหางหนีบมีประมาณ 1,800 ชนิด มีลักษณะลำตัวยาวรี และค่อนข้างแบน มีชนิดที่เป็นตัวสีดำ และชนิดทเ่ี ป็นตวั สีน้ำตาล มแี พนหางเป็นรปู คีมใช้สาหรบั การจับเหยื่อเพ่อื การป้องกันตวั เพือ่ สรา้ งรัง และเพื่อ ชว่ ยในการผสมพนั ธท์ุ ้งั น้ี แมลงหางหนีบมีความยาวลำตัวจากหวั จรดแพนหางประมาณ 4-15 มิลลิเมตร อาจะ พบแมลงหางหนีบได้ท้งั ประเภทที่มปี ีกและ ไม่มีปกี โดยกลุ่มทม่ี ีปกี นนั้ ปีกค่แู รกจะหดเข้าไปอยู่ส้ันกว่าลำตัว ปกี คู่หลังบางใส พบั อยู่ใตป้ ีกคู่หลัง แมลงหางหนีบ เป็นกลุ่มทีท่ ำหนา้ ทีใ่ นการย่อยสลายเศษซากพืช จงึ มกั พบแมลงหางหนบี อยู่ในที่ชื้นมืด และค่อนข้างอับ เชน่ ใต้เศษซากพชื เปลอื กไม้ รวมทัง้ ในแปลงพืชไรช่ นิด ตา่ ง ๆ เชน่ ในไรอ่ อ้ ย ไร่ขา้ วโพด และ ไร่ผกั โดยปกตแิ มลงหางหนีบจะออกหากินเฉพาะกลางคนื สามารถเคลือ่ นไหวไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และเปน็ ตวั หาท่ี กัดกินไข่ตัวหนอน และตัวอ่อนของสัตว์ต่าง ๆ ที่มีขนาดเล็ก สามารถนำมาเพาะเลี้ยงและผลิตขยายได้ง่าย รวมทั้งสามารถนำไปปล่อยในไรอ่ ้อยเพื่อให้ควบคุมตัวหนอนหนอนกออ้อยไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ แมลงหาง หนบี มีความสามารถในการเสาะหาเหยื่อตามซอกมุมไดด้ ี การทำลายเหย่ือท่เี ป็นหนอนโดยการใชแ้ พนหางซึ่งมี ลักษณะคล้ายคีมหนีบลำตัวเหยื่อแล้วกินเป็นอาหาร แต่ถ้าเป็นเพลี้ยอ่อนจะกัดกินโดยตรง ดังนั้นแมลงหาง หนีบจึงเป็นแมลงทีม่ ศี ักยภาพในการใช้เพ่อื ควบคมุ หนอนกอออ้ ย ลักษณะการทำลายศตั รอู อ้ ยของแมลงหางหนีบ แมลงหางหนีบมีความสามารถในการเสาะหาเหยื่อตามซอกมุมได้เป็นอย่างดี ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย เป็นตัวหากินไข่ศัตรูพืชเป็นอาหาร โดยใช้แพนหางลักษณะคล้ายคีมหนีบลำตัว เหยื่อแล้วกัดกิน ถ้าเป็นไข่ ศัตรพู ืชหรอื แมลงศัตรูพืชขนาดเล็ก เช่นเพลีย้ ออ่ น แมลงหางหนีบจะกัดกินโดยตรง ทัง้ นแ้ี มลงหางหนีบ 1 ตัว จะสามารถกินเหยื่อไดป้ ระมาณ 20-30 ตัวต่อวัน ทั้งน้ี หากแมลงหางหนีบอิ่มแล้ว และยังเจอตัวหนอนจะใช้ แพนหางหนีบจนกระท่ังตัวหนอนตายและจากไปโดยไม่กิน และจะหนีบตอ่ ไปเรอ่ื ย ๆ 3) การควบคุมแมลงศตั รูอ้อยโดยเชือ้ ราเมตาไรเซียม (ราเขียว)(Metarhizium anisopliae) เปน็ เชื้อราทท่ี ำให้เกิดโรคกับแมลงไดห้ ลายชนิด ซงึ่ ขน้ึ กับชนิดและสายพนั ธุ์ของเชอื้ รา เมตตาไรเซียม ด้วย ลกั ษณะโดยทั่วไปของเชือ้ ราเมตตาไรเซียม คอื เมอ่ื เจรญิ เตบิ โตเต็มที่จะมสี ี เขียวหม่น สามารถมีชวี ติ อยู่ใน ดนิ ได้นาน เป็นเช้ือราท่ีไมท่ ำอนั ตรายตอ่ ไสเ้ ดือนฝอย สตั ว์ต่างๆ และมนุษย์
46 ลกั ษณะของเชอื้ ราเมตาไรเซยี มซ่ึงเพาะเลี้ยงในถุง ลักษณะเชื้อราเมตาไรเซียมบนอาหารเลยี้ งเชอ้ื รา เชือ้ ราเมตตาไรเซยี ม Metarhizium anisopliae สามารถเขา้ ทำลายดว้ งหนวดยาว ไดท้ กุ ระยะ ตง้ั แต่ ระยะไข่ จนถึงตัวเตม็ วยั และสามารถทำลายหนอนไดม้ ากกว่า 90% จัดวา่ เปน็ เชอื้ ราที่มีประสิทธภิ าพในการ ควบคุมศัตรูพืชชนดิ หน่ึง เมอ่ื เช้อื ราเมตตาไรเซยี มสมั ผัสกับด้วงหนวดยาว เช้อื ราจะเข้าทางผวิ หนงั และเขา้ ทำลายระบบ ภายใน ของด้วงหนวดยาว ทำให้กินอาหารไมไ่ ด้ และจะแห้งตายภายใน 14 วัน เชื้อราเมตาไรเซยี มเจรญิ บนตัวหนอนและสรา้ งเปน็ ดอกเหด็ ข้นึ มาใหเ้ หน็ ได้ ตวั หนอนของดว้ งหนวดยาวท่ีตายจากการเข้าทำลายของเชือ้ ราเมตาไรเซียม พบเป็นสเี ขียวของเชอ้ื
47 การผลติ ขยายเชื้อราเมตาไรเซียม สามารถผลติ ขยายโดยใช้เมล็ดข้าวโพดหรอื ใช้เมล็ดขา้ วสุก การนาไปใชใ้ นสภาพไร่ มี 2 วิธี คือ 1. วิธีการราด โดยนำขา้ วที่มสี ปอรข์ องเช้ือราเมตตาไรเซียมข้นึ ปกคลุม จำนวน 2.5 กก. ผสมน้ำสะอาด จำนวน 100 ลิตร ผสมสารจับใบลงไปเล็กน้อย ใช้ไม้คนจนสปอร์หลุดจากเมล็ดข้าวสุก กรองด้วยผ้าขาวบาง เพ่ือเอาเมลด็ ข้าวออก นำไปราดตามร่องปลูกอ้อย แล้วกลบดินทนั ที 2. วิธีการโรยเชื้อ นำข้าวที่มีสปอร์ของเชื้อราโรยลงในร่องปลูกอ้อย โดยโรยให้ต่างๆ เนื่องจากสปอร์ ของเช้ืออราอาจ ฟ้งุ กระจายได้ แล้วใหก้ ลบทันที ใช้เช้อื ราเมตตาไรเซยี ม อัตรา 40 กก./ไร่ 4) การควบคมุ แมลงศัตรอู ้อยโดยตัวเบียน แตนเบยี นไตรโคแกรมมา ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ : Trichogramma spp. ชื่อสามัญ : Trichogramma Wasp วงศ์ (Family) : Trichogrammatidae อนั ดับ (Order) : Hymenoptera แตนเบยี นไตรโคแกรมมา เป็นแมลงศตั รธู รรมชาตทิ ่ีมคี วามสำคญั มคี ณุ สมบตั ใิ นการเบยี นและทำลาย ไข่ของผีเสื้อหนอนกอออ้ ยและไข่ของผีเสือ้ หนอนศัตรูพืชอีกหลายชนิด ได้แก่ ไข่ผีเสื้อหนอนกอขา้ ว, ไข่ผีเสื้อ หนอนม้วนใบข้าว, ไขผ่ ีเสือ้ หนอนเจาะสมอฝา้ ยและไขผ่ ีเสอ้ื อีกหลายชนดิ รปู รา่ งและลักษณะการเจริญเติบโต แตนเบียนไตรโคแกรมมา เป็น egg-parasitoid เข้าทำลายระยะไข่ของแมลงอาศัย (host) โดยแตน เบียนจะวางไข่ ลงในไข่ของแมลงอาศัย จากนั้น ไข่ของแตนเบียนจะฟักและเจริญเติบโต อยู่ในไข่ของ host จนกระทงั่ ออกเป็นตวั เต็มวยั ซึง่ มลี กั ษณะดงั น้ี ไข่ - สขี าวใส เมอ่ื ใกล้ฟกั จะเป็นสีเหลอื งและแต้มสีขาว อายุ 1-2 วัน ตัวอ่อน - มี 3 ระยะ ตัวหนอนมีส่วนปากคล้ายตะขอ 2 อัน โค้งชี้เข้าหากัน ใช้สำหรับเจาะดูดกิน ของเหลวภายในไข่ อายุ 3 - 7 วัน หลงั จากน้ันจะพักตัว 1 วนั ก่อนจะเข้าดกั แด้ ดักแด้ - ดักแด้มีลักษณะคล้ายตัวเต็มวัยแต่ไม่มีส่วนปีกและอวัยวะเพศ ส่วนหนวดและขาซ่อนอยู่ ภายใตล้ ำตวั ตามีสีแดงเห็นชัดเจน อายุ 2 วัน ตัวเต็มวยั - ตัวมีขนาดเลก็ ( 0.3 - 0.4 มิลลิเมตร ) สีน้ำตาลเหลือง ตาสีแดง มีปีกแบบ membrane หนวดรปู กระบอง เพศผู้ ส่วนปลายหนวดมีเส้นขนยาวและมีปริมาณมากกว่าเพศเมยี เพศเมีย มอี วยั วะวางไข่ (ovipositor) ยน่ื ยาว
48 ลกั ษณะการทำลาย ทำลายแมลงศัตรูพืชในระยะที่เป็นไข่ โดยตัวเต็มวัยของแตนเบียนจะวางไข่ลงในไข่ของหนอนผีเส้อื ศัตรูพชื เมอ่ื ไข่แตนเบยี นฟกั เปน็ ตวั หนอนจะเจรญิ เตบิ โตอยูภ่ ายใน จนกระทง่ั เข้าดกั แด้และฟักออกมาเป็นตัว เตม็ วัย ซ่ึงจะเข้าทำลายไขผ่ ีเส้อื ศัตรพู ืชต่อไป การนำไปใช้ควบคุมศัตรพู ชื นำแผน่ แตนเบียนไตรโคแกรมมาในระยะดกั แด้ (สีดำ) นำไปเย็บติดกบั ใบพืช เช่น ออ้ ย ขา้ วโพด โดยใช้ 10 แผ่น / ไร่ (หรอื 20,000 ตัว/ ไร่ / คร้งั ) ควรใช้ตอ่ เน่ือง 5 ครงั้ ห่างกันทกุ 15 วนั ขอ้ แนะนำ 1. การนำแผ่นแตนเบียนไปติดในแปลงพืช ควรทำในเวลาเยน็ 2. ควรมกี ารปอ้ งกันมดมากินไข่ โดยอาจทาจาระบที โ่ี คนใบ 3. ถ้าเปน็ ฤดูฝน ควรครอบถุงพลาสติกกนั ฝนดว้ ย
49 สว่ นที่ 3 ขอ้ มูลด้านเศรษฐกิจ “น้ำตาล” เป็นสารให้ความหวานจากพืช ที่มีความต้องการสูงทั่วโลกทั้งเพื่อบริโภคโดยตรง และเป็นสารปรุงแต่งรสในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากนม (เช่น นม เนย โยเกิร์ต) ขนมหวาน และเบเกอรี่ ในปี 2562 ปริมาณการบริโภคน้ำตาล ทั่วโลกมีสัดส่วน 65.7% ของปริมาณ การบริโภคผลิตภัณฑ์ให้ความหวานทุกประเภท ที่เหลือเป็นสารให้ความหวานอื่นๆ ทดแทนน้ำตาล (Non-Nutritive Sweeteners) อาทิ สารใหค้ วามหวานจากธรรมชาติ (เช่น นำ้ ผึ้ง หญ้าหวาน และหลอ่ ฮงั ก้วย) สารให้ความหวานสังเคราะห์ (เช่น สาร Aspartame Cyclamate และ Erythritol) และเส้นใยอาหาร (เชน่ Maltrodextrin Fructo-oligosaccharides และ Inulin) ผลติ ภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลติ นำ้ ตาลแบง่ ออกเป็น นำ้ ตาลทรายดิบ (Raw sugar): มสี นี ำ้ ตาลอ่อนถงึ เข้ม มีความช้นื ปานกลาง มีกากน้ำตาลมาก เกล็ดน้ำตาลจับตัวกนั แน่น มีสิ่งสกปรกเจือปน และมีความบริสุทธิต์ ่ำ ใช้เป็นวัตถุดิบตั้งตน้ ในการผลิตน้ำตาล ทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ เอทานอล แอลกอฮอล์ และพลาสติก น้ำตาล ทรายดิบตอ้ งนำเขา้ กระบวนการทำใหบ้ ริสุทธ์จิ งึ สามารถบริโภคได้ น้ำตาลทรายขาว (White sugar): ได้จากการสกัดเอาสิ่งเจือปนออกจากน้ำตาลทรายดิบ อยู่ในรปู ผลึก มสี ขี าวถึงเหลืองออ่ น มกี ากน้ำตาลและความชืน้ น้อย เกลด็ นำ้ ตาลจบั ตัวไม่แนน่ มีความร่วนกว่า นำ้ ตาลทรายดิบ นิยมใชบ้ ริโภคในครวั เรอื น และเป็นวัตถุดบิ สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครือ่ งดืม่ น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ (Refined sugar): ผ่านกระบวนการผลิตคล้ายน้ำตาลทรายขาว แต่มีความบริสทุ ธิ์มากกว่า มลี ักษณะเปน็ เมด็ หรือเกล็ดสีขาวใส มคี วามสะอาดมาก ไมม่ กี ากน้ำตาล มคี วามชื้น น้อยมากหรือไม่มีเลย นิยมใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำตาลที่มีความบริสุทธิ์มาก อาทิ น้ำอัดลม เครือ่ งดืม่ บำรงุ กำลัง และยา ผลิตภณั ฑผ์ ลพลอยได้ (By product): นำไปแปรรปู หรือสร้างมูลคา่ เพิ่มเพ่ือจำหน่ายต่อ อาทิ กากน้ำตาล (Molasses) กากอ้อย (Bagasses) กากหม้อกรอง (Filter cake) กากส่า (Vinasses) และ ไอนำ้ (Steam) ช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา (2543-2562) ปริมาณการผลิตและบริโภคน้ำตาลทั่วโลกเพิ่มข้ึน ต่อเนอ่ื ง ผลจาก (1) ประชากรโลกเพิ่มข้นึ เปน็ 7.7 พันลา้ นคนในปี 2562 จาก 6.1 พนั ลา้ นคน ปี 2543 และ (2) ความต้องการใช้น้ำตาลจากอุตสาหกรรมอื่นเพิ่มขึ้น (อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม และเอทานอล) โดยปี 2562 ผลผลติ นำ้ ตาลทั่วโลกอยู่ที่ 179.7 ล้านตัน (ในรูปนำ้ ตาลทรายดบิ ) ผผู้ ลิตรายใหญ่สดุ ของโลก คือ อินเดีย (19.1% ของปริมาณการผลิตทั่วโลก) บราซิล (16.4%) สหภาพยุโรป (10.0%) และไทย (8.1%) จำแนกเป็น (1) น้ำตาลจากอ้อย (สัดส่วน 77.9% ของผลผลิตนำ้ ตาลทั้งหมด) แหล่งผลิตหลกั มาจากประเทศ แถบเส้นศูนย์สูตร อาทิ บราซิล และประเทศในเอเชียแปซิฟิก อาทิ อินเดีย และไทย โดยอินเดียมีผลผลิตถึง 1 ใน 4 ของผลผลิตน้ำตาลจากออ้ ยทัว่ โลก รองลงมา ได้แก่ บราซิล (21.1%) ไทย (10.4%) จีน (6.7%) และ เม็กซโิ ก (4.9%) และ (2) นำ้ ตาลจากหัวบีท (Beet root) (สัดส่วน 22.1%) มีแหล่งผลติ หลกั จากสหภาพยุโรป คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของผลผลิตน้ำตาลจากหัวบีททั่วโลก รองลงมา ได้แก่ รัสเซีย (15.3%) สหรัฐฯ (11.3%) ตุรกี (6.8%) และยเู ครน (4.4%)
50 ปริมาณการค้าน้ำตาลในตลาดโลกมีจำนวน 56.0 ล้านตัน (ในรูปน้ำตาลทรายดิบ) คิดเป็น 31.2% ของผลผลิตน้ำตาลทั่วโลก โดยผู้ส่งออกรายใหญ่ ได้แก่ บราซิล มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 1 ใน 3 ของผลผลิตน้ำตาลทั่วโลก รองลงมา คือ ไทย (19.0%) และอินเดีย (8.4%) (รูปที่ 4) แบ่งออกเป็น (1) น้ำตาลทรายดิบ มีสัดส่วน 60.3% ของปริมาณส่งออกน้ำตาลโลก โดยบราซิลเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก (สัดส่วน 46.4% ของปริมาณส่งออกน้ำตาลดิบโลก) รองลงมา คือ ไทย (18.0%) และออสเตรเลีย (10.7%) และ (2) น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ (สัดส่วน 39.7%) ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก (สัดส่วน 20.4% ของปริมาณส่งออกน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ในตลาดโลก) รองลงมา คือ บราซิล (17.6%) อนิ เดยี (16.2%) และสหภาพยุโรป (8.7%) ด้านผู้นำเข้านำ้ ตาลรายใหญข่ องโลก ได้แก่ อินโดนีเซีย มีสัดส่วน 10.4% ของปรมิ าณนำเขา้ นำ้ ตาลท่ัวโลก รองลงมาคือจีน (8.0%) สหรฐั ฯ (5.4%) บังกลาเทศ (4.7%) และอัลจีเรีย (4.5%) หากจำแนก ตามประเภทสนิ ค้าพบวา่ อนิ โดนีเซยี มีสัดส่วนนำเข้าน้ำตาลทรายดิบสงู สุดที่ 14.4% ของปรมิ าณนำเข้าน้ำตาล ทรายดบิ ท่วั โลก รองลงมา คอื จนี (10.0%) และบังกลาเทศ (6.7%) ขณะที่ ซูดานเป็นผนู้ ำเขา้ น้ำตาลทรายขาว บริสุทธิ์สูงสุด 6.7% ของปริมาณนำเข้าน้ำตาลทรายขาวในตลาดโลก รองลงมา คือ สหรัฐฯ (4.2%) สหภาพ ยุโรป (4.0%) และกมั พูชา (3.7%) อุตสาหกรรมน้ำตาลของไทยจัดเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก เนื่องจาก ต้นทุนอ้อยอยู่ในระดับต่ำ (970-980 บาทต่อตัน) เป็นอันดับ 2 รองจากบราซิล (890-900 บาทต่อตัน) ทั้งยัง ได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งอยู่ในเอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความต้องการบริโภคน้ำตาลสูง (เอเชียนำเข้าน้ำตาล เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.0% ต่อปี โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำเข้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.1% ต่อปี สูงกว่าปริมาณนำเข้า ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.6% ต่อปี) ทำให้ไทยได้เปรียบด้านต้นทุนขนส่งที่ต่ำกว่าผู้ส่งออกรายใหญ่จาก ภูมภิ าคอน่ื เชน่ บราซิล และออสเตรเลีย 3.1 สถานการณใ์ นประเทศไทย ประเทศไทยมีการขยายพ้ืนทีเ่ พาะปลกู อ้อยอย่างตอ่ เนอ่ื ง โดยเพิม่ จาก 6.3 ล้านไร่ในปี 2553 เป็น 12 ล้านไร่ในปี 2562 ผลจากราคาอ้อยที่จูงใจและความต้องการบริโภคน้ำตาลที่เติบโตต่อเนื่องจาก อุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งผู้บริโภคโดยตรง (End-consumer) และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (End-user industries) อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น ทั้งนี้พื้นที่เพาะปลูก อ้อยส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก โดยจังหวัดท่ีมีพ้ืนทีป่ ลูกอ้อยมาก ที่สุด ได้แก่ นครสวรรค์ (สัดส่วน 7.0% ของพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ) กำแพงเพชร (6.9%) กาญจนบุรี (6.4%) และอุดรธานี (6.3%) ด้านผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลมีจำนวนทั้งสิ้น 57 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่ง เพาะปลูกเพื่อ (1) เพิ่มความสะดวกในการจัดหาวัตถุดิบให้ตรงตามแผนการผลิต (2) ประหยัดต้นทุนขนส่ง และ (3) เพม่ิ ความสะดวกในการตดิ ต่อ สง่ เสรมิ หรอื ใหค้ วามชว่ ยเหลือแก่เกษตรกร นอกจากน้ี การต้งั โรงงาน ยังคำนึงถึงการใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ (อาทิ หัวเมืองใหญ่ ท่าเรือ และศูนย์กลางการค้า) โดยกาญจนบุรีมีจำนวนโรงงานน้ำตาลมากที่สุด 8 แห่ง รองลงมาเป็นอุดรธานี (4 โรงงาน) และชลบุรี (4 โรงงาน)
51 การส่งออกของไทย มีสัดส่วนคิดเป็น 81% ของปริมาณจำหน่ายน้ำตาลทั้งหมดของไทย โดยไทยมีส่วนแบ่งในตลาดโลกประมาณ 19.0% แบ่งเป็น (1) น้ำตาลทรายดิบมีส่วนแบ่งตลาด 18.0% ของปริมาณส่งออกน้ำตาลทรายดิบทั่วโลก สูงเป็นอันดับ 2 รองจากบราซิล (46.4%) (2) น้ำตาลทรายขาว มีส่วนแบ่งตลาดสูงเป็นอันดับ 1 ของโลกที่ 20.4% ของปริมาณส่งออกน้ำตาลทรายขาวทั่วโลก และ (3) กากน้ำตาล มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 3 ของโลกที่ 8.8% ของปริมาณส่งออกกากน้ำตาลท่ัวโลก โดยตลาด ส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ อินโดนีเซีย (สัดส่วน 32.9% ของปริมาณส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำตาลทั้งหมด) เกาหลีใต้ (9.8%) จีน (7.6%) มาเลเซีย (7.4%) และกัมพูชา (6.7%) หากพิจารณาแยกรายผลิตภัณฑ์ ในปี 2562 สรุปไดด้ งั นี้ น้ำตาลทรายดิบ: ปริมาณส่งออก 5.9 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 56.0% ของปริมาณส่งออก ผลิตภัณฑ์น้ำตาลทั้งหมด โดยตลาดส่งออกหลัก คือ อินโดนีเซยี (สัดส่วน 56.8% ของปริมาณส่งออกน้ำตาล ทรายดิบทง้ั หมด) เกาหลีใต้ (11.0%) มาเลเซยี (10.6%) และจีน (8.2%) น้ำตาลทรายขาว: ปริมาณส่งออก 4.0 ล้านตัน (สัดส่วน 38.0%) ตลาดหลัก ได้แก่ กัมพูชา (17.6% ของปรมิ าณส่งออกน้ำตาลทรายขาวทั้งหมด) ไต้หวนั (8.6%) และซูดาน (8.6%) กากน้ำตาล: ปริมาณส่งออก 0.6 ลา้ นตนั (สัดส่วน 6.0%) ตลาดส่งออกหลัก ไดแ้ ก่ ฟิลิปปินส์ (41.8% ของปริมาณส่งออกโมลาสท้งั หมด) เกาหลีใต้ (30.5%) และญีป่ ุน่ (13.5%) ด้านความต้องการบริโภคน้ำตาลในประเทศอยู่ที่ 2.5 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 19% ของปริมาณจำหน่าย น้ำตาลไทย แบ่งเป็นความต้องการของผู้บริโภคโดยตรง 56.9% ที่เหลืออีก 43.1% เป็นความต้องการใช้ใน อุตสาหกรรมต่อเนื่อง (ทางอ้อม) อาทิ เครื่องดื่ม (สัดส่วน 48.1% ของปริมาณการใช้น้ำตาลทรายทางอ้อม ทั้งหมด) รองลงมาเป็นอาหาร (22.4%) และผลิตภัณฑ์นม (19.4%) เมื่อพิจารณาด้านรายได้ นอกจากรายได้ หลักมาจากการจำหน่ายน้ำตาลผู้ประกอบการยังมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จาก กระบวนการผลิตน้ำตาล อาทิ กากน้ำตาล ที่ใช้ผลิตเอทานอลซึ่งอยู่ในทิศทางเติบโตต่อเนื่องตามนโยบาย สง่ เสริมการใช้นำ้ มันแก๊สโซฮอล์จากภาครฐั อีกท้งั ผปู้ ระกอบการบางรายยังลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องโดย ใชผ้ ลพลอยได้มาเปน็ วัตถดุ ิบ อาทิ พลงั งานไฟฟา้ ชีวมวล เยื่อกระดาษ ปาร์ติเคิลบอร์ด และปุ๋ย (Box 1) 3.2 สถานการณ์การตลาด ราคาน้ำตาลโลกเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี ในเดือนตุลาคม 2559 อยู่ที่เฉลี่ย 505.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน โดยราคาเฉลี่ยทั้งปีเพิ่มขึ้นถึง 38.1% จากปี 2558 ผลจากปัญหาภัยแล้งรุนแรงใน เอเชียและภาวะฝนตกหนกั ในบราซิล ทำใหผ้ ลผลติ อ้อยเสยี หาย สง่ ผลให้อปุ ทานนำ้ ตาลโลกปี 2559 หดตัว 7.1% อยู่ที่ 165.0 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการบริโภคน้ำตาลเพิ่มขึ้น 0.7% อยู่ที่ 169.3 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ราคาน้ำตาลโลกปรับลดลง หลังสต็อกน้ำตาลปรับสูงขึ้น เนื่องจาก (1) ปัญหาภัยแล้งในเอเชีย คลี่คลาย ทำให้ผลผลติ ออ้ ยและน้ำตาลในตลาดโลกเพ่ิมขนึ้ (2) บราซลิ หันมาผลติ นำ้ ตาลมากขึน้ หลงั จากราคา น้ำมันดิบโลกปรับลดลงซึ่งไม่จูงใจให้ผลิตเอทานอล (3) จีนปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าน้ำตาลส่วนเกินโควตา (Over-quota import tariffs) เป็น 95% จากเดิม 50% เน่ืองจากสต็อกน้ำตาลในประเทศอยู่ในระดับสูง และ (4) อนิ เดยี ผลกั ดันการสง่ ออกนำ้ ตาลปริมาณ 5-6 ล้านตันตอ่ ปี ปจั จัยข้างตน้ สง่ ผลให้สตอ็ กนำ้ ตาลโลกปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 54.0 ล้านตัน จาก 44.5 ล้านตันปี 2559 ขณะที่ราคาน้ำตาลดิบโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 272.3 ดอลลาร์ สหรัฐฯ/ตัน ลดลงจาก 400.0 ดอลลารส์ หรัฐฯ ปี 2559
52 การที่ไทยประกาศยกเลิกระบบโควตาและการกำหนดราคาจำหน่ายน้ำตาลในประเทศ ในปี 2561 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ ทำให้ราคา น้ำตาลในประเทศอิงตามราคาตลาดโลก (ลอนดอน No.5) บวกค่าพรีเมี่ยมน้ำตาลที่จำหน่ายในประเทศ โดยปี 2561 และ 2562 ราคาสง่ ออกนำ้ ตาลทรายดิบอยู่ที่ 307.2 ดอลลารส์ หรัฐฯ/ตัน (-28.1%) และ 292.9 ดอลลาร์สหรัฐฯ (-4.7%) ตามลำดับ (รูปที่ 12) ส่วนราคาอ้อยในประเทศลดลงตามราคาน้ำตาลโลก อยทู่ ี่ 763.4 บาท/ตัน (-21.5%) และ 668.2 บาท/ตนั (-12.5%) ตามลำดับ ปี 2563 ผลผลติ น้ำตาลทรายในตลาดโลกหดตวั 7.5% เนือ่ งจากผู้ผลิตรายใหญ่ เชน่ บราซิล อนิ เดีย และไทยเผชิญภาวะภยั แล้งรนุ แรง รวมถึงการแพรร่ ะบาดของ COVID-19 ทำใหก้ จิ กรรมทางเศรษฐกิจ บางส่วนสะดุดลงชั่วคราว และเกิดความไม่แน่นอนของปริมาณส่งออกน้ำตาลทราย ผลักดันให้ราคาน้ำตาล ทรายดิบโลกแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ยอยู่ที่ 332.2 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน โดยทั้งปี 2563 ราคาน้ำตาลทรายดิบและน้ำตาลทรายขาวเฉลยี่ อยู่ที่ 284.1 และ 375.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน เพิ่มขนึ้ 4.3% และ 12.8% จากปกี อ่ นหนา้ ตามลำดับ ภาวะอตุ สาหกรรมนำ้ ตาลของไทยปี 2563 สรปุ ได้ดังน้ี ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ 74.9 ล้านตัน (-41.7%) และ 8.3 ล้านตัน (-43.1%) ตามลำดบั ผลจากภาวะภยั แลง้ และพนื้ ที่เพาะปลูกลดลงเนอ่ื งจากเกษตรกรหันไปปลกู พืชชนิดอื่นท่ี มีราคาดีกวา่ สง่ ผลให้ราคาอ้อยปรบั ขึน้ ตอ่ เนื่องมาอยู่ที่ 716.8 บาท/ตัน เพ่ิมข้นึ 7.3% แต่ยังต่ำกวา่ ตน้ ทุนการ เพาะปลูกซึ่งอยู่ที่ 960-980 บาท/ตัน ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำตาลทรายขาวเฉลี่ยที่ 22.1 บาท/กก. เพิ่มข้ึน 3.8% ความต้องการบริโภคน้ำตาลทรายอยู่ที่ 2.4 ล้านตัน หดตัว 3.2% ต่อเนื่องจากปี 2562 (-3.9%) โดยช่วงครึ่งแรกของปี การบริโภคน้ำตาลทรายอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน หดตัว 11.3% เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 กดดันกำลังซื้อของประชาชนและการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อาหาร และนม อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ( Lockdown) ในช่วงคร่งึ ปีหลัง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยปรับดีขน้ึ ช่วยหนนุ ความต้องการบริโภคน้ำตาลทราย ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2563 ปริมาณส่งออกน้ำตาลและกากน้ำตาลต่ำสุดในรอบ 4 ปี ที่ 5.6 ล้านตัน (-42.4% YoY) มูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (-40.0% YoY) เป็นการหดตัวในเกือบ ทุกตลาดหลักอาทิ อินโดนีเซีย (-33.0% YoY) กัมพูชา (-39.3%) และเกาหลีใต้ (-64.5%) ยกเว้นเวียดนาม (+320.6%) ผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกหดตัวรุนแรง (IMF คาด -3.5% ในปี 2563) รวมถึงผลผลิตของไทย ขาดแคลนจากภาวะภัยแล้ง ขณะที่ราคาส่งออกน้ำตาลเพิ่มขึ้น 4.2% YoY โดยภาวะการส่งออกผลิตภัณฑ์ นำ้ ตาลแตล่ ะประเภท มีดงั นี้ น้ำตาลทรายดิบ: ปริมาณส่งออก 3.0 ล้านตัน (-45.2% YoY) มูลค่า 0.9 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐ (-45.3% YoY) โดยหดตัวเกือบทุกตลาด อาทิ อินโดนีเซีย (-32.6% YoY) เกาหลีใต้ (-71.8%) ญ่ีปุ่น (-47.0%) และไตห้ วนั (-41.4%) ยกเว้นเวยี ดนาม (+131.8%) ด้านราคาส่งออกนำ้ ตาลทรายดิบอยู่ที่ตันละ 290.9 ดอลลารส์ หรัฐ (-0.7% YoY) น้ำตาลทรายขาว: ปริมาณส่งออก 2.2 ล้านตัน (-39.5% YoY) มูลค่า 0.8 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐ (-35.1%) โดยปริมาณส่งออกหดตัวเกือบทุกตลาด ยกเว้นเวียดนาม (สัดส่วน 31.9% ของปริมาณ สง่ ออกน้ำตาลทรายขาวท้งั หมด) เพม่ิ ขน้ึ ก้าวกระโดดถึง 1,257% ดา้ นราคาส่งออกนำ้ ตาลทรายขาวอยู่ท่ีตันละ 368.5 ดอลลารส์ หรฐั (+7.1% YoY)
53 กากน้ำตาล: ปริมาณส่งออก 0.4 ล้านตัน (-35.4% YoY) มูลค่า 59.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-2.3%) โดยปริมาณส่งออกไปตลาดหลักหดตัว อาทิ ฟิลิปปินส์ (-42.0% YoY) และเกาหลีใต้ (-53.0%) (สดั ส่วนรวมกันมากกว่า 60% ของปรมิ าณสง่ ออกโมลาสทัง้ หมด) ด้านราคาสง่ ออกอยู่ทตี่ ันละ 180.3 ดอลลาร์ สหรัฐ (+53.3% YoY) 3.3 แนวโนม้ ธรุ กิจ/อุตสาหกรรมน้ำตาลทราย ปี 2564-2566 จากการวจิ ยั ของธนาคารกรงุ ศรีอยทุ ธยา คาดว่าปี 2564-2566 อุตสาหกรรมน้ำตาลของไทย จะกระเตอื้ งข้ึนตามการฟน้ื ตวั ของเศรษฐกจิ และความต้องการจากอุตสาหกรรมตอ่ เนื่องโดยเฉพาะอาหารและ เครื่องดม่ื ภมู อิ ากาศท่ีเอ้อื อำนวยจะทำให้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลเพิ่มขน้ึ ด้านปัจจยั ท้าทายของอุตสาหกรรม มาจากสต็อกน้ำตาลส่วนเกินในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นกดดันราคาน้ำตาล การปรับขึ้นภาษีความหวานในหลาย ประเทศ กระแสรักสุขภาพทั่วโลก และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบภาครัฐ โดยเฉพาะการปรับแก้ พรบ.ออ้ ยและน้ำตาลทรายทอ่ี าจกระทบตอ่ ผลกำไรของอุตสาหกรรม ปี 2564 คาดว่าผลผลิตน้ำตาลโลกจะอยู่ที่ 188 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 13.2% (ประมาณการโดย USDA) ขณะที่ปี 2565-2566 คาดวา่ ผลผลิตนำ้ ตาลโลกจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย (CAGR) 10% ตอ่ ปี (คาดการณ์โดยวิจัย กรุงศรี) โดยผลผลิตน้ำตาลจากบราซิลจะเพิ่มขึ้นถึง 32% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 39.3 ล้านตัน ในปี 2564 และมแี นวโนม้ เพิ่มข้ึนในอีก 2 ปีถดั ไป ดา้ นราคาน้ำตาลทรายดบิ โลกจะเฉลยี่ อยทู่ ี่ 310-340 ดอลลาร์ สหรัฐฯ/ตนั (14.0-15.5 เซนต์/ปอนด์) จาก 284.1 ดอลลารส์ หรัฐฯ/ตัน (12.9 เซนต์/ปอนด์) ในปี 2563 ปี 2564 ผลผลิตน้ำตาลในประเทศจะอยู่ที่ 7.4 ล้านตัน หดตัว 10.2% จากปัญหาภัยแล้ง รนุ แรงทส่ี ุดในรอบ 40 ปี ในปี 2563 ส่งผลใหพ้ ้ืนที่ปลกู อ้อยลดลง และ “อ้อยตอ” (อ้อยที่ตัดแลว้ แต่ยังมีตอไว้ ให้เติบโต) เสียหายจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ปี 2565-2566 คาดว่าผลผลิตน้ำตาลจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9-10 ล้านตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10.0% ต่อปี (รูปที่ 20) ปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ภาวะ La Nina ทำให้คาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนและน้ำเพื่อการเกษตรมากขึ้น ด้านราคาอ้อยคาดว่าจะอยูท่ ี่ระดับเฉลี่ยตันละ 800-875 บาท เพิ่มข้นึ เฉลีย่ 4.0-7.0% ตอ่ ปี จาก +7.3% ในปี 2563 ความต้องการบริโภคน้ำตาลในประเทศจะอยู่ที่ 2.5-2.6 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.0-3.0% ต่อปี โดยมีปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว ความต้องการน้ำตาลจากอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดืม่ ขณะทกี่ ารแพรร่ ะบาดของ COVID-19 ทำให้ความต้องการใช้น้ำตาล เพื่อทำแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการเอทานอลในภาคขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และมาตรการภาครฐั ทีส่ นบั สนนุ การนำเอทานอลไปใชเ้ ปน็ สว่ นผสมในน้ำมันแกส๊ โซฮอล์ ปริมาณส่งออกน้ำตาลจะอยู่ที่ 7-8 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10.0-15.0% ต่อปี จากการ ฟ้นื ตวั ของเศรษฐกิจโลก ปรมิ าณการผลิตน้ำตาลในประเทศที่กลับมาสูงขึน้ และความคืบหน้าของความตกลง การคา้ (FTA) อย่างไรกต็ าม ตลาดสง่ ออกนำ้ ตาลของไทยจะเผชญิ การแข่งขนั ท่ีรนุ แรงจากบราซิลที่หันมาผลิต นำ้ ตาลแทนเอทานอลเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการท่ีเพมิ่ ขึ้นจากอตุ สาหกรรมอาหารและเครื่องด่ืม และอินเดีย ที่ปริมาณผลผลิตขยายตัวจากสภาพภูมิอากาศและปรมิ าณน้ำทเ่ี อ้อื อำนวยเชน่ เดยี วกับไทย ประเด็นท้าทายของอุตสาหกรรมน้ำตาลในระยะข้างหน้า ได้แก่ สต็อกน้ำตาลส่วนเกิน ในตลาดโลกมแี นวโน้มเพม่ิ ขึน้ อาจกดดันราคาน้ำตาล ความตอ้ งการบริโภคน้ำตาลมีแนวโน้มเตบิ โตอย่างจำกัด ผลจาก การปรับขึ้นภาษีความหวานในเครื่องดื่ม ในหลายประเทศรวมถึงไทย ทำให้ความต้องการใช้น้ำตาล ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มลดลง และกระแสรักสุขภาพทั่วโลก ความไม่แน่นอนจากกฎระเบียบภาครัฐ อาทิ พรบ. อ้อยและน้ำตาลทรายที่อยู่ระหวา่ งการแกไ้ ขปรบั ปรุง ซึ่งจะเปลีย่ นนยิ ามคำว่า “อ้อย” “น้ำตาลทราย”
54 โดยจะรวมถงึ “นำ้ ออ้ ย” ขณะที่ “ผลพลอยได้” จะรวมถึง “กากอ้อย” “กากตะกอนกรอง” และ “เอทานอล” ซึ่งอาจกระทบการคำนวณส่วนแบ่งผลประโยชน์และรายได้ของโรงงานน้ำตาล เนื่องจากโรงงานอาจต้อง นรายไดบ้ างส่วนจากการจำหนา่ ยผลพลอยได้ไปใหเ้ กษตรกรจากเดมิ ที่เคยรับเต็มจำนวน กฎหมายหรอื กฎระเบียบสำคญั ทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ อตุ สาหกรรมอ้อยและนำ้ ตาลของไทย - บราซิลได้แจ้งต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เมื่อเดือนเมษายน 2559 ยื่นฟ้องไทยกรณี รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงอุดหนุนการส่งออกน้ำตาล โดยใช้พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย อาทิ (1) การตั้งราคาขายน้ำตาลในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก ทำให้เมื่อนำรายได้มาถัวเฉลี่ยกับราคาส่งออก จะทำให้ไทยสามารถส่งออกน้ำตาลไปตลาดโลกได้ในราคาที่ต่ำ (2) การอุดหนุนเกษตรกรและโรงงานน้ำตาล ด้วยวธิ ตี ่าง ๆ เชน่ อนมุ ัตเิ งินเพิ่มใหก้ ับชาวไรอ่ อ้ ย กองทุนออ้ ยและน้ำตาลทรายกเู้ งนิ มาจ่ายเงินให้ชาวไร่อ้อย การปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ การอุดหนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ เกินกว่าที่ WTO กำหนด รวมถึงการอุดหนนุ เอทานอลซึ่งสว่ นใหญ่ผลิตมาจากกากนำ้ ตาล - ภาครฐั ประกาศลอยตวั ราคาน้ำตาลทรายตง้ั แต่ฤดกู ารผลิต 2560/2561 (มผี ล 15 มกราคม 2561) เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบ (ส่วนหนึ่งเพื่อลดแรงกดดันจาก การฟอ้ งรอ้ งของบราซิล) มผี ลใหว้ ิธกี ารกำหนดราคาจำหน่ายน้ำตาลในประเทศเปล่ยี นแปลงไป ดงั น้ี 1) ราคาจำหน่ายน้ำตาลในประเทศเปลี่ยนจากราคาคงที่ เป็นราคาที่เคลื่อนไหวตาม ตลาดโลก (อ้างอิงราคาน้ำตาลทรายขาวที่ตลาดลอนดอน No.5) บวกดว้ ยคา่ พรเี มีย่ ม แลว้ คำนวณกลับมาเป็น สกุลเงินบาท ซึ่งราคาที่ได้จะเป็นราคาฐาน หรือราคาขั้นต่ำ (Minimum price) ในการจำหน่ายน้ำตาลใน ประเทศในแต่ละเดอื น ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายนำ้ ตาลมคี วามไมแ่ น่นอน 2) การยกเลิกระบบโควตาน้ำตาล (Quota system) ทีเ่ ดิมมี 3 ส่วน คอื บริโภคในประเทศ (โควตา ก.) ส่งออกโดยบริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด (โควตา ข.) และส่งออกโดยโรงงาน (โควตา ค.) มาเป็นการกำหนดให้โรงงานน้ำตาลสำรองน้ำตาลทราย (Buffer security) 250,000 ตัน/เดือน เพื่อป้องกัน ภาวะขาดแคลนน้ำตาลในประเทศ แม้การกำหนดปริมาณน้ำตาลสำรองจะไม่มีผลต่อการดำเนินงานของ โรงงานน้ำตาลมากนัก เนื่องจากเป็นปริมาณที่ใกล้เคียงกับระบบโควตาเดิม แต่การยกเลิกโควตา ข. และ ค. จะกระทบผลประกอบการของโรงงานแตกต่างกัน ข้ึนอยกู่ ับการคาดการณ์ทศิ ทางราคาน้ำตาลตลาดโลก 3) การยกเลิกหักเงิน (อัตรา 5 บาท/กิโลกรัม) จากราคาหน้าโรงงานเข้ากองทุนอ้อยและ น้ำตาลทราย (The Cane and Sugar Fund: CSF) และกำหนดวิธีคำนวณเงินส่งเข้ากองทุนฯ รูปแบบใหม่ โดยให้นำสว่ นต่างของราคาขายสง่ หนา้ โรงงาน (ราคาจากการสำรวจตลาด) กบั ราคาฐาน ส่งเขา้ กองทุนฯ แทน ทำให้เงินกองทุนฯ มีความไม่แน่นอน ขึ้นกับภาวะตลาดในประเทศและตลาดโลก (กรณีราคาหน้าโรงงาน ตำ่ กว่าราคาฐานไม่จำเป็นตอ้ งส่งเงนิ เขา้ กองทนุ ฯ) ปัจจุบัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วัตถุประสงค์หลัก คือ (1) เพื่อปรับกฎเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) และ (2) เพื่อแก้ปัญหาของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในช่วงราคาตกต่ำ โดยมีการปรับเปลี่ยนประเด็นสำคัญ อาทิ 1) การปรับนิยามของ “น้ำตาล” ซึ่งอาจมีผลต่อการคำนวณรายได้ของผู้ประกอบการ (ตามข้อเสนอขององค์กรชาวไร่อ้อย) อาทิ “ออ้ ย” และ “นำ้ ตาลทราย” จะนับรวม“น้ำอ้อย” ส่วน “ผลพลอยได้” จะนับรวม “กากอ้อย กากตะกอนกรอง และ เอทานอล” เข้าสู่การคำนวณตามระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70:30 ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล จึงอาจกระทบรายได้ของโรงงานน้ำตาลที่จะไม่สามารถรับรู้ รายไดจ้ ากการจำหน่าย “ผลพลอยได”้ เต็มจำนวนเช่นท่ีผา่ นมา
55 2) การลดบทบาทของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายที่เกี่ยวข้องกับระบบจ่ายเงินชดเชยส่วน ต่างราคาอ้อยขั้นต้นและขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะกรณีที่ราคาอ้อยขั้นต้นสูงกว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้าย (หมายถึง โรงงานน้ำตาลจ่ายเงินค่าออ้ ยล่วงหน้าใหก้ บั ชาวไร่อ้อยสูงเกินจริง) ซง่ึ ใน พ.ร.บ.ฉบับปรบั ปรงุ ใหมม่ แี นวโน้มจะ กำหนดใหโ้ รงงานน้ำตาลเรียกเก็บเงินชดเชยส่วนต่างดงั กล่าวจากชาวไร่อ้อยโดยตรง โดยจะหักจากค่าอ้อยใน ฤดกู ารผลติ ถัดไป จากปจั จบุ นั ท่ีกองทุนออ้ ยและน้ำตาลจะเปน็ ผู้จ่ายเงนิ ชดเชยนใี้ หแ้ ก่โรงงานน้ำตาล มาตรการแก้ไขปัญหาออ้ ยไฟไหม้ โดยตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี (2563-2565) เป็นมาตรการ กำหนดให้โรงงานนำ้ ตาลลดสัดส่วนการรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ ไม่เกิน 50% ในฤดูการผลิตปี 2562/2563 และ ไม่เกิน 20% ในปี 2563/2564 จากนน้ั เหลอื เพียง 0-5% ในปี 2564/2565 นอกจากนี้ ภาครฐั ได้ปรับเงื่อนไข เงินช่วยเหลือเกษตรกร จากเดิมในปี 2562/2563 รัฐมีเงินอุดหนุนเกษตรกร 2 ส่วนคือ (1) เพื่อช่วยต้นทุน การผลิต และ (2) เพิ่มเงินให้กลุ่มเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด แต่รอบปี 2563/2564 รัฐจะเพิ่มเงินให้เฉพาะ เกษตรกรที่ตัดอ้อยสดเท่านั้น โดยชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดจะได้เงนิ อุดหนุน 130 บาท/ตัน มีวงเงินช่วยเหลอื ทั้งสิ้น 7,280 ล้านบาท (คำนวณจากปริมาณอ้อยที่คาดว่าจะเข้าหีบในปี 2563/2564 ประมาณ 70 ล้านตัน โดยประมาณสัดสว่ นการตดั ออ้ ยสดไวท้ ่ี 80% ของปริมาณออ้ ยเข้าหีบทงั้ หมด หรอื คิดเปน็ 56 ลา้ นตัน) จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นงานวิจัยกรุงศรี สรุปว่าในปี 2564-2566 คาดว่ารายได้ของ ธุรกิจจะกระเตอ้ื งขนึ้ ตามการขยายตัวของปริมาณการจำหน่ายนำ้ ตาลโดยรวม แต่การพ่ึงพาตลาดต่างประเทศ ในสดั สว่ นสูง ทำให้ธรุ กิจยงั คงเผชิญความผนั ผวน โรงงานผลิตน้ำตาล: รายได้ทยอยปรับดีขึ้นตามการขยายตัวของความต้องการบริโภค หนุนโดย (1) กำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศทยอยฟื้นตัวตามทิศทางเศรษฐกิจ (2) อุตสาหกรรมต่อเนื่อง มีแนวโน้มฟ้นื ตัว หลังวิกฤต COVID-19 คล่ีคลาย อาทิ อาหารและเครอ่ื งดมื่ (3) ความกงั วลโรคระบาดกระตุ้น ความต้องการใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และ (4) กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจะสนับสนุนความต้องการใช้ เอทานอลในภาคขนสง่ นอกจากนี้ การมหี ่วงโซอ่ ุปทานทเ่ี ขม้ แขง็ (จากระบบแบง่ ปันผลประโยชน์) มกี ารพฒั นา ผลิตภัณฑ์หลากหลาย และมีการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มีมลู ค่าเพิ่มสูง (จากการใช้ผลพลอยได้และ วสั ดเุ หลอื ใช้มาเป็นวตั ถดุ ิบ) จะชว่ ยใหโ้ รงงานน้ำตาลสามารถทำกำไรไดต้ อ่ เนอ่ื ง ผู้ค้าน้ำตาล: คาดว่าผู้ค้าน้ำตาลในตลาดต่างประเทศยังคงได้ประโยชน์จากแนวโน้มปริมาณ สง่ ออกท่เี พมิ่ ขึน้ แตอ่ าจมคี วามเส่ียงจากการคาดการณ์ทิศทางราคาน้ำตาลที่ผนั ผวนตามความไม่แน่นอนของ อปุ ทานในตลาดโลก ขณะที่ผู้ค้าน้ำตาลในประเทศเผชญิ ทศิ ทางราคาท่ีเคลอ่ื นไหวตามตลาดโลก จึงมีต้นทุนใน การบริหารจัดการสตอ็ กเพิ่มสูงข้ึน ชาวไร่ออ้ ย: คาดว่าผลผลติ ออ้ ยและค่าความหวานจะปรับดีขนึ้ จากสภาพอากาศที่เอ้ืออำนวย แต่ยังมีความเสี่ยงด้านราคาอ้อยที่ผันผวนตามราคาน้ำตาลตลาดโลก ซึ่งส่งผลต่อรายได้และการตัดสินใจ เพาะปลูกของเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและ/หรอื โรงงานน้ำตาลจะมีมาตรการชว่ ยเหลือด้านรายไดแ้ ก่ ชาวไรอ่ อ้ ยเพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ ภาวะขาดแคลนผลผลิตอ้อยเขา้ สูร่ ะบบ 3.4 สถานการณก์ ารผลิตออ้ ยโรงงานจงั หวัดพิษณโุ ลก จังหวัดพิษณุโลก มีเกษตรกรชาวไร่โควตาโรงงานน้ำตาลพิษณุโลก จำนวน 1,702 ราย พื้นท่ีปลูกปี 2563/64 พ้ืนทใ่ี หม่ 25,579 ไร่ 1,473 แปลง พ้นื ทีเ่ ดมิ 149,389 ไร่ 6,899 แปลง รวม 174,968 ไร่ จากข้อมูลดังกล่าวพบว่า ในปี 2564 จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น 25,579 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 17.46 ของพื้นท่ปี ลกู เดมิ
56 สำนักงานเกษตรจงั หวัดพิษณุโลก รับขน้ึ ทะเบียนเกษตรกรปลูกอ้อย รวม 11,149 ครัวเรอื น 156,206 ไร่ โดยผลผลิตมีการกระจายไปยังโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ใกล้เคียง อ้อยในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกผลผลิตเฉล่ีย 9,590 กิโลกรัม/ไร่ ในปีการผลิต 2563/64 โรงงานน้ำตาลพิษณุโลก ได้สนับสนุน รถตัดอ้อยทดแทนการเผา บริการเกษตรกร 163 คัน ปริมาณอ้อยสดส่งโรงงาน ณ วันปิดหีบ 7 มีนาคม 2564 จำนวน 1,402,729.94 ตัน (ร้อยละ 86.21 ของอ้อยที่ส่งโรงงาน) คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 146,270.07 ไร่ และในปีการผลิต 2564/65 โรงงานนำ้ ตาลกำหนดประกันราคาอ้อยสด 1,000 บาท/ตนั ทีค่ วามหวาน 10 ccs. รายงานขอ้ มลู การผลิต อ้อยโรงงาน จังหวดั พิษณุโลก อำเภอ จำนวน พ้นื ทปี่ ลูก (ไร)่ สง่ โรงงาน เกษตรกร (ราย) เมืองพษิ ณโุ ลก 205 8,270 โรงงานนำ้ ตาลพษิ ณโุ ลก (ต.ไผ่ลอ้ ม อ.บางกระท่มุ จ.พษิ ณโุ ลก) นครไทย 44 365 โรงงานน้ำตาลพิษณุโลก ชาติตระการ 519 2,040 โรงงานนำ้ ตาลไทยเอกลักษณ์ (อ.เมืองอุตรดติ ถ์ จ.อตุ รดติ ถ์) บางระกำ 2,722 93,509 โรงงานนำ้ ตาลทพิ ยก์ ำแพงเพชร / โรงงานนำ้ ตาลพิษณโุ ลก บางกระทมุ่ 2,250 14,952 โรงงานน้ำตาลพษิ ณุโลก พรหมพิราม 759 9,850 โรงงานนำ้ ตาลทพิ ยส์ ุโขทัย / โรงงานนำ้ ตาลพษิ ณโุ ลก วดั โบสถ์ 88 1,512 โรงงานน้ำตาลไทยเอกลกั ษณ์ / โรงงานนำ้ ตาลทิพย์สโุ ขทยั วงั ทอง 2,780 10,472 โรงงานนำ้ ตาลพษิ ณโุ ลก เนินมะปราง 1,782 15,236 โรงงานนำ้ ตาลพิษณโุ ลก รวมทง้ั หมด 11,149 156,206 ข้อมูล : สำนกั งานเกษตรจงั หวัดพิษณโุ ลก ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2564
57 ส่วนที่ 4 ส่ิงแวดลอ้ มกบั การปลกู ออ้ ย วัชพืชเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการปลูกอ้อยและส่งผลให้ผลผลิตของอ้อยลดต่ำลง เป็นอันมากรวมถึงการที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากการกำจัดวัชพืชไม่ทันตามเวลา โดยความเสียหาย จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยูก่ ับความหนาแน่นของวัชพืชและอายุอ้อยในขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอ้อยปลูก สำหรับอ้อยตอน้ัน ปญั หาเรื่องวัชพืชจะนอ้ ยลง เนอ่ื งจากการมีใบอ้อยปกคลุมผิวดินอยู่ ทงั้ น้ี การที่จะปลูกอ้อยให้ ไดผ้ ลดีนั้น จำเปน็ ตอ้ งมีการบริหารเพือ่ จดั การวชั พืชใหไ้ ด้ประสทิ ธภิ าพ ทั้งนี้ ความสำเร็จของการบรหิ ารจัดการวัชพืช ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการปลูกอ้อย ช่วงเวลาฤดกู าลของการ ปลูกอ้อย และสภาพพืน้ ทป่ี ลูกอ้อยด้วย พบว่าควรจะมีการกำจัดวัชพืชตั้งแต่ยังมีขนาดเล็กอยู่ เพราะย่ิงวัชพืช อายมุ ากข้นึ ตน้ ทุนในการกำจัดกเ็ พมิ่ สูงขน้ึ เรือ่ ย ๆ โดยผลผลิตของออ้ ยจะลดลง ในเบอื้ งตน้ เกษตรกรจึงควรมี ความรู้ในเรอ่ื งของวชั พชื ในไร่ออ้ ยอยู่บา้ ง เพอ่ื การบริหารจัดการไรอ่ ้อยใหม้ ปี ระสิทธภิ าพ 4.1 วชั พืชสำคัญ ในไรอ่ อ้ ยสามารถแบ่งเปน็ กลุ่มใหญ่ ๆ ไดด้ งั น้ี 1) วัชพืชใบกว้าง เป็นวัชพืชใบเลี้ยงคู่ (Dicotyledon) โดยมีลักษณะแผ่นใบกว้างเมื่อเทียบกับความยาวใบ เส้นใบ จดั เรยี งเปน็ ลักษณะร่างแหหรือตาข่าย ต้นกลา้ มีใบเล้ียง 2 ใบ ลำต้นมีการแตกกิ่งกา้ นมากมาย การขยายพันธุ์ สว่ นใหญใ่ ช้เมล็ด เช่น ผักเบีย้ หนิ โคกกระสุน ผักยาง สาบเสอื เปน็ ต้น 2) วัชพืชใบแคบ เป็นวัชพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (Monocotyledon) โดยมีลักษณะแผ่นใบแคบเมื่อเทียบกับความยาวใบ เส้นใบจัดเรียงลักษณะขนานกับก้านใบ การขยายพันธุ์มีหลายแบบ ส่วนใหญ่ใช้เมล็ด นอกจากนั้นขยายพันธ์ุ โดยใชส้ ว่ นรากและลำต้น วัชพชื พวกนีแ้ บ่งได้ 2 กล่มุ 2.1) วัชพืชวงศ์หญ้า (Grasses) ส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ Graminae หรือ Poaceae จะมีลำต้นกลมมีข้อ ต้องชัดเจนและมีจุดเจริญอยู่ใต้ดินและตามขอ้ เช่น หญา้ ตีนกา หญา้ ตนี นก หญา้ ปากควาย หญ้าดอกขาว เปน็ ต้น 2.2) วัชพืชวงศ์กก(Sedges) ส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ Cyperaceae จะมีลำต้นส่วนใหญ่เป็นเหลี่ยม แต่ไมม่ ขี ้อ ปลอ้ งเหมือนกับวชั พืชวงศ์หญา้ เช่น แหว้ หมู กกทราย เป็นต้น
58 4.2 การบริหารจัดการวชั พชื ตามช่วงเวลาการปลูกอ้อย 1) การปลูกอ้อยในเขตชลประทาน เกษตรกรจะนิยมปลกู ออ้ ยในชว่ งเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายนซงึ่ เปน็ การปลกู เปน็ รอ่ งและมีการให้ น้ำในร่อง ส่งผลให้มีวชั พืชเกิดขึน้ ภายในรอ่ งถ้าหากมีความจำเป็นต้องมีการใช้สารกำจัดวชั พชื ก็ควรจะฉีดพน่ แค่ในส่วนของร่องก็พอ ซึ่งการฉีดพ่นแบบนี้จะเรียกว่าการฉีดพ่นภายในร่อง Band or Strip Application ซ่งึ อาจมกี ารใช้คมุ วชั พชื แบบก่อนงอกก็จะสามารถลดพ้ืนทกี่ ารฉีดพน่ ลงได้ 50 - 70 % แล้วอาจจะมกี ารฉีดพ่น สารกำจัดวัชพืชแบบหลังงอกอีกครั้งหนึ่งเมื่ออายุ 2-2.5 เดือน หรือ อาจจะทำการพูนโคนใส่ปุ๋ยอ้อยอายุ 3-4 เดือนแลว้ ไม่จำเป็นต้องมกี ารฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชอีก 2) การปลกู อ้อยในเขตน้ำฝน เกษตรกรจะนิยมปลูกอ้อยในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน การฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชนั้นก็ อาจจะมีการใช้แบบหลังอ้อยงอก แต่ในทางปฏิบัติเกษตรกรสามารถที่จะใช้สารกำจัดวัชพืช แบบยาคุมและ ยาฆ่าร่วมกัน การใช้สารกำจัดวัชพืชแบบหลังงอกเมื่ออ้อยอายุ 2-3 เดือน เพราะการปลูกอ้อยในฤดูฝนนั้น อาจจะไม่สะดวกทีจ่ ะเขา้ ไปพูนโคน การใช้สารกำจัดวัชพืชแบบหลงั งอกจึงมคี วามสำคัญ 3) การปลกู ออ้ ยข้ามแล้ง เกษตรกรจะเริ่มปลูกอ้อยช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม การเตรียมดินจึงต้องมีความลึก ประมาณ 50-60 เซนตเิ มตร เพือ่ ใหอ้ ้อยสามารถไดร้ ับความชืน้ ท่หี ลงเหลอื อยู่ในดินสำหรบั การงอกขึน้ มา ทง้ั นี้ ทำให้วัชพืชไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ อาจจะมีการใช้สารกำจัดวัชพืชแบบคุมหรือใช้สารคุมร่วมกับแบบฆ่า สามารถทำได้ข้ึนอยกู่ ับความหนาแน่นของวัชพชื 4.3 วิธีการกำจดั วัชพชื 1) การใช้แรงงานคนและสตั ว์ การใช้แรงงานคนเปน็ วธิ ีทง่ี า่ ยทส่ี ดุ คอื การใชม้ อื ถอน การใชจ้ อบถากหรือพรวน การปฏบิ ัตดิ ้วยวิธีนี้ เหมาะสมสำหรับเกษตรกรท่ีมีพน้ื ที่ปลูกน้อยๆเงนิ ทนุ น้อย สว่ นการใชแ้ รงงานสัตว์น้นั เปน็ การใช้วัวควายลาก ไถเพื่อกำจัดวชั พืช วิธีน้ีสะดวกกวา่ แรงงานคน และควรทำในขณะท่ีวัชพชื ไม่โตจนเกินไป ในทางปฏบิ ัติมักทำ ควบคู่ไปกบั การใช้แรงงานคน โดยใช้จอบถากวัชพืชทอ่ี ยู่ใกลบ้ ริเวณตน้ ออ้ ย 2) การใชเ้ ครอื่ งจักรกลเคร่ืองจักรกลการเกษตร ทใี่ ชใ้ นการกำจดั วัชพืช ไดแ้ ก่ 2.1 เครือ่ งทำร่นุ คตั อะเว (Cutaway) คราดสปริง (Spring The Cultivator) จอบหมุน (Rotary Cultivator) และ พรวนจาน (Disc harrow) ทำหน้าที่กวนลูกหญ้ากำจัดวัชพืชและ พรวนหน้าดินให้ร่วนซุยเพือ่ ให้ดินเก็บควาชื้นได้ดีขึ้น ในกรณีที่ปลูกอ้อยแล้วฝนตกควรใช้คัตอะเวจะช่วยเปดิ ร่องให้กว้างข้ึนบนหน้าดนิ ให้แตอ่ ้อยจะงอกปกติ
59 2.2 เครื่องมอื พรวนดนิ ใส่ปุ๋ยพร้อมการกำจดั วชั พชื เป็นการใสป่ ยุ๋ ครั้งที่ 2 หรอื บำรุงตอใส่ปุ๋ยพรวน ดินใช้ไดท้ ั้งในออ้ ยปลูกและบำรุงตอ่ 3) การใช้สารกำจดั วชั พชื ในการเลอื กใช้สารเคมเี พ่ือการกำจัดวัชพืชน้นั จำเปน็ จะต้องมีความเข้าใจในองคป์ ระกอบท่ีเก่ียวข้อง ซงึ่ ประกอบด้วย พนั ธ์ุ อายขุ องวัชพืชกับสัดส่วนของยา ชนิดของวัชพืช ชนดิ ของดิน ความชน้ื ของดนิ ขนาดฉีด พ่นไม่ควรมลี มแรงหรอื ฝนตก อตั ราของสารเคมกี ำจดั วัชพืช ต้องมกี ารฉีดพ่นใหท้ ่วั ถึง การทจี่ ะเลือกใชส้ ารเคมี เพือ่ กำจดั วัชพืชในแปลงออ้ ยนั้นสิ่งที่จะตอ้ งมคี วามคำนึงถงึ อยู่เสมอคือความปลอดภัย และไดผ้ ลดที ี่สดุ 3.1 สารเคมีควบคุมวัชพืชแบบก่อนงอกได้แก่ อลาคลอร์ และเพนดิเมทาลิน อาทราซีน มีตริบูซีน เฮกซาซิโนน ไดยูรอน ออกซีฟลูรเ์ ฟน ซลั เฟนแทรสโซน 3.2 สารเคมีควบคุมวัชพืชแบบหลังงอกได้แก่ โพรพานิลและแอสซูแลม พาราควอต 2, 4-ดี พิโคล แรม+2, 4-ดี การฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชดว้ ยเคร่อื งพ่นสารกำจัดวชั พชื พว่ งรถไถแบบกอ่ นงอกและหลงั งอก 1. เคร่ืองพน่ สารกำจัดวชั พืชพว่ งท้ายรถไถขนาดใหญ่สามารถฉดี พ่นได้คร้ังละ 4 รอ่ ง 2. เคร่ืองฉดี พ่นสารกำจัดวัชพชื พว่ งท้ายรถไถขนาดเล็กสามารถเขา้ ไประหวา่ งแถวอ้อยและฉดี พ่นสาร กำจัดวชั พืชได้คร้งั ละ 1 ร่อง
60 4) วิธีการเขตกรรม 4.1) การปลกู พืชแซม การปลูกพืชแซมอ้อย เป็นการใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ในขณะที่อ้อยยัง เจรญิ เตบิ โตไม่เตม็ ที่ การปลูกพชื แซมอายุสน้ั ระหวา่ งแถวอ้อย นอกจากจะช่วยแกป้ ญั หาวัชพืชแล้ว ยังเปน็ การ เพมิ่ พนู รายไดใ้ หแ้ ก่เกษตรกรอกี ด้วย พชื แซมท่สี ามารถใช้ปลกู เช่น ข้าวโพด พืชตระกูลถ่วั 4.2) การปลกู พชื คลุมดินและวัชพชื คลมุ ดนิ การคลมุ ดนิ ดว้ ยเศษวสั ดุเหลอื ใช้หรอื วสั ดอุ ่นื ๆ เชน่ กระดาษ แกลบ กาบมะพร้าว ฟางข้าว ฯลฯ วิธี นี้นอกจากจะช่วยลดวัชพืชแล้ว ยังช่วยรักษาความชื้นในดิน และเศษวัสดุคลุมดิน จะค่อย ๆ ผุพังสลาย กลายเป็นอินทรยี วตั ถอุ ย่างดีแกด่ ิน เกษตรกรชาวไรอ่ ้อย นิยมใชเ้ ศษใบและยอดออ้ ยคลุมดิน ปญั หาการใช้วัสดุ คลมุ ดนิ คือเป็นแหลง่ สะสมของโรค แมลง และสตั ว์ศัตรพู ืช เช่น หนู เป็นต้น 4.4 ผลกระทบของออ้ ยไฟไหม้ตอ่ อุตสาหกรรมอ้อยและนำ้ ตาลไทย 1) มลภาวะทางอากาศ มลพษิ จากการเผาอ้อยจะมากหรือน้อยจะแตกต่างกนั ไปในแต่ละสถานที่ โดยท่วั ไปมลพิษจากการเผา ไหม้ ประกอบด้วย ก๊าซคารบ์ อนมอนนอกไซด์ สารประกอบอนิ ทรีย์ทรี่ ะเหยได้ อนภุ าคของแข็งขนาดเล็กและ ฝุ่นละออง ซึ่งจะกระจายไปในอากาศทำให้สภาพการมองเห็นลดลง เกิดการระคายต่อจมูกและลำคอแล้วถา้ ประสบสภาวะนี้อยูน่ าน ๆ จะเป็นผลเสียต่อการหายใจ เมื่อเกิดการเผาไหม้จะเกดิ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการขนถ่ายออกซิเจนของเลือดลดลง นอกจากนี้สารประกอบอินทรียท์ ่ีระเหยได้ ซ่ึงมีคาร์บอนเปน็ องคป์ ระกอบ เช่น เบนซนิ โทลูอนี เมทิลลนี คลอไรด์ และเมทลิ คลอโรฟอรม์ จะมีผลกระทบ ต่อพชื และมนษุ ย์อีกดว้ ย ในการเผาอ้อยจะเกิดความร้อนสูงมาก ทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างรวดเร็ว และเกิดฝุ่นละอองลอยตัว กระจายในอากาศสูงกว่า 2,250 เมตร และลอยไปได้ไกลถงึ 16 กิโลเมตร หรือมากกวา่ กอ่ ใหเ้ กิดมลภาวะทาง อากาศโดยทว่ั ไป และก่อให้เกดิ ความรำคาญแก่ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ในการพิจารณาผลกระทบจากการเผาไร่อ้อยที่มีต่อมลภาวะทางอากาศ จะต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ รว่ มด้วยดงั นี้ ปรมิ าณของออ้ ยท่เี ผา คุณภาพของอากาศในบริเวณน้นั สภาพทางอตุ นุ ยิ มวิทยา และอากาศพิษ ที่ปลอ่ ยจากแหลง่ อนื่ ๆ ในย่านนั้น เชน่ โรงงาน ยานพาหนะ เปน็ ตน้ 2) ผลกระทบดา้ นสขุ ภาพ ระหวา่ งการเผาไหม้สารประกอบซิลิก้า (Silica Fiber) ในอ้อย จะถูกปล่อยออกจากลำต้นอ้อย ซึ่งเป็น สาเหตุให้เกิดมะเรง็ ปอดได้ นอกจากน้ียงั มกี ารศึกษาจากประชากรในบราซิล พบว่า มีประชากรในเขตการปลูก อ้อยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจเรื้อรัง โดยที่ระดับของการป่วยจะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับ อุณหภมู แิ ละปัจจัยส่ิงแวดลอ้ มในบริเวณน้ัน ๆ นอกจากน้ีพบว่า เถ้าที่เกิดจากการเผาอ้อยจะเป็นอันตรายต่อสายตาของประชากรที่อาศยั ในบริเวณ ไรอ่ อ้ ยดว้ ย
61 3) ประสิทธภิ าพของโรงงานน้ำตาล การสญู เสียนำ้ ตาลในลำต้นอ้อย ซ่งึ ความร้อนในระหว่างการเผาออ้ ย คอื ตัวเร่งปฏิกิริยาทกุ ชนดิ ที่อยู่ใน ลำอ้อย รวมทง้ั การแตกตวั ของน้ำตาลซโู ครส ดังรปู ทั้งน้ี ถ้าอ้อยมีบาดแผลมาก ก็จะเกิดปฏิกิริยาได้เร็วขึ้น และถ้าทิ้งเวลาไว้นานการแตกตัวของน้ำตาล ซูโครสก็มมี ากขน้ึ 4) การเกดิ สภาวะ Purity Drop ในระหว่างชุดลูกหีบ การเกิดสภาวะผลึกน้ำตาลมีลักษณะเป็นเข็มและการกรองยากขึ้น สภาวะที่กล่าวมาเป็นสาเหตุให้ ประสิทธภิ าพการผลติ ของโรงงานลดลงอย่างมากทั้งการสกดั นำ้ ตาล (Pol Extraction) และการตม้ เคยี่ วน้ำตาล (Boiling House) ทั้งนี้เกิดจากการเผาอ้อย จุลินทรีย์ส่วนใหญ่ถูกทำลายหมด จุลินทรีย์ที่ใช้นำ้ ตาลได้จำพวก Leuconostoc สามารถเจรญิ ไดโ้ ดยไม่มีการแข่งขัน จึงเพ่ิมปรมิ าณสงู ขึ้น เมื่อเขา้ มาในชุดลูกหีบสามารถผลิต เดกซ์แทรน (Dextran) ที่มีน้ำหนักขนาดโมเลกลุ ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สังเกตได้จาก Purity Drop ระหว่าง นำ้ อ้อยของลกู หีบชดุ แรกกบั นำ้ อ้อยรวม หลังจากการทำใส Leuconostoc ส่วนใหญถ่ ูกทำลาย และเดกซ์แทรน (Dextran) ขนาดโมเลกุลใหญ่ ตกตะกอน แต่ก็ยงั มเี ดกซแ์ ทรน (Dextran) หรือ Polymer ทีม่ โี มเลกุลเลก็ ๆ อีกมากมายซ่ึงเมื่อทำการต้มให้ เข้มข้นขึ้น ก็สามารถเกิดการจับตัวกันเป็นโมเลกุลใหญ่ ทำให้ความหนืดของน้ำเชื่อมสูงขึ้น การถ่ายเทความ รอ้ นลดลง การตม้ ระเหยน้ำไดช้ า้ การเค่ียวนำ้ ตาลทำได้ช้าเชน่ กัน การตกผลกึ ของน้ำตาลให้เปน็ รูปร่างผลึกผิด แปลกไปจากเดิมกลายเป็นรปู ร่างแหลมยาวคล้ายเข็ม
62 อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลถือว่าเป็นอุตสาหกรรมใหญ่เกี่ยวพันกับชีวิต ความเป็นอยู่ และสิ่งแวดล้อม การพิจารณาเรื่องของการเผาอ้อย จึงควรพิจารณาทุกรูปแบบทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และ การตลาด การรณรงค์เพื่อลดปริมาณการเผาอ้อยต้องใช้เวลาและให้ความรู้ที่ถูกต้อง และต้องกระทำอย่าง ต่อเน่ือง ทง้ั นี้ต้องมีการร่วมมอื กนั ท้งั ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร
63 ส่วนท่ี 5 เทคโนโลยีและนวตั กรรมทใี่ ชส้ ำหรบั การเพาะปลูกออ้ ยโรงงาน การขับเคลอ่ื นและยกระดบั เศรษฐกจิ ไทยภายใต้บริบทประเทศไทย 4.0 น้ี อตุ สาหกรรมท่ีควรได้รับ การสนับสนนุ เป็นอยา่ งมาก เพราะถอื เป็นรากฐานหน่งึ ของประเทศไทยท่ีมีความเข้มแข็งมาก คอื อุตสาหกรรม เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ แต่ในการสนับสนุนนี้ ควรจะสนับสนุนอย่างไรบ้าง สนับสนุนงานวิจัยเรื่อง อะไรบ้าง เราจะมีวิธีการหาเส้นทางในการแบ่งขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร เชิญทุกท่านร่วมกันหาคำตอบ ของคำถามดงั กลา่ ว ดังนี้ 5.1 จดุ เร่ิมแนวคิด เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) คือ การบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่นำสิ่งมีชีวิต หรือชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิต หรือผลิตผลของสิ่งมีชีวิต มาสร้างประโยชน์ต่อมนุษย์ โดยการผลิตผลิตภัณฑ์หรือ พัฒนากระบวนการผลิตทางชีวภาพของสินค้าหรือบริการทางด้านต่างๆ เช่น ด้านการเกษตร ด้านอาหาร ด้านส่ิงแวดลอ้ ม และดา้ นทางการแพทย์ ซ่งึ ประเทศไทยมีศกั ยภาพและมีความได้เปรยี บด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ตั้งแตต่ น้ นำ้ ถงึ ปลายน้ำเพราะมวี ตั ถุดบิ ทมี่ ีปรมิ าณและความหลากหลาย มคี วามสามารถในการแปรรปู และการ พัฒนาในหลาย ๆด้าน นอกจากน้ีประเทศไทยยัง เปน็ ผู้ส่งออกสนิ คา้ เกษตรและอาหารทส่ี ำคัญของโลก การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพจึงเป็นส่วนสำคัญที่เป็นกลไกขับเคลื่อน เศรษฐกิจของชาติ และเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศไทยทั้งในฐานะผู้ผลิตอาหาร ผลิตภัณฑ์ทาง การเกษตร และเทคโนโลยีการผลิตพชื และสัตว์ที่สำคัญของโลก คณะวิจัยจึงรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจัดทำ กรอบและทิศทางของการวิจัย ซึ่งจะทำให้การทำวิจัยด้านอุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพของ ประเทศ มีความชดั เจนยิง่ ข้ึนและเพ่ือใหไ้ ดผ้ ลิตผลงานวิจัยไดต้ รงกับความต้องการของผู้ใชง้ านอย่างแท้จรงิ 5.2 กรอบการสร้างแนวคดิ 1. รวบรวมและศึกษาขอ้ มูลด้านตา่ ง ๆ เพ่อื ประกอบการกำหนดทิศทางและกรอบการสนับสนุน งานวิจัย โดยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ได้แก่ ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 กรอบการสนับสนุนการวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานคณะกรรมการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.) และหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วข้องในช่วงปี พ.ศ. 2555-2559 และนำข้อมูล ดังกล่าวมาเป็นพื้นฐานทางข้อมูลที่ใช้กำหนดแนวทาง นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการรวบรวมข้อมูลของ ภาคอุตสาหกรรมท่ีมีความเกีย่ วข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชวี ภาพ ไดแ้ ก่ อุตสาหกรรมน้ำตาล อตุ สาหกรรมอาหารสตั วแ์ ละขอ้ มลู ของกลุ่มวิจัยตา่ ง ๆ 2. จัดประชมุ ผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสียเพอ่ื ใหไ้ ด้ทิศทางและกรอบการสนับสนุนงานวิจัย ตลอดจนรูปแบบ และกลไกการร่วมมอื ของภาคสว่ นต่าง ๆ
64 5.3 ข้อคน้ พบ กลุ่มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ได้รับความร่วมมือจาก 5 บริษัท ได้แก่ บริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด, บริษัท คริสตอลลา จำกัด, บริษัท น้ำตาลเอราวัณ จำกัด, บริษัท เอกรัฐพัฒนา จำกัด และบริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด โดยทั้ง 5 บริษัท ได้เสนอการแบ่งกิจกรรมการทำงานของอุตสาหกรรมอ้อยและ น้ำตาลออกเป็น 3 ช่วงด้วยกนั กลา่ วคอื ตน้ น้ำหมายถงึ ภาคการผลติ ทาง การเกษตร คือการผลติ อ้อยโรงงาน ของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ครอบคลุมกระบวนการต่าง ๆ ในภาคการเกษตร รวมทั้งปัจจัยการผลิตภาค การเกษตรและการขนส่งอ้อยโรงงานจากไร่สู่โรงงานน้ำตาล ส่วนกลางน้ำ หมายถึง การรับอ้อยโรงงานและ แปรรปู ออ้ ยโรงงานของโรงงานนำ้ ตาลเพือ่ ให้ไดน้ ำ้ ตาล ผลติ ภณั ฑ์นำ้ ตาลและผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต น้ำตาลอื่นๆ และ ปลายน้ำ หมายถึง เทคโนโลยีและความก้าวหน้าในการผลิตและผลิตภัณฑ์ในอนาคตของ อตุ สาหกรรมออ้ ยและน้ำตาล โดยมีรายละเอยี ด ดังน้ี ตน้ นำ้ (Upstream) 1. การจดั การในไร่ออ้ ย ควรใหม้ กี ารจัดการในไรอ่ ยา่ งเหมาะสมในแต่ละพืน้ ที่เพาะปลกู เนือ่ งจากในแต่ละ พื้นที่เพาะปลูกมีความแตกต่างทั้งเรื่องของขนาด สภาพภูมิอากาศ สภาพภูมิประเทศ ความสมบูรณ์ของดิน ปริมาณน้ำ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการในไร่อ้อย การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการ พ้ืนท่เี กษตรกรรมจะทำให้การจัดการในไรอ่ ้อยมปี ระสิทธิภาพทดี่ ยี ิ่งขึ้น 2. การควบคุมคณุ ภาพของวัตถุดบิ ออ้ ย แบ่งออกเปน็ 4 ข้อ คอื 2.1 แก้ไขปญั หาการปนเป้ือนของ ดนิ หิน ทราย ของวัตถุดบิ อ้อย 2.2 การปรับปรุงพันธุ์อ้อยควรมีการปรับปรุงพันธุ์อ้อยที่ให้ผลผลิตดีเหมาะสมกับการ ปลูกอ้อย ของไทยอย่างแทจ้ ริง
65 2.3 นวัตกรรมด้านการบริหารจัดการไร่อ้อย (Modern Farming) โดยการเพิ่มการใช้รถตัดอ้อย เพอ่ื ใหเ้ กิดความมปี ระสิทธภิ าพในการเกบ็ เกย่ี วออ้ ยทนี่ ำส่ง และการเพม่ิ ทกั ษะด้านการตัดออ้ ยใหแ้ ก่ชาวไรแ่ ละ การออกแบบรถตัดอ้อยให้เหมาะสมกับสภาพการปลูกอ้อยของประเทศไทย เช่น ระยะห่างระหว่างร่อง และ คว ามก ว ้าง ขอ ง ร ถตัดอ ้อ ยซึ่งมีส่วน ช่วยใน การ ลดก าร สูญ เสียขอ งผลผลิตและ เป็น ก าร ใช้พื้นท่ี อยา่ งมีประสทิ ธิภาพสูงสุด กลางน้ำ (Midstream) 1. การควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ร่วม (Co-product) ในกระบวนการผลิตน้ำตาล นอกจากจะได้ น้ำตาลเปน็ ผลิตภัณฑ์หลกั แลว้ ยงั มผี ลติ ภณั ฑอ์ น่ื ที่เกิดข้ึนจากกระบวนการผลิตเดียวกนั เช่น โมลาสหรือกาก น้ำตาล, ชานอ้อ ฯลฯ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมได้ มีแนวคิดให้มี การศึกษาวิจัยในด้านการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบที่นำไปใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมชนิดต่าง ๆ และการ ควบคมุ คณุ ภาพของกระบวนการผลติ นำ้ ตาลซึง่ อาจสง่ ผลตอ่ คุณภาพของวตั ถดุ บิ ท่ีใช้ผลิตเปน็ Co-product 2. การวจิ ยั ดา้ นกระบวนการผลติ นำ้ ตาล เช่น Sucrose balance หรือการวเิ คราะหป์ รมิ าณซูโครสที่ผลิตได้ 3. กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ (Process Efficiency) ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต ซึ่งรวมถึงความทันสมัยของเทคโนโลยีและเครื่องจักรของแต่ละโรงงาน มีแนวคิดให้มีการศึกษาต้นแบบ กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในระดับก่อนการผลิตเชิงพาณิชย์ เนื่องจากปัจจุบันการผลิต ก่อนการผลิตเชิงพาณิชย์สามารถผลิตได้สูงสุดปริมาณ 500 ลิตร ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ที่ต้องการปรมิ าณ 100,000 ลิตร โดยก่อนหน้านีม้ ีการศึกษาต้นทุนการผลิตพบว่ามมี ูลค่าสูงถึง 800 ล้านยูโร หากสามารถผลิตต้นแบบกระบวนการผลิตได้จริงจะครอบคลุมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์อื่น ที่ได้จากกระบวน การหมัก เช่น การผลิตแอลกอฮอล์ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในแต่ละโรงงานเพื่อทำใหก้ ระบวนการผลิต มีประสทิ ธภิ าพยงิ่ ข้ึน
66 ปลายนำ้ (Downstream) 1. ด้านการวิจัยและพัฒนา มีแนวคิดร่วมกันให้มีการสนับสนุนในด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการขยายส่วนการผลิต (scale-up) จนถึงก่อนการผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และ ประเมินความเปน็ ไปไดใ้ นการผลิตเชิงพาณิชย์ 2. การสร้างมลู คา่ เพิม่ ใหก้ ับผลิตภัณฑ์ ท้งั ด้านพลังงาน เชน่ การผลติ ไฟฟา้ จากการเผาชานออ้ ย การผลิต ก๊าซชีวภาพหรือไบโอแก๊สจากชานอ้อยและพัฒนาเป็นก๊าซซีเอ็นจี(Compressed Natural Gas: CNG) และ ดา้ นกระบวนการหมกั โดยให้มีการพฒั นาผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่อยอด เชน่ การสงั เคราะหพ์ อลิแลคตกิ แอซิด (Polylactic Acid: PLA) จากกรดแลคติก (Lactic acid) การผลิตพอลิเมอร์ชีวภาพ เช่นพอลิบิวทิลี ซัคซิเนต (Polybutylene succinate: PBS) โดยใช้กรดซัคซินิค(Succinic Acid) เป็นสารตั้งต้นในการผลิต รวมไปถึง การใช้เทคโนโลยใี นการผลติ นำ้ ตาลทีไ่ ดจ้ ากการยอ่ ยสลายเซลลโู ลสจากชานออ้ ย 3. การทดสอบทางคลินิกสำหรับผลิตภัณฑ์เพ่อื สุขภาพ โดยมีแนวคิดรว่ มกนั ใหม้ ีการสนับสนนุ งานวิจัย ด้านการทดสอบทางคลินิกสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ที่มีมาตรฐาน ที่มีขั้นตอนการ วิเคราะหแ์ ละการทดสอบทชี่ ดั เจน 4. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการใช้ประโยชน์ในอนาคต คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความ เปน็ ไปไดใ้ นอนาคต ผลจากการระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมของกลุ่มอุตสาหกรรมและนักวิจัย ทำให้โครงการนี้ได้ กรอบวิจัยและทิศทางในการสนับสนุนงานวจิ ยั ของอุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชวี ภาพในเบ้ืองตน้ ดังนี้ 1. เกษตรอจั ฉริยะสำหรบั การผลติ นำ้ ตาลจากอ้อยและอาหารสตั ว์ 2. เกษตรแบบแม่นยำสูง ที่เป็นรูปแบบการเกษตรใหม่ที่ใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและ การจดั การขอ้ มูลมาใชใ้ นแปลง เพอ่ื บริหารจัดการพ้นื ท่แี ปลงใหม้ ีความเหมาะสมและแมน่ ยำมากขึ้น 3. พอลเิ มอรช์ วี ภาพและวสั ดชุ ีวภาพจากผลติ ผลและของเสยี จากการเกษตร 4. เทคโนโลยีนวตั กรรมการผลิตสำหรบั ผลติ ผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร 5. การวิจัยเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และ เทคโนโลยีนวตั กรรมของอุตสาหกรรมเกษตรต่างๆ อ้างอิงข้อมูลจาก โครงการวิจัย “การพัฒนากรอบและทิศทางการวิจัยของอุตสาหกรรมเกษตรและ เทคโนโลยีชีวภาพภายใต้บริบทประเทศไทย 4.0 (s-curve)” หัวหน้าโครงการ : กฤษณา ตรีศีลวัฒนกุล สนบั สนนุ โดย : สำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมวทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวตั กรรม (สกสว.) 5.4 นวัตกรรมการจดั การไรอ่ ้อยยุคใหม่ นวตั กรรมการจัดการไร่อ้อยยุคใหม่ ทีช่ ว่ ยเพมิ่ ผลผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวไร่อ้อย อย่างยั่งยืน จากการบทความการบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างยั่งยืน เป็นองค์ความรู้และทักษะการจัดการ ตั้งแต่ การเตรยี มแปลง ปรับปรุงดิน เตรยี มดนิ ปลกู ออ้ ย บำรงุ รกั ษา เก็บเก่ียว ไปจนถึงการส่งออ้ ยเขา้ หบี ผสานกับการ นำเทคโนโลยีเคร่ืองจักรการเกษตรท่ีทันสมยั เข้ามาสนับสนนุ การทำไร่อ้อย ประกอบไปดว้ ยหลักการสำคัญ 4 วิธี ได้แก่ 1. การปลกู พชื บำรุงดนิ (Legume Fallow) โดยปลูกพชื ตระกูลถว่ั หมุนเวยี น เช่น ถั่วเหลอื ง ถ่วั เขยี ว และ ถว่ั พรา้ เนอ่ื งจากพืชตระกูลถ่ัว มีแบคทีเรียไรโซเบียมในปมรากถ่ัวท่ีสามารถดงึ ไนโตรเจนในอากาศลงมา เป็นปุ๋ยในดินให้กับอ้อยในอนาคต จึงเป็นการปรับปรุงและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินด้วยวิธีธรรมชาติ
67 อีกทงั้ ยงั เป็นการลดการใช้สารเคมี นอกจากนี้การปลูกพืชตระกูลถัว่ ในชว่ งพักดิน ยงั ชว่ ยตัดวงจรของโรคและ แมลงศตั รพู ชื รวมท้ังสรา้ งรายไดเ้ สรมิ จากการจำหน่ายผลผลิตให้กบั เกษตรกรได้ 2. ลดการไถพรวน (Minimum Tillage) ในการทำไร่แบบเดิมนัน้ เกษตรกรต้องไถพรวนดนิ ทัง้ แปลง ก่อนปลูกอ้อยใหม่ แต่แนวทางของมิตรผลโมเดิร์นฟาร์มจะไถพรวนเฉพาะบนร่องที่ยกขึ้นมาเท่านั้น จึงช่วย รักษาโครงสรา้ งของดนิ และลดพน้ื ที่เตรยี มดินลงประมาณ 50 % ช่วยประหยดั น้ำมันเชอื้ เพลิง และลดเวลาใน เตรียมดนิ กอ่ นปลกู ออ้ ย ทำใหง้ านเสร็จเร็วขน้ึ จงึ สามารถปลกู อ้อยใหมไ่ ดท้ ันเวลา 3. ควบคมุ แนววิง่ ของรถ (Controlled Traffic) โดยสรา้ งแนวเบดฟอรม์ (Bed Form) ด้วยเคร่อื งมอื ยกร่องปลูกอ้อย เพื่อให้เอื้อต่อการนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาใชใ้ นทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การเตรียมดนิ การปลูก การบำรุงรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยกำหนดระยะปลูกอ้อยเป็น 1.85 เมตร และยกร่องให้มี ลักษณะเป็นสันความสูง 15-20 เซนติเมตรจากระดับการวิ่งของรถ จะทำให้เครื่องจักรกลการเกษตรใน ทุกกิจกรรม สามารถวิ่งตามแนวร่องที่กำหนดไว้ และไม่เหยียบย่ำไปบนอ้อยตอ จึงลดการบดอัดของชั้นดิน และลดความเสยี หายจากการ เกบ็ เก่ียว รวมทงั้ ยดื อายกุ ารไวต้ อได้อกี ด้วย 4. ลดการเผาใบอ้อยโดยใช้รถตัด การตดั อ้อยสด และปล่อยใบอ้อยไว้คลุมดนิ จะชว่ ยรกั ษาความช้ืนในดิน ไว้ และควบคุมวัชพืชไปในตัว จึงลดปริมาณการใช้สารกำจัดวัชพืชลง นอกจากนี้ยังช่วยให้ได้ผลผลิตต่อไร่ เพิ่มขึ้น เนื่องจากใบออ้ ยจะสลายกลายเป็นปุ๋ยอนิ ทรียใ์ ห้กับออ้ ยรุ่นต่อไป ส่วนการไม่เผาใบอ้อยจะช่วยรักษา หน้าดินและจุลินทรยี ท์ ่ีมีประโยชนใ์ นดินเอาไว้ นอกจากองค์ประกอบในเรอ่ื งคมั ภีรอ์ งคค์ วามร้ขู องผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำตาล ได้บรู ณาการ ในทุกภาคสว่ น ได้ถ่ายทอดความรูแ้ ละให้คำแนะนำ รวมทัง้ เปน็ ทปี่ รกึ ษา และสนบั สนนุ การดำเนนิ งาน เพื่อให้ ชาวไร่อ้อยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใช้ในไร่อ้อยได้ง่าย เป็นการบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพ ในทุกข้นั ตอน จงึ คาดว่าการจัดการไรอ่ ้อยในแบบใหมน่ ี้ จะสามารถชว่ ยลดตน้ ทนุ จากทกุ กจิ กรรมในการทำไร่อ้อย ได้ประมาณ 100-300 บาทต่อตัน ภายในเวลา 5 ปี และเกษตรกรชาวไร่อ้อย จะมรี ายไดจ้ ากผลผลิตอ้อยที่เพ่ิมข้ึน ราว 2,000-4,000 บาทต่อไร่ ส่งผลให้ชาวไร่มคี วามกินดีอยูด่ ี จากผลกำไรท่ีเพิ่มข้ึน และยังใช้เวลาในการดูแล ไร่อ้อยลดลง จึงมีเวลาเหลือสำหรบั ทำอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ หรือทำกิจกรรมพฒั นาชุมชนรว่ มกนั นอกจากนี้ การนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอน ยังช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ท่กี ำลังเกดิ ขึ้นในภาคเกษตรได้ในระยะยาว
68 • ตวั อย่างนวัตกรรมและเทคโนโลยี ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายบริษัท ที่พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับใชใ้ นไร่อ้อย เพื่อเป็นการลดต้นทุน การผลิต ท้ังด้านแรงงานและคา่ ใชจ้ า่ ย และเพมิ่ ผลผลิตใหแ้ ก่เกษตรกรชาวไรอ่ ้อย อาทิเชน่ 1. เครื่องเตรียมดินเพื่อใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเครื่องมือตัวนี้นอกจากจะเพิ่มการฝั่งปุ๋ยอินทรีย์ลงดิน เพื่อให้ปุ๋ยอินทรีย์นั้นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานและการเตรียมดินของ เกษตรกรลง
69 2. เครื่องมือฝังปุ๋ย 2 ถังพร้อมบูมสเปรย์ ปัจจุบันเครื่องมือฝังปุ๋ยจะมีเพียง 1 ถัง และถ้าใส่ปุ๋ย อนิ ทรียแ์ ละปุ๋ยเคมีพร้อมกนั จะทำให้ป๋ยุ ติดเครอ่ื งมอื ไมส่ ามารถทำงานไดเ้ ตม็ ประสิทธิภาพ ทางบริษัทฯ จึงได้ พัฒนาเคร่ืองมอื ท่ีมีถงั ใสป่ ุย๋ เพ่ิมมาเป็น 2 ถังเพื่อแยกปุย๋ อินทรียแ์ ละปุ๋ยเคมี และนอกจากนั้นยังเพิ่มการบูมส เปรยเ์ ข้ามา ซงึ่ การใช้เครอ่ื งมือดงั กลา่ วชว่ ยลดข้นั ตอนการทำงานของเกษตรกรลงอีกดว้ ย 3. เคร่ืองกำจัดใบออ้ ย หรอื เครือ่ งสางใบออ้ ย โดยสามารถกำจัดใบออ้ ยออกจากต้นออ้ ยโดยไม่ต้องใช้ไฟเผาตน้ ออ้ ย สามารถตดั ออ้ ยสดเพอ่ื สง่ โรงงาน
70 4. เคร่อื งตดั อ้อย 4.1 เคร่อื งตัดออ้ ย (ขนาดเล็ก) เป็นเคร่อื งจกั รทต่ี ดั ออ้ ยได้เปน็ ระเบยี บ สามารถเลอื กการวางกอง ได้ตามใจชอบ โคนอ้อยเรียงตัวเท่ากันทุกลำ ง่ายต่อการขนย้าย ประหยัดเวลาเพราะอ้อยวางเป็นระเบียบ เรียบร้อย หนึ่งกองได้น้ำหนัก 300-500 กิโล สามารถตัดอ้อยได้ 80-100 ตัน ต่อวัน ซึ่งประหยัดเวลาและ คา่ แรงคนงาน 4.2 เครอื่ งตัดออ้ ย (ขนาดกลาง) ซง่ึ เปน็ เคร่อื งจกั รที่มคี วามสามารถในการสางใบออ้ ย และตดั ออ้ ยไดส้ วยงามในเวลาเดียวกัน ประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการไร่อ้อยของเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันบริษัทด้านอุตสาหกรรมน้ำตาล ได้ นำมาใชเ้ พื่อเป็นการลดการเผาอ้อยของเกษตรกร 4.3 เครื่องตัดอ้อย (ขนาดใหญ่) เป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่สามารถตัดอ้อยเป็นชิ้นเล็ก ตัดใบ ออ้ ยเปา่ ลมให้ออ้ ยสะอาด และขนยา้ ยลงรถบรรทุกเพอ่ื ส่งโรงงานได้สะดวก
71 • เกษตรกรต้นแบบทปี่ ระสบความสำเสร็จในการปลกู อ้อย ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายบริษัท ที่พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับใช้ในไร่อ้อย และพัฒนาความรู้ ใหแ้ กเ่ กษตรกร เพอ่ื นำนวัตกรรมและความรูไ้ ปใช้ในแปลงออ้ ย เพ่ือเป็นการลดต้นทุนการผลิต ท้ังดา้ นแรงงาน และคา่ ใชจ้ ่าย รวมทงั้ เพ่ิมผลผลติ ใหแ้ กเ่ กษตรกรชาวไร่ออ้ ย อาทเิ ช่น 1. โครงการ KSL Junior Farmer ทายาทเกษตรกรรนุ่ ใหม่ เป็นโครงการที่กลุ่มบริษัท KSL ต้องการส่งต่อความเป็นอยู่ของธุรกิจการทำฟาร์มอ้อย แกเ่ กษตรกรชาวไรอ่ อ้ ย โดยสายงานจัดหาวัตถดุ ิบและสว่ นกิจกรรมเพอื่ สงั คมไดจ้ ดั หลกั สูตร “ทายาทเกษตรกร รุ่นใหม่” โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เรื่องการนำความรู้ที่ได้รับการอบรมของทายาทเกษตรไปประยุกต์ใช้กับ แปลงอ้อยของพ่อแม่ และในอนาคตทายาทกลุ่มนี้จะทำการเปิดโควตาเป็นของตนเอง นอกจากนั้นเพื่อ การสนับสนุนให้ชาวไร่ปลูกอ้อยอย่างยั่งยืน เพื่อการขยายผลผลิตในแนวตั้ง เพื่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างชาวไรแ่ ละโรงงาน เพอื่ สรา้ งทมี ทายาทเกษตรกรรุ่นใหมต่ ่างโรงงานกนั เพ่ือแลกเปล่ยี นวิธีการปลูกอ้อย หรือเรื่องอ่ืน ๆ เกี่ยวกับอ้อยของแต่ละภาค โดยมีความเฉพาะเจาะจงสำหรบั เกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสนใจ ในธุรกิจอ้อย และสามารถสร้างความยั่งยืนได้ด้วยตนเอง บนพื้นฐานแนวโน้มอนาคตในอุตสาหกรรมอ้อย ในอนาคตของประเทศไทย และการสานตอ่ อาชพี การทำไร่อ้อยให้มคี วามม่นั คงและยัง่ ยนื ตอ่ ไป กิจกรรมทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่ จัดขึ้นที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ เคเอสแอล ริเวอร์แคว ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท หัวข้อของหลักสูตการอบรม ดังนี้ 1.การให้ความรู้เรื่องธุรกิจอ้อย ด้วยการอธิบาย เร่ืองการวเิ คราะหแ์ ละการตัดสินใจลงทุน 2.การเพ่มิ ผลผลติ ด้วยการจัดการฟารม์ สมยั ใหมแ่ ละการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีกับการเกษตร 3.ศาสตรป์ ระยุกต์ดว้ ยการปรบั ใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ทม่ี า: https://www.kslgroup.com บริษัท นำ้ ตาลขอนแก่น จำกดั (มหาชน) เลขท่ี 503 อาคาร เคเอสแอล ทาวเวอร์ ชนั้ 9 ถนนศรอี ยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
72 2. ปลูกอ้อยใหร้ วย ด้วยนวตั กรรม 23 ตัน/ไร่ ไว้ตอได้ถึง 6 รนุ่ ของคุณประสทิ ธ์ิ ลาภปรากฏ เปิดเผยเทคนิคการปลกู ออ้ ยให้ได้ผลผลิตสูง สูตรสำเร็จของชาวไร่อ้อย จ.ชยั ภมู ิ เนน้ การ จดั การอยา่ งเปน็ ระบบใช้นวัตกรรมการผลติ และเทคโนโลยปี ลกู อ้อย 1 ปี มรี ายไดก้ ว่า 2 ลา้ นบาท คุณประสิทธิ์ ลาภปรากฏ จากการเปิดเผยของ คุณประสิทธิ์ ลาภปรากฏ (ลุงประสิทธิ์) เกษตรกร ผู้ปลูกอ้อย วัย 64 ปี ที่ อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ถึงเทคนิคการปลูกอ้อย ให้ได้ผลผลิตสูง ลงทุนต่ำ กำไรดีกว่า ซึ่งได้ยึดอาชีพการปลูกอ้อยมานานหลาย สิบปี ปัจจุบันมีไร่อ้อยทั้งหมด 75 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณไร่ละ 22-23 ตันต่อไร่ รวมปีละกว่า 1,500-1,700 ตัน ขายส่งโรงงานน้ำตาลมิตรผลตันละ 1,200 บาท มรี ายได้ปลี ะกวา่ 2 ล้านบาท ลุงประสทิ ธ์ิมีพืน้ ทีไ่ ร่ 2 แปลง แปลงแรกมีพื้นทีป่ ระมาณ 60 ไร่ ใช้ขุดบ่อเก็บกักน้ำ 1 ไร่ ภายในบ่อเล้ียงปลา นานาพันธ์ุ ขอบบอ่ ปลกู พชื ผกั ผลไม้ ปลูกทุกอย่างที่กิน กนิ ทกุ อย่างที่ปลูก สว่ นทเี่ หลือ 59 ไร่ ปลกู ออ้ ยทั้งหมด อีกแปลงซื้อเพิ่ม 10 กว่าไร่ รวมๆ แล้วประมาณ 75 ไร่ ปลูกอ้อยทั้งหมด ใช้แรงงานในครัวเรือนแค่ 4 คน เทา่ น้ัน การปลูกอ้อยของลุงประสิทธิ์ จะเน้นการปลูกแบบนวัตกรรมใหม่ ใช้แรงงานให้น้อยที่สุด ใช้เครื่องจักรและ เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยนำระบบการจัดการแปลงปลูกอ้อยมาจากโรงงานน้ำตาลมิตรผล อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของโรงงานเข้ามาช่วยส่งเสริมแนะนำ และช่วยดูแลตลอดฤดูกาลเพาะปลูก จนถงึ เก็บเก่ียว สำหรับเทคนิคการปลูกอ้อยให้ได้ผลผลิตสูง แบบฉบับของลุงประสิทธิ์ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ เตรียมพันธุ์อ้อย ลุงประสิทธิ์ เลอื กใชอ้ ้อยสายพันธุ์ขอนแกน่ 3 ตอ้ งมีระบบน้ำ โดยใชร้ ะบบน้ำหยดหรือนำ้ พุ่ง น้ำมีความจำเป็น ต่อการเพิ่มผลผลิตอ้อย การเตรียมดิน โดยในแปลงจะปลูกห่างระหว่างแปลง ปรับปรุงดินโดยใช้น้ำวีนัส จากโรงงานน้ำตาลให้มาฟรี เสียแต่ค่ารถขนส่งเท่านั้น ใช้รดในร่องแปลงปลูก 1 คัน รถใส่ได้ 7-8 ไร่
73 สบู น้ำใสแ่ ปลงให้เกิดความชน้ื ปลอ่ ยใหน้ ้ำวีนสั แหง้ หมาดแล้วใชโ้ ลตารต่ี ีดนิ หน้าแปลงให้แตก ปลูกอ้อยโดยใช้ รถปลูก 1 ไร่ ปลูกประมาณ 10,000 ต้น ปลูกห่างแต่ได้ลำโต แตกกอดี ให้ผลผลิตสูง ฉีดยาคลุมหญ้า 1 คร้ัง หลงั จากปลูกออ้ ยแล้ว วางสายยางระบบน้ำพุ่งหรือน้ำหยด หลังฉีดยาคลุมหญ้า 1 สปั ดาห์ เปิดน้ำให้ชุ่มแปลง ใสป่ ุย๋ อนิ ทรียอ์ ดั เม็ดตามแนวร่อง 2 ขา้ ง ลำตน้ โดยใช้รถใส่ปุ๋ย 50 กก./ไร่ ผ่านไป 1 เดือน อ้อยออกยอดแล้ว รดน้ำอีกที และใส่ปุ๋ยเคมีสตู ร 21-78-0 50 กก./ไร่ ตรวจแปลงถ้ามวี ชั พชื ขึ้นมาใช้รถพรวนดิน ดายหญ้าตาม แนวร่อง ถ้าเหลือหญ้าติดโคนต้นอ้อย ค่อยใช้แรงงานคนมาเก็บออก ซึ่งจะเหลือเล็กน้อย คอยสังเกตดิน ถ้าแห้งไปก็เปิดนำ้ รด ประมาณ 20-30 วัน/คร้งั เข้าเดือนท่ี 4-5 ใส่ปยุ๋ คร้งั สดุ ท้าย สูตร 46-0-0 อตั รา 25 กก./ไร่ แล้วรดน้ำตามทีเ่ หลอื ก็ปล่อยให้ออ้ ยโตจนรอตดั เข้าโรงงาน การจัดการแปลงปลูกอ้อยของลุงประสิทธิ์ งานหลักจะใช้เวลาตั้งแต่ปลูกเดือนแรกไปจนถึง เดอื นท่ี 5-6 กห็ ยุด คอยตรวจดูเรื่องโรค แมลง ซง่ึ จะไมค่ ่อยมี ที่เหลือ 6 เดือน ก็เปน็ เวลาว่าง มีเวลาปลูกผักทำ สวน เกษตรพอเพียง เลย้ี งเปด็ เลยี้ งไก่ ไว้เป็นอาหาร ไมต่ อ้ งซอ้ื กเ็ ปน็ การลดค่าใช้จ่าย เหลือแบ่งปันเพ่ือนบ้าน เกบ็ ไปกินได้ ใหฟ้ รี แต่หา้ งเก็บไปขาย ได้เพือ่ น ได้มติ รภาพ เกิดความอบอ่นุ จุนเจอื กนั ในชุมชน รอจนอ้อยอายุได้ 12-13 เดือน มีคิวตัดจากโรงงาน ก็จะใช้รถตัด ซึ่งเป็นรถของสมาชิกภายในกลุ่ม ส่วนรถกลอ่ งขนอ้อย และรถไถ ลุงประสิทธิซ์ ้อื มาไวใ้ ช้เองและรับจา้ งกบั สมาชิกของกลุ่ม การจัดการแปลงปลกู แบบน้ี สามารถยืดอายุการไว้ของตออ้อยได้หลายปี โดยอ้อยปลูกใหม่หรอื ตอ แรกสามารถให้ผลผลิตสูงถึง 22-23 ตนั /ไร่ ออ้ ยตอ 2 บำรุงตามขน้ั ตอนให้ผลผลติ สงู ถึง 21 ตัน/ไร่ อ้อยตอ 3 ให้ผลผลิต 20-21 ตัน/ไร่ ส่วนตอที่ 4,5,6 จะได้ผลผลิตประมาณ 14-15 ตัน/ไร่ แต่ค่าใช้จ่ายในการจัดการ จะลดลงทกุ ปี ทำใหม้ ีกำไรเพิม่ ขึน้ “แต่ก่อนตัดอ้อย 10 ไร่ ต้องใช้คนงาน 20-30 คน ใช้เวลา 3-4 วัน ค่าจ้างมีทั้งแบบเหมาและรายวัน ซึ่งค่าแรงแพงขึ้นทุกวัน อีกอย่างจ้างคนตัดอ้อยสดไม่เผาเขาก็ไม่อยากตัด เพราะได้ช้าแถมถูกหักราคาหน้า โรงงานอีก ตอนนี้ใช้รถตัดอ้อยสด ๆ 10 ไร่ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน ค่าตัดก็คิดเป็นตัน เพียงตันละ 185 บาท ส่วนรถขนส่งเข้าโรงงานเป็นรถของผมเอง ต้นทุนต่ำ ทำงานได้ไว ได้อ้อยมีคุณภาพ แต่ก่อนใช้แรงงานคน ปลูกอ้อย ต้นทุน 1 ไร่ไมต่ ำ่ กวา่ 8,000 บาท พอหันมาใช้เครื่องจักรแทนคน ต้นทุนประมาณ 5-6 พันบาน/ไร่ หรือถา้ ใครดูแลจดั การดี ๆ ไรล่ ะ 4,000 บาทก็ทำได”้ ลุงประสทิ ธิก์ ล่าว
74 ลุงประสิทธิ์เล่าอีกว่า การบริหารจัดการแปลงอ้อย แบบนวัตกรรม หรือ โมเดิร์น ฟาร์ม ช่วยให้ประหยัด แรงงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้เยอะเกือบทุกขั้นตอน ใชเ้ ทคโนโลยีเข้ามาจัดการท้งั หมดตง้ั แต่ รถไถเตรียมแปลง รถขนน้ำวีนัส ระบบน้ำใช้โซล่าเซลล์ สูบน้ำเป็นพลังงาน ทดแทน การปลูกก็ใชร้ ถปลูก ใสป่ ๋ยุ กใ็ ช้รถใส่ปุ๋ย พรวนดิน ดายหญ้าก็ใช้รถ ตัดขนส่งเข้าโรงงานก็ใช้รถจัดการหมด ทุกขนั้ ตอน ปลกู ออ้ ยทกุ วันนงี้ ่าย ตงั้ แต่ปลูกจนถึงโรงงาน ใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยทั้งหมด เป็นการลดต้นทุน ลดแรงงาน ลดเวลา ที่สำคัญได้อ้อยสด ไม่มีการเผาอ้อย ช่วยรักษา ส่ิงแวดลอ้ มไดอ้ ีกทางหน่ึงด้วย นน่ั คอื สตู รความสำเร็จของลุงประสิทธิ์ ลาภปรากฏ เกษตรกรผู้ปลูกออ้ ยสมยั ใหม่ ปลกู งา่ ยรายได้งาม สนใจสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไร่ ส.ร่มเย็น หนองแซงโมเดล ตำบลบา้ นแก้ง อำเภอภูเขยี ว จงั หวัดชัยภูมิ โทร. 09-3328-4574
1 ภาคผนวก
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานพครณะระกาชรรบมัญกญารัตกิฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ออยและนา้ํ ตาลทราย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๒๗สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรใรหมไกวารณกฤวษันภฎทมูีก่ีิพา๒ล๗อดกุลรกยฎเดาชคสมปาํ .นพรก.ั.ศงา.น๒ค๕ณ๒ะ๗กรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สเปาํ น/นกั ปงท0าน่ี ๓คณ๙ะใกนรรรัชมกกาารลกปฤ3จษจฎบุ ีกันา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นพกั รงาะนบคาณทะสกมรเรดมจ็ กพารระกปฤษรมฎินีกทา รมหาภูมพิ ลสอาํดนุลกั ยงเาดนชคณมะีพกรระรบมรกมารรกาฤชษโอฎงีกกาารโปรดเกลาฯ ใหประกาศว8า สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยท่เี ป/นการสมควรปรบั ปรุงกฎหมายวา8 ดวยน้าํ ตาลทราย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบญั ญัตขิ ึน้ ไวโดยคําแนะนําและยินยอม สาํ นกั งานขคอณงระฐั กสรภรมากดารงั กตฤ8อษไปฎนีกา้ี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นมกั างาตนรคาณ๑ะกรพรรมะกรารากชฤบษัญฎญีกาัตินี้เรียกว8า “สพาํ รนะกั รงาานชคบณัญะญกรัตริอมอกยารแกลฤะษนฎํ้าีกตาาลทราย พ.ศ. สาํ นกั งาน๒ค๕ณ๒ะ๗ก”รรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นมกั างาตนรคาณ๒ะก๑รรพมรกะารรกาฤชษบฎัญีกญา ัติน้ีใหใชบังคสาํับนตกั ั้งงแานตค8วณันะถกัดรจรามกกวารันกปฤรษะฎกีกาาศในราชกิจจา นุเบกษาเป/นตนไป สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓ ใหยกเลิกพระราชบญั ญัตินาํ้ ตาลทราย พ.ศ. ๒๕๑๑ สาํ นบกั งรารนดคาณบะทกกรรฎมหกมารากยฤษกฎฎีกาขอบังคับ แลสะาํ ปนกัรงะากนาคศณอะื่นกรใรดมใกนาสร8กวฤนษทฎี่บีกัญา ญัติไวแลวใน พระราชบัญญตั นิ ี้ หรอื ซ่งึ ขัดหรือแยงกับบทแห8งพระราชบัญญตั ินี้ ใหใชพระราชบญั ญัตินแ้ี ทน สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ น“มกั อางตาอนรยคา”ณ๔หะกมใรานรยมพคกรวาะารรมกาวฤช8าษบฎอญั ีกอญายซตั ่ึงนิ ตี้ ามปกติใสชาํ นในกั กงาานรคผณลติะกนร้ํารตมากลาทรกรฤาษยฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษ“ฎนีก้ําาตาลทราย” หสามํ นากั ยงคานวคามณวะ8ากรนรม้ํากตาารลกทฤี่ษผฎลีกิตาไดจากออย แสลาํ ะนหกั งมาานยคคณวะากมรรรมวกมาถรึงกฤษฎีกา นํ้าออยซึ่งเค่ียวเป/นนํ้าเช่ือมหรือรูปอ่ืนเพื่อใชในการผลิตนํ้าตาลทรายและในกรณีที่มีการนําผลพลอย ไดมารวมเพ่ือคสาํํานนกั วงณานรคาณคะากอรอรยมแกลาระกผฤลษตฎอีกบา แทนการผลสิตาํ แนลกั ะงาจนําคหณนะ8ากยรนรม้ํากตาารลกทฤษราฎยีกาใหหมายความ รวมถึงผลพลอยไดดวย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษ“ฎผีกลาพลอยได” หมสาาํ ยนคกั งวาานมควณ8าะกการรกมนก้ําาตรากลฤษแฎลีกะาหมายความรวสมาํ นถกั ึงงผาลนพคณลอะกยรไรดมอก่ืนาใรดกฤษฎีกา ทไ่ี ดจากการผลิตนาํ้ ตาลทราย สาํ น“กั นงาํานเขคาณ”ะกหรมรามยกคารวกาฤมษวฎ8าีกนาําเขามาในราสชาํอนากัณงาานจคกั ณร ะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม8 ๑๐๑/ตอนท่ี ๑๐๓/ฉบับพเิ ศษ หนา ๑/๘ สิงหาคม ๒๕๒๗
- ๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า “ส8งออก” หมายความวา8 จาํ หน8ายออกไปนอกราชอาณาจกั ร สาํ นกั งานคณะกรรมการก“ฤจษําหฎีกนาา8 ย” หมายควสาาํ มนรกั วงมานถคงึ ใณหะยกมื รแรมลกะาจราํ กนฤาํ ษดฎวีกยา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา “ชาวไร8ออย” หมายความว8า ผซู ่ึงปลกู ออยเพือ่ ส8งใหแก8โรงงาน ส“าํ หนัวกั หงานนาคกณละุ8มกชรรามวกไรา8อรกอฤยษ”ฎหีกามายความว8า สชาํ านวกั ไงรา8อนอคยณซะ่ึงกรรับรมมกอาบรอกฤอษยฎขีกอางชาวไร8ออย อ่ืนเพื่อสง8 ใหแก8โรงงาน สาํ นกั งานคณะกรรมการก“ฤผษูแฎทีกนาชาวไร8ออย”สาํหนมกั างยานคควณามะกวร8ารมชกาาวรไกรฤ8อษอฎยีกซาึ่งไดรับการเสสาํนนอกั เงปา/นนคผณูแะทกนรรขมอกงารกฤษฎีกา ชาวไร8ออย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา “สถาบันชาวไรอ8 อย” หมายความวา8 สมาคม สหกรณI หรือกลุ8มเกษตรกรชาวไร8ออย สาํ นกั ทงี่จานดคทณะะเกบรียรมนกเปาร/นกนฤษิตฎิบีกุคาคลตามกฎหสมาํ านยกั งแานลคะณไดะกจรดรทมกะาเรบกียฤนษไฎวีกกาับคณะกรรมสกาํ านรกั ตงาานมครณะะเกบรียรบมกทา่ี รกฤษฎีกา คณะกรรมการกําหนด แต8ไมร8 วมถงึ บรษิ ัทจํากัด หรือหางหุนส8วนจํากัดท่ีมีชาวไร8ออยเป/นผูถือหุนหรือ หนุ ส8วน ไม8ว8าทงั้ หสมาํ นดกัหงราือนบคาณงะสก8วรนรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา “โรงงาน” หมายความว8า โรงงานตามกฎหมายว8าดวยโรงงานซึ่งผลิตน้ําตาลทราย สาํ นกั เงวานนแคตณ8เะปก/นรโรรมงกงาารนกซฤษึ่งผฎลีกิตา นํ้าตาลทรายสปาํ นรกัะงเาภนทคหณระือกปรรรมิมกาาณรกทฤี่ไษมฎ8เกีกินา จํานวนท่ีกําหสนาํ นดกั ใงนากนฎคณกระะกทรรรมวกงารกฤษฎีกา และใหหมายความรวมถึงผูซง่ึ ไดรบั อนุญาตใหต้งั และประกอบกจิ การโรงงานผลติ นํา้ ตาลทรายดวย ส“าํ ผนูแกั ทงานนโครณงงะากนรร”มกหามรากยฤษคฎวาีกมา ว8า ผูซึ่งเป/นสตาํัวนแกั ทงานนขคอณงะโกรรงรงมากนาทร่ีไกดฤรษับฎกีกาารเสนอเป/น สาํ นกั ผงูแานทคนณขะอกงรโรรมงงกาานรก“ฤกษอฎงทีกาุน” หมายควาสมาํ วนา8 กั งกาอนงคทณุนะอกอรรยมแกลาะรนกฤํ้าตษาฎลีกทาราย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส“าํ สนาํ กั นงากั นงคานณ”ะกหรมรมากยาครวกาฤมษวฎา8 ีกสาาํ นักงานคณะสกาํ นรกัรงมากนาครณอะอกยรแรลมะกนารา้ํ กตฤาษลฎทีกราาย “คณะกรรมการ” หมายความว8า คณะกรรมการออยและนํ้าตาลทราย สาํ นกั งานคณะกรรมการก“ฤเลษขฎาีกธากิ าร” หมายคสวาํ านมกั วงา8านเคลณขาะกธกิรรามรกคาณรกะฤกษรฎรมีกาการออยและนสาํ้ าํ ตนากั ลงทานรคายณะกรรมการกฤษฎีกา “พนักงานเจาหนาท่ี” หมายความว8า ผูซ่ึงรัฐมนตรีแต8งตั้งใหปฏิบัติการตาม พระราชบญั ญตั ินสี้ าํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา “รัฐมนตรี” หมายความว8า รฐั มนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวา8 การกระทรวงเกษตรและสหกรณI รัฐมนตรีว8าการกระทรวง พาณิชยIและรัฐมนสาํตนรกั ีวง8าากนาครณกะรกะรทรมรกวางรอกุตฤสษาฎหีกการรม รักษากสาารํ นตกัางมาพนคระณระากชรบรมัญกญารัตกินฤษ้ี แฎลีกะาใหมีอํานาจ สาํ นกั แงตาน8งตคง้ัณพะนกรกั รงมากนาเรจกราะฤหเษนบฎายี ีกทบา่ีแนลั้นะอเมอือ่ กไรดะปเบรสะียาํ นกบกาัเพศงาใอ่ื นนปครฏณาิบชะกตักริจกิ รจามรากตนาาเุ รบมกกพฤษษระาฎแรีกาลาชวบใหัญใญชบตั งัินค้ี ับไสดาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานบคทณทะ่วักไรปรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖ เพ่ือรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศและคุมครองรักษา สาํ นกั ผงลานปครณะโะยกรชรนมIขกอารงกชฤาษวฎไรีก8อาอยในดานกาสราํ นผกลั งิตาแนลคะณจะํากหรรนม8ากยาแรกลฤะษใหฎีกเกาิดความเป/นธสราํ รนมกั แงากน8โครงณงะากนรแรมลกะารกฤษฎีกา ผูบริโภค การจัดระบบและควบคุมการผลิตและจําหน8ายออยและน้ําตาลทราย ใหเป/นไปตาม บทบญั ญัติแห8งพรสะาํ รนากั ชงบานัญคญณัตะกินร้ี รมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๓ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗ เพ่อื ประโยชนIในการปอM งกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สาํ นกั ใงหาถนือควณ8าะบกรรรรมดกาากรรกรฤมษกฎาีกราและอนุกรรมสกาํ นารกั ตงาานมคพณระะกรรารชมบกัญารญกฤัตษินฎี้ ีกแาละลูกจางท่ีจาสงาํ โนดกั ยงใาชนคเงณินะกกอรงรทมกุนารกฤษฎีกา เป/นเจาหนาทีข่ องรฐั ตามกฎหมายว8าดวยการปMองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบใน วงราชการ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่คณะกรรมการปMองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวง สาํ นกั รงาาชนกคาณระมกีมรรตมิวก8าารกกรฤรษมฎกีกาาร อนุกรรมกาสราํ นหกั รงือาลนูกคจณาะงกตรรามมกวารรรกคฤหษนฎึ่ีงกาผูใดทุจริตหรสือาํปนรกั ะงพานฤคตณิมะิชกอรบรมใกหารกฤษฎีกา รัฐมนตรีผูสั่งแตส8งาํตนั้งกั สงําานหครณับะกกรรณรมีขกอารงกกฤรษรฎมีกกาารท่ีรัฐมนตรสีาแํ นตกั 8งงตาน้ังคแณละะกรรรัฐมมกนารตกรฤีวษ8าฎกีกาารกระทรวง อุตสาหกรรมสําหรับกรณีอ่นื ส่ังใหผูนนั้ พนจากตาํ แหนง8 และในกรณีการกระทําของผูน้ันเป/นความผิด สาํ นกั องาานญคาณดะวกยรรใมหกคารณกะฤกษฎรรีกมา การปMองกันสแาํ ลนะกั ปงารนาคบณปะรการรมมกกาารรทกฤุจษรฎิตีกแาละประพฤติมสิชาํ นอกั บงใานนควณงระากชรรกมากรารกฤษฎีกา ดําเนินการต8อไปตามอํานาจหนาที่ตามกฎหมายว8าดวยการปMองกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมชิ อบในสวาํ งนรกั างชากนาครณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา ๘ ภายใตสบาํ นังกั คงัาบนมคาณตะกรรารม๒ก๔ารกวฤรษรฎคีกาสาม ผูใดจะสดาํ ํนากัรงงาตนําคแณหะกนร8รงมใกนารกฤษฎีกา คณะกรรมการตา8 ง ๆ หรอื คณะอนุกรรมการตามพระราชบัญญัตนิ ีใ้ นขณะเดยี วกันเกินสองคณะมิได สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั คงาณนหะคมกณวระดรกมร๒รกมากรารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตรฎาีกา๙ ใหมีคณะกสราํรนมกั กงาารนคคณณะะหกนรร่ึงมเรกียากรกวฤ8าษ“ฎคีกณาะกรรมการออสยาํ แนลกั ะงานน้ําคตณาละกทรรรามยก”ารกฤษฎีกา ประกอบดวยผูซึ่งรัฐมนตรีว8าการกระทรวงเกษตรและสหกรณIแต8งตั้งจากขาราชการในกระทรวง เกษตรและสหกรสณาํ นIหกั นง่ึงาคนคนณผะูซกึ่งรรรมัฐมกานรตกรฤีวษ8าฎกีกาารกระทรวงพสาาํณนิชกั งยาIแนตค8งณตะ้ังกจรารกมขกาารรกาฤชษกฎาีกรใานกระทรวง พาณิชยIสองคน ผูซ่ึงรัฐมนตรีว8าการกระทรวงอุตสาหกรรมแต8งต้ังจากขาราชการในกระทรวง สาํ นกั องุตานสคาหณกะกรรรรมมสกอางรคกนฤษผฎแู ีกทานชาวไรอ8 อยเสกาํ านคกั นงาแนลคะณผะแู กทรนรมโรกงางรากนฤเษจฎ็ดีกคาน เปน/ กรรมกสาาํรนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหคณะกรรมการเลือกกรรมการดวยกันเป/นประธานกรรมการ รองประธาน กรรมการคนท่หี นสง่ึ าํ นแกัลงะารนอคงณปะรกะรธรามนกการรกรฤมษกฎารีกคานท่สี องตําแหสนาํ น8งกลั งะาหนนคง่ึณคะนกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกใหฤเษลฎขีกาาธิการเปน/ เลขสาานํ นกุ กั างราคนณคณะกะกรรรรมมกกาารรกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาานค๑ณ๐ะกรผรูซมึ่งกราัฐรกมฤนษตฎรีกีวา8าการกระทรสวาํ งนเกั กงษานตครณแะลกะรสรมหกการรกณฤI ษรฎัฐีกมานตรีว8าการ กระทรวงพาณิชยI หรอื รัฐมนตรีว8าการกระทรวงอุตสาหกรรมแต8งตั้งตามมาตรา ๙ ตองไม8เป/นชาวไร8ออย สาํ นกั กงรารนมคกณาะรกรผรูจมัดกการากรฤหษรฎอื ีกพานักงานหรือลสูกาํ จนากั งงขานอคงโณระงกงารรนมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๑คณ๑ะกผรูแรมทกนาชรกาฤวษไรฎ8อีกอายและผูแทนสโารํ นงกงั างานนตคอณงะมกีครุณรมสกมารบกัตฤิแษลฎะีกไาม8มีลักษณะ ตองหาม ดงั ตอ8 ไปนี้ สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษมฎีสีกัญา ชาติไทย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ไม8เคยเปน/ บุคคลลมละลาย ส(๓าํ น)กั ไงมา8เนคคยณไดะกรับรรโมทกษาโรดกยฤคษําฎพีกิพา ากษาถงึ ทีส่ ดุ สใาํ หนจกั าํงคานกุ คเณวะนกแรตร8เมปก/นารโทกฤษษสฎําีกหารับความผิด สาํ นกั ทงไ่ีาดนกครณะะทกาํรโรดมยกปารรกะฤมษาฎทีกหา รอื ความผดิ ลสหาํ นุโทกั งษานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า (๔) ไม8เคยเป/นผูถกู ส่งั ใหออกตามมาตรา ๗ วรรคสอง สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษไฎมีก8เาป/นขาราชการสกาํ านรกั เงมาอืนงคหณระอื กดราํรรมงกตาํารกแฤหษนฎ8งีกในาทางการเมอื งสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) ไม8เปน/ กรรมการพรรคการเมอื งหรอื เจาหนาท่พี รรคการเมือง สผาํ ูแนทกั นงาชนาควณไระอ8กอรรยมตกอางรเกปฤ/นษชฎาีกวาไร8ออยซึ่งไดรสับาํ กนากั รงเาสนนคอณชะ่ืกอรจรามกกสาถรกาบฤษันฎชีกาาวไร8ออยโดย ตองคํานึงถึงสดั ส8วนของปริมาณออยของสมาชิกของแต8ละสถาบัน และตองไม8เป/นกรรมการ ผูจัดการ สาํ นกั พงนานกั คงณานะกหรรรือมลกูกาจรกาฤงขษอฎงีกโารงงาน สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สผาํ ูแนทกั งนาโนรคงณงาะนกตรรอมงกเปาร/นกกฤรษรฎมีกกาาร ผูจัดการสพาํ นนกัักงงาานนคหณระือกลรรูกมจกาางรขกอฤงษโฎรีกงางานซึ่งไดรับ การเสนอชอ่ื จากสมาคมโรงงานและตองคํานึงถงึ สัดส8วนตามกาํ ลังผลิตของสมาชกิ ของสมาคมโรงงาน สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรฎเสีกนา อและการถสอาํ นดกัถงอานนคผณูแะทกนรรชมากวาไรรก8อฤษอฎยีกแาละผูแทนโรงสงาํ านนกั ใงหานเคปณ/นะไกปรตรมากมารกฤษฎีกา ระเบยี บที่รฐั มนตรกี าํ หนดโดยความเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๒ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการอย8ูในตําแหน8ง สาํ นกั คงราานวคลณะะสกอรงรปมก0 ารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา เม่ือครบกําหนดตามวาระดังกล8าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการแต8งตั้งหรือเสนอ บุคคลอื่นเป/นกรรสมาํ นกกั างรานใคหณกะรกรรมรกมากราซรกึ่งฤพษนฎจีกาากตําแหน8งตาสมาํ วนากั รงาะนนคั้นณอะยกู8ใรนรมตกําาแรหกนฤษ8งเฎพีกื่อาดําเนินงาน สาํ นกั ตง8อานไปคจณนะกกรวร8ามกกรารรมกปกฤราษะรฎธซีกาึ่งานไดกรรบั รแมตกง8 าตรัง้ หรสรอาํ อื งนเปกัสงรนาะอนธเคาขณนาะรกกบั รรหรรมนมกกาทาารรี่ กฤแษลฎะีกการรมการซ่ึงพนสาจํ นากักงตาํนาแคหณนะก8งรรอมากจารกฤษฎีกา ไดรบั แต8งต้งั อีกไดสแาํ ตนจ8กั ะงาแนตคง8 ณต้งัะตกริดรตมอ8 กกานัรกเกฤนิษฎสีอกางวาระไมไ8 ด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๓ นอกจากสพาํ นนกั จงาากนตคําณแะหกรนร8งมตกาามรวกาฤรษะฎตีกาามมาตรา ๑๒สาํปนรกั ะงธานานคณกระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา รองประธานกรรมการ และกรรมการ พนจากตําแหน8งเมอื่ ส(๑าํ น)กั ตงาานยคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ลาออก สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษเฎปีก/นาบุคคลลมละลสาาํ นยกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ไดรบั โทษจาํ คกุ โดยคําพิพากษาถงึ ที่สดุ ใหจําคุก ส(าํ๕น)กั ขงาานดคคณุณะกสรรมมบกัตาริหกรฤือษฎมีกีลาักษณะตองหสาํานมกั ตงาานมคมณาะตกรรรามก๑า๐รกฤหษรฎือีกมา าตรา ๑๑ สาํ นกั แงลานวคแณต8ะกกรรณรมี การก(๖ฤ)ษรฎฐัีกมานตรีผแู ต8งตงั้ สใหาํ นอกั องกานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส(๗าํ น)กั ถงูกานถคอณดถะกอรนรตมากมารมกาฤตษรฎาีก๑า๑ วรรคส่ี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๔ ในกรณสีาทํ น่ีกกั รงรานมคกณาระกพรนรมจกาากรตกําฤแษหฎีกนา8งก8อนวาระ ใสหาํ แนตกั ง8งาตน้ังคหณระือกเรสรนมกอารกฤษฎีกา บุคคลอื่นเป/นกรรมการแทน แลวแต8กรณี โดยไม8ชักชาและใหผูซ่ึงเป/นกรรมการแทนอย8ูในตําแหน8ง เทา8 วาระทเ่ี หลืออสยาํ ู8ขนอกั งงผานซู คง่ึ ตณนะกแรทรนมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในระหว8างที่ยังไม8มีการเสนอกรรมการแทนดังกล8าวตามวรรคหนึ่ง ถามีความ สาํ นกั จงําาเนปค/นณตะอกงรมรมีกกรารรมกกฤาษรฎแีกทานเพ่ือปฏิบัติหสาํนนากั ทง่ีตานาคมณพะรกะรรรามชกบาัญรกญฤษัตฎินีกี้ ใาหรัฐมนตรีแตส8งาํตน้ังกั ผงูซานึ่งมคีคณุณะกสรมรบมกัตาิ รกฤษฎีกา และไม8มีลกั ษณะตองหามตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ เปน/ กรรมการ สเามํ น่อื กั ไงดามนีกครณระมกกรารรมแกทารนกตฤาษมฎวีกรารคหน่ึงแลว สใหาํ นกกัรงรามนกคาณระซกึ่งรไรดมรกับาแรกตฤ8งษตฎ้ังตีกาามวรรคสอง สาํ นกั พงนานจคาณกตะกํารแรหมนกง8ารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๕ ประธานสกาํ รนรกั มงากนาครณเปะ/นกผรรเู รมยี กการปกรฤะษชฎมุ ีกคาณะกรรมการสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการประชุมคณะกรรมการ ตองมีกรรมการมาประชุมไม8นอยกว8าก่ึงหน่ึงของ จํานวนกรรมการทสาํงั้ นหกัมงดานจคงึ ณจะะกเปรร/นมอกงาครIปกฤรษะชฎุมีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหประธานกรรมการเป/นประธานในท่ีประชุม ในกรณีท่ีประธานกรรมการไม8อยู8ในที่ สาํ นกั ปงรานะคชณุมะกหรรรือมไกมา8อรกาฤจษมฎาีกปาระชุมได ใหรสอาํ นงกัปงราะนธคาณนะกกรรรรมมกกาารกรฤคษนฎทีกี่หานึ่งเป/นประธสาาํ นนกใั นงาทนี่ปครณะะชกุรมรมถกาารกฤษฎีกา ประธานกรรมกาสราํ แนลกั ะงารนอคงณประกะรธรามนกการรกรมฤษกฎาีรกคา นท่ีหนึ่งไม8อสยาํ8ูในนกั ทงี่ปานรคะณชุมะกหรรรือมไกมา8อรกาฤจษมฎาีกปาระชุมได ให รองประธานกรรมการคนท่ีสองเป/นประธานในที่ประชุม ถาประธานกรรมการและรองประธาน สาํ นกั กงรานรคมณกะากรรทรั้งมสกาอรงกคฤนษฎไมีก8อา ยู8ในที่ประชสุมาํ นหกั รงือานไมค8อณาะจกรมรามปกราระกชฤุมษไฎดีกาใหกรรมการสซาํ ่ึงนมกั างาปนรคะณชะุมกเรลรืมอกการกฤษฎีกา กรรมการคนหนึ่งเปน/ ประธานในท่ีประชมุ สกาํ านรกั วงนิ านจิ คฉณัยชะกีข้ รารดมโกดายรมกตฤิขษอฎงีกทา่ีประชุมใหถือสเาํสนียกั งงขาานงคมณาะกกรกรรมรกมากรการฤคษนฎีกหาน่ึงใหมีเสียง หนงึ่ ในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเท8ากันใหประธานในท่ีประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป/น สาํ นกั เงสาียนงคชณ้ขี ะากดรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๑คณ๖ะกใรนรมกกราณรกีทฤ่ีปษรฎะีกธาานกรรมการสไาํ มน8อกั งาาจนปคฏณิบะกัตริหรมนกาาทรี่ไกดฤษใฎหีกราองประธาน สาํ นกั กปงรฏานริบมคัตกณิหาะรนกครารนทมท่ีไกด่ีหารนใกึ่งหฤรรษักอฎษงีกาปากราะรธแาทนนกรถรามปสาํกรนะากั รธงคาานนนกคทรณ่ีสระอมกงกรรราักมรษกแาลารกะกราฤอรษแงฎปทีกรานะธถาานปกรระรธมากนสากาํรนรคกัรนงมทากนี่หาคนรณ่ึงแะลกไมะรร8อรมอากจงารกฤษฎีกา ประธานกรรมกาสราํ ทนั้งกั สงอานงคคณนะไมกร8อรามจกปารฏกิบฤัตษิหฎนีกาาท่ีได ใหเลขาสนาํ นุกกั างราเนรคียณกะปกรระรชมุมกาเพรกื่อฤใษหฎทีก่ีปาระชุมเลือก กรรมการคนหนง่ึ เป/นผรู ักษาการแทนประธานกรรมการ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๗ คณะกรรมการมหี นาท่ีดังต8อไปน้ี ส(๑าํ น)กั กงาํานหคนณดะแกผรนรกมากราปรกลฤูกษแฎลีกะาผลติ ออยและสกาํ านรกั ผงลานติ คนณ้ําตะากลรรทมรกาายรกฤษฎีกา (๒) กําหนดทองท่ที เ่ี หมาะสมสาํ หรบั การสง8 เสริมการปลูกออย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤษ) ฎกีกําาหนดพันธุIออสยาํ ทนกี่ัเหงามนาคะณสะมกเรพรมื่อกสา8งรเกสฤรษิมฎใีกหาชาวไร8ออยปสลาํ นูกกัองอานยคในณทะกอรงรทม่ีกทา่ี รกฤษฎีกา คณะกรรมการกําหนดตาม (๒) ส(๔าํ น)กั กงําานหคนณดะรกะรเรบมียกบารหกฤลษักฎเกีกณา ฑI วิธีการ แสลาํ ะนเกังง่ือานนไคขณกะากรรขรอมจกดารทกะฤเษบฎียีกนาและการรับ สาํ นกั จงดานทคะณเบะยีกนรรสมถกาาบรันก(๕ฤช)ษาฎวกไีกําราหอ8 นอดยระเบียบสวาํ8านดกั วงยานกคารณจะดกรทระมเกบาียรกนฤชษาฎวีกไรา8ออยและหัวหสนาํ นากักงลาุ8นมคชณาวะไกรร8อรมอกยารกฤษฎีกา และเพิกถอนการจสาดํ นทกั ะงเาบนียคนณหะวักหรรนมากกาลรม8ุกฤชษาวฎไีกรา8ออย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) กําหนดหลักเกณฑI วิธีการ และเงื่อนไขเก่ียวกับการดําเนินการของหัวหนากล8ุม สาํ นกั ชงาาวนไครณอ8 ะอกยรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๗) กําหนดปริมาณออยท่ีใหชาวไร8ออยผลิตซึ่งตองคํานึงถึงพ้ืนที่ปลูกออยท่ีจด ทะเบยี นไวตาม (๕สาํ)นแกั ลงะานปครณมิ าะณกรผรลมผกลารติ กโฤดษยฎเฉีกลายี่ ในสามป0ท่ผี สา8 าํ นนมกั งาานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) กาํ หนดระเบียบวา8 ดวยการจดั สรรปริมาณออยใหแกโ8 รงงาน สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๙ฤ)ษกฎําีกหานดระเบยี บวส8าาํ ดนวกั ยงกานาครสณ8งะเกสรรริมมกกาารรกปฤลษูกฎอีกอาย รวมท้ังการสปาํ Mอนงกั กงาันนคควณบะคกุมรแรมลกะารกฤษฎีกา การปราบศตั รูออย ส(า๑ํ น๐กั )งากนําคหณนะดกรรระมเบกาียรบกฤวษ8าดฎวีกยา การตัดและสสาํ8งนอกั องยานใหคแณกะก8โรรงรมงากนารกแฤลษะฎกีกาารตรวจสอบ สาํ นกั คงณุานภคาณพะอกอรยรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า (๑๑) กําหนดวันเร่ิมตนการหีบออยผลิตน้ําตาลทราย อัตราการหีบออยปกติต8อวัน สาํ นกั ขงอานงแคตณล8 ะะกโรรรงมงกาานรแกลฤษะวฎันีกสา น้ิ สดุ การหีบอสาํอนยกั ผงลานิตคนณํา้ ตะกาลรรทมรกาายรกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑๒) กาํ หนดระเบียบว8าดวยการรบั ออยจากชาวไร8ออยหรอื หัวหนากล8ุมชาวไร8ออย ส(๑าํ น๓กั )งากนําคหณนะดกชรนรมิดกคารณุ กภฤาษพฎีกแาละปรมิ าณน้าํสตาํ นาลกั ทงารนาคยณทะ่ใี กหรโรรมงงกาานรกผฤลษติ ฎีกา (๑๔) กําหนดระเบียบว8าดวยการจัดการออยหรือนํ้าตาลทรายส8วนท่ีผลิตเกินจาก สาํ นกั ปงรานิมคาณณะทกี่ครณรมะกการรรกมฤกษาฎรีกกาาํ หนดตาม (๗ส)าํ นหกั รงือาน(๑คณ๓ะ)กรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส(า๑ํ น๕กั )งากนําคหณนะดกรรระมเบกาียรบกวฤ8าษดฎวีกยาการดําเนินกสาาํ รนกกั ับงาโนรคงณงาะนกทรรี่ผมลกิตารนกํ้าฤตษาฎลีกทารายไม8ครบ ตามปริมาณท่ีคณะกรรมการกาํ หนดตาม (๑๓) สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤษ๖ฎ)ีกกาําหนดระเบีสยาํบนแกั ลงาะนวคิธณีกะากรรใรนมกกาารรกจฤัษดฎกีกาารนํ้าตาลทราสยาํ ทนี่ไกั มงา8ไนดคคณุณะกภรารพมกทาี่ รกฤษฎีกา คณะกรรมการกาํ หนดตาม (๑๓) ส(า๑ํ น๗กั )งากนําคหณนะดกรระมเบกาียรบกวฤ8าษดฎวีกยาการผลิต กาสราํบนรกั รงจานุ กคาณระเกกร็บรรมักษารากฤสษถฎาีกนาที่เก็บรักษา การสํารวจ การขนยาย การสง8 มอบนา้ํ ตาลทราย และผลพลอยได สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ๘ษฎ) ีกกาาํ หนดหลกั เกณสาํ ฑนIกั วงิธาีกนาครณแะกลระรเมง่อืกนารไกขฤกษาฎรจีกําาหน8ายนํ้าตาลสทาํ รนากั ยงาเพนคื่อณใชะบกรรริโภมกคารกฤษฎีกา ในราชอาณาจักร และกําหนดราคาขายน้ําตาลทรายดงั กลา8 ว ส(๑าํ น๙กั )งากนําคหณนะดกหรลรมักกเการณกฑฤษI วฎิธีกกี าาร และเงอ่ื นไสขาํ ในนกั กงาานรคนณําเะขการนรม้ําตกาารลกทฤรษาฎยีกใานกรณีท่ีเกิด สาํ นกั คงวานามคจณาํ ะเกปร/นรมการก(๒ฤ๐ษฎ) ีกกาําหนดหลักเกสณาํ นฑกั I งวาิธนีกคาณระแกลรระมเงกื่อารนกไฤขษเกฎ่ียีกวากับการอนุญาสตาํ นใหกั งสา8งนอคอณกะนกํ้ารรตมากลารกฤษฎีกา ทราย หลกั เกณฑสI วาํ นิธกีักงาารนคแณละะกเงรื่อรนมกไขารดกังฤกษลฎ8าีกวาตองไม8มีลักษณสาํ ะนทกั ํางาใหนคบณุคะคกลรหรมนก่ึงาบรุคกคฤลษใฎดีกเาป/นผูส8งออก แตเ8 พยี งผูเดียว สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ๑ษฎ) ีกกาําหนดหลักเกสณาํ นฑกั Iแงลานะวคิธณีกะากรรเรกม่ียกวากรกับฤกษาฎรีกคาํานวณตนทุนใสนาํ นกกัารงาผนลคิตณอะอกยรแรมลกะารกฤษฎีกา น้าํ ตาลทราย ส(า๒ํ น๒กั )งากนําคหณนะกดรหรลมักกาเรกกณฤฑษฎIแีกลาะวิธีการเก่ียวสากํ นับกั กงาานรคจณัดะทกํารปรมรกะามรากณฤษกฎาีกรารายได การ กําหนดและการชําระราคาออยและค8าผลิตนํ้าตาลทราย ซึ่งตองคํานึงถึงตนทุนการผลิตออยและ สาํ นกั นง้ําานตคาลณทะกรารยรมแกลาะรกกอฤงษทฎนุีกทา ม่ี ีอย8ูดวย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒๓) กําหนดอตั ราส8วนของผลตอบแทนระหวา8 งชาวไร8ออยและโรงงาน โดยคํานึงถึง รายไดท่ีไดจากกาสราํขนากั ยงนานํ้าตคาณละทกรรรามยกแาลระกผฤลษพฎลีกอายไดท้ังหมด สเพาํ นื่อกัใชงาเนปคน/ ณเกะณกรฑรมIในกการากรฤคษําฎนีกวาณราคาออย สาํ นกั แงลานะคคณา8 ผะลกิตรรนม้ํากตาารลก(๒ทฤ๔ษราฎ)ยีกกาําหนดอตั ราค8าสธาํ นรรกั มงาเนนคยี ณมกะการรรวมิจกัยาแรลกะฤสษ8งฎเีกสาริมการผลิตออสยาํ นแกัลงะานน้ํคาตณาะลกทรรรมากยารกฤษฎีกา และวิธีการชาํ ระคส8าาํ ธนรกั รงมานเนคียณมะกตรลรอมดกจารนกอฤัตษรฎาีกคาา8 บาํ รงุ สถาบันสชาํ นากัวงไราน8อคอณยะกรรมการกฤษฎีกา (๒๕) กําหนดระเบยี บวา8 ดวยเบีย้ ปรับและเงินรางวัลสําหรับการนําจับผูฝSาฝTนหรือไม8 สาํ นกั ปงฏานบิ คตั ณิตะากมรรระมเกบายี รบกฤหษรฎือีกปาระกาศที่คณะสกาํ รนรกั มงกานาครกณําะหกนรรดมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒๖) กําหนดระเบียบว8าดวยค8าใชจ8ายในการควบคุมการผลิตออยและนํ้าตาลทราย การจําหนา8 ย การสนาํ าํนเกัขงาาแนลคะณกะากรรสรง8มอกอากรกนฤาํ้ ษตฎาีกลาทราย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒๗) กาํ หนดระเบยี บวา8 ดวยการจางลกู จางโดยใชเงินกองทุน สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤษ๘ฎ) ีกกาําหนดค8าตอบสาํแนทกั นงาคนณคณะกะกรรรรมมกกาารรกตฤ8าษงฎๆีกาตามพระราชสบาํ ัญนกั ญงาัตนินค้ี ณนะอกกรจรมากการกฤษฎีกา คณะกรรมการออยและนํ้าตาลทราย ส(๒าํ น๙กั )งาปนฏคบิ ณัตะิหกนรรามทกี่อา่ืนรกตฤาษมฎทีก่ีกาฎหมายกําหนสดาํ หนรกั อืงาทนีค่ คณณะะรกัฐรรมมนกตารรีมกฤอษบฎหีกมาาย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ๐ษฎ) ีกกาาํ หนดระเบยี บสอาํ นืน่ กัใดงาเนพคอื่ ณปะฏกิบรัตรมกิ กาารรใกหฤเปษ/นฎีกไปาตามพระราชสบาํัญนญกั งตั านินคี้ ณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๗ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า การกําหนดตาม (๑) (๔) (๕) (๖) (๑๔) (๑๕) (๑๖) (๑๘) (๑๙) (๒๐) (๒๑) (๒๒) สาํ นกั (ง๒า๓น)คณ(๒ะ๕ก)รร(๒มก๖า)รก(๒ฤ๘ษ)ฎีกแาละ (๓๐) ตองสไดาํ นรกับั งคาวนาคมณเหะก็นรชรอมบกาจรากกฤคษณฎีกะารฐั มนตรี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา การกําหนดตาม (๒) (๓) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๗) (๒๔) และ (๒๗) ตองไดรับความเหสน็ าํ ชนอกั บงาจนาคกณระฐั กมรนรตมรกีารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา การกําหนดตาม (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) (๑๕) สาํ นกั (ง๑า๖นค) ณ(๑ะ๗กร)ร(ม๑ก๘าร)ก(๑ฤษ๙ฎ)ีก(า๒๐) (๒๑) (๒ส๒าํ )นกั(๒งา๓น)ค(ณ๒ะ๔ก)รร(๒มก๕า)ร(ก๒ฤ๖ษฎ) ีกแาละ (๓๐) ใหปสราํ ะนกกั างศานในคณราะชกกรริจมจกาารกฤษฎีกา นเุ บกษา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๘ ในการสปาํ นฏกั ิบงัาตนิหคนณาะทกี่รตรามมกพารรกะฤรษาฎชีกบาัญญัติน้ี คณสะาํกนรกั รงมานกคาณรจะกะรมรอมกบารกฤษฎีกา อํานาจใหคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการบริหารกองทุน คณะกรรมการออย คณะกรรมการ นํ้าตาลทราย หรสือาํ นสกั ํางนานักคงณานะกกรรระมทกาํารกกาฤรษใฎดีกาๆ แทน หรือสมาํ ีหนกันงังาสนือคณเระียกกรรบมุคกคารลกซฤึ่งษเฎกีกี่ยาวของมาให ขอเท็จจริง คาํ อธิบาย คาํ แนะนาํ หรือความเหน็ ได สาํ นกั งานคณะกรรมการกเมฤ่ืษอฎคีกณาะกรรมการบสาํ รนิหกั างารนคคณณะะกกรรรมรกมากรกาฤรษบฎรีกิหาารกองทุน คสณาํ นะกั กงารนรคมณกะากรรอรมอกยารกฤษฎีกา คณะกรรมการนํ้าตาลทราย หรือสํานักงานไดกระทําการไปแลวตามวรรคหน่ึง ตองรายงานให คณะกรรมการทรสาาํบนดกั วงยานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๙ ใหคณะกสารํ นรกมั งกาานรคไณดระบักรคร8ามตกอาบรกแฤทษนฎตีกาามท่คี ณะรัฐมนสตาํ รนกีกั ํางหานนคดณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๓ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํคนณกั งะากนรครณมะกการรรบมรกิหารากรฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐ ใหคณะกรรมการแต8งต้ังกรรมการคณะหนึ่งเรียกว8า “คณะกรรมการ สาํ นกั บงรานิหคาณร”ะกปรรรมะกกาอรบกฤดษวฎยีกผาูแทนกระทรวสงาํ เนกกัษงตานรคแณละะกสรหรกมรกณารIหกฤนษึ่งฎคีกนาผูแทนกระทสราวํ นงกัพงาาณนคิชณยะIหกนรึ่งรคมกนารกฤษฎีกา ผูแทนกระทรวงอุตสาหกรรมหน่ึงคน ผูแทนชาวไร8ออยหาคน ผูแทนโรงงานสี่คน และผูทรงคุณวุฒิ หน่งึ คน เป/นกรรมสกาํ นารกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั กงรารนมคกณาะรกแรลรมะเกลาขรกใาหฤนษคกุ ฎณารีกะากตาํรแรมหกนาง8 รลบะรหิหสนาําง่ึนรคกัเนลงาือนกคกณระรกมรกรามรกดารวกยฤกษันฎเีกปา/นประธานกรรสมาํ นกกัางรานรอคณงปะรกะรรธมากนารกฤษฎีกา สใาํหนนกั ํางมานาคตณราะก๑รร๑มกมาารตกรฤาษฎ๑ีก๒า มาตรา ๑๓สมาํ นาตกั รงาาน๑คณ๔ะแกรลระมมกาาตรกรฤาษ๑ฎ๕ีกามาใชบังคับ โดยอนโุ ลม สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑ คณะกรรมการบรหิ ารมหี นาที่ดังต8อไปนี้ ส(าํ๑น)กั งใาหนคคําณปะรกึกรรษมากหารรกือฤขษอฎีกเสานอแนะต8อคสาํณนะกั งการนรคมณกะากรรรใมนกเารร่ือกงฤตษาฎมีกามาตรา ๑๗ นอกจาก (๒๘) และ (๒๙) สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษปฎีกฏาิบัติหนาทีต่ ามสราํ ะนเกับงียาบนทคณค่ี ณะกะรกรรมรกมารกกาฤรษกฎําหีกานด (๓) ควบคุมการปฏิบตั ิงานของคณะกรรมการออย และคณะกรรมการนํา้ ตาลทราย ส(๔าํ น)กั ปงฏานิบคัตณิหะนการทรมี่อก่ืนาตรกามฤษทฎก่ี ีกฎาหมายกาํ หนดสหาํ รนอื กั ทงาี่คนณคะณกะรกรรมรมกการารมกอฤบษหฎมีกาาย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๘ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ในการดาํ เนินการตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการบริหารอาจแต8งตั้งคณะอนุกรรมการ สาํ นกั หงรานือคคณณะะกทรรํามงกานารเกพฤ่ือษพฎิจีกาารณาและเสนสอาํ นคกัวงาามนเคหณ็นะใกนรเรรม่ือกงาใรดกฤหษรฎือีกมาอบหมายใหปสฏาํ นิบกััตงิกานารคอณยะ8ากงรหรมนก่ึงารกฤษฎีกา อย8างใด และใหนํามาตรา ๑๕ วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาใชบังคับแก8การประชุมของ คณะอนกุ รรมการสแาํ ลนะกั คงาณนะคทณาํ ะงการนรโมดกยาอรกนฤุโษลฎมีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานท่ีคณะกรรมการบริหารจะมอบหมายให สาํ นกั ปงฏานิบคัตณิกะากรรแรมทกนาครกณฤะษกฎรีกรามการบริหารสาํตนอกั งงปานรคะณกะอกบรดรมวกยาผรูแกทฤษนฎสีก8วานราชการ ผูแสทาํ นนกั ชงาาวนไครณ8อะอกยรแรมลกะารกฤษฎีกา ผแู ทนโรงงาน ตาสมาํ อนตั กั รงาาสนว8คนณทะก่กี ราํ รหมนกดารไวกใฤนษมฎาีกตารา ๒๐ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา ๒๒ ในกาสราํ กนรกั ะงาทนําคตณาะมกรมรามตการรากฤ๒ษ๑ฎีกกาับบุคคลภายสนาํ นอกั กงานใหคณปะรกะรธรมากนารกฤษฎีกา คณะกรรมการบรหิ ารเปน/ ผูกระทาํ ในนามของคณะกรรมการบริหาร เพ่ือการนี้ประธานคณะกรรมการ บริหารจะมอบอสําาํนนากั จงใาหนคบณุคะคกลรใรดมเกปา/นรกตฤัวษแฎทีกนา หรือกระทําสกาํิจนกกั างรานเฉคพณาะะกอรรยม8ากงาแรทกฤนษกฎ็ไีกดา ท้ังนี้ ตอง เปน/ ไปตามระเบยี บท่คี ณะกรรมการบรหิ ารกาํ หนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ สาํ นกั งานคณะกรรมการกนฤิตษิกฎรีกรามที่ประธานคสณาํ นะกกั งรารนมคกณาะรกบรรริหมากรารกกรฤะษทฎําีกโดา ยฝSาฝTนระเบสียาํ บนทกั ่ีงคาณนคะณกระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา กาํ หนดหรอื มตคิ ณะกรรมการบริหาร ย8อมไมผ8 กู พนั คณะกรรมการหรอื คณะกรรมการบริหาร สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา กอสงาํ ทนุนกั งอาอนหยคมแณลวะดะกนร๔ร้ํามตกาาลรทกรฤาษยฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๒๓ ใหจัดตั้งสกาํ อนงกั ทงุานนขคึ้นณกะอกงรทรุนมกหานร่ึงกเฤรษียฎกีกวา8า “กองทุนออสยาํแนลกั ะงนาน้ําคตณาละทกรรรามยก”ารกฤษฎีกา โดยมวี ัตถุประสงคดI ังต8อไปนี้ ส(าํ๑น)กั ศงาึกนษคาณะวกิจรัยรมพกัาฒรกนฤาษแฎลีกาะส8งเสริมการสผาํ นลกัิตงากนาครณใะชกแรลรมะกกาารรกจฤําษหฎนีกา8ายออยและ นํา้ ตาลทราย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎรักีกษา าเสถียรภาพสขาํ นอกังองาุตนสคาณหะกกรรรรมมกอาอรยกแฤลษะฎนีกา้ําตาลทราย เพส่ือาํ นผกั ลงปานรคะโณยะชกนรรIขมอกงารกฤษฎีกา ชาวไรอ8 อยและโรงงาน และเพื่อความม่ันคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ส(๓าํ น)กั รงกั านษคาเณสะถกียรรรภมากพารขกอฤงษรฎาีกคาานํ้าตาลทรายสทาํ นี่ใชกั งบารนิโคภณคะใกนรปรรมะกเาทรกศฤเษพฎ่ือีกผาลประโยชนI สาํ นกั ขงอานงผคูบณระโิกภรครมการก(๔ฤ)ษกฎรีกะาทาํ การอ่ืนทจ่ี สําเาํ ปน/นกั งเาพน่ือคใณหะบกรรรรลมวุ กัตาถรกปุ ฤรษะฎสงีกคาIของกองทุนออสายํ นแกัลงะานนา้ํคตณาะลกทรรรามยการกฤษฎีกา สใาํหนกกั องางนทคุนณอะอกยรแรมลกะานรํ้กาตฤษาลฎีทการายเป/นนิติบสุคาํ คนลกั แงาลนะคมณีสะํากนรัรกมงกาานรใกหฤญษฎ8อีกยาู8ท่ีสํานักงาน คณะกรรมการออยและน้ําตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๔ ใหคณะรัฐมนตรีแต8งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว8า “คณะกรรมการบสาํรนิหกั างรานกคอณงทะกุนร”รมปกราะรกกฤอษบฎดีกวายผูแทนกระสทาํ รนวกั งงเากนษคตณระแกลรระมสกหารกกรฤณษIหฎีกนาึ่งคน ผูแทน กระทรวงการคลังหนึ่งคน ผูแทนกระทรวงพาณิชยIหนึ่งคน ผูแทนกระทรวงอุตสาหกรรมหนึ่งคน สาํ นกั ผงูแานทคนณสะํากนรักรมงบกาปรรกะฤมษฎาณีกาหน่ึงคน ผูแทสนาํ นธกันงาาคนาครณแะหก8งรปรมรกะาเรทกศฤไษทฎยีกหานึ่งคน ผูแทนสชาํ นากัวงไารน8อคอณยะสการมรคมกนารกฤษฎีกา และผแู ทนโรงงานสามคน เปน/ กรรมการ สใาํหนคกั ณงานะคกณรระกมรกรามรกบารรกิหฤาษรฎกีกอางทุนเลือกกสราํรนมกั กงาานรคดณวะยกกรันรมเปกา/นรปกฤรษะฎธีกาานกรรมการ สาํ นกั รงอานงปคณระะธการนรมกกรารรมกกฤาษรฎแีกลาะเลขานกุ าร สตาํํานแกั หงนาน8งลคณะหะกนรึง่ รคมนการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๙ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า กรรมการตามวรรคหนึ่ง ตองไม8ดํารงตําแหน8งกรรมการหรืออนุกรรมการใน สาํ นกั คงณานะคกณระรกมรกรามรกอาน่ืรกใดฤซษ่ึงฎตีกั้งาขึน้ ตามพระรสาาํชนบกั ัญงาญนตัคินณี้ะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหนํามาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ มาใชบังคับ โดยอนุโลม สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๒๕ คณะกรสรมาํ นกกั างราบนรคหิ ณาะรกกรอรงมทกุนารมกหี ฤนษาฎทีกี่ดา งั ต8อไปนี้ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส(๑าํ น)กั กงาํานหคนณดะหกลรักรเมกกณารฑกIฤวษิธฎกี ีการา และเงื่อนไขสใาํนนเกัรงื่อางนตค8าณงะๆกรตรมามกามรากตฤรษาฎ๒ีกา๓ โดยไดรับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤษ) ฎกีกําาหนดระเบียบสาํวน8ากั ดงวานยคกณาระกเกรร็บมรกัการษกาฤษกฎาีกราหาผลประโยสชาํ นนIแกั งลาะนกคาณระใกชรจรม8ากยารกฤษฎีกา เงนิ กองทนุ โดยไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ส(๓าํ น)กั ปงฏานิบคตั ณหิ ะนการทรมต่ี กาามรรกะฤเษบฎียีกบาทค่ี ณะกรรมกสาํ รนกกั ํางหานนคดณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ปฏิบัตหิ นาทอ่ี ื่นตามทก่ี ฎหมายกาํ หนด หรือคณะรฐั มนตรมี อบหมาย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษบฎีกรหิา าร และควบสคาํ ุมนกกั างรานปคฏณบิ ะตั กิงรารนมกกอารงกทฤนุ ษใหฎีกเปาน/ ไปตามพระสราํานชกับงญั านญคัตณนิ ะ้ีกรรมการกฤษฎีกา ใหนาํ มาตรา ๒๑ วรรคสอง มาใชบังคบั โดยอนุโลม สคาํ ณนกัะงอานนคุกณรระมกรกรามรกหารรือกฤคษณฎะีกทาํางานที่คณะสกาํรนรกัมงกานารคบณระิหกรารรมกกอางรทกุนฤษจฎะีกมาอบหมายให สาํ นกั แปงลฏานะิบคผัตณแู ิกทะากนรรโแรรทมงกงนาาคนรณกตฤะษากมฎรอีกรัตามรกาาสรว8 บนรทิหก่ี าํารหกสนอาํ นดงทกัไวงุนาในนตคมอณางตะปรกราระร๒กมอ๔กบารดกวฤยษผฎูแีกทา นส8วนราชกาสราํ นผกั ูแงทานนคชณาวะกไรร8อรมอกยารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๖ ในการกระทําตามมาตรา ๒๕ กับบุคคลภายนอกใหประธาน สาํ นกั คงณานะคกณระรกมรรกมากราบรกรฤิหษาฎรีกกาองทุนเป/นผูกสาํรนะกั ทงําานในคณนะากมรขรอมงกคารณกฤะษกฎรีกรามการบริหารสกาํ อนงกั ทงาุนนคแณละะกใรหรมนกําารกฤษฎีกา มาตรา ๒๒ มาใชบังคบั โดยอนุโลม สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๗ กองทุนประกอบดวย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษคฎา8ีกธารรมเนียมการสวาํ นิจัยกั งแาลนะคสณง8 ะเสกรรมิรมกกาารรผกลฤิตษอฎอีกยาและน้าํ ตาลทสราํานยกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) เบี้ยปรับตามมาตรา ๑๗ (๒๕) สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส(๓าํ น)กั เงงานิ นทค่ไี ณดะรกบั รตรามมกมารากตฤรษาฎ๕ีก๗า สาํ นกั งานคณะกรรมการก((๔๕ฤ))ษดเฎงอีกินกาแผลละขทอรงพั กยอIสงนิทสทนุ าํ ี่มนกีผั งูมาอนบคใณหะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส(๖าํ น)กั เงงานิ นกคโู ณดยะกอรนรุมมตักิขารอกงฤคษณฎะีกราัฐมนตรี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๗) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๘ฤ)ษเฎงีกินาและทรัพยสI นิ สอาํ นื่นกั ๆงาทน่ตีคกณเะปก/นรรขมอกงากรอกงฤทษุนฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๒ค๘ณะกใรหรชมากวาไรรก8อฤอษยฎแีกลา ะโรงงานชํารสะาํ นคกั8างธารนรคมณเนะกียรมรกมากราวรกิจฤัยษแฎลีกะาส8งเสริมการ ผลิตออยและนํา้ ตาลทรายโดยคํานวณจากปรมิ าณออยทีส่ ง8 ใหแก8โรงงานและจากปริมาณนํ้าตาลทราย สาํ นกั แงลานะคผณลพะกลรอรยมไกดาทรกี่ผฤลษติ ฎไดีกาแลวแตก8 รณี สตาํ านมกั รงะาเนบคยี ณบะทกี่ครรณมะกการรกรฤมษกฎาีรกกาําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๐ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๙ ใหคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดสรรเงินจํานวนรอยละสิบของเงินท่ี สาํ นกั กงอานงทคณุนอะกอรยรแมลกะารนก้ําฤตษาฎลีกทารายไดรับตาสมาํมนากั ตงรานาค๕ณ๗ะกสร8รงมเขกาากรกอฤงษทฎุนีกสางเคราะหIเกษสตาํ รนกกั รงตานาคมณกะฎกหรมรมากยารกฤษฎีกา ว8าดวยกองทุนสงเคราะหเI กษตรกร สใาํนนกกั รงณานีจคําณเปะก/นรเรกมี่ยกวากรกับฤฐษาฎนีกะาทางการเงินขสอาํ นงกกั งอางนทคุนณะคกณรระมรกัฐามรกนฤตษรฎีจีกะาอนุมัติใหงด จัดสรรเงนิ ตามวรรคหน่ึงไวเปน/ การชวั่ คราว หรอื ลดอตั ราการจดั สรรลงใหต่าํ กว8ารอยละสบิ กไ็ ด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาานค๓ณ๐ะกเรงรินมขกาอรงกกฤอษงฎทีกุนา ออยและน้ําสตาํ นาลกั งทารนาคยณใะหกนรรํามมกาาใรชกจฤ8าษยฎไีกดาเฉพาะเพื่อ ดําเนินการใหเป/นไปตามวัตถุประสงคIในมาตรา ๒๓ และเป/นค8าใชจ8ายในการบริหารงานของกองทุน สาํ นกั องอานยคแณละะกนรํา้ รตมากลาทรกราฤยษฎแีกลาะของสาํ นักงาสนาํ นตกัางมาทนี่คคณณะะกกรรรรมมกกาารกรฤกษําหฎีกนาด รวมท้ังค8าตสอาํ บนแกั ทงานนตค8าณงะกๆรตรมากมารกฤษฎีกา พระราชบัญญัตนิ ี้ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๑ ภายในเดือนเมษายนของทุกป0 ใหคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทํา สาํ นกั งงบานดคุลณแสะกดรงรฐมากนาะรกกาฤรษเฎงนิีกาโดยมคี าํ รับรอสงาํ นกากั รงาตนรควณจสะกอรบรขมอกงาสรกาํ นฤษักฎงาีกนาตรวจเงินแผ8นสาํดนินกั แงลานะคทณําระกายรรงมากนารกฤษฎีกา แสดงผลการปฏบิ ัตงิ านเสนอต8อรัฐมนตรี สใาํหนรกั ัฐงามนนคตณระีจกัดรรใมหกมาีรกกาฤรษปฎรีกะากาศงบดุลแสลาํ ะนรกั างายนงคาณนะตการมรมวกรารรคกหฤษนฎึ่งีกใานราชกิจจา สาํ นกั นงุเาบนกคษณาะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาหมวด ๕ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ออย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๓ค๒ณะใกหรครมณกะากรรกรฤมษกฎาีกราแต8งต้ังกรรมกสาาํรนคกั ณงาะนหคนณ่ึงะเรกียรกรมว8กาา“รคกณฤษะฎกีกรารมการออย” ประกอบดวยผูแทนกระทรวงเกษตรกรและสหกรณIสองคน ผูแทนกระทรวงพาณิชยIหน่ึงคน ผูแทน สาํ นกั กงราะนทคณรวะงกอรุตรมสกาหารกกรฤรษมฎหีกนางึ่ คน ผแู ทนชสาาํ วนไกัรงอ8 าอนยคหณกะคกนรรแมลกาะรผกูแฤทษนฎโีกรางงานสค่ี น เป/นสาํกนรกัรงมากนาครณะกรรมการกฤษฎีกา ใหคณะกรรมการออยเลือกกรรมการดวยกันเป/นประธานกรรมการ รองประธาน กรรมการ และเลสขาํานนกั ุกงาารนตคาํ ณแะหกนรร8งมลกะาหรนก่งึฤคษนฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั โงดายนอคนณโุ ะลกมรรมการกใหฤษนฎํามีกาาตรา ๑๑ มาสตาํ รนากั ง๑า๒นคมณาะตกรรารม๑ก๓ารกมฤาษตฎรีกาา๑๔ และมาตสราํ านกั๑ง๕านมคาณใะชกบรังรคมักบารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๓ คณะกรรมการออยมหี นาทดี่ ังต8อไปนี้ สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษใฎหีกคาําปรึกษาหรือสขาํ นอกัเสงานนอคแณนะะกตรร8อมคกณาระกกฤรษรฎมีกกาารและคณะกสราํรนมกั กงาารนบครณิหะากรรตรมากมารกฤษฎีกา มาตรา ๑๗ (๑) (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๐) ส(๒าํ น)กั ดงําานเนคินณกะากรรแรมลกะาครวกบฤษคฎุมีกดาูแลในเรื่องท่ีคสณาํ นะกักงรารนมคกณาะรกกรํารหมนกาดรตกาฤมษมฎาีกตารา ๑๗ (๑) (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) และ (๒๑) ในส8วนทเี่ กีย่ วกบั ตนทนุ การผลิตออย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษปฎีกฏาิบัตติ ามระเบยี สบาํ นทกัี่คงณานะคกณรระมกรกรามรกกาาํ รหกนฤษดฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ปฏิบัติหนาที่อ่ืนตามที่กฎหมายกําหนดหรือที่คณะกรรมการหรือคณะ กรรมการบริหารมสอาํ นบกั หงมานายคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกใหฤนษฎํามีกาาตรา ๒๑ วรรสคาํ สนอกั งงามนาคใณชะบกังรครับมกโดารยกอฤนษโุ ฎลีกมา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๑ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า คณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานที่คณะกรรมการออยจะมอบหมายใหปฏิบัติการ สาํ นกั แงทานนคคณณะะกรกรรมรกมากรการฤอษอฎยีกาตองประกอบสดาํ นวกัยงผาูแนทคณนสะก8วรนรรมากชารกกาฤรษผฎูแีกทา นชาวไร8ออยสาํแนลกั ะงผานูแคทณนะโกรรงรงมากนารกฤษฎีกา ตามอัตราสว8 นท่ีกําหนดไวในมาตรา ๓๒ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๔ ในการกระทําตามมาตรา ๓๓ กับบุคคลภายนอกใหประธาน สาํ นกั คงณานะคกณระรกมรกรามรกอารอกยฤเษปฎ/นีกผาูกระทําในนามสาํขนอกั งงคาณนคะณกะรกรรมรกมากราอรกอฤยษแฎลีกะาใหนํามาตรา ส๒าํ ๒นกั มงาานใชคบณังะคกับรรโมดกยารกฤษฎีกา อนโุ ลม สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๓๕ ผใู ดปลกู สอาํ นอกยั งเพานอื่ คสณ8งโะรกงรงรามนกตารอกงฤจษดฎทีกะาเบียนเป/นชาวสไราํ น8ออกั งยานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจดทะเบยี นตามวรรคหนึ่ง ใหเปน/ ไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการกําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๖ ชาวไรอ8 อยตองปฏบิ ัติดงั ตอ8 ไปนี้ สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษปฎีกฏาบิ ตั ิตามระเบียสบาํ นแกัลงะาปนรคะณกะากศรทรมค่ี กณาะรกกฤรษรมฎกีกาารกําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) รายงานปริมาณออยท่ีจะส8งใหแก8หัวหนากลุ8มชาวไร8ออยหรือโรงงานตามแบบ วธิ ีการ และระยะสเวาํ นลากั ทงา่คี นณคณะกะรกรรมรมกกาารรอกอฤยษกฎําีกหานด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๓๗ ชาวไรอ8 สอาํยนตกั องงาปนลคกูณอะอกรยรตมากมาปรกรฤมิ ษาณฎีกทาคี่ ณะกรรมกาสราํกนํากัหงนานดคณะกรรมการกฤษฎีกา สใาํนนกกั รงณานีทค่ีกณาะรกปรรลมูกกอาอรกยฤมษีปฎรีกิมาาณสูงหรือตํ่าสกาํ นว8ากั ทงาี่คนณคณะกะกรรรรมมกกาารรกกฤําษหฎนีกดาหรือมิไดทํา การปลูกออยตามทีแ่ จงไว ใหดําเนินการตามระเบียบท่คี ณะกรรมการกาํ หนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๘ หวั หนากลมุ8 ชาวไร8ออยตองจดทะเบยี นเปน/ หัวหนากลมุ8 ชาวไรอ8 อย สกาํ านรกั จงาดนทคะณเะบกียรนรมตกาามรกวฤรษรฎคีกหาน่ึง และการสเาพํ นิกกั ถงาอนนคกณาะรกจรดรมทกะาเรบกีฤยษนฎใีกหาเป/นไปตาม ระเบยี บทีค่ ณะกรรมการกาํ หนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๙ หัวหนากลุ8มชาวไรอ8 อยตองปฏิบัติดงั ต8อไปนี้ ส(๑าํ น)กั ปงฏานิบคตั ณติ ะากมรรระมเกบาียรกบฤแษลฎะีกปาระกาศที่คณะสกาํ รนรกั มงกานาครกณาํ ะหกนรรดมการกฤษฎีกา สาํ นกั วงิธากีนาครณแะกลระรรมะกยาะรเก(ว๒ฤลษ)าฎรทีกาี่คายณงะากนรปรรมิมกาาณรสออาํอนอยกัยกงทาําี่นจหคะนณไดดะรกับรรจมากกาชรกาฤวษไรฎ8อีกอา ยและส8งใหแสกาํ น8โรกั งงงานานคณตาะกมรแรบมกบารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๐ หัวหนากลุ8มชาวไร8ออยตองส8งออยใหแก8โรงงานตามปริมาณท่ี สาํ นกั คงณานะคกณระรกมรกรามรกกาาํรหกฤนษดฎแีกลาะใหนาํ มาตรสาาํ ๓นกั๗งาวนรครณคสะกอรงรมมกาใาชรกบฤังษคฎบั ีกโดา ยอนโุ ลม สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาหมวด ๖ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา นาํ้ ตาลทราย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาส8วนที่ ๑ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา คสณาํ นะกกั งรารนมคกณาะรกนรํา้ รตมากลาทรกรฤายษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๑ ใหคณะกรรมการแต8งตั้งกรรมการคณะหน่ึงเรียกว8า “คณะกรรมการ น้ําตาลทราย” ปรสะาํ กนอกั บงาดนวคยณผะูแกทรนรมกกระารทกรฤวษงฎเกีกษาตรและสหกรสณาํ นIหกันงึ่งาคนนคณผะูแกทรนรมกกราะรทกรฤวษงฎพีกาาณิชยIสองคน ผูแทนกระทรวงอตุ สาหกรรมสองคน ผแู ทนชาวไรอ8 อยหาคน และผแู ทนโรงงานหาคน เป/นกรรมการ สาํ นกั งานคณะกรรมการกใหฤษนฎํามีกาาตรา ๑๑ มาสตาํรนากั ๑งา๒นคมณาะตกรรารม๑ก๓ารมกฤาษตฎราีกา๑๔ มาตรา ๑ส๕าํ นกั แงลานะมคณาตะรการร๓ม๒การกฤษฎีกา วรรคสาม มาใชบสงั าํคนับกั โงดายนอคนณุโะลกมรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๔๒ คณะกรสรมาํ นกกั างรานนํ้าคตณาะลกทรรรามยกมารีหกนฤาษทฎี่ดีกังาต8อไปนี้ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ใหคําปรึกษาหรือขอเสนอแนะต8อคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารใน เรื่องตามมาตรา ส๑าํ ๗นกั (๑งา๑น)คณ(๑ะ๒กร)ร(ม๑ก๓า)รก(๑ฤษ๔ฎ)ีก(๑า ๕) (๑๖) (๑ส๗าํ )น(กั ๑ง๘าน)ค(ณ๑๙ะก)ร(ร๒ม๐กา)รแกลฤะษฎ(๒ีกา๑) ในส8วนที่ เกี่ยวกับตนทนุ ในการผลิตนาํ้ ตาลทราย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษคฎวีกบา คมุ การจาํ หนสา8าํ ยนนกั งาํ้ าตนาคลณทะรการยรใมนกราารชกอฤาษณฎีกาจากั ร และการสส8งาํ อนอกั กงานนา้ํ คตณาละกทรรรามยการกฤษฎีกา (๓) จดั ใหมีการนําเขานํ้าตาลทรายเพ่ือใชบริโภคในราชอาณาจักร ในกรณีท่ีเกิดการ ขาดแคลน โดยจะสนาํ นํากัเขงาานเอคงณหะรกือรรมมอกบาหรกมฤาษยฎใหีกาบุคคลอ่ืนกระสทาํ ํานกกั างรานแคทณนะตการมรรมะกเาบรียกฤบษทฎ่ีคีกณาะกรรมการ สาํ นกั กงําาหนคนณดกะกไ็ ดรรมการก(๔ฤ)ษปฎีกฏาบิ ัตติ ามระเบยี สบาํ นทกัีค่ งณานะคกณรระมกรกรามรกกาาํ รหกนฤษดฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส(าํ๕น)กั งปานฏคิบณัตะิหกรนรามทกาี่อรื่นกฤตษาฎมีกทา่ีกฎหมายกํสาาํหนนกั งดาหนครณือะทก่ีครรณมะกากรรกรฤมษฎกีกาารหรือคณะ กรรมการบรหิ ารมอบหมาย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๖ฤษ) ฎดีกําาเนินการและสคาํ วนบกั คงาุมนดคูแณละใกนรรเรมื่อกางรทกี่คฤณษฎะีกการรมการกําหสนาํ ดนตกั างามนมคาณตะรการร๑ม๗การกฤษฎีกา (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) (๑๕) (๑๖) (๑๗) (๑๘) (๑๙) (๒๐) และ (๒๑) สใาํหนนกั ํางมานาตคณราะก๒ร๑รมวกรารรคกฤสษอฎงีกมาาใชบังคับโดยสอาํ นนกัโุ ลงามนคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานที่คณะกรรมการน้ําตาลทรายจะมอบหมายให สาํ นกั ปงฏานบิ คตั ณิกะากรรแรทมนกคารณกฤะษกฎรรีกมาการนํ้าตาลทสราํานยกั ตงอานงปครณะะกกอรรบมดกวายรผกแูฤษทฎนีกสา8วนราชการ ผูแสาํทนนกั ชงาานวคไรณ8อะอกยรแรมลกะารกฤษฎีกา ผูแทนโรงงาน ตามอัตราสว8 นท่ีกําหนดไวในมาตรา ๔๑ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั คงณานะคกณระรกมรกรามรกนา้าํรตกมฤาาลษตทฎรีกราาาย๔เป๓/นผใูกนรกะทาสรําาํ ใกนนรกั นะงาาทมนําคขตณอางะคมกณรมราะมตกกรารรรากมฤ๔กษา๒ฎรีกนกาํ้าับตบาลุคทครลาภยาแยสลนาํ ะนอใกัหกงนานําใหมคณาปตะรรกะารธร๒มา๒กนารกฤษฎีกา มาใชบังคับโดยอนสโุาํ ลนมกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานสคว8 ณนะทก่ี ร๒รมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา โรงงาน สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๔๔ โรงงานตสอาํ นงปกั งฏาิบนตัคณิดังะตกอ8รรไปมกนา้ี รกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ปฏิบัติตามระเบียบและประกาศที่คณะกรรมการกาํ หนด ส(า๒ํ น)กั เงตานรคียณมะโรกงรรงมากนาใรหกอฤยษ8ูใฎนีกสา ภาพท่ีพรอมสทาํ นี่จกั ะงหานีบคอณอะยกตรรามมกเาวรลกาฤทษี่คฎณีกาะกรรมการ สาํ นกั กงําาหนคนณดตะการมรมมากตารรากฤ๑ษ๗ฎีก(๑า ๑) สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๓ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) รับออยจากชาวไร8ออยและหัวหนากล8ุมชาวไร8ออยตามท่ีคณะกรรมการบริหาร สาํ นกั กงําาหนคนณดะหกรรรือมสกงั่ าใรนกกฤรษณฎีทีกีใ่าหโรงงานผลิตสนาํ น้ําตกั งาาลนทครณาะยกเพรริม่ มตกาามรกมฤาษตฎราีกา๔๕ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ผลิตน้ําตาลทรายตามชนดิ คุณภาพ และปรมิ าณทค่ี ณะกรรมการกําหนด ส(๕าํ น)กั ไงมาเ8นปคดV ณกะากรรหรบีมอกาอรยกหฤรษือฎปีกดVาการหีบออยกส8อาํ นนกัวงันาทนคี่คณณะะกกรรรรมมกการากรฤกษําฎหีกนาด หรือหยุด การหบี ออยโดยไม8มเี หตผุ ลอนั สมควร สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๖ฤ)ษเฎกีกบ็ ารกั ษานาํ้ ตาลทสราํ านยกั ทงีผ่านลคติ ณไดะกณรรทมท่ี กี่ไาดรกรบัฤษควฎาีกมาเห็นชอบจากคสณาํ นะกักงรารนมคกณาระบกรรหิรมากรารกฤษฎีกา ส(า๗ํ น)กั ไงมาน8ขคนณยะากยรนร้ํามตกาารลกทฤรษาฎยีกทา่ีผลิตไดออกนสอาํ นกกั บงราินเวคณณโะรกงรงรามนกานรกอฤกษจฎาีกกาขนยายตาม ระเบียบที่คณะกรรมการกาํ หนด สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๘ฤ)ษฎรีากยา งานชนิด คสุณาํ นภกั างพานแคลณะะกปรรริมมากณารนกฤํ้าษตฎาีกลาทรายที่ผลิต สเาํกน็บกั รงัากนษคาณะขกนรยรมากยารกฤษฎีกา ส8งมอบ และคงเหลือเป/นรายเดือนตามแบบ วิธีการ และระยะเวลาท่ีคณะกรรมการน้ําตาลทราย กําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๙) นําสง8 เงนิ เขากองทนุ ตามมาตรา ๕๗ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๕ ในกรณีท่ีมีความจําเป/น คณะกรรมการบริหารอาจส่ังใหโรงงานผลิต น้ําตาลทรายเพิ่มสไาํ ดนกั ใงนากนรคณณะีเชก8รนรนม้ีใกหารโรกงฤงษาฎนีกผาลิตน้ําตาลทสราํานยกั ตงาานมคทณ่ีคะณกะรรกมรกรามรกกฤาษรบฎีกราิหารกําหนด สาํ นกั นง้าํานตคาลณทะกรารยรมสก8วานรทกฤผ่ี ษลฎิตีกเพาิม่ น้ี ใหจดั กาสราตํ นากัมงราะนเคบณียะบกทร่คีรมณกะากรกรรฤมษกฎาีกรากําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั งราานค๔ณ๖ะกรโรรมงกงาารกนฤตษอฎงีกจาัดจําหน8ายนสํ้าาํ นตกัางลาทนครณายะกทรี่ผรมลกิตาไรดกฤเพษ่ืฎอีกใชา บริโภคใน ราชอาณาจกั ร ตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกาํ หนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎรีกณาีที่โรงงานไม8สปาํ ฏนิบกั งัตาิตนาคมณวะรกรรรคมหกนารึ่งกรฤัฐษมฎีนกาตรีมีอํานาจสส่ังาํในหกั คงณานะคกณระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา บริหารดําเนินการตามที่เหน็ สมควร โดยใหโรงงานเปน/ ผูเสียคา8 ใชจ8ายในการนที้ ง้ั สน้ิ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สว8 นที่ ๓ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา การนสําาํ เนขกั างแาลนะคสณ8งะอกอรกรมนกาํ้ าตรากลฤทษรฎาีกยา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั คงณานะคกณระรกมรกรามรกาแรลกมะฤาตษตอฎรงีกปาาฏ๔ิบ๗ัติตาหมาหมลมักสิเาใํ กนหณกั ผงฑูใาดนI วคนิธณําีกะเากขรราแรนมล้ํากะตาเรงากอื่ ลฤนทษไขฎรทีกาา่คียณเะวกนรแรมตก8จาะรสไกาํดํานรหกั ับนงาอดนนคุญณะากตรจรมากการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๘ ผูใดจะส8งออกนํ้าตาลทรายตองไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการ และ สาํ นกั ตงอานงปคณฏบิะกัตรติ รามมกหารลกกั ฤเษกฎณีกฑาI วิธีการ และสเงาํ ่อืนนกั งไาขนทค่ีคณณะะกกรรรมรกมากรากรฤกษําฎหีกนาด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีจําเป/นคณะกรรมการจะกําหนดปริมาณ ราคา และระยะเวลาสําหรับการ ส8งออกดวยกไ็ ด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา การส8งออกนํ้าตาลทรายไม8ตองเสียค8าธรรมเนียมการส8งออกตามกฎหมายว8าดวย สาํ นกั กงอานงทคณุนสะกงเรครรมากะาหรกIเกฤษษฎตีกรกา ร สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาหมวด ๗ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษราฎคีกาาออยและผลตสอาํ บนแกั งทานนกคาณระผกลรติรมแกลาะรจกาํ ฤหษนฎ8าีกยานาํ้ ตาลทรายสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๔ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๙ ก8อนเริ่มฤดูการผลิตน้ําตาลทราย ใหคณะกรรมการบริหารจัดทํา ประมาณการรายสไดาํ นจกัางกากนาครณจะํากหรนรม8ายกนาร้ํากตฤาษลฎทีกราายที่จะผลิตใสนาํ ฤนดกั ูนงา้ันนคเพณ่ือะกกรํารหมนกดารรกาฤคษาฎอีกอายข้ันตนและ ผลตอบแทนการผลิตและจาํ หนา8 ยนํ้าตาลทรายข้นั ตน สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรจฎดัีกทา าํ ประมาณกาสราํ นรากั ยงาไนดคกณาะรกกรํารหมนกดารรกาฤคษาฎอีกอายขั้นตนและผสลาํ ตนอกั บงาแนทคนณกะากรรผรมลกิตารกฤษฎีกา และจําหน8ายน้าํ ตสาาํลนทกั รงาายนขคนั้ณตะกนรรใหมเกปารน/ กไฤปษตฎาีกมาหลกั เกณฑแI ลสะาํ วนธิ กั กี งาารนทคีค่ณณะกะรกรรมรกมากรกาฤรษกาํฎหีกนา ด ราคาออยขั้นตนและผลตอบแทนการผลิตและจําหน8ายน้ําตาลทรายข้ันตน ตองไม8 สาํ นกั นงอานยคกณวา8 ะรกอรยรมลกะแารปกดฤสษบิ ฎขีกอางประมาณกาสรราํ นายกั ไงดานโคดณยใะหกครรํามนกึงาถรงึ กตฤนษทฎนุ ีกกาารผลิตออยแลสะาํ นนกั้าํ งตาานลคทณระากยรดรวมยการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาน๕ค๐ณะกเมรื่อรมคกณาระกกฤรษรมฎีกาารบริหารไดจสดั าํทนาํ กั ปงรานะมคณาณะกกรารรมรกาายรไกดฤแษลฎะีกกาําหนดราคา ออยขน้ั ตนและผลตอบแทนการผลติ และจําหน8ายนํา้ ตาลทรายขนั้ ตนแลว ใหแจงใหสถาบันชาวไร8ออย สาํ นกั แงลานะคสณมาะกครมรโมรกงางรากนฤทษรฎาีกบา และจัดใหมีกสาาํ นรกัปงราะนชคุมณผะูแกทรรนมสกถารากบฤันษชฎาีกวาไร8ออย และผสูแาํทนนกั สงามนาคคณมะโกรรงรงมากนารกฤษฎีกา เพือ่ รบั ฟ3งความคดิ เห็นและขอคัดคาน ถามี โดยทําเป/นหนังสือแจงใหทราบล8วงหนาไม8นอยกว8าสิบวัน ก8อนวันประชุม กสาาํ รนทกั ํางคานําคคณัดคะการนรใมหกการระกทฤษําเฎปีก/นาหนังสือพรอมสาํดนวกั ยงเาหนตคุผณละโกดรยรมลกะาเอรกียฤดษยฎ่ืนีกตา8อสํานักงาน สาํ นกั กง8อานนควณนั เะรกียรกรมปกราะรชกมุ ฤดษงัฎกีกลา8าว สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั งราานค๕ณ๑ะกรใรมหกสาํารกนฤักษงฎาีกนาเสนอประมสาาํ นณกั กงาานรครณาะยกไรดรมรกาารคกาฤอษอฎีกยาขั้นตนและ ผลตอบแทนการผลิตและจําหน8ายนํ้าตาลทรายข้ันตนและผลการประชุมตามมาตรา ๕๐ ต8อ สาํ นกั คงณานะคกณระรกมรกรามรกเาพร่ือกพฤษจิ าฎรีกณา า สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๕ค๒ณะกเมรอ่ืรมคกณาระกกฤรษรมฎีกกาารไดพิจารณาสปาํ รนะกั มงาานณคกณาะรกรรารยมไกดารรากคฤาษอฎอีกยาขั้นตน และ ผลตอบแทนการผลิตและจําหน8ายน้ําตาลทรายข้ันตนพรอมดวยคําคัดคานในกรณีที่มีคําคัดคาน แลว สาํ นกั ใงหาคนณคณะกะกรรรรมมกกาารรเกสฤนษอฎคีกวาามเห็นต8อคณสะาํ รนฐั กั มงานนตครณีเพะอ่ืกรพริจมากราณรกาฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๕ค๓ณะกเมรอื่รมคกณาระกรฤัฐษมฎนีกตารีใหความเห็นสชาํ นอกับงใานนรคาณคะากอรอรยมขก้ันารตกนฤแษลฎะีกผาลตอบแทน สาํ นกั แกงลาารนะผคผลณลิตตะแกอรลบระแมจทกํานาหรกกนาฤ8ารษยผฎนลีก้ําิตาตแาลละทจรําหายนขา8 ้ันยสตนาํนํา้ นตตกั าางลมาทนมคราาณตยระขกา้นัร๕รตม๒นกใาแนรลรกาวฤชษใกฎหิจีกสจาําานนักเุ บงากนษปาระกสาาํ ศนรกั างาคนาคอณอะยกขร้ันรตมกนารกฤษฎีกา สใาํหนโกั รงงางนาคนณชะํากรระรคม8ากอารอกยฤใษหฎแีกกา8ชาวไร8ออยตสาาํ มนรกั างคานาคอณอะยกขร้ันรมตกนารตกาฤมษหฎลีกักา เกณฑIและ วธิ ีการที่คณะกรรมการกําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๔ เมื่อสนิ้ เดือนกันยายนของทุกป0 ใหคณะกรรมการบริหารคํานวณรายได สทุ ธิท่ีไดจากการจสําาํ นหกันง8าายนนค้าํณตะากลรทรมรากยารใกนฤแษตฎ8ลีกะาฤดกู ารผลิต สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหนําหลักเกณฑIและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนดตามมาตรา ๔๙ มาใชบังคับแก8 สาํ นกั กงาารนคคําณนะวกณรรรมากยาไรดกสฤุทษธฎโิ ีกดายอนโุ ลม สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๕ ภายในเดือนตุลาคมของทุกป0 ใหคณะกรรมการบริหารกําหนดราคา สาํ นกั องอานยคขณั้นสะกุดรทรามยกแารลกะฤผษลฎตีกอาบแทนการผลสิตาํ แนลกั ะงาจนําคหณนะ8ากยรนรํ้มาตกาารลกทฤรษาฎยีกขาั้นสุดทาย โดยสคาํ ํนานกั งึงาถนึงคหณละักกเรกรณมฑกาI รกฤษฎีกา ดังต8อไปน้ี ส(๑าํ น)กั รงาายนไคดณสะุทกธรติรมามกามรากตฤรษาฎ๕ีกา๔ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ตนทุนและผลตอบแทนในการผลิตออย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษตฎนีกาทนุ และผลตอสบาํ แนทกั นงาในนคกณาระกผรลรติ มนกํา้าตรกาฤลษทฎรีกายา ส(๔าํ น)กั รงาาคนาคอณอะยกขร้นัรมตกนารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) ผลตอบแทนการผลติ และจาํ หนา8 ยน้าํ ตาลทรายขน้ั ตน สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๖ฤ)ษเฎงีกินาที่ไดรบั จากกอสงาํ นทกัุนงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราคาออยขั้นสุดทายและผลตอบแทนการผลิตและจําหน8ายนํ้าตาลทรายขั้นสุดทาย เมื่อไดรับความเสหาํ น็นกั ชงอานบคจณาะกกครรณมะกการรกรฤมษกฎาีกราแลว ใหเสนสอาํ นคกั ณงาะนรคัฐณมะนกรตรรมีเกพา่ืรอกพฤิจษาฎรีกณา าและเม่ือ คณะรฐั มนตรีใหความเหน็ ชอบแลวใหสํานกั งานประกาศในราชกิจจานุเบกษา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๖ ในกรณีที่ราคาออยข้ันสุดทายและผลตอบแทนการผลิตและจําหน8าย น้ําตาลทรายขั้นสสุดาํ นทกั างยาตน่ําคกณวะ8ากรรารมคกาาอรอกยฤขษ้ันฎตีกานและผลตอบสแาํ นทกันงกานารคผณละิตกรแรลมะกจาํารกหฤนษ8าฎยีกนาํ้าตาลทราย สาํ นกั ทขงั้นี่ไาดนตรคนบั ณเใะกหกนิกรอรมงทกาุนรจก8าฤยษเฎงินีกชา ดเชยใหแก8โรสงาํ งนากั นงเาทน8าคกณับะสก8วรนรมตก8าางรดกังฤกษลฎ8าีกวาแต8ชาวไร8ออยสไาํมน8ตกั องงาสน8งคคณืนะคก8ารอรมอกยารกฤษฎีกา สใาํนนกกั รงณานที ค่รี ณาคะการอรอมยกขาัน้รกสฤุดษทฎาีกยาและผลตอบแสทาํ นนกักงาารนผคลณติ ะแกลระรจมาํกหารนก8าฤยษนฎ้ําีกตาาลทรายขั้น สุดทายสูงกว8าราคาออยข้ันตนและผลตอบแทนการผลิตและจําหน8ายนํ้าตาลทรายขั้นตน ใหโรงงาน สาํ นกั ชงําานรคะณค8าะกอรอรยมเกพา่ิรมกใฤหษแฎกีก8ชาาวไร8ออยจนสคาํ นรกับงตานามคณราะคกรารอมอกยารขก้ันฤสษุดฎทีกาาย ตามหลักเสกาํ นณกั ฑงาIแนลคะณวะิธกีกรารมรกทา่ี รกฤษฎีกา คณะกรรมการกาํ หนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๗ ใหโรงงานนําส8งเงินเขากองทุนเท8าจํานวนผลต8างระหว8างรายไดสุทธิ สาํ นกั ตงาามนมคณาตะรการร๕ม๔กาแรกลฤะษคฎ8าีกอาอยตามราคาอสอาํ ยนขกั ัน้งาสนดุ คทณาะยกรรวรมมกกับารผกลฤตษอฎบีกแา ทนการผลิตแสลาํ นะกัจงําาหนนค8าณยะนกํ้ารรตมากลารกฤษฎีกา ทรายข้นั สดุ ทาย ทัง้ นี้ ภายในเวลาท่คี ณะกรรมการกําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา กสาารํ นคกัวงบาคนหมุคมแณวละดะกกร๘รามรกอาุทรธกรฤณษฎI ีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๕๘ ในกรณสาีํทนี่คกั ณงาะนกครณระมกกรรามรกบารรกิหฤาษรฎเหีกา็นว8าชาวไร8ออสยาํ นหกัรงือาหนคัวณหะนการกรมลก8ุมารกฤษฎีกา ชาวไร8ออย หรอื โรงงานกระทําการอนั ใด ฝSาฝนT หรอื ไม8ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือระเบียบท่ีออก ตามพระราชบัญสญาํ ัตนินกั ง้ี าคนณคะณกะกรรรรมมกกาารรบกฤรษิหฎาีกรามีอํานาจส่ังกสาารํ นใหกั งชาานวคไณร8อะกอรยรมหกัวารหกนฤาษกฎลีก8ุมาชาวไร8ออย เจาของโรงงาน ผูจัดการโรงงาน หรือบุคคลอื่นใดซึ่งมีหนาท่ีรับผิดชอบในการดําเนินกิจการของ สาํ นกั โงรางนงคานณกะกระรรทมาํ กกาารรกฤหษรฎอื ีกงาดเวนการกระสทาําํ นกกั างรานนนั้คไณดะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผูใดรับคําส่ังของคณะกรรมการบริหารตามวรรคหน่ึง ตองปฏิบัติตามคําสั่งดังกล8าว ภายในระยะเวลาสทาํ ี่คนณกั งะากนรครณมะกการรรบมรกหิ ารากรฤกษาํ หฎีกนาด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๖ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีท่ีผูไดรับคําสั่งของคณะกรรมการบริหารตามวรรคหน่ึง ไม8เห็นดวยกับคําสั่ง สาํ นกั ดงังากนลค8าณวะกใหรรยม่นื กอาทุรกธฤรษณฎตI ีกอ8 าคณะกรรมกาสราํ ภนากั ยงาในนคสณบิ ะหการวรนั มนกับารแกตฤว8 ษันฎไีกดารบั คาํ ส่งั สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณIใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแต8วันท่ีไดรับ อทุ ธรณI เวนแต8จะสไาํ ดนรกั บังาอนนคญุ ณาะตกจรรามกกราฐั รมกนฤตษรฎใี ีกหาขยายระยะเวสลาํ านอกั องกานไปคณแะตก8รรฐั รมมนกาตรรกจี ฤะษขฎยีกาายระยะเวลา ใหเกนิ สามสบิ วนั มิได สาํ นกั งานคณะกรรมการกถฤาษผฎูอีกุทาธรณIไม8เห็นดสวาํ นยกักงับานคคําณวินะกิจรฉรัยมขกาอรงกคฤณษฎะีกการรมการหรือสคาํ ณนกัะงการนรคมณกะากรรรมมิไกดารกฤษฎีกา วินิจฉยั อุทธรณใI หสแาํ ลนวกั เงสารนจ็คภณาะยกใรนรกมาํกหารนกดฤตษาฎมีกวารรคส่ี ใหย่ืนคสาําํ รนอกั งงตานอ8 คศณาละกภรารยมใกนาสรกิบฤหษาฎวีกันานับแต8วันได รบั ทราบคาํ วนิ ิจฉัยของคณะกรรมการหรอื วนั ครบกําหนดตามวรรคส่ี แลวแตก8 รณี สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรอฎุีทกาธรณIตามวรรสคาํ สนากั มงหานรคือณกะากรรยรื่นมคกําารรกอฤงษตฎาีกมาวรรคหาไม8เปส/นาํ เนหกั ตงุใาหนคทณุเละากกรรามรกทาี่ รกฤษฎีกา ตองปฏบิ ัตติ ามคาํ สั่งของคณะกรรมการบรหิ าร เวนแต8คณะกรรมการหรือศาล แลวแต8กรณี จะสั่งเป/น อยา8 งอืน่ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา ๕๙ รัฐมนสตาํ นรกีัมงีอานําคนณาะจกหรนรมากทา่ีรกกําฤกษับฎโีกดายทั่วไปซ่ึงกสาาํรนดกั ํางาเนนคินณงะากนรขรมอกงารกฤษฎีกา คณะกรรมการในการนี้ใหมีอํานาจส่ังเป/นหนังสือใหประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และ กรรมการช้ีแจงขอสาํเทนก็จั งจารนิงคแณสะดกรงรคมวกาามรคกิดฤษเหฎ็นีกทา ํารายงาน ตลสาอํ นดกั จงนานสคั่งใณหะกกรระรมทกําาหรรกือฤยษับฎียกา้ังการกระทํา สาํ นกั ใขงดอานเๆทค็จณเจพะรก่ือิงรเใรกหมี่ยเกวปาก/รนับกไฤกปษาตรฎาดีกมาําเพนรนิ ะงราานชขบอังญคสญณาํ นัตะกั ินกงร้ีานนรมคโยกณาบะรกาไรยดรแมลกะารมกตฤิขษอฎีกงคา ณะรัฐมนตรสีแาํ นลกัะงสาั่นงใคหณระากยรรงมากนารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๐ ในกรณที ี่รัฐมนตรีไมเ8 หน็ ดวยกับการปฏบิ ตั ิในเรื่องใดของคณะกรรมการ สาํ นกั รงัฐามนนคณตระีจกะรรสม่งั กใหารคกณฤษะกฎรีกรามการพจิ ารณสาาํ ทนบกั งทาวนนคกณาะรกปรฏรมิบกัตาใิรนกเฤรษอื่ ฎงีนกา้นั ก็ได สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา เม่ือคณะกรรมการไดรับแจงจากรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ใหคณะกรรมการระงับการ ปฏิบัติในเร่ืองน้ันสเาํปน/นกั กงาานรคชณ่ัวคะกรรารวมกแาลระกพฤษิจฎารีกณา าทบทวนภาสยาํ นในกั งสาานมคสณิบะวกันรรนมับกแารตก8วฤันษทฎี่ไีกดารับแจงจาก รฐั มนตรี สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎรีณกาีท่ีคณะกรรมสกาํ านรกั ยงืนานยคันณตะากมรครมวกาามรเกหฤ็นษเฎดีกิมา ถารัฐมนตรีไสมาํ น8เหกั ็งนาชนอคบณดะกวรยรมใกหารกฤษฎีกา รฐั มนตรีนําเสนอคณะรฐั มนตรพี ิจารณา สคาํ าํนวกั ินงิจานฉคยั ณขอะกงรครณมะกรารัฐกมฤนษตฎรีกีใาหเปน/ ทสี่ ดุ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานหคมณวะดกร๙รมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกสาํานกั งาน สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๑ ใหมีสํานักงานคณะกรรมการออยและนํ้าตาลทรายในสังกัดกระทรวง อุตสาหกรรม มอี ําสนาํ นากัจงแาลนะคหณนะากทรรี่ดมงั กตา8อรไกปฤนษี้ ฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ปฏิบตั ิงานธรุ การของคณะกรรมการและคณะกรรมการอื่น ๆ ตามพระราชบัญญตั ิน้ี สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษเฎกีกบ็ า รวบรวม แลสะาํ วนเิ กัคงราานะคหณIขะอกมรลูรมเกก่ียาวรกกฤบั ษกฎาีกราผลิตออยและนสาํ้าํ นตกัางลาทนรคาณยะกกรารรมใกชารกฤษฎีกา และการจําหน8ายน้าํ ตาลทราย ส(๓าํ น)กั จงัดานทคําณแะผกนรกรมากรปารลกูกฤแษลฎะีกผา ลิตออยเพ่ือใสชาํ นในกั กงาานรคผณละิตกนร้ํารตมกาลารทกรฤาษยฎีกแาผนการผลิต สาํ นกั นง้ําานตคาลณทะกรารยรมเพก่อืารใกชฤบษรฎโิ ภีกาคในราชอาณาสจาํ กันรกั แงาลนะคสณง8 อะกอรกรเมสกนาอรคกณฤษะฎกีกรารมการ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๗ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า (๔) รับจดทะเบียนชาวไร8ออยและหวั หนากล8มุ ชาวไร8ออย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษจฎดัีกทา าํ ทะเบยี นชาสวาํ ไนรกัอ8 งอายนแคลณะะทกีด่รรนิ มทก่ีใาชรใกนฤกษาฎรีกปาลกู ออย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) ทดสอบคุณภาพออยและนาํ้ ตาลทราย ส(๗าํ น)กั วงจิ านัยแคลณะะพกรฒั รมนกาากรากรฤผษลฎิตีกแาละการใชประสโาํยนชกั นงIจานาคกณออะกยรแรลมะกนา้ํารกตฤาษลฎทีกราาย (๘) ส8งเสริมและเผยแพร8ความรูเก่ียวกับการผลิต การใช และการจําหน8ายออยและ สาํ นกั นง้าํานตคาลณทะกรารยรมตกลารอกดฤจษนฎภีกาาวะการตลาดขสาอํ นงกันงํา้ าตนาคลณทะรการยรทม้งักใานรกแฤลษะฎนีกอากราชอาณาจกั สราํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส(าํ๙น)กั งปานรคะณสะากนรงรมากนากรักบฤคษณฎีกะากรรมการบสราํิหนากั งรานคคณณะะกกรรรรมมกากรากฤรษบฎรีกิหาารกองทุน คณะกรรมการออยและคณะกรรมการนาํ้ ตาลทราย สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ๐ษฎ) ีกตาิดตอ8 ประสานงสาาํ นนกักงับาอนงคคณIกะากรรตร8ามงกปารรกะฤเทษศฎแีกลาะองคIการระหสวาํ น8างกั ปงารนะคเทณศะกรรมการกฤษฎีกา (๑๑) กระทํากิจการอย8างอ่ืนตามที่คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี คณะกรรมการ และ คณะกรรมการอืน่ สาํๆนกัตงาามนพครณะะรการชรบมัญกาญรกัตฤนิ ษม้ี ฎอีกบาหมาย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความในวรรคหนึ่ง ไม8เป/นการตัดอํานาจหนาที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณI สาํ นกั แงตาน8กคาณระดกํารเรนมินกการากรฤขษอฎงีกการะทรวงเกษตสาํรนแกั ลงะานสคหณกะรกณรIรตมอกงาสรอกฤดษคฎลีกอางกับขอกําหนสดาํ นหกัรงือารนะคเณบะียกบรรขมอกงารกฤษฎีกา คณะกรรมการตามมาตรา ๑๗ สใาํนนกกั างราดนาํคเณนะินกกรารรมตกาามรกวฤรษรคฎหีกานึ่ง สาํ นกั งานสจาํะนมกั องบานหคมณายะกใหรรบมคุ กคาลรกอฤ่ืนษกฎรีกะาทําการแทน สาํ นกั ตงาามนรคะณเะบกียรบรมทกคี่ าณรกะฤกษรฎรมีกาการกาํ หนดกไ็สดาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๖ค๒ณะกใหรรมมีเลกาขรากธฤิกษาฎรีกเปาน/ ผบู ังคับบญั สชาํ านขกั างราานชคกณาะรกแรลระมลกกูารจกาฤงษขฎอีกงสาํานกั งาน ใหเลขาธกิ ารเป/นขาราชการพลเรอื นสามัญ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑๐ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤพษนฎักีกงาานเจาหนาทส่ี าํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๓ ใหพนักงานเจาหนาทีม่ ีอาํ นาจและหนาที่ดงั ตอ8 ไปน้ี ส(๑าํ น)กั เงขาานไคปณในะกไรรร8อมอกยารเกคฤหษสฎถีกาาน ยานพาหนสะาํ นโกรั งงางนานคณสะถการนรมทก่ีเากร็บกอฤอษยฎีกนา้ําตาลทราย สาํ นกั พหงรรานือะคอผณาลทะพกิตลรยอรIตมยกกไหาดรรกหอื ฤใรษนือฎรสีกะถาหาวน8างทเี่ทวลําากทาํารกสคาาํ านรนเกั พํ้างตาื่อนาตคลรณวทจะรกสารอยรบใมนใกหเาวเรปลกน/ฤาไษกปฎลตีกาาางมวพันรระะรหาชว8บางญั พสญารํ นัตะกัินอง้ีาาทนคิตณยIะขกึ้นรแรมลกะารกฤษฎีกา ส(า๒ํ น)กั นงาํานตคัวณอะยก8ารงรมอกอายรกนฤํ้าษตฎาีกลาทราย และผสลาํ นพกั ลงอานยคไณดใะนกรปรรมิมกาารณกพฤษอฎสีกมาควรไปเป/น ตวั อยา8 งเพอ่ื ตรวจสอบหรือทดสอบ สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษฎยีกึดาอายัดสมุดบสัญาํ นชกัีแงลาะนเคอณกะสการรรมหกลาักรฐกาฤนษฎอีกื่นาเมื่อมีเหตุอันสสาํมนคกั วงรานเชคื่อณวะ8ากมรรีกมากรารกฤษฎีกา ฝSาฝTนหรือไมป8 ฏิบตั ิตามพระราชบัญญัตนิ ้ี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๔ พนักงานเจาหนาที่ตองมีบัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาท่ีตามแบบที่ สาํ นกั รงัฐามนนคณตระีกกาํรรหมนกดาโรดกยฤปษรฎะีกกาาศในราชกิจจสาาํ นนกัุเบงากนษคาณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการปฏิบัติตามหนาท่ี พนักงานเจาหนาที่ตองแสดงบัตรประจําตัวพนักงาน เจาหนาท่ีต8อผซู ึง่ เสกาํ ยี่นวกั ขงอานงคแณละะกใรหรบมคุกาครลกดฤังษกฎลีก8าาวอาํ นวยความสสาํ นะกัดงวากนหครณอื ะชกว8รยรมเหกลารอื กตฤาษมฎสีกมาควร สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๘ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑๑ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั บงาทนกคาํ ณหะนกดรโรทมษการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๕ ชาวไร8ออยผูใดหรือโรงงานใด ไม8ชําระค8าธรรมเนียมตามมาตรา ๒๘ สาํ นกั ตงอานงรคะณวะากงรโรทมษกปารรกับฤไษมฎเ8 กีกินาหาพนั บาท สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๖ ผูใดปลูกออยโดยมิไดจดทะเบียนเป/นชาวไร8ออยตามมาตรา ๓๕ วรรคหน่ึง สาํ นกั ตงอานงรคะณวะากงรโรทมษกปารรกับฤไษมฎ8เกีกนิ าหาพันบาท สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาน๖ค๗ณะชกรารวมไรก8อารอกยฤผษูใฎดีกไมา8ปฏิบัติตามมสาาํตนรกัาง๓าน๖คณ(๑ะ)กหรรรมือกไามร8รกาฤยษงฎาีนกาปริมาณออย หรือโดยจงใจรายงานใหผิดไปจากความเป/นจริงตามมาตรา ๓๖ (๒) หรือไม8ปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ สาํ นกั ตงอานงรคะณวะากงรโรทมษกปารรกบั ฤไษมฎเ8 กีกินาหาพันบาท สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั งราานค๖ณ๘ะกรผรูใมดกมาริไกดฤจษดฎทีกะาเบียนเป/นหสัวาํ หนนกั งาากนลค8ุณมชะการวรไมรก8อาอรกยฤหษรฎือีกถาูกเพิกถอน สาํ นกั ไทงมะา8เนเกบคินียณสนะากกมราหรรมมเกป่นื า/นบรหกาทฤัวษหฎนีกาากลุ8มชาวไร8ออสาํยนแกั ลงวานสค8งอณอะยกรทร่ีตมนกมาริไกดฤผษลฎิตีกใาหแก8โรงงาน สตาํอนงกั รงะาวนาคงณโทะกษรปรมรักบารกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๙ หัวหนากลุ8มชาวไร8ออยผูใดไม8ปฏิบัติตามมาตรา ๓๙ หรือมาตรา ๔๐ สาํ นกั ตงอานงรคะณวะากงรโรทมษกปารรกับฤไษมฎเ8 กีกนิ าสามหม่นื บาทสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๗ค๐ณะกโรรงรงมากนารใดกฤไมษ8ปฎฏีกาิบัติตามมาตรสาาํ ๔นกั๔งา(น๒ค) ณ(๓ะก) ร(๔รม)ก(า๕ร)กฤ(๖ษ)ฎหีการือ (๘) หรือ รายงานตามมาตรา ๔๔ (๘) อนั เปน/ เท็จ ตองระวางโทษปรับไม8เกนิ หาแสนบาท สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๑ โรงงานใดไม8ปฏิบัติตามมาตรา ๔๔ (๗) ตองระวางโทษจําคุกไม8เกินสองป0 หรอื ปรบั สองเท8าขสอาํ งนมกั ูลงคาน8าคนณาํ้ ตะากลรรทมรกาายรทก่ีขฤนษยฎาีกยาออกนอกบริเสวาํณนโกั รงงางนาคนณแะตก8ตรรอมงกไมาร8นกอฤยษกฎวีก8าาหาแสนบาท สาํ นกั หงรานอื คทณ้งั จะํากทรรัง้ มปกราบั รกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๗ค๒ณะกโรรรงมงกาานรใกดฤไษมฎ8ปีกฏาิบัติตามมาตรสาาํ น๔กั ๕งานตคอณงระกะรวรามงกโทารษกจฤําษคฎุกีกไาม8เกินสองป0 หรอื ปรบั ไม8เกินหาแสนบาท หรอื ทั้งจาํ ทง้ั ปรบั สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๓ โรงงานใดไม8ปฏิบัติตามมาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกไม8 เกนิ สองป0 หรอื ปรสบั าํ นไมกั เ8งกานนิ คหณาแะกสรนรบมากทารหกรฤอื ษทฎง้ั ีกจาาํ ทั้งปรับ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๗๔ โรงงานสาํในดกัไงมา8สน8งคเณงินะกเขรรามกกอางรกทฤุนษฎหีกราือส8งไม8ครบถสวาํนนตกั างามนมคาณตะรการร๕ม๗การกฤษฎีกา ตองระวางโทษปรับไม8เกนิ หนึง่ แสนบาท และใหส8งเงินเขากองทุนจนครบพรอมดวยเงินเพ่ิมอีกรอยละ สามต8อเดือนนบั แสตาํ 8วนันกั ทงาี่ถนึงคกณําหะกนรดรสมง8กหารรกอื ฤชษําฎรีกะา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรคฎาํีกนาวณระยะเวลสาาํตนากั มงวารนรคคณหะนก่งึรรถมากมาเีรศกษฤษขอฎงีกเาดือนใหคิดเปน/ สหาํ นนกั ่ึงงเดานอื คนณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๙ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า เงินเพม่ิ ตามวรรคหน่งึ ใหตกเป/นของกองทนุ ดวย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๕ ผูใดขัดขวางหรือไม8อํานวยความสะดวกใหแก8พนักงานเจาหนาที่ซ่ึง ปฏิบตั กิ ารตามมาสตาํ รนากั ง๖า๓นคตณอะงกรระรวมากงาโรทกษฤจษําฎคีกกุ าไมเ8 กินหกเดือสนาํ นหกั รงาือนปครณับะไกมร8เรกมินกหารนกึ่งฤหษมฎื่นีกบาาท หรือท้ัง จาํ ทั้งปรับ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาํ านตกั รงาาน๗ค๖ณ๒ะกรใรนมกกราณรกีทฤ่ีผษูกฎรีกะาทําความผิดเสปาํ /นนนกั งิตาิบนุคคณคละกถรรามกกาารรกกรฤะษทฎําีกคาวามผิดของ นติ บิ คุ คลนน้ั เกดิ จากการส่ังการหรือการกระทําของกรรมการ หรือผูจัดการ หรือบุคคลใดซ่ึงรับผิดชอบ สาํ นกั ใงนากนาครณดะํากเรนรินมกงาารนกขฤอษงฎนีกิตาิบุคคลน้ัน หสราํือนใกันงกานรณคณีทะี่บกุครรคมลกดาังรกกฤลษ8าฎวมีกาีหนาที่ตองส่ังกสาํานรกัหงราือนกครณะะทกํรารกมากรารกฤษฎีกา และละเวนไม8สั่งการหรือไม8กระทําการจนเป/นเหตุใหนิติบุคคลน้ันกระทําความผิด ผูน้ันตองรับโทษ ตามทบี่ ญั ญตั ิไวสําสหาํ นรกัับงคาวนาคมณผะิดกนรร้นั มกๆารดกวฤยษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งบาทนเคฉณพะากะรกรามลการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั บงังาคนบัคณใหะกมรสี ริทมธกิขาอรกมจฤดาษทตฎะรเีกาบายี๗น๗เปน/ ผชูใาดวปไรลอ8สูกาอํ นอยกัหองรยาอื นหหควัรณหือะนสกา8งรกรอลมอมุ8กยชาใราหกวฤแไรษกอ8 ฎ8โอรีกยงางแาลนวแในตว8กัรนณทีี่พตสราาํ มนะพกรั งราาะชนรบาคัชญณบญะญักัตรญิรนัตมี้ในิกชา้ี รกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๘ ภายในหาป0นับแต8วันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ถาชาวไร8ออยฝSาฝTน สาํ นกั หงรานือคไมณ8ปะกฏริบรมัตกิตาารมกฤพษรฎะีกราาชบัญญัตินี้ซสึ่งาํ เนปกั /นงาคนวคาณมะผกิดรตรมากมามรกาตฤษรฎาีก๖า๖ หรือมาตรสาาํ น๖กั ๗งานใคหณพะนกักรรงมากนารกฤษฎีกา เจาหนาที่แนะนํา ตักเตือน สั่งใหแกไข หรือปฏิบัติใหถูกตองภายในระยะเวลาอันสมควรก8อน หาก ชาวไรอ8 อยเพิกเฉยสาํ ลนะกั เงลานยคขณัดะขกืนรหรมรกือาไรมก8ปฤฏษบิฎตัีกาติ ามจงึ ใหดาํ เนสินาํ นคกั ดงีตานามคกณฎะกหรมรามยการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา ๗๙ บรรสดาํ านนกั ง้ําาตนคาณละทกรรารมยกทา่ีรโกรฤงษงฎาีกนามีอย8ูในครอสบาํ นคกั รงอานงคกณ8อะนกรวรันมกทา่ี รกฤษฎีกา พระราชบญั ญตั ิน้ีใชบังคบั ใหดาํ เนนิ การตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการกําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั ใงนาคนณคณะกะกรรรรมมกกาารรอกมอฤายษตแฎรลีากะา๘น๐้าํ ตาใลหทสรถาายบสตันาํ านชมกั าพงวารไนะรคร8อณาอชะยบกแรญั ลระญมสกัตมาินรากโ้ี คดฤมยษโไฎรมีกง8ชงาักาชนาเสนอผูแทสนาํ เนพกั ่ืองเาปน/นคณกระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา สใาํนนรกั ะงหานวค8าณงทะก่ียรังรไมมก8มาีรกกาฤรษเสฎนีกาอผูแทนตามวสราํ นรคกั งหานนึ่คงณถะากมรีครมวกาามรจกําฤเษปฎ/นีกตาองมีผูแทน ชาวไร8ออย หรือผูแทนโรงงานเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี ใหรัฐมนตรีแต8งต้ังผูซึ่งปลูกออย สาํ นกั เงพาื่อนขคณายะใกหรรแมกก8โารรงกงฤาษนฎไีกมา8ว8าจะขายโดยสตาํ นรกังงหารนือคขณาะยกโรดรมยกผา8ารนกฤหษัวฎหีกนาากลุ8มชาวไร8อสาอํ นยกั งหารนือคผณูซะึ่งกไรดรมรักบารกฤษฎีกา อนุญาตใหต้ังและประกอบกิจการโรงงานผลิตน้ําตาลทราย แลวแต8กรณี ซึ่งมีคุณสมบัติและไม8มี ลักษณะตองหามสมาํ านตกั รงาาน๑คณ๑ะแกลรระมเกคายรปกฏฤษิบฎัตีกิหานาที่เป/นผูแทสนาํ นขกั องงาชนคาวณไะรก8อรอรมยกหารรือกผฤูแษทฎีกนาของโรงงาน แลวแต8กรณี ในการติดต8อกับทางราชการก8อนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ เป/นผูแทนชาวไร8ออย สาํ นกั หงรานอื คผณแู ทะกนรโรรมงกงาารนกฤแษลฎวแีกตา ก8 รณี และใหสนาํ าํนมกั างาตนรคาณ๑ะ๔กรวรรมรกคารสกาฤมษมฎาีกใาชบงั คับโดยอนสุโาํ ลนมกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒ มาตรา ๗๖ แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห8งกฎหมายท่ีเก่ียวกับ สาํ นกั คงวาานมครณับผะกดิ รในรมทากงาอรากญฤาษขฎอีกงาผแู ทนนิติบคุ คลสพาํ น.ศกั .ง๒าน๕ค๖ณ๐ะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104