การสิกขาจาริกท่ีปราสาทบ้านบุน้ัน ทำให้เห็นควำมสำคญั และคุณค่ำของปรำสำทน้ัน เป็นอยำ่ งมำกไม่ว่ำจะเป็ นธรรมศำลำอนั เก่ำแก่ซ่ึงมีกำรคำดเดำว่ำปรำสำทน้นั ไดก้ ่อต้งั ข้ึนต้งั แต่ สมยั พระเจำ้ ชยั วรมนั ที่ 7 หรือเป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวทำงประวตั ิศำสตร์ที่สำคญั ท่ียงั คงหลงเหลืออยู่ ในปัจจุบนั ซ่ึงนน่ั ทำใหร้ ู้วำ่ ยงั มีผคู้ นอีกเป็นจำนวนมำกท่ีใหค้ วำมสำคญั เกี่ยวกบั ประวตั ิศำสตร์ ซ่ึงปรำสำทบำ้ นบุน้นั เป็ นโบรำณสถำนขนำดเล็กหลงั เดียว ก่อสร้ำงดว้ ยศิลำแลงมีแผนผงั เป็น รูปส่ีเหล่ียมผืนผำ้ หันหนำ้ ไปทำงทิศตะวนั ออก ซ่ึงมีควำมกวำ้ ง 5.10 เมตร และมีควำมยำวกว่ำ 11 เมตร และยงั มีประตูเขำ้ ออกอยู่ ๒ ทำง คือ ทำงทิศตะวนั ออกและทำงทิศตะวนั ตก ทำงทิศใต้ ของตวั ปรำสำทมีกรอบหนำ้ ต่ำงอยู่ ๕ บำน ซ่ึงกรอบประตูและหนำ้ ต่ำงน้นั สร้ำงดว้ ยหินทรำยสี ส้มอมเหลือง เม่ือตน้ ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ซ่ึงกรมศิลปำกรไดท้ ำกำรสำรวจและทดลองประกอบส่วน หลงั คำที่พงั ลงมำเพอ่ื เตรียมทำกำรบูรณะปรำสำทบำ้ นบุใหมใ่ หส้ มบูรณ์ข้ึนในภำยภำคหนำ้
ดงั ตวั อยำ่ งในภำพปัจจุบนั ดงั น้ี และภำยในปรำสำทน้ันยงั มีแท่นวำงรูปเคำรพอยู่ ๑ แท่น และพบช้ินส่วนทบั หลงั สลกั ภำพ พระพุทธรูปปำงสมำธิในซุ้มเรือนแกว้ ๒ ช้นั ซ่ึงเป็ นหลกั ฐำนยืนยนั อำยุกำรสร้ำงและลทั ธิทำง ศำสนำ ในสมยั พระเจำ้ ชยั วรมนั ท่ี ๗ อีกดว้ ย
และขอใชภ้ ำพสุดทำ้ ยน้ีเป็ นขอ้ สรุป ดงั น้ี
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: