Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore SCI M.102061

SCI M.102061

Published by sae.rpk31, 2018-10-25 05:02:41

Description: SCI M.102061

Search

Read the Text Version

การจดั ทําโครงสรา งรายวิชา รายวิชา วทิ ยาศาสตร รหัสวิชา ว 21102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตร จัดทําโดย นายเสรี แซจาง ตําแหนง พนกั งานราชการ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31ตําบลชางเค่งิ อําเภอแมแจม จงั หวดั เชยี งใหม สาํ นักบริหารงานการศึกษาพเิ ศษสาํ นกั งานการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ

คําอธบิ ายรายวชิ า รายวิชา วิทยาศาสตร รหสั วชิ า ว21102 ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จาํ นวน 1.5 หนวยกติ ศกึ ษา วเิ คราะห ความรอ นกบั การเปลย่ี นแปลงของสสาร การถายโอนความรอน ลมฟา อากาศรอบตวั มนษุ ยและการเปลีย่ นแปลงลมฟา อากาศ โดยใชก ารสืบเสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทักษะในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถใน การตัดสินใจ การแกปญหา กานําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรมคณุ ธรรมและคา นยิ มทเี่ หมาะสมตัวช้ีวดั ว 2.1ม.1/9 อธิบายและเปรยี บเทยี บการจัดเรียงอนุภาคแรงยดึ เหน่ยี วระหวา งอนภุ าค และการเคลอื่ นท่ี ของอนุภาคของสสารชนดิ เดียวกันในสถานะของแขง็ ของเหลว และแกส โดยใชแบบจาํ ลอง ว 2.1ม.1/10 อธบิ ายความสัมพันธระหวางพลงั งานความรอนกบั การเปลยี่ นสถานะของสสาร โดยใชห ลักฐาน เชงิ ประจักษแ ละแบบจาํ ลอง ว 2.2ม.1/1 สรางแบบจําลองทอี่ ธบิ ายความสมั พันธร ะหวางความดันอากาศกบั ความสงู จากพน้ื โลก ว 2.3ม.1/1 วิเคราะหแปลความหมายขอมูล และคํานวณปริมาณความรอ นทที่ ําใหส สารเปลี่ยนอุณหภมู ิ และเปลย่ี นสถานะโดยใชส มการ Q = mc∆t Q = mL ว 2.3 ม.1/2 ใชเ ทอรม อมิเตอรในการวดั อุณหภมู ิของสสาร ว 2.3 ม.1/3 สรางแบบจาํ ลองท่อี ธบิ ายการขยายตวั หรอื หดตวั ของสสารเนือ่ งจากไดร บั หรือสูญเสยี ความรอ น ว 2.3 ม.1/4 ตระหนักถงึ ประโยชนของความรูข องการหดและขยายตัวของสสารเน่ืองจากความรอ นโดย วิเคราะหส ถานการณปญ หา และเสนอแนะวิธกี ารนําความรูม าแกป ญหาในชีวิตประจาํ วัน ว 2.3 ม.1/5 วิเคราะหสถานการณการถายโอนความรอนและคาํ นวณปริมาณความรอ นท่ีถา ยโอนระหวาง สสารจนเกดิ สมดุลความรอนโดยใชสมการ Qสูญเสยี = Qไดร บั ว 2.3 ม.1/6 สรา งแบบจําลองทอ่ี ธบิ ายการถา ยโอนความรอนโดยการนําความรอน การพาความรอน การแผรังสีความรอน ว 2.3 ม.1/7 ออกแบบ เลอื กใชแ ละสรางอปุ กรณเพื่อแกปญ หาในชวี ิตประจําวันโดยใชค วามรูเก่ียวกบั การถายโอนความรอน ว 3.2 ม.1/1 สรา งแบบจําลองทอ่ี ธบิ ายการแบง ชน้ั บรรยากาศและเปรยี บเทียบประโยชนของบรรยากาศ แตละชนั้ ว 3.2 ม.1/2 อธบิ ายปจจัยทม่ี ีผลตอ การเปลีย่ นแปลงองคป ระกอบของลมฟา อากาศ จากขอ มูลที่รวบรวมได ว 3.2 ม.1/3 เปรียบเทยี บกระบวนการเกดิ พายุฝนฟาคะนองและพายหุ มุนเขตรอ น และผลทมี่ ตี อ สิ่งมชี ีวิต และส่งิ แวดลอ ม รวมทั้งนาํ เสนอแนวทางการปฏิบตั ติ นใหเหมาะสมและปลอดภัย ว 3.2 ม.1/4 อธบิ ายการพยากรณอ ากาศ และพยากรณอากาศอยางงา ยจากขอ มลู ท่รี วบรวมได ว 3.2 ม.1/5 ตระหนกั ถงึ คุณคาของการพยากรณอ ากาศโดยนําเสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนและการใช ประโยชนจากคาํ พยากรณอากาศ ว 3.2 ม.1/6 อธิบายสถานการณแ ละผลกระทบการเปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศโลกจากขอมลู ท่รี วบรวมได

ว 3.2 ม.1/7 ตระหนักถงึ ผลกระทบของการเปลย่ี นแปลงภูมิอากาศโลก โดยนําเสนอแนวทางการปฏิบตั ติ น ภายใตก ารเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศโลกรวมทั้งหมด 17 ตัวชว้ี ัด

ผังมโนทัศน รายวชิ า วทิ ยาศาสตร รหัสวิชา รหัสวิชา ว21102ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2561 ชือ่ หนวย พลงั งานความรอ น ชื่อหนวย บรรยากาศจาํ นวน 30 ช่วั โมง : 40 คะแนน จาํ นวน 10 ชัว่ โมง : 20 คะแนน รายวิชา วทิ ยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 จาํ นวน 60 ชว่ั โมง ชอื่ หนว ย บรรยากาศ 2จํานวน 20 ชว่ั โมง : 40 คะแนน

โครงสรา ง รายวิชา วทิ ยาศาสตร รหสั วิชา รหสั วิชา ว21102 ชที่ ชอ่ื หนวย รหัส มฐ.ตัวชี้วัด/ ผลการเรยี นรู1 พลงั งานความรอ น ว 2.3 ม.1/1 วิเคราะห แปล อุณห ความหมายขอมูล และคาํ นวณปริมาณ โดยใช ความรอ นทที่ าํ ใหสสารเปลยี่ นอุณหภูมิ เทอร และเปลี่ยนสถานะ โดยใชสมการ Q = แบบก mc∆t และ Q = mL ขั้นตอน ว 2.3 ม.1/2 ใชเทอรมอมเิ ตอรในการ มอมิเต วดั อณุ หภมู ขิ องสสาร เทอรม ว 2.3 ม.1/3 สรางแบบจาํ ลองท่ี สายตา อธบิ าย การขยายตัว หรือหดตวั มเิ ตอร ของสสารเน่อื งจากไดร บั หรือสูญเสยี หนว ย ความรอ น จุดเยือ ว 2.3 ม.1/4 ตระหนกั ถึงประโยชน เปรียบ ของความรขู องการหดและขยายตัว สมการ ของสสารเน่อื งจากความรอน โดย วิเคราะหส ถานการณปญหา และ สารเม เสนอแนะวิธกี ารนําความรูมาแกป ญ หา สถานะ ในชีวิตประจาํ วนั ความ ว 2.3 ม.1/5 วเิ คราะหสถานการณ ข้ึนอย การถา ยโอนความรอ น และคํานวณ เปล่ยี น ปรมิ าณความรอนทีถ่ ายโอนระหวาง ความ สสารจนเกิดสมดุลความรอนโดยใช กบั มวล สมการ Qสูญเสยี = Qไดรบั เปล่ียนแ

งรายวชิ าชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2561 สาระสาํ คัญ เวลา คะแนน (ชม.) รวม K P Aหภูมิ คือ ระดับความรอนของสาร สามารถวัดได 30 40 15 15 10ชอปุ กรณทเ่ี รียกวา เทอรม อมเิ ตอรรมอมิเตอรมีอยูหลายแบบ เชน เทอรมอมิเตอรกระเปาะ เทอรมอมิเตอรแบบดิจิทัล เปนตนนการใชเ ทอรมอมิเตอรแ บบกระเปาะ คือ จุมเทอรตอรดานกระเปาะลงในสารที่ตองการวัด โดยใหมอมิเตอรอยูในแนวดิ่ง แลวอานคาอุณหภูมิโดยให าอยูระดับเดียวกับระดับของเหลวในเทอรมอร ยวดั อุณหภูมมิ อี ยหู ลายหนวย ซงึ่ แตล ะหนวยจะมีอกแข็งและจุดเดือดแตกตางกัน หากตองการบเทียบคาอุณหภูมิระหวางหนวยวัดอุณหภูมิจะไดร ดงั นี้ C/5 = (K-273)/5 = (F-32)/9 = R/4 ม่ือไดร บั ความรอ นอาจมีการเปล่ียนแปลงอณุ หภูมิะ หรอื รปู รา งของสารมรอนที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสารยูกับมวล ความรอนจําเพาะ และอุณหภูมิท่ีนแปลงไป โดยสถานะของสารไมเปลีย่ นแปลงมรอนท่มี ีผลตอการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารข้ึนอยูล และความรอ นแฝงจําเพาะ โดยทอ่ี ณุ หภมู ิของสารไม แปลง

ท่ี ชื่อหนว ย รหัส มฐ.ตัวชว้ี ัด/ ผลการเรยี นรู ว 2.3 ม.1/6 สรา งแบบจาํ ลองท่ี ความ อธิบายการถา ยโอนความรอนโดยการ เม่ือสา นาํ ความรอ น การพาความรอน การแผ ทําใหเ รังสี ความรอน เปลย่ี น ว 2.3 ม.1/7 ออกแบบ เลือกใช และ สารท ส ร า ง อุ ป ก ร ณ เ พื่ อ แ ก ป ญ ห า ใ น รอนระ ชีวิตประจําวันโดยใชความรูเก่ียวกับการ การนํา ถา ยโอนความรอน ความร การน ตัวกลา การถา การเคล ความร วัตถุเ และแผ ดูดกลืน ตอการ 1. สี วัตถทุ ่ีม 2. อณุ จะดูดก แตกตา 3. ผิว และคา 4. พื้น ความร

สาระสําคัญ เวลา คะแนน A (ชม.) รวม K Pมรอนที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงรูปรางของสารารไดรับความรอนจะทําใหอนุภาคเคลื่อนท่ีเร็วขึ้นเกิดการขยายตัว สงผลใหขนาดและรูปรางนแปลงไปท่ีมีอุณหภูมิแตกตางกัน จะมีการถายโอนความะหวางกัน การถายโอนความรอนมี 3 แบบ คือาความรอน การพาความรอน และการแผรังสีรอ นนําความรอนเปนการถายโอนความรอนที่อาศัยาง โดยตัวกลางไมเคลื่อนที่ การพาความรอนเปนายโอนความรอนที่อาศัยตัวกลาง โดยตัวกลางมีลื่อนท่ี สวนการแผรังสีความรอ นเปน การถายโอนรอนท่ีไมอาศยั ตัวกลางเมื่อไดรับความรอนจะดูดกลืนพลังงานความรอนผรังสีความรอนออกมา วัตถุชนิดตาง ๆ จะมีการนและคายความรอนไดแตกตา งกนั ซึง่ ปจจัยท่ีมผี ลรดดู กลนื และคายรงั สคี วามรอน มีดงั น้ีวัตถุท่ีมีสีเขม จะดูดกลืนและคายความรอนไดดีกวามีสอี อนณหภมู ิ วตั ถุที่มอี ุณหภูมิแตกตางกับสงิ่ แวดลอมมากกลืนและคายความรอนไดเร็วกวาวัตถุท่ีมีอุณหภูมิางกับส่งิ แวดลอมนอยวของวัตถุ วัตถุที่มีผิวหยาบและดาน จะดูดกลืนายความรอนไดด ีกวา วตั ถุท่มี ีผวิ เรยี บและมนันที่ผิว วัตถุท่ีมีพ้ืนที่ผิวมาก จะดูดกลืนและคายรอ นไดด ีกวาวตั ถุท่มี พี ้นื ทีผ่ ิวนอ ย

ที่ ช่อื หนว ย รหัส มฐ.ตัวช้ีวัด/2 บรรยากาศ ผลการเรยี นรู สารทมี่ ระหวา สภาพน ของสา ซงึ่ เปน รอ นจน = Qไดร ว. 2.2 ม.1/1 สรางแบบจําลองที่ บรรย อธิบายความสัมพันธระหวางความดัน ดาวเคร อากาศกับความสูงจากพ้นื โลก เปนองค ว. 3.2 ม.1/1 สรางแบบจําลองท่ี บรรย อธิบายการแบงช้ันบรรยากาศ และ ดงั นี้ เปรียบเทียบประโยชนของบรรยากาศ 1. ชั้น แตล ะช้นั ฟาอาก ว. 3.2 ม.1/2 อธิบายปจจัยที่มีผลตอ 2. สต การเปลี่ยนแปลงองคประกอบของลม รังสีอัล ฟา อากาศ จากขอ มลู ทรี่ วบรวมได ระดบั ค 3. มโี วัตถุนอ 4. เท เปนไออ ความสูง 5. เอ ดาวเทีย ความสูง

สาระสาํ คัญ เวลา คะแนน A (ชม.) รวม KP 5มอี ณุ หภูมิแตกตา งกันเกิดการถายโอนความรอ นางกันจนกระท่งั อุณหภมู ิของสารเทากัน เรยี กนีว้ า สมดุลความรอ น โดยความรอนทีเ่ พ่ิมขนึ้ารหน่ึง จะเทากับความรอนท่ลี ดลงของอีกสารหนึ่งนไปตามกฎการอนรุ กั ษพ ลงั งาน การถายโอนความนเกิดสมดลุ ความรอ นเปน ไปตามสมการ Qสูญเสียรับ 10 20 10 5ยากาศ คือ ชั้นแกสชนิดตาง ๆ หรืออากาศที่หอหุมราะหทั้งหมด ซ่ึงประกอบไปดวยอากาศแหงที่ไมมีนํ้าคประกอบ ไอนา้ํ และอนภุ าคฝุนตาง ๆยากาศแบงออกเปน 5 ช้ัน ตามสภาวะของอุณหภูมินโทรโพสเฟยร (troposphere) มปี รากฏการณทางลมกาศ อุณหภมู ิลดลงตามระดับความสูงตราโทสเฟย ร (stratosphere) มีช้นั โอโซนชวยดูดกลืนลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย อุณหภูมิเพ่ิมขึ้นตามความสูงโซสเฟยร (mesosphere) ชว ยใหเ กิดการเผาไหม ของอกโลก อณุ หภมู ลิ ดลงตามระดับความสูงทอรโมสเฟยร (thermosphere) มีโมเลกุลท่ีแตกตัวออนชวยสะทอนคล่นื วิทยุ อณุ หภูมิเพมิ่ ขึ้นตามระดับงอกโซสเฟยร (exosphere) เหมาะสําหรับการโคจรของยมรอบโลกในระดับตํ่า อุณหภูมิเพ่ิมข้ึนตามระดับง

ท่ี ช่อื หนวย รหสั มฐ.ตัวช้ีวัด/ ลมฟ บรรยากาศ 2 ผลการเรยี นรู หนึ่ง ข้ึนอยูก อากาศ อุณห ปจจัยท ปรมิ าณ ความ ท่ีสงผล อากาศ ความ พ้ืนที่ ป ของอาก ลม ค ลม คือ เมฆ ค กอ น ป ฝน คือ คือ คว ว 3.2 ม.1/3 เปรยี บเทยี บกระบวนการ องคป เกิดพายุฝนฟาคะนองและพายุหมุน ปรากฏ เขตรอน และผลท่ีมีตอสิ่งมีชีวิตและ เขตรอ น ส่ิงแวดลอม รวมท้ังนําเสนอแนว มรส ทางการปฏิบัติตนใหเหมาะสมและ ออกเป ปลอดภยั เกิดจาก

สาระสาํ คัญ เวลา คะแนน A (ชม.) รวม K Pฟาอากาศ เปนสภาวะของอากาศ ณ พ้ืนท่ีหนึ่งในเวลาซึ่งลมฟาอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลากับองคประกอบของลมฟาอากาศ ไดแก อุณหภูมิความดนั อากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆ และฝนหภมู อิ ากาศ หมายถึง ระดับความรอน-เยน็ ของอากาศที่สงผลตออุณหภูมิอากาศ คือ แสงจากดวงอาทิตยณเมฆ ลกั ษณะพน้ื ท่ี และความสูงจากระดบั นํ้าทะเลมช้ืนอากาศ คือ ปริมาณไอน้ําที่มีอยูในอากาศ ปจจัยลตอความช้นื อากาศ คอื ไอนํ้าในอากาศ และอุณหภูมิมดันอากาศ คือ แรงท่ีอากาศกระทําตอหน่ึงหนวยปจจัยที่สงผลตอความดันอากาศ คือ จํานวนโมเลกุลกาศ อณุ หภมู อิ ากาศ และความสูงจากระดับนํา้ ทะเลคือ การเคลื่อนที่ของอากาศ ปจจัยท่ีสงผลตอการเกิด ความดนั อากาศหรอื อุณหภูมิอากาศ คอื ละอองนาํ้ หรือนํ้าแข็งในอากาศท่ีรวมกันเปนกลุมปจ จัยทสี่ ง ผล คอื ความดันอากาศและความชน้ื อากาศอ ละอองนาํ้ ขนาดใหญที่ตกลงสพู น้ื ดนิ ปจจัยท่ีสงผล วามดันอากาศและความช้ืนอากาศประกอบของลมฟาอากาศที่เปล่ียนแปลง ทําใหเกิด 20 40 25 10 5ฏการณตา ง ๆ ไดแก มรสุม พายุฟา คะนอง พายหุ มุนน เปน ตนสุม เปนการหมุนเวียนของลมตามฤดูกาล แบงปนมรสุมฤดูรอนและมรสุมฤดูหนาว มรสุมฤดูรอน กพื้นทวีปรอนกวา พ้ืนมหาสมุทร มรสุมฤดูหนาว

ท่ี ช่อื หนว ย รหัส มฐ.ตัวชี้วัด/ ผลการเรยี นรู ว 3.2 ม.1/4 อธิบายการพยากรณ เกิดจาก อากาศ และพยากรณอากาศอยางงาย ทวีปไป จากขอมลู ทร่ี วบรวมได พายุฟ ว 3.2 ม.1/5 ตระหนักถงึ คณุ คาของ การระ การพยากรณอากาศโดยนาํ เสนอแนว แลวเก ทางการปฏิบตั ิตน และการใช รองและ ประโยชนจากคาํ พยากรณอ ากาศ พายุ ว 3.2 ม.1/6 อธบิ ายสถานการณแ ละ บริเวณ ผลกระทบการเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศ สูงขึ้น โลกจากขอมูลทร่ี วบรวมได การหม ว 3.2 ม.1/7 ตระหนกั ถึงผลกระทบ ของการเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศโลก การพ โดยนาํ เสนอแนวทางการปฏิบัตติ น ฟาอาก ภายใตการเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศโลก ขางหน ส่ือสาร วิเคราะ การพย อากาศ เกณฑป สถานะ อากาศส แผน ชวงเวล พยากร การเป และสิ่ง

สาระสําคัญ เวลา คะแนน A (ชม.) รวม K Pกพื้นทวีปเย็นกวาพ้ืนมหาสมุทร ลมจึงพัดจากพ้ืนปยังพืน้ มหาสมุทรฟาคะนอง เกิดข้ึนในวันท่ีอากาศรอนจัด ทําใหเกิดะเหยของน้ําปริมาณมาก เกิดเปนเมฆคิวมูโลนิมบัสกิดการกล่ันตัวเปนฝน เกิดลมกระโชก ฟาแลบ ฟาะฟา ผาหมุนเขตรอน เกิดข้ึนเหนือมหาสมุทร โดยอากาศณที่เกิดพายุจะมีความดันอากาศตํ่า อากาศลอยตัวอากาศบริเวณรอบขางเขามาแทนที่ ประกอบกับมนุ รอบตัวเองของโลก ทาํ ใหเ กดิ เปน พายุหมนุพยากรณอากาศ เปนการคาดหมายสภาวะของลมกาศ และปรากฏการณที่จะเกิดข้ึนในชวงเวลานา โดยตรวจวัดองคประกอบของลมฟาอากาศ การรแลกเปลี่ยนขอมูลลมฟาอากาศระหวางพื้นท่ี การะหขอมูล และสรางคําพยากรณอากาศ ซ่ึงเกณฑในยากรณอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ไดแก เกณฑศรอน เกณฑอากาศเย็น เกณฑการกระจายของฝนปริมาณฝน เกณฑปริมาณเมฆ ในทองฟา เกณฑะของทะเล รองมรสุม ลมพัดรอบบริเวณความกดศสงู บริเวณความกดอากาศต่ํา เปน ตนนท่ีอากาศ เปนแผนที่แสดงสภาพลมฟาอากาศใน ลาหน่ึง ขอมูลในแผนท่ีอากาศจะนําไปใชในการรณอ ากาศเปล่ียนแปลงภูมอิ ากาศโลกสงผลกระทบตอสิ่งมีชีวิต งแวดลอม ซึ่งปจจุบันภูมิอากาศโลกเกิดการ

ท่ี ชื่อหนว ย รหัส มฐ.ตวั ชีว้ ัด/ ผลการเรียนรู รวมทั้งสิ้น เปล่ียน ข้ัวโลก จักรน้ํา พิบัติท ของมน ภาวะเร แนวทา ปฏิบัติต การเปล

สาระสําคญั เวลา คะแนน A (ชม.) รวม K Pนแปลงอยางรวดเร็ว เชน การหลอมเหลวของนํ้าแข็งการเพิ่มข้ึนของระดับนํ้าทะเล การเปลี่ยนแปลงวัฏา การเกิดโรคอุบัติใหมและอุบัติซํ้า และการเกิดภัยทางธรรมชาติท่ีรุนแรงข้ึน เปนผลมาจากการกระทํานุษยที่ทําใหเกิดภาวะโลกรอน ซ่ึงมีสาเหตุมาจากรือนกระจกและรูโหวโอโซน มนุษยจึงควรเรียนรูางปฏิบตั ิตนภายในสถานการณดังกลาว ทง้ั แนวทางตนใหเหมาะสม และแนวทางลดกิจกรรมท่ีสงผลตอล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก 60 100 50 30 20

การวเิ คราะหมาต รายวชิ า วทิ ยาศาสตร รหสั วชิ า รหัสวชิ า ว21102 ช ตัวชีว้ ัด/ รอู ะไร ทาํ อะไร ภผลการเรียนรูว 2 . 1 ม . 1 /9 อ ธิ บายและ รูอ ะไร - ใบงเปรยี บเทยี บการจัดเรียงอนุภาค - เมอื่ วัตถอุ ยใู นอากาศจะมีแรงท่อี ากาศ - ผังคแรงยึดเหน่ียวระหวางอนุภาค กระทาํ ตอ วตั ถุในทุกทิศทาง แรงทอ่ี ากาศ (Conและการเคล่ือนท่ีของอนุภาค กระทําตอวัตถขุ ้ึนอยกู บั ขนาดพน้ื ทขี่ องวตั ถุ - การขอ ง สสาร ชนิ ดเดี ย ว กั น ใ น นั้น แรงทีอ่ ากาศกระทําต้ังฉากกบั ผวิ วตั ถตุ อสถานะของแข็ง ของเหลว และ หนง่ึ หนว ยพน้ื ที่เรียกวา ความดันอากาศแกส โดยใชแ บบจําลอง - ความดันอากาศมคี วามสัมพนั ธก ับความสงู จากพืน้ โลก โดยบรเิ วณทส่ี ูงจากพืน้ โลกข้นึ ไป อากาศเบาบางลง มวลอากาศนอยลง ความ ดนั อากาศก็จะลดลง ทาํ อะไร อธบิ ายและเปรยี บเทียบการจัดเรยี งอนุภาค แรงยดึ เหนยี่ วระหวา งอนุภาค และการ เคลอ่ื นที่ของอนุภาคของสสารชนิดเดยี วกนั

ตรฐานและตัวชวี้ ัดชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2561ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาํ คัญ คณุ ลักษณะ คณุ ลกั ษณะงาน ของวชิ า อันพึงประสงคความคดิ 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ รียนรูncept Mapping) การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี นิ ัยรทดลอง concept - กระบวนการกลุม - มงุ ม่นั ในการทํางาน ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคดิ (คิดวเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกปญ หา

ตัวช้วี ัด/ รอู ะไร ทําอะไร ภผลการเรียนรูว 2 . 1 ม . 1 / 1 0 อ ธิ บ า ย รอู ะไร - ใบงความสัมพันธระหวางพลังงาน - ความรอ นมผี ลตอการเปลย่ี นสถานะของ - ผงั คความรอนกบั การเปล่ียนสถานะ สสารเมือ่ ใหความรอ นแกข องแขง็ อนภุ าคของ (Conของสสาร โดยใชหลักฐานเชิง ของแขง็ จะมพี ลงั งานและอณุ หภมู เิ พ่มิ ขนึ้ - การประจกั ษและแบบจาํ ลอง จนถงึ ระดบั หน่ึงซงึ่ ของแข็งจะใชความรอ นใน การเปลี่ยนสถานะเปนของเหลว เรียกความ รอนท่ีใชในการเปลี่ยนสถานะจากของแข็ง เปน ของเหลววา ความรอ นแฝงของการ หลอมเหลว และอณุ หภมู ิขณะเปล่ียนสถานะ จะคงท่ี เรยี กอุณหภมู นิ ว้ี า จดุ หลอมเหลว ทําอะไร อธิบายและทดลองเก่ยี วกบั การเปลยี่ น สถานะเปน ของเหลวว 2.2ม.1/1 สรางแบบจําลองที่ - เมอ่ื วัตถอุ ยูในอากาศจะมแี รงทอ่ี ากาศ - ใบงอธิบายความสัมพันธระหวาง กระทาํ ตอ วตั ถุในทุกทิศทาง แรงทอี่ ากาศ - ผังคความดันอากาศกับความสูงจาก กระทําตอ วตั ถุขนึ้ อยกู บั ขนาดพน้ื ท่ขี องวัตถุ (Conพน้ื โลก นนั้ แรงทีอ่ ากาศกระทําต้งั ฉากกบั ผวิ วตั ถุตอ - การ หน่งึ หนว ยพนื้ ทเี่ รยี กวา ความดนั อากาศ - ความดันอากาศมีความสมั พันธกบั ความสงู จากพน้ื โลก โดยบรเิ วณท่ีสูงจากพ้ืนโลกขน้ึ ไป อากาศเบาบางลง มวลอากาศนอ ยลง ความ ดันอากาศก็จะลดลง

ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาํ คัญ คุณลักษณะ คุณลกั ษณะงาน ของวิชา อันพงึ ประสงคความคดิ 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูncept Mapping) การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินัยรทดลอง concept - กระบวนการกลุม - มงุ ม่ันในการทํางาน ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หางาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเรยี นรูความคิด การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินยัncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุง มน่ั ในการทํางานรทดลอง ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หา

ตัวช้ีวัด/ รูอะไร ทาํ อะไร ภผลการเรยี นรูว 2.3ม.1/1 วิเคราะหแปล รอู ะไร - ใบงความหมายขอมูล และคํานวณ - เมอื่ สสารไดร บั หรือสญู เสยี ความรอนอาจทาํ - ผงั คปริมาณความรอนท่ีทําใหสสาร ใหส สารเปลีย่ นอุณหภูมิเปล่ียนสถานะ หรือ (Conเปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยน เปล่ยี นรูปรา ง - การสถานะโดยใชส มการ - ปรมิ าณความรอนท่ที าํ ใหส สารเปลยี่ นQ = mc∆t Q = mL อุณหภมู ิขนึ้ กับมวล ความรอนจาํ เพาะ และ อุณหภมู ิท่ีเปลี่ยนไป - ปริมาณความรอ นท่ที ําใหสสารเปลย่ี น สถานะขึ้นกบั มวลและความรอนแฝงจาํ เพาะ โดยขณะที่สสารเปล่ียนสถานะ อุณหภูมิจะไม เปล่ียนแปลง ทําอะไร อธิบาย ทดลอง และคํานวณปริมาณความ รอ นทที่ ําใหส สารเปลย่ี นอุณหภมู ิและเปล่ยี นว 2.3 ม.1/2 ใชเทอรม อมเิ ตอร รูอ ะไร - ใบงในการวัดอุณหภูมิของสสาร - เมอ่ื สสารไดรบั หรอื สญู เสยี ความรอนอาจทาํ - ผงั ค ใหสสารเปลีย่ นอุณหภมู เิ ปลีย่ นสถานะ หรอื (Con เปลีย่ นรูปรา ง - การ - ปรมิ าณความรอนที่ทําใหสสารเปล่ียน อณุ หภมู ขิ น้ึ กับมวล ความรอนจําเพาะ และ อุณหภมู ิทเ่ี ปลี่ยนไป - ปริมาณความรอ นทที่ าํ ใหส สารเปลย่ี น สถานะข้นึ กับมวลและความรอนแฝงจําเพาะ

ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาํ คัญ คุณลักษณะ คุณลกั ษณะงาน ของวิชา อันพงึ ประสงคความคดิ 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูncept Mapping) การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินัยรทดลอง concept - กระบวนการกลุม - มงุ ม่ันในการทํางาน ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หางาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเรยี นรูความคิด การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินยัncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุง มน่ั ในการทํางานรทดลอง ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หา

ตวั ช้วี ัด/ รูอะไร ทําอะไร ภผลการเรยี นรู โดยขณะทส่ี สารเปล่ียนสถานะ อุณหภมู ิจะไม เปลีย่ นแปลง ทาํ อะไร อธบิ าย ทดลอง และคาํ นวณปริมาณความ รอนท่ีทาํ ใหส สารเปล่ยี นอณุ หภมู แิ ละเปลี่ยนว 2.3 ม.1/3 สรา งแบบจาํ ลองที่ รูอะไร - ใบงอธิบายการขยายตัวหรือหดตัว ความรอนทําใหสสารขยายตวั หรือหดตัวได - ผังคของสสารเนื่องจากไดรับหรือ เนอ่ื งจากเม่ือสสารไดร บั ความรอ นจะทาํ ให (Conสูญเสยี ความรอ น อนุภาคเคล่ือนท่ีเร็วขน้ึ ทาํ ใหเกิดการขยายตวั - การ แตเ ม่ือสสารคายความรอนจะทาํ ใหอนภุ าค เคล่อื นท่ีชา ลง ทําใหเกิดการหดตวั ทําอะไร อธบิ ายการขยายตัวหรือหดตัวของสสาร เน่อื งจากไดร บั หรอื สูญเสยี ความรอนว 2.3 ม.1/4 ตระหนักถึง รอู ะไร - ใบงประโยชนของความรูของการ ความรูเรอ่ื งการหดและขยายตวั ของสสาร - ผงั คหดและ ขย าย ตั วขอ งสสาร เนื่องจากความรอ นนําไปใชประโยชนไดดา น (Conเ น่ื อ ง จ า ก ค ว า ม ร อ น โ ด ย ตา ง ๆ เชน การสรางถนน การสรา งรางรถไฟ - การวิเคราะหสถานการณปญหา การทาํ เทอรมอมเิ ตอรและเสนอแนะวิธีการนําความรู ทาํ อะไรมาแกป ญหาในชีวิตประจาํ วัน อธิบายถึงประโยชนข องความรูของการหด และขยายตวั ของสสารเน่ืองจากความรอนโดย วเิ คราะหส ถานการณปญ หา และเสนอแนะ วิธีการนําความรมู าแกปญ หาในชวี ิตประจาํ วัน

ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาํ คัญ คุณลักษณะ คุณลกั ษณะ ของวิชา อันพงึ ประสงคงาน 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูความคดิ การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินัยncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มงุ ม่ันในการทํางานรทดลอง ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หางาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเรยี นรูความคิด การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินยัncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุง มน่ั ในการทํางานรทดลอง ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกปญ หา

ตวั ชว้ี ัด/ รอู ะไร ทาํ อะไร ภผลการเรียนรูว 2 . 3 ม . 1 / 5 วิ เ ค ร า ะ ห รอู ะไร - ใบงสถานการณการถายโอนความ - ความรอนถา ยโอนจากสสารทมี่ อี ุณหภมู สิ งู - ผังครอนและคํานวณปริมาณความ กวา ไปยงั สสารท่ีมอี ุณหภูมิตากวา จนกระท่งั (Conรอนที่ถายโอนระหวางสสารจน อุณหภมู ิของสสารทั้งสองเทา กัน สภาพท่ี - การเกิดสมดุลความรอนโ ดยใช สสารทงั้ สองมอี ณุ หภูมิเทา กนั เรยี กวา สมดุลสมการ Qสูญเสยี = Qไดร ับ ความรอน - เมื่อมีการถา ยโอนความรอ นจากสสารทมี่ ี อณุ หภูมติ า งกันจนเกดิ สมดุลความรอ น ความรอ นทเี่ พม่ิ ขนึ้ ของสสารหนงึ่ จะเทา กบั ความรอนที่ลดลงของอกี สสารหนงึ่ ซง่ึ เปน ไป ตามกฎการอนุรกั ษพ ลังงาน ทาํ อะไร อธิบาย ทดลอง การถา ยโอนความรอนและ คาํ นวณปรมิ าณความรอนท่ถี ายโอนระหวาง สสารจนเกิดสมดุลความรอนโดยใชสมการ Q สูญเสยี = Qไดรับว 2.3 ม.1/6 สรางแบบจําลอง รอู ะไร - ใบงที่อธิบายการถายโอนความรอ น การถา ยโอนความรอนม๓ี แบบ คอื - ผงั คโดยการนําความรอน การพา การนําความรอ น การพาความรอน และ (Conความรอน การแผร งั สคี วามรอ น การแผร งั สีความรอ น การนําความรอนเปน - การ การถายโอนความรอ นท่อี าศัยตัวกลาง โดยท่ี ตัวกลางไมเ คลื่อนที่การพาความรอ นเปน การ ถา ยโอนความรอนท่อี าศยั ตวั กลาง โดยที่ ตัวกลางเคลื่อนท่ไี ปดว ย สว นการแผรังสคี วาม รอนเปน การถายโอนความรอนทไี่ มตอ งอาศยั ตัวกลาง

ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาํ คัญ คุณลักษณะ คุณลกั ษณะงาน ของวิชา อันพงึ ประสงคความคดิ 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูncept Mapping) การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินัยรทดลอง concept - กระบวนการกลุม - มงุ ม่ันในการทํางาน ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หางาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเรยี นรูความคิด การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินยัncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุง มน่ั ในการทํางานรทดลอง ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หา

ตวั ชี้วัด/ รอู ะไร ทําอะไร ภผลการเรยี นรู ทําอะไร อธิบายการถา ยโอนความรอ นโดยการนํา ความรอน การพาความรอ น การแผรงั สคี วาม รอนว 2.3 ม.1/7 ออกแบบ เลอื กใช รอู ะไร - ใบงและสรางอุปกรณเพ่ือแกปญหา ความรเู กี่ยวกบั การถายโอนความรอนสามารถ - ผงั คในชีวิตประจําวันโดยใชความรู นาํ ไปใชประโยชนในชวี ติ ประจําวนั ไดเชน (Conเกีย่ วกบั การถา ยโอนความรอ น การเลือกใชว ัสดเุ พอ่ื นํามาทําภาชนะบรรจุ - การ อาหารเพื่อเก็บความรอ น หรือการออกแบบ ระบบระบายความรอนในอาคาร ทําอะไร ออกแบบ เลือกใชและสรางอุปกรณเ พ่ือ แกป ญ หาในชวี ิตประจาํ วันโดยใชความรู เกยี่ วกับการถายโอนความรอนว 3.2 ม.1/1 สรางแบบจําลอง รูอ ะไร - ใบงทีอ่ ธิบายการแบงชนั้ บรรยากาศ - โลกมบี รรยากาศหอหมุ นกั วทิ ยาศาสตรใช - ผงั คและเปรียบเทียบประโยชนของ สมบัติและองคประกอบของบรรยากาศในการ (Conบรรยากาศแตละช้นั แบงบรรยากาศของโลกออกเปนชัน้ ซ่งึ แบง ได - การ หลายรูปแบบตามเกณฑท แ่ี ตกตา งกัน โดยทวั่ ไปนกั วทิ ยาศาสตรใ ชเกณฑก าร เปลย่ี นแปลงอุณหภูมติ ามความสูง แบง บรรยากาศไดเปน ๕ ช้นั ไดแกช ้นั โทร โพสเฟยรชน้ั สตราโตสเฟย รช ั้นมโี ซสเฟย ร ชัน้ เทอรโ มสเฟยรและชั้นเอกโซสเฟยร - บรรยากาศแตล ะชนั้ มีประโยชนตอส่งิ มชี ีวติ

ภาระงาน/ชิ้นงาน สมรรถนะสําคัญ คุณลักษณะ คุณลกั ษณะ ของวิชา อันพงึ ประสงคงาน 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูความคิด การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินัยncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มงุ ม่ันในการทํางานรทดลอง ความสัมพนั ธ ) 2. ความสามารถใน การคดิ (คดิ วิเคราะห ) 3. ความสามารถใน การแกปญ หางาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเรยี นรูความคิด การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินยัncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุง มน่ั ในการทํางานรทดลอง ความสมั พนั ธ ) 2. ความสามารถใน การคดิ (คดิ วิเคราะห ) 3. ความสามารถใน การแกปญหา

ตัวช้ีวัด/ รูอ ะไร ทาํ อะไร ภผลการเรียนรู แตกตางกัน โดยช้นั โทรโพสเฟยรม ี ปรากฏการณลมฟา อากาศที่สําคญั ตอ การ ดาํ รงชีวิตของสงิ่ มีชีวิตชนั้ สตราโตสเฟย รชวย ดดู กลืนรงั สอี ลั ตราไวโอเลตจากดวงอาทติ ย ไมใ หม ายังโลกมากเกินไปช้นั มีโซสเฟยรชวย ชะลอวัตถุนอกโลกทผ่ี านเขามาใหเกิดการเผา ไหมกลายเปน วตั ถขุ นาดเล็กลดโอกาสที่จะทาํ ความเสียหายแกส ิ่งมีชีวติ บนโลกช้นั เทอรโมส เฟยรส ามารถสะทอ นคลน่ื วิทยุและ ชนั้ เอกโซสเฟย รเหมาะสําหรับการโคจรของ ดาวเทียมรอบโลกในระดับตา ทําอะไร สรางแบบจําลองทอี่ ธิบายการแบง ชน้ั บรรยากาศและเปรียบเทียบประโยชนข อง บรรยากาศแตละชัน้ว 3.2 ม.1/2 อธิบายปจจัยที่มี รูอ ะไร - ใบงผ ล ต อ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ลมฟา อากาศเปนสภาวะของอากาศในเวลา - ผังคองคประกอบของลมฟาอากาศ หนึง่ ของพนื้ ท่ีหน่ึงท่มี กี ารเปลยี่ นแปลง (Conจากขอ มูลท่รี วบรวมได ตลอดเวลาขนึ้ อยูกบั องคป ระกอบลมฟา - การ อากาศ ไดแกอุณหภมู อิ ากาศ ความกดอากาศ ลม ความช้ืนเมฆ และหยาดนาฟา โดยหยาด นา ฟาท่ีพบบอ ยในประเทศไทยไดแกฝ น องคป ระกอบลมฟา อากาศเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาขึ้นอยูกบั ปจ จยั ตาง ๆ เชน ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตยแ ละลักษณะ

ภาระงาน/ชนิ้ งาน สมรรถนะสําคญั คุณลกั ษณะ คณุ ลกั ษณะ ของวชิ า อนั พงึ ประสงคงาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูความคดิ การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินัยncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุงมั่นในการทาํ งานรทดลอง ความสมั พนั ธ ) 2. ความสามารถใน การคดิ (คดิ วิเคราะห ) 3. ความสามารถใน การแกปญหา

ตวั ชี้วัด/ รูอ ะไร ทําอะไร ภผลการเรียนรู พื้นผวิ โลกสงผลตออุณหภูมอิ ากาศอุณหภมู ิ อากาศและปรมิ าณไอนาสงผลตอ ความช้นื ความกดอากาศสงผลตอลม ความช้นื และลมสงผลตอเมฆ ทาํ อะไร อ ธิ บ า ย ป จ จั ย ท่ี มี ผ ล ต อ ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง องคประกอบของลมฟาอากาศ จากขอมูลที่ รวบรวมได ว 3 . 2 ม . 1 / 3 รูอะไร - ใบงเปรียบเทียบกระบวนการเกิด - พายฝุ นฟา คะนอง เกดิ จากการท่ีอากาศทม่ี ี - ผงั คพายุฝนฟา คะนองและพายุหมุน อุณหภูมแิ ละความชื้นสูงเคล่อื นท่ีขึ้นสูระดบั (Conเขตรอน และผลท่ีมีตอสิ่งมีชีวิต ความสงู ทม่ี อี ุณหภูมติ า ลง จนกระท่ังไอนา - การแ ล ะ ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม ร ว ม ทั้ ง ในอากาศเกดิ การควบแนนเปน ละอองนานําเสนอแนวทางการปฏิบัติตน และเกดิ ตอ เน่อื งเปน เมฆขนาดใหญ พายฝุ นใหเ หมาะสมและปลอดภยั ฟาคะนองทําใหเ กดิ ฝนตกหนกั ลมกรรโชก แรง ฟาแลบฟา ผา ซึง่ อาจกอ ใหเกดิ อันตราย ตอชีวติ และทรพั ยสนิ - พายุหมนุ เขตรอ นเกิดเหนือมหาสมทุ รหรือ ทะเลทน่ี ามอี ณุ หภูมสิ งู ตง้ั แต ๒๖-๒๗ องศา เซลเซยี สขึ้นไป ทาํ ใหอ ากาศท่ีมอี ุณหภมู ิและ ความช้นื สงู บริเวณนน้ั เคลือ่ นที่สงู ขน้ึ อยาง รวดเรว็ เปนบรเิ วณกวา ง อากาศจากบริเวณ อนื่ เคล่ือนเขา มาแทนท่แี ละพัดเวียนเขา หา ศูนยก ลางของพายุย่ิงใกลศ ูนยกลาง อากาศ จะเคลอ่ื นท่ีพดั เวยี นเกือบเปนวงกลมและมี

ภาระงาน/ชนิ้ งาน สมรรถนะสําคญั คุณลกั ษณะ คณุ ลกั ษณะ ของวชิ า อนั พงึ ประสงคงาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูความคดิ การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินัยncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุงมั่นในการทาํ งานรทดลอง ความสมั พนั ธ ) 2. ความสามารถใน การคดิ (คดิ วิเคราะห ) 3. ความสามารถใน การแกปญหา

ตัวชี้วัด/ รูอ ะไร ทาํ อะไร ภผลการเรียนรู อตั ราเร็วสูงทส่ี ุด พายหุ มนุ เขตรอนทาํ ใหเ กดิ คลืน่ พายซุ ัดฝง ฝนตกหนกั ซงึ่ อาจกอใหเกดิ อนั ตรายตอ ชวี ติ และทรัพยสนิ จึงควรปฏติ นให ปลอดภัยโดยติดตามขา วสารการพยากรณ อากาศ และไมเ ขาไปอยูใ นพน้ื ท่ที เี่ ส่ยี งภยั ทําอะไร กระบวนการเกดิ พายุฝนฟาคะนองและพายุ หมนุ เขตรอน และผลที่มีตอส่งิ มชี วี ิตและ สิง่ แวดลอม รวมทง้ั นําเสนอแนวทางการ ปฏิบัตติ นใหเ หมาะสมและปลอดภยัว 3.2 ม.1/5 ตระหนกั ถึงคณุ คา รูอะไร - ใบงของการพยากรณอากาศโดย การพยากรณอ ากาศเปนการคาดการณลมฟา - ผังคนําเสนอแนวทางการปฏิบัติตน อากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมกี าร (Conและการใช ตรวจวัดองคประกอบลมฟาอากาศการส่ือสาร - การ แลกเปลย่ี นขอ มูลองคป ระกอบลมฟา อากาศ ระหวา งพน้ื ทกี่ ารวเิ คราะหขอ มูลและสรา งคํา พยากรณอ ากาศ ทาํ อะไร อธบิ าย ทดลอง และแสดงละคร การ พยากรณอ ากาศโดยนาํ เสนอแนวทางการ ปฏิบตั ติ นและการใช

ภาระงาน/ชนิ้ งาน สมรรถนะสําคญั คุณลกั ษณะ คณุ ลกั ษณะ ของวชิ า อนั พงึ ประสงคงาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูความคดิ การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มีวินัยncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุงมั่นในการทาํ งานรทดลอง ความสมั พนั ธ ) 2. ความสามารถใน การคดิ (คดิ วิเคราะห ) 3. ความสามารถใน การแกปญหา

ตวั ช้ีวัด/ รอู ะไร ทําอะไร ภผลการเรียนรูว 3 . 2 ม . 1 / 6 อ ธิ บ า ย รอู ะไร - ใบงสถานการณและผลกระทบการ ภูมอิ ากาศโลกเกิดการเปลยี่ นแปลงอยา ง - ผงั คเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลกจาก ตอ เนือ่ งโดยปจ จัยทางธรรมชาตแิ ตปจจบุ ัน (Conขอมูลทรี่ วบรวมได การเปล่ยี นแปลงภมู อิ ากาศเกิดข้นึ อยาง - การ รวดเร็วเน่อื งจากกิจกรรมของมนษุ ยในการ ปลดปลอยแกสเรอื นกระจกสบู รรยากาศ แกส เรอื นกระจกท่ถี กู ปลดปลอ ยมากท่ีสุด ไดแ ก แกส คารบอนไดออกไซดซ งึ่ หมนุ เวียนอยใู นวฏั จักรคารบอน ทําอะไร อ ธิ บ า ย ส ถ า น ก า ร ณ แ ล ะ ผ ล ก ร ะ ท บ ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ภู มิ อ า ก า ศ โ ล ก จ า ก ข อ มู ล ที่ รวบรวมไดว 3.2 ม.1/7 ตระหนักถึง รอู ะไร - ใบงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง การเปลย่ี นแปลงภูมอิ ากาศโลกกอ ใหเกดิ ผล - ผงั คภูมิอากาศโลก โดยนาํ เสนอแนว กระทบตอสิ่งมีชวี ิตและสง่ิ แวดลอ ม เชน (Conทางการปฏิบัติตนภายใตการ การหลอมเหลวของนาแขง็ ขัว้ โลก การเพิ่มขนึ้ - การเปล่ียนแปลงภูมอิ ากาศโลก ของระดบั ทะเล การเปลี่ยนแปลงวฏั จกั รนา การเกดิ โรคอบุ ตั ใิ หมและอุบตั ิซา และการเกดิ ภยั พิบตั ิทางธรรมชาติทร่ี ุนแรงขนึ้ มนษุ ยจงึ ควรเรียนรแู นวทางการปฏิบัตติ นภายใต สถานการณด งั กลา ว ท้งั แนวทางการปฏิบตั ิ ตนใหเ หมาะสมและแนวทางการลดกจิ กรรมที่ สง ผลตอการเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศโลก

ภาระงาน/ช้ินงาน สมรรถนะสาํ คัญ คุณลักษณะ คุณลกั ษณะงาน ของวิชา อันพงึ ประสงคความคดิ 1. ความสามารถใน - ความรบั ผดิ ชอบ - ใฝเ รยี นรูncept Mapping) การส่ือสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินัยรทดลอง concept - กระบวนการกลุม - มงุ ม่ันในการทํางาน ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หางาน 1. ความสามารถใน - ความรับผดิ ชอบ - ใฝเรยี นรูความคิด การสื่อสาร(อธิบาย - ความรอบคอบ - มวี ินยัncept Mapping) concept - กระบวนการกลุม - มุง มน่ั ในการทํางานรทดลอง ความสมั พันธ ) 2. ความสามารถใน การคิด (คดิ วเิ คราะห ) 3. ความสามารถใน การแกป ญ หา

ตวั ช้ีวัด/ รูอ ะไร ทาํ อะไร ภผลการเรยี นรู ทําอะไร อธิบายถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลก โดยนําเสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนภายใตการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โลก

ภาระงาน/ชิ้นงาน สมรรถนะสําคญั คณุ ลกั ษณะ คณุ ลักษณะ ของวิชา อนั พึงประสงค

การวดั และประเม รายวิชา วทิ ยาศาสตร รหัสวชิ า ว2110 เวลา 60 ชว่ั โมง จเปา หมายการเรยี นรู ภาระงาน/ชิน้ งาน วธิ วี ัด ว 2.1ม.1/9 - ใบงาน ตรวจใบงาน ว 2.1ม.1/10 - ผังความคดิ ว 2.2ม.1/1 (Concept Mapping) ว 2.3ม.1/1 - การทดลอง ว 2.3 ม.1/2 ว 2.3 ม.1/3 ว 2.3 ม.1/4 ว 2.3 ม.1/5 ว 2.3 ม.1/6 ว 2.3 ม.1/7 ว 3.2 ม.1/1 ว 3.2 ม.1/2 ว 3.2 ม.1/3 ว 3.2 ม.1/4 ว 3.2 ม.1/5 ว 3.2 ม.1/6 ว 3.2 ม.1/7

มินผลการเรยี นรู02 ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2จํานวน 1.5 หนว ยกติเคร่อื งมอื วดั ประเด็น/เกณฑการใหคะแนน คะแนนแบบตรวจแบบใบงาน - ตอบถกู ได 1 คะแนน 100 - ตอบถูกได 0 คะแนน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook