Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัย-การฟัง-2565-ล่าสุด

วิจัย-การฟัง-2565-ล่าสุด

Published by wanitchapramarn, 2023-04-21 07:41:00

Description: วิจัย-การฟัง-2565-ล่าสุด

Search

Read the Text Version

1

2 1. ชือ่ -นามสกุล นางวณิชชา ประมาณ ตําแหนง ครู วทิ ยฐานะ ครชู ํานาญการพเิ ศษ 2. โรงเรียนเทศบาลแมเ มาะ สังกัด กองการศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม เทศบาลตําบลแมเมาะ 3. ชื่อเรื่องวิจัย ผลการพัฒนาความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัย โดยการจัดกิจกรรมเสริม ประสบการณ 4. ความเปนมาและความสําคัญของปญหา หลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 ไดก ลาวถึงปรัชญาการศึกษาไววา การศึกษาปฐมวัย เปนการพัฒนาเด็กต้ังแตแรกเกิดถึง 6 ปบริบูรณอยางเปนองครวม บนพ้ืนฐานการอบรมเล้ียงดูและการ สงเสริมกระบวนการเรียนรูที่สนองตอธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแตละคนใหเต็มศักยภาพ ภายใตบ ริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยดู วยความรัก ความเอื้ออาทรและความเขาใจของทุกคน เพ่ือสรางรากฐานคุณภาพชีวิตใหเด็กพัฒนาไปสูความเปนมนุษยท่ีสมบูรณเกิดคณุ คาตอตนเองครอบครัว สังคมและประเทศชาติ ตามที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ซึ่งใหความสําคัญกับ พัฒนาการทางสตปิ ญญาที่เกี่ยวกับทกั ษะทางภาษา โดยกําหนดไวในมาตรฐานที่ 9 การใชภาษาส่ือสารได เหมาะสมกับวัย ไดกําหนดสภาพท่ีพึงประสงคไววา ฟงผูอื่นพูดจนจบและสนทนาโตตอบอยางตอเนื่อง เชอ่ื มโยงกับเรอ่ื งท่ฟี ง (กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2560) เด็กปฐมวัยจําเปนจะตองเรียนรูภาษา เพื่อใชในการส่ือความหมาย ความคิด จินตนาการ การ แสดงออก หากเด็กปฐมวัยสามารถเขาใจภาษา และสื่อสารได ก็จะเกิดการเพิ่มพูนการการเรียนรูในดาน ตาง ๆ รวมไปถึงการเกิดพัฒนาการทางสังคมไปดว ย (รสสุคนธ แนวบุตร, 2557) การที่เด็กปฐมวัยจะ พฒั นาภาษาและความสามารถในการส่ือสารไดน น้ั ทกั ษะการฟง และการพูดถือเปนทักษะพ้ืนฐานท่ีสาํ คัญ ท้ังน้ีเน่ืองจากเด็กวัยน้ีเปนวัยที่เรียนรูภาษาตามลําดับข้ัน โดยเริ่มจากความคุนเคยจากการไดยิน ไดฟง ไปสูการพูดและการสนทนา (กุลยา ตันติผลาชีวะ, 2551) กลาวอีกนัยหนึ่ง การฟงเปนทักษะพื้นฐานสุด ของการเรียนรูแ ละพัฒนาภาษา ขอ มลู ทางภาษาจะถกู เก็บในความจําของเด็ก เพอื่ จะนําไปใชในการพูด การอานและการเขียนตอไป ดังท่นี ิตยา ประพฤติกิจ (2556) ไดเสนอแนะวา การฝกใหเด็กรจู ักฟงจะชว ย ใหเ ดก็ เพิ่มพูนคําศัพท เรียนรูเกี่ยวกับประสบการณโครงสรางของภาษาพูดและเขาใจเร่อื งราวตาง ๆ มาก ขน้ึ ซึง่ จะชวยใหเดก็ ใชภ าษาพดู ถูกตองยิง่ ข้นึ รูจ ักพูดคยุ กบั เพื่อนฝูง ทัง้ ยังกระตุนใหเ ด็กใชจนิ ตนาการ การสอนภาษาสําหรบั เดก็ ปฐมวัยมีหลักการสําคัญ คือตองสามารถสรา งความสุขขณะที่เรียนและ สามารถเพ่ิมพูนพฒั นาการทางภาษาของผูเรียนได (อารีย คําสังฆะ, 2554) การนําวรรณกรรม เชน นิทาน เทพนิยาย หรือเร่ืองเลามาใชในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไมเพียงแตจะฝกทักษะทางภาษา ยังทํา ใหเกิดบรรยากาศสนุกสนานอันสงผลตอการเสริมสรางความจํา เกิดจินตนาการและชวยสรางพัฒนาการ ทางภาษาแกเดก็ ทฟ่ี งนิทาน เด็กคนใดฟงนิทานมากเดก็ คนน้ันจะรมู ีโอกาสไดเรียนรูคําศัพทที่หลากหลาย และนําไปเก็บในคลังคําศัพทของตน และเมื่อถึงเวลาจะนําไปใช ก็สามารถจะดึงคลังคําท่ีมีออกมาใชได (นิตยา ประพฤติกิจ, 2556) และการสงเสริมความสามารถทางดานการฟงของเด็กปฐมวัย คือ การจัด ประสบการณ เพอ่ื ฝกทกั ษะความสามารถทางภาษาดานการฟงเชน ฟงเสียงธรรมชาติ ฟงเสียงที่เกิดข้ึนใน ชวี ติ ประจาํ วัน ฟงเสยี งเคร่ืองดนตรี ฟงเสยี งจากวิทยุโทรทัศน วีดิทัศน ฟงเร่ืองราวที่เลาแลว สามารถเลา เรอื่ งได ไดแก นิทาน ขา วหรือเหตุการณตางๆ เปนตน (อบุ ล เมืองสมทุ ร,2540)

3 จากที่กลาวมาขางตน ความสามารถในการฟงของเด็กปฐมวัยจะเปนรากฐานสําคัญของการ พฒั นาความสามารถของการพดู อาน และเขียน ดังน้ันจึงเกิดคําถามวา การจัดการเรียนการสอนที่จะชวย พฒั นาความสามารถทางการฟง ของผเู รียน ใหมีประสทิ ธิภาพและมีคณุ ภาพยง่ิ ข้ึนไดอ ยางไร จากสภาพปญ หาการจดั การเรียนรูในชั้นอนบุ าลปที่ 2/7 พบวา เด็กสวนใหญมีปญหาเก่ียวกับการ ฟงดานการจําแนกความแตกตางของเสยี งตางๆ การรจู กั ฟงเสียงตางๆ ที่อยรู อบตัว ท้ังเสียงท่ีมคี วามหมาย และไมมีความหมาย เชน เสียงสัตวรอง เสียงพูด เสียงปรบมือ เสียงในโทรศัพท เสียงลมพัด เสียงจาก ธรรมชาติอื่นๆ เปนตน ดานการฟงเพื่อเขาใจเรื่องราว และความหมาย ซ่งึ เด็กสวนใหญไมส ามารถจับ ประเดน็ ทีฟ่ งได และไมเขาใจแกนของเรอื่ งที่ฟงไดวา เรื่องทฟ่ี งตองการส่ือเก่ยี วกับเร่อื งอะไร ดวยเหตุผลดังกลาว ผูวิจัยจึงมีความสนใจท่ีจะจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ เพ่ือพัฒนา ความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัย อันเปนพื้นฐานสําคัญในการพัฒนาเด็กใหเกิดความพรอม ตลอดจนเปนการปูพ้ืนฐานทางภาษา เพื่อการเรียนรูในชั้นสูงตอไปในอนาคต หากเดก็ มีทักษะการฟงที่ดี เดก็ ก็จะสามารถส่ือสารและจับใจความสําคัญของเร่ืองราวตางๆ ได 5. วัตถุประสงคในการวจิ ยั 1. เพอ่ื ศกึ ษาความสามารถดานการฟง ของเดก็ ปฐมวยั ท่ีไดรับการจดั กจิ กรรมเสริมประสบการณ 2. เพ่ือเปรียบเทียบความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัย กอนและหลังการจัดกิจกรรมเสริม ประสบการณ 6. สมมติฐานของการศึกษา เด็กปฐมวัยที่ไดรับการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณโดยการทายเสียงสัตว การเลานิทาน และ ปริศนาคาํ ทายมคี วามสามารถดานการฟง หลังจัดกิจกรรมสงู กวา กอนจดั กจิ กรรม 7. แนวคิดและทฤษฎที ี่เก่ยี วขอ ง 7.1 แนวคดิ และทฤษฎที ่เี กีย่ วกับการจดั กิจกรรมเสรมิ ประสบการณสําหรบั เดก็ ปฐมวัย ไพเราะ พุมม่ัน (2551: 16) กลาวถึงกิจกรรมเสริมประสบการณไววา เปนกิจกรรมทีจ่ ัดเพ่ือสราง ประสบการณส าํ คัญ เพื่อพัฒนาดานสติปญญา ขณะเดียวกันก็บูรณาการกับการสรางประสบการณสําคัญ ดานสังคม อารมณ จิตใจ และดานรางกาย กิจกรรมนี้เปนกิจกรรมท่ีสัมพันธกับกรอบสาระที่ควรรูมาก ท่สี ุด แตท้งั นต้ี อ งขึ้นอยกู บั ความสนใจของเดก็ ดวย กุลยา ตันตผิ ลาชีวะ (2557: 52) กลาววา กิจกรรมเสริมประสบการณ เปนกิจกรรมพัฒนาทักษะ การเรียนรูฝกการทํางานเปนกลมุ รูจักการพูด การฟง การสงั เกต การคิด และการแกปญหา โดยการจัด กิจกรรมดว ยวิธตี า งๆ เชน สนทนา อภิปราย สาธติ เลา นิทาน เปนตน

4 สรุปไดวา การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณสําหรับเด็กปฐมวัย ควรต้ังอยูบนพื้นฐาน และ แนวคิดของนักปรัชญาการศึกษา นักทฤษฎี และนักจิตวิทยาพัฒนาการ เพ่ือที่จะทําใหการจัด ประสบการณไดอยางเหมาะสม สอดคลองกับธรรมชาติของเด็กทั้งในดานรางกาย อารมณ จิตใจ สังคม และสติปญญา แตที่สําคัญคือ บทบาทครูจะตองเปนผูรูจักกระตุนใหเด็กไดพัฒนาตนเองอยางรอบดาน โดยการจดั กจิ กรรมท่ีเนนใหเด็กไดลงมือปฏิบัติและการคนพบดวยตัวเดก็ เอง อันนําไปสูเปาหมายของการ จดั การศึกษาอยา งแทจรงิ 7.2 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการฟงสําหรับเดก็ ปฐมวัย เปล้อื ง ณ นคร (2545 : 250) ฟง หมายถึง ตงั้ ใจสดบั คอยรบั เสียงไดยิน เช่ือ ทาํ ตามถอ ยคําสรุป ไดวา การฟงคือการรับเสียง รับรูเขาใจ คิดและนําไปใชประโยชนเปนกระบวนการที่เปนข้ันตอนและ เปนไปตามลําดับพัฒนาการของผูฟงและสามารถนํากระบวนการของการฟงไปสรางเสริมบรรยากาศใน การฝกฝนทักษะการฟงใหเกิดผลได ความสามารถทางการฟงจึงเปนส่ิงที่ควรสงเสริมแกเด็ก เปนสิ่งท่ี สําคัญยิ่งกวาการคดิ คนหาเคร่ืองมือใหม ๆ มาใหเด็กใชเสียอีก การพัฒนาใหดีข้ึนตามวุฒิภาวะ เวลา การ ฟงในเด็กปฐมวัยนั้น สวนใหญเปนการฟงเสียงธรรมชาติ จังหวะดนตรี นิทาน เร่ืองราวส้ัน ๆ และ เสียงเพลง ซ่งึ การฟงของเด็กปฐมวัยในการวิจัยการพัฒนาความสามารถทางภาษาดานการฟงน้ีเปนการ จาํ แนกเสยี งทีไ่ ดยนิ การเขาใจความหมายของคาํ และการปฏบิ ัตติ ามคําสง่ั ไดอ ยา งถูกตอง กุลยา ตันติพลาชีวะ (2551) ไดกลาววา การฟงของเด็กเปนการรับรูเร่ืองราวดวยประสาทสัมผัส ทางหูท่ีเดก็ สะสมและนําไปสรางเสริมพัฒนาการทางภาษา มากกวาการใช เพ่ือพัฒนาปญญา เด็กจะเก็บ คําพูด จังหวะเรื่องราวจากส่ิงทีฟ่ งมาสานตอเปนคําศพั ทเ ปนประโยคท่ีถายทอดไปสูการพูด ถาเรอ่ื งราวท่ี เด็กไดฟงมีความชัดเจนงายตอการเขาใจเด็กจะไดคําศัพทและมีความสามารถเพิ่มขึ้น จากการใหเด็กฟง จะเหน็ ไดวา การเปดโอกาสใหเ ด็กพูดในสงิ่ ที่ชอบดวยหรอื พูดเรอื่ งราวจากประสบการณเ ดมิ จะชวยสงผลให เด็กเลา เรอื่ งใหผ อู ่นื เขา ใจไดคาํ พูดของเขาเองวา ใคร ทําอะไร ทีไ่ หน ดวงกมล พลคร (2553) กลา ววา การฟง หมายถึง การรับรเู สียงผานประสาทสัมผัสทางหูโดยการ ไดย ินอยา งเขาใจความหมาย สามารถตคี วามและเชอื่ มโยงเสียงทร่ี บั รูโดยผา นส่ือกบั ประสบการณได นิตยา ประพฤติกิจ (2556) กลาววา การฝกใหเด็กรูจักฟงจะชวยใหเด็กเพิ่มพูนคําศัพทเรียนรู เกย่ี วกับประสบการณ โครงสรางของภาษาพูด และเขา ใจเรอ่ื งราวตาง ๆ มากข้ึน ซงึ่ จะชว ยใหเด็กใชภ าษา พูดถูกตองยงิ่ ขึน้ รจู กั พดู คุยกับเพอ่ื นฝงู ทัง้ ยงั กระตุนใหเดก็ ใชจนิ ตนาการ

5 นพดล จันทรเพ็ญ (2557) กลาววา ถาฟงเรื่องราวที่สื่อความหมายไดแ ลวนําไปคดิ หรือปฏิบัติได อยา งถูกตอง เกิดความรูความเขาใจจึงเปน กระบวนการที่สมบูรณ สรปุ ไดว า การฟงเปนพน้ื ฐานการเรยี นรูทางภาษาไทย เกิดจากการรับรูโดยใชประสาทสัมผัสทาง หู แลว แปลความหมายโดยใชความคิด และการทําความเขาใจอยางลึกซ้งึ เพ่ือประเมินคุณคา วาเชื่อถือได หรือไมเพียงใด นําไปสูการแสดงปฏิกิริยาไดตามที่ตองการ และสามารถดึงออกมาใชในการสื่อสารตอไป และความสามารถในการฟงจะมีกอนความสามารถในการพูด การอาน และการเขียน จึงถือไดวา ความสามารถในการฟงเปนพนื้ ฐานของการพฒั นาทางภาษาทีส่ ําคัญ 7.3 นยิ ามศัพทเ ฉพาะ 1. เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กชายและหญิง ที่กําลังศึกษาอยูช้ันอนุบาลปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2565 ของโรงเรียนเทศบาลแมเมาะ สังกัด กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เทศบาล ตาํ บลแมเ มาะ จังหวดั ลาํ ปาง 2. การจดั กิจกรรมเสริมประสบการณ หมายถึง การจดั กจิ กรรมสงเสริมความสามารถทางดานการ ฟงใหเ ดก็ ปฐมวัยไดเ รยี นรูโดยจัดกจิ กรรมการทายเสยี งสัตว การเลานิทาน และปริศนาคาํ ทาย 3. ความสามารถดานการฟง หมายถึง ความสามารถทางดานภาษาของเด็กปฐมวัย เปน ความสามารถในการรับรูสิ่งท่ีไดยินแลวสามารถตีความหรือจับใจความส่ิงท่ีรับรูน้ันสามารถเขาใจ และ จดจําไวไ ด ความสามารถดานการฟงแบงออกเปน 3 ดาน ไดแก 1. ดานการจําแนกความแตกตา งของเสียง หมายถงึ เปนการฟง เพอ่ื แยกเสียงตา งๆ ใหทราบ วาเสียงของคน สัตว หรอื ส่งิ ของประเภทใด 2. ดา นการเขาใจเร่ืองราว หมายถงึ เปน การฟง เพือ่ ความรคู วามเขา ใจเร่อื งราวที่ไดรับขอมูล ขาวสารมา การฟงประเภทน้ีเปนพ้ืนฐานของการฟงประเภทอ่ืนๆ เชน การฟงคําสนทนา การฟงเรื่องเลา หรือนทิ าน 3. ดานการเขา ใจความหมาย หมายถงึ เปนการฟง เพ่อื ใหเ ขาใจและจบั ใจความสาํ คัญจากสิ่ง ท่ฟี ง ได

6 8.วิธีการดําเนนิ การวิจยั 8.1 ประชากรและกลุมตัวอยา ง ประชากรท่ีใชในการวิจัยครง้ั นี้ เด็กปฐมวัยชายและหญิง ที่กําลังศึกษาอยูชั้นอนุบาลปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2565 โรงเรียนเทศบาลแมเมาะ สังกัด กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เทศบาลตาํ บลแมเ มาะ จังหวัดลําปาง ซงึ่ มหี อ งเรียนท้ังหมด 7 หอ งเรียน มนี กั เรียนท้ังหมด 172 คน กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัยคร้ังน้ี เด็กปฐมวัยชายและหญิง ที่กําลังศึกษาอยชู ัน้ อนุบาลปท่ี 2/7 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2565 โรงเรียนเทศบาลแมเมาะ สังกัด กองการศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม เทศบาลตําบลแมเมาะ จังหวัดลําปาง จํานวน 24 คน ไดมาดวยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) 8.2 ตวั แปร ตัวแปรตน ไดแก การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณโดยการทายเสียงสัตว การเลานิทาน และปริศนาคําทาย ตัวแปรตาม ไดแก ความสามารถดา นการฟง ของเดก็ ปฐมวยั 8.3 เครือ่ งมือทีใ่ ชใ นการวิจัย 1. แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู เพื่อพัฒนาความสามารถดา นการฟงของเดก็ ปฐมวยั 2. แบบทดสอบความสามารถดา นการฟงของเดก็ ปฐมวยั แบง ออกเปน 3 ดาน ดังนี้ - แบบทดสอบดานการจําแนกความแตกตา งของเสยี ง จํานวน 5 ขอ - แบบทดสอบดา นการเขา ใจเรอ่ื งราว จํานวน 5 ขอ - แบบทดสอบดา นการเขาใจความหมาย จํานวน 5 ขอ 8.4 การสรา งเครื่องมือวิจัย 1. แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู เพ่ือพัฒนาความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัย ผูวิจัยไดด าํ เนินการตามขน้ั ตอน ดังนี้ 1.1 ศึกษาหลกั สูตรปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 เพื่อศึกษาหลักการและจุดมุงหมายในการ จดั การศึกษาสาํ หรับเด็กปฐมวัย 1.2 ทาํ การวิเคราะหหลักสตู ร หนวยการเรียนรู และวิธีการจดั ประสบการณ 1.3 ศึกษาแนวคดิ ทฤษฎแี ละหลกั การจากเอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวขอ งกับพัฒนาการ ทางภาษาดานการฟง เพื่อใหสามารถจัดประสบการณบ รรลตุ ามจุดประสงคท่ีตง้ั ไว

7 1.4 กาํ หนดรปู แบบเพอื่ เขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู โดยมีองคป ระกอบของแผน ดังนี้ สาระสําคัญ จดุ ประสงคก ารเรยี นรู สาระการเรียนรู กระบวนการจดั การเรยี นรู ส่ือ/แหลงเรียนรู และ การวดั และประเมนิ ผล 2. แบบทดสอบความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัย มีลักษณะเปนรูปภาพประกอบ คําถาม จํานวน 15 ขอ มีวิธกี ารสรา งตามขั้นตอน ดังน้ี 2.1 ศกึ ษาหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2560 คูมือการจัดกิจกรรมการเรียนรู เพ่ือเปน แนวทางในการสรา งแบบทดสอบ (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร,2560) 2.2 ศึกษาวิธีการสรางแบบทดสอบ จากหนังสือการสรางและพัฒนาแบบทดสอบ ความสามารถและศกึ ษาการสรางแบบทดสอบความสามารถดา นการฟงของเด็กปฐมวยั 2.3 สรางแบบทดสอบความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัย จํานวน 15 ขอ โดย ครอบคลุมปญหา 3 ดาน ไดแก แบบทดสอบดานการจําแนกความแตกตางของเสียง (จํานวน 5 ขอ) แบบทดสอบดานการเขาใจเรื่องราว (จํานวน 5 ขอ ) และแบบทดสอบดา นการเขาใจความหมาย (จํานวน 5 ขอ ) โดยสรางเกณฑการใหคะแนน ดงั นี้ ทําถกู ให 1 คะแนน ทําผดิ หรอื ทําไมไ ดใ ห 0 คะแนน 8.5 วธิ ีดาํ เนินการทดลอง ในการศึกษาครั้งนี้ ผวู ิจัยไดดําเนินการทดลอง ดังนี้ 1. ทดสอบกอนการจัดกิจกรรมดวยแบบทดสอบความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัย จาํ นวน 3 ดาน 15 ขอ แลว บนั ทึกผลการทดสอบไวเปนคะแนนกอนจัดกิจกรรม 2. ดําเนินการทดลอง โดยจดั กจิ กรรมเสริมประสบการณต ามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู ท่ีผูวิจัยสรางข้ึนดวยตนเอง ในเวลาทั้งสิ้น 3 สัปดาห สัปดาหละ 1 วัน วันละ 60 นาที รวมท้ังส้ินจํานวน 3 ครัง้ 3. ทดสอบหลังการจัดกิจกรรม เมื่อสิ้นสุดการทดลองแลว ผูวิจัยไดทดสอบความสามารถ ดานการฟง ของเดก็ ปฐมวัยดว ยแบบทดสอบฉบับเดยี วกบั ที่ทดสอบกอนจัดกิจกรรม 4. ตรวจผลการทดสอบ นําคะแนนท่ีไดมาวิเคราะห โดยวิธีการทางสถิติ เพ่ือตรวจสอบ สมมุติฐานและสรปุ ผลการวิจัย

8 8.6 การเกบ็ รวบรวมขอมูล การศกึ ษาในครั้งนี้ ผวู จิ ัยดาํ เนินการทดลองตามแบบแผนการวิจัยแบบ One –Group Pretest - posttest Design (ลว น สายยศ และอังคณา สายยศ. 2538 : 249) ตามตารางดังนี้ กลมุ กอนทดลอง ทดลอง หลงั การทดลอง E T1 X T2 เมือ่ T1 แทน การทดสอบความสามารถดา นการฟง ของเดก็ ปฐมวยั กอ นการทดลอง X แทน การดําเนนิ การจัดกิจกรรมการทดลอง T2 แทน การทดสอบความสามารถดานการฟง ของเดก็ ปฐมวยั หลังการทดลอง 8.7 การวิเคราะหขอ มลู การศึกษาคร้ังน้ผี วู ิจยั ทําการวิเคราะหขอมลู โดยวเิ คราะหขอมูล ดงั นี้ 1. เปรียบเทยี บความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวยั กอนและหลังการจัดกิจกรรม (1) บันทกึ คะแนนกอนจัดกิจกรรมและหลงั การจดั กิจกรรม (2) นาํ คะแนนความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวยั มาแยกเปนรายดา น (3) หาคา เฉล่ีย และสว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (4) นาํ คะแนนกอนและหลงั การจัดกจิ กรรมมาทดสอบคา ที 2. เกณฑท ใี่ ชใ นการกําหนดความสามารถดา นการฟงของเด็กปฐมวัย คะแนนเฉลีย่ 4.51 - 5.00 ดีมาก คะแนนเฉล่ีย 3.51 - 4.50 ดี คะแนนเฉลยี่ 2.51 - 3.50 ปานกลาง คะแนนเฉลยี่ 1.51 - 2.50 พอใช คะแนนเฉลย่ี 1.00 - 1.50 ปรับปรงุ 9. ประโยชนท ่คี าดวา จะไดรับ 1. ไดแ นวทางในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการพัฒนาความสามารถดานการฟงของเด็ก ปฐมวัย 2. ไดแนวทางสําหรับผูบริหารในการนิเทศสงเสริมสนับสนุนใหครูผูสอนจัดกิจกรรมสงเสริม ความสามารถดา นการฟง ของเด็กปฐมวัย

9 10. ผลการวิเคราะหขอมลู การศกึ ษาครงั้ นี้ ผวู ิจัยเสนอผลการวิเคราะหข อ มลู ในแตล ะจดุ มุงหมายดังน้ี จุดมุงหมายที่ 1 เพื่อศึกษาความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวยั กอนและหลังการจัดกิจกรรม เสริมประสบการณ ตารางท่ี 1 ผลการศึกษาความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัยแยกเปนรายดานกอนไดรับ การจดั กจิ กรรมเสริมประสบการณ ความสามารถดา นการฟงของเด็กปฐมวัย คะแนนเตม็ X S.D. การแปลความหมาย 1.ดา นการจาํ แนกความแตกตา งของเสยี ง 5 2.38 0.49 พอใช 2.ดานการเขา ใจเรอื่ งราว 5 2.50 0.51 พอใช 3.ดานการเขาใจความหมาย 5 2.46 0.51 พอใช รวม 15 7.33 1.51 พอใช จากตาราง 1 พบวา คะแนนความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัยกอนไดรับ การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ โดยเฉล่ียรวมอยูในระดับพอใช โดยมีคาเฉลี่ยที่ 7.33 และมีคะแนน เฉล่ียความสามารถดานการฟงแยกเปนรายดาน ไดแก ดานการจําแนกความแตกตางของเสียง ดานการ เขาใจเรอื่ งราว และดานการเขาใจความหมาย อยใู นระดับพอใช โดยมีคาสว นเบ่ียงเบนมาตรฐานท่ี 1.51 ตารางที่ 2 ผลการศึกษาความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวัยแยกเปนรายดานหลังไดรับ การจดั กจิ กรรมเสริมประสบการณ ความสามารถดา นการฟงของเด็กปฐมวัย คะแนนเตม็ X S.D. การแปลความหมาย 1.ดา นการจําแนกความแตกตางของเสยี ง 5 4.92 0.28 ดีมาก 2.ดานการเขาใจเรอ่ื งราว 5 4.83 0.38 ดมี าก 3.ดา นการเขาใจความหมาย 5 4.79 0.41 ดมี าก รวมเฉลี่ย 15 14.54 1.08 ดมี าก จากตาราง 2 พบวา หลังจากที่เด็กปฐมวัยไดรับการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณแลวมี ความสามารถดานการฟง โดยเฉล่ียรวมอยูในระดับดีมาก โดยมีคาเฉลี่ยท่ี 14.54 และมีคะแนนเฉลี่ย ความสามารถดานการฟงแยกเปนรายดาน ไดแก ดานการจําแนกความแตกตางของเสียง ดานการเขาใจ เรื่องราว และดานการเขา ใจความหมาย อยูในระดบั ดีมาก โดยมคี าสว นเบีย่ งเบนมาตรฐานท่ี 1.08

10 ตารางที่ 3 แสดงการเปรียบเทียบความสามารถดานการฟงของเด็กปฐมวยั กอนและหลังการจัดกิจกรรม เสรมิ ประสบการณ กลุม ตวั อยา ง N X S.D. t p กอนจดั กจิ กรรม 24 7.33 .88 *33.24 .000 หลงั จดั กจิ กรรม 24 14.54 1.04 ** มีนยั สําคญั ทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 3 พบวา ผลจากการทดสอบ คา t ที่ไดจากการคํานวณมคี าเทากับ 33.24 ซึ่ง มากกวาคา t ที่ไดจากการเปดตารางท่ีระดับนัยสําคญั ที่ .01 ซึ่งมีคาเทากับ 1.71 ความสามารถดานการ ฟงของเด็กปฐมวัยหลังจากไดรับการจัดกิจกรรมสูงกวากอนจัดกิจกรรมอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 11. สรุปผลการวจิ ยั จากการทดลองจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ เพื่อศึกษาความสามารถดานการฟงของเด็ก ปฐมวัย ผูวิจัยไดทาํ การทดลองโดยการทดสอบกอนการกิจกรรม ทดลองจัดกิจกรรมและทดสอบหลังการ จัดกจิ กรรมแลวนําผลทีไ่ ดไ ปวเิ คราะห สรุปผลไดดังน้ี 1. เด็กปฐมวัยท่ีไดรับการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ มีความสามารถดานการฟงโดยเฉลี่ย รวมอยูในระดับดมี าก มีความสามารถดานการฟงแยกเปนรายดาน ไดแก ดานการจําแนกความแตกตาง ของเสยี ง ดา นการเขา ใจเร่ืองราว และดา นการเขาใจความหมาย อยูในระดบั ดีมาก โดยมีคาสวนเบ่ียงเบน มาตรฐานท่ี 1.08 2.เดก็ ปฐมวัยที่ไดรบั การจดั กิจกรรมเสริมประสบการณ มีความสามารถดานการฟงหลังไดรับการ จดั กิจกรรมสงู กวากอ นไดร บั การจดั กจิ กรรม อยา งมนี ยั สําคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .01 อภิปรายผล จากการศกึ ษาผลของการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ ทีม่ ีตอความสามารถดานการฟงของเด็ก ปฐมวัยแลว พบวา หลังจากไดรับการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ เด็กปฐมวัยมีคะแนนความสามารถ ดา นการฟงสูงกวากอนไดร ับการจัดกิจกรรม ซงึ่ มคี ะแนนโดยเฉล่ียรวมอยูในระดับดมี าก และเมื่อวเิ คราะห คะแนนเฉลี่ยความสามารถในการคิดแกปญหาแยกเปนรายดาน ไดแก ดานการจําแนกความแตกตางของ เสยี ง ดานการเขาใจเรอื่ งราว และดานการเขาใจความหมาย พบวาอยูใ นระดับดมี าก แสดงใหเ หน็ วา การ

11 จัดกิจกรรมเสริมประสบการณ สามารถสงเสริมความสามารถดานการฟงใหกับเด็กปฐมวัยใหสูงขึ้น ซ่ึง สอดคลอ งกับกบั งานวิจัยของรสสุคนธ แนวบตุ ร (2553) ไดศกึ ษาเก่ียวกับการพัฒนาทักษะการฟงและการ พูดของเด็กปฐมวัย โดยใชกิจกรรมการเลานิทานพ้ืนบาน ผลการวิจัยพบวา เด็กปฐมวัยท่ีไดรับการจัด กิจกรรมการเลานิทานพื้นบานมีความสามารถทางภาษาดานการฟงและการพูด โดยภาพรวมหลังการจัด กิจกรรมมีคาเฉล่ียเทากับ 16.28 ความสามารถทางภาษาของเดก็ ปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมโดยใชน ิทาน พื้นบานดานการฟง การพูด สูงกวากอนการจัดกิจกรรมโดยใชนิทานพ้ืนบานอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ ระดบั .01 และกมลรัตน พวงศิริ (2561) ไดศึกษาเร่ือง การพัฒนาทกั ษะความสามารถของทักษะการฟง และการพูด โดยการจัดการเรียนรูผานกิจกรรมการเลานิทานของนักเรียนช้ัน อนุบาล 2/3 โรงเรียนวัดคู ยาง ผลการวิจัยพบวา ทักษะดานการพูดและการฟงที่ไดรับการสอนโดยใชแผนการจัดประสบการณ กิจกรรมการเลานิทาน หลังสอนสูงกวากอนสอนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และรอฮันนี เจะ เลาะ (2561) ไดศึกษา การพัฒนาทักษะการฟงและการพูดของเด็กปฐมวัย โดยการจัดกิจกรรมเสริม ประสบการณท่ีใชนิทานประกอบภาพ พบวา การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณท่ีใชนิทานประกอบภาพ สามารถชวยพัฒนาทักษะการฟงและการพูดของเด็กปฐมวัยได สามารถนํามาใชก ระตุน และแรงจูงใจให เด็กเกิดความสนใจในบทเรียน สนุกสนานในการรวมกิจกรรมตา ง ๆ รวมกับครูผูสอน จึงชวยใหเด็กเกิด พฒั นาการและมีทกั ษะในการฟงและการพูดสูงขึ้น ขอ เสนอแนะในการนําผลการวิจัยไปใช การจดั กจิ กรรมเสริมประสบการณ เปนการจัดกิจกรรมใหเด็กไดรวมมอื กันเรียนรแู ละทํากิจกรรม รวมกันเปน กลุม ดังนนั้ ในการจัดกลมุ ครจู ะตอ งคอยกระตนุ ใหเดก็ ไดช ว ยเหลอื กนั ภายในกลุม ขอเสนอแนะในการวิจัยครัง้ ตอไป 1. ควรมีการศึกษาการจดั กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดแกปญหา ของเด็กปฐมวัย 2. ควรมีการวิจัยการจัดกิจกรรมเกมการศึกษา เพ่ือสงเสริมความสามารถดานการฟงของเด็ก ปฐมวัย ลงชื่อ.................................................. (นางวณชิ ชา ประมาณ) ตําแหนง ครู วทิ ยฐานะ ครชู าํ นาญการพเิ ศษ

12 ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะของรองผอู าํ นวยการสถานศึกษา ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ..........................................ผูร ับรอง (นายปริญญา รัตนเพญ็ ) ตําแหนง รองผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา รกั ษาการในตาํ แหนง ผูอาํ นวยการสถานศกึ ษา

13 ภาคผนวก

14 เอกสารอา งองิ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพคุรุ สภาลาดพรา ว. กุลยา ตันติผลาชวี ะ.(2551). การจดั กิจกรรมการเรียนรสู ําหรับเดก็ ปฐมวัย. กรงุ เทพฯ: เบรนเบสบคุ ส ดวงกมล พลคร. (2553). การพฒั นาแบบประเมนิ ทักษะทางภาษาสาํ หรบั เดก็ ปฐมวัย (วทิ ยานิพนธ ปริญญามหาบณั ฑิต). มหาวทิ ยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ. นพดล จนั ทรเ พญ็ . (2557). การใชภาษาไทย. กรุงเทพฯ : ตนออ . นติ ยา ประพฤติกิจ. (2556). การพฒั นาเดก็ ปฐมวัย. พิมพลกั ษณ. กรงุ เทพมหานคร : หนว ยศึกษานิเทศก กรมการฝกหัดคร.ู เปล้ือง ณ นคร. (2545). ภาษาวรรณนา วิวฒั น และวิบตั ิของภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ขาวฟาง. ไพเราะ พุม ม่ัน. (2551).การพัฒนาคณุ ภาพนักเรยี นระดบั ปฐมวัยสูผลงานทางวิชาการ. พิมพลักษณ, กรงุ เทพฯ: พี แอนด พ.ี รสสคุ นธ แนวบุตร,ศรีกญั ภัสสร รงั ษีบวรกุล. (2557) : การพัฒนาทกั ษะการฟง และการพูดของเดก็ ปฐมวัยโดยใชก จิ กรรมการเลานิทานพ้นื บา น. ลวน สายยศ และองั คณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจยั ทางการศึกษา (พิมพคร้ังที่ 4).กรงุ เทพฯ: สุวีริยาสาสน

15 แบบทดสอบความสามารถดา นการฟงของเด็กกอนทํากจิ กรรม ชุดที่ 1 ดา นการจําแนกความแตกตางของเสยี ง ช่ือ-สกุล.................................................................................................เลขท.่ี ..............ช้นั ............. คําสงั่ : ใหเด็กๆ ระบายสีรูปภาพ ตามท่ีไดยินเสียงรอ งของสัตว

16 แบบทดสอบความสามารถดานการฟง ของเดก็ กอนทาํ กิจกรรม ชุดท่ี 2 ดา นการเขา ใจเรอ่ื งราว ชือ่ -สกุล....................................................................................................เลขที.่ ..............ชั้น............. คาํ สงั่ : ใหเ ด็กๆ ทาํ เครอ่ื งหมาย X ทบั รปู ภาพที่ตรงกับเรอ่ื งราวทไ่ี ดฟ ง ขอที่ 1 แมไกชอบขนั ปลุกในตอนเชา หนูนาจะต่นื ข้นึ เมอ่ื ไดยินเสียงไกรอ ง คาํ ถาม สัตวชนิดใดท่ีมหี นาที่ขนั ในตอนเชา ขอ ที่ 2 หมาวิ่งไลแ มว แมววิ่งหนีไปหลบอยหู ลังตน ไม บนตน ไมมีนกหน่ึงตัว คาํ ถาม จากเรอื่ งราวสตั วชนิดใดอยบู นตน ไม ขอที่ 3 แมเ ปด เดินไป แมไกเดนิ มา ลกู แมวเดนิ หนา ลูกหมาเดนิ ตาม คําถาม สัตวช นดิ ใดที่อยูขางหลังสุด ขอท่ี 4 นัน่ นกบินมาลบิ ลบิ นกกระจิบ 1 2 3 4 5 อกี ฝูงบินลองลอยมา 6 7 8 9 10 ตัว คาํ ถาม จากบทเพลงที่รองกลา วถึงสัตวชนิดใด ขอท่ี 5 หึ่ง หึ่ง ห่ึง ผึ้งนอ ยบินหารัง ผึง้ นอยจา (จา ) บินหาอะไร ผึ้งตอบเรว็ ไว ฉันบินหารัง คาํ ถาม จากบทเพลงทีร่ อ งกลา วถึงสัตวชนิดใด

17 แบบทดสอบความสามารถดา นการฟง ของเดก็ กอนทํากจิ กรรม ชดุ ท่ี 3 ดานการเขา ใจความหมาย ช่อื -สกุล.................................................................................................เลขที่...............ช้นั ............. คําสง่ั : ใหเด็กๆ ทาํ เครอ่ื งหมาย X ทบั รปู ภาพทต่ี รงกับความหมายของคาํ ขอที่ 1 สัตวชนดิ ใดบินได ขอท่ี 2 สัตวชนิดใดอาศยั อยูใ นน้าํ ขอที่ 3 สัตวชนิดใดชอบกินกลวย ขอที่ 4 สัตวช นิดใดเปนสตั วค รง่ึ บกครึง่ นํ้า ขอ ท่ี 5 สัตวชนิดใดเปน สัตวเ ล้ยี ง

18

19

20

21

22


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook