101 – ให้นกั เรียนบันทกึ การพยากรณ์อากาศทีไ่ ดย้ ินจากแหลง่ ขอ้ มูลทางวิทยุ โทรทศั น์ หรืออ่านจาก หนังสือพิมพ์ หรอื สืบคน้ ขอ้ มลู ทางอินเทอร์เนต็ ที่มเี วบ็ ไซต์ท่เี ก่ียวข้อง – การบันทึกจะต้องประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับวันที่ เดือน พ.ศ. แหล่งข้อมูลที่บันทึก และคำ พยากรณ์อากาศ หมายเหตุ คำพยากรณ์อากาศจะเปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลปัจจุบันที่นักเรียนค้นคว้ามาจาก แหลง่ ขอ้ มลู ต่างๆ (2) ครคู อยแนะนำช่วยเหลอื นักเรียนขณะปฏิบัติกจิ กรรม โดยครูเดนิ ดูรอบๆ หอ้ งเรียนและเปิดโอกาส ใหน้ ักเรียนทกุ คนซกั ถามเมือ่ มปี ญั หา ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (1) นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนกลุม่ นำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมหน้าห้องเรียน (2) นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายและหาขอ้ สรุปจากการปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถามต่อไปน้ี – นกั เรยี นสามารถติดตามขา่ วอากาศไดจ้ ากศูนย์บรกิ ารข่าวอากาศของหนว่ ยงานใด(แนวคำตอบ กรมอุตนุ ิยมวทิ ยา) – ข้อมูลการพยากรณ์อากาศประจำวันที่นกั เรียนบันทึกได้นั้นบอกอะไรแกเ่ ราบ้าง(แนวคำตอบ ลักษณะอากาศ ลักษณะเมฆฝน และลกั ษณะคลื่นในทะเล) (3) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยครเู น้นให้นักเรียนเข้าใจว่า การพยากรณ์ทำ ใหท้ ราบข้อมูลเกีย่ วกับสภาพอากาศแตล่ ะวัน ซึ่งจะเปน็ ประโยชน์ต่อการดำเนนิ งานด้านตา่ งๆ เปน็ อย่างมาก ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (1) นักเรียนทำรายงานเกี่ยวกับประวัติของการพยากรณ์อากาศ หรือสถานีตรวจอากาศที่อยู่ใกล้ ท้องถ่ินหรือในภูมิภาคท่นี กั เรียนอาศัยอยู่ (2) นักเรยี นสบื คน้ ขอ้ มลู เกีย่ วกบั แผนทอี่ ากาศ พรอ้ มทัง้ ภาพสัญลักษณ์ ความหมายทางอุตุนิยมวิทยา และประโยชน์ของการพยากรณ์อากาศ จากหนังสือ วารสาร สารานุกรมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน หรืออินเทอรเ์ นต็ ทำเป็นรายงานสง่ ครู ขั้นประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแตล่ ะคนพิจารณาวา่ จากหัวขอ้ ที่เรียนมาและการปฏิบัติกจิ กรรมมีจุดใดบ้างท่ียังไม่ เขา้ ใจหรอื ยงั มขี ้อสงสัย ถา้ มี ครชู ่วยอธบิ ายเพิ่มเติมให้นักเรยี นเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง (3) ครูและนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รบั จากการปฏิบัติกิจกรรม และ การนำความร้ทู ่ีไดไ้ ปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยการใหต้ อบคำถาม เช่น – การพยากรณ์อากาศมีความสำคญั ต่อมนุษยใ์ นดา้ นใด – การพยากรณอ์ ากาศทีม่ ีความถูกต้องแมน่ ยำตอ้ งอาศยั ปัจจัยใด
102 – การประกอบอาชพี อะไรบา้ ง ตอ้ งติดตามการพยากรณ์อากาศเป็นประจำ 11. ส่อื การเรียนการสอน 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 เลม่ 2 2. ใบกจิ กรรมท่ี 20 สำรวจการพยากรณอ์ ากาศ 12. แหลง่ เรียนรู้ 12.1 แหล่งเรยี นรู้ภายในโรงเรยี น 12.1.1 ห้องสมุด 12.1.2 internet 12.2 แหล่งเรียนรภู้ ายนอกหอ้ งเรยี น - 12.3 ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน - 13. การวัดผลประเมนิ ผล คณุ ลกั ษณะทต่ี อ้ งการวัด วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน 1.ใบกจิ กรรมที่ ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ขึ้นไป 1. อธิบายความสำคญั ของ 1.ประเมินใบกจิ กรรมท่ี 20 สำรวจการ = ผา่ นเกณฑ์ พยากรณ์อากาศ การพยากรณอ์ ากาศได้ (K) 20 สำรวจการพยากรณ์ 2. แปลความหมายของ อากาศ สญั ลกั ษณ์และข้อความใน การพยากรณอ์ ากาศได้ (K) 1. สอ่ื สารและนำความรู้ 1.ประเมนิ การนำเสนอ 1. แบบประเมิน ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป เรื่องการพยากรณอ์ ากาศไป หนา้ ชน้ั เรียน การนำเสนอหน้า = ผา่ นเกณฑ์ ใชใ้ นชีวิตประจำวันได้ (P) ชน้ั เรยี น 1. มคี วามสนใจใฝร่ หู้ รอื 1..การสงั เกตและ 1.แบบประเมนิ ไดค้ ะแนนระดับ 2 ขึน้ ไป = อยากรอู้ ยากเหน็ (A) ประเมินผลพฤตกิ รรม พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์ 2. ทำงานร่วมกับผอู้ น่ื อยา่ ง รายบุคคล รายบุคคล สร้างสรรค์ (A) 2. การประเมินลกั ษณะ 2.แบบประเมนิ อันพึงประสงค์ คุณลกั ษณะอนั พึง ประสงค์
103
104
105 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชา วิทยาศาสตร์ รหัส ว21102 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 6 เรอ่ื ง กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้าอากาศ แผนการเรยี นรทู้ ่ี 35 เรือ่ ง การพยากรณอ์ ากาศ เวลา 1 ชวั่ โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทั้งผล ต่อส่งิ มชี วี ติ และสิ่งแวดลอ้ ม ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ ว 3.2 ม. 1/6 อธิบายสถานการณ์และผลกระทบการเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศโลกจากข้อมลู ทีร่ วบรวม ได้ ว 3.2 ม. 1/7 ตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกโดยนำเสนอแนวทางการ ปฏิบตั ติ นภายใตก้ ารเปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศโลก 2. จุดเนน้ 2.1 ด้านทกั ษะความสามารถ 1. ทกั ษะการสร้างแบบจำลอง 2. การใชเ้ ทคโนโลยี 3. การแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง เพือ่ การแกป้ ญั หา 4. การส่อื สารอย่างสรา้ งสรรค์ 2.2 ดา้ นคุณลักษณะตามช่วงวัย อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน (ดา้ นคุณภาพผเู้ รยี น) มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผูเ้ รียน 1. ผลสัมฤทธ์ิทางวชิ าการของผู้เรยี น 2. คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ของผู้เรียน 4. การบรู ณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอประมาณ ความพอดีทไี่ มน่ ้อยเกนิ ไปและไมม่ ากเกินไป โดยไมเ่ บยี ดเบยี นตนเองและผอู้ ่ืน ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากเหตปุ ัจจยั ทเี่ ก่ียวข้อง ตลอดจนคำนงึ ถงึ ผลทีค่ าดว่าจะเกดิ ขึน้ จากการกระทำน้นั ๆ อยา่ งรอบคอบ ความมีภมู คิ ุม้ กนั ที่ดีในตน การเตรยี มตัวให้พร้อมรบั ผลกระทบและการเปลยี่ นแปลงดา้ นต่างๆ ที่จะ เกดิ ขึน้ โดยคำนึงถึงความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณ์ตา่ งๆ ทค่ี าดวา่ จะเกิดขนึ้ ในอนาคต เงื่อนไขความรู้ นกั เรียนมคี วามรู้เรื่องการเปลีย่ นแปลงสภาพอากาศ
106 เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้ สตปิ ญั ญาในการดำเนนิ ชวี ิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ มั่นในการทำงาน 6. สาระสำคัญ การเปลยี่ นแปลงสภาพอากาศเกิดจากสาเหตุสำคญั 2 ประการ คอื จากธรรมชาติ และจากการกระทำ ของมนุษย์ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องตระหนกั ช่วยกันป้องกันและแก้ไขเพื่อลดปัญหา ดังกลา่ ว 7. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายสาเหตุและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ (K) 2. สอื่ สารและนำความรู้เรอ่ื งการเปลีย่ นแปลงสภาพอากาศไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้ (P) 3. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรืออยากรูอ้ ยากเหน็ (A) 4. ทำงานร่วมกบั ผูอ้ ื่นอย่างสรา้ งสรรค์ (A) 8. สาระหลกั / เนอ้ื หา 8.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การเปลยี่ นแปลงสภาพอากาศ – ผลกระทบจากมลพษิ ทางอากาศ 8.2 สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ิน - 9. ความรู้พน้ื ฐาน/ ทกั ษะจำเปน็ ของผ้เู รียน - การวิเคราะห์ - การอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ 10. กิจกรรมการเรยี นการสอน ขั้นสร้างความสนใจ(Engagement) (1) ครูนำภาพหรอื สื่อมัลติมีเดยี เกยี่ วกับแหลง่ ที่มาของการเกิดมลพิษทางอากาศ เชน่ ฝุ่นควันจากท่อ ไอเสียของรถยนต์ ควันที่มาจากการเผาขยะ ฝุ่นและควันพิษจากเครื่องจักรกลในโรงงานต่างๆ ฝุ่นจากการ กอ่ สร้าง และควนั ทม่ี าจากการหุงต้มอาหารในครวั เรอื น แล้วต้งั ประเด็นคำถาม เชน่ – เคยสงั เกตฝนุ่ ละอองในอากาศหรอื ไม่ (แนวคำตอบ เคย)
107 – ฝุ่นละอองเหล่านี้เกิดจากสาเหตุใดบ้าง (แนวคำตอบ ฝุ่นควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ ควัน ทม่ี าจากการเผาขยะ ฝ่นุ และควนั พษิ จากเครอื่ งจักรกลในโรงงานต่างๆ ฝุ่นจากการกอ่ สร้าง และควันที่มาจาก การหงุ ต้มอาหารในครัวเรอื น) – ถ้าในอากาศมีฝนุ่ ละอองในปรมิ าณมากจะส่งผลต่อสภาพอากาศหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ ถ้าในอากาศมีฝุ่นละอองในปริมาณมากจะส่งผลต่อสภาพอากาศ เพราะอาจเกิดการสะสมของปริมาณความ เขม้ ข้นของสารหรอื สงิ่ แปลกปลอมและกอ่ ใหเ้ กิดอนั ตรายตอ่ การดำรงชวี ติ ของมนษุ ย)์ (2) นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายหาคำตอบเก่ียวกบั คำถามตามความคดิ เหน็ ของแตล่ ะคน ข้นั สำรวจและค้นหา(Exploration) (1) แบง่ นักเรียนกล่มุ ละ 5–6 คน สบื ค้นขอ้ มูลเกีย่ วกับมลพษิ ทางอากาศ โดยดำเนินการตามขั้นตอน ดงั นี้ – แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อมลพิษทางอากาศ เป็นหัวข้อย่อย เช่น สาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ แนวทางป้องกันและแก้ไขมลพิษทางอากาศ สารปนเปื้อนที่ก่อให้เกิด มลพิษทางอากาศ และฝนกรด ผลกระทบจากมลพษิ ทางอากาศให้สมาชิกแต่ละกลุม่ ช่วยกันสบื ค้นตามหัวข้อที่ กำหนด – สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั สบื ค้นขอ้ มลู ตามหวั ขอ้ ท่กี ลมุ่ ของตนเองรับผิดชอบโดยการสืบค้นจาก หนงั สือ วารสาร สารานกุ รมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน หรืออนิ เทอร์เน็ต – สมาชิกกลุ่มนำข้อมลู ทสี่ บื ค้นได้มารายงานให้เพอ่ื นๆ สมาชกิ ในกลมุ่ ฟงั รวมทัง้ รว่ มกนั อภิปราย ซกั ถามจนคาดว่าสมาชิกทกุ คนมีความรคู้ วามเข้าใจทตี่ รงกัน – สมาชิกกลุม่ ชว่ ยกันสรปุ ความร้ทู ่ไี ดท้ งั้ หมดเป็นผลงานของกลมุ่ (2) ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนกั เรยี นขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม โดยครูเดนิ ดรู อบๆ ห้องเรยี นและเปิดโอกาส ให้นักเรียนทกุ คนซักถามเมอ่ื มีปญั หา ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (1) นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบตั ิกจิ กรรมหนา้ ห้องเรยี น (2) นกั เรยี นและครูร่วมกนั อภปิ รายและหาขอ้ สรปุ จากการปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถามตอ่ ไปน้ี – สาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ จากธรรมชาติและจากการ กระทำของมนุษย)์ – สารกมั มนั ตรงั สีสง่ ผลกระทบตอ่ ผู้ท่ีไดร้ ับในลักษณะใด (แนวคำตอบ ทำให้เกดิ มะเร็ง และเกิด การเปลีย่ นแปลงของยนี พนั ธุกรรม) – นักเรียนมแี นวทางที่จะช่วยรกั ษาอากาศบริสุทธิ์ด้วยวิธีใด (แนวคำตอบ ปลูกต้นไม้ ลดการใช้ ไฟฟ้าในบ้าน และรักษาความสะอาดในทอ้ งถิน่ ) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรยี นเขา้ ใจว่า ฝุ่นละอองและ ควนั พิษตา่ งๆ เปน็ สาเหตทุ ่กี อ่ ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงของสภาพอากาศ
108 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) (1) นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายและเสนอแนะแนวทางปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หามลพษิ ทางอากาศ (2) นักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรม สังเกตผลกระทบจากฝนกรด ซึง่ มีขนั้ ตอนดงั นี้ – ผสมนำ้ 150 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร กบั น้ำสม้ สายชู 50 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร (ทำให้น้ำมีฤทธ์ิเป็น กรด) – ใสด่ ินลงในกระถางประมาณ จำนวน 2 กระถาง – นำเมล็ดถั่วปลูกลงในกระถางท้ัง 2 ใบ กระถางละ 5 เมล็ด นำไปตั้งในบริเวณท่ีมีแสงแดดส่อง ถึง – กระถางใบท่ี 1 รดด้วยนำ้ เปล่า กระถางท่ี 2 รดด้วยน้ำท่มี ีฤทธิ์เป็นกรด ในข้อ 1 ทกุ วัน – สังเกตการเจรญิ เติบโตของพชื (3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิด โอกาสใหน้ กั เรียนทกุ คนซกั ถามเมื่อมปี ญั หา ข้นั ประเมิน (Evaluation) (1) ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะคนพิจารณาวา่ จากหัวข้อท่ีเรยี นมาและการปฏิบตั ิกจิ กรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เขา้ ใจหรือยงั มีข้อสงสยั ถ้ามี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพิม่ เติมให้นักเรยี นเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อยา่ งไรบ้าง (3) ครูและนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ประโยชน์ที่ได้รบั จากการปฏิบัติกิจกรรม และ การนำความรู้ทไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยการให้ตอบคำถาม เชน่ – ถ้าตอ้ งการลดสารพษิ และแก๊สทก่ี ่อใหเ้ กิดมลพษิ ทางอากาศต้องใชว้ ธิ กี ารใด – สาเหตทุ างธรรมชาติที่ก่อใหเ้ กิดมลพษิ ทางอากาศคอื อะไร 11. สอ่ื การเรียนการสอน 1. หนังสือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 เลม่ 2 12. แหล่งเรียนรู้ 12.1 แหล่งเรยี นรภู้ ายในโรงเรียน 12.1.1 หอ้ งสมุด 12.1.2 internet 12.2 แหลง่ เรียนรู้ภายนอกหอ้ งเรยี น - 12.3 ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ -
109 13. การวัดผลประเมนิ ผล คุณลกั ษณะท่ีตอ้ งการวดั วธิ ีการวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน 1.แบบประเมิน ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ขึ้นไป 1. อธบิ ายสาเหตแุ ละ 1.ประเมินการตอบ การตอบคำถาม = ผ่านเกณฑ์ ผลกระทบจากการ คำถาม เปลี่ยนแปลงของสภาพ อากาศได้ (K) 1. สื่อสารและนำความรู้ 1.ประเมนิ การนำเสนอ 1. แบบประเมนิ ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป การนำเสนอหนา้ = ผา่ นเกณฑ์ เร่ืองการเปลีย่ นแปลงสภาพ หน้าชั้นเรยี น ช้ันเรยี น อากาศไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ (P) 1. มีความสนใจใฝร่ ู้หรือ 1..การสงั เกตและ 1.แบบประเมนิ ไดค้ ะแนนระดับ 2 ขึน้ ไป = อยากรอู้ ยากเห็น (A) ประเมินผลพฤตกิ รรม พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์ 2. ทำงานร่วมกับผู้อ่ืนอย่าง รายบคุ คล รายบคุ คล สร้างสรรค์ (A) 2. การประเมนิ ลกั ษณะ 2.แบบประเมนิ อันพงึ ประสงค์ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
110
111
112 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี วชิ า วทิ ยาศาสตร์ รหสั ว21102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เรือ่ ง กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ แผนการเรยี นรู้ที่ 36 เรอ่ื ง การเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศโลก เวลา 2 ชวั่ โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ต่อสิง่ มชี ีวิตและสิง่ แวดลอ้ ม ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้ ว 3.2 ม. 1/6 อธิบายสถานการณ์และผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศโลกจากข้อมูลทีร่ วบรวม ได้ ว 3.2 ม. 1/7 ตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกโดยนำเสนอแนวทางการ ปฏบิ ตั ติ นภายใตก้ ารเปล่ยี นแปลงภูมอิ ากาศโลก 2. จดุ เนน้ 2.1 ด้านทกั ษะความสามารถ 1. ทักษะการสรา้ งแบบจำลอง 2. การใช้เทคโนโลยี 3. การแสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง เพ่ือการแกป้ ัญหา 4. การสอ่ื สารอย่างสรา้ งสรรค์ 2.2 ดา้ นคณุ ลกั ษณะตามช่วงวยั อยู่อย่างพอเพียง 3. มาตรฐานการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน (ด้านคุณภาพผ้เู รยี น) มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผู้เรียน 1. ผลสัมฤทธทิ์ างวชิ าการของผูเ้ รยี น 2. คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงคข์ องผู้เรยี น 4. การบูรณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอประมาณ ความพอดที ไ่ี มน่ ้อยเกนิ ไปและไม่มากเกนิ ไป โดยไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผูอ้ ่ืน ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พจิ ารณาจากเหตปุ จั จัยทเ่ี กี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถงึ ผลทีค่ าดวา่ จะเกิดขนึ้ จากการกระทำน้นั ๆ อย่างรอบคอบ ความมีภูมิคุ้มกนั ท่ีดใี นตน การเตรียมตัวใหพ้ รอ้ มรับผลกระทบและการเปลย่ี นแปลงด้านต่างๆ ท่ีจะ เกดิ ขนึ้ โดยคำนงึ ถึงความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ทีค่ าดวา่ จะเกดิ ขึ้นในอนาคต เงอ่ื นไขความรู้ นกั เรียนมีความรเู้ รอื่ งการเปลย่ี นแปลงภูมิอากาศโลก
113 เงื่อนไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตยส์ ุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้ สตปิ ัญญาในการดำเนนิ ชีวิต 5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน 6. สาระสำคญั การเปลย่ี นแปลงภูมิอากาศโลกกอ่ ให้เกิดผลกระทบตอ่ สิ่งมีชีวิตและส่งิ แวดล้อม เช่น การหลอมเหลว ของน้ำแขง็ ข้ัวโลก การเพ่ิมขน้ึ ของระดับนำ้ ทะเล การเปลยี่ นแปลงวฏั จักรนำ้ การเกิดโรคอุบตั ิใหม่และอุบัติซ้ำ และการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติทีร่ ุนแรงขึ้น มนุษย์จึงควรเรียนรู้แนวทางการปฏิบัตติ นภายใต้สถานการณ์ ดังกล่าว ทั้งแนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสมและแนวทางการลดกิจกรรมที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ภมู ิอากาศโลก 7. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายสถานการณ์และผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกได้ (K) 2. สอื่ สารและนำความร้เู รอ่ื งการเปลีย่ นแปลงสภาพอากาศโลกไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ (P) 3. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรอู้ ยากเห็น (A) 4. ทำงานร่วมกับผู้อื่นอยา่ งสรา้ งสรรค์ (A) 8. สาระหลัก/ เน้ือหา 8.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศโลก – การทำลายชนั้ โอโซนของบรรยากาศ – ปรากฏการณ์เรอื นกระจกและภาวะโลกร้อน 8.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ - 9. ความรพู้ ้ืนฐาน/ ทกั ษะจำเป็นของผู้เรียน - การวิเคราะห์ - การอธบิ ายและลงขอ้ สรุป 10. กิจกรรมการเรยี นการสอน ขั้นสรา้ งความสนใจ(Engagement) (1) ครูนำข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกมาสนทนากับนักเรียน แล้วตั้งประเด็นคำถาม เช่น
114 – ถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ ถ้าปริมาณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิม่ สงู ขึน้ จะส่งผลตอ่ โลก ซงึ่ ทำ ใหเ้ กดิ ปรากฏการณ์เรอื นกระจกและภาวะโลกร้อน) – เราจะชว่ ยดแู ลรักษาโลกของเราให้คงอยไู่ ปนานๆ ไดด้ ้วยวธิ ใี ด (แนวคำตอบ ช่วยกันฟ้ืนฟูและ รกั ษาสภาพป่าท่มี อี ยู่ ลดการตัดไม้ทำลายป่า และปลูกปา่ เพ่ิมเตมิ ลดการใชถ้ งุ พลาสตกิ หันมาใชถ้ งุ ผ้าแทน) (2) นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายหาคำตอบเก่ยี วกบั คำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน ขั้นสำรวจและคน้ หา(Exploration) (1) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4–5 คน ปฏิบัติกิจกรรมที่ 21 สังเกตปรากฏการณ์เรือนกระจก แต่ละกลุ่ม ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามขนั้ ตอนทไ่ี ดว้ างแผนไว้ดงั น้ี – ใชก้ ระดาษแขง็ ทำเป็นกล่องสีเ่ หล่ยี มขนาด 4 เซนติเมตร × 4 เซนติเมตร × 2 เซนติเมตร เจาะ รูตรงกลางเพื่อใส่เทอรม์ อมเิ ตอร์ ใชก้ ระดาษกาว 2 หน้าติดดา้ นลา่ งกล่องกระดาษ – วางเทอร์มอมิเตอร์พร้อมกล่องกระดาษลงในขวดแกว้ ให้กระดาษกาวตดิ กบั ก้นขวดเพื่อไม่ให้ เทอร์มอมเิ ตอรส์ ัมผสั กับก้นขวดโดยตรง ปิดฝาขวดดว้ ยถุงพลาสตกิ ใสและรดั ด้วยยางรัด – นำขวดแกว้ ทีเ่ ตรยี มเสรจ็ แล้วไปวางไวก้ ลางแดด แลว้ นำเทอร์มอมเิ ตอร์อีกอนั ไปวางไวข้ า้ งๆ ดัง รปู การจดั อุปกรณส์ ังเกตปรากฏการณ์เรือนกระจก (2) ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนักเรยี นขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยครเู ดินดรู อบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ให้นกั เรยี นทกุ คนซกั ถามเมือ่ มีปัญหา ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (1) นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมหน้าหอ้ งเรยี น (2) นักเรียนและครูรว่ มกนั อภิปรายและหาขอ้ สรุปจากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โดยใช้แนวคำถามตอ่ ไปน้ี – เมื่อวางเทอร์มอมิเตอร์ไว้กลางแดดเป็นเวลา 30 นาที อุณหภูมิของเทอร์มอมิเตอร์ทั้ง 2 อัน แตกต่างกันหรือไม่ ในลักษณะใด (แนวคำตอบ แตกต่างกัน เทอร์มอมิเตอร์อันที่อยู่ในขวดแก้วมีอุณหภูมิสงู กว่า) – หลังจากนำเทอรม์ อมิเตอรม์ าวางไว้ในร่มเปน็ เวลา 30 นาที อณุ หภมู ิของเทอร์มอมิเตอร์ทั้ง 2 อันแตกต่างกันหรือไม่ ในลักษณะใด (แนวคำตอบ แตกต่างกัน อุณหภูมิของเทอร์มอมิเตอร์ที่อยู่ในขวดแก้ว ลดลงเพยี งเล็กน้อย สว่ นอุณหภูมขิ องเทอร์มอมิเตอร์ที่อยดู่ า้ นนอกลดลงมากกว่า)
115 – ปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิดจากสาเหตุใด (แนวคำตอบ เกิดจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ท่ี สะสมอยู่ในชนั้ บรรยากาศก้นั ไม่ใหค้ วามร้อนจากพนื้ โลกผา่ นขึน้ ไปในชน้ั บรรยากาศ) (3) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ ผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครเู น้นให้นักเรียนเข้าใจว่า เม่ือนำเทอร์มอ มเิ ตอร์ท้ัง 2 อนั ไปวางไวก้ ลางแดดเปน็ เวลา 30 นาที อุณหภมู ทิ อี่ า่ นไดจ้ ากเทอร์มอมิเตอร์อันท่ีอยู่ในขวดแก้ว จะสูงกวา่ เทอร์มอมเิ ตอรท์ ี่วางไวด้ ้านนอก และเมอื่ นำเทอร์มอมิเตอร์ทั้ง 2 อนั เขา้ มาวางไวใ้ นท่รี ม่ อณุ หภมู ิของ เทอร์มอมเิ ตอรท์ ี่อยใู่ นขวดแกว้ จะลดลงเพยี งเลก็ น้อย สว่ นอณุ หภูมิของ เทอรม์ อมเิ ตอร์ทอี่ ยูด่ า้ นนอกจะลดลง มากกวา่ ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (1) ให้นักเรียนสำรวจในท้องถิ่นของนักเรียนว่ามีกิจกรรมใดบ้างที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกและ ภาวะโลกรอ้ น (2) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4–5 คน ปฏิบัติกิจกรรมที่ 22 สืบค้นข้อมูลป่าไม้กับปรากฏการณ์ เรือน กระจก ซ่งึ มขี ั้นตอนดังน้ี – แต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น หนังสือเรียน หนังสืออ้างอิง หนังสืออ่าน ประกอบ หนังสอื พิมพ์ วารสารตา่ งๆ หรอื ทางอินเทอร์เนต็ ท่มี เี วบ็ ไซตท์ ี่เกี่ยวข้องกบั หวั ขอ้ เร่อื งตอ่ ไปนี้ • ความสัมพนั ธข์ องปา่ ไม้กบั ปรากฏการณ์เรือนกระจก • ปรากฏการณ์เรอื นกระจก • ภาวะโลกรอ้ น – นำข้อมลู ทไ่ี ดใ้ นแต่ละกลุม่ มาสรุปและอภปิ รายรว่ มกันในช้นั เรยี น (3) ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนักเรยี นขณะปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยครูเดินดรู อบๆ หอ้ งเรียนและเปดิ โอกาส ให้นักเรียนทกุ คนซกั ถามเม่ือมปี ัญหา ขั้นประเมนิ (Evaluation) (1) ครใู ห้นักเรยี นแตล่ ะคนพิจารณาวา่ จากหัวขอ้ ทเี่ รยี นมาและการปฏิบัตกิ ิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือยังมขี ้อสงสยั ถา้ มี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพิ่มเติมให้นกั เรียนเขา้ ใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อยา่ งไรบา้ ง (3) ครูและนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการปฏิบัติกิจกรรม และ การนำความร้ทู ่ีได้ไปใช้ประโยชน์ (4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนกั เรียน โดยการให้ตอบคำถาม เชน่ – แก๊สเรอื นกระจกคอื แก๊สชนดิ ใด – ผลกระทบทเ่ี กิดจากปรากฏการณเ์ รือนกระจกและภาวะโลกรอ้ นคอื อะไร – บรรยากาศชนั้ โอโซนมีบทบาทในการรักษาสมดลุ อณุ หภูมขิ องโลกอยา่ งไร – ถ้าเกิดรโู หวข่ องชั้นโอโซนเป็นบรเิ วณกวา้ งจะส่งผลกระทบต่อสงิ่ มีชวี ิตบนโลกในลกั ษณะใด
116 – นักเรยี นจะชว่ ยลดปัญหาการเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลกด้วยวิธีการใด 11. สอื่ การเรยี นการสอน 1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 เลม่ 2 12. แหล่งเรียนรู้ 12.1 แหล่งเรยี นรู้ภายในโรงเรียน 12.1.1 หอ้ งสมดุ 12.1.2 internet 12.2 แหล่งเรยี นร้ภู ายนอกหอ้ งเรียน - 12.3 ภมู ิปัญญาทอ้ งถนิ่ - 13. การวัดผลประเมินผล คณุ ลกั ษณะท่ตี อ้ งการวัด วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน 1. อธบิ ายสถานการณ์และ 1.ประเมินใบกจิ กรรมที่ 1.ใบกจิ กรรมท่ี ได้คะแนนรอ้ ยละ 60 ขึ้นไป ผลกระทบการเปลย่ี นแปลง 21 สงั เกตปรากฏการณ์ 21 สงั เกต = ผ่านเกณฑ์ ภูมอิ ากาศโลกได้ (K) เรอื นกระจกและใบ ปรากฏการณ์ กจิ กรรมที่ 22 สบื ค้น เรือนกระจกและ ขอ้ มลู ปา่ ไม้กับ ใบกจิ กรรมที่ 22 ปรากฏการณ์เรือน สืบคน้ ข้อมลู ป่าไม้ กระจก กับปรากฏการณ์ เรือนกระจก 1. สือ่ สารและนำความรู้ 1.ประเมินการนำเสนอ 1. แบบประเมนิ ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป เรอื่ งการเปลีย่ นแปลงสภาพ หนา้ ช้ันเรยี น การนำเสนอหน้า = ผ่านเกณฑ์ อากาศโลกไปใชใ้ น ชนั้ เรยี น ชวี ิตประจำวันได้ (P) 1. มีความสนใจใฝ่รหู้ รือ 1..การสังเกตและ 1.แบบประเมนิ ได้คะแนนระดับ 2 ขึน้ ไป = อยากรู้อยากเห็น (A) ประเมินผลพฤติกรรม พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์ 2. ทำงานรว่ มกับผูอ้ น่ื อยา่ ง รายบุคคล รายบคุ คล สร้างสรรค์ (A) 2. การประเมนิ ลักษณะ 2.แบบประเมนิ อันพึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะอันพึง ประสงค์
117
118
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118