Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชุดที่ 5 ฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก เหลือง

ชุดที่ 5 ฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก เหลือง

Description: ชุดที่ 5 ฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก เหลือง

Search

Read the Text Version

ชดุ การสอนตามรูปแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E หนว่ ยการเรยี นรู้ เรอ่ื ง ระบบต่อมไร้ทอ่ รายวชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวุฒิ ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู าชาญการพิเศษ โรงเรยี นโนนไทยครุ ุอปถมั ภ์ สังกัดองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

ชดุ ท่ี 5 เรอื่ งฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ก คำนำ ชุดการสอนตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E วิชาชีววิทยาเพ่ิมเติม ว32242 เรื่อง ระบบ ต่อมไรท้ ่อ รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม (ว32242) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 จัดทาขึ้นเพ่ือพัฒนาการจัดการ เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ท่ีมุ่งส่งเสริมให้นกั เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา ความรู้และการทางานเปน็ กลมุ่ การเรียนร้โู ดยใช้ชุดการสอนน้ีช่วยให้นกั เรยี นมสี ่วนร่วมในการเรยี นรู้ ม า ก ก ว่ า ก า ร ส อ น ด้ ว ย วิ ธี บ ร ร ย า ย ท า ให้ นั ก เรี ย น มี ค ว าม ส น ใจ ใน ก า ร เรี ย น ส่ ง ผ ล ให้ นั ก เรี ย น มี ความก้าวหน้าในการเรียนมากขึ้น ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง มีการเรียบ เรยี งเน้ือหาตามมาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ และผลการเรียนรู้อย่าง ละเอียดตามกลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และมีการวัดและประเมินผลการเรยี นร้เู มอื่ จบหน่วยการเรยี นรู้ ชดุ การสอนตามรปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรือ่ ง ระบบต่อมไรท้ อ่ ประกอบดว้ ยชุดการ สอนทง้ั หมด 7 ชดุ จานวน 18 ชวั่ โมง ดงั นี้ ชุดที่ 1 ฮอรโ์ มนและต่อมไร้ทอ่ ชดุ ที่ 2 ฮอรโ์ มนจากต่อมใตส้ มอง ชดุ ท่ี 3 ฮอรโ์ มนจากตบั อ่อน ชดุ ท่ี 4 ฮอรโ์ มนจากต่อมไทรอยด์พาราไทรอยด์และต่อมหมวกไต ชุดที่ 5 ฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ชดุ ท่ี 6 ฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนยี ลและตอ่ มไธมัส ชดุ ท่ี 7 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายดว้ ยฮอรโ์ มน ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ได้ให้ความรู้ คาปรึกษาและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ อย่างยิ่งจนทาให้ชุดการสอนชุดนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งข้ึนผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดการสอนตาม รปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่องระบบต่อมไร้ท่อช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ชุดนี้จะเป็นประโยชน์อย่าง ย่ิงสาหรับนักเรยี น ครูและผู้ที่สนใจ ทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ วชิ าชีววทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เร่ืองฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ข สำรบญั เรือ่ ง หนำ้ ก คานา ข สารบญั ค 1 สารบัญภาพ 2 ลาดับขัน้ การใช้ชดุ การสอน 3 คาชแ้ี จงเกีย่ วกบั ชุดการสอน 4 5 คาแนะนาการใชช้ ุดการสอนสาหรบั ครู 6 คาแนะนาการใชช้ ุดการสอนสาหรับนกั เรยี น 8 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 9 แบบทดสอบก่อนเรียน ชดุ การสอนชุดท่ี 5 10 กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียน ชุดการสอนชดุ ที่ 5 26 29 กจิ กรรมการเรยี นรู้ 31 ขน้ั ท่ี 1 ข้ันสรา้ งความสนใจ 32 34 ข้ันที่ 2 ขั้นสารวจและคน้ หา 35 ขั้นท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรปุ 36 ขน้ั ที่ 4 ขั้นขยายความรู้ ข้นั ท่ี 5 ขั้นประเมนิ แบบทดสอบหลังเรียน ชดุ การสอนชุดท่ี 5 ระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น ชดุ การสอนชดุ ท่ี 5 บรรณานกุ รม ภาคผนวก วิชาชีววทิ ยาเพิ่มเติม (ว32242) ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก ค สำรบญั ภำพ ภำพ หนำ้ ภาพท่ี 1 การทางานของรงั ไขแ่ ละอณั ฑะ 10 ภาพท่ี 2 ตาแหน่งของรงั ไขใ่ นรา่ งกายผหู้ ญงิ 11 ภาพท่ี 3 แสดงการสรา้ งฮอร์โมนอสี โทรเจนทีร่ งั ไข่ 13 ภาพที่ 4 ผลของฮอรโ์ มนอสี โทรเจนในการกระต้นุ การเขา้ สู่ลกั ษณะทางเพศของสตรี 14 ภาพท่ี 5 แสดงการสลายตวั ของกระดูกในระยะต่างๆ 15 ภาพท่ี 6 การเจริญของเต้านมจากผลของฮอร์โมนอีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรน 16 ภาพที่ 7 อวัยวะเพศชาย 17 ภาพที่ 8 กระบวนการสร้างและการเคลือ่ นท่ขี องอสุจิ 18 ภาพท่ี 9 การควบคุมการทางานของฮอร์โมนเพศชาย 19 ภาพท่ี 10 หน้าทข่ี องฮอร์โมนเพศชายและการควบคุมการทางานของฮอรโ์ มนเพศชาย 19 ภาพที่ 11 หนา้ ท่ขี องเทสโทสเทอโรน 21 ภาพที่ 12 การตกไข่ การปฏิสนธิ การแบง่ เซลล์ และการฝงั ตวั ของตวั อ่อนที่โพรงมดลูก 22 ภาพท่ี 13 การทางานของรก 23 ภาพที่ 14 แสดงระดบั ฮอร์โมนตา่ งๆ ระหว่างการต้งั ครรภ์ 24 วชิ าชวี วทิ ยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรื่องฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 1 ลาดับขน้ั การเรียนโดยชดุ การสอน อา่ นคาชแ้ี จงการใช้ชดุ การสอน ทดสอบก่อนเรยี น ดาเนินการใช้ชดุ การสอนตามรูปแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E ขนั้ ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ ขัน้ ที่ 2 สารวจคน้ หา ข้ันที่ 3 อธิบายและลงขอ้ สรปุ ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ ขั้นที่ 5 ประเมินผล ทดสอบหลังเรยี น ไม่ผ่านเกณฑ์ แจง้ ผลการ ทดสอบ ผ่านเกณฑ์ ศกึ ษากจิ กรรมชุดการสอนชุดต่อไป วิชาชวี วทิ ยาเพมิ่ เติม (ว32242) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เร่ืองฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 2 คาชแี้ จงเกี่ยวกับชดุ การสอน 1. ชุดการสอนตามรปู แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E เร่อื งระบบต่อมไรท้ อ่ รายวิชาชวี วิทยาเพิ่มเติม ว32242 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ประกอบด้วยชดุ การสอนทงั้ หมด 7 ชุดดังนี้ ชุดท่ี 1 ฮอร์โมนและต่อมไรท้ ่อ ชดุ ที่ 2 ฮอร์โมนจากตอ่ มใตส้ มอง ชดุ ท่ี 3 ฮอร์โมนจากตบั อ่อน ชดุ ท่ี 4 ฮอรโ์ มนจากตอ่ มไทรอยด์ พาราไทรอยด์ และตอ่ มหมวกไต ชดุ ท่ี 5 ฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก ชดุ ท่ี 6 ฮอร์โมนจากตอ่ มไพเนียลและต่อมไธมสั ชุดที่ 7 ฟีโรโมน 2. ชุดการสอนในแตล่ ะชุดประกอบดว้ ย - คาช้ีแจง - คาแนะนาในการใช้ชดุ การสอน - สาระการเรยี นรู้,มาตรฐานการเรยี นรู้,ตัวชี้วดั และจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรยี น - บตั รเนอื้ หาและบตั รกจิ กรรม - เฉลยบัตรกิจกรรมและเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรยี น 3. การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในแต่ละขนั้ ของชดุ การสอนใชก้ ระบวนการกลุม่ และใชเ้ วลาในการศกึ ษา 2 ชว่ั โมง วชิ าชวี วิทยาเพม่ิ เติม (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เร่ืองฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 3 คาแนะนาการใช้ชดุ การสอนสาหรบั ครู การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้ชุดการสอนตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ชุดท่ี 5 เร่อื งฮอรโ์ มน เพศและฮอรโ์ มนจากรก ใชเ้ ป็นสอื่ ประกอบการจัดการเรียนร้ซู ึ่งครูผู้สอนควรมกี ารเตรยี มความพรอ้ ม และปฏบิ ัตติ ามคาแนะนาดงั น้ี 1. ศกึ ษารายละเอยี ดข้นั ตอนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้จากแผนการจดั การ เรยี นรู้ 2. แบ่งนกั เรยี นออกเปน็ กล่มุ ๆ ละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนกั เรียน เกง่ ปานกลาง และออ่ น โดยใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ เลอื กประธานและเลขานุการกลมุ่ และแบ่งหน้าทคี่ วามรับผดิ ชอบ ในกลุ่ม 3. ควรจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สาหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความพร้อมและครบจานวน นักเรียนในแตล่ ะกล่มุ 4. ก่อนการจัดการเรียนรู้ ครูควรช้ีแจงให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองแนะนาแนวปฏบิ ัติ และ ข้นั ตอนในการใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 5. ขณะที่นกั เรียนปฏิบัติกิจกรรมครูควรกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการทากิจกรรม รู้จัก การทางานร่วมกนั และหากพบนักเรียนคนใดทีป่ ระสบปัญหาควรให้คาแนะนาอยา่ งใกลช้ ดิ 6. หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสร็จสิ้นลงในแต่ละชุดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนตรวจ คาตอบในบัตรกิจกรรมและแบบทดสอบจากเฉลยในภาคผนวก และบันทึกคะแนนที่ได้ในแบบบนั ทึก คะแนนซ่ึงนักเรียนต้องทาแบบทดสอบหลังเรยี นผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ขึ้นไปหากกรณีไมผ่ ่านเกณฑ์ ใหน้ ักเรยี นย้อนกลับไปทากิจกรรมใหม่แล้วตรวจคาตอบอีกคร้งั พร้อมกบั บนั ทกึ คะแนนส่งครผู ู้สอน 7.เม่ือนักเรยี นปฏิบัตกิ จิ กรรมเสร็จเรียบร้อยแลว้ ให้นักเรียนเก็บสื่อ วัสดุอุปกรณ์ใหเ้ รยี บร้อย และครู แจง้ ให้นกั เรียนเตรียมความพรอ้ มสาหรบั การเรียนรูใ้ นชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ตอ่ ไป วิชาชวี วิทยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เร่ืองฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 4 คาแนะนาการใช้ชุดการสอนสาหรับนกั เรียน ชุดการสอนตามรปู แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ชดุ ที่ 5 เรือ่ ง ฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ที่นกั เรียนได้ศกึ ษาต่อไปน้เี ปน็ กิจกรรมการเรียนรเู้ พ่อื ส่งเสริมใหน้ ักเรยี นได้สบื เสาะหาความรูแ้ ละ สามารถสร้างองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง โดยใหน้ กั เรยี นปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอนท่ีกาหนดไว้ในชุดการสอน ตามลาดบั ดงั น้ี 1. ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มๆ ละ 4-5 คน และกาหนดบทบาทหนา้ ท่ีของนกั เรียนแต่ละคนในกล่มุ 2. ศึกษาวิธีใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และจุดประสงค์ การเรยี นรู้ 3. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอ่ื ประเมนิ ความรูพ้ ้ืนฐานของตนเอง ซงึ่ นักเรียนต้องมคี วามซ่ือสตั ย์ต่อ ตนเอง 4. ปฏิบตั ิกิจกรรมตามขั้นตอนท่ีกาหนดในชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ถา้ หากนักเรียนสงสัยหรอื มปี ัญหาที่ ไมเ่ ข้าใจสามารถขอคาแนะนาไดจ้ ากครผู ูส้ อน 5. เมือ่ ศึกษาและปฏิบตั กิ ิจกรรมเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียนเพ่อื ประเมนิ ความรคู้ วามเข้าใจและเปรียบเทยี บความก้าวหน้าในการเรยี นของนกั เรียน 6.ตรวจคาตอบของบตั รกิจกรรมและแบบทดสอบไดจ้ ากเฉลยในภาคผนวกซง่ึ นักเรียนต้องไดค้ ะแนน จากการทาแบบทดสอบหลงั เรยี นได้ร้อยละ 80 ขึน้ ไปจึงผา่ นเกณฑ์ หากผ่านเกณฑ์ให้นกั เรียนศกึ ษา ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ชุดต่อไป 7. นักเรียนควรมีความรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทไ่ี ด้รับมอบหมายให้ครบถว้ นสมบูรณ์ หากมี ข้อสงสยั ในการดาเนนิ กิจกรรมใหป้ รกึ ษาครูผสู้ อนโดยทนั ทีใชเ้ วลาในการดาเนนิ กิจกรรม 2 ชว่ั โมง วชิ าชีววิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรือ่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 5 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 สงิ่ มีชวี ติ กับกระบวนการดารงชีวิต มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจหนว่ ยพ้นื ฐานของส่งิ มีชีวติ ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ ง และหน้าที่ ของระบบตา่ งๆ ของสง่ิ มชี วี ิตท่ที างานสมั พันธก์ นั มีกระบวนการสืบเสาะหาความรสู้ ่อื สารสงิ่ ทเ่ี รียนรู้ และนาความรไู้ ปใช้ในการดารงชีวิตของตนเองและดแู ลสง่ิ มชี ีวิต สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหา ความรู้ การแก้ปญั หารู้ว่าปรากฏการณท์ างธรรมชาตทิ ีเ่ กิดขน้ึ สว่ นใหญ่มีรปู แบบ ที่แนน่ อน สามารถ อธบิ ายและตรวจสอบไดภ้ ายใต้ขอ้ มูลและเครอื่ งมอื ทีม่ ีอยใู่ นช่วงเวลานัน้ ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมและสง่ิ แวดลอ้ มมคี วามเกีย่ วขอ้ งสมั พันธ์กันนาความรูไ้ ปใชใ้ นการดารงชวี ติ ของ ตนเองและดแู ลส่ิงมชี ีวิต ผลการเรยี นรู้ สืบคน้ ขอ้ มลู อภปิ ราย โครงสรา้ งและหน้าทขี่ องตอ่ มไรท้ ่อท่สี าคญั ของคน และฟโี รโมน จุดประสงค์การเรยี นรู้ (K) 1. อธิบายและสรุปถงึ หน้าทีข่ องฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ตอ่ อวยั วะเปา้ หมาย ของฮอร์โมนได้ 2. อธบิ ายและสรปุ การทางานของฮอร์โมนเพศ ฮอรโ์ มนจากรก และผลของฮอร์โมนท่ีมีต่อ อวยั วะเป้าหมายของฮอร์โมนได้ ทักษะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการทางานกลุม่ 2. กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. ซือ่ สตั ยส์ ุจริต 2. มวี ินัย 3. ใฝเ่ รียนรู้ 4. มุ่งมนั่ ในการทางาน วชิ าชีววทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เร่อื งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 6 แบบทดสอบก่อนเรียน ชดุ การสอนชุดท่ี 5 เรอ่ื ง ฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก คาชีแ้ จง 1. แบบทดสอบฉบบั นมี้ ี 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน ใช้เวลา 15 นาที 2. ให้นกั เรียนเลือกคาตอบท่ถี ูกตอ้ งเพียงข้อเดียว 3. ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 1.ในขณะท่ีผหู้ ญิงมปี ระจาเดือนนน้ั ระดับฮอรโ์ มนเพศในเลือดควรจะ ก. มีอีสโทรเจนสงู มาก ข. มอี สี โทรเจนและโพรเจสเทอโรนตา่ มาก ค. มีโพรเจสเทอโรนสูงมาก ง. มอี ีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนสูงมาก 2. ฮอรโ์ มนใดของไฮโพทาลามัสทีม่ ีผลในเพศหญงิ มากกวา่ ในเพศชาย ก. oxytocin ข. LH ค. prolactin ง. Melatonin 3. แหลง่ ผลิตฮอร์โมนเพศชายคือข้อใด ก. อัณฑะ ข. ทอ่ นาอสุจิ ค. ต่อมลกู หมาก ง. อินเตอรส์ ติเชียลเซลล์ 4. หญงิ ทหี่ มดประจาเดอื นจะสญู เสียความสามารถของการควบคุมฮอรโ์ มนเพศแบบกลไกย้อนกลบั ระหว่างต่อมใตส้ มองและรังไข่ ระดับฮอร์โมนเพศในเลือดของหญงิ วัยหมดประจาเดือนเปน็ อยา่ งไร ก. มี FSH และ LH ในระดบั ต่ามาก และไม่มรี อบประจาเดือน ข. เฉพาะฮอรโ์ มนอสี โทรเจนเทา่ นนั้ ท่มี ีระดบั ตต่ากว่าหญิงในวยั เจริญพนั ธ์ุ ค. มรี ะดบั อีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนต่ากว่า แต่มี FSH และ LH สูงกว่า ง. กลบั มามีสภาพเหมอื นกับเดก็ ผหู้ ญงิ กอ่ นถึงวยั เจริญพนั ธุ์ วิชาชวี วทิ ยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เร่อื งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 7 5. เน้ือเยอ่ื ของคอรป์ สั ลูเทยี มสว่ นใหญ่จะสรา้ งมาจาก ก. Primordial follicle ข. Theca externa ค. Interstitial tissue ง. Granulosa cells 6. ในเซลล์ของคอรป์ ัสลูเทียม มีออร์แกแนลลใ์ ดท่มี ีลักษณะเดน่ ซึ่งทาหน้าท่เี ก่ยี วกับการสร้าง ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน ก. กอลจิ คอมเพล็กซ์ ข. ร่างแหเอนโดพลาซึมชนิดมไี รโบโซมเกาะ ค. ร่างแหเอนโดพลาซมึ ชนดิ ไม่มไี รโบโซมเกาะ ง. ก และ ข 7. HCG เปน็ ฮอร์โมนท่ีสรา้ งมาจากรกเพอ่ื กระตนุ้ ให้รังไขท่ างาน จะมีสงู สุดเม่ือใด ก. เม่ือเริ่มปฏสิ นธิ ข. กอ่ นคลอดเล็กน้อย ค. ตลอดระยะเวลาท่ตี ง้ั ครรภ์ ง. เดอื นแรกของการตั้งครรภ์ 8. ขอ้ ใดต่อไปนี้ไมใ่ ช่หนา้ ท่ีของฮอรโ์ มนทีส่ ร้างจากรก ก. เตรยี มเยอื่ บมุ ดลูกเพือ่ รบั ตัวออ่ น ข. ทาให้กลา้ มเนอื้ มดลูกมีขนาดโตขนึ้ ค. กระตุน้ การสร้างและหล่ังฮอร์โมนโพรแลกทิน ง. กระต้นุ ตบั อ่อนให้หล่ังเอนไซม์ และโซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนต 9. ฮอร์โมนทม่ี ีมากในขณะทแ่ี พทย์หญิงตง้ั ครรภค์ อื ขอ้ ใด ก. HCG ข. gastrin ค. secretin ง. heparin 10. ผู้หญงิ ขณะทีต่ งั้ ครรภ์ จะมฮี อรโ์ มน A กระตุ้นต่อมนา้ นมให้สร้างน้านม เพ่อื เลี้ยงลูกออ่ นตอน คลอด ฮอรโ์ มน B กระตุ้นต่อมนา้ นมใหข้ ับนา้ นมมาเล้ยี งลูกอ่อน ฮอรโ์ มน A และ B คืออะไร เรยี งตามลาดบั ก. lactogenic hormone oxytocin ข. progesterone lactogenic hormone ค. progesterone luteinizing hormone ง. lactogenic hormone luteinizing hormone วิชาชีววิทยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 8 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น ชุดการสอนชุดที่ 5 เรอ่ื ง ฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ชื่อ-สกุล ……………………………………………………………………………………. ช้ัน ............ เลขที่ .............. คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวในแบบทดสอบแล้วทาเคร่ืองหมาย X ลงในชอ่ งวา่ ง ขอ้ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเต็ม คะแนนทไ่ี ด้ 20 วิชาชวี วทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรื่องฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 9 ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั สร้างความสนใจ บัตรกิจกรรมท่ี 5.1 คาชีแ้ จงจากการทน่ี กั เรียนไดศ้ กึ ษาฮอรโ์ มนจากต่อมใต้สมองสว่ นหนา้ มาแลว้ จาก ชุดการสอนที่ 2 ให้นักเรียนศึกษาและวิเคราะห์การทางานของ ฮอร์โมนจากไฮโพทา ลามสั จะกระตุ้นการสร้างของ LH และFSH และตอบคาถาม เพ่อื ศึกษาเร่ืองฮอร์โมน เพศต่อไป คาถาม 1. อธิบายการหลงั่ ฮอรโ์ มน LH และ FSH .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 2. luteinizing hormone หรือ(LH)สรา้ งมาจากเซลล์ชนดิ ใดและมีหน้าที่อย่างไร? .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 3.follicle stimulating hormone หรอื (FSH)สร้างมาจากเซลล์ชนดิ ใดและมหี นา้ ท่อี ย่างไร? .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... วิชาชีววิทยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอื่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 10 ขั้นที่ 2 ขัน้ สารวจและค้นหา บัตรเน้ือหาที่ 5.1 เรื่อง ฮอร์โมนเพศ คาช้แี จง ให้นกั เรยี นศึกษาบัตรเนื้อหาที่ 5.1เรอ่ื ง ฮอรโ์ มนเพศ ฮอร์โมนเพศเป็นฮอรโ์ มนท่ีมีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตของอวยั วะสืบพนั ธท์ุ ั้งในด้านรูปร่างการทา หน้าท่ี และการเจรญิ เขา้ สู่ลักษณะของวัยรนุ่ วัยหนุ่มสาว ท้ังทางด้านจิตใจและพฤตกิ รรม อวยั วะเพศเจริญเตบิ โตตัง้ แต่อยู่ในครรภ์มารดา โดยอาศยั โกนาโดโทรปิน (gonadotropin) ซงึ่ เป็นโทรปกิ ฮอร์โมน (tropic hormone) จากต่อมใต้สมองของมารดาและฮอร์โมนจากรกมาช่วย กระต้นุ กอ่ นที่รงั ไข่จะสรา้ งฮอร์โมนเพศ ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศไดบ้ ้างจากต่อมหมวกไตและไขมัน ทีส่ ะสมในรา่ งกาย แต่ยงั ไมพ่ อท่ีจะทางานได้ เมื่อเขา้ สู่วยั หนุม่ สาว (puberty) ไฮโพทาลามสั และต่อมใตส้ มองสว่ นหนา้ จะสร้างโกนาโด โทรปิน รีลสี ซ่งิ ฮอร์โมน(gonadotropin releasing hormone) หรอื ที่เรียกวา่ จีเอ็น อาร์เอช (Gn RH) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนนจี้ ะไปกระต้นุ ต่อมใตส้ มองสว่ นหนา้ ใหห้ ลั่งฮอร์โมน ฟอลลเิ คิล สตมิ วิ เลตงิ ฮอร์โมน(follicle stimulating hormone) เรยี กย่อว่า เอฟ เอส เอช (FSH ) และแอล เอช(LH) มผี ล ใหใ้ นเพศหญงิ อวยั วะทเ่ี รียกว่ารงั ไข่ และในเพศชายอวยั วะที่เรยี กว่าอัณฑะทาหน้าที่เป็นตอ่ มไรท้ อ่ ผลติ ฮอรโ์ มน ภาพที่ 1 การทางานของรังไข่และอณั ฑะ ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบคน้ วนั ที่ 3 มถิ ุนายน 2559) วิชาชวี วิทยาเพม่ิ เตมิ (ว32242) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เร่อื งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 11 บัตรเนือ้ หาที่ 5.2 เรอ่ื ง อวัยวะทสี่ รา้ งฮอร์โมนเพศ คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นศึกษาบัตรเนื้อหาที่ 5.2 เรอ่ื ง อวยั วะท่สี ร้างฮอร์โมนเพศ อวยั วะท่ีสามารถสร้างฮอรโ์ มนเพศไดม้ ี 3 สว่ น คอื 5.2.1 รังไข่ (ovary) 5.2.2 อัณฑะ (testes) 5.2.3 รก (placenta) 5.2.1 รงั ไขแ่ ละฮอรโ์ มนจากรังไข่ (ovary) ตาแหนง่ รังไข่ตั้งอยู่ทอ่ี งุ้ เชงิ กราน 2 ข้างของมดลูก ทาหนา้ ท่ีสรา้ งเซลล์สบื พนั ธุ์และเปน็ ตอ่ มไร้ท่อโดย ผลติ ฮอร์โมนเพศหญงิ คือฮอรโ์ มนอสี โทรเจน (estrogen ออกเสยี งอีกอยา่ งไดว้ ่า เอสโทรเจน) และ โพรเจสเทอโรน (progesterone) ซ่งึ เปน็ สเตรอยด์ ระดบั ของฮอร์โมนจะมกี ารเปลย่ี นแปลง ตลอดเวลาของรอบประจาเดอื น ตาแหนง่ ของรงั ไขใ่ นรา่ งกายผูห้ ญงิ อวยั วะสบื พันธ์เุ พศหญิง ภาพท่ี 2 ตาแหน่งของรงั ไขใ่ นร่างกายผูห้ ญงิ ทมี่ า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบค้นวันที่ 3 มถิ นุ ายน 2559) วิชาชวี วิทยาเพม่ิ เติม (ว32242) ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เร่ืองฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 12 การเจรญิ เตบิ โตของไข่ ไข่ซึง่ เป็นเซลล์สืบพนั ธุ์มีการพฒั นามาตง้ั แต่เซลลเ์ พศ(germ cell) ของตวั อ่อน ซ่ึงเรียกวา่ เซลล์เพศขณะอยู่ในครรภจ์ ะมกี ารแบ่งเซลล์แบบไมโตทิกเพ่มิ จานวนข้นึ อย่างรวดเร็ว เม่อื แรกเกิดจะมี ไข่ประมาณ 2 ล้านใบ โดยครึง่ หน่งึ อยู่ในระยะเสอื่ มสลายหรือฝ่อ (atresia) ซ่ึงเกดิ ข้ึนตลอดเวลา หลงั จากนั้นโอโอโกเนยี มจะมกี ารแบ่งเซลล์แบบไมโอซสี 1 (meiosis1) เพอื่ ลดจานวน โครโมโซมลงครง่ึ หนึง่ ให้พรอ้ มในการรวมตวั กับอสุจิแต่ยงั ไมเ่ สรจ็ สมบรู ณจ์ ะหยดุ อยู่ทรี่ ะยะ โปรเพส 1 ประมาณเดอื นท่ี 3 ของการเจริญอยู่ในครรภ์ เซลลไ์ ขจ่ ะแบ่งตวั ถงึ ขัน้ ท่ี1 (primary oocyte) ซ่งึ บรรจุ อยใู่ นถงุ ไขข่ ัน้ ที่1 (primary follicle) เซลลข์ องไขท่ ีม่ าหยุดอยู่ท่ีระยะโพรเพสน้ีจะมเี ซลลม์ าหอ้ มล้อมกลายเป็นถงุ ไขอ่ อ่ นตั้งตน้ (primordial follicle) เซลล์เหลา่ นีต้ ่อมาเปลี่ยนเปน็ เซลลแ์ กรนูโลซา (granulosa cell) ทาหน้าที่ส่ง อาหารใหไ้ ขอ่ ่อน เซลล์ของไขอ่ ่อนที่ติดกบั เย่อื ฐานเซลลจ์ ะเปล่ยี นไปเปน็ เซลล์ทคี า (theca cell) ซึง่ แบง่ ออกเปน็ 2 ช้ัน คอื ทีคาด้านนอก(theca externa) และทคี าดา้ นใน(theca interna) เป็นท่ี สังเคราะห์ฮอร์โมนได้ ถงุ ไขอ่ ่อนจะอยูใ่ นระยะถุงไขข่ นั้ ท่ี 1 (primary follicle) นไี้ ปจนเขา้ ส่วู ยั สาวกอ่ นไขต่ ก ฮอร์โมนท่สี ร้างจากรังไข่ ฮอร์โมนอสี โทรเจน (estrogen hormone) เม่ือสตรเี ข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ จะมกี ารหลัง่ ของ ฮอร์โมนโกนาโดโทรปนิ รลี ิสซงิ ฮอร์โมน (gonadotropin releasing hormone) หรือท่เี รียกว่าจีเอ็น อารเ์ อช (GnRH) มากระต้นุ ต่อมใตส้ มองสว่ นหนา้ ให้หลัง่ ฮอรโ์ มน ฟอลลิเคิล สติมิวเลตงิ ฮอร์โมน (follicle stimulating hormone) เรียกย่อว่า เอฟ เอส เอช (FSH ) และลทู ีไนซิงฮอร์โมนหรอื แอล เอช(lutieinzing hormone : LH) ไปกระตนุ้ การทางานของรังไขใ่ หเ้ จรญิ เติบโตและสร้างฮอรโ์ มนอสี โทรเจน (estrogen) และโพรเจสเทอโรน (progesterone) ออกมา วิชาชวี วิทยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เร่ืองฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 13 ภาพที่ 3 แสดงการสรา้ งฮอรโ์ มนอสี โทรเจนทีร่ งั ไข่ ท่มี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สบื คน้ วันที่ 3 มิถุนายน 2559) อสี โทรเจนท่ีสาคัญในผหู้ ญิงคอื อีสตราไดออล 17 เบตา้ (estradiol 17β: E 2) รองลงมาคอื อสี โทรน (estrone: E 1) และอีสไทรออล(estriol : E 3) ซึง่ ในรอบระดูการหล่งั ฮอรโ์ มนนจ้ี ะแตกตา่ ง กัน ในรอบต้นระดจู ะหลง่ั เพียง 50 พิโคกรัม / มิลลลิ ติ ร จนถงึ ในช่วงกอ่ นไขต่ ก จะหล่ังได้ถึง 350 – 850 พโิ คกรมั / มลิ ลิลติ ร ในระหว่างการตง้ั ครรภ์ ทารกและรกจะสร้างอีสไทรออล (estriol : E 3) เข้าสกู่ ระแสเลอื ด ของมารดาปรมิ าณมาก จึงสามารถนาค่าของฮอร์โมนน้ไี ปประเมนิ สขุ ภาพของทารกในครรภ์โดยเจาะ เลือดของมารดาไปตรวจได้ วิชาชวี วทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรื่องฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 14 หนา้ ท่ีของฮอรโ์ มนอีสโทรเจน 1. กระตนุ้ การเจรญิ เตบิ โตอยา่ งสมบูรณ์ของเพศหญงิ (female secondary sex characteristics) เมอื่ ฮอรโ์ มนเพศจบั กบั ตวั รบั สญั ญาณของเซลลท์ อ่ี วยั วะเปา้ หมายของสตรจี ะทา ให้สะโพกผาย อวัยวะเพศและเต้านมใหญ่ข้ึน มดลูกมขี นาดใหญข่ ึน้ มีขนท่ีรกั แรแ้ ละอวัยวะเพศ เสียง เลก็ ปลายกระดูกอปิ ไิ พเซยี ล เพลท(epiphyseal plate) ในกระดูกยาว (long bone) ปิดเร็วข้นึ ทา ให้ความสูงไม่ เพม่ิ ขึน้ ภาพที่ 4 ผลของฮอรโ์ มนอสี โทรเจนในการกระต้นุ การเข้าสู่ลกั ษณะทางเพศของสตรี ท่ีมา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบคน้ วันท่ี 3 มถิ นุ ายน 2559) 2. ตอ่ ต้านการแขง็ ตัวของเลอื ด ฮอร์โมนอีสโทรเจนจะเพ่ิมระดบั คอเลสเทอรอลชนิดดี (high density lipoprotein)) และลด คอเลสเทอรอลชนิดเลว (low density lipoprotein) ทาใหเ้ ส้นเลือดหยืดหยุ่น และเกล็ดเลือดไมเ่ กาะ กลุ่มกนั ทาใหไ้ มค่ อ่ ยเป็นโรคท่เี ก่ียวกับเส้นเลอื ดแขง็ ตวั และปัญหาเส้นเลือดทีห่ วั ใจ ไลโพโปรตีนประกอบด้วยโปรตีน ไขมนั ชนดิ ต่างๆ และคอเลสเทอรอล ซ่งึ รวมตวั อยู่ดว้ ยกนั ดว้ ยแรงออ่ นๆ จงึ มอี งค์ประกอบที่เขา้ มาจับรวมกันหรอื หลุดออกจากกันไปได้งา่ ย เชน่ ไขมนั และ คอเลสเทอรอล คนมักจะกลา่ วว่า HDL มคี อเลสเทอรอลชนิดดี สว่ น LDL มีคอเลสเทอรอลชนดิ เลว อันที่จริงแล้วคอเลสเทอรอลใน HDL และLDL เป็นตวั เดียวกนั แต่คนเรียกคอเลสเทอรอลดีหรอื เลว เป็นเพราะ HDL มไี ขมนั ต่าและคอเลสเทอรอลตา่ สว่ น LDL มไี ขมันและคอเลสเทอรอลมากกวา่ การ ที่มคี อเลสเทอรอลสงู มผี ลกระทบทีไ่ ม่ดีต่อหลอดเลือด คนจึงมีความคดิ ต่อคอเลสเทอรอลท่ไี มด่ ี แต่ คอเลสเทอรอลเป็นส่งิ ทจี่ าเป็นของสิง่ มีชีวติ เพยี งแต่ไม่ควรมสี งู เกินไปเทา่ นัน้ วชิ าชวี วิทยาเพ่มิ เติม (ว32242) ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 15 ความหนาแนน่ ขึน้ อยู่กับปริมาณของไขมนั และคอเลสเทอรอล ถ้าปรมิ าณไขมันมากความ หนาแน่นจะต่า(low density)ถ้าปริมาณไขมันนอ้ ยความหนาแน่นจะสูง (high density) คอเลสเทอ รอลนบั ว่าเป็นไขมันประเภทหนง่ึ 3. ผลต่อเมแทบอลซิ ึม ลดการสลายของกระดกู และคงสภาพของผวิ หนังและหลอดเลอื ด การสลายของกระดูก เม่อื ขาดฮอรโ์ มนอสี โทรเจนกระดูกจะสลายเร็วขึ้น หลกั ฐานแสดงว่า อสี โทรเจน อาจจะ เปลี่ยนรปู ของวติ ามนิ ดี ให้กลายเปน็ รูปท่ีทางานได้ดขี ึ้น ซ่งึ ช่วยให้ร่างกายดดู ซมึ แคลเซยี มไดด้ ขี ึน้ สตรี ทีอ่ ายมุ ากมีแนวโนม้ ทจ่ี ะเป็นโรคกระดกู พรนุ อยูแ่ ล้ว แต่ท่ีสาคญั มากกว่าอายขุ องสตรี คือระดบั ฮอรโ์ มนอีสโทรเจนทีล่ ดลง ซึ่งไม่วา่ จะเกิดกับสตรีอายุเท่าใดกต็ าม จะทาใหเ้ กิดความเสีย่ ง ตอ่ โรค กระดกู พรนุ มากข้ึนเทา่ นั้น ภาพที่ 5 แสดงการสลายตัวของกระดูกในระยะต่างๆ ท่มี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สบื คน้ วันที่ 3 มถิ ุนายน 2559) วชิ าชีววิทยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรอื่ งฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 16 ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน (progesterone hormone) ฮอรโ์ มนโพรเจสเทอโรน (progesterone ) ตามชื่อท่เี รยี ก pro–gestation ซง่ึ หมายถงึ สนบั สนุนการตงั้ ครรภ์ คือถา้ ไมม่ ฮี อร์โมนน้ี จะไมม่ ีการตั้งครรภ์เกิดข้ึน สร้างจากเพรกนิ โนโลน (pregnenolone) ซง่ึ สรา้ งจาก คอเลสเทอรอล นอกจากสามารถ สร้างทีร่ ังไขไ่ ด้แลว้ ยงั สามารถสร้าง ได้จากรก ตอ่ มอะดรนี ัล คอร์เท็กซ์ และในอัณฑะอกี ดว้ ย หน้าทข่ี องฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน 1. ทาให้เยื่อบุมดลกู พร้อมในการฝังตัวของไขท่ ีป่ ฏสิ นธิแลว้ 2. สง่ เสริมการทางานของฮอรโ์ มนอนิ ซูลนิ เพิม่ การสะสมไกลโคเจน 3. ทาให้อุณหภมู ขิ องร่างกายสงู ขนึ้ 4. ทาให้มกู ทปี่ ากมดลูกเหนียว เขม้ ข้ึน ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้อสุจติ วั อน่ื สามารถว่ายมาผสมกับไขท่ ี่ ผสมแลว้ ได้สะดวก 5. ป้องกันไมใ่ หม้ ดลูกหดรัดตวั ระหว่างตงั้ ครรภ์ 6. ทางานรว่ มกบั อีสโทรเจน โดยอีสโทรเจนจะทาให้มกี ารเจรญิ ของทอ่ นา้ นม(duct) หลงั จากนน้ั อีสโทรเจนจะใหโ้ พรเจสเทอโรนรว่ มทางานทาให้ทอ่ น้านมและถุงนา้ นม(alveoli)เจริญ อย่างสมบรู ณ์ เต้านมมีขนาดใหญข่ ้นึ ตึงตัวข้นึ (glandular development) แต่ระดับของอสี โทรเจนที่ สูงในระหว่างตัง้ ครรภ์จะยบั ยง้ั การทางานของต่อมใตส้ มองส่วนหนา้ ไมใ่ หห้ ลง่ั โพรแลกตนิ ดว้ ย ภาพที่ 6 การเจริญของเต้านมจากผลของฮอรโ์ มนอสี โทรเจนและโพรเจสเทอโรน ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สบื ค้นวันท่ี 3 มิถุนายน 2559) วชิ าชีววิทยาเพ่ิมเติม (ว32242) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรอื่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 17 5.2.2 อณั ฑะและฮอรโ์ มนจากอัณฑะ (testes) อัณฑะ (testis) เป็นอวัยวะเพศของผชู้ าย อย่ใู นถุงอณั ฑะ (scrotum) มีอยู่ 2 ขา้ งซา้ ยและขวา ระยะแรกอยใู่ นชอ่ งท้อง ก่อนคลอดเลก็ น้อยจึงออกมาอยู่ในถงุ อณั ฑะ ทาใหอ้ ุณหภมู ิของอัณฑะตา่ กวา่ อณุ หภูมขิ องร่างกายประมาณ 2 องศาเซนเซียส ทาหน้าทใี่ นการผลติ สรา้ งตัวอสจุ ิและผลิตฮอรโ์ มน เพศชายทส่ี าคญั ไดแ้ ก่เทสโทสเทอโรน (testosterone) ภาพที่ 7 อวัยวะเพศชาย ท่มี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบคน้ วนั ที่ 3 มถิ นุ ายน 2559) การสร้างตัวอสุจิ ภายในอัณฑะจะมที ่อเซมนิ ิเฟอรัส (seminiferous tubule) เป็นที่สรา้ งอสจุ ิ ซึ่งภายในทอ่ จะ ประกอบด้วยเซลล์เซอโทลิ (Sertoli cell) และเซลลส์ ืบพนั ธ์ุ (germinal cell) อสจุ ิทยี่ งั ไมเ่ จริญจะมี ลกั ษณะกลมอยู่ในวงล้อมของเซลลเ์ ซอโทลิ เซอโทลิจะสรา้ งโปรตนี ทจ่ี ับกบั ฮอรโ์ มนเพศชาย (androgen binding protein) ทาให้เทสโทสเทอโรนมีระดับสงู ท่ีทาให้มกี ารผลติ อสุจิได้ แลว้ ตัวอสุจิ จะเคลือ่ นที่ไปยังท่อพกั นา้ เช้ือ (epididymis) ซงึ่ ตอ่ กับทอ่ นาน้าเชอื้ (vas deferens) จากน้นั อสุจิจะ เข้าสู่ทอ่ หลง่ั นา้ อสุจิ (ejaculatory duct) ซง่ึ เปดิ เขา้ สู่ทอ่ ปสั สาวะ (urethra) ตรงต่อมลกู หมาก (prostate gland) วิชาชวี วิทยาเพ่ิมเติม (ว32242) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรือ่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 18 ภาพที่ 8 กระบวนการสร้างและการเคลอ่ื นทข่ี องอสุจิ ทม่ี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบคน้ วนั ท่ี 3 มถิ ุนายน 2559) อสุจิสร้างท่ที อ่ เซมนิ ิเฟอรสั แต่ยงั ผสมกับไขแ่ ละเคล่อื นท่ีเองไมไ่ ด ต้ ้องเคล่ือนท่ีตาม ของเหลวในทอ่ เซมินเิ ฟอรัสไปเก็บทบ่ี รเิ วณด้านหัวของทอ่ พักอสจุ ิ (epididymis) อสุจิจะใช้เวลา ประมาณ 12 วนั ในการเดินทางในท่อพกั อสุจิ ที่ขดไปมาน้ี จนกระทั่งเมอื่ ถึงปลายท่อพกั อสุจิ ก็จะ เจรญิ เปน็ อสจุ ทิ ่ีสมบรู ณ์ สามารถผสมกับไข่ได้ เม่ือมกี ารหล่งั (ejaculation) นา้ กามและอสุจิจะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผา่ นทอ่ น้าเชอื้ (vas deferens) และรวมกบั ของเหลวจากท่อเซมินลั เวสซเิ คล (seminal vesicle) และจากต่อม ลกู หมาก (prostate gland) ออกไปทางทอ่ ปัสสาวะ แต่ละคร้ังทีห่ ลัง่ นา้ กามจะมปี ระมาณ 2-6 มลิ ลิลิตร และมอี สุจิประมาณ 40-240 ลา้ นตัว วชิ าชีววิทยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรือ่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 19 ส่วนของอณั ฑะทที่ าหน้าท่ีเป็นต่อมไร้ทอ่ ท่ีทาหนา้ ท่ผี ลิตฮอรโ์ มนเพศชายคือ เซลล์เลย์ดกิ (Leydig cell) หรอื อินเตอรส์ ตเิ ชียลเซลล์ (interstitial cell) อยู่ในเนอ้ื เย่อื ที่แทรกอยู่ระหว่างทอ่ เซ มินเิ ฟอรัส (seminiferous tubule) ทาหน้าทีส่ ร้างฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเทอโรน และสร้างอีสโทร เจนในจานวนน้อยด้วย ภาพท่ี 9 การควบคุมการทางานของฮอร์โมนเพศชาย ท่มี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สบื คน้ วนั ท่ี 3 มิถนุ ายน 2559) ภาพที่ 10 หน้าท่ีของฮอรโ์ มนเพศชายและการควบคุมการทางานของฮอรโ์ มนเพศชาย ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบคน้ วันท่ี 3 มิถนุ ายน 2559) วชิ าชวี วิทยาเพ่มิ เติม (ว32242) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เร่อื งฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 20 เม่ือเด็กชายเขา้ สวู่ ยั รนุ่ คอื อายุ 12 – 13 ปี จะมีการเพ่มิ ระดบั ของโกนาโดโทรปนิ รีลิสซ่ิง ฮอร์โมน (จเี อน็ อารเ์ อช : GnRH ) จากไฮโพทาลามสั มากข้นึ การหลง่ั จะเป็นแบบจงั หวะ มากระตุน้ ตอ่ มใต้สมองส่วนหน้าให้หลง่ั แอลเอช (LHจากรปู ลูกศรทึบสีแดง) ใหม้ กี ารหลง่ั เปน็ จงั หวะเชน่ กัน และจีเอ็น อาร์เอช ยงั กระตุน้ การทางานของเอฟ เอส เอช (FSH) ซึง่ มีบทบาททส่ี าคญั ในการสรา้ งอสุจิ และฮอรโ์ มนเพศชายด้วย FSH จะควบคุมการสร้างตัวอสุจิ ใหม้ ีการสรา้ งอสจุ ใิ นทอ่ อสจุ ิ ฮอรโ์ มนแอล เอช (LH) จะ กระตนุ้ ให้เซลล์เลย์ดิก (Leydig cell) สร้างฮอร์โมนที่เรยี กวา่ แอนโดรเจน (androgen) สว่ นใหญข่ อง แอนโดเจนจากเซลลเ์ ลย์ดกิ เป็นเทสโทสเทอโรน โดยเอฟ เอส เอช (FSH) จะชกั นาให้เกดิ ตวั รบั ของ แอล เอช (LH) บนเซลลเ์ ลย์ดกิ เทสโทสเทอโรน มีผลไปยับย้ังการหล่งั FSH เชน่ กัน (ลกู ศรสมี ่วงขวามือ) แตย่ ังไม่มีความ ชดั เจนในกลไกการยบั ย้งั น้ี แต่จากการสังเกตคนท่ีอัณฑะไม่เคล่อื นลงมาทถ่ี งุ อณั ฑะ (cryptorchidism) เพราะเซลล์ในท่อเซมินิเฟอรสั ถกู ทาลาย ทาให้สรา้ งอสุจิไมไ่ ด้ แตเ่ ซลล์เลยด์ ิก สรา้ งฮอรโ์ มนได้ตามปกติ จะมี FSH สงู ผิดปกติ เหมอื นกบั ขาดตัวยบั ยั้งย้อนกลบั และสารนั้นนา่ จะอยู่ ในเซมนิ ิเฟอรัสทีถ่ ูกทาลาย ต่อมาจึงทราบว่าสารตัวทย่ี ับยง้ั น้ีคอื อนิ ฮิบนิ (inhibin ลูกศรสมี ่วงซา้ ยมอื ) นอกจากน้ีปริมาณของฮอรโ์ มนเทสโทสเทอโรนทม่ี ีเพยี งพอกจ็ ะยับย้ังการหล่ังของ FSHและ LH ดว้ ย (เส้นประสแี ดง) หน้าที่ของเทสโทสเทอโรน ทาหนา้ ทีก่ ระตนุ้ ให้เด็กชายเข้าสวู่ ยั หนุ่ม (male secondary sex characteristics ) ทาให้ อวัยวะสืบพนั ธเุ์ พศชายทั้งภายนอกและภายในเจริญเตบิ โตเต็มที่ องคชาตขิ ยายใหญ่และยาวขึ้น มขี น ข้นึ ท่ีอวัยวะเพศ รกั แร้ หนา้ แขง้ แขน ขา มีลกู กระเดอื ก ไหลก่ ว้าง สะโพกแคบ กล้ามเน้ือเจริญเติบโต ขน้ึ ทาให้สเปิร์มเจรญิ เต็มท่ี ซึง่ กระบวนการนี้เริม่ ตั้งแตเ่ ข้าสู่วัยหนุ่มไปจนตลอดชีวิต เทสโทสเทอโรนมี ผลให้กระดูกยาว (long bone) ปิดเร็วขน้ึ นอกจากน้ันยงั มผี ลทัง้ ทางดา้ นจติ ใจและร่างกายโดยสรุป ดงั นี้ วชิ าชีววิทยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรื่องฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 21 1. มีความเป็นตัวของตัวเอง ดูแลตนเองได้ ใช้เวลากับเพ่ือนมากข้ึน รับผดิ ชอบมากขนึ้ เริ่มชอบ เพ่ือนหญงิ 2. เหงอื่ ออกมากขึ้น เหง่ือทาให้ผวิ นุ่มและเยน็ อาจมีกล่นิ ตวั 3. เสยี งแหบ ลกู กระเดือกใหญ่ ทาใหอ้ าจมเี สยี งแหบในชว่ งแรก กล่องเสยี งโตขึน้ เห็นเปน็ ลูกกระเดอื กใหญข่ น้ึ 4. กระดูกใหญข่ ึ้น ไหล่ หน้าอกใหญ่ กว้างขึ้น 5. ผิวหนงั สร้างไขมันมากขนึ้ รูขุมขนใหญ่ขน้ึ และบางคนเปน็ สวิ ที่หน้า 6. อวยั วะเพศมีการแขง็ ตัวต้งั แต่ยงั เดก็ แต่ในวัยหนุ่มจะมกี ารสร้างซเี มน (semen) ดังนั้นถา้ มี อารมณ์ทางเพศมากๆ อาจมีการขับเคลื่อนนา้ กามออกมาได้ระหวา่ งนอนหลับ เรยี กว่าฝนั เปียก (wet dream) 7. มขี นท่ีใตว้ งแขน หัวเหน่า ผมหนาขึ้น ภาพท่ี 11 หน้าทีข่ องเทสโทสเทอโรน ท่มี า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบคน้ วนั ท่ี 3 มิถุนายน 2559) วิชาชีววทิ ยาเพิม่ เตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรอื่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 22 5.2.3รกและฮอรโ์ มนจากรก (placenta) เมอ่ื มีการตกไข่ ไขจ่ ะเคลอ่ื นทไ่ี ปในท่อนาไข่โดยการพดั โบกของขนเซลล์ (cilia) ของทอ่ นาไข่ ซงึ่ ได้รับอทิ ธิพลมาจากฮอรโ์ มนอสี โทรเจน เม่ือมกี ารผสมระหว่างอสุจแิ ละไข่ เกิดการปฏสิ นธขิ ึ้น (fertilization) จนเคลอื่ นทมี่ าถงึ มดลกู ซึง่ เป็นระยะบลาสโตซิสท์ (blastocyst) มีจานวนเซลล์ ประมาณ100 เซลล์ แล้วจะฝังตัวท่โี พรงมดลูกประมาณวนั ที่ 6-7 หลังจากตกไข่ แล้วเซลลโ์ ทรโฟบ ลาสท์ (trophoblast) ของบลาสโตซสิ จะยดึ กบั เน้ือเยอื่ ของมดลกู เจรญิ ไปเปน็ รก (placenta) ดังนน้ั รกจึงเปน็ ส่วนหนง่ึ ของทารก แตจ่ ะอยูน่ อกตวั ทารกในมดลกู ของมารดา ภาพท่ี 12 การตกไข่ การปฏสิ นธิ การแบ่งเซลล์ และการฝังตวั ของตัวอ่อนที่โพรงมดลูก ท่ีมา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สบื คน้ วนั ที่ 3 มิถนุ ายน 2559) การตกไข่ การปฏิสนธิ การแบ่งเซลล์ และการฝงั ตัวของตัวออ่ นที่โพรงมดลกู ซงึ่ ใช้เวลา ประมาณ 7 วนั ดังภาพ ภายหลงั การฝงั ตวั ของตัวอ่อน สว่ นเซลล์โทรโฟบลาสทจะเจริญไปเปน็ รก รก จะทาหน้าท่ีผลิตฮอรโ์ มนมาควบคมุ การต้งั ครรภ์ใหด้ าเนนิ ตอ่ ไป รกเปน็ โครงสร้างท่ีเชอ่ื มระหวา่ งมดลูกของมารดาและทารก รกจะติดอยกู่ ับผนังดา้ นในของ มดลกู เสมือนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของตวั มารดา โดยจะมสี ายสะดอื เป็นตวั เชือ่ มต่อระหว่างรกกบั ทารก การจะดาเนินการตั้งครรภ์ตอ่ ไปไดต้ อ้ งอาศัยฮอรโ์ มนหลายชนดิ วิชาชีววิทยาเพิม่ เติม (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 23 หน้าท่ีของรก รกเป็นบรเิ วณทีร่ ะบบไหลเวียนโลหติ ของมารดาและทารกมาพบกัน โดยเชือ่ มตอ่ สายสะดือ ของทารกกับมดลูก ของมารดา รกทาหน้าท่ี 2 ประการคือ - ทาหน้าท่แี ลกเปล่ียนอาหาร อากาศและของเสียจากทารกในครรภข์ องทารกในครรภ์ - ทาหนา้ ที่เปน็ ตอ่ มไร้ทอ่ ชั่วคราวในมดลกู ซึ่งสามารถผลิตฮอรโ์ มนมากมายท่จี าเป็น ระหวา่ งตั้งครรภแ์ ละเป็นฮอรโ์ มนท่ีเกี่ยวขอ้ งกับกลไกลการเจ็บครรภร์ วมทัง้ ฮอร์โมนอีสโทรเจน และ ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน ก. ข. ภาพที่ 13 การทางานของรก ทีม่ า : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบค้นวนั ที่ 3 มิถุนายน 2559) ก. ทารกในครรภ์ตอ้ งอาศยั รกในการแลกเปลยี่ นอาหาร อากาศ และของเสยี จากทารกในครรภ์ ข. เส้นเลือดของทารกจะแชจ่ ุมอยใู่ กล้ชิดกับเส้นเลอื ดมารดาเพือ่ แลกเปลีย่ นอาหาร อากาศ และของเสยี จากทารกในครรภ์ ฮอร์โมนทีส่ ร้างจากรก รกสร้างฮอรโ์ มนหลายชนิดทีส่ าคัญ ได้แก่ 1. ฮอรโ์ มนโพรเจสเตอโรน ในชว่ งแรกประมาณ 6-8 สัปดาหจ์ ะไดร้ ับฮอรโ์ มนโพรเจส เทอโรนจากคอร์ปัส ลูเทียมทีร่ งั ไข่ หลงั จากนน้ั รกจะทาหน้าทใี่ นการผลติ ฮอรโ์ มนโพรเจสเตอโรน เพม่ิ ข้นึ ตลอดการตงั้ ครรภ์ เป็นฮอรโ์ มนที่สาคัญมาก ที่จะทาให้การตัง้ ครรภ์ สามารถดาเนนิ ต่อไปได้ โดยการยับยงั้ การหดรดั ตวั ของกลา้ มเนอ้ื มดลกู ทาให้รา่ งกายไมก่ าจดั ทารกซ่งึ ถือว่าเป็นสงิ่ แปลกปลอมของรา่ งกายออกมาโดยไปกดภูมิคุ้มกนั ของร่างกาย วิชาชวี วทิ ยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรอ่ื งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 24 ฮอรโ์ มนทสี่ ร้างสว่ นใหญเ่ ข้าสรู่ ะบบไหลเวียนโลหิตของมารดาส่วนนอ้ ยที่ผา่ นไปยังทารก ภาพที่ 14 แสดงระดบั ฮอรโ์ มนตา่ งๆ ระหวา่ งการตั้งครรภ์ ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/chapter1/chapter1.htm (สืบคน้ วนั ที่ 3 มิถุนายน 2559) (จะเหน็ ว่าในระยะแรกของการต้ังครรภ์ ระดบั ของHCGซึง่ สร้างจากรกจะสูงมากและฮอร์โมน อีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนทส่ี รา้ งจากคอรป์ ัส ลเู ทียมยังคงสูงอยู่ ซึ่งทาให้ไม่มปี ระจาเดอื นและทา ให้เยือ่ บมุ ดลกู เจริญ เมื่อรกทาหนา้ ทผ่ี ลติ ฮอรโ์ มนอสี โทรเจนและโพรเจสเทอโรนไดม้ ากข้ึน (ภาพ กลาง) คอร์ปัส ลูเทยี มจะทาหน้าทผ่ี ลิตฮอรโ์ มนน้อยลงและหมดหนา้ ทไี่ ป (ภาพสุดท้าย) และระดบั ของ HCG จะลดลง เม่ือระยะเวลาการตั้งครรภม์ ากขน้ึ รกจะผลติ ฮอรโ์ มนอสี โทรเจนและโพรเจสเทอ โรนได้มากข้นึ ) 2. ฮอร์โมนอีสโทรเจนการสรา้ งฮอร์โมนน้จี ะไมเ่ หมอื นกบั ทรี่ ังไข่ เพราะรกไมม่ เี อนไซม์ 17 - βไฮดรอกซเิ ลสท่ีจะเปลี่ยนโพรเจสเตอโรน หรอื เพรกนโี นโลน(pregnenolone) เป็นอสี โทรเจน จงึ ตอ้ งอาศัยสเตอรอยด์ท่สี รา้ งมาจากตอ่ มหมวกไตของแม่ และของทารกแทน โดยเซลล์โทรโฟบ ลาสท์จะใช้ดไี ฮโดรอพิ ิแอลโดรสเตอโรน ซลั เฟต (DHEA-S) ท่ีผลิตจากต่อมหมวกไตของแม่ และของ ทารกมาเป็นสารตง้ั ตน้ ท่ีจะผลิตอีสตราไดออล 17 เบตา้ อีสโตรนจะถูกหลั่งมาท่เี ลอื ดแม่ แต่อีสตราได ออลจะถูกต่อมหมวกไต ของทารกเปล่ยี นไปเปน็ อีสไทรออล กลบั มาทร่ี กเพอ่ื เขา้ กระแสเลอื ดแม่ หนา้ ทขี่ องอีสโทรเจนในการต้ังครรภย์ ังไม่ทราบแนช่ ดั แต่พบว่าในขณะใกล้คลอดจะมีปริมาณของอีส โทรเจนสูง และอสี โทรเจนทาใหม้ เี ลือดมาเลยี้ งทม่ี ดลูกมาก วิชาชีววิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 25 3. ฮอร์โมนฮิวแมนคอริโอนกิ โกนาโดโทรฟิน (human chorionic gonadotropin: HCG) ฮอรโ์ มนฮวิ แมนคอรโิ อนกิ โกนาโดโทรฟนิ เปน็ ไกลโคโปรตีน มี 2 หนว่ ยคอื สายแอลฟาและสายเบตา สายแอลฟาประกอบดว้ ยกรดอะมโิ น 92 ตวั สายเบตามกี รดอะมิโน 145 ตัว เป็นฮอรโ์ มนที่สร้างมา จากถงุ น้าคร่าทีอ่ ยตู่ ิดกบั มดลูก (chorian) สามารถตรวจพบได้ต้ังแตว่ ันท่ี 8 ของการปฏสิ นธิ ในช่วง แรกของการตงั้ ครรภ์ ปรมิ าณ HCG จะสงู ขึน้ อยา่ งรวดเรว็ โดยจะมปี ระมาณ 100 IU/L ในวนั ท่ที ่ขี าด ประจาเดอื น และ100,000 IU/L ขณะอายคุ รรภ์ 8-10 สัปดาห์ หลังจากน้นั จะลดลงเหลือประมาณ 10,000 – 20,000 IU/L และคงท่ตี ลอดการตงั้ ครรภ์ หนา้ ที่ของ HCG 1. ทาให้คอร์ปสั ลเู ทยี มผลิตฮอร์โมนอสี โทรเจนและโพรเจสเตอโรนต่อ 2. ทาให้ผนงั มดลูกพรอ้ มในการฝังตวั ของตวั อ่อนคอื มเี ลือดมาเล้ียงจานวนมาก และยบั ยงั้ การทางานของโกนาโดโทรปินจากตอ่ มใต้สมองไมใ่ หม้ ีการเจรญิ ของไขใ่ นรอบตอ่ ไป 3. กระตุ้นเลยด์ ิกเซลล์ในอัณฑะให้สร้างฮอร์โมนโพรเจสเตอโรน เพราะสายเบตาของเอชซจี ี มลี ักษณะคล้ายกับ ฮอร์โมนแอลเอช (LH) ทีส่ ร้างจากต่อมใต้สมองโดยมกี รดอะมิโน 121 ตัวแรกท่ี เหมือนกนั ถงึ ร้อยละ 80 4. กระตนุ้ การทางานต่อมไทรอยด์ โดยเอชซจี ี สามารถจบั กบั ตัวรบั สัญญาณของทเี อสเอช (TSH) เพื่อกระตุน้ การทางานของตอ่ มไทรอยด์ ประโยชนข์ อง HCG 1. การศกึ ษาการทางานของฮอร์โมน HCG ทาให้มกี ารสรา้ งเครอื่ งทดสอบการต้ังครรภ์ (over the counter kit : OTC kit) ได้ต้งั แตเ่ รม่ิ ตัง้ ครรภ์ (antigen antibody reaction) ใช้วินจิ ฉัยการ ตัง้ ครรภ์ ซ่ึงทาได้เร็ว 2. ชว่ ยวนิ จิ ฉยั การต้ังครรภไ์ ขป่ ลาอุก (molar pregnancy คาว่า molar มรี ากศพั ทจ์ ากคา ว่า mole หมายถึงเม็ดเลก็ ๆ คล้ายไฝ หรอื องนุ่ molar pregnancy เปน็ การต้งั ครรภ์ท่ไี มม่ ีตัว ทารก แต่มเี ป็นถุงนา้ เลก็ ๆ คล้ายไฝหรอื องุ่นเหลา่ นแี้ ทน) ผู้ทม่ี ีภาวะนี้จะมฮี อรโ์ มนเอชซจี ี สูงมาก 3- 10 เทา่ ของการต้ังครรภ์ปกติ 4. ฮอรโ์ มนทม่ี ผี ลเหมอื นโพรแลคตนิ และโกรทฮอรโ์ มนจากรก (human chorionic somatomamotrophin, hCSหรือ human placental lactrogen, hPL) hCSเปน็ เปปไทด์ฮอร์โมนท่ปี ระกอบด้วยกรดอะมิโน 191 หน่วย มีผลคล้ายโพรแลคทินและ โกรทฮอร์โมน เช่นการสลายไขมนั เพอื่ ให้เลอื ดแม่และทารกมกี รดไขมันสงู ขน้ึ ยับย้งั การนากลโู คส เข้าเซลลแ์ ม่ ทาใหร้ า่ งกาย ต้องหลง่ั อินซลู นิ เพม่ิ มากข้ึน และยับยง้ั การสังเคราะห์กลูโคสจาก สารอาหารอนื่ ทาใหส้ ารอาหารประเภทโปรตีน และกลโู คสผา่ นไปยังทารกมากข้นึ นอกจากนยี้ ังมี ส่วนกระต้นุ ให้มีการเปล่ยี นแปลง ของเตา้ นม เพอ่ื เตรียมในการผลิต นา้ นมมากยิง่ ขน้ึ วชิ าชวี วิทยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรือ่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 26 ขัน้ ที่ 3 ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป บัตรกจิ กรรมที่ 5.2 คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนรว่ มกันอภิปราย และสรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั ฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก (12 คะแนน) 1.ฮอรโ์ มนเพศสร้างมาได้อย่างไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. รังไข่สร้างฮอร์โมนท่ีสาคัญชนิดใดบา้ ง และมหี นา้ ทอี่ ย่างไร? (2 คะแนน) …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. การมีระดหู รอื ประจาเดือน คืออะไรและมีอาการอยา่ งไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. วชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรื่องฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 27 4. ทาไมจงึ มีไขเ่ พยี งใบเดียวที่ตกในแต่ละเดอื น? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 5. ในระยะตกไข่ ฮอรโ์ มนเพศตวั ใดทมี่ คี วามสาคัญและมีการหลั่งเปน็ อยา่ งไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 6. จรงิ หรือไมว่ า่ วันที่ 14 ของรอบเดอื นเป็นวันทีไ่ ขต่ กเสมอ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 7. ฮอรโ์ มนเทสโทสเทอโรนทาหนา้ ทก่ี ระต้นุ ใหเ้ ด็กชายเข้าสวู่ ัยหนมุ่ อยา่ งไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 8. รก มีหน้าท่ีอยา่ งไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. วชิ าชวี วทิ ยาเพม่ิ เติม (ว32242) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 28 9. รกสรา้ งฮอร์โมนท่ีสาคญั ชนิดใดบา้ ง และมหี นา้ ทอ่ี ย่างไร? (2 คะแนน) …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 10. ฮอร์โมนhuman chorionic gonadotropinหรือ HCGมปี ระโยชนอ์ ย่างไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. วชิ าชวี วทิ ยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรือ่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 29 ขนั้ ที่ 4 ขนั้ ขยายความรู้ บัตรกิจกรรมท่ี 5.3 คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามใหไ้ ด้ใจความสมบูรณ์ (8 คะแนน) 1. การรับประทานยาคมุ กาเนดิ ทาใหอ้ ้วนจรงิ หรือไม่? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. อธิบายเซลล์ท่ีทาหน้าทสี่ รา้ งฮอร์โมนในรังไข?่ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. นา้ มะพรา้ วมผี ลตอ่ การมปี ระจาเดือนของผู้หญิง อย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. ทาไมนักกีฬานิยมนาเทสโทสเทอโรนมาใช้ และมผี ลดีผลเสยี อย่างไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. วิชาชวี วิทยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรือ่ งฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 30 5. นอกจากท่ีนักกีฬานิยมนาเทสโทสเทอโรนมาใช้แล้ว ยังมีสารตวั อื่นอกี หรือไม่ ทสี่ ามารถนามาใช้ใน วงกีฬา และมีผลดีผลเสียอย่างไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 6. การควบคมุ การตั้งครรภ์ด้วยวธิ ีการนบั วนั อยา่ งไรจงึ ปลอดภัย? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 7. ผู้หญงิ คนหน่ึงมรี อบประจาเดือนอยรู่ ะหวา่ ง 26 วัน ถึง 31 วัน จงคานวณหาช่วงระยะท่ี\"ไม่ ปลอดภยั \" (ชว่ งท่มี ีไข่ตก) และชว่ งเวลาที่ \"ปลอดภยั \" (safe period) …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 8. ยาคุมกาเนดิ แบบฉกุ เฉนิ มวี ิธีการใชอ้ ย่างถกู ตอ้ งอยา่ งไร? …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. วชิ าชวี วิทยาเพิ่มเติม (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 31 ขน้ั ที่ 5 ขัน้ ประเมนิ บตั รกจิ กรรมท่ี 5.4 วิชาชวี วทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรือ่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 32 แบบทดสอบหลงั เรยี น ชุดการสอนชดุ ท่ี 5 เรือ่ ง ฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก คาชแ้ี จง 1. แบบทดสอบฉบบั น้ีมี 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน ใช้เวลา 15 นาที 2. ให้นักเรียนเลอื กคาตอบทีถ่ กู ตอ้ งเพยี งข้อเดยี ว 3. ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 1.ในขณะที่ผหู้ ญิงมีประจาเดอื นนัน้ ระดบั ฮอรโ์ มนเพศในเลือดควรจะ ก. มอี ีสโทรเจนสูงมาก ข. มีอีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนต่ามาก ค. มโี พรเจสเทอโรนสงู มาก ง. มอี สี โทรเจนและโพรเจสเทอโรนสงู มาก 2. ฮอร์โมนใดของไฮโพทาลามสั ท่ีมผี ลในเพศหญงิ มากกวา่ ในเพศชาย ก. oxytocin ข. LH ค. prolactin ง. Melatonin 3. แหลง่ ผลิตฮอรโ์ มนเพศชายคือขอ้ ใด ก. อัณฑะ ข. ทอ่ นาอสุจิ ค. ต่อมลูกหมาก ง. อินเตอร์สติเชียลเซลล์ 4. หญงิ ทีห่ มดประจาเดือนจะสญู เสียความสามารถของการควบคุมฮอร์โมนเพศแบบกลไกย้อนกลบั ระหวา่ งต่อมใต้สมองและรังไข่ ระดับฮอรโ์ มนเพศในเลือดของหญิงวัยหมดประจาเดือนเปน็ อยา่ งไร ก. มี FSH และ LH ในระดับตา่ มาก และไม่มรี อบประจาเดอื น ข. เฉพาะฮอรโ์ มนอสี โทรเจนเทา่ นน้ั ท่ีมีระดบั ตต่ากว่าหญงิ ในวยั เจรญิ พนั ธุ์ ค. มรี ะดับอีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนต่ากวา่ แตม่ ี FSH และ LH สงู กว่า ง. กลบั มามีสภาพเหมอื นกบั เดก็ ผูห้ ญิงก่อนถงึ วัยเจริญพนั ธ์ุ วิชาชีววทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เร่ืองฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 33 5. เนื้อเยื่อของคอร์ปสั ลูเทียมสว่ นใหญจ่ ะสรา้ งมาจาก ก. Primordial follicle ข. Theca externa ค. Interstitial tissue ง. Granulosa cells 6. ในเซลลข์ องคอรป์ ัสลูเทยี ม มอี อรแ์ กแนลล์ใดท่มี ลี ักษณะเด่น ซึ่งทาหน้าทเ่ี กย่ี วกบั การสรา้ ง ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน ก. กอลจิ คอมเพล็กซ์ ข. รา่ งแหเอนโดพลาซมึ ชนดิ มีไรโบโซมเกาะ ค. รา่ งแหเอนโดพลาซึมชนดิ ไม่มไี รโบโซมเกาะ ง. ก และ ข 7. HCG เปน็ ฮอรโ์ มนทส่ี รา้ งมาจากรกเพ่ือกระตุ้นใหร้ งั ไขท่ างาน จะมสี ูงสุดเม่ือใด ก. เมื่อเริม่ ปฏิสนธิ ข. ก่อนคลอดเล็กน้อย ค. ตลอดระยะเวลาทตี่ ้ังครรภ์ ง. เดอื นแรกของการตง้ั ครรภ์ 8. ข้อใดต่อไปนี้ไมใ่ ช่หน้าที่ของฮอรโ์ มนทีส่ รา้ งจากรก ก. เตรยี มเยอ่ื บมุ ดลกู เพือ่ รบั ตวั อ่อน ข. ทาให้กล้ามเนอื้ มดลกู มขี นาดโตข้ึน ค. กระตนุ้ การสรา้ งและหลัง่ ฮอรโ์ มนโพรแลกทนิ ง. กระตนุ้ ตับออ่ นใหห้ ล่งั เอนไซม์ และโซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนต 9. ฮอร์โมนทีม่ ีมากในขณะทแี่ พทย์หญงิ ต้งั ครรภ์คือ ขอ้ ใด ก. HCG ข. gastrin ค. secretin ง. heparin 10. ผู้หญิงขณะทีต่ ้งั ครรภ์ จะมีฮอรโ์ มน A กระตุ้นต่อมนา้ นมให้สร้างนา้ นม เพอ่ื เล้ยี งลูกออ่ นตอน คลอด ฮอรโ์ มน B กระตุน้ ตอ่ มน้านมใหข้ ับน้านมมาเลี้ยงลูกออ่ น ฮอรโ์ มน A และ B คอื อะไร เรียงตามลาดับ ก. lactogenic hormone oxytocin ข. progesterone lactogenic hormone ค. progesterone luteinizing hormone ง. lactogenic hormone luteinizing hormone วชิ าชีววทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอื่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 34 กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลังเรยี น ชุดการสอนชดุ ท่ี 5 เร่ือง ฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ชอื่ -สกุล ……………………………………………………………………………………. ช้ัน ............ เลขท่ี .............. คาช้ีแจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวในแบบทดสอบแล้วทาเครื่องหมาย X ลงในชอ่ งวา่ ง ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเตม็ คะแนนท่ไี ด้ 20 วิชาชีววทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรือ่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 35 บรรณานกุ รม กองเจา้ หน้าท่ี องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา. (2561). โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพ่ือพฒั นาศกั ยภาพครู 8 กลุม่ สาระการเรยี นรู้. ม.ป.ท.: สกุลไทย. ปรินทร์ จริ ะภทั รศลิ ป์. (2560). สรุปเข้ม ขอ้ สอบชีววทิ ยา ม.ปลายมนั่ ใจเต็ม 100. นนทบรุ ี: ไอดีซีฯ. วัชวัลย์ ครุฑไชยนั ต์. (2556). ต่อมไร้ท่อ. (ออนไลน)์ . สบื ค้นจาก: http://watchawan.blogspo t.com/2010/05/blog-post_2433.html. [10 พฤษภาคม 2559]. วินยั ลิขติ พรลกั ษณ์. (2556). ระบบตอ่ มไร้ท่อ. (ออนไลน)์ . สบื คน้ จาก:https://www.slideshare .net/meemahidol/bio5-1. [10 พฤษภาคม 2559]. ศภุ ณัฐ ไพโรหกุล. (2558). Essential biology. กรงุ เทพฯ: แอคทฟี พริ้นท์ จากดั . PeeranatJatoorathaweechot. (ม.ป.ป.).Endocrine system and Hormones. (ออนไลน)์ . สืบคน้ จาก: www2.vcharkarn.com/uploads/journal/3/vcharkarn-journal- 3078_1.pdf.html. [10 พฤษภาคม 2559]. พิมพนั ธ์ เดชะคุปต์ และคณะ. ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ทีเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั ชวี วทิ ยา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6.กรงุ เทพฯ : พฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.), 2548. ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, สถาบัน. หนังสือเรยี นสาระการเรยี นร้พู นื้ ฐาน และเพิ่มเติมชีววิทยา เลม่ 3. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพค์ ุรุสภาลาดพรา้ ว, 2547. . คมู่ ือครูสาระการเรียนรู้พ้ืนฐานและเพิม่ เติมชวี วทิ ยา เลม่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ ครุ ุสภาลาดพรา้ ว, 2547. เกษม ศรพี งษ์. คูม่ ือเตรยี มสอบชีววทิ ยาเพิ่มเตมิ เล่ม 2. กรุงเทพฯ : ภูมิบัณฑิต, 2554. ประสงค์ หลาสะอาดและจิตเกษม หลาสะอาด. ติว้เมPAT2 ชีววิทยา. กรงุ เทพฯ : รุ่งเรอื งสาสน์ การ พิมพ์, 2553. ระบบตอ่ มไร้ทอ่ . ม.ป.ป.<http://www.pibul.ac.th/vichakan/sciweb/Biology42042/ Hormone/Hormone/html/Website-endocrine-system.htm> 5 พฤษภาคม 2559. มหาวิทยาลยั มหดิ ล. สารวจโลกฮอรโ์ มน. ม.ป.ป. <http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/ hormone.htm> 5 พฤษภาคม 2555. สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ. คู่มอื ครู รายวิชาเพ่ิมเตมิ ชีววทิ ยา เล่ม 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2554. หนงั สือเรยี น รายวชิ าเพิ่มเตมิ ชีววิทยา เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2555. สมาน แก้วไวยทุ ธ. ตะลุยคลั้อสอบ้เามาวิทยาลยั ชีววิทยา. กรุงเทพฯ : ฐานบัณฑติ , 2554. วชิ าชวี วทิ ยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรือ่ งฮอรโ์ มนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 36 ภาคผนวก วชิ าชีววิทยาเพิ่มเติม (ว32242) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรื่องฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 37 เฉลยบตั รกจิ กรรมท่ี 5.1 คาถาม 1. luteinizing hormone หรอื (LH) สรา้ งมาจากเซลลช์ นดิ ใดและมหี น้าทีอ่ ย่างไร? ตอบ สรา้ งมาจากโกนาโดโทรปกิ เซลล์ (gonadotropic cell) ถกู กระตนุ้ โดยโกนาโดโทรปนิ รี ลิสซิง ฮอร์โมน (gonadotropin releasing hormone เรยี กยอ่ วา่ GnRH) จากไฮโพทาลามสั ในเพศ หญงิ จะมีผลตอ่ ฟอลลิเคิลทส่ี ุกแลว้ ทาให้เกิดการตกไข่ และกระต้นุ คอรป์ ัส ลเู ทียม (corpus luteum) ใหส้ รา้ งฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนในเพศชายจะกระตนุ้ การสร้างแอนโดรเจน (androgen) โดยเฉพาะเทสโทสเทอโรน (testosterone) 2. follicle stimulating hormone หรอื (FSH )สรา้ งมาจากเซลลช์ นิดใดและมีหน้าทอี่ ย่างไร? ตอบ สรา้ งมาจากโกนาโดโทรปกิ เซลล์ (gonadotropic cell) ถกู กระตนุ้ โดยโกนาโดโทรปนิ รี ลสิ ซงิ ฮอร์โมน (gonadotropin releasing hormone GnRH) จากไฮโพทาลามสั ในเพศหญิงจะไป กระตนุ้ การเจริญของไข่ในรงั ไข่ และกระตนุ้ รงั ไขใ่ ห้สรา้ งฮอรโ์ มนอสี โทรเจน ในเพศชายจะกระตุ้น อัณฑะให้สรา้ ง สเปริ ์ม (sperm) 3. อธบิ ายการหลัง่ ฮอร์โมน LH และFSH ตอบ การทางานของ GnRH จากไฮโพทาลามัสจะกระตนุ้ การสร้างของ LH และFSH ทตี่ อ่ มใต้ สมองสว่ นหน้า LH และFSH ควบคมุ การทางานของรังไข่และอัณฑะ และเม่อื มีการสรา้ งฮอร์โมน เพียงพอจะไปยบั ยง้ั การหลง่ั LH, FSH และ GnRH วิชาชวี วิทยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 38 เฉลยบัตรกิจกรรมท่ี 5.2 1.ฮอร์โมนเพศสร้างมาไดอ้ ยา่ งไร? ตอบ ฮอร์โมนเพศทั้งอสี โทรเจน โพรเจสเทอโรน และเทสโทสเทอโรนลว้ นมสี ารต้ังตน้ คือคอเล สเทอรอล ซึ่งได้ จากไลโพโปรตีนในกระแสเลือดและจากการเปลีย่ นคอเลสเทอรอลภายในรงั ไข่ใหเ้ ป็น เพรกนโิ นโลน ซง่ึ มีรายละเอยี ดเหมือน การสังเคราะห์สเตรอยดฮ์ อร์โมนท่ีกลา่ วมาแล้ว 2. รังไข่สร้างฮอรโ์ มนทสี่ าคัญชนดิ ใดบ้าง และมีหนา้ ทอ่ี ยา่ งไร? ตอบ 1. ฮอร์โมนอสี โทรเจน(estrogen) ทาหน้าท่ีกระต้นุ การเจริญเติบโตอยา่ งสมบูรณข์ องเพศ หญิงตอ่ ต้านการแขง็ ตวั ของเลือดจะเพ่มิ ระดับคอเลสเทอรอลชนิดดี และลดคอเลสเทอรอลชนิดเลว ทาให้เส้นเลือดหยดื หยนุ่ และเกล็ดเลือดไม่เกาะกลุม่ กนั และผลตอ่ เมแทบอลิซึมลดการสลายของ กระดกู และคงสภาพของผวิ หนังและหลอดเลือด 2. ฮอรโ์ มนโพรเจสเทอโรน (progesterone ) หน้าท่ีคือ ทาใหเ้ ยือ่ บุมดลกู พร้อมในการฝงั ตวั ของไขท่ ี่ปฏิสนธแิ ลว้ ส่งเสรมิ การทางานของฮอรโ์ มนอนิ ซูลนิ เพม่ิ การสะสมไกลโคเจนทาใหอ้ ุณหภมู ิ ของร่างกายสูงข้ึนทาให้มกู ทปี่ ากมดลูกเหนียว เข้มขน้ึ ปอ้ งกนั ไมใ่ หอ้ สุจติ ัวอืน่ สามารถวา่ ยมาผสมกับ ไข่ทผ่ี สมแลว้ ไดส้ ะดวกปอ้ งกันไมใ่ หม้ ดลกู หดรดั ตัวระหวา่ งตั้งครรภ์และทางานรว่ มกบั อีสโทรเจน โดย ทาใหม้ ีการเจริญของทอ่ นา้ นมเจรญิ อย่างสมบรู ณ์ 3. การมรี ะดหู รือประจาเดอื น คอื อะไรและมอี าการอย่างไร? ตอบ ประจาเดือน (Menstruation) หรือมักนยิ มเรียกกนั วา่ เมนส์ หรือ ระดู และ รอบเดือน เปน็ เลอื ดท่ีเกิดจากการหลดุ ลอกของเยือ่ บุโพรงมดลูก มฮี อรโ์ มนสองชนดิ คอื เอสโตรเจน และ โปรเจสเตอ โรน ควบคมุ การสรา้ งและหลุดลอกของเย่อื บโุ พรงมดลูก ซงึ่ ระดบั ฮอรโ์ มนท้งั สองจะมีความสมั พนั ธก์ ับ การตกไขจ่ ากรงั ไข่ โดยแตล่ ะรอบเดือนจะมชี ่วงเวลาประมาณ 26-30 วัน ข้ึนอยู่กบั แตล่ ะบุคคล ทาให้ ประจาเดอื น เกดิ ข้ึนเฉล่ียเดอื นละ 1 ครงั้ โดยมรี ายงานว่า 80 เปอเซนตข์ องผูห้ ญงิ มอี าการแสดงกอ่ น จะมปี ระจาเดือนมีอาการดังน้ี เจบ็ บรเิ วณหนา้ อก, ตัวบวม, เหนอื่ ยง่าย, ข้หี งดุ หงิด และอารมณ์ เปลยี่ นแปลงงา่ ย วิชาชวี วทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรอื่ งฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 39 4. ทาไมจึงมีไขเ่ พียงใบเดียวที่ตกในแต่ละเดอื น? ตอบ ในตอนแรกในรงั ไข่จะมไี ข่หลายใบ แตภ่ ายใน 5-7 วัน จะมเี ซลล์ฟอลลิเคิลใบหน่ึงโตมากกว่า ใบอ่นื ทาให้มกี ารหลงั่ ฮอรโ์ มนอสี โทรเจนออกมามากจนไปยับยัง้ การทางานของ FSH ไมใ่ หห้ ล่ัง ออกมากระต้นุ การทางานของฟอลลเิ คลิ อน่ื อีกทาใหแ้ ตล่ ะเดอื นมไี ขต่ กเพียงใบเดียวและโดยปกตจิ ะ สลับข้างของรงั ไข่ 2 ใบ ซ่ึงมดี ้านซ้ายและด้านขวาอสี โทรเจนกระตนุ้ ให้เซลลฟ์ อลลิเคิลสรา้ งของเหลว ออกมาสะสมอยู่ระหว่างเซลล์ และ มีชอ่ งกลวงตรงกลาง ล้อมรอบไข่หรือโอโอไซด(์ oocyte) 5. ในระยะตกไข่ ฮอร์โมนเพศตัวใดท่มี คี วามสาคัญและมกี ารหล่ังเปน็ อยา่ งไร? ตอบ จากผลของโกนาโดโทรปนิ ทส่ี ูงข้นึ จะกระต้นุ ให้ฟอลลเิ คลิ ที่เจริญเติบโตเต็มท่ีมีปริมาณ ของเหลวในถุงกราเฟยี นจานวนมาก และแกรนโู ลซาก็เพม่ิ จานวน และเซลล์ทีคาก็หลงั่ อีสโทรเจนมาก ขน้ึ เมอ่ื ถงุ ไข่ออ่ นมี ขนาดใหญท่ าให้เซลล์แกรนูโลซาจบั กันไมต่ ิด ถงุ ไข่อ่อนจะปริตรงจุดจาเพาะ (stigma) เปน็ บริเวณท่บี างและมีเลอื ดมาเลีย้ งนอ้ ย 6. จรงิ หรือไม่ว่าวนั ท่ี 14 ของรอบเดอื นเปน็ วนั ทไ่ี ขต่ กเสมอ ตอบ ไมจ่ รงิ ระยะเวลาตงั้ แต่เริม่ มปี ระจาเดอื นจนถึงวนั ท่ีไข่ตกจะแตกต่างกันมากในแตล่ ะคน ประมาณ 8-14 วนั ซง่ึ ในผ้ทู ม่ี รี อบประจาเดือนทแี่ ตกต่างกนั นี้ เชน่ สตรีทมี่ รี อบประจาเดือน 21 – 35 วัน สว่ นใหญ่จะตา่ งกนั ในระยะกอ่ นไขต่ ก 7. ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนทาหน้าท่กี ระตุ้นให้เด็กชายเข้าสูว่ ยั หน่มุ อย่างไร? ตอบ ทาให้อวยั วะสบื พนั ธ์เุ พศชายทัง้ ภายนอกและภายในเจรญิ เติบโตเตม็ ท่ี องคชาติขยายใหญ่ และยาวข้นึ มีขนขน้ึ ที่อวัยวะเพศ รกั แร้ หนา้ แขง้ แขน ขา มีลกู กระเดอื ก ไหล่กวา้ ง สะโพกแคบ กล้ามเนอื้ เจรญิ เตบิ โตข้ึน ทาให้สเปริ ์มเจรญิ เตม็ ที่ ซ่ึงกระบวนการน้เี ริ่มตงั้ แตเ่ ข้าสวู่ ยั หนุ่มไปจนตลอดชวี ติ เทสโทสเทอโรนมีผล ใหก้ ระดกู ยาว (long bone) ปดิ เรว็ ข้นึ นอกจากนน้ั ยังมผี ลทง้ั ทางดา้ นจิตใจและรา่ งกายด้วย เช่น ใช้ เวลากับเพ่อื นมากขึน้ เริ่มชอบเพือ่ นหญงิ อาจมีกลน่ิ ตวั เสียงแหบ กระดกู ใหญ่เปน็ สิวท่ีหนา้ อาการฝัน เปยี ก เป็นต้น 8. รก มีหน้าทอี่ ย่างไร? ตอบ รกเปน็ บรเิ วณทีร่ ะบบไหลเวยี นโลหิตของมารดาและทารกมาพบกนั โดยเช่อื มตอ่ สายสะดอื ของทารกกับมดลกู ของมารดา รกทาหนา้ ที่ 2 ประการคือ - ทาหน้าทแี่ ลกเปล่ยี นอาหาร อากาศและของเสยี จากทารกในครรภ์ของทารกในครรภ์ - ทาหนา้ ที่เปน็ ตอ่ มไร้ท่อชั่วคราวในมดลกู ซึง่ สามารถผลิตฮอร์โมนมากมายท่จี าเปน็ ระหว่าง ตัง้ ครรภแ์ ละเปน็ ฮอร์โมนท่เี กีย่ วขอ้ งกับกลไกลการเจ็บครรภ์รวมทัง้ ฮอรโ์ มนอีสโทรเจน และฮอร์โมน โพรเจสเทอโรน วิชาชวี วทิ ยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรื่องฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 40 9. รกสรา้ งฮอร์โมนท่ีสาคญั ชนิดใดบ้าง และมหี น้าทอี่ ยา่ งไร? ตอบ 1. ฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนทาหนา้ ที่ในการผลติ ฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนเพมิ่ ขนึ้ ตลอดการ ตง้ั ครรภ์ เป็นฮอร์โมนท่สี าคัญมาก ทจี่ ะทาใหก้ ารต้งั ครรภ์ สามารถดาเนนิ ตอ่ ไปได้ โดยการยบั ยงั้ การ หดรัดตัวของกลา้ มเนอื้ มดลกู ทาใหร้ า่ งกายไม่กาจัด ทารกซงึ่ ถือว่าเป็นสิง่ แปลกปลอมของร่างกาย ออกมาโดยไปกดภูมคิ มุ้ กันของรา่ งกาย 2. ฮอรโ์ มนอีสโทรเจนจะไม่เหมือนกบั ท่รี ังไข่ จึงตอ้ งอาศัยสเตอรอยด์ท่สี รา้ งมาจากตอ่ ม หมวกไตของแม่ และของทารกแทน หน้าทขี่ องอีสโทรเจนในการตั้งครรภย์ งั ไม่ทราบแน่ชดั แต่พบว่า ในขณะใกล้คลอดจะมีปรมิ าณของอีสโทรเจนสงู และอีสโทรเจนทาให้มีเลือดมาเล้ยี งท่มี ดลูกมาก 3. ฮอรโ์ มนฮิวแมนคอริโอนิกโกนาโดโทรฟิน (HCG) มี 2 หน่วยคอื เป็นฮอร์โมนทสี่ รา้ งมาจาก ถุงนา้ ครา่ ท่ีอย่ตู ดิ กับมดลกู สามารถตรวจพบไดต้ ้ังแต่วันที่ 8 ของการปฏสิ นธิ ในชว่ งแรกของการ ตัง้ ครรภ์ ปริมาณ HCG จะสูงขึ้นอยา่ งรวดเรว็ โดยจะมีประมาณ 100 IU/L ในวันที่ท่ขี าดประจาเดอื น และ100,000 IU/L ขณะอายคุ รรภ์ 8-10 สปั ดาห์ หลังจากนั้นจะลดลงเหลือประมาณ 10,000 – 20,000 IU/L และคงทีต่ ลอดการตง้ั ครรภ์ 4. ฮอรโ์ มนทีม่ ผี ลเหมือนโพรแลคตนิ และโกรทฮอรโ์ มนจากรก (hCS)เปน็ เปปไทด์ฮอรโ์ มนที่ ประกอบด้วยกรดอะมิโน 191 หน่วย มผี ลคล้ายโพรแลคทินและโกรทฮอรโ์ มน เช่นการสลายไขมนั เพ่ือใหเ้ ลอื ดแม่และทารกมกี รดไขมนั สูงขึน้ ยับยัง้ การนากลโู คสเขา้ เซลล์แม่ ทาใหร้ ่างกาย ต้องหลั่ง อินซลู นิ เพ่มิ มากข้ึน และยับย้งั การสงั เคราะห์กลูโคสจากสารอาหารอ่ืน ทาให้สารอาหารประเภท โปรตีน และกลโู คสผ่านไปยังทารกมากข้นึ นอกจากนยี้ ังมสี ว่ นกระตุน้ ใหม้ กี ารเปล่ยี นแปลง ของเต้า นม เพื่อเตรียมในการผลติ น้านมมากยิง่ ข้นึ 10. ฮอรโ์ มนhuman chorionic gonadotropin หรือ HCG มีประโยชนอ์ ยา่ งไร? ตอบ 1. การศึกษาการทางานของฮอรโ์ มน HCG ทาให้มีการสรา้ งเครอื่ งทดสอบการต้งั ครรภ์ ได้ ตั้งแต่เริม่ ต้งั ครรภ์ ใช้วินิจฉยั การต้ังครรภ์ ซงึ่ ทาได้เรว็ 2. ช่วยวินจิ ฉยั การตงั้ ครรภ์ไข่ปลาอกุ (เป็นการตง้ั ครรภ์ท่ีไมม่ ีตัวทารก แตม่ เี ป็นถุงน้าเลก็ ๆ คล้ายไฝหรือองุ่นเหล่าน้แี ทน) ผู้ทีม่ ภี าวะน้จี ะมฮี อร์โมนเอชซีจี สูงมาก 3-10 เท่าของการต้ังครรภ์ปกติ วชิ าชวี วทิ ยาเพ่ิมเตมิ (ว32242) ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรอ่ื งฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 41 เฉลยบตั รกิจกรรมท่ี 5.3 1. การรบั ประทานยาคมุ กาเนิดทาให้อว้ นจริงหรอื ไม่? ตอบ อสี โทรเจนกระตนุ้ การสังเคราะหแ์ อนจิโอเทนซินและแอลโดสเตอโรน ซึง่ มีผลใหร้ ่างกายเกบ็ น้าไว้ ทาใหอ้ ว้ นได้ ทง้ั นร้ี วมทงั้ ผู้ทร่ี ับประทานยาคุมกาเนิดดว้ ย 2. อธิบายเซลล์ท่ที าหน้าที่สรา้ งฮอร์โมนในรงั ไข?่ ตอบ 1. ทีคา อนิ เทอร์นาเซลล์ ( theca interna cell) ทาหนา้ ท่ีสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนผ่าน เข้าสู่เซลล์แกรนนโู ลซา หลังจากนน้ั เอนไซมอ์ ะโรมาเทส จะเปลี่ยนแอนโดรเจน( เชน่ เทสโทสเทอ โรน) ไปเปน็ อสี โทรเจน เขา้ กระแสเลอื ดไปท่ีอวัยวะเปา้ หมาย เชน่ ทส่ี มอง หลอดเลอื ด อวัยวะ สบื พันธุ์ ระบบการขบั ถ่ายปัสสาวะ เปน็ ต้น 2. ลูเทียว เซลล์ (luteal cell) หลังจากตกไข่แล้ว เซลลแ์ กรนโู ลซาจะเปลย่ี นไปเปน็ เซลลล์ ู เทียว ทาหน้าทีใ่ นการสรา้ งฮอรโ์ มนโพรเจสเทอโรนจานวนมาก และมีการสร้างฮอร์โมนอีสโทรเจนบ้าง เล็กน้อย 3. น้ามะพร้าวมผี ลต่อการมีประจาเดือนของผหู้ ญิง อยา่ งไร ตอบ ในน้าผลไม้บางชนิดเช่นน้ามะพร้าวจะมฮี อรโ์ มนอสี โทรเจนอยู่ ถ้าดืม่ จานวนมากประจาเดือน จะหายไปได้ 4. ทาไมนักกฬี านิยมนาเทสโทสเทอโรนมาใช้ และมผี ลดีผลเสียอย่างไร? ตอบ เทสโทสเทอโรนเปน็ ฮอร์โมนเสรมิ สรา้ ง (anabolic hormone) ทีท่ าใหม้ ีการไหลเวยี นของ กระแสโลหติ ดี ทาให้เน้อื เย่อื ไดร้ ับออกซิเจนและอาหารได้ดี กระตนุ้ การสร้างโปรตนี ช่วยในการ เสรมิ สรา้ งกลา้ มเนอื้ ทาให้กลา้ มเน้อื ใหญแ่ ละแขง็ แรง มผี ลทาใหม้ ีความสามารถในการแข่งขนั มากข้ึน ซึ่งนักกีฬานิยมนามาใช้ แตต่ ง้ั แต่ปีค.ศ. 1976 คณะมนตรโี อลิมปกิ ห้ามนาสเตรอยด์ฮอรโ์ มนมาใช้ในการแขง่ ขันกฬี า เพราะแม้ว่าสเตรอยดฮ์ อรโ์ มนจะมีผลดคี ือ เพ่ิมความสามารถในการแข่งขันและรา่ งกายแข็งแรงใน ระยะสั้นๆ แต่จะทาใหเ้ กดิ ผลเสียในระยะยาวตามมา คอื จะทาให้เข้าสู่วัยผ้ใู หญเ่ รว็ ตัวเตย้ี หัวลา้ น ตบั หวั ใจและไตถกู ทาลายและระดับของเทสโทสเทอโรนที่สูง จะไปยับยง้ั การทางาน ของโกนาโดโทรปิน รลี ิสซิงฮอร์โมน (GnRH) ทีต่ อ่ มใต้สมองส่วนหน้าให้ลดนอ้ ยลง ในผู้ชายทาให้เกิดการเหย่ี ว (atrophy) ของอัณฑะ เปน็ หมนั มีหนา้ อก และพฤติกรรมทางเพศเปล่ยี นไป ในเพศหญงิ จะทาให้เสยี งห้าว มี รูปรา่ งเหมือนผูช้ าย วชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ที่ 5 เรื่องฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 42 5. นอกจากที่นกั กฬี านิยมนาเทสโทสเทอโรนมาใช้แล้ว ยังมีสารตวั อน่ื อกี หรอื ไม่ ทีส่ ามารถนามาใช้ใน วงกีฬา และมีผลดีผลเสียอยา่ งไร? ตอบ มีการนาสารตวั อ่ืนมาใช้ เช่น - เตตราไฮโดรเกสไทรโนนหรือทีเอชจี (tetrahydrogestrinoneหรือTHG) ซ่งึ เปน็ สเตรอยด์ ฮอร์โมนทีร่ ักษาเยอื่ บมุ ดลกู เจรญิ ผดิ ที่ ซง่ึ เปน็ ยาใหมอ่ ยใู่ นข้ันทดลองทาให้นกั กีฬาคดิ ว่า คณะกรรมการจะยังไม่ทราบ แต่นกั วิทยาศาสตร์ก็สามารถตรวจพบไดใ้ นห้องปฏบิ ัตกิ ารในรูปของ ฮอรโ์ มนทถ่ี กู เมตาบอไลท์หรือกาลงั เผาผลาญไดเ้ ช่นกนั - อริ โี ทรโพอิทนิ (erythropoietin :EPO) เป็นไกลโคโปรตนี ที่ หลงั่ จากไต ทาหน้าทก่ี ระตุน้ ไข กระดูก ทส่ี ร้างเซลลท์ ี่จะเจริญของเม็ดเลอื ดแดง เทสโทสเทอโรน สามารถกระตุน้ การสรา้ ง EPO นกั กฬี าทใ่ี ช้กล้ามเน้ือมากๆ ในเวลาไม่นานจะฉดี EPO ซง่ึ จะเสรมิ ให้มีการสรา้ งเมด็ เลอื ดแดงมากข้ึน จากไขกระดูก เพ่ือให้กระแสเลือดบรรจุออกซิเจนได้ดขี ้นึ แต่ก็อาจทาใหก้ ระแสเลือดมีความเหนียว มากเกนิ ไปทาใหก้ ารไหลเวยี นของเลอื ดไมด่ ี และอาจมผี ลกระทบต่อไขกระดกู ทเ่ี ปน็ ตัวสรา้ งเม็ดเลือด แดงได้ 6. การควบคมุ การตั้งครรภด์ ว้ ยวธิ ีการนับวัน อยา่ งไรจงึ ปลอดภัย? ตอบ เปน็ วิธกี ารคานวณหาชว่ งระยะท\"่ี ไม่ปลอดภยั \"ซึ่งเป็นช่วงเวลาท่ีไขต่ ก และถา้ มเี พศสัมพนั ธใ์ น ชว่ งเวลาน้จี ะมโี อกาสการต้งั ครรภ์สงู ฉะนนั้ ช่วงระยะ\"ปลอดภัย\" (safe period) จงึ เป็นช่วงเวลาท่ี นอกเหนือจากเวลาท่ีคานวณได้ โดยมีวิธกี ารคานวณดงั นี้ คือ ถา้ ประจาเดอื นมาสม่าเสมอ ใหถ้ อื วา่ วนั ท่ี 12 – 16 เปน็ วันท่ี \"ไม่ปลอดภัย\" เช่น ถ้ามีประจาเดอื นรอบละรอบละ 30 วัน วนั ที่1-7 หลังมี ประจาเดอื นและก่อนมีประจาเดอื น 7 วนั จะเป็นระยะ\"ปลอดภยั \" 7. ผหู้ ญงิ คนหน่ึงมีรอบประจาเดือนอยรู่ ะหว่าง 26 วัน ถึง 31 วนั จงคานวณหาช่วงระยะท\"่ี ไม่ ปลอดภัย\" (ชว่ งท่มี ีไข่ตก) และชว่ งเวลาที่ \"ปลอดภยั \" (safe period) ตอบ วธิ ีการ รอบเดอื นที่ส้ันท่ีสุด ( 26 วัน) – 18 = 8 รอบเดือนทนี่ านท่สี ดุ (31 วนั ) – 11 = 20 ดังนั้น ช่วงเวลาท\"่ี ไมป่ ลอดภัย\" คือ วันท่ี 8 ถึงวันท่ี 20 ของรอบประจาเดือน ชว่ งเวลาที\"่ ปลอดภยั \" คอื วนั ท่ี 1 ถึงวันที่ 7 และ วนั ท่ี 21 ถึงวนั ท่ี 31 ของรอบเดือน 8. ยาคมุ กาเนดิ แบบฉุกเฉิน มวี ธิ กี ารใชอ้ ย่างถูกตอ้ งอยา่ งไร? ตอบ ส่วนใหญเ่ รยี กว่ายาคุมกาเนดิ ภายหลังมีเพศสัมพันธ์ แตท่ ีถ่ กู ต้องควรเรียกว่า ยาคุมกาเนิด แบบฉุกเฉนิ เพราะว่าสามารถใชไ้ ด้ภายในเวลา 72 ชัว่ โมง หลงั มเี พศสัมพนั ธ์ท่ีไมไ่ ดป้ อ้ งกัน การ ตงั้ ครรภ์ ตวั ยาประกอบดว้ ยโพรเจสเทอโรนปริมาณมากๆ หรอื โพสทนิ อล(postinor)) ทาให้ไม่มีการ ตกไข่ ป้องกันการปฏสิ นธิ ทาให้การเคล่อื นทข่ี องปกี มดลกู ผิดปกติ และเยอ่ื บุมดลกู ไมเ่ หมาะสมในการ ฝงั ตัวของตัวอ่อน แต่ไม่ควรใช้บอ่ ยเน่อื งจากจะมอี าการข้างเคียงของยาเชน่ มีผลเสยี ตอ่ ตับไดอ้ ยา่ งมาก วิชาชวี วิทยาเพ่มิ เตมิ (ว32242) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เร่ืองฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก 43 เฉลยบัตรกจิ กรรมที่ 5.4 วิชาชวี วทิ ยาเพิ่มเตมิ (ว32242) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวทิ ยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรอื่ งฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนจากรก 44 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน ชุดการสอนชุดท่ี 5 เรอื่ ง ฮอร์โมนเพศและฮอรโ์ มนจากรก ขอ้ ก ข ค ง 1X 2X 3X 4X 5X 6X 7X 8X 9X 10 X เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น ชดุ การสอนชุดที่ 5 เรอ่ื ง ฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก ข้อ ก ข ค ง 1X 2X 3X 4X 5X 6X 7X 8X 9X 10 X วิชาชีววทิ ยาเพ่ิมเติม (ว32242) ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวฒุ ิ

ชดุ ท่ี 5 เรื่องฮอรโ์ มนเพศและฮอร์โมนจากรก 45 บรรณานุกรม กองเจ้าหนา้ ที่ องค์การบริหารส่วนจงั หวดั นครราชสีมา. (2560). โครงการฝึกอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร เพ่อื พฒั นาศกั ยภาพครู 8 กลมุ่ สาระการเรียนรู้. ม.ป.ท.: สกลุ ไทย. เกษม ศรีพงษ์. คมู่ อื เตรียมสอบชีววทิ ยาเพมิ่ เติม เล่ม 2. กรุงเทพฯ : ภูมบิ ัณฑติ , 2554. ประสงค์ หลาสะอาดและจิตเกษม หลาสะอาด. ติวเ้ม PAT2 ชีววทิ ยา. กรุงเทพฯ : ร่งุ เรืองสาสน์ การ พิมพ์, 2553. ปรินทร์ จิระภัทรศลิ ป์. (2560). สรุปเข้ม ขอ้ สอบชวี วิทยา ม.ปลายมั่นใจเต็ม 100. นนทบรุ ี:ไอดซี ฯี . พมิ พนั ธ์ เดชะคปุ ต์ และคณะ. ชุดกจิ กรรมการเรียนร้ทู เี่ นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั ชวี วิทยาชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6. กรุงเทพฯ : พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.), 2548. มหาวทิ ยาลยั มหิดล. สารวจโลกฮอรโ์ มน. ม.ป.ป. <http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/ hormone.htm> 5 พฤษภาคม 2555. ระบบต่อมไรท้ อ่ . ม.ป.ป.<http://www.pibul.ac.th/vichakan/sciweb/Biology42042/ Hormone/Hormone/html/Website-endocrine-system.htm> [5 พฤษภาคม 2560.] วชั วลั ย์ ครุฑไชยันต์. (2556). ตอ่ มไรท้ ่อ. (ออนไลน์). สบื ค้นจาก: http://watchawan.blogspot .com/2010/05/blog-post_2433.html. [10 พฤษภาคม 2560]. วนิ ัย ลิขติ พรลกั ษณ์. (2556). ระบบตอ่ มไรท้ ่อ. (ออนไลน)์ . สืบค้นจาก: https://www.slideshare .net/meemahidol/bio5-1. [10 พฤษภาคม 2560]. ศุภณัฐ ไพโรหกลุ . (2558). Essential biology. กรงุ เทพฯ: แอคทฟี พร้นิ ท์ จำกัด. ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี สถาบนั . หนงั สือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและ เพม่ิ เติม ชวี วิทยา เลม่ 3. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์คุรสุ ภาลาดพรา้ ว, 2547. . ค่มู อื ครูสาระการเรียนรพู้ ้ืนฐานและเพิ่มเตมิ ชวี วิทยา เล่ม 3. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ ครุ สุ ภาลาดพร้าว, 2547. สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. คูม่ อื ครู รายวชิ าเพ่มิ เติม ชวี วิทยา เลม่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2554. สมาน แกว้ ไวยุทธ. ตะลยุ ข้อสอบเข้ามาวทิ ยาลัย ชวี วิทยา. กรงุ เทพฯ : ฐานบัณฑิต, 2554. หนังสือเรยี น. รายวชิ าเพ่ิมเติม ชีววทิ ยา เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2555. Peeranat Jatoorathaweechot. (ม.ป.ป.). Endocrine system and Hormones. (ออนไลน์). สบื คน้ จาก: www2.vcharkarn.com/uploads/journal/3/vcharkarn-journal-3078_1. pdf.html. [10 พฤษภาคม 2560]. วิชาชวี วทิ ยาเพมิ่ เตมิ (ว32242) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวทวิ าวรรณ เดชวิทยาวุฒิ

การใช้ชดุ การสอนตามรปู แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E