ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน ก คำนำ ความหลากหลายทางชวี ภาพถอื เป็นทรพั ยากรทม่ี คี วามสาคญั อย่างประเมนิ ค่ามไิ ด้ ดว้ ยการ ทม่ี นุษยไ์ ดน้ าความหลากหลายทางชวี ภาพมาใชป้ ระโยชน์ดา้ นปัจจยั ในการดารงชพี โดยเฉพาะ การได้มาซ่งึ อาหาร ผู้เรยี บเรยี ง ตระหนักดีถึงประโยชน์เหล่าน้ีท่ีได้จากความหลากหลายทาง ชวี ภาพ และผเู้ รยี บเรยี งไดถ้ อื เป็นหน้าทใ่ี นการส่งเสรมิ ความรคู้ วามเขา้ ใจใหเ้ กดิ ขน้ึ สาหรบั ทุกคน ทไ่ี ดใ้ ชป้ ระโยชน์จากความหลากหลายทางชวี ภาพ ดงั นนั้ หนงั สอื เล่มน้จี งึ ถูกจดั ทาขน้ึ เพ่อื เผยแพร่ ความรูเ้ ก่ยี วกบั ความหลากหลายของพชื อาหารป่ า ในพน้ื ทล่ี ุ่มน้าหว้ ยหลวง จ.อุดรธานี เพ่อื เป็น ประโยชน์ สาหรบั ประชาชนทวั่ ไป หวงั เป็นอย่างยงิ่ วา่ จะเป็นประโยชน์ต่อการศกึ ษา และช่วยใหผ้ ู้ ทส่ี นใจไดม้ คี วามรเู้ ร่อื งพชื อาหารป่าทไ่ี ดเ้ พมิ่ มากขน้ึ หนังสอื เล่มน้ี เป็นส่วนหน่ึงของงานวจิ ยั เร่อื งความหลากหลายของพชื อาหารป่ า และการใช้ ประโยชน์จากชุมชน ของพ้ืนท่ลี ุ่มน้าหว้ ยหลวงในพ้นื ท่จี งั หวดั อุดรธานี โดยได้รบั ทุนสนับสนุน จากโครงการส่งเสรมิ การวจิ ยั ในอุดมศกึ ษาและพฒั นามหาวทิ ยาลยั วจิ ยั แห่งชาติ ภายใต้สานักงาน คณะกรรมการอุดมศกึ ษา ประจาปีงบประมาณ 2557 มที งั้ หมด 3 เลม่ คอื เล่มท่ี 1 เร่อื ง พชื อาหาร ยอดนิยม (Local Market) เลม่ ท่ี 2 เรอ่ื งผลไมพ้ น้ื บา้ น และเล่มท่ี 3 เรอ่ื ง ผกั พน้ื บา้ น หนงั สอื ความหลากหลายของพชื อาหารป่า และการใชป้ ระโยชน์จากชมุ ชนบรเิ วณล่มุ น้าหว้ ย หลวง จงั หวดั อุดรธานี เล่มท่ี 1 เร่อื ง พชื อาหารยอดนยิ ม มเี น้อื หาเกย่ี วกบั พชื อาหารป่าทม่ี กี าร จาหน่ายในตลาดพน้ื บา้ น ไดแ้ ก่ ตลาดบา้ นเดอ่ื อาเภอเมอื ง จงั หวดั หนองบวั ลาภู และตลาดปลา บา้ นสนิ เจรญิ ต.เตาไห อาเภอเพญ็ จงั หวดั อุดรธานี พลอยระดา ภูมี ผเู้ รยี บเรยี ง 15 มถิ ุนายน 2557
ข เล่ม ที่ 1 เรือ่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) สารบญั สำรบญั (ต่อ) คำนำ หน้ำ สำรบญั ก ดชั นีช่ือไทย ข ผกั โขมสวน ช มะมว่ งป่า 1 มะมว่ งป่า มะมว่ งคนั 2 มะมว่ งแกว้ มะมว่ งบา้ น 3 บงั มว่ งกะลอ่ น มะมว่ งป่า 4 มะกอกป่ า 5 ตนี ตงั่ นมแมวป่า 6 หมากผผี ่วน หมากนมววั 7 หมากผผี ว่ นน้อย 8 ผกั สม้ ลม เครอื สม้ ลม 9 อรี อก 10 บุกคางคก 11 บอนหวาน ทนู 12 ผกั หนาม 13 อรี อก 14 ผกั สะเอย่ี น จมกู ปลาไหล 15 ผกั ดอกขกิ ดอกขจร 16 ผกั กาดชา้ ง 17 ผกั ลน้ิ ป่ี 18 19
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน ค สำรบญั (ต่อ) ผกั คาดหวั แหวน หน้ำ ผกั กดู 20 ผกั ปลงั ผกั ปังขาว 21 ผกั ปลงั แดง 22 แคน่ า 23 แคนา 24 แคอ่าว 25 แคหวั หมู 26 ลน้ิ ฟ้า 27 หมากเหลย่ี ม 28 ผกั กุ่ม 29 ผกั เสย้ี น 30 เบนน้า 31 สม้ มอ 32 ผกั บงุ้ 33 ตาลงึ 34 ผกั ไซ 35 สา้ นใหญ่ 36 มนั เสา 37 เครอื มนั น้า 38 มนั มอื เสอื 39 กลอย 40 มนั นก 41 เครอื มนั 42 มนั แซง 43 44
ง เลม่ ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) สำรบญั (ต่อ) หมากหลอด หน้ำ หมากเมา่ 45 หมากเมา่ ไขป่ ลา 46 หมากเมา่ หลวง 47 มะไฟป่ า 48 มะยม 49 มะขามป้อม 50 ไครหางนาค 51 ถวั่ แฮ 52 หมากเบน็ 53 ไผ่ 54 ผกั ตว้ิ 55 สม้ โมง ชะมว่ ง 56 ผกั โฮบเฮบ 57 กระบก 58 ผกั หเู สอื 59 กระโดน 60 สม้ เสย่ี ว 61 ผกั กาดยา่ 62 หมากเคง็ 63 ขเ้ี หลก็ 64 มะขาม 65 สม้ ป่อย 66 ชะอม 67 กระถนิ 68 69
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน จ สำรบญั (ต่อ) กระเฉดน้า หน้ำ หมากขามแป 70 ผา 71 ผกั พาย 72 ผกั คนั จอง 73 กระเจย๊ี บ 74 มนั สาคู 75 ผกั แว่น 76 หมากเอนอา้ 77 สะเดาบา้ น 78 หมากตอ้ ง กระทอ้ น 79 ยา่ นาง 80 แก่นสม้ 81 แกน่ ขม 82 ผกั อฮี ุม 83 ผกั เมก็ เสมด็ แดง 84 หมากสดี า 85 หมากหวา้ 86 บวั หลวง 87 บวั สาย 88 ผกั หวานป่า 89 มะเฟือง 90 หวายนา 91 หวายน้า 92 ตาล 93 94
ฉ เล่ม ที่ 1 เรอื่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) สำรบญั (ต่อ) ผกั สาบ หน้ำ ชะพู 95 ผกั แพว 96 ผกั อฮี นี ผกั ขาเขยี ด 97 หมากหมอ้ 98 มะตมู 99 หมากหวดขา่ 100 หมากแงว 101 หมากคอ้ 102 หมากทอ้ บา้ น 103 ผกั คาวทอง 104 ผกั กระแยง 105 มะเขอื ขน่ื 106 มะอกึ 107 มะเขอื พวง 108 มะแวง้ เครอื หมากแขง้ 109 ขา่ ลงิ 110 กระเจยี ว 111 กระเจยี วขาว 112 กระเจยี วขาว 113 กระเจยี วแดง 114 เทา 115 บรรณำนุกรม 116 117
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน ช ดชั นีช่ือไทย ดชั นีชื่อไทย (ต่อ) หน้ำ หน้ำ หน้ำ 56 กระเจย๊ี บ 75 ชะอม 68 ผกั ตว้ิ 34 กระเจยี ว 22 กระเจยี วขาว 112 ตาล 94 ผกั บงุ้ 23 กระเจยี วขาว 73 กระเจยี วแดง 113 ตาลงึ 35 ผกั ปลงั ผกั ปังขาว 97 กระเฉดน้า 85 กระโดน 114 ตนี ตงั่ นมแมวป่า 7 ผกั ปลงั แดง 19 กระถนิ 77 กระบก 115 ถวั่ แฮ 53 ผกั พาย 10 กลอย 16 แกน่ ขม 70 เทา 116 ผกั แพว 95 แกน่ สม้ 31 ขา่ ลงิ 61 บอนหวาน ทนู 13 ผกั เมก็ เสมด็ แดง 14 ขเ้ี หลก็ 90 เครอื มนั 69 บงั ม่วงกะลอ่ น 5 ผกั ลน้ิ ป่ี 60 เครอื มนั น้า 98 แคนา 59 บวั สาย 89 ผกั แว่น 84 แค่นา 58 แคหวั หมู 41 บวั หลวง 88 ผกั สม้ ลม เครอื สม้ ลม 72 แคอา่ ว 55 ไครหางนาค 83 บุกคางคก 12 ผกั สะเอย่ี น 6 ชะพู 66 ชะอม 82 เบนน้า 32 ผกั สาบ มะขามป้อม 111 ผกั กระแยง 106 ผกั เสย้ี น 65 ผกั กาดชา้ ง 18 ผกั หนาม 43 ผกั กาดย่า 63 ผกั หวานป่า 39 ผกั กุม่ 30 ผกั หเู สอื 25 ผกั กดู 21 ผกั อฮี นี ผกั ขาเขยี ด 24 ผกั โขมสวน 1 ผกั อฮี มุ 27 ผกั คนั จอง 74 ผกั โฮบเฮบ 26 ผกั คาดหวั แหวน 20 ผา 52 ผกั คาวทอง 105 ไผ่ 96 ผกั ไซ 36 มะกอกป่า 68 ผกั ดอกขกิ ดอกขจร 17 มะขาม 51 สา้ นใหญ่ 37
ซ เลม่ ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) ดชั นีช่ือไทย (ต่อ) หน้ำ หน้ำ หน้ำ มะเขอื ขน่ื 107 หมากขามแป 71 มะเขอื พวง มะตมู 109 หมากคอ้ 103 มะเฟือง มะไฟป่ า 100 หมากเคง็ 64 มะมว่ งแกว้ มะมว่ งบา้ น มะม่วงป่ า 91 หมากแงว 102 มะมว่ งป่า มะมว่ งคนั มะยม 49 หมากตอ้ ง กระทอ้ น 80 มะแวง้ เครอื หมากแขง้ มะอกึ 4 หมากทอ้ บา้ น 104 มนั แซง มนั นก 2 หมากเบน็ 54 มนั มอื เสอื มนั สาคู 3 หมากผผี ว่ น 8 มนั เสา ย่านาง 50 หมากผผี ว่ นน้อย 9 ลน้ิ ฟ้า สม้ ป่อย 110 หมากเมา่ 46 สม้ มอ สม้ โมง ชะมว่ ง 108 หมากเมา่ ไขป่ ลา 47 สม้ เสย่ี ว สะเดาบา้ น 44 หมากเม่าหลวง 48 42 หมากสดี า 86 40 หมากหมอ้ 99 76 หมากหลอด 45 38 หมากหวดขา่ 101 81 หมากหวา้ 87 28 หมากเหลย่ี ม 29 67 หมากเอนอา้ 78 33 หวายนา 92 57 หวายน้า 93 62 อรี อก 11 79 อรี อก 15
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 1 ผกั โขมสวน ชื่อทิ้งถิ่น : ผกั โขมสวน ช่ือวิทยาศาสตร์ : Amaranthus tricolor Linn ช่ือวงศ์ : AMARANTHACEAE ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ ขนาดเลก็ ลาตน้ ตงั้ ตรง มคี วามสงู ไดถ้ งึ 1.30 เมตร สว่ นยอดมขี นสนั้ ปกคลุม เจรญิ เตบิ โตไดเ้ รว็ ต้องการความชน้ื สงู มแี สงแดดตลอดวนั และชอบดนิ ร่วน ใบเดย่ี ว เรยี งเวยี น สลบั กนั ลกั ษณะของใบเป็นรูปรถี งึ รปู ไข่ ปลายใบมน สว่ นโคนใบสอบ ขอบใบเรยี บหรอื เป็นคล่นื เลก็ น้อย และใบท่สี ่วนปลายยอดจะมีอยู่หลายสขี น้ึ อยู่กบั สายพนั ธุ์ เช่น สแี ดงสด สมี ่วงแดง สี เหลอื งทอง ผลแหง้ ไม่แตก ภายในผลมเี มลด็ สดี าขนาดเลก็ จานวนมาก พบไดท้ วั่ ไปของทกุ ภาค ส่วนที่นามาบริโภค : ใบออ่ น ยอดออ่ น ลวกรบั ประทานเป็นผกั ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
2 เลม่ ที่ 1 เรอื่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) มะมว่ งป่ า ชื่อทวั่ ไป : มะมว่ งเบา มะมว่ งซี มะมว่ งกะล่อน มะมว่ งป่า ช่ือวิทยาศาสตร์ : Mangifera caloneura Kurz ชื่อวงศ์ : ANACARDIACEAE ลกั ษณะ : ไม้ต้น ไม่ผลดั ใบ ขนาดกลาง สงู 20-25 เมตร ตน้ เปลาตรง ใบเดย่ี ว เรยี งแบบสลบั หรอื เวยี นสลบั ปลายใบแหลม ใบเป็นรปู หอกขอบขนาน ฐานมนหรอื แหลม ผวิ ใบเกลย้ี ง ขอบใบ เรยี บ ใบอ่อนสมี ่วงแดง ยาว 10-20 ซม. กวา้ ง 3-6 ซม.ปลายใบเรยี วแหลม ขอบใบเรยี บถงึ หยกั เป็นคล่นื ฐานใบมนถงึ แหลม ดอกช่อแยกแขนง ออกตามปลายกง่ิ กลบี ดอกสเี หลอื งอ่อน ออก ดอกเดือนธนั วาคม-กุมภาพนั ธ์ ผลแบบเมลด็ เดียวแข็งเปลือกนอกสนี ้าตาลปนเทา แตกแบบ ส่เี หล่ียม เปลือกในสีเหลืองปล่อยท้ิงไว้จะเป็นสนี ้าตาลดา การติดผลเดือนมีนาคม-เมษายน กระจายพนั ธป์ ่าเตง็ รงั ป่าผสมผลดั ใบ ป่าดบิ แลง้ ส่วนท่ีนามาบริโภค : ผลดบิ และสกุ รบั ประทานเป็นผลไม้ ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : เดอื นมนี าคม-เมษายน
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 3 มะมว่ งป่ า มะมว่ งคนั ช่ือทวั่ ไป : มะมว่ งป่า มะม่วงขย้ี า ช่ือวิทยาศาสตร์ : Mangifera duperreana Pierre var. siamensis Craib ช่ือวงศ์: ANACARDIACEAE ลกั ษณะ : ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สงู 12-30 เมตร ไม่ผลดั ใบใบเด่ียว เรยี งสลบั รูปใบหอก หรอื รปู ขอบขนาน กวา้ ง 3.5-6.5 ซม. ยาว 11-23 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลมสนั้ โคนใบสอบเขา้ และมกั เบ้ยี ว ขอบใบเรยี บ ผิวใบด้านบนเขม้ เป็นมนั ดอกช่อแยกแขนง ดอกย่อยสเี หลอื งอ่อน ออกทซ่ี อกใบและปลายกงิ่ กลบี เลย้ี ง 5 กลบี รปู ไข่ กลบี ดอก 5 กลบี มน ดอกขนาดเลก็ ผลสดมี เน้ือเมลด็ เดยี วแข้ง ทรงกลมหรอื รี เปลือกผลหนา และเหนียว มีกลนิ่ หอม ผลดบิ เน้ือมรี สฝาด เมลด็ สเี หลอื งอ่อน รูปป้อมการกระจายพนั ธป์ ่ าเบญจพรรณ ออกดอกเดอื นมกราคม-กุมภาพนั ธ์ ตดิ ผลเดอื นมนี าคม-เมษายน ส่วนที่นามาบริโภค : ผลดบิ และสกุ รบั ประทานเป็นผลไม้ ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : เดอื นมนี าคม-เมษายน
4 เล่ม ที่ 1 เรอื่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) มะมว่ งแก้ว มะมว่ งบา้ น ช่ือทวั่ ไป : มะม่วงแกว้ มะมว่ งบา้ น ช่ือวิทยาศาสตร์ : Mangifer aindica Linn ชื่อวงศ์ : ANACARDIACEAE ลกั ษณะ : ไม้ยืนต้นสงู 10-20 เมตร แตกกง่ิ กา้ นสาขาเป็นพุ่มทรงกลมหนาแน่น ใบเด่ียวออก เวยี นสลบั เยอะบรเิ วณปลายกงิ่ ใบเป็นรูปรแี กมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน เน้ือใบ ค่อนขา้ งหนาแขง็ ผวิ ใบเรยี บเป็นมนั สเี ขยี วสด หลงั ใบเป็นสเี ขยี วหม่น ดอกช่อเชงิ ลด แต่ละช่อ ประกอบดว้ ยดอกย่อยขนาดเลก็ จานวนมาก เป็นสเี หลอื งออ่ นหรอื สเี หลอื งนวล มกี ลน่ิ หอม ผลรปู รี ผลดบิ รสเปรย้ี วจดั ฉ่าน้า เม่อื ผลสุกเป็นสเี หลอื งทอง การกระจายพนั ธป์ ่ าเบญจพรรณ ออกดอก เดอื นมกราคม-กมุ ภาพนั ธ์ ตดิ ผลเดอื นมนี าคม-เมษายน ส่วนท่ีนามาบริโภค : ผลดบิ และสกุ รบั ประทานเป็นผลไม้ ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : เดอื นมนี าคม-เมษายน
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 5 บงั มว่ งกะล่อน มะมว่ งป่ า ชื่อทวั่ ไป : มะม่วงป่า ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mangifera pentandra Hook. f. ชื่อวงศ์ : ANACARDIACEAE ลกั ษณะ : ไม้ต้นขนาดกลางถงึ ใหญ่ ลาต้นตงั้ ตรง สงู ตงั้ แต่ 10-30เมตร พุ่มกวา้ ง สลี าต้นเม่อื ออ่ นจะมสี นี ้าตาลปนเขยี ว เม่อื แก่จะเป็นสเี ทา แตกเป็นสะเกด็ ใบประกอบแบบขนนก ใบเหนียว คล้ายหนงั เหน็ เสน้ ใบชดั เจนทงั้ สองดา้ น ใบแก่เขยี วแก่ เรยี งสลบั ใบแห้งสอี อกแดง ดอกย่อยสี ขาวอมเหลอื งหรอื ขาวครมี กลบี เลย้ี งแยก 4-5 กลบี มกี ลนิ่ หอม ผลสดคลา้ ยมะม่วงลกู เลก็ สเี ขยี ว อมเหลืองเน้ือผลนุ่ม ฉ่ าน้า สีส้ม รสหวาน เมล็ดมีลักษณะแบน สีขาวหรือเหลืองพบการ แพรก่ ระจายในแถบภาคใตข้ องไทย มาเลเซยี สงิ คโปร์ ส่วนที่นามาบริโภค : ผลดบิ และสกุ รบั ประทานเป็นผลไม้ ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : เดอื นมนี าคม-เมษายน
6 เล่ม ที่ 1 เรอื่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) มะกอกป่ า ชื่อทิ้งถิ่น : มะกอก กอกกกุ กกู กอกเขา กอกหมอง ไพแช มะกอกบา้ น ช่ือวิทยาศาสตร์ : Spondias pinnata (L.f.) Kurz ช่ือวงศ์ : ANACARDIACEAE ลกั ษณะ : ไมต้ ้น สงู 15-30 เมตร เปลอื กต้นเรยี บ สเี ทา ใบ ประกอบแบบขนนกปลายค่ี ใบย่อย 4-6 คู่ ขอบขนานหรอื รปู ใบหอก กวา้ ง 3-4 ซม. ยาว 7-12 ซม. ดอก สขี าวออกเป็นช่อตามซอกใบ หรอื ปลายกงิ่ กลบี เล้ยี งและกลบี ดอก 5 กลบี เกสรตวั ผู้ 10 อนั ผล เมลด็ เดยี ว แขง็ รูปไข่ การ กระจายพนั ธุพ์ บตามป่าเบญจพรรณชน้ื ป่ าดบิ แลง้ ทร่ี ะดบั ความสงู 50-500 เมตร ส่วนท่ีนามาบริโภค : ใบออ่ น ยอดอ่อน รบั ประทานเป็นผกั สด ผลนยิ มนามาใสส่ มตา หรอื แจว แบบอสี าน ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ยอดอ่อนทงั้ ปี ผลสกุ ฤดหู นาว-ตน้ ฤดรู อ้ น
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 7 ตีนตงั่ นมแมวป่ า ชื่อทวั่ ไป : นมแมวป่า ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ellipeiopsis cherrevensis (Pierre ex Finet & Gagnep.) R.E.Fr. ช่ือวงศ์ : ANNONACEAE ลกั ษณะ : ไม้เถาสงู 1-1.5 เมตร แตกกงิ่ กา้ นมากใกลก้ บั พน้ื ดนิ เปลือกต้นเรยี บสนี ้าตาลเขม้ กง่ิ กา้ นและยอดอ่อนมขี นสนี ้าตาลขน้ึ ปกคลุม ใบเดย่ี ว ออกเรยี งสลบั รปู รหี รอื รปู ไข่ ปลายใบมน โคน ใบมนเวา้ เลก็ น้อยหรอื เป็นรปู หวั ใจ สว่ นขอบใบเรยี บ ใบมกี วา้ ง 5-9 ซม. ยาว 10-14 ซม. เน้ือใบ ค่อนขา้ งหนา หลงั ใบและทอ้ งใบมขี นขน้ึ ปกคลุมหนาแน่น ดอกเดย่ี วหรอื ออกเป็นกระจกุ 1-3 ดอก ทใ่ี ตใ้ บบรเิ วณใกลก้ บั ปลายยอด ดอกเป็นสเี หลอื งอ่อน กลบี ดอกหนามี 6 กลบี แบ่งออกเป็น 2 ชนั้ ชนั้ ละ 3 กลบี ปลายกลบี ดอกแหลมสนั้ หรอื มน กลบี เลย้ี งมี 3 กลบี รปู ไขแ่ ละมขี นขน้ึ ปกคลมุ ดอก เกสรเพศผมู้ จี านวนมาก สสี ม้ ลอ้ มรอบเกสรเพศเมยี ออกดอกเดอื นเมษายน-สงิ หาคมออกผลเป็น กลุ่ม ผลย่อย 8-12 ผล รูปกลมรี ผวิ เรยี บเป็นมนั สเี ขยี วมขี นสนี ้าตาลปกคลุม พอสกุ สแี ดง เมลด็ ภายในผลมกี ลม ประเทศไทยพบทุกภาค ยกเวน้ ภาคใต้ พบตามป่าเบญจพรรณและป่าเตง็ รงั ส่วนท่ีนามาบริโภค : ผลสกุ รบั ประทานเป็นผลไม้ รสหวาน ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : เดอื น พฤษภาคม – กนั ยายน
8 เล่ม ที่ 1 เรอื่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) หมากผีผว่ น หมากนมววั ช่ือทวั่ ไป : หมากนมววั หมากนมควาย หมากตนี ตงั่ นมควาย ช่ือวิทยาศาสตร์ : Uvaria pierreiFinet & Gagnep. ชื่อวงศ์ : ANNONACEAE ลกั ษณะ : ไม้พุ่มรอเลื้อย ลาต้นสงู ได้ถงึ 5 เมตร กงิ่ อ่อนมขี นละเอยี ดสนี ้าตาลแดง ใบเดี่ยว เรยี งสลบั รปู วงรหี รอื รปู ไข่ ผวิ ใบมขี นสนี ้าตาลแดงทงั้ สองดา้ น กวา้ ง 2.5-3.5 ซม. ยาว 4.5-10 ซม. ดอกออกเป็นกระจุก 2-3 ดอกทก่ี ง่ิ กา้ น กลบี ดอกสแี ดงเขม้ กลน่ิ หอม ผล เป็นผลกลมุ่ รปู ไขห่ รอื ไขก่ ลบั เมอ่ื สกุ สแี ดงสด ออกดอกและผล ชว่ งเดอื นกนั ยายน-พฤศจกิ ายน ส่วนท่ีนามาบริโภค : ผลดบิ และสกุ รบั ประทานเป็นผลไม้ ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : เดอื นกนั ยายน-พฤศจกิ ายน
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 9 หมากผีผว่ นน้อย ชื่อทวั่ ไป : หาลงิ หมากผผี ว่ น ผผี ว่ นนมแมว นมววั ผพี วน หมากนมแมว ช่ือวิทยาศาสตร์ : Uvaria rufa Blume ชื่อวงศ์ : ANNONACEAE ลกั ษณะ : ไม้เถาเลื้อยสงู 1.5-4 เมตร กงิ่ กา้ นและยอดอ่อนปกคลุมดว้ ยขนละเอยี ดสนี ้าตาลแดง หนาแน่น ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั รปู ไข่แกมรปู ขอบขนาน รูปรแี กมรปู ขอบขนาน หรอื รูปรแี กมรปู ไข่ กลบั กวา้ ง 4-6 ซม. ยาว 6-15 ซม. ปลายแหลมหรอื เรยี วแหลม โคนมนหรอื กลม ขอบเรยี บ แผ่น ใบบางคล้ายกระดาษ หลงั ใบมีขนรูปดาวแขง็ ด้านล่างมขี นอ่อนนุ่มหนาแน่น ดอกเด่ยี ว หรือ ออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ทก่ี งิ่ กา้ น ออกตรงขา้ มใบ หรอื เหนือซอกใบ มขี นกระจายหนาแน่น ใบ ประดบั มี 1 ใบ รูปสามเหลย่ี มปลายมน ตดิ ตรงกลางกา้ นดอกมขี นหนาแน่น กลบี เลย้ี ง 3 กลบี มี ขนปกคลุม กลบี ดอก 6 กลบี แยกกนั บางครงั้ อาจมี 8 กลบี ได้ แยกเป็น 2 วงๆ ละ 3 กลบี ขนาด เท่าๆ กนั ดอกสแี ดงสดแลว้ เปลย่ี นเป็นสแี ดงเลอื ดนก มกี ลนิ่ หอม ผลแบบผลกลุ่ม มผี ลย่อย 4-20 ผล ต่อชอ่ รปู รหี รอื รูปรแี กมรปู ขอบขนาน มขี นสนี ้าตาลสนั้ ๆ ปกคลมุ ผลเรม่ิ สกุ สเี หลอื ง สกุ เตม็ ท่ี สแี ดงสด เน้ือขา้ งในสขี าว เมลด็ รปู รี แต่ละผลมี 14-18 เมลด็ โคนเว้า ปลายมน ขอบเรยี บ ผวิ เกล้ียง สีน้าตาลพบทัว่ ไปในป่ าเต็งรัง ป่ าเบญจพรรณ ป่ าดิบแล้ง ป่ าละเมาะ ตัง้ แต่ใกล้ ระดบั น้าทะเล จนถึงท่ีสูงประมาณ 1,000 เมตร ออกดอกเดือนมีนาคม-เมษายน ติดผลเดือน มถิ ุนายน-กรกฎาคม ส่วนที่นามาบริโภค : ผลดบิ และสกุ รบั ประทานเป็นผลไม้ ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : เดอื นมถิ ุนายน-กรกฎาคม
10 เลม่ ที่ 1 เรอื่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั ส้มลม เครอื ส้มลม ชื่อทวั่ ไป : เครอื สม้ ลม ช่ือวิทยาศาสตร์ : Aganonerion polymorphum Pierre ex Spire ช่ือวงศ์ : AGAMONERION ลกั ษณะ : ไมเ้ ถาเลอ้ื ย ลาต้นเรยี บกลม สเี ขยี ว มนี ้ายางขาว ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขา้ ม รปู ไข่ รปู ใบ หอกหรอื รปู วงรี ปลายใบแหลม โคนใบป้าน รปู หวั ใจ หรอื รปู กลม ขอบใบเรยี บเป็นมนั วาวสเี ขยี ว เขม้ ดอกช่อ ออกท่ปี ลายกงิ่ แบบช่อเชงิ หลนั่ ดอกย่อยขนาดเลก็ จานวนมาก 20-30 ดอก กลีบ ดอกสชี มพู หรอื สบี านเยน็ มี 5 กลบี กลบี เลย้ี งสเี ขยี วเขม้ ปนแดง มี 5 กลบี ปลายกลบี แหลม รูป ไข่ ผลเป็นฝักคู่ โคนฝักตดิ กนั ฝักกลม ปลายฝักแหลม ฝักสดสเี ขยี ว เม่อื แห้งสนี ้าตาลและแตก ตามยาวเป็นตะเขบ็ เดยี ว เมลด็ มจี านวนมาก เมลด็ เรยี วยาวสนี ้าตาล ลอยไปตามลมได้ พบตามป่ า เตง็ รงั ป่าดบิ แลง้ ส่วนท่ีนามาบริโภค : ใบออ่ น รสเปรยี ว ใชแ้ ทนมะขามเปียกได้ ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 11 อีรอก ช่ือทวั่ ไป : อรี อก ช่ือวิทยาศาสตร์ : Amorphophallus brevispathus Gagnep. ช่ือวงศ์ : ARACEAE ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ ขา้ มปี มเี หงา้ ใต้ดนิ ใบเดย่ี ว กา้ นใบยาวกลมและอวบน้า ไม่มแี กน ใบมลี ายสี เขยี ว เทา น้าตาล และดาเป็นจุดพน้ื จดุ ดา่ ง มกี า้ นใบยอ่ ยแตกออกจากปลายกา้ นใบ 2-3 กา้ น และ มใี บประดบั 10-120 ใบ ออกเป็นคู่ รูปคลา้ ยหอก ขอบใบเรยี บ ดอกอยู่ตรงปลายก้าน รปู คล้าย ดอกหน้าววั ออกผลเป็นกลุ่ม รูปทรงกระบอกตงั้ ขน้ึ มผี ลย่อยรูปรจี านวนมาก พบไดท้ วั่ ไป ชอบ ขน้ึ ตามรมิ แม่น้า ในพน้ื ทโ่ี ลง่ ทุ่งหญา้ พน้ื ทท่ี ม่ี คี วามชน้ื สม่าเสมอและฝนตกชกุ ส่วนท่ีนามาบริโภค : กา้ นใบ นามาทาแกงอรี อก ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ฤดฝู น
12 เลม่ ที่ 1 เรอื่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) บกุ คางคก ช่ือทวั่ ไป : บกุ คงุ คก เบยี เบอื บกุ หนาม บุกหลวง หวั บุก ช่ือวิทยาศาสตร์ : Amorphophallus paeoniifolius(Dennst.) Nicolson. ช่ือวงศ์ : ARACEAE ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ มหี วั ใตด้ นิ ขนาดใหญ่ อายุหลายปี ลาตน้ กลม อวบน้า ไม่มแี กน่ ผวิ ขรุขระ มี ลายสเี ขยี วสแี ดง ใบเดย่ี ว ออกทป่ี ลายยอด ใบแผ่ออกคลา้ ยกางร่มแลว้ หยกั เวา้ เขา้ หาเสน้ กลางใบ ขอบใบจกั เวา้ ลกึ ดอกออกเป็นช่อแทงขน้ึ มาจากหวั ใต้ดนิ บรเิ วณโคนตน้ สเี ขยี วหรอื สแี ดงแกมสี น้าตาล ช่อดอกมกี าบหุ้ม รูปกรวยคว่าขนาดใหญ่ ยบั เป็นร่องลกึ มกี ลน่ิ เหมน็ คล้ายซากสตั วเ์ น่า ผลรูปทรงรยี าว แบบผลสด เน้ือนุ่ม ผลอ่อนสเี ขยี ว พอสุกเป็นสเี หลอื ง สสี ม้ จนถงึ แดง มจี านวน มากติดกนั เป็นช่อ หวั บุกมีลกั ษณะค่อนขา้ งกลม เน้ือในหัวสชี มพูสด เหลืองอมชมพู หรือขาว เหลอื ง ส่วนท่ีนามาบริโภค : ลาตน้ ใชใ้ สแ่ กงเชน่ เดย่ี วกบั แกงอรี อก ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ฤดฝู น
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 13 บอนหวาน ทนู ชื่อทิ้งถ่ิน : บอนน้า บอนเขยี ว บอนจนี ดา บอนหวาน บอนท่า บอนน้า ชื่อวิทยาศาสตร์ : Colocasia esculenta (L.) Schott var. aquafiilis Hassk. ช่ือวงศ์ : ARACEAE ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลุก อายุไดห้ ลายปี มเี หงา้ ใต้ดนิ ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั เวยี นแผ่ออกรอบตน้ รปู ไข่ แกมสามเหล่ียมหรือเป็นรูปหัวใจหรือรูปโล่ ก้านใบออกท่ีตรงกลางแผ่นใบ ในแต่ละกอจะมี ประมาณ 7-9 ใบ กา้ นใบสเี ขยี วแกมสมี ่วงหรอื สเี ขยี วแกมเหลอื ง ดอกชอ่ เป็นแท่งเดย่ี วๆ ออกจาก ลาตน้ ใตด้ นิ ดอกเป็นกระเปาะสเี ขยี วเป็นแท่งอย่ตู รงกลาง มกี ลนิ่ หอม ผลมขี นาดเลก็ จานวนมาก ผลเป็นผลสดสเี ขยี ว ภายในผลมเี มลด็ น้อย พบไดท้ กุ ภาค มกั ขน้ึ เองตามทล่ี ุม่ บนดนิ โคลน บรเิ วณ รมิ น้าลาธาร หรอื บรเิ วณทม่ี นี ้าขงั ตน้ื ๆ ส่วนที่นามาบริโภค : กา้ นใบ รบั ประทานเป็นผกั สด หรอื นามาใสแ่ กง ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
14 เล่ม ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั หนาม ชื่อทวั่ ไป : ผกั หนาม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lasia spinosa (L.) Thwaites. ช่ือวงศ์ : ARACEAE ลกั ษณะ : ไมล้ ้มลุก อายุหลายปี ลาต้นอยู่ใต้ดนิ ทอดขนานกบั พน้ื ดนิ ชยู อดขน้ึ เหนือพน้ื ดนิ มี หนามแหลม ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั รปู หวั ลูกศร ขอบใบหยกั เวา้ ลกึ เป็นแฉก รอยเวา้ ลกึ เกอื บถงึ เสน้ กลางใบ มหี นามตามเสน้ ใบ ใบออ่ นมว้ นเป็นแท่งกลม ปลายแหลม กา้ นใบรปู ดอกออกเป็นช่อเชงิ ลด ทรงกระบอก แทงออกจากกาบใบ ใบประดบั เป็นกาบสนี ้าตาลแกมเขยี วถึงสมี ่วง ช่อดอกสี น้าตาล ผลเรยี งชดิ กนั แน่นเป็นแท่งรปู ทรงกระบอก ผลสด หนาและเหนียว ผลอ่อนสเี ขยี วมเี น้อื นุ่ม ผลแก่สเี หลอื งแกมแดง ชอบขน้ึ ในทช่ี น้ื แฉะมนี ้าขงั พบตามรมิ คู คลอง หนอง บงึ ส่วนที่นามาบริโภค : ยอดออ่ น ลวกรบั ประทานเป็นผกั สด ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปีตามทช่ี น้ื แฉะมนี ้าขงั พบมากในฤดฝู น
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 15 อีรอก ชื่อทวั่ ไป : อรี อก กระแท่ง บกุ เขา ช่ือวิทยาศาสตร์ : Pseudodracontium kerrii Gagnep. ช่ือวงศ์ : ARACEAE ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลุก มหี วั ใต้ดนิ พกั ตวั ในฤดูแลง้ ลาตน้ กลม ขนาดเท่าแท่งดนิ สอ มลี ายสเี ขยี วๆ แดงๆ ใบประกอบมี 3 สว่ น แต่ละสว่ นมใี บย่อยเรยี งหยกั แบบขนนก ใบยอ่ ยรปู ขอบขนานหรอื รปู รี ดอกแยกเพศ ขนาดเลก็ จานวนมาก ออกบนช่อดอกยาว กาบหุ้มช่อดอกขนาดใหญ่ สเี ขยี วถึง เหลอื ง ตอนบนรปู รแี กมไข่ ปลายแหลม ตอนล่างมว้ นเป็นหลอด สเี ขยี ว ผลกลมสเี ขยี วเรยี งตดิ กนั เป็นแท่ง เมอ่ื สกุ สสี ม้ แดง พบมากในป่าเตง็ รงั ขน้ึ ตามป่าโปร่ง ป่าเตง็ รงั หรอื ตามชายป่าดบิ แลง้ ส่วนที่นามาบริโภค : กา้ นใบ นามาทาแกงอรี อก ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ฤดฝู น
16 เล่ม ที่ 1 เรอื่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั สะเอ่ียน จมูกปลาไหล ชื่อทิ้งถิ่น : ผกั สะเอยี นจมกู ปลาไหล ผกั ไหม สะอกึ จมกู ปลาไหลดง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oxystelma esculentum (L.) R.Br. ช่ือวงศ์ : ASCLEPIADACEAE ลกั ษณะ : ไมเ้ ถาเลอ้ื ย เถามขี นาดเลก็ กลมเป็นสเี ขยี วและมยี างสขี าว ใบเดย่ี ว ออกเรยี งตรงขา้ ม กนั เป็นคู่ๆ รปู ยาวแคบหรอื เป็นรปู ดาบเรยี วแคบ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรยี บไม่มจี กั แผ่นใบเป็นสเี ขยี ว ออกดอกเดย่ี วหรอื เป็นช่อสนั้ ๆ ตามซอกใบ กลบี เลย้ี ง 5 กลบี ปลายกลบี แหลม คลา้ ยรูปดาว รมิ ขอบกลบี ดอกมขี นสขี าวหรอื สขี าวอมชมพู ดา้ นในสชี มพมู ลี ายเสน้ สมี ่วงเขม้ และ จุดประสนี ้าตาลอย่ตู อนโคนกลบี ทต่ี ดิ กนั ผลเป็นฝัก ปลายแหลมโคง้ เรยี ว เปลอื กน่ิม ภายในพอง ลม เมอ่ื ผลแกจ่ ะแตกออกดา้ นเดยี ว เมลด็ รปู ไข่สนี ้าตาล มขี นสขี าวตดิ อยเู่ ป็นกระจุก สามารถลอย ไปตามลมได้ไกลๆ พบอยู่ทวั่ ไปทางภาคตะวนั ออกและภาคกลางของประเทศไทย โดยมกั ข้นึ บรเิ วณน้าตน้ื รมิ บงึ ทวั่ ไป ส่วนท่ีนามาบริโภค : ใบอ่อน ยอดอ่อน รบั ประทานเป็นผกั สด ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 17 ผกั ดอกขิก ดอกขจร ชื่อทวั่ ไป : ขจรสลดิ ผกั สลดิ คาเลา สลดิ ป่า ผกั สลดิ กะจอน ขะจอน ผกั ขกิ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Telosma minor Craib ชื่อวงศ์ : ASCLEPIADACEAE ลกั ษณะ : ไมเ้ ถาเลอ้ื ย เถามขี นาดเลก็ กลมเหนียวมาก สเี ขยี ว แตกใบเป็นพุ่มแน่นและทึบ ใบ เดย่ี ว ออกตรงขา้ มกนั เป็นคู่ รปู หวั ใจ คลา้ ยใบโพธหิ์ รอื ใบพลู ขอบใบเรยี บ ใบสเี ขยี ว ดอกชอ่ แบบ กระจุกหรอื ออกเป็นพวงๆ คลา้ ยพวงอุบะตามซอกใบหรอื โคนก้านใบ ช่อดอกมดี อกย่อย10-20 ดอก สเี ขยี วอมสเี หลอื ง กลนิ่ หอม ออกดอกเดือนมีนาคม-เดอื นพฤษภาคม ผลเป็นฝักกลมยาว ปลายแหลม สเี ขยี ว เม่อื แก่จะแตกออกตะเขบ็ เดียว ลกั ษณะเมลด็ แบน และมปี ุยสขี าวติดอยู่ท่ี ปลายเมลด็ พบไดท้ วั่ ทกุ ภาค ทงั้ ป่าดบิ แลง้ ป่าเบญจพรรณ ป่าละเมาะ ป่าเตง็ รงั ส่วนที่นามาบริโภค : ใบอ่อน ยอดออ่ น ดอก ลวกรบั ประทานเป็นผกั ดอกนามาประกอบอาหาร เช่น แกง ผดั ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ใบอ่อน ยอดอ่อน ทงั้ ปี ดอกฤดรู อ้ น
18 เลม่ ที่ 1 เรือ่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั กาดช้าง ชื่อทวั่ ไป : ผกั กาดชา้ ง ผกั ฮนุ ไฮ ผกั กา้ นกอ้ ง ผกั แซบเตบิ ช่ือวิทยาศาสตร์ : Crassocephalum crepidioides (benth.) S. Moore ชื่อวงศ์ : ASTERACEAE (COMPOSITAE) ลกั ษณะ : พชื ลม้ ลกุ ฤดเู ดยี ว ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั รปู รแี กมขอบขนาน โคนใบเรยี วแคบเป็นกา้ นใบ ปลายใบเรยี วแหลม ขอบใบหยกั หรอื เวา้ เป็นแฉกบรเิ วณฐานใบ ดอกสขี าวแกมสสี ม้ ออกเป็นช่อท่ี ปลายยอด ก้านช่ออ่อน ช่อหน่ึงมี 3-5 กลุ่มดอก รูปทรงกระบอก โคนมใี บประดบั คลา้ ยเกลด็ หุ้ม ดอกย่อยอยรู่ วมกนั เป็นกระจุก มขี นฟูสขี าวเป็นพทู่ ป่ี ลาย ปลวิ ไปไดต้ ามลม ส่วนที่นามาบริโภค : ใบออ่ น ยอดอ่อน รบั ประทานเป็นผกั สดหรอื ลวกสกุ ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ฤดฝู น
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 19 ผกั ลิ้นปี่ ชื่อทวั่ ไป : ผกั บงั้ ผกั แดง ผกั กาดนกเขา หางปลาชอ่ น หปู ลาช่อน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Emilia sonchifolia (L.) DC. ex Wight ช่ือวงศ์ : ASTERACEAE (COMPOSITAE) ลกั ษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ ลาตน้ ตงั้ ตรง สเี ขยี วแกมมว่ ง สงู 10-50 ซม. แตกกงิ่ กา้ นทโ่ี คนตน้ ลาตน้ ปก คลุมไปดว้ ยขนนุ่มทวั่ ไป ใบเดย่ี ว ออกเรยี งสลบั ปลายใบแหลมเรยี ว โคนใบกวา้ งเป็นรูปไข่ ขอบ ใบโคง้ หยกั เลก็ น้อยหรอื หยกั เวา้ หลงั ใบเป็นสเี ขยี วเขม้ ทอ้ งใบสมี ่วงแดง ใบทโ่ี คนตน้ มขี นาดใหญ่ กว่าใบทอ่ี ย่บู นยอด ดอกเป็นดอกชอ่ มดี อกยอ่ ย 20-45 ดอก ขนาดเลก็ ดอกสแี ดงม่วง ผลเป็นผล เดย่ี ว รปู ทรงกระบอก เปลอื กผลแขง็ ผลแหง้ จะไม่แตกหรอื อา้ ออก เมลด็ ล่อน สนี ้าตาล และมขี น มกั ขน้ึ ตามทช่ี น้ื ท่งุ หญา้ โล่ง หรอื ขน้ึ ปะปนกบั วชั พชื ทวั่ ไป ส่วนที่นามาบริโภค : ใบอ่อน ยอดอ่อน รบั ประทานเป็นผกั สด ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ฤดฝู น
20 เล่ม ที่ 1 เรอื่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั คาดหวั แหวน ช่ือทวั่ ไป : ผกั ตุม้ หู ผกั เผด็ ผกั คราด หญา้ ตมุ้ หู ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acmella oleracea (L.) R.K. Jansen. วงศ์ : ASTERACEAE (COMPOSITAE) ลกั ษณะ : ไมล้ ้มลุกขนาดเลก็ อายุปีเดยี ว ลาต้นตงั้ ตรง กลมและอวบน้า แตกกงิ่ ก้านสาขา สงู 20-30 ซม. ลาต้นมสี เี ขยี วม่วงแดงปนเขม้ ทอดเล่อื ยไปตามดนิ เลก็ น้อย แต่ปลายชูขน้ึ ใบเดย่ี ว ออกตรงขา้ มกนั รปู สามเหลย่ี ม รปู ไข่ หรอื เป็นรปู ใบหอกแกมรปู ไข่ ขอบใบเรยี บหรอื เป็นจกั คลา้ ย ฟันเล่ือยแบบหยาบๆ ผิวของใบมีขนและสาก ดอกเป็นดอกช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง เป็น กระจุกสเี หลอื ง รปู ไข่ ปลายแหลมคลา้ ยหวั แหวน ผลเป็นผลแหง้ รปู ไข่ มสี นั 3 สนั สว่ นปลายเวา้ เป็นแอ่งเลก็ น้อย รยางคม์ หี นามพบขน้ึ ไดไ้ ปในทล่ี ุ่ม ชอ้ื แฉะ หรอื ตามป่ าละเมา รวมไปถงึ ทร่ี กรา้ ง หรอื ทร่ี าบโลง่ แจง้ ส่วนท่ีนามาบริโภค : ใบ ยอด ดอก ประกอบอาหารประเภทออ่ มอสี าน ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 21 ผกั กดู ช่ือทวั่ ไป : ผกั กดู ช่ือวิทยาศาสตร์ : Diplazium esculentum (Retz.) Sw. ช่ือวงศ์ : ATHYRIACEAE ลกั ษณะ: เฟิรน์ ขนาดใหญ่ มเี หงา้ ตงั้ ตรง สงู ประมาณ 1 เมตร เหงา้ ปกคลมุ ดว้ ยใบเกลด็ สนี ้าตาล เขม้ ถงึ ดา ขอบใบเกลด็ หยกั เป็นซฟี ัน ใบออกจากยอกเหงา้ กา้ นใบยาว ใบเป็นใบประกอบแบบขน นก 2-3 ชนั้ ใบย่อยค่ลู ่างเลก็ กว่าใบย่อยช่วงกลาง ใบย่อยบาง ปลายเรยี วแหลม โคนรปู กง่ิ หวั ใจ หรอื รปู ตงิ่ หู ขอบใบหยกั เวา้ ลกึ เป็นแฉกเกอื บถงึ เสน้ กลางใบ อบั สปอรอ์ ยตู่ ามความยาวของเสน้ ใบ ย่อยเช่อื มกบั อบั สปอรท์ อ่ี ยู่ในแฉกตดิ กนั ซง่ึ มเี สน้ ใบมาสานกนั กา้ นใบย่อยสนั้ หรอื ไม่มี อบั สปอร์ อยตู่ ามความยาวของเสน้ ใบยอ่ ยเชอ่ื มกบั อบั สปอรท์ อ่ี ย่ใู นแฉกตดิ กนั ซง่ึ มเี สน้ ใบมาสานกนั ส่วนท่ีนามาบริโภค : ยอดอ่อน ลวกรบั ประทานเป็นผกั หรอื ทายาผกั กดู ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี พบมากในฤดฝู น
22 เล่ม ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั ปลงั ผกั ปังขาว ช่ือทวั่ ไป : ผกั ปังขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ : Basella alba Linn. ช่ือวงศ์ : BASELLACEAE ลกั ษณะ : ไมเ้ ถาเลอ้ื ย ลาตน้ อวบน้า เกลย้ี ง กลม แตกกงิ่ กา้ นสาขา ใบเดย่ี ว ออกสลบั สเี ขยี วเขม้ รูปไข่หรือรูปหวั ใจ อวบน้า เป็นมนั หนา ฉีกขาดง่าย หลงั ใบและท้องใบเกล้ยี ง ขย้จี ะเป็นเมือก เหนียว ปลายใบแหลม โคนใบรปู หวั ใจ ดอกเป็นดอกช่อเชงิ ลด ออกตรงซอกใบ ดอกย่อยจานวน มาก ขนาดเลก็ ไม่มกี ้านชูดอก สขี าว ผลเป็นผลสด รูปร่างกลมแป้น ฉ่าน้า ผวิ เรยี บ ปลายผลมี ร่องแบ่งเป็นลอน ไม่มกี า้ นผล ผลอ่อนสเี ขยี ว ผลแก่มสี มี ่วงอมดา เน้ือภายในน่ิม ภายในผลมนี ้าสี มว่ งดา เมลด็ เดย่ี ว พบตามป่าทุ่ง ตามทช่ี ุ่มชน้ื ทวั่ ไป นยิ มปลกู เป็นผกั รมิ รวั้ ออกยอดตลอดปี ส่วนที่นามาบริโภค : ใบ ยอด ดอก ลวกรบั ประทานเป็นผกั หรอื ใสแ่ กง อ่อม ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 23 ผกั ปลงั แดง ชื่อทวั่ ไป : ผกั ปลงั ช่ือวิทยาศาสตร์ : Basella rubra Linn. ชื่อวงศ์ : BASELLACEAE ลกั ษณะ : ไมเ้ ถาเล้อื ย คลา้ ยกบั ผกั ปลงั ท่มี ีเถาและใบสเี ขยี วดอก ต่างกนั ตรงท่ี เถาและใบแดง หรอื ม่วงแดงเรยี กผกั ปลงั แดงผกั ปลงั แดงออกดอกสมี ่วงแดง ส่วนท่ีนามาบริโภค : ใบ ยอด ดอก ลวกรบั ประทานเป็นผกั หรอื ใสแ่ กง อ่อม ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
24 เล่ม ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) แคน่ า ช่ือทวั่ ไป : แคท่ งุ่ แคยอดดา ช่ือวิทยาศาสตร์ : Dolichandrone columnaris Santisuk ช่ือวงศ์ : BIGNONIACEAE ลกั ษณะ : ไม้ต้นขนาดใหญ่ ไม่ผลดั ใบ ลาต้นแตกกิ่งต่า เรอื นยอดแคบเป็นพุ่มแน่นทึบ ใบ ประกอบแบบขนนกปลายค่ี ออกตรงขา้ มสลบั ใบย่อยรปู ไข่ ปลายแหลม โคนใบเบย้ี ว ดอกใหญ่ ออกเดย่ี วหรอื ออกบนช่อกระจกุ สนั้ ๆ 2-3 ดอก บานตอนกลางคนื กลบี ดอกสขี าว ตดิ กนั เป็นหลอด ยาว สว่ นบนผายออกเป็นกระพงุ้ รปู ระฆงั ขอบกลบี ยน่ ผลเป็นฝักแบนยาว เมอ่ื แหง้ จะบดิ และแตก เป็น 2 ซกี เมลด็ แบน มปี ีกบาง ออกดอกเดอื น ธนั วาคม-กุมภาพนั ธ์ พบตามทุ่งนา ส่วนใหญ่พบ ทางภาคใตต้ งั้ แต่จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านีลงไป ส่วนที่นามาบริโภค : ดอก ลวกรบั ประทานเป็นผกั ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 25 แคนา ชื่อทวั่ ไป : แคป่า แคดอกขาวแค่อ่าว ช่ือวิทยาศาสตร์ : Dolichandrone serrulata (D.C.) Seem. ชื่อวงศ์ : BIGNONIACEAE ลกั ษณะ : ไมย้ นื ตน้ ผลดั ใบขนาดกลาง สงู 10-20 เมตร ลาต้นเปลาตรง ใบประกอบแบบขนชนั้ เดยี วปลายค่ี ออกตรงขา้ มกนั รปู ไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบเบย้ี ว ขอบใบหยักเป็น แบบซฟ่ี ันตน้ื ๆ ดอกเป็นดอกช่อแบบช่อกระจะสนั้ ดอกมขี นาดใหญ่ รปู แตรสขี าว ออกตามปลาย กงิ่ เม่อื ดอกบานจะมรี อยแตกทางด้านล่าง แยกออกเป็นแฉก 5 แฉก ดอกมกี ลน่ิ หอม บานตอน กลางคนื ออกดอกเดอื นมนี าคม-มถิ ุนายน ผลเป็นฝัก แบน โคง้ และบดิ เป็นเกลยี ว เมลด็ เป็นรูปสี เหลย่ี ม พบตามป่า ตามทงุ่ ตามไร่นา ป่าเบญจพรรณ พบไดท้ วั่ ไปในเขตภาคอสี าน ส่วนท่ีนามาบริโภค : ดอก ลวกรบั ประทานเป็นผกั ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ฤดรู อ้ นถงึ ตน้ ฤดฝู น
26 เลม่ ที่ 1 เรือ่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) แคอ่าว ช่ือทิ้งถ่ิน : แค่อ่าว แคหางค่าง แคขน แคบดิ แคพอง แคหวั หมู ช่ือวิทยาศาสตร์ : Fernandoa adenophylla (Wall. ex G. Don) Steenis ช่ือวงศ์ : BIGNONIACEAE ลกั ษณะ : ไมต้ น้ ขนาดเลก็ ถงึ ขนาดกลาง ผลดั ใบ สงู 5-20 เมตร ลาต้นมกั คดงอ ยอดเป็นพมุ่ กลม ทบึ ใบเป็นช่อ ออกตรงขา้ มกนั ท่ปี ลายสุดของช่อใบมกั เป็นใบเด่ยี ว ๆ โคนใบมนและมกั เบ้ยี ว ปลายใบมนและเป็นติ่งแหลมสนั้ ๆ เน้ือใบหนา หลงั ใบเกลย้ี ง ทอ้ งใบมขี นสากๆ ทวั่ ไป ดอกโตสี เหลอื งออ่ นๆ ออกรวมกนั เป็นช่อใหญ่ตามปลายกง่ิ ช่อจะตงั้ ชข้ี น้ึ ผลเป็นฝัก รปู ทรงกระบอกโต มี สนั เป็นเสน้ ตามยาวฝัก 5 สนั มขี นสนี ้าตาลแดงทวั่ ไป เมลด็ แบน มเี ย่อื บางๆ ตามขอบคลา้ ยปีก พบมากในป่ าเบญจพรรณ ป่ าเต็งรงั ป่ าหญ้า ในภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาค ตะวนั ออกเฉียงใต้ ส่วนท่ีนามาบริโภค : ดอก ลวกรบั ประทานเป็นผกั ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ฤดรู อ้ นถงึ ตน้ ฤดฝู น
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 27 แคหวั หมู ช่ือทวั่ ไป : แคหวั หมู แคเขา ช่ือวิทยาศาสตร์ : Markhamia stipulate Seem. ex K. Schum. Var. kerrii Sprague วงศ์ : BIGNONIACEAE ลกั ษณะ : ไมต้ น้ สูง 5-15 เมตร ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อย 4-8 คู่ รูปขอบขนาน รปู รแี กม ขอบขนานถึงรูปใบหอก มตี ่อมรปู ถ้วยท่โี คนใบ ดอก สเี หลอื งหม่น ขนาดใหญ่ ออกเป็นช่อตาม ปลายกง่ิ ผล แห้ง แตก รูปทรงกระบอก มีขนยาวคลายขนสตั วป์ กคลุมแน่น พบตามป่ าเบญจ พรรณชน้ื และชายป่าดบิ เขา ออกดอกเดอื น ม.ค.-ม.ี ค. ส่วนที่นามาบริโภค : ดอก ลวกรบั ประทานเป็นผกั ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ฤดหู นาว
28 เล่ม ที่ 1 เรอื่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) ลิ้นฟ้า ชื่อทวั่ ไป : ลน้ิ ฟ้าเพกา มะลดิ ไม้ มะลน้ิ ไม้ ช่ือวิทยาศาสตร์ : Oroxylum indicum (L.) Vent. ช่ือวงศ์ : BIGNONIACEAE ลกั ษณะ : ไมย้ นื ต้นขนาดกลาง สงู 5-12 เมตร แตกกง่ิ กา้ นน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชนั้ ขนาดใหญ่เรยี วตรงขา้ มแน่นบรเิ วณปลายกงิ่ ใบย่อยรปู ไข่หรอื รปู ไขแ่ กมวงรี ปลายใบแหลม ดอก ออกเป็นช่อทป่ี ลายยอดเป็นกลุ่ม กา้ นช่อดอกยาว ตงั้ ดอกย่อยมขี นาดใหญ่ กลบี ดอกสเี หลอื งนวล หรอื แกมเขยี ว สว่ นโคนกลบี มสี มี ่วงแดง หนา ย่น ดอกจะบานกลางคนื หรอื รุ่งเชา้ ผล เป็นฝัก รูป ดาบแบน ขนาดใหญ่ สนี ้าตาล เม่ือแก่จะแตกตามยาว ภายในมีเมล็ดแบน สีขาวมีปีกบางใน ประเทศไทยมกี ารกระจายพบขน้ึ ไดท้ วั่ ไป บรเิ วณ ชายป่าดบิ ทโ่ี ล่งและไร่รา้ ง ส่วนที่นามาบริโภค : ฝัก ลวก เผาไฟ รบั ประทาน ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 29 หมากเหลี่ยม ชื่อทวั่ ไป : หมากเหลย่ี ม ช่ือวิทยาศาสตร์ : Canarium subulatum Guillaumin ช่ือวงศ์ : BURSERACEAE ลกั ษณะ : ไม้ยืนต้น ผลดั ใบ สงู 10-25 เมตร ลาตน้ ตงั้ ตรง เรอื นยอดกลม เปลอื กสนี ้าตาลอมเทา ถงึ เทาแก่ แตกเป็นสะเกด็ มยี างใสหรอื ขาว ใบ เป็นประกอบแบบขนนกปลายค่ี เรยี งเวยี น ใบยอ่ ย 2-5 คู่ เรยี งตรงขา้ ม ใบรูปขอบขนานหรอื รูปรแี กมรูปไข่ ปลายเป็นต่ิงแหลม โคนมนหรอื เบ้ยี ว เลก็ น้อย ขอบจกั ฟันเลอ่ื ยถ่ี หลงั ใบเกลย้ี ง ทอ้ งใบมขี น ใบแกส่ แี ดงเขม้ ช่อดอกแบบชอ่ เชงิ ลด ออก ท่ซี อกใบใกล้ปลายกง่ิ ดอกย่อยจานวนมาก มีทงั้ ดอกสมบูรณ์เพศและดอกแยกเพศอยู่บนต้น เดยี วกนั กลบี ดอกสขี าวแกมเหลอื ง ผลสดรูปกระสวย สเี หลอื ง ผลแก่สเี ขยี วอมเหลอื ง เมลด็ รูป กระสวย 3 เมลด็ เรยี งกนั เป็นรูปสามเหลย่ี ม พบข้ึนตามป่ าเตง็ รงั ป่ าเบญจพรรณ ป่ าละเมาะและ ป่าหญา้ ทวั่ ไป ตดิ ผลพฤษภาคม-ธนั วาคม ส่วนที่นามาบริโภค : เน้อื ในผลรบั ประทานได้ รสมนั ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : เดอื นพฤษภาคม-ธนั วาคม
30 เล่ม ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั ก่มุ ช่ือทิ้งถ่ิน : กุม่ น้า ผกั ก่าม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crateva adansonii DC. subsp. trifoliate (Roxb.) Jacobs ช่ือวงศ์ : CAPPARACEAE ลกั ษณะ : ไมย้ นื ตน้ ผลดั ใบ สงู 10 ม. เปลอื กสนี ้าตาลออ่ น คอ่ นขา้ งเรยี บ ใบเป็นใบประกอบแบบ น้วิ มอื มใี บยอ่ ย 3 ใบ ออกเรยี งสลบั ใบรปู ไขป่ ลายใบแหลมมตี งิ่ สนั้ เน้ือใบหนานุ่ม ผวิ ใบมนั แผ่น ใบเรยี บทงั้ สองด้าน ดอกออกเป็นช่อกระจุก ตามซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกสขี าวเม่อื แรกบาน แลว้ เปลย่ี นเป็นสเี หลอื งหรอื สชี มพู กลบี ดอกมี 4 กลบี รปู รี ปลายมน โคนสอบเรยี วกลบี เลย้ี งรปู รี กลบี เลย้ี งพอแหง้ เปลย่ี นเป็นสี ผลรปู ทรงกลม ผวิ มจี ุดสนี ้าตาลอมแดง เปลอื กแขง็ ผลอ่อนมสี เี ขยี ว พอสกุ มสี นี ้าตาลแดง เมลด็ รูปเกอื กมา้ หรอื รปู ไต พบตามป่ าผสมผลดั ใบ ป่ าเตง็ รงั ไรน่ า ป่าเบญจ พรรณ เขาหนิ ปนู และป่าไผ่ ออกดอกราวเดอื นกุมภาพนั ธ-์ มนี าคม ส่วนท่ีนามาบริโภค : ดอก นามาทาสม้ ผกั ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ฤดหู นาว
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 31 ผกั เสี้ยน ชื่อทวั่ ไป : Wild spider flower ผกั เสย้ี นขาวผกั เสย้ี นไทยผกั เสย้ี นบา้ น ช่ือวิทยาศาสตร์ : Cleome gynandra L. ชื่อวงศ์ : CLEOMACEAE ลกั ษณะ : ไม้ลม้ ลุก สูง 30-15 ซม. สว่ นต่างๆ ของตน้ มขี นปกคุลม ใบเป็นใบประกอบมี 3-5 ใบ ย่อย ใบย่อยเป็นรปู ไข่กลบั หรอื รูปใบหอกกลบั ปลายใบแหลม โคนเรยี วสอบ ขอบใบเป็นจกั ฟัน เล่อื ยละเอยี ด มใี บประดบั จานวนมาก ดอกเป็นดอกชอ่ ทป่ี ลายกงิ่ จานวนมาก ผลเป็นฝักยาวคลา้ ย ถวั่ เขยี ว สเี ขยี ว เม่อื แก่เปลย่ี นเป็นสนี ้าตาลอ่อน เมลด็ สนี ้าตาลแดงปนสดี า ผวิ เมลด็ มรี อยย่น มกั พบขน้ึ เป็นวชั พชื ตามทอ้ งไร่ปลายนา ทร่ี กรา้ งว่างเปลา่ ทวั่ ไป ส่วนที่นามาบริโภค : ทงั้ ตน้ นามาทาสม้ ผกั ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
32 เลม่ ที่ 1 เรอื่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) เบนน้า ชื่อทวั่ ไป : คดสงั ช่ือวิทยาศาสตร์ : Combretum trifoliatum Vent. ชื่อวงศ์ : COMBRETACEAE ลกั ษณะ : ไมเ้ ถาหรอื ไม้พุ่มรอเล้อื ย สงู 3-5 เมตร กิ่งอ่อนมขี นนุ่มสนี ้าตาลแกมเหลอื งปกคลุม เม่อื แก่ผวิ จะเกล้ยี ง ใบเดย่ี ว ออกท่ขี อ้ เดยี วกนั 3-5 รูปรหี รอื รูปใบหอก ปลายใบแหลม มตี งิ่ สนั้ โคนใบมน หรอื ค่อนขา้ งกลมเลก็ น้อย เน้ือใบหนา มนั ดอกสขี าวหรอื สขี าวอมเหลอื ง มกี ลนิ่ หอม ออกเป็นช่อกระจายทป่ี ลายยอดหรอื ตามง่ามใบ มขี นคลา้ ยเสน้ ไหมสเี ทา รปู สามเหลย่ี มแกมรปู ไข่ มขี นหนาแน่น กลบี ดอกมี 5 กลบี มขี นนุ่มหนาแน่น ผลไม่มกี า้ น รปู รแี คบ ผวิ เกลย้ี ง สนี ้าตาลดา เป็นมนั มคี รบี ปีกแขง็ 5 ปีก ชอบขน้ึ บรเิ วณทช่ี ่มุ ชน้ื มี ส่วนที่นามาบริโภค : ใบอ่อน ยอดอ่อน รบั ประทานเป็นผกั สด ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 33 ส้มมอ ช่ือทวั่ ไป : สมอ สมอไทยหมากสม้ มอ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Terminalia chebula Retz. ช่ือวงศ์ : COMBRETACEAE ลกั ษณะ : ไมย้ ืนต้นสงู 10-20 เมตร กง่ิ ออ่ นและยอดมกั ปกคลมุ ดว้ ยขนสนี ้าตาล ใบ เป็นใบเดย่ี ว เรยี งตรงขา้ ม หรอื เกอื บตรงขา้ ม แผน่ ใบค่อนขา้ งหนา รปู รแี กมรปู ไขก่ วา้ ง ขนาด กวา้ ง 6-10 ซม. ยาว 8-15 ซม. กา้ นใบยาว 1-3 ซม. มกั มตี ่อมบวม 1 ค่บู นกา้ นเหน็ ชดั เจน ดอก เป็นช่อออก ตาม ปลายกงิ่ หรอื ซอกใบ มี 3-5 ช่อดอก ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ สเี หลอื งนวล สว่ นบนเป็นรูปถว้ ย ตน้ื มขี นปกคลมุ ดา้ นนอก ผล เป็นผลสด รปู วงรคี ่อนขา้ งกลม ผวิ เกลย้ี ง ผลแกย่ น่ และเปลย่ี นเป็นสี ดา เมลด็ เด่ยี ว แขง็ ผวิ ขรุขระรปู ยาวรพี บทวั่ ไปตามป่ าเบญจพรรณและป่ าดบิ แลง้ ทร่ี ะดบั ความ สงู 50-800 เมตร ออกดอกเดอื น พฤษภาคม-สงิ หาคม ผลแกช่ ว่ งเดอื น ตุลาคม-มกราคม ส่วนที่นามาบริโภค : ผลแกร่ บั ประทานเป็นผลไมก้ บั พรกิ เกลอื รสเฝ่ือน แต่เม่อื รบั ประทานน้าตาม จะหวานชมุ่ คอ ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : เดอื น ตุลาคม-มกราคม
34 เลม่ ที่ 1 เรอื่ ง พืชอาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั บุ้ง ช่ือทวั่ ไป : ผกั บงุ้ ผกั ทอดยอด ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ipomoea aquatica Forssk. ช่ือวงศ์ : CONVOLVULACEAE ลกั ษณะ : พชื ลม้ ลุกอายุหลายปี ลาต้นกลวง รากออกตามขอ้ ใบ รูปสามเหลย่ี ม รปู หอกหรอื รปู ขอบขนานแคบ ดอก สขี าว สชี มพหู รอื ม่วงอ่อน ออกเป็นช่อมี 2-3 ดอก ลกั ษณะแผ่เป็นปากแตร กลบี เลย้ี ง 5 กลบี ตดิ กนั ตรงโคน กลบี ดอกเช่อื มตดิ กนั ปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรเพศผู้ 5 อนั ตดิ เหนือโคนกลบี ดอก ผล แหง้ แล้วแตก รูปไข่หรอื กลม เมลด็ มี 4 เมลด็ พบทวั่ ไปในเขตร้อน ตาม หนองน้าคลองบงึ ลอยอย่บู นผวิ น้า หรอื ทอดเลอ้ื ยตามพน้ื ดนิ ชุม่ น้า ส่วนท่ีนามาบริโภค : ใบอ่อน ยอดออ่ น รบั ประทานเป็นผกั สด ลวก หรอื ประกอบอาหารประเภท ผดั ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 35 ตาลงึ ชื่อทวั่ ไป : ผกั ตุ่มนลิ ช่ือวิทยาศาสตร์ : Coccinia grandis (L.) Voigt วงศ์ : CUCURBITACEAE ลกั ษณะ : ไมเ้ ถาเลอ้ื ยมมี อื จบั ลาเถาสเี ขยี ว ใบเดย่ี วสลบั กนั ไปตามเถา ฐานใบรปู หวั ใจ ปลายใบ แหลม ขอบใบหยกั แบบฟันเลอ้ื ยต้นื ๆ หยกั เว้า 5 แฉก เสน้ ใบแยกจากโคนใบท่จี ุดเดยี วกนั 5-7 เสน้ ดอกเป็นดอกเด่ยี วออกทซ่ี อกใบ ออกเดย่ี วๆ หรอื ออกเป็นกลุ่ม 2-3 ดอก เป็นไมท้ ไ่ี มส่ มบรู ณ์ เพศ คอื เพศผแู้ ละเพศเมยี จะอย่คู นละตน้ กนั ซง่ึ สงั เกตไดจ้ ากใบ ถา้ ใบหยกั มากเป็นเพศผู้ แต่ดอก จะสขี าวทรงกระบอก หวั แฉกเหมอื นกนั ผลมรี ปู ร่างคลา้ ยแตงกวา แต่มขี นาดเลก็ กวา่ ผลทอ่ี อ่ นมี สเี ขยี ว และมลี ายขาว พอสกุ จะกลายเป็นสแี ดงสด เน้อื ลกั ษณะสแี ดง ส่วนท่ีนามาบริโภค : ใบออ่ น ยอดอ่อน ผกั ลวก หรอื ใสแ่ กงจดื แกงสม้ ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
36 เลม่ ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) ผกั ไซ ช่ือทวั่ ไป : มะระขน้ี ก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Momordica charantia L. ช่ือวงศ์ : CUCURBITACEAE ลกั ษณะ : ไมเ้ ลอ้ื ยลม้ ลุก มมี อื ยดึ เกาะ ดอกแยกเพศอย่บู นตน้ เดยี วกนั ลาตน้ สเี ขยี ว ขนาดเลก็ มี ขนอ่อนประปราย ใบเด่ยี วเรยี งสลบั แผ่นใบกวา้ งรูปไข่ถึงรูปไต มีขนนุ่มเลก็ น้อย โคนใบเวา้ รูป หวั ใจ ใบหยกั ลกึ รปู มอื 5-9 หยกั แต่ละหยกั รปู ไข่กลบั รูปไขเ่ รยี วยาวหรอื รปู เหลย่ี มขา้ วแหลมตดั แคบไปหาโคนปลายแหลมมตี ง่ิ ขอบใบเวา้ เป็นคล่นื ซฟ่ี ัน 5-7 หยกั กลบี บางกลบี ช้างา่ ย ดอกออก ตามซอกใบ ผลรปู รา่ งคลา้ ยกระสวย ผวิ ขรุขระ ผลสุกสเี หลอื งหรอื สเี หลอื งอมสม้ แตกทป่ี ลายแยก ออกเป็น 3 สว่ น เมลด็ สขี าวหรอื น้าตาล มเี น้อื สแี ดงหมุ้ ผวิ มลี วดลายขอบเป็นรอ่ ง ส่วนที่นามาบริโภค : ใบออ่ น ยอดอ่อน รบั ประทานเป็นผกั สด ลวก หรอื ใสอาหารประเภทออ่ ม ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 37 ส้านใหญ่ ชื่อทวั่ ไป : มะตาด ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dillenia indica L. ชื่อวงศ์ : DILLENIACEAE ลกั ษณะ : ไม้ยืนต้นขนาดกลางถงึ ใหญ่สงู 10 – 20 ม.ไม่ผลดั ใบ ลาต้นมกั คองอเปลอื กหนาสี เทา หรอื น้าตาลแดงลอกออกเป็นแผ่นบางๆเรอื นยอดเป็นพุ่มกลมหนามขี นตามกง่ิ อ่อนเน้ือไม้สี น้าตาลอ่อนใบ รูปไข่แกมรูปหอก หรอื รูปไข่กลบั รๆี กว้าง 7 – 12 ซม.ยาว 15 – 30 ซม.เน้ือใบ ค่อนขา้ งบางปลายใบเป็นตงิ่ แหลมสนั้ ๆขอบใบหยกั แบบฟันเล่อื ยโคนใบเรยี วหรอื มนทอ้ งใบมขี น ประปรายเสน้ แขนงใบตรงมี 30 – 40 คู่โคนกา้ นใบแผ่ออกเป็นกาบหุม้ กง่ิ ดอกใหญ่สขี าวออก เดย่ี วๆ ตามง่ามใบมขี นสากกลบี รองกลบี ดอกโคง้ เป็นรปู ซอ้ นอุม้ น้ากลบี ดอกสขี าวบางรูปไขก่ ลบั รว่ งง่ายรงั ไขม่ ี 20 ชอ่ ง ผล กลมใหญ่ เสน้ ผ่าศนู ยก์ ลาง 10 – 15 ซม. ส่วนท่ีนามาบริโภค : ผลสกุ รสเปรยี วรบั ประทานเป็นผลไม้ ผลดบิ รบั ประทานเป็นเมอ้ื งอสี าน ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ฤดหู นาว
38 เลม่ ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) มนั เสา ช่ือทวั่ ไป : มนั ทมู่ นั เลอื ดนก ช่ือวิทยาศาสตร์ : Dioscorea alata L. ชื่อวงศ์ : DIOSCOREACEAE ลกั ษณะ :ไม้เลือ้ ย รากสชี มพู เถาเป็นสนั เหลย่ี ม มคี รบี ลาต้นเลอ้ื ยพนั ไปทางขวา ไมม่ หี นามแต่ บางครงั้ เป็นป่มุ ปมหรอื เป็นรอยหยาบทโ่ี คน มหี วั ขนาดเลก็ ตามซอกใบ และมหี วั ใตด้ นิ หวั มขี นาด ใหญ่ ดา้ นนอกสนี ้าตาล เน้ือสขี าวสคี รมี จนถงึ สมี ่วง หวั ใตด้ นิ ขนาดใหญ่ มรี ปู ทรงหลายแบบ เช่น ยาวตรง กลม แตกเป็นน้วิ มอื รปู ตวั ยู ทรงกระบอก รปู กลม ทรงลูกแพร์ ใบเด่ียว ใบเป็นรปู หวั ใจ สเี ขยี วหรอื สเี หลอื บมว่ ง ดอกช่อ แยกเพศแยกต้น ดอกตวั ผขู้ นาดเลก็ แกนช่อดอกบางครงั้ หงกิ งอ ไปมา ดอกตัวเมยี สเี หลอื ง ไม่มกี ้านดอก ผลเด่ยี ว มปี ีกสามแฉก ผวิ เรยี บ แก่แลว้ เป็นสนี ้าตาล เมลด็ กลม มปี ีกโดยรอบ ส่วนที่นามาบริโภค : หวั นามาประกอบอาหาร หรอื ทาของหวาน ฤดกู าลที่สามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชมุ ชน 39 เครอื มนั น้า ช่ือทวั่ ไป : มนั น้ามนั นก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dioscorea bermanica Praint & Burkill ช่ือวงศ์ : DIOSCOREACEAE ลกั ษณะ : ไม้ล้มลุก พนั ขน้ึ ตามต้นไม้ใหญ่ มหี วั อยู่ใต้ดนิ มลี กั ษณะทวั่ ไปคลา้ ยหวั มนั เทศ มี รปู ร่างกลม มจี ุดน้าตาลเขม้ ทเ่ี ปลอื กนอก เน้อื ในหวั สขี าว ลกั ษณะทวั่ ไปฉ่าน้าค่อนขา้ งกรอบ ใบมี ลกั ษณะทวั่ ไปเป็น3แฉก มขี นาดต่างกนั จะเจรญิ เตบิ โตไดด้ ใี นช่วงฤดฝู น ส่วนท่ีนามาบริโภค : หวั นามาประกอบอาหาร หรอื ทาของหวาน ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
40 เลม่ ที่ 1 เรือ่ ง พชื อาหารยอดนิยม (Local Market) มนั มอื เสอื ชื่อทวั่ ไป : มนั มอื เสอื ช่ือวิทยาศาสตร์ : Dioscorea esculenta L. ชื่อวงศ์ : DIOSCOREACEAE ลกั ษณะ :ไม้เลื้อย ไม่มเี น้ือไม้ มขี นและหนามปกคลุม รากของพนั ธุ์ป่ าจะแขง็ เป็นหนาม พนั ธุ์ ปลูกมกั ไม่มหี นาม เปลอื กหวั สนี ้าตาลหรอื แกมเทา เน้ือสขี าว เลอ้ื ยพนั ไปทางซา้ ย มหี นามมากท่ี โคน ใบเดี่ยว รูปหวั ใจ ดอกแยกเพศ ดอกตวั ผเู้ ป็นช่อเดย่ี ว ดอกตวั เมยี เป็นช่อกระจะหรอื ช่อเชงิ ลด โคง้ ลงดา้ นล่างผลเป็นแคบซลู โคง้ งอ มนั มอื เสอื แบ่งเป็น 2 พนั ธุ์ คอื variety spinosa มหี นาม ในสว่ นราก variety fasiculata มหี นามในสว่ นรากน้อย ส่วนท่ีนามาบริโภค : หวั นามาประกอบอาหาร หรอื ทาของหวาน ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
ความหลากหลายของพืชอาหารป่ าและการใช้ประโยชน์จากชุมชน 41 กลอย ช่ือทวั่ ไป : กลอย ช่ือวิทยาศาสตร์ : Dioscorea hispida Dennst. var. hispida ชื่อวงศ์ : DIOSCOREACEAE ลกั ษณะ : ไม้เถาล้มลุกไม่มมี ือเกาะ มหี วั ใต้ดนิ ลาต้นกลมมหี นามเลก็ ๆกระจายทวั่ ไป มขี น นุ่มๆ สขี าวปกคลุม มรี ากเจรญิ เป็นหวั สะสมอาหารอยู่ เน้ือในหวั มี 2 ชนิดคอื สขี าว (กลอยหวั เหนียว) และสคี รมี (กลอยไข)่ ใบประกอบ แบบเกลยี ว ผวิ ใบสากมอื มขี นปกคลุม ใบย่อย 3 ใบ ดอกเป็นแบบแยกแขนง แยกเพศอย่คู นละต้น สเี ขยี ว ออกตามซอกใบ ผลแก่แตกได้ มสี นี ้าผ้งึ เมลด็ กลมแบน มปี ีกบางใสรอบเมลด็ พบตามทล่ี ุ่มต่า ป่ าเตง็ รงั ป่ าผสม และป่ าดงดบิ ออกดอก ชว่ งเมษายน-มถิ ุนายน ส่วนที่นามาบริโภค : หวั นามาประกอบอาหาร หรอื ทาของหวาน ฤดกู าลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ : ทงั้ ปี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128