แผนการจัดการเรยี นรมู้ ุ้งเน้นสมรรถนะ 30 ชือ่ หน่วย หนว่ ยที่ 3 สาเหตุและทฤษฎีของการเกิดอุบตั ิเหตุ สอนครั้งท่ี 3 จำนวน 2 ชวั่ โมง 1. หัวข้อเรอ่ื ง 1.1 ความสำคญั ของการป้องกันและควบคมุ มลพษิ 1.2 ประเภทของมลพษิ ทางอตุ สาหกรรม 1.3 มาตรการปอ้ งกันและควบคมุ มลพิษ 1.4 สาเหตกุ ารเกดิ ความไม่ปลอดภัยในสถานประกอบการ 1.5 ประโยชนข์ องการปอ้ งกนั และควบคมุ มลพษิ 2. สาระสำคญั มลพิษนับวันจะทวคี วามรุนแรงเพ่ิมมากข้ึนตามอัตราการเพิ่มขึน้ ของประชากร รวมทั้งการขยายตัวของ เมือง การจราจร และการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ ที่มีประชากรและการจราจรหนาแน่น มี โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ย่อมจะมีมลพษิ เกิดขึ้นมากมายในระดับท่ีเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของ ประชาชน และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะตอ้ งมีการป้องกันและควบคุมโดยตรงท่ี แหล่งกำเนิดมลพิษ มีมาตรการและการดำเนินการปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าท่ี ควบคุมดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษ ตลอดทั้งภาคเอกชนก็จะต้องให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการเข้าร่วมแก้ไข ปญั หามลพษิ ดว้ ยเช่นกนั 3. สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจำหน่วย) แสดงความรู้เกีย่ วกบั การป้องกนั และควบคุมมลพิษ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรยี นร)ู้ สมรรถนะทวั่ ไป (ทฤษฎ)ี 1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั ความสำคญั ของการป้องกนั และควบคุมมลพิษ 2. แสดงความรเู้ กย่ี วกับประเภทของมลพิษทางอตุ สาหกรรม 3. แสดงความรู้เก่ยี วกบั มาตรการป้องกันและควบคมุ มลพษิ 4. แสดงความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการปอ้ งกนั และควบคุมมลพิษ สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์ (ทฤษฎ)ี เมื่อผูเ้ รียนได้ศึกษาเนอ้ื หาในบทนีแ้ ล้ว ผู้เรียนสามารถ 1. บอกความรเู้ กีย่ วกบั ความสำคญั ของการป้องกันและควบคมุ มลพษิ ได้ 2. จำแนกประเภทของมลพษิ ทางอตุ สาหกรรมได้ 3. บอกมาตรการปอ้ งกันและควบคมุ มลพิษได้ 4. บอกประโยชนข์ องการปอ้ งกนั และควบคมุ มลพษิ ได้
แผนการจัดการเรียนรูม้ ุ้งเน้นสมรรถนะ 31 ช่อื หนว่ ย หนว่ ยท่ี 3 สาเหตุและทฤษฎีของการเกดิ อุบตั เิ หตุ สอนคร้งั ที่ 3 จำนวน 2 ช่ัวโมง 5. กิจกรรมการเรยี นการสอน ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ได้กำหนดกิจกรรมการ เรียนการสอนใหผ้ เู้ รียนได้เกิดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ MIAP และใช้เทคนิคการ จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning แบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning group) โดยมี ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนี้ กิจกรรมการเรียนการสอน (สอนครัง้ ท่ี 3 ) เวลา 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 1. ครูผสู้ อนช้แี จงรายละเอยี ดเก่ียวกับ จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวชิ า และคำอธบิ ายรายวชิ า การ วดั และประเมินผลการเรียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และขอ้ ตกลงในการจัดการเรียนการสอน 2. ครผู ูส้ อนแสดงตวั อย่างเกย่ี วกับสาเหตุและทฤษฎีของการเกิดอุบัติเหตุ 3. ครผู ู้สอนถา่ ยทอดความรู้ ในหนว่ ยท่ี 3 เรอ่ื งสาเหตุและทฤษฎขี องการเกดิ อุบัติเหตุ 4. ครูผู้สอนแสดงใบงานหน่วยท่ี 3 พรอ้ มอธิบายขน้ั ตอนการปฏบิ ัติตามใบงาน 5. ครูผู้สอนให้ผูเ้ รยี นแบง่ กลมุ่ และปฏิบัติตามใบงานหนว่ ยท่ี 3 6. ครูผู้สอนประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้เรียน และให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียน ประจำสัปดาห์ ครูเนน้ ย้ำให้ผเู้ รียนตระหนักถงึ หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งในสว่ นของความรับผิดชอบ ในด้านการเรียน ตระหนักถึงความมีวินัย ตรงต่อเวลา และมีจิตอาสาในการปฏิบัติงานร่วมกันในการ ทำงาน 6. ส่ือการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน 2. เอกสารประกอบการเรียน 3. ส่ือนำเสนอ Power Point 7. งานทมี่ อบหมาย /กิจกรรม ใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั เสรมิ ทักษะ ทา้ ยหน่วยการเรยี นท่ี 3 8. การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ 1. สมรรถนะทีพ่ ึงประสงค์ -ทำแบบฝกึ หดั เสรมิ -แบบฝกึ หัดเสรมิ ทักษะ -ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 ทกั ษะท้ายหน่วย ท้ายหนว่ ย -ปฏิบตั ติ ามใบงาน -แบบประเมินผลการ ปฏิบตั ิงาน 2. คุณลกั ษณะอันพงึ -ประเมนิ คณุ ลักษณะอนั -แบบประเมนิ -ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 80 ประสงค์ พึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์
ใบความรูห้ น่วยที่ 3 สาเหตุและทฤษฎขี องการเกิดอุบตั เิ หตุ 1. องคป์ ระกอบสำคญั ของการเกดิ อุบัติเหตุ อุบตั เิ หตจุ ะเกดิ ขึน้ ไดเ้ นือ่ งมาจากองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ 1.1 แหล่งหรือต้นตอของอันตราย (Hazard Source) หมายถึง ตัวการที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บแก่ บุคคลหรือนำมาซึง่ ความเสียหายแก่ทรพั ย์สิน เช่น ระเบยี งท่ีไมม่ ีราวก้ัน ชดุ สายพานขับที่ ไม่มีฝาครอบ วัสดุท่ีวาง ซอ้ นกนั หลายชั้น หรอื แมแ้ ต่หมอ้ นา้ํ ท่มี ขี นาดใหญก่ ถ็ ือไดว้ ่าเปน็ แหล่งอนั ตราย หากเกิดระเบดิ ข้ึน เปน็ ต้น สง่ิ เหล่านี้ จดั ไดว้ ่าเปน็ แหลง่ อันตรายยอ่ มนำมาซ่งึ การบาดเจบ็ ของพนกั งานและความเสียหายแกท่ รพั ย์สนิ ของบรษิ ทั 1.2 สิ่งที่ไดร้ ับจากการเกิดอบุ ัตเิ หตุ (Receiver) การเกิดอบุ ัตเิ หตุใดๆ กต็ ามย่อมนำมาซึ่งอันตรายที่จะ สง่ ผลตอ่ ความสญู เสียแก่บุคคลหรือทรพั ย์สนิ เชน่ การระเบดิ ของหม้อนํ้า อนั ตรายที่ไดร้ บั จากการระเบิดของหมอ้ นํา้ กค็ อื พนักงานในโรงงานได้รบั บาดเจ็บและอนั ตรายดังกล่าวอาจสง่ ผลกระทบต่อ ความเสยี หายของอุปกรณ์เคร่ืองมือ เครอื่ งจักร รวมถงึ โครงสร้างอาคาร เปน็ ต้น นอกจากนบี้ างครั้งอนั ตรายทีเ่ กิดจากทีห่ นง่ึ อาจจะส่งผลทำให้เกิดแหล่ง หรอื ตน้ ตอของอนั ตรายกบั อกี ท่ีหน่ึงกเ็ ปน็ ไปได้ 1.3 การสมั ผสั กนั (Contract) เป็นการสมั ผัสกนั ระหว่างแหลง่ อนั ตรายกบั สิง่ ท่ีไดร้ บั อนั ตรายจดั เปน็ การ ส่งถ่ายอันตรายที่เกดิ ข้ึนจากแหล่งหรือต้นตอของอันตรายไปยังส่ิงที่ได้รบั อันตราย ซึ่งอาจเป็นบคุ คลหรือทรัพย์สิน ตา่ งๆ อันนำมาซ่ึงการบาดเจ็บและความเสยี หายตามมา 2. สาเหตุของการเกดิ อบุ ตั ิเหตุ อุบตั ิเหตุต่างๆ ที่เกิดขึน้ ย่อมมีท่ีมาหรอื สาเหตุของการเกดิ และตอ้ งมีองคป์ ระกอบต่างๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกัน มิฉะนน้ั แลว้ อุบตั เิ หตุไม่สามารถเกดิ ข้นึ มาได้ จากการศึกษาของ H.W. Heinrich ซ่ึงเป็นบุคคลทีไ่ ด้รบั การยอมรบั ในด้านความ ปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเขาได้กล่าวไว้เมื่อ ค.ศ. 1920 เกี่ยวกับผลการวิจัยถึงสาเหตุของการเกิด อบุ ัตเิ หตุ พอจะสรปุ ได้ 3 ประการ ดังน้ี 2.1 สาเหตทุ ่ีเกิดมาจากคน (Human Failure) พบอตั ราการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดคิดเป็นเปอรเ์ ซน็ ต์มากถึง 88% การกระทำของคนที่ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย เช่น การประมาท การมีนิสัยชอบเสี่ยง การพลั้งเผลอ การ รูเ้ ท่าไม่ถงึ การณ์ เป็นต้น 2.2 สาเหตุทีเ่ กดิ มาจากความผิดพลาดของอปุ กรณ์ เคร่อื งมอื เครื่องจกั รในการทำงาน (Equipment Failure) พบอัตราการเกดิ อุบตั ิเหตุคิดเป็นเปอร์เซน็ ต์เพียง 10% จากจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุท้งั หมด ตัวอย่าง การเกิดอุบัติเหตุทางด้านนี้ เช่น การชำรุดของชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องจักรเครื่องจักรไม่มีการ์ดป้องกัน การวางผัง โรงงานทไ่ี ม่เหมาะสม การจดั สภาพแวดล้อมที่ไม่ถกู ตอ้ ง เปน็ ต้น 2.3 สาเหตุที่เกิดจากภัยธรรมชาติ (Nature Failure) เป็นสาเหตุที่อยู่นอกเหนือจากสองสาเหตุที่กล่าวมาขา้ งต้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่พบเพียง 2% เท่านั้น สาเหตุของอุบัติเหตุที่พบจากภัยธรรมชาติ เช่น การเกิดพายุ นํ้าท่วม ฟ้าผ่า เปน็ ตน้ ต่อมาใน ค.ศ. 1931 H.W. Heinrich ได้สรุปสาเหตุของอุบัติเหตุที่สำคัญได้ 2 ประการ ซ่ึงได้ตีพิมพ์ใน หนังสอื เรื่อง Industrial Accident Prevention คือ 2.3.1 การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Act) เป็นสาเหตุใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 85 จากจำนวน อุบัตเิ หตุทัง้ หมด 2.3.2 สภาพการณท์ ไ่ี มป่ ลอดภยั (Unsafe Conditions) เป็นสาเหตรุ องลงมา คดิ เป็นร้อยละ15 จาก จำนวนอบุ ัติเหตทุ ั้งหมด
3. ทฤษฎีการเกิดอุบตั ิเหตุ แนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎีการเกิดอบุ ัติเหตุได้มีผู้กล่าวถึงไว้มาก แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงทฤษฎีที่สำคัญๆเพยี ง 4 ทฤษฎี คอื ทฤษฎโี ดมิโน ทฤษฎกี ารขาดดลุ ยภาพ ทฤษฎคี วามลา้ และทฤษฎกี ารเกิดอุบัตเิ หตุ 3.1 ทฤษฎโี ดมโิ น 3.1.1 ลกั ษณะพนื้ ฐานทางสงั คม 3.1.2 ความบกพรอ่ งทางกายและจิตใจส่วนบุคคล 3.1.3 การกระทำและสภาพการณ์ทไี่ ม่ปลอดภัย 3.1.4 อุบตั เิ หตุ 3.1.5 การบาดเจ็บและการสูญเสีย 3.2 ทฤษฎกี ารขาดดุลยภาพ ผู้เสนอแนวคิดนี้ได้แก่ นายแพทยว์ จิ ิตร บุญยะโหตระ ได้กล่าวไว้เมื่อ พ.ศ. 2530 เกี่ยวกบั การขาดดุลย ภาพระหว่างพฤติกรรมของคนกับระบบการทำงาน 3.3 ทฤษฎีความล้า Grandjean ได้กล่าวไว้เมื่อ พ.ศ. 2514 โดยระบุว่าความล้าที่สะสมในร่างกายของมนุษย์จะส่งผลต่อ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ปัจจัยที่ทำให้เกิดความล้าในร่างกาย ได้แก่ ลักษณะของงานที่ทำ ระยะเวลาในการทำงาน สภาพรา่ งกาย รวมถึงสภาพแวดลอ้ มต่างๆ 3.4 ทฤษฎีการเกดิ อุบตั ิเหตุ กองทัพบกของประเทศสหรัฐอเมริกาได้กล่าวถึงที่มาของสาเหตุความผิดพลาดอันก่อให้เกิดอุบัติเหตุไว้ 3 ประการ ดังนี้ 3.4.1 ความผิดพลาดจากการบรหิ ารจัดการ (Management Error) 3.4.2 ความผดิ พลาดจากระบบการทำงาน (System Error) 3.4.3 ความผดิ พลาดจากผู้ปฏิบัตงิ าน (Human Error) 4. การสญู เสยี อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งที่ตามมาคือการสูญเสียซึ่งมิอาจหลีกเลี่ยงได้ การสูญเสียที่เกิดขึ้นจำแนกได้ 2 ลักษณะ คอื 4.1 การสูญเสียทางตรง (Direct Loss) เปน็ การสญู เสียที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน อันเกิดจาก การบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือตาย การสูญเสียประเภทนี้สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้เป็นค่าใช้จ่ายทาง ตรงทผ่ี ปู้ ระกอบการจะตอ้ งจา่ ยตามจริงหรอื ตามกฎหมายแรงงานทก่ี ำหนดไว้ 4.2 การสูญเสยี ทางออ้ ม (Indirect Loss) เปน็ การสูญเสยี อนั เปน็ ผลสืบเน่อื งมาจากการสญู เสยี ทางตรง และส่วนใหญส่ ามารถนำมาประเมนิ เปน็ ค่าใชจ้ ่ายตา่ งๆ ทางออ้ มได้ 5. มาตรการพ้ืนฐานของการดำเนินงานด้านความปลอดภัย มาตรการสำคัญท่นี ิยมและไดร้ ับการยอมรับในการดำเนนิ งานด้านความปลอดภัย คอื การใช้หลกั การของ 3 E หลักการนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายและเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยในด้านต่างๆ หลกั การ 3 E ประกอบด้วย
5.1 วิศวกรรม (Engineering) E ตัวแรก เป็นการใช้ความรคู้ วามสามารถทางวิศวกรรมในการออกแบบ หรือปรับปรุงแก้ไขปัญหาทางกายภาพต่างๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความปลอดภัย เช่น การออกแบบ เครื่องจักร การปรับปรุงอุปกรณ์ใช้งาน การจัดวางผังโรงงาน การควบคุมอุณหภูมภิ ายในโรงงาน การจัดระบบแสง สวา่ ง การถา่ ยเทอากาศ เปน็ ตน้ 5.2 การศึกษา (Education) E ตัวที่สอง เป็นการอบรมและเสรมิ สร้างองค์ความรู้ให้แกพ่ นักงานทั้งใน สว่ นของพนกั งานใหมแ่ ละพนักงานเกา่ เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจในการปฏบิ ตั งิ านท่ีถูกต้องและปลอดภยั รวมถึง การเรยี นรู้ถึงการปอ้ งกันการเกิดอุบตั เิ หตุ 5.3 การออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ (Enforcement) E ตัวที่สาม เป็นการกำหนดแนวทาง การปฏบิ ัติในการทำงานเพ่ือความปลอดภยั ตลอดจนการออกกฎขอ้ บังคับและมาตรการลงโทษในกรณีที่มีพนักงาน ฝ่าฝืนหรอื ไม่ปฏบิ ัติตาม ท้ังนี้เพอื่ ใหก้ ารทำงานเป็นไปด้วยความเรยี บรอ้ ยและปลอดภยั และเป็นการปลูกฝังจติ สำนึก ในการทำงานของพนกั งานดา้ นความปลอดภยั อกี ทางหน่ึงด้วย 6. ผลท่ีไดร้ บั จากการกำหนดมาตรการความปลอดภัย การกำหนดมาตรการความปลอดภัยที่ดีในสถานประกอบการย่อมส่งผลให้เกิดประโยชน์ในหลายๆ ด้านตามมา พอจะสรปุ ไดด้ ังน้ี 6.1 ส่งผลต่อการลดตน้ ทนุ ในการผลิต 6.2 บรรยากาศนา่ ทำงานเนือ่ งจากมีความปลอดภยั 6.3 พนักงานมีขวัญและกำลงั ใจทดี่ ใี นการทำงาน 6.4 ผลผลติ ของกิจการเพ่ิมสงู ขึ้น 6.5 กำไรจากการดำเนินงานเพม่ิ มากขึน้ 6.6 ช่อื เสียงและภาพลกั ษณ์ของกจิ การดขี ึน้ 6.7 เป็นการรกั ษาไวซ้ ่ึงทรพั ยากรทม่ี ีคุณคา่ ของประเทศ
ชื่อ-สกุล…………………………………………………………….ระดบั ช้ัน………………รหัสประจำตวั ……………………………………… ใบงานท่ี 3 สาเหตแุ ละทฤษฎีของการเกิดอุบัติเหตุ 1. จงอธิบายเปรียบเทยี บแนวคิดของการเกิดอบุ ัติเหตใุ นอดตี และปัจจุบันว่าเปน็ อย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. จงอธบิ ายองค์ประกอบของการเกิดอบุ ัติเหตุ พรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบมา 3 ตวั อยา่ ง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. สาเหตุสำคัญของการเกดิ อบุ ัติเหตแุ บง่ ออกไดก้ ่ีประการ อะไรบา้ ง พร้อมยกตัวอย่างสาเหตขุ องอบุ ัตเิ หตุในแต่ละ ด้านประกอบอยา่ งละ 5 ข้อ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. สาเหตุของอบุ ัตเิ หตสุ ่วนใหญ่เกดิ จากอะไร พร้อมแสดงเหตุผลประกอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 5. จงยกตัวอย่างลักษณะการทำงานที่อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามทฤษฎีความล้ามา 3 ตัวอย่าง พร้อมอธิบาย ประกอบและเสนอแนะแนวทางการปรบั ปรงุ เพื่อความปลอดภัย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
Search
Read the Text Version
- 1 - 8
Pages: