ขั้นท่ี 5 ประเมนิ ผล ( 10 นาที ) 11. ครูสังเกตและประเมินพฤติกรรมของนักเรียนในขณะที่ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมและ การนาเสนอผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม วัสดุ/อุปกรณ์ สื่อและแหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียนฟสิ ิกส์ ม.6 เล่ม 1 สงั กัด อจท. 2. หนังสอื เรยี นฟิสกิ ส์ ม.6 เล่ม 5 สังกัด สสวท. 3. PowerPoint เรือ่ ง ความรอ้ นและทฤษฎีจลนข์ องแกส๊ 4. หอ้ งเรยี น 5. ห้องสมดุ 6. แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ 7. ใบงานท่ี 2.5 ทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ การวัดผลและประเมนิ ผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน 1. นักเรียนอธิบายความสัมพันธ์ ตรวจใบงาน ใบงานท่ี 2.5 ทฤษฎี ได้ระดับคุณภาพดี ระหว่างความดันและพลังงาน จลน์ของแกส๊ จงึ ผา่ นเกณฑ์ จลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊ส ได้ (K) 2. นักเรียนสามารถคานวณหา สังเกตและประเมินการ แ บ บ ป ร ะ เ ม ิ น ก า ร ได้ระดับคุณภาพดี ความดันและพลังงานจลน์เฉลี่ย ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ปฏิบัติกิจกรรมการ จงึ ผ่านเกณฑ์ ของโมเลกุลของแก๊ส และ คานวณ อัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของ โมเลกุลของแก๊สจากปริมาณที่ เกย่ี วข้องได้ (P) 4. มีความอยากรู้อยากเห็น (A) สังเกตและประเมินการ แบบประเมินการความ ได้ระดับคุณภาพดี ความอยากรอู้ ยากเหน็ อยากรู้อยากเห็น จึงผ่านเกณฑ์ 5. คุณลักษณะด้านความใฝ่ สังเกตพฤตกิ รรม แ บ บ ป ร ะ เ ม ิ น ค ุ ณ - ได้ระดับคุณภาพดี เรียนรู้ ลักษณะอันพึงประสงค์ จึงผ่านเกณฑ์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ ความคิดเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................................ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา (…………………….………….……….………………………….) ........./........................./.........
การประเมินด้านความรู้ (K) เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน ประเดน็ การประเมิน คะแนน 4 321 การคานวณหาความดันและพลังงาน ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานมีความ จลนเ์ ฉลย่ี ของแก๊ส หาไดจ้ ากสูตรดังต่อ กับประเด็นการ กับประเด็นการ กับประเด็นการ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ‹ ›ไปน้ี PV = 1mN V23 ประเมิน เนื้อหา ประเมนิ สว่ นใหญ่ ประเมิน เนื้อหา ป ร ะ เ ด ็ น ก า ร ‹ ›PV = NkBT, Ek = 23kBT สาระของผลงาน เนื้อหาสาระของ สาระของผลงาน ประเมินเนื้อหา ถูกต้องครบถว้ น ผลงานถูกต้องแต่ ถูกต้องเป็นบาง สาระแค่บางส่วน การหาอัตราเร็วของโมเลกุลแก๊ส หาได้ ยังมีข้อบกพร่อง ป ร ะ เ ด ็ น แ ต่ และมีข้อบกพร่อง จากสตู ร ดังตอ่ ไปนี้ Vrms = √3������ เล็กนอ้ ย ม ี ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง มาก ������ Vrms = √3������������������ , Vrms = √3������������ , บางสว่ น ������ ������ ‹ ›Vrms = √ V 2 เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ดมี าก 4 อยูใ่ นระดับ ดี 3 อย่ใู นระดับ พอใช้ 2 อยใู่ นระดับ ปรบั ปรงุ 1 อยู่ในระดับ
การประเมนิ ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) เกณฑก์ ารประเมินการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการคานวณ ประเด็นการประเมนิ 3 ระดับคะแนน 1 2 1.การว ิเคราะห์โ จทย์ บอกส่งิ ท่ีโจทยใ์ ห้มา และ บอกสงิ่ ท่โี จทยใ์ ห้มา และ บอกสิ่งท่ีโจทยใ์ หม้ า และ ปญั หา สิ่งที่โจทย์ต้องการได้ สิ่งที่โจทย์ต้องการได้ สิ่งที่โจทย์ต้องการได้ อย่างถูก และเขียน และเขียนสมการการ และเขียนสมการการ สมการการคานวณของ โจทยไ์ ดอ้ ยา่ งถูกต้อง ค านวณของโจทย์ได้ คานวณของโจทยไ์ ด้ อยา่ งถูกต้อง 2.เลือกสูตรที่เหมาะสม เลือกสูตรการคานวณที่ เลือกสูตรการคานวณที่ เลือกสูตรการคานวณท่ี และสมั พันธก์ ับโจทย์ สัมพันธ์กับสิ่งที่โจทย์ สัมพันธ์กับสิ่งที่โจทย์ สัมพันธ์กับสิ่งที่โจทย์ ต้องการให้หาได้อย่าง ต้องการให้หาได้อย่าง ต้องการให้หาได้ แต่ไม่ ถกู ตอ้ งและเหมาะสม ถกู ต้อง สามารถหาค าตอบที่ ถกู ตอ้ งได้ 3.การแทนค่าและแสดงวิธี การแทนค่าของตัวแปร การแทนค่าของตัวแปร การแทนค่าของตัวแปร หาคาตอบ ในโจทย์ได้อย่างถูกต้อง ในโจทย์ได้อย่างถูกต้อง ในโจทย์ได้ และแสดง แสดงวิธีการคานวณเป็น แสดงวิธีการคานวณเป็น วิธกี ารคานวณได้ ลาดบั ขั้นตอนชดั เจนและ ล าดับขั้นตอนและได้ ได้ค าตอบที่ถูกต้องมี คาตอบทถ่ี กู ต้อง ความแมน่ ยา 4.ตรวจสอบค าตอบของ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ โจทย์ และระบุหน่วยได้ คาตอบของโจทยไ์ ด้อย่าง คาตอบของโจทยไ์ ด้ และ คาตอบของโจทย์ได้บ้าง ชดั เจน ถูกต้อง และระบุหน่วย ระบหุ นว่ ยไดช้ ัดเจน เล็กน้อย และระบุหน่วย ได้ชัดเจน ได้ เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ 9 – 12 อยู่ในระดบั ดีมาก 5 – 8 อยูใ่ นระดบั ดี 1 – 4 อยใู่ นระดับ พอใช้
การประเมินดา้ นเจตคติ (A) เกณฑ์การประเมนิ การมีความอยากรู้อยากเหน็ ประเด็นการประเมิน 3 คะแนน 1 2 มีความพยายามที่จะ พยายามหาความรู้ใหม่ๆ มีการแสวงหาความรู้บ้าง ไม่มีการแสวงหาความรู้ เสาะแสวงหาความรู้ใน อยู่เสมอ ซึ่งไม่สามารถ นาความรู้ที่มีอยู่เดิมมา ใดๆ ใช้เพียงความรู้เดิม ส ถ า น ก า ร ณ ์ ใ ห ม่ ๆ อธิบายได้ด้วยความรู้ที่มี อธิบายเล็กน้อย จึงทาให้ ที่มีอยเู่ ทา่ นั้น ไมเ่ กดิ การ ต ร ะ ห น ั ก ถ ึ ง ค ว า ม อยู่เดิม เพื่อให้เกิดการ เกดิ การเรยี นร้ไู ด้น้อย ซ่ึง เรียนรู้เท่าที่ควร และไม่ สาคัญของการแสวงหา เรียนรู้ และใช้ความรู้ที่ อ า จ ป ร ั บ ใ ช ้ ไ ด ้ กั บ สามารถแก้ไขต่างๆ ได้ ข้อมูลเพิ่มเติม และช่าง ได้ในการแก้ปัญหา หรือ ช ี ว ิ ต ป ร ะ จ า ว ั น แ ค่ ไม่ใหค้ วามสาคญั กับการ ซัก ช่างถาม ช่างอ่าน ใช้กับชีวิตประจาวันได้ บางส่วน ให้ความสาคัญ เรียนรู้เท่าที่ควร และไม่ เพื่อให้ได้ค าตอบเป็น ให้ความสาคัญกับการ กับการเรียนรู้บ้าง แต่ไม่ มีการสังเกต หรือเกิด ความรู้ที่สมบูรณ์แบบ เรียนรู้ เป็นผู้กระตือ- มีความกระตือรือร้นใน ความสงสยั เท่าท่คี วร ย่ิงขน้ึ รือร้นในการเรียนหรือ การเรียนหรือแสวงหา แสวงหาความรอู้ ยู่เสมอ ความรู้ และรู้จักถามเมื่อ และช่างสงสัย สังเกต มีข้อสงสัยจากการได้ รู้จักถามเมื่อมีข้อสงสัย สังเกตบ้าง ท าให้ ได้ ท าให้ได้ค าตอบที่เป็น ค าตอบที่เป็นความรู้ ความรู้ที่สมบูรณ์แบบ เพ่มิ เตมิ จากความรเู้ ดิม ยิ่งข้นึ เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ดมี าก 3 อยใู่ นระดับ ดี 2 อยูใ่ นระดับ พอใช้ 1 อยูใ่ นระดับ
การประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ดา้ นใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงคด์ า้ นใฝเ่ รียนรู้ ตัวชี้วัดและพฤติกรรมบ่งช้ี ตวั ชวี้ ัด พฤติกรรมบ่งชี้ 4.1 ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน 4.1.1 ตัง้ ใจเรยี น และเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ 4.1.2 เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้ 4.1.3 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรูต้ ่างๆ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ 4.2.1 ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ ส่ือ ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เทคโนโลยีต่างๆ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม และเลอื กใชส้ อ่ื ได้อย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ 4.2.2 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากสิ่งที่เรียนรู้ สรุป ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนาไปใช้ เปน็ องค์ความรู้ ในชีวติ ประจาวันได้ 4.2.3 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ และนาไปใช้ใน ชีวิตประจาวนั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใช้ข้อมูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผู้สอน) พฤตกิ รรมบ่งช้ี 32 1 ตามข้อ 4.1 – 4.2 เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน และมีส่วนร่วมใน เรียน และมีส่วนร่วมใน เรียน และมีส่วนร่วมใน การเรียนรู้ และเข้าร่วม การเรียนรู้ และเข้าร่วม การเรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก บอ่ ยครัง้ เปน็ บางครงั้ โรงเรยี นเป็นประจา
ระดบั เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ดเี ย่ยี ม 3 อยใู่ นระดับ ดี 2 อยู่ในระดบั ผ่าน 1 อยูใ่ นระดับ ไมผ่ า่ น 0 อยู่ในระดับ หมายเหตุ นักเรยี นสามารถทางานได้ 2 คะแนนขึ้นไปจงึ จะผ่านเกณฑ์
การประเมนิ ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) แบบประเมนิ การปฏิบตั ิกิจกรรมการคานวณ รายช่ือสมาชกิ …………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………….………………………………………………………………………………………………………………………… คาชแี้ จง: ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี น แล้วขดี ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน ประเดน็ การประเมิน ระดับคะแนน 3 21 1.การวิเคราะห์โจทยป์ ัญหา 2.เลือกสตู รที่เหมาะสมและสัมพนั ธ์กับ โจทย์ 3.การแทนค่าและแสดงวธิ ีหาคาตอบ 4.ตรวจสอบคาตอบของโจทย์ และระบุ หน่วยได้ชัดเจน รวมคะแนน ผลการประเมนิ อย่ใู นระดบั เกณฑ์การใหค้ ะแนน ดมี าก 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถึง เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ดมี าก 9 – 12 อย่ใู นระดบั ดี 5 – 8 อย่ใู นระดับ พอใช้ 1 – 4 อยู่ในระดบั
การประเมินดา้ นเจตคติ (A) แบบประเมินการมีความอยากร้อู ยากเหน็ รายช่ือสมาชิก…………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………….………………………………………………………………………………………………………………………… คาชีแ้ จง: ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ประเด็นการประเมนิ 3 คะแนน 1 2 มีความพยายามที่จะเสาะ แสวงหาความรู้ในสถาน การณ์ใหม่ๆ ตระหนักถึง ความสาคัญของการแสวงหา ข้อมูลเพิ่มเติม และช่างซัก ช่างถาม ช่างอ่าน เพื่อให้ได้ คาตอบเป็นความรู้ที่สมบูรณ์ แบบย่งิ ขึ้น รวมคะแนน ผลการประเมนิ อยู่ในระดบั เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ดมี าก 3 อยใู่ นระดับ ดี 2 อย่ใู นระดบั พอใช้ 1 อยู่ในระดบั
การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ใฝ่เรียนรู้) นกั เรยี นระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/1 คาชแ้ี จง: ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชอื่ - นามสกลุ คะแนน 1 ท่ี 32 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ดเี ยย่ี ม 3 อยู่ในระดับ ดี 2 อยใู่ นระดับ ผ่าน 1 อยใู่ นระดบั ไมผ่ า่ น 0 อยูใ่ นระดบั หมายเหตุ นกั เรยี นสามารถทางานได้ 2 คะแนนขึ้นไปจงึ จะผ่านเกณฑ์
บนั ทกึ หลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกจิ กรรม ตารางท่ี 1 ผลการประเมินด้านความรู้ (K) ลาดบั ที่ ระดบั ช้นั จานวน ดมี าก (4) สรปุ ผลการประเมนิ รวม นกั เรยี น รวม ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5 ตารางท่ี 2 ผลการประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ (P) ลาดับท่ี ระดบั ช้ัน จานวน สรปุ ผลการประเมนิ รวม นกั เรียน ดมี าก (9 – 12) ดี (5 – 8) พอใช้ (1 – 4) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 รวม 3 ม.6/4 4 ม.6/5
บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ผลการจดั กจิ กรรม ตารางท่ี 3 ผลการประเมนิ ดา้ นเจตคติ (A) ลาดบั ที่ ระดับชนั้ จานวน ดีมาก (3) สรุปผลการประเมนิ พอใช้ (1) รวม นกั เรยี น รวม ดี (2) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5 ตารางที่ 4 ผลการประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ลาดับที่ ระดับชน้ั จานวน ดมี าก (3) สรุปผลการประเมิน ไม่ผา่ น (0) รวม นักเรียน รวม ดี (2) ผา่ น (1) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5
บันทกึ หลังการสอน ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ผลการสอน ด้านความร.ู้ ................................................................................................................. ....................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ดา้ นทกั ษะ.................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................................................................................. ............... ............................................................................................................................................................................ ด้านเจตคติ......................................................................... ................................................................... ............... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ด้านสมรรถนะ........................................................................ ............................................................................. ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์................................................................................................... ......................... ปญั หา/อุปสรรค.................................................................................................................................... .............. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ............... แนวทางการแก้ไข..................................................................................................... ........................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ หมายเหต.ุ .................................................................................................................... ........................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………………....................... ลงช่อื ..........................................................ผู้สอน (.............................................................) ........./........................./.........
ใบงานท่ี 2.5 ทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่างความดนั และพลังงานจลน์เฉลีย่ ของโมเลกลุ ของแกส๊ ได้ (K) 2. คานวณหาความดันและพลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊ส และอัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของ โมเลกลุ ของแก๊สจากปริมาณท่ีเกยี่ วข้องได้ (P) 3. ความใฝเ่ รียนรแู้ ละอยากรอู้ ยากเห็น (A) คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรยี นคานวณปริมาณท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั ทฤษฎจี ลน์ของแก๊สจากโจทย์ที่กาหนดให้ต่อไปนใี้ ห้ถูกต้อง 1) แก๊สอะตอมเดี่ยวชนิดหนึ่งที่อุณหภูมิ 227 องศาเซลเซียส อยากทราบว่า พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุล ของแก๊สจะมคี ่าเทา่ กับเท่าใด ......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... .................................................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. .......................................... 2) พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊สอะตอมเดี่ยวชนิดหนึ่งจะลดลงร้อยละเท่าใดจากเดิม หากเดิม แก๊สชนิดนี้มีอุณหภมู ิ 127 องศาเซลเซยี ส แลว้ ลดลงเหลอื เพียง 27 องศาเซลเซียส ......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ............. ....................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ................................... .......................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 19 กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30205 รายวิชา ฟิสิกส์ 5 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ความรอ้ นและทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ เร่อื ง พลังงานในระบบ วันท…่ี …….เดือน……………พ.ศ……………… เวลา……………………น. จานวน 1 ช่ัวโมง ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ผสู้ อน นางสาวไขม่ กุ สพุ ร สาระฟิสกิ ส์ 4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกับการเปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยุ่นของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุง และหลักของอาร์คิมีดิส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคติ และสมการแบรน์ ลู ลี กฎของแก๊ส ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊สอุดมคติและพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรงนวิ เคลยี ร์ ปฏิกิรยิ านิวเคลยี ร์ พลงั งานนิวเคลยี ร์ ฟิสกิ สอ์ นุภาค รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ อธิบายและคานวณงานที่ทาโดยแก๊สในภาชนะปิดโดยความดันคงตัว และอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างความร้อน พลังงานภายในระบบ และงาน รวมทงั้ คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเี่ กีย่ วข้องและนาความรู้เรื่อง พลงั งานภายในระบบไปอธิบายหลักการทางานของเคร่ืองใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความรอ้ น พลังงานภายในระบบ และงานที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ความร้อนได้ (K) 2. นักเรียนสามารถคานวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับพลังงานภายในระบบจากกฎข้อที่หนึ่งของอุณ หพลศาสตรไ์ ด้ (P) 3. ความใฝเ่ รยี นร้แู ละอยากรู้อยากเห็น (A) สาระการเรียนรู้ ในภาชนะปิดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของแก๊สโดยความดันคงตัว งานที่เกิดขึ้น คานวณได้จาก สมการ W=P∆V
โมเลกุลของแก๊สอุดมคติในภาชนะปิดจะมีพลังงานจลน์ โดยพลังงานจลน์รวมของโมเลกุลเรียกว่า พลังงานภายในของแก๊สหรือพลังงานภายในระบบ ซ่ึงแปรผันตรงกับจานวนโมเลกุลและอุณหภูมิสัมบูรณ์ของ แก๊ส พลังงานภายในระบบมีความสัมพันธก์ ับความร้อนและงาน เช่น เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อนในระบบ ปิด ผลของการถ่ายโอนความร้อนนี้จะเท่ากับผลรวมของพลังงานภายในระบบที่เปลี่ยนแปลงกับงาน เป็นไป ตามกฎการอนรุ กั ษ์พลังงานเรยี กกฎข้อทีห่ นงึ่ ของอุณหพลศาสตร์ แสดงได้ด้วยสมการ Q=∆U+W ความรู้ เรื่อง พลังงานภายในระบบสามารถนาไปประยุกต์ในด้านต่าง ๆ เช่น การทางานของ เครอ่ื งยนต์ความร้อน ตู้เย็น เครอ่ื งปรับอากาศ สาระสาคญั พลังงานทั้งหมดของโมเลกุลของแก๊สในระบบที่ทาการศึกษา เรียกว่า พลังงานภายในระบบ และ เนอื่ งจาก แก๊สอุดมคตจิ ะไมม่ ีแรงอ่นื มากระทาต่อโมเลกุล จึงไมม่ พี ลงั งานศกั ย์ สามารถกลา่ วได้ว่า ผลรวมของ พลังงานจลน์ ทง้ั หมดของโมเลกุลของแก็ส คอื พลังงานภายในระบบเท่าน้ัน สามารถคานวณหาได้จากสมการ U = N���̅���k = ������������NkBT = ������nRT = 3PV ������ 2 การเปลี่ยนแปลงพลังงานภายในระบบ คือ ผลต่างของพลังงานภายในระบบหลังเปลี่ยนแปลงกับ พลังงาน ภายในระบบก่อนเปลี่ยนแปลง สามารถคานวณหาได้จากสมการ ∆������ = U2 – U1 = ������������NkB∆������ = ������������nR∆������ = 23P∆������ งานท่เี กดิ จากการเปล่ียนแปลงพลงั งานภายในระบบ สามารถคานวณไดจ้ ากสมการ W = P∆������ พลังงานภายในระบบจะมีความสัมพันธ์กับความร้อนและงาน เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อนในภาชนะ ปิดหรือระบบปิด ผลของการถ่ายโอนความร้อนนี้จะเท่ากับผลรวมของพลังงานภายในระบบที่เปลี่ยนแปลงไป กับงานที่ระบบกระทาหรอื ถูกกระทาโดยสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน เรียกว่า กฎข้อที่หน่ึง ของอุณหพลศาสตร์ สามารถเขียนแสดงความสัมพันธ์ได้ ดงั สมการ Q = ∆������ + W ความรู้เกี่ยวกับพลังงานภายในระบบหรืออุณหพลศาสตร์สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการสร้าง ประดิษฐ์ หรืออธิบายหลักการในด้านต่าง ๆ เช่น สามารถนาไปอธิบายหลักการทางานของเครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ ดีเซล หรือแม้กระทั่งการท างานของเครื่องท าความเย็น ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็นห รือ เครื่องปรบั อากาศได้
สมรรถนะสาคัญ ความสามารถในการคดิ - ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ - ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (จติ วิทยาศาสตร)์ ความใฝ่เรียนรู้และมีความอยากรู้อยากเห็น นักเรียนแสดงออกถึงความตั้งใจความต้องการทีจ่ ะรู้และ เสาะแสวงหาความร้เู กีย่ วกับส่งิ ตา่ งๆ ทสี นใจหรอื ตอ้ งการค้นพบส่ิงใหม่ แสดงออกได้โดยการถามคาถาม หรือมี ความสงสัยในสิ่งที่สนใจอยากรู้ มีความกระตือรือร้นในการเสาะแสวงหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่สนใจ เพียร พยายามในการเรียนและการทากจิ กรรมต่างๆ แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรู้ต่างๆ อยเู่ สมอ โดยการเลือกใช้ สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และ นาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้ ช้นิ งาน/ภาระงาน ใบงานที่ 2.6 พลังงานภายในระบบ กจิ กรรมการเรยี นรู้ วิธสี อนใช้รปู แบบวงจรการเรียนรู้ 5 ขนั้ ตอน (5E Learning Cycle model) ขั้นที่ 1 ข้ันสรา้ งความสนใจ ( 10 นาที ) 1. ครทู บทวนความร้เู ก่ยี วกับความรอ้ น แกส๊ อุดมคติ และทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส 2. ครใู ชค้ าถามเพือ่ กระตุ้นให้นักเรียนเกดิ การเรียนรู้ โดยมีประเด็นคาถาม ดังน้ี - พลงั งานภายในระบบเก่ียวข้องกบั แกส๊ อยา่ งไร (แนวคาตอบ พลงั งานภายในระบบเป็นการศึกษาพลังงานทงั้ หมดของโมเลกุลของแกส๊ ในระบบ น้นั ) 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาอภิปรายเกี่ยวกับการคานวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ภายในระบบ เพอ่ื เขา้ สูบ่ ทเรียน ข้ันท่ี 2 ขน้ั สารวจและคน้ หา ( 30 นาที ) 4. นักเรยี นแตล่ ะคนศกึ ษากิจกรรมจากใบงานที่ 2.6 พลงั งานภายในระบบ 5. ครชู ้ีแจงจุดประสงค์และวธิ ีการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมให้นกั เรยี นทราบ 6. นกั เรยี นลงมอื ปฏิบตั ิกิจกรรม และรายงานผล
ขน้ั ท่ี 3 ขัน้ สร้างคาอธิบายและลงข้อสรุป ( 10 นาที ) 7. ครใู หน้ ักเรียนศึกษาและทาความเข้าใจเก่ียวกับความหมายของเครื่องหมายของปริมาณท่ีเก่ียวข้องกับ พลงั งานภายในระบบ จากตารางความหมายของเครือ่ งหมายของปริมาณ Q ∆U และ W จากหนังสือเรียน 8. ครูให้นักเรียนปิดหนังสือเรียน จากนั้นครูสุ่มถามเครื่องหมายของปริมาณ Q ∆U และ W โดยให้ นกั เรียนอธิบายหรอื บอกความหมายของปรมิ าณนั้น ๆ 9. ครูนานักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับพลังงานภายในระบบว่า พลังงานภายในระบบจะมีความสัมพันธ์กับ ความร้อนและงาน เช่น เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อนในภาชนะปิด ผลของการถ่ายโอนความร้อนนี้จะเท่ากับ ผลรวมของพลังงานภายในระบบทเ่ี ปลยี่ นแปลงไปกับงานท่ีระบบกระทาหรือถูกกระทาโดยสิ่งแวดล้อม เป็นไป ตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน เรียกว่า กฎข้อที่หนึ่งของอุณหพลศาสตร์ ความรู้เกี่ยวกับพลังงานภายในระบบ หรืออุณหพลศาสตร์สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการสร้าง ประดิษฐ์ หรืออธิบายหลักการในด้านต่าง ๆ เช่น สามารถนาไปอธิบายหลักการทางานของเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ ดีเซล หรือแม้กระทั่งการทางาน ของเครื่องทาความเย็น ไม่ว่าจะเปน็ ตูเ้ ย็นหรือเครอ่ื งปรบั อากาศได้ ข้ันที่ 4 ข้ันขยายความรู้ ( 5 นาที ) 10. ครูให้นักเรียนนาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วสแกน QR Code เรื่อง พลังงานภายในระบบ จาก หนังสอื เรยี น เพือ่ ศึกษาเพ่มิ เติมจากสอื่ ดจิ ิทลั ขั้นที่ 5 ประเมนิ ผล ( 5 นาที ) 11. ครูสังเกตและประเมินพฤติกรรมของนักเรียนในขณะที่ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมและ การนาเสนอผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม วสั ดุ/อุปกรณ์ ส่ือและแหลง่ เรียนรู้ 1. หนังสือเรยี นฟสิ กิ ส์ ม.6 เล่ม 1 สังกดั อจท. 2. หนังสอื เรยี นฟิสกิ ส์ ม.6 เลม่ 5 สังกัด สสวท. 3. PowerPoint เรือ่ ง ความรอ้ นและทฤษฎีจลนข์ องแกส๊ 4. หอ้ งเรียน 5. หอ้ งสมดุ 6. แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ 7. ใบงานที่ 2.6 พลังงานภายในระบบ
การวดั ผลและประเมนิ ผล จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธวี ัด เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ 1. นักเรยี นอธบิ ายความสัมพันธ์ ตรวจใบงาน ใบงานที่ 2.6 พลังงาน ได้ระดับคุณภาพดี ระหว่างความร้อน พลังงาน ภายในระบบ จึงผ่านเกณฑ์ ภายในระบบ และงานที่เกิดขึ้น เนือ่ งจากความรอ้ นได้ (K) 2. นักเรียนสามารถคานวณหา สังเกตและประเมินการ แ บ บ ป ร ะ เ ม ิ น ก า ร ได้ระดับคุณภาพดี ปริมาณที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ปฏบิ ัติกจิ กรรม ปฏิบัติกิจกรรมการ จึงผ่านเกณฑ์ ภายในระบบจากกฎข้อที่หนึ่ง คานวณ ของอณุ หพลศาสตรไ์ ด้ (P) 4. มคี วามอยากรอู้ ยากเห็น (A) สังเกตและประเมินการ แบบประเมินการความ ได้ระดับคุณภาพดี ความอยากรอู้ ยากเห็น อยากรู้อยากเหน็ จงึ ผา่ นเกณฑ์ 5. คุณลักษณะด้านความใฝ่ สังเกตพฤติกรรม แ บ บ ป ร ะ เ ม ิ น ค ุ ณ - ได้ระดับคุณภาพดี เรียนรู้ ลักษณะอันพึงประสงค์ จึงผ่านเกณฑ์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื ................................................................ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา (…………………….………….……….………………………….) ........./........................./.........
การประเมินดา้ นความรู้ (K) เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนใบงาน ประเด็นการประเมนิ คะแนน 4 321 พลังงานทั้งหมดของโมเลกุลของแก๊สในระบบ ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานมี คว า ม ที่ทาการศึกษา เรียกว่า พลังงานภายในระบบ กับประเด็นการ กับประเด็นการ กับประเด็นการ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ และเนื่องจาก แก๊สอุดมคติจะไม่มีแรงอื่นมา ประเมิน เนื้อหา ประเมนิ ส่วนใหญ่ ประเมิน เนื้อหา ป ร ะ เ ด ็ น ก า ร กระท าต่อโมเลกุล จึงไม่มีพลังงานศักย์ สามารถกล่าวได้ว่า ผลรวมของพลังงานจลน์ สาระของผลงาน เนื้อหาสาระของ สาระของผลงาน ประเมินเนื้อหา ทั้งหมดของโมเลกุลของแก็ส คือ พลังงาน ถกู ตอ้ งครบถว้ น ผลงานถูกต้องแต่ ถูกต้องเป็นบาง สาระแค่บางส่วน ยังมีข้อบกพร่อง ป ร ะ เ ด ็ น แ ต่ และมีข้อบกพร่อง ภายในระบบเทา่ น้ันหาได้จากสมการ U = N���̅���k = ������������NkBT = ������nRT = 3PV เลก็ น้อย ม ี ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง มาก บางส่วน ������ 2 การเปลี่ยนแปลงพลังงานภายในระบบ คือ ผ ล ต ่ า ง ข อ ง พ ล ั ง ง า น ภ า ย ใ น ร ะ บ บ ห ลั ง เปลี่ยนแปลงกับพลังงาน ภายในระบบก่อน เปลยี่ นแปลงหาได้จากสมการ ∆������ = U2 – U1 = ������������NkB∆������ = ������������nR∆������ = 32P∆������ งานท่ีเกดิ จากการเปล่ยี นแปลงพลงั งานภายใน ระบบหาไดจ้ ากสมการ W = P∆������ พลังงานภายในระบบจะมีความสัมพันธ์กับ ความร้อนและงาน เมื่อมีการถ่ายโอนความ ร้อนในภาชนะปิดหรือระบบปิด ผลของการ ถ่ายโอนความร้อนนี้จะเท่ากับผลรวมของ พลังงานภายในระบบท่ีเปล่ยี นแปลงไปกับงาน ที่ระบบกระทาหรือถูกกระทาโดยสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน เรียกว่า กฎข้อที่หนึ่งของอุณหพลศาสตร์ เขียนแสดง ความสมั พนั ธ์ได้ ดังสมการ Q = ∆������ + W
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ดมี าก 4 อยู่ในระดับ ดี 3 อยู่ในระดบั พอใช้ 2 อยู่ในระดับ ปรับปรงุ 1 อย่ใู นระดบั
การประเมนิ ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) เกณฑ์การประเมินการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการคานวณ ประเด็นการประเมนิ 3 ระดับคะแนน 1 2 1.การว ิเคราะห์โ จทย์ บอกส่งิ ท่ีโจทยใ์ ห้มา และ บอกสงิ่ ท่โี จทยใ์ ห้มา และ บอกสิ่งท่ีโจทยใ์ หม้ า และ ปญั หา สิ่งที่โจทย์ต้องการได้ สิ่งที่โจทย์ต้องการได้ สิ่งที่โจทย์ต้องการได้ อย่างถูก และเขียน และเขียนสมการการ และเขียนสมการการ สมการการคานวณของ โจทย์ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ค านวณของโจทย์ได้ คานวณของโจทยไ์ ด้ อยา่ งถูกต้อง 2.เลือกสูตรที่เหมาะสม เลือกสูตรการคานวณที่ เลือกสูตรการคานวณที่ เลือกสูตรการคานวณท่ี และสมั พันธก์ ับโจทย์ สัมพันธ์กับสิ่งที่โจทย์ สัมพันธ์กับสิ่งที่โจทย์ สัมพันธ์กับสิ่งที่โจทย์ ต้องการให้หาได้อย่าง ต้องการให้หาได้อย่าง ต้องการให้หาได้ แต่ไม่ ถกู ตอ้ งและเหมาะสม ถกู ต้อง สามารถหาค าตอบที่ ถกู ตอ้ งได้ 3.การแทนค่าและแสดงวิธี การแทนค่าของตัวแปร การแทนค่าของตัวแปร การแทนค่าของตัวแปร หาคาตอบ ในโจทย์ได้อย่างถูกต้อง ในโจทย์ได้อย่างถูกต้อง ในโจทย์ได้ และแสดง แสดงวิธีการคานวณเป็น แสดงวิธีการคานวณเป็น วิธกี ารคานวณได้ ลาดบั ขั้นตอนชดั เจนและ ล าดับขั้นตอนและได้ ได้ค าตอบที่ถูกต้องมี คาตอบทถ่ี กู ต้อง ความแมน่ ยา 4.ตรวจสอบค าตอบของ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ โจทย์ และระบุหน่วยได้ คาตอบของโจทยไ์ ด้อย่าง คาตอบของโจทยไ์ ด้ และ คาตอบของโจทย์ได้บ้าง ชดั เจน ถูกต้อง และระบุหน่วย ระบหุ น่วยไดช้ ัดเจน เล็กน้อย และระบุหน่วย ได้ชัดเจน ได้ เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ 9 – 12 อย่ใู นระดับ ดีมาก 5 – 8 อยูใ่ นระดบั ดี 1 – 4 อยใู่ นระดับ พอใช้
การประเมินดา้ นเจตคติ (A) เกณฑ์การประเมินการมีความอยากรอู้ ยากเห็น ประเด็นการประเมิน 3 คะแนน 1 2 มีความพยายามที่จะ พยายามหาความรู้ใหม่ๆ มกี ารแสวงหาความรู้บ้าง ไม่มีการแสวงหาความรู้ เสาะแสวงหาความรู้ใน อยู่เสมอ ซึ่งไม่สามารถ นาความรู้ที่มีอยู่เดิมมา ใดๆ ใช้เพียงความรู้เดิม ส ถ า น ก า ร ณ ์ ใ ห ม่ ๆ อธิบายได้ด้วยความรู้ที่มี อธิบายเล็กน้อย จึงทาให้ ที่มีอยเู่ ท่าน้ัน ไมเ่ กิดการ ต ร ะ ห น ั ก ถ ึ ง ค ว า ม อยู่เดิม เพื่อให้เกิดการ เกดิ การเรียนรู้ได้น้อย ซ่ึง เรียนรู้เท่าที่ควร และไม่ สาคัญของการแสวงหา เรียนรู้ และใช้ความรู้ท่ี อ า จ ป ร ั บ ใ ช ้ ไ ด ้ กั บ สามารถแก้ไขต่างๆ ได้ ข้อมูลเพิ่มเติม และช่าง ได้ในการแก้ปัญหา หรือ ช ี ว ิ ต ป ร ะ จ า ว ั น แ ค่ ไม่ให้ความสาคัญกับการ ซัก ช่างถาม ช่างอ่าน ใช้กับชีวิตประจาวันได้ บางส่วน ให้ความสาคัญ เรียนรู้เท่าที่ควร และไม่ เพื่อให้ได้ค าตอบเป็น ให้ความสาคัญกับการ กับการเรียนรู้บ้าง แต่ไม่ มีการสังเกต หรือเกิด ความรู้ที่สมบูรณ์แบบ เรียนรู้ เป็นผู้กระตือ- มีความกระตือรือร้นใน ความสงสยั เทา่ ที่ควร ย่ิงขน้ึ รือร้นในการเรียนหรือ การเรียนหรือแสวงหา แสวงหาความรอู้ ยู่เสมอ ความรู้ และรู้จักถามเมื่อ และช่างสงสัย สังเกต มีข้อสงสัยจากการได้ รู้จักถามเมื่อมีข้อสงสัย สังเกตบ้าง ท าให้ ได้ ท าให้ได้ค าตอบที่เป็น ค าตอบที่เป็นความรู้ ความรู้ที่สมบูรณ์แบบ เพิม่ เติมจากความรูเ้ ดิม ยิ่งขึ้น เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ดมี าก 3 อยใู่ นระดับ ดี 2 อยูใ่ นระดับ พอใช้ 1 อยูใ่ นระดบั
การประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ดา้ นใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงคด์ า้ นใฝเ่ รียนรู้ ตัวชี้วัดและพฤติกรรมบ่งช้ี ตัวชวี้ ัด พฤติกรรมบ่งชี้ 4.1 ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน 4.1.1 ตัง้ ใจเรยี น และเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ 4.1.2 เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้ 4.1.3 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรูต้ ่างๆ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ 4.2.1 ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ ส่ือ ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เทคโนโลยีต่างๆ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม และเลอื กใชส้ อ่ื ได้อย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ 4.2.2 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากสิ่งที่เรียนรู้ สรุป ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนาไปใช้ เปน็ องค์ความรู้ ในชีวติ ประจาวันได้ 4.2.3 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ และนาไปใช้ใน ชีวิตประจาวนั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใช้ข้อมูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผู้สอน) พฤตกิ รรมบ่งช้ี 32 1 ตามข้อ 4.1 – 4.2 เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน และมีส่วนร่วมใน เรียน และมีส่วนร่วมใน เรียน และมีส่วนร่วมใน การเรียนรู้ และเข้าร่วม การเรียนรู้ และเข้าร่วม การเรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก บอ่ ยครัง้ เปน็ บางครงั้ โรงเรยี นเป็นประจา
ระดบั เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ดเี ย่ยี ม 3 อยใู่ นระดับ ดี 2 อยู่ในระดบั ผ่าน 1 อยูใ่ นระดับ ไมผ่ า่ น 0 อยู่ในระดับ หมายเหตุ นักเรยี นสามารถทางานได้ 2 คะแนนขึ้นไปจงึ จะผ่านเกณฑ์
การประเมนิ ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) แบบประเมนิ การปฏิบตั กิ ิจกรรมการคานวณ รายช่ือสมาชกิ …………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………….………………………………………………………………………………………………………………………… คาชแี้ จง: ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียน แล้วขีด ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน 3 21 1.การวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหา 2.เลือกสตู รที่เหมาะสมและสัมพนั ธ์กับ โจทย์ 3.การแทนค่าและแสดงวธิ ีหาคาตอบ 4.ตรวจสอบคาตอบของโจทย์ และระบุ หนว่ ยได้ชัดเจน รวมคะแนน ผลการประเมนิ อย่ใู นระดบั เกณฑก์ ารให้คะแนน ดมี าก 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถึง เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ดมี าก 9 – 12 อย่ใู นระดบั ดี 5 – 8 อย่ใู นระดับ พอใช้ 1 – 4 อยู่ในระดบั
การประเมินดา้ นเจตคติ (A) แบบประเมินการมีความอยากร้อู ยากเหน็ รายช่ือสมาชิก…………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………….………………………………………………………………………………………………………………………… คาชีแ้ จง: ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ประเด็นการประเมนิ 3 คะแนน 1 2 มีความพยายามที่จะเสาะ แสวงหาความรู้ในสถาน การณ์ใหม่ๆ ตระหนักถึง ความสาคัญของการแสวงหา ข้อมูลเพิ่มเติม และช่างซัก ช่างถาม ช่างอ่าน เพื่อให้ได้ คาตอบเป็นความรู้ที่สมบูรณ์ แบบย่งิ ขึ้น รวมคะแนน ผลการประเมนิ อยู่ในระดบั เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ดมี าก 3 อยใู่ นระดับ ดี 2 อย่ใู นระดบั พอใช้ 1 อยู่ในระดบั
การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ใฝ่เรียนรู้) นกั เรยี นระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/1 คาชแ้ี จง: ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชอื่ - นามสกลุ คะแนน 1 ท่ี 32 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ดเี ยย่ี ม 3 อยู่ในระดับ ดี 2 อยใู่ นระดับ ผ่าน 1 อยใู่ นระดบั ไมผ่ า่ น 0 อยูใ่ นระดบั หมายเหตุ นกั เรยี นสามารถทางานได้ 2 คะแนนขึ้นไปจงึ จะผ่านเกณฑ์
บนั ทกึ หลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกจิ กรรม ตารางท่ี 1 ผลการประเมินด้านความรู้ (K) ลาดบั ที่ ระดบั ช้นั จานวน ดมี าก (4) สรปุ ผลการประเมนิ รวม นกั เรยี น รวม ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5 ตารางท่ี 2 ผลการประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ (P) ลาดับท่ี ระดบั ช้ัน จานวน สรปุ ผลการประเมนิ รวม นกั เรียน ดมี าก (9 – 12) ดี (5 – 8) พอใช้ (1 – 4) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 รวม 3 ม.6/4 4 ม.6/5
บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ผลการจดั กจิ กรรม ตารางท่ี 3 ผลการประเมนิ ดา้ นเจตคติ (A) ลาดบั ที่ ระดับชนั้ จานวน ดีมาก (3) สรุปผลการประเมนิ พอใช้ (1) รวม นกั เรยี น รวม ดี (2) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5 ตารางที่ 4 ผลการประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ลาดับที่ ระดับชน้ั จานวน ดมี าก (3) สรุปผลการประเมิน ไม่ผา่ น (0) รวม นักเรียน รวม ดี (2) ผา่ น (1) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5
บันทกึ หลังการสอน ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ผลการสอน ด้านความร.ู้ ................................................................................................................. ....................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ดา้ นทกั ษะ.................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................................................................................. ............... ............................................................................................................................................................................ ด้านเจตคติ......................................................................... ................................................................... ............... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ด้านสมรรถนะ........................................................................ ............................................................................. ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์................................................................................................... ......................... ปญั หา/อุปสรรค.................................................................................................................................... .............. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ............... แนวทางการแก้ไข..................................................................................................... ........................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ หมายเหต.ุ .................................................................................................................... ........................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………………....................... ลงช่อื ..........................................................ผู้สอน (.............................................................) ........./........................./.........
ใบงานที่ 2.6 พลงั งานภายในระบบ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความรอ้ น พลังงานภายในระบบ และงานที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ความรอ้ นได้ (K) 2. นักเรียนสามารถคานวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับพลังงานภายในระบบจากกฎข้อที่หนึ่งของอุณ หพลศาสตรไ์ ด้ (P) 3. ความใฝ่เรยี นรู้และอยากร้อู ยากเหน็ (A) คาชี้แจง : ให้นักเรียนคานวณปริมาณที่เกี่ยวข้องกับพลังงานภายในระบบจากโจทย์ที่กาหนดให้ต่อไปนี้ให้ ถกู ตอ้ ง 1) ภายในกระบอกสูบหน่ึงมีของไหลที่มีความดัน 500 × 103 นิวตันต่อตารางเมตร เกิดการขยายตัวขณะที่ ความดันคงตัว โดยจากเดิมมีปริมาตร 0.4 ลูกบาศก์เมตร ขยายตัวจนมีปริมาตร 1.8 ลูกบาศก์เมตร งาน ทเ่ี กดิ ขึน้ จากการขยายตัวของของไหลในกระบอกสูบนี้มีค่าเท่าใด ......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... .................................................................................................................................... ................................... ............................................................................................... ........................................................................ 2) ขดลวดความร้อนเส้นหนึ่งขนาด 100 วัตต์ ให้ความร้อนกับแก๊สอะตอมเดี่ยวจานวน 1 โมล ซึ่งบรรจุ อยู่ในภาชนะปิด สมมติว่าระบบไม่มีการสูญเสียความร้อน จะต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะทาให้อุณหภูมิ ของแก๊สอะตอมเด่ียวน้เี ปลย่ี นจาก 27 องศาเซลเซียส ไปเป็น 127 องศาเซลเซยี ส ......................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... .... ....................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ................................... .......................................................................................................................................................................
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135