Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ทบทวนนักธรรมโท 2563

ทบทวนนักธรรมโท 2563

Published by อาจูหนานภิกขุ, 2020-09-22 09:21:16

Description: ทบทวนนักธรรมโท 2563

Search

Read the Text Version

๒) จริยาวตั ร วา่ ด้วยมารยาทอนั ควรประพฤติ ๓) วิธิวตั ร วา่ ด้วยแบบอยา่ ง ฯ วตั ร แบบอยา่ งอนั ภกิ ษุควรประพฤติในกาลนนั้ ๆ ในท่นี นั้ ๆ ในกิจนนั้ ๆ แกบ่ คุ คลนนั้ ๆ แบง่ ออกเป็ น ๓ ประเภท คือ ๑. กิจวัตร วา่ ด้วยกิจอนั ควรทา ๒. จริยาวตั ร วา่ ด้วยมารยาทอนั ควรประพฤติ ๓. วธิ ิวัตร วา่ ด้วยแบบอยา่ ง (ปี 2561) วตั รอนั ภิกษุควรประพฤตใิ นคาวา่ วตฺตสมฺปนโฺ น นนั้ คอื อะไรบ้าง ? ตอบ คอื ๑. กิจวตั ร วา่ ด้วยกิจอนั ควรทา ๒. จริยาวตั ร วา่ ด้วยมารยาทอนั ควรประพฤติ ๓. วธิ ิวตั ร วา่ ด้วยแบบอยา่ ง ฯ (ปี 2554) ภิกษุผ้ไู ด้ช่ือวา่ วตฺตสมปฺ นฺโน ผ้ถู งึ พร้อมด้วยวตั ร วตั รคืออะไร? มอี ะไรบ้าง? ตอบ วตั รคอื แบบอยา่ งอนั ภิกษุควรประพฤตใิ นกาลนนั้ ๆ ในทนี่ นั้ ๆ ในกิจนนั้ ๆ แก่บคุ คลนนั้ ๆ ฯ มี ๑. กิจวตั ร วา่ ด้วยกิจอนั ควรทา ๒. จริยาวตั ร วา่ ด้วยมารยาทอนั ควรประพฤติ ๓. วิธิวตั ร วา่ ด้วยแบบอยา่ ง ฯ (ปี 2551) ในคาวา่ ภกิ ษุผ้ถู ึงพร้อมด้วยวตั ร วตั รได้แก่อะไร? มอี ะไรบ้าง? ตอบ ได้แก่ ขนบ คอื แบบอยา่ งอนั ภิกษุควรประพฤติในกาลนนั้ ๆ ในทนี่ นั้ ๆ ในกิจนนั้ ๆ แก่บคุ คลนนั้ ๆ ฯ มี ๑. กิจวตั ร วา่ ด้วยกิจอนั ควรทา ๒. จริยาวตั ร วา่ ด้วยมารยาทอนั ควรประพฤติ ๓. วิธิวตั ร วา่ ด้วยแบบอยา่ ง ฯ (ปี 2549) วธิ ิวตั ร คืออะไร? มีความสาคญั อยา่ งไร? ตอบ คือ วนิ ยั ท่วี า่ ด้วยแบบอยา่ ง เชน่ แบบอยา่ งการหม่ ผ้าเป็ นต้น ฯ แบบอยา่ งนนั้ เป็ นเหตใุ ห้ภิกษุมคี วามประพฤติสมา่ เสมอกนั เชน่ นงุ่ หม่ เป็ นแบบเดยี วกนั อนั โบราณทา่ นจดั ไว้ถ้าเป็ นแบบท่ีลว่ งเวลาและ จะไมใ่ ช้ก็ต้องมีวธิ ีใหมแ่ ทน ไมเ่ ชน่ นนั้ จะคอ่ ยหลดุ ไปทลี ะอยา่ ง จนไมม่ ีอะไรเหลอื เม่อื ถึงเวลานนั้ พระสงฆ์ก็จะไมม่ อี ะไรที่ตา่ งจาก ชาวบ้าน ฯ (ปี 2548) วตั ร ๓ คอื อะไรบ้าง? ภิกษุเหยียบผ้าขาวอนั เขาลาดไว้ในทีน่ ิมนต์ผดิ วตั รข้อไหน? มีโทษให้เกิดความเสยี หายอยา่ งไร? ตอบ คอื กิจวตั ร ๑ จริยาวตั ร ๑ วิธิวตั ร ๑ ฯ ผิดวตั รข้อจริยาวตั ร ฯ มีโทษให้เกิดความเสยี หาย คอื เป็ นการเสยี มารยาทของพระ ไมร่ ะวงั กิริยา ทาให้ผ้าขาวมรี อยเปื อ้ นสกปรกนา่ รังเกียจ แม้ภกิ ษุพวก เดยี วกนั จะนง่ั ก็รังเกียจขยะแขยง เป็ นทตี่ าหนขิ องบณั ฑติ ทงั้ หลาย ฯ กจิ วัตร ๑๒ กิจอนั ควรทา (ในสรุปนี ้นามาเฉพาะท่เี คยออกข้อสอบเทา่ นนั้ )  อุปัชฌายวัตร ธรรมเนยี มท่สี ทั ธิวิหาริกควรปฏิบตั ิตอ่ พระอปุ ัชฌาย์ 12 | P a g e

 สทั ธิวหิ าริกวัตร ธรรมเนียมท่พี ระอปุ ัชฌาย์ควรปฏิบตั ติ อ่ สทั ธิวหิ าริก  อาคันตุกวตั ร ธรรมเนยี มทพี่ ระอาคนั ตกุ ะควรปฏิบตั ิตอ่ พระเจ้าถิ่น  อาวาสกิ วัตร ธรรมเนียมที่พระเจ้าถ่ินควรปฏบิ ตั ติ อ่ พระอาคนั ตกุ ะ  ปิ ณฑจาริกวตั ร ธรรมเนียมท่ีภกิ ษุผ้เู ข้าไปบิณฑบาตในบ้าน  เสนาสนคาหกวัตร ธรรมเนยี มทภ่ี กิ ษุผ้อู าศยั อยใู่ นเสนาสนะ  คลิ านุปัฏฐากวตั ร ธรรมเนียมทภี่ ิกษุท่ีทาหน้าทีด่ แู ลภิกษุผ้เู จ็บป่ วย (ปี 2562 ,2560 และ 2545) ภกิ ษุผ้เู ป็ นอาคนั ตกุ ะ ไปสอู่ าวาสอืน่ พงึ ประพฤตอิ ยา่ งไรจึงจะถกู ธรรมเนยี มตามพระวนิ ยั ? ตอบ พงึ ประพฤติดงั นี ้ ๑. ทาความเคารพในเจ้าของถ่ิน ๒. แสดงความเกรงใจเจ้าของถ่ิน ๓. แสดงอาการสภุ าพตอ่ เจ้าของถ่ิน ๔. แสดงอาการสนิทสนมกบั เจ้าของถิ่น ๕. ถ้าจะอยทู่ ่นี นั่ ควรประพฤติให้ถกู ธรรมเนยี มของเจ้าของถิ่น ๖. ถือเสนาสนะแล้วอยา่ ดดู าย เอาใจใสป่ ัดกวาดให้สะอาดหมดจด ตงั้ เครื่องเสนาสนะให้เป็ นระเบียบ ฯ (ปี 2559) วตั รคอื อะไร ? อปุ ัชฌายวตั รและสทั ธิวิหาริกวตั ร ใครพงึ ทาแก่ใคร ? ตอบ คอื แบบอยา่ งอนั ดีงามที่ภกิ ษุควรประพฤติในกาลนนั้ ๆ ฯ อปุ ัชฌายวตั ร สทั ธิวหิ าริกพงึ ทาแกอ่ ปุ ัชฌาย์ สทั ธิวหิ าริกวตั ร อปุ ัชฌาย์พงึ ทาแก่สทั ธิวหิ าริก ฯ (ปี 2558) ภกิ ษุผ้อู าพาธควรปฏิบตั ติ นอยา่ งไร จงึ ไมเ่ ป็ นภาระแก่ผ้พู ยาบาล ? ตอบ ควรปฏบิ ตั ติ นให้เป็ นผ้พู ยาบาลงา่ ย คือทาความสบายให้แก่ตน (ไมฉ่ นั ของแสลง) รู้จกั ประมาณในการบริโภค ฉนั ยาง่าย บอก อาการไข้ตามเป็ นจริงแก่ผ้พู ยาบาล เป็ นผ้อู ดทนตอ่ ทกุ ขเวทนา ฯ (ปี 2555) ภกิ ษุผ้ไู ด้รับเสนาสนะของสงฆ์ให้เป็ นท่อี ยอู่ าศยั ควรเอาใจใสร่ ักษาเสนาสนะนนั้ อยา่ งไร? ตอบ ควรเอาใจใสร่ ักษาดงั นี ้ ๑. อยา่ ทาเปรอะเปื อ้ น ๒. ชาระให้สะอาด ๓. ระวงั ไมใ่ ห้ชารุด ๔. รักษาเครื่องเสนาสนะ ๕. ตงั้ นา้ ฉนั นา้ ใช้ไว้ให้มีพร้อม ๖. ของใช้สาหรับเสนาสนะหนง่ึ อยา่ เอาไปใช้ในทอี่ ืน่ ให้กระจดั กระจาย ฯ (ปี 2550) สทั ธิวหิ าริก คือใคร? อปุ ัชฌาย์ควรมีใจเออื ้ เฟือ้ สทั ธิวิหาริกของตนอยา่ งไรบ้าง? ตอบ คอื ภิกษุผ้พู ง่ึ พิง ในการอปุ สมบท ภิกษุถือภิกษุรูปใดเป็ นอปุ ัชฌาย์ ก็เป็ นสทั ธิวิหาริกของภกิ ษุรูปนนั้ ฯ อปุ ัชฌาย์ควรมีใจเออื ้ เฟือ้ สทั ธิวหิ าริกของตนอยา่ งนี ้คอื ๑. เอาใจใสใ่ นการศกึ ษาของสทั ธิวิหาริก ๒. สงเคราะห์ด้วยบาตร จีวร และบริขารอน่ื ๆ ถ้าของตนไมม่ ีก็ขวนขวายให้ ๓. ขวนขวายป้ องกนั หรือระงบั ความเสอ่ื มเสยี อนั จกั เกิดมีหรือได้มแี ล้วแกส่ ทั ธิวหิ าริก 13 | P a g e

๔. เมื่อสทั ธิวหิ าริกอาพาธ ทาการพยาบาล ฯ (ปี 2549) เมื่อภิกษุเพือ่ นสหธรรมกิ อาพาธ ทรงให้ใครเป็ นผ้พู ยาบาล? และทรงสง่ั สอนปรารภภกิ ษุอาพาธไว้วา่ อยา่ งไร? ตอบ ทรงให้ภกิ ษุเพอ่ื นสหธรรมกิ เอาใจใสร่ ักษาพยาบาลกนั อยา่ ทอดธรุ ะเสยี ฯ ทรงสงั่ สอนปรารภภกิ ษุอาพาธไว้วา่ ภกิ ษุทงั้ หลาย มารดาและบดิ าของเธอทงั้ หลายไมม่ ี ถ้าพวกเธอจะไมพ่ ยาบาลกนั เอง ใครเลา่ จะ พยาบาลพวกเธอ ภกิ ษุใดปรารถนาจะอปุ ัฏฐากเรา ขอให้ภิกษุนนั้ พยาบาลภิกษุไข้เถดิ ฯ (ปี 2548) ในพระวนิ ยั สว่ นอภิสมาจาร มีพระพทุ ธบญั ญตั สิ าหรับพระภิกษุผ้รู ับถือเสนาสนะของสงฆ์ ควรเอาใจใสร่ ักษาเสนาสนะด้วย อาการอยา่ งไรบ้าง? ตอบ ควรเอาใจใสร่ ักษาอยา่ งนี ้คอื ๑. อยา่ ทาเปรอะเปื อ้ น ๒. ชาระให้สะอาด ๓. ระวงั ไมใ่ ห้ชารุด ๔. รักษาเคร่ืองเสนาสนะ ๕. ตงั้ นา้ ฉนั นา้ ใช้ไว้ให้มีพร้อม ๖. ของใช้สาหรับเสนาสนะหนงึ่ อยา่ เอาไปใช้ในที่อืน่ ให้กระจดั กระจาย ฯ (ปี 2547) กิจวตั รที่สทั ธิวิหาริกควรกระทาแก่พระอปุ ัชฌายะในข้อวา่ เคารพในทา่ น นนั้ ในบาลที า่ นแสดงไว้อยา่ งไร? ตอบ ในบาลแี สดงการเดินตามทา่ น ไมใ่ ห้ชิดนกั ไมใ่ ห้หา่ งนกั และไมพ่ ดู สอดในขณะทีท่ า่ นกาลงั พดู เมื่อทา่ นพดู ผิด ไมท่ กั หรือค้าน อยา่ งจงั ๆ พดู อ้อมพอทา่ นได้สตริ ู้สกึ ตวั จึงจะเป็ นการดี ฯ (ปี 2545) ภิกษุผ้เู ป็ นอาคนั ตกุ ะ ไปสอู่ าวาสอนื่ พงึ ประพฤตใิ ห้ถกู ธรรมเนียมอยา่ งไร? ภกิ ษุผ้เู ข้าไปรับบณิ ฑบาตในละแวกบ้าน พงึ ประพฤตใิ ห้ถกู ธรรมเนยี มอยา่ งไร? ตอบ พงึ ประพฤตดิ งั นี ้ ๑) ทาความเคารพในเจ้าของถ่ิน ๒) แสดงความเกรงใจเจ้าของถ่ิน ๓) แสดงอาการสภุ าพตอ่ เจ้าของถิ่น ๔) แสดงอาการสนิทสนมกบั เจ้าของถิ่น ๕) ถ้าจะอยทู่ ีน่ น่ั ควรประพฤติให้ถกู ธรรมเนียมของเจ้าของถิ่น ๖) ถือเสนาสนะแล้วอยา่ ดดู าย เอาใจใสป่ ัดกวาดให้สะอาดหมดจด ตงั้ เคร่ืองเสนาสนะให้เป็ นระเบียบ ฯ พงึ ประพฤตอิ ยา่ งนี ้ ๑) นงุ่ หม่ ให้เรียบร้อย ๒) ถือบาตรในภายในจีวร ๓) สารวมกิริยาให้เรียบร้อย ๔) กาหนดทางเข้าทางออกแหง่ บ้าน ๕) รับบิณฑบาตด้วยอาการสารวม ฯ จริยาวตั ร มารยาทอนั ควรประพฤติ  ห้ามจบั ต้องวตั ถอุ นามาส (ปี 2555) คาวา่ วตั ถเุ ป็ นอนามาส คืออะไร ภิกษุจบั ต้องวตั ถเุ ป็ นอนามาสเป็ นอาบตั อิ ะไร? ตอบ คือ สงิ่ ทภี่ กิ ษุไมค่ วรจบั ต้อง ฯ 14 | P a g e

ภิกษุจบั ต้องมาตคุ าม เป็ นอาบตั ิสงั ฆาทิเสส ถลุ ลจั จยั และทกุ กฏตามประโยค จบั ต้องบณั เฑาะก์ด้วยความกาหนดั เป็ นอาบตั ถิ ลุ ลจั จยั นอกนนั้ เป็ นวตั ถแุ หง่ อาบตั ิทกุ กฏทงั้ หมด ฯ คารวะ กิริยาที่แสดงอาการออ่ นน้อมโดยสมควรแกก่ าล สถานท่ี กิจ และบคุ คล (ปี 2562 ,2560 และ 2551) ภิกษุอยใู่ นกฎุ เี ดยี วกนั กบั ภกิ ษุผ้มู พี รรษามากกวา่ ควรปฏิบตั ิตนอยา่ งไรจงึ ชื่อวา่ แสดงความเคารพทา่ น ตามพระวนิ ยั ? ตอบ ควรปฏิบตั ิตนอยา่ งนี ้คอื จะทาสงิ่ ใด ๆ ควรขออนญุ าตทา่ นกอ่ น เช่น จะสอนธรรม จะอธิบายความ จะสาธยาย จะแสดงธรรม จะจดุ จะดบั ไฟ จะเปิ ดจะปิ ดหน้าตา่ งห้ามมใิ ห้ ทาตามอาเภอใจ ฯ (ปี 2558) การลกุ ยนื ขนึ ้ รับ เป็ นกิจทผ่ี ้นู ้อยพงึ ทาแกผ่ ้ใู หญ่ จะปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรจึงไมข่ ดั ตอ่ พระวนิ ยั ? ตอบ นง่ั อยใู่ นสานกั ผ้ใู หญ่ ไมล่ กุ รับผ้นู ้อยกวา่ ทา่ น นง่ั เข้าแถวในบ้าน เข้าประชมุ สงฆ์ ในอาราม ไมล่ กุ รับทา่ นผ้ใู ดผ้หู นงึ่ ฯ (ปี 2556) กอ่ นหน้าปรินพิ พาน ตรัสสง่ั ภกิ ษุทงั้ หลายให้แสดงความเคารพด้วยการเรียกกนั วา่ อยา่ งไร? ตอบ ตรัสให้ภกิ ษุผ้อู อ่ นพรรษากวา่ เรียกผ้แู ก่พรรษากวา่ วา่ ภนั เต และให้ภิกษุ ผ้แู ก่พรรษากวา่ เรียกผ้อู อ่ นพรรษากวา่ วา่ อาวโุ ส ฯ (ปี 2554) คารวะ คอื อะไร? การลกุ ขนึ ้ ยืนรับเป็ นกิจทีผ่ ้นู ้อยพงึ ทาแก่ผ้ใู หญ่ แตค่ วรเว้นในเวลาเช่นใดบ้าง? ตอบ คอื กิริยาทแ่ี สดงอาการออ่ นน้อมโดยสมควรแก่กาล สถานที่ กิจ และบคุ คล ฯ ควรเว้นในเวลานงั่ อยใู่ นสานกั ของผ้ใู หญ่ ไมล่ กุ รับผ้นู ้อยกวา่ ทา่ น ในเวลานงั่ เป็ นแถวในบ้าน ในเวลาเข้าประชมุ สงฆ์ในอาราม ฯ (ปี 2553) กิริยาท่แี สดงความออ่ นน้อมตอ่ กนั และกนั เป็ นความดีของหมู่ แตต่ ้องทาให้ถกู ต้องตามกาลเทศะ ในข้อนคี ้ วร งดเว้นในกรณีใดบ้าง? จงบอกมาสกั ๕ ข้อ ตอบ ได้แก่ในเวลาดงั ตอ่ ไปนี ้(ตอบเพียง ๕ ข้อ) ๑. ในเวลาประพฤตวิ ฏุ ฐานวธิ ี คืออยกู่ รรม เพอื่ ออกจากอาบตั ิสงั ฆาทเิ สส ๒. ในเวลาถกู สงฆ์ทาอกุ เขปนียกรรม ท่ถี กู ห้ามสมโภคและสงั วาส (คือถูกลงโทษหา้ มไม่ใหส้ มาคมกบั ภิกษุอืน่ ) ๓. ในเวลาเปลอื ยกาย ๔. ในเวลาเข้าบ้านหรือเดนิ อยตู่ ามทาง ๕. ในเวลาอยใู่ นท่ีมืดท่แี ลไมเ่ ห็นกนั ๖. ในเวลาที่ทา่ นไมร่ ู้ คอื นอนหลบั หรือขลกุ ขลยุ่ อยดู่ ้วยธรุ ะอยา่ งหนงึ่ หรือ สง่ ใจไปอ่นื แม้ไหว้ ทา่ นก็คงไมใ่ สใ่ จ ๗. ในเวลาขบฉนั อาหาร ๘. ในเวลาถา่ ยอจุ จาระ ถา่ ยปัสสาวะ ฯ (ปี 2548) ภกิ ษุพบพระเถระในเวลาเข้าบ้านหรือเดนิ อยตู่ ามทาง ควรปฏิบตั ิอยา่ งไร ? ตอบ ไมค่ วรไหว้ ควรหลกี ทาง ลกุ รับ และให้อาสนะแก่ทา่ น ฯ (ปี 2546) การแสดงความเคารพได้แกก่ ิริยาเช่นไร? ภกิ ษุควรงดทาความเคารพกนั ในเวลาใดบ้าง? จงตอบมา ๕ ข้อ ตอบ ได้แก่ การกราบไหว้ การลกุ รับ การทาอญั ชลี การทาสามจี ิกรรม ฯ ในเวลาดงั ตอ่ ไปนี ้(ตอบมา ๕ ข้อ) 15 | P a g e

๑) ในเวลาประพฤติวฏุ ฐานวธิ ี คอื อยกู่ รรมเพือ่ ออกจากอาบตั สิ งั ฆาทเิ สส ๒) ในเวลาถกู สงฆ์ลงอกุ เขปนยี กรรม ๓) ในเวลาเปลอื ยกาย ๔) ในเวลาเข้าบ้านหรือเดินอยตู่ ามทาง ๕) ในเวลาอยใู่ นท่ีมดื แลไมเ่ หน็ กนั ๖) ในเวลาที่ทา่ นไมร่ ู้ ๗) ในเวลาขบฉนั อาหาร ๘) ในเวลาถา่ ยอจุ จาระปัสสาวะ ฯ จาพรรษา  วธิ ีจาพรรษา (ปี 2562 และ 2545) ดิถีทีก่ าหนดให้เข้าจาพรรษาในบาลกี ลา่ วไว้เทา่ ไร ? อะไรบ้าง ? ตอบ กลา่ วไว้ ๒ ฯ คือ ๑. ปรุ ิมกิ าวสั สปู นายิกา วนั เข้าพรรษาต้น คือวนั แรม ๑ คา่ เดอื น ๘ ๒. ปัจฉิมิกาวสั สปู นายกิ า วนั เข้าพรรษาหลงั คือวนั แรม ๑ คา่ เดอื น ๙ ฯ (ปี 2549) การจาพรรษาของภิกษุมวี ธิ ีอยา่ งไร? จงอธิบายพอเข้าใจ ตอบ การจาพรรษานนั้ ในบาลกี ลา่ วเพียงให้ทาอาลยั คอื ผกู ใจวา่ จะอยใู่ นท่ีนี ้๓ เดือน แตใ่ นบดั นมี ้ ธี รรมเนยี มทีป่ ระชมุ กนั กลา่ วคา อธิษฐานพร้อมกนั วา่ อิมสมฺ ึ อาวาเส อมิ เตมาส วสสฺ อเุ ปม แปลความวา่ เราเข้าถงึ ฤดฝู นในอาวาสนตี ้ ลอด ๓ เดอื น ฯ (ปี 2548) การอธิษฐานเข้าพรรษา กบั การปวารณาออกพรรษา ทงั้ ๒ นี ้อยา่ งไหนกาหนดด้วยสงฆ์เทา่ ไร? และกาหนดเขตอยา่ งไร? ตอบ การอธิษฐานเข้าพรรษาไมเ่ ป็ นสงั ฆกรรมจงึ ไมก่ าหนดด้วยสงฆ์ แตเ่ ป็ นธรรมเนยี มปฏบิ ตั ิอธิษฐานเข้าพรรษาพร้อมๆ กนั จะ อธิษฐานที่ไหนก็ได้ แตท่ า่ นห้ามไมใ่ ห้จาพรรษาในที่ไมส่ มควรเทา่ นนั้ เช่น ในโพรงไม้ บนคา่ คบไม้ ในตมุ่ หรือในกระทอ่ มผี เป็ นต้น ฯ และให้กาหนดบริเวณอาวาสเป็ นเขต ฯ สว่ นการปวารณาออกพรรษาเป็ นสงั ฆกรรม กาหนดด้วยสงฆ์ตงั้ แต่ ๕ รูปขนึ ้ ไป ฯ และกาหนดให้ทาภายในเขตสมี า ถ้าตา่ กวา่ ๕ รูป ทา่ นให้ปวารณาเป็ นการคณะ ถ้ารูปเดยี วให้อธิษฐานเป็ นการบคุ คล ฯ  สตั ตาหกรณียะ การหลกี ไปในระหวา่ งอยจู่ าพรรษาด้วยกรณียธุระและกลบั มาภายใน ๗ วนั โดยผกู ใจวา่ จะกลบั มาภายใน ๗ วนั (ปี 2561) สตั ตาหกรณียะและสตั ตาหกาลกิ มีอธิบายอยา่ งไร ? ตอบ สตั ตาหกรณียะ คือ กิจจาเป็ นบางอยา่ งที่พระพทุ ธเจ้าทรงอนญุ าตให้ภิกษุผ้อู ยจู่ าพรรษาไปพกั แรมคืนทอี่ ื่น แตต่ ้องกลบั มา ภายใน ๗ วนั สตั ตาหกาลกิ คอื เภสชั ๕ ที่รับประเคนแล้วเก็บไว้บริโภคได้ ๗ วนั ฯ (ปี 2560) ธรุ ะเป็ นเหตใุ ห้ไปค้างแรมทอ่ี น่ื ด้วยสตั ตาหกรณียะ ที่กลา่ วไว้ในบาลี มกี ่ีอยา่ ง ? อะไรบ้าง ? ตอบ มี ๔ อยา่ ง ฯ คอื ๑. สหธรรมิกหรือมารดาบิดาเจ็บไข้ รู้เข้าแล้วไปเพอื่ พยาบาล 16 | P a g e

๒. สหธรรมกิ กระสนั จะสกึ รู้เข้าแล้วไปเพ่ือระงบั ๓. มีกิจสงฆ์เกิดขนึ ้ เช่น วหิ ารชารุด ไปเพื่อหาเครื่องทพั พสมั ภาระมาซอ่ มแซม ๔. ทายกต้องการจะทาบญุ สง่ คนมานมิ นต์ ไปเพื่อบารุงศรัทธา แม้กิจอนื่ ทอ่ี นโุ ลมตามนี ้ทา่ นก็อนญุ าต ฯ (ปี 2559) ภิกษุอยจู่ าพรรษาแล้ว มีเหตไุ ปทีอ่ ืน่ ผกู ใจจะกลบั มาให้ทนั ในวนั นนั้ แตก่ ลบั มาไมท่ นั เชน่ นพี ้ รรษาขาดหรือไม่ เพราะเหตุ ใด? ตอบ ถ้าไปด้วยธุระที่ทรงอนญุ าตให้ไปด้วยสตั ตาหกรณียะ พรรษาไมข่ าด เพราะยงั อยใู่ นพระพทุ ธานญุ าตนนั้ เอง ทงั้ จิตคิดจะ กลบั ก็มีอยู่ ถ้าไปด้วยมิใชธ่ ุระทเ่ี ป็ นสตั ตาหกรณียะ พรรษาขาด ฯ (ปี 2558) ธรุ ะเป็ นเหตไุ ปด้วยสตั ตาหกรณียะทท่ี า่ นกลา่ วไว้ในบาลี มอี ะไรบ้าง ? ตอบ มี ๑. สหธรรมกิ หรือมารดาบิดาเจ็บไข้ รู้เข้า ไปเพ่ือรักษาพยาบาล ๒. สหธรรมิกกระสนั จะสกึ รู้เข้า ไปเพอื่ ระงบั ๓. มกี ิจสงฆ์เกิดขนึ ้ เป็ นต้นวา่ วหิ ารชารุดลงในเวลานนั้ ไปเพ่อื หาเคร่ือง ทพั พสมั ภาระมาปฏสิ งั ขรณ์ ๔. ทายกต้องการจะบาเพ็ญกศุ ล สง่ มานมิ นต์ ไปเพอ่ื บารุงศรัทธาของเขา หรือแม้ธุระอ่ืนนอกจากนี ้ทเ่ี ป็ นกิจลกั ษณะ อนโุ ลมตามนี ้ฯ (ปี 2557) สตั ตาหกรณียะ คอื อะไร? มวี ิธีปฏิบตั อิ ยา่ งไร? ตอบ คอื การหลกี ไปในระหวา่ งอยจู่ าพรรษาด้วยกรณียธุระและกลบั มาภายใน ๗ วนั ฯ ให้ผกู ใจวา่ จะกลบั มาภายใน ๗ วนั ฯ (ปี 2556) วนั เข้าพรรษาในบาลกี ลา่ วไว้ ๒ วนั คือวนั เข้าพรรษาต้น และวนั เข้าพรรษาหลงั ในแตล่ ะอยา่ งกาหนดวนั ไว้อยา่ งไร? ตอบ วนั เข้าพรรษาต้น กาหนดเมอ่ื พระจนั ทร์เพญ็ เสวยฤกษ์อาสาฬหะลว่ งไปแล้ววนั หนง่ึ คอื วนั แรม ๑ คา่ เดอื น ๘ วนั เข้าพรรษาหลงั กาหนดเมอ่ื พระจนั ทร์เพ็ญเสวยฤกษ์อาสาฬหะนนั้ ลว่ งแล้วเดอื น ๑ คอื วนั แรม ๑ ค่า เดอื น ๙ ฯ (ปี 2550) ภกิ ษุอยจู่ าพรรษาแล้ว มเี หตใุ ห้ไปทีอ่ น่ื คิดวา่ จะกลบั มาทนั ภายในวนั นนั้ มิได้ผกู ใจสตั ตาหะไว้ แตม่ เี หตขุ ดั ข้องให้กลบั ถึง เมอ่ื อรุณขนึ ้ เสยี แล้ว เช่นนพี ้ รรษาขาดหรือไม?่ เพราะเหตใุ ด? ตอบ ถ้าไปด้วยธุระท่ที รงอนญุ าตให้ไปด้วยสตั ตาหกรณียะ พรรษาไมข่ าด ฯ เพราะยงั อยใู่ นพระพทุ ธานญุ าตนนั้ เอง ทงั้ จิตคดิ จะกลบั ก็มีอยู่ ถ้าไปด้วยมใิ ชธ่ รุ ะทเ่ี ป็ นสตั ตาหกรณียะ พรรษาขาด ฯ (ปี 2546) ทา่ นห้ามไมใ่ ห้จาพรรษาตลอด ๔ เดือนฤดฝู นนนั้ เพราะเหตไุ ร? อกี ๗ วนั จะถึงวนั ปวารณา ภกิ ษุทาสตั ตาหกรณียะไปปวารณาทว่ี ดั อ่นื เธอจะได้รับอานิสงสก์ ารจาพรรษาหรือไม?่ เพราะเหตไุ ร? ตอบ เพราะต้องการเดอื นท้ายฤดฝู นไว้เป็ นจีวรกาล คราวแสวงหาจีวร คราวทาจีวร เพ่อื ผลดั ผ้าไตรจีวรเดิม ฯ ได้รับอานสิ งส์การจาพรรษาเหมอื นกนั เพราะวนั สดุ ท้ายแหง่ วนั จาพรรษาตกอยใู่ นวนั ท่ี ๗ ในที่อ่นื บง่ ให้กลบั ใน ๗ วนั นนั้ เพราะยงั ไม่ สนิ ้ กาหนดวนั จาพรรษา ฯ (ปี 2545) สตั ตาหกรณียะ และ สตั ตาหกาลกิ มอี ธิบายอยา่ งไร ? ตอบ สตั ตาหกรณียะ คอื ภกิ ษุผ้อู ยจู่ าพรรษาไปแรมคืนทอี่ ่ืนด้วยกิจจาเป็ นบางอยา่ ง แตก่ ลบั มาภายใน ๗ วนั เรียกวา่ ไปด้วยสตั ตาหก รณียะ หรือสตั ตาหะ ฯ สตั ตาหกาลกิ คอื ของที่รับประเคนแล้วเก็บไว้บริโภคได้ ๗ วนั ฯ อานิสงส์ของการจาพรรษา (ปี 2555) ภกิ ษุอยจู่ าพรรษาครบ ๓ เดือนจนได้ปวารณา ยอ่ มได้อานิสงส์แหง่ การจาพรรษาอะไรบ้าง? ตอบ ได้รับอานสิ งส์ ๕ อยา่ ง คือ 17 | P a g e

๑) เทย่ี วไปไมต่ ้องบอกลาตามสกิ ขาบทที่ ๖ แหง่ อเจลกวรรคในปาจิตติยกณั ฑ์ ๒) เทย่ี วจาริกไปไมต่ ้องถือเอาไตรจีวรไปครบสารับ ๓) ฉนั คณโภชน์ และปรัมปรโภชน์ได้ ๔) เก็บอตเิ รกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา ๕) จีวรอนั เกิดขนึ ้ ในทน่ี นั้ เป็ นของได้แก่พวกเธอ ทงั้ ได้โอกาสเพ่อื กรานกฐิน และรับอานสิ งส์ ๕ นนั้ เพ่ิมออกไปอีก ๔ เดอื นตลอดเหมนั ตฤดู ฯ (ปี 2548) ภกิ ษุไมต่ ้องนาผ้าไตรจีวรไปครบสารับ มพี ระพทุ ธานญุ าตไว้ในกรณีใดบ้าง? ตอบ ใน ๒ กรณี คอื ๑. ในกรณีเข้าบ้านมพี ระพทุ ธานญุ าตไว้อยา่ งนี ้คือ ๑. คราวเจ็บไข้ ๒. สงั เกตเห็นวา่ ฝนจะตก ๓. ไปสฝู่ ั่งแมน่ า้ ๔. วหิ ารคือกฎุ คี ้มุ ได้ด้วยดาล ๕. ได้รับอานสิ งส์พรรษา ๖. ได้กรานกฐิน ฯ ๒. ในกรณีต้องไปค้างแรมทอ่ี ื่น มพี ระพทุ ธานญุ าตไว้อยา่ งนี ้คอื ๑. ได้รับอานสิ งสพ์ รรษา ๒. ได้กรานกฐิน ฯ (ปี 2544) ภกิ ษุผ้อู ยจู่ าพรรษาไมข่ าดยอ่ มได้อานสิ งส์เทา่ ไร? อะไรบ้าง? ภกิ ษุพงึ ประชมุ กนั สวดพระปาฏิโมกข์ในวนั เช่นไรบ้าง? ตอบ ได้อานสิ งส์ ๕ คอื ๑) เท่ยี วไปโดยไมต่ ้องบอกลาตามสกิ ขาบทท่ี ๖ แหง่ อเจลกวรรค ๒) เท่ยี วจาริกไปไมต่ ้องนาไตรจีวรไปครบสารับ ๓) ฉนั คณโภชน์ และปรัมปรโภชน์ได้ ๔) เก็บอตเิ รกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา ๕) จีวรทีเ่ กิดขนึ ้ ในท่นี นั้ จกั เป็ นของได้แก่พวกเธอ ในวนั พระจนั ทร์เพญ็ (ดิถีขนึ ้ ๑๕ คา่ ) วนั พระจนั ทร์ดบั (ดถิ ีแรม ๑๕ คา่ หรือ ๑๔ คา่ ) และวนั สามคั คี อุโบสถ (สวดปาติโมกข์) (ปี 2560) กาลงั สวดพระปาฏิโมกข์อยู่ มีภกิ ษุอื่นเข้ามา จะพงึ ปฏิบตั อิ ยา่ งไร ? ตอบ ปฏบิ ตั ิอยา่ งนี ้คือ ถ้าภกิ ษุผ้เู ข้ามาใหมม่ จี านวนมากกวา่ ต้องเริ่มสวดใหมต่ งั้ แตต่ ้น ถ้ามจี านวนเทา่ กนั หรือน้อยกวา่ สว่ นท่ีสวด ไปแล้วก็ให้เป็ นอนั สวดแล้ว ให้เธอผ้มู าใหมฟ่ ังสว่ นทีย่ งั เหลอื ตอ่ ไป ฯ 18 | P a g e

(ปี 2559) สงฆ์สวดปาฏโิ มกข์อยู่ ภกิ ษุอื่นมาถงึ หรือมาถึงเมือ่ สวดจบแล้ว พงึ ปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร? ตอบ พงึ ปฏิบตั ิอยา่ งนี ้คอื ถ้าภิกษุมาใหมม่ ากกวา่ ภกิ ษุที่ประชมุ กนั อยู่ ต้องสวดตงั้ ต้นใหม่ ถ้าเทา่ กนั หรือน้อยกวา่ สว่ นที่สวดไปแล้ว ก็แล้วไป ให้ภกิ ษุท่มี าใหมฟ่ ังสว่ นทีย่ งั เหลอื อยู่ ถ้าสวดจบแล้ว จะมามากกวา่ หรือน้อยกวา่ ก็ไมต่ ้องสวดซา้ อกี ให้ภกิ ษุทีม่ าใหมบ่ อกปา ริสทุ ธิในสานกั ภกิ ษุผ้ฟู ังปาฏิโมกข์แล้ว ฯ (ปี 2557) ทรงอนญุ าตให้สวดปาติโมกข์ยอ่ เพราะเหตฉุ กุ เฉิน ๑๐ อยา่ ง จงบอกมาสกั ๕ อยา่ ง ตอบ ๑. พระราชาเสด็จมา (เลกิ สวดปาติโมกข์เพอื่ จะรับเสดจ็ ได้) ๒. โจรมาปล้น (เลกิ สวดปาติโมกข์เพอื่ หนภี ยั ได้) ๓. ไฟไหม้ (เลกิ สวดปาตโิ มกข์เพอ่ื ดบั ไฟหรือเพื่อป้ องกนั ไฟได้) ๔. นา้ หลากมา (เลกิ สวดปาตโิ มกข์เพอื่ หนนี า้ ได้) สวดกลางแจ้งฝนตก (ก็เหมือนกนั ) ๕. คมมามาก (เลกิ สวดปาตโิ มกข์เพ่อื จะรู้เหตุ หรือเพือ่ จะได้ทาปฏสิ นั ถาร ได้อย)ู่ ๖. ผีเข้าภิกษุ (เลกิ สวดปาติโมกข์เพ่ือขบั ผี ได้อย)ู่ ๗. สตั ว์ร้ายมีเสอื เป็ นต้น เข้ามาในอาราม (เลกิ สวดปาติโมกข์เพอื่ ไลส่ ตั ว์ ได้อย)ู่ ๘. งรู ้ายเลอื ้ ยเข้ามาในทีป่ ระชมุ (ก็เหมอื นกนั ) ๙. ภกิ ษุอาพาธเกิดโรคร้ายขนึ ้ ในท่ชี มุ นมุ อนั เป็ นอนั ตรายแก่ชีวิต (เลกิ สวดปาตโิ มกข์เพอื่ ช่วยแก้ไขก็ได้) มีอนั เป็ นตายในที่ นนั้ ก็เหมือนกนั ๑๐. มอี นั ตรายแก่พรหมจรรย์ เช่นมใี ครมาเพื่อจบั ภกิ ษุรูปใดรูปหนง่ึ (เลกิ สวดปาตโิ มกข์ เพราะความอลหมา่ นก็ได้) ฯ (เลอื กตอบเพียง ๕ ข้อ) (ปี 2556) ในวดั หนงึ่ มีภิกษุอยกู่ นั ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูป ๑ รูป เมื่อถงึ วนั อโุ บสถพงึ ปฏบิ ตั ิอยา่ งไร? ตอบ มีภิกษุ ๔ รูป พงึ ประชมุ กนั ในโรงอโุ บสถ สวดปาติโมกข์ มภี กิ ษุ ๓ รูป พงึ ประชมุ กนั ทาปาริสทุ ธิอโุ บสถ รูปหนงึ่ สวดประกาศญตั ติจบแล้วแตล่ ะรูปพงึ บอกความบริสทุ ธ์ิของตน มภี ิกษุ ๒ รูป ไมต่ ้องตงั้ ญตั ติ พงึ บอกความบริสทุ ธ์ิแก่กนั และกนั มภี ิกษุ ๑ รูป พงึ อธิษฐาน หรือมีภิกษุต่ากวา่ ๔ รูป จะไปทาสงั ฆอโุ บสถกบั สงฆ์ในอาวาสอน่ื ก็ควร ฯ (ปี 2554) ในวดั ท่ไี มม่ ีภกิ ษุผ้ทู รงจาปาติโมกข์ได้จนจบ ถงึ วนั อโุ บสถ สวดเทา่ ท่ีจาได้ แล้วชกั สตุ บท (สวดยอ่ ) โดยอ้างวา่ เกิดเหตฉุ กุ เฉิน ถกู ต้องหรือไม?่ เพราะเหตใุ ด? ตอบ สวดปาติโมกข์ยอ่ นนั้ ถกู ต้องแล้ว แตจ่ ะอ้างวา่ สวดยอ่ เพราะเกิดเหตฉุ กุ เฉินนนั้ ไมถ่ กู ต้อง ฯ เพราะการสวดยอ่ เนือ่ งจากจาได้ไมห่ มด ทรงอนญุ าตไว้แผนกหนงึ่ ตา่ งหาก ไมจ่ ดั เข้าในเหตฉุ กุ เฉิน ๑๐ ประการ ฯ (ปี 2553) ในวดั หนงึ่ ถ้ามีภกิ ษุจาพรรษา ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูป หรือ ๑ รูป เมอ่ื ถงึ วนั อโุ บสถพงึ ปฏิบตั อิ ยา่ งไร? ตอบ ๔ รูป พงึ ประชมุ กนั ในโรงอโุ บสถสวดปาตโิ มกข์ ๓ รูป พงึ ประชมุ กนั ทาปาริสทุ ธิอโุ บสถ ดงั นี ้ประชมุ กนั ในโรงอโุ บสถแล้วรูปหนง่ึ สวดประกาศญตั ติ จบแล้วแตล่ ะรูปพงึ บอกความ บริสทุ ธิ์ของตน ๒ รูป ไมต่ ้องตงั้ ญตั ติ พงึ บอกความบริสทุ ธ์ิแก่กนั และกนั 19 | P a g e

๑ รูป พงึ อธิษฐาน ฯ (ปี 2551) การทาอโุ บสถสวดปาติโมกข์ นอกจากวนั พระจนั ทร์เพญ็ และพระจนั ทร์ดบั แล้ว ยงั ทรงอนญุ าตให้ทาได้ในวนั ใดอีก? อโุ บสถ เช่นนนั้ เรียกวา่ อะไร? ตอบ ในวนั ทภี่ กิ ษุผ้แู ตกกนั ปรองดองกนั ได้ ฯ เรียกวา่ สามคั คอี โุ บสถ ฯ (ปี 2549) ในการทาอโุ บสถของภกิ ษุ การสวดปาฏโิ มกข์ การบอกความบริสทุ ธ์ิและการอธิษฐาน ทรงให้ทาได้ในกรณีใด? ตอบ ในกรณีทภ่ี ิกษุประชมุ กนั ตงั้ แต่ ๔ รูปขนึ ้ ไป ตรัสให้สวดปาฏโิ มกข์ ถ้ามีเพียง ๓ รูป ๒ รูป เรียกวา่ คณะ ตรัสให้บอกความบริสทุ ธ์ิของตนแกก่ นั และกนั ถ้ามรี ูปเดยี วเรียกวา่ บคุ คล ให้อธิษฐานใจ คอื คิดวา่ วนั นเี ้ป็ นวนั อโุ บสถของเรา ฯ (ปี 2547) ในอาวาสแหง่ หนงึ่ มีภิกษุจาพรรษาแรก ๔ รูป พรรษาหลงั ๒ รูป เมื่อถงึ วนั ปวารณาแรก (เพ็ญเดือน ๑๑) และวนั ปวารณา หลงั (เพญ็ เดอื น ๑๒) เธอทงั้ ๖ รูปนนั้ จะปฏิบตั ิอยา่ งไร? ตอบ เม่อื ถงึ วนั ปวารณาแรก พงึ ประชมุ กนั ทงั้ ๖ รูปแล้ว ตงั้ สงั ฆญตั ติ ภิกษุผ้จู าพรรษาแรก ๔ รูปพงึ ปวารณา เมื่อเสร็จแล้วภิกษุอีก ๒ รูปพงึ ทาปาริสทุ ธิอโุ บสถในสานกั ภิกษุ ๔ รูปนนั้ เมือ่ ถึงวนั ปวารณาหลงั พงึ ประชมุ กนั ๖ รูปเชน่ เดยี วกนั แล้ว ภกิ ษุผ้จู าพรรษาแรก ๔ รูป พงึ ตงั้ ญตั ติสวดปาฏิโมกข์ เมื่อจบแล้วภกิ ษุ ๒ รูป พงึ ปวารณาในสานกั ภิกษุ ๔ รูปนนั้ ฯ (ปี 2546) ภิกษุพงึ ประชมุ กนั สวดพระปาฏิโมกข์ในวนั เชน่ ไรบ้าง? กาลงั สวดพระปาฏโิ มกข์ค้างอยู่ หากมีภกิ ษุอนื่ มาถึงเข้าจะปฏบิ ตั ิอยา่ งไร? ตอบ ในวนั พระจนั ทร์เพญ็ (ดถิ ีขนึ ้ ๑๕ คา่ ) วนั พระจนั ทร์ดบั (ดถิ ีแรม ๑๕ ค่า หรือ ๑๔ คา่ ) และวนั สามคั คี ฯ ปฏิบตั ิอยา่ งนี ้คอื ถ้าภกิ ษุผ้เู ข้ามาใหมม่ ากกวา่ ภกิ ษุผ้ชู มุ นมุ ต้องสวดตงั้ ต้นใหม่ ถ้าเทา่ กนั หรือน้อยกวา่ สว่ นทีส่ วดไปแล้วก็ให้เป็ นอนั สวดแล้ว ให้เธอผ้มู าใหมฟ่ ัง สว่ นทย่ี งั เหลอื ตอ่ ไป ฯ (ปี 2546) สงั ฆปวารณา คืออะไร? คาบอกปาริสทุ ธิวา่ อยา่ งไร? ตอบ คอื ปวารณาเป็ นการสงฆ์ มีภกิ ษุประชมุ ตงั้ แต่ ๕ รูปขนึ ้ ไป ฯ วา่ ดงั นี ้ สาหรับผ้แู กพ่ รรษากวา่ วา่ “ปริสทุ โฺ ธ อห อาวโุ ส ปริสทุ โฺ ธติ ม ธาเรหิ” วา่ ๓ หน สาหรับผ้อู อ่ นพรรษากวา่ วา่ “ปริสทุ ฺโธ อห ภนเฺ ต ปริสทุ โฺ ธติ ม ธาเรถ” วา่ ๓ หน ฯ (ปี 2545) ผ้ทู าและอาการทท่ี า ในการทาอโุ บสถ มอี ะไรบ้าง? การทาอโุ บสถต้องพร้อมด้วยองค์อยา่ งไรบ้าง? ตอบ ผ้ทู ามี ๓ คอื สงฆ์ คณะ และบคุ คล ฯ อาการทท่ี ามี ๓ คือสวดปาฏิโมกข์ บอกความบริสทุ ธ์ิ และอธิษฐาน ฯ พร้อมด้วยองค์ ๔ คือ ๑) วนั นนั้ เป็ นวนั อโุ บสถที่ ๑๔ หรือ ๑๕ หรือวนั สามคั คี วนั ใดวนั หนง่ึ ๒) ภกิ ษุผ้เู ข้าประชมุ ครบองค์ประชมุ คือตงั้ แต่ ๔ รูปขนึ ้ ไป ๓) พวกเธอไมต่ ้องสภาคาบตั ิ ๔) บคุ คลท่ีจาต้องเว้น ไมม่ ใี นท่ปี ระชมุ นนั้ ฯ 20 | P a g e

(ปี 2544) ภิกษุผ้อู ยจู่ าพรรษาไมข่ าดยอ่ มได้อานสิ งสเ์ ทา่ ไร? อะไรบ้าง? ภกิ ษุพงึ ประชมุ กนั สวดพระปาฏิโมกข์ในวนั เชน่ ไรบ้าง? ตอบ ได้อานสิ งส์ ๕ คือ ๑) เทย่ี วไปโดยไมต่ ้องบอกลาตามสกิ ขาบทที่ ๖ แหง่ อเจลกวรรค ๒) เที่ยวจาริกไปไมต่ ้องนาไตรจีวรไปครบสารับ ๓) ฉนั คณโภชน์ และปรัมปรโภชน์ได้ ๔) เก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา ๕) จีวรทเี่ กิดขนึ ้ ในท่ีนนั้ จกั เป็ นของได้แกพ่ วกเธอ ในวนั พระจนั ทร์เพญ็ (ดถิ ีขนึ ้ ๑๕ ค่า) วนั พระจนั ทร์ดบั (ดิถีแรม ๑๕ คา่ หรือ ๑๔ ค่า) และวนั สามคั คี  บุพพกรณ์และบุพพกิจ (ปี 2558) บพุ พกรณ์และบพุ พกิจ ในการทาอโุ บสถสวดปาตโิ มกข์ ตา่ งกนั อยา่ งไร ? ตอบ ตา่ งกนั อยา่ งนี ้บพุ พกรณ์เป็ นกิจที่ภิกษุพงึ ทาก่อนแตป่ ระชมุ สงฆ์ มกี วาดบริเวณ ทป่ี ระชมุ เป็ นต้น สว่ นบพุ พกิจเป็ นกิจทีภ่ ิกษุพงึ ทากอ่ นแตส่ วดปาติโมกข์ มีนาปาริสทุ ธิของภกิ ษุผ้อู าพาธมาเป็ นต้น ฯ (ปี 2552) บพุ พกรณ์และบพุ พกิจ ในการทาอโุ บสถตา่ งกนั อยา่ งไร? ในวดั ทีม่ ีภิกษุ ๓ รูป เมอื่ ถงึ วนั อโุ บสถ จะต้องทาบพุ พกรณ์และ บพุ พกิจหรือไม่ เพราะเหตไุ ร? ตอบ บพุ พกรณ์ คือ กรณียะอนั จะพงึ กระทาให้เสร็จก่อนประชมุ สงฆ์ สว่ นบพุ พกิจ เป็ นธรุ ะอนั จะพงึ ทาก่อนแตส่ วดปาติโมกข์ ฯ บพุ พกรณ์นนั้ เป็ นกรณียะ จะต้องทาเพราะต้องไปประชมุ กนั ตามกิจ สว่ นบพุ พกิจนนั้ ไมต่ ้องทาเพราะภิกษุ ๓ รูปไมต่ ้องสวดปาตโิ มกข์ ฯ (ปี 2550) ในการทาอโุ บสถสวดปาตโิ มกข์นนั้ มีบพุ พกิจอะไรบ้าง? และภิกษุอาจต้องอาบตั ถิ ลุ ลจั จยั ด้วยเร่ืองอะไรได้บ้าง? ตอบ บพุ พกิจ มีดงั นี ้ ๑) นาปาริสทุ ธิของภกิ ษุผ้อู าพาธมา ๒) นาฉนั ทะของเธอมาด้วย ๓) บอกฤดู ๔) นบั ภกิ ษุ ๕) สง่ั สอนนางภิกษุณี ฯ ในเร่ืองทีว่ า่ รู้อยวู่ า่ จะมีภกิ ษุอนื่ มาร่วมทาอโุ บสถด้วยอีก แตน่ กึ เสยี วา่ ชา่ งเป็ นไร แล้วสวด ปรับอาบตั ถิ ลุ ลจั จยั ฯ องค์ประกอบของการสวดปาฏโิ มกข์ (ปี 2547) การตงั้ ญตั ติกรรม ในเวลาทาอโุ บสถ มีคาวา่ ปตฺตกลลฺ แปลวา่ ความพรั่งพร้อม นนั้ หมายความวา่ อยา่ งไร? ตอบ หมายความวา่ การทาอโุ บสถกรรมนนั้ ต้องประกอบด้วยองค์ ๔ คือ ๑. วนั นนั้ เป็ นวนั อโุ บสถที่ ๑๔ หรือ ๑๕ หรือวนั สามคั คี วนั ใดวนั หนง่ึ ๒. ภกิ ษุประชมุ ครบองค์ประชมุ ๓. พวกเธอไมต่ ้องสภาคาบตั ิ ๔. บคุ คลทคี่ วรเว้นไมม่ ใี นทป่ี ระชมุ ฯ 21 | P a g e

ปวารณา ๑. สังฆปวารณา ภกิ ษุท่จี าพรรษาในวดั เดียวกนั ตงั้ แต่ ๕ รูปขนึ้ ไป ทาปวารณาการสงฆ์ ๒. คณปวารณา ภกิ ษุทจ่ี าพรรษาในวดั เดียวกนั ๒-๔ รูปทาปวารณาเป็ นการคณะ ๓. บุคคลปวารณา ภิกษุแม้จะจาพรรษาอยเู่ พียงรูปเดียว ในวนั ปวารณา ก็ต้องทาการอธิษฐานปวารณา ถ้าไมท่ าปรับอาบตั ทิ กุ กฏ (ปี 2562 และ 2550) ปวารณา คอื อะไร? มพี ระพทุ ธานญุ าตให้ภิกษุเชน่ ไรทาปวารณาได้? และทาในวนั ไหน? ตอบ คอื การบอกให้โอกาสแก่ภิกษุทงั้ หลายเพอื่ ปรารถนาตกั เตอื นวา่ กลา่ วตนได้ ฯ มพี ระพทุ ธานญุ าตให้ภิกษุผ้อู ยจู่ าพรรษาถ้วนไตรมาสทาปวารณาแทนอโุ บสถ ฯ ในวนั ขนึ ้ ๑๕ คา่ เดอื น ๑๑ ซงึ่ เป็ นวนั เตม็ ๓ เดอื นแตว่ นั จาพรรษา ฯ (ปี 2555) ปวารณามกี ่ีอยา่ ง? อะไรบ้าง? ในอาวาสหนง่ึ มภี ิกษุจาพรรษา ๓ รูป เม่ือถึงวนั ปวารณา พงึ ปฏบิ ตั ิอยา่ งไร? ตอบ มี ๓ อยา่ ง คือ สงั ฆปวารณา คณปวารณา และบคุ คลปวารณา ฯ พงึ ทาคณปวารณา ฯ (ปี 2552) ภิกษุจาพรรษาอยดู่ ้วยกนั ๕ รูป ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูปหรืออยรู่ ูปเดียว ถึงวนั ปวารณาพงึ ปฏิบตั อิ ยา่ งไร? ตอบ อยดู่ ้วยกนั ๕ รูปพงึ ทาปวารณาเป็ นการสงฆ์ อยดู่ ้วยกนั ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูป พงึ ทาปวารณาเป็ นการคณะ อยรู่ ูปเดยี ว พงึ อธิษฐานเป็ นการบคุ คล ฯ (ปี 2551) ในวดั หนง่ึ มีภกิ ษุจาพรรษา ๔ รูป เม่ือถงึ วนั ปวารณาออกพรรษาพงึ ทาอยา่ งไร? ถ้ามีภิกษุอาคนั ตกุ ะสตั ตาหะมาสมทบอีก ๕ รูป จะพงึ ปฏิบตั อิ ยา่ งไร? ตอบ ในวนั มหาปวารณาพงึ ทาคณะปวารณา โดยรูปหนง่ึ ตงั้ ญตั ตแิ ล้วกลา่ วปวารณาตามลาดบั พรรษา ฯ ถ้ามีภิกษุอาคนั ตกุ ะสตั ตาหะมาเพิม่ อกี ๕ รูป พงึ ทาปวารณาเป็ นสงั ฆปวารณา แล้วกลา่ วปวารณาตามลาดบั พรรษา ฯ (ปี 2548) การอธิษฐานเข้าพรรษา กบั การปวารณาออกพรรษา ทงั้ ๒ นี ้อยา่ งไหนกาหนดด้วยสงฆ์เทา่ ไร? และกาหนดเขตอยา่ งไร? ตอบ การอธิษฐานเข้าพรรษาไมเ่ ป็ นสงั ฆกรรมจึงไมก่ าหนดด้วยสงฆ์ แตเ่ ป็ นธรรมเนยี มปฏบิ ตั อิ ธิษฐานเข้าพรรษาพร้อมๆ กนั จะ อธิษฐานที่ไหนก็ได้ แตท่ า่ นห้ามไมใ่ ห้จาพรรษาในทไ่ี มส่ มควรเทา่ นนั้ เช่น ในโพรงไม้ บนคา่ คบไม้ ในตมุ่ หรือในกระทอ่ มผี เป็ นต้น ฯ และให้กาหนดบริเวณอาวาสเป็ นเขต ฯ สว่ นการปวารณาออกพรรษาเป็ นสงั ฆกรรม กาหนดด้วยสงฆ์ตงั้ แต่ ๕ รูปขนึ ้ ไป ฯ และกาหนดให้ทาภายในเขตสมี า ถ้าตา่ กวา่ ๕ รูป ทา่ นให้ปวารณาเป็ นการคณะถ้ารูปเดยี วให้อธิษฐานเป็ นการบคุ คล ฯ (ปี 2547) ในอาวาสแหง่ หนง่ึ มีภกิ ษุจาพรรษาแรก ๔ รูป พรรษาหลงั ๒ รูป เม่ือถึงวนั ปวารณาแรก (เพญ็ เดือน ๑๑) และวนั ปวารณา หลงั (เพญ็ เดอื น ๑๒) เธอทงั้ ๖ รูปนนั้ จะปฏิบตั อิ ยา่ งไร? ตอบ เมอื่ ถงึ วนั ปวารณาแรก พงึ ประชมุ กนั ทงั้ ๖ รูปแล้ว ตงั้ สงั ฆญตั ติ ภิกษุผ้จู าพรรษาแรก ๔ รูปพงึ ปวารณา เมือ่ เสร็จแล้วภกิ ษุอีก ๒ รูปพงึ ทาปาริสทุ ธิอโุ บสถในสานกั ภกิ ษุ ๔ รูปนนั้ เมอ่ื ถึงวนั ปวารณาหลงั พงึ ประชมุ กนั ๖ รูปเชน่ เดียวกนั แล้ว ภิกษุผ้จู าพรรษาแรก ๔ รูป พงึ ตงั้ ญตั ติสวดปาฏโิ มกข์ เม่ือจบแล้วภิกษุ ๒ รูป พงึ ปวารณาในสานกั ภิกษุ ๔ รูปนนั้ ฯ (ปี 2545) วนั ปวารณา และอาการทก่ี ระทา คอื อะไรบ้าง? การตงั้ ญตั ติในสงั ฆปวารณามกี ่ีอยา่ ง? อะไรบ้าง? 22 | P a g e

ตอบ วนั ปวารณามี ๓ คือ จาตทุ ทสี ที่ ๑๔ คา่ ๑ ปัณณรสี ที่ ๑๕ ค่า ๑ สามคั คีวนั ทภ่ี ิกษุสงฆ์พร้อมเพรียงกนั ๑ ฯ อาการที่กระทามี ๓ คือปวารณาตอ่ ทปี่ ระชมุ ๑ ปวารณากนั เอง ๑ อธิษฐานใจ ๑ ฯ มี ๕ อยา่ ง คอื เตวาจิกาญตั ติ ๑ เทววาจิกาญตั ติ ๑ เอกวาจิกาญตั ติ ๑ สมานวสั สกิ าญตั ติ ๑ สพั พสงั คาหิกาญตั ติ ๑ ฯ (ปี 2544) ภกิ ษุจาพรรษา ๑ รูป ๒, ๓, ๔, ๕ รูป เมือ่ ถึงวนั ปวารณาพงึ ปฏบิ ตั ิอยา่ งไร? เหตทุ ท่ี าให้เลอ่ื นปวารณาได้มกี ่ีอยา่ ง? อะไรบ้าง? ตอบ พงึ ปฏบิ ตั อิ ยา่ งนี ้ภกิ ษุ ๑ รูป พงึ อธิษฐานเป็ นการบคุ คล, ภกิ ษุ ๒, ๓, ๔ รูป พงึ ทาคณะปวารณา, ภิกษุ ๕ รูปขนึ ้ ไปพงึ ทาสงั ฆป วารณา มี ๒ อยา่ งคอื ๑) ภกิ ษุจะเข้ามาสมทบปวารณาด้วย ด้วยหมายจะคดั ค้านผ้นู นั้ ผ้นู ี ้ทาให้เกิดอธิกรณ์ขนึ ้ ๒) อยดู่ ้วยกนั เป็ นผาสกุ ปวารณาแล้วตา่ งจะจากกนั จาริกไปเสยี อุปปถกริ ิยา การประพฤตนิ อกลนู่ อกทางของสมณะ ๑. อนาจาร ความประพฤตไิ มด่ ไี มง่ ามและการเลน่ ตา่ งๆ ที่ไมเ่ หมาะสมแกค่ วามเป็ นบรรชิต ทา่ นปรับอาบตั ทิ กุ กฏ ๒. ปาปสมาจาร การประทษุ ร้ายตระกลู หมายถงึ การประพฤติตวั ไมเ่ หมาะสมของภกิ ษุสามเณรตอ่ ชาวบ้านท่ตี นคบค้า สมาคมด้วยอาการ ๒ อยา่ งคือ ๑.อาการทีเ่ น่ืองด้วยการสมาคม ๒.อาการที่เนื่องด้วยการรุกรานหรือตดั รอน ๓. อเนสนา การหาเลยี ้ งชีพในทางท่ไี มเ่ หมาะสมของภกิ ษุสามเณร เป็ นการกระทาทไ่ี มบ่ รสิ ทุ ธิ์นา่ ติเตียน และนา่ รังเกียจ มี ๒ ประเภท คือ การแสวงหาทเ่ี ป็ นโลกวชั ชะ และการแสวงหาทีเ่ ป็ นปัณณตั วิ ชั ชะ (ปี 2562 และ 2550) ดิรัจฉานวิชาไมด่ ีอยา่ งไร พระศาสดาจงึ ตรัสห้ามไว้ ไมใ่ ห้บอกไมใ่ ห้เรียน ? ตอบ เป็ นความรู้ท่ีเขาสงสยั วา่ ลวงหรือหลง ไมใ่ ช่ความรู้จริงจงั ผ้บู อกเป็ นผ้ลู วง ผ้เู รียนก็เป็ นผ้หู ดั เพ่อื จะลวงหรือเป็ นผ้หู ลงงมงาย ฉะนนั้ พระศาสดาจงึ ตรัสห้ามไว้ ไมใ่ ห้บอกไมใ่ ห้เรียน ฯ (ปี 2561) ปาปสมาจาร คอื อะไร ? ภิกษุชื่อวา่ กลุ ปสาทโก เพราะประพฤติอยา่ งไร ? ตอบ คอื ความประพฤตเิ ลวทราม เนื่องด้วยการคบคฤหสั ถ์ด้วยการสมาคมอนั มิชอบ ฯ เพราะประพฤติพอดีพองาม ยงั ความเลอื่ มใสนบั ถือของเขาให้เกิดในตน เป็ นศรีของพระศาสนา ฯ (ปี 2560) อเนสนาได้แกอ่ ะไร ? มอี ะไรบ้าง ? ตอบ อเนสนา ได้แก่ กิริยาแสวงหาเลยี ้ งชีพในทางไมส่ มควร ฯ มี ๒ อยา่ ง คือ ๑. การแสวงหาเป็ นโลกวชั ชะ มโี ทษทางโลก ๒. การแสวงหาเป็ นปัณณตั ติวชั ชะ มีโทษทางพระบญั ญตั ิ ฯ (ปี 2559) ภิกษุได้ช่ือวา่ \"กลุ ปสาทโก ผ้ยู งั ตระกลู ให้เลอ่ื มใส\" เพราะมีปฏิปทาอยา่ งไร ? ตอบ เพราะมปี ฏิปทาอยา่ งนี ้คอื เป็ นผ้ถู ึงพร้อมด้วยอาจาระ ไมท่ อดตนเป็ นคนสนิทของสกลุ โดยฐานเป็ นคนเลว และอกี อยา่ งหนง่ึ ไม่ รุกรานตดั รอนเขา แสดงเมตตาจิตตอ่ เขา ประพฤตพิ อดพี องาม ยงั ความเลอื่ มใสนบั ถือของเขาให้เกิดในตน ฯ (ปี 2559) อนาจาร หมายถึงอะไร ? เลน่ อยา่ งไรบ้าง จดั เป็ นอนาจาร ? ตอบ อนาจาร หมายถึง ความประพฤติไมด่ ไี มง่ าม และการเลน่ มปี ระการตา่ ง ๆ ฯ เลน่ อยา่ งเด็ก เลน่ คะนอง เลน่ พนนั เลน่ ป้ ยู ปี่ ้ ยู า เลน่ องึ คะนงึ จดั เป็ นอนาจาร ฯ 23 | P a g e

(ปี 2558) อปุ ปถกิริยา คอื อะไร ? มกี ี่อยา่ ง ? อะไรบ้าง ? ตอบ คือการทานอกรีตนอกรอยของสมณะ ฯ มี ๓ อยา่ ง ฯ คอื อนาจาร ได้แก่ความประพฤตไิ มด่ ีไมง่ าม ปาปสมาจาร ได้แก่ความ ประพฤตเิ ลวทราม และอเนสนา ได้แกค่ วามหาเลยี ้ งชีพไมส่ มควร ฯ (ปี 2556) ภิกษุได้ช่ือวา่ ผ้ปู ระทษุ ร้ายสกลุ กบั ภกิ ษุได้ช่ือวา่ ผ้ยู งั สกลุ ให้เลอื่ มใส เพราะมีความประพฤตติ า่ งกนั อยา่ งไร? ตอบ ตา่ งกนั อยา่ งนี ้ภิกษุผ้ปู ระทษุ ร้ายสกลุ เป็ นผ้ปู ระพฤติให้เขาเสยี ศรัทธาเลอื่ มใส ประจบเขาด้วยกิริยาทาตนอยา่ งคฤหสั ถ์ ให้ของ กานลั แก่สกลุ อยา่ งคฤหสั ถ์เขาทา ยอมตนให้เขาใช้สอย หรือด้วยอาการเอาเปรียบโดยเชิงให้สงิ่ ของเลก็ น้อยด้วยหวงั ได้มาก สว่ นภิกษุผ้ยู งั สกลุ ให้เลอ่ื มใส เป็ นผ้ถู ึงพร้อมด้วยอาจาระ ไมท่ อดตนเป็ นคนสนิทของสกลุ โดยฐานเป็ นคนเลวไมร่ ุกรานตดั รอนเขา แสดงเมตตาจิต ประพฤติพอดพี องาม ทาให้เขาเลอ่ื มใสนบั ถือตน ฯ (ปี 2556) อนามฏั ฐบณิ ฑบาต ได้แกโ่ ภชนะเชน่ ไร? มขี ้อห้ามตามพระวินยั ไว้อยา่ งไร? ตอบ ได้แกโ่ ภชนะท่ีภกิ ษุได้มายงั ไมไ่ ด้หยิบไว้ฉนั ฯ มขี ้อห้ามไมใ่ ห้ภกิ ษุให้แกค่ ฤหสั ถ์อ่ืนนอกจากมารดาและบิดา ฯ (ปี 2554) ภกิ ษุได้รับการสรรเสริญวา่ กลุ ปสาทโก ผ้ยู งั ตระกลู ให้เลอื่ มใส กบั ภกิ ษุผ้ไู ด้รับการตาหนิวา่ กลุ ทสู โก ผ้ปู ระทษุ ร้ายตระกลู เพราะมีความประพฤติเช่นไร? ตอบ ภกิ ษุผ้ไู ด้รับการสรรเสริญวา่ กลุ ปสาทโก เพราะถึงพร้อมด้วยอาจาระ ไมท่ อดตนเป็ นคนสนิทของสกลุ โดยฐานเป็ นคนเลว ไม่ รุกรานตดั รอนเขา แสดงเมตตาจิต ประพฤติพอดีพองาม ทาให้เขาเลอ่ื มใสนบั ถือตน สว่ นภกิ ษุผ้ไู ด้รับการตาหนิวา่ กลุ ทสู โก ผู้ ประทษุ ร้ายสกลุ เพราะประพฤตใิ ห้เขาเสยี ศรัทธาเลอื่ มใส ประจบเขาด้วยกิริยาทาตนอยา่ งคฤหสั ถ์ ให้ของกานลั แก่สกลุ อยา่ งคฤหสั ถ์ เขาทากนั ยอมตนให้เขาใช้สอย หรือด้วยอาการเอาเปรียบโดยเชิงให้สงิ่ ของเลก็ น้อยด้วยหวงั ได้มาก ฯ (ปี 2553) อปุ ปถกิริยา คอื อะไร? ความประพฤติเชน่ ไรจดั เข้าใน อนาจาร ปาปสมาจาร อเนสนา? ตอบ คอื การทานอกรีตนอกรอยของสมณะ ฯ ความประพฤตไิ มด่ ไี มง่ าม และเลน่ มีประการตา่ ง ๆ จดั เข้าในอนาจาร ความประพฤติเลวทราม จดั เข้าในปาปสมาจาร ความเลยี ้ งชีพไมส่ มควร จดั เข้าในอเนสนา ฯ (ปี 2552) การทานอกรีตนอกรอยของสมณะที่เรียกวา่ อนาจาร ปาปสมาจาร และอเนสนา ได้แก่ความประพฤตเิ ชน่ ไร รวมเรียกวา่ อะไร? ตอบ อนาจาร ได้แก่ ความประพฤติไมด่ ี ไมง่ าม และเลน่ มีประการตา่ งๆ ปาปสมาจาร ได้แก่ ความประพฤติเลวทราม อเนสนา ได้แก่ ความเลยี ้ งชีพไมส่ มควร รวมเรียกวา่ อปุ ปถกิริยา ฯ (ปี 2551) ภกิ ษุได้ช่ือวา่ “กลุ ทสู โก ผ้ปู ระทษุ ร้ายสกลุ ” เพราะประพฤติอยา่ งไร? ตอบ เพราะประพฤติให้เขาเสยี ศรัทธาเลอ่ื มใส คอื เป็ นผ้ปู ระจบเขาด้วยกิริยาทาตนอยา่ งคฤหสั ถ์ ยอมตนให้เขาใช้สอย หรือด้วย อาการ เอาเปรียบโดยเชิงให้สง่ิ ของเลก็ น้อยด้วยหวงั ได้มาก ฯ (ปี 2548) อเนสนา คืออะไร? ภิกษุทาอเนสนา ต้องอาบตั อิ ะไรได้บ้าง? ตอบ คอื กิริยาทแ่ี สวงหาเลยี ้ งชีพในทางไมส่ มควร ฯ ปาราชิก สงั ฆาทเิ สส ปาจิตตีย์และ ทกุ กฏ ฯ 24 | P a g e

(ปี 2548) ความรู้ในการทาเสนห่ ์ให้ชายหญิงรักกนั จดั เป็ นดริ ัจฉานวิชาเพราะเหตไุ ร ? ตอบ เพราะเป็นความรู้ทีไ่ มเ่ กี่ยวกบั ธรรมวนิ ยั ของภิกษุ และเป็ นความรู้ทท่ี าให้เขาสงสยั วา่ ลวง ทาให้เขาหลงงมงาย ไมใ่ ชค่ วามรู้จริง ผู้ บอกเป็ นผ้ลู วง ฝ่ ายผ้เู รียนเป็ นผ้หู ดั เพ่อื ลวง หรือเป็ นผ้หู ลงงมงาย ฯ (ปี 2546) ความประพฤตติ อ่ ไปนี ้ จดั เข้าในอปุ ปถกิริยาข้อไหน ? ก. ชอบเลน่ คะนอง ร้องราทาเพลง ข. ชอบดา่ วา่ เสยี ดสี เปรียบเปรยเขา ยยุ งให้เขาแตกกนั ตอบ ก. จดั เข้าในข้ออนาจาร ความประพฤตไิ มด่ ไี มง่ าม ฯ ข. จดั เข้าในข้อปาปสมาจาร ความประพฤตเิ ลวทราม ฯ (ปี 2545) ภิกษุผ้เู ข้าไปในเจตยิ สถาน ควรปฏิบตั อิ ยา่ งไร? ภิกษุได้ชื่อวา่ \"กลุ ปสาทโก ผ้ยู งั ตระกลู ให้เลอื่ มใส\" เพราะมปี ฏปิ ทาอยา่ งไร? ตอบ ควรปฏบิ ตั ิอยา่ งนี ้คือไมก่ นั้ ร่ม ไมส่ วมรองเท้า ไมห่ ม่ คลมุ เข้าไป ไมแ่ สดงอาการดหู มน่ิ ตา่ งๆ เช่นพดู เสยี งดงั และนง่ั เหยยี ดเท้า เป็ นต้น ไมถ่ ่ายอจุ จาระปัสสาวะ และไมถ่ ม่ เขฬะในลานพระเจดยี ์ ฯ เพราะมีปฏิปทาอยา่ งนี ้คอื เป็ นผ้ถู ึงพร้อมด้วยอาจาระ ไมท่ อดตนเป็ นคนสนทิ ของสกลุ โดยฐานเป็ นคนเลว และอีกอยา่ งหนง่ึ ไมร่ ุกราน ตดั รอนเขา แสดงเมตตาจิตตอ่ เขา ประพฤตพิ อดีพองาม ยงั ความเลอื่ มใสนบั ถือของเขาให้เกิดในตน ฯ (ปี 2545) ภิกษุไมส่ งั วรในอปุ ปถกิริยา จะพงึ ได้รับโทษอยา่ งไรบ้าง? การแสวงหาเชน่ ไรจดั เป็ นโลกวชั ชะ มีโทษทางโลก? เช่นไรจดั เป็ น ปัณณตั ติวชั ชะ มีโทษทางพระบญั ญตั ?ิ ตอบ ปรับเป็ นอาบตั ทิ กุ กฏ และเป็ นฐานที่สงฆ์จะพงึ ลงโทษ ๔ สถาน อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ตามโทษานโุ ทษ คอื ๑) ตชั ชนยี กรรม ตาหนโิ ทษ ๒) นยิ สกรรม ถอดยศ คือถอดความเป็ นผ้ใู หญ่ ๓) ปัพพาชนยี กรรม ขบั ไลจ่ ากวดั ๔) ปฏิสารณียกรรม ให้หวนระลกึ ถึงความผดิ ฯ การแสวงหาในทางบาป เช่นทาโจรกรรมและหลอกลวงให้เขาเช่ือถือ และในทางท่ีโลกเขาดหู มิ่น จดั เป็ นโลกวชั ชะ ฯ การแสวงหา ในทางผิดธรรมเนยี มของภกิ ษุ แม้ไมม่ ีโทษแก่คนพวกอน่ื จดั เป็ นปัณณตั ตวิ ชั ชะ ฯ (ปี 2544) การทานอกรีตนอกรอยของสมณะ เรียกวา่ อะไร? มีก่ีอยา่ ง? อะไรบ้าง? จงบอกความหมายของแตล่ ะอยา่ งด้วย ตอบ เรียกวา่ อปุ ปถกิริยา, มี ๓ อยา่ งคือ อนาจาร ๑ ปาปสมาจาร ๑ อเนสนา ๑ ความประพฤตไิ มด่ ีไมง่ าม และเลน่ มปี ระการตา่ ง ๆ จดั เข้าในอนาจาร ความประพฤตเิ ลวทราม จดั เข้าในปาปสมาจาร ความเลยี ้ งชีพไมส่ มควร จดั เข้าในอเนสนา กาลกิ ๔ ของกินทภี่ กิ ษุรับประเคนไว้แล้วและฉนั ได้ในเวลาท่ีกาหนด แบง่ ไว้ ๔ ประเภท ๑. ยาวกาลกิ ของทีร่ ับประเคนไว้แล้ว ฉนั ได้ชว่ั คราว คือตงั้ แตเ่ ช้าถงึ เที่ยงของวนั นนั้ ๒. ยามกาลกิ ของทรี่ ับประเคนไว้แล้ว ฉนั ได้ชว่ั ระยะเวลาวนั หนง่ึ กบั คนื หนง่ึ ๓. สตั ตาหกาลกิ ของทรี่ ับประเคนไว้แล้ว เก็บไว้ฉนั ได้ในระยะเวลา ๗ วนั ได้แก่ เภสชั ๕ (เนยใส เนยข้น นา้ มนั นา้ ผงึ ้ นา้ อ้อย) 25 | P a g e

๔. ยาวชีวกิ ของที่รับประเคนไว้แล้ว เก็บไว้ฉนั ได้ตลอดชีวิต กาลกิ ระคนกนั มกี ฎเกณฑ์โดยกาหนดอายตุ ามกาลกิ ทีม่ ีอายนุ ้อยทส่ี ดุ ฯ เช่นยาผง เป็ นยาวชีวิก คลกุ กบั นา้ ผงึ ้ ทเี่ ป็ นสตั ตาหกาลกิ ต้องถืออายุ ๗ วนั เป็ นเกณฑ์ (ปี 2562 และ 2550) ยาวกาลกิ กบั ยาวชีวิก ตา่ งกนั อยา่ งไร ? ตอบ ยาวกาลกิ คอื ของทใี่ ช้บริโภคเป็ นอาหาร บริโภคได้ชว่ั คราว คอื ตงั้ แตเ่ ช้าถงึ เที่ยงวนั ได้แก่ โภชนะ ๕ นมสด นมส้ม ของขบเคีย้ ว เป็ นต้น ฯ สว่ นยาวชีวกิ เป็ นของทใ่ี ห้ประกอบเป็ นยา บริโภคได้เสมอไป ไมม่ ีจากดั เวลา แตเ่ ม่ือมีเหตจุ ึงบริโภคได้ ได้แก่ รากไม้ นา้ ฝาดใบไม้ ผลไม้ ยางไม้ เกลอื เป็ นต้น ฯ (ปี 2561) ภิกษุฉนั เนอื ้ งู เนอื ้ มนษุ ย์ ต้องอาบตั อิ ะไร ? ตอบ ฉนั เนอื ้ งู ต้องอาบตั ิทกุ กฏ ฉนั เนอื ้ มนษุ ย์ ต้องอาบตั ิถลุ ลจั จยั ฯ (ปี 2557) กาลกิ ๔ ได้แกอ่ ะไรบ้าง? โภชนะ ๕ เภสชั ๕ จดั เป็ นกาลกิ อะไร? ตอบ ได้แกย่ าวกาลกิ ยามกาลกิ สตั ตาหกาลกิ ยาวชีวิก ฯ โภชนะ ๕ เป็ นยาวกาลกิ เภสชั ๕ เป็ นสตั ตาหกาลกิ ฯ (ปี 2555) เภสชั ๕ มอี ะไรบ้าง จดั เป็ นกาลกิ อะไร? ตอบ เนยใส เนยข้น นา้ มนั นา้ ผงึ ้ นา้ อ้อย ฯ จดั เป็ นสตั ตาหกาลกิ ฯ (ปี 2553) ยาวกาลกิ กบั ยาวชีวกิ ได้แกก่ าลกิ เช่นไร? กาลกิ ระคนกนั มีกฎเกณฑ์กาหนดอายไุ ว้อยา่ งไร? จงยกตวั อยา่ ง ตอบ ยาวกาลกิ ได้แกข่ องทใี่ ห้บริโภคได้ชวั่ คราว ตงั้ แตเ่ ช้าถึงเท่ียงวนั ยาวชีวกิ ได้แกข่ องทีใ่ ห้บริโภคได้เสมอไป ไมม่ ีจากดั กาล ฯ กฎเกณฑ์กาหนดอายตุ ามกาลกิ ทม่ี อี ายนุ ้อยทสี่ ดุ ฯ เชน่ ยาผง เป็ นยาวชีวกิ คลกุ กบั นา้ ผงึ ้ ท่เี ป็ นสตั ตาหกาลกิ ต้องถืออายุ ๗ วนั เป็ น เกณฑ์ ฯ (ปี 2553) คาวา่ อนั โตวฏุ ฐะ อนั โตปักกะ สามปักกะ หมายถงึ อะไร ? ตอบ อนั โตวฏุ ฐะ หมายถึงยาวกาลกิ ทภ่ี กิ ษุเก็บไว้ในที่อยขู่ องตน ฯ อนั โตปักกะ หมายถงึ ยาวกาลกิ ทภี่ กิ ษุหงุ ต้มภายใน (ที่อยขู่ องตน) ฯ สามปักกะ หมายถงึ ยาวกาลกิ ที่ภกิ ษุทาให้สกุ เอง ฯ (ปี 2552) กาลกิ คอื อะไร? มอี ะไรบ้าง? กาลกิ ระคนกนั มีกาหนดอายไุ ว้อยา่ งไร? จงยกตวั อยา่ ง ตอบ ของทีจ่ ะพงึ กลนื ให้ลว่ งลาคอลงไป มดี งั นี ้ยาวกาลกิ ยามกาลกิ สตั ตาหกาลกิ และยาวชีวกิ ฯ กาหนดอายตุ ามกาลกิ ทมี่ อี ายสุ นั้ ทส่ี ดุ เป็ นเกณฑ์ เชน่ เอายาผงท่เี ป็ นยาวชีวิกซงึ่ ไมจ่ ากดั อายคุ ลกุ บั นา้ ผงึ ้ ท่ีเป็ นสตั ตาหกาลกิ ซงึ่ มี กาหนดอายไุ ว้ ๗ วนั ดงั นตี ้ ้องถืออายุ ๗ วนั เป็ นเกฑ์ ฯ (ปี 2551) กาลกิ มีเทา่ ไร? อะไรบ้าง? กล้วยดองนา้ ผงึ ้ เป็ นกาลกิ อะไร? ตอบ มี ๔ ฯ ยาวกาลกิ ยามกาลกิ สตั ตาหกาลกิ ยาวชีวกิ ฯ เป็ นยาวกาลกิ ฯ 26 | P a g e

(ปี 2547) ภกิ ษุบณิ ฑบาตได้สบั ปะรดแล้ว นามาฉนั รวมกบั นา้ ตาลทรายและเกลอื ซง่ึ รับประเคนไว้แล้ว ๒ วนั จะต้องอาบตั อิ ะไร หรือไม?่ เพราะเหตไุ ร? ตอบ ต้องอาบตั ปิ าจิตตีย์ เพราะนา้ ตาลทรายเป็ นสตั ตาหกาลกิ เกลอื เป็ นยาวชีวิก เม่ือนามาฉนั รวมกบั สบั ปะรดซงึ่ เป็ นยาวกาลกิ จึงมี คตเิ ป็ นยาวกาลกิ ทาให้ต้องอาบตั ปิ าจิตตีย์ เพราะฉนั ของเป็ นสนั นธิ ิ ฯ (ปี 2546) อทุ ทิสมงั สะ ได้แกเ่ นอื ้ เช่นไร? ภกิ ษุฉนั เนอื ้ งู เนอื ้ มนษุ ย์ ต้องอาบตั อิ ะไร? ตอบ อทุ ทิสมงั สะ ได้แก่เนอื ้ ที่เป็ นกปั ปิ ยะโดยกาเนดิ และเขาทาให้สกุ แล้ว แตเ่ ป็ นของท่ีเขาฆา่ เพ่อื ทาเป็ นอาหารถวายพระภิกษุ โดยตรง ฯ ภิกษุฉนั เนอื ้ งู ต้องอาบตั ิทกุ กฏ ฯ ฉนั เนอื ้ มนษุ ย์ ต้องอาบตั ิถลุ ลจั จยั ฯ (ปี 2545) สตั ตาหกรณียะ และ สตั ตาหกาลกิ มีอธิบายอยา่ งไร ? ตอบ สตั ตาหกรณียะ คอื ภกิ ษุผ้อู ยจู่ าพรรษาไปแรมคืนท่ีอ่ืนด้วยกิจจาเป็ นบางอยา่ ง แตก่ ลบั มาภายใน ๗ วนั เรียกวา่ ไปด้วยสตั ตาหก รณียะ หรือสตั ตาหะ ฯ สตั ตาหกาลกิ คอื ของที่รับประเคนแล้วเก็บไว้บริโภคได้ ๗ วนั ฯ ภณั ฑะต่างเจ้าของ  ภณั ฑสงฆ์ ๑. ครุภณั ฑ์ ทรัพย์สนิ ทีจ่ ดั เป็ นของใหญ่โต ใช้แล้วไมส่ นิ ้ ไป คงอยใู่ นสภาพเดิมได้นาน ๒. ลหุภณั ฑ์ ทรัพย์สนิ ทีจ่ ดั เป็ นของเลก็ ๆ น้อย ๆ ได้แก่ อาหารบิณฑบาต เภสชั และบริขาร (ปี 2561) ลหภุ ณั ฑ์และครุภณั ฑ์ทเ่ี ป็ นของสงฆ์ คือของเช่นไร ? อยา่ งไหน แจกกนั ได้และไมไ่ ด้ ? ตอบ ลหภุ ณั ฑ์ คอื ของเบา มบี ิณฑบาต เภสชั กบั บริขารทีจ่ ะใช้สาหรับตวั คือบาตร จีวร ประคดเอว เข็ม มีดพบั มีดโกน เป็ นของที่ แจกกนั ได้ ครุภณั ฑ์ คอื ของหนกั ไมใ่ ชข่ องสาหรับใช้ให้สนิ ้ ไป เป็ นของควรรักษาไว้ได้นาน เป็ นเครื่องใช้ในเสนาสนะ หรือเป็ นตวั เสนาสนะเอง ตลอดถงึ กฎุ ีและทด่ี นิ เป็ นของท่แี จกกนั ไมไ่ ด้ ฯ (ปี 2560) ภตั ตทุ เทสกะ จีวรภาชกะ และอปั ปมตั ตกวสิ ชั ชกะ หมายถึงภกิ ษุ ผ้มู ีหน้าทอี่ ะไร ? ตอบ ภตั ตทุ เทสกะ หมายถงึ ภกิ ษุผ้มู หี น้าท่ีแจกภตั ตาหาร ตลอดถึงรับนิมนต์ของทายกแล้วจดั สง่ พระไปให้ จีวรภาชกะ หมายถงึ ภกิ ษุผ้มู ีหน้าท่ีแจกจีวร อปั ปมตั ตกวสิ ชั ชกะ หมายถึง ภกิ ษุผ้มู ีหน้าท่ีแจกเภสชั และบริขารเลก็ น้อย ฯ (ปี 2547) ภณั ฑะเชน่ ไรทจี่ ดั เป็ นของสงฆ?์ กาหนดไว้ก่ีประเภท? อะไรบ้าง? บิณฑบาต กฎุ ี ท่ดี นิ จีวร ประคดเอว และเสนาสนะ เป็ นภณั ฑะประเภทไหน? ตอบ ภณั ฑะที่เขาถวายเป็ นสาธารณะแกห่ มภู่ กิ ษุ ไมเ่ ฉพาะตวั หรือภณั ฑะอนั ภกิ ษุรับก็ดี ปกครองหวงห้ามไว้ก็ดีด้วยความเป็ น สาธารณะแกห่ มภู่ กิ ษุ จดั เป็ นของสงฆ์ ฯ กาหนดไว้ ๒ ประเภทคอื ครุภณั ฑ์ ๑ ลหภุ ณั ฑ์ ๑ ฯ บณิ ฑบาต จีวร ประคดเอว จดั เป็ นลหภุ ณั ฑ์ กฎุ ี ท่ดี นิ และเสนาสนะ จดั เป็ นครุภณั ฑ์ ฯ (ปี 2544) ลหภุ ณั ฑ์ และครุภณั ฑ์ที่เป็ นของสงฆ์ คอื ของเช่นไร? อยา่ งไหนแจกกนั ได้ และไมไ่ ด้? วนิ ยั กรรม กบั สงั ฆกรรม ตา่ งกนั อยา่ งไร? 27 | P a g e

ตอบ ลหภุ ณั ฑ์ คือของเบา มีบณิ ฑบาต เภสชั กบั บริขารท่จี ะใช้สาหรับตวั คอื บาตร จีวร ประคดเอว เขม็ มีดพบั มดี โกน เป็ นของทีแ่ จก กนั ได้ ครุภณั ฑ์ คือของหนกั ไมใ่ ช่ของสาหรับใช้สนิ ้ ไป เป็ นของควรรักษาไว้ได้นาน เป็ นเคร่ืองใช้ในเสนาสนะ หรือเป็ นตวั เสนาสนะเอง ตลอด ถึงกฎุ ีและที่ดิน เป็ นของที่แจกกนั ไมไ่ ด้ ฯ ตา่ งกนั อยา่ งนี ้กรรมทภ่ี ิกษุแตล่ ะรูปหรือหลายรูปจะพงึ กระทาตามพระวินยั เชน่ การแสดงอาบตั ิ อธิษฐาน วิกปั เป็ นต้น เรียกวา่ วนิ ยั กรรม กรรมท่ภี กิ ษุครบองค์สงฆ์จตวุ รรคเป็ นต้น พงึ ทาเป็ นการสงฆ์ เชน่ อปโลกนกรรม ญตั ติกรรม เป็ นต้น เรียกวา่ สงั ฆกรรม ฯ  องค์ท่เี ป็ นลกั ษณะแห่งการถอื วิสาสะ ๑. เป็ นผ้เู คยได้เห็นกนั มา ๒. เป็ นผ้เู คยคบกนั มา ๓. ได้พดู กนั ไว้ ๔. ยงั มีชีวติ อยู่ ๕. รู้วา่ ของนนั้ เราถือเอาแล้วเขาจกั พอใจ ฯ (ปี 2559) ภณั ฑะของภกิ ษุผ้มู รณภาพ จะตกเป็ นของใคร ? ภิกษุผ้อู ปุ ัฏฐากจะถือเอาด้วยวสิ าสะได้หรือไม่ ? จงอธิบาย ตอบ ตกเป็ นของสงฆ์ ฯ ไมไ่ ด้ เพราะการจะถือเอาด้วยวสิ าสะ ต้องถือเอาในเวลาทเี่ จ้าของภณั ฑะยงั มีชีวติ อยู่ ฯ (ปี 2557) ลกั ษณะถือวสิ าสะทีม่ าในพระบาลมี อี ะไรบ้าง? ตอบ มี ๑) เป็ นผ้เู คยได้เห็นกนั มา ๒) เป็ นผ้เู คยคบกนั มา ๓) ได้พดู กนั ไว้ ๔) ยงั มีชีวติ อยู่ ๕) รู้วา่ ของนนั้ เราถือเอาแล้ว เจ้าของจกั พอใจ ฯ (ปี 2555) องค์ที่เป็ นลกั ษณะแหง่ การถือวสิ าสะ คืออะไรบ้าง? เหน็ วา่ ข้อไหนสาคญั ? ตอบ คือ เป็ นผ้เู คยได้เห็นกนั มา ๑ เป็ นผ้เู คยคบกนั มา ๑ ได้พดู กนั ไว้ ๑ ยงั มชี ีวิตอยู่ ๑ รู้วา่ ของนนั้ เราถือเอาแล้วเขาจกั พอใจ ๑ ฯ เห็นวา่ ข้อสดุ ท้ายสาคญั ฯ (ปี 2545) ในบาลแี สดงลกั ษณะการถือวิสาสะไว้อยา่ งไรบ้าง? เหตทุ ค่ี วรถือเป็ นประมาณ ๕ ประการให้บริขารขาดอธิษฐาน มอี ะไรบ้าง? ตอบ แสดงไว้อยา่ งนี ้คอื ๑) เป็ นผ้เู คยได้เหน็ กนั มา ๒) เป็ นผ้เู คยคบกนั มา ๓) ได้พดู กนั ไว้ ๔) ยงั มชี ีวิตอยู่ ๕) รู้วา่ ของนนั้ เราถือเอาแล้ว เจ้าของจกั พอใจ ฯ มดี งั นี ้คือ ๑) ให้แกผ่ ้อู น่ื ๒) ถกู โจรชิงเอาไปหรือลกั เอาไป ๓) มติ รถือเอาด้วยวิสาสะ ๔) ถอนเสยี จากอธิษฐาน ๕) เป็ นชอ่ งทะลุ ฯ 28 | P a g e

วนิ ัยกรรม (ปี 2561) จีวรที่วิกปั ไว้ เมอื่ จะนามาใช้ต้องทาอยา่ งไร ? ถ้าไมท่ าเชน่ นนั้ ต้องอาบตั ิอะไร ? ตอบ จีวรทวี่ ิกปั ไว้ เมอื่ จะนามาใช้ต้องขอให้ผ้รู ับถอนกอ่ น ฯ ต้องอาบตั ิปาจิตตยี ์ ฯ (ปี 2553) วนิ ยั กรรม กบั สงั ฆกรรม มคี วามหมายตา่ งกนั อยา่ งไร? การทาวนิ ยั กรรมนนั้ มจี ากดั บคุ คลและสถานท่ีบ้างหรือไมอ่ ยา่ งไร? ตอบ ตา่ งกนั อยา่ งนี ้ กรรมทภ่ี กิ ษุแตล่ ะรูปหรือหลายรูปจะพงึ ทาตามพระวนิ ยั เช่น พินทุ อธิษฐาน วกิ ปั จีวร เป็ นต้น เรียกวา่ วนิ ยั กรรม กรรมทภ่ี กิ ษุครบองค์เป็ นสงฆ์ มจี านวนอยา่ งต่าตงั้ แต่ ๔ รูปขนึ ้ ไปจะพงึ ทา เช่น อปโลกนกรรมเป็ นต้น เรียกวา่ สงั ฆกรรม ฯ จากดั บคุ คลและสถานที่ไว้ดงั นี ้ ๑. แสดงอาบตั ิ ต้องแสดงแกผ่ ้เู ป็ นภิกษุด้วยกนั ๒. อธิษฐาน ต้องทาเอง ๓. วิกปั ต้องวิกปั แก่สหธรรมกิ ทงั้ ๕ คอื ภิกษุ ภกิ ษุณี นางสกิ ขมานา สามเณร สามเณรี รูปใดรูปหนงึ่ ๔. ห้ามไมใ่ ห้ทาในท่มี ืด แตท่ าในสมี าหรือนอกสมี าใช้ได้ทงั้ นนั้ ฯ (ปี 2552) การแสดงอาบตั ิ การอธิษฐาน การทาวกิ ปั ในทางพระวนิ ยั เรียกวา่ อะไร? การทากิจเหลา่ นจี ้ ากดั บคุ คลไว้อยา่ งไร? ตอบ เรียกวา่ วินยั กรรม ฯ การแสดงอาบตั ิ จากดั ภิกษุผ้รู ับ ต้องเป็ นภิกษุผ้มู ีสงั วาสเดยี วกนั การอธิษฐาน ให้ทาเอง การทาวกิ ปั จากดั ผ้รู ับ ต้องทากบั สหธรรมิกทงั้ ๕ คือ ภิกษุ ภิกษุณี สามเถร สามเณรี สกิ ขมานา รูปใดรูปหนง่ึ ฯ (ปี 2546) วินยั กรรม คืออะไร? มีกี่อยา่ ง อะไรบ้าง? การทาวินยั กรรมมีจากดั บคุ คลหรือสถานทไี่ ว้อยา่ งไรบ้าง? ตอบ คอื การทากิจตามพระวินยั ฯ มี ๓ อยา่ ง คือ ๑) การแสดงอาบตั ิ ๒) การอธิษฐาน ๓) การวิกปั ฯ มีจากดั บคุ คลหรือสถานท่ดี งั นี ้ ๑) แสดงอาบตั ิต้องแสดงแกภ่ ิกษุผ้มู สี งั วาสเสมอกนั ๒) อธิษฐานต้องทาเอง ๓) วกิ ปั ต้องทาแกส่ หธรรมิกทงั้ ๕ คือ ภกิ ษุ ภกิ ษุณี สกิ ขมานา สามเณร สามเณรี รูปใดรูปหนงึ่ ฯ สว่ นสถานท่ีห้ามไมใ่ ห้ทา ในท่มี ดื แตใ่ นทนี่ อกสมี า ก็ทาได้ ฯ (ปี 2544) ลหภุ ณั ฑ์ และครุภณั ฑ์ทเ่ี ป็ นของสงฆ์ คอื ของเชน่ ไร? อยา่ งไหนแจกกนั ได้ และไมไ่ ด้? วินยั กรรม กบั สงั ฆกรรม ตา่ งกนั อยา่ งไร? ตอบ ลหภุ ณั ฑ์ คอื ของเบา มีบณิ ฑบาต เภสชั กบั บริขารท่ีจะใช้สาหรับตวั คอื บาตร จีวร ประคดเอว เข็ม มดี พบั มดี โกน เป็ นของที่แจก กนั ได้ ครุภณั ฑ์ คือของหนกั ไมใ่ ชข่ องสาหรับใช้สนิ ้ ไป เป็ นของควรรักษาไว้ได้นาน เป็ นเคร่ืองใช้ในเสนาสนะ หรือเป็ นตวั เสนาสนะเอง ตลอด ถงึ กฎุ ีและที่ดิน เป็ นของที่แจกกนั ไมไ่ ด้ ฯ 29 | P a g e

ตา่ งกนั อยา่ งนี ้กรรมท่ภี ิกษุแตล่ ะรูปหรือหลายรูปจะพงึ กระทาตามพระวินยั เชน่ การแสดงอาบตั ิ อธิษฐาน วกิ ปั เป็ นต้น เรียกวา่ วนิ ยั กรรม กรรมทภี่ กิ ษุครบองค์สงฆ์จตวุ รรคเป็ นต้น พงึ ทาเป็ นการสงฆ์ เช่น อปโลกนกรรม ญตั ตกิ รรม เป็ นต้น เรียกวา่ สงั ฆกรรม ฯ การแสดงอาบัติ (ปี 2561) สภาคาบตั ิ คอื อาบตั เิ ช่นไร ? ตอบ คอื อาบตั ทิ ีภ่ กิ ษุต้องเหมือนกนั เพราะลว่ งละเมดิ สกิ ขาบทเดยี วกนั ห้ามไมใ่ ห้แสดง ห้ามไมใ่ ห้รับ ให้แสดงในสานกั ของภิกษุอน่ื ฯ (ปี 2554) สภาคาบตั ิ คืออาบตั ิเช่นไร? ภิกษุต้องสภาคาบตั ิ จะพงึ ปฏิบตั ิอยา่ งไร? ตอบ คือ อาบตั ิทภ่ี กิ ษุต้องวตั ถเุ ดียวกนั เพราะลว่ งละเมิดสกิ ขาบทเดียวกนั ฯ เมอ่ื ภิกษุต้องสภาคาบตั ิ ห้ามไมใ่ ห้แสดงอาบตั ินนั้ ตอ่ กนั ห้ามไมใ่ ห้รับอาบตั ิของกนั ให้แสดงในสานกั ภกิ ษุอ่นื ถ้าสงฆ์ต้องสภาคาบตั ิ ทงั้ หมด ต้องสง่ ภิกษุรูปหนงึ่ ไปแสดงในทอี่ นื่ ภิกษุท่ีเหลอื จึงแสดงในสานกั ของภิกษุนนั้ ฯ (ปี 2548) สภาคาบตั ิ คืออาบตั เิ ช่นไร? ตอบ คือ อาบตั ทิ ่ภี กิ ษุต้องเหมือนกนั เพราะลว่ งละเมิดสกิ ขาบทเดยี วกนั ฯ มหาปเทส ๔ ข้อสาหรับอ้างใหญ่ ๑. สงิ่ ใดไมไ่ ด้ทรงห้ามไว้วา่ \"ไมค่ วร\" แตอ่ นโุ ลมเข้ากบั สง่ิ ที่ \"ไมค่ วร\"(สงิ่ ทห่ี ้าม) ขดั กบั สง่ิ ที่ \"ควร\"(สงิ่ ที่อนญุ าต) ให้ตดั สนิ สงิ่ นนั้ วา่ \"ไม่ควร\"(ห้ามทา) ๒. สง่ิ ใดไมไ่ ด้ทรงห้ามไว้วา่ \"ไมค่ วร\" แตอ่ นโุ ลมเข้ากบั สงิ่ ท่ี \"ควร\"(สงิ่ ทอ่ี นญุ าต) ขดั กบั สงิ่ ที่ \"ไมค่ วร\"(สงิ่ ท่ีห้าม) ให้ตดั สนิ สงิ่ นนั้ วา่ \"ควร\"(อนญุ าตให้ทา) ๓. สง่ิ ใดไมไ่ ด้ทรงอนญุ าตไว้วา่ \"ควร\" แตอ่ นโุ ลมเข้ากบั สง่ิ ที่ \"ไมค่ วร\"(สง่ิ ท่ีห้าม) ขดั กบั สงิ่ ที่ \"ควร\"(สง่ิ ทีอ่ นญุ าต) ให้ตดั สนิ สง่ิ นนั้ วา่ \"ไม่ควร\"(ห้ามทา) ๔. สง่ิ ใดไมไ่ ด้ทรงอนญุ าตไว้วา่ \"ควร\" แตอ่ นโุ ลมเข้ากบั สงิ่ ท่ี \"ควร\"(สงิ่ ที่อนญุ าต) ขดั กบั สงิ่ ท่ี \"ไมค่ วร\"(สงิ่ ท่หี ้าม) ให้ตดั สนิ สง่ิ นนั้ วา่ \"ควร\"(อนญุ าตให้ทา) (ปี 2558) มหาปเทส แปลวา่ อะไร ? ทรงประทานไว้เพอ่ื ประโยชน์อะไร ? ตอบ แปลวา่ ข้อสาหรับอ้างใหญ่ ฯ เพ่อื เป็ นหลกั แหง่ การวนิ จิ ฉยั ทงั้ ในทางธรรมทงั้ ในทางวนิ ยั ฯ (ปี 2547) มหาปเทส คอื อะไร? นา้ ตาลสด มไิ ด้ทรงอนญุ าตไว้โดยตรงให้ภิกษุฉนั ได้เหมือนนา้ อ้อย แตฉ่ นั ได้เพราะ อะไร? จงตอบให้มีหลกั ตอบ คอื ข้อสาหรับอ้างใหญ่ ฯ แม้มไิ ด้ทรงอนญุ าตโดยตรงให้ภกิ ษุฉนั ได้ก็จริง แตเ่ พราะนา้ ตาลสดเป็ นของมรี สหวาน สาเร็จประโยชน์เชน่ เดยี วกนั กบั รสหวานแหง่ อ้อย ชื่อวา่ เป็ นของเข้ากนั กบั รสหวานแหง่ อ้อย ดงั มีระบไุ ว้ในมหาปเทศ ๔ ข้อวา่ สง่ิ ใดไมไ่ ด้ทรงอนญุ าตไว้วา่ ควร แตเ่ ข้ากนั กบั สง่ิ เป็ น กปั ปิ ยะ ขดั กนั ตอ่ สงิ่ เป็ นอกปั ปิ ยะ สง่ิ นนั้ ควร ฯ 30 | P a g e

พุทธบญั ญัตทิ ่ที รงอนุญาตพิเศษ (ปี 2553) ภิกษุจะฉนั สงิ่ ใด ๆ ต้องรับประเคนก่อน มีกรณียกเว้นเป็ นพเิ ศษอะไรบ้าง ที่ไมต่ ้องรับประเคนกอ่ นก็ฉนั ได้? ตอบ ยกเว้นเป็ นพเิ ศษเฉพาะภิกษุอาพาธถกู งกู ดั ให้ฉนั ยามหาวิกฏั ๔ คอื มตู ร คถู เถ้า และดนิ ได้ ฯ วบิ ัติ ๔ (ปี 2546) วบิ ตั ขิ องภิกษุในทางพระวนิ ยั มเี ทา่ ไร? อะไรบ้าง? จงให้ความหมายของวบิ ตั ิแตล่ ะอยา่ งนนั้ พอได้ใจความ ตอบ มี ๔ คอื ๑) สลี วิบตั ิ ๒) อาจารวบิ ตั ิ ๓) ทฏิ ฐิวิบตั ิ ๔) อาชีววบิ ตั ิ ฯ ความเสยี แหง่ ศลี ช่ือวา่ สลี วบิ ตั ิ ความเสยี มารยาท ช่ือวา่ อาจารวิบตั ิ ความเห็นผดิ ธรรมผดิ วินยั ช่ือวา่ ทิฏฐิวบิ ตั ิ ความเสยี แหง่ การเลยี ้ งชีพ ช่ือวา่ อาชีววบิ ตั ิ ฯ อโคจร ๖ บคุ คลและสถานทท่ี ี่ไมค่ วรไป ๑. หญิงแพศยา (โสเภณี) ๒. หญิงหม้าย ๓. สาวเทอื ้ (โสด) ๔. ภิกษุณี ๕. บณั เฑาะก์ ๖. ร้านสรุ า (ปี 2560) ภกิ ษุผ้ไู ด้ช่ือวา่ โคจรสมั ปันโน ผ้ถู งึ พร้อมด้วยโคจร เพราะปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ? ตอบ เพราะเว้นอโคจร ๖ จะไปหาใครหรือจะไปที่ไหน เลอื กบคุ คล เลอื กสถานอนั สมควร ไปเป็ นกิจลกั ษณะในเวลาอนั ควร ไมไ่ ปพร่า เพร่ือ กลบั ในเวลา ประพฤตติ นไมใ่ ห้เป็ นทร่ี ังเกียจของเพ่ือนสหธรรมิก ฯ (ปี 2555) ภิกษุได้ช่ือวา่ อาจารโคจรสมั ปันโน ผ้ถู ึงพร้อมด้วยมารยาทและโคจร เพราะประพฤตปิ ฏิบตั ิเช่นไร? ตอบ เพราะมีความประพฤตปิ ฏบิ ตั ิสภุ าพเรียบร้อยสมบรู ณ์ด้วยอภิสมาจาริกวตั ร เว้นจากอโคจร คอื บคุ คลและสถานท่ีที่ไมค่ วรไป ฯ (ปี 2553) ภิกษุผ้ไู ด้ชื่อวา่ โคจรสมั ปันโนผ้ถู งึ พร้อมด้วยโคจรเพราะปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร? ตอบ เพราะเว้นอโคจร ๖ จะไปหาใครหรือจะไปทไ่ี หน เลอื กบคุ คล เลอื กสถานอนั สมควร ไปเป็ นกิจลกั ษณะในเวลาอนั ควร ไมไ่ ปพร่า เพร่ือ กลบั ในเวลา ประพฤติตนไมใ่ ห้เป็ นทรี่ ังเกียจของเพอื่ นสหธรรมิกเพราะการไปเทย่ี ว ฯ (ปี 2552) ภกิ ษุผ้ไู ด้ช่ือวา่ ประดบั พระศาสนาให้รุ่งเรืองเพราะประพฤติปฏบิ ตั เิ ช่นไร? จงชีแ้ จง ตอบ เพราะมีความประพฤติปฏบิ ตั สิ ภุ าพเรียบร้อย สมบรู ณ์ด้วยอภสิ มาจาริกวตั ร เว้นจากบคุ คลและสถานทไี่ มค่ วรไป คืออโคจร เป็ นผ้ไู ด้ชื่อวา่ อาจารโคจรสมั ปันโน ผ้ถู ึงพร้อมด้วยมรรยาทและโคจรอนั เป็ นคกู่ บั คณุ บทวา่ สลี สมั ปันโน ผ้ถู งึ พร้อมด้วยศลี ฯ (ปี 2550) อโคจร คอื อะไร? มอี ะไรบ้าง? ตอบ คอื บคุ คลก็ดี สถานที่ก็ดี อนั ภกิ ษุไมค่ วรไปสู่ ฯ มีหญิงแพศยา ๑ หญิงหม้าย ๑ สาวเทอื ้ ๑ ภิกษุณี ๑ บณั เฑาะก์ ๑ ร้านสรุ า ๑ ฯ 31 | P a g e

สมบตั ิ ๔ ๔. อาชีวสมบตั ิ ฯ ๑. สลี สมบตั ิ ๒. อาจารสมบตั ิ ๓. ทฏิ ฐิสมบตั ิ ๔. อาชีวสมบตั ิ ฯ (ปี 2561) สมบตั ขิ องภกิ ษุในทางพระวนิ ยั มเี ทา่ ไร ? อะไรบ้าง ? ตอบ มี ๔ ฯ คือ ๑. สลี สมบตั ิ ๒. อาจารสมบตั ิ ๓. ทฏิ ฐิสมบตั ิ 32 | P a g e


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook