คำนำ แผนพฒั นาการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566 –2570 ของโรงเรียนวัดทา่ ไทร(ดติ ถานุ เคราะห์) เลม่ นี้ จัดทำขึน้ เพ่อื เป็นการกำหนดทศิ ทางพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเชอื่ มโยงบรู ณาการตาม ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) นโยบายรฐั บาล แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 13 (พ.ศ.2566 - 2570) แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 นโยบายและจดุ เนน้ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร ปงี บประมาณ พ.ศ.2566 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานและนโยบายของสำนกั งานเขต พืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง โดยคำนงึ ถงึ ประโยชนข์ องผเู้ รยี นทุกช่วงวยั เปน็ สำคัญ โรงเรียนบ้านชะไว(ชวลิตวทิ ยาคาร)มีพันธกจิ ด้านการจัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยและการศึกษา ภาคบังคบั ตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาภาคบังคบั พ.ศ. 2545 โดยเกณฑ์เด็กทมี่ ีอายุอยู่ในเกณฑ์การศกึ ษาภาค บงั คับตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 ในเขต บรกิ ารของโรงเรียน ได้เขา้ เรยี นทกุ คน มีการจัดการเรียนการสอน ให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ตามหลกั สตู รของ สถานศึกษา พฒั นาคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐานท้ัง 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานดา้ นคุณภาพของ ผ้เู รียน มาตรฐานดา้ นการจัดการศึกษา มาตรฐานด้านการจดั การเรยี นการสอนที่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ให้ได้ ตามเกณฑ์ทีม่ าตรฐานกำหนด เพอื่ ให้การจดั ทำแผนพัฒนาการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566 –2570 ให้สอดคล้อง ตามทก่ี ำหนดไวน้ ำไปสขู่ ้ันตอนการปฏิบัติ ในแผนปฏบิ ตั ิการประจำปี โดยการขบั เคลอ่ื นงาน ผ่านโครงการและ กิจกรรม ตามภารกิจ เพ่ือรองรับการใชจ้ า่ ยงบประมาณท่ีได้รับการจัดสรรประจำปี ให้บรรลุวตั ถุประสงค์ของ โรงเรียนต่อไป การจัดทำทุกขั้นตอนเกิดจากการร่วมมือของบุคลากรทุกคนของโรงเรียน มกี ารแบ่งงานและ มอบหมายภารกจิ ไวอ้ ย่างชดั เจน ได้รับความรว่ มมอื จากทุกฝา่ ยเปน็ อย่างดีย่งิ สามารถใช้เปน็ เคร่อื งมือในการ บรหิ ารจัดการศกึ ษาของโรงเรียนประจำปีงบประมาณ 2566 – 2570 ไดต้ ่อไป จึงขอขอบพระคุณทุกทา่ นไว้ ณ โอกาสน้ี โรงเรยี นบ้านชะไว(ชวลติ วิทยาคาร)
สารบญั คำนำ หนา้ สารบัญ ก สารบัญตาราง ข สารบญั ภาพ ง ส่วนท่ี 1 บทนำ จ 1 ข้อมลู ท่ัวไป 1 1. สภาพทัว่ ไปของโรงเรยี น 1 ขอ้ มูลท่ัวไป 1 สภาพทางการปกครอง 1 สภาพทางภมู ิศาสตร 1 สภาพทางเศรษฐกจิ 1 สภาพทางวัฒนธรรม 1 2. สภาพการจัดการศึกษา 2 3. ผลด้านคุณภาพการจดั การศึกษา 2 3 การวิเคราะหสภาพแวดลอ้ ม (SWOT Analysis) 10 ส่วนท่ี 2 กฎหมาย ระเบียบ และแผนท่เี กย่ี วข้อง 10 10 รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2560 พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 11 คำสัง่ หวั หนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติที่ 28 /2559 เร่ือง ให้จัดการศกึ ษาขั้น 11 พ้นื ฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใชจ้ ่าย 12 ยุทธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) 13 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) 15 แผนการปฏริ ูปประเทศ 16 แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) กลยุทธ์การพฒั นา (ฉบบั ท่ีเก่ียวขอ้ งกับการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน)
นโยบายและแผนแห่งชาตวิ ่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2566-2570 18 แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 18 แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 – 2579 19 นโยบายและจดุ เน้นของกระทรวงศึกษาธกิ าร ประจำปีงบประมาณ 2566 19 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ปีงบประมาณพ.ศ.2566 19 นโยบายเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของสำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา ประถมศกึ ษาอา่ งทอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2568 22 ผงั ความเชือ่ มโยงของแผนตา่ งๆกบั แผนพัฒนาการศึกษาขัน้ พื้นฐาน 27 สว่ นที่ 3 สาระสำคัญของแผนพฒั นาการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน 28 สว่ นที่ 4 การขบั เคลอ่ื นแผนพฒั นาการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานสการปฏบิ ตั ิ 41 ภาคผนวก - คำส่งั แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ปี 2566 -2570 - บนั ทกึ การให้ความเหน็ ชอบแผนพัฒนาการศกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2563 –2565 *******************************************
ส่วนที่ 1 บทนำ ข้อมูลทัว่ ไป 1. สภาพท่ัวไปของโรงเรียนบ้านชะไว(ชวลิตวิทยาคาร) 1.1 ข้อมลู ทั่วไป โรงเรยี นบา้ นชะไว(ชวลิตวิทยาคาร) ต้งั อยู่ หมู่ที่ 1 ตำบลชะไว อำเภอไชโย จังหวดั อา่ งทอง รหสั ไปรษณยี ์ 14140 สังกัดสำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาอา่ งทอง โทรศัพท์ 0917197778 เปดิ สอน: ระดบั ชัน้ อนบุ าลปี ๒ ท่ี ถงึ ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 1.2 สภาพทางการปกครอง เขตพ้ืนทบี่ ริการของ โรงเรยี นบา้ นชะไว(ชวลติ วทิ ยาคาร)ในตำบลท่าทองใหม่ หมทู่ ่ี 1, 2, 3 และตำบลชะ ไว 1.3 สภาพทางภูมศิ าสตร์ สภาพชุมชนรอบบรเิ วณโรงเรียนมีลกั ษณะกึ่งเมืองกึ่งชนบท มปี ระชากร จำนวน 3,000 คน บริเวณ ใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่ ชมุ ชนบ้านชะไว ประชาชนส่วนใหญร่ อ้ ยละ 85 ประกอบอาชีพรบั จ้างคา้ ขาย และทำการประมงขนาดเล็กซึ่งเป็นอาชีพหลกของชมุ ชนโดยมกี ารเลย้ี งสตั วป์ ระชาชนส่วนใหญ่นับถอื ศาสนา อิสลาม ประเพณ/ี ศิลปวฒั นธรรมท้องถ่นิ ท่เี ปน็ ทร่ี ูจ้ ักโดยทั่วไป คือ วันฮารรี ายอ 1.4 สภาพทางเศรษฐกิจ ผปู้ กครองส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับ มธั ยมศึกษาตอนต้น ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายไดโ้ ดยเฉล่ยี ต่อครอบครัว ตอ่ ปี 20,000 บาท จำนวนสมาชิกเฉล่ียต่อครอบครัว 5 คน 1.5 สภาพทางวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านชะไว(ชวลติ วทิ ยาคาร)ตัง้ อยใู่ กลว้ ดั ทา่ ไทรทำให้นกั เรียนไดเ้ รยี นรู้เก่ียวกบั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตลอดท้งั สรา้ งความเขา้ ใจอนั ดีระหวา่ งโรงเรยน กับวดั และชุมชน และโรงเรียนต้งั อยู่ใกล้มัสยิสอัลยุสรอ สามคั คซี ่ึงเป็นแหล่งเรียนรูเ้ ก่ียวกับภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ และโรงเรียนไดร้ บั การสนับสนนุ ส่งเสริมการเรียนรจู้ ากภมู ปิ ญั ญา ท้องถน่ิ
2. สภาพการจดั การศกึ ษา แสดงขอ้ มลู จำนวนครู นักเรียน หอ้ งเรยี น เปรียบเทยี บ 3 ปียอ้ นหลัง ตั้งแตป่ ีการศึกษา 2563-2565 ผลการประเมนิ คุณภาพผ้เู รียน (NT) ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 เปรียบเทยี บ 3 ปีย้อนหลัง ตงั้ แตป่ กี ารศึกษา 2562-2564 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขนั้ พื้นฐาน (O-NET) ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 เปรียบเทยี บ 3 ปีย้อนหลงั ต้งั แต่ปีการศึกษา 2562-2564 ตัง้ แต่ปีการศึกษา 2563-2565 ตารางท่ี 1 แสดงข้อมลจำนวนครู นักเรยี น ห้องเรยี น เปรียบเทียบ 3 ปยี ้อนหลงั ตั้งแต่ปการศึกษา 2563-2565 ปีการศึกษา จำนวนครู(คน) จำนวนนักเรียน(คน) จำนวนห้องเรียน (ห้องเรียน) 2563 11 ก่อน ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษา 2564 11 8 2565 11 ประถมศึกษา 107 ตอนต้น 8 40 106 - 8 35 108 - 36 - 3. ผลดา้ นคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา ตารางที่ 2 ผลการประเมนิ คุณภาพผเู้ รยี น (NT) ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 เปรยี บเทียบ 3 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ ปีการศึกษา 2562-2564 วิชาทส่ี อบ คะแนนเฉลีย่ ผลต่างปี คณิตศาสตร์ 2562 2563 2564 2562 กบั 2563 2563 กบั 2564 ภาษาไทย รวม 2 ด้าน 27.63 31.50 45.90 +3.87 +14.4 34.75 42.28 48.10 +7.53 +5.82 31.19 36.89 47.00 +5.7 +10.11 ตารางที่ 3 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ ั้นพนื้ ฐาน (O-NET) ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 เปรยี บเทียบ 3 ปี ยอ้ นหลง ต้ังแต่ปกี ารศึกษา 2563-2565 วชิ าทส่ี อบ คะแนนเฉล่ีย ผลตา่ งปี 2562 2563 2564 2562 กับ 2563 กับ 2563 2564 ภาษาไทย 45.52 52.54 54.04 +7.02 +1.5 ภาษาองั กฤษ 27.92 32.50 37.05 +4.58 +4.55 คณติ ศาสตร์ 34.17 25.00 42.50 -9.17 +17.5 วิทยาศาสตร์ 30.06 32.01 30.71 +1.95 - 1.3 รวมทุกวิชา 34.45 35.51 41.08 +12.56 +5.57
การวเิ คราะหส์ ภาพการจัดการศกึ ษา (SWOT Analysis) การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มภายนอก (External Environment) ใชร้ ูปแบบ (STEP) คอื การ วเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกองค์กร โดยนำปจั จยั 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ ตารางท่ี 5 การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอก (External Environment) ประเดน็ ท่เี ปน็ โอกาส ประเด็นทีเ่ ป็นอปสรรค ด้านสงั คม และวัฒนธรรม (Social–cultural factors : S) 1.โรงเรียนไดร้ บั การยอมรับและศรัทธาจากชมุ ชนส่งบุตร 1.ปญั หาการวา่ งงาน ปญั หาด้านยาเสพติดใน หลานเข้าเรยี น ท้องถ่นิ 2.โรงเรียนต้ังอยู่บนความหลากหลายทางด้านศาสนา 2.ผปู้ กครองส่วนใหญมีฐานะยากจน ประกอบ และวัฒนธรรม อาชีพรับจา้ ง ไมม่ ีเวลาดแู ลนักเรียน ขาดวสั ดุ 3.โรงเรยี นตั้งอยู่ในแหลง่ ชมุ ชน สะดวกต่อการเดนิ ทาง อปุ กรณส์ ง่ เสริมการเรียน สง่ ผลกระทบต่อการ สำหรบั นักเรียน เรยี นของนกั เรยี น 4.ผูป้ กครองและชมุ ชนส่งเสริมและสนบั สนุนกิจกรรม 3.มสี ง่ิ แวดล้อมที่มีสอยวั่ ยุ เชน่ รา้ นเกม การใช้ การศกึ ษาท่โี รงเรียนจัดให้แกน่ ักเรยี น โทรศพั ทมือถือ ทำใหน้ ักเรียนมคี วามเสีย่ งในการ 5.ชุมชนและหนว่ ยงานท้องถิ่นร่วมกันอนุรกษ์ประเพณี ดำรงชีวิต วัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ สง่ ผลให้นกั เรยี นมี 4.ผู้ปกครองมีปัญหาการหยา่ ร้างมากส่งผลให้ไม่มี แหล่งการเรยี นรู้และมีแบบอย่างท่ีดี เวลาเอาใจใสเ่ ดก็ เทา่ ท่ีควร 5.โรงเรยี นตั้งอยใู่ นแหล่งชมุ ชนท่มี จี ำ นวน ประชากรหนาแน่น สง่ ผลใหเ้ กิดความเส่ียงต่อการ ระบาดของโรค ด้านเทคโนโลยี (Technological factors : T) 1.โรงเรียนมีแหล่งสืบค้นข้อมลู แหลง่ เรียนรู้และ 1.นกั เรียนสามารถนำนวตั กรรมและเทคโนโลยีมาใชใ้ น บรกิ ารสอเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกใน กระบวนการเรยี นรไู้ ด้อย่างคล่องแคลว่ การสบื ค้นข้อมลู แก่ครู นักเรียนและชมุ ชน 2.โรงเรยี นมเี ว็บไซต์ในการเผยแพร่ผลงาน ข้อมลู 2.โรงเรยี นไม่สามารถจัดหาสื่อเทคโนโลยีมาใช้ใน ขา่ วสาร วารสารประชาสัมพันธ์และกจิ กรรมต่าง ๆ ที่ การจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี นได้อย่าง เกดิ ขน้ึ ได้แก่ เว็บไซตโ์ รงเรยี น เพจ Facebook เพียงพอ
ประเดน็ ท่ีเปน็ โอกาส ประเดน็ ทเี่ ป็นอปสรรค 3.โรงเรยี นตง้ั อยู่ในเขตชมุ ชนเมอื ง ทำให้มีความทนั สมัย 6.ชมุ ชนขาดการกำกบั ติดตาม ดแู ลการให้บริการ และความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ด้านเทคโนโลยี เชน่ รา้ นอินเทอรเ์ นต็ เกมสง่ ผล 4.หน่วยงานของรฐั เห็นความสำคญั ความจำเป็นในการ ให้นกั เรียนบางส่วนนำสอเทคโนโลยีไปใช้ในทางท่ี ใชเ้ ทคโนโลยี ใหก้ ารส่งเสรมิ สนบั สนนุ จัดสื่อการเรยี น ผดิ การสอนคอมพวิ เตอร์ รวมถึงแพลตฟอรม์ และระบบ อำนวยความสะดวกอ่ืน ๆ เพ่ือเพิ่มสมรรถนะในการ เข้าถึงการศึกษา 5.บคุ ลากรทางการศึกษามคี วามชำนาญในด้านการใช้ เทคโนโลยีทีท่ ันสมยั 6.ชุมชน ผ้ปู กครอง หนว่ ยงานที่เกี่ยวข้องมคี วามพรอ้ ม ในเข้าถึงเทคโนโลยมี ากขึ้น ด้านเศรษฐกจิ (Economic factors : E) 1. ผปู้ กครองชมุ ชนกรรมการสถานศึกษา องค์กร 1. คา่ ครองชีพสงู ผปู้ กครองมีรายไดน้ ้อย มีภาระ เอกชน ร่วมกบั ทางโรงเรยี นได้บริจาคทุนทรัพย์ในด้าน หนสี้ นิ ตา่ งๆและวสั ดุอุปกรณส์ นับสนุนการศกึ ษา สง่ ผลทำให้ 2. ยา้ ยถน่ิ ฐานบ่อย นักเรียนต้องยา้ ยตาม การศึกษาของโรงเรยี นพัฒนามปี ระสทิ ธิภาพเพิ่มข้ึน ผู้ปกครองส่งผลกระทบต่อการเรยี นของนักเรยี น 2. มกี ารฝกให้นักเรียนมรี ายไดร้ ะหว่างเรียน โดยจัด ตลาดนัดอาชพี ภายในโรงเรียน 3. ชมุ ชนสามารถพง่ึ พาตนเองได้และเปน็ ชุมชนแห่ง การเรียนรู้ ดา้ นการการเมือง กฎหมายและนโยบาย (Political and legal factors : P) 1.พระราชบัญญตั ิทางการศึกษากำหนดนโยบายให้ 1.นโยบายของรฐั บาลท่เี ปลย่ี นแปลงบ่อยทำใหการ โรงเรยี นจดั การเรยี นการสอนใหทุกคนมีโอกาสทาง ดำเนนิ งานตอ้ งปรับเปล่ยี นตามรฐั บาลจึงขาดการ การศึกษาตามศักยภาพของแตล่ ะบุคคลใหเ้ ท่าเทียมกนั ต่อเน่ืองในการพฒั นา 2.รัฐบาลจัดสรรงบประมาณโครงการเรียนฟรี15ปี อย่าง 2.นโยบายของรฐั บาลทีเ่ ปล่ยี นแปลงบ่อยทำใหการ มคี ุณภาพ ดำเนินงานตอ้ งปรบั เปลยี่ นตามรฐั บาลจึงขาดการ 3.เทศบาลหรืออปท.ให้การสนับสนุนการจดั กิจกรรมและ พฒั นาอย่างต่อเน่ือง งบประมาณอย่างต่อเน่ือง 3.โรงเรยี นต้องปฏิบัติสนองนโยบายของหลาย 4.การจัดสรรงบประมาณเพยี งพอและเหมาะสมในการ หนว่ ยงาน ทำใหก้ ารปฏิบัตงิ านหลกั ของโรงเรียน บรหิ ารจัดการภายในโรงเรียน ดำเนินการได้ไม่เต็มท่ี 4.ผ้ปู กครองบางส่วนไมเ่ ขา้ ใจนโยบายปฏิรปู การศึกษาขาดความร้เู ร่ืองกฎหมายและ
พระราชบญั ญัติการศึกษาส่งผลใหข้ าดความ รว่ มมือในการจัดการศึกษา
การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายใน (Internal Environment) ใชร้ ูปแบบ (2S4M) คือ การวเิ คราะห สภาพแวดล้อมภายในองค์กร โดยนำปจั จัย 6 ดา้ น ไดแ้ ก่ ตารางที่ 6 การวิเคราะหสภาพแวดล้อมภายใน (Internal Environment) ประเดน็ ท่เี ปน็ จุดแขง็ ประเดน็ ท่ีเป็นจดุ อ่อน ด้านโครงสร้างและนโยบาย (Structure : S1) 1.โรงเรียนมกี ารกำหนดนโยบายทีช่ ัดเจนโดยการมสี ว่ นร่วม 1.การเปลย่ี นแปลงนโยบายด้านการจัด ของบุคลากรทุกฝา่ ยสามารถนำมาปฏบิ ัติไดจ้ ริง การศกึ ษา ส่งผลกระทบต่อการจดั การเรียนการ 2.การจัดบรรยากาศในชั้นเรยี นเพ่ือเอื้อต่อการเรยี นการ สอน สอน มสี อเทคโนโลยชี ว่ ยในการสอน 3.โครงสรา้ งการบรหิ ารงานของโรงเรยี นมคี วามชัดเจน ครอบคลมการทำงานของบุคลากรในโรงเรียนท้ังในระยะ ส้นั และระยะยาว 4.โรงเรยี นมีการจัดทำหลักสตู รทอ้ งถิ่น 5.ระบบข้อมลู สารสนเทศภายในโรงเรียนมีความถูกต้อง ชดั เจนบคุ ลากรสามารถเขา้ ใจไดต้ รงกัน 6.โรงเรยี นกำหนดวิสัยทศั น์ พันธกิจและเป้าหมาย ดำเนนิ งานชดั เจน ทำให้การทำงานบรรลเุ ป้าหมายอย่างมี ประสิทธภิ าพ 7.โรงเรยี นนำระบบ ICT มาใช้ในโรงเรยี น เพือ่ การกระจาย ขา่ วสารและดแู ลความปลอดภัยให้กับนกั เรียนโดยการ ตดิ ตงั้ กล้องวงจรปิดในการเข้าออกโรงเรยี น 8.การบริหารงานของโรงเรยี นมกี ารกระจายอำนาจตาม โครงสร้างอย่างชดั เจนทำใหการบริหารงานของโรงเรยี นมี ประสิทธิภาพ 9.คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนมีส่วนรว่ มในการ กำหนดนโยบายของโรงเรยี นจงึ ทำให้การดำเนินงานของ โรงเรยี นบรรลุผล ด้านผลผลติ และบรกิ าร (Service And Products) : S2)
1.การจัดสภาพแวดลอ้ มสะอาดสวยงามรม่ รน่ื มีแหลง่ 1.ผ้เู รียนมีพื้นฐานในการเรยี นรทแี่ ตกต่างกนั เรียนรทู้ ี่เอ้ือแก่การจัดการเรียนการสอน ส่งผลต่อการพฒั นาคุณภาพทางการเรียน 2.มกี ารจดั การเรยี นการสอนและจดั กจิ กรรมเสรมทางด้าน 2.ผูเ้ รยี นบางสว่ นไมต่ ระหนักถงึ ความสำคัญของ ความรู้ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม สุขภาพพลานามยั ตามความ การศึกษา ถนัดความสามารถและความสนใจของนกั เรียน 3.โรงเรียนมีเครองเล่นและสนามเด็กเล่นไม่ 3.ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรยี นเป็นไปตามเกณฑ์ เพยี งพอ ไม่ปลอดภัยต่อการใชบ้ รกิ าร มาตรฐาน 4.มีการจัดหลักสูตรสถานศึกษาและจดั ทำสาระเพ่มิ เตมิ อยา่ งหลากหลายตามความต้องการของนักเรียน
ประเด็นที่เป็นจุดแขง็ ประเดน็ ท่ีเปน็ จดุ อ่อน 5.ผ้เู รียนสามารถเข้าร่วมการแข่งขันทักษะวชิ าการในระดับ กลุ่มเครือข่าย ระดับเขตพืน้ ที่ และระดับสูงขน้ึ ไป 1.ครแู ละบุคลากรทางการศึกษายังขาดทักษะ 6.โรงเรียนเปิดโอกาสในการเข้าเรียนและสง่ เสริมให้ผู้เรียน การใชภ้ าษาต่างประเทศเพอื่ การส่ือสาร สามารถเรยี นจบตามหลักสูตร 2.ครูและบุคลากรทางการศกึ ษามีอายรุ าชการ 7.โรงเรียนมรี ะบบประกันคุณภาพการศึกษาทำใหส้ ามารถ โดยเฉล่ียนอ้ ย ขาดประสบการณ์ในการทำงาน ยกระดับการบรกิ ารและนักเรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น 3.ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาบางสว่ นขาด โดยเฉลยี่ ดีข้นึ ความชำนาญในการใชเ้ ทคโนโลยี และอุปกรณ์ ด้านบุคลากร (Man : M1) สมยั ใหม่ 1.ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษามีความรู้ความสามารถ 4.โรงเรยี นมีครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่ ประสบการณ์เหมาะสมกับการปฏบิ ตั ิงานตามหน้าที่ เพยี งพอต่อการจัดการเรยี นการสอน และ พร้อมรับความรู้ท่ที ันสมัย 2.มีวฒั นธรรมองคก์ รแบบเก้ือกูลชว่ ยเหลอื ซึง่ กนั และกนั 3.มคี รคู รบทุกกลุม่ สาระการเรยี นรู้ สามารถสอนตรงตาม วิชาและตรงความถนัด 4.ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาได้รบั การอบรมพัฒนา ตนเองอยา่ งสมำ่ เสมอ 5.ครมู ีการนำเทคโนโลยี หาแหลง่ เรยี นร้แู ละภูมิปญั ญา ท้องถ่ิน มาจัดการเรยี นการสอน 6.ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาทุกคนมีความตระหนักรู้ คณุ คา่ ขององค์กร เห็นประโยชนต์ ่อสว่ นรวมมากกว่า ประโยชนส์ ่วนตน 7.ผบู้ ริหารและครทู กุ คนไดร้ บั การยอมรับจากผปู้ กครอง และชุมชนในการจัดการศึกษา ด้านประสิทธภิ าพทางการเงิน (Money : M2)
1.มีระบบการบริหารงานงบประมาณท่สี ามารถการเบิกจ่าย - คล่องตวั และมีหลักฐานชัดเจน 2.การใชเ้ งินงบประมาณเป็นไปตามระเบียบ เกิดประโยชน์ สงู สุดในการบริหารจัดการและพฒั นาการศกึ ษา 3.การระดมทรัพยากรช่วยสนับสนุนดา้ นการพัฒนา การศึกษาและจัดกิจกรรมได้รับความรว่ มมือจากผูป้ กครอง และองค์กรอื่นเป็นอย่างดี 4.การใชจ้ ่ายเงนิ งบประมาณเป็นไปตามแผนการใชจ้ า่ ย งบประมาณ มคี วามโปรง่ ใสและตรวจสอบได้ 5.งบประมาณทีไ่ ด้รับเพยี งพอตอ่ การพัฒนาโรงเรียน 6.มกี ารจดั ทำแผนการใช้จา่ ยงบประมาณโดยให้ทุกฝา่ ยมี ส่วนร่วมทำใหใ้ ช้จ่ายตรงตามความต้องการ
ประเดน็ ท่ีเปน็ จุดแขง็ ประเดน็ ทีเ่ ปน็ จุดอ่อน 7.การจัดสรรงบประมาณสำหรับสื่ออปุ กรณ์การเรยี นการ สอนมีเพียงพอกบั ความต้องการ 1.โรงเรียนยังขาดความพร้อมดา้ นอาคาร ด้านวัสดแุ ละอปุ กรณ์ (Materials : M3) สถานทใ่ี นการใหบ้ ริการแก่ชุมชนและองค์กร 1.โรงเรยี นมีการจัดซื้อจัดหาวสั ดอุ ุปกรณ์และครภุ ณั ฑ์ใน ภายนอก การจัดการเรยี นการสอนอย่างเพียงพอ 2.โรงเรยี นมหี ้องเรยี นและห้องปฏบิ ตั ิการไม่ 2.โรงเรยี นมโี ต๊ะเกา้ อ้ใี นห้องเรียนไม่เพียงพอต่อจำนวน เพียงพอในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน นกั เรยี น 3.โรงเรยี นมปี ัญหาสัญญาณอินเทอรเ์ นต็ ขดั ข้อง 3.โรงเรยี นมีการพัฒนาปรบั ปรงุ อาคารสถานทอี่ ย่าง ไม่เสถียร สมำ่ เสมอส่งผลตอ่ บรรยากาศการเรยี นการสอนทีด่ ี 4.โรงเรียนมีการตรวจสอบวสั ดุครุภณั ฑท์ ่เี ปน็ ปจั จุบัน - 5. โรงเรียนใชม้ กี ารซ่อมแซมวัสดุอุปกรณจ์ ัดครภุ ัณฑ์ที่ ชำรุดให้อยู่ในสภาพใชง้ านได้ 6. โรงเรยี นมีสอื่ นวัตกรรมทที่ ันสมยั ช่วยให้นกั เรียนเกดิ ความสนใจและเกดิ การเรยี นรมากข้ึน ด้านการบรหิ ารจดั การ (Management : M4) 1.โรงเรียนมกี ารวางแผนการปฏบิ ตั งิ านและติดตามการ ปฏิบัตงิ านของครูอยา่ งต่อเนื่อง 2.ครูทกุ คนจดั ทำแผนพัฒนาตนเอง (ID PLAN) และ ดำเนนิ การจัดทำเอกสารดา้ นการจัดการเรยี นการสอน ครบถ้วน 3.ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผทีป่ ระพฤติและปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอยา่ งทีด่ ีมีภาวะผนู้ ำสงู มีวิสยั ทัศน์กวา้ งไกล 4.โรงเรียนมีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธผ์ ลงานของ โรงเรยี นต่อชุมชนหลากหลายชอ่ งทาง 5.โรงเรยี นจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทีม่ ีเครือข่าย ผ้ปู กครองเข้ามามสี ่วนรว่ ม 6.โรงเรียนมกี ารวางแผนการบรหิ ารงาน โครงสร้างการ บริหารงานท่ชี ดั เจน และดำเนินงานตามแผนฯ 7.โรงเรยี นจัดทำแผนงานและโครงการทำให้โรงเรยี นมี กรอบทิศทาง และเครองมือในการบริหารจดั การในรอบปี 8.โรงเรียนมคี รูและบคุ ลากรทางการศึกษาครบตามระบบ โครงสรา้ ง 9.โรงเรียนมีระบบสารสนเทศที่ถูกต้อง ครบถ้วน สง่ ผลตอ่ การใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปผลการวเิ คราะห์สถานภาพของสภาพแวดล้อมภายนอก(STEP) ตารางท่ี 7 สรปุ ผลการวเิ คราะหสถานภาพของสภาพแวดลอมภายนอก(STEP) แตล่ ะประเดน็ ตวั ช้ีวัด ประเด็นตัวช้ีวดั นำ้ หนัก คา่ คะแนนเฉลีย่ คะแนนจริง สรปุ ผล คะแนน โอกาส อุปสรรค โอกาส อุปสรรค (+) (-) (+) (-) 0.13 คะแนน 0.15 เต็ม 1 เฉล่ีย เฉลีย่ น้ำหนัก นำ้ หนัก -0.12 0.10 1. ดา้ นสงั คม-วัฒนธรรม (Social : S) 0.33 4.85 4.47 1.60 1.47 1.02 0.87 2. ดา้ นเทคโนโลยี (Technology : T ) 0.22 4.63 3.94 1.26 1.38 3. ดา้ นเศรษฐกิจ ( Economic : E ) 0.30 4.19 4.58 0.75 0.65 4. ดา้ นการเมืองและกฎหมาย 0.15 5.00 4.33 4.63 4.37 (Politic : P) +0.13 สรปุ ปัจจยั สภาพแวดล้อมภายนอก ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก สรุปผลการประเมนิ สถานะภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน (2S4M) ตารางท่ี 8 สรปุ ผลการวเิ คราะหสถานภาพของสภาพแวดลอมภายใน(2S4M) แต่ละประเด็นตวั ช้วี ัด ประเด็นตัวชี้วดั น้ำหนกั ค่าคะแนนเฉลยี่ คะแนนจริง สรุปผล คะแนน จุดแข็ง จดุ อ่อน จดุ แขง็ จดุ ออ่ น คะแนน (+) (-) (+) (-) เต็ม 1 เฉลี่ย เฉลี่ย นำ้ หนกั น้ำหนกั 1. ดา้ นโครงสร้างและนโยบาย 0.20 4.72 4.29 0.94 0.86 0.09 (Structure :S1 ) 0.15 4.21 3.61 0.63 0.54 0.09 2. ดา้ นผลผลติ และการบรการ (Service and Products : S2 ) 3. ดา้ นบคุ ลากร (Man : M1) 0.15 4.51 3.44 0.68 0.52 0.16 4. ดา้ นประสทธทิ างการเงนิ (Money : M2) 0.15 4.79 0.00 0.62 0.00 0.62 5. ด้านวสั ดุ และอปุ กรณ์ (Materials : M3 ) 0.15 4.06 3.03 0.49 0.36 0.12 6. ดา้ นการบริหารจดั การ 0.20 4.90 0.00 1.22 0.00 1.22 (Mannagement:M4 ) สรุปสถานภาพปจั จยั สภาพแวดล้อมภายใน 4.59 2.28 ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน +1.15
กราฟแสดงสถานภาพของโรงเรยี นบ้านชะไว(ชวลิตวิทยาคาร) ภาพที่ 1 กราฟแสดงสถานภาพของโรงเรียนบ้านชะไว(ชวลติ วทิ ยาคาร) จากกราฟ จะเหน็ วา่ โรงเรียนบ้านชะไว(ชวลิตวทิ ยาคาร) มีผลการสรปุ ปัจจยั ภายนอก คา่ คะแนนเฉลย่ี ดา้ นโอกาสคดิ เป็น 4.63 และคา่ คะแนนเฉล่ยี ดา้ นอุปสรรคคดิ เป็น 4.37 มผี ลสรุปปัจจัยภายใน คา่ คะแนนเฉลี่ย ด้านจุดแข็งคิดเปน็ 4.59 และค่าคะแนนเฉล่ียดา้ นจุดอ่อนคิดเป็น 2.28 ผลการวเิ คราะห์สภาพแวดล้อม ปรากฏวา่ โรงเรียนบา้ นชะไว(ชวลติ วิทยาคาร) อยใู่ นตำแหน่งดาวรุ่ง (Stars) กลา่ วคอื โรงเรยี นบา้ นชะไว(ชวลติ วทิ ยาคาร)มีสมรรถนะภายในทเ่ี ขม้ แขง็ และสภาพแวดลอ้ มภายนอก เอื้อต่อการดำเนินการ จงึ เปน็ ภาวะท่ีเหมาะสมในการกำหนดกลยุทธเ์ พ่ือการเสริมสรา้ ง เร่งขยายและรักษา สภาพ เพือ่ การพฒั นาและสง่ เสรมิ ให้มีประสิทธภิ าพสงู ข้นึ โดยเกดิ จากความร่วมมือร่วมใจในการทำงานเพื่อใหโ้ รงเรียน ประสบผลสำเรจ็ มีคณุ ภาพ เป็นทย่ี อมรับของคนทั่วไป
สว่ นท่ี 2 กฎหมาย ระเบยี บ และแผนท่เี ก่ยี วขอ้ ง รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2560 รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้มีการประกาศใช้ตั้งแตว่ นั ท่ี 6 เมษายน 2560 ซ่ึง ในส่วนทเ่ี กยี่ วข้องกับการจัดการศึกษา มบี ทบัญญัติไวใ้ น มาตรา 54 รฐั ต้องดำเนนิ การให้เดก็ ทุกคนได้รบั การศึกษา เป็นเวลาสิบสองปี ต้ังแต่ก่อนวยั เรียนจนจบการศึกษาภาคบังคบั อย่างมีคุณภาพโดยไมเ่ ก็บคา่ ใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคที่หนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วนิ ยั อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุน ใหอ้ งค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและภาคเอกชนเข้ามีส่วนรว่ มในการดำเนนิ การด้วย รัฐตอ้ งดำเนนิ การให้ประชาชนไดร้ ับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมท้ังส่งเสริม ใหม้ กี ารเรียนร้ตู ลอดชีวติ และจดั ใหม้ กี ารรว่ มมอื กันระหวา่ งรัฐ องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรฐั มหี นา้ ท่ีดำเนินการ กำกับ สง่ เสริม และสนับสนุนใหก้ ารจดั การศกึ ษา ดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอย่างน้อย ตอ้ งมบี ทบัญญตั ิเกีย่ วกับการจดั ทำแผนการศึกษาแห่งชาติ การดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการ ให้เปน็ ไปตามแผนการศึกษาแหง่ ชาตดิ ้วย การศกึ ษาท้งั ปวงต้องมงุ่ พัฒนาผู้เรียนใหเ้ ป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ ตามความถนดั ของตนและมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ ครอบครวั ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในการดำเนินการให้เด็กเล็กไดร้ บั การดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรอื ใหป้ ระชาชนไดร้ ับการศึกษา ตามวรรคสาม รัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา ตามความถนดั ของตน พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดคำนยิ ามการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน หมายถึง การศึกษาระดับก่อนอุดมศึกษา และกำหนดในมาตรา 10 การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิ และโอกาสเสมอกันในการรบั การศึกษาขั้นพืน้ ฐานไม่นอ้ ยกว่าสบิ สองปที ีร่ ัฐต้องจัดให้อย่างท่ัวถึงและมีคณุ ภาพ โดยไม่เก็บค่าใชจ้ ่าย การจัดการศกึ ษาสำหรับบุคคลซ่ึงมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สตปิ ัญญา อารมณ์สังคมการสื่อสารและการเรียนรู้หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่ง ตนเองได้หรือไม่มผี ูด้ แู ลดอ้ ยโอกาสต้องจดั ให้บคุ คลดงั กลา่ วมีสทิ ธแิ ละโอกาสได้รับการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานเปน็ พเิ ศ ษการศึกษาสำหรับคนพิการ ใหจ้ ดั ตั้งแตแ่ รกเกิดหรือพบความพิการโดยไมเ่ สียค่าใช้จ่าย และใหบ้ ุคคลดังกลา่ วมี สิทธิได้รบั สง่ิ อำนวยความสะดวก สื่อ บรกิ าร และความช่วยเหลืออ่นื ใดทางการศึกษา ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการ
ที่กำหนดในกฎกระทรวงการจัดการศกึ ษาสำหรับบคุ คลซ่งึ มคี วามสามารถพเิ ศษ ต้องจดั ด้วยรูปแบบท่เี หมาะสม โดยคำนงึ ถงึ ความสามารถของบุคคลนั้น คำสง่ั หวั หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 28/2559 เรอื่ ง ใหจ้ ัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน 15 ปี โดยไมเ่ ก็บค่าใช้จา่ ย ได้กำหนดนยิ ามการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน 15 ปี เปน็ การศึกษาต้ังแตร่ ะดบั ก่อนประถมศึกษา (อนบุ าล) (ถ้ามี) ระดับประถมศึกษา จนถงึ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 หรอื ระดับประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.3) หรอื เทียบเท่า และใหห้ มายความรวมถึงการศกึ ษาพเิ ศษและการศึกษาสงเคราะห์ ยทุ ธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้รฐั มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมาย การพัฒนาประเทศอย่างย่งั ยืนตามหลกั ธรรมาภิบาล เพ่ือใชเ้ ปน็ กรอบในการจดั ทำแผนตา่ ง ๆ ให้สอดคล้อง และ บูรณาการกนั ต่อมาได้มกี ารตราพระราชบัญญัตกิ ารจดั ทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดใหห้ นว่ ยงานรฐั ทุก หนว่ ยมหี น้าท่ีดำเนนิ การเพื่อให้บรรลุเป้าหมายท่ีกำหนดไว้ในยุทธศาสตรช์ าติ พ.ศ. 2561 - 2580 โดยมวี สิ ัยทัศน์ คือ “ประเทศไทยมคี วามม่ันคง มั่งค่งั ย่งั ยนื เปน็ ประเทศที่พฒั นาแลว้ ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง” โดยการประเมินผลการพฒั นาตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 ประกอบดว้ ย ความอยดู่ ีมสี ุข ของคนไทยและสงั คมไทย ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกจิ และการกระจายรายได้ การพัฒนา ทรพั ยากรมนุษย์ของประเทศ ความเท่าเทยี มและความเสมอภาคของสังคม ความหลากหลายทางชวี ภาพ คุณภาพส่ิงแวดล้อม และความย่ังยนื ของทรพยากรธรรมชาติ และประสทธิภาพการบรหิ ารจดั การและการเข้าถงึ การใหบ้ ริการของภาครฐั การพัฒนาประเทศในช่วงเวลาของยุทธศาสตรช์ าติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดลุ ระหว่างการ พัฒนาความม่ันคง เศรษฐกจิ สงั คม และสงิ่ แวดลอม โดยการมีสว่ นรว่ ม
ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาประเทศ 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบดว้ ย 1) ยทุ ธศาสตร์ชาติด้านความม่ันคง 2) ยุทธศาสตรช์ าติ ดา้ นการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั 3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากร มนษุ ย์ 4) ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ ้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม 5) ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นการสรา้ ง การเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ิตท่เี ป็นมติ รต่อสงิ่ แวดล้อม และ 6) ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ า้ นการปรับสมดุลและพฒั นา ระบบการบริหารจัดการภาครัฐเพ่ือให้ทรพั ยากรมนุษย์ในทุกมิตแิ ละในทุกช่วงวัยสามารถได้รบั การพัฒนาและ ยกระดับได้เต็ม ศักยภาพและเหมาะสม ยทุ ธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จงึ ไดก้ ำหนดประเดน็ ยุทธศาสตร์ท่เี นน้ ทัง้ การแก้ไขปัญหาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบันและกาเสริมสร้าง และยกระดบั การพฒั นา ท่ีใหค้ วามสำคัญทคี่ รอบคลมุ ทัง้ ในส่วนของการพัฒนาทุนมนุษย์ และ ปจั จยั และ สภาพแวดลอ้ มทเี่ ก่ยี วข้องเพ่ือสรา้ งระบบนเิ วศทเ่ี อื้อต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างครอบคลุม ประกอบดว้ ย การพัฒนาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ควบคกู่ ับการปฏริ ูปทส่ี ำคญั ทั้งในสว่ นของการปรับเปลย่ี นคา่ นิยมและ วัฒนธรรม เพอื่ ใหค้ นมีความดีอยู่ใน ‘วถิ ’ี การดำเนนิ ชวี ติ และมีจติ สำนึกรว่ มในการสรา้ งสังคมทน่ี า่ อยู่ และมีการ ปฏริ ปู การเรยี นรูแ้ บบพลิกโฉม ในทุกระดับต้งั แต่ ระดบั ปฐมวัยจนถึงการเรยี นรตู้ ลอดชีวติ โดยการพฒั นาระบบ การเรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการเปลยี่ นแปลงใน ศตวรรษท่ี 21 มกี ารออกแบบระบบการเรยี นรู้ใหม่ การเปล่ียน บทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบ บริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชวี ติ เพื่อ พัฒนาผ้เู รียนให้สามารถกำกับการเรยี นรู้ทีเ่ หมาะสมกบั ตนเองไดอ้ ยา่ งต่อเน่ืองแมจ้ ะออกจากระบบการศึกษา แล้วรวมถงึ ความตระหนัก ถึงพหปุ ัญญาของมนุษยท์ หี่ ลากหลาย ตลอดจนพัฒนาและรกั ษากลุม่ ผู้มีความสามารถ พิเศษของพหปุ ญั ญา แต่ละประเภทเพื่อให้การขบั เคล่ือนการดำเนนิ การตามยทุ ธศาสตร์ชาตดิ า้ นการพฒั นาและ เสรมิ สร้างศกั ยภาพ ทรพั ยากรมนุษย์ สามารถขบั เคลื่อนได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ จึงได้มีการกำหนดแผนแมบ่ ท ภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาตขิ ้นึ เพื่อให้เหน็ กรอบแนวทางในการดำเนนิ การทชี่ ัดเจนข้ึน แผนแม่บทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เปน็ แผนระดับสองท่ีจดั ทำไว้เพื่อให้บรรลุเปา้ หมายตามยุทธศาสตร์ ชาติ โดยจะมีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐทเ่ี กีย่ วข้องจะต้องปฏิบตั ใิ หเ้ ปน็ ไปตามน้ัน รวมทัง้ การจดั ทำงบประมาณ รายจา่ ยประจำปีงบประมาณจะต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ ซง่ึ ประเด็นแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ 23 ประเด็น ประกอบดว้ ย 1) ความม่นั คง 2) การต่างประเทศ 3) การพฒั นาการเกษตร 4) อุตสาหกรรมและบรกิ ารแห่งอนาคต 5) การท่องเที่ยว 6) การพัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 7) โครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสตกิ ส์และดิจิทลั 8) ผู้ประกอบการและวสิ าหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมยุคใหม่ 9) เขตเศรษฐกิจพเิ ศษ 10) การปรับเปลยี่ นคา่ นยิ มและวัฒนธรรม 11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชวี ติ 12) การพัฒนาการเรยี นรู้ 13) การสรา้ งใหค้ นไทยมสี ุขภาวะทีด่ ี 14) ศกั ยภาพการกฬี า 15) พลงั ทางสงั คม 16) เศรษฐกจิ ฐานราก 17) ความเสมอภาคและหลักประกนั ทางสังคม 18) การเติบโตอยา่ งย่ังยืน 19) การบริหารจัดการ น้ำทงั้ ระบบ 20) การบริการประชาชนและประสิทธภิ าพภาครัฐ 21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมชิ อบ 22) กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และ 23) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยมีแผนแม่บทที่ กระทรวงศึกษาธิการไดร้ บั มอบหมายให้ดำเนินการ 2 แผนแม่บท ดังน้ี
แผนแม่บทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ (11) การพัฒนาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชีวติ แผนแมบ่ ทประเด็นศักยภาพคนตลอดช่วงชวี ิต ได้กำหนดแผนยอ่ ยไว้ 5 แผนย่อย เพื่อพัฒนาและ ยกระดับทรัพยากรมนุษย์ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เต็มศักยภาพและเหมาะสม ดังนี้ 1) การสร้าง สภาพแวดลอ้ มทีเ่ อ้ือตอ่ การพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพมนุษย์ 2) การพฒั นาเดก็ ต้งั แตช่ ่วงการตง้ั ครรภจ์ นถึง ปฐมวยั 3) การพฒั นาช่วงวัยเรยี น/วยั รุ่น 4) การพัฒนาและยกระดบั ศักยภาพวยั แรงงาน 5) การส่งเสรมิ ศักยภาพวยั ผสู้ ูงอายุ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เปน็ หนว่ ยงานสนบั สนุนแผนแมบ่ ทดังกลา่ ว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน จะมีความเกีย่ วข้องกับแผนแม่บทย่อยท่ี 2) และ 3) แผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติ (12) ประเด็น การพฒั นาการเรียนรู้ แผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ ประเด็น การพฒั นาการเรียนรู้ ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ท่เี น้น ทง้ั การ แกป้ ญั หาปัจจบุ ันและการเสริมสร้างและยกระดับการพฒั นาการศึกษาและการเรียนรู้ทง้ั การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรยี นร้ตู ลอดชีวิตโดยการพฒั นาระบบการเรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี 21 มีการออกแบบ ระบบการเรียนรูใ้ หม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพ่ิมประสิทธิภาพระบบบรหิ ารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการ เรียนร้ตู ลอดชีวิตเพอื่ พัฒนาผ้เู รยี นใหส้ ามารถกำกับการเรียนรทู้ ีเ่ หมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเน่ืองแม้จะออกจากระบบ การศึกษาแล้วควบคู่กับการส่งเสริมการพฒั นาคนไทยตามพหปุ ัญญาใหเ้ ตม็ ตามศักยภาพรวมถึงการสร้างเสริมศักยภาพผ้มู ี ความสามารถพเิ ศษให้สามารถตอ่ ยอดการประกอบอาชพี ได้อยา่ งมน่ั คง โดยประกอบด้วย 2 แผนยอ่ ย ดงั นี้ 1)การปฏริ ปู กระบวนการเรยี นรู้ทีต่ อบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ 2) การตระหนักถงึ พหุปัญญาของมนุษย์ที่ หลากหลายโดยกระทรวงศึกษาธกิ ารไดร้ บั มอบหมายให้เปน็ หน่วยงานหลักในการ ดำเนินการแผนแมบ่ ทดังกลา่ ว ซ่งึ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน มีความเกีย่ วขอ้ งกบั องคป์ ระกอบและปัจจัยภายใต้แผนแม่บทดังกล่าวทกุ องคป์ ระกอบ แผนการปฏิรปู ประเทศ แผนการปฏริ ปู ประเทศ เปน็ แผนระดบั สองที่จัดทำขนึ้ เพ่ือกำหนดกลไก วิธกี าร และขั้นตอนการปฏริ ปู ประเทศในดา้ นตา่ ง ๆ โดยการปฏริ ปู ประเทศต้องดำเนนิ การเพื่อใหบ้ รรลเุ ป้าหมายตามที่บัญญตั ิไวใ้ นรฐั ธรรมนูญ ประกอบดว้ ย ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มคี วามสามัคคี สงั คมมคี วามสงบสขุ เป็นธรรม และมีโอกาสอัน ทดั เทียมกัน เพอ่ื ขจัดความเหลื่อมล้ำ มีคุณภาพชวี ติ ที่ดี และมีส่วนรว่ มในการพัฒนาประเทศ ทั้งน้ี การปฏริ ูป ประเทศตอ้ งสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยุทธศาสตรช์ าติ ซึง่ แผนการปฏิรูปประเทศ ประกอบดว้ ย 12 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) ด้านการเมือง 2) ด้านการบริหารราชการแผน่ ดิน 3) ด้านกฎหมาย 4) ด้านกระบวนการ ยตุ ิธรรม 5) ด้านเศรษฐกจิ 6) ด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม 7) ด้านสาธารณสุข 8) ดา้ น สือ่ สารมวลชนและเทคโนโลยสี ารสนเทศ 9) ดา้ นสังคม 10) ดา้ นพลังงาน 11) ดา้ นการป้องกนั และปราบปราม การทุจรติ และประพฤตมิ ชิ อบ 12) ด้านการศึกษา โดยแผนการปฏริ ปู ประเทศด้านการศึกษามีแผนงานเพ่ือการปฏิรปู 5 เร่ือง ไดแ้ ก่ 1) การสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางการศกึ ษาตั้งแต่ระดบั ปฐมวยั 2) การพฒั นาการจัดการ เรียนการสอนสู่การเรยี นรู้ฐานสมรรถนะ เพ่ือตอบสนองการเปล่ยี นแปลงในศตวรรษท่ี 21 3) การปฏริ ปกลไก และระบบการผลติ และพฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม้ คี ุณภาพมาตรฐาน 4) การจดั การอาชวี ศึกษา ระบบทวภิ าคีและระบบอืน่ ๆ ท่ีเน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรปู แบบ นำไปสู่การจา้ งงานและการสรา้ งงาน 5) การ
ปฏิรูปบทบาทการวิจยั และระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา เพ่ือสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจาก กับดักรายได้ปานกลางอย่างย่ังยนื แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ดว้ ยรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 258 จ. โดยสรุปได้บัญญตั ใิ หม้ ี การดำเนนิ การ ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ครอบคลุมใหเ้ ด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพอื่ ให้เดก็ เลก็ ไดร้ บั การพฒั นารา่ งกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาใหส้ มกั บวยั โดยไม่เก็บค่าใชจ้ า่ ย ให้ดำเนินการ ตรากฎหมายเพ่ือจัดต้ังกองทุนเพื่อลดความเหล่อื มลำ้ ทางการศึกษาใหม้ กี ลไก และระบบการผลติ คดั กรอง และ พฒั นาผปู้ ระกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผมู้ ีจติ วญิ ญาณของความเปน็ ครู มีความร้คู วามสามารถอยา่ ง แทจ้ รงิ ไดร้ บั คา่ ตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสทิ ธภิ าพในการสอน รวมทั้งมกี ลไกสรา้ งระบบ คณุ ธรรมในการบรหิ ารงานบคุ คลของผปู้ ระกอบวิชาชพี ครใู หม้ ีการปรบั ปรุงการจัดการเรียน การสอนทกุ ระดับ เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรงุ โครงสร้างของหน่วยงานท่เี กย่ี วขอ้ ง เพื่อบรรลเุ ป้าหมาย ดงั กล่าว โดยสอดคล้องกันทงั้ ในระดับชาตแิ ละระดบั พืน้ ที่ ทั้งน้บี ทบัญญัติของรฐั ธรรมนูญฯ มาตรา 261 กำหนดให้การปฏิรปู ตามมาตรา 258 จ. ดา้ นการศึกษามีคณะกรรมการท่ีมคี วามเป็นอิสระคณะหนึ่ง ท่ี คณะรัฐมนตรแี ตง่ ตง้ั ดำเนินการศึกษาและจัดทำขอ้ เสนอแนะและรา่ งกฎหมายทีเ่ กี่ยวข้องในการดำเนนิ การให้ บรรลุเปา้ หมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป นอกจากนกี้ ารปฏริ ปู การศึกษายังเปน็ ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศเพ่ือสนับสนุนการบรรลุ ตาม ยุทธศาสตรช์ าตทิ ่ีกำหนดไว้ในดา้ นตา่ งๆ เนื่องด้วยการศึกษาเป็นพ้ืนฐานท่สี ำคญั ของการพฒั นาประเทศ ดังนั้น แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศกึ ษาจึงเปน็ องค์ประกอบสำคญั ที่จะสนับสนุนการดำเนินการ ตามยทุ ธศาสตรช์ าตทิ ุกดา้ น โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ดา้ นการพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์ของประเทศ ด้านความเทา่ เทยม และความเสมอภาคของสังคม และด้านขีดความสามารถในการแขง่ ขนั การพัฒนาเศรษฐกจิ และการกระจาย รายได้ ปัญหาและความท้าทายทสี่ ำคัญในการปฏิรปู การศึกษา ปัญหาของระบบการศึกษาของไทย มีความซับซ้อนสงู คณุ ภาพของการศึกษาต่ำ ความเหล่อื มลำ้ ทางการศึกษาสงู ปญั หาของระบบการศึกษา เป็น อปุ สรรคอย่างยง่ิ ต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การใช้ทรพั ยากรทางการศึกษายงั ไม่มี ประสิทธภิ าพการกำกับดแู ลและการบรหิ ารจดั การระบบการศึกษาของภาครฐั ในด้านธรรมาภบิ าล เปน็ อปุ สรรคสำคัญทบี่ น่ั ทอนประสิทธผิ ลของการนำประเด็นการปฏริ ูปการศึกษาสู่การปฏบิ ตั ริ วมถึงบริบทของ ประเทศและของโลกกำลงั เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว จากปัญหาและความทา้ ทายของระบบการศึกษาของไทยที่ได้วเิ คราะห์ไว้ในข้อเสนอเพ่ือการปฏริ ูป การศกึ ษาจากหนว่ ยงานตา่ งๆ ขอ้ เสนอจากการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ สาธารณะในภมู ภิ าคต่างๆ เวทที างวิชาการ มา ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ทำให้แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษานป้ี ระกอบด้วยวัตถปุ ระสงค์ของการปฏริ ูป 4 ดา้ น 1) ยกระดับคณุ ภาพของการจดั การศึกษา (Enhance quality of education) 2) ลดความเหลอ่ื มลำ้ ทางการศึกษา (Reduce disparity in education) 3) มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ( Leverage excellence and competitiveness) 4) ปรบั ปรุงระบบการศกึ ษาให้มีประสทิ ธิภาพในการใช้ทรพั ยากร เพ่ิมความคล่องตัว
ในการรองรบั ความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างเสรมิ ธรรมาภิบาล (Improve Efficiency, agility and good governance) โดยได้กำหนดแผนงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 7 เรื่อง 1) การปฏิรูป ระบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ และกฎหมายลำดบั รอง 2) การปฏิรูปการพฒั นาเด็กเลก็ และเดก็ กอ่ นวยั เรยี น 3) การปฏริ ูปเพื่อลดความเหล่อื มลำ้ ทางการศกึ ษา 4) การปฏริ ูปกลไกและระบบการผลติ คดั กรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชพี ครู และอาจารย์ 5) การปฏิรปู การจดั การเรียนการสอนเพ่ือตอบสนองการเปล่ยี นแปลงในศตวรรษที่ 21 6) การปรับโครงสร้างของ หน่วยงานในระบบการศกึ ษา เพ่ือบรรลเุ ป้าหมายในการ ปรบั ปรงุ การจดการเรียนการสอน และยกระดบั คุณภาพ ของการจัดการศึกษา 7) การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรูโ้ ดยการพลิกโฉมดว้ ยระบบดจิ ทิ ัล (Digitalization for Educational and Learning Reform) แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศึกษา (ฉบับปรับปรงุ ) แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นการศึกษา ฉบับปรับปรงุ ม่งุ เนน้ กจิ กรรมปฏริ ูปทจี่ ะส่งผลใหเ้ กดิ การ เปล่ียนแปลงของภาคการศกึ ษาท่ีจะก่อให้เกิดประโยชนต์ อ่ ผู้เรียน ประชาชนอย่างมีนยั สำคญั 5 กิจกรรม โดย พจิ ารณาความเชือ่ มโยงกับแผนการปฏิรปู ประเทศด้านการศกึ ษาทค่ี ณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวนั ที่ 7 พฤษภาคม 2562 ซงึ่ หน่วยงานรบั ผดิ ชอบไดข้ บั เคลื่อนการดำเนนิ การบางกจิ กรรมไปแล้ว โดยในแผนการ ปฏิรูปประเทศด้าน การศกึ ษาฉบบั เดมิ ท่ีกำหนดเร่อื งและประเด็นปฏิรปู ไว้ 7 เร่อื ง ซง่ึ มีสถานะบรรลุเป้าหมาย ประจำปี 2563 ใน ระดบั ใกล้เคยี งในการบรรลุเป้าหมาย 3 เรื่อง และอยใู่ นระดบั ที่มีความเสย่ี งใน การบรรลุ เป้าหมาย 4 เร่ือง นน้ั ได้นำมาดำเนนิ การต่อเนื่องในแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ผ่านกจิ กรรม Big Rock จำนวน 6 เรอื่ ง และประเดน็ ปฏริ ูป และอีก 1 เรอื่ งและประเด็นปฏิรปู เป็นกิจกรรมท่ีมสี ว่ นร่วมสนับสนุน การขบั เคลื่อนกิจกรรม Big Rock ให้บรรลุผลสมฤทธไิ์ ด้ตามเป้าประสงค์ท่ีกำหนดไว้ กจิ กรรมปฏริ ป 5 กจิ กรรมที่ กำหนดใหม่และแผนงานเดมิ ยังมุ่งเน้นการยกระดบั คณุ ภาพการจดั การศึกษา ลดความเหลือ่ มล้ำทางการศึกษา และมุ่งสูค่ วามเปน็ เลิศและสรา้ งขีดความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ ประกอบด้วย 1) การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตัง้ แตร่ ะดับปฐมวัย 2) การพัฒนาการจัดการเรยี นการสอน สู่ การเรยี นรู้ ฐานสมรรถนะเพ่ือตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 3) การปฏริ ูปกลไกและระบบการ ผลิต และพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มคี ุณภาพมาตรฐาน 4) การจดั อาชีวศึกษาระบบทวภิ าคแี ล ะ ระบบ อ่ืนๆ ทเี่ น้นการฝึกปฏบิ ตั ิอยา่ งเต็มรูปแบบนำไปส่กู ารจา้ งงานและการสรา้ งงาน 5) การปฏิรปู บทบาทการ วิจัย และระบบธรรมาภบิ าลของสถาบนั อุดมศึกษาเพ่ือสนบั สนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกบั ดักรายได้ปาน กลางอย่างย่ังยนื แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) เปน็ แผนระดับสอง ซึ่งเป็น พฒั นาที่จัดทำโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรฐั บาล และสภาพการณ์ทางเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศและโลก รวมถึงมีความสำคัญต่อการบรรลเุ ป้าหมายการพฒั นาประเทศในระยะยาวทจ่ี ะชว่ ย สนับสนนุ ให้การพฒั นาประเทศไดร้ บั การสนบั สนุนจากทุกภาคส่วนบนเป้าหมายรว่ มท่ีชัดเจน และยังเอื้อประโยชน์ ต่อการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลความสำเรจ็ ของแผน เพ่ือนำมาปรบั ปรุงกระบวนการและวธิ ีการ
ดำเนนิ งานให้บรรลุเปา้ หมายตามทมี่ งุ่ หวังได้ดีย่ิงข้ึน ซ่ึงแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) ประกอบดว้ ย 13 หมุดหมาย ได้แก่ หมุดหมายที่ 1 ไทยเปน็ ประเทศชนั้ นำด้านสนิ ค้าเกษตรและ เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพ และความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุน และยทุ ธศาสตร์ทางโลจสิ ติกสท์ ี่สำคัญของภมู ภิ าค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นฐานการผลิตอุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ อัจฉริยะทสี่ ำคัญของโลก หมุดหมายท่ี 7 ไทยมวี ิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมท่ีเข้มแข็ง มศี ักยภาพสงู และสามารถแข่งขนั ได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพนื้ ท่แี ละเมืองอจั ฉรยิ ะที่นา่ อยู่ ปลอดภยั เติบโตได้อยา่ งย่ังยืน หมุด หมายที่ 9 ไทยมีความยากจนขา้ มรนุ่ ลดลง และคนไทยทกุ คนมีความคุ้มครองทางสงั คมท่ีเพียงพอ เหมาะสม หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถ ลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หมุดหมายที่ 1 2 ไทยมีกำลงั คนสมรรถนะสงู มุ่งเรยี นรูอ้ ย่างต่อเน่ือง ตอบโจทยก์ ารพัฒนาแห่งอนาคต และหมดุ หมายที่ 13 ไทยมภี าครัฐที่ทันสมยั มปี ระสทิ ธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน โดยหมดุ หมายทเี่ ก่ยี วข้องกบั การจัดการศกึ ษา ขนั้ พนื้ ฐานมากทส่ี ดุ นน่ั คอื หมุดหมายท่ี 12 ซึ่งมรี ายละเอยี ดดงั นี้ หมุดหมายท่ี 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มงุ่ เรยี นรู้อย่างต่อเนอ่ื ง ตอบโจทย์การพฒั นาแหง่ อนาคต หมดุ หมายที่ 12 มีความสอดคล้องกับยทุ ธศาสตรช์ าติใน 3 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) ดา้ นการสร้างความสามารถ ในการแข่งขนั ในประเด็นเปา้ หมาย ประเทศไทยมขี ีดความสามารถในการแขง่ ขันสูงขึ้น 2) ดา้ นการพฒั นาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นเป้าหมาย คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวถิ ชี ีวติ ในศตวรรษที่ 21 และสังคมไทยมสี ภาพแวดล้อมท่เี อ้ือและสนับสนุนตอ่ การพฒั นาคนตลอด ช่วงชีวติ และ 3) ดา้ นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ในประเด็นเป้าหมาย สรา้ งความเปน็ ธรรม และลดความเหล่ือมลำ้ ในทุกมิติ และกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกจิ และสงั คมเพิ่มโอกาสให้ทุกภาค สว่ นเข้ามาเป็นกำลังของการพัฒนาประเทศในทุกระดับ หมุดหมายท่ี 12 มุ่งตอบสนองเป้าหมายหลกั ของแผน 2 เปา้ หมาย ได้แก่ 1) การพัฒนาคนสำหรบั ยุค ใหม่ โดยการพัฒนาคนทุกชว่ งวยั ไดร้ ับการพฒั นาในทุกมติ ิ การพฒั นากำลงั คนสมรรถนะสูงสอดคล้องกับความ ต้องการของภาคการผลิต เปา้ หมาย สามารถสรา้ งงานอนาคต และสรา้ งผ้ปู ระกอบการอจั ฉรยะทีม่ ีความสามารถใน การสร้างและใช้เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม 2) การม่งุ สู่สังคมแหง่ โอกาสและความเปน็ ธรรม ด้วยการส่งเสรมิ การ เรียนรู้ตลอดชีวิต ท้ังการพัฒนาระบบนเิ วศเพอื่ การเรยี นรู้ตลอดชวี ติ และพฒั นาทางเลือกในการเข้าถึงการเรยนรู้ สำหรบั ผู้ท่ีไมส่ ามารถเรยี นในระบบการศึกษาปกติ โดยมเี ปา้ หมายระดับหมดุ หมาย และตัวชว้ี ัด ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ดังน้ี เป้าหมายที่ 1 คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และมีภูมิคุ้มกนั ต่อการเปล่ยี นแปลงอยา่ งพลิกโฉมฉบั พลันของโลก สามารถดำรงชวี ติ ร่วมกนั ในสงั คมได้อย่างสงบสุข
ตวั ช้ีวดั ที่ 1.1 ดชั นีพัฒนาการเด็กสมวยั เพ่ิมขน้ึ เปน็ ร้อยละ 88 ณ สน้ิ สดุ แผนฯ ตวั ชีว้ ัดที่ 1.2 ร้อยละของนักเรียนท่ีมสี มรรถนะไมถ่ งึ ระดบั พืน้ ฐานของทง้ั 3 วิชาในแต่ละกลุ่ม โรงเรียนลดลงรอ้ ยละ 8 เมื่อส้ินสดุ แผนฯ ตัวชี้วัดที่ 1.3 ทนุ ชวี ติ เดก็ และเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อสน้ิ สดุ แผนฯ เป้าหมายที่ 2 กำลังคนมีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย และสามารถสรา้ งงานอนาคต ตวั ชี้วดั ท่ี 2.1 ดชั นีความสามารถในการแขง่ ขันของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Form: WEF) 6 ดา้ นทกั ษะ คะแนนเพมิ่ ขนึ้ ร้อยละ 20 เมื่อสนิ้ สดุ แผนฯ เปา้ หมายที่ 3 ประชาชนทุกกลุม่ เขา้ ถึงการเรียนร้ตู ลอดชีวติ ตวั ชี้วดั ท่ี 3.2 กลมุ่ ประชากรอายุ 15 – 24 ปี ที่ไมไ่ ดเ้ รยี น ไมไ่ ด้ทำงาน หรือไม่ได้ฝึกอบรม ไม่ เกนิ ร้อยละ 5 เม่ือส้นิ แผนฯ กลยุทธก์ ารพฒั นา (เฉพาะที่เกีย่ วขอ้ งกบั การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน) กลยทุ ธ์ท่ี 1 การพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยในทุกมติ ิ กลยทุ ธย์ ่อยท่ี 1.1 พัฒนาเด็กช่วงตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัยให้มีพัฒนาการรอบดา้ น มีอปุ นสิ ัยที่ ดี โดยการเตรียมความพร้อมพ่อแมผ่ ปกครองและสรางกลไกประสานความร่วมมือ เพ่ือดูแลหญิงต้ังครรภใ์ ห้ได้รบ บริการทีม่ ีคณุ ภาพ และดูแลเด็กให้มีพัฒนาการสมวยั ต้งั แต่อยู่ในครรภ์ – 6 ปี การพัฒนาครแู ละผู้ดูแลเดก็ ปฐมวัยใหม้ คี วามรแู้ ละทกั ษะการดูแลทเ่ี พยี งพอ มีจิตวทิ ยาการพฒั นาการของเด็กปฐมวัย สามารถทางาน ร่วมกบั พ่อแมผ่ ปู้ กครองในการสง่ เสรมิ พฒั นาการดา้ นการเรียนรขู้ องเดก็ ปฐมวัยให้มีพฒั นาการสมวัยตาม หลักการพฒั นาสมองและกระบวนการเรยี นรู้แก่เด็ก ควบคกู่ บั การพัฒนาการดา้ นร่างกาย สาธารณสขุ และ โภชนาการ เพอื่ สง่ เสริมให้เด็กมีพฒั นาการทดี่ ีอย่างรอบด้านกอ่ นเขา้ สูว่ ยั เรยี น การยกระดบั สถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยให้ไดม้ าตรฐาน และจดั สรรทรัพยากรท่ีเพยี งพอสาหรับการดำเนนิ งาน เพื่อใหเ้ ปน็ กลไกการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั รายพน้ื ทท่ี ่ีมีคุณภาพ การสรา้ งสภาพแวดล้อมทเี่ อ้ือตอ่ การเรยี นรแู้ ละการดแู ลปกป้องเด็กปฐมวยั ให้มี พัฒนาการทดี่ ีรอบด้าน สติปญั ญาสมวัย โดยการมสี ว่ นร่วมของครอบครวั ชมุ ชน องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ภาคประชาสงั คม และภาคเอกชน รวมถงึ พฒั นาระบบสารสนเทศเดก็ รายบคุ คลเพื่อการส่งตอ่ ไปยังสถานศึกษา และการพัฒนาท่ีต่อเน่ือง กลยทุ ธย์ ่อยที่ 1.2 พัฒนาผเู้ รียนระดบั พ้นื ฐานให้มคี วามตระหนักรู้ในตนเอง มสี มรรถนะท่ี จำเปน็ ตอ่ การเรียนรู้ การดำรงชวี ิตและการทำงาน โดย การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะและขับเคลอ่ื นสู่ การปฏบิ ัติ การยกระดบั การผลิตและพัฒนาครทู ้ังในด้านปรมิ าณและคณุ ภาพ การปรับปรงุ ระบบวดั และ ประเมนิ ผู้เรียนให้มคี วามหลากหลายตามสภาพจรงิ ตลอดจนมีการประเมินการเรยี นรเู้ พื่อปรับปรงุ และ พัฒนาการจดั การเรียนรทู้ ่เี หมาะสมกับผเู้ รยี นเปน็ รายบคุ คล การพัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนรู้ โดย 1) การแก้ไขภาะการถดถอยของความรู้ในวัยเรียน โดยสถานศกึ ษาพฒั นาแนวปฏิบัติและระบบสนบั สนนุ ที่ เหมาะสม รวมทัง้ ส่งเสรมิ การจดั การเรยี นร้แู บบผสมผสาน และการเรยี นรู้ที่บา้ นในสถานการณ์ฉุกเฉนิ 2) การ กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง
กลยุทธ์ย่อยที่ 2.1 พัฒนากำลงั คนสมรรถนะสูง สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของภาคการ ผลิตเปา้ หมาย และสามารถสรา้ งงานอนาคต โดยส่งเสริมให้ทุกภาคสว่ นบูรณาการและเชอื่ มโยงความร่วมมือ ดา้ นการศกึ ษาฝกึ อบรม และรว่ มจดั การเรยี นรู้ ตามโลกสมยั ใหม่ทีค่ รอบคลมุ ทั้งความสามารถในงานทักษะใน การใชช้ ีวติ สมรรถนะดิจทิ ัลเพอ่ื การประกอบอาชีพ การดำเนินชวี ติ ประจำวนั และการใช้สิทธใิ นการเขา้ ถงึ บริการพน้ื ฐานภาครฐั และสนิ ค้าบริการได้อย่างเท่าทนั การแก้ปัญหา การมแี นวคดิ ของผปู้ ระกอบการรวมถึงความสามารถในการบรหิ ารตัวเองและการบริหารคนเพื่อนำทักษะของสมาชกิ ทีมที่ หลากหลายมาประสานพลงั รวมกันในการปฏิบัติงานได้อยา่ งสร้างสรรคร์ วมทั้งกำหนดมาตรการจงู ใจ และกลไกการสนบั สนุนการฝึกอบรม และร่วมจัดการเรยี นรู้ พัฒนาระบบขอ้ มลู เพ่ือการวางแผนและพฒั นากำลังคน ทงั้ ข้อมูลอุปสงค์ อุปทานของ แรงงาน และการเชื่อมโยงกับสมรรถนะตลอดหว งโซก่ ารผลิตและหว งโซค่ ุณค่าตามรายอตุ สาหกรรมของการผลต และบรกิ ารเปา้ หมาย รวมถึงการเชอ่ื มโยงระบบสมรรถนะกับคา่ จ้าง กำหนดมาตรการในการผลิตกาลงั คนแบบ เรง่ ด่วน โดยจัดการศึกษารูปแบบจำลอง ในสาขาทจ่ี ำเป็นตอ่ การพัฒนาประเทศ อาทิ ด้านปัญญาประดิษฐ์ และ ด้านการวเิ คราะหข์ ้อมูล กลยทุ ธ์ที่ 3 การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชวี ิต กลยุทธ์ย่อยที่ 3.1 พฒั นาระบบนเิ วศเพ่อื การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ โดยสง่ เสรมิ ใหภ้ าคสว่ นต่างๆ สร้างและพฒั นาแหลง่ เรียนรูท้ ห่ี ลากหลาย โดยกำหนดมาตรการจูงใจที่เหมาะสมเพือ่ ให้สถาบนั การศึกษา หนว่ ยงานราชการส่วนท้องถิน่ องค์กรพฒั นาเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชนโดยเฉพาะผปู้ ระกอบการ startup สร้างและพฒั นาแหล่งเรยี นรที่หลากหลาย มสี าระท่ที นั สมัย สอดคล้องกับความตอ้ งการของผเู้ รยน ทุก กลุ่ม ครอบคลุมทุกพื้นท่ี เข้าถงึ ได้งา่ ยท้ังพ้ืนที่กายภาพ และพืน้ ทเี่ สมอื นจริง สรา้ งสื่อการเรยี นรูท้ ่ีไมท่ ้งิ ใครไว้ ข้างหลัง โดยการสร้างส่อื ท่ีใช้ภาษาถิน่ เพ่ือให้ประชาชนท่ีไม่ไดใ้ ช้ภาษาไทยกลางเปน็ ภาษาหลกั เข้าถึงได้ ส่อื ทางเลือกสำหรับผู้พิการทางสายตาและผู้พิการทางการไดย้ ิน รวมถึงสนับสนุนกลุม่ ประชากรทม่ี ีขอ้ จำกัดทาง เศรษฐกิจใหเ้ ขา้ ถงึ ส่ือในราคาทเี่ ข้าถึงได้ การพฒั นาระบบธนาคารหน่วยกิต ของประเทศใหเ้ กิดข้นึ อย่างเป็น
รปู ธรรม ที่สามารถเชือ่ มโยงการเรยี นรใู้ นทุกระดับและประเภทท้ังในระบบสายสามัญ สายอาชีพ การศึกษานอก ระบบและตามอธั ยาศยั ต้ังแตม่ ธั ยมศึกษา อาชวี ศกึ ษา และอุดมศึกษา และนอกระบบ เพื่อสรา้ งความคลอ่ งตวั และเปดิ ทางเลือกในการเรียนร้ใู ห้กับผ้เู รยี นทุกระดบั กำหนดมาตรการจูงใจใหป้ ระชาชนพัฒนาตนเองดว้ ยการ เรียนรู้อย่างต่อเนือ่ งตลอดชวี ิต โดยจัดให้มแี หล่งเงินทุนเพือ่ การเรียนร้ตู ลอดชีวิต อาทิ การพัฒนาเครดติ การ ฝึกอบรมสำหรับคนทุกกลุ่ม การจดั สรรสทิ ธิพเิ ศษในการเข้ารบั บริการฝึกอบรม การเขา้ ชมแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ ส่งเสริมใหเ้ อกชนที่ผลิตนวตั กรรมทางการศกึ ษา จัดทากิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร โดยกาหนด เงอื่ นไขการให้ใช้ผลติ ภณั ฑ์โดยไม่มคี ่าใชจ้ า่ ย กลยุทธ์ย่อยท่ี 3.2 พฒั นาทางเลือกในการเข้าถงึ การเรยี นร้สู ำหรบั ผูท้ ่ีไม่สามารถเรยี นใน ระบบการศกึ ษาปกติ โดยจดั ทาข้อมูลและสง่ เสรมิ การจดั ทำแผนการเรียนรู้ท่มี ีความยดื หยุน่ และหลากหลาย ของกลุ่มเปา้ หมายเป็นรายบุคคลหรอื รายกลมุ่ เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถวางเสน้ ทางการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อ จุดมุ่งหมายในอนาคตของตนเอง และสามารถเทยี บโอนประสบการณ์ได้ ทัง้ นี้ ให้มีการพฒั นาบคุ ลากรที่เก่ียวขอ้ ง ในทุกระดับให้มีความเข้าใจและมสี มรรถนะในการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษทม่ี ีความต้องการที่ซับซ้อน นโยบายและแผนแห่งชาตวิ ่าด้วยความม่ันคงแห่งชาติ พ.ศ. 2566 - 2570 เปน็ แผนระดบั ที่ 2 อีกแผนหนึ่ง รองรับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมนั่ คง จัดทำเพ่อื เป็นกรอบทิศทางในการ ป้องกัน แจง้ เตือน แก้ไข ระงับยับยง้ั ภัยคกุ คาม เพื่อธำรงไวซ้ งึ่ ความั่นคงแห่งชาตแิ ละรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่ง มิไดจ้ ำกดั เฉพาะความมนั่ คงของรัฐ แต่รวมถึงความม่ันคงของมนุษย์และการเสริมสร้างความร่วมมือ ระหว่างประเทศ ทง้ั ทวภิ าคแี ละพหภุ าคี ซ่ึง(รา่ ง)นโยบายและแผนแห่งชาตวิ า่ ดว้ ยความมนั่ คงแหง่ ชาติ เสนอร่างโดยสำนกั งานสภา ความม่นั คงแหง่ ชาติ และได้กำหนดให้มหี มวดประเดน็ 2 หมวดประเด็น คือ หมวดประเดน็ ความม่นั คง ซงึ่ ประกอบด้วย 13 นโยบายและแผนความมั่นคง ได้แก่ 1) การเสริมสร้างความม่ันคงของสถาบันหลกั ของชาติ 2) การ ปกป้องอธปิ ไตยและผลประโยชน์ของชาติและการพัฒนาศักยภาพการป้องกนั ประเทศ 3) การรักษาความมั่นคงและ ผลประโยชน์ของชาติพ้นื ท่ชี ายแดน 4) การรกั ษาความมนั่ คงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล 5) การป้องกันและ แก้ไขปญั หาจังหวดั ชายแดนภาคใต้ 6) การบริหารจดั การผหู้ ลบหนีเข้าเมือง 7) การป้องกนั และแก้ไขปญั หาการคา้ มนุษย์ 8) การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด 9) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 10) การป้องกนั และแก้ไขปัญหาความมัน่ คงทางไซเบอร์ 11) การป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาการก่อการรา้ ย 12) การสรา้ งดุลยภาพ ระหวา่ งประเทศ 13) การบรหิ ารจัดการความเสยี่ งโรคติดต่ออบุ ตั ิใหม่ และหมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคง ประกอบด้วย 4 นโยบายและแผนความม่นั คง ได้แก่ 14) การพัฒนาศักยภาพการเตรยี มพร้อมแหง่ ชาติ และบรหิ าร วิกฤตการณร์ ะดบั ชาติ 15) การพัฒนาระบบขา่ วกรองแห่งชาติ 16) การบูรณาการขอ้ มูลด้านความม่ันคง 17) การ เสริมสร้างความมัน่ คงเชิงพืน้ ที่ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 เป็นแผนยุทธศาสตร์ดา้ นการศกึ ษาระยะยาว โดยมุ่งจัดการศกึ ษาใหคนไทยทุกคนสามารถเข้าถงึ โอกาสและ ความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนากำลังคนให้มี สมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้องกบั ความต้องการของตลาดงาน และการพฒั นาประเทศ เพื่อให้หนว่ ยงาน ที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการศึกษาได้นำไปเป็นกรอบและแนวทาง การพัฒนาการศึกษา และการเรียนรูส้ ำหรบั พลเมืองทุกช่วงวัยต้งั แต่ แรกเกิดจนตลอดชวี ิต ภายใต้บริบทเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศและของโลกท่ีขบั เคล่ือนดว้ ยนวัตกรรมและความคิด สร้างสรรค์ รวมทั้งความเป็นพลวัต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวขา้ มกับดกั ประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศท่ี พฒั นาแลว้ ซง่ึ ภายใต้กรอบแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 ได้กำหนดสาระสำคญั สำหรบั บรรลุเป้าหมาย
ของการพัฒนาการศึกษาใน 5 ประการ ได้แก่ การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา (Access) ความเท่าเทียม ทางการศึกษา (Equity) คุณภาพการศึกษา (Quality) ประสิทธิภาพ (Efficiency) และตอบโจทย์บริบท เปลี่ยนแปลง (Relevancy) ใน ระยะ 20 ปีข้างหน้า และมียุทธศาสตร์ 6 ประการ คือ 1) การจัดการศึกษา เพื่อความมั่นคงของสังคม และประเทศชาติ 2) การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3) การ พัฒนาศกั ยภาพคนทกุ ชว่ งวัย และการสร้างสงั คม แหง่ การเรียนรู้ 4) การสรา้ งโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียม ทางการศึกษา 5) การจัดการศึกษา เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวติ ท่ีเป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม 6) การพัฒนาประสิทธิภาพของ ระบบบริหารจัดการศึกษา และแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติไดก้ ำหนด ประเดน็ การพัฒนาไว้ 23 ประเด็น มปี ระเด็น ที่เกี่ยวข้อง กับการศึกษาโดยเฉพาะ คือ ประเด็นที่ 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และประเด็นที่ 12 การ พฒั นาการเรียนรู้ แผนพฒั นาเดก็ ปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 ชว่ งปฐมวยั เป็นช่วงอายทุ ่ีใหผ้ ลของการลงทนุ ทค่ี ุ้มค่าทสี่ ดุ ตอ่ การวางรากฐานของชีวติ คณะรัฐมนตรี จงึ ไดม้ มี ติเมื่อวันที่ 25 มถิ ุนายน 2564 - 2570 เพ่ือใหเ้ ด็กปฐมวัยทุกคนไดร้ บั การพัฒนาอย่างรอบดา้ น เต็มตามศกั ยภาพ เป็นพื้นฐานของความเปน็ พลเมอื งคณุ ภาพ ซ่ึงมียทุ ธศาสตรเ์ พ่ือการพัฒนาเด็กปฐมวัย 7 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) การจดั และให้บรกิ ารแก่เด็กปฐมวัย 2) การพัฒนาและสร้างความเข้มแขง็ ให้กบั สถาบัน ครอบครวั ในการอบรมเลยี้ งดเู ด็กปฐมวัย 3) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการพัฒนาเด็กปฐมวยั 4) การพฒั นาระบบกลไกการบรู ณาการสารสนเทศเด็กปฐมวัยและการนำไปใชป้ ระโยชน์ 5) การจัดทำและปรับปรงุ กฎหมาย กฎระเบยี บ ทเ่ี ก่ียวกับเด็กปฐมวัยและการดำเนินการตามกฎหมาย 6) การวจิ ยั พัฒนาและเผยแพร่องค์ ความรู้ 7) การบริหารจดั การ การสรา้ งกลไกการประสานการดำเนินงานและการติดตามผล โดยภายใต้กลยุทธ์ ประกอบด้วยเป้าประสงคแ์ ละมาตรการต่างๆ นโยบายและจดุ เนน้ ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศนโยบายและจุดเน้นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ใน 7 เรื่อง ซึ่งมีความ เชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 1) การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย โดยเร่งสร้าง ความปลอดภัยให้ สถานศึกษา ป้องกันสถานศึกษาจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ และอื่นๆ เร่งปลกฝงั ทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ ความรู้บูรณาการในกระบวนการจัดการเรียนรู้ เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความ ตระหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะ และพฤตกิ รรมท่ีพงึ ประสงค์ดา้ นสงิ่ แวดล้อม เร่งพฒั นาบทบาทและภารกจิ ของ หน่วยงานดา้ นความปลอดภัย ให้คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ 2) การยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษานำหลักสูตรฐานสมรรถนะ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มรปู แบบ จัดการเรียนรู้จากการลงมือ ปฏิบัติจริง พัฒนาและบูรณาการกระบวนการจัดการเรยี นรู้ และวัดประเมินผลฐานสมรรถนะ พัฒนาทักษะดิจิทัล และภาษาคอมพิวเตอร์ พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม จัดการเรียนรู้ตามความสนใจรายบุคคลของผู้เรยี น ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มท่ี หลากหลาย ส่งเสรมิ การให้ความรู้ และทักษะด้านการเงินและการออมให้กับผูเ้ รียน ส่งเสริมสนบั สนนุ สถานศึกษาให้มีการ นำผลการทดสอบทาง การศึกษาแห่งชาติ ไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการจดั การเรียนการสอน 3) การสร้างโอกาส ความ เสมอภาค และ ความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย โดยพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล ส่งเสริม สนับสนุนเด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มี คุณภาพ พัฒนาข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้ง กลุ่ม NEETs ในการเขา้ ถงึ การศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพอย่างเทา่ เทียม 4) การศกึ ษาเพื่อพัฒนาทักษะ อาชีพและเพ่ิม ขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยพัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจโดยการ Re-skill Up- skill และ New skill 5) การสง่ เสรมิ สนับสนุนวิชาชพี ครู บคุ ลากรทางการศึกษา และ บคุ ลากรสงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ
โดยส่งเสรมิ สนับสนนุ การดำเนินการ พฒั นาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยี ดิจิทัลตามกรอบระดบั สมรรถนะดิจิทัล สำหรับ ครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนา ครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการ เรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์ม ออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การ ประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบคุ คล พัฒนาขีดความสามารถ ของข้าราชการพลเรือนในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของ สังคมและการ เปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 6) การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล โดยขับเคลื่อน การ พัฒนาระบบราชการ 4.0 ด้วยนวัตกรรม และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นกลไกหลัก ในการดำเนินงาน การ เชื่อมโยงและการแบ่งปันข้อมูล การส่งเสริมความร่วมมือ บูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ปรับปรุง ประสิทธิภาพของเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้งานเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยง หน่วยงานภาครัฐได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับระบบราชการ 4.0 สามารถตอบสนองความต้องการของ ประชาชนได้ในทุกเวลา ทุก สถานท่ี ทุกอปุ กรณ์และทกุ ช่องทาง ปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณและ ทรัพยากรทางการศกึ ษา โดยยดึ หลักความ จำเป็นและใช้พืน้ ที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียนเป็น สำคัญ นำเทคโนโลยีดิจิทลั มาใชใ้ นระบบการคัดเลือก ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาในตำแหนง่ และ สายงานต่าง ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การดำเนนิ งานของสวนราชการให้เปน็ ไปตามกลไกการประเมนิ คุณธรรมและความ โปรง่ ใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และ 7) การขับเคลอ่ื นกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษา แห่งชาติ โดย เร่งรัดการดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองและแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อรองรับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ควบคูก่ ับการสร้างการรับรใู้ หก้ ับประชาชนได้รับทราบอยา่ งทัว่ ถึง นโยบายสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ตระหนักถงึ นโยบายดา้ นการศึกษา ซ่ึงถือเป็นสว่ นสำคัญย่งิ ใน การพฒั นาประเทศให้บรรลเุ ป้าหมายอย่างยั่งยนื เปน็ ประเทศที่พฒั นาแลว้ ในทุกด้าน ดังน้ัน เพื่อใหก้ ารดำเนนิ การ เกิดผลสมั ฤทธิแ์ ละสอดคล้องกบั ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรปู ประเทศ ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 13 และแผนอนื่ ๆ ซึ่งเก่ียวข้องกบั สำนกั งานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน จึงกำหนดนโยบายสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 เปน็ 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ ด้านความปลอดภยั ดา้ นโอกาส ด้านคุณภาพ และด้านประสิทธิภาพ และกำหนด จุดเน้นใน 9 เรอื่ ง ดังน้ี นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 1. ด้านความปลอดภยั 1.1 พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบและกลไก ในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากโรคภัยต่าง ๆ ภัยพิบัติ และภัยคุกคามทกุ รูปแบบ 1.2 ส่งเสริมการจดั สภาพแวดล้อมท่เี อื้อต่อการมีสุขภาวะท่ีดแี ละเปน็ มติ รกบั ส่งิ แวดล้อม 1.3 สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และ ชวี ติ วถิ ีปกติต่อไป (Next Normal) 2.ด้านโอกาสและลดความเหลื่อมลำ้ ทางการศึกษา 2.1 ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหเ้ ดก็ ปฐมวยั ท่มี ีอายุ 3 - 6 ปที ุกคน เข้าสูร่ ะบบการศกึ ษาสรา้ ง สภาพแวดล้อมทเี่ อ้อื ต่อ การเรียนร้แู ละการดูแลปกป้อง เพ่อื ใหม้ พี ัฒนาการครบทกุ ด้าน โดยการมสี ่วนร่วม ของหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
2.2 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับการพัฒนาให้มี สมรรถนะสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตใหส้ อดคล้องกับความ ต้องการของตลาดงานและการพัฒนา ประเทศ 2.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และ ได้รับโอกาสในการ พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพ 2.4 ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือก ในการเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชพี เพอื่ ใหท้ ักษะในการดำเนินชีวติ สามารถพงึ่ ตนเองได้ 2.5 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคลเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการ บริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนออกจาก ระบบการศึกษา และช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็ก ออกกลางคันใหก้ ลบั เข้าสรู่ ะบบ 3. ดา้ นคุณภาพ 3.1 ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพรอ้ ม ให้นำหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐานที่ เน้นสมรรถนะไป ใช้ตามศกั ยภาพของสถานศกึ ษา ให้สามารถออกแบบหลกั สูตรที่เหมาะสมกบั ความต้องการและ บรบิ ท 3.2 พฒั นาผูเ้ รยี นใหเ้ กิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มกี ารคดิ ขั้นสงู มีความสามารถในการ ส่ือสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับผู้อื่น โดยใชก้ ารรวมพลังทำงานเปน็ ทีม เป็นพลเมืองท่ี ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการ ปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ 3.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นำไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ และส่งเสริมความเป็นเลิศ ของผูเ้ รยี นใหเ้ ต็มตามศกั ยภาพ เพื่อเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขนั 3.4 ส่งเสริม และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียนให้ควบคู่การเรียนรู้นำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ และสมรรถนะของผ้เู รยี นเปน็ รายบุคคล รวมทง้ั ส่งเสรมิ การนำระบบธนาคารหน่วยกิต มาใชใ้ นการเทยี บโอนผลการเรียนรู้และ ประสบการณ์ตา่ ง ๆ ของผเู้ รยี นในสถานศึกษา 3.5 พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งบุคลากรสังกัด สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ให้มสี มรรถนะตามมาตรฐานตำแหนง่ และมาตรฐานวชิ าชีพ 4. ดา้ นประสทิ ธิภาพ 4.1 เพิม่ ประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจัดการศึกษาโดยการกระจายอำนาจและใช้พน้ื ท่เี ป็นฐานทมี่ ุ่งเน้นการพฒั นาคุณภาพ ผู้เรียนเป็นสำคญั ตามหลักธรรมาภบิ าล 4.2 นำเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ การเรยี นรู้ของผู้เรียน 4.3 ส่งเสริม สนับสนนุ การพัฒนาโรงเรยี นคณุ ภาพ ใชพ้ ื้นทีเ่ ปน็ ฐาน ใชน้ วตั กรรมในการขบั เคล่อื น บรหิ ารจัดการโดยใช้ ทรัพยากรร่วมกนั และแสวงหาการมสี ่วนรว่ มของหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วข้องทุกระดับ เพอื่ ใหป้ ระสบผลสำเร็จอย่างเปน็ รูปธรรม 4.4 สง่ เสรมิ สนับสนุน การจดั การศึกษาท่ีมคี ุณภาพในโรงเรยนที่มวี ัตถปุ ระสงคเ์ ฉพาะโรงเรยนที่ตั้ง ในพื้นที่ลกั ษณะ พเิ ศษ และโรงเรยี นในพืน้ ท่นี วตั กรรมการศึกษา 4.5 เพิ่มประสทิ ธิภาพการประกนั คุณภาพภายในของสถานศกึ ษา และปรับกระบวนการนิเทศตดิ ตาม และประเมินผล การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน ใหส้ อดรับกบั ชวี ติ วิถีใหม่ (New Normal) และชีวติ วิถปี กตต (Next Normal) จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จุดเนน้ ที่ 1 เร่งแก้ปัญหากลุม่ ผู้เรียนทไ่ี ด้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควดิ -19 โดยเพม่ิ โอกาสใน การเขา้ ถงึ การศึกษา ฟืน้ ฟภู าวะถดถอยทางการเรียนรู้ ( Learning Loss Recovery) ใหก้ ับผูเ้ รียนทกุ ระดบั รวมทั้งลดความเครียด
และสุขภาพจติ ของผู้เรียน จุดเนน้ ที่ 2 เสรมิ สร้างระบบและกลไกในการดูแล ความปลอดภัยนกั เรยี น ดว้ ยระบบมาตรฐาน ความปลอดภยั กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) จุดเนน้ ที่ 3 ส่งเสริมให้เด็กปฐมวยั ทมี่ ีอายุ 3 - 6 ปี และผเู้ รียนระดับการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน เขา้ ถงึ โอกาสทางการศึกษา และป้องกนั การหลุดออกจากระบบ รวมท้งั ชว่ ยเหลอื เด็กตกหลน่ เด็กออกกลางคนั และเดก็ พิการ ทค่ี ้นพบจากการปักหมดุ บา้ น เดก็ พิการ ให้กลบั เขา้ ส่รู ะบบการศึกษา จดุ เน้นที่ 4 พฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษาทเี่ น้นสมรรถนะ และการจดั ทำกรอบหลักสูตร รวมทง้ั จดั กระบวนการเรียนรู้ทาง ประวตั ศิ าสตร์ หน้าที่พลเมอื งและศีลธรรม ใหเ้ หมาะสมตามวัยของผเู้ รยี น จดุ เนน้ ที่ 5 จดั การอบรมครูโดยใชพ้ ้ืนท่เี ป็นฐานควบคู่กับการใหค้ วามร้ดู า้ นการวางแผนและการสร้างวนิ ยั ดา้ นการเงิน และการออม เพ่ือแกไ้ ขปัญหาหน้ีสนิ ครู จุดเน้นที่ 6 ส่งเสรมิ การจดั การเรยี นรู้ ผา่ นกระบวนการเรยี นการสอนทเ่ี น้นใหผ้ ู้เรียนมสี ว่ นร่วม และมีปฏสิ มั พันธ์ กบั กจิ กรรมการเรียนรูผ้ ่านการปฏิบัติ ที่หลากหลายรปู แบบ ( Active Learning) มีการวดั และประเมนิ ผล เพ่ือพัฒนาการเรยี นรู้ของ ผเู้ รยี น (Assessment for learning) เพ่ือให้เกิดสมรรถนะกับผเู้ รยี นทุกระดบั จุดเนน้ ท่ี 7 ยกระดบั คณุ ภาพของนกั เรียนประจำพัก นอน สำหรับโรงเรยี นที่อยใู่ นพ้นื ท่ีสูง หา่ งไกล และถิน่ ทุรกันดาร จดุ เน้นที่ 8 ม่งุ เน้นการใช้เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั เพ่ือการเรยี นรูท้ ุกระดับ จุดเนน้ ที่ 9 เพม่ิ ประสทธิภาพการบริหารจัดการศกึ ษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พ้ืนทีเ่ ป็นฐานเพื่อ สร้างความ เข้มแข็ง โดยการจดั สรรกรอบวงเงินงบประมาณ (Block Grant) ตามหลกธรรมาภบิ าลให้กับสำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาและ สถานศกึ ษา นโยบายเพื่อการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาของสำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาอ่างทอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566-2568 วสิ ยั ทัศน์(Vision) สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษา เปน็ องค์กรแห่งนวัตกรรม สร้างคณุ ภาพผู้เรียนทกุ มิติ สู่สงั คมอนาคตที่ย่ังยนื ค่านิยมองคก์ ร (Corporate values) “องคก์ รทนั สมยั ใสใ่ จบริการ ธรรมาภบิ าลเป็นเลิศ เกิดคุณภาพทกุ มติ ิ” พนั ธกิจ (Mission) 1. จดั การศึกษาเพ่ือเสริมสรา้ งความมนั่ คงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครอง ตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข ปลูกฝงั คณุ ธรรมจรยิ ธรรม ความมีวินัย ภูมใิ จ ในชาติ และน้อมนําพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรชั กาลท่ี ๑๐ ส่กู ารปฏิบัติ 2. สง่ เสรมิ และพฒั นาสถานศึกษาให้มีระบบและกลไกในการดแู ล ความปลอดภัยของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทงั้ การสร้างภมู ิคุ้มกันเพื่อรองรับวิถีชวี ิตใหม่ 3. ยกระดับคุณภาพของผู้เรียนใหม้ สี มรรถนะตามหลกั สตู ร และมที ักษะทจ่ี าํ เป็นในศตวรรษ ท่ี ๒๑ พฒั นา ตอ่ ยอดสกู่ ารเป็นนวตั กร ส่งเสริมความเปน็ เลิศของผู้เรยี นเตม็ ตามศักยภาพเพอื่ เพิม่ ขดี ความสามารถ ในการแข่งขันได้ในระดบั นานาชาติ 4. พฒั นา ส่งเสริม ผูบ้ ริหาร ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา มีสมรรถนะตามมาตรฐาน
ตาํ แหนง่ และมาตรฐานวชิ าชีพ มที ักษะทางด้านเทคโนโลยีและภาษาองั กฤษ รวมทั้งมีความสามารถในการสรา้ ง นวัตกรรมเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพ การจัดการศึกษา 5. สรา้ งโอกาส ความเสมอภาคและลดความเหลอ่ื มลำ้ เพ่ือให้ผูเ้ รียนทุกคนไดร้ บั บริการ ทางการศึกษาท่ีมีคณุ ภาพอย่างท่ัวถงึ และเท่าเทียม 6. จัดการศกึ ษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวติ เปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ ม ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อการพัฒนาทยี่ ่งั ยืน 7. พัฒนาระบบบรหิ ารจดั การตามหลักธรรมาภบิ าล คดิ ค้นนวตั กรรมและนําเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั (Digital Technology) มาใชเ้ พอื่ เพม่ิ ประสิทธิภาพการดาํ เนนิ งาน ในสาํ นักงานเขตพน้ื ท่ีและสถานศึกษา เปา้ ประสงค์(Goal) 1. ผูเ้ รียนมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม มีวนิ ยั มีความรกั ภาคภูมิใจในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ตลอดจน มีทัศนคติที่ดตี ่อบ้านเมือง และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข ปฏบิ ตั ติ นเปน็ พลเมอื งดี 2. ผู้เรียน ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาได้รับการดแู ลความปลอดภัย จากภยั คุกคาม ทุกรูปแบบ และรูว้ ธิ กี ารป้องกนั ดูแลความปลอดภัยของตน สามารถนํามาปรับประยุกตเ์ พือ่ ดําเนินชวี ติ อยบู่ นวิถชี วี ติ ใหมไ่ ด้ 3. ผู้เรียนมสี มรรถนะตามหลักสตู ร มที กั ษะทีจ่ าํ เป็นในศตวรรษท่ี ๒๑ มคี วามเปน็ เลศิ ทาง พหปุ ญั ญาสามารถนาํ ความรู้มาคิดคน้ นวัตกรรม และมีความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ 4. ผูเ้ รียนมีทกั ษะในการทํางานรักอาชพี สุจรติ และไดร้ บั การสง่ เสริมเพ่ือตอ่ ยอดไปสอู่ าชพี ทสี่ นใจในอนาคต 5. ผบู้ ริหาร ครูและบคุ ลากรทางการศึกษามีสมรรถนะ ตามมาตรฐานตําแหน่งและมาตรฐานวิชาชพี มีภาวะผู้นําเชิงนวตั กรรม 6. ผู้เรียนทุกคนไดร้ บั โอกาส ความเสมอภาคในการเข้ารบั การศกึ ษา ท่มี ีคุณภาพ ทัว่ ถึงและเทา่ เทียม 7. สถานศึกษาจดั การศึกษาเพอ่ื สรา้ งเสริมคุณภาพชีวติ ทเ่ี ป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ตามหลกั ปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพียงเหมาะสมตามบรบิ ทของสถานศึกษา 8. สํานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาและสถานศึกษาใชน้ วตั กรรม การบรหิ ารจดั การเชิงบูรณาการ รว่ มกบั เทคโนโลยดี จิ ิทลั อย่างมปี ระสิทธภิ าพ สอดคลอ้ งกบั บริบทของพ้ืนท่ีภายใตห้ ลกั ธรรมาภิบาล กลยทุ ธ์ (Strategy) กลยุทธ์ที่ 1 สง่ เสรมิ การจดั การศึกษาให้ผู้เรียนมคี วามปลอดภยั จากภัยทกุ รูปแบบ กลยทุ ธท์ ่ี 2 เพมิ่ โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาใหก้ ับประชากรวัยเรยี นทุกคน กลยุทธ์ท่ี 3 ยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งกับการเปลีย่ นแปลงในศตวรรษที่ 21 กลยทุ ธท์ ี่ 4 เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การศึกษา กลยทุ ธท์ ่ี 1 สง่ เสริมการจัดการศกึ ษาใหผ้ ู้เรยี นมีความปลอดภยั จากภัยทุกรปู แบบ เปา้ ประสงค์เชิงกลยุทธ์ 1. ผเู้ รยี น ครู และบคุ ลากรทางการศึกษา ไดร้ ับการดูแลความปลอดภัยจากภยั คุกคาม 9 รูปแบบ ได้แก่ ภยั ยาเสพติด ภยั ความรนุ แรง ภยั พบิ ตั ติ า่ งๆ อบุ ตั เิ หตุ โรคอบุ ตั ิใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การคา้ มนุษย์ การคุกคามในชวี ิตและทรัพยส์ ิน รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ 2. ผู้เรียน ครู และบคุ ลากรทางการศึกษาได้รบั การดแู ลความปลอดภัยและสามารถปรบั ตัวต่อโรคอบุ ัตใิ หม่ 3. สถานศึกษา ได้รบั การพฒั นาให้มคี วามปลอดภยั และจัดการศึกษาไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ 4. สถานศกึ ษา ได้รบั การส่งเสรมิ ให้มคี วามร่วมมอื กับหนว่ ยงานภายนอกท่เี กย่ี วข้อง เพื่อความ ปลอดภัยของผู้เรยี น
ตัวชวี้ ดั ตารางที่ 25 แสดงตัวชี้วดั กลยทุ ธ์ท่ี 1 สง่ เสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรยี นมีความปลอ ท่ี ตวั ชี้วดั หนว่ ยนับ 2 1 ร้อยละของผู้เรยี นที่มีความรู้ความเขา้ ใจและทักษะเพ่ือรับมือกับ ร้อยละ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทกุ รปู แบบ และทุกประเภท 2 ร้อยละของสถานศกึ ษาท่ีมกี ารประเมินความเสย่ี งและมแี ผน/ ร้อยละ มาตรการ กจิ กรรมในการสรา้ งความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือทักษะในการรับมือดา้ น ความปลอดภยั (Safety Action) ทกุ รูปแบบ และมีการดำเนนิ การตามแผนอยา่ งเป็นระบบ 3 รอ้ ยละของสถานศึกษาจดั สภาพแวดลอ้ มทปี่ ลอดภยั เอ้อื ต่อการ ร้อยละ จัดการศึกษา 4 ร้อยละของครผู ้บู ริหารและบุคลากรทางการศึกษามคี วามรู้และเขา้ ใจ ร้อยละ เรอ่ื งภยั พบิ ัติทางธรรมชาตใิ นพ้ืนทข่ี องสถานศกึ ษา 5 ร้อยละของสถานศึกษามีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่ ร้อยละ เกีย่ วข้องเพ่ือ ความปลอดภยั ของผูเ้ รียน
อดภยั จากภยั ทกุ รูปแบบ ค่าเป้าหมาย (ป)ี 2566 2567 2568 2569 2570 ระดับ เปา้ ประสงค์ 1 80 85 90 95 100 - สพท. 3 - สถานศกึ ษา 80 85 90 95 100 - สพท. 80 85 90 95 100 - สพท. 3 - สถานศกึ ษา 2 4 80 85 90 95 100 - สพท. - สถานศึกษา 80 85 90 95 100 - สพท. - สถานศกึ ษา
แนวทางการพฒั นา ตารางที่ 26 แสดงแนวทางการพัฒนา ตวั ช้ีวดั กลยุทธท์ ่ี 1 ส่งเสริมการจัดการศกึ ษาใ ท่ี แนวทางการพัฒนา 1 สง่ เสริม และสนับสนุน ใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้เกย่ี วกบั ภยั รูปแบบต่าง ๆ ท่ีมผี ลกระทบ เพ่อื สามารถดำเนนิ ชวี ติ ในวถิ ใี หม่และชีวิต วิถีถัดไปได้อย่างถูกต้อง 2 สง่ เสริมระบบและกลไกในการดแู ลความปลอดภยั ให้กับผูเ้ รียน ครู และบุคลากร ท ความปลอดภยั จากภัยท้ัง 9 รปู แบบและพร้อมปรับตวั ตอ่ การเปลี่ยนแปลงโดยเปดิ ให้กบั ผูเ้ รยี น ผูป้ กครอง ครู เพ่อื ส่ือสารกับสำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึก รับมอื กบั ภยั พิบัตแิ ละภัยคุกคาม รูปแบบตา่ ง ๆ ทผี่ ู้เรยี นอาจตอ้ งเผชิญ และส่งเสร ในสงั กดั และหนว่ ยงานภายนอกใหส้ ามารถแกไ้ ขปญั หาด้านความปลอดภัยไดอ้ ย่าง 3 สง่ เสรมิ สถานศึกษาใหเ้ ปน็ พน้ื ทป่ี ลอดภัยสำหรบั ผู้เรียน ครู และบคุ ลากรทางการศ 4 ส่งเสรมิ และสนับสนนุ สถานศึกษา ให้มีความรว่ มมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทเี่ ก ของผู้เรียนให้มที กั ษะในการป้องกนั และปรบั ตัว 5 ส่งเสรมิ การจดั กจิ กรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือ ก ภยั คุกคามรูปแบบต่าง ๆ (Safety Action) ทผ่ี ูเ้ รียนอาจต้องเผชิญ และมีแผน/มา โรคอุบัตซิ ำ้ ท่ีเกดิ ขน้ึ ไดใ้ นวิถชี วี ติ ใหม่ เพอื่ ให้สถานศึกษาเป็นพ้นื ทีป่ ลอดภัย แผนงาน/โครงการ 1. โครงการขับเคล่ือนระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียน และแกป้ ัญหาภาวะถด 2. โครงการสง่ เสริมความปลอดภัยของโรงเรียน สงั กดั สำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศ
ใหผ้ ู้เรยี นมคี วามปลอดภัย จากภยั ทกุ รูปแบบ กลมุ่ ภารกจิ ท่รี บั ผดิ ชอบ ตัวชี้วัด บต่อความปลอดภัยในการดำเนินชวี ติ - กลมุ่ ส่งเสริม 1,4 - สถานศึกษา ทางการศึกษาและสถานศกึ ษาให้ได้รับ - กลมุ่ ส่งเสรมิ ฯ 4 ดใหม้ ชี ่องทางการร้องเรียนหรอื แจ้งเหตุ - สถานศึกษา กษาอา่ งทองโดยตรงมกี ารซักซ้อมในการ 3 รมิ การเชอ่ื มโยงฐานขอ้ มูล ท้ังหน่วยงาน - กลุ่มส่งเสริมฯ 5 งทนั ท่วงที - สถานศกึ ษา ศึกษา - กลมุ่ สง่ เสริมฯ กี่ยวข้องเพ่ือเสรมิ สรา้ งความปลอดภยั การซักซ้อมในการรบั มือกบั ภยั พบิ ตั ิและ - กลมุ่ สง่ เสรมิ ฯ 2 าตรการในการรับมือกับโรคอุบตั ใิ หม่และ ดถอยด้านอารมณ์ และสังคม (Learning Loss) ศกึ ษาประถมศึกษาอ่างทอง\"
กลยทุ ธท์ ่ี 2 เพม่ิ โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน เปา้ ประ 1. ประชากรวยั เรยี นระดับการศึกษาภาคบังคับ ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่า 2. เดก็ พกิ ารและเด็กด้อยโอกาส ได้รบั โอกาสทางการศึกษาทม่ี ีคุณภาพ 3. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับการสง่ เสริมและพฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ 4. เดก็ กลุ่มเสี่ยงทีจ่ ะออกจากระบบการศกึ ษา เดก็ ตกหลน่ และเดก็ ออกกลางค ตวั ช้ีวดั ตารางที่ 27 แสดงตัวช้วี ดั กลยทุ ธท์ ่ี 2 เพม่ิ โอกาสและความเสมอภาคทางการศกึ ษาใ ที่ ตวั ช้วี ดั หน่วยนับ 2 1 อตั ราการเข้าเรยี นสทุ ธริ ะดับ ประถมศึกษาปีท่ี 1 สังกัดสำนักงาน ร้อยละ 1 เขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาอา่ งทอง 2 อตั ราการเขา้ เรียนสุทธริ ะดับ มธั ยมศึกษาตอนตน้ สังกัดสำนกั งาน รอ้ ยละ 1 เขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาอา่ งทอง 3 รอ้ ยละของเด็กออกกลางคั น เด็กตกหล่น กลบั เขา้ สรู่ ะบบการศกึ ษา รอ้ ยละ 1 หรือได้รบั การศึกษาดว้ ยรปู แบบที่เหมาะสม 4 ร้อยละของผเู้ รยี นท่เี ปน็ ผู้พิการ ผดู้ ้อยโอกาสได้รับการศึกษาที่ ร้อยละ 1 เหมาะสม ตามความจำเปน็ และศกั ยภาพ 5 ร้อยละของผเู้ รียนท่เี ป็นผู้มคี วามสามารถพเิ ศษ ได้รบั การส่งเสรมิ ร้อยละ 1 ศักยภาพท่เี หมาะสม 6 ร้อยละของสถานศึกษาทจ่ี ัดการศึกษาใน รอ้ ยละ 1 รูปแบบท่หี ลากหลาย เหมาะสมกบั ผเู้ รียน 7 รอ้ ยละของสถานศกึ ษามีการนำข้อมลู สารสนเทศมาใช้ในการรับและ รอ้ ยละ 1 ให้บริการ การศึกษาขัน้ พน้ื ฐานอย่างเป็นระบบ
ะสงคเ์ ชิงกลยุทธ์ างเสมอภาคจนจบ การศึกษาภาคบังคับ พ คนั ได้รับการช่วยเหลือ ใหไ้ ดร้ ับการศึกษาภาคบังคบั ให้กบั ประชากรวยั เรยี นทุกคน ค่าเปา้ หมาย (ป)ี 2566 2567 2568 2569 2570 ระดับ เป้าประสงค์ 1 100 100 100 100 100 - สถานศกึ ษา 1 2/4 100 100 100 100 100 - สถานศกึ ษา 1,2 3 100 100 100 100 100 - สพท. 1 - สถานศกึ ษา 4 100 100 100 100 100 - สพท. - สถานศึกษา 100 100 100 100 100 - สพท. - สถานศึกษา 100 100 100 100 100 - สถานศึกษา 100 100 100 100 100 - สพท. - สถานศึกษา
แนวทางการพัฒนา ตารางที่ 28 แสดงแนวทางการพฒั นา ตวั ชี้วดั กลยุทธ์ที่ 2 เพมิ่ โอกาสและความเสมอ ที่ แนวทางการพัฒนา 1 สง่ เสริม สนบั สนุนการมีส่วนรว่ มของสงั คมอยา่ งต่อเนื่อง ประสานงานกบั หน่วยงาน เพอ่ื ลดความเหลอื่ มลำ้ ทางการศกึ ษา 2 ส่งเสริม สนบั สนนุ ใหม้ เี ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั หรือนวตั กรรม ในการสรา้ งโอกาสทางการ การจัดการศกึ ษาที่มีคุณภาพ 3 ส่งเสริม สนบั สนนุ การจัดการศึกษาขน้ั พื้นฐาน โดยบุคคล ครอบครวั (Home Sch องค์กรวชิ าชีพและสถานประกอบการ ในศนู ย์การเรียน ตามมาตรา 12 แห่งพระร 4 นำระบบแพลตฟอร์มมาใชใ้ นการส่งตอ่ ติดตาม และค้นหานกั เรยี น เพือ่ ชว่ ยเหล เข้าสรู่ ะบบการศึกษา หรือได้รบั การศกึ ษาด้วย รปู แบบท่เี หมาะสม 5 ส่งเสริมและพฒั นารปู แบบและวธิ กี ารจดั การเรียนรู้ เทคโนโลยี สง่ิ อำนวยความสะ ทางการศกึ ษา รวมท้ังกระบวนการวัดและประเมินผลที่ เหมาะสมกับการพฒั นาศัก 6 ส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การศกึ ษาใหผ้ ูเ้ รียนท่ีมคี วามสามารถพเิ ศษได้รับโอกา 7 ส่งเสรมิ และสนับสนุนการศึกษาทางเลือกและการศึกษาตลอดชีวิต ( Lifelong Le เปา้ หมายพเิ ศษ และกลมุ่ เปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษาการเรียนรู้ และมีพนื้ ฐ อยา่ งเท่าเทียม 8 ส่งเสรมิ และสนับสนนุ เด็กพกิ ารและเด็กด้อยโอกาส ใหม้ โี อกาสได้รบั การศึกษาท่ีม ทกั ษะวิชาชพี สอดคล้องกับความต้องการจำเปน็ สามารถพึ่งตนเองได้ตามศกั ยภา 9 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศกึ ษาแบบเรยี นรวมใหม้ ีคุณภาพ และเกดิ การบรู 10 พฒั นาโรงเรียนคณุ ภาพ ใหส้ ามารถเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาข้ันพืน้ ฐานให้กับประช
อภาคทางการศึกษาให้กบั ประชากรวยั เรียนทุกคน กลมุ่ ภารกิจที่รบั ผิดชอบ ตวั ชีว้ ัด นอนื่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง และระดมทรัพยากร - กลมุ่ ส่งเสริมฯ 3 - สถานศึกษา 6,7 รศึกษา ใหผ้ ูเ้ รียนทุกคน ทุกพ้นื ทีเ่ ขา้ ถึง - กลุ่มส่งเสรมิ ฯ 6 - สถานศึกษา 1,2,3,7 hool) องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน - กลุ่มสง่ เสรมิ ฯ ราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 ลือเด็กตกหล่น เดก็ ออกกลางคนั ให้กลับ - กลมุ่ สง่ เสรมิ ฯ ะดวกส่ือบรกิ ารและความช่วยเหลืออ่นื ใด - กลุ่มนเิ ทศฯ 4 กยภาพของเด็กพิการ 5 าสในการพฒั นาเต็มตามศักยภาพ - กลมุ่ สง่ เสริมฯ 6 - สถานศกึ ษา earning) ทหี่ ลากหลายใหก้ บั ผ้เู รยี นกล่มุ - กลมุ่ สง่ เสรมิ ฯ 4 ฐานการประกอบอาชีพหรือทักษะอาชพี - กลุ่มนิเทศฯ 6 - สถานศกึ ษา 6 มคี ุณภาพ มที ักษะชีวิต ทักษะวชิ าการ และ - กล่มุ ส่งเสรมิ ฯ าพของแต่ละบุคคล รณาการอย่างยัง่ ยนื - กลุ่มนเิ ทศฯ - สถานศกึ ษา ชากร วัยเรยี นและผเู้ รยี นได้อยา่ งมีคุณภาพ - กลุ่มนิเทศฯ - กลมุ่ นโยบาย และแผน - สถานศึกษา
แผนงาน/โครงการ 1. โครงการส่งเสรมิ โอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียมทางการศึกษา “พาน้อง กลยุทธท์ ี่ 3 ยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 1. เดก็ ปฐมวัยในสังกดั สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาอา่ งทอง มพี ัฒนาการส 2. ผูเ้ รียน มคี วามรกั ในสถาบันหลักของชาติ และยดึ ม่นั การปกครองระบอบประชาธิปไต 3. ผเู้ รยี น ไดร้ ับการศกึ ษาท่ีมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน สอดคลอ้ งกับศกั ยภาพ ใหเ้ ปน็ ผู้มีส 4. ผู้บริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาเปน็ บคุ คลแห่งการเรียนรู้ ทันตอ่ การเปล่ียนแ รวมทง้ั จิตวิญญาณความเป็นครู 5. สถานศกึ ษาจัดการศึกษาเพ่อื การพฒั นาอย่างย่ังยืน (Sustainable Development G 6. สถานศึกษา สามารถจดั การเรียนร้เู ชิงรุก (Active Learning) และมรี ะบบการวดั และ หลากหลาย ยืดหย่นุ ตอบสนอง ตอ่ ความถนดั และความสนใจของผ้เู รียน เพื่อสง่ เสรมิ การเรีย ตัวชี้วดั ตารางที่ 29 แสดงตวั ชีว้ ดั กลยทุ ธท์ ่ี 3 ยกระดับคุณภาพการศกึ ษาให้สอดคล้องกับการเ ที่ ตัวช้วี ัด หน่วยนับ 2 1 รอ้ ยละของผเู้ รียนไดร้ บั การพัฒนา ให้มสี มรรถนะและทักษะทีจ่ ำเปน็ ร้อยละ ในศตวรรษที่ 21 2 ร้อยละของสถานศกึ ษาในสังกัด ท่ีสามารถจัดการเรยี นการสอนหรือ รอ้ ยละ จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพหปุ ัญญา ของผู้เรยี นโดยใชเ้ คร่อื งมอื คดั กรอง/สำรวจแวว/วดั ความสามารถความถนัด ของผเู้ รียน 3 รอ้ ยละของสถานศกึ ษาในสงั กัด ที่มหี ลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น ร้อยละ ตอบสนองต่อความถนดั และความสนใจของผ้เู รยี น
งกลับมาเรยี น” 1 เปา้ ประสงค์เชงิ กลยุทธ์ สมวยั ทัง้ ด้านร่างกาย จิตใจ วนิ ยั อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ตย อนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข เปน็ พลเมืองที่รสู้ ทิ ธิและหนา้ ที่อย่างมีความรบั ผิดชอบ สมรรถนะ และทักษะท่ีจำเป็นในศตวรรษท่ี 21 แปลงของเทคโนโลยี มีสมรรถนะ ความรู้ ความเชย่ี วชาญ จรรยาบรรณและมาตรฐานวชิ าชีพ Goals : SDGs) ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ะประเมินผล เพ่ือพัฒนาการเรียนรขู้ องผู้เรยี น (Assessment for Learning) ดว้ ยวธิ ีการท่ี ยนรเู้ ปน็ รายบุคคล (Personalized Learning) เปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี 21 ค่าเป้าหมาย (ปี) 2566 2567 2568 2569 2570 ระดบั เปา้ ประสงค์ 1,3 80 80 80 80 80 - สพท. 6 - สถานศกึ ษา 30 35 40 50 60 - สถานศึกษา 60 70 80 90 100 - สถานศึกษา 6
ที่ ตวั ชว้ี ดั หนว่ ยนบั 2 4 รอ้ ยละของสถานศึกษาท่ีมกี ารจดั การ เรยี นรู้เชิงรุก (Active รอ้ ยละ Learning) และ มีการวัดและประเมินผล เพ่ือพฒั นาการเรียนรู้ของ ผเู้ รียน (Assessment For Learning) ด้วยวธิ กี ารที่หลากหลายเพือ่ สง่ เสรมิ การเรยี นรูเ้ ป็นรายบคุ คล (Personalized Learning) 5 ร้อยละของผเู้ รยี นปฐมวัยในสังกดั มีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านรา่ งกาย ร้อยละ จติ ใจ วนิ ยั อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา แนวทางการพฒั นา ตารางที่ 30 แสดงแนวทางการพัฒนา ตวั ช้ีวัดกลยทุ ธท์ ี่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษา ท่ี แนวทางการพฒั นา คุณภาพผู้เ 1 จัดการศึกษาระดบั ปฐมวยั ให้มีพฒั นาการสมวยั ทง้ั ด้านรา่ งกาย จิตใจ วินยั อารม 2 ส่งเสริมใหส้ ถานศึกษาจดั การศกึ ษาใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ มีทักษะการเรยี นรู้ และทักษ มีวนิ ยั มคี วามรกั ในสถาบนั หลกั ของชาติ ยึดมน่ั การปกครองในระบอบประชาธปิ ไ พระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาของพระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว สกู่ ารป 3 พัฒนาและส่งเสริมผเู้ รียนใหไ้ ดร้ บั การพฒั นาพหปุ ัญญารายบคุ คล โดยมี เครอื่ งมือค สถานศึกษาจดั การ เรยี นรู้ทห่ี ลากหลายตอบสนองความแตกตา่ งทางพหุปญั ญาของ สอดคลอ้ งตามบรบิ ทและวัฒนธรรม คำนึงถงึ ความแตกตา่ งของแตล่ ะบุคคลตามคว ตามศกั ยภาพ 4 สง่ เสริมและสนบั สนุนการจัดการศกึ ษาตามขดี ความสามารถของผู้เรยี นการศึกษาข วางรากฐาน การศึกษาเพ่ืออาชพี ใหส้ อดคล้องกับบริบทพืน้ ท่ี
ค่าเป้าหมาย (ปี) 2566 2567 2568 2569 2570 ระดับ เป้าประสงค์ 6,4 50 55 60 65 70 - สถานศกึ ษา 80 80 80 80 80 - สพท. 1,2, - สถานศกึ ษา 4,5 าให้สอดคล้องกบั การเปล่ยี นแปลงในศตวรรษท่ี 21 กลมุ่ ภารกิจท่ี ตัวชว้ี ัด รับผิดชอบ เรยี น มณ์ สังคม และสติปัญญา - กลมุ่ นิเทศฯ 1,5 - สถานศึกษา ษะท่จี ำเป็นในศตวรรษที่ 21 อยา่ งครบถ้วน เป็นคนดี - กลุ่มนิเทศฯ 1 ไตยอนั มี พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุขและน้อมนำ - สถานศกึ ษา ปฏิบตั ิ คัดกรอง /สำรวจแวว /วัดความสามารถ ความถนัด - กลุ่มนิเทศฯ 2,4 งผเู้ รียน โดยครูออกแบบการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ - สถานศึกษา วามถนดั ความสนใจ ส่งผลต่อการพฒั นาผู้เรียนใหเ้ ต็ม ขน้ั พืน้ ฐาน ความถนัด และศกั ยภาพของแตล่ ะบุคคล - กลมุ่ นิเทศฯ 3 - สถานศึกษา
ที่ แนวทางการพฒั นา 5 พฒั นาผู้เรยี นให้มีสมรรถนะและทักษะดา้ นการอ่าน คณิตศาสตร์ การคดิ ขั้นสงู นวตั และภาษาตา่ งประเทศ เพื่อเชอ่ื มโยงสู่อาชพี และการมงี านทำ 6 สง่ เสริม พฒั นาทักษะด้านดจิ ิทัลและดา้ นการเรยี นรู้ของผเู้ รียน ทนี่ ำไปสู่ Digital L 7 สง่ เสริมใหน้ กั เรียนนำความรดู้ ้านเทคโนโลยีมาใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั 8 สง่ เสริมสนบั สนนุ ให้สถานศึกษาจดั การศึกษาเพื่อสรา้ งเสริมคุณภาพชีวติ ทเี่ ปน็ มิตรก คณุ ภาพครแู ละบุคลาก 9 ส่งเสรมิ และสนับสนุน ใหค้ รูสามารถจัดการเรยี นรเู้ ชิงรกุ (Active Learning) และ เป็นผสู้ ร้างสรรคน์ วัตกรรม (Co-creation) ใหก้ บั ผเู้ รยี นในทกุ ระดับชนั้ 10 สง่ เสรมิ สนับสนุนครแู ละบุคลากรทางการศึกษาให้มีการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพ อยา่ งต่อเนอ่ื ง มีจรรยาบรรณ และจิตวิญญาณความเปน็ ครู 11 พฒั นาศักยภาพครูในดา้ นการวดั และประเมินผลเพือ่ พัฒนาการเรยี นรู้ของ ผเู้ รยี น หลากหลายเพอ่ื ส่งเสริมการเรียนร้เู ปน็ รายบคุ คล (Personalized Learning) หลักสตู รและ 12 พฒั นาหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน และ หลกั สูตรสถานศึกษาบนฐานมโนทศั นท์ หี่ ลากหลาย เชน่ Career Education , Co 13 สง่ เสรมิ และสนบั สนุนการพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษาปฐมวยั ตามมาตรฐานส 14 ส่งเสรมิ และสนับสนุนการใชร้ ะบบคลงั ข้อสอบมาตรฐานในการประเมนิ คุณภาพผเู้ ร เพือ่ ให้บรกิ ารแกแ่ ละสถานศึกษาในรูปแบบออนไลน์
ตกรรมวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจทิ ัล กลมุ่ ภารกิจที่ ตัวชว้ี ัด Life & Learning รบั ผิดชอบ - กลมุ่ นิเทศฯ 1 กับส่ิงแวดล้อม - สถานศกึ ษา กรทางการศึกษา - กลมุ่ นเิ ทศฯ 1 - สถานศกึ ษา (Assessment For Learning) ดว้ ยวิธกี ารที่ - กลุ่มนเิ ทศฯ 1 - สถานศึกษา - กลุ่มนเิ ทศฯ 1 - สถานศึกษา - กลมุ่ นเิ ทศฯ 4 - สถานศกึ ษา 4 - กลมุ่ พัฒนาครฯู 4 - สถานศกึ ษา - กลมุ่ นเิ ทศฯ ะอื่นๆ - กลุ่มนเิ ทศฯ 3 ompetency Building , Creative Education - สถานศึกษา 1 สถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัยแห่งชาติ 4 รียนรอบด้าน - กลุ่มนิเทศฯ - สถานศึกษา - กลมุ่ นเิ ทศฯ - สถานศกึ ษา
ท่ี แนวทางการพฒั นา 15 สง่ เสริมและสนับสนุนนวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ 16 ส่งเสรมิ และสนบั สนุนการบรู ณาการการศึกษาเพ่ือการศึกษาตอ่ ดา้ นอาชพี และ กา และความถนดั ของผูเ้ รียน 17 ส่งเสรมิ และสนบั สนุนการปรับปรงุ หลกั สูตรและการพฒั นาครู สายสามัญ ปฐมวยั ใ สนับสนนุ การพัฒนาระบบและ กระบวนการบรหิ ารจดั การกระบวนการฝึกประสบก การนเิ ทศการศึกษา และการสอนงานของครูพ่ีเลี้ยงในสถานศึกษา 18 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยใชศ้ นู ย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพ่ือ ความเป แผนงาน/โครงการ 1. โครงการพัฒนาการจัดการเรียนรเู้ พื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้เรยี นท่ตี 2.โครงการพฒั นาศักยภาพการจัดประสบการณ์การเรยี นรูค้ รูปฐมวยั 3. โครงการขบั เคล่ือนนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขยี นได”้ แก 2566 4. โครงการคณุ ธรรมเฉลิมพระเกียรติ “เยาวชนไทย ทำความดี ถวายใ 5. โครงการสง่ เสรมิ ศักยภาพผเู้ รยี น ตามความถนดั และความสามารถ 6. โครงการ พฒั นาสอ่ื นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียน 7. โครงการ พฒั นาหลักสตู รเพอื่ พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรแู้ ละ 8. โครงการการพฒั นาความรู้ความสามารถในการจดั การเรียนรู้และพ 9. โครงการพหุปัญญาส่กู ารพัฒนาท่ียง่ั ยนื
กลุ่มภารกิจที่ ตัวชว้ี ัด รับผดิ ชอบ ทางการศกึ ษาของผูเ้ รียน และสมรรถนะของผู้เรียน - กล่มุ นิเทศฯ 2 - สถานศกึ ษา ารประกอบอาชีพหรือการมงี านทำตามความต้องการ - กลมุ่ สง่ เสริมฯ/ 3 กลุ่มนิเทศฯ - สถานศึกษา ให้ สอดคล้องกบั บรบิ ทพื้นที่ - กลมุ่ พฒั นาครูฯ 2 การณ์วชิ าชีพครู และระบบ - สถานศึกษา ปน็ เลศิ (HCEC) เปน็ ศนู ยก์ ลาง - กลุ่มพัฒนาครฯู 2 - สถานศกึ ษา ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษท่ี 21 ก้ปญั หา Learning Loss และยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาภาษาไทย ปงี บประมาณ พ.ศ. ในหลวง” ถทางดนตรี กีฬา และอาชีพ (1 โรงเรียน 1 ดนตรี 1 กฬี า 1 อาชีพ) นร้ใู นศตวรรษที่ 21 ะคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ พัฒนาการเรียนการสอน คณติ ศาสตร์ โดยกระบวนการ (Active Learning)
10. โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษ 11. โครงการนเิ ทศติดตามการจดั การเรียนการสอนแบบมสี ่วนร่วมเพือ่ 12. โครงการพัฒนาครผู ้ชู ่วยสกู่ ารเปน็ ครูมืออาชีพ ปี พ.ศ. 2566 กลยทุ ธ์ที่ 4 เพ่ิมประสิทธภิ าพการบรหิ ารจดั การศกึ ษา เป้าประสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์ 1.สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาอ่างทองและสถานศกึ ษามีการนำร สิทธภิ าพ 2. สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาอา่ งทอง สถานศกึ ษา มีระบบการ 3. สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาอ่างทอง สถานศึกษา มีระบบการ 4. สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาอา่ งทอง สถานศึกษา มีการสง่ เสร 5. โรงเรียนคุณภาพไดร้ ับการพัฒนาประสทิ ธิภาพ ตวั ชว้ี ัด ตารางท่ี 31 แสดงตวั ชว้ี ดั กลยทุ ธท์ ่ี 4 เพ่มิ ประสิทธิภาพการบริหารจดั การศกึ ษา ท่ี ตวั ช้ีวดั หน่วยนับ 2 1 รอ้ ยละของสถานศึกษาทสี่ ง่ เสรมิ การมสี ว่ นร่วมกับชุมชน/หนว่ ยงาน/ รอ้ ยละ องค์กร/บุคคลภายนอก ในการ บริหารจัดการและการให้บรกิ าร การศึกษา 2 รอ้ ยละของสำนักงานเขตพ้นื ท่ี การศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง และ รอ้ ยละ สถานศึกษา มีการพฒั นาบริหารจัดการ และการให้บรกิ ารการศึกษา ด้วยเทคโนโลยดี จิ ิทลั 3 ร้อยละของสถานศึกษาที่มีผลการประกันคณุ ภาพภายในระดับดเี ลิศ รอ้ ยละ ข้นึ ไป 4 ร้อยละของโรงเรียนคุณภาพท่ีมีการบริหารจัดการและการใช้ รอ้ ยละ ทรพั ยากรรว่ มกันไดส้ ำเรจ็ ตามเปา้ หมาย
อยกระดับคุณภาพการศึกษาท้ังระบบ ระบบข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจทิ ลั มาใชใ้ นการบริหารจัดการและการให้บริการอย่างมีประ รบริหารจัดการที่ไดม้ าตรฐาน รจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะอตั รากำลังและงบประมาณ ทมี่ ปี ระสิทธภิ าพ เหมาะสมกบั บรบิ ท ริมการมสี ่วนร่วม ทีม่ ปี ระสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท ค่าเปา้ หมาย (ป)ี ระดบั เปา้ ประสงค์ 2566 2567 2568 2569 2570 - สถานศึกษา 4 80 85 90 95 100 80 85 90 95 100 - สถานศึกษา 1,2 76 77 78 79 80 - สถานศึกษา 5 80 85 90 95 100 - สถานศกึ ษา 3
Search