89 พรรณราย ทรพั ยประภา (2546: 8-13) กลาวถงึ ลักษณะการทาํ งานเปนทมี ควรประกอบ ดว ยคุณสมบตั ิตางๆ ทางจิตวทิ ยาเก่ยี วกบั การยอมรบั นบั ถือวา สมาชิกแตละคนในทมี ยอ มมีบทบาท หนาท่ีและความรับผิดชอบ การยอมรับนับถือและการเคารพในสิทธิซ่ึงกันและกัน ชวยสงเสริม ความรสู กึ ยกยอ งใหเกยี รตซิ ง่ึ กนั และกนั การยอมรับนบั ถอื ซงึ่ กนั และกนั มีความจริงใจตอกันและกนั ยอมสรา งความผกู พนั ในทีมไวได สรปุ วา การยอมรับนับถอื ซ่ึงกนั และกนั เปนความรสู ึกท่ีสมาชกิ ในทีมงานตอ งมใี หกนั และตอ งยอมรบั ในความแตกตางของสมาชกิ ในทมี ดวยความจริงใจ พรอ มท่จี ะทาํ งานรวมกนั เคารพ ในสทิ ธิบทบาทหนาท่ีของกนั และกนั การมสี ว นรว มในการทาํ งาน พอนเคน็ (สนุ นั ทา เลาหนนั ทน. 2549: 115; อา งอิงจาก Ponken. 1990: 31-56) กลา วไว ในรูปแบบทมี งานท่ีมีประสทิ ธผิ ลแนวใหมวา คณุ ลกั ษณะของทมี ตองใหส มาชกิ มีสว นรวม สมาชกิ ทมี งาน เรยี กรองการมสี วนรวม ตอ งการเขารว มในการอภปิ รายและรวมในกจิ กรรมตา งๆ ไมวา จะเปน การ แสดงออกทาวาจาหรือทาทางเปน ไปอยา งมีคณุ ภาพ สง ผลกระทบตอความสาํ เรจ็ ในการทํางาน การมี สว นรวมไมจ ํากดั อยูเฉพาะการแสดงความคดิ เหน็ หรอื อภปิ รายอยา งกวางขวาง อาจมสี ว นรว มโดยวจั นะภาษากไ็ ดเ ชน การพยกั หนา การจดบนั ทกึ ตัวอยา งเชนในการจดั ประชมุ สมาชิกบางคนอาจเตรยี ม รายงาน เอกสาร การเสนอผลงานขณะทบ่ี างคนจดั หอ งประชมุ เตรยี มเครื่องมือ ไมโครโฟนและเทป บันทกึ เสยี งเปน ตน จิราพร ตั้งสวุ รรณ (2546: 30) กลาวถงึ แนวคดิ ของการมีสวนรว มวา การบรหิ ารแบบมี สว นรวมเปนสง่ิ สําคัญในการบริหารเชงิ พฤติกรรมศาสตรซ ึ่งสง ผลใหก ารทาํ งานบรรลวุ ตั ถุประสงคและ มปี ระสิทธิภาพ ทุกคนจะมคี วามรสู ึกวา ตนเองเปน นสวนหนง่ึ ขององคกร โดยมงุ ม่ัน รวมมอื อดทน ทํางานใหด ีเพอ่ื ตนเองและเพอ่ื หนว ยงาน เอกชยั กี่สขุ พนั ธ (2538: 147) กลาวไวว า การมีสว นรว มเปนการเปดโอกาสใหสมาชกิ ของ ทีมงานไดมสี ว นรวมในการทาํ งานใหมากทส่ี ุด การมสี ว นรว มนน้ั นอกจากจะทาํ ใหเ กิดความผกู พนั กับ ทีมแลวยงั มีสว นทาํ ใหใ ชท รพั ยากรมนษุ ยใ หเกิดประโยชนส ูงสุดอีกดว ย สรปุ วา การมีสว นรว มในการทํางานนนั้ มคี วามสาํ คญั ตอ การทํางานรว มกนั ของกลมุ บคุ คล โดยเฉพาะการทํางานเปนทมี เพราะการทสี่ มาชกิ ทกุ คนไดมีโอกาสรว มแสดงความคดิ การตดั สินใจ แกไขปญ หารวมกนั จะทาํ ใหก ารทาํ งานที่กาํ หนดไวบรรลุถึงวัตถปุ ระสงคหรอื เปา หมาย
90 การมีมนษุ ยสัมพันธ อาภรณ ภวู ทิ ยพนั ธุ (online) ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ (Human Relation) เปนปจจัย ความสามารถในดานหนงึ่ ทที่ าํ ใหการทํางานประสบความสาํ เร็จ ซึง่ ความมมี นุษยสมั พันธหมายถึงการ สรา งความเปน มิตรหรือความสมั พนั ธเชงิ บวกกบั บุคคลอ่ืนโดยการเร่ิมตนทกั ทาย การสนบั สนุนและ ชวยเหลอื การรกั ษาและการพฒั นาความสมั พันธระหวา งบคุ คล รวมทงั้ การใหเกยี รตบิ คุ คลอนื่ โดยทว่ั ไป บคุ คลท่ีมมี นษุ ยสมั พนั ธท ่ดี มี กั จะมีคนอยากเขา มาหา มาพูดคยุ ปรกึ ษาหารอื ดว ย และทสี่ ําคัญจะไดร ับ ความชว ยเหลอื ความรวมมอื ในการทํางาน รวมทงั้ การไดรับขอ มูลขาวสารตา งๆ จากบุคคลรอบขาง ดวยเชน กนั ซง่ึ ตรงกนั ขามกบั บคุ คลทไี่ มม มี นษุ ยสมั พนั ธ กลุมคนท่ีไมม ีมนษุ ยสัมพนั ธห ากไปขอความ ชวยเหลือหรตื ดิ ตอ งานกบั หนวยงานใดมักจะไมม ใี ครใหขอ มลู หรือความชว ยเหลือใดๆ วราภรณ ตระกูลสฤษด์ิ (2549: 85) กลา ววา มนษุ ยสมั พนั ธม ผี ลดใี นการทํางานเพราะ หากบคุ คลในองคก ารซง่ึ หากวา มีความสมั พนั ธอนั ดี ตอ กัน จะกอใหเ กดิ ความชอบพอและสรา งความ เขาใจอันดีตอ กันและกนั ชว ยเหลอื เก้ือกลู กนั ในการทํางาน ทาํ ใหเ กดิ สัมฤทธผ์ิ ลในการทาํ งาน และถา ขาดสัมพนั ธภ าพท่ีดีระหวา งบุคคล ก็จะสงผลทาํ ใหเ กดิ ความขดั แยง หรือไมเ ขาใจกันและสง ผลใหงาน ลม เหลวดา นมนษุ ยสัมพนั ธ ธงชยั สนั ตวิ งค (ณฐั นันท ดนูพทิ ักษ. 2543: 322; อา งอิงจาก ธงชยั สนั ติวงษ. 2538: 202) กลา วไวว ากระบวนการสรางสัมพนั ธภาพในกลมุ ถา หากความสมั พนั ธระหวา งสมาชกิ ในกลุม เปน ไปอยางดแี ลว การทาํ งานของกลุมกจ็ ะราบร่นื และเปน ไปในทางสรางสรรคม กี ารสนบั สนุนเกอ้ื กูล กัน และชว ยกนั แกปญ หาอปุ สรรคและขอยงุ ยากใหผานพนไปได แตถ า กลุม ไมม คี วามสัมพันธท ี่ดีตอ กันแลว การแขงขันชงิ ดีชงิ เดน การขัดแยงกนั ทะเลาะกัน กจะแพรก ระจายไปทวั่ ดว ยเหตนุ กี้ ารมุง ปรบั ปรุงคุณภาพความสมั พนั ธท ม่ี อี ยูต อกนั ระหวา งสมาชิกยอ มจะชว ยใหป ระสทิ ธผิ ลของกลมุ เพมิ่ สงู ขน้ึ ได สรุปวา ความมมี นุษยสัมพนั ธเ ปน ปจ จยั ทีส่ าํ คัญและมีผลตอการทํางาน บคุ คลทีม่ มี นุษย สัมพันธท่ีดีกับเพ่ือนจะกอใหเกิดความเขาใจและความเห็นใจซึ่งกันและกัน ชวยเหลือกันสามารถ สมาคมกับบุคคลในระดับตางๆ ไดดี มนษุ ยสัมพนั ธท ด่ี จี ะชวยสรา งความสามัคคกี ลมเกลียวขึ้นในหมู คณะรวมใจกนั ทาํ งานใหส ําเร็จลลุ ว งไปดว ยดี
91 4. งานวิจัยท่เี ก่ยี วขอ ง 4.1 งานวจิ ัยในประเทศ กรมวชิ าการ (2546: บทคดั ยอ ) ไดต ิดตามและประเมนิ ผลการจดั หลกั สูตรการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานของโรงเรยี นนาํ รองการใชหลักสตู รข้ันพน้ื ฐานืปก ารศึกษา 2545 ผลการวจิ ัยพบวา 1. โรงเรียน สว นใหญเตรียมบคุ ลากรโดยใชว ิธกี ารประชุมช้ีแจง อบรมผูท ่ีเกยี่ วขอ ง และพบวา บคุ ลากรมีความรู ความเขาใจการจดั ทาํ หลักสูตรสถานศึกษาในระดับมาก 2. โรงเรียนสวนใหญ มากกวา รอ ยละ 77 ได ดําเนนิ การจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษา 3. สภาพท่ัวไปพบวา โรงเรยี นมากกวา รอยละ 80 ในการ กําหนดวสิ ยั ทศั น เปา หมายการจดั การศึกษา กาํ หนดโครงสรางหลกั สูตร คุณลักษณะอันพึงประสงค สวนการกาํ หนดสาระการเรยี นรู พบวา โรงเรียนรอยละ 30-64 ไดดําเนินการไปถงึ ขน้ั การจัดทาํ ผลการ เรียนรู การกําหนดสาระรายวชิ า เวลาเรยี น 4. ขอ มลู สารสนเทศที่โรงเรียนนาํ มาใชใ นการจดั ทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษาสงู สดุ คอื ขอมูลดานบคุ ลากร อาคารสถานที่ รองลงมาคือ ความตอ งการของ ผปู กครอง ชมุ ชน ขอมูลทน่ี าํ มาใชน อ ยที่สุด คอื ขอ มลู เก่ยี วกับภมู ิปญญาทองถนิ่ /วทิ ยากรภายนอก และการประชาสัมพันธใหชุมชนรับรูและขอความรวมมือในการจัดทําหลักสูตร ซึ่งคณะกรรมการ สถานศกึ ษารอ ยละ 80 ไดเขามามสี ว นรว มในการจดั ทําหลักสูตรสถานศกึ ษาในสวนของการวางแผน กาํ หนดนโนบาย / จุดมงุ หมายการจดั การศกึ ษา และการมีสว นรวมจดั กิจกรรมตางๆ ของโรงเรียน 5. ปญหาทพ่ี บในการดาํ เนนิ งานสว นใหญค อื เรอ่ื งระยะเวลาทไ่ี มเ พยี งพอในการจดั ทํา รองลงมาคอื การขาดอตั รากําลงั / บุคลากรไมเพียงพอ และขาดความรู / ความชดั เจนในการดาํ เนนิ งานบาง เรอื่ ง ความชว ยเหลอื ท่ตี อ งการสูงสดุ คือ คาํ แนะนาํ และการนเิ ทศติดตามอยา งตอ เนอ่ื ง รองลงมาคือ การสนับสนนุ ในเร่ืองงบประมาณ วสั ดุ ครภุ ณั ฑ และเทคโนโลยี ตลอดจนเอกสารและคมู อื ตางๆ 6. ขอเสนอแนะ คอื ควรมกี ารวางแผนปฏิบตั ิอยา งเปน ขั้นตอน ตองตรวจสอบ กาํ กบั ติดตามการ ปฏิบัติงานอยา งจริงจัง ควรใหความรใู นกระบวนการจดั ทําที่ชดั เจนใหเ ขาใจตรงกนั มเี อกสารตวั อยา ง ใหศึกษาลว งหนา และใหม เี วลาในการเตรยี มการ โสภณ คาํ นงึ เนตร (2548: 115-124) ไดท าํ การศกึ ษาการจัดทําและบรหิ ารหลักสตู ร สถานศกึ ษาตามหลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2544 ของโรงเรียนนาํ รองและโรงเรียน เครือขายการใชหลักสตู รการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน สังกดั กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงคข องการวจิ ยั เพอื่ ศึกษาวธิ กี ารจดั ทาํ การบริหาร และปญ หาในการจดั ทาํ หลักสตู รสถานศกึ ษาของผูบริหารโรงเรียน ผลการวจิ ยั พบวา โรงเรียนมีวธิ บี รหิ ารและจัดทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษาโดยกาํ หนดโครงสรางและ สดั สว นเวลาเรยี นจากประสบการณข องครูและวธิ เี ทยี บเคยี งกับกบั หลกั สูตรเดิมกาํ หนดสาระการเรียนรู รายป และผลการเรียนรทู คี่ าดหวงั โดยวธิ วี ิเคราะหจ ากมาตรฐานการเรยี นรูและคําอธบิ ายรายวชิ าของ หลกั สูตรเดิม กําหนดสาระทองถน่ิ เก่ียวกบั สภาพทว่ั ไป ปญ หา ภมู ิปญญาประเพณแี ละวัฒนธรรมของ
92 ทองถน่ิ คาํ อธิบายรายวิชา ประกอบดวยผลการเรียนรูทค่ี าดหวัง สาระการเรียนรแู ละเวลาที่จดั การ เรียนรู วธิ กี ารวดั และประเมินผลโดยการทดสอบระหวางปแ ละปลายปม ีการจัดประชมุ ช้แี จงในเรอ่ื ง แผนการสอน กิจกรรมท่จี ะตอ งจัดตามหลกั สตู ร โดยเขียนจุดประสงคก ารเรียนรทู วี่ ิเคราะหจากผลการ เรียนรทู ่ีคาดหวัง ปญ หาทพี่ บสว นใหญคือครไู มเ ขาใจ ไมช ัดเจนขาดความมน่ั ใจ ในเร่อื งการจดั ทาํ สาระ และสาระเพม่ิ เตมิ โครงสรา งหลกั สูตรสถานศกึ ษาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข องผเู รียน และขาด วทิ ยากร ผเู ชี่ยวชาญชว ยใหค ําแนะนาํ จารวุ รรณ อมั พะวา (2549: 81-82) ไดทําการศึกษาการจัดทาํ และบริหารหลกั สตู ร สถานศกึ ษาตามหลกั สูตรการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544 ของโรงเรยี นนาํ รอ งและโรงเรยี น เครือขายการใชหลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน สังกดั กรงุ เทพมหานคร โดยมวี ัตถปุ ระสงคของการวจิ ัย เพ่ือ 1. ศกึ ษาความตอ งการแนวทางปฏบิ ตั กิ ารพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา 2. พฒั นาแนวทางการ ปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน 3. ศึกษาความเหมาะสมของแนวทางการ ปฏิบตั กิ ารพฒั นาหลักสูตรของสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน และ 4. ศึกษาความเปน ไปไดข องแนวทางการ ปฏบิ ัตกิ ารพฒั นาหลกั สตู รของสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ผลการวิจัยพบวา 1. ผูทเ่ี กยี่ วขอ ง กบั การพัฒนา หลกั สูตรสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐานตองการแนวทางการปฏิบตั กิ ารพฒั นาหลักสูตรในทกุ ขัน้ ตอน 2. แนว ทางการปฏิบตั กิ ารพฒั นาหลกั สูตรทพ่ี ัฒนาขึ้นมลี กั ษณะตรงตามความตองการเปน ไปตามมาตรฐาน ทางวิชาการ มคี วามเหมาะสม และเปน ไปไดใ น 34 รายการของ 11 ขนั้ ตอน พทิ กั ษ แกว ในเมฆ (2550: 96-97) ไดศ กึ ษาปจ จัยท่สี ัมพนั ธก ับการบรหิ ารจดั การ หลักสูตรสถานศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน สาํ นกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาตรงั จาการวจิ ยั พบวา 1. การปฏบิ ตั กิ าร บริหารจัดการหลกั สตู รสถานศึกษาข้ันพืน้ ฐาน สํานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาตรงั ทงั้ 4 ดา น ไดแ ก การ เตรียมความพรอม การจดั ทําหลกั สูตรสถานศกึ ษาการดาํ เนนิ การใชหลักสูตร และการประเมินผล หลกั สตู ร มีคา เฉลี่ยคะแนนการปฏบิ ัติอยใู นระดบั มาก 2. ความสมั พนั ธร ะหวา ง ปจจัยดานพฤตกิ รรม การบรหิ าร กบั การบริหารจดั การหลักสตู รสถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน สาํ นกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาตรัง พบวา ปจ จัยดา นพฤติกรรมการบริหารกบั การบริหารจัดการหลกั สูตรสถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน คอื ปจ จยั ดา นพฤตกิ รรมการบริหาร คือ ดานภาวะผนู ําการเปลย่ี นแปลง ดา นการบรหิ ารเวลา กบั การบรหิ าร จดั การหลักสตู รสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐานมคี วามสมั พนั ธอ ยา งมนี ยั สําคญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดบั .05 ปจจัยท่ี พบเปน คณุ สมบตั ขิ องปจ จยั เหลา นน้ั สามารถเปลีย่ นแปลงปรบั ปรุงพฒั นาใหก บั ผบู ริหารไดส ามารถ นาํ มาใชกับการบริหารจัดการหลักสตู รสถานศึกษาได วิรฬุ เกิดภกั ด.ี (2551: 97) ไดศกึ ษาการบรหิ ารหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนสังกดั กรงุ เทพมหานคร สํานักงานเขตบางขนุ เทยี น จากการวิจยั พบวา 1. การบรหิ ารหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นสงั กดั กรุงเทพมหานครสาํ นักงานเขตบางขุนเทยี น อยูใ นระดับมากทกุ ดานตามลําดับคอื การ
93 ปรับปรุงพฒั นาการบรหิ ารหลกั สตู ร การสรุปผลการดาํ เนินงาน การดําเนนิ การบริหารหลกั สตู รและ การนเิ ทศกาํ กบั ตดิ ตามและประเมนิ ผล 2. ผลการเปรยี บเทยี บการบรหิ ารหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียน สงั กัดกรุงเทพมหานครสาํ นกั งานเขตบางขุนเทยี นของเครือขา ยที่ 71 กับเครือขา ยท่ี 72 พบวา การ บรหิ ารหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นสงั กัดกรงุ เทพมหานครสํานกั งานเขตบางขนุ เทยี นของเครือขายท่ี 71 กบั เครือขายที่ 72 ไมแตกตางกนั 3. ผลการเปรยี บเทยี บความคดิ เห็นของครทู มี่ มี โนทัศนก ารสอน ตา งกนั เก่ยี วกบั การบริหารหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนสงั กดั กรุงเทพมหานครสาํ นักงานเขตบางขุน เทยี น พบวา ครทู ีม่ ีมโนทศั นการสอนตา งกัน มคี วามคดิ เห็นในการบรหิ ารหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียน สงั กัดกรุงเทพมหานครสํานกั งานเขตบางขุนเทยี น ไมแตกตา งกนั 3. ปจจัยในแตล ะดานวา สง ผลตอ การบรหิ ารจัดการหลกั สูตรสถานศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน สาํ นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาตรัง 3.1 การวเิ คราะห การถดถอยพหุคณู ของปจ จยั ดานชวี สงั คม ปจจัยดา นพฤตกิ รรมการ บริหาร ความคาดหวงั คณุ ภาพ ของนกั เรยี นกบั การบริหารจัดการหลกั สูตรสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พบวา ปจจัยดา นชวี สังคม ปจ จัย ดา นพฤตกิ รรมการบรหิ าร กับการบรหิ ารจดั การหลกั สตู รสถานศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน มีความสมั พนั ธอยา ง มีนยั สาํ คญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดบั .05 3.2 ปจ จัยดานชีวสงั คม ปจจัยดา นพฤตกิ รรมการบรหิ าร ความ คาดหวงั คณุ ภาพของนักเรยี น กบั การบริหารจัดการหลกั สูตรสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐานพบวา ตวั พยากรณ ท่ีดีทสี่ ุดทถี่ ูกเลอื กเขามากอนคอื ภาวะผูน าํ การเปลย่ี นแปลง เม่อื เพ่ิมตัวพยากรณ คือ การบริหารเวลา คณุ วุฒิทางการศึกษา และขนาดโรงเรียน พบวา คาสหสมั พนั ธพ หคุ ูณเพม่ิ ขึ้นอยา งมนี ยั สาํ คญั ทาง สถติ ทิ ี่ระดับ .01 เมือ่ เพมิ่ ตัวพยากรณ คือ คุณวุฒทิ างการศึกษาพบวา คา สหสมั พันธพ หคุ ูณเพ่มิ ขน้ึ อยางมีนยั สําคัญทางสถิติทร่ี ะดับ .01 เมอื่ เพ่มิ ตวั พยากรณ คือขนาดโรงเรยี น พบวา คาสหสมั พนั ธ พหคุ ณู เพิม่ ข้นึ อยา งมนี ยั สําคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดับ .01, 3.3 คา นา้ํ หนกั ความสาํ คญั ของตัวแปรท่สี งผล การบรหิ ารจัดการหลกั สูตรสถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พบวา คานาํ้ หนกั ความสาํ คญั ในรปู คะแนนดบิ ของ พฤติกรรมการบรหิ าร ความคาดหวงั คุณภาพของนักเรยี น คุณวุฒิทางการศกึ ษาและภาวะผนู ําการ เปลยี่ นแปลง สง ผลทางบวกตอการบรหิ ารจัดการหลกั สตู รสถานศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน อยา งมนี ยั สาํ คัญ ทางสถิติ ทรี่ ะดบั .05 สว นคณุ วฒุ ทิ างการศึกษา ประสบการณในการบริหารโรงเรยี น สงผลทางลบตอ การบรหิ ารจัดการหลกั สตู รสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน นภิ ารัตน ทิพโชติ (2550: 121-127) การศึกษาการประเมินหลักสูตรสถานศกึ ษา ชวงชนั้ ที่ 1 และ 2 : กรณีศึกษา โรงเรียนวดั บึงทองหลาง เขตบางกะป กรุงเทพมหานคร ผลการวจิ ยั พบวา 1. หลกั สูตรสถานศกึ ษา ชวงชน้ั ที่ 1 และ 2 โรงเรียนวดั บงึ ทองหลาง พบวา ในภาพรวมทัง้ หลกั สูตร แกนกลาง และหลกั สตู รทองถนิ่ มคี วามเหมาะสมในระดบั มาก เมอ่ื พจิ ารณารายดา น พบวา 1.1 ดา น บริบทของหลกั สูตรแกนกลาง ไดแ ก จดุ มุง หมาย วิสัยทศั น ภารกิจ เปาหมายคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค โครงสรา ง และรายวิชาตามกลุมสาระการเรียนรู พบวา มคี วามเหมาะสมอยูในระดับมาก ใน
94 สวนของโครงสรา งหลกั สตู ร ควรเพ่ิมดา นอัตราเวลาเรยี นของรายวชิ าภาษาไทย และคณติ ศาสตรซ ง่ึ เปน รายวชิ าหลัก และปรบั ปรงุ เนื้อหาในสาระการเรียนรทู ีม่ ีความซา้ํ ซอ นในบางรายวชิ า ดา นบรบิ ทของ หลกั สูตรทอ งถิ่น ไดแก จดุ มงุ หมาย โครงสราง และสาระการเรียนรู พบวา มคี วามเหมาะสมอยูใ น ระดบั มากเชน เดยี วกนั 1.2 ดานปจจยั เบอ้ื งตน ของหลกั สูตรแกนกลาง และหลกั สูตรทอ งถน่ิ ไดแก ความพรอ มและศักยภาพของครผู สู อน สอ่ื การเรยี นรู แหลง การเรยี นรู และงบประมาณ พบวา มีความ เหมาะสมอยูในระดบั มากสาํ หรบั หลักสูตรแกนกลาง ในสว นของดานสื่อการเรียนรู สถานศกึ ษาควร จัดเตรยี มเอกสารประกอบการเรยี นการสอนใหแ ลว เสรจ็ กอ นเปด ภาคเรยี น และในดานความพรอมและ ศักยภาพของครผู ูสอน ควรใหก ารอบรมเก่ยี วกับการจดั ทําหลักสตู รสถานศกึ ษาแกบ ุคลากรทเี่ กย่ี วของ สว นหลักสตู รทอ งถนิ่ ในสวนของแหลง การเรียนรู ควรปรับปรุงดานสถานที่ ที่ใชใ นการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม 1.3 ดานกระบวนการของหลักสตู รแกนกลาง และหลักสูตรทอ งถน่ิ ไดแก การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู การวัดผลและประเมินผล การบรหิ ารหลกั สตู รถานศกึ ษา และการมสี ว นรวมของชุมชน พบวา มคี วาม เหมาะสมอยใู นระดบั มาก สําหรับหลักสตู รแกนกลาง ในสวนของการวัดและประเมินผล ควรปรับปรงุ ใหเปน รูปธรรมท่ีชัดเจนมากยง่ิ ขนึ้ 1.4 ดานผลผลติ ของหลกั สตู รแกนกลาง ไดแ ก ผลสัมฤทธทิ์ างการ เรียน พบวา มนี ักเรียนทม่ี ผี ลการเรยี นระดับ 3 และระดับ 4 คดิ เปนรอยละ 86 ผลการเขา รวมกิจกรรม พัฒนาผเู รียน พบวา มีนกั เรียนผา นกจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น คดิ เปนรอยละ 100 ดา นความสามารถใน การอา น การเขยี น และการคดิ วเิ คราะหของผเู รียน พบวา อยใู นระดบั ดี ดานคุณลักษณะอันพงึ ประสงคของผเู รยี น พบวา อยูในระดบั ดีมาก ผูเ รียนมีคุณลกั ษณะตามจดุ มงุ หมายของหลกั สูตร แกนกลางอยใู นระดับมาก และดา นความพงึ พอใจตอ การใชห ลกั สูตรสถานศึกษา พบวา ผบู ริหาร ครูผสู อน และกรรมการการศกึ ษา มคี วามพงึ พอใจอยูในระดับมาก สวนดา นผลผลิตของหลกั สูตร ทองถน่ิ พบวา ผูเรียนมคี ณุ ลกั ษณะตามจดุ มงุ หมายของหลกั สูตรทองถิน่ อยูในระดบั มาก 2. ครผู สู อน ทม่ี วี ฒุ กิ ารศกึ ษาระดับปริญญาตรี และสูงกวา ปรญิ ญาตรี ประเมินหลักสูตรสถานศกึ ษาดานภาพรวม แตกตางกนั อยา งมีนยั สําคญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดับ .05 เม่ือพจิ ารณารายดาน พบวา ผลการประเมิน หลักสูตรสถานศกึ ษาดานบรบิ ท แตกตา งกนั อยา งมนี ยั สาํ คัญทางสถิติทรี่ ะดบั .05 สวนดา นปจจยั เบ้อื งตน ดา นกระบวนการ และดา นผลผลติ แตกตางกนั อยางไมมนี ยั สําคญั ทางสถติ ิท่ีระดับ .05 3. ครูผสู อนทม่ี ปี ระสบการณในการสอนนอยกวา 5 ป, 6-10 ป, 11-15 ป และ 16 ปขึ้นไป ประเมิน หลักสูตรสถานศึกษา ดา นภาพรวมไมแ ตกตา งกันอยา งมนี ัยสาํ คัญทางสถติ ทิ ่ีระดับ .05 เม่ือพิจารณา เปน รายดา นพบวา ผลการประเมินหลกั สตู รสถานศกึ ษาดา นบรบิ ท และดา นปจ จยั เบอื้ งตน แตกตา ง กนั อยา งมีนยั สําคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั .05 สวนดา นกระบวนการ และดานผลผลติ แตกตางกนั อยา งไมม ี นัยสาํ คัญทางสถติ ิท่รี ะดับ .05 4. ผบู ริหาร ครูผสู อน และกรรมการการศึกษา มีความพงึ พอใจตอ การ ใชหลกั สตู รสถานศกึ ษาแตกตา งกนั อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .05
95 สมชัย ทองกลึง (2551: 136-139) การศึกษาการดําเนนิ งานการบรหิ ารหลกั สตู ร สถานศกึ ษาในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสาํ นกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาเพชรบุรี ผลการศกึ ษาพบวา 1. การดาํ เนนิ งานการบริหารหลกั สตู รสถานศกึ ษา ในโรงเรียนประถมศกึ ษา สังกดั สาํ นกั งานเขตพ้นื ที่ การศึกษาเพชรบรุ ี เขต 1 ตามความคิดเหน็ ของครูและผบู รหิ าร ท้ัง 7 ดา นอยใู นระดบั มากทกุ ดาน 2. การเปรยี บเทยี บความคิดเหน็ ของครแู ละผบู รหิ ารท่ีมีตอ การดําเนนิ งานการบรหิ ารหลกั สูตรสถานศกึ ษา ในโรงเรียนประถมศกึ ษา สังกัดสาํ นกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาเพชรบุรี เขต 1 พบวา ครแู ละผูบรหิ ารมี ความคดิ เหน็ แตกตา งกนั อยา งมนี ัยสาํ คญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดบั .05 ใน 4 ดานไดแ ก ดา นการจัดทาํ สาระ หลกั สูตรสถานศึกษา ดา นการวางแผนและตรียมการนาํ หลักสตู รสถานศกึ ษาไปใช ดา นการดาํ เนนิ การ ใชห ลักสตู รสถานศกึ ษา และดา นการนิเทศ กาํ กับ ติดตาม และประเมนิ ผล 3. การเปรยี บเทยี บความ คิดเหน็ ของครทู มี่ ตี อ การดําเนินงานการบริหารหลกั สูตรสถานศกึ ษา ในโรงเรยี นประถมศึกษา สงั กดั สํานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาเพชรบุรี เขต 1 จาํ แนกตามกลมุ สาระทสี่ อน พบวา ครทู สี่ อนกลุมสาระ ตา งกนั มคี วามคดิ เหน็ แตกตา งกนั อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถิติท่รี ะดับ .05 ใน 4 ดา น ไดแก ดา นการ จัดทาํ สาระหลกั สตู รสถานศกึ ษา ดา นการวางแผนและเตรยี มการนาํ หลกั สูตรสถานศึกษาไปใช ดา น การดําเนนิ การใชหลกั สตู รสถานศกึ ษา และดานการนเิ ทศ กาํ กับ ตดิ ตามและประเมนิ ผลหลกั สตู ร สถานศกึ ษา อยั นา เพ็ชรทองคาํ (2545: บทคัดยอ ) ไดศ กึ ษาสภาพและปญ หาการทํางานเปนทมี ของ ผบู รหิ ารและครใู นโรงเรยี นประถมศกึ ษาเอกชนท่ไี ดรบั รางวัลพระราชทาน สงั กดั สาํ นกั งานคณะกรรมการ การศึกษาผลการวิจยั พบวา สง่ิ ทีผ่ บู รหิ ารและครใู นโรงเรียนประถมศกึ ษาเอกชนทไี่ ดร ับรางวัลพระราชทาน สวนใหญป ฏบิ ตั ิไดเ หมาะสมแลว คอื การโนวนา วครใู หท าํ งานเตม็ ความรู ความสามารถ ทัศนคตใิ น การทาํ งาน และการแสวงหาวธิ ที ํางานที่ทาํ ใหง านสําเร็จ สวนสิง่ ท่ีผบู ริหารและครูควรปรบั ปรงุ แกไข คอื ขวญั และกาํ ลงั ใจ งบประมาณและสวสั ดกิ าร วทิ ยา ศรีมุงคณุ (2546: บทคดั ยอ ) ไดศ กึ ษาการพฒั นาการทํางานเปน ทมี โรงเรยี นบา น หนองสิม อําเภอบรบอื จงั หวดั มหาสารคาม ผลการศกึ ษาพบวา กอ นการพฒั นาสภาพการปฏบิ ัตงิ าน ของบคุ คลไมป ระสานสัมพนั ธก นั ขาดความรับผดิ ชอบ สมาชกิ ไมพ ฒั นาตนเอง บทบาทในการทํางาน ไมชดั เจน ทาํ ใหก ารปฏบิ ตั งิ านไมบ รรลวุ ตั ถุประสงค ขาดประสทิ ธิภาพ หลงั จากไดมกี ารวางแผนจดั ทํา โครงการ เพอ่ื นาํ ไปสกู ารปฏบิ ตั ิโดยกระบวนการประชมุ เชิงปฏิบัตกิ าร ในวงรอบที่ 1 แลว สมาชกิ ทีมงานมีความเขาวัตถุประสงค เปาหมายในการทํางาน มีความจริงใจที่จะปฏิบัติงานรวมกันแต รับผิดชอบเฉพาะงานในหนา ทีข่ องตนเทา น้นั ทําใหก ารปฏบิ ตั งิ านไมบ รรลุวตั ถปุ ระสงค ผศู กึ ษาคน ควา จึงดําเนนิ การในรอบท่ี 2 โดยการประชุมเชงิ ปฏบิ ัติการ เพ่อื คน หาปญ หาเก็บรวบรวมขอมูล วางแผน เพื่อนาํ ไปสูการปฏิบตั อิ กี ครั้ง พบวา สมาชกิ ทมี งานมคี วามเขา ใจในวัตถุประสงค และเปา หมายของ
96 การทาํ งานรว มกันมากยง่ิ ขนึ้ มีความจริงใจและเปดเผยตอ การแกไขปญหารวมกนั มากยง่ิ ข้ึน สนบั สนนุ ไววางใจซึ่งกันและกัน มีกระบวนการตัดสินใจท่ีเหมาะสมย่ิงขึ้น มีภาวะนาํ และพัฒนาตนเอง ความสัมพนั ธร ะหวา งสมาชกิ ทีมงานมมี ากยง่ิ ขนึ้ ไมตรี ทาปลกู (2549: บทคดั ยอ ) ไดศ กึ ษาสภาพการทาํ งานเปน ทีมในสถานศกึ ษา ขัน้ พน้ื ฐาน สังกดั สํานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาลาํ ปาง เขต 2 ผลการศกึ ษาพบวา ผูบ ริหารสถานศึกษา และครูทัง้ ที่จาํ แนกโดยวฒุ กิ ารศกึ ษา ประสบการณในการทํางาน และขนาดของสถานศึกษา มีความ คิดเหน็ วา สภาพการทํางานเปนทมี ในสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานโดยรวม อยใู นระดบั มาก เรยี งลําดบั คา เฉล่ยี จากมากไปหานอ ย คือผนู ําทมี สมาชิกในทมี การพฒั นาทีมงาน และบรรยากาศในการทาํ งาน เปนทมี ผูบริหารสถานศกึ ษาและครู มีความคดิ เหน็ ตรงกัน คือ สภาพการทาํ งานเปน ทมี ในสถานศกึ ษา ข้ันพน้ื ฐานทเ่ี กย่ี วกบั ผนู าํ ทมี รายการทมี่ ีระดบั ความคดิ เหน็ มากกวา รายการอ่นื คือ ผูนําทีมใจกวา ง เปด โอกาสใหส มาชกิ ในทมี งานไดมีโอกาสทํางานใหสาํ เรจ็ ไดรบั การยกยอ งจากคนทวั่ ไป และรายการที่ มรี ะดบั ความคิดเห็นนอ ยกวารายการอน่ื คอื ผูนําทมี มีวธิ ีขจดั ความขดั แยงทีด่ ี ซงึ่ มีคาเฉลยี่ เทา กบั ผนู ําทมี มคี วามมน่ั คงทางอารมณส ูง สภาพการทาํ งานเปนทมี ท่ีเกย่ี วกับสมาชกิ ภายในทมี รายการท่มี ี ระดบั ความคิดเหน็ มากกวา รายการอน่ื คือ สมาชิกในทมี งานมีความรบั ผดิ ชอบตอ งานทไี่ ดรับมอบหมาย และพยายามทํางานนนั้ ใหส าํ เรจ็ เปน อยางดี และรายการท่ีมรี ะดบั ความคดิ เหน็ นอยกวารายการอ่นื คือ สมาชกิ ในทมี งานมีความคดิ ริเรมิ่ สรา งสรรค สภาพการทาํ งานเปน ทมี ทเ่ี ก่ยี วกบั บรรยากาศในการ ทํางานเปน ทีม รายการท่มี รี ะดับความคดิ เหน็ มากกวา รายการอน่ื คอื ในทมี งานใชก ารทํางานแบบ ประชาธปิ ไตยเปด โอกาสใหส มาชกิ แสดงความคดิ เหน็ ไดอ ยางเสรแี ละรายการทม่ี ีระดบั ความคดิ เหน็ นอ ยกวา รายการอื่น คอื การตดั สนิ ใจในทีมงานขนึ้ อยกู บั ผนู ําทมี มากกวา การตัดสนิ ใจโดยสมาชกิ ทงั้ หมด สภาพการทาํ งานเปนทมี ที่เกี่ยวกบั การพฒั นาทมี งาน รายการที่มรี ะดบั ความคดิ เหน็ มากกวา รายการอนื่ คอื สมาชกิ ในทมี งานไดรบั การพฒั นาทกั ษะทจ่ี ําเปน ในการทาํ งานอยูเสมอ และรายการท่ีมี ระดับความคดิ เหน็ นอยกวารายการอนื่ คอื ทีมงานไดร ับการฝก อบรมในการทํางานเปนทมี การทํางาน แบบมีสว นรวมอยา งตอ เนื่องทกุ ป สาํ หรบั ขอเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาทมี งานท่มี คี า ความถี่ มากกวา ขอ เสนอแนะอน่ื คอื การศึกษาดงู านในสถานศึกษา สถานประกอบการหรอื หนว ยงาน องคการ ตา งๆ ทปี่ ระสบผลสาํ เรจ็ ในการบริหารจดั การ รองลงมาคือการฝก อบรมดานทกั ษะท่ีจาํ เปน ในการ ปฏิบัตงิ านและกระบวนการในการทํางานเปนทมี ในสว นของเนอ้ื หาและกจิ กรรมในการพฒั นาทมี งาน ทมี่ คี า ความถมี่ ากกวาขอ เสนอแนะอนื่ คือ การใชค อมพิวเตอรใ นการเรยี นการสอนและการปฏบิ ัติ ราชการ รองลงมาคือ การจดั การเรยี นการสอนท่ีเนน ผูเรยี นเปน สําคญั
97 ชูชีพ ศรีตระกูล (2541: บทคัดยอ ) ไดศ ึกษาเรื่องการพฒั นาองคก าร โดยการสราง ทีมงาน กรณศี ึกษาธนาคารไทยพาณชิ ยจ ํากัด (มหาชน) พบวา องคประกอบการสรา งทมี งานใหเ กดิ ประสิทธิผลประกอบดวย บทบาททสี่ มดลุ วัตถปุ ระสงคท ชี่ ัดเจนและเปา หมายเปน ทย่ี อมรบั การ เปด เผยและการเผชญิ หนา การสนบั สนนุ และความไวว างใจซง่ึ กนั และกนั ความรว มมอื ละความขัดแยง การดาํ เนินการทร่ี าบร่นื ผนู าํ ที่เหมาะสม การทบทวนสม่ําเสมอ การพัฒนาของบคุ ลากร ความสมั พันธ ระหวา งกลุมทด่ี ี และการตดิ ตอ สารส่อื ทดี่ ี มีความสมั พนั ธซ่ึงกนั และกนั โดยองคป ระกอบทางดา นการ เปดเผยและการเผชิญหนามคี าเฉล่ยี สงู สดุ และองคป ระกอบในวตั ถปุ ระสงคท ช่ี ดั เจนและเปาหมายที่ ยอมรับมคี าเฉลีย่ ตาํ่ สุด ม่ิงขวัญ สันทัดการ (2546: บทคัดยอ) ไดศึกษาการทาํ งานเปนทีมของโรงเรียน ประถมศึกษา สงั กดั สาํ นกั งานการประถมศกึ ษาจงั หวดั พษิ ณโุ ลก มทรรศนะของผูบ รหิ ารและครู พบวา ผบู ริหารและครูมคี วามคิดเหน็ ตอการทาํ งานเปน ทมี ภายในโรงเรยี นประถมศึกษา โดยภาพรวมรวมอยู ในระดับมาก เมือ่ พิจารณาเปนรายดา นทงั้ 9 ดา น ปรากฏวาอยใู นระดบั มากเชน กนั ยกเวน ดา นการ ประเมินผลตนเองอยูในระดับปานกลาง และเปรียบเทียบความความคิดเห็นของผูบริหารและครู โรงเรยี นประถมศกึ ษาทมี่ ตี อ การทาํ งานเปน ทมี พบวา โดยรวมและรายดา นมีความคิดเห็นแตกตา งกนั อยางนยั สาํ คญั ทางสถิติทีร่ ะดบั .01 และเมื่อเปรียบเทยี บความคดิ เห็นของผูบรหิ ารและครทู ่ปี ฏิบัติงาน ในโรงเรยี นขนาดตา งกนั ทม่ี ตี อ การทาํ งานเปนทมี พบวา มคี วามคดิ เหน็ แตกตา งกัน 3 ดาน ใน 9 ดาน ได แก ดานการมีสวนรว ม มคี วามคดิ เหน็ แตกตางกนั ในโรงเรยี นขนาดเล็กกับขนาดใหญ และโรงเรียน ขนาดกลางกบั ขนาดใหญ สวนดา นการสรา งความไวว างใจและยอมรบั นับถอื และดานดา นการมี มนุษยสัมพนั ธม รความคดิ เหน็ แตกตา งกนั ในขนาดโรงเรยี นขนาดเลก็ กบั ขนาดใหญ สว นดา นอน่ื ๆ มี ความคิดเหน็ ไมแตกตางกนั 4.2 งานวิจยั ตางประเทศ เฮริ ด (สมชัย ทองกลงึ . 2551: 94; อางองิ จาก Hurd. 2007: Abstract) ไดก ารศึกษา ผนู าํ ทางการปฏริ ูปการศกึ ษาความเปนโลกาภวิ ตั น ในสหรัฐอเมรกิ า โดยมวี ตั ถุประสงคของการวจิ ยั เพื่อ บง ชถ้ี งึ การเปลีย่ นแปลงกลยุทธใหกบั โรงเรยี น ไดส รา งความเปน สากลใหก บั โรงเรยี น ผลการวจิ ัย พบวา โลกาภวิ ตั นซ ่ึงเปน การผสมผสานเชอ่ื มตอระหวา งกันไมว า จะเปนนามธรรมหรอื รปู ธรรมไดให บรบิ ทอนั จะทาํ ใหส ถาบนั การศึกษาระดับสูงไดพ ิจารณาถงึ การเปลยี่ นแปลงทางดานวัฒนธรรม หลักสตู ร สถานศกึ ษา และองคป ระกอบทางการศกึ ษาในปจ จบุ นั ของตัวเอง การตอบสนองทม่ี ากขนึ้ ทจ่ี ะกา วเขา สโู ลกาภวิ ตั นค ือการนําความเปน สากลมาสูการสอน การวจิ ยั และการบรกิ ารของตวั เอง กระบวนการน้ี รูจักกันดีในช่ือ “กระบวนการความเปน สากล” (โลกาภิวตั น) การออกแบบงานวจิ ยั ท่มี คี ณุ ภาพมากขนึ้
98 ไดรวบรวมกลยุทธเขา กบั สว นตางๆ ท้ังทเ่ี ปน ผนู าํ ผสู นบั สนนุ และกระบวนการทท่ี ําใหเ กิดการ เปลยี่ นแปลงนน้ั ๆ การเกบ็ รวบรวมขอมลู ไดม าจากการสัมภาษณ เอกสารตางๆ และการสังเกตโดยตรง สว นการวเิ คราะหน นั้ ประกอบไปดว ยรปู แบบทีเ่ ปน รากฐานงา ยๆ รงุ นภา นตู ราวอง (สมชาย ขอสนิ กลาง. 2548: 39; อา งองิ จาก Rungnapa Nutravong. 2003. School-Based curriculum decision-making: A study of the Thailand.) ไดวิจยั เรอ่ื ง กระบวนการตดั สนิ ใจสงั่ การดานการบริหารหลกั สตู รภายในโรงเรยี น: การศึกษากรณีการปฏริ ปู หลักสูตร สถานศกึ ษาในประเทศไทย ผลการวิจยั พบวา ขอเรียกรองของผูจัดทาํ นโยบายซง่ึ ตอ งการใหโ รงเรียน สามารถมีอาํ นาจในการบรหิ ารงานดว ยตนเองนน้ั ยังเปน สถานการณท จี่ ดั วา มีความยุงยากและความ ซับซอนอยูมาก เพราะถงึ แมว า บคุ ลากรภายในโรงเรยี นจะยอมรบั และเล็งเห็นถงึ ขอ ดีของโครงการที่ จัดทําขึน้ เพ่อื เปลีย่ นแปลงอาํ นาจในงานดา นการบรหิ ารหลักสูตรของโรงเรียนกต็ ามแตก ็พบวา กลมุ โรงเรียน ในแถบชนบทยังไมม ีความพรอมสาํ หรับการเปลย่ี นแปลงดงั กลา ว ระบบการบรหิ ารงานตามลาํ ดับขนั้ ซง่ึ เปน ระบบการบรหิ ารงานตามแบบเดมิ ยังคงถกู นํามาใชใ นระบบการบรหิ ารงานดา นการศกึ ษาใน ปจ จุบัน รวมท้ังในสว นของโรงเรยี นเองกย็ งั คอ นขางท่จี ะมบี ทบาทเปน ผตู อบรับนโยบายมากกวา ท่ีจะ เปน ผสู รางนโยบายเพือ่ ตอบสนองตามความตองการพนื้ ฐานของโรงเรยี นไดดว ยตนเอง นอกจากนย้ี งั พบวา มปี จ จยั ที่สาํ คัญ 3 ประการซ่ึงไดรบั การยอมรับจากกลมุ ตวั อยา งในการวิจยั วาเปน อุปสรรคตอ กระบวนการตดั สนิ ใจส่งั การในงาน ดา นการบรหิ ารหลกั สูตรของโรงเรียน คอื การขาดปจจัยดานเวลา รวมทง้ั การขาดความรแู ละประสบการณใ นการพัฒนางานดานการบริหารหลกั สูตรของโรงเรียน บฟุ ารส นั (Bufarsan. 2000: Abstract) ไดท ําการศึกษาเรื่อง การวเิ คราะหห ลักสตู รใน โปรแกรมเตรยี มความพรอ มของครูวิทยาลยั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานของคเู วต เพื่ออธิบายถงึ เปา หมาย และการรับรถู ง้ึ โปรแกรมเตรยี มความพรอ มของครู ซง่ึ ขอ มูลท่ีไดจ ะชว ยในการตดั สนิ ใจดานการศกึ ษา ในคูเวต และทาํ ใหรูวาอะไรคือความตอ งการท่ีจะใหโปรแกรมน้ีมีประสทิ ธิภาพเพมิ่ มากข้นึ การศกึ ษานี้ จะประเมนิ การรับรูดานความรู ทักษะ ทัศนคตขิ องครูนกั เรยี น ครูเขาใหมแ ละผสู อนอนื่ ๆ ท่อี ยนู อก โปรแกรมในวทิ ยาลยั แหง นี้ ซึง่ จะพจิ ารณาบริบททเ่ี ปน มาตรฐาน 5 ดานคือความรูในเน้อื หา การสอน ความหลากหลาย การพฒั นาวิชาชพี และการทาํ งานดานการสอน โดยเกบ็ แบบสอบถามจากการ สํารวจจํานวน 280 ชดุ พบวา ความรูและทกั ษะของครมู ีความสมั พนั ธทางบวกตอโปรแกรมเตรียม ความพรอมอยางมีนยั สาํ คญั ทางสถิติ และครทู ม่ี ปี ระสบการณในการสอนไมนอ ยกวา 5 ปจะมกี ารรับรู ตอโปรแกรมนใี้ นทางบวก ดงั นนั้ การวเิ คราะหห ลกั สตู รน้จี ะทาํ ใหเ กิดการพฒั นาโปรแกรมเตรียมความ พรอ มของครู อาจทําไดโ ดยการนําเอาเทคโนโลยมี าใชแ ละทําใหเ กดิ ทัศนคติท่ีดีตอวิชาชพี และผูว จิ ัย แนะนาํ ใหท าํ การศกึ ษาในวทิ ยาลยั การศกึ ษาอ่นื ๆ ในตะวนั ออกกลางดว ย
99 จากผลการวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ งทง้ั ในประเทศและตางประเทศ สรปุ ไดวา การศกึ ษาปจจัยบาง ประการที่สมั พนั ธก บั การจดั ทําหลกั สตู รสถานศกึ ษา ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา ยงั มปี จ จยั หลายๆ อยางท่ีทาํ ใหก ารจดั ทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษายงั ไมบรรลุผลที่ควร และยงั ไมเ ปนไปตามกฎหมาย ทงั้ ปจ จยั ภายใน เชน ยังการเตรยี มความพรอ มของสถานศกึ ษายงั ไมสมบรู ณน ักเน่ืองจากขาดงบประมาณ การขาดปจจยั ดา นเวลารวมทงั้ การขาดความรแู ละประสบการณใ นการพฒั นางานดานการบริหารหลกั สตู ร ของโรงเรียน และปจจัยภายนอก ทส่ี ถานศกึ ษาจะตองมีสวนเก่ียวขอ งกบั บคุ คลภายนอกโรงเรยี น ไมว า จะเปนผปู กครอง ชุมชน องคก รปกครองสว นทน่ิ เขา มามีสว นรว มอยา งแทจ ริง เพราะท่ีผา นมาบริบท ภาพแวดลอมตางๆ ยังไมเอ้อื อาํ นวยใหม กี ารทาํ งานรว มกนั ระหวางสถานศกึ ษากบั ชุมชนมากนกั จึง เปน อีกปจ จยั หนงึ่ ทค่ี วรจะใหค วามสําคญั และควรจะศึกษาเปน อยางยง่ิ
บทท่ี 3 วธิ ีดาํ เนินการศึกษา เพื่อใหการวจิ ยั การศึกษากระบวนการจัดทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษาตามหลกั สตู รแกนกลาง การศกึ ษา พทุ ธศกั ราช 2551ของโรงเรยี นวดั ไผตัน เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร เปนไปตามความ มุงหมายท่ีกาํ หนดไว ผวู ิจัยจะดําเนนิ การตามขั้นตอนดงั นี้ 1. การกาํ หนดประชากรและกลุม ตัวอยา ง 2. เคร่ืองมือทใี่ ชในการวจิ ัย 3. การเก็บรวบรวมขอ มลู 4. การตรวจสอบขอ มูล 5. การวเิ คราะหขอมูล 1. การกาํ หนดประชากรและการสุมตัวอยาง 1.1 ประชากร ประชากรท่ีใชในการวิจยั คร้งั น้ี ไดแ ก ผบู รหิ ารและครโู รงเรียนวัดไผต นั เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 1.2 กลมุ ตวั อยา ง กลุมตัวอยา งทีใ่ ชใ นการวจิ ยั ครงั้ นใ้ี ชว ธิ ีการเลอื กแบบเจาะจง โดยเลอื กผูบริหารและครู โรงเรียนวัดไผต นั เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร ปก ารศกึ ษา 2552 จาํ นวน 45 คน 2. การสรางเคร่อื งมือทใี่ ชในการวิจัย การสรางเคร่อื งมอื ท่ใี ชใ นการรวบรวมขอ มูลเปน แบบสมั ภาษณแ ละแบบสอบถามทผี่ วู จิ ยั สรางข้ึนเพอ่ื ศกึ ษาเก่ียวกับกระบวนการจัดทําหลกั สูตรสถานศกึ ษาตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา ขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ของโรงเรียนวัดไผต ัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ดําเนนิ การตาม ขัน้ ตอน 2 ขนั้ ตอน ดงั ตอ ไปนี้ ตอนท่ี 1 การสรางเครอ่ื งมอื สมั ภาษณ 1.1 แบบสมั ภาษณแบบมโี ครงสราง แบบสัมภาษณแบบมโี ครงสรา งเปน แบบคําถามทผี่ วู ิจยั ไดเตรียมคาํ ถามไวล ว งหนา กอ นวนั ทาํ การสมั ภาษณ โดยมกี ระบวนการหาคณุ ภาพของแบบสัมภาษณ ดว ยการต้ังคาํ ถามตาม ประเดน็ ท่ศี ึกษา ดงั นี้
101 1.1.1 ศกึ ษาหาขอ มูลเพื่อสรางแบบสมั ภาษณการจัดทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษา และสอบถาม ผูชํานาญในการเขยี นแบบสมั ภาษณเพือ่ มาปรบั ต้งั คาํ ถามของแบบสมั ภาษณ 1.1.2 นําแบบสมั ภาษณทไ่ี ดเ สนออาจารยทป่ี รึกษาสารนพิ นธเ พ่ือพจิ ารณา แกไขหาขอ บกพรองและครอบคลุมขอบเขตของเน้อื หา นิยามศพั ทเ ฉพาะ พรอมทง้ั สาํ นวนของภาษาที่ ใชใ นแบบสัมภาษณ 1.1.3 นําแบบสมั ภาษณท ปี่ รบั ปรงุ แกไ ขแลว เสนอผเู ช่ยี วชาญ 5 คน ตรวจสอบ ความสอดคลอ งของประเดน็ ขอ คาํ ถามกบั ความมงุ หมายขอบเขตการศึกษาหรือขอมลู ท่ตี องการ ตลอดจนการใชภ าษา ถอยคาํ ทีถ่ กู ตอง 1.1.4 นําแบบสัมภาษณทไี่ ดรบั การปรับปรุงแกไ ขเรยี บรอ ยแลว ไปใชเ พื่อการ วิจยั เปน ลาํ ดับตอ ไปคอื นาํ แบบสมั ภาษณไ ปทาํ การสัมภาษณโดยการจดบนั ทกึ ขอมลู เปน 2 ชนิด คือ 1. บันทกึ ยอโดยผูวิจัยจดบนั ทกึ ขณะทีเ่ กบ็ ขอมลู จดเฉพาะถอยคําสาํ คัญ 2. บนั ทึกฉบับสมบรณู โดยผวู จิ ยั นาํ บนั ทกึ ยอมาเรียบเรยี งใหมเ ปน บนั ทกึ ฉบับสมบรู ณ 1.1.5 ตวั ผูวจิ ยั เปน เครื่องมอื ในการวจิ ยั ผูว ิจยั เปน ผเู ขา ไปสมั ผสั จงึ สามารถ สังเกตุพฤติกรรม เง่ยี หูฟง และหาขอ มูลเชงิ ประจกั ษ ตอนท่ี 2 การสรางแบบสอบถามสาํ หรบั การสาํ รวจ ในขนั้ ตอนนผ้ี วู จิ ยั ดําเนนิ การสรา งแบบสอบถามลกั ษณะการทํางานทม่ี ีประสทิ ธิภาพ 6 ลกั ษณะ ดงั นี้คือ 1. ศกึ ษาขอมลู ตํารา เอกสารและงานวจิ ัยทเี่ กย่ี วของกับการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศึกษา เก่ยี วกับลักษณะการการทาํ งานท่ีมีประสทิ ธิภาพ 6 ลกั ษณะ 2. กําหนดโครงสรา งของเครอ่ื งมอื และขอบเขตน ้อื หาตามแนวคดิ ของการวจิ ยั ท่ไี ด ศึกษา และรางขอคาํ ถาม ใหม ีสาระสาํ คัญของเน้ือหาสอดคลองกับความมุงหมายของการวจิ ัยและ นยิ ามศพั ทเฉพาะ 3. สรา งแบบสอบถามลกั ษณะการทาํ งานทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ 6 ลักษณะคือ 1.การมี เปา หมายทช่ี ัดเจน 2.การมีความไวว างใจเชือ่ ใจกัน 3. การตดิ ตอ สอ่ื สารแบบเปด 4. การยอมรบั นบั ถอื ซึ่งกนั และกนั 5. การมสี ว นรวมในการทาํ งาน 6. การมีมนษุ ยสมั พันธ ทง้ั นท้ี าํ การโดยการใช แบบสอบถามเปนแบบตรวจสอบรายการ(Check- list) เปนมาตรท่ใี ชวัดพฤตกิ รรม โดยมรี ายการให ตรวจสอบ ม/ี ไมม ี จากสวุ มิ ล ตริ กานันท (2546:137)
102 4. นําแบบสอบถามทสี่ รา งขึ้นเสนออาจารยท ี่ปรกึ ษาสารนพิ นธ เพ่ือตรวจสอบและ ใหขอ เสนอแนะ แลว นาํ มาปรับปรงุ แกไ ข 5. นําแบบสอบถามที่ปรบั ปรงุ แกไขแลว เสนอผเู ชี่ยวชาญ 5 คน ตรวจสอบความ สอดคลองของประเดน็ ขอ คาํ ถามกบั ความมุงหมายขอบเขตการศึกษาหรือขอมูลทตี่ อ งการตลอดจน การใชภ าษา ถอยคาํ ทถ่ี ูกตอ ง 6. ปรบั ปรงุ แบบสอบถามตามคาํ แนะนําของผูเ ช่ยี วชาญและผา นความเหน็ ชอบของ ผเู ชีย่ วชาญ แลว จดั พิมพเพอื่ นาํ ไปใชใ นการเกบ็ รวบรวมขอมูลตอไป ขน้ั ตอนในการสรา งเครอ่ื งมอื เครอื่ งมอื ที่ใชใ นการวจิ ัยครงั้ นใ้ี ชแ บบสอบถามในการเกบ็ รวบรวมขอมลู ซง่ึ ผูวจิ ยั ดาํ เนินตาม ข้ันตอนดงั น้ี 1. ศึกษาเอกสาร หลกั การแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร ตํารา บทความตางๆ และงานวิจยั ท่ี เก่ยี วของกบั แบบสอบถามการจัดทําหลักสตู รสถานศกึ ษาตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ของโรงเรียนวดั ไผตนั เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร 2. นาํ ขอมูลและแนวคิดตา งๆ มากาํ หนดเปนนยิ ามศพั ท และสรางแบบสอบถามใหค รอบคลุม นยิ ามศัพทแ ละตัวแปรท่กี าํ หนด 3. นาํ แบบสอบถามเสนออาจารยท ่ปี รึกษาสารนิพนธ เพอื่ พจิ ารณาแกไ ขขอบกพรอ งใหม ี ความถกู ตองสมบรู ณ พรอ มทง้ั ตรวจสํานวนภาษาท่ีใชใ นแบบสอบถาม 4. ปรบั ปรงุ แกไ ขตามคําแนะนําของประธานควบคุมสารนพิ นธน ําแบบสอบถามท่ีสรา ง ขนึ้ ไป ใหผูเช่ยี วชาญตรวจสอบคณุ ภาพดานความเที่ยงตรงของเนือ้ หา (Content Validity) และนาํ แบบสอบถาม จากผเู ชยี่ วชาญไปคาํ นวณคาดชั นคี วามสอดคลอง (IOC) ของขอ คําถามในแตละขอ เพ่ือเลอื กขอ คําถามที่มีคา (IOC) ต้ังแต .60 ขน้ึ ไป ซึ่งผูเช่ียวชาญ จํานวน 5 ทา น 5. นําแบบสอบถามทปี่ รับปรงุ แกไขแลวไปทดลองใช (Try-Out) กบั ครโู รงเรยี นไทยนยิ ม สงเคราะห เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร แลวนาํ แบบสอบถามลกั ษณะการทาํ งานทมี ปี ระสทิ ธภิ าพ 6 ลักษณะคือ 1. การมเี ปา หมายท่ชี ัดเจน 2. การมคี วามไวว างใจเชือ่ ใจกัน 3. การติดตอ ส่ือสาร แบบเปด 4. การยอมรบั นับถอื ซงึ่ กนั และกนั 5. การมสี ว นรว มในการทาํ งาน 6. การมีมนษุ ยสมั พันธ ไปหาคา ความเช่อื มั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยการหาคาสมั ประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach. 1984: 161) ไดคาความเชอ่ื มั่นทง้ั ฉบับเทากบั .96 6. นาํ แบบสอบถามท่ผี านการหาคุณภาพ มาจดั ทําเปน ฉบบั สมบูรณส ําหรบั นาํ ไปใชใ น การเก็บขอมูลจากลมุ ตวั อยา งจรงิ ตอไป
103 การเก็บรวบรวมขอมลู ผูวิจัยใชการสมั ภาษณ เปนวิธหี ลกั ในการเกบ็ รวบรวมขอมลู ซ่งึ เปน การสนทนาอยา งมเี ปาหมาย เฉพาะเจาะจงระหวา งผสู ัมภาษณและผูใ หข อ มูล ในลกั ษณะของการมปี ฏสิ มั พันธแ บบเผชิญหนา ซ่ึง กนั และกนั และมอี ิสระในการแสดงความคิดเหน็ โดยมขี ้ันตอนดังน้ี 1. ผวู จิ ัยขอหนงั สือราชการจากบัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ นําเสนอ ผูอ าํ นวยการโรงเรยี นวดั ไผตัน เพอ่ื ขออนญุ าตและขอความรวมมอื ในการสัมภาษณผูบรหิ ารและครู โรงเรียนวัดไผตนั เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ปก ารศึกษา 2552 และเสนอตอ ผูบริหารและครู โรงเรียนวัดไผต นั เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร ปก ารศกึ ษา 2552 จาํ นวน 45 คน 2. ผูวจิ ัยดาํ เนนิ การเก็บรวบรวมขอ มลู และการสัมภาษณแ ละตอบแบบสอบถามดวยตนเอง 3. ขน้ั ตอนการเตรยี มการกอ นเกบ็ รวบรวมขอ มลู มีลาํ ดับขั้นตอนดังน้ี 3.1 เตรียมตัวในการเกบ็ รวบรวมขอ มูลเชงิ คุณภาพและเชงิ ปรมิ าณ เน่อื งจากผวู จิ ยั คือผู ท่เี ก็บรวบรวมขอมูลและวเิ คราะหขอมูลดวยตนเอง โดยผวู ิจัยไดเตรยี มความพรอมใหกับตนเอง 3.2 เตรยี มแนวคําถามในการสัมภาษณ ผวู ิจยั ไดสรา งแนวคาํ ถามในการเกบ็ รวบรวม ขอมลู ตามวตั ถุประสงคแ ละฐานแนวคดิ การวิจัย ซง่ึ มีความยดื หยนุ และปรบั เปลยี่ นไปตามบริบทของ แตล ะสถานการณการสมั ภาษณ 3.3 เตรียมเคร่ืองบันทกึ เสียงพรอมแถบเสยี งเปลา เพ่อื ใชในการบนั ทกึ ขอ มูลระหวา งการ สมั ภาษณ เพอ่ื ตรวจสอบและปองกนั ความคลาดเคลื่อนของขอ มลู ควบคูไปกบั การจดบนั ทกึ การให สัมภาษณ 3.4 ตดิ ตอประสานกบั ผใู หส ัมภาษณและตอบแบบสอบถาม โดยการไปสมั ภาษณและ ตอบแบบสอบถามทีโ่ รงเรยี นวัดไผตันโดยเรม่ิ นัดสัมภาษณต้งั แตวนั ท่ี 15 มนี าคม 2552 ถึง วนั ท่ี 25 มนี าคม 2552 รวมระยะเวลา 10 วนั การจดั กระทําและการวิเคราะหขอมลู การจัดกระทาํ ขอ มลู ผูวิจยั ไดนาํ ขอมลู ทเี่ กบ็ รวมรวมไดจ ากกลมุ ตวั อยา งมาทําการจดั ทาํ ขอมลู ดงั นี้ 1. ตรวจสอบจาํ นวนและความสมบรู ณข องแบบสอบถามทไี่ ดรับคืนทุกฉบบั การจดั กระทาํ ขอมลู 2. ใหร หสั แบบสอบถาม ตามเกณฑท ่กี าํ หนดไว ดังนี้ ตอนที่ 1 เปน แบบสอบถามขอมลู ทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ลักษณะแบบสอบถาม ขอ คาํ ถามแบบปลายเปด
104 ตอนท่ี 2 เปน แบบสมั ภาษณการจดั ทาํ หลักสูตรสถานศึกษาเกย่ี วกับกระบวนการจดั ทํา หลกั สูตรสถานศึกษา คอื 1.) การเตรียมความพรอมของสถานศกึ ษา 2.) การจัดทาํ สาระหลกั สตู ร สถานศกึ ษา นําขอมูลทไ่ี ดมาจากการสมั ภาษณมาวิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis) การวเิ คราะห ขอมูลในคร้งั น้ี ใชก ารวเิ คราะหแบบบรรยาย ซงึ่ เปน การแจกแจงขอ คนพบที่สาํ คัญทส่ี ดุ ในเชงิ บรรยาย ตอนท่ี 3 เปน แบบสอบถามการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศึกษาเกยี่ วกับลักษณะการทาํ งาน ที่มปี ระสทิ ธภิ าพ 6 ลกั ษณะไดแ ก 1.การมีเปาหมายทช่ี ัดเจน 2.การมคี วามไวว างใจเชอ่ื ใจกนั 3. การ ตดิ ตอ สอื่ สารแบบเปด 4. การยอมรบั นบั ถือซึง่ กนั และกัน 5. การมสี ว นรว มในการทาํ งาน 6. การมี มนุษยสัมพนั ธ การวเิ คราะหขอ มูล ผวู จิ ยั ทําการวเิ คราะหขอมลู โดยการอาศยั หลกั กวา ง ๆ สําหรับการวเิ คราะหขอ มูลดังนี้ 1. การวิเคราะหข อมูลการสมั ภาษณแ บบมีโครงสราง โดยการจดบนั ทึกขอมูล ผวู จิ ยั จด บนั ทกึ ขอมลู ไปใชในการวเิ คราะหโดยการบนั ทกึ ขอ มลู ขณะเกบ็ ขอ มูลอยูแ ละเรียบเรยี งใหมเ ปน ฉบบั สมบรู ณในภายหลงั จึงแยกเปนสัดสวนระหวา งขอ มลู กบั ความเห็นของผวู ิจยั (องอาจ นยั พัฒน. 2551: 228) จากนน้ั ทําดชั นีขอมลู เพื่อจัดหมวดหมขู อมูลและใหเ กดิ ความสะดวกแกผูวจิ ยั เมอ่ื ตองการนาํ ขอ มลู มาใชในการวเิ คราะห มกี ารดาํ เนนิ การดงั นี้ แบบสมั ภาษณตอนท่ี 1 ขอมลู ท่ัวไปของผตู อบแบบสัมภาษณ วิเคราะหโดยใชค าแจก แจงความถแ่ี ละคา รอยละ แบบสัมภาษณตอนท่ี 2 วเิ คราะหขอ มลู การจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศึกษาเก่ียวกบั กระบวนการ จดั ทาํ หลกั สูตรสถานศึกษา ใน 2 ดานคือ 1.) ดานการเตรียมความพรอมของสถานศึกษา 2.) ดานการจัดทาํ สาระหลักสูตรการศึกษา โดยการวิเคราะหแบบบรรยาย ซง่ึ เปน การแจกแจงขอ คนพบทส่ี ําคญั ท่สี ดุ ในเชงิ บรรยาย 2. การวิเคราะหขอ มูลการสํารวจ เปน แบบสอบถามตอนท่ี 3 ตรวจวิเคราะหข อ มลู ลกั ษณะ การทาํ งานทมี่ ปี ระประสทิ ธภิ าพ 6 ลักษณะ คือ1.การมเี ปา หมายทชี่ ดั เจน 2. การมีความไวว างใจ เชอ่ื ใจกนั 3. การติดตอส่ือสารแบบเปด 4. การยอมรบั นับถอื ซง่ึ กนั และกัน 5. การมสี วนรว มในการ ทํางาน 6. การมีมนุษยสมั พันธ ผูวจิ ยั ดาํ เนนิ การจดั กระทําขอ มลู และวิเคราะหขอ มลู ตามขั้นตอน ดังนี้ 3. ตรวจสอบความสมบรู ณข องแบบสอบถามท่ไี ดรับกลับคนื มาท้งั หมด ไดรับแบบสอบถาม ทใ่ี ชว ิเคราะหจ ํานวน 45 ฉบบั
105 4. ลงรหัสคาของตัวแปรแบบสอบถาม 5. วเิ คราะหขอ มูลแบบสอบถามเชงิ สาํ รวจแทนคา มี /ไมม ี โดยใชค า รอ ยละ โดยการหาใชค า รอ ยละ ดังตอ ไปนี้ สถิตทิ ี่ใชในการวเิ คราะหข อ มลู ผูว จิ ยั ใชสถิตใิ นการวเิ คราะหข อ มูล ดังนี้ 1. สถิติท่ใี ชหาคณุ ภาพของเครื่องมอื 1.1 หาคา ดัชนีความสอดคลอ ง IOC (Index of Item-Objective Congruence) 1.2 หาคา ความเชือ่ มั่นของแบบสอบถาม โดยใชว ิธหี าคาสมั ประสิทธิแอลฟา 2. สถิติพนื้ ฐาน ไดแก 2.1 รอยละ (Percentage) 2.2 คาคะแนนเฉล่ีย (Mean)
บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหขอมูล การนาํ เสนอผลการวเิ คราะหข อ มลู ของงานวิจยั เรื่องการศกึ ษาการจดั ทําหลักสูตรสถานศกึ ษา ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กรณีศกึ ษาโรงเรยี นวดั ไผต นั เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ดวยระเบียบวิธีการวิจยั เชิงคุณภาพและเชงิ ปรมิ าณ ในการดําเนนิ การวิจยั ผวู ิจยั ขอ เสนอผลการวิเคราะหขอมลู ตามลาํ ดบั ดงั นี้ การเสนอผลการวิเคราะหข อมลู การวเิ คราะหขอ มูลการศกึ ษากระบวนการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษาตามหลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กรณีศกึ ษาโรงเรียนวัดไผต ัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร แบง เปน 3 ตอน ดงั นี้ ตอนที่ 1 ขอ มลู ท่ัวไปของผใู หข อมลู ดงั รายละเอียดในตาราง 1 ตอนที่ 2 การจดั ทําหลกั สูตรสถานศกึ ษาเกย่ี วกับกระบวนการจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศึกษา คือ 1) ดา นการเตรียมความพรอ มของสถานศึกษา และ 2) ดา นจดั ทําสาระหลกั สตู รสถานศึกษา ดัง รายละเอียดในตาราง 2-3 ตอนท่ี 3 การจัดทาํ หลกั สตู รสถานศึกษาเก่ยี วกับลกั ษณะการทาํ งานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ 6 ลกั ษณะคือ 1) การมเี ปา หมายทช่ี ดั เจน 2) การมคี วามไวว างใจเชือ่ ใจกนั 3) การติดตอ ส่ือสาร แบบเปด 4) การยอมรับนบั ถือซงึ่ กนั และกนั 5) การมีสวนรว มในการทาํ งาน 6) การมีมนษุ ยสมั พันธ ดงั รายละเอยี ดในตาราง 4 ผลการวิเคราะหข อ มลู ตอนท่ี 1 ขอ มูลทัว่ ไปของผูใหข อ มูล ตอนที่ 1 ผลการวเิ คราะหข อ มลู ทว่ั ไปของผใู หข อ มูล ไดแก เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา ประสบการณท างการสอน ดงั แสดงในตาราง 2
107 ตาราง 2 แสดงจํานวนและรอ ยละของผูใ หข อมลู ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ ทางการสอน ผูใหข อ มลู ชาย จาํ นวน (n = 45) รอยละ (%) เพศ หญงิ 5 11.11 อายุ รวม 40 88.89 ระดบั การศกึ ษา 30 ปห รอื ต่าํ กวา 45 100 ประสบการณท างการสอน 31 - 40 ป 13 28.89 41 - 50 ป 14 31.11 51 ปข ึ้นไป 7 15.56 รวม 11 24.44 ปริญญาตรี 45 100 สงู กวา ปรญิ ญาตรี 33 73.33 รวม 12 26.67 นอยกวา 5 ป 45 100 5 - 10 ป 11 24.44 11 - 15 ป 14 31.11 16 - 20 ป 5 11.11 มากกวา 20 ป 3 6.67 รวม 12 26.67 45 100 จากตาราง 2 พบวา ผูใหข อ มูลเปนเพศชาย จํานวน 5 คน คดิ เปน รอยละ 11.11 เพศหญงิ จํานวน 40 คน คิดเปน รอยละ 88.89 โดยจํานวนผใู หข อ มลู มอี ายุสว นใหญ คือ อายุ 31 - 40 ป คดิ เปน รอยละ 31.11 รองลงมา คือ อายุ 30 ปหรอื ตาํ่ กวา คดิ เปน รอ ยละ 28.89 และนอยที่สดุ คอื อายุ 41 - 50 ป คดิ เปนรอยละ 15.56 สว นระดบั การศกึ ษาสงู สุด คือ ปริญญาตรี คิดเปน รอยละ 73.33 รองลงมา คือ สูงกวาปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 26.67 จํานวนผูใหขอ มลู มปี ระสบการณก ารทางการ สอนมากทสี่ ุด คอื 5 - 10 ป คิดเปน รอยละ 31.11 รองลงมา คือ มากกวา 20 ป คิดเปนรอยละ 26.67 และนอ ยท่ีสุด คือ 16 - 20 ป คิดเปน รอยละ 6.67
108 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหก ระบวนการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษาดา นการเตรยี มความ พรอมและดานการกระบวนการจัดทาํ สาระหลักสูตรสถานศกึ ษา ผลปรากฏดังแสดงในตาราง 3 -4 ตาราง 3 แสดงจาํ นวนและรอ ยละกระบวนการจัดทําหลกั สูตรสถานศึกษาดานการเตรยี มความพรอม ของสถานศึกษา กระบวนการจดั ทาํ หลักสตู รสถานศกึ ษาดานการเตรยี มความพรอ ม จํานวน รอ ยละ (%) ของสถานศกึ ษา (n = 45) 100 1. ผูบริหารจัดการอบรมใหความรพู ฒั นาครูเรอ่ื งการจดั ทาํ หลกั สูตร 45 สถานศกึ ษา 95.56 43 88.89 2. มีการจัดทาํ ขอ มลู สารสนเทศของโรงเรยี นใหเ ปน ระบบเพื่อเปนขอ มูล 40 86.67 พน้ื ฐานในการจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษา 39 77.78 35 75.56 3. มีการจัดทาํ แผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรยี น 34 4. มปี ระชมุ วิเคราะหสภาพปจจุบันของโรงเรยี น 66.67 5. ผบู รหิ ารมีการสรา งความตระหนักเหน็ ความสาํ คญั ในการจัดทาํ หลกั สูตร 30 62.22 28 สถานศึกษา 57.78 6. มีการจัดหา ส่อื อปุ กรณ เพ่ือใชในการจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษาเพียงพอ 26 51.11 7. มกี ารดาํ เนนิ การแตง ตง้ั คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและคณะกรรมการ 23 33.33 15 วชิ าการ 31.11 8. บคุ ลากรทีไ่ ดจ ดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษาแตล ะกลมุ สาระมีความเพยี งพอ 14 9. วิทยากรใหก ารอบรมการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาใหค วามรอู ยา ง เพียงพอ 10. มคี วามเขา ใจในการจดั ทําหลักสูตรสถานศกึ ษา 11. ฝา ยบรหิ ารจดั ทาํ เอกสารเก่ียวกบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาเผยแพร 12. มีการประชาสมั พนั ธก ารจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษาใหผปู กครองและ ชุมชนรับทราบ
109 จากตาราง 3 พบวากระบวนการจดั ทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษาดา นการเตรียมความพรอมของ สถานศกึ ษาผใู หข อ มลู ทกุ คน (45 คนใน 45 คน) เหน็ วา ผบู รหิ ารจดั การอบรมใหค วามรพู ฒั นาครเู ร่อื ง การจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษา คดิ เปนรอ ยละ 100 โดยกลาววา ผบู รหิ ารใหค วามสาํ คัญกับการอบรม และการวเิ คราะหห ลักสูตรทกุ ปก ารศึกษาเสมอ แตใ นปก ารศึกษา 2553 โรงเรยี นตองเปลี่ยนหลกั สตู รใหม ผบู รหิ ารตอ งใหจ ัดการอบรมเรื่องหลกั สูตรเพือ่ ใหม คี วามรไู ปจัดทาํ หลกั สตู รสถานศึกษาของโรงเรียนได และผูใหขอ มูลสว นใหญ (43 คนใน 45 คน) เหน็ วา มีการจัดทาํ ขอ มลู สารสนเทศของโรงเรยี นใหเปน ระบบเพ่อื เปน ขอมูลพนื้ ฐานในการจัดทาํ หลักสูตรสถานศึกษา คดิ เปนรอยละ 95.56 โดยกลาววา โรงเรียนไดจดั ทําสารสนเทศทกุ ปอ ยูแ ลว เพราะผบู ริหารดูแลอยโู ดยมีการแตงตง้ั คณะกรรมการจดั ทํา สารสนเทศ ครบู างคนมหี นา ทีใ่ นการจัดทาํ และครทู ุกคนจะไดรับเลม สารสนเทศของโรงเรยี นทกุ ป และ ผใู หข อ มลู สว นใหญ (40 คนใน 45 คน) เหน็ วา มกี ารจดั ทําแผนพฒั นาการศกึ ษาของโรงเรียน คดิ เปน รอ ยละ 88.89 โดยกลา ววา โรงเรยี นมพี ฒั นาของโรงเรยี น ผบู รหิ ารจัดทําแผนพฒั นาการศึกษาเอง และใหค ณะผทู ํางานจัดรวบรวมขอ มูลและจดั ทํารูปเลม ครสู ว นใหญไ มไดร วมจัดทําแตโรงเรยี นมี แผนพัฒนาการศกึ ษาทกุ ป สว นผใู หข อ มูลสว นนอ ย (23 คนใน 45 คน) เหน็ วา การมีความเขา ใจใน การจัดทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษา คิดเปน รอ ยละ 51.11 กลาวา ยงั ไมเขา ใจขนั้ ตอนในการรจัดทาํ หลักสูตรเพราะวาระยะเวลาในการอบรมนอ ยเกนิ ไปและไมมใี ครมาอธบิ ายเพมิ่ เตมิ เลยหลงั การอบรม และผใู หข อมลู สวนนอย (15 คนใน 45 คน) เห็นวา การจดั ทาํ เอกสารเผยแพรเก่ยี วกับหลกั สูตร แกนกลางการศึกษา คดิ เปน รอ ยละ 33.33 กลาววา ไดรับเอกสารเกี่ยวกับหลกั สตู รนอ ยมากเอกสาร จะไดเ ฉพาะหวั หนา กลมุ ไมม ีเอกสารอะไรมาเพม่ิ เตมิ ใหค วามรเู ลย สาํ หรบั ผูใ หขอมลู (14 คนใน 45 คน) เหน็ วา การประชาสมั พนั ธก ารจัดทาํ หลักสตู รสถานศกึ ษาใหผ ปู กครองและชมุ ชนรับทราบ คิดเปน รอยละ 31.11 กลา ววา ผปู กครองและชุมชนยงั ไมเขาใจการจัดทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษาของโรงเรยี นไม มีการบอกจงึ ไมเ หน็ ความสาํ คญั ของหลักสตู รสถานศึกษาเพือ่ ไมร ูเรือ่ งถาโรงเรยี นมกี ารประชาสมั พนั ธ บอ ยกจ็ ะดี
110 ตาราง 4 แสดงจํานวนและรอ ยละกระบวนการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษาดา นการจดั ทาํ สาระหลักสตู ร สถานศกึ ษา กระบวนการจดั ทําหลักสตู รสถานศึกษาดา นการจดั ทาํ สาระหลกั สูตร จํานวน รอ ยละ(%) สถานศึกษา (n = 45) 1. มีการรว มกนั วิเคราะหข อมูลสภาพแวดลอมของโรงเรยี น 44 97.78 2. มกี ารวเิ คราะห กาํ หนดวสิ ยั ทศั น การจัดการศึกษาเพื่อใหส อดคลอ งกับ 42 93.33 นโยบายของโรงเรียน 41 91.11 3. กาํ หนดโครงสรางรายวชิ าตามกลมุ สาระการเรยี นรู 41 91.11 4. กาํ หนดกจิ กรรมการพฒั นาผูเรียน 41 91.11 5. จัดทาํ คาํ อธบิ ายรายวิชาของแตล ะกลุม สาระการเรยี นรู 41 91.11 6. จัดทาํ หนวยการเรยี นรูและเวลาเรียนของแตละกลมุ สาระการเรียนรู 40 88.89 7. มกี ารกําหนดสมรรถนะสําคัญของผูเรยี น 40 88.89 8. กําหนดคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค 40 88.89 9. กาํ หนดโครงสรา งของหลกั สตู รสถานศกึ ษา 38 84.44 10.กําหนดสดั สว นเวลาเรียนกจิ กรรมพฒั นาผเู รียน 35 77.78 11.กาํ หนดเกณฑการวดั ประเมินผลและเกณฑก ารจบหลักสูตร 12.จัดบุคลากรจดั ทําหลกั สตู รสถานศกึ ษามีความเหมาะสมตรงกบั ตาม 32 71.11 29 64.44 ความรู ความสามารถและความถนัด 27 60.00 13.นาํ ขอ มลู สารสนเทศมาใชใ นการวางแผนการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา 14.มสี ว นรว มในการจดั ทาํ แผนพฒั นาการศึกษาของโรงเรียน จากตาราง 4 พบวา กระบวนการจัดทําหลกั สตู รสถานศึกษาดานจัดทาํ สาระหลกั สตู รสถานศกึ ษา ผูใ หขอมลู สว นใหญ (44 คนใน 45 คน) เหน็ วา มีการรว มกนั วิเคราะหขอ มลู สภาพแวดลอมของโรงเรยี น คดิ เปน รอยละ 97.78 โดยกลาววา ผบู ริหารและครปู ระชมุ รวมกนั คดิ วเิ คราะหส ภาพแวดลอ มของ โรงเรยี น พดู เสนอความคิดเห็น แลว ชว ยกนั แยกวา ขอ ไหนเปน จุดเดน ของโรงเรยี นและขอ ไหนเปน จุดดอ ยของโรงเรยี น ผใู หข อ มลู สว นใหญ ( 42 คนใน 45 คน) เห็นวา มกี ารวิเคราะห กาํ หนดวสิ ยั ทศั น การจดั การศึกษาเพอ่ื ใหส อดคลองกับนโยบายของโรงเรยี น คิดเปนรอยละ 93.33 โดยกลาวา ไดมีการ ประชุมรวมกนั คิดวสิ ยั ทศั นของโรงเรยี น ตางคนกเ็ สนอความคิดและเขียนสง ทุกคนรว มกนั เลอื กวา ขอ ใดนาจะสอดคลองกับนโยบายโรงเรียน นาํ ขอท่เี ลอื กมาขอความเห็นวาขอ ใดสอดคลองทีส่ ดุ และจงึ
111 ขอความเหน็ มาสรปุ กาํ หนดเปน วิสยั ทัศนของโรงเรียน และผใู หข อมูลสวนใหญ (41 คนใน 45 คน) เห็นวามกี ารกาํ หนดโครงสรา งรายวิชาตามกลุมสาระการเรียนรู กาํ หนดกิจกรรมการพฒั นาผเู รยี น จดั ทาํ คําอธบิ ายรายวิชาของแตละกลมุ สาระการเรยี นรู จัดทาํ หนว ยการเรยี นรแู ละเวลาเรียนของแตล ะ กลุมสาระการเรยี นรู คดิ เปน รอ ยละ 91.11 โดยกลา วา ทกุ คนไดก าํ หนดโครงสรางของสาระการเรยี นรู คําอธบิ ายรายวชิ า จากนนั้ จัดทาํ หนว ยการเรยี นรขู องกลุมตนเอง สวนกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี นทกุ คน ชวยกนั กาํ หนด ผใู หข อมลู สวนมาก (40 คนใน 45 คน) เหน็ วา มีการกาํ หนดโครงสรางของหลกั สตู ร สถานศกึ ษา กาํ หนดสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน กาํ หนดคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค คิดเปน รอ ยละ 88.89 โดยกลาววา ชวยกันทําโครงสรางของหลักสูตรโรงเรียนวาแตละกลุมเรียนตองเรียนกี่ชั่วโมง สวนสมรรถนะของผเู รยี นและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคก ็ปรึกษากนั วา จะเพมิ่ หรอื ไมแ ตทุกคนกบ็ อก วา ครอบคลุมแลวไมต องเพมิ่ จึงเอาทห่ี ลกั สูตรแกนกลางกําหนดมาให ตอนท่ี 3 ผลการวิเคราะหการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศึกษาเกย่ี วกับลักษณะการทาํ งานทม่ี ี ประสทิ ธิภาพ 6 ลักษณะคือ 1. การมเี ปา หมายทช่ี ดั เจน 2. การมคี วามไวว างใจเช่ือใจกนั 3. การ ตดิ ตอสอ่ื สารแบบเปด 4. การยอมรับนบั ถอื ซ่ึงกนั และกนั 5. การมีสวนรว มในการทํางาน 6. การมี มนุษยสมั พนั ธ ผลปรากฏดงั แสดงในตาราง 5 - 10 ตาราง 5 แสดงจํานวนและรอ ยละของลักษณะการทํางานทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ ลกั ษณะการทาํ งานท่มี ีประสทิ ธภิ าพ รอ ยละ(%) 1. การมเี ปาหมายท่ชี ัดเจน 90.67 2. การมีความไวว างใจเชือ่ ใจกนั 89.33 3. การติดตอ สอ่ื สารแบบเปด 78.22 4. การยอมรบั นับถอื ซงึ่ กนั และกนั 84.89 5. การมสี ว นรว มในการทาํ งาน 79.55 6. การมีมนษุ ยสมั พนั ธ 91.17 จากตาราง 5 พบวา ลักษณะการทาํ งานที่มปี ระสิทธภิ าพเกยี่ วกับการจัดทาํ หลักสตู รสถานศึกษา พบวา ดา นการมมี นุษยสัมพนั ธ มกี ารปฏิบัตมิ ากท่สี ุดรอยละ 91.17 สาํ หรับการมเี ปาหมายทชี่ ัดเจน มกี ารปฏิบัตริ องมารอ ยละ 90.67 และการมีความไววางใจเชอ่ื ใจกัน มกี ารปฏิบัติรอ ยละ 89.33 ตามลาํ ดับ
112 ตาราง 6 แสดงจาํ นวนและรอ ยละของลักษณะการทาํ งานที่มปี ระสทิ ธิภาพดา นการมีเปาหมายทช่ี ดั เจน ลักษณะการทํางานท่ีมีประสทิ ธภิ าพ จํานวน รอ ยละ(%) (n = 45) การมีเปา หมายทช่ี ดั เจน 1. ทา นมีโอกาสรว มกนั กําหนดวิสยั ทศั น เปา หมายหรอื วัตถปุ ระสงคข อง 90.67 หลกั สูตร 2. ทา นมีความเขา ใจทิศทางในการทาํ งานและเขา ใจตรงกัน 40 88.89 3. ทานมคี วามเชอ่ื มนั่ วา ผรู ว มงานทกุ คนสามารถทํางานใหบ รรลเุ ปาหมาย 45 100 ของโรงเรยี นได 4. ทา นใหความสาํ คญั ตอ เปาหมายของโรงเรยี นมากกวา สว นตวั 39 86.67 5. ทานมีความเชอ่ื ผรู วมทมี สามารถทํางานบรรลุเปา หมาย 45 100 35 77.78 จากตาราง 6 พบวาลักษณะการทาํ งานท่ีมีประสิทธิภาพเก่ียวกับการจัดทาํ หลักสูตร สถานศกึ ษาดา นการมเี ปา หมายทีช่ ัดเจนรายขอพบวา การมีความเขา ใจทศิ ทางในการทาํ งานและ เขาใจตรงกัน และการใหค วามสาํ คัญตอ เปาหมายของโรงเรยี นมากกวา สว นตวั มีการปฏิบตั ิมาก ทสี่ ุดรอ ยละ 100 สําหรบั การมโี อกาสรว มกนั กาํ หนดวิสยั ทศั น เปาหมายหรือวตั ถปุ ระสงคข องหลกั สูตร มีการปฏิบัตริ องมารอยละ 88.89 และ การมคี วามเชอ่ื ม่นั วา ผูรวมงานทุกคนสามารถทาํ งานใหบ รรลุ เปา หมายของโรงเรียนได มกี ารปฏบิ ัตริ อ ยละ 86.67 ตามลาํ ดับ
113 ตาราง 7 แสดงจํานวนและรอ ยละของลกั ษณะการทาํ งานท่มี ปี ระสทิ ธิภาพดานการมีความไวว างใจ ซ่งึ กนั และกนั ลกั ษณะการทาํ งานท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ จํานวน รอยละ(%) (n = 45) การมคี วามไวว างใจเชือ่ ใจกนั 89.33 1. ทานยอมรบั คําช้ีแนะจากเพ่อื นรวมงานดว ยความเตม็ ใจ 44 97.78 2. ทา นแสดงความเหน็ ใจและใหก าํ ลังใจเมอ่ื เพอ่ื นในทมี งานมีปญ หาหรอื ปฏิบตั ิงานผดิ พลาดพรอ มทัง้ ใหคําแนะนาํ ในการแกปญ หาเสมอ 38 84.44 3. ทานรับฟง คําแนะนาํ และยอมรับความสามารถของเพ่ือนรวมงานดว ย ความจริงใจ 40 88.89 4. ทานใหอ สิ ระในการทํางานกบั เพ่ือนรว มงาน 43 95.56 5. ทา นเชอื่ ถอื และศรัทธาตอ เพ่อื นรว มงาน 36 80.00 จากตาราง 7 พบวาลกั ษณะการทํางานท่ีมปี ระสทิ ธิภาพเก่ียวกบั การจัดทาํ หลักสูตรสถานศึกษา ดา นการมคี วามไวว างใจเช่อื ใจกนั รายขอพบวา การยอมรบั คําช้แี นะจากเพือ่ นรวมงานดว ยความเตม็ ใจ มีการปฏิบัตมิ ากท่สี ุดรอยละ 97.78 การใหอิสระในการทํางานกบั เพื่อนรว มงาน มกี ารปฏบิ ัตริ องมา รอยละ 95.56 และ การรบั ฟง คําแนะนาํ และยอมรับความสามารถของเพ่ือนรว มงานดวยความจรงิ ใจ มีการปฏบิ ัตนิ อ ยทส่ี ดุ รอ ยละ 88.89 ตามลําดบั
114 ตาราง 8 แสดงจาํ นวนและรอ ยละของลกั ษณะการทํางานที่มปี ระสทิ ธภิ าพดานการติดตอสื่อสาร แบบเปด ลักษณะการทํางานทมี่ ปี ระสิทธภิ าพ จํานวน รอยละ(%) (n = 45) การติดตอ สอ่ื สารแบบเปด 1. ทา นสามารถซกั ถามขอ สงสยั ในคาํ สง่ั หรือปญหาใหก ารทํางานได 78.22 ตลอดเวลา 2. เพอ่ื นรวมทมี งานของทา นเปดโอกาสใหท า นไดอภิปรายอยางอสิ ระในการ 28 62.22 หาขอยุติกรณที ่มี ีความคิดเห็นท่ีตา งกนั 3. ทา นไดร บั ทราบขอมูลจากหวั หนา ทมี อยา งชดั เจน 35 77.78 30 66.67 4. การตดั สนิ ใจของเพ่ือนรวมทีมมลี กั ษณะทที่ ุกคนในทมี งานรวมกัน รับผิดชอบและใหข อ มูล 40 88.89 5.เพื่อนรวมงานมกี ารปรึกษาหารอื กนั ดว ยเหตแุ ละผล 43 95.56 จากตาราง 8 พบวาลักษณะการทาํ งานท่มี ปี ระสิทธภิ าพเกย่ี วกับการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศึกษา ดา นการติดตอส่อื สารแบบเปด รายขอ พบวา เพือ่ นรวมงานมีการปรกึ ษาหารอื กนั ดวยเหตแุ ละผล มกี าร ปฏิบตั ิมากท่สี ดุ รอยละ 95.56 สาํ หรับการตัดสนิ ใจของเพอื่ นรว มทมี มลี ักษณะที่ทกุ คนในทีมงานรว มกนั รบั ผิดชอบและใหข อมูล มีปฏบิ ัติรองมารอยละ 88.89 และเพ่ือนรว มทมี งานของทา นเปด โอกาสให ทานไดอ ภปิ รายอยางอิสระในการหาขอ ยตุ ิกรณที ี่มคี วามคิดเห็นที่ตางกนั มีการปฏบิ ตั ินอยท่ีสุดรอ ยละ 77.78 ตามลาํ ดบั
115 ตาราง 9 แสดงจาํ นวนและรอ ยละของลักษณะการทาํ งานทม่ี ีประสทิ ธภิ าพดานการยอมรบั นับถอื ซง่ึ กนั และกนั ลักษณะการทํางานทมี่ ีประสิทธภิ าพ จํานวน รอ ยละ(%) (n = 45) การยอมรบั นบั ถือซงึ่ กนั และกนั 84.89 1. ทา นทาํ งานรว มกนั ดว ยความเตม็ ใจ 40 88.89 2. ทา นยอมรบั ความความคิดเห็นของเพอ่ื นรว มงานทขี่ ดั แยง กนั ได 42 93.33 3. ทา นยอมรบั ขอ ผดิ พลาดของเพอื่ นรว มงานได 40 88.89 4. ทานยอมรบั ความรูค วามสามารถของเพื่อนรว มงานไดดว ยความจรงิ ใจ 35 77.78 5. ทา นทาํ งานรวมกนั โดยใหค วามเช่อื ถอื ในความสามารถของกนั ละกนั 34 75.55 จากตาราง 9 พบวา ลกั ษณะการทาํ งานท่มี ปี ระสิทธิภาพเก่ียวกบั การจดั ทําหลักสตู รสถานศกึ ษา ดา นการยอมรบั นับถอื ซง่ึ กนั และกนั รายขอพบวา การยอมรบั ความความคดิ เหน็ ของเพอื่ นรวมงานท่ี ขดั แยง กันได มกี ารปฏบิ ัติมากทีส่ ดุ รอยละ 93.33 การทาํ งานรว มกนั ดวยความเต็มใจและทา นยอมรับ ขอผดิ พลาดของเพื่อนรว มงานได การยอมรบั ขอผดิ พลาดของเพือ่ นรว มงานได มกี ารปฏบิ ตั ริ องมา รอ ยละ 88.89 และการยอมรับความรคู วามสามารถของเพื่อนรว มงานไดด ว ยความจริงใจ มกี ารปฏบิ ตั ิ รอ ยละ 77.78 ตามลาํ ดบั
116 ตาราง 10 แสดงจาํ นวนและรอ ยละของลกั ษณะการทาํ งานทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพดานการมีสวนรว มใน การทาํ งาน ลกั ษณะการทํางานทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ จํานวน รอยละ(%) (n = 45) การมีสว นรว มในการทาํ งาน 79.55 1. ทา นสามารถรวมแสดงความคดิ เหน็ ในทกุ ขนั้ ตอนของการทาํ งาน 39 86.67 2. เมอื่ มีปญหาเกดิ ข้ึนทานมสี วนรวมในการแกป ญ หา 35 77.78 3. ทา นมสี วนรว มในการตัดสนิ ใจ วางแผนและลําดบั ขนั้ ตอนการทาํ งาน เปนทมี 30 66.67 4. ทานมีความรสู ึกวา เพอื่ นรว มงานทกุ คนเปนสว นหนง่ึ ของทมี งานเสมอ 40 88.89 5. ผนู าํ ทมี งานเปด โอกาสใหท า นและเพือ่ นรวมงานไดป ระเมนิ ผลงานของตน และเพือ่ นๆอยา งอสิ ระ 35 77.78 จากตาราง 10 พบวาลักษณะการทํางานท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพเกี่ยวกับการจดั ทาํ หลักสตู รสถานศึกษา ดานการมีสวนรว มในการทาํ งานรายขอ พบวา การมคี วามรูสึกวา เพื่อนรว มงานทกุ คนเปน สว นหน่ึงของ ทมี งานเสมอ มีการปฏบิ ตั มิ ากทสี่ ุดรอยละ 88.89 การทส่ี ามารถรวมแสดงความคดิ เหน็ ในทุก ข้นั ตอนของการทํางาน มกี ารปฏบิ ัติรองมารอ ยละ 86.67 และ สาํ หรับการมีสวนรวมในการแกปญ หา และการที่ผนู าํ ทมี งานเปดโอกาสใหท านและเพือ่ นรวมงานไดป ระเมนิ ผลงานของตนและเพือ่ นๆ อยา ง อิสระ มีการปฏบิ ตั ิรอยละ 77.78 ตามลาํ ดับ
117 ตาราง 11แสดงจํานวนและรอยละของลักษณะการทาํ งานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพดา นการมมี นษุ ยสัมพนั ธ ลักษณะการทํางานทมี่ ีประสิทธภิ าพ จาํ นวน รอยละ(%) (n = 45) การมีมนษุ ยสัมพนั ธ 91.17 1. ทา นและเพอื่ นรวมทีมงานมคี วามจรงิ ใจและปรารถนาดีตอกนั 42 93.33 2. ทา นและเพอื่ นรว มทีมงานทาํ งานรว มกนั อยา งมคี วามสุข 40 88.89 3. ทานและเพอื่ นรว มทีมงานใหความรว มมือรว มใจในการทํางาน 39 43 86.97 4. ทานและเพอื่ นรวมทีมงานมีนาํ้ ใจเออ้ื เฟอ ชว ยเหลือกนั และกนั 41 95.56 5. ทานและเพอื่ นรว มทมี งานมีการแลกเปล่ียนเรียนรูประสบการณรว มกัน 91.11 จากตาราง 11 พบวาลกั ษณะการทํางานที่มปี ระสิทธภิ าพเกย่ี วกับการจัดทําหลกั สูตรสถานศึกษา ดา นการมีมนษุ ยสัมพนั ธรายขอพบวา การท่ีเพอื่ นรวมทีมมนี ํา้ ใจเอ้ือเฟอ ชว ยเหลอื กนั และกนั มีการ ปฏิบัตมิ ากท่ีสดุ รอ ยละ 95.56 สําหรับการทีเ่ พ่ือนรวมทมี งานมคี วามจริงใจและปรารถนาดีตอกนั มี การปฏิบัติรองมารอยละ 93.33 และการทเี่ พ่อื นรวมทีมงานมกี ารแลกเปลี่ยนเรียนรปู ระสบการณรวมกัน มีการปฏบิ ตั ริ อยละ 91.11 ตามลําดับ
บทท่ี 5 สรุปผล อภปิ รายผล และขอเสนอแนะ การวิจยั ครง้ั น้ี มจี ุดมงุ หมายสําคญั เพื่อศึกษาการจดั ทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษาตาม หลักสตู ร แกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ของโรงเรียนวัดไผต ัน เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร ซึง่ สรุปสาระสาํ คัญและผลการวิจัยตามลําดบั ดงั ตอ ไปน้ี วตั ถุประสงคข องการวิจยั 1. เพือ่ ศึกษากระบวนการจัดทําหลักสูตรสถานศกึ ษา ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา ขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ของโรงเรียนวดั ไผตนั เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร ใน 2 ดาน คือ 1. การเตรียมความพรอ มของสถานศกึ ษา 2. การจัดทาํ สาระหลักสูตรสถานศกึ ษา 2. เพื่อศึกษาลักษณะการทาํ งานท่มี ีประสทิ ธภิ าพ 6 ลกั ษณะ คอื 1. การมเี ปา หมายท่ี ชัดเจน 2. การมีความไวว างใจเชอ่ื ใจกนั 3. การติดตอ สอื่ สารแบบเปด 4. การยอมรับนบั ถือซงึ่ กนั และกนั 5. การมสี ว นรวมในการทาํ งาน 6. การมมี นษุ ยสมั พันธ ประชากรและกลมุ ตัวอยา งทใี่ ชใ นการวิจยั ประชากร ประชากรท่ีใชใ นการวจิ ยั ครง้ั น้ี ประชากรทใี่ ชใ นการวิจัยครง้ั นี้ ไดแ ก ผบู ริหารและครโู รงเรยี นวัดไผต ัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร รวมจํานวนประชากร 45 คน กลุม ตวั อยา ง กลุม ตวั อยา งทีใ่ ชในการวจิ ยั คร้ังน้ี ไดแ ก ผบู ริหารและครโู รงเรียนวัดไผตนั เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร โดยการเลอื กกลมุ ตัวอยา งแบบเจาะจงทงั้ หมด เครอื่ งมอื ทใ่ี ชในการวจิ ยั เครอื่ งมอื ทใ่ี ชในการวจิ ัยครง้ั น้ี เปนแบบสัมภาษณแ บบมโี ครงสรา งท่ผี วู จิ ัยไดสรา งข้นึ เพื่อ สมั ภาษณก ระบวนการจัดทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษา โดยแบงแบบสอบถามออกเปน 3 ตอน คอื
119 ตอนท่ี 1 แบบสมั ภาษณขอ มลู ทวั่ ไปของผใู หสมั ภาษณและตอบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 แบบสมั ภาษณก ารจดั ทาํ หลักสตู รสถานศกึ ษาเกยี่ วกบั กระบวนการจดั ทําหลักสตู ร ใน 2 ดาน คอื 1) ดานการเตรียมความพรอ มของสถานศกึ ษา 2) ดา นการจดั ทาํ สาระหลกั สตู ร สถานศกึ ษา ตอนที่ 3 แบบสอบถามการจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษาเก่ียวกบั ลกั ษณะการทํางานทมี่ ปี ระสิทธิภาพ 6 ลกั ษณะคือ 1. การมเี ปา หมายทีช่ ดั เจน 2. การมคี วามไวว างใจเชอื่ ใจกนั 3. การติดตอ สอ่ื สารแบบ เปด 4. การยอมรบั นับถือซงึ่ กนั และกนั 5. การมสี ว นรวมในการทาํ งาน 6. การมีมนษุ ยสมั พนั ธ การเก็บรวบรวมขอมลู 1. ผูวิจัยขอหนงั สอื ราชการจากบัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ นําเสนอ ผูอาํ นวยการโรงเรียนวดั ไผต นั เพอ่ื ขออนญุ าตและขอความรวมมอื ในการสมั ภาษณและตอบแบบสอบถาม ผบู รหิ ารและครโู รงเรียนวดั ไผต นั เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร ปการศึกษา 2552 และเสนอตอ ผูบรหิ ารและครูโรงเรยี นวดั ไผตัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ปก ารศึกษา 2552 จํานวน 45 คน 2. ผวู ิจยั ดาํ เนนิ การรวบรวมขอมลู การสัมภาษณและตอบแบบสอบถามดวยตนเอง ระยะเวลา ดาํ เนนิ การต้งั แตวันที่ 15 มีนาคม 2552 ถึง วันที่ 25 มนี าคม 2552 รวมระยะเวลา 10 วนั การจัดกระทําขอมูลและการวิเคราะหขอมลู การจัดกระทาํ ขอ มลู ผูวิจัยไดนาํ ขอมูลทเี่ กบ็ รวมรวมไดจากกลมุ ตัวอยา งมาทําการจดั ทาํ ขอ มลู ดังนี้ 1. ตรวจสอบจาํ นวนและความสมบูรณข องแบบสอบถามทไี่ ดร ับคืนทกุ ฉบบั การจัดกระทาํ ขอ มูล 2. ใหรหัสแบบสอบถาม ตามเกณฑท ก่ี าํ หนดไว ดงั นี้ ตอนท่ี 1 เปนแบบสอบถามขอ มูลทวั่ ไปของผูตอบแบบสอบถาม ลักษณะแบบสอบถามขอ คําถามแบบปลายเปด ตอนที่ 2 เปน แบบสมั ภาษณการจัดทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษาเก่ยี วกบั กระบวนการจัดทาํ หลักสูตร สถานศกึ ษา คือ 1) การเตรียมความพรอ มของสถานศกึ ษา 2) การจดั ทําสาระหลกั สตู รสถานศึกษา นําขอมูลที่ไดม าจากการสัมภาษณม าวเิ คราะหเนื้อหา (Content Analysis) การวิเคราะหขอ มูลในคร้ัง นี้ ใชการวิเคราะหแ บบบรรยาย ซง่ึ เปนการแจกแจงขอ คน พบทส่ี ําคญั ท่สี ุดในเชงิ บรรยาย
120 ตอนท่ี 3 เปน แบบสอบถามการจัดทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษาในสว นทเ่ี ก่ยี วกบั ลกั ษณะการ ทํางานทมี่ ีประสิทธภิ าพ 6 ลักษณะไดแก 1. การมเี ปา หมายที่ชดั เจน 2. การมคี วามไววางใจเชอ่ื ใจกัน 3. การติดตอสื่อสารแบบเปด 4. การยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน 5. การมีสวนรวมในการทาํ งาน 6. การมมี นษุ ยสัมพนั ธ การวิเคราะหขอ มูล ผูวจิ ยั ทําการวเิ คราะหข อ มลู ดงั นี้ 1. การวเิ คราะหข อ มูลทว่ั ไปของผตู อบแบบสอบถาม วิเคราะหโดยใชคาแจกแจงความถี่และ คา รอ ยละ 2. การวิเคราะหก ารจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษาเกย่ี วกับกระบวนการจดั ทาํ หลักสตู รสถานศกึ ษา คือ 1.) การเตรียมความพรอมของสถานศึกษา 2.)การจัดทาํ สาระหลักสูตรสถานศึกษา โดยการ วเิ คราะหแบบบรรยาย ซงึ่ เปน การแจกแจงขอ คนพบที่สาํ คญั ทีส่ ดุ ในเชงิ บรรยาย 3. การวเิ คราะหการจัดทําหลกั สูตรสถานศกึ ษาเกยี่ วกบั ลักษณะการทาํ งานที่มปี ระประสทิ ธิภาพ โดยใชคา รอ ยละ สรปุ ผลการวิเคราะหข อมูล จากผลการวเิ คราะหขอมลู การศึกษาการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศึกษาตามหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ของโรงเรียนวดั ไผต นั เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร พบวา ตอนที่ 1 ผลการวเิ คราะหข อ มูลท่ัวไปของผูใหข อมลู ไดแ ก เพศ อายุ ระดับการศกึ ษา ประสบการณก ารสอน ผใู หข อมลู ประกอบดว ยผบู รหิ ารและครโู รงเรียนวัดไผตัน เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร เปน เพศชาย จาํ นวน 5 คน คดิ เปน รอยละ 11.11 เพศหญงิ จาํ นวน 40 คน คิดเปน รอ ยละ 88.89 โดย จํานวนผใู หขอมูลมอี ายุสว นใหญ คอื อายุ 31 - 40 ป คดิ เปนรอ ยละ 31.11 รองลงมา คือ อายุ 30 ป หรอื ต่าํ กวา คดิ เปน รอ ยละ 28.89 และนอ ยทส่ี ดุ คอื อายุ 41 - 50 ป คดิ เปนรอยละ 15.56 สวนระดบั การศึกษาสงู สดุ คือ ปริญญาตรี คดิ เปนรอยละ 73.33 รองลงมา คือ สูงกวาปริญญาตรี คิดเปนรอย ละ 26.67 จาํ นวนผูใหขอ มลู มีประสบการณก ารทางการสอนมากทส่ี ุด คือ 5 - 10 ป คิดเปนรอ ยละ 31.11 รองลงมา คือ มากกวา 20 ป คิดเปน รอยละ 26.67 และนอยท่ีสดุ คอื 16 - 20 ป คิดเปน รอยละ 6.67
121 ตอนที่ 2 ผลการวเิ คราะหก ารจัดทาํ หลักสตู รสถานศึกษาในสว นทเ่ี กยี่ วกับกระบวนการจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษา ใน 2 ดานคือ 1) ดา นการเตรยี มความพรอมของสถานศกึ ษาและ 2) ดา นการ จัดทําสาระหลกั สตู รสถานศกึ ษา 1. กระบวนการจัดทาํ หลกั สตู รสถานศึกษาดา นการเตรยี มความพรอ มของสถานศกึ ษาผูให ขอ มลู ทุกคน (45 คนใน 45 คน) เหน็ วา ผูบรหิ ารจดั การอบรมใหค วามรพู ฒั นาครเู ร่ืองการจัดทํา หลกั สูตรสถานศกึ ษา คดิ เปน รอ ยละ 100 และผูใหขอ มูลสวนใหญ (43 คนใน 45 คน) เหน็ วา มกี าร จัดทาํ ขอ มูลสารสนเทศของโรงเรยี นใหเ ปน ระบบเพ่ือเปน ขอ มลู พนื้ ฐานในการจัดทําหลกั สูตรสถานศึกษา คดิ เปน รอ ยละ 95.56 และผูใ หขอมูลสวนใหญ (40 คนใน 45 คน) เห็นวา มกี ารจัดทําแผนพฒั นา การศกึ ษาของโรงเรียน คดิ เปน รอยละ 88.89 สวนสวนผใู หข อมูลสว นนอ ย (23 คนใน 45 คน) เห็นวา การมคี วามเขา ใจในการจดั ทําหลกั สูตรสถานศกึ ษา คดิ เปนรอ ยละ 51.11 และผูใหข อ มูลสวนนอ ย (15 คนใน 45 คน) เหน็ วา การจดั ทาํ เอกสารเผยแพรเ กีย่ วกบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา คิดเปน รอยละ 33.33 สาํ หรับผูใ หขอมลู (14 คนใน 45 คน) เหน็ วา การประชาสมั พนั ธการจัดทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษา ใหผ ูป กครองและชุมชนรบั ทราบ คดิ เปน รอยละ 31.11 2. กระบวนการจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศึกษาดา นจัดทําสาระหลกั สตู รสถานศกึ ษาผูใหข อมูล สว นใหญ (44 คนใน 45 คน) เหน็ วา มีการรว มกนั วิเคราะหขอมูลสภาพแวดลอมของโรงเรยี น คดิ เปน รอ ยละ 97.78 และผใู หขอมูลสว นใหญ ( 42 คนใน 45 คน) เหน็ วา มกี ารวิเคราะห กาํ หนดวสิ ยั ทศั น การจดั การศึกษาเพอื่ ใหสอดคลอ งกบั นโยบายของโรงเรยี น คิดเปนรอยละ 93.33 และผูใหข อ มลู สวนใหญ (41 คนใน 45 คน) เหน็ วา มีการกําหนดโครงสรางรายวิชาตามกลุมสาระการเรยี นรู กําหนด กิจกรรมการพฒั นาผเู รยี น จัดทาํ คาํ อธบิ ายรายวิชาของแตละกลุมสาระการเรียนรู จัดทําหนว ยการ เรียนรแู ละเวลาเรยี นของแตล ะกลมุ สาระการเรียนรู คดิ เปน รอยละ 91.11 สาํ หรับผูใหข อ มลู สวนมาก (40 คนใน 45 คน) เหน็ วา มกี ารกาํ หนดโครงสรางของหลักสตู รสถานศึกษา กาํ หนดสมรรถนะสําคัญ ของผเู รยี น กําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค คดิ เปนรอ ยละ 88.89 ตอนท่ี 3 ผลกาวเิ คราะหก ารจดั ทาํ หลักสตู รสถานศึกษาในสว นทเี่ กย่ี วกับลักษณะการทาํ งานที่ มีประสิทธิภาพ 6 ลกั ษณะโดยรวมพบวา ลักษณะการทํางานทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ ดา นการมมี นษุ ยสัมพนั ธ มกี ารปฏิบตั ิมากสดุ รอยละ 91.17 สว นการมเี ปา หมายทชี่ ัดเจน มีการปฏบิ ัติรองมารอยละ 90.67 และการมคี วามไวว างใจเชื่อใจกัน มีการปฏิบตั ริ อยละ 89.33
122 อภปิ รายผล ผลการวเิ คราะหขอมูลในการศึกษาการจัดทําหลักสูตรสถานศกึ ษา ตามหลกั สตู รแกนกลาง การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ของโรงเรยี นวดั ไผตัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร มี ประเด็นสาํ คญั ทีจ่ ะนํามาอภปิ รายผลดังน้ี 1. กระบวนการจดั ทําหลักสตู รสถานศกึ ษาดานการเตรยี มความพรอมของสถานศกึ ษาพบวา ในดา นการเตรยี มความพรอมของสถานศกึ ษาผูบรหิ ารเหน็ ความสาํ คญั ของการจัดการอบรมใหความรู พัฒนาครูเรื่องการจัดทาํ หลักสูตรสถานศึกษามากสอดคลองกับสํานักคณะกรรมการการศึกษาขั้น พืน้ ฐาน (2550: 8-9) ผูบริหารใหค วามสาํ คัญและตระหนกั ในการพฒั นาบคุ ลากรใหม ีความรคู วาม เขา ใจเกีย่ วกับหลักสตู ร และโรงเรียนไดม กี ารจัดทาํ สารสนเทศเพือ่ เปน ขอ มูลพ้นื ฐานในการจดั ทาํ หลักสูตรสถานศกึ ษาสอดคลองกบั ถวัลย มาศจรสั ; และณชิ นนั ทน ประสงค (2549: 21-25) ขอมลู สารสนเทศจะทําใหผ เู รยี นมที กั ษะการเรยี นรจู งึ ตอ งจดั ทาํ ใหเ ปน ปจ จบุ นั อยเู สมอ การมคี วามเขา ใจใน การจัดทําหลกั สตู รสถานศึกษาไมเขาใจเน่ืองจากระยะเวลาในการอบรมนอยสอดคลองกบั สาํ นักพฒั นา การศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม เขตการศึกษา 6 (2548: 132) กลาววา การบริหารจัดการหลกั สูตร สถานศึกษาดานเตรียมความพรอมการจัดทาํ หลักสูตรสถานศึกษามีปญหาวาบุคลากรขาดความรู ความเขา ใจในการจดั ทาํ หลกั สูตร และการเผยแพรจดั เอกสารเก่ียวกบั หลักสตู รแกนกลางการศึกษายงั นอยผูใ หขอมลู ไดร ับนอยสวนการประชาสมั พนั ธการจัดทําหลักสูตรสถานศกึ ษาใหผ ูปกครองและ ชมุ ชนรบั ทราบยงั นอย 2. กระบวนการจัดทําหลกั สูตรสถานศึกษาดานการจัดทาํ สาระหลกั สูตรสถานศกึ ษา พบวา ผูใ หข อ มูลสวนใหญรวมกันวิเคราะหขอ มลู สภาพแวดลอ มของโรงเรียน มีการวิเคราะห กาํ หนดวิลยั ทัศน การจดั การศกึ ษาเพอื่ ใหส อดคลอ งกับนโยบายของโรงเรียน กําหนดโครงสรางรายวชิ าตามกลมุ สาระการเรียนรู กําหนดกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น จัดทําคาํ อธบิ ายรายวชิ าของกลุม สาระการเรยี นรู จดั ทาํ หนว ยการเรียนรูแ ละเวลาเรยี นแตละกลมุ สาระการเรียนรู สอดคลอ งกบั เอกรนิ ทร สม่ี หาศาล (2549: 223) ซ่ึงมีแนวทางในการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาวาตองเร่ิมตนดวยการวิเคราะหขอมูลพ้ืนฐาน วางแผนใหชดั เจน กาํ หนดเปาหมาย แตครมู สี วนรวมในการจดั ทําแผนพัฒนาการศกึ ษาของโรงเรยี น นอยเพราะผบู รหิ ารไดแ ตงต้ังคณะกรรมการฝา ยวิชาการจัดทําจึงทาํ ใหผ ุใ หข อมูลมสี วนรว มนอย 3. การจัดทําหลักสตู รสถานศกึ ษาเกียวกบั ลักษณะการทาํ งานทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ 6 ลักษณะ พบวา ผใู หข อมลู สวนใหญเ หน็ วา การมมี นษุ ยสัมพนั ธเ ปน สง่ิ สาํ คญั ในกระบวนการจัดทาํ หลกั สตู ร สถานศกึ ษาสอดคลอ งอาภรณ ภูว ทิ ยพนั ธุ (2548: ออนไลน) กลา ววา ความมมี นุษยสัมพนั ธเปน ปจ จัย ความสามารถในดา นทท่ี ําใหก ารทาํ งานประสบความสาํ เร็จ ถาหากสมาชกิ ตอ งทาํ งานรว มกนั และไม เอ้ือเฟอ ชว ยเหลอื กนั ไมม คี วามจริงใจ ไมใหความรวมมอื กนั ในการทาํ งาน การทาํ งานก็จะไมม ี
123 ความสุขผลลพั ธคือกระบวนการจัดทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษาของโรงเรยี นวดั ไผตนั ก็ไมป ระสบความสาํ เรจ็ การมีเปาหมายท่ีชัดเจน ผูใหขอมูลสวนใหญกลาวถึงกระบวนการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาตอง เขา ใจถงึ สงิ่ ทจี่ ะทําและตอ งชดั เจนไมเชน นนั้ เปาหมายทตี่ ง้ั ไวจะไมส ําเรจ็ เน่อื งจากไมเ ขาใจ การมีการ ไววางใจเช่ือใจกันครสู วนใหญใหค วามสาํ คัญมากเน่อื งในการทาํ งานจาํ เปน ตอ งไวใจกนั ซง่ึ สอดคลอ ง กบั วิเชยี ร วทิ ยอดุ ม (2550: 224-225)ทว่ี า ทีมงานทม่ี ีประสทิ ธภิ าพนน้ั จะตองมเี ปาหมายที่ชดั เจนเขาใจ งา ยเพือ่ ใหส ามารถบรรลแุ ละทส่ี ําคัญการมเี ปาหมายทชี่ ัดเจนนนั้ ยงั ใหงานบรรลุความสําเร็จ ขอ เสนอแนะ จากผลการศกึ ษาการจัดทาํ หลักสตู รสถานศกึ ษาตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ของโรงเรยี นวดั ไผต นั เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร มขี อ เสนอแนะเพ่ือการนาํ ผลการวิจยั ไปใชดงั น้ี 1. ผูบ รหิ ารควรสง เสริมใหบ คุ คลากรไดม ีการประชุม อบรม สมั มนา เพ่ือใหมีความรูความ เขาใจในเร่ืองการจัดทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษา 2. ผูบรหิ ารและผูเ กีย่ วขอ งควรจดั เอกสารที่ใหค วามรูเกยี่ วกบั การจัดทาํ หลักสตู รสถานศกึ ษา ใหเ พยี งพอตอความตอ งการของบุคลากร 3. ผบู รหิ ารควรประชาสมั พนั ธการจดั ทาํ หลักสูตรสถานศึกษาใหผปู กครองและชุมชนรับทราบ อยา งตอ เนอ่ื ง 4. ผบู ริหารควรสง เสรมิ ใหบ คุ ลากรมกี ารตดิ ตอสอื่ สารแบบเปด เปดโอกาสใหบุคลากร สามารถเสนอความคิดเหน็ จัดการอบรมใหท กุ คนมีสว นรว มในการทาํ งานดวยกันสม่ําเสมอ ขอเสนอแนะในการวิจยั คร้ังตอ ไป 1. การศึกษาแนวทางการสื่อสาร ประชาสมั พนั ธใหความรูกบั ผูปกครองและชมุ ชนในการ จดั ทาํ หลักสูตรสถานศึกษา 2. การศกึ ษาการดําเนนิ งานบรหิ ารจดั การดานงานงบประมาณเกยี่ วกบั ส่ืออุปกรณทใี่ ชใ น การอบรม 3. การศกึ ษาการติดตามประเมนิ ผลการใชห ลกั สตู รสถานศึกษา
บรรณานกุ รม
125 บรรณานกุ รม โฉมยง โตะ ทอง. (2540, มถิ นุ ายน-ตลุ าคม). การทาํ งานเปนทีม. วารสารราชภฏั เพชรบรุ ี. 7(1): 29-32. ณัฐนนั ท ดนพู ิทกั ษ. (2543). ลักษณะการทาํ งานเปน ทมี ทม่ี ปี ระสิทธิภาพในโรงเรยี นมธั ยมศึกษา ตามความคดิ เหน็ ของผูบรหิ ารและครโู รงเรียนมัธยมศึกษา สงั กดั กรมสามัญศกึ ษา เขตการศกึ ษา 6. ปรญิ ญานพิ นธ กศ.ม. (การบริหารการศึกษา). กรุงเทพฯ: บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ. ถา ยเอกสาร. ณฏั ฐพันธ เขจรนนั ทและคณะ. (2545). การสรา งทมี งานทม่ี ีประสทิ ธภิ าพ. กรุงเทพฯ: เอก็ เปอรเน็ท. ณฐั นภิ า คุปรตั น. (ม.ป.ป.). การทํางานเปน ทมี . เอกสารประกอบการสอนวิชา มนษุ ยสมั พนั ธ ในการบริหารการศึกษา. ถา ยเอกสาร. ธนั วนิ ปน เขยี น. (2545). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการสรา งทีมงาน. ราชบรุ :ี สถาบนั ราชภัฏ หมบู า นจอมบงึ . เนตรพ ัณณา ยาวริ าช. (2546). การสรางทีมงานท่มี ีประสิทธิภาพ. กรงุ เทพ ฯ: เซ็นทรลั เอ็กซเพรช. บรรยงค โตจนิ ดา. (2543). การบรหิ ารงานบุคคล. กรงุ เทพฯ: อมรการพมิ พ. ประภาพร ซอ่ื สุทธิกลุ . (2545, กนั ยายน-พฤศจกิ ายน). ทมี งานแหง ความสาํ เรจ็ . วารสารบริหาร การศึกษา มศว. 1(3): 38-40. เปรมวดี คฤหเดช. (2545). การพัฒนาชดุ ฝกอบรมเชิงประสบการณเพอื่ พฒั นาการทาํ งานเปน ทมี สําหรบั นักศึกษาพยาบาล. ปรญิ ญานิพนธ กศ.ด. (การอุดมศกึ ษา). กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ. ถา ยเอกสาร. พรทิพย พนั ธมุ ชยั . (2544). พฤติกรรมการทํางานเปน ทีมและการสรา งทีมงานของผบู รหิ ารใน มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. ปริญญานพิ นธ บธ.ม. (บรหิ ารธรุ กิจ). มหาสารคาม: บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ถา ยเอกสาร พรรณราย ทรพั ยประภา. (2544, กรกฎาคม-สงิ หาคม). การสรา งทมี งาน. วารสารเพม่ิ ผลผลิต. 36(10): 3-13. ภญิ โญ สาธร. (2526). หลกั การบรหิ ารการศึกษา. กรงุ เทพ ฯ: คุรสุ ภาลาดพราว. มารศรี สุธานธิ ิ. (2545, กนั ยายน-พฤศจิกายน). การสรา งทมี งาน: กรณีสถานศกึ ษา. วารสารบริหารการศึกษา มศว. 1(3): 2-4.
126 มง่ิ ขวัญ สันทดั การ. (2546). การทาํ งานเปนทมี ของโรงเรยี นประถมศึกษา สงั กัดสาํ นกั งาน การประถมศกึ ษาจงั หวดั พษิ ณโุ ลก ตามทรรศนะของผบู รหิ ารและครู. วทิ ยานพิ นธ. กศ.ม. (การบรหิ ารการศกึ ษา). พษิ ณโุ ลก: บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั นเรศวร. ถายเอกสาร. ลคั นา กระตา ยทอง. (2544). การศึกษาการทาํ งานเปน ทมี ของผบู รหิ ารโรงเรยี นประถมศกึ ษา สงั กัดสาํ นกั งานประถมศกึ ษากําแพงเพชร. วทิ ยานพิ นธ กศ.ม. (การบรหิ ารการศกึ ษา). กําแพงเพชร. ถายเอกสาร. วราภรณ ตระกลู สฤษดิ์. (2549). การทํางานเปน ทมี . กรุงเทพฯ: ศนู ยสง เสริมวชิ าการ. วิมาพร มาพบสุข. (2543). มนุษยสัมพนั ธ. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พซ ีเอด็ ยเู คชน่ั . ศิณีย สงั ขร ัศม.ี (2544, เมษายน). การสรา งทมี งานทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ. วารสารพฒั นาชมุ ชน. 40(41): 32-36. ศริ วิ รรณ เสรรี ัตน; และคณะ. (2541). พฤตกิ รรมองคกร. กรงุ เทพฯ: ธีระฟม ลแ ละไซเกต็ ซ. สุนันทา เลาหนันนท. (2541). การพฒั นาองคก ร. พิมพครั้งที่ 2. กรงุ เทพฯ: ด.ี ดี. บุค สโตร. สุภาพร อคั ราวัฒนา. (2541). การศึกษาพฤตกิ รรมการทาํ งานเปน ทมี ของนกั ศึกษามหาวิทยาลยั เอกชน: กรณศี กึ ษามหาวทิ ยาลัยหอการคา ไทย. วทิ ยานพิ นธ ค.ม. (อดุ มศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลยั จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั . ถา ยเอกสาร สาํ นกั การศึกษา. (2547). การพฒั นาคณุ ภาพการจัดการศึกษา: ระบบเครอื ขายโรงเรยี น. กรุงเทพฯ: โรงพิมพช มุ ชนสหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย จํากัด. ------------. (2551). แผนพฒั นาราชการประจาํ ป พ.ศ.2551 สาํ นักการศกึ ษา กรงุ เทพมหานคร. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพชมุ ชนสหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย จาํ กดั . สาํ นักทดสอบทางการศกึ ษา กรมวิชาการ. (2544). การประเมนิ คุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน: แนวทางการบริหารจดั การคณุ ภาพสถานศกึ ษา. พมิ พค ร้งั ท่ี 1. กรงุ เทพ ฯ: สํานกั ทดสอบ การศกึ ษา กรมวชิ าการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. สุทธิวรรณ ตนั ตริ จนาวงศ. (2535). การพัฒนาทีมงาน. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท. อมรา รตั ตากร. (2544). พฤติกรรมองคก ร. พิมพค รงั้ ที่ 6. กรงุ เทพฯ: คณะวิทยาการจัดการ สถาบนั ราชภฏั จนั ทรเกษม. อัจฉรา สงั ขสุวรรณ. (2540). การบริหารงานอุตสาหกรรม. พมิ พคร้งั ท่ี 1. กรุงเทพฯ: เทพรัตนเ พลส.
127 อัยนา เพช็ รทองคํา. (2545). การศึกษาสภาพและปญ หาการทาํ งานเปน ทมี ของผบู ริหารและ ครใู นโรงเรยี นประถมศึกษาเอกชนที่ไดร บั พระราชทาน สังกดั สาํ นกั งานคณะกรรมการ การศึกษาเอกชน. วทิ ยานพิ นธ ค.ม. (บริหารการศกึ ษา). กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลยั จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั . ถา ยเอกสาร อุทยั บญุ ประเสรฐิ . (2532). กลมุ สมั พนั ธแ ละการบรหิ ารทมี งานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั . เอกชัย ก่ีสุขพนั ธ. (2538). การบริหารทักษะและการปฏบิ ตั .ิ กรุงเทพฯ: สขุ ภาพใจ. Brill, Naomi I. (1990). Working with people : The helping process. 4 th ed. New York : Longman. Krejcie, Robert V.;& Morgan, Daryle W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Journal of Educational and Psychological Measurement. 30(3): 607-610 Parker, G.M. (1990). Team Players and Teamwork : The New Competitive Business Strategy. San Francisco, Calif.: Jossey-Bass. Woodcock, M.;& Francis, D. (1994). Teams building strategy. Worcester Great Britain: Gower. Seban Dumlu, Demet. (2006). A Look Within Individual Cases Into Turkish Elementary Teachers’ Beliefs and Practices of Writing Instruction and Underlying Influences in Shaping These Beliefs and Practices: Comparison of Findings With the Writing Process as Presented in Writing Workshop. Retrieved November 1, 2007, from http://propuest.umi.com/pqdweb?did= 1147196671&sid=9&Fmt=2&clientld=61839&RQT=309&VName=PQD Trimbel , S.;& Miller, J.W. Creating, Invigorating;& Sustaining Effective Term. (1996, December). Personalizing The High School: The Most Important Reform. Nessp Bulletin 80.
ภาคผนวก
129 ภาคผนวก ก แบบสอบถามเพื่อการวจิ ยั
130 หมายเลขแบบสอบถาม......... แบบสอบถามเพอื่ การวิจยั เร่ือง กระบวนการจดั ทาํ หลักสตู รสถานศึกษาตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551ของโรงเรียนวดั ไผตัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร คําชแ้ี จง 1. แบบสอบถามฉบบั นม้ี ีจุดมงุ หมายเพ่อื ศกึ ษากระบวนการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษาตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ของโรงเรยี นวดั ไผต ัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 2. แบบสอบถามน้ีไมมีคําตอบใดถูกหรือผิด ทานสามารถตอบไดอยางอิสระตามความเปน จริง ซึ่งจะทําใหผลการศกึ ษาคน ควา มีความชดั เจน และใชเ ปน แนวทางเพือ่ นําไปปรับปรุงกระบวนการ จัดทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษาของโรงเรยี นวดั ไผตันใหม ปี ระสทิ ธิภาพยงิ่ ข้นึ แบบสอบถามชดุ น้ี มี 3 ตอน ดังน้ี ตอนท่ี 1 แบบสมั ภาษณข อ มูลทัว่ ไป ตอนท่ี 2 แบบสัมภาษณกระบวนการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา ใน 2 ดาน คือ 1) การเตรยี มความพรอ มของสถานศึกษา 2) การจดั ทําสาระหลักสูตรสถานศกึ ษา ตอนท่ี 3 แบบสอบถามลักษณะการทํางานท่ีมีประสิทธิภาพ 6 ลักษณะ ไดแก 1) มีเปาหมายที่ชัดเจน 2) ความไววางใจเชื่อใจกัน 3) การติดตอสื่อสารแบบเปด 4) การยอมรับนับถือ ซ่ึงกนั และกนั 5) การมีสว นรวมในการทํางาน 6) มีมนษุ ยสมั พันธ 3. โปรดพิจารณาตอบแบบสอบถามตามความเปนจริง และขอความกรุณาตอบใหครบทุกขอ ท้ังน้ี ขอมูลที่ไดจากการวิจัยจะนําเสนอเปนภาพรวมและผูศึกษาจะเก็บขอมูลเปนความลับไมมีผล เกย่ี วขอ งกับการปฏิบตั ิงานของทา นแตอ ยางใด ผูวิจัยหวังเปนอยางยิ่งวาจะไดรับความรวมมือในการตอบแบบสอบถามดังกลาวและ ขอขอบพระคุณทาน ทใ่ี หความกรณุ าเสยี สละเวลาในการตอบแบบสอบถามมา ณ โอกาสนีด้ วย ศยาภรณ ไกรเสริม นิสิตปริญญาโท สาขาการบรหิ ารการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
131 แบบสมั ภาษณผูบริหารและครู เรอื่ ง การศกึ ษากระบวนการจัดทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษาตามหลกั สตู รการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551ของโรงเรียนวัดไผตัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ตอนท่ี 1 ขอมูลท่ัวไปของผบู ริหารและครู 1.1 ชื่อ (นาย, นาง, นางสาว)........................................นามสกลุ ............................................... เพศ.............อาย.ุ ...........ป วฒุ ิการศกึ ษาสูงสุด..........................วชิ าเอก.................................... จากสถาบัน...............................................................................เมือ่ ป พ.ศ.............................. 1.2 ท่อี ยูป จ จุบันบา นเลขท.่ี ........หมูบ าน.........................ถนน.................................................. ตาํ บล/แขวง...................อําเภอ/เขต....................จงั หวัด....................รหัสไปรษณีย................... โทรศพั ท............................................................โทรสาร....................................................... 1.3 ตําแหนง ปจ จบุ ัน.............................................................................................................. สถานทท่ี ํางาน......................................................................................................................... เลขท.่ี ................ถนน............................................ตําบล/แขวง................................................. อําเภอ/เขต....................................จงั หวดั .........................................รหัสไปรษณยี ................... โทรศพั ท......................................................................โทรสาร................................................ วนั ท่สี ัมภาษณ. ............................................................เวลา...................................................
132 ตอนท่ี 2 กระบวนการจดั ทําหลกั สตู รสถานศกึ ษา 2ดานคือ 1) การเตรยี มความพรอ มของ สถานศึกษา 2) การจัดทาํ สาระหลกั สตู รถานศกึ ษา คําชแ้ี จง กรุณาใหค วามคดิ เห็นเก่ียวกบั ขอ มูลตอ ไปนี้ 2.1 ดา นการเตรยี มความพรอ มของสถานศึกษา ทา นคิดวาในการจดั ทาํ หลกั สูตรสถานศกึ ษาตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้น พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 เพือ่ ที่จะนาํ ไปใชในปก ารศกึ ษา 2253 โรงเรยี นวัดไผต ัน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร มีการเตรียมการพรอ มใหก ับทา นอยา งไรบา ง ................................................................................. .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... การเตรยี มความพรอมของสถานศกึ ษาทา นคดิ วา มปี ญหาหรือไม อยา งไรบา ง..................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................
133 2.2 ดา นการจัดสาระหลกั สูตรสถานศกึ ษา ทานคิดวา การจดั ทาํ สาระหลกั สูตรสถานศกึ ษาตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา ขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ผบู ริหารและครขู องโรงเรยี นวดั ไผต ัน เขตพญาไท กรงุ เทพมหานคร มแี นวทางใน การจดั ทาํ หลกั สตู รสถานศกึ ษาหรอื ไม. ........อยา งไรบา ง .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... การจดั ทาํ สาระหลักสตู รสถานศึกษาของโรงเรียนทา นคดิ วา มีปญหาหรอื ไม...................ใน เรอื่ งใดบาง................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงช่อื ผสู มั ภาษณ (นางศยาภรณ ไกรเสรมิ ) วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.2552
134 ตอนท่ี 3 ความคิดเหน็ การจดั ทาํ หลักสตู รสถานศกึ ษาเกี่ยวกับลักษณะการทาํ งานทม่ี ี ประสทิ ธิภาพ คําชแ้ี จง โปรดทําเคร่ืองหมาย 9 ลงในชองดานขวามือทตี่ รงกบั ความคดิ เหน็ ของทา น ขอ ลกั ษณะการทํางานท่ีมีประสทิ ธภิ าพ ระดับการปฏบิ ัติ 1. การมเี ปา หมายท่ีชดั เจน มี ไมม ี 1 ทา นมีโอกาสรว มกนั กาํ หนดเปาหมายหรอื วตั ถปุ ระสงค 2 ทานมคี วามเขา ใจทศิ ทางในการทาํ งานเขา ใจตรงกัน 3 ทานมคี วามเชอื่ มั่นวา ผรู วมงานทุกคนสามารถทาํ งานใหบ รรลเุ ปา หมาย ของโรงเรยี นได 4 ทานมคี วามคดิ วาเปาหมายของการทาํ งานมคี วามสําคญั 5 ทานมีความเชอื่ ผรู ว มทมี สามารถทาํ งานบรรลุเปา หมาย 2. การมคี วามไววางใจเช่อื ใจกัน 1 ทานยอมรับคาํ ชีแ้ นะจากเพอ่ื นรว มงานดว ยความเต็มใจ 2 ทา นแสดงความเหน็ ใจและใหก ําลงั ใจเมอ่ื เพอ่ื นในทีมงานมีปญ หาหรือ ปฏิบัตงิ านผดิ พลาดพรอ มทงั้ ใหค ําแนะนําในการแกป ญ หาเสมอ 3 ทา นรับฟง คาํ แนะนาํ และยอมรบั ความสามารถของเพอ่ื นรวมงานดวย ความจรงิ ใจ 4 ทานใหอ ิสระในการทํางานกบั เพอื่ นรว มงาน 5 ทานมคี วามเชอ่ื ถือและศรัทธาตอเพื่อนรว มงาน 3. การติดตอ สอ่ื สารแบบเปด 1 ทา นสามารถซกั ถามขอ สงสยั ในคําสงั่ หรอื ปญ หาใหการทํางานได ตลอดเวลา 2 เพื่อนรว มทมี งานของทานเปด โอกาสใหท านไดอ ภิปรายอยา งอิสระใน การหาขอยตุ ิกรณีท่มี ีความคดิ เห็นที่ตา งกนั 3 ทา นไดร บั ทราบขอมูลจากหวั หนา ทีมอยา งชัดเจน
ขอ ลกั ษณะการทาํ งานท่ีมีประสิทธภิ าพ 135 4 การตัดสนิ ใจของเพ่ือนรว มทมี มลี ักษณะทท่ี กุ คนในทมี งานรว มกนั ระดับการปฏบิ ัติ รบั ผดิ ชอบและใหข อมูล มี ไมม ี 5 เพอื่ นรวมงานมกี ารปรกึ ษาหารือกนั ดวยเหตแุ ละผล 4. การยอมรับนับถอื ซงึ่ กันและกนั 1 ทานทาํ งานรว มกนั ดว ยความเตม็ ใจ 2 ทา นยอมรบั ความความคดิ เหน็ ของเพอ่ื นรว มงานท่ีขดั แยงกนั ได 3 ทา นยอมรบั ขอ ผิดพลาดของเพื่อนรวมงานได 4 ทา นยอมรบั ความรคู วามสามารถของเพ่อื นรว มงานไดดว ยความจริงใจ 5 ทา นทาํ งานรว มกันดว ยความเตม็ ใจ 5. การมสี ว นรว มในการทาํ งาน 1 ทานสามารถรว มแสดงความคิดเห็นในทุกขน้ั ตอนของการทาํ งาน 2 เมื่อมีปญ หาเกดิ ข้นึ ทา นมีสวนรว มในการแกปญหา 3 ทานมีสว นรว มในการตดั สินใจ วางแผนและลาํ ดบั ขัน้ ตอนการทาํ งาน เปนทมี 4 ทา นมรี ูสึกวาเพอ่ื นรวมงานทกุ คนเปนสว นหนึ่งของทมี งานเสมอ 5 ผูน าํ ทมี งานเปด โอกาสใหท านและเพอ่ื นรวมงานไดป ระเมนิ ผลงานของ ตนและเพ่ือนๆ อยางอสิ ระ 6. การมีมนษุ ยสมั พนั ธ 1 ทานและเพ่ือนรวมทีมงานมคี วามจริงใจและปรารถนาดตี อกนั 2 ทา นและเพอ่ื นรว มทมี งานทาํ งานรว มกนั อยา งมคี วามสขุ 3 ทานและเพื่อนรวมทีมงานใหค วามรวมมือรว มใจในการทาํ งาน 4 ทานและเพอ่ื นรวมทีมงานมนี ้ําใจเอ้อื เฟอ ชว ยเหลอื กนั และกัน 5 ทานและเพอื่ นรวมทมี งานมกี ารแลกเปลีย่ นเรยี นรปู ระสบการณรวมกนั
136 ภาคผนวก ข จดหมายเชญิ ผเู ชย่ี วชาญและรายนามผเู ชีย่ วชาญ
137
138
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154