Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือเกษียณอายุการทำงาน 2564 (30 กย 64)

หนังสือเกษียณอายุการทำงาน 2564 (30 กย 64)

Published by Kasem S. Kdmbooks, 2021-10-01 03:13:10

Description: หนังสือเกษียณอายุการทำงาน 2564 (30 กย 64)

Search

Read the Text Version

50 สจู บิ ตั ร - พ.ศ.๒๕๓๓ หัวหน้าโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน วัดแก้วฟา้ จุฬามณ ี กรุงเทพมหานคร - พ.ศ.๒๕๓๓ ครสู อนวิชาพระพุทธศาสนา ระดบั ป.๑-๖ โรงเรียนวดั ประดธู่ รรมาธิปตั ย์ กรงุ เทพฯ - พ.ศ.๒๕๒๙-๒๕๓๐ ประธานโครงการอบรมศลี ธรรมประชาชน วดั แกว้ ฟา้ จฬุ ามณี กรงุ เทพมหานคร - พ.ศ.๒๕๒๖-๒๕๔๐ วทิ ยากรบรรยายเทศนอ์ บรมกรรมฐาน วดั แก้วฟา้ จุฬามณี กรุงเทพมหานคร - พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๔๐ - อาจารยพ์ ิเศษ หลักสตู รประกาศนียบัตรการบริหารกิจการ คณะสงฆ์ วทิ ยาเขตนครราชสมี า - อาจารยพ์ ิเศษ วชิ าธรรมภาคปฏบิ ตั แิ ก่นิสติ ปริญญาตรี ช้ันปีที่ ๑ - ๔ วทิ ยาเขตนครราชสีมา พ.ศ.๒๕๔๒-ปัจจบุ นั - พระวิปสั สนาจารย์ โครงการปฏิบตั ิวิปสั สนากรรมฐานนิสติ ปรญิ ญาตร-ี โท-เอก มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั สว่ นกลาง - พระวปิ ัสสนาจารย์ โครงการปฏบิ ัติวปิ สั สนากรรมฐานนสิ ิต ปรญิ ญาตรี วทิ ยาลยั สงฆพ์ ทุ ธโสธร จังหวดั ฉะเชิงเทรา - พระวิปสั สนาจารย์ โครงการปฏิบตั วิ ิปสั สนากรรมฐานนิสติ ปรญิ ญาตรี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตสุรินทร์

วนั กตัญญู ร�ำ ลกึ ถงึ คุณปู การผเู้ กษียณอายุการท�ำ งาน ประจำ�ปีพุทธศกั ราช ๒๕๖๔ 51 พ.ศ.๒๕๕๑-ปจั จบุ นั - พระวปิ สั สนาจารย์ โครงการปฏิบตั วิ ิปสั สนากรรมฐาน พระธรรมทตู สายตา่ งประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ- ราชวทิ ยาลัย พ.ศ.๒๕๔๕ - พระวิปสั สนาจารย์ โครงการปฏบิ ตั วิ ิปสั สนากรรมฐานของ บคุ ลากรมหาวิทยาลยั ส่วนกลาง - พระวิปสั สนาจารย์ โครงการพฒั นาคณุ ภาพชีวิตเพื่อเพิ่ม ประสทิ ธภิ าพการปฏิบัตงิ าน หลักสตู รผบู้ รหิ ารระดับชั้นสูง วิทยาลัยการตำ� รวจ กองบญั ชาการศึกษา ส�ำนักงานต�ำรวจ แห่งชาติ ณ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั พ.ศ.๒๕๓๕-ปจั จุบัน - พระวิปสั สนาจารย์ โครงการปฏิบัตวิ ปิ สั สนากรรมฐาน เฉลมิ พระเกยี รติและประชาชนทั่วไป ณ พทุ ธมณฑล จังหวดั นครปฐม - พระวปิ สั สนาจารย์ โครงการปฏิบัติธรรมประจำ� เดือนสำ� หรบั ประชาชนทว่ั ไป ณ พทุ ธมณฑล จังหวดั นครปฐม พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๔๗ - พระวปิ ัสสนาจารย์ โครงการปฏบิ ัติวปิ สั สนากรรมฐานส�ำหรบั พระสงั ฆาธกิ าร ณ พทุ ธมณฑล จงั หวัดนครปฐม พ.ศ.๒๕๔๑-ปัจจุบนั - วิทยากรฝกึ อบรมปฏิบัตธิ รรมประชาชน พระสงฆ์ และนสิ ติ ปริญญาตร-ี โท

52 สจู ิบตั ร พ.ศ.๒๕๔๔-๒๕๔๗ - พระวิปัสสนาจารย์ โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ ๕ ธนั วามหาราช วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร - พระวิปัสสนาจารย์ โครงการอปุ สมบทเฉลมิ พระเกยี รติ สมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วดั ยานนาวา เขตสาทร กรงุ เทพมหานคร พ.ศ.๒๕๔๗-๒๕๓๓ - พระวปิ ัสสนาจารย์ โครงการปฏบิ ตั ธิ รรมของคณะสงฆ์ จงั หวดั นครราชสมี า จังหวดั สุรนิ ทร์ และจงั หวดั สระบุรี - พระวิปัสสนาจารย์ โครงการปฏบิ ตั วิ ิปัสสนากรรมฐาน ข้าราชการกองทพั เรอื ณ มหาจุฬาอาศรม ตำ� บลพญาเย็น อำ� เภอปากชอ่ ง จังหวดั นครราชสีมา - พระวปิ ัสสนาจารย์ โครงการปฏิบตั ธิ รรมทัณฑสถานหญิง (คลองไผ่) อ�ำเภอสคี ิว้ จงั หวัดนครราชสีมา - พระวปิ ัสสนาจารย์ โครงการอปุ สมบทปฏิบตั ธิ รรม เฉลมิ พระเกียรติ โดยกองทพั ภาคที่ ๒ วดั พายพั อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา - พระวปิ สั สนาจารย์ โครงการอปุ สมบทปฏิบัตธิ รรม เฉลิมพระเกยี รติ วดั เทพนาร ี แขวงบางพลัด เขตบางพลดั กรงุ เทพมหานคร - พระวปิ ัสสนาจารย์ โครงการปฏิบตั ิธรรมของนกั เรยี นโรงเรียน ราชนิ ี ชัน้ ม.๖ คา่ ยพุทธสริ โิ สภา ต�ำบลหมสู ี อ�ำเภอปากช่อง จังหวดั นครราชสมี า

วนั กตญั ญู ร�ำ ลึกถงึ คณุ ปู การผู้เกษียณอายุการทำ�งาน ประจำ�ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 53 - พระวิปสั สนาจารย์ โครงการปฏบิ ัติวปิ สั สนากรรมฐานส�ำหรบั พระสงั ฆาธิการ สถาบันพัฒนาพระสงั ฆาธกิ าร ตำ� บลปากช่อง อ�ำเภอปากทอ่ จงั หวดั ราชบุรี - พระวิปสั สนาจารย์ โครงการปฏบิ ัติธรรมประจำ� ปี วัดไทยพทุ ธาราม ประเทศออสเตรเลีย - พระวิปัสสนาจารย์ โครงการปฏบิ ตั ิวิปัสสนากรรมฐาน ฉลองครบรอบวดั ไทยพุทธคยา ๕๐ ปี ณ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย ๒๕๕๐ - พระวิปสั สนาจารย์ โครงการปฏิบัตวิ ิปสั สนากรรมฐาน พระธรรมทูตสายต่างประเทศ ณ ประเทศอนิ เดยี – เนปาล ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ.๒๕๔๑-๒๕๕๓ - หวั หน้าฝา่ ยมหาจุฬาอาศรม สังกัด ส่วนธรรมนิเทศ สำ� นักส่งเสรมิ พระพุทธศาสนาและบรกิ ารสงั คม มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๓-ปจั จบุ ัน - นักจัดการงานทั่วไป สงั กัด กลมุ่ งานมหาจุฬาอาศรม ส่วนธรรมนเิ ทศ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั พ.ศ.๒๕๖๒-ปัจจบุ ัน - พระวิปัสสนาจารย์ โครงการปฏบิ ตั วิ ปิ ัสสนากรรมฐาน พระธรรมทูตสายตา่ งประเทศ (ธรรมยตุ ) ณ ศนู ยป์ ฏบิ ตั ิธรรม วดั เทพพทิ กั ษ์ปณุ ณาราม จังหวดั นครราชสมี า คติพจน์ในการท�ำงาน อย่กู ับปจั จบุ ัน

54 สจู บิ ัตร พระมานพ จติ ตฺ สํวโร/เสือแกว้ นักวชิ าการศกึ ษา วิทยาเขตนครศรธี รรมราช วัน/เดอื น/ปีเกิด วนั ที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ภูมลิ ำ� เนา ๑๘๑๐/๒๑ ต�ำบลทา่ วงั อ�ำเภอเมอื ง จังหวัดนครศรธี รรมราช ที่อยู่ปัจจุบนั วัดชะเมา ถนนราชด�ำเนนิ ตำ� บลทา่ วัง อ�ำเภอเมือง จังหวดั นครศรธี รรมราช ประวตั กิ ารศึกษา - พ.ศ.๒๕๓๑ จบมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นสาธิตศึกษาวทิ ยาลัยสงฆ์ภาคทกั ษณิ - พ.ศ.๒๕๓๗ จบพุทธศาสตรบณั ฑิต - พ.ศ.๒๕๓๙ จบหลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ครู (ป.วค.) - พ.ศ.๒๕๕๖ จบพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ ประวตั กิ ารทำ� งาน - พ.ศ.๒๕๓๗ เจา้ หน้าทีธ่ รุ การระดบั ๓ - พ.ศ.๒๕๔๒ เจา้ หนา้ ที่งานทะเบียนนิสติ - พ.ศ.๒๕๔๖ รองผูอ้ ำ� นวยการสำ� นกั วิชาการ - ปัจจบุ ัน นักวชิ าการศกึ ษา คติพจน์ในการทำ� งาน ความพยายามอยูท่ ไ่ี หน ความส�ำเร็จอยู่ทีน่ น่ั

วันกตญั ญู รำ�ลึกถึงคุณูปการผเู้ กษียณอายกุ ารท�ำ งาน ประจำ�ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 55 ประสบการณ์ชวี ิตท่ีวทิ ยาเขตนครศรีธรรมราช พระมานพ จิตฺตสํวโร/เสอื แก้ว นกั วชิ าการศึกษา วิทยาเขตนครศรีธรรมราช การปฏิบัติงานในงานทร่ี ับผิดชอบ รบั ผดิ ชอบงานดา้ นการดแู ล งานเกยี่ วกบั การรบั รบั สมคั รนสิ ติ การขน้ึ ทะเบยี น นสิ ิต และการลงทะเบยี นนสิ ติ ด�ำเนนิ การตรวจสอบและบรกิ ารวฒุ กิ ารศึกษา จดั ท�ำ ข้อมูลนิสิต ทะเบียนประวัตินิสิต ตารางสอบ การวัดผลและประเมินผล และแจ้ง ผลการศึกษา เสนอความคิดเห็นในงานท่ีเกี่ยวกับงานทะเบียนและวัดผล ตลอดจน งานอืน่ ๆ ทไ่ี ด้รับมอบหมายจากวทิ ยาเขตทีใ่ หจ้ ดั ท�ำ เทคนิคหรอื วิธีการท�ำงานอย่างไรใหป้ ระประสบผลส�ำเร็จ ควรมกี ารพฒั นาตวั เองอยู่เสมอ ด้วยการศกึ ษาหาความรขู้ อ้ บกพรอ่ ง จุดด้อย หรอื จดุ แขง็ ของตนเอง อยไู่ มว่ า่ จะเปน็ เรอ่ื ง บคุ ลกิ หรอื แมแ้ ตว่ ธิ กี ารทำ� งานของตนเอง สง่ิ ไหนทดี่ อี ยแู่ ลว้ ตอ้ งหมน่ั ตอ่ ยอดและมกี ารพฒั นาใหด้ ขี น้ึ กวา่ เดมิ สงิ่ ไหนทบี่ กพรอ่ ง ตอ้ งปรับปรงุ ศึกษาความรตู้ อ่ เตมิ ใหด้ ีขนึ้ กว่าเดมิ เมอื่ ประสบปญั หาหรอื อปุ สรรคจากการทำ� งานทรี่ บั ผดิ ชอบ มวี ธิ แี กป้ ญั หา หรืออุปสรรคอยา่ งไร หาขอ้ มลู การแกป้ ญั หาในเรอ่ื งนนั้ ๆ จากหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง หรอื ผทู้ เี่ กยี่ วขอ้ ง หรือมีความรู้ประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าว แล้วน�ำมาวิเคราะห์กับความรู้ของเรา เพ่ือให้ได้แนวทางแก้ปัญหาซึ่งจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาท่ีดีท่ีสุด โดยข้อมูลขณะน้ัน ซงึ่ อยา่ งนอ้ ยกจ็ ะมแี นวทางทห่ี นว่ ยงานหรอื ผทู้ เี่ กย่ี วขอ้ งสว่ นใหญไ่ ดป้ ฏบิ ตั หิ รอื ไดแ้ ก้ ปัญหามาแล้วน้นั

56 สูจิบัตร ตัวอย่างเช่น หากได้รับมอบหมายงานมาแล้ว ไม่รู้ว่าจะท�ำอย่างไร หรือไม่ เคยทำ� มากอ่ นหรอื งานทที่ ำ� ไปแลว้ มปี ญั หา แลว้ แกป้ ญั หาหรอื ทำ� งานนน้ั อยา่ งไร กใ็ ห้ ติดต่อคนรู้จักหรือหน่วยงานที่เห็นว่าน่าจะมีความรู้และข้อมูลในเรื่องนี้ อาจจะทาง โทรศัพท์ โทรสาร หรือบันทึกข้อความ ค้นค้วาทางอินเตอร์เน็ตแล้ว น�ำข้อมูลท่ีได้ รวบรวมมา คัดเลือกวิธีการจ�ำน�ำไปปฏิบัติที่เห็นว่าดีและเหมาะสมกับสถานการณ์ และขอ้ เทจ็ จริงปัจจบุ ันทส่ี ดุ เพื่อน�ำมาปฏิบตั ิตอ่ ไป ผลงานความภาคภมู ใิ นการท�ำงาน คือ การท่ีเราปฏิบตั หิ นา้ ท่ขี องเราให้ดที ี่สดุ เพ่อื ให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ ที่ต้ังไว้ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นแค่ผู้อยู่เบื้องหลังความส�ำเร็จก็ตาม และความภาคภูมิใจ สงู สดุ คอื ตง้ั แตม่ าปฏบิ ตั ใิ นตำ� แหนง่ หนา้ ทน่ี ้ี และพยายามปฏบิ ตั งิ านทรี่ บั ผดิ ใหด้ ที ส่ี ดุ ความรู้สึกที่บุคคลมีต่อตนเองในทางท่ีดี มีความเคารพและยอมรับว่าตน มคี วามสำ� คญั มคี วามกระทำ� สง่ิ ต่างๆ ใหป้ ระสบความสำ� เรจ็ ไดต้ ามเป้าหมาย มคี วาม เชื่อมัน่ ในตนเอง และมีชีวติอยูอ่ ย่างมเี ป้าหมาย สงิ่ ทีป่ ระทับใจจากองคก์ ร ต้ังแต่แรกท่ีเข้ามาท�ำงานในองค์กรนี้ ต้ังแต่สมัยเป็นมหาวิทยาลัยมหาจุฬา- ลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยาเขตนครศรีธรรมราช จนปัจจุบัน ได้มีการเปล่ียนช่ือเป็น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณาราชวิทยาลัย วิทยาเขต นครศรีธรรมราช มีความประทับใจมากมาย ต้ังแต่รุ่นพี่ที่ส่วนมากเกษียณอายุไป หมดแลว้ จนถงึ รนุ่ นอ้ งทเ่ี ขา้ มาทำ� งานใหมท่ กุ ทา่ น มมี ติ รภาพ มคี วามเคารพนอบนอ้ ม ซึ่งกันและกัน และดีใจภูมิใจที่ได้เห็นมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตนครศรธี รรมราช พฒั นาขนึ้ มากทง้ั ดา้ นวชิ าการ และบคุ ลากรจนเปน็ ทรี่ จู้ กั ของบคุ คลภายนอกอย่างกวา้ งขวาง

วนั กตัญญู รำ�ลึกถึงคุณูปการผู้เกษียณอายุการทำ�งาน ประจ�ำ ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 57 ข้อคดิ ข้อเสนอแนะ ถงึ ผูบ้ รหิ าร ขอ้ เสนอแนะกไ็ มม่ อี ะไรมาก เพราะทกุ คนทำ� งานจรงิ มคี วามประสงคอ์ ยากเหน็ องคก์ รทตี่ นทำ� งานอยู่ มคี วามกา้ วหนา้ พฒั นาจนเกดิ ความรสู้ งู สดุ ผบู้ รหิ ารกต็ อ้ งดแู ล เอาใจใส่บุคลากรทุกท่านอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนบุคลากรก็ต้องมีจิตส�ำนึกในการ ท�ำงานในหนา้ ที่ตนรับผดิ ชอบอยใู่ ห้ดีท่สี ดุ ไมจ่ ำ� เป็นทตี่ ้องท�ำงาน ในส่ิงที่ตนเองไมไ่ ด้ รับผิดชอบ เพียงเพ่ือให้ผู้บริหารได้เห็นเท่าน้ัน จนงานตัวเองรับผิดชอบไม่ได้ท�ำ จนเปน็ ช้ินเป็นอัน มีวธิ กี ารดูแลสุขภาพจติ สุขภาพรา่ งกายใหแ้ ข็งแรงอยา่ งไร วิธีดูแลสุขภาพจิต คือพยายามมองทุกอย่างในแง่บวก หรือถ้าท�ำไม่ได้ก็ให้ ปล่อยวา่ งในสิ่งที่เกิดขึน้ เราท�ำดที ่ีสดุ แลว้ มเี ป้าหมายหลังเกษียณอายอุ ย่างไร เป้าหมายหลังเกษียณอายุท�ำงาน ตั้งใจว่าจะด�ำเนินชีวิต เดินทางสายกลาง เพ่อื การประพฤตแิ ละปฏิบัติในการด�ำเนนิ ชวี ติ

58 สจู ิบัตร รองศาสตราจารย์ ดร.สมศกั ดิ์ บุญปู่ รองคณบดีคณะครศุ าสตร์ ผู้อำ� นวยการหลกั สตู ร ค.ด. สาขาวิชาพุทธบรหิ ารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วนั /เดอื น/ปเี กดิ วนั ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ ภูมิล�ำเนา จงั หวัดพจิ ิตร ท่อี ยู่ปจั จบุ นั ๙๙/๔๗๔ หมบู่ ้านประดับดาว ถนนราชพฤกษ์ ตำ� บลท่าอิฐ อ�ำเภอปากเกรด็ นนทบุรี ๑๑๑๒๐ ประวัติการศกึ ษา - พ.ศ. ๒๕๑๘ ป.ธ. ๔ - พ.ศ. ๒๕๒๕ ประกาศนียบัตรพิเศษครมู ธั ยม (พ.ม.) - พ.ศ. ๒๕๒๕ พธ.บ. สาขามานุษยสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั - พ.ศ. ๒๕๒๘ ปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์ University of Mysore, India - พ.ศ. ๒๕๕๑ ปริญญาเอก สาขาสงั คมวทิ ยา Magadh University India - พ.ศ. ๒๕๒๘ กรรมการตรวจชำ� ระพระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจฬุ าฯ - พ.ศ. ๒๕๓๔ หวั หนา้ ฝา่ ยการเจา้ หนา้ ที่ กองกลาง สำ� นกั งาน อธกิ ารบดี มจร - พ.ศ. ๒๕๓๕ หวั หน้าฝา่ ยการคลงั และพสั ดุ กองกลาง สำ� นกั งานอธกิ ารบดี มจร ประวตั กิ ารท�ำงาน

วนั กตัญญู รำ�ลกึ ถึงคณุ ปู การผเู้ กษียณอายุการทำ�งาน ประจำ�ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔ 59 - พ.ศ. ๒๕๔๙ หัวหนา้ ภาควชิ าบรหิ ารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มจร - พ.ศ. ๒๕๕๐ ผ้อู �ำนวยการหลักสตู ร พธ.ม.สาขาวิชา การบรหิ ารการศึกษา คณะครศุ าสตร์ มจร - พ.ศ. ๒๕๕๐ กรรมการสภาวิชาการ มจร - พ.ศ. ๒๔๕๔ ผอู้ ำ� นวยการหลักสตู รครุศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาพธุ ทบริหารการศึกษา - พ.ศ. ๒๕๕๗ รองคณบดีคณะครุศาสตร์ มจร - พ.ศ. ๒๕๕๙ นายกสมาคมศิษยเ์ ก่า มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย คตพิ จนใ์ นการทำ� งาน ทำ� ตัวให้เลก็ ทำ� ใจให้กว้าง

60 สูจบิ ตั ร “มจร นามนี้ ผู้ให้วิชาการ วชิ าชีพ และวชิ าชวี ติ ” รองศาสตราจารย์ ดร.สมศกั ดิ์ บญุ ปู่ รองคณบดคี ณะครุศาสตร์ ผอ.หลักสตู รบัณทิตศึกษา ภาควชิ าบริหารหารศึกษา คณะครุศาสตร์ ผู้เขียน คือเด็กบ้านนอกคนหน่ึงท่ีเกิดในครอบครัวที่ด้อยโอกาส เรียกได้ว่า ชวี ติ ตดิ ลบเลยทเี ดยี ว เพราะเกดิ มากบั ความไมม่ ที รพั ยส์ มบตั อิ ะไร ครอบครวั มอี าชพี รับจ้างในแดนชาละวัน จ.พิจิตร แต่ด้วยบุญเก่าและร่มโพธิ์ใหญ่คือพระพุทธศาสนา ได้เกื้อหนุนให้เกิดสติปัญญาสามารถพัฒนาตนเองอย่างอดทน สู้ชีวิตและ ชีวิต ได้มาเบ่งบานด้วยพระบารมีขององค์สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๕ ผู้สถาปนามหาจุฬาฯ ผู้เขียนจะขอเล่าเส้ียวหน่ึงแห่งเกร็ดชีวิตที่ผู้เขียนร่วมทุกข์ ร่วมสุขในการขับเคลื่อนมหาจุฬาฯ ในฐานะสถาบันการศึกษาผู้ให้วิชาการ วิชาชีพ และทส่ี �ำคัญคือวชิ าชีวิต วิชาการ & วชิ าชีพ เปน็ เวลากวา่ ๓๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๒๘ - ปจั จบุ ัน) ทผ่ี เู้ ขยี นอยกู่ บั มหาจุฬาฯ จะถอื ได้ว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของมหาจุฬาฯ ก็ว่าได้ เพราะหลังจากเรียนจบจาก มหาจุฬาฯ เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ (พธ.บ. รุ่น ๒๘) และมีโอกาสไปศึกษาเลา่ เรียนตอ่ ที่ประเทศอินเดียแล้วกลับมาท�ำงานท่ีมหาจุฬา ต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ – ๒๕๓๒ ครั้งแรกเป็นอาจารย์พิเศษก่อนเพราะช่วงน้ันมหาจุฬาฯ จะบรรจุพระสงฆ์เป็น อาจารย์เจ้าหน้าท่ีเท่านั้น แต่ผู้เขียนก็ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ พระเมธีสุทธิพงศ์ (ระวัง วชิราโณ) รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เข้าช่วยงาน เปน็ กรรมการตรวจชำ� ระพระไตรปฎิ ก ไดค้ า่ ตอบแทนวนั ละ ๕๐ บาท โดยทา่ นเจา้ คณุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์แสวง อุดมศรี เป็นเลขานุการรับผิดชอบ

วันกตญั ญู ร�ำ ลึกถึงคณุ ูปการผู้เกษียณอายุการท�ำ งาน ประจ�ำ ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔ 61 การตรวจช�ำระพระไตรปิฎก ฉบับภาษาบาลี ซ่ึงได้ช�ำระกันมาแล้วถึง ๒๐ กว่าปี แต่ยงั ไม่แล้วเสร็จ มาตรวจชำ� ระสำ� เร็จครบท้งั ๔๕ เลม่ ในยคุ ของทา่ น ซง่ึ มีพระเดช พระคณุ พระราชรตั นโมลี (นคร เขมปาล)ี เป็นอธิการบดี (พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๔๐) ถือวา่ เป็นผลงานท่ีน่าภูมิใจ เป็นแนวทางให้มหาจุฬาฯ ได้ด�ำเนินการแปลพระไตรปิฎก เป็นภาษาไทยฉบับมหาจฬุ าฯ ในเวลาตอ่ มา ช่วงที่สอนพิเศษทีม่ หาจุฬาฯ และท�ำงานที่กองงานช�ำระพระไตรปิฎก ผู้เขยี น กท็ ำ� งานอยา่ งอน่ื ประกอบกนั ไปดว้ ย ตอนนนั้ ชวี ติ ยงั หาความแนน่ อนไมไ่ ด้ จงึ ใชช้ วี ติ แบบพอเพยี ง พยายามตอ่ สดู้ นิ้ รนกนั ไป พอดำ� รงชวี ติ ใหอ้ ยไู่ ด้ อกี ทงั้ ยงั ไมเ่ หน็ ทศิ ทาง ว่ามหาจุฬาฯ จะพัฒนาไปในทิศทางใด เพราะยังขาดงบประมาณในการพัฒนา ศษิ ยเ์ ก่า มจร ที่จบการศึกษาทงั้ ภายในและตา่ งประเทศ เมือ่ มาทำ� งานทม่ี หาจุฬาฯ ก็มักจะคิดว่ามหาจุฬาฯ คือศาลาพักริมทาง เม่ือแต่ละท่านได้งานที่ดีมีอนาคตกว่า ก็ต้องจากมหาจุฬาฯ คนแล้วคนเล่า ผู้เขียน ก็มีเพื่อนชวนให้ไปเป็นครู เพราะมี วุฒิการศึกษา พ.ม. แต่จิตใจไม่อยากไป คิดในใจตลอดเวลาว่าจะขออยู่ท�ำงานท ่ี มหาจุฬาฯ แมร้ ายได้จะน้อยนดิ คงไมอ่ ดตาย จงึ ท�ำตัวใหส้ มถะ พออย่พู อกิน แม้จะ มบี างท่านดถู ูกดูแคลนบา้ งกต็ าม มจร เรมิ่ ทอแสง มหาจฬุ าฯ อย่อู ย่างอนาถามาโดยตลอด งบประมาณค่าใช้จ่ายส่วนใหญไ่ ดม้ า จากศรทั ธาของประชาชน จะมบี า้ งกไ็ ดจ้ ากเงนิ อดุ หนนุ จากรฐั บาลผา่ นกรมการศาสนา แตก่ แ็ บง่ คนละครงึ่ กบั มหามกฎุ ฯ ราวปี พ.ศ. ๒๕๓๓ กรมการศาสนาไดต้ งั้ งบประมาณ อุดหนุนงบประมาณการศึกษาคณะสงฆ์ ประมาณ ๔๐ กว่าล้านบาท โดยให้ทั้ง มหาจุฬาฯ และมหามกฎุ ฯ พากนั ตนื่ เตน้ กันใหญ่เพราะไมเ่ คยไดร้ บั งบประมาณมาก ขนาดน้มี าก่อน

62 สจู บิ ัตร ช่วงแรกผู้บริหารมหาจุฬายังไม่กล้าจัดสรรบุคลากรตามงบประมาณท ี่ รัฐบาลให้งบประมาณมาเพ่ือให้จัดสรรอัตราบุคลากร เงินเดือน ค่าใช้สอย และ ค่าสาธารณปู โภค ประมาณ ๒๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งวิทยาเขตดว้ ย เพราะกลัวว่า ถา้ จัดสรรงบประมาณเป็นเงินเดอื นตามวฒุ ิการศึกษาแล้ว กลัวว่าปีตอ่ ๆ ไปจะไมม่ ี งบประมาณมาจ่ายใหแ้ กบ่ ุคลากร จนใกล้จะส้ินงบประมาณปี ๒๕๓๓ (๓๐ กนั ยายน ๒๕๓๓) ทางกรมการศาสนาจึงมาชี้แจงให้ทางมหาจุฬาฯ รีบจัดสรรบุคลากร ตามงบประมาณที่จัดสรรมา ถ้าไม่จัดสรรงบประมาณปี ๒๕๓๔ ก็จะไม่จัดสรรให ้ มหาจุฬาฯ จึงรีบด�ำเนินการบรรจุบุคลากรตามอัตราต�ำแหน่งท่ีกรมการศาสนา จัดสรรให้มา จึงท�ำให้ผู้เขียนก็พลอยได้อานิสงส์เป็นอาจารย์ ต้ังแต่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๓๓ เป็นต้นมา มหาจฬุ าฯ จึงเริ่มทอแสงสว่างทั้งสว่ นกลางและวิทยาเขต ตัง้ แต่ ปีงบประมาณ ๒๕๓๔ เป็นต้นมา ทางกรมการศาสนาก็จัดสรรงบประมาณอุดหนุน จนถึงปงี บประมาณ ๒๕๓๙ แม้วา่ บางปกี วา่ ที่กรมการศาสนาจะจดั สรรงบประมาณ รายปีตกมาถงึ มหาจฬุ าฯ ประมาณเดือนธนั วาคม – มีนาคมของปีงบประมาณ ท�ำให้ ช่วงปลายปีและไตรมาสแรกของงบประมาณมหาจุฬาฯ แต่ละเดือนมหาจุฬาฯ ตอ้ งหาเงนิ มาสำ� รองจา่ ยเปน็ คา่ เงนิ เดอื นใหแ้ กบ่ คุ ลากรแตล่ ะเดอื น กม็ บี า้ งทวี่ ทิ ยาเขต บางวิทยาเขต บางเดอื นกไ็ มม่ ีเงินจา่ ยบุคลากร วิกฤตกลายเป็นโอกาสใหเ้ รยี นรู้ พอเริ่มดีใจ โล่งใจกับงบประมาณได้ปีเดียว ก็เริ่มมาเจอเรื่องยาก คือ ในปีงบประมาณ ๒๕๓๔ กรมการศาสนาเริ่มมาตรวจการใช้จ่ายในแผนงานต่าง ๆ ทก่ี รมการศาสนาจัดสรรมาให้ ตอนนั้น มหาจฬุ าฯ เราทำ� งานแบบวดั ไมม่ ีแผนงาน อะไรอยา่ งทคี่ วรจะมี พระเถระผใู้ หญใ่ นชว่ งนน้ั มพี ระเดชพระคณุ พระอมรเมธาจารย์ (นคร เขมปาลี) เป็นอธิการบดี ได้ให้ผู้เขียนมาช่วยท�ำแผนอัตราก�ำลังคนร่วมกับ กรมการศาสนา ตามแผนงบประมาณปี ๒๕๓๔ ในตอนนน้ั มหาจุฬาฯ ยงั มเี จ้าหน้าท่ี ไม่มาก ผู้เขียนก็เข้ามาช่วยกองกลางมารับผิดชอบ เร่ิมระบบการเงิน ระบบการ

วนั กตญั ญู รำ�ลกึ ถงึ คุณปู การผ้เู กษียณอายุการทำ�งาน ประจำ�ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔ 63 เจา้ หนา้ ที่ ประสานกบั ฝา่ ยการเงนิ ทางกรมการศาสนากเ็ ขา้ มาชว่ ยทำ� บญั ชคี า่ ใชจ้ า่ ย ซ่ึงเป็นไปตามระเบียบราชการท่ีกรมการศาสนาใช้อยู่ การท่ีรัฐเข้ามาช่วยจัดการ ก่อให้เกิดผลดีแก่การจ่ายอัตราเงินเดือน เมื่อก่อนคนจบ ป.เอก ได้รับเงินเดือน เดือนละ ๑,๒๐๐ บาท ป.โท ได้เดือนละ ๙๐๐ บาท ป.ตรี เดือนละ ๗๐๐ บาท มหาจุฬาฯ ให้ได้แค่น้ัน เพราะไม่มีเงิน แต่พอกรมการศาสนาเข้ามาช่วยจัดการ เขาบังคับเลยว่าต้องจ่ายไปตามวุฒิ ทีแรกมหาวิทยาลัยไม่กล้าจ่าย เพราะกลัวว่า กรมการศาสนาจะไมใ่ หเ้ งนิ อดุ หนนุ ตอ่ เนอ่ื ง แตต่ อนหลงั มาพอไดเ้ งนิ อดุ หนนุ ตอ่ เนอ่ื ง ประจ�ำ จึงกล้าจ่าย เพราะแต่ก่อนมหาวิทยาลัยเคยจ่ายปีละล้านกว่าบาท แต่มา คราวน้ีต้องมาจ่ายเดือนละล้านกว่าบาท บางช่วงกว่าเงินงบประมาณอุดหนุนของ กรมการศาสนาทจ่ี ะจัดสรรใหม้ า ตอ้ งรอถงึ ๓ - ๔ เดอื น เพอ่ื ใหก้ ารบริหารดำ� เนิน ไปได้ ผู้บริหารก็ต้องปรึกษากันว่าจะหมุนเงินจากส่วนไหน มาส�ำรองจ่ายก่อน อย่างเช่นในช่วง ๔ เดอื น คือ กันยายน - ธนั วาคม เป็นช่วงสำ� คญั เดือนกันยายน กว่างบประมาณของปีจะสิ้นสุด เงินมหาวิทยาลัยหมดก่อน และกว่าจะได้มาอีก ต้องรอถึงเดือนธันวาคม จึงจัดยืมเงินส�ำรองจากบัญชีต่าง ๆ เช่นบัญชีกองทุน บรู ณปฏิสงั ขรณ์ เป็นตน้ ชว่ งที่ผเู้ ขียนท�ำงานทก่ี องกลาง พ.ศ. ๒๕๓๔-๒๕๔๐ ไม่เคย น�ำเงนิ ของมูลนธิ ิมหาจุฬาฯ มาใชเ้ ลย มีแต่นำ� ดอกผลของมลู นิธมิ หาจุฬาฯ มาใช้จ่าย ชว่ ง พ.ศ. ๒๕๓๕ มหาจฬุ าฯ จดั งานฉลองสมโภชพระไตรปฎิ ก ฉบบั ภาษาบาลี ของมหาจุฬาฯ นับว่าเป็นโชคดีของมหาจุฬาฯ ท่ีนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตร ี ในสมยั นนั้ มหาวทิ ยาลยั ไดเ้ ชญิ มารว่ มงานฉลองดว้ ย พอทา่ นมาทราบเรอ่ื งการบรหิ าร ของมหาจุฬาฯ และจะจัดโครงการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทย จึงเกิดศรัทธา และแนะน�ำให้มหาจฬุ าฯ ท�ำเรอื่ งของบประมาณงบกลางของรฐั บาล ซึง่ ทา่ นกอ็ นุมตั ิ มาประมาณ ๒๙ ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณผูกพันท�ำให้การบริหารงานของ มหาจุฬาฯ ไปได้ หลังฉลองพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีก็จัดจ�ำหน่าย และเมื่อ พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยส�ำเร็จเสร็จสิ้น การจ�ำหน่ายพระไตรปิฎกก็ได้เป็น สว่ นหนึง่ ในการเลยี้ งมหาจฬุ าฯ มาจนถงึ ปจั จบุ นั

64 สูจิบัตร สรปุ ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๔๐ เปน็ ชว่ งทมี่ หาจฬุ าฯ ไดง้ บประมาณอดุ หนนุ จากกรมการศาสนา ก็ท�ำการบริหารงานมหาจุฬาฯ ได้คล่องตัว แต่ก็มีช่วงปลาย งบประมาณและไตรมาสแรกของงบประมาณใหม่จะท�ำให้มหาจุฬาฯ ชะลอการ ใช้จ่าย เมื่อเงินไม่พอจ่าย ในฐานะท่ีผู้เขียนได้รับมอบหมายร่วมกับ ผอ.กองกลาง (พระครคู มั ภรี ป์ ญั ญาวกิ รม) ปรกึ ษาหารอื วา่ จะนำ� เงนิ สว่ นไหนมายมื สำ� รองใชจ้ า่ ยกอ่ น และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เม่ืองบประมาณมาก็น�ำไปคืนทันที ท�ำให้มี ประสบการณ์ การบรหิ ารจัดการเร่อื งการเงิน และมาปรบั ใช้ในการบริหารหลกั สตู ร พุทธบริหารการศกึ ษามาจนถึงทกุ วนั นี้ มจร : เบ่งบาน ขยาย และพัฒนา เม่ือ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ มหาวิทยาลัยได้รับการรับรอง และ มีพรบ. เป็นของตนเอง ซึ่งมีสถานภาพเป็นนิติบุคคล และเป็นมหาวิทยาลัยในก�ำกับของรัฐ เพราะก่อนที่จะได้รับรองจากรัฐ ถูกมองว่าเป็น “มหาวิทยาลัยเถ่ือน” แม้ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ จะมี พรบ. กำ� หนดรบั รองวทิ ยฐานะผสู้ ำ� เรจ็ การศกึ ษา แตไ่ มไ่ ดร้ บั รองสถานภาพ นติ บิ คุ คล และพระราชบญั ญตั มิ หาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ เปน็ ยุคทพี่ ระราชวรมุนี (พระพรหมบณั ฑิต) เปน็ อธกิ ารบดี เม่ือมหาจุฬาฯ มี พรบ.เป็นของตนเองแล้ว สามารถเสนอจัดต้ังงบประมาณ ประจ�ำปีได้เหมือนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ไม่ต้องขึ้นตรงกับกรมศาสนาแล้วโดยเสนอ งบประมาณตอ่ สำ� นกั งบประมาณ ดงั นนั้ ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ เปน็ ตน้ มา การจดั อตั รากำ� ลงั บุคลากรมหาวทิ ยาลัยใหม่ มีการรบั บุคลากร และจัดสรรบุคลากรใหต้ รงกับสายงาน และเป็นโอกาสอันดีท่ีผู้เขียนก็ได้กลับไปสู่สายอาจารย์คณะครุศาสตร์ตามที่ได้เรียน จบมา จึงได้ท�ำหน้าท่ีสอนและเริ่มท�ำผลงานทางวิชาการ ต่อมาจึงได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ สาขาวิชาบริหารการศึกษา เม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และได้รับแต่งตั้ง เป็นรองศาสตราจารย์ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗

วนั กตัญญู รำ�ลกึ ถึงคุณูปการผูเ้ กษียณอายุการท�ำ งาน ประจ�ำ ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 65 ปี ๒๕๔๙ ภาควชิ าบรหิ ารการศกึ ษา คณะครศุ าสตรไ์ ดเ้ ปดิ หลกั สตู รปรญิ ญาโท สาขาวชิ าบรหิ ารการศกึ ษา ตอ่ มาเมอ่ื ผเู้ ขยี นไดร้ บั ตำ� แหนง่ เปน็ หวั หนา้ ภาควชิ าบรหิ าร การศึกษา (พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๗) และเป็นผู้อ�ำนวยการหลักสูตร พธ.ม. สาขา การบรหิ ารการศึกษา และปีการศกึ ษา ๒๕๔๗ มจร เริม่ เปิดโอกาสใหพ้ ระสังฆาธิการ เข้าเรียนหลักสูตร ป.บส. เป็นเวลา ๑ ปี สามารถเรียนต่อปริญญาตรีได้ และเม่ือ พระสังฆาธิการเรยี นจบปริญญาตรี กไ็ ดเ้ ข้าเรียนหลกั สตู ร ป.โท สาขาวิชาการบรหิ าร การศึกษา เป็นจ�ำนวนมาก และเม่ือท่านเหล่าน้ันศึกษาจบ ป.โท แล้ว ก็อยากจะ เรียนต่อ ปีพ.ศ. ๒๕๕๓ ซ่ึงภาควิชาบริหารการศึกษา จึงเสนอมหาวิทยาลัยแต่งต้ัง กรรมการร่างหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา และน�ำเสนอสภามหาวิทยาลัย ๆ ได้อนุมัติในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และได้เปิดการเรียน การสอนในปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๔ ภาคเรยี นที่ ๒ มผี เู้ ขา้ ศกึ ษาจนถงึ ปจั จบุ นั เปน็ รนุ่ ท่ี ๑๑ เตม็ ตามเกณฑท์ ไ่ี ดร้ บั อนมุ ตั ิ จงึ มคี วามภมู ใิ จทม่ี ผี สู้ นใจเขา้ ศกึ ษาทงั้ ป.โท และ ป.เอก และได้ขยายหลักสูตรไปยังวิทยาเขตและวิทยาลัยสงฆ์ ผู้เขียนยึดหลักการท�ำงาน เข้ากับหลกั พระพทุ ธศาสนา “จกฺขมุ า วิธุโร นสิ สฺ ยสมปฺ นฺโน” คือ มีวิสยั ทัศนใ์ นการ บริหารงาน รู้ให้ลึกในการบริหารงาน และสร้างเครือข่ายในการท�ำงานเช่ือมโยง ทัง้ สว่ นกลาง ส่วนภมู ภิ าค และนิสติ ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ คือ วันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ มหาวิทยาลัยไดต้ ่อ อายกุ ารทำ� งานของบคุ ลากรตำ� แหนง่ ประเภทวชิ าการ (รองศาสตราจารย์ ดร.) กระผม จึงมีสิทธิและสนองการท�ำงานต่อกับมหาวิทยาลัย เป็นเวลา ๕ ปี นับว่าเป็นความ เมตตาอย่างสูงยิ่ง และปีน้ีก็ครบ ๕ ปีบริบูรณ์ กับการเป็นบุคลากรมหาวิทยาลัย รวมอายุงาน ๓๑ ปี ๕ เดอื น (ถ้านบั เข้าเปน็ อาจารย์พเิ ศษ เจ้าหนา้ ที่พระไตรปิฎก รวม ๓๖ ปี ๕ เดอื น) และเหนืออน่ื ใด ขอยกความดีความชอบและความสำ� เรจ็ ให้กับ สถาบันแม่แหง่ น้ดี ว้ ย ท่ใี ห้โอกาสทุกอย่างแกผ่ ู้เขียนคร่งึ คอ่ นชวี ิต

66 สูจบิ ตั ร ดังนั้น ผู้เขียนจึงเล่าเส้ียวแห่งเกร็ดชีวิตส่วนหนึ่งในฐานะเป็นมดงานร่วม ขับเคล่ือนมหาจฬุ าฯ จนมาถงึ ทุกวันน้ี สมกับค�ำทวี่ า่ “มหาจุฬาฯ เปน็ ผใู้ หว้ ชิ าการ วิชาชีพ และวชิ าชีวติ ” คือ วชิ าการ - ศกึ ษาระดบั โรงเรยี นบาลีเตรียม มหาจุฬาฯ ๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๒๐ - ๒๕๒๑) - ศึกษาปรญิ ญาตรคี ณะมนุษยสงเคราะหศ์ าสตร์ ปี (พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๒๕) - เป็นผูช้ ่วยศาสตราจารย์ (ปี พ.ศ. ๒๕๔๗) - เปน็ รองศาสตราจารย์ (ปี พ.ศ. ๒๕๕๗) วชิ าชพี - เป็นอาจารยป์ ระจำ� ตงั้ แต่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๓๓ - เปน็ หัวหนา้ ฝ่ายการเงนิ และบญั ชี - เป็นหวั หนา้ ภาควชิ าบรหิ ารการศึกษา - เป็นผูอ้ ำ� นวยการหลักสูตรบณั ฑติ ศึกษา ภาควชิ าบรหิ ารการศึกษา - เปน็ รองคณบดคี ณะครศุ าสตร์ วิชาชีวติ - สอนใหด้ �ำเนินตามหลกั คหิ ปิ ฏิบัติ - สอนให้รู้จักอด รูจ้ กั ออม ด�ำเนนิ วิถชี วี ิตเรยี บงา่ ย ไม่เค็ม ไม่เหนยี ว ไม่เขย้ี ว ไมเ่ บ้ียว - สอนใหใ้ ช้สติ สมาธิควบคุมอารมณ์ ยามเม่อื ภยั ต่าง ๆ เขา้ มารมุ ลอ้ มจติ ใจ - สอนใหก้ ล้าคิด กล้าทำ� กล้าน�ำ กล้าเปล่ียนแปลง กลา้ กลา่ วถอ้ ยแถลง ความสัจจริง

วันกตญั ญู รำ�ลึกถึงคณุ ปู การผเู้ กษียณอายกุ ารทำ�งาน ประจำ�ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 67 ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ดร.วรี ะกาญจน ์ กนกกมเลศ อาจารยป์ ระจ�ำคณะมนุษยศาสตร์ ผ้อู �ำนวยการระดับบณั ฑติ ศกึ ษา ภาควชิ าภาษาตา่ งประเทศ วัน/เดือน/ปีเกิด วันที่ ๑๓ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๔ ภูมลิ ำ� เนา บา้ นโคกกุง ตำ� บลดอนกอก อำ� เภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรมั ย์ ๓๑๒๓๐ ท่อี ย่ปู ัจจุบัน ๓๕ หมู่ท่ี ๑๒ ถนนบางนา-ตราด ตำ� บลบางแกว้ อำ� เภอบางพลี จงั หวดั สมุทรปราการ ๑๐๕๔๐ ประวัตกิ ารศกึ ษา - พ.ศ. ๒๕๑๘ นักธรรมเอก ส�ำนักเรยี นวัดบรมคงคา บา้ นแวง ต�ำบลบ้านแวง อำ� เภอพุทไธสง จงั หวดั บุรีรมั ย์ - พ.ศ. ๒๕๒๕ เปรียญธรรม ๓ ประโยค สำ� นกั เรยี นวดั อนงคารามอำ� เภอคลองสานกรงุ เทพมหานคร - พ.ศ. ๒๕๓๓ พทุ ธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั - พ.ศ. ๒๕๓๗ M.A. (Linguistics), Poona University, India - พ.ศ. ๒๕๔๒ Ph.D. (Linguistics), Deccan College (Deemed to be university), India ประวัตกิ ารทำ� งาน - พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๘ ตำ� แหนง่ รักษาการหัวหนา้ ภาควชิ า ภาษาตา่ งประเทศ - พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๒ ต�ำแหนง่ หวั หนา้ ภาควชิ าภาษา ตา่ งประเทศ

68 สูจิบัตร - พ.ศ. ๒๕๖๓-ปจั จบุ นั ต�ำแหนง่ หวั หนา้ ภาควชิ าภาษา ตา่ งประเทศ - พ.ศ. ๒๕๕๖-ปัจจบุ นั ตำ� แหนง่ ผอู้ �ำนวยการหลักสตู ร พทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาองั กฤษ (หลักสตู รนานาชาต)ิ - พ.ศ. ๒๕๖๑-ปัจจุบนั ตำ� แหน่ง รักษาการผอู้ ำ� นวยการ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาภาษาศาสตร์ (English Program) - พ.ศ. ๒๕๕๙-ปัจจุบัน ตำ� แหน่ง ผ้อู ำ� นวยการระดับ บัณฑติ ศึกษาภาควิชาภาษาตา่ งประเทศ

วนั กตญั ญู ร�ำ ลกึ ถึงคุณูปการผเู้ กษียณอายกุ ารท�ำ งาน ประจ�ำ ปีพุทธศกั ราช ๒๕๖๔ 69 ความภาคภูมิใจในความเป็นมหาจุฬาฯ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วีระกาญจน์ กนกกมเลศ อาจารย์ประจำ� คณะมนุษยศาสตร์ ผ้อู �ำนวยการระดับบัณฑติ ศกึ ษา ภาควิชาภาษาต่างประเทศ เม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ขา้ พเจ้าได้ส�ำเร็จการศกึ ษาจากคณะมนุษยศาสตร์ สาขา วิชาภาษาอังกฤษ และได้เป็นนิสิตปฏิบัติงานที่คณะสังคมศาสตร์ หลังจากท่ีได้รับ ทนุ การศกึ ษาจากสภาวฒั นธรรมแห่งรัฐบาลอินเดยี หรอื ทนุ ICCR (Indian Council for Cultural Relation) เพื่อศกึ ษาต่อในระดับปรญิ ญาโทและปริญญาเอกในสาขา วิชาภาษาศาสตร์ที่ประเทศอินเดีย เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้วข้าพเจ้า กไ็ ดส้ อบบรรจเุ ปน็ ขา้ ราชการพลเรอื นทส่ี ำ� นกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร ประจำ� อยทู่ ่ีสำ� นกั ภาษาตา่ งประเทศในต�ำแหน่งนักวเิ ทศสมั พันธ์ ซึง่ รบั ผิดชอบด้านการแปล และล่าม ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ที่หน่วยงานของรัฐแห่งน้ีเป็นเวลาเกือบเจ็ดปี มีอยู่ ครั้งหน่ึงได้มีโอกาสมาเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษที่คณะมนุษยศาสตร์ก็ได้เห็นการ เปลีย่ นแปลงในหลาย ๆ อย่างจงึ เกิดความคิดว่านิสิตควรได้รับการพัฒนาด้านภาษา องั กฤษเพมิ่ มากขน้ึ และคณาจารยป์ ระจำ� ภาควชิ าภาษาตา่ งประเทศทกุ ทา่ นกส็ ามารถ ส่ือสารและถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีควรน่าจะพัฒนาโดยการขยาย ระดบั การศกึ ษาให้ไปสคู่ วามเปน็ นานาชาติ ด้านความรักความผูกพนั ที่มตี อ่ มหาจฬุ าฯ เนือ่ งดว้ ยข้าพเจ้าได้เข้ามาศึกษาท่ี สถาบันแห่งน้ีเป็นเวลาหลายปีนับตั้งแต่โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษาจนกระทั่ง สำ� เรจ็ การศกึ ษาในระดบั อดุ มศกึ ษาจงึ มคี วามรสู้ กึ ผกู พนั กบั มหาจฬุ าฯ เปน็ อยา่ งมาก ข้าพเจ้ามีความคิดอยู่เสมอว่าถ้ามีโอกาสอยากจะมารับใช้และมีส่วนช่วยในการ พัฒนาเท่าท่ีความสามารถจะพึงมีและจากประสบการณ์ท่ีได้จากการท�ำงานใน หน่วยงานของรัฐ ข้าพเจ้าใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจลาออกจากงานข้าราชการ

70 สจู บิ ตั ร ทรี่ ฐั สภามาสมคั รทำ� งานในตำ� แหนง่ อาจารยแ์ ละไดร้ บั การบรรจเุ มอ่ื วนั ที่ ๑ กนั ยายน ๒๕๕๓ จนมาถึงครบวาระการเกษียณอายุการท�ำงานนี้ ข้าพเจ้าถือว่ามหาจุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งการให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้โอกาสแก่ผู้ท่ีมีต้นทุนทาง การศึกษาน้อยให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาในระดับท่ีสูงขึ้นซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นหน่ึง ในผทู้ ไี่ ดร้ บั โอกาสอนั งดงามน้ี มหาจฬุ าฯ ถอื วา่ เปน็ มหาวทิ ยาลยั ทม่ี งุ่ ผลติ และสง่ เสรมิ บัณฑิตให้ได้รับการศึกษามีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมควบคู่กันไปท่ีโดดเด่น เห็นได้ชัดและยังเป็นสถาบันทางการศึกษาท่ีได้รับการยอมรับอย่างสูงท้ังในประเทศ และต่างประเทศ ความภาคภูมิใจและสงิ่ ที่ไดร้ บั จากมหาจฬุ าฯ น่นั คือหลังจากทีไ่ ด้บรรจเุ ข้ามา ทำ� งานในสายวชิ าการตำ� แหนง่ อาจารยท์ ภี่ าควชิ าภาษาตา่ งประเทศ คณะมนษุ ยศาสตร์ และประกอบกับไดร้ ับมอบหมายภาระงานให้เป็นหวั หน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้าพเจ้าก็ไดม้ ีโอกาสสานตอ่ เจตนารมณข์ องตนเองในการจะพฒั นา ภาควิชาเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้ไปสู่ระดับนานาชาติ จึงได้เปิดหลักสูตร English Program เพิ่มข้ึนในระดับปริญญาตรี และ หลักสูตรนานาชาติ (Inter- national Program) ในระดบั ปรญิ ญาโท สาขาวชิ าภาษาองั กฤษ และปจั จบุ นั หลกั สตู ร พุทธศาสตรมหาบัณฑิตและหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ปัจจุบันก�ำหนดชื่อ ปริญญาใหม่เป็น “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต”) สาขาวิชาภาษาศาสตร์ก็ใช้ภาษาอังกฤษ ในการส่ือสารและในการเรียนการสอนตลอดการศึกษา ทั้งน้ีเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนา การใชภ้ าษาองั กฤษไดม้ ากยงิ่ ขน้ึ ปจั จบุ นั นี้ มที งั้ ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศใหค้ วาม สนใจเข้ามาศึกษาเป็นจ�ำนวนมากในทุกระดับชั้นซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก ในฐานะที่เป็นส่วนหน่ึงของบุคลากรท่ีได้ช่วยผลักดันและพัฒนาด้านการศึกษาของ คณะมนุษยศาสตร์ตามท่ีตนเองมีความต้ังใจไว้ก่อนที่จะเข้ามารับใช้ที่มหาวิทยาลัย อนั ทรงเกยี รตแิ หง่ คณะสงฆไ์ ทยแหง่ นที้ ชี่ อื่ วา่ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

วนั กตัญญู ร�ำ ลึกถึงคณุ ปู การผ้เู กษียณอายกุ ารท�ำ งาน ประจ�ำ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ 71 ขอ้ คดิ สะกดิ ใจทยี่ ดึ ถอื ปฏบิ ตั ใิ นการทำ� งาน ขา้ พเจา้ มกั จะนกึ ถงึ คำ� ภาษาองั กฤษ ค�ำหน่ึงอยู่เสมอ คอื คำ� ว่า “SUCCESS” ซ่ึงอักษรแตล่ ะตัวจะส่อื ความหมาย ดังน้ี S - Set your goals (วางเปา้ หมายในการทำ� งานเสมอ) U - Understand the obstacles (เข้าใจในอปุ สรรคปัญหา) C - Create your inspiration (สรา้ งแรงบันดาลใจในการทำ� งาน) C - Clear your mind out of selfishness (ขจัดความเหน็ แกป่ ระโยชน์ สว่ นตน) E - Embrace all challenges (พรอ้ มเผชิญกับสิง่ ท้าทาย) S - Sacrifice your time (มีความเสียสละ) S - Show the others you can do it (แสดงให้คนอืน่ เห็นว่าเรากท็ �ำได้) ข้อคิดในการท�ำงานอีกอย่างหน่ึง ข้าพเจ้าได้น้อมรับเอาค�ำสอนของพระเดช พระคุณพระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) ท่ีว่า “ท�ำงานให้สนุก เป็นสุขในการ ท�ำงาน” ซ่ึงนับวา่ เป็นประโยชน์อยา่ งย่งิ ในการเตือนตนเอง ท้ายท่ีสุดน้ี ในช่วงตลอดระยะเวลาการท�ำงานที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับ ประสบการณ์มากมายหลายอย่างท่ีนับว่ามีคุณค่าสูงย่ิงท่ีมหาจุฬาฯ ได้ให้โอกาส ในการมีส่วนช่วยพัฒนาในคณะมนุษยศาสตร์ บัดนี้ข้าพเจ้าก็ได้ปฏิบัติหน้าที่มาถึง วาระเกษยี ณอายกุ ารทำ� งานในปนี จ้ี งึ อยากขอขอบคณุ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณ- ราชวทิ ยาลัยท่ีไดใ้ ห้โอกาสทางการศึกษา การทำ� งาน การบริหาร งานวชิ าการ และ งานดา้ นอน่ื ๆ ขา้ พเจา้ ขอกราบขอบพระคณุ ผบู้ รหิ ารทกุ ระดบั ชนั้ ทไี่ ดเ้ มตตาใหโ้ อกาส มารับใช้สถาบันอันเป็นที่รัก ขอกราบขอบพระคุณคณาจารย์ทุก ๆ ท่าน และขอ ขอบคณุ เจา้ หนา้ ทท่ี กุ รปู /คนทไ่ี ดม้ โี อกาสทำ� งานรว่ มกนั ดว้ ยความสมคั รสมานสามคั คี ดว้ ยดีตอ่ กันเสมอมา

72 สูจิบัตร รศ.พลวฒั น์ ชมุ สุข อาจารยค์ ณะสงั คมศาสตร์ วัน/เดือน/ปีเกิด วันท่ี ๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๓ ภูมิลำ� เนา บ้านแคนใหญ่ หมู่ ๒ ตำ� บลแคน อำ� เภอสนม จังหวดั สรุ ินทร์ ทีอ่ ยปู่ ัจจบุ นั ๙๙/๑๘๗ ซอย ๙ หมบู่ า้ นรม่ รน่ื กรนี พารค์ (ตา่ งระดบั บางปะอนิ ) ตำ� บลล�ำไทร อำ� เภอวงั น้อย จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา ประวัตกิ ารศกึ ษา - พ.ศ.๒๕๒๘ มัธยมศกึ ษาชนั้ ปีที่ ๓ (ระดบั ๔) วดั พระเชตุพนวิมลมงั คลาราม พระนคร กรงุ เทพมหานคร - พ.ศ.๒๕๓๓ มัธยมศึกษาชัน้ ปที ่ี ๖ โรงเรยี นมัธยมวัดสทุ ธาวาส บางกอกนอ้ ย กรงุ เทพมหานคร - พ.ศ.๒๕๓๘ พุทธศาสตรบณั ฑติ (พธ.บ) มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราช - พ.ศ.๒๕๔๗ จบเศรษฐศาสตรมหาบณั ฑิต (ศ.ม.) มหาวทิ ยาลัยเกริก บางเขน กรงุ เทพมหานคร ประวัติการท�ำงาน - พ.ศ.๒๕๔๙ อาจารย์ประจ�ำ คณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั - พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๔๗ หวั หน้าภาควชิ าเศรษฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คติพจน์ในการทำ� งาน คนสรา้ งงาน บนั ดาลสุข สนุกกบั งาน บันดาลฝัน

วนั กตัญญู ร�ำ ลึกถึงคณุ ูปการผ้เู กษียณอายกุ ารทำ�งาน ประจ�ำ ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔ 73 มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย สรา้ งใหเ้ ดก็ ต่างจงั หวดั อย่างเราให้มที ยี่ ืนในสังคม รองศาสตราจารย์ พลวัฒน์ ชมุ สุข อาจารยค์ ณะสังคมศาสตร์ เมื่อ ๖๐ ปี ท่ีผ่านมาเด็กน้อยคนหนึ่งที่เกิดมาจากอีสานใต้เป็นดินแดนท ่ี แหง้ แลง้ แสนกนั ดาร ประชาชนในพนื้ ทสี่ ว่ นมากประกอบอาชพี ทำ� ไรไ่ ถนาตามประสา ของคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือใครหลายคนมักเรียกว่าภาคอีสาน ถ่ินก�ำเนิด ทีเ่ กดิ จรงิ ๆ ทบี่ ้านแคนใหญ่ หมู่ ๒ ตำ� บลแคน อ�ำเภอสนม จงั หวัดสรุ ินทร์ เกิดใน ครอบครวั ปานกลาง พ่อ แม่ ปู่ ยา่ ตา ยาย มอี าชีพท�ำไร่ ไถนา ในตระกูล “ชมุ สขุ ” มีสมาชิกอย่รู วมกนั ๙ ชีวิตมี พ่อ แม่ และน้อง ๆ อกี ๖ คน และผม รองศาสตราจารย์ พลวฒั น์ ชมุ สุข เป็นพีค่ นโตของน้อง ๆ และในช่วงวยั เดก็ กท็ �ำไร่ไถนาชว่ ยพอ่ แมแ่ ละ นอ้ ง ๆ และสง่ ใหน้ อ้ ง ๆ ไดเ้ รยี นหนงั สอื โดยทวั่ หนา้ กนั และพช่ี ายคนโต พอมอี ายคุ รบ ๒๐ ปี บรบิ รู ณก์ บ็ วชแทนพระคณุ ขา้ วแดงแกงร้อนของพ่อแม่และผู้มพี ระคุณต่อผม ในช่วงที่บวชอยู่ต่างจังหวัดก็ได้เร่ร่อนนอนล่างข้างแรมหาส�ำนักเรียนจึงได ้ มาอยู่ที่บ้านม่วงมูล ต�ำบลท่าตูม อ�ำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ อยู่ท่ีน้ีก็หลายปี เหมือนกัน กโ็ ชคดีได้เจอหลวงพพ่ี ระมหาและทา่ นสามเณรท่ที ่านท้งั ๒ ทา่ น เปน็ พระ สามเณรบ้านม่วงมูลและท่านทั้ง ๒ ได้มาศึกษาเล่าเรียนท่ีกรุงเทพฯ และจ�ำพรรษา อยู่ท่ีเมืองกรุง ผมก็ได้ท�ำความรู้จักสนิทสนมกันพอสมควรจึงได้เอ้ือนเอ่ยปากขอว่า อยากจะมาเท่ียวเมืองกรงุ กบั ทา่ น ทา่ นก็รับปากอนุญาตใหม้ าด้วย นน้ั คือจุดเร่มิ ต้นท่ี ผมได้ย่างก้าวเข้าเมืองกรุงก้าวแรกและก็มีก้าวต่อไป ส�ำหรับผมก็คิดว่าท�ำอย่างไร เราจะไดจ้ ำ� พรรษาทว่ี ดั ในเมอื งกรงุ บา้ ง จากนนั้ มาผมกอ็ อกเดนิ ทางหาขอวดั จำ� พรรษา จนได้วดั จ�ำพรรษาทเ่ี มอื งกรุงกะเขาตอ่ จากนนั้ ก็หาทเ่ี รยี นจนได้ทเี่ รียน ลมื บอกไปวา่ ผมจากบ้านเกิดมาผมจบแค่ประถม ๔ หรือ (ป.๔) จากต่างจังหวัดผมต้องมาสมัคร

74 สจู บิ ัตร เรียนระดับ ๔ ที่วัดเชตุพนวิมลมังคลารามวรวิหารหรือวัดโพธิ์ท่าเตียน กรุงเทพฯ เรยี นปคี รง่ึ ก็จบ (๑ ปีกบั อีก ๖ เดือน) พอจบจากระดบั ๔ และผมกไ็ ดม้ าสมคั รเรยี น ท่ีโรงเรียนมัธยมศึกษาวัดสุทธาวาส บางกอกน้อย กรุงเทพฯ จนจบ ม. ๖ จากนั้น ก็เข้าไปสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยอีก ๔ ปี ปฏิบัต ิ ศาสนกิจอีกปี ๑ รวมเปน็ ๕ ปี พอเรยี นจบได้ พธ.บ. แล้วไม่รู้ว่าเราจะไปทางไหน ต่อมาเพ่ือนก็ชวนไปสอนเด็กนักเรียนในโรงเรียนกรุงเทพฯ เป็นครูพระสอนศีลธรรม อยู่หลายปี เห็นเพื่อนที่เป็นครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนกรุงเทพฯ ท่านท้ังหลาย เหล่าน้ันท่านได้เรียนต่อปริญญาโทปริญญาเอกกันทุกรูป ผมก็อยากจะเรียนเหมือน กับเพ่ือน ๆ เลยไปสมัครเรียนปริญญาโท สาขาวิชาเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต ท่ีมหาวทิ ยาลยั เกรกิ แถวบางเขน พอจบปรญิ ญาโทจากทีน่ ัน้ แล้วก็ไปท�ำงานที่บริษัท ออกจากบริษัทก็ไปท�ำงานก่อสร้างอยู่หลายเดือนเหมือนกัน จากนั้นเพื่อนชวนไป จฬุ าบรรณาคาร วดั มหาธาตฯุ ทา่ พระจนั ทร์ กไ็ ปกบั เพอื่ นหลายทา่ นกไ็ ปเจออาจารย ์ รศ.ดร. สุรพล สุยะพรหม ท่านถามว่าตอนน้ีท�ำอะไรอยู่ที่ไหน ผมก็ตอบท่านไปว่า ผมทำ� งานกอ่ สรา้ งอยคู่ รบั ทา่ นกถ็ ามตอ่ อกี วา่ จบอะไรมา ผมกต็ อบไปวา่ จบปรญิ ญาโท สาขาวชิ าเศรษฐศาสตรม์ าครับ ท่านกบ็ อกวา่ จริงหรือเปล่า ผมก็ตอบทา่ นทนั ใดเลย จรงิ ครบั ตอนนน้ั ไมม่ ใี ครเชอ่ื ผมหรอกครบั วา่ ผมจบปรญิ ญาโทสาขาวชิ าเศรษฐศาสตร์ เพราะสาขานใ้ี นเมอื งไทยเรยี นคอ่ นข้างยากพอสมควร เพราะครบู าอาจารยท์ ่านรู้ว่า ผมไมเ่ อาไหน (พูดตรงๆ ก็โง่นัน้ แหละครับ) ท่านก็ขอดใู บประกาศ หรอื Transcript ทีจ่ บมา ผมก็ใหท้ ่านดู ทา่ นถามต่อไปว่าอยากมาท�ำงานท่ี มจร ม้ยั ผมตอบไปเลยวา่ อยากมากครบั จากนนั้ ทา่ นกด็ ำ� เนนิ การใหจ้ นไดเ้ ขา้ มาทำ� งานท่ี มจร ผมเขา้ มาทำ� งาน ท่ี มจร ครัง้ แรกเม่ือวนั ที่ ๖ เดือน สงิ หาคม ปี พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๔๘ เป็นอตั ราจ้างอยู่ ๒ ปี ปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ผมก็ได้สอบบรรจุท่ี มจร และได้บรรจุ เม่ือวันท่ี ๑ เดือนมกราคม ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ผมจึงขอกราบขอบพระคุณทา่ นอาจารย์ รศ.ดร.สุรพล สยุ ะพรหม ที่ใหโ้ อกาสแก่ผมและอนเุ คราะหผ์ มมาโดยตลอดจนถึงปจั จุบนั นี้ และขอ ขอบคุณเพอื่ นรวมงานทุกทา่ นทใี่ หโ้ อกาสและช่วยเหลือผมในคราจำ� เปน็ ครบั

วันกตญั ญู รำ�ลึกถงึ คุณูปการผ้เู กษียณอายกุ ารท�ำ งาน ประจ�ำ ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔ 75 ดังน้ัน การเกษียณอายุในการท�ำงานคร้ังนี้ เป็นแต่เพียงไปตามระเบียบ กฎเกณฑ์ของหน่วยงานหรือสังคมก�ำหนดข้ึนมา แต่ภาวะหนึ่งที่ผูกพันและความ ภูมิใจของผมที่มีต่อเพ่ือนรวมงานและสถาบันที่ผมเคยท�ำงานอยู่และเพ่ือนที่เคย พูดคยุ ปรึกษาหารอื ผมได้บนั ทึกเปน็ นามธรรมทจ่ี ารึกลงในหัวใจมิอาจลมื ได้ ดงั คำ� ที่ นักปราชญ์ราชบณั ฑติ ท่านได้กลา่ วไว้ว่า บณั ฑติ ไมค่ วรลืม ๓ อยา่ งนี้ คือ “ถิ่นก�ำเนดิ สถาบนั ทใ่ี หก้ ารศกึ ษา และสดุ ทา้ ย ครบู าอาจารยผ์ สู้ อนสงั่ ” เราควรตญั ญรู คู้ ณุ ทา่ น และเมื่อมีเวลาก็ต้องตอบแทนพระคุณท่าน และผมขอน้อมคาวะถวายสักการะ แดส่ มเดจ็ พระปยิ มหาราช (องคส์ มเดจ็ พอ่ ร. ๕) พระองคผ์ ทู้ รงสถาปนามหาวทิ ยาสยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ใหเ้ ปน็ สถาบนั ทใ่ี หล้ กู ชาวไรช่ าวนาอยา่ งขา้ พระพทุ ธเจา้ ได้ศึกษาเล่าเรียนมีท่ียืนในสังคมท�ำให้สังคมยอมรับ และขอกราบขอบพระคุณ บุรพาจารย์ ครูบาอาจารยแ์ ละกลั ยาณมติ รที่ผมมีวันนี้กเ็ พราะกลั ยาณมิตรใหโ้ อกาส ด้วยดีเสมอมา ขอให้สถาบันแห่งนี้จึงเจริญรุ่งเรืองและก้าวไกลทั้งด้านกายภาพ และด้านวชิ าการตลอดไป เทอญ

76 สจู บิ ตั ร ผศ.ดร.สนุ ทราภรณ์ เตชะพะโลกุล อาจารย์ วทิ ยาลยั พทุ ธศาสตร์นานาชาติ วัน/เดอื น/ปเี กดิ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ภูมิลำ� เนา จงั หวดั ชลบุรี ท่ีอย่ปู จั จบุ ัน ๔๒๕/๒๙ ซอยชนิ เขต ๒/๓๗ หมู่ ๖ ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุง่ สองหอ้ ง เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ ประวตั กิ ารศกึ ษา - พ.ศ.๒๕๕๖ Ph.D. in Buddhist Studies, Mahachulalongkornrajavidyalaya University - พ.ศ.๒๕๔๒ Master of Science (MS) in Telecommunications, College of Engineering and Applied Science, The University of Colorado at Boulder, Boulder, Colorado, USA. - พ.ศ.๒๕๓๔ เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต (ศ.ม.), คณะเศรษฐศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ - พ.ศ.๒๕๒๗ เศรษฐศาสตรบ์ ณั ฑติ (ศ.บ.) สาขาเศรษฐศาสตร์ ปรมิ าณวเิ คราะห,์ คณะเศรษฐศาสตร,์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ประวตั กิ ารท�ำงาน - พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๕๓ การสื่อสารแหง่ ประเทศไทย (ปจั จบุ นั CAT Telecom) - พ.ศ.๒๕๓๔-๒๕๓๘ รองผู้อ�ำนวยการศูนย์พัฒนาธุรกจิ และ ผจู้ ัดการส่วนวจิ ยั , บริษัท MIS จ�ำกดั

วนั กตัญญู ร�ำ ลกึ ถงึ คณุ ปู การผู้เกษียณอายกุ ารทำ�งาน ประจำ�ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ 77 - พ.ศ.๒๕๓๘-๒๕๓๙ นกั วิเคราะหอ์ าวุโส, บรษิ ทั Alphatec Holding Co., Ltd. - พ.ศ.๒๕๔๐ นกั วิจัยอาวุโส, ศูนยอ์ ิเล็คทรอนคิ ส์และ คอมพิวเตอร์เทคโนโลยีแหง่ ชาต(ิ NECTEC) - พ.ศ.๒๕๔๐-๒๕๔๓ Research Faculty & Teaching Assistant, The University of Colorado at Boulder, Colorado, USA. - พ.ศ.๒๕๔๔ Telecom Analyst, Taylor Nelson Sofres (TNS) Telecoms, ณ เมือง Jenkintown, Pennsylvania, USA. - พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๔๖ อาจารยพ์ เิ ศษ, คณะวทิ ยาการการจดั การ, มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสนุ นั ทา - พ.ศ.๒๕๔๗-๒๕๔๘ นกั วจิ ยั อาวโุ ส, สถาบนั วจิ ยั เพอ่ื การพฒั นา ประเทศไทย (TDRI) - พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๔๙ ผู้บริหารและผู้เชยี่ วชาญดา้ นการกำ� หนด ราคาบรกิ ารโทรคมนาคม, คณะกรรมการกจิ การโทรคมนาคม แหง่ ชาต(ิ กทช.) (ปัจจบุ ัน กสทช.) - พ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕ ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นการก�ำกบั ดแู ลและ นักวิเคราะห์อาวุโส, บรษิ ทั Total Access Communication Plc Ltd. (DTAC). - พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๗ อาจารยพ์ เิ ศษ, คณะพทุ ธศาสตร์ (English Program) และ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ - พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๔ อาจารยป์ ระจำ� , วทิ ยาลยั พทุ ธศาสตร์ นานาชาติ คตพิ จน์ในการท�ำงาน รูผ้ ิด รู้ถูก รู้ดี รูช้ ่ัว แต่ถ้าไม่ร้ตู วั กค็ งไมม่ ปี ระโยชน์อะไร

78 สูจบิ ัตร งานและประสบการณ์ชีวติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนทราภรณ์ เตชะพะโลกลุ อาจารยว์ ิทยาลยั พทุ ธศาสตร์นานาชาติ ในชวี ติ การทำ� งานของดฉิ นั ทมี่ หาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั (มจร) โดยเฉพาะอย่างย่ิง ภายหลังจากที่ดิฉันได้รับการแต่งต้ัง ให้เป็นอาจารย์ประจ�ำ วทิ ยาลยั พทุ ธศาสตรน์ านาชาติ เมอื่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ แลว้ มกั จะมผี คู้ นสอบถาม ด้วยความสนใจเสมอว่า ดิฉันส�ำเร็จการศึกษามาด้านใด และผู้คนดังกล่าวมักจะ แสดงความประหลาดใจกัน เม่ือดิฉันตอบว่า ส�ำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระดับ ปริญญาโท ๒ ใบ ใบแรก ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และ ใบที่สอง ด้าน Telecommunications (โทรคมนาคม) ท ี่ College of Engineering and Applied Science, The University of Colorado at Boulder, USA (หรือวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวทิ ยาลยั แหง่ รฐั โคโลราโด ณ เมอื งโบลเดอร์ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า) และในระดบั ปริญญาเอก ด้าน Buddhist Studies (International Program) จาก มจร ปีการศึกษา ๒๕๕๖ โดยหลายท่าน รวมถึงคณะกรรมการผู้ตรวจสอบและประเมิน คุณภาพการศึกษาจากภายนอกบางท่าน แอบกระซิบถามดิฉันด้วยสีหน้า ประหลาดใจวา่ \"เรยี นขา้ มสาขา ศลิ ปไ์ ปวทิ ย์ วทิ ยไ์ ปศลิ ป์ ขา้ มไป-มาแบบนี้ แลว้ เรยี น ไดด้ ี ท�ำไดย้ งั ไงคะ/ครับ\" ท่านเหล่าน้ันคงสงสัยไปถึงว่า ดิฉันเรียนข้ามสาขาส�ำเร็จและประสบความ ก้าวหน้าในหนา้ ทกี่ ารงาน ได้เปน็ ผ้เู ช่ยี วชาญ (specialist/expert) ด้านโทรคมนาคม ไดอ้ ยา่ งไร ท้งั ๆ ทด่ี ิฉนั ไมไ่ ดเ้ รยี นปริญญาตรีมาดา้ นน้ีโดยตรง หรอื การทดี่ ฉิ ันไดเ้ ปน็ อาจารยส์ อนด้านพระพทุ ธศาสนาท่ี มจร น้ัน เปน็ ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ทดี่ ฉิ ันไม่ได้เรียน

วนั กตญั ญู ร�ำ ลกึ ถงึ คุณูปการผเู้ กษียณอายกุ ารท�ำ งาน ประจ�ำ ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 79 ปริญญาตรีหรือปริญญาโท และไม่ได้มีประสบการณ์ท�ำงานหรือการสอนในสาขาน ้ี มากอ่ น ในความเหน็ สว่ นตวั ของดฉิ นั ไมม่ กี ารศกึ ษาสาขาใดทช่ี ว่ ยเตรยี มความพรอ้ ม ของดิฉัน ในการเรียนข้ามสาขาหรือในการเข้าท�ำงานต�ำแหน่งต่าง ๆ ที่เกินความ คาดหมาย รวมถงึ ตำ� แหนง่ อาจารยส์ อนดา้ นพระพทุ ธศาสนาท่ี มจร มากไปกวา่ สาขา เศรษฐศาสตร์ในระดบั ปรญิ ญาตรีอีกแลว้ เน่ืองจากแทบทุกวิชาท่ีดิฉันเรียนท่ีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ในช่วง ๒ ปีแรกน้ัน เป็นวิชาบังคับ ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะในการเป็นนักคิด นักวิเคราะห์ นักอ่าน และนักต่อสู้ ท่ีเพียรพยายามฝึกฝนตนเองอยู่ตลอดเวลา และเตรียมพร้อม สำ� หรบั การเข้าทำ� งานในภาครัฐ รฐั วิสาหกจิ และภาคเอกชนของดิฉันดว้ ยกนั ทั้งน้ัน ไมว่ า่ จะเปน็ วชิ าคณติ ศาสตร์ สถติ ิ ตรรกวทิ ยา แคลคลู สั วทิ ยาศาสตรธ์ รรมชาติ ภาษา องั กฤษ คอมพวิ เตอร์เบ้อื งตน้ อารยธรรม มนุษยก์ บั สงั คม ปรชั ญา เป็นต้น ที่สรา้ ง ความยากพอสมควรแกน่ สิ ติ ในขณะนน้ั แตใ่ นขณะเดยี วกนั กช็ ว่ ยสรา้ งความแขง็ แกรง่ ทางวชิ าการ พืน้ ฐานท่แี นน่ และความรทู้ ่หี ลากหลายรอบด้านแกด่ ิฉัน จากนนั้ เม่อื ขน้ึ ปี ๓ และปี ๔ ก็สามารถเลือกสาขาวิชาทตี่ นเองชอบหรอื ถนดั ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ท่ีจะประยุกต์หรือบูรณาการวิชาเศรษฐศาสตร์กับศาสตร์สาขา อ่ืนได้ อาทิ การประยุกต์หลักเศรษฐศาสตร์กับหลักพุทธรรม ในปริญญานิพนธ ์ (Research Paper) ของดิฉัน เรื่อง “การบูรณาการเศรษฐศาสตร์กระแสหลักกับ พุทธปรัชญา” หรือในวิทยานิพนธ์เร่ือง “เศรษฐศาสตร์แนวพุทธกับวิถีทางพัฒนา ของไทย” ท่ีดิฉันได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ และใน Dissertation เรอื่ ง “Buddhist Economics of Happiness: An Analysis of the Paradox of Happiness in Western Economics (พุทธเศรษฐศาสตร์แหง่ ความสุข : การวิเคราะหป์ ฏิบถแหง่ ความสขุ ในเศรษฐศาสตร์ ตะวนั ตก)” (เปน็ ภาษาองั กฤษ) ทไ่ี ดร้ บั ทนุ สนบั สนนุ ว.วชริ เมธี ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เปน็ ตน้ เป็นการเตรียมตัวส�ำหรับการก้าวสู่การเป็น specialist หรือ expert ด้านต่าง ๆ

80 สจู ิบัตร ได้อย่างไม่คาดคิดหากมีความมุ่งม่ัน ซึ่งก็เหมาะสมส�ำหรับผู้ที่ชอบเรียนหลายสาขา วิชา และโดยเฉพาะชอบการท�ำงานกับชาวต่างชาติ ก็จะช่วยให้เราสามารถรับงาน ด้านต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย และช่วยให้เป็นคนปรับตัวได้ง่ายต่อสถานการณ ์ ตลอดจนภาระหน้าท่ตี ่าง ๆ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ดว้ ยเหตผุ ลเหลา่ นี้ กค็ งพอจะเขา้ ใจไดว้ า่ ทำ� ไมดฉิ นั จงึ ทำ� งานขา้ มสาขาโดยไมม่ ี ปัญหาในการท�ำงานหรือท�ำไมจึงได้มาเป็นอาจารย์สอนวิชาพระพุทธศาสนาที่ มจร โดยไม่จ�ำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าการศึกษาในระดับ ปรญิ ญาโท และปรญิ ญาเอก ตา่ งกม็ คี วามสำ� คญั ไมย่ งิ่ หยอ่ นกวา่ กนั และกวา่ การศกึ ษา ในระดบั ปรญิ ญาตรี แตเ่ หตใุ ดดฉิ นั จงึ ใหค้ วามสำ� คญั กบั การศกึ ษาในระดบั ปรญิ ญาตรี มากกวา่ และใหก้ บั เรอ่ื งของวชิ าเฉพาะสาขาและวชิ าพนื้ ฐานเปน็ อยา่ งมาก โดยเฉพาะ ในประการหลงั ดฉิ ันมีความเห็นวา่ ผู้สอนถา้ มีความรู้หลากหลายสาขาวิชา กจ็ ะช่วย สรา้ งคนเกง่ และดี มคี วามรรู้ อบดา้ น ใหแ้ กส่ งั คม และเปน็ ตน้ แบบในการสรา้ งคนหรอื บัณฑิตที่มีคุณภาพรุ่นต่อ ๆ ไปได้อย่างไม่สิ้นสุด นี้คือภาระกิจส�ำคัญของการเรียน การสอนในระดับปริญญาตรี ในทางกลับกัน หลักสูตรปริญญาตรีที่ขาดวิชาพ้ืนฐาน ด้านคณติ ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ กจ็ ะมสี ภาพเหมอื นนายชา่ ง ผู้สรา้ งเรอื น ทข่ี าดเคร่ืองไม้เครื่องมือเลก็ ๆ บางอย่างในการสรา้ งเรือน คอื ฆอ้ นและ ตะปู ท่ีจะใช้ ตี ตอก เพ่ือตรึงส่วนประกอบน้อยใหญ่ต่าง ๆ ของเรือนเข้าด้วยกัน แต่หากนายช่างผ้นู ส้ี รา้ งเรอื นขนึ้ มาได้ โดยไมต่ ้องอาศยั ฆ้อนและตะปูช่วย เขากจ็ ะได้ เรอื นทไ่ี ม่มน่ั คงแขง็ แรง ฉนั ใด... ฉนั นนั้ เหมือนกนั วชิ าพื้นฐานเหล่าน้นั เปน็ เครือ่ งมอื ส�ำหรับสร้างการคดิ และ วิเคราะห์ ทั้งในเชิงปริมาณ คุณภาพ และเชิงเปรียบเทียบ ระหว่างปัจจัยหรือ องค์ประกอบต่าง ๆ ของประเด็นปัญหาอย่างสัมพันธ์เช่ือมโยงกันและเป็นระบบ ที่เรียกวา่ มี systematic thinking และอย่างมี “รปู แบบ” ท่เี รียกกันว่า “model” หรอื แบบจ�ำลองที่แสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างตวั แปรหรอื ปจั จยั หรือต่าง ๆ อย่างเปน็

วันกตญั ญู รำ�ลกึ ถึงคุณปู การผู้เกษียณอายุการทำ�งาน ประจำ�ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ 81 ระบบ ทีเ่ รยี กว่า “สมการ” หรือ equations ก็ได้ นอกจากน้ี ยังชว่ ยสรา้ งความมี เหตุผล ความเข้าใจในสภาพปัญหาที่ตนศึกษา และรักในความถูกต้อง รวมถึงช่วย เตรยี มความพรอ้ มใหก้ บั นสิ ติ ทตี่ อ้ งการศกึ ษาตอ่ ในระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา การเขยี นงาน วิทยานิพนธ์และงานวิจัยอย่างมีจรรยาบรรณ (ของนักวิจัย) ท�ำให้ มจร ได้บัณฑิต ทเ่ี ก่งและดี มีคุณภาพ สคู่ วามเป็นเลศิ ทางวิชาการ รุ่นสู่รนุ่ ไดเ้ ป็นอย่างดี ดิฉนั ...มนษุ ย์ธรรมดาคนหน่ึง เดินผา่ นมาหลายเสน้ ทาง ทางสายเป็นอาจารย์ ที่ มจร เป็นทางทดี่ ที ส่ี ดุ ทด่ี ฉิ ันเลอื ก เพ่ือการคืนก�ำไรทเี่ ก็บเกีย่ วไดจ้ ากชีวติ และงาน ยามรุ่งเรืองสูงสุด กลับคืนสู่สังคม..เพื่อตอบแทนคุณประเทศชาติ พระพุทธศาสนา โรงเรยี น และมหาวทิ ยาลยั ทกุ แหง่ ...เพอ่ื ตอบแทนคณุ ครแู ละอาจารยท์ กุ ทา่ นของดฉิ นั ทั้งในทางโลกและทางธรรม ท่ีได้ร่วมหล่อหลอมทุกคุณงามความดี ความสามารถ และความเกง่ ให้กับดิฉัน.

82 สจู บิ ัตร ดร.จ�ำนงค์ ปุผาลา อาจารย์ วิทยาเขตนครราชสมี า วัน/เดอื น/ปเี กดิ วนั ที่ ๒๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ภมู ิลำ� เนา ๑๐ หมู่ที่ ๑๐ ต.หนองเมกิ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ที่อยปู่ จั จุบนั ๖๓ หมู่ ๓ ต.วังยายทอง อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสมี า ประวตั ิการศึกษา - พธ.บ. บรหิ ารการศกึ ษา - M.A. (Linguistic) University of Mysor - Ph.D. (Linguistic) Magaht University - พธ.ด. ภาษาศาสตร์ มจร. ประวตั ิการทำ� งาน - พ.ศ.๒๕๕๓ อาจารย์ วทิ ยาเขตขอนแก่น - พ.ศ.๒๕๓๖-ปจั จุบนั อาจารย์ วิทยาเขตนครราชสีมา คตพิ จน์ในการทำ� งาน บรรจุงานใหถ้ กู คน บรรจุคนใหถ้ ูกงาน

วันกตญั ญู รำ�ลกึ ถึงคุณูปการผเู้ กษียณอายุการท�ำ งาน ประจ�ำ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ 83 ประสบการณ์การทำ�งาน ดร.จำ�นงค์ ปุผาลา อาจารย์ วิทยาเขตนครราชสีมา ข้าพเจ้า นายจำ� นงค์ ปุผาลา ได้ไปศกึ ษาทม่ี หาวทิ ยาลัยไมซอ ประเทศอนิ เดยี หลังจากจบมาได้ไปบรรจทุ ่ี มจร วิทยาเขตขอนแก่น ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ และไดย้ ้าย มาบรรจุท่ี มจร วทิ ยาเขตนครราชสีมา ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ถงึ ปัจจุบัน กเ็ ปน็ เวลานาน พอสมควร ไดช้ ว่ ยเหลอื กจิ กรรมของมหาวทิ ยาลยั พอสมควร ไดรบั ประสบการณม์ าก พอสมควร ก็ต้องขอขอบพระคุณคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมากที่ให้ โอกาสในการทำ� งานและขอขอบพระคณุ มากทค่ี ณะผบู้ รหิ ารคณาจารยใ์ นการทำ� งาน รว่ มกันในทางสร้างสรรค์ ในมหาวทิ ยาลัยให้เจรญิ ย่ิงข้นึ

84 สูจบิ ตั ร นายสุริยา โพธ์ศิ รที อง พนักงานขับรถ กองอาคารสถานที่และยานพาหนะ วัน/เดอื น/ปเี กิด วันที่ ๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๓ ภมู ลิ �ำเนา กรงุ เทพมหานคร ที่อยปู่ ัจจุบัน การเคหะนครปฐม เลขท่ี ๖๖/๔ หม๔ู่ ต�ำบลท่าต�ำหนกั อำ� เภอนครชยั ศรี จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๒๐ ประวัติการศกึ ษา วทิ ยาลยั พณชิ ยการราชด�ำเนิน ธนบรุ ี ประวตั ิการท�ำงาน - พ.ศ.๒๕๒๔ สอบบรรจุเข้ารบั ราชการ สงั กัด กองทพั เรือ - พ.ศ.๒๕๔๗ สอบบรรจเุ ข้าเปน็ บุคลากร มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย จนครบเกษยี ณอายุ คตพิ จน์ในการท�ำงาน ไมไ่ ด้ท�ำในส่งิ ทร่ี ักแตข่ อให้รกั ในสิ่งท่ที ำ�

วันกตัญญู ร�ำ ลึกถงึ คณุ ปู การผ้เู กษียณอายกุ ารทำ�งาน ประจ�ำ ปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๔ 85 สงดั สงบเงียบ สง่างาม ทิพยะ พยายาม นามน้ีหนา ภาษาเดน่ เปน็ ใหญ่ ในพารา สถติ ค่า สถาบัน มหาจฬุ าฯ นายสุริยา โพธศ์ิ รที อง พนกั งานขบั รถ กองอาคารสถถานทแี่ ละยานพาหนะ มนุษย์ย่อมต้องมีสังคม การที่จะอยู่ในสังคมได้ต้องมีกฏเกณฑ์และกติกา ในสงั คมนั้น ๆ โดยเรม่ิ จากสมาชกิ ในครอบครัว สามีเก่ยี วขอ้ งกับภรรยา บตุ ร ธิดา เก่ียวขอ้ งกบั บดิ า มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย วงศาคณาญาติ นายจา้ งเก่ียวขอ้ งกับลูกจา้ ง เป็นตน้ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั เปน็ องคก์ รทเ่ี ปย่ี มไปดว้ ยคณุ ธรรม และจริยธรรม จึงมีการพัฒนาเจริญเติบโตไปอย่างรวดเร็ว ทั้งบุคลากรและวัตถ ุ จากกลไก การท�ำงานของผู้บริหารและบุคลากร ท่ีมีความสามารถและมีความใส่ใจ อดทนต่อหน้าท่ี เปรยี บเชน่ กบั การบรหิ ารครอบครวั ซ่ึงมีพ่อคอยสอนลูก พีส่ อนน้อง นอ้ งเคารพพี่ พใี่ หเ้ กยี รตนิ อ้ ง เมอื่ มปี ญั หาใด ๆ กบ็ อกกลา่ วกนั และชว่ ยกนั แกไ้ ขปญั หา ฉะนนั้ จงึ บ่งบอกไดถ้ งึ ความรกั ความห่วงใย และสามคั คกี นั อน่ึงในการท�ำงานและปฏิบัติหนา้ ที่ ย่อมมีเวลาส้ินสดุ ซ่ึงเปรียบเสมอื นตน้ ไม้ ทเ่ี จรญิ เตบิ โต ผลดิ อก ออกผล เมอื่ ถงึ เวลากต็ อ้ งหลดุ รว่ งโรยไป และกจ็ ะออกดอกผล ใหม่ขึ้นมา ดอกผลนั้นจะสวยงามได้ ก็ข้ึนอยู่กับการดูแลและเอาใจใส่ต้นไม้น้ันให้ดู สวยงามเหมอื นเดิม ช่วงระยะเวลาท่ีกระผมได้ปฏิบัติหน้าที่งานในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ- ราชวทิ ยาลยั จนถงึ วนั ครบกำ� หนดเกษยี ณอายนุ น้ั กระผมรสู้ กึ ไดร้ บั ความ อบอนุ่ จาก พ่ี ๆ นอ้ ง ๆ ชาวมหาจฬุ าฯ กระผมขอฝากถึงรุน่ น้อง ๆ วา่ การตง้ั ใจ อดทน ค้นควา้ หาความรู้ มงุ่ มน่ั ในหนา้ ทก่ี ารงาน กระผมเชอ่ื มวา่ ฟา้ มตี า... แลว้ ทา่ นจะมคี วามเจรญิ ก้าวหน้าในหนา้ ทก่ี ารงานย่ิงขึ้นไป จากบคุ คลากรคนหน่ึงที่รักองคก์ รและพ่นี อ้ งชาวมหาจุฬาฯ

86 สจู ิบตั ร นายเกรียงไกร บวั จันอัด นักวชิ าการศกึ ษา สถาบนั พระไตรปิฎกศึกษา วัน/เดือน/ปเี กิด วนั ท่ี ๑๗ เมษายน ๒๕๐๔ ภมู ลิ �ำเนาเดมิ บา้ นเลขท ี่ ๗๔/๑ บา้ นวงั หนิ ต.ในเมอื ง อ.พมิ าย จ.นครราชสมี า ทีอ่ ยูป่ จั จบุ นั ๓๖/๖๑๑ หม่บู ้านจนั ทมิ าธานี หม่ทู ่ี ๖ ซ.๙/๒ ต.บางรกั พัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุร ี ๑๑๑๑๐ ประวตั กิ ารศกึ ษา - พ.ศ. ๒๕๒๓ เปรียญธรรม ๗ ประโยค ส�ำนกั เรียนวัดสทุ ัศนเทพวราราม - พ.ศ. ๒๕๓๔ (พธ.บ.) มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ- ราชวิทยาลัย - พ.ศ. ๒๕๓๔ ประโยคครู (พ.ม) กรมการฝึกหัดครู กรงุ เทพมหานคร - พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๔๖ อกั ษรศาสตร ์ (อ.ม.) มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ประวตั กิ ารท�ำงาน - พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นเจา้ หน้าท่ีพมิ พด์ ดี บรรณารักษ์ หอสมุดกลาง มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย - พ.ศ. ๒๕๓๘ อาจารย์ประจำ� คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย - พ.ศ. ๒๕๔๐ บรรณากรพระไตรปิฎกภาษาไทย โครงการช�ำระพระไตรปฎิ ก สงั กดั กองวชิ าการ

วันกตญั ญู ร�ำ ลกึ ถงึ คุณูปการผู้เกษียณอายุการท�ำ งาน ประจำ�ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 87 - พ.ศ. ๒๕๔๐ โครงการชำ� ระพระไตรปฎิ ก โดยท่านอาจารย์ แสวง อดุ มศรี ได้ขอยืมตวั จากสงั กัดคณะสังคมศาสตร์ ใหม้ าประจำ� ทโี่ ครงการชำ� ระพระไตรปฎิ กเพอื่ ชว่ ยเรง่ รดั งาน พระไตรปิฎกใหส้ ำ� เร็จตามความประสงค์ของมหาวทิ ยาลยั - พ.ศ. ๒๕๔๗ นักวิชาการศกึ ษา - พ.ศ. ๒๕๔๗ - ปจั จบุ ัน นกั วิชาการศึกษา สถาบนั พระไตรปิฎกศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั คตพิ จน์ในการทำ� งาน การท�ำงานมันลำ� บาก แตก่ ารไม่มีงานท�ำนั้นมนั ล�ำบากแสนสาหัส ต้องท�ำในสิ่งทีค่ วรทำ� ต้องไม่ท�ำในสงิ่ ทไ่ี มค่ วรท�ำ

88 สจู บิ ตั ร เลา่ ไวใ้ นวยั เกษยี ณ นายเกรียงไกร บัวจนั อัด นักวิชาการศกึ ษา สถาบันพระไตรปฎิ กศึกษา ขา้ พเจา้ ใชค้ ำ� วา่ “เลา่ ไวใ้ นวยั เกษยี ณ” เปน็ หวั ขอ้ ในการเขยี นบทความนี้ กด็ ว้ ย ประสบการณ์ที่ท�ำงานในมหาวิทยาลัย แห่งน้ีสอนให้ข้าพเจ้าได้มีความรู้และมีความ อดทนในชีวิต คือในวิถีชีวิตของมนุษย์ที่พบเห็นมาตลอดจวบจนอายุของข้าพเจ้า เขา้ เลข ๖๐ ปนี ี้ ไดเ้ หน็ คนทป่ี ระสบความสำ� เรจ็ และลม้ เหลวมามากจงึ พอจะบอกกลา่ ว เป็นข้อคิดใหค้ นร่นุ หลัง ๆ ได้ศึกษา คนท่ีไม่มีความต้ังใจในการท�ำงานแม้แต่การเรียนก็ถือเป็นการท�ำงานจะไม่ ประสบความส�ำเร็จหรือมีผลของงานออกมาดี คนที่ไม่มีความอดทนก็จะไม่ประสบ ความสำ� เรจ็ เพราะการทำ� งานทกุ อยา่ งตอ้ งมอี ปุ สรรคบา้ ง ยง่ิ งานทยี่ ง่ิ ใหญแ่ ละมคี วาม สำ� คัญมากเทา่ ไรย่อมต้องมีอุปสรรคมากเทา่ น้ัน ดงั นน้ั คนทม่ี คี วามอดทนจงึ ประสบ ความส�ำเร็จ เพราะอุปสรรคคือยาวิเศษที่หล่อหลอมและเสกสรรให้คนผู้อดทน ใหค้ นผกู้ ลา้ แขง็ ประสบความสำ� เรจ็ การดคู นทป่ี ระสบความสำ� เรจ็ และสามารถรกั ษา ความส�ำเร็จไว้ได้คือคนที่อดทนหรือคนที่มีขันติ การดูคนที่เหมือนประสบความ ล้มเหลวก็จะเห็นว่าเพราะขาดคุณธรรมคือความอดทนพอเจออุปสรรคนิดหน่อย ก็จะละทิ้งง่ายหรือแนวทางท่ีดีที่เป็นประโยชน์ของตนเอง การท�ำงานท่ีประสบ ความส�ำเร็จให้มีบุคคลท่ีเป็นแนวอุดมคติของตนไว้หนึ่งท่านหรือหลาย ๆ ท่านก็ได้ ตลอดถึงการศึกษาแนวทางของผู้ท่ีล้มเหลวไม่ประสบความส�ำเร็จในชีวิตอะไรเลย อยู่ไปเพ่อื สกั วา่ หายใจไปวัน ๆ น่นั เพราะเขาทำ� อะไรเขาประพฤตอิ ย่างไรจึงล้มเหลว ไมเ่ ปน็ ทา่ การได้ศึกษาแนวทางของผู้ประสบความส�ำเร็จและผู้ท่ีล้มเหลวในชีวิตน้ัน ท�ำให้เราได้มคี ณุ ค่าในชีวิตคือ

วนั กตญั ญู รำ�ลกึ ถึงคณุ ปู การผ้เู กษียณอายุการท�ำ งาน ประจ�ำ ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔ 89 ก. ชีวิตเราจะมคี ุณคา่ และประสบความสำ� เร็จ ข. ชีวิตเราต้องประสบความส�ำเร็จในแนวทางของเราเพราะทุกคนมีแนวทาง ชวี ิตไม่เหมือนกัน ค. ทำ� ใหเ้ ราไมอ่ จิ ฉารษิ ยาคนทป่ี ระสบความสำ� เรจ็ และไมด่ ถู กู เยาะเยย้ ถากถาง คนทลี่ ้มเหลว ง. ท�ำให้เราไม่เปรียบเทียบตีเสมอท่านที่ส�ำเร็จในหน้าท่ีการงานรวมท้ัง ไม่พยายามน�ำตัวเราและลูกหลานเราให้ไปเหมือนเขาหรือท�ำลายคนอ่ืนเขาท่ีมีชีวิต ไมเ่ หมอื นเรา ดังน้ัน การประสบความส�ำเร็จจึงมีได้ด้วยการอดทนและท�ำจริงเมื่อท�ำได้ และก็จะสำ� เร็จและไมค่ อยขัดขวางใครๆใหล้ ้มเหลว ขา้ พเจา้ เองอยใู่ นมหาวทิ ยาลยั แหง่ นม้ี าเกอื บจะทงั้ ชวี ติ กว็ า่ ได้ มคี วามภาคภมู ใิ จ ในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมากจนบรรยายไม่หมด ข้าพเจ้าอยาก กล่าวว่า ข้าพเจ้าเรียนโรงเรียนบาลีอบรม บาลีเตรียมอุดม เรียนปริญญาตรีจบ และฝึกงานท�ำงานท่ีมหาจุฬาฯ มาทั้งชีวิต ข้าพเจ้าผ่านการท�ำงานมาหลายอย่าง ในมหาวทิ ยาลัยแห่งนี้ ขา้ พเจ้าเป็นอาจารย์สอนคณะสงั คมศาสตร์ และเปน็ อาจารย์ บรรยายในคณะมนุษยศาสตร์ ลูกศิษย์ท่ีข้าพเจ้าเคยสอนก็มีหลายท่านท่ีมีต�ำแหน่ง เป็น รศ.ดร. เป็นรองคณบดี ท้ังในคณะพุทธศาสตร์และคณะสังคมศาสตร์ เป็นทั้ง ผอู้ ำ� นวยการ และ รองผอู้ ำ� นวยการ รองผอู้ ำ� นวยการเรยี นจบดอกเตอรก์ นั หลายทา่ น ข้าพเจา้ เคยสอนลูกศษิ ยห์ ลายทา่ นว่า ผมอยากเหน็ ทา่ นก้าวหนา้ ย่งิ ใหญ่กว่าอาจารย์ และท่านเหล่านนั้ ทำ� ไดส้ งู กว่าอาจารยท์ ่ีบัดนเ้ี กษียณท่ีตำ� แหนง่ นักวิชาการศึกษา ผทู้ เ่ี ปน็ ตวั อยา่ งในชวี ติ ขา้ พเจา้ คอื พอ่ แมท่ ไี่ มม่ ปี รญิ ญาแตส่ อนปรญิ ญาชวี ติ ให้ ลกู ประสบความสำ� เรจ็ ในชวี ติ อปุ ชั ฌายท์ บี่ วชขา้ พเจา้ หลวงพอ่ สมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ (อาจ อาสโภ) ผู้สร้างมหาจุฬาฯจนย่ิงใหญ่ระดับโลกมาจวบจนปัจจุบัน อาจารย ์ ทกุ ทา่ นโดยเฉพาะอาจารยแ์ สวง อดุ มศรี ผเู้ ปน็ ทง้ั อาจารยแ์ ละผบู้ งั คบั บญั ชา ผทู้ ท่ี มุ่ เท

90 สูจิบัตร ให้มหาจุฬาฯ มพี ระไตรปิฎกภาษาไทยทไ่ี ม่นอ้ ยหน้ามหาวิทยาลัยพทุ ธศาสนาอนื่ ๆ ทา่ นเปน็ คนทข่ี า้ พเจา้ เคารพและนำ� แนวทางการทำ� งานของทา่ นมาใชใ้ นชวี ติ ตลอดถงึ ท่านอดีตอธิการบดีและท่านอธิการบดีรูปปัจจุบันที่ข้าพเจ้าชื่นชมการท�ำงาน เป็นผู้ คงแก่เรียนและผู้ทรงความรู้ของท่าน ในการเขียนบทความนี้คงบรรยายไม่หมด หากแตอ่ ยากฝากถงึ นอ้ ง ๆ ใน มจร นี้ว่า ยคุ นเ้ี ป็นยคุ โซเชีย่ ลที่รวดเรว็ และทนั สมยั ดังน้ัน จงอย่าขาดการเรียนรู้ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ต้องมีความรู้คู่คุณธรรมและ ท่ีส�ำคัญต้องมีความอดทนหรือขันติในการท�ำงานให้มากที่สุดต้องเคารพผู้มีพระคุณ แก่เราให้มากที่สุด ทา้ ยทสี่ ดุ ขอกราบอาราธนาคณุ พระศรรี ตั นตรยั และบรู พาจารยข์ องมหาวทิ ยาลยั เสด็จพ่อ ร. ๕ รวมท้ังสิ่งศักดิ์สิทธ์ิที่ปกปักรักษาประจ�ำสถานศึกษามหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้อ�ำนวยอวยพรให้ทุก ๆ ท่าน ประสบความส�ำเร็จ ในหน้าทก่ี ารงานมสี ขุ ภาพดตี ลอดกาลและตลอดไปเทอญ

วนั กตัญญู รำ�ลึกถงึ คณุ ปู การผู้เกษียณอายกุ ารท�ำ งาน ประจ�ำ ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 91 นายสุรสทิ ธิ์ ทองลาด ผู้ช่วยอธิการบดฝี ่ายกจิ การท่วั ไป วทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี วัน/เดอื น/ปเี กดิ วนั ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๓ ภูมลิ ำ� เนาเดิม บา้ นเลขท่ี ๕๐ หมู่ ๘ บา้ นโนนจิก ตำ� บลคเู มือง อำ� เภอวารนิ ช�ำราบ จงั หวัดอุบลราชธานี ๓๔๑๙๐ ที่อยปู่ ัจจบุ นั บา้ นเลขที่ ๙๕ หมู่ ๕ บา้ นหนองแฝก ตำ� บลยางสกั กระโพหลมุ่ อ�ำเภอมว่ งสามสิบ จงั หวดั อบุ ลราชธานี ๓๔๑๔๐ ประวัติการศกึ ษา - พ.ศ.๒๕๒๑ นักธรรมช้ันเอก วัดมหาวนาราม ตำ� บลในเมอื ง อ�ำเภอเมืองอบุ ลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี - พ.ศ.๒๕๒๗ ประกาศนียบตั รวิชาชีพเทคนคิ (ปวท.) โรงเรยี นพณิชยการอบุ ลราชธานี ตำ� บลในเมือง อ�ำเภอเมืองอุบลราชธานี จงั หวดั อบุ ลราชธานี - พ.ศ.๒๕๓๑ อนุปริญญาตรศี ิลปศาสตรบัณฑิต (อ.ศศ.) สาขาการจดั การทว่ั ไป จากวิทยาลยั ครอู บุ ลราชธานี - พ.ศ.๒๕๓๔ ศิลปศาสตรบัณฑติ (ศศ.บ.) สาขาการจดั การทว่ั ไป จากวิทยาลยั ครูอุบลราชธานี - พ.ศ.๒๕๔๘ ปริญญาโท สาขาการบริหารการศกึ ษา (ศษ.ม.) จากมหาวทิ ยาลัยราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

92 สจู ิบัตร ประวตั กิ ารทำ� งาน - พ.ศ.๒๕๑๙ เจา้ หน้าทป่ี ระจำ� สำ� นักงานเจา้ คณะจงั หวัด อุบลราชธานี วดั มหาวนาราม ตำ� บลในเมือง อ�ำเภอเมือง อบุ ลราชธานี จงั หวดั อบุ ลราชธานี เลขานกุ ารเจา้ คณะจงั หวดั อุบลราชธานี ในความอปุ ถมั ภ์ของพระเดชพระคณุ พระเทพกิตติมนุ ี (สมเกยี รติ สมกติ ตฺ ิ ป.ธ.๖) - พ.ศ.๒๕๓๑ ไวยาวจั กรวัดมหาวนาราม ตำ� บลในเมือง อ�ำเภอเมอื งอบุ ลราชธานี จงั หวดั อุบลราชธานี - พ.ศ.๒๕๓๓ เจา้ หน้าท่ีการเงินและบัญช ี วทิ ยาเขตอุบลราชธานี - พ.ศ.๒๕๓๕ นกั วชิ าการการเงินและบญั ชี วทิ ยาเขตอุบลราชธานี - พ.ศ.๒๕๓๙ เจ้าหนา้ ท่บี ริหารงานธุรการ วทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี - พ.ศ.๒๕๔๐ เจ้าหนา้ ท่ีวิเคราะห์นโยบายและแผน วทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี - พ.ศ.๒๕๔๑-๒๕๖๔ ผู้ชว่ ยอธกิ ารบดฝี า่ ยกิจการทัว่ ไป วทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี คติพจนใ์ นการท�ำงาน จงทำ� หนา้ ท่ี ทไ่ี ด้รบั มอบหมายใหด้ ที ีส่ ุด ขยนั หมั่นเพียร ซือ่ สัตย์ ประหยดั อดทน และทนสู้ จงทำ� ดี มีศลี ธรรม จรยิ ธรรม คา่ ของคน อยทู่ ี่ผลของงาน

วันกตัญญู รำ�ลกึ ถงึ คุณปู การผเู้ กษียณอายกุ ารทำ�งาน ประจำ�ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔ 93 บทความเกษยี ณอายกุ ารทำ� งาน นายสุรสทิ ธ์ิ ทองลาด ผชู้ ว่ ยอธกิ ารบดฝี ่ายกจิ การท่ัวไป วทิ ยาเขตอุบลราชธานี ข้าพเจ้า นายสุรสิทธิ์ ทองลาด ต�ำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน และดำ� รงตำ� แหน่งทางการบรหิ าร ตำ� แหน่ง ผูช้ ว่ ยอธิการบดฝี า่ ยกจิ การท่วั ไป อัตรา ประจำ� ต�ำแหนง่ เลขท่ี ๑๒๘๒๐๐๘ สังกดั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี ข้าพเจ้าได้รับหนังสือแจ้งจาก ผู้อ�ำนวยการกองกลาง ส�ำนักงานอธิการบด ี ท่ี อว ๘๐๐๐.๑/ว ๒๕๙ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ เร่อื ง ขอความอนเุ คราะห์ ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ท�ำงานในมหาวิทยาลัย เม่ือได้รับหนังสือแล้ว ขา้ พเจา้ ยอมรบั วา่ ใจหาย ทงั้ ๆ ทขี่ า้ พเจา้ ไดเ้ ตรยี มตวั เตรยี มใจมานานแลว้ วา่ วนั หนง่ึ จะต้องมาถึงคิวของเรา ข้าพเจ้าเคยแต่เขียนบทความให้รองอธิการบดีวิทยาเขต อุบลราชธานี ซ่ึงเป็นผู้บังคับบัญชาแสดงความรู้สึกต่อบุคลากรผู้ท่ีเกษียณอายุ การท�ำงานทุกปี ๆ มา แต่มาบดั น้ี จะตอ้ งเปน็ ผเู้ ขียนบทความ บรรยายความรู้สึกของ ตวั เองเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกให้คนอ่ืนฟงั คนอื่นอา่ น ข้าพเจ้ายอมรบั ว่า ความรสู้ ึก ตนื้ ตันใจ เขียนไมอ่ อก น้�ำตามันจะไหลออกมาเปน็ ตวั หนงั สือแทน เม่อื ถงึ คราวตัวเอง จะต้องจากเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่ร่วมท�ำงานกนั มายาวนาน ไปแล้วหรอื น่ี แต่เม่ือมาย้อนนับอายุของตัวเองแล้ว ก็ปาเข้าไป ๖๑ ปี แล้ว ด้วยความรัก ความสำ� นกึ และความผกู พนั กบั มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั โดยเฉพาะ อยา่ งย่ิง วิทยาเขตอบุ ลราชธานี ข้าพเจ้าเริ่มท�ำงานในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต อบุ ลราชธานี มาตงั้ แตว่ นั ทเี่ รม่ิ จดั ตง้ั วทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี แตไ่ ดร้ บั การบรรจแุ ตง่ ตง้ั ตามค�ำส่ังของมหาวิทยาลัย เม่ือวันท่ี ๑ พฤษภาคม ๒๕๓๓ ในต�ำแหน่งเจ้าหน้าท ี่

94 สูจิบตั ร การเงินและบัญชี เน่ืองจากข้าพเจ้าเป็นไวยาวัจกรวัดมหาวนาราม ด้วย วิทยาเขต อุบลราชธานียังต้องอาศัยฐานะทางการเงินจากทางวัดมหาวนารามอยู่ในขณะน้ัน ซ่ึงในแต่ละปีได้รับเงินอุดหนุนจากกรมการศาสนาปีละ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ซ่ึงไม่ เพียงพอแตก่ ารบรหิ ารจดั การศึกษา ไม่พอจา่ ยแม้กระทง้ั เงนิ เดือนบุคลากรกว่า ๕๐ อัตรา ทั้งเจ้าหน้าท่ี คณาจารย์ประจ�ำ คณาจารย์พิเศษ ในขณะนั้นข้าพเจ้าได้รับ เงนิ เดอื น ๆ ละ ๒,๘๐๐ บาท (สองพนั แปดรอ้ ยบาทถว้ น) ตลอดเวลาทผี่ า่ นมาขา้ พเจา้ ได้ทุ่มเทและเสียสละในการท�ำงานของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ประสบการณ์ ท�ำงานนั้น ได้สนองงานของรองอธิการบดีมาแล้วหลายรูป อาทิ พระเดชพระคุณ พระราชรตั โนบล (พิมพ์ นารโท ป.ธ.๖) พระเดชพระคุณ พระเทพกิตตมิ ุนี (สมเกยี รติ สมกิตตฺ ิ ป.ธ.๖) พระเดชพระคณุ พระเทพวราจารย์ (ศรพี ร วรวิญญู ป.ธ.๙,Ph.D.) พระเดชพระคณุ พระครสู ารกจิ โกศล (สดุ ใจ นสิ โฺ สโก ป.ธ.๔, Ph.D.) จนถงึ รปู ปจั จบุ นั พระเดชพระคุณ พระครูกิตติคุโณภาส (จินดา สปฺปญฺโ) ตลอดเวลาที่ผ่านมา อันยาวนานนั้น แทบจะว่าได้เลยว่า ชีวิตมีแต่งาน งานทุกอย่างต้องถามข้าพเจ้า ซึ่งเป็นพอ่ บ้านของงานวทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี ขา้ พเจ้าไดร้ บั ความเมตตาอนเุ คราะห์ และได้รับความอุปถัมภ์ ความไว้วางใจ จากพระเดชพระคุณรองอธิการบดีวิทยาเขตอุบลราชธานี ทุก ๆ รูปท่ีได้กล่าวมา แล้วนั้น ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนของข้าพเจ้า เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ทุก ๆ คน ไมเ่ คยวา่ รา้ ยใคร การเขา้ มาทำ� งานในมหาวทิ ยาลยั นนั้ ขา้ พเจา้ เปน็ คนทรี่ ว่ มดำ� เนนิ การ ก่อตั้ง และก่อสร้างวิทยาเขตอุบลราชธานี ร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระเทพกติ ตมิ นุ ี (สมเกยี รติ สมกติ ตฺ ิ ป.ธ. ๖) อดตี ประธานสภาวทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี ซง่ึ ขา้ พเจา้ เคารพนบั ถอื ทา่ นเปน็ พอ่ คนหนง่ึ รองจากพอ่ ผใู้ หก้ ำ� เนดิ ขา้ พเจา้ เพราะทา่ น เป็นผู้อุปถัมภ์เลี้ยงดู และส่งเสียข้าพเจ้าได้รับการศึกษาให้สูงขึ้นท่านให้ชีวิตใหม่ ข้าพเจ้า แม้ชีวิตครอบครัว ท่านก็จัดการให้ แต่งงานให้ บุตรของข้าพเจ้าทุกคน ท่านเป็นผตู้ ง้ั ชื่อให้หมดทุกคน

วันกตญั ญู รำ�ลกึ ถึงคุณูปการผู้เกษียณอายุการทำ�งาน ประจ�ำ ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ 95 ข้าพเจ้าได้มาเป็นสัทธิวิหาริกของท่านเม่ือปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ในขณะท่ีข้าพเจ้า บวชเปน็ สามเณรน้อยอายุ ๑๓ ปี ได้มาอยกู่ ับท่านไดร้ บั ใช้อปุ ฐากท่านมาโดยตลอด และได้มาศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม เรียนนักธรรม เรียนบาลี เรียนอภิธรรมะ- โชติกะ นงั่ นับดวงจติ เจตะสิก รปู นพิ พาน ในการเรยี นพระอภธิ รรม ท่องบน่ บาลี สิโย องั โย นาหิ สมงิ สุ ในสำ� นกั เรียนวัดมหาวนาราม แตว่ าสนาไปไม่ถงึ ค�ำวา่ มหา เพราะมัวแต่ยุ่งยากกับงานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด ทุกวันต้ังหน้าต้ังหน้าแต่พิมพ์ หนังสือ ใช้พิมพ์ดีด น่ังนับแต่ ฟอ หอ กอ ดอ เอก อา สอ วอ พิมพ์รายชื่อผู้ขอ เข้าสอบนักธรรม ธรรมศึกษา บาลี ทัง้ หวัดอบุ ลราชธานี และงานการกอ่ ตั้งกอ่ สร้าง วิทยาเขตอุบลราชธานี จนไม่มีเวลาเรียนบาลีไวยากรณ์ ส�ำหรับงานการก่อสร้าง วิทยาเขตอุบลราชธานี น้ัน ด้วยแรงบันดาลใจของพระเดชพระคุณ ท่ีได้ไปเปิด วิทยาลัยสงฆ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีวัดศรีษะเกษ จังหวัดหนองคาย ซึ่งต่อมา วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ได้ยกฐานะเป็นวิทยาเขตหนองคาย เป็นวิทยาเขตแห่งแรกของ มหาวิทยาลัย หลังจากกลับมาถึงวัด ท่านได้สั่งให้ข้าพเจ้าเขียนโครงการก่อสร้าง วิทยาลยั สงฆ์อุบลราชธานี ทนั ที ทา่ นวา่ เมอื งอุบลราชธานี เปน็ เมืองแห่งนกั ปราชญ์ จะต้องให้มีสถาบันการศึกษาระดับสูงของคณะสงฆใ์ ห้ได้ การกอ่ สร้างวิทยาเขตอบุ ลราชธานี จึงเริ่มข้ึนต้งั แตบ่ ัดน้ัน เป็นตน้ มา ข้าพเจ้า เขยี นโครงการเสรจ็ เรยี บรอ้ ยได้นำ� เสนอทา่ น ทา่ นจึงนำ� เขา้ ทปี่ ระชมุ คณะสงฆจ์ งั หวดั อบุ ลราชธานี เจา้ คณะพระสงั ฆาธกิ ารทกุ ฝา่ ยตา่ งเหน็ ชอบ และสนบั สนนุ ใหด้ ำ� เนนิ การ ก่อสร้างอาคารเรียนวิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี ข้ึนท่ีวัดมหาวนาราม ประกอบพิธ ี วางศลิ าฤกษ์ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๑ โดยพระเดชพระคณุ เจา้ ประคณุ สมเดจ็ พระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ ป.ธ.๘) อธบิ ดีสงฆว์ ัดมหาธาตยุ ุวราชรงั สฤษฎ์ิ กรุงเทพมหานคร นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งพระเดชพระคุณพระเทพกิตติมุนี ให้ความเคารพนับถือมากที่สุด ท่านเป็นศิษย์เก่าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ ขา้ พเจา้ ไดต้ ดิ ตามทา่ นมาทวงคนื สมณศกั ดพ์ิ ดั ยศใหแ้ กท่ า่ นเมอ่ื สมยั ทา่ น

96 สูจิบัตร ดำ� รงตำ� แหน่งสมณศกั ด์ิท่ี พระพมิ ลธรรม ทีล่ านอโศก วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร ท่านที่มารุ่นหลังคงไม่รู้จักลานอโศก วัดมหาธาตุฯ ข้าพเจ้าได้เคยติดตามพระเดช พระคุณหลวงพ่อมาทวงคืนสมณศักด์ิ มาต่อสู้ร่วมกับแกนน�ำยุวสงฆ์ ท่ีส่วนกลาง นำ� โดย ทา่ นพระมหาแสวง ชตุ นิ ธโร อดขา้ วอดนำ้� ประทว้ งทล่ี านอโศก ดงั นนั้ ขา้ พเจา้ จงึ มคี วามรกั ความผกู พนั กบั มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั เปน็ อยา่ งมาก ด้วยเน้ือที่อันจ�ำกัด ข้าพเจ้าไม่สามารถท่ีจะถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ความรัก ความผูกพันมหาวิทยาลัยในเน้ือที่กระดาษ เอ จ�ำนวน ๑ หน้ากระดาษ แต่ไม่เกิน ๓ หน้ากระดาษ ตามท่ีท่านผู้อ�ำนวยการกองกลาง ได้ก�ำหนดให้นี้ได้ ท่านทั้งหลาย คงจะไม่แปลกใจ เมื่อท่านได้ทราบแล้วว่า ข้าพเจ้าได้ทุ่มเท เสียสละ การท�ำงานในมหาวิทยาลัยมายาวนานถึง ๓๔ ปี ด�ำรงต�ำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี วิทยาเขตอุบลราชธานี มา ๖ สมัย (๒๔ ปี) เป็นผู้ช่วยอธิการบดี มายาวนานที่สุด ในประเทศไทย สว่ นมากแลว้ มกั จะไมค่ รบวาระการดำ� รงตำ� แหนง่ ดงั นน้ั เพราเหตใุ ด ขา้ พเจา้ จงึ ดำ� รงตำ� แหนง่ มายาวนาน กด็ ว้ ยความจงรกั ภกั ดตี อ่ สถาบนั ดว้ ยความขยนั ชอื่ สตั ย์ ประหยดั อดทน และทนสตู้ อ่ ชวี ติ มาโดยตลอด ไมเ่ คยวา่ นนิ ทา วา่ รา้ ยองคก์ ร ของตนเอง ซึ่งข้าพเจ้าถือว่าเป็นหม้อน�้ำหม้อข้าวท่ีเล้ียงดูเรามา เรามีวันนี้เพราะ ท่านให้ ด้วยความศรัทธาเคารพเทิดทูนสถาบัน การท�ำงานของข้าพเจ้า จึงเลือก เดนิ ทางสายกลางมาตลอด เปน็ คนตรงไปตรงมา ผดิ ก็คือผดิ ถกู ก็คือถกู ไม่เขา้ ข้าง คนผิด ยกยอ่ งคนดี สง่ เสรมิ คนดี ขา้ พเจา้ เขา้ ใจในโลกธรรมดี เขา้ ใจในกฎแหง่ ไตรลกั ษณ์ สรรพสง่ิ ในโลกนเ้ี มอ่ื มี เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นสิ่งธรรมดา ทุกสรรพสัตว์จะหลีกหนีกฎแห่งกรรมน ้ี ไปไมไ่ ด้ สัตวโ์ ลกย่อมเปน็ ไปตามกรรม เปน็ ของธรรมดา เมอ่ื เกิดขึ้นแลว้ ตัง้ อยู่ ดับไป กฎแห่งไตรลักษณ์พระพุทธศาสนาได้สอนไว้แล้ว สอนให้ทุกคนเป็นคนดีมีศีลธรรม มีจริยธรรม มีคุณธรรมประจำ� ชีวติ จงึ จะนับได้วา่ เป็นมนษุ ย์ผ้ปู ระเสรฐิ

วนั กตญั ญู รำ�ลกึ ถงึ คณุ ปู การผู้เกษียณอายุการทำ�งาน ประจำ�ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔ 97 อนิจจงั ทกุ ขงั อนัตตา เป็นกฎแห่งไตรลกั ษณ์ แม้แต่พระบรมศาสดาพระองค์ กห็ ลกี หนกี ฏนไี้ มพ่ น้ เปน็ กฎแหง่ ธรรมชาติ ของสรรพสงิ่ ทมี่ ชี วี ติ ทเ่ี กดิ ขนึ้ แลว้ ในโลกน้ี ทกุ สรรพส่ิง ทกุ อยา่ ง ทั้งหลายทงั้ ปวง ก็ไมส่ ามารถหลกี หนกี ฎนไี้ ปได้ ค�ำสอนในทาง พระพทุ ธศาสนาน้ัน ล้วนมีแต่สิ่งดี ๆ งาม ๆ ท่เี ราสามารถน�ำมาใช้ในชวี ติ การท�ำงาน น�ำมาใช้ในชวี ติ ประจำ� วันไดเ้ ป็นอยา่ งดียง่ิ วันนี้ เป็นวนั เกษยี ณอายุการทำ� งาน ขา้ พเจ้ากอ็ ยากจะขอฝากขอ้ คิด ข้อเสนอ แนะในการท�ำงานให้แก่บุคลากรรุ่นหลัง ๆ ได้ตระหนัก ได้ส�ำนึก พอเป็นแนวทาง ในการปฎบิ ตั ิตน ปฎบิ ตั ติ วั ในการท�ำงาน นนั้ คือ คตใิ นการท�ำงาน การทำ� อะไรก็ตาม ขอให้เราต้ังต้นด้วย สติ ต้ังสติก่อนท�ำงาน เราจะท�ำอะไรก่อนหลัง ท�ำใจให้บริสุทธ์ิ ผ่องใส ต้งั ใจปฎิบตั งิ านในต�ำแหนง่ หนา้ ท่ขี องตน ๆ ในดีท่สี ุด ให้เอางานในต�ำแหน่ง หน้าที่ของตนเป็นหลัก ส่วนงานฝาก งานจร งานขอร้อง งานรับจ้างรับจ๊อบ นั้น เอาไว้ทีหลัง ถ้าท่านคิดอย่างนี้ ท�ำงานอย่างน้ีแล้ว งานของท่านก็จะบรรลุผลส�ำเร็จ ลุล่วงไปได้ด้วยดี งานของท่านก็จะประสบความส�ำเร็จ เม่ือท�ำเสร็จแล้วให้ท่าน ก็มาน่ังตรวจทาน ตรวจสอบงานก่อน ว่า มีข้อผิดพลาดบกพร่องที่ไหนหรือไม ่ เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง แล้วค่อยน�ำเสนอผู้บังคับบัญชา เพือ่ พิจารณาดำ� เนินการตอ่ ไป คติพจน์ในการท�ำงานนั้น ข้าพเจ้าขอฝากไว้ก็คือ จงท�ำงานในหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายให้ดีท่ีสุด ท�ำให้ดีกว่าเป๊ปช่ีท่ีว่าดีที่สุดแล้วนั้น ขยันหม่ันเพียร ซ่ือสัตย์ ประหยดั อดทน และทนตอ่ สกู้ บั อปุ สรรค ประการสำ� คญั จงทำ� ดี มศี ลี ธรรม จรยิ ธรรม คุณธรรม ครองตน ครองคนในการท�ำงาน เพราะค่าของคน อยูท่ ี่ผลของงาน ความประทับใจในการท�ำงาน ข้าพเจ้าได้ด�ำรงต�ำแหน่งบริหาร คือ ต�ำแหน่ง ผู้ช่วยอธิการบดี มาต้ังแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๑-ปัจจุบัน สิ่งท่ีประทับใจก็คือ ได้ร่วม ดำ� เนนิ การกอ่ สร้างอาคารเรยี นมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต อบุ ลราชธานแี หง่ แรก ทวี่ ดั มหาวนาราม (พระอารามหลวง) ตำ� บลในเมอื ง อำ� เภอเมอื ง

98 สูจบิ ตั ร อบุ ลราชธานี จงั หวดั อบุ ลราชธานี ลกั ษณะทรงไทยประยกุ ต์ สงู ๕ ชนั้ และการกอ่ สรา้ ง มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตอุบลราชธานี แหง่ ท่ี ๒ แหง่ ใหม่ ทม่ี หาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี (ดงบงั้ ไฟ) ตำ� บล กระโสบ อ�ำเภอเมืองอบุ ลราชานี จงั หวัดอบุ ลราชธานี ในระยะแรกเริม่ ต้นดำ� เนินการ บุกเบิก ก่อสร้างอาคารสถานท่ีมากับพระเดชพระคุณ พระเทพกิตติมุนี (สมเกียรต ิ สมกิตตฺ ิ) พระเดชพระคุณ พระเทพวราจารย์ (ศรีพร วรวญิ ญฺ ู ป.ธ.๙, Ph.D.) พระเดช พระคุณพระครูสารกิจโกศล (สุดใจ นิสฺโสโก ป.ธ.๔, Ph.D.) และพระเดชพระคุณ พระครูกิตติคุโณภาส (จินดา สปฺปญฺโ) ได้ร่วมคิดร่วมสร้างร่วมท�ำในการก่อสร้าง เสนอของบประมาณมาก่อสร้างอาคารเรียน ๑ หลงั ๔ ช้ัน ๒๔ หอ้ งเรียน อาคารเรียน อเนกประสงค์ ๑ หลงั ๔ ช้นั ๒๔ หอ้ งเรียน อาคารโดมหอฉนั ท์ ๑ หลัง ระบบประปา ๑ หลัง อาคารหอสมุด ๑ หลงั ๓ ช้นั อาคารอเนกประสงค์ ๒ หลงั หอประชมุ ๑ หลงั อาคารสำ� นกั งานกลาง ๑ หลงั อาคารรบั รอง ๑ หลงั และกอ่ สรา้ ง/ปรบั ปรงุ /ซอ่ มแซม ระบบสาธารณูปโภคภายใน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต อุบลราชธานี สิ่งก่อสร้างทั้งหลายทั้งปวงท่ีเกิดข้ึนภายใน มหาวิทยาลัยมหาจุฬา- ลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตอุบลราชธานี (ดงบ้งั ไฟ) นัน้ เกิดข้นึ จากกระบวนการ คดิ เขียน ทำ� ของผบู้ รหิ าร และขา้ พเจา้ ได้มีสว่ นร่วมในการด�ำเนินการทุกรายการ อีกประการหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าประทับใจ คือ การจัดกิจกรรมโครงการพัฒนา ศักยภาพการปฎิบัติงานของบุคลากรฝ่ายคฤหัสถ์ การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬา มหาวิทยาลัย คร้งั ที่ ๑๐ ดอกบัวเกมส์ ทโี่ ซนอสี านใต้ เปน็ เจ้าภาพ จัดขึน้ ทวี่ ทิ ยาเขต อุบลราชธานี สดุ ทา้ ยนี้ ขอใหท้ กุ ทา่ นจงประสบความสำ� เรจ็ ในการทำ� งาน ขอใหท้ กุ ทา่ นจงมี แต่ความสุข ความเจริญ เจริญก้าวหน้าท้ังชีวิต และการท�ำงาน ความดี ไม่มีขาย อยากได้ขอใหท้ ำ� เอา ขอความสุขสวัสดี จงมแี ก่ทุกทา่ น เทอญ.

วันกตญั ญู รำ�ลึกถึงคณุ ูปการผเู้ กษียณอายกุ ารท�ำ งาน ประจ�ำ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ 99 นายทองพดั สวุ รรณภักดี นายช่างเทคนิค วิทยาเขตขอนแกน่ วนั /เดือน/ปีเกดิ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๐๔ ภมู ิลำ� เนาเดมิ ๑๐ หมู่ ๖ ถ.คำ� ไฮ ต.บ้านเปด็ อ.เมืองขอนแกน่ จ.ขอนแก่น ทอ่ี ยู่ปัจจบุ ัน ๑๐ หมู่ ๖ ถ.คำ� ไฮ ต.บ้านเป็ด อ.เมอื งขอนแก่น จ.ขอนแกน่ ประวตั ิการศกึ ษา - พ.ศ.๒๕๑๕ ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านค�ำไฮประชาบ�ำรงุ - พ.ศ.๒๕๔๗ มธั ยมศกึ ษา ศนู ยบ์ รกิ ารการศกึ ษานอกโรงเรยี น ขอนแก่น - พ.ศ.๒๕๔๙ ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สงู (ปวส.) เทคโนโลยีธุรกิจอาชีวะขอนแก่น ประวตั กิ ารท�ำงาน - พ.ศ.๒๕๓๕ นักการภารโรง คตพิ จน์ในการท�ำงาน คนไมเ่ คยท�ำผดิ คอื คนทีไ่ มเ่ คยท�ำอะไร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook