หลักสตู รวา ยนํา้ เพ่ือเอาชวี ติ รอดและคมู ือการสอน Survival Swimming Curriculum and Handbook พมิ พคร้ังที่ 1 สิงหาคม 2552 จาํ นวนพมิ พ 4,000 เลม จํานวนหนา 129 หนา พมิ พท ี่ สาํ นักงานกิจการโรงพมิ พ องคก ารสงเคราะหทหารผา นศึก ISBN 978-974-297-842-6 จดั ทําและเผยแพรโดย สํานักโรคไมต ดิ ตอ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ ถนนตวิ านนท อาํ เภอเมอื ง จังหวดั นนทบรุ ี 11000 โทรศพั ท 0-2951-0402 โทรสาร 0-2590-3968 www.thaincd.com การอางองิ จากหลกั สตู รฉบับนี้ สาํ นกั โรคไมต ดิ ตอ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ (2552). หลักสูตรวายนํา้ เพ่ือเอาชีวิตรอดและคูมือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook). นนทบรุ ;ี ประเทศไทย. สนบั สนุนโดยองคการอนามยั โลก (World Health Organization: WHO)
กิตติกรรมประกาศ หลักสูตรวายน้ําเพ่ือเอาชีวิตรอดและคูมือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) สาํ เรจ็ ลงไดดว ยความรว มมือจากหลายภาคสว น ขอขอบคณุ พนั เอกอดศิ กั ดิ์ สุวรรณประกร และทมี อาจารยจากสมาคมเพื่อชว ยชวี ิตทางนํ้า ทผี่ ลักดนั ใหเหน็ ความสําคัญ/ความจําเปน ของการจัดทาํ หลกั สตู รวายนํา้ เพื่อเอาชวี ติ รอด (Survival Swimming Curriculum) ตลอดจนใหค วามอนุเคราะหใ นการ ใชหลักสตู รของสมาคมเพ่อื ชว ยชีวติ ทางนา้ํ เปน พน้ื ฐานในการจัดทาํ หลกั สตู รครง้ั น้ี และใหค วามชว ยเหลือ ในกระบวนการจัดทาํ หลักสตู รและคมู ือทกุ ขน้ั ตอน ขอขอบคุณนายแพทยภานุวัฒน ปานเกตุ (ผอู ํานวยการสํานกั โรคไมต ดิ ตอ ) ทใี่ หค าํ ปรกึ ษา และสนบั สนุนตลอดการดําเนินงาน และขอขอบคุณคณะผเู ชีย่ วชาญ/ทีมงานทกุ ทานท่เี สยี สละเวลาและทมุ เท ในการจดั ทาํ คมู ือหลกั สูตรครงั้ นี้ ที่สําคญั คอื หลกั สูตรนีจ้ ะไมส ามารถนําไปใชป ระโยชนไดเ ลยถา หากไมไ ดร ับความรว มมือ ในการทดลองใชห ลกั สตู รจากคณะผูปกครองและเดก็ ๆ ทกุ คน ทายสุดนี้ขอขอบคุณองคการอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ที่ให การสนับสนุนงบประมาณในการจัดทาํ หลกั สูตร คณะผูจัดทาํ มิถุนายน 2552
คาํ นํา การจมนาํ้ เปน สาเหตุการเสยี ชีวติ อนั ดับหนง่ึ ของเด็กไทยอายุตํา่ กวา 15 ป ซง่ึ สูงมากกวา อุบตั ิเหตุจราจรถึง 2 เทา การสอนเดก็ ใหวา ยนํา้ เปน รจู กั วิธีการเอาชีวติ รอด และวธิ กี ารชว ยเหลือทีถ่ ูกตอ ง เปน มาตรการหนึง่ ท่จี ะชว ยใหเ กิดการปอ งกนั การจมนํ้าของเด็ก จากขอมูลพบวา เด็กไทยอายตุ ํา่ กวา 15 ป วายนาํ้ เปน รอยละ 16.3 และเดก็ สว นใหญ ไมเ รียนวายนา้ํ จนกวาอายุ 9 ปขึน้ ไป ย่ิงไปกวา นั้นการเรยี นวายนาํ้ ในปจจุบนั ของเดก็ ยังอยูใ นวงจํากัด เชน สระวายนาํ้ ท่ีมีอยูมีจาํ นวนไมมาก โอกาสในการเขาถึงสระวายน้ํา ทัศนคติของผูปกครอง ขาดบุคลากรท่มี คี วามรูเกยี่ วกับทกั ษะความปลอดภัยทางน้าํ และการสอนวา ยน้ําทีม่ ีอยยู ังไมเ นนในเร่อื ง ของทักษะความปลอดภัยทางนาํ้ วิธีการเอาชีวิตรอด และวิธีการชวยเหลือผูประสบภัยทางน้ําซ่ึงเปน ทักษะขั้นพ้ืนฐานที่จําเปนท่ีเด็กควรจะไดเรียนรู ประกอบกับขอมูลทางระบาดวิทยาพบวาสาเหตุ การเสียชีวิตจากการจมนาํ้ ของเด็ก สวนใหญเกิดจากการรูเทาไมถึงการณของเด็ก การขาดทักษะ การเอาชวี ติ รอดและทกั ษะการชว ยชวี ติ โดยมักจะพบบอ ยในกลุม เด็กอายุ 5-9 ป ดังนั้นเพื่อใหเ กิดประโยชนสงู สุดในการลดการจมนา้ํ เสียชีวติ ของเด็ก สาํ นกั โรคไมติดตอ ซงึ่ เปนหนว ยงานที่มีบทบาทในการดําเนนิ งานเพอ่ื ปองกนั การบาดเจบ็ จงึ ไดร ว มกบั ผเู ชย่ี วชาญ/หนว ยงาน ทเ่ี ก่ียวของ ประกอบดวยผูเ ช่ียวชาญการสอนวา ยน้ํา/Life Saving สมาคมเพอื่ ชว ยชวี ติ ทางน้าํ สมาคม วายนํ้าแหงประเทศไทย สมาคมผูฝกสอนวายนํา้ แหงประเทศไทย สถาบันการพลศึกษา สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กองพลศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร มหาวิทยาลยั ราชภัฎจนั ทรเกษม และศนู ยว ิจัยเพือ่ สรางเสริมความปลอดภัย และปองกันการบาดเจ็บในเด็กโรงพยาบาลรามาธิบดี ภายใตการสนับสนุนงบประมาณจากองคการ อนามยั โลก จัดทาํ หลกั สตู รวายนํา้ เพือ่ เอาชีวิตรอด (Survival Swimming Curriculum) ซึ่งเปน หลักสูตร สําหรบั เด็กอายตุ ั้งแต 6 ปข ึน้ ไป หรอื บคุ คลทไี่ มเคยเรียนหลักสตู รน้ีมากอ น โดยใชหลักสตู รท่มี ีอยูของ สมาคมเพื่อชวยชีวิตทางนาํ้ เปนพื้นฐาน และคูมือการสอน (Handbook) เพื่อชวยใหการเรียนการสอน ดาํ เนนิ ไปอยางมปี ระสทิ ธภิ าพและมคี ณุ ภาพเปน มาตรฐานเดยี วกนั โดยจะเปนเคร่ืองมือสําหรับครผู สู อน ไดใชป ระกอบการวางแผนและการจดั การเรยี นการสอน (ดร.นายแพทยภ านุวฒั น ปานเกตุ) ผูอาํ นวยการสาํ นกั โรคไมตดิ ตอ มิถนุ ายน 2552
สารบัญ บทสรุปผบู รหิ าร หนา บทนํา 1 หลักสูตรวา ยนํ้าเพือ่ เอาชวี ติ รอด (Survival Swimming Curriculum) 4 จุดมงุ หมายของหลกั สตู ร สาระการเรียนรู 13 หนวยการเรยี นรู 14 กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น 14 จํานวนครผู ูสอนกบั ผูเรียน 15 การวัดและการประเมินผล 16 หนวยการเรยี นท่ี 1 ความรูเกี่ยวกบั ความปลอดภยั ทางนํา้ (Water Safety Knowledge) 16 หนว ยการเรยี นที่ 2 การเอาชวี ติ รอดและพืน้ ฐานการวา ยนํา้ (Swim and Survive) 16 หนว ยการเรยี นท่ี 3 การใหความชว ยเหลอื ผูประสบภยั ทางน้ํา (Water Rescue) 17 21 คมู ือการสอนตามหลักสตู รวา ยนํ้าเพอ่ื เอาชีวติ รอด 25 (Handbook: Survival Swimming Curriculum) ตอนที่ 1 แนวปฏิบัตเิ กย่ี วกับการสอนตามหลักสตู รวายนาํ้ เพอ่ื เอาชวี ติ รอด 29 หลกั สูตรการสอน 31 - การจดั หลกั สตู ร 32 - ระยะเวลาการเรยี นการสอน 32 - จํานวนครูผสู อนกับผูเรยี น 32 คุณสมบตั ขิ องครูผูส อน 32 คุณสมบตั ิของผเู รียน 33 คณุ ลักษณะของแหลงน้าํ ทีใ่ ชสอน 33 ตอนท่ี 2 แผนการสอนรายชว่ั โมง 34 ชว่ั โมงที่ 1 37 ชว่ั โมงท่ี 2 38 ช่วั โมงท่ี 3 39 ช่วั โมงท่ี 4 40 ช่วั โมงที่ 5 41 ชว่ั โมงท่ี 6 42 43
สารบัญ (ตอ ) ชัว่ โมงที่ 7 หนา ช่ัวโมงท่ี 8 ชวั่ โมงที่ 9 44 ช่วั โมงท่ี 10 45 ช่วั โมงที่ 11 46 ชั่วโมงที่ 12 47 ช่วั โมงที่ 13 48 ช่ัวโมงที่ 14 49 ชัว่ โมงที่ 15: การประเมนิ ผลการเรยี น 50 ตอนที่ 3 เนอ้ื หาการเรยี นการสอน 51 52 หนว ยการเรยี นท่ี 1 ความรเู ก่ยี วกบั ความปลอดภัยทางนา้ํ (Water Safety Knowledge) 53 - แหลง นํ้าเส่ียง 54 - สภาพแหลงนํ้า 55 - การลงและขน้ึ จากแหลง นํ้าดวยความปลอดภยั 57 : การลงและขนึ้ จากสระวายนาํ้ มาตรฐาน 59 : การลงและขนึ้ จากแหลง นํ้าธรรมชาติ 59 - ทกั ษะความปลอดภัยในกิจกรรมทางนํ้า 63 : ตวั อยา งระเบยี บการใชส ระวายน้ํา 63 : เหตผุ ลการปฏิบตั ติ ามระเบยี บการใชส ระวายนาํ้ 63 : กฎแหงความปลอดภยั ท่วั ไป 64 : เหตุผลการปฏบิ ตั ติ ามกฎแหงความปลอดภัยทว่ั ไป 69 - ความปลอดภยั ในการเดินทางทางนา้ํ 69 71 หนวยการเรยี นที่ 2 การเอาชวี ติ รอดและพน้ื ฐานการวา ยน้ํา (Swim and Survive) 73 - ทักษะการเอาชีวติ รอด 74 : การลอยตวั 74 : การใชอ ุปกรณชว ยในการเอาชวี ิตรอด 78 : การเคลอื่ นทไี่ ปจับอปุ กรณล อยนาํ้ ในนํ้าลึก 79 - ทกั ษะการวา ยน้าํ ขัน้ พืน้ ฐาน 80 : การสรา งความคุน เคยกับนาํ้ 80 : การหายใจในการวา ยนํา้ 81 : การทําทาผจี ีน 82
สารบญั (ตอ) หนา : การเตะเทาควาํ่ แลว พลกิ หงายแลว พลกิ คว่าํ สลบั กัน 83 : การกระโดดพงุ หลาว 85 : การเคลื่อนทไี่ ปในนา้ํ 88 หนว ยการเรยี นท่ี 3 การใหค วามชว ยเหลอื ผปู ระสบภัยทางนํา้ (Water Rescue) 89 - การแจง เจาหนา ท่ีหรอื รอ งเรียกผใู หญใ หชวยผูป ระสบภัยทางน้าํ 89 - การชวยผปู ระสบภัยทางนํ้าดว ยการโยนอปุ กรณ เชน แผนโฟม (Kick board) 89 ขวดนํา้ ดม่ื พลาสตกิ ถังแกลลอน เสอ้ื ชูชีพ : การชวยดว ยวิธโี ยนอปุ กรณล อยนาํ้ 90 : การชวยดว ยวิธีโยนอุปกรณท ่มี ีเชือกผูก 91 - การชว ยผปู ระสบภัยทางนํา้ ดวยการยนื่ อุปกรณ เชน แผนโฟม (Kick board) 92 ทอ PVC ไมพลอง กงิ่ ไม หรอื Swimming Noodle : การชวยดว ยการย่ืนโฟม (Kick board) 92 : การชว ยดว ยการยน่ื ไมย าว เชน ทอ PVC ไมพ ลอง กง่ิ ไม หรอื Swimming Noodle 93 ตอนท่ี 4 อปุ กรณและส่ือการเรียนการสอน 95 95 รายการอปุ กรณ/ สือ่ ประกอบการเรยี นการสอน 96 ภาพอปุ กรณ/สอ่ื ทใ่ี ชใ นการเรียนการสอน 115 ตอนที่ 5 การประเมนิ ผล 116 เปา หมายท่ีคาดวา จะไดร ับ 117 การวดั และการประเมินผล 118 แบบประเมนิ ผลการเรียนหลกั สตู รวายนาํ้ เพอื่ เอาชวี ิตรอด (Survival Swimming 119 Curriculum) แบบสอบถามความรเู ก่ียวกบั ความปลอดภยั ทางนา้ํ 121 เอกสารอางองิ ภาคผนวก 125 126 ดชั นี 127 (ตัวอยาง) แบบประเมินผลการเรียนหลกั สูตรวายนาํ้ เพอ่ื เอาชวี ิตรอด (Survival 128 Swimming Curriculum) (สาํ หรับกรณีทีป่ ระเมินผลโดยไมคิดเปนคะแนน) 129 คณะผูจดั ทาํ ทมี วิทยากรทดลองหลักสูตร
หลกั สูตรวายนํา้ เพ่อื เอาชวี ิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 1 บทสรปุ ผูบริหาร เดก็ ไทยอายุตา่ํ กวา 15 ปเ สยี ชวี ติ จากการจมน้ําสูงเปนอันดบั ทหี่ นึ่งเมือ่ เทียบกบั สาเหตอุ น่ื ๆ ซึ่งมาตรการหนึ่งที่จะชวยใหเกิดการปองกันการจมนาํ้ ของเด็กคือการสอนเด็กใหวายน้ําเปน รูจักวิธีการ เอาชวี ิตรอด และวธิ ีการชว ยเหลือทถ่ี กู ตอ ง จากขอมูลการสํารวจความสามารถในการวายนา้ํ ของเด็กไทย อายตุ าํ่ กวา 15 ปพ บวา เดก็ ไทยวา ยนาํ้ เปนเพยี งรอ ยละ 16.3 ยงิ่ ไปกวานน้ั การสอนวา ยนาํ้ ทีม่ ีอยใู นปจ จบุ ัน ยังไมเนนในเร่ืองทักษะความปลอดภัยทางน้าํ วิธีการเอาชีวิตรอด และวิธีการชวยเหลือซ่ึงเปนทักษะ ขัน้ พน้ื ฐานที่จําเปน ท่ีเด็กควรจะไดเ รียนรู ดังนั้นเพ่ือเปนมาตรการหนึ่งที่จะชวยลดการเสยี ชวี ติ จากการจมนํ้าของเดก็ สํานักโรคไมติดตอ จึงไดรวมกับผูเชี่ยวชาญ/หนวยงานที่เก่ียวของประกอบดวยผูเชี่ยวชาญการสอนวายน้ํา/Life Saving สมาคมเพ่ือชวยชีวิตทางนํ้า สมาคมวายนํ้าแหงประเทศไทย สมาคมผูฝกสอนวายนํ้าแหงประเทศไทย สถาบันการพลศึกษา สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร กองพลศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม และศูนยวิจัยเพื่อ สรางเสริมความปลอดภัยและปอ งกันการบาดเจ็บในเดก็ โรงพยาบาลรามาธบิ ดี ภายใตการสนับสนุนงบประมาณ จากองคการอนามัยโลก จัดทาํ หลักสูตรวายน้ําเพ่ือเอาชีวิตรอด (Survival Swimming Curriculum) และคูมือการสอน สาํ หรับเด็กอายุต้ังแต 6 ปข้ึนไปหรือบุคคลท่ีไมเคยเรียนหลักสูตรนี้มากอน โดยใช หลกั สูตรทมี่ อี ยขู องสมาคมเพอื่ ชว ยชวี ติ ทางนา้ํ เปนพ้นื ฐาน ซ่ึงจะเปน เครือ่ งมือสาํ หรับครูผสู อนใชประกอบ การวางแผนและการจัดการเรียนการสอนเพ่ือชว ยใหก ารเรียนการสอนดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพและ มีคุณภาพเปน มาตรฐานเดยี วกัน จดุ มุงหมายของหลกั สูตรฯ คือ เมื่อเรียนจบหลักสตู รผูเ รียนจะมที กั ษะในการเอาชีวิตรอดในนํา้ มีความรูเร่ืองความปลอดภัยทางน้าํ มีทักษะในการชวยเหลือผูประสบภัยทางนาํ้ และมีความสามัคคีและ มีนํา้ ใจนักกีฬา หลักสูตรใชระยะเวลาในการเรียนท้ังหมด 15 คร้ังครั้งละ 50-60 นาที โดยแบงเปน การเรียน 14 ครัง้ และคร้งั ที่ 15 เปนการวดั ผลการเรียนการสอน การเรียนประกอบไปดวยครผู สู อน 1 คน ตอ นกั เรียน 9-10 คน หลักสูตรวายนํ้าเพ่ือเอาชีวิตรอด (Survival Swimming Curriculum) ประกอบดวย สวนของเน้ือหาหลักสตู ร และคูมอื การสอน ดังนี้
2 หลกั สตู รวา ยนาํ้ เพ่อื เอาชวี ิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) เน้อื หาหลักสตู ร แบง ออกเปน 3 หนวยการเรยี นคือ หนวยการเรียนที่ 1 ความรูเก่ียวกับความปลอดภัยทางนํ้า (Water Safety Knowledge) ใชเวลาเรียน 1 ช่ัวโมง เปนการใหความรแู ละสอนใหเดก็ รูจ กั 1) แหลง น้าํ เส่ยี งทั้งในบา น รอบบาน ละแวกบาน และในชมุ ชน 2) สภาพแหลงนํ้า เชน น้ําลกึ นา้ํ ต้นื นาํ้ วน ปรากฏการณ Rip Current 3) วธิ ีการลงและขึ้นแหลง นา้ํ ดวยความปลอดภัย 4) ทักษะความปลอดภัยในกิจกรรมทางนํ้า (การปฏิบัติตามระเบียบการใชสระวายน้าํ และกฎแหง ความปลอดภยั ทวั่ ไป) 5) ความปลอดภยั ในการเดินทางทางนา้ํ หนวยการเรียนท่ี 2 การเอาชวี ติ รอดและพน้ื ฐานการวา ยนาํ้ (Swim and Survive) ใชเ วลาเรยี น 10 ช่วั โมง เปนการสอนใหเด็กมีทักษะ 1) การเอาชีวิตรอดในน้ํา โดยการลอยตัวท้ังการลอยตัวแบบนอนควํ่า (ทาปลาดาว ทาแมงกะพรุน) การลอยตัวแบบนอนหงาย (แมชีลอยน้ํา) และการลอยตวั แบบลาํ ตวั ตงั้ (การลอยคอ การลอยตวั แบบ ลูกหมาตกนาํ้ ) การทาํ ทาผีจีน (Kangaroo jump) การใชอุปกรณชวยในการเอาชีวิตรอด เชน ขวดน้ําด่ืมพลาสตกิ รองเทาแตะฟองนา้ํ การเคลือ่ นท่ไี ปจบั อปุ กรณลอยน้ําในนํา้ ลึก และการเลือกใช เสอ้ื ชูชีพ 2) พืน้ ฐานการวายนาํ้ ไดแกการสรา งความคุนเคยกับนา้ํ การหายใจในการวายนํ้า (Bobbing or Proper Breathing) การเคล่ือนท่ีไปในนา้ํ การกระโดดพุงหลาว และการเตะเทาควาํ่ แลวพลิกหงายแลว พลิกควา่ํ สลบั กนั หนว ยการเรียนที่ 3 การใหความชว ยเหลอื ผปู ระสบภัยทางนํา้ (Water Rescue) ใชเ วลาเรียน 3 ชั่วโมง เปน การสอนใหเด็กรจู ักการรองขอความชว ยเหลอื จากผใู หญ การชว ยผูป ระสบภยั ทางน้าํ ดว ยการโยน อุปกรณ เชน ขวดนา้ํ ด่ืมพลาสติก ถังแกลลอน เสื้อชูชีพ และการชวยผูประสบภัยทางนํ้าดวยการ ย่ืนอปุ กรณ เชน Kick board ทอ PVC ไมพ ลอง ก่ิงไม หรอื Swimming Noodle ท้ังน้ีจะเปนกจิ กรรมการเรียนการสอนทงั้ ภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ตั ิ โดยเนื้อหาไดผสมผสาน การเรยี นรูทงั้ 3 หนว ยการเรยี นไปพรอมๆ กันในแตล ะช่ัวโมง โดยเริ่มเรยี นจากเร่ืองงายๆ แลว คอ ยเพ่มิ ระดบั ความยากใหมากยิง่ ขน้ึ และมีการวดั และประเมนิ ผลอยางเปน ระบบ คูมอื การสอน ประกอบดวย 5 ตอนคอื ตอนที่ 1 แนวปฏิบัติเก่ียวกับการเรียนตามหลักสูตรวายนํา้ เพ่ือเอาชีวิตรอด เน้ือหาประกอบไปดวย การจัดหลักสูตร ระยะเวลาการเรียนการสอน จาํ นวนครูผูสอนกับผูเรียน คุณสมบัติของครูผูสอน คุณสมบัติของผูเรียน และคุณลักษณะของแหลง นํา้ ทใ่ี ชสอน ตอนท่ี 2 แผนการสอนรายชั่วโมง จะเปน รายละเอียดเกี่ยวกับความรูและทักษะที่ครผู ูสอนจะดาํ เนนิ การสอน เปน รายช่วั โมง
หลักสตู รวา ยน้ําเพ่อื เอาชีวิตรอดและคูม อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 3 ตอนที่ 3 เนอ้ื หาการเรยี นการสอน ประกอบดวยรายละเอยี ดของเนื้อหาและข้นั ตอนการฝก ทักษะตางๆ ท่คี รผู สู อนจะดาํ เนินการสอน ตอนที่ 4 อปุ กรณและสื่อการเรยี นการสอน เนือ้ หาแสดงถงึ จาํ นวนและชนดิ ของอปุ กรณ/ส่อื ท่ใี ช รวมทัง้ ตวั อยา งภาพทีใ่ ชป ระกอบการเรียนการสอน ตอนที่ 5 การประเมินผล ผเู รียนจะถกู วดั ผลเปน ระยะๆ ตลอดหลักสูตร ตามแบบประเมนิ ผลการเรยี น หากทกั ษะใดไมผา นใหม ีการวัดผลใหมอ กี ครัง้ ในชว่ั โมงที่ 15 ท้งั นี้ผเู รียนจะตอ งมีเวลาเรยี นในหลกั สูตรนี้ ไมนอยกวา 12 ชัว่ โมง (รอยละ 80) ของเวลาเรียนตามหลกั สตู ร จึงจะมสี ทิ ธสิ อบประเมินผล เกณฑก าร ประเมินผลแบงออกเปน 5 ระดับคือ ระดับ A, B, C, D และ F ผูที่สอบผานคือเด็กท่ีผานตามเกณฑ การประเมินผลตามแบบประเมินผลการเรียนไมตาํ่ กวารอยละ 50 (ระดับ D) และตองผานทักษะการ เอาชีวิตรอดโดยการยืนที่ขอบสระหรือบนแทนกระโดด กระโดดลงนาํ้ ลึก แลวพลิกตัวลอยตัวอยูในนา้ํ ไดอยางนอย 3 นาที สว นผทู ่ีสอบไมผ านคอื เด็กทสี่ อบไดตาํ่ กวา รอยละ 50 (ระดับ F) และไมผ านทกั ษะ การเอาชีวิตรอด หรอื อยา งใดอยา งหน่ึง ซึ่งเด็กทส่ี อบไมผ านจะตองกลับมาเรยี นตลอดท้งั หลกั สตู รใหม
4 หลกั สูตรวา ยนํ้าเพอื่ เอาชวี ิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) บทนาํ ความเปน มา การจมนํ้าเปน สาเหตุสาํ คัญทที่ ําใหเ ด็กเสยี ชีวติ และเปน ปญ หาทางดา นสาธารณสขุ ท่สี ําคญั ในแตละปมีเด็กเปนจาํ นวนมากท่ีจมนํ้าจากการท่ีไมตระหนักถึงอันตรายท่ีสามารถเกิดข้ึนไดจากนาํ้ เชน ลงไปเลน ในแหลงนา้ํ โดยที่ไมร รู ะดบั ความลึก/ความแรงของนํ้า วา ยนา้ํ ไมเ ปน คึกคะนอง โดยจะพบวา 2 ใน 3 ของเดก็ ทเ่ี สยี ชวี ติ จากการจมนํ้าเพราะวา ยนํ้าไมเปน (1) การจมนํ้าเปนสาเหตุท่ีทําใหเกิดการเสียชีวิตมากกวาการเสียชีวิตจากสงคราม (2) โดย ป 1998 มีคนเสียชีวติ จากการจมน้าํ เกอื บครึ่งลานคน ซึ่งรอยละ 57 เปน เด็กอายุตาํ่ กวา 14 ป (3) และคนท่ี เสียชีวติ จากการจมนํา้ รอ ยละ 97 เปน ประชากรจากประเทศที่มรี ายไดต าํ่ และปานกลาง (4) การบาดเจ็บ (Injury) เปนสาเหตุสําคัญท่ีทําใหเกิดการเสียชีวิตของเด็กในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกและกลุมประเทศแปซิฟก และจากขอมูลท่ีมอี ยูไดแสดงใหเ ห็นวา ประเทศใน 2 ภูมภิ าคนี้มีเด็ก เสยี ชวี ติ จากการบาดเจ็บมากกวา สาเหตุอน่ื ๆ โดยเด็กที่เสียชวี ิตจากการจมนํ้ามีมากกวาเด็กท่ีเปน โรคไอกรน โรคหัด โรคคอตบี โรคอหิวาตกโรค โรคไขเลือดออก และโรคไทฟอยดร วมกนั (5) ป 2000 เอเชียตะวันออกเฉียงใตมีผูเสียชีวิตจากการจมนํา้ 91,778 คน (อัตราเสียชีวิต ตอประชากรแสนคนเทากับ 6.0) อัตราเสียชีวิตจากการจมน้ําในเขตแอฟริกาและเขตแปซิฟกตะวันตก สูงกวาเขตอเมริกา 4 และ 2 เทาตามลําดับ และอัตราการจมน้าํ ในประเทศท่ีมีรายไดสูงกับประเทศที่มี รายไดตา่ํ มีความแตกตางกนั มาก (ตารางท่ี 1) (4) ตารางท่ี 1 การเสยี ชวี ติ จากการจมนา้ํ ของประชากรทว่ั โลก จาํ แนกตามเพศและภมู ิภาค World Total AFR AMR EMR EUR SEAR WPR ชาย 281,717 67,654 20,181 20,712 30,322 55,258 87,600 หญงิ 127,554 23,311 4,408 6,904 7,196 36,520 49,216 รวม 409,272 90,965 24,589 27,616 37,518 91,778 136,816 อัตราสว น (ช:ญ) 4.6:1 4.2:1 รอ ยละการเสียชวี ติ 2.2:1 2.9:1 3:1 1.5:1 1.8:1 อตั รา* 100 22.3 6 6.8 9.1 22.4 33.4 6.8 14.2 3.0 5.7 4.3 6.0 8.1 AFR = แอฟริกา; AMR = อเมรกิ า; EMR = เมดิเตอรเ รเน่ยี น ตะวันออก; EUR = ยุโรป; SEAR = เอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต; WPR = แปซฟิ กตะวันตก * อัตราตอประชากร 100,000 คน ทีม่ า: Global Burden of Disease; GBD 2000
หลักสตู รวายน้ําเพอื่ เอาชีวิตรอดและคมู ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 5 ในประเทศออสเตรเลียการจมน้ําในสระน้าํ เปนสาเหตุการเสียชีวิตท่ีสาํ คัญในเด็กเล็ก มากกวาสาเหตุอื่น (6) ความเสี่ยงของการจมน้าํ มีความสัมพันธกับการพัฒนาทางดานกายภาพของเด็ก และทักษะทางนํ้าของเด็ก (7) ในอเมริกาการจมน้ําเปนสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองในเด็กอายุ 0-14 ป ขณะท่ีในประเทศจนี และอินเดีย มีอตั ราการเสยี ชีวติ จากการจมน้ําสงู ถึงรอยละ 43 ของการเสยี ชีวติ จาก การจมนํ้าทวั่ โลก (4) การเสยี ชีวติ จากการจมนา้ํ ของเดก็ ไทยในชวงหลายปทผี่ านมาพบวา การจมนา้ํ เปนสาเหตุ สาํ คัญท่ีทาํ ใหเด็กเสียชีวิตมากเปนอันดับ 1 ซึ่งสูงมากกวาการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อ โดยสูงเปน 2 เทา ของอุบัตเิ หตจุ ราจรและสูงมากกวา ไขเ ลือดออกหลายเทา ตวั (8) ในแตล ะปเด็กไทยอายุตํา่ กวา 15 ปเสยี ชวี ติ จากการจมนาํ้ ประมาณ 1,500 คนหรือเฉลี่ยวันละ 4 คน อัตราการเสียชีวิตตอประชากรแสนคนจากการ จมน้ําของเด็กในป 2546 เทา กับ 10.5 ป 2547 เทา กับ 10.7 ป 2548 เทา กับ 11.5 ป 2549 เทากับ 11.5 และป 2550 เทากบั 9.8 (9) เด็กชายเสียชวี ิตจากการจมน้ํามากกวา เดก็ หญิงประมาณ 2-5 เทา (9) ชวงเวลาทพ่ี บวา มี การจมน้ําสูงคือ ชวงฤดูรอนและชวงปดภาคเรียนของเด็ก (เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม) และ ชวงเวลาบา ยของวนั หยดุ (12.00-18.00 น.) (10) สาเหตุทท่ี าํ ใหเ ดก็ อายุตํา่ กวา 5 ปจ มนํ้าเสยี ชวี ติ มกั เกิดจาก การเผอเรอชั่วขณะของผูปกครอง/ผูดูแลเด็ก ขณะที่ในกลุมเด็กอายุต้ังแต 5 ปข้ึนไปมักเกิดจากการ รูเ ทา ไมถึงการณของเด็ก การทเ่ี ดก็ วายนา้ํ ไมเปน และการชว ยเหลอื ที่ไมถ ูกวธิ ี แหลง น้ําท่ีพบวา เกดิ การจมนํ้ามากคอื แหลง นํ้าตามธรรมชาติ เชน คลอง ทะเลสาบ แมนํ้า รองลงมาคอื แหลง น้ําที่เกดิ ขึ้นภายหลัง เชน บอน้าํ บอ เลย้ี งสตั ว รองนํ้า สระนํ้า (10) นอกจากน้ันยังพบวา ภาชนะกกั เกบ็ นา้ํ ภายในบา น เชน ถงั น้ํา อา งน้าํ กะละมัง เปนจดุ เสยี่ งของการเกดิ การจมนา้ํ ของเด็กเลก็ (11) เพราะเด็กสามารถจมนา้ํ ไดในนํ้าที่มีระดับนาํ้ เพียง 1-2 นิ้ว (12, 13) เนื่องจากเด็กเล็กมักไมมีความกลัว หรือไมเขาใจอันตรายทอี่ าจจะเกิดขึ้นไดจ ากแหลงนํา้ การจมนํ้ามีปจจัยเสี่ยงหลายประการ ซึ่งสามารถสรุปไดเปน 3 ปจ จยั ท่สี ําคัญ (14) คอื 1. ปจ จัยดานบคุ คลคือ ตวั เดก็ เอง ความเส่ียงของเด็กขึ้นอยูกับเพศ อายุ สภาพรางกาย พัฒนาการ พฤติกรรม และ โรคประจําตัวของเด็กแตละคน เชน เด็กอายุต้ังแต 9 เดือนข้ึนไปท่ีเริ่มคืบคลานไดเร็วจะเร่ิมมีความเสี่ยง ตอ การจมน้ําจากแหลงนํ้าในบานหรือรอบๆ บาน เด็กอายุ 1 ป จะเริม่ เดินได แตก ารทรงตวั มกั ไมด ี เนื่องจาก มวลสารของศรี ษะยังมีสัดสว นสงู จุดศูนยถ ว งอยูสงู จงึ ทาํ ใหลมในทา ท่ศี รี ษะทิ่มลงไดงายและไมสามารถ ชวยเหลือตัวเองได ดังน้ันจึงสามารถจมน้าํ ในถังนา้ํ อางนํา้ สระวายนํ้าต้ืนๆ ได เด็กอายุ 3-9 ปจะเร่ิมมี พฤตกิ รรมซกุ ซนรวมทัง้ การไมมีทกั ษะท่ีดีในการวายนํ้า การเอาชวี ติ รอดเมอ่ื ตกน้ํา การชว ยเหลอื ผูท ่ตี กน้ํา การเดินทางทางนํ้า และระดับการรับรูความเส่ียงตํา่ จึงมักพบวาจมนํ้าในแหลงนาํ้ ท่ีมีสิ่งแวดลอมเส่ียง ในละแวกบาน สวนเด็กอายุ 10 ปขึ้นไปมักจมนา้ํ ในแหลงนาํ้ ที่หางไกลบานออกไป โดยมักเกิดจากการ วายนาํ้ เลนนํ้า การชวยเหลอื คนผูทต่ี กนํา้ และการเดินทางทางน้าํ
6 หลกั สตู รวา ยน้าํ เพ่อื เอาชีวิตรอดและคูมือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 2. ปจจยั ดานสงิ่ แวดลอมเชงิ กายภาพ การมแี หลงน้ําใกลตวั เด็กซง่ึ ทาํ ใหเดก็ สามารถเขา ถึงไดง าย การไมม รี ั้วรอบแหลงนํ้า เพื่อแบงแยกเด็กออกจากแหลงนํ้า 3. ปจจัยดา นสง่ิ แวดลอ มเชิงสงั คม ครอบครัวที่พอแมต องทํางานหรอื ตองคดีตางๆ ทาํ ใหเด็กขาดผดู ูแลหลัก ระบบเครือญาติ หรือครอบครัวใหญมีความออนแอไมสามารถทดแทนได ชุมชนไมมีระบบสวัสดิการท่ีจะทดแทนการดูแล ของพอแม เด็ก/ผูดูแล/ชุมชนไมร ูสึกวาเปน ความเส่ยี งตอ เด็ก ผูช วยเหลอื ใกลเ คยี งไมม ีความรูในการกูชีพ/ ปฐมพยาบาลผดิ วธิ ี สถานบรกิ ารทางการแพทยใกลช มุ ชนไมม ีความพรอ มในการชว ยเหลือภาวะฉุกเฉิน เน่อื งจากเด็กในแตละชว งอายจุ ะมปี จจยั เสี่ยงท่ีแตกตา งกัน ดงั น้ันจึงมีเกณฑความปลอดภัยท่ี แตกตา งกนั ในแตล ะชวงอายุ (ตารางท่ี 2) ตารางท่ี 2 เกณฑความปลอดภัยสําหรับการปอ งกนั การจมน้ําในเด็กจาํ แนกตามชวงอายุ (15) อายุ จัดสภาพแวดลอ ม เฝา ดแู ล ปกปอ งคมุ ครองเดก็ สอนเด็กใหรจู กั (ป) รอบตวั เด็กใหปลอดภัย กฎแหงความปลอดภัย 0-2 - กาํ จดั แหลงนา้ํ - ไมใ หเ ด็กอยูในหรอื ใกลแ หลง นํ้า - เด็กอายุ 18 เดอื น ทไ่ี มจ ําเปน ในบาน โดยลําพัง เชน นัง่ เลนน้ําในอางนา้ํ สามารถสอนใหหลีกเลยี่ ง และละแวกบา น เชน กะละมัง หรือ เลน ใกลบ อน้ํา รอ งนํา้ แหลง น้ํา เชน ไมใหเลน เทนาํ้ ออกจากถังท้งิ - ขณะเด็กอยใู กลห รืออยใู นแหลงน้ํา ใกลแ หลงนํา้ เมือ่ ไมจ าํ เปน ตองใช ผดู แู ลเดก็ ตองเฝา ดเู ดก็ ตลอดเวลา - เดก็ อายุ 2 ปข ้ึนไป - แยกเด็กออกจากแหลงนา้ํ การเผลอชั่วขณะ เชน เดนิ ไปเกบ็ จาน สามารถเร่มิ สอน เชน สรา งรั้วกน้ั ประตู รับโทรศัพท เปดประตบู าน หรือ การลอยตวั ในนํา้ ไมใ หเ ด็กเขา ใกล งีบหลบั เปนเหตุสาํ คญั ของการจมนํ้า เพื่อใหสามารถตะกาย แหลงน้าํ ได ปดฝาถังนํา้ - ผดู ูแลเดก็ ตอ งไดรบั การฝก เขาฝงหรอื พยงุ ตวั ตมุ นํ้า ปฐมพยาบาลเดก็ จมนํ้าท่ีถกู วธิ ี ช่ัวขณะเมอื่ ตกนํา้ โดยการผายปอดดว ยวธิ เี ปาปาก ในกรณีทผี่ จู มนาํ้ ไมห ายใจ การอุมพาดบา กระโดดหรือวิง่ รอบสนาม หรอื วางบนกระทะคว่ํา แลวรีดนํ้าออก ไมใ ชว ิธที ถี่ กู ตอง และจะทําใหข าดอากาศหายใจ นานยง่ิ ขึน้
หลักสูตรวา ยนํ้าเพ่อื เอาชวี ิตรอดและคมู ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 7 อายุ จัดสภาพแวดลอ ม เฝาดูแล ปกปองคุม ครองเดก็ สอนเดก็ ใหร ูจัก (ป) รอบตวั เดก็ ใหปลอดภัย กฎแหงความปลอดภัย 3-5 - เด็กวยั น้ีตองระวังการ - ดูแลเด็กไมใหเ ดิน วิ่ง หรอื เลน - สอนใหเด็กวัยนรี้ จู กั จมนํ้าในแหลง น้ําในบาน ใกลแหลง นํา้ โดยลําพงั หลกี ไกลแหลง นํา้ ใกลบ า น และในชมุ ชน - ผดู แู ลเด็กตอ งไดร บั การ เมื่ออยูต ามลาํ พัง เชน บอ ปลา บอ กงุ ฝกปฐมพยาบาลเด็กจมน้ําที่ถกู วิธี - สอนเลย้ี งตวั เมอ่ื ตกนํ้า สระวา ยนาํ้ สระนา้ํ คลอง โดยการผายปอดดว ยวิธเี ปาปาก เพอ่ื ใหโ ผลพ น นาํ้ ช่ัวขณะ ตองแยกพ้นื ทเี่ ดก็ เลน ในกรณที ่ผี จู มน้ําไมหายใจ และสอนใหว า ยนํา้ ออกจากแหลงนํ้าโดยมี การอุม พาดบา กระโดดหรือวิ่ง ระยะสั้นๆ เพ่ือให รวั้ กัน้ แหลงนา้ํ ในบาน รอบสนาม หรอื วางบนกระทะควาํ่ ตะกาย เขาฝงได และบริเวณใกลบาน แลวรดี น้าํ ออก ไมใชว ิธที ถี่ กู ตอง - สอนใหเ ด็กใชช ูชพี เม่ือ หรือบริเวณใกลที่เลน และจะทาํ ใหข าดอากาศหายใจ ตองเดินทางทางน้ํา ของเด็กในชมุ ชน นานย่งิ ข้ึน 6-8 - แยกพ้ืนทีเ่ ด็กเลน - ผดู ูแลเดก็ สํารวจพ้นื ทีข่ องเดก็ - สอนเดก็ ใหร คู วามเสี่ยง ในชมุ ชนออกใหห างไกล ในบานและชุมชน หากมีแหลง น้าํ ของการวง่ิ หรือเลน จากแหลง น้ํา ทีม่ ีความเสีย่ งตอ การจมนา้ํ ใกลแ หลง นา้ํ - มีรัว้ กั้นแหลง นํ้าในชุมชน ใหทาํ รั้วกน้ั (หากยงั ดาํ เนินการ - สอนเดก็ ใหร จู กั ความเสี่ยง เชน อางเก็บนํา้ แมนํา้ ไมไ ดใ หบ อกเด็กใหรูความเสย่ี ง ของการเลนนา้ํ ใน ลาํ คลอง หนอง บงึ ฝาย และกฎแหง ความปลอดภยั ) แหลงนา้ํ ธรรมชาติ เขื่อน และมีปา ยคําเตือน - ผดู ูแลเดก็ ตอ งไดร บั การฝก และการประเมนิ อุปกรณช ว ยคนจมน้าํ ปฐมพยาบาลเด็กจมนา้ํ ที่ถกู วิธี - สอนเด็กวา ยน้ํา หรอื ใช ในบริเวณใกลเ คยี ง โดยการผายปอดดว ยวธิ เี ปาปาก ชชู ีพในการเลน น้าํ - มีผชู ว ยชวี ิต อุปกรณ ในกรณีทีผ่ ูจ มนาํ้ ไมห ายใจ - สอนใหเด็กใชชชู ีพเม่ือ ชวยชวี ติ และกําหนด การอุมพาดบา กระโดดหรอื วิง่ ตอ งเดนิ ทางทางน้าํ กฎระเบยี บในสระวายนาํ้ รอบสนาม หรอื วางบนกระทะคว่ํา สาธารณะ และแหลง นํา้ แลว รีดนาํ้ ออก ไมใชวิธที ถ่ี กู ตอง ทเ่ี ปนทท่ี อ งเท่ียว และจะทําใหข าดอากาศหายใจ - มีอุปกรณช วยชวี ิตและ นานยิ่งขึน้ กาํ หนดกฎระเบียบ ในเรอื โดยสาร
8 หลักสูตรวายน้ําเพอ่ื เอาชวี ิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) อายุ จดั สภาพแวดลอมรอบตวั เฝา ดูแล ปกปอ งคมุ ครองเด็ก สอนเด็กใหรจู ัก (ป) เด็กใหปลอดภัย กฎแหง ความปลอดภัย 9-11 - มีปายคําเตอื น อุปกรณ - ผูด แู ลเดก็ ตอ งไดรบั การฝก - สอนเด็กใหรูจ กั การ ชว ยคนจมนาํ้ ในแหลง นาํ้ ปฐมพยาบาลเด็กจมนํา้ ทีถ่ กู วธิ ี ประเมินความเส่ียงของ ท่ีมคี วามเสยี่ ง โดยการผายปอดดว ยวธิ ีเปา ปาก การวายน้ําทงั้ ในสระนาํ้ - มีผูช วยชีวติ อุปกรณ ในกรณที ผี่ จู มนาํ้ ไมหายใจ และแหลงนาํ้ ธรรมชาติ ชว ยชวี ติ และกาํ หนด การอมุ พาดบากระโดดหรือวง่ิ - สอนเดก็ ใหว ายนาํ้ เปน กฎระเบยี บในสระวายน้ํา รอบสนาม หรอื วางบนกระทะคว่ํา รวู ิธีการชว ยเหลอื คน สาธารณะ และแหลงนํา้ แลวรีดนํ้าออก ไมใ ชว ธิ ที ถ่ี กู ตอ ง จมน้าํ และเลน กฬี า ทเ่ี ปนทท่ี องเทย่ี ว และจะทําใหข าดอากาศหายใจ ทางนํา้ อยา งปลอดภัย - มอี ปุ กรณชว ยชีวติ และ นานยิ่งขน้ึ - สอนใหเด็กใชชชู พี เมอื่ กาํ หนดกฎระเบียบ ตองเดนิ ทางทางนาํ้ ในเรอื โดยสาร - สอนเดก็ ใหรูวธิ กี าร ปฐมพยาบาลคนจมน้ํา 12-14 - มปี า ยคาํ เตอื น อปุ กรณ - ผูดูแลเด็กตอ งไดรบั การฝก - สอนเดก็ ใหรจู กั การ ชว ยคนจมนาํ้ ในแหลงน้ํา ปฐมพยาบาลเด็กจมนํา้ ทีถ่ ูกวิธี ประเมนิ ความเสี่ยงของ ทม่ี คี วามเสี่ยง โดยการผายปอดดว ยวิธเี ปาปาก การวา ยนํา้ ทั้งในสระนํ้า - มผี ูช ว ยชวี ติ อุปกรณ ในกรณีทีผ่ จู มน้าํ ไมห ายใจ และแหลง นา้ํ ธรรมชาติ ชว ยชวี ติ และกาํ หนด การอมุ พาดบากระโดดหรือวิ่ง - สอนเด็กใหวายน้าํ เปน กฎระเบยี บในสระวายน้าํ รอบสนาม หรอื วางบนกระทะควํา่ รูวิธีการชว ยเหลอื คน สาธารณะ และแหลงน้ําที่ แลวรีดนํ้าออก ไมใ ชวธิ ที ีถ่ กู ตอง จมน้ํา และเลน กฬี า เปนทีท่ อ งเทย่ี ว และจะทาํ ใหข าดอากาศหายใจ ทางนํ้าอยางปลอดภัย - มีอุปกรณช วยชีวติ และ นานยิ่งขน้ึ - สอนใหเด็กใชชูชีพเมือ่ กําหนดกฎระเบยี บ ตองเดินทางทางนาํ้ ในเรือโดยสาร - สอนเด็กใหร ูอนั ตราย ของการด่ืมเคร่อื งดืม่ แอลกอฮอลก อ นวายนาํ้ - สอนเด็กใหร วู ธิ กี าร ปฐมพยาบาลคนจมน้าํ แหลง ขอมลู : รศ. นพ. อดศิ กั ดิ์ ผลิตผลการพิมพ. ศนู ยว ิจยั เพือ่ สรา งเสรมิ ความปลอดภยั และปองกนั การบาดเจบ็ ในเดก็ . คณะแพทยศาสตร โรงพยาบาลรามาธิบด.ี
หลักสูตรวา ยน้ําเพอ่ื เอาชีวิตรอดและคูม อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 9 ในตางประเทศนอกจากการมีองคกรรับผิดชอบและมีนโยบายชัดเจน การจัดต้ังองคกร ความปลอดภัยทางน้าํ (Water-safety Organizations) และแผนความปลอดภัยทางนา้ํ (16) การมกี ฎหมาย/ ขอ บังคับและการบงั คับใชอยางเครงครัดมผี ลทาํ ใหอ ัตราการเสยี ชีวิตลดลง เชน การใชกฎหมายบงั คับใหม ี การสรางรวั้ ปอ งกันลอ มรอบสระนํ้า (17, 18) การกาํ หนดแนวทางในเรือ่ งความปลอดภยั ของผลิตภณั ฑซ งึ่ จะ รวมถึงการใหความรูและการติดฉลากคาํ เตือนบนภาชนะกักเก็บนํา้ และพระราชบัญญัติบังคับใหเด็ก อายุตํ่าวา 13 ปตองสวม/ใชอุปกรณชว ยชวี ติ (Personal Floatation Device: PFDs) ตลอดเวลาท่อี ยูในเรือ หรืออยูในบริเวณใกลแหลงนาํ้ เปด (19) จะทาํ ใหการดาํ เนินงานปองกันการจมนา้ํ เกิดประสิทธิภาพและ อัตราการเสียชีวติ จากการจมน้ําของเด็กลดลงแลว อกี มาตรการหนึ่งทสี่ าํ คญั คือการบรรจุโปรแกรมในเรื่อง ความปลอดภัยทางนํา้ การสอนวายนํ้า และวิธีการเอาตัวรอดเขาไปในโรงเรียน (16, 20) ซ่ึงพบแลววามี ประสทิ ธภิ าพทที่ าํ ใหอตั ราการเสยี ชีวติ จากการจมน้าํ ของเด็กลดลง จากการสํารวจขอมูลการวายน้าํ เปนท่ัวประเทศของเด็กไทย (21) ในป พ.ศ. 2546-2547 พบวา เดก็ ไทยอายตุ าํ่ กวา 15 ป วายนํา้ เปนรอ ยละ 16.3 หรอื กลา วไดว า ในจํานวนเด็กทีอ่ ายุนอ ยกวา 15 ป จาํ นวนกวา 13 ลานคน วายนํา้ เปน เพยี ง 2 ลานคน และเดก็ สว นใหญไมเ รียนวา ยนาํ้ จนกวา อายุ 9 ปขน้ึ ไป ซงึ่ ไมแ ตกตางจากผลการสํารวจของสํานกั โรคไมต ิดตอ กรมควบคุมโรค ป พ.ศ. 2551 ทไ่ี ดท ําการสาํ รวจ ความสามารถในการวายนํา้ เปนของบุตรขาราชการ/เจาหนาท่ีกระทรวงสาธารณสุขอายุ 5-15 ปพบวา วายนา้ํ เปน เพยี งรอ ยละ 15.3 และในกลมุ ท่วี า ยน้ําเปนสว นใหญเปน เด็กอายมุ ากกวา 9 ป (รอยละ 74.6) (22) และผลการสํารวจการวายน้ําเปนของเดก็ ในจงั หวดั สุโขทัยในทกุ อาํ เภอพบวา วา ยนํ้าเปน รอยละ 17.6 (23) ในตางประเทศจะพบวา การสอนเด็กใหวายนํา้ เปนและรูจักวิธีการเอาชีวิตรอดเปน มาตรการหนึ่งท่จี ะชว ยปอ งกนั การจมนาํ้ ของเด็ก แตส าํ หรบั ประเทศไทยโอกาสฝกวายนํา้ ของเด็กยงั อยูใน วงจํากัด และการสอนวายน้ําท่ีมอี ยยู ังขาดในเรื่องของทักษะความปลอดภยั ทางน้ํา ทักษะการเอาชีวิตรอด การปองกันอุบัติภยั ทางน้ําและการชว ยชวี ิตผปู ระสบภยั ทางนาํ้ จากผลการศึกษาของสาํ นกั โรคไมต ดิ ตอ กรมควบคุมโรคในการประเมนิ ผลความสามารถใน การวา ยนาํ้ การมที กั ษะเอาชีวติ รอด และทกั ษะการชว ยชีวติ ของเดก็ อายุ 5-15 ป ภายหลงั จากการไดรบั การ สอนวา ยนํ้าจากหลกั สตู รที่แตกตา งกนั 2 หลักสตู รข้นึ คอื หลกั สตู รการวา ยน้าํ เพ่ือเอาชวี ติ รอด (Swim, Save and Survive) ของสมาคมเพ่ือชว ยชวี ติ ทางนํา้ และหลกั สตู รวา ยนํ้าทว่ั ไป (24) พบวาภายหลังจากเดก็ ท่ีเรียน วายนํา้ หลักสูตรการวายนํ้าเพ่ือเอาชีวิตรอด (Swim, Save and Survive) เดก็ จะมีความสามารถในการวายนา้ํ ตํา่ แตจะมที ักษะการเอาชวี ติ รอดและทกั ษะการชว ยชวี ติ สงู กวาเดก็ ทเ่ี รยี นวา ยนํา้ ในหลกั สตู รวายนา้ํ ทั่วไป ทง้ั นี้ ไมไดหมายความวาหลักสูตรใดดีกวากัน แตจากขอมูลทางระบาดวิทยาพบสาเหตุการเสียชีวิตจากการ จมนํา้ ของเด็ก สวนใหญเกิดจากการรูเทาไมถึงการณของเด็ก การขาดทักษะการเอาชีวิตรอดและทักษะ การชวยชวี ติ โดยเดก็ กลมุ อายุ 5-9 ปเ ปน กลมุ เส่ยี งหลกั
10 หลักสูตรวา ยนาํ้ เพอ่ื เอาชวี ิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) จากเหตุผลทางระบาดวิทยาประกอบกับความพรอมทางดานพัฒนาการของเด็ก คณะผูเชี่ยวชาญประกอบดวยผูเช่ียวชาญการสอนวายนํ้า/Life Saving สมาคมเพื่อชวยชีวิตทางนาํ้ สมาคมวา ยนํ้าแหง ประเทศไทย สมาคมผูฝ ก สอนวา ยนํ้าแหง ประเทศไทย สถาบันการพลศึกษา สํานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ กองพลศึกษา โรงเรียนเตรยี มทหาร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม และศูนยวิจัยเพ่ือสรางเสริมความปลอดภัยและปองกัน การบาดเจ็บในเด็กโรงพยาบาลรามาธิบดี และสาํ นักโรคไมติดตอ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงไดพิจารณาที่จะจัดทําหลักสูตรวายน้ําเพ่ือเอาชีวิตรอดและคูมือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) สําหรับเด็กอายตุ งั้ แต 6 ปข ึ้นไป โดยใชห ลักสูตรท่มี อี ยูของสมาคมเพอ่ื ชวยชวี ิต ทางน้าํ เปนพื้นฐาน (25, 26) โดยมุงหวังผลักดันใหมีการเรียนการสอนตามหลักสูตรดังกลาวใหกับเด็ก ทงั้ ในระบบและนอกระบบการศกึ ษา ซงึ่ จะมสี ว นในการชว ยลดการเสยี ชวี ติ จากการจมน้าํ ของเดก็ อกี ทางหนง่ึ
หลักสตู รวา ยนํ้าเพอ่ื เอาชีวิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 11 กระบวนการพัฒนาหลักสตู ร 1. สํารวจปญ หาความตอ งการและความจาํ เปนในการจัดทําหลกั สตู รวายน้ําเพอ่ื เอาชีวติ รอด (Survival Swimming Curriculum) - สนับสนุนใหมีการเรียนการสอนวายนา้ํ ใหกับเด็กตามแนวทางการเรียนการสอนท่ี แตละแหงกาํ หนด - ประเมินผลการเรียนการสอนวายน้ําในแตละหลักสูตรท่ีมีความแตกตางกันเพ่ือ นาํ มาพจิ ารณาถึงความจาํ เปน ในการจัดทาํ /พัฒนาหลักสูตร - ทบทวนหลักสูตรการเรยี นการสอนวายน้าํ ทง้ั ในประเทศและตางประเทศ 2. กาํ หนดจุดมุงหมายของหลกั สูตร 1) มที ักษะในการเอาชีวิตรอดในนํ้า 2) มีความรเู รอ่ื งความปลอดภยั ทางนา้ํ 3) มที กั ษะในการชวยเหลือผูประสบภัยทางนาํ้ 4) มีความสามัคคีและมีนา้ํ ใจนกั กฬี า 3. คัดเลือกจดั ลาํ ดบั เนอ้ื หาสาระ โดยคณะผูเช่ียวชาญในการจัดทําหลักสูตรประกอบดวยผูเชี่ยวชาญการสอนวายน้ํา/ Life Saving สมาคมเพ่ือชวยชีวิตทางนํ้า สมาคมวายน้าํ แหงประเทศไทย สมาคมผูฝกสอนวายนํ้า แหงประเทศไทย สถาบนั การพลศกึ ษา สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กองพลศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ศูนยวิจัยเพื่อสรางเสริมความปลอดภัยและปองกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สํานักโรคไมติดตอ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข 4. กาํ หนดมาตรการวัดประเมนิ ผล กาํ หนดกรอบการประเมินผลโดยใหครอบคลุมเนื้อหาสาระการเรียนการสอน และมีการประเมินเปนระยะๆ และใหบ คุ คลภายนอกเปนผูประเมนิ 5. นาํ หลักสูตรไปทดลองใช มีการนําหลักสูตรไปทดลองใชโดยมีการควบคุมตัวแปรที่เกี่ยวของ 6. ประเมินผลการใชหลกั สตู ร ดําเนนิ การประเมินในระหวา งการทดลองใชหลกั สตู ร 7. ปรับปรงุ แกไ ข มีการปรับปรุงแกไขตลอดชวงการดาํ เนินงานในทุกขั้นตอนเพื่อใหหลักสูตรมี ความสมบูรณและสามารถนาํ ไปใชไ ดจ ริง
12 หลกั สูตรวา ยนํา้ เพอ่ื เอาชีวิตรอดและคมู ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) กระบวนการพฒั นาหลักสูตร ประเมินผล วเิ คราะห กําหนด การใชห ลักสูตร ขอมลู พื้นฐาน จุดมุงหมาย นาํ หลกั สูตร ปรบั ปรงุ คัดเลือก ไปทดลองใช แกไ ข จดั เน้ือหาสาระ กาํ หนด มาตรการวดั ประเมินผล การสอนตาม หลกั สูตร
หลกั สตู รวายนํา้ เพือ่ เอาชวี ิตรอดและคูม อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 13 หลักสตู รวา ยน้ําเพือ่ เอาชวี ิตรอด Survival Swimming Curriculum
14 หลักสตู รวายน้าํ เพื่อเอาชวี ิตรอดและคูมือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) จดุ มงุ หมายของหลกั สตู ร เม่ือเรยี นจบหลกั สูตรแลวนกั เรยี น 1. มที ักษะในการเอาชีวติ รอดในน้ํา 2. มีความรเู รอ่ื งความปลอดภยั ทางน้าํ (Water Safety Knowledge) - แหลงน้ําเสี่ยง (ในบาน รอบบาน ละแวกบา น และในชมุ ชน) - สภาพแหลง นาํ้ (นํา้ ลกึ นา้ํ ตืน้ นาํ้ วน ปรากฏการณ Rip Current) - การลงน้ําและขึ้นแหลงนา้ํ ดว ยความปลอดภยั - การเตรียมตวั กอ นมาวา ยนํา้ และกอนลงวา ยนํ้า - ความปลอดภยั ในการเดนิ ทางทางนาํ้ 3. มที กั ษะในการชวยเหลอื ผปู ระสบภยั ทางน้าํ 4. มคี วามสามัคคแี ละมีนํา้ ใจนกั กฬี า สาระการเรียนรู หลกั สตู รวายนาํ้ เพอื่ เอาชวี ติ รอด (Survival Swimming Curriculum) สาํ หรบั เดก็ อายตุ ั้งแต 6 ปข ึน้ ไป ท้ังเดก็ ในระบบการศกึ ษาและนอกระบบการศกึ ษา ใชเ วลาเรยี นทง้ั หมด 15 ครัง้ ครั้งละ 50-60 นาที เพอ่ื ใหสอดคลองกบั ระยะเวลา 1 ภาคการศกึ ษาของโรงเรียน โดยแบงเปนการเรยี น 14 ครั้ง และครัง้ ที่ 15 เปน การวัดผลการเรยี นการสอน มสี าระการเรยี นรู ดังน้ี หนว ยการเรียนที่ 1 ความรูเกี่ยวกับความปลอดภัยทางนา้ํ (Water Safety Knowledge) หนวยการเรยี นท่ี 2 การเอาชวี ติ รอดและพน้ื ฐานการวา ยน้ํา (Swim and Survive) หนวยการเรียนที่ 3 การใหความชว ยเหลอื ผปู ระสบภยั ทางนาํ้ (Water Rescue)
หลกั สตู รวา ยนํา้ เพ่ือเอาชวี ิตรอดและคูม ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 15 หนว ยการเรยี นรู สาระการเรียนรูห ลักสูตรวา ยน้าํ เพื่อเอาชีวติ รอด (Survival Swimming Curriculum) จาํ นวน 3 หนวย ระยะเวลา 15 ครั้ง (ครั้งละ 50-60 นาท)ี หนว ยที่ หนวยการเรยี นรู จํานวนชว่ั โมง 1 1 ความรเู ก่ียวกบั ความปลอดภัยทางน้าํ (Water Safety Knowledge) 10 แหลง น้ําเสย่ี ง (ในบา น รอบบา น ละแวกบา น และในชมุ ชน) 3 สภาพแหลง นํา้ (น้ําลึก น้ําตน้ื น้ําวน ปรากฏการณ Rip Current) 1 การลงและขึน้ แหลง นํา้ ดวยความปลอดภยั ทกั ษะความปลอดภยั ในกิจกรรมทางนาํ้ - การปฏิบตั ติ ามระเบียบการใชสระวา ยนาํ้ - กฎแหงความปลอดภยั ทัว่ ไป ความปลอดภยั ในการเดนิ ทางทางนํา้ 2 การเอาชีวติ รอดและพน้ื ฐานการวา ยน้ํา (Swim and Survive) ทักษะการเอาชีวติ รอดในน้ํา ทักษะพ้นื ฐานการวา ยน้ํา 3 การใหความชว ยเหลอื ผูประสบภยั ทางน้ํา (Water Rescue) รองขอความชว ยเหลือจากผใู หญ ชว ยผปู ระสบภัยทางน้ําดว ยการโยนอปุ กรณ เชน ขวดนํ้าดมื่ พลาสติก ถงั แกลลอน เสอ้ื ชชู ีพ ฯ ชวยผูประสบภยั ทางน้าํ ดว ยการยื่นอปุ กรณ เชน Kick board ทอ PVC ไมพลอง ก่งิ ไม หรอื Swimming Noodle การประเมินผล
16 หลกั สูตรวายน้ําเพอ่ื เอาชวี ิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น เปนกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเน้ือหาไดผสมผสาน การเรียนรูท้ัง 3 หนวยการเรียนคือ ความปลอดภัยทางนํา้ การเอาชีวิตรอดและการวายน้าํ และการให ความชว ยเหลอื ผปู ระสบภยั ทางนํา้ ไปพรอ มๆ กันในแตล ะชวั่ โมง โดยเริ่มเรียนจากเร่อื งงา ยๆ แลวคอ ยเพ่มิ ระดับความยากใหมากย่ิงขึ้นและมีการวัดและประเมินผลอยางเปนระบบ เพ่ือใหสามารถบรรลุตาม จุดมุง หมายของหลกั สตู ร จาํ นวนครูผสู อนกับผูเรียน ครูผูสอน 1 คน สอนนกั เรยี นกลมุ ละ 9-10 คน การวดั และการประเมินผล 1. ผูเรียนตองมีเวลาเรียนในหลักสูตรนี้ไมนอยกวา 12 ช่ัวโมง (รอยละ 80) ของเวลาเรียน ตามหลักสูตร จึงจะมสี ิทธสิ อบประเมินผล 2. ใหมีการวดั ผลเปนระยะๆ ตลอดหลักสตู ร ตามแบบประเมนิ ผลการเรียนหนา 118 หากทักษะใด ไมผ านใหมกี ารวัดผลใหมอ ีกครง้ั ในชัว่ โมงท่ี 15 3. การประเมนิ ผลการเรียนใหใ ชระดบั คะแนนในการประเมนิ ตามเกณฑ A, B, C, D และ F (หนา 117) 4. การประเมินผล ถาไดระดับ “F” และไมผานทักษะการเอาชีวิตรอด หรืออยางใดอยางหนึ่ง ถือวา “สอบไมผาน” ผูเรียนจะตองกลับมาเรียนตลอดทัง้ หลักสูตรใหม
หลักสตู รวา ยนาํ้ เพ่ือเอาชีวิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 17 หนวยการเรียนท่ี 1 ความรูเก่ียวกบั ความปลอดภัยทางน้ํา (Water Safety Knowledge)
18 หลกั สูตรวา ยน้ําเพอ่ื เอาชวี ิตรอดและคูม อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) หนวยการเรียนท่ี 1 ความรูเ กย่ี วกับความปลอดภยั ทางนํ้า (Water Safety Knowledge) วัตถปุ ระสงค เพ่อื ใหน ักเรียนมคี วามรูเ ก่ียวกบั ความปลอดภัยทางน้ําและการปองกันอบุ ตั ิภัยทางนํ้า สาระสําคัญ ใหความรูนักเรยี นเก่ียวกบั ความปลอดภยั ทางนาํ้ คอื รเู ทาทันทจ่ี ะปองกันอบุ ตั ภิ ยั ทางน้ํา ภายในบา น บริเวณรอบๆ บา น ชมุ ชน และการเดนิ ทางทางน้าํ ดงั นี้ 1. แหลงน้ําเสย่ี ง (ในบา น รอบๆ บาน ละแวกบา น และในชมุ ชน) 2. สภาพแหลงน้าํ (นา้ํ ตน้ื นํา้ ลึก น้ําวน ปรากฏการณ Rip Current) 3. การลงและขึ้นจากแหลงนาํ้ ดวยความปลอดภยั 4. ทกั ษะความปลอดภัยในกจิ กรรมทางน้าํ 5. ความปลอดภยั ในการเดนิ ทางทางนาํ้ เนื้อหา 1. แหลงน้ําเส่ียง (ในบาน รอบๆ บาน ละแวกบาน และในชุมชน) ตามวัยตางๆ ของเด็ก 1.1 ความหมาย ในบา น เชน ถังนํา้ กะละมงั อา งอาบนาํ้ เด็ก/ผใู หญ อางเลีย้ งปลา อา งบัว โอง ทีน่ ่งั ชกั โครกในหอ งนา้ํ สระวายน้าํ พลาสตกิ กลมุ เส่ียง: เด็กแรกเกิดถงึ 3 ป รอบๆ บาน ละแวกบา น เชน แองนํ้าใตถนุ บาน แอง น้ําขัง รอ งน้ํา คูน้าํ บอ น้ํา กลมุ เส่ียง: เดก็ อายุต้งั แต 3 ปข นึ้ ไป ในชมุ ชน เชน แหลงนา้ํ เพื่อการเกษตร แมน ้ํา ลําคลอง หนอง บงึ กลุมเสีย่ ง: เด็กอายุต้งั แต 3 ปขน้ึ ไป 1.2 ความรูเก่ียวกบั แหลง น้าํ เสี่ยง 2. สภาพแหลงนา้ํ (นํ้าตืน้ น้ําลึก น้าํ วน ปรากฏการณ Rip Current) 2.1 ความหมาย 2.2 ความรเู ก่ียวกบั สภาพแหลง นํา้ 3. การลงและขน้ึ จากแหลงน้ําดวยความปลอดภยั 3.1 การลงและขน้ึ จากสระวา ยนา้ํ มาตรฐาน 3.2 การลงและข้นึ จากแหลงนา้ํ ธรรมชาติ
หลกั สูตรวา ยน้ําเพอ่ื เอาชีวิตรอดและคมู ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 19 4. ทักษะความปลอดภยั ในกิจกรรมทางน้ํา 4.1 การปฏิบตั ติ ามระเบยี บสระในการเตรยี มตวั กอนมาวา ยนาํ้ และกอ นลงวายนา้ํ 4.2 กฎแหงความปลอดภยั ท่ัวไป 5. ความปลอดภัยในการเดินทางทางนํา้ จํานวนชวั่ โมงท่ีเรียน 1 ช่ัวโมง หมายเหตุ: ทั้งน้ีในการเรียนการสอนจะผสมผสานกันท้ัง 3 หนวยการเรียน โดยใช แผนการสอนรายชว่ั โมงในคูมอื การสอน (ตอนที่ 2) วธิ กี ารสอน แสดงอปุ กรณ/ภาพตวั อยา งพรอ มทงั้ อธิบายและสาธติ ส่อื การเรียนการสอน 1. ตวั อยา งอปุ กรณ/ รปู ภาพแหลง น้าํ เส่ยี ง 2. อุปกรณเ พ่ือเอาชวี ิตรอด เชน เสอื้ ชชู พี ขวดน้าํ ด่ืมพลาสตกิ รองเทา แตะฟองน้ํา 3. โบรชวั ร/ โปสเตอร “ขอแนะนําเพอ่ื ความปลอดภัยจากแหลง น้าํ ” ผลท่ีคาดวา จะไดรับ เมื่อเรียนวา ยน้ําจบหลกั สตู รแลว นักเรยี นตอ ง 1. รจู กั แหลง นํ้าเสีย่ ง/สภาพแหลง นาํ้ และสามารถประเมินความเสย่ี งได 2. สามารถลงและขึน้ จากนํา้ ไดอ ยางปลอดภัย 3. สามารถอธิบายเหตุผลของการปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บสระในการเตรยี มตวั กอนมาวา ยนา้ํ และกอนลงวา ยน้าํ ขอ 1 - 10 และกฎแหง ความปลอดภยั 4. สามารถเลือกใชและสวมเสอื้ ชชู ีพไดอยา งถกู ตอง 5. สามารถแตงกายไดเหมาะสมขณะเดินทาง/ทํากจิ กรรมทางนํา้ 6. รูจกั การเตรียมความพรอ มขณะทโี่ ดยสารเรอื
20 หลักสูตรวา ยน้ําเพ่อื เอาชีวิตรอดและคูมือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) วิธกี ารวัดและประเมินผล 1. แบบประเมินผลการเรยี น (หนา 119) 2. สังเกตจากความสนใจของผูเรยี น ตัวชว้ี ัดการประเมนิ ผล สามารถประเมนิ แหลง นาํ้ เสีย่ งได และมคี วามรเู ก่ียวกับความปลอดภัยในการทาํ กิจกรรม ทางนาํ้ และการเดนิ ทางทางนํา้
หลกั สูตรวา ยนํา้ เพือ่ เอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 21 หนวยการเรยี นท่ี 2 การเอาชวี ิตรอดและพืน้ ฐานการวา ยนาํ้ (Swim and Survive)
22 หลกั สูตรวา ยนา้ํ เพ่อื เอาชีวิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) หนว ยการเรยี นท่ี 2 การเอาชีวติ รอดและพื้นฐานการวา ยนํา้ (Swim and Survive) วัตถปุ ระสงค เพ่ือใหน ักเรยี นมที กั ษะการเอาชีวติ รอดในน้าํ และมพี ้ืนฐานการวายนา้ํ สาระสาํ คัญ 1. สอนทักษะการเอาชีวิตรอดดวยการลอยตัวในลักษณะตางๆ เชน การลอยตัวแบบ นอนหงาย การลอยตวั แบบนอนควํ่า การลอยคอ (ลกู หมาตกน้ํา) การใชอปุ กรณทมี่ ีอยู กับตวั หรือใกลๆ ตวั เปนอปุ กรณช วยในการลอยตัว 2. สอนนักเรียนใหสามารถท่ีจะเคลื่อนท่ีไปในน้ําและมีพ้ืนฐานการวา ยนํา้ เน้อื หา 1. ทักษะการเอาชวี ติ รอด 1.1 การลอยตวั 1.1.1 การลอยตวั แบบนอนควา่ํ (ทา ปลาดาว ทา แมงกะพรุน) 1.1.2 การลอยตัวแบบนอนหงาย (แมชลี อยนํา้ ) 1.1.3 การลอยตวั แบบลําตวั ต้งั (การลอยคอ การลอยตวั แบบลูกหมาตกนํา้ ) 1.2 การใชอปุ กรณชวยในการเอาชีวิตรอด 1.2.1 ขวดนา้ํ ดม่ื พลาสตกิ 1.2.2 รองเทา แตะฟองนาํ้ 1.3 เคลอ่ื นทไี่ ปจบั อปุ กรณลอยน้าํ ในน้ําลึก 2. ทกั ษะการวายน้าํ ข้นั พื้นฐาน 2.1 การสรางความคุนเคยกับนาํ้ 2.2 การหายใจในการวายนาํ้ (Bobbing or Proper Breathing) 2.3 การทําทาผจี ีน (Kangaroo jump) 2.4 การเคลอื่ นทไ่ี ปในนํา้ 2.5 กระโดดพุงหลาว 2.6 การเตะเทา คว่ําแลว พลิกหงายแลว พลกิ คว่าํ สลบั กัน
หลกั สตู รวายนาํ้ เพื่อเอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 23 จาํ นวนชวั่ โมงทเี่ รียน 10 ชัว่ โมง หมายเหตุ: ท้ังน้ีในการเรียนการสอนจะผสมผสานกันทั้ง 3 หนวยการเรียน โดยใช แผนการสอนรายชวั่ โมงในคูม อื การสอน (ตอนท่ี 2) วธิ ีการสอน 1. อธบิ ายและสาธิต 2. ฝกปฏิบตั ิ ส่ือการเรยี นการสอน 1. อุปกรณเ พ่อื เรียนวา ยน้าํ - Kick board จาํ นวนคร่งึ หนง่ึ ของนกั เรียนในกลมุ 2. อปุ กรณเพอื่ เอาชีวติ รอด - ขวดนา้ํ ดืม่ พลาสตกิ ขนาดตงั้ แต 800 ซีซี ข้ึนไป เทา จํานวนนกั เรยี นในกลมุ - รองเทา แตะฟองนาํ้ ผลทคี่ าดวา จะไดร ับ 1. ทรงตวั ยนื ในนํ้าตื้นไดอยา งปลอดภยั 2. มคี วามคุนเคย ออ นตวั เมอื่ ทรงตวั อยใู นนํา้ 3. ทรงตัวขึ้นยืนจากทาเตะเทา คว่าํ และทาเตะเทาหงาย 4. กม หนาลงใตผ ิวนาํ้ ได ลมื ตาใตน ํ้า 5. ดํานา้ํ และทรงตวั ข้นึ ยืนได 6. กลัน้ หายใจและหายใจออกใตน้ําได 7. หายใจออกทางปากใตน ้ําและหายใจเขา ทางปากเหนอื นา้ํ 20 ครั้ง 8. สามารถเดนิ เคลอ่ื นตวั ไปในนา้ํ ตื้นระดบั เอวถงึ หนา อกได 9. สามารถเดนิ เคลอ่ื นตวั ไปในน้าํ ต้ืนระดับเอวถึงคอโดยใชม ือชว ยผลกั และดึงนํ้าได 10. ถีบเทา ออกจากขอบสระในทาควํ่าและปลอยใหต วั ไหลไปในนาํ้ 11. ถีบเทา ออกจากขอบสระแลว เตะเทา ควาํ่ 12. เตะเทาควา่ํ แขนผลกั น้ําขา งๆ ลําตวั 13. ควํา่ หนา ถีบเทา ออกจากขอบสระ ตวั ไหลไปตามแรงถบี ดึงแขนและเตะเทา ไปดว ย 14. หงายตวั ถบี เทาออกจากขอบสระแลว เตะเทาหงาย 15. เตะเทา หงาย แขนผลกั น้ําขา งๆ ลาํ ตัว 16. เตะเทา คว่ําเคลือ่ นท่ีไปดานหนา แลวพลิกเปนหงายเคลอื่ นทต่ี อ ไป
24 หลักสูตรวายนํา้ เพื่อเอาชวี ิตรอดและคมู ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 17. เตะเทาหงายเคล่ือนที่ไปดา นหนา แลว พลกิ เปนคว่าํ เคลอ่ื นท่ีตอไป 18. เตะเทาควํา่ เคลอ่ื นทไี่ ปแลว สลบั กบั การพลิกเปน เตะเทาหงายเคล่ือนทไี่ ปได 25 เมตร 19. กระโดดลงน้ําเอาเทา ลงกอนในนํา้ ลกึ แลว ลอยตวั แบบลูกหมาตกนํา้ 1 นาที 20. กระโดดพุง หลาวลงน้าํ จากทา นงั่ หอยเทา ทานั่งยองๆ และทา คกุ เขา 21. สามารถเคล่ือนที่ไปจับอปุ กรณล อยนํา้ ไดใ นระยะ 3 เมตร 22. ลอยตวั ควํา่ 1 นาที (ปลาดาวควํา่ ) 23. ลอยตวั ควํา่ เงยหนา หายใจดว ยทา ลูกหมาตกนํา้ 5 คร้งั 24. ลอยตวั หงาย (แมช ลี อยนํา้ ) 3 นาที 25. กอดขวดนาํ้ ดืม่ ลอยตัวหงาย 3 นาที 26. เคล่อื นท่ีไปในนํ้าดว ยทา ใดก็ไดระยะทาง 10-25 เมตร วิธกี ารวดั และประเมินผล 1. แบบประเมนิ ผลการเรยี น (หนา 118) 2. การสาธิต ตัวช้วี ดั การประเมนิ ผล ทกั ษะการเอาชวี ติ รอด ยืนที่ขอบสระหรือบนแทนกระโดด กระโดดลงนาํ้ ลึก แลวพลิกตัวลอยตัวอยูในนํ้า ไดอยา งนอย 3 นาที สามารถเคล่ือนทไ่ี ปจบั อุปกรณลอยนา้ํ ไดใ นระยะ 3 เมตร (ในน้ําลกึ ) ทกั ษะพ้นื ฐานการวา ยน้ํา สามารถเคลอื่ นท่ไี ปในนา้ํ (วายนํ้า) ไดตัง้ แต 10-25 เมตร
หลักสูตรวายนํา้ เพอื่ เอาชีวิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 25 หนว ยการเรยี นที่ 3 การใหความชวยเหลือผูประสบภัยทางนํ้า (Water Rescue)
26 หลกั สูตรวา ยนํ้าเพื่อเอาชีวิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) หนวยการเรยี นท่ี 3 การใหความชวยเหลอื ผปู ระสบภัยทางน้าํ (Water Rescue) วัตถุประสงค เพื่อใหนักเรียนตระหนักวา ตองใชอุปกรณชวยผูประสบภัยทางน้าํ ทุกคร้ัง วิธีการชวย ท่ีปลอดภัยที่สุด คือ ชว ยดวยการโยนหรอื ยื่นอุปกรณล อยนาํ้ ทุกครงั้ สาระสาํ คญั 1. นกั เรยี นสามารถชว ยเหลือผปู ระสบภยั ทางนา้ํ โดยการรองขอความชว ยเหลือ 2. นกั เรียนสามารถชว ยเหลือผปู ระสบภยั ทางนํา้ โดยการโยนอุปกรณ 3. นักเรยี นสามารถชว ยเหลอื ผปู ระสบภยั ทางนํ้าโดยการย่นื อุปกรณ เนื้อหา 1. แจงเจาหนาทีห่ รือรองเรียกผูใหญใหชวยผปู ระสบภยั ทางน้าํ และรูห มายเลขโทรศัพท/ วธิ กี ารแจง เหตฉุ ุกเฉิน 2. การชวยผูประสบภัยทางนํ้าดวยการโยนอุปกรณ เชน แผนโฟม (Kick board) ขวดนาํ้ ดืม่ พลาสติก ถงั แกลลอน เส้อื ชูชพี ฯ 3. การชว ยผูประสบภยั ทางน้ําดว ยการยน่ื อปุ กรณ เชน แผนโฟม (Kick board) ทอ PVC ไมพลอง กิ่งไม หรอื Swimming Noodle 3.1 การนอนยน่ื อปุ กรณ มือ เทาและแผน โฟม 3.2 การยืนยน่ื อปุ กรณ ทอ PVC ไมพลอง ก่ิงไม หรือ Swimming Noodle จํานวนชวั่ โมงทเี่ รยี น 3 ชวั่ โมง หมายเหตุ: ทั้งนี้ในการเรียนการสอนจะผสมผสานกันทั้ง 3 หนวยการเรียน โดยใช แผนการสอนรายชัว่ โมงในคมู ือการสอน (ตอนท่ี 2) วธิ ีการสอน 1. อธิบายและสาธิต 2. แสดงบทบาทสมมุติ 3. ฝกปฏิบตั ิ
หลักสูตรวา ยนํ้าเพื่อเอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 27 ส่ือการเรียนการสอน อปุ กรณช ว ยคนตกน้ํา - แผนโฟม (Kick board) อยางนอ ยจาํ นวนคร่งึ หน่ึงของนกั เรยี นในกลุม หรือ 2 คนตอ 1 อนั - ทอ PVC ขนาด 6 หุน จาํ นวนคร่ึงหน่ึงของนักเรียนในกลุม - ถังแกลลอน จํานวนครึ่งหนง่ึ ของนักเรียนในกลุม - ขวดน้ําดื่มพลาสติกขนาดตงั้ แต 800 ซซี ี ขึ้นไป เทาจาํ นวนนักเรยี นในกลุม - Swimming Noodle ผลท่คี าดวา จะไดร ับ 1. นักเรียนรูจักวธิ ีการชว ยผูประสบภยั ทางนํา้ ดวยการรอ งขอความชว ยเหลอื 2. นกั เรยี นรูจกั วธิ กี ารชว ยผูประสบภัยทางนา้ํ ดว ยการโยนอุปกรณจ ากขอบสระ 3. นักเรียนรูจกั วธิ ีการชวยผปู ระสบภยั ทางนํ้าดว ยการยน่ื อปุ กรณจ ากขอบสระ วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการเรยี น (หนา 118) 2. การสาธติ ทักษะตา งๆ ตัวช้วี ดั การประเมินผล สามารถใหความชวยเหลือคนตกนํา้ ดวยการโยนอุปกรณ ระยะ 3-5 เมตร สามารถใหความชวยเหลือคนตกนํา้ ดวยการย่ืนอุปกรณ ระยะ 2-4 เมตร
28 หลักสตู รวา ยน้ําเพื่อเอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook)
หลักสตู รวา ยนํ้าเพอ่ื เอาชวี ิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 29 คูมือการสอนตามหลักสตู ร วา ยน้ําเพือ่ เอาชวี ติ รอด Handbook: Survival Swimming Curriculum
30 หลักสตู รวา ยน้ําเพื่อเอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook)
หลกั สูตรวายนา้ํ เพือ่ เอาชีวิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 31 ตอนที่ 1 แนวปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การสอน ตามหลกั สตู รวายนํ้าเพือ่ เอาชีวติ รอด
32 หลกั สตู รวา ยนา้ํ เพื่อเอาชวี ิตรอดและคูม ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) หลักสตู รการสอน การจดั หลกั สูตร แบง เปน หนว ยการเรียนตา งๆ ดังนี้ หนว ยการเรยี นที่ 1 ความรเู กี่ยวกบั ความปลอดภยั ทางนาํ้ (Water Safety Knowledge) หนว ยการเรยี นท่ี 2 การเอาชีวติ รอดและพนื้ ฐานการวา ยนาํ้ (Swim and Survive) หนว ยการเรยี นท่ี 3 การใหความชว ยเหลอื ผปู ระสบภยั ทางน้าํ (Water Rescue) ระยะเวลาการเรยี นการสอน ตามหลักสูตรมดี ังน้ี ระยะเวลาการเรียนการสอน จาํ นวน 15 ครงั้ ครั้งละ 50-60 นาที หนว ยที่ หนวยการเรยี นรู จํานวนชว่ั โมง 1 1 ความรูเกี่ยวกบั ความปลอดภัยทางน้ํา (Water Safety Knowledge) 10 แหลง น้ําเส่ยี ง (ในบาน รอบบาน ละแวกบา น และในชุมชน) 3 สภาพแหลง นาํ้ (นํ้าลึก นา้ํ ตน้ื น้ําวน ปรากฏการณ Rip Current) 1 การลงและขึ้นแหลงน้ําดว ยความปลอดภยั ทักษะความปลอดภยั ในกิจกรรมทางนาํ้ - การปฏิบัตติ ามระเบียบการใชส ระวายน้ํา - กฎแหงความปลอดภัยทว่ั ไป ความปลอดภยั ในการเดนิ ทางทางน้ํา 2 การเอาชีวติ รอดและพน้ื ฐานการวายนํ้า (Swim and Survive) ทักษะการเอาชีวติ รอดในน้าํ ทกั ษะพนื้ ฐานการวา ยนาํ้ 3 การใหความชว ยเหลอื ผูประสบภยั ทางนาํ้ (Water Rescue) รอ งขอความชว ยเหลือจากผใู หญ ชวยผูประสบภยั ทางนํา้ ดวยการโยนอุปกรณ เชน ขวดนํา้ ดืม่ พลาสติก ถังแกลลอน เส้อื ชชู พี ฯ ชวยผปู ระสบภัยทางนาํ้ ดว ยการยืน่ อปุ กรณ เชน Kick board ทอ PVC ไมพลอง กงิ่ ไม หรือ Swimming Noodle การประเมินผล จาํ นวนครผู สู อนกบั ผเู รยี น ตามหลักสูตรมดี งั นี้ ครผู ูสอน 1 คน สอนนกั เรยี นกลมุ ละ 9-10 คน
หลกั สตู รวา ยน้ําเพ่อื เอาชวี ิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 33 คณุ สมบัตขิ องครผู สู อน คณุ สมบัตขิ องครูผสู อน มดี งั น้ี 1. วายนา้ํ ฟรสี ไตล (Front crawl/Crawl stroke) ได 25 เมตร และทากรรเชยี ง ได 25 เมตร 2. มีความรูความเขา ใจเรอื่ งความปลอดภยั ในกิจกรรมทางนํา้ 3. รกั การสอน มีจติ วิญญาณของความเปนครู 4. ควรผานการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวกับการชวยเหลือคนตกนํา้ 5. ควรจะจบหรือกําลังศึกษาดานพลศกึ ษาหรือวทิ ยาศาสตรก ารกฬี า คุณสมบตั ขิ องผเู รยี น คุณสมบตั ขิ องผเู รียน มีดงั น้ี 1. เด็กอายตุ ้งั แต 6 ปข ้ึนไป ทงั้ เดก็ ในระบบการศกึ ษาและนอกระบบการศกึ ษา 2. บคุ คลทีไ่ มเ คยเรยี นหลักสตู รนี้มากอ น 3. ไดร บั การอนุญาตจากผูป กครอง/บดิ า มารดา ใหเ ขารับการเรยี น 4. ควรมีใบรับรองแพทยเพื่อแสดงวาเด็กมีสุขภาพรางกายแข็งแรงเพียงพอท่ีจะ ออกกําลังกายดว ยการวายน้ําได
34 หลักสตู รวายนํา้ เพ่อื เอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) คณุ ลักษณะของแหลง นํา้ ที่ใชส อน 1. เปน สระวายนาํ้ (ที่ไมใ ชแ หลงน้าํ ธรรมชาต)ิ 2. นาํ้ ทีใ่ ชในสระวา ยน้าํ มคี ามาตรฐานดงั นี้ ระดับ pH สระวา ยนํา้ คือ 6.2-7.4 คา มาตรฐานของคลอรนี อสิ ระคงเหลือ (Free residual chlorine) ในสระวา ยน้าํ - ตามขอ บงั คบั กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530: 0.6 - 1.0 มลิ ลิกรมั /ลติ ร - ตามพระราชบญั ญัตวิ ตั ถุอันตราย พ.ศ. 2535: 1.0 - 3.0 มลิ ลกิ รัม/ลิตร สระวายนาํ้ หรือแหลงนํา้ มีคุณลักษณะและสภาพที่แตกตางกันหลากหลายรูปแบบ เชน ขนาด รูปราง ระดบั นํา้ พน้ื ทใี่ ชสอย อาคารสวนประกอบและวัสดุท่ใี ชในการกอ สรา ง ไมวาสระวา ยนาํ้ หรอื แหลงน้ําจะเปน อยางไร เรามขี อพจิ ารณาองคประกอบตา งๆ เพอ่ื ใหผ ูเขารว มกิจกรรมไดรบั ความสะดวกสบาย สนกุ สนานและปลอดภยั ไดแก 1. สาํ รวจจุดเสย่ี ง 2. ส่งิ ท่อี าจกอใหเ กิดอันตรายหรอื อุบัตเิ หตใุ นสระและรอบๆ สระ 3. การจดั การกบั จุดเสีย่ งเหลา นัน้ การสํารวจจุดส่ยี ง เราจะพิจารณาองคประกอบเหลา น้ี 1. กาํ หนดหรือระบุจุดเสีย่ ง 2. ประเมินวา จดุ เสีย่ งนั้นจะกอ ใหเ กดิ อุบัตเิ หตอุ ะไรไดบาง 3. ประเมนิ ความรนุ แรงของอบุ ัตเิ หตทุ ่อี าจจะเกิดขน้ึ 4. ประเมนิ จาํ นวนคร้ังท่อี าจจะเกดิ อุบตั ิเหตุ ณ จดุ นั้น 5. หาหนทางทจ่ี ะปอ งกนั ไมใ หเ กิดอบุ ัตเิ หตุ ณ จดุ นั้น องคประกอบทก่ี อ ใหเกดิ อบุ ตั ิเหตุ 1. คุณลักษณะทางกายภาพ ไดแก รูปรางของสระวายนา้ํ ความกวาง - ยาว ระดับน้ํา ความลึก - ต้ืน กระแสน้ํา วัสดุท่ีใช ลักษณะของอาคารและสวนประกอบ หองนํ้า ที่อาบนา้ํ หองสวม หองเปลีย่ นเสอื้ ผา บนั ได ขอบสระ ผนังสระ รางน้าํ ลน กระเบ้ืองพ้นื สระ พน้ื ผวิ รอบๆ สระวา ยนา้ํ รวมท้ัง แสงสวา ง คณุ ลักษณะเหลาน้ีเราแกไขเปลยี่ นแปลงไมไ ด 2. เจา หนาที่ บุคลากร ครสู อนวายนา้ํ และเจาหนา ทช่ี วี พทิ กั ษ (Lifeguard) ประจําสระ 3. ผูใชบริการ สมาชิกท่ีมาทาํ กิจกรรมหรือมาเรียนวายน้าํ ไดแก จาํ นวน อายุ เพศ กจิ กรรมทเ่ี ลอื กทํา รวมท้ังพฤติกรรมของสมาชิก 4. กิจกรรมตางๆ ท่ีใหบริการ เชน การวายนา้ํ เพ่ือออกกาํ ลังกาย การเรียนวายนํ้า การแขง ขนั วา ยน้ํา
หลกั สูตรวา ยน้าํ เพื่อเอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 35 ขอควรพิจารณาสาํ หรับการเลือกสระวา ยนา้ํ และวสั ดุอุปกรณป ระจาํ สระวา ยนํ้าท่จี ะใชสอน 1. ชองทางเขาสระ นา้ํ ขัง พ้ืนเปยกแลวล่ืน ความสะอาดของพ้ืน อางลางเทาใสนาํ้ ผสม คลอรีน ชอ งทางเขากีดขวางการใชเกา อ้ลี อเข็นหรือไม 2. ขนาดของสระ ขนาดย่ิงกวา งใหญย ิง่ ดแู ลและรกั ษาความปลอดภัยไดยาก 3. รูปรางของสระ มีทั้งสี่เหล่ียมและรูปรางอิสระ (Free shape) ความโคงของรูปสระ เฟอรนเิ จอร ตน ไมป ระดับตกแตง รวมทง้ั พื้นสระดว ยที่จะมลี กั ษณะลาดชันไมเ ทา กัน 4. ระดบั นํ้าลกึ ตนื้ ควรจะมอี งศาของความลาดชันท่ีไมสงู นกั และควรจะมีระดบั นํา้ ทง้ั น้ําตนื้ (เดก็ ยืนถึง) และนาํ้ ลึก (ความลกึ ไมเกนิ 2 เมตร) 5. วัสดทุ ี่ใชทาํ ผนังสระ ขอบสระและรางน้าํ ลน ไมค วรเปน มมุ เหลย่ี มทม่ี ีความคม 6. มแี สงสวา งเพียงพอทั้งแสงธรรมชาตแิ ละแสงไฟ ควรจะมองเห็นพน้ื สระไดชดั เจน 7. สิ่งกอสรางหรือองคประกอบอ่ืนๆ เชน ไมลื่น (Slider) สปริงบอรด ของเลนอื่นๆ ท้ังบนพนื้ สระและลอยน้ํา 8. วัสดุทีเ่ ปนโลหะ เชน ชอ งดดู ตะกอน สะดือสระ หลอดไฟใตนํา้ 9. ลูวา ยนาํ้ สภาพและอายุใชงานทุนกนั คลื่น ลวดสลงิ 10. บนั ไดและข้ันบนั ได 11. สภาพนํา้ ความขุน ใส คาความเปนกรด ดา ง (คา pH) ควรจะเปนกรดเลก็ นอ ย
36 หลักสตู รวา ยน้ําเพื่อเอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook)
หลักสูตรวายนํ้าเพอ่ื เอาชวี ิตรอดและคมู ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 37 ตอนที่ 2 แผนการสอนรายชว่ั โมง
38 หลกั สูตรวา ยน้ําเพื่อเอาชวี ิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) ช่ัวโมงท่ี 1 1. ขั้นเตรียมการ 1.1 อบอนุ รา งกาย 1.2 เตรยี มอุปกรณ/สอ่ื การสอน 2. ขัน้ ทดสอบกอ นการสอน (Pre-test) เพ่อื ดทู กั ษะเบอ้ื งตนของเด็ก และแยกกลมุ เดก็ สําหรบั การสอนตามความสามารถและ ทกั ษะ ท้งั น้ใี หคาํ นงึ ถึงความปลอดภยั 3. ขั้นดําเนินการสอน 3.1 อธบิ ายสภาพแหลง น้ํา บรเิ วณน้ําต้นื นา้ํ ลกึ และการเตรียมตวั กอ นมาวายนาํ้ และกอนลงวายนาํ้ 3.2 สรางความคนุ เคยกบั นํ้า 3.3 ฝก การขน้ึ - ลงจากแหลง น้ํา 3.4 ฝก การทรงตวั ในน้ํา 3.5 ฝก การยืนในบริเวณน้ําตน้ื 3.6 ฝกการเดนิ การเคล่ือนท่ใี นนํา้ ตนื้ 3.7 ฝกการดาํ น้าํ การลืมตาใตนาํ้ การกล้ันหายใจใตนํ้า 3.8 ฝกการหายใจเขา และออกทางปาก 3.9 ฝก การลอยตวั แบบนอนควา่ํ (ทา ปลาดาว ทา แมงกะพรนุ ) 3.10 ฝกการลอยตวั 3.11 ฝกการลอยตวั แบบนอนหงาย 3.12 ฝก การเกาะขวดน้าํ ดื่มลอยตวั 3.13 ฝกการตะโกนเรยี กผใู หญม าชว ยคนตกนา้ํ 3.14 อธิบายระเบยี บการใชส ระวา ยนาํ้ ของสระวา ยนาํ้ น้ันๆ 4. ขั้นสรปุ 4.1 ผสู อนสรุปขอ บกพรองของนักเรยี น 4.2 ผสู อนเปด โอกาสใหน กั เรยี นซกั ถามปญหาในบทเรยี น 4.3 ผสู อนนดั หมายการเรยี นชัว่ โมงตอ ไป
หลกั สตู รวา ยนา้ํ เพอื่ เอาชวี ิตรอดและคมู ือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 39 ช่ัวโมงที่ 2 1 ขั้นเตรียมการ 1.1 อบอุน รา งกาย 1.2 เตรยี มอุปกรณ/ ส่ือการสอน 2. ขน้ั ดาํ เนนิ การสอน 2.1 ฝกการยนื การทรงตวั ในบรเิ วณน้ําตน้ื 2.2 ฝกการเคลอ่ื นท่ไี ปดานหนา ดา นขางในน้าํ ตื้น 2.3 ฝก การดําน้ํา การลมื ตาใตนาํ้ การกลั้นหายใจใตนํา้ 2.4 ฝก การหายใจเขา และออกทางปาก 2.5 ฝก การลอยตวั แบบนอนควาํ่ 2.6 ถีบเทาออกจากขอบสระในทา ควา่ํ และปลอ ยใหต วั ไหลไปตามน้ํา 2.7 ฝก เตะเทา หงาย โดยการนั่งขอบสระ 2.8 ฝกเตะเทาควา่ํ โดยการจับขอบสระ 2.9 ฝก การกระโดดนํา้ จากขอบสระดา นน้ําลกึ 2.10 ฝกการลอยตวั 2.11 ฝกการลอยตวั แบบนอนหงาย 2.12 ฝก การเกาะขวดน้ําดม่ื ลอยตวั 2.13 ฝกตะโกนเรียกผใู หญม าชวยคนตกน้ํา 2.14 อธิบายระเบยี บการใชสระวา ยนํ้าของสระวา ยน้าํ น้นั ๆ 3. ข้นั สรุป 3.1 ผสู อนสรปุ ขอบกพรองของนักเรียน 3.2 ผสู อนเปด โอกาสใหน ักเรยี นซกั ถามปญ หาในบทเรยี น 3.3 ผสู อนนัดหมายการเรียนชว่ั โมงตอ ไป
40 หลักสูตรวายนาํ้ เพื่อเอาชวี ิตรอดและคมู อื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) ชว่ั โมงที่ 3 1. ข้ันเตรียมการ 1.1 อบอุนรางกาย 1.2 เตรยี มอปุ กรณ/สื่อการสอน 2. ขน้ั ดาํ เนินการสอน 2.1 ฝกการดํานา้ํ การลมื ตาใตน า้ํ การกล้นั หายใจใตนาํ้ 2.2 ฝก การหายใจเขา และออกทางปาก 2.3 ฝกการลอยตวั แบบนอนควา่ํ 2.4 สามารถเดนิ เคลอ่ื นตวั ไปในนาํ้ โดยใชมือผลกั และดงึ นาํ้ ได 2.5 ฝก เตะเทาควา่ํ 2.6 ฝกเตะเทา หงาย 2.7 ฝกการยืนทรงตวั จากทา เตะเทาควา่ํ และเตะเทาหงาย 2.8 ฝก การกระโดดนํา้ จากขอบสระดานนํ้าลกึ เอาเทาลงกอ น 2.9 ฝกการลอยตวั 2.10 ฝก การลอยตวั แบบนอนหงาย 2.11 ฝก การเกาะขวดน้าํ ดม่ื ลอยตวั 2.12 ฝกตะโกนเรียกผใู หญม าชว ยคนตกน้ํา 2.13 อธิบายระเบยี บการใชส ระวา ยนาํ้ ของสระวายนํา้ นน้ั ๆ 3. ข้ันสรปุ 3.1 ผสู อนสรปุ ขอ บกพรอ งของนักเรียน 3.2 ผูส อนเปด โอกาสใหนกั เรียนซกั ถามปญ หาในบทเรยี น 3.3 ผูสอนนดั หมายการเรยี นช่วั โมงตอไป หมายเหตุ ผูสอนสามารถประเมินนกั เรียนไดตามแบบประเมินผลการเรียน (หนา 118) ขอ 3.1
หลกั สูตรวายนํา้ เพือ่ เอาชีวิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 41 ชั่วโมงที่ 4 1. ข้นั เตรียมการ 1.1 อบอุน รางกาย 1.2 เตรยี มอปุ กรณ/ สอื่ การสอน 2. ขั้นดาํ เนินการสอน 2.1 ฝกการดาํ นํา้ การลืมตาใตน า้ํ การกล้ันหายใจใตนํา้ 2.2 ฝกการหายใจเขาและออกทางปาก จํานวน 5 ครัง้ 2.3 ฝกการลอยตวั แบบนอนควา่ํ 2.4 ฝกเตะเทาควาํ่ ระยะทาง 5 เมตร แลวพลกิ ตัวนอนหงาย 2.5 ฝกการยนื ทรงตัวจากทา เตะเทา ควํา่ และเตะเทาหงาย 2.6 ฝกเตะเทาหงายระยะทาง 5 เมตร แลว พลกิ ตวั นอนควา่ํ 2.7 ฝกการกระโดดน้ําจากขอบสระดานนํ้าลึก เอาเทาลงกอน แลวลอยตัวแบบ ลกู หมาตกนา้ํ 2.8 ฝกการลอยตวั 10 วินาที 2.9 ฝกการลอยตวั แบบนอนหงาย 10 วินาที 2.10 ฝกการเกาะขวดนา้ํ ด่ืมลอยตัว 10 วนิ าที 2.11 สอนวิธีการชวยผูประสบภัยทางน้ําดวยการโยนขวดนา้ํ ดื่มพลาสตกิ 2.12 อธบิ ายระเบียบการใชส ระวา ยน้ําของสระวายน้าํ นนั้ ๆ 3. ขนั้ สรุป 3.1 ผูส อนสรุปขอบกพรองของนกั เรียน 3.2 ผสู อนเปดโอกาสใหนกั เรียนซกั ถามปญหาในบทเรยี น 3.3 ผสู อนนัดหมายการเรียนชวั่ โมงตอไป
42 หลักสตู รวายน้ําเพ่ือเอาชวี ิตรอดและคูมือการสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) ชว่ั โมงที่ 5 1. ขัน้ เตรียมการ 1.1 อบอนุ รางกาย 1.2 เตรียมอุปกรณ/ส่อื การสอน 2. ข้นั ดาํ เนนิ การสอน 2.1 ฝกการดําน้ํา การลมื ตาใตน าํ้ การกลั้นหายใจใตนา้ํ 2.2 ฝก การหายใจเขา และออกทางปาก จาํ นวน 10 ครง้ั 2.3 ฝก การลอยตวั แบบนอนควา่ํ 2.4 ฝกเตะเทาควาํ่ ระยะทาง 10 เมตร แลว พลิกตวั นอนหงาย 2.5 ฝกการยนื ทรงตัวจากทา เตะเทา ควํ่าและเตะเทา หงาย 2.6 ฝกเตะเทาหงายใชแขนผลักนํ้าขางๆ ลาํ ตัว ระยะทาง 10 เมตร แลวพลิกตัว นอนควาํ่ 2.7 ฝก การกระโดดน้ําจากขอบสระดา นน้ําลกึ เอาเทา ลงกอน แลวลอยตวั แบบลกู หมา ตกน้าํ 2.8 ฝกการลอยตวั 20 วนิ าที 2.9 ฝก การลอยตวั แบบนอนหงาย 20 วินาที 2.10 ฝกการเกาะขวดนํา้ ด่มื ลอยตัว 20 วินาที 2.11 สอนวิธีการชวยผูประสบภัยทางนา้ํ ดวยการโยนขวดนํา้ ดม่ื พลาสตกิ 2.12 อธบิ ายระเบยี บการใชส ระวา ยนา้ํ ของสระวา ยนา้ํ น้ันๆ 3. ขน้ั สรุป 3.1 ผูสอนสรุปขอบกพรอ งของนกั เรียน 3.2 ผูสอนเปด โอกาสใหน ักเรยี นซกั ถามปญ หาในบทเรยี น 3.3 ผูสอนนัดหมายการเรยี นชว่ั โมงตอ ไป หมายเหตุ ผสู อนสามารถประเมินนกั เรียนไดตามแบบประเมินผลการเรียน (หนา 118) ขอ 3.2
หลกั สตู รวายนํ้าเพ่อื เอาชวี ิตรอดและคูมอื การสอน (Survival Swimming Curriculum and Handbook) 43 ช่วั โมงท่ี 6 1. ขัน้ เตรียมการ 1.1 อบอุนรางกาย 1.2 เตรียมอุปกรณ/ส่อื การสอน 2. ขนั้ ดาํ เนนิ การสอน 2.1 ฝก การดาํ นํา้ การลืมตาใตน าํ้ การกลัน้ หายใจใตนํ้า 2.2 ฝก การหายใจเขา และออกทางปาก จาํ นวน 10 ครั้ง 2.3 ฝกการลอยตวั แบบนอนควาํ่ เงยหนาหายใจ 2.4 ฝก เตะเทา ควาํ่ ระยะทาง 10 เมตร แลวพลิกตวั นอนหงาย 2.5 ฝกการยนื ทรงตัวจากทา เตะเทา ควํ่าและเตะเทาหงาย 2.6 ฝกเตะเทาหงายใชแขนผลักน้าํ ขางๆ ลําตัว ระยะทาง 10 เมตร แลวพลิกตัว นอนคว่ํา 2.7 ฝกการกระโดดนาํ้ จากขอบสระดานนาํ้ ลึก เอาเทาลงกอน แลวลอยตวั แบบลูกหมา ตกนาํ้ 30 วินาที 2.8 ฝกการลอยตวั 30 วนิ าที 2.9 ฝกการลอยตวั แบบนอนหงาย 30 วนิ าที 2.10 ฝก การเกาะขวดน้าํ ด่ืมลอยตัว 30 วนิ าที 2.11 สอนวธิ ีการชว ยผูประสบภัยทางนํ้าดว ยการโยนอุปกรณท ีม่ เี ชือกผูก 2.12 อธิบายระเบยี บการใชส ระวา ยนํา้ ของสระวา ยน้ําน้ันๆ 3. ขน้ั สรุป 3.1 ผสู อนสรปุ ขอ บกพรองของนกั เรียน 3.2 ผูสอนเปด โอกาสใหน กั เรียนซกั ถามปญหาในบทเรียน 3.3 ผสู อนนัดหมายการเรยี นช่ัวโมงตอไป หมายเหตุ ผสู อนสามารถประเมนิ นกั เรียนไดตามแบบประเมินผลการเรยี น (หนา 118) ขอ 3.3
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137