บทที่่� 11 การดููแลผู้�้ป่ว่ ยวัณั โรค โดยให้้ผู้�ป้ ่่วยเป็น็ ศููนย์ก์ ลาง (patient centred care; PCC) คู่่ม� ืืออบรมพััฒนาศัักยภาพผู้้�ปฏิบิ ัตั ิงิ านวัณั โรค ∷ 91
92 ∷ คู่ม�่ ืืออบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป�้ ฏิบิ ััติิงานวััณโรค
บทที่่� 11 การดููแลผู้ป้� ่ว่ ยวััณโรคโดยให้ผ้ ู้้�ป่่วยเป็น็ ศููนย์์กลาง (Patient centred care :PCC) การดููแลผู้้�ป่่วยวััณโรคโดยให้้ผู้้�ป่่วยเป็็นศููนย์์กลาง (Patient centred care: PCC) หมายถึึง การให้้บริิการ ดููแลรัักษาแบบองค์์รวมสอดคล้้องกัับวิิถีีชีีวิิตของผู้้�ป่่วย ซึ่�่งต้้องทำำ�ความเข้้าใจกัับบริิบท ต่า่ ง ๆ ของผู้้�ป่ว่ ย ได้แ้ ก่ ่ ลักั ษณะส่ว่ นบุุคคล บทบาทในครอบครัวั องค์์ประกอบครอบครัวั สถานการณ์์ปัจั จุุบันั ในชีีวิิตของผู้้�ป่่วย รวมทั้้ง� สัังคม สิ่่ง� แวดล้้อม และวััฒนธรรมของชุุมชนที่่�ผู้้�ป่่วยอยู่อ่� าศัยั กระบวนการดููแลรัักษาผู้ป้� ่ว่ ยเป็น็ ศููนย์์กลาง ในกระบวนการดููแลแบบผู้้�ป่ว่ ยเป็็นศููนย์์กลาง จะประกอบด้้วย 6 องค์์ประกอบ ได้้แก่่ 1. ค้้นหาทั้้�งโรคและความเจ็็บป่่วย (Explore both disease and illness) 2. ช่่วยเข้้าใจชีีวิิตบุุคคล (Understand the whole person) 3. หาหนทางร่่วมกันั (Find common ground) 4. สร้้างสรรค์์งานป้้องกััน ส่่งเสริิม (Incorporate prevention and health promotion 5. ต่่อเติิมความสัมั พันั ธ์์ที่ด่� ีี (Enhance doctor-patient relationship) 6. มีีวิถิ ีีอยู่่�บนความเป็น็ จริงิ (Being realistic) การดููแลแบบผู้้�ป่วยเป็น็ ศููนย์์กลาง จำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งใช้เ้ วลาและทักั ษะที่เ�่ กี่ย�่ วเนื่่อ� งกับั การให้ค้ ำ�ำ ปรึึกษาอย่า่ งมาก การดููแลแบบนี้้�จึึงไม่่สามารถทำำ�อย่่างรวดเร็็วได้้เสมอไป ในสถานการณ์์ที่่�มีีเวลาจำำ�กััด มีีเทคนิิคของ การให้ค้ ำำ�ปรึึกษา อย่า่ งย่อ่ หรืือ Brief psychotherapy ที่�่สามารถนำำ�มาประยุุกต์์ใช้ใ้ นการดููแลแบบผู้้�ป่ว่ ย เป็็นศููนย์์กลางได้้ คืือ BATHE technique 1. การให้้การปรึึกษา (Counseling) ในกรณีีเร่่งด่่วน 5-10 นาทีี แนะนำำ�ให้้ใช้้เทคนิิคอย่่างย่่อ โดยใช้ค้ ำ�ำ ถาม ปลายเปิิดคืือ BATHE interview ดังั นี้้� B (Background) : สอบถามข้อ้ มููลทั่่ว� ไป เช่น่ อาชีีพ รายได้ ้ สถานะ ความสัมั พัันธ์์ ภายในครอบครััว A (Affect) : สอบถามความรู้้�สึึกเมื่อ� ป่่วยเป็็นวััณโรค BATHE interview T (Trouble) : สอบถามปัญั หาของผู้้�ป่ว่ ยหากได้ร้ ัับการรักั ษาที่�่ต่อ่ เนื่่อ� ง H (Handing) : สอบถามการมีีส่่วนร่่วมการวางแผนการรักั ษาของผู้้�ป่ว่ ยเพื่่อ� ช่ว่ ย ให้้เป็น็ ไปตามแผนการรักั ษา E (Empathy) : ให้้กำำ�ลัังใจโรคนี้้� รักั ษาหายได้้ คู่่�มือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้้ป� ฏิบิ ััติิงานวััณโรค ∷ 93
หากผู้้�ป่ว่ ยมีีปัญั หาซับั ซ้อ้ น อาจต้อ้ งใช้้ advance counseling เป็น็ เทคนิคิ การให้ค้ ำ�ำ ปรึึกษาสำ�ำ หรับั ผู้้�ป่ว่ ยที่่�มีีปััญหาซับั ซ้้อน ใช้ร้ ะยะเวลาในการให้ค้ ำำ�ปรึึกษา 30 -50 นาทีี เพื่่�อแก้้ปัญั หาให้ผ้ ู้้�ป่่วยต่อ่ ไป 2. การดูแู ลการรัับประทานยาโดยการสังั เกตตรง (directly observe treatment: DOT) เป็็นกระบวนการดููแลแบบผู้้�ป่่วยเป็็นศููนย์์กลางแพทย์์และทีีมสหวิิชาชีีพต้้องเข้้าใจเรื่�องโรค (disease) ความเจ็บ็ ป่ว่ ย (illness) ของผู้้�ป่ว่ ยแต่่ละรายไปด้ว้ ยกััน ผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคต้อ้ งได้ร้ ับั การอธิบิ ายเรื่อ� งโรคการรักั ษาหายต้อ้ งใช้เ้ วลารับั ประทานยาอย่า่ งสม่ำ��ำ เสมอ (good compliance) จำำ�เป็็นต้้องมีีพี่�่เลี้�ยงดููแลการรัับประทานยา (DOT observer) ตลอดระยะเวลา การรัักษาความเจ็็บป่่วย (illness) ของผู้้�ป่่วยแต่่ละรายผู้�ให้้บริิการควรทำำ�ความเข้้าใจในมิิติิต่่าง ๆ ที่�่มี ผลกระทบต่่อผู้้�ป่่วยซึ่่�งควรให้้คำำ�ปรึึกษาทุุกครั้�งที่่�ผู้้�ป่่วยมาตามนััด ซึ่�่งทีีมสามารถเลืือกวิิธีีการได้้หลายวิิธีี ตามบริบิ ทผู้้�ป่่วย เช่่น พี่่�เลี้�ยงที่่�เป็็นเจ้้าหน้้าที่่�ด้้านสาธารณสุุข กรณีีผู้้�ป่่วยสะดวกเดิินทางมาที่�่หน่่วยบริิการ (health facility based DOT) แนะนำ�ำ ให้เ้ ดินิ ทางมารับั บริกิ ารที่ห�่ น่ว่ ยบริกิ ารสาธารณสุุข (รับั ประทานยาและฉีีดยา) กรณีีถ้้าผู้้�ป่่วยไม่่ สะดวกเดิินทาง เจ้้าหน้้าที่่�ควรเดิินทางไปหาผู้้�ป่่วย (community based DOT) หรืือ เจ้า้ หน้า้ ที่ใ�่ ช้้ VOT (video observed treatment), mobile application กรณีีผู้้�ป่ว่ ยและญาติมิ ีีความพร้อ้ ม พี่่�เลี้�ยงที่�่ไม่่ใช่่เจ้้าหน้้าที่�่สาธารณสุุข ควรผ่่านการอบรมเรื่�องวััณโรค ทำำ�หน้้าที่�่เป็็นพี่่�เลี้�ยงที่่�บ้้าน ผู้้�ป่ว่ ย (community based DOT) หรือื VOT ก็ไ็ ด้ต้ ามความเหมาะสม ทั้้ง� นี้้เ� จ้า้ หน้า้ ที่ส�่ าธารณสุุขผู้�รับผิดิ ชอบ ควรเยี่ย่� มบ้้านผู้้�ป่ว่ ยโดยไม่่บอกล่ว่ งหน้า้ (surprise visit) เป็็นครั้�งคราวด้้วย บทบาทหน้า้ ที่ข�่ องพี่เ�่ ลี้ย� ง • ตรวจสอบความถููกต้อ้ งของจำ�ำ นวนยาให้ถ้ ููกต้้องตามแผนการรักั ษา • ดููแลให้้ผู้้�ป่ว่ ยรับั ประทานยาทุุกเม็็ด ทุุกมื้้อ� • บันั ทึึกการรัับประทานยาทุุกวันั ตลอดการรัักษา • ดููแลผู้้�ป่ว่ ยในทุุกมิิติทิ ั้้ง� ทางด้้านร่า่ งกาย จิติ ใจ สัังคม และเศรษฐกิิจ • ถ้้าผู้้�ป่่วยมีีปัญั หาเกิิดขึ้น� ควรแจ้้งทีีมสหวิิชาชีีพ เพื่่อ� หาแนวทางแก้้ไข คุณุ สมบัตั ิขิ องพี่่�เลี้ย� งในการดููแลรักั ษา ควรมีีดังั นี้้� • ความน่่าเชื่อ� ถือื (accountability) ต้อ้ งมีีความรู้�เรื่อ� งวัณั โรค • การยอมรัับ (acceptability) เป็น็ มิติ รต่อ่ กััน เกิิดความไว้ว้ างใจ • ความสะดวกรวดเร็็วในการเข้า้ ถึึง (accessibility) 3. การดูแู ลผู้้�ป่่วยเมื่่อ� มีอี าการไม่่พึึงประสงค์์จากยา ผู้้�ป่่วยวััณโรคส่่วนใหญ่่เกิิดอาการไม่่พึึงประสงค์์ในช่่วงแรกของการรัักษา หากไม่่ได้้รัับการดููแล ทัันทีีอาจ ทำำ�ให้้ผู้้�ป่่วยไม่่อยากรัับประทานยาและหยุุดการรัักษาเอง จึึงควรให้้การดููแลผู้้�ป่่วยเพื่่�อบรรเทา อาการทุุกข์์ทรมาน เพื่่�อผู้้�ป่ว่ ยให้้ความร่่วมมืือรัักษาในที่�่สุุด 4. การดููแลด้้านโภชนาการ (nutritional care for patients with tuberculosis) ผู้้�ป่่วยวััณโรคจะมีีน้ำ�ำ�หนัักตััวลดลง เนื่่�องจากเบื่่�ออาหารคลื่�นไส้้อาเจีียน และหากมีีดััชนีีมวลกาย หรืือ BMI ต่ำำ��กว่า่ 18.5 kg/m2 จะเสี่ย�่ งต่อ่ การเสีียชีีวิติ และเสี่�ย่ งต่อ่ การกลับั เป็น็ ซ้ำ�ำ�ของวัณั โรค การดููแล ด้้านโภชนาการของผู้้�ป่ว่ ยควรดำำ�เนิินการอย่่างจริิงจัังตั้�งแต่่เริ่�มการวิินิิจฉััยเพื่่�อเข้้าสู่่�กระบวนการรัักษาด้ว้ ย ยารักั ษาวัณั โรค 94 ∷ คู่ม�่ ืืออบรมพััฒนาศักั ยภาพผู้ป�้ ฏิบิ ััติงิ านวััณโรค
5. การสนัับสนุุนด้้านสัังคมและเศรษฐกิจิ การดููแลผู้้�ป่่วยด้้านสัังคมและเศรษฐกิิจเป็็นสิ่�งจำำ�เป็็น ช่่วยให้้ผู้้�ป่่วยร่่วมมืือในการรัักษาจนครบ กำ�ำ หนด ถึึงแม้ผ้ ู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคส่ว่ นใหญ่อ่ ยู่ภ�่ ายใต้ร้ ะบบประกันั สุุขภาพ แต่ผ่ ู้้�ป่ว่ ยบางรายอาจไม่ส่ ามารถใช้ส้ ิทิ ธิิ การรัักษาในโรงพยาบาลที่ต่� นเองต้้องการใช้้บริิการได้้ เนื่่�องจากสิิทธิิการรัักษาอยู่่�ที่�่อื่�นหรืือไม่่ได้้ย้้ายสิิทธิิ ทำำ�ให้้มีีปััญหาในด้้านการรัักษา ผู้้�ให้้บริิการจึึงควรช่่วยเหลืือผู้้�ป่่วยให้้มีีการใช้้สิิทธิิประกัันสุุขภาพทุุกราย เพื่่อ� ไม่ใ่ ห้้กระทบด้้านเศรษกิิจของผู้้�ป่ว่ ย ในด้้านสัังคม บุุคลากรสาธารณสุุขควรทำำ�ความเข้้าใจเกี่�่ยวกัับวััณโรคกัับผู้้�ป่่วย ครอบครััว ญาติิ เพื่่�อน นายจ้้าง หรืือชุุมชนเพื่่�อไม่่ให้้ผู้้�ป่่วยรู้้�สึึกว่่าเกิิดการรัังเกีียจหรืือการตีีตราทางสัังคม (stigma) หรืือ ถููกนายจ้า้ งให้้ออกจากงาน โดยเฉพาะหากผู้้�ป่่วยรายนั้้�นเป็น็ เสาหลัักของครอบครััว การช่ว่ ยเหลือื ทางด้า้ นสังั คมและเศรษฐกิจิ ผ่า่ นองค์์กรทั้้ง� ภาครัฐั และองค์์กรการกุุศลก็ย็ ังั มีีข้อ้ จำ�ำ กัดั คืือไม่่สามารถให้้การช่่วยเหลืือผู้้�ป่่วยที่�่มีีปััญหาได้้ทุุกราย ดัังนั้้�น หน่่วยงานทุุกระดัับสามารถค้้นหาแหล่่ง ทรัพั ยากรทางสังั คมและเศรษฐกิจิ ภายในพื้้น� ที่�่ เช่น่ ประสานกับั ครอบครัวั แกนนำ�ำ ชุุมชน นายจ้า้ ง ครูู เป็น็ ต้น้ โดยสร้า้ งความรู้�และทัศั นคติทิ ี่ถ่� ููกต้อ้ งเกี่ย�่ วกับั วัณั โรคเพื่่อ� ลดการรังั เกีียจ (stigma) ตลอดจนเสริมิ สร้า้ ง คุุณค่่าเพื่่อ� ให้้ผู้้�ป่่วยสามารถอยู่่�ร่่วมกับั ครอบครััว ชุุมชน และสัังคมได้้อย่่างปกติิสุุข แนวทางการช่ว่ ยเหลืือผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคที่ม่� ีปี ัญั หาทางด้า้ นสังั คมและเศรษฐกิจิ นั้้น� สามารถแบ่ง่ ได้ต้ าม บริิบทของหน่่วยงาน ดัังนี้้� • โรงพยาบาลศููนย์์ โรงพยาบาลทั่่ว� ไป (รพศ./รพท.) และศููนย์์บริกิ ารสาธารณสุุข เจ้า้ หน้า้ ที่ค่� ลินิ ิกิ วัณั โรค ควรส่่งผู้้�ป่่วยไปพบนัักสัังคมสงเคราะห์์เพื่่�อประเมิินสภาพปััญหา ให้้การปรึึกษาเพื่่�อให้้การช่่วยเหลืือ หรืือ ส่่งต่่อการช่่วยเหลืือไปยัังหน่่วยงานภายนอกต่่อไป เช่่น พมจ. อบต. กาชาดจัังหวััด มููลนิิธิิอนุุเคราะห์์ ผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค เป็็นต้้น • โรงพยาบาลศููนย์์โรงพยาบาลทั่่ว� ไป (รพศ./รพท.) และศููนย์์บริกิ ารสาธารณสุุข เจ้า้ หน้า้ ที่ค�่ ลินิ ิกิ วัณั โรค ควรส่่งผู้้�ป่่วยไปพบนัักสัังคมสงเคราะห์์เพื่่�อประเมิินสภาพปััญหา ให้้การปรึึกษาเพื่่�อให้้การช่่วยเหลืือ หรืือ ส่่งต่่อการช่่วยเหลืือไปยัังหน่่วยงานภายนอกต่่อไป เช่่น พมจ. อบต. กาชาดจัังหวััด มููลนิิธิิอนุุเคราะห์์ ผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค เป็็นต้้น 6. สิทิ ธิแิ ละข้้อพึึงปฏิิบััติิของผู้้�ป่ว่ ย สิิทธิิของผู้้�ป่ว่ ย ด้้านการดููแลรัักษา ผู้้�ป่่วยมีีสิิทธิิเข้้าถึึงการดููแลรัักษาวััณโรคตามมาตรฐานสากล และมีีสิิทธิิ ได้้รัับประโยชน์์ จากการดููแลรัักษา เช่่น การวิินิิจฉััยโรค การรัักษาให้้หาย การให้้สุุขศึึกษา การป้้องกััน เป็น็ ต้น้ ด้า้ นศักั ดิ์์ศ� รีี ผู้้�ป่ว่ ยมีีสิทิ ธิไิ ด้ร้ ับั การปฏิบิ ัตั ิดิ ้ว้ ยความเสมอภาค การรักั ษาความลับั หรือื เปิดิ เผยข้อ้ มููล โดยความยิินยอมของผู้้�ป่ว่ ย การได้้รัับบริิการต่่าง ๆ ที่ม่� ีีประสิทิ ธิิภาพ โดยไม่ถ่ ููกเลืือกปฏิิบััติิและไม่่ถููกตีีตรา พร้้อมทั้้�งมีีสิทิ ธิิเข้า้ ร่่วมพัฒั นาแผนงานวััณโรคทั้้ง� ในระดัับท้้องถิ่น� ระดัับชาติิ และนานาชาติิ คู่่�มืืออบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป�้ ฏิิบััติิงานวัณั โรค ∷ 95
คำ�ำ ถาม 1. กระบวนการดููแลผู้้�ป่ว่ ยเป็น็ ศููนย์์กลาง ประกอบด้้วยอะไรบ้้าง .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 2. BATHE interview technique คือื กระบวนการอะไร .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 3. Directly Observe Treatment (DOT) คืืออะไร มีีความสำำ�คััญอย่่างไร .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 4. ทำ�ำ ไมนัักโภชนาการจึึงมีีบทบาทในการดููแลผู้้�ป่่วยวัณั โรค .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 96 ∷ คู่�่มืืออบรมพัฒั นาศัักยภาพผู้�้ปฏิบิ ัตั ิิงานวััณโรค
บทที่่� 12 การป้้องกันั การแพร่ก่ ระจาย เชื้้อ� วัณั โรค คู่่�มืืออบรมพััฒนาศัักยภาพผู้้ป� ฏิบิ ัตั ิิงานวัณั โรค ∷ 97
98 ∷ คู่ม�่ ืืออบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป�้ ฏิบิ ััติิงานวััณโรค
บทที่�่ 12 การป้้องกัันการแพร่่กระจายเชื้อ้� วััณโรค การแพร่่กระจายเชื้้�อวััณโรค เกิิดจากผู้้�ป่่วยวััณโรค ไอ จาม พููด ตะโกน หััวเราะหรืือร้้องเพลง ออกมาพร้้อมกัับ น้ำ�ำ� ลาย หรืือเสมหะ ทำำ�ให้้เกิิดละอองฝอย (Droplet nuclei) ฟุ้้ง� กระจายออกมา การแพร่่กระจายเชื้้�อจะสััมพัันธ์์กัับความถี่�่ของการไอ ซึ่�่งใน 1 ชั่่�วโมง ผู้้�ป่่วยวััณโรคระยะแพร่่เชื้้�อ สามารถปล่่อยละอองฝอยเสมหะ ที่ม่� ีีเชื้�อ้ ได้้ตั้�งแต่่ 18-3,789 ละออง ซึ่ง่� ละอองฝอยที่�่มีีอนุุภาคขนาดใหญ่่ จะตกลงพื้้�น แต่อ่ นุุภาคขนาดเล็ก็ 1-5 ไมโครเมตร จะลอยอยู่ใ�่ นอากาศ ซึ่ง่� ผู้�ที่ส่� ููดหายใจเอาละอองฝอยเชื้�้อ วัณั โรคเข้า้ ไป อนุุภาคขนาดใหญ่จ่ ะติดิ อยู่ท�่ ี่จ่� มููก หรือื บริเิ วณลำ�ำ คอ ส่ว่ นอนุุภาคขนาดเล็ก็ จะเข้า้ ไปสู่�่ถุงลมปอด ซึ่ง�่ ทำำ�ให้เ้ กิิดวััณโรค ปััจจัยั ที่่ม� ีผี ลต่อ่ การแพร่ก่ ระจายเชื้้อ� วัณั โรค มีี 4 ด้้าน ดัังนี้้� 1. ปััจจััยด้า้ นผู้้�ป่ว่ ยวััณโรค การไอ จาม หรืืออาการอื่�น ๆ ที่�ท่ ำ�ำ ให้เ้ ชื้�อ้ วััณโรคแพร่่กระจายออกมาจาก ผู้้�ป่ว่ ยวััณโรคปอด หลอดลม หรือื กล่่องเสีียง 2. ปัจั จัยั ด้้านสิ่ง� แวดล้อ้ ม สถานที่ม�่ ีีสภาพอัับทึึบ คัับแคบ แสงแดดส่่องไม่่ถึึง การถ่า่ ยเทอากาศไม่ด่ ีี 3. ปัจั จััยด้้านผู้้�สัมั ผััส ปริิมาณเชื้อ้� วััณโรคในอากาศที่่�ผู้้�สัมั ผััสสููดเข้า้ ไป ระยะเวลาสััมผัสั ผู้้�ป่่วยวัณั โรค 4. ปัจั จััยด้า้ นระบบบริิการ การวินิ ิจิ ฉัยั ล่า่ ช้า้ การเริ่�มรักั ษาล่า่ ช้้า การให้้ยาไม่ถ่ ููกต้้อง รักั ษาไม่่ครบ ไม่ม่ ีีการแยกผู้้�ป่ว่ ยออกจากผู้้�อื่่น� การกระตุ้�นที่ท่� ำ�ำ ให้เ้ กิดิ การไอ หรือื อื่น� ๆ ที่ท่� ำ�ำ ให้เ้ ชื้อ้� วัณั โรคแพร่ก่ ระจาย ออกมาจากผู้้�ป่่วยวััณโรค มาตรการป้อ้ งกันั แพร่ก่ ระจายเชื้�้อวัณั โรค มีี 3 มาตรการหลักั ดัังนี้้� 1. มาตรการด้้านการบริหิ ารจััดการ (Administrative measures) 2. มาตรการควบคุุมสิ่�งแวดล้้อม (Environment control) 3. มาตรการป้้องกัันส่ว่ นบุุคคล (Personal protection) การป้อ้ งกัันการแพร่่กระจายเชื้้อ� วััณโรคในโรงพยาบาล (1.) มาตรการด้้านการบริิหารจััดการ (Administrative measures) ถืือเป็็นมาตรการแรก และ เป็็นมาตรการ ที่่�สำำ�คััญที่่�สุุด ในการควบคุุมป้้องกัันการแพร่่เชื้�้อในสถานพยาบาล เพื่่�อป้้องกัันไม่่ให้้ ผู้้�ป่่วยอื่�น ๆ รัับเชื้้�อวััณโรคเพื่่�อลดการแพร่่กระจายเชื้�้อจากผู้้�ป่่วยวััณโรค มาตรการด้้านการบริิหารจััดการ หลักั ๆ ประกอบด้ว้ ย • การจัดั ทำ�ำ แผนพััฒนางานป้้องกัันการแพร่ก่ ระจายเชื้�อ้ วัณั โรค • การให้้ความรู้�บุคลากร ทั้้�งบุุคลากรสาธารณสุุขและบุุคลากรอื่น� ๆ • การให้ค้ วามรู้�แก่่ผู้้�ป่ว่ ยและญาติิ • การจัดั บริกิ ารสุุขภาพที่เ�่ หมาะสมแก่ผู่้้�ป่ว่ ยเพื่่อ� ลดการแพร่ก่ ระจายเชื้อ้� วัณั โรค โดยการคัดั กรอง ค้น้ หาผู้�มีอาการสงสัยั ให้ร้ วดเร็ว็ แยกผู้้�มีีอาการออกจากผู้้�ป่ว่ ยอื่น� ๆ ผู้้�ป่ว่ ยสวมหน้า้ กากอนามัยั ให้ก้ ารวินิ ิจิ ฉัยั วััณโรค โดยเร็ว็ และรีีบรักั ษาให้้หาย และใช้้เวลาในการรับั บริกิ ารที่�ส่ั้น� ที่�่สุุดในสถานพยาบาลสาธารณสุุข (2.) มาตรการควบคุุมสิ่่�งแวดล้้อม (environmental control) การควบคุุมสิ่�งแวดล้้อม คืือ การควบคุุมคุุณภาพอากาศ (Air Quality Control) โดย - การควบคุุมทิิศทางการไหลของอากาศ - การเติมิ อากาศบริิสุุทธิ์์�จากภายนอก คู่�่มืืออบรมพััฒนาศัักยภาพผู้�้ปฏิิบััติิงานวััณโรค ∷ 99
- การควบคุุมแรงดัันระหว่่างพื้้�นที่�่ - การใช้อ้ ุุปกรณ์์ เช่น่ แผงกรองอากาศ การใช้้หลอดอััลตราไวโอเลต การควบคุุมคุุณภาพอากาศ ดำำ�เนินิ การได้้ 4 วิธิ ีี ดัังนี้้� 2.1 การระบายอากาศ มีี 2 วิธิ ีี ได้้แก่่ 1. การระบายอากาศด้ว้ ยวิิธีีธรรมชาติิ (natural ventilation) เป็็นการไหลของอากาศ จากพื้้�นที่�่หนึ่่�งไปสู่่�พื้�นที่่�หนึ่�่ง หรืืออาศััยลมพััดจากภายนอกไปสู่่�ภายในตััวอาคารช่่วยให้้เกิิดการไหลของ อากาศจากภายนอกไปสู่�ภ่ ายในตัวั อาคารและไหลออกไปอีีกด้้านหนึ่่�งตามทิศิ ทางลมธรรมชาติิ 2. การระบายอากาศด้้วยวิิธีีกล (mechanical ventilation) เป็็นการใช้้เครื่�องมืือ ในการระบายอากาศออกจากพื้้น� ที่่� โดยทั่่ว� ไปมักั ใช้พ้ ัดั ลมระบายอากาศประเภทต่่าง ๆ การใช้้พััดลมทั่่ว� ไป ควรเปิดิ ให้ไ้ ปในทิิศทาง เดีียว (ไม่ส่ ่า่ ยไปมา) และเป็น็ ทิิศทางเดีียวกับั ลมธรรมชาติิและให้้พััดจากบุุคลากร ผ่่านผู้้�ป่ว่ ยและออกสู่ภ�่ ายนอกอาคาร ส่่วนพัดั ลมดููดอากาศที่่�ติิดผนังั ควรอยู่่ใ� กล้ผ้ ู้้�ป่่วย 2.2 การปรัับความดันั อากาศด้ว้ ยการใช้พ้ ัดั ลมที่ม่� ีีแรงดููด เพื่่อ� ให้้สภาพห้้องเป็็นลบหรือื บวก เมื่�อเทีียบกับั แรงดันั อากาศภายนอกห้้อง แบ่่งออกเป็็น 3 แบบ ได้้แก่่ แบบที่�่ 1 เป็น็ สภาพห้อ้ งที่ม�่ ีีความดันั อากาศเป็น็ ลบ (negative pressure) ทำ�ำ ให้อ้ ากาศ ภายใน จะไม่่สามารถไหลออกไปสู่�ภ่ ายนอกห้้องได้้ เช่่น ห้อ้ งแยกผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค ห้้องปฏิิบัตั ิิการ เป็็นต้้น แบบที่�่ 2 เป็็นสภาพห้้องที่�่มีีแรงดัันอากาศภายในและภายนอกห้อ้ งมีีความดันั อากาศที่�่ เท่่ากััน (neutral pressure) จะทำำ�ให้้มีีอากาศไหลเข้้าออกไปมาระหว่่างภายในห้้องและภายนอกห้้องได้้ ตลอด เช่่น แผนกประชาสััมพัันธ์์ เป็็นต้้น แบบที่�่ 3 เป็น็ สภาพห้อ้ งที่ม่� ีีความดันั อากาศเป็น็ บวก (positive pressure) ทำ�ำ ให้อ้ ากาศ จากภายนอกห้้องไม่่สามารถไหลออกไปสู่�่ภายในห้้องได้้ เช่่น ห้อ้ งทำ�ำ งานของบุุคลากรสุุขภาพ เป็น็ ต้น้ 2.3 แผงกรองอากาศประสิิทธิิภาพสููง high-efficiency particulate air (HEPA) filter เป็็นวิิธีีการกำำ�จััดเชื้้�อวััณโรคโดยการใช้้เครื่�องกรองอากาศ หลัักการคืือ อากาศที่�่มีีเชื้้�อวััณโรคปนเปื้�อน จะผ่า่ นเข้า้ ไปในเครื่อ� ง กรองและผ่า่ นขบวนการทำ�ำ ลายเชื้อ้� วัณั โรค ก่อ่ นปล่อ่ ยอากาศที่ส�่ ะอาดออกมาใช้ใ้ หม่่ วิิธีีนี้้�เหมาะสำ�ำ หรัับห้อ้ งเล็ก็ ๆ ที่่ม� ีีบริเิ วณจำ�ำ กัดั และอับั ทึึบที่�่ไม่ส่ ามารถระบายอากาศตามธรรมชาติิได้้ 2.4 การทำำ�ลายเชื้้�อด้ว้ ยแสงอัตั ราไวโอเลต (Ultraviolet Germicidal Irradiation: UVGI) เชื้้�อวัณั โรค จะตายเมื่อ� ถููกรัังสีีอััลตราไวโอเลตที่่�มีีความเข้้มที่่�เหมาะสม ในระยะเวลาที่�่นานเพีียงพอ การฆ่า่ เชื้อ�้ ด้ว้ ยรังั สีีอััลตราไวโอเลต สามารถกระทำำ�ได้้ ดังั นี้้� • การฆ่่าเชื้�้อโรคดััวยรัังสีีอััลตราไวโอเลตโดยตรง (direct ultraviolet germicidal irradiation fixture) • การฆ่่าเชื้�้อโรคดััวยรัังสีีอััลตราไวโอเลตในพื้้�นที่่�ส่่วนบนของห้้อง (upper room or shielded ultraviolet germicidal irradiation fixture) • การฆ่่าเชื้้อ� โรคในอากาศด้้วยรังั สีีอััลตราไวโอเลตแบบระบบปิิด (UV fan) • การฆ่่าเชื้้�อโรคดัวั ยรัังสีีอััลตราไวโอเลตในห้้องปฏิบิ ัตั ิิการ • การฆ่า่ เชื้้�อโรคดััวยรัังสีีอััลตราไวโอเลตในตู้�เก็บ็ เสมหะ (3.) มาตรการป้้องกัันส่่วนบุคุ คล (Personal protection) การใช้้อุุปกรณ์์ป้้องกัันร่่างกายส่่วนบุุคคล (personal protective equipment: PPE) เป็น็ การดำ�ำ เนินิ การ เพื่่อ� ลดความเสี่ย�่ งต่อ่ การได้ร้ ับั เชื้อ้� วัณั โรคของบุุคลากรในหน่ว่ ยงาน ที่ใ่� ห้ก้ ารตรวจวินิ ิจิ ฉัยั หรืือรักั ษาผู้�ที่ส�่ งสัยั ว่า่ ป่่วยเป็็นวัณั โรคหรือื ผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค โดยมีีหลัักการใช้ด้ ังั นี้้� 100 ∷ คู่่ม� ืืออบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป�้ ฏิบิ ััติิงานวััณโรค
• ใช้อ้ ุุปกรณ์์ป้้องกันั ร่า่ งกายเฉพาะในกรณีีที่ม�่ ีีข้อ้ บ่ง่ ชี้เ� ท่า่ นั้้น� และเมื่อ� หมดกิจิ กรรมแล้ว้ ให้ถ้ อดอุุปกรณ์์ ป้้องกันั ร่า่ งกายนั้้�นออก • เลืือกใช้้อุุปกรณ์์ป้้องกัันร่า่ งกายส่่วนบุุคคลให้้เหมาะแก่่งาน • เลืือกใช้้อุุปกรณ์์ป้้องกัันร่า่ งกายส่่วนบุุคคลที่่�มีีขนาดที่�เ่ หมาะสมกัับผู้้�สวมใส่่ • มีีการหมุุนเวีียน และกำำ�จัดั อุุปกรณ์์ป้้องกัันร่่างกายส่ว่ นบุุคคลอย่า่ งเหมาะสม การเลืือกใช้อ้ ุุปกรณ์์ป้้องกันั ร่่างกายในระบบทางเดินิ หายใจ ได้้แก่่ (1) หน้า้ กากอนามััย หรืือ surgical mask ประสิิทธิภิ าพในการกรองขนาด 1-5 ไมโครเมตร มีีประโยชน์์ในการช่ว่ ยลดการแพร่่กระจายเชื้�อ้ จากผู้้�สวมใส่ ่ จึึงควรจััดหาหน้า้ กากอนามััยให้้แก่ผ่ ู้้�ป่ว่ ย (2) หน้า้ กากกรองอนุุภาค สามารถป้้องกัันการสููดอากาศที่ป่� นเปื้�อนด้้วย droplet nuclei ได้้ เช่่น N95 โดยกรองเชื้�อ้ อนุุภาคขนาด 1 ไมโครเมตร ได้ไ้ ม่น่ ้อ้ ยกว่่าร้้อยละ 95 สวมใส่่ทุุกครั้ง� ก่่อนการเข้า้ ไปดููแลผู้้�ป่ว่ ย การป้้องกัันการแพร่ก่ ระจายเชื้อ�้ วัณั โรคในครอบครัวั และชุุมชน (1) มาตรการด้า้ นการบริิหารจัดั การ 1) ค้น้ หาผู้้�ป่วยวัณั โรคในชุุมชนให้พ้ บโดยเร็ว็ โดยเฉพาะกลุ่ม�่ ที่ม่� ีีความเสี่ย่� ง เช่น่ ผู้้�สัมั ผัสั ร่ว่ มบ้า้ นหรือื สััมผัสั ใกล้้ชิดิ ผู้้�ติดิ เชื้�อ้ เอชไอวีี ผู้้�สููงอายุุที่ม่� ีีโรคร่ว่ ม (ติิดเตีียงหรืือติิดบ้้าน) ผู้้�ติดิ สุุราเรื้�อรังั ผู้้�ใช้ส้ ารเสพติิด เป็น็ ต้้น 2) เมื่�อพบผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค ให้้การดููแลและแนะนำำ�การปฏิบิ ัตั ิิตััวดังั นี้้� • ให้้การรัักษาที่�่ได้้มาตรฐานและมีีประสิิทธิิภาพ เป็็นวิิธีีที่่�จะตััดวงจรการแพร่่กระจายเชื้�้อ วัณั โรค โดยเร็ว็ • ให้้ผู้้�ป่่วยดููแลตนเองให้แ้ ข็็งแรง ออกกำำ�ลัังกาย พัักผ่่อนให้้เพีียงพอ รัับประทานอาหารที่ม่� ีี ประโยชน์์ ใช้ช้ ้อ้ นกลาง เมื่อ� กินิ อาหารร่่วมกัับผู้�อื่น� งดสููบบุุหรี่่� เลิิกดื่่�มสุุรา • ผู้้�ป่่วยควรอยู่่�ในห้้องที่�่มีีอากาศถ่่ายเทได้้ดีี มีีแสงแดดส่่องถึึง ซัักผ้้าเช็็ดหน้้าและเสื้�อผ้้า ด้้วยผงซักั ฟอกและผึ่�่งแดดให้แ้ ห้้ง • เมื่�อผู้้�ป่่วยไอหรืือจามให้้ใช้้กระดาษชำำ�ระหรืือผ้้าเช็็ดหน้้าปิิดปากและจมููกทุุกครั้�ง และ ทิ้้�งในถัังขยะที่่�มีีถุุงรองรัับและมีีฝาปิิด ล้้างมืือให้้สะอาดบ่่อย ๆ บ้้วนเสมหะในภาชนะที่�่มีีฝาปิิดมิิดชิิด ทำำ�ลายโดยการเผาทุุกวันั หรืือบ้ว้ นเสมหะในโถส้้วมชัักโครก 3) ผู้้�ป่่วยหลีีกเลี่่�ยงการคลุุกคลีีใกล้้ชิิดกัับบุุคคลอื่่�นในช่่วงระยะแพร่่เชื้้�อ อย่่างน้้อย 2 สััปดาห์์ หรืือจนกว่่า ผลตรวจเสมหะเป็็นลบ (กรณีีผู้้�ป่่วยวััณโรคดื้�อยาหลายขนาน ระยะเวลาแยกผู้้�ป่่วยจนกว่่ามีี ผลตรวจเสมหะเป็็นลบ) 4) แนะนำ�ำ ผู้้�สัมั ผัสั ร่ว่ มบ้า้ นและผู้้�สัมั ผัสั ใกล้ช้ ิดิ ไปรับั การคัดั กรองและตรวจหาวัณั โรคอย่า่ งสม่ำ�ำ� เสมอ ทุุก 6 เดืือน เป็น็ เวลา 2 ปีี และหลัังจากนั้้�นประจำ�ำ ทุุกปีี (2) มาตรการควบคุมุ สิ่่ง� แวดล้อ้ ม จัดั ที่อ่� ยู่อ�่ าศัยั และสิ่ง� แวดล้อ้ มภายในบ้า้ นหรือื ที่ท่� ำ�ำ งาน โดยเปิดิ ประตูู หน้้าต่า่ งให้้อากาศถ่า่ ยเทได้ส้ ะดวก นำ�ำ ที่น่� อน หมอน มุ้้�ง ผึ่ง�่ แสงแดดเสมอ ๆ (3) มาตรการป้้องกันั ส่่วนบุคุ คล ในระยะแพร่่เชื้อ�้ และ/หรืือ มีีอาการไอ จาม แนะนำำ�ผู้้�ป่่วยให้ส้ วม หน้้ากากอนามััยเมื่�อต้้องอยู่่�กัับผู้�อื่�น หรืือเมื่�อจำำ�เป็็นต้้องเดิินทางออกนอกบ้้านและโดยสารรถสาธารณะ หรืืออยู่่�ในชุุมชนที่�่มีีผู้้�คนมากและเป็็นสถานที่่�ปิิด หรืือสถานที่่�ที่�่มีีการติิดเครื่�องปรัับอากาศ เช่่น ห้้างสรรพสินิ ค้้า โรงภาพยนตร์์ ร้า้ นอาหาร เป็น็ ต้้น คู่�ม่ ืืออบรมพััฒนาศักั ยภาพผู้�้ปฏิิบัตั ิงิ านวััณโรค ∷ 101
คำำ�ถาม 1. มาตรการป้้องกัันการแพร่ก่ ระจายเชื้้�อ มีีอะไรบ้้าง มาตรการใดสำ�ำ คััญที่่ส� ุุด .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 2. หลักั การสำ�ำ คัญั ของการบริิหารจัดั การคืืออะไร .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 3. การเลือื กอุุปกรณ์์ป้้องกัันร่า่ งกายในระบบทางเดิินหายใจสำำ�หรัับผู้้�ป่ว่ ย ควรเลืือกแบบใด เพราะอะไร .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 4. หากพบผู้้�ป่ว่ ยวััณโรคในชุุมชน ควรแนะนำำ�การปฏิบิ ัตั ิิตััวอย่า่ งไร .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 102 ∷ คู่�ม่ ือื อบรมพััฒนาศัักยภาพผู้�้ปฏิิบัตั ิงิ านวัณั โรค
บทที่�่ 13 พระราชบัญั ญัตั ิิโรคติดิ ต่่อ พ.ศ.2558กับั การควบคุมุ วัณั โรค คู่ม่� ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้้ป� ฏิบิ ัตั ิิงานวััณโรค ∷ 103
104 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค
บทที่�่ 13 พระราชบัญั ญัตั ิโิ รคติดิ ต่อ่ พ.ศ. 2558 กับั การควบคุมุ วัณั โรค แนวทางปฏิิบััติิป้อ้ งกัันควบคุุมวัณั โรค ภายใต้้พระราชบััญญััติิโรคติดิ ต่่อ พ.ศ. 2558 ความเป็น็ มา เมื่�อปีี พ.ศ. 2559 กระทรวงสาธารณสุุขได้้ประกาศชื่่�อและอาการสำำ�คััญของโรคติิดต่่ออัันตราย 12 โรค ชื่่�อและอาการของโรคติิดต่่อที่่�ต้้องเฝ้้าระวััง 57 โรค ซึ่่�งวััณโรคเป็็นโรคติิดต่่อที่่�ต้้องเฝ้้าระวััง ลำ�ำ ดัับที่�่ 48 ทั้้ง� นี้้� โดยพระราชบััญญััติิโรคติดิ ต่่อ พ.ศ. 2558 และประกาศกระทรวงสาธารณสุุข พ.ศ. 2559 จะสามารถเพิ่่ม� ความครอบคลุุมของการรายงานผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคได้้ แต่ย่ ังั ไม่ส่ ามารถใช้ม้ าตรการทางกฎหมาย กัับผู้้�ป่่วยวััณโรคที่�่ปฏิิเสธ หรืือไม่่ยอมรัับการรัักษา โดยเฉพาะผู้้�ป่่วย XDR-TB ตลอดจนยัังไม่่สามารถ ดำ�ำ เนินิ การตรวจ คัดั กรองผู้้�สัมั ผัสั ใกล้ช้ ิดิ ได้อ้ ย่า่ งครบถ้ว้ นและทันั เวลา เนื่่อ� งจาก XDR-TB ยังั ไม่อ่ ยู่ใ�่ นรายชื่อ� โรคติิดต่่ออัันตรายในขณะที่�่ตรวจพบผู้้�ป่่วยรายใหม่่ที่่�เป็็น XDR-TB ต่่อเนื่่�องแสดงถึึงการแพร่่กระจาย ของเชื้้�อ XDR-TB ในชุุมชน เพื่่อ� หยุุดยั้ง� อุุบัตั ิกิ ารณ์์และสถานการณ์์การแพร่ก่ ระจายเชื้อ้� ของ XDR-TB ในประเทศไทย ปีี พ.ศ. 2560 กระทรวงสาธารณสุุขจึึงประกาศให้้ XDR-TB เป็็นโรคติิดต่่ออัันตรายลำำ�ดัับที่่� 13 โดยมีีผู้้�เชี่�่ยวชาญ ผู้้�ทรงคุุณวุุฒิิ และหน่่วยงานภาคีีเครืือข่่ายทุุกภาคส่่วนจึึงได้้ร่่วมกัันจััดทำำ�แนวทางปฏิิบััติิป้้องกัันควบคุุม วััณโรคดื้�อยาหลายขนานชนิิดรุุนแรงมาก ภายใต้้พระราชบััญญััติิโรคติิดต่่อ พ.ศ. 2558 เพื่่�อให้้หน่่วยงาน และบุุคลากรที่�่เกี่่ย� วข้อ้ งได้น้ ำำ�ไปใช้เ้ ป็็นแนวทางในการปฏิบิ ััติิงานต่อ่ ไป นิยิ ามศััพท์์ตามพระราชบััญญััติโิ รคติิดต่่อ พ.ศ. 2558 ที่น่� ำำ�มาใช้้เป็น็ แนวทางปฏิิบััติิ 1) การแยกผู้�มีีเหตุุอัันควรสงสััย XDR-TB เพื่่�อวิินิิจฉััย (แยกกัักหรืือคุุมไว้้สัังเกต) หมายถึึง การแยกผู้้�มีีเหตุุ อัันควรสงสััย XDR-TB ระหว่่างรอผลตรวจทดสอบความไวต่่อยาแนวที่ส�่ อง เพื่่�อป้้องกััน ไม่ใ่ ห้้ผู้้�ป่่วยแพร่เ่ ชื้อ้� ไป ยัังผู้�อื่น� 2) การแยกผู้้�ป่่วยเพื่่�อรัักษา (แยกกัักหรืือกัักกััน) หมายถึึง การแยกตััวผู้้�ป่่วยที่่�มีีผลยืืนยััน ทางห้้องปฏิบิ ัตั ิิการว่่าเป็น็ XDR-TB ไว้ใ้ นสถานที่ท�่ ี่่�กำำ�หนดไว้้เพื่่�อการดููแลรัักษาตามมาตรฐานอย่า่ งใกล้้ชิิด โดยทีีมสหวิิชาชีีพ เพื่่อ� ป้้องกัันและตััดวงจรการแพร่ก่ ระจายเชื้อ�้ สู่่�ผู้�อื่น� 3) การติดิ ตามดูแู ลรักั ษาอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง (คุมุ ไว้ส้ ังั เกต) หมายถึึง การควบคุุมดููแลผู้้�ป่ว่ ยให้ร้ ับั ประทานยา อย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง งดหรือื จำ�ำ กัดั การเดินิ ทางออกนอกพื้้น� ที่่� ในกรณีีที่ม�่ ีีความจำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งเดินิ ทางต้อ้ งได้ร้ ับั อนุุญาต จากเจ้า้ พนักั งานควบคุุมโรคติดิ ต่อ่ และผู้้�ป่ว่ ยต้อ้ งแสดงตัวั ต่อ่ เจ้า้ พนักั งานควบคุุมโรคติดิ ต่อ่ ประจำ�ำ พื้้น� ที่น่� ั้้น� เพื่่�อรับั การตรวจในทางการแพทย์์เพื่่�อป้้องกัันการแพร่ก่ ระจายเชื้อ�้ ไปสู่่�ผู้�อื่น� 4) การเฝ้้าระวััง หมายถึึง การสัังเกต การเก็บ็ รวบรวม และการวิิเคราะห์์ข้้อมููลตลอดจนการรายงาน และการติิดตามผลของการแพร่่ของโรคอย่่างต่่อเนื่่�องด้้วยกระบวนการที่่�เป็็นระบบ เพื่่�อประโยชน์์ ในการควบคุุมโรค 5) การสอบสวนโรค หมายถึึง กระบวนการเพื่่�อหาสาเหตุุ แหล่่งที่่�เกิิดและแหล่่งแพร่่ของโรค เพื่่อ� ประโยชน์์ ในการควบคุุมโรค คู่�่มือื อบรมพัฒั นาศัักยภาพผู้ป�้ ฏิบิ ัตั ิิงานวัณั โรค ∷ 105
6) เจ้า้ พนักั งานควบคุมุ โรคติดิ ต่อ่ หมายถึึง ผู้�ซึ่ง่� รัฐั มนตรีีว่า่ การกระทรวงสาธารณสุุข แต่ง่ ตั้ง� ให้ป้ ฏิบิ ัตั ิิ หน้้าที่�ต่ ามพระราชบัญั ญัตั ิโิ รคติดิ ต่อ่ พ.ศ. 2558 ได้้แก่่ • เจ้้าพนักั งานควบคุุมโรคติดิ ต่่อ โดยตำำ�แหน่่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุุข เรื่อ� ง แต่่งตั้ง� เจ้า้ พนักั งานควบคุุมโรคติดิ ต่่อตามพระราชบััญญััติิโรคติดิ ต่อ่ พ.ศ. 2558 • เจ้้าพนักั งานควบคุุมโรคติดิ ต่่อ โดยคุุณสมบัตั ิ ิ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุุข เรื่อ� ง แต่ง่ ตั้ง� เจ้า้ พนักั งาน ควบคุุมโรคติดิ ต่อ่ ตามพระราชบัญั ญัตั ิโิ รคติดิ ต่อ่ พ.ศ. 2558 (ฉบับั ที่่� 2) พ.ศ. 2560 7) คณะกรรมการโรคติิดต่อ่ จังั หวัดั หมายถึึง คณะกรรมการที่ไ�่ ด้ร้ ับั แต่่งตั้ง� ตามหมวด 3 แห่ง่ พระราชบัญั ญัตั ิิโรคติดิ ต่อ่ พ.ศ. 2558 8) คณะกรรมการโรคติิดต่่อกรุุงเทพมหานคร หมายถึึง คณะกรรมการที่่�ได้้รัับแต่่งตั้�งตามหมวด 4 แห่ง่ พระราชบัญั ญััติโิ รคติิดต่อ่ พ.ศ. 2558 มาตรการด้้านการเฝ้า้ ระวััง ในกรณีีที่พ�่ บผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค และวัณั โรคดื้อ� ยาหลายขนานชนิดิ รุุนแรงมาก ต้อ้ งดำ�ำ เนินิ การตามกฎหมาย ดังั นี้้� (1) การแจ้ง้ เมื่อ� พบผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค ให้ผู้้�รับผิดิ ชอบในสถานพยาบาลหรือื เจ้า้ หน้า้ ที่ห่� ้อ้ งปฏิบิ ัตั ิกิ ารแจ้ง้ ต่อ่ เจ้า้ พนักั งานควบคุุมโรคติดิ ต่อ่ ในสังั กัดั สำ�ำ นักั งานสาธารณสุุขจังั หวัดั หรือื สังั กัดั สำ�ำ นักั อนามัยั กรุุงเทพมหานคร แล้้วแต่่กรณีี ภายใน 7 วันั และบัันทึึกข้อ้ มููลในฐานข้้อมููล NTIP ตามแผนงานวััณโรค (2) การแจ้้งเมื่�อพบผู้้�ป่่วยวััณโรคดื้�อยาชนิิด XDR-TB ซึ่่�งเป็็นโรคติิดต่่ออัันตรายตามกฎหมาย เมื่อ� พบผู้้�ป่ว่ ย XDR-TB หรือื ผู้�มีเหตุุอัันควรสงสัยั XDR-TB ซึ่�ง่ ได้้แก่่ 1) ผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคที่ส่� ัมั ผัสั ผู้้�ป่ว่ ย XDR-TB ทั้้ง� ผู้้�สัมั ผัสั ร่ว่ มบ้า้ น (household contact) และผู้้�สัมั ผัสั ใกล้ช้ ิิด (close contact) 2) ผู้้�ป่ว่ ย MDR/RR-TB, pre-XDR-TB ที่�่มีีลักั ษณะข้อ้ ใดข้อ้ หนึ่ง�่ ต่่อไปนี้้� • ปฏิิเสธการรักั ษา หรืือไม่ย่ ินิ ยอมให้ม้ ีีผู้้�กำำ�กัับการกินิ ยา • มีีความเสี่ย�่ งสููงต่อ่ การขาดการรักั ษา เช่น่ โรคจิติ เวช/คนเร่ร่ ่อ่ น/ติดิ สุุราเรื้อ� รังั /ใช้ส้ ารเสพติดิ เป็็นต้น้ • ไม่ป่ ฏิบิ ััติติ ามแผนการรัักษา เช่น่ กินิ หรืือฉีีดยาไม่ส่ ม่ำ�ำ�เสมอ แนวทางการแจ้้งกรณีีพบผู้้�ป่่วยที่่�ได้้รัับการวิินิจิ ฉััยยืืนยันั ว่่าเป็็น XDR-TB ดังั นี้้� 1) ห้้องปฏิิบััติิการที่�่ทำำ�การตรวจทดสอบความไวต่่อยาแนวที่่�สอง (อาจเป็็นห้้องปฏิิบััติิการของกอง วัณั โรค (กวร.) สำำ�นักั งานป้้องกันั ควบคุุมโรค (สคร.) โรงพยาบาล หรือื ห้้องปฏิิบััติิการของหน่่วยงานอื่�น ๆ) รายงานผู้้�บังั คับั บัญั ชา และให้แ้ จ้ง้ ผลการตรวจฯ ไปยังั เจ้า้ พนักั งานควบคุุมโรคติดิ ต่อ่ ซึ่ง�่ เป็น็ ข้า้ ราชการ สังั กัดั กรมควบคุุมโรคใน ราชการบริหิ ารส่ว่ นกลาง และทีีมตระหนักั รู้้�สถานการณ์์ (situation awareness team, SAT) กรมควบคุุมโรค/สวร./สคร./สปคม. ภายใน 3 ชั่่ว� โมง 2) เมื่อ� SAT กรมควบคุุมโรค และ SAT ของหน่ว่ ยงานที่เ่� กี่ย่� วข้อ้ งได้ร้ ับั แจ้ง้ แล้ว้ ให้ร้ ายงานผู้้�บังั คับั บัญั ชา เพื่่อ� แจ้ง้ ทีีมปฏิบิ ัตั ิกิ ารสอบสวนควบคุุมโรค (joint investigation team, JIT) ของส่ว่ นกลาง/สคร./สปคม./ กทม.และหน่่วยงานอื่�น ๆ ที่�่เกี่�่ยวข้้อง เพื่่�อพิิจารณาลงพื้้�นที่�่สอบสวน ภายใน 12 ชั่่�วโมง รายละเอีียด ดังั แผนภููมิิที่�่ 15 106 ∷ คู่่�มืืออบรมพััฒนาศัักยภาพผู้ป�้ ฏิิบััติงิ านวััณโรค
แผนภูมู ิทิ ี่่� 15 แนวทางการแจ้้งกรณีีพบผู้้�ป่่วยที่ไ�่ ด้้รัับการวินิ ิจิ ฉัยั ยืนื ยันั ว่า่ เป็็น XDR-TB ผอ. กวร./สคร./สปคม. ส่ง่ SMS ภายใน 30 นาทีี ห้้องปฏิิบัตั ิกิ าร แจ้ง้ ภายใน 3 ชั่่�วโมง SAT อธิิบดีี กวร./สคร./ในและ SAT กวร. /สคร. /สปคม. กรมควบคุุมโรค กรมควบคุุมโรค นอก กทม. JIT ส่่วนกลาง/เขต SAT สสจ./กทม. คณะกรรมการโรคติดิ ต่่อจังั หวัดั / กทม. JIT กทม. จัังหวััด และ CDCU NTC RTC สำ�ำ นักั อนามัยั PTC, DTC ห้้องปฏิิบััติิการ เวชกรรมสังั คม ผอ. โรงพยาบาล ผู้�ส่ง่ ตรวจ คลินิ ิกิ วัณั โรค หมายเหตุ ุ การแจ้้ง การประสานงาน วิธิ ีีการแจ้้งให้้ดำ�ำ เนิินการตามวิธิ ีีการหนึ่่�งวิิธีีการใด ดัังต่อ่ ไปนี้้� (1) แจ้ง้ โดยตรงต่อ่ เจ้า้ พนักั งานควบคุุมโรคติิดต่่อ (2) แจ้้งทางโทรศัพั ท์์ (3) แจ้้งทางโทรสาร (4) แจ้้งเป็็นหนัังสืือ (5) แจ้ง้ ทางไปรษณีีย์์อิเิ ล็ก็ ทรอนิิกส์์ (6) วิิธีีการอื่น� ใดที่อ่� ธิิบดีีกรมควบคุุมโรคประกาศกำำ�หนดเพิ่่ม� เติมิ คู่่ม� ืืออบรมพััฒนาศัักยภาพผู้ป�้ ฏิิบััติงิ านวััณโรค ∷ 107
แนวทางการสอบสวนและควบคุุมวัณั โรค การสอบสวนโรคมีีเป้้าหมายเพื่่อ� อธิบิ ายลัักษณะความเชื่อ� มโยงตลอดจนจึึงปัจั จัยั เสี่ย่� งที่ท่� ำ�ำ ให้เ้ กิดิ การ แพร่ก่ ระจายโรคจากผู้้�ป่ว่ ยไปยัังผู้้�สััมผััส เพื่่�อกำำ�หนดมาตรการในการป้้องกัันและควบคุุมการแพร่ก่ ระจาย เชื้�อ้ ที่จ่� ำำ�เพาะกัับสถานการณ์์นั้้�น ๆ วััตถุุประสงค์์ของการสอบสวนวััณโรค 1. เพื่่�อทบทวนให้ท้ ราบขนาดของปััญหาวััณโรคที่แ�่ ท้้จริงิ ในพื้้�นที่�่ 2. เพื่่อ� ทบทวนให้ท้ ราบรายละเอีียดการวินิ ิจิ ฉัยั การรักั ษา และผลการรักั ษาของผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคแต่ล่ ะราย 3. เพื่่อ� ค้น้ หา ตรวจคัดั กรอง ตรวจวินิ ิจิ ฉัยั และรักั ษา การติดิ เชื้อ�้ และการป่ว่ ยเป็น็ วัณั โรคในกลุ่ม่� สัมั ผัสั 4. เพื่่อ� ค้้นหาและควบคุุมแหล่่งแพร่่กระจายโรค 5. เพื่่อ� เสนอแนวปฏิบิ ััติิในการแก้้ไขปัญั หาที่่�จำ�ำ เพาะสำ�ำ หรัับแต่่ละพื้้�นที่�่ แนวทางการสอบสวนวััณโรค แบ่ง่ ออกเป็็น 4 ขั้้น� ตอน ดัังนี้้� 1. ทบทวนขนาด 2. ทบทวนรายละเอีียด 3. ค้น้ หาและตรวจ 4. สอบสวนกรณีีเกิดิ ปััญหาของวััณโรค ของผู้้�ป่่วยแต่ล่ ะราย ผู้้�สัมั ผัสั โรคและ ผู้้�ป่่วยเป็็นกลุ่ม�่ ก้อ้ น (situation review) (case review) ค้้นหาผู้้�ป่ว่ ยที่่�เป็็น หรือื การระบาด แหล่ง่ แพร่เ่ ชื้อ�้ ทบทวนจำำ�นวนและ ทบทวนและยืนื ยันั รายชื่�อผู้้�ป่่วยวัณั โรค ตรวจสอบข้อ้ มููลวินิ ิจิ ฉัยั ดำ�ำ เนิินการคััดกรอง การเกิดิ โรคเป็น็ กลุ่่ม� ก้อ้ น ทั้้ง� หมด (ย้อ้ นหลังั ต้้องส่ง่ ตรวจเสมหะและ ผู้้�สััมผััสภายใน 7 วันั ติดิ ตามให้ท้ ราบผลทุุกราย ค้น้ หาผู้้�ป่ว่ ยเพิ่่ม� เติมิ อย่่างน้อ้ ย 1 ปี)ี ประเมิินความเสี่่�ยงใน ทำำ�การหลััง จากฐานข้อ้ มููลต่่าง ๆ ตััดข้้อมููลผู้้�ป่ว่ ย การแพร่่เชื้อ�้ ของผู้้�ป่ว่ ย การวินิ ิิจฉัยั วัณั โรค การประเมินิ ความเสี่�่ยง ที่�ซ่ ้ำ�ำ� ซ้อ้ นออก ใน index case ในการแพร่ก่ ระจาย/ ประสาน และ/หรือื สั่�ง แต่่ละราย ตรวจเพิ่่�มเติิมให้้ได้้ ติดิ เชื้อ�้ ข้อ้ มููลผู้้�ป่ว่ ยที่ค�่ รบถ้ว้ น สัมั ภาษณ์์ผู้้�ป่ว่ ยภายใน วิิเคราะห์์ข้อ้ มููลเพื่่อ� จััดทำำ�ทะเบีียนผู้้�ป่ว่ ย 3 วัันทำำ�การหลัังได้้รับั ตั้ง� สมมติิฐานการเกิดิ วััณโรคและวััณโรคดื้ อ� การรายงานว่า่ พบ ผู้้�ป่่วยเป็็น cluster หรืือ ยาที่ไ�่ ด้ร้ ัับยาแนวที่�่ 2 outbreak ของวัณั โรค ให้ค้ รบถ้ว้ น ผู้้�ป่่วยวััณโรค การประมวลเหตุุการณ์์ และความเชื่ �อมโยง สัมั ภาษณ์์พี่่เ� ลี้�ยงดููแล ทางระบาดวิทิ ยา การรัับประทานยา วิเิ คราะห์์สถานการณ์์ วััณโรคและ วัณั โรคดื้�อยา ในพื้้�นที่�่ 108 ∷ คู่่�มือื อบรมพััฒนาศักั ยภาพผู้้ป� ฏิิบััติิงานวััณโรค
เกณฑ์์การสอบสวนวัณั โรคปอด ระดับั ประเทศ • วัณั โรคปอดดื้อ� ยาหลายขนานชนิดิ รุุนแรงมาก (XDR-TB) รายแรกในจัังหวััดที่�่ไม่เ่ คยมีีผู้้�ป่ว่ ย* ระดับั เขต • วัณั โรคปอดดื้อ� ยาดัังต่่อไปนี้้� 1) วััณโรคปอดดื้�อยาหลายขนานชนิดิ รุุนแรง (Pre XDR-TB) 2) วััณโรคปอดดื้อ� ยาหลายขนานชนิิดรุุนแรงมาก (XDR-TB) ทุุกราย* ระดับั จังั หวัดั /กทม. • บุุคลากรทางการแพทย์์ทุุกราย • กรณีีเป็็นกลุ่ม�่ ก้อ้ นตั้ง� แต่่ 2 รายขึ้�นไป ในสถานที่่�เดีียวกันั ภายใน 3 เดือื น กรณีีเรืือนจำ�ำ ให้พ้ ิิจารณา ตามความจำำ�เป็็น • วััณโรคปอดดื้อ� ยา ดัังต่อ่ ไป 1) วััณโรคปอดดื้�อยา Rifampicin (RR-TB) 2) วััณโรคปอดดื้อ� ยาหลายขนาน (MDR-TB) ระดับั พื้้น� ที่�่ • ผู้้�ป่ว่ ยรายใหม่่ หรือื ผู้้�ป่ว่ ยกลัับเป็็นซ้ำำ��ทุุกราย หมายเหตุุ * สอบสวนภายใน 12 ชั่่�วโมงหลัังรับั แจ้ง้ ระยะเวลาการแยกผู้้�ป่ว่ ยเพื่่�อวินิ ิิจฉัยั ดููแลรัักษาอย่า่ งใกล้ช้ ิดิ และดููแลรัักษาอย่่างต่อ่ เนื่่�อง 1. ระยะเวลาการแยกผู้้�ป่่วยเพื่่�อวิินิิจฉัยั เมื่อ� พบผู้�มีเหตุุอันั ควรสงสัยั เป็น็ XDR-TB ให้โ้ รงพยาบาลในพื้้น� ที่ร�่ีีบดำ�ำ เนินิ การเก็บ็ เสมหะที่ม�่ ีีคุุณภาพ ส่่งตรวจที่่�ห้้องปฏิิบััติิการที่่�มีีศัักยภาพในการทดสอบความไวต่่อยาแนวที่่�สอง ซึ่�่งอาจเป็็นห้้องปฏิิบััติิการ ของกองวััณโรค สำ�ำ นัักงานป้้องกันั ควบคุุมโรค โรงพยาบาล สถาบัันหรืือห้อ้ งปฏิบิ ัตั ิิการของหน่ว่ ยงานอื่�น ๆ ทัันทีี การทดสอบความไวต่อ่ ยาแนวที่ส�่ องตามวิิธีีที่่�องค์์การอนามัยั โลกรัับรองเช่น่ Line probe assay สำ�ำ หรับั ทดสอบความไวต่อ่ ยาแนวที่ส�่ อง (SL-LPA) ใช้้ระยะเวลาในการตรวจและรายงานผลภายใน 5-7 วันั แต่่ทั้้�งนี้้�ระยะเวลาในเก็็บสิ่ �งส่่งตรวจ การส่่งไปยัังห้้องปฏิิบััติิการ ขึ้้�นอยู่่�กัับการบริิหารจััดการข้้อจำำ�กััด และบริบิ ทของแต่่ละโรงพยาบาลด้ว้ ย รวมระยะเวลาแยกเพื่่�อวิินิจิ ฉัยั อย่า่ งน้้อย 5-7 วันั 2. ระยะเวลาการแยกผู้้�ป่่วยเพื่่�อดููแลรัักษาอย่า่ งใกล้้ชิดิ โดยทีีมสหวิชิ าชีีพ ผู้้�ป่่วยได้้รัับการรัักษา XDR-TB ที่�่ regional XDR-TB hub โดยทีีมสหวิิชาชีีพของ regional XDR-TB Hub ร่่วมกัับทีีมสหวิิชาชีีพของ regional XDR-TB center จนกว่่าจะพ้้นระยะแพร่่เชื้�้อ ซึ่ง�่ พิจิ ารณาจากผล AFB smear เป็น็ ลบอย่า่ งน้อ้ ย 2 ครั้ง� ติดิ ต่อ่ กันั โดยห่า่ งกันั อย่า่ งน้อ้ ย 7 วันั รวมระยะเวลา รัักษาที่�่ regional XDR-TB hub อย่่างน้้อย 30 วััน ทั้้�งนี้้� คณะผู้�เชี่่�ยวชาญการดููแลรัักษาวััณโรคดื้�อยา คู่�ม่ ืืออบรมพัฒั นาศัักยภาพผู้ป้� ฏิบิ ััติิงานวัณั โรค ∷ 109
ระดับั ประเทศ ให้ค้ ำ�ำ แนะนำ�ำ ว่า่ ทีีมสหวิชิ าชีีพควรร่ว่ มกันั ประเมินิ ผู้้�ป่ว่ ยก่อ่ นพิจิ ารณาให้อ้ อกจากโรงพยาบาล ไปดููแลรักั ษาอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� งที่บ่� ้า้ นหรือื ที่�่พัักอาศัยั ว่า่ ผู้้�ป่่วยได้ร้ ัับยาที่่ม� ีีประสิทิ ธิภิ าพ (effective regimen) อย่่างสม่ำำ��เสมออย่่างน้้อย 2 สััปดาห์์ อาการทางคลิินิิกดีีขึ้้�น (เช่่น ไข้้ลดลง ไอน้้อยลงรัับประทานอาหาร ได้้มากขึ้้�น) ไม่่มีีอาการไม่่พึึงประสงค์์จากการใช้้ยา มีีทีีมสหวิิชาชีีพดููแลต่่อเนื่่�องและมั่�นใจได้้ว่่า หลัังจาก ออกจากโรงพยาบาลแล้ว้ ผู้้�ป่่วยสามารถปฏิิบััติิตนเพื่่�อแยกตััวเองหรืือป้้องกัันการแพร่่กระจายเชื้้�อสู่่�ผู้�อื่�น ผู้้�ป่ว่ ย และญาติิให้้ความร่ว่ มมือื กัับทีีม สหวิิชาชีีพในการดููแลผู้้�ป่่วยอย่่างใกล้้ชิิด ทีีมสหวิิชาชีีพมีีความพร้้อมในการดููแลอย่่างต่่อเนื่่�อง สามารถบริิหารจััดการเจ้้าหน้า้ ที่ฉ�่ ีีดยาและผู้้�กำ�ำ กัับการกินิ ยาได้อ้ ย่่างต่่อเนื่่�อง 3. ระยะเวลาการดููแลรักั ษาอย่า่ งต่่อเนื่่อ� ง หลัังจากที่่�ผู้้�ป่่วยได้้รัับการพิิจารณาโดยทีีมสหวิิชาชีีพของ regional XDR-TB hub ให้้ออกจาก regional XDR-TB hub และรับั การรัักษาแบบผู้้�ป่ว่ ยนอกได้้ทีีมสหวิชิ าชีีพของ regional XDR-TB hub และโรงพยาบาล และเครืือข่่ายในพื้้�นที่่�ร่่วมกัันดููแลรัักษาผู้้�ป่่วยอย่่างต่่อเนื่่�อง ณ ที่่�พัักอาศััยหรืือที่�่บ้้าน ของผู้้�ป่ว่ ยจนครบกำ�ำ หนด การรัักษาแบ่ง่ เป็น็ 2 ช่ว่ ง ดังั นี้้� การดููแลรัักษาอย่่างต่่อเนื่่�องช่่วงที่�่ 1 จนกว่่ามีีผลการเพาะเลี้�ยงเชื้้�อกลัับเป็็นลบ ซึ่่�งหมายถึึง มีีผลการเพาะเลี้�ยงเชื้�้อเป็็นลบ (sputum culture conversion) 2 ครั้�ง ห่่างกัันอย่่างน้้อย 30 วััน ให้้งดเดิินทางออกนอกบ้้าน หรืือที่�่พัักอาศััย ยกเว้้นกรณีีที่่�ต้้องติิดตามการรัักษาที่�่โรงพยาบาลกรณีีมีี ความจำำ�เป็็นเดิินทางออกนอกสถานที่�่พัักอาศััย ให้้ทีีมสหวิิชาชีีพของโรงพยาบาลและเครืือข่่ายในพื้้�นที่่� พิจิ ารณาเป็น็ รายบุุคคล โดยคำ�ำ นึึงถึึงโอกาสที่่�จะแพร่่เชื้�อ้ ให้ผู้้�อื่น� และต้้องให้้ข้้อแนะนำำ�เกี่ย่� วกับั การป้้องกันั การแพร่่กระจายเชื้้�อก่่อนเดิินทางทุุกครั้�ง เช่่น ใส่่หน้้ากาก อนามััย งดเว้้นการเดิินทางโดยรถโดยสาร สาธารณะ หรืือมีีมาตรการที่�่สนัับสนุุน เช่่น มีีรถรัับส่่งเฉพาะเพื่่�อป้้องกััน การแพร่่กระจายเชื้้�อให้้ผู้�อื่�น กำำ�หนดพื้้�นที่่�และเส้้นทางด่่วนพิิเศษสำำ�หรัับผู้้�ป่่วย เป็็นต้้น ระยะเวลาการดููแลรัักษาต่่อเนื่่�องช่่วงที่�่ 1 อย่า่ งน้้อย 3 เดืือน การดููแลรัักษาอย่่างต่่อเนื่่�องช่่วงที่�่ 2 หลัังผลการเพาะเลี้�ยงเชื้�้อเป็็นลบ จนครบกำำ�หนดการรัักษา ซึ่ง่� หมายถึึง การดููแลต่อ่ เนื่่อ� งตามมาตรฐานจนครบกำ�ำ หนดการรักั ษา (ระยะเวลาการรักั ษาทั้้ง� หมดอย่า่ งน้อ้ ย 20 เดืือน) โดยจำ�ำ กััดการเดิินทาง ยกเว้น้ กรณีีที่่ต� ้อ้ งติิดตามการรัักษาที่่โ� รงพยาบาล กรณีีมีีความจำ�ำ เป็น็ ต้อ้ ง เดินิ ทางออกนอกที่พ่� ักั อาศัยั ให้ผ้ ู้้�ป่ว่ ยแจ้ง้ ทีีมสหวิชิ าชีีพของโรงพยาบาลและเครือื ข่า่ ยในพื้้น� ที่เ�่ พื่่อ� พิจิ ารณา ความเหมาะสม ประเมิินความเสี่�่ยงต่่อการแพร่่กระจายเชื้้�อและการขาดยา ให้้คำำ�แนะนำำ� บริิหารจััดการ และประสานเพื่่�อให้้ได้้รับั การรัักษาต่อ่ เนื่่อ� ง 110 ∷ คู่่�มือื อบรมพััฒนาศักั ยภาพผู้�้ปฏิบิ ัตั ิงิ านวััณโรค
แผนภูมู ิทิ ี่�่ 16 แนวทางปฏิิบัตั ิิเมื่ �อพบผู้้�ป่ว่ ยหรืือผู้ �มี เหตุุสงสัยั XDR-TB ในสถานพยาบาล ผู้ �มีีเหตุุอัันควรสงสััย XDR-TB แยกเพื่่�อรอการวิินิิจฉััย ที่่�โรงพยาบาล ทดสอบความไวต่่อยาแนวที่่ส� อง ไม่ใ่ ช่่ XDR-TB TB, เป็น็ XDR - TB MDR-TB, pre XDR-TB รักั ษาความมาตรฐาน แยกเพื่่�อรักั ษา ที่�่ ป้้องกันั ไม่่ให้ด้ื้อ� ยาเพิ่่ม� Regional XDR-TB Hub AFB Smear เป็็นลบ ติิดตามดููแลรักั ษาต่อ่ เนื่่�องที่่�บ้้าน อย่่างน้อ้ ย 2 ครั้ง� ติิดต่อ่ กััน จนครบการรักั ษา ห่่างกันั อย่่างน้้อย 7 วััน ช่่วงที่�่ 1 จนกว่่า culture ลบ 2 ครั้�งติิดต่่อกััน ช่ว่ งที่�่ 2 จนกว่า่ จนครบกำ�ำ หนดการรักั ษาให้จ้ ำ�ำ กัดั ห่่างกัันอย่่างน้้อย 30 วััน ให้้งดเดิินทางออก การเดิินทางกรณีีมีีความจำำ�เป็็นต้้องแจ้้ง จพง. จากบ้า้ นหรือื ที่พ�่ ักั อาศัยั ยกเว้น้ กรณีีที่ต่� ้อ้ งติดิ ตาม ควบคุุมโรคติดิ ต่่อเพื่่อ� พิจิ ารณาก่อ่ นทุุกครั้ง� การรัักษาที่่โ� รงพยาบาล หมายเหตุุ 1. กรณีีผู้้�ป่่วยคุุมไว้้สัังเกตที่�่บ้้าน หากพบว่่าเสมหะเปลี่�่ยนจากลบกลัับเป็็นบวกในระหว่่างการรัักษา ให้้ส่่งตััวกลัับ Regional XDR-TB Hub 2. ทีีมสหวิชิ าชีีพดููแลผู้้�ป่ว่ ย โดยมีผู้�เชี่่ย� วชาญระดัับประเทศเป็็นที่ป่� รึึกษา คู่�่มือื อบรมพัฒั นาศัักยภาพผู้ป้� ฏิิบััติงิ านวััณโรค ∷ 111
การดููแลสนัับสนุุนช่ว่ ยเหลืือทางด้้านจิติ ใจ สังั คมและเศรษฐกิจิ ของผู้้�ป่ว่ ยและครอบครััว 1. ด้า้ นการรัักษา การรัักษาที่�่ MDR center ควรเน้น้ เรื่อ� ง aDSM, DOT/VOT โภชนาการ 2. การช่ว่ ยเหลืือสนัับสนุุนด้้านจิติ ใจ นัักจิิตวิิทยาหรืือจิิตแพทย์์ร่่วมกัับสหวิิชาชีีพประเมิินสภาพจิิตใจของผู้้�ป่่วยและครอบครััว การให้้การปรึึกษาแบบเสริิมพลััง โดยทำำ�หน้้าที่่�เป็็นผู้้�รัับฟัังปััญหาของผู้้�ป่่วยและครอบครััว เพื่่�อลด ความเครีียดความกัังวลหลังั จากรับั รู้้�การวินิ ิิจฉััยว่่าเป็็นโรคติดิ ต่อ่ อันั ตราย 3. การช่ว่ ยเหลือื ทางด้้านสัังคม ทีีมสหวิิชาชีีพ และหน่่วยงานสาธารณสุุข หรืือหน่ว่ ยงานที่่เ� กี่�่ยวข้อ้ งควรจััดกิิจกรรมภายใต้บ้ ริิบท ของหน่ว่ ยงาน/ชุุมชน เพื่่�อลดการตีีตรา (stigma) และเลืือกปฏิิบัตั ิิ (discrimination) 4. การดููแลทางด้า้ นเศรษฐกิจิ สภาพทางเศรษฐกิจิ ของผู้้�ป่ว่ ยและครอบครัวั เป็น็ ปัจั จัยั สำ�ำ คัญั ต่อ่ ความสำ�ำ เร็จ็ ของการเข้า้ สู่�่ การรักั ษา และความยอมรัับการรัักษาของผู้้�ป่่วย การสนัับสนุุนช่่วยเหลืือทางด้้านเศรษฐกิิจจะช่่วยลดความกัังวล เรื่�องภาระค่่าใช้้จ่่ายและผลกระทบที่�่อาจเกิิดขึ้�นเมื่�อเข้้าสู่่�กระบวนการรัักษา โดยเฉพาะการรัับการรัักษา ในโรงพยาบาลที่เ่� ป็น็ regional XDR-TB hub และการงด/จำ�ำ กัดั การเดินิ ทางในช่ว่ งการรักั ษาต่อ่ เนื่่อ� งที่บ�่ ้า้ น 112 ∷ คู่ม่� ืืออบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป�้ ฏิบิ ัตั ิิงานวัณั โรค
คำ�ำ ถาม 1. ผู้้�ป่ว่ ย XDR-TB หรือื ผู้�มีเหตุุอัันควรสงสัยั XDR-TB ได้้แก่่ใครบ้้าง .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 2. เมื่�อพบผู้้�ป่ว่ ยยืนื ยััน XDR-TB ต้อ้ งแจ้้งผู้้�บังั คับั บััญชาภายในกี่ช�่ั่ว� โมง .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 3. แนวทางการสอบสวนวัณั โรค แบ่่งออกเป็็นกี่ข่�ั้�นตอนอะไรบ้้าง .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 4. ผู้้�ป่่วยที่่�ได้้รัับการดููแลรัักษาอย่่างใกล้้ชิิดที่่� regional XDR-TB hub เมื่�อไรจะพ้้นระยะแพร่่เชื้�้อ ใช้เ้ กณฑ์์อะไร ในการพิิจารณา .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... 5. หลังั ผู้้�ป่ว่ ย Discharge จากโรงพยาบาล MDR center และกลับั ไปคุุมไว้ส้ ังั เกตอาการที่บ�่ ้า้ น เมื่อ� ผู้้�ป่ว่ ย กลัับมาตรวจตามนััด พบว่่าผลเสมหะเป็็นบวกในระหว่่างการรักั ษา เจ้้าหน้า้ ที่�ค่ วรดำ�ำ เนินิ การอย่่างไร .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................................................................................... คู่่�มือื อบรมพััฒนาศักั ยภาพผู้้ป� ฏิบิ ัตั ิงิ านวัณั โรค ∷ 113
114 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค
บทที่่� 14 การกำำ�กัับและ ติดิ ตามแผนงานวััณโรค คู่่�มืืออบรมพััฒนาศักั ยภาพผู้�ป้ ฏิิบัตั ิงิ านวัณั โรค ∷ 115
116 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค
บทที่�่ 14 การกำำ�กับั และติิดตามแผนงานวััณโรค การกำำ�กับั และติดิ ตามแผนงานวัณั โรค การกำำ�กัับและติิดตามแผนงานวััณโรค เป็็นการติิดตามเพื่่�อประเมิินและแก้้ไขปััญหาที่�่เกิิดขึ้�น วิธิ ีีการแก้ป้ ัญั หา เน้น้ การหาสาเหตุุเพื่่อ� แก้ไ้ ขให้ต้ รงกับั สาเหตุุของปัญั หานั้้น� ๆ จึึงจำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งกำ�ำ หนดบทบาท ของบุุคลากรและหน่ว่ ยงานแต่ล่ ะระดับั วางแผนการนิเิ ทศและกำ�ำ กับั ติดิ ตามงาน เพื่่อ� การดำ�ำ เนินิ งานให้บ้ รรลุุ ตามตัวั ชี้้ว� ััดแผนงานวัณั โรคต่อ่ ไป การคำ�ำ นวณตััวชี้้ว� ัดั ที่่�สำำ�คัญั ในการกำ�ำ กับั ติิดตามการดำำ�เนิินงานวััณโรค ตารางที่�่ 31 การคำำ�นวณตััวชี้้�วัดั ที่่�ใช้ป้ ระเมินิ แผนงานการควบคุุมวัณั โรคแห่่งชาติิ ตััวชี้้�วััด ตัวั ตั้้�ง ตัวั หาร หมายเหตุุ 1) อัตั ราการครอบคลุุม จำ�ำ นวนผู้้�ป่ว่ ยใหม่แ่ ละ จำำ�นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค ค่่าคาดประมาณของ การรัักษาวัณั โรคใน กลับั เป็น็ ซ้ำำ��ที่่ต� รวจพบ รายใหม่แ่ ละกลัับเป็็นซ้ำ�ำ� ที่่� องค์์การอนามััยโลกเป็็นค่่า ผู้้�ป่่วยใหม่แ่ ละ และขึ้ �นทะเบีียนรัักษาที่่� องค์์การอนามััยโลกคาด คาดประมาณระดับั ประเทศ กลับั เป็็นซ้ำ�ำ� (TB ถููกรายงานในแผนงาน ประมาณ ถ้้านำ�ำ มาใช้ร้ ะดับั เขตหรืือ treatment วััณโรค จัังหวัดั อาจคลาดเคลื่�อน coverage rate) ได้้เนื่่อ� งจากมีีการเคลื่อ� น ย้า้ ยประชากรระหว่า่ ง จังั หวัดั 2) อััตราผลสำ�ำ เร็จ็ ของ จำำ�นวนผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค จำำ�นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค การรัักษาผู้้�ป่ว่ ย (แต่ล่ ะประเภท) (แต่ล่ ะประเภท) ที่ข�่ึ้น� วััณโรค (treatment ที่่�รัักษาหายและรัักษาครบ ทะเบีียนทั้้�งหมดใน ช่ว่ งเวลาเดีียวกันั success rate)* 3) อััตราการขาด จำ�ำ นวนผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค จำำ�นวนผู้้�ป่ว่ ยวััณโรค ผู้้�ป่ว่ ยวััณโรคที่ไ่� ด้้รัับการ การรัักษา (loss to (แต่่ละประเภท) (แต่ล่ ะประเภท) ที่่ข�ึ้น� วิินิิจฉัยั แต่ไ่ ม่ส่ ามารถ follow-up rate)* ที่่ข� าดการรัักษา ทะเบีียนทั้้�งหมดใน ติิดตามมารัับการรักั ษา ติดิ ต่่อกันั นานเกินิ ช่ว่ งเวลาเดีียวกััน ถืือว่า่ ขาดยาก่อ่ นเริ่ม� 2 เดืือน รัักษา ให้ข้ึ้น� ทะเบีียน และจำำ�หน่า่ ยเป็็นขาด การรักั ษา คู่�่มืืออบรมพััฒนาศัักยภาพผู้�ป้ ฏิิบััติงิ านวัณั โรค ∷ 117
ตััวชี้้�วัดั ตััวตั้้�ง ตัวั หาร หมายเหตุุ 4) อัตั ราการรัักษา ผู้้�ป่่วยวััณโรคที่�ไ่ ด้ร้ ับั การ ล้้มเหลว (failure จำ�ำ นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค จำำ�นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค วิินิิจฉััยแต่ผ่ ู้้�ป่่วยตาย (แต่ล่ ะประเภท) (แต่ล่ ะประเภท) ที่ข่�ึ้น� ก่่อนเริ่ม� รับั การรักั ษา rate)* ที่่�ล้ม้ เหลวต่อ่ การรักั ษา ทะเบีียนทั้้�งหมดใน วัณั โรคให้้ขึ้น� ทะเบีียน ช่ว่ งเวลาเดีียวกันั และจำำ�หน่า่ ยเป็น็ died 5) อััตราตาย (death rate)* จำ�ำ นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค จำ�ำ นวนผู้้�ป่่วยวััณโรค (แต่ล่ ะประเภท) ที่ต�่ าย (แต่ล่ ะประเภท) ด้้วยสาเหตุุใดก็ไ็ ด้้ระหว่า่ ง ที่�่ขึ้ �นทะเบีียนทั้้�งหมด การรัักษาวััณโรค ในช่ว่ งเวลาเดีียวกััน 6) อัตั ราการโอนออก จำำ�นวนผู้้�ป่ว่ ยวััณโรค จำำ�นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค (transferred out (แต่ล่ ะประเภท) ที่โ�่ อน (แต่ล่ ะประเภท) ที่่� ไปรักั ษาที่�่อื่น� และไม่่ ขึ้�นทะเบีียนทั้้ง� หมด rate)* ทราบผลการรักั ษา ในช่่วงเวลาเดีียวกััน จำำ�นวนผู้้�ป่่วยที่�่มีีประวััติิ 7) ร้อ้ ยละของผู้้�ป่ว่ ย จำ�ำ นวนผู้้�ป่่วยที่่�มีีประวััติิ เคยรักั ษาวััณโรคมาก่อ่ น วัณั โรคที่่ม� ีีประวัตั ิเิ คย เคยรัักษาวััณโรคมา ที่่�ขึ้น� ทะเบีียนรักั ษา รัักษามาก่่อนได้ร้ ับั ก่อ่ นมีีผลการทดสอบ ในช่ว่ งเวลาเดีียวกััน การตรวจและมีีผล ความไวต่่อยาวัณั โรค ทดสอบความไวของ ช่่วงเวลาเดีียวกััน จำ�ำ นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค เชื้้�อต่อ่ ยารักั ษา ดื้อ� ยาหลายขนาน วัณั โรค ที่่�คาดประมาณ จำ�ำ นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค 8) ร้้อยละการค้้นพบ จำ�ำ นวนผู้้�ป่่วยวััณโรค ดื้ �อยาหลายขนานชนิดิ ผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคดื้�อยา ดื้อ� ยาหลายขนาน รุุนแรงมากที่ข่� ึ้ น� หลายขนาน ที่�ต่ รวจพบและ ทะเบีียนทั้้�งหมดใน ขึ้น� ทะเบีียนรัักษา ช่่วงเวลาเดีียวกััน 9) ร้้อยละความครอบ จำำ�นวนผู้้�ป่ว่ ยวััณโรค คลุุมการได้ร้ ับั ยาใหม่่ ดื้ �อยาหลายขนานชนิิด ในผู้้�ป่ว่ ยวััณโรคดื้อ� ยา รุุนแรงมากใช้้สููตรยาที่ม่� ีี หลายขนานที่ม�่ ีี bedaquiline หรืือ ข้อ้ บ่ง่ ชี้� delamanid รักั ษาร่่วมด้ว้ ย 118 ∷ คู่�่มือื อบรมพััฒนาศัักยภาพผู้ป�้ ฏิิบัตั ิิงานวััณโรค
ตัวั ชี้้ว� ัดั ตััวตั้้ง� ตัวั หาร หมายเหตุุ ควรมีีการจััดทำ�ำ ทะเบีียน 10) ร้อ้ ยละของผู้้�ป่ว่ ย จำ�ำ นวนผู้้�ป่ว่ ยวััณโรค จำ�ำ นวนผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค ผู้้�สััมผััสร่ว่ มบ้้าน วัณั โรคที่่ม� ีีผลตรวจ รายใหม่แ่ ละกลัับ รายใหม่่และกลับั เป็น็ ซ้ำ��ำ เอชไอวีี เป็็นซ้ำ��ำ ที่่ส� มััครใจตรวจ ที่่�ขึ้�นทะเบีียนทั้้�งหมด เลืือดเอชไอวีี (รวมผู้้�ป่่วย ในช่ว่ งเวลาเดีียวกััน ที่�่ทราบผลเอชไอวีี มาก่อ่ นการวิินิิจฉััยวัณั โรค) 11) อััตราของการตรวจ จำำ�นวนผู้้�ป่่วยวััณโรค จำำ�นวนผู้้�ป่่วยวััณโรค พบเอชไอวีีในผู้้�ป่ว่ ย รายใหม่่และกลัับเป็น็ รายใหม่่และกลับั เป็็น วัณั โรค (HIV ซ้ำ�ำ�ที่�่มีีผลเลือื ดเอชไอวีี ซ้ำ�ำ�ที่่ไ� ด้ร้ ัับการตรวจ positive rate) เป็น็ บวก (รวมผู้้�ป่่วย เลือื ดเอชไอวีี (รวมผู้้�ป่ว่ ย ที่�่ทราบผลเอชไอวีี ที่�่ตรวจเอชไอวีีมาก่่อน เป็็นบวกมาก่่อนการ การวินิ ิจิ ฉััยวัณั โรค) วิินิจิ ฉััยวััณโรค) 12) อััตราของผู้้�ป่่วย จำำ�นวนผู้้�ป่ว่ ยวััณโรค จำำ�นวนผู้้�ป่่วยวััณโรค วัณั โรคที่ต�่ ิดิ เชื้้�อ รายใหม่แ่ ละกลับั เป็็น รายใหม่่และกลับั เป็็นซ้ำ��ำ เอชไอวีี ได้้รับั ยา ซ้ำ�ำ�ที่่ต� ิิดเชื้�อ้ เอชไอวีี ที่ผ่� ลเอชไอวีีเป็็นบวก ต้า้ นไวรัสั เอดส์์ ได้้รัับยาต้้านไวรัสั ขณะ ทั้้ง� หมด (ART rate) รัักษาวัณั โรค (รวม ผู้้�ป่่วย ที่�เ่ คยได้ร้ ัับ ยาต้า้ นฯมาก่่อนเริ่�ม รัักษาวััณโรค) 13) อััตราของผู้้�ป่่วย จำำ�นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค จำ�ำ นวนผู้้�ป่่วยวัณั โรค วัณั โรคที่่�ติิดเชื้้อ� รายใหม่แ่ ละกลับั รายใหม่่และกลัับเป็็นซ้ำ�ำ� เอชไอวีี ได้้รัับยา เป็น็ ซ้ำำ�� ที่ต�่ ิดิ เชื้�้อ ที่ผ่� ลเอชไอวีีเป็น็ บวก co-trimoxazole เอชไอวีีได้้รับั ยา ทั้้ง� หมด (CPT rate) co-trimoxazole ขณะรัักษาวััณโรค 14) ร้้อยละของผู้้�สััมผัสั จำำ�นวนผู้้�สััมผัสั ร่่วมบ้้าน จำำ�นวนผู้้�สัมั ผััสร่ว่ มบ้า้ น ร่่วมบ้้านได้้รัับ ของผู้้�ป่ว่ ยวััณโรคปอด ของผู้้�ป่่วยวัณั โรค การตรวจคััดกรองโดย เสมหะบวกและได้้รับั การ ปอดเสมหะบวก การเอกซเรย์์ทรวงอก ตรวจคััดกรองวัณั โรคโดย เอกซเรย์์ทรวงอก คู่ม�่ ือื อบรมพััฒนาศัักยภาพผู้ป้� ฏิบิ ััติิงานวััณโรค ∷ 119
ตััวชี้้ว� ััด ตััวตั้้ง� ตัวั หาร หมายเหตุุ 15) ร้้อยละของเด็ก็ จำ�ำ นวนเด็ก็ อายุุต่ำ��ำ กว่่า จำ�ำ นวนเด็ก็ อายุุต่ำ�ำ� กว่่า อายุุต่ำำ�� กว่า่ 5 ปีี 5 ปีี ซึ่ง่� อยู่�่ ร่ว่ มบ้า้ นกัับ 5 ปีี ซึ่�ง่ อยู่�่ ร่ว่ มบ้้านกัับ ซึ่ง�่ อยู่่�ร่่วมบ้้านกัับ ผู้้�ป่่วยวััณโรคปอด ได้้รับั ผู้้�ป่่วยวัณั โรคในไตรมาส ผู้้�ป่่วยวัณั โรค ยารักั ษาการติิด ที่�่ประเมิิน ได้ร้ ับั ยารัักษา เชื้อ�้ วััณโรคระยะแฝง การติิดเชื้้อ� วััณโรคระยะแฝง 16) ร้้อยละของ จำ�ำ นวนครััวเรือื นผู้้�ป่ว่ ย จำำ�นวนครััวเรือื นผู้้�ป่ว่ ย ข้้อมููลจากการสำ�ำ รวจ ครัวั เรืือนผู้้�ป่ว่ ย วััณโรคเสีียค่่าใช้้จ่า่ ย วััณโรคที่่ไ� ด้ร้ ับั การสำ�ำ รวจ วััณโรคล้้มละลาย ทั้้ง� ทางตรงและทางอ้อ้ ม จากการรัักษา ที่�่เกี่ย่� วข้้องกัับการ วัณั โรค เจ็บ็ ป่่วยครั้ง� นี้้� มากกว่า่ หรือื เท่า่ กัับร้้อยละ 20 ของรายได้ค้ รัวั เรืือนต่่อปีี รายละเอีียดตััวชี้้�วััดอื่�น ๆ ดููเพิ่่�มเติมิ ที่่แ� ผนปฏิบิ ััติิการระดัับชาติดิ ้า้ นการต่่อต้า้ นวััณโรค พ.ศ. 2560-2564 หมายเหตุุ *ผลรวมของจำำ�นวนผู้้�ป่่วยวััณโรคที่�่นำำ�มาประเมิิน (cohort size) คืือผลการรัักษาข้้อใดข้้อหนึ่่�ง ได้้แก่่ 1) รัักษาหาย 2) รักั ษาครบ 3) ล้ม้ เหลว 4) ตาย 5) ขาดยา 6) โอนออก 7) ประเมินิ ผลไม่ไ่ ด้้ โดยผลรวมนี้้�ใช้้เป็น็ ตัวั หารในการคำำ�นวณอัตั ราความสำ�ำ เร็จ็ ใน การรัักษา จำ�ำ นวนที่่ไ� ม่น่ ำำ�มารวมเป็็นตัวั หาร (excluded) คือื 1) เปลี่ย�่ นการวิินิจิ ฉััย 2) พบ MDR/RR-TB หรือื XDR-TB ก่่อนสิ้�นเดือื นที่�่ 5 และย้า้ ยไปขึ้้�นทะเบีียน PMDT 120 ∷ คู่�่มือื อบรมพััฒนาศัักยภาพผู้�้ปฏิิบััติงิ านวััณโรค
การจัดั ทำ�ำ ทะเบีียนและรายงาน กองวัณั โรคได้ม้ ีีการพัฒั นาโปรแกรมอิเิ ล็ก็ ทรอนิกิ ส์์ในการรายงานข้อ้ มููลวัณั โรค คือื โปรแกรมรายงาน ข้อ้ มููล วัณั โรคของประเทศไทย (National Tuberculosis Information Program: NTIP) ซึ่ง่� เป็น็ เครื่อ� งมือื ในการรายงาน ข้้อมููลวััณโรคแบบรายบุุคคล เพื่่�อการกำำ�กัับติิดตาม ดููแลรัักษาผู้้�ป่่วยวััณโรคจนสิ้�นสุุด การรักั ษา การคัดั กรอง ผู้้�สัมั ผัสั วัณั โรคหรือื กลุ่ม�่ เสี่ย�่ ง การรักั ษาวัณั โรคระยะแฝง และการกำ�ำ กับั ติดิ ตามประเมินิ ผลการดำำ�เนิินงานวััณโรคในทุุกระดัับ ให้้สามารถนำำ�ข้้อมููลไปใช้้ประโยชน์์ในการกำำ�กัับติิดตามการรัักษา การวิเิ คราะห์์สถานการณ์์ การประเมินิ ผลการดำ�ำ เนินิ งาน และวางแผนการดำ�ำ เนินิ งานป้้องกันั ควบคุุมวัณั โรค ในพื้้�นที่�ไ่ ด้อ้ ย่า่ งมีีประสิทิ ธิิภาพ แต่่ทั้้�งนี้้�ผู้้�รัับผิิดชอบงานด้้านวััณโรคทุุกระดัับต้้องมีีความรู้�พื้�นฐานด้้านทะเบีียนบัันทึึก รายงาน และการประเมิินผลการปฏิบิ ัตั ิิงานก่อ่ นการดำ�ำ เนินิ งาน ดังั นี้้� แบบบัันทึึกและรายงาน 1. บัตั รประวัตั ิิการศึึกษา: tuberculosis treatment card (TB card) หรืือ (TB 01) คือื แผ่่นประวัตั ิิรักั ษาสำำ�หรัับผู้้�ป่ว่ ยวััณโรคโดยเฉพาะใช้แ้ ทน OPD card ประโยชน์์ : • ใช้้แทน OPD card สำ�ำ หรัับผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค • สามารถตรวจสอบระบบยา ความสม่ำ�ำ� เสมอของการรับั ยา ผลการตรวจเสมหะระหว่า่ งการรักั ษา ตลอดจน การจำำ�หน่า่ ยออกจากระบบการรัักษาได้อ้ ย่่างรวดเร็ว็ • สะดวกต่่อการนำำ�ข้้อมููลไปบัันทึึกใน TB register หรืือ TB 03 • cross check ในการทำ�ำ cohort analysis • ใช้้บันั ทึึกการทำำ� DOT โดยเจ้า้ หน้า้ ที่่� 2. DOT card (TB 02) ประโยชน์์ : เพื่่�อเป็็นแบบบัันทึึกสำ�ำ หรับั การทำำ� DOT โดยอาสาสมััครสาธารณสุุข อาสาสมััครอื่น� ๆ หรือื สมาชิกิ ในครอบครััว 3. ทะเบีียนผู้้�ป่่วยวััณโรค (TB 03) คือื สมุุดทะเบีียนคุุมผู้้�ป่่วยวัณั โรคที่�่อยู่�ใ่ นความดููแลของสถานบริิการสาธารณสุุข ประโยชน์์ : เป็น็ ทะเบีียนรวมสำ�ำ หรับั คุุมจำ�ำ นวนผู้้�ป่ว่ ยในความดููแล ทำ�ำ ให้ส้ ามารถทราบรายละเอีียด ต่า่ ง ๆ ได้้ เช่่น มีีผู้้�ป่ว่ ยกี่่�คน เพศ อายุุ ที่�่อยู่�่ ผลตรวจเสมหะเริ่ม� รักั ษา ผลเสมหะ ระหว่า่ งรักั ษา ระบบยาที่่ใ� ช้้ ตลอดจนผลการรักั ษาและวันั ที่จ�่ ำ�ำ หน่า่ ย ใช้ท้ ำ�ำ cohort analysis ของ case finding, Sputum conversion, treatment outcome 4. ทะเบีียนบัันทึึกผลการชัันสููตรเสมหะ (tuberculosis laboratory register) หรืือ (TB 04) คือื ทะเบีียนบันั ทึึกผลการตรวจเสมหะของผู้้�ป่่วยวััณโรค โดยเลข Lab serial number เริ่ม� ต้น้ 1 ใหม่่ ของทุุกวัันที่่� 1 ตุุลาคมของทุุกปีี ประโยชน์์ : ทำ�ำ cross check กับั TB card และ/หรือื TB register 5. แบบฟอร์ม์ การส่่งตรวจหาเชื้�อ้ วััณโรค (TB 05) ประโยชน์์ : เพื่่�อระบุุประเภทผู้้�ป่่วยและเหตุุผลการส่ง่ ตรวจ ซึ่ง่� เป็น็ ประโยชน์์ในการบัันทึึก TB 04 และดำ�ำ เนินิ การเก็็บสิ่�งส่่งตรวจได้้อย่า่ งเหมาะสม คู่ม�่ ืืออบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้้ป� ฏิบิ ัตั ิิงานวัณั โรค ∷ 121
6. แบบฟอร์์มส่่งตััวอย่า่ งตรวจ culture/sensitivity (TB 05/1) ประโยชน์์ : เพื่่อ� การเฝ้้าระวังั การดื้อ� ยาวััณโรค 7. แบบรายงานรอบ 3 เดืือนของการค้น้ หาผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคใหม่แ่ ละรักั ษาซ้ำ�ำ� ที่ข่� ึ้น�้ ทะเบีียนรักั ษา 0-3 เดืือน ที่่�ผ่า่ นมา (quarterly report on new and previously treated of tuberculosis patients registered 0-3 months earlier: TB 07) ประโยชน์์ : • ดููกิจิ กรรมการค้น้ หารายป่่วยและขึ้�นทะเบีียนผู้้�ป่่วยตามประเภทที่ก่� ำำ�หนด • ดููแนวโน้ม้ ของวัณั โรคตามเพศ และหมวดอายุุของผู้้�ป่่วยวัณั โรคปอดรายใหม่เ่ สมหะพบเชื้อ�้ 8. แบบรายงานรอบ 3 เดืือนของผลการรักั ษาเมื่่อ� สิ้น� สุดุ การรักั ษาระยะเข้ม้ ข้น้ ของผู้้�ป่ว่ ยใหม่แ่ ละ รักั ษาซ้ำ�ำ� ที่ข่� ึ้น้� ทะเบีียน 6-9 เดืือนที่ผ�่ ่า่ นมา (quarterly report of outcome at the end of intensive phase of treatment for patients (new, retreatment) registered 6-9 months earlier: TB 07/1) ประโยชน์์ : ดููประสิิทธิภิ าพการรักั ษาในระยะเข้้มข้น้ 9. แบบรายงานรอบ 3 เดืือนของผลการรักั ษาวัณั โรคของผู้้�ป่ว่ ยที่่ข� ึ้�น้ ทะเบีียนรักั ษา 12-15 เดืือน ทีีผ่่านมา (quarterly report of treatment outcome of patients registered 12-15 months earlier : TB 08) ประโยชน์์ : ดููประสิิทธิภิ าพในการรัักษาวัณั โรคของสถานบริิการสาธารณสุุข 10. แบบฟอร์ม์ การส่่งต่่อผู้้�ป่่วยวััณโรค (TB 09) ประโยชน์์ : ให้ข้ ้้อมููลของผู้้�ป่ว่ ยเพื่่อ� ให้ก้ ารรักั ษาต่่อเนื่่อ� งที่่�ถููกต้้องแก่่หน่่วยงานที่่ร� ัับโอน/ส่ง่ ต่อ่ 11. สมุุดกำำ�กับั การส่่งต่อ่ ผู้้�ป่่วยวััณโรค (TB 10) ประโยชน์์ : ใช้ต้ ิิดตามผลการรัักษาผู้้�ป่่วยที่่� transfer ไปรัักษาที่�่อื่�นเมื่อ� สิ้น� สุุดการรักั ษา 12. แบบรายงานรอบ 3 เดืือน การดำำ�เนิินงานผสมผสานวััณโรคและโรคเอดส์์ในช่่วง 3-6 เดืือน ที่ผ�่ ่่านมา (quarterly performance report of TB/HIV collaboration patients registered 3-6 months earlier: TB-HIV 01) ประโยชน์์ : เพื่่อ� ประเมิินกิจิ กรรมการดำำ�เนินิ งานผสมผสานของคลิินิิกวัณั โรคและคลิินิิกเอดส์์ 13. แบบบันั ทึึกผู้้�ป่่วยวัณั โรคดื้อ้� ยาหลายขนาน (PMDT03) ประโยชน์์ : เพื่่�อใช้บ้ ัันทึึกกิิจกรรมการเฝ้้าระวัังและรัักษาวัณั โรคดื้อ� ยาหลายขนาน การทำ�ำ รายงานประเมิินผลแบ่่งเป็็น 4 รอบ ๆ ละ 3 เดืือน ดัังนั้้น� ใน 1 ปีีงบประมาณจะแบ่่งได้้ 4 รอบ (quarterly report) ดัังนี้้� • รอบที่�่ 1 : 1 ตุุลาคม - 31 ธัันวาคม • รอบที่่� 2 : 1 มกราคม - 31 มีีนาคม • รอบที่่� 3 : 1 เมษายน - 30 มิิถุุนายน • รอบที่่� 4 : 1 กรกฎาคม - 30 กันั ยายน การจัดั ทำำ�รายงานประเมินิ ผล แบ่ง่ เป็น็ 5 กิิจกรรม หลังั จากสิ้้น� สุุดรอบ 3 เดือื นแต่ล่ ะรอบ ผู้้�ประสานงานวัณั โรคต้อ้ งทำ�ำ รายงานประเมินิ ผลการปฏิบิ ัตั ิงิ าน ใน 5 กิิจกรรม ดังั นี้้� 122 ∷ คู่่�มืืออบรมพััฒนาศัักยภาพผู้�ป้ ฏิบิ ััติงิ านวััณโรค
แผนภูมู ิทิ ี่�่ 17 การจัดั ทำำ�รายงานประเมิินผลการปฏิิบััติงิ านใน 5 กิจิ กรรม ปีีงบประมาณ 2564 ปีีงบประมาณ 2565 รอบที่่� 1/2564 รอบที่่� 2/2564 รอบที่่� 3/2564 รอบที่�่ 4/2564 รอบที่่� 1/2565 1-7 ม.ค. 65 1 ต.ค.- 1 ม.ค.- 1 เม.ย.- 1 ก.ค.- 1 ต.ค.- 31 ธ.ค. 63 31 มีี.ค. 64 30 มิิ.ย. 64 30 ก.ย. 64 31 ธ.ค. 64 2 (TB07/1) 2 (TB07/1) 2 (TB07/1) 3 (TB 08), 5 (PMDT 07) การรายงานข้้อมููลผู้้�ป่่วยวััณโรค การติิดตาม และประเมิินผลการการดำำ�เนิินงานวััณโรค โดยการใช้้งานโปรแกรม National Tuberculosis Information Program (NTIP) 1. การบัันทึึกข้้อมููลวัณั โรคในโปรแกรม NTIP ประกอบด้ว้ ย 1.1 การรายงานข้้อมููลผู้้�ป่่วยและผลการตรวจทางห้้องปฏิบิ ััติิการ โดยสามารถบัันทึึกขอส่่งตรวจ ชันั สููตรไปหน่ว่ ยตรวจทางห้้องปฏิบิ ััติกิ ารต่า่ งๆได้้ เช่น่ การส่่งตรวจ AFB, Xpert MTB/R, LPA, Culture และ Phenotypic DST เป็็นต้้น นอกจากนี้้�ยัังสามารถพิิมพ์์ใบขอส่่งตรวจชัันสููตร (TB05-Request) และใบรายงานผลชันั สููตร (TB05-Result) ผ่่านโปรแกรม NTIP 1.2 การขึ้น� ทะเบีียนรักั ษาวัณั โรคและการติดิ ตามการรักั ษาจนสิ้น� สุุดการรักั ษา เมื่อ� ผลตรวจชันั สููตร เป็น็ วัณั โรคข้อ้ มููลผู้้�ป่ว่ ยจะรอขึ้น� ทะเบีียนรักั ษาที่่� เมนูู “รอขึ้น� ทะเบีียนวัณั โรค” เมื่อ� หน่ว่ ยบริกิ ารขึ้น� ทะเบีียน ผู้้�ป่่วยวััณโรคแล้้วระบบจะให้้กรอกข้้อมููลประวััติิผู้้�ป่่วยให้้ครบถ้้วนตามแบบฟอร์์ม TB01 และ TB03 ในระหว่า่ งการติดิ ตาม การรักั ษาผู้้�ป่ว่ ยสามารถเพิ่่ม� ข้อ้ มููลผลตรวจในระยะเข้ม้ ข้น้ ผลตรวจทางห้อ้ งปฏิบิ ัตั ิกิ าร การจ่า่ ยยา ผลเอกซเรย์์ และผลตรวจทางพยาธิสิ ภาพ และสรุุปผลการรักั ษาวััณโรค 1.3 การขึ้�นทะเบีียนรัักษาวััณโรคดื้�อยา เมื่�อสรุุปผลการรัักษาวััณโรค กรณีี Failure หรืือ RR ก่อ่ นเดือื น ที่่� 5 โปรแกรม NTIP จะบังั คับั ให้ข้ึ้น� ทะเบีียนรักั ษาวัณั โรคดื้อ� ยาที่�่ MDR center ในแต่ล่ ะพื้้น� ที่ท�่ ันั ทีี หากไม่่มีีการขึ้�นทะเบีียนรัักษาวััณโรคดื้ �อยาจะไม่่สามารถจ่่ายยารัักษาวััณโรคดื้ �อยาได้้ เมื่�อขึ้�นทะเบีียน วัณั โรคดื้อ� ยา ในการติดิ ตามการรักั ษาและสรุุปผลการรักั ษาวัณั โรคดื้อ� ยา สามารถบันั ทึึกข้อ้ มููลแบบเดีียวกันั กับั ทะเบีียนผู้้�ป่ว่ ยวััณโรค 1.4 การดููแลการรับั ประทานยาโดยการสังั เกตตรง (DOT) ในการบันั ทึึก DOT หน่ว่ ยบริกิ ารสามารถ บัันทึึกผลเองหรืือส่่งต่่อหน่่วยบริิการอื่�นในการทำำ� DOT เช่่น รพ.สต. ศููนย์์บริิการสาธารณสุุข และ โรงพยาบาลอื่่น� ๆ เป็็นต้้น โดยหน่ว่ ยที่่�ทำ�ำ DOT จะเห็น็ สููตรยาที่แ�่ พทย์์สั่่�งให้้ผู้้�ป่่วยและสามารถบัันทึึก อาการไม่พ่ ึึงประสงค์์จากยาในช่อ่ งหมายเหตุุ คู่่ม� ืืออบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิบิ ัตั ิิงานวัณั โรค ∷ 123
1.5 การส่ง่ ต่่อผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรค สามารถแบ่ง่ ได้้ 2 กรณีี คืือ 1.5.1 ส่่งต่่อเพื่่�อไปขึ้้�นทะเบีียนรัักษาวััณโรคที่�่สถานพยาบาลอื่่�น ในเมนูู Refer out ข้้อมููล ผู้้�ป่่วยและผลตรวจทางห้้องปฏิิบััติิการจะถููกส่่งไปยัังโรงพยาบาลปลายทางที่�่ผู้้�ป่่วยต้้องการไปรัักษา โดย โรงพยาบาลปลายทางไปที่่เ� มนูู Refer in และขึ้น� ทะเบีียนรักั ษาผู้้�ป่่วยได้ท้ ันั ทีี 1.5.2 โรงพยาบาลขึ้้�นทะเบีียนรัักษาผู้้�ป่่วยแล้้ว ผู้้�ป่่วยมีีความประสงค์์ไปรัักษาที่่�โรงพยาบาล อื่�น โรงพยาบาลที่ข่�ึ้�นทะเบีียนผู้้�ป่ว่ ยสามารถส่่งต่่อผู้้�ป่ว่ ยที่่�เมนูู “ผลการรัักษาเมื่�อสิ้�นสุุดการรัักษา” เลืือก Transfer out และเลือื กหน่ว่ ยบริกิ ารที่่ผ� ู้้�ป่ว่ ยต้อ้ งการไปรักั ษา จากนั้้น� โรงพยาบาลที่ผ่� ู้้�ป่่วยประสงค์์จะไป รัักษาไปที่่เ� มนูู Transfer in เพื่่อ� รัับผู้้�ป่ว่ ยเข้า้ สู่่�ระบบการรักั ษา โดยประวัตั ิกิ ารรักั ษาเดิิมของผู้้�ป่่วยจะแสดง ที่โ�่ รงพยาบาลที่ร�่ ับั Transfer in ด้ว้ ย โรงพยาบาลสามารถติดิ ตามการรักั ษาและสรุุปผลการรักั ษาได้เ้ หมือื น ผู้้�ป่ว่ ยที่�่ขึ้�นทะเบีียนรัักษาเอง 1.6 การรายงานข้้อมููลผู้้�สััมผััสวััณโรคหรืือกลุ่่�มเสี่�่ยงที่่�ได้้รัับการคััดกรองวััณโรค สามารถบัันทึึก ประวัตั ิผิ ลการคััดกรอง ผลทางห้อ้ งปฏิบิ ััติิการ ผลเอกซเรย์์ และผลการวินิ ิิจฉััย 1.7 การขึ้น� ทะเบีียนรักั ษาผู้�ติดิ เชื้อ�้ วัณั โรคระยะแฝง เมื่อ� วินิ ิจิ ฉัยั วัณั โรคระยะแฝงจากหน้า้ คัดั กรอง ระบบจะส่่งข้้อมููลเพื่่�อรอขึ้น� ทะเบีียนรัักษา LTBI ถ้้าไม่ข่ึ้�นทะเบีียนรักั ษา LTBI จะไม่ส่ ามารถจ่่ายยารักั ษา LTBI ได้้ 1.8 รายงานวัณั โรคแบบรายบุุคคล และรายจำ�ำ นวน เพื่่อ� การนำ�ำ ไปใช้ป้ ระโยชน์์ในการการวิเิ คราะห์์ สถานการณ์์ การประเมินิ ผลการดำ�ำ เนินิ งาน และวางแผนการดำำ�เนิินงานป้้องกัันควบคุุมวัณั โรคในทุุกระดัับ 2. การใช้้งานโปรแกรม NTIP ในแต่่ละระดับั ดังั นี้้� 2.1 โรงพยาบาลส่่งเสริิมสุุขภาพตำำ�บล (รพ.สต.) เจ้้าหน้้าที่�่สาธารณสุุขสามารถบัันทึึกข้้อมููล การดููแลรับั ประทานยา (DOT) ของผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคในแต่่ละวันั และบันั ทึึกข้อ้ มููลผู้้�สัมั ผัสั หรือื กลุ่ม�่ เสี่ย่� งวัณั โรค ได้้ นอกจากนี้้ � สามารถใช้้ข้อ้ มููลวััณโรคในการวางแผน กิิจกรรม โครงการ ในการป้้องกันั ควบคุุมโรคได้้ 2.2 โรงพยาบาล เจ้้าหน้้าที่่�ทางห้้องปฏิิบััติิการชัันสููตรวััณโรค เจ้้าหน้้าที่่�คลิินิิกวััณโรค หรืือ เจ้า้ หน้า้ ที่ผ�ู่้�เกี่ย�่ วข้อ้ ง สามารถบันั ทึึกข้อ้ มููลผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคที่ม�่ ารับั บริกิ ารด้า้ นวัณั โรคตั้ง� แต่ก่ ารวินิ ิจิ ฉัยั การรักั ษา การติดิ ตาม ดููแลจนสิ้น� สุุดการรักั ษา โดยบันั ทึึกข้้อมููลผู้้�ป่ว่ ย ประวััติกิ ารรักั ษา โรคร่ว่ มต่่าง ๆ อาการแรกรับั การส่ง่ ตรวจทางห้อ้ งปฏิิบัตั ิกิ ารชันั สููตรวัณั โรค ยารักั ษาวัณั โรค อาการไม่พ่ ึึงประสงค์์จากการใช้ย้ า การดููแล รัับประทานยา การส่่งต่่อผู้้�ป่่วยไปสถานพยาบาลอื่่�น ผลการรัักษาเมื่ �อสิ้�นสุุดการรัักษา ข้้อมููลผู้้�สััมผััส หรือื กลุ่ม�่ เสี่ย�่ งวัณั โรค การนำ�ำ ข้อ้ มููลไปใช้้ประโยชน์์ เพื่่�อติดิ ตามการรัักษาและการป้้องกันั ควบคุุมวัณั โรคใน ระดัับพื้้�นที่่� 2.3 สำำ�นัักงานสาธารณสุุขอำำ�เภอ เจ้้าหน้้าที่�่ผู้้�รัับผิิดชอบงานวััณโรคสามารถศึึกษาข้้อมููลรายงาน ข้้อมููล วััณโรคในพื้้�นที่่�รัับผิิดชอบของอำำ�เภอ หรืือนำำ�ข้้อมููลไปใช้้ในการวิิเคราะห์์สถานการณ์์วััณโรค และวางแผนการดำ�ำ เนิินงานควบคุุมป้้องกัันวัณั โรคในพื้้น� ที่�่ 2.4 สำำ�นัักงานสาธารณสุุขจัังหวััด เจ้้าหน้้าที่�่ผู้้�รัับผิิดชอบงานวััณโรคสามารถศึึกษาข้้อมููลรายงาน สถานการณ์์วััณโรคในพื้้�นที่่�รัับผิิดชอบได้้ โดยสามารถใช้้ประโยชน์์จากข้้อมููลรายงานในการวิิเคราะห์์ สถานการณ์์ หรืือแนวโน้้มของโรค การประสานงานเครือื ข่า่ ยวััณโรคในพื้้�นที่่ � การนิเิ ทศติดิ ตาม ประเมิินผล รวมทั้้ง� การวางแผน การดำ�ำ เนินิ การควบคุุมป้้องกันั วัณั โรค 2.5 สำ�ำ นักั งานป้้องกัันควบคุุมโรค และสถาบันั ป้้องกันั ควบคุุมโรคเขตเมือื ง เจ้้าหน้้าที่ผ่� ู้้�รับผิิดชอบ งานวััณโรคระดัับเขตสุุขภาพ สามารถศึึกษาวิิเคราะห์์ข้อ้ มููล สถานการณ์์ในพื้้�นที่�่รัับผิดิ ชอบ เพื่่�อนำำ�ข้้อมููล 124 ∷ คู่่�มืืออบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้้ป� ฏิิบัตั ิงิ านวััณโรค
มาใช้้ประโยชน์์ ในการวางแผนงาน กิิจกรรม โครงการในการควบคุุมป้้องกัันวััณโรคในระดัับพื้้�นที่�่ได้้ อย่า่ งมีีประสิทิ ธิิภาพ 2.6 กองวัณั โรค เจ้า้ หน้า้ ที่ผ�ู่้�รับผิดิ ชอบงานวัณั โรคในแต่ล่ ะด้า้ น สามารถนำ�ำ ข้อ้ มููลมาศึึกษาวิเิ คราะห์์ สถานการณ์์ในภาพรวมประเทศ เขตสุุขภาพ จัังหวััด โรงพยาบาล และหน่่วยบริิการต่า่ ง ๆ ได้้ เพื่่�อนำำ�ข้้อมููล มาใช้้ประโยชน์์ในการวางแผนงาน โครงการ การติิดตามประเมิินผล และการควบคุุมป้้องกัันวััณโรค ในทุุก ระดับั ได้้อย่า่ งมีีประสิิทธิิภาพ 3. การดููรายงานผลการดำ�ำ เนินิ งานและการใช้้ประโยชน์์ข้อ้ มููลวัณั โรค เพื่่อ� การติดิ ตามและประเมินิ ผล 3.1 การดููรายงานข้้อมููลวััณโรคแบ่่งออกเป็น็ 3 แบบ คือื 3.1.1 Dashboard คืือ การแสดงข้้อมููลในลัักษณะกราฟ ตััวเลข สีี เพื่่�อสรุุปข้้อมููลต่่าง ๆ ให้ผู้้�ใช้ง้ าน สามารถดููข้อ้ มููลในภาพรวมได้ใ้ นทันั ทีี ซึ่ง�่ Dashboard จะเหมาะสำ�ำ หรัับผู้�บริหิ ารเพื่่อ� ใช้้ดููภาพ รวมของผลการดำ�ำ เนิินงานของหน่ว่ ยงานหรืือภาพรวมประเทศ 3.1.2 ข้้อมููลรายบุุคคล สามารถดููได้้เฉพาะผู้�ที่่�มีีสิิทธิ์์�ดููรายงานรายบุุคคลเท่่านั้้�น กล่่าวคืือ ผู้ �ใช้้งานระดัับโรงพยาบาลที่่�เป็็นเจ้้าหน้้าที่�่คลิินิิกวััณโรคจะเห็็นข้้อมููลของหน่่วยงานอััตโนมััติิโดยไม่่ต้้อง ขอสิทิ ธิ์์ก� ารใช้ง้ านรายบุุคคลมาที่ก�่ องวัณั โรค และผู้�ใช้ง้ านระดับั จังั หวัดั สคร. สปคม. และหน่ว่ ยงานที่เ่� กี่ย�่ วข้อ้ ง ต้้องส่่งเอกสารการขอ สิิทธิ์์�การใช้้งานรายบุุคคลมาที่�่กองวััณโรค เพื่่�อเปิิดสิิทธิ์์�การใช้้งานให้้หน่่วยงานละ 1 สิทิ ธิ์์� การดููข้้อมููลรายบุุคคล สามารถดููได้้ที่เ่� มนูู “รายงานรายบุุคคล” ประกอบด้้วยรายงาน 1) รายงาน รวม case เป็น็ ข้อ้ มููลการขึ้น� ทะเบีียนรักั ษาผู้้�ป่วยวัณั โรคทั้้ง� หมด และข้อ้ มููลการคัดั กรองวัณั โรค 2) PA กระทรวง 3) รายงานวััณโรคดื้�อยา 4) รายงานการตรวจ Xpert MTB/R 5) รายงาน DOT และการคััดกรองวัณั โรค และ 6) Data Center (แบบรายบุุคคล) รููปแบบการ นำำ�เสนอข้้อมููลคล้า้ ยรายงานแบบฟอร์์มวัณั โรคต่า่ งๆ 3.1.3 ข้้อมููลจำำ�นวน ผู้้�ใช้้งานทุุกสิิทธิ์์�สามารถดููข้้อมููลภาพรวม เพื่่�อนำำ�ข้้อมููลไปวิิเคราะห์์ สถานการณ์์วางแผนงานโครงการ ติิดตามประเมิินผล และการควบคุุมป้้องกัันวััณโรคในระดัับพื้้�นที่�่ การดููข้้อมููลจำ�ำ นวนสามารถดููได้ท้ ี่่�เมนูู “รายงานจำำ�นวน” ประกอบด้ว้ ยรายงาน 1) Dashboard ภาพรวม ประเทศ 2) Dashboard หน่่วยงาน 3) Data Center (แบบจำำ�นวน) รููปแบบการนำำ�เสนอข้้อมููลคล้้าย รายงานแบบฟอร์์มวัณั โรคต่า่ ง ๆ และ 4) รายงานแบบฟอร์์ม เช่่น ทะเบีียนTB03, ทะเบีียนTB04, TB07, TB07/1, TB08, TB/HIV, PMDT07, PMDT07/1, PMDT08, และรายงานการคัดั กรอง เป็น็ ต้น้ นอกจากนี้้� ยัังสามารถพิิมพ์์รายงานแบบฟอร์์มรายหน่่วยงานได้้ 3.2 การดููรายงานข้้อมููลวััณโรค โดยแบ่่งตามระดัับผู้�ใช้้งาน ดังั นี้้� - ผู้�ใช้้งานทั่่�วไปสามารถดููรายงานผลการดำำ�เนิินงานวััณโรค เช่่น การขึ้�นทะเบีียนรัักษา การคัดั กรอง ผลการรัักษา และตััวชี้้�วัดั ของกระทรวงสาธารณสุุข (PA) ได้้จาก Dashboard ของโปรแกรม NTIP - ผู้�ใช้้งานระดัับ รพ.สต. สามารถดููรายงานการคััดกรองวััณโรคและรายงาน DOT ของหน่ว่ ยบริกิ าร แบบรายบุุคคลได้จ้ ากเมนูู “รายงาน (รพ.สต.)” - ผู้�ใช้ง้ านระดับั สสอ. สามารถดููรายงานรายบุุคคลของหน่ว่ ยงานได้จ้ ากเมนูู “รายงานจำ�ำ นวน” หััวข้้อ “รายงานแบบฟอร์์ม ไปที่�่ General report ชื่่�อรายงาน วภ.10 (หน้า้ ก) และ วภ.10 (หน้า้ ข)” - ผู้�ใช้้งานระดัับประเทศ/ สคร./สสจ./สสอ./และรพ. ที่�่มีีสิิทธิ์์�การใช้้งานโปรแกรม NTIP แบบดูู ข้อ้ มููลรายจำำ�นวน สามารถดููรายงานของหน่่วยงานได้จ้ ากเมนูู “รายงานจำ�ำ นวน” - ผู้�ใช้ง้ านระดับั ประเทศ/สคร./สสจ. และ รพ. ที่ม่� ีีสิทิ ธิ์์ก� ารใช้ง้ านโปรแกรม NTIP แบบดููข้อ้ มููล รายบุุคคล สามารถดููรายงานของหน่่วยงานได้จ้ ากเมนูู “รายงานรายบุุคคล” และ “รายงานจำ�ำ นวน” คู่�่มือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบััติิงานวัณั โรค ∷ 125
คำำ�ถาม อำ�ำ เภอเขาช้า้ งเผืือก ประชากร 93,719 คน มีีผู้้�ป่ว่ ยวัณั โรคที่ข่�ึ้น� ทะเบีียนในปีงี บประมาณ 2562 จำ�ำ นวน 125 คน จงแสดงวิธิ ีีหาอัตั ราการครอบคลุุมการรักั ษาวัณั โรคในผู้้�ป่่วยใหม่แ่ ละกลับั เป็น็ ซ้ำ��ำ (TB Treatment coverage rate) (คิดิ จากอัตั ราป่ว่ ยระดับั ประเทศ 153 ต่อ่ แสนประชากร) ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................ 126 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพััฒนาศัักยภาพผู้�ป้ ฏิบิ ััติงิ านวััณโรค
บรรณานุกุ รม คู่่ม� ืืออบรมพััฒนาศักั ยภาพผู้้�ปฏิิบัตั ิงิ านวััณโรค ∷ 127
128 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค
บรรณานุุกรม 1. สำำ�นัักวััณโรค. แผนปฏิิบััติิการระดัับชาติิด้้านการต่่อต้้านวััณโรค พ.ศ.2560-2564. กรุุงเทพฯ: สำำ�นักั พิิมพ์์ อักั ษรกราฟฟิิคแอนด์์ดีีไซน์์; 2560 2. สำ�ำ นักั วััณโรค. แนวทางการควบคุุมวัณั โรคประเทศไทย พ.ศ.2561. กรุุงเทพฯ: สำำ�นัักพิมิ พ์์อักั ษร กราฟฟิิคแอนด์์ดีีไซน์์; 2561 3. สำำ�นัักวััณโรค. แนวทางการสอบสวนและควบคุุมวััณโรค. กรุุงเทพฯ: สำำ�นัักพิิมพ์์อัักษรกราฟฟิิค แอนด์์ดีีไซน์์; 2561 4. สำ�ำ นักั วัณั โรค. การคัดั กรองเพื่่อ� ค้น้ หาวัณั โรคและวัณั โรคดื้อ� ยา. กรุุงเทพฯ: สำ�ำ นักั พิมิ พ์์อักั ษรกราฟฟิคิ แอนด์์ดีีไซน์์; 2561 5. สำำ�นัักวััณโรค. แนวทางปฏิิบััติิป้้องกัันควบคุุมวััณโรคดื้�อยาหลายขนานชนิิดรุุนแรงมากภายใต้้ พระราชบัญั ญััติิโรคติดิ ต่่อ พ.ศ. 2558. กรุุงเทพฯ: สำ�ำ นักั พิิมพ์์อักั ษรกราฟฟิคิ แอนด์์ดีีไซน์์; 2562 6. กองวัณั โรค, แนวทางบริหิ ารจัดั การและปฏิบิ ัตั ิทิ างห้อ้ งปฏิบิ ัตั ิกิ ารด้า้ นวัณั โรค. กรุุงเทพฯ: สำ�ำ นักั พิมิ พ์์ อัักษรกราฟฟิคิ แอนด์์ดีีไซน์์; 2562 7. World Health Organization. Companion handbook to the WHO guidelines for the programmatic management of drug-resistant tuberculosis. Geneva, Switzerland: (WHO/ HTM/TB/2014.11) 8. World Health organization. Global tuberculosis report 2019. France: (WHO/CDS/ TB/2019.15) คู่ม�่ ืืออบรมพััฒนาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิบิ ัตั ิงิ านวัณั โรค ∷ 129
130 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค
ภาคผนวก คู่ม่� ืืออบรมพัฒั นาศัักยภาพผู้ป้� ฏิิบััติิงานวัณั โรค ∷ 131
132 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค
TB 07 รายงานจำนวนผปู้ ว่ ยวณั โรคใหม่และเคยรักษามาก่อนท่ีขน้ึ ทะเบียนช่วง 0-3 เดอื นท่ีผ่านมา (Quarterly report on registration of new & previously treated TB cases) หนว่ ยงาน .............................................................................................................................................................................................................. ผู้รายงาน (ชอ่ื - สกลุ ) ................................................................................... วันท่ี ............................................................................................. รอบท่ผี ้ปู ว่ ยขึ้นทะเบียน (Cohort) ...................................................................................................................................................................... กล่มุ ผ้ปู ่วย (Group) ............................................................................................................................................................................................. ส่วนท่ี 1 ชนดิ ผูป้ ว่ ย (Registration group) (A) (B) กลับเปน็ ซ้ำ (Relapse) \\ ใหม่ (New) (1) วณั โรคปอดผลตรวจพบเชื้อ (Pulmonary bacteriologically confirmed as Smear + and/or Culture + and/or detected by any molecular test) (2) วณั โรคปอดผลตรวจไม่พบเช้ือหรอื ไมม่ ผี ล (Pulmonary clinically diagnosed) (3) วัณโรคนอกปอดผลตรวจพบเช้ือหรอื ไมม่ ีผล (Extrapulmonary bacteriologically confirmed or Clinically diagnosis) (4) รวม (1) +(2) +(3) (a) (b) (5) รวมผู้ปว่ ยใหม่และกลบั เป็นซำ้ (a) + (b) (All forms : new and relapse case = Incident cases) สว่ นท่ี 2 เพศและอายุของผปู้ ่วยจากข้อมลู 5 ส่วนที่ 1 0 – 14 ปี ต้งั แต่ 15 ปี ขึน้ ไป (All new and relapse case by age ) เพศ (Sex) (6) ชาย (Male) (7) หญิง (Female) (8) ไมท่ ราบ หรอื ไมม่ ีข้อมูล (Unknown or missing) สว่ นที่ 3 (9) จำนวนผู้ป่วยวัณโรคเคยรกั ษามาก่อน ทมี่ ีผลตรวจยืนยัน และ/หรือ ไมม่ ผี ลตรวจ โดยไม่รวมกลับเปน็ ซ้ำ (Previously treated, excluding relapse ,such as Treatment After Failure: TAF, Treatment After Lost to Follow – up: TALF, Others) (10) รวมผปู้ ว่ ยทั้งหมดทร่ี ายงาน ข้อ 5 และ ข้อ 9 (Total) คู่�่มืืออบรมพััฒนาศัักยภาพผู้้�ปฏิิบััติิงานวัณั โรค ∷ 133
134 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค TB07/1 รายงานรอบ 3 เดอื นของการค้นหาวัณโรคดือ้ ยา ของผู้ปว่ ยซ่ึงขึ้นทะเบยี นรักษาวณั โรค 3 – 6 เดือนทผี่ า่ นมา (Three – month on DR – TB detection for the patients registered 3 – 6 months earlier) หน่วยงานบริการสาธารณสุข / โรงพยาบาล (Hospital) .......................................................................................................................................................................... ผ้รู ายงาน (Name of hospital TB coordinator) ....................................................................................................................................................................................................... จงั หวัด (Province) ...................................................................................................... วันที่จดั ทำรายงาน (Date of performing the report) ................................................... รอบทร่ี ายงาน ................................................................................................................ กลุ่มผู้ป่วย (Group of TB patients) ................................................................................... จำนวนท่ีข้ึนทะเบยี น ผลเสมหะเม่อื สิ้นสดุ ระยะเข้มข้น (*) ภายในระยะเข้มข้น (*) ของการรกั ษา จำนวนทไ่ี ปนำมา (TB 07) ขาด > 2 โอนออกไม่ ประเมิน ชนดิ ผู้ป่วย (A) เปน็ ลบ เป็นบวก ไม่มีผล (g) (a) (b) เสมหะ ตาย เดอื น ทราบผล ตดิ ตอ่ กัน เสมหะเมอ่ื ส้นิ สดุ ระยะ (d) (e) เขม้ ขน้ (f) ใหม่เสมหะพบเช้อื (New PTB+) กลับเป็นซำ้ (Relapse) เคยรกั ษามผี ลตรวจยืนยัน และ/ หรอื ไม่มผี ล โดยไม่รวมกลบั เป็นซ้ำ
คู่�ม่ ืืออบรมพัฒั นาศัักยภาพผู้�ป้ ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค ∷ 135
136 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค
คู่�ม่ ืืออบรมพัฒั นาศัักยภาพผู้�ป้ ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค ∷ 137
138 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค PMDT07/D รายงานรอบ 3 เดือนของผลการคน้ หาวณั โรคด้อื ยาของผปู้ ่วยซ่งึ ขึ้นทะเบยี นรกั ษาวณั โรค 3 – 6 เดือนทีผ่ ่านมา (Three – month report on DR – TB detection for the patients 3 -6 month earlier) หน่วยงานบริการสาธารณสุข/โรงพยาบาล (Hospital) .............................................................................................................................................................................................................................. ผรู้ ายงาน (Name of hospital TB coordinator) ................................................................................................................................................................................................................................... จงั หวัด (Province) ................................................................................... วนั ท่จี ัดทำรายงาน (Date of performing the report) ................................................................................................... รอบทร่ี ายงาน .............................................................................................. กลมุ่ ผปู้ ว่ ย (Group of TB patients) ............................................................................................................................ การตรวจพบวัณโรคดอ้ื ยา (Detection of DR-TB) จำนวนผปู้ ่วยวัณโรค สง่ เพาะเชอื้ หรืออณูชวี วิทยา มผี ลทด **Confirmed Confirmed Confirmed Confirmed ทขี่ ึ้นทะเบยี น ใน TB07 (Culture or Molecular สอบความ RR-TB MDR-TB Pre XDR-TB XDR-TB (Number of TB test) (ราย) (ราย) (ราย) ประเภทผปู้ ่วย patients in TB 07) ไวตอ่ ยา (ราย) (TB patient type) (ราย) (DST result) (ราย) 1. ใหม่ (New) 2. กลบั เป็นซ้ำ (Relapse) 3. รกั ษาซำ้ ภายหลังลม้ เหลว (TAF) 4. รกั ษาซำ้ ภายหลังขาดยา (TALF) 5. รบั โอน (TI) 6. อ่นื ๆ (Others) รวมท้ังหมด หมายเหตุ * มีผล Genotypic หรือ Phenotypic DST ** กรณผี ูป้ ว่ ยรายใหม่ (New) ผล Xpert พบ RR ให้ตรวจซ้ำดว้ ย Xpert หรอื LPA
คู่�ม่ ืืออบรมพัฒั นาศัักยภาพผู้�ป้ ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค ∷ 139
140 ∷ คู่ม�่ ือื อบรมพัฒั นาศักั ยภาพผู้ป้� ฏิิบัตั ิิงานวัณั โรค
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156