Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 100 ปี พระบารมีจักรีวงศ์ เพื่อปวงชนไทยพ้นภัยวัณโรค

100 ปี พระบารมีจักรีวงศ์ เพื่อปวงชนไทยพ้นภัยวัณโรค

Published by TB Thailand, 2021-01-18 04:19:44

Description: 100 ปี พระบารมีจักรีวงศ์ เพื่อปวงชนไทยพ้นภัยวัณโรค

Keywords: tuberculosis

Search

Read the Text Version

1

ดว้ ยพระมหากรุณาธิคณุ กว่าสองศตวรรษแหง่ กรงุ รัตนโกสินทร์ท่ปี วงชนชาวไทยต่างอยูเ่ ยน็ เปน็ สขุ ใตร้ ่มพระบารมีราชวงศจ์ ักรี จวบจนรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสานพระราชกรณียกิจ และพระราชทานการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ในทุกด้าน รวมถึงงานด้านสาธารณสุข ด้วยพระองค์ทรงตระหนักว่าสุขภาพ พลานามัยของประชาชนคือปัจจยั ส�ำคญั ในการพฒั นาประเทศ ด่ังพระราชปณิธานอันแน่วแน่เพอื่ ประโยชนส์ ุขของพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในการประกอบพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และ สาธารณสุขนับแต่ครั้งด�ำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ในรัชกาลท่ี ๙ ทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดตั้ง โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชในทวั่ ทกุ ภาคของประเทศเพอ่ื ใหบ้ รกิ ารสาธารณสขุ เขา้ ถงึ ประชาชนในพน้ื ทหี่ า่ งไกล ทงั้ เสดจ็ เยยี่ ม เพื่อติดตามผลการด�ำเนินงานอย่างสม่�ำเสมอ และพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสนับสนุนให้มีอุปกรณ์การแพทย์เครื่องมือ เคร่ืองใช้ทีท่ ันสมยั อนั เป็นประโยชน์ยง่ิ แก่ราษฎร จากพระราโชบายในการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขยายสู่การจัดตั้ง ศูนย์สุขภาพชุมชนในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงท�ำให้ผปู้ ่วยในพื้นที่ห่างไกล เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขมากขึ้น พระมหากรุณาธิคุณยังแผ่ไพศาลถึงภิกษุ สามเณรและผนู้ ำ� ศาสนาท่คี วรได้รบั การเอาใจใส่ตอ่ สขุ ภาพพลานามัย รวมไปถงึ กลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจ�ำที่มีข้อจ�ำกัดหลายประการอันส่งผลถึงความเสี่ยง ดา้ นสขุ ภาพและโรคระบาด โดยเฉพาะวณั โรคทมี่ กี ารแพรร่ ะบาดในกลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั อย่างต่อเน่ือง ทรงสนับสนุนงานราชทัณฑ์ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระด�ำริ ด้านสุขภาพเป็นส�ำคัญคือ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทําความดี เพ่ือชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ สว่ นพระองค์จดั ซอื้ เครื่องมอื และครุภัณฑ์ทางการแพทยแ์ ก่เรอื นจาํ และทณั ฑสถานเป้าหมาย ๒๕ แห่ง โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงตระหนักว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การพยาบาล รวมไปถงึ การไดร้ บั ความรใู้ นการดแู ลสขุ ภาพของผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ� เปน็ สทิ ธขิ องผตู้ อ้ งขงั ทคี่ วรไดร้ บั เทา่ เทยี มกบั บคุ คลภายนอก ตามหลักมนษุ ยธรรม จงึ ควรไดร้ บั ความรดู้ า้ นสขุ อนามยั ตลอดจนการเขา้ ถงึ บรกิ ารดา้ นสขุ ภาพทด่ี แี ละควรได้รับการส่งเสริม 2

สุขภาพใจให้ดี พร้อมเสริมสร้างทัศนคติความเป็นจิตอาสา เพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ ของผู้ต้องขังในการเป็นคนดีคืนสู่สังคมหลังพ้นโทษ เป็นบุคคลท่ีสุขภาพสมบูรณ ์ ทง้ั กายใจและใชช้ วี ติ ไดอ้ ยา่ งมคี ณุ ภาพ โครงการดงั กลา่ ว พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงดํารงตําแหน่งองค์ประธานท่ีปรึกษา ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ยิ าภานเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ประธานกรรมการ เสด็จแทน พระองค์เพ่ือพระราชทานเครื่องมือแพทย์ และทรงเยี่ยมชมติดตามการดําเนินงาน ในเรือนจ�ำอย่างต่อเน่อื ง ท้ังน้ีโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งผลให้สถานพยาบาลมีเคร่ืองมือทางการ แพทย์ที่สําคัญต่อการวินิจฉัยและรักษาโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ของผู้ต้องขัง เชน่ เคร่ืองตรวจคล่นื ไฟฟ้าหวั ใจ เครอื่ งไตเทยี ม ยูนิตทันตกรรม ฯลฯ ช่วยใหก้ ารรกั ษา มีประสิทธิภาพพร้อมได้รับสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกัน สขุ ภาพแหง่ ขาติ นอกจากน้ี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ยงั พระราชทานรถเอกซเรยเ์ คลอื่ นทแ่ี บบภาพดจิ ทิ ลั (Mobile x-ray) เพอื่ ใชใ้ นการเอกซเรยท์ รวงอกคดั กรองวณั โรคสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ� อนั เปน็ ประโยชนย์ ง่ิ ในการคดั กรองและเรง่ คน้ หาผปู้ ว่ ย วณั โรคและวณั โรคดอื้ ยาทย่ี งั แพรร่ ะบาดอยมู่ ากในเรอื นจำ� โดยกำ� หนดใหผ้ ตู้ อ้ งขงั ทกุ รายเขา้ รบั การเอกซเรยป์ อดทงั้ ๑๐๐ เปอรเ์ ซน็ ต์ รวมถงึ จดั ใหม้ หี อ้ งควบคมุ ทโี่ รงพยาบาลครบตามเรอื นจาํ เปา้ หมายทกุ แหง่ และจดั สถานทก่ี กั กนั ผตู้ อ้ งขงั แรกรบั เพอื่ ควบคมุ โรค ตดิ ตอ่ มใิ ห้แพรร่ ะบาดไปยงั ผู้ต้องขงั และเจ้าหนา้ ทท่ี ่เี กีย่ วข้อง เพ่อื เรง่ รัดคน้ หาผู้ปว่ ยวณั โรค ตดั วงจรการแพรเ่ ชื้อ และน�ำผูป้ ว่ ย เขา้ สกู่ ารดแู ลรกั ษาโดยเรว็ ดง่ั งานสบื สานสานพระราชปณธิ านสมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศรอดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก และ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทที่ รงมีตอ่ งานควบคมุ วณั โรคของไทย ดว้ ยพระมหากรณุ าธคิ ณุ อนั ทรงตระหนกั ถงึ สขุ ภาพดา้ นการปอ้ งกนั และควบคมุ วณั โรค นบั เปน็ สริ มิ งคลยง่ิ แกช่ าวไทยทงั้ ปวง ทงั้ ทรงเปน็ ขวญั เปน็ กาํ ลงั ใจ ซงึ่ ไมเ่ พยี งตอ่ ผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ� หรอื กลมุ่ เปา้ หมายในโครงการตา่ ง ๆ เทา่ นนั้ แตย่ งั รวมถงึ ขา้ ราชการ และผเู้ กยี่ วขอ้ งกบั งานดา้ นโรคตดิ ตอ่ และงานวณั โรค คนไทยไดร้ จู้ กั โรคภยั และสามารถยนื หยดั เพอื่ ตอ่ สกู้ บั วกิ ฤตวณั โรคระบาดนี้ ได้ด้วยพระบารมีของกษัตรยิ ์ไทยแห่งราชวงศ์จกั รีและพระบรมวงศานุวงศม์ าโดยตลอด ขอน้อมส�ำนกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ อันหาที่สดุ มไิ ด้ 3

สารบัญ ย้อนศตวรรษอบุ ัตกิ ารณ์วณั โรค ๖ สมเด็จพระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ๙ “หมอเจา้ ฟา้ ” ผทู้ รงรเิ รม่ิ งานต่อต้านโรคทุเบอรค์ ุโลสสิ  ๑๐๐ ปี พระนพิ นธ์ “โรคทเุ บอรค์ ุโลสิส” ๑๐  จากพระราชหตั ถเลขา สู่ “กองการปราบวณั โรค” ๑๒ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดนิ ทร ๑๕ พระราชทาน “อานันทสถาน” เพ่อื ผปู้ ่วยวัณโรค พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ๒๑ พระราชาผ้ทู รงปราบวัณโรคดว้ ยยาและวัคซีน  มหดิ ลวงศานุสรณ์อาคารผลติ วัคซนี บ.ี ซ.ี จ.ี ๒๒  พระราชทาน “เวชพาห์น” ขยายการสาธารณสขุ ส่ชู นบท ๒๓ สมเดจ็ พระเจา้ พนี่ างเธอ เจา้ ฟ้ากลั ยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครินทร์ ๒๙ องค์อุปถัมถ์ “ทนุ วจิ ยั วัณโรคดอื้ ยา” สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ๓๑ องคป์ ระธานในพธิ เี ปดิ ท่ีท�ำการใหม่ กองวณั โรค พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จ้าโสมสวลี กรมหมื่นสทุ ธนารนี าถ ๓๓ ทรงประทานกำ� ลังใจแด่เจ้าหนา้ ทแ่ี ละผปู้ ว่ ย สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ยิ าภา นเรนทริ าเทพยวดี กรมหลวงราชสารณิ สี ริ พิ ชั ร มหาวชั รราชธดิ า ๓๕ องคป์ ระธานกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ 4

บคุ คลสำ� คญั ดา้ นการยตุ วิ ณั โรค ๓๖ ๔๐ นายแพทยน์ ดั ดา ศรียาภัย ปรมาจารย์ดา้ นการควบคุมวัณโรคของประเทศไทย ศาสตราจารย์เกยี รตยิ ศ นายแพทยส์ งคราม ทรพั ยเ์ จรญิ ๔๔ ประธานคณะกรรมการกลาง สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ุณ นายแพทยอ์ รรถ นานา ๔๗ นายกกรรมการบริหาร สมาคมปราบวณั โรคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์ สารจากอดตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ๕๐ ศาสตราจารย์คลินกิ เกยี รติคณุ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสตั ยาทร สารจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๕๒ นายแพทย์สขุ มุ กาญจนพิมาย สารจากอธบิ ดกี รมควบคมุ โรค ๕๔ นายแพทย์สวุ รรณชยั วัฒนายงิ่ เจริญชัย ๕๗ การด�ำเนนิ งานวณั โรคในประเทศไทย จากยศเส ถึงบางโคล่ ๕๘  การปรบั ปรงุ การแบง่ สว่ นราชการของกระทรวงสาธารณสุข ๖๐  ผลการดำ� เนนิ งานควบคมุ โรค ๖๒  จากยศเสถงึ บางโคล่ ๖๗  สู่บทบาท “กองวัณโรค” ๖๘ บทสง่ ทา้ ย บรรณานุกรม 5

ย้อนศตวรรษ อุบัติการณ์วณั โรค ในยคุ สงคราม ยทุ โธปกรณค์ ือสิ่งทำ� ลายลา้ งคร่าชวี ิตผู้คนนับไม่ถ้วน แต่แมส้ งครามส้นิ สดุ ก็ยังคง มีมัจจรุ าชทช่ี ือ่ “โรคภยั ” พรากชีวติ มนษุ ย์ไมจ่ บสิน้ โดยเฉพาะ “วณั โรค” หน่งึ ในโรคระบาดท่ที �ำให้ ผู้ป่วยล้มตายเป็นจ�ำนวนมากในทุกประเทศของโลก ไม่เว้นแม้ประเทศไทยที่เกิดการระบาดอย่างหนัก ทั้งในเมอื งและชนบท สมัยก่อนความเข้าใจของชาวบ้านส่วนใหญ่เช่ือกันว่าเป็นโรคฝีในท้อง และหนึ่งในอาการ ของโรคที่เห็นได้ชัดคือผิวพรรณที่ซีดเหลืองเห่ียวแห้งเพราะผอมลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นท่ีมาของชื่อเรียก “วรรณโรค” (วรรณ หมายถงึ ผวิ พรรณ) และเปลย่ี นการเขยี นเปน็ “วณั โรค” ทใี่ ชถ้ งึ ปจั จบุ นั ในเวลานน้ั ความก้าวหน้าทางการแพทย์ยังมีไม่มากนัก สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนและตัดก�ำลังใจผู้ป่วยอย่างมาก เพราะเชอื่ วา่ เมอื่ ใครเปน็ โรคนไ้ี มม่ ที างรกั ษาหาย เปน็ ทรี่ งั เกยี จแกบ่ คุ คลทว่ั ไปลกุ ลามไปถงึ คนในครอบครวั สรา้ งความทุกข์แกผ่ ูค้ นทกุ หยอ่ มหญา้ แตแ่ ลว้ ความรนู้ ำ� สคู่ วามเขา้ ใจในวณั โรคมากขน้ึ เมอ่ื ปี พศ. ๒๔๖๓ เอกสารสาธารณสขุ ฉบบั พเิ ศษ ๒๔ กนั ยายน ๒๔๖๓ ตพี มิ พบ์ ทความเรอื่ ง “โรคทเุ บอรค์ โุ ลสสิ ” พระนพิ นธใ์ นสมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ขณะท่ียังทรงด�ำรงพระอิสริยยศ สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครนิ ทร์ ความว่า 6

คอื โรคความอกั เสบในรา่ งกาย เนอ่ื งดว้ ยพษิ ของเชอ้ื โรคชนดิ นี้ ซงึ่ อยใู่ นประเภท ท่ีแพทย์รู้ลักษณะแล้ว และอาจเห็นได้ด้วยใช้กล้องขยายแต่ชาวบ้านเราเรียกโรคน้ีว่า ฝีในทอ้ ง เปน็ คำ� ไมต่ รงตอ่ อาการของโรคเพราะคนเจบ็ ไม่ไดเ้ ปน็ ฝี แมเ้ ชือ้ ทุเบอร์เคลิ อาจเข้าไปท�ำให้ทอ้ งอักเสบได้ ส่วนค�ำวา่ วณั โรคนั้นก็แสดงอาการอยา่ งหน่งึ ของโรคน้ี เทา่ นนั้ คอื ผวิ เสยี แตโ่ รคอน่ื กอ็ าจทำ� ใหผ้ วิ เสยี ได้ เพราะฉะนน้ั ในทนี่ จ้ี ะขอเรยี กโรคนี้ ตามต�ำราแพทยว์ า่ ทเุ บอร์คุโลสสิ ในพระนิพนธ์พรรณาถึงความรู้เร่ืองทุเบอร์คุโลสิสท้ังต้นเหตุ อาการ วิธีการ การติดต่อ รวมถึงการปรากฏในอวัยวะอ่ืน ๆ วิธีการบ�ำบัด อาการหาย ความประพฤติ เบ็ดเตล็ด และวิธีการปฏิบัติตัวส�ำหรับผู้ป่วยโดยละเอียด ซ่ึงเป็นประโยชน์แก่ประชาชน และวงการแพทย์เป็นอย่างย่ิง นับได้ว่าเป็นเอกสารสาธารณสุขวัณโรคฉบับแรก ในประเทศไทยทส่ี มบรู ณ์ ขอ้ แนะนำ� ในเอกสารยงั คงใชเ้ ปน็ พนื้ ฐานและหลกั การในการรกั ษา พยาบาล การปอ้ งกนั วณั โรค ซงึ่ ยงั คงใชไ้ ดด้ ถี งึ ปจั จบุ นั แมผ้ า่ นเวลามายาวนานถงึ ๑๐๐ ปี 7

เรอื่ งราวในหนงั สอื “๑๐๐ ปี พระบารมจี กั รวี งศ์ เพอ่ื ปวงชนไทยพน้ ภยั วณั โรค” นี้ จงึ เรยี บเรยี งขน้ึ เพอ่ื นอ้ มรำ� ลกึ ถงึ พระเมตตาของสมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้ทรงเป็นพระบิดา แหง่ การแพทย์แผนปัจจบุ ัน และบดิ าผทู้ รงรเิ ริ่มงานวณั โรคในประเทศไทย น้อมร�ำลึก พระมหากรุณาธิคุณของในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงสืบสาน ทรงสนบั สนุนงานด้านวณั โรคเพื่อให้คนไทยพน้ จากโรคระบาดร้าย ท้งั นเี้ นื้อหาภายใน เลม่ ยงั รวมถงึ ปชู นยี บคุ คลทางการแพทยท์ ม่ี สี ว่ นสำ� คญั ยง่ิ ในงานตอ่ ตา้ นวณั โรคอกี หลายทา่ น และพฒั นาการขององคก์ รกระทง่ั เปน็ กองวณั โรค กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ ในปจั จบุ นั เพอ่ื ร่วมสืบสานพระราชปณิธานหน่งึ เดยี ว คือ ประโยชน์สขุ ของปวงไทย 8

สมเด็จพระมหติ ลาธิเบศร อดลุ ยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “หมอเจ้าฟ้า” ผทู้ รงริเริม่ งานตอ่ ต้านโรคทุเบอร์คุโลสิส สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก พระนามเดิม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช (๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๕ – ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๗๒) เป็น พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้า และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทว ี พระพนั วสั สาอยั ยกิ าเจา้ เปน็ พระบรมราชชนกในพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และ พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เป็นพระราชอัยกาในพระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกล้าเจา้ อยหู่ ัว สมเดจ็ พระบรมราชชนก ทรงมคี ณุ ปู การแกก่ จิ การแพทย์ แผนปจั จบุ นั และการสาธารณสขุ ของประเทศไทย ชาวตา่ งประเทศ เรียกพระนามว่า “เจ้าฟ้ามหิดล” ขณะท่ีประชาชนโดยทั่วไป คุ้นเคยกับพระนามว่า “กรมหลวงสงขลานครินทร์” หรือ “พระราชบดิ า” สำ� หรบั ชาวบา้ นมกั เรยี กขานพระนามวา่ “หมอเจา้ ฟา้ ” 9

๑๐๐ ปี พระนิพนธ์ “โรคทุเบอรค์ โุ ลสสิ ” สมเดจ็ พระบรมราชชนก ขณะทรงดาํ รงอสิ รยิ ยศเปน็ เจา้ ฟา้ มหดิ ลอดลุ ยเดช กรมหลวงสงขลานครนิ ทร์ มพี ระประสงค์ เพ่ือปรับปรุงการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ทรงเสียสละความสุข ส่วนพระองค์ เดินทางไปศึกษาวิชาการสาธารณสุขและวิชาแพทยศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ต้งั แตป่ ี พ.ศ. ๒๔๖๐ ทรงตงั้ ใจศกึ ษาเลา่ เรยี นวิทยาการตา่ ง ๆ ในมหาวิทยาลัยทง้ั ด้านทฤษฎี และการปฏิบตั อิ ยา่ งจริงจัง พ.ศ. ๒๔๖๓ ระหว่างพระองค์ทรงศึกษาในช้ันปีท่ี ๓ ทรงมีเหตุจําเป็นต้องเสด็จกลับประเทศไทยเนื่องในพิธีถวาย พระเพลงิ พระบรมศพ สมเดจ็ พระศรพี ชั รนิ ทราบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง หลงั จากเสรจ็ พระราชพธิ ี พระองคเ์ สดจ็ ไปทรงงานในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารพยาธวิ ทิ ยาของโรงพยาบาลศริ ริ าชเปน็ ประจาํ เพอ่ื ทรงศกึ ษาถงึ สาเหตตุ า่ ง ๆ ของโรคภยั ทค่ี กุ คามประชาชน ทาํ ให้พระองคท์ ราบวา่ มีผคู้ นมีอาการปว่ ยเปน็ วณั โรคอย่จู ํานวนมาก ในขณะที่วงการแพทยแ์ ละประชาชนทัว่ ไปก็ยังไม่มีความรู้ ในการรกั ษาและป้องกันโรคน้อี ย่างเพยี งพอ 10

เมอ่ื ทรงทราบสถานการณด์ ว้ ยพระองคเ์ อง จงึ ทรงเรยี บเรยี งความรตู้ า่ ง ๆ เกี่ยวกับวัณโรคด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและอธิบายอย่างละเอียดทั้งสาเหตุของโรค ลกั ษณะอาการ วธิ กี ารรกั ษา และแนวทางการปอ้ งกนั โดยใชช้ อื่ บทความตามชอ่ื เรยี ก ทางการแพทย์ว่า “โรคทุเบอร์คุโลสิส” เพ่ือประทานให้กับกรมสาธารณสุข (ช่ือเดิมของกระทรวงสาธารณสุขในอดีต) จัดพิมพ์เป็นเอกสารสุขศึกษาเผยแพร ่ แก่ประชาชนท่ัวไป ในปีเดียวกัน สมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสด็จทิวงคตอย่างกระทันหัน จึงประทานให้ม ี การจดั พมิ พเ์ ผยแพรใ่ นงานถวายพระเพลงิ ดว้ ย ซง่ึ ตอ่ มากองสขุ ศกึ ษา กรมสาธารณสขุ ได้จัดพิมพ์แจกจ่ายไปยังประชาชนท่ัวไป อกี หลายครงั้ รวมถงึ ในงานพระราชทานเพลงิ ศพบคุ คลสำ� คญั ในงานราชการทำ� ใหป้ ระชาชนรจู้ กั และเขา้ ใจโรคทเุ บอรค์ โุ ลลสิ มากยงิ่ ขน้ึ พระนิพนธ์ “โรคทุเบอร์คุโลสิส” นับเป็นเอกสาร ท่านผู้ใดอุตส่าห์เสียเวลาอ่านหนังสือ สาธารณสุขวัณโรคฉบับแรกในประเทศไทยท่ีมีความครบถ้วน ฉบบั นม้ี าจนถงึ ทน่ี ้ี กค็ งจะเหน็ ดว้ ยวา่ เราควรจะ สมบูรณ์ ซง่ึ เปน็ ประโยชนแ์ กว่ งการแพทยแ์ ละประชาชนทวั่ ไป ก�ำจัดโรคอันร้ายน้ีเสีย เพราะเป็นโรคท่ีร้าย อยา่ งมาก กลา่ วไดว้ า่ สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศรอดลุ ยเดชวกิ รม สำ� หรบั บา้ นเมอื ง โดยมากมกั จะเปน็ แกเ่ ดก็ เลก็ ๆ พระบรมราชชนก ทรงเป็นผู้ริเริ่มการต่อต้านวัณโรค ที่กำ� ลงั นา่ เอ็นดู หรือไม่ก็กำ� ลงั เป็นหนมุ่ เป็นสาว ในประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงกระตุ้นเตือนให้ประชาชน เอางานเอาการ เป็นข้าศึกที่ตัดก�ำลังราษฎร และหน่วยงานตระหนักถึงความส�ำคัญของวัณโรค ดั่งปรากฏ ของเรามาก ถ้าท่านมีน้�ำใจจะช่วยแล้วขอให้ ในข้อความตอนทา้ ยของเอกสารโรคทเุ บอรค์ ุโลสสิ ว่า ลงมือชว่ ยทนั ที 11

จากพระราชหัตถเลขา สู่ “กองการปราบวัณโรค” ภายหลงั สมเดจ็ พระบรมราชชนก ทรงสำ� เรจ็ TB มมี ากเตม็ ที และไมร่ จู้ ะทำ� อยา่ งไร เพราะไมม่ ี การศกึ ษาไดร้ บั ปรญิ ญาแพทยศาสตรบ์ ณั ฑติ เกยี รตนิ ยิ ม โรงพยาบาลพเิ ศษ หรอื Sanatorium๑ สำ� หรบั รกั ษาราย จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ด้วยความสนพระทัย ทไ่ี มห่ นกั นกั การเรอื่ ง TB น้ี ทำ� ใหฉ้ นั สนใจมาก อยากใหม้ ี อย่างแรงกล้าต่อการแพทย์และการสาธารณสุข Anti-TB Society ทรงศึกษาค้นคว้าและปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทางการแพทยอ์ ยา่ งตอ่ เนอื่ งในเดอื นเมษายนพ.ศ.๒๔๗๒ พระองคเ์ สดจ็ ทรงงานเปน็ แพทยป์ ระจาํ ณ โรงพยาบาล แมคคอรม์ คิ จงั หวดั เชยี งใหม่ เพยี งขา้ มเดอื นพระองค์ ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึง หลวงนิตย์เวชชวิศิษฏ์ ลงวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ มีเน้ือความ ตอนหน่งึ วา่ ๑ Sanatorium โรงพยาบาลสำ� หรับผูป้ ่วยเรือ้ รงั 12

เวลานั้น หลวงนิตย์เวชชวิศิษฏ์ เป็นอดีตนายแพทย์ พระราชหตั ถเลขาของสมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศร ทุนสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ อยู่ระหว่างด�ำรง อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ตำ� แหนง่ นายแพทยผ์ อู้ ำ� นวยการโรงพยาบาลกลาง และอาจารย์ ถงึ หลวงนติ ย์เวชชวิศษิ ฐ์ แพทยก์ ายวภิ าคศาสตร์ โรงพยาบาลศริ ริ าช นำ� พระราชปรารภ ลงวนั ที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ในเรื่องวัณโรคนี้หารือแก่คณะกรรมการแพทยสมาคมแห่ง กรงุ สยาม สรา้ งแรงดลใจให้ หลวงเฉลมิ คมั ภรี เวชช์ นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการตระหนกั ถงึ ความรนุ แรงของวณั โรคทบี่ น่ั ทอน สุขภาพของประชาชนจํานวนมาก จึงผลักดันให้มีการประชุม กรรมการแพทยส์ มาคมแห่งกรุงสยาม เมอ่ื วนั ที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ เพอ่ื หาวธิ กี ารชว่ ยเหลอื ผปู้ ว่ ยวณั โรค และปอ้ งกนั วัณโรคไม่ใหร้ ะบาดแพรอ่ ยา่ งจริงจัง โดยมีมติให้ตัง้ “กองการ ปราบวัณโรค” สังกัดแพทยสมาคมแห่งกรุงสยาม และ จดทะเบยี นเปน็ “สมาคมกองการปราบวณั โรค” โดยสมบรู ณ์ ตามกฎหมาย ในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ 13

สมาคมกองการปราบวณั โรคดำ� เนนิ งานตามวตั ถปุ ระสงค์ จอมพล ป.พบิ ูลสงคราม และไดร้ ับอนุมัติการสร้าง โดยจดั ซอื้ เพอื่ ทาํ การปราบวณั โรคในประเทศไทย และรว่ มมอื กบั องคก์ าร ที่ดิน ๒๗ ไร่ บนท�ำเลสงบท่ามกลางทุ่งนาท่ีมีอากาศบริสุทธ ิ์ มูลนิธิต่าง ๆ ที่มีวัตถุประสงค์คล้ายกันมาแก้ไขปัญหาวัณโรค ตั้งอยู่รมิ ถนนตวิ านนท์ ตำ� บลบางกระสอ อ�ำเภอเมอื ง จงั หวัด อย่างตอ่ เนอ่ื งเร่อื ยมา กระทง่ั ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้เปลย่ี นชอ่ื เป็น นนทบรุ ี ใชช้ อ่ื วา่ “โรงพยาบาลวณั โรคกลาง” สงั กดั กองแพทย์ สังคม กรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ก่อนพัฒนาเป็น “สมาคมปราบวณั โรคแหง่ ประเทศไทย “สถาบนั โรคทรวงอก” ในปจั จบุ นั ในพระบรมราชูปถัมภ”์ นับได้ว่าองค์กรต่อต้านวัณโรคและโรงพยาบาล วณั โรคแหง่ แรกในประเทศไทย เกดิ ขนึ้ ไดด้ ว้ ยพระราชหตั ถเลขา โดยได้รับความช่วยเหลือจากสภากาชาดสยามในขณะนั้น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ใหใ้ ชอ้ าคารสถานอี นามยั ชน้ั ๑ ถนนบาํ รงุ เมอื ง สาํ หรบั เปน็ คลนิ กิ เป็นจุดเร่ิมต้นจากพระราชปณิธานอันแน่วแน่ดังลายพระหัตถ์ ตรวจและรกั ษาวณั โรคตอ่ มาพระไวทยวธิ กี ารอธบิ ดกี รมสาธารณสขุ ตอนหนึง่ ของพระองค์ ความว่า กระทรวงมหาดไทยในเวลานน้ั ไดเ้ สนอโครงการสรา้ งโรงพยาบาล ส�ำหรับรักษาวัณโรคเป็นแห่งแรกในประเทศไทยต่อรัฐบาล “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นท่ีสอง ประโยชน์ ของเพ่อื นมนุษยเ์ ปน็ กจิ ที่หนงึ่ ” 14

พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล พระอฐั มรามาธิบดนิ ทร พระราชทาน “อานันทสถาน” เพอ่ื ผ้ปู ่วยวณั โรค พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดนิ ทร พระอฐั มรามาธบิ ดนิ ทร พระโอรสในสมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก และสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทรา บรมราชชนนี (๒๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๖๘ – ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙) เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๘ แหง่ ราชวงศจ์ กั รี เมอื่ วนั ท่ี ๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๗๘ เมอื่ พระองค์ ทรงบรรลนุ ติ ภิ าวะหลงั ทรงราชยไ์ ดเ้ สดจ็ นวิ ตั พระนครครงั้ ทสี่ อง เมอื่ วนั ที่ ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ขณะเสด็จพระราชด�ำเนินเพื่อประกอบพระราช กรณียกิจต่าง ๆ ในประเทศไทย ทรงทอดพระเนตรเห็น ภาวะความยากจนของประชาชนท่ัวไป ท้ังยังด้วยการศึกษา มีปัญหาสุขภาพ เผชิญโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เป็นอันมาก พระองค์ทรงมีพระราชปรารภให้มีการผลิตแพทย์เพ่ิมมากข้ึน นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เพอ่ื ใหเ้ พยี งพอทจ่ี ะชว่ ยเหลอื ประชาชน โรงเรยี นแพทยแ์ หง่ ท่ี ๒ จงึ ได้ถอื ก�ำเนดิ ขึน้ ทีโ่ รงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซง่ึ ในปจั จุบนั คือ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย 15

ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ภายหลังท่ีกรมสาธารณสุข เปลยี่ นเป็น กระทรวงสาธารณสขุ และโอนงาน “โรงพยาบาลวณั โรคกลาง” เปน็ “กองโรงพยาบาลวณั โรค” สงั กดั กรมการแพทย์ ประชาชนยงั ประสบปญั หา วัณโรคระบาด เตียงรักษาในโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อจ�ำนวนผู้ป่วยที่ยังเพิ่มจ�ำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะ พระภกิ ษแุ ละสามเณรทอ่ี าพาธตา่ งอยชู่ นบทหา่ งไกลไมม่ ที พี่ กั ปญั หาเหลา่ นไ้ี ดท้ รงทราบถงึ พระเนตรพระกรรณ ของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึง่ ขณะนนั้ พระองคท์ า่ นประทบั อยใู่ นประเทศไทย จึงมีรับสั่งให้ราชเลขานุการในพระองค์สั่งจ่ายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จ�ำนวน ๒๕๐,๒๕๘ บาท ๙๔ สตางค์ สำ� หรบั ใชส้ รา้ งอาคารรองรบั ผูป้ ว่ ยเมอ่ื วนั ท่ี ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ เพ่อื ใหเ้ กดิ ประโยชน ์ ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยใหถ้ าวรยงิ่ ข้ึน ฯพณฯ จอมพล ป.พิบลู สงคราม รบั สนองพระบรมราชโองการ และมอบให้ พลต�ำรวจเอกอดลุ อดลุ เดชจรัส รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ รีบด�ำเนินการทนั ที ในการพระราชทานทรพั ยส์ ว่ นพระองคใ์ นครง้ั นี้ สง่ ผลใหพ้ ระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ขณะเป็นสมเด็จพระอนุชา ทรงมีพระศรัทธาร่วมพระราชทานจึงโปรดให้มี การประมลู ของเลน่ และผลงานฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง ได้แก่ เครือ่ งบนิ จ�ำลอง เรือรบหลวงศรีอยธุ ยา จำ� ลอง และภาพถา่ ยฝพี ระหตั ถอ์ กี สองผลงาน เพอ่ื สมทบทนุ ชว่ ยเหลอื งานดา้ นตอ่ ตา้ นวณั โรค โดยนำ� ประมลู ในงานลีลาศเพื่อการกุศลของสมาคมปราบวัณโรคฯ ณ สวนอัมพร รวมเงินบ�ำรุงจากการประมูลได้ร่วม ๔๐,๐๐๐ บาท 16

การกอ่ สรา้ งอาคารเพม่ิ ตามพระราชประสงคใ์ นโรงพยาบาลวณั โรคกลาง ดำ� เนนิ ไปพรอ้ มผลกระทบจากสงคราม สง่ ผลใหว้ สั ดใุ นการกอ่ สรา้ งและอปุ กรณท์ างการแพทยม์ รี าคาสงู อยา่ งมาก ทางกระทรวงสาธารณสขุ ไดข้ อให้ หมอ่ มหลวงโสภติ นพวงศ์ นายชา่ งหวั หนา้ กองเคหะสถานสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ ปรบั การออกแบบและควบคมุ การกอ่ สรา้ งตกึ ผู้ป่วยเป็นแบบช้ันเดียว รองรบั ผปู้ ว่ ยได้ ๒๖ เตียง โดยก่อสร้างเป็นตึกชนดิ คอนกรีต เสริมเหลก็ ซึ่งวางรากเตรียมไว้ ตอ่ เปน็ ตกึ สองชนั้ ในวันหนา้ ภายในตกึ นอกจากห้องโถงส�ำหรบั วางเตียงแลว้ ยงั แบง่ เปน็ ห้องนำ�้ หอ้ งสุขา ห้องเกบ็ ยา ห้องท�ำงานพยาบาล ห้องท�ำงานนายแพทย์รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังได้ท�ำการก่อสร้าง บ้านพักแพทย์หนึ่งหลัง หอ้ งแถวพยาบาลพกั ๖ หอ้ งหน่งึ หลัง กบั ขยายครัวไฟ หอ้ งเกบ็ เชือ้ เพลิง และอา่ งน�้ำคอนกรีตร่วมด้วย อาคารดังกล่าวแล้วเสร็จ เม่ือวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๐ อันเป็นช่วงเวลาหลังจากที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตแล้ว ทางกระทรวงสาธารณสุขได้น�ำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงทราบซ่ึงขณะนั้นพระองค์ท่านประทับอยู่ ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และ ขอพระราชทานนามตึก พระองค์ได้พระราชทานนามอาคารหลังน้ีว่า “อานันทสถาน” และทรงโปรดให้ประธาน คณะผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์ คือ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เสด็จแทนพระองค์มาท�ำพิธีเปิดตึกเมื่อวันท่ี ๒๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๙๐ อันเปน็ วนั คล้ายวนั พระราชสมภพแหง่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อาคารอานนั ทสถานรองรบั การรกั ษาผปู้ ว่ ยวณั โรคยาวนานหลายสบิ ปี กระทง่ั ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ มกี ารซอ่ มบำ� รงุ อาคารครั้งใหญ่จากสนับสนุนของแพทย์พยาบาลและประชาชน โดยบ�ำรุงให้คงลักษณะเดิมไว้มากท่ีสุด เมื่อน�ำความ ขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พร้อมท้ังขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เชิญอักษร พระปรมาภไิ ธย อปร. ประดษิ ฐานเหนอื ชอื่ อาคารอานนั ทสถาน กไ็ ดร้ บั พระราชทานพระบรมราชานญุ าต จากพระบาท สมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เม่ือทรงทราบว่าอาคารได้ซ่อมแซมเสร็จแล้ว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ทจี่ ะเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาทรงเปดิ ตกึ ดว้ ยพระองคเ์ อง โดยเสดจ็ พรอ้ ม สมเดจ็ พระเจา้ พน่ี างเธอ เจา้ ฟา้ กลั ยาณวิ ฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวนั ที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ นับเปน็ อนสุ รณ์สถานอาคารหนงึ่ เดียวทเ่ี กดิ ขึ้นดว้ ยพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ในรัชกาลท่ี ๘ แหง่ ราชวงศ์จกั รี ซงึ่ ทรงคณุ คา่ ทางประวัตศิ าสตร์และทรงเปย่ี มดว้ ยพระเมตตาตอ่ ผปู้ ่วยวัณโรคอย่างย่งิ 17

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล เสด็จพระราชทานปริญญา ณ มหาวิทยาลยั แพทยศาสตร์ เมื่อวนั ท่ี ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙ 18

เอกสารร่างการส่งั จ่ายพระราชทรัพย์สว่ นพระองคใ์ นการสรา้ งอาคารอานนั ทสถาน และข่าวการประมูลผลงานฝีพระหัตถใ์ นหนงั สอื พิมพ์ อาคารอานนั ทสถานในอดีต ปรับปรุงและพฒั นาใหบ้ ริการรักษาผู้ปว่ ยวณั โรคทเ่ี ป็นพระสงฆ์ในเวลาต่อมา 19

20

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชาผูท้ รงปราบวณั โรคด้วยยาและวคั ซนี พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสบื สานพระราชปณธิ านของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยพระราชหฤทัย มุ่งมั่นในการพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างเต็มก�ำลังความสามารถ ดั่งสายพระโลหิตแห่งบารมี ของผ้วู างรากฐานทางการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทย เม่ือคร้ังเป็นพระอนุชาธิราชในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงติดตามเสด็จไปในที่ต่าง ๆ ทรงเห็น ความเดอื ดรอ้ นของพสกนกิ รในภาวะวณั โรคระบาดอยา่ งมาก นอกจากทรงนำ� ของเลน่ จากฝพี ระหตั ถม์ าประมลู แลว้ ในงานเดยี วกนั พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหอ้ ัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ลำ� ดบั ที่ ๒ หรอื เพลง “ยามเยน็ ” ท่มี ีค�ำร้องสมบรู ณ์ ใหน้ ายเออื้ สนุ ทรสนาน นำ� ออกบรรเลง ณ เวทลี ลี าศ สวนอมั พร นบั เปน็ เพลงพระราชนพิ นธเ์ พลงแรกทน่ี ำ� ออกบรรเลงสปู่ ระชาชน เพอ่ื นำ� รายไดส้ มทบทนุ ชว่ ยเหลอื โครงการรณรงคต์ อ่ ตา้ นวณั โรคแหง่ ชาติ ของสมาคมปราบวณั โรคฯ เมอื่ วนั เสารท์ ่ี ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ นบั แตเ่ รม่ิ รชั สมยั วณั โรคยงั คงแพรร่ ะบาดครา่ ชวี ติ ผคู้ นอยมู่ าก ในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ หลวงพยงุ เวชศาสตร์ อธบิ ดกี รมอนามยั จึงก่อตั้งหน่วยงานควบคุมวัณโรค กองควบคุมโรคติดต่อ และเปิดสถานตรวจโรคปอด โดยใช้อาคารสถานีอนามัยช้ันหนึ่ง ของสภากาชาดไทย บนถนนบ�ำรุงเมือง ยศเส (เดิมเปน็ ท่ที ำ� การสมาคมปราบวณั โรคฯ) ในเวลาตอ่ มาผูค้ นนิยมเรยี กชื่อตามย่าน ของสถานทตี่ ้ังว่า “สถานตรวจโรคปอดยศเส” พระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช ขณะเสด็จฯ ไปประทับใน สวิสเซอร์แลนด์ ทรงแสวงหาตัวยาใหม่ ๆ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยวัณโรค โดยทรงส่ังซ้ือพาราแอมมิไนซาลิไซลิกแอซิด หรือ พีเอสเอส ซ่ึงเป็นยารักษาวัณโรคขนานที่สองแต่ในขณะนั้นยังไม่เป็นท่ีแพร่หลายนัก และทรงส่งยาดังกล่าวมารักษาผู้ป่วยใน ประเทศไทย ภายหลงั ไดม้ กี ารคน้ พบวา่ เมอ่ื นำ� ยาขนานนไ้ี ปใชร้ ว่ มกบั สเตพ็ โตมยั ซนิ ซง่ึ เปน็ ยารกั ษาวณั โรคขนานแรกทคี่ น้ พบ สามารถชว่ ยป้องกนั หรอื ชะลอการดอ้ื ยาของเชือ้ วณั โรคได้ ในเวลาต่อมาทรงมีพระราชปรารภกับหลวงพยุงเวชศาสตร์ ด้วยความห่วงพระทัยต่อสุขภาพของพสกนิกรไทยว่า “คณุ หลวง วณั โรคสมยั นม้ี ยี ารกั ษากนั ไดเ้ ดด็ ขาดหรอื ยงั ยาอะไรขาด ถา้ ตอ้ งการฉนั จะหาใหอ้ กี ฉนั อยากเหน็ กจิ การแพทย์ ของเมอื งไทยเจรญิ มากๆ…” 21

มหดิ ลวงศานุสรณ์ อาคารผลิตวัคซีน บ.ี ซ.ี จ.ี ในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ ไดท้ ำ� ความตกลงรว่ มมอื กบั องคก์ ารอนามยั โลกและกองทนุ สงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ ในด้าน ความร่วมมือเพื่อการป้องกันการระบาดของวัณโรค ในประเทศไทย และได้มอบหมายให้สถานเสาวภาหรือ กองวทิ ยาศาสตร์ สภากาชาดไทยในสมยั นนั้ เปน็ ผดู้ ำ� เนนิ การ ผลติ วคั ซนี สำ� หรับปอ้ งกันวัณโรค ในปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ดว้ ย พระมหากรณุ าธคิ ณุ พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ย เดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทาน พระราชทรัพยส์ ว่ นพระองค์รวมจำ� นวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แกส่ ภากาชาดไทย เพอ่ื สรา้ งเปน็ สถานทคี่ น้ ควา้ และทดลอง ผลิตวัคซีน บี.ซี.จี. ใช้ภายในประเทศทดแทนการน�ำเข้า ซึ่งมีราคสูงและไม่เพียงพอต่อความต้องการ หลังอาคาร สรา้ งเสรจ็ ในปถี ดั มา พระองคโ์ ปรดเกลา้ พระราชทานนามวา่ “ตกึ มหดิ ลวงศานสุ รณ”์ ครน้ั เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาทรงเปดิ อาคาร ทรงมพี ระราชดำ� รัสตอนหนึ่งว่า ...สมาชกิ ในสายสกลุ มหดิ ล รวมทงั้ ขา้ พเจา้ มคี วามพอใจทไ่ี ดม้ สี ว่ นชว่ ยเหลอื กิจการของสภากาชาดไทย... ขอให้ตึกมหิดลวงศานุสรณ์นี้ จงสถิตย์เป็นแหล่ง แหง่ การคน้ ควา้ และทำ� การผลติ ยาเปน็ ผลดตี อ่ การปอ้ งกนั วณั โรค บงั เกดิ หติ านหุ ติ ประโยชน์แก่มนุษยชาติสบื ไป... 22

การผลติ วัคซนี บ.ี ซ.ี จ.ี ไดผ้ ลเปน็ อยา่ งดสี ามารถลดอตั ราการเกดิ โรคเย่อื หมุ้ สมองอกั เสบในเดก็ จากเชื้อวณั โรคได้เปน็ จ�ำนวนมาก ท้ังเป็นท่ีเช่ือถือในวงการแพทย์ระดับสากล โดยยูนิเซฟ ได้สั่งซื้อวัคซีน บี.ซี.จี. เพ่ือส่งไปใช้ในภูมิภาคเอเชีย อกี หลายประเทศทเ่ี กดิ วณั โรคระบาดเชน่ กนั ปจั จบุ นั อาคารมหดิ ลวงศานสุ รณไ์ ดป้ รบั ปรงุ เปน็ “หอจดหมายเหตสุ ภากาชาดไทย” เพอื่ เกบ็ รกั ษาอนรุ กั ษเ์ อกสารสำ� คญั และเปน็ สถานทศี่ กึ ษาคน้ ควา้ ทางประวตั ศิ าสตร์ ตามพระราชดำ� รสิ มเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทาน “เวชพาหน์” ขยายการสาธารณสุขสู่ชนบท ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ย โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ เปน็ เรอื ยนตข์ นาดใหญพ่ เิ ศษ ตอ่ ดว้ ย เดชมหาราช ทรงมีพระราชประสงค์ให้ขยายการสาธารณสุข ไม้สักท้ังลํา ภายในติดต้ังและบรรจุอุปกรณ์เคร่ืองมือแพทย์ สชู่ นบท พระราชทานรถพยาบาลเคลอื่ นทคี่ นั แรกใหก้ ระทรวง เตยี งผา่ ตดั ยา เวชภณั ฑ์ เครอื่ งมอื ทนั ตกรรม เครอ่ื งกาํ เนดิ ไฟฟา้ สาธารณสุข ส�ำหรับใช้ในงานรักษาพยาบาลผู้ป่วยในถิ่น และเครอ่ื งฉายภาพยนตร์ เพอ่ื เปน็ หนว่ ยแพทยเ์ คลอ่ื นทท่ี างนำ้� ทรุ กนั ดาร แตใ่ นขณะนน้ั ถนนหนทางการคมนาคมยงั ไมส่ ะดวก นอกจากนพ้ี ระองคท์ า่ นยงั เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เพอื่ เยย่ี มเยยี น นกั ทงั้ ประชาชนยงั อาศยั รมิ แมน่ ำ�้ ลำ� คลองกนั มาก ในวนั ที่ ๑๙ พสกนิกรในพื้นที่ธุรกันดารด้วยพระองค์เอง ซึ่งเป็นต้นกําเนิด มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๘ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ของ “หน่วยแพทย์เคล่ือนท่ีพระราชทาน” ในเวลาต่อมา พระราชทานเรือ “เวชพาหน์” แก่สภากาชาดไทยและ 23

ด้วยสายพระเนตรท่ีมองการณ์ไกลเพ่ือประโยชน์สุขแก่ปวงชนในภายหน้า พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานทุนอานันทมหิดลสนับสนุนด้านการแพทย์และ การสาธารณสุขให้แก่ผู้ท่ีเรียนดีเยี่ยม ซึ่งส�ำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ให้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ เพ่ือให้ได้รับความรู้ความช�ำนาญมากข้ึนเพ่ือกลับมาเป็นครู และอาจารย์แพทย์ในประเทศไทย ทงั้ ทรงพระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหแ้ พทยน์ ำ� พระอาการประชวรไปศกึ ษาคน้ ควา้ เพอื่ ความกา้ วหนา้ ทางการแพทย์ ดงั เหน็ ไดจ้ ากในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช ทรงพระประชวร ดว้ ยโรคพระปบั ผาสะอกั เสบจากเชอื้ ไมโครพลาสมา ซง่ึ เปน็ โรคทเ่ี กดิ จากเชอื้ แบคทเี รยี ชนดิ หนงึ่ และเปน็ คนไทย รายแรกท่ีตรวจพบว่าเป็นโรคน้ี เมื่อทรงทราบว่าเป็นการตรวจพบเป็นคร้ังแรกของประเทศไทย ทรงพระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหร้ ายงานแกว่ งการแพทยเ์ พอ่ื ประโยชนแ์ กก่ ารศกึ ษาและใหป้ ระชาชน ไดร้ จู้ กั โรคนด้ี ว้ ย จงึ มกี ารนำ� เรอ่ื งการประชวรของพระองคท์ า่ นตพี มิ พโ์ ดยไมไ่ ดก้ ลา่ วถงึ ชอ่ื ผปู้ ว่ ยตามวธิ กี าร รายงานทางการแพทยใ์ นวารสารของแพทยสมาคมแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชปู ถมั ภ์ วารสารฉบบั น ี้ ถกู สง่ ไปทห่ี อสมดุ ทางการแพทยแ์ หง่ ชาตสิ หรฐั อเมรกิ า และไดร้ บั การเผยแพรไ่ ปยงั หอสมดุ การแพทยท์ วั่ โลก เพ่อื เป็นเอกสารทีแ่ พทย์นานาชาตไิ ดใ้ ช้ศกึ ษาและอ้างอิงนบั จากนั้น 24

สืบเน่ืองจากพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ยิ่งในการส่งเสริมด้านสุขภาพอนามัย ป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ ท่ีเกิดแก่ประชาชนทั่วไป ท้ังชาวไทยและชาวโลก วิทยาลัยแพทย์ทรวงอก แห่งสหรฐั อเมรกิ า (American College of Chest Physicians) จึงไดท้ ลู เกล้าถวายรางวัล “Partnering for World Health” แดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช เม่อื วนั ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พระมหากษัตริย์ รัชกาลท่ี ๙ แห่ง พระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงมีบทบาทส�ำคัญย่ิง ต่องานสาธารณสุขและงานต่อต้านวัณโรค เพื่อให้ประเทศชาติรอดพ้นจากภัยคุกคาม จากโรคร้าย ปวงประชาผู้ยากไร้ในแผ่นดิน ได้รับพระบรมราชานุเคราะห์และซาบซ้ึงใน พระมหากรุณาธิคุณเสมอมา 25

ผลงานฝพี ระหตั ถพ์ ระราชทานเพือ่ นำ� รายได้สมทบทนุ ช่วยเหลอื โครงการรณรงคต์ อ่ ตา้ นวัณโรคแหง่ ชาติ เสดจ็ พระราชด�ำเนินเพอ่ื เยย่ี มเยยี นพสกนกิ รในพนื้ ท่ธี ุรกันดารดว้ ยพระองค์เอง 26

“ตกึ มหิดลวงศานสุ รณ์” สถานทคี่ น้ คว้าและทดลองผลติ วัคซนี บ.ี ซี.จ.ี “เวชพาหน์” เรือพระราชทาน 27

28

สมเด็จพระเจา้ พ่ีนางเธอ เจา้ ฟา้ กัลยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องคอ์ ปุ ถัมถ์ “ทุนวจิ ัยวณั โรคดื้อยา” สมเดจ็ พระเจ้าพีน่ างเธอ เจา้ ฟ้ากลั ยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครินทร์ ไดท้ รงบำ� เพ็ญ พระกรณียกิจมากมายเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และ สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี มโี ครงการในพระอปุ ถมั ภห์ ลายรอ้ ยโครงการ ทง้ั ดา้ นการศกึ ษา การสงั คมสงเคราะห์ การตา่ งประเทศ การศาสนา รวมถงึ การแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ ทรงเปน็ องคอ์ ปุ ถมั ภ์ “ทนุ วจิ ยั วณั โรคดอื้ ยา” “ทุนวิจัยวัณโรคด้ือยา” มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อช่วยทดสอบความไวต่อยาของเช้ือวัณโรค (DIRECT SUSCEPTIBILITY TEST) จากตวั อยา่ งสง่ ตรวจของผปู้ ว่ ย อนั เออื้ ประโยชนต์ อ่ แพทยใ์ นการเลอื ก ใชย้ ารกั ษาทเี่ หมาะสมกบั ผปู้ ว่ ยอยา่ งตรงจดุ เนอ่ื งดว้ ยระยะหลงั พบการดอ้ื ยาชนดิ ใหมข่ องวณั โรคในหลาย สถานพยาบาลทง้ั ในผปู้ ว่ ยใหมผ่ ปู้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั การรกั ษาแลว้ อาการไมด่ ขี น้ึ และผทู้ ไ่ี มส่ ามารถใชร้ ะบบยาระยะสน้ั ตามยทุ ธศาสตร์ DOTS ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยเฉพาะในผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื เอดสร์ ว่ มดว้ ย ผปู้ ว่ ยตามแนว ชายแดน ผปู้ ว่ ยในเรอื นจำ� รวมถงึ ผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ระวตั สิ มั ผสั กบั ผปู้ ว่ ยและบคุ ลากรทางการแพทย์ ผลจากการศกึ ษาวจิ ยั โครงการนช้ี ว่ ยใหก้ ารตรวจวนิ จิ ฉยั วณั โรคแบบรายงานผลรวดเรว็ (FAST TRACK) ขนึ้ ซงึ่ เปน็ ความรว่ มมอื กนั ของหนว่ ยงาน ๒ ฝา่ ย คอื คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล และศูนย์พันธุวิศวกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) เป็นแนวทางช่วยให้แพทย์เลือกใช้ยาต่อต้านเช้ือวัณโรคที่ถูกต้อง และเฉพาะเจาะจงกับเชื้อ ปัจจุบันมีการผลักดันให้พัฒนาการทดสอบความไวของเชื้อวัณโรคดื้อยา ดว้ ยระบบการทดสอบตอ่ รายในคา่ ใชจ้ า่ ยทตี่ ำ่� ลงแตม่ คี วามรวดเรว็ และเขา้ ถงึ การรกั ษาไดอ้ ยา่ งแมน่ ยำ� มากขน้ึ พระเมตตาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ยังคงแผ่ไพศาลในงานต่อต้าน วัณโรคไทย ไม่วา่ เช้ือโรคและแนวทางในการรกั ษาจะซบั ซ้อนมากข้ึนเพียงใด 29

30

สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องคป์ ระธานในพิธเี ปดิ ทท่ี �ำการใหม่ กองวัณโรค สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�ำเนิน ไปทรงเยี่ยมราษฎรในถ่ินทุรกันดารตามรอยพระบาทพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทอดพระเนตรเห็นปัญหาของราษฏรที่เฝ้ารับเสด็จและทรงช่วยเหลือกิจการโครงการตามพระราชด�ำริทุกโครงการ ท้ังด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสุข ทรงเปน็ องค์ประธาน มลู นิธิรางวัลสมเดจ็ เจา้ ฟ้ามหดิ ล ในพระบรมราชูปถมั ภ ์ รางวัล แกบ่ ุคคลหรือองคก์ รท่ีปฏิบัติงาน และวิจยั ดีเดน่ ทางดา้ นการแพทย์และการสาธารณสุข นับต้ังแตป่ ี พ.ศ. ๒๕๓๕ หลังจากสถานตรวจโรคปอดยศเส เปิดท�ำการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ และยกฐานะขึ้นเป็น กองควบคุมวัณโรค เพอ่ื พฒั นางานระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ มกี ารปรบั ปรงุ แบง่ สว่ นราชการของกระทรวงสาธารณสขุ จงึ เปลยี่ นชอ่ื เปน็ กองวณั โรค สงั กดั กรมการแพทยแ์ ละอนามยั และเปลยี่ นไปสงั กดั กรมควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ จากนั้นกองวัณโรคได้ย้ายจากสถานตรวจโรคปอดยศเส มายังท่ีท�ำการใหม่บนถนนสุดประเสริฐ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ซึง่ ได้รับบรจิ าคทีด่ ินจาก ร้อยตรเี จริญ ดารานนท์ เม่ือวนั ที่ ๑๙ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๑๐ จากนน้ั ไดข้ นึ้ ทะเบยี นเปน็ ทร่ี าชพสั ดุ กรมธนารกั ษแ์ ละดำ� เนนิ การกอ่ สรา้ ง “อาคารดารานนท”์ เพอ่ื เปน็ สถานทต่ี รวจโรค ปอดพรอ้ มท่ีท�ำการฝ่ายต่าง ๆ ของกองวัณโรค พธิ เี ปดิ อาคารอยา่ งเปน็ ทางการจดั ขน้ึ ในวนั องั คารท่ี ๒๐ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยสมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ เปน็ องค์ประธานประกอบพิธเี ปิดอาคารทท่ี ำ� การใหมก่ องวณั โรค เปน็ ชว่ งเวลารว่ ม ๘๐ ปขี องงานวณั โรคในประเทศไทย นบั แตพ่ ระนพิ นธ์ “โรคทเุ บอรค์ โุ ลสสิ ” ในสมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก เปน็ ทป่ี ระจกั ษต์ อ่ วงการแพทย์ ปจั จบุ นั สถานทแ่ี หง่ นใ้ี หบ้ รกิ ารตรวจรกั ษาผปู้ ว่ ยวณั โรค และเน้นงานวิชาการด้านสาธิตบริการ ภายใต้ชอ่ื ส�ำนกั วณั โรค กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข การเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารท�ำการของกองวัณโรค ทรงเป็นขวัญและก�ำลังใจแก่บุคคลากร ตราบถึงวันน้ี 31

32

พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารนี าถ ทรงประทานกำ� ลงั ใจแด่เจา้ หน้าทแี่ ละผปู้ ว่ ย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหม่ืนสุทธนารีนาถ ทรงมีความสนพระทัย ในดา้ นสงั คมสงเคราะห์ และการสาธารณสขุ เปน็ อยา่ งมาก ทรงรบั โครงการตา่ ง ๆ ของสภากาชาดไทย ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการ ทรงจัดตั้งมูลนิธิและโครงการส่วนพระองค์มากมาย โดยเฉพาะ โครงการทเ่ี ก่ยี วเนือ่ งกับการต่อตา้ นโรคและช่วยลดการติดเอดส์ เช่น โครงการชว่ ยลดการตดิ เอดส์ จากแมส่ ลู่ กู สภากาชาดไทย โครงการคนื ชวี ติ ใหพ้ อ่ แมเ่ พอื่ ลกู นอ้ ยทตี่ ดิ เอดส์ กองทนุ ยาพระวรราชา ทนิ ดั ดามาตุ สำ� หรบั ผตู้ ดิ เชอ้ื เอดส์ สภากาชาดไทย ซงึ่ โรคเอดสน์ เ้ี ปน็ สาเหตสุ ำ� คญั ทนี่ ำ� สกู่ ารระบาด ของวณั โรคโดยง่าย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ โสมสวลี เสดจ็ ทรงเปดิ การประชมุ วชิ าการ ป้องกนั ควบคุมโรคแหง่ ชาติ ประจ�ำปี ๒๕๕๗ ณ โรงแรมอิมพีเรียล ควนี สป์ าร์ค กรุงเทพมหานคร ซงึ่ เปน็ เวทพี ฒั นาตอ่ ยอดองคค์ วามรู้ และเผยแพรว่ ทิ ยาการความกา้ วหนา้ ดา้ นการปอ้ งกนั ควบคมุ โรค และภัยสุขภาพ โอกาสน้ีทรงประทานโล่รางวัลและโล่ประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลหรือหน่วยงาน ท่ีท�ำคุณประโยชน์และสนับสนุนงานป้องกันควบคุมโรค รวมถึงองค์กร-เครือข่ายที่มีผลงานดีเด่น เมื่อทรงทอดพระเนตรนิทรรศการงานเครือข่ายวัณโรค ทรงมีพระหัตถเลขาบนการ์ดให้ก�ำลังใจ แกเ่ จ้าหนา้ ที่ท่ีทำ� งานวัณโรคและผู้ปว่ ยวัณโรค ดงั น้ี “ขอให้ก�ำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ท่ีจะต้องท�ำงานเพื่อผู้ป่วย พร้อมให้ก�ำลังใจ ต่อผู้ป่วย ใหอ้ ดทนและเขม้ แข็งในการรกั ษาโรคจนหายสนทิ ค่ะ” 33

34

สมเดจ็ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟา้ พัชรกติ ยิ าภา นเรนทริ าเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสริ ิพชั ร มหาวัชรราชธดิ า องคป์ ระธานกรรมการโครงการราชทณั ฑ์ปันสุขฯ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ยิ าภา นเรนทริ าเทพยวดี กรมหลวงราชสารณิ สี ริ พิ ชั ร มหาวชั รราช ธิดา พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค ์ เจ้าโสมสวลี กรมหมืน่ สทุ ธนารีนาถ ทรงปฏิบัติพระกรณียกจิ ในดา้ นต่าง ๆ ทงั้ ด้านสาธารณกศุ ลผา่ นมูลนิธิอาสา เพอ่ื นพง่ึ (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และดา้ นกฎหมายซง่ึ ทรงมคี วามเชย่ี วชาญ ตลอดจนปฏบิ ตั พิ ระกรณยี กจิ สนองพระเดชพระคณุ ในการเสดจ็ แทนพระองคเ์ สมอมา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงมพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มแตง่ ตงั้ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ยิ าภา เปน็ องคป์ ระธานกรรมการ โครงการราชทณั ฑ์ ปันสุข ท�ำความดี เพ่ือชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อันเกิดจากพระเมตตาต่อผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ ด้วยทรงมองเห็นว่า แม้จะเป็นผู้กระท�ำผิดกฎหมายบ้านเมืองและต้องมารับโทษในเรือนจ�ำ แต่บุคคลเหล่านี้เป็นประชาชนคนไทย กลุ่มหน่ึงท่ีองค์พระประมุขของชาติใส่พระทัยดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเท่าเทียมในเร่ืองการแพทย์ และสาธารณสขุ โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นในด้านการส่งเสริมทางด้านเครื่องมือแพทย์ ด้านการบริการทางการแพทย์ ดา้ นการบรกิ ารทางการพยาบาล ใหอ้ งคค์ วามรดู้ า้ นสขุ ภาพอนามยั ทจี่ ำ� เปน็ แกผ่ ตู้ อ้ งขงั และอาสาสมคั รดา้ นสขุ ภาพ ในเรอื นจำ� ทรงพระราชทานรถเอกซเรยเ์ คลอ่ื นทแ่ี บบภาพดจิ ทิ ลั (mobile X- Ray) และกำ� หนดใหม้ กี จิ กรรมคดั กรอง วณั โรคในผตู้ อ้ งขงั ดว้ ยการเอกซเรยท์ รวงอกทกุ ราย ชว่ ยยตุ กิ ารแพรร่ ะบาดของวณั โรคในเรอื นจำ� ไดอ้ ยา่ งมาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ิยาภา เสด็จแทนพระองคไ์ ปพระราชทานเคร่ืองมอื แพทย์และ ทรงเยย่ี มชมการดำ� เนนิ งานตามโครงการในเรอื นจำ� อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ทรงสนองพระราชประสงคพ์ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว ดงั่ รว่ มสบื สานพระราชปณิธานแห่งราชวงศ์ 35

บุคคลส�ำคัญดา้ นการยุตวิ ณั โรค นายแพทยน์ ดั ดา ศรียาภยั ปรมาจารยด์ า้ นการควบคมุ วัณโรค ของประเทศไทย นายแพทย์นัดดา ศรียาภัย มีบทบาทส�ำคัญและมีคุณูปการในด้านการท�ำงานควบคุมและป้องกันวัณโรค ตลอดช่วงเวลาการท�ำงานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ในวงการแพทย์ ต่างยกย่องว่าท่านคือ “ปรมาจารย์ด้านการควบคุมวัณโรคของประเทศไทย” ด้วยเป็นแพทย์เชี่ยวชาญเร่ือง การควบคุมและดูแลรักษาโรควัณโรคมากท่ีสุดคนหน่ึง และได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการวิชาการด้านวัณโรค ในระดับประเทศและนานาชาติ 36

ความมุ่งม่ันของนายแพทย์นัดดาเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย หลังจากไปทัศนศึกษาที่โคราช ได้พบเห็นการท�ำงานของนายแพทย์ที่ทุ่มเทตั้งใจ จึงเกิดความประทับใจและตั้งม่ันว่าจะเป็นหมอให้ได ้ ในท่ีสุดก็สามารถสอบเอ็นทรานซ์เข้าไปศึกษาต่อในศิริราชพยาบาลได้ส�ำเร็จ แม้ต้องพบกับสถานการณ์ ทยี่ ากลำ� บากจากสงครามครงั้ ที่ ๒ ตอ้ งพกั เรยี นเพราะไดร้ บั ความเสยี หายจากระเบดิ แตค่ วามมงุ่ มน่ั ในการ เป็นแพทย์ยังไม่ถดถอย ท่านเข้าไปเป็นแพทย์อาสาในช่วงสงคราม หลังสงครามสงบจึงส�ำเร็จการศึกษา จากนั้นได้รับทุนแลกเปลี่ยนการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา Fulbright Grantee ในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ (Certificate in Chest Diseases, National Jewish Hospital, Denver, Colorado, USA) โดยทนุ Fulbright เป็นระบบการศกึ ษาตอ่ ในระดบั ปริญญาโทและเอกในสหรัฐอเมรกิ า ซึ่งถือเปน็ ๑ ใน ๑๐ ทนุ การศึกษาที่ดีท่ีสดุ ส�ำหรบั นกั ศึกษาตา่ งชาติ นายแพทย์นัดดามีประสบการณ์ด้านงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ในต�ำแหน่งแพทย์ประจ�ำ จังหวัดเม่ือราวปี พ.ศ. ๒๕๐๐ และพบว่ามีผู้ป่วยเข้ามาท่ีสถานพยาบาลเป็นจ�ำนวนมากข้ึนทุกวันนั้น ปว่ ยดว้ ยวณั โรคกนั มาก ทา่ นพบวา่ ตนยงั ไมไ่ ดศ้ กึ ษาดา้ นวณั โรคโดยเฉพาะทางมากอ่ น ขณะทแี่ พทยช์ าวไทย ในสมัยนั้นต้องรับรักษาโรคท่ัวไปท้ังหมด ขาดแคลนแพทย์เฉพาะทางในแต่ละโรค นายแพทย์นัดดา จงึ ไดข้ อทนุ ไปศกึ ษาตอ่ ทสี่ หรฐั อเมรกิ า โดยมงุ่ ทกี่ ารรกั ษาวณั โรคเปน็ การเฉพาะ เพอื่ ประโยชนต์ อ่ ประเทศชาติ และมีส่วนยกระดบั มาตรฐานวิชาแพทยส์ มยั ใหมใ่ หด้ ียง่ิ ข้นึ ไป หลังจบการศึกษาจากอเมรกิ า นายแพทยน์ ัดดาตงั้ ปณธิ าน และท�ำงานตามแผนระยะยาวท่ีวางไว ้ คอื การได้กลบั เขา้ มาทำ� งานต่อส้กู บั วณั โรคที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แล้วปฏบิ ตั ิการตรวจ รักษาผู้ป่วยวัณโรคแบบเคลื่อนที่ หรือออกไปท�ำการรักษาในพื้นที่ห่างไกลในชนบท เพ่ือให้เป็นจุดเริ่ม สำ� หรบั บกุ เบกิ การรกั ษาวณั โรคในหลายจงั หวดั เชน่ เชยี งใหม่ สงขลา อดุ รธานี ฯลฯ ซงึ่ กำ� ลงั ประสบปญั หา จากวัณโรค ทั้งตระเตรียมส�ำหรับแผนงานของรัฐบาลในการควบคุมโรคในอนาคต พยายามผลักดันให้ การยตุ ิปัญหาวัณโรคเป็นวาระแหง่ ชาติ 37

ปรมาจารย์ ความรู้ความเช่ียวชาญของนายแพทย์นัดดา มีบทบาทส�ำคัญ ด้านการควบคมุ วณั โรค อย่างมากในงานควบคุมโรคติดต่อ และการสาธารณสุขไทย ท่านด�ำรง ของประเทศไทย ต�ำแหน่งผอู้ �ำนวยการกองวณั โรค ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ – ๒๕๑๘ นายกสมาคม อุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๒๔ 38 และดำ� รงตำ� แหนง่ อธบิ ดกี รมควบคมุ โรคตดิ ตอ่ คนท่ี ๔ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓-๒๕๒๖ เปน็ ผชู้ ว่ ยวางรากฐานวจิ ยั สรา้ งองคค์ วามรอู้ นั เปน็ ประโยชนต์ อ่ การควบคมุ โรค ของประเทศ โดยน�ำความรู้ด้านระบาดวิทยามาพัฒนาแผนงานสนับสนุน ค ว บ คุ ม วั ณ โ ร ค แ ห ่ ง ช า ติ จ น ส า ม า ร ถ ค ว บ คุ ม วั ณ โ ร ค ไ ด ้ ต า ม เ ป ้ า ห ม า ย กลายเป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้ความรู้ทางระบาดวิทยาในการด�ำเนินงาน สาธารณสุขจนก้าวหน้า

๒๐ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓ นายแพทย์นัดดา กลา่ วไว้ในสารแสดงความยนิ ดี เน่ืองในโอกาสกองวัณโรคเปิดที่ท�ำการแห่งใหม่ไว้ว่า “งานวัณโรคเป็นงานท่ียาก เพราะลักษณะธรรมชาติของโรคเร้ือรัง ผู้ท่ีติดเชื้อวัณโรคแล้ว ก็ยังอาศัยเวลานานถึง ชวั่ อายขุ ยั ทจี่ ะเสย่ี งตอ่ การปว่ ยเปน็ โรคไดถ้ งึ รอ้ ยละ ๑๐ และเมอ่ื ประเทศไทย ประสบกบั การระบาดของเอดส์ อัตราเสีย่ งของผทู้ ่ีตดิ เชือ้ ทั้งสองโรค กจ็ ะเพิม่ ข้ึนเป็นรอ้ ยละ ๕๐ ถึงแม้ว่าเราจะมีวิธกี ารทตี่ รวจวินจิ ฉัยโรค และวิธีการรักษาท่ีมปี ระสทิ ธิภาพเชน่ DOTS ปจั จัยสาํ คัญย่ิงกวา่ ก็คอื ความรคู้ วามเขา้ ใจ และกา้ วหน้าใหท้ ันทางวชิ าการ ประกอบ กับความอุตสาหะ ความมานะ ความพยายามอย่างต่อเนื่อง ท้ังในส่วนของบุคคล ผู้บริหารงานแผนงานวัณโรคฯ ท้ังระดับส่วนกลางและระดับเขต ที่ข้าพเจ้าม ี ความภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการอันน้ี ที่ประกอบด้วยบุคคลหลาย สมัยต่อเนื่องกันมา ซ่ึงแสดงถึงฉันทาคติ หรือความจงรักภักดีต่องาน วัณโรค จึงเป็น ผลให้งานบูรณาการแผนงานวณั โรคฯ ได้ก้าวหน้าขึ้นอย่างเปน็ ที่นา่ พอใจ ข้าพเจ้าจึงมีความหวัง และขอให้กําลังใจแก่ผู้บริหาร ตลอดจนข้าราชการ และเจา้ หนา้ ท่ี กองวณั โรคทจี่ ะสบื ตอ่ ความตอ่ เนอ่ื งของแผนงานวณั โรคฯ ทง้ั ในปจั จบุ นั และบุคคลรุ่นต่อ ๆ ไป จะมาร่วมงานด้วย โดยไม่ท้อถอย เพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย ในการตอ่ สูว้ ณั โรค โดยปลอดภัยจากวัณโรคภายใน ๑-๒ ทศวรรษข้างหน้า” ความหวังของนายแพทย์นัดดาในเวลาน้ัน คือเปา้ หมายและพลงั ใจส�ำคญั ของบคุ ลากรร่นุ หลังในศตวรรษใหมน่ ี้ 39

ศาสตราจารยเ์ กยี รติยศ นายแพทยส์ งคราม ทรัพย์เจริญ ประธานคณะกรรมการกลาง สมาคมปราบวณั โรคแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์ ศาสตราจารย์เกียรติยศ นายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ มปี ระสบการณง์ านอายรุ แพทยท์ างดา้ นโรคทรวงอกมาอยา่ งยาวนาน ในปพี .ศ. ๒๕๑๓ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหด้ าํ รงตาํ แหนง่ นายแพทย์ พิเศษทางอายุรศาสตร์ ซ่ึงนับเป็นตําแหน่งทางวิชาการแพทย์ของ ขา้ ราชการพลเรอื นชนั้ พิเศษเปน็ คนแรกในเวลานนั้ และเปน็ หน่ึงใน ผรู้ ว่ มบกุ เบกิ งานตอ่ ตา้ นวณั โรคตงั้ แตส่ มยั แรกเรมิ่ นอกจากตำ� แหนง่ อดีตผอู้ าํ นวยการโรงพยาบาลโรคปอดกรงุ เทพ นายกแพทยสมาคม แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ และนายกสมาคมปราบวัณโรค แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ท่านยังดำ� รงตาํ แหนง่ สาํ คญั ในวงการการแพทย์และสาธารณสุขหลายสถาบันทั้งในประเทศ และนานาชาติถึงปัจจุบัน กระท่ังมหาวิทยาลัยมหิดลได้แต่งต้ังให้ เปน็ ศาสตราจารยเ์ กยี รตยิ ศ (Chair Professor) ของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และได้รับรางวลั “Gold Medal Tobacco Free World Award” จากองค์การอนามัยโลก 40

แตต่ ำ� แหนง่ อนั ทรงเกยี รตทิ น่ี ำ� ความปติ ใิ หแ้ กช่ วี ติ อยา่ งหาทส่ี ดุ มไิ ด้ คอื การไดถ้ วายงานใตฝ้ า่ ละอองธลุ ี พระบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ต่อมา โปรดเกล้าฯ ให้โอนเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ทาํ หนา้ ทช่ี ว่ ยแพทยป์ ระจาํ พระองคส์ าํ นกั พระราชวงั และในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ โปรดเกลา้ ฯ ใหด้ าํ รงตาํ แหนง่ แพทย์ประจําพระองค์ ถวายงานป้องกนั และการรกั ษาตลอด พระชนม์ชีพพระบรมนาถบพติ รในรัชกาลท่ี ๙ ระหว่างปฏิบัติราชการ ถวายงานสนองใต้เบื้องพระยุคลบาทในฐานะแพทย์ประจําพระองค์ หลายทศวรรษ ตอ้ งเดนิ ทางตามเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ไปทรงพฒั นาและทรงเยยี่ มราษฎรในถน่ิ ทรุ กนั ดารหลายแหง่ ได้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกร โดยเฉพาะเรื่องงานสาธารณสุขและงานต่อต้านวัณโรค ที่แพรร่ ะบาดอยา่ งมากในเวลาน้นั “ช่วงน้ันพบคนไข้ที่เป็นวัณโรคมาก เม่ือเห็นผลการเอกซเรย์ปอดของคนไข้ไม่มีใครที่จะตอบได้ว่า เป็นวัณโรคหรือเปล่า จึงได้เร่ิมต้นขอฝึกท�ำงานวัณโรคท่ีสถานตรวจโรคปอดท่ียศเส ในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ หลังจบการศึกษามาได้ ๑ ปี สมัยน้ันการตรวจวินิจฉัยวัณโรคท�ำได้คือการเอกซเรย์ปอดกับตรวจเสมหะ ซึ่งส�ำคัญมาก แต่การเอกซเรย์สมัยก่อนใช้เครื่องขนาดใหญ่ แผ่นฟิล์มมีขนาดเท่าหน้าอก ค่อนข้างล�ำบาก ตอ่ มาจงึ เรม่ิ มเี ครอื่ งท่เี ล็กลงเพอ่ื เคลือ่ นท่ไี ด้ เป็นฟิมล์ขนาด ๗x๗ เซนตเิ มตร โดยมเี ครื่องแรกทีส่ ถานตรวจ โรคปอดยศเส ขณะนั้นบา้ นเรายงั ไมม่ แี พทยท์ ร่ี กั ษาแบบสมยั ใหมแ่ บบตะวนั ตก คอื การรกั ษาดว้ ยการใชย้ าเปน็ หลกั ยงั คงเปน็ การรกั ษาแบบเกา่ คอื ใชก้ ารรกั ษาแบบการยบุ ปอด โดยการเปา่ ลมเขา้ ปอด การผา่ ตดั และการนอนพกั เมื่อผมไปเรียนต่างประเทศเร่ืองโรคทรวงอก ซึ่งมีทั้งโรคปอด โรคหัวใจ ผมสนใจเร่ืองวัณโรคเน่ืองจาก มปี ระสบการณใ์ นบา้ นเราอยา่ งมาก ไดเ้ หน็ วา่ คนอเมรกิ นั มวี ธิ กี ารคดิ แตกตา่ ง ในการรกั ษาคนไขต้ ดิ เชอ้ื วณั โรค จะตอ้ งกกั ตวั ใหอ้ ยใู่ นโรงพยาบาลเทา่ นนั้ จงึ เกดิ การตดิ ตอ่ แพรเ่ ชอ้ื นอ้ ย แตว่ า่ บา้ นเราทำ� ไดย้ าก เพราะสงั คมไทย อาศยั อยดู่ ว้ ยกนั ในบา้ นเปน็ ครอบครวั ใหญ่ จงึ ตดิ กนั ไดง้ า่ ยแพรเ่ ชอ้ื ไดเ้ รว็ สมยั นน้ั จงึ มคี วามสนใจเรอ่ื งของวคั ซนี ท่ใี ชป้ ้องกนั วัณโรค คือ วัคซีน BCG (Bacillus Calmette-Guerin) มาชว่ ยในการป้องกันวณั โรค ซง่ึ ได้รบั พระมหากรณุ าธิคณุ จากในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงสนบั สนนุ ให้สภากาชาดไทยผลิตวคั ซนี BCG ปอ้ งกันวัณโรค ได้สำ� เรจ็ ” 41

แต่กว่าจะมีการยอมรับการรักษาโดยไม่ต้องใช้วิธีการผ่าตัดในวัณโรคแบบเก่าก็เป็นเร่ืองที่ยากมาก เน่ืองจากโรงพยาบาลวัณโรคในสมัยนั้นยังมีแพทย์ท่ีท�ำการรักษาวัณโรคก็ยังใช้วิธีการรักษาแบบเก่า ศ.เกยี รติยศ นพ.สงคราม ในฐานะที่กรรมการของสมาคมปราบวณั โรคในเวลานนั้ เม่อื กลบั จากต่างประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ไดพ้ ยายามเชื่อมโยงการรักษาแบบเกา่ กบั แบบใหม่รว่ มกับนายแพทย์ดา้ นวณั โรคหลายทา่ น ซึง่ ใช้เวลานานกวา่ ๑๐ ปี การรักษาวณั โรคในประเทศไทยจึงไมม่ ีการผา่ ตดั อีก กอ่ นวัณโรคจะมาระบาดอีก คร้ังเมอื่ ผปู้ ่วยมภี ูมคิ ุม้ กันรา่ งกายลดต�่ำลงจากการแพร่ระบาดจากโรคเอดส์ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ จึงท�ำให้มีการ ปรับการรักษาแบบมีพเี่ ลี้ยงคอยดูแลผู้ปว่ ยรว่ มดว้ ย หรอื ภาษาองั กฤษเรียกวา่ DOTS (Directly Observed Treatment Short Course) สมาคมปราบวณั โรคฯ และหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งทำ� งานอยา่ งหนกั เพอ่ื ควบคมุ วณั โรคไปพรอ้ มกบั โรคเอดส์ เปน็ ทม่ี าของกจิ กรรมสง่ เสรมิ และรณรงคก์ ารตอ่ ตา้ นวณั โรคเพอื่ สรา้ งความรบั รใู้ หก้ บั คนไทยทวั่ ประเทศ และ ขยายสู่งานระดับโลก ด้วยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรต่อสู้วัณโรคที่ได้รับการยอมรับระดับสากลคือ International Union Against Tuberculosis and Lung Disease ทง้ั เปน็ ผปู้ ระสานงานกบั องคก์ รนานาชาติ และร่วมเป็นประธานจัดประชุมในระดับภาคพื้นเอเชียตะวันออกไปจนถึงระดับโลก และเป็นผู้บุกเบิกให้มี การจัดสมั มนาวณั โรคระดับชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ จนถงึ ปัจจุบนั “สมยั กอ่ นเราจดั งานสปั ดาหต์ อ่ ตา้ นวณั โรค จะมนี สิ ติ นกั ศกึ ษามาชว่ ยจำ� หนา่ ยดวงตราผนกึ ตอ่ ตา้ นวณั โรค ทสี่ วนอัมพร ซ่ึงเรมิ่ มาตง้ั แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๐๑ ผมยังจ�ำไดว้ ่ากอ่ นท่จี ะไปเป็นแพทย์ประจำ� พระองค์ในงานวนั ตอ่ ตา้ นวณั โรคนน้ั ทา่ นจะเสดจ็ มาในวนั ทนี่ สิ ติ นกั ศกึ ษาออกขายดวงตราผนกึ ดว้ ย เมอ่ื ผมไดเ้ ขา้ ไปถวายการงาน พระองค์ทา่ นกไ็ ด้ตามเสด็จไปในท่ีต่าง ๆ ท่ีเรียกวา่ หนว่ ยแพทยเ์ คลื่อนท่ี ผมกต็ ้องทำ� หน้าที่ ๒ หนา้ ที่คอื ถวาย การดแู ลพระองคท์ า่ น แลว้ หากทา่ นทรงพบผทู้ ม่ี าเฝา้ คนไหนมอี าการไอ ทา่ นกจ็ ะแนะนำ� วา่ นเี่ ปน็ หมอโรคปอด นะ ต้องให้ค�ำแนะนำ� วา่ ตอ้ งท�ำอะไรอย่างไร แลว้ พระองคท์ า่ นกจ็ ะแนะนำ� ใหพ้ วกหมอทต่ี ามเสด็จเขา้ ไปชว่ ย ในหลวงรชั กาลที่ ๙ ทรงสนพระทยั เรอื่ งงานวณั โรคมาก ทา่ นยงั ทรงเลา่ วา่ ไดพ้ ระราชทานพระราชทรพั ย์ สว่ นพระองคเ์ พอื่ ชว่ ยเหลอื ในสว่ นตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั วณั โรค ตง้ั แตเ่ มอื่ ครงั้ ยงั เปน็ พระอนชุ าทรงรว่ มทนุ การ กุศลโดยพระราชทานเรือรบหลวงศรีอยุธยาจ�ำลองท่ีทรงโปรดและทรงประดิษฐ์เองให้ประมูลเป็นทุนช่วย สมาคมปราบวัณโรคฯ และนอกจากน้ีพระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็นมาบรรเลง ในงานท่ีสมาคม ปราบวณั โรคฯ จัดขนึ้ ท่ีสวนอมั พร เพอ่ื หาทุนไปช่วยสมาคมปราบฯ ทา่ นทรงสง่ เสรมิ งานวณั โรคมาต้งั แตแ่ รก เร่ิมดังเห็นได้จากคณะกรรมการของสมาคมปราบวัณโรคฯ รุ่นแรก ๆ ล้วนเป็นพวกเจ้านายชั้นสูงทั้งนั้น แตผ่ มกโ็ ชคดที มี่ โี อกาสไดไ้ ปถวายงานใกลเ้ บ้ืองพระยคุ ลบาททำ� ใหไ้ ดเ้ รียนรอู้ ะไรมากมายจากพระองคท์ ่าน 42

สบื เนอื่ งถงึ รชั กาลที่ ๑๐ ในหลวงทา่ นทรงเนน้ เรอื่ งของจติ อาสานกั สาธารณสขุ ตา่ ง ๆ จงึ มกี ารกอ่ ตงั้ ใหม้ รี างวลั นกั สาธารณสขุ ดเี ดน่ ๕ ประเภท โดยมลู นธิ สิ มเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาชยั นาทนเรนทร ในหลวงรัชกาลท่ี ๙ พระราชทานชื่อรางวัลมาให้ว่า “รางวัลชัยนาทนเรนทร” และได้พระราชทาน เปน็ รางวัลประจ�ำปี ต้งั แตป่ ี ๒๕๕๖ และกไ็ ดส้ บื สานตอ่ เรอื่ ยมา ทกุ ปจี ะมผี ไู้ ดร้ บั รางวลั จากพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว รชั กาลท่ี ๑๐ พระองค์ท่านทรงอุปการะและพระราชทานเคร่ืองมือแพทย์เพ่ือช่วยเหลือ ประชาชนเสมอมา ศ.เกียรติยศ นพ.สงคราม เล่าดว้ ยความปิติ เพ่ือสืบสานพระราชปณิธานของทุกพระองค์งานด้านยุติวัณโรคจึงยังเป็นภารกิจส�ำคัญสืบไป ซ่ึงหากจะสำ� เรจ็ ไดต้ อ้ งอาศัยความร่วมแรงรว่ มใจของหลายภาคส่วน “วัณโรคน้ไี มเ่ หมอื นกับโรคอ่ืน ๆ ทสี่ ามารถเปน็ แล้วเรื้อรงั หรือเป็นแล้วตายเลย ด้วยของอุปนสิ ยั ของวัณโรคมีหลากหลายสามารถซ่อนอยู่ในตัวเราตลอดชีวิตได้ การยุติโรคจึงเป็นภารกิจที่ไม่ง่ายส�ำหรับ ในเมอื งไทย เราตอ้ งทำ� พรอ้ มกนั ทง้ั ประเทศ ทง้ั สมาคมปราบวณั โรคฯ กระทรวงสาธารณสขุ แพทย์ พยาบาล รวมท้ังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขซ่ึงตอนนี้เรียกว่า อสม. และ อสส. หรือผู้สื่อข่าวสาธารณสุข แพทย์ที่จบมา ยังไม่มีความรู้ลึกซ้ึงเรื่องของวัณโรค ต้องอบรม ไม่ใช่อบรมรู้เฉพาะตัว ต้องให้รู้เร่ืองการบริหารจัดการใน โรงพยาบาลชมุ ชน เรือ่ งการจัดตงั้ คลินิกวณั โรค การรกั ษาแบบมีพ่ีเลย้ี ง (DOTS) ทกุ ภาคส่วนต้องรว่ มกนั ท�ำงานแบบทเี่ รียกวา่ บูรณาการ และต้องเฝ้าระวงั หรือค้นหา เรยี กว่า case finding เฝ้าระวังเรือ่ งวณั โรค ในสถานทีท่ วั่ ไป รวมถงึ เฝา้ ระวงั บุคคลากรภายในทเ่ี กยี่ วข้องกบั โรคนีด้ ว้ ย” ท่านทิ้งท้ายด้วยว่า ภายในครอบครัวเดียวกันต้องดูแลกัน ต้องรักษาสุขภาพเพื่อไม่ให้เป็นโรค ทบ่ี ่ันทอนก�ำลัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน และโรคภูมคิ มุ้ กันบกพร่อง ทท่ี �ำให้ร่างกายอ่อนแอลง เพ่ือรว่ มมอื กันลดอุบตั ิการณก์ ารเกดิ วัณโรคได้ส�ำเรจ็ ในเวลาอันใกล้ ศาสตราจารย์เกยี รตยิ ศนายแพทย์สงคราม ทรพั ยเ์ จริญ ประธานคณะกรรมการกลาง สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ 43

ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ณุ นายแพทยอ์ รรถ นานา นายกกรรมการบรหิ าร สมาคมปราบวณั โรคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์อรรถ นานา เป็นอายุรแพทย ์ ที่มีความรู้ความสามารถโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างย่ิงในด้านโรคหืด และ โรคปอดอดุ กนั้ เรอื้ รงั ผลงานทางวชิ าการของทา่ นไดร้ บั ตพี มิ พ์ เผยแพรใ่ นวงกวา้ ง ปจั จบุ นั ใชค้ วามเชย่ี วชาญพฒั นางานดา้ นวณั โรคและโรคปอดของประเทศไทย ในหลายบทบาท ทํางานอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนได้รับการยอมรับให้ดํารง ตาํ แหนง่ เปน็ นายกสมาคมอรุ เวชชแ์ หง่ ประเทศไทย และนายกกรรมการบรหิ าร สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถัมภ์ ในฐานะนายกกรรมการบรหิ าร สมาคมปราบวณั โรคแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่านมองถึงภารกิจที่ย่ิงใหญ่อันสืบเน่ืองจาก พระราชปรารภของสมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก ซง่ึ ไดร้ บั การพฒั นาความทางการแพทยไ์ ดด้ ตี ามลำ� ดบั ปจั จบุ นั องคก์ รอนามยั ของโลกและในประเทศไทยเหน็ ตรงกนั วา่ ตอ้ งคน้ หาผตู้ ดิ เชอ้ื วณั โรค ๒๐ ลา้ นคน เพอ่ื ยตุ วิ ณั โรคทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ใน ๑๖ ปขี า้ งหนา้ โดยคน้ หาจากผปู้ ว่ ย ๗ กลมุ่ หลกั ไดแ้ ก่ ผสู้ มั ผสั รว่ มบา้ น ผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ� บคุ ลากรสาธารณสขุ ผตู้ ดิ เชอื้ เอชไอวี ผู้ป่วยเบาหวาน ผสู้ งู อายุ และแรงงานข้ามชาติ “แรกเรมิ่ สมาคมปราบวณั โรคฯ เกดิ ขนึ้ เพอ่ื เขา้ มากำ� จดั วณั โรค หรอื มาปราบวณั โรคใหห้ มดไปจากประเทศไทย ตอ่ มาหลงั มกี ระทรวงสาธารณสขุ ซ่ึงแข็งแรงและมีบทบาทในการด�ำเนินการป้องกันวัณโรคมากขึ้น สมาคม ปราบวัณโรคฯ จึงปรับบทบาทมาในเร่ืองของวิชาการ เพ่ือน�ำความรู ้ จากสมาชกิ หรอื กรรมการบรหิ ารสมาคมฯ จากหลายสถาบนั เผยแพรไ่ ปสบู่ คุ ลากร 44

ของสาธารณสุข ทั้งในแง่ของความก้าวหน้าในการรักษาวัณโรค ความก้าวหน้าในการควบคุมวัณโรค ความกา้ วหนา้ ในการวนิ จิ ฉยั เรอื่ งวณั โรค มกี ารอบรมใหค้ วามรเู้ ปน็ ระยะแกแ่ พทย์และบุคลากรสาธารณสุข เพอ่ื พฒั นาองคค์ วามรใู้ นเร่ืองวัณโรคทมี่ ีการเปล่ียนแปลงอย่เู สมอ” ขณะที่งานวิชาการเดินหน้า สมาคมปราบวัณโรคฯ ยังคงให้มีโรงพยาบาลขนาด ๑๐๐ เตียง โดยมแี พทยผ์ เู้ ชยี่ วชาญและเครอ่ื งมอื ทนั สมยั ในการวนิ จิ ฉยั และรกั ษาวณั โรคและโรคปอดอน่ื ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง มหี อ้ งปฏบิ ตั กิ ารทท่ี นั สมยั ในการตรวจเลอื ด ตรวจเสมหะ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การตรวจเสมหะโดยการยอ้ มสี เพาะเชอ้ื และการตรวจหาความไวของยาชนิดต่าง ๆ ตอ่ เช้ือวัณโรค นอกจากนยี้ ังช่วยประสานกระทรวง สาธารณสขุ กบั หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เพอ่ื เชอื่ มโยงขอ้ มลู และเผยแพรค่ วามรอู้ นั เปน็ ประโยชนต์ อ่ การควบคมุ โรค ของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น ดังเห็นได้จากสื่อสาธารณะและการจัดท�ำแสตมป์วัณโรคขึ้นทุกปีเพ่ือเป็น เครื่องหมายในการกระตนุ้ เตอื นเยาวชนและบุคคลทั่วไปวา่ วัณโรคยังคงมอี ยูใ่ นประเทศไทยยงั ไม่หมดไป “อกี สว่ นหนงึ่ ทส่ี ำ� คญั ไมน่ อ้ ยคอื เรอื่ งการรณรงคใ์ หค้ วามรกู้ บั หนว่ ยงานราชการโดยเฉพาะรฐั บาล ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขให้ตระหนักถงึ ปัญหาของวณั โรค จนเป็นที่มาของยุทธศาสตรว์ ณั โรคแหง่ ชาติ ท�ำให้เกิดการต่ืนตัว เกิดความร่มมือในทุกภาคส่วน จึงจะท�ำให้เป้าหมายในการก�ำจัดวัณโรคให้หมดไป จากประเทศไทย ขณะทอ่ี งคก์ ารอนามยั โลกบอกวา่ ปี ค.ศ. ๒๐๓๕ ซง่ึ กป็ ระมาณอกี ๑๕ ปี วณั โรคตอ้ งหมดไป จากโลก เป็นเปา้ หมายทีท่ ้าทายซงึ่ เราเชื่อว่าท�ำได้ ถึงแม้ไมไ่ ด้งา่ ยนัก แตถ่ า้ เราไมเ่ ริ่มเลยก็จะไมไ่ ด้เรม่ิ ” จากประสบการณ์ในการเป็นหนึ่งในคณะแพทย์ระบบทางเดินหายใจ ท้ังเป็นอาจารย์สอนแพทย์ เฉพาะทางในเรอื่ งวณั โรค นายแพทยอ์ รรถตระหนกั วา่ แมต้ นเกษยี ณราชการแลว้ แตภ่ ารกจิ กย็ งั ไมเ่ สรจ็ สน้ิ เพราะวณั โรคยงั ไมห่ มดไปจากประเทศไทย จงึ เปน็ ทม่ี าของการทำ� งานดา้ นการตอ่ ตา้ นวณั โรคอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ยาวนานถงึ ปัจจุบนั “เรารวู้ า่ วณั โรคนน้ั มผี ลเสยี ตอ่ ชวี ติ ผปู้ ว่ ยทง้ั ในแงข่ องสขุ ภาพ เศรษฐกจิ ฐานะตา่ งๆ หากสามารถ ป้องกันได้จะท�ำให้คุณภาพชีวิตของคนดีข้ึน เป็นภารกิจหลักที่ต้องช่วยกันต่อไปเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิด วณั โรคของคนไทยใหน้ อ้ ยลงจนหมดไป ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมอื จากแวดวงวชิ าการและหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง รวมถึงคนไทยดว้ ยกนั จะตอ้ งตระหนักมากขน้ึ แต่เน่ืองจากวณั โรคอยกู่ ับคนไทยมานานต้งั แต่เดก็ หรือเคย เห็นแสตมป์วัณโรคมาหลายปี เกิดเป็นความเคยชิน ไม่ตระหนกเหมือนโรคระบาดท่ีเกิดข้ึนภายหลัง เช่น HIV หรือ COVID-๑๙ ซ่ึงมีจ�ำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศไทยน้อยกว่าวัณโรคหลายเท่า แต่ผลดีของโควิด จากความปกติใหม่ New Normal หรือการใสห่ น้ากากอนามยั ช่วยลดความเสี่ยงในวณั โรค และโรคระบบ ทางเดนิ หายใจอ่ืนๆ ทแ่ี พรเ่ ชือ้ จากการไอจามเชน่ กนั ” 45

ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ป ี นบั แต่พระราชปณธิ านในสมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถ กล่าวว่า แม้ผ่านเวลามาอย่างยาวนาน แต่ทุกต้องร่วมมือกันไม่ให้การ์ดตก ซึ่งต้องรับสภาพว่า “วัณโรคยังไม่ได้หมดไปจากประเทศไทย” วัณโรคยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่คนไทยยังเป็นอยู่จ�ำนวนไม่น้อย แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้ ควบคุมได้ รักษาได้ ถ้าเกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่บางหน่วยงาน หากประชาชนช่วยสอดส่องตัวเอง หรอื คนข้างเคยี งจะช่วยให้ค้นพบผ้เู ป็นโรคและสง่ เข้ารับการรกั ษาไม่ใหแ้ พร่ระบาดไดท้ ันท่วงที “เป้าหมายหลักส่วนหนึ่งคือ เราต้องค้นให้พบคนที่สงสัยจะเป็นแล้วรักษาให้หาย การค้นให้พบ บางทีหน่วยงานราชการเข้าไปไม่ถึง ถ้าคนท่ัวไปช่วยกันดู ช่วยกันหาว่ามีใครที่มีอาการไอเร้ือรัง ไอเกิน ๒ สัปดาห์ มีอาการซูบผอมลง หาสาเหตุไม่ได้ เป็นไข้ อ่อนเพลีย ซ่ึงอาจจะเป็นอาการหนึ่งของวัณโรค ถา้ เราเจอลกั ษณะเหลา่ นตี้ อ้ งรบี ไปตรวจ เมอื่ วนิ จิ ฉยั ไดเ้ รว็ กจ็ ะรกั ษาไดง้ า่ ยขน้ึ ผลการรกั ษากด็ ี และมโี อกาส แพร่เชื้อน้อย “งานต่อตา้ นวัณโรคตอ้ งเปน็ ภารกิจท่ีส�ำคญั ไม่เชน่ น้ันเจา้ ฟา้ เจ้าแผน่ ดนิ คงไม่ทรงเอย่ หรือยกขึน้ มาเปน็ ปญั หาของประเทศแลว้ ดำ� เนนิ การเอง ในฐานะทเ่ี ปน็ แพทยท์ า่ นกใ็ หค้ วามสำ� คญั รกั ษามาตลอดชวี ติ พระชนมายทุ ม่ี อี ยู่ เราในฐานะท่เี ปน็ แพทยร์ นุ่ หลานรุ่นเหลนปณธิ านนต้ี ้องสืบทอดและทำ� ให้สำ� เรจ็ ” “แมป้ จั จบุ นั ตอ้ งยอมรบั วา่ เรายงั ลม้ เหลว ยงั ทำ� ไมส่ ำ� เรจ็ ในฐานะทผ่ี สู้ บื ทอดคนหนงึ่ ในฐานะ แพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข สิ่งน้ีเป็นเป้าหมายท่ีจะร่วมมือกัน น�ำพาพระปณิธานไปสู่จุดที่ควร จะเปน็ และส�ำเรจ็ ลุลว่ ง” ศาสตราจารยเ์ กยี รติคุณนายแพทยอ์ รรถ นานา นายกกรรมการบรหิ าร สมาคมปราบวณั โรคแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 46

สารจากอดตี รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสขุ ศาสตราจารยค์ ลินิกเกียรติคณุ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสตั ยาทร ประเทศไทย โดยนายกรฐั มนตรี ไดร้ ว่ มแสดงเจตจำ� นง ท่ีจะพัฒนาประเทศสู่เป้าประสงค์ของการพัฒนาแบบยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDG) ในทป่ี ระชมุ ใหญ่ สหประชาชาตเิ มอ่ื กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยตงั้ เปา้ ยตุ วิ ณั โรค ภายในปี ๒๕๗๘ และจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์การยุติปัญหา วณั โรคระดบั ชาตทิ ร่ี บั รองโดยคณะรฐั มนตรี ซงึ่ ปจั จบุ นั สำ� เรจ็ เป็นแผนยุทธศาสตรว์ ณั โรคระดบั ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ มีเป้าประสงค์ส�ำคัญคือ “ลดอัตราอุบัติการณ์ของวัณโรค ลงรอ้ ยละ ๑๒.๕ ตอ่ ปี จาก ๑๗๑ ตอ่ ประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ในปพี .ศ. ๒๕๕๗ ให้เหลอื ๘๘ ตอ่ ประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน เม่อื สน้ิ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔” 47

การยตุ วิ ณั โรคในประเทศไทยสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรย์ ตุ วิ ณั โรค (The End TB Strategy) ดำ� เนนิ งาน ตาม ๕ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ เร่งรัดค้นหาผู้ติดเชื้อวัณโรคและผู้ป่วยวัณโรคให้ครอบคลุมโดยการคัดกรอง ในกลมุ่ เสย่ี งเปา้ หมาย ลดการเสยี ชวี ติ ในผปู้ ว่ ยวณั โรค พฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากรเพอ่ื การปอ้ งกนั ดแู ลรกั ษา และควบคมุ วณั โรค สรา้ งกลไกการบรหิ ารจดั การเชงิ ยทุ ธศาสตรอ์ ยา่ งยง่ั ยนื และสง่ เสรมิ การวจิ ยั และพฒั นา นวตั กรรมการปอ้ งกนั ดแู ลรกั ษา และควบคมุ วณั โรค ซงึ่ ตลอดระยะเวลาทผี่ า่ นมาบคุ ลากรวณั โรคทกุ ระดบั ท้ังที่ปฏิบัติและไม่ได้ปฏิบัติงานวัณโรคโดยเฉพาะต่างรับแผนการด�ำเนินน้ีไปด�ำเนินงานด้วยดี โดยม ี สำ� นกั วณั โรค กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ผรู้ ว่ มพนั ธกจิ หลกั และเกดิ ความรว่ มมอื ในหลายฝา่ ย ท้ังระดบั กระทรวง ทบวง กรมตา่ ง ๆ รวมถึงภาคเอกชนและภาคประชาสงั คมมาโดยตลอด ปจั จบุ นั ประเทศไทยและทว่ั โลกตอ้ งพบกบั การแพรร่ ะบาดทง้ั โรคเกา่ และโรคระบาดใหม่ เพราะฉะนน้ั ประเทศไทยตอ้ งเขม้ แขง็ กับเรอ่ื งตา่ ง ๆ เหล่านี้ เพราะหากโรคทีเ่ กดิ ขึ้นมาแล้วนน้ั จะมีผลกระทบกระเทอื น ถึงช่ือเสียงของประเทศและภาวะเศรษฐกิจของประเทศด้วย แต่ผมเช่ือม่ันว่าประชาชนให้ความม่ันใจ ในการท�ำงานด้านการควบคุมโรคในประเทศไทยได้ เพราะในแต่ละมาตรการไม่ได้ท�ำในเฉพาะส่วน ของกระทรวงสาธารณสุขเท่านน้ั แตเ่ ปน็ ความรว่ มมอื จากทกุ ภาคส่วน อยา่ งไรกต็ ามการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและปอ้ งกนั โรคทดี่ ที ส่ี ดุ นนั้ คอื ประชาชนทกุ คนรจู้ กั ดแู ลสขุ ภาพ ของตวั เอง เพราะไมม่ ใี ครเปน็ หมอไดด้ กี วา่ ตวั เอง หากทำ� สำ� เรจ็ จะทำ� ใหก้ ารเจบ็ ปว่ ยนอ้ ยลง ลดความแออดั ในโรงพยาบาลลงได้ ลดความเส่ียงต่อการรับเช้ือจากการแพร่ระบาดโรคติดต่ออุบัติใหม่ท่ีเกิดข้ึน อย่างระมัดระวงั 48

ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปพี ระนพิ นธใ์ นเรอื่ งทเุ บอรค์ โุ ลสสิ อนั สง่ ผลใหเ้ กดิ งาน ควบคมุ วณั โรคอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับการแพทย์และสาธารณสุขของไทยที่ก�ำลัง เจริญก้าวหน้า ต่างมีรากฐานจากแรงพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สืบเนื่องถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจา้ อยหู่ วั และพระบรมวงศานวุ งศ์ทกุ พระองค์ กระทรวงสาธารณสุขน้อมส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเชอื่ วา่ บคุ ลากรทเี่ กยี่ วขอ้ งทกุ ฝา่ ยจะปฏบิ ตั หิ นา้ ทเี่ พอื่ สบื สานพระราชปณธิ าณ ในการยตุ วิ ณั โรคให้สำ� เร็จตามเปา้ หมาย และพัฒนางานสาธาณสุขสืบไป ศาสตราจารยค์ ลนิ ิกเกียรติคุณนายแพทย์ปิยะสกล สกลสตั ยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหดิ ล, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ 49


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook