Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การใช้งานตัวควบคุมความเร็วมอเตอร์ร่วมกับระบบเครือข่าย

การใช้งานตัวควบคุมความเร็วมอเตอร์ร่วมกับระบบเครือข่าย

Published by charoenyongsamer, 2022-08-29 02:11:24

Description: การใช้งานตัวควบคุมความเร็วมอเตอร์ร่วมกับระบบเครือข่าย

Search

Read the Text Version

41 1.) การรับสง ขอมูลในระบบ Modbus RTU จะรับสงเปนชุดขอมูล โดยที่ใน 1 ชุดขอมูล นั้นจะประกอบดวยสว น 6 สว น แสดงดงั ภาพท่ี 3-42 ภาพที่ 3-41 ชุดขอมูลสาํ หรับการสื่อสาร Modbus RTU 1.1) เริ่มตนดว ยชดุ บติ เรม่ิ ตน (Start bits) อางองิ ถงึ การเร่ิมตน ชดุ ขอมูล 1.2) คา ตาํ แหนงแอดเดรส (Address) ของอปุ กรณท ่ตี องการส่อื สารดว ย 1.3) ชดุ สําหรบั Function Code 1.4) ขอมูลท่ีตองการ (Data) 1.5) ชดุ ขอมลู ตรวจสอบความผดิ พลาด(Cyclic Redundancy Check: CRC) 1.6) ชุดบิตปด ทาย (End bits) อางอิงถงึ การสิ้นสุดขอมลู 2) ฟงกชันการทํางานสําหรบั Modbus RTU (Function code) ชุดฟงกชันการทํางาน สามารถแบง หนา ที่ตางๆ ไดต ามรหสั หรอื Function code รายละเอยี ดแสดงดังภาพท่ี 14โดยหลักๆ แลว จะมฟี งกช นั การทํางานอยู 2 แบบ คอื การอาน (Read) และเขยี น (Write) โดยสามารถเลือกทจ่ี ะ อานหรือเขียนขอ มูลไปยัง Coils หรือ Contacts สําหรับขอมูลแบบดิจิตอล (Digital) หรือ “0” กับ “1” และ Registers สําหรบั อา นหรือเขยี นขอมูลแบบอนาลอ็ ก โดยมขี นาด 16 บิต หรือ ตั้งแต 0000 ถงึ FFFF แสดงดังภาพที่ 3-42

42 ภาพที่ 3-42 รายละเอยี ดชุดขอมูล Function Code 3.) ตําแหนง แอดเดรสของ Modbus RTU (Address) ตาํ แหนง แอดเดรสใน Modbus RTU จะมขี นาด 16 บติ หรอื 65535 ตําแหนงในแต ละรปู แบบการทํางานแสดงดงั ภาพที่ 3-43 3.1) Output coils: ตําแหนง แอดเดรสจะเรม่ิ ตน ท่ี 000001 3.2) Input contacts: ตําแหนงแอดเดรสจะเรม่ิ ตน ท่ี 100001 3.3) Input registers: ตาํ แหนง แอดเดรสจะเริ่มตนท่ี 300001 3.4) Holding registers: ตําแหนง แอดเดรสจะเรม่ิ ตน ท่ี 400001 ภาพที่ 3-43 ตําแหนงแอดเดรสใน Modbus RTU โดยแบงตามรปู แบบการทํางาน

43 4) ชุดขอมูล (Data) ในสวนชดุ ขอ มูล Data Field นั้นจะถกู แบงเปน 2 ชดุ ไดแ ก 4.1) ชดุ คาํ ส่งั สําหรับการอาน (Read Command) ตามภาพท่ี 3-44 4.2) ชุดคาํ สง่ั สาํ หรับการเขยี น (Write Command) ตามภาพที่ 3-45 โดยชุดคําส่ังท้ัง 2 จะถูกสงจากอุปกรณท่ีทําหนาที่เปน Master เทาน้ัน เพื่อสั่งการไปยังอุปกรณ Slave ที่ตองการสอ่ื สาร ภาพที่ 3-44 ชดุ คําสั่งสาํ หรบั การอาน (Read Command) ภาพที่ 3-45 ชดุ คําส่ังสําหรบั การเขยี น (Write Command) การอานคาของ Holding register ที่แอดเดรส 40103 ถึง 40105 จาก อปุ กรณ Slave หมายเลข 19 แสดงดงั ภาพท่ี 3-46 ภาพที่ 3-46 การรับ-สง เฟรมขอ มลู Modbus RTU

44 ดังนนั้ Frame Message (ไมร วม Start และ End bits) ที่ถกู สงไป คือ 13 03 0066 0003 E6A6 โดยชดุ ขอความสาํ หรับการอานคาจาก Holding register (Request) - 13 คือ Station address (19 DEC = 13 HEX) - 03 คือ Function code (การอานคาท่ี Holding registers) - 0066 คอื Address ของ register ตัวแรก (40103 – 40001 = 102 DEC= 66 HEX) - 0003 คอื จาํ นวน Registers ทต่ี อ งการอา น (ทง้ั หมด 3 ตวั คอื 40103 ถงึ 40105) - E6A6 คอื คา CRC (Cyclic Redundancy Check) สําหรับเช็คความผดิ พลาดของ ชดุ ขอมลู 3.2.2 Modbus TCP ภาพท่ี 3-47 การสื่อสารแบบอีเทอรเนต็ สาํ หรบั Modbus TCP Modbus TCP คือ โปรโตคอลท่ีครอบ Modbus RTU เพ่ือใชการสอ่ื สารแบบอีเทอรเ น็ต (Ethernet-based protocol) ดวย TCP/IP (Transmission control protocol) ท่ีพอรต (Port) 502 แทนการใชการสอื่ สารแบบอนุกรมแสดงดังภาพท่ี 3-48 ทําใหอุปกรณสามารถสรางการส่ือสาร ผานเครือขายเฉพาะบรเิ วณ (Local area network : LAN) หรือ เครือขายอินเตอรเนต็ (Internet

45 network) รวมไปถึงการเช่ือมตอแบบไรสาย (Wireless) โดยมีอุปกรณกระจายสัญญาณ (Router หรือ Access point) เปนตัวกลางในการเช่ือมตอชุดขอความใน Modbus TCP เร่ิมตนขอมูลดวย Modbus application protocol (MBAP) Header ซ่ึงประกอบดวย Transaction ID, Protocol ID, Length, Unit ID ซึ่งเพ่มิ เติมข้ึนมาจาก Modbus RTU สวนชุดขอมูล Function code และ Data จะยงั คงเหมือนเดมิ ยกเวนชุดขอมลู CRC สาํ หรบั เช็คความผดิ พลาดจะไมมี แตเปล่ียนไปใชของ Ethernet ใน Data link layer แทน ภาพท่ี 3-48 สวนประกอบชุดขอ มูลของ Modbus TCP เทียบกบั Modbus RTU ภาพที่ 3-49 รายละเอียดของแตละ Field ในหน่ึงเฟรมของ Modbus TCP

46 3.3 หลกั การใชงานตัวควบคุมมอเตอร ดวย Inverter ปจจบุ ันอินเวอรเ ตอรไ ดพัฒนาอยางรวดเรว็ และมกี ารใชง านอยางแพรหลายในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในงานควบคุมมอเตอรไฟฟา เนื่องจากอินเวอรเ ตอรสามารถที่จะใชในการควบคุมมอเตอร ใหไดความเร็วรอบแรงบิดตามตองการและมีประสิทธิภาพสูง อินเวอรเตอร (Inverter) หมายถึง อุปกรณอิเล็กทรอนิคสท่ีใชสําหรับแปลงผนั กําลังไฟฟากระแสตรงเปนกระแสสลับ โดยแบงออกเปน สองชนิด คือ ชนดิ ทีใ่ ชเ ปนแหลงจายกําลังไฟฟา (Power Supplies) ซ่ึงไมมีการเคลื่อนที่ เชน ระบบ ปองกันกําลังไฟฟาขาดชวง (Uninterruptible Power Supplies) และอีกประเภทหน่ึงคอื ชนดิ ท่ีใช กับโหลดท่ีมีการเคลื่อนที่ เชน มอเตอรไฟฟาเปนตน จุดประสงคที่เหมือนของท้ังสองชนิดคือตองการ ใหไ ดแ รงดันไฟฟาดา นออกทส่ี ามารถควบคมุ ไดทั้งขนาดและความถ่ี วงจรอนิ เวอรเ ตอรสําหรับควบคุม มอเตอรแสดงดังภาพที่ 3-50 ภาพท่ี 3-50 วงจรอนิ เวอรเตอรส าํ หรับการควบคมุ มอเตอร 3.3.1 โครงสรา งและหลกั การทํางานของอินเวอรเตอร หลกั การทาํ งานของตวั อินเวอรเ ตอรนนั้ เมื่อมไี ฟฟากระแสสลับ (AC) ไหลเขา วงจรจะผา น เขา ไปยังวงจรคอนเวอรเตอรกอนเพ่ือทาํ การแปลงไฟฟากระแสสลับ (AC) ใหเปนไฟฟากระแสตรง เม่ือแรงดันถกู กรองสัญญาณใหเรียบแลวจะสงผานไปยังวงจรอินเวอรเตอรเพื่อแปลงสัญญาณไฟฟา กระแสตรงใหเปนไฟฟากระแสสลับ วงจรคอนเวอรเตอรและวงจรอินเวอรเตอรนนั้ ทงั้ 2 เปนวงจร หลักที่ทําหนาท่ีแปลงรูปคลื่น โดยทั่วไปแหลงจายไฟกระแสสลับจะมีเอาทพุตเปนรูปคลื่นไซนแต เอาทพุตของอินเวอรเตอรจะมีรูปคลื่นแตกตางจากรูปไซน นอกจากน้ีมีวงจรควบคุมเพื่อทําหนาท่ี ควบคมุ และส่ังการใหจายแรงดันและความถ่ีท่ีเหมาะสมเพ่ือใหไดค วามเร็วหรอื แรงบิดตามท่ีตองการ โดยโครงสรา งมี 3 สวนดงั นี้

47 1.) ชุดคอนเวอรเตอร (Converter Circuit) ทําหนาที่แปลงไฟกระแสสลับจาก แหลงจา ยไฟ AC Power Supply (50 Hz) ใหเ ปน ไฟกระแสตรง (DC Voltage) แสดงดงั ภาพท่ี 3-51 ภาพที่ 3-51 วงจรชดุ คอนเวอรเตอร (Converter Circuit) 2.) ชุดอนิ เวอรเตอร (Inverter Circuit) ทําหนาท่ีแปลงไฟกระแสตรง (DC Voltage) ให เปน ไฟกระแสสลับ (AC Voltage) ท่ีสามารถเปลีย่ นแปลงแรงดันและความถี่ไดแ สดงดังภาพที่ 3-52 ชดุ อินเวอรเตอร )Inverter Circuit) ภาพท่ี 3-52 วงจรชดุ อนิ เวอรเตอร (Inverter Circuit)

48 3.) ชดุ วงจรควบคุม (Control Circuit) มีหนาทีค่ วบคมุ การทํางานของชุดคอนเวอรเ ตอร และชุดอินเวอรเตอร การควบคุมสัญญาณการเปลย่ี นขนาดแรงดนั ของอินเวอรเตอรต ามความถ่ี โดย วธิ ีการแปรรปู คลน่ื ของแรงดัน สามารถทาํ ไดห ลายวิธีดังนี้ 3.1) วิธีแปรขนาดแรงดันของไฟตรง (PAM : Pulse Amplitute Modulation) 3.2) วิธีแปรความกวางของพัลสที่ใชเปด-ปดทรานซสิ เตอร (PWM : Pulse Width Modulation) แบงเปน 2 แบบดงั น้ี 3.2.1) แบบ Square Wave แสดงดงั ภาพที่ 3-53 3.2.2) แบบ Sine Wave แสดงดังภาพที่ 3-54 ภาพที่ 3-53 การเปลี่ยนขนาดแรงดนั ของอินเวอรเ ตอรตามความถี่

49 ภาพที่ 3-54 วธิ ี PWM แบบ Sine Wave ดวยอุปกรณอิเล็กทรอนิกสก ําลังทที่ ันสมัยและเทคโนโลยีไมโครโปรเซสเซอรขั้นสูง AC Motor Drives สามารถควบคุมความเร็วมอเตอรไดอยางมีประสิทธิภาพปรับปรุงระบบอัตโนมัติของ เคร่ืองจักรและประหยัดพลังงาน การใชประโยชนจากตําแหนงท่ีแข็งแกรง ในดานเทคโนโลยี อิเลก็ ทรอนิกสกําลังมอเตอรไ ดรฟไดพ ัฒนาไปอยางรวดเร็ว ไดรฟ แตละชุดไดร ับการออกแบบมาเพ่ือ ตอบสนองความตองการของแอปพลิเคชั่นเฉพาะไดรฟ AC ของเราควบคุมความเร็วและแรงบิดได อยางแมนยําจัดการกับโหลดท่ีเพิ่มข้ึนไดอยางราบรื่นและมีโหมดการทํางานควบคุมและกําหนดคา แบบกําหนดเองมากมาย AC Motor Drive มีเทคโนโลยีการควบคุมมอเตอรแบบครบวงจรและถูก นาํ ไปใชใ นหลากหลายอตุ สาหกรรมเพื่อเพ่มิ ประสทิ ธิภาพและปรบั ปรงุ ระบบอัตโนมัติของเครือ่ งจักร 4.) คาตัวแปรในการควบคุม มอเตอรเปนอุปกรณไฟฟาที่ใชในการแปลงพลังงานไฟฟา ไปเปนพลังงานกล โดยนําพลังงานท่ีไดนี้ไปทําการขับเคล่ือนเคร่ืองจักร อ่ืนๆตอไป ความเร็วของ มอเตอรสามารถกําหนดไดโดย

50 4.1) แรงบดิ ของโหลด 4.2) จาํ นวนข้วั ของมอเตอร 4.3) ความถ่ขี องแหลงจา ยไฟทใ่ี ชก ับมอเตอร 4.4) แรงดนั ที่จา ยใหกบั มอเตอร โดยความเร็วของมอเตอรส ามารถหาไดจากสตู ร ดังตอ ไปนี้ ความเรว็ รอบ N = {[120 * ความถี่ f (Hz)] / จาํ นวนขัว้ P} 5.) ขอ ดีของการใชอปุ กรณป รับความเรว็ รอบมอเตอร 5.1) การสตารททน่ี ุมนวล (Soft Start) 5.2) ไมมกี ารกระชากของกระแส (Inrush Current) 5.3) สามารถปรบั อัตราเรง และอัตราหนว งได (Adjustable Acceleration and Deceleration Time) 5.4) สามารถควบคุมไดจ ากระยะไกล (Remote Control) 5.5) สามารถควบคุมการทํางานโดยตอ เชื่อมกบั คอมพวิ เตอร 5.6) มีระบบ Protection 6.) ลักษณะของโหลดมอเตอร การเลือกใชรปู แบบการทํางานของอินเวอรเตอรตองเลือกใชเ หมาะสมกับประเภท ของงานใหเ กิดประสิทธภิ าพ โดยการดูลักษณะของโหลดแตป ระเภท ตอ งเขาใจในลักษณะของโหลดท่ี จะถูกใชใ นการงานของอตุ สาหกรรมนัน้ เปน ประโยชนม ากในการเลือกมอเตอรท เ่ี หมาะสมและความถ่ี ที่ตองใชสําหรับการขับเคลื่อนมอเตอรตัวน้ัน เพราะปญหาใหญอยางหนึ่งของการออกแบบ และ บริการทางดานการขับเคล่ือนมอเตอรไฟฟา คือ การเลือกมอเตอรและอินเวอรเตอร ไมเ หมาะสมกับ ลกั ษณะของงานน้ันเอง ทําใหเกิดปญหาเร่ืองการขับมอเตอรไมไดบาง Overload บาง หรือแมแตชดุ ขบั เคลื่อนอาจเสียหาย ฉะนั้นกอนท่ีจะมีการเลือกมอเตอรและอินเวอรเตอร นั้น ผูเลือกตองทําความ เขา ใจเปน อยางมากในคุณลักษณะของโหลด ลักษณะของโหลดที่ใชกับงานมอเตอรไฟฟา อยางคราวๆ มีตามรายละเอียดดงั น้ี

51 6.1) ลกั ษณะโหลดแรงบดิ คงท่ี Constant Torque โหลดแบบแรงบิดคงท่ี ( Constant Torque) คือลักษณะของโหลดท่ีเมือ่ มี เพิ่มปริมาณของความถ่ีของมอเตอรแลวนั้น ( กําลังเพิ่มข้ึน) โหลดท่ีใชก็ยังคงที่ตลอดเวลา แรงบิดท่ี ตอ งการจากมอเตอรก็คงที่ตลอดเวลาเหมือนกัน ตัวอยางงานท่ีมีลักษณะโหลดแบบนี้ เชน งานระบบ สายพานลําเลียงตางๆ (conveyors) แสดงดงั ภาพที่ 3-55 ภาพที่ 3-55 ลกั ษณะโหลดแรงบดิ คงท่ี Constant Torque 6.2) ลักษณะโหลดแรงบิดไมค งที่ Variable Torque โหลดแบบแปรผัน(Quadratic torque) เปนโหลดท่ีมีลักษณะของกราฟ แรงบิดและกําลังเปนสดั สวนเดียวกันในลักษณะประมาณสมการกําลังสอง โหลดแบบน้ีจะเจอในงาน ประเภทมอเตอรไฟฟาที่ขบั ปม แรงเหวี่ยง (centrifugal pumps) และ พัดลมแสดงดังภาพท่ี 3-56 ภาพที่ 3-56 ลักษณะโหลดแรงบิดไมคงท่ี Variable Torque

52 6.3) ลักษณะโหลดกาํ ลงั คงที่ Constant Power โหลดแบบกําลังคงท่ี งานทจ่ี ะใชโหลดแบบนจ้ี ะเปนงานท่ีมีการเปล่ียนแปลง ขนาดของวัสดุระหวางกระบวนการผลิต กําลังและแรงบิดจะเปนสัดสวนผกผันกับความเร็วในการ หมุนแสดงดังภาพที่ 5-37 ภาพที่ 3-57 ลักษณะโหลดกําลังคงที่ Constant Power 6.4) ลกั ษณะโหลดกําลงั และแรงบิดคงท่ี Constant Power/Torque โหลดแบบนี้จะถูกใชในอุตสาหกรรมกระดาษ มันเกิดการรวมกันระหวาง กาํ ลังท่คี งท่แี ละแรงบิดทค่ี งท่ี โหลดแบบนี้มักจะตองการกําลังมากๆเมื่อมอเตอรหมุนเรว็ แสดงดงั ภาพ ที่ 3-58 ภาพที่ 3-58 ลกั ษณะโหลดกําลังและแรงบิดคงที่ Constant Power/Torque

53 6.5) ลกั ษณะโหลดแรงบิดเรม่ิ ตนสูง Starting Breaking Torque Demand สําหรับงานทตี่ องการกาํ ลังบิดมากๆ เมื่อมอเตอรห มุนชา มักจะเกิดลกั ษณะ โหลดแบบน้ีข้ึน งานที่ตองการโหลดแบบนี้มีใหเห็นทั่วไปเชนงาน เครื่องอัด งานรีด งานปมสกรู ลกั ษณะงานแบบน้ีจําเปนอยา งทีต่ องใชมอเตอรแ ละอินเวอรเตอรท่ีมีประสิทธิภาพสูงในการขับใหเกิด การอัดวัสดุชนิดตางๆได ถามีความผิดพลาดในการออกแบบและใชงานอินเวอรเตอรที่ผิดไป ก็จะใช งานไมไ ดเลยแสดงดังภาพท่ี 3-59 ภาพที่ 3-59 ลกั ษณะโหลดแรงบิดเร่ิมตน สงู Starting Breaking Torque Demand

54 บทที4่ เทคนิคในการปฏบิ ตั งิ าน 4.1 หลักเกณฑการปฏิบัตงิ าน การใชงานตัวควบคุมความเร็วมอเตอรรวมกับระบบเครือขาย เปนหัวขอหลักสูตรฝกอบรมหน่ึง ของฝายระบบการผลิตอตั โนมตั ิ สถาบนั นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส เปนความรวมมือกับบริษัท ชไนเดอร (ไทยแลนด) จํากัด ในการออกแบบหลักสูตรน้ี สําหรับถายทอดเทคโนโลยีการควบคุม ความเร็วมอเตอรรวมกับระบบเครือขาย ที่ใชงานในภาคอุตสาหกรรม ใหกับชาง วิศวกร บุคลากรท่ี เก่ียวขอ งกับงานระบบควบคมุ อัตโนมัติ ใหมคี วามเขาใจ ความสามารถ และทกั ษะในการใชงาน โดย การปฏิบัติงานจะมุงเนน การฝกปฏิบัติ การออกแบบเขียนโปรแกรม การติดตั้ง การใชงานอุปกรณ จริงทีใ่ ชง านอยใู นอุตสาหกรรม 4.2 ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิงาน ในการดําเนินงานการใชงานตัวควบคุมความเร็วมอเตอรรวมกับระบบเครือขาย มีวิธีการ ปฏบิ ัติงานอยางเปน ข้นั ตอนดังน้ี 4.2.1 จัดเตรยี มอุปกรณท่ใี ชงาน 4.2.2 ตรวจสอบความพรอ มของอปุ กรณ 4.2.3 ตอ สายสาํ หรับเชื่อมตอ ผา นพอรต Modbus 485, Ethernet รุน LAN Cable 4.2.4 ตอ วงจรควบคุมของ PLC , Inverter Drive 4.2.5 ต้ังคา พารามิเตอรข อง Inverter Drive เชอื่ มตอ Modbus 485 4.2.6 เขียนโปรแกรม PLC ควบคุมผานเครือขาย Modbus 485 4.2.7 ทดสอบการทํางานของโปรแกรม PLC ควบคุมผา นเครอื ขาย Modbus 485 4.2.8 บันทึกผลการทดสอบ 4.2.9 ตัง้ คาพารามิเตอร EGX100MP 4.2.10 เขยี นโปรแกรม PLC ควบคุมผานเครือขาย Ethernet 4.2.11 ทดสอบการทาํ งานของโปรแกรม PLC ควบคุมผานเครอื ขาย Ethernet 4.2.12 บนั ทึกผลการทดสอบ 4.2.13 จดั เก็บอปุ กรณ

ผังไหลแสดงขนั้ ตอนการปฏบิ ัติงานในแตข ้ันตอนดังตอไปน้ี 55 แกไข เริ่มตน แกไข จดั เตรยี มอุปกรณ ที่ใชงาน ตรวจสอบความ พรอ มของอปุ กรณ พรอ ม เชือ่ มตอสายสอื่ สารอปุ กรณ PC , PLC, Inverter Drive ตอ วงจรควบคมุ ของ PLC , Inverter Drive ตัง้ คาพารามิเตอรข อง Inverter Drive เชื่อมตอ Modbus 485 เขยี นโปรแกรม PLC ควบคุมผา น เครือขาย Modbus 485 ทดสอบการทํางานของโปรแกรม ควบคุมผา น Modbus 485 ผา น A

56 A บันทกึ ผลการทดสอบ ต้งั คา พารามิเตอรของ แกไข EGX100MP ทดสอบการทาํ งานของโปรแกรม PLC ควบคมุ ผา น Ethernet ทดสอบการทาํ งานของโปรแกรม ควบคุมผาน Ethernet ผา น บันทกึ ผลการทดสอบ จัดเกบ็ อปุ กรณ จบ ภาพที่ 4-1 ผงั ไหลแสดงขัน้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน

57 4.3 คาํ อธิบายขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน 4.3.1 ขั้นตอนท่ี1 จัดเตรียมอุปกรณท ใ่ี ชงาน ข้นั ตอนน้เี ปนการจัดเตรยี มความพรอ มของอปุ กรณทน่ี าํ มาใชง าน สาํ หรบั การใชง านตวั ควบคมุ ความเร็วมอเตอรร ว มกบั ระบบเครอื ขาย วัสดอุ ปุ กรณประกอบดวย 1.) ชดุ ประลอง PLC รนุ Modicon M340 ย่ีหอ Schneider 1 ชดุ 2.) ชดุ สายพานควบคุมดว ย Inverter Driveรนุ ATV312 ย่หี อ Schneider 1 ชดุ 3.) คอมพวิ เตอร พรอ มติดตงั้ โปรแกรม Unity Pro4.0 1 ชดุ 4.) ชุดแหลง จา ยไฟ +24VDC 1 ชุด 5.) ตวั แปลงสัญญาณ Modbus 485 to Ethernet รนุ EGX100MG 1 ตวั 6.) สายสาํ หรับโหลดโปรแกรม PLC รุน USB Mini 5 pin 1 เสน 7.) สายสาํ หรบั เช่อื มตอพอรตModbus 485, Ethernet รนุ LAN Cable 2 เสน 8.) สายสาํ หรบั ตอวงจร 1 ชดุ ชุด PLC M340 ชุด สายพาน UAB Mini 5pin LAN Cable EGX100MP Computer ภาพที่ 4-2 อุปกรณส ําหรับการใชง าน

58 การวเิ คราะหร ายการความสามารถ (Task Analysis) ขัน้ ตอนท่ี1 จัดเตรยี มอุปกรณท่ีใชง าน ความรู ทกั ษะ (KNOWLEDGE) (SKILL) 1. วธิ ีการจัดเตรยี ม 1. จดั เตรยี มอุปกรณท ี่ใชง านได 2. ตําแหนงของอปุ กรณ 3. ขอ ควรระวงั ภาพท่ี 4-3 ตารางการวิเคราะหร ายการความสามารถขน้ั ตอนท1่ี จัดเตรียมอปุ กรณท่ีใชงาน 4.3.2 ข้นั ตอนท2ี่ ตรวจสอบความพรอ มของอปุ กรณ ตรวจสอบสภาพความพรอ มใชง านของอปุ กรณแตละตวั ใหอยูใ นสภาพพรอมใชงานดงั น้ี 1.) ชุด PLC สังเกตอุปกรณมีการติดต้ังครบสมบูรณ สายไฟไมขาดชํารดุ เสียบปลั๊กไฟ เปดสวิตช เพ่ือจายไฟฟาใหกับชดุ PLC สังเกตมีหลอดไฟ LED ติดกระพริบ ท่ีตัว PLC อยูในชวง บูตโปรแกรม เม่ือบูตโปรแกรมเสร็จเรียบรอยหลอดไฟ LED จะติดคาง สังเกตตองไมมี สัญญาณ Alarm หลอดไฟ LED สีแดงติด ทําการโยกสวิตช พรอมสงั เกตมกี ารแสดง Status ของสวิตชท ่โี ยก แสดงวา ชดุ PLC พรอมใชง าน 2.) ชุด สายพาน สังเกตอุปกรณมีการติดต้ังครบสมบูรณ สายไฟไมขาดชํารุด เสียบ ปล๊กั ไฟเปดสวิตช เพ่อื จายไฟฟาใหก บั ชดุ สายพาน สังเกตหนาจอของ Inverter Drive ไมมีการแจง เตือน Alarm มีขอความ rdy แสดงวา พรอ มใชงาน 3.) คอมพิวเตอร สาํ หรับคอมพิวเตอรต อ งมีการติดต้ังโปรแกรม Unity Pro 4.0 และ Driver สาํ หรบั สายโหลดโปรแกรม PLC ชอ่ื PLC USB DRIVER แลว แสดงวาพรอมใชงาน 4.) ตัวแปลงสัญญาณ Modbus 485 to Ethernet รนุ EGX100MG จายไฟ +24VDC ใหกบั อปุ กรณ สังเกตเห็น หลอดไฟ LED ติดแสดงการทํางาน แสดงวาพรอ มใชง าน 5.) สายสาํ หรับโหลดโปรแกรม PLC รุน USB Mini 5 pin และสายสําหรับเชื่อมตอ ผานพอรต Modbus 485, Ethernet รุน LAN Cable สังเกตสภาพของสายและคอนเน็คเตอร ตอ งไมช าํ รุดเสียหาย แสดงวาพรอมใชงาน

59 การวิเคราะหรายการความสามารถ (Task Analysis) ขน้ั ตอนที่2 ตรวจสอบความพรอ มของอปุ กรณ ความรู ทกั ษะ (KNOWLEDGE) (SKILL) 1. วิธีการตรวจสอบความพรอมของ 1. ตรวจสอบความพรอมของชุด PLCได ชุด PLC 2. ตรวจสอบความพรอมของชุด สายพานได 2. วิธีการตรวจสอบความพรอมของ 3. ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม พ ร อ ม ข อ ง ชุ ด ชุด สายพาน คอมพิวเตอตรได 3. วิธีการตรวจสอบความพรอมของ 4. ตรวจสอบความพรอมของตัวแปลง ชดุ คอมพวิ เตอร สัญญาณModbus485 to Ethernet รุน 4. วิธีการตรวจสอบความพรอมของตัว EGX100MGได แปลงสญั ญาณModbus485 to Ethernet 5. ตรวจสอบความพรอมของสายสําหรับ รนุ EGX100MG โหลดโปรแกรม PLC ได 5. วิธีการตรวจสอบความพรอมของสาย สาํ หรบั โหลดโปรแกรม PLC 6. ตาํ แหนง ของอุปกรณ 7. ขอ ควรระวัง ภาพที่ 4-4 ตารางการวเิ คราะหร ายการความสามารถข้ันตอนท่ี2 ตรวจสอบความพรอ มของอปุ กรณ 4.3.3 ข้นั ตอนท่ี3 ตอสายสําหรบั เช่ือมตอผา นพอรต Modbus 485, Ethernet รนุ LAN Cable การเช่อื มตอ อุปกรณตองมีการสายเชื่อมตอใหตรงกับพอรตสื่อสารแตละชนิดของอุปกรณ แตละตวั ที่ใชงานโดยมีการเชื่อมอปุ กรณดงั นี้ 1.) การเชอื่ มตอ สายโหลดโปรแกรม รุน USB Mini 5 pin ระหวาง Computer กับ PLC M340 โดยเสยี บพอรต LAN (RJ45)ของคอมพวิ เตอรและพอรต USB Mini ของPLC ภาพท่ี 4-5 การเชื่อมตอ สายโหลดโปรแกรม PLC

60 2.) การเชอื่ มตอ ผานพอรต Modbus 485 ดวยสาย LAN Cable ระหวา ง PLC M340 กบั Inverter Driver Modbus Modbus Inverter ATV312 Computer LAN Cable ภาพที่ 4-6 การเช่อื มตอ สาย Modbus 485 ระหวาง PLC กบั อนิ เวอรเ ตอร 3.) การเชื่อมตอผา นพอรต Ethernet ดวยสาย LAN Cable และ RGX100MP ระหวาง PLC M340 กับ Inverter Driver Ethernet Modbus Inverter Drive PLC Ethernet Modbus TX , Pin4/LAN +24VDC RX , Pin5/LAN Supply ภาพที่ 4-7 การเชอื่ มตอสาย Ethernet ระหวา ง PLC กบั อนิ เวอรเตอร

61 การวิเคราะหรายการความสามารถ (Task Analysis) ข้นั ตอนที่3 ตอ สายสาํ หรบั เชื่อมตอผานพอรต Modbus 485, Ethernet รุน LAN Cable ความรู ทกั ษะ (KNOWLEDGE) (SKILL) 1. วิธีการตอสายสําหรับเช่ือมตอผาน 1. ตอสา ยสํา หรั บเชื่อมตอผานพอรต พอรต Modbus 485, Ethernet รุน LAN Modbus 485, Ethernet รุน LAN Cable Cable ได 2. การใชงานอุปกรณสื่อสารผานพอรต Modbus 485, Ethernet เบ้อื งตน 2. ตาํ แหนง ของอุปกรณ 3. ขอ ควรระวงั ภาพที่ 4-8 ตารางการวิเคราะหร ายการความสามารถขั้นตอนท่ี3 ตอสายสําหรับเชอ่ื มตอ ผา นพอรต Modbus 485, Ethernet รุน LAN Cable 4.3.4 ขั้นตอนที่4 ตอ วงจรควบคมุ ของ PLC , Inverter Drive อุปกรณท่ีนํามาใชงานในการทดสอบเปนชุดฝกท่ีมีการตอวงจรเรียบรอยแลว โดยมีการ ตอวงจรดงั ตอไปน้ี ภาพที่ 4-9 วงจรการตอใชงานอุปกรณอนิ พุต/เอาตพ ตุ

62 1.) โมดูลการด Input เลอื กใชรุน DDI1602 แบบ Digital Input 16 Channel 24VDC ตอ แบบ Sink การตอ ใชง านตามภาพวงจร ภาพที่ 4-10 วงจรการตอใชงาน โมดลู DDI1602

63 2.) โมดลู การด Output เลอื กใชรุน DRA1605 แบบ Digital Output 16 Channel , Relay การตอ ใชง านตามภาพวงจร ภาพที่ 4-11 วงจรการตอ ใชงาน โมดูล DRA1602

64 3.) ตัวควบคุมความเร็วมอเตอร Inverter Drive เลอื กใชรุน ATV312 Input 220 V , 1 Phase, 50Hz, 0.37kW, Output 220 V, 3Phase, 0-500Hz การตอ ใชง านตามภาพวงจร ภาพที่ 4-12 การตอ วงจรใชงาน ATV312 การวเิ คราะหรายการความสามารถ (Task Analysis) ขน้ั ตอนท่4ี ตอ วงจรควบคุมของ PLC , Inverter Drive ความรู ทักษะ (KNOWLEDGE) (SKILL) 1. วิธีการตอวงจรใชงานของอุปกรณ 1. ตอวงจรใชงานของอุปกรณอินพุต/ อนิ พุต/เอาตพุตของ PLC เอาตพ ตุ ของ PLC ได 2. วธิ ีตอ วงจรใชง านของ Inverter Drive 2. ตอวงจรใชงานของ Inverter Drive ได 2. ตาํ แหนง ของอุปกรณ 3. ขอ ควรระวงั ภาพที่ 4-13 ตารางการวิเคราะหรายการความสามารถข้ันตอนที่4 ตอวงจรควบคุมของ PLC , Inverter Drive

65 4.3.5 ขนั้ ตอนท่5ี ตั้งคา พารามิเตอรของ Inverter Drive เช่อื มตอ Modbus 485 การตั้งคา พารามิเตอรของ Inverter Drive ทําเพ่ือใหสามารถส่ังการและควบคุมให เหมาะสมกบั มอเตอร พรอมกับการตั้งคาพารามิเตอรการสื่อสารผาน Modbus 485 โดยมีการ ต้ังคา ดังนี้ ภาพที่ 4-14 หนอ จอควบคุมอินเวอรเ ตอร ATV312 รายละเอยี ดหนาทข่ี องหนาจอ Inverter ATV312 1.) 4 “ 7-Segment” displays แสดงผลคา ตา งๆ 2.) Reference mode LED แสดงการเลอื กใช Reference mode 3.) Monitoring mode LED แสดงการเลอื กใช Monitoring mode 4.) Configuration mode LED แสดงการเลือกใช Configuration mode 5.) MODE button ปุมกดเลือกโหมดการทํางาน 6.) JOG dial ปมุ หมุนเลือกคา พารามเิ ตอรแ ละกดยนื ยนั 7.) ESC button ปมุ กดยกเลกิ 8.) RUN button ปุมกดส่ัง RUN 9.) STOP button ปุมกดสั่ง STOP

66 วิธกี ารใชง านปมุ ตา งๆ สาํ หรับตั้งคาพารามเิ ตอร Inverter ATV312 1.) ปุมกด MODE เปนปุมเลอื กการใชงานโหมดตา งๆ มีทง้ั หมด3 โหมดการ ทํางาน 1.1) Reference mode เปนโหมดการตั้งคา ความเร็วของมอเตอรต้ังแต 0-100% ของคา ความเรว็ สงู สดุ ท่ีต้ังคา ไว 1.2) Monitoring mode เปนโหมดการแสดงคาในการวัดคาไฟฟาตางๆ เชน กระแส, แรงดัน, ความถ่ี, กาํ ลังไฟฟา ฯลฯ 1.3) Configuration mode เปนโหมดการต้ังคาพารามิเตอร ซึ่งพารามิเตอร ทงั้ หมดตอ งใชง านโหมดน้ีเทา น้ัน การเลือกโหมดสามารถทําไดโดยการกดปุม MODE การกดปุมแตละคร้ังโหมดจะเปล่ียน ตามไปดวย ซึ่งการเปล่ียนโหมดนั้นจะเปนแบบวน ใหสังเกตหลอด LED แสดงสถานะของการเลือก โหมดตางๆจาก Reference mode LED , Monitoring mode LED, Configuration mode LED 2.) ปมุ กด ESC เปน ปมุ กดยกเลกิ คําส่ังครงั้ สดุ ทา ย การใชงานเมื่อกดปมุ ESC หนาตา งเมนูหรือหนา ตางพารามิเตอรจ ะยอนกลับไปทลี ะหนา ตามจังหวะ การกดปมุ นี้ 3.) ปุมหมุน JOG dial เปนปุมท่ีมี 2 หนาท่ีคือ แบบกดจะทําหนาที่เลือก ยืนยันแบบหมุนสามารถหมุนไปไดท้ังซายและขวาเปลี่ยนเมนูหรือ คาพารามิเตอร 4.) ปุมกด RUN เปนปุมสั่งงานใหInverter Drive ทํางานโดยจะสามารถ ส่งั งานให Inverter Drive ทํางานไดน้ันจะตองอยูโหมดการควบคมุ แบบ Local เทา นนั้ 5.) ปมุ กด STOP / RESET เปนปุมท่ีมี 2 หนาท่ีคือหนาท่ีที่1 เปนปุมสัง่ งาน ให Inverter Drive หยดุ ทาํ งาน ไมว า จะอยูในโหมดการควบคุมแบบไหน ก็ตาม หนา ท่ีที่2 เปนปมุ กด Reset คา Alarm ตา งๆท่เี กิดข้นึ

67 คาพารามเิ ตอรท ตี่ อ งตง้ั คา มีรายละเอียดดงั นี้ มอเตอรมีขนาด 220V 3Phase 50Hz 0.37kW 1.3A 1450rpm. ควบคมุ ผานการส่ือสารแบบ Modbus 485 รายละเอียดพารามิเตอร เมนพู ารามเิ ตอร พารามิเตอร คา Standard motor drC- (Motor Control) bFr 50 frequency drC- (Motor Control) nPr 0.37 Rated motor power drC- (Motor Control) UnS 220 Rated motor voltage drC- (Motor Control) nCr 1.3 drC- (Motor Control) FrS 50 Rated motor current Rated motor drC- (Motor Control) nSP 1450 frequency drC- (Motor Control) tFr 50 Fr1 nbd (Modbus) Rated motor speed Ctl- (Contrl) CHCP SEP (Separate Maximum frequency Ctl- (Contrl) Reference channel 1 Mode) Ctl- (Contrl) Cd1 nbd (Modbus) Channel con- (Communication) Add 2 configuration con- (Communication) tbe 19.2 (kbps) Command channel 1 con- (Communication) tFo 8E1 Modbus address Modbus baud rate Modbus format ภาพที่ 4-15 ตารางการตั้งคา พารามิเตอรอ นิ เวอรเ ตอร ATV312 การวเิ คราะหรายการความสามารถ (Task Analysis) ขน้ั ตอนท่ี5 ต้งั คาพารามิเตอรข อง Inverter Drive เชอื่ มตอ Modbus 485 ความรู ทกั ษะ (KNOWLEDGE) (SKILL) 1. วิธีการ ตั้งคา พารามิเตอรของ Inverter 1. ต้งั คา พารามเิ ตอรของ Inverter Drive ได Drive 2. ตั้งคา การสือ่ สาร Modbus 485 ได

68 2. หนาที่ฟงกชั่นของคาพารามิเตอร Inverter Drive 3. วธิ ีการตงั้ คาการสอ่ื สาร Modbus 485 4. การใชงาน Inverter Drive เบ้ืองตน 5. การสือ่ สารของ Modbus 485 เบ้ืองตน 2. ตาํ แหนง ของอปุ กรณ 3. ขอ ควรระวงั ภาพที่ 4-16 ตารางการวเิ คราะหรายการความสามารถขนั้ ตอนท่5ี ตง้ั คา พารามิเตอรของ Inverter Drive เช่ือมตอ Modbus 485 4.3.6 ข้ันตอนท6่ี เขยี นโปรแกรม PLC ควบคุมผา นเครอื ขา ย Modbus 485 การเขยี นโปรแกรม PLC ควบคมุ เริม่ จากการต้ังคา Configuration ใหคาตรงกบั อุปกรณ ที่ตอ ใชงานอยูพรอมกับการตั้งคา การส่ือสารของ Modbus 485 ใหต รงกับคาของ Inverter Drive ทตี่ งั้ คาไว และเขียนโปรแกรม PLC ควบคมุ โดยการรายละเอยี ดดังนี้ 1.) เปดโปรแกรม Unity Pro 4.0 พรอ มต้งั คา Configuration 1.1) เปดโปรแกรม Unity Pro XLS ทําการสรางโปรเจค โดยคลิกท่ีเมนู File เลอื ก New หรอื คลิกเลือก New Project ภาพท่ี 4-17 การสรา ง New Project

69 1.2) คลิกเลือก CPU ของ PLC ท่ีตองการใช ในที่น้ีเลือก Modicon M340 รุน BMX 2010แลวคลิก OK. ภาพท่ี 4-18 การเลอื ก CPU Modicon M340 รุน BMX 2010 1.3) ทําการ Set Configuration ของโปรแกรมใหตรงกับฮารทแวรจ ริงโดยไปท่ี Project Browser ดบั เบิล้ คลกิ ที่ Configuration ภาพที่ 4-19 การเลือก Set Configuration 1.4) ทาํ การใสชอ่ื Module ท่ีเลือกใช ใหตรงกับฮารทแวรจ ริง โดยเรมิ่ จาก Slot ที่1 ดบั เบ้ลิ คลกิ ท่ี Slot 1 ภาพที่ 4-20 การเลอื กใช Module Slot1

70 1.5) จะเห็นหนาตาง New Device ไปที่ Communication เปนการดสําหรับ สอ่ื สาร ดบั เบิ้ลคลิกเลือก BMX NOE 0100 เพื่อเปนการเลือกโมดูลการสอ่ื สารผาน Ethernet ภาพที่ 4-21 การเลือกใช Communication Module รนุ BMX NOE 0100 1.6) หลงั จากน้ันจะเหน็ รปู โมดูลทเ่ี ลือกไว ภาพท่ี 4-22 โมดลู BMX NOE 0100 1.7) สําหรับ Slot ท่ี 2 ไปท่ี Discrete ดับเบ้ิลคลิกเลือก BMX DDI 1602 เพ่ือ เลอื กใชโ มดูล ดจิ ติ อล อนิ พุต 24 โวลต 16 แชนแนล ภาพที่ 4-23 การเลอื กโมดูล BMX DDI 1602

71 1.8) สําหรับ Slot ท่ี 3 ไปที่ Discrete ดับเบ้ิลคลิกเลอื ก BMX DRA 1605 เพ่ือ เลอื กใชโ มดูล ดจิ ติ อล เอาตพ ตุ ชนดิ รเี ลย 16 แชนแนล ภาพที่ 4-24 การเลือกโมดลู BMX DRA 1605 1.9) สําหรบั Slot ท่ี 4 ไปที่ Analogดับเบิ้ลคลกิ เลือก BMX AMI 0410 เพ่ือ เลอื กใชโมดลู อนาลอก อินพตุ 4 แชนแนล ภาพท่ี 4-25 การเลือกโมดลู BMX AMI 0410 1.20) สําหรับ Slot ท่ี 4 ไปท่ี Analog ดับเบ้ิลคลิกเลือก BMX AMO 0210 เพื่อ เลอื กใชโ มดูล อนาลอกเอาตพุต 2 Channel ภาพท่ี 4-26 การเลือกโมดลู BMX AMO 0210

72 1.21) หลงั จากเลือกโมดลู ตามท่ีตอ งการครบแลวจะเหน็ รูปโมดลู ท้ังหมดที่เลือกไว ตามตําแหนงแตละ Slot ภาพท่ี 4-27 โมดูลทีเ่ ลอื กใชง าน 2.) ตั้งคา การสอื่ สารโมดูล BMX NOE 0100 2.1) ทําการ Set Network โดยไปที่ Project Browser คลิกเลือก Communication คลกิ ขวาที่ Network คลิกเลอื ก New Network ภาพที่ 4-28 การต้งั คา Set Network โมดลู BMX NOE 0100 2.2) ไปที่ List available Network คลิกเลือก Ethernet ( ถาตองการเปลี่ยน ชือ่ ใหเ ปล่ยี น ที่ Change Name) เสรจ็ แลว คลิก OK ภาพที่ 4-29 การเลอื กใช Network Ethernet

73 2.3) หลงั จากนั้นจากเห็นชอ่ื Network ที่ใสไวในท่ีนค้ี ือ Ethernet1 ใหทําการ ดบั เบิ้ลคลิกเลอื ก Ethernet_1 ภาพที่ 4-30 ช่ือ Network Ethernet ท่ีตง้ั คา ไว 2.4) หลังจากน้นั ใสช่ือ IP ของ Network ในท่ีน้ีใช IP : 192.168.0.10 และปอน หมายเลข Sub network : 255.225.255.0 ภาพท่ี 4-31 การปอนหมายเลข IP Address ของ Network Ethernet

74 2.5) ทาํ การ Set โมดลู Communication ใหเช่อื มโยง Network ท่ีสรางข้ึน โดย ไปที่ Project Browser ดับเบิล้ คลิกเลือก Configuration จะเห็นรูปฮารทแวรที่เลือกโมดลู ตางๆไว ใหดบั เบิ้ลคลิกเลือกโมดูล NOE 0100 หรอื Slot ท่ี 1 จะเห็นหนาตาง BMX NOE 0100 ใหคลิกเลือก Channel 0 ไปที่ Function คลิกเลือก ETH TCP IP ไปท่ี Net Link คลิกเลอื กช่อื Network ที่ต้ังไว ในที่น้คี ือ Ethernet_1 ภาพที่ 4-32 การเชอ่ื มตอ Network Ethernet ผาน Net Link ชอ่ื Ethernet1 3.) ตงั้ คา พอรต Serial Port ใหส่อื สารแบบ Modbus485 3.1) ที่หนาตาง Project Browser คลิกเลือก Configuration จะเห็นรูป PLC ท่ีไดเ ลอื กไวท่ีโมดูล CPU BMX P3402010 คลกิ เลือกทพ่ี อรต Serial Port ภาพที่ 4-33 การเลือก Serial Port 3.2) จะเห็นหนาตาง Serial Port โดย Serial Port จะอยูท่ี Channel0 คลิก เลือก Function เปน Modbus link ในสว นของ Configuration เลอื ก Type เปน Master เลือก Transmission Speed เปน 19200 bits/s เลือก Data เปน RTU (8bits) เลือก Stop เปน 1bit เลอื ก Parity เปน Even เลือก Physical line เปน RS485

75 ภาพที่ 4-34 การต้งั คา Serial Port 3.3) เมื่อตั้งคาเสร็จเรียบรอย ใหคลิกปุม Validate เพ่ือเปนการยืนยันการ ตรวจสอบการต้งั คา ทีเ่ ลอื กไว ภาพท่ี 4-35 การยนื ยันการตรวจสอบการตง้ั คา

76 4.) การเขยี นโปรแกรมดว ยภาษา Ladder diagram 4.1) ท่ีหนาตาง Project Browser คลิกเปด Program เพื่อเปนการสราง Section สําหรับเขียนโปรแกรม ป ภาพที่ 4-36 การเปด ฟงกชน่ั Program 4.2) คลกิ เปดหา Section โดยคลิกเปด Program แลวคลิกเปด Task คลกิ เปด MAST จะเห็น Section ภาพที่ 4-37 การเลือก Section

77 4.3) ทําการสราง New Section โดยคลิกขวาที่ Section คลิกเลือก New Section ภาพที่ 4-38 การสรา ง New Section สําหรับ Ladder diagram 4.4) เลือกภาษาของโปรแกรมท่ีตองการเขยี น ในท่ีน้ีจะเลือก LD คือภาษา Ladder diagram และปอนช่ือของโปรแกรม ช่อื Test1 คลิก OK ภาพที่ 4-39 การเลอื กภาษา Ladder diagram และการตง้ั ชอ่ื

78 4.5) จะปรากฏหนาตางท่ีมีแถบเคร่ืองมืออยูดานบนและพื้นที่วางสําหรับเขียน โปรแกรมภาษา Ladder diagram ภาพที่ 4-40 หนา ตา งสาํ หรับเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Ladder diagram 4.6) เง่อื นไขการทํางานของโปรแกรมเปนไปตาม Timing Diagram โดยมีเงื่อนไข การทาํ งานดังน้ี ภาพที่ 4-41 Timing Diagram การทํางานของโปรแกรม

79 เงือ่ นไขการทํางาน 4.6.1) เมื่อโยกสวิทช %I0.2.0 จะส่ังใหอินเวอรเตอรทํางานใหมอเตอรหมุน Forward โดยจะสงขอมูลผา น %MW11 สง 6 เพื่อหยุด สง 7 เพือ่ ON สง 15 เพ่ือ Run Forward หนวงเวลาหาง 100 ms 4.6.2) เมื่อสวิทช %I0.2.1 จะส่ังใหอินเวอรเตอรทํางานใหมอเตอรหมุน Reverse Forward โดยจะสงขอ มูลผาน %MW11 สง 6 เพือ่ หยดุ สง 7 เพือ่ ON สง 2063 เพื่อ Run Reverse หนว งเวลาหาง 100 ms 4.6.3) เมื่อโยกสวิทช %I0.2.2 ความถ่ีของอินเวอรเตอรอยูท่ี 30 Hz ให %MW12 เทา กับ 300 4.6.4) เมื่อโยกสวิทช %I0.2.3 ความถ่ีของอินเวอรเตอรอยูท่ี 40 Hz ให %MW12 เทากบั 400 4.6.5) เม่ือโยกสวิทช %I0.2.4 ความถ่ีของอินเวอรเตอรอยูท่ี 50 Hz ให %MW12 เทา กับ 500 4.6.6) เมื่อโยกสวิทช %I0.2.5 จะสั่งใหอินเวอรเตอรหยุดทํางานโดยจะสง ขอ มูลผา น %MW11 สง 6 เพ่ือหยุด 4.6.7) ขอมูลท้ังหมดจะสง ผานพอรต Modbus 485 ของอินเวอรเ ตอร 4.7) กําหนดอินพตุ และเอาตพุต ภาพที่ 4-42 ตารางกาํ หนดอนิ พุตและเอาตพุต

80 4.8) เร่ิมเขียนโปรแกรม โดยใชวงจร Forward-Reverse และระบุ Address ท่ีกาํ หนดไว ภาพที่ 4-43 วงจร Forward-Reverse 4.9) เขียนโปรแกรมควบคุมการสงขอมูลชุด Forward โดยใชคําสั่ง Timer, Compare, Operate Block เพื่อควบคุมขอมลู ของ %MW10 ตามวงจร ภาพท่ี 4-44 โปรแกรมควบคุมการสงขอมูลชุด Forward 4.10) เขียนโปรแกรมควบคุมการสงขอมูลชุด Reverse โดยใชคําส่ัง Timer, Compare, Operate Block เพื่อควบคุมขอ มูลของ %MW10 ตามวงจร

81 ภาพที่ 4-45 โปรแกรมควบคุมการสงขอ มลู ชดุ Reverse 4.11) เขียนโปรแกรมการเปล่ียนคาความถี่ของอินเวอรเตอร โดยใชคําสั่ง Compare, Operate Block เพือ่ ควบคมุ ขอมูลของ %MW50 โดยคา 10 เทากบั 1 Hz ตามวงจร ภาพที่ 4-46 โปรแกรมการเปลี่ยนคา ความถข่ี องอินเวอรเ ตอร 5.) เขยี นโปรแกรมควบคุมดวยภาษา Function Block Diagram สําหรบั ควบคุมการสง ขอ มูลผาน Modbus 485 ไปยงั อินเวอรเ ตอร

82 5.1) ทําการสราง New Section โดยคลิกขวาที่ Section คลิกเลือกNew Section สาํ หรับเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Function Block Diagram ภาพที่ 4-47 การสรา ง New Section สาํ หรับ Function Block Diagram 5.2) เลือกภาษาของโปรแกรมท่ีตองการเขียน ในท่ีนี้จะเลือก FBD คือภาษา Function Block Diagram และปอ นชอ่ื ของโปรแกรม ชอื่ Test2 คลิก OK ภาพที่ 4-48 การเลอื กภาษา Function Block Diagram และการตง้ั ช่อื

83 5.3) จะปรากฏหนาตางที่มีแถบเครื่องมืออยูดานบนและพื้นที่วางสําหรับเขียน โปรแกรมภาษา Function Block Diagram ภาพที่ 4-49 หนาตางสาํ หรับเขยี นโปรแกรมดว ยภาษา Function Block Diagram 5.4) คลิกเครื่องมือเลือก FFB Input Assistant เพ่ือเลือกใชคําส่ัง Function Block Diagram ภาพที่ 4-50 การเลอื กใชคาํ สงั่ Function Block Diagram

84 5.5) จะปรากฏหนาตา ง Function Input Assistant ใหคลิก link 3 จุด มมุ บน ขวา เพื่อเขาไปเลอื กใชง าน Function Block มจ ภาพท่ี 4-51 หนา ตาง Function Input Assistant 5.6) จะปรากฏหนา ตาง FFB Type Selection ท่ี Libraries / Families ใหคลิก เลอื ก <Libset V.4.0> เพื่อเปดชอ่ื ของ Function Block ตา งๆ ภาพที่ 4-52 หนา ตา ง FFB Type Selection

85 5.7) ที่ Name คลิกเลอื ก Function Block ชื่อ ADDM ซ่ึงเปนบล็อกคาํ สัง่ การ กาํ หนดคา Address และรปู แบบการสื่อสาร คลกิ OK ภาพที่ 4-53 เลอื ก Function Block ชอ่ื ADDM 5.8) จะปรากฏหนาตาง Function Input Assistant / FFB Type ADDM แสดง ชนดิ อินพตุ และเอาตพ ตุ คลกิ OK ภาพที่ 4-54 หนาตาง Function Input Assistant / FFB Type ADDM

86 5.9 คลิกวางบนพนื้ ท่ีวาง จะปรากฏ Function Block ชือ่ ADDM ภาพท่ี 4-55 Function Block ช่อื ADDM ทเี่ ลอื กใชงาน 5.10) คลิกที่ขา IN ของ Function Block ช่ือ ADDM ปอนหมายเลข Modbus Address ตามรปู แบบ ‘0.0.0.2’ โดยตัวเลข 2 ตาํ แหนงขวาสุดจะเปนหมายเลข Modbus Address ของอินเวอรเ ตอรที่ไดต ง้ั คา ไวกอ นหนา ภาพที่ 4-56 การปอนหมายเลข Modbus Address

87 5.11) ท่ีหนาตาง FFB Type Selection ท่ี Libraries / Families ใหคลกิ เลอื ก <LibsetV.40> ท่ี Name คลิกเลือก Function Block ชื่อ READ_VAR ซึ่งเปน บลอ คคาํ ส่ังการอาน คาจากอนิ เวอรเ ตอร คลกิ OK ภาพที่ 4-57 เลือก Function Block ชื่อ READ_VAR 5.12) จะปรากฏหนาตาง Function Input Assistant / FFB Type READ_VAR แสดงชนิดอินพตุ และเอาตพตุ คลิก OK ภาพที่ 4-58 หนาตาง Function Input Assistant / FFB Type READ_VAR

88 5.13) คลิกวางบนพนื้ ทวี่ างตอจาก Function Block ชอ่ื ADDM ภาพที่ 4-59 Function Block ชือ่ READ_VAR ทเี่ ลอื กใชงาน 5.14 คลิกเครอ่ื งมือเลือก Link คลิกลากตอเสน ขา OUT ของ ADDM ตอกับขา ADR ของ READ_VAR เพ่อื เปน การตอ การเชอื่ มขอ มลู จาก Address 2 ทีอ่ างอิงจากขา IN ของ ADDM ภาพที่ 4-60 การเชือ่ มตอ เสนขา OUT-ADR ของ READ_VAR 5.15) ระบคุ าตัวแปร ดานอนิ พุตของ Function Block ชือ่ READ_VAR ดังน้ี 1.) Type of objects to read : ‘%MW’ ขา OBJ

89 2.) Table to read in slave PLC : %MW8500 ขาNUM , 10 ขา NB 3.) Exchange management table : %MW100:4 ขาGEST 4.) Table containing the read objects : %MW80:10 ขา RECP ภาพที่ 4-61 ระบุคา ตวั แปร ดานอนิ พตุ ของ Function Block ชื่อ READ_VAR 5.16) ที่หนาตาง FFB Type Selection ท่ี Libraries / Families ใหคลิกเลอื ก <LibsetV.40> ท่ี Name คลิกเลือก Function Block ช่ือ WRITE_VAR ซ่ึงเปนบลอ คคาํ สั่งการเขียน คา ไปยังอนิ เวอรเ ตอร คลิก OK ภาพท่ี 4-62 เลอื ก Function Block ชอ่ื WRITE_VAR

90 5.17) จะปรากฏหนา ตาง Function Input Assistant /FFB Type WRITE_VAR แสดงชนิดอนิ พุตและเอาตพุต คลกิ OK ภาพที่ 4-63 หนา ตาง Function Input Assistant / FFB Type WRITE_VAR 5.18) คลิกวางบนพื้นท่ีวางตอจาก Function Block ชื่อ ADDM และ WRITE_VAR ภาพที่ 4-64 Function Block ช่ือ WRITE_VAR ทีเ่ ลือกใชงาน