รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี นรู• จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรมขอท่ี 1 อธบิ ายสวนประกอบของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010 ได1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ2. เครอื่ งมือ : แบบทดสอบ3. เกณฑการใหคะแนน : อธบิ ายสวนประกอบของโปรแกรม Microsoft Office Word2010 ได จะได 1 คะแนน• จดุ ประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขอท่ี 2 อธิบายรปู แบบคําส่ังของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010 ได1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ2. เครือ่ งมอื : แบบทดสอบ3. เกณฑการใหคะแนน : อธบิ ายรปู แบบคาํ ส่ังของโปรแกรม Microsoft Office Word2010 ได จะได 1 คะแนน• จดุ ประสงคเชงิ พฤติกรรมขอท่ี 3 อธิบายวิธีการใชง านของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010 ได1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ3. เกณฑการใหคะแนน : อธบิ ายวิธกี ารใชงานของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010 ได จะได 1 คะแนน
ใบงานหนวยที่ 2 เรื่อง การประยกุ ตใชโ ปรแกรมประมวลผลคําคําส่งั 1. ใหน กั เรียนสรางเอกสารใหมกําหนดกระดาษขนาด A4 กั้นหนา 1.5 นวิ้ ก้นั หลงั 1 นวิ้ ระยะขอบบน 1.5 นว้ิ ขอบลาง 1 นว้ิ แลวพมิ พขอ ความตอไปน้ี หลังจากนัน้ บันทกึ แฟม ช่อื EX.1-1.doc Information Technology หรือ IT คือ การประยุกตความรูทางวิทยาศาสตรมาใชในระบบสารสนเทศตง้ั แตกระบวนการจัดเก็บประมวลผล และการเผยแพรสารสนเทศ เพื่อชว ยใหไดส ารสนเทศท่ีมีประสทิ ธิภาพและรวดเร็วทนั ตอ เหตกุ ารณป จ จบุ ันคําวา“เทคโนโลยีสาระสนเทศ”หรือเรยี กสัน้ ๆวา “ไอท”ี ( IT ) นั้น มกั นาํ มาใชงานอยางกวางขวาง เกือบทุกวงการลวนเห็นความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกันแทบทั้งสิ้นหรืออาจเรียกวาโลกแหงยุคไอทนี ั้นเอง ในความเปน จริง คําวาเทคโนโลยสี าระสนเทศนนั้ ประกอบดวยคําวา“เทคโนโลยี” และคําวา “สารสนเทศ” มารวมกันโดยแตละคํามีความหมายดงั นี้ เทคโนโลยี (Technology) คือการประยุกตความรูดานวิทยาศาสตรมาใชใหเกิดประโยชนที่เกี่ยวของการผลิต การสรางวิธีการดําเนินงาน และรวมถึงอุปกรณตางๆ ท่ีไมไดมีในตามธรรมชาติโลกแหงเทคโนโลยียุคน้ีทําใหมนุษยไดร ับส่ิงอํานวยความสะดวกจากเทคโนโลยีมาประยุกตใชกับการดําเนินชีวิตประจําวันมากมายนับไมถว น สารสนเทศ (Information) คือผลลัพธที่เกิดจากการประมวลผลขอมูลดิบ (Rau data ) ดวยการรวบรวมขอมูลจากแหลงตางๆ และนํามาผานกระบวนการประเมินผลไมวาจะเปนการจัดกลุมขอมูล การเรียงลําดับขอมูล การคํานวณและสรปุ ผล จากนั้นก็นํามาเสนอในรปู แบบของรายงานที่เหมาะสมตอการใชงานท่ีกอเกิดประโยชนการดําเนินชีวิตของมนุษย ไมวาจะเปนดานของชีวิตประจําวัน ขาวสาร ความรูดานวิชาการธุรกิจ เม่ือนาํ คําวา เทคโนโลยี และ สารสนเทศ รวมเขา ไวด วยกนั แลว จึงสรุปความหมายโดยรวมไดวา เทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information technology ) คือการประยุกตความรูทางดานวิทยาสาสตรมาจัดการสารสนเทศท่ีตองการ โดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหมๆ เชน เทคโนโลยีดานคอมพิวเตอรเทคโนโลยีดานเครือขายโทรคมนาคมและการส่ือสาร ตลอดจนอาศัยความรูในกระบวนการดําเนินงานสารสนเทศในขั้นตอนตางๆ ต้ังแตการแสวงหา การวิเคราะห การจัดเก็บ รวมถึงการจัดการเผยแพรและแลกเปล่ียนสารสนเทศดวย เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพความถูกตองแมนยํา และความรวดเร็วทันตอการนํามาใชประโยชนไ ดนนั่ เอง
แบบฝก หดั หนว ยท่ี 2 เร่อื ง การประยุกตใ ชโ ปรแกรมประมวลผลคาํ1. จงอธบิ ายสว นประกอบของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2. จงอธิบายรปู แบบเคร่ืองมือของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………3. จงอธิบายวิธีการใชง านของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3……………………………………เลขที่…….…. 4……………………………………เลขท่ี…….….ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ คดิ เห็น
32 1 1 เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจน (ความรเู กยี่ วกบั เน้ือหา ความถูกตอง ปฏภิ าณในการตอบ และการแกไ ขปญหาเฉพาะหนา ) 2 รูปแบบการนาํ เสนอ 3 การมสี วนรว มของสมาชกิ ในกลมุ 4 บคุ ลกิ ลักษณะ กิริยา ทาทางในการพูด น้าํ เสียง ซงึ่ ทําใหผ ูฟง มีความ สนใจ รวม ผูประเมิน…………………………………………………เกณฑการใหค ะแนน1. เนื้อหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ ง 3 คะแนน = มสี าระสําคญั ครบถว นถูกตอ ง ตรงตามจดุ ประสงค 2 คะแนน = สาระสาํ คญั ไมค รบถวน แตตรงตามจดุ ประสงค 1 คะแนน = สาระสาํ คญั ไมถกู ตอ ง ไมตรงตามจุดประสงค2. รปู แบบการนําเสนอ 3 คะแนน = มรี ปู แบบการนาํ เสนอทีเ่ หมาะสม มกี ารใชเทคนคิ ที่แปลกใหม ใชสอ่ื และเทคโนโลยี ประกอบการ นาํ เสนอทนี่ าสนใจ นําวัสดุในทองถ่นิ มาประยุกตใชอ ยา งคมุ คา และประหยดั 2 คะแนน = มเี ทคนิคการนําเสนอที่แปลกใหม ใชส ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาํ เสนอท่ีนาสน ใจ แต ขาดการประยุกตใช วสั ดุในทอ งถ่นิ 1 คะแนน = เทคนคิ การนําเสนอไมเ หมาะสม และไมนาสนใจ3. การมสี ว นรว มของสมาชกิ ในกลมุ 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมสี วนรว มกิจกรรมกลมุ 2 คะแนน = สมาชิกสว นใหญม บี ทบาทและมสี ว นรวมกิจกรรมกลุม 1 คะแนน = สมาชิกสว นนอ ยมีบทบาทและมสี วนรวมกจิ กรรมกลมุ4. ความสนใจของผูฟง 3 คะแนน = ผฟู งมากกวา รอ ยละ 90 สนใจ และใหค วามรวมมือ 2 คะแนน = ผฟู ง รอ ยละ 70-90 สนใจ และใหค วามรว มมือ 1 คะแนน = ผูฟงนอยกวา รอ ยละ 70 สนใจ และใหความรว มมือแบบประเมินกระบวนการทาํ งานกลมุชื่อกลุม ……………………………………………ชน้ั ………………………หอง...........................รายชอ่ื สมาชกิ 2……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี……. 1……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขท่ี…….ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอคดิ เห็น
3211 การกาํ หนดเปา หมายรว มกนั2 การแบงหนาทร่ี ับผดิ ชอบและการเตรยี มความพรอ ม3 การปฏบิ ตั หิ นา ทที่ ีไ่ ดร บั มอบหมาย4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน รวม ผปู ระเมนิ ………………………………………………… วนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ…………...เกณฑก ารใหคะแนน1. การกาํ หนดเปา หมายรว มกนั 3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมสี วนรวมในการกาํ หนดเปาหมายการทํางานอยางชัดเจน 2 คะแนน = สมาชิกสวนใหญมสี ว นรว มในการกาํ หนดเปา หมายในการทํางาน 1 คะแนน = สมาชิกสว นนอยมสี วนรวมในการกาํ หนดเปา หมายในการทํางาน2. การหนา ทรี่ บั ผดิ ชอบและการเตรียมความพรอ ม 3 คะแนน = กระจายงานไดท ่ัวถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานที่ สอื่ / อปุ กรณไ วอยา งพรอมเพรียง 2 คะแนน = กระจายงานไดทว่ั ถึง แตไ มต รงตามความสามารถ และมสี ือ่ / อุปกรณไ วอยา งพรอมเพรียง แตขาด การจัดเตรยี มสถานท่ี 1 คะแนน = กระจายงานไมทวั่ ถึงและมสี อื่ / อุปกรณไ มเ พยี งพอ3. การปฏบิ ตั ิหนาท่ที ่ีไดรับมอบหมาย 3 คะแนน = ทาํ งานไดส าํ เร็จตามเปา หมาย และตามเวลาทกี่ าํ หนด 2 คะแนน = ทาํ งานไดสําเรจ็ ตามเปา หมาย แตช ากวาเวลาทกี่ าํ หนด 1 คะแนน = ทาํ งานไมสาํ เร็จตามเปา หมาย4. การประเมินผลและปรับปรงุ งาน 3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนรว มปรกึ ษาหารอื ติดตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ งานเปนระยะ 2 คะแนน = สมาชิกบางสวนมสี วนรว มปรกึ ษาหารือ แตไ มปรับปรงุ งาน 1 คะแนน = สมาชกิ บางสวนมสี วนรวมไมม สี ว นรวมปรกึ ษาหารือ และปรับปรงุ งาน
เฉลยแบบฝก หดั หนว ยที่ 2 เรือ่ ง การประยกุ ตใชโ ปรแกรมประมวลผลคํา 1. จงอธิบายสวนประกอบของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010 สว นประกอบของหนา ตา งโปรแกรม Microsoft Office Word 2010 เม่อื เขาสโู ปรแกรม Microsoft Office Word 2010 แลวจะปรากฏหนา ตางโปรแกรม ดังน้ี 1. แทบ็ เคร่ืองมือดว น ( Quick Access Toolbar ) เปนแถบเคร่ืองมือเพื่อใหสามารถเรยี กใชง านได อยางรวดเร็ว ผูใ ชย ังสามารถเพิ่มปุมคําสั่งที่ใชง านบอ ยๆไวทีแ่ ถบน้ีไดดว ย 2. ชอื่ แฟม และ โปรแกรม (Title Bar) เปน สวนท่แี สดงชอื่ ของโปรแกรมและช่อื ไฟลเอกสารทีเ่ รา กําลงั ใชง านอยู 3. แทบ็ คําส่ัง(Menu Bar) เปน เมนูคาํ ส่ังหลกั ของโปรแกรมซ่งึ แบง ออกเปนหมวดหมู เพื่อใหงายตอ การใชงาน 4. แถบ Ribbon เปนแถบที่รวบรวมคาํ สง่ั ตางๆ ของเมนูหรอื ทูลบาร เพ่อื ใหผ ูใ ชเ ลอื กใชงานงายขึน้ 5. แบบอักษร( Font ) เปนแทบ็ กาํ หนดรปู แบบและลักษณะพิเศษใหกับตัวอักษรและขอความ 6. แถบไมบรรทดั ( Ruler ) เปนแถบแสดงมุมมองไมบ รรทัด 7. ปมุ ปด เปดไมบรรทดั เปนทางลดั สาํ หรับการเปด/ปด มุมมองไมบ รรทดั 8. เคอรเซอรแ สดงตําแหนง พมิ พ (Cursor) ตวั กะพริบเล็กๆ บนจอภาพ ทาํ หนา ท่บี อกใหเราทราบวา ตวั อกั ขระทเ่ี ราจะปอนตัวตอไปปรากฏอยทู ่ีใด 9. แทบ็ เล่ือน(Scroll Bar) แถบสีเ่ หลีย่ มยาวทีอ่ ยูริมขวาสุดของโปรแกรม ใชสาํ หรับเล่ือนดขู อความ บนจอภาพขนึ้ หรือลง แนวตั้งหรอื แนวนอนได 10. มุมมอง ยอ/ขยาย (View Bar) แสดงมมุ มองในเอกสารแบบตางๆ 11. แท็บสถานะ(Status Bar) แสดงสถานะการทาํ งานปจจบุ นั บนหนา จอ2. จงอธบิ ายรปู แบบเคร่ืองมือของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010
แถบเครื่องมอื มาตรฐานช่ือป่ ุมเครื่องมอื การทาํ งานสร้าง (New) สร้างเอกสารใหม่ เปิ ด (Open) เปิ ดเอกสารท่ีไดจ้ ดั เกบ็ ไว้บนั ทึก (Save) บนั ทึกเอกสารลงหน่วยความจาํ สาํ รองพมิ พ์ (Print) เม่ือตอ้ งการสงั่ ออกทางแป้ นพมิ พ์ตวั อยา่ งก่อนพมิ พ์ (Print Preview) ดูภาพตวั อยา่ งเอกสารก่อนพมิ พ์ การสะกดและ ตรวจการสะกดและไวยากรณ์ไวยากรณ์ (Spelling&Grammar)วจิ ยั (Reserve) เรียกใชง้ านการวจิ ยัตดั (Cut) ตดั ขอ้ ความเก็บไวท้ ่ีคลิปบอร์ดคดั ลอก (Copy) คดั ลอกขอ้ ความเกบ็ ไวท้ ี่คลิปบอร์ดวาง (Past) วางขอ้ ความที่เกบ็ ไวใ้ นคลปิ บอร์ดจดั รูปแบบตวั วาดรูป (Format Painter) จดั รูปแบบขอ้ มลู ใหเ้ หมือนตน้ ฉบบัเลิกทาํ (Undo) ยกเลิการกระทาํ คร้ังสุดทา้ ยทาํ ซ้าํ (Redo) ทาํ ซ้าํ การกระทาํ ท่ียกเลิกคร้ังหลงั สุดแทรกการเช่ือมโยงหลายมิติ (Hyperlink) เช่ือมโยงตาํ แหน่งเอกสารน้ีกบั เอกสารอ่ืนตารางและเสน้ ขอบ (Tables and Borders) แสดง/ซ่อนเคร่ืองมือตารางและเสน้ ขอบแทรกตาราง (Insert Table) สร้างตารางแทรกแผน่ งาน Excel (Insert Excel) แทรกตางรางขอ้ มลู ท่ีสร้างดว้ ย Excelสดมภ์ (Columns) จดั รูปแบบเอกสารแบบคอลมั น์รูปวาด (Drawing) แสดง/ซ่อนแถบเคร่ืองมือวาดแมบเอกสาร (Document Map) แสดง/ซ่อนแผนที่แสดงหวั ขอ้ เอกสารซ่อน/แสดง (Show/Hide) แสดง/ซ่อน อกั ขระท่ีไมพ่ ิมพ์ เคร่ืองหมาย ยอ่ หนา้ ยอ่ /ขยาย (Zoom) ยอ่ /ขยายหนา้ จอเอกสารวธิ ีใช้ (Office Assistant) เรียกเมนูวธิ ีใช้ แสดงหวั ขอ้ และคาํ แนะนาํ วธิ ีใช้3. จงอธบิ ายวธิ กี ารใชง านของโปรแกรม Microsoft Office Word 2010
การเรยี กใชง านโปรแกรม Microsoft Office Word 20101. คลิกท่ีปุม start2. เลอ่ื นเมาสไ ปท่ี All programs3. เลื่อนเมาสไปที่ Microsoft office แลว เลื่อนเมาส4. คลิกท่ี Microsoft office word 20105. โปรแกรม Microsoft Word 2010 จะถูกเปดขึน้ มา บันทกึ หลงั การสอน
หนว ยที่ 2 เร่ือง การประยกุ ตใชโปรแกรมประมวลผลคาํผลการใชแผนการเรยี นรู 1. เน้ือหาสอดคลองกบั วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 2. กจิ กรรมการสอนเหมาะสมกบั เนอ้ื หาและเวลาที่กําหนด 3. เนอื้ หาสอดคลอ งกบั วัตถปุ ระสงคเชิงพฤติกรรมผลการเรยี นของผเู รียน 1. นักศึกษาสวนใหญมีความเขา ใจในบทเรียน การอภปิ รายตอบคําถาม และรว มกันปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ีไดรับมอบหมายได 2. นักศึกษากระตือรอื รนและรบั ผดิ ชอบในการทาํ งาน เพอื่ ใหงานสําเรจ็ และทันตามเวลาท่ีกําหนด 3. นักศกึ ษาอธิบายความรเู บ้อื งตนเกีย่ วกบั คอมพิวเตอรและระบบปฏบิ ัตกิ ารไดผลการสอนของครผู สู อน 1. สอนทนั ตามเวลาทกี่ ําหนด 2. ปรบั เร่อื งเวลาใหน กั เรยี นไดคน ควาหาความรเู พิ่มเติมจาก Web
แผนการสอน/แผนการเรียนรูภ าคทฤษฎี แผนการสอน/การเรยี นรูภาคทฤษฎี หนวยท่ี 2ชือ่ วิชา คอมพวิ เตอรและสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี สอนสปั ดาหท ่ี 3-6ชอื่ หนว ย การประยกุ ตใ ชโ ปรแกรมตารางงานการแสดงผล คาบรวม 12ขอ มูลชอ่ื เรอื่ ง เรอื่ ง การประยุกตใชโ ปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอมูล จาํ นวนคาบ 3หวั ขอ เรอ่ื ง การประยุกตใ ชโปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอมูล ดา นความรู 3.1 สว นประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 3.2 การสรา งเปด ปด และบนั ทกึ แฟมงาน 3.3 ชนิดของขอมูลและการจัดการขอ มูลในเซลล 3.4 การจัดแถวคอลัมน การกําหนดรูปแบบเซลลและการจดั การแผนงาน 3.5 ประเภทของสูตรและวธิ กี ารปอนสตู ร 3.6 การคํานวณโดยใชสตู ร 3.7 ประเภทของฟงกช ันและฟง กชันทใี่ ชงานบอ ย 3.8 การอางองิ เซลล 3.9 การคํานวณโดยใชฟ งกชนัดา นทกั ษะ 1. การจัดการขอ มลู ในเซลลไ ด 2. การคาํ นวณโดยใชสูตรใน Microsoft Office Excel 2010 ได 3. แยกประเภทของสูตรและวิธกี ารปอ นสตู รไดดา นจติ พิสัย 1. เหน็ ประโยชนของ Microsoft Office Excel 2010สาระสําคญั โปรแกรม Microsoft Excel มีโปรแกรมสเปรดชตี ในระบบ Microsoft Office คณุ สามารถใช Excelเพ่ือสราง และจัดรปู แบบเวิรก บุก (คอลเลกชันของสเปรดชีต) เพ่ือวเิ คราะหขอ มลู และตัดสนิ ใจแบบเพ่ิมเติมทางธรุ กจิ มอบ คุณสามารถใช Excel เพ่ือตดิ ตามขอมูล สรางตัวแบบสาํ หรับการวิเคราะหขอมลู เขียนสูตรเพ่ือทาํ การคาํ นวณขอมลู pivot ขอ มลู ในหลายวธิ ี และขอมูลทีน่ ําเสนอในรูปแบบตาง ๆ ของแผนภูมิการคน หาแบบมืออาชีพสมรรถนะอาชพี ประจําหนว ย
จดุ ประสงคก ารสอน/การเรียนรู • จดุ ประสงคท วั่ ไป / บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง 1. บอกสว นประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 ได 2. อธิบายเคร่ืองมือของ Microsoft Office Excel 2010 ได 3. อธิบายการจดั การขอมลู ในเซลลได 4. การจัดการขอมลู ในเซลลได 5. การคํานวณโดยใชส ตู รใน Microsoft Office Excel 2010 ได 6. แยกประเภทของสูตรและวิธีการปอ นสตู รได 7. เห็นประโยชนข อง Microsoft Office Excel 2010 8. ฝกการตรงตอ เวลาตง้ั แตเ ริ่มเขาเรียนจนกระทง่ั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเสรจ็ เรยี บรอยจุดประสงคเ ชิงพฤตกิ รรม / บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง ดา นความรู 1. บอกสว นประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 ได 2. อธบิ ายเครื่องมอื ของ Microsoft Office Excel 2010 ได 3. อธิบายการจดั การขอ มูลในเซลลได ดานทักษะ 4. การจดั การขอมลู ในเซลลได 5. การคํานวณโดยใชสูตรใน Microsoft Office Excel 2010 ได 6. แยกประเภทของสูตรและวิธีการปอนสูตรได ดา นจติ พิสัย 7. เหน็ ประโยชนข อง Microsoft Office Excel 2010 ดา นคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8. ฝกการตรงตอเวลาตง้ั แตเ ร่ิมเขา เรยี นจนกระท่ังปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเสร็จเรยี บรอ ยเน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู
• ดา นความร(ู ทฤษฎ)ี ) (จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรมขอที่ 1 - 3 )สว นประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 1. แถบชือ่ เร่ือง (Title bar) เปน สว นบนของหนาตา งซึง่ ใชใ นการแสดงชอ่ื ของโปรแกรมและชอื่ สมดุ งาน 2. แถบเคร่ืองมือดวน (Quick Access toolbar) เปนแถบเคร่ืองมือทรี่ วมปมุ คําส่ังที่ตองใชบ อ ย ๆ 3. ปุมควบคมุ หนา ตา งโปรแกรม (Control Box) ใชสําหรับควบคุมการทํางานของโปรแกรม มี 3 ปุม คือปุม ยอหนา ตาง/ ปมุ ขยายหนา ตาง /และปุมปด 4. ริบบอน (Ribbon) เปน สวนท่แี สดงคําสง่ั ท้ังหมดของโปรแกรม 5. แถบสูตร (Formula bar) เปนสวนทใ่ี ชใ นการพิมพขอมูลหรือสูตรการคาํ นวณทจี่ ะปอ นเขา สู Excel หรือ แสดงขอ มลู ท่กี าํ ลังแกไข 6. กลองชื่อ (Name Box) ใชส ําหรับแสดงตาํ แหนงเซลล หรือชือ่ กลมุ เซลล 7. พน้ื ท่ีทาํ การ (Worksheet) เปน พ้นื ทข่ี องแผน งานทเ่ี ราสรางหรือเรียกใช ซ่ึงจะแสดงแผนงาน ชอื่ Sheet 1 8. แถบสถานะ (Status bar) เปน สว นลา งสุดของหนาตา ง ดานซายจะแสดงสถานะการทํางานของคําสั่งท่ี เราเรยี กใช ดานขวาแสดงปุมการเลอื กมมุ มองเครอ่ื งมือของ Microsoft Office Excel 2010แถบเครื่องมอื Ribbon บน Excel
เน่ืองจากเคร่ืองมือตาง ๆ ใน Excel 2010 ไดถูกรวบรวมเขาไวในแถบเคร่ืองมือ Ribbon ท่ีเราตองใชงานตลอดระหวางการสรางตารางบน Excel เราจะมาทําความเขาใจการทาํ งานและไปดูแท็บตาง ๆ บนแถบเครื่องมือRibbon กัน1. แถบชื่อ (Title Bar) คือสวนที่แสดงชื่อ ของโปรแกรมนั้น ซึ่งคือ Microsoft Excel แสดงช่ือของแฟมหรือสมุดงานแทน2. แถบคําส่ัง (Menu Bar) คือแถวที่รวมคําสั่งที่ใชในการทํางานไดแก แฟม(File) แกไข(Edit) มุมมอง(View)แทรก(Insert) รปู แบบ(Format) เครอ่ื งมือ(Tool) ขอ มูล(Data) หนา ตา ง(Window) ตวั ชว ย(Help)3. แถบเคร่ืองมือ(Tool Bar) เปนแถบที่ใชแสดงเครื่องมือสําหับส่ังให Microsoft Excel ทํางานในเรื่องตางๆไดแก3.1 แถบเครอ่ื งมือมาตรฐาน(Standard Tool Bar)3.2 แถบเคร่ืองมือจดั รูปแบบ (Formating Tool Bar)3.3 แถบเคร่ืองมือรปู วาด (Drawing Tppl Bar)4. แถบสตู ร (Formular Bar) เปนสวนท่ีใชแสดงขอ มลู และสตู รตา ง ๆ ในเซลลทเี่ รากําลงั ทํางานอยู ใชป อนขอมูลและแกไ ขขอ มลู5. แถบชีตงาน (Sheet Bar) แสดงช่ือชีทงานทีใ่ ชง านอยู
6. แถบสถานะ (Status Bar) เปนสว นทแ่ี สดงสถานะการทาํ งานของ Excel และแปน พิมพ7. แถบเลือ่ น (Scroll Bar) ใชเลอ่ื นเอกสารไปซาย – ขวา หรือ เล่ือนขน้ึ – ลง8. ตวั ชี้เซลล (Active Cell) คือเซลลืท่ีกาํ ลังถูกใชงานในขณะนัน้ เซลลที่เปนแอกทีพเซลลจะมเี สนกรอบแบบสดี ําลอมรอบอยู9. สมดุ งาน (Work Book)คือ ไฟลทสี่ รางจากExcel ซ่ึงประกอบ Work sheet หลายแผน มารวมกนั10. แผนงาน(Work Sheet) หมายถึงพ้ืนท่ีสวนที่ใชเปฯกระดาษคํานวณมีลักษณะเปนตาราง เราสามารถปอนขอ มูลและสตูการจดั การขอ มลู ในเซลลไ ด มีเคร่อื งมอื ทส่ี นบั สนุนการกําหนดรปู แบบเซลลและขอมูลใหต รงกับความตองการของงานแตละงานไดเปนอยางดีการกําหนดรปู แบบของเซลลแ ละขอมูลที่ดีนนั้ จะทําใหเอกสารที่ไดมคี วามถูกตอง สวยงาม งายตอการใชงาน สวนใหญแ ลวเครือ่ งมือตางๆ ใน Microsoft Excel 2007 นน้ั มีการทํางานเหมือนกับเวอรชัน่ กอ นหนา นี้เพียงแตถูกนาํ มาจัดวางในสว นติดตอกับผใู ชใ หมเ พือ่ ใหส ามารถเขา ถึงเคร่ืองมือตางๆ ไดส ะดวกและรวดเร็วมากยง่ิ ขึ้น โดยไดรวบรวมเครอื่ งมือทีส่ าํ คัญในการจัดรปู แบบขอมูลไวท่แี ทบ็ Home ซ่งึ แตล ะกลมุ เครื่องมือมี รายละเอยี ดดังนี้ - Font : จดั การเกย่ี วกบั แบบ ขนาด ลักษณะ สีพน้ื หลงั ของตัวอกั ษร และของเซลล - Alignment : จดั การเกี่ยวกับตาํ แหนงของตัวอกั ษร หรอื ขอ ความในเซลล - Number : จดั การเกย่ี วกับการแสดงผลของตวั เลข - Style : จัดการรปู แบบเซลลอตั โิ นมตั ริ ปู แบบตาราง รูปแบบการแสดงผลตามเง่ือนไข - Cell : จดั การรปู แบบของเซลลใ น Worksheet - Editing : จัดการขอมูลใน Worksheet เชน ใสส ตู รอยา งงาย กรอง หรอื คน หาขอมูล
• ดานทกั ษะ+ดานจติ พิสัย (ปฏบิ ตั +ิ ดา นจิตพสิ ัย) (จุดประสงคเชิงพฤตกิ รรมขอ ที่ 4-7 )1. ใบงานหนว ยที่ 22. แบบฝก หดั หนวยที่ 23. กิจกรรมการเรียนรู• ดานคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง (จุดประสงคเ ชิงพฤตกิ รรมขอ ที่ 8 ) 8. ฝกการตรงตอเวลาตงั้ แตเริ่มเขาเรียนจนกระทง่ั ปฏิบัตกิ ิจกรรมเสรจ็ เรยี บรอ ยกิจกรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรยี นรู
ขั้นตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครูผูสอน ข้นั ตอนการเรียนรูห รือกิจกรรมของผูเ รยี น1. ขั้นนาํ เขา สบู ทเรยี น ( 80 นาที ) 1. ขั้นนาํ เขา สูบทเรยี น ( 80 นาที )1.ครูผูสอนทักทายผูเรียนดวยความเปนกันเองและ 1.ผูเรียนกลาวสวัสดีครูผูสอนและเช็คชื่อเขาเรียนตรวจสอบรายช่ือผูเขาเรียน 2.ผูเรียนเตรียมอุปกรณและ ฟงครูผูสอนแนะนํา2.ครูผูสอนจัดเตรียมเอกสาร พรอมกับแนะนํา จุดประสงค โครงสรางเนื้อหาของบทเรียนและจุดประสงค โครงสรางเนื้อหาของบทเรียนและวิธกี าร วิธีการใหค ะแนนและวธิ ีการเรียนใหค ะแนนและวธิ กี ารเรียน 3 . ผู เ รี ยน ค น ค ว า เ นื ้อ ห า เ กี ่ย ว ก ับ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง3 . ค รูผูส อ น ใ หผูเรียนคน ค วา เ นื้อ ห า เ กี่ย ว ก ับ เทคโนโลยีสารสนเทศ ลักษณะสําคัญเทคโนโลยีความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ ลักษณะสําคัญ สารสนเทศ องคป ระกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศเทคโนโลยีสารสนเทศ องคประกอบของเทคโนโลยี 4.ผูเรียนแสดงความรู โดยยกตัวอยางเทคโนโลยี สารสนเทศทผ่ี ูเรยี นรูจกั พรอมใหเหตผุ ลประกอบสารสนเทศ4.ครูผูสอนใหผูเรียนแสดงความรู โดยตั้งคําถามใหผูเ รียนยกตัวอยางเทคโนโลยสี ารสนเทศทผ่ี เู รียนรูจ กั 2. ขนั้ ใหความรู ( 360 นาที )2. ขน้ั ใหค วามรู ( 360 นาที ) 1.ผูเรียนฟงครูผูสอนอธิบายเนือ้ หาเกย่ี วกับบทเรียน 1.ครผู สู อนอธิบายเนื้อหาเก่ียวกบั บทเรียนวิชา วิชา คอมพิวเตอรและสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี หนวยที่ 2 เร่ือง การประยุกตใ ชโปรแกรมประมวลผลคอมพวิ เตอรและสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพหนวยที่ 3 คํา และศึกษาเอกสารประกอบการเรยี น หนว ยที่ 3เร่ือง การประยุกตใ ชโ ปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอมลู 2.ผูเรียนรวมกันอธิบายพรอมยกตัวอยางความรูและใหผเู รียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียนหนวยท่ี 3 เบื้องตนเกี่ยวกับคอมพิวเตอรและระบบปฏิบัติการ 2.ครูผูส อนแล ะผูเรียนรว มกันอธิบายพรอม ตามที่ไดศกึ ษาจากบทเรยี นยกตัวอยางความรูเบื้องตนเก่ียวกับคอมพิวเตอรและระบบปฏิบัติการ ตามท่ไี ดศกึ ษาจากบทเรียน 3. ข้นั ประยกุ ตใ ช ( 200 นาที ) 1.ผเู รียนทาํ ใบงานหนว ยท่ี 33. ข้ันประยกุ ตใช ( 200 นาที ) 2.ผเู รียนทําแบบฝก หัดหนว ยท่ี 3 1.ครผู ูสอนใหผ ูเรยี นทาํ ใบงานหนว ยที่ 3 3.ผูเ รยี นคน ควาหาความรเู พิ่มเติมจาก Web2.ครผู ูสอนใหผ ูเรียนทําแบบฝก หัดหนว ยท่ี 33.ครูผูสอนเปดโอกาสใหผูเรียนคนควาหาความรูเพิม่ เตมิ จาก Web กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู
ขัน้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครผู ูสอน ขัน้ ตอนการเรยี นรหู รือกิจกรรมของผูเรียน4. ข้ันสรุปและประเมนิ ผล ( 80 นาที ) 4. ข้นั สรปุ และประเมินผล ( 80 นาที )1.ครูผูสอนและผูเรียนรวมกันสรุปเน้ือหาท่ีไดเรียน 1.ครผู สู อนและผเู รียนรวมกนั สรุปเนื้อหาที่ไดเรยี นใหใหมคี วามเขา ใจในทิศทางเดยี วกนั มีความเขา ใจในทศิ ทางเดียวกัน2.ครูผูสอนใหผ เู รียนทํากจิ กรรมบรู ณาการเศรษฐกิจ 2.ผูเรยี นทํากจิ กรรมบูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี งพอเพยี ง(บรรลุจดุ ประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขอท่ี 1-3 ) (บรรลจุ ดุ ประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขอท่ี 1-3 )(รวม 720 นาที หรือ 3 คาบเรียน)งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรมการวัดผลและประเมินผล กอ นเรียน
1. จัดเตรยี มเอกสาร ส่ือการเรยี นการสอน หนว ยท่ี 3 2. ทําความเขาใจเกย่ี วกบั จดุ ประสงคการเรียนของหนวยท่ี 3 และใหค วามรวมมือในการทาํ กจิ กรรมใน หนว ยที่ 3 3. ตอบคาํ ถามกอ นเรยี น โดยการถาม – ตอบ หนวยท่ี 3 ขณะเรยี น 1. ปฏิบัตติ ามใบงานหนว ยที่ 3 เร่ือง การประยุกตใชโ ปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอมูล 2. รวมกันสรปุ เนื้อหาหนว ยท่ี 3 เรื่อง การประยกุ ตใชโ ปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอมูล 3. รวมกนั ทํากจิ กรรมการเรียนรู หลังเรยี น 1. ทาํ แบบฝกหดั หนว ยท่ี 3 เรอ่ื ง การประยกุ ตใชโ ปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอ มลู 2. ทําแบบประเมินการเรยี นรูคําถาม 1. บอกสวนประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 ได 2. อธิบายเคร่อื งมอื ของ Microsoft Office Excel 2010 ได 3. อธิบายการจัดการขอมลู ในเซลลไ ดผลงาน/ชน้ิ งาน/ความสําเรจ็ ของผเู รยี น 1. ใบงาน 2. แบบฝก หัด 3. กจิ กรรมสมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค ผเู รียนสรา งความเขาใจเก่ยี วกับ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคอมพวิ เตอรแ ละระบบปฏิบตั ิการ 1. วิเคราะหและตีความหมาย 2. ตง้ั คาํ ถาม 3. อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง 4. การประยุกตค วามรูสงู านอาชีพสมรรถนะการปฏบิ ตั ิงานอาชพี การปลกู ฝง ใหมีความรบั ผิดชอบ มคี วามคิดรเิ ริ่มสรางสรรค และมคี วามซ่อื สตั ยในอาชพี ของตน
สมรรถนะการขยายผล ความสอดคลอง ความรูเบ้อื งตนเก่ียวกับคอมพวิ เตอรและระบบปฏิบัติการ ทําใหผูเรียนมีความรูเ พ่ิมขึ้น เมื่อผูเรียนไดเ รยี นรูทําใหมคี วามรูในเร่ืองพน้ื ฐานการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอรม ากข้นึส่ือการเรียนการสอน/การเรยี นรูสื่อสงิ่ พิมพ 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า คอมพวิ เตอรและสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ (ภาษาปาสคาล) 2. ใบความรู 3. ใบงาน 4. แบบฝกหดั 5. เครือ่ งฉายขา มศรี ษะส่ือโสตทศั น (ถามี) 1. บทเรียนหนวยที่ 3 เรอ่ื ง การประยุกตใ ชโปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอมูล (PowerPoint)สอ่ื ของจริง 1. เว็บไซต (คน ควา หาความรเู พิ่มเตมิ ) แบบประเมนิ ผลการนําเสนอผลงานชอ่ื กลมุ ……………………………………………………………ช้นั ………………………หอ ง...........................
รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียนรู • จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรมขอที่ 1 บอกสวนประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 ได1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ2. เครือ่ งมือ : แบบทดสอบ3. เกณฑก ารใหค ะแนน : บอกสว นประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 ได จะได 1 คะแนน• จดุ ประสงคเ ชิงพฤติกรรมขอที่ 2 อธบิ ายเคร่อื งมือของ Microsoft Office Excel 2010 ได1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ2. เครื่องมอื : แบบทดสอบ3. เกณฑการใหคะแนน : อธิบายเครื่องมือของ Microsoft Office Excel 2010 ได จะได 1 คะแนน• จดุ ประสงคเ ชิงพฤติกรรมขอที่ 3 อธบิ ายการจดั การขอมลู ในเซลลไ ด1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ2. เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ3. เกณฑการใหคะแนน : อธบิ ายการจัดการขอมูลในเซลลได5555555555555555555555555จะได 1 คะแนน
ใบงานหนวยที่ 3 เรื่อง การประยุกตใชโปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอ มลูคาํ สั่ง 1. ใหน กั เรยี นออกแบบตารางการเกบ็ ขอมลู ดงั ตอไปนี้ 1.1 ชอื่ -นามสกลุ เพื่อนรว มช้ันท้ังหอง 1.2 วัน/เดือน/ป อายุ 1.3 ทอ่ี ยู 1.4 เบอรโ ทรศัพท
แบบฝกหัดหนวยที่ 3 เรอ่ื ง การประยุกตใ ชโ ปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอ มลู 1. บอกสว นประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 ได ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. อธบิ ายเคร่อื งมือของ Microsoft Office Excel 2010 ได ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. อธบิ ายการจดั การขอมลู ในเซลลไ ด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………รายชื่อสมาชกิ
1……………………………………เลขที่…….…. 2……………………………………เลขที่…….…. 3……………………………………เลขที่…….…. 4……………………………………เลขท่ี…….….ที่ รายการประเมนิ คะแนน ขอ คิดเห็น 32 11 เนอ้ื หาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรเู กย่ี วกับเน้อื หา ความถูกตอง ปฏิภาณในการตอบ และการแกไขปญ หาเฉพาะหนา)2 รูปแบบการนาํ เสนอ3 การมีสว นรวมของสมาชิกในกลมุ4 บคุ ลกิ ลักษณะ กิริยา ทาทางในการพูด นาํ้ เสียง ซ่งึ ทาํ ใหผ ูฟงมีความ สนใจ รวม ผูประเมิน…………………………………………………เกณฑก ารใหคะแนน1. เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชัดเจนถกู ตอง 3 คะแนน = มสี าระสําคญั ครบถวนถูกตอ ง ตรงตามจุดประสงค 2 คะแนน = สาระสําคญั ไมครบถว น แตตรงตามจุดประสงค 1 คะแนน = สาระสําคญั ไมถ กู ตอ ง ไมตรงตามจดุ ประสงค2. รูปแบบการนาํ เสนอ 3 คะแนน = มรี ูปแบบการนาํ เสนอที่เหมาะสม มกี ารใชเทคนคิ ที่แปลกใหม ใชส ่ือและเทคโนโลยี ประกอบการ นําเสนอทนี่ าสนใจ นําวสั ดุในทอ งถิ่นมาประยุกตใ ชอยางคมุ คา และประหยดั 2 คะแนน = มเี ทคนิคการนาํ เสนอทแ่ี ปลกใหม ใชส อ่ื และเทคโนโลยปี ระกอบการนาํ เสนอท่นี าสน ใจ แต ขาดการประยุกตใช วัสดุในทอ งถน่ิ 1 คะแนน = เทคนคิ การนําเสนอไมเ หมาะสม และไมน าสนใจ3. การมสี ว นรว มของสมาชิกในกลุม 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมสี ว นรว มกจิ กรรมกลมุ 2 คะแนน = สมาชกิ สว นใหญม ีบทบาทและมีสว นรวมกิจกรรมกลุม 1 คะแนน = สมาชิกสวนนอยมีบทบาทและมีสวนรวมกิจกรรมกลุม4. ความสนใจของผฟู ง 3 คะแนน = ผฟู ง มากกวา รอ ยละ 90 สนใจ และใหความรว มมือ 2 คะแนน = ผฟู ง รอ ยละ 70-90 สนใจ และใหค วามรวมมือ 1 คะแนน = ผฟู งนอยกวารอยละ 70 สนใจ และใหค วามรวมมอื แบบประเมินกระบวนการทาํ งานกลุม ชื่อกลุม……………………………………………ชั้น………………………หอง...........................รายชอ่ื สมาชิก 2……………………………………เลขท่ี……. 1……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี…….ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอคิดเห็น1 การกําหนดเปา หมายรวมกัน 3212 การแบงหนา ทีร่ บั ผดิ ชอบและการเตรียมความพรอม3 การปฏิบัตหิ นาทที่ ่ีไดร ับมอบหมาย4 การประเมนิ ผลและปรบั ปรุงงาน รวม ผูประเมิน………………………………………………… วนั ท…่ี ………เดอื น……………………..พ.ศ…………...เกณฑก ารใหคะแนน1. การกําหนดเปา หมายรว มกนั 3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมสี วนรว มในการกําหนดเปาหมายการทาํ งานอยางชัดเจน 2 คะแนน = สมาชิกสวนใหญมสี วนรวมในการกาํ หนดเปา หมายในการทํางาน 1 คะแนน = สมาชกิ สวนนอ ยมสี ว นรว มในการกาํ หนดเปา หมายในการทํางาน2. การหนา ทร่ี ับผดิ ชอบและการเตรียมความพรอ ม 3 คะแนน = กระจายงานไดท ั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี สอ่ื / อุปกรณไวอ ยางพรอมเพรยี ง 2 คะแนน = กระจายงานไดท ่วั ถึง แตไมตรงตามความสามารถ และมสี ่อื / อุปกรณไวอยา งพรอ มเพรยี ง แตขาด การจดั เตรยี มสถานที่ 1 คะแนน = กระจายงานไมทว่ั ถึงและมีสือ่ / อุปกรณไ มเพยี งพอ3. การปฏบิ ัติหนา ที่ที่ไดร บั มอบหมาย 3 คะแนน = ทํางานไดส ําเรจ็ ตามเปาหมาย และตามเวลาท่ีกาํ หนด 2 คะแนน = ทาํ งานไดส าํ เรจ็ ตามเปา หมาย แตชากวา เวลาทก่ี าํ หนด 1 คะแนน = ทาํ งานไมส าํ เร็จตามเปา หมาย4. การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน 3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนรวมปรึกษาหารอื ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเปนระยะ 2 คะแนน = สมาชกิ บางสว นมสี วนรว มปรกึ ษาหารือ แตไ มปรบั ปรงุ งาน 1 คะแนน = สมาชิกบางสว นมสี ว นรวมไมม สี ว นรว มปรกึ ษาหารือ และปรบั ปรงุ งาน
เฉลยแบบฝก หดั หนวยที่ 3 เร่อื ง การประยกุ ตใชโปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอมลู1.บอกสวนประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 ได สวนประกอบของ Microsoft Office Excel 2010 1. แถบชอ่ื เรื่อง (Title bar) เปน สวนบนของหนาตา งซ่งึ ใชใ นการแสดงชื่อของโปรแกรมและช่อื สมดุ งาน 2. แถบเคร่ืองมือดวน (Quick Access toolbar) เปน แถบเครื่องมือที่รวมปมุ คําสง่ั ทต่ี องใชบ อ ย ๆ 3. ปุมควบคุมหนา ตางโปรแกรม (Control Box) ใชสาํ หรับควบคุมการทาํ งานของโปรแกรม มี 3 ปุม คอื ปุม ยอหนา ตาง/ ปุมขยายหนา ตาง /และปุม ปด 4. ริบบอน (Ribbon) เปนสวนทแี่ สดงคําสง่ั ทัง้ หมดของโปรแกรม 5. แถบสูตร (Formula bar) เปนสว นที่ใชในการพิมพขอมูลหรอื สูตรการคํานวณท่ีจะปอนเขา สู Excel หรือ แสดงขอมูลทก่ี าํ ลังแกไข 6. กลองชอื่ (Name Box) ใชสําหรับแสดงตําแหนงเซลล หรือชื่อกลุม เซลล 7. พืน้ ทีท่ ําการ (Worksheet) เปน พื้นทีข่ องแผนงานที่เราสรางหรือเรยี กใช ซึง่ จะแสดงแผน งาน ชือ่ Sheet 1 8. แถบสถานะ (Status bar) เปน สวนลา งสดุ ของหนา ตา ง ดานซายจะแสดงสถานะการทํางานของคาํ สั่งท่เี รา เรยี กใช ดา นขวาแสดงปุมการเลอื กมุมมอง2.อธิบายเครอื่ งมือของ Microsoft Office Excel 2010 ได
เครอื่ งมือของ Microsoft Office Excel 2010แถบเครื่องมือ Ribbon บน Excel เน่ืองจากเครื่องมือตาง ๆ ใน Excel 2010 ไดถูกรวบรวมเขาไวในแถบเคร่ืองมือ Ribbon ท่ีเราตองใชงานตลอดระหวางการสรางตารางบน Excel เราจะมาทําความเขาใจการทํางานและไปดูแท็บตาง ๆ บนแถบเคร่ืองมือRibbon กนั1. แถบชื่อ (Title Bar) คือสวนที่แสดงชื่อ ของโปรแกรมนั้น ซ่ึงคือ Microsoft Excel แสดงช่ือของแฟมหรือสมุดงานแทน2. แถบคําสั่ง (Menu Bar) คือแถวท่ีรวมคําสั่งท่ีใชในการทํางานไดแก แฟม(File) แกไข(Edit) มุมมอง(View)แทรก(Insert) รูปแบบ(Format) เคร่อื งมอื (Tool) ขอมลู (Data) หนาตา ง(Window) ตัวชวย(Help)3. แถบเครอ่ื งมอื (Tool Bar) เปน แถบที่ใชแสดงเครื่องมือสําหบั สง่ั ให Microsoft Excel ทํางานในเรื่องตางๆ ไดแ ก3.1 แถบเครอื่ งมอื มาตรฐาน(Standard Tool Bar)3.2 แถบเคร่อื งมือจัดรูปแบบ (Formating Tool Bar)3.3 แถบเครื่องมอื รูปวาด (Drawing Tppl Bar)4. แถบสูตร (Formular Bar) เปนสวนท่ีใชแสดงขอมูลและสูตรตาง ๆ ในเซลลท่ีเรากําลังทํางานอยู ใชปอนขอมูลและแกไขขอ มูล5. แถบชตี งาน (Sheet Bar) แสดงชอ่ื ชีทงานทีใ่ ชงานอยู6. แถบสถานะ (Status Bar) เปนสวนทีแ่ สดงสถานะการทํางานของ Excel และแปนพมิ พ
7. แถบเล่อื น (Scroll Bar) ใชเล่อื นเอกสารไปซา ย – ขวา หรอื เล่อื นขน้ึ – ลง8. ตัวชี้เซลล (Active Cell) คือเซลลืท่ีกําลังถูกใชงานในขณะนั้น เซลลท่ีเปนแอกทีพเซลลจะมีเสนกรอบแบบสีดําลอมรอบอยู9. สมดุ งาน (Work Book)คอื ไฟลทีส่ รางจากExcel ซึง่ ประกอบ Work sheet หลายแผน มารวมกนั10. แผนงาน(Work Sheet) หมายถึงพื้นท่ีสวนที่ใชเปฯกระดาษคํานวณมีลักษณะเปนตาราง เราสามารถปอนขอมลู และสูต3.อธิบายการจดั การขอมูลในเซลลได การจดั การขอมูลในเซลลไ ด มีเครือ่ งมอื ทีส่ นับสนุนการกําหนดรปู แบบเซลลแ ละขอมลู ใหตรงกบั ความตองการของงานแตละงานไดเ ปนอยางดีการกําหนดรปู แบบของเซลลและขอมูลที่ดีนั้นจะทําใหเ อกสารท่ีไดมีความถูกตอง สวยงาม งายตอการใชง าน สว นใหญแลว เคร่อื งมือตา งๆ ใน Microsoft Excel 2007 นนั้ มกี ารทาํ งานเหมือนกบั เวอรชนั่ กอ นหนานีเ้ พียงแตถูกนาํ มาจัดวางในสว นตดิ ตอ กับผูใ ชใ หมเ พื่อใหส ามารถเขา ถึงเครอ่ื งมอื ตางๆ ไดส ะดวกและรวดเร็วมากยิง่ ขึ้น โดยไดรวบรวมเคร่อื งมอื ทสี่ ําคัญในการจดั รูปแบบขอมลู ไวทแ่ี ท็บ Home ซึ่งแตละกลมุ เครื่องมอื มี รายละเอยี ดดังน้ี - Font : จดั การเกย่ี วกบั แบบ ขนาด ลักษณะ สีพนื้ หลงั ของตัวอักษร และของเซลล - Alignment : จดั การเก่ียวกบั ตาํ แหนง ของตัวอกั ษร หรือขอ ความในเซลล - Number : จดั การเกี่ยวกับการแสดงผลของตัวเลข - Style : จัดการรูปแบบเซลลอตั ิโนมัตริ ปู แบบตาราง รปู แบบการแสดงผลตามเงื่อนไข - Cell : จัดการรปู แบบของเซลลใน Worksheet - Editing : จัดการขอมลู ใน Worksheet เชน ใสสตู รอยางงาย กรอง หรอื คน หาขอมูล บันทึกหลงั การสอน
หนว ยที่ 3 เรื่อง การประยุกตใชโ ปรแกรมตารางงานการแสดงผลขอมลูผลการใชแ ผนการเรียนรู 1. เนือ้ หาสอดคลองกบั วัตถุประสงคเชงิ พฤติกรรม 2. กิจกรรมการสอนเหมาะสมกบั เนือ้ หาและเวลาท่ีกําหนด 3. เน้อื หาสอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงคเชิงพฤติกรรมผลการเรียนของผูเ รียน 1. นกั ศึกษาสว นใหญมีความเขาใจในบทเรียน การอภปิ รายตอบคาํ ถาม และรวมกนั ปฏิบัตติ ามใบงานที่ไดรบั มอบหมายได 2. นกั ศึกษากระตือรอื รนและรับผิดชอบในการทาํ งาน เพอื่ ใหง านสาํ เรจ็ และทันตามเวลาท่กี ําหนด 3. นกั ศกึ ษาอธิบายความรเู บอ้ื งตนเก่ียวกบั คอมพวิ เตอรแ ละระบบปฏบิ ตั กิ ารไดผลการสอนของครผู ูส อน 1. สอนทันตามเวลาทก่ี ําหนด 2. ปรบั เรอื่ งเวลาใหน กั เรยี นไดคน ควา หาความรูเพิ่มเติมจาก Web
แผนการสอน/แผนการเรียนรภู าคทฤษฎีแผนการสอน/การเรียนรูภาคทฤษฎี หนว ยท่ี 4ชื่อวชิ า คอมพวิ เตอรและสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี สอนสปั ดาหที่ 3-6ชอ่ื หนว ย การประยุกตใ ชโปรแกรมนําเสนอ คาบรวม 12ช่ือเร่ือง เรอื่ ง การประยุกตใ ชโปรแกรมนําเสนอ จํานวนคาบ 3หวั ขอ เร่อื ง การประยกุ ตใ ชโ ปรแกรมนาํ เสนอ ดา นความรู 4.1 เริม่ ตนใชง านโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2010 4.2 การจัดภาพนง่ิ (Side) 4.3 การออกแบบการนาํ เสนอ 4.4 การใสเน้อื หาใหกบั ภาพน่งิ 4.5 การแทรกวตั ถลุ งในภาพนิ่ง 4.6 การใส Transition 4.7 การกาํ หนดการเคลื่อนไหวของวัตถุ (Animations) 4.8 การนาํ เสนอดวยมลั ติมเี ดีย (Hyperlink) 4.9 การเผยแพรง านนาํ เสนอดานทกั ษะ1. สามารถแทรกวัตถลุ งในภาพนิ่ง2. การกาํ หนดการเคลื่อนไหวของวัตถุ (Animations) ได3. การนําเสนอดวยมัลติมเี ดยี (Hyperlink) ไดดา นจิตพิสัย 1. เหน็ ประโยชนข อง Microsoft Office PowerPoint 2010สาระสาํ คญั โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2007 เปนโปรแกรมหนึ่งในตระกูล Microsoft Office เหมาะสาํ หรบั การจดั สรา งงานนาํ เสนอขอมลู (Presentation) สําหรับนําไปประยุกตใ ชในงานไดห ลายประเภท เชน การนาํ เสนอขอมลู สินคา และบริการ การจัดทาํ Slide Show การออกแบบแผนพบั เปน ตน
สมรรถนะอาชพี ประจาํ หนวยจุดประสงคการสอน/การเรียนรู • จุดประสงคท ่ัวไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. บอกสว นประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010 ได 2. อธิบายการทาํ งานของเครื่องมือ Microsoft Office PowerPoint 2010 ได 3. อธบิ ายการใสเ น้อื หาใหก บั ภาพนงิ่ ได 4. สามารถแทรกวตั ถุลงในภาพนิ่ง 5. การกําหนดการเคลื่อนไหวของวตั ถุ (Animations) ได 6. การนาํ เสนอดวยมลั ติมเี ดีย (Hyperlink) ได 7. เห็นประโยชนของ Microsoft Office PowerPoint 2010 8. ฝกการตรงตอเวลาตั้งแตเ ริ่มเขา เรียนจนกระท่งั ปฏบิ ัติกิจกรรมเสร็จเรียบรอ ย • จดุ ประสงคเ ชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง ดา นความรู 1. บอกสว นประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010 ได 2. อธิบายการทํางานของเคร่ืองมือ Microsoft Office PowerPoint 2010 ได 3. อธบิ ายการใสเ น้อื หาใหกับภาพนิง่ ได ดา นทักษะ 4. สามารถแทรกวัตถลุ งในภาพนิ่ง 5. การกําหนดการเคลื่อนไหวของวัตถุ (Animations) ได 6. การนําเสนอดวยมัลตมิ ีเดีย (Hyperlink) ได ดา นจติ พิสัย 7. เหน็ ประโยชนข อง Microsoft Office PowerPoint 2010 ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8. ฝก การตรงตอเวลาต้งั แตเริ่มเขาเรยี นจนกระทั่งปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเสร็จเรียบรอ ย
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู• ดานความรู(ทฤษฎ)ี ) (จดุ ประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขอ ที่ 1 - 3 )สว นประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010เคร่อื งมือ Microsoft Office PowerPoint 2010
แทรก(Insert) แสดงคาํ ส่ังเกยี่ วกับการแทรกตาราง แทรกภาพประกอบตา งๆแบง เปนกลุง คําสงั่ ตาราง(Tables)กลุม คาํ สั่ง การเช่อื มโยง (Links) กลุม คําสั่งขอความ(Text) และมีเดยี คลปิ (Media clips)ออกแบบ (Desing) แสดงคาํ ส่ังเกยี่ วกับการตง่ั หนา สไลด แบเปน กลุม คาํ สงั่ ตงั่ คา หนากระดาษ(Page setup)การตกแตงสไลดใสเอฟเฟกต กลุมคําส่ัง ชุดรูปแบบ (themes) และการใสพ้ืนหลัง กลุมคําส่ังพื้นหลัง(Background)ภาพเคลอ่ื นไหว (Animations) แสดงคาํ ส่งั เกยี่ วกบั การกาํ หนดภาพเคล่อื นไหวและการเปลยี่ นภาพนงิ่ แตละแผน แบงเปนกลมุ คําส่ังภาพเคลอ่ื นไหว(Animations) และกลุมคาํ สงั่ การเปล่ียนไปยงั ภาพนิ่ง(Transitions to This Slide)การนําเสนอภาพน่งิ (Slid show) แสดงคําส่ังเก่ียวกับการนําเสนองาน แบงเปนกลุมคําส่ัง เริ่มการนําเสนอภาพนิ่ง(Star slide show)การตั้งคา การนําเสนอ(Set Up) และกลมุ คาํ สง่ั จอภาพตรวจทาน (Review) แสดงคําส่ังเกีย่ วกับการนําเสนองาน แบง เปน กลุมคาํ ส่ัง เรม่ิ การนําเสนอภาพน่ิง(Profling)ขอ คิดเห็น (Comments) และกลมุ คําสัง่ ปองกันมมุ มอง (View) แสดงคาํ ส่งั เกี่ยวกบั การเลอื กมุมมองในการทาํ งานกับสไลดแ บงเปนกลุมคําสง่ั มุมมองการนําเสนอ(Presentation Views) กลุมคาํ ส่งั แสดง/ซอน( show/Hide)และกลมุ คาํ สงั่ ยอ /ขยาย (Zoom) สี่ระดับสีเทา(color/Grayscale) กลมุ คําสั่ง หนา ตา ง(Window)และกลมุ คําส่งั แมโคร(Micros)การใสเน้อื หาใหก บั ภาพนง่ิ
ขอ ความแสดงแทน (alt text หรือ Alt Text) จะปรากฏขน้ึ เมื่อคุณยายตัวชี้ไปบนรปู ภาพหรือวตั ถุนน้ัเพอ่ื ชวยใหค นท่ีใชโปรแกรมอานหนาจอเขา ใจเน้ือหาของภาพในงานนาํ เสนอของคุณได ขอความแสดงแทนในงานนาํ เสนอของคุณควรประกอบดวยวตั ถุตางๆ ดังตอไปน้ี - รูปภาพ - ภาพตัดปะ - แผนภูมิ - ตาราง - รปู รา ง (ท่ไี มมีขอความที่ไมอยูในกลุม ) - กราฟก SmartArt - กลมุ (วตั ถทุ ้งั หมดในรายการนี้ ยกเวน รูปราง ควรมขี อ ความแสดงแทนเมื่ออยูในกลุม ) - วัตถุฝง ตัว - แฟม วิ - ดีโอและเสียง• ดา นทักษะ+ดา นจติ พิสัย (ปฏิบตั +ิ ดานจติ พิสยั ) (จดุ ประสงคเชิงพฤตกิ รรมขอท่ี 4-7 )1. ใบงานหนว ยที่ 42. แบบฝกหัดหนวยที่ 43. กจิ กรรมการเรียนรู• ดา นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง (จดุ ประสงคเ ชงิ พฤตกิ รรมขอท่ี 8 ) 1. ฝก การตรงตอเวลาตงั้ แตเริ่มเขาเรียนจนกระทง่ั ปฏิบัตกิ ิจกรรมเสรจ็ เรยี บรอยกิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู
ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครผู สู อน ขั้นตอนการเรียนรูหรือกิจกรรมของผเู รียน1. ข้ันนําเขา สูบทเรียน ( 80 นาที ) 1. ขน้ั นาํ เขา สูบทเรยี น ( 80 นาที )1.ครูผูสอนทักทายผูเรียนดวยความเปนกันเองและ 1.ผูเรียนกลาวสวัสดีครูผูสอนและเช็คช่ือเขาเรียนตรวจสอบรายช่ือผูเขาเรียน 2.ผูเรียนเตรียมอุปกรณและ ฟงครูผูสอนแนะนํา2.ครูผูสอนจัดเตรียมเอกสาร พรอมกับแนะนํา จุดประสงค โครงสรางเนื้อหาของบทเรียนและจุดประสงค โครงสรางเน้ือหาของบทเรียนและวธิ กี าร วิธีการใหค ะแนนและวิธีการเรียนใหค ะแนนและวิธกี ารเรยี น 3 . ผู เ รี ยน ค น ค ว า เ นื ้อ ห า เ กี ่ย ว ก ับ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง3 . ค รูผูส อ น ใ หผูเรียนคน ค วา เ นื้อ ห า เ กี่ย ว ก ับ เทคโนโลยีสารสนเทศ ลักษณะสําคัญเทคโนโลยีความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ ลักษณะสําคัญ สารสนเทศ องคป ระกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศเทคโนโลยีสารสนเทศ องคประกอบของเทคโนโลยี 4.ผูเรียนแสดงความรู โดยยกตัวอยางเทคโนโลยี สารสนเทศท่ผี ูเรียนรูจ ัก พรอ มใหเหตุผลประกอบสารสนเทศ4.ครูผูสอนใหผูเรียนแสดงความรู โดยตั้งคําถามใหผูเ รียนยกตัวอยา งเทคโนโลยีสารสนเทศที่ผเู รียนรจู กั 2. ขน้ั ใหความรู ( 360 นาที )2. ขั้นใหความรู ( 360 นาที ) 1.ผเู รียนฟง ครูผูส อนอธิบายเนื้อหาเก่ียวกบั บทเรยี น 1.ครผู ูสอนอธิบายเน้ือหาเกี่ยวกับบทเรยี นวชิ า วชิ า คอมพวิ เตอรและสารสนเทศเพื่องานอาชพี หนวยที่ 2 เร่ือง การประยุกตใ ชโ ปรแกรมประมวลผลคอมพวิ เตอรและสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพหนว ยที่ 4 คํา และศึกษาเอกสารประกอบการเรียน หนว ยท่ี 4เรอื่ ง การประยุกตใ ชโปรแกรมนําเสนอ และใหผ ูเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียนหนว ยท่ี 4 2.ผูเรียนรวมกันอธิบายพรอมยกตัวอยางความรู 2.ครูผูส อนแล ะผูเรียนรว มกันอธิบายพรอม เบ้ืองตนเกี่ยวกับคอมพิวเตอรและระบบปฏิบัติการยกตัวอยางความรูเบื้องตนเกี่ยวกับคอมพิวเตอรและ ตามทไี่ ดศึกษาจากบทเรยี นระบบปฏิบัติการ ตามท่ีไดศกึ ษาจากบทเรยี น 3. ขัน้ ประยุกตใช ( 200 นาที )3. ขั้นประยกุ ตใ ช ( 200 นาที ) 1.ผูเรยี นทาํ ใบงานหนวยท่ี 4 1.ครผู ูสอนใหผ ูเรียนทําใบงานหนว ยท่ี 4 2.ผูเรยี นทําแบบฝก หัดหนว ยท่ี 4 3.ผูเรียนคนควา หาความรเู พ่มิ เติมจาก Web 2.ครผู ูส อนใหผ เู รยี นทาํ แบบฝก หดั หนว ยท่ี 43.ครูผูสอนเปดโอกาสใหผูเรียนคนควาหาความรูเพม่ิ เติมจาก Web กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรูขัน้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครูผูสอน ขน้ั ตอนการเรยี นรูห รอื กิจกรรมของผูเรียน
4. ขั้นสรุปและประเมนิ ผล ( 80 นาที ) 4. ขน้ั สรปุ และประเมนิ ผล ( 80 นาที )1.ครูผูสอนและผูเรียนรวมกันสรุปเน้ือหาที่ไดเรียน 1.ครผู สู อนและผูเรียนรว มกันสรปุ เน้ือหาทไี่ ดเ รียนใหใหม คี วามเขา ใจในทศิ ทางเดยี วกนั มีความเขาใจในทิศทางเดยี วกัน2.ครูผสู อนใหผูเรยี นทํากิจกรรมบรู ณาการเศรษฐกิจ 2.ผเู รียนทํากิจกรรมบรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี งพอเพยี ง(บรรลุจุดประสงคเชงิ พฤติกรรมขอท่ี 1-3 ) (บรรลจุ ุดประสงคเชงิ พฤติกรรมขอที่ 1-3 )(รวม 720 นาที หรอื 3 คาบเรียน)งานทีม่ อบหมายหรอื กจิ กรรมการวัดผลและประเมินผล กอนเรียน 1. จัดเตรียมเอกสาร สือ่ การเรยี นการสอน หนว ยท่ี 4
2. ทําความเขาใจเกยี่ วกับจดุ ประสงคการเรียนของหนว ยท่ี 4 และใหค วามรว มมอื ในการทาํ กิจกรรมใน หนว ยที่ 4 3. ตอบคําถามกอนเรยี น โดยการถาม – ตอบ หนว ยที่ 4 ขณะเรยี น 1. ปฏบิ ัติตามใบงานหนวยท่ี 4 เรอ่ื ง การประยกุ ตใชโ ปรแกรมนําเสนอ 2. รวมกนั สรุปเนื้อหาหนวยที่ 4 เรื่อง การประยุกตใชโ ปรแกรมนาํ เสนอ 3. รวมกนั ทาํ กจิ กรรมการเรยี นรู หลังเรียน 1. ทําแบบฝกหดั หนวยท่ี 4 เรื่อง การประยกุ ตใ ชโปรแกรมนาํ เสนอ 2. ทาํ แบบประเมนิ การเรยี นรูคําถาม 1. บอกสวนประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010 ได 2. อธบิ ายการทํางานของเครื่องมือ Microsoft Office PowerPoint 2010 ได 3. อธบิ ายการใสเ นอื้ หาใหกับภาพนิ่งไดผลงาน/ช้ินงาน/ความสาํ เรจ็ ของผเู รียน 1. ใบงาน 2. แบบฝก หัด 3. กจิ กรรมสมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค ผูเรียนสรางความเขาใจเกย่ี วกบั ความรูเบอ้ื งตน เกี่ยวกบั คอมพวิ เตอรและระบบปฏิบัตกิ าร 1. วเิ คราะหแ ละตคี วามหมาย 2. ตั้งคําถาม 3. อภปิ รายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง 4. การประยุกตความรูสงู านอาชีพสมรรถนะการปฏบิ ตั งิ านอาชพี การปลกู ฝง ใหมีความรบั ผดิ ชอบ มีความคดิ ริเร่ิมสรางสรรค และมีความซอื่ สตั ยในอาชีพของตนสมรรถนะการขยายผล ความสอดคลอง
ความรูเบ้อื งตนเก่ียวกับคอมพิวเตอรและระบบปฏิบตั ิการ ทําใหผูเรียนมีความรเู พิ่มขึ้น เมื่อผูเรียนไดเรยี นรูทาํ ใหม ีความรูใ นเรอ่ื งพืน้ ฐานการเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอรมากข้นึสือ่ การเรยี นการสอน/การเรยี นรูส่ือส่งิ พิมพ 1. เอกสารประกอบการสอนวิชา คอมพวิ เตอรและสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ (ภาษาปาสคาล) 2. ใบความรู 3. ใบงาน 4. แบบฝกหดั 5. เครือ่ งฉายขามศรี ษะสือ่ โสตทัศน (ถามี) 1. บทเรียนหนวยที่ 4 เรื่อง การประยกุ ตใชโ ปรแกรมนําเสนอ(PowerPoint)สอื่ ของจริง 1. เวบ็ ไซต (คนควา หาความรูเพิม่ เติม) แบบประเมนิ ผลการนาํ เสนอผลงาน
รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียนรู • จุดประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขอที่ 1 บอกสว นประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010 ได1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ2. เคร่ืองมอื : แบบทดสอบ3. เกณฑการใหค ะแนน : บอกสว นประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010 ได จะได 1 คะแนน• จุดประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขอท่ี 2 อธบิ ายการทํางานของเครื่องมือ Microsoft Office PowerPoint2010 ได1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ3. เกณฑการใหคะแนน : อธิบายการทาํ งานของเคร่ืองมือ Microsoft OfficePowerPoint 2010 ได จะได 1 คะแนน• จดุ ประสงคเ ชิงพฤติกรรมขอที่ 3 อธิบายการใสเน้ือหาใหก บั ภาพน่งิ ได1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ2. เครือ่ งมือ : แบบทดสอบ3. เกณฑการใหคะแนน : อธบิ ายการใสเ น้ือหาใหกบั ภาพน่ิงได5555555555555555555555555จะได 1 คะแนน
ใบงานหนวยท่ี 4 เร่อื ง การประยกุ ตใชโ ปรแกรมนาํ เสนอคาํ สั่ง 1. ใหน กั เรียนนาํ เสนอวดั ในจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยาท้ังหมด 10 วดั โดยใชโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2010 แบบฝกหัดหนวยท่ี 4
เรื่อง การประยกุ ตใ ชโ ปรแกรมนําเสนอ1. จงบอกสว นประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2. จงอธิบายเคร่ืองมือของ Microsoft Office PowerPoint 2010……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………3. จงอธบิ ายการใสเน้ือหาใหกบั ภาพน่ิง……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………ชือ่ กลมุ ………………………………………………………………………ช้นั …………………………………………หอ ง...........................รายชอื่ สมาชกิ 2……………………………………เลขที่…….…. 1……………………………………เลขท่ี…….…. 4……………………………………เลขที่…….…. 3……………………………………เลขท่ี…….…. ที่ รายการประเมนิ คะแนน ขอ คิดเห็น
32 1 1 เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจน (ความรเู กยี่ วกบั เน้ือหา ความถูกตอง ปฏภิ าณในการตอบ และการแกไ ขปญหาเฉพาะหนา) 2 รูปแบบการนาํ เสนอ 3 การมสี วนรว มของสมาชกิ ในกลมุ 4 บคุ ลกิ ลักษณะ กิริยา ทาทางในการพูด น้าํ เสียง ซงึ่ ทาํ ใหผ ูฟง มีความ สนใจ รวม ผูประเมิน…………………………………………………เกณฑการใหค ะแนน1. เนื้อหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ ง 3 คะแนน = มสี าระสําคญั ครบถว นถูกตอ ง ตรงตามจดุ ประสงค 2 คะแนน = สาระสาํ คญั ไมค รบถวน แตตรงตามจดุ ประสงค 1 คะแนน = สาระสาํ คญั ไมถกู ตอ ง ไมตรงตามจุดประสงค2. รปู แบบการนําเสนอ 3 คะแนน = มรี ปู แบบการนาํ เสนอทีเ่ หมาะสม มกี ารใชเทคนคิ ที่แปลกใหม ใชสอ่ื และเทคโนโลยี ประกอบการ นาํ เสนอทนี่ าสนใจ นําวัสดุในทองถ่นิ มาประยุกตใชอ ยา งคมุ คา และประหยดั 2 คะแนน = มเี ทคนิคการนําเสนอที่แปลกใหม ใชส ือ่ และเทคโนโลยปี ระกอบการนาํ เสนอท่ีนาสน ใจ แต ขาดการประยุกตใช วสั ดุในทอ งถ่นิ 1 คะแนน = เทคนคิ การนําเสนอไมเ หมาะสม และไมนาสนใจ3. การมสี ว นรว มของสมาชกิ ในกลมุ 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมสี วนรว มกิจกรรมกลมุ 2 คะแนน = สมาชิกสว นใหญม บี ทบาทและมีสว นรวมกิจกรรมกลุม 1 คะแนน = สมาชิกสว นนอ ยมีบทบาทและมสี วนรว มกจิ กรรมกลมุ4. ความสนใจของผูฟง 3 คะแนน = ผฟู งมากกวา รอ ยละ 90 สนใจ และใหค วามรวมมือ 2 คะแนน = ผฟู ง รอ ยละ 70-90 สนใจ และใหค วามรว มมือ 1 คะแนน = ผูฟงนอยกวา รอ ยละ 70 สนใจ และใหความรว มมือแบบประเมินกระบวนการทาํ งานกลุมชื่อกลุม ……………………………………………ชั้น………………………หอง...........................รายชอ่ื สมาชกิ 2……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขท่ี……. 1……………………………………เลขที่……. 3……………………………………เลขท่ี…….ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอคดิ เห็น
3211 การกาํ หนดเปา หมายรวมกนั2 การแบงหนา ท่รี บั ผดิ ชอบและการเตรยี มความพรอ ม3 การปฏบิ ตั หิ นา ทท่ี ีไ่ ดร บั มอบหมาย4 การประเมินผลและปรับปรงุ งาน รวม ผปู ระเมนิ ………………………………………………… วนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ…………...เกณฑก ารใหคะแนน1. การกาํ หนดเปา หมายรว มกัน 3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมสี วนรว มในการกาํ หนดเปาหมายการทํางานอยางชัดเจน 2 คะแนน = สมาชกิ สวนใหญมสี ว นรว มในการกาํ หนดเปา หมายในการทํางาน 1 คะแนน = สมาชกิ สวนนอยมสี วนรวมในการกาํ หนดเปา หมายในการทํางาน2. การหนา ทรี่ บั ผดิ ชอบและการเตรยี มความพรอม 3 คะแนน = กระจายงานไดท ั่วถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานที่ สอื่ / อปุ กรณไ วอยา งพรอ มเพรียง 2 คะแนน = กระจายงานไดท่วั ถึง แตไ มต รงตามความสามารถ และมสี ือ่ / อุปกรณไ วอยา งพรอมเพรียง แตขาด การจัดเตรยี มสถานท่ี 1 คะแนน = กระจายงานไมทวั่ ถึงและมสี อื่ / อุปกรณไ มเ พยี งพอ3. การปฏบิ ตั ิหนาทท่ี ่ีไดรับมอบหมาย 3 คะแนน = ทาํ งานไดสาํ เร็จตามเปา หมาย และตามเวลาทกี่ าํ หนด 2 คะแนน = ทาํ งานไดสําเรจ็ ตามเปาหมาย แตช ากวาเวลาทกี่ าํ หนด 1 คะแนน = ทาํ งานไมสาํ เร็จตามเปาหมาย4. การประเมินผลและปรับปรงุ งาน 3 คะแนน = สมาชิกทุกคนรว มปรกึ ษาหารอื ติดตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ งานเปนระยะ 2 คะแนน = สมาชิกบางสวนมสี วนรวมปรกึ ษาหารือ แตไ มปรับปรงุ งาน 1 คะแนน = สมาชิกบางสวนมสี วนรวมไมม สี ว นรวมปรึกษาหารือ และปรับปรงุ งาน
เฉลยแบบฝกหัดหนวยท่ี 4 เร่ือง การประยกุ ตใชโปรแกรมนาํ เสนอ 1. จงบอกสว นประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010สว นประกอบของ Microsoft Office PowerPoint 2010 2. จงอธบิ ายเครอื่ งมือของ Microsoft Office PowerPoint 2010 เครือ่ งมือ Microsoft Office PowerPoint 2010แทรก(Insert) แสดงคาํ ส่งั เกี่ยวกบั การแทรกตาราง แทรกภาพประกอบตางๆแบงเปน กลุงคาํ สัง่ ตาราง(Tables)กลุมคําสัง่ การเช่ือมโยง (Links) กลุม คําสงั่ ขอความ(Text) และมเี ดียคลปิ (Media clips)ออกแบบ (Desing) แสดงคําสง่ั เกยี่ วกับการตงั่ หนา สไลด แบเปน กลมุ คําสง่ั ตั่งคาหนากระดาษ(Page setup)การตกแตงสไลดใสเอฟเฟกต กลุมคําส่ัง ชุดรูปแบบ (themes) และการใสพื้นหลัง กลุมคําส่ังพ้ืนหลัง(Background)
ภาพเคลือ่ นไหว (Animations) แสดงคาํ สั่งเกี่ยวกบั การกําหนดภาพเคลอื่ นไหวและการเปลย่ี นภาพนง่ิ แตละแผนแบงเปนกลมุ คําสัง่ภาพเคลอ่ื นไหว(Animations) และกลมุ คําสงั่ การเปลี่ยนไปยังภาพน่งิ (Transitions to This Slide)การนําเสนอภาพน่ิง(Slid show) แสดงคําสั่งเก่ียวกับการนําเสนองาน แบงเปนกลุมคําสั่ง เร่ิมการนําเสนอภาพน่ิง(Star slide show)การต้ังคาการนําเสนอ(Set Up) และกลมุ คาํ สงั่ จอภาพตรวจทาน (Review) แสดงคําส่งั เกี่ยวกับการนําเสนองาน แบงเปน กลมุ คาํ ส่ัง เริ่มการนาํ เสนอภาพน่ิง(Profling)ขอ คิดเห็น (Comments) และกลมุ คาํ สัง่ ปอ งกันมมุ มอง (View) แสดงคําสงั่ เกีย่ วกับการเลอื กมุมมองในการทํางานกบั สไลดแ บงเปน กลุมคําสงั่ มุมมองการนําเสนอ(Presentation Views) กลุมคําสั่ง แสดง/ซอน( show/Hide)และกลุมคําสั่งยอ/ขยาย (Zoom) สี่ระดับสีเทา(color/Grayscale) กลมุ คําสง่ั หนาตา ง(Window)และกลมุ คาํ ส่ัง แมโคร(Micros) 3. จงอธบิ ายการใสเนื้อหาใหกบั ภาพนิง่ ขอ ความแสดงแทน (alt text หรอื Alt Text) จะปรากฏข้นึ เม่ือคณุ ยายตวั ช้ไี ปบนรูปภาพหรือวัตถนุ ัน้ เพือ่ชว ยใหค นที่ใชโปรแกรมอานหนา จอเขาใจเนื้อหาของภาพในงานนาํ เสนอของคุณได ขอความแสดงแทนในงานนําเสนอของคุณควรประกอบดว ยวัตถตุ างๆ ดังตอไปน้ี - รูปภาพ - ภาพตัดปะ - แผนภูมิ - ตาราง - รูปรา ง (ที่ไมมขี อความทไี่ มอยูในกลุม) - กราฟก SmartArt - กลุม (วตั ถทุ งั้ หมดในรายการน้ี ยกเวนรปู ราง ควรมขี อ ความแสดงแทนเมือ่ อยูในกลุม) - วัตถฝุ ง ตวั - แฟมวดิ โี อและเสยี ง บนั ทกึ หลงั การสอน
หนวยที่ 4 เรอื่ ง การประยุกตใชโ ปรแกรมนาํ เสนอผลการใชแผนการเรียนรู 1. เนอื้ หาสอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงคเ ชิงพฤติกรรม 2. กจิ กรรมการสอนเหมาะสมกับเน้อื หาและเวลาที่กําหนด 3. เนอ้ื หาสอดคลอ งกับวตั ถปุ ระสงคเชงิ พฤติกรรมผลการเรยี นของผูเรียน 1. นกั ศกึ ษาสว นใหญม ีความเขาใจในบทเรียน การอภิปรายตอบคาํ ถาม และรว มกนั ปฏิบตั ติ ามใบงานท่ีไดร ับมอบหมายได 2. นกั ศึกษากระตือรอื รนและรับผิดชอบในการทํางาน เพ่ือใหงานสาํ เรจ็ และทนั ตามเวลาทก่ี าํ หนด 3. นกั ศกึ ษาอธบิ ายความรเู บื้องตน เก่ียวกบั คอมพิวเตอรแ ละระบบปฏิบตั กิ ารไดผลการสอนของครผู ูสอน 1. สอนทนั ตามเวลาที่กําหนด 2. ปรับเรื่องเวลาใหนกั เรียนไดคนควา หาความรูเ พิ่มเติมจาก Web
แผนการสอน/แผนการเรยี นรภู าคทฤษฎีแผนการสอน/การเรยี นรภู าคทฤษฎี หนวยที่ 5ช่ือวิชา คอมพิวเตอรแ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี สอนสัปดาหท ี่ 15-16ชอื่ หนว ย ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับอินเตอรเนต็ คาบรวม 6ชอื่ เรือ่ ง เร่ือง ความรเู บือ้ งตน เก่ียวกับอินเตอรเนต็ จํานวนคาบ 3หวั ขอ เรอื่ ง ความรูเ บ้ืองตนเก่ยี วกับอินเตอรเน็ต ดา นความรู 5.1 ความหมายของอินเทอรเน็ต 5.2 ระบบชอ่ื โดเมน (DNS : Domain Name System) 5.3 การบรกิ ารของอนิ เทอรเ นต็ 5.4 คาํ ศัพทที่ใชใ นอนิ เทอรเ นต็ ดา นทักษะ 1. สามารถใชบริการของอินเทอรเน็ตได 2. แยกประเภทคาํ ศัพทที่ใชในอินเทอรเ น็ตไดดา นจิตพสิ ัย 1. เห็นประโยชนข องของอินเทอรเน็ตสาระสําคญั อินเตอรเน็ต (Internet) น้ันยอมาจากคําวา “International network” หรือ “Inter Connectionnetwork” ซ่ึงหมายถึง เครือขายคอมพิวเตอรขนาดใหญท่ีเช่ือมโยงเครือขายคอมพิวเตอรทั่วโลกเขาไวดวยกันเพ่อื ใหเกดิ การสื่อสาร และการแลกเปล่ียนขอมลู รวมกนั โดยอาศัยตวั เชอื่ มเครอื ขา ยภายใตมาตรฐานการเชื่อมโยงเดียวกัน นั่นก็คือ TCP/IP Protocol ซ่ึงเปนขอกําหนดวิธีการติดตอส่ือสารระหวางคอมพิวเตอรในระบบเครอื ขา ย ซ่ึงโปรโตคอลนจ้ี ะชว ยใหค อมพิวเตอรท ่ีมฮี ารดแวรทแ่ี ตกตางกันสามารถติดตอ ถงึ กันได
สมรรถนะอาชพี ประจําหนว ยจุดประสงคการสอน/การเรยี นรู • จดุ ประสงคท ัว่ ไป / บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง 1. อธบิ ายความหมายของอนิ เทอรเ น็ตได 2. อธิบายขัน้ ตอนการใชบ รกิ ารของอินเทอรเนต็ ได 3. อธบิ ายระบบชื่อโดเมน (DNS : Domain Name System) ได 4. สามารถใชบ ริการของอินเทอรเ นต็ ได 5. แยกประเภทคําศัพทท ่ีใชใ นอนิ เทอรเน็ตได 6. เห็นประโยชนของของอินเทอรเ นต็ 7. ฝก การตรงตอเวลาต้งั แตเร่ิมเขา เรยี นจนกระท่ังปฏิบตั ิกจิ กรรมเสรจ็ เรยี บรอย • จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรม / บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง ดา นความรู 1. อธบิ ายความหมายของอินเทอรเน็ตได 2. อธบิ ายขั้นตอนการใชบ รกิ ารของอนิ เทอรเ น็ตได 3. อธิบายระบบชื่อโดเมน (DNS : Domain Name System) ได ดา นทกั ษะ 4. สามารถใชบ รกิ ารของอนิ เทอรเ น็ตได 5. แยกประเภทคําศัพทท ่ีใชใ นอินเทอรเนต็ ได ดา นจิตพสิ ยั 6. เห็นประโยชนข องของอินเทอรเนต็ ดา นคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง 7. ฝกการตรงตอเวลาตั้งแตเ ร่ิมเขาเรียนจนกระท่งั ปฏิบตั กิ ิจกรรมเสร็จเรยี บรอย
เน้ือหาสาระการสอน/การเรยี นรู• ดา นความรู(ทฤษฎ)ี ) (จดุ ประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขอ ท่ี 1 - 3 ) ความหมายของอนิ เทอรเน็ต อนิ เตอรเ นต็ (Internet) นนั้ ยอมาจากคําวา “International network” หรือ “Inter Connectionnetwork” ซง่ึ หมายถงึ เครือขายคอมพิวเตอรขนาดใหญทเี่ ชอื่ มโยงเครือขา ยคอมพวิ เตอรท ่ัวโลกเขา ไวดว ยกันเพื่อใหเ กิดการสอ่ื สาร และการแลกเปล่ยี นขอมูลรว มกัน โดยอาศัยตัวเชื่อมเครือขายภายใตมาตรฐานการเชอ่ื มโยงเดยี วกัน น่ันก็คือ TCP/IP Protocol ซึ่งเปน ขอกําหนดวธิ ีการติดตอ ส่ือสารระหวางคอมพวิ เตอรในระบบเครือขา ย ซ่ึงโปรโตคอลนี้จะชว ยใหค อมพวิ เตอรที่มีฮารด แวรที่แตกตา งกันสามารถติดตอ ถงึ กันได การทม่ี รี ะบบอินเตอรเนต็ ทําใหสามารถเคล่ือนยา ยขาวสารขอ มูลจากทหี่ นง่ึ ไปยังอกี ท่หี นึ่งได โดยไมจาํ กดั ระยะทาง สง ขอมูลไดห ลายรูปแบบ ทั้งขอความตวั หนงั สอื ภาพ และ เสียง โดยอาศยั เครอื ขายโทรคมนาคมเปนตวั เชอื่ มตอเครือขายอินเตอรเน็ตนบั เปนอภริ ะบบเครอื ขา ยที่ยงิ่ ใหญมาก มีเคร่ืองคอมพิวเตอรหลายลา นเครอื่ งทั่วโลกเชือ่ มตอกับระบบ ทําใหคนในโลกทุกชาตทิ ุกภาษาสามารถติดตอสื่อสารกันได โดยไมต องเดนิ ทางไป โลกท้ังโลกเปรยี บเสมอื นเปนบานหนึง่ ท่ที ุกคนในบานสามารถพูดคุยกนั ไดต ลอด 24 ช่วั โมงประหยัดเวลา คาใชจ าย แตเ กดิ ประโยชนต อ สงั คมโลกปจจุบันมากระบบชอื่ โดเมน (DNS : Domain Name System) DNS ยอ มาจาก Domain Name System คือระบบลาํ ดับช้ันแบบกระจายของชื่อของทรัพยากรในระบบคอมพวิ เตอร ทีเ่ ชื่อมตอ เครอื ขาย Name Server มีหนาท่ีหลักในการแปลชื่อทรัพยากรเปนที่อยูไอพี (IP address) เพ่ือใหผูใชงานจดจําเพยี งชอ่ื ทรัพยากรแทนการจดจาํ ทอี่ ยไู อพีทเี่ ปน ตวั เลขอาจจะทาํ ใหสบั สนได และยงั มีหนาทใี่ นการแปลที่อยูไอพีไปเปน ชื่อโฮสต (Host name) ทเ่ี รยี กวา \"Reverse Lookup\" Domain name เปนชื่อท่ีใชระบุกลุมทรัพยากรเปนสวนสําคัญสวนหน่ึงใน DNS เพ่ือใหจดจําไดงาย โดยช่ือตา งๆจะมผี ดู แู ลบญั ชี (Registrar) เปน ผูดแู ลจดั การ ท้ังนี้ชื่อโฮสตและที่อยูไอพี อาจจะไมเปนการเชื่อมโยงแบบ 1 ตอ 1 เสมอไป ในแตละท่ีอยูไอพีอาจจะมีหลายช่ือโฮสตที่เรียกวา \"โฮสตเสมือน\" (Virtual Host) และแตละช่ือโฮสตอาจจะมีหลายที่อยูไอพีได เพื่อการกระจายภาระและเพือ่ ลดความผิดพลาด DNS ยังมีการใชงานในการทํางานของตัวสงจดหมาย (Mail Transfer Agent: MTA) โดยการใชงาน DNSเพือ่ ระบทุ ีอ่ ยูทจ่ี ะนาํ สงจดหมาย
การใชงาน DNS เกี่ยวกบั ระบบอีเมล (E-mail) ยังมีการใชง านกับระบบบัญชีดํา (Black list system) เพ่ือใชในการตรวจสอบท่ีอยูไอพีท่ีถูกข้ึนบัญชีดํา โดยจะทํางานประสานงานกับ Mail server ในการตรวจสอบจดหมายแตล ะฉบบัในปจจุบันโปรแกรมตอตานไวรัส (Anti-Virus Software) มีการใชงาน DNS เพ่ือใชในการระบุเวอรชั่นของโปรแกรมลาสุด เพอ่ื ท่โี ปรแกรมจะไมจําเปน ตองเชอ่ื มตอไปยังเซริ ฟเวอรบ อยๆ DNS แบบพลวัต (Dynamic DNS: DDNS) เปนบริการใหผูใชงานสามารถอัพเดทที่อยูไอพีของตัวเองไดสาํ หรบั ผูใชทม่ี กี ารเปลีย่ นทีอ่ ยูไอพบี อยๆ• ดานทกั ษะ+ดา นจติ พสิ ัย (ปฏิบตั +ิ ดานจติ พิสัย) (จดุ ประสงคเ ชิงพฤติกรรมขอ ที่ 4-6 )1. ใบงานหนว ยท่ี 52. แบบฝก หดั หนว ยที่ 53. กิจกรรมการเรียนรู• ดานคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง (จุดประสงคเ ชิงพฤติกรรมขอ ท่ี 7 ) 1. ฝกการตรงตอเวลาตง้ั แตเริ่มเขาเรียนจนกระท่ังปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเสร็จเรียบรอยกจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรูข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครผู ูสอน ข้นั ตอนการเรยี นรหู รือกิจกรรมของผูเ รียน1. ขนั้ นาํ เขาสบู ทเรยี น ( 20 นาที ) 1. ขั้นนาํ เขาสบู ทเรยี น ( 20 นาที )1.ครูผูสอนทักทายผูเรียนดวยความเปนกันเองและ 1.ผูเรียนกลาวสวัสดีครูผูสอนและเช็คช่ือเขาเรียน
ตรวจสอบรายช่ือผูเขาเรียน 2.ผูเรียนเตรียมอุปกรณและ ฟงครูผูสอนแนะนํา2.ครูผูสอนจัดเตรียมเอกสาร พรอมกับแนะนํา จุดประสงค โครงสรางเนื้อหาของบทเรียนและจุดประสงค โครงสรางเน้ือหาของบทเรียนและวธิ ีการ วธิ ีการใหค ะแนนและวิธีการเรียนใหค ะแนนและวิธกี ารเรยี น 3 . ผู เ รี ยน ค น ค ว า เ นื ้อ ห า เ กี ่ย ว ก ับ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง3 . ค รูผูส อ น ใ หผูเรียนคน ค วา เ นื้อ ห า เ กี่ย ว ก ับ เทคโนโลยีสารสนเทศ ลักษณะสําคัญเทคโนโลยีความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ ลักษณะสําคัญ สารสนเทศ องคป ระกอบของเทคโนโลยสี ารสนเทศเทคโนโลยีสารสนเทศ องคประกอบของเทคโนโลยี 4.ผูเรียนแสดงความรู โดยยกตัวอยางเทคโนโลยี สารสนเทศทผ่ี เู รยี นรจู กั พรอ มใหเ หตุผลประกอบสารสนเทศ4.ครูผูสอนใหผูเรียนแสดงความรู โดยต้ังคําถามใหผเู รียนยกตวั อยางเทคโนโลยีสารสนเทศทผ่ี เู รียนรจู ัก 2. ขน้ั ใหความรู ( 90 นาที ) 1.ผเู รียนฟง ครูผูสอนอธิบายเนื้อหาเกย่ี วกบั บทเรยี น2. ขน้ั ใหค วามรู ( 90 นาที ) วชิ า คอมพิวเตอรและสารสนเทศเพื่องานอาชพี 1.ครผู สู อนอธิบายเนื้อหาเกย่ี วกบั บทเรียนวิชา หนว ยท่ี 2 เรอื่ ง ความรเู บ้ืองตน เกีย่ วกับอนิ เตอรเนต็ และศึกษาเอกสารประกอบการเรยี น หนว ยท่ี 5คอมพวิ เตอรและสารสนเทศเพื่องานอาชีพหนว ยท่ี 5เรอื่ ง ความรูเ บอ้ื งตน เกี่ยวกับอินเตอรเน็ต และให 2.ผูเรียนรวมกันอธิบายพรอมยกตัวอยางความรูผูเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรยี นหนว ยที่ 5 เบื้องตนเกี่ยวกับคอมพิวเตอรและระบบปฏิบัติการ 2.ครูผูส อนแล ะผูเรียนรว มกันอธิบายพรอม ตามท่ไี ดศ กึ ษาจากบทเรยี นยกตัวอยางความรูเบื้องตนเก่ียวกับคอมพิวเตอรและระบบปฏบิ ตั กิ าร ตามทไ่ี ดศึกษาจากบทเรยี น 3. ขั้นประยุกตใช ( 50 นาที )3. ข้ันประยกุ ตใ ช ( 50 นาที ) 1.ผูเรยี นทาํ ใบงานหนวยท่ี 5 1.ครผู สู อนใหผเู รยี นทาํ ใบงานหนวยที่ 5 2.ผูเ รียนทําแบบฝกหัดหนว ยที่ 5 3.ผเู รียนคน ควาหาความรเู พิม่ เตมิ จาก Web 2.ครผู สู อนใหผูเ รยี นทาํ แบบฝก หดั หนว ยที่ 53.ครูผูสอนเปดโอกาสใหผูเรียนคนควาหาความรูเพมิ่ เติมจาก Web กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรูขั้นตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครูผูสอน ขั้นตอนการเรียนรูหรือกิจกรรมของผูเรียน4. ข้นั สรปุ และประเมินผล ( 80 นาที ) 4. ข้นั สรปุ และประเมนิ ผล ( 80 นาที )1.ครูผูสอนและผูเรียนรวมกันสรุปเน้ือหาท่ีไดเรียน 1.ครูผูสอนและผูเรียนรว มกันสรุปเนื้อหาทไี่ ดเ รยี นใหใหมีความเขา ใจในทศิ ทางเดยี วกัน มีความเขา ใจในทศิ ทางเดียวกัน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138