Faculty of Education SUAN SUNANDHA RAJABHAT UNIVERSITY ธรณแี ปรสณั ฐาน ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์กรกมล ชูชว่ ย
ธรณีแปรสัณฐาน ธรณีภาค (Lithosphere) ทฤษฎีการแปรสัณฐาน แผน่ ธรณีภาคและการเคลือ่ นที่
ธรณีภาค (Lithosphere) ธรณีภาค (Lithosphere) หมายถึง พื้นผิวโลกซ่ึงห่อหุ้มด้วยเปลือกแข็ง โลกเป็นดาวเคราะหท์ ม่ี ีความเปล่ยี นแปลงอยู่ตลอดเวลา (Dynamic Planet) โครงสร้างโลก แร่ แผน่ เปลอื กโลก หิน ดนิ
\"ธรณีแปรสัณฐาน ธรณภี าค\" (Plate Tectonics)
แผน่ เปลอื กโลก มหาทวีป \"พนั เจยี \"
แผน่ เปลือกโลก การแพรพ่ ันธขุ์ องสตั ว์ในอดีต
แผ่นเปลือกโลก สภาพภูมอิ ากาศในอดตี สเี ขียว คอื ป่าเขตรอ้ น สขี าว คอื ธารน้าแขง็
แผน่ เปลอื กโลก วัฏจกั รวลิ สนั
กจิ กรรมทวปี ในอดตี
แผน่ เปลอื กโลก เปลือกโลกมิได้เป็นแผ่นเดียวต่อเน่ืองเหมือนลูกปิงปอง หากแต่เหมือนเปลือกไข่ที่ แตกรา้ วหลายแผน่ เรียงชิดติดกันเรยี กวา่ “แผ่นธรณี” (Plate) โดยมจี า้ นวนประมาณ 15 เพลต
แผน่ เปลอื กโลก ฐานธรณีภาค (Asthenosphere) คือ บรเิ วณเนอื้ โลกชั้นบน ซ่ึงอยใู่ ต้ธรณีภาคลงมา อุณหภูมิท่ีสูงท้า ให้วสั ดุในชน้ั นเ้ี ป็นของแข็งเนื้อออ่ น เคล่ือนที่ด้วยการพาความร้อน (Convection cell) คล้ายน้าเดือดในหม้อตม้ น้า เม่ือมอี ุณหภมู สิ งู ก็จะขยายตัวและลอยสูงขน้ึ เมอ่ื เย็นตัวก็จะหดตัวและจมลง หมุนเวียนเร่ือยไปเป็นวฏั จกั ร
แผ่นธรณภี าคและการเคลอื่ นที่ ท่ีบริเวณรอยตอ่ ระหว่างแผน่ ธรณมี ีการเคลือ่ นที่ 3 ลกั ษณะ แผน่ ธรณีแยกจากกนั แผ่นธรณชี นกนั แผน่ ธรณีผา่ นกนั
แผน่ ธรณเี คลื่อนท่อี อกจากกัน (Divergent plate boundaries) • แผ่นธรณีทวีปเคล่อื นทอ่ี อกจากกนั • แผน่ ธรณีมหาสมุทรเคล่อื นท่ีออกจากกนั
แผน่ ธรณีเคล่อื นทอ่ี อกจากกัน (Divergent plate boundaries) แผน่ ธรณที วีปเคล่อื นท่ีออกจากกนั
แผน่ ธรณเี คลื่อนท่ีออกจากกัน (Divergent plate boundaries) แผน่ ธรณีทวีปเคลอื่ นทอี่ อกจากกัน แรงดันในช้ันฐานธรณีภาคดันให้แผ่น ธรณีทวีปโก่งตัว ส่วนยอดของรอยโก่ง ยืดตัวออกและบางลงจนเกิดรอยแตก และทรุดตัวลงกลายเป็น \"หุบเขาทรุด\" (Rift valley) แมกมาผลกั ใหแ้ ผ่น ธรณีแยกออกจากกนั
แผน่ ธรณีเคล่อื นที่ออกจากกัน (Divergent plate boundaries) แผ่นธรณีทวีปเคลื่อนทอ่ี อกจากกนั เช่น • ทะเลสาบมาลาวี ในทวปี แอฟริกา • ทะเลแดง ซึง่ กันระหวา่ งทวีปแอฟริกากบั คาบสมทุ รอาหรับ
แผน่ ธรณเี คลอื่ นทอ่ี อกจากกัน (Divergent plate boundaries) แผ่นธรณมี หาสมทุ รเคลื่อนทอ่ี อกจากกัน
แผน่ ธรณีเคลือ่ นท่ีออกจากกัน (Divergent plate boundaries) แผน่ ธรณีมหาสมุทรเคลอื่ นท่อี อกจากกนั แรงดนั ในชั้นฐานธรณภี าคดันให้แผ่นธรณมี หาสมุทรยกตวั ขึ้นเป็นสันเขาใตส้ มุทร (Mid oceanic ridge) แลว้ เกดิ รอยแตกท่ีส่วนยอด แมกมาผลกั ใหแ้ ผน่ ธรณมี หาสมุทรแยกออกจากกนั
แผน่ ธรณเี คลอ่ื นท่อี อกจากกัน (Divergent plate boundaries) แผ่นธรณมี หาสมุทรเคลื่อนทีอ่ อกจากกนั เช่น สนั เขาใต้มหาสมุทรแอตแลนตกิ
แผน่ ธรณเี คลื่อนท่เี ข้าหากนั (Convergent plate boundary) • แผน่ ธรณีมหาสมทุ รชนกนั • แผน่ ธรณมี หาสมทุ รชนกับแผน่ ธรณที วีป • แผน่ ธรณีทวปี ชนกัน
แผน่ ธรณีเคล่อื นท่ีเขา้ หากนั (Convergent plate boundary) เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซ่ึงเรียกว่า \"เขตมุด ตวั \" (Subduction zone) ซง่ึ มักจะท้าให้เกิดแผน่ ดินไหวอย่างรุนแรง โดยมีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในระดับลึก เน่ืองจากแผ่นธรณีด้าน หน่ึงมุดตัวลงสู่ชั้นฐานธรณีแล้วหลอมละลาย หากแนวปะทะเกิดข้ึนใต้ มหาสมุทร น้าทะเลในบริเวณโดยรอบจะเคลื่อนท่ีจมเข้าหากันแล้ว สะทอ้ นกลับ ทา้ ให้เกิดคล่นื สนึ ามิ • แผ่นธรณมี หาสมุทรชนกนั • แผน่ ธรณีมหาสมทุ รชนกบั แผ่นธรณที วีป • แผ่นธรณที วีปชนกนั
แผน่ ธรณเี คลื่อนท่ีเขา้ หากนั (Convergent plate boundary) แผ่นธรณมี หาสมุทรชนมหาสมทุ ร
แผน่ ธรณีเคลอื่ นที่เข้าหากนั (Convergent plate boundary) แผ่นธรณมี หาสมทุ รชนกัน แผ่นธรณีท่ีมีอายุมากกว่า มีอุณหภูมิต่้ากว่า และมีความหนาแน่นมากกว่า จะจมตัวลงใน เขตมุดตัว ท้าให้เกิดร่องลึกก้นสมุทร (Mid oceanic trench) พ้ืนผวิ โลกให้เกิดเป็นหมู่ เกาะภูเขาไฟรูปโค้ง (Volcanic island arc) เรียงตัวขนานกับแนวร่องลึกก้นสมุทร บรรดา หนิ ปูนซึง่ เกดิ จากสิ่งมีชีวติ ใตท้ ะเล
แผ่นธรณเี คลอื่ นทเี่ ขา้ หากัน (Convergent plate boundary) ตวั อยา่ งแผน่ ธรณีมหาสมทุ รชนกัน หมเู่ กาะภเู ขาไฟท่เี กดิ ขน้ึ ดว้ ยกระบวนการนี้ ไดแ้ ก่ หมเู่ กาะฟิลปิ ปนิ ส์ และ หมเู่ กาะญ่ปี ่นุ
แผน่ ธรณเี คลอ่ื นที่เขา้ หากัน (Convergent plate boundary) แผ่นธรณีมหาสมทุ รชนกับแผ่นธรณีทวปี
แผน่ ธรณเี คลื่อนที่เข้าหากัน (Convergent plate boundary) แผ่นธรณมี หาสมุทรชนกับแผ่นธรณที วปี แผ่นธรณีมหาสมุทรเป็นหินบะซอลต์ มีความ หนาแนน่ มากกว่าแผ่นธรณีทวีป ซงึ่ เป็นหินแกรนิต แผ่นธรณีมหาสมุทรจะจมตัวลงและหลอมละลาย เป็นหินหนืด มันจึงยกตัวข้ึนดันเปลือกโลกทวีปให้ กลายเป็นเทือกเขาสูง เกิดแนวภูเขาไฟเรียงราย ตามชายฝงั่ ขนานกับร่องลึกกน้ สมทุ ร
แผ่นธรณเี คลือ่ นที่เขา้ หากัน (Convergent plate boundary) ตวั อย่างแผ่นธรณมี หาสมทุ รชนกับแผน่ ธรณีทวีป เทือกเขาที่เกิดขน้ี ดว้ ยกระบวนการน้ี ไดแ้ ก่ เทือกเขาแอนดีส บริเวณชายฝัง่ ตะวันตกของทวปี อเมรกิ าใต้
แผน่ ธรณเี คลอื่ นที่เขา้ หากนั (Convergent plate boundary) แผน่ ธรณที วีปชนกนั เม่ือแผ่นธรณีทวีปปะทะกัน แผ่นหนึ่งจะ มุดตวั ลงสูช่ ้ันฐานธรณีภาค อีกแผน่ หนึ่ง จะถูกยกเกยสูงขึ้น กลายเป็นเทือกเขาที่ สงู มาก เป็นแนวยาวขนานกับแนวปะทะ
แผ่นธรณเี คล่ือนท่ีเขา้ หากัน (Convergent plate boundary) ตวั อยา่ งแผน่ ธรณที วีปชนกัน เทือกเขาสูงทเ่ี กิดขนึ้ ด้วยกระบวนการนี้ ไดแ้ ก่ เทือกเขาหมิ าลัย ในประเทศเนปาล, เทือกเขาแอลป์ ในทวปี ยโุ รป
แผน่ ธรณเี คลื่อนท่ผี ่านกนั
แผน่ ธรณเี คลอื่ นท่ีผา่ นกัน แผน่ ธรณีทวีปเคลอื่ นทอี่ อกจากกนั สันเขาใต้สมุทร (Mid oceanic ridge) เป็น บริเวณท่ีแมกมาโผล่ข้ึนมาแล้วดันแผ่นธรณีให้แยก ออกจากกัน เนื่องจากแผน่ ธรณีมีความหนาแน่นไม่ เท่ากัน สันเขาใต้สมุทร จึงไม่สามารถต่อยาวเป็น แนวเดียว ทว่าเยื้องสลับกันคล้ายรอยตะเข็บ ดว้ ย เหตุนี้แผ่นธรณีที่เพง่ิ เกิดขึ้นมาใหม่จึงเคลื่อนที่สวน ทางกัน ในแนวต้ังฉากกับสันเขาใต้สมุทร เกิดเป็น รอยเล่ือนทรานสฟอรม์ (Transform fault)
แผน่ ธรณีเคล่อื นท่ีผ่านกนั ตัวอย่าง เช่น แผ่นธรณีเคล่ือนท่ีผา่ นกัน ในมหาสมุทร ได้แก่ บริเวณสันเขากลาง มหาสมุทรแอตเลนติก ตัวอย่างแผ่น ธ ร ณี เ ค ลื่ อ น ที่ ผ่ า น กั น บ น แ ผ่ น ดิ น ได้แก่ รอยเลื่อนซานแอนเดรีย ในรัฐ แคลิฟอรเ์ นยี ประเทศสหรัฐอเมริกา
Q&A
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: