ตวั ชี้วดั ที่ 3.1 ปฏบิ ัตติ ำมขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวิต ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู)้ แผนภำพ อำนำจหนำ้ ที่ และควำมสำคัญขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน คาถามทา้ ทาย องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ ทำให้ทอ้ งถ่นิ มีควำมเจริญอยำ่ งไรบ้ำง การบรู ณาการ - กลุม่ สำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ; กำรใช้ส่ืออินเตอร์เนต็ สืบคน้ , - กล่มุ สำระกำรเรียนร้ศู ิลปะ ; กำรเขยี นแผนภมู คิ วำมคิด (Mind mapping) - กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย ; กำรอภิปรำย, กำรแสดงควำมคดิ เหน็ , กำรสมั มนำ - โรงเรียนสุจริต ; ปลกู ฝังค่ำนิยมควำมซอื่ สตั ย์สจุ รติ - โรงเรียนสขี ำว ; ปลูกฝังค่ำนิยมให้ผ้เู รียนหำ่ งไกลอบำยมขุ ทกุ ชนดิ - โรงเรียนคุณธรรม ; ปลกู ฝงั คุณธรรมและจรยิ ธรรมใหเ้ กิดกับผู้เรยี น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูให้ผู้แทนนักเรียนออกมำเล่ำถึงชุมชนของตนเองวำ่ ได้รับกำรพัฒนำจำกองคก์ ร-ปกครองส่วน ทอ้ งถ่นิ ของตนเองอย่ำงไรบ้ำง จบแลว้ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั แสดงควำมคิดเห็นโดยครใู ช้คำถำม ดังน้ี ภำยในชมุ ชนของนักเรยี นได้รับกำรดูแลจำกองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอย่ำงไร (ตัวอยา่ ง คาตอบ ความสะอาดภายในชมุ ชน ถนน น้าประปา เป็นต้น) 2. ครใู หน้ ักเรียนร่วมกันศกึ ษำอำนำจหน้ำทข่ี ององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ โดยครใู ช้คำถำม ดังน้ี องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ มอี ำนำจหน้ำทีใ่ นกำรปกครองส่วนท้องถนิ่ ของตนเองอยำ่ งไรบ้ำง ครสู รปุ คำตอบของนักเรยี นเป็นแผนภำพลงบนกระดำน ตัวอยา่ งแผนภาพ นาความเจริญมาสู่ท้องถ่นิ แก้ปญั หาให้กบั ท้องถ่ิน อำนำจหน้ำท่ีของ บริหารจดั การพฒั นาท้องถ่นิ องค์กรปกครอง ส่งเสริมประเพณีวฒั นธรรมท้องถนิ่ ส่วนท้องถ่นิ
ดูแลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสรมิ การศกึ ษาในท้องถนิ่ สนบั สนุนนโยบายของรฐั บาล 3. ครูให้นักเรียนร่วมกันศึกษำถงึ ควำมสำคัญขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินของตนเอง โดยครใู ช้ คำถำมใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงควำมคดิ เห็น ดงั นี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ มคี วำมสำคัญตอ่ ทอ้ งถิ่นอยำ่ งไร ครสู รุปคำตอบของนักเรยี นเปน็ แผนภำพลงบนกระดำน ตวั อยา่ งแผนภาพ ท้องถ่นิ ได้รบั การพฒั นาอย่างรวดเร็ว สามารถแก้ปัญหาได้ตามความต้ องการของประชาชน ทาให้ประชาชนในท้องถน่ิ ช่วยแบง่ เบาภาระของ ได้รบั ความสะดวก รฐั บาล ควำมสำคัญขององค์ กรปกครองส่วน ท้องถ่นิ ประชาชนสามารถเลือกผู้ท่ีตนเองต้องการ ท้องถนิ่ ได้รบั การดูแลอยา่ งทวั่ ถึง ไปแก้ปญั หาให้กบั ชมุ ชนของตนเองได้ 4. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปควำมรู้ ดังน้ี องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินมอี ำนำจหน้ำท่ีดแู ลบริหำรจัดกำรแกไ้ ขปัญหำ ภำยในท้องถิน่ ของตนเอง มคี วำมสำคัญในกำรแบง่ เบำภำระของรัฐบำลพฒั นำท้องถน่ิ ของตนเอง ให้ไดร้ บั ควำมเจรญิ ตำมควำมต้องกำรของประชำชนภำยในท้องถนิ่ 5. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงควำมคิดเหน็ โดยครูใช้คำถำมทำ้ ทำย ดังนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำใหท้ ้องถน่ิ มคี วำมเจริญอยำ่ งไรบำ้ ง การจดั บรรยากาศเชงิ บวก กำรเลำ่ เร่ืองท้องถ่ินของตนเอง และสรุปควำมรู้เรื่องอำนำจหน้ำท่ีและควำมสำคัญขององค์กร ปกครองสว่ นท้องถน่ิ เปน็ แผนภำพ สือ่ การเรียนรู้
กำรเลำ่ เร่อื ง ทอ้ งถน่ิ ของตนเองของนักเรยี น การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วธิ ีการวดั และประเมินผล สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในกำรเขำ้ ร่วมกจิ กรรม 2. เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเข้ำรว่ มกิจกรรม 3. เกณฑ์การประเมนิ กำรประเมนิ พฤติกรรมกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรม ผำ่ นตง้ั แต่ 2 รำยกำร ถอื วำ่ ผ่าน ผำ่ น 1 รำยกำร ถอื ว่ำ ไมผ่ ่าน บันทึกหลังการสอน 1. ผลการจัดการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… 2. ปญั หา/อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงชือ่ (นำยวชั รพล แสงสรุ ะ) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของผูบ้ ริหาร
……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงชอื่ (นำยขนั ทอง เดน่ พันธ์) ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นอนบุ ำลชุมชนหนองบวั แดง แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 11 เรือ่ ง องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ กบั บรกิ ำรสำธำรณประโยชนใ์ นชุมชน จำนวน 1 ชวั่ โมง ชั้นประถมศกึ ษำปีที่ 5 หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี 3 กำรปกครองส่วน จำนวน 5 ชวั่ โมง ทอ้ งถิน่ ของไทย รำยวชิ ำ ส 15101 สงั คมศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ผ้สู อน นำยวชั รพล แสงสุระ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด มาตรฐานการเรยี นรู้ ส 2.2 เข้ำใจระบบกำรเมืองกำรปกครองในสังคมปจั จบุ นั ยึดม่ัน ศรัทธำและธำรงรักษำไว้ซึ่งกำร ปกครองระบอบประชำธิปไตยอนั มพี ระมหำกษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข ตัวชว้ี ดั ส 2.2 ป.5/3 วเิ ครำะหป์ ระโยชนท์ ่ชี มุ ชนจะได้รับจำกองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ส่ตู วั ช้วี ัด 1. ยกตวั อย่ำงกำรบริกำรสำธำรณประโยชนข์ ององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ (K) 2. เขยี นเคำ้ โครงกำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ (P) 3. สนใจเรียนร้บู ทบำทหนำ้ ท่ขี ององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ของตนเอง (A) สาระสาคัญ
กำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ในชมุ ชน เปน็ หน้ำทขี่ ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น เพื่อพฒั นำสมำชิก ในชุมชนใหม้ ีควำมสขุ ในกำรดำเนนิ ชีวติ สาระการเรยี นรู้ 1. กำรบริกำรสำธำรณประโยชนข์ ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น 2. ศนู ยฝ์ กึ อำชีพขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มีวินัย ตวั ชว้ี ัดที่ 3.1 ปฏบิ ัติตำมข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครวั โรงเรยี น และสังคม สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชวี ติ ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้) ชน้ิ งำนที่ 4 เร่อื ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกบั กำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ในชมุ ชน คาถามท้าทาย ถ้ำไม่มกี ำรบรกิ ำรสำธำรณประโยชน์จำกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมุ ชนจะมีลกั ษณะเปน็ อย่ำงไร การบรู ณาการ - กลุ่มสำระกำรเรียนรูก้ ำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี ; กำรใช้สอื่ อินเตอร์เนต็ สืบค้น, - กลมุ่ สำระกำรเรยี นรศู้ ลิ ปะ ; กำรเขียนแผนภูมคิ วำมคิด (Mind mapping) - กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย ; กำรอภิปรำย, กำรแสดงควำมคิดเห็น, กำรสัมมนำ - โรงเรยี นสุจริต ; ปลูกฝังค่ำนิยมควำมซ่อื สตั ยส์ ุจริต - โรงเรยี นสีขำว ; ปลูกฝังค่ำนิยมให้ผู้เรียนห่ำงไกลอบำยมขุ ทกุ ชนดิ - โรงเรียนคณุ ธรรม ; ปลูกฝงั คณุ ธรรมและจริยธรรมใหเ้ กดิ กับผู้เรยี น การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครนู ำภำพสวนสำธำรณะ รถเกบ็ ขยะ มำใหน้ กั เรียนดู จำกนน้ั ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนำโดย ครใู ชค้ ำถำม ดังน้ี นักเรยี นเคยใชก้ ำรบริกำรสำธำรณะทป่ี รำกฏในภำพหรือไม่ (ตวั อยา่ งคาตอบ เคย) กำรจัดให้มกี ำรบริกำรสำธำรณะดังกล่ำวเกิดประโยชนอ์ ยำ่ งไรต่อชุมชน (ตวั อย่างคาตอบ ทาให้ชมุ ชนมีสถานท่พี กั ผ่อนและออกกาลงั กาย และชุมชนได้รับการดูแลในเร่ืองของความสะอาด)
2. ครูแบง่ กลุ่มนักเรียนออกเป็น 5 กลุม่ จำกนั้นครูแจกแผน่ กระดำษ ขนำด 4 X 8 นวิ้ กลุ่มละ 1 แผ่น และให้นักเรียน ศึกษำ กำ ร บริกำ ร สำธำ ร ณประโยชน์ขององค์กร ปกคร องส่วน ท้องถ่ิน ว่ำ มีอะไร บ้ำ ง เสร็จแล้วให้เขียนลงใน แผ่นกระดำ ษเป็นบัตรคำกลุ่มละ 1 ตัวอย่ำง โดยกลุ่มไหนเสร็จก่อน ยกมือ กลุ่มท่ี เขียนเสร็จทีหลงั ห้ำมซำ้ กับกลมุ่ ทเ่ี ขียนเสรจ็ กอ่ น ตัวอยา่ งบัตรคา กำรบริกำรสำธำรณประโยชนข์ ององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ศูนย์พฒั นาเด็กเล็ก ศนู ยฝ์ ึ กอาชพี สวนสาธารณะ ศนู ยบ์ ริการสาธารณสุขชมุ ชน รถกาจดั ขยะมูลฝอย จำกน้นั ใหแ้ ต่ละกลุม่ ออกนำเสนอบตั รคำของตนเองว่ำมีควำมสำคัญในกำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ ใหเ้ กิดแก่ชมุ ชนอย่ำงไร จบกำรนำเสนอครใู ชค้ ำถำมให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงควำมคดิ เห็น ดงั นี้ กำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีผลดีต่อชุมชนอย่ำงไร (ตัวอย่างคาตอบ ช่วยส่งเสรมิ การดาเนินชีวิตของผู้คนในชุมชนให้ไดร้ ับความสะดวกสบาย และมี ความสขุ ) นักเรียนเคยใช้บริกำรสำธำรณประโยชน์ของชุมชนทำงด้ำนใดบ้ำง (ตัวอย่างคาตอบ สวนสาธารณะ รถจากัดขยะมูลฝอย ศูนย์บรกิ ารสาธารณสขุ ชมุ ชน) น อกจ ำ กกำ ร บริกำ ร ส ำ ธำ ร ณปร ะโยชน์ที่นัก เรียน ร่ว ม กัน เสน อร ำ ยงำ น แล้ ว ยังมีบริกำ รสำธำร ณประโยชน์อย่ำงอ่ืน อีกเช่น (ตัวอย่างคาตอบ การส่งเสริมกีฬาของชุมช น การส่งเสริมศิลปวฒั นธรรมของท้องถิ่น การดูแลรกั ษาสภาพแวดลอ้ มของทอ้ งถ่ิน เปน็ ต้น) 3. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปประโยชน์ทชี่ ุมชนได้รับจำกกำรบริกำรสำธำรณป ระโยชน์ขององคก์ ร ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินเปน็ แผนภำพ ลงบนกระดำน ดังนี้ ตวั อย่างแผนภาพ ส่งเสริมอาชพี ในชุมชน ส่งเสรมิ สุขภาพพลานามยั ของชมุ ชน ประโยชน์จำก บริกำรสำธำรณะ ขององค์กร ปกครอง ส่งเสรมิ การดาเนินชวี ติ ของสมาชกิ ในชมุ ชนใหส้ด่วีขนนึ ท้ ้องถ่นิ
สภาพแวดล้อมในชุมชนน่าอยูอ่ าศยั สมาชกิ ในชุมชนได้รบั ความสะดวกสบาย 4. ให้นักเรียนและครูร่วมกนั สรปุ ควำมรู้ ดงั นี้ องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ มีหน้ำทีใ่ นกำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ใหแ้ กช่ ุมชน เพื่อ พฒั นำสมำชิกในชุมชนใหม้ ีควำมสขุ ในกำรดำเนินชวี ติ 5. ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงควำมคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถำมทำ้ ทำย ดังน้ี ถำ้ ไมม่ ีกำรบรกิ ำรสำธำรณประโยชน์จำกองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ชมุ ชนจะมลี ักษณะเปน็ อย่ำงไร 6. ใหน้ กั เรยี นทำชิ้นงำนที่ 21 เร่ือง องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ กบั กำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ใน ชุมชน การจัดบรรยากาศเชิงบวก กำรแบง่ กลุ่มใหน้ ักเรยี นศกึ ษำกำรบริกำรสำธำรณประโยชนข์ ององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ และ เขยี นบตั รคำออกนำเสนอหนำ้ ชน้ั เรียน สื่อการเรยี นรู้ 1. ภำพ กำรบรกิ ำรสำธำรณประโยชน์ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ 2. บตั รคำ กำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น 3. ช้ินงำนท่ี 5 เรอื่ ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกบั กำรบริกำรสำธำรณประโยชน์ในชมุ ชน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1. วิธกี ารวัดและประเมินผล 1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในกำรเข้ำรว่ มกจิ กรรม 1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม 1.3 ตรวจช้ินงำนที่ 5 2. เคร่ืองมอื 2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมกำรเขำ้ รว่ มกจิ กรรม 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรเข้ำร่วมกิจกรรมกล่มุ 3. เกณฑ์การประเมนิ 3.1 กำรประเมนิ พฤตกิ รรมกำรเข้ำร่วมกิจกรรม
ผ่ำนตง้ั แต่ 2 รำยกำร ถอื วำ่ ผ่าน ผำ่ น 1 รำยกำร ถือว่ำ ไมผ่ า่ น 3.2 กำรประเมนิ พฤติกรรมกำรเข้ำรว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คะแนน 9-10 ระดบั ดมี ำก คะแนน 7-8 ระดับ ดี คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้ คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรงุ การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) กำรประเมนิ ชิ้นงำนท่ี 21 ใหผ้ สู้ อนพจิ ำรณำจำกเกณฑก์ ำรประเมนิ ผลตำมสภำพจรงิ (Rubrics) เร่อื ง องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ กบั กำรบริกำรสำธำรณประโยชนใ์ นชุมชน เกณฑ์การประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1 32 ยกตัวอยำ่ ง เขยี น ยกตัวอยำ่ ง เขียน ยกตวั อย่ำง เขยี น ยกตัวอย่ำง เขียน ยกตวั อยำ่ ง เขยี น อธบิ ำยหรือสรุป อธบิ ำยหรอื สรปุ อธิบำยหรือสรุป อธบิ ำยหรือสรปุ อธิบำยหรอื สรุป กำรบรกิ ำร กำรบรกิ ำร กำรบริกำร กำรบริกำร กำรบรกิ ำร สำธำรณประโยชน์ใน สำธำรณประโยชน์ใน สำธำรณประโยชนใ์ น สำธำรณประโยชน์ สำธำรณประโยชนใ์ น ชมุ ชนของตนเอง ชมุ ชนของตนเอง ได้ ชุมชนของตนเอง ได้ ในชมุ ชนของตนเอง ชมุ ชนของตนเอง ได้ สมั พันธ์เชอ่ื มโยงกนั มีกำรจำแนกขอ้ มูล ไดส้ อดคล้องกับขอ้ มลู แตย่ ังไม่สอดคลอ้ งกบั อธิบำยให้เหน็ เป็น อธบิ ำยให้เห็นถึง มกี ำรเขียนขยำยควำม ขอ้ มูลเขียนตำมขอ้ มูล ภำพโดยรวมแสดงให้ ควำมสัมพนั ธก์ บั ยกตวั อยำ่ งใหเ้ ข้ำใจ ทอี่ ำ่ น ไม่มกี ำร เห็นถงึ ควำมสมั พนั ธ์ ตนเองอยำ่ ง ง่ำย อธิบำยเพิ่มเตมิ กับตนเองและผอู้ น่ื เปน็ เหตเุ ป็นผล บันทึกหลงั การสอน 1. ผลการจัดการเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….……………
2. ปัญหา/อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงชอื่ (นำยวชั รพล แสงสุระ) ตำแหน่ง ครูผูช้ ่วย ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผ้บู ริหาร ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงชอ่ื (นำยขันทอง เด่นพนั ธ์) ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยกำรโรงเรียนอนบุ ำลชุมชนหนองบวั แดง แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 12 เรือ่ ง กจิ กรรมเสรมิ ทักษะควำมรู้ ท้ำยหน่วยกำรเรยี นรู้ จำนวน 1 ช่วั โมง ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี 5 หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 3 กำรปกครองสว่ น จำนวน 5 ชว่ั โมง ทอ้ งถนิ่ ของไทย รำยวิชำ ส 15101 สังคมศึกษำ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ผสู้ อน นำยวัชรพล แสงสุระ
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.2 เข้ำใจระบบกำรเมืองกำรปกครองในสังคมปัจจบุ นั ยึดมั่น ศรัทธำและธำรงรักษำไวซ้ ่ึงกำร ปกครองระบอบประชำธปิ ไตยอันมพี ระมหำกษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข ตวั ชี้วดั ส 2.2 ป.5/1 อธบิ ำยโครงสรำ้ ง อำนำจ หนำ้ ทีแ่ ละควำมสำคญั ของกำรปกครอง ส่วนทอ้ งถิ่น ส 2.2 ป.5/2 ระบุบทบำท หน้ำท่ี และวิธีกำรเข้ำดำรงตำแหนง่ ของผู้บรหิ ำรท้องถิ่น ส 2.2 ป.5/3 วิเครำะหป์ ระโยชน์ที่ชมุ ชนจะไดร้ บั จำกองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ จุดประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ูต่ วั ชี้วัด 1. อธบิ ำยและสรุปควำมรู้กำรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ของไทยลงในแบบกจิ กรรม (K) 2. จำแนกและสรุปควำมร้กู ำรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินของไทยลงในแบบกิจกรรม ( (P) 3. เห็นควำมสำคัญในกำรพัฒนำทักษะควำมรู้ในกำรทำกิจกรรมในระหว่ำงเรยี น (A) สาระสาคญั กำรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ของไทย ประกอบดว้ ยองคก์ ำรบรหิ ำรส่วนตำบล องคก์ ำรบรหิ ำรสว่ น จังหวดั เทศบำล และกำรปกครองพิเศษ ได้แก่ กรงุ เทพมหำนครและเมอื งพัทยำ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมควำมรู้ กำรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นของไทย คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ มีวินัย ตวั ชี้วดั ที่ 3.1 ปฏบิ ัติตำมขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของครอบครวั โรงเรยี น และสงั คม สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวิต ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้) แบบกิจกรรมเสริมทักษะควำมรู้ท้ำยหนว่ ยกำรเรียนรู้ คาถามท้าทาย กำรจัดให้มกี ำรปกครองสว่ นท้องถิ่นมีผลดีตอ่ กำรแกป้ ญั หำใหก้ ับทอ้ งถ่ินอย่ำงไรบ้ำง การบูรณาการ - กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี ; กำรใช้สอื่ อินเตอรเ์ น็ตสบื คน้ ,
- กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ศิลปะ ; กำรเขยี นแผนภูมคิ วำมคิด (Mind mapping) - กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย ; กำรอภปิ รำย, กำรแสดงควำมคดิ เหน็ , กำรสมั มนำ - โรงเรยี นสจุ ริต ; ปลูกฝงั ค่ำนยิ มควำมซอื่ สตั ยส์ ุจรติ - โรงเรียนสีขำว ; ปลูกฝงั คำ่ นิยมใหผ้ ู้เรยี นหำ่ งไกลอบำยมุขทุกชนดิ - โรงเรียนคณุ ธรรม ; ปลกู ฝงั คุณธรรมและจริยธรรมใหเ้ กิดกับผู้เรียน การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครนู ำแบบกิจกรรมหรือแบบฝกึ หดั เพอื่ นำมำทดสอบเสริมทกั ษะและทบทวนควำมรู้ของนักเรยี น (แบบกิจกรรมให้ข้ึนอยู่กับดลุ ยพินจิ ของครู) ดงั น้ี ตวั อย่างกิจกรรม ให้นักเรยี นสรุปควำมรู้เก่ียวกับโครงสร้ำงและอำนำจหน้ำทีข่ ององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินลงใน แผนภำพทก่ี ำหนดให้ ดงั น้ี 2. ครูตรวจและเฉลยแบบกิจกรรมพรอ้ มอธิบำยสรปุ เป็นควำมรู้เพิม่ เติม 3. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-Test) เพ่ือประเมนิ ผลกำรเรียนในหน่วย กำรเรียนรู้ที่ 3
4. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกันสรปุ ควำมรู้ ดังน้ี กำรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย ประกอบด้วยองค์กำรบริหำรสว่ นตำบล องค์กำรบริหำร ส่วนจังหวดั เทศบำล และกำรปกครองพิเศษ ไดแ้ ก่ กรงุ เทพมหำนครและเมอื งพัทยำ 5. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงควำมคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถำมทำ้ ทำย ดังน้ี กำรจดั ให้มีกำรปกครองส่วนท้องถิ่นมผี ลดีตอ่ กำรแก้ปัญหำใหก้ บั ทอ้ งถน่ิ อย่ำงไรบำ้ ง การจดั บรรยากาศเชงิ บวก กำรนำแบบกจิ กรรมหรือแบบฝึกหดั มำเพื่อพัฒนำทกั ษะและเสริมควำมรขู้ องนกั เรยี น ท้ำยชวั่ โมงของหนว่ ยกำรเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ แบบกิจกรรมเสริมทักษะควำมรูท้ ำ้ ยหนว่ ยกำรเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในกำรเข้ำร่วมกจิ กรรม 2. เคร่อื งมือ แบบสังเกตพฤตกิ รรมกำรเข้ำร่วมกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมิน กำรประเมินพฤตกิ รรมกำรเข้ำร่วมกจิ กรรม ผำ่ นต้ังแต่ 2 รำยกำร ถอื ว่ำ ผา่ น ผ่ำน 1 รำยกำร ถอื ว่ำ ไมผ่ ่าน
บนั ทึกหลังการสอน 1. ผลการจดั การเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… 2. ปญั หา/อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงชอ่ื (นำยวชั รพล แสงสรุ ะ) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของผู้บริหาร ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงชอื่ (นำยขนั ทอง เดน่ พันธ์) ตำแหนง่ ผู้อำนวยกำรโรงเรยี นอนุบำลชุมชนหนองบัวแดง แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13 เร่ือง วัฒนธรรมไทย
จำนวน 1 ชว่ั โมง ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี 5 หนว่ ยกำรเรียนรู้ที่ 4 วัฒนธรรมและภูมิ จำนวน 3 ช่วั โมง ปญั ญำทอ้ งถ่นิ รำยวิชำ ส 15101 สงั คมศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ผสู้ อน นำยวชั รพล แสงสุระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.1 เข้ำใจและปฏบิ ัติตนตำมหน้ำที่ของกำรเป็นพลเมืองดี มีค่ำนยิ มท่ีดีงำมและธำรงรักษำ ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวติ อยู่ร่วมกนั ในสังคมไทย และสงั คมโลกอยำ่ งสันติสขุ ตวั ชี้วดั ส 2.1 ป.5/3 เห็นคุณคำ่ วัฒนธรรมไทยทม่ี ผี ลต่อกำรดำเนินชวี ติ ในสังคมไทย จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สู่ตวั ช้วี ัด 1. อธบิ ำยวฒั นธรรมไทย (K) 2. จำแนกประเภทของวฒั นธรรมทมี่ คี วำมสำคัญตอ่ กำรดำเนินชีวติ (P) 3. เหน็ คุณคำ่ ของวฒั นธรรมไทยที่มีผลตอ่ กำรดำเนนิ ชวี ิตในสังคมไทย (A) สาระสาคัญ วัฒนธรรมไทยเป็นเอกลกั ษณท์ แ่ี สดงถึงควำมเปน็ ไทยมีคุณค่ำตอ่ กำรดำเนนิ ชีวิตในสังคมไทย สาระการเรียนรู้ 1. วัฒนธรรมทม่ี ผี ลต่อกำรดำเนินชีวิตของคนในสงั คม 2. คณุ ค่ำของวัฒนธรรมกับกำรดำเนินชีวติ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ รักควำมเป็นไทย ตัวช้วี ดั ที่ 7.3 อนุรกั ษแ์ ละสืบทอดภมู ิปญั ญำไทย สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ควำมสำมำรถในกำรคดิ ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร้)ู ชิ้นงำนท่ี 6 เร่อื ง วฒั นธรรมไทย คาถามทา้ ทาย
นักเรยี นคิดว่ำตนเองมคี วำมรกั ควำมศรัทธำ และควำมภำคภมู ใิ จในวัฒนธรรมไทยมำกนอ้ ย เพียงใด การบูรณาการ - กลุ่มสำระกำรเรยี นร้กู ำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ; กำรใช้ส่อื อินเตอร์เนต็ สืบค้น, - กลุม่ สำระกำรเรยี นร้ศู ิลปะ ; กำรเขยี นแผนภูมิควำมคิด (Mind mapping) - กล่มุ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย ; กำรอภปิ รำย, กำรแสดงควำมคิดเห็น, กำรสัมมนำ - โรงเรยี นสุจรติ ; ปลูกฝังคำ่ นยิ มควำมซือ่ สัตย์สุจริต - โรงเรียนสขี ำว ; ปลูกฝงั ค่ำนยิ มให้ผเู้ รยี นหำ่ งไกลอบำยมุขทกุ ชนิด - โรงเรียนคณุ ธรรม ; ปลกู ฝังคุณธรรมและจรยิ ธรรมให้เกดิ กบั ผู้เรียน การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูนำภำพวฒั นธรรมไทย เชน่ ภำพกำรทำบญุ วนั สำคัญทำงศำสนำ กำรแสดงควำมเคำรพกนั ให้ นักเรยี นดู จำกนัน้ ให้นักเรยี นร่วมกนั สนทนำโดยครูใช้คำถำม ดงั น้ี นกั เรยี นเคยมสี ว่ นร่วมในกำรปฏบิ ัตใิ นวัฒนธรรมไทยอยำ่ งไรบ้ำง (ตวั อยา่ งคาตอบ การ แสดงความเคารพบิดามารดาด้วยการกราบไหว้ การร่วมประเพณีทาบญุ สาคัญทางศาสนา) นกั เรียนภำคภมู ใิ จในวฒั นธรรมไทยอยำ่ งไร (ตวั อย่างคาตอบ ภมู ใิ จท่ไี ทยมีเอกลักษณเ์ ป็น ของตนเอง) 2. ครนู ำบตั รคำเก่ยี วกบั วัฒนธรรมให้นักเรียนอำ่ นและแบ่งนกั เรียนออกเปน็ 4 กลุม่ แลว้ ให้ สง่ ผแู้ ทนกลมุ่ มำจบั บัตรคำ เสรจ็ แลว้ ใหแ้ ต่ละกล่มุ รว่ มกนั ศกึ ษำและสรุปเป็นบันทกึ นำเสนอ หน้ำชนั้ เรียน คตธิ รรม วตั ถธุ รรม เนติธรรม สหธรรม จบกำรนำเสนอ ครใู ชค้ ำถำมใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเหน็ โดยครสู รุปคำตอบของนักเรยี น เปน็ แผนภำพลงบนกระดำน ดังนี้ วฒั นธรรมแตล่ ะประเภทมีลักษณะอย่ำงไร ตัวอยา่ งแผนภาพ สรปุ คำตอบของนกั เรียน
3. ให้นักเรียนรว่ มกันศกึ ษำคุณค่ำของวัฒนธรรมกับกำรดำเนินชีวติ ในสังคมไทย โดยครใู ช้คำถำมให้ นักเรียนร่วมกันสนทนำ และสรุปคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภำพลงบนกระดำน ดงั น้ี ตัวอย่างแผนภาพ เป็นเอกลกั ษณ์ของความเป็นชาติไทย คุณค่ำของ เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถนิ่ ของไทย วฒั นธรรมไทย เป็นศนู ย์รวมแสดงความเป็นชาติไทย ท่มี ตี ่อสงั คมไทย สร้างความสามคั คีในสังคมไทย ความเป็นระเบียบแบบแผนของสงั คมไทย เป็นส่ิงแสดงถงึ ความเจริญงอกงามของสังคมไทย 4. ใหน้ ักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปควำมรู้ ดังนี้ วฒั นธรรมไทยเปน็ เคร่ืองบง่ บอกถึงควำมเจรญิ งอกงำมตำมวถิ ีชวี ติ แบบไทย มีเอกลกั ษณ์เปน็ ของตนเอง มีคณุ คำ่ ต่อกำรดำเนนิ ชวี ิตในสงั คมไทย 5. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงควำมคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถำมท้ำทำย ดงั น้ี นักเรียนคิดว่ำตนเองมคี วำมรักควำมศรทั ธำและควำมภำคภูมิใจในวฒั นธรรมไทยมำก น้อยเพียงใด 6. ให้นกั เรยี นทำช้นิ งำนท่ี 6 เรอื่ ง วัฒนธรรมไทย การจัดบรรยากาศเชงิ บวก กำรแบง่ กลุ่มนกั เรียนนำเสนอและสรุปควำมร้เู รอ่ื งวฒั นธรรมไทย เปน็ แผนภำพ สือ่ การเรียนรู้ 1. ภำพวฒั นธรรมไทย 2. บตั รคำประเภทของวัฒนธรรม
3. ช้นิ งำนที่ 6 เรือ่ ง วัฒนธรรมไทย การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล 1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรม 1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในกำรเข้ำร่วมกิจกรรมกลุ่ม 1.3 ตรวจชิน้ งำนที่ 6 2. เครอื่ งมือ 2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรม 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรเขำ้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ 3. เกณฑ์การประเมิน 3.1 กำรประเมินพฤติกรรมกำรเข้ำร่วมกจิ กรรม ผำ่ นตัง้ แต่ 2 รำยกำร ถอื วำ่ ผ่าน ผำ่ น 1 รำยกำร ถอื วำ่ ไม่ผา่ น 3.2 กำรประเมินพฤติกรรมกำรเขำ้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คะแนน 9-10 ระดับ ดีมำก คะแนน 7-8 ระดบั ดี คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้ คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรงุ การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) กำรประเมนิ ช้ินงำนที่ 22 ใหผ้ ู้สอนพิจำรณำจำกเกณฑก์ ำรประเมนิ ผลตำมสภำพจริง (Rubrics) เรอ่ื ง วฒั นธรรมไทย เกณฑก์ ารประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 สงั เกตภำพแลว้ สงั เกตภำพแล้ว สงั เกตภำพแล้ว สังเกตภำพแลว้ สงั เกตภำพแลว้ เขยี นอธิบำยหรอื เขยี นอธิบำยหรือ เขยี นอธิบำยหรือ เขียนอธบิ ำยหรือสรุป เขยี นอธบิ ำยหรอื สรปุ วัฒนธรรมไทย สรปุ วัฒนธรรมไทย สรปุ วฒั นธรรมไทย วัฒนธรรมไทย ได้ สรุปวัฒนธรรมไทย ได้สมั พันธถ์ กู ต้อง ได้สัมพันธถ์ ูกตอ้ ง สัมพนั ธถ์ ูกตอ้ งตรง ไดส้ ัมพันธถ์ ูกตอ้ ง เช่ือมโยงกบั ภำพท่ี กบั ภำพครบทุกขอ้ กับภำพทก่ี ำหนดให้ ตรงกบั ภำพ กำหนดใหค้ รบ และเขยี นอธิบำย และเขียนขยำยควำม แตย่ ังไม่สอดคลอ้ ง ทุกข้อ อธิบำย แสดงถึงควำม และยกตัวอยำ่ งให้ กับข้อมูล อธิบำย ให้เหน็ เป็นภำพ เข้ำใจง่ำย ตำมข้อมลู ท่ีอำ่ น
โดยรวมแสดง สัมพันธ์กับตนเอง ไม่มกี ำรอธิบำย ใหเ้ ห็นถึง อยำ่ งเป็นเหตุ เพิ่มเติม ควำมสมั พนั ธ์กับ เป็นผล ตนเองและผอู้ ่นื บันทึกหลังการสอน 1. ผลการจดั การเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… 2. ปญั หา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงช่ือ (นำยวัชรพล แสงสุระ) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของผู้บริหาร ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….……………
……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงช่อื (นำยขันทอง เด่นพนั ธ์) ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยกำรโรงเรยี นอนบุ ำลชุมชนหนองบัวแดง แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 14 เร่ือง ภูมิปญั ญำทอ้ งถ่ินในชุมชน จำนวน 1 ชว่ั โมง ชั้นประถมศึกษำปที ี่ 5 หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ 4 วัฒนธรรมและภมู ิ จำนวน 3 ชั่วโมง ปัญญำท้องถ่นิ รำยวิชำ ส 15101 สงั คมศกึ ษำ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ผ้สู อน นำยวชั รพล แสงสรุ ะ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.1 เข้ำใจและปฏบิ ตั ิตนตำมหนำ้ ท่ีของกำรเป็นพลเมืองดี มคี ่ำนิยมทดี่ งี ำมและธำรงรักษำ ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวติ อยรู่ ว่ มกันในสังคมไทย และสังคมโลกอย่ำงสันติสุข ตวั ช้ีวดั ส 2.1 ป.5/4 มสี ่วนรว่ มในกำรอนุรกั ษ์เผยแพรภ่ ูมิปญั ญำทอ้ งถ่นิ ของชมุ ชน จดุ ประสงค์การเรียนรูส้ ตู่ วั ชีว้ ัด 1. อธิบำยควำมหมำยควำมสำคญั ของภมู ิปัญญำท้องถ่นิ (K) 2. จำแนกภูมิปญั ญำท้องถนิ่ ของไทย (P) 3. เห็นคุณคำ่ กำรอนุรักษ์และเผยแพร่ภูมปิ ญั ญำทอ้ งถน่ิ ของชุมชน (A) สาระสาคัญ ภมู ิปัญญำท้องถนิ่ เป็นควำมรู้ท่ีเกิดจำกประสบกำรณ์กำรดำเนนิ ชีวติ ของคนในท้องถนิ่ ทปี่ ระดิษฐค์ ดิ ค้น นำมำใชใ้ ห้เกิดประโยชนใ์ นกำรดำเนนิ ชวี ติ ประจำวนั สาระการเรียนรู้
1. ตัวอย่ำงภมู ปิ ญั ญำท้องถิ่นในชุมชน 2. กำรมสี ว่ นร่วมในกำรอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพรภ่ ูมปิ ญั ญำท้องถนิ่ ของชุมชน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักควำมเปน็ ไทย ตัวช้วี ดั ที่ 7.3 อนรุ ักษแ์ ละสบื ทอดภูมปิ ัญญำไทย สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ควำมสำมำรถในกำรคดิ ช้ินงานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้ ช้นิ งำนที่ 7 เรื่อง ภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถน่ิ ในชมุ ชน คาถามท้าทาย ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถิ่นให้อะไรแกช่ ุมชน การบรู ณาการ - กลุ่มสำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ; กำรใช้สอ่ื อินเตอร์เน็ตสบื คน้ , - กลุม่ สำระกำรเรยี นร้ศู ิลปะ ; กำรเขียนแผนภมู ิควำมคดิ (Mind mapping) - กลมุ่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย ; กำรอภิปรำย, กำรแสดงควำมคิดเหน็ , กำรสัมมนำ - โรงเรยี นสจุ รติ ; ปลูกฝังคำ่ นยิ มควำมซอ่ื สัตยส์ จุ ริต - โรงเรยี นสขี ำว ; ปลูกฝังคำ่ นิยมให้ผ้เู รียนหำ่ งไกลอบำยมขุ ทกุ ชนดิ - โรงเรยี นคณุ ธรรม ; ปลูกฝงั คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมให้เกดิ กบั ผู้เรยี น การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครูเลอื กผ้แู ทนนักเรียนออกมำเลำ่ ถึงภูมปิ ญั ญำทม่ี อี ย่ใู นชุมชนของตนเองว่ำมีอะไรบำ้ ง จำกนั้น ร่วมกนั สนทนำโดยครูใชค้ ำถำม ดงั นี้ ภูมปิ ัญญำท้องถนิ่ ท่ีเป็นเอกลกั ษณป์ ระจำถิ่นของนักเรยี นมอี ะไรบ้ำง (ตัวอย่างคาตอบ การทอผ้าจากใยไหมเป็นชุดผ้าไหม การสานเคร่ืองจกั สานจากไม้ไผ่เป็นหัตถกรรม เครือ่ งใชใ้ นครวั เรอื น) นกั เรียนคดิ วำ่ ภมู ิปญั ญำท้องถิ่นเกิดจำกอะไร (ตวั อย่างคาตอบ เกิดจากวถิ ีการดาเนินชีวิต ของคนในท้องถน่ิ ที่คิดประดิษฐ์คดิ ค้นเครื่องมือท่ีมีประโยชน์ตอ่ การดาเนินชีวติ ประจาวัน โดยอาศัย ประสบการณ์จากการเรียนร้จู ากสภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติมาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเอง) 2. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันศกึ ษำ และระบุถึงควำมสำคัญของภมู ิปัญญำท้องถิ่น โดยครู ใช้คำถำมให้ นักเรยี นร่วมกันแสดงควำมคิดเห็น ดงั น้ี
ภูมปิ ญั ญำทอ้ งถ่นิ มีควำมสำคัญต่อกำรดำเนินชวี ิตของคนในทอ้ งถน่ิ อย่ำงไร ครสู รปุ คำตอบของนักเรยี นเป็นแผนภำพลงบนกระดำน ตัวอยา่ งแผนภาพ การรู้จกั ประดษิ ฐ์คิดค้นสิ่งรอบตวั สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เกดิ ภมู ิปัญญาศลิ ปะแขนงต่าง ๆ การรู้จกั การพึง่ พาตนเอง ควำมสำคัญของภมู ิปัญญำท้องถ่ิน เป็นการดาเนินชีวติ ทส่ี อดคล้อง รู้จกั การนาทรพั ยากรท่มี ีมาใช้ประโยชน์ กบั หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง เกิดเป็นสินค้าหตั ถกรรมของท้องถนิ่ 3. ครูแบ่งกลุ่มนกั เรียนออกเปน็ 2 กลมุ่ สำรวจภูมิปัญญำทอ้ งถนิ่ ในชุมชนของตนเอง จำกนน้ั ออก นำเสนอหนำ้ ช้นั เรียน จบกำรนำเสนอ ครูให้นักเรยี นร่วมกันแสดงควำมคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถำม ดงั น้ี ภูมปิ ญั ญำทอ้ งถ่ินในชุมชนของนกั เรียนมีอะไรบำ้ ง (ตัวอย่างคาตอบ วิธีการถนอมอาหาร โดยการแปรรปู เช่น การตากแห้ง การหมัก การกวน การดอง นอกจากนน้ั ยงั มเี ครอ่ื งหตั ถกรรมจกั สานต่าง ๆ การแกะสลกั ไม้ เป็นต้น) ภูมิปัญญำทอ้ งถิ่นเกดิ ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนอยำ่ งไร (ตวั อย่างคาตอบ เป็นเครือ่ งมือ เครอ่ื งใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวันของผู้คนในชมุ ชน) 4. ให้นักเรียนรว่ มกันออกนำเสนอแนวทำงกำรอนุรักษ์ และเผยแพร่ภมู ิปัญญำทอ้ งถน่ิ ของชุมชน โดยแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั คิดและสง่ ผแู้ ทนของกลุ่มออกมำนำเสนอใหเ้ พือ่ นฟังหนำ้ ชั้นเรยี น จบกำรนำเสนอ ครูอธิบำยสรปุ เพม่ิ เตมิ ดงั น้ี ภูมิปัญญำทอ้ งถนิ่ เปน็ ควำมรู้จำกกำรส่ังสมประสบกำรณ์ของบรรพบุรุษ กำรปล่อยปะละเลยถือเป็น กำรท้ิงมรดกทำงวัฒนธรรมใหส้ ูญสิ้นไป กำรรู้จักนำภมู ิปญั ญำท้องถิน่ มำพฒั นำ โดยกำรเพมิ่ มลู คำ่ เชน่ เป็น สนิ คำ้ หนงึ่ ตำบลหน่ึงผลิตภัณฑ์ (OTOP) ออกเผยแพร่นอกจำกจะเป็นกำรอนรุ ักษ์แลว้ ยังเป็นกำรสรำ้ งรำยได้ และชอื่ เสยี งให้แก่ชุมชน ดังนนั้ ภมู ิปัญญำท้องถน่ิ ในชุมชนจะอยหู่ รอื เสอ่ื มสลำยไปอยทู่ ่คี นรุ่นหลังจะมองเห็น คณุ คำ่ ของภูมปิ ัญญำของบรรพบรุ ษุ หรือไม่
5. ครูอธบิ ำยควำมรู้เพมิ่ เติมเก่ียวกบั รอบรู้อำเซียน ดงั น้ี ฟลิ ิปปนิ ส์มลี กั ษณะภูมปิ ระเทศเป็นหมู่เกำะใหญ่น้อยมำกกว่ำ 7,000 เกำะ ทำให้มี ฝนตกชกุ เกอื บตลอดปี และตั้งอยใู่ นเขตไตฝ้ ่นุ ทำให้เกิดคลืน่ ลมและพำยทุ ร่ี นุ แรงในท้องทะเลส่งผลให้เรอื ที่ ออกจำกฝงั่ ล่มกลำงทะเลสรำ้ งควำมเสยี หำยทัง้ ต่อทรพั ย์สินและชวี ิตของคนทอี่ ยบู่ นเรือ ดว้ ยเหตนุ ้ีชำวเรือในอดตี จึงไดป้ ระดษิ ฐค์ ิดคน้ วธิ ีกำรป้องกันเรือลม่ ขณะทีเ่ จอพำยลุ มแรงในทะเล โดยกำรนำไมไ้ ผ่ทีม่ ีอยู่มำกในทอ้ งถิน่ มำดดั เป็นรปู โค้งต่อกับตัวเรือทั้ง 2 ข้ำง เพอื่ เป็นกำรพยงุ หรือสรำ้ งสมดลุ ให้เรือ เม่อื เจอลมพำยุ นน่ั คอื เรอื Banka Boat หรอื เรอื แมงมุม เหตทุ เี่ รียกว่ำ Banka Boat หรือเรือแมงมมุ เพรำะลักษณะรูปรำ่ งของเรอื มีลักษณะคล้ำยกับตัวแมงมุม ดังรปู สว่ นต่อเดมิ ทีท่ ำด้วยไมไ้ ผ่เพื่อสรำ้ งควำมสมดลุ ให้กับลำเรอื 6. ใหน้ ักเรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ควำมรู้ ดงั น้ี ภมู ิปญั ญำท้องถิ่น เปน็ ควำมร้ทู เี่ กดิ จำกกำรสัง่ สมประสบกำรณ์และควำมเฉลียวฉลำดในกำร ประดิษฐค์ ดิ ค้นของคนในท้องถน่ิ นำมำใช้ให้เกดิ ประโยชนใ์ นกำรดำเนินชีวติ และสืบทอด เป็นภมู ปิ ญั ญำจนถึงปัจจุบนั 7. ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงควำมคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถำมทำ้ ทำย ดังน้ี ภูมปิ ญั ญำท้องถิน่ ให้อะไรแก่ชุมชน 8. ใหน้ กั เรยี นทำช้ินงำนท่ี 7 เรอ่ื ง ภมู ิปัญญำท้องถน่ิ ในชมุ ชน การจัดบรรยากาศเชงิ บวก กำรแบ่งนักเรียนสำรวจภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถนิ่ ในชุมชน และร่วมกนั เสนอแนวทำงอนุรักษ์ หนำ้ ชนั้ เรียน สือ่ การเรยี นรู้ ชน้ิ งำนท่ี 7 เรื่อง ภมู ิปญั ญำทอ้ งถนิ่ ในชุมชน การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในกำรเข้ำร่วมกิจกรรม 1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในกำรเข้ำรว่ มกิจกรรมกลุ่ม 1.3 ตรวจชิน้ งำนที่ 7 2. เคร่อื งมือ 2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรเข้ำรว่ มกิจกรรม 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมกำรเข้ำร่วมกจิ กรรมกลมุ่ 3. เกณฑ์การประเมิน 3.1 กำรประเมนิ พฤติกรรมกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรม ผำ่ นตัง้ แต่ 2 รำยกำร ถอื ว่ำ ผา่ น ผำ่ น 1 รำยกำร ถือวำ่ ไม่ผ่าน 3.2 กำรประเมนิ พฤติกรรมกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรมกลุม่ คะแนน 9-10 ระดบั ดีมำก คะแนน 7-8 ระดบั ดี คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้ คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรุง การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics) กำรประเมนิ ชน้ิ งำนท่ี 7 ให้ผ้สู อนพจิ ำรณำจำกเกณฑก์ ำรประเมนิ ผลตำมสภำพจรงิ (Rubrics) เรอื่ ง ภมู ิปญั ญำท้องถ่ินในชุมชน เกณฑก์ ารประเมิน 4 ระดับคะแนน 1 32 สำรวจและเขยี น สำรวจและเขียน สำรวจและเขียน สำรวจและเขียน สำรวจและเขยี น อธิบำยหรือสรปุ ภูมิ อธบิ ำยหรือสรปุ อธิบำยหรือสรุป อธิบำยหรอื สรปุ อธบิ ำยหรอื สรปุ ปญั ญำทอ้ งถ่นิ ใน ภูมิปญั ญำทอ้ งถ่ิน ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถน่ิ ใน ภูมิปญั ญำท้องถ่ินใน ภูมิปญั ญำทอ้ งถ่ินใน ชมุ ชนของตนเอง ในชมุ ชนของตนเอง ชุมชนของตนเองได้ มี ชมุ ชนของตนเอง ได้ ชมุ ชนของตนเองได้ ไดส้ ัมพนั ธ์เชื่อมโยง กำรจำแนกขอ้ มูลกำร สอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู มี แต่ยังไม่สอดคลอ้ งกบั แสดงให้เหน็ ภำพ สำรวจอธิบำยใหเ้ ห็น กำรเขยี นขยำยควำม ขอ้ มูล เขียนตำม โดยรวม อธบิ ำยให้ ถงึ ควำมสมั พันธ์กับ
เห็นควำมสัมพันธก์ ับ ตนเองอยำ่ งเปน็ เหตุ และยกตัวอยำ่ ง ขอ้ มูลที่อ่ำน ไม่มี ตนเองและผอู้ ่นื เปน็ ผล อธิบำยให้เข้ำใจงำ่ ย กำรอธบิ ำยเพม่ิ เติม บนั ทึกหลงั การสอน 1. ผลการจัดการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… 2. ปญั หา/อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….……………………………………………
3. แนวทางแกไ้ ข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงชือ่ (นำยวชั รพล แสงสุระ) ตำแหนง่ ครูผชู้ ่วย ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะของผ้บู ริหาร ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงชื่อ (นำยขนั ทอง เดน่ พนั ธ์) ตำแหนง่ ผู้อำนวยกำรโรงเรียนอนบุ ำลชุมชนหนองบัวแดง แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 15 เรอ่ื ง กจิ กรรมเสริมทักษะควำมรู้ ท้ำยหนว่ ยกำรเรียนรู้ จำนวน 1 ช่วั โมง ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี 5 หน่วยกำรเรียนรทู้ ่ี 4 วัฒนธรรมและภมู ิ จำนวน 3 ชว่ั โมง ปญั ญำท้องถ่นิ รำยวิชำ ส 15101 สังคมศึกษำ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ผ้สู อน นำยวชั รพล แสงสรุ ะ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เขำ้ ใจและปฏิบตั ติ นตำมหนำ้ ที่ของกำรเปน็ พลเมืองดี มีค่ำนยิ มที่ดีงำมและธำรงรักษำ ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวติ อยู่รว่ มกันในสงั คมไทยและสังคมโลก อยำ่ งสนั ตสิ ุข ตวั ชว้ี ดั ส 2.1 ป.5/3 เห็นคณุ ค่ำวฒั นธรรมไทยท่ีมผี ลตอ่ กำรดำเนนิ ชีวติ ในสังคมไทย ส 2.1 ป.5/4 มสี ว่ นร่วมในกำรอนรุ ักษเ์ ผยแพรภ่ ูมปิ ัญญำท้องถน่ิ ของชมุ ชน จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สู่ตัวชีว้ ัด 1. อธิบำยและสรปุ ควำมรเู้ รื่องวัฒนธรรมและภูมิปัญญำท้องถน่ิ ลงในแบบกิจกรรม (K) 2. จำแนกและสรปุ ควำมรู้เรือ่ งวฒั นธรรมและภูมิปญั ญำท้องถิน่ ลงในแบบกจิ กรรม ( (P) 3. เหน็ ควำมสำคญั ในกำรพัฒนำทกั ษะควำมรใู้ นกำรทำกจิ กรรมระหวำ่ งเรียน (A) สาระสาคญั วฒั นธรรมและภมู ิปัญญำท้องถ่ินเปน็ สิง่ ที่แสดงถงึ ควำมเจริญงอกงำมทำงด้ำนควำมร้ทู ีเ่ กิดจำกกำรสั่ง สมประสบกำรณ์จนเกิดกำรยอมรบั และปฏิบัติสืบทอดต่อกันมำถงึ ปัจจบุ นั สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมเสริมทกั ษะควำมรู้วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญำทอ้ งถ่ิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รกั ควำมเป็นไทย ตวั ชว้ี ดั ที่ 7.3 อนรุ กั ษ์และสบื ทอดภมู ปิ ัญญำไทย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ควำมสำมำรถในกำรคิด ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) แบบกิจกรรมเสรมิ ทักษะควำมร้ทู ้ำยหน่วยกำรเรียนรู้ คาถามท้าทาย วฒั นธรรมไทยและภมู ปิ ัญญำท้องถิน่ นบั วันยง่ิ ถกู แทรกแซงจำกวฒั นธรรมชำติอ่ืน นกั เรียนจะมี แนวทำงรกั ษำวัฒนธรรมและภมู ิปัญญำท้องถ่นิ ให้ดำรงอยู่ตอ่ ไปไดอ้ ยำ่ งไร การบูรณาการ - กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ; กำรใชส้ ่อื อนิ เตอรเ์ นต็ สบื ค้น, - กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ศลิ ปะ ; กำรเขียนแผนภมู คิ วำมคดิ (Mind mapping) - กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย ; กำรอภิปรำย, กำรแสดงควำมคดิ เหน็ , กำรสัมมนำ
- โรงเรียนสุจรติ ; ปลกู ฝงั คำ่ นยิ มควำมซ่อื สตั ยส์ ุจรติ - โรงเรียนสีขำว ; ปลูกฝังค่ำนิยมให้ผู้เรียนหำ่ งไกลอบำยมุขทุกชนดิ - โรงเรียนคุณธรรม ; ปลกู ฝังคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมใหเ้ กิดกบั ผู้เรยี น การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูนำแบบกจิ กรรมหรือแบบฝึกหดั มำให้นักเรียนฝึกทดสอบเพื่อพัฒนำเสรมิ ทักษะควำมรใู้ นหน่วย กำรเรยี นรู้ที่ 4 (กจิ กรรมแบบฝกึ หัดข้ึนอยูก่ ับดุลยพนิ ิจของคร)ู ดังน้ี ตวั อย่างกจิ กรรมที่ 1 ใหน้ กั เรยี นอธบิ ำยควำมหมำยของคำศพั ทท์ ่เี กี่ยวข้องกับวัฒนธรรมที่กำหนดให้ ดังตอ่ ไปนี้ 1. คตธิ รรม __________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ 2_.__วตั ถุธรรม _________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ 3_.__เนติธรรม __________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ 4_.__สหธรรม __________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ______ต_วั _อ_ย_่า_ง_ก_จิ__ก_ร_ร_ม_ท_ี่__2______________________________________________________ ______ให__น้ _กั _เ_ร_ีย_น_อ_ธ_บิ__ำย__ค_ว_ำ_ม_ห_ม_ำ_ย___ค_ว_ำ_ม_ส__ำ_ค_ญั _แ_ล__ะ_ต_วั _อ_ย_ำ่ _ง_ข_อ_ง_ภ_มู_ปิ__ัญ_ญ__ำ_ท_้อ_ง_ถ_ิ่น_ท__ี่ต_น_เ_อ_ง_ร_้จู _กั _อ_ธิบำย สร_ุป_ค_วำมรลู้ งในแผนภำพทกี่ ำหนดให้ ดังน้ี ภมู ปิ ัญญำท้องถ่นิ
ความหมาย________________________________________ _________________________________________________ _________________________________________________ ความสาคญั _______________________________________ _________________________________________________ _________________________________________________ _ 2. ครตู รวจและเฉลยแบบกิจกรรมพร้อมอธบิ ำยสรปุ เป็นควำมร้เู พมิ่ เติม 3. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post-Test) เพอื่ ประเมนิ ผลกำรเรยี นในหนว่ ย กำรเรยี นรทู้ ่ี 4 4. ใหน้ กั เรียนและครรู ่วมกันสรุปควำมรู้ ดังน้ี วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญำท้องถน่ิ เป็นส่งิ ท่ีแสดงถึงควำมเจริญงอกงำมทำงด้ำนควำมรูท้ เ่ี กิด จำกกำรส่งั สมประสบกำรณ์จนเกิดกำรยอมรบั และปฏบิ ตั ิสืบทอดต่อกนั มำถงึ ปจั จบุ นั 5. ให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงควำมคดิ เหน็ โดยครูใชค้ ำถำมทำ้ ทำย ดงั น้ี วฒั นธรรมไทยและภูมิปญั ญำท้องถิ่นนบั วันยง่ิ ถกู แทรกแซงจำกวัฒนธรรมชำติอ่ืนนกั เรียน จะมีแนวทำงรักษำวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่ินให้ดำรงอยู่ต่อไปไดอ้ ย่ำงไร การจัดบรรยากาศเชงิ บวก กำรนำแบบกจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะควำมรู้มำเพอื่ ทดสอบและทบทวนควำมร้ทู ำ้ ยชวั่ โมง กำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอนของหนว่ ยกำรเรยี นรู้ สื่อการเรียนรู้ แบบกจิ กรรมเสริมทักษะควำมรทู้ ้ำยหน่วยกำรเรียนรู้
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. วิธีการวดั และประเมินผล สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในกำรเข้ำรว่ มกจิ กรรม 2. เครื่องมือ แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรเข้ำรว่ มกิจกรรม 3. เกณฑ์การประเมนิ กำรประเมนิ พฤติกรรมกำรเข้ำร่วมกิจกรรม ผ่ำนตงั้ แต่ 2 รำยกำร ถือว่ำ ผา่ น ผ่ำน 1 รำยกำร ถือว่ำ ไม่ผ่าน
บนั ทกึ หลังการสอน 1. ผลการจดั การเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… 2. ปัญหา/อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงช่อื (นำยวชั รพล แสงสรุ ะ) ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของผ้บู ริหาร ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงชอื่ (นำยขนั ทอง เด่นพนั ธ์) ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยกำรโรงเรยี นอนบุ ำลชมุ ชนหนองบัวแดง แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 16
เร่ือง ปจั จยั กำรผลติ สนิ ค้ำและบริกำร จำนวน 1 ชั่วโมง ชั้นประถมศึกษำปที ี่ 5 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 5 กำรผลติ สินค้ำ จำนวน 3 ช่วั โมง และบรกิ ำร รำยวชิ ำ ส 15101 สังคมศึกษำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ผสู้ อน นำยวัชรพล แสงสุระ มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชว้ี ดั มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.1 เข้ำใจและสำมำรถบรหิ ำรจดั กำรทรพั ยำกรในกำรผลิตและกำรบรโิ ภค กำรใช้ทรัพยำกรทมี่ ีอยู่ จำกดั ไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธิภำพและคุม้ ค่ำ รวมทัง้ เข้ำใจหลักกำรของเศรษฐกิจพอเพียง เพอื่ กำรดำรงชวี ิตอยำ่ ง มดี ุลยภำพ ตัวช้วี ดั ส 3.1 ป.5/1 อธบิ ำยปจั จยั กำรผลติ สนิ ค้ำและบริกำร จดุ ประสงค์การเรียนรสู้ ่ตู ัวช้ีวัด 1. อธิบำยปัจจยั กำรผลติ สินค้ำและบรกิ ำร (K) 2. จำแนกประเภทปจั จัยกำรผลติ สินคำ้ และบรกิ ำร (P) 3. สนใจศึกษำเรียนรู้กระบวนกำรผลิตสนิ คำ้ และบรกิ ำร (A) สาระสาคัญ กำรผลติ สนิ คำ้ และบริกำรจำเป็นตอ้ งมีกำรจัดสรรทรพั ยำกรธรรมชำตทิ ี่ มอี ยู่อยำ่ งจำกัด ให้เกิด ประโยชนส์ งู สดุ สาระการเรยี นรู้ ปจั จัยกำรผลิตสินคำ้ และบรกิ ำร คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ตวั ช้วี ดั ที่ 4.1 ตัง้ ใจ เพยี รพยำยำมในกำรเรยี นและเขำ้ ร่วมกิจกรรมกำรเรยี นรู้ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ควำมสำมำรถในกำรคิด ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร้)ู
ชน้ิ งำนที่ 8 เร่ือง ปจั จยั กำรผลติ สินค้ำและบริกำร คาถามท้าทาย นักเรยี นตอ้ งกำรเปน็ ผู้ผลิตสินค้ำบรกิ ำรหรือต้องกำรเปน็ ผซู้ ้อื สินคำ้ และบรกิ ำร ขอทรำบเหตผุ ล การบรู ณาการ - กลุ่มสำระกำรเรยี นร้กู ำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี ; กำรใช้สอ่ื อินเตอรเ์ น็ตสืบคน้ , - กลมุ่ สำระกำรเรยี นรูศ้ ลิ ปะ ; กำรเขยี นแผนภูมคิ วำมคิด (Mind mapping) - กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทย ; กำรอภิปรำย, กำรแสดงควำมคิดเหน็ , กำรสมั มนำ - โรงเรยี นสจุ ริต ; ปลูกฝังค่ำนยิ มควำมซอื่ สตั ย์สุจรติ - โรงเรยี นสีขำว ; ปลกู ฝงั คำ่ นิยมให้ผู้เรยี นห่ำงไกลอบำยมขุ ทกุ ชนดิ - โรงเรยี นคณุ ธรรม ; ปลูกฝงั คุณธรรมและจรยิ ธรรมให้เกิดกับผู้เรียน การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครใู ห้นกั เรยี นแสดงสมุดของแต่ละคน จำกนั้นครูใช้คำถำมใหน้ กั เรีย นรว่ มกนั แสดงควำมคิดเห็น ดังน้ี นักเรยี นทรำบหรอื ไมว่ ำ่ สมุดทนี่ กั เรยี นใชบ้ นั ทึกควำมร้ไู ด้มำจำกทีใ่ ด (ตัวอยา่ งคาตอบ ซือ้ มาจากร้านคา้ ) แล้วร้ำนค้ำนำมำจำกทใี่ ด (ตวั อย่างคาตอบ โรงงาน) แลว้ โรงงำนนำมำจำกที่ใด (ตัวอยา่ งคาตอบ โรงงานเป็นผู้ผลิตสมุดขน้ึ มาเพ่ือเป็นสนิ คา้ จัด จาหน่าย) 2. ครูนำบตั รคำท่ีเก่ียวกับปัจจัยกำรผลิตสินค้ำและบริกำร มำให้นกั เรียนร่วมกันอำ่ นและศึกษำ ดงั นี้ ทีด่ นิ แรงงาน ทนุ ผู้ประกอบการ จำกน้ันครูอธิบำยว่ำ สมดุ ของนักเรียนก่อนจะมำเป็นสมดุ ให้เรำได้ใช้จะต้องผำ่ นปจั จัยกระบวนกำร ผลิตดังตวั อย่ำงบตั รคำทนี่ ักเรียนได้อำ่ น
3. ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ เปน็ 4 กลุ่ม จำกนน้ั แต่ละกล่มุ ส่งตวั แทนออกมำจับบัตรคำ แลว้ รว่ มกัน สรปุ ควำมหมำยของบตั รคำของกลุ่มตนเองทีเ่ ก่ียวกบั ปจั จัยกำรผลิตสินค้ำและบรกิ ำร เสร็จแลว้ ใหแ้ ต่ละ กลุ่มสง่ ผูแ้ ทนออกนำเสนอหนำ้ ชั้นเรียน จบกำรนำเสนอครใู ช้คำถำมใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงควำมคดิ เหน็ ดงั น้ี ท่ดี ินเป็นปัจจัยกำรผลิตสินค้ำและบรกิ ำรอย่ำงไร (ตัวอย่างคาตอบ เป็นสถานท่ีสาคัญใช้ เป็นที่ผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร) แรงงำนเป็นปัจจยั กำรผลิตสินค้ำและบรกิ ำรอย่ำงไร (ตวั อย่างคาตอบ ได้แก่จานวนคนที่ทา หน้าท่ใี ช้แรงกาย ความรู้ความสามารถเพอ่ื ทาการผลติ สินคา้ และบริการ) ทนุ เป็นปัจจัยในกำรผลิตสนิ ค้ำและบริกำรอย่ำงไร (ตัวอย่างคาตอบ ทุน หมายถึง เงนิ หรือ วัตถุดิบ เช่น อปุ กรณ์เครอ่ื งมอื การผลิต โรงงาน หรอื ทรัพยากรที่ใช้สาหรบั ทาการผลิตสินค้าและบรกิ าร) ผ้ปู ระกอบกำร เป็นปัจจัยในกำรผลิตสนิ ค้ำและบรกิ ำรอยำ่ งไร (ตวั อย่างคาตอบ เป็นผู้จดั การกระบวนการผลิตสินค้าและบริการทง้ั หมด ท้ังท่ีดิน แรงงาน และทุน ทาให้เกดิ สินคา้ และ บริการต่าง ๆ) 4. ครูเขยี นแผนภำพตัวอยำ่ งกำรผลติ สนิ ค้ำและบริกำรท่ีมีอยใู่ นท้องถ่นิ มำให้นักเรียนร่วมกันศกึ ษำ 2 ตวั อยำ่ ง ดงั น้ี
5. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปควำมรู้ ดงั น้ี ปจั จัยกำรผลิตสินค้ำและบรกิ ำรคือกำรจัดสรรทรพั ยำกร เชน่ ท่ดี นิ แรงงำน ทนุ และผู้ประกอบกำร มำผลิตสินค้ำและบรกิ ำรใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุด
6. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงควำมคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถำมทำ้ ทำย ดังน้ี ขอทรำบ นกั เรยี นต้องกำรเป็นผู้ผลิตสนิ คำ้ บริกำร หรือต้องกำรเปน็ ผู้ซ้อื สนิ คำ้ บรกิ ำร หนำ้ ชั้น เหตผุ ล 7. ให้นักเรียนทำช้ินงำนท่ี 8 เรื่อง ปจั จยั กำรผลิตสินค้ำและบริกำร การจัดบรรยากาศเชงิ บวก ครูแบง่ กลุ่มนกั เรียนออกนำเสนอผลกำรศึกษำปจั จัยกำรผลติ สินค้ำและบรกิ ำร เรียน และนำแผนภำพตัวอย่ำงกำรผลติ สนิ ค้ำและบริกำรมำให้นกั เรียนรว่ มกนั ศึกษำ ส่ือการเรยี นรู้ 1. ตัวอยำ่ งสินคำ้ เชน่ สมุด 2. ช้ินงำนท่ี 8 เรอื่ ง ปจั จยั กำรผลติ สินคำ้ และบรกิ ำร การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วิธีการวดั และประเมินผล 1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรม 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในกำรเข้ำรว่ มกิจกรรมกลุ่ม 1.3 ตรวจชิน้ งำนท่ี 8 2. เครื่องมือ 2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรเข้ำรว่ มกิจกรรม 2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมกำรเขำ้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ 3. เกณฑก์ ารประเมิน 3.1 กำรประเมินพฤตกิ รรมกำรเข้ำรว่ มกิจกรรม ผ่ำนตง้ั แต่ 2 รำยกำร ถอื ว่ำ ผ่าน ผำ่ น 1 รำยกำร ถอื วำ่ ไมผ่ ่าน 3.2 กำรประเมนิ พฤตกิ รรมกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คะแนน 9-10 ระดบั ดีมำก คะแนน 7-8 ระดบั ดี คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้ คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) กำรประเมนิ ชนิ้ งำนที่ 24 ใหผ้ ูส้ อนพจิ ำรณำจำกเกณฑก์ ำรประเมนิ ผลตำมสภำพจริง (Rubrics)
เรอื่ ง ปจั จัยกำรผลิตสนิ ค้ำและบรกิ ำร เกณฑก์ ารประเมิน 4 ระดับคะแนน 1 32 สงั เกตภำพแลว้ สงั เกตภำพแลว้ สังเกตภำพแล้ว สังเกตภำพแลว้ สงั เกตภำพแล้ว วเิ ครำะห์ เขยี น วิเครำะห์ เขยี นอธบิ ำย วเิ ครำะห์ เขยี น วิเครำะห์ เขียนอธิบำย วิเครำะห์ เขยี นอธบิ ำย อธบิ ำยหรือสรุปปจั จัย หรอื สรุปปจั จยั ทใี่ ช้ อธิบำยหรือสรปุ ปจั จยั หรอื สรุปปจั จยั ทใ่ี ช้ใน หรือสรปุ ปจั จยั ท่ีใชใ้ น ท่ใี ช้ ในกำรผลติ สนิ ค้ำและ ทใ่ี ช้ กำรผลติ สินค้ำและ กำรผลติ สนิ ค้ำและ ในกำรผลติ สนิ คำ้ และ บริกำรได้สมั พนั ธ์กัน ในกำรผลิตสินคำ้ และ บริกำรได้สอดคล้องกัน บรกิ ำรได้ แต่ภำพกับ บริกำร อธบิ ำยให้เห็นเป็น บริกำรได้ มีกำรจำแนก ระหวำ่ งภำพกับ กำรเขียนอธิบำยขอ้ มูล ภำพโดยรวมแสดงให้ ข้อมลู กำรเขยี นอธบิ ำยและ ยังไม่สอดคลอ้ งกนั เห็นถงึ ควำมสัมพันธ์ แสดงใหเ้ ห็นถึง ยกตัวอยำ่ งให้เขำ้ ใจง่ำย ชัดเจนเทำ่ ทคี่ วร ระหว่ำงภำพทีก่ ำหนด ควำมสมั พนั ธ์ระหวำ่ ง แตเ่ ขียนอธิบำยได้ ให้กบั ปัจจยั กำรผลติ ภำพกบั ปจั จยั กำรผลติ พอเขำ้ ใจ อย่ำงเป็นเหตุเปน็ ผล อย่ำงเป็นเหตเุ ปน็ ผล บันทกึ หลงั การสอน 1. ผลการจดั การเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… 2. ปัญหา/อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงชือ่ (นำยวัชรพล แสงสุระ)
ตำแหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผูบ้ ริหาร ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงช่อื (นำยขันทอง เด่นพนั ธ์) ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยกำรโรงเรียนอนบุ ำลชมุ ชนหนองบวั แดง แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 17 เร่ือง ปัจจัยท่ีมอี ทิ ธิพลต่อกำรผลิตสินคำ้ และบริกำร จำนวน 1 ช่ัวโมง ชั้นประถมศึกษำปีที่ 5 หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ี่ 5 กำรผลิตสนิ คำ้ จำนวน 3 ชว่ั โมง และบริกำร รำยวชิ ำ ส 15101 สังคมศึกษำ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ผู้สอน นำยวชั รพล แสงสุระ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.1 เข้ำใจและสำมำรถบริหำรจดั กำรทรัพยำกรในกำรผลิตและกำรบริโภค กำรใช้ทรัพยำกรทมี่ ีอยู่ จำกดั ได้อย่ำงมีประสิทธภิ ำพและคมุ้ ค่ำ รวมท้ังเขำ้ ใจหลักกำรของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพ่อื กำรดำรงชีวิตอย่ำงมี ดลุ ยภำพ ตัวชี้วัด ส 3.1 ป.5/1 อธิบำยปัจจัยกำรผลิตสินค้ำและบรกิ ำร จดุ ประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชว้ี ัด 1. ระบุปัจจัยทม่ี ีอิทธิพลตอ่ กำรผลิตสนิ คำ้ และบรกิ ำร (K)
2. เขียนแผนภำพเคำ้ โครงปจั จัยท่มี อี ิทธิพลต่อกำรผลิตสนิ ค้ำและบริกำร (P) 3. สนใจเรียนรูป้ จั จัยทม่ี ีอิทธพิ ลตอ่ กำรผลติ สนิ คำ้ และบริกำร (A) สาระสาคญั เทคโนโลยี รำคำน้ำมนั วตั ถุดบิ และพฤติกรรมของผูบ้ ริโภคเปน็ ปจั จัยทม่ี ีอิทธพิ ลต่อ กำรผลติ สินค้ำและบริกำร สาระการเรยี นรู้ ปัจจัยทม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ กำรผลติ สินค้ำและบรกิ ำร คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.1 ตัง้ ใจ เพยี รพยำยำมในกำรเรยี นและเขำ้ ร่วมกจิ กรรมกำรเรียนรู้ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ควำมสำมำรถในกำรคดิ ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร)ู้ แผนภำพ ปจั จยั ที่มีอทิ ธิพลตอ่ กำรผลิตสินคำ้ และบริกำร คาถามท้าทาย ถำ้ นกั เรียนเป็นผ้ผู ลติ สนิ คำ้ จะผลิตสินคำ้ ประเภทใด เพรำะอะไร การบรู ณาการ - กลมุ่ สำระกำรเรยี นรูก้ ำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี ; กำรใชส้ ือ่ อินเตอรเ์ นต็ สืบค้น, - กลมุ่ สำระกำรเรียนรศู้ ิลปะ ; กำรเขยี นแผนภูมคิ วำมคิด (Mind mapping) - กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย ; กำรอภปิ รำย, กำรแสดงควำมคดิ เหน็ , กำรสมั มนำ - โรงเรียนสุจริต ; ปลูกฝังค่ำนยิ มควำมซือ่ สตั ยส์ จุ ริต - โรงเรยี นสีขำว ; ปลูกฝงั ค่ำนิยมให้ผ้เู รยี นหำ่ งไกลอบำยมุขทุกชนดิ - โรงเรียนคุณธรรม ; ปลกู ฝังคุณธรรมและจรยิ ธรรมให้เกดิ กบั ผู้เรยี น การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูนำตวั อยำ่ งสถำนกำรณ์ กำรใชเ้ ทคโนโลยใี นกำรผลิตสินค้ำและบริกำรมำให้ ผ้แู ทน นกั เรยี นอ่ำนให้เพื่อนฟังหนำ้ ชน้ั เรียน จำกนนั้ ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงควำมคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถำม ดงั นี้ ตัวอยา่ งสถานการณ์
ในโรงงำนบรรจุขำ้ วใสถ่ ุงแหง่ หนึง่ มกี ำรปรบั เปลย่ี นวิธกี ำรบรรจถุ งุ ขำ้ วแบบใหม่จำกอดตี มกี ำรจ้ำง คนงำนจำนวนมำกมำบรรจขุ ำ้ วใส่ถุง เพื่อให้สำมำรถผลิตข้ำวถุงไดต้ ำมควำมต้องกำร ของตลำด แตใ่ น ปัจจบุ นั ได้มกี ำรบรรจขุ ้ำวใสถ่ งุ โดยใชเ้ ครื่องแพก็ ถงุ ขำ้ ว ทำให้สำมำรถผลติ ข้ำวถุงออกจำหนำ่ ยไดจ้ ำนวนมำก ขึน้ ในระยะเวลำอนั รวดเรว็ นอกจำกน้ียังลดรำยจำ่ ยท่ตี ้องจ้ำงคนงำนมำบรรจขุ ำ้ วถุงอกี ดว้ ย จำกสถำนกำรณ์แสดงใหเ้ ห็นถงึ กำรผลิตสนิ คำ้ และบริกำรอย่ำงไร (ตัวอย่างคาตอบ การนา เทคโนโลยกี ารผลิตมาใชแ้ ทนแรงงานคน) มผี ลตอ่ กำรผลติ สนิ คำ้ และบริกำรอย่ำงไรบ้ำง (ตัวอยา่ งคาตอบ ทาใหก้ ารผลติ สินค้าสะดวก รวดเร็ว ลดคา่ ใชจ้ า่ ยการผลิตลง) 2. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกันศึกษำถงึ ปัจจยั ท่ีมอี ิทธพิ ลต่อกำรผลติ สินค้ำและบรกิ ำร จำกนั้นรว่ มกันสรุป เปน็ แผนภำพลงบนกระดำน ดังนี้ เทคโนโลยี ราคาสินค้า ตวั อยา่ งแผนภาพ ปัจจยั คุณภาพของสินค้า ราคานา้ มนั ท่มี อี ิทธิพลต่อ การทาโฆษณา กำรผลติ สินค้ำ วตั ถดุ ิบ และบริกำร การวเิ คราะห์ระดบั รายได้ของผู้บริโภค
3. ครูใหน้ ักเรียนศึกษำแผนภำพบนกระดำนในข้อที่ 2 จำกนั้นครูใช้คำถำมให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดง ควำมคิดเห็น โดยครใู ช้คำถำม ดงั น้ี ปจั จุบันเทคโนโลยมี ผี ลต่อกำรผลติ สนิ คำ้ และบรกิ ำรอย่ำงไร (ตัวอย่างคาตอบ สามารถ สนองความตอ้ งการของผบู้ ริโภคไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ทั้งคุณภาพ ราคา และปรมิ าณ) รำคำน้ำมันมอี ิทธิพลต่อกำรผลิตสินค้ำและบริกำรอย่ำงไร (ตัวอย่างคาตอบ มอี ทิ ธพิ ลต่อ ต้นทุนการผลติ สินคา้ ถา้ ราคาน้ามนั แพง ต้นทุนการผลิตกจ็ ะสูงขึ้น ถา้ ราคานา้ มันลดลง ต้นทุนการผลิต ก็จะลดลง) วตั ถุดิบ เป็นปัจจัยทม่ี ีอิทธิพลต่อกำรผลิตสนิ ค้ำและบริกำรอย่ำงไร (ตัวอย่างคาตอบ วัตถุดิบทมี่ ีอยู่ในประเทศจะทาให้ตน้ ทนุ การผลติ สินค้ามีราคาถูก ถ้าเป็นวัตถุดิบทน่ี าเขา้ จากต่างประเทศ จะทาให้ตน้ ทุนการผลิตสนิ ค้ามรี าคาสงู ขน้ึ ) ปจั จัยใดที่มีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมของผบู้ รโิ ภคสนิ คำ้ และบรกิ ำร (ราคาสินค้า คุณภาพสนิ ค้า การโฆษณา และรายได้ของผบู้ ริโภคสินคา้ ) กำรพิจำรณำวิเครำะห์ถงึ ปัจจัยทีม่ ีอิทธิพลต่อกำรผลติ สินคำ้ ดงั กลำ่ ว มผี ลดีตอ่ กำรผลิตอย่ำงไร (ตัวอย่างคาตอบ สามารถทาใหผ้ ู้ผลิตแข่งขันทางการค้าในตลาดได้ และผู้บริโภค ไดส้ ินค้าท่ีราคาถูกลงและมีคณุ ภาพ) 4. ให้นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ควำมรู้ ดงั นี้ ปจั จยั ทมี่ ีอิทธิพลตอ่ กำรผลิตสินค้ำและบริกำร ประกอบด้วย เทคโนโลยี รำคำนำ้ มัน วตั ถุดบิ และพฤตกิ รรมของผู้บริโภค มีผลต่อกำรใช้วิเครำะห์ในกำรผลิตสินคำ้ และบริกำร เพื่อประหยัดเวลำ ตน้ ทนุ กำรผลติ และกำรแข่งขนั ทำงกำรคำ้ 5. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงควำมคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถำมท้ำทำย ดงั น้ี ถ้ำนกั เรยี นเป็นผูผ้ ลิตสนิ ค้ำ จะผลิตสนิ คำ้ ประเภทใด เพรำะอะไร การจดั บรรยากาศเชิงบวก กำรนำตัวอย่ำงสถำนกำรณ์มำใหน้ ักเรยี นอ่ำนหน้ำชั้นเรียน และสรุปปจั จยั ท่ีมอี ิทธิพลต่อกำรผลิต สนิ คำ้ และบรกิ ำรเปน็ แผนภำพ สอ่ื การเรียนรู้ ตวั อย่ำงสถำนกำรณก์ ำรผลติ สนิ คำ้ และบรกิ ำร การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในกำรเข้ำรว่ มกจิ กรรม 2. เคร่ืองมือ แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรม 3. เกณฑ์การประเมนิ กำรประเมินพฤตกิ รรมกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรม ผำ่ นตงั้ แต่ 2 รำยกำร ถอื ว่ำ ผา่ น ผ่ำน 1 รำยกำร ถอื ว่ำ ไมผ่ า่ น กจิ กรรมเสนอแนะ 1. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่มสืบค้นขอ้ มูลเก่ยี วกบั โครงกำรหนึง่ ตำบล หน่ึงผลติ ภัณฑ์ ในจังหวัดของ ตนเองและวำดภำพระบำยสผี ลติ ภัณฑด์ ังกลำ่ ว จำกน้ันนำผลงำนมำจัดเปน็ ป้ำยนเิ ทศ หนำ้ ชน้ั เรียน 2. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มรว่ มกนั ออกแบบและสรำ้ งแบบงำนจำลองตลำด จำกวัสดุที่เหลอื ใช้หรอื หำได้ ง่ำยในทอ้ งถ่นิ และออกมำนำเสนอหน้ำชั้นเรียน บันทึกหลังการสอน 1. ผลการจัดการเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… 2. ปญั หา/อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….……………
……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… 3. แนวทางแกไ้ ข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงชอ่ื (นำยวัชรพล แสงสุระ) ตำแหน่ง ครผู ูช้ ่วย ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของผ้บู ริหาร ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงชอื่ (นำยขันทอง เด่นพนั ธ์) ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนอนบุ ำลชมุ ชนหนองบวั แดง แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 18 เรื่อง กจิ กรรมเสรมิ ทักษะควำมรู้ท้ำยหนว่ ยกำรเรียนรู้ จำนวน 1 ช่ัวโมง ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี 5 หน่วยกำรเรยี นร้ทู ี่ 5 กำรผลิตสินคำ้ จำนวน 3 ชั่วโมง และบริกำร รำยวิชำ ส 15101 สังคมศึกษำ กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ผู้สอน นำยวัชรพล แสงสรุ ะ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั มาตรฐานการเรียนรู้
ส 3.1 เข้ำใจและสำมำรถบรหิ ำรจัดกำรทรพั ยำกรในกำรผลิตและกำรบรโิ ภค กำรใช้ทรพั ยำกรท่มี อี ยู่ จำกดั ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพและค้มุ ค่ำ รวมท้งั เขำ้ ใจหลักกำรของเศรษฐกจิ พอเพียงเพ่อื กำรดำรงชวี ิตอยำ่ งมี ดุลยภำพ ตัวชี้วัด ส 3.1 ป.5/1 อธบิ ำยปัจจัยกำรผลิตสินคำ้ และบริกำร จดุ ประสงค์การเรียนรสู้ ตู่ ัวชีว้ ัด 1. อธบิ ำยและสรุปควำมร้เู รื่องกำรผลติ สินค้ำและบรกิ ำรลงในแบบกิจกรรม (K) 2. จำแนกและสรปุ ควำมรเู้ ร่ืองกำรผลิตสนิ ค้ำและบริกำรลงในแบบกิจกรรม (P) 3. เห็นควำมสำคญั ในกำรฝกึ พัฒนำทกั ษะควำมรูใ้ นกำรทำกจิ กรรมระหวำ่ งเรียน (A) สาระสาคัญ ปจั จยั ในกำรผลติ สินคำ้ และบริกำรประกอบดว้ ยทด่ี นิ แรงงำน ทนุ และผปู้ ระกอบกำร สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมเสริมทกั ษะควำมรู้ กำรผลิตสนิ ค้ำและบริกำร คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ตัวชีว้ ัดที่ 4.1 ต้ังใจ เพียรพยำยำมในกำรเรยี นและเข้ำร่วมกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ควำมสำมำรถในกำรคดิ ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร้)ู แบบกิจกรรมเสรมิ ทักษะควำมรู้ท้ำยหนว่ ยกำรเรียนรู้ คาถามทา้ ทาย ถ้ำนกั เรียนจะตดั สนิ ใจซ้อื สินคำ้ และบริกำรอย่ำงใดอยำ่ งหน่งึ นักเรียนจะคำนงึ ถงึ ปัจจยั ใดเปน็ หลกั การบรู ณาการ - กลมุ่ สำระกำรเรียนร้กู ำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี ; กำรใชส้ อ่ื อนิ เตอรเ์ นต็ สบื ค้น, - กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้ศู ิลปะ ; กำรเขยี นแผนภมู ิควำมคิด (Mind mapping) - กล่มุ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย ; กำรอภิปรำย, กำรแสดงควำมคิดเห็น, กำรสมั มนำ - โรงเรยี นสุจริต ; ปลูกฝงั คำ่ นยิ มควำมซอื่ สตั ย์สุจริต - โรงเรยี นสขี ำว ; ปลกู ฝงั คำ่ นิยมใหผ้ ูเ้ รยี นหำ่ งไกลอบำยมขุ ทกุ ชนิด - โรงเรียนคุณธรรม ; ปลกู ฝังคุณธรรมและจรยิ ธรรมให้เกิดกับผู้เรียน
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครนู ำแบบกิจกรรมหรือแบบฝึกหดั เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นไดฝ้ ึกพฒั นำเสริมทักษะควำมรู้ ในหน่วยกำรเรียนรู้ (แบบกิจกรรมใหข้ ึ้นอยกู่ ับดลุ ยพนิ จิ ของคร)ู ดังนี้ ตัวอยา่ งกิจกรรมท่ี 1 ใหน้ กั เรียนเลอื กคำท่ีเกย่ี วข้องกับปัจจัยกำรผลติ เติมลงในตำรำงให้สมั พนั ธก์ ัน ร้ านอาหาร กรรไกรตัดผม ลูกจ้างร้ านตัดผม เจ้าของร้ านหนังสอื พนักงานบริษัท เจ้าของบริษัท สวนผลไม้ ถุงกระดาษ ทดี่ นิ แรงงำน ทุน ผู้ประกอบกำร ตัวอย่างกิจกรรมที่ 2 ใหน้ กั เรยี นวำดภำพสินคำ้ มำ 1 อยำ่ ง และตอบคำถำมลงในแผนภำพที่กำหนดให้ ดงั ต่อไปน้ี 1 สินค้าในภาพคือ______________________ ______________________________________ 2 ปจั จยั ในการผลิตสินค้าชนิดนมี ้ ีอะไรบ้าง
วาดภาพ 3. นกั เรยี นคดิ ว่าสินค้าทผ่ี ลิตขนึ ้ มาผู้บรโิ ภคใช้ปัจจัยใดบ้างในการตดั สินใจซอื ้ สินค้าของนกั เรียน ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ 4. การผลิตสินค้าดงั กล่าวนกั เรียนคานึงถงึ สิ่งใดบ้างท่ีจะต้องมสี ่วนรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________ 2. ครูตรวจและเฉลยแบบกจิ กรรมพรอ้ มอธิบำยสรปุ เป็นควำมรู้เพิ่มเติม 3. ใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น (Post-Test) เพ่อื ประเมินผลกำรเรยี นร้จู ำก หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 1 4. ใหน้ ักเรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ควำมรู้ ดังน้ี ปัจจยั ในกำรผลิตสนิ คำ้ และบริกำรประกอบดว้ ยท่ีดิน แรงงำน ทนุ และผู้ประกอบกำร 5. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงควำมคดิ เหน็ โดยครูใชค้ ำถำมทำ้ ทำย ดังนี้
ถ้ำนักเรียนจะตดั สินใจซอ้ื สนิ ค้ำและบรกิ ำรอยำ่ งใดอย่ำงหน่งึ นักเรียนจะคำนึงถงึ ปจั จัยใด เป็นหลกั การจดั บรรยากาศเชิงบวก กำรนำกิจกรรมแบบทดสอบเพ่ือพัฒนำและเสริมทกั ษะควำมรู้ใหแ้ ก่นกั เรียนได้ประเมินผลกำรเรียน ของตนเอง สอ่ื การเรยี นรู้ แบบกิจกรรมเสริมทกั ษะควำมรู้ทำ้ ยหนว่ ยกำรเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 1. วิธีการวัดและประเมินผล สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในกำรเขำ้ รว่ มกจิ กรรม 2. เครอื่ งมือ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรเขำ้ รว่ มกิจกรรม 3. เกณฑก์ ารประเมิน กำรประเมินพฤตกิ รรมกำรเข้ำร่วมกจิ กรรม ผำ่ นตงั้ แต่ 2 รำยกำร ถือว่ำ ผ่าน ผำ่ น 1 รำยกำร ถือวำ่ ไม่ผา่ น บันทกึ หลงั การสอน 1. ผลการจัดการเรยี นการสอน ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….……………
……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… 2. ปัญหา/อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… 3. แนวทางแกไ้ ข ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ลงช่อื (นำยวชั รพล แสงสรุ ะ) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผ้บู ริหาร ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ……………………………………………….…………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………….………………………………………………….…………… ลงชอื่ (นำยขันทอง เดน่ พันธ์) ตำแหนง่ ผู้อำนวยกำรโรงเรียนอนบุ ำลชมุ ชนหนองบวั แดง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 19 เรือ่ ง แนวคดิ และหลักปรัชญำเศรษฐกจิ พอเพียง จำนวน 1 ชั่วโมง ชั้นประถมศึกษำปที ่ี 5 หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี 6 เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 4 ชัว่ โมง
รำยวชิ ำ ส 15101 สงั คมศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ผู้สอน นำยวชั รพล แสงสรุ ะ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ดั มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.1 เข้ำใจและสำมำรถบริหำรจัดกำรทรพั ยำกรในกำรผลติ และกำรบริโภค กำรใช้ทรพั ยำกรที่มี อยูจ่ ำกดั ไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธิภำพและคุ้มค่ำ รวมท้ังเข้ำใจหลักกำรของเศรษฐกิจพอเพียงเพอ่ื กำรดำรงชวี ิตอย่ำง มีดลุ ยภำพ ตวั ช้วี ดั ส 3.1 ป.5/2 ประยกุ ตใ์ ช้แนวคิดของปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งในกำรทำกจิ กรรมต่ำง ๆ ใน ครอบครวั โรงเรยี นและชุมชน จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตวั ชวี้ ัด 1. อธบิ ำยหลกั ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง (K) 2. เขยี นโครงสรำ้ งหรอื เคำ้ โครงหลักปรชั ญำเศรษฐกจิ พอพียง (P) 3. เห็นคุณค่ำ และนำหลกั ปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ดำเนนิ ชวี ิต (A) สาระสาคญั หลักปรัชญำเศรษฐกจิ พอเพียง เป็นกำรยึดหลักควำมพอประมำณ มีเหตผุ ล มภี ูมคิ มุ้ กัน ในตัวท่ีดี มีควำมรู้ และคณุ ธรรม นำไปสชู่ ีวติ เศรษฐกจิ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม ให้เกิดควำมสมดลุ ม่ันคง และย่ังยืน สาระการเรยี นรู้ แนวคดิ และหลกั กำรปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ อยู่อยำ่ งพอเพยี ง ตัวชีว้ ัดที่ 5.1 ดำเนินชวี ติ อย่ำงพอประมำณ มีเหตผุ ล รอบคอบ มคี ุณธรรม สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชวี ติ ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)
แผนภำพหลักปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพยี ง คาถามท้าทาย นักเรียนจะนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพยี งไปสร้ำงควำมเจริญให้กับตนเองอยำ่ งไร การบรู ณาการ - กล่มุ สำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี ; กำรใชส้ ื่ออนิ เตอร์เนต็ สบื ค้น, - กล่มุ สำระกำรเรียนร้ศู ิลปะ ; กำรเขยี นแผนภูมคิ วำมคดิ (Mind mapping) - กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย ; กำรอภปิ รำย, กำรแสดงควำมคิดเหน็ , กำรสัมมนำ - โรงเรยี นสุจริต ; ปลกู ฝังค่ำนยิ มควำมซ่อื สัตยส์ ุจรติ - โรงเรยี นสขี ำว ; ปลูกฝังค่ำนยิ มให้ผเู้ รียนห่ำงไกลอบำยมุขทุกชนิด - โรงเรยี นคุณธรรม ; ปลกู ฝงั คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมให้เกิดกับผู้เรียน การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครนู ำพระรำชดำรัสปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อย่หู วั มำใหผ้ ู้แทน นักเรียนอำ่ นใหเ้ พื่อนฟงั หนำ้ ชนั้ เรยี น ดงั น้ี พระราชดารัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “ควำมพอเพียงนี้ไม่ได้หมำยควำมว่ำ ทุกครอบครวั จะต้องผลิตอำหำรเอง จะต้องทอผ้ำ ใส่เอง อย่ำงนั้นมนั มำกเกินไป แต่วำ่ ในหมู่บำ้ น หรือในอำเภอจะต้องมีควำมพอเพียง บำงสิ่งบำงอย่ำงผลิตได้ มำกกวำ่ ควำมตอ้ งกำรก็ขำยได้ แตใ่ นทไี่ ม่หำ่ งไกลเทำ่ ไร ไมต่ อ้ งเสยี ค่ำขนสง่ มำกข้ึน สมัยก่อนน้ีพอมีพอกิน สมัยนี้ชักจะไม่พอมีพอกิน จึงต้องมีนโยบำยที่จะทำเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือท่ีจะทำใหท้ ุกคนมีควำมพอเพียงได้ ให้พอเพียงน้ันก็หมำยควำมว่ำมีกนิ มีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ หรหู รำก็ได้ แตว่ ่ำพอ” จำกน้นั ครูให้นักเรยี นตอบคำถำม ดังน้ี นกั เรยี นเข้ำใจคำว่ำ พอเพยี ง วำ่ อยำ่ งไร (ตวั อย่างคาตอบ มีอยู่ มีกิน ไม่ฟมุ่ เฟือย ไม่ หรูหรา ไมเ่ บยี ดเบียนผ้อู น่ื ) นักเรียนนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใชก้ ับตนเองอยำ่ งไรบำ้ ง (ตัวอย่างคาตอบ ร้จู ักความ พอดี ใชจ้ า่ ยอย่างประหยดั ระมดั ระวังการใช้จา่ ย ใช้ของทมี่ อี ยใู่ ห้เกดิ ประโยชน์สูงสุด)
2. ครนู ำแผนภำพหรือเขยี นแผนภำพหลักปรัชญำเศรษฐกจิ พอเพยี งติดท่ีบนกระดำนใหน้ ักเรียนดู และร่วมกันศึกษำ ดังนี้ แผนภาพปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3. ครูแบ่งนกั เรียนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยให้แตล่ ะกลมุ่ ศึกษำแผนภำพแล้วสรุปควำมเข้ำใจบันทึก เปน็ รำยงำนออกนำเสนอหนำ้ ช้ันเรียน จบกำรนำเสนอ ครใู ช้คำถำมใหน้ ักเรียนร่วมกันสนทนำ ดงั น้ี พอประมำณ นกั เรยี นเข้ำใจว่ำอยำ่ งไร (ความพอดี ไม่มากหรอื นอ้ ยเกนิ ไป) มีเหตผุ ล หมำยถึงอย่ำงไร (จะทาสง่ิ ใดต้องมีความรอบรู้ ตดั สนิ ใจบนหลักของ ความเปน็ จริง) มภี ูมคิ มุ้ กันทด่ี ี หมำยถงึ อะไร (ปญั ญาความรอบรู้ และมีหลกั คุณธรรม ท่ใี ช้ใน การดาเนินชวี ิต) ถ้ำปฏิบตั ิตำมหลกั ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวแล้วจะเกิด ผลดีอย่ำงไรบ้ำง (ชีวติ เศรษฐกจิ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม ก็จะเกดิ ความสมดลุ มีความมนั่ คง และเกิดความยัง่ ยนื ) 4. ใหน้ กั เรียนและครรู ่วมกันสรปุ ควำมรู้ ดังน้ี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120