Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Top 5 disease_2564

Top 5 disease_2564

Published by nannapat phoolkeiow, 2023-07-26 12:11:30

Description: Top 5 disease_2564

Search

Read the Text Version

2564 TOP 5 DISEASE ตึกอายุรกรรมหญิง กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลกำแพงเพชร

Top 5 Disease 2564 และโรคท่ีพบบ่อยทางอายุรกรรม ตกึ อายุรกรรมหญงิ

สารบญั 2 TOP 5 Disease หน้า Stroke 3 Pneumonia 19 CHF 32 43 Acute nephritis 53 Chronic renal failure โรคทพ่ี บบ่อยทางอายุรกรรม 63 69 Acute Gastroenteritis Sepsis/Septic shock

โรคหลอดเลือดส โรคหลอดเลอื ดสมอง (Stroke) คอื ภาวะทเี่ ลือดไมส่ ามารถไหลเวยี นไปเล้ยี ง ทำให้เซลล์สมองคอ่ ย ๆ ตายลง โรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเปน็ 2 ชนิด คอื 1.โรคหลอดเลอื ดสมองชนิดสมองขาดเลอื ด (Ischemic Stroke) เป็นชนดิ ตันของหลอดเลือดจนทำใหเ้ ลือดไปเลี้ยงสมองไปเพียงพอ ส่วนใหญ่แลว้ มักเกดิ ร่วมกับ ใหเ้ กดิ เสน้ เลือดตีบแขง็ โรคหลอดเลือดสมองชนิดนย้ี งั แบง่ ออกไดอ้ กี 2 ชนิดย่อย ได้แก - โรคหลอดเลือดขาดเลือดจากภาวะหลอดเลอื ดสมองตบี (Throm ภาวะไขมนั ในเลอื ดสงู ความดนั โลหติ สูง เบาหวาน ทำให้เลอื ดไม่สาม - โรคหลอดเลอื ดขาดเลอื ดจากการอดุ ตนั (Embolic Stroke) เกดิ เพยี งพอ 2.โรคหลอดเลือดสมองชนิดเลือดออกในสมอง (Hemorrhagic Stroke) เก สมอง แบง่ ได้อีก 2 ชนิดยอ่ ย ๆ ไดแ้ ก่ - โรคหลอดเลอื ดสมองโป่งพอง (Aneurysm) เกิดจากความออ่ นแ - โรคหลอดเลอื ดสมองผดิ ปกติ (Arteriovenous Malformation ท้งั นี้กอ่ นท่ีจะเกดิ โรคหลอดเลือดสมองขน้ึ ผปู้ ่วยอาจพบอาก เป็นภาวะทสี่ มองขาดเลอื ดไปหล่อเลย้ี งช่ัวระยะหนงึ่ จากภาวะล่ิมเลือ สภู่ าวะปกติ โดยอาการนี้ถือเปน็ สญั ญาณเร่ิมต้นของโรคหลอดเลอื ดส โรคหลอดเลือดสมองรักษาหายได้ โดยวิธกี ารรักษาขึ้นอยู่กบั ปัจจัยหล ความเสยี หายของสมอง และการทำกายภาพบำบัด

3 สมอง (Stroke) สมองได้ ทำให้สมองขาดเลือดและออกซเิ จน หากไมไ่ ด้รับการรักษาอย่างทันทว่ งทจี ะ ดของหลอดเลอื ดสมองทพี่ บได้กว่า 85% ของโรคหลอดเลือดสมองท้ังหมด เกดิ จากอดุ บภาวะหลอดเลือดแดงแขง็ ซงึ่ มีสาเหตุมาจากไขมนั ทเ่ี กาะตามผนงั หลอดเลอื ดจนทำ ก่ mbotic Stroke) เปน็ ผลมาจากหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) เกิดจาก มารถไหลเวียนไปยงั สมองได้ ดจากการอดุ ตนั ของหลอดเลอื ดจนทำให้เลือดไมส่ ามารถไหลเวียนไปทีส่ มองได้อย่าง กดิ จากภาวะหลอดเลอื ดสมองแตก หรือฉกี ขาด ทำใหเ้ ลอื ดรว่ั ไหลเขา้ ไปในเนือ้ เยื่อ แอของหลอดเลือด n) ทเ่ี กดิ จากความผิดปกติของหลอดเลอื ดสมองตัง้ แตก่ ำเนดิ การทเี่ รียกว่า ภาวะสมองขาดเลอื ดชวั่ ขณะ (Transient Ischemic Attack: TIA) ซึ่ง อดอดุ ตัน แตจ่ ะเกิดขึ้นเพยี งชว่ งเวลาสน้ั ๆ กอ่ นท่ีลม่ิ เลอื ดจะสลายตัวไป และกลับเข้า สมอง ควรรีบไปพบแพทยโ์ ดยเร็วท่สี ุด ลายอยา่ ง ๆ แตห่ ลังจากรักษาหายแลว้ ผู้ป่วยจะกลบั มาเปน็ ปกติได้หรือไม่ก็ขนึ้ อยกู่ บั

อาการของโรคหลอดเลือดสมอง อาการทเ่ี กดิ ข้ึนจะอยู่กบั ความเสียหายของสมอง โดยอาการของโรคหลอดเลือ ศรี ษะและอาเจียนร่วมดว้ ย ทัง้ นผ้ี ู้ป่วยแต่ละคนอาจมหี ลายอาการร่วมกนั เชน่ ▪ รา่ งกายออ่ นแรง หรือมอี าการอมั พฤกษ์ท่สี ่วนใดสว่ นหนง่ึ ของรา่ งกาย ▪ มปี ัญหาเก่ยี วกับการพดู หรือการเขา้ ใจคำพูดผิดเพ้ียน ▪ มีปัญหาเก่ยี วกบั การทรงตวั และมีอาการบ้านหมุน ▪ สูญเสยี การมองเห็นบางสว่ น หรือเห็นภาพซ้อน ▪ มอี าการมนึ งงอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ก่อนเกิดโรคหลอดเลอื ดสมอง ผู้ปว่ ยอาจเกดิ ภาวะสมองขาดเลอื ดช เตอื นบอกถงึ อนั ตราย เพราะภาวะดงั กล่าวนนั้ เป็นการแสดงให้ผู้ป่วยเห็นว่าเรม่ิ มคี วาม ขาดเลือดชว่ั ขณะน้มี ีอาการท่ีสังเกตได้ ดังนี้ ▪ สูญเสียการมองเหน็ ช่วั ขณะ เนื่องจากหลอดเลือดท่ไี หลเวยี นเลอื ดไป ▪ สญู เสยี ความสามารถในการเคลอื่ นไหวและความรู้สกึ ของร่างกาย (Carotid Arteries) ซง่ึ เป็นหลอดเลอื ดท่ีมคี วามสำคญั ตอ่ การระบบไหลเวียนเลือดที่สม อีกทั้งขณะทีเ่ กิดอาการดังกล่าว อาจมีปญั หาในการเห็นภาพซอ้ น บ้านหมนุ ส หากอาการเร่มิ กนิ เวลานานขึน้ หรอื ไมม่ ที ีท่าวา่ จะทุเลาลง ควรรบี ไปพบแพทย์โดยดว่ น สาเหตุของโรคหลอดเลือดสมอง โรคดังกล่าวเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยจะแตกต่างกนั ไปตามชนดิ ของโรคหล 1. โรคหลอดเลอื ดสมองชนิดสมองขาดเลอื ด (Ischemic Stroke) เป็นชนดิ ออกซเิ จนไมส่ ามารถไหลเวียนไปทสี่ มอง โดยการอดุ ตันเกดิ ขน้ึ จากคราบพลคั ไปเกาะส

4 อดสมองทง้ั 2 ชนิดจะค่อนข้างคลา้ ยกนั แตช่ นิดเลอื ดออกในสมองจะมอี าการปวด ย และมีอาการเหน็บชารว่ มดว้ ย ชว่ั ขณะ (TIA) ซ่งึ มักจะกนิ เวลานาน หลังจากนน้ั อาการจะหายไป ซึ่งเป็นสญั ญาณ มผิดปกติที่หลอดเลอื ด ควรรบี ไปพบแพทยอ์ ย่างเร่งด่วน โดยอาการของภาวะสมอง ปเล้ียงดวงตามีล่มิ เลือดอุดตัน ยซกี ใดซกี หน่งึ ช่ัวขณะเนือ่ งจากเกดิ การอุดตนั ทีห่ ลอดเลอื ดแดงแคโรติด อาเทอรี มอง สูญเสยี การทรงตัว และอาจไมส่ ามารถพดู สอื่ สารหรอื เขา้ ใจคำสัง่ ของผู้อื่นได้ชั่วขณะ น ลอดเลอื ดสมองดงั น้ี ดท่ีพบไดบ้ อ่ ยท่สี ดุ มีสาเหตุเกิดจากการอุดตนั ของหลอดเลอื ด ทำให้เลือดและ สะสมอยตู่ ามผนังหลอดเลอื ดจนตีบตนั และขดั ขวางการไหลเวียนของเลอื ดจนทำให้

เกิดโรคหลอดเลือดแดงแขง็ นอกจากนี้ ภาวะหวั ใจเต้นผดิ จงั หวะ ก็ทำให้เกดิ ลมิ่ เลือดแ ภาวะคอเลสเตอรอลสูง ความดนั โลหิตสงู โรคเบาหวาน โรคอ้วน การสูบบุหรี่ และการ 2. โรคหลอดเลอื ดสมองชนดิ เลอื ดออกในสมอง (hemorrhagic Stroke) ความรนุ แรงนน้ั ไมแ่ พก้ นั สาเหตมุ ักเกดิ จากความดนั โลหิตสงู อนั มีปจั จัยมาจากความเ การไมอ่ อกกำลงั กาย นอกจากน้ี ยงั อาจเกดิ จากภาวะหลอดเลือดสมองโปง่ พอง และค ท้ังนี้ความเสยี่ งโรคหลอดเลือดสมองย่งิ จะเพ่มิ สูงขนึ้ หากมีปจั จัยอน่ื ๆ รว่ มด้วย เช่น ▪ อายุ ผทู้ ่มี ีอายมุ ากกวา่ 65 ปี จะเสย่ี งเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคน ▪ ประวตั คิ รอบครวั ผู้ทีม่ ญี าตพิ นี่ อ้ งใกลช้ ิดปว่ ยด้วยโรคหลอดเลอื ดสมองจะ ▪ สผี วิ ผู้ที่มีสีผิวเข้มเปน็ กลุม่ เส่ยี งโรคหลอดเลอื ดสมอง เนื่องจากคนท่มี ีผวิ ส ผวิ ท่อี ่อนกว่า ▪ ประวตั ิการรกั ษา ผู้ท่ีเคยมอี าการของภาวะสมองขาดเลือดชัว่ ขณะ (TIA) เน่ืองจากผปู้ ว่ ยเคยมภี าวะหลอดเลอื ดอุดตนั มากอ่ นแลว้ หากพบวา่ ตัวเองมคี วามเสีย่ งโรคหลอดเลือดสมอง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจ เป็นโรคหลอดเลอื ดแดงแขง็ และโรคความดันโลหิตสูงด้วย หากพบวา่ ตวั เองมีอาการใจ ต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองจะยิ่งเพิ่มขึน้ การวนิ จิ ฉยั โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดสมองมักเกิดข้นึ อย่างเฉียบพลัน และต้องได้รบั การรกั ษาโดยเร วินจิ ฉัยอยา่ งละเอยี ด วิธที ่แี พทยใ์ ชใ้ นการตรวจเพ่ือยนื ยนั โรคหลอดเลอื ดสมอง มดี งั นี้ ▪ การซกั ประวัตแิ ละตรวจรา่ งกาย แพทย์จะซักประวัติการรกั ษา อาการเจ หรอื ไม่ จากนัน้ แพทยจ์ ะสอบถามอาการท่ีเกดิ ขึ้นกบั ผปู้ ่วย วดั ความดนั โลหิต ฟงั เสยี งห ตรวจดสู ญั ญาณของคอเลสเตอรอลซ่งึ มีลกั ษณะเป็นผลึกขนาดเล็กอย่ทู ีห่ ลงั ดวงตาดว้ ย ▪ การตรวจเลือด แพทยอ์ าจส่ังใหม้ กี ารเก็บตัวอยา่ งเลือดเพือ่ นำไปทดสอบ สมดลุ การแข็งตัวของเลอื ดก็จะผิดปกติ

5 และเปน็ สาเหตุท่ที ำให้หลอดเลอื ดอุดตนั ได้ ปัจจยั ท่ีทำให้หลอดเลือดสมองตบี คือ รด่ืมแอลกอฮอล์อย่างหนัก หรือที่รู้จักอกี ชอื่ หน่ึงวา่ ภาวะเสน้ เลือดในสมองแตก เกดิ ข้นึ ได้นอ้ ยกวา่ ชนดิ แรก แต่ ครยี ด โรคความดันโลหติ สงู การสบู บุหร่ี การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก โรคอว้ น และ ความผิดปกตขิ องหลอดเลือดสมองได้อกี ด้วย นในวัยอ่ืน ๆ แต่ก็อาจพบได้ในคนวัยอน่ื ไดด้ ว้ ยเช่นกนั ะย่ิงมีความเสย่ี งมากขนึ้ สีเข้มน้ันมีแนวโนม้ ปว่ ยดว้ ยโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสงู เมอ่ื เทยี บกบั คนท่ีมสี ี และหัวใจขาดเลอื ดเฉยี บพลัน จะมีความเสย่ี งของโรคหลอดเลอื ดสมองมากขึ้น จและติดตามอาการอย่างสมำ่ เสมอ อกี ท้ังยงั ควรปรับเปล่ียนพฤตกิ รรมท่เี ส่ียงต่อการ จส่ัน หรือหัวใจเต้นผิดปกติ ควรรบี ตดิ ตอ่ แพทย์โดยเรว็ เพราะยิง่ ปลอ่ ยไว้ ความเส่ียง รว็ ทีส่ ุด แต่กอ่ นท่แี พทยจ์ ะตัดสินใจเลอื กวิธกี ารรักษา ผู้ปว่ ยจะต้องไดร้ ับการตรวจ จบ็ ป่วยตา่ ง ๆ และประวตั ิครอบครัวว่ามญี าตใิ กล้ชดิ ป่วยดว้ ยโรคหลอดเลอื ดสมอง หัวใจและการทำงานของหลอดเลอื ด นอกจากนี้ แพทย์ยังอาจใช้กล้องชนดิ พเิ ศษเพอ่ื ย บดกู ารกอ่ ตวั ของลม่ิ เลอื ด ซึ่งหากระดับนำ้ ตาลในเลอื ดและสารเคมีต่าง ๆ ในเลือดเสยี

▪ การเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ (CT Scan) จะช่วยให้แพทย์เหน็ ภาพโดยรวม เอกซเรย์ แพทยอ์ าจฉดี สารยอ้ มสีเข้าไปในระบบไหลเวียนเลอื ด เพื่อใหเ้ ห็นรายละเอยี ด ▪ การเอกซเรย์ดว้ ยคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imagin รายละเอยี ดของสมองไดอ้ ยา่ งชัดเจนมากกวา่ ชว่ ยให้แพทย์วินิจฉัยได้ง่ายข้นึ ▪ การตรวจอลั ตราซาวดห์ ลอดเลอื ดแดงท่ีคอ (Carotid Ultrasound) เป ผปู้ ว่ ยเกดิ ภาวะหลอดเลือดอุดตนั และเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ▪ การฉีดสีที่หลอดเลอื ดสมอง (Cerebral Angiogram) แพทย์จะสอดท่อ และเอกซเรย์ วธิ นี ้จี ะชว่ ยใหแ้ พทย์เหน็ ระบบการไหลเวยี นของเลือดไปยงั คอและสมอง ▪ การตรวจคลืน่ เสียงสะท้อนความถ่ีสงู (Echocardiogram) วธิ นี ีม้ ักใช้ตร ไปเลย้ี งสมองไดด้ ว้ ยเช่นกนั หากพบวา่ มกี ารอุดตันของหลอดเลอื ด หรือพบลิ่มเลอื ดก็ส การรกั ษาโรคหลอดเลือดสมอง ความรวดเรว็ ในการรกั ษาถือเป็นสงิ่ ท่สี ำคัญท่สี ุด เพราะย่งิ ปล่อยไว้จะทำใหส้ ม ตามชนิดของโรคดังน้ี โรคหลอดเลือดสมองชนดิ สมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) การรักษาจ ภายหลงั ยาบางชนดิ จะตอ้ งรบี ใชท้ ันทเี มื่อเกิดอาการ และใช้ในระยะเวลาสน้ั ๆ จนกว ในการรักษาไดแ้ ก่ ▪ ยาละลายลมิ่ เลอื ด ในการรกั ษามกั จะใชย้ าละลายล่มิ เลอื ดเพือ่ กำจัดลม่ิ เล โรงพยาบาลภายใน 4.5 ชัว่ โมง และไมม่ คี วามเสี่ยงเลอื ดออกในสมอง แพทย์อาจพิจาร จะยิ่งดขี น้ึ ทวา่ กอ่ นใช้ผู้ป่วยจะต้องเขา้ รับการตรวจวินิจฉัยใหแ้ น่ชัดวา่ มีภาวะสมองขา ยาดังกล่าวยังมีผลข้างเคยี งที่อนั ตราย โดยอาจทำให้เกดิ เลือดออกในสมอง จึงทำใหย้ า ระยะเวลาท่ียาชนดิ นีส้ ามารถใช้เพอื่ รักษาอาการของโรคหลอดเลอื ดสมอง หรอื ประสิท ▪ ยาตา้ นเกล็ดเลือด เปน็ ยาทีช่ ว่ ยป้องกนั การก่อตวั ของเกลด็ เลือด ทำให้กา

6 มของสมอง และหากมภี าวะเลือดออกในสมอง กจ็ ะเหน็ ไดอ้ ย่างชัดเจน ซง่ึ ก่อน ดของการไหลเวียนเลือดและสมองได้ดยี งิ่ ข้ึน ng: MRI) มจี ุดประสงค์คล้ายการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แตจ่ ะช่วยให้แพทย์เหน็ ป็นการตรวจท่ีชว่ ยให้แพทยเ์ หน็ การก่อตัวของคราบพลัคจากไขมัน อันเป็นสาเหตุให้ อไปยงั หลอดเลอื ดสมองผ่านทางแผลเล็ก ๆ ทข่ี าหนบี จากน้ันจะฉดี สารย้อมสเี ขา้ ไป งไดม้ ากข้นึ รวจการทำงานของหวั ใจ แต่ในหลายกรณกี ็ช่วยระบุการการทำงานของหลอดเลอื ดที่ สามารถวนิ จิ ฉัยหาสาเหตขุ องโรคหลอดเลอื ดสมองได้ มองเกดิ ความเสยี หายมากขึ้น โดยการรักษาโรคหลอดเลือดสมองจะแตกตา่ งกันไป จะเนน้ ไปท่กี ารใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ และปอ้ งกนั อาการอน่ื ๆ ทอ่ี าจเกิดขึ้นใน วา่ อาการจะเริ่มดีขนึ้ แตย่ าบางชนดิ อาจต้องใช้ต่อเนอ่ื งในระยะยาว ยาท่ีแพทยม์ ักใช้ ลือดท่อี ุดตนั อยู่ ซ่งึ จะทำใหเ้ ลอื ดไหลเวียนไดส้ ะดวกมากข้ึน หากผ้ปู ว่ ยถกู นำตวั ส่ง รณาใชย้ าละลายล่ิมเลอื ดชนิดฉดี ยาชนดิ นีห้ ากย่ิงไดร้ ับเร็วประสทิ ธิภาพในการรักษาก็ าดเลอื ด เพราะหากวินิจฉยั ผิด การใชย้ าจะย่ิงทำใหอ้ าการร้ายแรงมากขนึ้ นอกจากนี้ าชนิดนี้ยังคงอยใู่ นระหวา่ งการศกึ ษาเพ่อื เปรยี บเทยี บระหว่างข้อดแี ละขอ้ เสีย และ ทธภิ าพของยาทจ่ี ะเกิดขึ้นหลังจากใชย้ า 4.5 ชวั่ โมง ารอดุ ตนั ลดลง ยาในกลมุ่ นี้ทนี่ ยิ มใช้ ไดแ้ ก่ ยาแอสไพริน

▪ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ปว่ ยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีอัตราการเตน้ เกดิ ลมิ่ เลอื ด อาจต้องใชย้ าชนดิ นี้รว่ มกับยาชนิดอื่น ๆ เพ่ือป้องกนั การกอ่ ตัวของลิ่มเลือ ซาแบน และยารวิ าโรซาแบน ▪ ยาลดความดันโลหติ ผู้ปว่ ยบางรายต้องใช้ยาลดความดันโลหติ รว่ มด้วยเพ ▪ ยาลดไขมันในเลอื ด หากระดบั ไขมันในเลือดสงู ผู้ป่วยจะตอ้ งใช้ยาลดไขม กลายเปน็ สาเหตุใหเ้ กดิ การอุดตันของหลอดเลอื ด นอกจากการใช้ยาเพอื่ รักษาภาวะสมองขาดเลอื ดแล้ว กย็ งั มวี ิธีการรักษาอ่นื ๆ ▪ การผ่าตัดเปิดหลอดเลือดแดงใหญ่ทีค่ อ (Carotid endarterectomy) หลอดเลอื ดแดงใหญท่ ่ีคอเพือ่ กำจดั สิง่ ทขี่ ดั ขวางหลอดเลือดออก ▪ การผ่าตดั เพอ่ื กำจัดลิ่มเลอื ด (Thrombectomy) ในกรณีทม่ี ีลิม่ เลือดขดั ให้ระบบไหลเวยี นเลอื ดดีข้นึ และไหลเวียนไปเล้ียงสมองได้อย่างเตม็ ที่ โรคหลอดเลอื ดสมองชนดิ เลอื ดออกในสมอง (Hemorrhagic Stroke) - ผ ตอ้ งไดร้ ับยาเพื่อลดความดันโลหติ และยาที่ช่วยป้องกนั อาการรนุ แรงท่ีอาจเกิดขึ้นในอ เลือดในสมองที่แตก หรอื ฉีกขาด นอกจากนี้ หากเกิดภาวะแทรกซอ้ น อยา่ ง ภาวะโพร จากสมอง ซง่ึ แพทย์อาจต้องต่อท่อพลาสติกเลก็ ๆ เพือ่ ระบายของเหลวออกจากสมอง โดยการรักษาหลกั ๆ ทีใ่ ช้ในโรคหลอดเลือดสมองชนดิ น้ี ไดแ้ ก่ ▪ การผา่ ตัดหยุดเลือด (Surgical Clipping) แพทย์จะนำคลปิ ขนาดเลก็ ๆ ไหลของเลือดและทำให้บรเิ วณหลอดเลือดที่โปง่ พอไม่มเี ลอื ดไหลออกมาอีก ▪ การใสข่ ดลวด (Endovascular Embolization) เปน็ วธิ กี ารรกั ษาด้วยก ขดลวดเขา้ ไปยงั หลอดเลือดท่ีโปง่ พอง โดยขดเลอื ดนจ้ี ะเข้าไปขัดขวางการไหลเวยี นเลอื ▪ การผ่าตัดกำจดั เสน้ เลือดที่มปี ญั หา (Surgical AVM Removal) ในกรณ จะคำนึงถงึ ภาวะแทรกซอ้ นท่อี าจเกิดข้นึ หากการนำหลอดเลือดท่ีผดิ ปกตอิ อกน้ันจะสง่ ▪ การผา่ ตดั บายพาสหลอดเลือดสมอง (Intracranial Bypass) ในบางกร ▪ การผา่ ตดั ด้วยรังสี (Stereotactic Radiosurgery) เป็นการผา่ ตัดโดยใช

7 นของหัวใจท่ีผิดปกติ มีอาการใจส่ัน และผู้ทมี่ ีลมิ่ เลือดทขี่ า หรือผู้ทเ่ี คยมีประวตั กิ าร อดในอนาคต ยาท่นี ยิ มใชไ้ ดแ้ ก่ ยาวาฟาริน ยาอะพซิ าแบน ยาดาบกิ าทราน ยาเอโด พือ่ ปอ้ งภาวะเลอื ดออกในสมองในระยะยาว มันในเลือดเพื่อป้องกนั ไขมันสะสมกลายเป็นคราบพลัคเกาะทผ่ี นังหลอดเลอื ด จน ๆ ไดแ้ ก่ ) ในกรณที ่ีผปู้ ว่ ยมีภาวะหลอดเลือดตีบอย่างรุนแรง อาจต้องใชก้ ารผ่าตดั เพอื่ เปดิ ดขวางการไหลเวยี นของหลอดเลอื ดอย่างรนุ แรง การผา่ ตดั เพอ่ื กำจัดลิ่มเลอื ดจะช่วย ผูป้ ่วยทีม่ ภี าวะสมองขาดเลือดจำนวนไม่น้อยที่อาจมีอาการเลอื ดออกในสมองดว้ ย และ อนาคต ซงึ่ ตอ้ งเข้ารับการผา่ ตัดเพอื่ กำจัดล่มิ เลือดออกจากสมอง และซอ่ มแซมหลอด รงสมองค่ังน้ำ (Hydrocephalus) ผ้ปู ่วยตอ้ งเขา้ รบั การผ่าตัดเพือ่ ระบายของเหลวออก งด้วย ๆ หนบี ทบี่ ริเวณฐานของหลอดเลือดท่ีโป่งพองและมเี ลือดออก วิธนี จี้ ะช่วยหยุดการ การสวนท่อขนาดเล็กเข้าไปทห่ี ลอดเลือดสมองผา่ นทางขาหนีบ จากน้นั แพทย์จะใส่ อดท่เี ขา้ ไปในหลอดเลือดทีโ่ ป่งพอและปอ้ งกันไม่ให้เกดิ ล่มิ เลอื ด ณที ่ีผู้ปว่ ยมีหลอดเลอื ดสมองทผ่ี ิดปกติ แพทยจ์ ะผา่ ตดั เพือ่ นำส่วนที่ผิดปกตอิ อก โดย งผลตอ่ การทำงานของสมอง แพทย์อาจใช้วธิ อี ่นื รกั ษาแทน รณีการผ่าตัดวธิ นี ้กี ม็ ีความจำเปน็ เพ่อื ชว่ ยให้เลอื ดไหลเวียนไปทส่ี มองได้ดีขนึ้ ชร้ ังสเี พ่อื ซอ่ มแซมหลอดเลือดท่มี คี วามผิดปกติ

นอกจากน้ีในระหวา่ งการรกั ษาขา้ งตน้ ผูป้ ว่ ยอาจต้องไดร้ บั การรกั ษาอนื่ ๆ เพ มากข้ึน อาทิ ▪ การใหอ้ าหารทางสายยาง ในกรณที ี่ผูป้ ว่ ยมีปัญหาเกย่ี วกบั การหายใจและ จะช่วยให้ผปู้ ่วยไดร้ ับอาหารเหลวไดเ้ พยี งพอต่อความต้องการของร่างกาย ▪ การใหส้ ารอาหารเสรมิ ผู้ป่วยทไี่ ดร้ บั อาหารทางสายยาง อาจเกดิ ภาวะขา ครบถว้ น ▪ การใหส้ ารน้ำทางหลอดเลือดดำ ผู้ปว่ ยท่มี คี วามเส่ียงภาวะขาดน้ำ แพทย ▪ การใหอ้ อกซิเจน ในกรณที อ่ี อกซเิ จนในเลอื ดลดลง แพทยจ์ ะใหผ้ ู้ปว่ ยไดร้ ับ อาการรุนแรง ในผปู้ ่วยบางรายอาจตอ้ งใช้ถงุ นอ่ งป้องกนั เส้นเลือดขอด (Compression Sto ทเ่ี ช่อื มต่อกบั หัวใจและสมอง จนทำใหอ้ าการรนุ แรงมากขนึ้ หากผู้ป่วยไดร้ บั การรักษาอย่างรวดเร็ว อาการของผูป้ ว่ ยจะเริ่มดขี ึ้นตามลำดบั สมอง และในระหว่างการพักฟนื้ ผปู้ ว่ ยจะต้องไดร้ บั การกายภาพบำบัดเพ่อื ฟน้ื ฟคู วามส ภาวะแทรกซอ้ นของโรคหลอดเลือดสมอง ในบางกรณโี รคหลอดเลอื ดสมองก็อาจทำใหผ้ ปู้ ่วยเกดิ ความพิการชัว่ คราว หร มักพบไดแ้ ก่ ▪ อาการอมั พฤกษ์ ผ้ปู ว่ ยอาจมีอาการอมั พฤกษท์ ีซ่ กี ใดซีกหน่งึ ของร่างกาย ห กายภาพบำบัดจะชว่ ยใหผ้ ู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวติ ใกล้เคียงปกติได้ ▪ พดู ไม่ชัด หรอื มปี ัญหาในการกลนื อาหาร โรคหลอดเลอื ดสมองอาจส่งผลให และกลืนลำบาก รวมทงั้ สญู เสยี ความสามารถในการพูดและการเขา้ ใจคำพูด การบำบัด ▪ สญู เสียความทรงจำ และความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ ในหลายกรณีผ วิเคราะห์ การตดั สินใจ รวมท้งั สูญเสยี ความสามารถในการเรยี นร้แู ละเขา้ ใจได้ ▪ ปญั หาทางด้านอารมณ์ ผปู้ ว่ ยส่วนใหญ่จะไมส่ ามารถควบคมุ อารมณ์ได้ ทำ

8 พ่มิ เติมเพอ่ื ช่วยบรรเทาอาการ และชว่ ยใหก้ ารรักษาหลักเป็นไปได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ ะไม่สามารถรบั ประทานอาหารไดเ้ อง การสอดสายยางเข้าไปที่ช่องทอ้ งผา่ นทางจมกู าดสารอาหาร จึงต้องได้รับสารอาหารเสริม เพ่ือให้รา่ งกายได้รบั สารอาหารอย่าง ยจ์ ะสง่ั ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพิ่มเพื่อลดความเสีย่ ง บออกซิเจนผา่ นทางหน้ากาก เพอื่ ป้องกนั ภาวะสมองขาดออกซเิ จนซ่ึงจะยง่ิ ทำให้ ockings) ร่วมด้วยเพอ่ื ปอ้ งกนั ไม่ใหเ้ กดิ ลม่ิ เลือดที่บริเวณขา ซึ่งจะไปอดุ ตันหลอดเลอื ด บ และอาจกลับมาเป็นปกติได้ภายใน 6 เดอื น แต่ท้ังน้กี ข็ ้ึนอยกู่ ับความเสียหายของ สามารถในการสื่อสาร และการเคล่ือนไหวเพ่ือใหก้ ลบั มาใกล้เคียงปกตมิ ากทส่ี ุด รอื ถาวร ซ่งึ จะข้นึ อยกู่ ับความเสย่ี งของสมองท่ีเกดิ จากการขาดเลอื ด ภาวะแทรกซ้อนท่ี หรอื เกดิ กล้ามเนอื้ ออ่ นแรง โดยเฉพาะท่ีบริเวณใบหน้า และแขน การรกั ษาด้วยการ ห้ผูป้ ่วยเสียการควบคุมกล้ามเน้อื ภายในปากและลำคอ เปน็ ผลให้เกิดอาการลนิ้ แขง็ ดด้วยการอ่านหรือเขียนหนังสือจะช่วยใหอ้ าการของผ้ปู ว่ ยดขี น้ึ ในระดับหน่ึง ผ้ปู ว่ ยโรคหลอดเลือดสมองจะสูญเสยี ความทรงจำ และความสามารถในการคดิ ำให้ผู้ปว่ ยอาจมีอารมณ์รุนแรง หรือเกิดภาวะซมึ เศร้าได้ในท่สี ุด

▪ อาการเหนบ็ ชา โดยส่วนใหญผ่ ู้ป่วยโรคหลอดเลอื ดสมองมกั มีอาการอาการเ สมองได้ ▪ ไวตอ่ การเปล่ยี นแปลงของอุณหภูมิ การเปลยี่ นแปลงของอณุ หภูมิจะสง่ ผล เฉยี บพลนั อาการนมี้ สี าเหตจุ ากการบาดเจ็บภายในสมอง ท่เี รยี กวา่ อาการปวดเนอ่ื งจา ▪ มีพฤติกรรมทเี่ ปลย่ี นแปลงไป ผ้ปู ว่ ยโรคหลอดเลือดสมองจำนวนไม่นอ้ ยที่ม ชีวิตประจำวัน ดังน้นั อาจตอ้ งจัดหาผู้ชว่ ยเพือ่ คอยดูแลผู้ป่วยตลอดเวลา ภาวะแทรกซ้อนเหล่าน้อี าจสามารถรกั ษาใหห้ ายได้ หากได้รบั การผา่ ตดั สมอง แ เสียหายของสมองและการฟื้นฟูของผู้ปว่ ยแตล่ ะคนดว้ ยเช่นกนั การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดสมองสามารถปอ้ งกนั ได้ดว้ ยการลดความเส่ยี งโรคหลอดเลือด อาหาร และการออกกำลงั กาย ดงั น้ี ▪ รบั ประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ การรบั ประทานอาหารที่มีประโยชนจ์ ะชว่ หลกี เล่ยี งอาหารท่มี ไี ขมันสงู เพราะจะส่งผลให้เกิดภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสงู รวม ▪ ควบคุมนำ้ หนัก โรคอ้วนเปน็ สาเหตุของโรคร้ายแรงต่าง ๆ รวมทง้ั โรคหลอด ▪ ออกกำลังกายอย่างสมำ่ เสมอ การออกกำลงั กายสามารถชว่ ยควบคุมน้ำหน การออกกำลังกายท่เี หมาะสมคือ 2.5 ช่ัวโมงตอ่ สัปดาห์ สำหรับการออกกำลงั กายแบบ ▪ งดสบู บหุ ร่ี การสบู บุหรี่เป็นปัจจัยหลกั ที่เสยี่ งต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอ ปรึกษาแพทย์ผเู้ ชี่ยวชาญเพ่อื หาวิธีเลกิ บุหรี่อย่างมีประสทิ ธภิ าพ ▪ ควบคุมปรมิ าณการดม่ื แอลกอฮอล์ การดมื่ เครือ่ งดมื่ แอลกอฮอล์ในปรมิ าณ ทีส่ ุด หากหลีกเลีย่ งไม่ได้ ก็สามารถด่ืมได้ แตค่ วรดื่มในปรมิ าณที่แนะนำ คอื ผูช้ ายไม่ค นอกจากนี้ยงั ควรควบคุมปจั จยั เส่ยี งท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั โรคหลอดเลือดสมองโดยตรง

9 เหนบ็ ชาหรอื สูญเสียความรูส้ กึ ทบี่ รเิ วณอวยั วะซงึ่ ไดร้ ับผลกระทบของโรคหลอดเลือด ลกับผู้ปว่ ยโรคหลอดเลือดสมองอยา่ งมาก อาจทำใหเ้ กิดความรสู้ ึกร้อนหรือหนาวอยา่ ง ากระบบประสาทส่วนกลาง มีปัญหาในเรื่องพฤตกิ รรมการใชช้ วี ิต และความสามารถในการดูแลตัวเองใน และการผา่ ตัดประสบความสำเร็จ แต่จะกลบั สมบรู ณเ์ ต็มรอ้ ยหรอื ไม่ก็ข้นึ อยกู่ บั ความ ซ่งึ การลดความเส่ียงทำไดด้ ้วยการปรบั เปลย่ี นพฤติกรรมการใชช้ ีวิต การรบั ประทาน วยลดความเส่ียงโรคหลอดเลือดสมองได้ โดยเฉพาะผกั ผลไม้ท่มี ีไฟเบอร์สูง และควร มถงึ อาหารท่ีมีรสเค็มจัด ท่เี ป็นสาเหตขุ องโรคความดันโลหติ สูง ดเลอื ดสมอง การควบคุมนำ้ หนักจะช่วยลดความเสย่ี งลงได้ นัก และชว่ ยลดระดับคอเลสเตอลรอล รวมถงึ ความดนั โลหติ สูงได้ โดยระยะเวลาใน บแอโรบกิ สว่ นเดก็ และวัยรุน่ ควรออกกำลงั กายอย่างน้อยวนั ละ 1 ชั่วโมง อง การเลกิ สูบบหุ ร่ีจะชว่ ยลดความเสีย่ งลงได้ แต่หากไม่สามารถเลกิ ไดด้ ว้ ยตนเองควร ณที่พอเหมาะจะชว่ ยลดความเสีย่ งโรคหลอดเลอื ดหวั ใจได้ แต่ถา้ หากไมด่ มื่ เลยจะดี ควรเกินวันละ 2 แก้ว และผ้หู ญิงไม่ควรเกนิ วันละ 1 แกว้ ง ดงั ตอ่ ไปน้ี

▪ ควบคมุ ระดบั คอเลสเตอรอล ควรตรวจวัดระดับไขมันในเลอื ดอยา่ งน้อยทุก พบแพทย์อยา่ งสมำ่ เสมอเพอื่ ติดตามอาการ ▪ ควบคุมระดับความดนั โลหิต การตรวจวัดความดันโลหติ อย่างสมำ่ เสมอจะช ▪ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลอื ด หากแพทยส์ งสยั วา่ ผู้ปว่ ยมอี าการของโรคเบา โรคเบาหวาน ผปู้ ่วยจำเปน็ ตอ้ งควบคมุ ระดับน้ำตาลในเลอื ด ปรบั เปลีย่ นพฤตกิ รรมการ จะช่วยควบคุมอาการได้ และทำใหค้ วามเสยี่ งโรคหลอดเลอื ดสมองลดลง ▪ รักษาโรคหัวใจอยา่ งต่อเนื่อง หากผ้ปู ว่ ยมีอาการของโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว เพราะการรกั ษาทีด่ ีจะช่วยลดความเสย่ี งโรคหลอดเลือดสมองได้ ▪ พบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพอื่ ป้องกนั ความผดิ ปกติท่ีอาจนำไปสโู่ รคหลอดเ

10 ก 6-12 เดือน หากเป็นผู้ท่มี คี วามเสยี่ ง หรอื มภี าวะคอเลสเตอรอลสงู อยแู่ ล้ว ควรไป ชว่ ยควบคุมระดบั ความดันโลหิตอันเปน็ ปัจจัยเสยี่ งตอ่ โรคหลอดเลอื ดสมอง าหวาน แพทย์จะตรวจวัดระดบั นำ้ ตาลในเลอื ด ถ้าผลออกมาแล้วพบว่าเป็น รรบั ประทานอาหาร และการใชช้ ีวิต นอกจากน้ี ควรรบั ประทานยาอยา่ งสม่ำเสมอ ควรเขา้ รบั การรักษาอย่างต่อเนอ่ื ง ไมว่ า่ จะเป็นการรบั ประทานยา และการผ่าตัด เลอื ดสมอง ควรพบแพทย์และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

การประเมนิ ปญั หาการพยาบาล การวนิ จิ ฉัยพยาบาล การวางแผนการ ระยะแรกรบั 1.เสี่ยงตอ่ ภาวะแทรกซ้อน ระดบั ความรสู้ ึกตัวป 1.ความดันโลหิตสงู สมองบวมความดนั ใน อาการปวดศีรษะรนุ แ 2.ระดบั ความรู้สกึ ตวั ลดลง 3.พูดล้ินคบั ปาก กะโหลกศีรษะสูง เกร็ง กระตุก pupil 4..แขนขาอ่อนแรง คลนื่ ไสอ้ าเจยี นรนุ แร BP>220/120mmH เรว็ >120/min ชกั เก

11 รพยาบาล การปฏบิ ัติการพยาบาล การประเมนิ ผลการ พยาบาล ปกติ ไมม่ ี 1.จัดท่านอนให้ศีรษะสูง 30 องศาดูแลศรี ษะ สญั ญาณชพี ปกติ ไมม่ ีอาการ ปวดศรี ษะ คลนื่ ไส้ อาเจยี น แรง ไม่มชี กั ลำคอ และสะโพกไมพ่ บั งอมากกว่า 90 องศา อย่างรนุ แรง ตาพร่ามัว เกรง็ ไมเ่ ท่ากัน เพื่อใหก้ ารไหลเวียนของเลือดไปเล้ยี งสมองได้ และลกั ษณะการหายใจท่ี รง สะดวกการไหลกลบั ของเลือดดำจากสมองดี ผดิ ปกติ Hg ชพี จรเต้น ขน้ึ หา้ มจัดท่านอนควำ่ หรอื นอนศรี ษะตำ่ กร็ง 2.เฝา้ ระวงั อาอาการทางระบบประสาททกุ 1 ชว่ั โมง ถ้า coma scaleลดลงมากกว่าหรอื เท่ากับ 2 รายงานแพทย์ทราบ 3.ตรวจเฝ้าระวงั สัญญาณชพี ทุก 4 ชม.หาก พบสัญญาณชีพผิดปกติ ดงั นี้ ระดับความดนั โลหิตSBP>185-220mmhg,DBP>120- 140mmhg 4.ตรวจเฝา้ ระวังภาวะพร่องออกซเิ จนถา้ พบ O2 Sat<90%หรือมีภาวะcyanosis รายงาน แพทย์ทราบ(ภายใน4นาท)ี 5.สงั เกตและบันทกึ อาการของภาวะความดนั ในกะโหลกศีรษะสูง เช่น ปวดศีรษะ คลน่ื ไส้ อาเจยี นอย่างรุนแรง ตาพร่ามวั รมู ่านตาไม่ เทา่ กนั เกร็ง แขน ขาอ่อนแรงลงจากเดิม และลักษณะการหายใจท่ีผดิ ปกตหิ ากพบ อาการดังกลา่ วใหร้ ายงานแพทยท์ ันที

การประเมนิ ปญั หาการพยาบาล การวนิ ิจฉยั พยาบาล การวางแผนการ ระยะต่อเนอ่ื ง 1.แขนขาอ่อนแรง 2.มคี วามบกพรอ่ งดา้ น ผู้ปว่ ยสามารถชว่ ยเห 2.พูดลน้ิ คับปาก พูดส่ือสารไม่ไม่ การเคลือ่ นไหวร่างกาย มากขึ้น เช่นลา้ งหนา้ และสามารถทำ Acti ชดั และการสือ่ สาร exercise ไดแ้ ละญา 3.การประเมนิ Barthel index passive exercise ไ ภาวะแทรกซอ้ นแผล เทา่ กับ 4 มีความพิการระดบั สามารถสอ่ื สารโดยก รนุ แรง ตอ้ งการความช่วยเหลอื ใน ชดั เจน และสามารถ เข้าใจได้ดี การเดนิ การขบั ถ่ายอุจาระ ปสั สาวะ การ อาบน้ำ ต้องมีคนชว่ ยเหลอื

12 รพยาบาล การปฏิบตั ิการพยาบาล การประเมินผลการ พยาบาล 6.ดูแลใหพ้ ักผ่อนบนเตียงดูแลให้ทำกจิ วตั ร ประจำวันบนเตียงในช่วงเฝา้ ระวงั อาการใน 24ชม.แรก หลกี เลย่ี งการรบกวนผู้ปว่ ยใหม้ าก ท่ีสุดจัดสง่ิ แวดล้อมท่เี งียบสงบ ให้ผู้ป่วย พักผอ่ น หลือตนเองได้ 1.สอน/สาธติ ให้คำแนะนำญาตใิ นการฝกึ ให้ ผ้ปู ่วยมคี วามรู้เก่ยี วกบั าแปรงฟัน ผ้ปู ่วยช่วยเหลอื ตนเองในการทำกิจวัตร สาเหตุของกลา้ มเนื้อออ่ น ive ประจำวนั อธิบายใหผ้ ูป้ ่วยและญาติทราบถงึ แรง ผลดีของการออกกำลงั าติช่วยทำ ประโยชน์ในการชว่ ยเหลอื ตนเอง การดูแล กายการชว่ ยเหลือตนเองใน ไดไ้ ม่เกิด hygiene care ลดการหมักหมดของเช้ือโรค การทำกิจวตั รประจำวัน ลกดทับผู้ปว่ ย 2.ใหก้ ำลังใจการทำกจิ กรรมต่างๆด้วยตนเอง และสามารถทำ Active การพดู ได้ มากท่สี ุดทั้งขณะอยู่ใน รพ และในชุมชนขณะ exercise ไดถ้ ูกตอ้ งในทกุ ถส่ือสารให้ ลงพน้ื ท่ตี รวจเยย่ี มขณะอยูท่ บ่ี า้ น ทา่ ท่ีสอน วันละ 2 ครั้ง 3.สอนและแนะนำเกีย่ วกับการทำ Active ขณะที่อยบู่ า้ น ไมม่ ีแผลกด exercise และ passive exercise ขณะอยทู่ ่ี ทบั การพดู ส่อื สารได้ชัดเจน บ้านในชมุ ชนโดยให้พักผอ่ นอย่างเตม็ ทีก่ ่อน มากข้นึ สามารถใช้ภาษาใน และประเมนิ ความพรอ้ มก่อนและประเมิน การส่ือสารถึงความต้องการ ความพรอ้ มกอ่ นทกุ ครั้ง ถา้ พบอาการเช่น T> และการตอบคำถาม “ ใช”่ 38 BP>160/100 P>100 คร้ัง/นาที ปวด และ “ไมใ่ ช”่ ไดส้ ามารถ ศรี ษะ แขน ขาอ่อนแรงมากข้ึน คลน่ื ไส้ แสดงอาการถงึ ความ ตอ้ งการทีจ่ ะสอ่ื สารและ

การประเมนิ ปญั หาการพยาบาล การวนิ จิ ฉัยพยาบาล การวางแผนการ

13 รพยาบาล การปฏิบตั กิ ารพยาบาล การประเมนิ ผลการ พยาบาล อาเจยี น ซึมลง เจ็บแน่นหน้าอก งดการฟืน้ ฟู พยายามทจ่ี ะสื่อสารได้ ไว้ก่อน สามารถฝกึ กล้ามเนอ้ื ลน้ิ และ 4.ประเมนิ ทกั ษะการสื่อสารของผู้ปว่ ยด้วย รมิ ฝีปากได้ตามการสาธิต แบบประเมนิ การพูด สอน การฝกึ กล้ามเนือ้ อย่างนอ้ ยวันละ 2ครง้ั ขณะ เพื่อการพดู ใหเ้ วลาผ้ปู ่วยในการส่อื สารอย่าง อยู่ทีบ่ า้ น รบั ประทาน เต็มท่ี เพอื่ ใหผ้ ้ปู ว่ ยมเี วลาในการพดู และ อาหารไดเ้ องไมส่ ำลัก ล้าง แสดงออกถึงความรู้สกึ ที่ตอ้ งการตอบสนอง หนา้ แปรงฟนั ไดเ้ อง ลุกเดิน ต่อการส่อื สารด้วยตนเองขณะพดู กบั ผูป้ ว่ ย ใช้ พยุงพยุงขน้ึ รถเขน็ ได้ คำถามท่ีให้ผปู้ ว่ ยตอบใช่ หรอื ไม่ใช่ ขณะ สื่อสารให้สบสายตากับผู้ป่วยแสดงการ ยอมรับ การแสดงออกของผปู้ ่วยในการ อธบิ ายความหมาย กระตนุ้ ใหผ้ ู้ปว่ ยมีการ พดู คยุ กับญาติบ่อยๆ 5.สอนนำญาตใิ นการเฝ้าระวงั อาการ เปลีย่ นแปลงกับการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยง สมองบกพรอ่ งขณะอยู่ในชุมชน คือ ผ้ปู ่วยซึม ลง หมดสติ สับสน 6.ใหค้ ำแนะนำผู้ป่วยวธิ ีการรบั ประทาน อาหารปอ้ งกันการสำลัก ให้คำแนะนำญาติถงึ ประเภทอาหารท่ีเหมาะสมสำหรบั ผู้ปว่ ยคอื อาหารลดมัน ลดเค็ม อาหารออ่ นยอ่ ยงา่ ย เป็นต้น เพ่อื ป้องกนั การกลบั เป็นซำ้ ของโรค

การประเมินปัญหาการพยาบาล การวินจิ ฉยั พยาบาล การวางแผนการ 1.มีไข้ 3.มีการติดเช้อื ในร่างกาย ไมม่ กี ารตดิ เชอ้ื ในรา่ ง 2.ตรวจปสั สาวะ พบปริมาณเมด็ เนอ่ื งจากมีการ เลอื ดขาวในปัสสาวะ 20- เปลย่ี นแปลงแบบแผนการ 30cells/HPF ขบั ถ่ายปัสสาวะ

14 รพยาบาล การปฏิบตั กิ ารพยาบาล การประเมินผลการ งกาย พยาบาล หลอดเลอื ดสมองตีบอนั เน่อื งจากอาหารไขมัน สูง 1.ประเมนิ ความสามารถในการขับถ่าย ไม่มไี ข้ ปสั สาวะไม่แสบขดั ปัสสาวะดงั น้ี กระต้นให้มกี ารขบั ถ่ายปัสสาวะ ผลตรวจปัสสาวะ:WBC โดยใช้หม้อนอน ทุก 2 ชม. และค่อยๆขยาย ลดลงจาก 20-30cells/HPF เวลาในการขับถ่ายปสั สาวะออกไป ในรายที่ ปัสสาวะออกเองไม่ปรกึ ษาแพทยใ์ นการฝึก การขับถ่ายปัสสาวะกระตุ้นใหด้ ื่มนำ้ หรือ เครอื่ งดืม่ อนุ่ ๆอยา่ งนอ้ ยวนั ละ 2000-3000 cc 2.ประเมินความสมดุลของนำ้ ในรา่ งกายโดย บันทกึ จำนวนนำ้ เขา้ -นำ้ ออกทุกวนั ทำความ สะอาดอวยั วะสบื พนั ธ์ุปสั สาวะอยา่ งน้อยวัน ละ 2ครั้ง 3.แนะนำผปู้ ว่ ยไม่ใหก้ ล้นั ปัสสาวะ และล้างทำ ความสะอาดอวยั วะสบื พันธุ์ทุกคร้ังหลัง ขับถ่ายปัสสาวะ 4.ตรวจวดั สญั ญาณชพี ทกุ 4 ชม. สังเกตและ บนั ทึกปรมิ าณ ลกั ษณะของปสั สาวะไม่ควรมี ตะกอนหรือเลือดปน เพื่อประเมนิ การติดเช้อื 5.ดแู ลให้ผู้ปว่ ยไดร้ บั ยาฆา่ เชื้อตามแผนการ รักษา สงั เกตอาการข้างเคียงและอาการแพย้ า

การประเมินปัญหาการพยาบาล การวินจิ ฉัยพยาบาล การวางแผนการ 1.ผ้ปู ว่ ยลุกเดินชว่ ยเหลอื ตนเอง 4.เสียงต่อการได้รับ เพอ่ื ปอ้ งกันอบุ ตั เิ หต ไมไ่ ด้ 2.แขนขาอ่อนแรง อันตรายจากอบุ ตั ิเหตุ เนื่องจากผปู้ ่วยช่วยเหลือ ตนเองไดน้ ้อย 5.วติ กกังวลต่อความ 1.ความวติ กกังวลลด เจ็บป่วยและแผนการ 2.พักผ่อนได้ รักษา 3.เขา้ ใจแผนการรกั ษ ความรว่ มมอื

15 รพยาบาล การปฏิบัติการพยาบาล การประเมนิ ผลการ ตุแกผ่ ู้ป่วย พยาบาล 1.ดูแลชว่ ยเหลือผู้ป่วยในการทำกจิ วตั รต่างๆ ดลง เพื่อไมใ่ ห้เกิดอนั ตรายขึน้ ได้ ผปู้ ่วยปลอดภยั จากอบุ ตั ิเหตุ ษาและให้ 2.ใหค้ ำแนะนำญาตใิ นการจดั วางสิง่ ของไว้ ต่างๆไม่มบี าดแผลตาม ทางดา้ นแขนทใ่ี ชง้ านได้ รา่ งกายสามารถใชร้ า่ งกาย 3.ให้คำแนะนำญาติในการเคลอื่ นย้ายผู้ปว่ ย ด้านทมี่ แี รงช่วยในการทำ อยา่ งถกู ตอ้ งปลอดภยั และใหก้ ารดูแลเพอื่ กิจวัตรประจำวนั ได้ ป้องกนั อันตรายจากความรอ้ น-เยน็ พอสมควร 1.ประเมนิ ระดับความวติ กกังวลของผปู้ ่วย และญาติ 1.ความวิตกกังวลลดลง 2.กระตุ้นใหร้ ะบายความร้สู ึกและค้นหา 2.สามารถหลบั พักผ่อนได้ สาเหตุ 3.เข้าใจแผนการรักษาและ 3.รบั ฟงั สิ่งท่ีผปู้ ่วยพูดอยา่ งสนใจโดยไมเ่ อา ใหค้ วามรว่ มมอื ความคดิ เหน็ ส่วนตัวไปตดั สินผปู้ ่วย 4.เผชิญภาวะเครยี ดไดอ้ ยา่ ง 4.ปลอบโยนและคอยใหก้ ำลงั ใจอย่าง มปี ระสิทธิภาพ สม่ำเสมอ ใหค้ วามมนั่ ใจในการดแู ล 5.อธิบายเกี่ยวกบั โรคทเี่ ปน็ ตามความ เหมาะสม 6.อธบิ ายถึงแผนการรักษาของแพทยท์ ุกครง้ั เมื่อต้องปฏิบัตกิ ิจกรรมกบั ผปู้ ว่ ย 7.อธบิ ายใหท้ ราบถงึ ความจำเปน็ ในการใช้ เครอ่ื งมือต่างๆ

การประเมินปัญหาการพยาบาล การวินจิ ฉัยพยาบาล การวางแผนการ 1.ผ้ปู ว่ ยลุกเดินชว่ ยเหลอื ตนเอง 4.เสียงต่อการได้รับ เพอ่ื ปอ้ งกันอบุ ตั เิ หต ไมไ่ ด้ 2.แขนขาอ่อนแรง อันตรายจากอบุ ตั ิเหตุ เนื่องจากผปู้ ่วยช่วยเหลือ ตนเองไดน้ ้อย 5.วติ กกังวลต่อความ 1.ความวติ กกังวลลด เจ็บป่วยและแผนการ 2.พักผ่อนได้ รักษา 3.เขา้ ใจแผนการรกั ษ ความรว่ มมอื

16 รพยาบาล การปฏิบัติการพยาบาล การประเมนิ ผลการ ตุแกผ่ ู้ปว่ ย พยาบาล 1.ดูแลชว่ ยเหลือผู้ป่วยในการทำกจิ วตั รต่างๆ ดลง เพื่อไมใ่ ห้เกิดอนั ตรายขึ้นได้ ผปู้ ่วยปลอดภยั จากอบุ ตั ิเหตุ ษาและให้ 2.ใหค้ ำแนะนำญาตใิ นการจดั วางสิง่ ของไว้ ต่างๆไม่มบี าดแผลตาม ทางดา้ นแขนทใ่ี ชง้ านได้ รา่ งกายสามารถใชร้ า่ งกาย 3.ให้คำแนะนำญาติในการเคลื่อนย้ายผู้ปว่ ย ด้านทมี่ แี รงช่วยในการทำ อยา่ งถกู ตอ้ งปลอดภยั และใหก้ ารดแู ลเพอื่ กิจวัตรประจำวนั ได้ ป้องกนั อันตรายจากความรอ้ น-เย็น พอสมควร 1.ประเมนิ ระดับความวิตกกงั วลของผปู้ ่วย และญาติ 1.ความวิตกกังวลลดลง 2.กระตุ้นใหร้ ะบายความรู้สึกและค้นหา 2.สามารถหลบั พักผ่อนได้ สาเหตุ 3.เข้าใจแผนการรักษาและ 3.รบั ฟงั สิ่งท่ีผปู้ ่วยพูดอยา่ งสนใจโดยไมเ่ อา ใหค้ วามรว่ มมอื ความคดิ เหน็ ส่วนตวั ไปตดั สินผปู้ ่วย 4.เผชิญภาวะเครยี ดไดอ้ ยา่ ง 4.ปลอบโยนและคอยใหก้ ำลงั ใจอย่าง มปี ระสิทธิภาพ สม่ำเสมอ ใหค้ วามมนั่ ใจในการดูแล 5.อธิบายเกี่ยวกบั โรคทเ่ี ปน็ ตามความ เหมาะสม 6.อธบิ ายถึงแผนการรักษาของแพทยท์ ุกครง้ั เมื่อต้องปฏิบัตกิ ิจกรรมกบั ผู้ปว่ ย 7.อธบิ ายใหท้ ราบถงึ ความจำเปน็ ในการใช้ เครอ่ื งมือต่างๆ

การประเมินปญั หาการพยาบาล การวนิ จิ ฉยั พยาบาล การวางแผนการ ระยะจำหนา่ ย 6.ผ้ปู ่วยและญาติมีความ ผูป้ ว่ ยและญาติมีควา วติ กกงั วลเกย่ี วกบั การ เข้าใจในการปฏบิ ัติต 1.ผปู้ ว่ ยซักถามเก่ยี วกับการดูแล ปฏบิ ตั ติ ัวเมื่อกลับไปอยู่ อยบู่ ้าน ตวั เองอย่างไรเมือ่ กลับไปอยู่ท่ี บ้าน บา้ น 2.ผปู้ ่วยและญาติมสี หี น้าไม้สดช่ืน วิตกกงั วล

17 รพยาบาล การปฏบิ ัตกิ ารพยาบาล การประเมินผลการ พยาบาล ามรู้ความ 1.แนะนำใหผ้ ปู้ ว่ ยและญาติช่วยกระตนุ้ ให้ 1.ผู้ป่วยและญาตคิ ลายกงั วล ตวั เมื่อกลบั ไป ผปู้ ว่ ยออกกำลังกายอย่างสมำ่ เสมอ 2.ผปู้ ่วยและญาติข้าใจการ 2.แนะนำใหผ้ ้ปู ่วยทำกิจวตั รประจำวนั ดว้ ย ดูแลตนเองและสามารถตอบ ตนเอง ดว้ ยความระมดั ระวงั โดยทบี่ า้ นควร คำถามการดูแลตนเองได้ จดั ให้สะอาด สะดวกและปลอดภยั ต่อการทำ 3.ผูป้ ่วยไม่มกี าร re admit กิจกรรมของผปู้ ว่ ย ดว้ ยภาวะแทรกซ้อนหลัง 3.ควรรบั ประทานอาหารใหเ้ หมาะสมกับโรค stroke โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวโดยให้หลีก เยงอาหารเคม็ อาหารทร่ี ะดับไขมนั สงู เชน่ สมองสัตว์ ไขแ่ ดง เครอื่ งในสตั ว์ อาหารทะเล บางชนิด อาหารทมี่ กี ะทิ นำ้ มนั มะพร้าว น้ำมนั หมู เนย ครมี อาหารรสหวาน ขนม หวานทุกชนิด ใหร้ บั ประทานผักใบเขยี วทกุ ชนดิ เพ่มิ งดดืม่ สรุ าโดยเดด็ ขาด 4.แนะนำผปู้ ว่ ยนอนหลับพักผอ่ นอย่าง เพยี งพอ อยา่ งนอ้ ยวนั ละ 6-8 ชม. 5.เน้นให้ผปู้ ว่ ยเหน็ ความสำคญั ของการ รบั ประทานยาตามแผนการรกั ษาของแพทย์ อยา่ งเครง่ ครัด เพื่อป้องกนั การกลับเป็นซำ้ และควรมาตรวจตามแพทย์นดั ทุกคร้ัง

การประเมนิ ปญั หาการพยาบาล การวนิ จิ ฉัยพยาบาล การวางแผนการ

รพยาบาล การปฏบิ ตั กิ ารพยาบาล 18 การประเมินผลการ พยาบาล 6.แนะนำให้ผปู้ ่วยและญาตสิ งั เกตอาการ ผดิ ปกติทเ่ี ดข้ึนตอื ออ่ นแรงมากขน้ึ ตามวั พดู ตะกุกตะกัก ปวดศีรษะรนุ แรง เวยี นศีรษะ บ้านหมนุ เดินลำบาก และควรพามาพบ แพทย์ทนั ที

โรคปอดบวม(P ปอดบวม (Pneumonia) เปน็ อาการปอดตดิ เชื้อและเกดิ ภาวะอกั เสบ ทำให เชอ้ื ไวรสั เช้ือรา หรือพยาธิ หากเกดิ จากการติดเชื้อจากสารเคมีหรือยาบางอยา่ งมกั เรยี อาการของปอดบวม มอี าการที่สำคัญไดแ้ ก่ มไี ข้ ไอ เจ็บหนา้ อก และหอบเห หายใจส่วนต้น หรอื โรคหวดั นำมากอ่ น หลงั จากนั้นมีอาการไอ หายใจเหนอื่ ยหอบตาม อาจมอี าการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเม่อื ยกล้ามเนอ้ื เจบ็ คอ ปอดท้อง เบอ่ื อาหาร ค สาเหตุของปอดบวม สามารถเกดิ ข้นึ ไดจ้ ากหลายสาเหตุ โดยสว่ นใหญจ่ ะเกดิ จ แพรก่ ระจายอยู่ในอากาศเข้าไป ปอดบวมหรอื ปอดอักเสบสามารถจำแนกได้หลายแบบ ปัจจุบันนิยมจำแนกตา 1. ปอดอักเสบชุมชน (Community-Acquired Pneumonia) หมายถึง ปอด รา ไวรสั 2. ปอดอกั เสบในโรงพยาบาล(Nosocomial Pneumonia หรอื Hospital-Ac ไว้ในโรงพยาบาลตั้งแต่ 48 ชัว่ โมงขึ้นไป ผู้ปว่ ยประเภทนี้จะมอี าการรนุ แรง เพราะปว่ ย การวินจิ ฉัยปอดบวม แพทย์จะเร่มิ การวนิ จิ ฉยั โดยการซักถามประวัติอาการข การรกั ษาปอดบวม ต้องรู้วา่ ผปู้ ว่ ยได้รับเชอื้ ชนิดใด และความรนุ แรงของอาก การให้ยาปฏชิ ีวนะตามความเหมาะสม และไมใ่ ห้เกิดภาวะแทรกซอ้ น

19 Pneumonia) ห้มอี าการ เชน่ มีไข้ ไอ เจ็บหน้าอก หรอื เหนือ่ ยหอบ โดยอาจเกิดจากเชอ้ื แบคทเี รยี ยกวา่ ปอดอักเสบ หนื่อย ซง่ึ อาการเหล่าน้ีอาจไมค่ รบทุกอยา่ งก็ได้ สว่ นใหญม่ ักมอี าการติดเช้ือทางเดนิ มมา โดยเฉพาะที่เกิดจากการติดเชื้อ Streptococcus Pneumoniae ผูป้ ว่ ยบางราย คลืน่ ไสอ้ าเจียน รวมอยู่ดว้ ย จากเชื้อไวรสั หรอื แบคทีเรีย โดยสามารถติดต่อได้จากการหายใจเอาเช้อื ที่ ามสภาพแวดลอ้ มท่เี กิดปอดบวม ดงั น้ี ดอักเสบท่เี กิดจากการติดเชอ้ื จุลนิ ทรีย์นอกโรงพยาบาล โดยการติดเช้อื แบคทีเรยี เช้อื cquired Pneumonia) หมายถึง ปอดอกั เสบที่เกิดข้นึ ในผู้ปว่ ยหลงั จากรบั การรักษา ยเปน็ โรคอื่นๆก่อนอยแู่ ลว้ ของผปู้ ่วย ตรวจรา่ งกาย ตรวจเลอื ด เอกซเรยป์ อด วัดออกซเิ จนในเลอื ด ตรวจเสมหะ การ เชน่ การใหย้ าลดไข้ การให้สารนำ้ เข้าทางหลอดเลือด การให้ออกซิเจน รวมถึง

มาตรฐานการปฏิบตั ิการ การวนิ จิ ฉัยทางการพยาบาล 1. ประสทิ ธภิ าพในการทำทางเดินหายใจให้โลง่ ลดลง 2. เกดิ /อาจเกดิ ภาวะพรอ่ งออกซจิ นจากการแลกเปลี่ยนกา๊ ซไม่มปี ระสิทธิภาพ 3. เสีย่ งต่อการได้รบั สารน้ำสารอาหารไม่เพียงพอกับความตอ้ งการของร่างกาย 4. เสี่ยงต่อการแพรก่ ระจายเชือ้ 5. มี/เสยี่ งตอ่ การตดิ เชอ้ื เพม่ิ ในระบบทางเดินหายใจ 6. มีความทนในการทำกจิ กรรมลดลง 7. ขาดความรู้เก่ียวกับแผนการรกั ษาและการดแู ลตนเอง 8. ผู้ป่วยและครอบครัวมคี วามเครียดและความวติ กกังวลต่อการเจ็บป่วย

20 รพยาบาลโรคบวมปอด

ปอดบวม (Pn การวนิ ิจฉยั การพยาบาล 1. ประสทิ ธภิ าพในการทำทางเดินหายใจให้โลง่ ลดลง การประเมินปัญหาการพยาบาล การวินจิ ฉยั การ การวางแผนการ พยาบาล -การขับเสมหะไม่มปี ระสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธิภาพในการทำ -หายใจปกติสม่ำเสม -มีภาวะหายใจลำบาก ทางเดินหายใจใหโ้ ล่ง -อตั ราการหายใจ<2 -อัตราการหายใจ>24 ครงั้ /นาที ลดลง ไมไ่ อ ไมม่ ีเสมหะ -มีการติดเชือ้ ทปี่ อด -ทางเดนิ หายใจโล่ง -มเี สมหะเหนียวขน้ จำนวนมาก -ฟงั เสียงปอด Clear -ไอไมม่ ปี ระสทิ ธิภาพ -ปอดมเี สียงWhezzes,Rhonchi, Stridor,Crepitation

21 neumonia) รพยาบาล การปฏบิ ัติการพยาบาล การประเมินผลการ มอ 24ครัง้ /นาที พยาบาล r 1.ฟังเสียงลมหายใจและเสียงปอด -หายใจปกตดิ ี ไมเ่ หนอื่ ย 2.ช่วยดดู เสมหะ ทำทางเดินหายใจให้โลง่ -อัตราการหายใจ............ 3.สังเกตและบันทกึ ลกั ษณะสีและกลิน่ ของ -ไม่ไอไม่มีเสมหะ/มเี สมหะ เสมหะ ลดน้อยลง เสมหะส.ี ....... 4.สังเกตและบนั ทึกการหายใจ สญั ญาณชีพ -ฟงั เสียงปอด Clear 5.จัดให้นอนทา่ Fowler,s Position 6.ใหอ้ อกซิเจน/On Ventilater ตามแผนการ รกั ษา และใหค้ วามชุ่มชน้ื อยา่ งเพียงพอ 7.ชว่ ยเหลอื ให้ผู้ป่วยสุขสบายจดั สิ่งแวดล้อม ใหส้ ะอาด 8.บรหิ ารยาตามแผนการรักษา 9.Monitor Pulse Oximeter เพ่อื ติดตามค่า ออกซเิ จนในรา่ งกาย 10.ตดิ ตามผล ABG และChest X-Ray

การวินิจฉัยทางการพยาบาล 2. เกดิ /อาจเกดิ ภาวะพรอ่ งออกซจิ นจากการแ การประเมนิ ปญั หาการพยาบาล การวินจิ ฉัยการพยาบาล การวางแผนก -มีหายใจหอบเหน่อื ย อตั ราการ เกดิ /อาจเกดิ ภาวะพรอ่ ง -หายใจไมห่ อบเหน หายใจ >24 ครัง้ /นาที ออกซเิ จนจากการ หายใจ 16-24 คร้งั -รู้ตัวรู้เรอ่ื ง ไม่กระ -สับสน กระสบั กระส่าย ปลายมอื แลกเปล่ียนกา๊ ซไม่มี no Cyanosis เขยี วคลำ้ ประสิทธภิ าพ -ปอด Clear Brea ชัดเจน -ปอดมเี สยี ง Crepitation -ABG ปกติ -ABG พบ -SpO2 > 95% -PaO2 < 60 mmHg -Sputum ไมพ่ บเช นอ้ ยลง -PaCO2 > 50 mmHg -O2 Sat < 90% -เอกซเรยพ์ บ..................... -ผล Sputum ……………..

22 แลกเปลี่ยนกา๊ ซไมม่ ีประสทิ ธภิ าพ การพยาบาล การปฏิบัติการพยาบาล การประเมนิ ผลการ พยาบาล นื่อย อัตราการ 1.ในผปู้ ่วยที่ไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ -หายใจไมเ่ หนอื่ ยหอบ อตั รา ง/นาที 1.1 จดั ใหน้ อนในทา่ High Fowler, s การหายใจ.............. ะสับกระสา่ ย Position หรอื ฟุบกบั Over bed -ผปู้ ่วยรเู้ รอื่ ง ไม่ 1.2 ให้ O2 Cannula 3-5 LPM กระสับกระสา่ ย no ath sound 1.3 ติดตามและบนั ทกึ BP,PR,RR ทุก 15-30 Cyanosis นาที จนอาการคงท่ี -ฟังเสียงปอด Cleat ชดั เจน 1.4 ประเมินอาการหายใจลำบากหรือเหนอ่ื ย -ผล ABG ………….. สบั สน Cyanosis ระดบั ความรู้สึกตวั อยา่ ง -ผล SpO2 …………. ชอื้ จำนวน นอ้ ยทกุ 1 ช่ัวโมง -ผล Sputum…………. 1.5 แนะนำและชว่ ยเหลือกิจวตั รประจำวนั เมื่อผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก 1.6 ตดิ ตามผล ABG, SpO2 และรายงาน แพทย์ 1.7 ใหย้ า Antibiotic ตามแผนการรกั ษา

การวนิ จิ ฉัยทางการพยาบาล 2. เกดิ /อาจเกดิ ภาวะพร่องออกซจิ นจากการแ การประเมนิ ปญั หาการพยาบาล การวนิ ิจฉยั การพยาบาล การวางแผนการ

23 แลกเปลย่ี นกา๊ ซไม่มีประสทิ ธิภาพ รพยาบาล การปฏิบัตกิ ารพยาบาล การประเมินผลการ พยาบาล 2.ในผู้ปว่ ยใส่ท่อชว่ ยหายใจ 2.1 จดั ท่าใหน้ อน Fowler’ position 2.2 ตง้ั เครื่องช่วยหายใจตามสภาพผ้ปู ่วย ประเมนิ การหายใจพร้อมบนั ทกึ การ เปลยี่ นแปลงอยา่ งนอ้ ยเวรละ 1 ครัง้ หรอื เมื่อ มกี ารปรบั เครอ่ื ง 2.3 เฝา้ ระวงั ท่อชว่ ยหายใจและข้อตอ่ เครือ่ งช่วยหายใจเลอื่ นหลดุ หรอื เครื่องชว่ ย หายใจไมท่ ำงาน อยา่ งใกล้ชิด 2.4 ดแู ลการ Strap ET-tube ตรงตำแหน่ง ท่ีใส่ และระวังการดงึ รง้ั หรือการหักพับงอของ ET-tube บนั ทึกตำแหนง่ Strap ของ ET- tube ทุกเวร หรือเมอ่ื มกี ารเปล่ยี นพลา สเตอร์ 2.5 กรณไี ม่ไดใ้ ชเ้ ครื่องช่วยหายใจ แตต่ ่อ อปุ กรณ์ให้ออกซเิ จน เชน่ T-piece ตาม แผนการรกั ษาของแพทย์หรอื ตามสภาพ ผปู้ ่วย ให้บนั ทึกอยา่ งน้อยเวรละ 1 ครงั้ 2.6 ดูดเสมหะทุกคร้ังที่มีเสมหะและไม่ใช้ เวลาดดู เสมหะนานเกิน 15 วนิ าที ฟังปอด ประเมนิ เสมหะก่อนและหลังการดดู เสมหะ

การประเมนิ ปญั หาการพยาบาล การวินจิ ฉยั การพยาบาล การวางแผนการ

24 รพยาบาล การปฏิบตั กิ ารพยาบาล การประเมนิ ผลการ พยาบาล 2.7 Monitor V/S,SpO2 สผี ิวและระดบั ความรู้สกึ ตัวทกุ 1 ชั่วโมง หรอื ตามสภาพ ผูป้ ่วย และรายงานให้แพทย์รับทราบถ้ามี อาการผิดปกติ 2.8 ตดิ ตามผล ABG ตามแผนการรกั ษาและ รายงานใหแ้ พทยร์ ับทราบ 2.9 ดูแลให้ผูป้ ว่ ยได้รับยาพ่นขยายหลอดลม ตามแผนการรักษาอยา่ งถกู วิธแี ละสม่ำเสมอ พรอ้ มตดิ ตามการตอบสนองต่อยาทีไ่ ด้รับ 2.10 แนะนำการปฏิบัติในขณะท่ผี ู้ป่วยใช้ เครอื่ งช่วยหายใจ 2.11 ใหข้ ้อมูลกบั ญาตเิ กีย่ วกับผู้ป่วยทใ่ี ช้ เคร่อื งชว่ ยหายใจ 2.12 ใหย้ า Antibiotic ตามแผนการรักษา

การวินจิ ฉัยทางการพยาบาล 3. เสี่ยตอ่ การไดร้ บั สารนำ้ สารอาหารไมเ่ พียงพอกบั คว การประเมินปัญหาการพยาบาล การวนิ ิจฉัยการพยาบาล การวางแผนการ -มอี าการหายใจเหน่อื ยกินได้นอ้ ย เสยี่ ต่อการได้รบั สารนำ้ -ได้รบั สารน้ำสารอาห -มอี าการท้องอดื สารอาหารไมเ่ พยี งพอกบั -มีการเผลาญอาหารมากข้นึ เช่น ความตอ้ งการของร่างกาย กับความตอ้ งการของ ไข้ การหายใจเหน่อื ย -รับประทานอาหารไ ได้ดี no content -อ่อนเพลีย -ผ้ปู ่วยแข็งแรงและส -ไม่มีภาวะ dehydra -ผล Blood for elec ปกติ -I/O balance

25 วามต้องการของร่างกาย รพยาบาล การปฏิบัตกิ ารพยาบาล การประเมนิ ผลการ พยาบาล หารเพียงพอ 1.ประเมินปจั จยั ทีท่ ำให้ผู้ป่วยเบ่อื อาหารหรอื -ไดร้ ับสารนำ้ สารอาหาร งร่างกาย feed รบั ไมไ่ ด้ เพยี งพอกบั ความตอ้ งการ ได้ รบั feed 2.ประเมนิ ภาวะโภชนาการปรมิ าณอาหาร ของรา่ งกาย และนำ้ ท่ีผปู้ ่วยรบั ประทาน/feedรบั ได้ในแต่ -รับประทานอาหารได้....... สดช่นื ข้นึ ละม้ือ -รบั feed ได้............. ,no ation 3.ฟังเสยี งการเคลอ่ื นไหวของลำไส้ สงั เกตและ content ctrolyte คลำวา่ มีอาการทอ้ งอดื หรอื ไม่ -ผู้ป่วยแขง็ แรง สีหนา้ ดีข้ึน 4.ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้ปว่ ยช่วยเหลือตนเองบนเตยี ง -ไม่มีภาวะ dehydration เปน็ การฟน้ื ฟู และกระตุ้นให้ลำไสเ้ คล่ือนไหว -ผลตรวจelectrolyte 5.ดแู ลให้ผปู้ ว่ ยได้รบั ประทานอาหาร/feed ……... อาหารตามชนิดและปรมิ าณตามแผนการ -I/O ปกติ รักษา 6.ดแู ลให้ไดร้ บั สารนำ้ สารอาหารทางหลอด เลอื ดดำตามแผนการรกั ษาท้งั ชนดิ ปรมิ าณ 7.ประเมนิ ความอว้ น ผอม หรอื ช่ังน้ำหนัก 8.บนั ทกึ นำ้ เข้าและออกจากร่างกาย

การวินิจฉยั ทางการพยาบาล 4. เสย่ี งต่อการแพร่กระจายเช้อื การประเมินปญั หาการพยาบาล การวินจิ ฉัยพยาบาล การวางแผนการ -มีอาการไอ เสี่ยงต่อการแพร่กระจาย -ไมม่ ีการไอ จาม -ไม่มีการแพรก่ ระจา -มภี าวะติดเชื้อท่ีปอด เชื้อ เตียง -มีกลไกการป้องกันของรา่ งกายไม่ เพยี งพอ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook