51 16.ผูเ้ รยี นทํากจิ กรรมเพอ่ื ฝึกทกั ษะ แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง พรอ้ มทํากจิ กรรมการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ 17.ประเมนิ ผูเ้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี ช่อื ผูเ้ รยี น ประสบการณพ์ น้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้ ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน 1. 2. 3. 4. 5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้ 1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ รุ กจิ และบรกิ าร 2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 3.ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 4.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5.กจิ กรรมเพอ่ื ฝึกทกั ษะในการเรยี นการสอน หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2.ใบเชค็ รายชอ่ื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน การวดั ผลและการประเมินผล วิธีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ 3 ตรวจกจิ กรรม 4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
52 เครอ่ื งมือวดั ผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม 3. แบบประเมนิ กจิ กรรม 4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น ร่วมกนั ประเมนิ เกณฑก์ ารประเมินผล 1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ 2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป) 3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. ตอบคําถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื ว่าผา่ น เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง 5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50% 6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ ควรทบทวน และแสดงการคาํ นวณการคํานวณเงนิ ผ่อนชําระรายงวด เพอ่ื นําไปใชเ้ กดิ ประโยชน์ต่อไป
53 บนั ทึกหลงั การสอน ขอ้ สรปุ หลงั การสอน ............................................................................................................................. ..................... .......................................................................................................................................... ........ .......................................................................................................................... ........................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ..................................................................................................................................... ............. ..................................................................................................................... ............................. ปัญหาท่ีพบ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. .....................
54 แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 9 หน่วยที่ 4 รหสั วชิ า 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบริการ 2-0-2 สอนครงั้ ที่ 9 (17-18) ช่ือหน่วย/เรือ่ ง ดอกเบีย้ จานวน 2 ช.ม. แนวคิด ในธรุ กจิ ทวั่ ไปมกี ารฝากเงนิ และกูเ้ งนิ แบบต่างๆ สงิ่ ทจี่ าํ เป็นในเรอ่ื งน้คี อื ดอกเบ้ยี เงนิ ต้น เงนิ รวม ระยะเวลาของการฝากเงนิ หรอื กู้เงนิ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1 อธบิ ายวธิ กี ารคาํ นวณหาดอกเบ้ยี จากเงนิ ฝากและเงนิ กู้แบบต่างๆ ได้ 2.แกป้ ัญหาในสถานการณ์จรงิ โดยใชค้ วามรูเ้ รอ่ื งดอกเบย้ี ได้ 3.นําความรูแ้ ละทกั ษะทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรูเ้ ร่อื งดอกเบย้ี ไปเช่อื มโยงในการเรยี นรูง้ านอาชพี และในการ ดาํ รงชวี ติ ได้ 4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ ําเรจ็ การศกึ ษา สํานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเร่อื ง 4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 4.2 ความมวี นิ ัย 4.3 ความรบั ผดิ ชอบ 4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ 4.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง 4.6 การประหยดั 4.7 ความสนใจใฝ่รู้ 4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั 4.9 ความรกั สามคั คี 4.10 ความกตญั ญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชําระดอกเบย้ี อสมการและความ น่าจะเป็น 2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชําระ ดอกเบย้ี อสมการ และความน่าจะเป็นไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี สมรรถนะรายหน่วย 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั ดอกเบย้ี 2 ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั ดอกเบย้ี ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี
55 สาระการเรยี นรู้ 1.ดอกเบ้ยี คงต้น กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน 1.ครูและผูเ้ รยี นสนทนาโดยทวั่ๆ ไปแลว้ ในการกยู้ มื เงนิ นนั้ ผูใ้ หก้ หู้ รอื เจา้ หน้ที เี่ ป็นเจา้ ของเงนิ จะได้ ผลประโยชน์ตอบแทนจากจํานวนเงนิ ทใี่ หก้ ูไ้ ป ผลประโยชน์หรอื คา่ ตอบแทนทเี่ จ้าหน้ไี ดร้ บั เรยี กว่า “ดอกเบย้ี (Interest)” ซ่งึ ได้กลายมาเป็นแหลง่ รายไดท้ ส่ี าํ คญั ของธนาคารและสถาบนั การเงนิ ประเภทต่างๆ จํานวน ดอกเบย้ี ทเี่ กดิ ขน้ึ จากการกูย้ มื เงนิ น้ไี ม่วา่ จาํ นวนมากหรอื น้อยเพยี งใดขน้ึ อยู่กบั ปัจจยั ทส่ี าํ คญั 3 ประการ คอื จํานวนเงนิ ทกี่ ูไ้ ป ซง่ึ เรยี กว่า “เงนิ ต้น (Principal)” “ระยะเวลาของการกูย้ มื เงนิ ” โดยอาจกาํ หนดเป็นหน่วยเวลา เชน่ ปี เดอื น สปั ดาห์ หรอื วนั และ “อตั ราดอกเบย้ี ” ซง่ึ กาํ หนด เป็นรอ้ ยละต่อหน่วยเวลาใดๆ กไ็ ด้ แต่โดยปกติ ถา้ ไม่ระบหุ น่วยเวลาไวจ้ ะถอื ว่าเป็นรอ้ ยละต่อปี เชน่ อตั ราดอกเบ้ยี รอ้ ยละ 5 หรอื 5% หมายความว่า เงนิ ตน้ 100 บาท เม่อื กูไ้ ปเป็นเวลา 1 ปี ผูก้ จู้ ะต้องจา่ ยดอกเบ้ยี 5 บาท เม่อื กาํ หนดรอ้ ยละหรอื เปอรเ์ ซน็ ต์ตอ่ หน่วยเวลา ใดกจ็ ะระบุหน่วยเวลานัน้ ๆ ไวอ้ ย่างชดั เจน เช่น 20% ตอ่ ปี, 1.5% ตอ่ เดอื น เป็นตน้ 2.ครูแสดงสูตรการคํานวณ ดงั น้ี ขนั้ สอน 3.ครผู ูส้ อนใชเ้ ทคนคิ การอธบิ ายเร่อื งดอกเบย้ี คงตน้ โดยใชส้ ่อื PowerPoint ประกอบการเรยี น 4.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ ี สอนทน่ี ําอุปกรณโ์ สตทศั น์วสั ดมุ าช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point และ VDO ประกอบการศกึ ษาดอกเบ้ยี คงต้น ดอกเบ้ยี คงต้น หรอื ดอกเบ้ยี เชงิ เดย่ี ว (Simple Interest) จดั เป็นวธิ กี ารคดิ ดอกเบย้ี แบบงา่ ยๆ อย่าง ตรงไปตรงมา โดยเรมิ่ ต้นคดิ จากเงนิ ตน้ คงทตี่ ลอดระยะเวลาของการกแู้ ละสามารถคํานวณไดจ้ ากสูตรดงั น้ี ดอกเบ้ยี = เงนิ ตน้ × อตั ราดอกเบ้ยี × ระยะเวลา หรอื I = Pin เมอ่ื กําหนดให้ I แทน ดอกเบย้ี คงต้น P แทน เงนิ ต้น i แทน อตั ราดอกเบย้ี ตอ่ หน่วยเวลา n แทน ระยะเวลา 5.ครแู ละผูเ้ รยี นแสดงการคํานวณหาดอกเบ้ยี ของเงนิ ต้น 2,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี โดย คดิ อตั ราดอกเบ้ยี รอ้ ยละ 12
56 6.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะการคาํ นวณหาดอกเบ้ยี จากเงนิ ต้น 50,000 บาท คดิ ดอกเบ้ยี ในอตั รา 12% กู้ 3 เดอื น 7.ผูเ้ รยี นแสดงการคํานวณหาดอกเบย้ี ของเงนิ ต้น 13,000 บาท เวลา 8 เดอื น อตั ราดอกเบ้ยี 15% 8.ครูและผูเ้ รยี นแสดงการคํานวณเงนิ ต้นและอตั ราดอกเบย้ี โดยการอธบิ ายและใชส้ ่อื PowerPoint ประกอบการะรยี น โดยการคํานวณเงนิ ต้น เมอ่ื กาํ หนดอตั ราดอกเบ้ยี และระยะเวลาใหเ้ ป็นหน่วยเวลาเดยี วกนั 9.ผูเ้ รยี นแสดงการคาํ นวณหาเงนิ ต้นถ้าคดิ อตั ราดอกเบ้ยี 4.5% นาน 2 ปี จงึ จะไดด้ อกเบ้ยี 450 บาท
57 10.ผูเ้ รยี นแสดงการคาํ นวณหาเงนิ ลงทุนเป็นจํานวนเทา่ ใด 11.ครแู ละผูเ้ รยี นแสดงการคํานวณระยะเวลาและเงนิ รวม โดยการคาํ นวณระยะเวลา เช่น วนั ครบกําหนด กู้ และวนั ทก่ี ู้ ซง่ึ ระยะเวลา (n) ทค่ี าํ นวณได้ จะมหี น่วย เช่นเดยี วกบั อตั ราดอกเบย้ี (i) 12.ผูเ้ รยี นแสดงการคํานวณการชาํ ระหน้เี ม่อื ใด ดงั นนั้ ต้องชาํ ระหน้ใี นวนั ที่ 6 มนี าคม 2562 13.ผูเ้ รยี นแสดงการคาํ นวณว่าผูก้ นู้ นั้ ได้กูเ้ งนิ ไปเมอ่ื วนั ทเี่ ท่าใด จากวนั ที่ 3 ธนั วาคม 2555 นบั ยอ้ นกลบั ไปจํานวน 219 วนั ได้ดงั น้ี
58 14.ครูอธบิ ายและสรปุ ใหผ้ ูเ้ รยี นฟังว่า 15.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะโดยแสดงการคํานวณว่าจะต้องจ่ายเงนิ คนื ทงั้ หมดเป็นเงนิ จาํ นวนเท่าใด ดงั นัน้ จะต้องจา่ ยคนื เงนิ ทงั้ หมดเป็นจาํ นวน 15,787.50 บาท 16.ผูเ้ รยี นทํากจิ กรรมและแบบฝึกหดั 17.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรมฝึกทกั ษะการคํานวณ ตามโจทยท์ กี่ ําหนดใหแ้ ตล่ ะขอ้ 18.เม่อื ผูเ้ รยี นสาเรจ็ การศกึ ษาและนาความรูเ้ พอ่ื นาไปประกอบอาชพี โดยเนน้ หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ผูเ้ รยี นจะตอ้ งปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรบา้ งเกยี่ วกบั เงอ่ื นไขความรูแ้ ละเงอ่ื นไขของคณุ ธรรม ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ 19.ครูกาํ หนดปัญหาโดยใหผ้ ูเ้ รยี นระดมสมองช่วยกนั คดิ หาคาํ ตอบแลว้ อธบิ ายคาํ ตอบ 20.ผูเ้ รยี นสรุปดอกเบ้ยี คงตน้ ดว้ ยสตู ร ดงั น้ี 21.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรมเพ่อื ฝึกทกั ษะ และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
59 ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้ 1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ รุ กจิ และบรกิ าร 2.รูปภาพ 3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , Power Point และ VDO 5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6.ตวั อย่างการคํานวณ หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2.ใบเชค็ รายช่อื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน การวดั ผลและการประเมินผล วิธีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ 3 ตรวจกจิ กรรม 4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เครื่องมือวดั ผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ 3. แบบประเมนิ กจิ กรรม 4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น รว่ มกนั ประเมนิ
60 เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง 2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป) 3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. ตอบคาํ ถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื ว่าผา่ น เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง 5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ า่ น 50% 6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ ทบทวนการคํานวณหาดอกเบ้ยี คงตน้ และทาํ กจิ กรรม แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
61 บนั ทึกหลงั การสอน ข้อสรปุ หลงั การสอน ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .......................................................................................................................................... ........ .......................................................................................................................... ........................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. .....................
62 แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 10 หนว่ ยท่ี - รหสั วชิ า 20000-1404 คณิตศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนคร้งั ท่ี 10 (19-20) ชือ่ หน่วย/เรอ่ื ง ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน จานวน 2 ช.ม. แนวคิด - จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.ผูเ้ รยี นเกดิ การเรยี นรูเ้ น้อื หาสาระ และนําความคดิ รวบยอดไปประยุกต์ใชต้ ่อไป 2.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ าํ เรจ็ การศกึ ษา สํานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทคี่ รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรอ่ื ง 2.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 2.6 การประหยดั 2.2 ความมวี นิ ยั 2.7 ความสนใจใฝ่รู้ 2.3 ความรบั ผดิ ชอบ 2.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั 2.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ 2.9 ความรกั สามคั คี 2.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง 2.10 ความกตญั ญกู ตเวที สมรรถนะรายวิชา 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชาํ ระดอกเบย้ี อสมการและความ น่าจะเป็น 2 ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาํ ระ ดอกเบย้ี อสมการ และความน่าจะเป็นไปใช้ในชวี ติ ประจําวนั และงานอาชพี สมรรถนะรายวิชา - สาระการเรียนรู้ ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน
63 บนั ทึกหลงั การสอบ ขอ้ สรปุ หลงั การสอน ................................................................................................................................ .................. .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ................................................................................................................................................. . ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ..................................................................................................................................................
64 แผนการจัดการเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 11 หน่วยท่ี 4 รหสั วิชา 20000-1404 คณิตศาสตรธ์ ุรกจิ และบริการ 2-0-2 สอนคร้งั ท่ี 11 (21-22) ชื่อหน่วย/เรื่อง ดอกเบี้ย จานวน 2 ช.ม. แนวคิด ในธุรกจิ ทวั่ ไปมกี ารฝากเงนิ และกูเ้ งนิ แบบต่างๆ สง่ิ ทจ่ี ําเป็นในเรอ่ื งน้คี อื ดอกเบ้ยี เงนิ ต้น เงนิ รวม ระยะเวลาของการฝากเงนิ หรอื กู้เงนิ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1 อธบิ ายวธิ กี ารคาํ นวณหาดอกเบ้ยี จากเงนิ ฝากและเงนิ กู้แบบต่างๆ ได้ 2.แกป้ ัญหาในสถานการณ์จรงิ โดยใชค้ วามรูเ้ ร่อื งดอกเบ้ยี ได้ 3.นําความรูแ้ ละทกั ษะทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรูเ้ รอ่ื งดอกเบย้ี ไปเช่อื มโยงในการเรยี นรู้งานอาชพี และในการ ดํารงชวี ติ ได้ 4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ าํ เรจ็ การศกึ ษา สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรอ่ื ง 4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 4.2 ความมวี นิ ัย 4.3 ความรบั ผดิ ชอบ 4.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ 4.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง 4.6 การประหยดั 4.7 ความสนใจใฝ่รู้ 4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนัน 4.9 ความรกั สามคั คี 4.10 ความกตญั ญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1 แกป้ ัญหาเกยี่ วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชําระดอกเบย้ี อสมการและความ น่าจะเป็น 2 ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาํ ระ ดอกเบย้ี อสมการ และความน่าจะเป็นไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี สมรรถนะรายหน่วย 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั ดอกเบย้ี 2 ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั ดอกเบย้ี ไปใชใ้ นชวี ติ ประจําวนั และงานอาชพี
65 สาระการเรยี นรู้ 2.ดอกเบ้ยี ทบต้น กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1.ครูใชเ้ ทคนิคการสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรูเ้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ี่ ผ่านมา โดยดงึ ความรูเ้ ดมิ ของผูเ้ รยี นในเร่อื งทจี่ ะเรยี น เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเชอ่ื มโยงความรู้ ใหม่กบั ความรูเ้ ดมิ ของตน ผูส้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ ูเ้ รยี นเล่าประสบการณเ์ ดมิ 2.ครูและผูเ้ รยี นอภปิ รายเรอ่ื งการคดิ ดอกเบย้ี ในการกู้ยมื เงนิ นนั้ นอกจากจะคดิ คํานวณแบบดอกเบ้ยี คง ตน้ ซ่งึ ยดึ ถอื จากจาํ นวน เงนิ ต้นทน่ี ํามาคดิ ดอกเบ้ยี จะต้องคงทตี่ ลอดปี แตถ่ ้าระยะเวลาของการคดิ ดอกเบ้ยี ถกู แบ่งออกเป็นงวดๆ และเมอ่ื ถงึ กําหนดเวลาคดิ ดอกเบ้ยี กจ็ ะมกี ารคดิ ดอกเบย้ี ของงวดนนั้ ๆ ว่าเป็นเทา่ ใด แลว้ จงึ นําดอกเบย้ี ทไ่ี ดร้ บั ในงวดนนั้ มารวมเขา้ กบั เงนิ ต้นเดมิ และจดั เป็นเงนิ ต้นจํานวนใหม่สําหรบั การคดิ ดอกเบ้ยี ใน งวดถดั ไป วธิ คี ดิ เช่นน้จี ํานวนเงนิ ต้นจะเพมิ่ ขน้ึ เร่อื ยๆ ตามจํานวนงวดของการคดิ ดอกเบย้ี วธิ กี ารดงั กล่าว จงึ เรยี กว่า “ดอกเบย้ี ทบต้น (Compound Interest)” 3.ครูยกตวั อย่างลกั ษณะการคดิ ดอกเบย้ี ทบตน้ ของธนาคารแหง่ หนึง่ หรอื การกยู้ มื จากสถาบนั การเงนิ ขนั้ สอน 4.ครใู ชว้ ธิ สี อนอธบิ ายเรอ่ื งดอกเบ้ยี ทบตน้ โดยใชส้ ่อื PowerPoint ประกอบการเรยี น ซง่ึ มสี าระสาํ คญั ของการคดิ ดอกเบย้ี ทบต้น มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี 4.1 จาํ นวนงวดของการคดิ ดอกเบย้ี ในคราวหนง่ึ ๆ นนั้ ปกตแิ ต่ละงวดจะมรี ะยะเวลาเท่าๆ กนั โดย อาจกําหนดเป็นต่อปี ตอ่ ครง่ึ ปี ต่อเดอื น ฯลฯ ส่วนระยะเวลาของการกูจ้ ะนานเทา่ ใด หรอื เป็นระยะเวลา กงี่ วดนนั้ จะเป็นไปตามทก่ี ําหนดไว้ 4.2 อตั ราดอกเบ้ยี ทบต้น จะต้องมหี น่วยเวลาเช่นเดยี วกบั งวดทคี่ ดิ ดอกเบ้ยี ทบต้นเสมอ 4.3 เม่อื สน้ิ งวดสุดทา้ ยนนั้ เงนิ ต้นทบดอกเบ้ยี ในงวดนนั้ กค็ อื เงนิ รวมทผี่ ูก้ ูจ้ ะต้องชาํ ระคนื แก่ผูใ้ หก้ ู้ ดอกเบย้ี ทบต้นทาํ ไดโ้ ดยการนําดอกเบย้ี ของแต่ละงวดมาบวกเขา้ ดว้ ยกนั หรอื อาจหาไดอ้ กี วธิ หี นงึ่ โดยการนําเงนิ ต้นเรม่ิ แรกมาหกั ออกไปจากจํานวนเงนิ รวมเมอ่ื สน้ิ งวดสุดท้าย 5.ครใู ชเ้ ทคนิคการสอนแบบการสาธติ แสดงวธิ หี าดอกเบ้ยี ทบต้นทจี่ ะไดร้ บั เม่อื สน้ิ ปีท่ี 3 จากจาํ นวนเงนิ ตน้ 10,000 บาท และคดิ ดอกเบ้ยี ทบต้นในอตั รา 5% ปีทหี่ น่งึ เงนิ ต้น 10,000 บาท
66 6.ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ การหาเงนิ รวมสําหรบั การคดิ ดอกเบ้ยี ทบต้น ทาํ ไดโ้ ดยใชส้ ูตร 7.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะแสดงการคาํ นวณหาดอกเบ้ียทบตน้ โดยใชส้ ตู รไดด้ งั น้ี 8.ครูแนะนําในการคาํ นวณเพมิ่ เตมิ ดงั ตอ่ ไปน้ี 9.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรมเพ่อื ฝึกทกั ษะ และทําแบบฝึกหดั 10.ครเู น้นการนําความรูไ้ ปประกอบอาชพี อย่างมคี ุณธรรมไมเ่ บยี ดเบยี นผูอ้ น่ื เช่น ไม่มพี ฤตกิ รรมท่ี ฉอ้ โกง โดยไม่ปฏเิ สธความรบั ผดิ ชอบจนผูบ้ รโิ ภคเกดิ ความเดอื ดรอ้ น เมอ่ื ผูเ้ รยี นจบการศกึ ษาไปแลว้ และไป ประกอบอาชพี ผปู้ ระกอบการหรอื ลกู จา้ งกต็ าม ควรยดึ หลกั คุณธรรมตามเงอ่ื นไขแหง่ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
67 ขนั้ สรปุ และการประยุกต์ 11.สรปุ โดยครูตงั้ คําถาม ใหผ้ ูเ้ รยี นตอบ และการคาํ นวณดอกเบ้ยี ทบตน้ เป็นรายบคุ คล 12.ผูเ้ รยี นทํากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ สอื่ และแหล่งการเรียนรู้ 1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร 2.รูปภาพ 3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , Power Point 5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6.ตวั อย่างการคาํ นวณ หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2.ใบเชค็ รายช่อื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน การวดั ผลและการประเมินผล วิธีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ 3 ตรวจกจิ กรรม 3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 4. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
68 เคร่อื งมือวดั ผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. แบบประเมนิ กจิ กรรม 4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น รว่ มกนั ประเมนิ เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง 2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป) 3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. ตอบคําถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื ว่าผา่ น เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง 5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50% 6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ ทบทวนบทเรยี นเพ่อื ฝึกทกั ษะการคาํ นวณดอกเบ้ยี ทบตน้
69 บนั ทึกหลงั การสอน ขอ้ สรปุ หลงั การสอน ........................................................................................................................... ....................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ...................................................................................................................................... ............ ...................................................................................................................... ............................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ปัญหาท่ีพบ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแก้ปัญหา .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. .....................
70 แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 12 หน่วยที่ 5 รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบริการ 2-0-2 สอนครงั้ ท่ี 12 (23-24) ชื่อหน่วย/เรื่อง อสมการ จานวน 2 ช.ม. แนวคิด 1 อสมการ เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ทแี่ สดงความสมั พนั ธ์ของจํานวนทใ่ี ชเ้ ครอ่ื งหมาย > (มากกว่า), < (น้อยกว่า), ≥ (มากกว่าหรอื เท่ากบั ), ≤ (นอ้ ยกว่าหรอื เทา่ กบั ) และ ≠ (ไมเ่ ทา่ กบั ) 2 อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรเดยี ว และเลขชก้ี าํ ลงั ของตวั แปรเป็นหนง่ึ 3 อสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรสองตวั เลขชก้ี ําลงั ของตวั แปรแต่ละตวั เป็นหนึ่ง และไม่มกี ารคูณระหว่างตวั แปร จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.บอกความหมายของอสมการได้ 2.เขยี นช่วงต่างๆ ทกี่ ําหนดใหใ้ นรปู ของเซตและกราฟได้ 3.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ ําเรจ็ การศกึ ษา สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรอ่ื ง 3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 3.2 ความมวี นิ ยั 3.3 ความรบั ผดิ ชอบ 3.4 ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ 3.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง 3.6 การประหยดั 3.7 ความสนใจใฝ่รู้ 3.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน 3.9 ความรกั สามคั คี 3.10 ความกตญั ญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชําระดอกเบย้ี อสมการและความ น่าจะเป็น 2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชําระ ดอกเบย้ี อสมการ และความน่าจะเป็นไปใช้ในชวี ติ ประจําวนั และงานอาชพี
71 สมรรถนะรายหน่วยวิชา 1 แกป้ ัญหาเกยี่ วกบั อสมการ 2.ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั อสมการไปใชใ้ นชวี ติ ประจําวนั และงานอาชพี สาระการเรียนรู้ 1 ความหมายของอสมการ 2 เสน้ จํานวนและชว่ งเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว กิจกรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น 1.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรูเ้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ่ี ผา่ นมา โดยดงึ ความรูเ้ ดมิ ของผูเ้ รยี นในเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี น เพ่อื ชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเช่อื มโยงความรู้ ใหม่กบั ความรูเ้ ดมิ ของตน ผูส้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ ูเ้ รยี นเล่าประสบการณเ์ ดมิ 2.ครูและผูเ้ รยี นสนทนากนั เกยี่ วกบั เครอ่ื งหมายสญั ลกั ษณต์ า่ งทค่ี นุ้ เคย ดงั แสดงในรูป ซง่ึ เครอ่ื งหมาย เหล่าน้เี รยี กวา่ “อสมการ” ขนั้ สอน 3.ครูและผูเ้ รยี นใชเ้ ทคนคิ การสอนแบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรูแ้ บบสาธติ และ อธบิ ายความหมายของอสมการ ซ่งึ อสมการ (Ineguality) เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงความสมั พนั ธ์ของ จํานวนทใ่ี ชเ้ ครอ่ื งหมาย >, <, ≥, ≤ และ ≠ ตวั แปร (Variable) เป็นตวั อกั ษรหรอื สญั ลกั ษณ์ทใ่ี ชแ้ ทนจํานวนทไี่ ม่ทราบค่า หรอื ต้องการหานยิ มแทน ตวั แปรดว้ ยสญั ลกั ษณ์ a, b, c, …x, y, z 4.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะบอกวา่ เคร่อื งหมายใดเป็นอสมการ โดยครกู ําหนดเคร่อื งหมายให้ 5.
72 4.ครูใชเ้ ทคนิคการเรยี นแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรูแ้ บบอภปิ รายการเทา่ กนั ของ เสน้ จํานวนและช่วงเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว 5.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะเขยี นช่วงต่อไปน้ใี หอ้ ยู่ในรปู ของเซต พรอ้ มทงั้ เขยี นกราฟของชว่ ง 5.ครูใชเ้ ทคนคิ การเรยี นแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรูแ้ บบอภปิ รายการเท่ากนั ของช่วง สามารถเขยี นอยู่ในรูปของเซตไดด้ งั นนั้ เน่อื งจากการําเนินการของเซตทําไดห้ ลายวธิ ี คอื ยเู นียน, อนิ เตอรเ์ ซก ชนั , คอมพลเี มนต์ และผลต่าง ดงั นนั้ เราสามารถเขยี นอยู่ในรปู ชว่ งได้
73 5.1 ยูเนียน (Union) ใชเ้ ครอ่ื งหมาย “∪” หมายถงึ สว่ นประกอบทรี่ วมกนั ทงั้ หมด 5.2 อนเิ ตอรเ์ ซกชนั (Intersection) ใชเ้ ครอ่งื หมาย “∩” หมายถงึ สว่ นทซี่ ้ําหรอื เหมอื นกนั เทา่ นนั้ 5.3 คอมพลเี มนต์ (Complement) ใชเ้ คร่อื งหมาย “ ' ” ไดแ้ ก่ A' หมายถงึ สว่ นทไ่ี ม่ใชส้ มาชกิ ของ A 4 ผลต่าง (Difference) ใชเ้ คร่อื งหมาย “ - ” ไดแ้ ก่ A-B หมายถงึ เป็นสมาชกิ ของ A แต่ไมอ่ ยู่ ในสมาชกิ ของ B 6.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะคํานวณหา A∪B และ A∩B โดยกําหนด A = (-4, 4) และ B = [-5, 5] 7.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะโดยทาํ กจิ กรรม และแบบฝึกหดั 8.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะโดยทํากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 9.ครเู น้นการทางานดว้ ยความละเอยี ดรอบคอบ มคี วามเพยี รพยายามในการนาความรูไ้ ปใช้ใหป้ ระสบ ความสาเรจ็ และมคี วามระมดั ระวงั อนั ตรายทอี่ าจจะเกดิ ขน้ึ ไดใ้ นระหว่างการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ หรอื หลงั จากปฏบิ ตั ิ หนา้ ทดี่ ว้ ยความรบั ผดิ ชอบ ซ่งึ เป็นการสรา้ งภูมคิ มุ้ กนั ทด่ี ใี นตวั เองตามแนวทางปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดงั นนั้ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง จงึ เป็นหลกั การดาเนนิ ชวี ติ การทางาน การบรหิ าร การพฒั นา รวมถงึ การดาเนนิ กจิ กรรมในดา้ นต่างๆของมนุษย์ ทเ่ี นน้ แนวทางสายกลางยดึ หลกั ความพอประมาณ ความมเี หตุผล และมี ภูมคิ มุ้ กนั ทดี่ ี ภายใต้เง่อื นไขความรอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั และเงอ่ื นไขคุณธรรม ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ความ เพยี ร ขยนั อดทน และการแบ่งปัน ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ใช้ 10.ครูและสรปุ การเรยี นเน้อื หา โดยใหผ้ ูเ้ รยี นตอบคาํ ถามของครู และสรปุ สาระสําคญั อสมการ เป็น ประโยคสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงความสมั พนั ธข์ องจํานวนทใี่ ชเ้ คร่อื งหมาย > , < , ≥ , ≤ และ ≠ อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เป็นอสมการทมี่ ตี วั แปรเดยี วและเลขชก้ี าํ ลงั ของตวั แปรเป็นหนึ่ง 11.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
74 ส่อื และแหล่งการเรียนรู้ 1.หนังสอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร 2.รูปภาพ 3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส,์ Power Point 5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6.ตวั อยา่ งการคาํ วณ หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2.ใบเชค็ รายช่อื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน การวดั ผลและการประเมินผล วิธีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3 ตรวจกจิ กรรม 4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เครื่องมอื วดั ผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม 3. แบบประเมนิ กจิ กรรม 4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น รว่ มกนั ประเมนิ
75 เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง 2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป) 3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. ตอบคําถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื วา่ ผ่าน เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ 5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50% 6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ ฝึกทาํ ทํากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
76 บนั ทึกหลงั การสอน ขอ้ สรปุ หลงั การสอน .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ...................................................................................................................................... ............ ...................................................................................................................... ............................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ปัญหาท่ีพบ ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ...................................................................................................... ............................................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ................................................................................................................................... ............... ................................................................................................................... ............................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .....................
77 แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการที่ 13 หน่วยท่ี 5 รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครงั้ ท่ี 13 (25-26) ช่ือหน่วย/เรอ่ื ง อสมการ จานวน 2 ช.ม. แนวคิด 1 อสมการ เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงความสมั พนั ธ์ของจํานวนทใี่ ชเ้ คร่อื งหมาย > (มากกว่า), < (น้อยกว่า), ≥ (มากกว่าหรอื เท่ากบั ), ≤ (นอ้ ยกว่าหรอื เทา่ กบั ) และ ≠ (ไมเ่ ทา่ กบั ) 2 อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรเดยี ว และเลขชก้ี าํ ลงั ของตวั แปรเป็นหน่ึง 3 อสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร เป็นอสมการทมี่ ตี วั แปรสองตวั เลขชก้ี าํ ลงั ของตวั แปรแตล่ ะตวั เป็นหน่งึ และไม่มกี ารคูณระหว่างตวั แปร จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 3.หาเซตคําตอบของอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี วได้ 4.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ ําเรจ็ การศกึ ษา สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเร่อื ง 4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 4.2 ความมวี นิ ัย 4.3 ความรบั ผดิ ชอบ 4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ 4.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง 4.6 การประหยดั 4.7 ความสนใจใฝ่รู้ 4.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน 4.9 ความรกั สามคั คี 4.10 ความกตญั ญกู ตเวที สมรรถนะรายวิชา 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชาํ ระดอกเบย้ี อสมการและความ น่าจะเป็น 2 ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กยี่ วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชาํ ระ ดอกเบย้ี อสมการ และความน่าจะเป็นไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี
78 สมรรถนะรายหน่วยวิชา 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั อสมการ 2.ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั อสมการไปใชใ้ นชวี ติ ประจําวนั และงานอาชพี สาระการเรยี นรู้ 3 อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว 4 การแกอ้ สมการ 5 การนําสมบตั กิ ารไมเ่ ทา่ กนั ไปใชใ้ นการแกอ้ สมการ กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรยี น 1.ครูอภปิ รายวา่ อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว คอื อสมการทมี่ ตี วั แปรเดยี วและเลขชก้ี าํ ลงั ของตวั แปรเป็น หนึง่ เช่น 3x ≥ 15 2x + 3 ≠ 10 7x + 2 > 3x + 10 2.ครูแสดงสญั ลกั ษณป์ ระกอบ เพอ่ื เช่อื มโยงเขา้ สู่เนอ้ื หาตอ่ ไป ขนั้ สอน 3.ครูใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ ี สอนทน่ี ําอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point เพอ่ื อธบิ ายอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว 4.ผูเ้ รยี นพจิ ารณาอสมการต่อไปน้ี 1) 2x -3 > 10 เป็นอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว 2) 2x +y > 0 ไมเ่ ป็นอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เพราะมตี วั แปร 2 ตวั คอื x และ y 3) x2 ≠ 9 ไมเ่ ป็นอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เพราะตวั แปรเดยี วและเลขชก้ี าํ ลงั ของ x ไม่ เทา่ กบั 1 5.ผูเ้ รยี นพจิ ารณาแลว้ บอกว่าขอ้ ใดเป็นอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว และเขยี นสญั ลกั ษณ์บอวา่ เป็น อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว 6.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรม และแบบฝึกหดั 7.ครูใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ ี สอนทน่ี ําอปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดดุ งั กล่าว ได้แก่ Power Point เพ่อื ประกอบการอธบิ ายการแกอ้ สมการ คอื การหาค่าของตวแั ปรในอสมการ แลว้ ทาํ ใหอ้ สมการเป็นจรงิ ในการแกอ้ สมการ เป็นการหาเซตคําตอบของอสมการ ในทน่ี ้จี ําเป็นต้องใชส้ มบตั กิ ารไม่เทา่ กนั ของจํานวนจรงิ 8.ครูกาํ หนดให้ a, b และ c เป็นจํานวนจรงิ ใดๆ และใหผ้ ูเ้ รยี นคํานวณหาสมบตั กิ ารถ่ายทอด
79 9.ผูเ้ รยี นแสดงการคํานวณหาสมบตั กิ ารบวดดว้ ยจํานวนเท่ากนั 10.ผูเ้ รยี นแสดงการคํานวณหาสมบตั กิ ารคณู ดว้ ยจาํ นวนเท่ากนั 11.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะทาํ กจิ กรรม และแบบฝึกหดั 12.ครูเนน้ ปฏบิ ตั ทิ ําเกลยี วท่อโลหะหนาดว้ ยความระมดั ระวงั ในเรอ่ื งความปลอดภยั ระหวา่ งการทาํ งาน และการนําไปใช้ เพ่อื สร้างภมู ิค้มุ กนั ในตวั เอง และเสนอแนะการนําความรูไ้ ปประกอบอาชพี เพ่อื สรา้ งรายได้ ใหแ้ ก่ตนเองและครอบครวั ต่อไป ขนั้ สรปุ และการประยุกต์ 13.ผูเ้ รยี นสรุปเน้อื หา โดยครูใชว้ ธิ สี ่มุ ผูเ้ รยี นทกุ คนตอบคําถามและอธบิ ายใหเ้ พอ่ื นฟังทงั้ ชนั้ เรยี น พรอ้ ม สรปุ เน้อื หาอกี ครงั้ การแกอ้ สมการเป็นการหาคา่ ของตวั แปรในอสมการแลว้ ทาํ ใหอ้ สมการเป็นจรงิ ซง่ึ ใชส้ มบตั กิ ารไม่เท่ากนั 14.ผูเ้ รยี นทํากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
80 15.ประเมนิ ผูเ้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี ชอ่ื ผูเ้ รยี น ธรรมชาตขิ องผูเ้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้ ความสนใจ สตปิ ัญญา วุฒภิ าวะ วธิ กี ารเรยี นรู้ 1. 2. 3. แบบประเมนิ ประสบการณพ์ น้ื ฐานการเรยี นรู้ ช่อื ผูเ้ รยี น ประสบการณพ์ น้ื ฐานการเรยี นรู้ ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน 1. 2. 3. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้ 1.หนังสอื เรยี น วชิ าคณิตศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร 2.รูปภาพ 3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , Power Point 5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6.ตวั อย่างการคํานวณ หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2.ใบเชค็ รายชอ่ื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
81 การวดั ผลและการประเมินผล วิธีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3 ตรวจกจิ กรรม 4. ตรวจกจิ กรรมใบงาน 5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เครื่องมอื วดั ผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. แบบประเมนิ กจิ กรรม 4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น รว่ มกนั ประเมนิ เกณฑก์ ารประเมินผล 1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง 2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป) 3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. ตอบคําถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื ว่าผา่ น เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ 5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ า่ น 50% 6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะกจิ กรรม แบบฝึกหดั และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
82 บนั ทึกหลงั การสอน ข้อสรปุ หลงั การสอน ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................ ...................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ปัญหาท่ีพบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................................. ..... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... แนวทางแกป้ ัญหา .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ......................................................................................................... ......................................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ..................................................................................................................................................
83 แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการท่ี 14 หน่วยท่ี 5 รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครง้ั ที่ 14 (27-28) ชื่อหน่วย/เรื่อง อสมการ จานวน 2 ช.ม. แนวคิด 1 อสมการ เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ทแี่ สดงความสมั พนั ธ์ของจาํ นวนทใ่ี ชเ้ ครอ่ื งหมาย > (มากกว่า), < (นอ้ ยกว่า), ≥ (มากกว่าหรอื เท่ากบั ), ≤ (น้อยกว่าหรอื เทา่ กบั ) และ ≠ (ไมเ่ ทา่ กบั ) 2 อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เป็นอสมการทมี่ ตี วั แปรเดยี ว และเลขชก้ี าํ ลงั ของตวั แปรเป็นหนง่ึ 3 อสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรสองตวั เลขชก้ี าํ ลงั ของตวั แปรแต่ละตวั เป็นหนึง่ และไม่มกี ารคูณระหว่างตวั แปร จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 4.หาเซตคําตอบของอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้ 5.เขยี นกราฟของระบบอสมการเชงิ เสน้ ได้ 6.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ ําเรจ็ การศกึ ษา สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรอ่ื ง 6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 6.2 ความมวี นิ ยั 6.3 ความรบั ผดิ ชอบ 6.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ 6.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง 6.6 การประหยดั 6.7 ความสนใจใฝ่รู้ 6.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน 6.9 ความรกั สามคั คี 6.10 ความกตญั ญูกตเวที สมรรถนะรายวิชา 1 แกป้ ัญหาเกยี่ วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชาํ ระดอกเบย้ี อสมการและความ น่าจะเป็น 2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชําระ ดอกเบย้ี อสมการ และความน่าจะเป็นไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี
84 สมรรถนะรายหน่วยวิชา 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั อสมการ 2.ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั อสมการไปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี สาระการเรยี นรู้ 6.อสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร 7 กราฟของระบบอสมการเชงิ เสน้ กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน 1.ครูใชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรูเ้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ี่ ผา่ นมา โดยดงึ ความรูเ้ ดมิ ของผูเ้ รยี นในเร่อื งทจ่ี ะเรยี น เพ่อื ชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเชอ่ื มโยงความรู้ ใหมก่ บั ความรูเ้ ดมิ ของตน ผูส้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ ูเ้ รยี นเลา่ ประสบการณเ์ ดมิ 2.ครูและผูเ้ รยี นร่วมกนั อภปิ รายอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร คอื อสมการทม่ี ตี วั แปรสองตวั เลขชก้ี ําลงั ของตวั แปรแต่ละตวั เป็นหนงึ่ และไม่มกี ารคณู ระหว่างตวั แปร เชน่ 2x + y ≥ 7 y ≤x+1 x – 2y > 4 ขนั้ สอน 3.ครูใชเ้ ทคนิคการอธบิ าย และสาธติ เร่อื งอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร โดยใช้ PowerPoint ประกอบการ เรยี นการสอน โดยกราฟของอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร คอื กราฟของคู่อนั ดบั หรอื กราฟของความสมั พนั ธท์ ่ี เขยี นในระบบแกนมมุ ฉาก หลกั การเขยี นกราฟของอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรใชห้ ลกั การเขยี นกราฟของสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร การเขยี นกราฟของสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร วธิ ที ส่ี ะดวกและรวดเรว็ คอื จุดทเ่ี สน้ ตรงตดั แกน x และจดุ ที่ เสน้ ตรงตดั แกน y • หาจดุ ตดั บนแกน x นนั่ คอื y = 0 • หาจดุ ตดั บนแกน y นนั่ คอื x = 0 4.ผูเ้ รยี นแสดงการเขยี นกราฟของอสมการ y ≤ x+ 1 5.ครูใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อน ทน่ี ําอปุ กรณโ์ สตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point เพ่อื อธบิ ายเร่อื งกราฟของระบบอสมการเชงิ เสน้ โดยพจิ ารณาอสมการเชงิ เสน้ มากกว่าหนง่ึ อสมการพรอ้ มๆ กนั จะเรยี กว่า ระบบอสมการเชงิ เสน้ คาํ ตอบของระบบอสมการเชงิ เสน้ คอื คู่อนั ดบั (x, y) ทส่ี อดคลอ้ งกบั อสมการ ทงั้ หมดของระบบ อสมการ หรอื คู่อนั ดบั (x, y) ทคี่ ่า x และคา่ y ทาํ ใหอ้ สมการทงั้ หมดเป้นจรงิ เมอ่ื พจิ ารณา
85 คําตอบของ ระบบอสมการเชงิ เส้นจะแทนไดด้ ว้ ยบรเิ วณทซ่ี ่อนทบั กนั ของกราฟอสมการทงั้ หมดนนั่ เอง กราฟ ของระบบอสมการเชงิ เสน้ 5.1 ใหเ้ ขยี นกราฟย่อยของระบบอสมการในระนาบเดยี วกนั 5.2 กราฟของระบบอสมการเกดิ จากกราฟของอสมการย่อยของระบบอสมการมา 6.ผูเ้ รยี นเขยี นกราฟของระบบอสมการ x + y ≤ 5 และ 2x + y ≥ 2 7.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะทาํ กจิ กรรม และแบบฝึกหดั 8.ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั แนวทางการประยุกต์ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง จาเป็นตอ้ งเรมิ่ จากจติ ใจ เป็นพน้ื ฐาน เม่อื จติ ใจมคี วามพรอ้ ม จงึ เรมิ่ ลงมอื ทา โดยเรม่ิ จากการปรบั เปลยี่ นวธิ คี ดิ วธิ ที า ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ 9.ผูเ้ รยี นสรุปเน้อื หา โดยการตอบคาํ ถาม โดยอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรสอง ตวั เลขชก้ี ําลงั ของตวั แปรแต่ละตวั เป็นหนึง่ และไม่มกี ารคณู ระหว่างตวั แปร 1) การเขยี นกราฟของอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร 1 เขยี นกราฟของสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร 2) กราฟแบ่งเป็นระนาบออก 2 สว่ น เลอื กจุดส่วนหนึ่งมาแทนในอสมการหากแทนค่าแลว้ อสมการ เป็น จรงิ ใหแ้ รเงาส่วนนนั้ และหากอสมการไมเ่ ป็นจรงิ ใหแ้ รเงาอกี ส่วนหน่ึง 10.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
86 11.ประเมนิ ผูเ้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี ประสบการณพ์ น้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้ ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน ชอ่ื ผูเ้ รยี น 1. 2. 3. 4. 5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้ 1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และการบรกิ าร 2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 3.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , Power Point, รปู ภาพ 4.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5.ตวั อย่างการคาํ นวณ หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2.ใบเชค็ รายชอ่ื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน การวดั ผลและการประเมินผล วิธีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม 3 ตรวจกจิ กรรม 4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยมและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เครือ่ งมอื วดั ผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. แบบประเมนิ กจิ กรรม 4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
87 5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น ร่วมกนั ประเมนิ เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรงุ 2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป) 3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. ตอบคําถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื วา่ ผ่าน เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง 5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50% 6 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ ทบทวนบทเรยี น และฝึกทกั ษะการคาํ นวณ
88 บนั ทึกหลงั การสอน ขอ้ สรปุ หลงั การสอน .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................... .............. .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................... ................... ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ..................... ................................................................................................................................. ................. ................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................ ......................................
89 แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการที่ 15 หน่วยท่ี 6 รหสั วชิ า 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบริการ 2-0-2 สอนครง้ั ที่ 15 (29-30) ชื่อหน่วย/เรอ่ื ง ความน่าจะเป็นเบอื้ งต้น จานวน 2 ช.ม. แนวคิด กฎเกณฑเ์ บ้อื งต้นเกยี่ วกบั การนบั เป็นการหาจานวนวธิ ขี องผลลพั ธ์ของสง่ิ ทเ่ี ราสนใจ การทดลองสุ่ม คอื การทดลองทท่ี ราบผลลพั ธ์ทอี่ าจจะเกดิ ขน้ึ เป็นอะไรไดบ้ า้ ง แต่ไม่สามารถพยากรณ์ได้ อย่างถูกต้องแน่นอนว่า ขณะทท่ี ดลองผลลพั ธ์ทเี่ กดิ ขน้ึ จะเป็นอะไร จากผลลพั ธ์ทเี่ ป็นไปไดท้ งั้ หมดจนกว่าจะ สน้ิ สุดการทดลอง แซมเปิลสเปซ คอื เซตของผลลพั ธ์ทอ่ี าจจะเป็นไดท้ งั้ หมดทเ่ี กดิ จากการทดลองสุ่ม เหตุการณ์ คอื เซตของผลลพั ธ์ทเี่ ราสนใจในการทดลองสุ่ม ซ่งึ เหตุการณ์จะเป็นสบั เซตของแซมเปิลสเปซ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หมายถงึ โอกาสทเ่ี หตกุ ารณ์หนึ่งทเี่ กดิ ขน้ึ โดยหาได้จากอตั ราส่วนของ จานวนสมาชกิ ของเหตุการณ์กบั จานวนสมาชกิ ทงั้ หมดของแซมเปิลสเปซ กฎทสี่ าคญั บางประการของความน่าจะเป็น ซ่งึ ทาใหก้ ารคานวณความน่าจะเป็นงา่ ยขน้ึ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.หาจํานวนวธิ ขี องเหตุการณ์โดยใชก้ ฎเกณฑเ์ บ้อื งตน้ เกย่ี วกบั การนบั และแผนภาพต้นไมไ้ ด้ 2.แกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชก้ ฎเกณฑเ์ บ้อื งตน้ เกย่ี วกบั การนับได้ 3.บอกความหมายของการทดลองสมุ่ ปรภิ มู ติ วั อยา่ งและเหตกุ ารณไ์ ด์ 4.หาแซมเปิลสเปซของการทดลองสุ่มทก่ี าํ หนดใหไ้ ด้ 5.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ ําเรจ็ การศกึ ษา สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทคี่ รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเร่อื ง 5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 5.2 ความมวี นิ ยั 5.3 ความรบั ผดิ ชอบ 5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ 5.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง 5.6 การประหยดั 5.7 ความสนใจใฝ่รู้ 5.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนัน 5.9 ความรกั สามคั คี 5.10 ความกตญั ญูกตเวที
90 สมรรถนะรายวิชา 1 แกป้ ัญหาเกยี่ วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชาํ ระดอกเบย้ี อสมการและความ น่าจะเป็น 2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรูเ้ กยี่ วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชาํ ระ ดอกเบย้ี อสมการ และความน่าจะเป็นไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี สมรรถนะรายหน่วย 1 แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั ความน่าจะเป็น 2 ประยกุ ตใ็ ชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี สาระการเรยี นรู้ 1.กฎเกณฑเ์ บ้อื งตน้ เกย่ี วกบั การนับ 2.การทดลองสมุ่ กิจกรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรียน 1.ครูและผูเ้ รยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ในการนําหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง มาประยุกตใ์ ช้เพอ่ื เนน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นฝึกเรอ่ื งความระมดั ระวงั ความมภี ูมคิ มุ้ กนั ทดี่ ใี นตวั เองและความรอบคอบ ความรบั ผดิ ชอบ ความ อดทน ความเพยี ร ความเออ้ื อาทรต่อเพ่อื นรว่ มงาน เป็นตน้ 2.ครูใชเ้ ทคนิคการสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรูเ้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ี่ ผา่ นมา โดยดงึ ความรูเ้ ดมิ ของผูเ้ รยี นในเรอ่ื งทจี่ ะเรยี น เพ่อื ชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเชอ่ื มโยงความรู้ ใหมก่ บั ความรูเ้ ดมิ ของตน ผูส้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ ูเ้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ 3.ครูและผูเ้ รยี นร่วมกนั อภปิ รายเรอ่ื งการศกึ ษาเร่อื งความน่าจะเป็น ต้องอาศยั ความรูเ้ กย่ี วกบั การนบั จํานวนผลลพั ธ์ทเี่ ป็นไปไดข้ องสง่ิ ทเ่ี ราสนใจหรอื การทดลองแบบต่างๆ เช่น ทดลองโยนเหรยี ญบาท 1 เหรยี ญ ผลลพั ธ์ทเ่ี ป็นไปไดม้ ี 2 กรณี คอื การทเ่ี หรยี ญหงายหวั หรอื หงายก้อย ทอดลกู เตา 1 ลูก ผลลพั ธ์ทเ่ี ป็นไปไดม้ ี 6 กรณี คอื การทลกี่ ูเตาหงายแต้มใดแต้มหนงึ่ คอื 1, 2, 3, 4, 5 หรอื 6 แตถ้าการทดลองซบั ซ้อนขน้ึ เชน่ โยน เหรยี ญบาท 2 เหรยี ญพรอ้ มกนั ทอดลกู เตา 2 ลูกพรอ้ มกนั การทจ่ี ะนบั จํานวนผลลพั ธ์ของการทดลองโดยตรง มคี วามยุ่งยาก ในกรณนี ้ีเราสามารถนําเทคนิคการนบั เบ้อื งต้นมาใชใ้ นการหาจํานวนผลลพั ธ์ของสง่ิ ทส่ี นใจได้ ขนั้ สอน 4.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ ี สอนทน่ี ําอปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point เพ่อื อธบิ าย และสาธติ กฎเกณฑเ์ บ้อื งต้นเกยี่ วกบั การนบั
91 5.ผูเ้ รยี นแสดงการนบั ตามโจทย์ เชน่ มเี สอ้ื อยู่ 4 ตวั และกระโปรง 3 ตวั สาํ หรบั สวมไปทํางาน เธอจะ สวมเสอ้ื และกระโปรงไปทํางานเป็นชุดต่างๆ กนั ไดท้ งั้ หมดกช่ี ดุ แสดงวธิ นี บั ไดด้ งั น้ี 6.ผูเ้ รยี นแสดงการนับตามกฎท่ี 2 ดงั น้ี สนามกาี แห่งหน่ึงมปี ระตเู ขา้ ออกอยู่ 4 ประตู ถา้ เขา้ ประตูหน่งึ แลว้ ออกอกี ประตูหนงึ่ ซง่ึ ไม่ใชป้ ระตทู เ่ี ขา้ มา จะมวี ธิ เี ขา้ และออกสนามกาี น้ีไดท้ งั้ หมดกว่ี ธิ ี อาจเขยี นแผนภาพต้นไมแ้ สดงได้ดงั น้ี สมมุตใิ ห้ ป1 = ประตู 1, ป2 = ประตู 2, ป3 = ประตู 3 และ ป4 = ประตู 4
92 7.ผูเ้ รยี นแสดงวธิ นี บั โดยการโยนเหรยี ญสบิ บาท 1 เหรยี ญ 3 ครงั้ พรอ้ มกนั ไดผ้ ลต่างๆ กนั ทงั้ หมดกว่ี ธิ ี 8.ครูและผูเ้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อนทนี่ ําอุปกรณโ์ สตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดดุ งั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point เพอ่ื อธบิ าย และสาธติ การทดลองสุ่ม โดยการทดลองสุ่ม (a xp) คอื การทดลองทท่ี ราบผลลพั ธ์ที่ อาจจะเกดิ ขน้ึ เป็นอะไรไดบ้ า้ ง แต่ไมส่ ามารถพยากรณ์ไดอ้ ย่างถูกต้องแน่นอนว่าขณะทท่ี ดลองผลลพั ธ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ จะเป็นอะไร จากผลลพั ธ์ทเี่ ป็นไปไดทงั้ หมดจนกว่าจะสน้ิ สุดการทดลอง 9.ผูเ้ รยี นแสดงวธิ กี ารทดลองสุ่มนบั เหรยี ญบาท 10.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรมฝึกทกั ษะ และทาํ แบบฝึกหดั
93 ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ 11..ผูเ้ รยี นทํากจิ กรรม แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอ 12.ประเมนิ ผูเ้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี ช่อื ผูเ้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้ ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน 1. 2. 3. 4. 5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้ 1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร 2.รปู ภาพ 3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ , Power Point 5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6.ตวั อยา่ งการคาํ นวณ หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2.ใบเชค็ รายช่อื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน การวดั ผลและการประเมินผล วิธีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ 3 ตรวจกจิ กรรม 4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
94 เครือ่ งมอื วดั ผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. แบบประเมนิ กจิ กรรม 4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น ร่วมกนั ประเมนิ เกณฑก์ ารประเมินผล 1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรงุ 2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป) 3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. ตอบคาํ ถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื ว่าผ่าน เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ 5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50% 6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ ทํากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี น
95 บนั ทึกหลงั การสอน ขอ้ สรปุ หลงั การสอน .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ..................................................................................................... ............................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ปัญหาท่ีพบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ...................................................................................................................................... ............ ...................................................................................................................... ............................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ..................... ..................................................................................................................................................
96 แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการที่ 16 หน่วยท่ี 6 รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบรกิ าร 2-0-2 สอนครง้ั ที่ 16 (31-32) ชื่อหน่วย/เร่ือง ความน่าจะเป็นเบอื้ งต้น จานวน 2 ช.ม. แนวคิด กฎเกณฑเ์ บ้อื งต้นเกย่ี วกบั การนบั เป็นการหาจานวนวธิ ขี องผลลพั ธ์ของสง่ิ ทเ่ี ราสนใจ การทดลองสุ่ม คอื การทดลองทที่ ราบผลลพั ธ์ทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ เป็นอะไรไดบ้ า้ ง แต่ไม่สามารถพยากรณ์ได้ อย่างถูกต้องแน่นอนว่า ขณะทที่ ดลองผลลพั ธ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ จะเป็นอะไร จากผลลพั ธ์ทเี่ ป็นไปไดท้ งั้ หมดจนกวา่ จะ สน้ิ สุดการทดลอง แซมเปิลสเปซ คอื เซตของผลลพั ธ์ทอ่ี าจจะเป็นไดท้ งั้ หมดทเ่ี กดิ จากการทดลองสุ่ม เหตกุ ารณ์ คอื เซตของผลลพั ธ์ทเี่ ราสนใจในการทดลองสุ่ม ซง่ึ เหตุการณ์จะเป็นสบั เซตของแซมเปิลสเปซ ความน่าจะเป็นของเหตกุ ารณ์ หมายถงึ โอกาสทเี่ หตกุ ารณ์หน่งึ ทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยหาได้จากอตั ราส่วนของ จานวนสมาชกิ ของเหตุการณ์กบั จานวนสมาชกิ ทงั้ หมดของแซมเปิลสเปซ กฎทสี่ าคญั บางประการของความน่าจะเป็น ซง่ึ ทาใหก้ ารคานวณความน่าจะเป็นงา่ ยขน้ึ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 4.หาแซมเปิลสเปซของการทดลองสมุ่ ทก่ี ําหนดใหไ้ ด้ 5.หาเหตุการณท์ ส่ี นใจซ่งึ เป็นสบั เซตของแซมเปิลสเปซได้ 6.หายูเนยี น อนิ เตอรเ์ ซกชนั คอมพลเี มนต์และผลต่างของเหตุการณ์ได้ 7.คาํ นวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ทกี่ าํ หนดให้ได้ 8.บอกสมบตั ขิ องความน่าจะเป็นของเหตุการณไ์ ด้ 9.แกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชก้ ฎและสมบตั บิ างประการของความนาจะเป็นได้ 10.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าํ เรจ็ การศกึ ษา สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทคี่ รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรอ่ื ง 10.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 10.2 ความมวี นิ ยั 10.3 ความรบั ผดิ ชอบ 10.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ 10.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง 10.6 การประหยดั 10.7 ความสนใจใฝ่รู้ 10.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนัน 10.9 ความรกั สามคั คี 10.10 ความกตญั ญูกตเวที
97 สมรรถนะรายวิชา 1 แกป้ ัญหาเกยี่ วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชาํ ระดอกเบย้ี อสมการและความ น่าจะเป็น 2 ประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซ้อื ขายในระบบผ่อนชาํ ระ ดอกเบย้ี อสมการ และความน่าจะเป็นไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี สมรรถนะรายหน่วย 1 แกป้ ัญหาเกยี่ วกบั ความน่าจะเป็น 2 ประยกุ ตใ็ ชค้ วามรูเ้ กย่ี วกบั ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั และงานอาชพี สาระการเรียนรู้ 3.แซมเปิลสเปซ 4.ความน่าจะเป็นเบ้อื งต้น กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น 1.ครูและผูเ้ รยี นสนทนาวา่ ปรภิ ูมติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซ (ap pac) คอื เซตทมี่ สี มาชกิ เป็นผลลพั ธท์ ี่ อาจจะเป็นไปไดท้ งั้ หมด ทเี่ กิดจากการทดลองสุ่ม โดยแต่ละสมาชกิ ของปรภิ ูมติ วั อย่างหรอื ผลการทดลองเรยี กว่า จดุ ตวั อย่าง (ap p หรอื c) ใชส้ ญั ลกั ษณ์แทนปรภิ ูมติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซและ () แทนจํานวนสมาชกิ ของ ปรภิ มู ติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซ 2.ครูแสดงสญั ลกั ษณ์ประกอบการอภปิ ราย ขนั้ สอน 3.ครูใชเ้ ทคนคิ การสอนแบบ Lecture Method การจดั การเรยี นรูแ้ บบบรรยาย คอื กระบวนการเรยี นรูท้ ี่ ผูส้ อนเป็นผูถ้ ่ายทอดความรูใ้ หแ้ กผ่ ูเ้ รยี นโดยพดู บอกเล่า อธบิ ายและสาธติ เร่อื งแซมเปิลสเปซ 4.ครูและผูเ้ รยี นแสดงตวั อย่างหาแซมเปิลสเปซของการทดลองสุ่มต่อไปน้ี 1) การโยนเหรยี ญบาท 1 เหรยี ญ 1 ครงั้ ให้ แทนหวั และแทนกอ้ ย ดงั นนั้ = {, } ; () = 2
98
99 5.ผูเ้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดง้ น้ี กลอ่ งใบหนง่ึ มลี ูกปิงปอง สขี าว, สสี ม้ และสแี ดงอย่างละ 1 ลูก ทุกลูกมขี นาดเท่ากนั ใหเ้ ขยี น แซมเปิลสเปซจากการทดลองสุ่ม โดยสนใจสขี องลูกปิงปอง 1) สุ่มหยบิ ลกู ปิงปอง 1 ลูก 2) สุ่มหยบิ ลกู ปิงปอง 2 ลูกพรอ้ มกนั 3) สุ่มหยบิ ลกู ปิงปอง 2 ลูก ทลี ะลกู โดยหยบิ ลูกปิงปองขน้ึ มา 1 ลกู วางไวน้ อกกลอ่ ง แลว้ จงึ หยบิ ขน้ึ มา ใหม่อกี 1 ลูก 4) สุ่มหยบิ ลูกปิงปอง 2 ลกู ทลี ะลูก โดยหยบิ ลกู ปิงปองลกู แรกดูแลว้ แลว้ ใส่คนื ในกล่องก่อน แลว้ จงึ หยบิ ขน้ึ มาใหม่อกี 1 ลกู 5.ครูและผูเ้ รยี นอธบิ าย โดยใชส้ ่อื PowerPoint เรอ่ื งเหตุการณ์ คอื เซตของผลลพั ธ์ทเ่ี ราสนใจจากการ ทดลองสุ่ม โดยเหตุการณ์จะเป็นสบั เซตของปรภิ มู ติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซ นยิ มใชภ้ าษาองั กษตวั พมิ พใ์ หญ่ เชน่ A, B, , , , … แทนเหตุการณ์ 6.ผูเ้ รยี นทดลองทอดลูกเตา๋ 1 ลกู 1 ครงั้ โดยคาํ นวณหาดงั น้ี 6.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะเพอ่ื คํานวณหาเหตุการณต์ ่างๆ 7.ครูและผูเ้ รยี นใช้ Powrer Point เพอ่ื อธบิ ายการคาํ นวณเหตกุ ารณต์ ่างๆ 8.ผูเ้ รยี นทํากจิ กรรม และแบบฝึกหดั 9.ครูและผูเ้ รยี นชว่ ยกนั อธบิ ายความน่าจะเป็นเบอ้ื งตน้ โดยความน่าจะเป็นของเหตุการณ์หมายถงึ ตวั เลข ทใ่ี ชบ้ อกโอกาสทจี่ ะเกดิ เหตกุ ารณน์ นั้ ๆ มากหรอื นอ้ ยเพยี งใด โดยทวั่ ไปนยิ มเขยี นค่าความน่าจะเป็นในรูป เศษส่วนหรอื ทศนิยม ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์หาไดจ้ ากอตั ราส่วนของจาํ นวนสมาชกิ ของเหตุการณ์กบั จาํ นวนสมาชกิ ทงั้ หมดของแซมเปิลสเปซ 10.ผูเ้ รยี นฝึกทกั ษะโดยการหาความน่าจะเป็นตามเหตกุ ารณ์ตา่ งๆ
100 11.ผูเ้ รยี นทํากจิ กรรม และแบบฝึกหดั 12.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 13.ครูเนน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นใหป้ ฏบิ ตั งิ านดว้ ยความความระมดั ระวงั เพอ่ื เป็นการสรา้ งภมู ิค้มุ กนั ท่ีดีในตวั เอง ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ 14.ครูและผูเ้ รยี นร่วมกนั สรปุ เน้อื หา โดยการหาแซมเปิลสเปซ และความน่าจะเป็นเบอ้ื งต้น 15.ผูเ้ รยี นทาํ กจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้ 1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร 2.รูปภาพ 3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ,VDO และ Power Point 5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6.ตวั อย่างการคาํ นวณ หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2.ใบเชค็ รายชอ่ื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน การวดั ผลและการประเมินผล วิธีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ 3 ตรวจกจิ กรรม 4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เคร่ืองมอื วดั ผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ 3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114