Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (คู่มือ) หนังสือเรียนสสวท พื้นฐานวิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1

(คู่มือ) หนังสือเรียนสสวท พื้นฐานวิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1

Published by แชร์งานครู Teachers Sharing, 2021-01-22 08:41:58

Description: (คู่มือ) หนังสือเรียนสสวท พื้นฐานวิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1

คู่มือครูรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
เล่ม 1
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

Keywords: (คู่มือ) หนังสือเรียนสสวท พื้นฐานวิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1,คู่มือครูรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์,กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560),หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

Search

Read the Text Version

หนว่ ยที่ 2 | สารละลาย 0158 คูม่ อื ครรู ายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ตวั อย่างผลการทากิจกรรม ตวั อย่างการออกแบบการทดลอง แบบที่ 2 เร่ิมการทดลองท่ีอุณหภูมิห้อง โดยละลายจุนสีทีละช้อนในน้า 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร จนกว่าจุนสีเร่ิมไม่ ละลายน้า นบั จานวนชอ้ นท่ีตวงจุนสีทใ่ี ชท้ ้งั หมด จากนน้ั นาสารละลายไปเพ่ิมอุณหภูมิ โดยควบคมุ อณุ หภูมิให้คงท่ี และเตมิ จนุ สเี พิ่มลงในสารละลายจนจุนสีเริ่มไมล่ ะลายน้า นบั จานวนชอ้ นตวงจนุ สีท่ีใชท้ ้ังหมดตัง้ แต่เร่ิมต้นจนเพ่ิม อุณหภูมิ ตวั อยา่ งตารางบันทกึ ผล อณุ หภูมิ (°C) ปรมิ าณนา้ (cm3) ปรมิ าณจุนสที ่ลี ะลายได้ (ช้อน) 30* 10 60** 10 *อุณหภมู หิ อ้ งทีว่ ดั ได้ **อุณหภมู ิสูงกวา่ อุณหภูมหิ ้องทวี่ ดั ได้ ตวั อยา่ งการออกแบบการทดลอง แบบท่ี 3 เริ่มการทดลองที่อุณหภูมิห้อง โดยละลายจุนสีในน้า 10 ลูกบาศก์เซนติเมตรให้เกินจุดอิ่มตัว สังเกตและ บันทึกผล เพ่ิมอุณหภูมิสารละลายเป็น 60 องศาเซลเซียส คนสาร สังเกตการเปล่ียนแปลง บันทึกผล จากนั้น ตัง้ สารละลายไว้จนอุณหภมู ลิ ดลงถึงอุณหภูมิหอ้ ง สังเกตการเปลยี่ นแปลง บันทึกผล ตัวอย่างตารางบันทึกผล วิธที า อณุ หภูมิ (°C) ผลทีส่ งั เกตได้ ละลายจนุ สีในนา 10 cm3 อุณหภูมิห้อง จนเกินจดุ อม่ิ ตัว (30 °C) เพิ่มอุณหภูมิสารละลาย 60 ตงั สารละลายไวจ้ นอุณหภูมิ อณุ หภมู หิ อ้ ง ลดลงถงึ อุณหภมู หิ ้อง (30 °C) สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

59 หน่วยที่ 2 | สายละลาย คู่มือครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เฉลยคาถามท้ายกิจกรรม 1. ตวั แปรต้น ตัวแปรตาม และตวั แปรควบคมุ ของการทดลองนี้คืออะไร แนวคาตอบ ตัวแปรต้นคืออุณหภูมิ ตัวแปรตามคือจานวนช้อนของจุนสีที่ละลายได้ ตัวแปรควบคุมคือ ปรมิ าณน้า ชอ้ นที่ใช้ตักจุนสี แท่งแกว้ คนทใ่ี ช้ 2. วิธีการทดลองเพอ่ื ตรวจสอบสมมติฐานทาอย่างไร แนวคาตอบ วิธีการทดลองเพอื่ ตรวจสอบสมมตฐิ านขึ้นอยู่กับสมมติฐาน เช่น ถา้ นักเรยี นตัง้ สมมตฐิ านวา่ จนุ สี ละลายได้ในน้าที่มีอุณหภูมิสูงมากกว่าในน้าที่อุณหภูมิต่า อาจตรวจสอบสมมติฐานโดยละลายจุนสีในน้าท่ี อุณหภูมิห้อง คนจนสารละลายหมดแล้วเติมจุนสีเพ่ิมคร้ังละช้อน คนจนสารละลายหมดทุกคร้ังจนกว่าจุนสี จะไม่ละลายน้าได้อีก จากน้ันนาสารละลายไปให้ความร้อนแล้วเติมจุนสีคร้ังละช้อน คนจนสารละลายหมด ทุกครั้งจนกว่าจุนสีจะไม่ละลายน้าได้อีก เปรียบเทียบปริมาณจุนสีท่ีใช้ขณะที่สารละลายมีอุณหภูมิห้องกับ ขณะทสี่ ารละลายมีอุณหภมู สิ งู กวา่ อุณหภมู หิ อ้ ง 3. ผลการทดลองเปน็ ไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้หรอื ไม่ อยา่ งไร แนวคาตอบ คาตอบเก่ียวกับความสอดคล้องของผลการทดลองกับสมมติฐาน ข้ึนอยู่กับผลการทากิจกรรม ของนักเรียน เช่น ถ้านักเรียนตั้งสมมติฐานว่าจุนสีละลายได้ในน้าที่มีอุณหภูมิสูงมากกว่าในน้าท่ีอุณหภูมิต่า และนักเรียนออกแบบการทดลองโดยควบคุมตัวแปรอย่างรัดกุม จะพบว่าผลการทดลองเป็นไปตาม สมมติฐานทต่ี ง้ั ไว้ 4. จากกิจกรรม สรุปไดว้ ่าอยา่ งไร แนวคาตอบ จากกิจกรรมสรปุ ได้วา่ จนุ สีมสี ภาพละลายไดใ้ นนา้ ทีอ่ ณุ หภมู สิ งู มากกวา่ ในน้าท่ีอุณหภมู ติ ่า สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0160 คูม่ ือครูรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ กจิ กรรมท้ายบท การใช้ตัวทาละลายอย่างถกู ตอ้ งและปลอดภยั ทาได้อย่างไร นักเรยี นจะได้เรียนรู้เก่ยี วกบั การใช้ตวั ทาละลายอยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภัย ผ่านการศึกษาขอ้ มูลจากบทความใน หนงั สือเรียน จากนนั้ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ เกย่ี วกบั แนวทางการใช้ตัวทาละลายตา่ ง ๆ อย่างถูกต้องและปลอดภัย จดุ ประสงค์ วิเคราะหข์ อ้ มลู และระบุแนวทางการใช้ตวั ทาละลายต่าง ๆ อย่างถูกตอ้ งและปลอดภัย เวลาทีใ่ ช้ใน 30 นาที การทากจิ กรรม วสั ดุและอุปกรณ์ -ไม่ม-ี การเตรียมตัว -ไม่ม-ี ล่วงหน้าสาหรับครู ขอ้ เสนอแนะ -ไมม่ -ี ในการทากจิ กรรม สือ่ การเรยี นรู้/ • หนังสือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 ของ สสวท. แหล่งเรยี นรู้ • ตัวอยา่ งแหลง่ สืบคน้ ขอ้ มลู เช่น ▪ อันตรายจากการใชส้ ารทาละลาย. สบื คน้ จาก https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi3/solven/solvent.htm, 30 กันยายน 2561. ▪ พษิ จากสารตัวทาละลาย. สืบค้นจาก https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/pois-cov/Solvent, 30 กันยายน 2561. ▪ ภัทรภร จมุ พล และ นนั ทพร ภัทรพทุ ธ. อนั ตรายของสารตัวทาละลาย. สบื ค้นจาก http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=5204, 30 กนั ยายน 2561. ▪ สานักโรคจากการประกอบอาชีพและสงิ่ แวดลอ้ ม กรมควบคุมโรค. โรคจากสารทาละลาย. สบื คน้ จาก http://envocc.ddc.moph.go.th/uploads/situation/4_9_situation.pdf, 30 กันยายน 2561. สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

61 หน่วยที่ 2 | สายละลาย คู่มอื ครูรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เฉลยคาถามท้ายกจิ กรรม 1. เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งใช้ตัวทาละลายอนิ ทรีย์แทนน้า แนวคาตอบ สารบางชนิดละลายน้าได้น้อยมาก แต่ละลายได้มากในตัวทาละลายอินทรีย์ จึงต้องใช้ ตัวทาละลายอนิ ทรยี แ์ ทนน้า 2. ประโยชน์และอันตรายจากการใช้ตวั ทาละลายอินทรียม์ ีอะไรบา้ ง แนวคาตอบ ตัวทาละลายอินทรีย์บางชนิดใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย อาจใช้สกัดสารที่ต้องการออกจาก สารผสม เช่น เอทานอลนิยมใช้สกัดสารจากสมุนไพร เฮกเซนใช้สกัดน้ามันราจากราข้าว ตัวทาละลาย บางชนิดใช้เป็นตัวทาละลายของสี กาว สารเคลือบผิว น้ายาทาความสะอาด อันตรายจากการใช้ตัวทาละลาย อินทรยี ์ เชน่ ทาให้เกิดไฟไหม้หรือระเบิดแม้มปี ระกายไฟเพียงเล็กน้อย เปน็ พิษต่อร่างกาย ทาให้เกดิ โรคระบบ ทางเดนิ หายใจ และเปน็ มะเร็ง 3. ถ้านักเรียนต้องใช้ตัวทาละลายอินทรีย์ นักเรียนจะมีแนวทางการใช้ตัวทาละลายต่าง ๆ อย่างถูกต้องและ ปลอดภยั อยา่ งไร แนวคาตอบ ตัวอย่างวิธีปฏิบัติเพ่ือป้องกันอันตรายท่ีเกิดจากการใช้ตัวทาละลายอินทรีย์ เช่น ไม่สูดดม ไม่สัมผัสตัวทาละลายอินทรีย์โดยตรง ใช้หน้ากากปิดปากและจมูก สวมแว่นตานิรภัยเมื่อใช้ตัวทาละลาย อนิ ทรยี ์ ใชต้ ัวทาละลายอินทรยี ์ในทีท่ ม่ี ีอากาศถา่ ยเทสะดวก ปอ้ งกันไม่ใหเ้ กิดประกายไฟขณะทีใ่ ช้ตัวทาละลาย อินทรีย์ กาจัดตัวทาละลายอินทรีย์อย่างถูกวิธี หากไม่มีความรู้เพียงพอควรส่งให้หน่วยงานที่สามารถกาจัด อยา่ งถูกวิธรี บั ไปดาเนินการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0162 คมู่ ือครูรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เฉลยแบบฝึกหัดทา้ ยบทท่ี 1 1. ถ้านาสาร X จานวน 70 กรัมมาละลายในน้า 350 กรัมท่ีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส พบว่าได้สารละลายอ่ิมตัว และสาร X บางส่วนตกตะกอน จากน้ันกรองเอาสาร X ที่ไม่ละลายน้าออกแล้วทาให้แห้ง ช่ังมวลได้ 21 กรัม สภาพละลายได้ของสาร X ในน้า 100 กรมั ทอ่ี ุณหภมู ิ 30 องศาเซลเซยี สมีค่าเท่าใด** ตอบ ทอ่ี ุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส สภาพละลายไดข้ องสาร X มคี ่าเท่ากับ 14 กรัมในนา้ 100 กรมั ทอ่ี ณุ หภูมิ 30 องศาเซลเซียส สาร X ละลายในน้า 350 กรัม ได้ 49 กรมั เนอ่ื งจากมีบางสว่ น (21 กรัม) ไม่ละลายนา้ ดังนนั้ สภาพละลายได้ของสาร X ในนา้ 100 กรัม เท่ากบั (49 g x 100 g)/350 g = 14 กรมั 2. นักเรียนกลุ่มหน่ึงทดลองละลายเกลือโซเดียมคลอไรด์ที่มีลักษณะเป็นก้อนในน้าท่ีอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บรรยากาศ พบว่ามีสภาพละลายได้ 36 กรัมในน้า 100 กรัม ถ้าเปล่ียนการทดลองตามเงื่อนไข ดงั ตอ่ ไปนี้ การทดลองชดุ ที่ 1 ใช้เกลือโซเดยี มคลอไรด์ทเี่ ปน็ ผงแทนโซเดียมคลอไรดท์ ่ีเปน็ ก้อน การทดลองชดุ ที่ 2 ใชอ้ ณุ หภมู ิ 60 องศาเซลเซยี สแทนอุณหภมู ิ 20 องศาเซลเซยี ส การทดลองชดุ ท่ี 3 ใช้ความดนั 2 บรรยากาศแทนความดนั 1 บรรยากาศ สภาพละลายได้ของเกลือโซเดียมคลอไรดใ์ นการทดลองชุดท่ี 1 – 3 จะมผี ลเปน็ อยา่ งไรเมอื่ เปรยี บเทียบกับ การทดลองคร้ังแรกที่เกลือโซเดยี มคลอไรดม์ สี ภาพละลายได้ 36 กรัมในนา้ 100 กรมั * ตอบ สภาพละลายได้ของโซเดียมคลอไรด์ในการทดลองชุดท่ี 1 และ 3 เท่าเดิม เพราะใช้โซเดียมคลอไรด์ในปรมิ าณ เท่าเดิมในตัวทาละลายปริมาณเท่าเดิม และการเปลี่ยนแปลงความดันมีผลน้อยมากหรือไม่มีผลต่อสภาพละลายได้ ของเกลือโซเดียมคลอไรด์ แต่การทดลองชุดท่ี 2 เกลือโซเดียมคลอไรด์มีสภาพละลายได้เพ่ิมขึ้น เพราะเม่ือเพิ่ม อุณหภูมิ เกลอื โซเดยี มคลอไรดจ์ ะละลายได้มากขน้ึ ในตวั ทาละลายเท่าเดมิ ทาให้สภาพละลายได้เพมิ่ ข้นึ 3. นักเรียนคนหน่ึงกล่าวว่า “น้าตาลทรายละลายได้เร็วข้ึนเม่ือใช้แท่งแก้วคนสารละลาย เพราะการคนสารละลาย ทาให้สภาพละลายไดข้ องน้าตาลทรายเพมิ่ ขึ้น” คากล่าวของนักเรียนคนนถ้ี กู ต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด ตอบ ไม่ถูกต้อง เพราะปัจจัยทีส่ ่งผลต่อสภาพละลายได้ของสารที่มสี ถานะของแข็ง คือ ชนิดของตัวละลาย ชนิดของ ตัวทาละลาย และอุณหภูมิ ส่วนการคนสารละลายด้วยแท่งแก้วคนเปน็ การทาใหส้ ารเกิดการละลายได้เรว็ ข้ึน แต่ไม่มี ผลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

63 หนว่ ยที่ 2 | สายละลาย คมู่ อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ 4. ความสมั พันธร์ ะหว่างสภาพละลายไดข้ องสาร A B C และ D กับอุณหภูมิเปน็ ดงั กราฟ ภาพความสัมพันธ์ระหวา่ งสภาพละลายได้ของสาร A B C และ D ในน้า 100 กรัมกับอุณหภมู ิ สาร A B C และ D ชนิดละ 40 กรัม นาสารแต่ละชนิดมาละลายในน้าปริมาณ 200 กรัม ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ตอบคาถามตอ่ ไปน้ี* 4.1 สารละลายของสารใดยงั ไม่อ่ิมตัวและสารใดอ่ิมตวั พอดี ตอบ สาร B ยังไม่อิ่มตัว ส่วนสาร D อิ่มตัวพอดี เพราะท่ีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส สาร B มีสภาพละลายได้ 40 กรัม ในน้า 100 กรัม แสดงว่าเม่ือเพ่ิมน้าเป็น 200 กรัม สาร B จะละลายได้อีก ยังไม่อิ่มตัว ส่วนสาร D มี สภาพละลายได้ 20 กรัม ในน้า 100 กรัม แสดงว่าเม่ือเพิ่มนา้ เป็น 200 กรมั สาร D ละลายได้ 40 กรัม อิ่มตัวพอดี 4.2 สารใดละลายไมห่ มดและเหลอื กี่กรมั ตอบ สาร A และ C โดยเหลอื สาร A จานวน 30 กรมั และสาร C จานวน 4 กรัม ทไ่ี มล่ ะลายน้า ท่ีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส สาร A มีสภาพละลายได้ 5 กรัม ในน้า 100 กรัม แสดงว่า เม่ือเพ่ิม นา้ เปน็ 200 กรัม สาร A จะละลายได้ 10 กรมั ดังน้นั จงึ เหลือสาร A จานวน 30 กรัม ทีอ่ ุณหภมู ิ 35 องศาเซลเซียส สาร C มสี ภาพละลายได้ 18 กรมั ในน้า 100 กรมั แสดงว่า เมื่อเพิ่ม น้าเปน็ 200 กรมั สาร C จะละลายได้ 36 กรัม ดงั นน้ั จึงเหลอื สาร C จานวน 4 กรมั สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หน่วยท่ี 2 | สารละลาย 0164 คู่มอื ครรู ายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ 4.3 เมื่อนาสารละลายอ่ิมตัวของสารแต่ละชนิดในน้า 100 กรมั ทีอ่ ุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส มาลดอณุ หภูมิเป็น 20 องศาเซลเซยี ส จะมกี ารเปลี่ยนแปลงเกิดขึน้ หรอื ไม่ อยา่ งไร ตอบ สารละลาย A และ B มีของแข็งเกิดขึ้นประมาณ 1 กรัม และ 11 กรัมตามลาดับ ส่วนสารละลาย C และ D ไมเ่ กิดการเปล่ยี นแปลง ที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส สารละลาย A อิ่มตัว มีสาร A ละลายอยู่ 5 กรัม เมื่อลดอุณหภูมิ เป็น 20 องศาเซลเซียส สาร A ละลายในน้า 100 กรัม ได้เพียง 4 กรัม จึงเกิดของแข็งที่ละลายไม่หมด ประมาณ 1 กรัม ทอี่ ุณหภูมิ 40 องศาเซลเซยี ส สารละลาย B อม่ิ ตัว มสี าร B ละลายอยู่ 44 กรัม เม่อื ลดอุณหภูมิเป็น 20 องศาเซลเซียส สาร B ละลายในน้า 100 กรมั ได้เพยี ง 33 กรัม จึงเกดิ ของแข็งท่ีละลายไม่หมดประมาณ 11 กรัม ท่ีอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส สารละลาย C อ่ิมตัว มีสาร C ละลายอยู่ 16 กรัม เม่ือลดอุณหภูมิ เปน็ 20 องศาเซลเซียส สาร C ละลายในน้า 100 กรมั ได้ 26 กรัม แสดงว่ายงั สามารถละลายไดอ้ ีก จึงไม่ เกิดการเปลีย่ นแปลง ท่ีอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส สารละลาย D อิ่มตัว มีสาร D ละลายอยู่ 18 กรัม เม่ือลดอุณหภูมิ เป็น 20 องศาเซลเซียส สาร D ละลายในนา้ 100 กรมั ได้ 25 กรมั แสดงวา่ ยงั สามารถละลายไดอ้ ีก จงึ ไม่ เกดิ การเปลย่ี นแปลง 5. กาหนดให้ ทีอ่ ณุ หภมู ิ 30 องศาเซลเซยี ส ในน้า 100 กรมั สาร Z สามารถละลายได้สูงสดุ 20 กรมั ทอ่ี ณุ หภมู ิ 40 องศาเซลเซียส ในน้า 200 กรมั สาร Z สามารถละลายไดส้ ูงสดุ 30 กรัม ท่ีอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ในน้า 300 กรมั สาร Z สามารถละลายไดส้ ูงสุด 36 กรมั นกั เรียนคิดวา่ ความสมั พันธ์ระหวา่ งสภาพละลายได้ของสาร Z กับอุณหภูมเิ ป็นอยา่ งไร ตอบ ทอ่ี ุณหภมู ิ 30 องศาเซลเซยี ส ในน้า 100 กรัม สาร Z สามารถละลายได้สงู สดุ 20 กรัม แสดงว่า สาร Z มีสภาพละลายได้ 20 กรมั ในน้า 100 กรัม ที่อุณหภมู ิ 40 องศาเซลเซียส ในนา้ 200 กรมั สาร Z สามารถละลายไดส้ งู สุด 30 กรัม แสดงว่า สาร Z มีสภาพละลายได้ 15 กรัม ในน้า 100 กรัม ทอ่ี ุณหภมู ิ 50 องศาเซลเซยี ส ในนา้ 300 กรัม สาร Z สามารถละลายไดส้ ูงสุด 36 กรมั แสดงวา่ สาร Z มีสภาพละลายได้ 12 กรัม ในน้า 100 กรมั จะเห็นได้ว่าเมอ่ื อุณหภูมิสงู ขึ้น สภาพละลายได้ของสาร Z ลดลง สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

65 หนว่ ยที่ 2 | สายละลาย คมู่ ือครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ 6. การทดลองสภาพละลายไดข้ องสาร A ทั้งหมด 4 การทดลอง โดยแตล่ ะการทดลองใช้มวลของสาร A และตัวทา ละลายคงท่ี ไดผ้ ลดังตาราง การทดลองที่ ชนิดตวั ทาละลาย ลกั ษณะของสาร A อุณหภมู ขิ อง สภาพละลายไดข้ องสาร A 1 X กอ้ นสีเหลอื ง สารละลาย (°C) (g/น้า 100 g) 2 X 10 3 Y ผงละเอียดสีเหลอื ง 25 10 4 Y กอ้ นสีเหลือง 25 32 25 32 ผงละเอียดสีเหลอื ง 25 ตอบคาถามตอ่ ไปนี้** 6.1 จุดประสงคก์ ารทดลองนค้ี ืออะไร ตอบ ตรวจสอบผลของชนดิ ตวั ทาละลายและลักษณะของสารท่ีมตี ่อสภาพละลายไดข้ องสาร A 6.2 การทดลองที่ 1 และ 2 ตวั แปรต้น ตวั แปรตาม และตัวแปรควบคุมคอื อะไร ตอบ ตัวแปรต้นคือลักษณะของสาร A ตัวแปรตามคือสภาพละลายได้ของสาร A ตัวแปรควบคุมคือชนิดตัวทาละลาย และอุณหภูมขิ องสารละลาย 6.3 การทดลองที่ 2 และ 4 ตวั แปรตน้ ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมคอื อะไร ตอบ ตัวแปรต้นคือชนิดตัวทาละลาย ตัวแปรตามคือสภาพละลายได้ของสาร A ตัวแปรควบคุมคือลักษณะของ สาร A และอณุ หภมู ขิ องสารละลาย 6.4 สรุปผลการทดลองน้ไี ดอ้ ยา่ งไร ตอบ ชนิดของตัวทาละลายมีผลต่อสภาพละลายได้ของสาร A แต่ลักษณะของสาร A ไม่มีผลต่อสภาพละลายได้ ของสาร A สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยที่ 2 | สารละลาย 0166 คู่มอื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ บทที่ 2 ความเข้มขน้ ของสารละลาย สาระสาคญั ความเข้มข้นของสารละลาย เป็นปริมาณตัวละลายในสารละลายหรือในตัวทาละลาย หน่วยความเข้มข้นมีหลาย หน่วย หน่วยที่นิยมใช้ในชีวิตประจาวันคือหน่วยเป็นร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร โดยมวลต่อมวล และโดยมวลต่อ ปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตรเป็นการระบุปริมาตรตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน รอ้ ยละโดยมวลต่อมวลเปน็ การระบุมวลตวั ละลายในสารละลาย 100 หนว่ ยมวลเดียวกนั รอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตรเป็น การระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร การใช้สารละลายในชีวิตประจาวันควรพิจารณาจากความเข้มข้น ของสารละลาย ขนึ้ อยู่กับจุดประสงคข์ องการใชง้ านและผลกระทบต่อส่ิงมีชวี ิตและสิง่ แวดล้อม จุดประสงค์ของบทเรยี น เมือ่ เรียนจบบทนแี้ ลว้ นักเรยี นจะสามารถทาส่ิงต่อไปน้ีได้ 1. ระบปุ รมิ าณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร โดยมวลต่อมวล และโดยมวลต่อปรมิ าตร 2. ตระหนักถึงความสาคัญของการนาความรู้เรื่องความเข้มข้นของสารละลายไปใช้ โดยยกตัวอย่างการใช้ สารละลายในชีวติ ประจาวันอยา่ งถูกต้องปลอดภัย สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

67 หน่วยท่ี 2 | สายละลาย ค่มู อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ ภาพรวมการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ แนวความคิดต่อเนอื่ ง กจิ กรรม รายการประเมิน การเรียนรู้ของบทเรียน กิจกรรมท่ี 2.5 1. ระบุปรมิ าณตวั 1. ระบุปรมิ าณตัวละลาย 1. ความเขม้ ขน้ ของสารละลายเป็น ระบุความเข้มขน้ ละลายใน ของสารละลายใน สารละลายในหนว่ ย ในสารละลายใน ปริมาณตัวละลายในสารละลาย หรือ หนว่ ยรอ้ ยละได้ ความเข้มข้นเป็น อยา่ งไร รอ้ ยละ โดย หนว่ ยความเข้มข้น ในตัวทาละลาย ปริมาตรตอ่ ปรมิ าตรและโดย เปน็ ร้อยละ โดย 2. หนว่ ยความเข้มข้นมีหลายหน่วย มวลตอ่ ปรมิ าตร ปริมาตรต่อปรมิ าตร นยิ มระบุหน่วยเปน็ ร้อยละ โดย โดยมวลต่อมวล และ ปรมิ าตรต่อปริมาตร โดยมวลต่อมวล โดยมวลต่อปริมาตร และโดยมวลต่อปรมิ าตร 3. รอ้ ยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร เปน็ การระบปุ ริมาตรตวั ละลายใน สารละลาย 100 หนว่ ยปริมาตร เดยี วกัน นิยมใชก้ บั สารละลายทีเ่ ปน็ ของเหลวหรือแกส๊ 4. รอ้ ยละโดยมวลต่อมวล เปน็ การระบุ มวลตัวละลายในสารละลาย 100 หนว่ ยมวลเดียวกัน นิยมใช้กับ สารละลายทม่ี ีสถานะเป็นของแข็ง 5. ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร เป็นการ ระบมุ วลตวั ละลายในสารละลาย 100 หนว่ ยปริมาตร นิยมใช้กับ สารละลายท่ีมีตวั ละลายเปน็ ของแข็ง ในตัวทาละลายท่ีเป็นของเหลว สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยท่ี 2 | สารละลาย 0168 คู่มอื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ จดุ ประสงค์ แนวความคิดตอ่ เนื่อง กจิ กรรม รายการประเมนิ การเรยี นรขู้ องบทเรยี น กจิ กรรมท้ายบท 1. ยกตวั อยา่ งการนา 2. ตระหนักถึง 1. การใชส้ ารละลายในชวี ิตประจาวนั นาสารละลายท่ีมี ความรเู้ รอ่ื งความ ความเข้มข้นต่าง ๆ เข้มข้นของ ความสาคญั ของการ ควรพิจารณาจากความเข้มข้นของ มาใชป้ ระโยชน์ได้ สารละลายมาใช้ อยา่ งไร ประโยชนอ์ ย่าง นาความรู้เร่ืองความ สารละลาย จดุ ประสงค์ของการใช้ ถกู ต้องปลอดภัย เข้มข้นของสารละลาย งาน และผลกระทบต่อสิง่ มชี วี ติ ไปใช้ โดยยกตวั อยา่ ง และสงิ่ แวดล้อม การใช้สารละลายใน ชีวติ ประจาวันอย่าง ถกู ต้องปลอดภัย สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

69 หนว่ ยท่ี 2 | สายละลาย ค่มู อื ครูรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ท่ีควรจะไดจ้ ากบทเรียน ทกั ษะ เร่ืองท่ี 1 ท้ายบท ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสังเกต • การวัด • การจาแนกประเภท • การหาความสมั พันธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซกับเวลา การใช้จานวน • การจดั กระทาและสอื่ ความหมายขอ้ มลู •• การลงความเห็นจากข้อมูล •• การพยากรณ์ การตง้ั สมมติฐาน การกาหนดนิยามเชงิ ปฏิบัตกิ าร การกาหนดและควบคุมตวั แปร การทดลอง • การตคี วามหมายข้อมลู และลงขอ้ สรปุ • การสร้างแบบจาลอง ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ด้านการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและการแก้ปัญหา •• ดา้ นการสือ่ สาร สารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันสอื่ •• ดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็นทีมและภาวะผ้นู า •• ดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม ด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ •• และการสื่อสาร ดา้ นการทางาน การเรียนรู้ และการพึ่งตนเอง •• สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0170 คมู่ อื ครูรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ การนาเข้าสหู่ นว่ ยการเรียนรู้ ครูดาเนินการดงั น้ี 1. เชื่อมโยงเข้าสู่บทท่ี 2 โดยให้นักเรียนดูภาพนา บทและร่วมกนั อภิปราย โดยใชค้ าถามตอ่ ไปน้ี • การทาน้าหวานจานวนมากจากน้าหวาน เข้มข้น มีวิธีการอย่างไร (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจของตนเอง เช่น เติมน้าลงใน น้าหวานเขม้ ข้น) • ทาอยา่ งไรจงึ จะทานา้ หวานทมี่ ีรสหวานและ ความเข้มของสเี ทา่ กันทุกครงั้ (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจของตนเอง เชน่ ใชน้ า้ หวาน เ ข้ ม ข้ น แ ล ะ น้ า ป ริ ม า ณ เ ท่ า เ ดิ ม ทุ ก ค รั้ ง เพ่ือให้ได้น้าหวานที่มีความเข้มของสีและ รสหวานเทา่ เดมิ ) 2. ให้นักเรียนอ่านเนื้อหานาบท และอภิปราย เพ่ือใหไ้ ดค้ าตอบที่ถูกต้องของคาถาม ดังตอ่ ไปน้ี • การทาน้าหวานจานวนมากจากน้าหวาน เข้มขน้ มวี ิธีการอย่างไร (ผสมนา้ หวานเขม้ ขน้ กบั น้าสะอาดในอัตราส่วนทเ่ี หมาะสม) • ทาอย่างไรจึงจะทาน้าหวานที่มีรสหวานและความเข้มของสีเท่ากันทุกครั้ง (ใช้น้าหวานเข้มข้นและน้าสะอาดใน ปริมาณเท่าเดิมทกุ ครง้ั ถ้าจะเตรียมน้าหวานปริมาณมากขนึ้ ก็จะต้องเพ่ิมปริมาณสว่ นผสมตามอตั ราสว่ นที่ระบ)ุ 3. ให้นักเรียนอ่านคาถามนาบท จุดประสงค์ของบทเรียน และอภิปรายร่วมกัน เพื่อให้นักเรียนทราบขอบเขตเน้ือหาท่ี นักเรียนจะได้เรียนรู้ในบทเรียน รวมท้ังเป้าหมายการเรียนรู้ (นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการระบุปริมาณตัวละลาย ในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ โดยปริมาตรต่อปริมาตร โดยมวลต่อมวล และโดยมวลต่อปริมาตร และความสาคญั ของการนาความร้เู ร่ืองความเขม้ ข้นของสารละลายไปใชป้ ระโยชน)์ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

71 หน่วยที่ 2 | สายละลาย คู่มือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เร่ืองท่ี 1 ความเขม้ ข้นของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละ แนวการจดั การเรยี นรู้ ครูดาเนนิ การดังน้ี 1. ให้นักเรียนดูภาพนาเร่ือง อ่านเนื้อหานาเร่ืองที่ เกี่ยวกับปริมาณกรดไฮโดรคลอริกในน้ายาล้าง ห้องน้า และร่วมกันอภิปรายโดยใช้คาถาม เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า น้ายาล้างห้องน้าที่มี ปริมาณกรดมากกว่าจะกาจัดคราบสกปรกได้ ดีกว่า ดังนั้นจึงต้องรู้จักความเข้มข้นของ สารละลายและเลือกใช้ให้เหมาะสม และอ่าน คาสาคัญ ทากิจกรรมทบทวนความรู้ก่อน เรียน แล้วร่วมกันอภิปรายเพ่ือให้ได้คาตอบท่ี ถูกต้อง ถ้าครูพบว่านักเรียนยังทากิจกรรม ทบทวนความรู้ก่อนเรียนไม่ถูกต้อง ครูควร ทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้พ้ืนฐานที่ถูกต้องและ เ พี ย ง พ อ ที่ จ ะ เ รี ย น เ รื่ อ ง ค ว า ม เ ข้ ม ข้ น ข อ ง สารละลายต่อไป ความรเู้ พ่มิ เติมสาหรับครู ภาพนาเรื่อง คือ น้ายาล้างห้องน้าชนิดต่าง ๆ ซ่ึงมีสารละลาย กรดไฮโดรคลอรกิ ท่ีมีสมบัติกดั กร่อนพื้นผวิ ในปรมิ าณต่างกัน สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0172 ค่มู ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เฉลยทบทวนความรูก้ ่อนเรยี น เขยี นเครื่องหมาย  หน้าข้อทถ่ี ูกต้องและเขียนเครือ่ งหมาย X หน้าข้อความท่ีไม่ถูกต้อง  ทองรูปพรรณมีทองคาเป็นองค์ประกอบมากทสี่ ดุ ดงั น้นั ทองรูปพรรณจึงมีทองคาเป็นตัวทาละลาย ถูกต้อง เพราะทองรูปพรรณเป็นสารละลายในสถานะของแข็ง มีทองคาเป็นองค์ประกอบมากท่ีสุด ทองคาจึงจดั เปน็ ตัวทาละลาย  สารละลายอิ่มตัวเป็นสารละลายทมี่ ีอัตราสว่ นปรมิ าณของตวั ละลายกับปรมิ าณสารละลายสงู สดุ ที่ อุณหภูมหิ น่ึง ๆ ถูกต้อง เพราะสารละลายอ่ิมตัวเป็นสารละลายที่มีตัวละลายมากท่ีสุดที่อุณหภูมิหน่ึง ๆ จึงมีอัตราส่วน ปริมาณของตวั ละลายกบั ปรมิ าณสารละลายสงู สุด  สารที่มมี วล 100 กรัมจะมีปริมาตร 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร ไม่ถูกต้อง เพราะสารที่มีมวล 100 กรัม อาจจะมีปริมาตรมากหรือน้อยกว่า 100 ลูกบาศก์เซนติเมตรก็ ได้ ข้นึ อยู่กบั ความหนาแน่นของสารละลาย 2. ตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเก่ียวกับความเข้มข้นของสารละลายโดยให้ทากิจกรรม รู้อะไรบ้างก่อนเรียน นักเรียนสามารถตอบตามความเข้าใจของนักเรียน โดยครูจะไม่เฉลยคาตอบ และครูนาข้อมูลจากความรู้เดิมของ นักเรียนนี้ไปใช้ในการวางแผนการจัดการเรยี นรวู้ า่ ควรเน้นย้าหรืออธบิ ายเร่ืองใดเป็นพิเศษ เม่ือนักเรียนเรียนจบเรือ่ ง นี้แลว้ นักเรยี นจะมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจครบถว้ นตามจุดประสงคข์ องบทเรยี น ตวั อยา่ งแนวคิดคลาดเคลื่อนซ่ึงอาจพบในเรอ่ื งนี้ • สารละลายที่มีตัวละลายมากทสี่ ุดจะมีความเข้มข้นมากที่สุด (Krause and Tasooji, 2007) 3. นาเข้าสู่กิจกรรม 2.5 ระบุความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละได้อย่างไร โดยใช้คาถามสร้างความสนใจวา่ จากฉลากเครื่องดื่มในรู้อะไรบ้างก่อนเรียนท่ีระบุว่า เครื่องด่ืมชนิดน้ีมีสารแต่งสีและกลิ่นเลียนแบบธรรมชาติอยู่ร้อย ละ 2 โดยมวลต่อปริมาตร มีความหมายว่าอย่างไร จากนั้นเชื่อมโยงสู่กิจกรรม 2.5 โดยต้ังคาถามว่าการระบุ ความเขม้ ขน้ ของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละทาได้อยา่ งไร นักเรยี นทราบหรอื ไม่ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

73 หน่วยที่ 2 | สายละลาย คู่มอื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ กจิ กรรมที่ 2.5 ระบคุ วามเขม้ ข้นของสารละลายในหนว่ ยร้อยละไดอ้ ยา่ งไร แนวการจดั การเรยี นรู้ ครูดาเนนิ การดังนี้ http://ipst.me/9900 กอ่ นการทากจิ กรรม (20 นาที) 1. ให้นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนินกิจกรรม และตรวจสอบความเข้าใจการอ่านโดยใช้คาถาม ดงั ตอ่ ไปนี้ • กจิ กรรมนีเ้ กี่ยวกบั เร่ืองอะไร (การระบุความเขม้ ข้นของสารละลายในหนว่ ยรอ้ ยละ) • กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (ระบุปริมาณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละโดยมวลต่อ ปรมิ าตรและโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร) • วธิ ีดาเนินกจิ กรรมมขี ัน้ ตอนโดยสรปุ อย่างไร (ตอนท่ี 1 ละลายจุนสี 2 กรัมในน้ากล่ัน 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร เติมน้ากล่ันเพื่อทาให้ปริมาตรสุดท้ายของ สารละลายเป็น 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร คนให้เข้ากันด้วยแท่งแก้วคน ทาซ้า แต่เปลี่ยนเป็นใช้จุนสีเพ่ิมเป็น 4 กรมั ละลายดว้ ยน้ากลั่นและทาใหป้ ริมาตรสดุ ท้ายของสารละลายเปน็ 200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร เปรียบเทียบความ เขม้ ของสแี ละปรมิ าณของสารละลายในบีกเกอรท์ ้งั 2 ใบ ตอนท่ี 2 ผสมเอทานอลผสมสี 20 ลูกบาศก์เซนติเมตรกับน้ากลั่นประมาณ 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วเติมน้า กลั่นเพ่ิมจนสารละลายมีปรมิ าตรสดุ ท้ายเป็น 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร คนให้เข้ากันด้วยแท่งแก้วคน ทาซ้า แต่ใช้ เอทานอลผสมสีปริมาตร 10 ลูกบาศก์เซนติเมตรแทน เปรียบเทียบความเข้มของสีและปริมาณของสารละลายใน บีกเกอรท์ ้ัง 2 ใบ บันทกึ ผล) ครคู วรทบทวนวธิ ีตวงและวธิ อี ่านปริมาตรของของเหลว รวมทงั้ วธิ ีเทของเหลวลงในภาชนะก่อนใหน้ ักเรียนลงมือ ปฏบิ ตั ิ ครูเน้นให้นักเรียนละลายจุนสีและใช้แท่งแกว้ คนจนจุนสลี ะลายหมด ไมเ่ หลอื จนุ สีท่เี ปน็ ของแขง็ ในภาชนะ ครูแนะนาให้นักเรียนใช้กระดาษสีขาวเป็นฉากหลังขณะสังเกตและเปรียบเทียบความเข้มของสีของ สารละลาย • ขอ้ ควรระวังในการทากจิ กรรมมอี ะไรบา้ ง (เอทานอลตดิ ไฟง่าย ไม่ใหน้ าเขา้ ใกลไ้ ฟ เพราะอาจเปน็ อันตรายได)้ • นกั เรยี นตอ้ งสงั เกตหรอื รวบรวมอะไรบา้ ง (สงั เกตความเขม้ ของสี และปริมาณของสารละลายในบีกเกอร์) ระหว่างการทากจิ กรรม (40 นาท)ี 2. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ เร่ิมทากจิ กรรม ครูสงั เกตการทากจิ กรรมของนกั เรยี น พร้อมให้คาแนะนาหากนกั เรยี นมีข้อสงสัยใน ประเดน็ ตา่ ง ๆ เชน่ วิธีอ่านปริมาตรสารละลาย สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0174 คู่มือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ หลงั การทากจิ กรรม (30 นาที) 3. สุ่มนักเรียนนาเสนอผลการทากิจกรรม ตอบคาถามท้ายกิจกรรม สาหรับการคานวณหาความเข้มข้นของสารละลาย ครูควรแสดงวิธีคานวณความเข้มข้นของสารละลายเป็นร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรและร้อยละโดยปริมาตรต่อ ปรมิ าตรในกจิ กรรม จากนน้ั รว่ มกนั สรุปผลของกจิ กรรมโดยใช้คาถามทา้ ยกิจกรรมเปน็ แนวทาง เพ่ือให้ไดข้ อ้ สรปุ จาก กจิ กรรมว่า ตอนที่ 1 สารละลายจุนสีท่ีเตรียมได้ทั้งสองคร้ังมีความเข้มข้นเป็นร้อยละ 2 โดยมวลต่อปริมาตรเท่ากัน สีของ สารละลายจงึ เข้มเทา่ กนั ตอนที่ 2 สารละลายเอทานอลผสมสที ี่เตรียมได้ทั้ง 2 ครั้งมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน สารละลายในบีกเกอร์ 1 และ 2 มี ความเขม้ ขน้ เปน็ รอ้ ยละ 20 และ 10 โดยปรมิ าตรต่อปรมิ าตรตามลาดบั สีของสารละลายจงึ เข้มตา่ งกนั 4. ใหน้ กั เรียนเรยี นรูเ้ พ่ิมเตมิ โดยอ่านเนอ้ื หาและตอบคาถามระหวา่ งเรียนเกยี่ วกับการระบคุ วามเข้มข้นของสารละลายท่ี ตวั ละลายเปน็ ของแข็งในของเหลว เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ สรุปวา่ การเตรียมสารละลายโดยละลายตัวละลายที่เป็นของแข็งในของเหลว นิยมระบุความเข้มข้นของ สารละลายโดยบอกมวลตัวละลายท่ีอยู่ในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร เรียกหน่วยความเข้มข้นน้ีว่า ร้อยละโดย มวลตอ่ ปรมิ าตร การใชห้ น่วยของมวลตอ้ งสอดคล้องกบั หน่วยของปรมิ าตร โดยพิจารณาจากความสัมพันธด์ งั นี้ รอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร = [มวลของตัวละลาย (g)/ปรมิ าตรของสารละลาย (cm3)]  100 หรอื รอ้ ยละโดยมวลต่อปรมิ าตร = [มวลของตวั ละลาย (kg)/ปริมาตรของสารละลาย (L)]  100 5. ให้นักเรียนฝึกคานวณเก่ียวกับความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตร ในสถานการณ์ต่าง ๆ ตามตัวอย่างโจทย์ในหนังสือเรียน ถ้านักเรียนยังไม่เข้าใจ ครูควรเพิ่มโจทย์ให้นักเรียนได้ฝึกจากโจทย์ที่ไม่ซับซ้อน จนถึงโจทยท์ ่ีมีความซับซ้อนมากข้นึ ตามลาดบั 6. ประเมินการเรียนรู้ระหว่างเรียน โดยใช้โจทย์ชวนคิดเก่ียวกับความเข้มข้นของสารละลายที่มีหน่วยเป็นร้อยละโดย มวลต่อปรมิ าตร (1) ถ้ามีด่างทับทิม 2 กรัมในสารละลาย 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร สารละลายนี้มีความเข้มข้นร้อยละเท่าใดโดยมวล ตอ่ ปริมาตร แนวคิด ในสารละลาย 250 ลกู บาศก์เซนติเมตร มดี ่างทบั ทิมละลายอยู่ 2 กรัม ดงั น้ัน ในสารละลาย 100 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร มีดา่ งทบั ทิม = (2 กรมั  100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร)/250 ลกู บาศก์เซนติเมตร = 0.8 กรัม หมายความว่าในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร มตี วั ละลายมวล 0.8 กรมั หรอื ร้อยละ 0.8 โดยมวลตอ่ ปริมาตร สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

75 หนว่ ยท่ี 2 | สายละลาย คู่มอื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ดงั น้ัน เมอ่ื ละลายดา่ งทบั ทิม 2 กรมั ในน้า ไดส้ ารละลายที่มปี ริมาตร 250 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร สารละลาย น้ีมีความเข้มขน้ ร้อยละ 0.8 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร (2) ต้องการเตรียมสารละลายเกลือแกงเข้มข้นร้อยละ 0.9 โดยมวลต่อปริมาตร ปริมาตร 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะต้องใช้เกลอื แกงกีก่ รัม แนวคิด สารละลายเกลือแกงเขม้ ขน้ ร้อยละ 0.9 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มีเกลือแกงละลายอยู่ 0.9 กรัม ในสารละลาย 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีเกลือแกง (0.9 กรมั  50 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร)/100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร = 0.45 กรัม ดังน้ัน ในการเตรียมสารละลายเกลือแกงเข้มร้อยละ 0.9 โดยมวลต่อปริมาตร ปริมาตร 50 ลูกบาศก์ เซนติเมตร จะต้องใช้เกลอื แกง 0.45 กรัม 7. ให้นักเรียนเรียนรู้เพ่ิมเติม โดยอ่านเน้ือเรื่องในหนังสือเรียนหน้า 36 และตอบคาถามระหว่างเรียนเก่ียวกับการระบุ ความเข้มขน้ ของสารละลายทต่ี ัวละลายเป็นของเหลวและแกส๊ เพ่ือให้ไดข้ ้อสรปุ ว่า สารละลายท่ีตัวละลายมีสถานะของเหลวและแก๊ส ตัวทาละลายมีสถานะของเหลวหรือแก๊ส นิยมระบุความ เข้มข้นของสารละลายโดยบอกปริมาตรตัวละลายที่อยู่ในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน เรียกหน่วยความ เข้มข้นน้ีว่า ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร หรือ ร้อยละโดยปริมาตร ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละ โดยปรมิ าตรต่อปริมาตร เขยี นความสัมพันธไ์ ด้ดังน้ี ร้อยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร = [ปรมิ าตรของตัวละลาย (cm3)/ปริมาตรของสารละลาย (cm3)]  100 ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร = [ปรมิ าตรของตัวละลาย (L)/ปริมาตรของสารละลาย (L)]  100 8. ครูทบทวนการคานวณหาความเข้มข้นของสารละลาย จากน้ันให้นักเรียนฝึกคานวณเกี่ยวกับความเข้มข้นของ สารละลายในหน่วยร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร ในสถานการณ์ต่าง ๆ ตามตัวอย่างโจทย์ในหนังสือเรียน ถา้ นักเรยี นยังไม่เขา้ ใจ ครคู วรเพิ่มโจทยใ์ หน้ ักเรยี นได้ฝึกฝนจากโจทย์ท่ีไม่ซับซ้อนจนถงึ โจทยท์ ่ีมีความซับซ้อนมากข้ึน ตามลาดบั สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0176 คมู่ อื ครูรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ 9. ประเมินการเรียนรู้ระหว่างเรียน โดยใช้โจทย์ชวนคิดเกี่ยวกับความเข้มข้นของสารละลายที่มีหน่วยเป็นร้อยละโดย ปรมิ าตรต่อปริมาตร (1) น้าส้มสายชูท่ีมีความเข้มข้นของกรดน้าส้มร้อยละ 5 โดยปริมาตรต่อปริมาตรจานวน 3 ลิตร จะมีกรดน้าส้มเป็น องค์ประกอบกีล่ กู บาศกเ์ ซนตเิ มตร แนวคดิ นา้ ส้มสายชูมีความเข้มขน้ ของกรดน้าสม้ ร้อยละ 5 โดยปริมาตรต่อปรมิ าตร หมายความว่าในน้าสม้ สายชู 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มกี รดน้าสม้ 5 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ดังนัน้ น้าส้มสายชู 3 ลิตร หรอื 3,000 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มีกรดน้าสม้ = (5 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร  3,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร)/100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร = 150 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ดังนั้น ถ้าต้องการน้าส้มสายชทู ่ีมีกรดน้าส้มร้อยละ 5 โดยปริมาตรต่อปรมิ าตร 3,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร หรอื 3 ลิตร ต้องใชก้ รดนา้ ส้ม 150 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร (2) อากาศมแี ก๊สออกซิเจนอยูร่ ้อยละ 21 โดยปรมิ าตรต่อปรมิ าตร ถ้าต้องการแยกแกส๊ ออกซเิ จนจานวน 63,000 ลติ ร ออกจากอากาศ จะต้องใช้อากาศกีล่ ิตร แนวคิด อากาศมีแก๊สออกซิเจนอยู่ร้อยละ 21 โดยปรมิ าตรต่อปรมิ าตร หมายความว่า ในอากาศ 100 ลิตร มแี กส๊ ออกซเิ จน 21 ลิตร แก๊สออกซเิ จน 21 ลติ ร ไดจ้ ากอากาศ 100 ลิตร แกส๊ ออกซเิ จน 63,000 ลิตร ไดจ้ ากอากาศ (100 ลิตร x 63,000 ลติ ร)/21 ลิตร = 300,000 ลติ ร ดงั น้นั ถ้าต้องการแยกแกส๊ ออกซเิ จนจานวน 63,000 ลิตร ออกจากอากาศ จะต้องใช้อากาศ 300,000 ลิตร 10. ให้นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติม โดยอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือเรียนหน้า 38 และตอบคาถามระหว่างเรียนเกี่ยวกับการระบุ ความเข้มข้น หรือปริมาณตัวละลายในตัวทาละลายโดยใช้หน่วยร้อยละโดยมวลต่อมวลหรือร้อยละโดยมวล เพื่อให้ ได้ขอ้ สรปุ วา่ สารละลายทท่ี ง้ั ตัวละลายและตัวทาละลายมีสถานะเป็นของแข็ง นิยมระบุความเขม้ ข้นของสารละลายโดยบอก มวลของตัวละลายที่อยู่ในสารละลาย 100 หน่วยมวลเดียวกัน เรียกหน่วยความเข้มข้นน้ีว่า ร้อยละโดยมวลต่อมวล หรือร้อยละโดยมวล ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละโดยมวลต่อมวล หรือ ร้อยละโดยมวล เขยี นความสมั พันธไ์ ด้ดังนี้ ร้อยละโดยมวลต่อมวล = [มวลของตัวละลาย (g)/มวลของสารละลาย (g)]  100 หรือ รอ้ ยละโดยมวลตอ่ มวล = [มวลของตวั ละลาย (kg)/มวลของสารละลาย (kg)]  100 ในสารละลายบางชนิดทีต่ วั ละลายและตัวทาละลายมีสถานะอ่ืนทไ่ี ม่ใชข่ องแข็ง อาจระบุความเขม้ ขน้ เป็นหนว่ ย รอ้ ยละโดยมวลต่อมวลได้ เชน่ กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นร้อยละ 37 โดยมวลตอ่ มวล สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

77 หน่วยท่ี 2 | สายละลาย คูม่ อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ 11. ครทู บทวนการคานวณหาความเขม้ ข้นของสารละลาย จากน้นั ใหน้ ักเรยี นฝกึ คานวณเกยี่ วกับหนว่ ยรอ้ ยละโดยมวลต่อ มวลในสถานการณ์ต่าง ๆ ตามตัวอย่างโจทย์ในหนังสือเรียน ถ้านักเรียนยังไม่เข้าใจ ครูควรเพิ่มโจทย์ให้นักเรียนได้ ฝกึ ฝนจากโจทยท์ ีไ่ มซ่ บั ซ้อนจนถึงโจทย์ทมี่ ีความซับซ้อนมากขนึ้ ตามลาดบั 12. ประเมินการเรียนรู้ระหว่างเรียน โดยใช้โจทย์ชวนคิดเกี่ยวกับความเข้มข้นของสารละลายที่มีหน่วยเป็นร้อยละโดย มวลต่อมวล ถ้านาทองเหลือง 5 กรัมมาแยกองค์ประกอบ พบว่า ทองเหลืองช้ินน้ีมีสังกะสีเป็นองค์ประกอบ 1.2 กรัม ทองเหลอื งชิ้นน้ีมคี วามเขม้ ข้นของสังกะสีเปน็ เท่าใดในหน่วยรอ้ ยละโดยมวล ทองเหลือง 5 กรมั มสี งั กะสีเป็นองค์ประกอบ 1.2 กรัม ทองเหลือง 100 กรัม มสี ังกะสเี ปน็ องค์ประกอบ (1.2 กรัม x 100 กรมั )/5 กรัม = 24 กรมั ดงั นนั้ ทองเหลืองชิ้นนมี้ ีความเขม้ ขน้ ของสงั กะสีอยู่ร้อยละ 24 โดยมวลตอ่ มวล 13. นาอภิปรายโดยใช้เนื้อหาในเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยส่วนในล้านส่วน ซ่ึงนิยมใช้กับ สารละลายที่มีตัวละลายอยู่ในปริมาณน้อย ๆ ครูนาอภิปรายโดยเช่ือมโยงกับการระบุปริมาณสารในชีวิตประจาวัน เช่น ปริมาณคลอรีนในน้าประปา ปริมาณสิ่งปนเป้ือนในอากาศ แม้ว่าจะมีปริมาณน้อย แต่ยังมีความสาคัญที่จะต้อง ระบุค่าให้เข้าใจตรงกันท้ังปริมาณและหนว่ ยทใี่ ช้ ดงั น้ัน เมอื่ จะใช้สารละลายแต่ละชนดิ ต้องคานึงถงึ ความเข้มข้นของ สาร และใช้สารละลายท่ีมีปริมาณตัวละลายและตัวทาละลายถูกต้องเหมาะสม เพ่ือให้ใช้ประโยชน์จากสารละลายได้ เต็มประสทิ ธิภาพ ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 14. ให้นักเรียนอ่านเน้ือหาในเกร็ดน่ารู้และอภิปรายร่วมกันเก่ียวกับอัลลอยซึ่งเป็นสารละลายท่ีมีสถานะเป็นของแข็ง โดยอาจยกตัวอย่างอัลลอยที่เคยเห็นหรือใช้ในชีวิตประจาวัน เช่น ประตูอัลลอยซึ่งเป็นโลหะผสม การอุดฟันด้วย สารอะมัลกัม และอาจค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมเก่ียวกับปริมาณโลหะในอัลลอยต่าง ๆ เปรียบเทียบปริมาณโลหะ ในทองรูปพรรณ รวมทง้ั การใชป้ ระโยชน์ 15.ถ้าพบว่านักเรียนมีแนวคิดคลาดเคล่ือนเก่ียวกับเรื่องความเข้มข้นของสารละลาย ครูสามารถแก้ไขแนวคิด คลาดเคลื่อนของนักเรียนได้ตลอดช่วงการจัดการเรยี นการสอน โดยครูอาจต้ังคาถามและให้นักเรียนร่วมกันอภปิ ราย เพื่อแก้ไขแนวคดิ คลาดเคล่ือนให้ถูกต้อง เช่น แนวคดิ คลาดเคล่อื น แนวคดิ ท่ีถกู ตอ้ ง สารละลายที่มีตัวละลายมากที่สุดจะมีความเข้มข้น สารละลายที่มีตัวละลายมากท่ีสุดอาจไม่มีความ มากทส่ี ดุ (Krause and Tasooji, 2007) เข้มข้นมากท่ีสุดเสมอไป เนื่องจากจะต้องพิจารณา ปริมาณของตัวละลายในสารละลายด้วย (Krause and Tasooji, 2007) สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยที่ 2 | สารละลาย 0178 คมู่ อื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ 16.ให้นักเรียนร่วมกันสรุปหัวข้อเรื่องในบทท่ี 2 ความเข้มข้นของสารละลาย ซ่ึงสรุปได้ดังน้ี ความเข้มข้น (concentration) คือ อัตราส่วนระหว่างปรมิ าณของตัวละลายกับปริมาณของสารละลายหรือปริมาณตัวทาละลาย โดยหน่วยของความ เข้มข้นของสารละลายท่ีพบในชีวิตประจาวนั ส่วนใหญ่อยูใ่ นรูปรอ้ ยละ ซ่ึงเป็นการบอกปริมาณของตัวละลายเทียบกบั ปริมาณสารละลาย 100 ส่วน อาจเป็นหน่วยรอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร หรือร้อยละ โดยมวลต่อมวล การนาสารละลายไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและปลอดภัยนอกจากจะต้องคานึงถึงชนิดของ ตวั ละลายและตวั ทาละลายแลว้ ยงั ต้องคานงึ ถงึ ความเขม้ ข้นของสารละลายอีกดว้ ย 17. ให้นักเรียนทากิจกรรมตรวจสอบตนเอง เพ่ือสรุปองค์ความรู้ท่ีได้เรียนรู้จากบทเรยี น โดยการเขียนบรรยาย วาดภาพ หรอื เขยี นผงั มโนทัศน์สิง่ ทไ่ี ด้เรยี นรู้จากบทเรยี นเรอื่ งความเข้มข้นของสารละลาย 18. ใหน้ กั เรยี นนาเสนอผลงานที่ไดจ้ ากการอภิปรายภายในกลุ่ม และอภิปรายรว่ มกันในชั้นเรียน จากนน้ั ครูให้แตล่ ะกลุ่ม ตดิ แสดงผลงานบนผนังในห้องเรยี น นกั เรยี นทกุ คนร่วมชมผลงานและพจิ ารณาให้ความเหน็ ครูและนกั เรียนอภิปราย สรุปองค์ความรทู้ ่ีไดจ้ ากบทเรียนรว่ มกนั ตวั อยา่ งผังมโนทัศน์องค์ประกอบของสารละลายและปจั จัยทีม่ ีผลตอ่ สภาพละลายได้ ความเข้มข้น สมบตั ิของสารละลาย ของสารละลาย มีผลต่อ คอื ถา้ มี อตั ราส่วนผสมต่าง ๆ ปริมาณของตัวละลาย ในสารละลาย หรือในตวั ทาละลาย มีหน่วยเป็น ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร ร้อยละโดยมวลต่อมวล เป็น เป็น เป็น การระบุมวลตวั ละลายใน การระบุปริมาตรตัวละลายใน การระบุมวลตัวละลายใน สารละลาย 100 หน่วยปริมาตร สารละลาย 100 หน่วยปริมาตร สารละลาย 100 หน่วยมวล สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

79 หน่วยที่ 2 | สายละลาย คูม่ ือครูรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ 19. ให้นักเรียนทากิจกรรมท้ายบท นาสารละลายท่ีมีความเข้มข้นต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร และตอบคาถาม ทา้ ยกจิ กรรม จากนน้ั ใหน้ ักเรียนตรวจสอบตนเองและทาแบบฝึกหดั ท้ายบท เฉลยคาถามสาคญั ของบทท่ี 2 • ความเขม้ ขน้ ของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละคอื อะไร หมายความว่าอยา่ งไร แนวคาตอบ ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละ คืออัตราส่วนระหว่างปริมาณของตัวละลายกับ ปรมิ าณของสารละลาย โดยเทียบปริมาณของตัวละลายกบั ปริมาณของตัวทาละลาย 100 ส่วน • สามารถนาความรู้เก่ยี วกับความเขม้ ข้นของสารละลายไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันได้อย่างไร แนวคาตอบ ความรู้เก่ียวกับความเข้มข้นของสารละลายสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้ เช่น เลือกใช้ปริมาณสารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้รับประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ โดยไม่เป็นการส้ินเปลืองและ ไมก่ ่อให้เกิดผลกระทบจากสารท่ีเหลือจากการใช้ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยที่ 2 | สารละลาย 0180 คมู่ ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เฉลยกจิ กรรมและแบบฝึกหดั ของบทที่ 2 หน่วยที่ 2 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

81 หนว่ ยท่ี 2 | สายละลาย คมู่ ือครูรายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ กจิ กรรมที่ 2.5 ระบคุ วามเขม้ ข้นของสารละลายในหนว่ ยรอ้ ยละไดอ้ ยา่ งไร นักเรยี นจะได้เรยี นรู้เก่ยี วกับการบอกปริมาณตัวละลายในสารละลาย โดยระบปุ ริมาณตวั ละลายเป็นร้อยละโดย มวลตอ่ ปริมาตร และโดยปริมาตรต่อปริมาตร จดุ ประสงค์ สังเกตและระบุปริมาณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละโดยมวลต่อ ปริมาตร และโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร เวลาทใ่ี ช้ใน 1 ชั่วโมง 30 นาที การทากิจกรรม วสั ดุและอุปกรณ์ วัสดุที่ใชต้ ่อห้อง รายการ ปริมาณ/กลุม่ 1. เครื่องช่ัง 2-3 เคร่อื ง วัสดทุ ่ใี ช้ตอ่ กลมุ่ ปริมาณ/กลมุ่ รายการ 6 กรมั 1. จุนสี 30 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร 2. เอทานอลผสมสี 500 ลกู บาศก์เซนติเมตร 3. น้ากลน่ั 4. หลอดหยด 2 หลอด 5. บกี เกอร์ ขนาด 50 cm3 2 ใบ 6. บกี เกอร์ ขนาด 250 cm3 2 ใบ 7. แทง่ แกว้ คน 2 อัน 8. ชอ้ นตักเบอร์ 2 1 คนั การเตรยี มตวั ครูเตรียมเอทานอลผสมสี โดยผสมเอทานอล (เอทิลแอลกอฮอล์) เข้มข้น 95% จานวน 100 ลว่ งหนา้ สาหรบั ครู ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร กับสีผสมอาหารสีแดงจานวน 3-4 หยด ระวงั อย่าเติมสีจนเข้มเกินไป เพราะ เมอ่ื นาไปเจอื จางดว้ ยน้ากลนั่ อาจไมเ่ หน็ การเปลย่ี นแปลง ข้อเสนอแนะ ในการทากจิ กรรม -ไม่ม-ี สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หน่วยท่ี 2 | สารละลาย 0182 คมู่ ือครรู ายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ส่อื การเรยี นร/ู้ • หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 ของ สสวท. แหล่งเรยี นรู้ ตวั อยา่ งผลการทากิจกรรม ตอนท่ี 1 มวลของจุนสี ปริมาตรของสารละลาย สขี องสารละลาย (กรมั ) (cm3) ฟ้า บกี เกอรใ์ บท่ี 2 100 ฟา้ 1 4 200 2 สขี องสารละลาย ปรมิ าตรของสารละลาย แดงเขม้ ตอนท่ี 2 (cm3) แดง 100 บกี เกอรใ์ บท่ี ปริมาตรของเอทานอลผสมสี 100 1 (cm3) 2 20 10 เฉลยคาถามท้ายกิจกรรม ตอนท่ี 1 1. สารละลายในบกี เกอร์ท้งั 2 ใบมีความเขม้ ของสเี หมือนหรอื ตา่ งกัน อยา่ งไร แนวคาตอบ สารละลายในบกี เกอร์ทั้ง 2 ใบมคี วามเขม้ ของสีเหมอื นกนั 2. การเตรยี มสารละลายบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบใชป้ รมิ าณจุนสีเท่ากันหรือไม่ และปริมาตรสุดท้ายของสารละลาย เท่ากนั หรอื ไม่ อยา่ งไร แนวคาตอบ การเตรียมสารละลายท้ัง 2 บีกเกอร์ ใช้ปริมาณจุนสีและปริมาตรสุดท้ายของสารละลายไม่ เท่ากัน ในการเตรียมสารละลายครั้งแรกใช้จุนสี 2 กรัม คร้ังท่ี 2 ใช้ 4 กรัม ส่วนปริมาตรสุดท้ายของ สารละลายที่เตรียมได้ครง้ั แรกเป็น 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ครั้งท่ี 2 เปน็ 200 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร 3. สารละลายจุนสีในบีกเกอร์ท้ัง 2 ใบมีความเข้มข้นในหน่วยร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรเท่ากันหรือไม่ อย่างไร แนวคาตอบ สารละลายจนุ สใี นบกี เกอรท์ ั้ง 2 ใบมีความเขม้ ข้นเท่ากัน ซงึ่ มีความเข้มข้นเทา่ กบั ร้อยละ 2 โดย มวลต่อปรมิ าตร สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

83 หน่วยที่ 2 | สายละลาย คู่มอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เฉลยคาถามทา้ ยกจิ กรรม ตอนท่ี 2 1. สารละลายในบีกเกอร์ทง้ั 2 ใบมคี วามเข้มของสีเหมอื นหรือต่างกนั อยา่ งไร แนวคาตอบ สารละลายในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบมีความเข้มของสีต่างกัน โดยบีกเกอร์ใบท่ี 1 มีความเข้มของสี มากกวา่ สารละลายในบกี เกอรใ์ บที่ 2 2. การเตรียมสารละลายในบีกเกอร์ท้ัง 2 ใบใช้ปริมาตรเอทานอลผสมสีและปริมาตรสุดท้ายของสารละลาย เท่ากันหรอื ไม่ แนวคาตอบ การเตรยี มสารละลายทัง้ 2 บีกเกอร์ใชป้ ริมาตรของเอทานอลผสมสีไม่เทา่ กนั แตป่ รมิ าตรสดุ ท้าย ของสารละลายเท่ากัน 3. สารละลายเอทานอลผสมสีในบีกเกอร์ท้ัง 2 ใบมีความเข้มข้นในหน่วยร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร เทา่ กันหรือไม่ อยา่ งไร แนวคาตอบ สารละลายเอทานอลผสมสใี นบีกเกอร์ท้ัง 2 ใบมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน โดยใบแรกมีความเขม้ ขน้ ร้อยละ 20 โดยปรมิ าตรตอ่ ปริมาตร และใบทสี่ องมีความเข้มขน้ ร้อยละ 10 โดยปริมาตรตอ่ ปรมิ าตร 4. ความเข้มขน้ ของสารละลายมีผลต่อความเขม้ ของสีสารละลายหรอื ไม่ อยา่ งไร แนวคาตอบ ความเข้มข้นของสารละลายมีผลต่อความเข้มของสีสารละลาย โดยในบีกเกอร์ท่ีมีความเข้มข้น ของสารละลายมากกวา่ จะมสี ีทเี่ ขม้ กวา่ 5. จากกิจกรรมตอนท่ี 2 สรปุ ไดว้ า่ อย่างไร แนวคาตอบ สารละลายเอทานอลผสมสีในบีกเกอร์ใบที่ 1 และ 2 มีความเข้มของสีต่างกัน เนื่องจากมีความ เข้มขน้ ต่างกัน คอื ร้อยละ 20 และ 10 โดยปริมาตรต่อปรมิ าตรตามลาดับ 6. จากกิจกรรมทงั้ 2 ตอน สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร แนวคาตอบ สารละลายจุนสีที่มีตัวละลายมวลเท่ากันในตัวทาละลายที่มีปริมาตรเท่ากัน จะมีความเข้มข้น เท่ากัน และมีความเข้มของสีเท่ากัน สามารถระบุความเข้มข้นของสารละลายโดยบอกมวลของตัวละลายใน ตัวทาละลายปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ส่วนสารละลายเอทานอลผสมสีที่มีตัวละลายปริมาตรต่างกัน ในตวั ทาละลายท่ีมีปริมาตรเท่ากัน จะมคี วามเข้มข้นตา่ งกัน สามารถระบคุ วามเขม้ ขน้ ของสารละลายโดยบอก ปริมาตรของตัวละลายในตวั ทาละลายปรมิ าตร 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0184 ค่มู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ กิจกรรมท้ายบท นาสารละลายทมี่ ีความเข้มข้นตา่ ง ๆ มาใชป้ ระโยชน์ได้อย่างไร นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการนาความรู้เร่ืองความเข้มข้นของสารละลายมาใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและ ปลอดภยั จดุ ประสงค์ สืบค้นข้อมูลและยกตัวอย่างการนาความรู้เรื่องความเข้มข้นของสารละลายมาใช้ประโยชน์ อย่างถกู ตอ้ งและปลอดภยั เวลาที่ใช้ใน 1 ช่วั โมง การทากิจกรรม วัสดแุ ละอุปกรณ์ -ไมม่ -ี การเตรียมตวั -ไมม่ -ี ลว่ งหนา้ สาหรบั ครู ขอ้ เสนอแนะ ครูควรมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของสารละลายท่ีมี ในการทากจิ กรรม ความเขม้ ข้นต่าง ๆ มาล่วงหน้า เพ่ือนาข้อมลู มาอภิปรายในชัน้ เรียน สอ่ื การเรียนรู้/ • หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 เลม่ 1 ของ สสวท. แหล่งเรยี นรู้ สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

85 หน่วยท่ี 2 | สายละลาย คูม่ อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เฉลยคาถามท้ายกิจกรรม 1. การใชป้ ระโยชนข์ องสารละลายเกย่ี วข้องกับความเข้มข้นของสารละลายอยา่ งไร แนวคาตอบ การใช้ประโยชน์ของสารละลายเกี่ยวข้องกับความเขม้ ข้นของสารละลาย ตัวอยา่ งเช่น การใชส้ าร ควบคุมศัตรูพืชชนิดสารละลายในแปลงเกษตรกรรม ถ้าใช้ความเข้มข้นท่ีเหมาะสมตามคาแนะนา จะได้รับ ประโยชน์จากการใช้สารเต็มประสิทธิภาพ สามารถควบคุมไม่ให้ศัตรพู ืชมากัดกินผลิตผลทางการเกษตร แต่ถ้า ใช้ความเข้มข้นมากเกนิ ไป นอกจากจะเป็นการสิ้นเปลอื งแลว้ สารดงั กล่าวอาจตกค้างในผลิตผลทางการเกษตร และเป็นอันตรายตอ่ สขุ ภาพผบู้ ริโภค หากใช้ความเข้มข้นน้อยไปอาจไม่สามารถกาจดั ศตั รูพืชได้ 2. สารละลายดงั กล่าวมีวิธีใช้ทีถ่ กู ต้องและปลอดภัยอย่างไร แนวคาตอบ การใช้สารละลายควบคุมศัตรูพืชใหถ้ ูกต้องปลอดภัย ผู้ใช้ควรอ่านเอกสารกากับให้เข้าใจกอ่ นใช้ ใช้สารในปริมาณท่ีแนะนา โดยใช้เครื่องมือวัดปริมาตรสารละลายอย่างถูกต้อง ใช้หน้ากากและถุงมือเพื่อไม่ให้ สัมผัสสารควบคุมศัตรูพืชโดยตรง เวลาฉีดพ่นสารละลายควบคุมศัตรูพืช ควรอยู่ด้านเหนือลม และเม่ือใช้ สารควบคุมศตั รูพชื ในแปลงเกษตรกรรมแล้ว ควรเวน้ ระยะเวลาเก็บเกยี่ วให้สารควบคุมศัตรูพชื สลายหมดก่อน จงึ เก็บเกยี่ วผลติ ผลทางการเกษตรได้ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0186 คูม่ ือครูรายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เฉลยแบบฝกึ หัดท้ายบทที่ 2 1. นา้ สม้ สายชูเปน็ สารละลายของกรดน้าส้มกับนา้ ถา้ ตอ้ งการนา้ สม้ สายชูท่ีมีความเข้มขน้ ร้อยละ 5 โดยปรมิ าตรต่อ ปริมาตรจานวน 20 ลิตร จะต้องใชก้ รดนา้ สม้ กลี่ ิตร* ตอบ นา้ ส้มสายชูมคี วามเข้มขน้ ร้อยละ 5 หมายความว่าในนา้ ส้มสายชู 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร มีกรดนา้ สม้ ละลาย อยู่ 5 ลูกบาศก์เซนติเมตร ดงั น้ัน นา้ ส้มสายชู 20 ลิตร (20,000 cm3) จะมีกรดนา้ ส้ม = (5 cm3 x 20,000 cm3)/100 cm3 = 1,000 cm3 หรือ 1 L 2. ถ้าต้องการเตรียมน้าเช่ือมจานวน 3 ลิตร โดยการละลายกลูโคสในน้าให้มีความเข้มข้นร้อยละ 40 โดยมวลต่อ ปรมิ าตร ตอ้ งใช้กลโู คสกี่กโิ ลกรัม* ตอบ นา้ เช่อื มเข้มขน้ ร้อยละ 40 โดยมวลต่อปรมิ าตร หมายความวา่ ในนา้ เชอ่ื ม 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มกี ลโู คส 40 กรมั ดงั นนั้ น้าเช่อื ม 3 ลติ ร (3,000 cm3) มกี ลโู คส (40 g x 3,000 cm3)/100 cm3 = 1,200 g หรือ 1.2 kg 3. เหลก็ กลา้ ไร้สนิมชนิดหน่ึงมีโครเมยี มเป็นองคป์ ระกอบอยรู่ อ้ ยละ 9 โดยมวลตอ่ มวล ถา้ ตอ้ งการเหล็กกลา้ ไร้สนิม 3 ตนั ต้องใช้โครเมยี มอยา่ งนอ้ ยกกี่ โิ ลกรมั * ตอบ เหลก็ กล้าไรส้ นมิ 100 กโิ ลกรัม มโี ครเมยี ม 9 กิโลกรัม ดังนน้ั เหล็กกลา้ ไร้สนมิ 3 ตัน (3,000 kg) มีโครเมียม (9 kg x 3,000 kg)/100 kg = 270 kg 4. ถ้ามีโพแทสเซียมคลอไรด์ 45 กรัมจะสามารถเตรียมสารละลายโพแทสเซียมคลอไรด์เข้มข้นร้อยละ 15 โดยมวล ตอ่ ปริมาตรได้สูงสุดก่ีลติ ร** ตอบ สารละลายโพแทสเซียมคลอไรด์เขม้ ข้นร้อยละ 15 โดยมวลต่อปรมิ าตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร มโี พแทสเซยี มคลอไรดล์ ะลายอยู่ 15 กรัม ถา้ มีโพแทสเซียมคลอไรด์ 45 กรัม จะเตรยี มสารละลายได้ (45 g x 100 cm3)/15 g = 300 cm3 หรือ 0.3 L สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

87 หนว่ ยท่ี 2 | สายละลาย คมู่ อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ 5. ดา่ งทับทิมเม่ือละลายในน้าจะได้สารละลายใสสีม่วงแดง การเตรียมสารละลายด่างทับทมิ 3 คร้ังโดยใชป้ ริมาณ ด่างทบั ทิมและปรมิ าณสารละลายดงั ตาราง คร้ังท่ี ปริมาณด่างทบั ทิม (g) ปรมิ าณสารละลาย (cm3) 1 22.5 150 2 25.0 250 3 36.0 120 ลาดับความเข้มของสสี ารละลายจากมากไปนอ้ ยเปน็ อยา่ งไร* ตอบ สารละลายท่ีเตรียมไดค้ รง้ั ที่ 1 150 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มดี ่างทับทิม 22.5 กรัม ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร มีด่างทับทิม (22.5 g x 100 cm3)/150 cm3 = 15 g ดังนน้ั สารละลายท่เี ตรียมได้ครั้งที่ 1 มคี วามเขม้ ข้นรอ้ ยละ 15 โดยมวลต่อปริมาตร สารละลายที่เตรียมไดค้ ร้งั ที่ 2 250 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มีดา่ งทบั ทิม 25.0 กรมั ในสารละลาย 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มีดา่ งทบั ทิม (25.0 g x 100 cm3)/250 cm3 = 10 g ดังน้นั สารละลายที่เตรียมได้ครง้ั ที่ 2 มคี วามเข้มข้นรอ้ ยละ 10 โดยมวลตอ่ ปริมาตร สารละลายทีเ่ ตรยี มไดค้ ร้งั ที่ 3 120 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร มีด่างทบั ทิม 36.0 กรมั ในสารละลาย 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร มีดา่ งทบั ทิม (36.0 g x 100 cm3)/120 cm3 = 30 g ดงั นน้ั สารละลายท่เี ตรยี มได้ครั้งที่ 3 มีความเขม้ ข้นร้อยละ 30 โดยมวลต่อปริมาตร ความเขม้ ของสสี ารละลายครง้ั ที่ 3 > ครั้งที่ 1 > คร้งั ท่ี 2 เน่อื งจากความเข้มข้นของสารละลายคร้ังที่ 3 > คร้งั ที่ 1 > ครัง้ ท่ี 2 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยที่ 2 | สารละลาย 0188 ค่มู อื ครรู ายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ 6. กรดไฮโดรคลอริกเป็นองค์ประกอบหลักของน้ายาล้างห้องน้าบางประเภท กรดไฮโดรคลอริกนอกจากจะช่วย กาจัดคราบสะสมต่าง ๆ ในห้องน้าแล้ว ยังทาให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ถ้าเข้าตาอาจทาให้ตาบอดได้ นา้ ยาลา้ งห้องน้า 3 ยห่ี อ้ มคี วามเข้มขน้ และปริมาตรดงั น้ี ความเขม้ ข้น ปริมาตรของนา้ ยาลา้ งห้องน้า ยีห่ ้อ (ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร) (cm3) A 8.5 400 B 15 200 C 20 120 จากตาราง น้ายาลา้ งห้องนา้ ย่ีห้อใดมีมวลของกรดไฮโดรคลอริกมากท่ีสุด และน้ายาลา้ งห้องน้าย่ีห้อใดมีแนวโน้ม ทจี่ ะเป็นอันตรายต่อร่างกายมากท่สี ดุ เพราะเหตุใด** ตอบ นา้ ยาล้างห้องน้าย่ีห้อ A 100 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร มกี รดไฮโดรคลอริกอยู่ 8.5 กรัม ดังน้ันน้ายาล้างห้องน้า 400 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร มีกรดไฮโครคลอริกอยู่ (8.5 g x 400 cm3)/100 cm3 = 34 g น้ายาล้างหอ้ งน้าย่หี ้อ B 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มีกรดไฮโดรคลอรกิ อยู่ 15 กรัม ดังนน้ั นา้ ยาลา้ งหอ้ งนา้ 200 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร มีกรดไฮโครคลอริกอยู่ (15 g x 200 cm3)/100 cm3 = 30 g น้ายาลา้ งห้องน้าย่หี ้อ C 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร มีกรดไฮโดรคลอริกอยู่ 20 กรมั ดังน้ันน้ายาลา้ งห้องนา้ 120 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร มีกรดไฮโดรคลอรกิ อยา (20 g x 120 cm3/100 cm3 = 24 g ดังน้ัน น้ายาล้างห้องน้าย่ีห้อ A มีมวลของกรดไฮโดรคลอริกมากท่ีสุด และน้ายาล้างห้องน้าย่ีห้อ C มีแนวโน้มท่ีจะเป็นอันตรายต่อร่างกายมากท่ีสุด เพราะมีความเข้มข้นมากท่ีสุด เม่ือเปรียบเทียบในปริมาตรท่ี เทา่ กัน นา้ ยาล้างห้องน้ายห่ี ้อ C กรดไฮโดรคลอรกิ ละลายอยู่มากทีส่ ุด สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

89 หนว่ ยท่ี 2 | สายละลาย คู่มือครรู ายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เฉลยแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย 1. ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสภาพละลายไดข้ องสาร A ในนา้ 100 กรัมกบั อณุ หภูมิเปน็ ดงั กราฟ ภาพกราฟความสัมพันธร์ ะหว่างสภาพละลายไดข้ องสาร A ในนา้ 100 กรัมกับอณุ หภมู ิ ถ้านาสาร A มวล 7 กรัมมาละลายในน้า 25 ลูกบาศก์เซนตเิ มตรทอ่ี ณุ หภูมิ 40 °C จะเหลอื สาร A ท่ีไมล่ ะลายน้า หรือไม่ ถ้าเหลอื สาร A จะเหลืออย่กู ี่กรัม* ก. ไม่เหลือสาร A ข. เหลือสาร A อยู่ 3 กรัม ค. เหลือสาร A อยู่ 4 กรัม ง. เหลอื สาร A อยู่ 12 กรัม เฉลย ค. จากภาพความสัมพันธ์ระหว่างสภาพละลายได้ของสาร A ในน้า 100 กรมั กับอุณหภูมิ ทอี่ ุณหภมู ิ 40 °C สาร A ละลายในนา้ 100 กรัมได้ 12 กรมั ถ้าใชน้ า้ เพียง 25 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตรหรือ 25 กรมั จะละลายได้ 3 กรมั ถ้านาสาร A มา 7 กรัม จะเหลอื สาร A ท่ไี ม่ละลายน้าอยู่ 4 กรัม สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 2 | สารละลาย 0190 คู่มือครูรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ ใชข้ อ้ มลู ต่อไปน้ีตอบคาถามขอ้ 2-4 กราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างสภาพละลายไดข้ องสาร A และ B ในน้า 100 กรัมกบั อุณหภมู ิ (°C) ถ้าใส่สาร B และ C สารละ 40 กรมั ลงในนา้ 200 g จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้ 2. ท่ีอณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซยี สจะเหลอื สาร B และ C ทไ่ี ม่ละลายน้าอย่างละกีก่ รมั ตามลาดับ* ก. 5 และ 14 ข. 10 และ 28 ค. 30 และ 12 ง. 35 และ 26 เฉลย ค. จากภาพความสมั พันธร์ ะหวา่ งสภาพละลายได้ของสาร B และ C ในนา้ 100 กรัมกับอุณหภมู ิ ทอี่ ณุ หภูมิ 25 องศาเซลเซียส สาร B ละลายในนา้ 100 กรัม ได้ 5 กรมั ละลายในน้า 200 กรมั ได้ 10 กรมั ดังนั้น สารปริมาณ 40 กรมั จะเหลอื สารที่ไม่ละลายอีก 30 กรมั สาร C ละลายในน้า 100 กรัม ได้ 14 กรมั ละลายในน้า 200 กรมั ได้ 28 กรัม ดงั นน้ั สารปริมาณ 40 กรัม จะเหลือสารที่ไมล่ ะลายอีก 12 กรมั 3. ท่ีอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส จะเหลอื ปรมิ าณสารที่เปน็ ของแขง็ รวมท้งั หมดกี่กรมั * ก. 16 ข. 32 ค. 48 ง. 64 เฉลย ค. ท่อี ณุ หภูมิ 70 องศาเซลเซยี ส สาร B ละลายในน้า 100 กรมั ได้ 11 กรัม ละลายในนา้ 200 กรมั ได้ 22 กรมั สาร C ละลายในนา้ 100 กรมั ได้ 5 กรมั ละลายในนา้ 200 กรมั ได้ 10 กรมั ดังนั้น ถ้านาสารมาชนิดละ 40 กรัม จะเหลือสาร B ที่ไม่ละลายอีก 18 กรัม และเหลือสาร C ท่ีไม่ละลาย อกี 30 กรัม เหลอื ปริมาณสารทเ่ี ปน็ ของแข็งรวมทงั้ หมด 48 กรัม สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

91 หน่วยที่ 2 | สายละลาย ค่มู อื ครูรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ 4. ถ้าขณะนี้อุณหภูมิอยู่ท่ี 30 องศาเซลเซียส ต้องมีการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิอย่างไร เพ่ือให้เหลือสาร B เพียงชนิด เดยี วท่ไี มล่ ะลายน้า** ก. เพม่ิ อุณหภมู อิ ีก 95 องศาเซลเซยี ส ข. เพ่ิมอุณหภูมอิ ีก 65 องศาเซลเซยี ส ค. ลดอณุ หภูมิอีก 7.5 องศาเซลเซียส ง. ลดอุณหภมู ิอีก 22.5 องศาเซลเซียส เฉลย ง. ที่อุณหภมู ิ 30 องศาเซลเซยี ส สาร B ละลายในนา้ 100 กรัม ได้ 5.5 กรัม ละลายในน้า 200 กรัม ได้ 11 กรมั ถ้าเดิมมสี าร B 40 กรัม จะเหลอื สาร B ที่ไมล่ ะลายนา้ 29 กรมั สาร C ละลายในนา้ 100 กรัม ได้ 13 กรมั ละลายในน้า 200 กรัม ได้ 26 กรัม ถ้าเดมิ มีสาร C 40 กรมั จะเหลือสาร C ท่ีไม่ละลายนา้ 13 กรัม ถ้าต้องการให้เหลือสาร B เพียงชนิดเดียวท่ีไม่ละลายน้า แสดงว่าสาร C 40 กรัมละลายหมดในน้า 200 กรมั หรอื 20 กรมั ในนา้ 100 กรมั เมอ่ื พจิ ารณาจากภาพความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสภาพละลายได้ของสาร B และ C ในนา้ 100 กรัม กับ อณุ หภมู ิ สาร C 20 กรัมละลายหมดในน้า 100 กรมั ทอ่ี ุณหภมู ิ 7.5 องศาเซลเซียส ดังน้นั จงึ ตอ้ งลดอณุ หภมู ิ อีก 22.5 องศาเซลเซยี ส 5. “โฟมเป็นพลาสติกชนิดหน่ึงทไี่ ม่ละลายนา้ แต่เม่ือสัมผัสกับทินเนอร์ น้ามันหอมระเหย หรือน้ามันที่ร้อนจากของ ทอดที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ โฟมจะเกิดการละลาย ซ่ึงสามารถสังเกตได้จากการยุบตัวของโฟมหรือเกิดรู ทโี่ ฟมขึ้น” จากขอ้ ความขา้ งตน้ ปจั จยั ใดสง่ ผลตอ่ การละลายของโฟม* ก. ชนิดตัวละลายและอุณหภมู ิ ข. ชนดิ ตวั ทาละลายและอณุ หภูมิ ค. ชนดิ ตัวละลายและชนดิ ตัวทาละลาย ง. ชนดิ ตัวละลาย ชนดิ ตวั ทาละลาย และอุณหภูมิ เฉลย ข. โฟมยุบตัวหรือเกิดรทู ่ีโฟม เมื่อสัมผัสกับทินเนอร์ น้ามันหอมระเหย หรือน้ามันร้อนจากของทอดท่ีเพ่ิงทอด เสร็จใหม่ ๆ แสดงว่าโฟมละลายได้ในตัวทาละลายบางชนดิ เช่น ทินเนอร์ น้ามันหอมระเหย และน้ามันที่มี อุณหภมู ิสงู สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยท่ี 2 | สารละลาย 0192 คมู่ อื ครูรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ 6. ถ้ามีโซเดียมไนเทรต 91 กรัมและน้า 400 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะสามารถเตรียมสารละลายโซเดียมไนเทรต เข้มขน้ รอ้ ยละ 27 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร จานวน 350 ลูกบาศกเ์ ซนติเมต ได้หรือไม่ อยา่ งไร ** ก. เตรียมได้ โดยใช้โซเดยี มไนเทรตหมดพอดี ข. เตรียมได้ โดยมีโซเดยี มไนเทรตเหลอื ค. เตรียมไมไ่ ด้ เพราะมีน้าไม่เพยี งพอ ง. เตรยี มไม่ได้ เพราะมโี ซเดียมไนเทรตไม่เพียงพอ เฉลย ง. สารละลายโซเดียมไนเทรตเข้มข้นร้อยละ 27 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลกู บาศก์เซนติเมตรมีโซเดยี มไนเทรต 27 กรัม สารละลาย 350 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตรตอ้ งใช้โซเดยี มไนเทรต (27 g x 350 cm3)/100 cm3 = 94.5 กรมั ดังนั้น โซเดียมไนเทรตเพียง 91 กรัม ไม่เพียงพอท่ีจะเตรียมสารละลายโซเดียมไนเทรตเข้มข้นร้อยละ 27 โดยมวลต่อปรมิ าตร จานวน 350 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร 7. ถ้านักเรียนมีกลูโคส 36 กรัม จะสามารถเตรียมสารละลายกลูโคสร้อยละ 8 โดยมวลต่อปริมาตร ได้มากท่ีสุด จานวนกี่ลูกบาศก์เซนติเมตร* ก. 350 ลูกบาศก์เซนติเมตร ข. 400 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร ค. 450 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ง. 500 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร เฉลย ค. สารละลายกลูโคสร้อยละ 8 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลายปริมาตร 100 ลูกบาศก์ เซนติเมตร มีกลโู คสละลายอยู่ 8 กรมั นนั่ คือ กลโู คส 8 กรมั เตรยี มสารละลายได้ 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ดังนนั้ กลูโคส 36 กรมั เตรียมสารละลายได้ (100 cm3 x 36 g)/8 g = 450 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร 8. นาสาร W มวล 70 กรัม มาละลายน้า 150 กรัมที่อุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส พบว่าสาร W ละลายไม่หมด เม่อื กรองสาร W ทาใหแ้ หง้ และชั่งตะกอนได้มวล 34 กรัม ถ้านาสาร W มวล 170 กรมั มาละลายน้า 500 กรมั ที่ อุณหภมู นิ ี้ การละลายจะเป็นอยา่ งไร** ก. ละลายหมด แต่สารละลายยงั ไม่อม่ิ ตัว ข. ละลายหมด และสารละลายอิม่ ตัวพอดี ค. ละลายไมห่ มด และเหลอื สาร W จานวน 50 กรมั ง. ละลายไมห่ มด และเหลอื สาร W จานวน 70 กรัม เฉลย ค. นาสาร W จานวน 70 กรมั มาละลายน้า 150 กรัม พบวา่ มสี าร W ทเ่ี หลือมีมวล 34 กรัม แสดงวา่ ละลาย ไป 36 กรมั ในนา้ 150 กรัม ดงั นนั้ สาร W มีสภาพละลายได้ (36 g x 100 g)/150 g = 24 กรมั ในนา้ 100 กรัม ถ้านาสาร W ไปละลายน้า 500 กรัม ควรจะละลายได้ (24 g x 500 g)/100 g = 120 กรัม ดังนั้น ถ้านาสาร W จานวน 170 กรัม ไปละลายนา้ 500 กรัม จงึ เหลอื สาร W ที่ไมล่ ะลายนา้ อีก 50 กรัม สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

93 หน่วยที่ 2 | สายละลาย คมู่ ือครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ 9. ถ้าใชจ้ ุนสีท้งั หมด 60 กรมั จะสามารถเตรียมสารละลายจนุ สที ่ีมคี วามเข้มข้นและปริมาตรเทา่ ไรไดบ้ า้ ง (ตอบได้ มากกวา่ 1 ข้อ) ** ก. รอ้ ยละ 20 โดยมวลต่อปริมาตร จานวน 150 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ข. รอ้ ยละ 24 โดยมวลตอ่ ปริมาตร จานวน 250 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ค. ร้อยละ 45 โดยมวลต่อปริมาตร จานวน 120 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ง. ร้อยละ 50 โดยมวลต่อปริมาตร จานวน 250 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร จ. รอ้ ยละ 40 โดยมวลตอ่ ปริมาตร จานวน 150 ลกู บาศก์เซนติเมตร ฉ. รอ้ ยละ 20 โดยมวลต่อปริมาตร จานวน 200 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร เฉลย ข. และ จ. ก. สารละลายจุนสีร้อยละ 20 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีจนุ สี 20 กรัม ดงั น้ัน ถ้าต้องการเตรยี มสารละลาย 150 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะใชจ้ ุนสี 30 กรัม เหลือจุนสีอกี 30 กรัม ข. สารละลายจุนสีร้อยละ 24 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มจี นุ สี 24 กรัม ดังนั้น ถา้ ต้องการเตรียมสารละลาย 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะใชจ้ ุนสี 60 กรัม ค. สารละลายจุนสีร้อยละ 45 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มจี ุนสี 45 กรัม ดังน้ัน ถา้ ต้องการเตรยี มสารละลาย 120 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร จะใช้จนุ สี 54 กรัม เหลอื จนุ สอี กี 6 กรมั ง. สารละลายจุนสีร้อยละ 50 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มจี นุ สี 50 กรัม ดังน้ัน ถ้าต้องการเตรียมสารละลาย 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะใช้จุนสี 125 กรัม ถ้ามีจุนสี 60 กรัม จะไมส่ ามารถเตรยี มได้ จ. สารละลายจุนสีร้อยละ 40 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มจี ุนสี 40 กรมั ดังนนั้ ถ้าตอ้ งการเตรียมสารละลาย 150 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร จะใช้จุนสี 60 กรมั ฉ. สารละลายจุนสีร้อยละ 20 โดยมวลต่อปริมาตร หมายความว่า ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มจี ุนสี 20 กรมั ดังน้นั ถ้าต้องการเตรียมสารละลาย 200 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร จะใชจ้ ุนสี 40 กรัม เหลือจุนสอี ีก 20 กรัม สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยที่ 2 | สารละลาย 0194 คูม่ อื ครรู ายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

95 หน่วยท่ี 3 | รา่ งกายมนษุ ย์ คมู่ ือครูรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ 3หนว่ ยที่ หน่วยการเรยี นรนู้ ม้ี จี ดุ มุ่งหมายให้นกั เรยี นเรยี นรู้เก่ียวกับระบบอวัยวะ ต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ ได้แก่ ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบ ขับถ่าย ระบบประสาท และระบบสืบพันธุ์ เพ่ือให้เข้าใจโครงสร้าง หน้าท่ี ของระบบอวัยวะแต่ละระบบ ตลอดจนการทางานท่ีสัมพันธ์กันของอวัยวะ ในแต่ละระบบ เห็นความสาคัญของระบบอวัยวะในร่างกาย และตระหนัก ถงึ การดูแลรกั ษาระบบอวัยวะเหล่าน้นั องคป์ ระกอบของหนว่ ย บทท่ี 1 ระบบอวยั วะในร่างกายของเรา เวลาทใ่ี ช้ 6 ชวั่ โมง เร่ืองที่ 1 ระบบหมนุ เวยี นเลือด เวลาทใ่ี ช้ 4 ช่ัวโมง เร่อื งที่ 2 ระบบหายใจ เวลาที่ใช้ 3 ช่ัวโมง เรื่องที่ 3 ระบบขับถา่ ย เวลาทใ่ี ช้ 3 ชั่วโมง เรือ่ งที่ 4 ระบบประสาท เวลาท่ีใช้ 4 ชว่ั โมง เร่ืองที่ 5 ระบบสืบพนั ธุ์ เวลาทใ่ี ช้ 1 ชวั่ โมง กจิ กรรมท้ายบท รวมเวลาท่ีใช้ 21 ชวั่ โมง สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 3 | รา่ งกายมนษุ ย์ 0196 คู่มือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ บทที่ 1 ระบบอวัยวะในร่างกายของเรา สาระสาคญั ร่างกายมนุษย์มีระบบอวัยวะต่าง ๆ หลายระบบท่ีทางานร่วมกันเพ่ือให้มีชีวิตอยู่ได้ เช่น ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบประสาท และระบบสืบพนั ธุ์ ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ประกอบด้วยหัวใจ หลอดเลือด และเลือด โดยเลือดทาหน้าท่ีลาเลียงสารอาหาร แก๊ส ของเสีย และสารอ่ืน ๆ ไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เลือดจะถูกลาเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้โดยการ ทางานของหัวใจ ซึ่งทาหน้าท่ีสูบฉีดเลือดไปท่ัวร่างกายโดยการบีบและคลายตัวเป็นจังหวะ เพ่ือนาเลือดท่ีมีแก๊ส คารบ์ อนไดออกไซดไ์ ปยงั ปอด เกดิ การแลกเปลี่ยนแก๊สท่ปี อด เลอื ดทีม่ ปี รมิ าณแกส๊ ออกซเิ จนสงู จากปอดจะเขา้ สู่หวั ใจอีก คร้ังก่อนสูบฉีดไปเลีย้ งส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในการวดั อตั ราการเต้นของหัวใจวัดได้จากการจับชีพจร โดยอตั ราการเต้น ของหัวใจขณะพักและหลังทากิจกรรมจะแตกต่างกัน ขณะท่ีหัวใจบีบและคลายตัวจะทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความดัน เลือด จงึ วัดความดันเลือดเป็นค่าความดัน 2 ค่า ระบบหายใจประกอบด้วยจมูก ท่อลม และปอด ทาหนา้ ทน่ี าแกส๊ ออกซเิ จนจากการหายใจเข้า เพือ่ ทาปฏกิ ริ ิยากับ สารอาหารก่อให้เกิดพลังงาน และกาจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายโดยการหายใจออก อากาศจะเคลื่อน เข้าสู่ร่างกายทางจมูก ท่อลม หลอดลม หลอดลมฝอย และถุงลมภายในปอด กระบวนการหายใจเข้าและออกเกิดจาก การทางานท่ีประสานกันของกะบังลมและกระดูกซ่ีโครง การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เกิดขึน้ 2 บรเิ วณ คือ ทบ่ี รเิ วณถุงลมในปอดกบั หลอดเลอื ดฝอย และระหว่างหลอดเลอื ดฝอยกบั เซลล์ ระบบขับถ่ายของมนุษยม์ ไี ตเป็นอวัยวะสาคัญในการกาจัดของเสยี ออกจากร่างกาย ไตประกอบดว้ ยหน่วยไตเลก็ ๆ จานวนมาก ทาหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด และดูดสารที่มีประโยชน์และน้าบางส่วนกลับคืนสู่หลอดเลือด สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

97 หนว่ ยที่ 3 | ร่างกายมนุษย์ คู่มอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ ส่วนของเหลวที่เหลือซ่ึงประกอบด้วยยูเรีย กรดยูริก น้า และสารบางชนิด รวมเรียกว่าน้าปัสสาวะจะถูกกาจัดออกนอก ร่างกาย ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง ทาหน้าท่ีร่วมกับเส้นประสาทซึ่งเป็นระบบประสาท รอบนอกในการควบคุมการทางานของอวยั วะตา่ ง ๆ รวมถงึ การแสดงพฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองตอ่ ส่งิ เร้า ระบบสืบพันธ์ุเพศชาย ประกอบด้วยอวัยวะสาคัญ ได้แก่ อัณฑะซึ่งทาหน้าที่ผลิตเอสุจิและฮอร์โมนเพศชาย ส่วนระบบสืบพันธุ์เพศหญิงประกอบด้วยอวัยวะสาคัญ ได้แก่ รังไข่ซ่ึงทาหน้าที่ผลิตเซลล์ไข่และฮอร์โมนเพศหญิง ฮอร์โมนเพศทาหน้าที่ควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางเพศท่ีแตกต่างกัน การรวมกันระหว่างนิวเคลียสแต่ละเซลล์ ของอสจุ แิ ละเซลลไ์ ข่ เรยี กวา่ การปฏิสนธิ เกิดเป็นไซโกต ไซโกตมีการแบง่ ตวั เพิ่มจานวนเซลล์ และเจรญิ เปน็ เอม็ บริโอซึ่ง มีการเปล่ยี นแปลงรปู รา่ งจนมอี วยั วะครบสมบูรณ์ การคุมกาเนิดเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ โดยป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิ ป้องกันไม่ให้มีการตกไข่ หรือ ไม่ให้มีการฝังตวั ของเอม็ บริโอ ซึง่ สามารถทาไดห้ ลายวธิ ี ระบบอวัยวะตา่ ง ๆ ในร่างกายมีความสาคญั มาก จงึ ต้องดูแลรักษาอวยั วะในระบบต่าง ๆ ให้ทาหน้าทีเ่ ปน็ ปกติ จุดประสงคบ์ ทเรยี น เม่อื เรียนจบบทนีแ้ ลว้ นกั เรียนจะสามารถทาสิ่งต่อไปน้ไี ด้ 1. บรรยายโครงสร้างและหนา้ ที่ของหวั ใจ หลอดเลือด และเลอื ด 2. อธบิ ายการทางานของระบบหมนุ เวยี นเลอื ดโดยใช้แบบจาลอง 3. ออกแบบการทดลองและทดลองในการเปรยี บเทยี บอตั ราการเตน้ ของหวั ใจขณะพักและหลังทากจิ กรรม 4. ระบุอวยั วะและบรรยายหนา้ ท่ีของอวัยวะทเี่ กีย่ วข้องในระบบหายใจ 5. อธิบายกลไกการหายใจเข้าและออกโดยใชแ้ บบจาลอง รวมทง้ั อธบิ ายกระบวนการแลกเปล่ียนแก๊ส 6. ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบขบั ถา่ ย 7. ระบุอวยั วะและบรรยายหน้าที่ของอวยั วะในระบบประสาทสว่ นกลางในการควบคุมการทางานต่าง ๆ ของรา่ งกาย 8. ตระหนักถึงความสาคัญของระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบประสาท โดยการบอก แนวทางและปฏบิ ตั ติ นในการดูแลรักษาอวยั วะในแต่ละระบบให้ทางานเปน็ ปกติ 9. ระบุอวยั วะและบรรยายหนา้ ทขี่ องอวัยวะในระบบสบื พันธุ์ของเพศชายและเพศหญิงโดยใช้แบบจาลอง 10. อธิบายผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงท่คี วบคมุ การเปล่ียนแปลงของรา่ งกายเม่อื เข้าส่วู ยั หนมุ่ สาว 11. ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาวโดยการดูแลรักษาร่างกายและจิตใจของตนเอง ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง 12. อธิบายการตกไข่ การมปี ระจาเดือน การปฏสิ นธิ และการพัฒนาของไซโกตจนคลอดเปน็ ทารก 13. เลอื กวิธีการคุมกาเนิดท่ีเหมาะสมกับสถานการณท์ ี่กาหนด 14. ตระหนักถึงผลกระทบของการตง้ั ครรภก์ ่อนวยั อันควร โดยการประพฤตติ นให้เหมาะสม สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยที่ 3 | รา่ งกายมนุษย์ 0198 คู่มอื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ ภาพรวมการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ จุดประสงค์ แนวความคิดต่อเน่ือง กจิ กรรม รายการประเมิน การเรียนรูข้ องบทเรียน 1. บรรยายโครงสร้างและ 1. ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดประกอบดว้ ย กิจกรรมท่ี 3.1 1. ระบุส่วนประกอบ หนา้ ทขี่ องหวั ใจ หลอด หวั ใจ หลอดเลือด และเลือด เซลลเ์ ม็ดเลือดมี ของเลือดและ เลอื ด และเลือด ลกั ษณะอย่างไร บรรยายหน้าทขี่ อง 2. เลือดทาหนา้ ท่ีลาเลียงสารอาหาร พลาสมา เซลลเ์ มด็ แก๊ส ของเสีย และสารอื่น ๆ ไปยัง เลอื ดแดง เซลล์เมด็ อวัยวะต่าง ๆ สว่ นประกอบของ เลอื ดขาว และเกลด็ เลือด ได้แก่ พลาสมา เซลล์ เลอื ด เม็ดเลอื ดแดง เซลลเ์ ม็ดเลือดขาว และเกลด็ เลือด ซง่ึ ส่วนประกอบ 2. บรรยายโครงสร้าง เหลา่ น้ีมหี นา้ ท่ีตา่ ง ๆ กัน และหน้าทข่ี อง หลอดเลือดอาร์เทอ 3. หลอดเลือดมี 3 ชนิด ได้แก่ รี เวน และหลอด หลอดเลือดอารเ์ ทอรี หลอดเลือดเวน เลือดฝอย และหลอดเลือดฝอย หลอดเลอื ด แต่ละชนดิ มีขนาด โครงสรา้ ง และ 3. บรรยายโครงสรา้ ง หนา้ ทแ่ี ตกต่างกัน และหนา้ ที่ของ หวั ใจ 4. หัวใจของมนุษยม์ ี 4 ห้อง ไดแ้ ก่ ห้องบน 2 หอ้ งและห้องลา่ ง 2 ห้อง หวั ใจหอ้ งบนมหี นา้ ที่ รบั เลอื ด และห้องลา่ งมีหนา้ ท่ี ส่งเลือด ระหวา่ งหัวใจห้องบนและ หัวใจห้องลา่ งมีล้ินหวั ใจกนั้ เพ่ือ ปอ้ งกนั เลือดไหลย้อนกลบั สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

99 หน่วยท่ี 3 | รา่ งกายมนุษย์ คมู่ อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ จุดประสงค์ แนวความคดิ ต่อเน่ือง กจิ กรรม รายการประเมิน การเรียนรูข้ องบทเรียน 2. อธิบายการทางานของ 1. หัวใจหอ้ งล่างซ้ายสบู ฉีดเลือดที่มี กจิ กรรมที่ 3.2 1. อธิบายการทางาน ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด แกส๊ ออกซิเจนสูงจากหวั ใจไปยัง หวั ใจทางาน ของระบบหมนุ เวียน โดยใชแ้ บบจาลอง เซลลท์ ัว่ รา่ งกาย ขณะเดียวกันจะ อย่างไร เลอื ด รบั แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละ ของเสียจากเซลล์กลับสู่หัวใจ ห้องบนขวา หวั ใจหอ้ งลา่ งขวาจะ สูบฉดี เลอื ดไปยังปอดเพือ่ แลกเปลีย่ น แก๊ส เลอื ดทม่ี ีแกส๊ ออกซเิ จนสงู จาก ปอดจะกลับเข้าสู่หวั ใจห้องบนซ้าย 3. ออกแบบการทดลอง 1. การบบี และคลายตัวของหัวใจทาให้ กจิ กรรมที่ 3.3 1. การทดลองและ และทดลองในการ เกดิ จังหวะการเตน้ ของหวั ใจที่ กิจกรรมใดมีผล ทดลองในการ เปรยี บเทยี บอัตราการ เรยี กวา่ ชีพจร การทากจิ กรรม ต่ออัตราการเต้น เปรยี บเทยี บอัตรา เต้นของหวั ใจขณะปกติ ต่าง ๆ ของร่างกายมผี ลต่ออัตรา ของหวั ใจมากกวา่ การเต้นของหวั ใจ และหลังทากจิ กรรม ชพี จร กนั ขณะพักและหลงั ทา 4. ตระหนกั ถึงความสาคัญ 1. การออกกาลงั กาย การเลือก กจิ กรรม 1. บอกแนวทางในการ ของระบบหมุนเวียนเลอื ด รับประทานอาหาร การพกั ผ่อน ดูแลรกั ษาอวัยวะใน โดยการบอกแนวทางใน และการรักษาภาวะอารมณใ์ ห้ปกติ ระบบหมุนเวียน การดูแลรักษาอวัยวะใน เปน็ การดูแลรกั ษาระบบหมนุ เวียน เลือดให้ทางานเป็น ระบบหมุนเวยี นเลือดให้ เลอื ดให้ทาหนา้ ทเี่ ป็นปกติ ปกติ ทางานเป็นปกติ 5. ระบุอวยั วะและบรรยาย 1. อวยั วะตา่ ง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้องในระบบ 1. ระบุอวยั วะและ หนา้ ท่ขี องอวัยวะท่ี หายใจ ได้แก่ จมกู ท่อลม ปอด บรรยายหนา้ ทข่ี อง เกี่ยวข้องในระบบหายใจ กะบังลม และกระดูกซ่ีโครง อวยั วะทเ่ี กยี่ วข้อง ในระบบหายใจ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยที่ 3 | รา่ งกายมนุษย์ 01100 ค่มู อื ครรู ายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ จดุ ประสงค์ แนวความคดิ ตอ่ เน่ือง กิจกรรม รายการประเมนิ การเรยี นรู้ของบทเรยี น 1. อธิบายกลไกการ 6. อธบิ ายกลไกการหายใจ 1. อากาศเข้าและออกจากปอดได้ กิจกรรมท่ี 3.4 เข้าและออกโดยใช้ หายใจเขา้ และออก แบบจาลอง รวมทงั้ เนื่องจากการทางานรว่ มกนั การหายใจเข้า และกระบวนการ อธิบายกระบวนการ แลกเปลี่ยนแกส๊ แลกเปลยี่ นแกส๊ ระหวา่ งกะบงั ลมและกระดูกซี่โครง และหายใจออก ระหว่างถุงลมใน ปอดกับหลอดเลือด 7. ตระหนกั ถึงความสาคญั ซึ่งเกีย่ วข้องกับปริมาตรและ เกดิ ข้ึนไดอ้ ยา่ งไร ฝอยและระหว่าง ของระบบหายใจ โดย หลอดเลือดฝอยกบั การบอกแนวทางและ ความดันในช่องอก เนอ้ื เยือ่ ปฏิบตั ิตนในการดแู ล รักษาอวัยวะในระบบ 2. การแลกเปล่ยี นแกส๊ ออกซิเจนกบั 1. อธิบายความจุ หายใจให้ทางานเป็น อากาศของปอด ปกติ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ในร่างกาย 2. บอกแนวทางในการ 8. ระบุอวยั วะและบรรยาย เกดิ ขึ้นบริเวณถุงลมในปอดกับ ดแู ลรักษาอวยั วะใน หน้าที่ของอวยั วะใน ระบบหายใจให้ ระบบขับถ่าย หลอดเลอื ดฝอย และระหวา่ ง ทางานเปน็ ปกติ หลอดเลอื ดฝอยกับเน้ือเยอ่ื 1. ระบอุ วัยวะและ บรรยายหนา้ ทขี่ อง 1. ความจอุ ากาศของปอดมนษุ ย์ไม่ กจิ กรรมท่ี 3.5 อวยั วะในระบบ ขับถ่าย เท่ากัน ขึ้นอยกู่ ับปัจจยั หลายอย่าง ปอดจุอากาศได้ เชน่ เพศ วัย ขนาดของร่างกาย เท่าใด การสบู บุหร่ี 2. การสูดอากาศที่มีสารปนเป้ือนและ กิจกรรมที่ 3.6 การเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ ทาอยา่ งไรเพ่ือให้ บางโรค อาจทาให้เกิดโรคถงุ ลมโปง่ ระบบหายใจ พอง มีผลให้พน้ื ทีผ่ วิ ในการ ทางานอย่างเปน็ แลกเปลย่ี นแก๊สของปอดลดลง ปกติ สง่ ผลให้ประสทิ ธภิ าพในการ แลกเปลี่ยนแก๊สลดลงดว้ ย ดงั นน้ั จงึ ควรดูแลรักษาระบบหายใจให้ทา หนา้ ที่เปน็ ปกติ 1. ระบบขบั ถ่ายประกอบดว้ ย ไต ท่อ ไต กระเพาะปสั สาวะ และทอ่ ปัสสาวะโดยมไี ตเป็นอวยั วะหลกั ในการกาจัดของเสีย เชน่ ยูเรีย แอมโมเนยี กรดยูรกิ และสาร ต่าง ๆ ท่รี ่างกายไม่ต้องการออก สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

101 หนว่ ยท่ี 3 | รา่ งกายมนษุ ย์ ค่มู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ จุดประสงค์ แนวความคิดต่อเน่อื ง กิจกรรม รายการประเมิน การเรยี นรู้ของบทเรียน 1. บอกแนวทางในการ จากเลอื ด รวมท้ังควบคมุ สมดุล ดูแลรักษาระบบ ขบั ถ่ายให้ทางาน ของสารบางอยา่ ง เช่น น้า ให้ เป็นปกติ ออกมาในรปู ของปัสสาวะ 1. ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ของ 9. ตระหนักถึงความสาคญั 1. การดแู ลรักษาระบบขบั ถา่ ยให้ กิจกรรมที่ 3.7 สมองส่วนตา่ ง ๆ และไขสนั หลงั ของระบบขับถา่ ย โดย ทางานเปน็ ปกติ ทาได้โดยการเลือก ดแู ลรกั ษาไต การบอกแนวทางและ รับประทานอาหารทเ่ี หมาะสม เช่น อย่างไร ปฏบิ ตั ติ นในการดแู ล รับประทานอาหารที่ไม่มรี สเค็มจัด รักษาอวยั วะในระบบ การดม่ื นา้ สะอาดให้เพยี งพอ ขบั ถ่ายให้ทางานเปน็ ปกติ 10. ระบอุ วัยวะและบรรยาย 1. ระบบประสาทสว่ นกลาง หน้าที่ของอวยั วะใน ประกอบด้วยสมองและไขสนั หลัง ระบบประสาทสว่ นกลาง ทาหน้าทร่ี ่วมกบั เสน้ ประสาท ซง่ึ ในการควบคุมการ เป็นระบบประสาทรอบนอก ทางานตา่ ง ๆ ของ 2. สมองเปน็ ศูนย์กลางการควบคุม กจิ กรรมเสรมิ รา่ งกาย และการแสดง การทางานของร่างกาย เราจาได้มากแค่ พฤติกรรม ประกอบดว้ ยซีรบี รัม ซรี เี บลลัม ไหน และกา้ นสมอง ซึ่งแต่ละสว่ นมี หน้าทีแ่ ตกต่างกัน 3. ไขสนั หลังมหี น้าท่ีเชือ่ มต่อการ กจิ กรรมท่ี 3.8 ทางานระหว่างสมองและ รา่ งกายจะมี เส้นประสาทและเป็นศนู ยก์ ลาง ปฏิกริ ิยาอยา่ งไร ควบคุมปฏิกิรยิ ารเี ฟล็กซ์ เม่อื ถูกเคาะ บรเิ วณหัวเข่า สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หนว่ ยท่ี 3 | ร่างกายมนษุ ย์ 01102 ค่มู อื ครรู ายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ จดุ ประสงค์ แนวความคดิ ต่อเนื่อง กจิ กรรม รายการประเมนิ การเรียนรขู้ องบทเรียน 11.ตระหนักถึงความสาคัญ 1. คนทตี่ อบสนองไดอ้ ย่างรวดเร็วจะ กิจกรรมที่ 3.9 1. บอกแนวทางในการ ของระบบประสาท โดย หลกี เลีย่ งอันตรายไดด้ ีกว่าคนท่ี นกั เรียนตอบสนอง ดแู ลรักษา รวมถงึ การบอกแนวทางและ ตอบสนองชา้ ได้ดีแค่ไหน การป้องกนั การ ปฏิบตั ติ นในการดแู ล 2. การดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบ กระทบกระเทอื น รกั ษาอวยั วะในระบบ ประสาททาไดโ้ ดยปอ้ งกันการเกดิ และอนั ตรายตอ่ ประสาทใหท้ างานเป็น อบุ ตั เิ หตทุ ่ีกระทบกระเทอื นต่อสมอง สมองและไขสนั ปกติ หลีกเลย่ี งการใชส้ ารเสพตดิ หลัง หลกี เล่ยี งภาวะเครยี ดและ รับประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์ เพอื่ ดูแลรักษาระบบประสาทให้ ทางานเป็นปกติ 12.ระบุอวยั วะและบรรยาย 1. ระบบสบื พันธข์ุ องมนุษย์ 1. ระบุอวยั วะและ หน้าที่ของอวัยวะใน ประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ที่ทา บรรยายหน้าทขี่ อง ระบบสบื พนั ธ์ขุ องเพศ หนา้ ทีเ่ ฉพาะ ซ่งึ แตกตา่ งกันในเพศ อวัยวะในระบบ ชายและเพศหญงิ โดยใช้ หญงิ และเพศชาย สืบพันธข์ุ องเพศ แบบจาลอง ชายและเพศหญิง 13.อธิบายผลของฮอร์โมน 1. เมอื่ เข้าสวู่ ยั หน่มุ สาว ฮอร์โมนเพศ กิจกรรมที่ 3.10 1. อธิบายผลของ เพศชายและเพศหญงิ ท่ี ชายจะกระตุ้นการสรา้ งอสุจิ การเปลยี่ นแปลง ฮอร์โมนเพศชาย ควบคมุ การเปลีย่ นแปลง ฮอรโ์ มนเพศหญิงจะกระตนุ้ การ ของร่างกายเมื่อ และเพศหญงิ ท่ี ของร่างกายเมื่อเขา้ ส่วู ัย สร้างเซลลไ์ ข่ เกิดการตกไข่ การมี เข้าสูว่ ัยหนุ่มสาว ควบคุมการ หนุม่ สาว ประจาเดอื น เปน็ อยา่ งไร เปลีย่ นแปลงของ รา่ งกายเม่ือเขา้ สวู่ ัย หนมุ่ สาว 14.ตระหนักถึงการ 1. ขณะมีการเปล่ียนแปลงของ 1. บอกแนวทางการ เปล่ียนแปลงของร่างกาย รา่ งกายในช่วงวยั หนุ่มสาว ควร ดแู ลรกั ษาร่างกาย เมอื่ เข้าสู่วัยหนุ่มสาวโดย ดแู ลรักษารา่ งกายและจิตใจของ และจติ ใจของ การดแู ลรักษาร่างกาย ตนเองให้เปน็ ปกติ ตนเองในช่วงท่ีมี และจิตใจของตนเอง การเปลี่ยนแปลง ในชว่ งท่มี กี ารเปลีย่ นแปลง สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

103 หน่วยที่ 3 | ร่างกายมนษุ ย์ คู่มอื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ จดุ ประสงค์ แนวความคิดตอ่ เน่ือง กจิ กรรม รายการประเมิน การเรียนร้ขู องบทเรียน 15.อธบิ ายการตกไข่ 1. เมือ่ เข้าส่วู ัยหน่มุ สาว ฮอรโ์ มน กิจกรรมท่ี 3.11 1. อธบิ ายการตกไข่ การมปี ระจาเดอื น เพศชายจะกระตุ้นการสร้าง เลือกวธิ กี าร การมีประจาเดอื น การปฏิสนธิ และการ อสจุ ิ ฮอรโ์ มนเพศหญงิ จะกระตุ้น คุมกาเนิดอย่างไร การปฏสิ นธิ และ พั ฒ น า ข อ ง ไซโกต การสร้างเซลลไ์ ข่ เกดิ การตกไข่ ให้เหมาะสม การพฒั นาของ จนคลอดเป็นทารก การมปี ระจาเดอื น กิจกรรมที่ 3.12 ไซโกตจนคลอดเปน็ การต้งั ครรภก์ ่อน ทารก 16.เลือกวธิ ีการคุมกาเนดิ ที่ 2. เซลล์ไขป่ ฏสิ นธกิ บั อสุจิจะได้ไซโกต วัยอันควรส่งผล เหมาะสมกับสถานการณท์ ่ี ซ่งึ จะเจรญิ เปน็ เอม็ บรโิ อ และไปฝงั กระทบอยา่ งไร 1. เลอื กวธิ กี าร กาหนด ตวั ท่ผี นงั มดลกู เอ็มบริโอจะเจริญ บ้าง คมุ กาเนิดท่ี ต่อไปเปน็ ฟตี ัสจนกระท่ังคลอดเป็น เหมาะสมกบั 17.ตระหนักถึงผลกระทบ ทารก กจิ กรรมทา้ ยบท สถานการณ์ที่ ของการตัง้ ครรภ์ก่อนวัย ระบบของรา่ งกาย กาหนด อันควร โดยการประพฤติ 1. การคุมกาเนิดเปน็ วิธปี ้องกนั ไม่ให้ มนุษยก์ บั สถานี ตนให้เหมาะสม เกดิ การต้ังครรภ์ โดยป้องกนั ไมใ่ ห้ อวกาศเหมอื น 1. บรรยายผลกระทบ เกดิ การปฏสิ นธิ ปอ้ งกันไม่ให้มีการ หรอื แตกต่างกัน ของการตง้ั ครรภ์ ตกไข่ หรือไม่ใหม้ ีการฝังตวั ของ อยา่ งไร กอ่ นวยั อนั ควรและ เอ็มบรโิ อ ซึ่งสามารถทาไดห้ ลายวิธี นาเสนอแนว ทางการประพฤติ 1. การต้งั ครรภก์ ่อนวยั อนั ควรหรอื ตนใหเ้ หมาะสมเพ่ือ การต้ังครรภใ์ นวัยท่ีทั้งพ่อและแม่ ปอ้ งกนั การต้งั ครรภ์ ยังไม่พร้อมดูแลบตุ ร ส่งผลกระทบ กอ่ นวยั อันควร หลายดา้ น จึงควรประพฤตติ นให้ เหมาะสมเพอ่ื หลีกเลยี่ งเหตุการณ์ 1. วิเคราะหร์ ะบบของ ดงั กลา่ ว สถานอี วกาศและ เปรียบเทยี บกับ ระบบของรา่ งกาย มนุษย์ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยที่ 3 | ร่างกายมนษุ ย์ 01104 คู่มอื ครรู ายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ที่ควรจะได้จากบทเรียน ทักษะ เร่อื งท่ี ทา้ ยบท 12345 • ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ • การสงั เกต •• •• • • การวดั • • • • การจาแนกประเภท • • • - การหาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซกับเวลา การใช้จานวน • การจดั กระทาและสือ่ ความหมายข้อมลู •• การลงความเห็นจากข้อมูล • •• การพยากรณ์ การต้ังสมมติฐาน • การกาหนดนิยามเชงิ ปฏิบัติการ การกาหนดและควบคุมตวั แปร • การทดลอง • การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ ••••• การสร้างแบบจาลอง • ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแก้ปัญหา ดา้ นการส่อื สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สื่อ •••• ด้านความร่วมมือ การทางานเปน็ ทมี และภาวะผู้นา • • • • • ดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม • •• ดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ •• และการส่ือสาร ด้านการทางาน การเรียนรู้ และการพ่งึ ตนเอง ----- สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

105 หนว่ ยท่ี 3 | ร่างกายมนษุ ย์ คมู่ อื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ การนาเข้าสหู่ น่วยการเรียนรู้ ครดู าเนนิ การดงั นี้ 1. กระตุ้นความสนใจของนักเรียนเพ่ือนาเข้าสู่ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง ร่างกายมนษุ ย์ โดยให้ นกั เรียนสงั เกตภาพนาหนว่ ยหรือวดี ิทัศน์หุ่นยนต์ โซเฟียท่ีมีรูปร่างหน้าตา การเคล่ือนไหว การพูด โ ต้ ต อ บ กั บ ม นุ ษ ย์ โ ด ย เ ปิ ด ดู ไ ด้ จ า ก เ ว็ บ ไ ซ ต์ https://www.youtube.com/watch?v=Yj89JVNSyGA หรือ ใช้โปรแกรมค้นหาพิมพ์คาว่า Sophia robot หรืออาจใช้วีดิทัศน์หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์อื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ จากนั้นให้นักเรียน ร่วมกนั อภปิ ราย โดยอาจใชค้ าถามดังต่อไปน้ี • ผู้หญิงในภาพหรือในวีดิทัศน์เป็นมนุษย์ หรอื ไม่ ทราบไดอ้ ยา่ งไร • มนษุ ย์กบั หุ่นยนต์แตกต่างกันอยา่ งไร 2. ให้นักเรียนอ่านเนื้อหานาหน่วย จากนั้นร่วมกัน อภิปรายเพื่อให้ได้แนวคิดว่า หุ่นยนต์อาจมี ลักษณะภายนอกและมีการแสดงออกบางอยา่ ง ใกล้เคียงกับมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามหุ่นยนต์ ความรู้เพิม่ เติมสาหรบั ครู เป็นส่ิงไม่มีชีวิต ไม่มีระบบอวัยวะ ต่าง ๆ ท่ี ท า ง า น ร่ ว ม กั น เ ห มื อ น กั บ ร ะ บ บ อ วั ย ว ะ ใ น ภาพนาบท เป็นภาพของหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial ร่างกายมนุษย์ ขณะอภิปรายครูอาจทบทวน Intelligence : AI) ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ มีช่ือว่าโซเฟีย สร้าง ความหมายของระบบอวัยวะว่า คือ ระบบท่ี โดย ดร. เดวิด แฮนสัน จากบริษัทแฮนสันโรบอทติก ประเทศ ประกอบด้วยอวัยวะหลาย ๆ อวัยวะซ่ึงทางาน ฮอ่ งกง ตามภาพ ดร.เดวดิ ได้นาโซเฟยี ออกมาแสดงความสามารถ ร่วมกันเพ่ือทาหน้าท่ีอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ในปี พ.ศ. 2560 ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โซเฟียเป็น ระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วย ปาก หลอด หุ่นยนต์ท่ีคล้ายกับมนุษย์มาก สามารถเคลื่อนไหว แสดงสีหน้า อาหาร กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้ใหญ่ ทา่ ทางใกล้เคียงกับมนุษย์ สามารถพดู โตต้ อบกบั มนษุ ยไ์ ด้ ตับ ตับออ่ น และถงุ นา้ ดี ซงึ่ อวยั วะเหลา่ นจ้ี ะทางานรว่ มกันเพ่ือทาหนา้ ทีย่ ่อยอาหาร จากน้ันครใู ห้นกั เรียนอา่ นคาถาม นาหน่วยและร่วมกนั อภิปราย เพอ่ื ให้นักเรียนทราบวา่ จะต้องเรยี นรู้เรือ่ งอะไรบ้างในหนว่ ยน้ี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

หน่วยท่ี 3 | ร่างกายมนษุ ย์ 01106 คูม่ อื ครูรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ 3. เช่ือมโยงเข้าสู่บทท่ี 1 โดยให้นักเรียนดูภาพ นาบทและร่วมกันอภิปราย โดยใช้คาถาม ต่อไปนี้ • ขณะวิ่งร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง) • การเปล่ียนแปลงของร่างกายในขณะว่ิง เกี่ยวข้องกับการทางานของระบบอวัยวะ ใดบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของ ตนเอง) 4. ให้นักเรียนอ่านเนื้อหานาบทและอภิปราย เพื่อให้ได้คาตอบท่ีถูกต้องของคาถามอีกครั้ง ดงั นี้ • ขณะวิ่งร่างกายมีการเปล่ียนแปลงอย่างไร (หัวใจเต้นแรงและเร็ว หายใจลึกและถี่ อุณหภมู ขิ องร่างกายสูงข้นึ มีเหง่ือออก) • การเปล่ียนแปลงของร่างกายในขณะว่ิง เกี่ยวข้องกับการทางานของระบบอวัยวะใดบ้าง (ระบบประสาท ระบบ โครงกระดูก ระบบกลา้ มเนือ้ ระบบหมุนเวียนเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขบั ถ่าย และระบบอ่นื ๆ) จากนั้นให้นกั เรยี นนอ่านคาถามนาบทและจุดประสงค์การเรยี นรู้ของบท เพื่อใหท้ ราบขอบเขตเน้ือหาที่จะ ได้เรียนรใู้ นบทเรยี นและจุดประสงคใ์ นการเรยี น สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

107 หน่วยท่ี 3 | ร่างกายมนุษย์ คู่มือครูรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ 6. เรอื่ งที่ 1 ระบบหมุนเวียนเลือด แนวการจดั การเรยี นรู้ ครดู าเนนิ การดงั น้ี 1. ให้นักเรียนดูภาพนาเร่ืองและอ่านเนื้อหานาเรื่อง จากน้ันให้ นักเรี ยนร่วมกันอภิปราย เพ่ื อ เปรียบเทียบความคล้ายคลึงกันของระบบขนส่ง กบั ระบบหมนุ เวียนเลือด ในประเด็นต่อไปนี้ 1.1 ระบบขนส่งมีถนนที่เช่ือมโยงไขว้กันไปมา ลักษณะ คล้า ย กับ กา ร เชื่อม กัน ข อ ง หลอดเลอื ดในระบบหมุนเวยี นเลือด 1.2 ระบบขนส่งมีรถที่ขนส่งสนิ ค้า อาหารไปยัง บ้านเรือน ชุมชน และนาของเสียและสิ่ง ปฏิกูลจากบ้านและชุมชนไปกาจัดทิ้ง ซึ่ง มี ห น้ า ที่ ค ล้ า ย กั บ เ ซ ล ล์ เม็ดเลือดในระบบ หมุนเวียนเลือดที่ลาเลียงสารอาหาร แก๊ส ออกซเิ จนไปยังเซลล์ต่าง ๆ และนาของ เสียและแก๊สค า ร์ บ อ น ไ ด อ อ ก ไ ซ ด์ จ า ก เซลล์ไปกาจัดออก ใหน้ ักเรยี นอา่ นคาสาคัญ ทากจิ กรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน แล้วรว่ มกันอภิปรายเพ่ือให้ได้คาตอบท่ีถูกต้อง ถ้าครูพบว่านักเรียนยังทากิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียนไม่ถูกต้อง ครูควรทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผิดของ นักเรยี น เพอ่ื ให้นักเรยี นมคี วามร้พู นื้ ฐานที่ถูกตอ้ งและเพียงพอท่จี ะเรยี นเรื่องระบบหมุนเวียนเลือดต่อไป สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี