Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Book_การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม

Book_การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม

Published by poo_supreeda, 2021-03-08 10:06:58

Description: Book_การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม

Search

Read the Text Version

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทท่ี 2 ก�รเพ�ะพนั ธป์ุ ล�สวยง�ม จากน�นั จึงให้ไรแดงขนาดเล็กเป็ นอาหาร ลูกปลาจะเร�ิมเกิดครีบหางและครีบหู เม�ืออายุได้ � วนั เริ�มมีเกล็ดเมื�ออายุ �� วนั และจะเจริญเติบโตจนมีรูปร่างและอวยั วะต่าง ๆ ครบเหมือนปลาทว�ั ไป เม�ืออายไุ ด้ �� วนั ซ�ึงในระยะน�ีลูกปลามีความยาวเฉล�ีย �.� เซนติเมตร การคดั เลือกลูกปลา โดยทวั� ไปแล้วหลงั จากที�ลูกปลามีอายุประมาณ �� วนั จึงเร�ิมมี การคดั ลูกปลา โดยคดั แยกปลาที�มีลกั ษณะดี สีสวยงาม ไม่พิการไปเล�ียง ส่วนปลาท�ีไม่ตอ้ งการ ควรแยกออก เพอื� มิใหป้ ะปนกบั ปลาที�มีลกั ษณะดี 3. ปลากดั ปลากดั (Siamese fighting fish) มีชื�อวทิ ยาศาสตร์วา่ Betta splendens Regan เป็นปลาพ�นื เมือง ของไทยที�นิยมเพาะเล�ียงเป็ นเวลาหลายร้อยปี มาแลว้ ท�งั น�ีเพื�อไวด้ ูเล่นและเพื�อกีฬากดั ปลาและเป็ นที� รู้จกั กนั ดีในต่างประเทศมานานเช่นกนั การเล�ียงพ่อแม่พนั ธุ์ปลากดั เน�ืองจากปลากัดเป็ นปลาท�ีมีนิสัยก้าวร้าว ชอบต่อสู้เมื�ออายุ ประมาณ �.� – � เดือน การเล�ียงปลากดั จึงจาํ เป็ นตอ้ งรีบแยกปลากดั เล�ียงในภาชนะเพียง � ตวั ก่อนท�ีปลาจะมีพฤติกรรมต่อสู้กนั ภาชนะที�นิยมนาํ มาใชเ้ ล�ียงปลากดั ไดแ้ ก่ ขวดชนิดแบนบรรจุน�าํ ได้ ��� มิลลิลิตร เพราะสามารถเรียงกนั ได้ไม่สิ�นเปลืองเน�ือที� การแยกเพศจะสังเกตเห็นว่า ปลาเพศผูจ้ ะมีลาํ ตวั สีเขม้ ครีบยาว ลายบนลาํ ตวั มองเห็นชัดเจนและขนาดมกั จะโตกว่าเพศเมีย ส่วนปลาเพศเมียจะมีสีซีดจาง มีลายพาดตามยาวลาํ ตวั � – 3 แถบ และมักจะมีขนาดเล็กกว่า ปลาเพศผู้ ภาพท�ี 88 ปลากดั เพศผู้ ภาพท�ี 89 ปลากดั เพศเมีย ท�ีมา : http://home.kku.ac.th/pracha/Betta.htm 41 46

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทท่ี 2 การเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม น�าํ ท�ีใชเ้ ล�ียงปลากดั ตอ้ งเป็ นน�าํ ที�สะอาดปราศจากคลอรีน มีความเป็ นกรด-ด่าง ประมาณ 6.5-7.5 มีความกระดา้ ง 75-100 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีความเป็ นด่าง 150-200 มิลลิกรัมต่อลิตร ควร บรรจุน�าํ ลงในขวดเพียงคร�ึงขวด เพ�อื เวน้ ช่องวา่ งใหอ้ ากาศไดส้ ัมผสั กบั ผวิ น�าํ อาหารท�ีใชเ้ ล�ียง ปลากดั เป็ นปลาท�ีชอบกินสัตวน์ �าํ ขนาดเล็กเป็นอาหร อาหารที�เหมาะสม จะใช้เล�ียงพ่อแม่พนั ธุ์ปลากดั ได้แก่ ลูกน�าํ หนอนแดง อาร์ทีเมียท�ีมีชีวิต การให้อาหารควรให้ วนั ละ � คร�ัง ให้ปริมาณท�ีพอดีปลากินอ�ิม อาหารที�ใช้เล�ียงทุกคร�ังควรล้างด้วยน�ําสะอาด แลว้ แช่ในด่างทบั ทิม เพ�ือฆ่าเช�ือโรคที�ติดมากบั อาหารหลงั จากน�นั จึงลา้ งดว้ ยน�าํ สะอาดอีกคร�ังหน�ึง การถ่ายเทน�าํ ควรเปล�ียนถ่ายสัปดาห์ละ � – � คร�ัง 3.� การคดั เลือกพ่อแม่พนั ธ์ุ ปลาเพศผูท้ ี�นาํ มาเพาะพนั ธุ์ ควรมีอายุต�งั แต่ � - � เดือนข�ึนไป ในขณะที�เพศเมียเป็ นปลา ที�มีอายุ � เดือน เพื�อเป็ นการป้องกนั การกดั กนั ในระหวา่ งที�ปล่อยให้รัดกนั ถา้ เลือกปลาเพศเมียท�ี แขง็ แรงกวา่ ปลาเพศผอู้ าจจะมีปัญหาโดนปลาเพศเมียกดั ตายได้ โดยปลาจะวางไขค่ ร�ังละประมาณ ��� - �,��� ฟอง ในฤดูผสมพันธุ์จะสังเกตเห็นความสมบูรณ์เพศของปลาได้ชัดเจน ในการคดั เลือกปลาเพือ� ผสมพนั ธุ์มีหลกั ท�ีควรปฏิบตั ิดงั น�ี ปลาเพศผู้ คัดปลาท�ีแข็งแรง ว่ายน�ําปราดเปรี ยว ลักษณะสีสดสวยตามท�ีต้องการ ชอบสร้างรังซ�ึงเรียกว่า \"หวอด\" โดยการพ่นฟองอากาศที�มีน�าํ เมือกจากปากและลาํ คอผสมด้วย แสดงวา่ ปลาเพศผมู้ ีความสมบูรณ์ทางเพศเตม็ ท�ีพร้อมที�จะผสมพนั ธุ์ ปลาเพศเมีย โดยทว�ั ไปมีขนาดเล็ก มีสีเทา และ มีลายตามแนวราบ มีครีบส�ัน ควรคดั เลือก แม่ปลาท�ีแข็งแรง สังเกตบริเวณทอ้ งมีลกั ษณะอูมเป่ ง และบริเวณใตท้ อ้ งจะมีตุ่มสีขาวใกลก้ บั รูกน้ เห็นไดช้ ดั เจน แสดงวา่ พร้อมที�จะผสมพนั ธุ์ไดแ้ ลว้ ซ�ึงตุ่มสีขาวน�ีเป็ นส่วนปลายของท่อนาํ ไข่ที�ยืน� ยาวออกมา เรียกวา่ \"ไขน่ าํ \" 3.� การเพาะพนั ธ์ุ 3.2.� นาํ ขวดปลาเพศผูแ้ ละเพศเมียท�ีมีความสมบูรณ์ทางเพศเต็มที�มาวางติดกนั วิธีน�ี เรียกวา่ เทียบคู่ ควรจะเป็ นบริเวณท�ีปราศจากสิ�งรบกวน จะทาํ ใหป้ ลาตกใจ การเทียบคู่เป็ นการให้ พอ่ แมพ่ นั ธุ์มีความคุน้ เคยกนั ก่อน เพราะธรรมชาติของปลากดั มีนิสัยดุร้ายพอ่ พนั ธุ์อาจจะกดั แม่พนั ธุ์ ตายก่อนการผสมพนั ธุ์วางไข่ ใชเ้ วลาเทียบคู่ประมาณ � – �� วนั วธิ ีที�จะดูวา่ ปลามีความคุย้ เคยกนั หรือไม่ อาจสังเกตไดจ้ ากปลาน�นั จะมีการแผค่ รีบใส่กนั น้อยลง การเทียบคู่น�ีนอกจากจะใชว้ ิธีการ นาํ ขวดท�ีมีพ่อแม่พนั ธุ์มาวางไวใ้ กลก้ นั แลว้ อาจใช้วิธีปล่อยพ่อพนั ธุ์ลงไปสร้างหวอดเอาไวก้ ่อน ดงั ภาพที� 90 42 47

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทที่ 2 ก�รเพ�ะพันธ์ุปล�สวยง�ม 3.2.� นําปลาเพศผูแ้ ละเพศเมีย ใส่ลงในภาชนะที�เตรียมไวส้ ําหรับผสมพนั ธุ์ เช่น ขนั พลาสติก โหลแกว้ กะละมงั หรืออ่างดิน แลว้ ใส่พรรณไมน้ �าํ ท�ีแช่ด่างทบั ทิมเรียบร้อยแล้ว ชนิดพรรณไมน้ �าํ ท�ีนิยมใช้ ไดแ้ ก่ สาหร่ายหางกระรอก จอก ผกั ตบชวา เป็นตน้ ดงั ภาพท�ี 91 3.2.� เมื�อปลาสามารถปรับตวั ให้ชินกบั สภาพในภาชนะ (ประมาณ � – � วนั ) ปลาเพศผู้ จะเร�ิมก่อหวอดติดกบั พรรณไม้ ดงั ภาพที� 92 3.2.� หลงั จากสร้างหวอดเสร็จ ปลาเพศผจู้ ะกางครีบ ไล่ตอ้ นเพศเมียใหไ้ ปอยใู่ ตห้ วอด 3.2.� ขณะท�ีเพศเมียลอยตัวข�ึนมาบริเวณผิวน�ํา ปลาเพศผูจ้ ะรัดเพศเมีย บริเวณช่อง อวยั วะเพศ จากน�นั ไข่กจ็ ะหลุดออกมา พร้อมกบั เพศผจู้ ะฉีดน�าํ เช�ือเขา้ ผสม และปลาเพศผจู้ ะตามลง ไปใชป้ ากดูดไข่อมไว้ วา่ ยน�าํ ข�ึนไปพน่ ไข่เขา้ ไปไวใ้ นฟองอากาศจนกวา่ จะหมด 3.2.6 เมื�อสิ�นสุดการวางไขป่ ลาเพศผจู้ ะทาํ หนา้ ที�ดูแลไขเ่ พียงลาํ พงั และจะไล่ตอ้ นปลาเพศ เมียไปอยู่ท�ีมุมภาชนะ รีบนําปลาเพศเมียออกจากภาชนะเพื�อป้องกนั ไม่ให้ปลาเพศเมียกินไข่ ปล่อยใหป้ ลาเพศผดู้ ูแลไข่ � วนั จึงแยกเพศผอู้ อก ภาพที� 90 การเทียบคู่ปลากดั ที�มา : http://home.kku.ac.th/pracha/Betta.htm ภาพท�ี 91 การเทียบคู่ปลากดั โดยการปล่อยปลาเพศผลู้ งไปสร้างหวอดในภาชนะเพาะพนั ธุ์ก่อน ที�มา : http://home.kku.ac.th/pracha/Betta.htm 43 48

บทที� 2 การเพาะพนั ธุป์ ลาสวยงาม บทท่ี 2 ก�รเพ�ะพันธุ์ปล�สวยง�ม ภาพท�ี 92 การสร้างหวอดของปลากดั เพศผู้ ท�ีมา : http://www.agora-aqua.com/page53.htm 3.� การอนุบาลและการเลยี� ง ไข่ปลากดั จะฟักเป็ นตวั หลงั จากได้รับการผสมน�าํ เช�ือประมาณ �� ชว�ั โมง โดยในช่วง แรกจะมีถุงอาหาร (Yolk sac) ติดตวั มาดว้ ย ดงั น�นั ช่วง � - � วนั แรกจึงยงั ไม่ตอ้ งใหอ้ าหาร หลงั จาก ถุงอาหารยบุ ควรใหไ้ ขแ่ ดงตม้ สุกกรองผา่ นกระชอนตาถี�ให้อาหารวนั ละ � คร�ัง เป็นเวลา � - � วนั แลว้ จึงเปลี�ยนเป็ นตวั อ่อนของไรแดง ต่อมาจึงเป็ นเป็ นไรแดงตวั เต็มวยั เล�ียงต่อไปจนกระทง�ั ปลา สามารถกินลูกน�าํ ได้ ประมาณ � สัปดาห์ ลูกปลาบางตวั จะเห็นสี ช่วงน�ีอาจจะเร่งการเจริญเติบโต โดยการเพมิ� การใหอ้ าหารทีละนอ้ ยอาจจะใหไ้ ด้ � - � คร�ังต่อวนั ช่วงน�ีลูกปลาสามารถกินอาหารได้ หลายชนิด เช่น หนอนแดง อาหารแผน่ บาง เคยบด ตบั ไก่สดแช่แขง็ หนั� เป็นชิ�นเสียบไมใ้ ส่ไวใ้ นบ่อ ผเู้ ล�ียงสามารถแยกเพศปลากดั ได้ เม�ือปลามีอายปุ ระมาณ �.5 เดือนข�ึนไป ปลาเพศเมียที� ไม่สมบูรณ์จะถูกคดั ออกมาขายเพ�ือเป็ นปลาเหย�ือต่อไป เน�ืองจากการเล�ียงปลากดั เป็ นการเล�ียงท�ี นิยมกันมานานมาก การดูแลรักษาปลาจึงเป็ นแบบพ�ืนบา้ นส่วนใหญ่ มีการหมกั ปลาโดยใช้ ใบหูกวางแหง้ ใบมะพร้าวแหง้ หรือ ใบตองแหง้ เพื�อป้องกนั และรักษาโรคท�ีอาจเกิดข�ึนกบั ปลากดั ภาพท�ี 93 บอ่ ท�ีใชใ้ นการอนุบาลลูกปลากดั 44 49

บทที� 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทที่ 2 ก�รเพ�ะพันธุ์ปล�สวยง�ม 3.� การคัดแยกปลาขนึ� ขวด เมื�อปลากดั มีอายตุ �งั แต่ � เดือนข�ึนไป จะคดั แยกเพศปลาใส่ขวด ส่วนใหญ่จะคดั แยกปลา กดั เพศผูใ้ ส่ขวด เน�ืองจากปลาเพศผมู้ ีสีสันสวยงามกวา่ และราคาดีกวา่ ปลาเพศเมีย ส่วนปลาเพศเมีย จะเก็บเอาไวเ้ ป็ นแม่พนั ธุ์บางส่วน ส่วนท�ีเหลือก็จะขายเป็ นปลาเหยอื� ในราคาถูก ปลาเพศผูจ้ ะเล�ียง จนมีอายุครบ �.� – � เดือน สามารถจาํ หน่ายได้ ในการเล�ียงปลาในขวดจะเปล�ียนถ่ายน�าํ ทุก � วนั ใหอ้ าหาร เช่น ลูกน�าํ หนอนแดง ฯลฯ เป็นอาหารวนั ละ � คร�ัง เชา้ และเยน็ ภาพท�ี 94 ปลากดั ที�นาํ มาแยกเล�ียงขวดละตวั 4. ปลาปอมปาดัวร์ ปลาปอมปาดวั ร์ ( Discus ) ช�ือวิทยาศาสตร์ Sympohysodon aequifasciatus เป็ นปลาที�มี รูปร่างทรงกลม ลาํ ตวั แบนมีความกวา้ งของลาํ ตวั มาก จนมีลกั ษณะคลา้ ยรูปจาน ตามลาํ ตวั จะมี ครีบ หลงั และครีบทอ้ งเรียงเป็ นแนวยาวตลอดจรดถึงโคนหาง โดยบริเวณดา้ นหน้าของครีบหลงั และ ครีบทวารท�ีต่อกบั ครีบอ่อนดา้ นทา้ ยจะมีลกั ษณะแขง็ เป็ นหนามแหลมคลา้ ยเง�ียง ลวดลาย และสีสัน ลาํ ตวั สวยงามมีอยดู่ ว้ ยกนั หลายสี จึงไดช้ ื�อวา่ เป็นราชินีแห่งปลาสวยงาม ขนาดโตเตม็ ที�ประมาณ 6 - 8 นิ�ว เป็ นปลาที�มีการเคลื�อนไหวชา้ ดูอ่อนช้อย อาหารธรรมชาติของปลาชนิดน�ี ไดแ้ ก่ ตวั อ่อน ของแมลง และสัตวน์ �าํ ขนาดเล็กตา่ ง ๆ 45 50

บทที� 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทท่ี 2 ก�รเพ�ะพันธ์ุปล�สวยง�ม ภาพท�ี 95 ปลาปอมปาดวั ร์ 4.1 การคดั เลือกพ่อแม่พนั ธ์ุ การคดั เลือกพอ่ แมพ่ นั ธุ์จดั ไดว้ า่ เป็นสิ�งสาํ คญั ประการแรกในการเพาะพนั ธุ์ปลาปอมปาดวั ร์ ในการคดั เลือกพอ่ แมพ่ นั ธุ์ควรคาํ นึงสิ�งต่าง ๆ ดงั น�ี 4.1.1ไม่ควรซ�ือพอ่ แม่พนั ธุ์จากร้านปลาสวยงามทว�ั ๆ ไป เนื�องจากปลาที�ซ�ืออาจจะเป็ น ปลาแก่ที�ไม่สามารถเพาะพนั ธุ์ไดแ้ ลว้ หรือมีประสิทธิภาพในการเพาะพนั ธุ์ต�าํ ซ�ึงโดยมากจะเป็ น ปลาที�ฟาร์มเพาะพนั ธุ์ปลาปอมปาดวั ร์คดั ออก แลว้ ขายใหแ้ ก่ร้านปลาสวยงามทว�ั ๆ ไป ควรซ�ือปลา จากฟาร์มเพาะพนั ธุ์ปลาปอมปาดวั ร์ท�ีไวใ้ จได้ และไดม้ ีการคดั เลือกสายพนั ธุ์แลว้ 4.1.2 ปลาที�เป็ นพ่อแม่พนั ธุ์ควรเป็ นปลาท�ีไม่ไดผ้ า่ นการเร่ง หรือยอ้ มสี เพราะฮอร์โมนที� ใชใ้ นการยอ้ มสีอาจจะมีผลต่อระบบสืบพนั ธุ์ของปลาได้ 4.1.3 ไม่ควรซ�ือปลาขนาดใหญม่ าเล�ียง เพราะไม่สามารถทราบอายทุ ี�แน่นอน และสุขภาพ ปลาได้ ควรซ�ือปลาขนาดท�ีเรียกวา่ ขนาดเหรียญซ�ึงมีอายปุ ระมาณ 1 - 2 เดือนมาเล�ียง เพื�อทราบถึง ชีววิทยาปลา แต่ไม่ควรซ�ือปลาจากครอกเดียวกนั หรือจากพ่อแม่เดียวกนั หรือเลือดชิด เพราะจะ ทาํ ให้ประสิทธิภาพในการเพาะพนั ธุ์ต�าํ อตั ราการรอดต�าํ ไดล้ ูกปลาน้อย และลูกปลาที�ไดอ้ าจจะ พิการหรือไม่สมบูรณ์ ควรเลือกซ�ือลูกปลาที�ได้จากพ่อแม่ที�มีสีสันสดใส และลวดลายชดั เจนไม่ เลอะเลือน 4.1.4 ลูกปลาท�ีซ�ือควรมีลักษณะกลม บริเวณต�งั แต่จงอยปากถึงครีบหลงั ควรโค้งงอ ไม่ลาดชนั เป็นเส้นตรง กระโดงครีบหลงั สูงและไม่หกั ลู่ สีของลาํ ตวั เป็นสีน�าํ ตาลอ่อน ไมค่ วรเป็ น สีดาํ หรือสีทึบ ครีบก้นยาวและลึก ครีบทุกครีบสมบูรณ์ไม่แตกหรือแหว่ง พยายามสังเกต ดูลกั ษณะของปลาใหม้ ีสุขภาพสมบูรณ์ วา่ ยน�าํ วอ่ งไว ไม่ตกใจหรือกลวั คน มีลกั ษณะเชื�อง มีการ ตื�นตวั ในการกินอาหารอยูเ่ สมอ ไม่เชื�องซึม ไม่เป็ นโรค โดยเฉพาะไม่เลือกซ�ือลูกปลาจากครอก ท�ีมีตวั ใดตวั หน�ึงแยกหลบมุมอยู่ต่างหาก หรือตวั ดาํ เพราะจะทาํ ให้ปลาท�ีเลือกมาแมจ้ ะมีสุขภาพดี แต่ก็อาจจะเป็ นโรคไดภ้ ายใน 2 - 3 วนั และพยายามสังเกตตาของปลา ซ�ึงถา้ เป็ นปลาแกร็นแล้ว 46 51

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุป์ ลาสวยงาม บทที่ 2 การเพาะพันธ์ปุ ลาสวยงาม ตาจะโปนและวงขอบตาจะมีสีดาํ สีลาํ ตวั ค่อนขา้ งทึบออกสีเทาดาํ ปลาเหล่าน�ีเม�ือนาํ มาเล�ียงแมว้ า่ จะอยใู่ นสภาพดี และอาหารสมบูรณ์เพยี งใดกจ็ ะไม่โต การจาํ แนกเพศปลาปอมปาดวั ร์ สามารถสงั เกตไดจ้ ากลกั ษณะต่างๆดงั ตารางที� 6 ตารางท�ี 6 แสดงความแตกต่างระหวา่ งเพศของปลาปอมปาดวั ร์ ลกั ษณะ เพศเมยี เพศผู้ 1. ขนาดของปลา มีขนาดเล็ก มีขนาดใหญก่ วา่ 2. รูทวารและอวยั วะสืบพนั ธุ์ มีลกั ษณะกลมและมีปลายยื�น มีลกั ษณะยาวรีและแหลมมน ออกมา 3. สี สีไมเ่ ขม้ สีเขม้ สวยงามกวา่ 4. บริเวณหวั ส่วนหวั จะเรียบไม่โคง้ มากนกั ส่วนหัวโค้งมนเป็ นรู ปคร�ึ ง 5. ครีบหลงั และครีบทอ้ ง วงกลม ครีบหลงั และครีบทอ้ งมีแถบ ครีบหลังยาวจรดไปถึงโคน สีดาํ เห็นเด่นชดั หาง ครีบหลังและครีบทอ้ ง ไม่มีแถบวงสีดาํ 4.2 การเพาะพนั ธ์ุ เม�ือพอ่ แมป่ ลาเจริญเติบโตพร้อมที�จะผสมพนั ธุ์ และวางไขไ่ ดใ้ ห้นาํ โดมสําหรับปลาวางไข่ มาใส่ไวใ้ นตู้ เพื�อเป็นการฝึกไม่ใหป้ ลาวางไขท่ �ีอ�ืน ซ�ึงในการเพาะพนั ธุ์น�ีควรคาํ นึงถึง 4.2.1 ตูป้ ลา ควรวางตูป้ ลาชิด และขนานกบั ผนงั ห้อง ไมค่ วรวางตูข้ วางออกมาเพราะจะ ทาํ ใหป้ ลาตกใจหรือต�ืนคนง่าย ตูท้ ี�นิยมทาํ การเพาะเล�ียงคือ ตูข้ นาด 30x20x20 นิ�ว โดยทาสีฟ้า หรือ เขียวออ่ น 3 ดา้ น 4.2.2 แสงสว่าง ในขณะทําการเพาะไม่ควรให้แสงสว่างมาก ควรให้แสงสว่าง แต่พอควร และในบริเวณท�ีเพาะไม่ควรมีคนพลุกพล่าน นอกจากผทู้ าํ การเพาะเล�ียง ควรระมดั ระวงั เกี�ยวกบั คนเดินผา่ นตู้ เพราะจะทาํ ใหป้ ลาตกใจได้ 4.2.3 ห้องเพาะพนั ธุ์ปลา ควรจะเป็ นห้องท�ีแยกออกจากห้องเล�ียงปลา เพราะแสงสว่าง และช่วงเวลาการเปลี�ยนน�าํ มกั จะไม่ตรงกนั จะทาํ ให้รบกวนปลามาก ในฤดูร้อนห้องเพาะควรมีการ 47 52

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุป์ ลาสวยงาม บทที่ 2 การเพาะพันธ์ุปลาสวยงาม ระบายอากาศบา้ งเล็กน้อย ส่วนในฤดูหนาว ควรปิ ดห้องเพ�ือควบคุมให้มีการเปล�ียนแปลงของ อุณหภูมินอ้ ยท�ีสุด และที�ห้องเพาะส่วนใหญ่จะปิ ดมิดชิดทาํ ให้มีการเปลี�ยนแปลงของอุณหภูมิน้อย จึงไม่นิยมใชฮ้ ีทเตอร์ในระหวา่ งการเพาะพนั ธุ์ 4.2.4 การวางโดม ควรวางคนละมุมกบั หวั พน่ ฟองอากาศ เพอื� ป้องกนั ปลาตกใจ และ วาง โดมให้ชิดผนังตู้ด้านหน�ึงเพื�อป้องกันมิให้ปลาไข่ติดหลังโดม และไม่ควรเปิ ดฟองอากาศ ใหแ้ รงนกั ดงั ภาพที� 96 ในระหว่างการเพาะพนั ธุ์ ตวั เมียจะเห็นส่วนทอ้ งอูมชดั เจน ก่อนปลาวางไข่ 3 - 4 วนั ปลาจะมีอาการสัน� ท�งั ตวั ผู้ และตวั เมีย ในวนั ที�ปลาวางไข่จะสามารถสงั เกตได้ โดยดูอาการท�งั ตวั ผู้ และตวั เมียจะไม่ยอมออกห่างจากโดม และจะช่วยกนั แทะเล็มโดม เพื�อทาํ ความสะอาดตลอดเวลา จากน�นั ตวั เมียจะวางไข่บนโดมคร�ังละ 15 - 30 ฟอง แลว้ ตวั ผูจ้ ะปล่อยน�าํ เช�ือลงบนไข่ แม่ปลาจะ ใช้เวลาในการวางไข่ประมาณ 2 ช�ัวโมง วางไข่ 100 - 300 ฟอง ไข่มีขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลาง 1 มิลลิเมตร สีเทาอมเหลือง ในบางคร�ังไข่อาจจะมีสีเหลืองอมแดง เนื�องจากปลาปอมปาดัวร์ใน ประเทศไทยเล�ียงดว้ ยไข่กุง้ ทาํ ใหม้ ีผลตอ่ สีของไข่ หลงั จากปลาผสมพนั ธุ์ และวางไขแ่ ลว้ จึงใส่ยา ปฏิชีวนะ ได้แก่ Tetracyclin อตั ราส่วน 2 เม็ด ต่อน�ํา 5 ลิตร ในระยะน�ีตวั ผู้ และตวั เมียจะว่าย วนเวยี นโบกพดั น�าํ ไปยงั ไข่ เพื�อเพ�ิมปริมาณออกซิเจน และไม่ใหส้ ิ�งสกปรกตกลงบนไข่ จากน�นั นาํ ตะแกรงตาถี� ขนาดช่องตาคร�ึงเซนติเมตร มาครอบลงบนโดม ให้มีระยะห่างระหวา่ งโดม และ ตะแกรงประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร เพอ�ื ป้องกนั ปลายา้ ยไข่ หรือถา้ ปลาตกใจอาจจะกินไขไ่ ด้ พร้อม กบั นาํ ตะแกรงขนาดช่องตา 1 นิ�ว ก�นั แยกตวั ผอู้ อกจากตวั เมีย และไข่ เพ�อื ป้องกนั ปลาผสมกนั และ วางไข่อีก ซ�ึงถ้าปลาวางไข่อีก จะกินไข่ที�วางไวก้ ่อนแล้วออกหมด และเพื�อป้องกนั การกดั กัน เพราะแยง่ กนั เล�ียงลูก การแยกกนั น�ีจะตอ้ งแยกใหต้ วั เมียอยใู่ กลก้ บั ไข่ เพราะจะทาํ ใหท้ �งั ตวั เมีย และ ตวั ผชู้ ่วยกนั เล�ียงลูก แตถ่ า้ แยกใหต้ วั เมียอยดู่ า้ นนอกและตวั ผอู้ ยดู่ า้ นใน ตวั เมียจะไมค่ ุน้ กบั ลูก และ จะกินลูกของตวั เอง แต่ท�งั น�ีการแยกตอ้ งใหท้ �งั ตวั ผู้ และตวั เมียสามารถมองเห็นไข่ที�วางติดโดมไว้ ไดเ้ พ�อื จะไดไ้ ม่กินลูกปลา 48 53

บทที่ 2 ก�รเพ�ะพนั ธุป์ ล�สวยง�ม บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม ภาพที� 96 การวางโดมใหไ้ ขข่ องปลาปอมปาดวั ร์เกาะ ท�ีมา : www.thaisecondhand.com/view/prod...16n1.jpg 4.3 การอนุบาลและการเลยี� ง 4.3.1 หลงั จากแมป่ ลาวางไข่ได้ 3 วนั ลูกปลาจะฟักเป็นตวั แตจ่ ะยงั อยใู่ นบริเวณเปลือกไข่ จะเห็นส่วนหางเตน้ ไปมา ส่วนหวั จะเป็ นจุดสีดาํ ในระยะน�ีลูกปลาจะไม่กินอาหาร เพราะมีถุงไข่ (yolk sac) อยใู่ นบริเวณทอ้ ง 4.3.2 หลังจากน�ันอีก 3 วนั คือวนั ท�ี 6 หลังจากเม�ือปลาวางไข่ ลูกปลาจะเร�ิมว่ายน�าํ มาเกาะเพ�ือกินเมือกบริเวณลาํ ตวั พ่อแม่ปลา สีของลาํ ตวั ของพ่อแม่ปลาจะเร�ิมเปลี�ยนเป็ นสีเขม้ ข�ึน จนเกือบดาํ พ่อแม่ปลาจะพยายามอมลูกปลาแล้วพาไปที�โดม ระยะน�ีเป็ นระยะที�สําคญั มาก ถ้าพ่อแม่ปลาตกใจจะกินลูกปลาเข้าไปเลย และควรระมัดระวังการให้อาหารพ่อแม่ปลา อยา่ ใหอ้ าหารมาก เพราะจะทาํ ใหน้ �าํ เสีย เนื�องจากจะไมม่ ีการเปล�ียนน�าํ ในระยะน�ี 4.3.3 ในวนั ที� 7 มีการถ่ายน�าํ พร้อมกบั ดูดตะกอนออก ควรระมดั ระวงั ลูกปลาจะติดไปใน ระหวา่ งการดูดตะกอน ใหเ้ หลือน�าํ อยปู่ ระมาณคร�ึงตูเ้ ท่าน�นั 4.3.4 ในวนั ท�ี 8 ค่อย ๆ ดูดตะกอน และเร�ิมเติมน�าํ โดยใช้สายยางเล็ก ๆ หยดน�าํ ลงไป เพ�ือให้มีการเปล�ียนแปลงนอ้ ยที�สุด โดยถา้ ถ่ายน�าํ ตอนเชา้ จะตอ้ งเติมน�าํ โดยใชเ้ วลา 8 - 10 ชว�ั โมง จึงจะไดร้ ะดบั คร�ึงตูเ้ ท่ากบั เมื�อวนั ที� 7 (การเปลี�ยนน�าํ ควรเติมน�าํ เท่ากบั ปริมาณน�าํ ท�ีมีอยูเ่ ดิม) และ เปล�ียนน�าํ เช่นน�ีต่อไปทุกวนั 4.3.5 ในวนั ที� 13 ลูกปลาเร�ิมว่ายน�าํ ไปมาอย่างอิสระ แต่ยงั กินเมือกของพ่อแม่ปลาเป็ น อาหารอยู่ สามารถใหอ้ าหารเสริมได้ คือ อาร์ทีเมียท�ีเพาะใหม่ ๆ หรือไรแดงขนาดเลก็ 4.3.6 ในวนั ที� 17 แยกแม่ปลาออกจากลูกปลาได้ ลูกปลาในระยะน�ีเรียกวา่ ระยะแกะออก จากแม่ มีขนาดเม็ดแตงโม ในระยะน�ีควรหัดให้ลูกปลากินไข่กุ้งเพื�อเป็ นการเร่งสีทาํ ให้ลูกปลา มีสีแดงข�ึน 54 49

บบททท่ี ท2ี� 2กก�รารเพเพ�ะาพะพนั ธนั ุ์ปธลุป์ �ลสาวสยวงย�มงาม พอ่ แมป่ ลาท�ีแยกออกจากลูกในระยะท�ีลูกปลามีอายุ 17 วนั น�นั สามารถนาํ มาผสมพนั ธุ์ ได้ อีกโดยใชเ้ วลาพกั ประมาณ 1 สัปดาห์ ในระยะน�ีควรให้อาหารเสริมเช่น วติ ามินอี วิตามินเคหรือ วิตามินรวม เนื�องจากในระยะเล�ียงลูกจาํ เป็ นตอ้ งใส่ยาปฏิชีวนะตลอดเวลาเพื�อป้องกนั โรค ทาํ ให้ ปลาขาดวติ ามิน โดยใส่วติ ามินลงไปในอาหารและแช่ทิ�งไวก้ ่อนใหอ้ าหารประมาณ 20 นาที หากเกิดปัญหาไข่เสียไม่ฟักเป็ นตัว สาเหตุอาจเน�ืองมาจากตัวผูม้ ีน�ําเช�ือไม่ดีเพราะ เพาะพนั ธุ์ถ�ีเกินไป หรือน�าํ มีคลอรีน ในการเพาะพนั ธุ์ควรจะมีปลาตวั ผูห้ ลายตวั ไวส้ ับเปล�ียน แต่ถ้าสับเปล�ียนตวั ผูแ้ ล้วไข่ยงั เสียอีก 4-5 คร�ัง หรือเมื�อตวั เมียวางไข่แล้วไข่หลุดออกจากโดม ควรจะพกั พอ่ แม่พนั ธุ์อยา่ งนอ้ ย 1 เดือน 5. ปลาเทวดา ปลาเทวดา ( angelfish ) มีชื�อวิทยาศาสตร์ว่า Pterophyllum scalare จดั เป็ นปลาสวยงาม อีกประเภทหน�ึงที�มีผูน้ ิยมเล�ียงกนั มาก มีถ�ินกาํ เนิดในแถบลุ่มน�าํ อเมซอนทวปี อเมริกาใต้ เป็นปลาท�ี อยใู่ นครอบครัวเดียวกบั ปลานิล ปลาปอมปาดวั ร์ ลกั ษณะลาํ ตวั ของปลาเทวดาจะแบนทางดา้ นขา้ ง มาก ลาํ ตวั มีดา้ นกวา้ งและดา้ นยาวเกือบเท่ากนั ครีบหลงั และครีบกน้ มีกา้ นครีบยาวและเรียวแหลม สวยงาม ส่วนครีบทอ้ งจะอยู่ใกลค้ รีบอกจะมีกา้ นครีบยาวเท่ากนั บริเวณส่วนหน้าผากต�งั แต่ปาก จนถึงครีบหลงั จะลาดชนั สีพ�ืนบริเวณลาํ ตวั ตามปกติจะมีสีเงินและเป็ นประกายสีบรอนซ์บริเวณ ส่วนหลงั มีสีน�าํ ตาลอมเขียว ส่วนทอ้ งจะมีสีเงินจาง ๆ และมีแถบสีดาํ � – � แถบ พาดขวางลาํ ตวั ส่านครีบหางเป็นแบบส้อม (fork) 55 50

บทท่ี 2 ก�รเพ�ะพนั ธุ์ปล�สวยง�ม บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม ภาพที� 97 ปลาเทวดา ที�มา : https://www.google.co.th/search 5.1 การคัดเลือกพ่อแม่พนั ธ์ุ ปลาเทวดาเพศผแู้ ละเพศเมีย มีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกนั มาก จึงทาํ ใหเ้ ป็ นการยากที�จะจาํ แนก เพศ ปลาเทวดาท�ีมีอายุ � – � เดือน พอที�จะจําแนกเพศได้ แต่ต้องอาศัยความชํานาญและ ประสบการณ์ โดยสังเกตจากลกั ษณะต่าง ๆ ดงั น�ี 5.1.1 การสังเกตลาํ ตวั ปลาเพศเมียจะมีลกั ษณะป้อม และลาํ ตวั หนากวา่ เพศผู้ นอกจากน�ี ครีบหลงั ครีบทอ้ ง ของปลาเพศเมีย จะมีลกั ษณะตรงกวา่ และยาวกวา่ ปลาเพศผู้ 5.1.2 การสงั เกตหนา้ ผาก ปลาเทวดาเพศผจู้ ะมีหนา้ ผากโหนกนูนกวา่ ปลาเพศเมีย 5.1.3 การสังเกตช่องเพศ ช่องเพศปลาเพศเมียจะมีต�ิงยน�ื ยาวออกมา และมีขนาดใหญ่กวา่ ปลาเพศผู้ โดยเฉพาะในช่วงของการวางไข่ 5.� การเพาะพนั ธ์ุ ปลาเทวดาจะเจริญเติบโตเป็ นตวั เต็มวยั และพร้อมท�ีจะผสมพนั ธุ์ไดเ้ ม�ือมีอายุประมาณ 8 – �� เดือน อาหารที�ใช้เล�ียงนิยมให้อาหารมีชีวิต เช่น ลูกน�าํ หนอนแดง การจบั คู่เพ�ือการผสม พนั ธุ์และวางไข่เริ�มข�ึนโดยเพศผจู้ ะวา่ ยเคียงคู่กบั เพศเมีย ในขณะเดียวกนั จะพยายามกนั ตวั อื�น ๆ ให้ ห่างจากคู่ของตนและสร้างอาณาเขตของตวั เองไม่ให้ตวั อื�นเขา้ ใกล้ อาจจะเป็ นบริเวณมุมตูม้ ุมใดมุม หน�ึง โดยเพศเมียจะอยู่ดา้ นในติดกบั มุมตู้ เพศผูม้ กั จะวา่ ยน�าํ อยู่ดา้ นนอก ท�งั เพศผูแ้ ละเพศเมียจะ ทาํ ความสะอาดบริเวณท�ีวางไข่ โดยการอมน�าํ แลว้ พ่นไปในบริเวณพ�ืนตู้ และเก็บส�ิงสกปรกต่าง ๆ เช่น เศษใบไม้ หรือตะกอนผงต่าง ๆ ออกจากบริเวณน�นั ซ�ึงเป็ นสัญญาณแสดงวา่ เพศเมียพร้อมที� จะวางไข่ ทาํ การแยกปลาท�งั คู่ออกจากตูท้ �ีเล�ียง ใส่ในตูท้ �ีเตรียมไวส้ ําหรับเพาะ ซ�ึงโดยมากแลว้ นิยม ใชต้ ูข้ นาดความยาว �� นิ�วข�ึนไป ใส่น�าํ ท�ีปราศจากคลอรีนและมีการเพ�ิมปริมาณออกซิเจนโดยการ ใชเ้ ครื�องใหอ้ ากาศ 56 51

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุป์ ลาสวยงาม บทที่ 2 การเพาะพนั ธป์ุ ลาสวยงาม ตามธรรมชาติแล้วปลาเพศเมียจะวางไข่ติดกบั วสั ดุต่าง ๆ ในน�ํา เช่น ก้อนหิน ตอไม้ พรรณไมน้ �าํ ชนิดต่าง ๆ แต่เมื�อนาํ มาเล�ียงในตูก้ ระจกแลว้ นิยมใช้กระจกหรือพลาสติกแผ่นเรียบ วางเอียงกบั พ�ืนตูป้ ระมาณ �� – �� องศา แม่ปลาจะวางไข่ติดกบั กระจกแลว้ พ่อปลาจะปล่อยน�าํ เช�ือ ผสมกบั ไข่ทนั ที จะผลดั เปลี�ยนกนั เช่นน�ีจนแม่ปลาวางไข่หมด ซ�ึงใชเ้ วลาประมาณ � – � ชว�ั โมง ในแต่ละคร�ังของการวางไข่ แมป่ ลาจะวางไขป่ ระมาณ ��� – �,��� ฟอง ท�งั น�ีข�ึนอยกู่ บั ความสมบูรณ์ ของแมป่ ลา พอ่ แม่ปลาจะเฝ้าไข่และคอยพดั โบกน�าํ โดยใชค้ รีบอก เพอ�ื เป็นการเพม�ิ ออกซิเจนในน�าํ 5.3 การอนุบาลและการเลยี� ง 5.3.1 การแยกไขม่ าอนุบาล กระทาํ โดยหลงั จากแม่ปลาวางไข่ และไขไ่ ดร้ ับการผสมแลว้ นาํ แผน่ กระจกที�มีไข่ติดอยมู่ าใส่ในตูอ้ นุบาลท�ีเตรียมไว้ และมีการเพ�มิ อากาศโดยเคร�ืองให้ อากาศ เบา ๆ ตลอดเวลา ความลึกของน�าํ ไม่เกิน �� เซนติเมตร ไข่จะฟักออกเป็ นตวั ภายใน �� ชว�ั โมง ลกั ษณะของลูกปลาในระยะน�ีจะเห็นเป็ นเส้นดา้ ยเคล�ือนไหวไปมาแต่ยงั ไม่เคลื�อนท�ีจะเกาะติดอยู่ บริเวณแผ่นกระจก ลูกปลาจะมีถุงอาหาร ติดอยูใ่ นบริเวณดา้ นทอ้ ง ในระยะน�ีลูกปลาจะยงั ไม่ตอ้ ง กินอาหาร ถุงอาหารน�ีจะยุบภายใน � – � วนั จากน�ันลูกปลาจะเริ�มเคลื�อนไหวโดยมกั จะลอยตวั ข�ึนมาบริเวณผวิ น�าํ และรวมกลุ่มกนั อยูอ่ ยา่ งหนาแน่น เม�ือลูกปลามีอายไุ ด้ � วนั ข�ึนไปจะให้อาหาร โดยใชไ้ ข่แดงตม้ สุกบดละเอียดผสมกบั น�าํ เล็กนอ้ ยหยดไปในบริเวณกลุ่มของลูกปลา ควรระวงั ในการให้อาหารโดยอย่าให้มากจนลูกปลากินไม่หมดทาํ ให้น�าํ เสียง่ายและเป็ นสาเหตุของการเกิด โรคไม่ควรให้ไข่แดงเกิน � วนั เพราะจะทาํ ให้ปลาทอ้ งอืดตายได้ หรืออาจให้ตวั อ่อนของไรแดง โดยไม่ตอ้ งใหไ้ ข่แดงเลยกไ็ ด้ ซ�ึงวธิ ีการน�ีจะทาํ ใหป้ ลาโตเร็วกวา่ ใหไ้ ข่แดง ในระยะน�ีควรระวงั เรื�องความสะอาดของน�าํ ควรหมนั� เปลี�ยนน�าํ อย่างน้อยวนั ละ � คร�ัง คือ ในช่วงเชา้ และเยน็ ควรให้อาหารอยา่ งสม�าํ เสมอวนั ละ � – � คร�ัง จะทาํ ใหป้ ลาเจริญเติบโตอย่าง รวดเร็ว เมื�อลูกปลาอายไุ ด้ �� วนั ข�ึนไป สามารถวา่ ยน�าํ ไดอ้ ยา่ งอิสระและคล่องตวั แต่ยงั จะรวมฝูง กนั อยู่ ในระยะน�ีลูกปลาจะมีรูปร่างกลมคลา้ ยรูปไข่ ครีบหลงั ครีบอกและครีบกน้ ยงั ไม่ยาวออกมา เม�ืออายุประมาณ �� วนั ลูกปลาจะมีลกั ษณะเหมือนพ่อแม่ การอนุบาลดว้ ยวิธีน�ีมีผลดี คือ พ่อแม่ ปลาไม่ตอ้ งดูแลลูกปลาทาํ ใหพ้ อ่ แม่ปลาฟ�ื นตวั ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วหลงั จากวางไข่และสามารถวางไขใ่ น คร�ังต่อไปไดใ้ นเวลา � – �� วนั ทาํ ใหส้ ามารถเพาะปลาไดเ้ ป็ นจาํ นวนมากและยงั ป้องกนั พ่อแม่ปลา บางตวั ที�มีอุปนิสัยในการกินไข่ ขอ้ เสียของวิธีน�ีคือ ลูกปลาจะไม่มีพ่อแม่คอยดูแลอาจทาํ ให้อตั รา การรอดลดลง 5.3.2 การใหพ้ อ่ แมอ่ นุบาล ปลาเทวดาจดั เป็นปลาประเภทที�ดูแลและเล�ียงลูกท�งั เพศผแู้ ละ เพศเมีย พ่อแม่ปลาจะอมลูกปลาที�ตกอยู่ในบริเวณพ�ืนพ่นข�ึนไวใ้ นบริเวณแผ่นกระจก เพ�ือให้ ลูกปลาได้รับออกซิเจนและน�ําสะอาด นอกจากน�ีพ่อแม่ปลายงั พยายามยา้ ยลูกปลาท�งั หมด 57 52

บทท่ี 2 ก�รเพ�ะพันธป์ุ ล�สวยง�ม บทที� 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม เพอื� หลบเล�ียงการถูกรบกวน ดงั น�นั ตูอ้ นุบาลปลาน�ีไม่ควรจะมีกรวด ทราย รองพ�นื ตูเ้ พราะจะทาํ ให้ พ่อแม่ปลาเก็บลูกปลาจากพ�ืนได้ยาก อาหารในระยะแรกของลูกปลาเหล่าน�ีก็คือ เมือกของ พ่อแม่ปลา การอนุบาลด้วยวิธีน�ีมีผลดีคือ จะทาํ ให้ลูกปลาแข็งแรง เพราะมีพ่อแม่ปลาคอยช่วย เหลืออยตู่ ลอดเวลาต�งั แตก่ ารกดั เปลือกไขใ่ หฉ้ ีกขาดเพ�อื ใหล้ ูกปลาฟักออกมา การเคล�ือนยา้ ยลูกปลา เพื�อใหไ้ ดร้ ับออกซิเจนหรือน�าํ สะอาด แตม่ ีขอ้ เสียคือ พอ่ แม่ปลาไมไ่ ดพ้ กั ทาํ ใหก้ ารผสมพนั ธุ์วางไข่ ในคร�ังต่อไปตอ้ งใชเ้ วลานาน 6. ปลามงั กร ปลามงั กร ปลาตะพดั หรือปลาอะโรวาน่า ( Arowana ) Scleropages formosus (Muller & Schlegel )จดั อยูใ่ นครอบครัว Osteoglossidae เป็ นปลาท�ีอยใู่ นความนิยมตลอดกาล ท�งั น�ีเพราะความ สวยงาม ความสง่างามและความเชื�อที�วา่ จะนาํ มาซ�ึงโชคลาภ ส่งผลใหม้ ีผนู้ ิยมเล�ียงปลาสวยงามหลาย ท่านไดพ้ ยายามเสาะแสวงหา เพ�ือให้ไดป้ ลาชนิดน�ีมาประดบั บารมี หรือเล�ียงไวเ้ ป็ นเพ�อื นคลายเหงา (สง่า สีสง่า, มปป) ปลามงั กรเป็ นปลาท�ีเล�ียงง่าย โตเร็ว อายุยืน และมีความคุ้นเคยกับผูเ้ ล�ียงเป็ นอย่างดี ศูนยพ์ ฒั นาประมงน�าํ จืดสุราษฏร์ธานีได้ใช้ความพยายามอย่างย�ิงในการรวบรวมพ่อแม่พนั ธุ์ปลา จากแหล่งน�าํ ธรรมชาติและแหล่งอ�ืน ๆ เพ�ือใช้เป็ นพ่อแม่พนั ธุ์ปลาในการทดลองเพาะขยายพนั ธุ์ จนกระทงั� ปี ���� กไ็ ดป้ ระสบความสาํ เร็จในการเพาะพนั ธุ์ปลามงั กรสีเงินสายพนั ธุ์ไทยเป็นคร�ังแรก โดยใชพ้ อ่ แม่พนั ธุ์ปลาที�รวบรวมไดจ้ ากอ่างเก็บน�าํ เข�ือนรัชประภา จงั หวดั สุราษฏร์ธานี ซ�ึงนบั เป็ น ความสาํ เร็จคร�ังยงิ� ใหญแ่ ละเป็นพ�ืนฐานในการเพาะขยายพนั ธุ์ปลามงั กรสายพนั ธุ์อ�ืน ๆ ในเวลาต่อมา ดงั ภาพท�ี 98 - 99 ภาพท�ี 98 ปลามงั กรแดง ภาพที� 99 ปลามงั กรสีเงิน 58 53

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทที่ 2 การเพาะพันธป์ุ ลาสวยงาม 6.1 การคัดเลือกพ่อแม่พนั ธ์ุ การแยกเพศปลามงั กรแยกไดย้ าก แต่สามารถดูไดจ้ ากลกั ษณะของครีบหู และระยะห่าง ระหวา่ งปลายครีบหู และระยะห่างระหวา่ งปลายครีบหูกบั ฐานครีบทอ้ ง กล่าวคือ ในปลามงั กร เพศผู้ ครีบหูหนาใหญ่โคง้ งุม้ และยาวจรดฐานครีบทอ้ ง ส่วนปลาเพศเมียครีบหูบางส�นั ระยะห่างจากปลาย ครีบหูถึงฐานครีบทอ้ งจึงกวา้ งกว่าปลาเพศผู้ นอกจากน�ียงั พบว่าปลาเพศเมียมีส่วนกวา้ งของลาํ ตวั มากกวา่ ปลาเพศผู้ รวมท�งั มีสีเขม้ และชดั เจนกวา่ ปลาเพศผทู้ ี�นาํ มาผสมพนั ธุ์ควรจะมีอายุ 3 ปี ข�ึนไป ส่วนปลาเพศเมียควรมีอายุ 4 ปี เพ�อื ใหป้ ลามีความสมบูรณ์เพศเตม็ ที� 6.2 การเพาะพนั ธ์ุ ศูนยพ์ ฒั นาประมงน�าํ จืดสุราษฏร์ธานี ไดท้ าํ การเพาะพนั ธุ์ปลามงั กร โดยวธิ ีเลียนแบบ ธรรมชาติท�งั ในบ่อดินและบ่อซีเมนต์ โดยปล่อยพ่อ-แม่พนั ธุ์ปลาลงไปในอตั รา ตวั เมียต่อตวั ผู้ เท่ากบั �:�-� และให้กินอาหารหลายชนิด ไดแ้ ก่ เน�ือปลา ลูกกบ - เขียด แมลง และจิ�งจก เป็ นตน้ หลงั จากน�นั ทาํ การรวบรวมลูกปลามงั กรปี ละสองคร�ัง ซ�ึงแต่ละคร�ังจะตอ้ งคาํ นวณระยะเวลาให้ เหมาะสม มิฉะน�ันหากไปรวบรวมในช่วงท�ีปลากาํ ลงั อมไข่ ปลาก็จะคายไข่ออกมา และมีอตั รา การรอดตายต�าํ ในทางตรงขา้ ม หากตีอวนรวบรวมในช่วงท�ีลูกปลาฟักออกเป็นตวั แลว้ แตย่ งั อาศยั อยู่ ในปากแม่ก็จะทาํ ใหไ้ ดล้ ูกปลาท�ีแขง็ แรง และมีอตั ราการรอดตายสูง แต่ถา้ หากรวบรวมชา้ ไปกวา่ น�ี ลูกปลาจะออกจากปากแม่ปลา และเป็ นอาหารของปลาตวั อ�ืน การผสมพนั ธุ์วางไข่ของปลามงั กร ท�ี จงั หวดั สุราษฏร์ธานี จะมีอยู่ � ช่วงดว้ ยกนั โดยแต่ละช่วงมีวธิ ีการสงั เกตระยะเวลาท�ีเหมาะสมใน การรวบรวมลูกปลา ดงั น�ี ช่วงท�ี � หลงั จากผา่ นฤดูร้อน พอมีฝนตกหนกั ชุดแรก (หรือสังเกตเห็นวา่ ปลาแยกตวั ออก จากฝงู ไม่ยอมกินอาหาร) ให้นบั ไปอีกประมาณ �� วนั ก็จะคอยเฝ้าปลาในช่วงกลางคืนจนถึงเชา้ มืด และสังเกตเห็นว่าในเวลากลางคืนซ�ึงเป็ นช่วงที�มีปริมาณออกซิเจนท�ีละลายในน�ําต�าํ ปลามงั กร จะปล่อยลูกปลาออกจากปากและวา่ ยน�าํ เป็ นอิสระอยตู่ ามผวิ น�าํ หลงั จากน�นั ในช่วงที�เริ�มมีแสงแดด หรือหากลูกปลาตกใจก็จะวา่ ยกลบั เขา้ ไปอยใู่ นปากแม่ปลาเหมือนเดิม ระยะน�ีจะอยใู่ นช่วงประมาณ เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ซ�ึงสามารถรวบรวมลูกปลาไดโ้ ดยใชอ้ วนทบั ตล�ิงลอ้ มจบั ปลา แลว้ เปิ ด ปากปลามงั กรเพอื� นาํ ลูกปลาไปอนุบาลตอ่ ไป ช่วงที� � ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ของทุกปี ในเขตภาคใตม้ กั จะมีฝนตกหนกั เป็ นอีกช่วงหน�ึงท�ีปลามงั กรจะผสมพนั ธุ์วางไข่ โดยใช้วิธีการสังเกตเหมือนเดิม และจะสามารถ รวบรวมลูกปลาไดป้ ระมาณเดือนธนั วาคม การฟักไข่ โดยการรวบรวมลูกปลาบางคร�ังอาจจะเป็ นระยะท�ีปลากาํ ลงั อมไข่ไวใ้ นปาก ถ้าปล่อยคืนกลับไปแม่ปลาก็จะไม่อมไข่หรืออาจกินไข่ทนั ที ฉะน�ัน จึงตอ้ งนําไข่ท�ีรวบรวมได้ 59 54

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทท่ี 2 ก�รเพ�ะพนั ธปุ์ ล�สวยง�ม มาฟัก ดว้ ยกรวยฟักไข่หรือ ตูก้ ระจกระบบปิ ด เป็นตน้ ซ�ึงทุกระบบสามารถนาํ มาใชฟ้ ักไข่ปลาตะพดั ได้ โดยอตั ราการรอดตายของลูกปลาข�ึนอยูก่ บั ระยะของไข่ท�ีรวบรวมมาได้ ถา้ ไข่ยงั ไม่ฟักเป็ นตวั อตั ราการรอดตายจะต�าํ แตถ่ า้ ลูกปลาฟักเป็ นตวั แลว้ และยง�ิ ตวั โตมากเท่าไรอตั ราการรอดตายก็จะย�งิ สูงข�ึนมากเท่าน�นั 6.3 การอนุบาลและการเลยี� ง ลูกปลามงั กรสามารถอนุบาลไดท้ �งั ในตูก้ ระจก ถงั ไฟเบอร์กลาส บอ่ คอนกรีต หรือภาชนะ อื�น ที�สําคญั คือ จะตอ้ งมีฝาปิ ดท�ีมิดชิดเพ�ือป้องกนั ไม่ให้ปลาออกจากที�กกั ขงั และมีระบบเพ�ิมออกซิ เจนในน�าํ อตั ราความหนาแน่นที�เหมาะสมในการอนุบาลข�ึนอยกู่ บั ขนาดของลูกปลา ในช่วงที�ถุงไข่ แดง (Yolk sac) ยุบใหม่ ๆ สามารถอนุบาลได้หนาแน่นถึง ��-�� ตัวต่อตู้ปลาขนาดกว้าง �� เซนติเมตร ยาว �� เซนติเมตร และมีระดบั น�าํ ลึก ��-�� เซนติเมตร หลงั จากน�นั เมื�อลูกปลามีขนาด โตข�ึนจะตอ้ งลดความหนาแน่นลงมิฉะน�ันลูกปลาจะกดั กนั เอง ซ�ึงอาจทาํ ให้ปลาตายได้ ตลอด ระยะเวลาในการอนุบาลตอ้ งดูแลสังเกตอย่างใกลช้ ิด โดยเฉพาะอย่างยิ�ง ในเร�ืองของคุณภาพน�าํ จะตอ้ งมีการควบคุมดูแล เพื�อให้คุณสมบตั ิของน�าํ มีความเหมาะสมอยเู่ สมอ ซ�ึงจะเป็ นผลใหอ้ ตั รา การรอดตายของลูกปลาสูงข�ึนดว้ ย ส่วนอาหารสาํ หรับการอนุบาลน�นั ไดแ้ ก่ ลูกปลาตะเพียนขาวและ มวนกรรเชียง ซ�ึงทาํ ใหล้ ูกปลามงั กรเจริญเติบโตไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ปลามงั กรเป็ นปลาที�เล�ียงง่าย โตเร็ว กินอาหารได้หลายชนิด สามารถเล�ียงได้ท�งั ในตู้ กระจก ถงั ไฟเบอร์กลาส บ่อคอนกรีตและบ่อดิน โดยทว�ั ไปแลว้ ถา้ เล�ียงจาํ นวนไม่มากนกั ผูเ้ ล�ียงมกั นิยมทาํ เป็ นตูก้ ระจกขนาดใหญ่ไวใ้ นบา้ น ภายในตูม้ ีระบบกรองน�าํ ระบบใหแ้ สงสวา่ ง และระบบ ให้อากาศอยตู่ ลอดเวลา แต่ละตูไ้ ม่ควรจะปล่อยปลาลงเล�ียงหลายตวั เพราะเมื�อถึงจุดหน�ึงปลาจะกดั กนั เองส่งผลใหถ้ ึงแก่ชีวิตได้ ดงั น�นั โดยทว�ั ไปจึงมกั จะนิยมเล�ียงเพียงตูล้ ะตวั เท่าน�นั เพื�อลดการเส�ียง ต่อการสูญเสียปลาที�หากยากและมีราคาแพง อยา่ งไรก็ตามหากผเู้ ล�ียงมีเวลาดูแลปลาสม�าํ เสมอ จะทาํ ใหป้ ลามีความคุน้ เคย และรู้จกั ทกั ทายจะวา่ ยเขา้ หาเมื�อผเู้ ล�ียงเขา้ ไปใกล้ (สง่า สีสง่า, มปป) 7. ปลาหางนกยงู ปลาหางนกยงู (Guppy )มีช�ือวิทยาศาสตร์วา่ Poecilia reticulata Peters 1859 อยใู่ นครอบครัว Poecilidae เป็ นปลาออกลูกเป็ นตวั และมีถ�ินกาํ เนิดทางทวีปอเมริกาใตป้ ระเทศเวเนซูเอลล่า หมู่ เกาะคาริเบียนของประเทศบาร์บาโดสและในแถบลุ่มน�าํ อเมซอน ในธรรมชาติอาศยั อยใู่ นแหล่งน�าํ จืดและน�าํ กร่อยที�เป็ นแหล่งน�าํ นิ�งจนถึงน�าํ ไหลเร�ือยๆ ปลาตวั ผูม้ ีขนาด 3 -5 เซนติเมตร ตวั เมียมี ขนาด 5 -7 เซนติเมตร ปลาหางนกยูงท�ีนิยมเล�ียงเป็ นปลาสวยงาม(Fancy guppies) ซ�ึงเป็ นปลา 55 60

บทที� 2 การเพาะพนั ธุป์ ลาสวยงาม บทที่ 2 การเพาะพันธ์ุปลาสวยงาม ที�ไดร้ ับการคดั พนั ธุ์และปรับปรุงพนั ธุ์มาจากพนั ธุ์พ�ืนเมือง ( Wild guppies) ท�ีพบแพร่กระจายอยูใ่ น ธรรมชาติ ลกั ษณะเด่นที�ใชใ้ นการปรับปรุงพนั ธุ์เพื�อใหไ้ ดส้ ายพนั ธุ์ใหมๆ่ คือ ลกั ษณะสีและลวดลาย บนลาํ ตวั และลวดลายบนครีบหางและรูปแบบของครีบหาง การเล�ียงพอ่ แม่พนั ธุ์ปลาหางนกยูง จาํ เป็ นตอ้ งดูแลอยา่ งดี เนื�องจากปลาหางนกยงู จะเจริญถึง วยั เจริญพนั ธุ์ เม�ือปลามีอายุเพียง � เดือนเท่าน�นั ระบบการสืบพนั ธุ์ของปลาหางนกยงู เป็ นลกั ษณะ เพศแยก (dioecious) ส่วนของครีบกน้ พฒั นาเป็ นอวยั วะช่วยในการสืบพนั ธุ์ที�เรียกวา่ โกโนโปเดียม (gonopodium) ปลาหางนกยูงออกลูกเป็ นตวั ตวั อ่อนไดร้ ับอาหารจากไข่แดง เจริญพฒั นาภายใน ทอ้ งแม่ ไม่ได้รับอาหารทางสายสะดือหรือรก เพียงแต่อาศยั ท่อนาํ ไข่เป็ นเกราะป้องกันตวั อ่อน ระหวา่ งท�ีมีพฒั นาการ (ศิริวรรณ คิดประเสริฐ, 2549) กรรมวิธีการผสมพนั ธุ์เริ�มจากปลาเพศผูจ้ ะสอดอวยั วะช่วยในการผสมพนั ธุ์เขา้ ไปภายใน บริเวณท่อนาํ ไข่ของปลาเพศเมีย แลว้ ปล่อยน�าํ เช�ือเขา้ ไปผสมกบั ไข่ หลงั จากเพศเมียไดร้ ับการผสม แลว้ จะใชร้ ะยะเวลาต�งั ทอ้ งประมาณ �� – �� วนั จึงออกลูกในแต่ละคร�ังประมาณ �� – �� ตวั หรือ อาจมีมากถึง ��� ตวั ท�งั น�ีข�ึนอยกู่ บั ขนาดและความสมบูรณ์เพศของแม่พนั ธุ์ แมป่ ลาสามารถใหล้ ูก ไดต้ ิดต่อกนั � – � คร�ัง โดยไมจ่ าํ เป็ นตอ้ งมีปลาเพศผูม้ าผสมพนั ธุ์อีก เนื�องจากยงั มีน�าํ เช�ือของเพศผู้ คงอยูภ่ ายในรังไข่อีกมากและสามารถมีชีวิตอยูไ่ ดน้ าน ควรเล�ียงแยกเพศไวเ้ พ�ือป้องกนั ไม่ให้ปลา ผสมพนั ธุ์กนั เอง น�าํ ท�ีใชเ้ ล�ียง ควรเป็ นน�าํ สะอาดปราศจากคลอรีน ค่าความเป็ นกรด-ด่าง 6.5 – �.� มีปริมาณ ออกซิเจนที�ละลายในน�าํ ไม่ต�าํ กวา่ � มิลลิกรัมต่อลิตร ความกระดา้ งของน�าํ �� – ��� มิลลิกรัมต่อ ลิตร ความเป็ นด่าง ��� – ��� มิลลิกรัมต่อลิตร และอุณหภูมิน�าํ �� – �� องศาเซลเซียส ควรมี น�ําไหลหมุนเวียนตลอดเวลา ปลาหางนกยูงสามารถกินอาหารได้ท�งั พืชและสัตว์ในการเล�ียง พ่อแม่พนั ธุ์จึงสามารถให้อาหารจาํ พวกสัตว์น�ําขนาดเล็ก เช่น ลูกน�ํา ไรแดง อาร์ทีเมีย หรือ หนอนแดง หรืออาจจะเล�ียงดว้ ยอาหารสําเร็จรูป ท�ีมีปริมาณโปรตีนไม่ต�าํ กวา่ ร้อยละ �� อาหารมี ชีวติ ก่อนให้ทุกคร�ังควรฆ่าเช�ือโรคที�ติดมากบั อาหารโดยการแช่อาหารในด่างทบั ทิม ปริมาณอาหาร มีชีวิตควรให้ร้อยละ �� ของน�าํ หนกั ตวั หรือให้กินแต่พออ�ิมส่วนอาหารสําเร็จรูป ควรให้ร้อยละ 2 – � ของน�าํ หนกั ตวั ปลาต่อวนั โดยใหอ้ าหารวนั ละ � คร�ัง ในตอนเชา้ และตอนเยน็ ส่วนการเปลี�ยน ถ่ายน�าํ ควรทาํ ทุกวนั 7.� การคดั เลือกพ่อแม่พนั ธ์ุ การคดั เลือกปลาเพศผูแ้ ละเพศเมียเพ�ือทาํ การผสม ควรเลือกปลาที�มีอายุ � เดือน ข�ึนไป ลกั ษณะลาํ ตวั มีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ โคนหางใหญ่ แขง็ แรง ครีบสมบูรณ์ ครีบหางใหญ่ พลิ�วหนา แขง็ แรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด รูปร่างไดส้ ัดส่วน แขง็ แรง วา่ ยน�าํ ปราดเปรียวมีสีและลวดลาย 56 61

บทที่ 2 ก�รเพ�ะพนั ธุป์ ล�สวยง�ม บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุป์ ลาสวยงาม สวยงาม ปลาเพศผูแ้ ละเพศเมีย ควรมีลกั ษณะสีและลวดลายที�เหมือนกนั หรือคล้ายกันมากท�ีสุด เพ�ือใหไ้ ดล้ ูกปลาท�ีลกั ษณะไม่แปรปรวนมากในการผสมพนั ธุ์ หากจาํ เป็ นตอ้ งเก็บลูกปลาท�ีเพาะไว้ เป็ นพ่อแม่พนั ธุ์ในคร�ังต่อไป ควรหาพ่อแม่ปลาจากแหล่งอ�ืนมาผสมบ้าง เพ�ือป้องกันการผสม เลือดชิด ซ�ึงเป็นสาเหตุใหล้ ูกปลารุ่นต่อ ๆ ไปมีความอ่อนแอและมีอตั ราการรอดต�าํ ภาพที� 100 ปลาหางนกยงู เพศผู้ ภาพที� 101 ปลาหางนกยงู เพศเมีย ที�มา : http://home.kku.ac.th/pracha/Betta.htm 7.� การเพาะพนั ธ์ุ เตรียมบอ่ ซีเมนตข์ นาด � – � ตารางเมตร ระดบั น�าํ ลึก �� – �� เซนติเมตร ใส่พมุ่ เชือกฟาง ตะกร้าหรือพนั ธุ์ไมน้ �าํ เพื�อใหล้ ูกปลาใชเ้ ป็ นท�ีหลบซ่อนคดั พอ่ แม่ปลาสายพนั ธุ์เดียวกนั ที�ลกั ษณะดี สีสวยอายุประมาณ � – � เดือน โดยคดั ปลาเพศผู้ ลาํ ตวั โต แข็งแรง ครีบหลงั ครีบหางใหญ่และ แผ่กวา้ ง สีเขม้ สดใส สวยงาม ส่วนปลาเพศเมียคดั เลือกสายพนั ธุ์เดียวกนั กบั ปลาเพศผู้ ลาํ ตวั โต แข็งแรง ปราดเปรียว ครีบหางเขม้ สดใส ปล่อยรวมกนั ในอตั รา ��� – ��� ตวั ต่อลูกบาศก์เมตร ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากบั � : 3 หรือ 1 : 4 ดงั ภาพที� 100 -101 ระหวา่ งการเพาะพนั ธุ์ใหไ้ รแดงเป็นอาหารในตอนเชา้ และใหอ้ าหารสาํ เร็จรูปในตอนเยน็ ปลาเพศเมียที�ไดร้ ับการผสมแลว้ จะเห็นเป็ นจุดสีดาํ บริเวณทอ้ งหลงั จากแม่ปลาไดร้ ับการผสมพนั ธุ์ ประมาณ �� – �� วนั จะมีลูกปลาวยั อ่อนเกิดข�ึนและหลบซ่อนอยู่ตามวสั ดุที�มาใส่ไวใ้ นบ่อ ใหร้ วบรวมลูกปลาออกทุกวนั สะสมไวใ้ นบ่ออนุบาลประมาณ � – � วนั ต่อบ่อ เพ�อื ใหล้ ูกปลามีขนาด ใกลเ้ คียงกนั โดยปล่อยลูกปลาในอตั ราความหนาแน่น ��� – ��� ตวั ต่อลูกบาศกเ์ มตร ภาพที� 102 บ่อเล�ียงพอ่ แม่พนั ธุ์ปลาหางนกยงู 57 62

บทที� 2 การเพาะพนั ธุป์ ลาสวยงาม บทท่ี 2 ก�รเพ�ะพันธปุ์ ล�สวยง�ม ภาพที� 103 บอ่ เพาะพนั ธุ์ปลาหางนกยงู ที�มีเชือกฟางสาํ หรับเป็นท�ีหลบซ่อนของลูกปลา 7.� การอนุบาลและการเลยี� ง ในระยะแรกให้ไรแดงเป็ นอาหารในตอนเช้าและเย็นทุกวนั เป็ นระยะเวลา � สัปดาห์ หลงั จากน�ันให้อาหารสําเร็จรูปจนกระทง�ั ลูกปลามีอายุประมาณ � สัปดาห์ ซ�ึงเป็ นระยะที�เริ�ม แยกเพศได้ โดยปลาเพศเมีย สังเกตจุดสีดาํ บริเวณรูเปิ ดช่องทอ้ ง ส่วนปลาเพศผเู้ ม�ือมองจากดา้ นบน มีรูปร่างเรียวยาวกวา่ เพศเมียคดั ขนาดและแยกเพศปลา นาํ ไปแยกเล�ียงในบ่ออตั รา ��� – ��� ตวั ต่อ ลูกบาศก์เมตร ให้กินไรแดงเป็ นอาหารในตอนเช้า ส่วนตอนกลางวนั และตอนเย็นให้กินอาหาร สําเร็จรูป เป็ นเวลา � เดือน (ปลามีอายุประมาณ � เดือน) ปลาหางนกยกยูงอายุประมาณ � เดือน จะถูกคดั ขนาดและคดั เลือกปลาที�แข็งแรงสมบูรณ์เพื�อนาํ ไปเล�ียงไวใ้ นบ่อพกั ปลา เพ�ือเตรียม ส่งจาํ หน่ายต่อไป วิธีการเพาะพนั ธุ์ปลาหางนกยูงสามารถใช้ได้กบั การเพาะพนั ธุ์ปลาท�ีออกลูก เป็นตวั เช่น ปลาสอดชนิดต่าง ๆ และปลาบอลลูน 8. ปลาการ์ตูน ปลาการ์ตูน(Anemone fish) มีช�ือวิทยาศาสตร์ว่า Amphiprion sp. เป็ นปลาท�ีถูกจัดอยู่ใน ครอบครัวปลาสลิดหิน (Damselfishes, Family Pomacentridae) ปลาการ์ตูนท�ีพบในน่านน�าํ ไทยมี 7 ชนิด แบ่งเป็ นฝั�งอนั ดามนั 5 ชนิด ได้แก่ ปลาการ์ตูนส้มขาว ปลาการ์ตูนอินเดียน ปลาการ์ตูน ลายปลอ้ ง ปลาการ์ตูนลายปลอ้ งหางเหลือง และปลาการ์ตูนแดงดาํ ส่วนปลาการ์ตูนที�พบในอ่าวไทย มี 2 ชนิด คือ ปลาการ์ตูนหลงั อาน และปลาการ์ตูนอินเดียนแดง จากการรายงานของธรณ์(2544) พบว่า ปลาการ์ตูนลายปล้องสามารถพบได้ท�งั ฝ�ังอ่าวไทยและอนั ดามนั นอกจากน�ันยงั พบปลา การ์ตูนส้มขาว และ ปลาการ์ตูนอินเดียนที�เกาะโลซิน จงั หวดั นราธิวาส (อ่าวไทย) อีกด้วย แมว้ ่า ดอกไม้ทะเลจะมีเข็มพิษแต่กลบั ไม่ทาํ อนั ตรายต่อปลาการ์ตูน ทาํ ให้ปลาการ์ตูนอาศยั อยู่อย่าง ปลอดภยั ในดอกไมท้ ะเล จากการสํารวจพบวา่ ปลาการ์ตูนแต่ละชนิดจะจาํ เพาะเจาะจงต่อชนิดของ 63 58

บทที� 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทที่ 2 ก�รเพ�ะพนั ธปุ์ ล�สวยง�ม ดอกไมท้ ะเลท�ีจะอาศยั อยูด่ ว้ ย แต่ก็มีปลาการ์ตูนอีกหลายชนิดท�ีสามารถอาศยั อยกู่ บั ดอกไมท้ ะเลได้ หลายชนิด (ธรณ์ ธาํ รงนาวาสวสั ด�ิ, 2544) ดงั ภาพที� 104 ปลาการ์ตูนแตล่ ะชนิดจะมีรูปแบบสีที�เป็นเอกลกั ษณ์ ซ�ึงปกติจะประกอบไปดว้ ยสีส้ม แดง ดํา เหลือง และส่วนใหญ่จะมีแถบสีขาวพาดขวางลําตัว 1-3 แถบ ซ�ึงถือเป็ นเอกลักษณ์ของ ปลาการ์ตูนก็วา่ ได้ อยา่ งไรก็ตามแมจ้ ะเป็ นปลาการ์ตูนชนิดเดียวกนั แต่ก็จะมีส่วนที�มีสีแตกต่างกนั อยเู่ สมอ ซ�ึงน่าจะเป็ นส่วนที�ทาํ ให้ปลาการ์ตูนจาํ คู่ของมนั ได้ นอกจากน�นั ปลาที�อาศยั ต่างสถานท�ีกนั อาจมีสีที�แตกต่างกนั ไดเ้ รียกว่าความผนั แปรของสี (colour variation)โดยปกติปลาการ์ตูนจะอยูก่ นั เป็ นคู่ ๆ และอาจมีปลาขนาดเล็กอาศยั ร่วมอยูด่ ว้ ย แต่ในดอกไมท้ ะเลดอกหน�ึง จะมีปลาตวั ผแู้ ละตวั เมียอย่างละตวั เท่าน�นั ปลาตวั เมียจะมีขนาดโตกว่าตวั ผูแ้ ละตวั อ�ืน ๆ อย่างเห็นไดช้ ดั และทาํ หนา้ ท�ี เป็ นผู้นํา คอยปกป้องอาณาเขตที�เป็ นท�ีอาศัยของมัน ถ้าปลาตัวเมียตายไป จะมีปลาตัวใหม่ เจริญเติบโตข�ึนมาอยา่ งรวดเร็วและกลายเป็นตวั เมียแทน หรือหมายความวา่ ปลาการ์ตูนสามารถ เปลี�ยนเพศจากเพศผเู้ ป็ นเพศเมียได้ Allen(1997) กล่าววา่ ปลาการ์ตูนจะวางไข่คร�ังละหลายร้อยฟอง บริเวณฐานของดอกไมท้ ะเล ซ�ึงมีหนวดของดอกไมท้ ะเลปกคลุม ทาํ ให้ไข่มีความปลอดภยั พ่อปลา จะคอยดูแลไข่ หลังจากน�ัน 6-7 วนั ไข่จะฟักเป็ นตวั และล่องลอยไปตามน�าํ ใช้ระยะเวลา 1-2 สปั ดาห์ จากน�นั ปลาตอ้ งหาดอกไมท้ ะเลเพอ�ื เป็นท�ีอยู่ ไม่อยา่ งน�นั ปลาจะตายเนื�องจากอดอาหาร หรือ ถูกกิน ภาพท�ี �04 ปลาการ์ตูน 8.1 การรวบรวมพ่อแม่พนั ธ์ุ รวบรวมพ่อแม่พนั ธุ์จากธรรมชาติ พยายามรวบรวมให้ไดพ้ ่อแม่พนั ธุ์ที�จบั คู่กนั อยแู่ ลว้ จะ ช่วยให้พ่อแม่พนั ธุ์วางไข่ไดเ้ ร็วข�ึน แต่ถา้ ไม่สามารถหาพ่อแม่พนั ธุ์เป็ นคู่ ๆ จากธรรมชาติได้ การ จบั คู่ใหป้ ลาการ์ตูนกส็ ามารถท�ีจะทาํ ได้ เพศเมียจะมีขนาดใหญแ่ ละอาจมีทอ้ งที�อูมเป่ ง ส่วนตวั ผเู้ ลือก ตวั ที�มีขนาดเล็กและทอ้ งเรียบ หลงั การจบั คู่ให้ปลาแลว้ ตอ้ งคอยสังเกตวา่ ปลาจะยอมรับกนั หรือไม่ ถา้ ปลาไม่ยอมรับจะพบว่าปลาตวั เมียจะไล่กดั ตวั ผู้ บางคร�ังตวั ผูอ้ าจตายได้เนื�องจากโดนกดั หรือ หนีออกนอกตู้ 59 64

บทที� 2 การเพาะพนั ธุป์ ลาสวยงาม บทที่ 2 การเพาะพนั ธ์ุปลาสวยงาม 8.2 การเลยี� งพ่อแม่พนั ธ์ุ ใชต้ ูก้ ระจกขนาด 45x90x45 เซนติเมตร โดยมีระบบกรองน�าํ แบบกรองทรายภายในตู้ ใส่ แผงกรองรองรับพ�ืนตูใ้ ชก้ รวด ซากปะการัง หรือ เศษเปลือกหอยเป็ นวสั ดุกรอง ใส่วสั ดุสําหรับให้ พ่อแม่ปลาผสมพนั ธุ์วางไข่ไวข้ า้ ง ๆ ดอกไมท้ ะเล เช่น กอ้ นหิน (ไม่จาํ กดั รูปทรงแต่ให้ผิวเรียบ) เปลือกหอยตะโกรม (ปลาจะวางไข่ด้านในของเปลือกหอย) ควรเลือกใช้หินผิวเรียบ หรือใช้ กระเบ�ืองปูพ�ืน เป็นตน้ ดอกไมท้ ะเลเป็ นสัตวป์ ่ าคุม้ ครองชนิดหน�ึง บุคคลทวั� ไปไม่สามารถมีในครอบครองได้ ดังน�ัน จึงเป็ นปัญหาหน�ึงของการเพาะพนั ธุ์ปลาการ์ตูน แต่จากการทดลองเบ�ืองต้นของสถานี เพาะเล�ียงสัตว์น�าํ ชายฝ�ังจงั หวดั กระบ�ีพบว่า พ่อแม่พนั ธุ์ปลาการ์ตูนส้มขาวที�เล�ียงในตู้กระจก โดยไม่ใช้ดอกไมท้ ะเล ปลาสามารถท�ีจะวางไข่ในตูก้ ระจกได้ ส่วนการอนุบาลลูกปลาการ์ตูนและ การเล�ียงปลาการ์ตูนที�ไดจ้ ากโรงเพาะฟักพบวา่ ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งใชด้ อกไมท้ ะเล น�าํ ที�ใช้เล�ียงพ่อแม่พนั ธุ์ปลาการ์ตูนของสถานีเพาะเล�ียงสัตวน์ �าํ ชายฝ�ังจงั หวดั กระบ�ีเป็ น น�าํ ทะเลท�ีมีความเค็มประมาณ 30-33 พีพีที ก่อนนาํ มาใชจ้ ะฆ่าเช�ือดว้ ยคลอรีน ความเขม้ ขน้ 15-25 พีพีที และเป่ าลมจนคลอรีนสลายหมด ในตู้กระจกจะใส่น�ําประมาณ 150 ลิตร เปลี�ยนถ่ายน�าํ สปั ดาห์ละ 1-2 คร�ัง ในช่วงบา่ ย คร�ังละ 70-80 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกบั ทาํ ความสะอาดโดยเฉพาะบริเวณ ดา้ นขา้ งของตู้ ควรลา้ งทรายในตูเ้ ดือนละประมาณ 1 คร�ัง สําหรับในแหล่งที�จดั หาน�าํ ทะเลไม่ได้ การใช้น�าํ ทะเลเทียมประกอบกบั ระบบกรองท�ีมีประสิทธิภาพดีกว่าการกรองทรายก็มีความเป็ น ไปได้ ท�งั น�ีผเู้ ล�ียงตอ้ งมีความรู้ในการควบคุมสภาพน�าํ ในระบบปิ ดเป็นอยา่ งดี อาหารของปลาการ์ตูนจะใช้เน�ือกุ้งสับละเอียดหรืออาร์ทีเมียตวั ใหญ่(ตวั เต็มวยั ) เป็ น อาหารสําหรับเล�ียงพ่อแม่พนั ธุ์ ให้อาหารจนอ�ิม วนั ละ 2 คร�ัง ในเวลา 09.00 น. และ 15.00 น. มีบางรายงานที�เล�ียงพ่อแม่พนั ธุ์ดว้ ยหวั ใจววั หรืออาหารชนิดอ�ืน ๆ แต่ยงั ไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบ ผลของอาหารแต่ละชนิดต่อความสมบูรณ์ของปลา แต่จากการใช้เน�ือกุง้ และอาร์ทีเมียในการเล�ียง พ่อแม่พนั ธุ์พบว่า ปลามีสุขภาพสมบูรณ์ดี ให้ไข่สม�าํ เสมอและได้ลูกปลาวยั อ่อนท�ีแข็งแรงดี นอกจากน�นั เน�ือกุง้ สามารถจดั หาไดง้ ่าย และสามารถเลือกซ�ือกุง้ ขนาดเล็กที�มีราคาถูกมาเป็นอาหาร พอ่ แม่พนั ธุ์ได้ (ทศพล กระจ่างดารา, 2543) 8.3 การเพาะพนั ธ์ุ ก่อนท�ีปลาจะวางไข่ 2-5 วนั ปลาตวั ผูจ้ ะเลือกวสั ดุและทาํ ความสะอาด โดยใชป้ ากตอด ใช้ครีบอกและครีบหางโบกพดั สิ�งอื�น ๆ ท�ีติดอยู่บนผิวหน้าของวสั ดุให้หลุดไป เมื�อใกล้วางไข่ ปลาตวั เมียจะมีทอ้ งท�ีอูมเป่ ง ใหญ่กวา่ ปกติ และมีท่อนาํ ไข่โผล่ออกมายาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร หลงั จากน�นั ปลาจะเริ�มวางไข่ภายใน 1 ชว�ั โมง แม่ปลาจะวางไข่ติดกบั วสั ดุท�ีเลือกไวแ้ ลว้ โดยวาง 60 65

บทท�ี 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทท่ี 2 ก�รเพ�ะพนั ธ์ปุ ล�สวยง�ม เป็นชุด ๆ พอ่ ปลาก็จะปล่อยน�าํ เช�ือเขา้ ผสม เมื�อวางไขเ่ สร็จพอ่ ปลาจะเฝ้าดูแลไข่ ดว้ ยการโบกพดั ดว้ ย ครีบ ใชป้ ากตอด และเก็บไข่เสียออก แม่ปลาจะเขา้ มาช่วยโบกพดั เป็นคร�ังคราว ใชเ้ วลาประมาณ 7-8 วนั ไข่ก็พร้อมท�ีจะฟักออกเป็ นตวั ปลาการ์ตูนสามารถท�ีจะวางไดป้ ระมาณเดือนละ 2 คร�ัง คร�ังละ 500-1,000 ฟอง ข�ึนกับขนาดและความสมบูรณ์ของพ่อแม่พนั ธุ์ ในการวางไข่ชุดแรก ๆ พบว่า ปลามักจะกินไข่ตัวเองจนหมด เน�ืองจากอาการตกใจ แต่เม�ือวางไข่ชุดหลัง ๆ ปลาจะเร�ิ ม เคยชินกบั การถูกรบกวนและจะไม่กินไข่ตวั เองอีก ดงั ภาพที� 138 หลงั จากปลาวางไข่แลว้ 7-8 วนั ไข่พร้อมที�จะฟักเป็ นตวั สังเกตไดจ้ ากตาของตวั อ่อน ในไขม่ ีสีเงินวาว ในตอนเยน็ นาํ ไข่ท�ีพร้อมจะฟักออกเป็ นตวั ซ�ึงติดอยกู่ บั กอ้ นหินหรือเปลือกหอยไป ฟักในถังขนาด 500 ลิตร เติมน�ําทะเลสะอาด 300 ลิตร ในการฟักใช้หลักการเดียวกับ (อุ่นจิต ปาติยเสวี, 2537) โดยอาศยั แรงลมดนั น�าํ ใหไ้ หลผา่ นไข่ปลาเบา ๆ ลูกปลาจะฟักออกจากไข่ ในเวลากลางคืน จากน�นั จึงนาํ วสั ดุและอุปกรณ์การฟักออก ไขป่ ลาการ์ตูน ภาพท�ี 105 การเพาะพนั ธุ์ปลาการ์ตูน 8.4 การอนุบาล สามารถอนุบาลในถงั ไฟเบอร์กลาสสีน�าํ ตาล หรือ ถงั PE สีดาํ ขนาดความจุ 500 ลิตร ใช้เป็ นถงั ฟักและอนุบาลลูกปลาต�งั แต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 15 วนั หลงั จากน�ันจึงยา้ ยลูกปลาไป อนุบาลต่อในคอกในบ่อดิน (คอกทําด้วยอวนไนล่อน ขนาดตาละเอียด หรือเลือกขนาดตา ที�เหมาะสมท�ีปลาไม่สามารถหนีออกไปได้) การอนุบาลในช่วง 5 วนั แรก ควรปิ ดปากถงั ด้วยผา้ พรางแสงสีดาํ 1 ช�นั เพื�อป้องกนั ไม่ให้มีการเปล�ียนแปลงของแสงในบ่ออยา่ งรวดเร็ว และป้องกนั ส�ิงสกปรกอื�น ๆ การอนุบาลในถงั ควรเปล�ียนถ่ายน�ําประมาณร้อยละ 20-30 วนั เวน้ วนั พร้อมกบั กาํ จดั ตะกอนกน้ ถงั โดยจะเร�ิมทาํ เม�ือปลาอายุประมาณ 5-6 วนั หรือเห็นวา่ พ�ืนถงั เริ�มสกปรก การถ่ายน�าํ 61 66

บทที� 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทที่ 2 การเพาะพนั ธปุ์ ลาสวยงาม และการดูดตะกอนต้องทาํ ด้วยความระมัดระวงั เพื�อไม่ให้มีการเปล�ียนแปลงอย่างกะทันหัน ในถงั อนุบาล ซ�ึงจะทาํ ใหป้ ลาช็อกได้ ปลาอายุ แรกฟัก ถึง 7 วนั ใช้โรติเฟอร์เป็ นอาหาร ความหนาแน่น ประมาณ 5-15 ตวั ต่อ มิลลิลิตร พร้อมกบั เติมคลอเรลลาใหน้ �าํ มีสีเขียวอ่อน ๆ เพ�ือเป็ นอาหารของโรติเฟอร์ ควรเช็คความ หนาแน่นของโรติเฟอร์วนั ละ 2-3 คร�ัง เริ�มฝึ กให้ปลากินอาร์ทีเมียแรกฟัก เมื�อลูกปลาอายุ 5 วนั เม�ือลูกปลากินอาร์ทีเมียไดแ้ ลว้ จึงหยดุ ใหโ้ รติเฟอร์ อายุ 15 วนั ยา้ ยไปอนุบาลในบอ่ ดิน โดยการทาํ คอก ถา้ ไมม่ ีคอกอาจจะอนุบาลตอ่ ในถงั หรือบ่อซีเมนตข์ นาดใหญข่ �ึนกส็ ามารถทาํ ได้ โดยใหม้ ีความ หนาแน่นลูกปลาประมาณ 0.5-2 ตวั ต่อลิตร แต่การอนุบาลในคอกจะลดการทาํ งานในส่วนของการ ถ่ายน�าํ และมีตน้ ทุนที�ถูกกว่าหลังจากยา้ ยลูกปลาลงไปอนุบาลในคอกแล้วยงั ต้องให้อาร์ทีเมีย ตวั เล็กเป็นอาหารอีกประมาณ 5 วนั จึงฝึกใหก้ ินไรแดงแช่แขง็ และเน�ือปลาสดบดละเอียด วนั ละ 2-3 คร�ัง ถา้ สามารถใหอ้ าร์ทีเมียตวั ใหญ่เป็นอาหารลูกปลาไดจ้ ะช่วยใหล้ ูกปลาโตเร็วข�ึน ใชเ้ วลาอนุบาล ลูกปลาในคอกประมาณ 40-45 วนั จะไดล้ ูกปลาขนาด 1 นิ�ว สามารถจาํ หน่ายได้ หรือเล�ียงให้โต กวา่ น�ีก็จะไดร้ าคาที�สูงข�ึน 62 67

บทที� 2 การเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม บทที่ 2 การเพาะพันธ์ปุ ลาสวยงาม บรรณานุกรม กฤษณา แกว้ ชอุ่มและภีระ ไกรแสงศรี. 2544. สายพนั ธุ์และการเพาะเล�ียงปลาปอมปาดวั ร์. เพชรกะรัต สติวดิโอ. กรุงเทพฯ. ทศั พล กระจา่ งดารา. 2543. การเล�ียงปลาสวยงามทะเล. ร�ัวเขียว. กรุงเทพฯ. ธนากร ฤทธ�ิไธสง. มปป. สายพนั ธุ์และการเพาะเล�ียงปลาทองเชิงธุรกิจ ฉบบั สมบูรณ์. เพชรกะรัต สติวดิโอ. กรุงเทพฯ. ธรณ์ ธาํ รงคน์ าวาสวสั ด�ิ. 2544. ป๊ ะป๋ า ปลาการ์ตูน. แอดวานซ์ ไทยแลนด์ จีโอกราฟฟิ ค. ปี ท�ี 6 ฉบบั ที� 46 เดือนมีนาคม-เมษายน 2544. ปัญญา โพธ�ิฐิติรัตน.์ 2531. เทคนิดการเล�ียงและเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม. วทิ ยาลยั ครูจนั ทรเกษม. กรุงเทพฯ. ศิริวรรณ คิดประเสริฐ. 2549. การเพาะเล�ียงปลาสวยงาม. ภาควชิ าประมง คณะเกษตรศาสตร์ บางพระ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก. ศุภชยั นิลวานิช. 2542. ครบเครื�องธุรกิจปลาสวยงาม. สาํ นกั พิมพม์ ติชน. กรุงเทพฯ. สง่า ลีสง่า.มปป. ปลาตะพดั ท�ีศูนยพ์ ฒั นาประมงน�าํ จืดสุราษฏร์ธานี. (ออนไลน์) http://www.nicaonline.com/new-61.htm .[3 ตุลาคม 2549] อุ่นจิต ปาติยเสว.ี 2537. ศึกษาพฤติกรรมการวางไขแ่ ละการเจริญเติบโตของปลาการ์ตูนส้มขาว (False Clown Anemonefish, Amphiprion ocellaris). ใน : รายงานการสมั มนาวชิ าการ ประจาํ ปี 2537. กรมประมง. กรุงเทพฯ. กรมประมง. มปป. การเล�ียงปลาทอง. (ออนไลน)์ http://www.nicaonline.com/articles/site/ view_article.asp?idarticle=89 .[3 ตุลาคม 2549] ______. มปป. การเพาะเล�ียงปลาหางนกยงู . (ออนไลน)์ http://www.nicaonline.com/new-68.htm [3 ตุลาคม 2549] ______. มปป.ปลากดั เพศผ.ู้ (ออนไลน)์ http://home.kku.ac.th/pracha/Betta.htm[3 ตุลาคม 2549] ______. มปป.ปลากดั เพศเมีย.(ออนไลน์) http://home.kku.ac.th/pracha/Betta.htm[3 ตุลาคม 2549] ______. มปป.ปลาหางนกยงู เพศผแู้ ละปลาหางนกยงู เพศเมีย.(ออนไลน)์ http://home.kku.ac.th /pracha/Betta.htm [3 ตุลาคม 2549] 63 68

บทที่ อาหารและ 3การให้อาหาร



บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อ�ห�รและก�รใหอ้ �ห�ร บทบททที่ 3�ี 3 อ�ห�อราแหลาระแกล�ะรกใาหรใอ้ ห�้อหาห�ารร ============================================================ อาหารปลาสวยงามมีหลากหลายชนิด ท�งั อาหารท�ีมีชีวติ ซ�ึงไดแ้ ก่ ไรแดง หนอนแดง ลูกน�าํ ไรน�ํานางฟ้า หนอนจิ�ว อาร์ทีเมีย โรติเฟอร์ อาหารสําเร็จรูป มีท�งั ชนิดเม็ดจม ชนิดเม็ดลอย ชนิดผง ชนิดแผ่นลอยน�าํ และอาหารสด ไม่ว่าจะเป็ นอาหารชนิดใดน�ันล้วนต้องมีคุณค่าทาง โภชนาการในปริมาณท�ีเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของปลาสวยงามแต่ละชนิด ในปัจจุบนั น�ี อาหารปลาสวยงามไดม้ ีการพฒั นาการผลิตและรูปแบบผลิตภณั ฑ์ที�สะดวกต่อการใชง้ าน และยงั มี การส่งออกอาหารปลาสวยงามไปจาํ หน่ายยงั ตา่ งประเทศอีกดว้ ย 1. ชนิดของอาหารปลาสวยงาม อาหารที�ใชเ้ ล�ียงปลาสวยงาม แบง่ ออกไดเ้ ป็น � กลุ่ม คือ 1.1 อาหารมีชีวติ เป็นส�ิงมีชีวติ ท�ีมีขนาดเลก็ ซ�ึงใชเ้ ป็ นอาหาร เป็ นแหล่งของสารอาหารท�ีดีและปลาชอบกิน รวมท�งั ผลทางด้านอ�ืน เช่น การใช้อาหารมีชีวิตเล�ียงปลา ไม่ทาํ ให้น�ําเสีย อาหารมีชีวิตมีบทบาท สําคญั ต่อการเล�ียงปลาสวยงาม โดยเฉพาะในระยะลูกปลาวยั อ่อน อาหารมีชีวิตท�ีนิยมใช้ ได้แก่ ไรแดง หนอนแดง ลูกน�าํ ไรน�าํ นางฟ้า หนอนจ�ิว อาร์ทีเมีย โรติเฟอร์ ฯลฯ ดงั ภาพที� 106 ไรแดง อาร์ทีเมีย ไรน�าํ นางฟ้า โรติเฟอร์ ลูกน�าํ ภาพที� 106 อาหารมีชีวติ ท�ีมา : ธิดา เพชรมณี (2542) 1.1.1 ไรแดง เป็ นสิ�งมีชีวติ ขนาดเล็กที�พอจะสังเกตเห็นดว้ ยตาเปล่า เพราะมีขนาดประมาณ �.� มิลลิเมตร จดั เป็นแพลงกต์ อนสัตว์ ในธรรมชาติมกั พบตามแหล่งน�าํ ที�เริ�มเน่าเสีย และมีจุลินทรีย์ 64 71

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร มาก เป็ นอาหารที�เหมาะสําหรับใช้ในการอนุบาลลูกปลา และเล�ียงปลาสวยงามท�ีมีขนาดเล็ก เช่น ปลามา้ ลาย ปลานีออน ปลาซิวขา้ งขวาน ปลาสอด และปลาหางนกยูง เป็นตน้ 1.1.2 หนอนแดง เป็ นตวั อ่อนของริ�นน�าํ จืด ลกั ษณะคลา้ ยลูกน�าํ แต่ตวั มีสีแดงสด และมกั สร้างปลอกอยูต่ ามพ�ืนก้นบ่อ พบไดท้ ว�ั ไปตามแหล่งที�มีน�าํ ขงั เป็ นอาหารท�ีมีคุณค่า ที�ได้รับความ นิยมใชเ้ ล�ียงปลาสวยงาม ท�งั ภายในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ปลาหมอสีครอสบรีด ปลาคาร์ฟ ปลาเทวดา (เวยี ง เช�ือโพธ�ิหกั , 2542) 1.1.3 ลูกน�ํา เป็ นตัวอ่อนของยุง เป็ นอาหารธรรมชาติที�ได้รับความนิยมใช้เล�ียงปลา สวยงามมานาน จะพบไดม้ ากตามแหล่งน�าํ เน่าเสีย และตามแหล่งน�าํ ขงั ปัจจุบนั ยงั มีความจาํ เป็ น ใชเ้ ล�ียงปลาบางชนิด เช่น ปลากดั ปลาปอมปาดวั ร์ ปลาทอง (ศุภชยั นิลวานิช, 2542) 1.1.4 ไรน�าํ นางฟ้า หรือแมงอ่อนชอ้ ย เป็ นสัตวใ์ นกลุ่มเดียวกบั อาร์ทีเมีย อาศยั อยูใ่ นบ่อ ท�ีมีน�าํ ทว่ มขงั ชว�ั คราว โดยเฉพาะพ�ืนที�แหง้ แลง้ ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ปัจจุบนั ไดร้ ับความนิยม ในการนําไปเป็ นอาหารปลาสวยงามที�ตอ้ งการเร่งสี เช่น ปลาหมอสี ปลาปอมปาดัวร์ ปลาทอง ปลาคาร์ฟ (นุกลู แสงพนั ธุ์, 2547) 1.1.5 หนอนจิ�ว เป็ นหนอนตัวกลม ขนาดเล็ก เมื�อโตเต็มท�ีมีความยาวประมาณ � มิลลิเมตร ในธรรมชาติพบหนอนชนิดน�ีไดต้ ามเศษผลไมท้ �ีเน่าเสีย ใชเ้ ป็ นอาหารใหก้ บั ปลาสวยงาม ไดห้ ลากหลายชนิด 1.1.6 อาร์ทีเมีย เป็ นไรน�าํ เค็ม ปกติพบตามทะเลสาบน�าํ เค็มที�มีความเค็มค่อนขา้ งสูง จน ไม่มีสัตวน์ �าํ ประเภทอื�นอาศยั อยไู่ ด้ ตวั อ่อนจะมีขนาดประมาณ �.� มิลลิเมตร มีความสําคญั สาํ หรับ การใชอ้ นุบาลลูกปลา แต่เม�ือเจริญเติบโตเต็มที�จะมีขนาดประมาณ �.� เซนติเมตร เหมาะสําหรับใช้ เป็นอาหารเล�ียงปลาสวยงามไดด้ ี 1.1.7 โรติเฟอร์ เป็ นแพลงกต์ อนสัตวใ์ นไฟลมั โรติเฟอร์ มีขนาดเลก็ เหมาะกบั ขนาดปาก ของลูกปลา เปลือกหุ้มตวั นิ�ม เคล�ือนท�ีไดช้ า้ ทาํ ใหป้ ลาจบั กินไดง้ ่าย เป็ นอาหารมีชีวติ ท�ีมีคุณค่าทาง โภชนาการสูง(ลดั ดา วงศร์ ัตน์, 2531) 1.2 อาหารสําเร็จรูป ปัจจุบนั อาหารสําเร็จรูป มีความสาํ คญั ควบคูไ่ ปกบั การเล�ียงปลาสวยงาม เพราะเมื�อมีการ ซ�ือปลาสวยงามเม�ือใดกจ็ าํ เป็ นตอ้ งซ�ืออาหารสําหรับเล�ียงปลาสวยงามดว้ ย และเนื�องจากอาหารปลา สวยงามมีราคาค่อนขา้ งสูง จึงทาํ ให้มีการแข่งขนั พฒั นาอาหารสําเร็จรูปชนิดต่างๆ ออกมาหลาย ชนิด (ดงั ภาพที� 107) โดยส่วนใหญ่จะเน้นคุณภาพเก�ียวกบั การเร่งสีของปลา คือ ทาํ ให้ปลามีสีสัน สดใส การสร้างวุน้ และยงั มีการเน้นเจาะจงใช้เล�ียงเฉพาะกลุ่มปลาหรือชนิดปลา เช่น เล�ียงกลุ่ม 65 72

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อ�ห�รและก�รให้อ�ห�ร ปลาหมอ ยง�ิ ระบุมีความเจาะจงและเนน้ คุณภาพพิเศษต่างๆ มากเท่าใด กจ็ ะยง�ิ ทาํ ใหอ้ าหารชนิดน�นั มี ราคาสูงข�ึน ภาพที� 107 อาหารสาํ เร็จรูป ชนิดของอาหารสาํ เร็จรูปท�ีจาํ หน่ายตามทอ้ งตลาด มีรูปแบบต่างๆ ดงั ต่อไปน�ี 1.2.1 ชนิดเมด็ จม มีลกั ษณะเมด็ คอ่ นขา้ งกลม เส้นผา่ นศูนยก์ ลางของเมด็ แตกต่างกนั ไป ตามชนิดและขนาดของปลา แต่จะจมน�าํ เหมาะสาํ หรับปลาที�หากินอยตู่ ามพ�ืน อาหารชนิดน�ีไดร้ ับ การพฒั นาจนสามารถยดึ ติดหรือเกาะติดกบั ผนงั ตูไ้ ดเ้ ป็ นเวลานาน ถา้ อยใู่ นสภาพแขง็ จะจมน�าํ เร็ว ปลาสวยงามมกั ไมช่ อบกิน ปัจจุบนั จึงไม่ค่อยนิยมใช้ 1.2.2 ชนิดเมด็ ลอย เมด็ อาหารสามารถลอยน�าํ ได้ และคงสภาพรูปเดิมอยใู่ นน�าํ ไดเ้ ป็น เวลานาน ส่วนใหญเ่ ป็ นอาหารสาํ หรับปลารุ่นหรือปลาโต 1.2.3 ชนิดผง มีลกั ษณะเป็นผงเล็กๆ มีขนาดเทา่ ๆกบั ขนาดนมผงสามารถละลายน�าํ ไดด้ ี ส่วนใหญ่ทาํ มาจากสาหร่ายสไปรูลินาหรือจากไข่ เวลาใชจ้ ะตอ้ งนาํ อาหารผงมาละลายน�าํ แลว้ จึงนาํ ไปใหล้ ูกปลากิน เหมาะสาํ หรับลูกปลาวยั ออ่ น 1.2.4 ชนิดแผน่ ลอยน�าํ อาหารแบบน�ีส่วนใหญ่ทาํ มาจากไข่หรือตวั ของสัตวใ์ นตระกูลกุง้ มีลกั ษณะเป็ นแผน่ เล็กๆ ขนาด �.�-�.� ตารางเซนติเมตร ใชม้ ือขย�อี าหารให้เป็ นชิ�นเล็กๆ ก่อนนาํ ไป ให้เป็ นอาหารปลาสวยงาม นอกจากน�ีอาจทาํ จากเศษเหลือของกุง้ ป่ น ปลาป่ น กากถวั� เหลือง เมล็ด ธญั พชื แป้ง น�าํ มนั ปลา วตั ถุดิบที�ใชต้ อ้ งบดใหล้ ะเอียด และใชค้ วามร้อนต�าํ ในการทาํ ใหแ้ หง้ อาหารปลาสวยงามควรมีโปรตีนร้อยละ ��ไขมันร้อยละ� ส่วนอาหารลูกปลา ควรมี โปรตีนร้อยละ �� ไขมันร้อยละ �.� การให้อาหารสําเร็จรู ปปลาสวยงามควรให้ร้อยละ � ของน�าํ หนกั ตวั ต่อวนั (อุทยั รัตน์ ณ นคร, 2538) 66 73

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อ�ห�รและก�รให้อ�ห�ร 1.3 อาหารสด เป็นอาหารท�ีนกั เล�ียงปลาสวยงามนิยมใชอ้ ีกชนิดหน�ึง เช่น เน�ือกุง้ เน�ือปลา เน�ือววั สด หวั ใจววั ไข่ตุ๋น เป็นตน้ อาหารสดท�ีใหค้ วรเป็นอาหารท�ีสด สะอาด ไม่เน่าเหมน็ เม�ือนาํ มาเล�ียงปลา ควรใหท้ ีละนอ้ ย ไมใ่ หเ้ หลืออยใู่ นน�าํ เนื�องจากอาหารสดจะทาํ ใหน้ �าํ เน่าเสียไดง้ ่าย 2. การผลติ อาหารมีชีวติ 2.1 ไรแดง ไรแดง เป็นสัตวไ์ มม่ ีกระดูกสนั หลงั จาํ พวกกงุ้ หรือที�เรียกวา่ Crustacean มีช�ือ วทิ ยาศาสตร์วา่ Moina macrocopa และมีช�ือสามญั วา่ Water flea เป็นแพลงกต์ อนสตั วช์ นิดหน�ึงมี ขนาดประมาณ �.�-�.� มิลลิเมตร ลาํ ตวั มีสีแดงเร�ือๆ ถา้ อยรู่ วมกนั เป็ นจาํ นวนมากจะมองเห็น ไรแดง มีสีแดงเขม้ (ดงั ภาพท�ี 108) ไรแดงเพศเมียจะมีขนาดใหญ่กวา่ เพศผู้ ลาํ ตวั อว้ นเกือบกลมมีขนาดเกือบ �.� มิลลิเมตร ส่วนเพศผตู้ วั เลก็ และคอ่ นขา้ วยาวกวา่ มีขนาดเฉลี�ย �.� มิลลิเมตร ตวั อ่อนที�ออกจาก ถุงไขข่ องแมใ่ หมๆ่ จะมีขนาด �.��-�.�� มิลลิเมตร มีสีจางกวา่ ตวั เตม็ วยั ในสภาวะแวดลอ้ มที� เหมาะสมจะเป็นไรแดงเพศผรู้ ้อยละ � และเพศเมียร้อยละ �� ไรแดงมีการสืบพนั ธุ์ � แบบ คือ การสืบพนั ธุ์แบบไมอ่ าศยั เพศ ไรแดงเพศเมียจะไข่แลว้ ฟักเป็นตวั โดยไมต่ อ้ งไดร้ ับการผสมจาก ไรแดงเพศผู้ โดยปกติไรแดงจะมีอายปุ ระมาณ �-� วนั แพร่ขยายพนั ธุ์ได้ �-� คร�ัง หรือเฉล�ีย � คร�ังๆ ละ ��-�� ตวั ท�งั น�ีสภาวะแวดลอ้ มจะตอ้ งเหมาะสมและการสืบพนั ธุ์แบบอาศยั เพศ ในสภาวะ แวดลอ้ มที�ผดิ ปกติ เช่น อุณหภูมิของน�าํ สูงหรือต�าํ เกินไป ความเป็นกรดเป็ นด่างไม่เหมาะสม หรือ ขาดแคลนอาหาร ไรแดงจะเพมิ� ปริมาณเพศผมู้ ากข�ึนแลว้ ไรแดงเพศเมียจะสร้างไข่ข�ึนอีกชนิดหน�ึง ซ�ึงจะตอ้ งไดร้ ับการผสมพนั ธุ์จากเพศผแู้ ลว้ สร้างเปลือกหุ้มหนา แม่พนั ธุ์ไรแดง � ตวั จะใหไ้ ข่ ชนิดน�ี � ฟอง หลงั จากน�นั ตวั เมียก็จะตาย เนื�องจากสภาพแวดลอ้ มท�ีไมเ่ หมาะสม ไขจ่ ะถูกทิ�งใหอ้ ยู่ บริเวณกน้ บอ่ หรือกน้ แหล่งน�าํ ไขท่ ี�มีเปลือกหนาสามารถทนต่อสภาวะแวดลอ้ มที�ไมเ่ หมาะสมได้ นาน และฟักออกเป็ นตวั เม�ือสภาวะแวดลอ้ มที�ดีข�ึนและมีอาหารอุดมสมบูรณ์ ภาพที� 108 ไรแดง ที�มา : อุษณีย์ ยศยงิ� ยวด และคณะ (����) 67 74

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อาหารและการให้อาหาร 2.1.1 การเพาะเล�ียงไรแดง การเพาะเล�ียงไรแดง แบ่งออกเป็ น � วิธี คือ การเพาะเล�ียงไรแดงในบ่อซีเมนต์ และ การเพาะเล�ียงไรแดงในบอ่ ดิน 2.1.1.1 การเพาะเล�ียงไรแดงในบอ่ ซีเมนต์ สามารถทาํ ได้ � วธิ ี คือ 1) การเพาะเล�ียงแบบเก็บเกี�ยวไม่ตอ่ เน�ือง คือ การเพาะเล�ียงไรแดงแบบท�ีมีการ เก็บเกี�ยวผลผลิตในบ่อหมดในคร�ังเดียว วิธีการน�ีจาํ เป็ นจะตอ้ งมีบ่ออย่างน้อย � บ่อ เพื�อใช้ในการ หมุนเวยี นใหไ้ ดผ้ ลผลิตทุกวนั การเพาะเล�ียงแบบไม่ต่อเนื�องจะให้ผลผลิตในปริมาณท�ีแน่นอน และ จาํ นวนมาก ไมต่ อ้ งคาํ นึงเรื�องศตั รูมากนกั เพราะวา่ เป็นการเพาะเล�ียงในช่วงระยะเวลาส�นั ๆ 2) การเพาะเล�ียงแบบเกบ็ เกี�ยวต่อเนื�อง คือ การเพาะเล�ียงไรแดงแบบเก็บเก�ียว ผลผลิตหลายวนั ภายในบ่อเดียวกนั การเพาะเล�ียงแบบต่อเน�ืองจะตอ้ งคาํ นึงถึงศตั รูของไรแดง และ สภาวะแวดลอ้ มในบ่อเพาะไรแดง เน�ืองจากการเติมอินทรียส์ ารต่างๆ หรือการเติมน�าํ เขียวลงในบ่อ ควรมีการถ่ายน�าํ และเพ�ิมน�าํ สะอาดลงในบ่อ เพื�อลดความเป็ นพิษของแอมโมเนีย และสารพิษอ�ืนๆ ท�ีเกิดข�ึนในบ่อ การเพาะไรแดงท�งั � วิธี ควรจะเปิ ดเครื�องเป่ าอากาศเพ�ือเพ�ิมออกซิเจนในบ่อให้ เพียงพอต่อความตอ้ งการของไรแดง ช่วยยอ่ ยสลายอินทรียส์ ารและใหน้ �าํ ในบ่อหมุนเวยี น 2.1.1.2 วสั ดุและอุปกรณ์ท�ีจาํ เป็นในการเพาะเล�ียงไรแดง 1) บ่อผลิต ลกั ษณะของบ่อซีเมนต์ ถา้ จะสร้างบ่อข�ึนมาใหม่ เพื�อใชใ้ นการ เพาะเล�ียงไรแดงที�เหมาะสม ควรมีลกั ษณะเป็ นรูปไข่ แต่ถา้ บ่อซีเมนตส์ ี�เหลี�ยมอยแู่ ลว้ ก็สามารถใช้ เล�ียงได้ พ�ืนกน้ บ่อควรฉาบและขดั มนั ให้เรียบร้อย เพื�อความสะดวกในการหมุนเวียนของน�าํ เพราะ ถา้ น�าํ ไม่มีการหมุนเวียนจะทาํ ให้การยอ่ ยสลายป๋ ุยและอาหารผสมดีข�ึน อีกท�งั เป็ นการป้องกนั การ ตกตะกอนของน�าํ เขียว เพราะถา้ น�าํ เขียวตกตะกอนจะทาํ ให้อาหารไรแดงน้อยลงและผลผลิตของ ไรแดงก็จะลดน้อยลงด้วย บ่อซีเมนต์ท�ีใช้ในการเพาะไรแดง ควรมีทางน�ําเข้าและน�ําออก เพ�ือความสะดวกในการเพาะเล�ียง การลา้ งทาํ ความสะอาด และการเก็บเก�ียวผลผลิตไรแดง ท�งั น�ีการ สร้างบ่อตอ้ งอยู่กลางแจง้ ไม่มีหลงั คา และตน้ ไมบ้ งั แสงแดด ขนาดของบ่อเพาะไรแดงข�ึนอยู่กบั ความตอ้ งการผลผลิตของไรแดง ส่วนความสูงของบ่อควรสูงประมาณ �� เซนติเมตร 2) เครื�องเป่ าลม ในบ่อเพาะที�มีขนาดใหญ่ต�งั แต่ ��-�� ตารางเมตร จาํ เป็ น จะตอ้ งมีเคร�ืองเป่ าลมในบ่อเพาะ เคร�ืองเป่ าลมจะทาํ ให้เกิดการหมุนเวยี นของน�าํ ในบ่อเพาะ เป็ นการ ป้องกนั การตกตะกอนของน�าํ เขียว ช่วยเพิ�มปริมาณออกซิเจน ช่วยเร่งการขยายพนั ธุ์การเจริญเติบโต ของน�าํ เขียวและไรแดงใหเ้ ร็วข�ึนและลดความเป็นพิษของน�าํ 68 75

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อ�ห�รและก�รให้อ�ห�ร 3) ผา้ กรอง การกรองน�าํ ทุกคร�ังก่อนท�ีจะนาํ ไปเพาะไรแดง ไม่วา่ จะเป็น น�าํ บาดาล น�าํ คลอง น�าํ ประปา และคลอเรลลา ควรกรองผา่ นผา้ กรองขนาด �� ไมครอน หรือต�าํ กวา่ ก็ได้ เพือ� ป้องกนั สิ�งมีชีวติ ชนิดอื�นๆ และศตั รูของไรแดง 4) คลอเรลลา (Chlorella sp) จัดเป็ นแพลงก์ตอนพืช โดยท�ัวไปจะมีอยู่ มากมายหลายชนิดและมีคุณค่าทางอาหารแตกต่างกนั มีขนาด �.�-�.� ไมครอน มีโปรตีนสูงกว่า สาหร่ายเซลเดียวชนิดอ�ืนๆ คือ มีโปรตีนร้อยละ 64.15 การเพาะเล�ียงโดยการใชป้ ๋ ุยอนินทรียร์ ่วมกบั ป๋ ุยอินทรียก์ ็ได้ ระยะเวลาในการเพาะเล�ียงให้ไดค้ ลอเรลลาที�เหมาะสมในการเพาะไรแดงใช้เวลา ประมาณ � วนั ดงั ภาพที� 109 ภาพท�ี 109 คลอเรลลา (Chlorella sp.) ท�ีมา : http://images.google.co.th/imglanding.nu.ac.th/ 5) ไรแดง หวั เช�ือไรแดงที�ใชส้ ําหรับแพร่ขยายพนั ธุ์ ควรมีสภาพที�สมบูรณ์ ขนาดใหญ่ อายุประมาณ � วนั และควรทาํ ความสะอาดทุกคร�ังก่อนจะนําไรแดงมาเป็ นหัวเช�ือ เพอื� เป็นการป้องกนั ศตั รูท�ีเกาะติดมากบั ไรแดง 6) กากผงชู รส (อามิ -อามิ) อามิ -อามิ เป็ นกากของการทําผงชู รส ซ�ึงประกอบด้วย ธาตุไนโตรเจนร้อยละ 4.2 และฟอสฟอรัสร้อยละ 0.2 การใช้ควรใช้ท�งั น�าํ และ ตะกอนร่วมกัน ในกรณี อามิ-อามิเกิดการตกตะกอนมากข�ึน ควรลดระดับปริมาณการใช้ลง เพ�อื ป้องกนั การเน่าเสียของน�าํ ในบอ่ เพาะไรแดง ดงั ภาพที� 110 ภาพที� 110 กากผงชูรส 69 76

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อ�ห�รและก�รให้อ�ห�ร 7) อาหารสมทบ ไดแ้ ก่ รํา กากถว�ั และปลาป่ นหมกั สามารถนาํ มาใชเ้ ป็ น อาหารของไรแดงได้โดยตรง จะทาํ ให้เกิดแบคทีเรียจาํ นวนมาก ซ�ึงไรแดงสามารถนําไปใช้เป็ น อาหารไดอ้ ีกทางหน�ึงดว้ ย ภาพท�ี 111 รํา �) ป๋ ุยวิทยาศาสตร์ ไดแ้ ก่ ป๋ ุยนา สูตร ��-20-� ป๋ ุยซุปเปอร์ฟอสเฟต สูตร 0-46-� ป๋ ุยยเู รีย สูตร ��-0-� การใชป้ ๋ ุยวิทยาศาสตร์ทุกคร�ังควรละลายน�าํ เพ�ือป้องกนั การตกคา้ งของ ป๋ ุยในบ่อเพาะเล�ียงไรแดง ดงั ภาพที� 112 และ 113 ภาพที� 112 ป๋ ุยยเู รีย ภาพท�ี 113 ป๋ ุยนา 9) ปูนขาว การใชป้ ูนขาวในบอ่ เพาะเล�ียง เพ�ือปรับความเป็นกรด-ด่างของ น�าํ ช่วยเพ�มิ ปริมาณคาร์บอนไดออกไซดใ์ นน�าํ ช่วยใหก้ ารเจริญเติบโตและการขยายพนั ธุ์ของคลอ เรลลาเร็วข�ึน การใชป้ ูนขาวควรละลายน�าํ ก่อนจึงจะใส่ในบอ่ เพาะเล�ียงไรแดง 2.1.1.3 ข�นั ตอนการเพาะเล�ียงไรแดง มี � ข�นั ตอน การปฏิบตั ิในแต่ละข�นั ตอนจะมีผลต่อปริมาณและระยะเวลา ในการเก็บเก�ียวผลผลิตใหย้ าวนานข�ึน ดงั ตอ่ ไปน�ี ข�นั ตอนที� � การเตรียมบ่อ ถา้ เป็ นบ่อใหม่จะตอ้ งลา้ งทาํ ความสะอาดและ ปรับสภาพของบ่อให้เป็ นกลางหรือด่างอ่อนๆ (pH 7-8) โดยแช่น�าํ ทิ�งไวป้ ระมาณ �-3 สัปดาห์ แลว้ 70 77

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อ�ห�รและก�รใหอ้ �ห�ร ระบายน�าํ ทิ�ง ถา้ ตอ้ งการลดระยะเวลาใหน้ อ้ ยลงให้หมกั ฟาง หญา้ หรือเศษพืชผกั ไวใ้ นบ่อ จะทาํ ให้ เกิดกรดอินทรีย์ เช่น กรดฮิวมิค ซ�ึงจะช่วยลดความเป็ นด่างไดเ้ ล็กนอ้ ย หรือใชก้ รดน�าํ ส้มเทียมผสม น�าํ ใส่ในบ่อให้เตม็ แช่ทิ�งไวป้ ระมาณ �-� วนั ระบายน�าํ ทิ�ง นาํ น�าํ ใหม่เขา้ มาแช่ทิ�งไวอ้ ีก �� ชวั� โมง ส่วนบ่อเก่าลา้ งทาํ ความสะอาดตากบอ่ ใหแ้ หง้ เพ�อื กาํ จดั ศตั รูไรแดง ดงั ภาพท�ี 114 ภาพที� 114 การเตรียมบ่อ ท�ีมา : http://www.khonrakpla.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=86435&Ntype=2 ข�นั ตอนที� � การเตรียมน�าํ การระบายน�าํ เขา้ บ่อ โดยการกรองดว้ ยผา้ กรอง แพลงก์ตอนจะช่วยป้องกนั ศตั รูไรแดงและคดั ขนาดของแพลงก์ตอนที�ปะปนมากบั น�าํ ซ�ึงจะนาํ ไป เป็ นอาหารไรแดงต่อไป ระดบั น�าํ ท�ีใช้ประมาณ ��-�� เซนติเมตร การนาํ น�าํ จากแหล่งน�าํ ธรรมชาติ เช่น แม่น�าํ ลาํ คลอง หนอง บึง จะให้ผลผลิตสูงกว่าน�าํ ประปา น�าํ บาดาล และน�าํ ฝน ท�งั น�ีเพราะมี แพลงกต์ อนพืชปะปนมากบั น�าํ จากแหล่งน�าํ ธรรมชาติ แต่ก่อนที�จะนาํ ไปใชใ้ นการเพาะเล�ียงไรแดง ตอ้ งกรองน�าํ ดว้ ยถุงกรองแพลงก์ตอนทุกคร�ัง เพื�อป้องกนั ศตั รูที�ปะปนมากบั น�าํ และตอ้ งปรับสภาพ ของน�าํ ให้มีความเป็ นกรดเป็นด่างประมาณ �.� โดยการนาํ ปูนขาวละลายน�าํ นาํ น�าํ ปูนขาวที�ใสไปใช้ ส่วนกากปูนใหท้ ิ�ง เพราะจะเป็นพษิ กบั ไรแดง ข�นั ตอนที� � การเตรียมอาหาร อาหารที�จะใช้เพาะเล�ียงไรแดง จะต้องมี คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ท�งั โปรตีน ไขมนั คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่ ชนิดของ อาหารท�ีจะใชเ้ พาะเล�ียงไรแดง แบง่ ออกเป็น � ประเภท คือ �) อาหารผสม ได้แก่ รําละเอียด ปลาป่ น และกากถวั� เหลือง โดยเฉพาะ กากถว�ั เหลือง จะมีกรดไขมนั ท�ีเร่งการลอกคราบของไรแดง ทาํ ใหผ้ ลผลิตไรแดงสูงข�ึน 2) จุลินทรีย์ เป็ นอาหารท�ีได้จากการหมกั อาหารกับน�ํา ได้แก่ ยีสต์และ แบคทีเรีย ยสี ตจ์ ะมีวติ ามินอี ซ�ึงช่วยในการทาํ งานของระบบสืบพนั ธุ์ 3) คลอเรลลาคือ แพลงกต์ อนพชื หลายๆ ชนิดท�ีไรแดงกินได้ เช่นคลอรลลา ซีเนเดสมสั ฯลฯ 71 78

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อาหารและการใหอ้ าหาร วิธีหมกั อาหารกบั น�าํ อาหาร � ส่วนต่อน�าํ � ส่วนต่อปูนขาว � ส่วน จะเกิด จุลินทรียพ์ วกแบคทีเรีย ซ�ึงเป็ นอาหารเสริมของไรแดง ใชเ้ วลาในการหมกั อาหารอยา่ งนอ้ ย � ชวั� โมง ส่วนอตั ราอาหารผสมท�ีใช้ คือ รําละเอียด � ส่วน ปลาป่ น � ส่วน และกากถั�วหลือง � ส่วน ใน ปริมาณ �� กรัมตอ่ ตารางเมตร เช่น บ่อผลิตขนาด �� ตารางเมตร ใชร้ ําละเอียด � กิโลกรัม ปลาป่ น �.� กิโลกรัม และกากถวั� เหลือง �.� กิโลกรัม ข�นั ตอนที�� การเตรียมพนั ธุ์ไรแดง การเพาะเล�ียงไรแดง ใหไ้ ดป้ ริมาณมาก จาํ เป็นตอ้ งใชแ้ มพ่ นั ธุ์ที�มีความสมบูรณ์และแขง็ แรง สามารถทาํ ได้ ดงั น�ี 1) การคดั พนั ธุ์ไรแดง ควรแยกไรแดงออกจากแพลงกต์ อนสัตวช์ นิดอื�น โดยใชก้ ระชอนขนาดตาถ�ี ซ�ึงสามารถแยกไรแดงออกจากโคพพี อทและลูกน�าํ ได้ 2) การสังเกตเพศไรแดง ไรแดงมี � เพศ คือ ไรแดงเพศผแู้ ละไรแดงเพศเมีย ในสภาวะแวดลอ้ มท�ีเหมาะสม ผลผลิตไรแดงท�ีไดจ้ ะเป็ นเพศผเู้ พียงร้อยละ �� แต่ถา้ สภาวะแวดลอ้ ม ไม่เหมาะสม ผลผลิตไรแดงที�ได้จะเป็ นเพศผูม้ ากข�ึน การคดั เลือกแม่พนั ธุ์หรือหัวเช�ือ คดั เลือก ไรแดงท�ีมีรูปร่างอว้ นกลม ซ�ึงมีวธิ ีการตรวจสอบ คือ ตกั น�าํ ใส่ในแกว้ ใสๆ ชอ้ นไรแดงพอประมาณ ใส่ลงไปยกข�ึนส่องดูขนาดของไรแดง 3) การเติมแม่พนั ธุ์ไรแดง ไรแดง � กิโลกรัม ผสมน�ําร้อยละ 20 จะได้ ไรแดง � ลิตร ปริมาณน�าํ ที�ใช้เฉลี�ย ��-�� กรัมต่อตารางเมตร บ่อขนาด �� ตารางเมตร ใช้แม่พนั ธุ์ ไรแดง � กิโลกรัม จะไดผ้ ลผลิตประมาณคร�ังละ �� กิโลกรัม ซ�ึงจะเก็บเก�ียวผลผลิตไดป้ ระมาณ วนั ละ � กิโลกรัม ข�นั ตอนที� � การควบคุม การคงสภาพบอ่ ผลิตใหส้ ามารถเก็บเก�ียวผลผลิต ไดม้ ากกวา่ � วนั มีดงั น�ี 1) การเก็บเกี�ยวผลผลิตใหเ้ ก็บเก�ียวผลผลิตเพียงวนั ละคร�ึงหน�ึงของผลผลิต ท�งั หมด คือ วนั ที� � วนั ที� � หรือ � หลงั จากเติมแมพ่ นั ธุ์ไรแดง 2) การเติมอาหาร เติมอาหารหมกั ทุกวนั ร้อยละ 10-25 ของปริมาณอาหาร หมกั ที�ใส่ในบอ่ เล�ียงไรแดงในวนั แรก 3) การถ่ายน�าํ การระบายน�าํ ออกและเติมน�าํ ในบ่อไรแดงประมาณ �-� วนั ต่อคร�ัง ระดบั น�าํ ประมาณ �-�� เซนติเมตร โดยสังเกตปริมาณผลผลิตไรแดงในบ่อ 2.1.1.4 การดาํ เนินการเพาะเล�ียงไรแดง 1) การเพาะเล�ียงไรแดงแบบเกบ็ เก�ียวไม่ตอ่ เน�ือง 1.1) บ่อซีเมนต์ ขนาด �� ตารางเมตร ลา้ งทาํ ความสะอาดและตากบ่อทิ�ง ไว้ � วนั 72 79

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อาหารและการให้อาหาร 1.2) น�าํ ท�ีจะใช้เพาะเล�ียงไรแดง จะตอ้ งผ่านการกรองก่อนท�ีจะนาํ ไปใส่ ในบ่อ ระดบั ความสูง �� เซนติเมตร (ปริมาณน�าํ �� ลูกบาศก์เมตร) พร้อมท�งั ละลายป๋ ุยและอาหาร ลงในบ่อ โดยเลือกใชเ้ พยี งสูตรเดียวเท่าน�นั ดงั น�ี สู ตรที� � อามิ-อามิ � ลิตร ป๋ ุยนา (��-20-0) 1.2 กิโลกรัม ป๋ ุยยูเรี ย (46-0- �) �.� กิโลกรัม ป๋ ุยซุปเปอร์ฟอสเฟต (�-46-�) ��� กรัม ปูนขาว � กิโลกรัม และกากถว�ั เหลือง � กิโลกรัม สูตรท�ี � รําละเอียด � กิโลกรัม ปลาป่ น �.� กิโลกรัม กากถว�ั เหลือง �.� กิโลกรัม ป๋ ุยนา (��-20-�) �.� กิโลกรัม ป๋ ุยซุปเปอร์ฟอสเฟต (�-46-�) ��� กรัม และปูนขาว � กิโลกรัม (อาหารที�ใชค้ วรหมกั ไวอ้ ยา่ งนอ้ ย �� ชวั� โมง อตั ราส่วนท�ีใช้ ไดแ้ ก่ อาหาร� ส่วนต่อน�าํ � ส่วนต่อปูนขาว � ส่วน) สูตรที� � อามิ-อามิ � ลิตร กากถว�ั เหลืองหมกั หรือรําละเอียดหมกั หรือ ปลาป่ น อย่างใดอย่างหน�ึง �.� กิโลกรัม ป๋ ุยนา (��-20-�) �.� กิโลกรัม ป๋ ุยซุปเปอร์ฟอสเฟต (0-46-�) ��� กรัม และปูนขาว � กิโลกรัม สูตรป๋ ุยและอาหารที�ใชเ้ พาะเล�ียงไรแดงท�งั � สูตร ให้ผลผลิตเฉล�ียบอ่ ละ ประมาณ ��-�� กิโลกรัม 1.3) เติมน�าํ เขียวลงในบ่อประมาณ � ตนั (�,��� ลิตร) ทิ�งไวป้ ระมาณ � วนั ระหวา่ งน�ีควรคนในบอ่ บ่อยๆ เพอื� ป้องกนั การตกตะกอน 1.4) หลังจากคลอเรลลาเจริญเติบโตเต็มท�ีแล้ว แบ่งเช�ือคลอเรลลา ไปลงบ่อเพาะใหม่ � ตนั จากน�นั นาํ พนั ธุ์ไรแดงท�ีมีความอุดมสมบูรณ์ใส่ลงไป � กิโลกรัม และเปิ ด เคร�ืองเป่ าลมเพ�ือเป็ นการเพิ�มออกซิเจนในน�าํ ทิ�งไวป้ ระมาณ � วนั ไรแดงจะขยายพนั ธุ์และสามารถ เก็บเก�ียวผลผลิตได้ประมาณ ��-�� กิโลกรัม ใช้เวลาในการเพาะเล�ียงประมาณ � วนั จะตอ้ งมี บ่อซีเมนต์ จาํ นวน � บ่อ จึงจะทาํ การเพาะไรแดงแบบไมต่ อ่ เนื�องไดค้ รบวงจร 2) การเพาะเล�ียงไรแดงแบบเกบ็ เกี�ยวตอ่ เน�ือง 2.1) ดาํ เนินการเช่นเดียวกบั การเพาะเล�ียงไรแดงแบบเก็บเกี�ยว ไมต่ อ่ เนื�อง ในขอ้ ท�ี �-4 แต่ในการเกบ็ เก�ียวผลผลิตใหเ้ ก็บเพียงคร�ึงหน�ึงของไรแดงท�ีเกิดข�ึนในบ่อ โดยการลดระดบั น�าํ ลง �� เซนติเมตร 2.2) เติมน�ําสะอาดและคลอเรลลาผสมอาหารและป๋ ุยอย่างละ � เซนติเมตร ทาํ เช่นน�ีทุกวนั จนกว่าสภาวะแวดลอ้ มในบ่อไรแดงไม่เหมาะสม หรือผลผลิตไรแดง ลดลง จึงทาํ การลา้ งบอ่ และเริ�มทาํ การเพาะเล�ียงใหม่ 73 80

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อ�ห�รและก�รใหอ้ �ห�ร 2.3) ผลผลิตไรแดงท�ีได้จากการเพาะเล�ียงแบบเก็บเกี�ยวต่อเนื�อง จะ สามารถเก็บเกี�ยวผลผลิตไรแดงไดป้ ระมาณ �� กิโลกรัม ระยะเวลาในการเพาะเล�ียงจนเก็บเก�ียว ผลผลิตคร�ังสุดทา้ ยประมาณ �� วนั 2.1.1.5 การเพาะเล�ียงไรแดงในบอ่ ดิน บ่อดินที�จะใช้ในการเพาะเล�ียงไรแดง ควรมีขนาดประมาณ ���-800 ตารางเมตร โดยดาํ เนินการตามข�นั ตอน ดงั น�ี 1) กําจดั สิ�งต่างๆที�อยู่ภายในบริเวณบ่อและกาํ จดั ศัตรูต่างๆของไรแดง ตากบ่อทิง� ไวป้ ระมาณ � วนั 2) กรองน�าํ ลงบ่อใหม้ ีระดบั น�าํ สูงจากพ�ืนกน้ บ่อประมาณ ��-�� เซนติเมตร พร้อมกบั เติมป๋ ุยและอาหารลงไป ดงั ภาพที� 115 ภาพท�ี 115 การเล�ียงไรแดงในบ่อดิน 3) สูตรอาหารท�ีใช้ มีดงั น�ี บ่อขนาด ��� ตารางเมตร ใช้ปูนขาว �� กิโลกรัม อามิ-อามิ �� ลิตร ป๋ ุยนา (��-20-�) �.� กิโลกรัม ป๋ ุยยเู รีย (��-0-�) �.� กิโลกรัม และกากถวั� เหลือง �.� กิโลกรัม บ่อขนาด ��� ตารางเมตร ใช้ปูนขาว �� กิโลกรัม อามิ-อามิ ��� ลิตร ป๋ ุยนา (��-20-�) �� กิโลกรัม ป๋ ุยยเู รีย (��-0-�) � กิโลกรัม และกากถวั� เหลือง �� กิโลกรัม ถา้ ไม่มีอามิ-อามิ ใหใ้ ชม้ ูลไก่ประมาณ �� กิโลกรัมต่อ ��� ตารางเมตร ใส่คลอเรลลาประมาณ � ตนั ถา้ ไมม่ ีคลอเรลลาใหห้ มกั ทิง� ไวป้ ระมาณ � วนั 4) เมื�อน�าํ ในบอ่ สีเขียวให้เติมเช�ือไรแดง ประมาณ � กิโลกรัม 5) เกบ็ เกี�ยวผลผลิตไรแดงในวนั ที� �-7 จะทาํ ให้ไดผ้ ลผลิตมากท�ีสุด การเก็บ เก�ียวผลผลิตไรแดง ควรเก็บในช่วงเชา้ ก่อนพระอาทิตยข์ �ึน จะสามารถเก็บเกี�ยวไดส้ ะดวกและได้ ปริมาณมาก หลงั จากน�นั ไรแดงจะเร�ิมลดปริมาณลง จึงควรเติมอาหารลงไป อาหารท�ีเติมในระยะน�ี ควรเป็ นอาหารท�ีย่อยสลายไดเ้ ร็ว เช่น น�าํ ถวั� เหลือง คลอเรลลา รํา เลือดสัตว์ ป๋ ุยวิทยาศาสตร์ และ 74 81

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อาหารและการให้อาหาร ป๋ ุยคอก เป็ นตน้ โดยเติมอาหารในปริมาณคร�ึงหน�ึงของปริมาณอาหารเดิม ไรแดงจะเพิ�มจาํ นวน มากข�ึนภายใน �-� วนั และจะลดปริมาณลงอีกก็ใหเ้ ติมอาหารลงไปเทา่ กบั คร�ังที� � ในกรณีน�ีการเกิด ไรแดงจะลดจาํ นวนลงมากจึงเติมอาหารลงไปอีก ไรแดงจะไม่เพ�ิมปริมาณมากข�ึน จึงควรเริ�มตน้ การเพาะเล�ียงไรแดงใหม่ ซ�ึงโดยทว�ั ไปแลว้ เม�ือเล�ียงไรแดงไปได้ �� วนั ก็จะตอ้ งเริ�มตน้ เพาะเล�ียง ใหม่ ในกรณีท�ีไรแดงที�เพาะเล�ียงไดม้ ีปริมาณมาก ผูเ้ ล�ียงควรเก็บรักษาไวเ้ นื�องจากปลาชอบกิน ไรแดงมีชีวติ มากกวา่ ไรแดงท�ีตายแลว้ ซ�ึงมีข�นั ตอนในการเก็บรักษา ดว้ ยวธิ ีการดงั ต่อไปน�ี 5.1) วิธีการแช่เยน็ ท�ีอุณหภูมิ � องศาเซลเซียส วิธีการน�ีสามารถเก็บ ไรแดงไดน้ าน �-�� วนั 5.2) วิธีการแช่แข็ง สามารถเก็บไรแดงไวไ้ ดน้ านกวา่ � เดือน โดยเติม น�ําสะอาดลงไปร้อยละ��-�� ในถุงไรแดง เพ�ือป้องกันการเซลล์ของไรแดงแตก นิยมบรรจุ ถุงพลาสติกที�มีความหนาประมาณ �.�-� เซนติเมตรโดยการแช่แขง็ 5.3) การทาํ แห้ง สามารถเก็บไรแดงเอาไวใ้ ช้ไดน้ าน โดยนาํ ไรแดงไป น�ึงใหส้ ุก นาํ ไปอบแหง้ ที�อุณหภูมิ �� องศาเซลเซียส เป็นเวลา �-�� ชว�ั โมง (กรมประมง, 2538) 2.2 หนอนแดง หนอนแดง เป็ นอาหารธรรมชาติ ที�มีประโยชน์ตอ่ การเล�ียงปลาสวยงามอยา่ งมาก เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะสาํ หรับเล�ียงพอ่ แมพ่ นั ธุ์ เพือ� ใหม้ ีการพฒั นาของเซลล์ สืบพนั ธุ์ที�ดี และเป็นอาหารที�ปลาสวยงามส่วนใหญ่ชอบกิน เป็นอาหารที�นิยมใชท้ �งั ภายในประเทศ และต่างประเทศ เพราะทาํ ให้ปลาเจริญเติบโตเร็ว มีสีสันสดใส ไม่ทาํ ให้น�าํ เน่าเสีย หรือมีตะกอน แต่เนื�องจากหายากและมีราคาค่อนขา้ งแพง จึงนิยมใชเ้ ล�ียงเฉพาะปลาที�มีราคาแพง หรือกินอาหาร สาํ เร็จรูปยาก เช่น ปลาหมอสี ปลาปอมปาดวั ร์ และปลาเทวดา ในอดีตจะรวบรวมหนอนแดงไดจ้ าก พ�ืนกน้ แหล่งน�าํ โดยเฉพาะแหล่งน�าํ เสีย แต่ปัจจุบนั พบไดน้ อ้ ย ในขณะที�มีความตอ้ งการหนอนแดง กลบั มีมากข�ึนเรื�อยๆ จึงทาํ ใหม้ ีการเพาะเล�ียงหนอนแดงเป็ นการคา้ และมีการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ท�ี ทนั สมยั สะดวกต่อการนาํ ไปใชใ้ หเ้ ป็นอาหารปลาสวยงาม หนอนแดงจดั เป็ นสัตวไ์ ม่มีกระดูกสันหลงั ประเภทสัตวห์ นา้ ดิน (Benthos) จะอาศยั อยู่ ตามพ�ืนกน้ บ่อ หรือแหล่งน�าํ ทวั� ๆ ไป หนอนแดงเป็ นตวั อ่อนของแมลงท�ีมีลกั ษณะคลา้ ยยุง เรียกว่า “ริ�น” มีท�ังชนิดที�เป็ นน�ําจืด น�ํากร่อย และน�ําเค็ม ชนิดท�ีพบมากในน�ําจืดมีชื�อวิทยาศาสตร์ว่า Chironomous spp. มีลกั ษณะคลา้ ยยุง แต่มีขายาวกว่า ไม่ทาํ อนั ตรายหรือดูดเลือดมนุษย์ ริ�นเพศเมีย ไม่ตอ้ งการเลือดเป็ นอาหารเหมือนยุงเพศเมีย ส่วนริ�นเพศผูม้ ีหัวเล็กและมีหนวดเป็ นพู่ (Plumose) ริ�นพวกน�ีมกั ชอบเกาะอยู่ตามที�มืดชายน�าํ แลว้ เพศเมียจะวางไข่ตามผิวน�าํ ลกั ษณะไข่จะมีวุน้ หุ้มต่อ กนั เป็ นสาย เกาะติดอยู่ตามลาํ ตน้ หรือใบของพนั ธุ์ไมน้ �าํ ตามผิวน�าํ โดยจะวางไข่คราวละ ���-��� 75 82

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อาหารและการให้อาหาร ฟอง ใชเ้ วลาฟักตวั ประมาณ �� ชวั� โมง ตวั อ่อนที�ออกจากไข่มีความยาวประมาณ �.� มิลลิเมตร และ เมื�อโตเต็มวยั จะมีขนาดประมาณ �.� - �.� เซนติเมตร หนอนแดงท�ีพบโดยทวั� ไปมีชื�อสามญั ว่า Midge แต่เน�ืองจากลาํ ตวั มกั มีสีแดงสด จึงอาจเรียกวา่ Blood Worm 2.2.1 วธิ ีการผลติ หนอนแดง การผลิตหนอนแดง สามารถทาํ ไดง้ ่าย และสะดวก ถา้ เรารู้จกั ประยกุ ต์ โดยการ เลียนแบบธรรมชาติ และควรคาํ นึงถึงหลกั การดงั ต่อไปน�ี �.�.�.�อาหารอุดมสมบูรณ์ นน�ั คือ อุดมดว้ ยอินทรียวตั ถุที�เน่าสลายแลว้ อินทรียวตั ถุท�ี เน่าสลายน�ีจะส่งกลิ�นเรียกริ�นน�าํ จืดใหม้ าวางไข่ และเศษอินทรียห์ รือวตั ถุที�เน่าสลายในน�าํ ก็จะเป็ น วตั ถุดิบในการสร้างปลอกใหห้ นอนแดงดว้ ย 2.2.1.2 สภาวะแวดลอ้ มเหมาะสม จากลกั ษณะนิสัยของริ�นน�าํ จืดที�ชอบวางไข่ในท�ี ลมสงบ บ่อผลิตหนอนแดงจึงตอ้ งสร้างสภาวะแวดลอ้ มเลียนแบบธรรมชาติใหเ้ กิดลมสงบ โดยการ ทาํ ท�ีบงั ลม 2.2.1.3 ให้มีน�ําไหลเวียนผ่านถังเล�ียงอย่างสม�ําเสมอ เพ�ือขจัดปัญหาเรื�องท�ีมี หนอนแดงหนาแน่นเกินไป 2.2.1.4 ปราศจากศตั รู หนอนแดงเป็ นอาหารธรรมชาติที�ดีมาก ดงั น�นั จึงมีสตั วห์ ลาย ชนิดที�ชอบกินหนอนแดง เช่น ลูกกบ ลูกเขียด ลูกปลา ฯลฯ เพราะฉะน�นั การป้องกนั และกาํ จดั ศตั รู หนอนแดง ท�งั ก่อนการผลิตและในระหวา่ งการผลิตจึงเป็นหวั ใจสาํ คญั ของการผลิตหนอนแดง 2.2.2 บ่อผลติ หนอนแดง หนอนแดง สามารถผลิตไดต้ �งั แต่ถงั ซีเมนต์ขนาดเล็กจนถึงบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ บอ่ ซีเมนตข์ นาดเล็กเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง �.��, �.�� หรือ �.�� เมตร 2.2.3 วธิ ีการผลติ หนอนแดง 2.2.3.1 การเตรียมบ่อ 2.2.3.2 การเตรียมน�าํ 2.2.3.3 การเตรียมอาหาร 2.2.3.4 การเก็บเกี�ยวผลผลิต 2.2.3.5 การควบคุมบอ่ ผลิต ข�นั ตอนท�ี � การเตรียมบ่อ ลา้ งบ่อและตากบอ่ ใหแ้ หง้ เพ�อื ป้องกนั และกาํ จดั ศตั รูพชื ทาํ ที�บงั ลมทางดา้ นทิศ เหนือลม สูงประมาณ �-� เมตรห่างจากขอบบ่อประมาณ �-� เมตร ท�ีบงั ลมน�ีอาจใชว้ สั ดุเหลือใช้ ตา่ งๆ เช่น แผน่ ไมเ้ ก่า มุง้ ลวดเก่า อวนมุง้ ที�ไม่ใชแ้ ลว้ สามารถนาํ มาดดั แปลงประกอบทาํ ที�บงั ลมได้ 76 83

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อาหารและการให้อาหาร ท�งั สิ�น และหากมีแนวบงั ลมเป็นร�ัวตน้ ไม้ เช่น แนวร�ัวตน้ กระถิน ชบา พูร่ ะหง เขม็ ฯลฯ ผลผลิต หนอนแดงจะยง�ิ สูงข�ึน ในอดีตการเตรียมบ่อผลิตหนอนแดงจะยงุ่ ยากกบั การหาดินร่วน ดินร่วนปน ทราย หรือทรายข�ีเป็ด มารองพ�นื กน้ บอ่ ผลิตอยา่ งนอ้ ย �-� เซนติเมตร เพราะเช�ือวา่ หนอนแดงจะตอ้ ง ใชโ้ คลนตมเป็ นวสั ดุทาํ ปลอก ปัญหาใหญ่ที�ตามมา คือ การร่อนหนอนแดงออกจากดิน ทาํ ไดย้ าก แต่ ปัจจุบนั การผลิตหนอนแดงในถงั หรือบ่อซีเมนต์ โดยไมใ่ ชด้ ินหรือทรายรองพ�ืนกน้ บ่อกลบั ใหผ้ ลดี ยง�ิ ข�ึน เพราะเก็บเกี�ยวง่ายข�ึน ไมต่ อ้ งร่อนหนอนแดงจากผวิ หนา้ ดิน ใชว้ ธิ ีชอ้ นหนอนแดงที�ลอยตวั ข�ึนไดเ้ ลย ท�งั ผลจากการขาดแคลนวสั ดุทาํ ปลอก ทาํ ใหว้ งจรชีวติ ของหนอนแดงยดื ยาวออกไป ท�งั ระยะตวั อ่อนและระยะก่อนเขา้ ดกั แด้ หนอนแดงจะใชเ้ ศษอินทรียวตั ถุที�เหลือ เช่น กากถวั� ลิสง กากอาหารเมด็ กากปลาป่ น ฯลฯ และแพลงกต์ อนพืชขนาดเลก็ ๆ ทาํ ปลอกไดโ้ ดยไมต่ อ้ งอาศยั โคลนตม ดงั น�นั ในบ่อผลิตหนอนแดงท�ีไมม่ ีดินหรือทรายรองพ�ืนกน้ บ่อปลอกของหนอนแดงจึงมีสี เขียวๆของแพลงกต์ อนพชื แตใ่ นบอ่ ผลิตหนอนแดงท�ีมีดินหรือทรายรองพ�นื กน้ บ่อปลอกของหนอน แดงจะมีสีดินโคลน ข�นั ตอนท�ี � การเตรียมนํา� การกรองน�าํ จากแหล่งน�าํ ธรรมชาติดว้ ยผา้ โอร่อนแกว้ หรือผา้ กรองแพลงก์ตอน เป็ น การป้องกันและกําจัดศัตรูท�ีง่าย และมีประสิทธิภาพ ระดับน�ําท�ีใช้คร�ังแรก �-�� เซนติเมตร ตรวจวเิ คราะห์สมบตั ิของน�าํ ในบ่อผลิตโดยคาํ นึงถึงความเป็ นกรด-ด่างประมาณ �.�-�.� ความเป็ น ด่าง ��-��� มิลลิกรัมต่อลิตร ความกระด้าง ��-��� มิลลิกรัมต่อลิตร บ่อที�มีคุณสมบัติของน�ํา เหมาะสม ค่าความเป็ นกรด-ด่างจะอยู่ในช่วง �.�-�.� โดยค่าความกระด้างและความเป็ นด่างจะ ไม่แตกต่างกนั มากนกั แต่ถา้ ค่าความเป็ นกรด-ด่างต�าํ ค่าความเป็ นด่างจะต�าํ ตามไปดว้ ย วธิ ีแกไ้ ข คือ การเติมปูนขาวในปริมาณพอเหมาะ ข�นั ตอนที� � การเตรียมอาหาร การเตรียมอาหารหรืออินทรียวตั ถุท�ีใช้เรียก หรือล่อริ�นน�าํ จืดให้มาวางไข่ คือ การ หมกั ให้อาหารหรืออินทรียวตั ถุเน่าสลาย อินทรียวตั ถุท�ีใช้ ไดแ้ ก่ กากถวั� ลิสง อาหารเม็ด (อาจเป็ น อาหารปลากินพืช อาหารปลากินเน�ือ อาหารหมู อาหารไก่ ฯลฯ) อยา่ งใดอยา่ งหน�ึง หรือนาํ ปลาป่ น รําละเอียด และกากถว�ั มาผสมกนั เองในอตั ราส่วน �:1:1 ก็ใชไ้ ด้ ปริมาณของอาหารหรืออินทรียวตั ถุ ท�ีใช้ ���-��� กรัมต่อตารางเมตร โดยมีขอ้ สังเกต คือ อาหารเม็ดท�ีใช้หากมีส่วนผสมของขา้ วโพด มากผลผลิตจะต�าํ กวา่ อาหารเม็ดท�ีมีส่วนผสมของขา้ วโพดน้อย ท�งั น�ีเน�ืองจากขา้ วโพดจะเน่าสลาย ไดช้ า้ กวา่ อินทรียวตั ถุชนิดอื�น การหมกั อาหารหรืออินทรียวตั ถุให้หมกั ในบ่อผลิตที�เติมน�าํ ไวแ้ ลว้ �- �� เซนติเมตร นานประมาณ ��-�� ชว�ั โมง จึงเพิ�มน�าํ อีก ��-�� เซนติเมตร การที�ตอ้ งเติมน�าํ � คร�ังน�ี มีเหตุผลวา่ การผลิตหนอนแดงวิธีน�ีเป็ นการเลียนแบบธรรมชาติ โดยเรียกหรือล่อริ�นน�าํ จืดมาวางไข่ 77 84

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อาหารและการใหอ้ าหาร เคร�ืองสื�อสารท�ีจะส่งข่าวไปยงั ริ�นน�าํ จืด คือ กลิ�นเน่าสลายของอินทรียวตั ถุที�เน่าสลายจึงตอ้ งหมกั อาหารหรืออินทรียวตั ถุดว้ ยน�าํ น้อย เพื�อให้กล�ินส่งไปไดไ้ กลและเพื�อให้อินทรียวตั ถุเน่าสลายเร็ว เพราะน�าํ น้อย อุณหภูมิสูง เม�ือริ�นน�าํ จืดวางไข่แลว้ เติมน�าํ ลงในบ่อผลิตหนอนแดง น�าํ ในบ่อจะเจือ จางลง ทาํ ให้คุณสมบตั ิเหมาะสมที�ไข่ของริ�นน�าํ จืดหรือท�ีเราเรียกวา่ หนอนแดงฟักออกเป็ นตวั อ่อน และสามารถเจริญเติบโตได้ ข�นั ตอนท�ี � การเกบ็ เกยี� วผลผลติ การผลิตหนอนแดงโดยวิธีน�ีสามารถเก็บเก�ียวหนอนแดงไดค้ ร�ังแรกในวนั ท�ี � และ ทุกๆ วนั ติดต่อกนั นาน ��-�� วนั หลงั จากน�นั จึงลา้ งบ่อและเตรียมบ่อใหม่ วิธีการเก็บเกี�ยวหนอน แดงโดยการช้อนด้วยกระชอน หรือสวิง หนอนแดงจะออกจากปลอกและลอยตวั ข�ึนสู่ผิวน�ําใน ช่วงเวลา ��.�� น. – ��.�� น. โดยไม่ตอ้ งร่อนเหมือนการเก็บเก�ียวหนอนแดงจากแหล่งผลิตตาม ธรรมชาติในบ่อซีเมนตข์ นาดใหญ่ท�ีตอ้ งลงเดินชอ้ นในบ่อผลิตสามารถเดินวนได้ �-� เท�ียว หากเดิน วนเก็บผลผลิตมากเกินไปจะทําให้ผลผลิตลดลง เพราะหนอนแดงถูกกระตุ้นวงจรชีวิตส�ันลง กลายเป็ นตวั เต็มวยั เร็วข�ึน และหนอนแดงขนาดเล็กถูกทาํ ลายไป บ่อซีเมนตข์ นาด �� ตารางเมตร เมื�อใชก้ ากถว�ั ลิสงหรืออาหารเม็ดในปริมาณ ���-��� กรัมต่อตารางเมตร จะไดผ้ ลผลิตหนอนแดง ��-�� กรัมต่อตารางเมตรต่อวนั แต่ในบ่อซีเมนต์ ขนาด �� ตารางเมตร จะไดผ้ ลผลิตหนอนแดง มากกวา่ คือ ��-�� กรัมต่อตารางเมตรตอ่ วนั (�-� กิโลกรัมต่อบอ่ ต่อวนั ) นอกจากน�ีหนอนแดงที�ผลิต ดว้ ยกากถว�ั ลิสงป่ นเพียงอยา่ งเดียวจะให้ผลผลิตหนอนแดงท�ีมีขนาดใหญ่กว่าหนอนแดงท�ีผลิตดว้ ย อินทรียวตั ถุชนิดอ�ืน ข�ันตอนท�ี � การควบคุมบ่อผลติ เป็ นการเพิ�มอาหารหรืออินทรียวตั ถุและการควบคุมคุณสมบตั ิของน�าํ ในบ่อผลิต การ เพ�ิมอาหารหรืออินทรียวตั ถุมากเกินไป จะทาํ ให้คุณภาพของน�าํ ไม่เหมาะสม ทาํ ให้ไม่มีริ�นน�าํ จืด รุ่นใหม่มาวางไข่ และหนอนแดงท�ีอยู่ในบ่อก็ไม่สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้ แต่ถ้าอาหารหรือ อินทรียวตั ถุน้อยกินไป น�าํ ในบ่อผลิตมีคุณภาพดี แต่ขาดความอุดมสมบูรณ์ก็ไม่มีริ�นน�าํ จืดรุ่นใหม่ มาวางไข่ และหนอนแดงในบ่อก็เจริญเติบโตช้าเกินไป เพราะขาดแคลนอาหาร การเติมอาหาร ลงในบ่อใชอ้ าหาร ��-��� กรัมต่อตารางเมตร ทุก �-� วนั โดยหมกั อาหารในถุงแลว้ ปิ ดถุงทิ�งไวใ้ น บ่อผลิต หรือหมกั อาหารที�มุมบ่อแลว้ กระจายอาหารไปทีละน้อย การควบคุมสมบตั ิของน�าํ ตรวจ ค่าความเป็ นกรดเป็ นด่างอยา่ งนอ้ ยสัปดาห์ละ � คร�ัง แลว้ ปรับคุณสมบตั ิของน�าํ ให้เหมาะสมอยา่ ให้ ความเป็ นกรดเป็ นด่างสูงหรือต�าํ เกินไป ถา้ น�าํ ขุ่นมากควรระบายน�าํ ทิ�งร้อยละ 30-50 แลว้ เติมน�าํ ท�ี กรองผา่ นถุงผา้ โอร่อนแกว้ หรือผา้ กรองแพลงกต์ อนใหไ้ ดร้ ะดบั ��-30 เซนติเมตร รักษาระดบั น�าํ ไว้ 78 85

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อาหารและการให้อาหาร อย่าให้ต�าํ กว่า �� เซนติเมตร สําหรับศตั รูของหนอนแดงให้ใช้กระชอนหรือสวิงช้อนข�ึนเท่าท�ีได้ ส่วนมากมกั เป็นแมลงและตวั ออ่ นของแมลงปอ 2.2.4 การเกบ็ รักษาหนอนแดง การเกบ็ รักษาหนอนแดง มีอยู่ � วธิ ี ดงั น�ี 2.2.4.1 การเก็บสด คือ การเก็บรักษาหนอนแดงในภาชนะที�มีน�ําจากบ่อผลิตเดิม เล็กน้อย แลว้ เติมอาหารประเภทยีสต์ หรือน�าํ เขียวเล็กน้อยเก็บไวใ้ นท�ีอุณหภูมิต�าํ ประมาณ ��-�� องศาเซลเซียส สามารถเก็บไดน้ านหลายวนั โดยหนอนแดงยงั มีชีวติ อยู่ จะมีหนอนแดงจาํ นวนหน�ึง ซ�ึงลอกคราบเป็นตวั เตม็ วยั 2.2.4.2 การเก็บแห้ง คือ การเก็บรักษาหนอนแดงในภาชนะปิ ด ใช้กระดาษชาํ ระ ชุบน�าํ ให้ชุ่มแล้วห่อหนอนแดงเก็บไวใ้ นที�เยน็ ประมาณ ��-�� องศาเซลเซียส วิธีน�ีก็สามารถเก็บ หนอนแดงไวไ้ ดน้ านหลายวนั เช่นกนั โดยหนอนแดงยงั มีชีวติ อยูแ่ ละเปลี�ยนเป็ นตวั เต็มวยั นอ้ ยกว่า การเกบ็ สด 2.2.4.3 การแช่แข็ง คือ โดยการรวบรวมใส่ถุงพลาสติกแล้วนําไปแช่แข็ง วิธีน�ี หนอนแดงจะตายหมด แต่คุณภาพยงั สดและมีคุณค่าทางอาหาร เม�ือนาํ มาใช้เล�ียงปลาหรือสัตวน์ �าํ ตอ้ งใชป้ �ัมลมช่วยพ่นอากาศให้หนอนแดงที�ตายแลว้ เคลื�อนท�ี เพ�ือให้ใกลเ้ คียงกบั ในขณะที�ยงั มีชีวติ อยู่ 2.2.4.4 การแช่แข็งแบบพิเศษ เป็ นการเก็บรักษาหนอนแดงเพื�อการส่งออก โดยการ แช่แข็งดว้ ยไนโตรเจนเหลว วิธีน�ีหนอนแดงจะฟ�ื นประมาณร้อยละ �� แต่จะไม่แข็งแรงเพียงแต่มี การเคล�ือนไหวทาํ ใหป้ ลาชอบกิน 2.2.4.5 การอบแห้ง เป็ นการเก็บหนอนแดงโดยการอบแห้งแล้วบรรจุกระป๋ อง สุญญากาศ เป็ นวิธีการท�ีนิยมทาํ เป็ นการคา้ ในปัจจุบนั หนอนแดงที�ผ่านการอบแห้งแล้วน�ีปลายงั ชอบกินเช่นกนั 2.2.5 เทคนิคในการเพาะหนอนแดง 2.2.5.1 ชนิดของอินทรียวตั ถุ ควรเลือกกากถว�ั ลิสง เพราะใชผ้ ลผลิตหนอนแดงสูงกวา่ เนื�องจากในกากถว�ั ลิสงจะมีตวั เร่งลอกคราบมากกวา่ หนอนแดงท�ีผลิตจากกากถวั� ลิสงจึงลอกคราบ กลายเป็นตวั เตม็ วยั เร็ว ทาํ ใหผ้ ลผลิตต�าํ กวา่ หนอนแดงที�ผลิตโดยไมใ่ ชก้ ากถวั� ลิสง 2.2.5.2 ทาํ เลบอ่ ผลิต ผลผลิตของหนอนแดงข�ึนกบั ปริมาณของริ�นน�าํ จืดในธรรมชาติ ในแหล่งที�มีริ�นน�าํ จืดเป็ นสัตวป์ ระจาํ ถิ�นอยูแ่ ลว้ จะใหผ้ ลผลิตของหนอนแดงสูง วธิ ีการสังเกตแหล่ง ของริ�นน�ําจืด คือ เป็ นบริเวณที�ใกล้แหล่งน�ําเก่า หมายถึง แหล่งน�ําท�ีมีมานาน มีการสะสมของ 79 86

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อาหารและการให้อาหาร อินทรียวตั ถุที�พ�ืนกน้ และแหล่งน�าํ มีร่มไม้ หรือแนวบงั ลมหรือมีเขตอบั ลม หรือเขตลมสงบ ถ้าได้ ทาํ เลลกั ษณะน�ีคาดไดว้ า่ จะผลิตหนอนแดงไดต้ ามตอ้ งการ 2.2.5.3 ปริมาณแสงแดด แสงแดดนบั เป็ นปัจจยั สําคญั อนั หน�ึง บ่อท�ีมีร่มเงาหลงั คา จะไมใ่ หผ้ ลผลิต บ่อผลิตหนอนแดงจึงควรอยกู่ ลางแจง้ ไดร้ ับแสงแดดเตม็ ที�ตลอดวนั 2.2.5.4 การถ่ายน�าํ อาจไม่จาํ เป็นมากนกั ส่วนใหญจ่ ะทาํ การเติมน�าํ รักษาระดบั น�าํ ไว้ ไมใ่ หต้ �าํ กวา่ �� เซนติเมตร 2.2.5.5 การใชม้ ูลสตั ว์ การผลิตหนอนแดงดว้ ยป๋ ุยคอก เช่น มูลไก่ มูลสุกร มูลโค มูลกระบือ มูลคา้ งคาว ฯลฯ ปัจจุบนั พบวา่ การผลิตหนอนแดงดว้ ยป๋ ุยคอกจะไดผ้ ลผลิตต�าํ กวา่ การใช้ อินทรียวตั ถุถึง�� เทา่ นน�ั ยอ่ มหมายถึง การขาดทุนหรือสิ�นเปลืองแรงงาน เวลา สถานท�ี โดยใช่เหตุ 2.3 ลูกนํา� ลูกน�าํ (Culex sp.) หรือตวั อ่อนของยงุ นิยมใชเ้ ล�ียงปลากนั มานานแลว้ จนแทบจะกล่าว ไดว้ ่า เป็ นอาหารที�วิเศษสําหรับปลา ลูกน�าํ สังเกตไดง้ ่าย เพราะขณะที�มนั ฟักตวั อยู่น�ัน มนั จะห้อย หรือแขวนตวั เองไวก้ บั ผวิ น�าํ โดยเอาหวั ปักลงน�าํ ขณะท�ีลูกน�าํ กาํ ลงั เจริญเติบโตน�ี จะมีการลอกคราบ หลายคร�ัง และเมื�อผ่านการลอกคราบคร�ังสุดทา้ ยแลว้ มนั จะกลายเป็ นตวั อ่อนท�ีเรียกวา่ ดกั แด้ หรือ หวั โม่ง โดยส่วนทอ้ งจะมีหนวด ปาก ขา ตลอดจนปี ก ซ�ึงพร้อมจะเป็ นยุงในไม่ช้า ปกติแลว้ ดกั แด้ หรือหวั โม่งจะฟักตวั อยรู่ วมกนั เป็ นกอ้ นกลมโตที�ผิวน�าํ เมื�อถูกรบกวนก็จะพากนั ดาํ ดิ�งลงสู่พ�ืนล่าง ลูกน�าํ ในช่วงที�เป็นหวั โม่งน�ีเป็นอาหารท�ีดีของปลาเช่นกนั (นฤมล อศั วเกศมณี, 2549) 2.3.1 วธิ ีการเพาะลูกน�าํ เริ�มต�งั แต่ลา้ งบ่อให้สะอาด จากน�นั เติมน�าํ ในบ่อ ระดบั สูง �� เซนติเมตร ใส่มูลไก่ แลว้ ใช้หญา้ ขนแห้งๆ วางกระจายลงไปให้ทวั� ท�งั บ่อ วนั แรก ยุงจะเขา้ ไปไข่ แต่ยงั มีปริมาณน้อย เพราะอาหารหรือมูลไก่ยงั มีจาํ นวนนอ้ ย วนั ที� �, � และ � จาํ นวนแมย่ งุ จะเขา้ ไปไข่มากข�ึนเรื�อยๆ เมื�อ เขา้ สู่วนั ท�ี � เติมน�าํ ใหส้ ูงข�ึนอีก �� เซนติเมตร วนั ที� � และ � เติมน�าํ ใหส้ ูงข�ึนอีกวนั ละ �� เซนติเมตร จนระดบั น�าํ ในบอ่ สูงถึง �� เซนติเมตร วนั ท�ี � ปล่อยใหล้ ูกน�าํ ววิ ฒั นาการตวั ของมนั เอง 2.3.2 การเก็บเกี�ยวผลผลิต วนั ท�ี � เป็ นวนั ท�ีจบั ลูกน�ําท�ีเพาะไว้ นํามาใช้ เริ�มจากนําหญ้าขนท�ีแช่อยู่ออกทิ�ง จากน�ันใช้สวิงช้อนลูกน�าํ ออกจนหมดบ่อ นําลูกน�าํ ออกไปล้างน�ําในบ่อปูน เพื�อทาํ ความสะอาด ลูกน�าํ พร้อมกบั ช้อนคดั เลือกลูกน�าํ ใส่ลงในถุงพลาสติก ไม่ตอ้ งใส่น�าํ ไปด้วย ในบ่อน�าํ ลา้ งลูกน�ํา วยั อ่อนจะว่ายอยู่ข้างล่าง ส�ิงสกปรกและลูกน�ําตวั แก่หรือหัวโตจะลอยอยู่ขา้ งบน จะช้อนเอาส�ิง สกปรก ตวั แก่หรือหวั โตออกทิ�ง เหลือเฉพาะลูกน�าํ วยั อ่อนท�ีตลาดตอ้ งการ 80 87

บทที� 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อ�ห�รและก�รใหอ้ �ห�ร โดยปกติลูกน�าํ อายุ � วนั จะมีลูกน�าํ ตวั แก่หรือหวั โมง่ เพียงร้อยละ �� ของลูกน�าํ ที�เพาะได้ ชอ้ นกรองเอาเฉพาะลูกน�าํ ใส่ในถุงพลาสติกชงั� น�าํ หนกั ขนาดถุงละ � กิโลกรัม นาํ ไปแช่ ในถงั น�าํ แขง็ ขนาดใหญ่ 3. วธิ ีการให้อาหาร ปลาสวยงามตอ้ งการอาหารเพ�ือการเจริญเติบโต ดงั น�นั อาหารปลาควรมีคุณค่าทางโภชนาการ ครบถว้ น ถูกตอ้ ง ตรงตามความตอ้ งการของปลา วิธีการให้อาหารที�นิยมปฏิบตั ิกนั อยูม่ ีหลายแบบ ซ�ึงแตกต่างกันไปตามชนิดของอาหาร รวมท�งั ชนิดและขนาดของปลาสวยงาม แต่ละแบบมีเป้าหมาย เหมือนกนั คือ อาํ นวยความสะดวกใหป้ ลาหาอาหารไดง้ ่ายและกินไดม้ ากที�สุด เพราะอาหารที�เหลือ ตกคา้ งอยใู่ นบอ่ นอกจากจะทาํ ใหส้ ิ�นเปลืองแลว้ ยงั ทาํ ใหน้ �าํ เน่าเสียไดอ้ ีกดว้ ย วธิ ีการให้อาหารแบ่งเป็ น � ข�ันตอน คือ 3.1 การให้อาหารปลาสวยงามในระยะอนุบาล การใหอ้ าหารในระยะน�ีถือวา่ ยากท�ีสุด เพราะเป็นการใหอ้ าหารข�นั ตอ่ เชื�อมกบั การใช้ ประโยชนอ์ าหารจากถุงอาหารของลูกปลา ในการอนุบาลลูกปลาสวยงามส่วนใหญ่จะนิยมใชอ้ าหาร มีชีวิต เช่น ไรแดง โรติเฟอร์ ตวั อ่อนแรกฟักของอาร์ทีเมีย เป็ นตน้ เพราะจะทาํ ให้อตั ราการรอดและ อตั ราการเจริญเติบโตดีกวา่ การใหอ้ าหารผงหรืออาหารไข่ ในข�นั ตอนน�ีลูกปลายงั มีร่างกายบอบบาง และระบบยอ่ ยอาหารกาํ ลงั พฒั นา ลูกปลาวยั น�ีจะตอ้ งไดร้ ับอาหารอย่างต่อเน�ืองในปริมาณเพียงพอ เพ�ือพฒั นาระบบยอ่ ยอาหารและอวยั วะอื�นของร่างกายใหส้ มบูรณ์เตม็ ท�ีอยา่ งรวดเร็ว การขาดอาหาร ในวยั น�ีมีความสําคญั ยิ�ง เพราะจะนาํ ไปสู่ความผิดปกติของร่างกาย ทาํ ให้ปลาสวยงามวยั อ่อนเป็ น โรคง่าย และตายจาํ นวนมากก่อนที�จะมีโอกาสเจริญเติบโต การให้อาหารม�ือแรกแก่ลูกปลาไม่ทนั เวลาหรือรอจนกว่าลูกปลาใช้อาหารในถุงอาหาร หมดเป็ นปัญหาอนั ดบั แรกของปัญหาการขาดอาหาร โดยทว�ั ไปอาหารในถุงอาหารจะหมดเร็วหรือ ชา้ ข�ึนอยกู่ บั ชนิดของปลาและอุณหภูมิ กล่าวคือ ถา้ อุณหภูมิค่อนขา้ งสูง การใชอ้ าหารจากถุงอาหาร จะเร็วข�ึน เพราะลูกปลามีกระบวนการเมทาบอลิซึม (metabolism) สูงจึงใชอ้ าหารไดเ้ ร็วข�ึน(อรรณพ สุวสารมยั , 2530) ปลาสวยงามส่วนใหญ่ใช้อาหารจากถุงอาหารประมาณ �-� วนั เพื�อป้องกนั การ ขาดอาหารในช่วงคาบเก�ียวจึงควรให้อาหารม�ือแรกให้ทนั เวลาโดยให้ก่อนถุงอาหารยุบหมด แต่ เน�ืองจากการสังเกตการยบุ ของถุงอาหารในลูกปลาตวั แรกหรือแมก้ ระทง�ั กลุ่มแรกกระทาํ ไดย้ าก ซ�ึง อาจจะสังเกต อีกวีธีหน�ึง คือ ในช่วงที�ยงั ใช้อาหารจากถุงอาหาร ลูกปลายงั คงอยู่รวมกนั เป็ นกลุ่ม ตามบริเวณพ�ืนท้องน�าํ และเร�ิมแยกกลุ่ม พร้อมกบั พยายามเคล�ือนตวั ข�ึนสู่ผิวน�าํ เมื�อถุงอาหารยุบ 81 88

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทท่ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร เกือบหมด อาการดงั กล่าวเป็ นสัญญาณของลูกปลาที�พฒั นาร่างกายเร็วกวา่ ตวั อื�นๆ ในรุ่นเดียวกนั ซ�ึงมีจาํ นวนนอ้ ยมากจึงควรควบคุมปริมาณอาหารท�ีใหแ้ ตเ่ พยี งพอ ดงั ที�ไดก้ ล่าวมาแลว้ วา่ อาหารที�ใชใ้ นระยะอนุบาลลูกปลาสวยงามน�นั นิยมใหอ้ าหารมีชีวิต เนื�องจากมีขนาดเล็กใกล้เคียงกับขนาดของปากลูกปลา มีการกระจายอย่างทว�ั ถึง มีคุณค่าทาง โภชนาการสูง เพราะลูกปลาวยั น�ีการกินอาหารม�ือแรกส่วนใหญ่เขา้ ปากลูกปลาโดยบงั เอิญ ดงั น�นั การให้อาหารมีชีวิตโอกาสท�ีลูกปลาจะพบอาหารทาํ ความคุน้ เคยและกินอาหารม�ือแรกจึงมีสูงข�ึน แต่การให้อาหารมีชีวิตมีข้อควรระมดั ระวงั ตรงท�ีอาหารมีชีวิตเหล่าน�ีตอ้ งการใช้ออกซิเจนในน�ํา เช่นเดียวกบั ลูกปลา ถา้ ให้อาหารมากเกินไปจะไปแย่งออกซิเจนลูกปลาได้ ดงั น�นั ในทางปฏิบตั ิ ควรใหอ้ าหารในปริมาณท�ีลูกปลากินหมดในเวลาไมเ่ กิน �-� ชว�ั โมง แมว้ ่าอาหารมีชีวิตจะเป็ นอาหารท�ีดีที�สุดสําหรับปลาสวยงาม แต่อาหารมีชีวิตมีขอ้ จาํ กดั หลายประการ ที�สาํ คญั คือ ปริมาณและคุณภาพไม่แน่นอน การผลิตใชต้ น้ ทุนสูง ดงั น�นั ในข�นั ตอน การอนุบาลลูกปลาสวยงามในระยะน�ีอาจใชอ้ าหารไข่ทดแทนอาหารมีชีวิตได้ เช่น การใช้ไข่แดง ตม้ สุกบดขย�ีผ่านสวิงตาละเอียดให้ละลายเขา้ กบั น�าํ แล้วค่อยๆหยอดให้ลูกปลากิน แต่ทาํ ให้น�าํ เน่าเสียไดง้ ่าย นอกจากน�ีการให้ไข่แดงเป็ นอาหารในการอนุบาลลูกปลาจะทาํ ให้ลูกปลากินอาหาร ได้น้อย เนื�องจากไข่แดงมีพลังงานสูงมาก ทาํ ให้ลูกปลาอิ�มเร็ว และไม่กินอาหาร อย่างไรก็ตาม อาหารไข่สามารถใชท้ ดแทนอาหารมีชีวติ ไดบ้ างคร�ังเท่าน�นั ไม่สามารถใชท้ ดแทนอาหารมีชีวติ ได้ ทุกม�ือ เพราะอาหารมีชีวิตจะมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่า ลูกปลายอมรับหรือชอบกินมากกว่า การให้อาหารมีชีวิตแก่ลูกปลาสวยงาม ควรมีการฆ่าเช�ือที�อาจจะติดมากับอาหารมีชีวิตโดยใช้ ด่างทบั ทิม ��� พีพีเอม็ แช่อาหารมีชีวติ นาน �� นาที แลว้ ลา้ งออกดว้ ยน�าํ สะอาดหลายๆ คร�ัง นอกจากอาหารมีชีวิตและอาหารไข่แล้ว ในระยะของการอนุบาลลูกปลาสวยงาม ยงั สามารถใชอ้ าหารผงได้ วธิ ีการใหอ้ าหารผงควรใชว้ ิธีโรยบนผวิ น�าํ ใชแ้ รงลมจากเคร�ืองให้อากาศ พยุงให้อาหารแขวนลอยอยใู่ นน�าํ ไดน้ านข�ึน พร้อมกบั ช่วยเคลื�อนยา้ ยอาหารใหก้ ระจายและเขา้ ใกล้ ตวั ลูกปลามากข�ึน และให้อาหารผงควรจะให้คร�ังละนอ้ ย เพราะถา้ มากเกินไป อาจทาํ ให้น�าํ เน่าเสีย ไดง้ ่าย เมื�อลูกปลาสวยงามเริ�มโตข�ึน จาํ เป็ นท�ีจะตอ้ งเปลี�ยนชนิดของอาหารใหเ้ หมาะสมกบั ขนาด ของลูกปลา ไม่ว่าอาหารม�ือแรกจะเป็ นอาหารประเภทใดควรใชห้ ลกั การเดียวกนั คือ ปรับเปล�ียน ขนาดเม�ือถึงเวลาและค่อยๆ ลดปริมาณอาหารเดิมลงทีละนอ้ ยจนหมด พร้อมกบั ค่อยๆ เพ�ิมปริมาณ ของอาหารใหมท่ ดแทนอาหารเดิมตามสดั ส่วนท�ีลดลงจนสุดทา้ ยใหเ้ ป็นอาหารใหม่ท�งั หมด 82 89

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อาหารและการให้อาหาร 3.2 การให้อาหารปลาสวยงามในระยะการเลยี� ง การใหอ้ าหารปลาสวยงามในระยะน�ีง่ายกวา่ ในระยะอนุบาล เพราะปลาสวยงามมีขนาดโต สิ�งสําคญั ของการให้อาหารในระยะน�ีอยูท่ �ีการเลือกวิธีการที�จะอาํ นวยให้ปลาหาอาหารไดง้ ่าย และ กินได้ มากท�ีสุด สาํ หรับอาหารท�ีนิยมใชก้ นั ในระยะการเล�ียงปลาสวยงาม มีดงั น�ี 3.2.1 อาหารสําเร็จรูป อาหารสําเร็จรูปส่วนใหญ่ของปลาสวยงามจะเป็ นชนิดเม็ดลอย มีท�งั เม็ดเล็กเหมาะกบั ปลาขนาดเล็กและเม็ดใหญ่เหมาะกบั ปลาขนาดใหญ่ เป็ นอาหารท�ีผูเ้ ล�ียง ปลาสวยงามนิยมใช้ เพราะสะดวกในการใช้ การใหอ้ าหารสาํ เร็จรูปชนิดเมด็ ลอยน�ี ส่วนใหญน่ ิยมใช้ แรงงานคนเป็ นผใู้ หอ้ าหาร การใหน้ ิยมใหป้ ระมาณร้อยละ �-� ของน�าํ หนกั ตวั ปลาหรืออาจจะใหใ้ น ปริมาณท�ีปลากินหมดในเวลา ��-�� นาที เพราะถา้ ให้มากเกินไป อาหารท�ีเหลือจะจมลงสู่พ�ืนกน้ บ่อ แล้วปลาจะไม่ชอบกินอาหาร ทาํ ให้น�ําเน่าเสีย และถ้ามีอาหารเหลือควรช้อนเก็บข�ึนมาจากน�ํา ใหห้ มด ควรใหอ้ าหารวนั ละ � คร�ัง 3.2.2 อาหารมีชีวิต อาหารท�ีนิยมให้ปลาสวยงามในระยะน�ี ได้แก่ หนอนแดง ลูกน�ํา อาร์ทีเมียตวั เตม็ วยั กุง้ ฝอย ลูกปลาขนาดเล็ก (ปลาเหยื�อ) เป็ นตน้ อาหารมีชีวิตพวกน�ีจาํ เป็ นตอ้ งใช้ ออกซิเจนเช่นเดียวกบั ปลาสวยงามท�ีเล�ียง ดงั น�ันถ้าให้มากเกินไปอาจจะทาํ ให้ออกซิเจนในน�ํา ลดลงได้ ควรให้พอกบั ความตอ้ งการของปลา โดยสังเกตไดจ้ ากเมื�อปลาเริ�มอิ�มจะค่อยๆ ลดการกิน อาหารลงหรือหยุดกิน ปลาสวยงามส่วนใหญ่ชอบกินอาหารมีชีวิตมากกวา่ อาหารสําเร็จรูป ทาํ ให้ ปลามีการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ มีการผสมพันธุ์และจะวางไข่มากกว่าการให้อาหาร สําเร็จรูป แต่การให้อาหารมีชีวิตมีขอ้ ควรระมดั ระวงั คือ เช�ือโรคท�ีอาจจะติดมากบั อาหาร ดงั น�ัน จึงควรฆ่าเช�ือโรคก่อนเช่นเดียวกบั อาหารมีชีวติ ในระยะอนุบาล และควรใหอ้ าหารวนั ละ � คร�ัง 3.2.3 อาหารสด อาหารสดที�นิยมใหป้ ลาสวยงาม ไดแ้ ก่ เน�ือกุง้ สับ เน�ือหอยสับ เคย เป็นตน้ การใหค้ วรค่อยๆใหป้ ลากิน จนกระทงั� ปลากินอ�ิม โดยใหท้ ีละนอ้ ยๆ ปลาจะค่อยๆ ข�ึนมากิน จนกระทง�ั อิ�มก็จะหยดุ กิน ไมใ่ หม้ ีอาหารสดเหลืออยใู่ นน�าํ เด็ดขาด เพราะจะทาํ ใหน้ �าํ เน่าเสียเร็วมาก อาหารสดจะตอ้ งมีความใหม่ สด และถา้ เหลือจากการใหค้ วรเกบ็ รักษาไวใ้ นตูเ้ ยน็ ส่วนใหญน่ ิยมให้ วนั ละ �-� คร�ัง 83 90

บทท�ี 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บทที่ 3 อาหารและการใหอ้ าหาร บรรณานุกรม ธิดา เพชรมณี. 2542. คู่มือการเพาะเล�ียงแพลงกต์ อน. สถาบนั วจิ ยั การเพาะเล�ียงสตั วน์ �าํ ชายฝั�งกรม ประมง. สงขลา. นฤมล อศั วเกศมณี. 2549. อาหารและการใหอ้ าหาร. คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั สงขลา. นุกูล แสงพนั ธุ์และละออศรี เสนาะเมือง. 2547. การเพาะเล�ียงไรน�าํ นางฟ้า. ศูนยว์ จิ ยั อนุกรมวธิ าน ประยกุ ต์ ภาควชิ าชีววทิ ยา คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. ขอนแก่น. ปัญญา โพธ�ิฐิติรัตน.์ 2531. เทคนิดการเล�ียงและเพาะพนั ธุ์ปลาสวยงาม. วทิ ยาลยั ครูจนั ทรเกษม. กรุงเทพฯ. ลดั ดา วงศร์ ัตน์. 2531. แพลงกต์ อน. คณะประมง มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. เวยี ง เช�ือโพธ�ิหกั . 2542. โภชนศาสตร์และการให้อาหารสัตวน์ �าํ . มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. ศุภชยั นิลวานิช. 2542. ครบเคร�ืองธุรกิจปลาสวยงาม. สาํ นกั พิมพม์ ติชน. กรุงเทพฯ. อรรณพ สุวสารมยั . 2530. การเล�ียงปลาตูน้ �าํ จืด. แพร่วทิ ยา. กรุงเทพฯ. อุทยั รัตน์ ณ นคร. 2538. การเพาะขยายพนั ธุ์ปลา. สหมิตรพริ�นติง� . กรุงเทพฯ. อุษณีย์ ยศยง�ิ ยวด สมศกั ด�ิ ปัญญา และอาจอง สุนทรพนั ธ์. ����. ชีววทิ ยา สตั ววทิ ยา�.. โครงการตาํ ราวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิ กวชิ าการและพฒั นา มาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถมั ภส์ มเด็จพระเจา้ พ�นี างเธอ เจา้ ฟ้ากลั ยานิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์. (สอวน.) กรมประมง. 2538. ไรแดง. (ออนไลน์) http://www.nicaonline.com/new-68.htm [2 ตุลาคม 2549] _____. มปป.คลอเรลลา.(ออนไลน)์ . http://images.google.co.th/imglanding.nu.ac.th/[ � ตุลาคม 2549] _____. มปป.การเตรียมบ่อ.(ออนไลน์). http://www.khonrakpla.com/index.php?lay=show&ac= article&Id=86435&Ntype=2 [ � ตุลาคม ����] 84 91



บทที่ โรคพยาธิและ 4การป้องกนั ก�ำ จัด



บทที� 4โรคพยาธิและการป้องกนั กาํ จดั บทที่ 4 โรคพย�ธแิ ละก�รป้องกนั ก�ำ จัด บบทททที่ ี�4 โรคพยโ�รธคพแิ ยลาะธกิแ�ละรกปา้อรปง้อกงันกนักกำ�าํ จดั ============================================================= ในการเล�ียงปลาสวยงามน�นั บางคร�ังจะพบวา่ ปลาสวยงามที�เล�ียงน�ันเป็ นโรค ซ�ึงทาํ ให้ปลา ไม่แข็งแรง มีสีสันไม่งดงาม และอาจถึงตายได้ โรคของปลาสวยงามเกิดข�ึนจากหลายสาเหตุ ท�งั ที� เป็ นโรคติดเช�ือและโรคที�ไม่ไดเ้ กิดจากเช�ือโรค แต่อาจเกิดจากสภาพแวดลอ้ มหรือความผิดปกติของ ตวั ปลาเอง การดูแลรักษาปลาโดยทว�ั ไปน�ันต้องเร�ิมจากการจดั การท�ีดี ท�ังทางด้านอาหารและ สภาพแวดลอ้ มในน�าํ รวมท�งั การใชย้ าและสารเคมีท�ีเหมาะสม �. สาเหตุของการเกดิ โรค 1.� น�าํ ถา้ ปล่อยให้น�าํ เสียโดยไม่เปลี�ยนน�าํ อาหารตกคา้ งมาก ทาํ ให้ปลาหายใจลาํ บากอาจเกิด โรคได้ นอกจากน�ีน�ําฝนที�ตกลงมาใหม่ๆ ก็เป็ นสาเหตุที�ทําให้ความเป็ นกรด-ด่างของน�ํา เปลี�ยนแปลง ซ�ึงจะพบวา่ เม�ือฝนตกลงบอ่ เล�ียงปลาสวยงามจะทาํ ใหป้ ลาอ่อนแอและติดเช�ือโรค 1.� อุณหภูมิและระดบั ออกซิเจนในน�าํ การเปลี�ยนแปลงอุณหภูมิของน�ําที�ปลาอาศัยอยู่อย่างรวดเร็ว (เกิดความแตกต่าง ของอุณหภูมิเกิน � องศาเซลเซียส ในเวลาส�นั ) จะทาํ ใหป้ ลาสวยงามตายไดแ้ ละถา้ ปริมาณออกซิเจน ในน�าํ ลดลงส่งผลใหป้ ลาออ่ นเพลียกินอาหารนอ้ ยลง อ่อนแอและติดเช�ือไดง้ ่าย 1.� แกส๊ ต่าง ๆ เกิดจากการหมกั หมมของอาหารท�ีเหลือและสิ�งท�ีปลาขบั ถ่ายออกมา เม�ือยอ่ ยสลายจะเกิด แกส๊ คาร์บอนไดออกไซดแ์ ละแอมโมเนียที�เป็นพิษตอ่ ปลา 1.� พาหะนาํ เช�ือโรค ลูกน�ํา หนอนแดง ไรแดง อาจนาํ เช�ือโรคและปรสิตบางตวั มาสู่ปลา เช่น หนอนสมอ โรคจุดขาว 1.� การใชเ้ ครื�องมือและอุปกรณ์ร่วมกบั ปลาท�ีเป็นโรค เป็นสาเหตุใหเ้ กิดโรคไดค้ วรมีบอ่ เฉพาะสาํ หรับรักษาโรคและแยกอุปกรณ์ไวต้ า่ งหาก 85 95


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook