Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เผยแพร่ การเสริมสร้างสมองที่ดีกว่า Building-better-brains-TH

เผยแพร่ การเสริมสร้างสมองที่ดีกว่า Building-better-brains-TH

Published by Pluakdaeng Child, 2023-06-12 07:48:57

Description: เผยแพร่ การเสริมสร้างสมองที่ดีกว่า Building-better-brains-TH

Search

Read the Text Version

การเสริมสราง ขอมลู ทัว่ ไป สมองที่ดีกวา • ความซับซอนและพฒั นาการทาง สมอง ขยายขอบเขตของความรูใหม • ขอ เทจ็ จริงเกีย่ วกับสมอง เพ่ือพัฒนาการเด็กปฐมวัย • การเรยี นรูในวยั ตนและการเรียนรู ตลอดชวี ติ • โภชนาการมผี ลตอสมอง • เกรด็ ความรูเรือ่ ง ออทสิ ตกิ VS ออทสิ ติกเทียม

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพื่อพฒั นาทักษะและความรู” ศูนยพฒั นาเดก็ เลก็ อบต.ปลวกแดง การเสริมสรา งสมองท่ดี ีกวา : คขยายขอบเขตของความรูใหมเ พอ่ื การพัฒนาเด็กปฐมวยั วามกาวหนาในดานประสาทวิทยาศาสตรกําลังจะเปนปจจัยขับเคลื่อนไปสูการปฏิวัติ แนวคิดเรื่องพัฒนาการของเด็กเน่ืองจากเราไดเรียนรูมากข้ึนเก่ียวกับผลกระทบของประสบการณ ท้ังดานบวกและดานลบตลอดจนความเชื่อมโยงระหวางประสบการณกับพันธุกรรมที่มีผลตอ พัฒนาการทางสมองของเด็กซึ่งพัฒนาการ ดังกลาวมีผลอยางย่ิงตออนาคตของบรรดาเด็กดอย โอกาสจํานวนหลายลานคนและสังคมของเด็ก ๆ เหลาน้ัน อีกท้ังมีผลตองานของเราทั้งในบริบทดาน มนษุ ยธรรมและการพฒั นาดวย ขอความตาง ๆ ท่ีระบุในเอกสารฉบับน้ีมาจากการ สัมมนาทางวิชาการดานประสาทวิทยาศาสตรซ่ึงจัด โดยองคการยูนิเซฟ เม่ือวันที่ 16 เมษายน 2014 (พ.ศ. 2557) ซึ่งนักวิทยาศาสตรนานาชาติระดับ แ น ว ห น า จํ า น ว น 16 ท า น จ า ก ส า ข า ต า ง ๆ ดาน ประสาทวิทยาศาสตรไดนําเสนอหลักฐานลาสุด ตาง ๆ เกี่ยวกับอิทธิพลของประสบการณและ สิ่งแวดลอ มที่มผี ลตอ พฒั นาการทางสมองของเด็ก

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพื่อพฒั นาทักษะและความรู” ศนู ยพัฒนาเด็กเลก็ อบต.ปลวกแดง ปจจุบัน เราทราบแลววา การทํางานของสมองไดรับอิทธิพลจากสภาพแวดลอม เชนเดียวกับที่ไดรับอิทธิพล จากพันธุกรรม และการพัฒนาเด็กใหสมองไดรับการพัฒนาอยางเต็มที่ จึงตองทําในชวง “หนาตางแหงโอกาส” หรือ “โอกาสทองของการเรียนรู” ท่ีจะบํารุงเล้ียงดู กระตุนพัฒนาการ และสรางความปลอดภัยเพ่ือชวยเติมเต็ม ศักยภาพของเด็ก การคนพบทาง วิทยาศาสตรยังชวยหาคําตอบวาการเลี้ยงดูเด็กเล็กและการเอาใจใสอยางไร จะสงผลตอการ เปล่ียนแปลงการแสดงออกของยีนสในสมอง ซึ่งมีแนวโนมจะสงผลกระทบตออนุชนรุนหลัง ๆ ในอนาคต เด็กวัยตํ่ากวา 5 ปถ ึง 200 ลานคน มีพัฒนาการต่ํากวาระดับศักยภาพปกติ เนื่องจากปจจัย หลายประการ เชน ขาดสารอาหาร สุขภาพไมสมบูรณ อยูในสภาพแวดลอมที่ขาดส่ิงกระตุน พัฒนาการ ขาดการเล้ยี งดทู ี่เหมาะสม ขาดการกระตุนการตอบสนอง และอยูในสภาพที่ไมปลอดภัย ผลการวิจัยพบวา การลงทุนในบริการสําหรับเด็ก ในระยะแรกเริ่ม (Early intervention) เปนประ โยชนต อพฒั นาการทางสมองในระยะสําคญั ๆ สามารถชวยใหบ รรดาเด็กดอยโอกาส เด็กที่อยูในภาวะ เปราะบาง ตลอดจนสังคมของบรรดาเด็กเหลานั้นมีสภาพที่ดีขึ้น โดยชวยหยุดย้ังวัฎจักรแหงความ ยากจน ความรุนแรงและความสิ้นหวัง ถึงเวลาแลว ที่เราควรจะกําหนดแนวคิดเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัยกันใหม โดยเชื่อมโยงสาขา การศึกษาตาง ๆ เขาดวยกัน ดวยการแปรหลักฐานทางวิทยาศาสตรตาง ๆ ใหเปนภาคปฏิบัติ ตลอดจนบูรณาการ ท้ังดานสุขภาพ โภชนาการ การศึกษา และการคุมครองเด็กเขาดวยกัน อีกทัง้ ดาํ เนินมาตรการแบบบรู ณาการมากข้นึ เพอื่ ให บังเกิดผลแกเดก็ ๆ

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพ่อื พัฒนาทกั ษะและความรู” ศนู ยพัฒนาเดก็ เลก็ อบต.ปลวกแดง ขอเท็จจริง เกยี่ วกบั การพฒั นาสมอง  กรอบรากฐานของสมองมนษุ ยประกอบดวยเซลลประสาทถึง 86,000 ลานเซลล ทก่ี อตัวรอบ ๆ จุดประสานเชอื่ มโยงเซลลประสาทตาง ๆ ถงึ 1 พันลานลา นจุด แตก อตัวเปน รหัสทางพันธุกรรมในเพยี ง 10,000 ยีนส Herculano-Houzel, 2009) ในชว งขวบปแรก ๆ ของชวี ิตเซลลป ระสาทตา ง ๆ จะพัฒนากอตัวประสานเชื่อมโยงกนั ข้นึ ใหมในอัตรา สงู อยางนา อัศจรรย ประมาณ 700-1,000 คร้งั ตอ วนิ าที (Shonkoff,2009) ซ่ึงอตั ราการสง ขอความ ฮิตในทวิตเตอรใ นชว งการประกาศผลรางวัลออ สการย งั ไมเรว็ เทา เมื่อเดก็ อายุ 7 ป ความสามารถในการเปล่ยี นแปลงของเซลลส มองตนตอจากเนือ้ เยอ่ื ชนดิ หนึง่ ไป เปน เซลล ชนิดจาํ เพาะของเนอ้ื เยอื่ ชนิดอน่ื กลบั ลดลงมาประมาณรอ ยละ 50 ของระดับกอ นหนาน้ี (Nelson, 2000) เมื่ออายุ 3 ป สมองของเด็กจะทาํ งานไวเปน 2 เทา ของสมองผูใหญ (Brotherson, 2009) เม่ืออายุ 3 ป นํ้าหนักสมองของเด็กจะเพิ่มข้ึนเปนรอยละ 87 ของนํ้าหนักสมองมนุษยโดยปกติ (1,100 กรมั ; Dekaban, 1978) รอยละ 50-75 ของการเผาผลาญพลังงานในรางกายในชวง 2-3 ปแรกของเด็กนําไปใช เพื่อการพัฒนาสมอง (Steen, 2007) ในบรรดาสายพันธุมนุษยท้ังหมดที่มีประวัติศาสตรพัฒนาการแตดั้งเดิมมา สายพันธุของมนุษย ปจ จุบัน คอื คอื โฮโม ซาเปยน (Homo sapiens) เทาน้ัน ที่มีชีวิตรอดมาไดเน่ืองจากพัฒนาการทาง สมองที่ปรับตัวไดในชว งวยั เด็ก (Walter, 2013)

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพือ่ พฒั นาทักษะและความรู” ศูนยพ ัฒนาเดก็ เล็กอบต.ปลวกแดง สมองมีพฒั นาการในระดับเรว็ ที่สุดในชว งอายุ 2-3 ปแรกของเด็ก ๆ ในกลุมเด็กเล็ก เซลลประสาทสมองจะกอตัวพัฒนาเชื่อมโยงกันในอัตราสูงถึง 700-1,000 ครั้งตอวินาที ซึ่งพัฒนาการกอตัวเช่ือมโยงเปนกลไกใหสมองสามารถยืดหยุนและปรับตัวได (neuroplasticity) พัฒนาการน้ีเปนพื้นฐานสําคัญในการสรางสุขภาพกาย สุขภาพจิต เสริมสราง ความสามารถในการเรยี นรูตลอดชวี ิต ความสามารถในการปรบั ตวั ตอการเปล่ียนแปลง และพัฒนาให เกิดความเขมแข็งทางใจที่จะชวยใหเด็ก สามารถฟนตัวไดเร็วยามเผชิญอุปสรรค หลักฐานทาง วิทยาศาสตรดังกลาวเนนใหเห็นถึงความสําคัญ ในการเอาใจใสดูแล สุขภาพที่ดีของเด็ก โภชนาการ และปจจยั กระตุนพฒั นาการของเด็กเล็กทุกราย โดยเฉพาะตองเอาใจใสดูแลเด็กเล็กท่ีเผชิญอุปสรรค หรือเดก็ เลก็ ทม่ี กี ารพัฒนาในทางลบ เมื่อสมองของเด็กไมไดรับการบํารุงเทาที่ควรหรือตามที่สมองจําเปนตอง ไดรับ โดยเฉพาะ ในชวง 2-3 ขวบปแรกซึ่งสมองมีความออนไหวและพัฒนาการไดรวดเร็วท่ีสุด จะตองใชความ พยายามอยางมาก ท่ีจะชดเชย การขาดโอกาสในชวงน้ัน และผลลัพธไดก็มักจะต่ํากวาระดับเหมาะ สมอยูมาก ดังน้ัน ระดับความรุนแรงของปญหาทางดานพัฒนาการทาง สมองเมื่อเด็กเติบโตข้ึน ซึ่งสัมพันธกับการขาดโอกาสในระยะวัยตน ๆ สามารถแกไขไดดวยการใหบริการชวยเหลือเด็ก ในระยะแรกเริ่ม

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพื่อพฒั นาทักษะและความรู” ศนู ยพ ัฒนาเดก็ เล็กอบต.ปลวกแดง การเรียนรใู นชว งปฐมวัย และการเรยี นรตู ลอดชีวติ การกระตนุ และปฏิสัมพันธก ับพอ แมแ ละผเู ลยี้ งดตู ั้งแตว ัยตน ๆ นําไปสพู ฒั นาการทางสมอง แบบกา วกระโดด และการเรียนรูต ลอดชีวติ การวิจัยมากมายเก่ียวกับการกระตุนพัฒนาการ ของทารกและเด็กปฐมวัยพบวาการเลี้ยงดูอยาง อบอุน และการกระตุนใหเกิดปฏิสัมพันธที่ดี ระหวาง เด็กเล็กกับพอแมและผูเล้ียงดู สามารถ ชว ยเสริมสรางความสามารถในการเรียนรูเชิงบวก ไดอยางถาวร อีกท้ังจะชวยเปลี่ยนแปลงการ ทํางานของสมองเด็กไปตลอดชีวิต การเรยี นรูของเดก็ ปฐมวยั ติดตวั เดก็ ไปไดต ลอดชีวติ และออกดอกออกผลอยางทั่วถึง รากฐานของเครือขายสมองและวิถีเซลลประสาทตาง ๆ จะเกิดขึ้นภายในชวง 6 ปแรก เจมส เจ.เฮกแมน (James J.Heckman) นักเศรษฐศาสตรผูพิชิตรางวัลโนเบลไดคิดคํานวน “เสนโคง เฮกแมน” (“Heckman Curve”) ซ่ึงเปนกราฟที่แสดงใหเห็นวา การลงทุนทางดานการศึกษาและ การฝกอบรมท่ีใหผลตอบแทนสูงสุด คือ การเรียนรูในชวงปฐมวัยหรือในชวงระยะแรกเกิดจนถึงเด็ก อายุ 3 ป

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพ่ือพฒั นาทักษะและความรู” ศูนยพัฒนาเดก็ เล็กอบต.ปลวกแดง ปฏสิ มั พันธท ีส่ ง เสริมสขุ ภาพทีด่ รี ะหวา งทารกกับผูเล้ียงดมู ผี ลตอท้ังสองชวงวัย ความผูกพันอยา งแนบแนนและการปฏสิ มั พนั ธต งั้ แตแ รกเร่มิ ระหวางทารกกับผูเล้ียงดูจะกระตุนให เกิดการหลั่งฮอรโมนออกซิโทซิน (oxytocin) ซึ่งเปนฮอรโมนที่สําคัญท่ีสงผลตอประสาทและ พฤติกรรมของเด็กและแม โดยผลดังกลาวมีความเชื่อมโยงกันในสวนของแม ฮอรโมนออกซิโทซิน อาจชวยทําใหเลีย้ งลกู ดวยนมแมนานขึ้น ซ่ึงชวยเสริมสรางโภชนาการและพัฒนาการทางสมองท่ีดี ข้ึนแกทารก นอกจากนี้ การเลี้ยงลูกดวยนมแมยังเปนการกระตุนและการบํารุงเล้ียงสมองของ ทารกดว ย อกี ท้งั เปน การเสริมสรางความสัมพนั ธท ีด่ ีระหวา งเด็กกับผูเลี้ยงดู ปจ จยั ดังกลาวท้ังหมด ลว นสนับสนนุ การพัฒนาสมองใหแ ขง็ แรง การเลี้ยงดูลูก วธิ กี ารทเี่ ด็กไดรับการเลย้ี งดู หรอื การดูแลเอาใจใสในชว งขวบปแ รก ๆ จะมีผลกระทบตอ การทํางานของสมองเดก็ ไปตลอดชีวิต และอาจจะมีผลตอบุตรหลานรนุ ตอๆ ไป ในอนาคต เราไดเรียนรูเพิ่มขึ้นวา การเล้ียงดูเด็ก ตลอดจนการฝกใหเด็กมีสังคมและมีระเบียบสงผลตอ พฤติกรรมของเด็กปฐมวัยอยางไร อีกท้ังยังเปนปจจัยท่ีสามารถทํานายพฤติกรรมเม่ือเขาเติบโต เปนผูใ หญ รวมถงึ พฤติกรรมกาวราวและการแสดงออกตาง ๆ ไดดวย ซ่ึงปจจัยตาง ๆ ดังกลาวยัง มผี ลตอความโนม เอียงทางพันธุกรรมใหแ สดงผลของยีนสที่เก่ียวของไดอยางแปรผัน

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพือ่ พัฒนาทกั ษะและความรู” ศูนยพ ฒั นาเด็กเล็กอบต.ปลวกแดง )โภชนาการ การขาดโภชนาการในชวงทารกบั่นทอนพฒั นาการทางสมอง ในชว งทีอ่ ยใู นครรภแ ละชวงทารกแรกเกดิ สมองตอ งการพลังงานอยางมาก โดยใชพลังงานถึงรอย ละ 50 – 75 ของพลังงานทถ่ี ูกดูดซึมเขาสรู า งกายจากอาหาร ซ่ึงไดแก ไขมัน โปรตีน วิตามินตาง ๆ และเกลือแร แตถาหญิงต้ังครรภและทารกไดรับสารอาหารท่ีไมเพียงพอ จะสงผลกระทบตอ โครงสรางและการทํางานตา ง ๆ ของสมองอยางทีย่ กจะหาทางชดเชยไดภายหลัง สมองอาศยั ปจจยั และประสบการณหลากหลายในการพัฒนา เชน สารอาหารชวยหลอเลี้ยงสมอง การกระตุน พัฒนาการเด็กชวยจุดประกายความเชื่อมโยงของระบบประสาท และปฏิสัมพันธทาง ทางบวกลดผลกระทบจากความเจ็บปวย การผสมผสานระหวางสารอาหารท่ีเพียงพอ การกระตุน ทางบวกในลักษณะที่ถูกตอง การเล้ียงดูที่ดี และ ความรูสึกม่ันคงปลอดภัยลวนมีผลตอการ พัฒนาการกอตัวและการรวมตัวของวิถีประสาทตาง ๆ ซ่ึงจะมีผลตอความสามารถของสมองที่จะ พฒั นาอยา งถูกตองและตอ ความสามารถของเด็กที่จะพัฒนาจนเตม็ ศกั ยภาพของตน

เการจัดการความรู (KM-Knowledge Management) เพ่ือพฒั นาทกั ษะและความรู” ศนู ยพ ฒั นาเด็กเลก็ อบต.ปลวกแดง เกร็ดความรเู ร่อื ง ออทสิ ติกแท vs ออทิสติกเทียม ออทสิ ติก (Autism Spectrum Disorder) โรคออทิสติก จัดอยูในกลุมการวินิจฉัยโรค ที่เรียกวา พีดีดี หรือ ความบกพรองของ พัฒนาการแบบรอบดาน (Pervasive Developmental Disorders; PDDs) พบวามีแนวโนมสูงขึ้น ในทุกประเทศทั่วโลก พบในเพศชายมากกวาเพศหญิง ในปจจุบันยังไมทราบสาเหตุที่แนชัดของการ เกิดโรค แตมีหลักฐานสนบั สนนุ ชัดเจนวาเกิดจากการทาํ งานของสมองทผี่ ิดปกติมากกวาเปนผลจาก สิง่ แวดลอ ม โรคออทิสติก (Autistic Disorder) หรือ ออทิสซึม (Autism) เปนความผิดปกติของ พัฒนาการเด็กรูปแบบหน่ึงซ่ึงมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเด็กไมสามารถพัฒนาทักษะสังคม ทักษะทาง ภาษาและการสื่อความหมายไดเหมาะสมตามวัย มีลักษณะพฤติกรรม กิจกรรมและความสนใจเปน แบบแผนซ้ําๆ ไมย ดื หยุน ปญหาดงั กลาวเปนตัง้ แตเล็ก แสดงใหเห็นกอนอายุ 3 ขวบ ออทิสตกิ มีลกั ษณะอาการอยางไร เด็กที่เปนออทิสติกจะมีอาการแตกตางกันหลากหลายรูปแบบ ไมเหมือนกัน แตก็มี ลักษณะรว มคลายกนั ท่เี รยี กวา ออทิสติก ดานสังคม เด็กอยูในโลกของตัวเองมาก สนใจส่ิงแวดลอมนอย เรียกไมหัน ไมสบตา ไมส นใจใคร ไมสนใจของเลน ไมสนใจในเรื่องที่คนรอบขางกําลังสนใจอยู ไมชี้นิ้วบอกความตองการ ของตนเอง อยูในโลกของตัวเอง กระตุนตัวเองเปนระยะ เชน หมุนตัว โยกตัว เขยงเทา สะบัดมือ เลนมือ เลน เสยี ง เปนตน ดานภาษา ไมสมวัย โตตอบไมเปน เลนไมเหมาะสม จินตนาการไมเปน ไมพูดหรือพูดไมรู เร่ือง พูดเปนภาษาตางดาว แตเปนลักษณะพูดซํ้าๆ พูดเลียนแบบโดยไมเขาใจความหมาย พูดเรียง ประโยคไมถกู ตอง ดานพฤติกรรม ทําอะไรซ้ําๆ เปนแบบแผน ไมยืดหยุน สนใจบางอยางแบบหมกมุน ไมมีประโยชน จองมองพัดลมหรือของหมุนไดนาน สะบัดแผนซีดีหรือวัสดุท่ีสามารถสะทองแสงไป มาเพอ่ื ดูแสงเงา ทานอาหารเมนูซ้ําเดมิ ไมย อมเปล่ียน ใสเสอ้ื ตัวเดิมหรือสีเดิมตลอด ถากิจวัตรที่เคย ทําเปล่ียนไปจากเดมิ จะอารมณเ สีย หงุดหงิด โวยวาย

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพ่ือพฒั นาทกั ษะและความรู” ศนู ยพฒั นาเดก็ เล็กอบต.ปลวกแดง ไฮเปอรแอคทีฟ (Hyperactive) เปนอาการที่พบรวมไดในเด็กออทิสติก ประมาณรอยละ 70 มักพบมีความบกพรองทางสติปญญารวมดวย รอยละ 50-70 แตในขณะเดียวกัน ก็พบวามี ความสามารถพิเศษถึงรอยละ 10 อาการผิดปกติของออทิสติกเร่ิมสังเกตไดชัดเจนขึ้นในชวงขวบป ที่สอง เดก็ ยังไมพูดเปนคํา แตจะพูดเปนภาษาตางดาวที่ไมมีความหมาย เวลาอยากไดอะไรมักจะทํา เอง หรือจูงมือพอแมไปหยิบโดยไมสงเสียง ชอบจองมองสิ่งของท่ีเปนแสงวาววับ แสงไฟ เงาที่ กระเพอื่ มไปมา หรือของหมุนๆ เชน พัดลม ลอ รถทกี่ าํ ลงั หมนุ เริ่มเลน มือ สะบัดมือ หมุนตัว โยกตัว เขยงเทา นับจากขวบปที่สามเปนตนไป อาการจะชัดเจนขึ้น และรุนแรงมากข้ึน ถาไมไดนําเขาสู กระบวนบาํ บดั รกั ษา การดแู ลชวยเหลอื ทีถ่ กู ตอ งอยา งตอ เน่อื ง ออทสิ ตกิ เทยี ม ภาวะออทิสติกเทียม ปจจุบันพบวาเด็กไทยมีภาวะน้ี มากข้ึนเรื่อยๆ สาเหตุหลักๆ ของออทสิ ตกิ เทยี มไมไดเกิดจากพันธุกรรม ไมไดเกิดจากความผิดปกติของสมอง แตเกิดมาจากการ เล้ียงดูที่สงเสริมใหเกิดอาการของออทิสติกขึ้นมา ทั้งๆ ท่ีไมไดมีเปนมาแตกําเนิด การเลี้ยงดูท่ีวานี้ คือการที่เด็กไมไดรับการกระตุนพัฒนาการเทาที่ควร ทําใหพัฒนาการตางๆ ลาชาไมเปนไปตามวัย โดยที่ลักษณะอาการจะใกลเคียงกบั “โรคออทิสติก” การบําบัดรักษาเด็กออทิสติกและเด็กที่มีภาวะออทิสติกเทียม เมื่อผานการตรวจประเมิน และ วนิ ิจฉยั จากแพทยเ ฉพาะทางแลว จะเขาสูการบาํ บดั รักษาโดยทมี นกั วิชาชพี ตา งๆ นกั กิจกรรมบําบัด ปรบั ระดับการรับความรสู ึกในดา นตางๆ ใหเ หมาะสม ลดอาการซน อยูไมนิ่ง การ กระตนุ ตวั เอง สง เสรมิ ทกั ษะตางๆ ในการใชช วี ิต นักจิตวิทยาพัฒนาการ สงเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมและลดพฤติกรรมที่ไมเหมาะสม รวมถึง สงเสริมทักษะทางภาษา และทักษะทางสงั คม นักจิตวิทยาคลินิก บําบัดเด็กและวัยรุนท่ีมีปญหาทางจิตใจ ความคิด อารมณ พฤติกรรม และ สัมพันธภาพ ใหคําปรึกษากับพอ แม ผูปกครองและคนในครอบครัว นักแกไ ขการพดู สง เสรมิ ทักษะการพูดความชัดเจนในการสื่อสาร ครกู ารศึกษาพเิ ศษ สอนทักษะการเรียนรูทางดานวิชาการท่ีเฉพาะเจาะจง เมื่อเด็กๆ แตละคนพรอม เขาสกู ารเรยี น

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพ่อื พัฒนาทักษะและความรู” ศูนยพัฒนาเด็กเลก็ อบต.ปลวกแดง สรปุ ใหเ หน็ ภาพไดช ดั เจนยิง่ ขนึ้ ออทสิ ตกิ VS ออทสิ ตกิ เทียม โรคออทิสติกเกิดจากความผดิ ปกติของสมองเดก็ ต้ังแตอยใู นครรภ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะ เกิดจาก “ขาดการกระตุน” เปนหลัก และถึงแมวาทั้งสองอยางจะมีลักษณะอาการคลายกัน แตเด็ก ท่ีเปนออทิสติกเทียมหากไดรับ “การกระตุน” ที่เหมาะสมถูกทางในระยะเวลาส้ัน ๆ ก็จะสามารถ กลับมาเปนเด็กปกติได ในขณะที่เด็กออทิสติกยังคงมีพฤติกรรมท่ีตางจากเด็กปกติ ถึงแมจะไดรับ การฝกกระตนุ พฒั นาการแลว อยางไรก็ตามเดก็ ท่เี ปนออทสิ ตกิ หากไดรับการกระตุนพฒั นาการอยาง เหมาะสมก็สามารถมีพฒั นาการและพฤติกรรมทดี่ ขี ึน้ ไดอยางมาก ลกั ษณะอาการ - เรียกไมห นั ไมสบตา ไมสนใจใคร - กระตนุ ตวั เอง เชน หมนุ ตัว โยกตวั เขยงเทา สะบดั มือ เลนมอื เลน เสยี ง - พดู เปน ภาษาตา งดาว พดู ซํา้ ๆ พูดเลียนแบบโดยไมเ ขา ใจความหมาย การเลนไมสมวยั - พฤตกิ รรมทําอะไรซาํ้ ๆ เปนแบบแผน ไมย ืดหยุน สนใจบางอยา งแบบหมกมุน - เรียกหันบา งไมหนั บาง มองหนาสบตาไดแตไ มน าน สนใจจอตางๆมากกวา บคุ คล - พดู ซ้ํา พูดตาม พูดเหมือนทํานองเพลง ทองเนือ้ เพลง ตัวอกั ษรตา งๆไดแ ตไ มเ ขา ใจความหมาย - เลนของเลนในรูปแบบเดมิ ๆ ชอบเลนคนเดยี ว ไมม ีปฏิสมั พันธก บั เพ่ือนวัยเดยี วกนั อายุ อาการ ไมยิ้มหรอื ไมแสดงอารมณส นุกสนาน 6 เดือน ไมมีการสงเสียง ยิ้ม แสดงสีหนา โตตอบกลบั ไปมา 9 เดือน ไมหันหาเสียงเรียกชอ่ื ไมเ ลนน้าํ ลาย 12 เดือน ไมม กี ารเลน สมมติงา ย ๆ ไมมีการใชภาษาพดู รวมกับภาษาทาทาง 18 เดอื น ***เด็กท่ีมีลักษณะอาการเหลาน้ีเขาขา ยเสย่ี งเปนออทิสตกิ ซ่ึงการจะรแู นชัดวาเด็กเปนออทิ สตกิ หรอื แคมพี ฤตกิ รรมคลา ยออทิสตกิ ควรเขารับการตรวจกับแพทยผชู ํานาญการดาน พัฒนาการเดก็

การจดั การความรู (KM-Knowledge Management) เพอื่ พฒั นาทกั ษะและความรู” ศูนยพ ัฒนาเดก็ เลก็ อบต.ปลวกแดง เล้ยี งลูกใหห างไกลพฤติกรรมคลายออทิสตกิ พฤติกรรมคลายออทิสติกหรือในส่ือสังคมมักเรียกวา “ออทิสติกเทียม” เปนภาวะท่ีเด็กขาด “การ กระตุน” ในการส่ือสารสองทาง จึงสงผลใหเกิดความผิดปกติทางการส่ือสารกับผูอ่ืน เน่ืองจากพอ แมหรือผูเล้ียงดูขาดการมีปฏิสัมพันธกับลูก เชน ไมพูดคุย ไมเลนกับลูก เปนตน แตใหลูกเลน อุปกรณสื่อสารอยางแท็บเล็ตและสมารทโฟน ซ่ึงเปนการส่ือสารแบบ One – Way Communication หรือการรับสารเพียงทางเดียว จึงสงผลใหเด็กเกิดความผิดปกติดานพัฒนาการ ทางสังคม วิธกี ารเลี้ยงลูกใหห างไกลพฤตกิ รรมท่ีคลายออทสิ ตกิ สามารถทําได ดงั นี้  พูดคุยกบั ลูกบอ ย ๆ สาํ หรบั เด็กเลก็ ตองพดู ชา ๆ ชัด ๆ เพื่อใหลกู เรยี นรูก ารออกเสียงและเลียนแบบพฤติกรรมของผูเลี้ยง ดู อยางนอยควรคุยกับเด็กวันละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพ่ือใหเกิดการสื่อสารแบบ Two – Way Communication คือ โตตอบระหวาง กัน และใหเด็กไดเรียนรูคําศัพทท่ีชวยในการสื่อสาร ตลอดจน เรียนรูการมีปฏิสัมพันธระหวางผูใหญ เด็ก, ครู – นักเรียน, เพ่ือน – เพื่อน และควรเปดโอกาสให เดก็ ไดเลนกับเด็กดวยกนั เองบาง  ใหลกู อยา งหางสมารทโฟนหรือโทรทศั น ในการเลี้ยงลูกชวง 1.5 ขวบปแรก ไมควรนําสมารทโฟนหรือแท็บเล็ตมาใหเด็กเลน ในเด็กหลัง 1.5 ขวบ หากใหเลนตองไมเกิด 1 ชั่วโมงตอวัน โดยหลีกเล้ียงการใหเด็กเลนเพียงลําพัง ขณะเดียวกัน ตองมอบความรักความอบอุน รวมถึงเสริมสรางทักษะดวยการเลนเพื่อเสริมพัฒนาการสมองและ รางกาย เชน การตอ บล็อก รอ ยเชือก ระบายสี ปน แปง เตะบอล ข่จี ักรยาน เปนตน พฤติกรรมคลา ยออทสิ ติก รูไ ว หายเรว็ หากเดก็ มีพฤตกิ รรมทค่ี ลายออทิสติก คุณพอคุณแมไมตองกังวัลใจ เพราะสามารถหายขาด และหายไวไดถารูโดยเร็ว ซ่ึงสวนใหญเด็กท่ีพบวามีพฤติกรรมคลายออทิสติกถาทําการรักษาอยาง ถูกตอง อาการจะดขี น้ึ ภายในระยะเวลา 6 เดือน และกลบั มาเปน เด็กปกตไิ ด สําหรบั คุณพอคุณแมหรอื ผูปกครองทกี่ ําลงั สงสยั หรอื ไมแนใจวาลูกเปนออทิสติกหรือมีพฤติกรรมท่ี คลายออทิสติกหรือไม ควรนําเด็กเขารับการตรวจเช็คพัฒนาการกับแพทยเฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย อาการท่ีถูกตองและไมควรน่ิงนอนใจ เพราะวัย 5 ขวบแรกเปนชวงวัยที่สมองของเด็กมีพัมนาการ อยา งเต็มทตี่ องปองกันและรีบรกั ษาใหถกู วิธี

การจัดการความรู (KM-Knowledge Management) เพือ่ พัฒนาทกั ษะและความรู” ศนู ยพ ัฒนาเด็กเล็กอบต.ปลวกแดง การเลี้ยงดแู บบไหนที่ “ไม” สง เสรมิ พัฒนาการลกู ใชเทคโนโลยีในการเลี้ยงลูก เชน โทรทัศน โทรศัพท แท็บเล็ต ใหเปนผูชวยดูแลลูกเพ่ือใหลูกอยู นิง่ ๆ จะไดไ มกวนเวลาทาํ งาน ลกู จึงไดร ับการส่ือสารทางเดียว เลนคนเดียว ไมมีโอกาสไดฝกพูดตอบ โตกับใคร ทําใหท กั ษะการสื่อสารไมถ กู กระตุน - พอแมรูใจ ทําใหลูกแทบทุกอยาง โดยไมมีการฝกใหลูกรูจักชวยเหลือตนเองเม่ือถึงวัย รูใจท่ี แคล กู มีสีหนาอยากด่ืมนํา้ ก็เอาน้ําใหทนั ทีโดยท่ีลูกไมพ ดู บอก - พอแมไมปลอยใหลูกทําอะไรหรือเรียนรูดวยตัวเอง มักมีคําพูดติดปาก เชน \"หามแตะนะ\" \"อยา ไปนะ\" \"ไมไดน ะ\" \"เดย๋ี วแมท ําให\" - พอ แมไ มคอยมเี วลาพดู คุยเลน กับลกู - พอแมไมคอยใหลูกออกไปเลนนอกบาน ทําใหลูกไมรูจักการอยูรวมในสังคมกับเพ่ือนวัย เดียวกนั การเลยี้ งดใู นลกั ษณะน้ี นอกจากจะไมกระตนุ ใหม พี ัฒนาการตามวัยแลวน้ัน ยังทําใหลูกมีพัฒนาการ ในดานตางๆ ท่ีชากวาเดิม เด็กปกติ ก็อาจกลายเปนเด็กไมปกติหรือ “ออทิสติกเทียม”ได !! หาก ผูปกครองรูวาลูกมีภาวะดังกลาวแลวยอมรับ เขารับการฝก การบําบัดรักษากระตุนพัฒนาการที่ ถูกตองเหมาะสมกับนักกิจกรรมบําบัดวิชาชีพต้ังแตเน่ินๆ ภาวะ “ออทิสติกเทียม” ก็จะดีข้ึน และอาจ กลายเปนเด็กท่ีมีพัฒนาการปกติในที่สุด วิธีปองกันไมใหลูกเปน “ออทิสติกเทียม” คือการมีเวลาใหกับลูกเปน สิ่งทม่ี ีคา ท่ีสดุ

ทม่ี า : 1 . อ ง ค ก า ร ยู นิ เ ซ ฟ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย http://www.unicef.org/Thailand 2. https://www.growingsmart-ot.com 3. https://www.bangkokhospital.com ผูจดั ทํา ศนู ยพัฒนาเดก็ เล็ก อบต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook