Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือพลเมืองคุณภาพ

คู่มือพลเมืองคุณภาพ

Description: งานศส.ปชต. / กกต. /เลือกตั้ง

Search

Read the Text Version

ค�ำน�ำ ประเทศไทยของเรามกี ารปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมขุ คำ� วา่ “ประชาธิปไตย” มาจากคำ� สองค�ำ คอื “ประชา” + “อธิปไตย” ซงึ่ หมายถึงอ�ำนาจสงู สดุ เปน็ ของประชาชน ดงั นัน้ ประชาธปิ ไตยของไทย หัวใจจึงอยู่ที่ “ประชาชน” ในฐานะเจา้ ของอำ� นาจอธปิ ไตย “พระมหากษัตริย”์ ในฐานะองคป์ ระมุข “รฐั ธรรมนูญ” ในฐานะกตกิ าสูงสดุ ของประเทศท่กี ฎหมาย คำ� ส่ัง หรือการกระทำ� ใดๆ จะขัดหรือแย้งรฐั ธรรมนูญมิได้ และ “การเลือกต้งั ” เป็นกลไกหรือชอ่ งทางการใชอ้ ำ� นาจ อธปิ ไตยของประชาชน 88 ปี ประชาธิปไตยของไทยยงั อยใู่ นสภาพลม้ ลุกคลกุ คลานตลอดมา ปัญหา อาจมาจากการที่เรายังเข้าไม่ถงึ แกน่ แทข้ องความเป็นประชาธิปไตย น่ันคือยงั ใหค้ วาม ส�ำคญั กบั การสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ งแกป่ ระชาชนเกี่ยวกับ “ประชาธปิ ไตย” ไม่เพยี งพอ คูม่ อื อบรมตามหลักสูตร “พลเมืองคณุ ภาพ” เลม่ นี้ นอกจากจะสรปุ สาระสำ� คญั ของ 4 หอ้ ง หวั ใจประชาธปิ ไตยไว้อยา่ งครบถว้ นแล้ว ยังปพู ืน้ ฐานเอกลักษณ์ความเป็น ไทยท่ีแตกตา่ ง จากชนชาติอ่ืน สะทอ้ นวัฒนธรรมแบบไทยทีผ่ สมผสานกับวัฒนธรรม ประชาธิปไตย ตะวนั ตก กลายเป็นการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข รวมทั้งเร่ืองหลักการพนื้ ฐานของพลเมอื งและการมสี ่วนร่วมทางการเมืองของ พลเมอื งอีกด้วย ประชาธิปไตยมิได้อยู่ในสายเลอื ดหรอื ตดิ ตวั มาต้ังแตเ่ กดิ แตอ่ ยทู่ ี่การหลอ่ หลอม และฝึกฝน ส�ำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ปรารถนาอยา่ งมากที่จะเห็นประชาชน ผู้เป็นเจา้ ของอ�ำนาจกระหายใฝ่รู้ หยบิ อ่านคูม่ ือเล่มนี้พร้อมท้ังปฏบิ ตั ิตนให้เปน็ พลเมอื ง และทำ� ใหพ้ ลเมอื งท่มี อี ยู่แล้วพัฒนาตนใหเ้ ปน็ พลเมืองคณุ ภาพอย่างแท้จรงิ ! คณะท�ำงานจัดท�ำหลักสูตร คูม่ อื การสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจที่ถกู ตอ้ ง เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ สิงหาคม 2563

สารบญั ความภาคภมู ิใจในความเป็นไทย 1 สถาบันพระมหากษตั รยิ ก์ บั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย 2 รฐั ธรรมนูญกบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยของไทย 7 การสรา้ งวฒั นธรรมการเมอื งแบบประชาธปิ ไตย 18 การเปน็ พลเมอื งที่มคี ณุ ภาพ 23 การด�ำเนนิ ชีวิตตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 28 พลเมอื งจะมสี ่วนร่วมทางการเมืองอย่างไร 34 ประชาธิปไตย...ตอ้ งมกี ารเลือกต้งั 37 บทบาทของพลเมอื งในการตรวจสอบการเลอื กตงั้ 48 ค่มู อื อบรมตามหลักสตู ร : พลเมืองคุณภาพ

ความภาคภมู ิใจในความเป็นไทย แผ่นดินไทยของเรา “คนไทย” เปน็ ชนชาติทม่ี ีรากเหงา้ ทางประวตั ิศาสตรแ์ ละความเปน็ มา ท่ียาวนานไมแ่ พช้ าตใิ ดในโลก เรามีแผ่นดินไทยทีอ่ ดุ มสมบูรณ์ มีขนบธรรมเนียม ประเพณแี ละวฒั นธรรมอันดงี ามเปน็ เอกลกั ษณ์ท่ีโดดเดน่ แตกตา่ งจากชนชาติอ่นื แต่เราจะรหู้ รอื ไม่วา่ กว่าจะมีแผ่นดินใหเ้ ราอาศยั อยู่อย่างร่มเยน็ เชน่ ทุกวันนี้ หากไม่มบี ูรพกษัตรยิ ์ทที่ รงพระปรีชาสามารถ ไมม่ ีบรรพบุรษุ ไทยผเู้ สียสละชีวติ เลือดเนอ้ื เขา้ ต่อสเู้ พื่อกอบกรู้ กั ษาเอกราชและรวบรวมชาตใิ หเ้ ปน็ ปกึ แผน่ วนั น้ีอาจ ไม่มีชาติไทยหลงเหลอื อย่ใู นแผนทโ่ี ลก หรอื อาจตอ้ งอยใู่ ต้การปกครองของชาติใด ชาตหิ น่ึงแลว้ กเ็ ป็นได้ ลกู หลานไทยทุกคนจงึ ควรภาคภมู ิใจท่ีไดเ้ กิดมาเป็นคนไทยในผืนแผ่นดินไทย เอกลักษณ์ และ วฒั นธรรมไทย เอกลักษณไ์ ทย หรอื ส่ิงทบ่ี ่งบอกถงึ ความเปน็ ไทย ไม่วา่ จะอย่ทู ่ใี ดก็สามารถแยก ออกจากชนชาติอืน่ ไดอ้ ยา่ งชัดเจน ท้ังกิรยิ าท่าทาง การประพฤตปิ ฏบิ ัติ การแต่งกาย ภาษา จารีตประเพณี โดยเฉพาะมารยาทการไหว้ การมีน้ำ� ใจไมตรี ความย้มิ แยม้ แจ่มใส ก็เปน็ เอกลกั ษณ์ไทยท่ยี อมรับกันท่ัวโลก จนไดร้ ับสมญานามวา่ “สยามเมอื งย้มิ ” ...1

ชาติไทยเรามวี ฒั นธรรมเปน็ ของตนเองสงั่ สมมาเปน็ เวลานานนบั พันปี แสดงถงึ ความเป็นชาตทิ มี่ วี ัฒนธรรมอันดีงามมาแตค่ รง้ั อดตี โดยมเี อกลักษณท์ โี่ ดดเด่น เช่น 1. การมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุขตามหลักทศพิธราชธรรม ทำ� ใหอ้ าณา ประชาราษฎรอยรู่ ่มเย็นเปน็ สุข สถาบนั พระมหากษัตริยจ์ ึงเปน็ ศนู ย์รวมจิตใจและ ยึดเหนี่ยวคนไทยให้รกั ใครผ่ กู พนั 2. การมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาท่ีคนส่วนใหญ่นบั ถอื พระมหากษตั รยิ ์ ทรงเป็นพุทธมามกะและอคั รศาสนูปถมั ภก ทรงอุปถัมภท์ ุกศาสนาท�ำใหค้ นในสงั คม เกดิ ความสัมพนั ธแ์ น่นแฟน้ แม้นับถอื ศาสนาต่างกนั 3. การมอี กั ษรไทย ภาษาไทย ศลิ ปกรรม วัฒนธรรมประเพณไี ทยผกู พันวิถี ชวี ิตของคนไทย อาหารไทยทมี่ ีชอื่ เสียงเป็นทรี่ จู้ ักท่วั โลก เช่น ส้มต�ำ ต้มยำ� กุ้ง เปน็ ตน้ 4. กิรยิ ามารยาทและจติ ใจของคนไทย เช่น การยมิ้ การทักทาย การไหว ้ การมนี ้�ำใจไมตรี ชอบท�ำบุญ สร้างกศุ ล ช่วยเหลอื ผู้ทกุ ขย์ ากเดือดร้อน ดังจะเหน็ ได้จาก ช่วงเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชือ้ โควดิ -19 ประชาชนในพ้นื ท่ตี ่างๆ ช่วยกนั ท�ำหน้ากากผา้ อนามยั แจกจา่ ยเพือ่ นบ้านและบรจิ าคแก่โรงพยาบาล บ้างก็จัดท�ำเปน็ “ตู้ปันสุข” จดั หา อาหาร น้�ำดม่ื ขา้ วของเครอ่ื งใช้และบริจาคเงินแกผ่ ู้ทเี่ ดือดรอ้ นเพอ่ื ใชใ้ นการดำ� รงชีวิต สถาบันพระมหากษตั รยิ ก์ บั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมีความเก่ียวข้องกับการปกครองระบอบประชา- ธปิ ไตยมาแตใ่ นอดตี เดิมพระมหากษัตรยิ ท์ �ำหน้าทปี่ กครองแบบสมบรู ณาญาสทิ ธิราชย์ ทรงอ�ำนาจสูงสุดและมีสิทธิเด็ดขาดในฐานะผู้ปกครองเพียงผู้เดียวมาอย่างต่อเน่ือง ต้งั แต่อาณาจักรสุโขทยั อาณาจักรอยธุ ยา จนถงึ รัชกาลที่ 7 แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ในสมยั สุโขทัยให้ไพรฟ่ า้ (ประชาชน) ไปสั่นกระด่ิงที่ประตวู ังเปน็ การเปิด โอกาสให้ประชาชนได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนให้พระมหากษัตริย์ได้ทรงรับรู้ และแกไ้ ขปัญหาดังกลา่ ว นบั เปน็ พน้ื ฐานส�ำคญั ประการหน่งึ ของการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย คมู่ ืออบรมตามหลกั สูตร : พลเมอื งคณุ ภาพ

สมัยกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี 5 ทรงปรับปรุงการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ จัดระบบบรหิ ารสว่ นกลางเป็นกระทรวง จดั การปกครองแบบเทศาภิบาลข้ึนในสว่ นภูมิภาค รวมท้ังการปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มกี ารตราพระราชกำ� หนดสุขาภบิ าลกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2440 ข้ึนในพระนคร และจดั ตัง้ สุขาภิบาลทา่ ฉลอม ตำ� บลทา่ ฉลอม จงั หวดั สมุทรสาครขน้ึ ใน ส่วนภมู ิภาคเปน็ แหง่ แรกของประเทศ นอกจากน้ี ทรงตระหนักถึง “สิทธคิ วามเปน็ คน ของราษฎร” โดยออกกฎหมายใหม้ ีการ “เลกิ ทาส” พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว รัชกาลที่ 6 ทรงตง้ั พระราชปณธิ าน ปรบั ปรงุ การปกครองประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า ทัดเทยี มอารยประเทศ ทรงปูพื้นฐานการปกครองแบบประชาธิปไตย เช่น จดั ต้งั “ดุสติ ธาน”ี จ�ำลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย ณ พระราชวงั ดุสิต โปรดใหจ้ ัดตัง้ พรรคการเมืองจำ� ลองขึน้ คือ “พรรคโบว์น�ำ้ เงนิ ” เป็นฝา่ ยรัฐบาล และ “พรรคโบว์ แดง” เปน็ ฝ่ายคา้ น ...3

พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หัว รัชกาลท่ี 7 หลังจากท่ีคณะราษฎรท�ำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวนั ที่ 24 มถิ ุนายน พ.ศ. 2475 ทรงยอมรับเปน็ กษัตริยภ์ าย ใตธ้ รรมนูญการปกครองแผ่นดนิ สยาม ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามช่ัวคราว พุทธศักราช 2475 ประกาศใช้ ณ วนั ที่ 27 มถิ ุนายน พ.ศ. 2475 เป็นอันส้ินสุดแห่งพระราชอ�ำนาจสิทธิของพระองค์แต่เดิมตาม ระบอบสมบูรณาญาสทิ ธิราชย์ ต่อมาทรงสละราชสมบัติ เมอ่ื วนั ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 ดงั มีพระราชหตั ถเลขาสำ� คัญตอนหน่ึงว่า “ขา้ พเจ้ามคี วามเตม็ ใจ จะสละอ�ำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดย ท่วั ไป แตข่ ้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำ� นาจทัง้ หลายของข้าพเจา้ ให้ แก่ผใู้ ด คณะใดโดยเฉพาะ เพ่อื ใชอ้ ำ� นาจนัน้ โดยสิทธขิ าด และโดย ไม่ฟังเสยี งอันแท้จริงของประชาราษฎร” ค่มู อื อบรมตามหลกั สตู ร : พลเมอื งคณุ ภาพ

พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร รชั กาลที่ 9 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการวา่ “เราจะครองแผ่นดนิ โดยธรรม เพอ่ื ประโยชนส์ ุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ตลอด 70 ปี ในการครองราชย์ พระองค์ทรงทศพธิ ราชธรรมเปน็ ทปี่ ระจักษ์ พระปฐมบรมราชโองการ พระราชด�ำรสั พระบรมราโชวาท แนวพระราชด�ำริ และพระราช กรณียกิจของพระองค์ล้วนแสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ นักประชาธปิ ไตยท่ีค�ำนึงถงึ ประโยชนข์ องประชาชนเป็นสำ� คัญ ทรงแนะนำ� การด�ำรงชีวติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความซ่ือสัตย์ สุจรติ พระองค์ทรงมีบทบาทสำ� คญั ในการแก้ไขปญั หาวกิ ฤตของบา้ นเมอื ง หลายครง้ั ภายใตก้ รอบพระราชอ�ำนาจตามรัฐธรรมนญู และครรลอง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นการจรรโลงระบอบประชาธปิ ไตยของประเทศให้มน่ั คงตลอดรัชสมัย ...5

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รีสนิ ทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลา้ เจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะสืบสาน รักษา และตอ่ ยอด และครอง แผน่ ดินโดยธรรม เพอื่ ประโยชนส์ ขุ แหง่ อาณาราษฎรตลอดไป” ตามรอยยคุ ลบาท ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รชั กาลท่ี 9 พระองค์ทรงส่งเสรมิ สนบั สนุนให้พสกนิกรทกุ หมเู่ หลา่ ร่วมทำ� กิจกรรม จติ อาสา ในระยะเรม่ิ แรกรว่ มกันดูแลและพัฒนาพื้นที่จากชุมชนเลก็ ๆ รอบพระราชวัง ดุสติ กอ่ นขยายสูพ่ ้ืนท่โี ดยรวมของประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2560 ณ วันที่ 6 เมษายน 2560 เป็นรัฐธรรมนญู ฉบบั ท่ี 20 ในประวตั ศิ าสตร์การเมอื งของไทย และทรงเสดจ็ พระราชด�ำเนินประกอบรัฐพิธีเปดิ ประชมุ สภาผแู้ ทนราษฎร เมอื่ เกิดการแพร่ระบาดของเชอื้ ไวรสั โควิด-19 ขึ้นทัว่ โลกรวมท้ังในประเทศไทย ในต้นปี 2563 ทรงหว่ งใยต่อความทุกข์ร้อนของพสกนิกร จงึ ได้พระราชทานพระราช ทรัพย์และเครอื่ งมอื อุปกรณ์ทางการแพทย์ เคร่อื งช่วยหายใจส�ำหรบั ผูป้ ว่ ยวิกฤติ และ ผู้ป่วยท่ีมีความจำ� เปน็ เรง่ ดว่ นต้องรบั บริการใหแ้ กโ่ รงพยาบาลตา่ งๆ เพอื่ ใหบ้ ุคลากรทางการ แพทยส์ ามารถใช้รกั ษาดแู ลผู้ปว่ ยไดท้ ันตอ่ สถานการณ์ ตลอดจนพระราชทานถงุ ยังชีพ พระราชทานเพ่ือช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพสกนิกรท้ังในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวดั คู่มืออบรมตามหลักสตู ร : พลเมอื งคณุ ภาพ

รัฐธรรมนญู กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย ความสำ� คญั และประโยชน์ของรฐั ธรรมนูญ “รัฐธรรมนญู ” มีความสำ� คญั ตอ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะถอื เปน็ “กตกิ าสูงสดุ ในการปกครองประเทศหรือรัฐ” จึงเป็นแหลง่ ท่ีมาของอ�ำนาจทง้ั ปวง โดยประชาชนยนิ ยอมใหร้ ฐั ใช้อ�ำนาจแทน ขณะทร่ี ฐั ต้องรักษาเจตนารมณข์ องประชาชนไว้ ด้วยการปกป้อง คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพในด้านรา่ งกาย ทรัพยส์ นิ ความเป็นอยู่ การแสดง ความคิดเห็น เป็นต้น รวมทั้งประโยชนร์ ่วมกนั อ่ืนๆ ของประชาชนไว้ เนื่องจากรฐั ธรรมนญู เปน็ กฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญตั ใิ ดของกฎหมาย กฎ หรอื ขอ้ บังคบั หรือการกระท�ำใดจะขดั หรอื แยง้ ต่อรฐั ธรรมนูญไมไ่ ด้ การปกครองระบอบประชาธิปไตย หวั ใจสำ� คญั อยูท่ ี่ “ประชาชน” ผู้เป็นเจา้ ของ อ�ำนาจอธปิ ไตย รฐั ธรรมนญู จึงให้อ�ำนาจประชาชนในการเลอื กตัวแทน ก�ำหนดผใู้ ช้ อำ� นาจทางการเมอื งหรอื สถาบันทางการเมือง ไดแ้ ก่ รฐั สภา คณะรฐั มนตรี และศาล หรอื หน่วยงานของรฐั ต้องปฏบิ ตั หิ น้าที่ใหเ้ ปน็ ไปตามรฐั ธรรมนญู กฎหมาย และ หลักนิตธิ รรม เพ่อื ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชน ...7

สาระส�ำคัญของรัฐธรรมนญู รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยเขยี นเปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร มีสาระส�ำคัญ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. มเี จตนารมณช์ ดั เจน มเี จตจ�ำนง หรอื เหตผุ ล รวมถึงอดุ มการณแ์ ห่งชาตใิ น การประกาศใช้รฐั ธรรมนูญ 2. มกี ารกำ� หนดรูปแบบของรัฐ กลไกการใช้อ�ำนาจของรัฐ ดงั ตวั อยา่ งใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2560 “มาตรา 1 ประเทศไทยเปน็ ราช อาณาจักรอันหนึง่ อันเดยี ว จะแบง่ แยกมิได”้ “มาตรา 2 ประเทศไทยมกี ารปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ ”และ “มาตรา 3 อำ� นาจ อธปิ ไตยเป็นของปวงชนชาวไทย.....” 3. มกี ารก�ำหนดหลกั การแบง่ แยกอำ� นาจอธิปไตยไว้อยา่ งชัดเจนและอธิบาย ความสัมพนั ธแ์ หง่ อ�ำนาจนิติบัญญัติ (รฐั สภา) อ�ำนาจบริหาร (รฐั บาล) และอ�ำนาจ ตลุ าการ (ศาล) ทั้งในแง่การตรวจสอบและถว่ งดลุ กัน รวมท้งั ก�ำหนดหน้าทขี่ องรัฐและ กลไกการตรวจสอบการใช้อำ� นาจรฐั 4. มหี ลกั ประกนั เกี่ยวกบั สิทธิ เสรภี าพ และการคมุ้ ครองบุคคล เพอื่ ก�ำหนด ความสมั พันธ์ระหว่างรฐั กับประชาชน หน้าทีข่ องประชาชนพงึ มตี อ่ รัฐ การรบั รองศักดิ์ศรี ความเปน็ มนษุ ย์ 5. เปิดโอกาสใหป้ ระชาชนมสี ว่ นรว่ มรับรคู้ วามเป็นไปของการบริหารราชการ แผ่นดิน ท้ังในฝา่ ยนติ บิ ญั ญัติ ฝา่ ยบริหาร และฝา่ ยตลุ าการ ให้ประชาชนมสี ิทธิรว่ มคิด ร่วมตัดสินใจ รว่ มลงมอื ด�ำเนนิ การร่วมกบั หน่วยงานรัฐและองค์กรทร่ี ฐั ธรรมนูญตงั้ ขึน้ ค่มู อื อบรมตามหลักสตู ร : พลเมอื งคณุ ภาพ

มาร้จู ักประชาธิปไตยกนั เถอะ ประชาธิปไตยแทจ้ รงิ นั้น ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซบั ซ้อนแต่สามารถเขา้ ใจ ไดง้ า่ ย ถา้ เรารูจ้ กั ต้นไม้ เรากจ็ ะรู้จกั ประชาธิปไตย ตน้ ไม้มสี ่วนประกอบทสี่ ำ� คญั อยู่ 5 สว่ นด้วยกนั คอื 1. ดอกผล : จุดมุ่งหมายหรอื เป้าหมายสงู สุดท่คี าดหวังจากประชาธปิ ไตย 2. ดนิ : ค่านยิ ม / อุดมการณท์ ่ีควรปลกู ฝงั ในระบอบประชาธิปไตย 3. ราก : หลกั ประชาธิปไตย 4. ลำ� ตน้ : สถาบัน / องคก์ รส่งเสริมประชาธิปไตย 5. กงิ่ ก้าน : กลไกตรวจสอบเพอ่ื ความโปรง่ ใส ...9

1. จุดมงุ่ หมายสงู สดุ หรือดอกผลของประชาธปิ ไตยท่คี าดหวงั จุดหมายสูงสุดหรือดอกผลของประชาธิปไตยก็คือ ป ร ะ โ ย ช น ์ ที่ ค น ใ น สั ง ค ม ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ค า ด ห วั ง ว ่ า จ ะ ไ ด ้ รั บ เมื่อประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เหมือนกบั ทเ่ี ราตอ้ งการจะปลูกตน้ ไมห้ รือผลไม้ทเี่ ราชอบ เช่น ปลูกมะมว่ ง เรายอ่ มคาดหวงั จะไดล้ กู มะม่วงทีม่ รี สหวานหอม อร่อย ผลผลติ ดี เปน็ ต้น หรอื หากเปน็ ไมด้ อก กต็ อ้ งการดอกไม้ ทีส่ มบรู ณ์สวยงามคุณภาพดี กา้ นแข็งแรงส่งขายไดร้ าคา ดงั นัน้ ดอกผลหรือจุดมงุ่ หมายของประชาธิปไตยทีเ่ รา หวังได้รบั ก็คอื การอยู่ดีกินดี มคี ุณภาพชวี ติ ทดี่ ี ความสงบสุข ประเทศมีความเจริญมั่นคง ประชาชนมงั่ คง่ั ฯลฯ นนั่ เอง คู่มอื อบรมตามหลักสูตร : พลเมืองคุณภาพ

2. คา่ นิยม/อุดมการณท์ ี่ควรปลูกฝังในระบอบประชาธิปไตย อุดมการณ์หรือค่านิยมที่สมควรปลูกฝังความเป็น ประชาธิปไตยให้กบั เดก็ และเยาวชน รวมทง้ั ประชาชน เช่น 1.ความรักและยึดมนั่ สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ 2.การเคารพกฎหมาย/กติกา 3.คณุ ธรรม 4.จริยธรรม 5.ความมีระเบยี บวนิ ัย 6.การเคารพศกั ด์ิศรีความเปน็ มนุษย์ 7.ความรบั ผดิ ชอบ (ตอ่ ตนเอง/ครอบครัว/สังคม) 8.ความสามคั คี 9.ขนบธรรมเนียมประเพณที ี่ดีงาม 10.หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปน็ ตน้ ...11

3. หลกั ประชาธิปไตย หลักประชาธปิ ไตยเปรียบเหมือนรากของตน้ ไม้ ท่ีทำ� หน้าที่ดดู ซึมสารอาหาร จากดนิ ขนึ้ มาเล้ียงลำ� ต้นใหเ้ จริญเติบโต และชว่ ยยดึ ลำ� ต้นไว้ไมใ่ หล้ ม้ ยิ่งรากแข็งแรง หย่ังลกึ มากเทา่ ใด ต้นไมก้ จ็ ะเตบิ โตแขง็ แรงมากข้ึนเทา่ น้ัน เชน่ เดยี วกบั หลกั ประชาธปิ ไตย ถา้ หลกั ไม่ดีหรอื ไม่มีหลกั หรอื เข้าใจหลัก ประชาธิปไตยแตกต่างกนั ไปคนละทิศละทาง ประชาธปิ ไตยก็อาจลม่ สลายได้ หลักประชาธิปไตยมลี ักษณะเดน่ ท่ีเราจะไม่เห็นในการปกครองระบอบอื่น (เช่น ระบอบ เผดจ็ การหรอื คอมมวิ นิสต)์ ประกอบด้วย 6 หลักทส่ี �ำคญั ได้แก่ 1) หลักอำ� นาจอธปิ ไตยเปน็ ของประชาชน หมายความว่า อ�ำนาจสงู สุดใน การปกครองประเทศเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพือ่ ประชาชน (เช่น รฐั บาลมาจากการเลือกต้ังของประชาชน) เปน็ หลกั ทีม่ คี วามสำ� คัญท่ีสดุ หากหลกั อำ� นาจอธปิ ไตยเป็นของประชาชนไมเ่ กดิ ขึ้นแล้ว หลักอืน่ ๆ ก็ยากที่จะเกดิ ข้ึนได้ 2) หลักสทิ ธิและเสรภี าพ สิทธิ หมายถึง ประโยชนท์ เ่ี ราพงึ ได้รบั โดยมีกฎหมายรบั รองค้มุ ครอง เมอื่ เปน็ สทิ ธิ รฐั ย่อมมหี น้าท่ีจดั หาใหป้ ระชาชนอย่างเสมอภาคกัน เช่น สิทธริ บั รู้ข้อมลู ขา่ วสาร ราชการ สิทธไิ ด้รับบริการสาธารณสขุ ที่มปี ระสทิ ธิภาพและท่วั ถงึ สิทธิได้รบั การศึกษา ภาคบงั คับอย่างมคี ุณภาพ เสรภี าพ หมายถงึ ความเปน็ อสิ ระทีจ่ ะท�ำหรือไม่ท�ำอะไรกไ็ ด้ เชน่ เสรีภาพใน การแสดงความคดิ เห็น แตต่ อ้ งอยูใ่ นขอบเขต คอื ไมล่ ะเมิดสิทธหิ รือเสรีภาพผอู้ ่นื ไม่ฝ่าฝนื กฎหมาย และไมข่ ดั ตอ่ ศลี ธรรมอันดี โปรดอย่าลมื ..เมอ่ื มีสิทธิ ยอ่ มต้องมีหน้าท่ี และเมื่อมีเสรีภาพ ย่อมต้องมคี วามรบั ผิดชอบด้วย คูม่ อื อบรมตามหลกั สตู ร : พลเมืองคณุ ภาพ

3) หลักความเสมอภาค หมายถึง ความเสมอภาคใน โอกาสทจี่ ะไดร้ บั สทิ ธหิ รอื การเข้าถึงสทิ ธิต่างๆ อย่างเท่าเทยี มกัน ทง้ั นี้ มาตรการพิเศษท่รี ฐั จัดใหแ้ กผ่ ู้ด้อยโอกาสเพือ่ ไดร้ บั สิทธมิ าก กว่าผอู้ ื่น เช่น คนจนได้รับการรกั ษาฟรี ผ้สู ูงอายแุ ละคนพิการได้เบ้ีย ยงั ชีพ รวมทงั้ มาตรการเยยี วยาแกผ่ ู้เดอื ดร้อนจากภัยโควิด-19 น้นั ไม่ถือว่าขัดต่อหลักความเสมอภาคและไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เปน็ ธรรม 4) หลักภราดรภาพ หมายถึง ความเปน็ พีเ่ ป็นน้องช่วยเหลอื เอ้อื อาทร รักใคร่ สามคั คี ปรองดอง ไม่ใช้ความรนุ แรงตอ่ กนั 5) หลักเหตผุ ล หมายถงึ การรบั ฟังเหตุผลซึ่งกนั และกัน ทุกคนหรือทกุ ฝ่ายได้แสดงเหตผุ ลของตนอยา่ งเต็มที่ วิธีการตัดสนิ ว่าจะเลือกเหตุผลของคนใดหรือฝ่ายใดจึงจะใช้วิธีการลงมติหรือ การออกเสียงทีย่ ดึ เสยี งข้างมาก โดยท่ตี ้องรับฟังเสียงขา้ งนอ้ ยดว้ ย ไมใ่ ชเ้ สยี งขา้ งมากลากไป 6) หลักนติ ธิ รรม หมายถึง การปกครองโดยกฎหมายท่ี เปน็ ธรรม ท้ังกระบวนการออกกฎหมายทต่ี ้องมคี วามชอบธรรมและ มกี ารบังคบั ใช้อย่างเปน็ ธรรม ...13

4. บทบาทของสถาบัน หน่วยงาน หรอื องคก์ รทส่ี ่งเสรมิ ประชาธปิ ไตย สถาบนั หน่วยงาน หรือองคก์ รตา่ ง ๆ ไม่ว่าจะเปน็ ภาครัฐหรือภาค เอกชน มบี ทบาทในการสง่ เสรมิ ประชาธปิ ไตยไมว่ า่ จะโดยตรง (อำ� นาจหน้าที่ ตามกฎหมาย) หรอื โดยออ้ ม (ทำ� ด้วยใจอาสา) อาทิ 1) สถาบันครอบครวั (บา้ น) เป็นสถาบันแรกที่อยู่ใกลช้ ดิ กบั เด็ก ปลกู ฝังและพฒั นาในทกุ ด้านทง้ั ร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และพัฒนา บุคลกิ ภาพภายนอก ภายใน (ทศั นคติ ค่านิยม ความเช่ือ) ของทุกคนใน ครอบครัว 2) สถาบนั ศาสนา (วดั โบสถ์ มสั ยดิ ฯลฯ) หลกั คำ� สอนของ ศาสนาตา่ งๆ ช่วยปลกู ฝังและควบคมุ ความประพฤติของคนในสังคม ให้รูผ้ ดิ รู้ถกู ท�ำความดี ละเว้นความชวั่ 3) สถาบนั การศึกษา (โรงเรียน มหาวิทยาลยั ) ทำ� หน้าที่อบรม ฝกึ ฝนใหน้ ักเรยี น นักศึกษาไดเ้ รียนรูแ้ ละปฏิบตั ิตนแบบประชาธปิ ไตย เชน่ การฝึกระเบียบวนิ ยั การตรงเวลา การจัดเวรประจ�ำวนั การเลอื กหัวหนา้ หอ้ ง จดั รูปแบบคณะกรรมการนกั เรยี น สภานักเรยี น สโมสรนสิ ิตนกั ศกึ ษา หรอื สภานักศึกษา เป็นตน้ 4) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มหี น้าที่จัดหรอื ดำ� เนนิ การ ให้มีการจัดการเลือกต้ังทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นให้เป็นไปโดยสุจริต และเทย่ี งธรรม และการออกเสยี งประชามติให้เปน็ ไปโดยชอบดว้ ยกฎหมาย รวมทงั้ สง่ เสรมิ สนบั สนุนให้หน่วยงานของรัฐ สถาบนั การศึกษาและองคก์ ร เอกชนสรา้ งความรคู้ วามเข้าใจแกป่ ระชาชน เกีย่ วกบั การปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุขฯลฯ 5) พรรคการเมือง เสนอนโยบายในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา ประเทศ คดั เลอื กบุคคลลงสมคั รรบั เลือกต้ัง ให้ความร้ดู ้านการเมอื งกับประชาชน และควบคมุ การท�ำงานของรัฐบาลใหเ้ ป็นไปตามนโยบายที่ไดแ้ ถลงไวต้ ่อรฐั สภา ค่มู ืออบรมตามหลกั สตู ร : พลเมอื งคณุ ภาพ

6) รัฐสภา (หรอื ฝ่ายนิติบญั ญตั ิ) ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทำ� หนา้ ท่ใี นการพจิ ารณาร่าง กฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรฐั บาลให้เป็นไปตามรฐั ธรรมนูญ และกฎหมาย วุฒสิ ภา (ส.ว.) ทำ� หนา้ ทพี่ ิจารณากลน่ั กรองกฎหมายที่ ผา่ นสภาผูแ้ ทนราษฎร และเห็นชอบการแตง่ ตัง้ ผูด้ �ำรงต�ำแหนง่ ในองค์กรอิสระ 7) รัฐบาล (คณะรัฐมนตรหี รอื ฝา่ ยบรหิ าร) ประกอบดว้ ย นายกรัฐมนตรี 1 คน และรฐั มนตรอี ่นื อกี ไมเ่ กิน 35 คน ทำ� หน้าทใ่ี นการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน ตามรฐั ธรรมนญู 8) ศาลยุตธิ รรม (ฝ่ายตุลาการ) มอี ำ� นาจพิจารณาพิพากษาคดที ้ัง ปวง เพอ่ื ยตุ ิข้อขัดแย้งหรอื ขอ้ พพิ าทต่าง ๆ 9) สถาบันการเงิน การธนาคาร ชว่ ยส่งเสริมความมนั่ คงทาง เศรษฐกจิ ส่งเสริมอาชพี และรายไดแ้ ก่ประชาชน ถ้าเศรษฐกจิ ดีระบอบ ประชาธปิ ไตยก็จะมีความมนั่ คงตามไปด้วย 10) หนว่ ยงานรัฐและเอกชนอืน่ ๆ เช่น องค์กรเอกชนตรวจสอบ การเลอื กตัง้ องค์กรเอกชนดา้ นสงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม หรือดา้ นสทิ ธิมนุษยชน สภาทนายความ รวมท้ังกลุม่ และองคก์ รประชาชน เชน่ ศส.ปชต. กรรมการ หมบู่ ้าน อสม. ชมรมผู้สงู อายุ กลุม่ สตรี ฯลฯ ...15

5. กลไกการตรวจสอบเพื่อความโปรง่ ใสในระบอบประชาธปิ ไตย แมว้ ่าสถาบนั องค์กร และหน่วยงานของรฐั จะมีอำ� นาจหนา้ ทีส่ ่งเสริมและ พัฒนาประชาธิปไตย แตห่ ากการปฏิบตั ิหน้าที่ขาดประสิทธภิ าพ หรือมีการทุจรติ ประพฤตมิ ชิ อบ ยอ่ มต้องมกี ลไกการตรวจสอบเพ่ือความโปร่งใสในการบริหารงาน และปกป้องผลประโยชนข์ องประชาชน อาทิ 1) คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติ (ป.ป.ช.) มีหนา้ ท่ตี รวจสอบพฤติการณร์ ำ่� รวยผิดปกติ ประพฤตมิ ชิ อบ ทุจรติ ต่อหนา้ ท่ี การกระท�ำ ผดิ ต�ำแหน่งหน้าที่ราชการหรือตำ� แหนง่ หนา้ ท่ีในการยตุ ธิ รรม รวมทัง้ ตรวจสอบทรพั ย์สิน และหนส้ี นิ ของเจ้าหนา้ ทขี่ องรฐั และผดู้ �ำรงตำ� แหน่งทางการเมือง 2) ผูต้ รวจการแผ่นดิน มหี น้าทพ่ี จิ ารณาและสอบสวนหาขอ้ เทจ็ จรงิ ตาม ค�ำรอ้ งเรียนกรณเี จ้าหนา้ ท่ขี องรัฐไม่ปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย หรอื ปฏบิ ตั นิ อกเหนอื อำ� นาจ หนา้ ท่ ี 3) ศาลรฐั ธรรมนญู มีหนา้ ทีว่ นิ ิจฉยั ความชอบดว้ ยรัฐธรรมนญู และวนิ จิ ฉัย เกย่ี วกบั หน้าที่ และอ�ำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วฒุ ิสภา รฐั สภา คณะรัฐมนตรีหรอื องค์กรอสิ ระ หรอื กฎหมายอ่นื ใดทีอ่ าจขัดกับกฎหมายรฐั ธรรมนูญ ผลการวนิ จิ ฉัยของ ศาลรัฐธรรมนญู ผกู พนั กับทกุ องคก์ รตอ้ งปฏบิ ัตติ าม 4) ศาลปกครอง มีอำ� นาจพจิ ารณาพพิ ากษาคดปี กครองอนั เน่ืองจากการใช้ อ�ำนาจทางปกครองตามกฎหมาย หรอื เจ้าหนา้ ทรี่ ัฐที่กระทำ� การโดยมิชอบตามกฎหมาย คู่มอื อบรมตามหลกั สูตร : พลเมอื งคณุ ภาพ

5) คณะกรรมการสทิ ธมิ นษุ ยชนแห่งชาติ มหี นา้ ที่ตรวจสอบและรายงาน การกระทำ� หรือการละเลยการกระทำ� อันเปน็ การละเมดิ สทิ ธิมนุษยชน 6) องค์กรภาคประชาสังคมหรอื ภาคประชาชน มเี ป้าหมายเพื่อการพฒั นา สังคม ตอ่ สู้เพอื่ ความเปน็ ธรรมหรอื เรียกรอ้ งสทิ ธขิ องตนเอง ย่อมมีบทบาทในการตรวจ สอบการด�ำเนนิ งานของรัฐ 7) ส่ือมวลชน เป็นสถาบนั สำ� คัญที่จะสะท้อนสภาพแวดล้อมและความเป็น ไปในสังคม มีบทบาทในการสรา้ งแนวคิดของพลเมือง เช่น เสนอขอ้ มลู ขา่ วสารทป่ี ลูก ฝังคา่ นยิ มประชาธปิ ไตย สะท้อนพษิ ภัยและตรวจสอบการทุจรติ ตา่ งๆ 8) กลไกตรวจสอบทางรัฐสภา ทง้ั สภาผูแ้ ทนราษฎรและวฒุ สิ ภาตา่ งก็มีกลไก ในการตรวจสอบการทำ� เพือ่ ให้เกดิ ความโปรง่ ใส เช่น การตัง้ กรรมาธิการสามญั กรรมาธิการวสิ ามญั คณะต่างๆ หรือ การตงั้ กระทถู้ าม การอภปิ รายไมไ่ ว้วางใจ 9) กลไกการตรวจสอบภายในหน่วยงาน เช่น หน่วยตรวจสอบภายใน ระเบียบวนิ ยั ประมวลจรยิ ธรรมฯลฯ รวมทัง้ ใช้หลักธรรมาภบิ าล หรือหลักบรหิ าร จดั การบ้านเมอื งทด่ี แี ละมีประสทิ ธิภาพ เปน็ มาตรการสรา้ งความโปร่งใสในหนว่ ยงาน หรือองค์กร ประกอบดว้ ย 6 หลัก ไดแ้ ก่ 1.หลกั นติ ิธรรม 2.หลกั คณุ ธรรม 3.หลักความ โปร่งใส 4.หลักการมีสว่ นร่วม 5.หลักความรบั ผดิ ชอบ 6.หลักความคมุ้ คา่ ...17

การสร้างวฒั นธรรมการเมอื งแบบประชาธปิ ไตย กวา่ 88 ปที ี่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบบรู ณาญา สิทธิราชย์มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ประชาธปิ ไตยของเราอยใู่ นสภาพลม้ ลุกคลุกคลานตลอดมา มีการประกาศใช้ รฐั ธรรมนูญมาแลว้ 20 ฉบับ มกี ารเลือกต้งั ทั่วไป 26 คร้ัง มรี ฐั บาล 62 คณะ มนี ายก รัฐมนตรี 29 คน แตก่ ม็ กี ารรัฐประหารถึง 13 ครง้ั ซึ่งเหตผุ ลในการยดึ อ�ำนาจมกั อา้ งว่า เปน็ เพราะนกั การเมอื งขาดคุณธรรมจริยธรรม มีการทุจรติ คอร์รปั ช่นั เกิดความแตกแยก ทางการเมอื งจนไมส่ ามารถใช้กลไกตามกฎหมายได้ จงึ เกิดการรัฐประหารขน้ึ และทำ� ให้ การพัฒนาประเทศขาดความตอ่ เน่อื ง คมู่ อื อบรมตามหลักสูตร : พลเมอื งคณุ ภาพ

ยทุ ธศาสตรช์ าติ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจึงก�ำหนดให้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติเพ่ือเป็นกรอบ แนวทางการพฒั นาประเทศไปสู่ความมัน่ คง ม่งั คง่ั และยง่ั ยนื โดยมีเป้าหมายในระยะ 20 ปี คอื 1. ความอยู่ดมี สี ขุ ของคนไทยและสงั คมไทย 2. ขีดความสามารถในการแข่งขนั การพฒั นาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ 3. การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ของชาติ 4. ความเทา่ เทียมและความเสมอภาคของสังคม 5. ความหลากหลายทางชวี ภาพ คณุ ภาพ สงิ่ แวดลอ้ ม และความยั่งยนื ของ ทรัพยากรธรรมชาติ 6. ประสทิ ธิภาพการบริหารจดั การและการเข้าถึงการใหบ้ รกิ ารของรัฐ และเพ่อื ใหก้ ารขับเคลือ่ นยุทธศาสตร์ชาตบิ รรลุผล ประเทศไทยจงึ ต้องปฏริ ปู ประเทศให้มีความสงบเรียบรอ้ ย มีความสามคั คปี รองดอง มีการพฒั นาอยา่ งยัง่ ยนื ตาม หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง สังคมทมี่ คี วามสงบสุข เป็นธรรม และมโี อกาสทดั เทยี มกัน ประชาชนมีความสุข มคี ณุ ภาพชวี ิตท่ีดี มีส่วนรว่ มในการพัฒนาประเทศและมีความรู้ ความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมุง่ เน้นการปฏริ ปู ใน 13 ด้าน อาทิ ด้านการเมอื ง การบริหารราชการแผน่ ดิน กฎหมาย กระบวนการยตุ ธิ รรม การศึกษา การเศรษฐกจิ เป็นต้น ...19

จะปฏิรปู ประเทศด้านการเมืองอย่างไร หากจะด�ำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง จะต้องค�ำนึงถึงการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ท่ีเหมาะสมกับสังคมไทย และสง่ เสริมการมสี ่วนรว่ มของ ประชาชนให้แก้ไขความขดั แยง้ โดยสนั ติวิธี มีการกระจาย อ�ำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนมีส่วน ร่วมในการปกครองและบริหารบ้านเมืองด้วยตนเอง นอกเหนือจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านการเลือกต้ัง เท่านัน้ คูม่ ืออบรมตามหลักสตู ร : พลเมืองคุณภาพ

วัฒนธรรมทางการเมอื งของพลเมอื ง ค�ำวา่ “การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ ” เป็นคำ� ท่สี ะท้อนการด�ำรงอยขู่ องสองวัฒนธรรม คือ วฒั นธรรมการยดึ มนั่ สถาบนั พระมหากษัตริย์ ซงึ่ เป็นรากฐานวัฒนธรรมไทยกบั วฒั นธรรมการเมืองแบบประชาธปิ ไตย ซ่ึงเปน็ วฒั นธรรมจากชาติตะวนั ตก แตเ่ มื่อมกี ารเปลี่ยนแปลงการปกครอง ด้วยจดุ แขง็ ของวัฒนธรรมไทยมีผลท�ำให้ประชาธิปไตยแบบตะวันตกได้รับการหล่อหลอมมาสู่การ ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข ความเปน็ ประชาธปิ ไตยมไิ ด้อยู่ในสายเลือด และมิได้เกิดขน้ึ มาพร้อมกับการ ก�ำเนดิ ของมนุษย์ หากแตเ่ กิดขึ้นจากการสงั่ สม ค่านยิ ม อดุ มการณ์ จนเป็นวัฒนธรรม ทางการเมืองผา่ นกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมในหลายชอ่ งทาง เชน่ การเลย้ี งดู สงั่ สอนในครอบครวั การเรียนการสอนในสถานศึกษา การฝกึ อบรมผ่านองค์กร สถาบนั ต่างๆ ของรฐั และการเรยี นรู้ผา่ นสื่อสงั คมออนไลนต์ ่างๆ เช่น กูเกล้ิ ยูทูบ เฟสบุค๊ ไลน์ ทวติ เตอร์ เปน็ ต้น ท่ีผ่านมา เมื่อเกดิ ความลม้ เหลวทางการเมอื ง สงั คมมกั จะโทษกลไกการบังคบั ใชก้ ฎหมาย โดยลืมไปวา่ พฤติกรรมของมนษุ ยต์ า่ งหากท่เี ป็นตัวปญั หา จึงตอ้ งแก้ไข วฒั นธรรมทางความคิด ค่านิยม อุดมการณ์ทีไ่ มถ่ กู ตอ้ ง เชน่ โกงไมเ่ ป็นไรขอให้เราได้ ประโยชน์ การฝากคนเข้าทำ� งาน การจ่ายคา่ แปะ๊ เจี๊ยะ การจา่ ยเงินใต้โต๊ะ การขบั รถ ฝ่าไฟแดง การรบั เงนิ ซอ้ื เสียง ฯลฯ แนวคดิ เหลา่ นไ้ี ด้ฝังรากลกึ จนเปน็ วิถชี ีวิต แม้จะ เปลีย่ นแปลงไดย้ าก แตก่ ็เปน็ สงิ่ ทต่ี ้องแกไ้ ขโดยการเสรมิ สรา้ งพลเมืองให้มวี ฒั นธรรม ทางการเมอื งแบบประชาธิปไตย โดยมุง่ สรา้ งจติ สำ� นกึ 3 ประการ ...21

1. จิตส�ำนึกความรกั ชาติ ความเป็นราชอาณาจกั ร ความสามัคคี ความสมานฉันท์ของคนในชาติ 2. จิตส�ำนกึ ความเป็นพลเมือง ยดึ หลักประชาธปิ ไตย สรา้ งสังคม ให้มีธรรมาภบิ าล 3. จิตสำ� นกึ สาธารณะ การมสี ว่ นร่วมในการพฒั นาประเทศ จัดทำ� บรหิ ารสาธารณะ ต่อตา้ นการทุจรติ รบั ผดิ ชอบต่อส่วนรวม ตรวจสอบการ ใช้อำ� นาจรฐั ใชส้ ทิ ธิเลือกต้งั โดยอสิ ระ ปราศจากการครอบงำ� ดังนั้น การสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจทถ่ี ูกต้องเก่ียวกบั ปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ จงึ ตอ้ งเริม่ ตน้ จากการ พัฒนาพลเมอื งให้มีคุณภาพ มวี ัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธปิ ไตย มจี ิตสำ� นึก รบั ผิดชอบเพอื่ ประโยชนส์ ว่ นรวม คมู่ อื อบรมตามหลกั สตู ร : พลเมืองคณุ ภาพ

การเป็นพลเมอื งที่มคี ุณภาพ ประเทศทีเ่ ปน็ ประชาธิปไตยตา่ งตอ้ งการพลเมืองทมี่ ีคุณภาพ จึงให้ ความสำ� คัญกับการใหก้ ารศกึ ษาเพอ่ื สร้างความเปน็ พลเมอื งแก่ประชาชน และ พฒั นาใหพ้ ลเมอื งทมี่ อี ยบู่ ้างแล้วใหเ้ ป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เพือ่ พลเมอื งคณุ ภาพ เหล่านจี้ ะไดม้ าช่วยกันพฒั นาบา้ นเมอื งของตนต่อไป ประชาชน-พลเมือง-พลเมอื งคุณภาพ ประชาชน หมายถึง คนทั่วไป พลเมอื ง (พละ + เมือง) หมายถงึ ประชาชนที่เปน็ ก�ำลงั สำ� คญั ของบา้ นเมือง เป็นผทู้ มี่ จี ติ ส�ำนกึ สาธารณะ มีความรับผดิ ชอบตอ่ สว่ นรวม เสียสละท�ำงานเพ่ือ ประโยชน์ของสว่ นรวมโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เปน็ ผูม้ ี “จติ อาสา” หรือบางคร้งั ก็เรยี กวา่ “มีจติ สำ� นกึ สาธารณะ” สว่ นคำ� วา่ พลเมืองคุณภาพ น้ัน หมายถงึ พลเมอื ง ทส่ี ามารถทำ� หนา้ ที่ได้ ตามหลกั การพนื้ ฐานความเปน็ พลเมอื งในระบอบประชาธปิ ไตย ไดแ้ ก่ การเคารพศกั ด์ิศรี ความเปน็ มนษุ ย์ การเคารพสทิ ธิเสรภี าพ เคารพกฎหมายและกติกาสังคม และมีจติ สำ� นึก สาธารณะ มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ รวมทั้ง มีวถิ ปี ระชาธปิ ไตยในชีวิตประจำ� วนั และด�ำรงชีวติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง อกี ด้วย ...23

จิตอาสา-จิตส�ำนึกสาธารณะ จติ อาสา หมายถงึ การสมคั รใจเสยี สละในการชว่ ยเหลือผอู้ ืน่ เชน่ เด็กคนหน่งึ เหน็ คนอื่น ทง้ิ ขยะลงพ้ืนกเ็ ดินไปเกบ็ เศษขยะนั้นมาทงิ้ ในถังขยะ มคี นทิง้ ขยะไมเ่ ปน็ ทีอ่ ีก เขาก็เกบ็ แทนอีกทุกครงั้ ไป โดยคนที่ท้ิงขยะไม่เป็นทีน่ ้นั ไม่ได้สำ� นึกเลยว่าส่งิ ที่ตนท�ำ ไม่ถูกตอ้ ง ยังคงทง้ิ ขยะไม่เป็นทต่ี อ่ ไป จติ สำ� นึกสาธารณะ หมายถงึ สำ� นึกของประชาชนในการดแู ลค้มุ ครองประโยชน์ และความเป็นธรรมของสงั คมด้วยวิธีการตา่ งๆ เช่น การแสดงความคิดเหน็ การวเิ คราะห์ วิจยั การติดตามตรวจสอบ การคัดคา้ นและเสนอแนะ เป็นต้น ดังตัวอย่างขา้ งตน้ แทนที่ เดก็ จะเก็บขยะแทนคนอน่ื ทกุ ครัง้ แตก่ ลบั เข้าไปแนะนำ� อย่างสภุ าพเพอื่ ใหค้ นทีท่ ้งิ ขยะ ไม่เปน็ ทีน่ ้ันนำ� ขยะไปทิ้งลงถงั ขยะเสยี ให้ถกู ต้อง จติ ส�ำนึกสาธารณะ ไมส่ ามารถเกดิ ขึน้ ได้โดยอตั โนมัติ แตเ่ กิดจากพลเมอื ง ท่ีกลา้ ท�ำในส่ิงที่ถูกต้องและหม่นั ทำ� เป็นประจ�ำจากเรอ่ื งเลก็ ๆ ไปส่เู รอ่ื งใหญ่ จากเปน็ ผูม้ ี “จติ อาสา” กลายเป็นผู้มี “จิตสำ� นึกสาธารณะ” ซ่ึงท้งั สองอย่างนไี้ มไ่ ดเ้ ป็นตดิ ตวั มา ตัง้ แตเ่ กิด ไมไ่ ด้อยู่ทฐี่ านะ ชาติตระกลู หรอื ระดบั การศึกษา หากแตอ่ ยู่ท่กี ารฝึกฝน อบรมบม่ เพาะความประพฤติและปฏบิ ตั อิ ยา่ งสม่�ำเสมอ จนเปน็ นสิ ยั ประจ�ำตัว คมู่ อื อบรมตามหลกั สูตร : พลเมอื งคุณภาพ

หลักการเปน็ พลเมอื ง ผู้เป็นพลเมืองต้องมีหลักการพื้นฐานของความเป็น พลเมอื งในระบอบประชาธิปไตยกอ่ น ประกอบด้วย 3 หลัก ไดแ้ ก่ หลักการที่ 1 การเคารพศักดศ์ิ รีความเป็นมนษุ ย์ ไดแ้ ก่ การยอมรับนบั ถอื และเคารพในความเป็นคนของตนเอง และผอู้ นื่ พรอ้ มทั้งปฏบิ ัติต่อกนั ในฐานะคนเหมอื นกนั ไม่ดูหม่นิ เหยียดหยามกัน หลกั การที่ 2 การเคารพสิทธิ เสรีภาพและกฎกติกา ของสงั คม ไดแ้ ก่ การให้ความส�ำคัญต่อสิทธิ เสรภี าพ กฎ กติกาของสังคม โดยเคารพและปกป้องสทิ ธิและเสรีภาพของ ตนเอง ของผอู้ ื่น ของชมุ ชน และสังคมสว่ นรวม โดยไม่ให้ผู้ใด ลว่ งละเมิด ขณะทีต่ นน้นั กต็ ้องไม่ละเมิดผู้อื่น หลกั การท่ี 3 ความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ตอ่ ผ้อู ่ืน ต่อสงั คมและประเทศชาติ ได้แก่ ทำ� หน้าทขี่ องตนเองในฐานะ สมาชิกของสงั คม ใชห้ ลักการประชาธิปไตยในการมีสว่ นรว่ ม ทางการเมอื งและแก้ปัญหาสังคม ยอมรับหลักการเสียงข้างมาก และการเคารพสิทธิของเสียงขา้ งน้อย การเป็นพลเมืองนน้ั อาจไมย่ าก แตก่ ารทจี่ ะรักษา ความเป็นพลเมืองและพัฒนา “คณุ ภาพ” ของความพลเมอื ง ให้ดียงิ่ ขน้ึ น้นั จำ� เป็นตอ้ งหมน่ั ฝึกฝนท�ำหน้าท่ีพลเมืองอย่าง สม่�ำเสมอ โดยยดึ ตามหลกั การทงั้ 3 ไวเ้ ปน็ แนวทางปฏบิ ัตจิ น เป็นวถิ ชี ีวิตประจ�ำวัน ...25

วิถีประชาธปิ ไตยในชีวิตประจำ� วนั สงั คมประชาธปิ ไตยเปน็ สงั คมของคนหมูม่ าก มคี วามแตกต่างกันทัง้ ความ ตอ้ งการ แนวคดิ ความเห็น ความรู้ ฐานะ ฯลฯ แตส่ ามารถอยูร่ ว่ มกนั ได้อยา่ งมคี วามสุข เพราะพลเมืองในสังคมน้ันมีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยเป็นแนวทางการด�ำรงชีวิต ประจำ� วันของตน ทง้ั การใช้ชวี ติ ในครอบครัว ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ ดงั น้ี 1. เคารพศักดิศ์ รีความเป็นมนุษย์ โดยไม่รังเกียจ กีดกัน ไม่ดูหมน่ิ เหยยี ด หยาม ไม่เลอื กปฏบิ ัติโดยไม่เปน็ ธรรมตอ่ ผูท้ ี่มีความแตกต่างกนั กับตน 2. เคารพและปฏิบัตติ ามกฎหมาย โดยไมฝ่ า่ ฝืนกฎหมาย กฎ กตกิ าของ สังคม หากทำ� ผดิ กต็ อ้ งยอมรบั โทษตามกฎหมาย หรอื หากยังมกี ฎหมาย หรอื กฎ กติกา ใดไม่ยุตธิ รรมและไม่ชอบธรรม กส็ ามารถเสนอปรบั ปรุง แก้ไข หรอื ยกเลกิ ตามครรลอง หรอื เง่ือนไขท่ีก�ำหนดไวใ้ นกฎหมาย มใิ ชฝ่ ่าฝนื หรือเลี่ยงการปฏบิ ัติ 3. เคารพสิทธิ เสรีภาพของ ตนเองและผูอ้ ืน่ โดยการใช้สทิ ธิ เสรีภาพนั้นต้องไม่ไปละเมิดสิทธิ เสรภี าพของผู้อ่นื ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย และไมข่ ดั ต่อศีลธรรม รวมท้ังทำ� หน้าท่ี ในฐานะพลเมอื งคณุ ภาพและ หนา้ ทขี่ องปวงชนชาวไทยตามทก่ี �ำหนดไวใ้ นรัฐธรรมนญู 4. มีวินัย และมคี วามรับผดิ ชอบ ทั้งต่อตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และ ประเทศชาติ 5. ใชเ้ หตใุ ช้ผล เคารพความคิดเหน็ ท่ีแตกตา่ ง ใชเ้ หตใุ ชผ้ ลในการตดั สนิ โดยไมใ่ ชอ้ ารมณห์ รอื กำ� ลังมาตดั สนิ ไม่ใชค้ วามรนุ แรง ยดึ หลกั เสยี งขา้ งมากโดยต้อง รบั ฟังเสยี งขา้ งน้อยด้วย หากเสียงข้างน้อยมีเหตผุ ลดกี ว่า เสียงข้างมากกอ็ าจจะคลอ้ ยตาม ได้ โดยไมใ่ ชเ้ สยี งขา้ งมากลากไป คู่มอื อบรมตามหลกั สตู ร : พลเมอื งคณุ ภาพ

6. ตรวจสอบการใชอ้ ำ� นาจรัฐ แมจ้ ะมีองค์กรตรวจสอบต่างๆ เช่น กกต. ป.ป.ช. คตง. ฯลฯ แตป่ ระชาชนยงั ต้องติดตามและให้ความรว่ มมอื กับองคก์ รเหลา่ นัน้ ตรวจสอบการทำ� งานของนกั การเมือง และเจา้ หน้าทรี่ ัฐว่าเป็นไปเพ่อื ประโยชนข์ อง ประชาชนหรือไม่ เพ่ือให้สงั คมเกดิ ความโปร่งใส เป็นธรรมและไม่ให้มกี ารทุจรติ คอร์รัปชนั่ เกิดข้ึน 7. มีส่วนร่วม ได้แก่ การไมเ่ พิกเฉย ไม่ดดู ายปล่อยปละละเลยให้บา้ นเมอื ง มีปญั หาหรอื ไมไ่ ดร้ บั การพัฒนา รวมทง้ั เมื่อมคี วามไมถ่ กู ต้องเกิดข้นึ ก็เข้าไปมสี ่วนรว่ ม ในการแกป้ ัญหาในสงั คม นอกจากการดำ� เนินชีวติ ตามวิถีประชาธิปไตย ในแนวทางทงั้ 7 ประการ ดังกล่าวแล้ว แนวทางทส่ี �ำคญั อกี ประการหนึ่งก็คือ การด�ำเนินชีวิตตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ...27

การด�ำเนนิ ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง คอื อะไร หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็น พระบรมราโชวาทที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร รชั กาลท่ี 9 พระราชทานแก่นิสติ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ครัง้ แรก เมอื่ วนั ที่ 18 กรกฎาคม 2517 โดยทรงเนน้ การพฒั นา ประเทศและแนวทางการด�ำรงชีวิตและการปฏิบัติตน ของประชาชน ไม่ว่าจะอยใู่ นสาขาอาชีพใดก็ตามจะต้อง มาจากการสร้างพน้ื ฐานให้ พอมี พอกนิ ใหส้ ามารถพ่ึง ตนเองได้กอ่ น จากนน้ั คอ่ ยเสริมความเจริญ และฐานะ ทางเศรษฐกิจใหส้ ูงขึ้น โดยมีองค์ประกอบท่ีส�ำคัญ ดังนี้ 1. ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดที ่ีไมน่ ้อย เกินไป ไมม่ ากเกินไป โดยไมเ่ บยี ดเบยี นตนเองและผอู้ ่ืนใหไ้ ด้รับ ความเดือดร้อน เชน่ การผลิตและการบริโภคใหอ้ ยใู่ นระดบั พอประมาณ 2. ความมีเหตผุ ล หมายถึง ในการตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั ระดับความพอเพยี งนน้ั ต้องเป็นไปอยา่ งมีเหตุผล พิจารณาถึงผลกระทบต่างๆท่ีจะเกดิ ขนึ้ อยา่ งรอบคอบ 3. การมภี มู ิคมุ้ กันในตวั ที่ดี หมายถึง การเตรียมตวั ใหค้ วามพรอ้ มรบั ผล กระทบท่ีจะเกดิ ข้นึ ทง้ั ดา้ นความสำ� เรจ็ และความลม้ เหลว รวมถึงการเปล่ียนแปลงใน ดา้ นต่างๆ ดว้ ยความไม่ประมาท มีการวางแผน และมแี ผนส�ำรองไว้รองรับ หากเกิด สถานการณ์ท่ีไมแ่ นน่ อน หรือคาดไม่ถงึ คู่มอื อบรมตามหลกั สตู ร : พลเมืองคณุ ภาพ

การใช้ชวี ิตตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียงนัน้ นอกจากจะตอ้ งมอี งคป์ ระกอบ 3 ห่วงแล้ว จ�ำเปน็ ต้องใชอ้ กี 2 เง่ือนไขประกอบการตดั สินใจในการดำ� เนินการต่างๆ ดว้ ย คือ 1. ความรู้ หมายถึง การมคี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั วชิ าการตา่ งๆ อย่าง รอบด้าน และสามารถนำ� ความรู้มาใช้ในการด�ำรงชีวติ อยา่ งถูกตอ้ ง ไมผ่ ิดกฎหมายและ ศลี ธรรม 2. คณุ ธรรม หมายถึง การตระหนกั ยึดมน่ั ในคณุ ธรรม เชน่ การพึง่ ตนเอง ความเมตตา ความซ่ือสตั ยส์ ุจรติ มีความเพียร มคี วามอดทน ความเทีย่ งธรรม ความเอือ้ เฟื้อ การไม่เบยี ดเบยี น การไมเ่ อาเปรียบผูอ้ ื่น การปฏิบตั ิตนในทางสายกลาง ความไม่ประมาท อันจะทำ� ให้ดำ� เนนิ ชีวติ ในสังคมไดอ้ ยา่ งสงบ รม่ เยน็ เปน็ สุข ...29

ในการตดั สินใจ หากใชแ้ ต่ความรูโ้ ดยขาดคณุ ธรรมย่อมเบยี ดเบยี นผู้อืน่ หรือมี คุณธรรมแต่ขาดความรู้กอ็ าจถกู เบียดเบยี นทำ� ให้เป็นทุกข์ และเกิดปัญหาตามมาได้ จึงต้องใช้ท้งั 2 เง่ือนไขประกอบการตดั สนิ ใจ การน�ำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ประเทศไทยก�ำลงั เผชญิ กบั การเปล่ียนแปลงในทุกดา้ น ทง้ั ด้านเศรษฐกจิ สงั คม สิง่ แวดล้อมและอ่ืนๆ จงึ มีการนำ� หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลกั ในการดำ� เนนิ ชวี ติ และพัฒนาหมู่บ้านและชมุ ชนจนเป็นวถิ ีชีวติ มีตวั อย่างดังน้ี 1. ระดบั บุคคลหรือครัวเรือน ตวั อย่างเช่น นายสุรยิ ะ ชวู งศ์ จงั หวดั เพชรบุรี ทำ� เกษตรผสมผสาน ทำ� นาและปลูกผลไม้ปลอดสารพิษ มกี ารวางแผนการผลติ และการใชจ้ า่ ยเปน็ ระบบ และ นายยวง เขียวนลิ จงั หวัดนนทบรุ ี แบง่ พนื้ ทท่ี �ำเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยทำ� นา บ่อเก็บน้�ำ เลี้ยงปลา ทำ� สวนผสมผสานท้ังไม้ผลและพชื ผักสวนครัว ท�ำบัญชีครัวเรือนเพ่ือควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิตจนปลดหน้ีสินได ้ ท้ั ง ส อ ง ท ่ า น เ ป ็ น แ บ บ อ ย ่ า ง จ น ไ ด ้ รั บ ร า ง วั ล ป ร า ช ญ ์ เ ก ษ ต ร ข อ ง แ ผ ่ น ดิ น สาขาเศรษฐกิจ ปี 2562 คู่มืออบรมตามหลักสูตร : พลเมืองคุณภาพ

2. ระดบั หม่บู า้ นหรือชมุ ชน ตัวอย่างจากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เชน่ หมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง บ้านทุ่งกระโปรง จงั หวดั นครนายก เดิมชาวบา้ นท�ำเกษตรเชิงเด่ยี วปลูกพชื เหมือนๆ กัน ใชส้ ารเคมใี นการเพาะปลกู ต่อมาผู้ใหญบ่ า้ น น�ำแนวคิดทฤษฎีใหม่มาทดลองท�ำเกษตร ผสมผสานและขยายสู่เพอื่ นบ้าน รวมปราชญ์ ชาวบา้ นสาขาต่างๆ เพอ่ื ถ่ายทอดความรู้และ จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มกี ารรวมกลมุ่ องคก์ รต่างๆ ทก่ี ระจัดกระจาย ใหเ้ หลือเพียง 2 กลุ่ม และพัฒนาใหเ้ ขม้ แข็ง พร้อมจดทะเบียนเปน็ วสิ าหกจิ ชุมชน เปน็ ต้น ...31

3. ระดบั องค์กร เชน่ หา้ งห้นุ สว่ นจ�ำกัด สมศกั ดิ์แกลงเซอร์วิส ด�ำเนนิ ธรุ กจิ บริการเตมิ น้ำ� มนั เช้ือเพลิงและเปลีย่ นถา่ ยนำ�้ มนั เครื่อง ตอ่ มาได้ปรับ กลยุทธ์การด�ำเนินธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความต้องการของ ลูกคา้ และศกึ ษาข้อมลู ในการขยายธรุ กจิ เริ่มจากเปิดร้านกาแฟสด ปรับปรุงห้องน้�ำใหม่ เปดิ รา้ นขายขา้ วแกงและร้านขายสนิ คา้ โอทอป เพ่อื ใหเ้ กดิ การบรกิ ารทีค่ รบวงจร อีกท้งั ยงั ค�ำนงึ ถึงการรกั ษาสงิ่ แวดล้อม ด้วยการบ�ำบัดน�ำ้ เสียจากการบรกิ ารต่างๆ ภายในสถานบี ริการนำ�้ มัน จนเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์และบ�ำบัดน้�ำเสียให้แก่ผู้ท่ี สนใจ คมู่ อื อบรมตามหลกั สูตร : พลเมืองคณุ ภาพ

จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจพอเพียงน้ันสามารถน�ำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจ�ำวัน ของคนเราได้ทุกกลมุ่ โดยเนน้ การปฏบิ ัตบิ นทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็น ข้นั ตอน ตั้งแต่ระดบั ครวั เรือน ชมุ ชน หมบู่ า้ น ไปจนถึงระดบั ประเทศทัง้ ภาครฐั และ ธุรกจิ เอกชนต่างๆ ท้ังยงั ดำ� เนินการสอดคล้องกบั หลกั ประชาธิปไตย เชน่ เศรษฐกิจ พอเพียงทำ� ให้เกิดความรักสามัคคปี รองดอง ชว่ ยเหลือเกอ้ื กลู กันตามหลกั ภราดรภาพ ใช้หลกั เหตผุ ลในการคดิ วางแผนและตัดสนิ ใจด�ำเนินการ หลกั ความเสมอภาคโดยสามารถ นำ� ไปใช้ได้ทุกกลุม่ เป็นการสร้างโอกาสความเท่าเทยี มในสงั คม หลักนติ ิธรรมโดย ด�ำเนนิ การตามข้นั ตอนทถี่ กู ตอ้ งและไม่ฝ่าฝนื กฎหมาย หลกั สทิ ธเิ สรีภาพโดยไมท่ �ำให้ ผูอ้ ืน่ เดอื ดรอ้ น และหลักอ�ำนาจอธิปไตยเปน็ ของประชาชน โดยเปน็ การเลือกและ ตดั สินใจดำ� เนินการด้วยตนเองโดยไมม่ ีใครบงั คบั การด�ำเนินชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอพยี ง ซ่งึ ประกอบด้วย “ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภมู ิค้มุ กนั บนเงอ่ื นไข มีความรู้และคุณธรรม” โดยแบง่ เป็น 2 ระดบั คอื 1. ระดบั พ้ืนฐาน ได้แก่ระดับบุคคล / ครัวเรอื น ลดการพ่ึงพา ละความฟ่มุ เฟอื ย เลกิ อบายมุข 2. ระดับกา้ วหนา้ (2.1) ระดับกลุม่ ผูป้ ระกอบการ รวมกลมุ่ รวมซอ้ื รวมขาย (2.2) ระดบั ความรว่ มมอื /เครือขา่ ย รว่ มมือ ร่วมทุน ร่วมค้า ซ่งึ เป็นประชาธิปไตยท่มี ีความเขม้ แข็งดา้ นเศรษฐกจิ จงึ นับวา่ สอดคลอ้ งและสนับสนุน การปกครองระบอบประชาธิปไตยเปน็ อยา่ งมาก ...33

พลเมืองจะมีส่วนร่วมทางการเมอื งอยา่ งไร ท�ำไมตอ้ งมสี ่วนร่วมทางการเมอื ง การเมอื งเกย่ี วข้องกบั ชวี ิตของคนเราต้ังแตต่ ืน่ นอนจนเขา้ นอน ต้งั แต่เกดิ จนตาย เราทกุ คนอยากใหก้ ารเมอื งดี เพราะจะทำ� ใหช้ ีวติ เราดีขนึ้ ถ้าการเมืองแย่ ชีวิต เราคงจะแยแ่ นๆ่ เราทกุ คนจงึ ปรารถนาการเมอื งทด่ี ี แต่การเมอื งจะดีไดอ้ ยา่ งไร ถ้าเรา ยังนงิ่ เฉย เฉ่อื ยชา พลเมืองท่มี คี ุณภาพทุกคนจึงกระตอื รือรน้ สนใจเข้ามามีสว่ นรว่ มทางการเมือง และทำ� การเมอื งให้ดดี ว้ ยตวั เอง ดังค�ำกลา่ วทีว่ า่ “กอ่ นประชาธิปไตยจะเกิดขึน้ ได้ พลเมืองในประเทศต้องปรารถนาทีจ่ ะปกครองตนเองเสียกอ่ น” การมีสว่ นร่วมทางการเมืองของพลเมือง หมายถึง การทพ่ี ลเมอื งไดเ้ ข้ามี สว่ นรว่ มแสดงออกทางการเมอื งและการบริหารจดั การในเรือ่ งต่างๆ ทม่ี ีผลกระทบต่อ ตนเองและชุมชน ซง่ึ สามารถด�ำเนนิ การได้ทั้งทางตรงและทางออ้ ม การมีส่วนร่วมทางการเมอื งโดยตรง พลเมอื งสามารถทำ� ได้ด้วยตนเอง และ ท่ีตอ้ งดำ� เนินการร่วมกบั ผอู้ น่ื ดงั ทเี่ รียกวา่ “การเมอื งภาคพลเมอื ง” หรอื “การเมือง ภาคประชาชน” ได้แก่ 1. การใชส้ ิทธแิ ละเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธใิ นการ รับรแู้ ละเข้าถงึ ข้อมูลข่าวสาร สทิ ธิในกระบวนการยตุ ิธรรม การแสดงความคิดเหน็ ทง้ั การพูด การเขยี น การพิมพ์ การโฆษณาและการส่อื ความหมายวธิ อี ื่น เสรภี าพในการ รวมกลุ่ม การชมุ นุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การกำ� หนดนโยบายพรรคการเมอื ง และสง่ ผสู้ มัครรับเลือกตัง้ 2. มสี ่วนรว่ มในการตัดสนิ ใจหรอื ก�ำหนดนโยบายสาธารณะ โดยร่วมแสดง ความคดิ เหน็ และเสนอแนะหนว่ ยงานรัฐให้ดำ� เนนิ การเร่อื งตา่ งๆ คู่มอื อบรมตามหลกั สูตร : พลเมอื งคุณภาพ

3. มสี ว่ นรว่ มสร้างกตกิ าและกฎหมายทั้งระดบั ชาตแิ ละระดบั ท้องถน่ิ รวมทง้ั มสี ทิ ธเิ ข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนญู 4. มสี ว่ นร่วมตรวจสอบนักการเมืองและเจา้ หน้าทขี่ องรัฐ เชน่ การฟ้อง หนว่ ยงานของรฐั การเขา้ ช่ือขอลงคะแนนเสียงเพือ่ ถอดถอนนกั การเมอื งท้องถ่ิน สว่ นการมสี ว่ นร่วมทางการเมืองโดยออ้ มหรือทีเ่ รยี กว่า “การเมืองระบบตัวแทน” นัน้ เราคนุ้ เคยกนั ดี เพราะผา่ นการเลือกตงั้ ตัวแทนมาแลว้ หลายครงั้ ท้ังระดับชาติ ได้แก่ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒสิ ภา (ส.ว.) และระดับท้องถิ่นได้แก่ สมาชิกสภาท้องถ่ินและผู้บริหารท้องถิ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรูปแบบต่างๆ เช่น อบต. เทศบาล อบจ. เมอื งพัทยา และกทม. เปน็ ตน้ เรามสี ่วนรว่ มการเมืองระบบตัวแทนไดท้ ัง้ ชว่ งก่อน ระหวา่ ง และหลงั การเลอื กตัง้ เชน่ รว่ มรณรงค์การเลือกตง้ั เป็นกรรมการประจ�ำหนว่ ยเลือกต้ัง รว่ มตรวจสอบและ ร้องเรียนเมอื่ มที จุ รติ การเลือกตง้ั รวมทงั้ ตดิ ตามตรวจสอบการทำ� งานของนักการเมือง เม่ือไดเ้ ขา้ สตู่ �ำแหนง่ แลว้ ...35

หน้าท่ขี องปวงชนชาวไทยตามรฐั ธรรมนญู หากเราใช้สิทธิโดยไม่ท�ำหน้าท่ีหรือใช้เสรีภาพ อย่างไมร่ ับผิดชอบ ก็อาจกระทบตอ่ สทิ ธิและเสรภี าพ ของผู้อ่ืนหรือสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายในสังคมได้ รฐั ธรรมนูญ จงึ ก�ำหนดหนา้ ทีป่ วงชนชาวไทยไว้ เช่น - พทิ ักษร์ กั ษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข ปอ้ งกันประเทศ รกั ษาเกยี รติภมู ิ ผลประโยชนข์ องชาติ สาธารณสมบตั ิของแผน่ ดนิ และ ร่วมมอื ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย - ปฏิบัตติ ามกฎหมายเครง่ ครัด เขา้ รับการ ศกึ ษาภาคบังคับ รับราชการทหาร เสยี ภาษีอากร - เคารพ และไม่ละเมิดสทิ ธแิ ละเสรภี าพ ของบุคคลอื่นและไม่สร้างความแตกแยกหรือเกลียดชัง ในสังคม - ร่วมมือ สนับสนนุ การอนรุ ักษ์ และ คมุ้ ครองส่งิ แวดล้อม ทรพั ยากร ธรรมชาติ - ไมร่ ว่ มมอื หรอื สนบั สนนุ การทจุ รติ และ ประพฤตมิ ิชอบทกุ รูปแบบ - ไปใช้สิทธิเลือกตัง้ หรอื ลงประชามตอิ ย่าง อิสระ ค่มู ืออบรมตามหลกั สตู ร : พลเมืองคุณภาพ

ประชาธิปไตย...ต้องมกี ารเลือกตง้ั การเลือกต้ัง หมายถงึ กจิ กรรมและกระบวนการไดม้ าซงึ่ ตัวแทนของประชาชน ทป่ี ระชาชนเลือกจากผู้สมัครรับเลือกตัง้ เพ่ือให้ไปท�ำหนา้ ทแี่ ทนตน การเลือกตั้งจึงเป็นองค์ประกอบที่ส�ำคัญและขาดไม่ได้ส�ำหรับการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นเครื่องมอื ท่แี สดงใหเ้ หน็ ว่าอ�ำนาจอธิปไตยน้นั เป็นของ ประชาชนอย่างแทจ้ ริง โดยประชาชนเปน็ ผใู้ ชอ้ ำ� นาจนั้นผา่ นทางผแู้ ทนของตนในการ ปกครองและบรหิ ารประเทศ การเลือกตงั้ ของประเทศไทย สามารถแยกได้ 2 ระดับ 1. ระดับชาติ ประกอบด้วย การเลือกตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร (ส.ส.) และ การไดม้ าซ่งึ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 2. ระดบั ทอ้ งถิ่น ประกอบด้วย องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด (อบจ.) เทศบาล (ทน./ทม./ทต.) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำบล (อบต.) และการปกครองรปู แบบพิเศษ อีก 2 แห่ง คอื กรุงเทพมหานคร และเมอื งพทั ยา ...37

สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร (ส.ส.) รัฐธรรมนูญกำ� หนดให้มกี ารเลอื กตงั้ ส.ส. จำ� นวน 500 คน มาจาก ส.ส. แบบ แบง่ เขตๆ ละ 1 คน รวม 350 คน ใชร้ ะบบใครไดค้ ะแนนมากที่สดุ เปน็ ผไู้ ดร้ ับเลือกตง้ั และ ส.ส.บัญชรี ายชอื่ 150 คน โดยกำ� หนดใหน้ �ำคะแนนเสียงทกุ คะแนนทป่ี ระชาชน ลงใหก้ บั ผสู้ มคั ร ส.ส.เขตทกุ ราย (ไม่วา่ จะสอบไดห้ รอื สอบตก) ไปใช้ในการค�ำนวณจำ� นวน ส.ส. ทงั้ หมดท่ีแต่ละพรรคพงึ มี หากพรรคใดได้ ส.ส.เขตเกินกวา่ จำ� นวน ส.ส. ทงั้ หมดท่ีพรรคพงึ มี กใ็ ห้ถอื ว่า ไดเ้ ฉพาะ ส.ส.เขต เท่าน้นั ไม่ได้ ส.ส.บญั ชรี ายชอ่ื อีก แตถ่ ้าได้ ส.ส.เขตน้อยกว่าจำ� นวน ส.ส. ที่พึงมี ก็จะได้รับ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพม่ิ จนครบจ�ำนวน ส.ส. ทพี่ งึ มี หน้าทแี่ ละอำ� นาจของ ส.ส. 1. ออกกฎหมายเพอ่ื ประโยชนข์ องประเทศชาตแิ ละประชาชน 2. เปน็ ผเู้ ลือกผู้ทีจ่ ะด�ำรงต�ำแหนง่ เปน็ นายกรฐั มนตรจี ากการเสนอของ พรรคการเมือง 3. ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดนิ ของคณะรฐั มนตรี เช่น ตัง้ กระทถู้ าม เปดิ อภปิ รายไมไ่ วว้ างใจ 4. พจิ ารณาจดั สรรงบประมาณแผ่นดนิ เพอ่ื พัฒนาประเทศ 5. นำ� ปัญหาความเดอื ดร้อนและความต้องการของประชาชนเสนอตอ่ รัฐบาล เพื่อแก้ไข คุณสมบัตขิ องผมู้ สี ิทธสิ มัคร ส.ส. ไดแ้ ก่ 1. มสี ัญชาตไิ ทยโดยการเกิด 2. อายุไม่ต่ำ� กวา่ 25 ปี นับถึงวันเลือกต้ัง 3. เป็นสมาชิกพรรคการเมอื งใดพรรคการเมอื งหนงึ่ แต่เพียงพรรคเดยี ว ไม่น้อยกว่า 90 วนั นับถงึ วันเลอื กตั้ง คมู่ อื อบรมตามหลกั สูตร : พลเมอื งคุณภาพ

ผสู้ มัครแบบแบ่งเขตตอ้ งมลี ักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตอ่ ไปน้ีดว้ ย เชน่ มีชอ่ื อยู่ ในทะเบยี นบา้ นในจงั หวดั ที่สมคั รเปน็ เวลาติดต่อกนั ไม่น้อยกว่า 5 ปี เกดิ ในจังหวดั ท่สี มัคร เคยศกึ ษาในจังหวดั ท่สี มัครเป็นเวลาตดิ ต่อกนั ไมน่ อ้ ยกวา่ 5 ปกี ารศกึ ษา เคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าท่ีในหน่วยงานของรัฐหรือเคยมีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านใน จงั หวดั ทสี่ มัครแล้วแตก่ รณี เป็นเวลาติดตอ่ กนั ไมน่ ้อยกว่า 5 ปี และไมม่ ลี กั ษณะ ต้องห้ามตามทร่ี ฐั ธรรมนญู ก�ำหนด เช่น เปน็ เจา้ ของหรือถอื หุน้ หนงั สอื พมิ พ์ สือ่ มวลชน ใดๆ อยู่ระหวา่ งถูกระงับการใช้สทิ ธิสมคั รรบั เลอื กตงั้ หรือถกู เพิกถอนสิทธิเลือกตงั้ เคยต้องค�ำพพิ ากษาอนั ถงึ ที่สุดว่ากระทำ� การอันเปน็ การทจุ ริตในการเลอื กตั้ง เปน็ ต้น ท่มี าของนายกรัฐมนตรี ก่อนปิดการสมคั รรับเลือกต้งั พรรคการเมืองทป่ี ระสงคจ์ ะเสนอชอ่ื บุคคลท่ีจะ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้เสนอ รายชอื่ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ไมเ่ กิน 3 รายช่อื และคณะกรรมการการเลอื กตัง้ จะต้องประกาศรายช่ือดังกล่าวให้ประชาชนทราบ ซง่ึ ตามบทเฉพาะกาลในระยะ 5 ปแี รก ให้รฐั สภา (ทั้งสองสภา) เลือกนายกรฐั มนตรีจากบญั ชีรายช่อื ของพรรคการเมืองที่มี สมาชกิ ได้รบั เลอื กเปน็ ส.ส.ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 5 ของจำ� นวน ส.ส. ท้งั หมด ผูท้ ผ่ี ่าน ความเหน็ ชอบเปน็ นายกรัฐมนตรตี ้องไดค้ ะแนนเกินกว่ากง่ึ หน่งึ ...39

สมาชกิ วฒุ สิ ภา (ส.ว.) สมาชกิ วฒุ สิ ภา ประกอบดว้ ย สมาชิกจำ� นวน 200 คน มาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซ่งึ มีความรู้ ความเช่ียวชาญ ประสบการณ์ อาชพี ลกั ษณะ หรอื ประโยชน์ รว่ มกัน หรอื ท�ำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม จ�ำนวน 20 กลมุ่ เชน่ กลุม่ การ บริหารราชการแผน่ ดนิ และความม่นั คง กล่มุ กฎหมายและกระบวนการยตุ ธิ รรม กลุม่ การศึกษา กลมุ่ การสาธารณสุข กลุ่มอาชพี ท�ำนา ปลกู พชื ล้มลุก กลมุ่ อาชพี ท�ำสวน ป่าไม้ ปศุสตั ว์ ประมง กลุ่มผูป้ ระกอบธุรกิจหรอื อาชีพดา้ นการท่องเทย่ี ว กลุ่มผู้ประกอบ อตุ สาหกรรม กล่มุ สตรี กลมุ่ ผ้สู ูงอายุ คนพกิ ารหรือทพุ พลภาพ กลุ่มศลิ ปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นกั กีฬา กลมุ่ องคก์ รสาธารณประโยชน์ และกล่มุ อ่นื ๆ เปน็ ต้น โดยผูส้ มคั รจะสมคั รได้เพยี งกลมุ่ เดียว และด�ำเนนิ การคัดเลอื กกันเองต้งั แต่ ระดบั อ�ำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ คูม่ อื อบรมตามหลกั สูตร : พลเมืองคุณภาพ

หน้าทีแ่ ละอ�ำนาจของ ส.ว. 1. พิจารณายับยัง้ รา่ งกฎหมายท่ีขัดตอ่ ประโยชน์ของประเทศชาตแิ ละประชาชน 2. ควบคุมการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ของคณะรัฐมนตรี หรือให้คณะรฐั มนตรี ชี้แจงขอ้ เท็จจรงิ โดยไม่มกี ารลงมติ 3. ให้ความเหน็ ชอบการแต่งต้งั บุคคลให้ด�ำรงตำ� แหนง่ ตุลาการศาลรฐั ธรรมนญู ผู้ดำ� รงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ และผวู้ ่าการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ 4. นำ� ปญั หาความเดอื ดรอ้ นและความตอ้ งการของประชาชนเสนอต่อรฐั บาล เพ่อื แก้ไข คุณสมบัติของผ้มู สี ิทธสิ มคั ร ส.ว. ได้แก่ 1. มสี ญั ชาติไทยโดยการเกิด 2. มีอายุสีส่ บิ ปนี บั ถึงวันสมัคร 3. มีความรคู้ วามเชยี่ วชาญ และประสบการณ์ หรอื ท�ำงานในด้านท่สี มัคร ไมน่ อ้ ยกวา่ สบิ ปี 4. ผสู้ มัครต้องมลี กั ษณะอยา่ งใดอย่างหนึ่ง ดังตอ่ ไปนี้ เช่น มชี ่ืออยูใ่ น ทะเบยี นบา้ นในอำ� เภอทส่ี มัครรบั เลอื กมาแล้วเป็นเวลาตดิ ตอ่ กนั ไมน่ ้อยกว่า 2 ปี หรือ เคยท�ำงานหรือเคยมีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในอ�ำเภอท่ีสมัครรับเลือกแล้วแต่กรณี เปน็ เวลาติดต่อกนั ไม่น้อยกวา่ 2 ปี หรือเคยศึกษาในสถานศึกษาท่ตี ้ังอยู่ในอ�ำเภอ ท่สี มคั รรบั เลือกเป็นเวลาตดิ ต่อกนั ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ปกี ารศึกษา เป็นต้น และผสู้ มคั รตอ้ งไม่มลี กั ษณะตอ้ งหา้ ม ตามทร่ี ฐั ธรรมนูญก�ำหนด ...41

การเลอื กตง้ั ระดบั ท้องถิน่ ประเทศไทยแบ่งรูปแบบการปกครองท้องถ่ิน ออกเป็น 2 รูปแบบ คือ 1. การปกครองท้องถ่นิ รปู แบบท่วั ไป ได้แก่ 1.1 องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั (อบจ.) มีจังหวัดละ 1 แหง่ (ยกเวน้ กรุงเทพมหานคร) 1.2 เทศบาล แบ่งออกเป็น เทศบาลนคร (ทน.) เทศบาลเมอื ง (ทม.) และเทศบาลต�ำบล (ทต.) ซ่ึงขึ้นอย่กู บั จำ� นวนและความหนาแนน่ ของประชากร ความเจริญทางเศรษฐกิจหรอื รายได้ของท้องถิน่ 1.3 องค์การบริหารส่วนต�ำบล (อบต.) 2. การปกครองท้องถ่นิ รปู แบบพเิ ศษ จดั เปน็ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ทมี่ ี ลักษณะทพ่ี ิเศษจากองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ทั่วไป เชน่ มคี วามเจริญทางเศรษฐกจิ มาก เป็นท้องถน่ิ ทีม่ ีประชากรหนาแน่นมาก มี 2 ประเภท ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และ เมอื งพัทยา ค่มู อื อบรมตามหลักสูตร : พลเมืองคุณภาพ

อ�ำนาจหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.) อปท.มอี �ำนาจหน้าทด่ี ูแลและการจัดทำ� บรกิ ารสาธารณะ เช่น การจัดให้ มนี ำ�้ เพ่ือการอุปโภคบริโภค การเกษตร จัดใหม้ ี และบำ� รุงรกั ษาทางน�ำ้ ทางบก คมุ้ ครองดูแลและบ�ำรงุ รักษาทรพั ยากร ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ส่งเสรมิ การ พัฒนาสตรี เดก็ เยาวชน ผ้สู งู อายุ และผูพ้ กิ าร เปน็ ตน้ โครงสร้างของ อปท.แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คอื สภาทอ้ งถนิ่ และผบู้ รหิ าร ทอ้ งถนิ่ ซ่งึ มีทีม่ าและเรยี กช่อื แตกตา่ งกันไปตามรูปแบบของ อปท. คอื สภา อบจ.-นายก อบจ., สภาเทศบาล-นายกเทศมนตรี, สภา อบต.-นายก อบต., สภา กทม.-ผู้ว่า กทม., สภาเมืองพัทยา-นายกเมอื งพัทยา เป็นตน้ โดยสภาทอ้ งถ่นิ มาจากการเลือกตง้ั โดยตรงของประชาชน มีหนา้ ท่ีสำ� คญั ในการออกขอ้ บัญญตั ิท้องถ่นิ ตรวจสอบควบคุมการทำ� งานของผู้บรหิ าร ใหค้ วาม เหน็ ชอบแผนพฒั นาท้องถนิ่ รวมทัง้ ใหค้ วามเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปี ส่วนผู้บริหารท้องถิ่นนั้นมาจากการเลือกต้ังหรือจากความเห็นชอบของ สภาท้องถนิ่ หรอื ในกรณี อปท. รปู แบบพเิ ศษจะให้มาโดยวิธีอ่ืนใดก็ได้ แต่ต้อง คำ� นึงถึงการมสี ่วนรว่ มของประชาชนด้วย โดยมหี น้าทใี่ นการบรหิ ารกิจการของ ท้องถ่นิ ให้เปน็ ไปตามข้อบัญญตั แิ ละแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน ...43

เขตเลอื กตั้ง การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถ่ินใช้เขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเขตเลือกตั้ง สว่ นเขตเลือกตง้ั ของสมาชิกสภาท้องถ่ิน จะเปน็ ไปตามแต่ละรปู แบบของ อปท. น้ันๆ คือ - สมาชกิ สภากรงุ เทพมหานคร (ส.ก.) ถือเขตปกครองเป็นเขตเลือกตง้ั กรณี ราษฎรเกิน 150,000 คน หากเศษเกิน 75,000 คน ใหแ้ บ่งเขตเลือกตั้งเพ่ิมอีก 1 เขต - สมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั (ส.อบจ.) ถอื เขตอำ� เภอเปน็ เขตเลอื กตงั้ มจี ำ� นวน ส.อบจ. ตามเกณฑท์ ีก่ ฎหมายก�ำหนด ต้ังแต่ 24 จนถงึ 48 คน ตามจำ� นวนประชากรของ อบจ. นัน้ ๆ - สมาชกิ สภาเทศบาลตำ� บล, เมือง, นคร แบง่ เปน็ 2 เขต 3 เขต และ 4 เขต ตามล�ำดับ มีสมาชกิ เขตเลอื กตงั้ ละ 6 คน - สมาชกิ สภาเมอื งพัทยา แบ่งเปน็ 4 เขตเลอื กตงั้ และมสี มาชกิ เขตเลือกตง้ั ละ 6 คน เชน่ เดียวกบั เทศบาลนคร - สมาชกิ สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล (ส.อบต.) ถอื เขตหมู่บา้ นเปน็ เขต เลือกต้งั ถ้า อบต.ใดมี 1 เขต กใ็ หม้ ีสมาชิก 6 คน ถ้ามี 2 เขต มสี มาชกิ เขตละ 3 คน ถา้ มี 3 เขตเลอื กตั้ง สมาชิกเขตละ 2 คน แต่ถา้ มี 4 เขตเลอื กตั้ง กใ็ หม้ ีสมาชกิ เขตละ 1 คน เว้นแตเ่ ขตเลอื กตง้ั ใดมรี าษฎรมากทส่ี ดุ ใน 2 เขตแรก ให้มีสมาชกิ เพ่ิมข้ึนอกี เขต ละ 1 คน สว่ นกรณี อบต. ใดมี 5 เขตเลอื กต้งั ใหม้ สี มาชกิ เขตละ 1 คน เวน้ แต่เขตเลือกตัง้ ทม่ี ีจำ� นวนราษฎรมากทสี่ ดุ ใหม้ สี มาชกิ เพมิ่ ไดอ้ กี 1 คน คูม่ ืออบรมตามหลกั สูตร : พลเมอื งคุณภาพ

คณุ สมบตั ขิ องผู้สมคั ร ผู้สมัครเป็นสมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่นต้องมีสัญชาติไทยโดยการ เกิดเท่านนั้ สมาชกิ ตอ้ งมอี ายไุ มต่ ำ�่ กวา่ 25 ปนี ับถึงวนั เลือกตั้ง ส่วนผ้บู ริหารท้องถิ่น ต้องมอี ายุไมต่ ่�ำกว่า 35 ปนี บั ถงึ วันเลอื กตั้ง มชี อ่ื อยู่ในทะเบียนบ้านในเขต อปท. ท่ีสมคั ร เป็นเวลาติดต่อกนั ไมน่ ้อยกวา่ 1 ปนี บั ถงึ วันสมัคร สำ� หรบั ผ้บู ริหารท้องถิน่ ตอ้ งมีวฒุ ิ การศึกษาตามทกี่ ฎหมายก�ำหนดด้วย ลกั ษณะตอ้ งหา้ มของผูส้ มคั ร ทส่ี �ำคญั ๆ เชน่ ห้ามเป็นบุคคลลม้ ละลายหรือ ล้มละลายทจุ รติ เป็นเจ้าของหรือผถู้ อื หุ้นในหนังสือพิมพ์ สอื่ มวลชน อยู่ในระหวา่ ง ถกู เพิกถอนสิทธิ ถกู ระงบั สิทธิ หรอื ถกู สง่ั ใหอ้ อกจากราชการ หนว่ ยงานรัฐ รฐั วสิ าหกิจ เพราะทจุ รติ ตอ่ หน้าท่ี เป็นต้น คณุ สมบตั ผิ ้มู สี ิทธเิ ลอื กต้ัง ต้องมสี ัญชาตไิ ทย หรือถ้าไดส้ ัญชาตไิ ทยมาโดยการแปลงสญั ชาตกิ ็ตอ้ งไดม้ า ไมน่ ้อยกว่า 5 ปี และต้องมอี ายุไม่ต่�ำกว่า 18 ปใี นวันเลอื กตงั้ รวมทั้งตอ้ งเปน็ ผ้มู ชี ื่ออยู่ ในทะเบียนบา้ นในเขตเลอื กต้งั น้นั มาแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ 90 วนั นบั ถงึ วันเลอื กตัง้ (ส�ำหรบั การเลือกตั้ง ส.ส.) และไม่นอ้ ยกว่า 1 ปีนับถงึ วันเลือกต้ัง (ส�ำหรบั การเลอื กต้งั ทอ้ งถนิ่ ) ...45

ข้ันตอนการออกเสยี งลงคะแนน 4 3 5 2 1 1. ตรวจสอบรายช่ือ 2. ย่นื บัตรประชาชน 3. รับบัตรเลอื กตั้ง (เลือกต้ัง ส.ส. บตั ร 1 ใบ สว่ นเลือกตง้ั ทอ้ งถน่ิ จะได้รบั บตั ร 2 ใบ) 4. เขา้ คหู ากากบาทลงคะแนน 5. หย่อนบัตรลงในหีบบตั รเลอื กตง้ั ด้วยตนเอง คู่มอื อบรมตามหลักสตู ร : พลเมืองคุณภาพ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook